ใบงำนท่ี 10.1 เรือ่ ง ธรรมทคี่ วรบรรลุ เฉลย
ตอนที่ 1
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. สาเหตุทท่ี าใหม้ นุษยม์ คี วามทกุ ข์ คอื อะไร
กเิ ลส 3 อย่าง ไดแ้ ก่ ความโลภ ความโกรธ ความหลง
2. การปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมใดยอ่ มสามารถดบั กเิ ลสได้
มรรคมอี งค์ 8
3. การพดู ถงึ นพิ พาน ซงึ่ ใชค้ าแบบปฏเิ สธนนั้ นพิ พานหมายความว่าอยา่ งไร
สภาพทสี่ ้นิ ราคะ โทสะ โมหะ ความสน้ิ ตณั หา จดุ จบของความทุกข์ ความดบั แห่งภพ การหลุดพน้ จากสงั สารวฏั
4. ความหมายของนพิ พานทใ่ี ชค้ าทม่ี ใิ ชเ่ ชงิ ปฏเิ สธ ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
สนั ติ (สงบ) ความบรสิ ทุ ธิ์ สะอาด สวา่ ง ความสขุ อยา่ งยงิ่ (บรมสขุ ) ความเป็นอสิ ระ (วมิ ตุ ต)ิ
5. ผทู้ บ่ี รรลุนิพพานนนั้ ย่อมเหน็ สจั ธรรม หมายความว่าอยา่ งไร
เหน็ สงิ่ ทงั้ หลายตามทเี่ ป็นจรงิ รูว้ า่ สงิ่ ทงั้ หลายทเี่ ราไดเ้ หน็ ไดส้ มั ผสั นนั้ เป็นอนจิ จงั ทุกขงั อนตั ตา ไม่สมควรทเี่ ราจะไปยดึ มนั่ ถอื มนั่
ไม่ควรเป็นทาสของสงิ่ ทยี่ วั่ ยทุ งั้ หลาย ไม่ตกเป็นทาสของความโลภ ความโกรธ ความหลง
ตอนที่ 2
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นแสดงความคดิ เหน็ วา่ นกั เรยี นสามารถปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมมรรคมอี งค์ 8 ซงึ่ เป็นหนทาง
นาไปส่คู วามดบั กเิ ลสไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
การแสดง การทางาน การมี
ความ ตามท่ีได้รบั
ลาดบั ที่ ชื่อ-สกลุ คิดเหน็ การยอมรบั มอบหมาย ความมีน้าใจ ส่วนร่วมใน รวม
ของผ้รู บั การ ฟังคนอ่ืน การปรบั ปรงุ 20
ประเมิน ผลงานกลุ่ม คะแนน
43214321432143214321
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมาย
กษตั ริย์ ของเพลงชาติ
2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.2 ปฏบิ ตั ติ นและชกั ชวนผูอ้ ่นื ปฏบิ ตั ติ ามสทิ ธแิ ละหนา้ ทข่ี องพลเมอื ง
3. มวี ินยั รบั ผิดชอบ 1.3 ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น ชุมชน
4. ใฝ่เรียนรู้ และสงั คม
5. อยอู่ ย่างพอเพียง
1.4 เป็นผูน้ าหรอื เป็นแบบอย่างในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ช่นื ชม ปกป้อง
ความเป็นชาตไิ ทย
1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ขี องศาสนิกชน
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี
กจิ พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลทถ่ี กู ต้อง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะกระทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั เพอ่ื น พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง และครู เป็นแบบอย่าง
ทดี่ ดี ้านความซ่อื สตั ย์
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถูกต้อง
และเป็นแบบอย่างทดี่ แี ก่เพ่อื นดา้ นความซอ่ื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
โรงเรยี น และสงั คม ไม่ละเมดิ สทิ ธขิ องผูอ้ ่นื ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน ปฏบิ ตั ิ
เป็นปกตวิ สิ ยั และเป็นแบบอย่างทด่ี ี
4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรยี นรูต้ า่ งๆ
4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรูอ้ ยา่ งเป็นระบบ
4.3 สรปุ ความรูไ้ ดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั
คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเก็บรกั ษาดแู ลอย่างดี
5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล
5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ ่นื และไม่ทาใหผ้ ูอ้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื
กระทาผดิ พลาด
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (ต่อ)
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐาน
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน ของความรู้ ขอ้ มูล ขา่ วสาร
7. รกั ความเป็นไทย 5.6 รูเ้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลง ทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
8. มีจิตสาธารณะ และปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
6.1 เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ตั หิ น้าทท่ี ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
6.2 ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทางานใหส้ าเรจ็
6.3 ปรบั ปรงุ และพฒั นาการทางานอยา่ งรอบคอบ
6.4 ทุ่มเท ทางาน อดทน ไมท่ อ้ ต่อปัญหาและอุปสรรค
6.5 พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางานใหส้ าเรจ็
6.6 ชน่ื ชมผลงานความสาเรจ็ ดว้ ยความภาคภูมใิ จ
7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ช่วยทา แบ่งปันสงิ่ ของ ทรพั ยส์ นิ และอ่นื ๆ
พรอ้ มชว่ ยแกป้ ัญหา
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ นิ ของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ชมุ ชน
เพอ่ื แกป้ ัญหาหรอื รว่ มสรา้ งสง่ิ ทดี่ งี ามตามสถานการณ์ทเี่ กดิ ขน้ึ
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
แผนกำรจัดกำรเรียนร้ทู ่ี 11 ธรรมที่ควรเจริญ
เวลา 1-2 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
อธปิ ไตย 3 สาราณยี ธรรม 6 ทศพธิ ราชธรรม 10 วปิ ัสสนาญาณ 9 เป็นหลกั ธรรมในกรอบอรยิ สจั 4 (มรรค) ซง่ึ ผทู้ ่ี
ประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามยอ่ มนาไปสคู่ วามเจรญิ ส่คู วามดบั ทุกขห์ รอื หมดปัญหา
2. ตวั ชีว้ ดั /จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ส 1.1 ม.4-6/13 วเิ คราะหห์ ลกั ธรรมในกรอบอรยิ สจั 4 หรอื หลกั คาสอนของศาสนาทต่ี นนับถอื
2.12จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- วเิ คราะหผ์ ลของการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั อธปิ ไตย 3 สาราณยี ธรรม 6 ทศพธิ ราชธรรม 10 และวปิ ัสสนาญาณ 9
ได้
3. สาระการเรยี นรู้ (2) สาราณียธรรม 6
(4) วปิ ัสสนาญาณ 9
3.11สาระการเรียนร้แู กนกลาง
อรยิ สจั 4
- มรรค (ธรรมทค่ี วรเจรญิ )
(1) อธปิ ไตย 3
(3) ทศพธิ ราชธรรม 10
3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา)
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็
3) ทกั ษะการประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 2. ใฝ่เรยี นรู้
4. มจี ติ สาธารณะ
1. มวี นิ ยั
3. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
6. กิจกรรมการเรยี นรู้ คาถามกระต้นุ ความคิด
ในห้องเรยี นของนกั เรียนมบี คุ คลใดปฏิบตั ิ
วิธีสอนแบบธรรมกจั ฉา
ตนตามหลกั ธรรมาธิปไตยบา้ งและปฏิบตั ิ
นักเรยี นสวดมนต์บชู าพระรตั นตรยั และทาสมาธกิ ่อนเรยี นทกุ ชวั่ โมง อย่างไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู น
ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน ดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
ส่อื การเรยี นรู้ : ตวั อย่างข่าว คาถามกระต้นุ ความคิด
เพราะเหตุใดจึงต้องปฏิบตั ิตนตามหลกั
17. ครนู าข่าวเกย่ี วกบั การประชุมของคณะกรรมการในหน่วยงานหรอื
องคก์ รต่างๆ หรอื การสรุปผลการประชมุ ของคณะกรรมการใน สาราณียธรรม 6
องคก์ รต่างๆ มาเล่าใหน้ ักเรยี นฟัง แลว้ ใหน้ ักเรยี นช่วยกนั แสดง (เพราะทาใหก้ ารอยรู่ ่วมกนั เป็นไปดว้ ยความ
ความคดิ เหน็ ว่า การดาเนนิ งานหรอื การดาเนินกจิ กรรมต่างๆ ของ สามคั คกี ลมเกลียวเป็นผลใหม้ พี ลงั ในการทางาน
