เส้นทางรถไฟของเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ นนทบรุ ีศรีมหานคร 145
อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น�้ำเจ้าพระยา เริ่มจาก
สถานีแรกที่ใกล้วัดบวรมงคล (วัดลิงขบ) ซ่ึงเจ้าพระยา แผนทท่ี างรถไฟสายบางบัวทอง
วรพงศ์พิพัฒน์มีที่ดินอยู่ในบริเวณน้ัน จากสถานีแรกท่ี
วดั บวรมงคล ไปบางบำ� หรุ บางกรวย บางกรา่ ง ทบี่ างกรา่ ง
เปน็ ทางแยกไปบางศรเี มอื ง วดั เฉลมิ พระเกยี รตทิ างหนง่ึ
อกี ทางหนงึ่ แยกทบ่ี างกรา่ งไปบางใหญ่ บางเลน บางพลู
บางบวั ทอง เป็นเส้นทางเดินรถไฟชว่ งแรก
เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ ไดเ้ รม่ิ ดำ� เนนิ การหารอื
กบั ผชู้ ำ� นาญการดา้ นการรถไฟ และใหพ้ ระยาวศิ ยาพผิ ล
ซึ่งเป็นเขยของน้าและเป็นผ้รู บั ใช้ในกิจการต่าง ๆ ของ
เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์เหมือนลูกและเป็นผู้รู้แหล่ง
ชุมชนต่าง ๆ เป็นอย่างดี เป็นผู้ด�ำเนินการสร้างทาง
รถไฟสายบางบัวทอง
ทควาางมรถยไุ่งฟยากในการซื้อที่ดนิ สร้าง
การสรา้ งทางรถไฟสายบางบวั ทองของเจา้ พระยา
วรพงศ์พิพัฒน์ ประสบปัญหามากมายในการซื้อท่ีดิน
เพอ่ื วางรางรถไฟ แตไ่ มไ่ ดท้ ำ� ใหเ้ จา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์
ทอ้ ถอย กลบั มนี ำ้� ใจชว่ ยเหลอื ลกู หลานชาวบา้ น เจา้ ของ
ที่ดินท่ีขายให้เพื่อท�ำทางรถไฟน�ำไปเล้ียงดูท่ีบ้านของ
ตนเองที่ถนนพระอาทิตย์ ท่ีเคยเป็นวังที่ประทับของ
พระเจา้ ราชวรวงศเ์ ธอ กรมหมนื่ กษตั รยิ ศ์ กั ดเิ ดช ซงึ่ เปน็
เสดจ็ ปขู่ องเจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ อกี ทงั้ สง่ เสยี ลกู หลาน
ชาวบา้ นเหลา่ นน้ั ใหไ้ ด้ศกึ ษาเล่าเรยี นด้วย ม.ล.ย่ิงศักดิ์
อิศรเสนา ได้กล่าวถึงความยากล�ำบากในการซ้ือท่ีดิน
เพ่ือสร้างทางรถไฟสายบางบัวทองในหนังสือประวัติ
เจา้ คณุ พ่อ ดังน้ี
“การซอื้ ทีด่ นิ ทำ� ทางรถไฟน้นั ยากจรงิ ๆ เพราะไมม่ พี ระราชกฤษฎีกาคุม้ ครอง การสร้างทางรถไฟจึง
ต้องเอาใจก�ำนันผู้ใหญ่บ้าน และคนโตให้ว่ิงเต้นช้ีแจงเจ้าของที่ให้เห็นใจและตัดขายให้ด้วยราคาแต่พอควร
แตก่ ว่าจะไดแ้ ต่ละแปลงแต่ละท่อนก็แสนยาก หมดเปลืองเงินมาก ตอ้ งเลีย้ งดู ทัง้ เดนิ ทาง ซำ้� บางแห่งไม่ยอม
แบง่ เลย เหมาขายใหท้ ง้ั ผนื คดิ เอาราคาแพง และทรี่ า้ ยทส่ี ดุ คอื บางเจา้ ของไมย่ อมขายใหเ้ สยี เลย ตอ้ งหลกี ไป
หนทางจงึ คดเคยี้ ว เหลอื อาลยั ไม่นา่ จะเปน็ แลว้ ลกู หลานก�ำนนั ผใู้ หญบ่ า้ น และคนทขี่ ายทใี่ หท้ า่ นท�ำทางกร็ บั
มาเล้ียงเปน็ เดก็ ในบ้านให้เล่าเรียน”
146 นนทบรุ ีศรีมหานคร
ความยงุ่ ยากในการซอ้ื ทดี่ นิ สำ� หรบั สรา้ งทางรถไฟนอกเหนอื จากเรอื่ งราคาทด่ี นิ แลว้ ความยงุ่ ยากสว่ นหนง่ึ
เกดิ จากลกั ษณะของทด่ี นิ บางแปลง ลกั ษณะสวนของชาวบา้ นสวนจงั หวดั นนทบรุ แี ตล่ ะแปลงทเ่ี รยี กวา่ “ขนดั ” นน้ั
โดยท่ัวไปแล้วมีพื้นที่ไม่มาก บางขนัดมีพ้ืนท่ีประมาณ ๓ - ๖ ไร่ สวนแต่ละขนัดจะไม่อยู่เป็นแถวเป็นแนว
อย่างเชน่ การแบ่งแปลงของทีด่ นิ จดั สรรในปจั จุบนั ซึง่ แบ่งแปลงไวอ้ ย่างเป็นระเบียบ เป็นแถวเป็นแนว ทางรถไฟ
ทตี่ ดั ตามแนวขอบของทดี่ นิ ดงั กลา่ วนี้ ยอ่ มจะแบง่ แยก และตกลงซอื้ ขายกนั งา่ ย แตถ่ า้ ทางรถไฟผา่ นตามแนวเฉยี ง
ย่อมท�ำให้ที่ดินสวนขนัดน้ันเสียรูปไป การซ้ือที่ดินจึงยุ่งยากมาก อาจต้องซื้อที่สวนทั้งขนัด ซ่ึงเกินความจ�ำเป็น
หรือเจ้าของสวนไม่ยอมขายให้ เพราะที่ดินหลังจากต้องเป็นทางรถไฟไปแล้วที่ดินส่วนที่เหลือไม่ดูเป็นขนัดสวน
เหล่านี้คือความยุ่งยากในการขอซ้ือที่ดินจากชาวสวนนอกเหนือจากเรื่องราคาท่ีดิน และค่าชดใช้ต้นไม้ในสวน
แต่ละขนัด
ทางรถไฟช่วงบางบำ� หรุ บางกรวย บางสที อง บางกร่าง ในเขตอ�ำเภอบางกรวย อ�ำเภอเมอื งนนทบรุ ี จึง
คดเคี้ยวมาก เพราะต้องเลย่ี งจากสวนบางขนัดท่ีเจ้าของไม่ยอมขายให้ หรอื ขายใหเ้ ฉพาะบางส่วน ทางรถไฟตดั
ไปถงึ สามแยกบางใหญ่ อำ� เภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบรุ ไี ปบางพลู บางไผ่ จนถึงอ�ำเภอบางบัวทอง ทางช่วงนไี้ ม่
คดเคย้ี ว เป็นทางตรง เพราะบรเิ วณยา่ นน้เี ป็นทอ้ งนามากกวา่ เปน็ สวน และสว่ นใหญเ่ ป็นนาแปลงใหญ่ จึงงา่ ยต่อ
การเจรจาขอซอ้ื ท่ดี นิ เพ่ือทำ� ทางรถไฟ
การสร้างทางรถไฟสายบางบวั ทอง แบ่งเป็น ๓ ชว่ ง ดังนี้
ชว่ งที่ ๑ สถานบี วรมงคล ถงึ สถานบี างบวั ทอง
ทางรถไฟระยะท่ี ๑ เร่มิ จากสถานีบวรมงคล บางพลัด ธนบุรี ผา่ น บางบำ� หรุ บางกรวย บางสที อง ใน
พ้ืนที่อ�ำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี สู่บ้านบางกร่าง บางศรีเมือง อ�ำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี บ้าน
บางเลน อ�ำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี บ้านบางรักใหญ่ บ้านบางไผ่ ตลาดบางบัวทอง ถึงสถานีบางบัวทอง
อ�ำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบรุ ี
ช่วงท่ี ๒ สถานีบางบัวทอง ถงึ สถานเี จา้ เจด็ จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา
ทางรถไฟระยะที่ ๒ เสน้ ทางรถไฟผา่ นทอ้ งนาในอำ� เภอบางบวั ทอง อำ� เภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบรุ ี และ
พ้นื ทข่ี องอ�ำเภอลาดหลมุ แก้ว จงั หวดั นนทบรุ ี ซ่ึงเป็นท้องนา ทางรถไฟจึงไม่คดเคีย้ ว
ทางรถไฟช่วงที่ ๒ นี้ เร่ิมต้ังแต่สถานีบางบัวทอง ตรงข้ึนไปทางทิศเหนือ ผ่านบ้านล�ำรี ล�ำโพ อ�ำเภอ
บางบวั ทอง บ้านคลองข่อย อ�ำเภอปากเกรด็ จงั หวัดนนทบุรี บ้านบางสะแก บ้านระแหง ถงึ สถานรี ะแหง อ�ำเภอ
ลาดหลมุ แกว้ จงั หวัดปทุมธานี ตอ่ ไปยังบ้านเจ้าเจด็ จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา
ชว่ งท่ี ๓ บ้านเจา้ เจ็ด จงั หวดั พระนครศรีอยุธยา ถึงบา้ นบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี
การสรา้ งทางรถไฟเรม่ิ ดำ� เนนิ การตงั้ แต่ พ.ศ. ๒๔๕๒ การกอ่ สรา้ งมคี วามกา้ วหนา้ ในทกุ วนั รถขนสมั ภาระ
พอวงิ่ ไดต้ ามรางรถไฟทส่ี รา้ งไว้ ความปลาบปลม้ื พอใจทเ่ี กดิ ขนึ้ กบั เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั นน์ น้ั สดุ ทจี่ ะประมาณได้
ยง่ิ ปลม้ื หนกั ขนึ้ เมอื่ ไดไ้ ปดคู วามกา้ วหนา้ การกอ่ สรา้ งทางรถไฟทย่ี ดื ระยะทางออกไปทกุ วนั อฐิ หกั กากปนู จ�ำนวน
มากไดน้ �ำมาถมทำ� ทางกอ่ สร้างทางรถไฟด้วยการขนลงเรือไปถมทางรถไฟ
การสร้างทางรถไฟหลายช่วงต้องล่าช้า เนื่องจากตามเส้นทางท่ีสร้างทางรถไฟหลายแห่งต้องท�ำสะพาน
ขา้ มคลอง เพราะมีคลองมาก บางคลองมีความกว้างมาก เช่น คลองบางกรวย คลองแมน่ ้ำ� ออ้ ม ท่ีบ้านบางพลู
คลองพระราชาพมิ ล ทอ่ี ำ� เภอบางบวั ทอง ตอ้ งกอ่ สรา้ งตอมอ่ สะพานขนาดใหญใ่ นคลองเพอื่ รบั นำ้� หนกั ของสะพาน
และนำ�้ หนกั รถไฟ
นนทบุรีศรีมหานคร 147
พ.ศ. ๒๔๕๘ ทางรถไฟไดส้ รา้ งถงึ บางกรา่ ง และบางศรเี มอื ง อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ ี เจา้ พระยา
วรพงศพ์ พิ ัฒนส์ ามารถเดนิ ทางไปเยี่ยมญาตขิ องท่านไดโ้ ดยเดินทางไปด้วยรถไฟ พ.ศ. ๒๔๕๘ ได้เกิดสงครามโลก
ครงั้ ที่ ๑ ทที่ วปี ยโุ รป ถงึ แมว้ า่ การสง่ั ซอื้ อปุ กรณเ์ กยี่ วกบั รถไฟจากตา่ งประเทศทำ� ไดย้ าก อกี ทงั้ ราคาอปุ กรณร์ ถไฟ
มรี าคาสงู ขนึ้ แต่รถไฟพอจะเปดิ เดินได้ เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั นาจึงเปดิ เดินรถไฟ รบั ส่ง ผโู้ ดยสารและขนส่ง
สนิ คา้ ระหวา่ ง จังหวัดธนบุรี (ปจั จบุ ันรวมเปน็ กรุงเทพมหานคร) และจังหวดั นนทบรุ ี ผคู้ นแตกตนื่ มาขนึ้ รถไฟกนั
มากมายทงั้ ขนสินคา้ ของสวนไปจ�ำหน่ายทก่ี รงุ เทพฯ
การเปิดเดินรถไฟในระยะแรกจึงด�ำเนินการได้ระหว่างสถานีบวรมงคล บางพลัด ธนบุรี ผ่านบางบ�ำหรุ
บางกรวย บางกร่าง ใกล้วัดเฉลิมพระเกยี รติ
พ.ศ. ๒๔๖๐ การวางรางรถไฟไดไ้ ปถงึ บา้ นบางพลู ตำ� บลบางรกั ใหญ่ คลองออ้ ม อำ� เภอบางบวั ทอง ในระหวา่ ง
ทำ� การกอ่ สรา้ งสะพานขา้ มคลองออ้ มทบี่ า้ นบางพลู เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั นไ์ ดเ้ ชญิ เสดจ็ เจา้ นาย และขา้ ราชการ
ท่องเทยี่ วด้วยรถไฟไปตามเส้นทางรถไฟทส่ี รา้ งทางถงึ คลองออ้ ม เปน็ ทเี่ บกิ บานส�ำราญใจของผู้ทีไ่ ด้เดินทางดว้ ย
รถไฟครงั้ นัน้ เปน็ อย่างมาก
พ.ศ. ๒๔๖๑ รถไฟได้วางรางไปถึงอ�ำเภอบางบัวทอง สามารถเปิดเดินรถไฟระหว่างสถานีบวรมงคล
และสถานีบางบัวทองได้
ภาพวาดเสน้ ทางและสถานีรถไฟสายบางบวั ทอง ของครูพินจิ ธปู แกว้ (พ.ศ. ๒๕๕๘)
148 นนทบรุ ีศรีมหานคร
การจดทะเบยี นบริษทั รถไฟสายบางบัวทอง
เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั นไ์ ดจ้ ดั ตง้ั บรษิ ทั รถไฟสายบางบวั ทอง และจดทะเบยี นบรษิ ทั รถไฟสายบางบวั ทอง
ไดร้ บั สมั ปทานจากทางราชการเพอื่ ประกอบการเดนิ รถไฟสายบางบวั ทอง เปน็ เวลา ๓๕ ปี นบั แตว่ นั ที่ ๘ มกราคม
พ.ศ. ๒๔๖๕ ถึงวนั ที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๑
สถานีรถไฟบางบัวทอง ต้ังอยู่บริเวณธนาคารออมสิน สาขาบางบัวทองในปัจจุบัน ด้านหลังสถานีรถไฟ
เป็นบ้านพักของนายสถานแี ละพนกั งานรถไฟ
ม.ล. แจ่ม อิศรางกูร เป็นนายสถานรี ถไฟบางบัวทอง
วางรางรถไฟบางบัวทอง - ลาดหลมุ แกว้
พ.ศ. ๒๔๗๐ การวางรางรถไฟจากสถานีบางบัวทองไปทางทิศเหนือตรงไปท่ีบ้านระแหง อ�ำเภอ
ลาดหลมุ แก้ว จงั หวดั ปทุมธานี ได้เรมิ่ ดำ� เนินการ เส้นทางรถไฟสายนเ้ี ริ่มวางรางจากสถานบี างบวั ทองไปทางทิศ
เหนอื ขา้ มคลองลำ� รี คลองลากคอ้ น คลองลำ� โพ อำ� เภอบางบวั ทอง เขา้ เขตบา้ นวดั กรำ่� คลองตรง คลองบางสะแก
ไปถึงสถานรี ะแหง ทวี่ ัดระแหง (วัดบวั แกว้ เกษร) อำ� เภอลาดหลุมแกว้ จังหวัดปทมุ ธานี
การวางรางรถไฟจากสถานีบางบัวทองถึงสถานีระแหงท�ำได้สะดวกข้ึน เน่ืองจากมีพระราชกฤษฎีกา
คมุ้ ครองการสรา้ งทางรถไฟ การจดั ซอ้ื ทด่ี นิ จงึ ไมย่ งุ่ ยากมาก ตลอดจนการกำ� หนดแนวเสน้ ทางการวางรถไฟไมค่ ดเคยี้ ว
เพราะบรเิ วณพนื้ ทที่ ง้ั หมดทก่ี ำ� หนดวางรางรถไฟเปน็ พน้ื นาตลอดแนว นบั ตง้ั แตต่ ลาดบางบวั ทอง ถงึ ตลาดระแหง
แผนการขยายเสน้ ทางเดินรถไฟช่วงท่ี ๒
ระหว่างท�ำการวางรางรถไฟช่วงจากบ้านบางกร่าง ก่อนถึงบ้านบางพลู คลองอ้อม อ�ำเภอบางบัวทอง
จังหวัดนนทบุรี เจ้าพระยาวรพงศ์พพิ ฒั น์ ไดเ้ ตรยี มการจัดหาท่ดี ิน ตอ่ จากบ้านระแหง อำ� เภอลาดหลมุ แกว้ ไปถึง
ตลาดเจ้าเจด็ อ�ำเภอเสนา จงั หวดั พระนครศรีอยุธยา ได้มีการสำ� รวจเสน้ ทางเพ่ือวางรางรถไฟ เมอื่ พ.ศ. ๒๔๕๗
จากการสำ� รวจเสน้ ทางการวางรถไฟครง้ั น้ี เหน็ วา่ บา้ นคสู้ ลอด อำ� เภอบางไทร จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา เปน็ พนื้ ท่ี
เหมาะที่จะวางทางรถไฟให้ไปถึงและพัฒนาให้เป็นชุมชนขึ้น เพ่ือเป็นที่ต้ังสถานีรถไฟด้วย ในขณะน้ัน คู้สลอด
ยงั คงเปน็ ทุ่งรกร้าง จงึ ให้คนไปติดตอ่ กบั ก�ำนัน ผู้ใหญ่บา้ น เพื่อเขา้ จบั จองท่ีดินไว้ ๕,๐๐๐ ไรเ่ ศษ แบง่ กันจับจอง
และใหก้ ำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น จดั หาคนมาถางปา่ เพอื่ ทำ� นา โดยทนุ ของเจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ และใหช้ าวบา้ นทำ� นาได้
และหวังจะไดเ้ กดิ ชุมชนขึน้ แล้วการวางรางรถไฟจะไดด้ ำ� เนนิ การตอ่ ไป
การเข้าจับจองท่ีดินดังกล่าวน้ี เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ ต้ังใจให้เป็นการเริ่มต้นสร้างเมืองใหม่ข้ึนมา
แต่โครงการวางรางรถไฟช่วงท่ี ๒ และการสร้างเมืองใหม่ไม่เกิดข้ึน เนื่องจากปัญหาผู้ท่ีเช่าที่ดินท่ีได้จับจองไว้
ไม่ได้เข้าไปท�ำนาในท่ีเช่าอย่างจริงจัง อีกท้ังการเดินทางไปยังที่ดินนั้น ล�ำบากมาก มีผู้อ่ืนเข้าถือครองที่ดิน
ในเวลาตอ่ มา เหลอื ทด่ี นิ เพยี งประมาณ ๓๐๐ ไรเ่ ทา่ นน้ั ครนั้ เมอื่ เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ ถงึ แกอ่ นจิ กรรม โครงการ
เดินรถไฟช่วงที่ ๒ นี้ จึงไม่มกี ารด�ำเนนิ การตอ่
นนทบุรศี รมี หานคร 149
รถไฟสายบางบัวทองชว่ ยสนองการขยายชุมชน
ตลาดบางบัวทองต้งั แต่ พ.ศ. ๒๔๖๐ เป็นตน้ มานับตงั้ แตม่ กี ารเดนิ รถไฟจากธนบรุ ถี ึงบางบัวทอง และตอ่
จากนน้ั ไดข้ ยายเสน้ ทางรถไฟถงึ อำ� เภอลาดหลมุ แกว้ จงั หวดั ปทมุ ธานี ตลาดบางบวั ทองจงึ พฒั นาขน้ึ เปน็ ศนู ยก์ ลาง
การคา้ ขายทใี่ หญท่ ส่ี ดุ ของจงั หวดั นนทบรุ ี และของชมุ ชนใกลเ้ คยี ง ทต่ี ดิ ตอ่ กนั ในจงั หวดั นครปฐม พระนครศรอี ยธุ ยา
และปทมุ ธานี
ผคู้ นจากฝง่ั ธนเดนิ ทางโดยรถไฟไปซอ้ื สนิ คา้ ตา่ ง ๆ ทตี่ ลาดบางบวั ทอง จ.ส.อ. สมพงษ์ สกลุ ดษิ ฐ์ ปจั จบุ นั
อยทู่ อี่ ำ� เภอบางกรวย จงั หวดั นนทบรุ ี เดมิ บา้ นอยทู่ บี่ างบำ� หรุ ไดก้ ลา่ วถงึ การเดนิ ทางดว้ ยรถไฟสายบางบวั ทองวา่
“...เมื่ออายุประมาณ ๑๐ ขวบ ได้น่ังรถไฟสายบางบัวทอง จากสถานีบางบ�ำหรุไปกับญาติผู้ใหญ่
เพ่ือไปซือ้ เนอ้ื หมู และสงิ่ ของอื่น ๆ ท่ีตลาดบางบัวทอง เพ่ือมาใชใ้ นงานท�ำบุญ เพราะตลาดบางบัวทองเปน็
ตลาดใหญ่ สนิ คา้ ราคาถกู ชาวบา้ นบางบ�ำหรุมักจะนั่งรถไฟไปซื้อของทต่ี ลาดบางบัวทอง...”
