The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มสธ_นนทบุรีศรีมหานคร (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by boomklinsukhon20, 2021-05-17 22:14:58

มสธ_นนทบุรีศรีมหานคร (1)

มสธ_นนทบุรีศรีมหานคร (1)

นนทบรุ ีศรมี หานคร 245

วดั โตนด

วัดโตนด ต้ังอยู่ท่ีฝั่งตะวันตกของคลอง
แม่น�้ำอ้อมฝั่งตรงข้ามวัดฃลอ ต�ำบลวัดชลอ
อ�ำเภอบางกรวย วัดโตนดเป็นสถานท่ีต้ังอ�ำเภอ
บางใหญ่ (ชอ่ื เดิมของอำ� เภอบางกรวย) เมอื่ ทาง
ราชการไดใ้ หม้ กี ารสรา้ งทวี่ า่ การอำ� เภอบางใหญ่
(ช่ือเดมิ ของอำ� เภอบางกรวย) เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๔๕
ไดใ้ ชพ้ น้ื ทขี่ องวดั โตนดเปน็ ทสี่ รา้ งทว่ี า่ การอำ� เภอ
บางกรวยแหง่ แรก ตอ่ มาจงึ ยา้ ยไปสรา้ งทวี่ ดั ชลอ

อโุ บสถวดั โตนด อำ� เภอบางกรวย จงั หวดั นนทบรุ ี

วัดบางขนนุ

วัดบางขนนุ ต้ังอยทู่ ตี่ �ำบลบางขนุน อ�ำเภอบางกรวย จังหวดั นนทบุรี เป็นวดั โบราณท่ีสรา้ งมาตัง้ แตส่ มัย
อยธุ ยาตอนปลาย วดั บางขนนุ เปน็ อกี วดั หนงึ่ ในจงั หวดั นนทบรุ ที เ่ี ปน็ แหลง่ เรยี นรเู้ กยี่ วกบั สถาปตั ยกรรม จติ รกรรม
และตำ� รายาไทยโบราณ จากโบราณสถานและต�ำรามคี า่ ของวดั ได้แก่

พระอโุ บสถ พระอโุ บสถวดั บางขนนุ มภี าพจติ รกรรมฝาผนงั สมยั รชั กาลที่ ๓ - ๔ เปน็ ภาพพทุ ธประวตั แิ ละ
ภาพเทพชมุ ชน ระเบียบแบบแผนจติ รกรรมยงั คงยดึ แบบจติ รกรรมตามประเพณี ผนงั หมุ้ กลองด้านหนา้ เป็นภาพ
ชนะมาร ผนังหมุ้ กลองด้านหลังเขยี นภาพ เสด็จโปรดพระพทุ ธมารดา และเสดจ็ ลงจากดาวดงึ ส์ เทวโลก

พระพุทธรูปในพระอโุ บสถ เป็นพระพทุ ธรปู ศิลาลงรักปดิ ทองเปน็ ศลิ ปกรรมสมยั อยธุ ยา
หอไตรกลางนำ้� เปน็ สถาปตั ยกรรมสมยั อยธุ ยา ภายในมภี าพจติ รกรรมฝาผนงั และหลงั บานประตบู านหนา้ ตา่ ง
ธรรมาสนส์ วด หรอื สงั เคด็ สำ� หรบั พระสงฆ์ ๔ รปู นง่ั สวด เปน็ สถาปตั ยกรรมทส่ี วยงาม จำ� หลกั ไมป้ ดิ ทอง
ประดบั กระจก
สมดุ ข่อยสรรพต�ำรา วัดบางขนนุ ไดร้ วบรวมตำ� ราตา่ ง ๆ เช่น ต�ำรายา กฎหมาย โหราศาสตร์ และคัมภีร์
ทางศาสนา เช่น พระมาลัย โดยเฉพาะอย่างย่งิ สมดุ ขอ่ ยภาพทศชาติ มจี ารึกปีทสี่ ร้าง พ.ศ. ๒๓๓๔ เป็นปที ่ี ๙ ใน
รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซ่งึ มขี ้อความสว่ นหนงึ่ (ตวั สะกดตามต้นฉบบั ) ดังนี้

“สุพมัศฑุ พระพทุ ธศักราช แห่งสมเด็จพระสรรพ.....นนสองไปยเน้....ย สองพระสามรอยสามสิบศรี
พระวะษาสงั ขยาเดอื นไดย้ สองเดอื น เสดวรั ร...วรั ร จก่ ลา่ วกาละประจบุ นั ณ วรั รองั คาร เดอื นแปด แรมศรคี ำ�
ปกี นุ ตรีนิดาวะล

ปยวาระก�ำหนฎ ยังงสาศหนา พระตัดถาคตยูคางนาอีกสองพัรรหกร้อยหกสิบสามพระระษาสังขยา
เดือนยังงอีกเท่าเดือนกับญ่ีสิบ วัรรดัจ อนาคตประจุบัรร ประสบเข้าด้วยกัรร จึงว่ทวนหาพระวะษา
แลขา้ พระเจา้ ชอ่ื วา่ นายไพ ผผู วั อำ� แดงแปน้ ผเู มยี อยบู่ าลบางขนนุ นา่ ใจยใหยสตั วโ์ ลกทงั หลายทงั ปวงพงั แล”

246 นนทบรุ ศี รีมหานคร

ภาพชาดกในพระพุทธศาสนา จากสมดุ ข่อย วัดบางขนนุ
ทมี่ า: ภาพเขยี นบนสมดุ ขอ่ ย วดั บางขนนุ . เมอื งโบราณ. ๑๓, ๒ (เมษายน - มถิ นุ ายน). ๒๕๓๐. หนา้ ๘๖.

แหลง่ จติ รกรรม ปรศิ นาธรรมประเทอื งปญั ญา อำ� เภอบางกรวย

เมอื่ กลา่ วถงึ จติ รกรรมในประเทศไทย ไมว่ า่ จะเปน็ จติ รกรรมฝาผนงั ทปี่ รากฏอยตู่ ามโบสถ์วหิ ารศาลาการเปรยี ญ
หรือตามสมุดข่อยต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นภาพเล่าเร่ืองพุทธประวัติ พระเจ้าสิบชาติ หรือภาพวรรณคดีต่าง ๆ
ที่เรียกว่าจิตรกรรมตามประเพณี แต่ภาพจิตรกรรมที่มีอยู่บางวัดในจังหวัดนนทบุรีเป็นภาพปริศนาธรรมหรือ
ภาพบคุ ลาธษิ ฐาน ทจ่ี ติ รกรไดน้ ำ� พระสจั ธรรมของพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ซงึ่ เปน็ ทพ่ี งึ่ อนั ประเสรฐิ ของชาวโลก และ
เป็นศาสดาแทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จิตรกรได้น�ำพระสัจธรรมค�ำสอนที่เป็นนามธรรม มาแสดงให้ปรากฏเป็น
รูปธรรมหรือเป็นภาพอุปมาอุปไมยหรือภาพบุคลาธิษฐานแสดงนัยของพระธรรมเป็นรูปธรรม เพ่ือง่ายต่อการ
ทำ� ความเขา้ ใจ ภาพจติ รกรรมในลกั ษณะดังกลา่ วนี้ ปรากฏอยูท่ ่วี ัดในอำ� เภอบางกรวย จังหวดั นนทบุรี ดังน้ี

ภาพปริศนาธรรมวัดโพธบ์ิ างโอ

วดั โพธบิ์ างโอ ตงั้ อย่ทู ่ีตำ� บลวัดชลอ อ�ำเภอบางกรวย จงั หวดั นนทบุรี ภายในพระอโุ บสถมีภาพจิตรกรรม
ฝาผนังท่ีสายงาม ภาพจิตรกรรมดังกล่าวเป็นภาพปริศนาธรรมท่ีเขียนข้ึนประมาณรัชกาลพระบาทสมเด็จ
พระนง่ั เกล้าเจา้ อยูห่ วั

ผนังหุ้มกลองด้านหน้าพระประธาน เขียนภาพพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่มีหมู่พระสาวกมาถวาย
สักการะรบั ฟังพระโอวาทจากพระสัมมาสมั พุทธเจ้า ใกล้กันนนั้ เป็นภาพพระสมั มาสัมพทุ ธเจา้ พร้อมหมู่พระสงฆ์
สาวกเสด็จไปโปรดชาวบ้านท่เี ฝา้ รบั เสด็จ

นนทบุรีศรีมหานคร 247

ตอนบนของภาพเขยี นภาพปราสาทอยบู่ นยอดเขาสงู ทางดา้ นซา้ ยของภาพปราสาท เขยี นภาพราชรถ ๑๐ คนั
กำ� ลังลอยอยู่บนทอ้ งฟ้าราชรถทัง้ หมด มงุ่ ตรงไปท่ปี ระสาท

ภาพปริศนาธรรม วัดโพธิบ์ างโอ อำ� เภอบางกรวย จงั หวดั นนทบุรี
ราชรถคันแรกมีคฤหัสถ์นั่งอยู่ หมายถึง ผู้ปฏิบัติธรรมท่ีเป็นฆราวาสสามารถปฏิบัติธรรม มุ่งความส�ำเร็จ
ส่ปู ราสาท คือ ความเป็นอรยิ บคุ คล บรรลุถงึ นพิ พาน
ราชรถ ๘ คนั แต่ละคันมพี ระสงฆน์ งั่ อยู่ หมายถงึ นกั บวชผู้ปฏบิ ัติธรรมมคี วามม่งุ ม่ันปฏบิ ตั ธิ รรมส่คู วาม
เปน็ อริยบุคคล ๘ หมู่ มอี ริยมรรค ๔ อรยิ ผล ๔ ม่งุ บรรลนุ ิพพาน
ราชรถ ๑ คัน ทวี่ า่ งจากบุคคลน่งั หมายถงึ อริยบคุ คลทีล่ ะกเิ ลส โลภะ โทสะ และโมหะ ได้โดยสิ้นเชิง ไม่มี
ความยดึ มน่ั ถอื มน่ั ปล่อยวาง สละคืนไดห้ มดสิน้ บรรลถุ ึงปราสาท คือความเปน็ อารยบุคคลส่ภู าวะนิพพานอย่าง
แท้จรงิ
บคุ คลใดท้ังพระสงฆแ์ ละฆราวาสผ้ทู ่ีบ�ำเพญ็ บญุ ดว้ ยการรักษาศลี เจรญิ สมาธิและมนั่ คงในการพฒั นาจิต
ด้วยการเจรญิ สมถะและวปิ สั สนาตามคำ� สอนของพระบรมศาสดาพระสัมมาสมั พทุ ธเจ้า ผนู้ ้นั เปรียบเสมือนได้อยู่
ในราชรถท่ีสามารถน�ำพาไปสู่ปราสาทสุวรรณอันเป็นดินแดนท่ีบริสุทธิ์ปราศจากเรื่องเศร้าหมอง คือ กิเลสร้าย
อันได้แก่ ความโลภ ความโกรธ ความหลง และปลอดภยั จากทกุ ข์ภยั นานา สถิตอย่ใู นสภาวะสงบเย็นของนิพพาน
ผนงั ดา้ นขวาของพระประธานเขยี นภาพคนกำ� ลงั วงิ่ หนภี ยั จากการไลล่ า่ ทำ� รา้ ยของคนรา้ ย ๕ คน แตล่ ะคน
ถอื อาวธุ มงุ่ หมายจะทำ� รา้ ยชายคนนน้ั อยา่ งกระชนั้ ชดิ และดดุ นั ชายคนนน้ั วง่ิ หนดี ว้ ยความหวาดกลวั ไปขา้ งหนา้ ตรงไปยงั
เชงิ ภผู าทม่ี พี ระสมณะนง่ั เจรญิ จติ ตภาวนาอยอู่ ยา่ งสงบ ในบรเิ วณไมไ่ กลกนั นน้ั กม็ ชี ายทนี่ ง่ั เจรญิ จติ ตภาวนาสงบอยู่

248 นนทบรุ ศี รมี หานคร

ภาพนีอ้ ุปมาดงั เช่น ชวี ิตของบุคคลท่วั ไปท่ี ภาพปรศิ นาธรรม วดั โพธ์บิ างโอ
ตอ้ งอยกู่ บั ผ้รู ้าย ๕ คน ได้แก่ รปู เวทนา สญั ญา อ�ำเภอบางกรวย จังหวดั นนทบุรี
สงั ขาร และวิญญาณ ที่เรียกวา่ ขนั ธ์ ๕ ประกอบ
กนั เปน็ ตวั ตน บคุ คล สตั วโ์ ลกทงั้ หลาย ขนั ธท์ งั้ ๕ น้ี
คอยเบียดเบียนท�ำร้ายอยู่ตลอดเวลา เช่น ร้อน
หนาว เจบ็ ปว่ ย เม่อื ย หิว โกรธ เบือ่ เปน็ ตน้ และ
ในทส่ี ดุ ตอ้ งแก่ ตอ้ งตาย ผทู้ ฉี่ ลาดจงึ พยายามหนใี ห้
พ้นจากการมงุ่ ท�ำร้ายของผู้ร้ายทง้ั ๕ คอื การตอ้ ง
มาเกิดมีขันธ์ทั้ง ๕ น้ี ด้วยการเจริญสมาธิภาวนา
พัฒนาจิตให้ห่างพ้นจากภัยของขันธ์ ๕ ทต่ี อ้ งรบั
ทุกข์จากการเวียนว่าย เกิด แก่ เจ็บ ตาย ดงั เชน่
พระสมณะ และผู้ปฏิบัติธรรมที่น่ังอยู่อย่างสงบ
ไม่ต้องวิ่งหนีล้ีภัยท่ีไล่ล่าต้องเดือดร้อนทุกข์ยาก
ชายผฉู้ ลาดนจี้ งึ วง่ิ หนผี รู้ า้ ยตรงไปยงั สมณะผสู้ งบนงิ่
ไม่ต้องวิ่งหนีภัยร้าย เพื่อตัวเองจะได้เดินตามทาง
แหง่ ความพน้ ทกุ ข์

ดา้ นลา่ งของภาพในหอ้ งน้ี เขยี นภาพเรอื นกำ� ลงั ถกู ไฟไหม้ คนในบา้ นกำ� ลงั หนไี ฟกนั ดว้ ยความตกใจกลวั ใกล้ ๆ
ภาพทคี่ นกำ� ลงั หนภี ยั จากไฟไหมเ้ รอื น มสี มณะและผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมนงั่ สงบนงิ่ อยใู่ นลกั ษณะของการเจรญิ จติ ตภาวนา