องคก์ รนนั้ มหี ลกั การสาคญั อย่างไรบา้ ง หรอื ทากจิ กรรมต่างๆ รว่ มกนั จนสาเรจ็ )
18. ครอู ธบิ ายเชอ่ื มโยงใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจว่า กจิ กรรมหรอื การ
ดาเนินงานขององคก์ รต่างๆ นนั้ จะมกี ารระดมพลงั ความคดิ และ
เป็นไปตามความคดิ เหน็ ของคนสว่ นใหญ่ ไมย่ ดึ ถอื ตามความ
คดิ เหน็ ของผูน้ าเทา่ นนั้ เป็นไปตามหลกั ธรรมาธปิ ไตย ซง่ึ
สอดคลอ้ งกบั หลกั ธรรมทคี่ วรเจรญิ (มรรค) ในเร่อื ง อธปิ ไตย 3
19. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
ขนั้ สอน
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : 1. หนงั สอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.6
2. หนังสอื คน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ 3. ใบงานที่ 11.1 – 11.4
4. หอ้ งสมดุ 5. แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
ขนั้ ที่ 1 แสวงหาความรู้
1. ครใู หน้ ักเรยี นกลุม่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 1) ร่วมกนั
ศกึ ษาความรูเ้ ร่อื ง มรรค 8 จากหนงั สอื เรยี น หนงั สอื คน้ ควา้
เพมิ่ เตมิ หอ้ งสมุด และแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ ในหวั ขอ้ ที่
กาหนดให้ ดงั น้ี
1) อธปิ ไตย 3
2) สาราณยี ธรรม 6
3) ทศพธิ ราชธรรม 10
4) วปิ ัสสนาญาณ 9
แลว้ บนั ทกึ ความรูท้ ไี่ ดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบนั ทกึ การอ่าน
2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
ขนั้ ที่ 2 คน้ พบความร้/ู สนทนาแลกเปลยี่ นความรู้ นักเรียนเคยพบผ้ใู ดท่ีมกี ารกระทาที่แสดงว่า
ปฏิบตั ิตนตามหลกั ทศพิธราชธรรมบ้าง จง
1. สมาชกิ ในแต่ละกล่มุ รว่ มกนั สนทนาแลกเปลยี่ นความรู้เกยี่ วกบั ยกตวั อย่าง
ประเดน็ สาคญั ของขอ้ ธรรมทคี่ น้ พบความรู้ ดงั น้ี (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น
- ความหมาย ดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
- หลกั สาคญั
- ตวั อยา่ งการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรม คาถามกระต้นุ ความคิด
- ผลของการปฏบิ ตั ิ ถ้าบคุ คลท่ีเป็นผนู้ ากล่มุ ปฏิบตั ิตนตามหลกั
2. นักเรยี นตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ ทศพิธราชธรรม จะเกิดผลดีอยา่ งไร
(ทาใหส้ มาชกิ ในกลมุ่ มคี วามเชอื่ ถอื ศรทั ธา
ขนั้ ที่ 3 วิเคราะหแ์ ละประเมินคา่ ความรู้ ไวว้ างใจ ยอมรบั และปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนา)
1. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มจบั สลาก เพ่อื ทาใบงาน ดงั น้ี คาถามกระต้นุ ความคิด
- กลุม่ หมายเลข 1 ทาใบงานที่ 11.1 เรอ่ื ง อธิปไตย 3 นกั เรยี นสามารถปฏิบตั ิตนตามหลกั มรรค
- กลุ่มหมายเลข 2 ทาใบงานที่ 11.2 เรอ่ื ง สาราณียธรรม 6
- กลุ่มหมายเลข 3 ทาใบงานท่ี 11.3 เรื่อง ทศพิธราชธรรม 10 (ธรรมท่ีควรเจริญ) ได้อยา่ งไรบา้ ง และมีผลดี
- กลมุ่ หมายเลข 4 ทาใบงานท่ี 11.4 เรอ่ื ง วิปัสสนาญาณ 9 อย่างไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ น
2. ตวั แทนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานในใบงานทีก่ ล่มุ ของตน ดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
รบั ผดิ ชอบทห่ี น้าชนั้ เรยี น โดยครเู ป็นผูต้ รวจสอบความถกู ต้อง
และเสนอแนะเพม่ิ เตมิ คาถามกระต้นุ ความคิด
1. ถ้าผ้นู าของประเทศไทยในระดบั ต่างๆ
3. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
ปฏิบตั ิตนตามหลกั อธิปไตย 3 และ
ขนั้ ที่ 4 พิสูจน์ความรหู้ รอื ปฏิบตั ิ ทศพิธราชธรรม จะส่งผลดตี ่อประเทศ
อยา่ งไร
1. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ วางแผนปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมมรรค (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ น
(ธรรมทคี่ วรเจรญิ ) โดยมพี ฤตกิ รรมเป็นไปตามหลกั ธรรมทไี่ ด้ ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
ศกึ ษา
2. นักเรยี นแตล่ ะคนปฏบิ ตั ติ นตามแผนการทก่ี ลมุ่ ร่วมกนั คดิ แลว้
รายงานผลต่อครูผสู้ อนตามกาหนดเวลา
3. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
ขนั้ สรปุ
ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : —
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปแนวทางการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรม
มรรค (ธรรมทค่ี วรเจรญิ ) และผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั จากการปฏบิ ตั ิ
2. นักเรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1-2
3. ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นหาข่าวหรอื ขอ้ มูลเกย่ี วกบั การกระทาของ
บคุ คลทส่ี อดคลอ้ งกบั มงคล 38 ในเร่อื ง ความเพยี รเผากเิ ลส
ประพฤตพิ รหมจรรย์ เหน็ อรยิ สจั บรรลนุ ิพพาน กลมุ่ ละ 1 เร่อื ง
เพ่อื ใชเ้ รยี นในชวั่ โมงเรยี นตอ่ ไป
2. ถา้ ประชาชนชาวไทยทุกคนปฏิบตั ิตนตาม
หลกั ธรรมสาราณียธรรม 6 จะส่งผลดีต่อ
สงั คมและประเทศชาติอย่างไร
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ น
ดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
7. การวดั และประเมินผล เคร่อื งมือ เกณฑ์
วิธีการ ใบงานที่ 11.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 11.1 ใบงานท่ี 11.2 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 11.2 ใบงานท่ี 11.3 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 11.3 ใบงานที่ 11.4 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 11.4 แบบบนั ทกึ การอ่าน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทกึ การอา่ น แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน
และมจี ติ สาธารณะ
8. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.6
2) หนังสอื คน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ
(1) ดนัย ไชยโยธา. (2552). พจนานกุ รมคาศพั ทพ์ ระพทุ ธศาสนา. กรงุ เทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.
(2) ธรรมปิฎก, พระ (ประยทุ ธ์ ปยตุ ฺโต). (2544). พทุ ธธรรม, ฉบบั เดิม. กรุงเทพมหานคร : ดวงแกว้ .
(3) วศนิ อนิ ทสระ. (2548). หลกั ธรรมอนั เป็นหวั ใจพระพทุ ธศาสนา. เอ.ไอ.เอ. (เครอื นาทอง).
3) ตวั อยา่ งขา่ วเกย่ี วกบั การประชมุ ของหน่วยงานหรอื องคก์ รต่างๆ หรอื การสรปุ ผลการประชมุ ของ
คณะกรรมการในองคก์ รต่างๆ
4) ใบงานท่ี 11.1 เร่อื ง อธปิ ไตย 3 5) ใบงานท่ี 11.2 เรอ่ื ง สาราณยี ธรรม 6
6) ใบงานท่ี 11.3 เรอ่ื ง ทศพธิ ราชธรรม 10 7) ใบงานท่ี 11.4 เรอ่ื ง วปิ ัสสนาญาณ 9
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
- http://www.ilo.org/asia/info/public/pr/WCMS_167976/lang.../index.htm
ตัวอย่ำงข่ำว เกี่ยวกับกำรประชมุ ของหน่วยงำนหรือองค์กรต่ำงๆ หรอื
กำรสรุปผลกำรประชมุ ของคณะกรรมกำรในองค์กรต่ำงๆ
การประชมุ องคก์ ารแรงงานระหว่างประเทศระดบั ภมู ิภาคเอเชียแปซิฟิ กครงั้ ท่ี 15
(15th Asia and the Pacific Regional Meeting – APRM)
การประชมุ องคก์ ารแรงงานระหว่างประเทศระดบั ภูมภิ าคเอเชยี แปซฟิ ิกครงั้ ท่ี 15 (15th Asia and the Pacific
Regional Meeting – APRM) จะมขี น้ึ ในระหวา่ งวนั ท่ี 4-7 ธนั วาคม พ.ศ. 2554 ณ ศนู ยป์ ระชมุ นานาชาตเิ มอื ง
เกยี วโต (Kyoto International Convention Centre- KICC) ประเทศญ่ปี ่นุ
การประชมุ ครงั้ น้จี ะมผี เู้ ขา้ รว่ มประชมุ จานวนประมาณ 500 คนซงึ่ เป็นผแู้ ทนจาก 46 ประเทศในภูมภิ าคเอเชยี
แปซฟิ ิก ประเทศกลุ่มอาหรบั และดนิ แดนปกครองในเอเชยี ตะวนั ตก ทงั้ น้ี คณะผแู้ ทนจะประกอบไปดว้ ย
นายกรฐั มนตรี รฐั มนตรี ผแู้ ทนองคก์ รลูกจา้ งและองคก์ รนายจา้ ง รวมถงึ นกั วชิ าการทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
ฯพณฯ โยชฮิ โิ กะ โนดะ (H.E. Mr. Yoshihiko Noda) นายกรฐั มนตรญี ป่ี ่นุ มหี มายกาหนดการกลา่ วเปิดการ
ประชมุ ในพธิ เี ปิด ซง่ึ จะมขี น้ึ ในวนั อาทติ ยท์ ่ี 4 ธนั วาคม ตามดว้ ยการกล่าวนาและสุนทรพจน์ของนายฮวน โซมา
เวยี (Mr. Juan Somavia) ผอู้ านวยการใหญข่ อง ILO
นอกจากน้ี ฯพณฯ ซานานา กซุ เมา (H.E. Mr. Xanana Gusmao) นายกรฐั มนตรปี ระเทศตมิ อรต์ ะวนั ออก
และดร.อาหมดั ลคุ มาน (Dr. Ahmed Luqman) ผอู้ านวยการใหญอ่ งคก์ ารแรงงานกล่มุ ประเทศรฐั อาหรบั (Arab
Labaour Organization) จะขน้ึ กลา่ วคาปราศรยั ในภาคการประชุมระดบั สงู ของการประชมุ ครงั้ น้ดี ว้ ย
การประชมุ ทงั้ 4 วนั จะประกอบไปดว้ ยเวทผี นู้ าเรอ่ื งการจา้ งงานเยาวชนซง่ึ จะเป็นโอกาสสาหรบั ผนู้ าเยาวชน
และผแู้ ทนจากทวั่ ทงั้ ภมู ภิ าคทจ่ี ะมาหารอื เกยี่ วกบั ความทา้ ทายทก่ี ลมุ่ เยาวชนประสบในการไดท้ างานทม่ี คี ณุ คา่
การสรา้ งขดี ความสามารถในการทางาน และการรว่ มเป็นสว่ นหนง่ึ ของการพฒั นาทางเศรษฐกจิ และสงั คมใน
ประเทศของตน
ประเดน็ หลกั 3 ประเดน็ ทจ่ี ะมกี ารอภปิ รายไดแ้ ก่ การทางานทส่ี อดคลอ้ งกนั ของนโยบายดา้ นเศรษฐกจิ
มหภาค การจา้ งงานและการคมุ้ ครองทางสงั คม พฒั นาการของการจา้ งงานทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ ผลติ ผลและสรา้ งความยงั่ ยนื
ใหส้ ถานประกอบการ รวมถงึ การส่งเสรมิ สทิ ธใิ นการทางานและการเจรจาทางสงั คม
นอกจากน้ี จะมกี ารจดั กจิ กรรมพเิ ศษ 3 กจิ กรรม โดยรฐั บาลญป่ี ่นุ จะเป็นเจา้ ภาพจดั วาระการประชมุ พเิ ศษใน
หวั ขอ้ การตอบรบั วกิ ฤตการณ์ทเ่ี นน้ ประเดน็ การจา้ งงาน และ ILO จะจดั วาระการประชมุ พเิ ศษอกี 2 หวั ขอ้ ไดแ้ ก่
เร่อื งงานสเี ขยี ว (Green Jobs) และ การทางานร่วมกนั (Partnerships)
ตัวอย่ำงข่ำว เกี่ยวกับกำรประชมุ ของหน่วยงำนหรือองค์กรต่ำงๆ หรือ
กำรสรุปผลกำรประชมุ ของคณะกรรมกำรในองค์กรต่ำงๆ
นางซาชโิ กะ ยามาโมะโตะ (Ms. Sachiko Yamamoto) ผอู้ านวยการประจาภูมภิ าคเอเชยี และแปซิฟิกของ
ILO กลา่ วว่า “การประชมุ ครงั้ น้ี ถอื ไดว้ ่าเป็นครงั้ แรกทผ่ี นู้ าในเอเชยี แปซฟิ ิคจะไดม้ โี อกาสหารอื กนั ตงั้ แตภ่ มู ภิ าค
ประสบกบั ปัญหาเศรษฐกจิ และการจา้ งงาน ภูมภิ าคน้ไี มม่ เี กราะป้องกนั จากปัญหาเหลา่ น้ี ดงั นนั้ จงึ เป็นเรอ่ื งสาคญั
ทผ่ี อู้ อกนโยบายสรา้ งความมนั่ ใจว่าประชาชนในประเทศของตนจะไมส่ ญู เสยี ผลประโยชน์ทางเศรษฐกจิ และสงั คมท่ี
พวกเขาไดส้ รา้ งขน้ึ มาก่อนหน้าน้ี นนั่ หมายความวา่ การสรา้ งงาน การรวมคนกลุ่มตา่ ง ๆ เขา้ เป็นสว่ นหน่ึงของ
สงั คม และการปกป้องสทิ ธิ จะตอ้ งเป็นหวั ใจหลกั ในการวางมาตรการตอบรบั วกิ ฤตการณ์ทม่ี ปี ระสทิ ธผิ ล”
ILO เป็นหน่วยงานชานัญการพเิ ศษแหง่ สหประชาชาตทิ ป่ี ฏบิ ตั งิ านเกย่ี วกบั ประเดน็ การทางานและประเดน็
อน่ื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การทางาน โดยมโี ครงสรา้ งสมาชกิ แบบไตรภาคี อนั ประกอบไปดว้ ย ภาครฐั องคก์ รนายจา้ ง
และองคก์ รลกู จา้ ง ซงึ่ มสี ทิ ธเิ ทา่ เทยี มกนั ในฐานะสมาชกิ ทาใหเ้ กดิ การตดั สนิ ใจซง่ึ สะทอ้ นสภาพเศรษฐกจิ ทแ่ี ทจ้ รงิ
ที่มา : www.ilo.org/asia/info/public/pr/WCMS_167976/lang.../index.htm สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 30 พฤศจกิ ายน 2554
ใบงำนท่ี 11.1 เรือ่ ง อธิปไตย 3
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นนาขอ้ มลู หรอื ขา่ วของกล่มุ บคุ คลทม่ี กี ารกระทาสอดคลอ้ งกบั อธปิ ไตย 3 มาวเิ คราะห์
แลว้ ตอบคาถาม
ขอ้ มลู /ขา่ ว เรอ่ื ง...........................................
(สาระสาคญั )
1. ขอ้ มลู หรอื ขา่ ว เรอ่ื ง
2. จากขอ้ มลู หรอื ขา่ วดงั กลา่ ว มกี ารกระทาทส่ี อดคลอ้ งกบั อธปิ ไตยอย่างไทรม่ี จางย: ก…ต…วั อ..ย..า่..ง............................................
3. นักเรยี นคดิ วา่ ผลของการกระทาดงั กล่าวมปี ระโยชน์หรอื มโี ทษตอ่ สงั คมและประเทศชาตอิ ย่างไร
4. นกั เรยี นควรปฏบิ ตั ติ นตามแบบอย่างในเรอ่ื งใด ซง่ึ จะเป็นผลดตี ่อสงั คมและประเทศชาติ จงยกตวั อยา่ ง พรอ้ มอธบิ าย
เหตุผล
ใบงำนที่ 11.1 เรือ่ ง อธิปไตย 3 เฉลย
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาขอ้ มลู หรอื ขา่ วของกล่มุ บคุ คลทม่ี กี ารกระทาสอดคลอ้ งกบั อธปิ ไตย 3 มาวเิ คราะห์
แลว้ ตอบคาถาม
ขอ้ มูล/ขา่ ว เรอ่ื ง...........................................
(สาระสาคญั )
1. ขอ้ มูลหรอื ขา่ ว เรอ่ื ง
2. จากขอ้ มูลหรอื ขา่ วดงั กลา่ ว มกี ารกระทาทส่ี อดคลอ้ งกบั อธปิ ไตยอย่างไทรม่ี จางย: ก…ต…วั อ..ย..า่..ง............................................
3. นกั เรยี นคดิ วา่ ผลของการกระทาดงั กลา่ วมปี ระโยชน์หรอื มโี ทษต่อสงั คมและประเทศชาตอิ ย่างไร
4. นกั เรยี นควรปฏบิ ตั ติ นตามแบบอย่างในเร่อื งใด ซง่ึ จะเป็นผลดตี ่อสงั คมและประเทศชาติ จงยกตวั อยา่ ง พรอ้ มอธบิ าย
เหตุผล
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
ใบงำนที่ 11.2 เรือ่ ง สาราณยี ธรรม 6
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นนาขอ้ มลู หรอื ขา่ วเกย่ี วกบั กลุม่ บคุ คลทม่ี กี จิ กรรมร่วมกนั ทส่ี อดคลอ้ งกบั สาราณยี ธรรม 6
นามาวเิ คราะห์ แลว้ ตอบคาถาม
ขอ้ มลู /ขา่ ว เรอ่ื ง...........................................
(สาระสาคญั )
1. ขอ้ มูลหรอื ขา่ ว เรอ่ื ง
2. กล่มุ บุคคลดงั กล่าวมกี ารกระทาหรอื กจิ กรรมทส่ี อดคลอ้ งกบั หลกั ธรรมเทรม่อีื งา ส: า…รา…ณ..ยี ..ธ..ร..ร..ม....6...อ..ย..่า..ง..ไ.ร..บ...า้ ..ง...จ..ง.อ...ธ..บิ ..า..ย..
พรอ้ มยกตวั อยา่ งประกอบ
3. นกั เรยี นคดิ ว่า การกระทาหรอื กจิ กรรมดงั กลา่ วมปี ระโยชน์ต่อสงั คมและประเทศชาตอิ ย่างไร
4. นกั เรยี นไดข้ อ้ คดิ ทจ่ี ะนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ อยา่ งไรบา้ ง อธบิ ายพรอ้ มยกตวั อยา่ งประกอบ
ใบงำนที่ 11.2 เรื่อง สาราณยี ธรรม 6 เฉลย
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาขอ้ มลู หรอื ขา่ วเกยี่ วกบั กลมุ่ บคุ คลทม่ี กี จิ กรรมร่วมกนั ทส่ี อดคลอ้ งกบั สาราณยี ธรรม 6
นามาวเิ คราะห์ แลว้ ตอบคาถาม
ขอ้ มูล/ขา่ ว เรอ่ื ง...........................................
(สาระสาคญั )
1. ขอ้ มลู หรอื ขา่ ว เรอ่ื ง
2. กลุ่มบุคคลดงั กลา่ วมกี ารกระทาหรอื กจิ กรรมทส่ี อดคลอ้ งกบั หลกั ธรรมเทรม่อีื งา ส: า…รา…ณ..ีย..ธ..ร..ร..ม....6...อ..ย..่า..ง..ไ.ร..บ...า้ ..ง...จ..ง.อ...ธ..บิ ..า..ย..
พรอ้ มยกตวั อยา่ งประกอบ
3. นกั เรยี นคดิ ว่า การกระทาหรอื กจิ กรรมดงั กลา่ วมปี ระโยชน์ตอ่ สงั คมและประเทศชาตอิ ยา่ งไร
4. นักเรยี นไดข้ อ้ คดิ ทจ่ี ะนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาเนินชวี ติ อยา่ งไรบา้ ง อธบิ ายพรอ้ มยกตวั อยา่ งประกอบ
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
ใบงำนท่ี 11.3 เรือ่ ง ทศพิธราชธรรม 10
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาขอ้ มลู หรอื ขา่ วเกย่ี วกบั บคุ คลทม่ี กี ารกระทาทส่ี อดคลอ้ งกบั ทศพธิ ราชธรรม 10 มาวเิ คราะห์
แลว้ ตอบคาถาม
ขอ้ มูล/ขา่ ว เรอ่ื ง...........................................
