๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖ นนทบุรศี รมี หานคร 345
๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
พระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จ
พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ
เสด็จพระราชด�ำเนินในงานฉลอง
สมโภช วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร
อำ� เภอเมืองนนทบรุ ี จังหวัดนนทบุรี
ที่มา: พระบารมีปกเกล้าฯ ชาว
นนทบุรี. นนทบุรี. จังหวัดนนทบุรี.
หน้า ๑๙๗.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จ
พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ
พ ร ้ อ ม ด ้ ว ย ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ ท พ รั ต น
ราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี เสดจ็
พระราชด�ำเนินทางชลมารค โดย
ประทับเรืออังสนา ทอดพระเนตร
ริมแม่น้ำ� เจ้าพระยา
ในภาพทรงถ่ายรูปพสกนิกรท่ี
บรเิ วณวดั เขมาภริ ตารามราชวรวหิ าร
ต�ำบลสวนใหญ่ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี
จังหวดั นนทบุรี
ท่ีมา: พระบารมีปกเกล้าฯ ชาว
นนทบุรี. นนทบุรี. จังหวัดนนทบุรี.
๒๕๕๕. หนา้ ๑๗๓.
๙
ใผนทู้จำ�งั คหณุ วปัดรนะนโทยบชนรุ ์ี
ผู้ท�ำคุณประโยชน์ในจังหวัดนนทบรุ ี
จังหวัดนนทบุรีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ครั้งท่ีเป็นบ้านตลาดขวัญ ได้รับการยกฐานะเป็น
เมอื งนนทบุรี และจงั หวดั นนทบรุ มี าจนถึงปัจจุบันน้ี
ในชว่ งเวลาทเี่ ปน็ รอยตอ่ ของเมอื งนนทบรุ กี บั การเปลยี่ นเปน็ จงั หวดั นนทบรุ ตี งั้ แต่ พ.ศ. ๒๔๔๐ เปน็ ตน้ มา มี
บคุ คลที่ทำ� คณุ ประโยชน์ใหแ้ ก่จงั หวดั ไว้หลายท่าน บคุ คลเหล่าน้ันไดม้ บี ทบาทในการพัฒนาและสร้างสรรคค์ วาม
เจรญิ ใหแ้ กจ่ งั หวดั นนทบรุ ี ควรแกก่ ารยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รติ การนำ� เสนอผลงานผทู้ ำ� คณุ ประโยชนแ์ กจ่ งั หวดั นนทบรุ ี
ในท่ีนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้ท�ำคุณประโยชน์แก่จังหวัดนนทบุรีเท่าน้ัน แท้ที่จริงแล้วมีผู้ท�ำคุณประโยชน์ให้แก่
จังหวดั นนทบุรมี ีอกี มากมายหลายท่าน
สมณะเมอื งนนทบุรผี ู้ทรงปัญญา พระสังฆราชา ๑๘ ประโยค
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (สา ปุสฺสเทโว) สมเด็จพระสังฆราช
องคท์ ี่ ๙ แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ ทรงมีชาตกิ �ำเนดิ เปน็ คนเมอื งนนท์
เจา้ พระคณุ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (สา ปสุ สฺ เทโว) เปน็ ชาวตำ� บลบางไผ่
จังหวัดนนทบุรี ประสูตเิ ม่ือวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๓๕๖ ในรชั กาลท่ี ๒
โยมบดิ าชื่อ จันท์ โยมมารดาชอ่ื สขุ
สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ เมอื่ อยใู่ นวยั เดก็ ไดศ้ กึ ษาวชิ าการตา่ ง ๆ จากโยมบดิ าซงึ่ เปน็ ผมู้ คี วามรู้
(สา ปุสฺสเทโว) ทางอักษรศาสตร์และพระปริยัติธรรม เป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ใน
พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ท�ำให้เจ้าพระคุณสมเด็จฯ มีอุปนิสัย
สมเด็จพระสงั ฆราช นอ้ มไปในทางบรรพชาและมคี วามรทู้ างภาษาไทย ภาษาบาลี และพทุ ธศาสนา
มาตงั้ แตท่ รงเยาวว์ ยั ในเวลาตอ่ มาไดบ้ รรพชา เปน็ สามเณรทวี่ ดั ใหมบ่ างขนุ เทยี น
(วัดนครอนิ ทร์ ต�ำบลสวนใหญ่ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี จงั หวดั นนทบุร)ี
สามเณรสาได้ไปศึกษาพระปริยัติธรรมที่พระราชวังบวรสถานมงคล
(วงั หนา้ ) ซงึ่ โยมบดิ าเปน็ ครสู อนพระปรยิ ตั ธิ รรมทพี่ ระราชวงั บวรสถานมงคล
(วังหน้า) และสามเณรสาได้ไปพ�ำนักอยู่ท่ีวัดสังเวชวิศยาราม บางล�ำพู
กรงุ เทพมหานคร
ตอ่ มาสามเณรสา ไดเ้ ขา้ ถวายตวั เปน็ ศษิ ยใ์ นสำ� นกั พระวชริ ญาณ (พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั )
ขณะเมอื่ ทรงผนวชประทบั อยทู่ ว่ี ดั สมอราย (วดั ราชาธวิ าส) เพอ่ื ศกึ ษาพระปรยิ ตั ธิ รรมตอ่ ในสำ� นกั เรยี นของพระบาท
สมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
สามเณรสาอายุได้ ๑๘ พรรษา ได้เข้าแปลพระปริยัติธรรม ทรงแปลไดใ้ นคราวเดียวได้หมดท้งั ๙ ประโยค
ได้เป็นเปรียญเอก ๙ ประโยค ต้ังแต่ยังเป็นสามเณร นับเป็นสามเณรรูปแรกที่เป็นเปรียญ ๙ ประโยค ในยุค
กรงุ รัตนโกสินทร์ ได้รับการยกย่องวา่ เป็นสามเณรอจั ฉรยิ ะของกรุงรัตนโกสินทร์
พ.ศ. ๒๓๗๖ มพี ระชนมายคุ รบ ๒๐ ปี สามเณรสาไดอ้ ปุ สมบท ณ วดั สมอราย (วดั ราชาธวิ าส) พระสเุ มธมนุ ี
(ซาย พทุ ธวงั โส) เปน็ พระมอญ เจา้ อาวาสวดั ลงิ ขบ (วดั บวรมงคล) เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ พระวชริ ญาณ (พระบาท
สมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว) ทรงเป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้ฉายา ปสุ โส
348 นนทบรุ ีศรีมหานคร
พ.ศ. ๒๓๗๙ พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดท้ รงอาราธนาพระภกิ ษพุ ระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้
เจ้าอย่หู ัว ใหเ้ สด็จมาครองวดั บวรนเิ วศวหิ าร พระมหาสา เปรยี ญเอกไดต้ ามเสดจ็ พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้
เจ้าอยหู่ ัว มาอยูท่ วี่ ดั บวรนิเวศวหิ ารดว้ ย
พ.ศ. ๒๓๘๒ พรรษา ๖ โปรดเกล้าฯ สถาปนาพระมหาสาเปน็ พระราชาคณะทพ่ี ระอมรโมลี ทรงไดร้ บั การ
ยกยอ่ งให้ดำ� รงอยูใ่ นฐานะพระเถระผ้ใู หญต่ ัง้ แต่ทรงมีอายุพรรษาเพียง ๖ พรรษา (พระชนมายุ ๒๖ ปี) ทรงเปน็
พระเถระผใู้ หญ่ ผูเ้ ป็นตน้ วงศ์แห่งคณะธรรมยุตริ ปู หน่งึ ในจำ� นวน ๑๐ รูป
หลังจากทไ่ี ด้ทรงด�ำรงสมณศกั ด์เิ ปน็ พระอมรโมลี พระราชาคณะแลว้ ได้ลาสกิ ขาอยรู่ ะยะหนง่ึ
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจา้ อยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้อปุ สมบทใหมท่ ีว่ ัดบวรนเิ วศวหิ าร
เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๔ สมเดจ็ พระมหาสมณะเจา้ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ แตค่ รัง้ ดำ� รงพระอิสริยยศเป็น
กรมหม่นื บวรรงั สีสุรยิ พันธ์ุ เป็นพระอุปัชฌาย์ ทรงมพี ระนามฉายาวา่ ปสุ สฺ เทโว
หลงั จากทรงอปุ สมบทครง้ั ที่ ๒ ทรงเขา้ แปลพระปรยิ ตั ธิ รรมอกี ครงั้ หนงึ่ และทรงแปลไดห้ มดทงั้ ๙ ประโยคอกี
ดว้ ยเหตนุ จี้ งึ มผี กู้ ลา่ วขวญั ถงึ พระองคด์ ว้ ยสมญานามอนั แสดงถงึ พระคณุ ลกั ษณะพเิ ศษนว้ี า่ สงั ฆราช ๑๘ ประโยค
พ.ศ. ๒๔๐๑ โปรดเกล้าฯ แต่งตงั้ เป็นพระราชาคณะท่พี ระสาสนโสภณ สถิต ณ วดั บวรนิเวศวิหาร
พ.ศ. ๒๔๐๘ เม่ือการสร้างวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจา้ อยูห่ ัว โปรดเกล้าฯ ให้พระสาสนโสภณ (สา ปสุ ฺสเทโว) มาครองวัดราชประดษิ ฐสถิตมหาสมี าราม ทรงด�ำรง
ตำ� แหนง่ เจ้าอาวาสพระองค์แรกของวดั ราชประดษิ ฐสถิตมหาสีมาราม
พ.ศ. ๒๔๑๕ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ สถาปนาเลอ่ื น สมณศกั ด์ิ
ขน้ึ เปน็ พระราชาคณะชนั้ เจา้ คณะรองทพ่ี ระธรรมวโรดม แตใ่ หค้ งใชร้ าชทนิ นามเดมิ วา่ พระสาสนโสภณทพี่ ระธรรมวโรดม
พ.ศ. ๒๔๑๖ พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หวั เสดจ็ ออกทรงผนวชเปน็ พระภิกษุ ณ วดั พระศรี
รัตนศาสดาราม สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ขณะด�ำรงพระยศเป็นกรมหม่ืนบวร
รังสีสุริยพันธุ์ ทรงเป็นพระราชอุปัชฌาย์จารย์ เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช (สา) ขณะทรงด�ำรงสมณศักดิ์ที่
พระสาสนโสภณ เปน็ พระราชกรรมวาจาจารย์
พ.ศ. ๒๔๒๒ ในรชั กาลท่ี ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเปน็ สมเดจ็ พระราชาคณะท่ี สมเดจ็ พระ
พุทธโฆษาจารย์ เจา้ คณะใหญ่ฝ่ายเหนอื
พ.ศ. ๒๔๓๑ พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว โปรดเกลา้ ฯ ใหท้ �ำการตรวจช�ำระพระไตรปฎิ ก
และพมิ พ์เป็นเล่มด้วยอักษรไทย เจา้ พระคณุ สมเดจ็ พระสังฆราช (สา) ขณะทรงดำ� รงสมณศักด์ิทีส่ มเด็จพระพุทธ
โฆษาจารย์ เปน็ รองอธบิ ดจี ดั การทำ� สงั คายนาพระไตรปฎิ ก สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระยาปวเรศวรยิ าลงกรณ์
ทรงเปน็ อธิบดีในการตรวจชำ� ระพระไตรปิฎก
พระไตรปฎิ กซงึ่ แตเ่ ดมิ จารกึ ไวด้ ว้ ยอกั ษรขอม และจารลงในใบลาน การคดั ลอกทำ� ไดช้ า้ ไมเ่ ปน็ ทแี่ พรห่ ลาย
และไมเ่ พียงพอในการศึกษาเล่าเรียน ทงั้ ตวั อกั ษรขอมมผี ูอ้ ่านได้น้อยลง ถา้ มกี ารแปลงเป็นอกั ษรไทย และพมิ พ์
เป็นเล่มด้วยตัวอักษรไทย จะได้ประโยชน์ดีกว่า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาราธนาพระเถรานุเถระมา
ประชุมร่วมกับราชบัณฑิตทั้งหลาย ตรวจช�ำระพระไตรปิฎกภาษาบาลี แล้วจัดพิมพ์เป็นเล่มหนังสือ เรียกว่า
พระไตรปฎิ กฉบบั ร.ศ. ๑๑๒ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (สา) ขณะดำ� รงสมณศกั ดทิ์ ส่ี มเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ เปน็ อธบิ ดี
และสมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส เปน็ รองอธบิ ดจี ดั ดำ� เนนิ การสงั คายนาตรวจทานการแปล
และการจดั พมิ พพ์ ระไตรปฎิ กครง้ั นี้ จำ� นวน ๑,๐๐๐ จบ ๆ ละ ๓๙ เลม่ พมิ พเ์ สรจ็ เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๓๖ เปน็ ทเี่ ลอ่ื งลอื
แพรห่ ลายไปทวั่ โลก และฉลองในการบำ� เพญ็ พระราชกศุ ลสมโภชสริ ริ าชสมบตั ิ ทรงครองราชยค์ รบ ๒๕ ปี พ.ศ. ๒๔๓๖
นนทบรุ ีศรมี หานคร 349
พ.ศ. ๒๔๓๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อย่หู วั โปรดเกล้าฯ สถาปนาเพ่ิมอิสรยิ ยศเจา้ พระคณุ
สมเดจ็ ฯ ใหพ้ เิ ศษกวา่ สมเดจ็ พระราชาคณะแตก่ อ่ น ๆ มา ทรงสถาปนาเลอ่ื นขน้ึ เปน็ สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นกรณีพิเศษ ท่ีมีต่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ท่ีโปรดเกล้าฯ สถาปนาใน
ราชทินนามท่ีสมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ อันเป็นราชทนิ นามสำ� หรับต�ำแหน่งสมเด็จพระสงั ฆราช ตัง้ แต่ขณะท่ี
ยงั ไมเ่ ป็นสมเดจ็ พระสังฆราช นับได้วา่ เป็นการพระราชทานเกียรตยิ ศอยา่ งสงู เป็นกรณีพเิ ศษ
พ.ศ. ๒๔๓๖ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่ โปรดเกลา้ ฯ สถาปนาเจา้ พระคณุ สมเดจ็ ฯ เปน็ สมเดจ็
พระสงั ฆราช เม่ือวันท่ี ๒๙ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๔๓๖ อันเปน็ ปที ท่ี รงมพี ระชนมายุได้ ๘๐ ปี พระองค์ไมไ่ ดร้ ับ
พระราชทานนามพระสุพรรณบัฏใหม่ คงใช้พระสุพรรณบัฏเดิม เม่ือครั้งโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระสมณศักดิ์ท่ี
สมเดจ็ พระอริยวงศาคตญาณ เมือ่ พ.ศ. ๒๔๓๔ ซึ่งเป็นพระทินนามสำ� หรับตำ� แหน่งสมเด็จพระสงั ฆราช
การสถาปนาครงั้ น้ี เรียกวา่ “สถาปนาเพ่มิ พระอิสริยยศ พระราชทานมุทธาภิเษก” เลอื่ นตำ� แหน่งสมณ
ฐานันดรศกั ดข์ิ ึน้ เป็นสมเดจ็ พระสังฆราช มพี ระนามตามจารกึ ในสุพรรณบฏั ตามเดมิ ตามประกาศทรงพระกรณุ า
โปรดเกล้าฯ สถาปนาส่วนหนง่ึ ดังนี้
คำ� ประกาศ ศภุ มสั ดุ พระพทุ ธศาสนกาล เปน็ อดตี ภาคลว่ งแลว้ ๒๔๓๖ พรรษา ปตั ยบุ นั กาล จนั ทรคตนิ ยิ ม
อุรคสังวัจฉร กรรตกิ มาศ กาฬปักษ์ ฉัฎฐมี ดถิ ี พุฒวาร สรุ ยิ คตกิ าล รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๒ พฤศจกิ ายนมาศ
เอกุณติงสตมิ มาสาหคณุ ประเภท ปริเฉทกาลก�ำหนด
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชด�ำริว่า.....
สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ เจา้ คณะใหญฝ่ า่ ยเหนอื ประกอบดว้ ย คณุ ธรรม อนนั ตโกศล วมิ ลปฏภิ าณ ญาณ
ปรชี ารอบรพู้ ระปรยิ ตั ธิ รรม เปน็ เอกอรรคบรุ ษุ แลดำ� เนนิ ในสมั มาปฏบิ ตั ดิ ำ� รงคณุ ธรรม อนั ไดแ้ จง้ อยใู่ นประกาศ
เลอื่ นตำ� แหนง่ แตก่ อ่ นโดยพศิ ดาร จงึ ไดท้ รงสถาปนาใหม้ อี สิ รยิ ศกั ดพิ์ เิ ศษยง่ิ กวา่ สมเดจ็ พระราชาคณะ ซงึ่ เปน็
เจา้ คณะใหญ่ โดยสามญั แลว้ บดั นพี้ ระมหาเถระซง่ึ มคี ณุ แลไวย แลอสิ รยิ ศกั ดเิ์ ปน็ ชนั้ เดยี วกนั กล็ ว่ งลบั ไปสน้ิ แลว้
ยังเหลืออยู่แต่พระองค์เดียวเป็นท่ีเจริญพระราชศรัทธา แลเป็นอรรคมหาคารวะสถานยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน
ท้ังเจริญด้วยชนมายุกาลัตตัญญภาวคุณเป็นพระมหาเถระในสงฆ์ สมควรที่จะด�ำรงสมณฐานันดรศักดิ์ท่ี
สมเดจ็ พระสังฆราชให้ปรากฏเกยี รติยศ เกียรติคณุ สืบไปส้นิ กาลนาน
แลจะไดเ้ ปน็ ทสี่ กั การบชู าแหง่ พทุ ธศาสนกิ บรสิ ชั ทงั้ คฤหสั ถแ์ ลบรรพชติ ทง้ั ปวงทว่ั ไป จงึ ทรงมพี ระบรม
ราชโองการมาณพระบณั ฑรู สรุ สิงหนาท ดำ� รังส่ังใหส้ ถาปนาเพม่ิ พระอิสริยยศ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
พระราชทานมุทธาภิเศก เล่ือนต�ำแหน่งสมณฐานันดรศักด์ิขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช มีนามตามจารึกใน
สพุ รรณบฏั ตามเดิมวา่
สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สขุ มุ ธรรมวธิ านธำ� รง มหาสงั ฆปรนิ ายก ตรปี ฎิ กกลากศุ โลภาศปรมนิ ทร
มหาราชหโิ ตปสมั ปทาจารย์ ปุสสเทวาภธิ านสงั ฆวสิ ุต ปาวจนตุ มสาสนโสภณ วิมลศลี สมาจารวัตร พทุ ธสา
สนบรสิ ชั คารวะสถาน วจิ ติ รปฏภิ าณพฒั นคณุ อดลุ ยคมั ภรี ญานสนุ ทร มหาอดุ รคณสิ รบวรสงั ฆาราม คามวาสี
อรญั วาลี สถติ ย์ ณ วดั ราชประดษิ ฐสถติ ยมหาสมี ารามวรวหิ าร พระอารามหลวงเปน็ ประธานในสมณะมณฑล
ท่วั พระราชอาณาเขต แลด�ำรงที่เจา้ คณะใหญ่ฝ่ายเหนือด้วย...
