The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มสธ_นนทบุรีศรีมหานคร (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by boomklinsukhon20, 2021-05-17 22:14:58

มสธ_นนทบุรีศรีมหานคร (1)

มสธ_นนทบุรีศรีมหานคร (1)

นนทบุรศี รีมหานคร 295

บ้านเรือนริมคลองบางใหญ่ อ�ำเภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบุรี
เรือบอกบุญผ้าป่า ย่านวัดพระเงิน แยกคลองบางใหญ่ ในอำ� เภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบรุ ี

296 นนทบรุ ศี รีมหานคร

เรือขายสินคา้ สญั จรไปมาในคลองแม่น้ำ� ออ้ ม และคลองบางใหญ่ จงั หวัดนนทบรุ ี
บา้ นเรอื นริมคลองแมน่ ้ำ� ออ้ ม ในพืน้ ทอี่ �ำเภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบุรี

นนทบรุ ศี รีมหานคร 297

เรือชะล่าบรรทกุ ขา้ วสญั จรในคลองแม่นำ้� ออ้ ม พ้นื ที่อำ� เภอบางใหญ่ จงั หวัดนนทบุรี
เรือพายยงั เป็นวถิ ีชวี ติ ปกตขิ องคนริมนำ�้ คลองแม่น้�ำออ้ ม ทอ่ี ำ� เภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบรุ ี

298 นนทบรุ ีศรีมหานคร อ�ำเภอปากเกรด็

อำ� เภอปากเกร็ด

ทขอ่ีตงง้ั กดรา่ ุงนศขรนอี อยนธุ ยทาี่ส�ำคัญ

บา้ นปากเกรด็ เปน็ ชอ่ื ของชมุ ชนทตี่ ง้ั อยทู่ บ่ี รเิ วณตอนเหนอื ของบา้ นตลาดขวญั หรอื เมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ ี
ในปจั จบุ นั เปน็ ชมุ ชนทม่ี ามาตงั้ แตส่ มยั อยธุ ยา แผนทที่ ช่ี าวตา่ งประเทศเขยี นขน้ึ ในสมยั สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช
(พ.ศ. ๒๑๙๙ - ๒๒๓๑) ไดเ้ ขยี นทต่ี งั้ ของบา้ นเตรจ็ นอ้ ย* (Ban Tret Noi) และบา้ นปากเตรจ็ นอ้ ย (Ban Pac Tret Noi)

บ้านเตรจ็ นอ้ ย และบา้ นปากเตร็จนอ้ ย ปจั จบุ ันคือ อำ� เภอปากเกร็ด
บ้านปากเกร็ดเป็นชุมชนท่ีมีความเจริญมาต้ังแต่สมัยอยุธยา เน่ืองด้วยเป็นที่ต้ังด่านขนอนบ้านปากเกร็ด
ซงึ่ เปน็ ดา่ นสำ� คญั ของกรงุ ศรอี ยธุ ยา เปน็ ทส่ี ะสมอำ� นาจการคลงั ของกรงุ ศรอี ยธุ ยา และเปน็ ทต่ี รวจตรา ผทู้ มี่ งุ่ รา้ ย
ต่อแผ่นดนิ กรงุ ศรีอยธุ ยาไม่อาจผ่านเขา้ ไปยำ�่ ยกี รงุ ศรีอยธุ ยาได้
นอกจากนนั้ ความเปน็ ชมุ ชนทม่ี ง่ั คง่ั ของบา้ นปากเกรด็ ยอ่ มปรากฏไดช้ ดั เจนจากวดั วาอารามเกา่ แก่ ทม่ี ใี น
อำ� เภอปากเกรด็ ในปจั จบุ นั ซง่ึ มอี ยมู่ ากกวา่ ๔๐วดั แมจ้ ะเปน็ พน้ื ทน่ี เิ วศวฒั นธรรมทไ่ี มก่ วา้ งขวางใหญโ่ ตนกั สถาปตั ยกรรม
และพทุ ธศลิ ปท์ ปี่ รากฏตามวดั ตา่ ง ๆ ในอำ� เภอปากเกรด็ เปน็ หลกั ฐานทางโบราณคดแี ละประวตั ศิ าสตรข์ องอำ� เภอ
ปากเกรด็ วา่ มมี าแตค่ รง้ั กรงุ ศรอี ยธุ ยาเปน็ ราชธานขี องไทย เชน่ วดั กลางเกรด็ วดั ฉมิ พลสี ทุ ธาวาส วดั บางพดู นอก วดั ป่า
เลไลยก์ (เกาะเกรด็ ) วัดเสาธงทอง วัดแสงสิริธรรม วดั หน้าโบสถ์ (วดั รา้ ง) วัดเชิงท่า เป็นตน้

ปากเกร็ดเมอื งหน้าดา่ นและเป็นถ่นิ ฐานของผคู้ นหลายภาษา

เนื่องจากบ้านปากเกร็ดเป็นท่ีต้ังด่านขนอนและมีตลาดขนาดใหญ่ในชุมชนปากเกร็ดจึงเป็นชุมชนท่ี
ประกอบดว้ ยผคู้ นหลายภาษา ซง่ึ ในชว่ งแรกคงมแี ตค่ นไทย ตอ่ มามมี อญ จนี ลาว และไทยมสุ ลมิ มาอยทู่ อี่ �ำเภอปากเกรด็

บริเวณท่ีเคยเป็นท่ตี ้งั ดา่ นขนอนบ้านปากเกร็ด หรือบ้านปากดา่ น
ปจั จบุ ันคอื ลดั เกร็ดดา้ นใต้ ถงึ บริเวณใกล้พุทธสถานเชิงทา่ หน้าโบสถ์

* “เตรจ็ ” เปน็ ตัวสะกดตามทปี่ รากฏในหนังสือในอกั ขราภิธานศรบั ท์ของหมอบรัดเลย์ พ.ศ. ๒๔๑๖

นนทบรุ ีศรมี หานคร 299

บา้ นปากเกรด็ มีล�ำน้�ำโคง้ ออ้ มลอ้ มแผน่ ดนิ ที่เปน็ แหลม

ล�ำน�้ำเจ้าพระยาที่ไหลจากเหนือเมื่อลงมาถึงบ้านปากเกร็ดแล้วไหลวกอ้อมรูปเกือกม้าเกิดแผ่นดินเป็น
แหลมยื่นไปตามล�ำน้�ำท่โี ค้งออ้ ม ชมุ ชนทอี่ ยู่ในบรเิ วณนแี้ ตเ่ ดิมมาจึงเรียกว่า บ้านแหลม ชมุ ชนบา้ นแหลมตง้ั อยู่
ในบรเิ วณทเี่ ป็น บ้านแหลมใหญ่ บ้านแหลมกลาง บา้ นแหลมเหนือในปัจจุบนั นี้ บา้ นแหลมไดก้ ลายเป็นแหล่ง
เพาะปลกู ผลไมท้ ีม่ รี สเป็นเลศิ ดว้ ยเป็นแหลง่ รวมของอินทรยี วตั ถุ ทีน่ �ำ้ พดั พามารวมอย่ทู ุก ๆ ปี ท�ำใหเ้ กิดดนิ ดที ี่
ต้นไมต้ ้องการ

ชาวบา้ นขดุ “เกร็ด” เปน็ ทางลัดเพ่อื ตัดระยะทางทโี่ ค้งออ้ มของบ้านแหลม
จากสภาพลำ� นำ�้ เจา้ พระยาทไี่ หลโคง้ ออ้ ม ชาวบา้ นจงึ ไดข้ ดุ ทางลดั เพอื่ นำ� นำ�้ เขา้ ทำ� นา และเปน็ เสน้ ทางลดั
ในการสัญจรไปมาทางน�ำ้ ที่เรยี กวา่ “เกรด็ ” ซึ่งตามพจนานกุ รมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ อธิบายวา่
เกร็ด หมายถึง ล�ำน้ำ� เลก็ ที่เป็นทางลดั เชื่อมลำ� น�ำ้ ใหญ่สายเดียวกนั ทง้ั สองขา้ ง ใชเ้ ป็นเตรจ็ กม็ ี
ดงั นนั้ ทางลดั ทเ่ี ปน็ ทางนำ้� เลก็ ๆ ทเี่ รยี กวา่ เกรด็ หรอื เตรจ็ นจ้ี งึ มมี ากอ่ นทจี่ ะมกี ารขดุ คลองลดั เปน็ ทางการ
เมื่อ พ.ศ. ๒๒๖๕ เพราะปรากฏ เกร็ด หรือทางน�้ำซ่ึงเป็นคลองลัดในแผนท่ีของชาวต่างชาติก่อน พ.ศ. ๒๒๖๕
อยใู่ นแผนท่ดี งั กล่าวแล้ว

ขุดขยายคลองลดั เพ่ือพัฒนาการค้า การทูต

ความเจริญรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยาได้พัฒนาเป็นศูนย์การค้าที่ส�ำคัญในภูมิภาค มีเรือสินค้าชาว
ต่างประเทศจ�ำนวนมากเดินทางเข้ามาติดต่อทางการค้าและการทูตกับกรุงศรีอยุธยา เพื่ออ�ำนวยความสะดวก
รวมท้ังลดระยะทางในการเดินทางทางเรือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองลัดเกร็ด
เมอื่ พ.ศ. ๒๒๖๕

เมื่อขุดคลองลัดเกร็ดแล้ว เรือแพที่ผ่านไปมาในบริเวณบ้านปากเกร็ดท่ีคลองลัดเกร็ดน้ีย่อมได้รับ
ความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง ล�ำน�้ำเจ้าพระยาได้เปลี่ยนทางน้�ำด้วยการไหลผ่านคลองลัดเกร็ด กระแสน้�ำ
ได้กดั เซาะตลิ่งจนท�ำใหค้ ลองลดั กว้างขน้ึ และท�ำให้สภาพของเกาะปรากฏชดั เจนขึน้

ทางด้านใต้ของเกาะอยู่ใกล้ที่ต้ังของด่านขนอน บ้านปากเกร็ด บริเวณปากคลองลัดด้านใต้จึงเรียกว่า
บา้ นปากด่าน

สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชทรงชบุ ชวี ี คนนนทบรุ พี น้ ความทกุ ขย์ าก

หลังจากท่ีกรุงศรีอยุธยาต้องล่มสลายเพราะภัยจากพม่าข้าศึก ด้วยพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราชทรงกอบกู้เอกราชสู่สยามประเทศ คนนนทบุรีใต้ร่มพระบารมีได้กลับฟื้นคืนสู่เมืองนนท์ ในวาระนี้มี
ชาวมอญอพยพมาขอพง่ึ พระบรมโพธสิ มภาร นำ� โดยพญาเจง่ หวั หนา้ มอญ โปรดเกลา้ ฯ ใหม้ าอยรู่ กั ษาดา่ นขนอน
ที่บ้านปากเกร็ด เมอื งนนทบรุ ี ดา่ นขนอนบ้านปากเกรด็ และชมุ ชนคนปากเกร็ดไดก้ ลับฟืน้ คืนมาอีกครัง้

โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ มโภชพระแกว้ มรกตทบี่ า้ นปากเกรด็ เมอื งนนทบรุ ี

เพอื่ สรา้ งขวญั และกำ� ลงั ใจแกค่ นไทยโดยเฉพาะคนเมอื งนนทบรุ ี สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช โปรดเกลา้ ฯ
ใหจ้ ดั พระราชพิธสี มโภชพระแกว้ มรกตที่บา้ นบางธรณี บา้ นปากเกรด็ เมืองนนทบุรี และจดั กระบวนพยหุ ยาตรา
ทางชลมารค อัญเชญิ พระแก้วมรกตสู่พระราชวงั ธนบรุ ี เมอ่ื พ.ศ. ๒๓๒๓

300 นนทบุรศี รีมหานคร

เกาะศาลากุน ชอื่ แรกของเกาะเกรด็

ด่านขนอน บ้านปากเกร็ด ยังคงมีบทบาทส�ำคัญในการค้าทางเรือส�ำเภาสืบต่อมาจากสมัยอยุธยาถึง
ต้นรัตนโกสินทร์ เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ (กุน) ต้นสกุล รัตนกุล เป็นพ่อค้า มีเรือส�ำเภาหลายล�ำ ค้าขายกับจีน
ในช่วงรชั กาลที่ ๒ และรชั กาลที่ ๓ ไดน้ ำ� เรือสำ� เภามาจอดรับซอ้ื สินค้าที่ด่านขนอน ปากเกร็ด ไดส้ รา้ งศาลาไวเ้ ป็น
ท่ีจอดพักเรือส�ำเภาทีด่ ้านใต้ของเกาะ ผ้คู นทั่วไปจึงเรยี กเกาะวา่ เกาะศาลากนุ

บ้านแหลมใหญ่ ยกฐานะเป็นอ�ำเภอ

ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วั โปรดเกล้าฯ ใหย้ กฐานะบ้านแหลมใหญเ่ ปน็ อ�ำเภอ
บ้านแหลมใหญ่ และให้พ่วงพ้ืนท่ีของเกาะศาลากุนเป็นส่วนหนึ่งของอ�ำเภอบ้านแหลมใหญ่ มีชื่อของอ�ำเภอว่า
อ�ำเภอบ้านแหลมใหญ่ และเกาะศาลากุน ข้ึนกับเมืองนนทบุรี โปรดเกล้าฯ ให้พระรามัญนนทเขตคดี
(เนียม นนทนาคร) เปน็ นายอ�ำเภอบ้านแหลมใหญ่ และเกาะศาลากุน

ตตัอ้ง่ อมำ� าเเภปอน็ บอา้ �ำนเภแอหปลามกใหเกญร็ด่และเกาะศาลากนุ

เมอื่ มกี ารยกฐานะบา้ นแหลมใหญ่ ใหเ้ ปน็ อำ� เภอกอ่ น ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) มชี อ่ื วา่ อำ� เภอบา้ นแหลมใหญ่
และเกาะศาลากุนดว้ ยการน�ำพืน้ ทีข่ องเกาะศาลากนุ ไปรวมกบั อ�ำเภอบ้านแหลมใหญ่ดว้ ย

ต่อมาเม่ือมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) จึงได้
เปล่ยี นชอ่ื อำ� เภอเป็น อ�ำเภอปากเกร็ด

ส่วนเกาะศาลากุน ได้เปล่ียนชอื่ เป็น เกาะเกรด็ ในเวลาตอ่ มา
อาณาเขตของอ�ำเภอปากเกร็ดเมื่อแรกต้ังน้ัน มีพ้ืนที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก โดยเฉพาะพ้ืนท่ีทางทิศ
ตะวนั ตกจดอำ� เภอบางเลน จังหวัดนครปฐม และอ�ำเภอลาดบัวหลวง จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา (รวมพน้ื ทข่ี อง
อ�ำเภอบางบวั ทอง และอ�ำเภอไทรน้อยด้วย)

พ.ศ. ๒๔๔๒ พนื้ ทอ่ี ำ� เภอปากเกรด็ ทางทศิ ตะวนั ตก ไดแ้ ยกไปเปน็ อำ� เภอบางบวั ทอง (ตอ่ มา พ.ศ. ๒๔๙๑
ไดแ้ ยกพืน้ ที่ของอำ� เภอบางบัวทองบางส่วนไปเปน็ อ�ำเภอไทรน้อย)

รชั กาลท่ี ๕ โปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอารามหลวงท่ีเกาะเกร็ด

พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ปฏสิ งั ขรณ์วดั ปากอ่าว ตำ� บลเกาะเกร็ด อ�ำเภอ
ปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี โปรดเกลา้ ฯ พระราชทานนามวา่ วดั ปรมยั ยกิ าวาส และสถาปนาเปน็ พระอารามหลวง
ชั้นโท ชนิดวรวิหาร ถวายพระสงฆ์รามัญนิกาย พร้อมกันนี้ทรงสร้างพระไตรปิฎกภาษามอญจารึกใบลานถวาย
ไว้เปน็ สมบัติในพระพทุ ธศาสนา ครบทงั้ พระสตู ร พระวนิ ัย พระอภิธรรม

ทตี่ ั้ง อาณาเขตและการปกครองของอำ� เภอปากเกร็ด

ทิศเหนอื จดอำ� เภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
ทิศใต ้ จดอ�ำเภอเมืองนนทบรุ ี จังหวดั นนทบุรี
ทิศตะวนั ออก จดเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
ทิศตะวนั ตก จดอ�ำเภอบางบวั ทอง จังหวดั นนทบุรี

นนทบุรีศรมี หานคร 301

อำ� เภอปากเกร็ดแบง่ การปกครองเปน็ ต�ำบลต่าง ๆ ดงั น้ี

๑. ตำ� บลปากเกร็ด ๒. ต�ำบลบางพูด
๓. ต�ำบลบา้ นใหม ่ ๔. ต�ำบลบางตลาด
๕. ตำ� บลคลองเกลอื ๖. ตำ� บลเกาะเกร็ด
๗. ต�ำบลออ้ มเกร็ด ๘. ต�ำบลทา่ อิฐ
๙. ต�ำบลบางตะไนย์ ๑๐. ตำ� บลคลองพระอดุ ม
๑๑. ต�ำบลคลองข่อย ๑๒. ตำ� บลบางพลบั

อ�ำเภอปากเกรด็ มเี ทศบาลและองค์การบรหิ ารสว่ นต�ำบล ดงั น้ี

๑. เทศบาลนครปากเกรด็ ครอบคลมุ ตำ� บลปากเกรด็ ตำ� บลบางตลาด ตำ� บลคลองเกลอื ตำ� บลบางพดู
และตำ� บลบ้านใหม่

๒. องคก์ ารบริหารสว่ นตำ� บลเกาะเกรด็
๓. องค์การบริหารส่วนตำ� บลอ้อมเกร็ด
๔. องค์การบรหิ ารส่วนต�ำบลบางตะไนย์
๕. องค์การบรหิ ารสว่ นตำ� บลบางพลับ
๖. องค์การบริหารส่วนตำ� บลคลองขอ่ ย
๗. องค์การบรหิ ารส่วนตำ� บลคลองพระอดุ ม

พระพทุ ธรูปประจ�ำจงั หวดั นนทบรุ ี
ประดษิ ฐานอยทู่ อ่ี ำ� เภอปากเกรด็

พระนนทมุนินท์ พระพุทธรูปประจ�ำจังหวัดนนทบุรี
ท่ีพระศาสนโสภณ เจ้าคณะมณฑลกรุงเทพฯ หล่อขึ้นเมื่อ
พ.ศ. ๒๔๔๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระมหากรณุ าโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานนามพระพทุ ธรปู
“พระนนทมุนินท์” ได้ประดิษฐานอยู่ที่วัดปรมัยยิกาวาส
ตำ� บลเกาะเกรด็ อำ� เภอปากเกร็ด จงั หวัดนนทบรุ ี

พระนนทมุนนิ ท์
พระพุทธรปู ประจ�ำจังหวดั นนทบรุ ี

302 นนทบุรีศรมี หานคร

พระบารมีปกเกล้าฯ ชาวปากเกรด็

พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ถวายผา้ พระกฐนิ ทอี่ ารามรามญั ในอำ� เภอ
ปากเกร็ด เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๗ รวม ๔ วัด คือ วัดปากอ่าว (วัดปรมัยยิกาวาส) วัดสนามชัย (วัดสนามเหนือ)
วัดเกาะรามัญ (วัดเกาะพญาเจ่ง) และวัดบางพัง ในปีเดียวกันนั้น โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดปากอ่าว
เพอ่ื เฉลมิ พระเกียรตแิ ดส่ มเด็จกรมพระยาสดุ ารัตน์ราชประยูร พระบรมมหัยยกิ าเธอ โปรดเกลา้ ฯ พระราชทาน
นามวดั วา่ วดั ปรมยั ยกิ าวาส พระอารามหลวงชน้ั โท
ชนดิ วรวหิ าร

วนั ท่ี ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ พระบาท
สมเดจ็ พระปรมนิ ทรมมหาอานนั ทมหดิ ล พระอฐั มรา
มาธิบดินทร เสด็จพระราชด�ำเนินพร้อมด้วย
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
บรมนาถบพิตร ขณะทรงด�ำรงพระอิสริยยศเป็น
สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช
เสด็จเยยี่ มราษฎรชาวปากเกรด็ ทว่ี ดั ปรมยั ยกิ าวาส
ต�ำบลเกาะเกร็ด อ�ำเภอปากเกร็ด จังหวดั นนทบรุ ี

