แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (ต่อ)
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐาน
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน ของความรู้ ขอ้ มูล ขา่ วสาร
7. รกั ความเป็นไทย 5.6 รูเ้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลง ทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
8. มีจิตสาธารณะ และปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
6.1 เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ตั หิ น้าทท่ี ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
6.2 ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทางานใหส้ าเรจ็
6.3 ปรบั ปรงุ และพฒั นาการทางานอยา่ งรอบคอบ
6.4 ทุ่มเท ทางาน อดทน ไมท่ อ้ ต่อปัญหาและอุปสรรค
6.5 พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางานใหส้ าเรจ็
6.6 ชน่ื ชมผลงานความสาเรจ็ ดว้ ยความภาคภูมใิ จ
7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ช่วยทา แบ่งปันสงิ่ ของ ทรพั ยส์ นิ และอ่นื ๆ
พรอ้ มชว่ ยแกป้ ัญหา
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ นิ ของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ชมุ ชน
เพอ่ื แกป้ ัญหาหรอื รว่ มสรา้ งสง่ิ ทดี่ งี ามตามสถานการณ์ทเี่ กดิ ขน้ึ
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
แผนกำรจัดกำรเรยี นรทู้ ่ี 14 พทุ ธศาสนสภุ าษติ
เวลา 1 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
พทุ ธศาสนสภุ าษติ จะปรากฏอย่ใู นพระไตรปิฎกเป็นส่วนหนึง่ ของหลกั ธรรมซง่ึ เป็นแนวทางในการนาไปประยุกตป์ ฏบิ ตั ิ
ในการดาเนินชวี ติ อยา่ งถูกตอ้ ง
2. ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ส 1.1 ม.4-6/13 วเิ คราะหห์ ลกั ธรรมในกรอบอรยิ สจั 4 หรอื หลกั คาสอนของศาสนาทต่ี นนับถอื
2.15จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธบิ ายความหมายความสาคญั ของพทุ ธศาสนสุภาษติ ได้
2) เสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ นตามพทุ ธศาสนสุภาษติ ตามทก่ี าหนดได้
3) วเิ คราะหผ์ ลของการปฏบิ ตั ติ นตามพุทธศาสนสภุ าษติ ทก่ี าหนดใหไ้ ด้
3. สาระการเรยี นรู้
3.14สาระการเรียนร้แู กนกลาง
พทุ ธศาสนสภุ าษติ
- ราชา มุข มนุสสฺ าน : พระราชาเป็นประมุขของประชาชน
- สติ โลกสมฺ ิ ชาคโร : สตเิ ป็นเครอ่ื งต่นื ในโลก
- นตฺถิ สนฺตปิ ร สขุ : สขุ อน่ื ยง่ิ กว่าความสงบไมม่ ี
- นพิ พฺ าน ปรม สขุ : นิพพานเป็นสขุ อย่างยงิ่
3.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็
3) ทกั ษะการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1. มวี นิ ยั
6. กิจกรรมการเรียนรู้ คาถามกระตุ้นความคิด
นกั เรียนมีความรเู้ กีย่ วกบั พุทธศาสน-
วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการกลุม่
สุภาษิตในเรือ่ งใดบ้าง
นักเรยี นสวดมนตบ์ ชู าพระรตั นตรยั และทาสมาธกิ ่อนเรยี น (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้
อยู่ในดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรยี น
คาถามกระต้นุ ความคิด
ส่อื การเรยี นรู้ : เพลงสดดุ มี หาราชา หรอื เพลงราชาเป็นสงา่ แห่งแควน้ นักเรยี นคิดว่า พุทธศาสนสภุ าษิตเรื่องใด
1. นกั เรยี นรอ้ งเพลงสดุดมี หาราชา หรอื เพลงราชาเป็นสงา่ แหง่ แควน้ ท่ีสามารถนามาเป็นหลกั ในการพฒั นา
2. นกั เรยี นช่วยกนั วเิ คราะหส์ าระสาคญั และขอ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากบทเพลง ตนด้านการศกึ ษาของนกั เรียน
3. ครอู ธบิ ายเช่อื มโยงใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจวา่ บทเพลงดงั กลา่ วสอดคลอ้ งกบั จงอธิบายพรอ้ มยกตวั อยา่ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้
พทุ ธศาสนสุภาษติ ราชา มุข มนุสฺสาน : พระราชาเป็นประมุขของ อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
ประชาชน
4. นกั เรยี นตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ
ขนั้ สอน
สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : 1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.6 2. หนังสอื คน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ
3. ใบงานท่ี 14.1 – 14.4 4. หอ้ งสมดุ
5. แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
39. นักเรยี นกลุ่มเดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1) รว่ มกนั ศึกษา
ความรูเ้ กย่ี วกบั พทุ ธศาสนสภุ าษติ จากหนงั สอื เรยี น หนงั สอื คน้ ควา้
เพมิ่ เตมิ และแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ ดงั ตอ่ ไปน้ี
- ราชา มุข มนุสฺสาน : พระราชาเป็นประมขุ ของประชาชน
- สติ โลกสมฺ ิ ชาคโร : สตเิ ป็นเคร่อื งตน่ื ในโลก
- นตฺถิ สนฺตปิ ร สขุ : สขุ อน่ื ยง่ิ กว่าความสงบไม่มี
- นิพฺพาน ปรม สขุ : นิพพานเป็นสุขอย่างยงิ่
40. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มหาขา่ วจากหนังสอื พมิ พแ์ ละแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
ทสี่ อดคลอ้ งกบั พทุ ธศาสนสุภาษติ ทไ่ี ดศ้ กึ ษา แลว้ นามาวเิ คราะหแ์ ละ
ตอบคาถามในใบงานซง่ึ สอดคลอ้ งกบั พทุ ธศาสนสภุ าษติ ดงั น้ี
- ใบงานท่ี 14.1 เรอ่ื ง ประมขุ ของชาติ
- ใบงานท่ี 14.2 เรือ่ ง สติ
- ใบงานท่ี 14.3 เรอ่ื ง ความสงบส่คู วามสขุ
- ใบงานที่ 14.4 เรื่อง นิพพาน
41. ตวั แทนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอใบงานที่ 14.1 – 14.4 หนา้ ชนั้ เรยี น
นักเรยี นกลมุ่ ผูฟ้ ังช่วยกนั เสนอแนะเพมิ่ เตมิ โดยครูเป็นผูต้ รวจสอบ
ความถูกต้อง
42. นักเรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ
ขนั้ สรปุ คาถามกระตุ้นความคิด
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : — นกั เรยี นสามารถนาข้อคิดที่ได้จาก
พทุ ธศาสนสุภาษิตไปปฏิบตั ิได้อย่างไร
3. ครแู ละนักเรยี นช่วยกนั สรปุ ขอ้ คดิ จากการศกึ ษาพุทธศาสนสุภาษติ จงยกตวั อยา่ ง
และแนวทางการนาไปประยุกตป์ ฏบิ ตั ใิ นชวี ติ
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้
4. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ อยู่ในดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
7. การวดั และประเมินผล
วิธีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 14.1 ใบงานท่ี 14.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 14.2 ใบงานท่ี 14.2 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 14.3 ใบงานท่ี 14.3 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 14.4 ใบงานที่ 14.4 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการทางาน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.6
2) หนังสอื คน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ
- สนุ ทร ณ รงั ส.ี (2541). พทุ ธปรชั ญาจากพระไตรปิ ฎก. กรงุ เทพมหานคร : สานกั พมิ พแ์ หง่ จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั .
3) เพลงสดุดมี หาราชา หรอื เพลงราชาเป็นสง่าแหง่ แควน้
4) หนังสอื พมิ พ์
5) ใบงานท่ี 14.1 เร่อื ง ประมขุ ของชาติ
6) ใบงานท่ี 14.2 เร่อื ง สติ
7) ใบงานท่ี 14.3 เร่อื ง ความสงบสคู่ วามสุข
8) ใบงานท่ี 14.4 เรอ่ื ง นพิ พาน
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
- http://fungdham.com/proverb.html
- http://www.dhammakaya.org/dhammal/lecture/lecture46.php
เอกสำรประกอบกำรสอน
เพลงสดุดมี หาราชา
ขอเดชะองคพ์ ระประมขุ ภมู พิ ล มงิ่ ขวญั ปวงชนประชาชาตไิ ทย
มหาราช ขตั ตยิ ภูวไนย ดจุ ร่มโพธริ์ ม่ ไทรของปวงประชา
คู่บญุ บารมจี กั รเี กรกิ ฟ้า
ขอเดชะองคส์ มเดจ็ พระราชนิ ี ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขอสดดุ ี
องคส์ มเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาราชา เปล่งบญุ ญาสมสง่าบารมี
สดุดมี หาราชา สดดุ มี หาราชนิ ี
อา่ องคพ์ ระสยมบรมราชนั ขวญั หลา้
ผองขา้ พระพทุ ธเจา้ นอ้ มเกลา้ ขออญั ชุลี
เพลงราชาเป็ นสง่าแห่งแควน้
ราชาเป็นสง่าแห่งแควน้ อย่เู ป็นขวญั แดน โพธทิ์ องของปวงประชา
มงิ่ ขวญั โพธทิ์ องของชนทวั่ หลา้ ราษฎรส์ ขุ ากเ็ พราะพระบารมี
ขา้ อภวิ นั ทบ์ งั คมหวงั ชมศกั ดศิ์ รี
ราชาเป็นทงั้ มง่ิ และขวญั พระปิ่นโมลอี ย่เู ป็นศรไี ผท
พระคนื มาเหล่าปวงประชาภกั ดี ร่มโพธแิ์ กว้ จะพาพฤษาสดใส
ยกกรไหวแ้ ดไ่ ทยราชนั ย์
โอล้ มฝนบนฟ้ามาแลว้ เทดิ บงั คมภบู าลเอาไวเ้ หนือฟ้า
ขา้ วรพทุ ธเจา้ ชาวไทย ช่วยกนั เปล่งวาจา ขอทรงพระเจรญิ ไชโย
เรานอ้ มเกลา้ เกศถี วายภมู นี อบศริ ะกราน
โพธทิ์ องของชาวไทยอวยพรชยั ใหม้ หาราชา
ใบงำนที่ 14.1 เรื่อง ประมุขของชาติ
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นนาขา่ วหรอื ภาพขา่ วพระราชกรณียกจิ ของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยมาวเิ คราะห์ และตอบคาถาม
ข่าว/ภาพขา่ ว พระราชกรณียกจิ ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั
เรอ่ื ง............................
(สาระสาคญั )
1. ขา่ วหรอื ภาพขา่ วดงั กลา่ วแสดงถงึ พระมหากษตั รยิ ไ์ ทยทรงปฏบิ ตั พิ ระองคใ์ นฐานะเป็นประมุขของชาตไิ ทยอย่างไรบา้ ง
ทมี่ า........................................................
2. พระราชกรณยี กจิ ดงั กล่าวแสดงถงึ การปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาอย่างไรบา้ ง จงยกตวั อย่างประกอบ
3. พระราชกรณยี กจิ ดงั กล่าว มผี ลดตี อ่ ประชาชนและประเทศชาตอิ ย่างไรบา้ ง จงอธบิ ายเหตผุ ล
ใบงำนท่ี 14.1 เรื่อง ประมุขของชาติ เฉลย
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาขา่ วหรอื ภาพขา่ วพระราชกรณียกจิ ของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยมาวเิ คราะห์ และตอบคาถาม
ข่าว/ภาพขา่ ว พระราชกรณยี กจิ ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั
เร่อื ง............................
(สาระสาคญั )
1. ขา่ วหรอื ภาพขา่ วดงั กลา่ วแสดงถงึ พระมหากษตั รยิ ไ์ ทยทรงปฏบิ ตั พิ ระองคใ์ นฐานะเป็นประมุขของชาตไิ ทยอยา่ งไรบา้ ง
ทม่ี า........................................................
2. พระราชกรณียกจิ ดงั กล่าวแสดงถงึ การปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาอยา่ งไรบา้ ง จงยกตวั อยา่ งประกอบ
3. พระราชกรณยี กจิ ดงั กล่าว มผี ลดตี อ่ ประชาชนและประเทศชาตอิ ย่างไรบา้ ง จงอธบิ ายเหตผุ ล
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
ใบงำนที่ 14.2 เรื่อง สติ
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นนาขา่ วหรอื ภาพขา่ วการกระทาของบคุ คลทส่ี อดคลอ้ งกบั พระพทุ ธศาสนสภุ าษติ “สติ โลกสมฺ ิ ชาคโร”
มาวเิ คราะห์ และตอบคาถาม
ขา่ ว/ภาพข่าว เรอ่ื ง............................
(สาระสาคญั )
1. ขา่ วหรอื ภาพขา่ วแสดงถงึ การกระทาของบคุ คลทม่ี สี ตหิ รอื ขาดสตอิ ย่างไร
ทม่ี า........................................................
2. การกระทาดงั กล่าวสง่ ผลดหี รอื ผลเสยี ตอ่ ตนเองและสงั คมอยา่ งไร
3. นักเรยี นไดข้ อ้ คดิ สาคญั จากขา่ วหรอื ภาพขา่ วน้ีอย่างไร
4. นกั เรยี นมแี นวทางในการปฏบิ ตั ติ นทแ่ี สดงวา่ เป็นผมู้ สี ตไิ ดอ้ ย่างไร
ใบงำนท่ี 14.2 เรือ่ ง สติ เฉลย
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นนาขา่ วหรอื ภาพขา่ วการกระทาของบคุ คลทส่ี อดคลอ้ งกบั พระพุทธศาสนสุภาษติ “สติ โลกสฺมิ ชาคโร”
มาวเิ คราะห์ และตอบคาถาม
ขา่ ว/ภาพข่าว เรอ่ื ง............................
(สาระสาคญั )
1. ขา่ วหรอื ภาพขา่ วแสดงถงึ การกระทาของบคุ คลทม่ี สี ตหิ รอื ขาดสตอิ ยา่ งไร
ทม่ี า........................................................
2. การกระทาดงั กลา่ วสง่ ผลดหี รอื ผลเสยี ตอ่ ตนเองและสงั คมอยา่ งไร
3. นักเรยี นไดข้ อ้ คดิ สาคญั จากขา่ วหรอื ภาพขา่ วน้ีอย่างไร
4. นกั เรยี นมแี นวทางในการปฏบิ ตั ติ นทแ่ี สดงวา่ เป็นผมู้ สี ตไิ ดอ้ ยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
ใบงำนที่ 14.3 เรือ่ ง ความสงบสูค่ วามสุข
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นนาขอ้ มูล ขา่ ว หรอื บทสมั ภาษณ์บุคคลทม่ี คี วามสอดคลอ้ งกบั ความสขุ มาวเิ คราะห์ และตอบคาถาม
ขอ้ มูล/ข่าว/บทสมั ภาษณ์ เรอ่ื ง............................
(สาระสาคญั หรอื ขอ้ ความสาคญั )
1. ขอ้ มูลดงั กล่าวมปี ระเดน็ สาคญั อะไรบา้ ง ทม่ี า........................................................
2. ขอ้ มลู ดงั กลา่ วสอดคลอ้ งกบั พทุ ธศาสนสภุ าษติ นตฺถิ สนฺตปิ ร สขุ : สุขอนื่ ยงิ่ กวา่ ความสงบไม่มี อย่างไร จงอธบิ าย
3. นักเรยี นไดข้ อ้ คดิ สาคญั จากพทุ ธศาสนสภุ าษติ บทน้อี ยา่ งไรบา้ ง
4. นกั เรยี นคดิ วา่ จะนาหลกั สาคญั ของพุทธศาสนสภุ าษติ น้ี ไปประยกุ ต์ใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ อยา่ งไร
ใบงำนที่ 14.3 เรือ่ ง ความสงบสู่ความสุข เฉลย
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาขอ้ มลู ขา่ ว หรอื บทสมั ภาษณบ์ ุคคลทม่ี คี วามสอดคลอ้ งกบั ความสขุ มาวเิ คราะห์ และตอบคาถาม
ขอ้ มลู /ข่าว/บทสมั ภาษณ์ เรอ่ื ง............................
(สาระสาคญั หรอื ขอ้ ความสาคญั )
1. ขอ้ มูลดงั กล่าวมปี ระเดน็ สาคญั อะไรบา้ ง ทม่ี า........................................................
2. ขอ้ มลู ดงั กลา่ วสอดคลอ้ งกบั พทุ ธศาสนสภุ าษติ นตฺถิ สนฺตปิ ร สุข : สขุ อนื่ ยงิ่ กว่าความสงบไมม่ ี อยา่ งไร จงอธบิ าย
3. นักเรยี นไดข้ อ้ คดิ สาคญั จากพทุ ธศาสนสภุ าษติ บทน้อี ยา่ งไรบา้ ง
4. นกั เรยี นคดิ ว่าจะนาหลกั สาคญั ของพทุ ธศาสนสุภาษติ น้ี ไปประยกุ ต์ใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ อยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
ใบงำนที่ 14.4 เรือ่ ง นิพพาน
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นหาขอ้ ความหรอื บทความเกยี่ วกบั นพิ พาน มาวเิ คราะห์ และตอบคาถาม
ขอ้ ความ/บทความ เรอ่ื ง นิพพาน
(สาระสาคญั )
1. ขอ้ ความดงั กลา่ วทาใหไ้ ดแ้ นวคดิ เกยี่ วกบั นพิ พานอย่างไร ทมี่ า........................................................