(สาระสาคญั )
1. ขอ้ มูลหรอื ขา่ ว เรอ่ื ง
2. จากขอ้ มลู หรอื ขา่ วดงั กล่าว มกี ารกระทาทส่ี อดคลอ้ งกบั ทศพธิ ราชธรรมทม่ี1า0 :อ…ย่า…งไ.ร...จ..ง..ย..ก...ต..วั..อ..ย...่า.ง...........................
3. นักเรยี นคดิ ว่า การกระทาดงั กลา่ วมปี ระโยชน์ต่อสงั คมและประเทศชาตอิ ย่างไร
4. นกั เรยี นไดข้ อ้ คดิ ทจ่ี ะนาแบบอย่างไปประยกุ ต์ปฏบิ ตั ใิ นการดาเนนิ ชวี ติ อยา่ งไรบา้ ง จงอธบิ าย พรอ้ มยกตวั อย่าง
ประกอบ
ใบงำนท่ี 11.3 เรื่อง ทศพธิ ราชธรรม 10 เฉลย
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาขอ้ มลู หรอื ขา่ วเกย่ี วกบั บคุ คลทม่ี กี ารกระทาทส่ี อดคลอ้ งกบั ทศพธิ ราชธรรม 10 มาวเิ คราะห์
แลว้ ตอบคาถาม
ขอ้ มูล/ขา่ ว เรอ่ื ง...........................................
(สาระสาคญั )
1. ขอ้ มลู หรอื ขา่ ว เรอ่ื ง
2. จากขอ้ มูลหรอื ขา่ วดงั กล่าว มกี ารกระทาทส่ี อดคลอ้ งกบั ทศพธิ ราชธรรมทม่ี1า0 :อ…ย่า…งไ.ร...จ..ง..ย..ก...ต..วั..อ..ย...่า.ง...........................
3. นักเรยี นคดิ ว่า การกระทาดงั กลา่ วมปี ระโยชน์ตอ่ สงั คมและประเทศชาตอิ ย่างไร
4. นกั เรยี นไดข้ อ้ คดิ ทจ่ี ะนาแบบอยา่ งไปประยกุ ตป์ ฏบิ ตั ใิ นการดาเนนิ ชวี ติ อยา่ งไรบา้ ง จงอธบิ าย พรอ้ มยกตวั อยา่ ง
ประกอบ
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
ใบงำนที่ 11.4 เรื่อง วิปัสสนาญาณ 9
ตอนที่ 1
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นอธบิ ายความหมายและขนั้ ตอนของวปิ ัสสนาญาณ 9
ตอนที่ 2
คาชีแ้ จง นักเรยี นไดข้ อ้ คดิ จากการศกึ ษาเร่อื ง วปิ ัสสนาญาณ 9 อยา่ งไรบา้ ง
ใบงำนที่ 11.4 เรื่อง วปิ ัสสนาญาณ 9 เฉลย
ตอนที่ 1
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นอธบิ ายความหมายและขนั้ ตอนของวปิ ัสสนาญาณ 9
วปิ ัสสนาญาณ 9 คอื ขนั้ ตอนในระดบั หนงึ่ ของวสิ ุทธิ 7 เป็นความรูท้ ที่ าใหเ้ กดิ ความเหน็ แจง้ มี 9 ประการ ดงั น้ี
1) อทุ ยพั พยานุปัสสนาญาณ – รูแ้ ละเหน็ วา่ สงิ่ ทเี่ กดิ ขน้ึ จะตอ้ งดบั
2) ภงั คานุปัสสนาญาณ – เหน็ วา่ สงั ขารทงั้ ปวงจะต้องแตกสลาย
3) ภยตปู ัฏฐานญาณ – เหน็ สงั ขารวา่ เป็นของน่ากลวั
4) อาทนี วานุปัสสนาญาณ – เมอื่ เหน็ สงั ขารทงั้ ปวงวา่ เป็นโทษ
5) นพิ พทิ านุปัสสนาญาณ – เมอื่ เหน็ สงั ขารว่าเป็นโทษ กเ็ กดิ ความหน่าย
6) มญุ จติ กุ มั ยตาญาณ – ปรารถนาทจี่ ะพน้ ไปจากสงั ขารเหลา่ นนั้
7) ปฏสิ งั ขานุปัสสนาญาณ – หาทางปลดเปลอ้ื งจากสงั ขารเหลา่ นนั้
8) สงั ขารเุ ปกขาญาณ – ไมย่ นิ ดยี นิ รา้ ยในสงั ขารทงั้ หลาย
9) สจั จานุโลมกิ ญาณ – เกดิ ญาณอนั คลอ้ ยต่อการรอู้ รยิ สจั
ตอนที่ 2
คาชี้แจง นักเรยี นไดข้ อ้ คดิ จากการศกึ ษาเรอ่ื ง วปิ ัสสนาญาณ 9 อยา่ งไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 นาเสนอเน้อื หาในผลงานไดถ้ กู ตอ้ ง
2 การลาดบั ขนั้ ตอนของเน้อื เร่อื ง
3 การนาเสนอมคี วามน่าสนใจ
4 การมสี ่วนรว่ มของสมาชกิ ในกลมุ่
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องบางสว่ น ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องเป็นส่วนใหญ่
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องมาก
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากวา่ 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่
คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี ช่ือ-สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟัง การตงั้ ใจ การแกไ้ ข รวม
ของผ้รู บั การ รว่ มมือกนั ความ ความ ทางาน ปัญหา/หรือ 20
ทากิจกรรม คิดเหน็ คิดเหน็ ปรบั ปรงุ คะแนน
ประเมิน ผลงานกลุ่ม
43214321432143214321
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครงั้
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากว่า 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมาย
กษตั ริย์ ของเพลงชาติ
1.2 ปฏบิ ตั ติ นและชกั ชวนผูอ้ ่นื ปฏบิ ตั ติ ามสทิ ธแิ ละหนา้ ทข่ี องพลเมอื ง
2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.3 ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น ชุมชน
และสงั คม
1.4 เป็นผูน้ าหรอื เป็นแบบอย่างในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ช่นื ชม ปกป้อง
ความเป็นชาตไิ ทย
1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ขี องศาสนิกชน
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ ช่นื ชมในพระราชกรณยี
กจิ พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลทถ่ี กู ต้อง และเป็นจรงิ
3. มวี ินยั รบั ผิดชอบ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะกระทาความผดิ ทาตาม
4. ใฝ่เรียนรู้ สญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั เพอ่ื น พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง และครู เป็นแบบอย่าง
ทดี่ ดี ้านความซ่อื สตั ย์
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถูกต้อง
และเป็นแบบอย่างทดี่ แี ก่เพ่อื นดา้ นความซอ่ื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
โรงเรยี น และสงั คม ไม่ละเมดิ สทิ ธขิ องผูอ้ ่นื ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน ปฏบิ ตั ิ
เป็นปกตวิ สิ ยั และเป็นแบบอย่างทด่ี ี
4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรยี นรูต้ า่ งๆ
5. อยอู่ ย่างพอเพียง 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรูอ้ ยา่ งเป็นระบบ
4.3 สรปุ ความรูไ้ ดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั
คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเก็บรกั ษาดแู ลอย่างดี
5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล
5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ ่นื และไม่ทาใหผ้ ูอ้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื
กระทาผดิ พลาด
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (ต่อ)
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐาน
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน ของความรู้ ขอ้ มูล ขา่ วสาร
7. รกั ความเป็นไทย 5.6 รูเ้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลง ทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
8. มีจิตสาธารณะ และปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
6.1 เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ตั หิ น้าทท่ี ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
6.2 ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทางานใหส้ าเรจ็
6.3 ปรบั ปรงุ และพฒั นาการทางานอยา่ งรอบคอบ
6.4 ทุ่มเท ทางาน อดทน ไมท่ อ้ ต่อปัญหาและอุปสรรค
6.5 พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางานใหส้ าเรจ็
6.6 ชน่ื ชมผลงานความสาเรจ็ ดว้ ยความภาคภูมใิ จ
7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ช่วยทา แบ่งปันสงิ่ ของ ทรพั ยส์ นิ และอ่นื ๆ
พรอ้ มชว่ ยแกป้ ัญหา
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ นิ ของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ชมุ ชน
เพอ่ื แกป้ ัญหาหรอื รว่ มสรา้ งสง่ิ ทดี่ งี ามตามสถานการณ์ทเี่ กดิ ขน้ึ
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
แผนกำรจัดกำรเรยี นร้ทู ี่ 12 มงคล 38
เวลา 1 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมมงคล 38 เกย่ี วกบั ความเพยี รเผากเิ ลส ประพฤตพิ รหมจรรย์ เหน็ อรยิ สจั บรรลนุ พิ พาน
ยอ่ มนาชวี ติ ไปส่คู วามเจรญิ
2. ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ส 1.1 ม.4-6/13 วเิ คราะหห์ ลกั ธรรมในกรอบอรยิ สจั 4 หรอื หลกั คาสอนของศาสนาทตี่ นนับถอื
2.13จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- วเิ คราะหผ์ ลของการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรม มงคล 38 เกย่ี วกบั ความเพยี รเผากเิ ลส ประพฤตพิ รหมจรรย์
เหน็ อรยิ สจั บรรลนุ พิ พานได้
3. สาระการเรียนรู้ ➢ ประพฤตพิ รหมจรรย์
➢ บรรลุนิพพาน
3.12สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
อรยิ สจั 4
- มงคล 38
➢ ความเพยี รเผากเิ ลส
➢ เหน็ อรยิ สจั
3.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่ 2) ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็
(พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา)
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
3) ทกั ษะการประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2. ใฝ่เรยี นรู้
4. มจี ติ สาธารณะ
1. มวี นิ ัย
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. กิจกรรมการเรียนรู้ คาถามกระตุ้นความคิด
นกั เรยี นเคยปฏิบตั ิตนตามหลกั มงคล 38
วิธีสอนแบบธรรมสากจั ฉา
ในเรือ่ งใดบา้ ง และผลการปฏิบตั ิเป็นอย่างไร
