นนทบรุ ี
ศรมี หานคร
ธ สถิตในดวงใจนริ นั ดร์
พระทรงนำ� แสงสวา่ งกระจ่างหล้า การศึกษาของไทยไดส้ รา้ งสรรค์
มสธ.กอ่ เกิดอเนกอนันต ์ พระทรงธรรม์พระราชทานหลกั ปญั ญา
เป็นมหาวิทยาลัยเปดิ สมยั ใหม่ ที่จะให้โอกาสการศึกษา
เสรมิ ความรู้คู่ความดีมวี ชิ า สรา้ งประโยชนส์ งู คา่ แกป่ วงชน
“สุโขทยั ธรรมราชา” สง่าศักดิ ์ ยงั จงรกั ภักดที วีผล
“สุโขทยั ธรรมาธิราช” ราษฎรย์ ินยล นามทีอ่ งค์ “ภูมิพล” พระราชทาน
ตราพระแสงศรสามองคด์ �ำรงรกั ษ ์ จักรีวงศท์ รงศกั ด์มิ หาศาล
ใต้ร่มพระบารมีทีย่ าวนาน สืบพระราชปณิธาณเพ่ือปวงชน
ปสี องเจด็ เดอื นมีนามคี ่าย่งิ เปน็ ขวญั มิง่ บณั ฑติ ผลติ ผล
พระราชทานปรญิ ญาเปน็ มงคล เพอ่ื สร้างตนสรา้ งชาติพัฒนา
พระบรมราโชวาทดำ� รัสมนั่ ให้สรา้ งสรรค์สงั คมบ่มคุณคา่
ใหร้ อบคอบมีวนิ ยั ใชป้ ัญญา สุจรติ ธรรมารักษาตน
ผอู้ ยากรผู้ ้สู นใจใฝ่ศึกษา วชิ าการกา้ วหน้าสัมฤทธิผ์ ล
ปีสามศนู ยส์ ร้างอทุ ยานงานนา่ ยล ปมี งคลรชั มงั คลานา่ ยินดี
อุทยานการศึกษารชั มงั คลาภิเษก นามเปน็ เอกอัคราสง่าศรี
พระราชทานโดยองค์พระภูมี อนุสรณส์ ถานทน่ี า่ ภูมใิ จ
พระมหากรุณาธคิ ณุ อ่นุ อกราษฎร ์ การศกึ ษาทุกศาสตรจ์ งึ ผ่องใส
มสธ. ขอบชู าพระจอมไทย สถิตทกี่ ลางใจไปนิรนั ดร์
ขา้ พระพทุ ธเจา้ คณะผบู้ รหิ าร คณาจารย์ บคุ ลากร
นักศึกษา บณั ฑติ ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธริ าช
และสมาชกิ สมาคมสโุ ขทัยธรรมาธิราช
(นางสาวศิรนิ โรจนสโรช ประพนั ธ์)
นนทบุรีศรีมหานคร นนทบรุ ี
ศรมี หานคร
ยแพร่โดย
ยธรรมาธริ าช
นนทบรุ ศี รมี หานคร
Nonthaburi, Stories of a City
จัดพิมพ์และเผยแพร่ครั้งที่ ๑ โดย โครงการพัฒนาและเผยแพร่สารสนเทศจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
ด้านนนทบุรีศึกษา เพื่อส่งเสริมบริการห้องสมุดสู่ชมุ ชน ส�ำ นกั บรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
สิงหาคม ๒๕๖๐ จำ�นวนพิมพ์ ๒,๐๐๐ เล่ม ISBN: 978-616-16-1312-9
จัดพิมพ์และเผยแพร่ครั้งที่ ๒ โดย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
กรกฎาคม ๒๕๖๑ จำ�นวนพิมพ์ ๒,๘๐๐ เล่ม ISBN: 978-616-16-1523-9
URL: https://library.stou.ac.th
ข้อมูลบัตรรายการ
พิศาล บุญผูก.
นนทบุรีศรีมหานคร = Nonthaburi, stories of a city / พิศาล บุญผูก ; วรนุช สุนทรวินิต,
บรรณาธิการ. -- พิมพ์คร้ังที่ ๒. -- นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๖๑.
๑. นนทบรุ -ี -ประวตั ศิ าสตร.์ ๒. นนทบรุ -ี -ความเปน็ อยแู่ ละประเพณ.ี (๑) ชอ่ื เรอ่ื ง.
DS589.N65
959.3
บรรณาธิการ นางวรนุช สุนทรวินิต คณะทำ�งานจัดพิมพ์และเผยแพร่ ครั้งที่ ๒
กองบรรณาธกิ ารและคณะท�ำ งานจดั ท�ำ หนงั สอื ครง้ั ท่ี ๑ วรนุช สุนทรวินิต
วรนุช สุนทรวินิต ประธานคณะทำ�งาน เพิ่ม อินเบ้า
ชัยวัฒน์ น่าชม คณะทำ�งาน เบญญาภา มณีคร
กัลยาณี ศุภดิษฐ์ คณะทำ�งาน ฉวีวรรณ ทัดทาน
วรรเพ็ญ สิตไทย คณะทำ�งาน รัตนาภรณ์ แดนนา
เครือทิพย์ เจียรณัย คณะทำ�งาน ธีรพล ศรีเป๊ะบัว
สุนันท์ เพ็งมณี คณะทำ�งาน จิระศักดิ์ สุกใส
นนทบุรีศรีมหานคร
Nonthaburi, Stories of a City
พิศาล บญุ ผูก
วรนุช สุนทรวินติ
บรรณาธิการ
มหาวทิ ยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
จดั พมิ พ์และเผยแพร่ครง้ั ท่ี ๒
คำ� นยิ ม นายกสภามหาวิทยาลยั
การท่ีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้ให้ความส�ำคัญของการริเร่ิม
ด�ำเนินงานโครงการพัฒนาและเผยแพร่สารสนเทศท้องถิ่นจากภูมิปัญญา
นนทบรุ ีศกึ ษา และมีผลงานเป็นหนงั สอื “นนทบรุ ศี รมี หานคร” ซงึ่ ได้รับการ
พจิ ารณาตดั สนิ ให้เป็นหนงั สือดีเด่นประเภทสารคดี ในการประกวดหนงั สอื
ประจ�ำปีพุทธศักราช ๒๕๖๑ จากส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาส
ใ ห ้ ก ร ะ ท ร ว ง ศึ ก ษ า ธิ ก า ร น� ำ ค ณ ะ ผู ้ ช น ะ ก า ร ป ร ะ ก ว ด ห นั ง สื อ เข ้ า เ ฝ ้ า
ทลู ละอองพระบาทรบั พระราชทานรางวลั จากสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ
สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จพระราชด�ำเนินทรงเปิดงานสัปดาห์หนังสือ
แห่งชาติ ครง้ั ท่ี ๔๖ และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ คร้งั ท่ี ๑๖ ณ ห้องบอลรูม
ศูนยก์ ารประชุมแหง่ ชาติสริ ิกติ ิ์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวนั พฤหัสบดที ่ี ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ น้ัน
ขอแสดงความยินดีแก่คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และหน่วยงานตลอดจนบุคลากร
โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งส�ำนักบรรณสารสนเทศ และนายพิศาล บุญผูก ผู้เขยี นหนงั สือ ที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์งาน
เปน็ ทปี่ ระจกั ษแ์ ละไดร้ บั พระราชทานรางวลั หนงั สอื ดเี ดน่ ในปนี ้ี ผลงานนเ้ี ปน็ ประโยชนต์ อ่ สงั คมและประเทศชาติ
ไม่เพยี งแต่ทอ้ งถน่ิ จงั หวดั นนทบุรอี นั เป็นทต่ี ้ังมหาวทิ ยาลัยเทา่ น้นั
ขอขอบคุณที่มหาวิทยาลัยจัดพิมพ์หนังสือนี้เป็นคร้ังที่ ๒ เพื่อร่วมกันเผยแพร่หนังสือดีมีประโยชน์ให้
กว้างขวางยิ่งขึ้น เป็นการแสดงความส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแก่มหาวิทยาลัยสุโขทัย
ธรรมาธริ าชใตร้ ม่ พระบารมจี ักรีราชวงศ์เป็นอเนกอนันต์
เนื้อหาสาระของเร่ืองราวพ้ืนที่จังหวัดนนทบุรีแต่กาลก่อนจนถึงปัจจุบันที่ปรากฏในหนังสือเล่มน้ี
เป็นข้อมูลส�ำคัญท่ีน�ำไปศึกษาสืบสานต่อยอดงานให้เกิดคุณค่าเชิงภูมิปัญญา ภูมินิเวศ ภูมิวัฒนธรรมท้องถ่ิน
น�ำไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นตัวอย่างให้มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาแห่งอ่ืนๆ ในการผลิต
ผลงานท่ีดีเพื่อบริการวิชาการสู่สังคมแก่ชุมชนท้องถ่ินต่างๆ ท่ีจะได้ร่วมกันท�ำงานด้านนี้ให้ครอบคลุมพื้นที่
กว้างขวางขึน้ เปน็ ประโยชนโ์ ดยรวมตามนโยบายประเทศชาตไิ ด้อีกด้วย
กล่าวไดว้ า่ ในโอกาส ๔๐ ปี แห่งการสถาปนามหาวทิ ยาลัยสุโขทัยธรรมาธริ าชท่เี วยี นมาบรรจบครบรอบ
ในวนั ท่ี ๕ กนั ยายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๑ นี้ มหาวทิ ยาลยั ไดม้ งุ่ มน่ั ทำ� หนา้ ทตี่ ามพนั ธกจิ ของมหาวทิ ยาลยั อกี ประการ
หนึ่งในการท�ำนุบ�ำรุงศิลปวัฒนธรรม และการบริการวิชาการแก่สังคมได้อย่างสมบูรณ์ ธ�ำรงปรัชญาการจัดการ
ศึกษาท่เี ปิดโอกาสทางการศกึ ษาเพือ่ การเรียนรตู้ ่อเนอ่ื งตลอดชีวิตสำ� หรับปวงชนชาวไทยสืบไป
(ศาสตราจารย์ ดร. วิจติ ร ศรสี อ้าน)
นายกสภามหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช
กรกฎาคม ๒๕๖๑
ค�ำน�ำของอธกิ ารบดี ในการจัดพิมพ์ครงั้ ท่ี ๒
เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เม่ือมหาวิทยาลัยได้ทราบว่าหนังสือ “นนทบุรี
ศรีมหานคร” ที่ส�ำนักบรรณสารสนเทศ ได้จัดท�ำข้ึนเมื่อเดือนสิงหาคม
พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในโครงการพัฒนาและเผยแพร่สารสนเทศภูมิปัญญา
ทอ้ งถิน่ ดา้ นนนทบุรศี ึกษา เพอื่ สง่ เสริมบรกิ ารหอ้ งสมดุ สู่ชุมชน ซึง่ เปน็ ผลผลติ
ของการด�ำเนินงานโครงการบริการวิชาการแก่สังคมในปีงบประมาณ พ.ศ.
๒๕๖๐ ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้รับการตัดสินให้เป็นหนังสือ
ดีเด่นประเภทสารคดี ท้ังผู้เขียนหนังสือ คือ นายพิศาล บุญผูก ปราชญ์
ท้องถ่ินชาวนนทบุรี และบุคลากรส�ำนักบรรณสารสนเทศ มีโอกาสได้เข้าเฝ้า
ทูลละอองพระบาทสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
รับพระราชทานเกียรติบัตรรางวัลหนังสือดีเด่น ในการประกวดหนังสือดีเด่น
ประจ�ำปีพุทธศักราช ๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑
อีกดว้ ยน้ัน
ในฐานะท่ีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเป็นมหาวิทยาลัยเปิด ตั้งอยู่ในจังหวัดนนทบุรี ได้ด�ำเนินการ
มายาวนานก้าวสู่ปีท่ี ๔๐ มีพันธกิจในการให้โอกาสทางการศึกษาและการศึกษาต่อเนื่อง ส่งเสริมวัฒนธรรม
การอ่าน เพ่ือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ชุมชน องค์กร สถาบันต่างๆ ในสังคม น�ำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้
ตลอดชีวิต อีกท้ังพันธกิจในการอนุรักษ์ ส่งเสริมพัฒนาและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาติ มหาวิทยาลัย
จึงได้จัดพิมพ์หนังสือ “นนทบุรีศรีมหานคร” ที่ได้รางวัลหนังสือดีเด่น ประเภทสารคดี พ.ศ. ๒๕๖๑ นี้เป็น
ครั้งท่ี ๒ เพื่อเผยแพร่ให้กว้างขวางย่ิงข้ึน เป็นการร่วมสืบสานจรรโลงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต
อาชีพท้องถิ่นนนทบุรี ให้เป็นรากฐานและทุนทางวัฒนธรรมที่ย่ังยืนของจังหวัดนนทบุรีที่สามารถน�ำไปศึกษา
คน้ ควา้ รงั สรรคต์ ่อยอดพัฒนางานในดา้ นต่างๆ ให้งอกงามสบื ต่อไปได้อกี
ขอขอบคุณบุคลากรส�ำนักบรรณสารสนเทศท่ีได้สร้างสรรค์ผลงาน และงานประชาสัมพันธ์ กองกลาง
ทไ่ี ดร้ ว่ มกนั จดั การพมิ พเ์ ผยแพรผ่ ลงานทดี่ ี มคี ณุ คา่ ของมหาวทิ ยาลยั เพมิ่ เตมิ เพอื่ เผยแพรส่ สู่ าธารณชนใชป้ ระโยชน์
ไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง สมดังปณิธานการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราชสืบไป
(ศาสตราจารย์ ดร. ประสาท สืบค้า)
กรรมการสภามหาวิทยาลยั ผูท้ รงคณุ วฒุ ิ
รักษาการแทนอธกิ ารบดีมหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช
กรกฎาคม ๒๕๖๑
นนทบรุ ศี รมี หานคร
หนงั สือรางวลั ดีเดน่ ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๖๑
ประเภทสารคดี
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยส�ำนัก
บรรณสารสนเทศ ในฐานะห้องสมุดของมหาวิทยาลัย
ไดจ้ ดั พมิ พแ์ ละเผยแพรห่ นงั สอื “นนทบรุ ศี รมี หานคร” ขน้ึ
เผยแพร่เป็นคร้ังแรกในการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง
“นนทบุรี วาไรตี้ ๔.๐” ณ ห้องพระปกเกล้า อาคาร
อเนกนิทัศน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จังหวัด
นนทบุรี เมื่อวันพุธท่ี ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ จัดข้ึน
เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมแสดงความอาลัยและส�ำนึก
ในพระมหากรุณาธิคุณหาท่ีสุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ไดพ้ ระราชทานแกป่ วงชนชาวไทยมาตลอดรัชกาล ในงาน
ดังกล่าว รองศาสตราจารย์ ดร. ภาณุมาศ ขัดเงางาม
รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
และนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี
ในขณะน้ัน ได้ร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา
และมพี ธิ มี อบหนงั สอื “นนทบรุ ศี รมี หานคร” ใหห้ นว่ ยงาน
ห้องสมุดของสถาบันการศึกษา โรงเรียนต่างๆ รวมท้ัง
ประชาชนผู้สนใจด้วย การสัมมนานี้มีผู้เข้าร่วมงาน
๕๗๒ คน
การสมั มนาตลอดทัง้ วันมวี ิทยากรจากท้องถิน่ นนทบรุ ปี ระกอบด้วย นายพศิ าล บญุ ผกู (ผู้เขยี นหนังสือ)
นายเสนห่ ์ แจม่ จริ ารักษ์ นายวีระโชติ ปน้ั ทอง นายธีรวฒั น์ กลบี ผง้ึ นายกติ ติ มัน่ กตญั ญู นางกษภรณ์ ตราโมท
นายยวง เขยี วนลิ นางสาวมณฑา เจรญิ สขุ สวุ รรณ นางปยิ ะนชุ ศกนุ ตนาค และนางวรนชุ สนุ ทรวนิ ติ (บรรณาธกิ าร
หนงั สอื และผูจ้ ดั ทำ� โครงการ) มผี บู้ ริหารมหาวทิ ยาลัยในขณะนน้ั ๒ ท่าน คอื ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ทวี สุรฤทธิกุล
รกั ษาการแทนรองอธกิ ารบดฝี า่ ยเทคโนโลยสี ารสนเทศ และนายสมั พนั ธ์ เยน็ สำ� ราญ รกั ษาการแทนรองอธกิ ารบดี
ฝ่ายบรหิ าร ได้ร่วมบนั ทึกภาพเป็นที่ระลกึ กบั ประธานในพธิ แี ละคณะวิทยากรด้วย
ในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ส�ำนักงานคณะกรรมการศึกษาข้ันพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
เชญิ ชวนหนว่ ยงาน องค์กร และบุคคลใหร้ ว่ มสง่ หนงั สือเขา้ ประกวดหนงั สอื ดเี ด่น ประจำ� ปีพุทธศักราช ๒๕๖๑
ซ่ึงมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการผลิตหนังสือภาษาไทย ที่ประพันธ์และจัดท�ำภาพประกอบโดยคนไทย
พิมพ์โฆษณาในประเทศไทยให้มีคุณภาพดี มีสาระประโยชน์ มีปริมาณทวีข้ึนเพียงพอแก่ความต้องการ
ของประชาชน และมหาวทิ ยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธริ าช ไดส้ ่งหนังสือ “นนทบรุ ีศรีมหานคร” เข้าประกวด
ต่อมาวนั ศุกรท์ ี่ ๒๓ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑ ส�ำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน ได้จัดงาน
แถลงข่าวสื่อมวลชน ประกาศผลการประกวดหนังสือดีเด่น ปีพุทธศักราช ๒๕๖๑ มีหนังสือเข้าประกวด
๓๓๘ เร่อื ง เป็นรางวลั หนังสอื ดีเดน่ ๑๑ เร่อื ง โดยหนงั สอื ประเภทสารคดี รางวัลดเี ด่น คือ นนทบุรศี รมี หานคร
และเม่ือวันพฤหัสบดีท่ี ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำ� เนนิ ทรงเปดิ งานสัปดาห์หนงั สอื แหง่ ชาติ ครงั้ ที่ ๔๖ และงานสปั ดาหห์ นังสือนานาชาติ ครง้ั ที่ ๑๖
ณ หอ้ งบอลรมู ศนู ยก์ ารประชมุ แหง่ ชาตสิ ริ กิ ติ ์ิ ไดพ้ ระราชทานพระราชวโรกาสใหผ้ ปู้ ระพนั ธ์ และผจู้ ดั พมิ พห์ นงั สอื
ทไ่ี ดร้ างวลั เขา้ เฝา้ ทลู ละอองพระบาทรบั พระราชทานโลป่ ระกาศเกยี รตคิ ณุ นำ� ความปลมื้ ปติ แิ กม่ หาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั
ธรรมาธิราชและผูท้ ไี่ ด้รางวลั เป็นอย่างยิง่
ขา่ วและนทิ 2รรเมศษกาายรหนนวังันสคือลา้ “ยนวนนั พทรบะุรรศี าชรีมสมหภาพนคสมร”เดจ็ทพไ่ี ดระร้ เับทรพารงตั วนลั ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ประจำวันพธุ ท่ี 4 เม.ย. 2561
จัดทำโดยงำนประชำสัมพันธ์ กองกลำง
http://eservice.stou.ac.th
>E news >วำไรต้ี
หนังสอื “นนทบุรีศรีมหำนคร” ของสำนักบรรณสำรสนเทศ มสธ. รบั รำงวัลดเี ด่น
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงานสัปดาห์
หนงั สอื แหง่ ชาติ คร้ังท4่ี 6 และสัปดาหห์ นงั สือ
นานาชาติคร้ังท่ี 16 ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การ
ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม
2561 ในโอกาสนไ้ี ดพ้ ระราชทานโลเ่ กียรติคุณ
แก่ผู้ท่ีได้รับรางวัลหนังสือดีเด่น จากการเข้า
ร่วมประกวดในโครงการประกวดหนังสือ
ดเี ด่นประจาปี พ.ศ. 2561 ท่จี ดั โดยสานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน (สพฐ.)
ซึ่งในการประกวดครั้งน้ี “หนังสือนนทบุรีศรี
ม ห า น ค ร ”ข อ ง ส า นั ก บ ร ร ณ ส า ร ส น เ ท ศ
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้รับรางวัล
ดีเด่น กลุ่มหนังสือสารคดี ท้ังนี้ นายพิศาล
บุญผูก ไดเ้ ขา้ รบั พระราชทานโลเ่ กียรติคุณ ใน
ฐานะผู้ประพันธ์ และนางวรนุช สุนทรวินิต
รักษาการแทนผอู้ านวยการสานักบรรณสารสนเทศ เปน็ ผแู้ ทนมหาวทิ ยาลัย เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณ ในฐานะผจู้ ัดพมิ พ์
คำ� นำ� ของอธกิ ารบดี
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช มหติ ลาธเิ บศร รามาธบิ ดี จกั รนี ฤบดนิ ทร สยามนิ ทราธริ าช
บรมนาถบพติ ร มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศวา่ โดยทเี่ ปน็ การสมควรจดั ตงั้ มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั
ธรรมาธิราช จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบญั ญัติมหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช พุทธศักราช
๒๕๒๑ ได้พระราชทานพระราชด�ำรัส “...การที่ต้ังมหาวิทยาลัยสุโขทัยน้ี ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยท่ีสมัยใหม่
ทจ่ี ะให้ผู้ทมี่ ีความสามารถ และผูม้ คี วามปรารถนาทจี่ ะเรยี น ศกึ ษาวิทยาการ วชิ าการ ก้าวหน้ากวา้ งขวางได้
เพราะว่าได้ชื่อว่าคนไทยก็ต้องมีความเฉลียวฉลาด ขาดแต่โอกาสท่ีจะได้ขยายความรู้ ขยายความสามารถ
ของตน...ฉะน้ันก็สมควรท่ีจะบริการให้แก่ประชาชนคนไทยได้มีโอกาสที่จะเล่าเรียน...” ซึ่งมหาวิทยาลัยได้
อญั เชญิ มาเปน็ ปณิธาน การจดั การศึกษาของมหาวิทยาลัยสบื ตอ่ มาจนปจั จบุ นั
เพือ่ น้อมเกลา้ นอ้ มกระหมอ่ มแสดงความอาลัย และส�ำนกึ ในพระมหากรุณาธิคณุ หาที่สดุ มไิ ด้ ทพ่ี ระบาท
สมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร รชั กาลที่ ๙ แห่งพระบรมราชจกั รวี งศ์ พระผูเ้ สดจ็ สู่
สวรรคาลัย ท่ีได้พระราชทานแก่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และเสด็จพระราชด�ำเนินจังหวัดนนทบุรี
หลายคร้ังตลอดรัชกาล ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ นี้ มหาวิทยาลัยจึงเห็นชอบให้ส�ำนักบรรณสารสนเทศจัดท�ำหนังสือ
“นนทบรุ ศี รมี หานคร” ในโครงการพฒั นาและเผยแพรส่ ารสนเทศภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ดา้ นนนทบรุ ศี กึ ษา เพอ่ื สง่ เสรมิ
บริการห้องสมุดสู่ชุมชน ซ่ึงเป็นพันธกิจในการให้โอกาสทางการศึกษาและการศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิต ในด้าน
การบรกิ ารวชิ าการ เพอ่ื การพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ ชมุ ชน และองคก์ รสถาบนั ในสงั คม เพอ่ื นำ� ไปสสู่ งั คมแหง่ การ
เรยี นรู้ สงั คมฐานความรู้ และพนั ธกจิ การอนรุ กั ษ์ สง่ เสรมิ พฒั นาและเผยแพรศ่ ลิ ปวฒั นธรรมของชาติ ซง่ึ ตอบสนอง
เปา้ หมายยทุ ธศาสตร์มหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช ระยะ ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๐) อีกด้วย