2. บุคคลจะสามารถดาเนินชวี ติ ใหไ้ ปถงึ นพิ พานไดน้ นั้ จะตอ้ งมวี ธิ ปี ฏบิ ตั ติ นอยา่ งไร ยกตวั อยา่ งประกอบ
3. นกั เรยี นไดข้ อ้ คดิ สาคญั จากพุทธศาสนสภุ าษติ นิพพฺ าน ปรม สุข : นิพพานเป็นสขุ อยา่ งยงิ่ อยา่ งไรบา้ ง
ใบงำนที่ 14.4 เรือ่ ง นพิ พาน เฉลย
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นหาขอ้ ความหรอื บทความเกยี่ วกบั นพิ พาน มาวเิ คราะห์ และตอบคาถาม
ขอ้ ความ/บทความ เรอ่ื ง นิพพาน
(สาระสาคญั )
1. ขอ้ ความดงั กลา่ วทาใหไ้ ดแ้ นวคดิ เกย่ี วกบั นพิ พานอย่างไร ทมี่ า........................................................
2. บคุ คลจะสามารถดาเนนิ ชวี ติ ใหไ้ ปถงึ นพิ พานไดน้ นั้ จะตอ้ งมวี ธิ ปี ฏบิ ตั ติ นอยา่ งไร ยกตวั อยา่ งประกอบ
3. นักเรยี นไดข้ อ้ คดิ สาคญั จากพุทธศาสนสภุ าษติ นิพฺพาน ปรม สุข : นพิ พานเป็นสขุ อย่างยงิ่ อย่างไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ กู ตอ้ ง
2 การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เร่อื ง
3 การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ
4 การมสี ่วนรว่ มของสมาชกิ ในกลมุ่
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องบางสว่ น ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องเป็นส่วนใหญ่
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องมาก
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากวา่ 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่
คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี ช่ือ-สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟัง การตงั้ ใจ การแกไ้ ข รวม
ของผ้รู บั การ รว่ มมือกนั ความ ความ ทางาน ปัญหา/หรือ 20
ทากิจกรรม คิดเหน็ คิดเหน็ ปรบั ปรงุ คะแนน
ประเมิน ผลงานกลุ่ม
43214321432143214321
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากว่า 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมาย
กษตั ริย์ ของเพลงชาติ
2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.2 ปฏบิ ตั ติ นและชกั ชวนผูอ้ ่นื ปฏบิ ตั ติ ามสทิ ธแิ ละหนา้ ทข่ี องพลเมอื ง
3. มวี ินยั รบั ผิดชอบ 1.3 ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น ชุมชน
4. ใฝ่เรียนรู้ และสงั คม
5. อยอู่ ย่างพอเพียง
1.4 เป็นผูน้ าหรอื เป็นแบบอย่างในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ช่นื ชม ปกป้อง
ความเป็นชาตไิ ทย
1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ขี องศาสนิกชน
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี
กจิ พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลทถ่ี กู ต้อง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะกระทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั เพอ่ื น พอ่ แม่ หรอื ผูป้ กครอง และครู เป็นแบบอย่าง
ทดี่ ดี ้านความซ่อื สตั ย์
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถูกต้อง
และเป็นแบบอย่างทดี่ แี ก่เพอ่ื นดา้ นความซอ่ื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
โรงเรยี น และสงั คม ไม่ละเมดิ สทิ ธขิ องผูอ้ ่นื ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน ปฏบิ ตั ิ
เป็นปกตวิ สิ ยั และเป็นแบบอย่างทด่ี ี
4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรยี นรูต้ า่ งๆ
4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรูอ้ ยา่ งเป็นระบบ
4.3 สรปุ ความรูไ้ ดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สง่ิ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั
คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเก็บรกั ษาดแู ลอย่างดี
5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล
5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ ่นื และไม่ทาใหผ้ ูอ้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื
กระทาผดิ พลาด
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (ต่อ)
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐาน
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน ของความรู้ ขอ้ มูล ขา่ วสาร
7. รกั ความเป็นไทย 5.6 รูเ้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลง ทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
8. มีจิตสาธารณะ และปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
6.1 เอาใจใส่ตอ่ การปฏบิ ตั หิ น้าทท่ี ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
6.2 ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทางานใหส้ าเรจ็
6.3 ปรบั ปรงุ และพฒั นาการทางานอยา่ งรอบคอบ
6.4 ทุ่มเท ทางาน อดทน ไมท่ อ้ ต่อปัญหาและอุปสรรค
6.5 พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางานใหส้ าเรจ็
6.6 ชน่ื ชมผลงานความสาเรจ็ ดว้ ยความภาคภูมใิ จ
7.1 มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ช่วยทา แบ่งปันสงิ่ ของ ทรพั ยส์ นิ และอ่นื ๆ
พรอ้ มชว่ ยแกป้ ัญหา
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ นิ ของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน
8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ชมุ ชน
เพอ่ื แกป้ ัญหาหรอื รว่ มสรา้ งสง่ิ ทดี่ งี ามตามสถานการณ์ทเี่ กดิ ขน้ึ
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
แผนกำรจัดกำรเรยี นรทู้ ่ี 15 คาศพั ทท์ างพระพทุ ธศาสนา
เวลา 1 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การรคู้ าศพั ทท์ างพระพุทธศาสนา ยอ่ มทาใหส้ ามารถคน้ ควา้ หลกั ธรรมคาสอนพระไตรปิฎกไดเ้ ขา้ ใจกระจ่างชดั เจน
2. ตวั ชีว้ ดั /จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ส 1.1 ม.4-6/13 วเิ คราะหห์ ลกั ธรรมในกรอบอรยิ สจั 4 หรอื หลกั คาสอนของศาสนาทต่ี นนับถอื
ส 1.1 ม.4-6/15 วเิ คราะหค์ ณุ คา่ และความสาคญั ของการสงั คายนาพระไตรปิฎกหรอื คมั ภรี ข์ องศาสนาทตี่ นนับถอื
และการเผยแผ่
2.16จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธบิ ายความหมายของคาศพั ทท์ างพระพทุ ธศาสนาได้
2) วเิ คราะหค์ วามสาคญั ของการเขา้ ใจคาศพั ทท์ างพระพทุ ธศาสนาได้
3. สาระการเรียนรู้
3.15สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1) พทุ ธศาสนสภุ าษติ
2) วธิ กี ารศกึ ษาและคน้ ควา้ พระไตรปิฎกและคมั ภรี ข์ องศาสนาอ่นื ๆ การสงั คายนาและการเผยแผพ่ ระไตรปิฎก
3) ความสาคญั และคุณคา่ ของพระไตรปิฎก
3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา)
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็
3) ทกั ษะการประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุง่ มนั่ ในการทางาน
6. กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) คาถามกระตุ้นความคิด
เพราะเหตุใด จึงต้องร้คู วามหมายของ
นกั เรยี นสวดมนตบ์ ูชาพระรตั นตรยั และทาสมาธกิ อ่ นเรยี น
คาศพั ทท์ างพระพุทธศาสนา
ขนั้ ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (เพราะจะทาใหอ้ า่ นขอ้ ความเกยี่ วกบั
หลกั ธรรมคาสอนของพระพุทธศาสนาเขา้ ใจ
สอ่ื การเรยี นรู้ : บตั รขอ้ ความธรรมะ ชดั เจนยงิ่ ขน้ึ )
3. ครแู จกบตั รขอ้ ความธรรมะของพระพทุ ธศาสนาใหน้ ักเรยี น คลู่ ะ 1 ใบ คาถามกระต้นุ ความคิด
ซ่งึ บางคูอ่ าจไดร้ บั ขอ้ ความซา้ กนั นักเรียนมีวิธีการคน้ หาคาศพั ทท์ าง
4. ครูสุม่ นกั เรยี นออกมาอธบิ ายความหมายของขอ้ ความทแ่ี จก ประมาณ พระพทุ ธศาสนา และความหมายของ
2-3 คู่ แลว้ ใหค้ ู่อน่ื ทมี่ คี วามคดิ เหน็ แตกต่างกนั ไดอ้ ธบิ ายเพมิ่ เตมิ คาศพั ท์นัน้ อย่างไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้
5. ครูเฉลยความหมายของขอ้ ความดงั กลา่ ว และอธบิ ายความสาคญั ของ อยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
การรคู้ วามหมายของคาศพั ท์ทางพระพุทธศาสนา จากนนั้ นักเรยี นตอบ
คาถามกระต้นุ ความคดิ คาถามกระต้นุ ความคิด
คาศพั ทใ์ ดท่ีเป็นหลกั สาคญั ซึ่งนาไปสู่
ขนั้ ท่ี 2 สารวจคน้ หา
การเชื่อมโยงของคาศพั ท์อนื่
ส่อื การเรยี นรู้ : 1. หนังสอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.6 2. พจนานุกรมพุทธศาสน์ (อรยิ มรรคมอี งค์ 8)
3. ใบงานท่ี 3.1