นกั เรยี นสวดมนตบ์ ูชาพระรตั นตรยั และทาสมาธกิ อ่ นเรยี น (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
ดลุ ยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรียน
คาถามกระตุ้นความคิด
สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : – นักเรยี นมีความประทบั ใจการกระทาของ
20. ครูใหน้ กั เรยี นผลดั กนั เล่าตวั อยา่ งการกระทาของบคุ คลตามมงคล บุคคลใดที่ปฏิบตั ิตนตามหลกั มงคล 38
38 ทเ่ี คยเรยี นไปแลว้ และวเิ คราะหผ์ ลของการกระทา เช่นเร่อื ง ยกตวั อย่างประกอบ
a. การประพฤตธิ รรม (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ น
b. การเวน้ จากการดม่ื น้าเมา ดลุ ยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
c. มศี ลิ ปวทิ ยา
d. ฟังธรรมตามกาล ฯลฯ คาถามกระต้นุ ความคิด
ถ้านักเรียนต้องการเผากิเลสในเร่ืองความ
21. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
โลภ จะนาคุณธรรมใดเป็นตบะช่วยเผากิเลส
ขนั้ สอน (ขนั ติ ทาน ศลี เมตตา ปัญญา ธุดงควตั ร)
สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : 1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.6
2. หนงั สอื คน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ
3. ใบงานที่ 12.1 – 12.4
4. แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
ขนั้ ที่ 1 แสวงหาความรู้
3. นักเรยี นกลมุ่ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1) ร่วมกนั ศกึ ษา
ความรูเ้ กย่ี วกบั มงคล 38 จากหนังสอื เรยี น หนังสอื คน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ
และแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ ในหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี กลมุ่ ละ 1 เรอ่ื ง คอื
1) ความเพยี รเผากเิ ลส
2) ประพฤตพิ รหมจรรย์
3) เหน็ อรยิ สจั
4) บรรลุนพิ พาน
แลว้ บนั ทกึ ความรูท้ ่ไี ดล้ งในแบบบนั ทกึ การอา่ น
4. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ
ขนั้ ที่ 2 คน้ พบความร้/ู สนทนาแลกเปลยี่ นความรู้
3. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั สนทนาประเดน็ สาคญั ของเร่อื งทศ่ี กึ ษา
เกยี่ วกบั มงคล 38 ในประเดน็ ต่อไปน้ี
1) ความหมาย 2) หลกั สาคญั
- ตวั อย่างการกระทา 4) ผลของการกระทา
4. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ
ขนั้ ที่ 3 วิเคราะห์และประเมินคา่ ความรู้ คาถามกระตุ้นความคิด
นักเรยี นมีการกระทาใดท่ีแสดงวา่ ประพฤติ
4. นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาขา่ ว/ขอ้ มลู ทคี่ น้ ควา้ (จากแผนการจดั การ
เรยี นรูท้ ่ี 5) มาร่วมกนั วเิ คราะหแ์ ลว้ ตอบคาถามในใบงาน กลุม่ ละ พรหมจรรย์ และผลของการกระทาเป็น
1 ใบงาน ดงั น้ี อย่างไร
a. ใบงานท่ี 12.1 เร่อื ง มงคล 38 : ความเพียรเผากิเลส (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
b. ใบงานที่ 12.2 เรอ่ื ง มงคล 38 : ประพฤติพรหมจรรย์ ดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
c. ใบงานท่ี 12.3 เร่ือง มงคล 38 : เหน็ อริยสจั
d. ใบงานท่ี 12.4 เรอ่ื ง มงคล 38 : บรรลนุ ิพพาน คาถามกระต้นุ ความคิด
เพราะเหตุใด จึงต้องปฏิบตั ิตนตามหลกั
5. ตวั แทนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานทห่ี น้าชนั้ เรยี น โดยครู
เป็นผูต้ รวจสอบความถูกต้อง และเสนอแนะเพม่ิ เตมิ มงคล 38
(เพราะจะทาใหม้ คี วามสขุ ความเจรญิ )
6. นักเรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ
ขนั้ ที่ 4 พิสูจน์ความรหู้ รอื ปฏิบตั ิ
4. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั วางแผนปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรม
มงคล 38 ทไี่ ดเ้ รยี นไปแลว้ ทงั้ 4 เรอ่ื ง
5. นกั เรยี นแตล่ ะคนปฏบิ ตั ติ นตามแผนทรี่ ว่ มกนั กาหนดและ
รายงานผลตอ่ ครูตามกาหนดเวลา
6. นกั เรยี นตอบคาถามกระต้นุ ความคดิ
ขนั้ สรปุ คาถามกระต้นุ ความคิด
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : — นกั เรียนจะแนะนาผอู้ ่นื ให้ปฏิบตั ิตนตาม
มงคล 38 ในเรือ่ งใดได้บา้ ง และมวี ิธีการ
4. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ หลกั สาคญั ของมงคล 38 ในเร่อื ง แนะนาอย่างไร
ความเพยี รเผากเิ ลส ประพฤตพิ รหมจรรย์ เหน็ อรยิ สจั บรรลุ
นพิ พาน (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ใน
ดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
5. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
• ครมู อบหมายให้นักเรยี นรายงานผลการปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามที่
กาหนด ดงั น้ี
1) การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั อธปิ ไตย 3 2) การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั สาราณยี ธรรม 6
3) การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ทศพธิ ราชธรรม 10 4) การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั วปิ ัสสนาญาณ 9
5) การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั มงคล 38
นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เรอื่ ง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
7. การวดั และประเมินผล เครื่องมอื เกณฑ์
ใบงานท่ี 12.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
วิธีการ ใบงานที่ 12.2 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 12.1 ใบงานที่ 12.3 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 12.2 ใบงานท่ี 12.4 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 12.3 แบบบนั ทกึ การอ่าน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 12.4 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทกึ การอา่ น แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่
สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ มนั่ ในการทางาน แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
และมจี ติ สาธารณะ แบบประเมนิ รายงานผลการปฏบิ ตั ติ นตาม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา
ตรวจรายงานผลการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมทาง
พระพุทธศาสนา
8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.6
2) หนงั สอื คน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ
(1) ดนัย ไชยโยธา. (2552). พจนานกุ รมคาศพั ท์พระพทุ ธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.
(2) ธรรมปิฎก, พระ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2544). พทุ ธธรรม, ฉบบั เดิม. กรงุ เทพมหานคร : ดวงแกว้ .
(3) วศนิ อนิ ทสระ. (2548). หลกั ธรรมอนั เป็นหวั ใจพระพทุ ธศาสนา. เอ.ไอ.เอ. (เครอื นาทอง).
3) ใบงานท่ี 12.1 เร่อื ง มงคล 38 : ความเพยี รเผากเิ ลส
4) ใบงานท่ี 12.2 เร่อื ง มงคล 38 : ประพฤตพิ รหมจรรย์
5) ใบงานท่ี 12.3 เร่อื ง มงคล 38 : เหน็ อรยิ สจั
6) ใบงานท่ี 12.4 เรอ่ื ง มงคล 38 : บรรลนุ ิพพาน
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
—
กำรประเมนิ ช้ินงำน/ภำระงำน (รวบยอด)
แบบประเมินรายงานผลการปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321
1 การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั อธปิ ไตย 3
2 การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั สาราณยี ธรรม 6
3 การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ทศพธิ ราชธรรม 10
4 การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั วปิ ัสสนาญาณ 9
5 การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั มงคล 38
รวม
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน 4
3
ดมี าก = 2
ดี = 1
พอใช้ =
ปรบั ปรงุ =
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง
ใบงำนที่ 12.1 เรื่อง มงคล 38 : ความเพยี รเผากิเลส
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นนาขา่ ว/ขอ้ มลู /ภาพประกอบขา่ ว/คากลอน/บทความเกย่ี วกบั มงคล 38 : ความเพยี รเผากเิ ลส
มาวเิ คราะห์ แลว้ ตอบคาถาม
ขอ้ มลู /ขา่ ว เรอ่ื ง...........................................
(สาระสาคญั )
1. การกระทาใดสอดคลอ้ งกบั มงคล 38 เร่อื ง ความเพยี รเผากเิ ลส จงอธบิ าย
ทม่ี า : ……..................................................
2. การกระทาดงั กลา่ วสง่ ผลดอี ยา่ งไรบา้ ง
3. นักเรยี นสามารถนาขอ้ คดิ จากการศกึ ษาเรอ่ื ง ความเพยี รเผากเิ ลส ไปเป็นแนวทางการปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไรบา้ ง
ใบงำนท่ี 12.1 เรือ่ ง มงคล 38 : ความเพียรเผากเิ ลส เฉลย
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นนาขา่ ว/ขอ้ มูล/ภาพประกอบขา่ ว/คากลอน/บทความเกยี่ วกบั มงคล 38 : ความเพยี รเผากเิ ลส
มาวเิ คราะห์ แลว้ ตอบคาถาม
ขอ้ มลู /ขา่ ว เรอ่ื ง...........................................