หนังสือ “นนทบุรีศรมี หานคร” นีไ้ ดร้ วบรวมเร่อื งราวของจังหวดั นนทบุรีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบนั ไวเ้ ปน็
แหลง่ ความรทู้ เี่ ป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ ตามปรัชญาของมหาวิทยาลยั ทีใ่ หโ้ อกาสทางการศึกษาและ
การศกึ ษาต่อเนื่องตลอดชีวิตส�ำหรบั ประชาชนผ้สู นใจอยา่ งกวา้ งขวาง ไม่เพยี งเฉพาะชาวจงั หวัดนนทบรุ เี ทา่ น้ัน
ขอขอบพระคุณอาจารย์พิศาล บุญผูก บุคคลส�ำคัญท่านหน่ึงของจังหวัดนนทบุรี ขอขอบคุณผู้บริหาร
ตลอดจนบคุ ลากรส�ำนักบรรณสารสนเทศทุกท่าน ทไี่ ดท้ ุ่มเทกำ� ลงั ปญั ญา ก�ำลงั ใจ กำ� ลังกายในการจดั ทำ� หนงั สือ
“นนทบรุ ศี รมี หานคร” นเ้ี ปน็ ผลสำ� เรจ็ เรยี บรอ้ ย ทำ� ใหม้ หาวทิ ยาลยั มผี ลผลติ ทางวชิ าการทไ่ี ดร้ ว่ มกนั สรา้ งสรรคข์ น้ึ
อันส่งอานิสงสต์ อ่ การเผยแพร่ความรู้ เรื่องราวของทอ้ งถน่ิ นนทบุรที เ่ี ส่ยี งตอ่ การสญู หายไปตามกาลเวลาใหค้ งอยู่
และกว้างขวางย่ิงข้ึน เป็นแหล่งเรียนรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การอ่านหนังสือ” ซ่ึงเป็นการศึกษาตามอัธยาศัย
ที่เป็นส่วนส�ำคัญในกรอบยุทธศาสตร์ของแผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ของไทย
พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔ เป็นไปตามแผนยุทธศาสตรช์ าติ ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) และเป็นบริการ
วิชาการแกส่ ังคมเพอ่ื พฒั นาชมุ ชน สงั คมและประเทศชาติ ให้เป็นสังคมแห่งการเรยี นรตู้ ลอดชีวติ ดว้ ยอกี ทางหนง่ึ
ตามปณิธานของมหาวทิ ยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชน้ีสบื ไป
(รองศาสตราจารย์ ดร. ภาณุมาศ ขัดเงางาม)
กรรมการสภามหาวทิ ยาลยั
รักษาการแทนอธกิ ารบดีมหาวทิ ยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช
สิงหาคม ๒๕๖๐
คำ� น�ำในการจดั ทำ� หนังสอื
ส�ำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะหน่วยงานห้องสมุดของมหาวิทยาลัย
ไดด้ ำ� เนนิ โครงการการจดั การสารสนเทศทอ้ งถน่ิ ดา้ นนนทบรุ ศี กึ ษา เพอ่ื สง่ เสรมิ บรกิ ารหอ้ งสมดุ สชู่ มุ ชน ดว้ ยทต่ี งั้
ของมหาวทิ ยาลยั ตง้ั อยใู่ นจงั หวดั นนทบรุ ี ตงั้ แต่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ เปน็ ตน้ มา ไดม้ กี ารศกึ ษาคน้ ควา้ รวบรวมเรอื่ งราว
ในอดตี และพฒั นาการของพนื้ ทใี่ นจงั หวดั นนทบรุ ี โดยเรม่ิ จากพนื้ ทอี่ ำ� เภอปากเกรด็ ซง่ึ เปน็ ทตี่ งั้ ของมหาวทิ ยาลยั และ
ขยายไปอ�ำเภอใกล้เคียงท่ีมีประวัติพัฒนาการของพื้นที่ที่เก่ียวเน่ืองกันอีก ๒ อ�ำเภอ ได้จัดท�ำเป็นหนังสือเพ่ือ
เปน็ แหลง่ ศกึ ษาอา้ งองิ ได้ ครอบคลมุ พนื้ ท่ี ๓ อำ� เภอ ไดแ้ ก่ อำ� เภอปากเกรด็ อำ� เภอบางบวั ทอง และอำ� เภอไทรนอ้ ย
รวม ๑๐ เล่ม ได้แก่ ๑) เคร่ืองปั้นดินเผานนทบุรี ๒) ภูมินามอ�ำเภอปากเกร็ด ๓) ท้องถิ่นอ�ำเภอปากเกร็ด
๔) วดั ในอำ� เภอปากเกรด็ ๕) ภมู นิ ามอำ� เภอบางบวั ทอง ๖) ทอ้ งถน่ิ อำ� เภอบางบวั ทอง ๗) วดั ในอำ� เภอบางบวั ทอง
๘) ภาพเก่าเล่าเรือ่ งบางบัวทอง ๙) ภมู นิ ามอำ� เภอไทรน้อย และ ๑๐) วดั ในอ�ำเภอไทรน้อย
ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ นี้ ส�ำนักบรรณสารสนเทศ ได้ด�ำเนินโครงการพัฒนาและเผยแพร่สารสนเทศ
ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ดา้ นนนทบรุ ศี กึ ษาเพอ่ื สง่ เสรมิ บรกิ ารหอ้ งสมดุ สชู่ มุ ชนอกี ครงั้ หนงึ่ เพอ่ื นอ้ มเกลา้ นอ้ มกระหมอ่ ม
แสดงความอาลยั และสำ� นกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ หาทสี่ ดุ มไิ ด้ ทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานแก่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และจังหวัดนนทบุรี โดยจัดท�ำหนังสือ
“นนทบรุ ศี รมี หานคร” ทค่ี รอบคลมุ เรอื่ งราวทง้ั ๖ อำ� เภอ โดยมงุ่ เนน้ เรอื่ งราวของอำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี อำ� เภอบางกรวย
และอ�ำเภอบางใหญ่ ท่ียังมิได้มีการจัดท�ำเป็นหนังสือมาก่อน และมีข้อมูลสังเขปของอ�ำเภอปากเกร็ด อ�ำเภอ
บางบวั ทอง และอ�ำเภอไทรน้อย ท่ีได้ท�ำเป็นหนังสือไว้แล้วรวมอยู่ในเล่มเดียวกันขึ้น เพ่ือร่วมอนุรักษ์และสืบสาน
ข้อมูลความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคล เป็นภูมิปัญญาความรู้จากการศึกษาค้นคว้าเอกสารต้นฉบับตัวเขียน เอกสารเก่า
โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งหนงั สือรายงานจังหวดั นนทบุรี พ.ศ.๒๕๐๐ - ๒๕๑๐ เปน็ แหลง่ สำ� คัญทีส่ มควรศกึ ษาคน้ ควา้
รวบรวมจดั เกบ็ ไวอ้ ยา่ งเปน็ ระบบใหม้ คี วามยง่ั ยนื และสามารถเผยแพรเ่ ปน็ แหลง่ ศกึ ษาคน้ ควา้ อา้ งองิ ไดส้ ะดวกตอ่ ไป
หนังสือ “นนทบุรีศรีมหานคร” มเี นอื้ หาเรือ่ งราวของจังหวดั นนทบรุ ตี ัง้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปัจจบุ ัน พร้อมภาพ
ประกอบ แบ่งเปน็ ๑๐ บท คอื ๑) ปฐมบทนนทบรุ ีศรีมหานคร ๒) นนทบุรมี สี ร้อยนาม ๓) นนทบุรที ่สี องฝง่ั
เจ้าพระยา ๔) ล�ำคลอง ครรลองชีวิตของนนทบุรี ๕) ความหลากหลายของผู้คน ชุมชนนนทบุรีและอาชีพ
๖) สร้างมรรคาเข้าสูอ่ ารยธรรมนนท์ ๗) นนทบุรี มี ๖ อำ� เภอ ๘) พระบารมีมากล้นร�ำพนั ๙) ผ้ทู ำ� คณุ ประโยชน์
ในจงั หวดั นนทบรุ ี และ ๑๐) บทส่งทา้ ย
หนังสือ “นนทบุรีศรีมหานคร” ส�ำเร็จลงได้ด้วยความกรุณาอย่างดีย่ิงของอาจารย์พิศาล บุญผูก
ชาวนนทบุรีผู้เป็นบุคคลภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ส�ำคัญยิ่งท่านหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี ที่ได้อุทิศตนสละเวลา
ศกึ ษาค้นควา้ ข้อมูลร่วมกับส�ำนักบรรณสารสนเทศ และเรียบเรียงหนังสือเล่มนี้ด้วยความเหน่ือยยากย่ิง จึงขอ
กราบขอบพระคุณเปน็ อยา่ งสงู ดว้ ยความซาบซง้ึ ยากจะบรรยายไดไ้ ว้ ณ โอกาสนี้
สำ� นักบรรณสารสนเทศ ยนิ ดีและภาคภมู ิใจเป็นอย่างย่งิ ทไ่ี ด้นำ� เสนอเรอ่ื งราวของท้องถ่นิ จังหวดั นนทบุรี
ทั้ง ๖ อำ� เภอ อย่างเป็นระบบทั้งในรูปแบบหนงั สอื หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เปน็ ส่วนหนึ่งของการอนุรกั ษ์ สืบสาน
เพอื่ เผยแพรส่ ่กู ารใช้ประโยชนอ์ ย่างกว้างขวาง เป็นบริการวิชาการแกส่ งั คมของมหาวทิ ยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
อนั เปน็ กจิ กรรมสง่ เสรมิ การอา่ น ทส่ี อดคลอ้ งกบั แผนแมบ่ ทสง่ เสรมิ วฒั นธรรมการอา่ นสสู่ งั คมแหง่ การเรยี นรขู้ องไทย
พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔ ตามนโยบายการพฒั นาคุณภาพประชากรผา่ นการอา่ น และการเรียนรู้ของชาติที่ประกาศ
ใช้เม่อื เดอื นมกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ดว้ ย
สำ� นกั บรรณสารสนเทศ
สงิ หาคม ๒๕๖๐
ค�ำน�ำของผูเ้ ขียน
จังหวัดนนทบุรี ได้สืบสานต�ำนานความเป็นบ้านเป็นเมืองมาต้ังแต่ครั้งต้นกรุงศรีอยุธยาที่มีความรุ่งเรือง
ทางสังคมที่ตั้งอยู่ในภูมิประเทศท่ีอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งรวมของผู้คนหลากหลายศรัทธาและวัฒนธรรมอันเป็น
พหสุ ังคมในดนิ แดนลมุ่ น�้ำเจ้าพระยาตอนล่าง
พน้ื ทอี่ นั อดุ มสมบรู ณข์ องเมอื งนนทบรุ ี นอกจากเปน็ แหลง่ เรอื กสวนไรน่ า เปน็ แหลง่ กำ� เนดิ ผลไมร้ สเลศิ แลว้
นนทบุรียังเป็นแหล่งรวมพุทธศิลป์โบราณท่ีทรงคุณค่าของชาติมากมายกระจายอยู่ในชุมชนต่างๆ ตลอดสองฝั่ง
เจ้าพระยาและคลองสาขาทว่ั ทง้ั จงั หวัดนนทบุรี
ปัจจบุ นั นนทบุรี เป็นเมืองปรมิ ณฑลของกรงุ เทพมหานคร พัฒนาการยุคโลกาภวิ ัตน์ ได้ไหลบ่าขยายตัว
เข้ามาปรับเปล่ียนนนทบุรีอย่างรวดเร็ว เรือกสวนไร่นาได้กลายเป็นบ้านเมือง เป็นชุมชนขนาดใหญ่กระจายอยู่
ท่ัวท้ังจังหวัด การน�ำเร่ืองราวของ “นนทบุรีมหานคร” ให้ปรากฏขึ้นนี้ด้วยความคิดท่ีว่านนทบุรีในความหมาย
เปน็ เมืองท่มี คี วามสุขและรืน่ รมยต์ ลอดไป
ดังน้ันหนังสือ “นนทบุรีศรีมหานคร” น้ีจึงน�ำเสนอเกี่ยวกับจังหวัดนนทบุรีโดยตรงถึงความเป็นมาของ
เมอื งนนทบรุ ี และจงั หวดั นนทบรุ ใี นภาพรวม สว่ นเรอ่ื งราวของอ�ำเภอตา่ งๆ ทอี่ ยใู่ นเขตปกครองของจงั หวดั นนทบรุ ี
ทั้ง ๖ อำ� เภอ จงึ เปน็ เรอื่ งของอำ� เภอเมืองนนทบุรี อำ� เภอบางกรวย และอำ� เภอบางใหญ่เปน็ ส่วนใหญ่ สว่ นอ�ำเภอ
ปากเกร็ด อ�ำเภอบางบัวทอง และอ�ำเภอไทรน้อย สามารถหาอ่านได้จากหนังสือท่ีส�ำนักบรรณสารสนเทศ
มหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราชได้จดั ทำ� ไว้แลว้ ก่อนหน้าน้ี
ขอขอบคณุ มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช ทใี่ หค้ วามสำ� คญั ในเรอื่ งราวของนนทบรุ ศี กึ ษา จงึ มกี ารจดั พมิ พ์
หนงั สอื “นนทบรุ ีศรมี หานคร” ข้ึน
ขอขอบคุณท่านผรู้ ูใ้ นชมุ ชนตา่ งๆ ท่กี รุณาใหข้ อ้ มลู บอกเลา่ เรือ่ งราวของเมืองนนทบรุ อี นั มคี ณุ คา่ ยง่ิ
ขอขอบคณุ สำ� นกั บรรณสารสนเทศ มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ นางวรนชุ สนุ ทรวนิ ติ
รกั ษาการแทนผอู้ ำ� นวยการสำ� นกั บรรณสารสนเทศ ประธานคณะกรรมการโครงการพฒั นาและเผยแพรส่ ารสนเทศ
ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ด้านนนทบุรีศึกษา เพ่ือส่งเสริมบริการห้องสมุดสู่ชุมชน ส�ำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัย
สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช และบรรณาธกิ าร ทช่ี ว่ ยจดั ทำ� หวั ขอ้ เรอ่ื งทงั้ เพมิ่ เตมิ เนอ้ื หาและจดั หาภาพประกอบ ตลอดจนการ
จดั ทำ� รปู เลม่ จนทำ� ใหห้ นังสอื มีความสมบูรณ์ยง่ิ ขน้ึ ทง้ั ทม่ี เี วลาจ�ำกัดมาก
ตลอดจนคณะเจ้าหน้าท่ี อาทิ นางสุนันท์ เพ็งมณี ท่ีช่วยพิมพ์ต้นฉบับ และปรับแก้ไขอยู่หลายครั้ง
นายชยั วฒั น์ นา่ ชม นางกลั ยาณี ศภุ ดษิ ฐ์ นางวรรเพญ็ สติ ไทย และนางสาวเครอื ทพิ ย์ เจยี รณยั ทเี่ ปน็ กองบรรณาธกิ าร
และคณะท�ำงานจดั ท�ำหนังสือ ทม่ี สี ่วนท�ำให้งานส�ำเร็จลุล่วงดว้ ยดี ทำ� ให้มหี นงั สอื ท่ีรวบรวมความร้เู รื่องราวของ
จงั หวดั นนทบรุ ี เพื่อเป็นแหล่งความรู้เป็นทางการไว้ส�ำหรับคนรุ่นหลังจะได้ตระหนักรู้รากลึกของท้องถ่ินนนทบุรี
เพ่ือเป็นฐานทสี่ ำ� คญั ในการพฒั นาทอ้ งถ่ิน และบา้ นเมืองตอ่ ไปสมดังเจตนารมณ์
พศิ าล บญุ ผูก
สงิ หาคม ๒๕๖๐
สารบญั
๑๒ บทที่ ๑ ปฐมบทนนทบุรีศรีมหานคร
๑๓ บทน�ำ
กปาจั รจกบุ รนั ะจเปายลตยี่ ัวนขผอันงเปปร็นะเชมาือกงรนจนังทหบวดัรุ ศีนรนีมทหบาุรนีเคมรอื่ ค๒ร๐้ังเปภน็ ูมชนิ ุมิเชวนศขชอาวงสจวังหนวชัดาวนนนาทบ๑ุร๙ี ๒๐ความเจรญิ ของจงั หวัดนนทบรุ ี
๒๔ บทท่ี ๒ นนทบุรีมีสร้อยนาม
๒๕ เมืองนนทบุรีศรีมหาสมุทร
เมืองนนทบุรีและเมืองธนบุรีเป็นท่ีต้ังด่านและป้อมปราการ ๒๖ เมืองนนทบุรีเมืองพี่เมืองน้องกับเมืองธนบุรี ๒๖
ชมุ ชนชาวสวนชาวคลองของเมอื งนนท์ เมอื งธนบรุ ที ด่ี จุ เปน็ คแู่ ฝด ๒๗ ขดุ คลองลดั บางกรวยชว่ ยเชอื่ มเมอื งนนท์ - ธนบรุ ี
เปปร็นาพกาน้ื รทสเี่ ำ�ดคยี ัญวกกนัรงุ ศ๒ร๗ีอยธุเมยอืาง๓น๒นทคบวุรามี มคี เจวารมญิ สขำ� อคงัญกรเปงุ ศน็ รเมีอือยงธุ หยนาตา้ อ้ดง่าขนุดขคอลงกอรงุงลศัดรเจอี า้ยพุธรยะาย๓าร๐องรปบั ้อกมาแรกคว้า้ ปอ้ มทบั ทมิ
การทูต ๓๔
สภาวะบา้ นแตกสาแหรกขาดทเี่ มอื งนนทบรุ เี มอื่ ใกลเ้ สยี กรงุ ศรอี ยธุ ยา ๓๘ การตอ้ นรบั คณะราชทตู ลงั กาทเ่ี มอื งนนทบรุ ี
(เมืองตลาดขวญั ) ๔๐ ระบบการปกครองเมืองนนทบุรีกอ่ นมกี ารปฏริ ูปสมัยรัชกาลท่ี ๕ ๔๑ รัชกาลท่ี ๕ โปรดเกล้าฯ
ปฏิรปู การปกครองของชาติ ๔๓ การปฏริ ปู การปกครองในจงั หวดั นนทบรุ ีครง้ั รชั กาลท่ี ๕ จนถงึ ปจั จุบนั ๔๙ สถาน
ทีต่ ๕ง้ั ๖เมืองนเนมทือบงุรตีนงั้ นแตท่สบมยัุรอีศยรุธยีมาหถงึ าปอัจุทจบุ ยนั า๕น๒เมืองผลไม้ เมืองนนทบุรีศรีเกษตราราม
หรแัชหลกลาาก่งลจหท�ำลหี่ า๕นย่าพเยันสทดธุเุ์็จรมียปีชนรื่อะเมตพือ่าางงสนกตนัน้นทนท์ับ่ีส๖รว๒้อนยกชรต่ือะลทา๖้อด๐นทเุเมรชียือานงวนเสมนวือทนงบนมุรนีคี วท๕า์ ๗มตสลุขานกดนับททกี่มบาีผรุรู้คปีแนหลมูกลาท่งรผวุเรมลียไซนมื้อ้รข๖สาด๑ยีผ๕ลต๗ไมลา้ ๖ดทท๒ุเรุเียรียนกนาผบรลจาไงัดมลง้ท�ำาพน่ีมีู
พเปมรรือะะงกมนวหดนาผกทลร์ ณุไ๖มา้แ๖ธลิคะุณงโาคทนรเี่ กกง้อืากชหาานรดอนุ ปนชรุาระวักจสษ�ำวป์สนขี วนอนนงททจุเงั์ ร๖หีย๘วนดั นนภนนูมททิปบ์ตญั รุาญีม๖าแข๔นอวงพชสารมวะเสดรวจ็านพชนรดนะ�ำเทรท์ิสพทมร�ำเตัสดนว็จนรพาแชรบสะบุดเยทากฯพรร่อผัตงู้ทน๗รรง๐าตช่อสชุดวี ติาทฯุเร๖ยี ๗น
๗๔ บทท่ี ๓ นนทบุรีที่สองฝ่ ังเจ้าพระยา
๗๕ สองฝั่งนทีที่นนทบุรีตามนิราศ
ชุมชนเก่าแก่ของเมืองนนทบุรีที่ปรากฏอยู่ในนิราศสมัยอยุธยาตอนต้น ๗๕ ตลาดแก้วตลาดขวัญอยู่ในย่านใกล้
พคลระอแงบกาว้ งมเรขกนต๗๗๗๘ ตชลุมาชดนแแกล้วะไมสม่ถาีสนภทาพต่ี าตมลนาดริ าคศงผมา่ ีแนตคต่ลลอางดแขมว่นัญ�ำ้ อท้อย่ี มังค๗้า๙ขายคกึ คกั อยู่ ๗๘ บางธรณีสถานท่ีสมโภช
๘๐ เจ้าพระยามหานทีวิถีชีวีคนเมืองนนท์
๘๑ เรือนแพและเรือนริมน้�ำแม้เรือขนาดใหญ่เป็นท่ีพักอาศัยได้เป็นอย่างดี
พายเรือหรือแจวเรือเป็นเรื่องปกติของการเดินทาง ๘๒
๘๓ ความงามสองฝั่งนทีท่ีนนทบุรียามราตรีกาล
๘๔ ความงามของเจ้าพระยาในสายตาชาวต่างชาติ
๘๕ เมืองนนทบุรีมีบางอยู่ตลอดสองฝั่งเจ้าพระยา
๘๘ เมืองนนทบุรีเป็นเมืองน้�ำ
ประเพณีชาวน้�ำของคนเมืองนนท์ ๘๘ น้�ำหลากทุ่งหลากนา กุ้งปลามารอให้คนไปจับกิน ๙๐
๙๐ พันธุ์ไม้ชายเลนท่ีเมืองนนทบุรี
๙๒ บ้านสวนและบ้านนาวิถีชีวิตของชุมชนของคนเมืองนนท์แต่เดิมมา
วนใจิถาผีชนูกีวาพิตขนัออันงช๙เปา๗ว็นสผวลขนผา้ นวลนคิตอืททเ์าท๙งพ๖ภเูมจวิปา้ ฒั ผัญนูม้ ญธีคารุณขรมอ๙แงช๘ลาะวจสลาวรงนีตแขวชิถกาวชีดนีวำ� ิตนาเขามอือลงงงชนแานขวกนทเาบกเุรม่ยี ี วือ๙ขง๓น้าวนวทถิปบีวรรุฒั ะี ๙เนพ๗ธณรรีแทมลำ� ละข้�ำศวคัญร่าัทคขธวอาางทยช่ีทเาล�ำวย้ี บนงุญาดทดูคว่ั ้ววไยาปยผดล๙ว้ไ๙มย้
วฒั นธรรม “ลงแขก” ได้เป็นกระบวนการสร้างบ้านแปงเมอื ง ๑๐๑
๑๐๒ บทที่ ๔ ล�ำคลองครรลองชีวิตของนนทบุรี
๑๐๓ คลองสายหลักในจังหวัดนนทบุรี
คลองมหาสวสั ด์ิ รชั กาลที่ ๔ โปรดเกลา้ ฯ ใหข้ ดุ ๑๐๓ คลองบางเขน ๑๐๖ คลองบางใหญ่ คลองเชื่อมแมน่ ำ�้ สองสาย
ห๑ร๐ือ๗คลคอลงอพงรโะยพงมิ ๑ล๐๑๙๑๔คลคอลงบอางงปบรัวะทปอาง๑๑๑๑๕๒ คคลลอองงปทรวะีวปฒั านสาาย๑ใ๑ห๓ม่ คลองนราภิรมย์ ๑๑๓ คลองพระราชาพมิ ล
๑๑๕
๑๑๖ บทท่ี ๕ ความหลากหลายของผู้คนชุมชนนนทบุรีและอาชีพ
๑๑๗ เมืองนนทบุรี ความหลากหลายของผู้คนและชุมชนผลิตผลของพหุสังคม
๑๑๙ มอญเมืองนนท์
สแมลเะดจจ็ ัดพสรง่ ะเเสจบา้ ตียางกใหสน้กิ รมงุหธานรบาชุรโี ป๑ร๒ด๐เกลโา้ ปฯรดใหเกค้ ลนา้มฯอญพมราะอรยาทชู่ ทด่ี า่านนขสนมอณนศเกั มดอื พ์ิ งนระนสทงบฆรุ ์มี ๑อญ๒๐รามมัญอนญกิ ทาำ�ยหน๑า้๒ท๑เ่ี ปน็ นายดา่ น
๑๒๑ จีนนนทบุรี
๑ดเปา่๒น็น๔คขนนจอจนีนีนพจ๑ฒัง๒นผ๔าู้รเับปคเน็นหยจมา่นี านสหกราล้าร่งั คงไหทา้ ลี่ว๑อ่า๒กพ๒ายรพอคม�ำนาเอภจยนีอู่นเบปนาน็ ทงนบบาัวุรยีมทดาอา่ กนงขอ๑้นึ �ำเ๒มเ๓ภอื่ อขบยจานีายงฮพใวหดน้ื ญทค่ที่ น๑ำ� จ๒นนี ๔าได๑เ้ นป๒น็า๕ยนอาคย�ำณุ อเภลำ� อเักภบษอาณตงละบาทัวดี่ดทขขี อวอญังงคคชนนาทวแจ่ีร๒ีนก
ทใไมนำ� ่ไกกดจาิ ้สรกังพากรัฒัดโรรนงะาสบตี ผบนลไเพติอเรงค่หแรลลอื่ วะงงมสอืจังกคงึ มามรอี เสิ๑กรษ๒ะต๕ใรนก๑ชา๒รุม๖ทชำ�นอกชาาาชรวพีคจ้าเลีน๑ย้ี ใงน๒เจ๗ปังด็ หเกนวจิ อื้ัดกแนรลนระมทเปเบพด็ ุรอื่ ไีขส๑เ่ังปค๒น็ ม๖อสางชเอคพี ารชชาาีพะวหจชนข์ีาอแวงตจชีเ่นดามิวรจมับนีาซน๑้ือน๒ขท๖้าบวรุเชปี า๑ลว๒ือจ๗นีก
๑๒๙ ชุมชนญวนในจังหวัดนนทบุรี
๑๓๐ ลาวเมืองนนท์
๑๓๑ เขมรเมืองนนท์
๑๓๑ รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้ชาวข่า ชาวซาว และมุสลิมมาอยู่ท่ีเมืองนนท์
๑๓๒ มุสลิมนนทบุรี - โปรดเกล้าฯ สร้างมัสยิดแห่งแรกในเมืองนนท์
๑๓๔ งานหัตถกรรมพื้นบ้าน อาชีพที่มีช่ือเสียงของเมืองนนทบุรีในอดีต
นนทบรุ แี หลง่ ผลติ เครอื่ งปน้ั ชนั้ ดมี ชี อื่ คอื ตราสญั ลกั ษณจ์ งั หวดั นนทบรุ ี ๑๓๕ การทำ� งอบ ๑๓๘ การสานเขง่ ปลาทู ๑๓๘
การทำ� หุ่นตะลุ่ม พานแว่นฟ้า ๑๔๐ การสานเสื่อมอญ ๑๔๑ การท�ำระหดั และสีฝัด ๑๔๑
๑๔๒ บทท่ี ๖ สร้างมรรคาเข้าสู่อารยธรรมนนท์
๑๖๖
๑๔๓ จากป่ามาเป็นนาไร่เติบใหญ่ต่อมาเป็นบ้านเป็นเมือง
นกาั่งรรถจไดฟทไะปเเบมียอื นงนบนริษทัท์ ๑ร๔ถไ๔ฟสาตย�ำบนาานงบรัถวทไฟอสงา๑ยบ๔า๘งบววั าทงอรงาง๑รถ๔ไ๔ฟบาคงวบาัวมทยอุ่งยงา-กลในาดกหารลซุม้อื แทกี่ด้วนิ ๑ส๔รา้ ๘งทแางผรนถกไาฟรข๑ย๔า๕ย
เตถสน�ำ้นนนทาบานางงรเกดถรไินวฟรยเถมไ-ือฟไงทชนรว่ นนงททอ้ ่ีย์ ๒๑ม๑๔รร๔๙ค๘านสรำ� งถพคไาฟรพาสนื้มาทโยลฝี่บกง่ั าตคงะรบว้ังวั นัททต่ี อก๒งขชอแว่ งลยเมสะนมอื งหอนงานกอทาุทรส์ กขโู่ ภลยัยกายมกชวีผา้มุลงชก๑นร๕ะ๑ท๐๔บ๙ตถน่อรกนถิจเสไกฟน้ าปทรลารงอ่ถคงไมกฟนรเจะา้าโคถคมนุณสเารยม่ิ๑หแ๔ลร๙กกั
ของจังหวัดนนทบุรี ๑๕๘ ถนนติวานนทท์ างหลวงแผน่ ดินสายแรกในจังหวดั นนทบุรี ๑๕๘
๑๕๙ รถยนต์โดยสารสายแรกของจังหวัดนนทบุรี
เรม่ิ มรี ถยนตป์ ระจำ� ทางถนนสายบางกรวย - ไทรนอ้ ย ๑๖๐ ถนนตวิ านนทท์ างหลวงแผน่ ดนิ สายแรกในจงั หวดั นนทบรุ ี
๑พืน้๖ท๒ี่ตะพวฒั ันนตากก๑าร๖พ๕้ืนทท่ี างตะวันตกของจงั หวัดนนทบุรี ๑๖๒ สะพานขา้ มแม่น้ำ� เจ้าพระยาที่นำ� พาการเปลี่ยนแปลง
บทที่ ๗ นนทบุรีมี ๖ อ�ำเภอ
๑๖๗ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี
ปตอาลรณะาดวาัตขเขคิวตัญวขาอมอยงเูร่ปอว็นำ� มเมภกาอับ๑ตทล๖ท่ี า๗�ำดกขาบวรา้ัญเมนอืตเมงลน่อืานดแรทขกวบตญั ุรัง้ ีเป๑๑น็๖๖ท๘๗ี่ตง้ั อขทำ�อเม่ีงภแาอขขนอวนงงตชทล่ือบาอรุ ดำ�ีเขปเภวน็ อญั ชตแ่ือลลใาหะดมอข่ขำ� วเอญัภงออต๑ำ� ลเ๖ภา๘อดตขลวสญัาถดาข๑นว๖ทญั ๗ตี่ ัง้๑ทส๖ีว่ถ๙า่ากนาททร่ตีอว่ี ้งัา่�ำแกเภลาอะร