ขณะเดียวกัน ผู้คนทางจังหวัดนนทบุรีสามารถเดินทางหรือน�ำสินค้าไปจ�ำหน่ายที่กรุงเทพฯ ได้ด้วยการ
เดนิ ทางดว้ ยรถไฟสายบางบวั ทอง
รตถำ� ไนฟาปนลรถ่องไฟกเรมะโอื ถงนนเนริ่มทแ์ รก หัวรถจกั รรถไฟสายบางบัวทอง
หวั รถจกั รทล่ี ากรถไฟสายบางบวั ทองยคุ แรกเปน็
หัวรถจกั รท่เี รยี กวา่ รถไฟปล่องกระโถน เพราะส่วนบน
ของปล่องมีรูปร่างคล้ายกระโถนทรงสูง ท่ีชาวบ้านนิยม
ใช้กันมากในสมัยน้ัน หัวรถจักรรุ่นนี้ใช้ฟืนเป็นเช้ือเพลิง
ต่อมามีผู้น�ำรถดีเซลมาใช้ในประเทศไทย
รถไฟฟ้าสายบางบัวทองจึงได้เปล่ียนหัวรถจักรเปน็ รถ
ดีเซล
กสงจิ คกรารามรถโลไฟกเคจรา้ ้ังคทณุ ี่ ๒ และมหาอุทกภัยมผี ลกระทบตอ่
พ.ศ. ๒๔๘๔ เกิดสงครามโลกคร้ังที่ ๒ เร่ิมข้ึนท่ีทวีปยุโรป การสั่งซื้ออุปกรณ์อะไหล่รถไฟหาซ้ือได้ยาก
และมรี าคาแพง การเดินรถไฟไดร้ บั ผลกระทบเป็นปญั หาในการเดินรถไฟสายบางบัวทองอยา่ งมาก
พ.ศ. ๒๔๘๕ เกดิ มหาอทุ กภัยทางรถไฟถกู น้�ำทว่ มหมด รถไฟต้องหยุดกิจการ จนนำ�้ ลดจงึ เริม่ เดนิ รถใหม่
เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๘๖
แตห่ ลงั อทุ กภยั แลว้ สงครามโลกครง้ั ท่ี ๒ ไดย้ ดื เยอื้ มาเปน็ สงครามมหาเอเชยี บรู พา ญป่ี นุ่ บกุ ยดึ ประเทศไทย
และกองทัพสัมพันธมิตรได้เข้าขับไล่ญ่ีปุ่นในประเทศไทย สภาวะสงครามเช่นนี้มีผลท�ำให้กิจการรถไฟสาย
บางบวั ทองอยใู่ นภาวะวกิ ฤต
150 นนทบุรศี รมี หานคร
ประกอบกับการถึงแก่อนิจกรรมของเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ผู้ซึ่งมุ่งม่ันจริงจังในกิจการรถไฟเม่ือ พ.ศ.
๒๔๘๔ ประจวบกับเกิดความยุ่งยากทั้งอุทกภัยและสงคราม กิจการรถไฟสายบางบัวทองคงด�ำเนินต่อมาอย่าง
อ่อนแรง จนถึง พ.ศ. ๒๔๙๕ กจิ การรถไฟสายบางบัวทองหรอื รถไฟเจ้าคุณวรพงศ์ ได้ปิดตำ� นานลง คงเหลอื แต่
ต�ำนานเลา่ ขานกันอย่ใู นหมู่ผเู้ ฒา่ ผูแ้ ก่วา่ ครงั้ หนึ่งฉนั เคยน่ังรถไฟไปเมอื งนนท์
พื้นท่ีทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดนนทบุรี มีพัฒนาการทางคมนาคมทางบกได้ด�ำเนินไปอย่างรวดเร็ว
เน่ืองจากมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดพระนคร หรือกรุงเทพมหานคร ในปัจจุบัน เกิดถนนทางหลวงหลายสาย
เช่น ถนนพิบูลสงคราม ถนนกรุงเทพฯ - นนทบุรี หรือถนนประชาราษฎร์ ถนนติวานนท์ ถนนงามวงศ์วาน
ถนนแจ้งวฒั นะ เปน็ ตน้
แต่พื้นท่ีทางตะวันตกของจังหวัดนนทบุรี มีการพัฒนาทางน�้ำ มีการขุดคลองพระราชาพิมล เป็นต้น
การพัฒนาจึงเปน็ การพัฒนาพ้ืนทเ่ี พ่ือการเกษตรและการคมนาคมทางนำ้� เปน็ หลกั
เม่ือบ้านเมืองเจริญข้นึ การคมนาคมทางบกมบี ทบาทมากขนึ้ ทางจงั หวดั นนทบุรี โดยดำ� รขิ องนายสอาด
ปายะนนั ทน์ ขณะดำ� รงตำ� แหนง่ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั นนทบรุ ี จงึ ไดจ้ ดั ทำ� โครงการสรา้ งถนนตดั ไปอำ� เภอบางกรวย
อำ� เภอบางใหญ่ อำ� เภอบางบวั ทอง อำ� เภอไทรนอ้ ย พนื้ ที่ทางฝัง่ ตะวนั ตกของอำ� เภอเมืองนนทบุรี
ถนนบางกรวย - ไทรนอ้ ย มรรคานำ� พาพน้ื ทฝ่ี ง่ั ตะวนั ตกของเมอื งนนท์
สู่โลกกวา้ ง
สภาพทั่วไปทางกายภาพของจังหวัดนนทบุรีถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ พ้ืนที่ฝั่งตะวันออกของแม่น�้ำ
เจา้ พระยา และพน้ื ทฝี่ ง่ั ตะวนั ตกของแมน่ ำ้� เจา้ พระยา โดยมแี มน่ ำ้� เจา้ พระยาไหลผา่ นและแบง่ แยกพนื้ ทข่ี องจงั หวดั
นนทบรุ อี อกเปน็ สองสว่ นดงั กลา่ ว พน้ื ทท่ี างฝง่ั ตะวนั ตกของจงั หวดั นนทบรุ คี รอบคลมุ พนื้ ทป่ี ระมาณ ๒ ใน ๓ ของ
พื้นที่ทง้ั หมดของจังหวดั นนทบรุ ี ซงึ่ ประกอบดว้ ยอ�ำเภอบางกรวย บางใหญ่ บางบวั ทอง ไทรนอ้ ย และบางสว่ น
ของอำ� เภอเมืองนนทบรุ ี และอ�ำเภอปากเกร็ด
การคมนาคมของผู้คนเมืองนนทบุรีในอดีตแต่โบราณกาลมาได้อาศัยทางน�้ำเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก
เพราะมแี มน่ ำ้� เจา้ พระยาเปน็ แมน่ ำ้� สายสำ� คญั ไหลผา่ น และมคี ลองสาขาทแี่ ยกจากลำ� นำ�้ เจา้ พระยา มากกวา่ รอ้ ยคลอง
กระจายอย่ทู ัว่ ทงั้ จังหวดั นนทบรุ ี ทั้งคลองท่เี กดิ ขึ้นตามธรรมชาตแิ ละคลองที่ขุดข้นึ
ครน้ั ตอ่ มามกี ารสรา้ งทางรถไฟสายเหนอื และสายตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ซงึ่ ผา่ นใกลเ้ ขตจงั หวดั นนทบรุ ที าง
ด้านทิศตะวันออกของจงั หวดั นนทบุรี มีสถานีบางเขน สถานีหลักส่ี สถานดี อนเมอื ง ทีอ่ �ำนวยความสะดวกในการ
เดนิ ทางของผคู้ นเมอื งนนทบรุ ี พน้ื ทท่ี างฝง่ั ตะวนั ออกของจงั หวดั นนทบรุ จี งึ เรมิ่ เปลย่ี นแปลงพฒั นาการเปน็ ชมุ ชนขน้ึ
พ.ศ. ๒๔๗๔ มกี ารตดั ถนนกรงุ เทพฯ นนทบุรี (ถนนประชาราษฎร)์ ท่เี รม่ิ จากสามแยกเตาปูน เขตบางซอ่ื
กรุงเทพฯ มาถึงท่านำ้� นนทบรุ ี จงั หวัดนนทบรุ ี และตอ่ มาเกิดถนนพิบูลสงคราม ถนนตวิ านนท์ ถนนงามวงศ์วาน
ถนนแจ้งวัฒนะ พ้นื ทที่ างฝง่ั ตะวันออกของจังหวดั นนทบุรีจงึ พัฒนาไปอยา่ งรวดเรว็
ส่วนพื้นที่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดนนทบุรียังคงมีสภาพเป็นเรือกสวนไร่นาอยู่ ไม่มีการเปล่ียนแปลง
ดงั เช่นพื้นท่ีฝ่ังตะวนั ออก แมเ้ มอ่ื พ.ศ. ๒๔๕๘ เร่ิมมรี ถไฟเจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ (ม.ร.ว. เย็น อิศรเสนา) เร่มิ
เปดิ ด�ำเนินการรับส่งผู้โดยสารจากสถานีวัดบวรมงคลถึงบางกร่าง อ�ำเภอเมืองนนทบุรีได้และต่อมา พ.ศ. ๒๔๖๑
ไดเ้ ปดิ เสน้ ทางเดนิ รถไฟระหวา่ งสถานวี ดั บวรมงคลถงึ สถานบี างบวั ทอง แตไ่ มม่ ผี ลตอ่ การเปลยี่ นแปลงของชมุ ชน
และการพัฒนาการคมนาคม เนื่องจากกิจการรถไฟต้องเลิกไปเพราะเกิดน�้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. ๒๔๘๕ และ
เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ พน้ื ที่ทางฝั่งตะวนั ตกของจังหวดั นนทบรุ ยี ังคงมีสภาพเปน็ พืน้ ทีป่ ดิ อยูต่ ่อไป
นนทบรุ ีศรมี หานคร 151
ความคิดที่จะพัฒนาเส้นทางคมนาคมทางพ้ืนที่ทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดนนทบุรีจึงอยู่ในความคิดของ
ผู้บริหารบ้านเมืองของจังหวัดนนทบุรีตลอดมา โดยเฉพาะเม่ือมีการเดินรถไฟสายบางบัวทองของเจ้าพระยา
วรพงศพ์ พิ ฒั นเ์ ปน็ การจดุ ประกายความคดิ ในการเปดิ เสน้ ทางคมนาคมทางรถยนตใ์ นพน้ื ทฝี่ ง่ั ตะวนั ตกของจงั หวดั
นนทบุรีในเวลาตอ่ มาใหเ้ กิดเปน็ ความจริงขน้ึ
แผนการสร้างทางรถยนต์เข้าสพู่ ื้นทีฝ่ ่ังตะวนั ตกของจงั หวัดนนทบรุ ีเร่มิ เป็นรปู ธรรม
แผนการพัฒนาพ้ืนที่ฝั่งตะวันตกของจังหวัดนนทบุรีได้เร่ิมข้ึนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ ช่วงเวลาท่ี นายสอาด
ปายะนันทน์ ดำ� รงต�ำแหนง่ ผู้วา่ ราชการจงั หวดั นนทบรุ ี
วนั ท่ี ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ ทีป่ ระชมุ หัวหน้าส่วนราชการจงั หวดั นนทบรุ ี และนายอำ� เภอทุกอ�ำเภอใน
จงั หวดั นนทบรุ ี ไดม้ มี ตเิ ปน็ เอกฉนั ทว์ า่ งานพฒั นาจงั หวดั นนทบรุ ใี นปี พ.ศ. ๒๕๐๔ ใหก้ ารสรา้ งถนนจากสะพาน
พระราม ๖ ผา่ นอ�ำเภอบางกรวย อำ� เภอบางใหญ่ อำ� เภอบางบัวทอง ถึงอำ� เภอไทรน้อย เป็นงานทีส่ �ำคัญท่ีสดุ
ของจังหวัดนนทบุรี ท่ีประชุมได้เห็นความส�ำคัญของพ้ืนที่ทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดนนทบุรีซ่ึงไม่เพียงแต่เป็น
พ้ืนท่ีท่มี มี ากถึง ๒ ใน ๓ ของพื้นทีท่ ง้ั หมดของจงั หวดั นนทบุรเี ทา่ น้ัน แต่พ้ืนทีฝ่ ่ังตะวนั ตกของจังหวัดนนทบรุ ยี ัง
เปน็ พนื้ ทท่ี เี่ ปน็ แหลง่ ผลติ พชื ผลการเกษตรทเี่ ปน็ พชื เศรษฐกจิ ของประเทศ ไดแ้ ก่ ขา้ ว ผลไมแ้ ละผกั ตา่ ง ๆ เปน็ ตน้
จงึ ถือไดว้ ่าพนื้ ทท่ี างฝ่ังตะวนั ตกของจงั หวัดนนทบุรี เปน็ พ้นื ท่ีเศรษฐกจิ ทส่ี �ำคัญของจงั หวัดนนทบุรี
แตใ่ นขณะนนั้ การขนสง่ ผลติ ผลการเกษตรจากพน้ื ทฝ่ี ง่ั ตะวนั ตกของจงั หวดั นนทบรุ สี ตู่ ลาดภายนอกทำ� ได้
เพียงการขนส่งทางเรือเท่านั้น จ�ำเป็นต้องมีการพัฒนาการขนส่งทางรถยนต์ให้เข้าไปยังพื้นที่ทางฝั่งตะวันตกน้ี
พนื้ ทแ่ี หง่ นม้ี ศี กั ยภาพในการพฒั นาสงู แตย่ งั ขาดการพฒั นาดา้ นสาธารณปู โภค โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ การพฒั นาการ
คมนาคมทางบกทส่ี ามารถตดิ ตอ่ กบั ภายนอกไดส้ ะดวกกวา่ การใชเ้ รอื โครงการจดั สรา้ งถนนจากสะพานพระราม ๖
ไปอ�ำเภอบางกรวย อำ� เภอบางใหญ่ อำ� เภอบางบัวทอง ถึงอำ� เภอไทรนอ้ ย จงึ ได้รบั ความเหน็ ชอบจากท่ปี ระชุม
หัวหน้าสว่ นราชการจงั หวดั นนทบรุ ี เม่ือวันท่ี ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๓
หวั หน้าส่วนราชการจงั หวัดนนทบุรไี ดป้ ระชุมอกี ครั้งในวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๓ ท่ีประชุมมีมติ
เห็นชอบให้จังหวัดนนทบุรีจัดสรรงบประมาณที่ต้องใช้ในการสร้างถนนสายนี้เป็นเงิน จ�ำนวน ๔๓๘,๓๕๖ บาท
ทางจงั หวดั นนทบุรไี ดต้ ิดต่อกรมโยธาธิการ ขออนเุ คราะห์เงนิ ช่วยในการกอ่ สรา้ งอกี เป็นรายปี เพราะเงินจำ� นวน
๔๓๘,๓๕๖ บาท เป็นค่าใช้จ่ายเม่ือเริ่มโครงการในปีแรกเท่านั้น จังหวัดนนทบุรีได้อนุมัติงบประมาณส่วนของ
จงั หวดั เพอื่ ชว่ ยรว่ มสรา้ งอกี ปลี ะไมต่ ำ่� กวา่ ๑ ลา้ นบาท สภาจงั หวดั นนทบรุ อี นมุ ตั จิ ดั ซอื้ รถแทรกเตอร์ ๑ คนั ราคา
๔๙๐,๐๐๐ บาท และรถขุดคลองขนาดเลก็ ๑ คนั ราคา ๓๒๖,๐๐๐ บาท เพือ่ ใช้ในการสรา้ งถนนสายน้ี
แผนการสรา้ งถนนฟากตะวนั ตกของจงั หวดั นนทบรุ เี ชอื่ มตวั จงั หวดั นนทบรุ ที ที่ า่ น�้ำนนทบรุ ี
ถนนบางกรวย ไทรนอ้ ย สรา้ งขน้ึ เพอ่ื เปดิ พน้ื ทฝี่ ง่ั ตะวนั ตกของจงั หวดั นนทบรุ เี ขา้ สตู่ วั จงั หวดั นนทบรุ แี ละ
กรุงเทพมหานคร อกี ท้งั เป็นการเปิดเสน้ ทางเชอ่ื มอำ� เภอตา่ ง ๆ ทางฝงั่ ตะวนั ตกเข้ากับตัวจงั หวดั คอื เช่ือมอำ� เภอ