เขขกออางงะกจเงักรหุงรรด็วัตัดแนนหโนลก่งทสผบินลรุ ทติี รแเค์ลระ่อืปงาปกนั้เกดรินด็ เยผา่ านทก่ีเปาร็นคทา้ ่มีเคารขอ่ืองงปตัน้ราดสินัญเผลาักษณ์

ชาวมอญบ้านเกาะเกร็ด อำ� เภอปากเกรด็ จังหวัดนนทบุรี ได้สรา้ งสรรคง์ านหัตถกรรมเครอ่ื งปั้นดนิ เผาท่ี
ชมุ ชนเกาะเกรด็ ผลงานเครอ่ื งปน้ั ดนิ เผาแหง่ นม้ี คี วามสวยงาม คงทน และมคี ณุ ภาพดจี นทำ� ใหบ้ า้ นปากเกรด็ เปน็
แหล่งการค้าเคร่ืองปั้นดินเผาแหล่งใหญ่ของประเทศ สามารถสร้างความมั่นคงม่ังค่ังทางเศรษฐกิจให้เกิดข้ึนใน
อ�ำเภอปากเกร็ดได้เป็นอย่างดี เครื่องปั้นดินเผาที่สวยงามบ้านเกาะเกร็ดสร้างช่ือเสียงให้แก่จังหวัดนนทบุรีเป็น
อยา่ งมาก ทางราชการจงึ นำ� รปู หมอ้ นำ้� ดนิ เผาสลกั ลายวจิ ติ รของบา้ นเกาะเกรด็ เปน็ ตราสญั ลกั ษณข์ องจงั หวดั นนทบรุ ี

ตราสัญลกั ษณจ์ ังหวัดนนทบรุ ี

เคร่อื งปัน้ ดนิ เผาสลกั ลายวจิ ิตร
ซงึ่ เปน็ ท่มี าของตราสญั ลักษณ์
จังหวดั นนทบุรี

นนทบรุ ีศรมี หานคร 303

ปากเกรด็ ชมุ ทางการเดนิ ทางทางเรือ

ระหวา่ ง พ.ศ. ๒๔๘๐ - ๒๕๐๐ การเดนิ ทางของผู้คนในจังหวดั นนทบรุ ี และอีกหลายจังหวัดในภาคกลาง
ของไทย เช่น ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ สุพรรณบุรี นิยมเดินทางทางน�้ำด้วยเรือยนต์โดยสาร
ตลาดปากเกรด็ ได้เปน็ ชมุ ทางการเดินทางทางเรือ มแี พขายขา้ วหอ่ ขา้ วกระทง ขนม บริการให้แกผ่ ูโ้ ดยสารไดซ้ ื้อ
รบั ประทานกนั อยเู่ ปน็ ประจำ� ทกุ วนั เรอื ยนตโ์ ดยสารทกุ ลำ� ไมว่ า่ จะเดนิ ทางขนึ้ หรอื ลอ่ งจะตอ้ งจอดและพกั ทตี่ ลาด
ปากเกร็ด ทำ� ใหต้ ลาดปากเกร็ดมคี วามคกึ คกั ดว้ ยเรอื ยนตโ์ ดยสารตลอดทุกวนั

ขปอางกชเกาวรไ็ดท-ยเกเชาือ้ะเสการยด็ มเปอญ็นท่รี วมศิลปวฒั นธรรมที่โดดเดน่

ศลิ ปวฒั นธรรมทโ่ี ดดเดน่ ของผคู้ นในอำ� เภอปากเกรด็ ซง่ึ เกย่ี วกบั พทุ ธศาสนาทม่ี ผี รู้ จู้ กั กนั ทวั่ ไปในจงั หวดั
นนทบรุ ี เป็นศิลปวัฒนธรรมของมอญ อาทิ ประเพณีสงกรานต์ แหข่ ้าวแช่ แหน่ ำ�้ หวาน ประเพณีตักบาตรนำ้� ผึ้ง
ประเพณตี กั บาตรดอกไม้ การแสดงป่ีพาทย์มอญรำ� และทำ� อาหาร เช่น ข้าวแช่ และขนมตา่ ง ๆ เป็นตน้

ปัจจุบันเกาะเกร็ดเป็นแหล่งท่องเที่ยวท่ีมีช่ือเสียงของจังหวัดนนทบุรี มีแหล่งศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต
วฒั นธรรมของชุมชนไทยมอญ และมุสลมิ มพี พิ ธิ ภัณฑ์วดั ปรมัยยกิ าวาส พิพิธภัณฑบ์ ้านกวานอาม่าน เป็นแหลง่
เรยี นรศู้ ลิ ปวฒั นธรรมมอญ มสี วนเกรด็ พทุ ธเปน็ สถานทที่ อ่ งเทยี่ วและแหลง่ เรยี นรวู้ ถิ ชี วี ติ ของชาวสวน เกาะเกรด็
วถิ ีชีวติ ชุมชนไทยมอญทีด่ ำ� รงความเป็นอยู่ด้วยภมู ิปญั ญาชาวบา้ น และหลกั ธรรมน�ำชวี ติ

ภมู ทิ ัศนว์ ดั ไผล่ อ้ ม ต�ำบลเกาะเกรด็
อ�ำเภอปากเกร็ด จงั หวัดนนทบรุ ี

มีรปู ป้นั หงสส์ ัญลกั ษณม์ อญอยดู่ ้านหน้า

สวนเกรด็ พทุ ธ เกาะเกรด็
แหล่งเรยี นรวู้ ถิ ีชีวิตวฒั นธรรม

และการทอ่ งเทยี่ วเชงิ นเิ วศ

304 นนทบรุ ีศรีมหานคร

ปากเกรด็ แหลง่ พุทธศิลป์ท่มี ีคุณค่าระดบั ชาติ
วัดในอำ� เภอปากเกร็ดหลายวัดเป็นแหล่งรวมพทุ ธศลิ ป์ทที่ รงคุณค่าระดบั ชาติ
วดั เกาะพญาเจง่ ตง้ั อยทู่ ตี่ ำ� บลบางพดู อำ� เภอปากเกรด็ เจา้ พระยามหาโยธา (ทอเรยี่ ะ) จกั รมี อญ เปน็ ผสู้ รา้ ง
ในสมัยรัชกาลที่ ๓ งานศิลปะท่ีมีค่าคือ พระอุโบสถ และจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ เป็นภาพทศชาติ ที่มี
ความงดงามมาก เปน็ ศลิ ปะในสมยั รัชกาลที่ ๓

วัดปรมยั ยิกาวาส เดมิ ช่อื วดั ปากอ่าว เป็นวัดเก่าสมยั อยธุ ยา พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หวั
โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะใหม่ทั้งวัด พระราชทานนามวัดปรมัยยิกาวาส ภายในพระอุโบสถเขียนภาพจิตรกรรม
ธุดงควัตร ๑๓ ประการ ฝพี ระหัตถห์ ม่อมเจ้าประวชิ ชมุ สาย

หน้าบันพระอุโบสถ โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญตราพระเก้ียว ประดิษฐานไว้ท่ีหน้าบันท้ัง ๒ ด้านของ
พระอโุ บสถและพระวิหาร

ด้านหลังพระอุโบสถและพระวิหาร โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดีย์รามัญ ทรงบรรจุพระบรม
สารีริกธาตุไว้ที่พระเจดีย์รามญั ด้วย

ภาพธุดงควัตร วัดปรมัยยกิ าวาส อำ� เภอปากเกรด็
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว โปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้าประวิช ชมุ สาย ซงึ่ เป็นศษิ ยข์ อง
ขรวั อนิ โขง่ เขยี นภาพธดุ งควตั ร ๑๓ ประการ ทผ่ี นงั พระอโุ บสถวดั ปรมยั ยกิ าวาส ตำ� บลเกาะเกรด็ อำ� เภอปากเกรด็
จงั หวดั นนทบุรี
ธดุ งควัตร เป็นขอ้ ปฏบิ ัติสำ� หรบั พระสงฆผ์ ู้มคี วามตง้ั ใจประพฤตเิ พ่อื เป็นอบุ ายขดั เกลากเิ ลส ส่งเสรมิ
ความมักน้อย สันโดษ มี ๑๓ ข้อ คอื
๑. ถือใช้แต่ผา้ บังสกุ ุล
๒. ใชผ้ ้าเพียง ๓ ผืน
๓. เท่ียวบิณฑบาตเปน็ ประจำ�
๔. บิณฑบาตตามล�ำดบั บา้ น
๕. ฉันมือ้ เดยี ว
๖. ฉนั เฉพาะในบาตร
๗. ลงมือฉนั แล้วไม่ยอมรบั เพ่ิม
๘. ถอื อยปู่ า่
๙. อยโู่ คนไม้
๑๐. อยู่กลางแจ้ง
๑๑. อยปู่ ่าช้า
๑๒. อยู่ในทแี่ ล้วแตเ่ ขาจะจัดให้
๑๓. น่ังและยืนไม่นอน
ขอ้ ปฏบิ ตั ขิ องพระสงฆท์ เี่ รยี กวา่ ธดุ งควตั รทคี่ ำ� นงึ ถงึ
การปฏบิ ตั ธิ รรมทเี่ ครง่ ครดั มกั นอ้ ย สนั โดษ เพอ่ื ขดั เกลาเผากเิ ลส
ให้เบาบางและหมดส้ินไปในที่สุด จิตรกรที่ฉลาดและเข้าใจ
หลักธรรมค�ำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอย่างดีจึงได้
แสดงออกเปน็ รปู ธรรมไดอ้ ยา่ งแยบยล

ภาพธุดงควตั ร ผนังพระอโุ บสถวัดปรมัยยิกาวาส

วัดชลประทานรังสฤษฎ์ สถานเผยแผ่ธรรมของเจ้าพระคุณพระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทะ) ดว้ ย
ปณธิ านอนั แนว่ แนข่ องทา่ นเจา้ พระคณุ หลวงพอ่ ทต่ี อ้ งการใหป้ ญั ญาแกช่ าวพทุ ธอยา่ งจรงิ จงั ดงั นนั้ กจิ กรรมหลกั
ของวดั นจี้ งึ เนน้ การเผยแผธ่ รรมะ และสรา้ งปญั ญาใหแ้ กช่ าวพทุ ธใหไ้ ดป้ ฏบิ ตั ติ รงตอ่ คำ� สอนของพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้

วัดเตย ต�ำบลบางตะไนย์ อ�ำเภอปากเกรด็ พระอุโบสถวดั เตยหลงั เก่าสร้างในสมัยรัชกาลท่ี ๕ งานชน้ิ เอก
ของพระอโุ บสถหลังนค้ี อื หน้าบนั และบานประตูที่เป็นงานประดับกระจกที่งามมาก

พระอุโบสถหลังใหม่ของวัดเตย มีภาพ
จิตรกรรมฝาผนังท่ีงดงามมาก เป็นภาพพุทธ
ประวตั ิ และภาพขบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค
แม้จะเขียนใหม่ในยุคนี้ ช่างเขียนช้ันครูคือครู
เทพเนรมติ จติ รกรรมไทย ไดถ้ า่ ยทอดความงาม
อย่างดียิ่ง จึงท�ำให้ภาพจิตรกรรมของวัดเตย
มคี ุณคา่ ทางศิลปะอย่างย่งิ

ภาพจติ รกรรมขบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค
ฝาผนงั อุโบสถหลงั ใหม่ วดั เตย

ฝีมอื ครเู ทพเนรมิต จิตรกรรมไทย

306 นนทบุรีศรีมหานคร

บา้ นปากเกรด็ แหลง่ รวมปพ่ี าทยน์ าฏกรรมมอญ

สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชโปรดเกลา้ ฯ ใหม้ พี ระราชพธิ สี มโภชและ
อัญเชิญพระแก้วมรกตจากต�ำหนักบางธรณี เมืองนนทบุรี ไปประดิษฐานที่
วดั แจง้ พระราชวงั ธนบรุ ี ในพระราชพธิ คี รงั้ สำ� คญั นโ้ี ปรดเกลา้ ฯ ใหม้ กี ารประโคม
ปี่พาทย์มอญและการบรรเลงเครื่องสายมอญ การฟ้อนมอญร�ำและขับร้อง
เพลงมอญในพระราชพธิ ีครงั้ สำ� คญั เป็นเวลานานถงึ ๒ เดอื น ๑๒ วนั

บา้ นปากเกรด็ เปน็ แหลง่ รวมนกั ดนตรแี ละนาฏศลิ ปม์ อญมาแตก่ าลกอ่ น
จึงไดร้ ว่ มงานพระราชพิธคี รัง้ สำ� คัญของชาตใิ นครัง้ น้ี

ปี่พาทย์มอญร�ำได้เป็นศิลปะประจ�ำชุมชนมอญปากเกร็ดสืบต่อมา
จนถึงปัจจุบันน้ี อ�ำเภอปากเกร็ดเป็นย่านท่ีมีวงปี่พาทย์มอญและผู้ที่ช�ำนาญ
การฟอ้ นมอญรำ� มากทสี่ ดุ ในจงั หวัดนนทบุรี

มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช ไดร้ วบรวมความรขู้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ปพ่ี าทย์
มอญรำ� ไวใ้ นรปู แบบหนงั สอื แลว้ ซง่ึ มเี รอื่ งราวละเอยี ดทเ่ี ปน็ แหลง่ คน้ ควา้ อา้ งองิ ได้

หนังสอื ป่ีพาทย์มอญร�ำ ไดร้ บั เกียรติบตั รหนงั สอื เข้ารอบสดุ ทา้ ยในการประกวดหนงั สือดเี ด่นแหง่ ชาติ
ปพี ุทธศกั ราช ๒๕๕๙ จัดพมิ พแ์ ละเผยแพรโ่ ดย ส�ำนักบรรณสารสนเทศ มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช

สวนสมเด็จฯ อำ� เภอปากเกรด็ แหลง่ ศกึ ษาทุเรยี นนนท์

จังหวัดนนทบุรี ได้ให้เทศบาลนครปากเกร็ด ด�ำเนินการจัดสร้างสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรี
ท่ีต�ำบลบ้านใหม่ อ�ำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรีนอกจากจะ
เป็นสวนสาธารณะแล้ว ยังได้เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ทุเรียนนนท์ และศูนย์เรียนรู้เก่ียวกับวิถีและภูมิปัญญา
ชาวสวนนนท์ ตามแนวพระราชด�ำริของสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ดว้ ย

แหลง่ ศึกษาทเุ รยี นนนท์ สวนสมเดจ็ พระศรนี ครินทร์ นนทบุรี อำ� เภอปากเกรด็ จังหวัดนนทบรุ ี
ตามแนวพระราชด�ำรขิ องสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นนทบุรีศรมี หานคร 307

ปากเกร็ด เป็นทต่ี ั้งของมหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช

มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าชเปน็ มหาวทิ ยาลยั เปดิ ทใี่ ชร้ ะบบการสอนทางไกลเปน็ แหง่ แรกของประเทศไทย
อ�ำเภอปากเกร็ดได้เป็นแหล่งที่ต้ังของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ท่ีเป็นมหาวิทยาลัยรูปแบบใหม่
ที่ใช้ระบบการศึกษาทางไกล สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ ๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๒๑ ตามพระราชบัญญัติ
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พุทธศักราช ๒๕๒๑ เป็นมหาวิทยาลัยเปิดที่เกิดข้ึนจากแนวคิดที่ต้องการให้
เกิดความเสมอภาคในการศึกษาระดับอุดมศึกษา ตามหลักการของการศึกษาตลอดชีวิต ไม่จ�ำกัดจ�ำนวนรับ
นักศึกษา ไม่จ�ำกัดอายุผู้เข้าศึกษา ไม่มีช้ันเรียน แต่การเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชด�ำเนิน
อยู่ในหลักการของค�ำขวัญท่ีว่า “อยู่ท่ีไหนก็เรียนได้ เรียนทางไกลกับ มสธ.” ด้วยการใช้ส่ือการสอนท้ังทาง
ไปรษณีย์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ที่สามารถเรียนด้วยตนเองที่บ้าน เป็นมหาวิทยาลัย
ท่ีเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง ที่เกิดจากแรงศรัทธา และการมีส่วนร่วมของประชาชน
ท่ีมีอุดมการณ์และมีจิตมุ่งมั่นเพ่ือพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติให้มีคุณค่าแก่ประเทศไทยและสังคมโลก
ยังความภาคภูมิใจให้แก่ชาวปากเกร็ดและชาวนนทบุรีเป็นอย่างย่ิง

มหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช ตำ� บลบางพดู อ�ำเภอปากเกร็ด จงั หวดั นนทบุรี

แหลง่ ความรู้อ�ำเภอปากเกร็ด

มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช ไดร้ วบรวมขอ้ มลู ความรเู้ กยี่ วกบั อำ� เภอปากเกรด็ ไวใ้ นรปู แบบหนงั สอื แลว้
๔ เล่ม ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผานนทบุรี วัดในอ�ำเภอปากเกร็ด ภูมินามอ�ำเภอปากเกร็ด และท้องถิ่นปากเกร็ด
มเี ร่ืองราวละเอียดท่ีเปน็ แหลง่ ค้นควา้ อา้ งอิงได้ ดงั น้ี

308 นนทบรุ ีศรมี หานคร

๑. เครอื่ งป้นั ดนิ เผานนทบรุ ี (Nonthaburi Earthenware)

เร่ืองย่อ

จงั หวดั นนทบรุ ี เปน็ แหลง่ ผลติ เครอ่ื งปน้ั
ดินเผาแหล่งใหญ่และมีชื่อเสียงมานานกว่า
๒๐๐ ปี จงึ มีประวัตคิ วามเปน็ มาอนั ยาวนาน
หนงั สอื เลม่ นมี้ กี ารปรบั ปรงุ ขนาดรปู เลม่ เนอื้ หา
และแทรกรูปภาพเพมิ่ เตมิ ใหม้ คี วามครบถว้ น
สมบูรณ์มากยง่ิ ขน้ึ กว่าฉบับพิมพ์ครัง้ แรก

เนอื้ หาแบง่ เปน็ ตอน ๆ ไดแ้ ก่ เครอื่ งปน้ั
ดนิ เผาบา้ นเกาะเกรด็ หรอื บา้ นโอง่ อา่ ง การทำ�
เครื่องปั้นดินเผาบ้านเกาะเกร็ด เตามอญ
ภูมิปัญญาช่างปั้นบ้านเกาะเกร็ด เคร่ืองปั้น
ดนิ เผาสลกั ลายวจิ ติ รของชา่ งปน้ั บา้ นเกาะเกรด็
ยุคทองของเครื่องปั้นดินเผาบ้านเกาะเกร็ด
เคร่ืองปั้นดินเผาเกาะเกร็ดฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ฉบบั พมิ พ์คร้งั แรก หน้า ฉบบั ปรบั ปรงุ แก้ไขครั้งท่ี ๑
กระถางต้นไม้มาช่วยการย้ายแหล่งผลิต ปพี มิ พ์ ๒๕๕๐ ปพี ิมพ์ ๒๕๕๓
เครื่องปั้นจากบ้านโรงหวดมาท่ีเกาะเกร็ด ภาพประกอบสี ๑๑๒ ภาพประกอบสี ๒๕๓ หน้า

การขยายแหล่งผลิตเครอื่ งปน้ั ดนิ เผา บา้ นเกาะเกรด็ ไปภาคเหนอื และภาคใต้ เครือ่ งปั้นดินเผาบา้ นบางตะนาวศรี
หรอื บา้ นหมอ้ การผลติ เครอื่ งปน้ั ดนิ เผาดว้ ยเทคโนโลยแี ละเครอื่ งมอื ในสมยั ปจั จบุ นั เครอ่ื งปน้ั ดนิ เผาสรา้ งจรยิ ธรรม
น�ำชีวิต พระมหากรุณาธิคุณท่ีพระราชทานแก่ช่างปั้นจังหวัดนนทบุรี การฟื้นฟูการผลิตเครื่องปั้นดินเผาเพ่ือ
สนบั สนุนการท่องเที่ยวเกาะเกรด็ และจังหวดั นนทบรุ ี เกยี รตปิ ระวตั ขิ องเคร่อื งปนั้ ดินเผาจงั หวดั นนทบุรี