อ�ำเภอนนทบุรีย้ายมาอยู่ที่บ้านบางตะนาวศรีมีชื่อใหม่ - อ�ำเภอเมืองนนทบุรี พ๑.ศ๖.๙๒๔๔ส๒ถา๑น๗ท๐ี่ต้ังกทาี่วรเ่าปกลาย่ี รนอแ�ำปเภลอง
เมอื งนนทบรุ ปี จั จบุ นั ๑๖๙ การเปลย่ี นแปลงอาณาเขตของอำ� เภอเมอื งนนทบรุ เี มอื่
อาณาเขตของอำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี ครงั้ รชั กาลที่ ๖ - รชั กาลท่ี ๗ ๑๗๐ ตำ� บลทขี่ น้ึ อยใู่ นเขตปกครองของอำ� เภอนนทบรุ ี
เอม�ำ่อื เภพอ.เศม.ือ๒ง๔นน๗ท๐บ๑รุ ๗เี ป๐น็ อโ�ำอเนภตอำ�นบนลทลบาุรดีขโต้นึ นกดบั ไจปังขหนึ้วัดกับพกระรนุงเคทรพ๑ฯ๗๑๑๗๑อำ� อเภ�ำเอภนอนนทนบทุรบีกุรลเี ับปม็นาอเ�ำปเน็ภออ�ำเมเภืองอนเมนือทงบนรุ นี ๑ท๗บ๑ุรี
จนถึงปัจจุบัน ๑๗๑ โรงเรียนราชวิทยาลัย อาคารศาลากลางจังหวัดนนทบุรีในอดีต ๑๗๒ การสรา้ งหอนาฬกิ า
ทเลท่ี ่าา่เรน่ือำ�้ งใพกลฒั ศ้ นาาลกาากรลพางื้นจทงั ่ีหแวลดั ะนสนถทานบทรุ หีสี่ ล�ำคงั เัญดมิขอ๑ง๗อำ�๓เภกอาเมรือบงรนหิ นารทกบาุรรีปพก.ศค.ร๒อง๕ข๐อ๐งอ-ำ� ๒เภ๕อ๐เม๗อื ง๑น๗น๕ทบพรุ ุที ๑ธ๗ศิล๔ป์ใภนาอพ�ำเเภกอ่า
เมอื งนนทบรุ ี ๑๘๙ วดั เขมาภริ ตาราม ๑๘๙ วดั เฉลมิ พระเกยี รตวิ รวหิ าร ๑๙๒ วดั ชมภเู วก ๑๙๔ วดั คา้ งคาว มธี รรมาสน์
อททุรงยกาลนมเฉหลนมิ งึ่กเาดญยี วจในนาปภรเิ ษะกเท๒ศ๐ไท๓ยก๑ร๙ะท๙รววงดั พทาา้ณยชิเมยอตื์ งง้ั อ๒ย๐ทู่ ๐ว่ี ดั บวาดั งปธรระณชีสารถงัาสนรทรส่ีคม์ ๒โภ๐ช๑พรวะดั แสกงัว้ ฆมทรกาตน๒๒๐๐๔๑กวรดัะโทชรตวกิ งาสราาธมาร๒ณ๐ส๒ขุ
ตั้งอยู่ท่ีทุ่งศรีธัญญา ๒๐๕ สถานท่ีราชการบางแห่งในอ�ำเภอเมืองนนทบุรี ๒๐๖ สนามบินน้�ำต�ำนานการบินที่
โเมรงอื ธงรนรนมทหบรรุ ือี ศ๒า๐ล๘ากผลกู้าอ่งบกาา้ รนค๒ณ๑ะ๓ราษโรฎงรเป์รียระนชชมุ ่าวงาไงมแ้นผนนทยบดึ รุอพีำ� นัฒานจทามว่ี าดั เใปน็นเมโอรื งงเนรนียทน์ก๒า๑ร๑ช่างบนา้ นนทบบางุรตี ๒ะ๑นา๓วศวรตั เี ครยนมาศรี วีางลศา์
นท- บนอี่ ้า�ำทนเบภนุรอรี เิน๒มทือ๒รง๐น์กลนงึทห-บอนจรุ ีดา๒ยห๑นม๖รานิยทเแหรหต์ ภลุแ่งาลเษระิตยีพนพิ๒ริธ๑ใู้ ภน๔ณัจงัอฑหัง์สวกขุัดะภนลานงุ พเทมไบทอื รุงยนี ๒น๒๑ท๒๘ข์๑องพคพิพรพิธิ ูผภธิ ลภณั กณั ฑิจฑจ์ขว์งันั หาธงว์ แ๒ดั ผ๑นน๕นคทรแบอหรุบลี ค๒่งรท๑ัว่อ๘ง๒เท๒ต่ียำ�๑หวกนพาักิพรปิธเกรภษะณั ถตฑมร์
แพทยแ์ ผนไทย ๒๒๒ พิพิธภณั ฑ์บา้ นดรุ ิยางคศลิ ปนิ มนตรี ตราโมท ๒๒๓
๒๒๔ อ�ำเภอบางกรวย
เปลีย่ นแขวงมหาสวสั ดิเ์ ปน็ อ�ำเภอบางคูเวียง และอำ� เภอบางใหญ่ (ปัจจุบนั คอื อำ� เภอบางกรวย) ๒๒๔ สถานที่ท�ำการ
อ((ปปำ� จัจัเภจจอบุุบบนัันาคคงืืออใออห�ำ�ำญเเภภ่ (ออปบบจั าาจงงบุ กกันรรคววยยือ))อ�ำ๒หเล๒ภัง๙อแบรากยง้ากเยมรทว่อื ย่วี )่าพกอ.ศายร.ู่รอ๒ว�ำม๔เภก๔อับ๕บอา�ำ๒งเภก๒อร๘วตยลมาตดางั้ ตขกง้ัว่ิงอัญอยำ� ่ทูเ๒ภว่ี ๒อัดบ๕ชาลงอแพมิธ๒น่ีฉ๒ลา๙งองแทปย่วี ัจกา่ จจกบุาากรนั ออทำ��ำ่วี เเา่ภภกออาบบราาองงำ� ใใเหหภญญอ่่
อทบำ�บาี่ เงาภกงอรกบวรายวงยกไปร๒วส๓ยร๑้า๒ง๓อภย๐าูใ่พนเกกพาา่ืน้รเปลทกา่่ที เคร่ีเปรอื่ อ็นงงพสขฒัวอนงนอทาำ�กุเรเาภยี รอนพบน้ื๒าทง๒ก่ี๙แรลวทยะสี่ต๒ถงั้ ๓แา๐นลทะอภสี่ าำ�มู ณคนิ ญั าามเขขอ-ตงทขออมี่ำ� งาเภอขออำ� เงบภชาออื่งบชกมุราวงชกยนรบพวา.ยศงก.๒ร๒๒ว๕ย๙๐-๐สเพภ-รา๒าพ๕ะภม๐ูมตี ๗ศิน้ าก๒สร๓ตว๑ยร์
บวปดัราบะงกเาทงรออืวอ้งยปยแชญั หา้ ญลง่งา๒รอว๔ำ�ม๒เหภออวบไดั ตาแรงกกกว้ รลฟวาา้ยง๒น๒๔�้ำ๔ท๔๖่ีงาวมภดั ลาช�้พำลเปอลริศศิ๒น๒๔า๓๔ธ๙รวรดั มโพวตดันุทโดธพศธ๒ิลบิ์ ๔ปา๕ง์ใโนอวอดั๒�ำบเ๔ภา๖งอขบนภานุ างพก๒รป๔วร๕ยศิ น๒แาห๔ธรล๐รง่ มจตวิ วดัรัดกบโรพารงธมอิ์บอ้ ปายรงชศิโา้อนงา๒๒ธร๔๔ร๐๙ม
แปหจั จลบุง่ เนัรยี ๒น๕รก้๙ู ารบทาำ�งสกวรนวยทแเุ รหยี ลนง่ จจำ�.สห.นอา่. ยสไมมพป้ งรษะ์ดสบักลุ แดลษิะฐก์งิ่อพำ� นัเภธอไ์ุ มบผ้าลงก๒ร๖วย๐๒ภ๕า๕พเลบา่ าเงรกอ่ื รงววยถิ แชี หวี ติลชง่ ตมุ ลชานดอนำ� ำ�้เภแตอโบ่ บารงากณรวมยาจ๒น๖ถ๒งึ
๒๖๖ อ�ำเภอบางใหญ่
คนบางใหญ่ได้เป็นคนฝั่งธนบุรีเมื่อมีสงครามโลก ๒๖๖ คนฝั่งธนได้กลับมาเป็นคนเมืองนนท์บ้านบางใหญ่เช่นเดิม
สบ๒ำ�า๖คง๗ใญั หขญบอ่าง๒งอ๖ใำ�ห๘เภญอท่ ทบี่สต่ี าถง้ังิตใอหมาญหณา่ าพธเาข.ศตต.หุแ๒ลล๕ะว๐กงทา๐รีล่ ป-มุ่ ก๒เคจ๕ร้า๐อพง๗รขะอ๒ยง๗าอต๐ำ� อเภนบอลาบ่างางมงว่๒ใหง๖ญบ๗่า๒งส๖ใหภ๘ญาพ่ ภแภหามู พลศิ เง่ กาปสา่ ลเตลกู รา่ ม์เ๒ระอ่ื๖มงว่๘พงฒัรสสนถดาามี กนชีาทอ่ืรตพี่ ๒งั้นื้ ท๗ทว่ี๙ี่ า่แกลพาะรทุสอธถำ� ศาเนภลิ ทปอี่์
แในลอะำ�แเหภลอง่บพาฒังในหาญอ่ ๒าช๘ีพ๐๒ว๘ดั ๐ปรวาัดงยคุคห์ ันลธวงราทวส่ี าถสติ มพพี รระะปแรทาน่งคพห์ รละกัจชอยัมใเนกเลมา้ อื ฯง๒นน๘ท๑บวรุ ีัด๒อ๘มั ๐พววันดั ส๒ว๘น๑แกวว้ ัดศเสนู ายธร์ งวหมนิ ศร๒ทั ๘ธ๓า
วดั ทา่ บนั เทงิ ธรรม ๒๘๓ วดั พระเงิน ๒๘๕ การท�ำตะลุ่ม และพานแว่น หตั ถกรรมของอ�ำเภอบางใหญ่ที่น�ำชื่อเสียง
ภสู่เามพือเงลน่านเรท่ือบงบุรี้า๒น๘เร๖ือนวิถวีชิถีวีชิตีวขิตอชงผุมู้คชนนสรมิอคงฝลั่งอคงลแอมงน่ บ้�ำาองอ้ ใมหแญล่ ะ๒ค๘ล๗องแบหาลงใง่ หทญอ่ ง่ ใเนทพย่ี วนื้ เทชงิ่ีอเ�ำกเษภตอรบทาอี่งใำ� หเภญอ่ บ๒า๙ง๑ใหญ่ ๒๙๑
๒๙๘ อ�ำเภอปากเกร็ด
ทีต่ ง้ั ด่านขนอนทสี่ ำ� คญั ของกรุงศรอี ยธุ ยา ๒๙๘ ปากเกรด็ เมืองหน้าด่านและเป็นถ่นิ ฐานของผู้คนหลายภาษา ๒๙๘
ปพบา้ารนกะเเปจกาา้รกต็ดเากกเรมสด็ ือนิ มงมลีนห�ำนานทรำ้� บาโชคุรทงี้ ๒อรอง้๙ชม๙บุ ลชอ้ เวีมกี แาคะผนศน่ นาดนลนิ ทาทกบเี่ นุปรุ พีน็ ชน้แ่อื หคแวลรามกมข๒ทอ๙กุ งข๙เกย์ าาขะกดุ เกข๒รยด็๙าย๙๓ค๐ล๐อโปงลรบดดั า้ เนเกพแลอื่ห้าพฯลฒัมใในหหา้สญกมา่ ยโรภกคชฐา้ พากนราะะรเทแปกตู น็ ้ว๒อมำ�๙รเ๙กภตอสท๓ม่ีบเ๐ด้า๐นจ็
ตพ้ังรอะ�ำอเาภรอามบห้านลวแงหทลีเ่ มกใาหะญเก่แรด็ละ๓เก๐า๐ะศทาี่ตลงั้ากอุนาณตา่อเขมตาเแปล็นะอก�ำาเรภปอกปคารกอเงกขรอ็ดงอ๓ำ� ๐เภ๐อปราัชกกเการล็ดที่๓๕๐๐โปรพดรเะกพลทุ้าฯธรสูปถปารปะนจาำ�
๓เจคงั๐รหอ่ื๒วงดั ปปนน้ั านดกทนิเกบเผรรุ าด็ ี ทปชเี่รมุปะทน็ ดาทษิงมี่กฐาาาขนรอเอดงยนิตทู่ รทอ่ีาาสำ�งญเัทภาลองกั ปเษราอืณกเ๓จ์ กงั๐รหด็๓วดั๓ปน๐าน๑กทเกบพรรุ ด็รแี ะล-บะเกาปราามะกปีเเกกกรรเด็ด็กเยลปา่า้ น็นฯทกชร่ีาาวรวคมปา้ศเาลิคกปรเอ่ืกวงฒัรปด็ นน้ั ธ๓ดร๐นิ รเ๒มผทาขเโี่ กดอาดงะกเดเรกน่งุ รรขด็ ตั อแนงหโชกลาสง่วผนิไทลทติยร์
๓เช๐อ้ื ๖สายสมวนอสญม๓เด๐จ็ ๓ฯ ปากเกรด็ แหลง่ พทุ ธศลิ ปท์ มี่ คี ณุ คา่ ระดบั ชาติ ๓ป๐าก๔เกบรดา็้ นเปปน็ากทเตี่ กง้ั รขด็ อแงหมลหง่ารววทิ มยปาพ่ีลยัาทสโุยขน์ ทายั ฏธกรรรรมมาธมริอาญช
อำ� เภอปากเกรด็ แหลง่ ศกึ ษาทเุ รยี นนนท์ ๓๐๖
๓๐๗ แหล่งความรู้อำ� เภอปากเกรด็ ๓๐๗
๓๑๐ อ�ำเภอบางบัวทอง
ปแเปหรดิ ะลกเ่งทาธรศุรเไกดทิจนิ ยสรทถ�ำอ่ีคไฟำ�ัญเสภขาออยบงบเาามงงือบบงวั วันททนออทงง์ต๓๓้ัง๑๑แ๑ต๐่อบดบาีตางงถบบึงวั ปวัททัจออจงงุบทแันตี่หงั้ ลค๓ง่ า่๑คยา้๐ญขาป่ี้ วนุ่ยทหกใี่ ฐลหางัญนสท่งะคสี่บรดุ ้าาขนมอบโงลาจกงงั บห๓ัวว๑ทดั ๑อนงนศเปทนู ็นบยอรุก์ ี�ำล๓เาภ๑งอก๑บาราพคงธิ า้บเี ทกัวบ่ีท่ียาวองขงบ้าวัว๓ทข๑ออ๐งง
บปแตากเง่คดบรมิ วัอมทงาขอ๓องใง๑นอ๑วำ� ันเภบนอา้ี บงมบาีรงวัถบทไฟวัอทฟงแอา้ หงศล๓ูนง่ ๑รยว๔ก์ มาศรสรคถทั ้าาธในหาทนญส่ี า่ำ�นทคาัง้ญั ศวาใดั นสบอนรำ�กิมเชภรนาอชบ๓าา๑ฯง๒บแวั ลกทะาอหรงมป๓ู่บร๑ะา้ สน๔าจนดัแศสหรรลทั รง่ ธค๓าวน๑าำ� ม๔มราอู้ ซทำ� ง่ึ่ีตเคภั้งวออาบมาาปณงรบาอเวั ขงทดตออแงงละ๓๓ก๑๑า๖๓ร
๓๑๘ อ�ำเภอไทรน้อย
ทเปงุ่ ิดรวพงน้ื ททอท่ีงท�ำนกี่ วาา้มงีกใหารญขส่ ดุ มคบลรู อณงด์สว้ายขขาา้ทว่วั ใไนปนใานปไทลารในน้อหยน๓อง๑๓๘๑ผ๘ู้ใจจบาุญกปชา่่วกยรสะนทับมุ่ สมนดื ุนมชาาเปวน็นนาดาขว้ า้ยวกทาก่ีรวขาุ้ดงคใหลญองไ่ พสง่ศนาำ�้ล๓๓๑๑๘๘
หลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายศรัทธามารวมกันเป็นคนไทรน้อย ๓๑๙ ท่ีต้ัง อาณาเขตและการปกครองของ
ไอท�ำรเภนอ้อไยทแรหนล้อง่ ยพร๓ะ๑ส๙งฆไ์ผทู้ทรรนง้อศยลี แ๓ห๒ล่๐งก�ำเพนทุ ิดธรศถิลโดปยลสำ�้ คารา่ ยท่าอ่ี นำ� เตภะอวไันทตรกนขอ้ อยงจ๓ัง๒ห๑วัดนวนัดทไทบรุรใีคหรญ้ังท่แร่ีปกรเะรดิ่มิษ๓ฐ๒าน๐หลอว�ำงเพภออ่
ทองคำ� และแมโ่ พสพ ๓๒๑ ไทรนอ้ ยแหลง่ กลว้ ยไม้ ไมป้ ระดบั สง่ ออก ๓๒๒ ศาสตรพ์ ระราชา ทชี่ าวนานอ้ มใสเ่ กลา้ ๓๒๓
แหล่งเรยี นรู้และทอ่ งเท่ียวอ�ำเภอไทรน้อย ๓๒๔ แหลง่ ความร้อู ำ� เภอไทรนอ้ ย ๓๒๕
๓๒๖ บทที่ ๘ พระบารมีมากล้นร�ำพัน
๓๔๖
๓๒๗ พระบารมีมากล้นร�ำพัน คนนนท์เทิดทูนสถาบันเหนือเกล้า
๓๗๐
พระมหากรณุ าเสดจ็ ยาตราท่เี มืองนนทบุรี ๓๓๐ เสด็จ ฯ สวนทเุ รียนเมอื งนนทบุรี ๓๓๐ ภาพเกา่ เลา่ เร่อื งพระบาท
สมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ มาจงั หวัดนนทบรุ ี ๓๓๔
บทท่ี ๙ ผู้ท�ำคุณประโยชน์ในจังหวัดนนทบุรี
๓๔๗ ผู้ท�ำคุณประโยชน์ในจังหวัดนนทบุรี
สเผมยณแะผเม่ธอืรงรนมน๓ทบ๕รุ๐ผี ทู้ รเจงป้าญัพญระายพารระัตสนงั าฆธริเาบชศาร๑์ ๘(พุป่มระศโรยีไคชย๓ย๔ัน๗ต์) พระพรหมมงั คลาจารย์ ปญั ญานนั ทะ พระนักเทศน์
๓๕๓ มหาเสวกเอก เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์
(ม.ร.ว. เย็น อิศรเสนา) ๓๕๔ ขุนการัญสิกขภาร (ทุเรียน ทัพภะพยัคฆ์) ๓๕๗ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ๓๕๘
นายมนตรี ๓ต๖รา๕โมทนารยาสชอบาัณดฑปิตาแยละะนศนั ิลทปนิน์ อแดหีต่งผชวู้า่าตริ า๓ช๕ก๙ารจนังาหยวเฉดั ลนิมนทบบัวุรที ั่ง๓๓๖๖๖๔ศนาสายตสรากจลารแยก์้วดเรพ.ว็ญิจกติ ารศศปรรสี าอชา้ ญน์
เมอื งนนท์
ครขู องครู ครูของศิษย์ นกั นวัตกรรมการศกึ ษา และบดิ าแห่งสหกิจศกึ ษาไทย ๓๖๗
บทท่ี ๑๐ บทส่งท้าย
๓๗๗ บรรณานุกรม
๓๘๐ แหล่งข้อมูลสัมภาษณ์บุคคล
๓๘๒ ประวัติสังเขปผู้เขียน
แผนท่ีจังหวัดนนทบุรี
N
WE
S
๑
นนทบปุรฐศี มรบีมทหานคร
บทน�ำ
เม่ือกล่าวถึงจังหวัดนนทบุรี คงมีผู้รู้จักจังหวัดนนทบุรีอยู่มากด้วยเป็นจังหวัดท่ีมีอาณาเขตติดต่อกับ
กรุงเทพมหานคร หรือเป็นเมืองปริมณฑลของกรุงเทพฯ แต่มีใครจะคิดบ้างว่า บนผืนแผ่นดินของจังหวัดนนทบุรี
ที่หลายทา่ นไดอ้ ยู่อาศัย หรอื ไดเ้ ดนิ ทางผ่านไปมา หรือได้รจู้ กั นน้ั เป็นแหล่งสะสมเรอ่ื งราวทง้ั ของผคู้ น และของ
ธรรมชาติ สรรพสาระนานาท่ีน่าสนใจมาอยา่ งยาวนานนบั เปน็ เวลามากกวา่ หา้ ศตวรรษ อันประมวลเปน็ เรือ่ งราว
ของเมอื งนนทบรุ ที ง้ั ทไี่ ดร้ บั การบนั ทกึ ไวเ้ ปน็ ทางการและไมเ่ ปน็ ทางการ รวมทง้ั คำ� บอกเลา่ ทเ่ี ปน็ มขุ ปาฐะของผคู้ น
ท้งั หลาย
ในการรบั รขู้ องคนทวั่ ไป “นนทบรุ ”ี คงเปน็ เพยี งเมอื งปรมิ ณฑลของกรงุ เทพมหานคร และเปน็ เมอื งทรี่ องรบั
การขยายตัวของกรุงเทพมหานครท่มี ีอาคารสูง ๆ หมูบ่ า้ นจดั สรรขนาดใหญม่ ากมายและมีรถไฟฟา้ หลายสายใน
“นนทบุรี” ดังนน้ั ความรคู้ วามเขา้ ใจนนทบุรี จึงถูกจำ� กัดอยเู่ พยี งบทบาทของการเปน็ แหล่งพ�ำนักอาศัย สถานท่ี
ประกอบการ หรือเป็นทางผ่านเพอ่ื การเข้าสู่หรอื การออกจากกรุงเทพมหานคร นอกจากนั้นการศึกษาเพอื่ ไดร้ ถู้ งึ
ชุมชน ผู้คน สังคม และวิถีชีวิตของผู้คนในทัศนะของมานุษยวิทยาและคติชนวิทยาของจังหวัดนนทบุรีที่มีอยู่
อย่างมากมาย กลับถูกก�ำหนดให้มีอยู่อย่างจ�ำกัด แต่จะมีการเน้นและให้ความส�ำคัญแก่บทบาททางเศรษฐกิจ
ในฐานะท่เี ปน็ เมืองปรมิ ณฑลของกรุงเทพมหานครอย่างจริงจังดงั ทเี่ ปน็ อยใู่ นยุคโลกาภวิ ัตน์ทกุ วันนี้
ปัจจุบันน้ีบทบาทของชุมชนของผู้คนในสังคม ตลอดจนถึงเร่ืองราว ความเป็นมาของชุมชนได้เป็น
แหล่งเรียนรู้ที่ส�ำคัญยิ่งของการศึกษาวิจัยทางมานุษยวิทยาและคติชนวิทยา เนื่องด้วยชุมชนเหล่านั้นเป็นพ้ืนที่
ทางนิเวศวัฒนธรรมและภูมิวัฒนธรรม อีกท้ังยังเป็นมาตุภูมิของผู้คนในชุมชน เรื่องราวของคนในชุมชน การตั้ง
ถ่ินฐานบ้านเรือนและวิถีการด�ำเนินชีวิตของคนในชุมชนจึงถูกขับเคล่ือน พัฒนาการตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
และต่อเน่ืองไปในอนาคตท่ีมีสภาพพื้นที่ทางภูมิศาสตร์และสภาพทางธรรมชาติบางประการเป็นองค์ประกอบ
ให้เกิดเป็นนเิ วศวัฒนธรรมของกล่มุ ชนทีม่ อี ตั ลักษณเ์ ฉพาะทีน่ า่ ศึกษา
ดังนั้น การท�ำความรู้จักจังหวัดนนทบุรีนอกเหนือจากการท�ำความเข้าใจในเร่ืองของลักษณะภูมิศาสตร์
หรือภูมินิเวศของจังหวัดนนทบุรีแล้ว การท�ำความเข้าใจและเห็นการเคล่ือนไหวของคนจังหวัดนนทบุรี
จึงเป็นแนวทางในการรวบรวมเร่ืองราวของจังหวัดนนทบุรีด้วย ภาพรวมของนนทบุรีน้ีจึงเริ่มด้วยการท�ำความ
เข้าใจกับหลักฐาน ข้อมูล และเงื่อนไขของท้องถ่ิน ซึ่งท�ำให้เห็นประวัติศาสตร์ของผู้คนท้ังที่เป็นคนเมืองนนท์
และผูท้ ม่ี ีบทบาทเก่ยี วข้องกบั จงั หวดั นนทบรุ ี อีกท้ังเรอื่ งของชมุ ชนต่าง ๆ ในจงั หวัดนนทบุรี
การศึกษาสังคมวิถีชีวิตของผู้คนในจังหวัดนนทบุรี ตลอดถึงการท�ำความรู้จักกับประวัติศาสตร์ของผู้คน
และบ้านเมือง ชุมชนต่าง ๆ ที่มารวมกันเป็นคนเมืองนนท์ และเป็นจังหวัดนนทบุรี เน้นการศึกษาจากมุมมอง
ภายในเปน็ ส�ำคัญ จงึ พยายามใช้ขอ้ มูลภายในท้องถิน่ ท้งั จากการสมั ภาษณบ์ ุคคลและจากเอกสารภายในทอ้ งถ่นิ
และวัตถุส่ิงของท่ีมีในท้องถ่ิน เช่น โบราณสถาน โบราณวัตถุ ร่วมกับการใช้ข้อมูลส่วนกลางที่เป็นเอกสาร
จดหมายเหตุ ทัง้ ของราชการและส่วนบคุ คล
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชุมชนคนนนทบุรี มีมาตั้งแต่คร้ังอโยธยาธานี กรุงอโยธยาศรีรามเทพ
เป็นนครรัฐที่มีความเจริญมาก่อนกรุงศรีอยุธยา ต้ังอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะเมืองกรุงศรีอยุธยา
ศิลปกรรมอโยธยาที่สวยงามจ�ำนวนมากยังคงปรากฏอยู่ถึงปัจจุบัน เช่น พระพุทธไตรรัตนนายก วัดพนัญเชิง
14 นนทบุรศี รีมหานคร
จังหวัดพระนครศรอี ยุธยา เป็นตน้ ทส่ี ร้างขน้ึ ก่อนสมยั กรุงศรีอยธุ ยาเปน็ ราชธานี ๒๖ ปี ศลิ ปกรรมของอโยธยา
และต่อเน่ืองมาถึงสมัยต้นอยุธยาปรากฏมีอยู่ในดินแดนของจังหวัดนนทบุรีน้ีโดยเฉพาะอย่างย่ิงบริเวณลุ่มแม่น�้ำ
เจ้าพระยาสายเกา่ (ปัจจุบนั คอื คลองอ้อมหรือคลองแมน่ ำ้� ออ้ ม) อาทิ
พระปรางค์วัดปรางคห์ ลวง อ�ำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบรุ ี
พระพุทธรปู ศลิ าขนาดใหญ่ จ�ำนวน ๑๖ องค์ ท่ีวัดบางรักใหญ่ อำ� เภอบางบวั ทอง จังหวดั นนทบรุ ี
พระพทุ ธรปู ศลิ า วดั หวั เมอื ง ปจั จบุ นั อยใู่ นโรงพยาบาลพระนง่ั เกลา้ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ ี
พระพุทธรูปศิลา วดั โบสถด์ อนพรหม อ�ำเภอเมืองนนทบรุ ี จังหวดั นนทบุรี
พระพุทธรปู ศลิ า วัดฝาง อ�ำเภอเมืองนนทบรุ ี จังหวัดนนทบรุ ี
พระพุทธรูปศิลา วดั บางศรีราษฎร์ อำ� เภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบุรี
พระพทุ ธรูปศิลา วัดกระโจมทอง อำ� เภอบางกรวย จังหวดั นนทบุรี
พระพุทธรูปศิลา วัดสิงห์ อ�ำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
พระปรางค์วัดปรางค์หลวง ถือได้ว่าเป็นปูชนียสถานหลัก และเป็นศูนย์รวมจิตใจ อีกทั้งบ่งบอกถึง
อายุกาลของโบราณสถานย่านชุมชนต�ำบลนี้ว่า มีความเจริญรุ่งเรืองมาแต่คร้ังอโยธยาต่อมาถึงต้นอยุธยา
สืบมาจนถงึ ปัจจบุ ัน
พระปรางค์วัดปรางค์หลวง ยังแสดงให้เห็นความเจริญของชุมชนท้ังนนทบุรี และบางกอกหรือธนบุรี
ทม่ี ีอาณาเขตตอ่ เน่อื งเป็นยา่ นชาวสวนกอ่ นทีจ่ ะมกี ารแบ่งเขตการปกครองทอ้ งถิ่นเชน่ ในปจั จบุ ันนี้
ชมุ ชนยา่ นลำ� นำ้� เจา้ พระยาสายเดมิ ทล่ี ำ� นำ้� คลองออ้ มไดเ้ ปน็ ชมุ ชนใหญ่ เปน็ ยา่ นการคา้ เกดิ บา้ นตลาดแกว้
บ้านตลาดขวัญ ในช่วงเวลาสมัยอยุธยาตอนต้น ก่อนที่จะมีการยกฐานะบ้านตลาดขวัญเป็นเมืองนนทบุรี
ในเวลาต่อมา
สภาพภูมิศาสตร์ของเมืองนนทบุรีที่มีแม่น้�ำเจ้าพระยาไหลผ่านมีล�ำคลองสาขามากมาย อีกท้ังพ้ืนดินมี
ความอดุ มสมบรู ณ์เหมาะแกก่ ารเจริญเติบโตของพชื พันธ์ธุ ัญญาหารตา่ ง ๆ เมอื งนนทบุรีจึงเปน็ อขู่ ้าวอ่นู ้ำ� ที่สำ� คัญ
มาแตส่ มยั อโยธยาธานีไทยสืบต่อมาจนถึงสมัยรัตนโกสนิ ทร์
แมน่ ำ�้ เจา้ พระยาทไ่ี หลผา่ นกรงุ ศรอี ยธุ ยามาทางใต้ ไหลผา่ นเมอื งปทมุ ธานี เมอื งนนทบรุ ี และไหลลงสอู่ า่ วไทย
ทป่ี ากน�ำ้ เมอื งสมทุ รปราการ สายน�้ำเจา้ พระยาน�ำพาเอาโคลนตมมาทบั ถมในบริเวณสองฟากฝง่ั ทล่ี ำ� นำ้� ไหลผ่าน
โดยเฉพาะอย่างย่ิงในฤดูน้�ำหลากของทุกๆ ปี สายน�้ำจะน�ำพาธาตุอาหารอันมีคุณค่าต่อการเจริญเติบโตของ
พืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆ ท้ังในท้องทุ่ง นาข้าว และในสวนไม้ผลต่าง ๆ ท�ำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของพ้ืนดิน
ท่ัวทง้ั จงั หวดั นนทบรุ ี กอ่ ใหเ้ กดิ เปน็ พน้ื ทนี่ าและสวนผลไมก้ ระจายอยทู่ วั่ ทง้ั จงั หวดั นนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ จี งึ เปน็
จงั หวดั ทผี่ ลติ ขา้ วจำ� นวนมหาศาล และแหลง่ ผลไมร้ สเลศิ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ทเุ รยี น กระทอ้ น มะปราง ลน้ิ จี่ สม้ เปน็ ตน้
แม้ว่าแม่น้�ำเจ้าพระยาไหลแรง แต่เน่ืองจากสภาพภูมิประเทศใกล้ปากแม่น�้ำเจ้าพระยาท่ีเป็นที่ราบและ
มลี กั ษณะเอยี งลาดไมม่ ากนกั จงึ มผี ลทำ� ใหก้ ระแสนำ้� ในแมน่ ำ้� เจา้ พระยาลดความรนุ แรงลงเปน็ บางชว่ ง บางทอ้ งที่
เมอ่ื กระแสนำ้� ลดความรนุ แรงลงทใี่ ด ทนี่ นั้ กระแสนำ้� ไมส่ ามารถกดั เซาะพน้ื ดนิ ได้ อกี ทงั้ โคลนตมทไี่ หลมาพรอ้ มกบั
สายน�้ำจะตกตะกอนลงสู่ก้นลำ� น้�ำในบรเิ วณน้นั มาก เป็นเหตุใหแ้ มน่ ำ�้ ตน้ื เขนิ ข้นึ มาได้
แมน่ ำ้� เจา้ พระยาทไ่ี หลคดเคย้ี วผา่ นจงั หวดั อยธุ ยา ปทมุ ธานี นนทบรุ ี กรงุ เทพมหานครจนถงึ อา่ วไทย
ทำ� ใหเ้ กดิ ตะกอนทบั ถม และมลี �ำคลองสาขากระจายไปท่ัว เกดิ เปน็ ชุมชนนนทบรุ ี ตั้งแตค่ ร้ังกรุงศรีอยุธยา
ทมี่ า: สมดุ ภาพนนทบรุ ี วถิ แี หง่ การพฒั นา. นนทบรุ :ี สำ� นกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั นนทบรุ ,ี ๒๕๕๒. หนา้ ๒๕.
สภาพของการไหลของแมน่ ำ�้ เจา้ พระยาทม่ี คี วามคดเคยี้ วบางชว่ งดงั กลา่ วทไี่ หลผา่ นกรงุ ศรอี ยธุ ยาเมอื งปทมุ ธานี
นนทบรุ ี ธนบรุ ี กรงุ เทพมหานคร (บางกอก) และสมทุ รปราการ ลงสอู่ า่ วไทย ทำ� ใหเ้ กดิ ตะกอนทบั ถมจนกลายเปน็ เกาะ
เป็นสันดอนกลางล�ำน้�ำ บางแห่งเป็นสาขาของล�ำน�้ำแยกกระจายกันมากมายก่อนจะไหลลงสู่ทะเล นอกจากนั้น
มหี ลายแหง่ ท่สี ายน�ำ้ ต้องไหลโคง้ อ้อมวกวนเปน็ แมน่ ้ำ� ออ้ มอยู่ในบางพืน้ ท่ขี องจังหวัดนนทบรุ ี
สถานท่ีตั้งของเมอื งนนทบรุ ที ี่ตั้งอยรู่ ะหว่างกรงุ ศรีอยุธยากับปากน�ำ้ เจ้าพระยา เมืองนนทบุรจี งึ เป็นเมือง
ที่มีบทบาทส�ำคัญต่อกรุงศรีอยุธยา เม่ือกรุงศรีอยุธยาได้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าและการทูตท่ีมีชาวต่างชาติ
มาเจรญิ สมั พนั ธไมตรที างการทตู และการคา้ ตอ้ งเดนิ ทางผา่ นเมอื งนนทบรุ ดี ว้ ยการเดนิ ทางทางเรอื เมอื งนนทบรุ ี
เป็นจุดแวะพักของชาวต่างชาติด้วยว่า เมืองนนทบุรีมีด่านขนอน และมีป้อมที่ต้องตรวจตราเรือแพและผู้คนท่ี
เดนิ ทางผ่านไปมาทีเ่ มืองนนทบรุ ี
จากสภาพภูมิศาสตร์ที่ต้ังของเมืองนนทบุรีท่ีมีความอุดมสมบูรณ์และเป็นชัยภูมิส�ำคัญของกรุงศรีอยุธยา
ดงั กลา่ ว เมอื งนนทบรุ จี งึ มพี ฒั นาการเปน็ ชมุ ชนใหญอ่ ยา่ งตอ่ เนอ่ื งกนั มาตงั้ แตส่ มยั อยธุ ยาตอนตน้ ผคู้ นตา่ งพากนั
มาตง้ั หลกั แหลง่ ในเมอื งนนทบรุ กี นั มากขน้ึ เกดิ เปน็ ชมุ ชนชาวสวน เปน็ แหลง่ กำ� เนดิ ไมผ้ ลรสเลศิ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ
ทุเรียน อกี ทัง้ เกดิ ย่านการค้าของชาวสวนมาตง้ั แตน่ ้ันมาที่ตลาดแก้ว และตลาดขวญั
ชมุ ชนตา่ ง ๆ ในเมอื งนนทบรุ ไี ดเ้ ปน็ แหลง่ กำ� เนดิ และฝากฝงั มรดกทางศลิ ปวฒั นธรรมอนั มคี า่ ไวบ้ นพน้ื แผน่ ดนิ
ตลอดสองฝัง่ เจ้าพระยาและสองฝั่งคลองตา่ ง ๆ แทรกอยู่ตามพื้นทเี่ ขยี วชอมุ่ ของสวนทเุ รยี นอยา่ งมากมาย
16 นนทบรุ ีศรมี หานคร
ชว่ งระยะเวลาทกี่ รงุ ศรอี ยธุ ยาเปน็ มหานครราชธานที ย่ี งิ่ ใหญข่ องไทยระหวา่ งพทุ ธศกั ราช ๑๘๙๓ - ๒๓๑๐
งานศลิ ปกรรมทเ่ี กยี่ วกบั พระพทุ ธศาสนาไดเ้ จรญิ ถงึ ขดี สดุ และแผข่ ยายอทิ ธพิ ลออกไปทว่ั ทกุ สารทศิ ดนิ แดนรอบ ๆ
กรุงศรีอยุธยาจึงเกิดอารามที่มีความงามทางศิลปกรรมและเป็นสถานปฏิบัติธรรมตามความศรัทธาในพระพุทธ-
ศาสนาของผ้คู นในดนิ แดนดงั กลา่ วนี้
เมืองนนทบรุ ีจึงเปน็ ดินแดนหนงึ่ ทไ่ี ดร้ ับอิทธพิ ลงานศลิ ปกรรมของกรงุ ศรอี ยธุ ยา ท่ีปรากฏอยูใ่ นวัดตา่ ง ๆ
ในจงั หวดั นนทบรุ ี อกี ทง้ั นนทบรุ ยี งั เปน็ ดนิ แดนทม่ี คี วามสำ� คญั ดว้ ยเปน็ จดุ ยทุ ธศาสตร์ ความมน่ั คง และเปน็ แหลง่
เสบียงอาหารของกรุงศรีอยุธยาจงึ มีการสถาปนาบ้านตลาดขวัญขึน้ เปน็ เมืองนนทบรุ ีศรีมหาสมุทร
ชมุ ชนบางรกั ใหญ่ ชมุ ชนบางขนนุ บางขนุ กอง บางเขน บางธรณี บางสรอ้ ยทอง ชมุ ชนเหลา่ นมี้ คี วามเจรญิ
มากอ่ นดว้ ยปรากฏวา่ มพี ระพทุ ธรปู ศลิ าสมยั อยธุ ยาตอนตน้ อยทู่ วี่ ดั ในชมุ ชนดงั กลา่ วนอี้ ยทู่ ว่ั ไป อกี ทงั้ หลกั ฐานทาง
โบราณคดที แี่ สดงใหเ้ หน็ พฒั นาการของชมุ ชนชาวสวนนนทบรุ ที มี่ มี าอยา่ งตอ่ เนอื่ งถงึ สมยั อยธุ ยาตอนปลายจนถึง
สมยั รตั นโกสนิ ทร์ ทป่ี รากฏอยเู่ ปน็ หลกั ฐานทางโบราณคดตี า่ ง ๆ เชน่ ทวี่ ดั ปรางคห์ ลวง วดั ปราสาท วดั โพธบ์ิ างโอ
วดั บางรักใหญ่ วัดเพลง (รา้ ง) วดั แก้วฟา้ วดั บางไกรนอก วัดบางไกรใน วัดชมภูเวก วดั เทพอรุ ุมภังค์ (วัดหวั เมือง)
วัดทา้ ยเมอื ง วดั บางไผ่ วัดโบสถ์ดอนพรหม วดั เขมาภิรตาราม วดั เฉลมิ พระเกียรติ วดั ปรมัยยกิ าวาส เปน็ ตน้
กวีมีชื่อหลายท่านได้กล่าวถึงชุมชนคนเมืองนนท์ต้ังแต่สมัยอยุธยา เช่น โคลงนิราศก�ำสรวลสมุทร
โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ มหากวสี นุ ทรภไู่ ดแ้ ตง่ นริ าศไวห้ ลายเรอื่ ง เชน่ นริ าศวดั เจา้ ฟา้ นริ าศพระบาท โคลงนริ าศสพุ รรณ
ได้กล่าวถงึ ชมุ ชนเกา่ แก่ของจังหวัดนนทบุรไี วห้ ลายแหง่
ภาพวาดการตง้ั ชุมชนชาวสวนชาวนา ท่หี ลอมรวมนิเวศวฒั นธรรม
นนทบรุ ศี รมี หานคร 17
การเปน็ อขู่ า้ วอนู่ ำ้� ของจงั หวดั นนทบรุ จี งึ ไดเ้ ปน็ แหลง่ ทตี่ ง้ั ถนิ่ ฐานของผคู้ นหลายชาตพิ นั ธ์ุนอกจากไทยพนื้ ถน่ิ แลว้
มมี อญ จนี ไทยมสุ ลมิ ลาว เขมร ขา่ มุ ชาวซาวเหนอื มารว่ มสรา้ งบา้ นแปงเมอื งเปน็ “คนเมอื งนนท”์ กระจายอยตู่ าม
ชมุ ชนตา่ ง ๆ ในจงั หวดั นนทบุรี และรว่ มหลอมรวมวถิ ีชวี ิตและถกั ทอเป็นวัฒนธรรมคนนนท์ ในนิเวศวฒั นธรรม
เดยี วกันนีอ้ ยา่ งสงบสุข ในนามของเมอื งนนทบุรศี รมี หาอทุ ยาน และเมอื งนนทบุรีศรีเกษตราราม
พัฒนาการของเมืองนนทบุรีมีมาอย่างต่อเน่ืองถึงปัจจุบันนี้ เนื่องจากการเป็นเมืองปริมณฑลของ
กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรีจึงมีการขยายตัวเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไหลบ่าท่วมท้นเข้ามาใน
จงั หวดั นนทบรุ อี ยา่ งเชย่ี วกราก ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากการขยายตวั ของหมบู่ า้ นชนั้ ดี อาคารสงู ๆ ถนนหนทาง ทางรถไฟฟา้
สายตา่ ง ๆ นอกจากทางดว่ นเกดิ ขน้ึ มากมายแลว้ ยงั มรี ถไฟฟา้ มหานครมาใหบ้ รกิ ารในจงั หวดั นนทบรุ ดี ว้ ย การคมนาคม
ทางน�ำ้ ในจงั หวดั นนทบรุ ียงั มบี ทบาทส�ำคญั และอำ� นวยประโยชนไ์ ด้ดมี ากในภาวะจราจรวกิ ฤตเชน่ ปจั จุบันนี้
สถานทร่ี าชการหลายแหง่ ไดม้ าอยทู่ จี่ งั หวดั นนทบรุ ี เชน่ กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงพาณชิ ย์ กระทรวง
ยตุ ธิ รรม มหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช กรมราชทัณฑ์ สำ� นกั งาน ป.ป.ช. (คณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปราม
การทจุ รติ แหง่ ชาต)ิ สำ� นกั งานสลากกนิ แบง่ รฐั บาล เปน็ ต้น
การขยายตัวของจังหวัดนนทบุรีในด้านเศรษฐกิจน้ัน ถือว่าอยู่ในระดับสูงมาก และคงเป็นเช่นน้ีต่อไป
อยา่ งไมห่ ยดุ ยงั้ สง่ิ เหลา่ นถ้ี กู หลอมรวมของคำ� จำ� กดั ความวา่ “ความทนั สมยั ” หรอื อกี นยั หนงึ่ คอื “ความเจรญิ ”
อีกมุมหน่ึงของค�ำจ�ำกัดความดังกล่าวนี้ มีมุมมองของการโหยหา “อัตลักษณ์ของนนทบุรีท่ีอยู่บนพ้ืนฐานของ
ความเรยี บงา่ ย สงบเยน็ และรน่ื รมยส์ มนามนนทบรุ ตี ามวถิ ขี อง ชาวสวน ชาวนา” ซง่ึ นบั แตจ่ ะจางหายไปจาก
จังหวดั นนทบรุ ีท่ัวหัวระแหงและอย่างรวดเรว็ ดุจไฟลามทงุ่
สภาพของสงั คมยคุ ใหมท่ รี่ กุ คบื เขา้ มาในจงั หวดั นนทบรุ ที ปี่ รบั เปลย่ี นนเิ วศวฒั นธรรมดง้ั เดมิ ของชาวนนทบรุ ี
ให้เปน็ นเิ วศวัฒนธรรมของคนเมือง ซึ่งมีความแตกต่างจากวิถชี ีวิตของชาวสวน ชาวนา ดั้งเดมิ เช่น วถิ ชี วี ติ ของ
ผคู้ นรมิ นำ้� ปรบั เปลยี่ นมาอยบู่ นบก มาอยใู่ นตวั เมอื ง ผคู้ นแยกแยะไดเ้ ปน็ กลมุ่ ฐานะอาชพี ระหวา่ งเมอื งกบั ชนบท
หรอื หมูบ่ า้ นที่เกิดขน้ึ ใหมก่ ับชมุ ชนดั้งเดมิ เป็นตน้
สงั คมเมอื งทมี่ คี วามนยิ มในวตั ถกุ ลายเปน็ คณุ คา่ ของสงั คมยคุ ใหม่ ทศั นคตหิ ลายอยา่ งทเ่ี คยอยใู่ กลช้ ดิ และ
องิ อยกู่ ับวดั และผู้อาวุโสในชมุ ชน เช่น พระสงฆ์ ครู อาจารย์ พ่อแม่ ป่ยู ่าตายาย เปน็ ตน้ อีกทัง้ ผกู พันกบั ค�ำสอน
ทางศาสนา ความศรัทธาในการทำ� ความดี แตไ่ ดถ้ ูกเปล่ียนมาอยู่ในครรลองของโลกยี วิสัย มงุ่ เนน้ ทางเศรษฐกิจ
ทางธรุ กจิ และเทคโนโลยี อกี ทง้ั วถิ แี บบตะวนั ตกมากยงิ่ ขน้ึ ขณะเดยี วกนั ชวี ติ ของคนเมอื งแบบใหมท่ เี่ รยี กรอ้ งและ
พง่ึ พารัฐดา้ นสาธารณูปโภค สาธารณปู การ มีการขยายและเกิดข้นึ อย่างกว้างขวางในชุมชนคนเมือง ซึ่งส่งผลต่อ
การด�ำรงชีวิตและมาตรฐานการด�ำรงชีวิตของคนเมืองนนท์ มีผลกระทบประการใด คงเป็นเร่ืองราวของจังหวัด
นนทบุรแี ละคนนนทบุรใี นอนาคตต่อไป
ความศกั ดส์ิ ทิ ธข์ิ องชมุ ชน “เมอื งนนทบรุ ”ี ทผ่ี กู พนั อยกู่ บั วดั และพทุ ธศาสนาจดื จางลง แตด่ ว้ ยพระปรชี า
สามารถของพระมหากษตั ริย์ของไทย พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจา้ อยู่หวั มพี ระมหากรุณาธคิ ณุ ทรงชี้ทาง
ทเี่ หมาะสมในการบำ� เพญ็ บญุ ของชาวไทย โดยทรงสง่ เสรมิ ใหส้ รา้ งโรงเรยี นเพอื่ สรา้ งเยาวชนใหม้ ปี ญั ญา เปน็ คนดี
มีคุณค่าทั้งแก่ตนเอง วงศ์ตระกูลและชาติบ้านเมือง โปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงเรียนราชวิทยาลัยท่ีเมืองนนทบุรี
ซงึ่ จัดการเรยี นการสอนแบบโรงเรยี นของประเทศอังกฤษ จากพระราชดำ� รทิ ม่ี ีประโยชนย์ ่งิ เชน่ น้ี ทำ� ใหม้ พี ระสงฆ์
คหบดี และชาวบา้ นชาวเมอื งนนทไ์ ดร้ ว่ มกนั บรจิ าคทรพั ยส์ รา้ งโรงเรยี นตามวดั ตา่ ง ๆ ในจงั หวดั นนทบรุ หี ลายแหง่
เป็นวิธีการเรียกความศักดิ์สิทธิ์ของวัดกลับคืนมาได้ ปัจจุบันมีเจ้าอาวาสหลายวัดในจังหวัดนนทบุรี ได้เปิดสอน
โรงเรียนพุทธศาสนาวนั อาทติ ย์
18 นนทบรุ ศี รมี หานคร
วิถีชีวิตของชาวสวนชาวนาของคนนนทบุรี ท�ำให้คนนนทบุรีแต่คร้ังอดีตได้รับการกล่อมเกลาตาม
ขนบประเพณี และดำ� รงชวี ติ อยา่ งสงบสขุ ทา่ มกลางบรรยากาศสงบเยน็ ของเรอื กสวนไรน่ า โดยมวี ดั หรอื ศาสนสถาน
ภายในชมุ ชนเปน็ ศนู ยร์ วมกจิ กรรมของชมุ ชนตา่ ง ๆ ทำ� ใหค้ นนนทบรุ มี คี วามเชยี่ วชาญชำ� นาญการในการปลกู ทเุ รยี น
ปลกู ขา้ วพนั ธด์ุ ี อกี ทง้ั มฝี มี อื ในการกอ่ สรา้ งวดั วาอารามทส่ี วยงาม และการดนตรี ตลอดจนมคี วามเครง่ ครดั ความศรทั ธา
ในพระพุทธศาสนา และศาสนาอืน่ ๆ เช่น คริสต์ศาสนา และศาสนาอิสลาม
ความเปน็ สริ มิ งคลทบ่ี งั เกดิ ขนึ้ ทเี่ มอื งนนทบรุ เี มอื่ ไดร้ บั พระมหากรณุ าธคิ ณุ ดว้ ยพระบารมขี องพระมหากษตั รยิ ์
โปรดเกลา้ ฯ สรา้ งพระอารามหลวงทสี่ ำ� คญั ขน้ึ ในจงั หวดั นนทบรุ ี พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั โปรดเกลา้ ฯ
เสด็จพระราชด�ำเนินสมโภชวัดเขมา* ท่ีพระอัครมเหสี กรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ทรงสร้างขึ้นใหม่
พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร พระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระอุโบสถ และพระเจดีย์วัดเขมาและโปรดเกล้าฯ พระราชทาน
สร้อยนามวดั เขมาภิรตาราม โปรดเกลา้ ฯ สรา้ งพระเจดียว์ ัดเฉลมิ พระเกียรติ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้
เจา้ อยู่หวั โปรดเกลา้ ฯ บูรณะวดั ปากอ่าว และพระราชทานนามวดั วา่ วดั ปรมัยยกิ าวาส
การสรา้ งนเิ วศทางเศรษฐกจิ และการเมอื งทบั ลงไปในนเิ วศทางสงั คมวฒั นธรรมของคนในพนื้ ทขี่ องจงั หวดั นนทบรุ ี
ผคู้ นในจงั หวดั นนทบรุ ไี มว่ า่ จะเปน็ ในชมุ ชน หมบู่ า้ น วดั วาอาราม และหนว่ ยปกครองในชมุ ชนตา่ ง ๆ ตา่ งกำ� ลงั สาละวน
อยู่ในวงจรของการพัฒนานิเวศทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างเป็นพลวัต ผู้คนในเมืองนนท์แต่เดิมมาที่คุ้นเคย
และผูกพันอยู่กับวิถีชีวิตคนเมืองนนท์ที่เคยอยู่อย่างสงบ ใช้ชีวิตเป็นมิตรกับผู้คนฉันเครือญาติและเพ่ือนบ้าน
เออื้ เฟอ้ื เผอื่ แผ่ เมตตากนั ตามคำ� สอนของพระบรมศาสดาสมั มาสมั พทุ ธเจา้ อกี ทง้ั เปน็ มติ รกบั นเิ วศธรรมชาติ สามารถ
อยู่รว่ มกบั แมน่ ำ้� ลำ� คลอง ผืนดิน ลมฟา้ อากาศ ฝูงนก ฝงู ปลา และบรรดาพนั ธุไ์ มท้ ผ่ี ลดิ อกออกผลท่คี นเมืองนนท์
สามารถปลูกทุเรียนท่ีมีรสอร่อยท่ีสุดในโลก และเป็นพื้นที่สีเขียวตามธรรมชาติที่ดีกว่าการจัดสวน หรือการจัด
สภาพแวดลอ้ มในยคุ ปจั จบุ นั กระแสการพฒั นาแหลง่ ยา่ นหมบู่ า้ นและชมุ ชนตา่ ง ๆ ในจงั หวดั นนทบรุ ใี หก้ ลายเปน็
แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วกำ� ลงั มกี ารขบั เคลอื่ นผลกั ดนั อยา่ งรนุ แรงไมแ่ พก้ ารพฒั นาเศรษฐกจิ ดา้ นอนื่ ๆ วถิ วี ฒั นธรรม วดั วาอาราม
และเรอ่ื งราวตา่ ง ๆ ของเมอื งนนทไ์ ดม้ กี ารเผยแพรก่ นั อยา่ งแพรห่ ลาย กจิ กรรมดงั กลา่ วบางประการมงุ่ เนน้ ในแงเ่ ศรษฐกจิ
และสง่ เสรมิ การทอ่ งเทย่ี ว การดำ� เนนิ การเชน่ นน้ั มกั จะเกดิ มาจากภายนอกเปน็ สว่ นมากแตม่ ผี ลกระทบถงึ วถิ ชี วี ติ
ของคนเมอื งนนท์ และบรรดาเอกลกั ษณข์ องเมอื งนนท์ เชน่ แหลง่ กำ� เนดิ ทเุ รยี นรสเลศิ ถน่ิ กำ� เนดิ เครอ่ื งปน้ั ดนิ เผา
เมอื งเกา่ วดั งาม เปน็ ตน้ กำ� ลงั สญู เสยี ไปจากความทรงจำ� ของผคู้ น โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ คนเมอื งนนทร์ นุ่ ใหมจ่ ะไมร่ จู้ กั
เพ่ือการเสรมิ สร้างความสุขความร่มเย็นของจงั หวดั นนทบุรี คนเมอื งนนทแ์ ละผู้ท่ีเก่ียวข้องในการพฒั นา
เมืองนนทบุรี ควรที่จะน้อมน�ำพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่ีมี
พระมหากรณุ าธิคณุ โปรดเกลา้ ฯ พระราชทานให้ชาวไทยทง้ั หลาย ซ่ึงรวมทั้งพสกนกิ รชาวนนทบุรี ไดน้ อ้ มน�ำไป
ปฏบิ ตั เิ พอื่ ให้คนเมืองนนท์ไดเ้ ข้าใจ และเขา้ ถึงเร่อื งของเมืองนนทบุรีอยา่ งแทจ้ ริง
การน�ำเสนอเรื่องราวของจังหวัดนนทบุรี ค่อนข้างจะเป็นการย้อนมองภาพของจังหวัดนนทบุรีในอดีต
แต่ทั้งนี้มิได้มีจุดมุ่งหมายให้ไปอยู่กับอดีต และมิได้มุ่งหวังแต่เพียงให้ได้เห็นรูปแบบของชุมชนแต่มุ่งท่ีจะ
ได้เห็นและเข้าใจความเป็นอยู่วิถีชีวิตของผู้คนนนทบุรีที่คร้ังหนึ่งเป็นชุมชนท่ีเป็นชุมชนเกษตร หรือแหล่งการค้า
ท่มี ตี ลาดนำ้� มีเรือนแพ ชีวิตชาวน�้ำสองฝั่งเจ้าพระยา และชีวิตชาวคลองท่ีมีอยมู่ ากมายในจงั หวดั นนทบรุ ี อกี ทง้ั
ผู้คนที่รวมกนั เป็นคนเมืองนนท์ ประกอบดว้ ยผู้คนหลากหลายชาตพิ นั ธุ์ ซ่งึ มีทงั้ ไทย มอญ จีน ญวน ลาว และ
หลากหลาย ศรทั ธา ความเชอื่ ซึง่ มีทั้งพทุ ธ ครสิ ต์ อิสลาม
* ชือ่ เดมิ ของวดั เขมาภริ ตาราม
นนทบรุ ีศรีมหานคร 19
ภาพวาดการต้ังชมุ ชน
ที่ประกอบด้วยผคู้ นหลากหลายชาตพิ นั ธุ์
กชาาวรสกวรนะจชาายวตนวั าของประชากรจังหวัดนนทบุรีเมอื่ ครง้ั เปน็ ชุมชน
เมอ่ื พจิ ารณาถงึ พฒั นาการของการตง้ั ถนิ่ ฐานหรอื การเคลอ่ื นยา้ ยของผคู้ นกลมุ่ ตา่ ง ๆ ทเ่ี ขา้ มาตง้ั หลกั ฐาน
ทำ� มาหากนิ ในจงั หวดั นนทบรุ จี ากอดตี ทผี่ า่ นมาจะพบวา่ เนอื่ งดว้ ยพน้ื ทข่ี องจงั หวดั นนทบรุ โี ดยเฉพาะสองฝง่ั แมน่ ำ�้
เจ้าพระยาและสองฝั่งคลองตา่ ง ๆ ที่เปน็ พนื้ ท่เี หมาะแก่การกอ่ ตงั้ เปน็ แหลง่ ทำ� สวน ท�ำนา ทำ� มาหากินได้ พื้นท่ี
ดงั กลา่ วนจี้ งึ ดงึ ดดู ผูค้ นใหเ้ ขา้ มาตงั้ หลักแหลง่ ทำ� มาหากนิ ต้ังแตอ่ ดีตกาลนานมาจนถึงปจั จุบันนี้
ทางด้านตะวันตกของจังหวัดนนทบุรีที่อยู่ในพื้นที่ส่วนหนึ่งของอ�ำเภอบางบัวทอง และอ�ำเภอบางใหญ่
และพื้นที่ทั้งหมดของอ�ำเภอไทรน้อย ซ่ึงในอดีตเคยเป็นป่ามาก่อน เม่ือมีการขุดคลองพระราชาภิมณฑ์ เมื่อ
พ.ศ. ๒๔๓๓ - ๒๔๔๒ ไดเ้ ปดิ พนื้ ทป่ี า่ กระทมุ่ มดื ทางทศิ ตะวนั ตกของอำ� เภอบางบวั ทอง ผคู้ นหลง่ั ไหลเขา้ ไปจบั จอง
ทีด่ นิ เพ่อื ท�ำนา เกิดพ้นื ท่ีชุมชนชาวนาที่กวา้ งขวางในพน้ื ที่ส่วนใหญข่ องอ�ำเภอบางบัวทอง อ�ำเภอบางใหญ่ และ
พน้ื ทที่ ้งั หมดของอ�ำเภอไทรน้อย
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ จา้ พระยารววิ งศม์ หาโกษาธบิ ดี (ขำ� บนุ นาค) เปน็
แมก่ องจา้ งจนี ขดุ คลองมหาสวสั ด์ิ เมอื่ พ.ศ. ๒๔๐๓ ขดุ เปน็ คลองแยกจากคลองบางกอกนอ้ ย ฝง่ั ตรงขา้ มวดั ขเ้ี หลก็
(วดั สวุ รรณครี )ี ตรงไปทางตะวนั ตก ผา่ นหนา้ วดั ชยั พฤกษมาลา ผา่ นทร่ี กรา้ งไปบรรจบแมน่ ำ�้ ทา่ จนี เมอ่ื ขดุ เสรจ็ แลว้
ได้พ้ืนท่ีกว้างใหญ่ไพศาลสองฝง่ั คลองในเมืองนนทบุรี และเมืองนครชยั ศรี (จงั หวัดนครปฐมในปัจจบุ ัน) ส�ำหรับ
ปลูกข้าว
คลองมหาสวัสด์ิเกิดการตื้นเขินข้ึนเน่ืองจากกระแสน�้ำท่ีไหลจากคลองมหาสวัสด์ิไปเชื่อมคลองเจดีย์บูชา
จงั หวดั นครปฐม มกี ารไหลเวยี นชา้ จงึ เกดิ การตน้ื เขนิ ขน้ึ อยา่ งรวดเรว็ การทำ� นาและการคมนาคมทางนำ้� จงึ เกดิ ปญั หา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั โปรดเกลา้ ฯ ให้เจ้าพระยาสรุ วงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) เป็นแมก่ อง
ขดุ คลองทวีวัฒนา เพอ่ื ผันน�ำ้ จากคลองมหาสวสั ดิ์ และคลองภาษีเจริญ ผ่านคลองทววี ัฒนา และสามารถท�ำให้
กระแสนำ้� จากแมน่ ำ�้ เจา้ พระยาผา่ นคลองมหาสวสั ดิ์ คลองทววี ฒั นา คลองภาษเี จรญิ ไปสแู่ มน่ ำ้� ทา่ จนี ได้ ไดแ้ กป้ ญั หา
การตน้ื เขินของคลองมหาสวสั ดิ์ และกอ่ ใหเ้ กิดพ้ืนท่ีท�ำนาท�ำสวนของเมืองนนทบรุ ีทก่ี วา้ งใหญใ่ นเวลาตอ่ มา
20 นนทบรุ ศี รมี หานคร
ศครวามี มหเาจนรญิครของจังหวัดนนทบุรปี จั จบุ ัน เปลีย่ นผนั เปน็ เมอื งนนทบรุ ี
เน่ืองจากท่ีตั้งของจังหวัดนนทบุรีท่ีมีอาณาเขตติดต่อกับกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรีในปัจจุบันนี้
จึงเป็นที่รองรับการขยายตัวของเมืองหลวงกรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่ จนเกือบจะเป็นส่วนหน่ึงของกรุงเทพฯ
ส่วนราชการส�ำคญั ของประเทศได้มาตง้ั อยใู่ นจังหวัดนนทบุรี เชน่ การไฟฟ้าฝา่ ยผลิตแห่งประเทศไทย กระทรวง
สาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
(ศนู ยน์ นทบรุ )ี มหาวทิ ยาลยั ราชพฤกษ์ สถาบนั การจดั การปญั ญาภวิ ฒั น์ ศนู ยแ์ สดงสนิ คา้ และการประชมุ อมิ แพค็
เมอื งทองธานี สำ� นกั งานคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามทจุ รติ แหง่ ชาติ (ป.ป.ช.) สว่ นงานของกรมชลประทาน
สว่ นงานของกระทรวงพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย์ และสถานรี ถไฟฟา้ อกี ทง้ั หมบู่ า้ นจดั สรรนบั พนั แหง่
ด้วยเหตนุ เี้ มอื งนนทบรุ ีศรมี หาสมทุ ร ในสมัยอยธุ ยา ได้พัฒนาเปน็ เมอื งนนทบุรศี รมี หาอุทยาน และเมอื งนนทบุรี
ศรีเกษตราราม ตามล�ำดับมานั้น ปัจจุบันนนทบุรีได้เป็นเมืองใหญ่มีความเจริญ จังหวัดนนทบุรีจึงควรเป็นเมือง
“นนทบุรีศรมี หานคร”
วิถีชีวิตของผู้คนในเมืองนนท์ตลอดถึงสภาพภูมินิเวศของจังหวัดนนทบุรีที่มีผลต่อการเกิดขึ้นของ
ภูมิวัฒนธรรมในชุมชนต่าง ๆ ของจังหวัดนนทบุรีที่ด�ำรงสืบเน่ืองต่อ ๆ กันมาจนถึงปัจจุบันและรวมกันเป็น
คนเมืองนนท์ เม่อื เหน็ ภาพรวมเชน่ น้ี เราจะได้เห็นภาพประกอบต่าง ๆ ท่ีรวมกนั เปน็ ภาพรวม โดยเฉพาะอย่างย่ิง
ภาพของผ้คู นเมืองนนทบุรี ผู้คนเหลา่ นัน้ ประกอบกิจกรรมทางสงั คม เศรษฐกจิ อยา่ งมรี ะเบียบแบบแผนในการ
ด�ำรงชีวิตร่วมกันจนเป็นสังคมที่มีความสัมพันธ์ทางสังคมที่มีพ้ืนฐานทางจิตวิญญาณ และพิธีกรรม ขนบจารีต
ท้ังของชุมชนและของผู้คนในชุมชน จนเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนชาวสวน ชุมชนชาวนาของคนเมืองนนท์
แต่ก่อนมาและพัฒนามาเป็นชุมชนคนเมืองในปัจจุบันนี้ เราจะเดินไปข้างหน้า ด้วยการเหลียวหลัง เพ่ือจะได้
ก้าวไปข้างหน้าอย่างม่ันคงต่อไป ดังค�ำกล่าวที่มีความหมายลึกซึ้งที่จารึกไว้ท่ีหน้าอาคาร National Archives,
Washington D.C. สหรฐั อเมริกา ทีว่ ่าอดตี นั้นเป็นเพียงบทน�ำ (What is past is prologue) เพราะคนเมอื ง
นนท์ และมีผู้ที่มีส่วนเก่ียวข้องกับจังหวัดนนทบุรี มีสิทธ์ิท่ีจะสร้างบทต่อ ๆ ไปให้เป็นเรื่องราวของจังหวัดนนทบุรี
อนาคตของจังหวัดนนทบุรีจะปรากฏในบทต่อ ๆ ไป และจะเป็นอย่างไรย่อมอยู่ในบทบาทของคนเมืองนนท์
และผู้ที่เกี่ยวขอ้ งกบั จังหวดั นนทบรุ ีตอ่ ไปอยา่ งแนน่ อน
ภูมนิ เิ วศของจงั หวดั นนทบรุ ี
ลกั ษณะภมู ศิ าสตร์ จังหวัดนนทบุรี
ท่ีตงั้ และอาณาเขตตดิ ต่อ
จังหวัดนนทบุรี ต้ังอยู่ภาคกลางของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร มีเน้ือท่ี
ประมาณ ๖๓๖.๔๐ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๓๙๗,๗๔๙ ไร่ มีพิกัดภูมิศาสตร์อยู่ละติจูดท่ี ๑๓ องศา
๔๗ ลิปดาเหนือ ถึงละติจูดท่ี ๑๔ องศา ๐๔ ลิปดาเหนือ และลองจิจูดที่ ๑๐๐ องศา ๑๕ ลิปดาตะวันออก
ถึงลองจิจูดที่ ๑๐๐ องศา ๓๔ ลปิ ดาตะวันออก
จังหวดั นนทบรุ ีเป็นจังหวัดหนงึ่ ท่ีอยูใ่ นเขตปรมิ ณฑลของกรุงเทพมหานคร มีอาณาเขตติดตอ่ ดังน้ี
นนทบรุ ศี รมี หานคร 21
ทศั นยี ภาพมมุ หนง่ึ ของเกาะเกรด็ ตำ� บลปากเกรด็ ตำ� บลคลองพระอดุ ม ตำ� บลบางตะไนย์ และตำ� บลปากเกรด็
อำ� เภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบุรี ทแ่ี มน่ ้ำ� เจ้าพระยาไหลผา่ น
ทศิ เหนือ ติดต่อกบั อำ� เภอลาดบัวหลวง จงั หวดั พระนครศรีอยุธยา อำ� เภอลาดหลุมแก้ว
และอำ� เภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
ทิศใต้ ตดิ ต่อกับเขตบางซือ่ เขตบางพลดั เขตตลง่ิ ชัน และเขตทววี ัฒนา กรุงเทพมหานคร (ฝัง่ ธนบรุ ี)
ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กบั เขตดอนเมอื ง เขตหลกั ส่ี เขตจตจุ กั ร และเขตบางซอื่ กรงุ เทพมหานคร และจงั หวดั ปทมุ ธานี
ทิศตะวนั ตก ติดตอ่ กบั อำ� เภอพทุ ธมณฑล และอำ� เภอบางเลน จังหวดั นครปฐม
ลักษณะภูมปิ ระเทศ
สภาพพน้ื ทจ่ี งั หวดั นนทบรุ เี ปน็ ทรี่ าบลมุ่ เปน็ พน้ื ทสี่ ว่ นหนงึ่ ของดนิ ดอนสามเหลย่ี มปากแมน่ �้ำเจา้ พระยาหรอื
ทุ่งราบเจ้าพระยา ไม่มีภเู ขา พ้นื ทม่ี ีความสงู ต�่ำแตกตา่ งกนั บ้างเล็กน้อย ระหว่าง ๑.๕ เมตร สงู กว่าระดับนำ้� ทะเล
เฉลย่ี ๑ - ๖ เมตร มแี มน่ ำ�้ เจา้ พระยาไหลผา่ นตง้ั แตต่ อนเหนอื ตลอดถงึ ตอนใตข้ องจงั หวดั นนทบรุ ี จงึ แบง่ ออกเปน็ ๒ ฝง่ั
คือฝั่งตะวันตก มีพื้นท่ี ๓ ใน ๔ ของจังหวัด ฝั่งตะวันออก มีพื้นที่ ๑ ใน ๔ ของจังหวัด สภาพพ้ืนท่ีจึงเหมาะใน
การท�ำสวนท�ำนา เพราะมนี ้�ำอุดมสมบูรณ์ตลอดปี มีล�ำคลองสาขาแยกจากแมน่ �ำ้ เจา้ พระยามากกวา่ ๑๐๐ คลอง
ทงั้ ในฤดนู ำ้� หลากนำ�้ จะทว่ มเออ่ นองไปทว่ั ทง้ั จงั หวดั จงั หวดั นนทบรุ จี งึ เปน็ พน้ื ทอี่ ดุ มสมบรู ณด์ ว้ ยนำ้� เพอ่ื การอปุ โภค
บรโิ ภค และเพอ่ื การเกษตร ตลอดจนมคี วามสะดวกในการคมนาคมทางน้�ำมาแตอ่ ดตี กาล ทง้ั ทต่ี งั้ ของเมอื งอยไู่ มไ่ กล
จากนครหลวงราชธานขี องไทย ไมว่ า่ จะเปน็ กรงุ ศรอี ยธุ ยาหรอื กรงุ ธนบรุ ี กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ ผคู้ นจงึ เขา้ มาตงั้ ถน่ิ ฐาน
บ้านเรือนอย่ใู นจงั หวัดนนทบรุ อี ยา่ งหนาแน่นต้ังแตส่ มยั อยธุ ยาตอนต้นเป็นต้นมา
จากสภาพการตั้งชุมชนของผู้คนในจังหวัดนนทบุรีแต่ด้ังเดิมมาจึงเป็นการแสดงถึงความเหมาะสมของ
พนื้ ที่โดยทั่วไปของจงั หวดั นนทบุรที เี่ หมาะแก่การตงั้ ถิ่นฐานด้วยเหตพุ ื้นฐาน ๒ ประการ คือ
๑. เป็นพ้นื ทเ่ี หมาะแก่การทำ� สวน ท�ำนาเพื่อการปลูกขา้ ว และพชื สวนอ่นื ๆ เพอ่ื การยังชีพ
๒. เป็นทำ� เลทีส่ ามารถตดิ ตอ่ กบั ชุมชนภายนอกทั้งทอี่ ยู่ใกลเ้ คยี ง เช่น เมอื งบางกอก ธนบรุ ี หรอื ที่อย่ไู กล
เช่น กรุงศรอี ยธุ ยา หรอื ปากน�ำ้ เจ้าพระยาได้โดยสะดวก ดว้ ยอาศยั แม่นำ�้ เจ้าพระยาและลำ� คลองต่าง ๆ ท่ีมีอยู่
มากมายตามธรรมชาติและจากการขดุ โดยมนษุ ย์
ทม่ี าภาพ: ภาพจากเว็บไซตส์ ำ� นักงานท่องเทย่ี วจงั หวัดนนทบุรี www.nonthaburitour.com
22 นนทบุรศี รมี หานคร
การคมนาคมทส่ี ะดวกเชน่ น้ี ท�ำให้เกดิ การคา้ ขายและแลกเปลีย่ นสินค้ากบั ชมุ ชนอืน่ ๆ ท่อี ยไู่ กลออกไป
เท่าทีจ่ ะสามารถท�ำได้
ดว้ ยเหตผุ ลในเรอ่ื งทเ่ี ปน็ พนื้ ทเ่ี หมาะสมแกก่ ารตงั้ ถนิ่ ฐานและทำ� มาหากนิ ตลอดจนสามารถเดนิ ทางตดิ ตอ่
คา้ ขาย แลกเปลย่ี นสนิ คา้ โดยสะดวก จงึ ทำ� ใหม้ กี ารตง้ั ชมุ ชนระดบั หมบู่ า้ นกระจายอยทู่ วั่ ไปตลอดทง้ั จงั หวดั นนทบรุ ี
ยง่ิ กวา่ นนั้ ในบางแหง่ ซงึ่ เปน็ ทำ� เลทต่ี งั้ อยใู่ นทเี่ หมาะแกก่ ารคา้ ขายจะเปน็ ชมุ ชนทม่ี ขี นาดใหญก่ วา่ หมบู่ า้ น เชน่ บา้ น
ตลาดขวญั บา้ นตลาดแกว้ บา้ นบางตลาด บา้ นปากเกรด็ บ้านบางใหญ่ บา้ นบางคูเวียง ตลาดบางบวั ทอง เป็นต้น
ขอบเขตการปกครอง
จังหวัดนนทบุรีแบ่งเขตการปกครองส่วนภูมิภาคเป็น ๖ อ�ำเภอ ได้แก่
๑. อ�ำเภอเมอื งนนทบรุ ี
๒. อ�ำเภอปากเกร็ด
๓. อำ� เภอบางกรวย
๔. อ�ำเภอบางใหญ่
๕. อ�ำเภอบางบวั ทอง
๖. อำ� เภอไทรน้อย
อำ� เภอไทรนอ้ ย
อ�ำเภอบางบัวทอง
อำ� เภอปากเกรด็
อ�ำเภอบางใหญ่
อ�ำเภอเมอื งนนทบรุ ี
อำ� เภอบางกรวย
นนทบรุ ีศรมี หานคร 23
มี ๓๔ ตำ� บล ๓๒๘ หมบู่ า้ น (ไมน่ บั รวมหนว่ ยการปกครองในเขตเทศบาลนคร เทศบาลเมอื ง และเทศบาลตำ� บล
ซงึ่ ยบุ เลกิ ตำ� แหนง่ กำ� นนั และ ผใู้ หญบ่ า้ นแลว้ ) จงั หวดั นนทบรุ มี กี ารปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ เปน็ องคก์ ารบรหิ ารสว่ น
จังหวัดนนทบุรี เทศบาลนคร เทศบาลเมอื ง และเทศบาลตำ� บล ในอ�ำเภอตา่ งๆ ดงั น้ี
อำ� เภอเมืองนนทบรุ ี ได้แก่ อ�ำเภอปากเกร็ด ได้แก่
เทศบาลนครนนทบุรี เทศบาลนครปากเกร็ด
เทศบาลเมอื งบางศรเี มือง เทศบาลต�ำบลบางพลับ
เทศบาลตำ� บลไทรม้า อ�ำเภอบางบวั ทอง ไดแ้ ก่
อำ� เภอบางกรวย ไดแ้ ก่ เทศบาลเมืองบางบัวทอง
เทศบาลเมอื งบางกรวย อ�ำเภอไทรน้อย ได้แก่
เทศบาลต�ำบลบางสีทอง เทศบาลต�ำบลไทรนอ้ ย
เทศบาลต�ำบลปลายบาง
เทศบาลต�ำบลศาลากลาง
อำ� เภอบางใหญ่ ไดแ้ ก่
เทศบาลต�ำบลบา้ นบางมว่ ง
เทศบาลต�ำบลเสาธงหิน
เทศบาลตำ� บลบางใหญ่
เขตเทศบาลในจังหวัดนนทบุรี
เขตเทศบาลนคร
เขตเทศบาลเมือง
เขตเทศบาลต�ำบล
ที่ตั้งสำ� นกั งานเทศบาล
๒
นนทบรุ ีมีสรอ้ ยนาม
เมืองนนทบุรีศรมี หาสมุทร
จังหวัดนนทบุรีตัง้ อยูใ่ นภาคกลางตอนล่างไมไ่ กลจากปากน้�ำเจา้ พระยา สภาพภูมปิ ระเทศท่เี ป็นท่ีราบล่มุ
กว้างใหญ่จากตอนใต้ของกรุงศรีอยุธยามีแม่น�้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน ตลอดสองฝั่งน�้ำเจ้าพระยาจากเมืองนนทบุรี
จนถึงปากน้�ำ จึงเป็นพ้ืนที่ท่ีมีระดับน้�ำไหลข้ึนไหลลงตามการข้ึนลงของระดับน้�ำในทะเลอ่าวไทย ในช่วงฤดูร้อน
ระหวา่ งเดอื นมนี าคม ถงึ เดือนพฤษภาคม ปริมาณน�้ำของแมน่ ้ำ� เจา้ พระยาตอนบนมีนอ้ ย การไหลผา่ นของน้ำ� ใน
แมน่ ้�ำเจา้ พระยาที่ไหลผา่ นเมืองนนทบรุ ี และบางกอกหรอื เมืองธนบุรี จงึ มีนอ้ ยและไหลลงสู่อา่ วไทยอย่างช้า ๆ
เม่ือถึงเวลาน้�ำทะเลขึ้น น้�ำทะเลจะไหลหนุนข้ึนไปทางเหนือของปากน�้ำเจ้าพระยา ดันการไหลของกระแสน้�ำ
เจ้าพระยาให้ไหลย้อนข้ึนไปผ่านเมืองธนบุรี และเมืองนนทบุรี ท�ำให้น�้ำเจ้าพระยาในเมืองธนบุรี เมืองนนทบุรี
มรี สกรอ่ ย เพราะมปี รมิ าณน�้ำเคม็ เจอื ปนอยใู่ นปรมิ าณมาก จนเขา้ ฤดฝู นประมาณเดอื นมถิ นุ ายน ถงึ เดอื นกนั ยายน
ระดบั นำ้� เจา้ พระยาตอนบนมมี ากและไหลแรง ความเคม็ ของนำ้� ในแมน่ ำ้� เจา้ พระยาบรเิ วณเมอื งนนทบรุ ี และเมอื ง
ธนบุรีจะหายไป ธรรมชาติของแม่น้�ำเจ้าพระยาท่ีเมืองนนทบุรีท่ีมีสภาพกร่อยหรือลักจืดลักเค็ม เช่นน้ีเพราะ
อยู่ใกล้ทะเลท่อี า่ วไทย
สภาพธรรมชาตขิ องแมน่ ้�ำเจา้ พระยาตอนลา่ งใกลป้ ากน�้ำเจา้ พระยาทไ่ี หลผา่ นจากอ�ำเภอปากเกรด็ ซงึ่ อยู่
ตอนเหนือของเมืองนนทบรุ ผี า่ นอ�ำเภอเมอื งนนทบุรี อำ� เภอบางกรวย และไหลสูก่ รงุ เทพฯ มสี ภาพลกั จืดลักเคม็
ในบางเวลาและเมอื งนนทบรุ ีอย่ใู กลอ้ า่ วไทย เช่นน้ี เม่ือครัง้ กรงุ ศรอี ยุธยาเป็นราชธานสี ยาม เมืองนนทบุรจี งึ มชี อ่ื
ในบทพระไอยการและมีสร้อยนามว่า “ศรีมหาสมุทร” ช่ือของเมืองนนทบุรีในบทพระไอยการจึงมีชื่อว่า
“เมอื งนนทบรุ ศี รมี หาสมทุ ร” สงั กดั “หวั เมอื งปากใต”้ ของกรงุ ศรอี ยธุ ยา เพราะอยใู่ ตก้ รงุ ศรอี ยธุ ยาใกลป้ ากนำ�้
เจ้าพระยา และอ่าวไทย หวั เมอื งปากใตป้ ระกอบดว้ ย เมืองนนทบรุ ี เมอื งธนบุรี เมืองสมุทรปราการ เมอื งชลบรุ ี
เมอื งสาครบรุ ี (สมุทรสาคร) เมอื งนครชัยศรี และเมืองสมุทรสงคราม
ย่งิ กว่านนั้ เนอ่ื งจากท่ีต้งั ของเมืองนนทบรุ ีและเมอื งธนบุรี ต้ังอยู่ใกล้อ่าวไทย ชอื่ ของเมืองนนทบรุ ี และ
เมอื งธนบรุ ที ก่ี ำ� หนดไวใ้ นบทพระไอยการครงั้ กรงุ ศรอี ยธุ ยา จงึ มสี รอ้ ยตอ่ ทา้ ยวา่ ศรมี หาสมทุ รเหมอื นกนั ซงึ่ หมายถงึ
อย่ใู กล้ทะเลอา่ วไทย จงึ มีช่ือเมอื งคร้งั กรงุ ศรอี ยธุ ยา เมืองนนทบุรศี รมี หาสมุทร และ เมืองธนบุรศี รมี หาสมุทร
หัวเมืองปากใต้ - เมืองนนทบรุ แี ละเมืองธนบรุ ี สงั กดั หวั เมอื งปากใต้
เมืองนนทบุรีศรีมหาสมุทร และเมืองธนบุรีศรีมหาสมุทร ทั้งสองเมืองน้ี สังกัดอยู่ในหัวเมืองปากใต้ของ
กรงุ ศรอี ยุธยา ด้วยท้ังเมอื งนนทบรุ แี ละเมอื งธนบรุ เี ปน็ หัวเมอื งทต่ี ้งั อยทู่ างดา้ นใต้ของกรงุ ศรอี ยุธยา และอย่ใู กล้
อา่ วไทย จึงเปน็ เมอื งทีส่ ังกัดหวั เมืองปากใต้
ในพุทธศตวรรษที่ ๒๒ หรือหลงั รชั กาลสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช (พ.ศ. ๒๑๓๓ - ๒๑๔๘) กรุงศรอี ยธุ ยา
มคี วามมน่ั คงเจรญิ รุ่งเรอื งขน้ึ การคา้ ขายกับชาวตา่ งประเทศขยายเตบิ โตม่งั คัง่ บรรดาพอ่ คา้ ส�ำเภาของตา่ งชาติ
ตา่ งเดนิ ทางมาติดตอ่ ค้าขาย และเจริญสัมพันธไมตรที างการทูตกับกรุงศรอี ยธุ ยามากขนึ้ ลว้ นตอ้ งผา่ นยา่ นธนบุรี
และนนทบรุ ีท้ังสนิ้
26 นนทบรุ ีศรีมหานคร
เมืองนนทบรุ ีและเมอื งธนบรุ เี ป็นท่ีตงั้ ด่านและป้อมปราการ
เมืองนนทบุรีและเมืองธนบุรี เป็นที่ตั้งป้อมและด่าน เพ่ือกันมิให้เรือใหญ่ผ่านไปมาได้ ถ้าไม่ขออนุญาต
เจา้ เมอื งเสยี ก่อน
เมืองนนทบรุ ี มปี อ้ มแก้วและป้อมทับทิม ปจั จุบันถกู รื้อไปแล้ว
เมอื งธนบรุ ี มปี อ้ มวชิ าเยนทร์ ปจั จบุ นั คอื ปอ้ มวชิ ยั ประสทิ ธิ์ ปากคลองบางกอกใหญ่ ใตว้ ดั อรณุ ราชวราราม
ป้อมของเมอื งนนทบุรี และเมืองธนบรุ ี ทำ� หน้าที่เปน็ ดา่ นตรวจคนและสนิ คา้ ที่ผ่านเขา้ ออกกรุงศรอี ยุธยา
ปจั จบุ นั นี้ แมม้ กี ารขดุ ลดั แมน่ ำ�้ เจา้ พระยาทลี่ ดั บางกอก และลดั เมอื งนนทบรุ ี เกดิ แมน่ ำ�้ เจา้ พระยาสายใหม่
แมน่ ำ�้ เจา้ พระยาสายเดมิ เปลย่ี นสภาพเปน็ คลองแมน่ ำ�้ ออ้ ม คลองบางกอกนอ้ ย คลองบางระมาด คลองบางกอกใหญ่
แตส่ ภาพของชมุ ชนตา่ ง ๆ สองฝง่ั แมน่ ำ�้ เจา้ พระยาสายเดมิ ในอำ� เภอบางกรวย อำ� เภอบางใหญ่ บางสว่ นของอำ� เภอ
บางบัวทอง และบางส่วนของอ�ำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และเขตตล่ิงชัน บางระมาด บางขุนนนท์
บางกอกน้อย บางแวก บางพรม บางบ�ำหรุ ซ่ึงอยู่ในพื้นที่ของกรุงเทพฯ โดยสภาพทั่วไปของชุมชนต่าง ๆ ที่อยู่
ในบริเวณดังกล่าว ยังคงเป็นชุมชนชาวสวนท่ีมีวิถีชีวิตและสังคมชาวสวนอยู่มาก รวมท้ังเป็นแหล่งอารยธรรมที่
ควรแกก่ ารอนรุ กั ษแ์ ละศกึ ษาในเรอ่ื งของศลิ ปวฒั นธรรมทม่ี อี ยอู่ ยา่ งมากมายตามอาราม และชมุ ชนชาวสวนยา่ นฝง่ั ธน
และนนทบุรีเมืองพ่ีเมืองน้องท่ีมีมาแต่โบราณกาลสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันน้ี ทั้งมีพระปรางค์วัดปรางค์หลวง
คลองแม่น�้ำอ้อม อ�ำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เป็นหลักฐานส�ำคัญท่ีเป็นพระปรางค์เก่าแก่อายุถึงสมัยต้น
กรุงศรีอยธุ ยา ท่เี ปน็ เสมือนหลกั เมืองของผูค้ นในชมุ ชนตา่ ง ๆ ในยา่ นแมน่ ้ำ� เจา้ พระยาสายเดิม ท่มี ีเมืองนนทบุรี
ศรมี หาสมุทร และเมอื งธนบุรีศรมี หาสมทุ ร เมอื งพี่เมอื งน้องของพี่น้องชาวสวน
เมอื งนนทบุรีเมอื งพเ่ี มืองน้องกบั เมอื งธนบรุ ี
สภาพภูมิประเทศของชมุ ชนต่าง ๆ ท่ตี งั้ อยูท่ างดา้ นใต้กรุงศรอี ยธุ ยา และอยู่เหนอื ปากแม่น้�ำเจ้าพระยา
บรเิ วณทเ่ี ปน็ ทตี่ งั้ ของเมอื งนนทบรุ ี และกรงุ เทพฯ ในปจั จบุ นั น้ี แตเ่ ดมิ มาเปน็ ทตี่ งั้ ของชมุ ชนชาวสวนทสี่ รา้ งบา้ นเรอื น
และวดั วาอาราม อกี ทงั้ ทำ� สวนอยตู่ ลอดสองฝง่ั ลำ� นำ้� เจา้ พระยา และคลองเลก็ คลองนอ้ ยกระจายอยทู่ วั่ พน้ื ทรี่ าบลมุ่
ตั้งแต่ครั้งอโยธยา ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะอย่างย่ิงในช่วงเวลาท่ียังไม่มีการขุดลัดแม่น้�ำ
เจา้ พระยาทบี่ างกอก (บรเิ วณจากหนา้ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ไปถงึ ปากคลองตลาด) และทเี่ มอื งนนทบรุ ี (บรเิ วณ
เหนือวัดเฉลิมพระเกียรติถึงวัดเขมาภิรตาราม) แม่น้�ำเจ้าพระยาสายเดิมที่ปัจจุบันเป็นคลองแม่น้�ำอ้อม ในเขต
จังหวดั นนทบุรี และคลองบางกอกนอ้ ย คลองบางระมาด คลองบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
พนื้ ทสี่ องฝง่ั แมน่ ำ้� เจา้ พระยาสายเดมิ ทเี่ ปน็ คลองแมน่ ำ้� ออ้ ม จงั หวดั นนทบรุ ี คลองบางกอกนอ้ ย คลองบางระมาด
คลองบางกอกใหญ่ กรงุ เทพฯ ดงั กลา่ วนจ้ี งึ มเี ขตตอ่ เนอื่ งกนั ตามฝง่ั ลำ� นำ้� เจา้ พระยาสายเดมิ สภาพภมู ศิ าสตรแ์ ละ
ภูมินิเวศท่ีคล้ายคลึงกัน ผู้คนในชุมชนย่านน้ีมีภูมิวัฒนธรรมท่ีคล้ายคลึงกัน อีกท้ังเป็นชุมชนชาวสวนด้วยกันอีก
ยากทจี่ ะแยกความแตกตา่ งของผคู้ นยา่ นนอ้ี อกจากกนั ไดช้ ดั เจน แมเ้ มอื่ มกี ารยกฐานะชมุ ชนขน้ึ เปน็ เมอื งนนทบรุ ี
และเมอื งธนบรุ ใี นเวลาตอ่ มา แตส่ ภาพของชมุ ชน ตลอดจนวถิ ชี วี ติ สงั คม วฒั นธรรม ชาวสวนนนทก์ บั ชาวสวนธน
ดจู ะละมา้ ยคลา้ ยกนั จนยากทจี่ ะแยกใหเ้ หน็ ความตา่ งของชมุ ชนและวถิ ชี วี ติ สงั คมของผคู้ นชาวสวนสองเมอื งนไ้ี ด้
นนทบุรีศรมี หานคร 27
ชมุ ชนชาวสวนชาวคลองของเมืองนนท์ เมอื งธนบุรที ดี่ จุ เปน็ คแู่ ฝด
ชมุ ชนชาวสวนในยา่ นลำ� แมน่ ำ�้ เจา้ พระยาสายเดมิ กระจายอยตู่ ามชมุ ชนตามบางตา่ ง ๆ เชน่ บางกรวย บางขนนุ
บางขนุ กอง บางไกร บางคเู วยี ง บางราวนก บางใหญ่ บางมว่ ง บางรกั ใหญ่ บางรกั นอ้ ย ในเขตจงั หวดั นนทบรุ ี และ
ในชุมชนบางขนุ นนท์ บางระมาด บางพรม บางบ�ำหรุ บางกอกนอ้ ย บางกอกใหญ่ บางพลดั ในพืน้ ทฝี่ ัง่ ธนบรุ ี
กรุงเทพฯ ในปจั จุบนั
ชมุ ชนตา่ ง ๆ ดงั กลา่ วนี้ มลี กั ษณะทางกายภาพและสภาพภมู ปิ ระเทศ คลา้ ยคลงึ กนั โดยมไิ ดม้ คี วามตา่ งกนั
ดว้ ยการเปน็ คนละเมอื งกนั แตอ่ ยา่ งใด เอกลกั ษณข์ องชมุ ชนดงั กลา่ วคอื เปน็ ชมุ ชนชาวคลอง มคี ลองเลก็ คลองนอ้ ย
นบั เปน็ รอ้ ย ๆ คลองกระจายอยทู่ ว่ั ไปดจุ เสน้ เลอื ดฝอยในรา่ งกายมนษุ ย์ บา้ นเรอื น วดั วาอาราม ทสี่ งบและสวยงาม
มีอยตู่ ลอดสองฝ่ังคลอง เหล่าน้ี
ชุมชนทุกแห่งในแหล่งท่ีสองฝ่ังคลองดังกลา่ ว เป็นชุมชนชาวสวน บ้านสวนที่ร่มร่ืนไปด้วยแมกไม้ในสวน
นานาพนั ธ์ุ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ สวนทเุ รยี นทม่ี มี ากมายในยา่ นคลองบางกอกนอ้ ยตอ่ เนอื่ งมาตลอดคลองแมน่ ำ�้ ออ้ ม
พนื้ ท่ขี องธนบุรีและนนทบุรี ย่านนี้จงึ เป็นชุมชนบา้ นสวนทีม่ มี าตัง้ แต่ตน้ กรงุ ศรอี ยธุ ยา
ขุดคลองลัดบางกรวยช่วยเช่ือมเมืองนนท์ - ธนบรุ ี เปน็ พื้นทเี่ ดียวกนั
การขดุ คลองลดั ครัง้ รัชสมัยสมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิ เม่อื พ.ศ. ๒๐๙๑ โปรดเกลา้ ฯ ให้ขดุ คลองลดั จาก
วดั ชลอ บางกรวย เมอื งนนทบรุ ี ให้บรรจบคลองบางกอกน้อย ทว่ี ดั ขเ้ี หล็ก (วัดสวุ รรณครี ี) เมืองธนบุรี การขุด
คลองลัดแห่งนี้ท�ำให้พ้ืนที่ของนนทบุรีและธนบุรีมีส่วนต่อเน่ืองและสะดวกในการสัญจรไปมาของคนสองเมืองน้ี
ดจุ เป็นพ้นื ทเ่ี ดยี วกัน
เนอื่ งจากสภาพภมู ปิ ระเทศของเมอื งนนทบรุ แี ละเมอื งธนบรุ มี คี วามคลา้ ยคลงึ กนั ดว้ ยทตี่ งั้ อยใู่ นชยั ภมู ใิ กล้
กรงุ ศรอี ยธุ ยา เมอื่ ครงั้ สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดทิ รงเตรยี มความพรอ้ มในการปอ้ งกนั พระราชอาณาจกั ร หลงั จาก
กรุงศรีอยุธยาต้องสูญเสียสมเด็จพระศรีสุริโยทัย จากการรุกรานของพม่า วิธีการหนึ่งในการเตรียมความพร้อม
ของราชอาณาจกั รคอื การยกฐานะชมุ ชนขน้ึ เปน็ เมอื ง กบั ยกฐานะเมอื งนอ้ ยขนึ้ เปน็ เมอื งใหญ่ เพอ่ื ใหม้ กี ำ� ลงั ผคู้ นไว้
เตรยี มพร้อมในการป้องกันรักษาบ้านเมอื ง บา้ นตลาดขวญั จงึ ไดร้ บั การยกฐานะขึน้ เปน็ เมืองนนทบรุ ีเชน่ เดียวกบั
บางกอก ไดร้ บั การยกฐานะขน้ึ เปน็ เมอื งธนบุรี
สมัยกาลบา้ นตลาดขวัญ กอ่ นเปลีย่ นผันเปน็ เมอื งนนทบรุ ี
ตลาดขวญั เปน็ ชอ่ื ยา่ นการคา้ ของชาวสวนทม่ี ารวมกนั ซอ้ื ขายแลกเปลย่ี นสนิ คา้ ตลาดแหง่ นอี้ ยรู่ มิ แมน่ ำ้�
เจา้ พระยาตอนใตข้ องกรงุ ศรอี ยธุ ยา และเหนอื บางกอก เปน็ ตน้ ทางการเดนิ ทางทางเรอื จากบางกอกและอา่ วไทย
ไปกรงุ ศรอี ยุธยา เปน็ แหล่งทอ่ี ุดมสมบูรณข์ องสวนผลไม้
ทางดา้ นทศิ ใตข้ องตลาดขวญั มตี ลาดเกา่ แกท่ ต่ี ง้ั ขน้ึ ในชมุ ชนชาวสวนยา่ นน้ี มชี อื่ วา่ ตลาดแกว้ อยรู่ มิ แมน่ ำ�้
เจา้ พระยาเชน่ กัน
ระหว่างชุมชนตลาดแก้ว และชุมชนตลาดขวัญ เป็นท่ีต้ังของชุมชนโบราณอีกแห่งท่ีตั้งอยู่ริมแม่น้�ำ
เจ้าพระยา (สายเดิม) มีพระปรางค์หลวงท่ีสร้างขึ้นต้ังแต่สมัยอโยธยาหรือต้นกรุงศรีอยุธยา เป็นปูชนียสถาน
หลกั บา้ นหลักเมอื ง ของชุมชนตลาดแก้ว ตลาดขวัญมาก่อน
28 นนทบุรีศรมี หานคร
นอกจากพระปรางค์หลวงท่เี ป็นศูนย์รวมจติ ใจของชมุ ชนตลาดแกว้ และตลาดขวญั ทยี่ ืนยันอายกุ าลของ
ตลาดแกว้ และตลาดขวญั แลว้ ในยา่ นบา้ นสวนทงั้ สองแหง่ นย้ี งั ปรากฏวา่ มพี ระพทุ ธรปู ศลิ าสมยั อโยธยา และสมยั
ต้นกรุงศรีอยุธยา กระจายอยู่ตามอารามต่าง ๆ สองฝั่งล�ำน้�ำเจ้าพระยา และคลองสาขาของเจ้าพระยาย่านน้ี
จ�ำนวนมากมายหลายวัด อันแสดงให้เข้าใจได้ชัดว่าชุมชนตลาดแก้ว ตลาดขวัญ มีอายุกาลนานมาแล้วมากกว่า
ห้าศตวรรษ
บา้ นตลาดขวญั ยกฐานะจากบา้ นขึ้นเป็นเมืองนนทบรุ ี
ในรชั กาลสมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิ พมา่ ไดย้ กกองทพั มารกุ รานกรงุ ศรอี ยธุ ยา และไทยตอ้ งสญู เสยี สมเดจ็
พระศรสี ุรโิ ยทยั ราษฎรเสียขวัญ หลบหนพี มา่ ไปอยู่ในปา่ ทิ้งบ้านชอ่ งไปเปน็ อนั มาก สมเดจ็ พระมหาจักรพรรดิ
จงึ โปรดเกล้าฯ ใหร้ วมชุมชนต่าง ๆ ตง้ั บา้ นเป็นเมือง เมืองนอ้ ยให้เปน็ เมอื งใหญ่
ด้วยภาวะของบ้านเมืองในช่วงเวลานั้น ประกอบกับความพร้อมของชุมชน บ้านตลาดขวัญได้รับการยก
ฐานะขน้ึ เปน็ เมอื งนนทบรุ ี เมอ่ื พ.ศ. ๒๐๙๒ พรอ้ มกบั เมอื งสาครบรุ ี (สมทุ รสาคร) และเมอื งนครชยั ศรี (นครปฐม)
ดงั ปรากฏในพระราชพงศาวดาร ท่วี า่
“...ฝา่ ยสมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดริ าชาธริ าชเจา้ ใหส้ ถาปนาทพ่ี ระราชทานเพลงิ นน้ั เปน็ พระมหาเจดยี ์
วิหารส�ำเร็จแลว้ ใหน้ ามช่ือวัดสบสวรรค์ แล้วสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัวตรสั ว่า ไพร่บ้าน เมอื งตรี จตั วา ปากใต้
ฝ่ายเหนือ เขา้ พระนครครั้งนนี้ อ้ ย หนอี อกอย่ปู า่ ดง ห้วย เขา ต้อนไม่ไดเ้ ปน็ อนั มาก
ให้เอาบ้านท่าจีน ต้ังเป็นเมืองสาครบุรี ให้เอาบ้านตลาดขวัญตั้งเป็น เมืองนนทบุรี ให้แบ่งเอา
แขวงเมอื งราชบุรี แขวงเมอื งสพุ รรณบุรี ต้งั เป็นเมอื งนครไชยศร.ี ..”
ชมุ ชนชาวสวน ทอ่ี ดุ มสมบรู ณแ์ หง่ บา้ นตลาดขวญั จงึ ไดเ้ ปน็ ทต่ี ง้ั ของเมอื งนนทบรุ ี เมอ่ื พ.ศ. ๒๐๙๒ เปน็ ตน้ มา
และยังคงเป็นตลาดย่านการค้าในช่ือว่า ตลาดขวัญ เป็นตลาดส�ำคัญของเมืองนนทบุรีสืบต่อมาจนถึงสมัย
รตั นโกสนิ ทร์ตอนต้น
บา้ นตลาดขวัญในความรบั รขู้ องชาวยโุ รป
ความส�ำคัญของบ้านตลาดขวัญได้ปรากฏอยู่ในแผนที่ราชอาณาจักรสยาม (กรุงศรีอยุธยา) ท่ีชาวยุโรป
ไดท้ �ำไว้ในสมยั อยธุ ยาอย่างนอ้ ย ๒ ชดุ คือ
๑. แผนท่ีแผน่ แรกแสดงเมืองต่าง ๆ ตงั้ แต่อ่าวไทยขนึ้ ไปถึงกรงุ ศรีอยุธยา และบรรดาหัวเมอื งเหนอื ซ่ึง
ชาวฮอลนั ดาจดั ทำ� ขน้ึ เมอ่ื ประมาณ พ.ศ. ๒๑๗๙ ตรงกบั รชั กาลสมเดจ็ พระเจา้ ปราสาททอง (พ.ศ. ๒๑๗๒ - ๒๑๙๙)
แต่ได้จดั พมิ พเ์ ผยแพรเ่ มื่อ พ.ศ. ๒๒๖๙ ในแผ่นดนิ พระเจ้าอยูห่ วั ท้ายสระ (พ.ศ. ๒๒๕๑ - ๒๒๗๕)
๒. แผนท่ีที่พิมพ์อยู่ในหนังสือจดหมายเหตุของลาลูแบร์ ซ่ึงเดินทางถึงกรุงศรีอยุธยา เม่ือ พ.ศ. ๒๒๓๐
ในแผน่ ดนิ สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช
แผนท่ีดังกลา่ ว ไดร้ ะบทุ ต่ี ัง้ ของตลาดแก้วและตลาดขวัญไว้ดว้ ย
บ้านตลาดแก้วและบ้านตลาดขวัญได้เป็นชุมชนท่ีลาลูแบร์ ราชทูตฝร่ังเศสได้กล่าวถึงไว้ในจดหมายเหตุ
เมอื่ ไดเ้ ดนิ ทางมากรงุ ศรอี ยธุ ยา ลาลแู บรไ์ ดก้ ลา่ วถงึ ชมุ ชนและเมอื งตา่ ง ๆ ตง้ั แตภ่ าคเหนอื จนถงึ ปากนำ้� เจา้ พระยา
ในรชั กาลสมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช ดังนี้
นนทบุรีศรมี หานคร 29
“...ต�ำบลต่าง ๆ ที่แม่น�้ำสายนี้ไหลผ่าน คือ แม่ตาก อันเป็นเมืองเอกของราชธานีสยาม ตั้งอยู่ทาง
ทิศเหนือหนพายพั ถดั จากนตี้ อ่ มาถึงเมอื งเทยี นทอง หรอื เชยี งทอง ก�ำแพงเพชร หรอื ก�ำแพงเฉย ๆ ซงึ่ ลางคน
ออกเสียงวา่ กำ� แปง แล้วก็ถงึ นครสวรรค์ ชยั นาท ตลาดขวัญ ตลาดแกว้ แล้วบางกอก...”
ลาลูแบร์ ไดก้ ล่าวถงึ ตลาดขวญั เมอื งผลไมม้ ีช่ือ ดังนี้
“สวนผลไม้ท่ีบางกอกน้ัน มีอาณาบริเวณยาวไปตามชายฝั่ง โดยทวนข้ึนไปสู่เมืองสยามถึง ๔ ลี้
กระทัง่ จดตลาดขวัญ ทำ� ใหบ้ า้ นเมอื งเหลา่ นอี้ ุดมสมบูรณ์ไปดว้ ยผลาหาร...”
แผนทรี่ ะบบุ า้ นตลาดขวญั เมอื งนนทบรุ ี ทจ่ี ดั ทำ� โดยชาวยโุ รป
ทม่ี า: สมดุ ภาพนนทบรุ ี วถิ แี หง่ การพฒั นา. นนทบรุ :ี สำ� นกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั นนทบรุ ,ี ๒๕๕๕. หนา้ ๔๕.
30 นนทบรุ ศี รีมหานคร
เมืองนนทบุรีมีความส�ำคัญเปน็ เมอื งหนา้ ดา่ นของกรุงศรอี ยุธยา
ความเจรญิ รงุ่ เรอื งของกรงุ ศรอี ยธุ ยาไดเ้ ปน็ ทเี่ ลอ่ื งลอื ระบอื ไกลไปในบรรดานานาประเทศทง้ั ใกลแ้ ละไกล
จีน ญี่ป่นุ อาหรบั และบรรดาชาตติ ่าง ๆ ในยโุ รป เช่น ฝรั่งเศส โปรตุเกส ฮอลันดา เปน็ ต้น ได้เดินทางมาเจริญ
สมั พนั ธไมตรที างการทตู และการคา้ กรงุ ศรอี ยธุ ยาจงึ มคี ณะทตู และพอ่ คา้ ตา่ งชาตเิ ดนิ ทางมาทางเรอื เปน็ จำ� นวนมาก
เพอ่ื ปอ้ งกนั มใิ หเ้ กดิ ความเสยี หายแกพ่ ระราชอาณาจกั รโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ความมน่ั คงของชาตแิ ละการจดั ระเบยี บ
การจัดเก็บภาษีและผลประโยชน์ของพระราชอาณาจักร ด้วยเหตุน้ีพระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยาโปรดเกล้าฯ
ให้ตั้งดา่ นจากปากน้�ำเจา้ พระยาถึงกรุงศรีอยุธยา
หนังสือ “อกั ขราภิธานศรับท์” ทีห่ มอบรดั เลย์ได้พมิ พเ์ มอื่ พ.ศ. ๒๔๑๖ ไดแ้ สดงความหมายของคำ� วา่
“ด่าน” ไวด้ ังนี้
“ดา่ น เปน็ ชอื่ ทพี่ ระมหากษตั รยิ ส์ ง่ั ใหต้ ง้ั ไวส้ ำ� หรบั ตรวจตราสง่ิ ของตอ้ งหา้ มทง้ั ปวงเหมอื นดา่ นปากนำ้�
เป็นต้น”
ในสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยามกี ารตงั้ ดา่ นทเ่ี มอื งนนทบรุ ี ทงั้ นเี้ นอ่ื งจากจงั หวดั นนทบรุ มี ลี ำ� นำ้� เจา้ พระยาไหลผา่ น
และอยู่ระหว่างปากน�้ำเจ้าพระยากับกรุงศรีอยุธยา จึงเป็นชัยภูมิท่ีเหมาะสมจะเป็นที่ตั้งด่านส�ำหรับตรวจผู้ท่ีจะ
ผ่านเข้าไปกรุงศรีอยุธยา หรือผ่านออกมาจากกรุงศรีอยุธยา เพ่ือความม่ันคงปลอดภัยของบ้านเมือง อีกท้ังเป็น
ด่านตรวจตราสินค้า ส่ิงของผิดกฎหมาย หรือต้องเสียภาษีท่ีจะน�ำเข้าหรือน�ำสินค้าออกจากพระราชอาณาจักร
ด่านลักษณะดงั กล่าวน้ีเรียกว่า ดา่ นขนอน
จากปากน้�ำเจ้าพระยาถึงกรุงศรีอยุธยา มีด่านขนอน ๓ แห่ง คือ ด่านเมืองธนบุรี ด่านเมืองนนทบุรีท่ี
บ้านปากเกรด็ และด่านบ้านตะนาว ตำ� บลขนอนหลวง อำ� เภอบางปะอนิ จังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา
ด่านเมืองนนทบุรี ที่เรียกกันทั่วไปว่า ด่านขนอนบ้านปากเกร็ด ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองนนทบุรี
บรเิ วณลำ� นำ้� เจา้ พระยาโคง้ ออ้ มและมกี ารขดุ คลองลดั เกรด็ นอ้ ยทบี่ า้ นปากเกรด็ ดา่ นแหง่ นต้ี ง้ั อยบู่ รเิ วณปากคลอง
ลัดเกร็ด ปจั จุบนั ยงั คงเรยี ก “บา้ นปากดา่ น” คนมอญเรียก “ปานกงั ”
นายดา่ นเปน็ ผทู้ พ่ี ระมหากษตั รยิ แ์ ตง่ ตง้ั ใหท้ ำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ นายดา่ น ระบบเชน่ นมี้ มี าตง้ั แตส่ มยั อยธุ ยา ตอ่ มา
ในสมยั ธนบรุ ี สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชโปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ญาเจง่ หวั หนา้ มอญอพยพเขา้ มาพง่ึ พระบรมโพธสิ มภาร
ในพระราชอาณาจกั รไทยไปอยทู่ บี่ รเิ วณทตี่ ง้ั ดา่ นเมอื งนนทบรุ พี รอ้ มครอบครวั มอญอพยพทง้ั หมด และใหพ้ ญาเจง่
เป็นนายดา่ นขนอนบา้ นปากเกรด็ ด้วย
ครนั้ ถึงสมยั รัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ แต่งตัง้ พญาเจง่
เปน็ เจา้ พระยามหาโยธา ตำ� แหนง่ จกั รมี อญ ดแู ลคนมอญในราชอาณาจกั รไทยทงั้ หมด นายดา่ นแหง่ นคี้ งเปน็ คนมอญ
สืบต่อกันมาเนื่องจากเจ้าพระยามหาโยธา (เจ่ง) ต้องเข้ารับราชการในกรุงเทพพระมหานคร เน่ืองด้วยเป็น
ขา้ ราชการชั้นผู้ใหญ่ ไดเ้ ป็นตน้ สกุล “คชเสนี”
ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เอกชนประมูลท�ำหน้าท่ีเก็บภาษี
เรียกว่า “เจ้าภาษี” ส่วนใหญเ่ จ้าภาษเี ป็นคนจีน ด่านขนอนบา้ นปากเกร็ดจงึ มคี นจีนเปน็ เจ้าภาษี ในเวลาน้ันจงึ
เกดิ เจ้าภาษีและดา่ นภาษีย่อยขนึ้ ในชุมชนใหญ่ ๆ ในจงั หวดั นนทบุรีหลายแห่ง ด่านภาษีย่อยดังกลา่ วนี้กระจาย
อยตู่ ามชุมชนท่ีเป็นย่านการค้า โดยเฉพาะอย่างย่ิงบริเวณปากคลอง เช่น ปากคลองบางเขน ปากคลองบางกรวย
ปากคลองแม่น�ำ้ ออ้ ม ปากคลองบางบัวทอง เปน็ ตน้
นนทบรุ ศี รมี หานคร 31
ครน้ั มาถงึ รชั กาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยูห่ วั โปรดเกลา้ ฯ ให้จัดต้ังกรมศุลกากรทำ� หนา้ ท่ี
จดั เกบ็ ภาษี มกี ารแตง่ ตงั้ ขา้ ราชการประจำ� ทำ� หนา้ ทจี่ ดั เกบ็ ภาษที ศ่ี าลากลางจงั หวดั และอำ� เภอตา่ ง ๆ มสี มหุ บ์ าญชี
เปน็ ผเู้ กบ็ เงนิ รวมอยใู่ นกรมการอำ� เภอ สว่ นภาษผี า่ นดา่ น กรมศลุ กากรตงั้ ดา่ น มดี า่ นใหญ่ และดา่ นยอ่ ย ดา่ นใหญ่
ต้งั เจ้าพนกั งานมีเงินเดอื น ด่านยอ่ ยใหผ้ ลตอบแทนผทู้ ำ� หน้าท่รี อ้ ยละสิบ
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จังหวัดนนทบุรียังคงมีด่านอยู่ ดังปรากฏในรายงาน
ของพระกรุงศรีบุรีรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีท�ำหนังสือรายงานเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดี
กระทรวงมหาดไทย เมือ่ พ.ศ. ๒๔๖๔ ไดก้ ลา่ วถึงด่านต่าง ๆ ในจังหวัดนนทบรุ ี ดังนี้
“ด่านเวลานม้ี อี ยูค่ อื ๑. ด่านใหญ่ปากคลองออ้ ม ๒. ด่านบางเขน ๓. ดา่ นย่อยปากคลองมหาสวัสดิ์
๔. ด่านย่อยปากคลองบางใหญ่ ๕. ด่านย่อยปากคลองบ้านแหลม ๖. ด่านย่อยปากคลองบางบัวทอง”
ปัจจุบันด่านต่าง ๆ ดังกล่าวไม่มีแล้ว เพราะระบบการจัดเก็บภาษีได้เปลี่ยนแปลงเป็นหน้าที่ของ
สว่ นราชการสรรพากรท่ปี ระจำ� อยตู่ ามอ�ำเภอ องคก์ ารบริหารสว่ นต�ำบล และเทศบาลต่าง ๆ ในจงั หวดั นนทบุรี
บรเิ วณปากดา่ น ที่เคยเป็นด่านขนอนบ้านปากเกร็ดในสมยั อยุธยา
ภาพถา่ ยมุมสูงบรเิ วณทต่ี ัง้ วัดหน้าโบสถแ์ ละตลาดนำ้� บางตลาด (พ.ศ. ๒๔๙๘) ในอดตี
ปัจจุบันเปน็ พ้นื ท่ีส่วนหน่งึ ในการดูแลของกรมชลประทาน อ�ำเภอปากเกรด็ จังหวัดนนทบุรี
(อนุเคราะหภ์ าพโดย นายสมคดิ จันทวงษ์)
32 นนทบรุ ีศรีมหานคร
ป้อมแกว้ ปอ้ มทบั ทิม ปราการสำ� คญั กรุงศรอี ยุธยา
กรงุ ศรอี ยธุ ยาเปน็ ทยี่ อมรบั กนั ทวั่ ไปไมเ่ ฉพาะแตค่ นไทย แตร่ วมถงึ ตา่ งประเทศทย่ี อมรบั วา่ กรงุ ศรอี ยธุ ยา
เป็นมหานครที่ย่ิงใหญ่ เจรญิ รุง่ เรอื งในทางเศรษฐกิจ การพระศาสนา และศลิ ปวฒั นธรรมด้านตา่ ง ๆ โดยเฉพาะ
อย่างย่งิ หลงั จากกรงุ ศรอี ยุธยา ชนะสงครามกับพมา่ ในรชั กาลสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชแล้ว กรงุ ศรีอยธุ ยาย่ิงมี
อำ� นาจ มคี วามม่ันคง เหนือกว่าประเทศขา้ งเคียง
ชาตติ ่าง ๆ ท่อี ยใู่ กล้และไกล เช่น จนี ญี่ปุ่น อาหรับ รวมทั้งชาวยุโรป เชน่ โปรตุเกส ฮอลนั ดา องั กฤษ
ฝรง่ั เศส เปน็ ต้น ตา่ งเดนิ ทางเขา้ มายงั กรุงศรีอยธุ ยา เพ่ือตดิ ตอ่ ทางการคา้ และการเจรญิ สมั พันธไมตรที างการทตู
อาจกล่าวได้ว่านับต้ังแต่แผ่นดินสมเด็จพระเจ้าประสาททอง (พ.ศ. ๒๑๗๒ - ๒๑๙๙) กรุงศรีอยุธยากลายเป็น
ศนู ยก์ ลางการคา้ นานาชาตทิ ี่ใหญท่ ส่ี ุดแหง่ หนง่ึ ในภูมภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้
ชาวยุโรปท่ีเข้ามาในกรงุ ศรีอยธุ ยามจี �ำนวนมากมายท้ังทเ่ี ป็นพ่อค้าและเปน็ นักการทตู ชาวยโุ รปเหลา่ นั้น
ไดบ้ นั ทกึ สภาพบา้ นเมอื งและเหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ ของกรงุ ศรอี ยธุ ยาไวเ้ ปน็ หลกั ฐานแสดงความเจรญิ ของกรงุ ศรอี ยธุ ยาได้
เป็นอยา่ งดี โจสเซาเต็มพ่อค้าชาวฮอลนั ดา ไดเ้ ขา้ มากรุงศรีอยุธยาเมอื่ พ.ศ. ๒๑๗๙ ในสมยั พระเจ้าปราสาททอง
ไดบ้ นั ทึกไวว้ ่า
“กรุงศรีอยธุ ยานเ้ี ปน็ นครทีโ่ ออ่ ่า เตม็ ไปดว้ ยโบสถ์ วิหาร ซงึ่ มีจำ� นวนมากกว่า
๓๐๐ และกอ่ สรา้ งข้นึ อย่างวจิ ิตรพสิ ดารที่สุด โบสถว์ หิ ารเหลา่ น้ีมปี รางค์ เจดยี ์ และ
รปู ปั้น รูปหล่ออย่างมากมาย ใช้ทองทาบอยู่ภายนอก เหลืองอร่ามทั่วไปหมด เป็น
พระมหานครที่สร้างอยูฝ่ ่ังแมน่ ำ�้ โดยมผี งั เมอื งวางไวอ้ ยา่ งเป็นระเบยี บ จึงเปน็ นครที่
สวยงามมาก”
ความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยา พัฒนาไปถึงขีดสุดในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.
๒๑๙๙ - ๒๒๓๑) เพราะกรุงศรีอยุธยานอกจากจะม่ังค่ังทางเศรษฐกิจแล้ว กรุงศรีอยุธยายังเจริญก้าวหน้า
ด้านวิชาการต่าง ๆ ท่ีเป็นความรู้ชั้นสูงในยุคนั้น ท้ังนี้เพราะมีการติดต่อใกล้ชิดกับชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะ
อย่างย่ิงชาวยุโรปอันกอ่ ใหเ้ กิดนวตั กรรมใหม่ ๆ ข้ึนในสยามอย่เู นือง ๆ เปน็ ผลใหเ้ กดิ การกอ่ สรา้ ง ป้อมปราการ
เพ่อื ความมน่ั คงของกรงุ ศรีอยุธยาข้นึ
แม่น้�ำเจ้าพระยานอกจากจะเป็นเส้นทางคมนาคมที่มีความส�ำคัญทางเศรษฐกิจต่อกรุงศรีอยุธยาแล้ว
แม่น้�ำเจ้าพระยามีบทบาทส�ำคัญทางด้านความมั่นคงของกรุงศรีอยุธยาด้วย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ทรงตระหนักถงึ ความมัน่ คงปลอดภัยของบา้ นเมือง โปรดเกลา้ ฯ ให้สรา้ งป้อมขึ้นในบรเิ วณเมอื งนนทบุรพี รอ้ มกับ
โปรดเกล้าฯ ใหย้ ้ายเมอื งนนทบุรจี ากบ้านตลาดขวญั มาสรา้ งขน้ึ บริเวณใกล้ป้อมท่สี รา้ งขึ้นใหมน่ ด้ี ว้ ย
ทั้งนี้สืบเนื่องจากการขุดคลองลัดในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง (พ.ศ. ๒๑๗๒ - ๒๑๙๙)
โปรดเกล้าฯ ให้ขดุ คลองลดั แยกจากแม่น�ำ้ เจา้ พระยาตรงบรเิ วณใตว้ ัดท้ายเมอื งในสว่ นท่ลี ำ� นำ�้ โคง้ ออ้ มไปทางทศิ
ตะวนั ตก (ปจั จบุ นั คอื ปากคลองแมน่ ำ�้ ออ้ ม หรอื ปากคลองออ้ ม) ขดุ ลดั ตรงไปทางทศิ ใตไ้ ปบรรจบแมน่ ำ�้ เจา้ พระยา
ที่บริเวณใต้วัดเขมาภิรตาราม ต่อมากระแสน้�ำได้เปล่ียนการไหลอ้อม กลับมาไหลตรงตามคลองท่ีขุดใหม่นี้
คลองขดุ ใหมไ่ ดก้ ลายเปน็ ลำ� นำ�้ กวา้ งในเวลาตอ่ มา และเรอื ตา่ ง ๆ ทเ่ี ดนิ ทางไปมาระหวา่ งกรงุ ศรอี ยธุ ยาและปากนำ�้
เจ้าพระยาต่างมาใช้คลองลัดเป็นเส้นทางสัญจร สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงค�ำนึงถึงความปลอดภัยเม่ือ
นนทบุรศี รมี หานคร 33
มีอริราชศัตรูเดินทางทางเรือเข้าไปถึงกรุงศรีอยุธยาได้สะดวกรวดเร็ว ประกอบกับช่วงเวลานั้นมีเรือต่างชาติ
เข้ามากรุงศรีอยุธยามากขึ้น ทรงพิจารณาเห็นว่าเมืองนนทบุรีเป็นเมืองหน้าด่านและเป็นจุดยุทธศาสตร์มีชัยภูมิ
ส�ำคัญ จงึ โปรดเกลา้ ฯ ให้สร้างป้อมขน้ึ ในเขตเมอื งนนทบุรี ๒ ปอ้ ม คอื ปอ้ มแก้ว และปอ้ มทบั ทิม
ป้อมแก้ว และป้อมทับทิม ได้สร้างขึ้นตรงบริเวณใกล้แยกปากคลองลัดท่ีขุดแยกจากแม่น้�ำเจ้าพระยา
ใกลป้ ากคลองแมน่ �้ำออ้ มหรอื คลองออ้ มในปัจจุบันน้ี
การสรา้ งป้อมแกว้ และปอ้ มทับทิม คงด�ำเนินการโดยผชู้ ำ� นาญการชาวฝรัง่ เศสเช่นเดียวกับการสร้างป้อม
ท่ีเมืองธนบรุ ี สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ เปน็ แมก่ องควบคุมการก่อสรา้ ง
ที่เรียกว่า ป้อมวิไชเยนทร์ ป้อมแห่งนี้ตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งแม่น�้ำเจ้าพระยาตรงบริเวณคลองขุดลัดบรรจบกับ
แม่นำ�้ เจ้าพระยา (ขุดลัดครง้ั รชั สมัยสมเดจ็ พระชัยราชาธริ าช (พ.ศ. ๒๐๗๗ - ๒๐๙๙) ขดุ แยกแมน่ �้ำเจ้าพระยา
บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปัจจุบันไปบรรจบแม่น้�ำเจ้าพระยาที่ปากคลองบางกอกใหญ่ หรือ
คลองบางหลวงในปจั จุบัน) ปอ้ มเมอื งธนบรุ หี รอื ปอ้ มวิไชเยนทร์ มลี กั ษณะเปน็ ปอ้ มกอ่ อฐิ มสี ายโซข่ งึ ขวางแม่นำ�้
ระหวา่ งป้อมทง้ั สอง สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราชโปรดเกล้าฯ ให้เรยี ก ปอ้ มวิไชยประสิทธ์ิ ปัจจบุ นั เหลือเพยี ง
ป้อมฝัง่ ตะวันตกปากคลองบางหลวง ปอ้ มวิไชยประสิทธิเ์ คยใชส้ กดั พวกกบฏมกั กะสันมาแล้วในอดตี
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงพิจารณาถึงชัยภูมิของล�ำน้�ำเจ้าพระยาบริเวณท่ีสร้างป้อมแก้ว และ
ปอ้ มทบั ทมิ เปน็ จดุ ยทุ ธศาสตรท์ เี่ หมาะสม ดงั นนั้ นอกจากจะสรา้ งปอ้ มทบั ทมิ แลว้ โปรดเกลา้ ฯ ใหย้ า้ ยเมอื งนนทบรุ ี
จากบ้านตลาดขวัญฝั่งตะวันออกของแม่น�้ำเจ้าพระยามาสร้างใหม่ในบริเวณฝั่งตะวันตกของแม่น้�ำเจ้าพระยา
ตรงข้ามบา้ นตลาดขวญั ใกล้กบั ปอ้ มทท่ี รงใหส้ รา้ งขน้ึ นี้ด้วย
ปอ้ มแกว้ และปอ้ มทบั ทมิ ไดป้ รากฏเปน็ หลกั ฐานในจดหมายเหตรุ ายวนั ของบาทหลวงเดอชวั ซี ทเี่ ดนิ ทาง
ร่วมมากับคณะราชทูตฝรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ท่ี ๑๔ เดินทางเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีในรัชสมัยสมเด็จ
พระนารายณ์มหาราช เมื่อ พ.ศ. ๒๒๒๘ เม่ือคณะราชทูตเดินทางถึงเมืองนนทบุรี มีการยิงปืนค�ำนับที่ป้อม
เมอื งนนทบุรี ดงั นี้
“เชา้ วนั น้ี เราผา่ นปอ้ มทที่ ำ� ดว้ ยไม้ ๒ ปอ้ ม ปอ้ มหนง่ึ ยงิ ปนื เปน็ การคำ� นบั ๑๐ นดั
อกี ปอ้ มหนงึ่ ๘ นดั ทน่ี ม่ี แี ตป่ นื ครกเทา่ นน้ั ดนิ ปนื ดมี ากทเี ดยี ว ปอ้ มทางขวามอื เรยี กวา่
ป้อมแก้ว และป้อมทางซา้ ยมือเรียก ปอ้ มทบั ทมิ ”
34 นนทบรุ ศี รมี หานคร
ความเจริญของกรงุ ศรอี ยุธยาตอ้ งขดุ คลองลัดเจ้าพระยารองรบั การคา้ การทตู
แมน่ ำ�้ เจา้ พระยาแมน่ ำ�้ สายหลกั ทเ่ี ปรยี บเสมอื นเสน้ โลหติ ใหญท่ ไี่ หลหลอ่ เลยี้ งกรงุ ศรอี ยธุ ยาราชธานขี องไทย
ให้เจริญรุ่งเรือง ม่ังคั่งสมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์พืชพันธ์ุธัญญาหาร และอลังการสวยงามด้วยอารามและ
ปราสาทราชวงั งามดงั ประหนง่ึ เมอื งของเทพเทวาบนสวรรค์ เปน็ ทกี่ ลา่ วขานของบรรดานานาชาตวิ า่ กรงุ ศรอี ยธุ ยานน้ั
มคี วามม่งั ค่งั ม่ันคง มอี ำ� นาจเหนอื กวา่ ประเทศขา้ งเคียง
นับแต่แผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กรุงศรีอยุธยามีความเข้มแข็งทางการปกครองมาก ประกอบ
กับความมั่งค่ังทางเศรษฐกิจ การพระศาสนาและศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ชาวต่างชาติท้ังชาวเอเชียและยุโรป
เช่น จีน ญี่ปุ่น อาหรับ โปรตุเกส ฮอลันดา ฝรั่งเศส เป็นต้น ได้เดินทางมากรุงศรีอยุธยาเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี
และเพอื่ การค้า นบั ตั้งแต่แผน่ ดนิ สมเด็จพระเจา้ ปราสาททอง (พ.ศ. ๒๑๗๒ - ๒๑๙๙) เปน็ ตน้ มา กรุงศรีอยุธยา
เป็นศนู ย์กลางการค้านานาชาตทิ ่ใี หญแ่ หง่ หนึง่ ในภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
ความเจริญมั่งค่ังและความอลังการของกรุงศรีอยุธยา เป็นส่ิงท่ีประทับอยู่ในความทรงจ�ำของ
ชาวต่างประเทศมาก ชาวยุโรปท่ีเข้ามากรุงศรีอยุธยาท้ังที่เป็นทูต พ่อค้าและผู้น�ำทางศาสนา บุคคลเหล่าน้ันได้
บนั ทกึ กลา่ วถงึ ความเจรญิ ของกรงุ ศรอี ยธุ ยาไวม้ ากมายทง้ั เปน็ การบนั ทกึ เปน็ เอกสาร แผนทแ่ี ละภาพเขยี นอนั เปน็
ข้อมูลทเ่ี ป็นประโยชน์
ความมง่ั คัง่ ของกรงุ ศรอี ยธุ ยาเป็นสิง่ ท่ปี ระทับใจของผูท้ ไ่ี ด้พบเห็นเป็นอย่างมาก ดังเช่น ค�ำประพันธ์ใน
ก�ำสรวลศรีปราชญ์ท่ีประพันธ์ไว้ในสมัยอยุธยากล่าวถึงความรุ่งเรืองของกรงุ ศรอี ยธุ ยาไว้ ดังนี้
อยุธยายศยิง่ ฟา้ ลงดนิ แลฤา
อ�ำนาจบุญเพรงพระ ก่อเกอื้
เจดยี ์ลอออนิ ทร ์ ปราสาท
ในทานทองแลว้ เน้อื นอกโสรม
ตรีบรู
อยุธยาไพโรจน์ใต้ สระหล้าย
ทวารจุ ยิ ะหอ สรุ โลก ปานฤา
อยธุ ยายิ่งแมนสรวง แกต่ า
ถนนดจุ สวรรค์คลา้ ยคล้าย
เสน้ ทางคมนาคมขนสง่ ทางนำ�้ ยงิ่ ทวคี วามสำ� คญั ตอ่ การพฒั นาบา้ นเมอื ง และไดร้ บั การปรบั ปรงุ อยตู่ ลอดเวลา
เพราะนอกจากจะเปน็ เสน้ ทางสำ� คญั ในการสงครามแลว้ แมน่ ำ�้ ลำ� คลองยงั อำ� นวยประโยชนอ์ ยา่ งยง่ิ ตอ่ การคา้ ขาย
ทง้ั ภายในและภายนอกราชอาณาจกั รดว้ ย จงึ มกี ารขดุ คลองลดั และปรบั ปรงุ เสน้ ทางคมนาคมทางนำ้� เปน็ เวลาตอ่ เนอื่ ง
กันมาตลอดเวลาในช่วงรัชสมัยต่าง ๆ บริเวณใดตรงที่ล�ำน้�ำสายส�ำคัญควรมีทางลัดเชื่อมติดต่อกันได้สะดวก
มีการขุดคลองเช่ือมล�ำน้�ำดังกล่าว หรือบริเวณใดที่ล�ำน�้ำไหลคดเค้ียว โค้งอ้อม ต้องเสียเวลาในการเดินทางนาน
ใหม้ กี ารขดุ คลองลดั เปน็ ทางตรง ไมโ่ คง้ ออ้ ม เพอื่ ลดเวลาในการเดนิ ทาง สามารถเดนิ ทางไดเ้ รว็ ขนึ้ พระมหากษตั รยิ ์
ในสมยั อยุธยา โปรดเกล้าฯ ใหข้ ดุ คลองลัดขนึ้ หลายแห่ง ดังน้ี
๑. สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ (พ.ศ. ๒๐๓๔ - ๒๐๗๒) ขุดซ่อมคลองส�ำโรง และคลองทับนางขุดเชื่อม
แม่น�้ำเจา้ พระยากบั แม่น�ำ้ บางปะกง
นนทบรุ ศี รมี หานคร 35
๒. สมเดจ็ พระไชยราชาธริ าช (พ.ศ. ๒๐๗๗ - ๒๐๘๙) ขดุ คลองลดั บางกอก ขดุ คลองเชอ่ื มลำ� นำ้� เจา้ พระยา
ขดุ ตง้ั แตบ่ รเิ วณแมน่ ำ�้ เจา้ พระยาทว่ี กไปทางทศิ ตะวนั ตกตรงทเี่ ปน็ ปากคลองบางกอกนอ้ ยในปจั จบุ นั (ซงึ่ เปน็ แมน่ ำ�้
เจา้ พระยาเดมิ ) หนา้ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ไปทางทศิ ใตไ้ ปบรรจบแมน่ ำ�้ เจา้ พระยาทไ่ี หลวกมาทางทศิ ตะวนั ออก
ตรงข้ามกับปากคลองตลาดปจั จบุ นั (ซ่ึงเรยี กล�ำน�้ำสายน้วี ่าคลองบางกอกใหญ่ หรือคลองบางหลวง) ปจั จบุ นั คอื
แมน่ �้ำเจา้ พระยาตง้ั แตห่ น้ามหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ถึงปากคลองตลาดขดุ แล้วเสรจ็ พ.ศ. ๒๐๘๕
๓. สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พ.ศ. ๒๐๙๑ - ๒๑๑๑) ขดุ คลองลัดเชอ่ื มแม่นำ้� เจา้ พระยา (เดมิ ) ตงั้ แต่
บริเวณวัดชลอ อ�ำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี (ปัจจุบันคือคลองอ้อมหรือคลองแม่น้�ำอ้อม) ไปถึงวัดข้ีเหล็ก
(วดั สวุ รรณคีร)ี เขตบางกอกนอ้ ย กรงุ เทพมหานคร บรรจบแมน่ �้ำเจ้าพระยาเดิม (ปัจจุบนั คอื คลองบางกอกน้อย)
ขุดเม่อื พ.ศ. ๒๐๙๑
๔. สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม (พ.ศ. ๒๑๕๔ - ๒๑๗๑) ขุดลดั เกรด็ ใหญท่ เ่ี มอื งสามโคก ขุดตง้ั แตบ่ า้ นพร้าว
ใกลว้ ดั ไก่เตี้ยในปจั จบุ ันจนถึงบางหลวงเชียงรากบรเิ วณวดั มะขาม วัดศาลเจา้ วดั ทองเพลงในปจั จุบันนี้ ปัจจบุ ัน
คอื ลำ� นำ้� เจา้ พระยาทไี่ หลผา่ นจากอำ� เภอสามโคกลงมาอำ� เภอเมอื งปทมุ ธานี จงั หวดั ปทมุ ธานี ลำ� นำ้� เจา้ พระยาเดมิ
เรียกว่า คลองบา้ นพร้าว และคลองเชียงราก
๕. สมเด็จพระเจา้ ปราสาททอง (พ.ศ. ๒๑๗๒ - ๒๑๙๙) โปรดเกล้าฯ ให้ขดุ คลองลัดเมอื งนนทบรุ ี เมอื่
พ.ศ. ๒๑๗๙ ขุดคลองลัดจากบ้านตลาดขวัญ (เมอื งนนทบรุ ีเดมิ ) ใตว้ ัดท้ายเมอื งไปทางใต้บรรจบแม่น้�ำเจา้ พระยา
ท่ีใต้วัดปากน�้ำ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี (ปัจจุบันคือปากคลองบางกรวย) จังหวัดนนทบุรี คลองลัดท่ีขุดขึ้นปัจจุบัน
เปน็ แมน่ ำ�้ เจ้าพระยา แมน่ ำ�้ เจ้าพระยาเดิมปัจจบุ นั เปน็ คลองแม่น้ำ� ออ้ มหรอื คลองอ้อม และคลองบางกรวย
๖. สมเด็จพระเจา้ อยู่หัวท้ายสระ ขดุ คลองลดั เกรด็ นอ้ ย เมอื่ พ.ศ. ๒๒๖๕ ขุดลัดต้งั แต่หนา้ วดั ปากอ่าว
(วัดปรมัยยิกาวาส) แยกจากแม่น้�ำเจ้าพระยาด้านทิศเหนือ ขุดลัดไปทางทิศใต้ถึงบ้านปากด่านใกล้ด่านขนอน
บา้ นปากเกร็ด ต�ำบลเกาะเกรด็ อ�ำเภอปากเกร็ด จังหวดั นนทบุรี
ลกั ษณะทางกายภาพทางภมู ศิ าสตรข์ องจงั หวดั นนทบรุ ี ทม่ี สี ภาพเปน็ ทลี่ มุ่ ลาดเอยี ง ลำ� นำ�้ เจา้ พระยาชว่ ง
ท่ีไหลผ่านจังหวัดนนทบุรีต้ังแต่ตอนเหนือในเขตอ�ำเภอปากเกร็ด ลงไปทางทิศใต้ไหลผ่านอ�ำเภอเมืองนนทบุรี
อ�ำเภอบางใหญ่ และอ�ำเภอบางกรวย ซึ่งไม่ไหลตรงจากเหนือไปทางใต้ แต่บางช่วงของล�ำน้�ำได้ไหลโค้งอ้อม
ซ่ึงทำ� ใหก้ ารเดนิ ทางทางเรอื ขนาดใหญ่ เช่น เรือส�ำเภาไม่สะดวกและตอ้ งใชเ้ วลานานในการเดนิ ทาง ดงั ทไี่ ด้กลา่ ว
มาแลว้ วา่ พระมหากษตั รยิ ก์ รงุ ศรอี ยธุ ยาจงึ โปรดเกลา้ ฯ ใหข้ ดุ คลองลดั เฉพาะในจงั หวดั นนทบรุ มี กี ารขดุ คลองลดั
๓ แห่ง คอื ลดั บางกรวย ลัดเมอื งนนท์ และลัดเกร็ด
การขุดคลองลัดดังกล่าว สามารถอ�ำนวยความสะดวกในการเดินทางทางเรือ เน่ืองด้วยลดปัญหาการ
เดนิ ทางทต่ี อ้ งไปตามลำ� นำ้� ทโี่ คง้ ออ้ ม และตอ้ งใชเ้ วลาในการเดนิ ทางมาก เมอ่ื มคี ลองลดั ทำ� ใหก้ ารเดนิ ทางทางเรอื
สะดวก และรวดเรว็ ขน้ึ เปน็ อยา่ งมาก เมอื งนนทบรุ เี กดิ มกี ารพฒั นาบา้ นเมอื งในลกั ษณะของพฒั นาการดา้ นตา่ ง ๆ
ในโอกาสตอ่ มาหลายประการอันเป็นผลมาจากการขดุ คลองลัดแมน่ ้�ำเจา้ พระยาในเขตจงั หวัดนนทบุรี
36 นนทบรุ ีศรมี หานคร
การขดุ คลองลดั แมน่ �้ำเจา้ พระยาในสมยั ต่างๆ ท่เี มืองนนทบรุ ี
นนทบุรศี รีมหานคร 37
เมอื งนนทบุรมี ีการเปลีย่ นแปลงภายหลงั การขุดคลองลัด
คลองลัดท่ีขุดข้ึนเพื่อเป็นเส้นทางลัดในการคมนาคมทางน�้ำในเขตจังหวัดนนทบุรี นอกจากจะอ�ำนวย
ความสะดวกรวดเรว็ ในการเดนิ ทางทางเรอื แลว้ ผลการขดุ คลองลดั ทำ� ใหก้ ระแสนำ้� เปลยี่ นแปลงทางเดนิ กระแสนำ้�
มาไหลผา่ นคลองลดั ซึ่งเป็นทางตรง ท�ำใหท้ างน้�ำคอ่ ย ๆ ขยายกว้างขนึ้ ในเวลาตอ่ มา จากคลองลัดเปน็ ล�ำน้�ำใหญ่
นานเขา้ ตลง่ิ ทง้ั สองฝง่ั พงั ลงมาเพราะกระแสนำ�้ ทไี่ หลแรงกดั เซาะตลงิ่ จนกลายเปน็ แมน่ ำ�้ กวา้ งใหญ่ เกดิ ลำ� นำ้� ใหญ่
แม่น�้ำสายเดิม เกิดการเปล่ียนแปลงอันเป็นผลมาจากขุดลัด เกิดแม่น้�ำเจ้าพระยาสายใหม่ ๒ แห่งคือ ที่อ�ำเภอ
เมืองนนทบุรีและทีอ่ �ำเภอปากเกรด็
๑. ลำ� นำ�้ เจ้าพระยาสายใหมท่ อี่ ำ� เภอเมืองนนทบรุ ี
คลองลัดทขี่ ุดจากใต้วัดทา้ ยเมอื ง บ้านตลาดขวัญไปทางใต้บรรจบแมน่ �ำ้ เจ้าพระยาท่ใี ต้วดั เขมาภริ ตาราม
คลองลัดขุดผ่านท่ีดอนชุมชนมีไม่มาก แต่ภายหลังต่อมาจากการขุดคลองลัดได้กลายเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่
ทางฝง่ั ตะวนั ออกของแมน่ ำ้� สายใหมเ่ ปน็ ทต่ี ง้ั ศาลากลางเมอื งนนทบรุ ี และสว่ นราชการตา่ ง ๆ ตง้ั แตร่ ชั สมยั สมเดจ็
พระนารายณม์ หาราช แหง่ กรงุ ศรีอยุธยา ทเ่ี หนือวดั เฉลมิ พระเกียรติในปัจจุบนั และที่บ้านตลาดขวัญ ในรชั สมัย
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั แมเ้ มอ่ื มกี ารยา้ ยศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ ไี ปอยทู่ อ่ี าคารของโรงเรยี น
ราชวทิ ยาลยั เมือ่ พ.ศ. ๒๔๗๑ กค็ งอยูร่ ิมฝ่ังแมน่ �้ำเจา้ พระยาสายใหมน่ เี้ ชน่ กนั
ปัจจบุ ันนี้แม้ศาลากลางจังหวดั นนทบุรีและส่วนราชการต่าง ๆ ส่วนหนึ่งในจังหวดั นนทบรุ ี ได้ย้ายไปอยทู่ ่ี
ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ถนนรัตนาธิเบศร์ แต่สองฝั่งเจ้าพระยาสายใหม่แห่งนี้มีพัฒนาการเป็นชุมชนเมือง
ขนาดใหญต่ ลอดสองฝัง่ ของลำ� น้�ำสายใหมน่ ้ีอย่างมาก
สว่ นแมน่ ำ้� เจา้ พระยาสายเดมิ เปน็ คลองแมน่ ำ้� ออ้ ม หรอื คลองออ้ ม ในปจั จบุ นั นซ้ี ง่ึ ยงั มคี วามคดโคง้ เสยี เวลา
ในการเดนิ ทางมาก เมอ่ื กระแสนำ�้ เปลย่ี นทางไหล ยง่ิ ทำ� ให้แมน่ ้ำ� เจา้ พระยาสายเดิมท่ีคลองอ้อมต้ืนเขนิ แคบเข้า
จนเป็นคลองและเรยี กว่า คลองออ้ ม หรอื คลองแม่น�ำ้ ออ้ ม ในช่วงตัง้ แต่ปากคลองอ้อมเหนอื วัดเฉลมิ พระเกยี รติ
ถึงวัดชลอ อ�ำเภอบางกรวย และช่วงจากวัดชลอถึงปากคลองท่ีบรรจบกับแม่น้�ำเจ้าพระยาท่ีเหนือการไฟฟ้า
ฝา่ ยผลติ แห่งประเทศไทย เรยี กล�ำน�้ำช่วงน้ีว่าคลองบางกรวย
๒. ลำ� น�้ำเจา้ พระยาสายใหมท่ ่อี ำ� เภอปากเกร็ด
การขดุ คลองลดั เกร็ด หรือคลองลัดเกร็ดน้อย มีผลท�ำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิศาสตร์ของพ้ืนที่
บรเิ วณทถ่ี กู ขดุ คลองลดั เกรด็ นอ้ ย ดว้ ยพน้ื ทที่ คี่ รงั้ หนงึ่ เปน็ แหลมมแี มน่ ำ้� เจา้ พระยาโอบลอ้ มปลายแหลมเปน็ รปู เกอื กมา้
เมื่อมีการขุดคลองลัด และเมือ่ คลองลดั ได้ขยายกว้างขึ้นจนเปน็ แม่นำ้� เจา้ พระยาสายใหม่ พน้ื ดินที่เปน็ แหลมน้ัน
จงึ ถกู แบง่ แยกออกจากแผน่ ดนิ ใหญ่ เกดิ เปน็ เกาะขนาดใหญก่ ลางแมน่ ำ�้ เจา้ พระยา ดว้ ยมลี ำ� นำ�้ เจา้ พระยาโอบรอบ
เปน็ ต�ำบลเกาะเกรด็ ในปจั จุบนั น้ี
การขุดลดั ทีอ่ �ำเภอบางกรวยเกิดเป็นสว่ นหนงึ่ ของคลองบางกอกน้อย
การขุดลัดแม่น�้ำเจ้าพระยาจากวัดชลอ อ�ำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ไปบรรจบแม่น้�ำเจ้าพระยา
ที่วดั สวุ รรณครี ี เขตบางกอกนอ้ ย กรุงเทพมหานคร คลองลัดนไี้ ดเ้ ป็นสว่ นหน่ึงของคลองบางกอกน้อย เปน็ คลอง
ที่สร้างความเช่ือมโยงทางวิถีชีวิตชาวสวน และวิถีวัฒนธรรมท่ีมีคุณค่าของชุมชน ธนบุรีและนนทบุรี ท�ำให้เกิด
เป็นแหลง่ อารยธรรมทสี่ ำ� คัญของจงั หวดั นนทบรุ ี
38 นนทบรุ ศี รีมหานคร
สภาวะบา้ นแตกสาแหรกขาดที่เมอื งนนทบรุ เี มื่อใกล้เสียกรุงศรอี ยุธยา
พ.ศ. ๒๓๑๐ กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า แต่ก่อนท่ีกรุงศรีอยุธยาจะถูกท�ำลายเผาผลาญ พม่าได้เข้าเผา
ท�ำลายเมืองนนทบุรีรวมท้ังเมืองอื่น ๆ ทางใต้เสียหายย่อยยับมาก่อนท่ีจะเสียกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏ
ตามพระราชพงศาวดาร ฉบบั พระราชหัตถเลขากล่าวถงึ เหตุการณ์เมือ่ กองทพั พมา่ เข้ายึดเมืองนนทบรุ ี เมือ่ พ.ศ.
๒๓๐๘ ดังนี้
“ฝา่ ยกองทพั หน้าพม่าข้างทางใต้ ซึ่งต้งั คา่ ยอยู่ ณ ดอกกระออม นั้น ถงึ ณ เดอื นสบิ ปรี ะกาสปั ตศก
เมฆราโบ จึงยกทัพเรือพลพันเศษลงมาตีค่ายทัพไทย ซ่ึงต้ังอยู่ต�ำบลบ�ำหรุนั้นแตก แล้วก็ยกลงมาตีทัพเรือ
พวกไทย ต�ำบลบางกุ้ง ก็แตกฉานพา่ ยหนี จึงยกล่วงมาถงึ เมอื งธนบรุ ี พระยารตั นาธเิ บศรม์ ไิ ดส้ ู้รบ หนกี ลบั
ขนึ้ ไปกรงุ เทพมหานคร กองทพั เมืองนครราชสมี า ก็เลิกทัพไปทางฟากตะวันออก ยกกลบั ไปเมอื งสนิ้ พม่า
ก็ไดเ้ มืองธนบรุ ี เขา้ ต้ังอยู่ ๓ วนั แล้วเลกิ ทัพกลับไป ณ ค่ายดอกกระออม
ครน้ั ณ เดอื นยี่ เมฆราโบ กย็ กทพั เรอื มาเมอื งธนบรุ อี กี ไมม่ ใี ครอยรู่ กั ษาเมอื งแลสรู้ บ พมา่ เอาปนื ใหญ่
ขน้ึ ต้ังบนปอ้ มวไิ ชยเยนทร์ ฟากตะวนั ตก ยิงโตต้ อบกบั ปืนกำ� ปัน่ จนเวลาคำ�่ ก�ำป่ันจงึ ถอนสมอลอยไปตามนำ�้
ขึ้นไปทอดอยู่เหนือเมืองนนทบุรีแลกองทัพพระยายมราช ซ่ึงต้ังอยู่เมืองนนท์น้ัน ก็เลิกทัพหนีข้ึนไปเสียมิได้
ตง้ั อยตู่ อ่ รบพมา่ พมา่ เขา้ ตงั้ อยู่ ณ เมอื งธนบรุ ี แลว้ จงึ แบง่ ทพั ขนึ้ มาตงั้ คา่ ย ณ วดั เขมาตลาดแกว้ ทงั้ สองฟาก
คร้นั เพลากลางคืน นายกำ� ปั่นมาขอเรือกราบ ลงมาชักสลบุ ช่วง ลอ่ งลงไปไม่ใหม้ ปี ากเสยี ง ครนั้ ตรงคา่ ยพมา่
ณ วัดเขมา ก็ได้จุดปืนรายแคมพร้อมกันท้ังสองข้างยิงค่ายพม่าท้ังสองฟาก พม่าต้องปืนล้มป่วย ล�ำบาก
แตกหนอี อกหลงั ค่าย คร้นั เพลาเชา้ น้�ำขึ้น สลบุ ช่วงกถ็ อนขนึ้ มาหากำ� ปนั่ ใหญ่ ซงึ่ ทอดอยเู่ หนือเมอื งนนท์
ฝ่ายทัพพม่าก็ยกเข้าค่ายเมืองนนท์ คร้ันเวลาค�่ำให้ยกสลุบช่วงล่องลงไปอีก จุดปืนชายแคมยิงค่าย
เมืองนนท์ พม่าหนีออกไปซุ่มอยู่หลังค่าย อังกฤษแลไทยลงก�ำปั่นขึ้นไปเก็บของในค่าย พม่ากลับกรูเข้ามา
ข้างหลังค่ายไล่ฟันแทงไทยแลอังกฤษหนีออกจากค่ายลงก�ำปั่น แลตัดศีรษะลาต้าอังกฤษได้คนหน่ึง เอาข้ึน
เสียบประจานไวห้ น้าคา่ ย”
กองทัพพม่าที่ต้ังค่ายอยู่ท่ีวัดเขมาภิรตารามสามารถเข้ายึดเมืองนนทบุรีได้ต้ังแต่ พ.ศ. ๒๓๐๘ และไป
ตั้งค่ายอยู่บริเวณบ้านปากด่าน ใกล้วัดกลางเกร็ด อ�ำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จากน้ันจึงรุกคืบเข้าโจมตี
กรงุ ศรอี ยธุ ยาในเวลาต่อมา
พม่ายึดด่านขนอนบา้ นปากเกรด็ เพื่อรกุ เข้าตีกรงุ ศรีอยุธยา
พม่าเข้ายึดเมืองนนทบุรีอยู่นานจนสามารถส�ำรวจหมู่บ้านและชุมชนต่าง ๆ สองฟากฝั่งเจ้าพระยาใน
เมืองนนทบรุ ถี งึ กรงุ ศรีอยุธยา ไดท้ ำ� แผนทีเ่ พื่อประโยชน์ในการเข้าโจมตชี มุ ชนตา่ ง ๆ รายทางจากเมืองนนทบรุ ี
ถงึ กรุงศรีอยุธยา
นนทบรุ ีศรีมหานคร 39
พมา่ ไดม้ าตงั้ คา่ ยอยหู่ ลงั วดั กลางเกรด็ อำ� เภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี ชาวบา้ นผสู้ งู อายใุ นยา่ นนแี้ ตเ่ ดมิ มา
ยังคงเรียกบริเวณหลังวัดกลางเกร็ดว่า “คันพม่า” หรือ ค่ายพม่า จากค�ำบอกเล่าของ ศาสตราจารย์ ดร.เช้ือ
วอ่ งสง่ สาร อดตี รองอธบิ ดกี รมปศสุ ตั ว์ ไดก้ ลา่ ววา่ พระอาจารยฟ์ กั อดตี เจา้ อาวาสวดั กลางเกรด็ ไดบ้ อกกบั ทา่ นวา่
เมื่อพระอาจารย์ฟักยังเป็นเด็ก มีผู้ใหญ่ในชุมชนยังคงเรียกบริเวณหลังวัดกลางเกร็ดว่า คันพม่า หรือ ค่ายพม่า
เพราะมีแนวคันดินคา่ ยพม่าอยู่หลงั วัดกลางเกร็ด
เมืองนนทบุรีจึงไม่พ้นจากการท�ำลายล้างผลาญท้ังชีวิตและทรัพย์สินของชาวเมืองนนท์ ชาวบ้านถูกฆ่า
อยา่ งโหดรา้ ยทารณุ บา้ งถกู จบั ไปเปน็ เชลยทำ� งานในกองทพั พมา่ บา้ งหลบหนเี ขา้ ปา่ เพอื่ ใหพ้ น้ ภยั จากกองทพั พมา่
บา้ นเรอื นทรพั ยส์ นิ มติ อ้ งกลา่ วถงึ วา่ สญู เสยี เพยี งใด ทหารพมา่ ไดเ้ ขา้ ปลน้ สะดมจนหมดสนิ้ บา้ นเรอื น วดั วาอาราม
ถูกเผาพินาศ กลายเปน็ บ้านร้าง วดั รา้ ง เมอื งร้างไปทวั่ ท้งั เมอื งนนทบรุ ี
เมืองนนทบุรีทีอ่ ดุ มสมบรู ณ์และสงบสขุ มาแตก่ ่อนต้องตกเปน็ บ้านรา้ ง เมืองร้าง ในบัดน้นั
กองทัพพม่ารุกคืบหน้าไปยึดเมืองสามโคก (ปทุมธานี) และรุกเข้าไปยึดด่านบางไทร ทางด้านใต้
กรงุ ศรีอยธุ ยา จากนน้ั จึงเข้าโจมตกี รงุ ศรีอยธุ ยา
“ลุศักราช ๑๑๒๙ ปกี ุน นพศก ถงึ ณ วนั องั คาร เดอื น ๕ ข้นึ ๙ คำ่� วนั เนาว์ สงกรานต์วนั กลาง พม่า
จดุ เพลงิ เผาฟนื เชอ้ื ใตร้ ากก�ำแพงตรงหวั รอรมิ ป้อมมหาชยั แลพม่าค่ายวัดการอ้ ง วดั นางปลืม้ แลคา่ ยอืน่ ๆ
ทกุ คา่ ย จดุ ปืนใหญ่ ปนื ปอ้ ม และหอรบยงิ ระดมเข้ามาในกรงุ พรอ้ มกนั ต้ังแตเ่ พลาบ่าย ๓ โมงเศษจนพลบค่ำ�
พอก�ำแพงทีจ่ ดุ เชอื้ ฟนื เผารากนนั้ ทรดุ ลงหนอ่ ยหนง่ึ ถงึ เพลา ๒ ทมุ่ จงึ ไดจ้ ดุ ปนื สญั ญาณขน้ึ พลพมา่ ทกุ ดา้ น
ทกุ กองซงึ่ เตรยี มไม้ ก็เอาบนั ไดพาดทกี่ �ำแพงทรดุ แลทีอ่ ื่น ๆ รอบพระนครพร้อมกัน กป็ นี เข้ากรุงไดใ้ นเพลา
น้นั และจดุ เพลิงข้นึ ทุกต�ำบล เผาเหยา้ เรือนอาวาสและพระราชวงั ทัง้ ปราสาทราชมณเฑียร แสงเพลิงสว่าง
ดังกลางวัน แล้วเทย่ี วไล่จบั ผูค้ น คน้ รบิ เอาทรพั ย์ เงินทอง สิ่งของ ทง้ั ปวงตา่ ง ๆ
กรงุ ศรอี ยธุ ยาพระมหาราชธานที อ่ี ลงั การของไทยไดถ้ กู พมา่ เขา้ เผาผลาญยบั เยนิ วนั กรงุ ศรอี ยธุ ยาถกู พมา่
เข้าเผาทำ� ลายนน้ั ตรงกับเวลาค่ำ� ของวนั ท่ี ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐
ความเจรญิ มง่ั คงั่ ของเมอื งนนทบรุ ี ทม่ี มี าอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ยาวนาน ไดถ้ งึ แกก่ าลวบิ ตั ไิ ปดว้ ยอยา่ งหลกี เลย่ี งมไิ ด้
เมอื่ กองทพั พมา่ เขา้ ยดึ กรงุ ศรอี ยธุ ยาและเผาผลาญกรงุ ศรอี ยธุ ยาวนิ าศหมดสนิ้ แลว้ พมา่ ยงั คงมกี องกำ� ลงั
ยดึ อยทู่ ดี่ า่ นขนอนบา้ นปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี ดงั ปรากฏในหนงั สอื อภนิ หิ ารบรรพบรุ ษุ ไดก้ ลา่ วถงึ นายสดุ จนิ ดา
(ตอ่ มาพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช โปรดเกลา้ ฯ สถาปนาเปน็ สมเดจ็ กรมพระราชวงั บวรมหา
สุรสงิ หนาท) ไดล้ ่องเรือหลบหนีทหารพม่าจากกรุงศรีอยุธยา เพ่ือจะได้ไปพบหลวงยกกระบัตร (พระบาทสมเดจ็
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) ผู้เป็นพี่ชายที่เมืองราชบุรี เพื่อให้มาร่วมงานกู้ชาติกู้แผ่นดินกับสมเด็จ
พระเจ้าตากสินมหาราชในการขับไล่ทหารพม่าออกจากแผ่นดินไทย หนังสืออภินิหารบรรพบุรุษได้กล่าวถึงการ
เดินทางของนายสุดจินดา เม่ือเดินทางทางเรอื ถงึ บ้านปากเกร็ด เมืองนนทบุรี ดังน้ี
“ภอมาถึงบางบวั ทองในออ้ มเกร็ด กภ็ อสว่างในทีน่ นั้
จงึ ไดซ้ ่อนนอนอยู่ในท่ีลับ ๆ รอค�ำ่ ลงกล็ งเรือโกลน
ลอ่ งมาถงึ เมืองธนบรุ ที ว่ี ดั แจง้ ”
40 นนทบุรีศรมี หานคร
จากหนังสืออภินิหารบรรพบุรุษที่กล่าวว่า นายสุดจินดา เดินทางมาทางเรือถึงบ้านปากเกร็ด แต่กลับ
เดินทางไปทางอ้อมเกร็ด บางบัวทอง ไม่เข้าคลองลัดเกร็ดซึ่งเป็นทางลัด เพราะในช่วงเวลานั้น พม่ายังต้ังด่าน
ตรวจจับคนไทยอยู่ในบรเิ วณดา่ นบ้านปากเกร็ดในลัดเกรด็ ถ้าเดินทางไปทางออ้ มเกรด็ จะปลอดภยั กว่า
เมืองนนทบุรีท่ีเป็นเมืองหน้าด่านและด่านขนอนที่ส�ำคัญของกรุงศรีอยุธยา ได้ตกเป็นเมืองร้างเม่ือคราว
เสยี กรงุ ศรอี ยธุ ยา เมอื่ พ.ศ. ๒๓๑๐ ผคู้ นเมอื งนนทบรุ สี ว่ นหนง่ึ ถกู กวาดตอ้ นไปเปน็ เชลยรบั ใชใ้ นกองทพั พมา่ สว่ นทเี่ หลอื
ไดห้ ลบหนกี องทหารพมา่ ข้าศกึ ไปอย่ใู นปา่ ในดงใหพ้ ้นจากภยั สงคราม เมอื งนนทบรุ ีจงึ เป็นเมืองรา้ งตัง้ แต่บดั นั้น
การต้อนรับคณะราชทูตลงั กาทีเ่ มืองนนทบุรี (เมอื งตลาดขวัญ)
เมอื งนนทบรุ มี โี อกาสไดต้ อ้ นรบั คณะทตู และบคุ คลสำ� คญั ชาวตา่ งประเทศทเี่ ดนิ ทางมาเจรญิ พระราชไมตรี
และมาติดต่อทางการค้าขายกับกรุงศรีอยุธยาหลายครั้ง เนื่องด้วยการเดินทางของคณะบุคคลดังกล่าว ไม่ว่าจะ
เปน็ การเจริญพระราชไมตรหี รอื การมาตดิ ต่อค้าขาย จะตอ้ งผา่ นเมอื งนนทบุรีทง้ั ขาไปและขากลบั เมืองนนทบรุ ี
จงึ เป็นสถานทร่ี ับรองคณะบุคคลเหลา่ นัน้ ท้ังอย่างเปน็ ทางการและไมเ่ ปน็ ทางการบ่อยครง้ั
การตอ้ นรับคณะราชทูตลังกา เม่ือ พ.ศ. ๒๒๙๓
เนอื่ งจากความไมส่ งบในศรลี งั กา ตง้ั แต่ พ.ศ. ๒๐๗๐ ถงึ พ.ศ. ๒๑๗๕ มเี หตกุ ารณส์ งครามภายในประเทศ
จนพระพุทธศาสนาได้เกือบจะสูญหายไปจากศรีลังกา ไม่มีแม้กระท่ังองค์คณะของสงฆ์ที่จะท�ำการอุปสมบท
แก่ผปู้ ระสงคจ์ ะอปุ สมบทได้ พระเจา้ เกยี รตศิ ริ ริ าชสงิ หะ กษตั รยิ ล์ งั กาไดม้ พี ระราชสาสน์ ถวายสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
บรมโกศแหง่ กรงุ ศรอี ยธุ ยาเพอ่ื ขอพระสงฆจ์ ากกรงุ ศรอี ยธุ ยาไปทำ� การอปุ สมบทใหช้ าวลงั กา เพอ่ื จะไดม้ พี ระสงฆ์
สบื พระศาสนาสืบต่อไป
คณะราชทูตได้เดินทางมากรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. ๒๒๙๓ เมื่อเดินทางถึงปากน้�ำและได้แจ้งให้ทาง
กรงุ ศรอี ยธุ ยาทราบแลว้ สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั บรมโกศ โปรดเกลา้ ฯ ใหจ้ ดั ขบวนเรอื ๔๘ ลำ� แหพ่ ระราชสาสน์ ขนึ้ ไป
กรุงศรีอยธุ ยา เมื่อวนั ศกุ ร์ เดอื น ๗ ข้นึ ๙ คำ่� พักท่ีเมืองธนบรุ ี ๑ คืน
“รุง่ ข้ึนวันเสาร์ เดอื น ๗ ข้นึ ๑๐ คำ่� ..... เวลาเย็นถงึ เมอื งตลาดขวญั ท่ีเมอื งนีเ้ จา้ เมืองกรมการกเ็ ลยี้ ง
รับรองทตู านุทตู เหมอื นกับเมืองก่อน (เมอื งธนบุรี)
รุ่งขึ้นวันอาทิตย์ เดือน ๗ ข้ึน ๑๑ ค�่ำ ผู้ว่าราชการเมืองนนทบุรี ให้นิมนต์อธิการสงฆ์วัดที่ใกล้เคียง
มารับปจั จยั ทาน และให้เบญจศลี แกร่ าชทตู แลว้ เลี้ยงทูตานุทูต เหมือนกับท่ีเมืองธนบุรี ครั้นเล้ียงแล้วก็ออก
เรอื พายขึน้ ไป ระยะนี้เดนิ เรือตลอดวันและคืนหนึง่ เวลาเชา้ ตรู่ ณ วันจนั ทร์ ข้นึ ๑๒ ค่ำ� เดอื น ๗ จึงถงึ ทพ่ี กั
ใกลว้ ัดโปรดสัตว์...”
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ โปรดเกล้าฯ ให้พระอุบาลี พระอริยมุนี และคณะสงฆ์จากกรุงศรีอยุธยา
พรอ้ มด้วยคณะทูตานุทตู เดนิ ทางไปลงั กาตามพระราชประสงคข์ องกษตั รยิ ์ลังกา เมอ่ื พ.ศ. ๒๒๙๕
นนทบุรศี รีมหานคร 41
ระบบการปกครองเมอื งนนทบรุ ีกอ่ นมกี ารปฏิรปู สมัยรัชกาลท่ี ๕
ตั้งแตบ่ า้ นตลาดขวัญได้รับการยกฐานะขึ้นเปน็ เมอื งนนทบรุ ี ตงั้ แต่ พ.ศ. ๒๐๙๒ เมอื งนนทบุรสี ังกัดอยู่ใน
หัวเมืองปากใต้ เพราะอยู่ทางใต้กรุงศรีอยุธยา และอยู่ใกล้ปากน้�ำเจ้าพระยาด้วย อีกท้ังเมืองนนทบุรีเป็นที่ต้ัง
ดา่ นขนอน บา้ นปากเกร็ด และเปน็ ทางผา่ นไปมาของเรือสินคา้ ต่าง ๆ ท่เี ดินทางไปหรือมาระหว่างกรงุ ศรีอยุธยา
กับปากน้�ำเจ้าพระยา เมืองนนทบุรจี งึ เป็นสถานที่จัดเกบ็ ภาษีส่งให้แกก่ รงุ ศรีอยุธยา
ตอ่ มาในสมัยรตั นโกสินทร์ เมอื งนนทบุรยี ังคงเปน็ ทตี่ ั้งดา่ น และสงั กดั กรมทา่ หัวเมืองปากใต้เชน่ เดียวกบั
การปกครองสมยั อยุธยา
รูปแบบการบรหิ ารบ้านเมอื งของเมืองนนทบุรี ต้ังแต่สมยั อยุธยา พ.ศ. ๒๐๙๒ เป็นตน้ มาจนถงึ สมัยต้น
รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั คงมรี ปู แบบการปกครองแบบหวั เมอื งขน้ึ ตรงตอ่ ราชธานี กลา่ ว
คอื มเี จา้ เมอื งนนทบรุ เี ปน็ ผบู้ รหิ ารสงู สดุ ของเมอื ง ซงึ่ ขน้ึ ตรงตอ่ กรงุ ศรอี ยธุ ยา และตอ่ มาขนึ้ ตรงตอ่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์
เมอื งนนทบรุ ศี รีมหาสมทุ ร สงั กัด กรมทา่ ของกรงุ รตั นโกสนิ ทร์
ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ถึงรัชกาล
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมืองนนทบุรียังมีชื่อพร้อมสร้อยนามว่า “เมอื งนนทบุรีศรีมหาสมุทร”
และยงั คงสงั กัดหัวเมอื งปากใต้ เช่นเดยี วกับเมือ่ สมัยกรงุ ศรีอยุธยาเป็นราชธานี แตห่ วั เมอื งปากใต้ขนึ้ กบั กรมทา่
ซ่ึงดูแลการค้า เน่ืองจากเมืองนนทบุรีขณะน้ันยังคงมีด่านและมีเรือส�ำเภามารับซ้ือสินค้าของสยามที่ด่านขนอน
บา้ นปากเกรด็ ซึ่งอยู่ตอนเหนอื ของเมืองนนทบุรี
กรมท่ามีหน้าที่ควบคุมดูแล และก�ำกับการจัดเก็บภาษีสินค้าต่าง ๆ ที่บรรดาผู้ค้ามาซ้ือขายสินค้าท่ีทาง
ราชการก�ำหนดให้มีการเก็บภาษีสินค้าบางประเภท เช่น ข้าว ไม้ฝาง หนังสัตว์ เขาสัตว์ เป็นต้น เมืองนนทบุรี
ศรีมหาสมุทร จึงสังกดั กรมทา่
ตอ่ มาการคา้ ของไทยเจรญิ มากขน้ึ โดยเฉพาะตง้ั แตร่ ชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั จนถงึ
รชั กาลพระบาทสมเด็จพระนงั่ เกลา้ เจ้าอยูห่ วั เมืองนนทบุรไี ดไ้ ปขนึ้ กบั กรมพระคลงั ซ่ึงเป็นกรมหนึง่ ในจตสุ ดมภ์
ซง่ึ มเี วยี ง วัง คลงั และนา กรมพระคลงั รับผิดชอบ และกำ� กบั ดูแลบงั คับการท่าเรอื ซ่งึ มชี าวตา่ งประเทศมาติดต่อ
ค้าขาย อีกทั้งรับผิดชอบการต่างประเทศด้วย แม้เมืองนนทบุรีในช่วงนี้สังกัดกรมพระคลัง แต่ยังคงมีชื่อว่า
เมอื งนนทบุรศี รมี หาสมุทร
พระไอยการต�ำแหน่งนาทหารหวั เมือง เมอื งนนทบุรี
ตามบทบัญญัตขิ องพระไอยการ ต�ำแหน่งนาของทหารหวั เมือง ตามที่บัญญัตไิ ว้ในกฎหมายตราสามดวง
คร้งั รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ไดก้ ลา่ วถึง ศักดินา และต�ำแหนง่ เจา้ เมอื งนนทบุรี
และกรมการเมอื งนนทบรุ ี ดงั นี้
42 นนทบรุ ีศรีมหานคร
พระนนทบรุ ศี รีมหาสมุทร ตำ� แหนง่ เจา้ เมอื งนนทบรุ ี ข้นึ ประแดงอินทปัญญาซ้าย
เจ้าเมอื ง นา ๓๐๐๐
ปลดั นา ๖๐๐
ยกระบัด นา ๕๐๐
ต�ำนานเล่าขานของคนเมอื งนนทบุรีย้อนไปถงึ สมัยพระเจ้าอูท่ อง
ชมุ ชนหลายแหง่ ในจังหวดั ต่าง ๆ ในภาคกลางของประเทศไทย มักจะมีตำ� นานที่กลา่ วถึงทม่ี าของชมุ ชน
โบราณ และเกยี่ วพนั อา้ งถงึ พระเจา้ อทู่ องปฐมกษตั รยิ แ์ หง่ กรงุ ศรอี ยธุ ยา จงั หวดั นนทบรุ เี ปน็ จงั หวดั หนงึ่ ทม่ี ตี ำ� นาน
ของชุมชนและของสถานทีท่ ี่เก่ยี วข้องกบั พระเจ้าอูท่ องเช่นกนั ไดแ้ ก่
๑. วัดกระโจมทอง อ�ำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี กล่าวกันว่า เม่ือคร้ังพระเจ้าอู่ทองเดินทางมาถึง
ได้ท�ำกระโจมพักอย่ใู นบริเวณน้ี ต่อมาจงึ เรียกวัดทส่ี ร้างขึ้นบรเิ วณตง้ั กระโจมท่ีพกั วา่ วดั กระโจมทอง
๒. วัดสนามนอก วัดสนามใน อ�ำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี คร้ังหนึ่งเคยเป็นสนามชุมนุมพลของ
พระเจ้าอู่ทอง
๓. ชื่อเดมิ ของวัดเขมาภริ ตาราม วัดเขมาภิรตารามเปน็ วดั โบราณ มตี ำ� นานเล่ากนั มาว่า แต่เดมิ เรยี กว่า
“วดั เขน็ มา” ตามตำ� นานกลา่ วกนั มาวา่ พระเจา้ อทู่ องทรงสง่ สนิ คา้ โดยบรรทกุ เกวยี น กองเกวยี นไดม้ าหยดุ พกั อยู่ ณ
ทแ่ี หง่ หนงึ่ ตอ่ มาโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ รา้ งวดั ทบ่ี รเิ วณทกี่ องเกวยี นไดพ้ กั อยนู่ นั้ และใหเ้ รยี กวดั ทส่ี รา้ งขนึ้ วา่ “วดั เขน็ มา”
ตอ่ มาจงึ เรียกว่า วดั เขมา ปจั จบุ นั คือ วัดเขมาภิรตาราม
เร่อื งของวดั เขน็ มากับพระเจา้ อู่ทองได้ถกู โยงไปถึงชุมชนอนื่ ๆ ในกรุงเทพมหานครด้วย ดว้ ยการกล่าววา่
กองเกวียนของพระเจ้าอู่ทอง ได้เดินทางมาทางใต้ของวัดเข็นมา มารวมพลอยู่ท่ีท่าเกวียน ต่อมาท่ีท่าเกวียน
มกี ารสร้างวัดขน้ึ เรียกวา่ วดั ท่าเกวยี น ปัจจุบันคอื วัดมหาพฤฒาราม กรงุ เทพมหานคร
๔. พระเจา้ อทู่ องทรงขนพระราชทรพั ยม์ าทบ่ี า้ นทา่ เกวยี น บา้ นทา่ เกวยี นแหง่ นอ้ี ยทู่ ตี่ ำ� บลคลองขอ่ ย อำ� เภอ
ปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี ตำ� นานเลา่ มาวา่ พระเจา้ อทู่ องทรงหนโี รคระบาดจากเมอื งอทู่ อง ทรงขนพระราชทรพั ย์
จ�ำนวนมากมาด้วยกองเกวียนพร้อมไพร่พลเสด็จมาถึงท่ีคลองข่อย อ�ำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีในปัจจุบัน
ทรงใหห้ ยุดพกั ไพรพ่ ล บรเิ วณแห่งน้จี ึงเรียกกนั ในภายหลังว่า บา้ นท่าเกวยี น ตามตำ� นานเล่าต่อไปว่า กองเกวยี น
ได้เดินทางต่อไปถึงสามโคก ปทุมธานี เพ่ือเดินทางต่อไปอยุธยา แต่เมื่อถึงสามโคก พระเจ้าอู่ทองโปรดเกล้าฯ
ให้กองทรพั ย์สมบตั ิท่ขี นมาน้ัน ได้ ๓ กอง จึงเรียกสถานท่ีนั้นวา่ สามโคก
การนำ� ตำ� นานของชมุ ชนหรอื สถานทใ่ี ดยอ้ นไปถงึ พระเจา้ อทู่ อง พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
มีพระราชด�ำรสั ในเรื่องนี้วา่ “ธรรมดาของคนเราเลา่ อะไร ๆ ไปสุดปลายจมูกอยู่เพียงพระเจ้าอูท่ อง ถือเสยี ว่า
เก่าทีส่ ดุ แลว้ ไมม่ ใี ครจะต้องการทราบ ยิง่ ข้ึนไปกว่าน้ัน”
นนทบุรีศรมี หานคร 43
รชั กาลที่ ๕ โปรดเกลา้ ฯ ปฏริ ูปการปกครองของชาติ
สยามรฐั ไดพ้ ฒั นาในชว่ งเวลาตงั้ แตร่ ชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั เปน็ ตน้ มา ครนั้ ถงึ รชั กาล
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั มชี าวตา่ งชาตติ ดิ ตอ่ เจรญิ สมั พนั ธไมตรที ง้ั ทางการทตู และการคา้ มากขน้ึ ทำ� ให้
ราชการไทยตอ้ งพจิ ารณาใครค่ รวญรปู แบบการบรหิ ารบา้ นเมอื งทมี่ ใิ ชเ่ ปน็ เพยี งการปอ้ งกนั ประเทศเพอื่ ความมน่ั คง
ของชาตเิ ทา่ นั้น แต่ตอ้ งมกี ารพฒั นาประเทศด้านอ่นื ๆ ดว้ ย โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งด้านสังคมและเศรษฐกจิ ของชาติ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอย่หู วั ทรงพจิ ารณาเหน็ วา่ รูปแบบการบรหิ ารบ้านเมืองของไทยที่มี
มาแตส่ มยั อยุธยาทพี่ ระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. ๑๙๙๑ - ๒๐๓๑) ทรงกำ� หนดรปู แบบการบรหิ ารบา้ นเมอื งแบบ
จตสุ ดมภ์ มาเปน็ เวลานานกวา่ ๕๐๐ ปี มาแลว้ ดว้ ยการแบ่งการปกครองตน้ สังกดั เป็น ๔ หมวด คือ เวยี ง วัง คลัง
และนา ทั้ง ๔ สดมภน์ ม้ี ีพระมหากษตั ริย์เป็นผู้บริหารสงู สุด
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิรูปการปกครองประเทศแบบใหม่ที่มีความเหมาะสม
และกระจายความรบั ผดิ ชอบในรปู แบบคณะผบู้ รหิ ารประเทศอยา่ งชดั เจน และใหร้ าษฎรไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการ
ปฏบิ ัตริ าชการของส่วนงานตา่ ง ๆ ใหม้ ากทส่ี ุด
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บ้านเมืองได้มีการพัฒนามีประชากรเพ่ิมขึ้น
เหตุการณ์บ้านเมืองที่เปล่ียนแปลงและต้องเผชิญกับปัญหาการล่าอาณานิคมของจักรวรรดินิยมตะวันตกรุกเร้า
เขา้ มาในพระราชอาณาจกั รอยา่ งมากมาย โปรดเกลา้ ฯ ให้มกี ารปฏริ ปู การปกครองของไทยอย่างใหญห่ ลวงเกอื บ
ทุกดา้ นทุกสาขา จนเรียกไดว้ า่ เป็นการปฏวิ ัติครงั้ ใหญค่ รั้งหนึ่งของชาติไทย
ในสว่ นท่เี กยี่ วกบั การปกครอง มีการปฏริ ูปการบริหารราชการส่วนกลาง และส่วนภมู ิภาค ซึ่งเรมิ่ ดำ� เนิน
การตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๑๓ เปน็ ตน้ มาจนเกอื บสน้ิ รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั
หลงั จากพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษกครงั้ ที่ ๒ เม่ือ พ.ศ. ๒๔๑๓ แล้ว ทรงต้งั สภาท่ปี รกึ ษาราชการแผ่นดิน
ทรงมอบใหส้ ภาทป่ี รกึ ษาราชการแผน่ ดนิ รบั พระราชดำ� รกิ ารปฏริ ปู การปกครองประเทศไปพจิ ารณาวางโครงการ
เรื่องน้ี แล้วน�ำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย นอกจากนั้นพระองค์ทรงน�ำประสบการณ์ท่ีได้เสด็จพระราชด�ำเนินไป
ทอดพระเนตรการปกครองของต่างประเทศ ทรงน�ำความรู้และประสบการณ์ดังกล่าวมาเป็นประโยชน์
ในการบรหิ ารบา้ นเมอื งของประเทศไทยอยา่ งเหมาะสม และไดร้ บั ผลดี ทรงเรม่ิ การปฏริ ปู การปกครองประเทศไทย
อยา่ งจรงิ จงั ตัง้ แต่ พ.ศ. ๒๔๒๘ เปน็ ต้นมา
การบริหารการปกครองแต่ละเมือง ให้เริ่มจากราษฎรท่ีมีบ้านเรือนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันในชุมชน
เดยี วกนั รวมเปน็ หมบู่ า้ น มผี ใู้ หญบ่ า้ นเปน็ หวั หนา้ หมบู่ า้ น หลายหมบู่ า้ นมารวมกนั เปน็ ตำ� บล มกี ำ� นนั เปน็ หวั หนา้
ตำ� บล หลายตำ� บลมารวมกนั เปน็ แขวง มกี รมการแขวงเป็นผู้รับผิดชอบ งานตา่ ง ๆ ของแขวง แต่ละแขวงข้ึนตรง
ต่อกรมการเมอื งทแ่ี ขวงสงั กดั อยู่
อาณาเขตของเมืองนนทบรุ ี เม่อื แรกมีการปฏริ ูปการปกครอง
อาณาเขตของเมืองนนทบุรีในระยะแรกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิรูปการ
ปกครองบา้ นเมอื งแบบใหมน่ น้ั มอี าณาเขตกวา้ งขวางกว่าปจั จบุ นั นมี้ ากเช่น ทางทศิ ตะวันออกของเมอื งนนทบุรี
มีอาณาเขตติดต่อกับกรุงเทพฯ แบ่งเขตท่ีคลองเปรมประชากร ดังนั้น ด้านทิศตะวันออก จดต�ำบลทุ่งสองห้อง
ต�ำบลสีกัน และตำ� บลลาดโตนด อยใู่ นเขตจังหวัดนนทบรุ ี ต่อมาเม่ือมกี ารเปลย่ี นแปลงเขตจงั หวดั นนทบุรี โดยใช้
คลองประปาเป็นแนวเขตระหว่างจังหวัดนนทบุรีและกรุงเทพมหานคร ดังนั้น ต�ำบลทุ่งสองห้อง ต�ำบลทุ่งสีกัน
และต�ำบลลาดโตนดจงึ ไปอยู่ในพน้ื ทข่ี องกรุงเทพมหานคร
44 นนทบรุ ีศรมี หานคร
นิราศนายตาบ บุตรของสุนทรภู่ ท่ีตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปตามคลอง
เปรมประชากร เม่อื ขดุ คลองเสรจ็ พ.ศ. ๒๔๑๕ นายตาบไดก้ ล่าวถงึ เมืองนนทบุรดี ้านตะวนั ออกเม่ือผ่านบางซอ่ น
บางเขน ดังนี้
ถึงพรมแดนแผ่นดนิ ถิน่ สถาน พระราชทานเขตแคว้นปกั แดนให้
เป็นแขวงนนทบุรีมีแตไ่ ร ด้วยว่าไกลกรุงเทพฯ หนทางจร
มณฑลเทศาภิบาล สมหุ เทศาภบิ าล
เมอื ง
อ�ำเภอ ผู้วา่ ราชการเมือง
ตำ� บล นายอ�ำเภอ
หมบู่ ้าน กำ� นัน
ผู้ใหญ่บ้าน
ภาพวาดแสดงการปฏิรปู การปกครองของชาติ ในสมยั รชั กาลท่ี ๕