1. นกั เรยี นกลุ่มเดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 1) ร่วมกนั สารวจ
คาศพั ทท์ างพระพุทธศาสนา จากหนังสอื เรยี น และช่วยกนั ทาใบงานท่ี
15.1 เรอ่ื ง คาศพั ท์ทางพระพุทธศาสนา
2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้
ส่อื การเรยี นรู้ : ใบงานที่ 15.1
4. สมาชกิ ภายในกลมุ่ แต่ละกลุ่มผลดั กนั นาเสนอผลงานของตนเองใน
ใบงานที่ 15.1 ใหเ้ พอ่ื นในกลุม่ ฟังทลี ะคน ผลดั กนั ซกั ถามจนมคี วาม
เขา้ ใจกระจ่างชดั เจน
5. นกั เรยี นตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ
ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : —
สมาชกิ แต่ละกลมุ่ ช่วยกนั วเิ คราะหค์ วามสาคญั ยกตวั อย่างการกระทาที่
สอดคลอ้ งกบั คาศพั ทท์ างพระพทุ ธศาสนา แลว้ เขยี นเป็นผงั มโนทศั น์ส่ง
ครผู สู้ อน
ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล
ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : —
ครูผสู้ อนตรวจผลงานของนักเรยี นแตล่ ะกลุม่ แลว้ คดั เลอื กผลงานทม่ี ี
คณุ ภาพตามเกณฑท์ กี่ าหนดนามาจดั ป้ายนิเทศแสดงผลงานของนักเรยี น
ครมู อบหมายให้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ จดั ทาแผน่ พบั เรื่อง พทุ ธศาสนสภุ าษิต คาศพั ท์ทางพระพทุ ธศาสนา และ
พระไตรปิ ฎก โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี
1) การวเิ คราะหค์ ุณคา่ และความสาคญั ของพระไตรปิฎก
2) การอธบิ ายวธิ กี ารศกึ ษาและคน้ ควา้ พระไตรปิฎก
3) การวเิ คราะหก์ ารกระทาของบคุ คลตามหลกั พุทธศาสนสุภาษติ
4) การอธบิ ายความหมายของคาศพั ทท์ างพระพุทธศาสนา
นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 เรือ่ ง พทุ ธศาสนสภุ าษิต คาศพั ท์ทางพระพทุ ธศาสนา
และพระไตรปิ ฎก
7. การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 15.1 ใบงานท่ี 15.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมนั่ ในการทางาน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแผ่นพบั เร่อื ง พุทธศาสนสภุ าษติ คาศพั ทท์ าง แบบประเมนิ แผน่ พบั เรอ่ื ง พทุ ธศาสนสุภาษติ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
พระพทุ ธศาสนา และพระไตรปิฎก คาศพั ท์ทางพระพทุ ธศาสนา และพระไตรปิฎก
8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.6 2) บตั รขอ้ ความธรรมะ
3) พจนานุกรมพทุ ธศาสน์ 4) ใบงานท่ี 15.1 เรอ่ื ง คาศพั ทท์ างพระพทุ ธศาสนา
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
- http://www.oknation.net/blog/print.php?id=398126
- http://www.gotoknow.org/blog/mananya222/315625
- http://www.baanmaha.com/community/thread32209.html
กำรประเมินช้ินงำน/ภำระงำน (รวบยอด)
แบบประเมนิ แผ่นพบั เร่ือง พุทธศาสนสุภาษติ คาศพั ทท์ างพระพุทธศาสนา และพระไตรปิ ฎก
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 การวเิ คราะหค์ ุณค่าและความสาคญั ของ
พระไตรปิฎก
2 การอธบิ ายวธิ กี ารศกึ ษาและคน้ ควา้ พระไตรปิฎก
3 การวเิ คราะหก์ ารกระทาของบุคคลตามหลกั พทุ ธ
ศาสน-สภุ าษติ
4 การอธบิ ายความหมายของคาศพั ทท์ าง
พระพุทธศาสนา
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน 4
3
ดมี าก = 2
ดี = 1
พอใช้ =
ปรบั ปรุง =
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14 - 16 ดมี าก
11 - 13 ดี
8 - 10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ
บตั รข้อควำมธรรมะ
ถ้าจะพฒั นาเขา ให้พฒั นาตวั เราก่อน
ในขณะท่ีเราจดั ดอกไม้
ดอกไมก้ าลงั จดั ใจเราด้วย
ในขณะที่เรากาลงั กวาดลานวดั
ในขณะนัน้ เรากาลงั กวาดใจเราด้วย
ปิ ดหซู ้าย ขวา ปิ ดตาสองขา้ ง
ปิ ดปากเสียบ้าง แล้วจะนัง่ สบาย
โลกมีทรพั ยากรเพียงพอสาหรบั คนทุกคน
แต่ไมพ่ อเพียงสาหรบั คนแม้เพียงคนเดียว
การชนะคนอื่นหมืน่ แสนหน
เดี๋ยวกลบั ตนเป็นแพ้ไมแ่ น่หนอ
ชนะตนจากชวั ่ เท่านัน้ พอ
ย่อมเกิดก่อสขุ แท้แก่ตนเอง
ใบงำนท่ี 15.1 เรื่อง คาศพั ทท์ างพระพทุ ธศาสนา
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นหาคาศพั ทท์ างพระพุทธศาสนา แลว้ นามาเรยี บเรยี งเป็นบทความ
ลาดบั ที่ คาศพั ทท์ างพระพทุ ธศาสนา ความหมาย
การเรยี บเรยี งคาศพั ทท์ างพระพทุ ธศาสนาเป็นขอ้ ความหรอื บทความสนั้ ๆ
ใบงำนท่ี 15.1 เรือ่ ง คาศพั ทท์ างพระพทุ ธศาสนา เฉลย
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นหาคาศพั ทท์ างพระพุทธศาสนา แลว้ นามาเรยี บเรยี งเป็นบทความ
ลาดบั ท่ี คาศพั ทท์ างพระพทุ ธศาสนา ความหมาย
การเรยี บเรยี งคาศพั ทท์ างพระพทุ ธศาสนาเป็นขอ้ ความหรอื บทความสนั้ ๆ
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน
2 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
3 ภาษาทใ่ี ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย
4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งบางส่วน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องเป็นส่วนใหญ่
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งมาก
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากวา่ 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
การแสดง การทางาน การมี
ความ ตามท่ีได้รบั
ลาดบั ที่ ชื่อ-สกลุ คิดเหน็ การยอมรบั มอบหมาย ความมีน้าใจ ส่วนร่วมใน รวม
ของผ้รู บั การ ฟังคนอ่ืน การปรบั ปรงุ 20
ประเมิน ผลงานกลุ่ม คะแนน
43214321432143214321
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากวา่ 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมาย
กษตั ริย์ ของเพลงชาติ
2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.2 ปฏบิ ตั ติ นและชกั ชวนผูอ้ ่นื ปฏบิ ตั ติ ามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องพลเมอื ง
3. มวี ินยั รบั ผิดชอบ 1.3 ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น ชมุ ชน
4. ใฝ่เรียนรู้ และสงั คม
5. อยอู่ ย่างพอเพียง
1.4 เป็นผูน้ าหรอื เป็นแบบอย่างในการจดั กจิ กรรมทสี่ รา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ช่นื ชม ปกป้อง
ความเป็นชาตไิ ทย
1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ขี องศาสนิกชน
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ ช่นื ชมในพระราชกรณีย
กจิ พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลทถ่ี กู ต้อง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ทจี่ ะกระทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั เพอ่ื น พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง และครู เป็นแบบอยา่ ง
ทดี่ ดี ้านความซ่อื สตั ย์
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไมห่ าประโยชน์ในทางทไี่ ม่ถกู ตอ้ ง
และเป็นแบบอย่างทดี่ แี ก่เพ่อื นดา้ นความซอ่ื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
โรงเรยี น และสงั คม ไม่ละเมดิ สทิ ธขิ องผูอ้ ่นื ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน ปฏบิ ตั ิ
เป็นปกตวิ สิ ยั และเป็นแบบอย่างทดี่ ี
4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรยี นรูต้ า่ งๆ
4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรูอ้ ยา่ งเป็นระบบ
4.3 สรปุ ความรูไ้ ดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สงิ่ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั
คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม
5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ ค่า และเก็บรกั ษาดแู ลอยา่ งดี
5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล
5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ ่นื และไม่ทาใหผ้ ูอ้ ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื
กระทาผดิ พลาด
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (ต่อ)
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐาน
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน ของความรู้ ขอ้ มูล ขา่ วสาร
7. รกั ความเป็นไทย 5.6 รูเ้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลง ทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
8. มีจิตสาธารณะ และปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