ภาพนี้อุปมาเหมือนบุคคลทว่ั ไปท่ีไมไ่ ด้ปฏบิ ตั ธิ รรมย่อมจะมีชีวติ ผันแปร สุขทกุ ขต์ า่ ง ๆ นานา เม่อื สุขก็
หลงลมื ตนเพลดิ เพลนิ ไปอยา่ งไมม่ ขี อบเขต ไมม่ เี หตผุ ล แตเ่ วลาทกุ ขก์ ท็ รุ นทรุ าย วนุ่ วายเดอื ดรอ้ นเพราะทกุ ขน์ นั้ ๆ
อันที่จริงชีวิตน้ีมีทุกข์ท่ีเกิดจาก ไฟโลภ ไฟโกรธ และไฟหลง เป็นไฟร้ายอยู่ตลอดเวลา อันท�ำให้กายและจิตท่ี
ประกอบเปน็ ตัวตนบคุ คลทัง้ หลายทอี่ ุปมาดงั เรอื นถกู ไฟโลภ ไฟโกรธ ไฟหลง เผาผลาญใหเ้ ดือดรอ้ น

ภาพคนทอ่ี ยใู่ นเรอื นทถ่ี กู ไฟโหมกระหนำ่� เผาไหมอ้ ยยู่ อ่ มเดอื ดรอ้ นไมม่ คี วามสขุ วง่ิ หนอี นั ตรายจากอคั คภี ยั
อย่างต่นื กลวั มีความทุกขเ์ ปน็ ทสี่ ุด

ใกล้ ๆ ภาพเรอื นกำ� ลงั ถกู ไฟเผาไหม้ มคี นในบา้ นวนุ่ วายทกุ ขร์ อ้ นเพราะอคั คภี ยั นนั้ มภี าพพระสมณะและคฤหสั ถ์
กำ� ลงั นง่ั บำ� เพญ็ จติ ตภาวนาอยา่ งสงบนงิ่ ไมไ่ ดว้ นุ่ วายเสยี ขวญั ดงั เชน่ คนในเรอื นทถ่ี กู ไฟไหม้ ภาพนใี้ หค้ วามหมายทวี่ า่
ผทู้ ปี่ ฏบิ ตั ธิ รรม มน่ั คง ในศลี สมาธิ และพฒั นาจติ สคู่ วามรแู้ จง้ ในปญั ญาตามทางปฏบิ ตั ขิ องพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้
แล้ว บุคคลน้ันยอ่ มสงบเยน็ จิตมคี วามสมดลุ ไมเ่ ร่ารอ้ น เพราะไม่ถกู เผาลนด้วยไฟโลภ ไฟโกรธ และไฟหลง

ด้านในของบานประตูและบานหน้าต่างของพระอุโบสถเขียนรูปท่าจับในเร่ืองรามเกียรติ์ ซึ่งต่างจากการ
เขยี นภาพบานประตู บานหนา้ ตา่ งของวดั อน่ื ๆ ซง่ึ โดยทวั่ ไปนยิ มเขยี นภาพทวารบาลเปน็ สว่ นใหญ่ แตท่ ด่ี า้ นในของ
บานประตู บานหนา้ ตา่ งของพระอโุ บสถวดั โพธบิ์ างโอเขยี นภาพจบั ในเรอ่ื งรามเกยี รติ์ เปน็ ภาพเขยี นทสี่ วยงามมาก
ภาพพระ ยกั ษ์ ลิง มีความอ่อนช้อย งดงาม และสง่างาม แต่ทกุ บานจะเขยี นภาพยกั ษต์ อ้ งอยูล่ า่ ง สว่ นตัวพระราม
พระลักษมณ์ เทวดา และลงิ อย่บู น ภาพเขียนเหลา่ นต้ี ้องการสอ่ื ให้ไดเ้ ขา้ ใจว่า ธรรมะยอ่ มชนะอธรรม ภาพเทพ
ตวั พระ และลิงเป็นฝ่ายธรรม จงึ ต้องอย่บู น สว่ นยักษเ์ ป็นฝ่ายอธรรมจงึ อยู่ล่าง

นนทบุรศี รีมหานคร 249

ภาพปริศนาธรรมวดั บางออ้ ยช้าง

วัดบางอ้อยช้าง ต้ังอยู่ที่ต�ำบลบางสีทอง อ�ำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี โดยทั่วไปการเขียนภาพ
จิตรกรรมท่ีอาคารไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ วิหาร หรืออาคารอื่น ๆ นิยมเขียนที่ฝาผนัง แต่ที่วัดบางอ้อยช้างมีภาพ
จิตรกรรมที่เขียนไว้ท่ีเพดานศาลาการเปรียญ และไม่ใช่ลายเพดานที่นิยมเขียนกันอยู่ทั่วไป แต่ภาพจิตรกรรมที่
เพดานศาลาการเปรยี ญวดั บางออ้ ยชา้ งเขยี นเปน็ ภาพปรศิ นาธรรม ทำ� นองการอปุ มาอปุ ไมยดว้ ยการนำ� ธรรมะของ
พระสัมมาสมั พทุ ธเจา้ ทเ่ี ป็นนามธรรมมาเขียนเปรยี บเทียบเป็นรูปธรรม

ภาพจติ รกรรมเพดานศาลา การเปรยี ญวดั บางออ้ ยชา้ ง เปน็ ภาพลายทองรดนำ�้ แบง่ เปน็ ๕ หอ้ ง แตล่ ะหอ้ ง
มีความกวา้ ง ๒.๗๐ เมตร ยาว ๔ เมตร

ห้องกลางเป็นภาพรอยพระพุทธบาท ขนาบด้วยภาพปริศนาธรรมด้านละ ๒ ห้อง อยู่ทางด้านขวาและ
ด้านซ้ายของภาพรอยพระพทุ ธบาท การเขียนภาพเปน็ ภาพลายทองรดน้�ำทม่ี ีความสวยงาม ประณีตมาก บรเิ วณ
คานใต้หอ้ งท่ี ๒ และ ๔ เขียนภาพพระพุทธเจ้าปางไสยาสน์ และภาพพระพทุ ธเจา้ ปางปรินิพพาน

ภาพปรศิ นาธรรม หอ้ งที่ ๑ ภาพรอยพระพทุ ธบาท เปน็ ภาพรอยพระพทุ ธบาทขวาเขยี นบนแผน่ ไมต้ อ่ กนั
๑๑ แผน่ รอยพระพทุ ธบาทมเี สน้ เปน็ ขอบหนาเพอ่ื ใหด้ เู หมอื นวา่ มกี ารประทบั รอยพระพทุ ธบาทจงึ มขี อบเกดิ ขนึ้
โดยรอบ พระพุทธบาทเส้นขอบนอกมีลักษณะเป็นหยักคล้ายกลีบบัวท่ีขอบฐานรองรับพระพุทธบาท ท่ีน้ิว
พระพุทธบาททุกนวิ้ เขยี นลายขดกน้ หอยทกั ษิณาวรรต ท่ฝี ่าพระพทุ ธบาทเขียนลายมงคล ๙๐ ประการ

ตรงกึง่ กลางพระพุทธบาทเขียนรูปจักร ซ่งึ ตรงกบั คติความเชอ่ื ในการเขียนลายมงคลทรี่ อยพระพทุ ธบาท
ทวั่ ไป แตท่ พี่ ระพทุ ธบาทแหง่ นเี้ ขยี นภาพสตรถี อื ดอกบวั พนมมอื ไหวไ้ วก้ ลางจกั ร ซง่ึ แตกตา่ งจากรอยพระพทุ ธบาท
ทกุ แหง่ ในประเทศไทย ภาพสตรกี ษตั รยิ เ์ ชน่ นอ้ี าจมนี ยั ทห่ี มายถงึ สตรสี งู ศกั ดทิ์ มี่ าเกยี่ วขอ้ งกบั การบรู ณะหรอื สรา้ ง
วัดบางอ้อยช้าง ประการใดก็ได้ อีกทั้งจักรโดยท่ัวไปจะเขียนใบจักรเป็นแฉกโดยรอบจักร แต่ภาพจักรท่ีรอย
พระพทุ ธบาทวดั บางออ้ ยชา้ งเขยี นภาพกลบี บวั ขนาดใหญ่ ๑๖ กลบี รอบจกั ร กลบี บวั ๑๖ กลบี นี้ หมายถงึ ญาณ ๑๖
หรอื โสฬสญาณ ซง่ึ เปน็ ญาณปญั ญาสงู สดุ ตามอดุ มคตขิ องพระพทุ ธศาสนาและชาวพทุ ธทงั้ หลายทมี่ งุ่ หมายพน้ ทกุ ข์
จากการเกดิ แก่ เจบ็ ตาย ตา่ งมงุ่ ปฏบิ ตั ธิ รรมเพอื่ ใหบ้ รรลพุ ระนพิ พาน ดว้ ยดำ� เนนิ ไปตามปญั ญาญาณ ๑๖ ประการน้ี
ท่ใี ชก้ ลีบบวั แทนใบจักร ด้วยบัวเปน็ ดอกไมม้ งคลที่ชาวพุทธใช้บูชาสักการะพระรัตนตรัย

ภาพกลบี บวั ๔ กลบี ทม่ี มุ ภาพรอยพระพทุ ธบาททงั้ ๔ มมุ ๆ ละ ๑ กลบี หมายถงึ อรยิ สจั ๔ ซงึ่ เปน็ ธรรม
ขนั้ สงู สดุ ทพี่ ระพทุ ธองคท์ รงตรสั รดู้ ว้ ยพระปญั ญาอนั ยอดยงิ่ พระองคท์ รงมพี ระปญั ญาตรสั รสู้ งิ่ ทเี่ ปน็ ทกุ ขค์ รอบงำ� มนษุ ย์
เทวดาสัตว์โลกทัง้ หลายทีต่ อ้ งเวยี นวา่ ย เกิด แก่ เจ็บ ตาย อยใู่ นวังวนของความทกุ ขย์ าก ทรงตรัสรถู้ ึงตน้ เหตุของ
ความทกุ ข์วบิ าก คอื ตัณหา ความทะยานอยากต่าง ๆ นานา ทพี่ าใหต้ ดิ ขอ้ ง ตอ้ งมาเวียนว่าย ตาย เกิด ทุกขโ์ ศก
ไมส่ นิ้ สดุ ทรงตรสั รถู้ งึ การดบั ทกุ ข์ ใหห้ ลดุ พน้ ไปจากทกุ ขไ์ ดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ อกี ทงั้ ทรงตรสั รถู้ งึ วธิ กี ารหรอื หนทางนำ� ไปสู่
การดบั ทกุ ขใ์ หห้ มดไปดว้ ยการรกั ษาศลี เจรญิ ความสงบจติ ดว้ ยสมาธิ และพฒั นาจติ ดว้ ยวปิ สั สนาภาวนาใหน้ ำ� ไปสู่
ความบริสุทธ์ิหลุดพ้นจากความโลภ ความโกรธ และความเขลาเบาปัญญาไม่รู้เท่าทันมายาของกิเลสร้ายต่าง ๆ
ใครผู้ใดที่ได้ปฏิบัติธรรมตามทางอันประเสริฐที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อริยสัจทั้งส่ีประการนี้ได้น�ำพา
พระองคไ์ ปสคู่ วามพน้ ทกุ ข์ ทรงนำ� วธิ กี ารอนั ประเสรฐิ นนั้ มาประกาศใหเ้ ทวดาและมนษุ ยท์ ง้ั หลายไดร้ แู้ ละปฏบิ ตั ติ าม
เพ่อื ความพ้นทกุ ขไ์ ดอ้ ย่างแท้จรงิ

กลบี บัวแต่ละกลีบยงั ลอ้ มด้วยดอกไม้ ๔ ดอก อนั เปน็ การยืนยันสจั ธรรมอรยิ สจั ๔ และผลของการปฏิบัติ
ธรรมตามอรยิ มรรค คำ� สอนของพระสัมมาสมั พทุ ธเจ้า

250 นนทบุรศี รีมหานคร

ดอกไม้ ๖ ดอก ทล่ี อ้ มรอยพระพทุ ธบาท หมายถงึ วปิ สั สนาภมู ิ ๖ ประการ ผเู้ จรญิ มนั่ อยใู่ นวปิ สั สนาภมู ิ ๖
ประการ ยอ่ มประสบผลส�ำเร็จสู่การบรรลธุ รรมอันน�ำไปส่คู วามพ้นทุกข์อย่างแท้จริง

วิปัสสนาภูมิ ๖ ประการ ได้แก่
• ขันธ์ ๕ ไดแ้ ก่ รปู เวทนา สัญญา สงั ขาร และวิญญาณ หรือรูปและนาม
• อายตนะ ๑๒
• ธาตุ ๑๘
• อนิ ทรีย์ ๒๑
• อริยสจั ๔
• ปฏิจจสมุปบาท ๑๒

วปิ ัสสนาภมู ิ ๖ น้ี เป็นอปุ กรณ์ส�ำคัญท่ผี ปู้ ฏบิ ตั ิธรรมตอ้ งน�ำไปพิจารณาเพื่อการละกิเลส และบรรลธุ รรม
พน้ จากทกุ ข์ท้ังปวง คือ นิพพาน

ดอกไม้ท้ัง ๖ ดอก แต่ละดอกมีกลบี ดอก ๔ กลีบ ดังนี้ เปน็ การยนื ยนั และรับรองวา่ บุคคลใดก็ตามทีไ่ ด้
ปฏิบัติธรรมตามค�ำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า และด�ำเนินตามรอยพระบาทของพระองค์ ผู้ได้
ประสบผลส�ำเร็จก�ำจัดกิเลสได้โดยสน้ิ เชงิ และพน้ จากทุกข์ ไมก่ ลบั เวียนว่ายตายเกดิ ตอ่ ไปอีกแลว้ ผู้เดนิ ตามรอย
พระบาทของพระพุทธเจา้ ยอ่ มบรรลุธรรม ได้แก่ บุคคล ๔ จำ� พวก คอื