...เป็นที่เฉลิมพระราชศรัทธาภิยโยภาพ ปรากฏส้ินกาลนาน ขออารธนาให้รับธุระพระพุทธศาสนา
เป็นภาระส่ังสอน และระงับอธิกรณ์พระสงฆ์สามเณรในคณะ แลคณานุคณะในสยามรัฏฐิกสงฆ์มณฑล
ทั่วไป ให้ทวยี ิง่ ขึน้ ตามสมควรแกก่ ำ� ลัง แลอสิ ริยยศ ซงึ่ พระราชทานนี้
350 นนทบรุ ีศรมี หานคร
ผลงานทางดา้ นวิชาการ งานพระนิพนธ์
สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) ทรงเป็นนักปราชญ์อัจฉริยะของแผ่นดิน งานพระนิพนธ์ของ
เจ้าพระคุณสมเดจ็ ฯ มจี ำ� นวนมาก และถอื กันว่าเปน็ งานชั้นครู ทง้ั ในด้านเนอื้ หา สำ� นวน และแบบแผนทางภาษา
โดยเฉพาะพระนิพนธ์เทศนาจ�ำนวนมากที่ไดน้ ำ� ไปใชเ้ ปน็ แบบอย่างกันมานานจนถึงปจั จุบัน
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพทรงกล่าวถึงผลงานพระนิพนธ์ของเจ้าพระคุณ
สมเดจ็ พระสังฆราช (สา)
“แท้จริง บรรดาเทศนาท้ังหลายของสมเด็จพระสังฆราช วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามนั้น
พวกบัณฑิตย่อมนับถือกันว่า เป็นหนังสือแต่งดีอย่างเอกมาแต่ในรัชกาลที่ ๔ ถือกันว่าควรเป็นแบบอย่าง
ท้งั ในทางถ้อยค�ำ และในทางปฏิภาณโวหารเป็นของที่ชอบอย่ทู ว่ั ไป”
พระนิพนธ์ของเจา้ พระคุณสมเด็จฯ พระสงั ฆราช (สา) ท่ีรวบรวมไดป้ ระมาณ ๑๐๐ เรอ่ื ง เปน็ งานแปล
พระสูตร ๒๐ สูตร เทศนา ๗๐ กณั ฑ์ และพระนพิ นธเ์ บด็ เตลด็ ตา่ ง ๆ ๑๕ เร่ือง
พระกรณียกิจพเิ ศษ
สมเดจ็ พระสงั ฆราช (สา) ไดท้ รงปฏบิ ตั หิ นา้ ทถ่ี วายพระมงคลวเิ ศษกถาซงึ่ เปน็ เทศนาพเิ ศษมาตงั้ แตร่ ชั กาล
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต้ังแต่ครั้งทรงด�ำรงสมณศักด์ิท่ีพระสาสนโสภณ และได้ถวายต่อมาใน
รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อย่หู ัว จนตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์
เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สา) ทรงเป็นพระมหาเถระที่ทรงปญั ญา
เชยี่ วชาญ แตกฉานและปราดเปรอ่ื งในพระไตรปิฎก และทรงธรรม ทรงวินัย มีศีลาจารวัตร เป็นพระสุปฏปิ ันโน
ปฏิบัตดิ ี ปฏิบตั ิควร และปฏิบตั ชิ อบ สมควรแก่การกราบไหวอ้ ยา่ งแท้จรงิ
เจ้าพระคุณสมเด็จฯ สมเด็จพระสังฆราช (สา) ส้ินพระชนม์ เม่ือวันท่ี ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๒
พระชนมายไุ ด้ ๘๗ ปี
เจา้ พระคณุ สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ (สา ปสุ สฺ เทโวมหาเถระ) ทรงเปน็ ผนู้ ำ� มาซงึ่ ความภมู ใิ จของชาวนนทบรุ ี
ทที่ รงเปน็ พระมหาเถระทที่ รงคณุ ธรรมแทจ้ รงิ ของการเปน็ สมณะ ทรงภมู ปิ ญั ญาเปน็ สามเณร ๙ ประโยคองคแ์ รก
ของกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ และทรงไดร้ บั การสถาปนาโปรดเกลา้ ฯ เปน็ สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช
พระพรหมมังคลาจารย์ ปญั ญานันทะ
พระนักเทศน์เผยแผ่ธรรม
พระพรหมมังคลาจารย์ เดิมช่ือ ปั่น เสน่ห์เจริญ เกิดวันท่ี ๑๑
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ทต่ี �ำบลคูหาสวรรค์ อำ� เภอเมืองพทั ลุง จงั หวัด
พทั ลุง เปน็ บุตรนายวัน นางคลา้ ย เสน่หเ์ จรญิ
พระพรหมมงั คลาจารย์
นนทบรุ ีศรีมหานคร 351
เรมิ่ เขา้ เรยี นทโี่ รงเรยี นประจำ� อำ� เภอเมอื งพทั ลงุ ตำ� บลคหู าสวรรค์ อำ� เภอเมอื งพทั ลงุ จงั หวดั พทั ลงุ ตอ่ มา
ไดย้ า้ ยไปเรียนทโี่ รงเรยี นประจ�ำจงั หวัดพทั ลุง จังหวดั พัทลุง ทตี่ ำ� บลล�ำป�ำ อ�ำเภอเมืองพทั ลงุ จงั หวดั พัทลุง จบ
การศกึ ษาช้นั มัธยม ๓ แต่เนื่องจากบิดาปว่ ย ต้องชว่ ยท�ำงานในครอบครัว จงึ ไมไ่ ดศ้ ึกษาต่อ แต่สนใจศกึ ษาธรรมะ
คำ� สอนพระพทุ ธเจา้ ต้ังแตอ่ ยูใ่ นวยั เด็ก
เมอื่ จบการศกึ ษาแลว้ ไดต้ ดิ ตามพระภกิ ษทุ เ่ี ปน็ หลวงลงุ ไปอยทู่ ปี่ ระเทศมาเลเซยี ระยะหนง่ึ เมอ่ื กลบั มาจาก
ประเทศมาเลเซยี พ.ศ. ๒๔๗๐ ไปทำ� งานเหมอื งแร่ และสวนยางทภ่ี เู กต็ ไดเ้ หน็ วา่ หลงั เลกิ งานแลว้ คนงานทกุ คนไมไ่ ด้
ทำ� อะไร จงึ เสนอตวั เลา่ นทิ านธรรมะใหฟ้ งั อาศยั ทม่ี นี สิ ยั รกั การอา่ น จงึ มเี รอ่ื งมากมายทจี่ ะเลา่ ใหเ้ พอ่ื นกรรมกรฟงั
พ.ศ. ๒๔๗๒ หมดงานเหมือง นายป่ัน ได้บรรพชาเป็นสามเณรทวี่ ัดอุปนนั ทาราม ตำ� บลเขานิเวศน์ อำ� เภอ
เมอื งระนอง จังหวดั ระนอง ขณะน้ันอายุ ๑๘ ปี พระระณังควนิ ยั มนุ ีวงศ์ เปน็ พระอุปัชฌาย์
สามเณรปั่น ได้เป็นครูท่ีจังหวัดระนองด้วย และได้เรียนนักธรรมพร้อมกับการเป็นครูสอนหนังสือ
สอบนักธรรมตรไี ดท้ ่ี ๑ ของมณฑลภูเกต็
พ.ศ. ๒๔๗๔ อปุ สมบทเปน็ พระภกิ ษทุ ว่ี ดั นางลาด ตำ� บลเขาเจยี ก อำ� เภอเมอื งพทั ลงุ จงั หวดั พทั ลงุ พระครู
จรญู กรณยี เ์ ปน็ พระอุปชั ฌาย์ เม่ืออุปสมบทแล้วได้ไปศึกษาพระธรรมวนิ ัยและได้จำ� พรรษาทีว่ ัดทเี่ ป็นสำ� นกั เรยี น
เช่น วดั หน้าพระบรมธาตุ อำ� เภอเมอื งนครศรีธรรมราช จงั หวัดนครศรีธรรมราช
วัดอทุ ัย อำ� เภอเมืองสงขลา จงั หวดั สงขลา
วัดโมกขพลาราม อำ� เภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
วัดสามพระยา กรงุ เทพมหานคร
วัดสีตวนาราม รัฐเปรคั ประเทศมาเลเซีย
พระภิกษุป่นั สอบไดน้ กั ธรรมชัน้ โท และนกั ธรรมช้นั เอกทีส่ �ำนักเรียน จงั หวัดนครศรธี รรมราช
พ.ศ. ๒๔๘๐ ท่านบญุ ชว่ ย เขมาภริ ัต พระภกิ ษุรุน่ พี่ได้นำ� ไปพบกับทา่ นพทุ ธทาส และเพราะมีปณธิ านตรง
กับที่ต้ังใจบวชเพื่ออุทิศกาย ใจให้แก่พระพุทธศาสนา ท้ังสามท่านจึงผูกใจกันดุจพ่ีน้อง โดยมีท่านพุทธทาสเป็น
พใี่ หญ่ ทา่ นป่นั เปน็ นอ้ งเลก็
ท่านป่นั เดนิ ทางมาเรียนบาลที ่ีกรงุ เทพมหานคร สอบได้ประโยค ป.ธ. ๓ และ ประโยค ป.ธ. ๔ ในส�ำนัก
เรียนวดั สามพระยา กรงุ เทพมหานคร เมอ่ื เกดิ สงครามโลกครงั้ ท่ี ๒ พระมหาปน่ั ตอ้ งหลบภยั สงครามไปอยวู่ ดั อทุ ยั
จังหวัดสงขลา
ต่อมาพระอุปัชฌาย์ท่ีไปอยู่วัดศรีตะวัน ที่รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซียถึงแก่มรณภาพ ทางวัดต้องการ
พระไปดแู ลวดั พระมหาปน่ั จงึ ตกลงรบั ไปเปน็ เจา้ อาวาสวดั ศรตี ะวนั ดว้ ยมคี วามตงั้ ใจวา่ จะไดไ้ ปเผยแพรธ่ รรมใน
ตา่ งประเทศใหเ้ ตม็ ที่ ในระหวา่ งทอี่ ยวู่ ดั ศรตี ะวนั ไดข้ ะมกั เขมน้ เรยี นภาษาองั กฤษดว้ ย เพอื่ ไดเ้ ผยแพรธ่ รรมะใหแ้ ก่
ชาวต่างประเทศ
ขณะท่ีอยทู่ ี่รัฐเปรคั ได้รับโทรเลขจากทา่ นพทุ ธทาสใหไ้ ปช่วยงานเผยแผ่ธรรมรว่ มกบั พุทธนคิ มเชียงใหม่
พระมหาปน่ั ได้นำ� วิธกี ารแสดงปาฐกถาธรรม ยืนเทศนแ์ ละมีเทคนคิ การเทศน์ท่ชี วนให้ผู้ฟังเขา้ ใจไดง้ ่าย
และจัดใหม้ ีการแสดงธรรมในวนั อาทิตยแ์ ละวันธรรมสวนะ ปรากฏว่ามีชาวเชียงใหมม่ ารับฟงั การแสดงธรรมของ
มหาปั่นอย่างมากมายทุกครั้งท่ีท่านแสดงธรรม นอกจากน้ันพระมหาปั่นได้เดินทางไปแสดงธรรมนอกสถานที่
ไมว่ า่ จะเปน็ ทีว่ ัด หมู่บา้ น หรอื สถานที่ราชการ ทา่ นพร้อมท่จี ะเดินทางไปแสดงธรรม
352 นนทบรุ ศี รมี หานคร
พระมหาปั่นได้แสดงธรรมทางสถานีวิทยุโทรทัศน์และเขียนบทความธรรมะเผยแผ่ต่อสาธารณชนอย่าง
จริงจัง ได้เดินทางไปเทศน์ต่างประเทศ เป็นพระธรรมทูตรูปแรกของไทยท่ีได้ไปท�ำหน้าท่ีเผยแผ่ธรรมจาก
ประเทศไทยส่ตู ่างแดน
พ.ศ. ๒๕๐๓ กรมชลประทานได้สร้างวัดชลประทานรังสฤษฎ์เพ่ือผาติกรรมในการท่ีกรมชลประทานได้
เวนคืนวัดเชิงทา่ และวดั หนา้ โบสถ์ จงั หวัดนนทบรุ ี เพ่ือใชเ้ ปน็ สถานทส่ี รา้ งส่วนงานของกรมชลประทานทอี่ �ำเภอ
ปากเกรด็ จังหวัดนนทบรุ ี หมอ่ มหลวงชชู าติ ก�ำภู อดตี อธิบดกี รมชลประทาน จงึ ไดน้ มิ นต์พระมหาปนั่ ขณะนนั้
ดำ� รงสมณศักด์ิท่พี ระปญั ญานันทมนุ ีจากวดั อุโมงค์ จงั หวดั เชียงใหม่ มาเปน็ เจา้ อาวาสวดั ชลประทานรังสฤษฎ์
เมอ่ื ทา่ นไดด้ ำ� รงตำ� แหนง่ เจา้ อาวาสวดั ชลประทานรงั สฤษฎ์ ทา่ นไดก้ ำ� หนดหลกั การของวดั เพอื่ ชว่ ยใหช้ าวพทุ ธ
ไดเ้ กดิ สติและปญั ญาในการทำ� บุญที่วัดชลประทานรงั สฤษฎ์ ดงั นี้
สรา้ งวัดใหเ้ ปน็ สถานทพ่ี ักผ่อนกายและจิต หวา่ นโปรยความสงบเย็นแกท่ กุ ชวี ิต
แก้ไขประเพณที ไ่ี ม่เกิดความรคู้ วามฉลาด ช�ำระลา้ งความเชื่ออันไรเ้ หตุผลให้หมดไป
ชกั จงู ประชาชนใหใ้ ชธ้ รรมะเปน็ ประทปี สอ่ งทางดำ� เนนิ ชวี ติ ไมส่ นบั สนนุ การศกึ ษาและปฏบิ ตั นิ อกแนวพทุ ธธรรม
ไม่ส่งเสรมิ ไสยศาสตร์ ไม่แสวงหาเงนิ บำ� รุงวดั จากความโง่ หลงของชาวบ้าน
สมณศกั ดิ์ พ.ศ. ๒๕๑๔ พระราชนันทมนุ ี
พ.ศ. ๒๕๓๗ พระธรรมโกศาจารย์
พระมหาปัน่ ได้รับพระราชทานสมณศกั ด์ิ ดังนี้
พ.ศ. ๒๔๙๙ พระปญั ญานนั ทมนุ ี
พ.ศ. ๒๕๓๐ พระเทพวสิ ทุ ธิเมธี
พ.ศ. ๒๕๔๗ พระพรหมมงั คลาจารย์
ปรญิ ญาดษุ ฎบี ณั ฑติ กิตตมิ ศกั ด์ิ
พระพรหมมงั คลาจารย์ ได้รับการเชดิ ชูเกยี รตจิ ากสถาบันการศกึ ษาตา่ ง ๆ ดงั น้ี
พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศกั ด์ิ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
ปรัชญาดุษฎีบัณฑติ กติ ติมศกั ด์ิ มหาวิทยาลยั รามคำ� แหง
การศึกษาดษุ ฎบี ณั ฑติ กติ ตมิ ศกั ดิ์ มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ
อกั ษรศาสตรดุษฎบี ณั ฑิตกิตติมศกั ดิ์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย
ศิลปศาสตรดษุ ฎบี ัณฑิตกติ ตมิ ศกั ด์ิ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์
ศิลปศาสตรดุษฎบี ัณฑติ กติ ตมิ ศกั ดิ์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
การศึกษาดษุ ฎบี ัณฑติ กิตตมิ ศกั ดิ์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
ศาสนศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ กิตติมศกั ด์ิ มหาวิทยาลัยมหามกฏุ ราชวิทยาลัย
ศลิ ปศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ กิตตมิ ศกั ด์ิ มหาวิทยาลยั ราชภัฏนครศรธี รรมราช
นนทบุรศี รีมหานคร 353
รางวลั ต่าง ๆ ท่ีไดร้ ับ
รางวัล “สังขเ์ งิน” ในฐานะพระภิกษุผูเ้ ผยแผธ่ รรมะยอดเย่ยี ม ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๒๐
รางวลั “มหดิ ลวรานสุ รณ”์ ในฐานะผบู้ ำ� เพญ็ ประโยชน์ ควรแกก่ ารยกยอ่ งและถอื เปน็ แบบฉบบั จากสภา
สังคมสงเคราะห์แหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในโอกาสวนั มหิดล วันที่ ๒๔ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๐
รางวลั “ศาสตรเ์ มธ”ี สาขาสงั คมศาสตร์ ดา้ นศาสนาและปรชั ญา จากมลู นธิ ศิ าสตราจารย์ ม.ล. ปน่ิ มาลากลุ
เมอ่ื วันท่ี ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖
พระพรหมมงั คลาจารย์ มรณภาพเมอื่ วนั ที่ ๑๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๕๐ สริ อิ ายุ ๙๖ ปี ๕ เดอื น พรรษา ๗๖
เจา้ พระยารัตนาธิเบศร์ (พ่มุ ศรีไชยยันต์)
เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ (พุ่ม ศรีไชยยันต์) เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๓ ใน
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว เข้ารับราชการครั้งแรกเป็น
ข้าหลวงของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก่อนเสด็จขึ้นครอง
ราชสมบตั ิ หลงั จากทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เสดจ็ เถลงิ ถวลั ย
ราชสมบัติแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้เป็นขุนสมุทรโคจร อยู่ในกรมมหาดเล็ก ใน
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อน
บรรดาศกั ดเิ์ ปน็ พระนรนิ ทรราชเสนี ปลดั บญั ชกี รมพระกลาโหม ตอ่ มาไดเ้ ลอื่ น
เป็นพระยาเทพประชนุ ปลดั ทูลฉลองกรมพระกลาโหม
พ.ศ. ๒๔๒๙ โปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยาพลเทพ เสนาบดกี ระทรวง
เกษตราธกิ าร
พระยาพลเทพ รบั ราชการในตำ� แหนง่ เสนาบดกี ระทรวงเกษตราธกิ าร เจา้ พระยารตั นาธเิ บศร์
มาด้วยดีถึง ๙ ปี ปฏิบัติราชการเป็นประโยชน์แก่ราชการเป็นอันมากด้วย (พมุ่ ศรไี ชยยนั ต)์
ความรู้ความสามารถ ได้ขึ้นไปปฏิบัติราชการท่ีเมืองเชียงใหม่คร้ังหน่ึง
ไดร้ ับผลส�ำเร็จด้วยดี จงึ โปรดเกลา้ ฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยา
รตั นาธิเบศร์ ดำ� รงต�ำแหน่งอัครมหาเสนาบดี สมหุ พระกลาโหม
เจา้ พระยารตั นาธเิ บศร์ เปน็ ผมู้ คี วามรคู้ วามสามารถ มอี ธั ยาศยั ดี องอาจ ซอ่ื ตรง กลา้ หาญ มคี วามอตุ สาหะ
วิรยิ ะ เสยี สละ มัน่ คงตอ่ ภารกิจราชการ จงรกั ภกั ดตี ่อชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย์ นอกจากนนั้ ยังมคี วาม
สนใจและหว่ งใยในการศกึ ษาของเยาวชน ตอ้ งการพฒั นาความรคู้ วามสามารถใหเ้ กดิ ขน้ึ ในบรรดาเยาวชนทง้ั หลาย
ได้ถวายเงิน ๑๐๐ ชงั่ (๘,๐๐๐ บาท) ใหแ้ ก่พระครูศลี าภริ ม (ท้วม) เจ้าอาวาสวัดบางขวาง เม่ือ พ.ศ. ๒๔๔๒ เพ่ือ
ใชส้ รา้ งโรงเรยี นทว่ี ดั บางขวาง ตามความดำ� รขิ องเจา้ อาวาสวดั บางขวางทตี่ อ้ งการใหม้ สี ถานทเี่ รยี นสำ� หรบั ลกู หลาน
ชาวบา้ น
เงนิ ทีเ่ จา้ พระยารตั นาธิเบศรถ์ วายวัดบางขวาง ทางวัดไดน้ ำ� ไปสร้างอาคารเรยี น ๑ หลงั เป็นอาคารก่ออิฐ
ถอื ปูน ๒ ชนั้ ยาว ๗ วา ๒ ศอก ๖ นว้ิ กว้าง ๔ วา ๒ ศอก ๕ น้ิว สูง ๔ วา ๒ ศอก ๙ น้วิ ภายในแบ่งเป็น ๔
ห้องเรยี น การก่อสรา้ งเรม่ิ ด�ำเนินการเมื่อเดือนกมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๒ เสร็จในปี พ.ศ. ๒๔๔๓ สน้ิ เงนิ คา่ ก่อสร้าง
ท้ังสนิ้ ๑๐,๔๓๒ บาท เงนิ จ�ำนวนน้เี จ้าพระยารัตนาธเิ บศร์ เปน็ ผู้บริจาครวมกบั เงินทถี่ วายใหว้ ัด ๑๐๐ ช่ัง และ
ได้ขนานนามว่า โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ เพ่ือเป็นอนุสรณ์แก่เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ อาคารเรียนหลังนี้นับว่าเป็น
อาคารเรยี นทท่ี ันสมยั และใหญ่มากในขณะน้ัน
354 นนทบรุ ศี รมี หานคร
ความดีของเจ้าพระยารัตนาธเิ บศร์ (พมุ่ ศรไี ชยยันต)์ ท่ตี อ้ งจารึกไวใ้ นจังหวดั นนทบุรี ถือวา่ ทา่ นเปน็ ผ้ทู ี่
มาจดุ ประกายและทำ� ใหค้ นนนทบรุ ี ทง้ั พระสงฆ์ และฆราวาส ไดต้ ระหนกั ถงึ ความสำ� คญั ของการศกึ ษาของเยาวชน
ของชาติ เป็นผู้ทม่ี าสร้างจดุ ก�ำเนดิ สถานศึกษาเพื่อให้เปน็ สถานทีอ่ บรมสัง่ สอนเยาวชนให้เป็นคนดมี คี วามรคู้ วาม
สามารถขึ้นในจังหวัดนนทบรุ ี
เจา้ พระยารตั นาธเิ บศร์ (พมุ่ ศรไี ชยยนั ต)์ ถงึ แกก่ รรมเมอ่ื วนั ท่ี ๙ กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๔๔ สริ อิ ายไุ ด้ ๘๑ ปี
ทางราชการไดต้ ระหนกั ถงึ คณุ ความดขี องเจา้ พระยารตั นาธเิ บศร์ (พมุ่ ศรไี ชยยนั ต)์ จงึ ไดน้ ำ� บรรดาศกั ดข์ิ อง
ทา่ นไปเปน็ ชอื่ ถนนในจงั หวดั นนทบรุ ี คอื ถนนรตั นาธเิ บศร์
มหาเสวกเอก เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ (ม.ร.ว. เยน็ อศิ รเสนา)
มหาเสวกเอก เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ เป็นนักพัฒนาที่สร้าง
ความเจริญให้แก่จังหวัดนนทบุรีอย่างมากมาย เป็นผู้บุกเบิกสร้างทาง
รถไฟเพ่ือให้ผู้คนในจังหวัดนนทบุรีเดินทางหรือขนส่งสินค้าไปกรุงเทพฯ
ได้ และสรา้ งตลาดขนาดใหญเ่ ปน็ ศนู ยก์ ารคา้ ของชาวบา้ นยา่ นบางบวั ทอง
บางกรวย บางใหญ่ ตลอดจนชาวบ้านยา่ นฝ่งั ธน ตลิง่ ชนั บางบ�ำหรุ นยิ ม
ไปซอ้ื สิ่งของตา่ ง ๆ ท่ตี ลาดเจ้าคุณวรพงศ์ทบ่ี างบัวทอง
เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ (ม.ร.ว. เยน็ อศิ รเสนา) เกดิ เมอื่ วนั ที่ ๓๑
มีนาคม พ.ศ. ๒๔๐๕ ท่ีวังถนนพระอาทิตย์ เป็นบุตรหม่อมเจ้าเสาวรส
อิศรเสนา และหม่อมมุหน่าย หม่อมมุหน่ายเป็นบุตรีพระยานนทบุรี
ศรีเกษตราราม (กร่ำ� ) บ้านอยใู่ กล้วัดเฉลิมพระเกยี รติ
เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั นจ์ งึ มเี ชอ้ื สายเปน็ คนจงั หวดั นนทบรุ ี สาย
หม่อมมารดา ได้เดินทางมาเย่ียมญาติท่ีจังหวัดนนทบุรีบ่อย ๆ และได้
เห็นความล�ำบากของชาวสวน ชาวนาท่ีจะน�ำผลผลิตทางการเกษตรไป มหาเสวกเอก เจ้าพระยาวรพงศพ์ พิ ัฒน์
จ�ำหน่ายในตลาดที่กรุงเทพฯ จึงมีความคิดท่ีจะบุกเบิกท�ำกิจการรถไฟ (ม.ร.ว. เย็น อิศรเสนา)
เพอ่ื ชว่ ยเปดิ เสน้ ทางคมนาคมทที่ นั สมยั ในยคุ นนั้ ใหเ้ ปน็ เสน้ ทางคมนาคม
ระหว่างกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทมุ ธานี และพระนครศรอี ยธุ ยา
ความคิดในการสร้างทางรถไฟและเปิดกิจการรถไฟเริ่มมาต้ังแต่ พ.ศ. ๒๔๔๘ ซ่ึงเป็นช่วงเวลาที่ได้รับ
พระมหากรณุ าธคิ ณุ โปรดเกลา้ ฯ พระราชทานบรรดาศกั ดเ์ิ ปน็ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ การสรา้ งทางรถไฟในระยะแรก
ตอ้ งใชเ้ วลามาก เพอ่ื สำ� รวจและทำ� เสน้ ทางรถไฟทย่ี งุ่ ยากและใชเ้ วลามากคอื การเจรจาขอซอ้ื ทด่ี นิ ตามแนวเสน้ ทาง
การวางรางรถไฟ เพราะต้องผา่ นสวนผลไม้ของชาวสวน ตั้งแตบ่ างบำ� หรุ ธนบรุ ี บางกรวย บางกรา่ ง บางใหญ่