6.1 เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ตั หิ น้าทท่ี ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
6.2 ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทางานใหส้ าเรจ็
6.3 ปรบั ปรงุ และพฒั นาการทางานอยา่ งรอบคอบ
6.4 ทุ่มเท ทางาน อดทน ไมท่ อ้ ต่อปัญหาและอุปสรรค
6.5 พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางานใหส้ าเรจ็
6.6 ชน่ื ชมผลงานความสาเรจ็ ดว้ ยความภาคภูมใิ จ
7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ช่วยทา แบ่งปันสงิ่ ของ ทรพั ยส์ นิ และอ่นื ๆ
พรอ้ มชว่ ยแกป้ ัญหา
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ นิ ของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ชมุ ชน
เพอ่ื แกป้ ัญหาหรอื รว่ มสรา้ งสง่ิ ทดี่ งี ามตามสถานการณ์ทเี่ กดิ ขน้ึ
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
แผนกำรจัดกำรเรยี นรทู้ ี่ 16 หนา้ ที่ชาวพุทธ
เวลา 1-2 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ชาวพทุ ธทุกคนพงึ ปฏบิ ตั ติ นอยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมในการปกป้องคมุ้ ครองพระพทุ ธศาสนา แสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ
เขา้ คา่ ยคณุ ธรรม เขา้ รว่ มพธิ กี รรมทางพระพุทธศาสนา
2. ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ส 1.2 ม.4-6/1 ปฏบิ ตั ติ นเป็นศาสนิกชนท่ีดตี อ่ สาวก สมาชกิ ในครอบครวั และคนรอบขา้ ง
ส 1.1 ม.4-6/3 แสดงตนเป็นพทุ ธมามกะหรอื แสดงตนเป็นศาสนกิ ชนของศาสนาทต่ี นนับถอื
2.17จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธบิ ายแนวทางการปกป้องคมุ้ ครองพระพทุ ธศาสนาของพทุ ธบรษิ ทั ในสงั คมไทยได้
2) วเิ คราะหผ์ ลการปฏบิ ตั ติ นในการเขา้ ค่ายคณุ ธรรม และการแสดงตนเป็นพุทธมามกะได้
3) ปฏบิ ตั ติ นในการเขา้ รว่ มพธิ กี รรมทางพระพทุ ธศาสนาไดถ้ กู ตอ้ ง
3. สาระการเรียนรู้
3.16สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1) ปฏบิ ตั ติ นเป็นชาวพุทธทด่ี ตี ่อพระภกิ ษุ
- การปกป้องคมุ้ ครองพระพทุ ธศาสนาของพุทธบรษิ ทั ในสงั คมไทย
2) การแสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ
- ขนั้ เตรยี มการ
- ขนั้ พธิ กี าร
3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา)
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
1. มวี นิ ยั
6. กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบตั ิ
นกั เรยี นสวดมนต์บูชาพระรตั นตรยั และทาสมาธกิ อ่ นเรยี น
นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 5 เรอื่ ง หน้าทีช่ าวพทุ ธและมารยาทชาวพทุ ธ
ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต รบั รู้
ส่อื การเรยี นรู้ : ตวั อยา่ งข่าว คาถามกระตุ้นความคิด
25. ครูนาขา่ วการกระทาของบคุ คลทป่ี ฏบิ ตั ติ อ่ พระพทุ ธศาสนาไม่ นกั เรียนจะมสี ่วนร่วมในการปกป้องคุ้มครอง
ถกู ตอ้ ง เชน่ ชาวตา่ งชาตนิ าพระพทุ ธรปู เป็นเคร่อื งตกแตง่ หอ้ ง พระพทุ ธศาสนาได้อย่างไรบา้ ง
ถ่ายภาพบนเศยี รพระพทุ ธรูป หรอื การกระทาของผูท้ บ่ี วชเป็น
พระสงฆแ์ ตท่ าความเสอ่ื มเสยี มาใหส้ ถาบนั พระสงฆ์ มาใหน้ ักเรยี น (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น
ช่วยกนั วเิ คราะหแ์ ละแสดงความคดิ เหน็ วา่ การกระทาดงั กลา่ วมี ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
ผลกระทบตอ่ พระพุทธศาสนาอย่างไร
26. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
27. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั แนวทางการปกป้องและคมุ้ ครอง
พระพทุ ธศาสนา
ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ คาถามกระต้นุ ความคิด
สอ่ื การเรยี นรู้ : ภาพ หรอื วดี ทิ ศั น์ หรอื วซี ดี ี นักเรยี นจะปฏิบตั ิตนในการเข้ารว่ มพิธีกรรม
ทางพระพุทธศาสนาอย่างถกู ต้องไดอ้ ยา่ งไร
43. ครูใหน้ ักเรยี นดภู าพ หรอื วดี ทิ ศั น์ หรอื วซี ดี เี กย่ี วกบั ขนั้ ตอนการ
ปฏบิ ตั ติ นตามหนา้ ทชี่ าวพุทธ ในเร่อื งตอ่ ไปน้ี (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู น
1) การเขา้ คา่ ยคุณธรรม ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
2) การเขา้ รว่ มพธิ กี รรมทางพระพทุ ธศาสนา
3) การแสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ
44. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
45. นักเรยี นแบ่งออกเป็นกลุม่ กลุ่มละ 6 คน ตามความสมคั รใจ
แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเลอื กฝึกปฏบิ ตั ติ นตามแบบ
ขนั้ ที่ 3 ทาเองโดยไม่มแี บบ คาถามกระตุ้นความคิด
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : — เพราะเหตุใดจงึ ต้องปฏิบตั ิตนตามขนั้ ตอน
ของพิธีกรรมต่างๆ ของพระพุทธศาสนา
1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
2. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ฝึกปฏบิ ตั ติ นตามหน้าทช่ี าวพทุ ธตาม (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
ดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
ขนั้ ตอนตา่ งๆ โดยไม่มแี บบ
ขนั้ ท่ี 4 ฝึกทาให้ชานาญ คาถามกระต้นุ ความคิด
ส่อื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 16.1 ถ้าชาวพุทธปฏิบตั ิตนตามขนั้ ตอนของ
พิธีกรรมต่างๆ ของพระพุทธศาสนาจะ
1. สมาชกิ แต่ละกลุ่มเลอื กฝึกปฏบิ ตั ติ นตามขนั้ ตอนหน้าทข่ี องชาว เกิดผลดีอย่างไร
พุทธ กลุม่ ละ 1 เรอ่ื ง โดยใหต้ วั แทนกล่มุ จบั สลากและทาตาม
ขนั้ ตอนทก่ี าหนดในใบงานที่ 16.1 เร่ือง หน้าท่ีชาวพทุ ธ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ น
ดลุ ยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
2. สมาชกิ แต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานดว้ ยการสาธติ การปฏบิ ตั ติ นตาม
ขนั้ ตอนของหนา้ ทชี่ าวพุทธ สมาชกิ กลุม่ ผูช้ มมหี น้าทใี่ ห้
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ โดยครูเป็นผูต้ รวจสอบความถูกตอ้ ง
3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
4. ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ ความสาคญั ของการปฏบิ ตั ติ ามหน้าที่
ของชาวพุทธ และผลทไ่ี ดร้ บั
7. การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 5 แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 5 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
ตรวจใบงานท่ี 16.1 ใบงานที่ 16.1
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการทางาน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
8. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) ตวั อย่างขา่ วการกระทาของบคุ คลทป่ี ฏบิ ตั ติ นตอ่ พระพุทธศาสนาไม่ถกู ตอ้ ง
2) ภาพ หรอื วดี ทิ ศั น์ หรอื วซี ดี เี กย่ี วกบั ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ติ นตามหนา้ ทช่ี าวพทุ ธ
3) ใบงานท่ี 16.1 เร่อื ง หน้าทช่ี าวพทุ ธ
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
- http:// www.sanook.com/hot/tag/มารศาสนา
ตัวอย่ำงข่ำว กำรกระทำของบคุ คลที่ปฏิบัติตนต่อพระพุทธศำสนำไม่ถกู ต้อง
มารศาสนา! ขโมยพระพทุ ธรปู รายวนั
เม่อื เวลา 15.30 น. วนั น้ี (17 ม.ค. 2554) พ.ต.ท.อภชิ าติ ศรที องกลุ พนกั งานสอบสวนสถานตี ารวจภธู รนคร
ชยั ศรี จ.นครปฐม พรอ้ มชดุ สบื สวนตรวจสอบความเสยี หายภายในอโุ บสถ วดั สมั ปทวน อ.นครชยั ศรี หลงั รบั แจง้
เหตุขโมยพระพทุ ธเกา่ แก่ โดยพบว่ากญุ แจพระอุโบสถถกู ตดั ขาดและพระพุทธรปู นิรนั ตรายหายไป ซง่ึ พระครู
สุนทรธรรมานุยุต เจา้ อาวาสวดั สมั ปทวน ใหก้ ารว่าพระพทุ ธรูปดงั กล่าวเป็นพระบูชาโบราณ สมยั รชั กาลท่ี 4
ประเมนิ มลู คา่ ไมไ่ ด้ โดยตงั้ อย่หู นา้ หลวงพอ่ ทอง องคพ์ ระประธานมากวา่ 20 ปีแลว้ ประกอบกบั ไม่ไดเ้ ปิดประตู
อุโบสถมาหลายวนั และเพง่ิ มาพบเม่อื เชา้ วนั น้ี คาดวา่ ผกู้ อ่ เหตุลงมอื ตอนกลางคนื มากกวา่ ทางดา้ นเจา้ หนา้ ท่ี
สนั นิษฐานวา่ เป็นการกอ่ เหตตุ ามใบสงั่ ของตลาดมดื อย่างไรกต็ าม เจา้ หนา้ ทก่ี องวทิ ยาการไดต้ รวจเกบ็ ลายน้วิ มอื
แฝงไวเ้ ป็นหลกั ฐานสบื หาตวั ผทู้ าผดิ มาดาเนนิ คดี
ในขณะทว่ี นั เดยี วกนั น้ที จ่ี งั หวดั ปราจนี บุรี ร.ต.จุมพล สดุ ศก มรรคนายกวดั มะกอกสีมาราม ต.รอบเมอื ง อ.