บางกรวย อ�ำเภอบางใหญ่ อ�ำเภอบางบัวทอง และอ�ำเภอไทรน้อย เข้ากับตัวจังหวัด ตามนโยบายพัฒนาการ
คมนาคมและเศรษฐกจิ ในบรเิ วณภาคตะวนั ตกของจงั หวดั นนทบรุ ี แตใ่ นชว่ งแรกยงั ไมม่ ที างเชอื่ มโดยตรงจากพน้ื ที่
ทางฟากตะวันตกของจังหวัดนนทบุรีสู่ตัวจังหวัดนนทบุรี จึงใช้ท่าเรือท่ีบางศรีเมือง ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด
นนทบุรีหลังเดิมเป็นท่าเรือข้ามฟาก และท่าเรือที่ท่าน้�ำนนท์ เป็นเส้นทางเดินทางสู่ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี
หลังเดิม จึงก�ำหนดเส้นทางเดินทางจากท่าน้�ำบางศรีเมือง ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเดิมสู่อ�ำเภอ
บางกรวย อำ� เภอบางใหญ่ อำ� เภอบางบวั ทอง และอ�ำเภอไทรน้อย ดงั นี้
152 นนทบรุ ีศรีมหานคร
จากทา่ นำ้� บางศรเี มอื งฝง่ั ตรงขา้ มศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ หี ลงั เดมิ ถงึ อำ� เภอบางกรวย ระยะทางประมาณ
๖ กโิ ลเมตร
จากทา่ นำ�้ บางศรเี มอื งฝง่ั ตรงขา้ มศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ หี ลงั เดมิ ถงึ อำ� เภอบางใหญ่ ระยะทางประมาณ
๘ กโิ ลเมตร
จากท่าน้�ำบางศรีเมืองฝั่งตรงข้ามศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเดิมถึงอ�ำเภอบางบัวทอง ระยะทาง
ประมาณ ๑๓ กโิ ลเมตร
จากทา่ นำ�้ บางศรเี มอื งฝง่ั ตรงขา้ มศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ หี ลงั เดมิ ถงึ อำ� เภอไทรนอ้ ย ระยะทางประมาณ
๒๘ กโิ ลเมตร
เส้นทางและแผนการสรา้ งถนนสายบางกรวย - ไทรนอ้ ย
แผนการสรา้ งถนนบางกรวย - ไทรนอ้ ย มวี ตั ถุประสงค์หลักคอื
๑. เปิดเส้นทางคมนาคมทางบกระหว่างตัวจังหวัดนนทบุรีกับอ�ำเภอบางกรวย อ�ำเภอบางใหญ่ อ�ำเภอ
บางบวั ทอง อ�ำเภอไทรน้อย และบางส่วนของอำ� เภอเมืองนนทบุรี จงั หวัดนนทบรุ ี
๒. เปดิ เสน้ ทางคมนาคมพน้ื ท่ีทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดนนทบุรี สกู่ รุงเทพฯ
เสน้ ทางรถไฟเจา้ พระยาวรพงศฯ์ เปน็ เสน้ ทางตามแผนการสรา้ งถนนบางกรวย - ไทรนอ้ ย
แผนการสรา้ งถนนบางกรวย - ไทรนอ้ ย ดงั กลา่ ว ได้อาศัยแนวเส้นทางรถไฟของเจ้าพระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์
(ม.ร.ว. เยน็ อศิ รเสนา) มาเปน็ เส้นทางของถนนเร่ิมจากอ�ำเภอบางกรวย อำ� เภอบางใหญ่ และอ�ำเภอบางบวั ทอง
แต่เส้นทางเพ่อื เชอ่ื มระหว่างศาลากลางจงั หวัดนนทบุรี และกรุงเทพฯ ได้ก�ำหนดขน้ึ ดังนี้
๑. ท�ำถนนจากอ�ำเภอบางกรวย ไปบรรจบถนนจรัญสนิทวงศ์ เพื่อใช้สะพานพระราม ๖ เดินทางต่อ
ไปศาลากลางจังหวัดนนทบรุ ี จังหวัดพระนคร และจงั หวัดธนบรุ ี (กอ่ นทีจ่ ะรวมเปน็ กรุงเทพมหานคร) ได้
๒. ทำ� ถนนจากอำ� เภอบางกรวย ไปตามเสน้ ทางรถไฟเจ้าพระยาวรพงศ์ ไปบรรจบกบั บางบำ� หรุ จงั หวัด
ธนบุรี (กอ่ นจะยบุ ไปรวมกับกรงุ เทพมหานคร)
๓. ทำ� ถนนจากทา่ นำ�้ บางศรเี มอื ง ซงึ่ อยฝู่ ง่ั ตรงขา้ มทา่ นำ้� นนทบรุ ี ทต่ี ง้ั ศาลากลางจงั หวดั หลงั เดมิ เพอื่ เปน็
ถนนเชื่อมกับถนนสายบางกรวย - ไทรน้อย ท่ีต�ำบลบางกร่าง อ�ำเภอเมืองนนทบุรี สามารถเดินทางไปอ�ำเภอ
บางกรวย อำ� เภอบางใหญ่ อ�ำเภอบางบวั ทอง และอ�ำเภอไทรน้อยได้ด้วยการเรมิ่ ต้นทีท่ า่ น�ำ้ บางศรเี มอื ง ซึง่ เปน็
แนวทางรถไฟเจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ มากอ่ น เพอื่ เดนิ ทางไปอำ� เภอบางกรวย อำ� เภอบางใหญ่ อำ� เภอบางบวั ทองได้
การเดนิ ทางตามเสน้ ทางที่ ๓ นต้ี อ้ งลงเรอื ขา้ มแมน่ ำ�้ เจา้ พระยาทที่ า่ นำ้� นนทบรุ ี ทศี่ าลากลางจงั หวดั นนทบรุ ี
ไปขน้ึ รถทท่ี า่ นำ้� บางศรเี มอื ง เพอ่ื เดนิ ทางตอ่ ไปอำ� เภอบางกรวย อำ� เภอบางใหญ่ และอำ� เภอบางบวั ทอง ดว้ ยรถยนต์
การสรา้ งถนนบางกรวย - ไทรนอ้ ย ทางจังหวัดนนทบรุ ี ได้รับความร่วมมือจากราษฎรเจา้ ของทีด่ ิน เพื่อ
ใช้ท�ำถนน เมื่อกำ� หนดแนวถนนได้แลว้ จึงไดเ้ รม่ิ ลงมือทำ� ถนน
นนทบรุ ีศรีมหานคร 153
แผนที่การตดั ถนนสายบางกรวย - ไทรน้อย พ.ศ. ๒๕๐๓ ใชเ้ ส้นทางทเี่ คยเปน็ ทางรถไฟสายบางบัวทอง
(รายงานจังหวัดนนทบุรี พ.ศ. ๒๕๐๔)
154 นนทบุรีศรีมหานคร
พ.ศ. ๒๕๐๓ เริ่มโครงการกอ่ สรา้ งถนนสายบางกรวย - ไทรน้อย
เป็นระยะทางประมาณ ๕ - ๖ กโิ ลเมตร โดยใช้แรงงานคนขุดดินตอนอ�ำเภอบางกรวย
และอำ� เภอเมืองนนทบรุ ี กบั ใช้รถแทรกเตอรแ์ ละรถขุดของสภาจงั หวัดตอนอำ� เภอบางบวั ทอง
(รายงานจงั หวดั นนทบรุ ี พ.ศ. ๒๕๐๖)
ตน้ ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ งานดินเสร็จบางตอน เชน่ ตอนบางกร่าง
(รายงานจงั หวดั นนทบุรี พ.ศ. ๒๕๐๖)
นนทบุรศี รีมหานคร 155
ความยุ่งยากในการสรา้ งถนนบางกรวย - ไทรนอ้ ย
การกอ่ สรา้ งถนนบางกรวย - ไทรน้อย มคี วามยากล�ำบากมาก เพราะไม่สามารถนำ� รถยนตบ์ รรทกุ ผา่ น
เข้ามาได้ อีกท้งั พื้นท่ีส่วนใหญเ่ ป็นทอ้ งรอ่ งของสวนผลไม้ และมีลำ� คลองมาก การน�ำเครือ่ งจกั รกลเขา้ มาท�ำงาน
ก่อสร้างถนนสายนี้ ไม่สามารถน�ำเข้ามาทางรถยนต์ได้ ต้องน�ำเคร่ืองจักรกลบรรทุกแพลากจูงมาตามล�ำคลอง
แรงงานคนจงึ เปน็ ความจำ� เปน็ และเปน็ แรงงานหลกั ในการกอ่ สรา้ งถนนสายนี้ หนิ ทราย และดนิ ลกู รงั ตอ้ งบรรทกุ
มาทางเรอื เท่าน้ัน บางชว่ งไดอ้ าศยั สามลอ้ จ�ำนวนมากเป็นพาหนะในการขนอุปกรณ์ เครอ่ื งจักรบางประเภททขี่ น
มาทางเรอื เม่อื บรรทุกเรือมาถึงใกลบ้ ริเวณทที่ ำ� ถนน ต้องใชก้ องคาราวานสามลอ้ ขนอปุ กรณ์ และเครอ่ื งจักรกล
ไปยงั จดุ ปฏบิ ตั งิ าน เชน่ บรเิ วณชว่ งคลองแมน่ ำ้� ออ้ มทบ่ี างเลน บางพลู ใกลว้ ดั สวนแกว้ อำ� เภอบางใหญ่ และอำ� เภอ
บางบวั ทอง ไดอ้ าศยั กองคาราวานสามลอ้ ตลาดบางบวั ทอง มาร่วมปฏิบตั งิ านอยู่ดวั ยเป็นเวลานานวัน และดว้ ย
สามล้อจ�ำนวนมาก
เรอื ล�ำเลยี งวัสดกุ อ่ สรา้ งมาทาง
คลองแม่น้�ำอ้อม
เพอ่ื สรา้ งถนนบางกรวย - ไทรนอ้ ย
พ.ศ. ๒๕๐๕
ปรับผิวดินด้วยรถแทรกเตอร์ลาก
ลูกกล้ิงตีนแกะเพ่ือให้แน่นแล้ว
ระดมหนิ ลกู รงั สง่ ขน้ึ พรอ้ มกนั ๓ จดุ
คอื ท่อี ำ� เภอเมอื งนนทบุรี อ�ำเภอ
บางกรวย และอ�ำเภอบางบัวทอง
ทคี่ ลองแมน่ ำ�้ ออ้ ม ผลกค็ อื งานลง
หินบดทับได้แล้วเสร็จ ๓ อ�ำเภอ
ในปี พ.ศ. ๒๕๐๕
(รายงานจงั หวัดนนทบรุ ี พ.ศ. ๒๕๐๖)
156 นนทบุรีศรีมหานคร
พ.ศ. ๒๕๐๕ เปิดเดินรถยนต์ถนนบางกรวย - ไทรนอ้ ย
การทำ� ถนนสายบางกรวย - ไทรนอ้ ย ดำ� เนนิ การอยา่ งกา้ วหนา้ พ.ศ. ๒๕๐๕ ไดม้ กี ารลงลกู รงั และเปดิ ใหใ้ ช้
ถนนสำ� หรบั การเดนิ รถได้ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ เรมิ่ เปดิ ใหร้ ถยนตใ์ ชถ้ นนสายบางกรวย - ไทรนอ้ ย ได้ ๓ เสน้ ทาง คอื
๑. ทา่ น้ำ� นนทบรุ ี (ทา่ บางศรีเมอื ง) - บางกรวย
๒. ท่าน�ำ้ นนทบุรี (ทา่ บางศรเี มือง) - บางใหญ่
๓. ทา่ น้�ำนนทบรุ ี (ท่าบางศรีเมือง) - บางบัวทอง
การเดินทางจากอ�ำเภอบางกรวย อ�ำเภอบางใหญ่ และอ�ำเภอบางบัวทองไปศาลากลางจังหวัดนนทบุรี
สามารถทำ� ได้ ดว้ ยการเดนิ ทางโดยรถยนตถ์ งึ ทา่ นำ้� บางศรเี มอื งแลว้ ตอ้ งลงเรอื ขา้ มแมน่ ำ�้ เจา้ พระยาไปทา่ นำ�้ นนทบรุ ี
และเดนิ ทางไปศาลากลางจงั หวดั นนทบุรี และกรงุ เทพมหานคร
ในช่วงเวลานั้นยังไม่มีถนนรถยนตเ์ ชอ่ื มกบั กรงุ เทพฯ และศาลากลางจงั หวัดนนทบรุ ีได้
บุคคลผมู้ ีส่วนสำ� คัญในการสร้างถนนบางกรวย - ไทรน้อย
นายประดิษฐ์ โลหะเนตร
ชา่ งโท
เทศบาลเมืองนนทบรุ ี
นายบรรจง ปียะมาน
ปลดั เทศบาลเอก
เทศบาลเมืองนนทบุรี
นายววิ ัฒน์ อ่มิ ใจจติ ร
ช่างจัตวา
ประจำ� จงั หวัดนนทบุรี
วา่ ท่ี ร.ต. วศิ าล เฉลมิ กิจ
ช่างตรี
ประจ�ำจงั หวดั นนทบุรี
งานสร้างถนนสายน้ีส�ำเร็จได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันระหว่างทางราชการและประชาชนชาว
นนทบุรี โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ทงั้ เจ้าหนา้ ที่ฝา่ ยปกครอง และฝ่ายวชิ าการตามภาพขา้ งบนน้ี ตอ้ งท�ำงานแข่งกับ
เวลาด้วยความลำ� บากตรากตร�ำ และเหนด็ เหน่ือยเป็นพเิ ศษ เพื่อการพฒั นาบ้านเมืองอันเป็นทร่ี ักของเรา
(รายงานจงั หวัดนนทบรุ ี พ.ศ. ๒๕๐๖)
นนทบรุ ศี รีมหานคร 157
ถนนบางกรวย - ไทรน้อยเช่อื มกรงุ เทพมหานคร ที่เชิงสะพานพระราม ๖
จงั หวดั นนทบรุ ไี ดก้ ำ� หนดแนวถนนเพอื่ ใหเ้ ปน็ เสน้ ทางเชอื่ มจงั หวดั นนทบรุ กี บั จงั หวดั พระนคร และจงั หวดั
ธนบุรี (ก่อนที่จะรวมเป็นกรุงเทพมหานคร) ได้มีชาวบ้านเสียสละเพื่อร่วมกันให้เกิดถนนเป็นสาธารณประโยชน์
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้อนุญาตให้จังหวัดนนทบุรีใช้พ้ืนที่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง
ประเทศไทย เป็นทางให้รถยนต์ผ่านเข้าออกได้ จังหวัดนนทบุรีจึงท�ำถนนจากอ�ำเภอบางกรวยมาเชื่อมกับถนน
จรญั สนทิ วงศท์ เี่ ชงิ สะพานพระราม ๖ และสามารถเดินทางไปศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ ี และกรุงเทพฯ ได้
ถนนบางกรวย - ไทรน้อย เสน้ ทางบรรจบกับโลกภายนอก
พ.ศ. ๒๕๑๐ การสรา้ งถนนเช่ือมกบั จงั หวัดธนบรุ ที ง้ั ๒ สายสำ� เรจ็ รถยนตส์ ามารถเดนิ ทางจากตวั จังหวัด
นนทบุรีไปอ�ำเภอบางกรวย อ�ำเภอบางใหญ่ และอ�ำเภอบางบัวทอง ผู้คนของอ�ำเภอบางกรวย อ�ำเภอบางใหญ่
และอำ� เภอบางบวั ทอง สามารถเดนิ ทางจากภมู ลิ ำ� เนาของตนดว้ ยรถยนตไ์ ปตวั จงั หวดั นนทบรุ ี และจงั หวดั พระนคร
จังหวัดธนบรุ ี นับว่าเปน็ ขา่ วดแี ละข่าวใหญข่ องคนจงั หวดั นนทบรุ ใี นขณะน้ัน
พธิ ีเปดิ ถนนสายบางกรวย - ไทรนอ้ ย
วนั ที่ ๘ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๑๑ จงั หวดั นนทบรุ ี ไดป้ ระกอบพธิ เี ปดิ ถนนสายบางกรวย - ไทรนอ้ ย ถนนสายแรก
ของฝ่ังตะวันตกของจงั หวัดนนทบุรี ฯพณฯ ทวี แรงขำ� รัฐมนตรชี ว่ ยว่าการกระทรวงมหาดไทยเปน็ ประธานในพิธี
“ถนนนนทบุรที ะลุถึงพระนครแล้ว !”