บางบัวทอง ในช่วงแรกได้วางรางรถไฟไปถึงอ�ำเภอบางบัวทอง และได้เปิดการเดินรถไฟช่วงแรก เริ่มจาก
วดั บวรมงคล ธนบรุ ี - ผา่ นบางบ�ำหรุ บางกรวย บางกรา่ ง บางใหญ่ บางพลู บางไผ่ ถึงบางบวั ทอง
พ.ศ. ๒๔๖๑ เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั นไ์ ดจ้ ดทะเบยี นบรษิ ทั รถไฟสายบางบวั ทอง และเพมิ่ เสน้ ทางเดนิ รถไฟถงึ
สถานรี ะแหงอำ� เภอลาดหลมุ แกว้ จงั หวดั ปทมุ ธานีบรษิ ทั รถไฟสายบางบวั ทองไดร้ บั สมั ปทานจากทางราชการเพอื่ ประกอบ
การเดนิ รถไฟสายบางบวั ทองเปน็ เวลา ๓๕ ปี นบั ตง้ั แตว่ นั ที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๕ จนถงึ วนั ที่ ๓๑ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๐๑
นนทบรุ ศี รมี หานคร 355
ทางรถไฟสายธนบุรี บางบวั ทอง เปน็ โครงการใหญ่มาก เป็นท่กี ลา่ วขวัญกันในหม่ผู ู้คนในจังหวดั นนทบุรี
ธนบุรี และปทุมธานี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นโครงการที่ด�ำเนินการโดยเอกชน และจะอ�ำนวยประโยชน์ในการ
เดนิ ทางของชาวสวน ชาวนา และการขนสง่ พชื ผลการเกษตรไปจ�ำหน่ายยงั ตลาดในกรงุ เทพฯ
เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั นไ์ ดส้ รา้ งตลาดขนาดใหญท่ อ่ี ำ� เภอบางบวั ทอง ใกลส้ ถานรี ถไฟบางบวั ทอง เรยี กวา่
ตลาดเจา้ คณุ ท�ำใหเ้ กดิ เปน็ ยา่ นการค้าขนาดใหญข่ ึ้นทอี่ �ำเภอบางบัวทอง มีร้านค้าทอง โรงภาพยนตรท์ ที่ นั สมยั
ร้านถา่ ยรูป และร้านขายผกั เน้ือสุกร อปุ กรณ์การเกษตรต่าง ๆ เป็นตน้ ผูค้ นจากธนบรุ ี บางกรวย บางใหญ่นยิ ม
เดินทางโดยรถไฟไปซื้อสินคา้ ท่ตี ลาดเจ้าคุณ เพราะมีสินคา้ หลากหลายใหเ้ ลือกซ้อื ได้
อ�ำเภอบางบัวทองจึงกลายเป็นชุมชนใหญ่ ตลาดเจ้าคณุ เปน็ ศนู ยร์ วมของชุมชน ผคู้ นจากอ�ำเภอบางเลน
จังหวดั นครปฐม อำ� เภอลาดบวั หลวง จังหวัดพระนครศรอี ยธุ ยา อ�ำเภอลาดหลุมแกว้ จงั หวัดปทุมธานี มารวมซอื้
สนิ คา้ เครอ่ื งอุปโภค บริโภค และอุปกรณ์การเกษตรตา่ ง ๆ ทต่ี ลาดเจา้ คณุ แหง่ น้ี
เจา้ พระยาวรพงศพ์ ิพัฒน์ ได้รเิ ร่มิ กจิ การอืน่ ๆ ที่เปน็ ประโยชนแ์ กจ่ งั หวดั นนทบรุ ี นอกจากการคมนาคม
ทางรถไฟ และการต้ังศนู ยก์ ารค้าตลาดบางบัวทอง หรือตลาดเจา้ คณุ อกี หลายอยา่ ง เชน่
การเดนิ เรอื ยนต์โดยสารระหวา่ งตลาดบางบัวทอง - ตลาดบางภาษี อ�ำเภอบางเลน จงั หวดั นครปฐม
การทำ� นาและสขี า้ ว เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ ไดช้ ว่ ยชาวนา ดว้ ยการจา้ งชาวนาทวี่ า่ งจากการทำ� นาของตน
มาทำ� นา และรับซื้อขา้ วของชาวนาไปสีที่โรงสีของทา่ นท่ีบางโพ กรุงเทพฯ
การทำ� สวนผกั เพอ่ื ชว่ ยเหลอื ชาวจนี ทอี่ พยพมาอยปู่ ระเทศไทยแตย่ งั ไมม่ งี านทำ� ใหท้ ำ� สวนผกั และนำ� มาขาย
ท่ีตลาดเจ้าคุณ หรือสง่ ขายท่ีกรุงเทพฯ
การปลกู ปอ เนอ่ื งจากการเปน็ ตลาดขา้ วแหลง่ ใหญข่ องอำ� เภอบางบวั ทอง อำ� เภอบางใหญ่ อำ� เภอปากเกรด็
จังหวัดนนทบุรี กระสอบเป็นอุปกรณ์ส�ำคัญส�ำหรับบรรจุข้าวสาร เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์จึงปลูกปอตลอด
สองข้างทางรถไฟ ซ่ึงเป็นที่ว่างเปล่า และให้ชาวนาปลูกปอในท่ีดินของท่าน และรับซื้อปอท่ีปลูกไว้น้ันไปท�ำ
กระสอบบรรจุขา้ ว
การสรา้ งโรงหบี ออ้ ย เนอ่ื งจากในจงั หวดั นนทบรุ ี ชาวบา้ นนยิ มปลกู ออ้ ยกนั มาก เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั นจ์ งึ ได้
ตงั้ โรงหบี ออ้ ย เพอ่ื ชว่ ยเกษตรกรทป่ี ลกู ออ้ ย ดว้ ยการรบั จา้ งหบี ออ้ ย และรบั ซอื้ ออ้ ยจากชาวบา้ นมาหบี และจำ� หนา่ ย
นำ้� ออ้ ยโรงหบี ออ้ ยของเจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั นอ์ ยทู่ รี่ มิ คลองแมน่ ำ้� ออ้ มบา้ นบางรกั ใหญ่อำ� เภอบางบวั ทองจงั หวดั นนทบรุ ี
นอกจากรบั หบี ออ้ ย เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั นย์ งั ไดน้ ำ� พนั ธอ์ุ อ้ ยคณุ ภาพดมี าปลกู และสง่ เสรมิ ใหช้ าวบา้ น
ได้ปลูกออ้ ยพนั ธ์ุดีดว้ ย
เจ้าพระยาวรพงศ์พิพฒั นน์ กั พฒั นาชมุ ชนและพฒั นาอาชพี ของชาวบา้ น
แนวความคิดในการพัฒนาบ้านเมืองเป็นความคิดที่มีอยู่เป็นลักษณะประจ�ำตัวที่ส�ำคัญของเจ้าพระยา
วรพงศพ์ พิ ฒั น์ กจิ การตา่ ง ๆ ทเี่ ปน็ กจิ การสว่ นตวั จะเหน็ ไดว้ า่ แตล่ ะอยา่ ง เปน็ การสรา้ งงานสรา้ งรายไดใ้ หแ้ กผ่ คู้ น
ในชุมชน เชน่ การสร้างทางรถไฟสายบางบวั ทอง เจ้าพระยาวรพงศ์พพิ ฒั น์ ไดร้ บั ลกู หลานของเจา้ ของทดี่ ินทีซ่ ื้อ
มาสรา้ งทางรถไฟ นำ� ไปเลย้ี งดอู ปุ การะอยทู่ บี่ า้ นถนนพระอาทติ ย์ อปุ การะใหก้ ารศกึ ษา เมอ่ื มผี คู้ นในความอปุ การะ
มากจงึ ต้องสรา้ งงาน เพ่อื เปน็ การสร้างรายได้ใหแ้ กผ่ คู้ นท่ไี ด้อปุ การะไว้ จึงตอ้ งสรา้ งงานสารพดั ตั้งแตง่ านเลก็ ๆ
เชน่ การมวนบหุ รข่ี าย การทำ� โรงหีบออ้ ย การเชา่ รถมา้ การเดนิ เรือรบั จ้าง จนถึงการท�ำงานใหญ่ ๆ เชน่ การทำ�
356 นนทบุรศี รีมหานคร
ตเู้ กลยี ว การทำ� ตลาด การเดนิ รถไฟ การทำ� โรงสี โรงเลอ่ื ย ทำ� โรงงานนำ้� ตาล กจิ การแตล่ ะอยา่ ง เจา้ พระยาวรพงศ์
พิพัฒน์ใช้ผู้คนในท้องท่ีเป็นส่วนใหญ่ และมิได้ค�ำนึงถึงผลก�ำไรเป็นส�ำคัญ ลักษณะเด่นประการหนึ่งคือ
เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ เป็นข้าราชการช้ันผู้ใหญ่และท�ำงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จ
พระเจา้ อยหู่ วั ถงึ ๓ พระองค์ แตเ่ จา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั นม์ ไิ ดใ้ ชต้ ำ� แหนง่ หนา้ ทรี่ าชการมาเกยี่ วขอ้ งกบั ธรุ กจิ ของตน
แตอ่ ยา่ งใด แตด่ ำ� รงตนและดำ� เนนิ กจิ การตา่ ง ๆ เชน่ ราษฎรสามญั คนหนง่ึ แกป้ ญั หาความยงุ่ ยากทมี่ ใี นการประกอบ
การด�ำเนินธุรกิจต่าง ๆ ตามความสามารถของตนเอง และทุ่มเทท�ำงานอย่างไม่เห็นแก่ความเหน่ือยยากท้ังงาน
ราชการ และงานสว่ นตวั ซงึ่ อยบู่ นพนื้ ฐานความคดิ ทว่ี า่ ตอ้ งถวายความจงรกั ภกั ดตี อ่ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั
อยา่ งสงู สดุ และสรา้ งงานด้วยความหวังดเี พ่ือสร้างงานสรา้ งรายได้สงเคราะหผ์ ู้คนในชุมชนอยา่ งแทจ้ รงิ
การพัฒนาเมืองที่โดดเด่นของชุมชนบางบัวทองคือ การได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลเมืองบางบัวทอง
ตง้ั แต่ พ.ศ. ๒๔๘๐ นบั เปน็ ชมุ ชนทม่ี ไิ ดอ้ ยใู่ นพนื้ ทอี่ ำ� เภอเมอื ง แตไ่ ดร้ บั การยกฐานะขน้ึ เปน็ เทศบาลเมอื งบางบวั ทอง
ทง้ั นดี้ ว้ ยผลงานพฒั นาชมุ ชนของคนในพน้ื ทแ่ี ละกจิ การพฒั นาทโ่ี ดดเดน่ ในชมุ ชน เชน่ การมสี ถานรี ถไฟ ยา่ นการค้า
ตลาดบางบัวทอง ย่านการเดนิ เรอื ซึง่ เปน็ ผลงานที่ยงิ่ ใหญข่ องเจา้ พระยาวรพงศ์พพิ ฒั น์
เจ้าพระยาวรพงศพ์ ิพัฒน์ (ม.ร.ว. เยน็ อิศรเสนา) เรมิ่ เขา้ รบั การฝกึ หัดเปน็ ทหารตั้งแตอ่ ายุยังไม่ถงึ เกณฑ์
แต่ได้เขา้ รว่ มฝกึ หัดปนกับพลทหาร และช่วยดูแลท�ำความสะอาดในพระบรมมหาราชวัง
การไดเ้ ขา้ ไปทำ� ความสะอาดในพระบรมมหาราชวงั ม.ร.ว. เยน็ ไดท้ ำ� หนา้ ทด่ี ว้ ยความรบั ผดิ ชอบเปน็ อยา่ งดี
และได้ปฏิบัติหน้าที่น้ีจนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจ�ำหน้าได้ ทรงมีรับส่ังถามชื่อและวงศ์
ตระกลู เมอื่ ม.ร.ว. เย็น ได้กราบบงั คมทลู จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้ถวายตวั เข้ารับราชการ
พ.ศ. ๒๔๒๐ เขา้ รบั ราชการครง้ั แรกในกรมทหารหนา้ (ชา่ ง) ตำ� แหนง่ นายสบิ ทหารชา่ ง และเปน็ ผคู้ วบคมุ
สมทบในทหารชา่ ง เปน็ ผ้บู ังคบั ขนุ หมน่ื ชาวท่ี รักษาความสะอาดในพระทนี่ ัง่ ดว้ ย
พ.ศ. ๒๔๒๕ เปน็ ผ้บู งั คับกรมเดก็ ชา ต�ำแหน่งเทียบเท่านายรอ้ ยตรี กรมทหารม้า
พ.ศ. ๒๔๒๘ ได้รับพระราชทานสัญญาบตั รเปน็ หลวงราชดรณุ รักษ์ ต�ำแหน่งเทียบเทา่ นายร้อยโท
พ.ศ. ๒๔๓๖ ไดร้ ับพระราชทานสญั ญาบัตรเปน็ หลวงสิทธิน์ ายเวร
พ.ศ. ๒๔๔๑ ได้รับพระราชทานสญั ญาบตั รเปน็ หม่นื เสมอใจราช
พ.ศ. ๒๔๔๖ อายุได้ ๔๐ ปี โปรดเกลา้ ฯ ต้ังให้เปน็ พระยาวรพงศ์พพิ ฒั น์ จางวางมหาดเล็ก
พ.ศ. ๒๔๕๓ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจา้ อยหู่ ัว โปรดเกล้าฯ แต่งตัง้ เปน็ องคมนตรี
พ.ศ. ๒๔๖๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เล่ือนบรรดาศักดิ์เป็น “เจา้ พระยา
วรพงศ์พิพัฒน์ กุลกษัตริย์ศรีบวรราชเสนานุรักษ์ มหาสวามิภักดิ์บรมราชูปสดมภ์ศุทธสมเสวกามาตย์
มหารัชวังคณบดี ราชธรรมประเภณีศรีรัตนมณเฑียรบาล ยุทราธารนนทิวาหเนศ บุนยเกษตรสรณ
เกษมสวัสดี บรมราชาธิปตั เยนทรมนตรี มหาเสนาบดอี ภัยพิรยิ ประกรม พาหคุ ชนาม ศกั ดนิ า ๑๐๐๐”
เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั นถ์ งึ แกอ่ นจิ กรรม เมอ่ื วนั ท่ี ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ สริ อิ ายุ ๗๙ ปี ๓ เดอื น ๒๕ วนั
ผลงานอนั ยง่ิ ใหญท่ เ่ี กดิ ขนึ้ อยา่ งมากมายของเจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ ทถ่ี อื ไดว้ า่ เปน็ นกั ทำ� งานและนกั พฒั นา
ที่ส�ำคัญคนหน่ึงของชาติไทย ผลงานของท่านยังคงให้ประโยชน์แก่จังหวัดนนทบุรีมาจนถึงปัจจุบันนี้ ถนนสาย
บางกรวย - ไทรน้อย จากอ�ำเภอบางกรวย ถงึ อำ� เภอบางบวั ทองในปจั จบุ นั นเ้ี ป็นถนนทเ่ี คยเป็นเส้นทางรถไฟสาย
บางบวั ทอง ของเจ้าพระยาวรพงศพ์ พิ ัฒน์
นนทบรุ ศี รมี หานคร 357
ขนุ การัญสิกขภาร (ทเุ รียน ทัพภะพยัคฆ์)
ขุนการัญสิกขภาร นามเดิม ทุเรียน ทัพภะพยัคฆ์ เกิดเมื่อวันที่ ๑๗
กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๑ ทบ่ี ้านปลายนา อำ� เภอเสนา จังหวดั พระนครศรอี ยุธยา
เป็นบตุ รของนายดศิ ทัพภะพยคั ฆ์ และนางมยุ่ ทพั ภะพยคั ฆ์
ในวยั เดก็ ไดเ้ รยี นวชิ าภาษาไทยทโ่ี รงเรยี นวัดกระโดงทอง อำ� เภอเสนา
จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา ตอ่ มาไดเ้ ขา้ มาศกึ ษาทโ่ี รงเรยี นสวนกหุ ลาบวทิ ยาลยั
กรุงเทพฯ เรียนจบมัธยมปีท่ี ๕ แล้วย้ายไปศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดราชบูรณะ
จบมัธยมปีที่ ๖
การเข้ารับราชการ เร่ิมเข้ารับราชการต�ำแหน่งครูที่โรงเรียนประถม ขนุ การญั สิกขภาร
วดั สทุ ศั นเทพวราราม เม่ือวนั ท่ี ๑ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๔๕๐ ต่อมาได้ยา้ ยไปรับ (ทเุ รียน ทัพภะพยคั ฆ)์
ราชการเปน็ ครทู ีโ่ รงเรียนมธั ยมวัดราชบรู ณะ และโรงเรยี นมัธยม วดั ราชบพิธ
ตามลำ� ดบั ขณะรบั ราชการสอบไดป้ ระกาศนยี บตั รครปู ระถมสามญั (ป) จากนน้ั
ไดย้ า้ ยมารบั ราชการทจ่ี ังหวดั นนทบรุ ี
พ.ศ. ๒๔๕๓ ดำ� รงตำ� แหนง่ ครโู รงเรยี นวดั เขมาภริ ตาราม และพนกั งาน
จดั การเมอื งนนทบุรี
พ.ศ. ๒๔๕๙ ดำ� รงต�ำแหนง่ ครูโรงเรียนรตั นาธเิ บศร์
พ.ศ. ๒๔๖๒ ด�ำรงตำ� แหนง่ ครใู หญ่โรงเรยี นรตั นาธเิ บศร์ และผู้รกั ษาการแทนศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี
ตอ่ มาไดพ้ น้ จากตำ� แหนง่ ครูใหญ่โรงเรียนรตั นาธิเบศร์ และด�ำรงต�ำแหน่งศึกษาธกิ ารจงั หวัดนนทบุรี
ไดร้ บั พระราชทานบรรดาศกั ดเิ์ ปน็ ขุนการญั สิกขภาร
พ.ศ. ๒๔๘๖ ด�ำรงตำ� แหน่งหัวหนา้ กองกลาง ส�ำนกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ขนุ การญั สิกขภาร ไดข้ อลาออกจากราชการเพราะสุขภาพไม่ดี ได้ประกอบอาชีพท�ำสวนทุเรยี นท่ีอ�ำเภอ
เมอื งนนทบรุ ี จังหวดั นนทบรุ ี
งานทางดา้ นการเมอื งทอ้ งถน่ิ ขนุ การญั สกิ ขภาร ไดด้ ำ� รงตำ� แหนง่ สมาชกิ สภาจงั หวดั นนทบรุ ี และเทศมนตรี
เทศบาล เมืองนนทบุรี
ผลงานดา้ นการศกึ ษาของจงั หวดั นนทบรุ ี ขนุ การญั สกิ ขภาร มผี ลงานทางดา้ นสง่ เสรมิ การศกึ ษาของจงั หวดั
นนทบรุ ี เปน็ ทั้งครู เปน็ นกั บริหาร และผูว้ างรากฐานการศึกษาของชาติในระบบโรงเรยี นหลายประการ กลา่ วคอื
พ.ศ. ๒๔๕๔ ต้ังกองลูกเสือกองแรกของจังหวัดนนทบุรี สนองพระราชด�ำริของพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อย่หู ัว ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหจ้ ัดตั้งกิจการลูกเสอื ขึน้ ในประเทศไทย ขุนการัญสิกขภาร
ไดเ้ ขา้ รบั การอบรมเปน็ ผู้กำ� กับลูกเสือแผนกลกั ษณะปกครองลกู เสือ จึงไดน้ ้อมน�ำพระราชดำ� รนิ ั้นมาจดั ตัง้ กจิ การ
ลกู เสอื ในจงั หวัดนนทบรุ ี
พ.ศ. ๒๔๕๕ ขณะด�ำรงต�ำแหน่งพนักงานจัดการประจ�ำเมืองนนทบุรี ได้ส่งงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน
โรงเรยี นตา่ ง ๆ ในจงั หวดั นนทบรุ เี ขา้ ประกวดในงานแสดงศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี น ครง้ั ท่ี ๑ ทโ่ี รงเรยี นสวนกหุ ลาบ
วทิ ยาลยั จงั หวดั พระนคร ไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ ถึง ๗ รางวลั ท�ำให้ชื่อเสยี งของการศกึ ษาของจงั หวัดนนทบรุ ีเป็น
ทรี่ จู้ กั และเปน็ ทย่ี อมรบั อยา่ งกว้างขวางในแวดวงการศึกษา
358 นนทบุรศี รมี หานคร
ขณะด�ำรงต�ำแหน่งศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี ขุนการัญสิกขภาร ได้เปิดสถานศึกษาเพื่อประโยชน์แก่
เยาวชนได้มีความรคู้ วามสามารถ ดังน้ี
พ.ศ. ๒๔๖๗ ตง้ั โรงเรยี นประจำ� จงั หวดั นนทบรุ ี โดยยกฐานะโรงเรยี นวดั ทา้ ยเมอื งเปน็ โรงเรยี นประจำ� จงั หวดั
ใน พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้เปิดสอนถึงช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๖ เป็นโรงเรียนแรกในจังหวัดนนทบุรี และใช้อักษรย่อของ
โรงเรียน น.บ. ๑ ปจั จุบัน คอื โรงเรยี นศรีบุณยานนท์
พ.ศ. ๒๔๗๕ ตั้งโรงเรียนสตรีประจ�ำจังหวัดนนทบุรี ตั้งอยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเดิม
ต่อมา พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้ย้ายมาใช้หอประชุมจังหวัดนนทบุรี ซ่ึงเป็นส่วนหนึ่งของอาคารศาลากลางจังหวัด
นนทบุรีหลังเดิม เป็นสถานที่เรียน จนถึง พ.ศ. ๒๔๙๘ โรงเรียนสตรีประจ�ำจังหวัดนนทบุรีได้ย้ายไปอยู่ท่ีถนน
พิบูลสงครามใกล้วัดพลับพลา วัดเขมาภิรตาราม และวดั ปากน้�ำ ปัจจุบนั คอื โรงเรยี นสตรีนนทบรุ ี แตเ่ ดิมอักษร
ย่อของโรงเรยี นสตรนี นทบุรี คอื น.บ. ๒
พ.ศ. ๒๔๗๖ ต้งั โรงเรียนสอนหตั ถกรรมทอเส่ือกก และสอนวิชาชา่ งเหลก็ ทีโ่ รงเรยี นวดั ทินกรนิรมิต
พ.ศ. ๒๔๗๘ ตั้งโรงเรียนประถมวสิ ามญั เกษตรกรรมนนทบุรี ทโ่ี รงเรยี นคณะราษฎรบ์ �ำรุง ๑ วัดแคนอก
พ.ศ. ๒๔๘๐ ขยายการเรียนการสอนเปน็ โรงเรยี นฝึกหัดครปู ระกาศนยี บตั ร จังหวดั นนทบรุ ี ตอ่ มาไดย้ ุบเลกิ ไป
พ.ศ. ๒๔๘๔ ตงั้ โรงเรยี นชา่ งไมน้ นทบรุ ี ทว่ี ดั ลานนาบญุ ตอ่ มาเปน็ โรงเรยี นการชา่ งนนทบรุ ี โรงเรยี นชา่ งกล
นนทบรุ ี สถาบนั เทคโนโลยีราชมงคล วทิ ยาเขตนนทบุรี ปจั จบุ นั คือ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภูมิ
(ศนู ย์นนทบุร)ี
ขุนการัญสกิ ขภารถงึ แกก่ รรมเมื่อวนั ที่ ๕ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ สริ ิอายุ ๖๘ ปี
จอมพล ป. พิบลู สงคราม
จอมพล ป.พิบลู สงคราม เดิมช่ือแปลก ขตี ตะสงั คะ เกิดทเ่ี รอื นแพ
ปากคลองบางเขน อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ ี (ปจั จบุ นั อยใู่ นเขตบางซอ่ื
กรงุ เทพฯ) เมอ่ื วนั ที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ บดิ าชอื่ นายขตี ขตี ตะสงั คะ
มารดาชื่อ นางสำ� อางค์ ขีตตะสังคะ อาชีพทำ� สวน มพี นี่ ้อง ๔ คน
พ.ศ. ๒๔๕๐ ไดเ้ ขา้ เรยี นทโี่ รงเรยี นวดั เขมาภริ ตารามรนุ่ แรก ครงั้ ยงั ใช้
พระทน่ี งั่ มลู มณเฑยี รเปน็ อาคารเรยี น ไดเ้ ลขประจำ� ตวั ๒๒ ในขณะนนั้ มกี าร
จดั การศกึ ษามีชน้ั มลู ๓ ชัน้ และช้ันประถมปที ่ี ๑ - ๔
พ.ศ. ๒๔๕๒ เรยี นจบชนั้ มลู ไดเ้ ขา้ ศกึ ษาวชิ าทหารทโี่ รงเรยี นนายรอ้ ย
ทหารบก เม่ือวนั ท่ี ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๒ สำ� เร็จแล้วเข้ารับราชการ
เปน็ นายทหารเมอื่ วนั ที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๘ เรยี กวา่ นกั เรยี นทำ� การนายรอ้ ย
พ.ศ. ๒๔๖๐ ได้รบั แตง่ ตงั้ เป็นนายร้อยตรี จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม
พ.ศ. ๒๔๖๓ ไดเ้ ล่อื นยศเปน็ ร้อยโท
พ.ศ. ๒๔๖๔ ไดร้ บั การคดั เลอื กไปศกึ ษาวชิ าทหารทโ่ี รงเรยี นเสนาธกิ ารทหารเปน็ เวลา ๒ ปี แลว้ ไดเ้ ดนิ ทาง
ไปศึกษาตอ่ วชิ าทหารท่ีประเทศฝรงั่ เศส
นนทบรุ ศี รีมหานคร 359
ขณะท่ศี กึ ษาอย่ทู ปี่ ระเทศฝรง่ั เศส ได้มโี อกาสรู้จกั กับกลุม่ นกั เรยี นไทยหลายคน เชน่ นายปรดี ี พนมยงค์
นายแนบ พหลโยธิน นายประยูร ภมรมนตรี เป็นต้น ซึ่งต่อมาบุคคลดังกล่าวน้ีได้ร่วมเป็นคณะราษฎร์ท�ำการ
เปล่ียนแปลงการปกครองของไทย เม่อื พ.ศ. ๒๔๗๕
เมอ่ื สำ� เรจ็ การศกึ ษากลบั ประเทศไทย ไดร้ บั การเลอื่ นยศเปน็ นายพนั ตรี และไดร้ บั พระราชทานบรรดาศกั ด์ิ