๒. วดั ในอ�ำเภอปากเกรด็ (Temples in Pakkred, Nonthaburi)

เรื่องยอ่

อ�ำเภอปากเกร็ดเป็นชุมชนที่มีความ
เจริญกวา่ ๔๕๐ ปี นับตั้งแตส่ มยั อยุธยา สมัย
ธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ วัดในอ�ำเภอ
ปากเกรด็ มมี ากกวา่ ๕๐ แหง่ มปี ระวตั ศิ าสตร์
ทน่ี า่ ศกึ ษาเรยี นรู้ เปน็ แหลง่ รวมสถาปตั ยกรรม
และศิลปะแขนงต่าง ๆ เช่น จิตรกรรม
ประตมิ ากรรม การและสลกั การลงรกั ปดิ ทอง
และงานวิจิตรศิลป์อื่น ๆ นอกจากนี้วัดยัง
สะทอ้ นถงึ วถิ ชี วี ติ และภมู วิ ฒั นธรรมของผคู้ น
ในชุมชนได้เป็นอย่างดี หนังสือเล่มน้ี มีการ
ปรับปรุงขนาดรูปเล่ม เนื้อหาและแทรก
รูปภาพให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งข้ึนกว่าฉบับ
พิมพค์ รั้งแรก ฉบบั พมิ พ์คร้งั แรก ฉบบั ปรบั ปรุงแก้ไขครงั้ ท่ี ๑
ปีพิมพ์ ๒๕๕๐ ปพี มิ พ์ ๒๕๕๓
เน้ือหาแบง่ เป็นตอน ๆ ได้แก่ ต�ำบล ภาพประกอบสี ๒๗๒ หน้า ภาพประกอบสี ๒๔๐ หนา้
เกาะเกรด็ ตำ� บลคลองขอ่ ย ตำ� บลคลองพระอดุ ม
ต�ำบลท่าอิฐ ต�ำบลบางตลาด ต�ำบลบางตะไนย์ ต�ำบลบางพลับ ต�ำบลบางพูด ต�ำบลบ้านใหม่ ต�ำบลปากเกร็ด
ต�ำบลออ้ มเกร็ด วัดร้างในอ�ำเภอปากเกรด็ วัดทถี่ กู ยุบรวมเปน็ วัดเดยี ว นานาวิจติ รศลิ ป์ในแดนดนิ บ้านปากเกร็ด

๓. ภูมินามอ�ำปากเกร็ด (Place นนทบุรศี รีมหานคร 309
Names of Pakkred, Nonthaburi)
ฉบับปรับปรงุ แก้ไขคร้ังที่ ๑
เร่ืองยอ่ ปีพมิ พ์ ๒๕๕๓
ภาพประกอบสี ๑๕๒ หน้า
เร่ืองราวท้องถ่ินทั้งในด้าน
ประวัติความเป็นมา และความส�ำคัญ
ท่ีมีมาต้ังแต่สมัยอยุธยา เรื่องราวของ
อาณาบริเวณท้องถ่ินปากเกร็ดในอดีต
ที่หล่อหลอมเป็นอ�ำเภอปากเกร็ดใน
ปัจจุบัน นามเรียกขานสถานที่ต่าง ๆ
ของพนื้ ถน่ิ แตด่ ง้ั เดมิ ครอบคลมุ เรอ่ื งราว
ของปากเกรด็ ต้ังแตอ่ ดตี ถึงปจั จุบัน

เนื้อหาแบ่งเป็นตอน ๆ ได้แก่
สมัยกาลบ้านปากเกร็ด วิถีชีวิตและ
อาชีพท้องถ่ินชาวปากเกร็ด พระมหา ฉบบั พิมพ์ครั้งแรก หนา้
กรณุ าเสดจ็ ยาตราทป่ี ากเกรด็ ปากเกรด็ ปพี ิมพ์ ๒๕๕๐
แหลง่ วฒั นธรรมชาวนำ�้ วฒั นธรรมมอญ ภาพประกอบสี ๒๕๖

๔. ท้องถ่ินปากเกร็ด (Pakkred
Stories Uncovered)

เรือ่ งย่อ

เรอ่ื งราวของตำ� บลและชมุ ชนตา่ ง ๆ
ในอำ� เภอปากเกรด็ ความเปน็ อยวู่ ถิ ชี วี ติ
และสภาพสงั คมของชมุ ชนหมบู่ า้ นตา่ ง ๆ
ในอำ� เภอปากเกรด็ และดำ� รงสบื เนอ่ื งตอ่ กนั
มาจนถงึ ปจั จบุ นั ความหลากหลายของ
ชาตพิ นั ธแ์ุ ละอาชพี กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ
และทางสงั คม ความสมั พันธ์ทางสงั คม
ของชุมชนที่มีพื้นฐานทางจิตวิญญาณ
และพิธีกรรม เช่น วัด ศาลเจ้า และ
ศาสนสถานในชุมชน มสั ยิด และโบสถ์
ครสิ ต์ศาสนา เปน็ ตน้ หนังสอื ฉบบั นีม้ ี
การปรับปรุงขนาดรูปเล่ม เนื้อหาและ ฉบับพิมพ์ครั้งแรก หน้า ฉบับปรบั ปรุงแก้ไขคร้ังท่ี ๑
แทรกรูปภาพให้ครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้น ปีพมิ พ์ ๒๕๕๑ ปีพมิ พ์ ๒๕๕๓
กว่าฉบับพมิ พ์ครั้งแรก ภาพประกอบสี ๓๓๖ ภาพประกอบสี ๒๒๓ หน้า

เน้ือหาแบ่งเป็นตอน ๆ ได้แก่ ต�ำบลเกาะเกร็ด ต�ำบลคลองเกลือ ต�ำบลคลองข่อย ต�ำบลคลองพระอุดม
ต�ำบลท่าอิฐ ต�ำบลบางตลาด ต�ำบลบางตะไนย์ ต�ำบลบางพลับ ต�ำบลบางพูด ต�ำบลบ้านใหม่ ต�ำบลปากเกร็ด
ต�ำบลอ้อมเกร็ด คลองวงจรชีวิตในถ่ินฐานบ้านปากเกร็ด ความภาคภูมิใจของชาวปากเกร็ด แหล่งท่องเท่ียวใน
อำ� เภอปากเกร็ด

310 นนทบุรีศรีมหานคร อำ� เภอบางบวั ทอง

อ�ำเภอบางบวั ทอง

แหล่งธุรกจิ สำ� คัญของเมอื งนนท์
ตง้ั แต่อดีตถงึ ปัจจุบัน

พ้นื ทีท่ เ่ี ป็นอ�ำเภอบางบวั ทองในปัจจุบนั เดิมเปน็ พื้นท่ีล่มุ อย่ทู างด้านตะวันตกของอำ� เภอปากเกร็ด และ
อยใู่ นเขตปกครองของอำ� เภอปากเกรด็ มากอ่ น จากบรเิ วณคลองบางบวั ทองทเี่ ปน็ คลองแยกจากแมน่ ำ้� เจา้ พระยา
สองฝั่งคลองเป็นที่ลุ่ม มีบัวข้ึนออกดอกสวยงาม คลองน้ีจึงเรียกว่า คลองบางบัวทอง ยาวประมาณ ๖ กม.
ปลายคลองบรรจบกบั คลองลำ� โพ และปา่ กระทมุ่ มดื

พ.ศ. ๒๔๓๓ พระราชาภมิ ณฑ์ (เพ็ง) ไดร้ บั พระบรมราชานุญาตให้ขดุ คลองจากปลายคลองบางบวั ทองไป
ทางทศิ ตะวนั ตกไปบรรจบแมน่ ำ้� ทา่ จนี ทอ่ี ำ� เภอบางเลน จงั หวดั นครปฐม คลองนจ้ี งึ มชี อ่ื วา่ คลองพระราชาภมิ ณฑ์
แต่ตอ่ มาไดเ้ พีย้ นไปเรยี กว่า คลองพระพมิ ล หรอื คลองพระราชาพิมล

การขุดคลองพระราชาภิมณฑ์ เป็นการพัฒนาการท�ำนาครั้งส�ำคัญของจังหวัดนนทบุรี มีการขยายพื้นท่ี
การท�ำนาขนาดใหญ่ เกิดพ้ืนท่ีท�ำนากว้างใหญ่ไพศาล ราษฎรมาจับจองที่ท�ำนาตลอดสองฝั่งคลองที่ขุดใหม่
เกิดชุมชนชาวนาทั้งท่ีเป็นชาวไทย ชาวไทยเชื้อสายมอญ ชาวไทยมุสลิม ชาวไทยเชื้อสายญวน และชาวจีน
ชาวจนี ได้มารับเหมาขดุ คลอง มาท�ำสวนผกั คา้ ขายข้าว ท�ำกจิ การโรงสขี ้าว ชาวไทยเชื้อสายญวน ทำ� การค้าขาย
เลยี้ งสุกร เกดิ เปน็ แหลง่ ทำ� นา และค้าขา้ วท่ีใหญท่ ่ีสุดของจังหวัดนนทบรุ ี

ยกฐานะบ้านบางบัวทองเปน็ อ�ำเภอบางบวั ทอง

พ.ศ. ๒๔๔๒ ทางราชการจงึ ยกฐานะบา้ นบางบวั ทองขนึ้ เปน็ อำ� เภอบางบวั ทอง แยกพน้ื ทเ่ี ขตปกครองจาก
อ�ำเภอปากเกร็ด หลวงวิถีผดุงชน (มะธัมมตา) เป็นนายอ�ำเภอคนแรกของอ�ำเภอบางบัวทอง ท่ีท�ำการอ�ำเภอ
บางบัวทองเมือ่ แรกตัง้ ยงั คงอยูร่ วมกันท่ที ่วี ่าการอ�ำเภอปากเกรด็ ท่วี ัดสนามเหนือ อำ� เภอปากเกร็ด

พ.ศ. ๒๔๔๕ ได้สร้างท่ีว่าการอ�ำเภอบางบัวทองหลังแรกบนท่ีดินท่ีนายเขียวบริจาคอยู่ปลายคลอง
บางบวั ทอง ทางจังหวัดนนทบุรีไดจ้ ัดพิธีเปิดท่วี ่าการอ�ำเภอบางบวั ทอง เมอื่ วนั ที่ ๙ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๔๕

เปิดการเดินรถไฟสายบางบัวทอง

พ.ศ. ๒๔๖๑ เจ้าพระยาวรพงศพ์ ิพฒั น์ (ม.ร.ว. เย็น อิศรเสนา) ไดเ้ ปดิ ด�ำเนนิ กิจการรถไฟ บริษทั รถไฟสาย
บางบวั ทอง เปดิ เดนิ รถไฟระหวา่ งสถานรี ถไฟบวรมงคล - บางบำ� หรุ - บางกรวย - บางกรา่ ง - บางบวั ทอง - ระแหง
(ลาดหลมุ แกว้ ปทมุ ธาน)ี

เจา้ พระยาวรพงศพ์ พิ ฒั น์ ไดส้ รา้ งตลาดขนาดใหญท่ อี่ ำ� เภอบางบวั ทอง พรอ้ มกนั นนั้ นางหา้ ง พนั ธมุ จนิ ดา
ไดส้ ร้างตลาดขนาดใหญ่ใกล้กับตลาดเจา้ พระยาวรพงศ์พพิ ฒั น์ ตลาดทั้งสองแหง่ นมี้ โี รงภาพยนตร์ ร้านทอง และ
รา้ นคา้ ทขี่ ายสนิ คา้ ตา่ ง ๆ มากมาย ถอื ไดว้ า่ เปน็ ศนู ยก์ ารคา้ ทใ่ี หญท่ สี่ ดุ และเปน็ ศนู ยก์ ารคา้ แหง่ แรกของจงั หวดั นนทบรุ ี

นนทบุรศี รีมหานคร 311

บางบัวทองแหลง่ ค้าขา้ วที่ใหญ่ทส่ี ดุ ของจงั หวัดนนทบรุ ี

จากการท่เี ป็นแหล่งปลูกข้าวที่ใหญ่ท่สี ดุ ของจงั หวัดนนทบุรี ทำ� ให้บางบัวทองเปน็ ศูนยก์ ลางการคา้ ขา้ วที่
ใหญท่ ส่ี ดุ ในจงั หวดั นนทบรุ ี และจงั หวดั ใกลเ้ คยี ง เชน่ ปทมุ ธานี นครปฐม และพระนครศรอี ยธุ ยา โรงสจี ำ� นวนมาก
ไดส้ รา้ งขน้ึ ทอ่ี ำ� เภอบางบวั ทอง นอกจากนนั้ ไดม้ พี อ่ คา้ รายยอ่ ยเกดิ ขนึ้ ทว่ั ไปในชมุ ชนตา่ ง ๆ พอ่ คา้ รายยอ่ ยเหลา่ น้ี
ออกรับซือ้ ข้าวเปลอื กจากชาวนา แล้วนำ� มาตวงขายใหแ้ กพ่ ่อค้ารายใหญท่ เ่ี ป็นเจา้ ของโรงสตี ่าง ๆ

พธิ ีเกีย่ วข้าวของประเทศไทยทอ่ี ำ� เภอบางบัวทอง

เน่ืองด้วยอ�ำเภอบางบัวทองเป็นแหล่งปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคกลางของไทย ทางราชการจึง
ก�ำหนดให้จัดพิธีเกี่ยวข้าวที่อ�ำเภอบางบัวทอง เมื่อวันท่ี ๒๙ - ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ พ.อ.พระยาพหลพล
พยหุ เสนา นายกรฐั มนตรี และคณะไดเ้ ดนิ ทางมาประกอบพธิ เี กย่ี วขา้ วทอ่ี ำ� เภอบางบวั ทอง ในงานนมี้ กี ารประกวด
พนั ธขุ์ ้าวและแขง่ ขันเกี่ยวขา้ วด้วย

บางบัวทอง ท่ีตงั้ คา่ ยญปี่ นุ่ หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒

ค่ายญ่ีปุ่น หรือค่ายพิทักษ์บางบัวทอง อยู่ริมคลองพระราชาพิมล จากตลาดบางบัวทองไปตามคลอง
ห่างจากวัดพระแม่สกลสงเคราะห์ประมาณ ๒ กิโลเมตร ทางราชการได้ใช้บริเวณน้ีเป็นที่พักชาวญี่ปุ่นเม่ือครั้ง
สิ้นสงครามโลกคร้ังที่ ๒ ชาวญ่ีปุ่นจ�ำนวน ๓,๔๗๐ คน ได้มาอยู่ในค่ายพิทักษ์บางบัวทอง เพ่ือเตรียมเดินทาง
กลับประเทศญป่ี ุ่น ได้มาพกั ท่คี ่ายนต้ี งั้ แต่วนั ท่ี ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘ ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๙

ศูนย์กลางการค้าทบ่ี างบวั ทองแตเ่ ดิมมา

ตลาดบางบัวทองนอกจากจะเปน็ ศูนย์กลางการคา้ ข้าวแลว้ ตลาดบางบวั ทองยงั เปน็ ศูนย์กลางการคา้ ผัก
เน้ือหมู ปลา และเครอื่ งมือการเกษตร เช่น ระหดั วดิ น�้ำ สีฝดั เคยี วเก่ยี วข้าว จอบ ไถ มีดพร้า เป็นตน้ ในปัจจบุ นั
ตลาดบางบัวทองยังคงเป็นศูนย์การค้าปยุ๋ ยาปราบศัตรพู ชื เครือ่ งยนต์การเกษตร ตลอดจนการค้าวัสดุกอ่ สรา้ ง
นอกจากนั้น ตลาดบางบัวทองเป็นชุมทางการเดินทางทางเรือด้วย

ในแตล่ ะวนั มเี รอื บรรทกุ พชื ผกั จากบางบวั ทองไปตลาดทา่ เตยี น กรงุ เทพฯ และเรอื โดยสารจากชมุ ชนตา่ ง ๆ
ท่ีบรกิ ารชาวบ้านจากชุมชนต่าง ๆ เดนิ ทางมาตลาดบางบวั ทองทุกวัน ในแต่ละวนั จงึ มีผ้คู นจำ� นวนมากมาจบั จ่าย
ซื้อสินค้านานาชนดิ ท่ตี ลาดบางบัวทองท่นี ิยมและโด่งดังมากในอดีต คอื “เรือเขียว”

บ้านเรือนและชมุ ทางการเดนิ ทางทางเรือ
รมิ คลองพระราชาพิมล ในพน้ื ท่อี ำ� เภอ

บางบวั ทอง มลี ักษณะคล้ายเรือนแพริมน�้ำ
(อนเุ คราะห์ภาพโดย

นายชยั รัตน์ พิพฒั น์วัชรานนท)์

312 นนทบุรศี รมี หานคร

“เรอื เขียว” ขนาดบรรทุก ๔๐ ตัน เปน็ ทั้งเรอื โดยสารและเรอื ขนส่งสินค้า จากพน้ื ที่ฝ่งั ตะวันตกของ
จงั หวดั นนทบุรี ย่านอำ� เภอไทรนอ้ ย อ�ำเภอบางบัวทอง ต�ำบลไทรม้า อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี

ผา่ นคลองพระราชาพิมล คลองบางบวั ทอง ออกสูแ่ ม่น�้ำเจา้ พระยา เขา้ สูก่ รุงเทพมหานครทท่ี ่าเตียน
(อนุเคราะหภ์ าพโดย นายชยั รตั น์ พพิ ัฒน์วัชรานนท)์

บางบัวทองแหลง่ รวมศรัทธานานาศาสนกิ ชน

บรรดาผู้คนที่หลอมรวมเป็นคนบางบัวทองเป็นพหุสังคมของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ และหลากหลาย
ศรัทธาในศาสนาเปน็ อัตลกั ษณเ์ ด่นของความเปน็ พหวุ ฒั นธรรมของคนบางบวั ทอง

อำ� เภอบางบวั ทอง จงึ มที ง้ั ชาวพทุ ธเถรวาท พทุ ธมหายาน ชาวมสุ ลมิ ชาวครสิ ต์ ศาสนสถาน ทงั้ วดั วาอาราม
มสั ยดิ และโบสถค์ รสิ ต์ ศาลเจา้ จงึ มอี ยใู่ นชมุ ชนตา่ ง ๆ ในอำ� เภอบางบวั ทอง ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากในพน้ื ทใี่ นตำ� บลโสนลอย
ซงึ่ มพี น้ื ทเ่ี พยี ง ๑ ตารางกโิ ลเมตร และเปน็ พน้ื ทขี่ องเทศบาลเมอื งบางบวั ทอง มศี าสนสถานของศาสนาพทุ ธ ครสิ ต์
อสิ ลาม รวมอยู่ในพนื้ ท่เี ดียวกัน ได้แก่