ข้อความข้างต้นนี้เป็นข่าวใหญ่ของคนเมืองนนทบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนนนทบุรีที่อยู่ฝั่งตะวันตกของ
จังหวัด ท่ีมีถนนบางกรวย - ไทรน้อย เกิดขึ้นในพ้ืนท่ีฝั่งตะวันตกของจังหวัดนนทบุรี เหตุการณ์เช่นนี้ได้สร้าง
ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของจังหวัดนนทบุรีในการพัฒนาพ้ืนท่ีทางตะวันตกของจังหวัดนนทบุรี เช่นเดียวกับพระ
ราชาภมิ ณฑ์ (เพง็ ) ผมู้ าขดุ คลองพระราชาภมิ ณฑ์ (คลองพระราชาพมิ ล) และบกุ เบกิ การทำ� นาในอำ� เภอบางบวั ทอง
และอ�ำเภอไทรนอ้ ย และเช่นเดียวกับเจ้าพระยาวรพงศ์พิพฒั น์ (ม.ร.ว. เย็น อิศรเสนา) ผูบ้ ุกเบิกกจิ การการรถไฟ
สายบางบวั ทอง และยา่ นการคา้ ทเี่ ปน็ แหลง่ เศรษฐกจิ ใหญข่ องจงั หวดั นนทบรุ ี ผลงานของเจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์
ในการสรา้ งทางรถไฟสายบางบวั ทองไดเ้ ป็นเสน้ ทางการสร้างถนนสายบางกรวย – ไทรนอ้ ย
ทางรถไฟสายบางบวั ทองของเจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ กลบั ฟืน้ คนื มาอกี ครั้ง แตก่ ารกลบั ฟ้ืนข้ึนมาครั้งน้ี
มแี ตเ่ สยี งรถยนต์ รถมอเตอรไ์ ซคท์ สี่ ง่ เสยี งระงมและรบี เรง่ ไมม่ เี สยี งรถไฟและหวดู รถไฟทเ่ี คยสง่ เสยี งมาในกาลกอ่ น
และไมม่ ีเสียงทกั ทายและเรยี กรับผคู้ นสองข้างทางรถไฟดว้ ยไมตรี ดงั เชน่ ที่เคยมมี าพรอ้ มกับรถไฟในอดตี
ถนนบางกรวย - ไทรนอ้ ย ถึงอำ� เภอไทรนอ้ ย
ช่วงสุดท้ายของถนนสายบางกรวย - ไทรน้อย ระหว่างอ�ำเภอบางบัวทอง ถึงอ�ำเภอไทรน้อย แล้วเสร็จ
เปิดให้รถยนตเ์ ดนิ ไดเ้ ม่ือ พ.ศ. ๒๕๑๙ ขณะนน้ั นายวจิ ติ ร แจ่มใส ดำ� รงตำ� แหน่ง ผ้วู า่ ราชการจังหวัดนนทบรุ ี
และนายสเุ ทพ ถึงฝง่ั เป็นนายอ�ำเภอไทรน้อย
158 นนทบุรีศรมี หานคร
จังหวดั นนทบุรีไดม้ อบถนนสายบางกรวย - ไทรน้อย ใหเ้ ปน็ ของขวัญปใี หมส่ �ำหรับชาวนนทบุรี รวมทั้ง
เปน็ ของขวญั แกช่ าวจงั หวดั อนื่ ๆ ทจี่ ะไปมภี มู ลิ ำ� เนาอยใู่ นจงั หวดั นนทบรุ ี เปน็ ความปรารถนาดขี องคณะผบู้ รหิ าร
จงั หวัดนนทบุรี และประชาชนที่บรจิ าคท่ดี ินเพ่อื สรา้ งถนน ทม่ี วี ิสัยทศั น์ และเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ซึง่
ประกอบด้วย นายสอาด ปายะนนั ทน์ ผู้วา่ ราชการจังหวัดนนทบรุ ี นายแสวง ศรีมาเสรมิ ผวู้ ่าราชการจงั หวัด
นนทบุรี นายสมบูรณ์ นนท์ชะศิริ นายอ�ำเภอบางกรวย นายอินทรีย์ เพชรสันทัด นายอ�ำเภอบางใหญ่
นายวทิ ยา เกสรเสาวภาค นายอำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี นายประสาร วสวุ ฒั น์ นายอำ� เภอบางบวั ทอง นายสุเทพ ถงึ ฝ่งั
นายอ�ำเภอไทรน้อย รวมทั้งราษฎร จ�ำนวน ๓๘๑ ราย ท่ีมอบที่ดินให้แก่ทางราชการเพื่อท�ำถนนสาย
บางกรวย - ไทรน้อย เป็นจ�ำนวนมลู ค่าประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ
ถนนเสน้ ทางคมนาคมสายหลักของจังหวัดนนทบุรี
พฒั นาการของเสน้ ทางคมนาคมทางบกของจงั หวดั นนทบรุ ที เ่ี รม่ิ จากรถไฟสายบางบวั ทองของเจา้ พระยา
วรพงศ์พพิ ฒั น์ เปน็ ปฐมบททีเ่ ปดิ พ้นื ทจ่ี ังหวัดนนทบุรที างตะวันตกเชือ่ มต่อโลกภายนอกได้ทางบก ต่อมาจงั หวัด
นนทบุรีไดม้ ีการสร้างถนนเป็นเส้นทางคมนาคมทางรถยนต์อกี หลายสาย จอมพล ป.พบิ ลู สงคราม อนุมตั ใิ ห้สร้าง
ถนนพิบูลสงคราม เรียบแม่น้�ำเจ้าพระยาเชื่อมจังหวัดนนทบุรีกับกรุงเทพมหานคร จากนั้นมีการสร้างถนน
ประชาราษฎร์ ถนนติวานนท์ ถนนงามวงศ์วาน ถนนแจ้งวัฒนะ เช่ือมจังหวัดนนทบุรีฝั่งตะวันออก กับ
กรงุ เทพมหานคร
ถนนติวานนท์ทางหลวงแผน่ ดินสายแรกในจงั หวดั นนทบรุ ี
ถนนตวิ านนท์ เปน็ ทางหลวงแผน่ ดนิ สายแรกทส่ี รา้ งขน้ึ เพอ่ื เปน็ เสน้ ทางคมนาคม ทำ� ใหพ้ นื้ ทท่ี างฝง่ั ตะวนั
ออกตอนเหนอื ของจงั หวดั นนทบรุ ใี นเขตอ�ำเภอเมอื งนนทบรุ ี และอ�ำเภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี ตลอดถงึ พน้ื ท่ี
ฝง่ั ตะวนั ออกของแมน่ ำ้� เจา้ พระยาในเขตพนื้ ทอ่ี ำ� เภอเมอื งปทมุ ธานี จงั หวดั ปทมุ ธานี สามารถเชอื่ มตอ่ กบั ทางหลวง
แผน่ ดนิ ไปสกู่ รงุ เทพฯ ไดเ้ ปน็ ทางหลวงแผน่ ดนิ สาย นนทบรุ ี - ปากเกรด็ - ปทมุ ธานี แยกจากทางหลวงสาย นนทบรุ ี
- กรงุ เทพฯ ตรง กม.ท่ี ๕.๒๐๐ ในตำ� บลสวนใหญ่ใกลโ้ รงเรียนวัดลานนาบุญ ตำ� บลสวนใหญ่ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี
จงั หวดั นนทบุรี ไปสุดทร่ี มิ แมน่ ำ�้ เจา้ พระยาฝัง่ ตะวนั ออกทีต่ ำ� บลบา้ นกลาง อำ� เภอเมืองปทมุ ธานี จังหวัดปทุมธานี
รวมระยะทาง ๒๓.๕ กิโลเมตร ขนานนามใหเ้ ป็นเกียรตแิ กข่ ุนชิดชาญตรวจ (เช่ียวชาญ ช.ติวานนท)์ อดตี นายช่าง
ก�ำกบั การเขตการทางกรุงเทพฯ
ในปัจจุบันน้ี เมื่อสะพานพระนง่ั เกลา้ สะพานพระราม ๔ สะพานพระราม ๕ สะพานมหาเจษฎาบดินทรา
นสุ รณ์ สะพานนนทบรุ ี ไดเ้ กดิ ขนึ้ ในจงั หวดั นนทบรุ ี ทำ� ใหเ้ กดิ ถนนสายหลกั หลายสาย ในจงั หวดั นนทบรุ ี เชน่ ถนน
รัตนาธเิ บศร์ ถนนนครอินทร์ ถนนราชพฤกษ์ ถนนชัยพฤกษ์ เป็นตน้
นนทบุรีศรมี หานคร 159
รถยนต์โดยสารสายแรก
ของจังหวดั นนทบรุ ี
เมื่อมีการตัดถนนประชาราษฎร์ หรือถนนกรุงเทพฯ - นนทบุรี และถนนพิบูลสงครามซ่ึงเป็นเส้นทาง
คมนาคม เช่ือมกรงุ เทพฯ และจังหวัดนนทบรุ ี เริม่ มรี ถยนตว์ ่ิงระหว่างกรงุ เทพฯ - นนทบุรี และมีรถยนต์โดยสาร
ทเ่ี รยี กวา่ รถเมล์ รบั ส่งผู้โดยสารระหว่างนนทบุรี - สนามหลวง เทศบาลเมืองนนทบรุ เี ปน็ ผู้ด�ำเนนิ การ เมอื่ วนั ท่ี
๒๔ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นรถยนต์ประจำ� ทางสาย ๓๒
ต่อมามีการตัดถนนติวานนท์จากจังหวัดนนทบุรี ไปถึงอ�ำเภอปากเกร็ด และต่อไปถึงจังหวัดปทุมธานี
รถเมลเ์ ทศบาลเมืองนนทบุรจี งึ ขยายเส้นทางเดินรถจากปากเกรด็ - นนทบุรี - สนามหลวง
เทศบาลเมืองนนทบุรี ปรับปรุงการ
เดนิ รถใหม่ โดยขอซอื้ รถเฟย๊ี ต ๑๐ คนั
ในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นเงินประมาณ
๒,๒๐๐,๐๐๐ บาท และไดร้ บั อนมุ ตั ใิ ห้
ซือ้ อีก ๒๐ คนั ในปี ๒๕๐๖ เปน็ เงนิ
ประมาณ ๔,๔๐๐,๐๐๐ บาท
(รายงานจังหวัดนนทบุรี พ.ศ. ๒๕๐๖)
บริเวณที่จอดรถสาธารณะของ
สภาจังหวัด ปลายถนนสาย
บางกรวย - ไทรนอ้ ย ไดช้ ว่ ยใหเ้ กดิ
ความสะดวกแก่ผู้โดยสารมาก
บริเวณเดียวกันนี้เป็นท่าน�้ำ
บางศรีเมืองในปัจจบุ นั
(รายงานจังหวัดนนทบุรี พ.ศ.
๒๕๐๖)
160 นนทบุรศี รมี หานคร
บริษัทบางบัวทองขนส่ง หรือรถเมล์ บ.บ.ท. ได้เปิดเส้นทางเดินรถยนต์โดยสารระหว่าง ปทุมธานี -
ปากเกรด็ - นนทบรุ ี - สนามหลวง ตอ่ มาบรษิ ทั นายเลศิ ไดร้ บั โอนกจิ การของรถเมลบ์ รษิ ทั บางบวั ทอง เปน็ รถเมลข์ าว
ของบรษิ ทั นายเลิศ
บรษิ ัทขนสง่ จำ� กัด ได้เปดิ บริการเดินรถสายปากเกรด็ - ทา่ ชา้ ง โดยใชเ้ สน้ ทางถนนติวานนท์ แล้วต่อไป
ทางถนนกรุงเทพฯ - นนทบุรี ไปสามแยกเตาปูน - บางโพ – บางลำ� ภู - ทา่ ช้างวงั หลวง
ชาวนนทบุรี ปทุมธานี สามารถเดนิ ทางไปกรุงเทพฯ ไดส้ ะดวกขน้ึ
เริ่มมีรถยนตป์ ระจำ� ทางถนนสายบางกรวย - ไทรนอ้ ย
พ.ศ. ๒๕๐๕ ถนนสายบางกรวย - ไทรนอ้ ย ไดล้ งหนิ ลกู รงั และเปดิ ใหร้ ถยนตใ์ ชถ้ นนจากทา่ นำ�้ บางศรเี มอื ง
ไปอ�ำเภอบางกรวย อ�ำเภอบางใหญ่ และอำ� เภอบางบัวทองได้
ใน พ.ศ. ๒๕๐๕ นเ้ี ปน็ ชว่ งเวลาทมี่ กี ารเดนิ รถยนตโ์ ดยสารประจำ� ทางถนนบางกรวย – ไทรนอ้ ย นายชานนิ
เฟื่องภักดี เป็นผู้เร่ิมกิจการเดินรถยนต์โดยสารโดยรวมกลุ่มเอกชนเจ้าของรถยนต์โดยสารท�ำการเดินรถยนต์
โดยสาร ๓ เส้นทาง คือ
๑. ท่านำ้� นนทบรุ ี (ท่าบางศรีเมอื ง) - บางกรวย
๒. ท่าน�้ำนนทบุรี (ทา่ บางศรเี มือง) - บางใหญ่
๓. ทา่ น้ำ� นนทบุรี (ท่าบางศรเี มือง) - บางบัวทอง
ผคู้ นให้ความสนใจใช้บริการรถยนตโ์ ดยสารทงั้ ๓ เสน้ ทางนี้อย่างมาก
ในช่วงแรกสามารถรวมรถยนต์โดยสารได้ ๔๓ คัน รถยนต์โดยสารส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ยี่ห้อ โตโยเอส
และรถโดยสารสาธารณะรุ่นแรกของจังหวัดนนทบุรี ฝั่งตะวันตก โตโยเปท ของบริษัท โตโยมอเตอร์ จ�ำกัด
นายชานิน เฟื่องภักดี เล่าว่า รถยนต์โดยสารทั้งสองรุ่นนี้มีความทนทานมาก ในบางปีที่มีอุทกภัยน�้ำท่วมถนน
บางกรวย – ไทรน้อย มรี ะดับสงู มาก รถต้องว่ิงลยุ นำ้� เกอื บครึ่งคัน ทัง้ ติดหล่มและลุยโคลน แต่รถยงั คงใช้การได้
จนบริษทั โตโยมอเตอร์ ได้สง่ ผูบ้ ริหารของบริษทั จากญปี่ ุ่นมาดคู วามทนทานของรถยนต์รนุ่ นี้
เมือ่ การทำ� ถนนจากอำ� เภอบางกรวยไปบรรจบกับถนนจรัญสนิทวงศ์ส�ำเร็จเรยี บร้อย จึงมีรถยนตโ์ ดยสาร
ประจำ� ทางระหว่างอำ� เภอบางกรวย - สะพานพระราม ๖
นายชานนิ เฟอื่ งภกั ดี ผู้รเิ ร่มิ นำ� รถยนต์
โดยสารสาธารณะมาใหบ้ รกิ ารใน
จงั หวัดนนทบุรีฝั่งตะวนั ตก
นนทบรุ ีศรมี หานคร 161
รถยนต์โดยสารรุ่นแรกที่นายชานนิ เฟื่องภักดี นำ� มาให้บรกิ ารประชาชน
ในจังหวดั นนทบรุ ี ฝัง่ ตะวนั ตก
พ.ศ. ๒๕๑๙ ถนนสายบางกรวย - ไทรนอ้ ย สามารถใชเ้ ดนิ รถจากอำ� เภอบางบวั ทอง ถงึ อำ� เภอไทรนอ้ ยได้
การเดนิ ทางด้วยรถยนตส์ ามารถเดินทางตามเส้นทางของถนนบางกรวย - ไทรน้อย ไดต้ ลอดสาย รถยนต์โดยสาร
ประจ�ำทางจึงขยายไปถึงอ�ำเภอไทรน้อยได้ และขยายเส้นทางเดินรถไปถึงอ�ำเภอลาดบัวหลวง จังหวัด
พระนครศรอี ยุธยาในเวลาตอ่ มา
๑
162 นนทบรุ ศี รมี หานคร
๒
๓
๑ ๓ แผนที่เส้นทางการเดนิ รถประจำ� ทางในพื้นทฝี่ ่งั ตะวนั ตกของจงั หวัดนนทบุรี
ที่นายชานิน เฟอ่ื งภักดี วาดขน้ึ เอง (พ.ศ. ๒๕๐๕)
พฒั นาการพน้ื ทที่ างตะวนั ตกของจงั หวดั นนทบรุ ี
พน้ื ทที่ างตะวนั ตกของจงั หวดั นนทบรุ ี ซงึ่ ประกอบดว้ ย อำ� เภอบางกรวย อำ� เภอบางใหญ่ อำ� เภอบางบวั ทอง
อ�ำเภอไทรน้อย บางส่วนของอ�ำเภอเมืองนนทบุรี และบางส่วนของอ�ำเภอปากเกร็ด พื้นที่บริเวณน้ีมีการพัฒนา
อยา่ งมากและมพี ฒั นาการตอ่ เนอ่ื งกนั มาจนถงึ ปจั จบุ นั เรม่ิ ตน้ แตม่ กี ารขดุ คลองของพระราชาภมิ ณฑ์ (เพง็ ) ทเ่ี ปน็
ผลให้เกดิ พนื้ ท่ีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เกิดนาข้าว และชมุ ชนต่าง ๆ เกิดอ�ำเภอบางบัวทอง อ�ำเภอบางใหญ่ อำ� เภอ
ไทรน้อย จากน้ันเกิดกจิ การรถไฟของเจ้าพระยาวรพงศพ์ พิ ัฒน์ และเรือยนต์โดยสารในพน้ื ท่ตี ะวันตกของจังหวัด
นนทบุรี ตามมาด้วยถนนบางกรวย - ไทรนอ้ ย ทางรถยนต์สายแรกท่เี ป็นมรรคานำ� พาพืน้ ทีต่ ะวันตกของจงั หวัด
นนทบรุ เี ช่ือมตอ่ กับโลกภายนอกได้
นนทบรุ ีศรมี หานคร 163
บดั นี้ พฒั นาการทางดา้ นสาธารณปู โภค โดยเฉพาะเสน้ ทางคมนาคม ไมว่ า่ จะเปน็ ถนน สะพานขา้ มแมน่ ำ�้
เจา้ พระยาท่ไี ดส้ รา้ งข้ึนอีกหลายแหง่ ทำ� ใหพ้ น้ื ท่กี วา้ งใหญ่ ๒ ใน ๓ ที่อยูใ่ นจังหวดั นนทบุรี ไดก้ ลายเป็นแหลง่ รวม
ถนนสายส�ำคัญของจังหวัดนนทบุรี และของประเทศ เช่น ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนนครอินทร์ ถนนชัยพฤกษ์
ถนนราชพฤกษ์ ถนนกาญจนาภเิ ษก (ถนนตลง่ิ ชนั - สพุ รรณบรุ )ี ถนนสาย ๓๔๕ ทางรถไฟฟา้ สายสมี ว่ งบางบวั ทอง
สามแยกเตาปูน ได้ช่วยพัฒนาพ้ืนที่ทางตะวันตกของจังหวัดนนทบุรีมากยิ่งข้ึนขณะนี้ก�ำลังด�ำเนินการก่อสร้าง
มอเตอร์เวย์ ท่ีอ�ำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ไปจังหวัดกาญจนบุรี เช่ือมต่อเส้นทางไปถึงทวายในประเทศ
สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ทอี่ ำ� เภอบางใหญ่เปน็ ชมุ ทางใหญท่ ่ีมีรถยนต์โดยสารทีร่ ับสง่
ผโู้ ดยสารระหวา่ งภายในจงั หวดั นนทบรุ ี นนทบรุ ี - กรงุ เทพฯ และตา่ งจงั หวดั รวมทงั้ เปน็ ทต่ี ง้ั สถานรี ถไฟฟา้ ขนาด
ใหญ่ มที ีจ่ อดรถไดจ้ �ำนวนมาก
การสร้างสะพานพระน่ังเกล้า และถนนสายหลัก ได้แก่ ถนนรัตนาธิเบศร์ และถนนกาญจนาภิเษก
(ถนนตลงิ่ ชนั - สพุ รรณบรุ ี ในปจั จบุ นั ) เปน็ เมอื งปรมิ ณฑลของกรงุ เทพฯ ไดข้ ยายมาในพนื้ ทขี่ องอำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี
อ�ำเภอบางกรวย อ�ำเภอบางใหญ่ อ�ำเภอบางบวั ทอง อยา่ งรวดเร็ว
ถนนราชพฤกษท์ ี่เรม่ิ จากอ�ำเภอปากเกรด็ ผา่ นอ�ำเภอเมืองนนทบุรี และอ�ำเภอบางกรวย จงั หวดั นนทบรุ ี
และถนนนครอนิ ทร์ ทผ่ี ่านอ�ำเภอเมืองนนทบรุ ี และอำ� เภอบางกรวย จงั หวดั นนทบุรี ได้เปล่ียนแปลงสภาพของ
ชุมชนชาวสวน และชุมชนชาวนา เป็นบ้านเป็นเมืองท่ีมีย่านธุรกิจการค้า และหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่เกิดขึ้น
อยา่ งรวดเร็ว และกระจายไปตลอดราวกบั ดอกเห็ด
ถนนในพืน้ ทีฝ่ ง่ั ตะวันตกของจังหวัดนนทบุรี ทเี่ ชอ่ื มเขา้ สู่ถนนราชพฤกษ์
164 นนทบุรีศรมี หานคร ถนนในพ้ืนที่ฝั่งตะวันตกของ
จังหวัดนนทบุรี ในพื้นท่ีต�ำบล
ถนนในพ้นื ทฝ่ี งั่ ตะวนั ตกของ บางศรเี มอื ง อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี
จงั หวัดนนทบรุ ี ทีเ่ ชื่อมเขา้ สู่
ถนนราชพฤกษ์
ถนนรัตนาธิเบศร์ มีสถานีรถไฟฟ้า
เชื่อมการคมนาคมฝัง่ ตะวนั ตกของ
จังหวดั นนทบุรกี ับกรุงเทพมหานคร
นนทบุรศี รมี หานคร 165
สะพานขา้ มแมน่ ำ้� เจา้ พระยาทนี่ ำ� พาการเปลยี่ นแปลงพนื้ ทต่ี ะวนั ตก
เมอ่ื มกี ารสรา้ งสะพานพระนงั่ เกลา้ พน้ื ทต่ี ะวนั ตกของจงั หวดั นนทบรุ ตี ามถนนรตั นาธเิ บศรไ์ ดเ้ ปลย่ี นสภาพ
บ้านนา บ้านสวน เปน็ ยา่ นธุรกิจและหม่บู า้ นจัดสรร เช่นเดียวกัน ตอ่ มาทมี่ ีการสร้างสะพานพระราม ๔ สะพาน
พระราม ๕ และสะพานมหาเจษฎาบดนิ ทรานสุ รณ์ พน้ื ทฝี่ ง่ั ตะวนั ตกของจงั หวดั นนทบรุ ที เ่ี คยมแี ปลงนาขา้ วเขยี ว
ขจี และรม่ รนื่ ดว้ ยไมผ้ ลในสวนทเุ รยี น กระทอ้ น มงั คดุ กลบั กลายเปน็ บา้ นเรอื นผดุ ขนึ้ เบยี ดเสยี ดหนาแนน่ ทา่ มกลาง
รถราวง่ิ ไปมาขวักไขวส่ ่งเสียงไมข่ าดหายทัง้ วันทัง้ คืน
สะพานพระราม ๔ เชอ่ื มฝ่งั ตะวนั ออกและตะวันตก ในพ้ืนทอ่ี �ำเภอปากเกร็ด ของจังหวัดนนทบุรี
เปน็ พ้นื ที่ฝ่ังตะวนั ตกจากทุ่งนา สวนผลไมเ้ ป็นที่อยูอ่ าศยั และแหลง่ การค้าขนาดใหญ่
สะพานมหาเจษฎาบดินทรานสุ รณ์ เชอ่ื มฝงั่ ตะวนั ออกและตะวันตก ในพนื้ ที่อำ� เภอเมอื งนนทบุรี
ของจังหวดั นนทบุรี เปน็ พ้นื ที่ทั้งสองฝั่งจากบ้านสวน บ้านนา รองรับการเติบโตของชุมชนอย่างรวดเร็ว
๗
มี น๖นทอบำ�รุ เภี อ
อำ� เภอเมืองนนทบุรี
ประวัติความเป็นมา
อำ� เภอเมืองนนทบรุ เี ดิมเรียกวา่ แขวงตลาดขวญั อ�ำเภอเมืองนนทบรุ ี
และอ�ำเภอตลาดขวัญ ตามล�ำดับ ก่อนที่จะมีช่ือเช่นใน
ปัจจบุ ันน้ีว่า อ�ำเภอเมืองนนทบรุ ี
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อย่หู ัว โปรดเกลา้ ฯ ใหม้ ีการปฏิรปู การบรหิ ารบ้านเมืองของไทยด้วย
การกระจายอ�ำนาจการปกครองให้มีมณฑล เมือง แขวง ตำ� บล และหมู่บา้ น ส�ำหรับแขวงต่อมาไดเ้ รียกวา่ อ�ำเภอ
มีกรมการอ�ำเภอเป็นผู้บริหารสูงสุด ต่อมาเรียกว่า นายอ�ำเภอ โปรดเกล้าฯ ให้ใช้รูปแบบการบริหารบ้านเมือง
แนวใหม่นี้ ต้ังแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๕ และทรงให้ทดลองใช้ในการปกครองในระยะแรก จากนั้น
โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องท่ี ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) การบริหารราชการ
ส่วนภูมิภาคจึงเริ่มจากหมู่บ้านเป็นหน่วยปกครองท่ีเล็กที่สุด หลายหมู่บ้านรวมกันเป็นอ�ำเภอ หลายอ�ำเภอ
รวมกนั เป็นเมอื ง หลายเมืองรวมกนั เป็นมณฑล
บา้ นตลาดขวญั เปน็ ทต่ี งั้ ของแขวงตลาดขวญั และอำ� เภอตลาดขวญั
เมืองนนทบุรีตั้งอยู่ท่ีบ้านตลาดขวัญ ดังนั้นเม่ือมีการยกฐานะของชุมชน หมู่บ้านขึ้นเป็นแขวง (ปัจจุบัน
เรียกว่า อ�ำเภอ) บ้านตลาดขวัญจึงได้รับยกฐานะข้ึนเป็นแขวง เรียกว่า แขวงตลาดขวัญ ต่อมาเมื่อมี
พระราชบัญญัติลักษณะปกครองทอ้ งท่ี ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) จึงมกี ารใช้ชือ่ ว่า อำ� เภอตลาดขวญั
สถานที่ตั้งและอาณาเขตของอ�ำเภอตลาดขวญั เมอ่ื แรกตั้ง
เมอ่ื มกี ารตงั้ ทวี่ า่ การอำ� เภอตลาดขวญั ตามพระราชบญั ญตั ลิ กั ษณะปกครองทอ้ งที่ ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐)
พนื้ ทอี่ าณาเขตและสถานทต่ี งั้ อำ� เภอตลาดขวญั ปรากฏตามรายงานของพระอนิ ทรเทพบดี ศรสี มหุ ขา้ หลวงรกั ษา
ราชการเมืองนนทบุรี ที่รายงานเรื่องราชการเมืองนนทบุรี กราบทูลพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงนเรศวรฤทธิ์
เสนาบดีกระทรวงนครบาล ได้กล่าวถึงท่ีตั้งและอาณาเขตของอ�ำเภอตลาดขวัญ และช่ือของผู้ด�ำรงต�ำแหน่งเป็น
กรมการอ�ำเภอ (นายอำ� เภอ) อ�ำเภอตลาดขวัญ ดงั น้ี
“อำ� เภอตลาดขวญั เรยี กวา่ อ�ำเภอเมอื ง จีนฮวดเป็นกรมการอ�ำเภอ ต้ังอยทู่ ่ตี ำ� บลบางสร้อยทอง มี
กำ� นัน ๑๘ ผ้ใู หญ่บา้ น ๑๘๒ ราษฎรไทย จนี รามัญ ลาว เขมร แขก มอญ ชาย ๕,๒๙๗ หญงิ ๖,๐๙๘ รวม
๑๑,๓๙๕ คน ทศิ ตะวนั ออกแลทศิ ใตจ้ ดแขวงกรงุ เทพฯ ทศิ ตะวนั ตกจดลำ� นำ้� เจา้ พระยา ทศิ เหนอื จดพรมแดน
เมอื งปทมุ ธานี”
168 นนทบุรศี รมี หานคร
จากหนังสือรายงานดังกล่าวน้ี ได้แสดงอาณาเขตของอ�ำเภอตลาดขวัญที่กว้างขวางกว่าพ้ืนท่ีของอ�ำเภอ
เมอื งนนทบรุ ใี นปจั จบุ นั นมี้ าก เพราะพนื้ ทฝี่ ง่ั ตะวนั ออกของแมน่ ำ้� เจา้ พระยาในเขตจงั หวดั นนทบรุ ที งั้ หมด ซงึ่ รวม
ท้ังพื้นที่ฝั่งตะวันออกของอ�ำเภอปากเกร็ด ในปัจจุบันน้ีอยู่ในเขตปกครองของอ�ำเภอตลาดขวัญท้ังหมด รวมทั้ง
พน้ื ท่บี างส่วนของกรงุ เทพฯ ในปัจจุบันนี้ดว้ ย เพราะเขตแดนของอำ� เภอตลาดขวัญดา้ นตะวันออกจดคลองเปรม
ประชากรในเขตหลักสี่ เขตบางเขน กรงุ เทพฯ ด้วย
ทมี่ าของชื่ออำ� เภอตลาดขวัญ
เนอ่ื งจากพน้ื ทท่ี ตี่ งั้ ของอำ� เภอตลาดขวญั เปน็ พน้ื ทที่ มี่ ปี ระวตั คิ วามเปน็ มายาวนาน กอ่ นการตงั้ เมอื งนนทบรุ ี
เมอ่ื พ.ศ. ๒๐๙๒ ดว้ ยเปน็ ทตี่ งั้ ของยา่ นการคา้ ทม่ี มี าแตค่ รงั้ ตน้ กรงุ ศรอี ยธุ ยาทมี่ ชี อื่ วา่ ตลาดขวญั และบา้ นตลาดขวญั
เมอ่ื มกี ารแบง่ การปกครองของเมอื งเปน็ อำ� เภอ บา้ นตลาดขวญั จงึ ไดร้ บั การนำ� ชอ่ื นไี้ ปเปน็ ชอื่ ของอำ� เภอตลาดขวญั
แต่เขตการปกครองของอ�ำเภอตลาดขวัญกว้างใหญ่มาก ได้รวมพ้ืนที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้�ำเจ้าพระยา
ของเมืองนนทบุรีทั้งหมดไปจดคลองเปรมประชากร ซง่ึ รวมพ้ืนทบ่ี างส่วนของกรงุ เทพฯ ในปจั จบุ นั นดี้ ว้ ย
สถานทตี่ ง้ั ทวี่ า่ การอำ� เภอตลาดขวญั อยรู่ วมกบั ทที่ ำ� การเมอื งนนทบรุ ี
สถานทตี่ ง้ั ทวี่ า่ การอำ� เภอตลาดขวญั ในระยะแรกปฏริ ปู การปกครองตามพระราชบญั ญตั ลิ กั ษณะปกครอง
ท้องที่ ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) ทวี่ ่าการอ�ำเภอตลาดขวัญ คงอยรู่ วมกับท่ที ำ� การเมอื งนนทบรุ ี ซ่ึงเปน็ บ้านของ
พระอนิ ทรเทพบดี ศรีสมุห ขา้ หลวงรกั ษาราชการเมืองนนทบรุ ี เน่ืองจากในอดีต กอ่ นทีท่ างราชการจะก�ำหนดให้
มกี ารสรา้ งทวี่ า่ การเมอื ง และทวี่ า่ การอำ� เภอเปน็ สถานทที่ ำ� งานของขา้ ราชการ และเปน็ ทท่ี รี่ าษฎรมาตดิ ตอ่ ราชการ
ไดน้ นั้ ไมว่ า่ จะเปน็ ทท่ี ำ� การของเมอื ง หรอื ของอำ� เภอจะใชบ้ า้ นของเจา้ เมอื ง หรอื บา้ นนายอำ� เภอเปน็ สถานทที่ ำ� การ
ของเมอื ง หรอื อำ� เภอ แลว้ แตก่ รณี เมอื งนนทบรุ เี ชน่ กนั ในชว่ งแรกของการปฏริ ปู การปกครองครง้ั รชั กาลพระบาท
สมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดใ้ ชบ้ า้ นของพระอนิ ทรเทพบดี ศรสี มหุ ขา้ หลวงรกั ษาราชการเมอื งนนทบรุ ี
เป็นท่ีว่าราชการเมือง และได้ใช้เป็นที่ว่าการอ�ำเภอตลาดขวัญ และอ�ำเภอบางใหญ่ (ชื่อเดิมของอ�ำเภอ
บางกรวย) ด้วย ครน้ั ตอ่ มาพระอนิ ทรเทพบดี ศรีสมหุ ถึงแกอ่ นิจกรรม และมีการแตง่ ตัง้ หลวงวสิ ูตรบริหารเป็น
ข้าหลวงรักษาราชการเมืองนนทบุรีคนใหม่ จึงจ�ำเป็นต้องสร้างที่ว่าการเมืองนนทบุรี และท่ีว่าการอ�ำเภอ
ตลาดขวัญ เป็นทที่ �ำการของทางราชการ
พ.ศ. ๒๔๔๕ ทางราชการได้ต้งั งบประมาณไว้เพือ่ สรา้ งที่ว่าการเมืองนนทบรุ ใี นวงเงนิ ๘,๐๐๐ บาท และ
สร้างท่ีท�ำการอ�ำเภอต่าง ๆ ของเมืองนนทบุรีทั้ง ๔ อ�ำเภอ ได้แก่ อ�ำเภอตลาดขวัญ อ�ำเภอปากเกร็ด อ�ำเภอ
บางบัวทอง และอำ� เภอบางใหญ่ ในวงเงนิ อ�ำเภอละ ๒,๐๐๐ บาท
แตก่ ารก่อสร้างสถานที่ราชการดงั กล่าวสามารถด�ำเนนิ การได้เพยี ง ๓ รายการ กลา่ วคือ สามารถสร้างที่
วา่ ราชการเมอื งนนทบรุ ี ท่วี า่ การอำ� เภอบางบวั ทอง และอ�ำเภอบางใหญ่ (ชือ่ เดมิ ของอำ� เภอบางกรวย) ท่ีวา่ การ
อำ� เภอตลาดขวัญตอ้ งระงับการกอ่ สรา้ งไว้กอ่ น ดงั ปรากฏตามหนังสือ ท่ี ๓๖๙/๒๗๑๐ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจกิ ายน
ร.ศ. ๑๒๑ (พ.ศ. ๒๔๔๕) หลวงวิสตู รบรหิ ารข้าหลวงรักษาราชการเมืองนนทบรุ ี มหี นังสอื กราบทูล พระเจ้านอ้ ง
ยาเธอ กรมหลวงนเรศวรฤทธ์ิ เสนาบดกี ระทรวงนครบาล ทวี่ า่
นนทบุรีศรีมหานคร 169
“ข้าพระพุทธเจ้าได้จัดหานายช่างให้รับเหมาปลูกสร้างท�ำที่ว่าการอ�ำเภอตามแปลนเมืองธัญบุรี ซึ่ง
โปรดเกลา้ ประทานไปแต่กอ่ นนน้ั นายชา่ งรับเหมาทำ� แค่ ๒ ต�ำบล ๆ ละ ๒,๐๐๐ บาท ยงั อกี ๒ ตำ� บลน้นั
นายช่างยังหารับท�ำไม่ เพราะนายช่างขัดข้องว่า ตามแปลนท่ีท�ำเกรงด้วยเกล้าว่าจะขาดทุน เพราะ
สรรพสิ่งของข้ึนราคาแพงทุกส่ิงทุกอย่าง จึงจะขอรับท�ำแต่เพียง ๒ ต�ำบลก่อน คือ ต�ำบลบางใหญ่หนึ่ง
ตำ� บลบางบวั ทองหนึ่ง เพราะ ๒ ต�ำบลนี้ยงั ต้ังทีท่ ำ� การไมถ่ กู ตอ้ งกับท้องที่ สมควรต้องรีบจัดการท�ำเสียกอ่ น
แต่ตำ� บลตลาดขวัญและปากเกรด็ นัน้ เป็นการทีค่ วรจะท�ำตอ่ ภายหลังได”้
นอกจากนั้นความจ�ำเป็นท่ีจะต้องสร้างที่ว่าราชการเมืองนนทบุรีมีความเร่งด่วนท่ีจะต้องสร้าง อีกทั้ง
งบประมาณทไี่ ดต้ ง้ั ไว้ ๘,๐๐๐ บาท สำ� หรบั สรา้ งทวี่ า่ ราชการเมอื งนนทบรุ ไี มเ่ พยี งพอ เพราะตอ้ งใชง้ บประมาณถงึ
๑๒,๐๐๐ บาท ดังน้ึนจึงมีความจ�ำเป็นต้องโอนงบประมาณส�ำหรับสร้างท่ีว่าการอ�ำเภอตลาดขวัญ และอ�ำเภอ
ปากเกรด็ แห่งละ ๒,๐๐๐ บาท รวม ๒ แหง่ เปน็ เงิน ๔,๐๐๐ บาท ไปสมทบในการกอ่ สร้างท่วี ่าราชการเมอื ง
ดว้ ยเหตนุ กี้ ารกอ่ สรา้ งที่ว่าการอำ� เภอตลาดขวญั จงึ ต้องระงบั ไว้กอ่ น
ดังน้ันสถานที่ท�ำการอ�ำเภอตลาดขวัญได้ใช้ท่ีว่าราชการเมืองนนทบุรีเป็นสถานที่ปฏิบัติงานของอ�ำเภอ
ตลาดขวญั ดว้ ย
อำ� เภอนนทบรุ เี ป็นชอื่ ใหมข่ องอ�ำเภอตลาดขวัญ
ในรชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหม้ กี ารปรบั ปรงุ การบรหิ ารการปกครอง
ใหย้ กเลกิ มณฑลกรุงเทพฯ เมื่อวนั ท่ี ๒๑ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๕๘ ให้เมืองนนทบุรมี ีฐานะเปน็ หวั เมืองขนึ้ กับกรงุ เทพ