๑. พระโสดาบัน
๒. พระสกทาคามี
๓. พระอนาคามี
๔. พระอรหันต์

ปรศิ นาธรรมภาพท่ี ๒ ทีเ่ พดานหอ้ งท่ี ๒

ภาพดอกไม้ ๑๖ กลบี อยู่กลางภาพ หมายถึงโสฬสญาณ หรอื ญาณ ๑๖ ประการ ท่เี ปน็ ปัญญานำ� ไปสกู่ าร
บรรลุนิพพาน

ภาพกลีบบัว ๔ กลบี ท่ีอยแู่ ต่ละมุมของภาพเขยี นซ่งึ หมายถงึ อรยิ สจั ธรรม ๔ ประการ คือ ทกุ ข์ สมุทยั
นโิ รธ และมรรค

ดอกไม้ ๖ ดอก ทล่ี อ้ มดอกไมด้ อกประธานตรงกลางของภาพเขยี นทมี่ ี ๑๖ กลบี ดอกไมท้ ง้ั ๖ นค้ี อื วปิ สั สนาภมู ิ
๖ ประการท่ีเปน็ อปุ กรณใ์ นการพิจารณา เพือ่ นำ� ไปสกู่ ารบรรลุธรรม

ดอกไมแ้ ต่ละดอก มีกลีบดอก ๆ ละ ๔ กลีบ เป็นการยนื ยันวา่ ผูท้ ีไ่ ดป้ ฏบิ ตั ิธรรมยอ่ มบรรลุธรรมดบั กเิ ลส
ได้โดยสิน้ เชงิ เปน็ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรหนั ต์

ปรศิ นาธรรมภาพท่ี ๓ ทเ่ี พดานห้องท่ี ๓

ภาพดอกไม้ ๘ กลีบอยตู่ รงกลางของภาพเขียน หมายถึง มรรค ๘ ประการ อันเป็นทางปฏบิ ัติ ๘ ประการ
เพื่อความดับทกุ ขแ์ ละบรรลธุ รรม ไดแ้ ก่

๑. มีความคดิ ชอบ ๒. มีความด�ำริชอบ
๓. มกี ารเจรจาชอบ ๔. มกี ารกระทำ� ชอบ
๕. มีอาชีพชอบ ๖. มคี วามเพยี รชอบ
๗. มีสติชอบ ๘. มีสมาธิชอบ

นนทบรุ ศี รมี หานคร 251

ภาพปรศิ นาธรรม หอ้ งท่ี ๑ ภาพรอยพระพทุ ธบาท

252 นนทบรุ ีศรีมหานคร





๑ ภาพปริศนาธรรมภาพท่ี ๒ เพดานห้องท่ี ๒
๒ ภาพปรศิ นาธรรมภาพท่ี ๓ เพดานหอ้ งที่ ๓

นนทบรุ ศี รมี หานคร 253





๓ ภาพปริศนาธรรมภาพที่ ๔ เพดานหอ้ งท่ี ๔
๔ ภาพปรศิ นาธรรมภาพที่ ๕ เพดานหอ้ งท่ี ๕

254 นนทบรุ ศี รีมหานคร

เมื่อย่นยอ่ แลว้ มรรค ๔ นี้ ได้แก่ ศีล สมาธิ และปญั ญา
ภาพดอกไม้ ๘ กลีบ ๒ ดอก ขนาบขวาซ้ายสองขา้ งของดอกไม้ ๘ กลีบ ดอกใหญ่ เป็นการยืนยันถงึ ผล
การปฏิบตั ธิ รรมตามวิธีการทง้ั ๘ ประการ แลว้ ยอ่ มนำ� ผู้ปฏบิ ตั ธิ รรมนัน้ บรรลุธรรมได้อย่างแท้จริง
ภาพดอกไม้ ๖ ดอกท่ีล้อมดอกไม้ ๘ กลีบ ท่ีเป็นดอกประธาน หมายถึง วิปัสสนาภูมิ ๖ ประการ
แตล่ ะดอกมกี ลบี ดอก ๔ กลีบ มคี วามหมายเชน่ เดยี วกับภาพดอกไม้ ๖ ดอก และแตล่ ะดอกมี ๔ กลีบ ทเ่ี ขยี นใน
ปรศิ นาธรรมภาพเขยี นท่ี ๒
ปรศิ นาธรรมภาพที่ ๔ ท่ีเพดานหอ้ งที่ ๔
ภาพเขยี นภาพท่ี ๔ รายละเอยี ดของภาพคล้ายภาพเขยี นท่ี ๓ เป็นส่วนใหญ่ สว่ นตา่ งมีอยู่ทภ่ี าพดอกไม้
๒ ดอก ท่ีเขียนขนาบทางด้านขวาและซ้ายของดอกประธานท่ีอยู่ตรงกลางของภาพท่ีเขียนเป็นภาพดอกไม้ที่มี
ขนาดเลก็ กวา่ และมีกลีบดอกเพยี งดอกละ ๔ กลบี
ความหมายของดอกประธานหมายถึงมรรค ๘ ประการ
ดอกไมข้ นาบขวาและซา้ ยของดอกประธาน มกี ลบี ดอก ๆ ละ ๔ กลบี ซงึ่ หมายถงึ อรยิ สจั ธรรม ๔ ประการ
ดอกไม้ ๖ ดอก ทล่ี อ้ มอยู่ภายนอก หมายถงึ วิปัสสนาภมู ิ ๖ ประการ
กลีบบวั ทีเ่ ขยี นท่มี มุ ของภาพ มุมละ ๑ กลีบ รวม ๔ มุมเปน็ ๔ กลีบ หมายถึงอริยสจั ธรรม ๔ ประการ
แต่ดอกไม้ขนาดเล็กท่ีเขียนขนาบกลีบบัวนั้น มีเพียงมุมบนทางซ้ายท่ีเขียนไว้เป็นระเบียบ เหมือนเช่นท่ี
เขยี นในภาพหอ้ งที่ ๓ และหอ้ งท่ี ๕ ที่กลบี บวั ตรงมมุ ขวาดา้ นบนภาพดอกไม้ขนาบกลีบบวั ลบเลอื นหมด กลบี บวั
ดา้ นลา่ งทง้ั สองด้านขวาและซา้ ยเขียนรูปมีดอกไมข้ นาดเลก็ วางต�ำแหน่งไมเ่ ป็นระเบียบและไมง่ าม สันนษิ ฐานวา่
คงมีการเขยี นซอ่ ม หรอื มผี มู้ าช่วยเขียน แตผ่ ู้เขยี นไมเ่ ข้าใจความหมายของภาพ
ปรศิ นาธรรมภาพที่ ๕ ทีเ่ พดานหอ้ งที่ ๕
ภาพเขยี นห้องที่ ๕ มลี ักษณะคล้ายกบั ภาพเขยี นห้องที่ ๒ มาก ตา่ งกนั ตรงภาพดอกไม้ทเ่ี ปน็ ดอกประธาน
ตรงกึ่งกลางของห้องทีม่ ี ๘ กลบี ซ่ึงหมายถึงอรยิ มรรค ๘ ประการ
รายละเอียด และความหมายขององคป์ ระกอบอน่ื ๆ ของการเขียนภาพห้องท่ี ๕ มคี วามหมายเช่นเดียว
กบั ภาพเขยี นในหอ้ งที่ ๒
จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ วัดโพธิ์บางโอ และจิตรกรรมท่ีศาลาการเปรียญวัดบางอ้อยช้าง อ�ำเภอ
บางกรวย จังหวัดนนทบุรี ได้แสดงให้เห็นภูมิปัญญาของนักปราชญ์ผู้ซาบซึ้งในพระธรรมค�ำสอนของพระบรม
ศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าท่ีเป็นนามธรรม แต่สามารถแสดงออกเป็นรูปธรรม เป็นภาพเขียนได้อย่างชาญฉลาด
แยบยล ดว้ ยการอปุ มาอปุ ไมยและเปน็ ภาพบคุ คลใหส้ อดคลอ้ ง ตรงตามคำ� สอนของพระบรมศาสดาสมั มาสมั พทุ ธเจา้
และกระตุ้นให้ผู้ที่ได้เห็นภาพเขียนเหล่าน้ีแล้วได้ไปวิเคราะห์วิจัยถึงแก่นธรรมค�ำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และเป็นอุบายให้ผู้มาชมภาพจิตรกรรมได้ปัญญาเข้าใจสาระส�ำคัญของพระธรรมได้ ภาพปริศนาธรรมในอาราม
ท้ังสองในจังหวัดนนทบรุ ดี งั กล่าวนจี้ ึงเป็นแหลง่ เรยี นรูศ้ กึ ษาพระธรรมคำ� สอนของพระสมั มาสัมพทุ ธเจา้ ดว้ ยภาพ
ไมใ่ ชถ่ อ้ ยคำ� หรอื ตวั อกั ษร ดงั นน้ั แมผ้ อู้ า่ นหนงั สอื ไมไ่ ดห้ รอื ไมเ่ ขา้ ใจภาษา คำ� พดู หรอื ตวั อกั ษร กส็ ามารถมาเรยี นรู้
ท�ำความเข้าใจธรรมจากภาพปริศนาธรรมจากวัดโพธิ์บางโอ และวัดบางอ้อยช้างได้อีกทั้งจะได้สารธรรมอันเป็น
สาระสำ� คัญทส่ี ามารถน�ำมาประยุกต์ใช้ในการด�ำรงชีวติ ดว้ ยความสขุ สงบสันติไดอ้ ยา่ งแท้จริง

นนทบรุ ศี รมี หานคร 255

อแห�ำเลภ่งอเรบยี านงกรรูก้ วายรทำ� สวนทเุ รยี น จ.ส.อ. สมพงษ์ สกุลดิษฐ์

จ.ส.อ. สมพงษ์ สกุลดษิ ฐ์ เกษตรกรตัวอย่าง คนดีศรแี ผน่ ดิน ผมู้ ากด้วยประสบการณ์การท�ำสวนทุเรยี น
อีกท้ังยังมั่นคงด้วยอุดมการณ์ท่ีจะอนุรักษ์การท�ำสวนทุเรียนให้เป็นอัตลักษณ์ของชาวสวนให้เคียงคู่อยู่กับ
สงั คมปจั จบุ นั

ถึงแม้ประสบอุทกภัยหลายคร้ัง และสวน
ทุเรียนได้รับความเสียหายครั้งแล้วคร้ังเล่า แต่
จ.ส.อ. สมพงษ์ สกุลดิษฐ์ มไิ ด้ทอ้ ถอย ได้เร่ิมปลกู
ทุเรียนใหม่ และให้ความร่วมมือทางราชการ เป็น
ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาการปลูกทุเรียนที่มีเกษตรกร
กลุ่มนกั เรยี นและนกั ศกึ ษามาศึกษาดูงานอยูเ่ สมอ

๑๒

256 นนทบรุ ศี รีมหานคร ๔










ชาวสวนตอ้ งปนี ขนึ้ ไปคำ�้ ยนั กงิ่ ทมี่ ผี ล มนี ำ�้ หนกั มาก
และสวมตะแกรงลวดทผี่ ลทเุ รยี น เพอ่ื รกั ษาผลทเุ รยี น

ไดมงั ใ่ภหาก้ พรทะร่ี อก๑ไปกดั กนิ๘ก่อนจะตดั ผลจ�ำหน่ายได้

นนทบรุ ีศรีมหานคร 257



การเก็บผลทเุ รียนจากต้นสงู ที่มีอายุมาก
ชาวสวนตอ้ งปนี ขึ้นต้นไปตัด และใช้วธิ ไี ขว้เชือก
โรยลงสู่พื้นทลี ะผล หรอื การตดั โดยติดมีดท่ปี ลายไม้

ดใหงั ้ผภลาตพกทลี่ งใน๑ตะกร้า๔และหย่อนตะกรา้ ลงส่พู ้ืน



๓๔

258 นนทบุรศี รมี หานคร

จ.ส.อ. สมพงษ์ สกุลดษิ ฐ์ ปราชญท์ ้องถนิ่
ด้านการทำ� สวนทุเรยี นนนทบรุ ี อำ� เภอบางกรวย
กับผลผลติ จากสวน
(พ.ศ. ๒๕๕๓)

จ.ส.อ. สมพงษ์ สกลุ ดษิ ฐ์ กบั สวนทเุ รียน จังหวดั นนทบรุ ี
(พฤษภาคม - มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐)

นนทบุรศี รมี หานคร 259

บางกรวยแหล่งตลาดน้�ำแตโ่ บราณมาถงึ ปัจจบุ ัน

ตลาดนำ้� บางคเู วยี ง เปน็ ตลาดนำ�้ ทมี่ ชี อื่ เสยี งของชมุ ชนชาวสวนบางกรวยแตเ่ ดมิ มา ในชว่ งเวลาทชี่ าวสวน
ยังสัญจรไปมาทางน้�ำในย่านบางกรวย โดยเฉพาะอย่างย่ิงบริเวณคลองแม่น�้ำอ้อม ใกล้ปากคลองบางคูเวียง
คลองบางราวนก อำ� เภอบางกรวย จะเปน็ ท่ชี มุ นุมค้าขายสินค้าจากสวนตา่ ง ๆ ในยา่ นบางคูเวยี ง บางราวนก

ร้านค้าที่เป็นเรือนแพและเรือนริมน�้ำเป็นแหล่งซ้ือขายทั้งวัน ซ่ึงมีสินค้านานาชนิดท่ีชาวสวนชาวนาต้อง
ซือ้ หา เช่น ขา้ วสาร น้�ำตาล เกลือ เสื้อผ้า นำ�้ มันกา๊ ด หมอ้ กระทะ ขไ้ี ต้ ไม้ขีดไฟ พริก กะปิ หอม กระเทียม ตลอด
จนเคร่ืองมอื ทำ� สวน ท�ำนา เชน่ แครงรดน้�ำ มดี พร้า จอบ เสยี ม

เรอื ขายเครอื่ งเทศทจ่ี อดขายสนิ คา้ สารพดั อยา่ งจอดอยรู่ มิ คลอง ขายของจปิ าถะเหมอื นหา้ งขายสรรพสนิ คา้
ลอยน้�ำ ถ้วย ชาม เคร่อื งแกว้ นำ้� หอม น�้ำอบ ขนมจันอับ มุ้ง เส่อื ทน่ี อน หาซ้ือไดท้ ีเ่ รือเคร่อื งเทศ