เปน็ พ.ต.หลวงพบิ ูลสงคราม
ไดร้ ว่ มกบั คณะราษฎร์ ซง่ึ มี พ.อ. พระยาพหลพลพยหุ เสนา (พจน์ พหลโยธนิ ) เปน็ หวั หนา้ ทำ� การยดึ อำ� นาจ
การปกครอง เมอื่ วันท่ี ๒๔ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕
วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้รบั พระราชทานยศ พลตรี พลเรอื ตรี พลเรืออากาศตรี
วนั ท่ี ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ไดร้ บั พระราชทานเลอ่ื นยศเปน็ จอมพลทงั้ ๓ เหลา่ ทพั ขณะมอี ายไุ ด้ ๔๕ ปี
ผลงานดา้ นการเมอื งและการบรหิ าร จอมพลแปลก พบิ ลู สงคราม ไดด้ ำ� รงตำ� แหนง่ นายกรฐั มนตรถี งึ ๘ สมยั
นามที่คนไทยรู้จักกันทว่ั ไปคือ จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม
ผลงานการพัฒนาทจี่ ังหวดั นนทบรุ ี
จอมพล ป. พิบลู สงคราม ไดส้ ร้างความเจริญให้แกจ่ งั หวัดนนทบรุ ีหลายดา้ น ได้อนเุ คราะหก์ ารก่อสรา้ ง
และสร้างโรงเรียน และสาธารณูปโภคในจังหวัดนนทบุรีด้วยดีเสมอมา
พ.ศ.๒๔๘๐ไดเ้ ปน็ ประธานเชญิ ชวนขา้ ราชการกระทรวงกลาโหมสรา้ งโรงเรยี นกลาโหมอทุ ศิ ทวี่ ดั เขมาภริ ตาราม
พ.ศ. ๒๔๙๒ จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม ไดร้ บั อนเุ คราะหบ์ รู ณะวดั เขมาภริ ตาราม พระทน่ี งั่ มลู มณเฑยี ร และ
ไดจ้ ดั สรา้ งอาคารเรยี นขนึ้ ใหมเ่ ปน็ อาคารตกึ ๒ ชนั้ หลงั คาทรงไทยประยกุ ต์ จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม เปน็ ประธาน
วางศิลาฤกษ์ เมื่อวนั ท่ี ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๖ เปิดเป็นอาคารเรยี นเม่ือวนั ท่ี ๒๔ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๔๙๗ เปน็
อาคารเรยี นที่ใหญ่ที่สุดแหง่ หนึง่ ในยคุ น้นั มหี ้องเรยี น ๒๒ หอ้ ง ขนานนามโรงเรยี นว่า โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม
นอกจากนี้ยังได้สร้างโรงเรียนวัดปากน�้ำ (พิบูลสงคราม) เป็นอาคารตึก ๒ ช้ัน ๖ ห้องเรียน ได้บูรณะ
พระอุโบสถ สรา้ งฌาปนสถานวดั ปากน้ำ� และให้อปุ การะวัดปากนำ้� ตลอดมา
ไดด้ ำ� เนนิ การใหม้ ถี นนเชอื่ มกรงุ เทพฯ กบั จงั หวดั นนทบรุ ดี ว้ ยการใหต้ ดั ถนนพบิ ลู สงคราม ระหวา่ งสะพาน
พระราม ๖ กับจงั หวดั นนทบุรี
จอมพล ป. พิบลู สงคราม ถงึ แก่อสัญกรรมด้วยโรคหวั ใจวาย เม่ือวนั ที่ ๑๑ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๐๗
นราาชยบมัณนฑตริตี แตลระาศโมลิ ปทนิ แห่งชาติ
นายมนตรี ตราโมท เกิดวนั ที่ ๑๗ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๔๔๓ ท่ีบ้าน
ท่าพ่ีเล้ียง อ�ำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรนายย้ิม
นางทองอยู่ เดิมช่ือบุญธรรม ในวัยเด็กได้เป็นศิษย์หลวงตาลี่ (พระครู
ศรัทธานุสารี วิญญานุโยค สังฆวาหะ) เจ้าอาวาสวัดสุวรรณภูมิ และ
เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ซ่ึงเป็นญาติผู้ใหญ่และเป็นผู้ตั้งชื่อให้
เมื่อแรกเกดิ วา่ บุญธรรม
นายมนตรี ตราโมท
360 นนทบรุ ีศรมี หานคร
นายย้ิม ผเู้ ปน็ บดิ า รับราชการเปน็ ต�ำรวจ ต�ำแหน่งผู้คมุ เครื่องเรอื ยนต์ (เอนจีเนยี ร์) ประจ�ำเรือพษิ ณุเสน
ซง่ึ เปน็ เรอื ประจำ� ของพลโท พระองคเ์ จา้ คำ� รบ อธบิ ดกี รมตำ� รวจ ทา่ นบดิ าของพลตรี หมอ่ มราชวงศศ์ กึ ฤทธ์ิ ปราโมช
พลโทพระองคเ์ จา้ คำ� รบทรงประทานนามสกลุ ใหว้ า่ “ตราโมท” ซงึ่ มสี ำ� เนยี งคลา้ ยราชสกลุ “ปราโมช” ของพระองคท์ า่ น
ในวยั เดก็ หลวงตาล่ี รบั อปุ การะใหก้ ารศกึ ษา ไดเ้ ขา้ รบั การศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษาทโี่ รงเรยี นวดั ประตสู าร
และศึกษาจบมัธยมปีที่ ๓ ทโี่ รงเรียนปรีชาพทิ ยากร โรงเรยี นกรรณสูตศึกษาลัยในปัจจุบนั
ดว้ ยความทเ่ี ปน็ คนขยนั หมนั่ เพยี ร มใี จรกั ในการศกึ ษาและในการประพนั ธ์ นายมนตรี จงึ มผี ลการเรยี นดเี ยย่ี ม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์ และต้ังใจว่าจะไปศึกษาต่อวิชาครูท่ีกรุงเทพมหานคร
แตเ่ นอ่ื งจากสุขภาพไมด่ ีตง้ั แต่ยงั เป็นเด็ก จึงไมไ่ ด้ไปศึกษาต่อ
ที่วัดสุวรรณภูมิมีวงปี่พาทย์ของวัด หลวงตาล่ี เจ้าอาวาสมีความรู้ในการประดิษฐ์เคร่ืองดนตรี จึงได้ต้ัง
วงปพี่ าทย์ที่วัดสุวรรณภูมิ เปน็ ทฝี่ กึ ซ้อม และพกั อาศัยของนกั ดนตรี มคี รูสมบุญ นักฆอ้ ง ทำ� หน้าที่เป็นครฝู กึ สอน
และควบคุมวงปี่พาทยข์ องวัดสวุ รรณภูมิ
นายมนตรี จงึ มคี วามคนุ้ ชนิ กบั เสยี งเพลงทบี่ รรดานกั ดนตรขี องวดั สวุ รรณภมู ฝิ กึ ซอ้ มหรอื บรรเลงในงานตา่ ง ๆ
ซงึ่ มอี ย่ตู ลอดเวลาจนสามารถจำ� เพลงบางเพลงได้ ประกอบกบั ความเป็นผมู้ ใี จรกั และสนใจเพลงไทยมาตง้ั แตเ่ ดก็
และเป็นศิษย์หลวงตาลี่ เจ้าอาวาสวัดสุวรรณภูมิ นายมนตรีจึงมีโอกาสไปช่วยงานของวงปี่พาทย์วัดสุวรรณภูมิ
ท้งั ทย่ี ังไมไ่ ด้รับการฝกึ สอน
ครูสมบญุ ผ้คู วบคุมวงปพ่ี าทยว์ ัดสวุ รรณภมู ิจงึ ไดช้ ักชวนนายมนตรี ให้มาฝกึ หดั ดนตรี เรม่ิ ด้วยการเรยี น
ฆอ้ งวง และไดฝ้ กึ หดั เรยี นรูก้ บั ครสู มบญุ ที่จงั หวดั สุพรรณบรุ ปี ระมาณปเี ศษ ปรากฏว่านายมนตรสี ามารถเรยี นรู้
ทง้ั ทฤษฎแี ละปฏิบัติดนตรไี ทยได้อย่างรวดเรว็ และกา้ วหนา้ เป็นอยา่ งมาก
จากผลการเรียนที่ดีของนายมนตรีทางด้านดนตรีดังกล่าว นายมนตรีจึงตัดสินใจแน่วแน่ที่จะมุ่งศึกษา
ดา้ นดนตรไี ทยอยา่ งจรงิ จงั ตอ่ ไป จงึ ไดเ้ ดนิ ทางไปศกึ ษาตอ่ ทบี่ า้ นครสู มบญุ สมสวุ รรณ ทบ่ี า้ นบางกะพอ้ ม อำ� เภออมั พวา
จงั หวดั สมทุ รสงคราม ครสู มบญุ สมสวุ รรณ เชยี่ วชาญในเรอื่ งเพลงไทย ตลอดจนวธิ แี ตง่ เพลงไทย ผลงานแตง่ เพลงของ
ครสู มบุญ สมสวุ รรณ คอื เพลงเทพไสยาสน์ ๓ ช้นั นอกจากวงปพี่ าทยแ์ ลว้ ครสู มบุญ สมสุวรรณ มวี งแตรวงด้วย
นายมนตรจี งึ ไดฝ้ กึ หดั ทงั้ ปพ่ี าทยแ์ ละแตรวง นายมนตรไี ดม้ าเปน็ ศษิ ยฝ์ กึ หดั และตอ่ เพลงจากครสู มบญุ สมสวุ รรณ
ตงั้ แต่อายุ ๑๔ ปี และพกั อาศยั อย่ทู ่ีบ้านครสู มบญุ สมสุวรรณ ชว่ ยทำ� งานบ้านต่าง ๆ และฝกึ ซอ้ มตามกฎระเบียบ
ทค่ี รกู ำ� หนด ซงึ่ เปน็ รปู แบบการศกึ ษาของผคู้ นแตเ่ ดมิ มา ดงั นน้ั ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งครแู ละศษิ ยจ์ งึ ผกู พนั กนั ลกึ ซง้ึ
เหมือนพอ่ กบั ลูก เม่อื บา้ นครมู ีงาน บรรดาศิษย์ทั้งหลายจะร่วมกนั ชว่ ยเหลอื อย่างถ้วนหนา้ ครูสมบญุ สมสวุ รรณ
นอกจากจะไดถ้ า่ ยทอดความรู้ทางดนตรที ั้งภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั ใิ ห้แกน่ ายมนตรแี ลว้ ครูสมบุญ สมสุวรรณ
ยังได้ถ่ายทอดความเป็นผู้มีวินัยท่ีดียิ่งในการฝึกซ้อมและการท�ำงาน และเป็นแบบอย่างของครูท่ีดี ซ่ึงได้เป็น
คณุ ลักษณะทดี่ ีของนายมนตรี ด้วย
การได้มาศึกษาฝึกหัดดนตรีที่อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ท�ำให้นายมนตรีได้รู้จักคุ้นเคยและเรียนรู้
วชิ าการดนตรจี ากครดู นตรรี นุ่ อาวโุ สทมี่ ชี อื่ เสยี งจำ� นวนหลายทา่ น เพราะอมั พวาเปน็ แหลง่ รวมปราชญท์ างดนตรี
ทมี่ ชี อื่ เสยี ง ระยะเวลากวา่ ๓ ปี ไดก้ ลอ่ มเกลาและสรา้ งเสรมิ ทกั ษะใหน้ ายมนตรใี นวยั ๑๗ ปี เปน็ นกั ดนตรชี าวบา้ น
ท่ีมีความรคู้ วามสามารถพอตัวทีเดียว
นนทบรุ ีศรมี หานคร 361
การเข้ารบั ราชการ
เนอ่ื งจากความเปน็ นกั ดนตรที มี่ คี วามสามารถตง้ั แตเ่ ยาวว์ ยั ของนายมนตรี จงึ ไดร้ บั การแนะนำ� จากนายพดั
นา้ ชายใหเ้ ขา้ รบั ราชการ ดว้ ยการไปขอรบั การชว่ ยเหลอื จากหลวงภณั ฑารกั ษพ์ ทิ กั ษ์ นายมนตรจี งึ ไดเ้ ขา้ รบั ราชการ
ทก่ี รมมหรสพ โดยมขี นุ ไพจติ รนันทนากร (ใหญ่ มิลินทวณชิ ) เป็นผ้รู บั รอง ขณะนน้ั นายมนตรีมอี ายเุ พียง ๑๗ ปี
ยังไม่ถึงเกณฑอ์ ายรุ ับราชการได้ แต่ดว้ ยความร้คู วามช�ำนาญทางดนตรีที่มีอยู่ กรมมหรสพจงึ รบั ไวก้ อ่ น แต่บรรจุ
เขา้ รบั ราชการเมอื่ อายุได้ ๑๘ ปี
ในระยะแรก นายมนตรี ไดต้ อ่ เพลงและซอ้ มเพลงตลอดทกุ วนั ยงั ไมไ่ ดก้ ำ� หนดใหร้ บั ราชการสว่ นใด ไดต้ อ่
เพลงระนาดทุ้มกบั พระพาทย์บรรเลงรมย์ (พมิ พ์ วาทิน) ตอ่ ฆอ้ งวงใหญก่ ับหลวงบำ� รุงจิตรเจริญ (ธูป สาตนวิลัย)
และต่อระนาดเอกกบั หลวงชาญเชิงระนาด เรียนกลองแขกจากพระพณิ บรรเลงราช (แยม้ ประสานศัพท์) ทำ� ให้
มโี อกาสไดต้ อ่ เพลงและเรยี นรฝู้ กึ หดั ทางดนตรกี บั บรรดาครฝู มี อื เลศิ ของกรมพณิ พาทยห์ ลวงซง่ึ มพี ระยาประสาน
ดุรยิ ศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์) เปน็ ครใู หญ่
ในกรมมหรสพยังมีโรงเรียนพรานหลวง ซึ่งเป็นโรงเรียนส�ำหรับข้าราชการในกรมมหรสพท่ีเยาว์วัย
ไดศ้ กึ ษาวชิ าสามญั ตามหลกั สตู รของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พรอ้ มกบั เรยี นวชิ าศลิ ปะและดนตรี หลวงวเิ ศษธรี ะการ
(เธียร วรธีระ) ครูโรงเรียนพรานหลวงเป็นผู้พานายมนตรีเข้าเรียนท่ีโรงเรียนพรานหลวง และเห็นว่า นายมนตรี
มพี น้ื ฐานทางการเรยี นดี จงึ ใหน้ ายมนตรเี รยี นในชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖ นายมนตรจี งึ เปน็ นกั เรยี นโรงเรยี นพรานหลวง
คนแรกท่ีสามารถสำ� เรจ็ มธั ยมศกึ ษาตอนปลายภายในเวลาหน่งึ ปเี ท่านั้น
นายมนตรีให้ความส�ำคัญในการฝึกซ้อมดนตรีมากซ่ึงเป็นสิ่งจ�ำเป็นส�ำหรับนักดนตรี หลังจากฝึกซ้อม
บรรเลงตามระเบยี บไดป้ ระมาณ ๑ ปี พระยาประสานดรุ ยิ ศพั ท์ จงึ ใหน้ ายมนตรี เปน็ นกั ดนตรปี ระจำ� วงตามเสดจ็
นักดนตรใี นวงตามเสดจ็ นจี้ ะต้องมีความรเู้ ร่ืองเพลงและสามารถบรรเลงเพลงมาก
นายมนตรี เรมิ่ ประพันธ์เพลงเมอ่ื อายุ ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๔๖๓ เพลงแรกท่ปี ระพนั ธค์ ือ เพลงโหมโรงต้อยตรง่ิ
ซง่ึ ไดร้ ับความนยิ มและน�ำไปบรรเลงกันอยา่ งแพรห่ ลาย ต่อมา พ.ศ. ๒๔๖๖ ไดป้ ระพันธ์เพลงพม่าเห่ เถา ได้รบั
การตอบรบั จากบรรดานกั ดนตรอี ยา่ งมากเชน่ กนั ทำ� ใหน้ ายมนตรี มคี วามมน่ั ใจและไดป้ ระพนั ธเ์ พลงอนื่ ๆ ทงั้ ทำ� นอง
และเนอ้ื ร้องอกี มากมายในเวลาตอ่ มา ซงึ่ รวมแลว้ มีจำ� นวนมากประมาณ ๒๐๐ เพลง
นายมนตรีได้น�ำขิมซึ่งเป็นเครื่องดนตรีจีนมาผสมวงเคร่ืองสายไทยเป็นคนแรก เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จ
พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงพระประชวร แพทยถ์ วายคำ� แนะน�ำใหง้ ดพระราชกรณยี กจิ และใหท้ รงพกั ผอ่ นดว้ ย
การฟงั ดนตรบี รรเลงเบา ๆ นายมนตรไี ดเ้ ปน็ ผบู้ รรเลงขมิ ถวายขา้ งหอ้ งพระบรรทม พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้
เจา้ อยหู่ ัวทรงรบั สงั่ วา่ เพราะดแี ละช่างคดิ
หลงั จากทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงหายจากประชวรแลว้ นายมนตรไี ดข้ อลาอปุ สมบท
ทว่ี ดั สุวรรณภูมิ จงั หวัดสุพรรณบุรี เป็นเวลา ๑ พรรษา เม่ือ พ.ศ. ๒๔๖๗
ตอ่ มากรมมหรสพถูกยบุ นายมนตรีไดม้ ารบั ราชการทกี่ องปี่พาทย์ กรมบัญชาการมหาดเลก็ กระทรวงวัง
เมื่อพระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ต้ังโรงเรียนวิทยาสากลดนตรี นายมนตรีได้เข้าเรียนท่ีโรงเรียนนี้
จึงได้มีความรู้ทางโน้ตสากลและดนตรีสากลเพิม่ ขน้ึ อกี ด้านหน่ึง
พ.ศ. ๒๔๗๘ ได้รับรางวัลที่ ๑ การประกวดแตง่ เพลงวันรัฐธรรมนญู และในปเี ดียวกันน้ีกิจการโขนละคร
ปพ่ี าทย์ โอนจากกระทรวงวงั มาสงั กดั กรมศลิ ปากร นายมนตรไี ดย้ า้ ยมาดว้ ย ไดม้ าอยทู่ แี่ ผนกปพ่ี าทยห์ ลวง จากนนั้
362 นนทบรุ ศี รีมหานคร
ไปปฏิบัติงานที่โรงเรียนศิลปากร แผนกนาฏดุริยางค์ (ปัจจุบันคือ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์) หน้าท่ีการปฏิบัติ
ราชการเจรญิ รงุ่ เรอื งมาตามลำ� ดบั จนดำ� รงตำ� แหนง่ เปน็ ขา้ ราชการชน้ั เอก ตอ่ มามพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ
แตง่ ตงั้ ใหด้ ำ� รงตำ� แหนง่ ศลิ ปนิ พเิ ศษ เมอ่ื วนั ท่ี ๓ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๐๔ นบั วา่ เปน็ ศลิ ปนิ คนแรกของกรมศลิ ปากร
ท่ีไดด้ ำ� รงตำ� แหน่งศลิ ปินชัน้ พเิ ศษ
เมื่อได้มาปฏิบัติราชการที่กรมศิลปากร หลวงวิจิตรวาทการ ขณะด�ำรงต�ำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร
ได้เปลี่ยนช่อื นายบญุ ธรรม ตราโมท เป็น นายมนตรี ตราโมท เมอ่ื วนั ที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๕ เพื่อใหต้ อ้ ง
ตามประกาศสำ� นักนายกรัฐมนตรี เรอ่ื ง การตง้ั ชื่อบุคคล
เมื่อนายมนตรี เกษียณอายุ กรมศิลปากรพิจารณาเห็นว่า นายมนตรีเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านศิลปะ
ดุริยางคไ์ ทย จงึ จ้างไว้ชว่ ยราชการตอ่ มาอีก ๕ ปี จากนนั้ ได้จา้ งในต�ำแหน่งผเู้ ชีย่ วชาญดนตรไี ทย คีตศลิ ปไ์ ทยใน
วทิ ยาลัยนาฏศลิ ป์ กรมศิลปากร จนถึงแก่อสญั กรรมเม่อื พ.ศ. ๒๕๓๘
นอกจากการปฏบิ ตั ริ าชการตามหนา้ ทท่ี ก่ี รมศลิ ปากรแลว้ นายมนตรยี งั เปน็ อาจารยพ์ เิ ศษในมหาวทิ ยาลยั ตา่ ง ๆ
อีกหลายแห่ง อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัย
ศรนี ครินทรวิโรฒ ประสานมติ ร เปน็ ต้น
ผลงานของนายมนตรี นอกจากความเชี่ยวชาญทางดนตรีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว นาย
มนตรี ยงั มผี ลงานอกี มากมายทางดา้ นการประพนั ธเ์ พลงทงั้ ดา้ นทำ� นองเพลง และบทขบั รอ้ ง ซง่ึ มปี ระมาณ ๒๐๐
เพลง ทง้ั เพลงเถา เพลง ๓ ชัน้ เพลงระบำ� โดยเฉพาะผลงานเพลงระบ�ำ ผลงานของนายมนตรี ไดร้ ับการยกยอ่ ง
ว่าเปน็ “เจา้ แห่งเพลงระบำ� ”
ส่วนผลงานประพันธ์ นายมนตรี ได้ประพันธ์ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองไว้จ�ำนวนมาก เช่น ลิลิตอิหร่าน
ราชธรรม บทละครและนิทานประวัตศิ าสตร์ สารคดีทเ่ี ก่ียวกบั วิชาการทางศิลปะ เช่น ดุริยางคศาสตรไ์ ทย ภาค
วิชาการ การเล่นของไทย ศัพท์สงั คตี ปีพ่ าทย์ไทย ปพ่ี าทยม์ อญ ป่พี าทยช์ วา เป็นต้น
ผลงานด้านการประพันธท์ ี่นายมนตรี ภาคภูมใิ จคอื จารกึ เทิดพระบรมเดชานุภาพของสมเดจ็ พระนเรศวร
มหาราช ท่พี ระบรมราชานสุ าวรีย์ อำ� เภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบรุ ี มีผสู้ ่งค�ำจารึกเทดิ พระเกียรติจ�ำนวนมาก
ผลการคดั เลอื กปรากฏวา่ ข้อความของ นายมนตรี ไดร้ ับการพจิ ารณาใหจ้ ารกึ ท่พี ระบรมราชานสุ าวรีย์
นายมนตรี ตราโมท ไดร้ ับการประกาศเกยี รตคิ ุณ เกียรตปิ ระวัตเิ ชิดชเู กยี รตมิ ากมาย อาทิ
เกยี รติคณุ ท่ีได้รับ
- ปรญิ ญาอักษรศาสตรดษุ ฎบี ัณฑิตกิตตมิ ศกั ด์ิ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร เมื่อ ๑๔ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๒๓
- ปรญิ ญาครุศาสตรดษุ ฎบี ัณฑิตกติ ตมิ ศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมอ่ื ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๔
- ปรญิ ญาศลิ ปศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ กติ ตมิ ศกั ดิ์ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ เมอื่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๖
- นกั วิจัยดีเด่น สาขาปรชั ญาของสภาวิจยั แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๓
- ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ แต่งตั้งเป็นราชบณั ฑติ ประเภทวิจติ รศลิ ป์ สำ� นกั ศิลปกรรม ตามประกาศ
ส�ำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันท่ี ๒๓ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๒๔
- ศิลปนิ แหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (ดนตรีไทย) พุทธศกั ราช ๒๕๒๘
นนทบรุ ีศรมี หานคร 363
นายมนตรี ตราโมท ผู้เป็นครูผูใ้ หท้ ่ยี งิ่ ใหญ่ในสำ� นึกของศิษย์
ความเมตตาและความเป็นผู้ให้ของครูมนตรีเป็นคุณลักษณะพิเศษของครูมนตรี นอกเหนือจากความ
เป็นเลิศทางปัญญาความสามารถทางวิชาการ ช�ำนาญการดนตรีคีตศิลป์ การประพันธ์เพลงของครูมนตรี
ทา่ นไม่เคยต�ำหนิตเิ ตียนแม้คำ� นอ้ ยใหใ้ ครเสยี กำ� ลังใจ ท้อแท้หรอื ผดิ หวงั ท่านมองโลกในแงด่ ตี ลอดเวลา
การใช้ชีวิตที่เรียบง่ายสมถะ อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่แสดงภูมิรู้ โอ้อวด ข่มผู้อ่ืน พร้อมท่ีจะรับฟังความ
เห็นผู้อื่น เป็นคุณธรรมท่ีประเสริฐย่ิงของครูมนตรี ตราโมท ท่านเป็นศิษย์มีครู เช่น พระยาประสานดุริยศัพท์
(แปลก ประสานศัพท์) ท่านเคารพยกย่องบูชาครูของท่าน แต่ในเวลาเดียวกัน ครูมนตรีไม่เคยแสดงหรือปฏิบัติ
ในเชิงแบ่งแยก ครูมนตรีวางตนอยู่เหนือการแบ่งแยก เป็นบรมครูผู้ให้แก่ทุกคนอย่างแท้จริง อย่างทั่วถึง
และเทา่ เทียมกันจริง ๆ
ผลงานการแต่งเพลงของครมู นตรี ทง้ั ท�ำนองรอ้ ง และท�ำนองดนตรมี มี ากประมาณ ๒๐๐ เพลง ทุกเพลง