เมอื ง จ.ปราจนี บุรี เขา้ แจง้ ความกบั พนกั งานสอบสวน สภ.เมอื ง หลงั ตรวจตราความเรยี บรอ้ ยภายในวดั พบว่า
พระพุทธรปู เชยี งแสนอายเุ กา่ แกซ่ งึ่ ประดษิ ฐานอยใู่ นมณฑปภายในวดั ถูกขโมยไปเหลอื แตฐ่ านพระ เจา้ หนา้ ทจ่ี งึ
นากาลงั เขา้ ตรวจสอบพบวา่ หนา้ ประตูมณฑปถกู ตดั สายยูประตชู นั้ นอก แลว้ เขา้ ไปตดั กญุ แจประตูเลอ่ื น จากนนั้
ตดั กุญแจกบั โซ่ทค่ี ลอ้ งประตูเหลก็ เป็นชนั้ ทส่ี ามเขา้ ไปขโมยพระพุทธรปู สมยั เชยี งแสน ปางสะดงุ้ มาร เน้อื สารดิ
หน้าตกั ศอกกวา่ เบอ้ื งตน้ เจา้ หนา้ ทค่ี าดวา่ ผกู้ อ่ เหตมุ ไี มน่ ้อยกวา่ 2 คน เพราะตอ้ งช่วยกนั ตดั กญุ แจทว่ี ดั ปิดลอ็ กไว้
ถงึ สามชนั้ และลงมอื ช่วงกลางดกึ หลงั จากมาดลู าดเลาไวก้ อ่ นดว้ ยการแฝงเขา้ มากราบไหวพ้ ระในมณฑป โดย
ไดร้ บั ใบสงั่ จากนักสะสมพระเครอ่ื ง
สาหรบั พระพุทธรปู ดงั กลา่ วชาวบา้ นเรยี กกนั ว่า หลวงพ่อเชยี งแสน โดยพระยาสุรศกั ดมิ์ นตรใี นสมยั รชั กาลท่ี
5 ไดอ้ ญั เชญิ มาจากเมอื งเชยี งแสน สมยั ปราบฮอ่ พ.ศ. 2430 มาประดษิ ฐานทว่ี ดั ราชบพธิ สถติ สมี าราม กอ่ นจะมา
ประดษิ ฐานทว่ี ดั มะกอกสมี าราม เม่อื พ.ศ. 2460 หลวงพ่อเชยี งแสนเป็นพระพทุ ธรูปทม่ี ศี ลิ ปะสวยงามและมอี ายุ
เก่าแกห่ ลายรอ้ ยปี ทางกรมศลิ ปากรไดข้ น้ึ ทะเบยี นเป็นโบราณวตั ถเุ ม่อื ปี 2547
ท่ีมา : http:// www.sanook.com/hot/tag/มารศาสนา สบื คน้ เมอ่ื วนั ที่ 6 ธนั วาคม 2554
ใบงำนที่ 16.1 เรื่อง หนา้ ที่ชาวพทุ ธ
คาชี้แจง
1. ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มจบั สลาก เพอ่ื สาธติ หน้าทช่ี าวพทุ ธ กลมุ่ ละ 1 หวั ขอ้ ดงั น้ี
1) การปกป้องคมุ้ ครองพระพุทธศาสนาของพทุ ธบรษิ ทั ในสงั คมไทย
2) การเขา้ คา่ ยคุณธรรม
3) การเขา้ รว่ มพธิ กี รรมทางพระพทุ ธศาสนา
4) การแสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ
2. สมาชกิ แต่ละกลมุ่ ร่วมกนั เขยี นขนั้ ตอนและบทบาทในการสาธติ ใหค้ รอบคลุมประเดน็ สาคญั ตามหวั ขอ้ เรอ่ื งทไ่ี ดร้ บั
3. เสรจ็ แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลงานทห่ี นา้ ชนั้ เรยี น กลมุ่ ละไมเ่ กนิ 7 นาที
ใบงำนที่ 16.1 เรื่อง หนา้ ที่ชาวพทุ ธ เฉลย
คาชีแ้ จง
1. ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มจบั สลาก เพอ่ื สาธติ หน้าทช่ี าวพุทธ กลมุ่ ละ 1 หวั ขอ้ ดงั น้ี
1) การปกป้องคมุ้ ครองพระพทุ ธศาสนาของพุทธบรษิ ทั ในสงั คมไทย
2) การเขา้ ค่ายคุณธรรม
3) การเขา้ ร่วมพธิ กี รรมทางพระพทุ ธศาสนา
4) การแสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ
2. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั เขยี นขนั้ ตอนและบทบาทในการสาธติ ใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ สาคญั ตามหวั ขอ้ เรอ่ื งทไ่ี ดร้ บั
3. เสรจ็ แลว้ ใหแ้ ต่ละกล่มุ นาเสนอผลงานทห่ี น้าชนั้ เรยี น กลมุ่ ละไม่เกนิ 7 นาที
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน
2 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
3 ภาษาทใ่ี ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย
4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องบางสว่ น ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องมาก
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากวา่ 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล
คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี ช่ือ-สกลุ ความมนี ้าใจ การรบั ฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม
ของผ้รู บั การ ความมวี ินยั เออ้ื เฟื้ อ ความ ความ เวลา 20
คิดเหน็ คิดเหน็ คะแนน
ประเมิน เสียสละ
43214321432143214321
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
การแสดง การทางาน การมี
ความ ตามท่ีได้รบั
ลาดบั ที่ ชื่อ-สกลุ คิดเหน็ การยอมรบั มอบหมาย ความมีน้าใจ ส่วนร่วมใน รวม
ของผ้รู บั การ ฟังคนอ่ืน การปรบั ปรงุ 20
ประเมิน ผลงานกลุ่ม คะแนน
43214321432143214321
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ ้าน 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมาย
กษตั ริย์ ของเพลงชาติ
1.2 ปฏบิ ตั ติ นและชกั ชวนผูอ้ น่ื ปฏบิ ตั ติ ามสทิ ธแิ ละหน้าทขี่ องพลเมอื ง
2. ซื่อสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น ชุมชน
และสงั คม
1.4 เป็นผูน้ าหรอื เป็นแบบอย่างในการจดั กจิ กรรมทสี่ รา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ชน่ื ชม ปกป้อง
ความเป็นชาตไิ ทย
1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อย่างทดี่ ขี องศาสนกิ ชน
1.6 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ่วนรว่ มในการจดั กจิ กรรมทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี กจิ
พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลทถี่ กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ
3. มวี ินัย รบั ผิดชอบ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสงิ่ ทถ่ี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะกระทาความผดิ ทาตาม
4. ใฝ่เรยี นรู้ สญั ญาทต่ี นใหไ้ วก้ บั เพอ่ื น พอ่ แม่ หรอื ผูป้ กครอง และครู เป็นแบบอย่าง
ทด่ี ดี ้านความซ่อื สตั ย์
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชน์ในทางทไี่ มถ่ ูกตอ้ ง
และเป็นแบบอยา่ งทด่ี แี ก่เพ่อื นดา้ นความซ่อื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
โรงเรยี น และสงั คม ไม่ละเมดิ สทิ ธขิ องผูอ้ ่นื ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน ปฏบิ ตั ิ
เป็นปกตวิ สิ ยั และเป็นแบบอยา่ งทด่ี ี
4.1 แสวงหาขอ้ มูลจากแหล่งการเรยี นรูต้ า่ งๆ
5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง 4.2 มกี ารจดบนั ทึกความรูอ้ ย่างเป็นระบบ
4.3 สรปุ ความรูไ้ ดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สง่ิ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั
คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดูแลอย่างดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอย่างประหยดั คมุ้ ค่า และเก็บรกั ษาดูแลอย่างดี
5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล
5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ น่ื และไมท่ าใหผ้ ูอ้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื
กระทาผดิ พลาด
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (ต่อ)
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐาน
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน ของความรู้ ขอ้ มูล ขา่ วสาร
7. รกั ความเป็นไทย 5.6 รูเ้ ทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลง ทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
8. มจี ิตสาธารณะ และปรบั ตวั อยรู่ ่วมกบั ผูอ้ น่ื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
6.1 เอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ตั หิ น้าทที่ ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
6.2 ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทางานใหส้ าเรจ็
6.3 ปรบั ปรงุ และพฒั นาการทางานอยา่ งรอบคอบ
6.4 ท่มุ เท ทางาน อดทน ไมท่ อ้ ตอ่ ปัญหาและอปุ สรรค
6.5 พยายามแกป้ ัญหาและอุปสรรคในการทางานใหส้ าเรจ็
6.6 ช่นื ชมผลงานความสาเรจ็ ดว้ ยความภาคภูมใิ จ