(สาระสาคญั )
1. การกระทาใดสอดคลอ้ งกบั มงคล 38 เรอ่ื ง ความเพยี รเผากเิ ลส จงอธบิ าย
ทม่ี า : ……..................................................
2. การกระทาดงั กล่าวสง่ ผลดอี ยา่ งไรบา้ ง
3. นักเรยี นสามารถนาขอ้ คดิ จากการศกึ ษาเรอ่ื ง ความเพยี รเผากเิ ลส ไปเป็นแนวทางการปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
ใบงำนท่ี 12.2 เรื่อง มงคล 38 : ประพฤติพรหมจรรย์
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาขา่ ว/ขอ้ มูล/ภาพประกอบขา่ ว/คากลอน/บทความเกย่ี วกบั มงคล 38 : ประพฤตพิ รหมจรรย์
มาวเิ คราะห์ แลว้ ตอบคาถาม
ขอ้ มูล/ขา่ ว เรอ่ื ง...........................................
(สาระสาคญั )
1. การกระทาใดสอดคลอ้ งกบั มงคล 38 เร่อื ง ประพฤตพิ รหมจรรย์ จงอธบิ าย
ทม่ี า : ……..................................................
2. การกระทาดงั กล่าวสง่ ผลดอี ยา่ งไรบา้ ง
3. นักเรยี นสามารถนาขอ้ คดิ จากการศกึ ษาเรอ่ื ง ประพฤตพิ รหมจรรย์ ไปเป็นแนวทางการปฏบิ ตั ติ นอย่างไรบา้ ง
ใบงำนที่ 12.2 เรื่อง มงคล 38 : ประพฤติพรหมจรรย์ เฉลย
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นนาขา่ ว/ขอ้ มลู /ภาพประกอบขา่ ว/คากลอน/บทความเกยี่ วกบั มงคล 38 : ประพฤตพิ รหมจรรย์
มาวเิ คราะห์ แลว้ ตอบคาถาม
ขอ้ มลู /ขา่ ว เรอ่ื ง...........................................
(สาระสาคญั )
1. การกระทาใดสอดคลอ้ งกบั มงคล 38 เรอ่ื ง ประพฤตพิ รหมจรรย์ จงอธบิ าย
ทม่ี า : ……..................................................
2. การกระทาดงั กล่าวสง่ ผลดอี ยา่ งไรบา้ ง
3. นักเรยี นสามารถนาขอ้ คดิ จากการศกึ ษาเรอ่ื ง ประพฤตพิ รหมจรรย์ ไปเป็นแนวทางการปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
ใบงำนท่ี 12.3 เรื่อง มงคล 38 : เห็นอริยสจั
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาขา่ ว/ขอ้ มลู /ภาพประกอบขา่ ว/คากลอน/บทความเกยี่ วกบั มงคล 38 : เหน็ อรยิ สจั
มาวเิ คราะห์ แลว้ ตอบคาถาม
ขอ้ มลู /ขา่ ว เรอ่ื ง...........................................
(สาระสาคญั )
1. การกระทาใดสอดคลอ้ งกบั มงคล 38 เรอ่ื ง เหน็ อรยิ สจั จงอธบิ าย
ทม่ี า : ……..................................................
2. การกระทาดงั กลา่ วส่งผลดอี ย่างไรบา้ ง
3. นักเรยี นสามารถนาขอ้ คดิ จากการศกึ ษาเรอ่ื ง เหน็ อรยิ สจั ไปเป็นแนวทางการปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไรบา้ ง
ใบงำนที่ 12.3 เรื่อง มงคล 38 : เห็นอริยสจั เฉลย
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นนาขา่ ว/ขอ้ มูล/ภาพประกอบขา่ ว/คากลอน/บทความเกย่ี วกบั มงคล 38 : เหน็ อรยิ สจั
มาวเิ คราะห์ แลว้ ตอบคาถาม
ขอ้ มลู /ขา่ ว เรอ่ื ง...........................................
(สาระสาคญั )
1. การกระทาใดสอดคลอ้ งกบั มงคล 38 เรอ่ื ง เหน็ อรยิ สจั จงอธบิ าย
ทม่ี า : ……..................................................
2. การกระทาดงั กลา่ วส่งผลดอี ย่างไรบา้ ง
3. นักเรยี นสามารถนาขอ้ คดิ จากการศกึ ษาเรอ่ื ง เหน็ อรยิ สจั ไปเป็นแนวทางการปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
ใบงำนท่ี 12.4 เรื่อง มงคล 38 : บรรลนุ พิ พาน
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นนาขา่ ว/ขอ้ มลู /ภาพประกอบขา่ ว/คากลอน/บทความเกยี่ วกบั มงคล 38 : บรรลนุ พิ พาน
มาวเิ คราะห์ แลว้ ตอบคาถาม
ขอ้ มูล/ขา่ ว เรอ่ื ง...........................................
(สาระสาคญั )
1. การกระทาใดสอดคลอ้ งกบั มงคล 38 เร่อื ง บรรลุนพิ พาน จงอธบิ าย
ทม่ี า : ……..................................................
2. การกระทาดงั กลา่ วส่งผลดอี ย่างไรบา้ ง
3. นักเรยี นสามารถนาขอ้ คดิ จากการศกึ ษาเรอ่ื ง บรรลุนพิ พาน ไปเป็นแนวทางการปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไรบา้ ง
ใบงำนที่ 12.4 เรือ่ ง มงคล 38 : บรรลุนพิ พาน เฉลย
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นนาขา่ ว/ขอ้ มลู /ภาพประกอบขา่ ว/คากลอน/บทความเกย่ี วกบั มงคล 38 : บรรลุนพิ พาน
มาวเิ คราะห์ แลว้ ตอบคาถาม
ขอ้ มูล/ขา่ ว เรอ่ื ง...........................................
(สาระสาคญั )
1. การกระทาใดสอดคลอ้ งกบั มงคล 38 เร่อื ง บรรลนุ ิพพาน จงอธบิ าย
ทม่ี า : ……..................................................
2. การกระทาดงั กลา่ วสง่ ผลดอี ย่างไรบา้ ง
3. นักเรยี นสามารถนาขอ้ คดิ จากการศกึ ษาเรอ่ื ง บรรลนุ ิพพาน ไปเป็นแนวทางการปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
2 ความคดิ สรา้ งสรรค์
3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
4 การนาไปใชป้ ระโยชน์
5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องบางส่วน ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งเป็นสว่ นใหญ่
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องมาก
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากว่า 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลมุ่
ช่อื กลมุ่ ชนั้
คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 การแบง่ หนา้ ทก่ี นั อยา่ งเหมาะสม
2 ความร่วมมอื กนั ทางาน
3 การแสดงความคดิ เหน็
4 การรบั ฟังความคดิ เหน็
5 ความมนี ้าใจชว่ ยเหลอื กนั
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากว่า 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมาย
กษตั ริย์ ของเพลงชาติ
2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.2 ปฏบิ ตั ติ นและชกั ชวนผูอ้ ่นื ปฏบิ ตั ติ ามสทิ ธแิ ละหนา้ ทข่ี องพลเมอื ง
3. มวี ินยั รบั ผิดชอบ 1.3 ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น ชุมชน
4. ใฝ่เรียนรู้ และสงั คม
5. อยอู่ ย่างพอเพียง
1.4 เป็นผูน้ าหรอื เป็นแบบอย่างในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ช่นื ชม ปกป้อง
ความเป็นชาตไิ ทย
1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ขี องศาสนิกชน
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี
กจิ พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลทถ่ี กู ต้อง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะกระทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั เพอ่ื น พ่อแม่ หรอื ผูป้ กครอง และครู เป็นแบบอย่าง
ทดี่ ดี ้านความซ่อื สตั ย์
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถูกต้อง
และเป็นแบบอย่างทดี่ แี ก่เพ่อื นดา้ นความซอ่ื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
โรงเรยี น และสงั คม ไม่ละเมดิ สทิ ธขิ องผูอ้ ่นื ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน ปฏบิ ตั ิ
เป็นปกตวิ สิ ยั และเป็นแบบอย่างทด่ี ี
4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรยี นรูต้ า่ งๆ
4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรูอ้ ยา่ งเป็นระบบ
4.3 สรปุ ความรูไ้ ดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั
คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเก็บรกั ษาดแู ลอย่างดี
5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล
5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ ่นื และไม่ทาใหผ้ ูอ้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื
กระทาผดิ พลาด
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (ต่อ)
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพน้ื ฐาน
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน ของความรู้ ขอ้ มูล ขา่ วสาร
7. รกั ความเป็นไทย 5.6 รูเ้ ท่าทนั การเปลย่ี นแปลง ทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
8. มีจิตสาธารณะ และปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
6.1 เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ตั หิ น้าทท่ี ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
6.2 ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทางานใหส้ าเรจ็