มคี วามไพเราะ เฉพาะอยา่ งยง่ิ ควรไดร้ บั การยกยอ่ งเปน็ ปรมาจารยท์ างเพลงระบำ� และเปน็ ตน้ กำ� เนดิ เพลงสอดรอ้ ง
ทแ่ี ต่งขน้ึ ประกอบการแสดงละครประวัติศาสตรข์ องไทย
ครมู นตรี ตราโมท ผู้เช่ียวชาญผดุงรักษาและเผยแพร่ดุริยางคนาฏศลิ ป์
พิธีไหว้ครูโขน ละคร พิธกี รรม และพธิ ตี อ่ เพลงหน้าพาทย์ องค์พระพิราพ เปน็ พิธที ี่มคี วามสำ� คัญสูงสุด
ส�ำหรับผ้เู ปน็ ศิลปนิ ในการประกอบพิธีที่สำ� คัญนี้ ผนู้ �ำอ่านโองการบวงสรวงสงั เวยในพิธีทงั้ สามดังกล่าว ยอ่ มเปน็
ผู้มีความสำ� คญั สงู สุดส�ำหรรับผู้เปน็ ศิลปินท้งั หลาย
ครูมนตรี ตราโมท เป็นผู้ที่บรรลุถึงความส�ำคัญสูงสุดนี้ เม่ือวันพฤหัสบดีท่ี ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๗
ในพระราชพธิ ีพระราชทานครอบประธานประกอบพิธีไหวค้ รูโขน ละคร และพิธีต่อทา่ รำ� องคพ์ ระพริ าพ ณ ศาลา
ดุสดิ าลัย สวนจิตรลดา ขณะที่ท่านอายุ ๘๔ ปี พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรณุ า
โปรดเกล้าฯ ให้นายมนตรี ตราโมท เป็นผู้น�ำอ่านโองการบวงสรวงสังเวยในการพระราชพิธีพระราชทานครอบ
ประธานประกอบพธิ ไี หวค้ รูโขน ละคร เข้าเฝ้ารับพระราชทานน�ำ้ สังข์ และรบั พระราชทานเจมิ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงครอบพระราชทาน และพระราชทานตำ� ราไหวค้ รโู ขน ละคร แกค่ รมู นตรี
ตราโมท พระราชพธิ นี ค้ี รมู นตรี ตราโมท ไดเ้ ป็นผนู้ �ำอา่ นโองการบวงสรวงสงั เวย นับได้ว่าเป็นเกยี รตสิ ำ� คญั ยง่ิ ใน
ชีวิตของครูมนตรี ตราโมท ในฐานะผเู้ ชยี่ วชาญผดงุ รกั ษาและเผยแพร่ดรุ ิยางคศลิ ป์ของชาติ
ผลงานประพันธ์เพลงของครูมนตรี ตราโมท ส่วนหนึ่งที่นับได้ว่าเป็นเพลงยอดนิยมของการแสดงละคร
และการแสดงลิเก คือ เพลงประกอบการแสดงละครเรื่อง ราชาธิราช ซ่ึงเป็นวรรณคดีมีช่ือของมอญ บรรดา
นักแสดงละคร หรือลิเก ตลอดจนการขับร้องและบรรเลงเพลงไทยเดิม นิยมน�ำไปขับร้องหรือบรรเลงเพลงที่
ครูมนตรีได้ประพันธ์ไว้ โดยเฉพาะอย่างย่ิงผู้คนในจังหวัดนนทบุรี ในช่วงประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๕ - ๒๕๑๐
คณะลิเกต่าง ๆ ได้น�ำเพลงในเร่ืองราชาธิราชที่ครูมนตรี ตราโมท ได้ประพันธ์ไว้ไปใช้ประกอบการแสดงลิเก
รวมทง้ั การบรรเลงหรือขับร้องในวงมโหรี ปพ่ี าทย์ และวงเคร่อื งสายกนั อย่างแพร่หลาย
นายมนตรี ตราโมท ถงึ แกอ่ นิจกรรมเม่อื วนั ท่ี ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ อายุ ๙๕ ปี
364 นนทบุรศี รีมหานคร
นายเฉลิม บัวทงั่
นายเฉลมิ บวั ทง่ั เกดิ เมอื่ วนั ที่ ๒๔ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ทต่ี ำ� บล
บางเลน อำ� เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบุรี ได้รับการศึกษาจากพระสงฆ์
วัดบางศรรี าษฎร์ อำ� เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบุรี
นายเฉลมิ บวั ทงั่ เปน็ ผมู้ นี สิ ยั รกั และสนใจในดนตรไี ทยมาแตค่ รง้ั นายเฉลิม บวั ทง่ั
ยังอยู่ในวัยเด็ก ได้เป็นศิษย์คนเล็กและคนสุดท้ายของพระยาประสาน
ดรุ ยิ ศพั ท์ (แปลก ประสานศพั ท)์ ไดฝ้ ากตวั เปน็ ศษิ ยพ์ ระยาประสานดรุ ยิ ศพั ท์
(แปลก ประสานศพั ท์) เมอื่ อายุประมาณ ๑๒ - ๑๓ ปี ที่บา้ นตรอกไข่
ตำ� บลสำ� ราญราษฎร์ ขณะนน้ั แมจ้ ะอยใู่ นวัยเด็ก แตน่ ายเฉลมิ บวั ท่งั มี
ความรแู้ ละมฝี มี อื ในทางตรี ะนาดเอกมาบา้ งแลว้ เจา้ คณุ ประสานดรุ ยิ ศพั ท์
จึงต่อเพลงและกวดไปทางตรี ะนาดเอกโดยเฉพาะ และเจา้ คณุ ประสาน
ดุรยิ ศพั ท์ เคยพานายเฉลิม บวั ท่งั มาตรี ะนาดเอกอวดพวกผู้ใหญ่ในกรม
พณิ พาทยห์ ลวงหลายครง้ั เมอื่ นายเฉลมิ บวั ทงั่ อายปุ ระมาณ ๑๕ ปี ทา่ นจงึ
นำ� นายเฉลมิ บวั ทงั่ มาฝากเขา้ รบั ราชการในกรมพณิ พาทยห์ ลวง กรมมหรสพ
นับไดว้ า่ นายเฉลมิ บัวท่ัง เปน็ ผทู้ มี่ ีอายนุ อ้ ยที่สดุ ในกรมพณิ พาทยห์ ลวง
โดยปกตใิ นกรมพณิ พาทยห์ ลวง ผทู้ ไี่ ม่มีเวรถูกรับราชการกจ็ ะเข้าซอ้ มเพลงต่าง ๆ กนั ทั้งวัน โดยแบง่ รนุ่
เปน็ วงเขา้ ฝกึ ซอ้ ม วงรนุ่ ใหญเ่ ปน็ วงขา้ หลวงเดมิ และวงพเิ ศษ วงรนุ่ กลางคอื กลมุ่ ผทู้ มี่ อี ายปุ ระมาณ ๑๙ - ๒๐ ปขี น้ึ ไป
สว่ นวงรนุ่ เลก็ คอื วงทม่ี นี ายเฉลมิ บวั ทง่ั เปน็ คนตรี ะนาด แตว่ งรนุ่ เลก็ หานกั ดนตรใี นวยั เดก็ ขนาด นายเฉลมิ บวั ทงั่
ไดย้ าก เพราะมนี อ้ ยคน ตอ้ งเอานกั ดนตรวี งรนุ่ กลางมาเสรมิ หลายคน เชน่ ครมู นตรี ตราโมท มาตรี ะนาดทมุ้ ครพู รง้ิ
ดนตรรี ส ตกี ลองสองหนา้ เปน็ ต้น
ครูมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติ ได้กล่าวยกย่องนายเฉลมิ บวั ท่ัง ดังน้ี
“...ฝีมือตีระนาดเอกของนายเฉลิม บัวท่ัง ขณะนั้นนับว่าอยู่ในเกณฑ์เข้มแข็งมากเกินอายุอยู่มาก
ทเี ดยี ว การตอ่ เพลงของเจา้ คณุ ประสานฯ นน้ั ทา่ นพจิ ารณาตามอายแุ ละฝมี อื ทางระนาดทเ่ี จา้ คณุ ประสานฯ
ต่อให้นายเฉลมิ บัวทั่ง นน้ั ออกจะโลดโผนนำ� สมัยอยู่มาก เช่น เพลงเด่ยี วระนาดเอกเพลงกราวในซึ่งถอื วา่
เปน็ เพลงสำ� คญั ของเพลงเดย่ี วทงั้ หลาย เจา้ คณุ ประสานฯ ทา่ นกต็ อ่ ให้ ทางแตล่ ะคนไมเ่ หมอื นกนั ... ทางทต่ี อ่
ใหน้ ายเฉลมิ บัวท่งั พลกิ แพลงโลดโผนเต็มท.่ี ..“
นายเฉลิม บัวทั่ง อยู่ในกรมพิณพาทย์หลวงจนสิ้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทางราชการยบุ กรมมหรสพ จงึ ออกไปประกอบอาชพี สว่ นตวั แตว่ ชิ าการดนตรยี งั คงเปน็ กจิ กรรมทนี่ ายเฉลมิ บวั ทง่ั
ยังคงสบื ตอ่ เอาใจใสศ่ กึ ษาเลา่ เรยี น ฝึกฝนตนเอง และเป็นครถู ่ายทอดวิชาการทางดนตรีไทยอย่างเขม้ แข็งตลอด
มา ไดไ้ ปเปน็ ครฝู กึ สอน และกำ� กับวงดนตรวี งเสรมิ มิตรบรรเลง ทำ� ใหว้ งเสรมิ มติ รบรรเลงเปน็ วงดนตรไี ทยทม่ี ีชอื่
วงหน่ึงของประเทศไทย
นายเฉลมิ บัวทัง่ ไดแ้ ตง่ เพลง ๓ ชน้ั เพลงเถาขน้ึ ใหมห่ ลายเพลง ไดแ้ ตง่ เพลงใหว้ ิทยาลัยนาฏศลิ ป์ และ
กองดรุ ิยางค์กรมตำ� รวจ เปน็ ตน้ เพลงที่ นายเฉลิม บัวท่งั แตง่ มคี วามไพเราะ ชวนฟงั และวงดนตรีตา่ ง ๆ ไดน้ �ำไป
ขบั ร้องบรรเลงกนั อย่างแพรห่ ลายจนถงึ ปจั จุบันน้ี
นนทบรุ ีศรีมหานคร 365
นายเฉลมิ บัวทงั่ ได้ผลิตอังกะลงุ และบนั ทกึ โน้ตเพลงไทยสำ� หรบั เครอ่ื งตี คอื ระนาด ฆ้อง ขมิ
นายเฉลมิ บวั ทง่ั ไดร้ บั ประกาศเกยี รตคิ ณุ เชดิ ชเู กยี รตใิ หเ้ ปน็ ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (ดนตรไี ทย)
ประจ�ำปี ๒๕๒๙
นายเฉลมิ บัวทงั่ ถงึ แก่แกรรม เมอ่ื วนั ที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๐ อายุ ๗๗ ปี
นายสกล แกว้ เพญ็ กาศ ปราชญเ์ มืองนนท์
นายสกล แก้วเพ็ญกาศ เกิดเม่ือวันท่ี ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๒
ทบ่ี างควู ดั (ปจั จบุ นั เปน็ บา้ นบางตะไนย์ อำ� เภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ )ี
เรียนดนตรีไทยกับแม่และครูดนตรีชั้นครูอีกหลายท่าน เช่น ครูพร้อม
สนุ ทรนทั ครกู ลา้ มณบางชา้ งและครหู ลวงประดษิ ฐไพเราะ(ศรศลิ ปบรรเลง)
นายสกล แกว้ เพญ็ กาศ เปน็ ผู้มคี วามสามารถทางดนตรที กุ ดา้ น
คอื เลน่ ดนตรไี ดท้ กุ ชนดิ แตง่ เพลงได้ ขบั รอ้ งได้ ผลติ เครอ่ื งดนตรไี ด้ และ
มคี วามสามารถถา่ ยทอดความรแู้ กศ่ ษิ ยจ์ นประสบความสำ� เรจ็ มชี อ่ื เสยี ง
มากมายหลายรนุ่ ครูสกล แกว้ เพญ็ กาศ ได้เรม่ิ ถา่ ยทอดวิชาดนตรีไทย
แกศ่ ษิ ยต์ ง้ั แตต่ วั เองมอี ายเุ พยี ง ๑๙ ปี โดยชว่ ยมารดาสอนดนตรไี ทย เมอื่
อายุ ๒๕ ปี ได้สืบทอดเปน็ หวั หนา้ วงอยูท่ ตี่ �ำบลบางเลน อำ� เภอบางใหญ่
จังหวัดนนทบุรี ได้ถ่ายทอดความรู้วิชาดนตรีไทยแก่เยาวชนและบุคคล
ทว่ั ไปเปน็ วทิ ยาทานโดยรบั ศษิ ยม์ าฝกึ หดั ทบ่ี า้ นของตนเปน็ เวลานานกวา่
๖๐ ปี มลี กู ศษิ ยท์ ง้ั หมดมากกวา่ ๔๐๐ คน ครสู กล แกว้ เพญ็ กาศ ไดถ้ า่ ยทอด
วิชาการดนตรีไทยให้ศิษย์โดยไม่หวงวิชา ไม่กลัวว่าศิษย์จะเหนือตน
ใหก้ ารสนบั สนนุ ความกา้ วหนา้ แกศ่ ษิ ยท์ กุ คนอยา่ งสดุ ความสามารถ ดแู ล นายสกล แก้วเพญ็ กาศ
ศิษย์ดุจลูกหลาน และถ่ายทอดวิชาการดนตรีไทยให้อย่างเต็มท่ีอย่าง
ไมเ่ บอ่ื หนา่ ยหรอื ทอ้ ถอย ความภมู ใิ จและความสขุ ใจของครสู กล แกว้ เพญ็ กาศ เกดิ จากการทเี่ ปน็ ผใู้ ห้ และมคี วาม
มน่ั ใจว่า การสบื ทอดผลงานของตนจะมอี ยตู่ อ่ ไปอีกนานเทา่ นาน ด้วยฝมี อื ของลกู หลาน และศษิ ยท์ ี่ตนไดส้ ร้างไว้
เกยี รตคิ ณุ และรางวลั ทค่ี รสู กล แกว้ เพญ็ กาศ ไดร้ บั จงึ มมี ากมาย เชน่ รบั พระราชทานรางวลั พระสทิ ธธิ าดา
ทองคำ� พรอ้ มประกาศเกยี รตคิ ณุ จากสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ในฐานะผมู้ ผี ลงานดเี ดน่
ทางวฒั นธรรม นาฏศิลปด์ นตรี มหาวทิ ยาลยั ธุรกจิ บณั ฑติ ย์เปน็ ผจู้ ัด
นายสกล แกว้ เพญ็ กาศ นอกจากจะเปน็ นกั ดนตรฝี มี อื ดแี ลว้ ยงั เปน็ นกั รอ้ งเพลงไทยเดมิ ทม่ี เี สยี งดี และรอ้ ง
ไดไ้ พเราะ และเป็นนักประพันธ์เพลงทั้งทางร้องและท�ำนองเพลงที่ดีมีผลงานการแต่งเพลงไว้หลายเพลง เช่น
เพลงนางเยือ้ ง (เถา) เพลงกลั ยาเยยี่ มหอ้ ง (เถา) เพลงเดย่ี วระนาดเอก สารถี ๓ ชน้ั เพลงเด่ียวระนาดทุ้ม มา้ ย่อง
๓ ชน้ั เปน็ ตน้
นายสกล แก้วเพ็ญกาศ ได้สืบทอดเป็นเจ้าพิธีไหว้ครู เมื่ออายุ ๕๐ ปี ท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ
(ศร ศลิ ปบรรเลง) ได้ทำ� พิธคี รอบครูใหค้ รสู กลสบื ทอดการเป็นเจ้าพธิ ใี นพธิ ีไหวค้ รู เมื่อครูสกลอายุ ๔๐ ปี
นายสกล แก้วเพ็ญกาศ ถึงแก่กรรมเม่ือวันท่ี ๒๔ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๔๐ อายุ ๘๘ ปี
366 นนทบรุ ศี รีมหานคร
นายสอาด ปายะนันทน์ อดตี ผู้วา่ ราชการจงั หวัดนนทบุรี
นายสอาด ปายะนันทน์ เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๙ ณ บ้านคลอง
บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรพระยาค�ำนวณคัดกานต์
(ศรี ปายะนันทน์) และคุณหญิงอุ่น ผลงานราชการส�ำคัญของบิดาที่
สมควรกล่าวถึง คือ ได้รับมอบหมายให้จัดท�ำแผนที่พระราชอาณาเขต
ฟากตะวนั ออก (แมน่ ำ้� โขง) ฉบบั แรกของประเทศไทย ตามพระบรมราโชบาย
ของพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยหู่ วั ขณะทท่ี า่ นดำ� รงตำ� แหนง่
ปลัดกรมแผนทแี่ ละเจ้ากรมรังวัดทดี่ นิ ตามลำ� ดบั
นายสอาด ปายะนันทน์ ส�ำเร็จการศกึ ษาชั้นมัธยมปีท่ี ๘ แผนก
ภาษา จากโรงเรยี นวัดเทพศริ นิ ทร์ เม่อื พ.ศ. ๒๔๗๓
ส�ำเร็จนิติศาสตรบัณฑิตจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย และเป็นเนตบิ ณั ฑติ แห่งเนติบัณฑติ ยสภา
สำ� เรจ็ วปอ. (วทิ ยาลยั ปอ้ งกนั ราชอาณาจกั ร) รนุ่ ๙ พ.ศ. ๒๕๐๙ นายสอาด ปายะนันทน์
- ๒๕๑๐
ประวัติการรับราชการ นายสอาด ปายะนันทน์ รับราชการใน
ต�ำแหนง่ ต่าง ๆ
นายอ�ำเภอสองพ่ีน้อง (สุพรรณบุรี) นายอ�ำเภอผักไห่ (พระนครศรีอยุธยา) นายอ�ำเภอมุกดาหาร
(นครพนม) นายอำ� เภอมีนบรุ ี (กรุงเทพมหานคร)
เลขานุการข้าหลวงตรวจการมหาดไทย ภาค ๓ (นครราชสีมา) ภาค ๒ (ปราจีนบุรี) ภาค ๑
(พระนครศรีอยธุ ยา)
ปลดั จังหวัดเชยี งใหม่
ข้าหลวงตรวจการกรมมหาดไทย ภาค ๕ (ลำ� ปาง)
หัวหน้ากองการเทศบาล กรมมหาดไทย
ผู้วา่ ราชการจงั หวดั ประจวบครี ีขนั ธ์
ผวู้ า่ ราชการจงั หวัดนนทบรุ ี (พ.ศ. ๒๕๐๓ - ๒๕๑๑)
ผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทย
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๑๗ ถงึ เกษียณอายุราชการ เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๑๘
นายสอาด ปายะนันทน์ ได้สร้างความเจริญให้แก่จังหวัดนนทบุรีเป็นอันมาก อาทิ การปรับปรุงพัฒนา
แหลง่ เสอ่ื มโทรมของอำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี อำ� เภอปากเกรด็ และอำ� เภอบางบวั ทอง โดยรว่ มมอื กบั เทศบาล สขุ าภบิ าล
สรา้ งอาคารพาณชิ ย์ และตลาดสดขนึ้ ใหม่ ยา้ ยทว่ี า่ การอำ� เภอปากเกรด็ ไปสรา้ งในสถานทใ่ี หม่ พรอ้ มสรา้ งตลาดสด
และอาคารพาณชิ ยข์ องสขุ าภบิ าลปากเกรด็ สรา้ งพพิ ธิ ภณั ฑป์ ระวตั ศิ าสตรแ์ ละธรรมชาติ และหอ้ งสมดุ ประชาชน
ประจำ� จงั หวดั นนทบรุ ี ศนู ยก์ าชาดจงั หวดั นนทบรุ ี จดั ตงั้ พทุ ธกิ สมาคมและยวุ พทุ ธกิ สมาคม จงั หวดั นนทบรุ ี เปน็ ตน้
นนทบุรศี รมี หานคร 367
ผลงานพัฒนาจังหวัดนนทบุรีท่ีเป็นผลงานของนายสอาด ปายะนันทน์ ที่ส่งผลให้จังหวัดนนทบุรีเกิด
พัฒนาการของบ้านเมืองอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง คือ การสร้างถนนสายบางกรวย - ไทรน้อย เป็นการเปิด
พน้ื ทฝ่ี ง่ั ตะวนั ตกของจงั หวดั นนทบรุ ี เพอื่ รองรบั การขยายตวั ของบา้ นเมอื ง และเปน็ การเปดิ พน้ื ทฝี่ ง่ั ตะวนั ตกของ
จงั หวดั นนทบรุ ี สภู่ ายนอก ทำ� ใหก้ ารคมนาคมของชาวนนทบรุ สี ะดวกรวดเรว็ ขนึ้ มาก ปจั จบุ นั พนื้ ทจี่ งั หวดั นนทบรุ ี
ด้านทิศตะวนั ตกไดม้ ีพัฒนาการเจริญกา้ วหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ไดเ้ ปน็ ทตี่ ้ังศนู ย์การคา้ สถานรี ถไฟฟา้
หมบู่ า้ นจดั สรรขนาดใหญ่ เปน็ ชมุ ชนปรมิ ณฑลของกรงุ เทพฯ อกี ทง้ั เปน็ ชมุ ทางของการเดนิ ทางระหวา่ งกรงุ เทพฯ
กบั จังหวดั ต่าง ๆ ทางทศิ ตะวันตกของกรงุ เทพฯ เชน่ สุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี เปน็ ต้น
ด้วยผลการปฏิบัติราชการท่ีมีผลงานดีเด่น นายสอาด ปายะนันทน์ จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภา
นิติบัญญัติแห่งชาติ เม่ือปี พ.ศ. ๒๕๑๕ และเป็นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ เม่ือ พ.ศ. ๒๕๑๖ นอกจากน้ันยังได้
รบั เชิญเป็นผู้บรรยายพิเศษในวิชาการปกครองท้องถ่ินเปรียบเทียบ ในคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ชน้ั ปรญิ ญาตรี ปที ี่ ๓ ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๙๘ - ๒๔๙๙ และเป็นผบู้ รรยายพเิ ศษในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย ช้ันปริญญาโท เม่ือ พ.ศ. ๒๔๙๙ หลังจากเกษียณอายุราชการเป็นข้าราชการบ�ำนาญแล้ว ได้รับ
แตง่ ตง้ั เปน็ รองประธานคณะกรรมการองคก์ ารเหมอื งแรท่ างทะเล และเปน็ กรรมการองคก์ ารคลงั สนิ คา้ จนกระทงั่
อายุครบ ๖๕ ปบี ริบูรณ์
ศาสตราจารย์ ดร. วจิ ติ ร ศรีสอา้ น ครูของครู ครูของศิษย์
นักนวัตกรรมการศึกษา และบดิ าแห่งสหกิจศึกษาไทย
ศาสตราจารย์ ดร. วจิ ิตร ศรสี อา้ น เกิดเมอื่ วนั ท่ี ๒๒ ธนั วาคม พ.ศ.
๒๔๗๗ ทีต่ ำ� บลสนามจันทร์ อ�ำเภอบ้านโพธ์ิ จังหวดั ฉะเชิงเทรา
เมื่อเยาว์วัยได้เรียนหนังสือโดยมีคุณพ่อเป็นครูสอนให้จนสามารถ
อา่ นหนังสอื ได้ ตอ่ มาได้เขา้ เรียนทีโ่ รงเรยี นวัดท่าสะอ้าน อ�ำเภอบางปะกง
จังหวดั ฉะเชงิ เทรา ด้วยความทส่ี ามารถอ่านหนงั สือแตกฉาน ครูจึงใหช้ ว่ ย
สอนหนงั สอื เพอื่ นรว่ มชน้ั ตอ่ มาไดย้ า้ ยไปเรยี นทโ่ี รงเรยี นประกอบราษฎรบ์ ำ� รงุ
โรงเรยี นวดั กลางบางปะกง และโรงเรยี นบางปะกง “บวรวทิ ยายน” ตามลำ� ดบั
ได้ท�ำหน้าที่หัวหน้าช้ันเรียนและช่วยสอนเพื่อนมาตลอด จึงเป็นการสร้าง
รากฐานความเป็นครูและความเปน็ ผู้นำ� มาตงั้ แต่ยังอยูใ่ นวยั เดก็
เมอ่ื จบการศกึ ษาชนั้ มธั ยม๖จากโรงเรยี นบางปะกง“บวรวทิ ยายน”แลว้
ได้ศึกษาต่อสายอักษรที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เมื่อจบมัธยม ๘
สอบได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียนและอันดับสิบเจ็ดของประเทศ ศาสตราจารย์ ดร. วจิ ิตร ศรสี อา้ น
จากนั้นได้เข้าศกึ ษาท่คี ณะอักษรศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั
ระหว่างศึกษาทค่ี ณะอักษรศาสตร์ ไดร้ ับทุนของยวุ พุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย เพ่ือไปเข้าคา่ ยฝกึ ผนู้ �ำ
ท่ีประเทศอินเดีย เมื่อเรียนปีท่ี ๔ ได้รับเลือกจาก UNESCO ให้เป็น co-leader ในการต้ังค่ายอาสาสมัครท่ี
ประเทศปากีสถานตะวนั ออก (ปัจจุบันคอื ประเทศบังกลาเทศ)
เป็นผู้ริเร่ิมจดั ตงั้ และเปน็ ผอู้ �ำนวยการคา่ ยอาสาสมคั รคนแรกของสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย
หลังจบการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์แล้วได้เข้าศึกษาต่อท่ีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แผนกมัธยมวิชาเอกการสอนภาษาองั กฤษและภาษาไทยโดยทนุ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
368 นนทบุรีศรีมหานคร
สอบชิงทุนมูลนิธิฟุลไบรท์ ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา ท่ีมหาวิทยาลัย
Minnesota สหรฐั อเมรกิ า สำ� เร็จการศกึ ษาในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ และได้รับทุนมหาวิทยาลัย Minnesota ศกึ ษา
ระดับปริญญาเอก ส�ำเรจ็ การศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๑๐
พ.ศ. ๒๕๑๙ เขา้ ศกึ ษาท่วี ิทยาลัยป้องกนั ราชอาณาจกั ร (วปอ.)