พระมหานคร และใหใ้ ชค้ ำ� วา่ จงั หวดั นนทบรุ ี แทนเมอื งนนทบรุ ี อำ� เภอตลาดขวญั ไดเ้ ปลยี่ นชอื่ เปน็ อำ� เภอนนทบรุ ี
เม่อื พ.ศ. ๒๔๕๘
สถานที่ตัง้ ของอำ� เภอนนทบุรี ยังคงอย่ทู ีบ่ า้ นตลาดขวญั รวมกบั ทว่ี า่ ราชการเมอื งนนทบุรี
ที่วา่ การอำ� เภอนนทบุรยี า้ ยมาอย่ทู บ่ี ้านบางตะนาวศรี
มีชือ่ ใหม่ - อำ� เภอเมอื งนนทบุรี
พ.ศ. ๒๔๗๑ ทางราชการไดย้ า้ ยศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ มี าอยทู่ อี่ าคารเรยี นโรงเรยี นราชวทิ ยาลยั ตำ� บล
บางตะนาวศรี อำ� เภอเมอื งนนทบุรี จงั หวัดนนทบุรี ท่วี า่ การอ�ำเภอนนทบรุ ี จึงไดย้ ้ายมาอยทู่ อ่ี าคารเรียนโรงเรยี น
ราชวทิ ยาลัยดว้ ย และได้เปลีย่ นชอื่ อำ� เภอนนทบุรี เป็น อำ� เภอเมืองนนทบุรี
เสมถือางนนทน่ตี ท้ังบทุรวี่ ีปา่ กัจาจรบุ อนั �ำเภอ
เมื่อมีการสร้างศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ที่
ถนนรัตนาธิเบศร์ ท่ีว่าการอ�ำเภอเมืองนนทบุรีได้ย้าย
มาอยู่ทีศ่ นู ยร์ าชการจงั หวัดนนทบรุ ี ตำ� บลบางกระสอ
อ�ำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ ๑๑
พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๓๖
ท่ีว่าการอ�ำเภอเมืองนนทบุรี
170 นนทบรุ ศี รมี หานคร
การเปล่ยี นแปลงอาณาเขตของอ�ำเภอเมอื งนนทบรุ ี
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๒
เมอ่ื เรม่ิ มกี ารจดั ตงั้ อำ� เภอตา่ ง ๆ ของเมอื งนนทบรุ ตี ามพระราชบญั ญตั ลิ กั ษณะปกครองทอ้ งที่ ร.ศ. ๑๑๖
(พ.ศ. ๒๔๔๐) นนั้ อ�ำเภอตลาดขวัญ (ปจั จบุ ันคอื อ�ำเภอเมืองนนทบรุ )ี เขตปกครองของอำ� เภอตลาดขวญั มพี น้ื ท่ี
ครอบคลมุ ทางฝง่ั ตะวนั ออกของแมน่ ำ�้ เจา้ พระยาในเขตเมอื งนนทบรุ ที ง้ั หมดรวมทง้ั พนื้ ทท่ี างฝง่ั ตะวนั ออกทงั้ หมด
ของแม่นำ้� เจ้าพระยาในเขตอ�ำเภอปากเกรด็ ด้วย และตอ่ ไปจนจดคลองเปรมประชากร
ตอ่ มามกี ารเปลย่ี นแปลงเขตปกครองของอำ� เภอตลาดขวญั เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๔๒ มกี ารจดั ตงั้ อำ� เภอปากเกรด็
และมีการก�ำหนดให้ใช้คลองบางตลาดเป็นแนวแบ่งเขตระหว่างอ�ำเภอตลาดขวัญกับอ�ำเภอปากเกร็ด ดังนั้น
อาณาเขตทางทิศเหนือของอ�ำเภอตลาดขวัญ ฝั่งตะวันออกของแม่น�้ำเจ้าพระยาจดอ�ำเภอปากเกร็ดท่ีคลอง
บางตลาด ส่วนทางฝงั่ ตะวันตกของแม่น้�ำเจา้ พระยาจดอ�ำเภอบางบวั ทองท่ปี ากคลองบางบัวทอง
อาณาเขตของอ�ำเภอตลาดขวัญฝั่งตะวันตกของแม่น�้ำเจ้าพระยาขยายมาถึงบ้านบางไผ่ที่ปากคลอง
บางกรวยต่อเนื่องข้ึนมาทางเหนือถึงบ้านบางกร่าง บ้านบางข่า บ้านบางศรีเมือง บ้านบางรักน้อย บ้านไทรม้า
บ้านท่าอิฐ แบ่งเขตอ�ำเภอบางบัวทองท่ีปากคลองบางบัวทอง (ช่วงเวลาน้ันเขตอ�ำเภอบางบัวทองมาถึงต�ำบล
ออ้ มเกรด็ อำ� เภอปากเกรด็ จดแมน่ ำ้� เจ้าพระยา)
คการรั้งเรปัชลกย่ีาลนทแป่ี ๖ลง-อราัชณกาาเลขทตี่ข๗องอ�ำเภอเมอื งนนทบรุ ี
พ.ศ. ๒๔๖๓ โอนต�ำบลทา่ อฐิ อำ� เภอนนทบุรี ไปขน้ึ กับอำ� เภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี
พ.ศ. ๒๔๖๔ โอนต�ำบลบางเลน อำ� เภอนนทบุร*ี ไปข้นึ กบั อ�ำเภอบางแม่นาง (ปจั จบุ ันคืออ�ำเภอบางใหญ่)
จงั หวดั นนทบรุ ี
วันท่ี ๒๖ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๗๕ โอนตำ� บลลาดโตนด ซึง่ ตงั้ อยู่ทางฟากตะวนั ออกของคลองประปาซึง่ เป็น
เขตพน้ื ทจี่ งั หวดั นนทบรุ มี ากอ่ นจดถงึ คลองเปรมประชากร ใหไ้ ปขน้ึ กบั อำ� เภอบางเขน จงั หวดั พระนคร ดงั นน้ั เขต
อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ีดา้ นตะวนั ออกจงึ ไปจดท่ีคลองประปาจนถงึ ปัจจบุ ัน
ตำ� บลทขี่ น้ึ อยใู่ นเขตปกครองของอำ� เภอนนทบรุ ี เมอื่ พ.ศ. ๒๔๗๐
ณ ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ อำ� เภอนนทบรุ มี ีท้องทท่ี ่ีอยใู่ นเขตปกครอง ๑๒ ตำ� บล คอื
๑. ต�ำบลตลาดขวญั ๒. ตำ� บลบางตะนาวศรี
๓. ต�ำบลบางกระสอ ๔. ตำ� บลทา่ ทราย
๕. ต�ำบลลาดโตนด ๖. ตำ� บลบางขา่
๗. ต�ำบลบางเขน ๘. ต�ำบลบางรักนอ้ ย
๙. ต�ำบลบางไผ ่ ๑๐. ตำ� บลบางสเี มือง (บางศรเี มือง)
๑๑. ต�ำบลบางกรา่ ง ๑๒. ต�ำบลไทรม้า
* ขณะน้ันอำ� เภอเมืองนนทบรุ ี เรียกว่า อ�ำเภอนนทบุรี
นนทบรุ ศี รมี หานคร 171
โอนต�ำบลลาดโตนดไปขึ้นกบั กรุงเทพฯ
วันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ ทางราชการได้แบง่ แนวเขตการปกครองของจงั หวัดนนทบุรี และจังหวดั
พระนคร ดว้ ยการใหค้ ลองประปาเปน็ แนวแบง่ อาณาเขตแทนการแบง่ เขตกนั ทคี่ ลองเปรมประชากร ซงึ่ ไดก้ ำ� หนด
เปน็ แนวแบง่ เขตกรงุ เทพฯ และเมืองนนทบุรีตง้ั แตค่ ร้งั รัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ต�ำบลบางขา่ ซงึ่ ต้ังอยูท่ ่คี ลองแม่น้ำ� อ้อมฝั่งใต้ไดย้ ุบไปรวมกับตำ� บลบางสเี มือง (บางศรีเมอื ง)
ดงั นั้น ตงั้ แต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ อำ� เภอนนทบุรีแบ่งเขตการปกครองเป็นตำ� บลรวม ๑๐ ตำ� บล ดังน้ี
๑. ต�ำบลบางตะนาวศรี (ตำ� บลสวนใหญ่) ๒. ตำ� บลบางเขน
๓. ตำ� บลตลาดขวัญ ๔. ต�ำบลทา่ ทราย
๕. ต�ำบลบางกระสอ ๖. ตำ� บลบางไผ่
๗. ต�ำบลบางกรา่ ง ๘. ตำ� บลบางศรีเมอื ง
๙. ต�ำบลบางรักนอ้ ย ๑๐. ต�ำบลไทรมา้
อำ� เภอนนทบุรีเป็นอ�ำเภอเมืองนนทบุรี
วนั ท่ี ๑๔ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๘๑ มพี ระราชกฤษฎกี าเปลยี่ นชอ่ื อำ� เภอนนทบรุ ี เปน็ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี
เนอื่ งจากตามประกาศพระราชกฤษฎกี าครง้ั น้ี ทางราชการกำ� หนดนโยบายใหม้ กี ารระบชุ อื่ อำ� เภอทกุ อำ� เภอทเ่ี ปน็
ที่ต้ังของทุกจังหวัด เป็นอ�ำเภอเมืองและตามด้วยช่ือของจังหวัดน้ัน ๆ ดังน้ัน อ�ำเภอนนทบุรีจึงมีช่ือว่า อ�ำเภอ
เมอื งนนทบรุ ี
ตลอดช่วงเวลานี้ได้มีการปรับปรุงเขตการปกครองของต�ำบลต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตปกครองของอ�ำเภอ
เมืองนนทบรุ ี ต�ำบลบางไผ่ ถกู ยบุ รวมกับต�ำบลบางศรีเมือง ต�ำบลบางขา่ ถูกยุบไปรวมกับต�ำบลบางกรา่ ง
พ.ศ. ๒๔๘๓ ทางราชการได้ก�ำหนดนโยบายรัฐนิยม ชื่อบ้านนามเมืองใดที่ไม่แสดงความเป็นไทย ต้อง
เปลี่ยนช่ือใหม่ ดังน้ัน ต�ำบลบางตะนาวศรี ต้องเปล่ียนช่ือเป็น ต�ำบลสวนใหญ่ หรือวัดสามจีน และ วัดบ้านจีน
ได้เปลี่ยนช่ือว่าวดั โชติการาม และวัดไทยเจริญตามลำ� ดับ
อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ีเป็นอ�ำเภอนนทบุรีขน้ึ กับจงั หวัดพระนคร
วนั ที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๖ ซง่ึ อย่ใู นช่วงเวลาสงครามโลกครงั้ ท่ี ๒ จงั หวดั นนทบรุ ีถูกยบุ ไปรวมกบั
จงั หวดั พระนคร เพอ่ื เปน็ การประหยดั งบประมาณของรฐั จงึ ใหย้ บุ จงั หวดั นนทบรุ ี อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี เปน็ อำ� เภอ
นนทบุรีและเปน็ อ�ำเภอหนง่ึ ของจังหวัดพระนคร เช่นเดียวกบั อ�ำเภอปากเกรด็ ขึ้นกบั จงั หวัดพระนคร สว่ นอำ� เภอ
บางกรวย อ�ำเภอบางใหญ่ อ�ำเภอบางบัวทอง (ขณะนน้ั ยังไม่ได้แบ่งพื้นทอี่ �ำเภอไทรน้อยจากอำ� เภอบางบวั ทอง)
ไปขนึ้ กบั จงั หวดั ธนบรุ ี
อ�ำเภอนนทบุรีกลบั มาเป็นอำ� เภอเมอื งนนทบุรจี นถึงปัจจบุ ัน
วนั ที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ ได้มีพระราชบัญญัติจัดต้งั จงั หวดั นนทบุรอี กี ครงั้ ให้อ�ำเภอนนทบุรเี ป็น
อ�ำเภอเมืองนนทบุรี ข้ึนกับจังหวัดนนทบุรี เช่นเดียวกับอ�ำเภอบางกรวย อ�ำเภอบางใหญ่ อ�ำเภอปากเกร็ด
อ�ำเภอบางบวั ทอง ขึ้นกบั จังหวดั นนทบุรี เช่นเดมิ จนถึงปัจจุบนั นี้
172 นนทบุรศี รมี หานคร
โรงเรยี นราชวทิ ยาลยั อาคารศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ ใี นอดตี
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หวั โปรดเกลา้ ฯ ให้สรา้ งโรงเรียนราชวิทยาลยั ทบ่ี ้านบางตะนาวศรี
อำ� เภอเมืองนนทบรุ ี จงั หวัดนนทบรุ ี เมอื่ พ.ศ. ๒๔๕๔ ทรงมีพระราชด�ำริถึงความจ�ำเป็นท่จี ะตอ้ งใหน้ กั เรยี นไทย
มคี วามรคู้ วามสามารถในการใชภ้ าษาองั กฤษ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในดา้ นกฎหมาย เนอื่ งดว้ ยชว่ งเวลาตง้ั แตร่ ชั กาล
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วั เป็นตน้ มา ความสัมพันธ์ระหวา่ งพระราชอาณาจกั รไทยกับชาติต่าง ๆ
ทางยุโรปและสหรัฐอเมริกาจะต้องเก่ียวข้องเรื่องสิทธิทางศาล สิทธิสภาพนอกอาณาเขต ตลอดจนการท�ำ
สนธิสัญญาระหว่างไทยกับต่างประเทศ จ�ำเป็นที่ไทยจะต้องมีนักกฎหมายไทยที่มีความรู้ความสามารถในการใช้
ภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี จึงโปรดเกล้าฯ ให้ต้ังโรงเรียนราชวิทยาลัยแห่งนี้ขึ้น เพราะกระทรวงยุติธรรมขณะนั้น
ยังขาดผู้พิพากษาที่มีความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ โรงเรียนราชวิทยาลัยแห่งน้ีเปิดสอนภาษาอังกฤษ
ให้แก่นักเรียนก่อน เมื่อเรียนจบจากโรงเรียนราชวิทยาลัยแล้วจึงไปศึกษาต่อท่ีโรงเรียนกฎหมายของกระทรวง
ยตุ ธิ รรมตอ่ ไป ซึง่ จะต้องศกึ ษาจากต�ำรากฎหมายของต่างประเทศ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้แบ่งท่ีดินที่บ้านบางขวางที่พระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงซอ้ื ไวเ้ พอื่ สรา้ งเรอื นจำ� ๑ ใน ๓ สว่ น สรา้ งเปน็ โรงเรยี น และรวมกจิ การราชวทิ ยาลยั
ไวด้ ว้ ยกนั โรงเรียนราชวทิ ยาลยั แห่งนเี้ ปิดสอนตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๔
อาคารโรงเรยี นราชวทิ ยาลยั เปน็ อาคารกอ่ อฐิ ฉาบปนู สองชนั้ พนื้ ไม้ ประตหู นา้ ตา่ งและบนั ไดเปน็ ไม้ บางสว่ น
ประดบั ดว้ ยไมฉ้ ลลุ ายสวยงาม ผนังทาสไี ข่ไก่ บานประตหู น้าตา่ งทาสีเขียว
อาคารโรงเรยี นประกอบด้วยอาคารท่ีสร้างตอ่ เนือ่ งรูปส่เี หลี่ยมผืนผ้า มีมขุ อยดู่ า้ นหนา้ ดา้ นหน้าหันหน้า
ไปทางทศิ ตะวนั ตกสแู่ มน่ ำ้� เจา้ พระยา มอี าคารยาวตอ่ จากมขุ ขนานไปตามแมน่ ำ้� เจา้ พระยาไปทางทศิ เหนอื และทศิ ใต้
จากมมุ อาคารทางทศิ เหนอื และทศิ ใตส้ รา้ งเปน็ อาคารยาวตอ่ ไปทางทศิ ตะวนั ออกทงั้ สองดา้ น ทางดา้ นทศิ ตะวนั ออก
สรา้ งอาคารยาวตอ่ เนอื่ งมาจากทศิ เหนอื มาทางทศิ ใตต้ ลอด สว่ นทางดา้ นทศิ ใตส้ รา้ งอาคารเชอ่ื มตอ่ จากมมุ อาคาร
ดา้ นตะวันตกวกมาทางตะวันออกเกือบตลอด รูปแบบอาคารโรงเรยี นราชวทิ ยาลัยแหง่ น้จี ึงมรี ูปแบบอาคารสรา้ ง
ต่อเนอ่ื งกันไปเป็นสีเ่ หล่ียมผนื ผา้ ล้อมสนามรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่
ตัวอาคารมีขนาดกว้าง ๑๑.๕๕ เมตร ยาว ๒๘๗.๔ เมตร เนื้อท่ีทั้งหมดเฉพาะตัวอาคาร ๒ ไร่ ๒ งาน
๕๑ ตารางวา มีร้วั เหล็กรอบอาคาร ๓ ด้าน ดา้ นหลังติดกับโรงเรยี นอนบุ าลนนทบุรี
อาคารโรงเรยี นราชวิทยาลยั แหง่ นไ้ี ด้เปิดท�ำการสอนตงั้ แต่ พ.ศ. ๒๔๕๔ ถึง พ.ศ. ๒๔๖๙ ต้องปิดกจิ การ
เนอ่ื งจากการปรบั ดลุ ยภาวะเศรษฐกจิ ของชาติและโอนกจิ การของโรงเรยี นไปรวมกบั โรงเรยี นวชริ าวธุ วทิ ยาลยั ทกี่ รงุ เทพฯ
พ.ศ. ๒๔๗๑ พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจ้าอยหู่ วั โปรดเกล้าฯ ให้ใช้อาคารเรยี นโรงเรยี นราชวทิ ยาลยั