วัดละหาร เป็นวัดของชาวพุทธเถรวาท ตลาดบางบวั ทอง
วัดบรมราชากาญจนาภเิ ษก เป็นวัดของชาวพุทธมหายาน
มสั ยิดอับดุลลานุสรณ์ ศาสนสถานของชมุ ชนมุสลิมตลาดบางบวั ทอง
วัดพระแมส่ กลสงเคราะห์ ศาสนสถานของชาวครสิ ตน์ กิ ายคาทอลกิ อำ� เภอบางบัวทอง
ศาลเจ้าพอ่ จยุ้ ศาลเจา้ ของชาวจนี ตลาดบางบวั ทอง
ตำ� บลบางรกั ใหญ่ ตำ� บลบางรกั พฒั นา อำ� เภอบางบวั ทองเปน็ นเิ วศวฒั นธรรมของออู่ ารยธรรม ลำ� นำ้� คลอง
แม่น้ำ� อ้อมที่เป็นทีต่ ้งั ของวดั บางรกั ใหญ่ วัดบางไผ่ วัดบางแพรก วดั มะเดอ่ื วดั โบราณยา่ นคลองแม่น้ำ� อ้อม
ต�ำบลละหาร ต�ำบลพิมลราช และต�ำบลบางบัวทอง เป็นท่ีตั้งของชุมชนมุสลิมบางบัวทอง ย่านน้ีจึงเป็น
ทตี่ ั้งของมสั ยิด และเป็นแหล่งชุมชนมสุ ลิมที่ใหญท่ ่สี ดุ ในจังหวดั นนทบุรี มีมัสยดิ ๑๑ แหง่
มัสยดิ ดารุล้ อาบดี ีน หรอื สุเหรา่ แดง เปน็ มัสยิดที่มขี นาดใหญ่ มีความสวยงาม สร้างดว้ ยไม้สกั ทอง หลงั คา
ทรงปนั้ หยา สรา้ งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖
มสั ยดิ นะฮฎ์ อตลุ้ อสิ ลาห์ เปน็ มสั ยดิ ทมี่ ขี นาดใหญท่ สี่ ดุ ในจงั หวดั นนทบรุ ี อยทู่ ปี่ ากคลองลำ� รี ตำ� บลละหาร
อำ� เภอบางบัวทอง สามารถบรรจผุ ูท้ ำ� นมสั การไดถ้ ึง ๘๐๐ คน

มสั ยิดดารุ้ลอาบดี นี (สเุ หรา่ แดง) สถาปตั ยกรรมล�ำ้ คา่ ในอ�ำเภอบางบวั ทอง
นอกจากมัสยดิ ตา่ ง ๆ ทตี่ งั้ อย่ใู นอำ� เภอบางบัวทอง อ�ำเภอบางบวั ทองไดเ้ ปน็ ที่ตง้ั ของศูนยบ์ รหิ ารกิจการ
ศาสนาอสิ ลาม ประจ�ำจังหวดั นนทบรุ ี ตัง้ อย่ทู ีต่ ำ� บลละหาร อ�ำเภอบางบัวทอง จงั หวัดนนทบุรดี ้วย

การประสานศรทั ธาน�ำมาซึง่ ความปรองดอง

ชาวบางบวั ทองทป่ี ระกอบดว้ ยผศู้ รทั ธาในความเชอ่ื ตา่ ง ๆ ในศาสนาและลทั ธิ แตค่ วามเชอ่ื ถอื ศรทั ธาของ
ผคู้ นทมี่ คี วามตา่ ง แตค่ วามเปน็ คนบางบวั ทองดว้ ยกนั กส็ ามารถมาประสานหลอมรวมเปน็ วฒั นธรรมภายในชมุ ชนได้
เป็นอยา่ งดี

ศาลเจา้ แมท่ บั ทมิ ทองคลองบางแพรก ตำ� บลบางรกั ใหญ่ อำ� เภอบางบวั ทอง จงั หวดั นนทบรุ ี เปน็ ศาลเจา้ ของ
ชาวจีน แต่ชาวไทยพุทธให้ความเคารพนับถือว่าเป็นศาลเจ้าของหมู่บ้านไทยพุทธด้วย การเซ่นไหว้จึงมีท้ังตาม
ธรรมเนยี มจนี และไทย อาคารศาลเจา้ สรา้ งตามแบบสถาปตั ยกรรมจนี แตเ่ ครอ่ื งเซน่ ไหวแ้ บบไทย อนั มอี าหารคาว
และหวานทีจ่ ดั เป็นสำ� รับแบบอาหารไทย

การจัดงานประจ�ำปีของศาลเจ้า นอกจากจะมีการเซ่นไหว้ มีงิ้วฉลองแบบจีนแล้ว ศาลเจ้าแห่งน้ีมีการ
ทำ� บุญเลี้ยงพระ และมลี ะครชาตรีแสดงถวายเจา้ แม่ดว้ ย

ศาลเจา้ แมท่ ับทมิ ทอง ต�ำบลบางรกั ใหญ่ อ�ำเภอบางบวั ทอง จังหวัดนนทบุรี จงึ เปน็ ตวั อยา่ งไดอ้ ยา่ งดีใน
การบริหารความแตกต่าง ความแตกต่างไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่ด้วยภูมิปัญญาอันแยบยลของชาวบ้านที่สามารถ
น�ำเอาความแตกต่างมาผสมผสานกนั ไดเ้ ป็นวัฒนธรรมที่ดขี องชมุ ชนที่อย่รู ่วมกนั อย่างสมานฉนั ท์

ศาลเจา้ แมท่ ับทมิ เจา้ แมท่ องค�ำ
อำ� เภอบางบวั ทอง

ทชี่ าวบา้ นบางแพรกและ
ปากคลองบางไผ่ ร่วมท�ำบญุ ประจำ� ปี

314 นนทบรุ ีศรีมหานคร

บางบวั ทองในวนั นี้ มรี ถไฟฟ้า ศนู ยก์ ารค้าใหญ่
ท้งั วัดบรมราชาฯ และหม่บู า้ นจดั สรร

อ�ำเภอบางบัวทองปัจจุบัน ได้กลายเป็นย่านท่ีอยู่อาศัยขนาดใหญ่ มีหมู่บ้านจัดสรรมากมาย อีกท้ัง
ย่านการค้าที่ส�ำคัญ เป็นชุมทางคมนาคม ด้วยมีถนนกาญจนาภิเษก ถนนราชพฤกษ์ ถนนรัตนาธิเบศร์
ถนนบางกรวย - ไทรนอ้ ย ตดั ผา่ นสถานรี ถไฟฟา้ สายสมี ว่ ง ไดส้ รา้ งทอี่ ำ� เภอบางบวั ทอง ควบคกู่ บั การเปน็ ศนู ยร์ วม
ศรทั ธาของชาวไทยเชอ้ื สายจนี ทว่ี ดั บรมราชากาญจนาภเิ ษกอนสุ รณ์ ของคณะสงฆจ์ นี นกิ าย และศนู ยศ์ กึ ษามสุ ลมิ
ของจงั หวัดนนทบรุ ี ที่อำ� เภอบางบัวทอง

ท่ตี ้งั อาณาเขตและการปกครองของอ�ำเภอบางบัวทอง

ทตี่ งั้ อำ� เภอบางบวั ทอง ตงั้ อยทู่ างทศิ ตะวนั ตกเฉยี งเหนอื ของจงั หวดั นนทบรุ ี อยหู่ า่ งจากตวั จงั หวดั นนทบรุ ี
ประมาณ ๑๖ กโิ ลเมตร

อ�ำเภอบางบวั ทองมอี าณาเขตติดตอ่ ดงั นี้

ทศิ ตะวันออก ติดต่อกบั อำ� เภอปากเกร็ด และอำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวัดนนทบุรี
ทศิ ตะวันตก ตดิ ต่ออำ� เภอไทรนอ้ ย จงั หวัดนนทบรุ ี
ทิศใต ้ ติดตอ่ อำ� เภอบางใหญ่ อำ� เภอเมืองนนทบุรี จังหวดั นนทบุรี
ทศิ เหนือ ตดิ ตอ่ อ�ำเภอลาดหลมุ แก้ว จงั หวดั ปทมุ ธานี

การปกครองส่วนภมู ิภาค อำ� เภอบางบวั ทองแบง่ การปกครองส่วนภูมิภาคเปน็ ๘ ตำ� บล ดงั น้ี

๑. ตำ� บลโสนลอย ๒. ตำ� บลพมิ ลราช
๓. ต�ำบลบางบวั ทอง ๔. ต�ำบลล�ำโพ
๕. ตำ� บลบางรักใหญ ่ ๖. ต�ำบลบางรักพฒั นา
๗. ต�ำบลบางครู ดั ๘. ตำ� บลละหาร

อำ� เภอบางบวั ทองมีการบรหิ ารส่วนท้องถน่ิ ดงั น้ี

๑. เทศบาลเมืองบางบัวทอง (เฉพาะตำ� บลโสนลอย และบางส่วนของตำ� บลบางรักพฒั นา และบางสว่ น
ของตำ� บลพิมลราช)

๒. องค์การบรหิ ารส่วนต�ำบลบางบวั ทอง
๓. องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบลพิมลราช
๔. องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำ� บลบางรักใหญ่
๕. องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบลบางรักพัฒนา
๖. องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บลละหาร
๗. องคก์ ารบริหารส่วนต�ำบลลำ� โพ
๘.​ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บลบางคูรดั

สถานท่สี ำ� คัญในอำ� เภอบางบวั ทอง

วดั บางไผพ่ ระอารามหลวง วดั บางไผต่ ง้ั อยทู่ ร่ี มิ คลองบางไผ่ ตำ� บลบางรกั พฒั นา อำ� เภอบางบวั ทอง เปน็
วดั โบราณสรา้ งสมยั อยธุ ยา ไดร้ บั การยกฐานะขนึ้ เปน็ พระอารามหลวง พระโสภณนนทสาร เจา้ อาวาสองคป์ จั จบุ นั
ไดพ้ ฒั นาวดั ให้เปน็ แหล่งศกึ ษาธรรมทใี่ หญแ่ ห่งหนง่ึ ในจงั หวดั นนทบรุ ี

นนทบรุ ศี รีมหานคร 315

วัดละหาร เป็นวัดด้งั เดมิ เมอ่ื แรกต้งั อ�ำเภอบางบวั ทอง หลวงพอ่ ป่าเลไลยก์ เป็นพระพทุ ธรูปคบู่ ้านค่เู มอื ง
ของอำ� เภอบางบวั ทอง และพระพทุ ธรปู ทที่ ำ� จากไมไ้ ผส่ านเปน็ องคพ์ ระพทุ ธรปู ไดป้ ระดษิ ฐานอยทู่ ว่ี หิ ารวดั ละหาร

วดั โมลี เปน็ วัดท่ีประดิษฐานรูปหล่อของพระราชปรชี ามุนี (หลวงปู่เผือก) พระสงฆ์ผเู้ ป็นพระสุปฏปิ ันโน
ทรงคณุ ธรรมท่ีดียง่ิ เปน็ ที่เคารพกราบไหว้ของคนบางบัวทอง

วัดบรมราชากาญจนาภเิ ษกอนุสรณ์ เป็นวดั ของคณะสงฆ์จนี นิกายสถาปัตยกรรมแบบจีน และงานพทุ ธ
ศลิ ปแ์ บบจนี ที่วัดแห่งนีม้ คี ณุ คา่ ควรแก่การได้ไปกราบไหวแ้ ละช่นื ชมในความงามเปน็ อย่างยงิ่

มัสยิดนะฮ์ฎอตุ้ลอสิ ลาห์ (สุเหล่าปากคลองลำ� ร)ี เปน็ มสั ยิดที่มขี นาดใหญ่มาก เปน็ ศูนย์รวมศรัทธาของ
ชาวไทยอสิ ลามบางบวั ทอง ทสี่ �ำคญั แหง่ หนงึ่

มสั ยดิ ดารลุ้ อาบดี นี (สเุ หลา่ แดง) เปน็ อาคารไมส้ กั ทมี่ ขี นาดใหญแ่ ละมคี วามสวยงามมาก สรา้ งเมอ่ื พ.ศ. ๒๔๗๖
วดั พระแมส่ กลสงเคราะห์ เปน็ วดั ในชมุ ชนชาวคาทอลกิ บางบวั ทอง ตง้ั อยใู่ นเขตเทศบาลเมอื งบางบวั ทอง
ศาลเจ้าพ่อจุย้ ท่พี ง่ึ ทางใจของชาวบางบัวทอง ตั้งอยรู่ ิมคลองพระราชาพมิ ล ทา้ ยตลาดบางบัวทอง

หอพระไตรปฎิ ก วดั บางไผ่ พระอารามหลวง
อ�ำเภอบางบวั ทอง จังหวดั นนทบุรี

โรงเรยี นพระปรยิ ัติธรรม
วัดบางไผ่ พระอารามหลวง
อ�ำเภอบางบวั ทอง จังหวดั นนทบุรี

316 นนทบรุ ศี รีมหานคร

แหลง่ ความรอู้ ำ� เภอบางบัวทอง

มหาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธริ าช ไดร้ วบรวมข้อมลู ความรูเ้ ก่ยี วกับอำ� เภอบางบวั ทองไวใ้ นรูปแบบหนังสอื
แล้ว ๔ เล่ม ได้แก่ ภูมินามอ�ำเภอบางบัวทอง วัดในอ�ำเภอบางบัวทอง ท้องถ่ินอ�ำเภอบางบัวทอง และภาพเก่า
เล่าเร่อื งบางบัวทอง มีเรื่องราวรายละเอยี ดทเี่ ป็นแหล่งค้นคว้าอ้างองิ ได้

๑. วัดในอ�ำเภ อบางบัวทอง (Temples in Bangbuathong, Nonthaburi)

เรื่องยอ่

อ�ำเภอบางบัวทองเป็นท่ีตั้งของชุมชนท่ีมีอายุยาวนานกว่า ๔๐๐ ปี
มีความเจริญมาต้ังแต่คร้ังกรุงศรีอยุธยา ผู้คนในชุมชนได้สร้างวัดอันเป็น
ศาสนสถานและศนู ยร์ วมศรทั ธาทม่ี ตี อ่ พระพทุ ธศาสนาไวห้ ลายแหง่ นอกจาก
เปน็ แหลง่ รวมศลิ ปะแขนงต่าง ๆ ยังท�ำหน้าท่บี อกเล่าเรื่องราวของผ้คู นของ
ชมุ ชนตลอดจนวถิ ชี ีวติ อนั เป็นรากเหงา้ ของชมุ ชนต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งดี ปัจจบุ นั
วัดในอ�ำเภอบางบัวทองมีทั้งส้ิน ๑๑ แห่ง ซึ่งเป็นอ�ำเภอที่มีวัดน้อยที่สุดใน
จังหวดั นนทบุรี

เนอื้ หาแบง่ เปน็ ตอน ๆ ไดแ้ ก่ วดั เตม็ รกั สามคั คี วดั บางไผ่ วดั บางแพรก
วัดบางรักใหญ่ วัดโมลี วัดไผ่เหลือง วัดมะเด่ือ วัดละหาร วัดลาดปลาดุก
วดั ลำ� โพ วดั สามงา่ ม วดั บรมราชากาญจนาภเิ ษกอนสุ รณ์ คณะสงฆจ์ นี นกิ าย
รังสรรค์ และคณะสงฆจ์ ีนนกิ ายในประเทศไทย สำ� นักสงฆพ์ นู พมิ ลราช ปีพมิ พ์ ๒๕๕๑ ๒๕๖ หน้า
ภาพประกอบสี

๒. ภาพเก่าเล่าเร่ืองบางบัวทอง (Historical Bangbuathong in Pictures)

เร่อื งยอ่

อ�ำเภอบางบัวทองเป็นอ�ำเภอหนึ่งในจังหวัดนนทบุรีเป็นแหล่งผลิต
พืชผลทางการเกษตรส�ำคัญที่อาศัยน้�ำจากคลองบางบัวทองและคลอง
พระราชาพิมล ซึ่งเป็นคลองสายส�ำคัญของอ�ำเภอบางบัวทอง ปัจจุบันแบ่ง
การปกครองออกเปน็ ๘ ต�ำบล ๗๓ หมู่บ้าน

เนอื้ หาเปน็ ตอนๆ ไดแ้ ก่ แรกตงั้ อำ� เภอบางบวั ทอง รถไฟสายบางบวั ทอง
สร้างวิหาร พระพุทธรูปหลวงพ่อป่าเลไลยก์และโรงเรียนพระปริยัติธรรม
วดั ละหาร ประกวดพนั ธข์ุ า้ วทอี่ ำ� เภอบางบวั ทอง ตงั้ เทศบาลเมอื งบางบวั ทอง
และนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบางบัวทองคนแรก ประตูน้�ำและประตู
ระบายน�้ำบางบัวทอง คา่ ยญีป่ ุ่นบางบวั ทอง สถานทส่ี �ำคญั ของส่วนราชการ
อำ� เภอบางบวั ทอง การพฒั นาอำ� เภอบางบวั ทองในชว่ งตน้ พทุ ธศกั ราช ๒๕๐๐
ตลาดบางบวั ทอง วิถชี ีวติ อาชพี และธุรกิจของชาวบางบัวทอง ปพี ิมพ์ ๒๕๕๒ ๘๗ หนา้
ภาพประกอบสี

นนทบรุ ีศรีมหานคร 317

๓. ทอ้ งถ่นิ บางบัวทอง (Bangbuathong Stories Uncovered)

เรื่องย่อ

ความเป็นมาของต�ำบลในอ�ำเภอบางบัวทอง การด�ำเนินชีวิตตาม
สภาพแวดล้อมและอาชีพที่หลากหลายท้ังชาวนา ชาวสวน ชาวสวนผัก
นอกจากนั้นยงั เป็นท่รี วมของบุคคลหลายเชอ้ื ชาติ มีท้ังไทย จนี มอญ ลาว
เขมร ญวน และมีผูน้ ับถอื ศาสนาพุทธ อิสลาม ครสิ ต์ ลทั ธิเตา๋ และขงจือ๊
ทำ� ใหอ้ ำ� เภอบางบวั ทองเปน็ ศนู ยร์ วมการผลติ และการคา้ ผลผลติ การเกษตร
ที่ส�ำคญั ตงั้ แต่อดตี จนถึงปจั จุบัน

เนอื้ หาแบง่ เปน็ ตอน ๆ ไดแ้ ก่ บา้ นเรอื นของคนบางบวั ทอง การศกึ ษา
คร้ังแรกในอ�ำเภอบางบวั ทองในสมยั แรกที่มกี ารกอ่ ตัง้ โรงเรยี น บางบวั ทอง
แหล่งหลบภัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ย่านการค้าในอ�ำเภอบางบัวทอง
การปกครองของอ�ำเภอบางบัวทอง สถานท่ีส�ำคัญในอ�ำเภอบางบัวทอง
ประเพณีส�ำคญั ของชาวอำ� เภอบางบัวทอง ปพี มิ พ์ ๒๕๕๔
ภาพประกอบสี ๒๕๖ หน้า

๔. ภมู นิ ามอ�ำเภอบางบวั ทอง (Place Names of Bangbuathong, Nonthaburi)

เร่อื งยอ่

ความเป็นมาของอ�ำเภอบางบัวทองท่ีเป็นแหล่งอารยธรรมคลอง
แม่น�้ำอ้อมแม่น�้ำเจ้าพระยาสายเก่า วิถีชีวิตของผู้คนและชุมชนย่านคลอง
บางบัวทอง

เนอ้ื หาแบง่ เปน็ ตอน ๆ ไดแ้ ก่ บางบวั ทองแหลง่ อารยธรรมออ้ มแมน่ ำ้�
เจา้ พระยาสายเกา่ และย่านคลองบางบัวทอง บางบัวทองแตเ่ ดิมมปี ่า ตอ่ มา
เป็นนาข้าว คลองพระราชาพิมลล�ำน้�ำสายประวัติศาสตร์ก่อก�ำเนิดนาข้าว
และเกิดอ�ำเภอบางบัวทอง คลองในอำ� เภอบางบัวทองเปลีย่ นปา่ ใหญ่ให้เปน็
นาและคูคลอง ผู้คนเข้าจับจองเป็นบ้านเป็นเมือง การจัดพิธีเกี่ยวข้าวของ
ประเทศที่อ�ำเภอบางบัวทอง หลากหลายภาษานานาศรัทธามารวมเป็น
คนบางบวั ทอง บางบวั ทองเปน็ แหลง่ ผลาหารมที ง้ั เรอื กสวนไรน่ าและสวนผกั
วิถีชีวิตและอาชีพท้องถ่ินบางบัวทอง ย้อนต�ำนานการเดินทางด้วยรถไฟ ปพี ิมพ์ ๒๕๕๔ ๒๗๒ หนา้
สายบางบัวทอง การคมนาคมด้วยรถยนต์ครั้งแรกในอ�ำเภอบางบัวทอง ภาพประกอบสี

ผู้ท�ำ คณุ ประโยชน์ในอำ� เภอบางบวั ทอง

318 นนทบรุ ศี รมี หานคร อ�ำเภอไทรนอ้ ย

อ�ำเภอไทรนอ้ ย

ทสมงุ่ รบวูรงณทด์องว้ ทยข่ีกา้ววา้ ใงนใหนญาป่ ลาในหนอง

พื้นที่ของอ�ำเภอไทรน้อยในปัจจุบัน แต่เดิมอยู่ในเขตปกครองของอ�ำเภอบางบัวทอง พ.ศ. ๒๔๙๒
ทางราชการได้พิจารณาเห็นว่า ต�ำบลไทรน้อย ต�ำบลไทรใหญ่ ต�ำบลหนองเพรางาย และต�ำบลราษฎร์นิยม
อำ� เภอบางบวั ทอง มรี าษฎรอยอู่ าศยั มาก และหา่ งไกลจากอำ� เภอบางบวั ทอง ราษฎรไปตดิ ตอ่ กบั อำ� เภอบางบวั ทอง
ไม่สะดวก ควรให้ ๔ ต�ำบล น้ีแยกไปเป็นกงิ่ อำ� เภอ จงึ ใหต้ ้ังก่ิงอำ� เภอไทรนอ้ ย เมือ่ พ.ศ. ๒๔๙๒ ให้ต�ำบลไทรน้อย
ตำ� บลไทรใหญ่ ตำ� บลราษฎร์นิยม ตำ� บลหนองเพรางาย ข้ึนกับกง่ิ อ�ำเภอไทรน้อย

พ.ศ. ๒๔๙๙ ทางราชการได้ยกฐานะกิง่ อำ� เภอไทรนอ้ ย เป็นอำ� เภอไทรน้อย
พ.ศ. ๒๕๐๒ ไดม้ ีการเปลีย่ นแปลงเขตจงั หวัดนนทบุรี ทางราชการไดโ้ อนตำ� บลขุนศรี จากอำ� เภอบางเลน
จงั หวัดนครปฐม มาข้ึนกบั อำ� เภอไทรนอ้ ย จังหวัดนนทบุรี

จากปา่ กระทุ่มมืด มาเป็นนาขา้ วท่กี ว้างใหญไ่ พศาล

พระราชาภิมณฑ์ (เพ็ง) ได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้ขุดคลองพระราชาพิมล เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๓ ขุดจากปลายคลองบางบัวทอง อ�ำเภอบางบัวทอง ขุดถึงวัดยอด
พระพมิ ล ตำ� บลขนุ ศรี อำ� เภอไทรนอ้ ย เมอื่ พ.ศ. ๒๔๔๒ จากนน้ั มชี าวบา้ นเขา้ มาจบั จองทดี่ นิ เพอ่ื ใชท้ ำ� นากนั มากขน้ึ
จนป่ากระทุ่มที่มีมากมาย ท่ีเรียกกันท่ัวไปว่า ป่ากระทุ่มมืด หมดไปกลายเป็นทุ่งนาข้าวขนาดกว้างใหญ่ไพศาล
แลสดุ ขอบฟา้ แทนปา่ กระทุม่ มดื

เปดิ พน้ื ทท่ี �ำนามีการขดุ คลองสาขาท่ัวไปในไทรน้อย

คลองพระราชาพิมลเปรียบประดุจเส้นเลือดใหญ่ของอ�ำเภอไทรน้อย เมื่อมีการจับจองที่ดินสองฝั่ง
คลองพระราชาพิมล ผู้คนต่างขุดคลองเล็กคลองน้อย เพื่อเป็นคลองส่งน�้ำเข้านาแยกจากคลองพระราชาพิมล
ดจุ เสน้ โลหติ ฝอยในรา่ งกายของคนกระจายอยทู่ ว่ั ไปในอำ� เภอไทรนอ้ ย เชน่ คลองมะสง คลองลากคอ้ น คลองหา้ รอ้ ย
คลองขุนศรี คลองหม่อมแชม่ คลองขวาง คลองโต๊ะนยุ้ เป็นตน้

ผู้ใจบญุ ช่วยสนบั สนนุ ชาวนาด้วยการขุดคลองส่งน้�ำ

คลองหลายคลองในอำ� เภอไทรนอ้ ยไดข้ ดุ ขน้ึ ดว้ ยพระมหากรณุ าธคิ ณุ จากพระมหากษตั รยิ ์ พระบาทสมเดจ็
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองทวีวัฒนา คลองนราภิรมย์เพื่อช่วยแก้ปัญหาการต้ืนเขิน
ของคลองมหาสวัสดิ์ ต่อมาคลองทวีวัฒนาได้ขุดขยายเข้ามาในเขตอ�ำเภอไทรน้อยด้วย คลองทวีวัฒนาเป็น
แนวแบ่งเขตอ�ำเภอไทรนอ้ ยกบั อำ� เภอบางเลน อ�ำเภอพุทธมณฑล จงั หวัดนครปฐม

นนทบรุ ีศรีมหานคร 319

หมอ่ มแช่ม กฤดากร ณ อยธุ ยา ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์* ไดข้ ดุ คลองหมอ่ มแชม่
อำ� เภอไทรน้อย

ขนุ ศรรี าษฎรน์ ยิ ม (พร มณั ยานนท)์ ไดข้ ดุ คลองขุนศรีและคลองราษฎรน์ ยิ ม
อ�ำเภอไทรน้อยจึงเป็นพื้นท่ีราบลุ่มที่อุดมสมบูรณ์ มีล�ำคลองใหญ่น้อยกระจายอยู่ทั่ว เหมาะสมอย่างย่ิง
ต่อการทำ� นา ท�ำสวน จงึ มคี ำ� ทกี่ ล่าวทว่ี า่ มขี า้ วในนา มปี ลาในคลอง อยา่ งแท้จรงิ

หลากหลายเชอ้ื ชาติ หลากหลายศรทั ธามารวมกนั เปน็ คนไทรนอ้ ย
ผู้คนท่ีเข้ามาจับจองท่ีดินเพื่อท�ำนา มาจากจังหวัดนนทบุรีก็มี ท่ีมาจากพระประแดง สมุทรปราการ
สมุทรสาคร เป็นคนไทยเช้ือสายมอญ ไทยมสุ ลิม จากพระประแดง สมทุ รปราการ และบา้ นบางตลาด บา้ นทา่ อฐิ
อำ� เภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี ผทู้ มี่ าอยอู่ ำ� เภอไทรนอ้ ยไมว่ า่ จะเปน็ ไทย มอญ อสิ ลาม มาประกอบอาชพี ทำ� นาทงั้ สน้ิ
ส่วนจีนประกอบอาชีพค้าขาย มีการรับซื้อ - ขาย ข้าวเปลือก ท�ำกิจการโรงสีข้าว ค้าขายเครื่องมือการเกษตร
ค้าของชำ� เปน็ ตน้

ท่ามกลางผืนนาท่ีกว้างสดุ สายตา ของอำ� เภอไทรนอ้ ย จึงเกดิ แหลง่ ชุมชนพหสุ ังคม ทัง้ ไทย มอญ จีน และ
ไทยมุสลิมตามชุมชนต่าง ๆ ที่อ�ำเภอไทรน้อย วัฒนธรรมมอญที่โดดเด่นท่ีปรากฏในชุมชนมอญวัดสโมสร
ตำ� บลไทรใหญ่ อำ� เภอไทรนอ้ ย ในเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลตกั บาตรนำ�้ ผง้ึ เทศกาลออกพรรษา ตกั บาตรดอกไม้ เปน็ ตน้

ตลาดนำ้� วดั ไทรใหญ่ ไหวห้ ลวงพอ่ ทองคำ� วดั ไทรใหญ่ วนั อดิ ลิ ฟสิ ตรี ของชาวไทยมสุ ลมิ ทมี่ สั ยดิ คลองมะสง
มัสยิดคลองโต๊ะนุย้ งานเทศกาลไหวเ้ จา้ พอ่ จยุ้ ไทรนอ้ ย ไหวเ้ จ้าแมป่ ากคลองขุนศรขี องชุมชนจีน ไทรน้อย

ท่ีตงั้ อาณาเขตและการปกครองของอ�ำเภอไทรนอ้ ย

ท่ีตง้ั อำ� เภอไทรนอ้ ย ต้ังอยทู่ างทิศตะวนั ตกเฉียงเหนอื ของจงั หวดั นนทบุรี อยู่หา่ งจากตัวจังหวดั นนทบรุ ี
ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร

อำ� เภอไทรนอ้ ยมอี าณาเขตติดตอ่ กับจงั หวดั และอ�ำเภอตา่ ง ๆ ดงั น้ี

ทิศเหนือ ติดตอ่ อำ� เภอลาดหลมุ แกว้ จงั หวดั ปทมุ ธานี
ทศิ ใต ้ ติดตอ่ อ�ำเภอบางใหญ่ จงั หวัดนนทบรุ ี อำ� เภอพทุ ธมณฑล จังหวัดนครปฐม
ทิศตะวนั ออก ตดิ ตอ่ อ�ำเภอบางบวั ทอง จงั หวดั นนทบุรี
ทิศตะวนั ตก ติดต่ออำ� เภอบางเลน จังหวัดนนทบุรี

การปกครองสว่ นภมู ิภาค อำ� เภอไทรน้อย แบง่ การปกครองสว่ นภมู ิภาคเป็นต�ำบลต่าง ๆ ดังนี้

๑. ตำ� บลไทรน้อย ๒. ตำ� บลไทรใหญ่
๓. ตำ� บลขนุ ศรี ๔. ตำ� บลราษฎร์นิยม
๕. ตำ� บลทวีวฒั นา ๖. ตำ� บลหนองเพรางาย
๗. ต�ำบลคลองขวาง

* พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ สถาปนาพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงนเรศวรฤทธ์ิ
ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั ให้เป็นทพี่ ระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธ์ิ

320 นนทบรุ ศี รีมหานคร

การปกครองส่วนท้องถ่นิ อำ� เภอไทรนอ้ ย มีการปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ดงั น้ี
๑. เทศบาลตำ� บลคลองขวาง
๒. องคก์ ารบริหารส่วนตำ� บลคลองขวาง
๓. องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบลขุนศรี
๔. องค์การบรหิ ารสว่ นตำ� บลไทรนอ้ ย
๕. องค์การบริหารส่วนต�ำบลทวีวฒั นา
๖. องค์การบรหิ ารส่วนตำ� บลไทรใหญ่
๗. องคก์ ารบริหารส่วนต�ำบลหนองเพรางาย
๘. องคก์ ารบริหารสว่ นต�ำบลราษฎร์นิยม

ไคทรร้ังนแ้อรกยเแรหิม่ ลง่ ก�ำเนิดรถยนต์โดยสารยา่ นตะวันตกของจงั หวัดนนทบรุ ี
พ้ืนทีท่ างตะวันออกของจังหวดั นนทบรุ ี เม่อื มถี นนพบิ ลู สงคราม ถนนประชาราษฎรต์ ัดเขา้ มาถงึ จงั หวัด
นนทบรุ ี จากนน้ั เรม่ิ มรี ถยนตป์ ระจำ� ทางรบั สง่ ผโู้ ดยสารระหวา่ งจงั หวดั นนทบรุ ี - สนามหลวง เปน็ เสน้ ทางเดนิ รถยนต์
โดยสารสายแรกในจงั หวัดนนทบรุ ี แตพ่ นื้ ที่ทางตะวันตกของจงั หวดั นนทบุรขี ณะนัน้ ยงั ไม่มถี นนรถยนต์ และไม่มี
รถยนต์โดยสาร แม้จะมีรถไฟของเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์รับส่งผู้คนในอ�ำเภอบางบัวทอง อ�ำเภอบางใหญ่
อำ� เภอบางกรวยแตย่ ังไม่มรี ถยนตโ์ ดยสาร

ขนุ ศรรี าษฎร์นยิ ม (พร มณั ยานนท์) กำ� นันตำ� บลไทรใหญ่ อ�ำเภอไทรนอ้ ย จงั หวดั นนทบุรี เปน็ บคุ คลแรก
ท่ีนำ� รถยนต์มาใชร้ บั - ส่ง ผู้โดยสารระหว่างอ�ำเภอไทรนอ้ ยที่คลองขุนศรี - ตลาดบางบวั ทอง เมือ่ ประมาณ พ.ศ.
๒๔๗๖ เปน็ บนั ทกึ ประวัติศาสตร์ของกจิ การรถยนตโ์ ดยสารของอ�ำเภอไทรน้อยและอำ� เภอบางบวั ทอง

รถยนต์โดยสารของขนุ ศรีราษฎรน์ ยิ มมี ๒ คัน รถยนต์วิ่งไดเ้ ฉพาะในฤดูแล้ง เพราะรถว่ิงไปตามทอ้ งนาที่
แหง้ ไมม่ ถี นนโดยเฉพาะ เมอ่ื ถงึ ฤดฝู นฤดนู ำ้� หลากรถไมส่ ามารถวงิ่ ได้ หลวงโยธพี ทิ กั ษอ์ ดตี นายอำ� เภอบางบวั ทอง
ไดก้ ลา่ วถงึ รถยนตโ์ ดยสารของขนุ ศรรี าษฎรน์ ยิ มวา่ “ในฤดแู ลง้ มรี ถยนตร์ บั สง่ คนโดยสารใชเ้ วลาเดนิ ในนาจาก
บางบวั ทองถึงต�ำบลไทรใหญอ่ ีกสายหน่ึง พอท�ำความสะดวกใหไ้ ด้บ้างเหมือนกัน”

อ�ำเภอไทรนอ้ ยแหล่งพระสงฆ์ผทู้ รงศีล
สภาพแวดล้อมของภูมิประเทศของอ�ำเภอไทรน้อย เมื่อแรกเร่ิมเกิดชุมชนชาวนาท่ีสงบสุข ในน�้ำมีปลา
ในนามขี า้ ว ผคู้ นทมี่ าอยทู่ ไ่ี ทรนอ้ ยจงึ อยทู่ ่ามกลางภมู ปิ ระเทศทเี่ หมาะสม ผคู้ นสว่ นใหญจ่ งึ มวี นิ ยั ในการดำ� รงชวี ติ
ทสี่ งบสขุ ประกอบกบั มพี ระสงฆผ์ ทู้ รงศลี เปน็ ผนู้ ำ� ในชมุ ชนหลายรปู ทเี่ ปน็ พระสงฆส์ ปุ ฏปิ นั โน ปฏบิ ตั ดิ ี ปฏบิ ตั ชิ อบ
ปฏบิ ตั ติ รง ปฏบิ ัติควรแกค่ วามเป็นสมณะท่แี ทจ้ ริง ควรแกก่ ารเคารพกราบไหว้ เช่น พระอาจารยเ์ ขม็ จนั ทรังสี
วดั ยอดพระพมิ ล ตำ� บลขนุ ศรี อำ� เภอไทรนอ้ ย พระครปู ญั ญานนทคณุ (บาง ปญั ญาทโี ป) วดั สโมสร ตำ� บลไทรใหญ่
อำ� เภอไทรนอ้ ย พระครูประชาธรรมนาถ (แฉ่ง) วดั ราษฎร์นยิ ม ต�ำบลราษฎรน์ ิยม อำ� เภอไทรนอ้ ย หลวงพ่อทพิ ย์
วดั ไทรใหญ่ อ�ำเภอไทรนอ้ ย เป็นตน้

นนทบรุ ศี รมี หานคร 321

พทุ ธศลิ ป์ล�ำ้ ค่าท่ีอ�ำเภอไทรน้อย
อำ� เภอไทรนอ้ ยถงึ แมจ้ ะมกี ำ� เนดิ มาในชว่ งเวลายงั ไมถ่ งึ ศตวรรษ แตอ่ ำ� เภอไทรนอ้ ยเปน็ แหลง่ รวมพทุ ธศลิ ป์
ที่ล�้ำคา่ ควรแกก่ ารศกึ ษางานศิลป์ท่ลี ำ�้ ค่าของเมืองนนทบรุ ี อาทิ

พระพทุ ธรปู ศลิ าวดั ยอดพระพมิ ล วดั ยอดพระพมิ ล ตำ� บลขนุ ศรี อำ� เภอไทรนอ้ ย เปน็ ทป่ี ระดษิ ฐานพระพทุ ธรปู
ศิลาสมัยอยธุ ยาตอนตน้ ๒ องค์ องค์หนง่ึ ประดษิ ฐานเป็นพระประธาน พระอุโบสถ อีกองคห์ นึ่ง ประดษิ ฐานเป็น
พระประธานทศี่ าลาการเปรยี ญ พระพทุ ธรปู ทง้ั ๒ องคน์ ้ี พระสเุ มธมนุ ี (ลบั สงั กจิ โจ) อดตี เจา้ อาวาสวดั ชนะสงคราม
กรงุ เทพฯ ไดอ้ ญั เชญิ พระพุทธรูปท้งั สองจากวัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) หลงั จากวดั ราชบรู ณะ ไดถ้ กู ระเบดิ เสียหาย
เมอ่ื ครัง้ สงครามโลกครง้ั ที่ ๒ ไปถวายไวท้ ่วี ัดยอดพระพมิ ล

พระพทุ ธรปู ศิลปะมอญ ที่วดั ขุนศรี พระสเุ มธมนุ ี (ลบั สังกจิ โจ) อดตี เจา้ อาวาสวัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ
ไดอ้ ญั เชญิ พระพทุ ธรปู ศลิ ปะมอญมาประดษิ ฐานเปน็ พระประธานพระอโุ บสถ วดั ขนุ ศรี ตำ� บลขนุ ศรี อำ� เภอไทรนอ้ ย

พระอโุ บสถวดั คลองขวาง ตำ� บลคลองขวาง อำ� เภอไทรนอ้ ย เป็นพระอุโบสถท่ีรวมงานศลิ ปะไทยที่สวยงาม
ควรแก่การศึกษา ทั้งในด้านสถาปัตยกรรม จิตรกรรม งานปูนปั้นท่ีงามเป็นเลิศ อีกทั้งเป็นตัวอย่างในการจัด
ภมู ิทัศน์ ความสะอาด ความสงบ สมกบั เป็นสถานปฏบิ ัติธรรม

วัดไทรใหญ่ท่ปี ระดษิ ฐานหลวงพอ่ ทองคำ� และแมโ่ พสพ
ทีพ่ ึ่งของชาวบ้านย่านอ�ำเภอไทรน้อยทมี่ ีผูม้ ากราบไหว้บูชาแทบทกุ วัน คือหลวงพอ่ ทองคำ� พระพุทธรปู
ศักดิ์สิทธิ์ของชาวไทรน้อย หลวงพ่อทองค�ำประดิษฐานอยู่ที่วิหารวัดไทรใหญ่ ต�ำบลไทรน้อย อ�ำเภอไทรน้อย
จงั หวัดนนทบรุ ี หลวงพ่อทองคำ� เปน็ พระพุทธรปู หล่อด้วยส�ำรดิ ปางสมาธิ หนา้ ตักกว้าง ๑.๖๕ เมตร เดมิ เป็นพระ
ประธานอุโบสถ เมือ่ วัดไทรใหญไ่ ดส้ รา้ งอโุ บสถหลงั ใหม่ อโุ บสถหลงั เดมิ ไดเ้ ปน็ วหิ ารประดษิ ฐานหลวงพอ่ ทองค�ำ

ท่ีวดั ไทรใหญน่ อกจากจะเป็นทปี่ ระดษิ ฐานหลวงพอ่ ทองค�ำแลว้ วัดไทรใหญ่ยังเป็นท่ีประดษิ ฐานรูปหล่อ
ของแมโ่ พสพทพ่ี ง่ึ ของชาวนาในอำ� เภอไทรนอ้ ยดว้ ย ชาวนาในอำ� เภอไทรนอ้ ยจะใหค้ วามเคารพบชู าแมโ่ พสพเทพี
แห่งข้าวของชาวนาทั้งหลาย เมื่อเร่ิมไถหว่านชาวนาต้องท�ำพิธีเซ่นไหว้บอกกล่าวแม่โพสพ เม่ือต้นข้าวออกรวง
ชาวนาต้องทำ� พิธีท�ำขวัญแมโ่ พสพ แมเ้ มื่อเก่ียวขา้ ว นวดข้าว ขนขา้ วเข้าย้งุ ชาวนาต้องเซ่นไหว้แม่โพสพ หลังจาก
นั้นต้องมีพิธีท�ำขวัญแม่โพสพ ชาวนาอ�ำเภอไทรน้อยมาร่วมกันจัดพิธีท�ำขวัญแม่โพสพเป็นประจ�ำทุกปีท่ีวัด
ไทรใหญ่ ในวันข้นึ ๑๕ ค�ำ่ เดือน ๑๒ ชาวนาจะอญั เชญิ รูปหล่อแม่โพสพมาจัดพธิ ี น�ำขา้ วเปลือก ผัก ผลไม้ ท่ีปลูก
มารวมไวใ้ นพธิ ี มกี ารกลา่ วคำ� ทำ� ขวญั แมโ่ พสพ และทำ� พธิ เี บกิ แวน่ เวยี นเทยี น เชญิ ขวญั แมโ่ พสพ ชาวนาในอำ� เภอ
ไทรนอ้ ย ยังคงร่วมกนั จัดท�ำพิธที �ำขวญั แม่โพสพที่วัดไทรใหญ่ อ�ำเภอไทรน้อย จงั หวัดนนทบุรี เปน็ ประจ�ำทกุ ปี

หลวงพอ่ ทองค�ำ วัดไทรใหญ่
อำ� เภอไทรนอ้ ย จังหวัดนนทบรุ ี

322 นนทบุรศี รีมหานคร

แม่โพสพ วดั ไทรใหญ่
อำ� เภอไทรนอ้ ย จังหวัดนนทบุรี

ไทรน้อยแหลง่ กลว้ ยไม้ ไม้ประดับส่งออก
อ�ำเภอไทรน้อยท่ีเคยเป็นแหล่งปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันนี้เกษตรกรในอ�ำเภอ
ไทรน้อยไดม้ ีการน�ำความรู้ในการปลกู กลว้ ยไม้ และไม้ประดบั มาเป็นอาชีพหลักนอกจากการทำ� นา ท�ำให้อำ� เภอ
ไทรนอ้ ยเป็นแหลง่ ส่งออกกลว้ ยไม้และไมป้ ระดบั แหลง่ ใหญข่ องจังหวัดนนทบรุ ี

เกษตรกรผปู้ ลกู กลว้ ยไมใ้ นอำ� เภอไทรนอ้ ยไดร้ วมตวั เปน็ กลมุ่ ผผู้ ลติ กลว้ ยไมอ้ ำ� เภอไทรนอ้ ย นายวชิ ยั นพสนั ติ
เป็นประธานกลุ่ม สมาชิกกลุ่มเป็นเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ในต�ำบลคลองขวาง ต�ำบลทวีวัฒนา ต�ำบลไทรใหญ่
ตำ� บลขนุ ศรี โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ทตี่ ำ� บลคลองขวางมพี นื้ ทป่ี ลกู กลว้ ยไมเ้ พอ่ื ตดั ดอกขายตา่ งประเทศมากกวา่ ๑๐๐ ไร่
มสี วนกลว้ ยไมก้ ระจายอยใู่ นต�ำบลตา่ ง ๆ ของอำ� เภอไทรนอ้ ย นอกตำ� บลคลองขวางอีกกวา่ ๓๐ แห่ง

นอกจากการปลกู กลว้ ยไม้ เกษตรกรไทรน้อยยงั รวมตวั กนั ปลกู ไมป้ ระดับพันธ์ตุ า่ ง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิง่
บอนสี ที่มีทั้งบอนสีภายในประเทศ และพันธุ์บอนสีต่างประเทศ มีมากกว่า ๘๐ สายพันธุ์ เกษตรกรผู้ปลูกไม้
ประดบั ไดร้ วมกนั จดั ตงั้ หมบู่ า้ นบอนสเี ฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ เนอื่ งในโอกาส
มหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๖ รอบ เมือ่ วันที่ ๑๒ สงิ หาคม พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นศนู ย์รวมสายพันธุ์บอนสที ใี่ หญ่
ที่สุดในประเทศไทย

สวนกล้วยไม้ และตน้ บอนสี
ทีม่ ีชอ่ื เสยี งของอ�ำเภอไทรน้อย จังหวดั นนทบรุ ี

นนทบุรศี รมี หานคร 323

ศาสตรพ์ ระราชา ทช่ี าวนานอ้ มใสเ่ กล้า
เกษตรกรชาวอ�ำเภอไทรน้อยได้ตระหนักและส�ำนึกในพระปรีชาสามารถ และพระมหากรุณาธิคุณของ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชท่ีพระราชทานศาสตร์พระราชา แนวพระราชด�ำริตามแนว
ทฤษฎใี หม่เศรษฐกจิ พอเพียง เพือ่ ประโยชน์ในการดำ� รงชวี ิตแกพ่ สกนกิ รชาวไทยและชาวโลก นายยวง เขียวนิล
เกษตรกรและปราชญช์ าวบา้ นดเี ดน่ ของอำ� เภอไทรนอ้ ย เปน็ ผหู้ นง่ึ ทน่ี อ้ มนำ� ศาสตรพ์ ระราชาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการ
ประกอบอาชีพการเกษตร กล่าวคือ มีการจัดการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ท�ำการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
มีการท�ำนา ทำ� สวนผลไม้ ขดุ บ่อเลย้ี งปลา เลยี้ งกบ เพาะเหด็ และปลกู ผักตา่ ง ๆ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ การใชพ้ น้ื ท่ี
เพอ่ื เพมิ่ ผลผลติ ในพน้ื ทท่ี ไ่ี มม่ ากนกั แตไ่ ดผ้ ลผลติ มาก เชน่ การเพาะเหด็ ในพนื้ ทใี่ ตบ้ นั ได การเลยี้ งกบในยางรถยนต์
ทซ่ี อ้ นกนั หลายชนั้ การนำ� ภมู ปิ ญั ญาชาวบา้ นมาทำ� ปยุ๋ อนิ ทรยี ์ ปยุ๋ ชวี ภาพ การปลกู พชื ดว้ ยการเลย่ี งไมใ่ ชย้ าฆา่ แมลง
และปุ๋ยเคมี แต่สามารถได้ผลผลิตการเกษตรท่ีดีท้งั ปรมิ าณและคุณภาพ อกี ท้งั มีคุณภาพชีวิตท่ดี ี

นายยวง เขยี วนลิ ไดใ้ ชพ้ นื้ ทก่ี ารเกษตรของตนเปน็ แหลง่ เรยี นรทู้ งั้ ภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั ิ ตามหลกั การ
ของศาสตรพ์ ระราชา นายยวง เขียวนิล ไดร้ ับพระราชทานประกาศเกียรติคณุ ยกย่องเชิดชเู กียรติผทู้ รงปญั ญา
เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๖๐ สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง จากสมเด็จ
พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู ในพระราชพธิ พี ชื มงคล เมอื่ วนั ที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

นายยวง เขยี วนิล ปราชญ์เกษตรของแผน่ ดนิ ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๖๐
สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง

324 นนทบุรีศรมี หานคร

แหลง่ เรยี นรู้และทอ่ งเท่ียวอ�ำเภอไทรนอ้ ย

อ�ำเภอไทรน้อยมีแหล่งทอ่ งเทย่ี วที่มีผสู้ นใจไปพกั ผอ่ นกนั มาก คอื
กราบไหว้ขอพรหลวงพ่อทองคำ� วดั ไทรใหญ่ พระพทุ ธรูปศกั ด์สิ ิทธิข์ องอ�ำเภอไทรนอ้ ย
ตลาดน้�ำวดั ไทรใหญ่ ต�ำบลไทรน้อย เป็นแหลง่ ท่องเท่ยี วทมี่ ีนักท่องเทย่ี วไปกันมากในวันเสาร์ - อาทิตย์
และวนั หยุดนักขตั ฤกษ์ ผลผลติ การเกษตรตา่ ง ๆ ในอำ� เภอไทรน้อย มีจำ� หนา่ ยทต่ี ลาดน�ำ้ วัดไทรใหญ่นี้ด้วย
การทอ่ งเทยี่ วเชงิ เกษตร อำ� เภอไทรนอ้ ยเปน็ แหลง่ เกษตรกรรม นอกจากปลกู ขา้ วแลว้ ยงั มกี ารทำ� สวนผลไม้
สวนกล้วยไม้ และไม้ประดับอื่น ๆ เชน่ บอนสี ไมใ้ บที่สวยงาม แหล่งเกษตรกรรมดงั กล่าวน้ี รวมท้ังแหลง่ เรียนรู้
สวนลงุ เครา บา้ นตาชา - ยายสา ยินดีต้อนรบั นักทอ่ งเท่ยี วตลอดเวลา

แหล่งเรียนรู้สวนลุงเครา
แหลง่ เรียนรู้การท�ำป๋ยุ มูลไสเ้ ดือนและแหลง่ ท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร อ�ำเภอไทรน้อย จงั หวัดนนทบรุ ี

แหล่งเรียนร้แู ละแหล่งท่องเที่ยววิสาหกจิ ชุมชนบา้ นตาชา - ยายสา อ�ำเภอไทรนอ้ ย จงั หวัดนนทบุรี

นนทบรุ ีศรมี หานคร 325

แหล่งความรู้อ�ำเภอไทรน้อย

มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช ไดร้ วบรวมขอ้ มลู ความรเู้ กยี่ วกบั อำ� เภอไทรนอ้ ยไวใ้ นรปู แบบหนงั สอื แลว้
๒ เลม่ ไดแ้ ก่ ภมู นิ ามอำ� เภอไทรนอ้ ย และวดั ในอำ� เภอไทรนอ้ ย มเี รอ่ื งราวรายละเอยี ดทเี่ ปน็ แหลง่ คน้ ควา้ อา้ งองิ ได้

๑. วดั ในอำ� เภอไทรนอ้ ย (Temples In Sainoi, Nonthaburi)

เร่ืองยอ่

ไทรน้อยเป็นอ�ำเภอท่ีเปลี่ยนสภาพจากความเป็นป่ากระทุ่มมืดมา
เป็นชุมชนเกษตรกรรม มีวัดเป็นสถานที่บ�ำเพ็ญกุศลปฏิบัติธรรมของ
พระสงฆ์ สามเณร และชาวบา้ นในชมุ ชนเปน็ แหลง่ ศลิ ปกรรมและการศกึ ษา
ของกุลบตุ รกุลธดิ ามาต้ังแตใ่ นอดีต อ�ำเภอไทรนอ้ ยมีวดั ทงั้ ส้นิ ๑๕ แหง่ มี
การสรา้ งพระอโุ บสถ ศาลาการเปรยี ญ และศาสนสถานอน่ื ๆ ทมี่ คี วามวจิ ติ ร
งดงามสามารถเปน็ แหลง่ ศกึ ษาแกผ่ สู้ นใจในงานศลิ ปะตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งดี

เนอื้ หาแบง่ เปน็ ตอน ๆ ไดแ้ ก่ วดั คลองขวาง วดั คลองขนุ ศรี วนั คลองเจา้
วดั คลองตาคลา้ ย วดั ไทรนอ้ ย วดั ไทรใหญ่ วดั ปลายคลองขนุ ศรี วนั เพรางาย
วดั มะสง วดั ยอดพระพมิ ล วดั ราษฎรน์ ยิ ม วดั ลากคอ้ น วดั สโมสร วดั เสนวี งศ์
วัดอ่วมอ่องประชานฤมิต ส�ำนักสงฆ์มอญรามัญ วัดที่สังกัดคณะสงฆ์ ปพี ิมพ์ ๒๕๕๑
มหานิกายและธรรมยตุ กิ นกิ ายในอ�ำเภอไทรนอ้ ย ภาพประกอบสี ๒๓๗ หน้า

๒. ภมู นิ ามอำ� เภอไทรนอ้ ย (Place Names of Sainoi, Nonthaburi)

เรอ่ื งยอ่
ไทยนอ้ ยเป็นอำ� เภอหนึ่งทีอ่ ยใู่ นจังหวดั นนทบรุ อี ัตลกั ษณ์ทโี่ ดดเด่น

ของผู้คนคือเป็นชาวนา ซึ่งเป็นบทบาทที่ท�ำให้อ�ำเภอไทรน้อยเป็นแหล่ง
ปลกู ขา้ วทใ่ี หญท่ สี่ ดุ ของจงั หวดั นนทบรุ ี มผี คู้ นหลากหลายเชอ้ื ชาติ ซง่ึ หลอม
รวมกนั เป็นวัฒนธรรมของผ้คู นในอ�ำเภอไทรนอ้ ยตั้งแต่อดตี จนถึงปจั จุบัน

เน้ือหาแบง่ เป็นตอน ๆ ได้แก่ ไทรน้อยสมัยป่ากระทมุ่ มดื ไทรนอ้ ย
สมัยบ้านกระทุ่มมืดในเขตปกครองของอ�ำเภอบางบัวทอง จากกิ่งอ�ำเภอ
ไทรน้อยเป็นอ�ำเภอไทรน้อย หลากหลายชาติพันธุ์ สร้างสรรค์ไทรน้อย
ไทรนอ้ ยแหลง่ ปลกู ขา้ วทใี่ หญท่ ส่ี ดุ ของจงั หวดั นนทบรุ ี ชาวนาไทรนอ้ ยทำ� นา
ด้วยภูมิปัญญาพ้ืนบ้าน ผู้ท�ำคุณประโยชน์ในอ�ำเภอไทรน้อย ต�ำบลต่าง ๆ
ในอ�ำเภอไทรน้อยและเทศบาลต�ำบลไทรน้อย ศิลปะสืบสาน เทศกาลงาน
ประเพณขี องชาวไทรนอ้ ย สถานทสี่ ำ� คญั และแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วอำ� เภอไทรนอ้ ย ปีพมิ พ์ ๒๕๕๒

ภาพประกอบสี ๓๓๕ หนา้



มพากรละ้นบราร�ำพมีนั

พระบารมีมากล้นร�ำพัน

คนนนท์เทดิ ทูนสถาบนั เหนือเกล้า

ดว้ ยพระบารมปี กเกลา้ ฯ ตอ่ เหลา่ ปวงพสกนกิ ร คนนนทบรุ ที ม่ี มี าแตค่ รงั้ กรงุ ศรอี ยธุ ยา ทพี่ ระมหากษตั รยิ ์
ทรงพระกรุณาสถาปนาเมืองนนทบุรี อีกท้ังทรงพัฒนาเมืองนนทบุรี โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองลัด และสถาปนา
วัดวาอารามทส่ี วยงาม ครน้ั ถึงสมัยธนบรุ ี สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชด�ำเนนิ มา
ประกอบพระราชพธิ คี รงั้ สำ� คญั สมโภชและอญั เชญิ พระแกว้ มรกตทพ่ี ระตำ� หนกั บางธรณเี มอื งนนทบรุ ี โปรดเกลา้ ฯ
ใหช้ าวมอญมาอยู่ทดี่ า่ นขนอน ปากเกรด็ เมอื งนนทบุรี

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้ชาวไทยจากภาคเหนือมาอยู่ท่ี
คลองแม่น้�ำอ้อม ในชุมชนบางศรีเมือง อ�ำเภอเมืองนนทบุรี ชาวไทยมุสลิมมาอยู่ท่ีบ้านท่าอิฐ อ�ำเภอปากเกร็ด
จังหวัดนนทบุรี

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชด�ำเนินฉลองวัดเขมาภิรตาราม
ทก่ี รมสมเดจ็ พระศรสี รุ เิ ยนทรามาตย์ ทรงปฏสิ งั ขรณ์ และโปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ ปน็ พระอารามหลวงแหง่ แรกของจงั หวดั
นนทบรุ ี โปรดเกลา้ ฯ ใหม้ อญทีเ่ ขา้ มาพ่ึงพระบรมโพธิสมภารมาอยทู่ บ่ี ้านปากเกร็ด จงั หวัดนนทบุรี

พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงมสี มเดจ็ พระราชชนนี กรมสมเดจ็ พระศรสี รุ าลยั และพระอยั กา
พระอยั กีเปน็ คนนนทบุรี โปรดเกล้าฯ สถาปนาวัดเฉลมิ พระเกยี รติ พระอารามหลวง ณ บรเิ วณทเ่ี ปน็ เคหสถาน
ของสมเดจ็ พระราชชนนี และพระอัยกา พระอยั กี

สมเดจ็ พระศรสี ลุ าลยั พระผใู้ หก้ ำ� เนดิ พระมหากษตั รยิ แ์ หง่ ราชวงศจ์ กั รี สมเดจ็ พระศรสี ลุ าลยั พระนามเดมิ
เรยี ม ทรงเป็นธดิ าของพระยานนทบุรศี รีมหาอุทยาน (จนั หรือ บญุ จนั ) เจา้ เมอื งนนทบุรี และทา่ นเพง็ ประสตู ิ
เมอื่ วนั ท่ี ๒๘ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๓๑๓ ทรงเปน็ เจา้ จอมในพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั ทรงมพี ระโอรส
๓ พระองค์ คอื พระองคเ์ จ้าทบั (พระบาทสมเด็จพระนงั่ เกล้าเจ้าอยู่หัว) พระองคเ์ จ้าปอ้ ม และพระองคเ์ จา้ หนดู �ำ
พระองค์เจ้าป้อมและพระองคเ์ จ้าหนูด�ำสน้ิ พระชนมต์ ้งั แต่ทรงพระเยาว์

พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ สถาปนาเปน็ กรมสมเดจ็ พระศรสี ลุ าลยั
ตอ่ มาพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯใหเ้ ฉลมิ พระนามาภไิ ธยวา่ สมเดจ็ พระศรสี ลุ าลยั

สมเด็จพระศรีสุลาลัย ทรงเป็นบุคคลส�ำคัญของจังหวัดนนทบุรีและของชาติไทยในฐานะท่ีทรงให้ก�ำเนิด
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีผู้ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงบ�ำเพ็ญ
พระราชกรณยี กิจนานาประการ เปน็ ประโยชน์อย่างมหาศาลแกป่ ระเทศชาติ

สมเดจ็ พระศรีสลุ าลยั สวรรคตเม่ือวนั ท่ี ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๘๐
พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงมสี ายสัมพันธก์ บั เจ้าเมืองนนทบุรี พระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลา้
เจ้าอยู่หัว ทรงมีพระนามเดิมพระองค์เจ้าทับ ประสูติเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๓๐ ทรงเป็นพระราชโอรส
ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และสมเด็จพระศรีสุลาลัย (เจา้ จอมมารดาเรยี ม) ทรงมสี ายสมั พนั ธ์
กบั เจา้ เมอื งนนทบรุ ี และจงั หวดั นนทบรุ ี ดว้ ยพระอยั กา พระอยั กี และพระราชชนนพี ันปีหลวง เปน็ คนเมอื งนนทบรุ ี
พระอยั กาคอื พระยานนทบรุ ศี รมี หาอทุ ยาน (จนั หรอื บญุ จนั ) เจา้ เมืองนนทบรุ ี ท่านเพง็ พระอัยกี และธิดาของ
พระยานนทบรุ ศี รมี หาอทุ ยาน (จนั ) และทา่ นเพง็ คอื สมเดจ็ พระศรสี ลุ าลยั พระบรมราชชนนพี นั ปหี ลวงของ
พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกลา้ เจ้าอย่หู ัว

328 นนทบรุ ศี รมี หานคร

พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เสด็จเถลงิ ถวัลยราชสมบตั ิ เมอ่ื พ.ศ. ๒๓๖๗ ทรงประกอบพระราช
กรณยี กจิ เปน็ ประโยชนแ์ กป่ ระเทศชาตอิ ย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างย่ิงทรงมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางการค้า
ท�ำให้ประเทศพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจอย่างมาก ฐานะการคลังของชาติม่ันคงและเจริญมั่งค่ัง การพระศาสนา
ได้รบั การพฒั นามีความเจริญร่งุ เรือง ทรงสรา้ งและบรู ณปฏิสังขรณอ์ ารามต่าง ๆ มากมาย ลว้ นสวยงาม ประณีต
ดว้ ยพุทธศิลป์ สถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าย่ิง เปน็ มรดกทางวฒั นธรรมท่ีลำ�้ คา่ ของไทยและของโลก การทำ� นบุ ำ� รงุ
บา้ นเมอื ง ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ขุดคูคลองเพื่ออ�ำนวยประโยชน์ทั้งการคมนาคม และการเกษตร ต้งั
บา้ นใหเ้ ป็นเมอื ง เพอ่ื ประโยชน์ในการปกครองของชาติ สรา้ งปอ้ มปราการเพื่อป้องกนั การรกุ รานของปจั จามติ ร
เชน่ สร้างป้อมทเ่ี มอื งสมทุ รสาคร เมอื งฉะเชิงเทรา เป็นตน้

ทจ่ี งั หวดั นนทบรุ ี ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ รา้ งพระอาราม ณ บรเิ วณทเ่ี ปน็ นวิ าสสถาน ทต่ี ง้ั บา้ นเรอื น
ของพระอัยกา พระอัยกี และพระบรมราชนนีพนั ปีหลวง ใตป้ ากคลองแมน่ ้�ำออ้ ม เมืองนนทบุรี ทรงพระกรุณา
โปรดเกลา้ ฯ พระราชทานนามพระอาราม วดั เฉลมิ พระเกยี รติ เพอื่ เปน็ การเฉลมิ พระเกยี รตใิ หแ้ ก่ พระยานนทบรุ ี
ศรมี หาอทุ ยาน (จนั หรอื บญุ จนั ) พระอยั กา ทา่ นเพง็ พระอยั กี และสมเดจ็ พระศรสี ลุ าลยั พระบรมราชชนนพี นั ปหี ลวง

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญา เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์
พ.ศ. ๒๕๔๑ ว่า พระบาทสมเด็จพระนัง่ เกล้าเจ้าอยหู่ ัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า

ดว้ ยสำ� นกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของพระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทม่ี ตี อ่ จงั หวดั นนทบรุ แี ละชาตไิ ทย
จงั หวดั นนทบรุ ี ไดอ้ ญั เชญิ พระนามาภไิ ธยของพระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั เปน็ ชอ่ื สถานทใ่ี นจงั หวดั นนทบรุ ี คอื
โรงพยาบาลพระน่งั เกล้า สะพานพระนั่งเกล้า และสะพานมหาเจษฎาบดนิ ทรานุสรณ์

พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั โปรดเกลา้ ฯ ให้สรา้ งพระเจดยี ์ และบูรณะพระอโุ บสถวัดเขมา
ทก่ี รมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชชนนีทรงสร้าง โปรดเกล้าฯ พระราชทานสร้อยนามวัดเขมา
ว่าวดั เขมาภริ ตาราม โปรดเกลา้ ฯ รบั พระมหาสา ชาวนนทบรุ ี เปรยี ญธรรม ๙ ประโยค ซง่ึ เปน็ สามเณรรปู แรกของ
กรงุ รตั นโกสนิ ทรท์ ่สี อบเปรยี ญธรรม ๙ ประโยคได้ เมอ่ื สามเณรสาอปุ สมบทเปน็ พระภกิ ษุได้เปน็ พระสทั วหิ ารกิ
ในคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกายรุ่นแรกพร้อมพระองค์ ต่อมาพระมหาสา ได้รับโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จ
พระสงั ฆราช ครองวัดราชประดษิ ฐสถติ มหาสมี ารามราชวรวิหาร

พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ ถาปนาวดั ปากอา่ ว ตำ� บลเกาะเกรด็ อำ� เภอ
ปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ีของคณะสงฆร์ ามัญนิกาย เปน็ พระอารามหลวง พระราชทานนามวา่ วัดปรมัยยกิ าวาส
ด้วยทรงค�ำนึงถึงพระคุณของสมเด็จกรมพระยาสุดารัตนราชประยูร ท่ีทรงอนุบาลเลี้ยงดูพระองค์และสมเด็จ
พระเทพศิรนิ ทรา พระบรมราชชนนขี องพระองค์ การเสด็จประพาสต้นท่ีเมืองนนทบุรี คร้ังที่ ๑ เมื่อวันท่ี
๑๔ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๓ (พ.ศ. ๒๔๔๘) มีรายละเอยี ด ดังนี้

“เสด็จออกจากบางปะอิน เม่ือวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๓ ลอ่ งมาตามลำ� แม่นำ้� ... เสด็จประทับ
วดั ปรมยั ยกิ าวาสครหู่ นง่ึ แลว้ ประพาสสวนสะทอ้ นของนายบตุ รทแ่ี มน่ ำ�้ ออ้ ม แขวงเมอื งนนทบรุ ี วา่ มสี ะทอ้ น
อยา่ งดที ส่ี วนนม้ี าก กำ� ลงั สะทอ้ นออกผล เจา้ ของสวนเชญิ เสดจ็ เกบ็ สะทอ้ น ทรงพระกรณุ าแกเ่ จา้ ของสวนมาก
เวลาเยน็ เสด็จมาประทบั แรมท่วี ัดเขมา จอดเรือพระที่น่งั กับสะพานหน้าวดั อย่างเราไปเทย่ี วกนั ใชศ้ าลาหน้า
วดั เปน็ ท้องพระโรง ไมม่ พี ลับพลาฝาเลอื่ นอยา่ งใด เจ้าพนักงานเจ้าของท้องที่กด็ เู หมือนจะไมร่ ตู้ วั ว่าจะเสด็จ
มาประทับแรมที่น่ัน การล้อมวงกงก�ำจัดกันตามแต่จะท�ำได้ ดูก็สนุกดี จนเวลา ๒ ทุ่มเศษกรมหลวงนเรศร์
เสนาบดกี ระทรวงนครบาล จงึ เสดจ็ ไปถงึ ไดย้ นิ รบั สงั่ วา่ “อาสนแ์ ขง็ ๆ กนั ไมร่ ู้ พอรกู้ ร็ บี มา จะตอ้ งนง่ั อยยู่ งั รงุ่ ”

นนทบรุ ศี รมี หานคร 329

เสดจ็ ประพาสตน้ ทเ่ี มืองนนทบรุ ี คร้งั ท่ี ๒ ดงั มีรายละเอียด ดังนี้

“...วนั ที่ ๒๗ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๕ ออกจากสวนดสุ ติ ๒ ทมุ่ ไปในวงั แลว้ ไปบา้ นบรู ฉตั ร พอสวดมนตจ์ บ
เลย้ี งแล้วตดั สนิ โตะ๊ เฉพาะช้ินปกั ก่ิง ๔ ทมุ่ ครึง่ รดน�ำ้ แลว้ กลบั เขา้ มาในวงั ทลู ลาแลว้ ลงเรือถึงต�ำหนักแพวงั
หน้า ๕ ทมุ่ ถงึ วัดเขมา ๕ ทุ่มคร่ึง...

...วันที่ ๒๘ เช้าโมงคร่งึ ถา่ ยรปู รับกรมการผใู้ หญบ่ ้านและพระวินยั รักขิต ถวายเงินช่ัง ๑ แลว้ ลงเรือ
ไปตลาดบางเขนถ่ายรปู ท่ดี ่านภาษี กลับขึน้ เรอื ช่นื ใจ ผา่ นหน้าวัดเขมาเวลา ๓ โมง ๑๕ มินิต แต่หนา้ วัดเขมา
ถงึ วดั ปากอ่าว ๗๐ มนิ ติ ...“

พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอย่หู วั โปรดเกลา้ ฯ ให้มีการปฏริ ปู การปกครอง มีการจดั ต้ังรูปแบบ
การบรหิ ารเมอื งนนทบรุ ี และมกี ารแบง่ การปกครองเมอื งนนทบรุ ี เปน็ อำ� เภอต่าง ๆ แตล่ ะอำ� เภอแบง่ การปกครอง
เปน็ ตำ� บล ต�ำบลแบง่ การปกครองเปน็ หมู่บ้านตา่ ง ๆ มีการสรา้ งศาลากลางจงั หวัด และที่ว่าการอำ� เภออย่างเป็น
ทางการ มาจนถึงปัจจุบนั น้ี และโปรดเกล้าฯ ซอ้ื ที่ดนิ ทต่ี ำ� บลบางขวาง เพือ่ ใช้สร้างเรอื นจ�ำ

พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหแ้ บง่ ทด่ี นิ ทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
โปรดเกลา้ ฯ ให้จดั สร้างเรอื นจ�ำ ๑ ใน ๓ สว่ น เพ่อื ใช้เปน็ ทีส่ รา้ งโรงเรยี นราชวทิ ยาลัย เพอ่ื ใหเ้ ปน็ สถานศกึ ษาแก่
เยาวชนไทยให้มีความรภู้ าษาองั กฤษ และจัดการเรียนการสอนแบบโรงเรียนประจำ� ขององั กฤษ และโปรดเกลา้ ฯ
ใหส้ รา้ งสะพานพระราม ๖ เพอ่ื เชอื่ มการคมนาคมทางรถไฟจากกรงุ เทพฯ ไปทางจงั หวดั ภาคใตข้ องไทย

พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ทรงประกอบพระราชพธิ เี ปดิ สะพานพระราม ๖
เมือ่ วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๙

พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ ัวอานนั ทมหิดล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จพระราชด�ำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ
เจา้ ฟา้ ภมู พิ ลอดลุ ยเดช เสดจ็ เยยี่ มพสกนกิ รชาวนนทบรุ ี เมอื่ วนั พธุ ที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ ทวี่ ดั ปรมยั ยกิ าวาส
ต�ำบลเกาะเกร็ด อ�ำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ราษฎรชาวอ�ำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้จัดแสดง
มอญรำ� โดยนกั ฟอ้ นชาวมอญบ้านเกาะเกร็ด และปี่พาทย์มอญ คณะศิลปดุริยางค์ของครูบุญทิว ศิลปดุริยางค์
บรรเลงเพลงมอญถวาย ขุนสินรักษาราษฎร์ ก�ำนันต�ำบลคลองข่อย อ�ำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้น�ำ
คณะกระบก่ี ระบองชาวคลองขอ่ ยมารว่ มแสดงถวายทอดพระเนตรดว้ ย
ในโอกาสนี้ โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชด�ำเนินไปโรงงานเครื่องปั้นดินเผาของนายชม กองกูล และของ
นายเชง็ ไชยนลิ ทอดพระเนตรการทำ� เครอ่ื งป้นั ของชาวมอญบา้ นเกาะเกร็ด ชา่ งป้นั มอญบา้ นเกาะเกร็ดได้สาธติ
การปนั้ เครอ่ื งปั้นดินเผาประเภทตา่ ง ๆ ถวายทอดพระเนตร
จากน้ันเสด็จเย่ียมพสกนกิ รชาวจังหวดั นนทบุรี ทีศ่ าลากลางจังหวดั นนทบรุ ี (หลังเดมิ ) บรรดาข้าราชการ
และชาวจังหวดั นนทบรุ ีมาเฝ้าทลู ละอองธุลีพระบาทรบั เสด็จเป็นจ�ำนวนมาก ชาวสวนจังหวัดนนทบุรไี ด้น�ำผลไม้
มชี อื่ ของจงั หวดั นนทบรุ ี เชน่ ทเุ รยี น กระทอ้ น เปน็ ตน้ จำ� นวนมากมาทลู เกลา้ ฯ ถวาย ชา่ งปน้ั หมอ้ บา้ นบางตะนาวศรี
ได้ร่วมกันสาธิตการปั้นหม้อถวายทอดพระเนตรด้วย ดังปรากฏในจดหมายเหตุส�ำนักราชเลขาธิการ การเสด็จ
พระราชด�ำเนินมาจังหวัดนนทบุรี ในช่วงเวลาน้ัน จังหวัดนนทบุรี ถูกยุบไปรวมกับจังหวัดพระนคร อ�ำเภอ
เมืองนนทบรุ ี จงึ เปน็ อำ� เภอนนทบรุ ี จงั หวัดพระนคร หมายกำ� หนดการเสด็จพระราชด�ำเนินเย่ียมราษฎรที่อ�ำเภอ
นนทบรุ ี และอำ� เภอปากเกร็ด มดี งั น้ี

330 นนทบรุ ศี รีมหานคร

วนั พธุ ที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ล พระอฐั มรามาธบิ ดนิ ทร
พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรท่ีจังหวัดปทุมธานี และ
จงั หวดั นนทบรุ ี โดยรถยนตพ์ ระทน่ี งั่ ไปประทบั เรอื พระทน่ี งั่ ทท่ี า่ วาสกุ รี กระบวนเรอื ออกไปยงั จงั หวดั ปทมุ ธานี
เสวยพระกระยาหารในเรือพระที่นัง่

เวลา ๑๐.๐๐ น. เรือพระท่นี ั่งเทยี บท่าทีป่ ระทับจังหวัดปทมุ ธานี ข้าหลวงประจำ� จงั หวดั น�ำเสดจ็ ไป
ศาลากลางจังหวัด ข้าราชการ คณะสงฆ์ และประชาชนเฝ้าฯ รบั เสด็จ แล้วนำ� เสดจ็ ผา่ นชุมชนราษฎร ซงึ่ เฝ้า
รบั เสดจ็ ฯ อ้อมข้นึ ไปประทับทีเ่ ดมิ

เวลา ๑๐.๓๐ น. เรม่ิ การแขง่ เรอื ถวายทอดพระเนตร
เวลา ๑๒.๐๐ น. เสวยพระกระยาหารกลางวัน
เวลา ๑๓.๓๐ น. เสด็จฯ ประทับเรือพระทน่ี ง่ั ล่องมาอ�ำเภอปากเกร็ด จงั หวัดนนทบรุ ี
เวลา ๑๕.๐๐ น. เรือพระท่ีน่ังเทียบท่าวัดปรมัยยิกาวาส เสด็จพระราชด�ำเนินข้ึน ข้าหลวงประจ�ำ
จงั หวดั นำ� เสด็จฯ มายังวัด เสดจ็ เข้าสพู่ ระอโุ บสถทรงนมสั การพระพทุ ธรูป พระสงฆส์ วดชยั มงคลคาถา แล้ว
เสดจ็ ทอดพระเนตรการทำ� โอง่ และการทำ� เครอ่ื งปน้ั ขนาดเลก็ แลว้ เสดจ็ ฯ มาประทบั พลบั พลาหนา้ พระอโุ บสถ
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ขา้ ราชการ พอ่ ค้า คหบดี นักบวชศาสนาอสิ ลาม และประชาชน เฝา้ ทูลละออง
ธุลีพระบาท และน้อมเกล้าฯ ถวายของพื้นเมืองเป็นที่ระลึก แล้วจัดให้มีการแสดงฟ้อนพื้นเมือง และกระบี่
กระบองถวาย
เวลา ๑๖.๐๐ น. เสดจ็ ประทบั เรอื พระทน่ี ง่ั ลอ่ งมาอำ� เภอนนทบรุ ี จงั หวดั พระนคร เสวยพระสธุ ารสชา
ในเรอื พระทนี่ งั่
เวลา ๑๖.๓๐ น. เรอื พระที่นง่ั เทยี บหน้าท่ีว่าการอ�ำเภอนนทบุรี เสดจ็ ข้ึนประทบั บนทว่ี ่าการอ�ำเภอ
พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถาแล้ว ข้าราชการ คหบดี พ่อค้า นักบวชศาสนาอิสลาม และประชาชน เฝ้าทูล
ละอองธลุ พี ระบาทถวายของทีร่ ะลึก
เวลา ๑๗.๐๐ น. เสด็จประทับเรือพระที่น่ังล่องลงมาเทียบเรือพระที่นั่งหน้าบ้านพระมหิศราชการ
ทอดพระเนตรการท�ำเครือ่ งป้ันดนิ เผา
เวลา ๑๗.๓๐ น. เสด็จพระราชด�ำเนนิ กลับ
เวลา ๑๘.๐๐ น. เรอื พระทนี่ ง่ั เทยี บทา่ วาสกุ รี เสดจ็ ขนึ้ ประทบั รถยนตพ์ ระทน่ี ง่ั กลบั พระบรมมหาราชวงั

พระมหากรุณาเสดจ็ ยาตราท่ีเมืองนนทบุรี

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
มพี ระมหากรณุ าธคิ ณุ ตอ่ ชาวนนทบรุ อี ยา่ งหาทส่ี ดุ มไิ ดท้ โ่ี ปรดเกลา้ ฯ เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ เยย่ี มพสกนกิ รชาวนนทบรุ ี
และเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ บำ� เพญ็ พระราชกศุ ล อกี ทง้ั ทรงบำ� เพญ็ พระราชกรณยี กจิ ทจ่ี งั หวดั นนทบรุ หี ลายครงั้ นบั เปน็
พระมหากรณุ าธคิ ณุ อนั ลน้ พน้ หาทสี่ ดุ มไิ ดแ้ กป่ วงพสกนกิ รและบรรดาขา้ ราชการทปี่ ฏบิ ตั งิ านอยทู่ จ่ี งั หวดั นนทบรุ ี

เสดจ็ ฯ สวนทเุ รียนเมืองนนทบรุ ี

นบั ว่าเป็นพระมหากรุณาธิคณุ เป็นลน้ พ้นแกเ่ กษตรกรชาวสวนเมอื งนนท์ท่ีพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั
ภมู พิ ลอดลุ ยเดช รชั กาลที่ ๙ และสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ เสดจ็ ประพาสสวนทเุ รยี นเมอื งนนทบรุ ี
เมอ่ื วนั ที่ ๑๗ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๔๙๖

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ เยย่ี มสวนทุเรยี น สวนมงั คดุ จงั หวัดนนทบรุ ี และทรงสอยมังคุดด้วย

ทมี่ า: ใตร้ ่มพฤกษาพระบารมี. กรงุ เทพฯ: สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร,์ ๒๕๖๐.

วนั ท่ี ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. เศษ เรือพระท่นี งั่ ตะวนั สอ่ งแสง ซึ่งตดิ ตามด้วยเรอื
ประจำ� ทวปี และขบวนเรอื อารกั ขาไดแ้ ลน่ เข้าเขตจงั หวดั นนทบรุ ี ประชาชนชาวนนทบรุ จี ำ� นวนมากรอเฝา้ รบั เสดจ็
อยสู่ องฝง่ั แมน่ ำ�้ เจา้ พระยาทง้ั บนฝง่ั และลอยเรอื อยใู่ นแมน่ ำ�้ ตา่ งรว่ มกนั เปลง่ เสยี งถวายพระพรทรงพระเจรญิ อยา่ งออ้ื องึ
ตลอดเสน้ ทางทเี่ รอื พระทนี่ งั่ ผา่ น พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช และสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ
พระบรมราชินีนาถ ทรงโบกพระหตั ถใ์ หแ้ กบ่ รรดาชาวนนทบรุ ที เ่ี ฝา้ รบั เสดจ็ จนเรอื พระทน่ี งั่ จอดเทยี บทา่ นำ�้ หนา้
พลบั พลาทป่ี ระทบั ทจ่ี งั หวดั นนทบรุ จี ดั ถวายไวเ้ ปน็ พเิ ศษ ขนุ บรุ ภี ริ มยก์ จิ (พรม้ิ จารมุ าศ) ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั นนทบรุ ี
นายสเุ ทพ รตั นเสวี สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร จงั หวดั นนทบรุ ี และ น.ต.นริ นั ดร์ ศริ นิ าวนิ ร.น. เฝา้ ฯ รบั เสดจ็ ทท่ี ่าน้�ำ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ
เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ ไปเยี่ยมชมสวนทุเรียนตามท่ีจัดถวาย ทรงซกั ถามถงึ วิธปี ลูกทุเรียน การให้ปุ๋ย และการบ�ำรุง
รักษาทเุ รยี น อีกทั้งชนิดพนั ธต์ุ ่าง ๆ ของทเุ รยี น ดว้ ยความสนพระราชหฤทัย เสดจ็ ผ่านสวนใด เจา้ ของสวนได้น�ำ
ผลไม้สวนน้ันข้ึนทูลเกล้าฯ ถวายทุกสวนไป เจ้าของสวนได้ถวายไม้สอยให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรม
ราชินีนาถทรงสอยมังคุดด้วย ท้ังสองพระองค์ทรงส�ำราญพระอิริยาบถท่ามกลางสวนทุเรียนท่ีร่มรื่น และความ
ปลาบปลืม้ ของชาวสวนเมอื งนนทบรุ ที ีม่ าเฝ้ารับเสด็จ

เม่ือถึงเวลาเสวยพระกระยาหารกลางวัน ทรงมีรบั ส่งั มหาดเลก็ ใหร้ ะงบั การตัง้ โต๊ะเสวยพระกระยาหารท่ี
เตรยี มมา โปรดทจ่ี ะเสวยอาหารพนื้ บา้ นทจี่ งั หวดั จดั มาทางเรอื เมอ่ื มหาดเลก็ จดั ภาชนะทใ่ี ชบ้ รรจพุ ระกระยาหาร

332 นนทบรุ ีศรมี หานคร

ถวายก็ไม่โปรด กลับรบั สัง่ ใหจ้ ดั ข้นึ มาด้วยชามและชอ้ นของชาวบา้ นท่ีมอี ยู่ และเสวยได้มาก โปรดแกงปลาไหล
และไอศกรีมเป็นพเิ ศษ เจา้ หนา้ ทจี่ ดั ทเุ รยี นขน้ึ ทลู เกลา้ ฯ ถวาย มพี นั ธต์ุ า่ ง ๆ ซง่ึ ลว้ นเปน็ ทเุ รยี นชนั้ ดี ทงั้ กบ กา้ นยาว
ชายมะไฟ ฯลฯ และตรสั ชมทุเรียนพนั ธกุ์ บว่า มรี สหวานและมนั จัด

กอ่ นเสดจ็ กลบั ไดเ้ สดจ็ ขึน้ ประทบั บนบ้านของนายประวิทย์ สงวนเงนิ เจ้าของสวนทุเรยี น ทรงมีพระราช
ปฏิสันถารกับนายประวิทย์ ถึงความเป็นอยู่และอาชีพ โปรดเกล้าฯ พระราชทานหีบบุหรี่ถมเงินจารึก
พระปรมาภิไธยย่อ ภ ป ร แก่นายประวิทย์ และพระราชทานเงินขวัญถุงแก่ผู้ท่ีมาคอยเฝ้าติดตามการเสด็จ
คนละ ๑๐๐ บาท พร้อมกับเงินเหรียญ ๑ ต�ำลึง ก่อนท่ีจะเสด็จลงเรือพระท่ีน่ังตะวันส่องแสง มีรับสั่งขอบใจ
ทุกคนท่ีมาเฝ้ารับเสด็จพร้อมกับทรงถ่ายรูปผู้ที่มาส่งเสด็จด้วยพระองค์เอง เมื่อเรือพระท่ีน่ังเคลื่อนออกจากทา่
ทรงโบกพระหัตถ์อ�ำลา บรรดาผู้มาเข้าเฝ้าส่งเสด็จได้เปล่งเสียงถวายพระพรด้วยความปลาบปลื้มและส�ำนึกใน
พระมหากรุณาธคิ ุณอยา่ งหาทสี่ ดุ มิได้ ที่ชาวสวนเมืองนนทบรุ ีไดร้ ับพระมหากรุณาธคิ ุณในครงั้ น้ี

วันพุธท่ี ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๔ พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช และสมเด็จ
พระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยเจ้าหญิงอเล็กซานดรา แห่งเคนต์เสด็จพระราชด�ำเนินลอย
พระประทีปร่วมกบั พสกนกิ รชาวนนทบรุ ี ณ วัดเฉลิมพระเกียรติวรวหิ าร ต�ำบลบางศรเี มือง อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี
จงั หวัดนนทบุรี

วนั องั คารท่ี ๑๗ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๐๖ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช และสมเดจ็
พระนางเจา้ สริ ิกติ ิ์ พระบรมราชินนี าถ พร้อมด้วยพระราชาธบิ ดปี อลลท์ ่ี ๑ แห่งกรีซ พระราชินเี ฟรเดอรกิ า และ
เจ้าฟา้ หญิงโซเฟยี แหง่ กรซี เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ ณ บ้านพกั ฯพณฯ จอมพลถนอม กิตตขิ จร ตำ� บลบางตลาด
อ�ำเภอปากเกรด็ จงั หวัดนนทบรุ ี

วันที่ ๑๖ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๗ เวลา ๑๕.๓๐ น. พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช
เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ประกอบพธิ ีเปิดวดั พระแมม่ หาการุณย์ ตำ� บลบา้ นใหม่ อำ� เภอปากเกร็ด จงั หวดั นนทบุรี

วนั ที่ ๑๔ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๑๙ เวลา ๑๕.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช และ
สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู ขณะดำ� รงพระอสิ รยิ ยศสมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ
สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชด�ำเนินในการพระราชพิธี ทรงบ�ำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ
วัดเขมาภริ ตารามราชวรวหิ าร ตำ� บลสวนใหญ่ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบุรี

วนั องั คารท่ี ๘ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ เวลา ๑๕.๑๕ น. พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์
อคั รราชกมุ ารี เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ประกอบพธิ ผี กู พทั ธสมี า ทรงตดั หวายลกู นมิ ติ อโุ บสถวดั พลบั พลา ตำ� บลสวนใหญ่
อ�ำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และประทับพลับพลาโรงเรียนสตรีนนทบุรี ทรงเย่ียมเยียนพสกนิกร และ
พระราชทานธงประจ�ำรนุ่ ลกู เสอื ชาวบา้ นจังหวัดนนทบรุ ี

วันอังคารท่ี ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จ
พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ ีนาถ เสด็จพระราชดำ� เนนิ ประกอบพธิ ีเปดิ โครงการอนั เนือ่ งมาจากพระราชด�ำริ
โครงการศกึ ษาและวิจัยปุ๋ยหมักจากของเสียสงิ่ ขับถา่ ยของคนเพ่อื น�ำมาใชป้ ระโยชน์ ท�ำปุ๋ยหมักธรรมชาติส�ำหรับ
พืชต่าง ๆ ณ ทดี่ นิ ของนายประสม สขุ ก้อน อดตี นายกเทศมนตรเี ทศบาลนครนนทบรุ ี หมู่ ๘ ต�ำบลบางกระสอ
อ�ำเภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบุรี

วนั ศุกรท์ ่ี ๓ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๓๒ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช โปรดเกล้าฯ
ใหส้ มเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู ขณะทรงดำ� รงพระอสิ รยิ ยศสมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ
สยามมกฎุ ราชกุมาร เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ ทรงประกอบพธิ ีวางศลิ าฤกษศ์ าลากลางจังหวัดนนทบรุ ีหลังใหม่

นนทบุรศี รมี หานคร 333

วนั ท่ี ๑๖ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เวลา ๑๔.๐๐ น. พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช ทรง
พระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ มเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู เมอ่ื ทรงดำ� รงพระอสิ รยิ ยศเปน็
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชด�ำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานพระพุทธ
นวราชบพติ รประจำ� จงั หวดั นนทบรุ ี และพระพทุ ธรปู ประจำ� อำ� เภอ ณ ศาลาพลบั พลาพธิ ี หนา้ ศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ ี

วนั ที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ เวลา ๑๖.๓๐ น. พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช
เสดจ็ พระราชด�ำเนินประกอบพธิ ีเปดิ อาคารอานันทสถาน ณ โรงพยาบาลโรคทรวงอก ต�ำบลบางกระสอ อ�ำเภอ
เมืองนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบุรี

วันอังคารท่ี ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖ เวลา ๑๖.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชด�ำเนินโดยรถยนต์พระที่น่ังจาก
พระตำ� หนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวงั ดสุ ิต ไปยังทา่ วาสุกรี เพือ่ ประทบั เรอื ยนต์พระท่นี ั่ง เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ
ไปในงานฉลองสมโภชวดั เฉลมิ พระเกยี รตวิ รวหิ าร เนอื่ งในโอกาสมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ครบ ๕ รอบ สมเดจ็
พระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ณ วัดเฉลิมพระเกยี รตวิ รวิหาร อำ� เภอเมืองนนทบุรี จงั หวดั นนทบุรี

วันท่ี ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ เวลา ๑๖.๐๐ น. พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อคร้ังด�ำรงพระอิสริยยศ
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชด�ำเนินแทนพระองค์ ทรงประกอบพิธีเปิด
ศาลากลางจังหวัดนนทบรุ ี และเฉลิมฉลองครบ ๔๔๔ ปี จงั หวดั นนทบุรี

ศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ หี ลงั ใหมน่ ้ี กระทรวงมหาดไทยไดจ้ ดั สร้างห้องทรงงานเพอ่ื ทลู เกล้าฯ ถวายแด่
สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู เมอื่ ครง้ั ดำ� รงพระอสิ รยิ ยศสมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ
สยามมกฎุ ราชกมุ าร เพอื่ เสดจ็ ทรงงานตามพระราชอธั ยาศยั จงึ นบั เปน็ ศาลากลางจงั หวดั แหง่ เดยี วในประเทศไทย
ที่มหี ้องทรงงานขององค์รชั ทายาท ซงึ่ เป็นพระราชวงศช์ ้ันสงู ณ ศาลากลางจงั หวดั

วนั ที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๗ เวลา ๑๖.๒๖ น. พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช
และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชด�ำเนินประกอบพิธีเปิดสถานีควบคุมภาคพื้น
ดาวเทียมไทยคม ถนนรตั นาธิเบศร์ ต�ำบลบางกระสอ อ�ำเภอเมืองนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ ี

วันท่ี ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐ เวลา ๑๗.๔๕ น. พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ พรอ้ มดว้ ยสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี และพระเจา้ หลานเธอ พระองค์
เจา้ พชั รกติ ยิ าภา ทรงวางพานพมุ่ ถวายสกั การะพระอนสุ าวรยี ส์ มเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาชยั นาทนเรนทร
และประกอบพิธเี ปดิ อาคารกระทรวงสาธารณสุขแหง่ ใหม่ ณ ถนนติวานนท์ อำ� เภอเมืองนนทบุรี จงั หวัดนนทบุรี

วนั ท่ี ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เวลา ๑๖.๓๐ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พรอ้ มด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ และสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ทางชลมารค โดยประทบั เรอื องั สนาทอดพระเนตรรมิ แมน่ ำ�้ เจา้ พระยา ตง้ั แตบ่ รเิ วณทา่ เทยี บ
เรือสมาคมศษิ ย์เกา่ แพทยศ์ ิริราช ล่องแม่นำ้� เจ้าพระยาไปยังเกาะเกร็ด อ�ำเภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี

วนั องั คารที่ ๘ - วนั พธุ ท่ี ๙ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู
เสด็จพระราชดำ� เนินมาในพิธพี ระราชประทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช ประจำ� ปกี ารศกึ ษา
๒๕๕๘ ณ ห้องพระปกเกล้า อาคารอเนกนทิ ัศน์ มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช ตำ� บลบางพูด อ�ำเภอปากเกร็ด
จังหวัดนนทบุรี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชได้รับพระราชทานพระราชานุญาตทูลเกล้าฯ ถวายปริญญา
นติ ิศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ กติ ตมิ ศกั ดิ์ เปน็ การเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ณ จงั หวดั นนทบรุ คี รง้ั แรก และมพี ระมหากรณุ าธคิ ณุ
พระราชทานปรญิ ญาบตั รแกบ่ ณั ฑติ มหาบณั ฑติ และดษุ ฎบี ณั ฑติ ของมหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าชเปน็ แหง่ แรก
นบั แตท่ รงครองสริ ริ าชสมบตั ิ

334 นนทบรุ ีศรมี หานคร

ภาพเก่าเลา่ เร่ืองพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช
เสด็จพระราชด�ำเนนิ มาจงั หวัดนนทบุรี

๑๗ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๔ พเสรดะจ็ บฯาททสามงชเดลจ็ มพารรคะปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช

เรือพระท่ีน่งั พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช กำ� ลงั แล่นผ่านศาลากลางจังหวัด
เนื่องในการเสดจ็ ฯ ทางชลมารค ตามลำ� แมน่ ้�ำเจา้ พระยา
พร้อมกบั อดีตกษัตรยิ ์เลโอโปลต์ แหง่ เบลเยยี ม

พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช เสด็จทางชลมารคอีกคร้งั หน่ึงพรอ้ มกับประธานาธบิ ดี
ซูการ์โน แหง่ อินโดนีเซยี ในภาพนีก้ �ำลงั จะเสดจ็ ผา่ นหนา้ ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี

๘ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๐๔ นนทบุรศี รมี หานคร 335

เพสรดะ็จบฯาทเยส่ยี มมเดจัง็จหพวรดัะนปนรมทินบทุรรี มหาภมู พิ ลอดุลยเดช

พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช พร้อมดว้ ยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกติ ิ์ พระบรมราชนิ ีนาถ
ไดเ้ สดจ็ ฯ ส่วนพระองค์ เยย่ี มจังหวัดนนทบุรี เม่อื วันที่ ๘ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๐๔ เวลา ๑๒.๓๐ น.
ในภาพนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกิต์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ ทรงพระราชปฏิสันถารกบั ผู้วา่ ราชการจังหวัด

เมื่อเสดจ็ ฯ ลงจากรถยนตพ์ ระท่ีน่งั ที่หน้าศาลากลางจงั หวัด ไดเ้ สดจ็ ฯ โดยเรอื ยนตพ์ ระท่ีน่ัง
ประพาสตามลำ� แมน่ ำ�้ เจา้ พระยา จนสุดเขตจังหวดั นนทบุรี ทีส่ ะพานนนทบรุ ี
แล้วจึงเสด็จกลับจงั หวัดพระนคร เมอื่ เวลา ๑๙.๐๐ น.

336 นนทบุรศี รมี หานคร

เสดจ็ ฯ ขึน้ จากเรือพระที่น่ัง เม่ือเสดจ็ ตามล�ำแม่นำ้� เจ้าพระยา
ในเขตจังหวดั นนทบุรแี ล้ว

หลังจากได้มีพระราชดำ� รสั กับผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ก็ได้เสด็จประทบั รถยนตพ์ ระที่นง่ั
ท่ามกลางประชาชนทมี่ าเฝา้ ดว้ ยความจงรักภักดีอยา่ งใกล้ชิด

นนทบรุ ศี รมี หานคร 337
๒๒ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๐๔ เสดจ็ ลอยพระประทปี ณ วัดเฉลิมพระเกยี รติวรวหิ าร จงั หวัดนนทบรุ ี

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ ลงจากดาดฟา้ เรอื พระทน่ี ่งั
และทอดพระเนตรประชาชนทไี่ ปเฝา้ รับเสด็จ ณ บริเวณหนา้ วัด

ทอดพระเนตรกะลาสีเรอื ผูกเรือพระทนี่ งั่ กบั ทา่ โปะ๊
ทา่ มกลางกระแสนำ้� ทไ่ี หลแรงและวน เพราะเป็นท้องคุ้ง

338 นนทบุรศี รีมหานคร

ทรงรบั ฟังคำ� กราบบังคมทูลจากผู้วา่ ราชการจังหวัดนนทบุรี กอ่ นทจ่ี ะทรงรับเงนิ บรจิ าค
ของประชาชน ๒๐,๖๐๐ บาท โดยเสดจ็ พระราชกศุ ล เพื่อปฏิสงั ขรณ์วัดเฉลมิ พระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าสริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชินีนาถ ก�ำลงั เสด็จฯ ลงจากดาดฟา้ เรอื พระทนี่ ัง่

นนทบรุ ศี รีมหานคร 339

ทรงรับของท่ีประชาชนจากอ�ำเภอบางกรวยทลู เกล้าฯ ถวาย
กำ� นนั ผู้ใหญบ่ ้านจากอ�ำเภอตา่ ง ๆ นำ� ของมาทูลเกล้าฯ ถวาย ในนามประชาชนตำ� บลต่าง ๆ

ของจังหวัดนนทบุรี

340 นนทบุรศี รีมหานคร

ทรงรบั ของจากข้าราชการ และกำ� นันผู้ใหญบ่ า้ นอำ� เภอตา่ งๆ ของจังหวัดนนทบรุ ี ทูลเกลา้ ฯ ถวาย
ส่วนใหญเ่ ป็นของสวนจากท้องทข่ี องตน

ทรงรับของทีป่ ระชาชนจากอ�ำเภอบางใหญท่ ลู เกล้าฯ ถวาย

นนทบุรศี รีมหานคร 341

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ
ทรงรับของจากผู้ที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ ทูลเกล้าฯ
ถวายตลอดระยะทางที่เสด็จลงจากพระอุโบสถ และมี
พระราชปฏิสันถารกับประชาชนโดยทัว่ ถึงกัน

เจ้าหญิงอเล็กซานดรา แห่งเคนต์ โดยเสด็จ
พระราชด�ำเนินมาในพิธีลอยพระประทีปครั้งน้ีด้วย
ในพระหตั ถ์ คอื ชอ่ ดอกไมท้ ่ีทางจงั หวัดนนทบรุ ีจดั ถวาย

342 นนทบุรีศรมี หานคร

เม่อื วันท่ี ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๔
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้า
สิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ได้น�ำเจ้าหญิง
มากาเรต แหง่ องั กฤษ ลอยพระประทีป ณ
วดั เฉลมิ พระเกยี รตวิ รวหิ ารซงึ่ เปน็ วดั โบราณ
ทส่ี �ำคัญ สรา้ งมาตั้งแต่สมยั รชั กาลท่ี ๓

เนื่องในโอกาสนี้ได้พระราชทานเงิน
มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพ่ือเป็นทุน
ประเดมิ บรู ณะวดั โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ คอื เพอ่ื
สร้างเข่ือนริมแม่น�้ำเจ้าพระยา กันน�้ำเซาะ
ปูชนยี สถาน

ในภาพน้ี นายสะอาด ปายะนันทน์ ผ้วู ่า
ราชการจงั หวดั กราบบงั คมทลู ถวายรายงาน
เม่อื เสด็จลงมาจากเรอื พระทีน่ ั่งหนา้ วัด

กระทงทสี่ �ำนักพระราชวังจัดไวน้ อ้ มเกลา้ ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช
ทรงลอยพระประทปี รว่ มกับประชาชนชาวจังหวดั นนทบรุ ี

นนทบุรศี รีมหานคร 343

พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดชทรงประกอบพธิ ีลอยพระประทีป
ณ ทา่ น้ำ� วัดเฉลิมพระเกียรตวิ รวหิ าร เม่ือวนั ที่ ๒๒ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๐๔
นับเปน็ สริ ิมงคลแกช่ าวจงั หวัดนนทบรุ ี

๑๗ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๐๖ เสดจ็ ฯ ณ อำ� เภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบุรี
พระบาทสมเด็จพระปรมินทร

ม ห า ภู มิ พ ล อ ดุ ล ย เ ด ช น� ำ เ ส ด็ จ
พระเจ้าปอลมอลล์ แห่งกรีซ และ
คณะ ณ บ้านพักร้อนที่อ�ำเภอ
ปากเกร็ด ของ ฯพณฯ นายก
รฐั มนตรี จอมพลถนอม กิตติขจร
ครง้ั ดำ� รงตำ� แหนง่ รองนายกรฐั มนตรี

344 นนทบุรศี รมี หานคร
๘ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๐๙

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้เสด็จมาเยี่ยม “ทิมแลนด์” สถานที่เที่ยวพักผ่อนและ
ศึกษาทีส่ �ำคญั แห่งหนึง่ ในอ�ำเภอเมอื งนนทบรุ ี เมอ่ื วนั ที่ ๘ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๐๙
ในภาพน้ี กำ� ลงั ทอดพระเนตรงตู ่าง ๆ ในสวนงู ซึง่ เป็นแผนกหนงึ่ ของสถานทเ่ี ทยี่ วแหง่ นี้ โดยมี
นายทวี บุณยเกตุ ประธานสภารา่ งรฐั ธรรมนญู และผูว้ า่ ราชการจังหวัดนนทบรุ เี ปน็ ผู้เฝา้ รับเสด็จ
“ทมิ แลนด”์ เป็นธุรกจิ ของนายเติม ทบั ทมิ ทอง ทจ่ี ดั ไวเ้ พือ่ แสดงสภาพการณ์อาชพี ในภาคตา่ ง ๆ
ของเมอื งไทย รวมท้งั แสดงประเพณีและวัฒนธรรมไทยกบั ชีวติ สัตวต์ ่าง ๆ ในเมืองไทยดว้ ย


Click to View FlipBook Version