ผลงานทางวิชาการ
ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน มีผลงานทางด้าน
วชิ าการจำ� นวนมาก ทงั้ ทเี่ ปน็ งานวจิ ยั ตำ� ราประกอบการสอน และ
การศกึ ษาคน้ ควา้ ระดบั อดุ มศกึ ษา และบทความทางวชิ าการเกย่ี วกบั
การศกึ ษาตพี มิ พใ์ นวารสารทางวชิ าการตา่ งๆทง้ั ในและนอกประเทศ
จ�ำนวนประมาณ ๖๐ เรื่อง และเอกสารประกอบค�ำบรรยาย
จำ� นวนมากกวา่ ๑๐๐ เรอื่ ง ครอบคลมุ ดา้ นการบรหิ ารการศึกษา
การปฏริ ูปการศึกษา การศึกษาทางไกล กบั การพฒั นาประเทศ
หนงั สอื บรรณานุกรมผลงานวชิ าการ
ศาสตราจารย์ ดร.วจิ ติ ร ศรสี อา้ น
จดั ทำ� โดยมหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช และ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยสี ุรนารี
(พ.ศ. ๒๕๐๖ - ๒๕๕๓)
ผลงานปฏิบตั งิ านดา้ นการบรหิ ารและการพฒั นา
ศาสตราจารย์ ดร.วจิ ติ ร ศรสี อา้ น ยงั มผี ลงานดา้ นความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ และนวตั กรรมทเี่ ปน็ ประโยชน์
แก่การศึกษา การวางระบบการวางแผนพัฒนาการอุดมศึกษา และระบบงานวิจัยสถาบัน และสารสนเทศการ
อุดมศกึ ษา ซ่ึงเป็นรากฐานการพฒั นาต่อเน่ืองจนถึงปัจจุบัน อาทิ
เปน็ ผบู้ กุ เบกิ กอ่ ตง้ั มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช ซงึ่ เปน็ มหาวทิ ยาลยั ทใี่ ชร้ ะบบการศึกษาทางไกลให้
โอกาสแก่ผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้อย่างกว้างขวาง ตั้งอยู่ในจังหวัดนนทบุรี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ได้รับการก�ำหนดจาก UNESCO ให้เป็นสถาบันท่ีเป็นต้นแบบของมหาวิทยาลัยเปิดในระบบการสอนทางไกล
ทใี่ ชส้ อ่ื ประสมในภมู ภิ าคเอเชยี และแปซฟิ กิ และสภาการศกึ ษาทางไกลระหวา่ งประเทศ ยกยอ่ งใหเ้ ปน็ มหาวทิ ยาลยั
เปิดดีเด่นของโลก
เป็นผกู้ ่อตัง้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีสรุ นารี และมหาวทิ ยาลัยวลยั ลกั ษณ์ ซง่ึ เป็นมหาวทิ ยาลัยในก�ำกบั
ของรฐั ทไี่ มเ่ ปน็ สว่ นราชการ และไมใ่ ชร่ ฐั วสิ าหกจิ เปน็ แหง่ แรก ถอื เปน็ ตน้ แบบของมหาวทิ ยาลยั อสิ ระทใ่ี ชร้ ปู แบบ
ใหม่ของการบรหิ ารเพอื่ ประสทิ ธิภาพ และความเป็นเลศิ ทางวิชาการ
เปน็ ผู้บุกเบกิ การจัดการศึกษาระดบั ปรญิ ญาทีบ่ ูรณาการการเรยี นกบั การทำ� งานในรูปของสหกิจศึกษา
(Cooperative Education: Work integrated learning) ในประเทศไทย
ไดร้ บั การยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รตสิ ำ� นกั งานคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษาใหเ้ ปน็ “บดิ าแหง่ สหกจิ ศกึ ษาไทย”
นนทบรุ ีศรีมหานคร 369
ด้วยความรู้ความสามารถ ความเป็นนักการศึกษา นักพัฒนา และ
นักบริหารที่มีคุณูปการต่อการพัฒนาการศึกษาในประเทศไทย ในโอกาส
ครบรอบวันคล้ายวันเกิดปีที่ ๖๐ ปีท่ี ๗๕ และปีที่ ๘๐ บรรดาลูกศิษย์และ
ผู้ท่ีเคยร่วมงานในสถาบันต่าง ๆ ได้ร่วมกันจัดท�ำหนังสือท่ีระลึกในโอกาส
ดงั กลา่ ว เพอ่ื รวบรวมประวตั ิ ผลงาน และแนวคดิ ในการทำ� งานและการพฒั นา
เปน็ ประโยชนใ์ นการศกึ ษาคน้ ควา้ ไดอ้ ยา่ งดยี งิ่ ไดแ้ ก่
หนังสอื นวตั กรรมวจิ ิตร นวัตกรรมวิจิตร
จดั พิมพ์ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ รวบรวมบทความที่สะทอ้ นแนวคิด
การเป็นนักพัฒนาการศึกษาที่เกิดข้ึนเป็นครั้งแรกในประเทศไทย อาทิ
นวตั กรรม “คา่ ยอาสาสมคั ร” นวตั กรรม “การวจิ ยั สถาบนั ” นวตั กรรม “การ
ศกึ ษาทางไกลในระบบเปดิ ” นวตั กรรม “มหาวทิ ยาลยั ในเรอื นจำ� ” นวตั กรรม
“สาธิตเสริมสมอง” นวัตกรรม “มหาวิทยาลัยในก�ำกับรัฐ” และนวัตกรรม
“สหกิจศกึ ษา”
วิจติ รวรรณนา และวจิ ติ รกติ ตกิ าร
วจิ ติ รวรรณนา จดั พมิ พค์ รง้ั แรก
ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ และจัดพิมพ์
คร้งั ท่ี ๒ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยจดั
พมิ พเ์ ปน็ หนงั สอื ชดุ คกู่ บั หนงั สอื “วจิ ติ ร
กติ ตกิ าร” บรรจกุ ลอ่ ง ในโอกาสฉลอง
อายมุ งคล ๘๐ ปี จดั พมิ พแ์ ละเผยแพร่
โดย ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยสี รุ นารี
วจิ ติ รวรรณนา ฉบบั พมิ พค์ รงั้ ที่ ๒
๘๐ หน้า มีเนื้อหาบทต่าง ๆ ต้ังแต่
ชีวิตวัยเด็ก เข้ากรุงเทพฯ เรียนจุฬา
สู่ครุศาสตร์ ไปเมืองนอก มีครอบครัว
เรมิ่ งาน เรมิ่ บรหิ าร สทู่ บวงมหาวทิ ยาลยั
กา้ วตอ่ ไปของชีวิต ประวตั ิและผลงาน หนังสือวิจติ รวรรณนา หนังสอื วิจิตรกิตตกิ าร
วจิ ติ รกติ ติการ ๑๒๒ หนา้ มเี นอ้ื หาแบง่ เปน็ บทนำ� ชีวิตที่เลือกได้ ภาค ๑ สืบสานงานวิจติ ร สง่ิ ทสี่ านต่อ
ใหผ้ ลดิ อกออกผลหลงั เกษยี ณ หยงั่ รากแหง่ ความมน่ั คงของมหาวทิ ยาลยั ในกำ� กบั ของรฐั สบื สานงานสหกจิ ศกึ ษา
ความคิดและความหวังต่อพลงั การศึกษาทางไกล ภาค ๒ วิจิตรสาระ ความเป็นอาจารย์วิจติ รจากการศกึ ษางาน
ตลอดชีวิตการท�ำงานของทา่ นตราบจนปจั จบุ ัน เลอื ดนกั ส้อู ดุ มการณ์ของเดก็ ด้อยโอกาส นกั บริหารวิญญาณครู
ภาค ๓ วจิ ิตรวจิ ารณ์ เกรด็ ชวี ิตและมมุ มองทิ้งทา้ ย ชวี ิตการเมอื ง มุมมองต่อการปฏริ ปู การศึกษา และภาคผนวก
ประวตั ิและผลงาน
ปจั จุบันศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เปน็ ชาวจงั หวดั นนทบรุ ี
๑๐
บทสง่ ท้าย
จงั หวดั นนทบรุ เี ปน็ จงั หวดั เลก็ ๆ จงั หวดั หนงึ่ ทมี่ พี น้ื ทตี่ ดิ ตอ่ กรงุ เทพมหานคร แตใ่ นอดตี ครง้ั ทก่ี รงุ ศรอี ยธุ ยา
เปน็ ราชธานขี องไทย จงั หวดั นนทบรุ ตี งั้ อยทู่ างดา้ นใตก้ รงุ ศรอี ยธุ ยาใกลป้ ากแมน่ ำ�้ เจา้ พระยา สถานทต่ี งั้ ของจงั หวดั
นนทบรุ ตี ง้ั อยใู่ นชยั ภมู ทิ ส่ี ำ� คญั ดว้ ยเปน็ เมอื งหนา้ ดา่ นของทง้ั กรงุ ศรอี ยธุ ยาและกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ ราชธานที งั้ สองแหง่
ดังกล่าวนี้ จังหวัดนนทบุรีจึงมีบทบาทในการขับเคล่ือนให้เกิดพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมท้ังในจังหวัด
นนทบรุ แี ละในจังหวดั ใกลเ้ คยี งอย่างมาก
สภาพทางภมู ศิ าสตรแ์ ละลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของจงั หวดั นนทบรุ ที ม่ี แี มน่ ำ้� เจ้าพระยาไหลผา่ นไปปากแมน่ ำ้�
เจา้ พระยาทางดา้ นทิศใต้ พ้ืนทสี่ องฝ่ังเจ้าพระยาเปน็ ทรี่ าบลุ่ม เปน็ พื้นทเ่ี กษตรกรรมทีเ่ หมาะสม จงั หวดั นนทบุรี
จึงเป็นแหลง่ กำ� เนดิ ทุเรียนและผลไม้รสเลศิ หลากหลายพันธุ์ ทง้ั อุดมสมบูรณด์ ว้ ยขา้ วปลาอาหาร เมอื งนนทบรุ ีจึง
เป็นแหล่งเสบียงอาหารของกรุงศรอี ยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ อีกท้งั เป็นพื้นทท่ี ี่เกิดชมุ ชนหมู่บา้ นต่าง ๆ ตลอด
สองฝั่งเจ้าพระยาและคลองต่าง ๆ สภาพท่ีต้ังของจังหวัดนนทบุรีท่ีมีแม่น�้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน พื้นที่แห่งนี้จึงมี
ความสำ� คญั ทางการคมนาคม ซงึ่ มผี ลถงึ ความมนั่ คงของบา้ นเมอื งดว้ ยปจั จยั ตา่ ง ๆ ดงั กลา่ วจงึ มผี ลใหม้ กี ารยกฐานะ
บา้ นตลาดขวญั ขนึ้ เปน็ เมอื งนนทบรุ ี เมอื่ พ.ศ. ๒๐๙๒ สงั กดั อยใู่ นหวั เมอื งปากใต้ ในชอ่ื เมอื งนนทบรุ ศี รมี หาสมทุ ร
มีเมืองธนบรุ ศี รมี หาสมทุ รอย่ตู ิดตอ่ กันทางทิศใต้
เมอื งนนทบุรศี รมี หาสมทุ ร หัวเมืองปากใต้และเมืองหน้าด่านของกรุงศรีอยุธยา ไดพ้ ฒั นาไปตามระบอบ
การบริหารบ้านเมืองของกรุงรัตนโกสินทร์ในเวลาต่อมา เมืองนนทบุรีแม้ยังคงเป็นเมืองหน้าด่าน เป็นที่ตั้งด่าน
ขนอนของกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ แต่เนอ่ื งดว้ ยเป็นเมืองท่ีอดุ มสมบรู ณ์ดว้ ยพชื พนั ธุ์ธัญญาหารและผลไม้ เมืองนนทบรุ ี
จึงมนี ามว่า เมอื งนนทบุรีศรมี หาอทุ ยาน และเมืองนนทบรุ ศี รเี กษตราราม ตามลำ� ดบั ของกาลเวลา
พ.ศ. ๒๓๑๗ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้มอญอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร
มาอยดู่ แู ลดา่ นขนอนบา้ นปากเกรด็ เมอื งนนทบรุ ี โปรดเกลา้ ฯ ใหม้ พี ระราชพธิ อี ญั เชญิ พระแกว้ มรกตทพ่ี ระตำ� หนกั
บางธรณี เมอื งนนทบรุ ี เม่ือ พ.ศ. ๒๓๒๒ จงึ ท�ำใหเ้ มืองนนทบรุ ีได้พลกิ ฟ้ืนคนื ความเปน็ บา้ นเป็นเมืองสืบตอ่ มา
ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีผู้คนมาอยู่ในชุมชนต่าง ๆ เพ่ิมมากขึ้น ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ
พระมหากษัตรยิ ์ในพระบรมราชจกั รวี งศ์ โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอารามหลวงในจังหวัดนนทบรุ ี และเสด็จ
พระราชดำ� เนินทรงประกอบพระราชพธิ ตี า่ ง ๆ เสด็จเยยี่ มพสกนิกรในจงั หวัดนนทบุรี เมอื งนนทบรุ มี ีความเจรญิ
ยง่ิ ขึน้ สบื ตอ่ กันมา
372 นนทบรุ ศี รีมหานคร
เมอื งนนทบรุ ไี ดเ้ ปน็ หวั เมอื งหนงึ่ สงั กดั มณฑลกรงุ เทพพระมหานคร ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้
เจ้าอยู่หัว ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกมณฑลกรุงเทพมหานคร
เมืองนนทบุรไี ดเ้ ปลีย่ นค�ำนำ� หนา้ นามจากเมืองนนทบุรเี ปน็ จงั หวดั นนทบุรี สังกัดกระทรวงมหาดไทย
จังหวัดนนทบุรีในช่วงกาลเวลาท่ีผ่านมาได้เป็นแหล่งรวมของผู้คนหลากหลายภาษา และวัฒนธรรมของ
ผู้คนหลายชนชาติ ทั้งไทย มอญ จนี ญวน ลาว เขมร ขมุ ชาวซาว และหลากหลายศรัทธา ทง้ั พุทธ อิสลาม ครสิ ต์
เตา๋ และขงจ๊ือ เป็นภมู ิวฒั นธรรมทเ่ี ปน็ อตั ลักษณข์ องนนทบุรี
ภาพของวดั มสั ยดิ ศาลเจา้ โบสถ์คริสตจ์ งึ เกดิ มีขึ้น กระจายอยูใ่ นชุมชนตา่ ง ๆ ในจงั หวัดนนทบรุ ี ผู้คน
เหล่านั้นได้ขยายแหล่งท่ีอยู่อาศัยและท่ีท�ำมาหากิน ตลอดสองฝั่งน�้ำเจ้าพระยา ลัดเลาะเข้าไปตามคลองเล็ก
คลองน้อยนับร้อยสาย กระจายท่ัวไปท้ังจังหวัดนนทบุรี เกิดย่านชุมชนบ้านชาวสวน ชาวนา มีวัดวาอารามท่ี
สวยงาม สงบสงัด กระจายอยู่เคียงคู่กับชุมชนริมฝั่งน้�ำ มีเรือแจวเรือพายล่องลอยสัญจรไปมา ค้าขาย และน�ำ
สนิ คา้ นานาชนดิ จากเรอื กสวน ไรน่ า บรรทกุ ไปมากบั เรอื ขน้ึ ลอ่ งไปมาเทย่ี วแลว้ เทยี่ วเล่า การเดนิ ทางของผศู้ รทั ธา
ทอดกฐนิ ทอดผา้ ปา่ กเ็ ดนิ ทางดว้ ยขบวนเรอื แมก้ ารตรวจราชการของทางราชการกใ็ ชก้ ารเดนิ ทางไปตรวจราชการ
ดว้ ยเรอื เปน็ พาหนะ การกฬี าแขง่ เรอื เปน็ กฬี ายอดนยิ มของผคู้ นสองฝง่ั เจา้ พระยาในจงั หวดั มาแตก่ าลกอ่ นนเ้ี ชน่ กนั
ผคู้ นทเ่ี กยี่ วขอ้ งดแู ลปกครองเมอื งนนทบรุ ใี นชว่ งศตวรรษทผ่ี ่านมา ไดค้ ำ� นงึ ถงึ ความเปน็ เมอื งทน่ี ่ารน่ื รมย์
สมนามวา่ นนทบรุ ี มจี ติ ทเ่ี ปรมปรดี ์ิ แนว่ แนใ่ นความสงบสขุ ของเมอื งนนทบรุ ี จงึ ไดส้ รา้ งพระพทุ ธรปู ประจำ� จงั หวดั
นนทบรุ ี พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ พระราชทานนามพระพทุ ธรปู ประจำ� เมอื งนนทบรุ วี า่
พระนนทมนุ ินทร์
พระนนทมนุ นิ ท์ พระพทุ ธรปู ประจำ� จงั หวดั นนทบรุ ี ประดษิ ฐานอยทู่ วี่ ดั ปรมยั ยกิ าวาส ตำ� บลเกาะเกรด็
อ�ำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พระศาสนโสภณ (อ่อน) เจ้าคณะมณฑลกรุงเทพฯ ได้ด�ำเนินการจัดให้
หลอ่ พระพทุ ธรปู ประจำ� เมอื งในมณฑลกรงุ เทพฯ ทงั้ ๔ เมอื ง ไดแ้ ก่ เมอื งนนทบรุ ี เมอื งปทมุ ธานี เมอื งสมทุ รปราการ
และเมอื งนครเข่อื นขันธ์ (พระประแดง) การหล่อพระพุทธรูปทัง้ ๔ องค์ ได้จัดพธิ หี ล่อทีว่ ดั ปรมัยยิกาวาส ตำ� บล
เกาะเกร็ด อ�ำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หลวงนราบริรักษ์ (ยังทอ หรือ ปิ่น) เป็นผู้บริจาคทุนในการหล่อ
พระพทุ ธรปู องคป์ ระจำ� เมอื งนนทบรุ ี ทำ� พธิ เี ททองหลอ่ พระ เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๔๘ ปจั จบุ นั พระนนทมนุ นิ ท์ ประดษิ ฐาน
อยทู่ ม่ี ขุ ดา้ นใตข้ องวิหารพระพทุ ธไสยาสน์ วัดปรมัยยิกาวาส ต�ำบลเกาะเกร็ด จงั หวดั นนทบุรี
แตเ่ ดมิ มาเปน็ ธรรมเนยี มทผี่ วู้ า่ ราชการเมอื งนนทบรุ ี เมอ่ื มารบั ราชการทเี่ มอื งนนทบรุ ี ตอ้ งมาถวายสกั การะ
พระนนทมุนนิ ท์ เพอื่ เป็นสริ มิ งคล
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ พระราชทาน
พระพทุ ธนวราชบพติ ร ประจ�ำจังหวดั นนทบุรี เพ่อื เปน็ สริ ิมงคลแก่ชาวจังหวดั นนทบุรี เมอื่ พ.ศ. ๒๕๓๒
พระพุทธนวราชบพิตร ประจ�ำจังหวัดนนทบุรี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหห้ ลอ่ พระพทุ ธรปู พระราชทานพระนาม พระพทุ ธนวราชบพติ ร พระราชทานใหเ้ ปน็
พระพุทธรูปประจ�ำจังหวัด และอ�ำเภอต่าง ๆ ส�ำหรับจังหวัดนนทบุรี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเดจ็
พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อทรงด�ำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
สยามมกฎุ ราชกมุ าร เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ แทนพระองค์ พระราชทานพระพทุ ธนวราชบพติ ร ประจำ� จงั หวดั นนทบรุ ี
และพระพทุ ธรปู ประจำ� อำ� เภอ ณ ศาลาพลบั พลาพธิ ี หนา้ ศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ ี เมอื่ วนั ที่ ๑๖ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๓๒
นนทบรุ ีศรีมหานคร 373
ชว่ งเวลาหนง่ึ จงั หวดั นนทบรุ ี มฐี านะเปน็ สว่ นหนง่ึ ของกรงุ เทพฯ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
โปรดเกล้าฯ ให้จัดการปกครองโดยรวมเมืองนนทบุรี และหัวเมืองใกล้กรุงเทพฯ รวมเรียกว่า มณฑลกรุงเทพ
พระมหานคร ตอ่ มาจงั หวดั นนทบรุ ไี ดถ้ กู ยบุ ไปรวมกบั จงั หวดั พระนครและจงั หวดั ธนบรุ ี ดว้ ยมอี าณาเขตตดิ ตอ่ กนั
จงั หวดั นนทบรุ ใี นวนั นค้ี อื เมอื งปรมิ ณฑลของกรงุ เทพมหานคร การขยายความเจรญิ ของกรงุ เทพมหานคร
ท�ำให้จังหวัดนนทบุรีเป็นย่านธุรกิจการค้า ที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ และสถานที่ส�ำคัญของทางราชการและเอกชน
เข้ามาแทนเรือกสวน ไร่นาของชาวสวน ชาวนาอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ขณะเดียวกันเกิดเส้นทางคมนาคม
ทางบก ถนนสายหลกั สะพานข้ามแม่น�้ำเจา้ พระยา และรถไฟฟ้าเข้ามาแทนทเ่ี สน้ ทางคมนาคมทางน้ำ� ตามแม่น�้ำ
ล�ำคลองทม่ี ีแตเ่ ดิมมา
ถนนประชาราษฎร์ และถนนพิบูลสงคราม เป็นถนนท่ีแรกเร่ิมเปิดเส้นทางคมนาคมทางบกเช่ือมจังหวัด
นนทบรุ กี บั กรงุ เทพมหานคร ตอ่ มามกี ารตดั ถนนตวิ านนท์ ถนนแจง้ วฒั นะ ถนนงามวงศว์ าน ทำ� ใหจ้ งั หวดั นนทบรุ ี
สามารถติดต่อกับกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงทางบกได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ทางตะวันออก
ของอำ� เภอเมืองนนทบุรแี ละอ�ำเภอปากเกรด็
พ.ศ. ๒๔๖๑ เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ ไดเ้ ปดิ เสน้ ทางรถไฟสายบางบัวทอง ท�ำใหพ้ ื้นทท่ี างตะวนั ตกของ
จงั หวดั นนทบรุ ี ไดแ้ ก่ อำ� เภอบางกรวย อำ� เภอบางใหญ่ และอำ� เภอบางบวั ทอง สามารถตดิ ตอ่ กบั กรงุ เทพมหานครได้
เสน้ ทางรถไฟสายน้ไี ดจ้ ดุ ประกายความคิดในการพฒั นาพน้ื ทีต่ ะวันตกของจงั หวัดนนทบรุ ใี นเวลาต่อมา
พ.ศ. ๒๔๘๔ มีการเปิดกิจการเดินอากาศในจงั หวัดนนทบุรี นบั วา่ เปน็ หนา้ ประวัติศาสตรใ์ หมท่ ่สี ำ� คญั อกี
คร้ังหน่ึงของจังหวัดนนทบุรี ด้วยมีการเปิดสนามบินน�้ำ ที่อ�ำเภอเมืองนนทบุรี พัฒนาการของจังหวัดนนทบุรี
ในความกา้ วไกลในกระแสโลกาภวิ ัตน์ทีเ่ ร่มิ จากการเดนิ ทางทางเรือ จากเรือพาย เรือแจว มาเปน็ เรือยนตท์ ีม่ ีอยู่
ทั่วไปตามแม่น้�ำล�ำคลอง มาเป็นการเดนิ ทางด้วยรถไฟ รถยนต์ ซ่ึงลว้ นเปน็ นวตั กรรมท่ีเกดิ ข้นึ ในสังคมเมืองนนท์
แตท่ เ่ี กดิ การเดนิ ทางดว้ ยอากาศยาน คอื การเกดิ ขน้ึ ของสนามบนิ นำ้� ทจี่ งั หวดั นนทบรุ ี ถอื ไดว้ า่ เปน็ ความทนั สมยั อยา่ งยง่ิ
ของจงั หวดั นนทบรุ ใี นชว่ งเวลานนั้ ซงึ่ คลา้ ยกบั การเกดิ มรี ถไฟในจงั หวดั นนทบรุ เี มอ่ื กอ่ นมกี จิ การการบนิ ดงั กลา่ ว
พ.ศ. ๒๕๐๖ มีการเปดิ การเดนิ รถตามถนนสายบางกรวย - ท่านำ้� นนทบุรี บางใหญ่ - ทา่ น�ำ้ นนทบุรี และ
บางบวั ทอง - ท่าน้�ำนนทบุรี เส้นทางเดินรถท้ัง ๓ สาย ใชถ้ นนสายบางกรวย - ไทรน้อย สว่ นใหญ่ของถนนสายนี้
ไดใ้ ช้เส้นทางรถไฟของเจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ เปน็ เสน้ ทางของถนนสายบางกรวย - ไทรนอ้ ย
พ.ศ. ๒๕๓๐ มกี ารสรา้ งถนนกาญจนาภเิ ษก เกดิ ถนนสายใหมต่ ามแนวเหนอื - ใต้ ในพน้ื ทฝี่ ง่ั ตะวนั ตกของ
จงั หวดั นนทบรุ ี ในอ�ำเภอบางกรวย อำ� เภอบางใหญ่ และอ�ำเภอบางบัวทอง
แมน่ ำ้� เจา้ พระยาชว่ งทเี่ คยเปน็ สนามบนิ นำ้� บนั ทกึ ภาพจากบรเิ วณทเ่ี คยเปน็ ทตี่ งั้ ทที่ ำ� การสนามบนิ นำ้� ในอดตี
374 นนทบรุ ศี รีมหานคร
สะพานพระนัง่ เกลา้ สะพานคขู่ นาน และสะพานรถไฟฟ้ า้ สายสมี ว่ งข้ามแม่น�ำ้ เจ้าพระยา ท่ีนนทบรุ ี
ต่อมาได้มีการสร้างสะพานพระนั่งเกล้าและถนนรัตนาธิเบศร์ เช่ือมพ้ืนท่ีฝั่งตะวันออกและตะวันตกของ
จงั หวดั นนทบุรี และสามารถเดนิ ทางไปสู่ถนนกาญจนาภเิ ษก ทีอ่ ำ� เภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรที างฝงั่ ตะวันตก
ส่วนทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดนนทบุรี จากถนนรัตนาธิเบศร์ สามารถเดินทางไปถนนติวานนท์ และถนน
งามวงศ์วาน เดินทางสู่กรุงเทพมหานครและจงั หวัดใกลเ้ คียงได้สะดวกข้ึน
เมื่อมีการสร้างสะพานพระราม ๕ และถนนนครอินทร์ พื้นที่ทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดนนทบุรีในเขต
อำ� เภอเมอื งนนทบรุ แี ละอำ� เภอบางกรวย จงั หวดั นนทบรุ สี ามารถตดิ ตอ่ กบั กรงุ เทพมหานครไดม้ ากยงิ่ ขนึ้ อกี ทงั้ มี
การสรา้ งสะพานพระราม ๔ และถนนราชพฤกษ์ ถนนชัยพฤกษ์ ในทอ้ งทอ่ี �ำเภอปากเกรด็ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี
อ�ำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี และสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ ท่ีอ�ำเภอเมืองนนทบุรี มถี นนเชอ่ื มกบั
ถนนราชพฤกษ์ รวมทง้ั สะพานนนทบรุ ที เี่ ชอื่ มจงั หวดั นนทบรุ แี ละปทมุ ธานที อี่ ำ� เภอปากเกรด็ ทำ� ใหเ้ กดิ แหลง่ ธรุ กจิ
และทอี่ ยูอ่ าศัยในทอ้ งที่อ�ำเภอปากเกรด็ อำ� เภอเมอื งนนทบุรี อ�ำเภอบางกรวย จงั หวัดนนทบรุ ี ตลอดสองฝั่งของ
ถนนชยั พฤกษ์ ถนนราชพฤกษ์ ถนนนครอนิ ทรอ์ ยา่ งรวดเรว็ และกระจายอยใู่ นพน้ื ทด่ี งั กลา่ ว เกดิ ถนน ซอยใหญน่ อ้ ย
เป็นทางแยกจากถนนสายหลักเขา้ ไปสชู่ มุ ชนตา่ ง ๆ ในสวนตลอดสองฝั่งของถนนสายหลัก
ชมุ ชนคนจงั หวดั นนทบรุ ที เี่ คยมอี ยสู่ องฝง่ั ลำ� นำ้� ไดเ้ ปลย่ี นมาตง้ั ถน่ิ ฐานบา้ นชอ่ งอยสู่ องฟากของถนนแทน
สองฝง่ั คลอง อาคารสงเคราะหแ์ จง้ วัฒนะ ถนนแจ้งวฒั นะ อำ� เภอปากเกร็ด จังหวดั นนทบรุ ี เปน็ หมู่บ้านจดั สรร
ยุคแรกของจังหวัดนนทบุรี จากน้ันได้เกิดอาคารท่ีอยู่อาศัยท่ีทันสมัยและหมู่บ้านจัดสรรข้ึนในจังหวัดนนทบุรี
อกี มากมาย จงั หวดั นนทบุรใี นปจั จุบนั ได้เปน็ แหล่งที่อยู่อาศัยของหมบู่ ้านใหญ่นอ้ ยมากกวา่ ๑,๐๐๐ หม่บู า้ น มี
อาคารสำ� นกั งานทงั้ ภาครฐั และภาคเอกชน หอ้ งชดุ ทพี่ กั อาศยั เปน็ อาคารสงู จำ� นวนมาก ตง้ั อยรู่ มิ แมน่ ำ�้ เจา้ พระยา