แห่งน้ีเป็นท่ีท�ำการของศาลากลางจังหวัดนนทบุรี และเป็นที่ท�ำการของส่วนราชการอ่ืน ๆ ของจังหวัดนนทบุรี
เช่น ศาลจังหวัดนนทบุรี ส�ำนักงานศึกษาจังหวัด คลังจังหวัด ส�ำนักงานเทศบาลเมืองนนทบุรี ท่ีว่าการอ�ำเภอ
เมืองนนทบรุ ี โรงเรยี นสตรีนนทบุรี และโรงเรยี นอนบุ าลนนทบุรี เปน็ ตน้
ตอ่ มา พ.ศ. ๒๕๓๖ ศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ แี ละสว่ นราชการตา่ ง ๆ ของจงั หวดั นนทบรุ ี ไดย้ า้ ยมาอยทู่ ี่
อาคารศาลากลางจังหวัดนนทบุรีที่ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ถนนงามวงศ์วาน ศาลากลางจังหวัดเดิมแห่งน้ี
จึงไดร้ ับการปรับปรงุ ให้เปน็ วิทยาลัยมหาดไทย
ปัจจุบนั บางส่วนของอาคารได้ปรับปรุงเปน็ พิพธิ ภัณฑ์ จังหวัดนนทบุรี
เนอ่ื งจากอาคารศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ หี ลงั เดมิ มกี ารสรา้ งอยา่ งประณตี มลี กั ษณะพเิ ศษทางสถาปตั ยกรรม
กรมศิลปากร จงึ ไดข้ ้นึ ทะเบียนเป็นโบราณสถานตามประกาศลงวนั ท่ี ๔ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๒๔
นนทบุรศี รมี หานคร 173
การสรา้ งหอนาฬกิ าทที่ า่ นำ้� ใกลศ้ าลากลางจงั หวดั นนทบรุ หี ลงั เดมิ
การตรงต่อเวลาเป็นวัฒนธรรมท่ีดี กระทรวงมหาดไทยตระหนักถึงวัฒนธรรมท่ีดีเช่นน้ี จึงมีหนังสือ
กระทรวงมหาดไทยที่ ๗๘๔๓/๒๔๙๗ วนั ที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๗ เรอื่ ง ขอใหพ้ จิ ารณาตดิ ตงั้ หอนาฬกิ าสาธารณะ
ขึ้นในเขตเทศบาลเมืองนนทบุรี เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนได้ใช้ดูเวลา คณะเทศมนตรีเทศบาลเมืองนนทบุรีให้
ช่างของเทศบาลเมืองนนทบุรีออกแบบโดยอาศัยเค้าโครงตามแบบของกรมโยธาธิการ มีความสูง ๑๗ เมตร
ตอนบนมหี น้าปัดนาฬกิ า ๔ ดา้ น เหนือหน้าปัดนาฬกิ าท�ำซ้มุ หอกระจายขา่ ว และทีต่ รวจเพลิงไหม้ทัง้ ๔ ดา้ น
ตัวเรือนนาฬิกา เป็นนาฬิกาฟลิ ลิปฮอรสจากประเทศสวติ เซอร์แลนด์
หอนาฬกิ า ท่ีทา่ น้�ำใกลศ้ าลากลางจังหวัดนนทบรุ ี รมิ แมน่ �้ำเจ้าพระยา
สร้างเมือ่ พ.ศ. ๒๔๙๗
174 นนทบุรีศรีมหานคร
การบริหารการปกครองของอ�ำเภอเมอื งนนทบุรี
การปกครองสว่ นภมู ภิ าค
ต้ังแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๐ อ�ำเภอเมืองนนทบุรีมีการบริหารการปกครองส่วนภูมิภาค
รวม ๑๐ ตำ� บล จนถึงปจั จุบนั ไดแ้ ก่
๑. ตำ� บลสวนใหญ ่ ๒. ต�ำบลบางเขน
๓. ตำ� บลตลาดขวญั ๔. ต�ำบลบางกระสอ
๕. ตำ� บลทา่ ทราย ๖. ต�ำบลบางไผ่
๗. ต�ำบลบางกร่าง ๘. ต�ำบลบางศรีเมอื ง
๙. ต�ำบลบางรักนอ้ ย ๑๐. ตำ� บลไทรมา้
การปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
อำ� เภอเมืองนนทบรุ ีมกี ารบรหิ ารส่วนทอ้ งถิ่น ไดแ้ ก่ เทศบาล และองค์การบริหารสว่ นต�ำบล ดงั นี้
๑. เทศบาลนครนนทบุรี ครอบคลุมพื้นท่ีอ�ำเภอเมืองนนทบุรี ฝั่งตะวันออกของแม่น้�ำเจ้าพระยาท้ังหมด
๕ ต�ำบล ได้แก่ ต�ำบลสวนใหญ่ ต�ำบลตลาดขวัญ ต�ำบลบางกระสอ ตำ� บลท่าทราย และต�ำบลบางเขน
๒. เทศบาลเมืองบางศรีเมือง ครอบคลุมพื้นท่ีต�ำบลบางศรีเมือง ทั้งต�ำบล และต�ำบลบางกร่าง
เฉพาะหมู่ท่ี ๑ และบางสว่ นของหมู่ที่ ๒, ๓ และ ๙
๓.เทศบาลตำ� บลไทรมา้ ครอบคลุมพ้ืนท่ตี ำ� บลไทรมา้ ทั้งต�ำบล
๔. องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบลบางไผ่ ครอบคลมุ พื้นที่ต�ำบลบางไผ่ทัง้ ตำ� บล
๕. องค์การบริหารส่วนต�ำบลบางกร่าง ครอบคลุมพื้นที่ต�ำบลบางกร่าง (เฉพาะนอกเขตเทศบาล
เมอื งบางศรีเมอื ง)
๖. องค์การบริหารส่วนต�ำบลบางรักนอ้ ย ครอบคลุมพื้นที่ต�ำบลบางรกั น้อยทงั้ ต�ำบล
อาคารส�ำนักงานเทศบาลนครนนทบุรี
นนทบรุ ศี รมี หานคร 175
ภาพเกา่ เลา่ เร่อื งพัฒนาการพ้นื ที่ และสถานทส่ี ำ� คญั ของ
อ�ำเภอเมืองนนทบรุ ี พ.ศ. ๒๕๐๐ - ๒๕๐๗
ทว่ี า่ การอ�ำเภอเมืองนนทบุรี
สำ� นกั งานเทศบาลเมืองนนทบรุ ี
(ช้นั บนเปน็ ส�ำนกั งานเทศบาล ชน้ั ลา่ งเป็นสถานีอนามัยชน้ั ๑ ของเทศบาล)
176 นนทบรุ ีศรมี หานคร
สถานีตำ� รวจภูธรสวนใหญ่
โรงเรียนศรบี ณุ ยานนท์
นนทบรุ ีศรมี หานคร 177
โรงเรยี นวัดเขมาภริ ตาราม
โรงเรียนรตั นาธเิ บศร์
178 นนทบุรศี รมี หานคร
พระที่น่งั มลู มณเฑยี ร วัดเขมาภริ ตาราม เป็นหอ้ งสมดุ สำ� หรับประชาชน
ทีท่ ำ� การไปรษณยี ์นนทบุรี ของกรมไปรษณีย์โทรเลข
นนทบรุ ีศรมี หานคร 179
อาคารพาณชิ ยแ์ บบคอนกรีต ๒ - ๓ ชัน้ ในเขตเทศบาลเมืองนนทบรุ ี
โรงพยาบาลโรคปอด กรมอนามัย
180 นนทบุรศี รมี หานคร
กองก�ำกับการตำ� รวจภธู ร จงั หวดั นนทบรุ ี
เรอื นจ�ำกลางบางขวาง ของกรมราชทัณฑ์
นนทบรุ ีศรีมหานคร 181
ตลาดสร้างใหม่ ในเขตเทศบาลเมอื งนนทบุรี
สว่ นหนึ่งของการเดนิ รถประจำ� ทางของเทศบาลเมืองนนทบรุ ี
ท่ใี หบ้ ริการแกน่ ักเรียน ขา้ ราชการ นกั ธุรกจิ พ่อคา้ ประชาชน
182 นนทบรุ ีศรีมหานคร
การประปาเมอื งนนทบุรี ที่ตลาดขวญั
ท่า “พบิ ูลสงคราม ๓” เปน็ ท่าสาธารณะของเทศบาลเมืองนนทบรุ ี มเี รอื ต่าง ๆ ใช้ท่านีเ้ ปน็ จำ� นวนมาก
รวมทง้ั เรือยนต์โดยสารประจำ� ทางไปอ�ำเภอบางใหญ่ และอำ� เภอบางบัวทอง
นนทบุรีศรีมหานคร 183
ถนนประชาราษฎร์ บริเวณหน้าตลาดสด
ทางด้านขวาของตลาดสด คืออาคารพาณชิ ย์ของวดั บางขวาง ซึ่งได้จัดสรา้ งขึน้ ใหมแ่ ทนอาคารไม้เดมิ
ทชี่ ำ� รดุ ทรดุ โทรม เพ่ือใหส้ อดคล้องกบั โครงการพัฒนาของทางราชการ
184 นนทบรุ ีศรมี หานคร
จังหวัดและเทศบาลเมืองนนทบุรี ตัดถนนซอยสายใหมภ่ ายในบริเวณเมืองเพ่มิ อกี ๑ สาย
จากสามแยกถนนประชาราษฎร์ ที่ขา้ งโรงภาพยนตรศ์ รพี รสวรรค์
โรงภาพยนตรศ์ รพี รสวรรค์ ท่สี ามแยกถนนพบิ ลู สงครามและถนนประชาราษฎร์ เปน็ โรงภาพยนตร์ท่ี
สวยงามทนั สมยั แหง่ แรกของจงั หวดั นนทบรุ ี สรา้ งขน้ึ เพอื่ รว่ มมอื กบั ทางราชการตามโครงการพฒั นาบา้ นเมอื ง
นนทบรุ ีศรีมหานคร 185
โครงการหนึ่งในจ�ำนวนหลายโครงการเก่ียวกับ
การพัฒนาบ้านเมือง คือการตั้งสถานธนานุบาล
เพอื่ ชว่ ยเหลอื ประชาชนผยู้ ากจนในการประกอบอาชพี
อาคารตกึ สงฆ์อาพาธ ทีโ่ รงพยาบาลนนทบรุ ี เปน็ อาคารคอนกรีต ๒ ชนั้
สร้างด้วยแบบสถาปัตยกรรมอนั ประณตี และสวยงามเป็นพเิ ศษ
186 นนทบรุ ีศรมี หานคร
กอ่ นด�ำเนนิ การปรับปรุง อาคารหลังเกา่ ของโรงเรยี นวดั ทินกรนมิ ติ
มีสภาพช�ำรดุ ทรุดโทรมอยา่ งถงึ ขนาด จนตอ้ งใช้ไมค้ ำ้� ยนั ทกุ ต้นเสา
เพื่อมิให้พงั ลงมาขา้ งหน้าในระยะหลงั ๆ ย่งิ ช�ำรุดมากข้ึน จนใชเ้ ป็นทเ่ี รยี นไมไ่ ด้
เพ่ือด�ำเนินการตามโครงการพัฒนาตวั เมอื งนนทบรุ ี และเพอ่ื สง่ เสริมการศึกษาจงึ ได้รือ้ อาคารหลังเกา่ ออก
และสร้างอาคารขึน้ ใหมต่ ามแบบ ๐๐๕ ดว้ ยงบประมาณของกรมสามญั ศึกษา ๑๐๐,๐๐๐ บาท
รว่ มกบั งบประมาณสภาจงั หวดั นนทบรุ อี กี ๙๐,๐๐๐ บาท
นนทบรุ ีศรมี หานคร 187
บริเวณทส่ี รา้ งตลาดสดเทศบาลเมอื งนนทบรุ ี ก่อนการปรับปรงุ
เดิมเป็นที่ตั้งโรงมหรสพทเ่ี กา่ แกช่ �ำรุดทรุดโทรม
หลังจากปรับปรุงบริเวณน้ีเรยี บร้อยแล้ว ทำ� ใหเ้ กิดแหล่งการคา้ ที่สะอาด
สวยงามและเปน็ ระเบยี บเรียบร้อยมาก โดยได้สรา้ งตลาดสด ตลาดผลไม้ ถนนคอนกรตี โดยรอบ
ลานซเี มนต์ น�ำ้ พุ และอาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๔
188 นนทบรุ ศี รมี หานคร
ถนนคอนกรีตหน้าโรงเรียนมัธยมวิสามัญ
รัตนาธิเบศร์ ได้สร้างข้ึนด้วยความร่วมมือ
จากครแู ละนกั เรยี นตามโครงการหตั ถศกึ ษา
หอประชมุ หลังใหม่ของโรงเรยี นประจ�ำจงั หวัดชาย “ศรีบณุ ยานนท์” ในระยะเริ่มงานก่อสร้าง
ค�ำนวณว่าต้องใชจ้ ่ายเงนิ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาทเศษ จงึ จะแล้วเสรจ็ สมบูรณ์
นนทบรุ ีศรีมหานคร 189
พทุ ธศิลป์ในอำ� เภอเมืองนนทบรุ ี
วัดเขมาภริ ตาราม
วดั เขมาภริ ตาราม พระอารามหลวงชนั้ โท ชนดิ ราชวรวหิ าร ตงั้ อยทู่ รี่ มิ ฝง่ั ตะวนั ออกของแมน่ ำ้� เจา้ พระยา
ตำ� บลสวนใหญ่ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ ี ตามประวตั เิ ปน็ วดั โบราณทสี่ รา้ งมาตง้ั แตส่ มยั อยธุ ยา และเปน็
พระอารามหลวงมาตง้ั แตส่ มยั อยธุ ยา มตี ำ� นานวา่ เดมิ ชอื่ วดั เขน็ มา เปน็ สถานทพี่ ระเจา้ อทู่ อง ทรงสง่ สนิ คา้ มาทางเกวยี น
กองเกวียนไดม้ าพักอยู่บริเวณนี้ ครั้นตอ่ มาพระเจ้าอทู่ อง โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ รา้ งวัดข้ึนตรงบรเิ วณท่กี องเกวยี นมา
หยุดพัก มีช่ือว่า วัดเข็นมา ต่อมาชื่อวัดได้เรียกกันในภายหลังว่า วัดเขมา กรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์
พระบรมราชนิ ี ในรชั กาลท่ี ๒ ทรงปฏสิ งั ขรณว์ ดั เขมาและทรงรบั วดั เขมาไวเ้ ปน็ วดั สำ� หรบั กฐนิ ในพระองค์ โปรดเกลา้ ฯ
ใหส้ มเด็จพระจอมเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว เม่อื ทรงดำ� รงพระราชอิสรยิ ยศสมเด็จเจา้ ฟ้ามงกุฎใหเ้ สด็จไปแจง้ แก่เจา้ อธกิ าร
วดั วา่ จะสรา้ งพระอารามนนั้ ถวาย เจา้ อธกิ ารสงฆก์ ม็ คี วามยนิ ดแี ลว้ รบั สงั่ ใหพ้ ระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ขึ้นไปเฝ้ากรมพระราชวังบวรฯ กราบทูลขอเป็นวัดส�ำหรับกฐินในกรม กรมพระราชวังบวรฯ ได้มีพระบัณฑูรสั่ง
หลวงสุทธิรัตน์ ให้ตัดบัญชีชื่อวัดเขมา ยกมาเป็นอารามของกรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ขาดมาแต่นั้น
ตัง้ แตน่ น้ั มา กรมสมเด็จพระศรีสุรเิ ยนทรามาตย์ ได้ทรงใหข้ า้ ในกรมไปขุดรากพระอุโบสถใหมก่ อ่ ผนงั ขยายออก
ให้ใหญ่กว่าเดิมออกมา ถมพ้ืนในพระอุโบสถให้สูงขึ้นจนเสมอบัวกลุ่มพระประธาน เมื่อแรกเริ่มก่อฐานราก
พระอโุ บสถครง้ั หนงึ่ และเม่ือแรกยกตัวไม้เคร่ืองบนคร้ังหนง่ึ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหล้านภาลยั และกรม
พระราชวงั บวรฯ ไดเ้ สดจ็ พระราชดำ� เนนิ ไปทรงเรมิ่ การเปน็ ฤกษท์ งั้ สองครงั้ เพราะถมพนื้ ขนึ้ ไปสงู พระประธานตำ�่ ไป
ได้มีรับส่ังให้ช่างในกรมก่อพระประธานองค์ใหม่ สวมพระประธานองค์เก่าลง แล้วปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปทุก
พระองคจ์ นเสร็จแล้ว ไดใ้ หก้ ่อกำ� แพงรอบพระอุโบสถ มีพระเจดยี ์ทงั้ ๔ ทิศ แล้วทรงสร้างการเปรยี ญสำ� เรจ็ แลว้
กไ็ ดท้ รงศรทั ธา เสดจ็ ไปทำ� มหกรรมการฉลองพระอาราม ทรงบำ� เพญ็ การพระราชกศุ ลเปน็ อนั มาก ในปชี วดสมั ฤทธศิ ก
ศักราช ๑๑๙๐ (พ.ศ. ๒๓๗๑)
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระราชโอรสในกรมสมเดจ็ พระศรสี รุ เิ ยนทรามาตย์ ทรงปฏสิ งั ขรณ์
วัดเขมาในเวลาตอ่ มาเปน็ การฉลองพระเดชพระคุณในสมเดจ็ พระบรมราชชนนี
การปฏิสังขรณ์วัดเขมาภิรตารามในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีความละเอียด
ปรากฏในประกาศรชั กาลที่ ๔ เร่อื งปฏิสังขรณ์วัดไชยพฤกษ*์ ๑ กบั วัดเขมา*๒ ในเวลาใกล้ ๆ กัน ดงั น้ี
“คร้นั เมือ่ ปีกนุ ตรศี ก ศักราช ๑๒๑๓ (พ.ศ. ๒๓๙๔) พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไดเ้ สดจ็
เถลงิ ถวลั ยราชสมบตั ิ บรมราชาภเิ ษกแลว้ จงึ ทรงบรจิ าคพระราชทรพั ยเ์ ปน็ อนั มากหลายรอ้ ยชง่ั ใหป้ ฏสิ งั ขรณ์
วดั ไชยพฤกษ์ และวดั เขมา พระราชทานนามเพม่ิ เขา้ ทง้ั สองพระอารามวา่ วดั ไชยพฤกษมาลา วดั เขมาภริ ตาราม...”
“วัดเขมาภิรตารามมีพระบรมราชโองการส่ังให้ กรมหม่ืนมนตรีรักษา พระยาราชภักดี ศรีรัตนสมบัติ
เปน็ แมก่ องใหจ้ ดั ซอื้ สวนถวายเพมิ่ เตมิ ใหใ้ หญก่ วา้ งออกไป และขดุ ครู อบวดั และปฏสิ งั ขรณซ์ อ่ มแซมเพม่ิ เตมิ
ในพระอโุ บสถ บรบิ รู ณแ์ ลว้ ทรงสรา้ งรปู อสตี มิ หาสาวกลอ้ มพระประธานเพม่ิ เตมิ เขา้ เพราะทรงพระราชดำ� รเิ หน็ วา่
พระอโุ บสถใหญ่กวา้ งนัก ท่ีว่างเปลา่ อยู่ พระสงฆใ์ นพระอารามน้นั น้อย แล้วได้ทรงสร้างพระมหาเจดียใ์ หญ่
ในดา้ นหลงั พระอโุ บสถ มพี ระเจดยี ท์ ศิ ๔ องค์ เปน็ บรวิ าร ใหเ้ ลอื่ นพระเจดยี เ์ ดมิ ของกรมสมเดจ็ พระศรสี รุ เิ ยน
ทรามาตยท์ รงสรา้ งไวแ้ ตก่ อ่ นนนั้ ใหไ้ ปตงั้ อยใู่ น ๔ มมุ พระมหาเจดยี ด์ ว้ ย แลว้ ทรงสรา้ งพระวหิ ารนอ้ ยสองหลงั
*๑ เปน็ ตวั สะกดตามต้นฉบบั ปัจจุบนั สะกด วดั ชัยพฤกษมาลา
*๒ เป็นชอื่ เดิม ทใี่ ชว้ า่ วดั เขมา ยังไม่ใชว้ า่ วดั เขมาภริ ตาราม
190 นนทบรุ ีศรีมหานคร
ท่ีมุมก�ำแพงด้านข้างหน้าพระอุโบสถเป็นท่ีไว้พระพุทธรูป แล้วได้ทรงสร้างการเปรียญเป็นตึกใหม่เพราะ
การเปรียญเดมิ ซงึ่ กรมสมเดจ็ พระศรีสรุ เิ ยนทรามาตยท์ รงสร้างนน้ั ทรดุ โทรมสญู หายไปเสียแล้ว แลกุฏิท่ีอยู่
พระภิกษุสงฆ์ หอพระไตรปฎิ ก หอสวดมนต์ หอระฆงั สะพาน ศาลา โรงไฟที่พระสงฆ์จะได้อยู่ใช้สอยใด ๆ
ไดท้ รงสร้างส�ำเร็จบรบิ ูรณ์แล้ว”
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอย่หู วั โปรดเกล้าฯ ใหย้ า้ ยต�ำหนักแดง จากวัดโมลโี ลกไปปลูกเปน็ กฏุ ิ
เจ้าอาวาสวัดเขมาภิรตาราม ต�ำหนักแดงสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ในวังหลวง
เปน็ ต�ำหนักท่ปี ระทับของสมเด็จพระเจา้ พ่ีนางเธอกรมพระเทพสดุ าวดี ตอ่ มาไดย้ า้ ยไปปลูกทีพ่ ระราชวังเดมิ เป็น
ทปี่ ระทบั ของกรมสมเดจ็ พระศรสี รุ ิเยนทรามาตย์ ผูเ้ ป็นพระธดิ า เมือ่ กรมสมเด็จพระศรีสุรเิ ยนทรามาตยส์ วรรคต
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวรื้อไปถวายวัดโมลีโลก ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดเกลา้ ฯ ใหร้ อื้ ถวายเปน็ กฏุ เิ จา้ อาวาสวดั เขมาภริ ตาราม เพอ่ื เปน็ อนสุ รณแ์ ดก่ รมสมเดจ็ พระศรสี รุ เิ ยนทรามาตย์
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหร้ อ้ื พระทน่ี งั่ มลู มณเฑยี รในพระบรมมหาราชวงั
ไปสร้างทว่ี ัดเขมาภริ ตาราม ให้เป็นโรงเรียนของวัดเขมาภิรตาราม ปัจจุบนั เป็นหอ้ งสมดุ
โบราณสถานและศาสนสถานที่สำ� คญั
พระอุโบสถ กรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างข้ึน พระบาทสมเด็จพระพุทธ
เลิศหล้านภาลัย เสด็จพระราชด�ำเนินมาทรงเริ่มการก่อสร้างเมื่อแรกยกตัวไม้เคร่ืองบน ต่อมาพระอุโบสถช�ำรุด
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ท้ังหมด พระอุโบสถ เป็นอาคารทรงไทย
มีชอ่ ฟา้ ใบระกา หางหงส์ หนา้ บันสลักรปู พระนารายณท์ รงสุบรรณเด่นสงา่ งดงาม
พระประธาน เปน็ พระพทุ ธรูปปนู ปน้ั ปางมารวิชยั หนา้ ตกั กว้าง ๒.๙๐ เมตร สงู ๔ เมตร
ภายในพระอโุ บสถประดษิ ฐานพระพทุ ธรปู ทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงอญั เชญิ พระเจา้
อนิ ทรแ์ ปง พระพทุ ธรปู โบราณจากวงั จนั ทรเ์ กษม จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา มาประดษิ ฐานดา้ นหนา้ พระประธาน
พระอุโบสถวดั เขมาภิรตาราม
ผนงั พระอุโบสถ เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังทส่ี วยงามมาก เป็นภาพวิมานของเทพยดาบนสวรรค์ และ
เหลา่ เทพยดามากมายตา่ งเหาะมาถวายสกั การะแดพ่ ระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ แมภ้ าพหลงั บานหนา้ ตา่ งเขยี นภาพเทพบตุ ร
และเทพธิดาถวายสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มิได้เขียนภาพทวารบาลตามประเพณีนิยม ภาพจิตรกรรมท่ี
พระอโุ บสถแห่งน้ีเปน็ ภาพจติ รกรรมทง่ี ดงามแห่งหนง่ึ ของประเทศ
ผนังห้มุ กลองด้านหลงั พระประธาน ประดิษฐานพระพุทธรปู น่งั ปางมารวิชยั ๕ องค์ และพระพทุ ธรูปยืน
ทรงเครอื่ งปางหา้ มญาติ ๒ องค์
ทฝ่ี าผนงั ด้านหลงั เจาะผนังเปน็ ซุม้ ๖ ซุ้ม ประดษิ ฐานพระพุทธรปู ในซุ้ม
ซมุ้ ประตดู ้านหนา้ มี ๓ ประตู ซ้มุ ประตเู ปน็ ซ้มุ ยอดปรางค์ ด้านหลังมี ๒ ประตู ระหว่างซ้มุ ประตูด้านหลัง
มซี มุ้ ประดษิ ฐานพระศรอี ริยเมตไตรย
พระมหาเจดีย์ เปน็ เจดียก์ ลมทรงระฆัง ตง้ั อยดู่ า้ นหลังพระอุโบสถสูงเดน่ เห็นได้แต่ไกล พระบาทสมเดจ็
พระจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ รา้ งขนึ้ ทรงน�ำแบบอยา่ งพระเจดียท์ วี่ ัดอโยธยา (วดั เดิม) บา้ นหันตรา
นนทบรุ ีศรีมหานคร 191
จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา เปน็ เจดยี ท์ รงระฆงั สงู ๑๕ วา ฐานแปดเหลยี่ ม ๓ ชน้ั มเี จดยี จ์ ลุ เจดยี ์ เจดยี อ์ งคเ์ ลก็ ๔ องค์
ท่ีกรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ทรงให้สร้างไว้ ๔ มุมพระอุโบสถมาก่อน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหช้ ะลอมาไวท้ ี่ ๔ มมุ พระมหาเจดยี ์ ถวายเปน็ เจดยี น์ อ้ ย ประจำ� ทง้ั ๔ ทศิ ของพระมหาเจดยี ์
พระมหาเจดยี ์ และจลุ เจดยี ์ ตงั้ อยบู่ นฐานประทกั ษณิ สเ่ี หลย่ี ม มบี นั ไดขนึ้ ฐานประทกั ษณิ องคพ์ ระมหาเจดยี ์
โปร่งจนถงึ ฐานประทกั ษณิ ภายในฐานประทักษณิ แบง่ เปน็ ช่องโปร่ง ๘ ช่อง สามารถเดนิ ทะลุถึงกันได้ ตรงกลาง
โปร่งกลวงข้ึนไปสู่องค์ระฆังของเจดีย์ ที่ฐานประทักษิณท�ำเป็นซุ้มโค้งสามารถเข้าไปภายในที่ท�ำเป็นคูหาได้
เปน็ สถานทสี่ งบเหมาะในการเจริญจิตตภาวนาทีด่ ีภายในองคพ์ ระมหาเจดยี ์
ศาลาจตุรมุข ต้ังอยู่หน้าวัดริมแม่น�้ำเจ้าพระยา เป็นศาลาท่ีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เสด็จประทับ เมื่อคร้งั เสดจ็ ประพาสต้น ครัง้ ท่ี ๑ และครั้งที่ ๒ เมอื่ วันท่ี ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๘ และวนั ที่
๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๐ ตามล�ำดับ
เสด็จประทบั แรม ณ วัดเขมาถงึ สองครง้ั เมอ่ื คราวเสด็จประพาสตน้
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยหู่ ัว ทรงโปรดการเสด็จประพาสต้นเปน็ การเดินทางส่วนพระองค์
แบบชาวบ้านทั่วไป แม้ศาลาวัดเป็นท่ีประทับของพระองค์ได้ ศาลาวัดเขมาภิรตาราม ได้เป็นสถานท่ีประทับใน
ระหว่างการเสด็จประพาสต้นถึง ๒ ครง้ั ดังปรากฏในหนังสือเสด็จประพาสต้น ในรัชกาลท่ี ๕ ดังน้ี
คร้ังท่ี ๑ วนั ที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๘
“เสด็จออกจากบางปะอนิ เมอื่ วันท่ี ๑๔ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๓ ...เวลาเยน็ เสด็จมาประทบั แรมทห่ี น้า
วัดเขมา จอดเรือพระที่นั่งเข้ากับสะพานหน้าวัดอย่างเราไปเที่ยวกัน ใช้ศาลาหน้าวัดเป็นท้องพระโรง
ไม่มีพลบั พลาฝาเล่ือนแต่อย่างใด เจ้าพนกั งานเจา้ ของทอ้ งท่ีเหมือนจะไมร่ ตู้ ัววา่ จะเสด็จมาประทบั แรมท่ีนัน้
การล้อมวงคงก�ำจัดกันตามแต่จะท�ำได้ ดูก็สนุกดี จนเวลา ๒ ทุ่มเศษ กรมหลวงนเรศร์ เสนาบดีกระทรวง
นครบาล จงึ เสดจ็ ไปถึง ได้ยินรบั สง่ั วา่ “อาสน์แขง็ ๆ กนั ไมร่ ู้ พอรู้กร็ ีบมาจะตอ้ งนัง่ อยู่ยงั รงุ่ ”
คร้ังท่ี ๒ เสด็จพระราชด�ำเนินจากกรุงเทพฯ เวลาเย็นวันท่ี ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๐ ดังปรากฏใน
พระราชนพิ นธ์ เสดจ็ ประพาสต้นคร้ังทส่ี อง ดงั นี้
“วันท่ี ๒๗ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๕ ออกจากสวนดุสิต ๒ ทมุ่ ไปในวังแลว้ ไปบ้านบุรฉตั ร พอสวดมนต์
จบเลยี้ งแลว้ ตัดสินโตะ๊ เฉพาะชน้ิ ปกั กง่ิ ๔ ทุม่ ครงึ่ รดน�้ำแล้วกลับเข้ามาในวงั ทูลลา แลว้ ลงเรือถึงต�ำหนกั แพ
วังหน้า ๕ ทุม่ ถึงวัดเขมา ๕ ท่มุ ครง่ึ ”
การเสดจ็ ประพาสตน้ ครงั้ ทสี่ อง ถงึ วดั เขมาภริ ตาราม เวลา ๕ ทมุ่ ครง่ึ ไดป้ ระทบั แรมทหี่ นา้ วดั เขมาภริ ตาราม
๑ คนื รุ่งขึ้นเช้าเสดจ็ รับกรมการผ้ใู หญ่บา้ น และพระวนิ ยั รกั ขติ เจา้ อาวาสวดั เขมาภริ ตาราม และเสด็จไปถา่ ยรูป
ตลาดปากคลองบางเขน
192 นนทบรุ ศี รีมหานคร
พระมหาเจดีย์ และพระอุโบสถ วดั เขมาภริ ตาราม
วดั เฉลิมพระเกยี รติวรวิหาร
วัดเฉลิมพระเกยี รติวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชนั้ โทชนดิ วรวิหาร ตง้ั อยู่ทต่ี ำ� บลบางศรีเมอื ง อำ� เภอ
เมอื งนนทบรุ ี จังหวัดนนทบุรี
พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ รา้ งวดั ทบ่ี รเิ วณปอ้ มทบั ทมิ และบรเิ วณจวนอนั เปน็
นิวาสสถานของพระยานนทบุรีศรีมหาอุทยานซ่ึงเป็นพระอัยกาของพระองค์ เพ่ือเป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่
พระอยั กา พระอยั กี และกรมสมเดจ็ พระศรสี ลุ าลยั พระบรมราชชนนพี นั ปหี ลวง โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ มเดจ็ เจา้ พระยา
บรมมหาประยูรวงศ์ (ดศิ บุนนาค) เมือ่ ครง้ั เปน็ เจ้าพระยาพระคลงั สมุหพระกลาโหมเป็นแม่กองก่อสร้าง
การสรา้ งวดั เรมิ่ เมอ่ื พ.ศ. ๒๓๙๐ แตก่ ารสรา้ งวดั ยงั ไมส่ ำ� เรจ็ บรบิ รู ณ์ พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
เสดจ็ สวรรคต พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจา้ อยหู่ วั โปรดเกล้าฯ ดำ� เนนิ การก่อสร้างวดั เฉลิมพระเกยี รตสิ �ำเรจ็
บรบิ รู ณ์ โปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ จา้ พระยาทพิ ากรวงศเ์ ปน็ แมก่ องกอ่ สรา้ ง พระราชทานนาม “วดั เฉลมิ พระเกยี รตวิ รวหิ าร”
การสร้างวัดเฉลิมพระเกียรติมิเพียงแต่เป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่พระอัยกา พระอัยกี และสมเด็จ
พระราชชนนีพันปีหลวงของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่วัดเฉลิมพระเกียรติยังเป็นแหล่งศึกษา
ด้านศิลปะอนั วจิ ติ รงดงามตามพระราชนยิ มของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา้ เจ้าอยูห่ วั ด้วย
นนทบรุ ีศรมี หานคร 193
สงิ่ ส�ำคญั ของวดั เฉลมิ พระเกียรติ
พระอโุ บสถ พระอโุ บสถวัดเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกล้าเจ้าอยหู่ ัว เสดจ็ กอ่ พระฤกษ์เมอ่ื
วันท่ี ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๙๐ อาคารพระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมไทยผสมจีน ผนงั ภายในพระอุโบสถเขียน
ภาพลายพ่มุ ขา้ วบิณฑ์ ช่อดอกพดุ ตานใบเทศ บานประตหู น้าต่าง ดา้ นนอกเขยี นลายทองรดน้ำ� ดา้ นบนเป็นรูป
พระวิมานอันเปน็ พระราชลญั จกรในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา้ เจา้ อยู่หวั ตอนล่างเป็นรปู กระตา่ ยในดวงจันทร์
เต็มดวง ซง่ึ มีความหมายถึงนามของพระอัยกเี พ็ง และพระอัยกาจัน หรือบญุ จนั
พระประธานในพระอโุ บสถมพี ระนามวา่ พระพทุ ธมหาโลกาภนิ นั ทป์ ฏมิ ากร เปน็ พระพทุ ธรปู ปางมารวชิ ยั
ขนาดหนา้ ตกั กวา้ ง ๖ ศอก สงู ๘ ศอก ๑ คบื ๔ นว้ิ มพี ระพทุ ธลกั ษณะงดงาม ตามแบบพทุ ธศลิ ปส์ มยั รตั นโกสนิ ทร์
ตอนต้น พระประธานหลอ่ จากทองแดงทไ่ี ดม้ าจากบา้ นจันทึก จงั หวัดนครราชสีมา
พระอุโบสถแบบไทยปนจีนของวัดเฉลิมพระเกียรติมีลักษณะพิเศษต่างจากลักษณะของอุโบสถวิหาร
ในรชั สมยั รชั กาลที่ ๓ ทห่ี นา้ จวั่ หลงั คาเปน็ แบบใหมท่ อี่ าจทำ� ในรชั กาลท่ี ๔ โดยเฉพาะการประดบั รปู หวั พญานาค
และครบี นาคเปน็ แถวแบบชอ่ ฟา้ ใบระกา ทงั้ หมดเปน็ งานกระเบอ้ื งเคลอื บสี คลา้ ยพระอโุ บสถพระวหิ ารวดั โสมนสั วหิ าร
และวดั มกุฏกษตั รยิ าราม กรงุ เทพฯ
พระอโุ บสถ ต้งั อยู่กลางระหวา่ งพระวหิ ารและการเปรยี ญ
พระวิหาร ต้ังอยู่ทางด้านซ้ายของพระอุโบสถ เป็นสถาปัตยกรรมไทยปนจีนคล้ายพระอุโบสถ ภายใน
ประดษิ ฐานพระพทุ ธรูปศลิ าขาว
ศาลาการเปรียญ
การเปรียญเป็นอาคารสร้างอยู่ทางขวาของพระอุโบสถ เป็นอาคารทรงส่ีเหลี่ยมขนาดกว้าง ๑๖ เมตร
ยาว ๒๔ เมตร ลกั ษณะสถาปตั ยกรรมของการเปรยี ญเปน็ แบบไทยปนจนี เชน่ เดยี วกบั พระวหิ าร ภายในประดษิ ฐาน
พระพุทธปฏิมาชยั วัฒน์ (พระชัย) หลอ่ ดว้ ยทองแดง ประดษิ ฐานอยู่บนฐานชุกชสี ูง ประทับนัง่ ขดั สมาธิ พระหตั ถ์
ทรงถอื พดั และหล่อด้วยโลหะกะไหล่ทอง
พระอุโบสถ พระวิหาร และการเปรียญ ล้อมรอบด้วยกำ� แพงแกว้ ที่
ทำ� เปน็ แบบกำ� แพงเมอื ง มปี อ้ มอยทู่ มี่ มุ กำ� แพง และมเี ชงิ เทนิ ตลอดแนวกำ� แพง
ดา้ นหลงั อโุ บสถเปน็ ทต่ี ง้ั พระเจดยี ท์ รงกลมองคใ์ หญ่ มคี วามสงู ๔๕ เมตร
ตงั้ อยบู่ นฐานแปดเหลย่ี มซอ้ นกนั ๒ ชนั้ พระเจดยี อ์ งคน์ เ้ี รมิ่ สรา้ งครงั้ รชั กาล
พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่พระองค์เสด็จสวรรคตเสียก่อน
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างต่อจนส�ำเร็จ โปรดเกล้าฯ
ใหอ้ ญั เชิญพระบรมสารรี ิกธาตบุ รรจไุ ว้ภายในพระเจดยี ์ด้วย
ด้านหน้าของวัดติดแม่น�้ำเจ้าพระยา มีบรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้
ขนาดใหญ่ เป็นวัดที่มีบรรยากาศของวัดแบบโบราณที่ร่มร่ืนด้วยพฤกษา
นานาพันธ์ุ รมิ น้ำ� คลาคล่ำ� ดว้ ยเหล่ามัจฉาทดี่ ำ� ผุดดำ� วา่ ยอยเู่ ต็มไปหมด
ดา้ นหนา้ วดั ทางตอนเหนอื รมิ แมน่ ำ้� เจา้ พระยาประดษิ ฐานพระบรมรปู
พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ประทบั ยนื เพอื่ เปน็ การเฉลมิ พระเกยี รติ
แดพ่ ระองคท์ ที่ รงสถาปนาพระอาราม พระราชทานนาม วดั เฉลมิ พระเกยี รติ
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกล้าเจ้าอยหู่ ัว
ณ วัดเฉลมิ พระเกยี รติ
194 นนทบรุ ศี รีมหานคร
พระอโุ บสถวดั เฉลิมพระเกยี รติวรวิหาร
วดั ชมภูเวก
วดั ชมภเู วก ตัง้ อยทู่ ี่ถนนสนามบนิ น�้ำ ตำ� บลท่าทราย อำ� เภอเมืองนนทบุรี จังหวดั นนทบุรี
วัดชมภูเวกสร้างในสมัยอยุธยา โบราณสถานท่ีกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้ ได้แก่ อุโบสถหลังเดิม
และวหิ าร ตามประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เลม่ ๙๑ ตอนที่ ๘๒ วนั ท่ี ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๗
อโุ บสถหลงั เดมิ เปน็ สถาปตั ยกรรมสมยั สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราชเปน็ อาคารกอ่ อฐิ ถอื ปนู ขนาด ๓ หอ้ ง
ผนังด้านหน้าและผนังด้านหลังก่ออิฐถือปูนถึงหน้าบันจดอกไก่ เป็นสถาปัตยกรรมท่ีรับอิทธิพลแบบตะวันตก
ทเี่ รยี กวา่ แบบวลิ นั ดา อนั เปน็ ศลิ ปะในรชั สมยั สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช หนา้ บนั ประดบั ลายปนู ปน้ั แบบโรโคโค
เปน็ ลายพรรณพฤกษา และมเี ครอื่ งปน้ั เบญจรงคป์ ระดบั อยดู่ ว้ ย ชอ่ ฟา้ และหางหงสป์ น้ั เปน็ รปู บคุ คลพนมมอื แทน
ช่อฟา้ หางหงส์แบบประเพณีของไทย ซุม้ ประตู ซมุ้ หนา้ ตา่ ง ประดับลายปูนปนั้ ลายพรรณพฤกษาและเครื่องป้ัน
เบญจรงค์ ประตูดา้ นหน้ามีบนั ไดโคง้ เป็นแทน่ อฒั จนั ทร์
ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งาม เป็นจิตรกรรมสกุลช่างนนทบุรี ด้านบนเหนือขอบหน้าต่าง
เขยี นภาพอดีตพระพุทธเจา้ ผนังห้มุ กลองดา้ นหน้าเขยี นภาพพระพทุ ธเจ้าผจญมาร กองทพั พญามารมารมุ ทำ� รา้ ย
เจ้าชายสทิ ธัตถะขณะบ�ำเพญ็ เพยี รเพื่อจะบรรลพุ ระสัมมาสัมโพธิญาณ