ชาวสวนจะนำ� ผลผลิตจากสวนมาขายด้วยเรือพาย มมี ะม่วง มะพร้าว ส้ม ทุเรยี น กล้วย สดุ แทแ้ ต่จะมีใน
สวนตามฤดกู าล ชาวบา้ นจะพายเรอื มาขายขา้ วแกง ขนมจนี กลว้ ยทอด ขนมตา่ งๆ คนจนี พายเรอื ขายหมู กว๋ ยเตยี๋ ว
กาแฟ เป็นต้น

ตลาดน�ำ้ บางคูเวยี งจึงคลาคล�ำ่ ดว้ ยเรือทงั้ ของผูม้ าซอ้ื และของพอ่ ค้าแมค่ ้าเปน็ เช่นน้ีทกุ วันแต่เดมิ มา
ปัจจุบันตลาดน�้ำบางคูเวียงได้โรยราไปแต่เกิดตลาดน�้ำวัดตะเคียนขึ้นมาแทน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มี
ช่ือเสียงของอ�ำเภอบางกรวย ตลาดน้�ำวัดตะเคียนเป็นท่ีรวมของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่น�ำผลผลิตจากสวนท้ังผัก
และผลไม้ต่าง ๆ มาจ�ำหน่าย อีกท้ังมีอาหารนานาชนิดมาจ�ำหน่ายแก่นักท่องเท่ียว ท�ำให้อ�ำเภอบางกรวย
มีแหล่งท่องเทย่ี วท่มี ชี ื่อเสียง และมีผมู้ าท่องเที่ยวมากแหง่ หนึ่งของจงั หวดั นนทบรุ ี

ตลาดน�ำ้ วดั ตะเคียน ริมคลองบางคูเวยี ง อำ� เภอบางกรวย จังหวดั นนทบรุ ี

260 นนทบรุ ศี รีมหานคร

ตลาดนำ้� - ตลาดบก วดั ตะเคยี น อ�ำเภอบางกรวย จงั หวดั นนทบรุ ี

บางกรวยแหล่งจำ� หน่ายไมป้ ระดับ
และก่ิงพนั ธ์ุไมผ้ ล

อ�ำเภอบางกรวยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งสวนผลไม้ที่
มีชื่อมาแต่โบราณ โดยเฉพาะย่านบางขนุน บางขุนกอง
บางสีทอง บางคเู วยี ง เปน็ แหลง่ ปลกู ไม้ผลมีชอื่ ของจังหวัด
นนทบรุ แี ตเ่ ดมิ มา ซงึ่ มที ง้ั ทเุ รยี น มงั คดุ กระทอ้ น สม้ มะมว่ ง
มะไฟ ส้มโอ

กิ่งพันธุต์ น้ กระทอ้ น
ยา่ นอ�ำเภอบางกรวย จงั หวดั นนทบุรี

นนทบรุ ีศรมี หานคร 261

อ�ำเภอบางกรวยจึงเปน็ แหลง่ ผลิตกิง่ พันธุไ์ ม้ผลตา่ ง ๆ ทปี่ ลกู อย่ใู นอ�ำเภอบางกรวย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
กง่ิ พันธท์ุ เุ รียน กระท้อน และมะมว่ ง มชี าวสวนสว่ นหน่งึ ไดป้ ระกอบอาชีพจ�ำหน่ายกิ่งพันธุ์ไม้ผลต่าง ๆ และได้
รวมตัวจ�ำหนา่ ยก่งิ พันธุ์ไม้ผลในนามสหกรณ์การเกษตร อำ� เภอบางกรวย และกลุ่มเกษตรกรชาวสวน

แตเ่ นื่องจากปัญหาอทุ กภยั ทเ่ี กดิ ขึ้น บ่อยครั้งในพืน้ ที่ของอ�ำเภอบางกรวย ท�ำให้สวนผลไม้จ�ำนวนมากได้
รบั ความเสยี หาย ชาวสวนบางกรวยสว่ นใหญจ่ งึ ปรบั เปลย่ี นอาชพี การเกษตรไปปลกู ไมด้ อกไมป้ ระดบั แทนปลกู ไมผ้ ล
ปจั จบุ นั อำ� เภอบางกรวยจึงเป็นแหลง่ ปลกู ไมด้ อกไมป้ ระดับกนั มาก โดยเฉพาะอย่างยิง่ ตามเสน้ ทางถนนจงถนอม
ในท้องที่ต�ำบลมหาสวัสด์ิ ต�ำบลปลายบาง ต�ำบลศาลากลาง และต�ำบลวัดชลอ สองฝั่งถนนในต�ำบลดังกล่าว
จะแลเหน็ ไม้ดอกสสี วยสดงดงาม และไมใ้ บท่งี ามตาด้วยราคาทีถ่ กู ไปจนถงึ ไม้ดอกไมป้ ระดบั ทีม่ ีราคาสูง

บางกรวยในวันนี้จึงเกิดแหล่งเศรษฐกิจที่ดี อีกท้ังเป็นสถานที่สวยงามรื่นรมย์ด้วยไม้ดอกไม้ประดับที่
สวยงามและมีคณุ ค่า

แหลง่ ปลกู และจำ� หน่ายไม้ดอก ไมป้ ระดับย่านต�ำบลศาลากลาง
อำ� เภอบางกรวย จงั หวัดนนทบุรี

262 นนทบุรศี รมี หานคร

ป้ายแสดง ถนนสายไมด้ อกไมป้ ระดบั อำ� เภอบางกรวย จงั หวัดนนทบุรี

ภาพเลา่ เรอื่ งวถิ ชี ีวิตชมุ ชนอำ� เภอบางกรวย

วัดโบสถ์บน รมิ คลองแม่น�ำ้ อ้อม ในพื้นทอี่ �ำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบรุ ี

นนทบุรีศรมี หานคร 263

วัดสม้ เกล้ยี ง ต�ำบลบางคเู วยี ง อำ� เภอบางกรวย
มสี ะพานไมเ้ กา่ แกข่ า้ มคลองหนา้ วดั เปน็ หลงั คาลดชนั้ ตามแบบสถาปตั ยกรรมไทยแหง่ เดยี วในจงั หวดั นนทบรุ ี

ทางวัดไดบ้ ูรณะ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒

264 นนทบุรศี รมี หานคร

ตลาดน้�ำวดั ตะเคยี น ริมคลองบางคเู วียง ในพนื้ ทีอ่ ำ� เภอบางกรวย จงั หวัดนนทบรุ ี
นาขา้ วในพ้นื ทีต่ ำ� บลศาลากลาง อ�ำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบรุ ี

นนทบุรศี รมี หานคร 265

ศนู ยเ์ รยี นรู้ไม้ดอก ไมป้ ระดับ ต�ำบลมหาสวสั ด์ิ อ�ำเภอบางกรวย จังหวดั นนทบุรี
สวนใบไมส้ ีทอง อำ� เภอบางกรวย จังหวดั นนทบรุ ี

266 นนทบุรศี รีมหานคร

อ�ำเภอบางใหญ่

เม่ือกล่าวถึงอ�ำเภอบางใหญ่ มักจะท�ำให้เกิดความสับสนใน อำ� เภอบางใหญ่
เรื่องของประวัติความเป็นมาของอ�ำเภอบางใหญ่ เนื่องจากช่ือของ
อ�ำเภอบางใหญ่ จงั หวัดนนทบุรี มอี ยู่ ๒ แหง่ และ ๒ กาลเวลา

หลังจากมีการปฏิรูปการปกครองในรัชกาลพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. ๒๔๔๒ จังหวัดนนทบุรี แบ่งการ
ปกครองเปน็ ๔ อำ� เภอ คือ อำ� เภอตลาดขวญั อ�ำเภอบา้ นแหลมใหญ่
และเกาะศาลากนุ อำ� เภอบางคเู วยี ง และอำ� เภอบางใหญ่

แต่อ�ำเภอบางใหญ่ที่กล่าวมานี้ตั้งอยู่ท่ีวัดโตนด บางกรวย ต่อมาได้เปลี่ยนช่ือเป็น อ�ำเภอบางกรวย
เม่อื พ.ศ. ๒๔๗๒ ดังน้นั อ�ำเภอบางใหญท่ ีก่ ลา่ วมานีจ้ ึงเป็นชอื่ เดิมของอำ� เภอบางกรวย ทีเ่ คยใชเ้ ป็นชือ่ ของ
อ�ำเภอมากอ่ นท่จี ะเปลีย่ นชอื่ เป็นอ�ำเภอบางกรวยในปัจจุบนั นี้

สว่ นอ�ำเภอบางใหญป่ ัจจบุ ัน มีประวตั ิความเปน็ มา ดงั น้ี
พ.ศ. ๒๔๖๐ ทางราชการได้แยกต�ำบลเสาธงหิน ต�ำบลบางแม่นาง และต�ำบลบ้านใหม่ จากอ�ำเภอ
บางบัวทอง และแยกตำ� บลบางม่วง ตำ� บลบางใหญ่ จากอำ� เภอบางใหญ่ (ชอ่ื เดิมของอำ� เภอบางกรวย) ยกฐานะ
ขึน้ เปน็ “ก่งิ อ�ำเภอบางแมน่ าง” ตั้งท่วี ่าการกง่ิ อ�ำเภอบางแมน่ างท่ีวัดส้มเกลย้ี ง ตำ� บลบางแม่นาง
วนั ท่ี ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๔ กงิ่ อำ� เภอบางแมน่ างไดร้ บั โอนตำ� บลบางเลนจากอ�ำเภอเมืองนนทบรุ ีมาอยู่
ในเขตปกครองของกิง่ อำ� เภอบางแมน่ าง ตอ่ มาทางราชการได้ยกฐานะก่งิ อำ� เภอบางแม่นาง เปน็ อำ� เภอ เรียกวา่
“อ�ำเภอบางแม่นาง”
พ.ศ. ๒๔๖๖ ไดย้ า้ ยทวี่ า่ การอำ� เภอบางแมน่ าง จากวดั สม้ เกลย้ี งมาตงั้ อยทู่ ป่ี ากคลองบางใหญ่ บา้ นบางมว่ ง
หมู่ ๒ ต�ำบลบางม่วง
วนั ที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ ได้เปลย่ี นชอื่ อ�ำเภอบางแม่นางเปน็ “อำ� เภอบางใหญ”่
เมื่อได้เปล่ียนช่ืออ�ำเภอบางแม่นางเป็นอ�ำเภอบางใหญ่ ชื่อของอ�ำเภอจึงไปซ้�ำกับช่ือของอ�ำเภอ
บางใหญท่ ม่ี ีมาแตเ่ ดมิ จึงจำ� ต้องเปล่ยี นชือ่ ของอ�ำเภอบางใหญ่ท่ีได้มอี ยกู่ ่อนแล้วนัน้ เปน็ “อ�ำเภอบางกรวย”

คนบางใหญ่ได้เป็นคนฝัง่ ธนบรุ ีเม่อื มีสงครามโลก

ในระหวา่ งเกดิ สงครามมหาเอเชยี บรู พาหรอื สงครามโลกครงั้ ท่ี ๒ ทำ� ใหป้ ระเทศไทยประสบปญั หาเศรษฐกจิ
ตกต�่ำอยา่ งหนกั ต้องลดคา่ ใช้จา่ ยในการบรหิ ารประเทศ รฐั บาลไดต้ ราพระราชบญั ญัติปรบั ปรงุ การปกครองของ
จงั หวดั นนทบุรี จังหวัดพระนคร และจังหวดั ธนบุรี เมื่อวนั ที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๖ จงั หวดั นนทบรุ ถี กู ยบุ เพ่ือ

นนทบรุ ศี รมี หานคร 267

เป็นการประหยดั งบประมาณ ใหอ้ ำ� เภอบางใหญไ่ ปขน้ึ กับจังหวัดธนบุรี เช่นเดียวกบั อ�ำเภอบางกรวย และอ�ำเภอ
บางบัวทองไปอยู่ในเขตปกครองของจังหวัดธนบุรี ส่วนอ�ำเภอเมืองนนทบุรีและอ�ำเภอปากเกร็ด ให้อยู่ในเขต
ปกครองของจังหวัดพระนคร ดังน้ัน ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๖ คนบางใหญ่ได้เป็นคนธนบุรี หรือ
คนฝ่งั ธนตั้งแตบ่ ัดน้นั

คนฝง่ั ธนไดก้ ลบั มาเป็นคนเมืองนนทบ์ ้านบางใหญเ่ ช่นเดิม

วนั ที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ รัฐบาลไดต้ ราพระราชบัญญตั ิจดั ต้งั จังหวดั นนทบุรีขน้ึ อกี ตามพระราช
บญั ญตั จิ ดั ตงั้ จงั หวดั นนทบรุ คี รง้ั น้ี ใหอ้ ำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี อำ� เภอบางใหญ่ อำ� เภอบางกรวย อำ� เภอปากเกรด็ และ
อำ� เภอบางบวั ทองอยใู่ นเขตปกครองของจงั หวดั นนทบรุ ี คนบางใหญท่ ตี่ อ้ งไปเปน็ คนฝง่ั ธน ไดก้ ลบั มาเปน็ คนเมอื งนนท์
เช่นเดิมจนถึงปัจจุบนั น้ี

บางใหญ่ท่ีสถติ มหาธาตุหลวงทีล่ ุ่มเจ้าพระยาตอนลา่ ง

พระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์ วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ ล้วนเป็นมหาธาตุหลวงที่เป็นหลักชัยท่ีศักด์ิสิทธิ์
และเปน็ สญั ลกั ษณข์ องสเุ มรบุ รรพตทพ่ี ระมหากษตั รยิ แ์ หง่ กรงุ ศรอี ยธุ ยาทรงสถาปนาไวเ้ ปน็ สริ มิ งคลแกบ่ า้ นเมอื ง
พระปรางค์ท่ีวัดปรางค์หลวง บ้านบางม่วง บางใหญ่ มีคติความเช่ือความศรัทธาสืบมาจาก พระมหาธาตุหลวง
ศูนย์กลางสัญลักษณ์ของบ้านเมืองท่ีมีมาแต่ครั้งอโยธยาธานี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นศูนย์กลางความศักด์ิสิทธ์ิ
ในย่านลุ่มน�้ำเจ้าพระยาตอนล่างท่ีเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนเมืองนนทบุรี และเมืองธนบุรีมาแต่อดีตกาล
และขนานนามละแวกบา้ นย่านนเี้ ปน็ “บางใหญ่” ทแี่ สดงวา่ ส�ำคญั กวา่ ชุมชนท้ังหลายในลมุ่ เจ้าพระยาตอนล่าง
ในบริเวณน้ี

พระปรางค์ วดั ปรางค์หลวง อำ� เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบุรี

268 นนทบรุ ีศรีมหานคร

แม้ตอ่ มากรุงรัตนโกสนิ ทร์ได้เป็นมหาธานแี ทนกรงุ ศรีอยธุ ยา ไดป้ รากฏสัญลักษณเ์ พอ่ื ใหเ้ ปน็ สง่ิ ศกั ดส์ิ ทิ ธิ์
เปน็ หลกั ชยั ของบา้ นเมอื งดว้ ยพระพทุ ธปรางคว์ ดั อรณุ ราชวรารามทเ่ี มอื งธนบรุ ี เมอื งพเ่ี มอื งนอ้ งของเมอื งนนทบรุ ี
ด้วยเชน่ กนั

สภาพภูมศิ าสตร์

สภาพพน้ื ทข่ี องอำ� เภอบางใหญ่ เปน็ พนื้ ทรี่ าบลมุ่ มลี ำ� นำ้� เจา้ พระยาสายเกา่ ซงึ่ ปจั จบุ นั เปน็ คลองแมน่ ำ้� ออ้ ม
หรือคลองอ้อม เป็นล�ำน�้ำสายหลักไหลผ่าน และมีคลองท่ีเป็นสาขาของคลองแม่น�้ำอ้อมจ�ำนวนมากกระจายอยู่
ท่ัวไป มีคลองบางใหญ่เป็นคลองท่ีมีความยาวมาก และเป็นคลองท่ีเช่ือมต่อไปแม่น�้ำท่าจีนได้ พื้นที่ของอ�ำเภอ
บางใหญ่จงึ เปน็ พน้ื ท่ที ี่เหมาะแก่การเกษตร ท�ำสวนและท�ำนา ปลูกไมด้ อกไมป้ ระดบั ได้ผลดมี าก

สถานท่ตี ัง้ ที่ว่าการอำ� เภอบางใหญ่

ทว่ี ่าการอ�ำเภอบางใหญ่ เมอ่ื ยงั มีชอ่ื ว่าอำ� เภอบางแม่นาง ท่วี า่ การอ�ำเภอบางแมน่ าง ต้งั อยูท่ ว่ี ดั สม้ เกลีย้ ง
คลองบางใหญ่ ต่อมาได้ย้ายท่ีว่าการอ�ำเภอมาสร้างท่ีหมู่ ๒ ปากคลองบางใหญ่ฝั่งใต้ และได้เปล่ียนช่ืออ�ำเภอ
บางแม่นาง เปน็ อำ� เภอบางใหญ่

ตอ่ มาในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ มีผู้บริจาคท่ดี นิ ท่ตี �ำบลเสาธงหิน ถนนกาญจนาภเิ ษกใหท้ างราชการเพ่อื ใช้เปน็
สถานท่ีสร้างอ�ำเภอบางใหญ่ และส่วนราชการอื่น ๆ ท่ีว่าการอ�ำเภอบางใหญ่ปัจจุบันจึงตั้งอยู่ท่ีบางใหญ่ซิตี้
ใกล้จดุ ตัดของถนนรัตนาธิเบศร์ และถนนกาญจนาภิเษก (ถนนตลง่ิ ชนั - สุพรรณบรุ )ี สว่ นทีต่ ้งั ทวี่ ่าการอำ� เภอเก่า
เป็นทีต่ ัง้ ของส�ำนกั งานเทศบาลต�ำบลบางม่วง

ทีต่ ั้ง อาณาเขตและการปกครองของอ�ำเภอบางใหญ่

อ�ำเภอบางใหญ่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดนนทบุรี ห่างจากตัวจังหวัดนนทบุรีประมาณ ๘.๑๑
กิโลเมตร มีอาณาเขตตดิ ต่อ ดงั นี้

ทศิ เหนอื ติดต่อกบั อำ� เภอไทรน้อย และอ�ำเภอบางบวั ทอง จังหวดั นนทบุรี
ทิศใต้ ตดิ ต่อกบั อ�ำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
ทิศตะวนั ออก ติดต่อกบั อำ� เภอเมืองนนทบุรี จงั หวดั นนทบรุ ี
ทศิ ตะวันตก ติดตอ่ กับอ�ำเภอพุทธมณฑล จังหวดั นครปฐม

การปกครองของอ�ำเภอบางใหญ่

การปกครองส่วนภูมภิ าค
อำ� เภอบางใหญแ่ บง่ การปกครองเปน็ ๖ ต�ำบล ดงั น้ี
๑. ต�ำบลบางมว่ ง แบ่งการปกครองเป็น ๑๕ หมบู่ ้าน
๒. ตำ� บลบางแมน่ าง แบ่งการปกครองเปน็ ๑๘ หมูบ่ า้ น
๓. ต�ำบลเสาธงหนิ แบง่ การปกครองเป็น ๘ หมูบ่ า้ น
๔. ต�ำบลบางเลน แบ่งการปกครองเปน็ ๑๑ หมู่บ้าน
๕. ตำ� บลบ้านใหม่ แบง่ การปกครองเปน็ ๑๑ หมู่บา้ น
๖. ตำ� บลบางใหญ่ แบ่งการปกครองเปน็ ๖ หมูบ่ ้าน

นนทบรุ ีศรีมหานคร 269

การปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
อ�ำเภอบางใหญป่ ระกอบดว้ ยองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน ๘ แห่ง ได้แก่
เทศบาลตำ� บลบางม่วง ครอบคลุมพืน้ ท่ีต�ำบลบางมว่ ง (เฉพาะหมทู่ ่ี ๒ และบางสว่ นของหมู่ที่ ๑๒) ต�ำบล

บางเลน (เฉพาะหมู่ที่ ๕ และบางส่วนของหมู่ท่ี ๔, ๑๑) และต�ำบลเสาธงหิน (เฉพาะบางสว่ นของหมู่ ๑ - ๓)
เทศบาลตำ� บลบางใหญ่ ครอบคลมุ พน้ื ท่ตี �ำบลบางแม่นาง (เฉพาะบางส่วนของหมู่ที่ ๓, ๕ - ๘) ตำ� บล

บางใหญ่ (เฉพาะหมูท่ ี่ ๒ และบางส่วนของหมู่ ๓, ๕ - ๘) ต�ำบลบ้านใหม่ (เฉพาะบางส่วนของหมู่ท่ี ๑, ๒, ๔)
เทศบาลต�ำบลเสาธงหนิ ครอบคลุมตำ� บลเสาธงหนิ (เฉพาะหมู่ท่ี ๔ - ๘ และบางส่วนของหมทู่ ่ี ๑ - ๓)
เทศบาลต�ำบลบางเลน ครอบคลุมพื้นที่ต�ำบลบางเลน (เฉพาะหมู่ท่ี ๑ - ๓, ๖ - ๑๐ และบางส่วนของ

หมทู่ ี่ ๔ - ๑๑)
เทศบาลต�ำบลบ้านบางม่วง ครอบคลุมพ้ืนที่ต�ำบลบางม่วง (เฉพาะหมู่ท่ี ๑, ๓ - ๑๑, ๑๓ - ๑๕ และ

บางส่วนของหมู่ที่ ๑๒)
องค์การบริหารส่วนต�ำบลบางแม่นาง ครอบคลุมพ้ืนท่ีต�ำบลบางแม่นาง (เฉพาะนอกเขตเทศบาลต�ำบล

บางใหญ่)
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บลบางใหญ่ ครอบคลมุ พน้ื ทต่ี ำ� บลบางใหญ่ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำ� บลบางใหญ)่
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บลบา้ นใหม่ ครอบคลมุ พน้ื ทตี่ ำ� บลบา้ นใหม่ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำ� บลบา้ นใหม)่

ทว่ี า่ การอำ� เภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบุรี หลังปัจจบุ ัน ต�ำบลเสาธงหนิ ถนนกาญจนาภเิ ษก

270 นนทบรุ ศี รมี หานคร

ภาพเกา่ เล่าเร่อื งพฒั นาการพืน้ ท่ี และสถานที่ส�ำคญั
ของอ�ำเภอบางใหญ่ พ.ศ. ๒๕๐๐ - ๒๕๐๗

คลองส่งนำ้� สายใหมข่ องอำ� เภอบางใหญ่ ยาวประมาณ ๑๕ กิโลเมตร
โดยใชร้ ถขุดของสภาจังหวัด ผา่ นทงุ่ นาตำ� บลต่างๆ รวม ๓ ตำ� บล

ท่ีว่าการอ�ำเภอบางใหญ่ หลงั เดิม
ตัง้ อยู่รมิ คลองแมน่ ำ�้ ออ้ ม ใกลป้ ากคลองบางใหญ่ (พ.ศ. ๒๕๐๖)

นนทบรุ ีศรมี หานคร 271

สถานีตำ� รวจภธู รอำ� เภอบางใหญ่ หลงั เดมิ
ต้งั อยู่ที่ตำ� บลบางม่วง ปากคลองบางใหญ่ (พ.ศ. ๒๕๐๖)

สถานตี �ำรวจภธู รบางแม่นาง หลงั เดิม
ตั้งอยู่ท่ตี ำ� บลบางแมน่ าง อ�ำเภอบางใหญ่ (พ.ศ. ๒๕๐๖)

272 นนทบุรศี รมี หานคร

สถานอี นามัยช้นั ๒ อ�ำเภอบางใหญ่ หลงั แรก (พ.ศ. ๒๕๐๖)
สถานีอนามัยช้นั ๒ ตำ� บลบ้านใหม่ อ�ำเภอบางใหญ่ (พ.ศ. ๒๕๐๖)

นนทบุรศี รีมหานคร 273

โรงเรียนวัดท่าบนั เทิงธรรม อำ� เภอบางใหญ่ สรา้ งเม่อื ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ สนิ้ เงนิ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท
ในจำ� นวนน้เี ป็นเงินสภาจงั หวดั ๒๐,๐๐๐ บาท และเป็นเงนิ งบประมาณและเงนิ ทุนทท่ี างวัดสมทบ
โรงเรยี นวัดบางโค อ�ำเภอบางใหญ่ สรา้ งเมอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ สิ้นงบประมาณ ๖๘,๐๐๐ บาท

274 นนทบุรีศรมี หานคร

หอประชุมอำ� เภอบางใหญ่ สร้างขึน้ ทางดา้ นใตข้ องอำ� เภอบางใหญ่หลังเดิม ใกล้ปากคลองบางใหญ่
ตำ� บลบางม่วง อ�ำเภอบางใหญ่ ด้วยงบประมาณสภาจงั หวัด

สรา้ งสถานีอนามยั ชัน้ ๒ ของอ�ำเภอบางใหญข่ ึน้ ใหม่ และทำ� พธิ เี ปดิ เมอ่ื ตน้ ปี พ.ศ. ๒๕๐๖
สน้ิ งบประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาทเศษ

นนทบุรีศรีมหานคร 275

หอประชมุ ของอ�ำเภอบางใหญ่ สรา้ งเสรจ็ บริบรู ณ์ในปี พ.ศ. ๒๕๐๖
สิน้ งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ บาท

อาคารเรยี นโรงเรียนมธั ยมวสิ ามัญบางใหญ่ ซง่ึ สร้างข้ึนด้วยงบประมาณของทางราชการ สมทบกบั
เงนิ อุทิศของประชาชน เปน็ เงนิ ๕๔,๘๐๐ บาท ไดป้ ระกอบพธิ เี ปดิ เมื่อวนั ท่ี ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๖

276 นนทบรุ ศี รมี หานคร

โรงเรียนวันครู หลังสดุ ทา้ ยของกระทรวงศึกษาธกิ าร สรา้ งที่วัดเสาธงหิน อำ� เภอบางใหญ่ ไดท้ ำ� การเปิด
พิธีเปดิ เมื่อวนั ท่ี ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๖

รถขดุ ของสภาจังหวัด ก�ำลงั ขดุ คลองสง่ นำ้� สายใหญ่ เรม่ิ ตงั้ แต่ต�ำบลบางรกั ใหญ่ ในเขตอ�ำเภอบางบวั ทอง
ถึงตำ� บลบา้ นใหมใ่ นเขตอำ� เภอบางใหญ่ ระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร
พ.ศ. ๒๕๐๔ ขดุ เสร็จไปแล้วประมาณ ๗ กิโลเมตร

นนทบุรีศรมี หานคร 277

ผลพลอยไดจ้ ากการขดุ คลอง เมือ่ พ.ศ. ๒๕๐๔ คือ ไดด้ ินที่ขุดขึน้ มานนั้ สร้างถนนเลยี บขนานกันไป
เพอ่ื เชอ่ื มการคมนาคมทางบรเิ วณทิศตะวันตกของจังหวดั ซ่ึงยังแหง้ แลง้ เข้ากับตวั จงั หวดั
สถานอี นามยั ชน้ั ๒ อำ� เภอบางใหญ่ สรา้ งเสร็จ พ.ศ. ๒๕๐๖ ส้นิ งบประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาท
อ�ำนวยประโยชน์ให้ประชาชนไดม้ าก

278 นนทบรุ ศี รีมหานคร

พ.ศ. ๒๕๐๗ ในบริเวณคลองแมน่ �้ำออ้ มตอนปากคลองบางสะแก อ�ำเภอบางใหญ่
ขณะทขี่ บวนเรอื กฐนิ กำ� ลังผา่ น มองเห็นตลาดทอ้ งนำ้� ก�ำลงั ชมุ นมุ กนั อยแู่ น่นขนดั

ตลาดนดั ริมน้ำ� ปากคลองบางใหญ่ อำ� เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบุรี

นนทบรุ ีศรมี หานคร 279

บางมว่ ง บางใหญ่ แหลง่ ปลกู มะมว่ งรสดีมีช่อื

สภาพพ้ืนที่ทั่วไปของจังหวัดนนทบรุ ที เี่ หมาะแก่การทำ� สวนผลไม้ ในบรรดาผลไม้ที่ปลูกที่จังหวดั นนทบุรี
ที่หลากหลายสายพันธุ์ ทุเรียนถือว่าเป็นไม้ผลท่ีมีสายพันธุ์มากท่ีสุด ซ่ึงมีมากกว่า ๑๐๐ สายพันธุ์ มะม่วงเป็น
ผลไม้ท่ีมีจ�ำนวนสายพันธุ์มากประมาณ ๕๐ สายพันธุ์ ซ่ึงเป็นผลไม้ที่มีสายพันธุ์มากรองจากสายพันธุ์ทุเรียน
จงั หวดั นนทบรุ เี ปน็ แหลง่ ปลกู มะมว่ งพนั ธด์ุ เี ชน่ เดยี วกบั ทเุ รยี น แหลง่ ปลกู มะมว่ งพนั ธด์ุ ี ไดแ้ ก่ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี
อำ� เภอบางกรวย อำ� เภอบางใหญ่ อำ� เภอบางบัวทอง และอำ� เภอปากเกร็ด

มะมว่ งพนั ธด์ุ ขี องจงั หวดั นนทบรุ ี เชน่ อกรอ่ ง ยายกลำ่� พราหมณข์ ายเมยี พระยาลมื เฝา้ พมิ เสนมนั สงั ขยา
หนังกลางวนั สองใบแขน ทองด�ำ น�้ำดอกไม้ เป็นต้น

นอกจากน้ันมีมะมว่ งพนั ธ์ุพนื้ เมอื ง เชน่ มะมว่ งแก้ว กะลอ่ นทอง กะลอ่ นขี้ไต้ นำ�้ นมราชสหี ์ แรด พิมเสน
เปรี้ยว มะม่วงล่า เปน็ ต้น

ต�ำบลบางมว่ ง อ�ำเภอบางใหญ่ แหลง่ ปลูกมะม่วงมีชื่อของจังหวดั นนทบรุ ี เทศบาลต�ำบลบา้ นบางมว่ งจึง
ไดต้ กแตง่ เสาไฟฟ้าย่านรมิ คลองแมน่ ้�ำอ้อม หนา้ เทศบาลบา้ นบางมว่ ง เปน็ รปู แม่ค้าพายเรอื ขายมะมว่ ง

เสาไฟฟ้าย่านริมคลองแมน่ ้�ำออ้ ม เทศบาลตำ� บลบ้านบางม่วง เปน็ รูปแม่ค้าพายเรือขายมะม่วง

280 นนทบรุ ศี รมี หานคร

พุทธศิลป์ในอ�ำเภอบางใหญ่

วดั ปรางคห์ ลวง ทสี่ ถติ พระปรางค์หลกั ชัย
ในเมอื งนนทบุรี

วดั ปรางคห์ ลวง ตัง้ อยทู่ ่หี มู่ ๑ ตำ� บลบางม่วง อ�ำเภอ
บางใหญ่ จงั หวดั นนทบรุ ี สรา้ งขนึ้ มาตงั้ แตส่ มยั อยธุ ยาตอนตน้
โบราณสถานทสี่ ำ� คญั ของวดั นคี้ อื พระปรางคห์ ลวงเปน็ พระปรางค์
ที่สร้างข้ึนในราวรัชกาลสมเด็จพระนครินทราธิราช ถือได้ว่า
เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี รวมท้ังย่าน
กรงุ เทพฯ และปรมิ ณฑล เปน็ พระปรางคอ์ งคเ์ ดยี วในสมยั อยธุ ยา
ทีอ่ ยใู่ นเขตกรงุ เทพฯ และปรมิ ณฑล

เดิมดา้ นทิศเหนอื พระปรางคม์ อี ุโบสถหลังใหญ่ แต่ได้
ร้อื ท้ิงไป คงเหลอื พระประธาน หลวงพ่ออู่ทอง ทางวัดไดส้ รา้ ง
อาคารครอบพระประธานไว้

พระปรางค์ วัดปรางค์หลวง

วดั สวนแกว้ ศนู ยร์ วมศรทั ธาและแหล่งพัฒนาอาชพี

วัดสวนแก้ว ตัง้ อยู่ทต่ี ำ� บลบางเลน อำ� เภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบรุ ี เป็นสถานท่มี ุง่ เน้นการเผยแพรธ่ รรม
ตามคำ� สอนของพระพุทธเจ้าอย่างจรงิ จงั โดยพระราชธรรมนิเทศ (พยอม กลยฺ าโณ) เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว สภาพ
แวดลอ้ มภายในวดั พยายามจดั ทำ� ใหใ้ กลเ้ คยี งกบั ธรรมชาตใิ หม้ ากทสี่ ดุ แมอ้ โุ บสถของวดั กเ็ ปน็ อโุ บสถตามธรรมชาติ
ไมม่ อี าคารอโุ บสถ มแี ต่ลานใต้ร่มไม้เปน็ อโุ บสถ เชน่ เดยี วกบั สวนโมกข์ ของทา่ นพทุ ธทาสทีไ่ ชยา สรุ าษฎร์ธานี

กจิ กรรมของวัด จงึ มงุ่ เนน้ ใหผ้ ้คู นอยูก่ ับธรรมชาติ และอยกู่ ับธรรมะของพระพทุ ธเจ้า นอกจากนนั้ ทาง
วัดสวนแก้วไดด้ �ำเนนิ กิจกรรมเพื่อสงเคราะหช์ าวบ้าน ด้วยการสรา้ งอาชพี ตา่ ง ๆ ใหแ้ กช่ าวบ้าน โดยเฉพาะอาชีพ
การชา่ งบางประเภท เช่น ชา่ งไม้ ฯลฯ และอาชีพเกษตรกรรม วัดสวนแกว้ จงึ เปน็ แหล่งท่องเทีย่ วเชิงเกษตรดว้ ย

โบสถ์ธรรมชาติ วัดสวนแกว้ ต�ำบลบางเลน อำ� เภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบรุ ี

นนทบรุ ศี รีมหานคร 281
วัดยุคนั ธราวาส มีพระแทน่ พระจอมเกล้าฯ

วดั ยุคนั ธราวาส ตั้งอย่ทู ฝ่ี ั่งตะวนั ออกของคลองแมน่ ำ�้ อ้อม ตำ� บลบางเลน อ�ำเภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบุรี
สรา้ งเมอื่ พ.ศ. ๒๔๑๐ ดว้ ยสบื เนอื่ งจากการทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ
ให้สร้างวดั ราชประดษิ ฐสถิตมหาสมี าราม และสมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (สา ปุสสเทวะมหาเถร) สมเดจ็ พระ
สังฆราชเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัสดุสัมภาระส่ิงของท่ีเหลือจากการสร้าง
วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม สมเดจ็ พระสังฆราช (สา ปุสสเทวะมหาเถร) จึงน�ำมาสรา้ งวัดยคุ ันธราวาส

พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหน้ ำ� พระแทน่ ทปี่ ระทบั ของพระองค์
มาเก็บรกั ษาไวท้ ่วี ัดยุคนั ธราวาส พระแทน่ ทีป่ ระทับเป็นไมจ้ �ำหลกั ลาย มี ๓ ช้ัน ชัน้ ๒ และชนั้ ๓ ประกอบดว้ ย
ลายกระหนก ชั้นล่างเป็นขาสงิ ห์

วดั ยุคันธราวาส ต�ำบลบางเลน
อำ� เภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

วัดอัมพวนั

วดั อมั พวนั เดมิ ช่อื วดั บางม่วง ต้ังอยทู่ บี่ า้ นบางมว่ ง ริมคลองแม่นำ้� อ้อม หมู่ ๑๓ ตำ� บลบางม่วง อ�ำเภอ
บางใหญ่ จงั หวัดนนทบุรี

วดั อมั พวนั เปน็ วดั โบราณ สรา้ งมาตงั้ แตส่ มยั อยธุ ยาตอนปลาย ประมาณรชั กาลพระเจา้ ปราสาททอง เนื่องจาก
ตั้งอยู่ที่ปากคลองบางม่วง ซ่ึงเป็นคลองแยกจากคลองแม่น้�ำอ้อมทางทิศตะวันตก วัดจึงมีชื่อตามช่ือของชุมชน
ตอ่ มาได้เปลี่ยนช่ือเป็น วดั อัมพวัน ซ่ึงมคี วามหมายเดียวกนั กับช่ือเดมิ

โบราณสถานทส่ี ำ� คญั ของวัด
หอไตรกลางน้ำ� เปน็ อาคารไมท้ รงไทย หลงั คาซอ้ นสองชนั้ มพี าไลตอ่ ออกจากชายคา และหน้าบัน มีเสา
นางเรียงรับชายพาไลดา้ นหน้าและด้านขวาซา้ ยสองด้าน ดา้ นหลงั ท�ำฝาสกัดปิดทา้ ย หอไตรสร้างอยูใ่ นสระน้�ำที่
มีขนาดใหญ่กว่าหอไตรไม่มาก ทั้งนี้เพ่ือป้องกันปลวกไปท�ำลายเอกสารคัมภีร์ใบลานท่ีเก็บรักษาไว้ที่หอไตร จึง
สร้างหอไตรในสระน้�ำ ช่อฟ้าใบระกาหางหงส์เป็นไม้ปิดทองประดับกระจก ฝาผนังเป็นฝาลูกฟัก ระหว่างเสา
เสานางเรยี งทำ� เปน็ พนกั โดยรอบทง้ั สามดา้ น บานประตปู ระดบั ดว้ ยลายทองรดนำ�้ เขยี นรปู ลายพมุ่ ขา้ วบณิ ฑก์ า้ นแยง่
อกเลาจำ� หลักลายดอกพดุ ตาน เครอื่ งล�ำยองเปน็ ไมป้ ระดับกระจกสีทอง ประตทู างขึ้นอยู่ดา้ นหน้าบานประตทู �ำ
แบบประตูหชู ้าง

282 นนทบุรีศรมี หานคร

สระนำ�้ ทต่ี ง้ั หอไตรของวดั อมั พวนั จตา่ งจากสระนำ�้ ทตี่ งั้ หอไตรของวดั อน่ื ๆ กลา่ วคอื สระนำ�้ หอไตรของวดั อนื่ ๆ
เป็นสระท่ีมีอาณาบริเวณเฉพาะส�ำหรับสร้างหอไตรในสระน�้ำหรือบ่อน�้ำน้ัน แต่หอไตรกลางน้�ำของวัดอัมพวัน
สรา้ งในคนู ำ้� หนา้ วดั คนู ำ้� นขี้ ดุ เชอ่ื มกบั คลองแมน่ ำ้� ออ้ ม เปน็ ทจี่ อดเรอื ของวดั ดว้ ย ปลายคเู ปน็ ทต่ี ง้ั หอไตรกลางนำ้�
ใตถ้ นุ หอไตรจงึ เป็นที่จอดเรอื บณิ ฑบาตของวดั อัมพวนั

พระสงฆว์ ดั อมั พวนั ยงั คงพายเรอื ไปบณิ ฑบาตทกุ วนั

มณฑปพระพทุ ธบาท เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสสองช้ัน มีเฉลียงรอบท้ังสี่ด้าน ชั้นบน
เปน็ ทปี่ ระดษิ ฐานพระพทุ ธบาทจ�ำลอง ด้านทิศใตข้ องมณฑปเปน็ บนั ไดขนึ้ ช้ันบนของมณฑป

พระปรางค์ ด้านทิศตะวันออกของมณฑปพระพุทธบาทริมคลองแม่น้�ำอ้อม เป็นท่ีต้ังของพระปรางค์
สรา้ งเมือ่ พ.ศ. ๒๔๗๔ ท่ฐี านพระปรางคม์ ีจารึก ดงั นี้

พระพุทธปรางค์

คงธรรม

พ.ศ. ๒๔๗๔ หอไตรกลางน้�ำ
วดั อมั พวนั

ศาลาท่าน�ำ้ วดั อมั พวัน มีคลองเข้าวัด และท่จี อดเรอื
พระสงฆ์ ใชบ้ ิณฑบาตไปตามบ้านเรือนริมน�้ำของชาวบ้าน

ริมคลองแมน่ ้�ำออ้ ม

นนทบรุ ศี รมี หานคร 283
วดั เสาธงหนิ

วดั เสาธงหนิ ตง้ั อยทู่ ต่ี ำ� บลเสาธงหนิ อำ� เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบรุ ี เปน็ วดั ทส่ี รา้ งขน้ึ ในสมยั อยธุ ยา เดมิ
ช่ือวัดสกั ตามค�ำบอกเลา่ เป็นตำ� นานของวดั ท่ีเกย่ี วกับพระประวตั ิของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชเม่อื ครั้งเสีย
กรงุ ศรอี ยธุ ยา เมอื่ พ.ศ. ๒๓๑๐ หลงั จากทพี่ ระองคร์ วบรวมคนไทยทรี่ กั ชาตแิ ละรว่ มกบั พระองคค์ ดิ กอบกเู้ อกราช
ทรงนำ� กองกำ� ลงั กชู้ าตมิ าพกั ทวี่ ดั สกั ทรงใหน้ ำ� ธงชยั มาปกั ไวท้ ว่ี ดั สกั เพอื่ เปน็ การปลกุ ขวญั ของคนไทยใหส้ กู้ บั พมา่
และขับไล่พม่าไปจากไทย เพื่อให้เสาธงมีความมั่นคง ได้มีการน�ำก้อนหินมาไว้ที่โคนเสาธงยึดเสาธงให้ม่ันคง
เมอ่ื สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราชได้รบั ชยั ชนะ วัดสกั จงึ ได้มกี ารขนานนามวดั เปน็ มงคลนามว่า วัดเสาธงหิน

วดั เสาธงหนิ เป็นท่ปี ระดษิ ฐานพระพทุ ธรปู ท่ีศกั ด์ิสทิ ธแิ์ ละส�ำคญั ยิ่งของอ�ำเภอบางใหญ่
หลวงพ่อโต เปน็ พระพุทธรูปทศ่ี กั ดสิ์ ิทธิ์และเปน็ ท่เี คารพสกั การะของคนบางใหญ่ ประดิษฐานอยทู่ ว่ี หิ าร
วดั เสาธงหิน เป็นพระปางป่าเลไลยก์ทมี่ ีขนาดใหญ่ทีส่ ดุ ในจังหวัดนนทบรุ ี และมีพระพุทธลักษณะงาม

หลวงพ่อโต วดั เสาธงหิน พระพทุ ธรูปปางปา่ เลไลยกอ์ งคเ์ ดยี ว
ท่ีประทานพรด้วยพระหตั ถซ์ ้าย ไมม่ ีที่ใดเหมอื น

ศาลาท่านำ้� วดั เสาธงหนิ
อ�ำเภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบรุ ี

วดั ท่าบนั เทิงธรรม

วดั ทา่ บันเทิงธรรม ต้ังอยทู่ ตี่ ำ� บลบางใหญ่ อ�ำเภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบรุ ี
วัดท่าบันเทิงธรรม สร้างประมาณ พ.ศ. ๒๓๘๕ สมัยพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว หม่อมเจ้า
คอยท่า ปราโมท เป็นผู้สร้าง เดิมเรียกว่า วัดท่า ต่อมา พ.ศ. ๒๔๙๑ นามวัดได้เปล่ียนเป็นวัดท่าบันเทิงธรรม
ได้รบั พระราชทานวิสุงคามสมี า ประมาณ พ.ศ. ๒๓๘๙ สงั กัดคณะสงฆธ์ รรมยุตกิ นกิ าย

284 นนทบุรีศรีมหานคร

โบราณสถานและหลกั ฐานทางโบราณคดี
อุโบสถ สร้างขนึ้ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๖ เปน็ อาคารกอ่ อิฐถอื ปนู ศลิ ปะจีนยุครชั กาลที่ ๓ ขนาด ๕ ห้อง กว้าง
๖ เมตร ยาว ๒๐ เมตร มีมุขหนา้ และหลงั หน้าบนั แบบกระเทเ่ ชร์ประดบั ด้วยลายปูนปน้ั ศลิ ปะจนี มปี ระตดู ้าน
หนา้ และด้านหลงั ด้านละ ๒ ประตู หนา้ ต่างด้านละ ๕ บาน ซุ้มประตูหนา้ ต่างประดบั ด้วยลายปนู ปั้น ลายดอก
พุดตานใบเทศ
พระประธานอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ประดิษฐานบนฐานชุกชี มีพระอัครสาวกน่ัง
พบั เพยี บพนมมอื ไหวอ้ ยทู่ างขวาและซา้ ยดา้ นหนา้ พระประธาน แทน่ พระประธานและลายผา้ ทพิ ยเ์ ปน็ ลายปนู ปน้ั
ปิดทองสวยงาม
เสมาและซมุ้ เสมา รอบอุโบสถมีเสมาหนิ สลกั อยภู่ ายในซุ้มเสมาทรงมณฑป
ก�ำแพงแก้ว เป็นกำ� แพงแบบบวั หลังเจียด สูง ๑.๒๐ เมตร ช่วงบนเป็นชอ่ งโปร่งรูปวงรี มีประตเู ข้าออก
ทางด้านขา้ งอโุ บสถด้านละ ๒ ประตู ทางดา้ นหน้าและด้านหลังด้านละ ๑ ประตู
เจดยี ์ ทมี่ มุ กำ� แพงแกว้ อโุ บสถเปน็ เจดยี ย์ อ่ มมุ ไมส้ บิ สอง มกี ำ� แพงแกว้ ลอ้ ม สรา้ งไวท้ ดี่ า้ นนอกตรงมมุ กำ� แพง
แก้วอุโบสถ ทัง้ ส่ีมมุ ๆ ละ องค์
วหิ าร เป็นอาคารทรงโรงก่ออิฐถือปนู ขนาด ๒ ห้อง หลังคาชั้นเดียว เครือ่ งลำ� ยองเป็นไม้จำ� หลกั หนา้ บนั
ทัง้ ด้านหนา้ และด้านหลงั เปน็ ปนู กอ่ ประดับด้วยลายเครือ่ งเคลือบ มถี ้วย จาน จานเชิง ด้านหน้ามปี ระตู ๑ ชอ่ ง
ด้านหลังกอ่ ผนงั ทึบ มหี น้าต่างดา้ นละ ๒ ชอ่ ง ภายในวหิ ารประดิษฐานพระพุทธรปู ปนู ปั้นปางมารวชิ ยั
มณฑปพระพทุ ธบาท เปน็ อาคารทรงมณฑปยอดปรางคก์ อ่ อฐิ ถอื ปนู มเี ฉลยี งรอบมณฑป มเี สารบั เชงิ ชาย
ดา้ นละ ๔ ตน้ ภายในมณฑปประดษิ ฐานพระพทุ ธบาทจ�ำลองเป็นปชู นียวัตถุสำ� คญั ของวัด สรา้ งสมัยรชั กาลที่ ๓
เจดีย์ทรงกลมและเจดยี เ์ หล่ียมย่อมมุ ไมส้ ิบสอง วัดทา่ บันเทงิ ธรรมมีเจดีย์อีก ๒ องค์ ที่มีความงามและ
มีแบบในการก่อสร้างที่น่าศึกษา องค์แรกเป็นเจดีย์ทรงระฆัง ตั้งอยู่ด้านหน้าอุโบสถใกล้ศาลาท่านำ�้ ด้านคลอง
บางโสน องค์เจดีย์ต้ังอยู่บนฐานส่ีเหลี่ยมเป็นลานประทกั ษิณ ท่ีฐานกลมใต้องคร์ ะฆัง ทางดา้ นตะวนั ออกท�ำเปน็
ซ้มุ จระน�ำ เป็นทางเข้าไปภายในเจดียซ์ ึง่ เป็นคูหา กลางคหู าก่อเสากลมขนาดใหญต่ ัง้ รบั ส่วนยอดของเจดยี ์
ทางด้านทิศตะวันตกมีเจดีย์เหล่ียมย่อมุมไม้สิบสองขนาดเล็ก ๑ องค์ ประดับด้วยลายปูนปั้นที่งดงาม
มีกำ� แพงแก้วลอ้ มรอบ

อโุ บสถวดั ท่าบนั เทงิ ธรรม จังหวดั นนทบรุ ี ซ้มุ ศาลาท่าน้ำ� วดั ทา่ บนั เทิงธรรม
รมิ คลองบางใหญ่ จังหวัดนนทบรุ ี

นนทบุรศี รีมหานคร 285

พระพุทธบาท วัดท่าบนั เทิงธรรม
อำ� เภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบุรี

วัดพระเงนิ วดั พระเงิน อำ� เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบรุ ี

วดั พระเงนิ ต้ังอยู่ทค่ี ลองบางมว่ ง เลขท่ี ๒๓
หมู่ ๘ ตำ� บลบางมว่ ง อ�ำเภอบางใหญ่ จงั หวัดนนทบรุ ี

โบราณสถานท่ีส�ำคัญของวดั คือ
หอไตรกลางน�ำ้ เปน็ อาคารไมท้ รงไทย ขนาด
๒ ห้อง หลังคาซ้อนสองชั้น เครื่องล�ำยอง ช่อฟ้า
ใบระกา เป็นไม้สลักประดับกระจก ฝีมือประณีต มี
เฉลียงรอบทั้งส่ีด้าน ด้านท้ายกั้นเป็นห้องเก็บ
พระไตรปิฎก และคัมภีร์ทางศาสนา

หอไตรกลางน้�ำวัดพระเงิน เป็นอาคาร
สถาปตั ยกรรมทม่ี คี วามงาม ควรแกก่ ารอนรุ กั ษ์ ทงั้ ใน
ทางสถาปัตยกรรมไทยและหลักการแนวคิดในการ
อนุรักษ์เอกสารอันมีคุณคา่ ของชมุ ชน

หอไตรกลางน�้ำ วดั พระเงิน อาคารโรงเรยี นปริยตั ิธรรมหลงั เกา่ วดั พระเงนิ
อ�ำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบรุ ี อำ� เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบรุ ี

286 นนทบรุ ศี รีมหานคร

การทำ� ตะลมุ่ และพานแวน่ ฟา้ หัตถกรรมของอ�ำเภอบางใหญ่
ที่นำ� ชือ่ เสียงสเู่ มืองนนทบรุ ี

คนเมืองนนทบุรีเป็นผู้มีฝีมือเชิงช่างและสามารถสร้างผลงานหัตถกรรมที่น�ำช่ือเสียงมาสู่เมืองนนทบุรี
มาแตโ่ บราณกาล ชา่ งฝมี อื ผเู้ ปน็ ภมู ปิ ญั ญาเหลา่ นนั้ สามารถนำ� เอาวสั ดสุ งิ่ ของทมี่ อี ยใู่ นชมุ ชนมาสรรคส์ รา้ งใหเ้ กดิ
ผลงานหัตถกรรมที่สนองความต้องการของผู้คนท้ังในด้านประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจ�ำวัน รวมถึงการน�ำไปใช้
ในฐานะทเี่ ปน็ เครอ่ื งใชป้ ระกอบพธิ กี รรม หรอื ในสงั คมชนั้ สงู สามารถสรา้ งอาชพี ใหแ้ กผ่ สู้ บื สานงานหตั ถกรรมเปน็
อุตสาหกรรมในครอบครวั และในชุมชนได้ เช่น งานหัตถกรรมการทำ� ตะล่มุ และพานแวน่ ฟ้า

ชาวสวนในตำ� บลบางเลน อำ� เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบรุ ี แต่เดิม
มีอาชีพเสริมนอกจากการท�ำสวนทุเรียน คือ การท�ำหุ่นตะลุ่ม หุ่นพาน
แว่นฟ้า หุ่นโตก หุ่นเตียบ หุ่นเจียด เนื่องจากส่ิงของดังกล่าวท�ำมาจาก
ไมท้ องหลาง ซ่ึงมีอย่มู ากมายในสวนทุเรียน

ไม้ทองหลางท่ีน�ำมาใช้ท�ำหุ่นภาชนะดังกล่าวข้างต้นได้ ต้องเป็น
ไม้ทองหลางที่อยู่ส่วนโคนของต้น ต้นทองหลางท่ีมีอายุมากท่ีโคนต้น
จะแผ่ออกเป็นแผงขนาดใหญ่ ชาวบ้านจะน�ำเอาเฉพาะไม้ส่วนที่เป็น
แผงโคนต้นทองหลางมาใช้ด้วยการมาท�ำเป็นแผ่นบาง ๆ จากน้ันน�ำ
ไม้แผ่นบาง ๆ มาประกอบเป็น ตะลุ่ม พานแว่นฟ้า หรือภาชนะอื่น ๆ
ขั้นตอนการทำ� ภาชนะเช่นน้ีเรียกวา่ “การทำ� หนุ่ ”

หนุ่ ทที่ ำ� เรยี บรอ้ ยแลว้ จะนำ� ไปแตง่ ใหส้ วยงามดว้ ยการนำ� ไปลงรกั
และประดับด้วยมุกหรือกระจกสีประดับเป็นลวดลายต่าง ๆ หรือน�ำไป
ลงรักปิดทองหรอื เขียนลายทองรดน้ำ� จะได้ภาชนะท่ีสวยงาม

การเตรยี มเปลือกหอยมกุ ไฟมาเลื่อยฉลเุ ป็นลวดลาย
แลว้ น�ำมาประดบั บนหนุ่ เตยี บท่ีทำ� ดว้ ยไมท้ องหลาง

นนทบรุ ศี รีมหานคร 287

เดมิ ชาวสวนบางใหญ่จะทำ� หุ่น จากน้นั มีผูร้ บั ซอื้ ไปประดบั ลาย
ดว้ ยวธิ กี ารตา่ ง ๆ ตอ่ ไป แตม่ คี รอบครวั ตระกลู แจม่ จริ ารกั ษเ์ ปน็ ผมู้ คี วามรู้
การทำ� หนุ่ ตะลมุ่ และสามารถประดบั มกุ ดว้ ย ทงั้ นไี้ ดร้ บั การถา่ ยทอดวธิ กี าร
จากครูจั่น และครูต้อย ช่างศิลป์ชาวกรุงเก่าที่ถ่ายทอดให้แก่นายแจม่
นางจยุ้ ตน้ ตระกลู แจม่ จริ ารกั ษ์ ครอบครวั ของนายการะเวก แจม่ จริ ารกั ษ์
และนายเสนห่ ์ แจม่ จริ ารกั ษ์ จงึ ไดร้ บั การสบื ทอดการทำ� ตะลมุ่ พานแวน่ ฟา้
ประดับมุกสบื ต่อมา นายเสนห่ ์ แจม่ จิรารักษ์ ทายาทผสู้ บื ทอด มฝี มี อื
ในการท�ำเตียบประดับมุกท่ีสวยงามนอกจากการท�ำตะลุ่มและพาน
แว่นฟ้า นายเสน่ห์ แจ่มจิรารักษ์ได้รับการแต่งตั้งให้ด�ำรงต�ำแหน่ง
ชา่ งประณตี ศลิ ป์ สำ� นกั พระราชวงั ฝา่ ยบรู ณะราชภณั ฑ์ กองพระราชพธิ ี
ต่อมา พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้รับการยกย่องให้เป็น ครูศิลป์ของแผ่นดิน
ประเภทเครอื่ งรัก (ตะลมุ่ เตยี บ พานแวน่ ฟ้า)

พานแวน่ ฟ้าประดับมกุ
ฝีมอื นายเสนห่ ์ แจ่มจิรารักษ์

นายเสนห่ ์ แจ่มจิรารักษ์ ครูศิลป์ของแผน่ ดิน ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ประเภทเคร่อื งรัก
ผ้สู ืบทอดภูมปิ ญั ญาการทำ� พานแวน่ ฟา้ เตียบ และตะลุ่มประดบั มุก
เปน็ ชาวอำ� เภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

วถิ ชี วี ติ ของผู้คนสองฝ่งั คลองบางใหญ่

คลองท่ีมีบทบาทส�ำคัญในการต้ังถิ่นฐานชุมชนคนบางใหญ่ และการสัญจรไปมาทางน้�ำในเขตอ�ำเภอ
บางใหญ่ นอกจากคลองแม่น้�ำอ้อมท่ีเป็นล�ำน้�ำสายหลักแล้ว คลองบางใหญ่เป็นคลองที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับ
คนบางใหญม่ าอยา่ งยาวนาน

ปากคลองบางใหญ่ที่แยกจากคลองแม่น�้ำอ้อมท่ีเป็นแนวแบ่งเขตของต�ำบลบางม่วง และต�ำบลเสาธงหิน
อ�ำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรีในปัจจุบันน้ี แต่เดิมมานั้นคลองบางใหญ่เป็นคลองท่ีแบ่งเขตอ�ำเภอบางบัวทอง
และอำ� เภอบางใหญ่ (ปัจจุบนั คือ อำ� เภอบางกรวย)

288 นนทบุรีศรีมหานคร

ต่อมาเมอื่ มีการต้งั กิง่ อ�ำเภอบางแมน่ าง โดยแยก
พนื้ ทจ่ี ากอำ� เภอบางบวั ทอง และอำ� เภอบางใหญ่ (ปจั จบุ นั
คือ อ�ำเภอบางกรวย) พ้ืนท่ีตลอดสองฝั่งคลองบางใหญ่
ซ่ึงได้แก่ ต�ำบลเสาธงหิน บางส่วนของต�ำบลบางคูลัด
อำ� เภอบางบัวทอง และตำ� บลบางแม่นาง ต�ำบลบางมว่ ง
ต�ำบลบางใหญ่ ต�ำบลบ้านใหม่ ให้มาอยู่ในเขตปกครอง
ของกิ่งอ�ำเภอบางแม่นาง และได้ยกฐานะเป็นอ�ำเภอ
บางใหญ่ในเวลาต่อมา

สองฝง่ั คลองบางใหญไ่ ดม้ บี ทบาทในชมุ ชนมากขนึ้
เมื่อมีการตง้ั ก่งิ อำ� เภอบางแมน่ าง เนอื่ งจากสถานท่ีตัง้ กิง่
อำ� เภอบางแมน่ าง ตง้ั อยู่ท่ีวัดส้มเกลี้ยง คลองบางใหญ่ วัดส้มเกล้ยี ง อำ� เภอบางใหญ่

ถงึ แมต้ อ่ มามกี ารยกฐานะกงิ่ อำ� เภอบางแมน่ างเป็นอ�ำเภอบางใหญ่ และย้ายอ�ำเภอบางใหญ่มาต้ังอยู่ที่
บ้านบางม่วง แตท่ ี่ตง้ั อ�ำเภอบางใหญ่ ทบี่ ้านบางมว่ งยังคงต้งั อย่ทู ปี่ ากคลองบางใหญ่ ฝ่ังทิศใต้ บรเิ วณปากคลอง
บางใหญ่เป็นตลาดน�้ำขนาดใหญ่ของอ�ำเภอบางใหญ่ และเป็นท่ีตั้งด่านย่อยของจังหวัดนนทบุรีแต่เดิมมาด้วย
ปากคลองบางใหญ่จงึ เป็นย่านเศรษฐกิจท่ีสำ� คัญในอำ� เภอบางใหญใ่ นคร้งั อดตี

ตลอดสองฝ่งั คลองบางใหญ่ที่มคี วามยาวประมาณ ๑๒ ก.ม. ไดเ้ ปน็ ทีต่ งั้ ชุมชนชาวสวนและชาวนาบรเิ วณ
ปากคลองต่อเนื่องไปประมาณ ๕ ก.ม. เป็นชุมชนชาวสวน จากชุมชนชาวสวนไปจนถึงปลายคลองบางใหญ่
ทตี่ �ำบลบา้ นใหม่ไปถึงคลองโยง และไปบรรจบแมน่ ำ้� ทา่ จนี ท่ีบา้ นลานตากฟา้ จะเป็นชมุ ชนชาวนาเป็นสว่ นใหญ่

สงิ่ ทแ่ี สดงถงึ ความเจรญิ ของชมุ ชนแตเ่ ดมิ มาคอื จำ� นวนวดั ชมุ ชนใดทวี่ ดั มากยอ่ มเปน็ การบอกกลา่ วใหเ้ หน็ ถงึ
ความเจรญิ ของชมุ ชน บรเิ วณปากคลองบางใหญม่ วี ดั ในชมุ ชนมากถงึ ๑๒ วดั ไดแ้ ก่ วดั คา้ งคาว (วดั ราษฎรป์ ระคอง
ธรรม) วัดพกิ ุลเงนิ วดั สัก (วดั เสาธงหนิ ) วดั คงคา วดั พระนอน วัดหลังบาง วดั บางโคบา้ (วดั บางโค) วัดพระอนิ ทร์
(วดั อนิ ทร์) วัดบางกระบอื (วดั จนั ทร์ร้าง) วดั สม้ เกลย้ี ง วดั ท่า (วัดทา่ บนั เทงิ ธรรม) วัดเอนกดษิ ฐาราม โดยเฉพาะ
อยา่ งยง่ิ วดั สม้ เกลย้ี งเปน็ ทต่ี ง้ั ของกงิ่ อำ� เภอบางแมน่ าง เมอ่ื มกี ารยกฐานะขนึ้ เปน็ อำ� เภอบางใหญ่ ทว่ี า่ การอำ� เภอบางใหญ่
ยงั คงตงั้ อยทู่ วี่ ดั สม้ เกลยี้ ง คลองบางใหญ่ ตอ่ มาทว่ี า่ การอำ� เภอบางใหญจ่ งึ ยา้ ยมาตงั้ ทบ่ี า้ นบางมว่ ง คลองบางใหญ่

วดั ทา่ บนั เทงิ ธรรม รมิ คลองบางใหญ่

วดั พิกลุ เงนิ ริมคลองแม่น้ำ� อ้อม
ใกลป้ ากคลองบางใหญ่ อ�ำเภอบางใหญ่

นนทบรุ ศี รมี หานคร 289

วัดพระนอน ริมคลองบางใหญ่ อำ� เภอบางใหญ่

วดั บางโค ริมคลองบางใหญ่
อำ� เภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบรุ ี

ใกล้ปากคลองบางใหญ่ ยังคงมีแหล่งนึ่งปลาทู
ทมี่ ชี อื่ ของชมุ ชน ปากคลองบางใหญม่ เี รอื เรข่ ายเปด็ พะโล้
และปลาทูนึ่งอยู่ในแต่ละวัน ปลาทูนึ่งจ�ำนวนมากจะมี
พ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อปลาทูน่ึงจากที่แห่งนี้ ไปเร่ขายใน
ชมุ ชนตา่ ง ๆ ของอำ� เภอบางใหญ่ บางกรวย และอำ� เภอ
บางบัวทอง

อาชีพนง่ึ ปลาทูของชาวบา้ นรมิ คลองบางใหญ่
อำ� เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบรุ ี

ปลายคลองบางใหญ่ได้เป็นแหล่งท�ำนาท่ีครอบคลุมพื้นท่ีต�ำบลบ้านใหม่ทั้งหมด เกิดตลาดบางคูลัด
ยา่ นการค้าของพอ่ คา้ ชาวจนี ทีม่ าคา้ ขายเคร่ืองมอื ท�ำนา เชน่ ระหดั วิดน้�ำ สฝี ัด จอบ เสยี ม และรบั ซอื้ ขา้ วเปลอื ก
จากชาวนาในทุง่ บางคูลดั บ้านใหม่ บางใหญ่ เกดิ โรงสขี า้ วทีต่ ลาดบางคลู ัด และตามคลองบางใหญ่

290 นนทบุรศี รีมหานคร

คนจนี ทตี่ ลาดบางคลู ดั นอกจากมอี าชพี คา้ ขาย
แลว้ ยงั ประกอบอาชพี เลย้ี งเปด็ ทงั้ เปด็ เนอ้ื และเปด็ ไข่
ตลาดบางคลู ดั จงึ เปน็ แหลง่ เปด็ พะโลร้ สเลศิ ทมี่ ชี อ่ื เสยี ง
ของจังหวัดนนทบุรี

ตลาดบางคูลัดปัจจุบันได้จัดอยู่ในกลุ่มตลาด
ประชารัฐ เป็นทั้งตลาดน�้ำเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
และตลาดในชมุ ชนทมี่ ผี คู้ นมาจบั จา่ ยซอ้ื ขายสนิ คา้ กนั
อยา่ งคึกคัก

ศาลเจา้ พอ่ จยุ้ ตลาดบางคลู ดั เปน็ ศนู ยร์ วมจติ ใจ
ของบรรดาพอ่ คา้ แม่ค้าทง้ั ชาวไทย ชาวจนี ในตลาด
บางคลู ดั ในทกุ วันน้ี
เปด็ พะโลบ้ างใหญ่ เรข่ ายในคลองแมน่ ำ้� ออ้ ม จงั หวดั นนทบรุ ี

ตลาดน�้ำบางคูลดั อำ� เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบุรี

วดั ตน้ เชอื ก เป็นศนู ยร์ วมศรทั ธาของชาวบา้ นยา่ นตำ� บลบา้ นใหม่ อ�ำเภอบางใหญ่ เป็นวดั ทีร่ วบรวมวตั ถุ
โบราณไวม้ ากได้จัดแสดงไวท้ พี่ พิ ิธภณั ฑ์วัดต้นเชอื ก

ถนนสายบางใหญ่ - วัดต้นเชอื ก
ทางคมนาคมแทนคลองบางใหญ่

การเดินทางของผู้คนคลองบางใหญ่ แตเ่ ดิมมา
ไดอ้ าศยั เรอื เปน็ พาหนะ และคลองบางใหญเ่ ปน็ เสน้ ทาง
คมนาคมหลัก แต่ปัจจุบันมีการสร้างถนนขนานไปกับ
คลองบางใหญ่ สายบางใหญ่ - วดั ตน้ เชอื ก คลองบางใหญ่
จึงลดบทบาทลงไป ผู้คนหันไปเดินทางด้วยรถยนต์
แต่ชาวบา้ นทีม่ ีบา้ นเรอื นริมคลองบางใหญ่ ยังคงใชเ้ รือ
เปน็ พาหนะใหไ้ ดเ้ หน็ อยู่ เปน็ เสนห่ ข์ องชมุ ชนชาวคลอง
บางใหญ่ท่ียังคงมีร่องรอยของวิถีชีวิตในอดีตของผู้คน
ศาลเจา้ พอ่ จุ้ย ตลาดบางคูลดั คลองบางใหญ่
อำ� เภอบางใหญ่ จงั หวัดนนทบรุ ี

นนทบุรีศรีมหานคร 291

แหล่งทอ่ งเท่ียวเชงิ เกษตรทีอ่ �ำเภอบางใหญ่

อ�ำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี มีพ้ืนท่ีการเกษตรท่ีได้พัฒนามาเป็นพ้ืนท่ีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้
เพราะพื้นท่อี ำ� เภอบางใหญ่ ยังคงมีสวนผลไม้ สวนไมด้ อกไมป้ ระดบั และสวนผัก มีการจัดน�ำนักทอ่ งเท่ยี ว น่ังเรือ
ชมวถิ ีชวี ติ ของชาวบ้านสองฝ่ังคลองด้วย เชน่ วดั สวนแก้ว

วดั สวนแกว้ ตำ� บลบางเลน อำ� เภอบางใหญ่
จังหวัดนนทบุรี เป็นวัดท่ีมีกิจกรรมเกี่ยวกับ
การเกษตรหลายอย่าง ทั้งยังมีบริการจ�ำหน่าย
ผลผลิตทางการเกษตรให้แก่ผู้ที่มาท�ำบุญหรือ
มาเยย่ี มชมวดั ได้ ทางวดั สวนแกว้ ไดจ้ ดั ทำ� โครงการ
อนรุ ักษพ์ นั ธ์พุ ชื อนั เน่ืองมาจากพระราชดำ� ริของ
สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา สยามบรมราชกมุ ารี
เพ่ือให้วัดสวนแก้วเป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตร
จงึ มกี ารรวบรวมพนั ธ์ุพืชตา่ ง ๆ ทั้งไม้ดอก ไม้ผล
ไม้ประดับ สมุนไพร พันธุ์ไม้หายาก ของจังหวัด ตลาดต้นไม้ ยา่ นถนนบางใหญ่ - วัดตน้ เชอื ก
นนทบุรีด้วย อำ� เภอบางใหญ่ จงั หวัดนนทบุรี

นอกจากนน้ั เกษตรกรในอำ� เภอบางใหญไ่ ดจ้ ดั ทำ� ศนู ยเ์ รยี นรกู้ ารเกษตร การปลกู ดแู ลรกั ษาทเุ รยี นพนั ธต์ุ า่ ง ๆ
มะมว่ ง มะปราง ส้มโอ การปลูกขา้ วปลอดสารพษิ การปลูกกล้วยไม้ เพอื่ การสง่ ออก เปน็ ตน้

ภาพเลา่ เรอ่ื งบ้านเรือน วถิ ชี วี ติ ชมุ ชนรมิ คลองแม่น�ำ้ อ้อมและ
คลองบางใหญใ่ นพน้ื ทอ่ี �ำเภอบางใหญ่

วดั อมั พวัน ริมคลองแมน่ ้�ำออ้ ม ในพื้นทอี่ ำ� เภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบรุ ี

292 นนทบรุ ศี รีมหานคร

ศาลเจ้ารมิ คลองแม่นำ�้ ออ้ ม ในพื้นที่อ�ำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบรุ ี
คลองแมน่ �ำ้ ออ้ มที่อำ� เภอบางใหญ่ ยงั เปน็ เส้นทางสญั จรของชาวบา้ นได้อยา่ งดี

เหน็ ได้จากมธี นาคารต้ังอยู่รมิ คลอง ชาวบ้านมาใชบ้ ริการไดส้ ะดวก

นนทบุรศี รีมหานคร 293

วิถชี ีวิตของการคา้ ของชาวบา้ น ยา่ นบางใหญร่ มิ คลองแมน่ ้�ำอ้อม จงั หวัดนนทบรุ ี
ร้านคา้ รมิ คลองแมน่ ำ�้ อ้อม ในพน้ื ที่อ�ำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

294 นนทบรุ ีศรีมหานคร

คลองบางใหญ่ บางช่วงมีคลองขดุ เชอื่ มต่อไปในพ้นื ท่ี เพอื่ ท�ำนา ทำ� สวน ที่อยู่ลกึ เขา้ ไป
การตงั้ ชือ่ คลองมกั ใชช้ ื่อบคุ คลที่เก่ยี วข้องเป็นชอื่ คลอง เช่น คลองตาฉิ่ง คลองตาเมอื ง

สภาพสวนดงั้ เดิมริมคลองบางใหญ่ จงั หวดั นนทบุรี


Click to View FlipBook Version