7.1 มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รูจ้ กั ช่วยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ช่วยทา แบง่ ปันสงิ่ ของ ทรพั ยส์ นิ และอน่ื ๆ
พรอ้ มชว่ ยแกป้ ัญหา
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ นิ ของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน
8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ชมุ ชน
เพอ่ื แกป้ ัญหาหรอื รว่ มสรา้ งสงิ่ ทดี่ งี ามตามสถานการณ์ทเี่ กดิ ขน้ึ
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
แผนกำรจัดกำรเรียนรทู้ ่ี 17 มารยาทชาวพทุ ธ เวลา 1-2 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ชาวพทุ ธทกุ คนพงึ ปฏบิ ตั ติ นใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ ครอบครวั ชมุ ชน ประเทศชาติ และโลก
2. ตวั ชีว้ ดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ส 1.2 ม.4-6/1 ปฏบิ ตั ติ นเป็นศาสนกิ ชนทดี่ ตี ่อสาวก สมาชกิ ในครอบครวั และคนรอบขา้ ง
ส 1.1 ม.4-6/3 แสดงตนเป็นพทุ ธมามกะหรอื แสดงตนเป็นศาสนกิ ชนของศาสนาทตี่ นนับถอื
2.18จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- ปฏบิ ตั ติ นใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อครอบครวั ชมุ ชน ประเทศชาติ และโลกได้
3. สาระการเรยี นรู้
3.17สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คม
- การบาเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อครอบครวั ชมุ ชน ประเทศชาติ และโลก
3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)
4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. กิจกรรมการเรียนรู้ คาถามกระต้นุ ความคิด
นกั เรยี นเคยปฏิบตั ิตนเป็นประโยชน์ต่อ
วิธีสอนแบบธรรมสากจั ฉา
ส่วนรวมในเร่อื งใดบา้ ง ผลของการปฏิบตั ิ
นักเรยี นสวดมนต์บูชาพระรตั นตรยั และทาสมาธกิ อ่ นเรยี นทุกชวั่ โมง เป็นอยา่ งไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น
ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรียน ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
สอ่ื การเรยี นรู้ : บตั รภาพ คาถามกระตุ้นความคิด
นักเรยี นมีความประทบั ใจในกิจกรรมใดของ
28. ครนู าภาพชาวพทุ ธทาประโยชน์ตอ่ สงั คมในด้านต่างๆ มาให้
นักเรยี นวเิ คราะหว์ า่ การกระทาดงั กล่าวมปี ระโยชน์อย่างไร ชาวพทุ ธที่แสดงถึงการทาประโยชน์ต่อ
ผูป้ ฏบิ ตั ติ อ้ งใชห้ ลกั ธรรมใดเป็นหลกั ปฏบิ ตั ิ ครอบครวั ชุมชน และประเทศชาติบ้าง
อธิบายเหตุผล
29. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
ดลุ ยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
ขนั้ สอน
คาถามกระต้นุ ความคิด
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : 1. หนังสอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.6 การรว่ มกิจกรรมบาเพญ็ ประโยชน์ของชาว
2. หนงั สอื คน้ ควา้ เพม่ิ เตมิ 3. ใบงานท่ี 17.1 พุทธกลุม่ ต่างๆ สง่ ผลดีอย่างไร
(ทาใหเ้ กดิ ความสามคั คกี ลมเกลยี วกนั ไมเ่ ป็น
4. หอ้ งสมดุ 5. แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ พวกแบง่ ฝ่าย ทาใหเ้ กดิ ความสงบสขุ ในสงั คม)
ขนั้ ที่ 1 แสวงหาความรู้ คาถามกระตุ้นความคิด
ถ้าชาวพุทธทวั่ โลกรว่ มมือกนั ทาประโยชน์ต่อ
5. นักเรยี นกลุ่มเดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1) ร่วมกนั แสวงหา
ความรูเ้ รอ่ื ง มารยาทชาวพทุ ธ เกย่ี วกบั การบาเพญ็ ตนใหเ้ ป็น ส่วนรวมทงั้ ระดบั ประเทศและโลก ย่อมจะทา
ประโยชน์ตอ่ ครอบครวั ชุมชน ประเทศชาติ และโลก และตวั อย่าง ให้เกิดผลดีอย่างไร
การปฏบิ ตั ขิ องบคุ คลและชุมชน จากหนังสอื เรยี น หนงั สอื คน้ ควา้ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
เพมิ่ เตมิ หอ้ งสมุด และแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ ดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
6. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
ขนั้ ที่ 2 คน้ พบความร้/ู สนทนาแลกเปลยี่ นความรู้
5. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นาความรูท้ ไ่ี ดศ้ ึกษามาอภปิ รายแลกเปลย่ี น
ความรูก้ นั เกย่ี วกบั แนวทางการบาเพญ็ ประโยชน์ต่อครอบครวั
ชุมชน ประเทศชาติ และโลก พรอ้ มทงั้ นาตวั อยา่ งการกระทาของ
บคุ คล หรอื กลุ่มบคุ คล หรอื ชมุ ชน
6. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
ขนั้ ที่ 3 วิเคราะห์และประเมินคา่ ความรู้
7. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาขา่ ว หรอื ขอ้ มลู ของบุคคล กลุม่ บุคคล หรอื
ชมุ ชนทม่ี กี ารปฏบิ ตั ติ นแสดงถงึ การทาประโยชน์ต่อครอบครวั
ชุมชน ประเทศชาติ และโลก มาวเิ คราะห์ และตอบคาถามในใบ
งานท่ี 17.1 เรอ่ื ง ผทู้ าประโยชน์
8. ตวั แทนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานทหี่ น้าชนั้ เรยี น โดย คาถามกระตุ้นความคิด
นกั เรยี นกลุ่มผูฟ้ ังชว่ ยกนั แสดงความคดิ เหน็ เพมิ่ เตมิ ครเู ป็นผู้
ตรวจสอบความถูกต้อง นกั เรยี นจะมีส่วนรว่ มในการทาประโยชน์ต่อ
ประเทศชาติ และโลกอย่างไรบา้ ง และคาดว่า
9. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ จะเกิดผลดีอย่างไร
ขนั้ ที่ 4 พิสจู น์ความรหู้ รอื ปฏิบตั ิ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น
7. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั วางแผนการปฏบิ ตั ติ นทส่ี อดคลอ้ งกบั ดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
การบาเพญ็ ประโยชน์ต่อครอบครวั ชมุ ชน ประเทศชาติ และโลก
แลว้ รายงานผลการปฏบิ ตั ติ นตอ่ ครูผสู้ อนตามกาหนดเวลาท่ี
เหมาะสม
8. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
ขนั้ สรปุ
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : —
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลดขี องการร่วมมอื กนั ทาประโยชน์ต่อ
ครอบครวั ชุมชน ประเทศชาติ และโลก
• ครมู อบหมายให้นักเรยี นแต่ละคนรายงานผลการปฏิบตั ิตนตามหน้าที่ชาวพทุ ธและมารยาทชาวพทุ ธ
โดยใหค้ รอบคลุมประเดน็ ตามทกี่ าหนด ดงั น้ี
1) การเขา้ รว่ มกจิ กรรมตามหน้าทชี่ าวพทุ ธ
2) การวเิ คราะหผ์ ลของการเขา้ ร่วมกจิ กรรมตามหนา้ ทชี่ าวพทุ ธ
3) การปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทชาวพุทธในการทาประโยชน์ต่อครอบครวั ชมุ ชน ประเทศชาติ และโลก
4) การวเิ คราะหผ์ ลการปฏบิ ตั ติ นในการทาประโยชน์ตอ่ ครอบครวั ชมุ ชน ประเทศชาติ และโลก
นักเรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 เรอื่ ง หน้าทีช่ าวพทุ ธและมารยาทชาวพทุ ธ
7. การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 17.1 ใบงานท่ี 17.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการทางาน แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 5 แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 5 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจรายงานผลการปฏบิ ตั ติ นตามหนา้ ทช่ี าวพุทธ แบบประเมนิ รายงานผลการปฏบิ ตั ติ นตาม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
และมารยาทชาวพุทธ หนา้ ทช่ี าวพุทธและมารยาทชาวพทุ ธ
8. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.6
2) หนงั สอื คน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ
(1) ญาณวโรดม, พระ (สนธิ์กจิ ฺจกาโร). (2552). ค่มู อื ปฏิบตั ิงานศาสนพิธีสงั เขป. กรงุ เทพมหานคร :
มหามกุฏราชวทิ ยาลยั .