และริมถนนสายหลกั ท่มี กี ารคมนาคมสะดวก โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ย่านทม่ี ีรถไฟฟา้ ผ่าน
สถานีรถไฟฟ้าท่ีอ�ำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เป็นศูนย์ซ่อมบ�ำรุงรถไฟฟ้า และจุดเริ่มต้นของสถานี
รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ - บางซอื่ ซง่ึ สามารถรองรบั รถยนตท์ ่ีมาจอดท่ีอาคารจอดรถของสถานีรถไฟฟา้
แหง่ นีไ้ ดถ้ งึ หลายรอ้ ยคนั ขณะน้กี ำ� ลังขยายเสน้ ทางรถไฟฟา้ โครงการรถไฟฟา้ สายสีชมพู ช่วงแคราย - มนี บรุ ี ซง่ึ
จะผ่านพน้ื ท่ขี องอ�ำเภอเมืองนนทบุรี และอำ� เภอปากเกรด็ จังหวัดนนทบรุ ี อกี ทงั้ จะมกี ารสรา้ งถนนมอเตอร์เวย์
เรม่ิ ตน้ จากต�ำบลบางรักใหญ่ อำ� เภอบางบัวทอง ผา่ นอำ� เภอบางใหญ่ จงั หวัดนนทบุรี ตอ่ ไปท่ีจงั หวดั กาญจนบรุ ี
และเชื่อมตอ่ โครงการพฒั นาทวายของประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
ทม่ี าภาพ: http://thinkofliving.com/wp-content/2015/12/map5.jpg คน้ คืนวันท่ี ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๐
นนทบรุ ศี รีมหานคร 375
เสน้ ทางรถไฟฟา้ สายสมี ่วงขา้ มแมน่ �้ำเจา้ พระยา เช่ือมกรงุ เทพมหานครและจงั หวัดนนทบรุ ี
เนอื่ งจากการขยายตวั ของชมุ ชนในจงั หวดั นนทบรุ ใี นขณะนไ้ี ดก้ ระจายอยตู่ ามตำ� บลและอำ� เภอตา่ ง ๆ ใน
จังหวัดนนทบุรีอย่างกว้างขวางและรวดเร็วมาก การบริหารการปกครองส่วนท้องถ่ินของชุมชนหลายแห่งได้
พัฒนาการบริหารการปกครองในชุมชนเปน็ เทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลต�ำบล องค์การบริหารสว่ น
จงั หวัดนนทบุรี และองค์การบรหิ ารส่วนตำ� บลต่าง ๆ
ถนนสายใหมแ่ ละสะพานเชอ่ื มสองฝง่ั แมน่ ำ้� เจา้ พระยาทเ่ี กดิ ขนึ้ ในจงั หวดั นนทบรุ ี ในชว่ ง ๓๐ ปี ทผี่ า่ นมานี้
ได้เปลี่ยนพ้ืนท่ีบ้านสวน บ้านนาของจังหวัดนนทบุรี เป็นพื้นที่ธุรกิจ ย่านการค้า ย่านที่อยู่อาศัย และสถานท่ี
ราชการ สถานรี ถไฟฟา้ เมอื่ ผนวกกบั การเกดิ อทุ กภยั ซำ้� ซากตอ่ เนอ่ื งกนั มาหลายตอ่ หลายครง้ั โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ
มหาอทุ กภยั พ.ศ. ๒๕๕๔ ท�ำใหไ้ ร่นา สวน ในจังหวัดนนทบรุ ีลดลงอยา่ งมาก นาขา้ วคอ่ ย ๆ ลดไป แมจ้ ะยังคงมี
อยู่ท่ีอำ� เภอไทรน้อย แตค่ อ่ ย ๆ ถูกแทนทีด่ ว้ ยหมบู่ า้ นจดั สรร สว่ นสวนทุเรยี นนั้น ยงั คงเหลอื อย่ไู ม่มาก ชาวสวน
นนทค์ งไมต่ อ้ งการไดย้ นิ คำ� ทว่ี า่ ครง้ั หนง่ึ เมอื งนนทบรุ เี คยมสี วนทเุ รยี น เชน่ เดยี วกบั คนเกาะเกรด็ อำ� เภอปากเกรด็
จงั หวดั นนทบุรไี ม่อยากได้ยนิ คำ� วา่ ครัง้ หน่งึ ไมน่ านมาน้ี เกาะเกร็ดเคยเปน็ แหลง่ ผลิตเครอื่ งปนั้ ดินเผา
ระบบนเิ วศทางภมู วิ ฒั นธรรมของผคู้ นในจงั หวดั นนทบรุ กี ำ� ลงั มกี ารเปลยี่ นแปลงอยา่ งรวดเรว็ และกวา้ งขวาง
ทว่ั พน้ื ทขี่ องจงั หวดั นนทบรุ ี การขยายตวั ของกรงุ เทพมหานครยอ่ มมผี ลตอ่ การขยายตวั ของจงั หวดั นนทบรุ ี ในฐานะ
ทเี่ ปน็ พนื้ ทป่ี รมิ ณฑลของกรงุ เทพมหานคร และในฐานะชมุ ทางทง้ั ทางบกและทางนำ้� จดุ รวมการเดนิ ทางของผคู้ น
ทางภาคเหนอื ภาคตะวันตก ทำ� ให้อ�ำเภอบางใหญ่ อ�ำเภอบางบวั ทอง จงั หวดั นนทบรุ ี เป็นชุมทางการเดนิ ทาง
และเปน็ ยา่ นธุรกิจการคา้ เกิดสถานรี ถไฟฟ้าขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า หมบู่ า้ นจัดสรรขนาดใหญ่ ควบคูก่ บั การ
ขยายตวั ของจงั หวดั นนทบรุ ใี นทอ้ งทอ่ี ำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี และอำ� เภอปากเกรด็ ซง่ึ เปน็ ยา่ นธรุ กจิ การคา้ ขนาดใหญ่
เป็นที่ต้ังของสถานท่ีราชการและสถานศึกษาส�ำคัญของประเทศ เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์
มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยสี วุ รรณภมู ิ (ศนู ยน์ นทบรุ )ี มหาวทิ ยาลยั ราชพฤกษ์ สถาบัน
การจดั การปญั ญาภวิ ฒั น์ สำ� นกั งานคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจริตแหง่ ชาติ (ป.ป.ช.) สำ� นักงาน
สลากกินแบ่งรัฐบาล ศูนย์แสดงสนิ คา้ และการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี เป็นต้น
ทีม่ าภาพ: http://www.realist.co.th/blog ค้นคนื วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๐
376 นนทบุรศี รีมหานคร
ประวตั ศิ าสตรข์ องทอ้ งถนิ่ นนทบรุ ี และการทำ� ความรจู้ กั อกี ทง้ั การเขา้ ใจเรอื่ งของนนทบรุ ที ปี่ รากฏนี้ ไดเ้ หน็
ภาพของการเปลี่ยนผา่ นของท้องถิน่ นนทบุรที ้ังด้านสังคม เศรษฐกจิ และวัฒนธรรมทเี่ กดิ ขึน้ เปน็ พลวัตจากอดตี
จนถงึ ปจั จบุ นั อนั เปน็ ยคุ แหง่ การเปลย่ี นผา่ นอยา่ งรวดเรว็ จนทำ� ใหผ้ คู้ นสว่ นใหญอ่ ยใู่ นวงั วนของกระแสโลกทนี่ ำ� พา
ไปอย่างเชยี่ วกรากในปัจจบุ ันน้ี วิถชี ีวิตชุมชนคนเมืองนนท์ที่ก�ำลงั อยู่ท่ามกลางการเปลีย่ นผ่านท่รี วดเร็วเชน่ นี้ จงึ
เปน็ เรอ่ื งทน่ี า่ คดิ และนา่ ศกึ ษา เรยี นรใู้ หร้ จู้ กั และเขา้ ใจประวตั ศิ าสตรท์ อ้ งถนิ่ และการรกั ษาความเขม้ แขง็ ทางสงั คม
วฒั นธรรมและความสงบสขุ ในชมุ ชนคนเมอื งนนทบรุ ี เพอื่ ความพรอ้ มและเหมาะสมกบั การกา้ วเขา้ ไปอยใู่ นสภาวะ
ของโลกาภิวัตน์อย่างชาญฉลาดและรู้เท่าทันกับการเปล่ียนแปลง และพัฒนาการของเมืองนนทบุรีศรีมหานคร
ทคี่ วบคู่ไปกับนโยบายพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศไทยจะพงึ มีและพงึ บังเกดิ ขึ้นในอนาคต
แตเ่ ปน็ ทนี่ า่ ยนิ ดวี า่ ในทา่ มกลางการเปลยี่ นผา่ นของสงั คมวฒั นธรรมและวถิ ชี วี ติ ของผคู้ นในจงั หวดั นนทบรุ ี
ทมี่ อี ยอู่ ยา่ งรวดเรว็ และกวา้ งขวางเชน่ ปจั จบุ นั น้ี ยงั คงมคี นเมอื งนนทท์ ต่ี ระหนกั ถงึ คณุ คา่ ของมรดกทางวฒั นธรรม
ท่ีมีอยใู่ นนเิ วศวัฒนธรรมนนทบรุ ี อาทิ การอนุรักษส์ ายพนั ธท์ุ ุเรยี น การทำ� สวนทเุ รียนทเ่ี ปน็ อัตลักษณ์ของวิถชี วี ติ
ชาวสวนทเุ รยี นนนท์ การเขยี นภาพจติ รกรรมฝาผนงั ขบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค และภาพพทุ ธประวตั ทิ ง่ี ดงาม
ทอี่ โุ บสถหลงั ใหม่ วดั เตย ตำ� บลบางตะไนย์ อำ� เภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี ปรากฏการณด์ งั กลา่ วมเิ พยี งเปน็ การ
แสดงคุณค่าของพุทธศิลป์ท่ีควรแก่การยกย่องเท่านั้น แต่เป็นพุทธศิลป์ที่ต้องการให้เห็นคุณค่าของคุณธรรม
จริยธรรมที่เป็นทั้งอาภรณ์ประดับจิตใจมนุษย์ให้งดงาม และเป็นประทีปส่องทางให้ชีวิตได้พ้นจากความมืดบอด
หลงอยใู่ นสง่ิ ไรส้ าระ ให้ได้พบความสว่างไสว ความเกษมสขุ สันติในชวี ิต ย่อมเปน็ นมิ ิตหมายทดี่ เี กดิ ขึน้ ในจงั หวัด
นนทบุรี ควบคู่กา้ วไกลไปกบั การพัฒนายคุ ใหม่ สคู่ วามเป็นเมอื งนนทบุรีศรีมหานครในเบอื้ งหน้า
พน้ื ทบี่ างสว่ นของจงั หวดั นนทบุรที ีส่ องฝง่ั แม่นำ้� เจ้าพระยา จากซา้ ยไปขวา คือ ๑. สะพานพระราม ๔
๒. เกาะเกรด็ ๓. สะพานพระนัง่ เกล้า สะพานคู่ขนานพระนั่งเกล้า และสะพานรถไฟฟา้ สายสมี ่วง
๔. ปากคลองแม่น�ำ้ อ้อม หรอื แมน่ ้ำ� เจ้าพระยาสายเดิม ๕. สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์
(บันทึกภาพสงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ อนุเคราะห์ภาพโดย นายนนท์ อนุรกั ษ์รงุ่ โรจน์)
๑
๒
๓
๕
๔
นนทบุรศี รมี หานคร 377
บรรณานุกรม
กรมวิชาการ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๔๔). ธนบุรศี รมี หาสมุทร. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พค์ ุรุสภาลาดพร้าว.
กรมวชิ าการ กระทรวงศกึ ษาธิการ. (๒๕๒๗). แนวพระราชดำ� ริเก้ารชั กาล. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรสุ ภาลาดพรา้ ว.
กรมศิลปากร. (๒๕๐๗). ค�ำให้การขุนหลวงหาวัดและพระราชพงศาวดารฉบบั หลวงประเสริฐ. พระนคร : คลงั วทิ ยา.
กรมศิลปากร. (๒๕๑๔). จดหมายเหตพุ ระราชกิจรายวัน ภาค ๘ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. พิมพใ์ นงาน
พระราชทานเพลงิ ศพ นายชุมพล กุลมาตย์. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์พระจันทร.์
กรมศลิ ปากร. (๒๕๒๙). จดหมายเหตกุ ารเดนิ ทางสปู่ ระเทศสยามของบาทหลวงตารช์ ารด์ . สนั ต์ ท. โกมลบตุ ร แปล. กรงุ เทพฯ
: ผู้แตง่ .
กรมศลิ ปากร. (๒๕๔๑). ชมุ นมุ พระบรมราชาธบิ ายในพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั . หมวดวรรณคดแี ละโบราณคดี
และประชมุ พระราชนพิ นธใ์ นรชั กาลท่ี ๔ ภาคปกณิ กะ พมิ พใ์ นงานพระราชทานเพลงิ ศพ นายสนน่ั สมุ ติ ร. กรงุ เทพฯ.
กรมศลิ ปากร. (๒๕๓๙). ประชมุ พงศาวดารภาคที่ ๘๒ เรอ่ื ง พระราชพงศาวดารกรงุ สยาม ฉบบั บรติ ชิ มวิ เซยี ม กรงุ ลอนดอน.
กรุงเทพฯ : ผแู้ ตง่ .
กรมศิลปากร. (๒๕๐๘). ประชุมพงศาวดารภาคท่ี ๖๓ เรอ่ื ง กรุงเกา่ . พมิ พเ์ ปน็ อนสุ รณใ์ นงานพระราชทานเพลงิ ศพ พระยา
ประสาทวริ ยิ กจิ (เชย ชัยประภา). กรุงเทพฯ : เกษมสวุ รรณ.
กรมศิลปากร. (๒๕๓๕). ทะเบียนโบราณสถานในเขตกรุงเทพมหานครและปรมิ ณฑล. กรุงเทพฯ : ผู้แตง่ .
กรมศลิ ปากร. (๒๕๑๖). พระราชพงศาวดาร ฉบบั พระราชหัตถเลขา เล่ม ๑ - ๒. กรุงเทพฯ : ผแู้ ต่ง.
กรมศลิ ปากร. (๒๕๓๘). พระราชพงศาวดารรตั นโกสนิ ทร์ ฉบบั เจา้ พระยาทพิ ากรวงศม์ หาโกษาธบิ ดี รชั กาลท่ี ๓. กรงุ เทพฯ
: อมรนิ ทรพ์ รน้ิ ต้งิ แอนดพ์ บั ลชิ ชง่ิ
กรมศลิ ปากร. (๒๕๑๖). ศิลปะสมัยอูท่ อง ศิลปะสมัยอยุธยา ศิลปะสมัยรตั นโกสนิ ทร์. พิมพ์ในงานเสด็จพระราชด�ำเนนิ ทรง
เปดิ พพิ ิธภัณฑสถานแหง่ ชาตพิ ระนคร พ.ศ.๒๕๑๖. ม.ป.ท.
กรมศิลปากร. (๒๕๒๖). อักขรานุกรมประวตั ศิ าสตร์ไทย อักษร ก เลม่ ๒. กรุงเทพฯ : ผแู้ ตง่ .
กรมศิลปากร. (๒๕๓๖). อักขรานุกรมประวัตศิ าสตร์ไทย อักษร ฉ ช ซ. กรุงเทพฯ : ผู้แตง่ .
กองจดหมายเหตุแหง่ ชาติ. (๒๕๓๒). ข้อมูลประวัติศาสตร์บางเรอ่ื งในรชั สมัยพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอย่หู วั . พิมพ์
ในงานพระราชทานเพลงิ ศพคุณหญงิ สุคนธ์ ศลั ยเวทยว์ ศิ ิษฏ์ (สคุ นธ์ คชเสน)ี . กรุงเทพฯ : เอราวณั การพิมพ์.
กระทรวงธรรมการ. (ร.ศ.๑๒๓). ท�ำเนยี บคณะสงฆ์. พระนคร : โรงพิมพบ์ ำ� รงุ นุกูลกจิ .
การทอ่ งเท่ยี วแหง่ ประเทศไทย. (๒๕๒๐). ทรัพยากรการทอ่ งเทีย่ ว ชดุ ภาคกลางและภาคตะวนั ออก. กรงุ เทพฯ.
ฉนั ท์ ข�ำวิไล. (๒๔๙๙). ประชมุ นิราศสุนทรภู.่ พระนคร : ส�ำนักพิมพ์รุ่งเรอื งธรรม.
ชยั เรอื งศลิ ป.์ (๒๕๒๗). ประวตั ศิ าสตรไ์ ทยสมัย พ.ศ.๒๓๒๕ - ๒๔๕๓. กรุงเทพฯ : มูลนิธิโครงการตำ� ราสังคมศาสตรแ์ ละ
มนษุ ยศาสตร์.
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. (๒๕๔๒). อยุธยาประวัติศาสตร์และการเมือง. กรุงเทพฯ : มูลนิธิโครงการต�ำราสังคมศาสตร์และ
มนษุ ยศาสตร.์
ฐานข้อมูลเชิงพ้ืนท่ีด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนนทบุรี. (๒๕๔๗). กรุงเทพฯ : กรมส่งเสริมคุณภาพ
ส่ิงแวดลอ้ ม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม.
ใต้รม่ พฤกษาพระบารมี. (๒๕๖๐). กรุงเทพฯ : สถาบนั ไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.์
ท่องเที่ยวเชงิ เกษตร. (๒๕๔๘). กรุงเทพฯ : กรมวิชาการเกษตร.
ทภิ ากร บารเมษฐ์. (๒๕๔๓). ขนอนบางกอก หนา้ ตา่ งกรุงศรอี ยุธยา. กรุงเทพฯ : บางกอกบคุ .
ทภิ ากร บารเมษฐ.์ (๒๕๔๖). กรุงธนบุรรี าชธานศี รีอยุธยา. กรงุ เทพฯ : บางกอกบุค.
ธนภัทร พริ ิยโยธนิ กุล. (๒๕๕๗). ๑๑๑ ปี ปยิ ราชศรัทธา รฤกพระมหากรุณาเสดจ็ วัดบางออ้ ยชา้ ง. กรงุ เทพฯ.
น.ณ ปากนำ�้ . (๒๕๑๖). ศิลปกรรมแห่งอาณาจักรศรอี ยุธยา. กรงุ เทพฯ : โอเดยี นสโตร.์
378 นนทบรุ ีศรมี หานคร
น.ณ ปากน�้ำ. (๒๕๓๐). จติ รกรรมสมัยอยุธยาตอนกลางและตอนปลายระยะแรก สกลุ ชา่ งนนทบุร.ี กรุงเทพฯ : เมอื งโบราณ.
น.ณ ปากน้ำ� . (๒๕๒๔). ศลิ ปบนใบเสมา. กรงุ เทพฯ : เมอื งโบราณ.
นนทบุรี. (๒๕๕๖). กรงุ เทพฯ : ฝา่ ยสง่ เสริมสนิ ค้าการทอ่ งเทยี่ ว การทอ่ งเทย่ี วแห่งประเทศไทย.
นิธิ เอยี วศรวี งศ.์ (๒๕๔๘). การเมอื งไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบรุ .ี กรุงเทพฯ : มตชิ น.
บรัดเลย.์ (๒๕๑๔). อกั ขราภิธานศรับท.์ กรุงเทพฯ : องค์การคา้ คุรสุ ภา.
บางขุนเทียน : ส่วนหนง่ึ ของแผ่นดินไทยและกรุงรัตนโกสนิ ทร.์ (๒๕๓๐). พมิ พ์เนือ่ งในงานพระราชทานเพลงิ ศพ น.ท. สุขุม
บนุ ปาน ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๐ ณ วัดนางนองวรวิหาร. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พพ์ ิฆเณศ.
ประวัตวิ ดั ชมภเู วก โบราณสถาน. (๒๕๕๑). พิมพ์เฉลิมพระเกียรตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั ภูมิพลอดุลยเดช พระชนมายุ
๘๐ พรรษา ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๐. นนทบุรี: วัดชมภเู วก.
ประวัติศาสตร์มหาดไทยส่วนภูมิภาค : นนทบุรี ๒๕๒๕. (๒๕๒๖). ที่ระลึกสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี. นนทบุรี :
โรงพิมพ์สถานสงเคราะห์หญงิ บ้านปากเกร็ด.
ประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ รัชกาลท่ี ๑ - รัชกาลท่ี ๓ พ.ศ.๒๓๒๓ - ๒๓๙๔. (๒๕๒๕). คณะอนุกรรมการจัดงานสมโภช
กรงุ รตั นโกสินทร์ ๒๐๐ ปี จัดพิมพเ์ ปน็ ที่ระลกึ ในโอกาสสมโภชกรงุ รัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี พ.ศ.๒๕๒๕.
ประวัติศาสตรร์ ตั นโกสินทร์ เล่ม ๒ รชั กาลที่ ๔ - พ.ศ.๒๔๓๕. (๒๕๒๕). คณะอนกุ รรมการจดั งานสมโภชกรุงรตั นโกสินทร์
๒๐๐ ปี จดั พมิ พเ์ ป็นทรี่ ะลกึ ในโอกาสสมโภชกรงุ รตั นโกสินทร์ ๒๐๐ ปี พ.ศ.๒๕๒๕.
ปาเลอกัวซ.์ (๒๕๐๖). เลา่ เรอ่ื งเมอื งไทย. แปลโดย สนั ต์ ท. โกมลบตุ ร. พระนคร : ก้าวหน้า.
พระธรรมปฎิ ก (ป.อ. ปยตุ โฺ ต). (ม.ป.ป.). พจนานกุ รมพระพทุ ธศาสนาฉบบั ประมวลศพั ท.์ คณะศรทั ธารว่ มจดั พมิ พเ์ ปน็ ธรรมทาน.
ม.ป.ท.
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั . (๒๕๐๖). จดหมายเหตพุ ระราชกิจรายวนั ภาค ๒๒. พมิ พ์ในงานพระราชทาน
เพลงิ ศพ คณุ หญงิ เพิ่ม โชฏกึ ราชเศรษฐี (เลาหเศรษฐี). พระนคร : มหาดไทย.
พระบารมีปกเกลา้ ฯ ชาวนนทบรุ ี. (๒๕๕๕). นนทบรุ ี : จงั หวัดนนทบุร.ี
พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร). (๒๕๓๗). พรรณพฤกษากับสัตวาภิธาน. พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ
เปน็ กรณพี ิเศษ คุณพอ่ ปรีชา (ทองใบ) ลปุ ระสงค์. นนทบุร.ี
พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม). (๒๕๓๕). พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานเทิดพระเกียรติสมเด็จ
พระเจ้าตากสินมหาราช. กรุงเทพฯ : ศรปี ญั ญา.
พระราชพงศาวดารกรงุ รัตนโกสนิ ทร์ รชั กาลที่ ๕. (๒๔๙๔). พมิ พ์ในงานศพ นางชุมพร เวชชาชวี ะ. พระนคร.
พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ สพุ รรณบรุ .ี (๒๕๕๖). เอกสารประกอบโครงการสมั มนาวชิ าการเนอ่ื งในวนั พพิ ธิ ภณั ฑไ์ ทย ประจำ� ปี ๒๕๕๖.
พศิ าล บญุ ผกู . (๒๕๕๓). ทอ้ งถนิ่ ปากเกรด็ . นนทบรุ ี : โครงการเผยแพรผ่ ลงานบรกิ ารวชิ าการแกส่ งั คม ส�ำนกั บรรณสารสนเทศ
มหาวทิ ยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช.
พศิ าล บญุ ผกู . (๒๕๕๓). วัดในอำ� เภอปากเกรด็ . นนทบุรี : โครงการเผยแพร่ผลงานบริการวชิ าการแกส่ งั คม ส�ำนกั บรรณ
สารสนเทศ มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธริ าช.
พิศาล บุญผกู . (๒๕๕๔). ภูมนิ ามอำ� เภอบางบวั ทอง. นนทบรุ ี : โครงการเผยแพรผ่ ลงานบรกิ ารวชิ าการแก่สังคม ส�ำนักบรรณ
สารสนเทศ มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช.
เพชรเรือนใน. (๒๕๕๓). อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ นางภาณี แพ่งสภา วันเสาร์ท่ี ๑๖ ตุลาคม
พ.ศ. ๒๕๕๓ ณ เมรุวดั แจง้ ศิริสัมพันธ์ จ.นนทบุรี
ไพโรจน์ บุญผูก. (๒๕๔๔). พฤกษาหายาก. กรงุ เทพฯ : ธารอักษร.
ภาพเขียนบนสมดุ ขอ่ ย วดั บางขนุน. (๒๕๓๐). เมอื งโบราณ. ๑๓, ๒ (เมษายน - มถิ นุ ายน)
ภมู ปิ ญั ญาไทย ๑ ตำ� บล ๑ ผลติ ภัณฑ์จังหวดั นนทบรุ ี. (๒๕๔๕). สำ� นกั งานพฒั นาชุมชนจังหวดั นนทบรุ .ี
มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช. (๒๕๒๖). ๒๕ ปี มสธ. ๒๕ ปี แหง่ การสรา้ งสรรคบ์ ัณฑติ คณุ ภาพ. นนทบุรี : ส�ำนกั พมิ พ์
มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช.
มัสยิดในจังหวัดนนทบรุ ี. (๒๕๔๗). นนทบุรี : คณะกรรมการกลางอสิ ลาม.
ไม่ใชแ่ ค่หนังสืองานศพ. (๒๕๕๑). อนสุ รณง์ านพระราชทานเพลิงศพ นายเต็ม เธียรประสทิ ธ.ิ์ กรุงเทพฯ.
นนทบรุ ีศรีมหานคร 379
ยิง่ ศักดิ์ อศิ รเสนา, ม.ล. (๒๕๒๕). ประวัตเิ จา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ัฒน์. กรงุ เทพฯ : เกษมบรรณกิจ.
รายงานการประชุมสมหุ เทศาภิบาล ปีท่ี ๒๐. พระพุทธศกั ราช ๒๔๕๗.
รายงานกจิ การเทศบาลต�ำบลไทรม้า. (๒๕๕๗). นนทบุรี: เทศบาลตำ� บลไทรมา้ .
รายงานจงั หวัดนนทบรุ ี (๒๕๐๐ - ๒๕๑๐) นนทบรุ ี : จงั หวดั นนทบรุ ี.
วัดในจังหวัดนนทบุรี. (ม.ป.ป.). นนทบุรี : องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดนนทบุรี.
วัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดนนทบุรี. (๒๕๔๓). จัดพิมพ์เน่ืองในโอกาส
พระราชพิธีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา.
วิจิตรวาทการ, หลวง. (ม.ป.ป.). ประวัติวดั เขมาภิรตาราม. พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์.
วชิ ญาดา ทองแดง (๒๕๕๘) เสนห่ ์ แจม่ จริ ารกั ษ์ ตน้ ทางพานแวน่ ฟา้ ตะลมุ่ และเตยี บ. วฒั นธรรม. ๕๔, ๒ (เมษายน - มถิ นุ ายน)
ศรีศกั ด์ิ วัลลโิ ภดม. (๒๕๕๖). บางใหญ่ ชมุ ชนชาวสวนในเขตนนทบุร.ี เมืองโบราณ ๒๓, ๓ (กรกฎาคม - กันยายน).
ศรศี กั ด์ิ วัลลิโภดม. (๒๕๕๒). เรือนไทย บา้ นไทย. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ.
ศนู ยว์ ัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี. เมอื งเก่าวัดงาม. (๒๕๓๑). พมิ พ์เผยแพรใ่ นงานวนั อนรุ ักษม์ รดกไทย.
สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาด�ำรงราชานภุ าพ. (๒๕๑๘). ชีวติ และงานของสุนทรภู่. กรงุ เทพฯ : คลงั วิทยา.
สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำ� รงราชานุภาพ. (๒๕๓๑). เรอื่ งประดิษฐานพระสงฆส์ ยามวงศ์ในลงั กาทวีป. พมิ พ์
ในงานสมโภชหริ ัญบฏั พระธรรมปัญญาบดี (ชว่ ง วรปญุ โฺ ญ). กรงุ เทพฯ : สำ� นกั พมิ พ์มติชน.
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ.
(๒๕๐๕). สาสนส์ มเด็จ เลม่ ๑๔, ๑๖, ๒๑. พระนคร : องค์การคา้ ครุ สุ ภา.
สมบตั ิ พลายน้อย. (๒๕๓๒). ชีวิตตามคลอง. กรุงเทพฯ : ตน้ ออ้ .
สดดุ ี เหลืองอรุณ, รวบรวม. (๒๕๔๒). ประวัตกิ ารปลูกทเุ รียนพันธดุ์ ง้ั เดมิ และการแพร่ขยายตัวของทเุ รยี นในประเทศไทย.
นนทบรุ ี : ส�ำนกั งานเกษตรและสหกรณจ์ ังหวดั นนทบุรี.
สมุดภาพนนทบรุ ี วิถแี ห่งการพัฒนา. (๒๕๕๒). นนทบุรี : ส�ำนักวฒั นธรรมจังหวัดนนทบรุ ี.
สนั ติ เล็กสุขุม. (๒๕๕๐). งานช่างหลวงแห่งแผ่นดิน ศิลปะอยธุ ยา. กรงุ เทพฯ : เมืองโบราณ.