6.3 ปรบั ปรงุ และพฒั นาการทางานอยา่ งรอบคอบ
6.4 ทุ่มเท ทางาน อดทน ไมท่ อ้ ต่อปัญหาและอุปสรรค
6.5 พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางานใหส้ าเรจ็
6.6 ชน่ื ชมผลงานความสาเรจ็ ดว้ ยความภาคภูมใิ จ
7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ช่วยทา แบ่งปันสงิ่ ของ ทรพั ยส์ นิ และอ่นื ๆ
พรอ้ มชว่ ยแกป้ ัญหา
8.3 ดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ นิ ของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ชมุ ชน
เพอ่ื แกป้ ัญหาหรอื รว่ มสรา้ งสง่ิ ทดี่ งี ามตามสถานการณ์ทเี่ กดิ ขน้ึ
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
แผนกำรจัดกำรเรียนรทู้ ่ี 13 พระไตรปิ ฎก
เวลา 1 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
พระไตรปิฎกเป็นคมั ภรี ท์ บ่ี นั ทกึ หลกั ธรรมคาสอนของพระพทุ ธศาสนา ซงึ่ ชาวพทุ ธจะตอ้ งรวู้ ธิ กี ารศกึ ษาและคน้ ควา้
พระไตรปิฎก
2. ตวั ชี้วดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวดั
ส 1.1 ม.4-6/15 วเิ คราะหค์ ณุ คา่ และความสาคญั ของการสงั คายนาพระไตรปิฎกหรอื คมั ภรี ข์ องศาสนาทต่ี นนับถอื
และการเผยแผ่
2.14จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) วเิ คราะหค์ ณุ คา่ และความสาคญั ของพระไตรปิฎกได้
2) อธบิ ายวธิ กี ารศกึ ษาและคน้ ควา้ พระไตรปิฎกได้
3. สาระการเรยี นรู้
3.13สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
1) วธิ กี ารศกึ ษาและคน้ ควา้ พระไตรปิฎกและคมั ภรี ข์ องศาสนาอ่นื ๆ การสงั คายนาและการเผยแผพ่ ระไตรปิฎก
2) ความสาคญั และคณุ คา่ ของพระไตรปิฎก
3.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)
4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
4.1 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการทาใหก้ ระจา่ ง
3) ทกั ษะการสรุปอา้ งองิ
4.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุง่ มนั่ ในการทางาน
6. กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอนโดยการจดั การเรียนร้แู บบร่วมมือ : เทคนิคเล่าเรือ่ งรอบวง
นักเรยี นสวดมนตบ์ ชู าพระรตั นตรยั และทาสมาธกิ ่อนเรยี น
นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 เรอื่ ง พทุ ธศาสนสุภาษิต คาศพั ท์ทางพระพทุ ธศาสนา
และพระไตรปิ ฎก
ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรยี น คาถามกระตุ้นความคิด
สอ่ื การเรยี นรู้ : ตวั อย่างขอ้ ความจากพระไตรปิฎก ถ้านักเรียนต้องการศึกษาหลกั ธรรมของ
พระพทุ ธศาสนา นกั เรียนควรศกึ ษาใน
22. ครูนาขอ้ ความในพระไตรปิฎกมาใหต้ วั แทนนักเรยี นอา่ นใหเ้ พอ่ื นฟัง พระไตรปิ ฎกหมวดใด
ทห่ี นา้ ชนั้ เรยี น
(พระสตุ ตนั ตปิฎก)
23. นักเรยี นช่วยกนั วเิ คราะหส์ าระสาคญั และขอ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากขอ้ ความใน
พระไตรปิฎกทอ่ี า่ น
24. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
ขนั้ สอน คาถามกระตุ้นความคิด
ส่อื การเรยี นรู้ : 1. หนงั สอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.6 2. ใบงานท่ี 13.1 ถ้านกั เรียนศึกษาคน้ ควา้ พระไตรปิ ฎก
อยู่เสมอ จะเกิดผลดอี ยา่ งไร
33. ครูแบง่ นกั เรยี นเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ
คอื เก่ง ปานกลางค่อนขา้ งเก่ง ปานกลางค่อนขา้ งอ่อน และออ่ น (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้
และชแ้ี จงใหส้ มาชกิ ทกุ คนของกล่มุ รว่ มกนั ทากจิ กรรมดว้ ยความ อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
รบั ผดิ ชอบและชว่ ยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั
34. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ศกึ ษาความรูเ้ รอ่ื ง พระไตรปิฎก จาก
หนงั สอื เรยี น หอ้ งสมุด และแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ แลว้ นาความรู้
ทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาบนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ การอา่ น จากนนั้ รว่ มกนั
สรปุ สาระสาคญั
35. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั คน้ ควา้ ขอ้ ความในพระไตรปิฎกและเลอื ก
ขอ้ ความในพระวนิ ยั ปิฎกทมี่ หี ลกั คาสอนทางพระพทุ ธศาสนาท่ี
นกั เรยี นมคี วามประทบั ใจและมขี อ้ คดิ สาคญั ซง่ึ นาไปสู่การปฏบิ ตั ไิ ด้
36. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั ทาใบงานที่ 13.1 เรือ่ ง พระไตรปิ ฎก โดย
ผลดั กนั แสดงความคดิ เหน็ คาถามในแตล่ ะขอ้ แบบเลา่ เร่อื งรอบวง
และช่วยกนั สรปุ ประเดน็ สาคญั
37. ตวั แทนกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานทหี่ น้าชนั้ เรยี น โดยครูเป็นผู้
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
38. นักเรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ
ขนั้ สรปุ คาถามกระตุ้นความคิด
ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : — นกั เรยี นสามารถนาข้อคิดที่ได้จาก
การศกึ ษาขอ้ ความในพระไตรปิ ฎก
1. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความสาคญั และคณุ คา่ ของพระไตรปิฎก เรือ่ งใดไปประยกุ ตป์ ฏิบตั ิไดบ้ า้ ง
และการนาขอ้ คดิ ทไ่ี ดร้ บั จากการวเิ คราะหค์ ณุ คา่ ของพระไตรปิฎก จงยกตวั อย่างประกอบ
นาไปประยุกต์ใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้
2. นักเรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ อยู่ในดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
7. การวดั และประเมินผล
วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
ตรวจใบงานที่ 13.1 ใบงานที่ 13.1
ตรวจแบบบนั ทกึ การอ่าน แบบบนั ทกึ การอา่ น รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการทางาน แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.6
2) หนังสอื คน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ
(1) สุนทร ณ รงั ส.ี (2541). พทุ ธปรชั ญาจากพระไตรปิ ฎก. กรงุ เทพมหานคร : สานกั พมิ พแ์ หง่ จฬุ าลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั .
(2) เสฐยี รพงษ์ วรรณปก. (2546). พระไตรปิ ฎกวิเคราะห์. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรุงเทพมหานคร :
ซนั ตา้ การพมิ พ.์
3) ตวั อยา่ งขอ้ ความจากพระไตรปิฎก
4) ใบงานท่ี 13.1 เร่อื ง พระไตรปิฎก
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://www.larnbuddhism.com/tripitaka/interest/part1.1.html
เอกสำรประกอบกำรสอน
ตวั อย่างขอ้ ความจากพระไตรปิ ฎก
ศตั รภู ายใน
"ดกู อ่ นภกิ ษทุ งั้ หลาย มลทนิ ภายใน อมติ รภายใน ศตั รภู ายใน ผฆู้ า่ ภายใน ขา้ ศกึ ภายใน 3 ประการ ไดแ้ ก่
โลภะ ความโลภ โทสะ ความคดิ ประทษุ รา้ ย โมหะ ความหลง ดูก่อนภกิ ษทุ งั้ หลาย มลทนิ ภายใน อมติ รภายใน
ศตั รูภายใน ผฆู้ ่าภายใน ขา้ ศกึ ภายใน 3 ประการเหลา่ น้แี ล."
อติ วิ ุตตก 25/295
อาคามี (ผมู้ าเกิด) อนาคามี (ผ้ไู มม่ าเกิด) อรหนั ต์ (ผ้ไู ม่มีกิเลส)
"ดกู อ่ นภกิ ษุทงั้ หลาย ผปู้ ระกอบดว้ ยกามโยคะ2 ประกอบดว้ ยภวโยคะ3 ยอ่ มเป็นอาคามี มาสคู่ วามเป็น
อย่างน้ี ผไู้ ม่ประกอบดว้ ยกามโยคะ แตย่ งั ประกอบดว้ ยภวโยคะ ยอ่ มเป็นอนาคามี ไมม่ าสคู่ วามเป็นอยา่ งน้ี ผไู้ ม่
ประกอบดว้ ยกามโยคะ ไม่ประกอบดว้ ยภวโยคะ ยอ่ มเป็นพระอรหนั ต์ ผสู้ น้ิ อาสวะ."
อติ วิ ตุ ตก 25/303
2. กามโยคะ เครอื่ งมดั สตั วค์ อื กาม ความใคร่
3. ภวโยคะ เครอื่ งมดั สตั วค์ อื ภพ ความพอใจในความมคี วามเป็น
ยงั พดู ปดทงั้ ๆ ท่ีรู้ จะไมท่ าความชวั่ อยา่ งอนื่ เป็นไปไมไ่ ด้
"ดกู อ่ นภกิ ษทุ งั้ หลาย เม่อื บคุ คลยงั ไมล่ ะธรรมขอ้ หน่งึ คอื การพดู ปดทงั้ ๆ รู้ เราย่อมไมก่ ลา่ ววา่ มี
บาปกรรมอะไรบา้ งทผ่ี นู้ นั้ จะทาไมไ่ ด.้ "
อติ วิ ตุ ตก 25/243
มูลรากแห่งอกศุ ล 3 อย่าง
"ดกู อ่ นภกิ ษทุ งั้ หลาย มูลรากแห่งอกุศล 3 อย่างเหล่าน้ี คอื
1. โลภะ ความอยากได้ เป็นมลู รากแห่งอกศุ ล
2. โทสะ ความคดิ ประทุษรา้ ย เป็นมูลรากแหง่ อกศุ ล
3. โมหะ ความหลง เป็นมลู รากแหง่ อกุศล
ดกู อ่ นภกิ ษุทงั้ หลาย มลู รากแหง่ อกศุ ล 3 อย่างเหลา่ น้แี ล."
อติ วิ ุตตก 25/264
เอกสำรประกอบกำรสอน
พระธรรมเทศนา 2 อยา่ ง
"ดกู อ่ นภกิ ษุทงั้ หลาย ธรรมเทศนาของพระตถาคต อรหนั ตสมั มาสมั พทุ ธเจา้ 2 ประการ มอี ยูโ่ ดย
ปรยิ าย คอื ธรรมเทศนาทห่ี นึ่งวา่ "ทา่ นทงั้ หลาย จงเหน็ บาปโดยความเป็นบาปเถดิ " ธรรมเทศนาทส่ี องว่า "ท่าน
ทงั้ หลายเหน็ บาปโดยความเป็นบาปแลว้ จงเบอ่ื หน่ายคลายความตดิ ในบาปนนั้ จงหลุดพน้ ไปเถดิ " นค้ี อื ธรรม
เทศนา 2 อย่างของพระตถาคตอรหนั ตสมั มาสมั พุทธเจา้ ทม่ี อี ยู่โดยปรยิ าย7."
อติ วิ ตุ ตก 25/255
7. มอี ยู่โดยปรยิ าย คอื มอี ยู่โดยออ้ ม ไม่ต้องบอกกนั ตรง ๆ กช็ อื่ ว่ามอี ยู่แลว้
ภิกษุ กบั คฤหสั ถ์ ถอ้ ยทีถ้อยอาศยั กนั
"ดูกอ่ นภกิ ษุทงั้ หลาย พราหมณ์ คฤหบดที อ่ี ุปฐากทา่ นทงั้ หลาย ดว้ ยจวี ร บณิ ฑบาต ทอ่ี ยอู่ าศยั และยา
กบั เครอ่ื งใชใ้ นการรกั ษาโรค นบั ว่าเป็นผมู้ อี ุปการะมาก แมท้ ่านทงั้ หลายทแ่ี สดงธรรมอนั ดงี ามในเบอ้ื งตน้
ท่ามกลาง และทส่ี ดุ พรอ้ มทงั้ อรรถะและพยญั ชนะ ประกาศพรหมจรรยอ์ นั บรสิ ุทธิ์บรบิ รู ณ์ สน้ิ เชงิ แก่พราหมณ์
คฤหบดเี หลา่ นนั้ กน็ ับวา่ เป็นผมู้ อี ปุ การะมาก น้แี หละภกิ ษทุ งั้ หลาย พรหมจรรยท์ ป่ี ระพฤตโิ ดยอาศยั กนั และกนั
เพอ่ื ถอนกเิ ลสอนั เปรยี บเหมอื นหว้ งน้า เพอ่ื ทาใหท้ ุกขส์ น้ิ ไปโดยชอบ."
อติ วิ ตุ ตก 25/314
สกลุ ท่ีมีสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิประจาอยู่
"ดกู อ่ นภกิ ษทุ งั้ หลาย ภายในเรอื นแห่งตระกูลใด บุตร ๆ บูชามารดาบดิ า, ตระกูลนนั้ ชอ่ื วา่ มพี ระ
พรหม. ภายในเรอื นแหง่ ตระกลู ใด บตุ ร ๆ บูชามารดาบดิ า, ตระกลู นนั้ ชอ่ื วา่ มเี ทวดาคนแรก. ภายในเรอื นแหง่
ตระกูลใด บุตร ๆ บูชามารดาบดิ า, ตระกูลนนั้ ชอ่ื ว่ามอี าจารยค์ นแรก. ภายในเรอื นแห่งตระกลู ใด บุตร ๆ บชู า
มารดาบดิ า, ตระกลู นนั้ ชอ่ื ว่ามบี ุคคลผคู้ วรนาของมาบูชา. คาว่า พระพรหม คาว่า บรู พเทวดา(เทวดาคนแรก) คา
วา่ บูรพาจารย์ (อาจารยค์ นแรก) คาว่า อาหเุ นยยะ (ผคู้ วรนาของมาบูชา) เป็นช่อื ของมารดาบดิ า เพราะมารดาบดิ า
เป็นผมู้ อี ปุ การะมาก เป็นผคู้ มุ้ ครองเลย้ี งดูบุตร แสดงโลกน้แี กบ่ ตุ ร."
อติ วิ ุตตก 25/313
ท่ีมา : www.larnbuddhism.com/tripitaka/interest/part1.1.html
ใบงำนท่ี 13.1 เรื่อง พระไตรปิ ฎก
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นคน้ ควา้ ขอ้ ความในพระไตรปิฎกเกยี่ วกบั หลกั ธรรมคาสอนของพระพทุ ธศาสนาทน่ี กั เรยี นมคี วาม
ประทบั ใจ และสามารถนาไปเป็นหลกั ปฏบิ ตั ใิ นการดาเนนิ ชวี ติ นามาวเิ คราะห์ และตอบคาถาม
เรอ่ื ง.......................................................
(สาระสาคญั / ขอ้ ความสาคญั )
1. ขอ้ ความในพระไตรปิฎกมหี ลกั คาสอนเกย่ี วกบั เรอ่ื งอะไรบา้ ง ทมี่ า........................................................
2. นกั เรยี นไดข้ อ้ คดิ อย่างไรบา้ ง จากขอ้ ความดงั กลา่ ว
3. นักเรยี นสามารถนาขอ้ คดิ จากขอ้ ความดงั กลา่ วไปประยุกตใ์ ชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ อย่างไรบา้ ง
ใบงำนท่ี 13.1 เรือ่ ง พระไตรปิ ฎก เฉลย
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นคน้ ควา้ ขอ้ ความในพระไตรปิฎกเกยี่ วกบั หลกั ธรรมคาสอนของพระพทุ ธศาสนาทน่ี กั เรยี นมคี วาม
ประทบั ใจ และสามารถนาไปเป็นหลกั ปฏบิ ตั ใิ นการดาเนนิ ชวี ติ นามาวเิ คราะห์ และตอบคาถาม
เร่อื ง.......................................................
(สาระสาคญั / ขอ้ ความสาคญั )
1. ขอ้ ความในพระไตรปิฎกมหี ลกั คาสอนเกยี่ วกบั เร่อื งอะไรบา้ ง
ทมี่ า........................................................
2. นกั เรยี นไดข้ อ้ คดิ อย่างไรบา้ ง จากขอ้ ความดงั กลา่ ว
3. นกั เรยี นสามารถนาขอ้ คดิ จากขอ้ ความดงั กลา่ วไปประยุกตใ์ ชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ อยา่ งไรบา้ ง
(พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน
คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1 เน้อื หาละเอยี ดชดั เจน
2 ความถกู ตอ้ งของเน้อื หา
3 ภาษาทใ่ี ชเ้ ขา้ ใจง่าย
4 ประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากการนาเสนอ
5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งบางสว่ น ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องเป็นส่วนใหญ่
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งมาก
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากว่า 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานรายบคุ คล
คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี ชื่อ-สกลุ ความตงั้ ใจ ความ การตรงต่อ ความ ผลสาเรจ็ รวม
ของผรู้ บั การ ในการ รบั ผิดชอบ เวลา สะอาด ของงาน 20
ทางาน เรียบร้อย คะแนน
ประเมิน
43214321432143214321
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ต่ากว่า 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การทางานกลุม่
คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
การแสดง การทางาน การมี
ความ ตามท่ีได้รบั
ลาดบั ที่ ชื่อ-สกลุ คิดเหน็ การยอมรบั มอบหมาย ความมีน้าใจ ส่วนร่วมใน รวม
ของผ้รู บั การ ฟังคนอ่ืน การปรบั ปรงุ 20
ประเมิน ผลงานกลุ่ม คะแนน
43214321432143214321
ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คาชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมาย
กษตั ริย์ ของเพลงชาติ
2. ซ่ือสตั ย์ สุจริต 1.2 ปฏบิ ตั ติ นและชกั ชวนผูอ้ ่นื ปฏบิ ตั ติ ามสทิ ธแิ ละหนา้ ทข่ี องพลเมอื ง
3. มวี ินยั รบั ผิดชอบ 1.3 ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ในการทากจิ กรรมกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น ชุมชน
4. ใฝ่เรียนรู้ และสงั คม
5. อยอู่ ย่างพอเพียง
1.4 เป็นผูน้ าหรอื เป็นแบบอย่างในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น ชุมชน และสงั คม ช่นื ชม ปกป้อง
ความเป็นชาตไิ ทย
1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ขี องศาสนิกชน
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราชกรณยี
กจิ พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลทถ่ี กู ต้อง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะกระทาความผดิ ทาตาม
สญั ญาทต่ี นให้ไวก้ บั เพอ่ื น พอ่ แม่ หรอื ผูป้ กครอง และครู เป็นแบบอย่าง
ทดี่ ดี ้านความซ่อื สตั ย์
2.3 ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผูอ้ ่นื ดว้ ยความซอ่ื ตรง ไม่หาประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถูกต้อง
และเป็นแบบอย่างทดี่ แี ก่เพอ่ื นดา้ นความซอ่ื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
โรงเรยี น และสงั คม ไม่ละเมดิ สทิ ธขิ องผูอ้ ่นื ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน ปฏบิ ตั ิ
เป็นปกตวิ สิ ยั และเป็นแบบอย่างทด่ี ี
4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรยี นรูต้ า่ งๆ
4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรูอ้ ยา่ งเป็นระบบ
4.3 สรปุ ความรูไ้ ดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เช่น สง่ิ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั
คมุ้ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใชท้ รพั ยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คมุ้ คา่ และเก็บรกั ษาดแู ลอย่างดี
5.3 ปฏบิ ตั ติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล
5.4 ไม่เอาเปรยี บผอู้ ่นื และไม่ทาใหผ้ ูอ้ น่ื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภยั เมอ่ื ผอู้ น่ื
กระทาผดิ พลาด