(2) เทพรตั นราชสดุ า เจา้ ฟ้ามหาจกั รสี ริ นิ ธร สยามบรมราชกมุ าร,ี สมเดจ็ พระ. (2546). พทุ ธประวตั ิสงั เขป
และศาสนพิธีสงั เขป. กรุงเทพมหานคร : มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั .
3) บตั รภาพ การทาประโยชน์ตอ่ สงั คมในดา้ นตา่ งๆ ของชาวพุทธ
4) ใบงานท่ี 17.1 เรอ่ื ง ผทู้ าประโยชน์
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมุด
2) แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content...
กำรประเมินช้ินงำน/ภำระงำน (รวบยอด)
แบบประเมนิ รายงานผลการปฏิบตั ิตนตามหนา้ ทช่ี าวพทุ ธและมารยาทชาวพทุ ธ
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321
1 การเขา้ รว่ มกจิ กรรมตามหนา้ ทช่ี าวพุทธ
2 การวเิ คราะหผ์ ลของการเขา้ รว่ มกจิ กรรมตามหน้าท่ี
ชาวพทุ ธ
3 การปฏบิ ตั ติ นตามมารยาทชาวพุทธในการทา
ประโยชน์ตอ่ ครอบครวั ชมุ ชน ประเทศชาติ และโลก
4 การวเิ คราะหผ์ ลการปฏบิ ตั ติ นในการทาประโยชน์ต่อ
ครอบครวั ชมุ ชน ประเทศชาติ และโลก
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน 4
3
ดมี าก = 2
ดี = 1
พอใช้ =
ปรบั ปรุง =
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14 - 16 ดมี าก
11 - 13 ดี
8 - 10 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง
บตั รภำพ กำรทำประโยชน์ต่อสังคมในด้ำนต่ำงๆ ของชำวพุทธ
ภาพที่ 1 ภาพที่ 2
ภาพท่ี 3 ภาพที่ 4
ภาพท่ี 5 ภาพท่ี 6
ใบงำนที่ 17.1 เรื่อง ผูท้ าประโยชน์
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นนาขา่ ว/ขอ้ มลู ของบุคคล กลุ่มบคุ คล หรอื ชุมชนทม่ี กี ารปฏบิ ตั ติ นแสดงถงึ การทาประโยชน์
ต่อครอบครวั ชมุ ชน ประเทศชาติ และโลก มาวเิ คราะหแ์ ละตอบคาถาม
ขา่ ว/ขอ้ มูล เรอ่ื ง...........................................
(สาระ/ประเดน็ สาคญั )
1. บคุ คล หรอื กลมุ่ บคุ คล หรอื ชุมชนผทู้ าประโยชน์ คอื ใคร
2. บุคคล หรอื กลมุ่ บคุ คล หรอื ชมุ ชนดงั กล่าวมกี ารกระทาทแ่ี สดงว่า ทาปทระม่ี โายช: น…์ต…่อค..ร..อ..บ...ค..ร..วั...ช..ุม...ช..น....แ..ล..ะ..ป..ร..ะ..เ.ท...ศ..ช..า..ต. ิ
อยา่ งไร
3. การกระทาของบคุ คล หรอื กลุ่มบคุ คล หรอื ชมุ ชนดงั กลา่ ว มผี ลดอี ยา่ งไร
4. นักเรยี นสามารถนาแบบอยา่ งของบคุ คล หรอื กลุ่มบคุ คล หรอื ชมุ ชนดงั กลา่ วไปประยกุ ตป์ ฏบิ ตั ไิ ดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
ยกตวั อย่างประกอบ
ใบงำนท่ี 17.1 เรือ่ ง ผูท้ าประโยชน์ เฉลย
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาขา่ ว/ขอ้ มลู ของบคุ คล กล่มุ บคุ คล หรอื ชมุ ชนทม่ี กี ารปฏบิ ตั ติ นแสดงถงึ การทาประโยชน์
ต่อครอบครวั ชมุ ชน ประเทศชาติ และโลก มาวเิ คราะหแ์ ละตอบคาถาม
ขา่ ว/ขอ้ มลู เรอ่ื ง...........................................
(สาระ/ประเดน็ สาคญั )
1. บุคคล หรอื กลุ่มบคุ คล หรอื ชมุ ชนผทู้ าประโยชน์ คอื ใคร
2. บุคคล หรอื กลมุ่ บคุ คล หรอื ชมุ ชนดงั กล่าวมกี ารกระทาทแ่ี สดงวา่ ทาปทระม่ี โายช: น…์ต…อ่ ค..ร..อ..บ...ค..ร..วั...ช..ุม...ช..น....แ..ล..ะ..ป..ร..ะ..เ.ท...ศ..ช..า..ต. ิ
อย่างไร
3. การกระทาของบคุ คล หรอื กลมุ่ บคุ คล หรอื ชมุ ชนดงั กลา่ ว มผี ลดอี ย่างไร
4. นักเรยี นสามารถนาแบบอยา่ งของบคุ คล หรอื กลมุ่ บุคคล หรอื ชมุ ชนดงั กลา่ วไปประยกุ ตป์ ฏบิ ตั ไิ ดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
ยกตวั อยา่ งประกอบ
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์
3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องบางส่วน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องมาก
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากว่า 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่
ช่อื กลมุ่ ชนั้
คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 การแบง่ หนา้ ทก่ี นั อยา่ งเหมาะสม
2 ความร่วมมอื กนั ทางาน
3 การแสดงความคดิ เหน็
4 การรบั ฟังความคดิ เหน็
5 ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กนั
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากว่า 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมาย
กษตั ริย์ ของเพลงชาติ
2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.2 ปฏบิ ตั ติ นและชกั ชวนผูอ้ ่นื ปฏบิ ตั ติ ามสทิ ธแิ ละหนา้ ทข่ี องพลเมอื ง
3. มวี ินยั รบั ผิดชอบ 1.3 ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น ชุมชน
4. ใฝ่เรียนรู้ และสงั คม
5. อยอู่ ย่างพอเพียง
1.4 เป็นผูน้ าหรอื เป็นแบบอย่างในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ช่นื ชม ปกป้อง
ความเป็นชาตไิ ทย
1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ขี องศาสนิกชน
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี
กจิ พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลทถ่ี กู ต้อง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะกระทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั เพอ่ื น พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง และครู เป็นแบบอย่าง
ทดี่ ดี ้านความซ่อื สตั ย์
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถูกต้อง
และเป็นแบบอย่างทดี่ แี ก่เพ่อื นดา้ นความซอ่ื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
โรงเรยี น และสงั คม ไม่ละเมดิ สทิ ธขิ องผูอ้ ่นื ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน ปฏบิ ตั ิ
เป็นปกตวิ สิ ยั และเป็นแบบอย่างทด่ี ี
4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรยี นรูต้ า่ งๆ
4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรูอ้ ยา่ งเป็นระบบ
4.3 สรปุ ความรูไ้ ดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั
คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเก็บรกั ษาดแู ลอย่างดี
5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล
5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ ่นื และไม่ทาใหผ้ ูอ้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื
กระทาผดิ พลาด