สนั ติ เลก็ สุขุม. (๒๕๔๘). ข้อมลู กับมุมมองศลิ ปรัตนโกสินทร.์ กรุงเทพฯ : เมอื งโบราณ.
สำ� นกั งานคณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาต.ิ (๒๕๓๑). สองพระมหาราชนกั พฒั นา. กรงุ เทพฯ : ศนู ยว์ ฒั นธรรมแหง่ ประเทศไทย.
สำ� นกั นายกรฐั มนตรี. (๒๕๐๙). ประชุมพระราชหตั ถเลขาพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หวั ที่ทรงบรหิ ารราชการ
แผ่นดิน ภาค ๒ พุทธศกั ราช ๒๔๓๔ - พทุ ธศกั ราช ๒๔๕๓. กรุงเทพฯ : ผู้แต่ง.
สำ� นกั ราชเลขาธกิ าร. (๒๕๒๕). สมดุ ภาพเหตกุ ารณส์ ำ� คญั ของกรงุ รตั นโกสนิ ทร.์ กรงุ เทพฯ : คณะอนกุ รรมการจดั งานสมโภช
กรงุ รตั นโกสินทร์ ๒๐๐ ป.ี กรุงเทพฯ.
สุจติ ต์ วงษ์เทศ. (๒๕๕๕). กรงุ เทพฯ มาจากไหน?. กรงุ เทพฯ : เรอื นแกว้ การพิมพ.์
สเุ ชาว์ พลอยชมุ และ ธ. ธรรมรักษ.์ (๒๕๕๒). พระเกยี รติคณุ ๑๙ สมเดจ็ พระสังฆราช แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์. เชียงใหม่ :
แฮปปบี้ คุ๊ พับลชิ ชิง่ .
แสงโสม เกษมศรี, ม.ร.ว., วิมล คงพิพัฒน์. (๒๕๒๓). ประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลท่ี ๑ - รัชกาลท่ี ๓
(พ.ศ.๒๓๓๕ - ๒๓๙๔). กรงุ เทพฯ : ส�ำนักเลขาธกิ ารนายกรฐั มนตร.ี
หวน พินธุพนั ธ.์ (๒๕๔๗). ประวตั ศิ าสตร์เมอื งนนทบุรี. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร.์
หอพระสมดุ วชริ ญาณ. (๒๔๗๐). จดหมายเหตุเรอ่ื งรับพระยาเศวตกญุ ชร ชา้ งเผือกแรกไดใ้ นรัชกาลท่ี ๒. พมิ พเ์ นอื่ งในงาน
สมโภชพระเศวตคชเดชดิลก ช้างเผือกแรกได้ในรัชกาลท่ี ๗ เมื่อปีเถาะ พ.ศ. ๒๔๗๐. พระนคร : โรงพิมพ์โสภณ
พิพรรฒธนากร.
อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายผล กิจขันธ์. (๒๕๓๐). ณ เมรุวัดท้ายเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี. กรุงเทพฯ :
โรงพิมพก์ ติ ตวิ รรณ ปิ่นเกล้า.
อกั ขรานุกรมภูมศิ าสตร์. (ม.ป.ป.). ฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน เล่ม ๓ ต - ป. กรงุ เทพฯ : ราชบัณฑติ ยสถาน.
เอนก นาวกิ มลู . (๒๕๕๒). หลกั - ฐาน - บา้ น - เมือง. กรุงเทพฯ : แสงดาว.
380 นนทบุรีศรีมหานคร
แหล่งขอ้ มลู สัมภาษณ์บุคคล
ชือ่ ท่อี ยู่ ปที ีส่ มั ภาษณ์
การะเวก แจม่ จิรารักษ์ ตำ�บลเสาธงหิน อำ�เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบุรี ๒๕๓๐
จันทร์ แจ้งดี ตำ�บลคลองขอ่ ย อำ�เภอปากเกรด็ จังหวัดนนทบรุ ี ๒๕๕๐
จันทร์ ทองเอย่ี ม ตำ�บลบางรกั ใหญ่ อำ�เภอบางบวั ทอง จังหวดั นนทบรุ ี ๒๕๕๖
จริ ภา ผลเนอื งมา ถนนสโุ ขทัย เขตดุสติ กรุงเทพมหานคร ๒๕๓๐
จำ�นงค์ หนูนิม่ ตำ�บลบางมว่ ง อำ�เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบรุ ี ๒๕๕๒
เฉลิม เทศทมิ ตำ�บลสวนใหญ่ อำ�เภอเมืองนนทบุรี จงั หวัดนนทบรุ ี ๒๕๓๗
เฉลียว ทรรพสทุ ธิ ตำ�บลสวนใหญ่ อำ�เภอเมืองนนทบุรี จงั หวดั นนทบุรี ๒๕๓๗
ชยั รตั น์ พิพัฒน์วัชรานนท์ ตำ�บลโสนลอย อำ�เภอบางบวั ทอง จังหวดั นนทบรุ ี ๒๕๕๓, ๒๕๕๘
ชานิน เฟอ่ื งภกั ดี ตำ�บลโสนลอย อำ�เภอบางบัวทอง จังหวดั นนทบรุ ี ๒๕๕๓, ๒๕๕๕
ชุมพล คำ�ดา ตำ�บลบางเลน อำ�เภอบางใหญ่ จงั หวัดนนทบรุ ี ๒๕๔๐
เช้ือ ว่องสง่ สาร แขวงนครไชยศรี เขตดุสติ กรงุ เทพมหานคร ๒๕๓๘
ญาณี ตราโมท พพิ ิธภัณฑ์บ้านครมู นตรี ตราโมท ๒๕๕๘, ๒๕๖๐
ตำ�บลตลาดขวญั อำ�เภอเมอื งนนทบรุ ี จังหวัดนนทบรุ ี
ดเิ รก วันแอเลาะ ตำ�บลละหาร อำ�เภอบางบวั ทอง จังหวดั นนทบุรี ๒๕๕๖
ดำ�รงค์ อย่สู ขุ ตำ�บลบางรกั พัฒนา อำ�เภอบางบัวทอง จงั หวดั นนทบรุ ี ๒๕๕๖
ทิพยอ์ ุษา เนยปฏิมานนท์ แขวงบางพลัด เขตบางพลดั กรุงเทพมหานคร ๒๕๓๗
ธำ�รง ธรรมนติ ยกุล ตำ�บลคลองพระอุดม อำ�เภอปากเกร็ด จงั หวัดนนทบรุ ี ๒๕๓๗
ธีรวัฒน์ กลบี ผ้งึ ตำ�บลบางสที อง อำ�เภอบางกรวย จงั หวดั นนทบรุ ี ๒๕๕๘, ๒๕๕๙
บุญชู แกว้ ปลงั่ ตำ�บลท่าทราย อำ�เภอเมืองนนทบรุ ี จังหวัดนนทบุรี ๒๕๕๗
บญุ เลิศ เหมะมูล ตำ�บลไทรใหญ่ อำ�เภอไทรน้อย จังหวัดนนทบรุ ี ๒๕๔๕
ประกอบ สงั ขโ์ ต ตำ�บลสวนใหญ่ อำ�เภอเมืองนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบุรี ๒๕๕๘
ประชา พ่มุ เรือง ตำ�บลบางเลน อำ�เภอบางใหญ่ จงั หวัดนนทบรุ ี ๒๕๒๕
ประสม สขุ กอ้ น ตำ�บลตลาดขวญั อำ�เภอเมอื งนนทบรุ ี จังหวดั นนทบรุ ี ๒๕๒๐
ประสิทธ์ิ บุญเฉย ตำ�บลคลองขวาง อำ�เภอไทรน้อย จงั หวดั นนทบรุ ี ๒๕๕๘
ผล กิจขนั ธ์ ตำ�บลตลาดขวัญ อำ�เภอเมอื งนนทบุรี จงั หวัดนนทบรุ ี ๒๕๒๙
ธวชั เกตุวัลย์,พ.ท. ตำ�บลบางกระสอ อำ�เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวัดนนทบุรี ๒๕๕๐
พนิ จิ ธปู แกว้ ตำ�บลระแหง อำ�เภอลาดหลุมแกว้ จงั หวัดปทมุ ธานี ๒๕๕๕,๒๕๕๘
นนทบุรศี รมี หานคร 381
ช่ือ ที่อยู่ ปีทส่ี มั ภาษณ์
ไพบลู ย์ บุณยเกียรติ ตำ�บลบางไผ่ อำ�เภอเมืองนนทบรุ ี จังหวดั นนทบรุ ี ๒๕๕๐
ไพบลู ย์ ปุสสะเดจ็ ตำ�บลสวนใหญ่ อำ�เภอเมืองนนทบุรี จังหวดั นนทบรุ ี ๒๕๒๐
ไพรัช เสมคำ� ตำ�บลบางคเู วยี ง อำ�เภอบางกรวย จังหวดั นนทบุรี ๒๕๒๐
พระครกู ติ ติสิทธวิ ัฒน์ วัดบางระโหง ตำ�บลบางศรีเมือง จงั หวดั นนทบรุ ี ๒๕๕๐
พระครปู ญั ญาวชิรานุยุติ วัดสำ�โรง ตำ�บลบางกรวย จงั หวดั นนทบรุ ี ๒๕๕๐
พระครมู งคลกิจจาทร วัดอัมพวัน ตำ�บลบางมว่ ง จงั หวดั นนทบรุ ี ๒๕๕๐
พระครูวสิ ทุ ธจิ รยิ าภิวฒั น์ วัดปราสาท ตำ�บลบางกร่าง จังหวัดนนทบุรี ๒๕๕๕
พระครวู ิสุทธินนทคุณ วดั ไทรใหญ่ ตำ�บลไทรน้อย จังหวัดนนทบรุ ี ๒๕๕๘
มณฑา เจรญิ สุขสวุ รรณ ตำ�บลบางศรเี มอื ง อำ�เภอเมอื งนนทบุรี จงั หวัดนนทบุรี ๒๕๖๐
มนสั แพรใบศรี ตำ�บลบางรกั น้อย อำ�เภอเมืองนนทบุรี จงั หวัดนนทบุรี ๒๕๕๖, ๒๕๕๘
ม.ล. แจ่ม อศิ รางกรู ตำ�บลโสนลอย อำ�เภอบางบวั ทอง จงั หวดั นนทบุรี ๒๕๑๘
มนตช์ ยั สุปัญโญ ตำ�บลละหาร อำ�เภอบางบัวทอง จังหวดั นนทบุรี ๒๕๖๐
วันชยั นาคนลิ ตำ�บลบางรกั นอ้ ย อำ�เภอเมอื งนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ๒๕๕๗, ๒๕๕๘
วจิ ติ ร แจ่มใส แขวงบางกอกนอ้ ย เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานครฯ ๒๕๑๘
วรี ะโชติ ปั้นทอง ตำ�บลทา่ ทราย อำ�เภอเมือง จงั หวัดนนทบรุ ี ๒๕๕๐, ๒๕๖๐
ศิริ พลบถึง ตำ�บลบางมว่ ง อำ�เภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบรุ ี ๒๕๕๖
ศภุ วิทย์ เปี่ยมพงศส์ านต์ ตำ�บลตลาดขวญั อำ�เภอเมอื งนนทบุรี จงั หวดั นนทบุรี ๒๕๓๒
สกล แก้วเพ็ญกาศ ตำ�บลบางเลน อำ�เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบรุ ี ๒๕๓๖
สมพงษ์ สกุลดษิ ฐ์ ,จ.ส.อ. ตำ�บลบางสที อง อำ�เภอบางกรวย จังหวัดนนทบรุ ี ๒๕๕๓, ๒๕๕๕
๒๕๕๘, ๒๕๕๙
สวาท ธรี ะเนตร ตำ�บลบางเขน อำ�เภอเมอื งนนทบรุ ี จังหวดั นนทบุรี ๒๕๓๗
สอาด ทับทิมเทศ ตำ�บลบางไผ่ อำ�เภอเมืองนนทบุรี จังหวดั นนทบรุ ี ๒๕๓๐
สขุ จันทรแ์ ฉ่ง ตำ�บลบางรกั ใหญ่ อำ�เภอบางบวั ทอง จังหวัดนนทบรุ ี ๒๕๕๑, ๒๕๕๓
สวุ รรณา แก้วประดษิ ฐ์ พิพธิ ภณั ฑส์ ะสมของโบราณ ซอยชา้ ง ตำ�บลบางรักน้อย ๒๕๖๐
อำ�เภอเมืองนนทบุรี จงั หวัดนนทบุรี
เสนห่ ์ แจ่มจิรารักษ์ ตำ�บลบางเลน อำ�เภอบางใหญ่ จงั หวัดนนทบุรี ๒๕๖๐
อำ�นวย เก่งสกุล ตำ�บลบางรักใหญ่ อำ�เภอบางบวั ทอง จังหวดั นนทบรุ ี ๒๕๕๕
ฮงั่ พวง แซต่ ้งั สมาคมสหพันธก์ ารกุศลเต็กกา่ ตำ�บลปลายบาง อำ�เภอบางกรวย ๒๕๖๐
จังหวดั นนทบุรี
382 นนทบุรศี รมี หานคร
ประวตั ิสังเขปผเู้ ขียน
นายพิศาล บญุ ผกู เกิดเม่อื วนั ท่ี ๑๗ กนั ยายน
พ.ศ. ๒๔๘๓ ณ ต�ำบลเกาะเกร็ด อ�ำเภอปากเกร็ด
จงั หวดั นนทบรุ ี เปน็ บตุ รชายคนโตของนายสำ� ราญ และ
นางสารภี บญุ ผกู ชาวไทยเช้ือสายมอญ ทบ่ี รรพบรุ ุษ
อพยพมาพง่ึ พระบรมโพธสิ มภารตง้ั แตส่ มยั ธนบรุ ี มนี สิ ยั
รกั การอา่ นหนงั สอื และชา่ งสงั เกตตงั้ แตเ่ ดก็ ชอบพดู คยุ
ซกั ถามกบั บคุ คลผรู้ ตู้ า่ ง ๆ อยเู่ สมอ ความเปน็ เดก็ วดั จงึ
ได้ศึกษาเร่ืองราวต่าง ๆ ของท้องถ่ิน รวมท้ังศิลปะ
วฒั นธรรม ประเพณตี า่ ง ๆ ทเี่ กย่ี วเนอื่ งจาก พระภกิ ษสุ งฆ์
และท่านผู้สูงอายุในชุมชน ซึ่งเป็นแหล่งภูมิปัญญา
บุคคลในท้องถิ่นอย่างแท้จริง อันเป็นปัจจัยส�ำคัญ
ในการเป็นผู้อนุรักษใ์ นเวลาต่อมา
ดา้ นหนา้ ทก่ี ารงาน ไดเ้ รมิ่ ตน้ ทำ� งานในตำ� แหนง่
ข้าราชการธรุ การศาลฎกี า และศกึ ษาตอ่ เวลาเดียวกนั
จนส�ำเร็จการศึกษาเป็นนิติศาสตรบัณฑิต จาก
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ และเนตบิ ณั ฑติ หลงั จากนน้ั
เปลย่ี นไปทำ� งานทธี่ นาคารเพอื่ การเกษตรและสหกรณ์
การเกษตร (ธ.ก.ส.) ภายหลงั ไดร้ บั ทนุ มลู นธิ มิ สิ เซอรอิ อ
ของประเทศเยอรมนไี ปศกึ ษาต่อปริญญาโทในด้านการ
พัฒนาสังคม ท่ีสถาบัน SEARSOLIN (Southeast Asia Rural Social Leadership Institute) ประเทศฟลิ ปิ ปนิ ส์
จนส�ำเร็จการศึกษาเม่ือปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้ใช้วิชาความรู้ทางด้านกฎหมายและการพัฒนาสังคมในการท�ำงาน
สมความตงั้ ใจ ดว้ ยความมงุ่ มน่ั และความสามารถในงาน โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ดา้ นการฝกึ อบรมและการตา่ งประเทศ
ทางธนาคารจงึ ให้ท�ำหนา้ ทผี่ ู้จดั การฝา่ ยการต่างประเทศหลงั เกษยี ณอายแุ ล้วอกี หลายปี
ในชว่ งทที่ ำ� งานท่ี ธ.ก.ส. ไดร้ บั ผดิ ชอบในหลายพนื้ ทเี่ ปน็ เวลานาน ในระหวา่ ง พ.ศ.๒๕๑๓ - ๒๕๒๐ เปน็ ช่วง
ทม่ี หี นา้ ทกี่ ารงานและใชช้ วี ติ ประจำ� อยใู่ นพน้ื ทจ่ี งั หวดั นนทบรุ ี เมอ่ื ครงั้ ทค่ี ลองบางใหญ่ คลองโยง คลองบางบัวทอง
คลองพระราชาพิมล และคลองสาขาต่าง ๆ ยังเป็นเส้นทางคมนาคมหลักออกสู่แม่น้�ำเจ้าพระยาในพ้ืนท่ีจังหวัด
นนทบุรี ด้วยอุปนิสัยสนใจเรื่องราวของชุมชนและท้องถ่ิน ได้ศึกษา ส�ำรวจ สอบถามข้อมูลต่าง ๆ จากผู้อาวุโส
ในพ้นื ทีแ่ ละบนั ทึกเรอ่ื งราวไว้ มีความจ�ำดี จึงเปน็ ผมู้ ีความรคู้ วามช�ำนาญเร่ืองราวของจังหวดั นนทบุรเี ป็นอยา่ งดี
จากผลงานการท�ำงานเพ่ือส่วนรวมในการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง จึงได้รับ
พระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถึง ๒ คร้ัง ในฐานะ
ผอู้ นรุ กั ษม์ รดกไทยดเี ดน่ ประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยคณะกรรมการวนั อนรุ กั ษม์ รดกไทย และในฐานะคนไทยตวั อยา่ ง
นนทบรุ ีศรีมหานคร 383
ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยมูลนิธิธารน�้ำใจ จากความส�ำเร็จของผลงานในหน้าที่การงานและการพัฒนาสังคม
โดยรวม โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งการประสมประสานศิลปะและวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน เพือ่ การพัฒนาทีย่ ่ังยนื
ของชุมชน สถาบัน SEARSOLIN ประเทศฟิลิปปินส์ จึงยกย่องให้เป็นศิษย์เก่าดีเด่นและให้ได้รับดุษฎีบัณฑิต
กิตติมศักด์ิด้านการพัฒนาชนบท และในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้รับโล่สามศรจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ในฐานะผทู้ �ำคุณประโยชนใ์ ห้แก่มหาวทิ ยาลยั
เมอ่ื ส�ำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช ได้ริเรม่ิ โครงการการจดั การสารสนเทศจาก
ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านนนทบุรีศึกษา จึงยินดีร่วมแรงร่วมใจกับบุคลากรส�ำนักบรรณสารสนเทศในการรวบรวม
และถ่ายทอดขอ้ มูลเร่อื งราวในอดตี และปจั จุบันของจงั หวัดนนทบรุ ีไว้เพ่อื การศกึ ษาคน้ คว้าอา้ งอิงไดข้ องเยาวชน
ผู้คนรุ่นหลังจะได้ทราบ ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๖๐ มี “หนังสือชุดนนทบุรีศึกษา” ที่ได้จัดพิมพ์เผยแพร่
รวม ๑๒ เล่ม ได้แก่ ๑) เครื่องปั้นดินเผานนทบุรี ๒) ภูมินามอ�ำเภอปากเกร็ด ๓) ท้องถ่ินอ�ำเภอปากเกร็ด
๔) วดั ในอำ� เภอปากเกรด็ ๕) ภมู นิ ามอำ� เภอบางบวั ทอง ๖) ทอ้ งถนิ่ อำ� เภอบางบวั ทอง ๗) วดั ในอำ� เภอบางบวั ทอง
๘) ภาพเกา่ เล่าเร่อื งบางบวั ทอง ๙) ภูมนิ ามอ�ำเภอไทรนอ้ ย ๑๐) วัดในอ�ำเภอไทรนอ้ ย และ ๑๑) หนงั สอื ปพี่ าทย์
มอญรำ� โดยหนงั สอื เกยี่ วกบั อำ� เภอปากเกรด็ ทง้ั ๔ เรอื่ ง มกี ารจดั พมิ พเ์ พมิ่ เตมิ ครงั้ ที่ ๒ และหนงั สอื ปพ่ี าทยม์ อญรำ�
ได้รับเกียรติบัตรหนังสือเข้ารอบสุดท้ายการประกวดหนังสือดีเด่นแห่งชาติประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๕๙ รวมท้ัง ๑๒)
นนทบรุ ศี รมี หานครทีจ่ ัดพิมพ์ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ นี้
ปจั จบุ นั นายพศิ าล บญุ ผกู ยงั คงใหค้ วามรว่ มมอื แกส่ ถาบนั การศกึ ษาและหนว่ ยงานราชการตา่ ง ๆ ในการ
อนุรกั ษฟ์ น้ื ฟู เผยแพร่ขนบธรรมเนียมประเพณีทเี่ กี่ยวเน่อื งกับพระพุทธศาสนาและวถิ ชี ีวิตของชาวไทย - รามญั
รวมทั้งการพัฒนาท้องถิ่นจังหวัดนนทบุรีอย่างต่อเน่ือง รวมท้ังการอนุรักษ์และการอ่าน การแปลเป็นภาษาไทย
และภาษาองั กฤษคมั ภรี ใ์ บลานภาษามอญทจ่ี ดั เกบ็ อยตู่ ามวดั รว่ มกบั วดั ตา่ งๆและหนว่ ยงานอาทิสำ� นกั หอสมดุ แหง่ ชาติ
ศนู ยภ์ มู ภิ าควา่ ดว้ ยโบราณคดแี ละวจิ ติ รศลิ ป์ ในองคก์ ารรฐั มนตรศี กึ ษาแหง่ เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ (ซมี โี อ - สปาฟา)
และศนู ยม์ านษุ ยวทิ ยาสริ นิ ธร (องค์การมหาชน) อย่างต่อเนื่อง
นางวรนชุ สุนทรวินิต
สัมภาษณแ์ ละเรยี บเรยี ง
สงิ หาคม ๒๕๖๐
ภาพจติ รกรรมฝาผนงั อุโบสถหลังใหม่ วดั เตย ต�ำบลบางตะไนย์ อ�ำเภอปากเกร็ด จงั หวดั นนทบรุ ี
ฝีมอื ครเู ทพเนรมติ จิตรกรรมไทย
คณะกรรมการโครงการพัฒนาและเผยแพรส่ ารสนเทศจากภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น
ด้านนนทบุรศี กึ ษา เพ่อื ส่งเสรมิ บริการหอ้ งสมดุ สูช่ ุมชน
สำ� นกั บรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธิราช
๑. นางวรนุช สนุ ทรวินิต ประธานคณะกรรมการ
๒. นายชัยวัฒน์ น่าชม กรรมการ
๓. นางสาวพรทิพย ์ สุวนั ทารัตน์ กรรมการ
๔. นางสาวอมั พร อ่รู ัชตมาศ กรรมการ
๕. นางสาวเครอื ทพิ ย์ เจยี รณัย กรรมการและเลขานุการ
๖. นางสุนนั ท์ เพ็งมณ ี กรรมการและผูช้ ว่ ยเลขานกุ าร
คณะทำ� งานพัฒนาเน้ือหาสารสนเทศทอ้ งถ่นิ นนทบุรีศกึ ษา
๑. นางวรนุช สนุ ทรวนิ ิต ประธานคณะทำ� งาน
๒. นายชยั วัฒน ์ น่าชม คณะท�ำงาน
๓. นางกัลยาณ ี ศภุ ดษิ ฐ์ คณะท�ำงาน
๔. นางวรรเพญ็ สิตไทย คณะท�ำงานและเลขานุการ
๕. นางสุนันท ์ เพง็ มณี คณะทำ� งานและผูช้ ่วยเลขานกุ าร
ภาพประกอบในหนงั สือนนทบุรีศรีมหานคร มีทีม่ า ดงั น้ี
๑. ภาพทค่ี ณะท�ำงานพฒั นาเนอ้ื หาสารสนเทศทอ้ งถิน่ นนทบุรีศกึ ษาบนั ทกึ ภาพในช่วง พ.ศ. ๒๕๕๒ - ๒๕๖๐
ระบุปี พ.ศ. ไว้ในค�ำอธบิ ายภาพด้วย ส่วนภาพทม่ี ิได้ระบปุ ี พ.ศ. ไว้เปน็ ภาพทบ่ี ันทกึ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ อนั เปน็
ปที ี่จัดพิมพ์หนังสอื นี้
๒. ภาพเกา่ ทม่ี กี ารคน้ ควา้ จากหนงั สอื รายงานจงั หวดั นนทบรุ ี พ.ศ. ๒๔๙๙ - ๒๕๑๐ ทไี่ ดร้ ะบปุ ี พ.ศ. ไวใ้ นคำ� อธบิ ายภาพ
๓. ภาพท่ีไดจ้ ากการค้นควา้ จากแหลง่ อื่น ได้ระบุแหล่งท่ีมาไว้ในค�ำอธิบายภาพ
ข้อมูลการพิมพ์
ปก กระดาษอาร์ตการ์ด ๒๖๐ แกรม เทคนคิ ปก เคลอื บพลาสติกด้าน Spot UV มัน
เน้ือใน กระดาษอารต์ ด้าน ๑๒๐ แกรม จ�ำนวนหน้า ๓๘๔ หนา้
ศลิ ปกรรม นิสารัตน์ วชิ านนท์
พิมพ์ท ่ี สายธุรกจิ โรงพิมพ์ บรษิ ัทอมรินทร์พร้นิ ติ้งแอนด์พับลิชช่ิง จ�ำกัด (มหาชน)
๓๗๖ ถนนชยั พฤกษ์ แขวงตลิ่งชัน เขตตลิง่ ชัน กรงุ เทพฯ ๑๐๑๗๐
โทรศัพท์ ๐-๒๔๒๒-๙๐๐๐ โทรสาร ๐-๒๔๓๓-๒๗๔๒
E-mail: [email protected] Homepage: www:amarin.com
จัดพมิ พแ์ ละเผยแพรโ่ ดย
มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช