The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มสธ_นนทบุรีศรีมหานคร (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by boomklinsukhon20, 2021-05-17 22:14:58

มสธ_นนทบุรีศรีมหานคร (1)

มสธ_นนทบุรีศรีมหานคร (1)

นนทบรุ ศี รีมหานคร 45

เมอื งนนทบรุ ี สงั กัดกระทรวงนครบาล
วันท่ี ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๕ ไดม้ ปี ระกาศพระบรมราชโองการให้ตงั้ กระทรวง ๑๐ กระทรวง กระทรวง
นครบาลเปน็ กระทรวงทต่ี งั้ ขนึ้ ในครงั้ น้ี กระทรวงนครบาลมหี นา้ ทดี่ แู ลในเขตกรงุ เทพพระมหานครและเมอื งทอ่ี ยู่
ในเขตปริมณฑลของกรงุ เทพพระมหานคร ไดแ้ ก่
- เมืองนนทบุรี เมืองปทุมธานี เมืองนครเขื่อนขันธ์ (ปัจจุบันคือ อ�ำเภอพระประแดง เดิมเป็น

เมอื งนครเขอื่ นขันธ)์ และเมอื งสมทุ รปราการ
- สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหม่ืนนเรศวรฤทธ์ิ ทรงด�ำรงต�ำแหน่งเสนาบดีกระทรวงนครบาล

เมืองนนทบรุ ีจึงสงั กัดอยใู่ นกระทรวงนครบาลตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๕

เมอื งนนทบุรสี งั กดั มณฑลกรุงเทพฯ ตัง้ แต่ พ.ศ. ๒๔๔๙ เปน็ ต้นมา
ในสว่ นการปกครองภายในทอ้ งท่ีนนั้ โปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราขอ้ บังคับลักษณะปกครองหวั เมือง ร.ศ. ๑๑๖
ออกมาใชเ้ ม่อื พ.ศ. ๒๔๔๐ โดยกำ� หนดใหจ้ ัดแบ่งมณฑลเปน็ เมือง แต่ละเมืองแบง่ การปกครองออกเปน็ อำ� เภอ
แต่ละอ�ำเภอแบ่งการปกครองออกเป็นต�ำบล แต่ละต�ำบลแบ่งการปกครองออกเป็นหมู่บ้าน มีผู้ว่าราชการเมือง
นายอำ� เภอ กำ� นัน ผู้ใหญ่บา้ น เปน็ ผ้บู งั คับบญั ชาปกครองดแู ลลดหลั่นกนั มาตามลำ� ดบั
พ.ศ. ๒๔๔๙ โปรดเกล้าฯ ให้จดั แบง่ การบริหารบา้ นเมอื งเป็นมณฑล ๑๘ มณฑล อาทิ มณฑลกรงุ เทพฯ
มณฑลพิษณโุ ลก มณฑลราชบุรี ฯลฯ ประกอบดว้ ยเมืองต่าง ๆ ๘๓ หัวเมือง
ส�ำหรับต�ำแหน่งผู้ว่าราชการเมือง เรียกกันท่ัวไปว่า กรมการเมือง เช่นเดียวกับนายอ�ำเภอ เรียกว่า
กรมการอำ� เภอ ดงั ปรากฏในพระราชนพิ นธเ์ รอ่ื ง เสดจ็ ประพาสตน้ ครงั้ ท่ี ๒ เสดจ็ ทวี่ ดั เขมาภริ ตาราม เมอื งนนทบรุ ี
เมอื่ วันท่ี ๒๗ - ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๐ ทว่ี ่า

“วนั ที่ ๒๘ เช้าโมงครง่ึ ถา่ ยรปู รับพวกกรมการผใู้ หญบ่ า้ น
และพระวินัยรักขิต ถวายเงินชง่ั ๑ แลว้ ลงเรอื
ไปตลาดบางเขน ถา่ ยรปู ทดี่ า่ นภาษี...”

จากพระบรมราโชบายของพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหม้ กี ารปฏริ ปู ราชการ
ปกครองของประเทศดังกล่าวข้างต้น เมืองนนทบุรีต้ังแต่ พ.ศ. ๒๔๒๘ เป็นต้นมา จึงมีรูปแบบการปกครอง
โดยแบ่งการปกครองเป็นแขวง (อำ� เภอ) ตา่ ง ๆ ดังนี้

๑. แขวงตลาดขวญั
๒. แขวงมหาสวัสดิ์
๓. แขวงบา้ นแหลมใหญ่ และเกาะศาลากุน

46 นนทบุรศี รมี หานคร

อาณาเขตของเมอื งนนทบรุ ีในสมัยรชั กาลที่ ๕ ถงึ รัชกาลท่ี ๖
จากรายงานของพระกรุงศรีบุรีรักษ์ ข้าหลวงรักษาราชการเมืองนนทบุรี รายงานมหาอ�ำมาตย์เอก
เจา้ พระยายมราช (ปน้ั สขุ ุม) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘ ไดก้ ล่าวถงึ อาณาเขตของเมืองนนทบรุ ี เม่ือ พ.ศ. ๒๔๕๘ ดังนี้

“ด้านตะวันตกติดต่อกับนครปฐม ด้านเหนือติดต่อกับเมืองปทุมธานี แต่อาณาเขตในเวลานี้
(พ.ศ. ๒๔๕๘) ด้านตะวันตก และด้านเหนือ เปลยี่ นรูปแบบจากอาณาเขตเดมิ ดว้ ยเหตุผล เมืองท่ขี น้ึ อย่ใู น
เมอื งนนท์ ไดท้ ำ� นารกุ ทป่ี า่ ทงุ่ ฝง่ั ตะวนั ตก ไปจนแดนกระทมุ่ หลกั ไชย และกระทมุ่ ชา้ งสพี น้ ปา่ กระทมุ่ มดื ออกไป
โอบเมืองปทุมไปทางทิศเหนือ นับว่าอาณาเขตได้รุกเข้าไปในแดนของเมืองนครปฐม เมืองปทุม แลกรุงเก่า
อาณาเขตท่เี ปลยี่ นแปลงใหม่ จึงเป็นดงั นค้ี อื

ดา้ นตะวนั ออกและดา้ นใต้ ตดิ ตอ่ กรงุ เทพฯ พรมแดนกนั ทค่ี ลองเปรมประชากรคนละฝง่ั คลองจบั ตงั้ แต่
สถานหี ลักหกจนถึงสถานีบางเขนตอนหน่งึ

ดา้ นใตจ้ บั ตง้ั แตส่ ถานบี างเขน ตรงไปตามคลองบางเขน (เขตจงั หวดั นนทบรุ ดี า้ นใตท้ างฝง่ั ตะวนั ออก
ของแม่น้ำ� เจ้าพระยา) ออกปากคลอง (บางเขน) ล่องลงไปข้ามฟาก เขา้ คลองวดั ละมุด (วดั วมิ ุตยิ ารามเชิง
สะพานพระราม ๖) ไปออกคลองวดั พกิ ลุ เขา้ คลองสวนแดน ไปประจบทางรถไฟสายเพชรบรุ สี ดุ ทคี่ ลองทววี ฒั นา
ไปเข้าคลองนราภิรมย์ กับเขา้ ไปวัดเทพเฉลมิ วกไปตามคลองเจา้ คลองขนุ ศรี ไปออกล�ำลาดสวาย ตดั ตรงไป
กระทุม่ หลักไชย (อำ� เภอลาดบวั หลวง จังหวัดพระนครศรอี ยุธยา)

ด้านเหนือพรมแดนกับกรุงเก่า ตั้งแต่ปลายคลองหม่อมแช่มตัดไปตามทุ่งนา ตามคลอง ๑ แลคลอง
ขุนศรี เป็นหมดเขตกรุงเก่าเข้าเขตปทุม โอบเมืองปทุม ตามทุ่งนา ตามล�ำกล�่ำ ตัดตรงมาวัดกระโจม มา
คลองบางตะไนย ออกปากคลองคนละฝง่ั แมน่ ำ้� เจา้ พระยา มาปนั กนั ทค่ี ลองบา้ นใหมต่ ลาดเนอ้ื ใตว้ ดั เทยี นถวาย
ตามล�ำคลองมาตกคลองเปรมประชากร”

เมอื งนนทบรุ เี มอื่ เรมิ่ แบ่งการปกครองเป็นแขวง (ซง่ึ ต่อมาเปน็ อำ� เภอ) มีเขตการปกครอง ๔ แขวง แตล่ ะ
แขวงมีอาณาเขต ดงั นค้ี ือ

๑. แขวงตลาดขวัญ พ้ืนที่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น�้ำเจ้าพระยาทั้งหมดอยู่ในเขตปกครองของแขวง
ตลาดขวัญ ซึ่งมอี าณาเขต ดังน้ี

ทิศตะวันออก ติดคลองเปรมประชากร กรงุ เทพมหานคร
ทิศใต้ จดคลองบางเขน กรุงเทพมหานคร
ทศิ เหนือ จดคลองบ้านใหม่ตลาดเนอ้ื เมอื งปทมุ ธานี
ทศิ ตะวันตก จดแม่นำ้� เจา้ พระยา แขวงมหาสวัสด์ิ แขวงบา้ นแหลมใหญ่ และเกาะศาลากุน
๒. แขวงมหาสวสั ดิ์ พื้นทฝี่ ง่ั ตะวันตกของแม่น�ำ้ เจา้ พระยาตอนลา่ งทัง้ หมด อยู่ในเขตปกครองของแขวง
มหาสวัสด์ิ มีอาณาเขต ดงั นี้
ทศิ เหนือ จดคลองบางบัวทอง แขวงบ้านแหลมใหญแ่ ละเกาะศาลากนุ
ทศิ ใต ้ จดคลองวดั ละมดุ (วัดวมิ ตุ ยิ าราม) คลองวดั พกิ ุล คลองสวนแดน ธนบุรี
ทศิ ตะวันออก จดล�ำนำ้� เจ้าพระยา แขวงตลาดขวัญ
ทิศตะวันตก จดคลองทววี ัฒนา จังหวัดนครปฐม

นนทบุรศี รีมหานคร 47

๓. แขวงบ้านแหลมใหญ่ และเกาะศาลากุน พื้นท่ีฝั่งตะวันตกของแม่น้�ำเจ้าพระยาตอนบนทั้งหมด
และเกาะศาลากนุ (เกาะเกรด็ ) อยใู่ นเขตปกครองของแขวงบา้ นแหลมใหญ่ และเกาะศาลากนุ มอี าณาเขต ดังน้ีคือ

ทศิ เหนอื จดคลองบางตะไนย์ เมืองปทุมธานี และพระนครศรีอยธุ ยา
ทิศใต้ จดแขวงมหาสวสั ดิ์ และเมอื งนครปฐม
ทศิ ตะวนั ออก จดแม่นำ้� เจ้าพระยา แขวงตลาดขวัญ
ทิศตะวนั ตก จดเมืองนครปฐม
กระทรวงนครบาล ได้ดำ� เนนิ การสนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั
ในการจดั การปฏริ ปู การปกครองจงั หวดั ตา่ ง ๆ ในสว่ นทเี่ ปน็ หวั เมอื งปรมิ ณฑลทง้ั ๔ เมอื ง ซงึ่ รวมทงั้ เมอื งนนทบรุ ดี ว้ ย
และการบรหิ ารขน้ึ ตรงตอ่ องคเ์ สนาบดกี ระทรวงนครบาล ทงั้ นเ้ี พอ่ื ใหเ้ ปน็ การกระจายอำ� นาจในการบรหิ าร ซง่ึ เดมิ
มศี นู ย์รวมอยทู่ พี่ ระมหากษัตรยิ ์ให้ไปอยูก่ บั คณะบคุ คล และท�ำงานใกลช้ ิดประชาชนมากขน้ึ

โปรดเกล้าฯ ใหม้ กี ารกระจายอ�ำนาจการปกครองถึงชุมชนระดับหมู่บ้าน
นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งส�ำคัญที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการปกครองบ้านเมือง พระบาทสมเด็จ
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ลิ กั ษณะการปกครองทอ้ งท่ี ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐)
ตามพระราชบญั ญตั ฉิ บบั นี้ ไดก้ ำ� หนดใหม้ กี ารแบง่ การปกครองภายในแตล่ ะเมอื ง ซงึ่ มขี า้ หลวงรกั ษาราชการเปน็
หัวหน้ารวมกับกรมการเมืองรับผิดชอบงานราชการของเมือง เมืองแบ่งการปกครองเป็นอ�ำเภอ ซ่ึงมีนายอ�ำเภอ
เป็นหัวหน้า รบั ผดิ ชอบราชการภายในแต่ละอ�ำเภอ อ�ำเภอหน่ึง ๆ แบง่ การบรหิ ารเป็นตำ� บล และหมบู่ า้ น มกี ำ� นนั
และผใู้ หญบ่ า้ น เปน็ หวั หนา้ รบั ผดิ ชอบงานของตำ� บล และหมบู่ า้ นตามลำ� ดบั โดยเฉพาะอย่างยงิ่ การไดม้ าซ่ึงบคุ คล
ทจ่ี ะดำ� รงตำ� แหนง่ เปน็ ผใู้ หญบ่ า้ น ใหร้ าษฎรในหมบู่ า้ นเปน็ ผเู้ ลอื ก เปน็ การวางพน้ื ฐานประชาธปิ ไตยใหป้ ระชาชน
รู้จกั วธิ กี ารเลือกตัวแทนมา บรหิ ารบ้านเมอื งตามหลกั การปกครองแบบประชาธิปไตย

การเปล่ยี นแปลงอาณาเขตของจงั หวัดนนทบุรใี นช่วงเวลาตงั้ แตส่ มัยรัชกาลที่ ๖ เปน็ ต้นมา
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้มีการปรับปรุงระบบการปกครอง
บา้ นเมอื งใหม่ มกี ารปรับปรงุ พระราชบญั ญัตลิ ักษณะปกครองทอ้ งที่ อาณาเขตของจงั หวดั นนทบุรี มกี ารก�ำหนด
เขตใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านตะวันออกท่ีมีเขตติดต่อกับกรุงเทพมหานคร เดิมแบ่งเขตระหว่างจังหวัด
นนทบรุ แี ละกรงุ เทพมหานครทค่ี ลองเปรมประชากร แตไ่ ดเ้ ปลย่ี นแปลงใหมโ่ ดยใหแ้ บง่ เขตทค่ี ลองประปา ฝง่ั คลอง
ประปาดา้ นทศิ ตะวนั ออกอยใู่ นเขตปกครองของกรงุ เทพมหานคร ฝง่ั ตะวนั ตกของคลองประปาอยใู่ นเขตปกครอง
ของจงั หวดั นนทบุรี
ทางด้านทิศใต้ท่ีแบ่งเขตแดนระหว่างกรุงเทพมหานครท่ีคลองสวนแดน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
ไดเ้ ปล่ยี นแปลงใหม่ โดยใชค้ ลองมหาสวสั ดเิ์ ป็นแนวเขตแดนระหว่างกรงุ เทพมหานคร ฝงั่ ใตข้ องคลองมหาสวสั ด์ิ
อยู่ในเขตปกครองของกรงุ เทพมหานคร ฝ่ังเหนอื ของคลองมหาสวัสด์อิ ยใู่ นเขตปกครองของจงั หวัดนนทบรุ ี
ทางด้านตะวันตกของจังหวัดนนทบุรี ในปัจจุบันน้ีติดต่อกับอ�ำเภอบางเลน อ�ำเภอพุทธมณฑล จังหวัด
นครปฐม อำ� เภอลาดบัวหลวง จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา
ทางดา้ นทศิ เหนอื ตดิ ตอ่ กบั ตำ� บลหนา้ ไม้ ตำ� บลคลองพระอดุ ม อำ� เภอลาดหลมุ แกว้ ตำ� บลบางควู ดั อำ� เภอ
เมอื งปทมุ ธานี จงั หวดั ปทุมธานี และตำ� บลบางกะดี จังหวัดปทุมธานี

48 นนทบุรศี รมี หานคร

แผนท่อี าณาเขตเมอื งนนทบรุ ี สมยั รชั กาลท่ี ๕

นนทบุรีศรีมหานคร 49

การปฏริ ปู การปกครองในจงั หวัดนนทบรุ คี รงั้ รชั กาลท่ี ๕ จนถงึ ปจั จบุ ัน

การปกครองเมืองนนทบรุ ีก่อนการประกาศใชพ้ ระราชบัญญัตลิ ักษณะปกครองทอ้ งท่ี ร.ศ. ๑๑๖
สำ� หรบั จงั หวดั แตเ่ ดมิ ใชค้ ำ� วา่ เมอื ง สว่ นอำ� เภอ แตก่ อ่ นเรยี กวา่ แขวง ตอ่ มาจงึ มาใชค้ ำ� วา่ อำ� เภอ แทนแขวง
ในระยะแรก ๆ กอ่ นมกี ารปฏริ ปู การปกครองตามพระราชบญั ญตั ลิ กั ษณะปกครอง ร.ศ. ๑๑๖ เมอื งนนทบรุ ี
มขี า้ หลวงรกั ษาราชการเมอื งนนทบรุ เี ปน็ ผบู้ รหิ ารระดบั สงู ของเมอื งนนทบรุ ี และแบง่ การปกครองเปน็ แขวงตา่ ง ๆ ดงั น้ี
๑. แขวงตลาดขวญั
๒. แขวงมหาสวัสด์ิ
๓. แขวงบางคูเวยี ง
๔. แขวงบ้านแหลมใหญ่และเกาะศาลากุน

การปกครองเมอื งนนทบรุ ีหลัง ร.ศ. ๑๑๖
คร้ันต่อมามีการเปล่ียนแปลงเขตพ้ืนที่ของการปกครองของแขวงต่าง ๆ และใช้ค�ำว่าอ�ำเภอ แทนแขวง
ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) เมืองนนทบุรีแบ่งเขตการปกครองเป็น
๔ อำ� เภอ คอื
๑. อำ� เภอตลาดขวญั พนื้ ทต่ี อนเหนอื คลองบางตลาดไดไ้ ปอยู่ในเขตปกครองของอ�ำเภอปากเกรด็ โดยมี
คลองบางตลาดเปน็ คลองแบง่ เขตการปกครอง ดา้ นทศิ อนื่ ๆ คงเดมิ ทต่ี งั้ ของแขวงตลาดขวญั ตงั้ อยทู่ บี่ า้ นตลาดขวญั
๒. อำ� เภอปากเกรด็ (เดมิ คอื แขวงบา้ นแหลมใหญแ่ ละเกาะศาลากนุ ) พน้ื ทที่ างตอนเหนอื ของคลองบางตลาด
ทง้ั หมดถงึ เขตจงั หวดั ปทุมธานีอยู่ในเขตปกครองของอำ� เภอปากเกรด็ ด้านทศิ อื่น ๆ คงเดิม ท่ตี ง้ั อ�ำเภอปากเกร็ด
ต้งั อย่ทู ว่ี ดั สนามเหนือ อำ� เภอปากเกร็ด
๓. อำ� เภอบางใหญ่ แขวงมหาสวสั ดไิ์ ดเ้ ปลย่ี นเปน็ อำ� เภอบางใหญ่ ทวี่ า่ การอำ� เภอบางใหญต่ งั้ อยทู่ ว่ี ดั โตนด
(ปจั จุบันอยู่ในอำ� เภอบางกรวย จังหวัดนนทบรุ ี)
๔. อำ� เภอบางคเู วยี ง สถานทตี่ ง้ั ทวี่ า่ การอำ� เภอบางคเู วยี งอยทู่ ตี่ ำ� บลทา่ อฐิ (ปจั จบุ นั อยใู่ นอำ� เภอปากเกรด็
จงั หวดั นนทบรุ ี)
พ.ศ. ๒๔๔๒ มีการยกฐานะบ้านบางบัวทองเปน็ อำ� เภอบางบัวทอง เมืองนนทบุรีเม่ือ พ.ศ. ๒๔๔๒ จงึ แบ่ง
เขตการปกครองเป็น ๕ อำ� เภอ ดงั น้ี

๑. อ�ำเภอตลาดขวญั
๒. อำ� เภอปากเกร็ด
๓. อำ� เภอบางใหญ่ (ปัจจุบนั เปน็ อ�ำเภอบางกรวย)
๔. อ�ำเภอบางคูเวยี ง
๕. อ�ำเภอบางบัวทอง

50 นนทบุรีศรมี หานคร

จังหวัดนนทบรุ มี ฐี านะเปน็ จงั หวัดรอบนอกของกรงุ เทพพระมหานคร
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หู ัว โปรดเกล้าฯ ให้ยกเลกิ มณฑลกรงุ เทพฯ เมื่อวนั ที่ ๒๑ ตุลาคม
พ.ศ. ๒๔๕๘ ให้เมืองธัญบุรี และเมืองปทุมธานีข้ึนกับกระทรวงมหาดไทย ส่วนเมืองนนทบุรีให้มีฐานะเป็นเมือง
ทีส่ งั กดั กรงุ เทพพระมหานคร และใหใ้ ชค้ ำ� วา่ จงั หวดั นนทบรุ ี ดงั ปรากฏในมาตรา ๓ แหง่ ประกาศขยายเขตกรงุ เทพ
พระมหานคร ดงั น้ี
ให้แบง่ เขตกรุงเทพพระมหานครออกเปน็ จงั หวดั ดงั นี้ คอื กรงุ เทพฯ ฝั่งตะวนั ออกล�ำน้ำ� เจ้าพระยาเป็น
จงั หวดั พระนคร กรงุ เทพฯ ฝ่ังตะวันตกเปน็ จงั หวดั ธนบรุ ี
แบ่งรอบนอกเป็นจังหวดั นนทบรุ ี จงั หวัดมนี บรุ ี จงั หวัดพระประแดง จงั หวัดสมุทรปราการ
จังหวัดนนทบุรีในช่วงระยะเวลาน้ันจึงสังกัดกรุงเทพพระมหานครในฐานะเป็นจังหวัดรอบนอกกรุงเทพ
พระมหานคร แลว้ ใชช้ ่ือจังหวัดนนทบุรี แทน เมอื งนนทบุรีมาจนถงึ ปจั จบุ นั นี้

หนงั สือทำ� เนียบท้องท่ี กรงุ เทพมหานคร พระพทุ ธศักราช ๒๔๖๑
แสดงใหเ้ ห็นวา่ จังหวดั นนทบรุ ี สงั กดั กรงุ เทพมหานคร กระทรวงนครบาล

นนทบรุ ีศรีมหานคร 51

พ.ศ. ๒๔๖๐ ทางราชการได้ตั้งกิ่งอ�ำเภอบางแม่นาง แยกต�ำบลบางแม่นาง ต�ำบลบางม่วง จากอ�ำเภอ
บางใหญ่ (ช่อื เดมิ ของอ�ำเภอบางกรวย) ตำ� บลเสาธงหนิ ตำ� บลบางใหญ่ และตำ� บลบ้านใหม่ อ�ำเภอบางบัวทอง
รวม ๕ ตำ� บล ยกฐานะขน้ึ เปน็ กงิ่ อำ� เภอ เรยี กวา่ กง่ิ อำ� เภอบางแมน่ าง ขนึ้ อยกู่ บั อำ� เภอบางใหญ่ (ชอื่ เดมิ ของอำ� เภอ
บางกรวย)

วนั ที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๔ ก่ิงอ�ำเภอบางแม่นาง ได้ยกฐานะเปน็ อำ� เภอบางแมน่ าง
ดงั นัน้ เม่อื วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๔ จงั หวดั นนทบุรี แบง่ เขตการปกครองเปน็ อำ� เภอตา่ ง ๆ ดังน้ี

๑. อ�ำเภอเมอื งนนทบรุ ี
๒. อ�ำเภอปากเกรด็
๓. อ�ำเภอบางใหญ่ (ปัจจุบนั เปน็ อ�ำเภอบางกรวย)
๔. อ�ำเภอบางบัวทอง
๕. อ�ำเภอบางแม่นาง
วนั ที่ ๑๙ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๗๒ ทางราชการไดเ้ ปลย่ี นชอื่ อำ� เภอบางแมน่ าง เปน็ “อำ� เภอบางใหญ”่ เปลย่ี น
ชื่ออ�ำเภอบางใหญ่ (เดมิ ทตี่ ง้ั อยูท่ วี่ ัดชลอ) เปน็ “อ�ำเภอบางกรวย” ดงั น้ัน ใน พ.ศ. ๒๔๗๒ จังหวดั นนทบุรแี บ่ง
เขตการปกครองออกเปน็ อำ� เภอตา่ ง ๆ ดงั น้ี
๑. อ�ำเภอเมอื งนนทบุรี
๒. อำ� เภอปากเกร็ด
๓. อำ� เภอบางกรวย
๔. อำ� เภอบางใหญ่
๕. อ�ำเภอบางบัวทอง

จังหวดั นนทบุรี สงั กดั กระทรวงมหาดไทย
ในรชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๗๖ ภายหลงั การเปลยี่ นแปลงการปกครอง
ไดม้ ีประกาศยกเลิกมณฑลต่าง ๆ ทว่ั ประเทศ ให้จังหวดั ต่าง ๆ ไปสงั กดั กระทรวงมหาดไทย จงั หวดั นนทบรุ จี ึงไป
สงั กดั กระทรวงมหาดไทยจนถงึ ปัจจบุ นั น้ี
พ.ศ. ๒๔๙๒ ทางราชการได้ตงั้ กง่ิ อำ� เภอไทรนอ้ ย ซงึ่ อยู่ในเขตปกครองของอ�ำเภอบางบวั ทอง ตอ่ มา
พ.ศ. ๒๔๙๙ จงึ ไดย้ กฐานะเปน็ อ�ำเภอไทรน้อย

คนเมอื งนนท์ไดเ้ ป็นคนกรงุ เทพฯ อีกครงั้ เปน็ คร้ังท่สี อง
วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๖ มีพระราชบัญญัติให้ยุบจังหวัดนนทบุรี ก�ำหนดให้อ�ำเภอเมืองนนทบุรี
และอ�ำเภอปากเกรด็ ไปข้ึนอยู่ในจังหวัดพระนคร อำ� เภอบางกรวย อ�ำเภอบางใหญ่ และอ�ำเภอบางบวั ทองไปขน้ึ
อยู่ในจงั หวัดธนบุรี อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี เปล่ยี นเป็นอำ� เภอนนทบุรี

52 นนทบุรีศรมี หานคร

คนเมอื งนนท์ได้กลับมาเปน็ คนเมอื งนนท์ตามเดิม

วนั ท่ี ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ มพี ระราชบญั ญตั จิ ดั ตง้ั จงั หวดั นนทบรุ ขี นึ้ อกี อำ� เภอนนทบรุ จี งึ ไดเ้ ปลยี่ น
เปน็ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี สว่ นอำ� เภออนื่ ๆ ทอี่ ยใู่ นเขตปกครองของจงั หวดั นนทบรุ ี ไมม่ กี ารเปลย่ี นแปลง ขณะนน้ั
จังหวัดนนทบุรีแบ่งการปกครองเป็นอ�ำเภอเมืองนนทบุรี อ�ำเภอปากเกร็ด อ�ำเภอบางบัวทอง อ�ำเภอบางกรวย
และอ�ำเภอบางใหญ่ รวม ๕ อ�ำเภอ

พ.ศ. ๒๔๙๒ จังหวัดนนทบุรีแบ่งการปกครองเปน็ ๕ อำ� เภอ และ ๑ กิง่ อ�ำเภอ ดงั น้ี
๑. อ�ำเภอเมืองนนทบุร ี ๓. อำ� เภอบางกรวย ๕. อำ� เภอบางบวั ทอง
๒. อำ� เภอปากเกรด็ ๔. อำ� เภอบางใหญ่ ๖. กิ่งอ�ำเภอไทรนอ้ ย

วันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๙ กระทรวงมหาดไทย ได้ยกฐานะกง่ิ อำ� เภอไทรนอ้ ยเป็น อ�ำเภอไทรน้อย

การบรหิ ารการปกครองสว่ นภมู ิภาคของจังหวดั นนทบรุ ี ๕. อ�ำเภอบางบวั ทอง
ปจั จบุ ัน จงั หวัดนนทบรุ ี แบง่ เขตการปกครองเป็น ๖ อำ� เภอ ดังน้ี ๖. อำ� เภอไทรน้อย

๑. อ�ำเภอเมืองนนทบุร ี ๓. อำ� เภอบางกรวย
๒. อ�ำเภอปากเกรด็ ๔. อำ� เภอบางใหญ่

สถานท่ตี งั้ เมืองนนทบรุ ีต้ังแต่สมัยอยธุ ยาถึงปจั จบุ นั

จงั หวดั นนทบรุ ี ตง้ั แตเ่ มอ่ื สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดทิ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ยกฐานะบา้ นตลาดขวญั ขน้ึ เปน็
เมืองนนทบุรีสืบต่อมาจนเป็นจังหวัดนนทบุรี ในปัจจุบันนี้ สถานท่ีต้ังเมืองนนทบุรี และจังหวัดนนทบุรี มีดังนี้

สถานทต่ี ง้ั เมืองนนทบรุ ี แห่งแรก
เม่ือ พ.ศ. ๒๐๙๒ ในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดแิ ห่งกรุงศรอี ยธุ ยา โปรดเกลา้ ฯ “ให้เอาบา้ นตลาด
ขวญั ตัง้ เป็นเมอื งนนทบรุ ”ี สถานท่ีต้งั เมอื งนนทบรุ เี มือ่ แรกตงั้ เป็นเมืองนนทบุรีที่บ้านตลาดขวัญ ที่ท�ำการเมอื ง
อยู่ริมแม่น�้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก บรเิ วณปากคลองบางซอื่ วดั กลางบางซอ่ื โดยมวี ดั หวั เมอื ง (วดั เทพอรุ มุ ภงั ค)์
ปจั จบุ นั เปน็ ทตี่ งั้ โรงพยาบาลพระนง่ั เกลา้ อยู่ทางทศิ เหนือ และมีวดั ทา้ ยเมืองอย่ทู างทศิ ใต้

สถานท่ีตง้ั เมืองนนทบรุ แี ห่งทสี่ อง
ต่อมา เมื่อ พ.ศ. ๒๑๗๙ มีการขุดคลองลัดเชื่อมแม่น�้ำเจ้าพระยา ตรงบริเวณท่ีแม่น�้ำไหลวกโค้งอ้อม
ขุดเป็นคลองลัดจากวัดท้ายเมืองไปทางใต้ถึงวัดเขมาภิรตาราม คลองลัดได้ขยายเป็นแม่น�้ำสายใหม่ข้ึน บริเวณ
บ้านตลาดขวัญจึงเกิดเป็นทางแยกของล�ำน้�ำสามสายมาบรรจบกันเป็นสามแยก แยกหนึ่งคือ แม่น้�ำเจ้าพระยา
ท่ีไหลมาจากทางเหนือ จากอ�ำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี แยกที่สอง แม่น้�ำเจ้าพระยาสายเดิมท่ีไหลไปทาง
อ�ำเภอบางใหญ่ อ�ำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ไปทางใต้สู่คลองบางกอกน้อย และเมืองธนบุรีลงสู่อ่าวไทย
แยกทสี่ ามคือ แมน่ ำ้� เจา้ พระยาสายใหมท่ เ่ี กิดจากการขดุ คลองลดั จากวดั ท้ายเมอื งไปวดั เขมาภริ ตาราม
สภาพลำ� นำ�้ ทเ่ี ปน็ ทางแยกเปน็ เสน้ ทางทมี่ ผี ลตอ่ ความมนั่ คงของบา้ นเมอื ง ทำ� ใหข้ า้ ศกึ ประชดิ พระนครไดง้ า่ ย
ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นช่วงเวลาท่ีมีชาวต่างชาติจากหลายประเทศเดินทางมากรุงศรีอยุธยา
เป็นจ�ำนวนมาก เพื่อความม่ันคงของชาติและเพื่อควบคุมดูแลเร่ืองการค้ากับชาวต่างชาติ ดังนั้น สมเด็จ
พระนารายณ์มหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างป้อมทับทิมท่ีเมืองนนทบุรีตรงใกล้ทางแยกสามแยกของแม่น�้ำ
เจ้าพระยาดังกล่าวข้างต้น เมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๘ ป้อมท่ีสร้างข้ึนตั้งอยู่สองฝั่งปากทางแยกของล�ำแม่น�้ำเจ้าพระยา
สายใหมม่ าบรรจบกบั แมน่ ำ้� เจา้ พระยาสายเดมิ โปรดเกลา้ ฯ ใหย้ า้ ยเมอื งนนทบรุ มี าตงั้ อยทู่ างฝง่ั ตะวนั ตกของแมน่ ำ�้

นนทบรุ ีศรมี หานคร 53

เจา้ พระยาใกลท้ างแยกแมน่ ำ�้ เจา้ พระยาเดมิ (คลองออ้ ม หรอื คลองแมน่ ำ้� ออ้ มในปจั จบุ นั ) เมอื งนนทบรุ แี หง่ ทส่ี องน้ี
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น�้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกตรงข้ามกับที่ตั้งเมืองนนทบุรีแห่งแรก ปัจจุบันอยู่ตอนเหนือวัดเฉลิม
พระเกยี รติ ตำ� บลบางศรเี มอื ง อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ ี ยังคงมศี าลหลกั เมืองอย่จู นถงึ ปจั จบุ นั

สถานทีต่ ง้ั เมืองนนทบุรแี ห่งทสี่ าม
เม่ือกรงุ ศรีอยธุ ยาถูกท�ำลายจากกองทัพพม่า เม่อื พ.ศ. ๒๓๑๐ กรงุ เทพมหานครไดเ้ ปน็ ราชธานีของไทย
ตอ่ มา เน่อื งจากกรงุ เทพมหานครตั้งอยู่ทางใตเ้ มืองนนทบรุ ี ดังน้นั ความเป็นเมืองหน้าด่านจากปากนำ้� เจ้าพระยา
สู่พระนครหลวงจึงเปลี่ยนแปลงไป พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมือง
นครเขื่อนขนั ธ์ (พระประแดง) พร้อมปอ้ มและก�ำแพงเมือง เพอื่ เปน็ ปราการแก่กรงุ เทพมหานคร โปรดเกลา้ ฯ ให้
ชาวมอญเมอื งนนทบรุ แี ละเมอื งปทมุ ธานไี ปอยทู่ เี่ มอื งนครเขอื่ นขนั ธ์ ครง้ั ถงึ รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้
เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ รา้ งปอ้ มพระจลุ ทป่ี ากนำ�้ เจา้ พระยาเพอื่ เปน็ ปราการปอ้ งกนั กรงุ เทพมหานครทอ่ี ยใู่ กล้
ปากนำ้� เจ้าพระยา

บทบาทของการป้องกันพระนครของเมือง แผนทบ่ี รเิ วณตำ� แหนง่ ทต่ี ง้ั เรอื นแพหนา้ บา้ น
นนทบุรีจึงลดบทบาทลง ป้อมทับทิมที่เมืองนนทบุรี พระยารษั ฎานกุ ลู (นายอากรอนิ )
ไม่ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า รมิ แมน่ ำ้� เจา้ พระยา ทอ่ี ยใู่ กลบ้ า้ นพระยาไกรโกษา
เจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ร้ือ และน�ำอิฐมาสร้าง (อนเุ คราะหภ์ าพโดย รองศาสตราจารยภ์ าสนิ ี เปย่ี มพงศส์ านต)์

วัดเฉลิมพระเกียรติ จวนเจ้าเมืองนนทบุรีคงอยู่เป็น
ทท่ี ำ� การเมอื งใกลศ้ าลหลกั เมอื ง ปากคลองแมน่ ำ�้ ออ้ ม

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองนนทบุรีจากฝั่งตะวันตก
ของแม่น�้ำเจ้าพระยาใกล้ปากคลองแม่น้�ำอ้อม
เหนือวัดเฉลิมพระเกียรติมาตั้งอยู่ท่ีบ้านตลาดขวัญ
ใกล้วัดมะขามโพรงทางด้านใต้ของวัดท้ายเมือง
เหตุที่ต้องย้ายเมืองนนทบุรีมาตั้งอยู่ท่ีบ้านตลาดขวัญ
เพราะสถานที่ต้ังเมืองนนทบุรีที่ปากคลองแม่นำ�้ อ้อม
เปน็ ทห่ี า่ งจากชมุ ชน และมชี มุ ชนนอ้ ย แตบ่ รเิ วณบา้ น
ตลาดขวญั เปน็ ยา่ นชมุ ชนใหญ่ มวี ดั ในบรเิ วณนห้ี ลายวดั

พ.ศ. ๒๔๒๖ โปรดเกล้าฯ ให้พระยานนทบุรี
ศรีเกษตราราม (ทัด สิงหเสนี* ด�ำรงต�ำแหน่ง
เจา้ เมืองนนทบรุ )ี

ตอ่ มา ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) โปรดเกลา้ ฯ
ใหม้ กี ารปรบั ปรงุ ระบบการบรหิ ารการปกครอง มกี าร
จัดต้ังเป็นมณฑล เมือง แขวง อ�ำเภอ ต�ำบล และ
หมู่บ้าน บริเวณบ้านตลาดขวัญจึงเป็นท่ีตั้งของ
เมืองนนทบรุ ี และทีต่ ง้ั ของแขวงตลาดขวัญ

* ต่อมา พ.ศ. ๒๔๔๙ โปรดเกล้าฯ ให้เล่ือน
บรรดาศกั ดเิ์ ป็นพระยาไกรโกษา

54 นนทบุรศี รีมหานคร

ท่ีท�ำการของข้าหลวงรักษาราชการเมืองนนทบุรีคนแรกในช่วงเวลาแรกที่ย้ายเมืองนนทบุรีมาอยู่ท่ีบ้าน
ตลาดขวญั ครง้ั น้ี ไดใ้ ชเ้ รอื นแพซง่ึ เปน็ ทพี่ ำ� นกั ของขา้ หลวงรกั ษาราชการเมอื งนนทบรุ เี ปน็ ทท่ี ำ� การเมอื งมาจอดอยู่
หน้าบา้ นพระยารัษฎานกุ ูล (นายอากรอนิ ) (บางแหลง่ วา่ พระรัชฎานุกูลภักดี - เจา้ ภาษอี ิน) ทางฝ่งั ตะวันออก
ของแม่น้�ำเจ้าพระยา ทางด้านใต้ใกล้วัดท้ายเมือง วัดมะขามโพรง ที่เป็นท่าเรือบ้านตลาดขวัญในปัจจุบัน
ขณะน้ันยังไม่มีการสร้างที่ท�ำการเมือง หรือศาลากลางจังหวัด และคงใช้บ้านของข้าหลวงฯ เมืองเป็นท่ีท�ำการ
ต่อมาจนถึงครั้งพระกรุงศรีบุรีรักษ์มาเป็นข้าหลวงเมืองนนทบุรีที่ท�ำการเมืองนนทบุรีจึงได้สร้างขึ้นอย่างเป็น
ทางการ เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๔๕

บริเวณท่เี คยเปน็ ทีต่ ้งั เมืองนนทบรุ ีในสมัยรัชกาลท่ี ๕ ที่บา้ นตลาดขวัญ

บรเิ วณทเ่ี คยเป็นท่ตี ้งั เมอื งนนทบุรีในสมัยรัชกาลท่ี ๕ ท่ีบา้ นตลาดขวัญ
สถานทต่ี งั้ เมืองนนทบรุ แี หง่ ที่สี่
พ.ศ. ๒๔๗๑ ทางราชการได้ยา้ ยศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ มี าอยทู่ ีโ่ รงเรียนราชวิทยาลัย ตำ� บลบางขวาง
เนอื่ งจากมกี ารยบุ โรงเรยี นแหง่ น้ี แตอ่ าคารเรยี นของโรงเรยี นราชวทิ ยาลยั แหง่ นม้ี คี วามเหมาะสมทจี่ ะใชเ้ ปน็ สถาน
ทีท่ �ำการของส่วนราชการตา่ ง ๆ ได้ดี ส่วนราชการตา่ ง ๆ จึงมารวมอยู่ในอาคารโรงเรยี นแหง่ นี้ เช่น ที่ทำ� การผู้วา่
ราชการจังหวัด ท่ีว่าการอ�ำเภอเมืองนนทบุรี ศาลจังหวัดนนทบุรี ส�ำนักงานท่ีดินจังหวัดนนทบุรี เทศบาล
เมืองนนทบุรี คลังจังหวัดนนทบุรี เกษตรจังหวัดนนทบุรี โรงเรียนสตรีนนทบุรี เป็นต้น อาคารหลังน้ีเป็น
ศูนยร์ าชการแห่งแรกของจังหวัดนนทบรุ ี

นนทบุรีศรีมหานคร 55

แผนท่จี ังหวัดนนทบุรี
(พ.ศ. ๒๕๐๒)
สถานทต่ี งั้ เมืองนนทบุรีแหง่ ท่หี า้
พ.ศ. ๒๕๓๖ ศาลากลางจังหวดั นนทบุรี ไดย้ ้ายมาต้ังอยู่ท่ศี นู ยร์ าชการจังหวัดนนทบรุ ี ถนนรัตนาธเิ บศร์
ต�ำบลบางกระสอ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
รชั กาลท่ี ๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าอย่หู วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู เมอื่ ทรง
ด�ำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชด�ำเนินแทนพระองค์
ทรงประกอบพิธเี ปิดศาลากลางจังหวดั นนทบุรี เมื่อวนั ที่ ๑๑ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๓๖

ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี
ปจั จุบัน

56 นนทบรุ ีศรีมหานคร

เมอื งนนทบรุ ศี รมี หาอุทยาน

เมอื งผลไม้ เมอื งนนทบรุ ศี รเี กษตราราม

พ้นื ท่ีของเมอื งนนทบุรีท่มี พี ฒั นาการทางธรรมชาติเรมิ่ จากเปน็ ทะเลมากอ่ นแล้วค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงเป็น
ทะเลตม จากทะเลตมมาเปน็ พน้ื ทด่ี นิ ดอน พนื้ ดนิ สว่ นนจ้ี งึ เปน็ พน้ื ทอี่ ดุ มดว้ ยแรธ่ าตอุ นั เปน็ ปยุ๋ ธรรมชาติ เหมาะแก่
การเจริญเติบโตของพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ท้ังพ้ืนดินและน้�ำในแม่น้�ำล�ำคลองท่ีไหลผ่านเมืองนนทบุรีท่ีมีคุณสมบัติ
ลกั จืดลักเค็มเชน่ น้ี จงึ เหมาะแก่การทำ� สวนผลไมแ้ ละเกิดเป็นบ้านเป็นบาง ถน่ิ ฐานย่านชาวสวนกระจายอยทู่ วั่ ไป
ตลอดสองฝั่งแม่น�้ำเจ้าพระยาและสองฝั่งคลองต่าง ๆ ที่เป็นล�ำน�้ำสาขาของแม่น�้ำเจ้าพระยา ถิ่นย่านบ้านสวน
ดงั กล่าวนไ้ี ด้พัฒนาเป็นบ้านตลาดแก้ว บา้ นตลาดขวัญ และเปน็ เมืองนนทบรุ ีเป็นจังหวดั นนทบุรใี นปจั จุบัน

บา้ นตลาดขวญั เปน็ ชมุ ชนชาวสวนมานานกอ่ นทท่ี างราชการจะยกฐานะขน้ึ เปน็ เมอื งนนทบรุ ี เปน็ ดนิ แดน
ทมี่ ีความอุดมสมบรู ณข์ องสวนผลไม้แหลง่ ใหญแ่ ห่งหนึ่งของกรงุ ศรีอยุธยา ความอดุ มสมบรู ณ์ของเมืองผลไมข้ อง
เมอื งนนทบรุ มี ตี ่อเนอ่ื งกนั มาเปน็ เวลายาวนาน แมช้ าวตา่ งประเทศทเี่ ดนิ ทางมาเจรญิ สมั พนั ธไมตรใี นสมยั อยธุ ยา
ได้กล่าวถึงบ้านตลาดขวัญเมืองผลไม้แหล่งใหญ่ของกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏในจดหมายเหตุบันทึกการเดินทาง
ของลาลแู บรช์ าวฝรง่ั เศส ลาลแู บร์ ไดเ้ ดนิ ทางมากรงุ ศรอี ยธุ ยาในรชั สมยั สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช เมอื่ เดนิ ทาง
ผ่านเมอื งธนบรุ ี (บางกอก) และเมืองนนทบรุ ี (ตลาดขวัญ) ได้กลา่ วถงึ สวนผลไม้ท่ีบา้ นตลาดขวญั ดังน้ี

“สวนผลไมท้ บี่ างกอกนน้ั มอี าณาบริเวณยาวไปตามชายฝัง่ โดยทวนขึ้นส่เู มอื งสยามถงึ ๔ ลี้ กระทัง่
จรดตลาดขวญั ทำ� ใหเ้ มอื งหลวงแหง่ นอี้ ดุ มสมบรู ณไ์ ปดว้ ยผลาหาร ซง่ึ ชนพน้ื เมอื งชอบบรโิ ภคกนั นกั หนา...”

เม่ือสมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชทรงสถาปนากรงุ ธนบรุ ี และพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลก
มหาราชทรงสถาปนาบางกอกเปน็ กรงุ รตั นโกสนิ ทรร์ าชธานสี ยาม เมอื งนนทบรุ เี ปน็ เมอื งปรมิ ณฑลของกรงุ ธนบรุ ี
และกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ บา้ นสวนนนทบรุ มี พี ฒั นาการดว้ ยมผี คู้ นมาอยมู่ ากขนึ้ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ชมุ ชนทอ่ี ยตู่ อ่ เนอ่ื ง
กบั ชมุ ชนฝง่ั ธนบุรี เช่น บางบำ� หรุ บางระมาด ตลิง่ ชัน บางขนุ นนท์ บางพลดั บางออ้ ซึ่งเป็นชุมชนชาวสวน สภาพ
พ้ืนที่ของธนบุรีคล้ายคลึงกับสภาพพื้นที่ของบ้านบางกรวย บางขุนกอง บางม่วง บางใหญ่ บางไผ่ บางศรีทอง
บางกร่าง สวนผลไม้จึงขยายไปยังบ้านสวน บางกรวย บางใหญ่ ในขณะเดียวกันทางฝั่งตะวันออกของแม่น�้ำ
เจ้าพระยาตอนเหนือ บ้านบางโพ บางซ่อน ชุมชนชาวสวนได้ขยายบ้านสวนต่อเน่ืองไปทางปากคลองบางเขน
เขตเมอื งนนทบุรี บางตะนาวศรี ตลาดขวญั บ้านสวนเมอื งนนทบรุ ีเหลา่ นที้ ่ีเคยเป็นบา้ นสวนท่ีมชี ื่อมาแตโ่ บราณ
แตโ่ รยราไปเม่ือครั้งเสียกรงุ ศรีอยุธยา ไดฟ้ ้ืนเปน็ ชมุ ชนบา้ นสวนอีกครงั้ ในสมยั ธนบรุ แี ละสมัยต้นรัตนโกสนิ ทร์

เนื่องจากการเป็นเมืองท่ีอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร โดยเฉพาะผลไม้รสชาติดีมากมายของ
เมอื งนนทบรุ ี สรอ้ ยคำ� ตอ่ ทา้ ยชอื่ ของเมอื งนนทบรุ ซี ง่ึ สมยั อยธุ ยา ชอื่ เมอื งนนทบรุ ศี รมี หาสมทุ ร ไดช้ อ่ื สรอ้ ยนามใหม่
ว่าเมืองนนทบรุ ศี รมี หาอุทยาน

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนสร้อยค�ำของเมืองนนทบุรี มีชื่อว่า
เมืองนนทบุรีศรีเกษตราราม เจ้าเมืองนนทบรุ ีมีบรรดาศกั ดิ์ พระยานนทบุรศี รเี กษตราราม

นนทบุรศี รีมหานคร 57

ทงั้ นนทบรุ ศี รมี หาอทุ ยานและนนทบรุ ศี รเี กษตราราม ทงั้ สองชอื่ นยี้ อ่ มแสดงนยั วา่ เมอื งนนทบรุ เี ปน็ เมอื ง
ทอ่ี ุดมสมบูรณด์ ว้ ยไม้ผลและพืชพันธุธ์ ัญญาหารต่าง ๆ

รชั กาลท่ี ๕ เสด็จประพาสตน้ ทีส่ วนกระท้อนเมอื งนนทบรุ ี

พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว เสด็จประพาสสวนที่เมอื งนนทบุรี ดงั ปรากฏในหนงั สือเสด็จ
ประพาสตน้ ในรชั กาลท่ี ๕ ในจดหมายฉบบั ที่ ๒ ของสมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำ� รงราชานภุ าพ ดงั น้ี

“เสดจ็ ออกจากบางปะอนิ เม่ือวนั ท่ี ๑๔ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๓ ล่องมาตามลำ� แมน่ ้ำ� เรอื ฉนั มาล่วงหน้า
ทราบว่าเสด็จประทับวัดปรมัยยิกาวาสครู่หนึ่ง แล้วเลยประพาสสวนสะท้อนของนายบุตรท่ีแม่น�้ำอ้อม
แขวงเมืองนนทบรุ ี ว่ามีสะท้อนดี ๆ ท่ีสวนน้ันมาก ก�ำลังสะท้อนออกผล เจ้าของสวนเชิญเสด็จเก็บสะท้อน
ทราบว่าเป็นท่ีพอพระราชหฤทัย และทรงพระกรณุ าแกเ่ จา้ ของสวนมาก...”

นนทบรุ ีแหลง่ ผลไม้รสดี

ในบรรดาของดเี มอื งนนท์ ผลไมถ้ อื วา่ เปน็ ของดเี มอื งนนทท์ ส่ี รา้ งชอ่ื เสยี งใหแ้ กเ่ มอื งนนทต์ ง้ั แตโ่ บราณกาล
อนั ยาวนานมาจนถงึ ปจั จบุ นั เมอื่ เอย่ ถงึ เมอื งนนทบรุ แี ตไ่ หนแตไ่ รมาจะกลา่ วถงึ เมอื งนนทบรุ วี า่ ทเุ รยี นดตี อ้ งทเุ รยี น
เมอื งนนท์

สภาพพื้นท่ีของจังหวัดนนทบุรีที่เป็นท่ีราบลุ่มมีล�ำน�้ำเจ้าพระยา แม่น้�ำสายหลักไหลผ่านและมีคลองเล็ก
คลองน้อยท่ีแยกเป็นสาขาของเจ้าพระยามหานทีอีกมากมายกระจายอยู่ท่ัวไปตามสองฝั่งล�ำน้�ำ ทุก ๆ ปีล�ำน�้ำ
เจา้ พระยาจะพดั พาธาตอุ าหารอนั โอชะไหลบา่ มาตามสายนำ�้ และมาตกตะกอนอยบู่ รเิ วณพน้ื ทสี่ องฝง่ั เจา้ พระยา
จากนนทบุรีถึงปากน้�ำเจ้าพระยา ประกอบกับเมืองนนทบุรีตั้งอยู่ไม่ไกลจากปากน�้ำเจ้าพระยา การไหลบ่าของ
กระแสนำ�้ เจา้ พระยาในบรเิ วณจงั หวดั นนทบรุ ี จากจงั หวดั ปทมุ ธานลี งมาผา่ นจงั หวดั นนทบรุ ถี งึ ปากนำ�้ เจา้ พระยา
จงึ มี “นำ้� ขน้ึ นำ�้ ลง” เนอื่ งดว้ ยขณะทรี่ ะดบั นำ้� ทะเลสงู นำ�้ ทะเลจะไหลบา่ เขา้ มาจากปากนำ�้ เจา้ พระยาทวนกระแส
การไหลของลำ� นำ้� เจา้ พระยามาปะทะการไหลของสายนำ�้ และผลกั ดนั ใหส้ ายนำ�้ เจา้ พระยาไหลยอ้ นกลบั ขนึ้ ไปทาง
เหนือ เกดิ “น�ำ้ ขึ้น” เม่อื น�ำ้ ทะเลเรม่ิ ลดระดับลง ชว่ งเวลานี้จะเกิด “น�้ำนง่ิ ” ชาวบา้ นเรยี ก “น้�ำหนุน” สายน้ำ�
เจา้ พระยาจะหยดุ นง่ิ ชว่ งเวลาหนงึ่ จนระดบั นำ้� ทะเลลดมากขน้ึ จะเกดิ “นำ้� ลง” สายนำ้� เจา้ พระยาจะไหลตามปกติ
จากเหนือสู่ใต้ ผา่ นจงั หวดั นนทบุรีส่ปู ากน�้ำเจ้าพระยา

ในชว่ งตน้ ฤดฝู นนำ�้ ในแมน่ ำ้� เจา้ พระยาจะมสี นี ำ้� ตาลขนุ่ ๆ ชาวสวนเรยี กวา่ นำ�้ ลกู ววั เพราะสนี ำ�้ เหมอื นสลี กู ววั
นำ้� ขนุ่ เพราะพดั พาแรธ่ าตใุ นดนิ มาตามนำ้� มาตกตะกอนทน่ี นทบรุ ที กุ ปี ยงิ่ ทำ� ใหส้ ภาพดนิ มคี ณุ คา่ แกไ่ มผ้ ลมากทกุ ปี

ในชว่ งเวลานำ้� ขน้ึ กระแสนำ้� เจา้ พระยาจะลดความแรงในการไหลของสายนำ้� เพราะมแี รงไหลของนำ�้ ทะเล
ขน้ึ มาปะทะไว้ ท�ำใหแ้ ร่ธาตอุ ันโอชะของพืชพนั ธ์ธุ ญั ญาหารต่าง ๆ ท่ีไหลมากับสายนำ�้ เกิดการไหลชะลอตัวช้าลง
และเกิดการตกตะกอนอยตู่ ามพน้ื ท่ีสองฝ่งั เจ้าพระยา โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ขณะน้�ำนงิ่ หรอื น�้ำหนนุ การตกตะกอน
ของสารอาหารตา่ ง ๆ ย่อมมมี ากข้นึ

58 นนทบุรศี รีมหานคร

ประกอบกับในแต่ละปีจะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ คือ “น�้ำหลาก” น้�ำจะท่วมเจ่ิงนองทั่วพื้นที่
จงั หวดั นนทบรุ ี ปรากฏการณเ์ ช่นนีย้ ่งิ ท�ำให้พนื้ ท่ขี องจงั หวัดนนทบรุ ีมคี วามอุดมสมบูรณด์ ้วยธาตอุ าหารอันโอชะ
เป็นประโยชนแ์ กก่ ารเจรญิ เติบโตของพืชพนั ธธ์ุ ัญญาหารของจังหวดั นนทบุรี ตง้ั แตโ่ บราณกาลมาจนถงึ ปจั จุบันน้ี
สวนผลไม้ที่ปลกู ในจงั หวัดนนทบรุ ีจงึ มีการเจริญเติบโตดแี ละใหผ้ ลทม่ี ีรสชาตเิ ป็นเลิศ

ผลไมท้ ข่ี ึน้ อย่ตู ามธรรมชาติของเมืองนนทบรุ ีจงึ มรี สอรอ่ ยมาก เพราะความอุดมสมบรู ณ์ของดิน ครนั้ เมอื่
ชาวสวนยดึ การปลกู ไมผ้ ลอยา่ งจรงิ จงั เปน็ เรอ่ื งเปน็ ราวขน้ึ การปลกู ไมผ้ ลจงึ มกี ารพฒั นาคณุ ภาพโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ
มีการพฒั นาพันธุ์ไมผ้ ลจนกระทั่งจงั หวดั นนทบรุ ไี ดช้ อ่ื ว่าเมืองผลไมร้ สเลิศ

ผลไมพ้ นั ธด์ุ ีของจงั หวัดนนทบุรีมมี ากมายหลายชนิด ผลไม้ทมี่ ีชือ่ เสียง มีรสดขี ึ้นหนา้ ขนึ้ ตา ได้แก่ ทเุ รียน
กระทอ้ น สม้ สม้ โอ มะปราง มะม่วง แต่ทเ่ี ปน็ ผลไม้พันธุด์ เี ยย่ี ม มีรสเลิศเหนอื ผลไมอ้ ืน่ ๆ ไดร้ ับการยกย่องมาแต่
โบราณจนถงึ ปจั จบุ นั มผี กู้ ลา่ วเปน็ คำ� พงั เพยตดิ ปากมาชา้ นาน ไดแ้ ก่ ทเุ รยี น บา้ นหมอ้ กระทอ้ นหอ่ บางกรา่ ง มะปราง
ท่าอิฐ ล้ินจี่ เกาะศาลากุน แม้อ้อยที่ปลูกที่บางใหญ่มีชื่อมาก จนเป็นท่ีกล่าวขานทั่วไปว่า อ้อยจีน บางใหญ่
อ้อยไทย บางควู ัด

จังหวัดนนทบุรี มีช่ือเสียงที่สุดส�ำหรับ
ผลติ ผลจากสวน คือทเุ รียน

ในปีหนึ่งๆ เฉพาะสวนทุเรียน ๓๐,๐๐๐
ไรเ่ ศษของจงั หวดั น้ี ทำ� รายได้ใหจ้ งั หวดั ไมน่ อ้ ยกวา่
๑๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ช่วยให้การพัฒนาอาชีพ
ของประชาชนของจังหวัดนนทบุรีเป็นหลักฐาน
มั่นคงอยา่ งยิ่ง

อ�ำเภอท่ีมีสวนทุเรียนมาก คืออ�ำเภอ
บางกรวย ๑๙,๐๐๐ ไร่ และอ�ำเภอเมืองนนทบุรี
๑๔,๐๐๐ ไร่

(รายงานจังหวัดนนทบรุ ี พ.ศ. ๒๕๑๐)
ทุเรียนบ้านหม้อ คือ ทุเรียนที่ปลูกท่ีต�ำบลบ้านหม้อหรือบ้างบางตะนาวศรี อยู่ระหว่างด้านเหนือ
คลองบางเขน วัดปากน�้ำ ขนึ้ มาทางเหนอื จนถึงบริเวณคลองบางแพรก เรือนจำ� กลางบางขวาง พื้นทนี่ ีเ้ ป็นแหล่ง
ปลูกทุเรยี นพันธุ์ดขี องจังหวัดนนทบุรมี าก่อน ปจั จุบนั เป็นตำ� บลสวนใหญ่ จังหวดั นนทบุรี
ทเุ รยี นท่ีมีช่ือของตำ� บลบา้ นหม้อ ไดแ้ ก่ ทุเรยี นพันธก์ุ ้านยาว กบแม่เฒ่า กำ� ปน่ั และชะนี เป็นต้น
ทเุ รยี นพนั ธก์ุ า้ นยาวทม่ี ชี อ่ื เสยี งมากทส่ี ดุ คอื ทเุ รยี นพนั ธก์ุ า้ นยาวทรงหวด ซง่ึ มลี กั ษณะพเิ ศษคอื มผี ลยาว กลางปอ่ ง
คล้ายหวดนึ่งข้าวเหนียว มีรสหวานมัน เนื้อสีทองสวย เน้ือหนา เมล็ดเล็กและลีบ ปัจจุบันหาพันธุ์ได้ยากมาก
ทุเรียนพนั ธุ์กา้ นยาวมรี สดี รองลงมา ได้แก่ ทุเรียนพันธกุ์ า้ นยาวใหญ่ ก้านยาววดั สกั และก้านยาวผลกลม

นนทบรุ ศี รมี หานคร 59

ทเุ รยี นเมืองนนทต์ น้ กำ� เนิด “ทเุ รยี นหม้อ” ของทุเรยี นเมืองจันท์

ประมาณ ๖๐ - ๗๐ ปีทผ่ี า่ นมา มีชาวสวนบา้ นบางกระจะ อำ� เภอเมอื งจันทบุรี จงั หวัดจนั ทบุรี นำ� กิ่งพันธุ์
ทเุ รยี นจากจงั หวดั นนทบรุ ไี ปปลกู ทจ่ี งั หวดั จนั ทบรุ ี เนอ่ื งจากจงั หวดั จนั ทบรุ เี ปน็ แหลง่ ทม่ี ที เุ รยี นขนึ้ อยทู่ วั่ ไปมาแตก่ อ่ น
แต่ทุเรียนท่ีมีอยูเ่ ดมิ น้นั เปน็ ทุเรียนพนั ธุ์พืน้ เมอื ง ตน้ สงู แหงนคอตงั้ บา่ ลกู เล็ก เนื้อบาง เมด็ ใหญ่ ชาวสวนจันท์เร่มิ
เสาะหาทเุ รียนพันธุด์ ี ผลผลิตสูง คณุ ภาพดีจากจังหวัดนนทบรุ นี �ำไปปลกู ทีจ่ ันทบรุ ี เมอ่ื ประมาณ ๗๐ ปีที่ผา่ นมา
สมยั นนั้ เรยี กตน้ ทเุ รยี นทนี่ ำ� ไปจากเมอื งนนทบรุ วี า่ “ทเุ รยี นหมอ้ ” เนอื่ งจากกง่ิ พนั ธท์ุ เุ รยี นนนทเ์ ปน็ กง่ิ ตอนทเี่ พาะชำ�
ในหมอ้ ดนิ เผาขนาดยอ่ ม ๆ ชาวสวนจนั ทจ์ งึ เรยี กกง่ิ พนั ธท์ุ เุ รยี นทน่ี ำ� มาจากเมอื งนนทบรุ วี า่ “ทเุ รยี นหมอ้ ” ไมว่ า่ จะ
เปน็ ทเุ รยี นนนทพ์ นั ธใ์ุ ด ชาวสวนจนั ทต์ า่ งพากนั ตดั โคน่ ตน้ ทเุ รยี นพน้ื เมอื งลงและปลกู ทเุ รยี นหมอ้ กนั อยา่ งถว้ นหนา้
ปัจจุบันทุเรียนหม้อพันธุ์หมอนทอง ชะนี และก้านยาวท่ีเป็นผลไม้ของชาวสวนจันทบุรี ระยอง เป็นที่นิยมของ
ตลาดและผู้บรโิ ภคมากทส่ี ดุ

กระท้อนบางกรา่ ง

กระท้อนเป็นผลไม้ท่ีมีชื่อเสียงของจังหวัดนนทบุรีมาแต่โบราณเช่นเดียวกับทุเรียน ในรัชสมัยพระบาท
สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กระท้อนพันธุ์นิ่มนวลจากสวนเมืองนนทบุรี ได้ชื่อว่าเป็นกระท้อนพันธ์ุดีของ
เมืองนนทบรุ ใี นยุคนน้ั ทรงโปรดเสวยกระท้อนพันธุ์นิ่มนวลมาก โปรดเกล้าฯ ให้ยกค่าอากรสวนแก่เจ้าของสวน
กระท้อนพันธุ์นิ่มนวลด้วย กระท้อนบางกร่าง ซ่ึงปลูกที่ต�ำบลบางกร่าง อ�ำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
เป็นกระท้อนพนั ธด์ุ ีของจงั หวดั นนทบุรี

ตอ่ มามชี าวสวนในตำ� บลบางขนุ กอง อำ� เภอบางกรวย และตำ� บลบางเลน อำ� เภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบรุ ี
มีการท�ำสวนกระท้อนมากข้ึน เป็นพันธุ์กระท้อนท่ีสืบต่อจากกระท้อนพันธุ์บางกร่าง และพันธุ์นิ่มนวลท่ีเป็น
กระท้อนพันธุ์ดีของนนทบุรีทั้งส้ิน เช่น พันธุ์อีไหว หรือ ธรณีไหว พันธุ์เมล็ดในไหว พันธุ์ทองหยิบ พันธุ์อีจีด
พันธุ์อีล่า พันธุ์ตาอยู่ พันธุ์ทับทิม พันธุ์อีเมฆ พันธุ์ขันทอง พันธุ์เขียวหวาน พันธุ์เทพส�ำราญ พันธุ์ทองใบใหญ่
พันธปุ์ ุยฝา้ ย พันธ์ุไกรทอง เป็นตน้

มะปรางท่าอิฐ

ตำ� บลท่าอฐิ เปน็ ตำ� บลอยู่ในเขตปกครองของอำ� เภอปากเกรด็ จังหวัดนนทบรุ ี เป็นแหลง่ กำ� เนดิ มะปราง
ท่าอิฐที่มีรสอรอ่ ย หวาน ไมม่ ียางทเ่ี ปลอื ก มีผลขนาดใหญ่มากขนาดไขไ่ ก่

มะปรางทั่วไปมี ๓ พันธ์ุ คือ
๑. พนั ธมุ์ ีรสเปรีย้ ว เรยี กว่า กาวาง มรี สเปรีย้ วจัด
๒. พนั ธ์อุ มเปร้ยี วอมหวาน เรียกว่า มะยง มีอยู่ ๒ พนั ธุ์ คือ มะยงชดิ ผลมที ้งั ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่
มาก ขนาดเท่าไขเ่ ป็ด มีรสเปรีย้ วที่เปลอื ก เมือ่ ปอกเปลือกออกเน้อื จะมรี สหวาน ส่วนมะยงหา่ งเปน็ อีกพันธ์ุหน่ึง
มผี ลใหญถ่ งึ ใหญม่ าก รสเปรยี้ วจัด
๓. พันธทุ์ ม่ี ีรสหวาน มีทั้งผลเลก็ และผลใหญ่ กนิ ทัง้ เปลือกจะมรี สคันคอเพราะทเี่ ปลือกมียาง แต่มะปราง
ทา่ อฐิ มที ั้งมะปรางหวาน และมะยงชิด

60 นนทบุรศี รีมหานคร

ทเุ รียน ผลไมท้ ม่ี ีหลากหลายพันธุ์ มชี ื่อตา่ งกันนับรอ้ ยชือ่

ในบรรดาผลไมท้ ่ีปลูกกันในจงั หวัดนนทบรุ ีและมสี ายพนั ธ์ุช่ือต่าง ๆ กนั มากทีส่ ุด ได้แก่ ทุเรียน เน่อื งจาก
ชาวสวนนนทบุรีนิยมปลูกทุเรียนกันมาก โดยธรรมชาติแล้วทุเรียนพันธุ์เบา เม่ือเพาะด้วยเม็ดจะให้ผลเมื่ออายุ
๕ - ๗ ปี ในอดตี ชาวสวนมกั จะปลกู ทเุ รยี นดว้ ยการเพาะเมด็ การเพาะดว้ ยเมด็ ตน้ ทเุ รยี นทเี่ กดิ ใหมม่ กั จะกลายพนั ธ์ุ
จะได้ทเุ รยี นพนั ธใุ์ หม่ขึน้ มา ดว้ ยเหตุนีท้ ุเรียนจงึ เป็นพชื ทีม่ สี ายพันธมุ์ ากทีส่ ดุ กรมส่งเสรมิ การเกษตร กระทรวง
เกษตรและสหกรณไ์ ด้รวบรวมชอ่ื พนั ธุท์ เุ รียนไว้ไดป้ ระมาณ ๑๐๐ ชอื่

พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) กวีในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้เรียบเรียงชื่อของพันธุ์ทุเรียน
เปน็ กาพย์ยานี ในหนังสือ “พรรณพฤกษากับสัตวาภิธาน” ไว้ดังนี้

จักร�ำ่ พรรณทเุ รยี น ช่ือเพี้ยนเปลย่ี นมากสาธารณ์
ทองสุขทองย้อยยาน อีกทองหยบิ ยงั ทองทา
ทองคำ� กา้ นต่อตน้ นางทองย่นใหญส่ าขา
กระปกุ สุวรรณา กระปกุ นาก หลากผวิ พรรณ
ทเุ รียนตลบั ทอง สีเรืองรองดฉู ายฉนั
ตลับนากผิวมัน สีนากนั้นพรรณหนง่ึ มี
ทุเรยี นกบแมเ่ ถา้ เปน็ ต้นเคา้ แตเ่ ดมิ ที
กบเลบ็ เหยี่ยวปักษ ี กบเมด็ ในกบเก็งแขง็
ตัง้ ต้นเหราเดิม ตอนตอ่ เติมมาปลูกแปลง
เหราใบมนั แสง เป็นมนั ยบั จบั ไนยนา
ทเุ รยี นเหรางอ่ ย ดหู งอยก๋อยไมแ่ นน่ หนา
หนง่ึ เรียกชื่อเหรา พบั สมุดสดุ มันหวาน
เรียกการะเกดพ่มุ ผลปมุ้ ลุ่มงามตระกาน
การะเกดแดงลำ� ลาน การะเกดเหลอื งรังสี
การะเกดสีเขียวสด งามปรากฏนิลมณี
การะเกดตาเหมอื นม ี ชอื่ ตามเค้าเจา้ ของสวน
ทเุ รยี นรสอร่อย เรียกสาวนอ้ ยเนื้อนิม่ นวล
สาวชมเหมือนจะชวน ใหช้ มชิมลิ้มรสหวาน
หนง่ึ ชื่อสาวสวรรค ์ เหลอื จะกลน้ั จะอดออม
แพงถูกกจ็ ะยอม จนหมดมอื ชอ่ื สาวสวรรค์
ทเุ รยี นนางแดงโศก ต้องวิโยคจ่ึงจาบลั ย์
แดงเถาเข้าพวั พัน นางชมพู่ดูสดใส
หนึง่ นามนางกระเทย ใครไม่เคยพบแคลงใจ
เมด็ ตายทุกเม็ดไป ไมม่ ีเพาะเสาะสืบพรรณ์
นางหนักคู่นางลา่ แดงตานา นางเขยี นขนั
นางคลุม้ วิลัยวรรณ นางกระท้อน ออ่ นละมุน
นางพระเพียบ อกี นางลือ ทง้ั สองชอื่ เห็นเฉียงฉุน
สีเทียนนพคุณ ยวงใหญห่ นา นา่ พศิ วง

นนทบุรศี รมี หานคร 61

ทุเรียนแดงแมเ่ ถา้ เป็นตน้ เคา้ อันใหญย่ ง
แดงเปยี กเรยี กนามคง แดงชา่ งเขียนทเุ รียนจร
ทเุ รียนเขียวต�ำลึง ทเุ รียนหน่งึ นามมังกร
อีกชอื่ งากญุ ชร เพราะเหลอื งอ่อนดจุ สงี า
กำ� ปั่นแลอีบาตร์ โดยรสชาติก็โอชา
จ�ำปาและจำ� ป ี เทยี มด้วยสมี าลีสอง
จรเขียวยวงใหญ ่ สีประไพเหลืองเรอื งรอง
ปลัดคำ� ชื่อเจา้ ของ ปลากะโห้เทโพผล
ยักโขรานี้ สองชือ่ ช้ีดูชอบกล
ผักเข้าแขนอ่อนปน นางปากท่อธรณไี หล
สนน่ั สนิทเน้ือ ผลโตเหลอื ย่ิงใครใคร
สามง่ามงามไสว ผลน่าชมนมสวรรค์
หนึ่งชอ่ื พระสมุทร อกี ละมดุ รสหวานมัน
หมอนทองพอ้ งนามกนั กบั มะมว่ งหมอนทองมี
ทเุ รยี นรปู โป้งโลง้ เรียกหอยโข่งเขียวขจี
รูปรัดไม่เรียวร ี อีกหอยขมกลมย่อมเยา
ทเุ รยี นชื่อสายหยดุ เรยี กสมมุตดว้ ยกลิ่นเกลา
สลี านตันเสลา สีนวลหลายคลา้ ยสีลาน
หนงึ่ ชอื่ นกกระจิบ ผลหา่ มดบิ ดูตระการ
กา้ นยาวมลย้อยยาน อีกยวงปลิ้นกลนิ่ ฉนุ แรง
นางเปด็ รูปคล้ายเปด็ ทา้ ยเพ็ด ๆ เร่ือสีแดง
พรรณหนงึ่ ชื่อแมลง ปอ้ งท้ายงอน ชอ้ ยเชดิ ชู
ทุเรียนชือ่ มหี ลาย แยกขยายออกให้ดู
นักเลง เล่นตดั พ ู เขามักรรู้ ูปพรรณ
เพราะเขาเคยสงั เกต ผลพเู ภทเหตสุ ำ� คญั
จงึ กล้า มาพนัน ชนะกัน ดว้ ยแม่นหมาย

ภายหลังต่อมายังมีทุเรียนพันธุ์ใหม่เกิดข้ึน และมีช่ือเพิ่มจากท่ีพระยาศรีสุนทรโวหารรวบรวมไว้อีก เช่น
กบตาขำ� ลวง กระดมุ ยำ�่ มะหวาด เปน็ ตน้

ชอื่ สายพันธุ์ทเุ รยี นท่ีพระยาศรสี ุนทรโวหารไดพ้ รรณนาไว้ขา้ งตน้ นี้ ทัง้ หมดเป็นสายพันธทุ์ ุเรยี นทป่ี ลกู กนั
ท่ัวไปในเมืองนนทบุรี ธนบุรีในสมัยรัชกาลที่ ๕ ก่อนที่จะมีการน�ำพันธุ์ทุเรียนจากนนทบุรี และธนบุรีไปปลูกที่
จังหวัดอน่ื ๆ และเกิดสายพนั ธ์ุทเุ รยี นพันธใ์ุ หมๆ่ ขึน้ มาอกี มากมายเชน่ ปัจจุบนั น้ี

ชาวสวนมีความสขุ กับการปลกู ทเุ รยี น

ชาวสวนในอดีตมีความสุขอยู่กับการได้ปลูกทุเรียน จึงมีการเพาะให้เกิดพันธุ์ใหม่ ๆ เหมือนการเล่น
บอนสีหรือโกสน เป็นวิถีชีวิตของชาวสวนในอดีตที่ไม่ได้ท�ำสวนเพ่ือให้ร่�ำรวย ซึ่งต่างกับการท�ำสวนทุเรียน
ยุคปัจจุบันที่ตั้งเป้าหมายให้การท�ำการเกษตรเพ่ือเป็นพืชเศรษฐกิจ ดังน้ันในปัจจุบันนี้พันธุ์ทุเรียนท่ีปลูกกัน
กเ็ ฉพาะพันธุ์ทตี่ ลาดตอ้ งการเทา่ น้นั ซ่งึ เหลืออย่เู พยี งไมก่ ี่พนั ธุ์

62 นนทบรุ ศี รมี หานคร

ตลาดทเุ รียนบางลำ� พู แหล่งจ�ำหนา่ ยทุเรยี นเมืองนนท์

กอ่ นท่ีจะมีการจัดตลาดทเุ รียนทีจ่ งั หวัดนนทบรุ ี ชาวสวนทเุ รยี นเมืองนนทบรุ ี จะน�ำทเุ รียนไปขายท่ตี ลาด
ทเุ รยี นบางลำ� พู ตลาดทเุ รยี นบางลำ� พู เปน็ แหลง่ จำ� หนา่ ยทเุ รยี นทใ่ี หญท่ สี่ ดุ ในอดตี ตงั้ อยใู่ กลป้ ากคลองบางลำ� พฝู ง่ั ใต้
ใกล้ถนนพระสุเมรุ และตลาดยอด และอยูค่ นละฝ่งั คลองตรงข้ามตลาดนานา คุณยายอรุณศรี รัชไชยบุญ เกดิ เม่อื
พ.ศ. ๒๔๖๔ มาอยู่บางล�ำพูตั้งแต่อายุ ๑๐ ขวบ บอกเล่าความทรงจ�ำเก่ียวกับตลาดทุเรียนไว้ในหนังสือพิมพ์
ชาวบางลำ� พู ของประชาคมบางลำ� พู ตอนหนง่ึ วา่

“ในหนา้ ทุเรยี น ทุเรียนจะมาขนึ้ ท่คี ลองบางล�ำพู โดยขนมาจากเมืองนนท์ เขาเอาไม้ระแนงมาก้นั เป็น
คอกกวา้ งยาวประมาณ ๒ เมตร ทเุ รยี นจะตงั้ เปน็ กอง ๆ สมยั นน้ั มแี ตท่ เุ รยี นนนท์ และบางยข่ี นั ทเุ รยี นเมอื งจนั ท์
ยงั ไมม่ ี ทเุ รยี นทแ่ี พงทส่ี ดุ จะเปน็ ทเุ รยี นกา้ นยาว ลกู ละ ๑ - ๑๐ บาท อลี วงเปน็ ทเุ รยี นชน้ั ต�่ำ ลกู ละไมถ่ งึ ๑ สตางค”์

ตลาดทุเรยี นเมืองนนท์ ตลาดทีม่ ผี ู้คนมารวมซ้อื ขายผลไม้

จงั หวัดนนทบรุ ใี นช่วงเวลาต้งั แต่ พ.ศ. ๒๕๒๕ ย้อนขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จังหวดั นนทบุรีอดุ มสมบูรณ์
ดว้ ยผลไม้ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ทเุ รยี น เมอื่ กลา่ วถงึ จงั หวดั นนทบรุ ี หลายทา่ นจะนกึ ถงึ ทเุ รยี น เพราะจงั หวดั นนทบรุ ี
มีทเุ รยี นที่มรี สอร่อย กลนิ่ และรสเป็นเลิศกวา่ ทุเรยี นทีอ่ น่ื ตลาดทเุ รียนมีอยู่หลายแหง่

ตลาดผลไมเ้ กา่ แกใ่ นอดตี ของจงั หวดั นนทบรุ คี อื ตลาดแกว้ และตลาดขวญั ทม่ี มี าตง้ั แตส่ มยั อยธุ ยาตอนตน้
เม่ือกว่า ๕ ศตวรรษมาแล้ว ด้วยความเป็นแหล่งการค้าท่ีส�ำคัญ ทางราชการจึงได้ยกฐานะชุมชนตลาดขวัญ
ขน้ึ เปน็ เมอื งนนทบรุ ี เม่อื พ.ศ. ๒๐๙๒

ตลาดผลไมข้ องจังหวดั นนทบรุ ีมีอยูใ่ นชุมชนชาวสวนต่อเน่ืองกนั ตลอดมา ดังปรากฏตามหนงั สือรายงาน
ของพระกรุงศรีบุรีรักษ์ ผู้ว่าราชการเมืองนนทบุรีท่ีรายงานต่อมหาอ�ำมาตย์เอกเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)
เสนาบดกี ระทรวงนครบาล เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘ ความว่า

“...ตลาดขายของสวนนนั้ มอี ยู่ ๔ แหง่ ๑ ปากคลองบางเขน ของสวนทอ่ี อกจากคลองบางเขน บางตะนาวศรี
บางแพรก และบางอนื่ ๆ ไปรวมขายทน่ี นั่ ๒ ปากคลองบางกรวยตรงวดั ชลอ ของสวนในแถวบางขนนุ บางขนุ กอง
บางศรเี มอื ง บางสที อง บางกรวย มาขายทนี่ นั้ ๓ ปากคลองบางราวนก บางคเู วยี ง ของสวนในคลองบางราวนก
บางคเู วยี ง มารวมขายทนี่ นั่ ๔ ปากคลองบางใหญ่ ของสวนในคลองบางใหญ่ บางเลน บางรกั นอ้ ย บางรกั ใหญ่
ไปขายที่นั่น ตลาดสวนตดิ เวลาเช้าเวลาเดียว สายหน่อยเลกิ หมด...”

ตลาดทุเรียนเมืองนนท์เรมิ่ เกดิ ขนึ้ เม่อื ประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๐ เมอ่ื มกี ารตัดถนนกรุงเทพฯ - นนทบุรีหรือ
ถนนประชาราษฎร์สาย ๑ และถนนพิบูลสงคราม มีผู้เดินทางด้วยรถยนต์มาหาซื้อทุเรียนเมืองนนท์กันมากขึ้น
ประกอบกับมีการสร้างตลาดเทศบาลเมืองนนทบุรี การค้าผลไม้ โดยเฉพาะอย่างย่ิงทุเรียนท่ีตลาดเทศบาล
เมืองนนทบุรีจึงได้เร่ิมขึ้น จากนั้นเม่ือถึงช่วงเวลาหน้าทุเรียนระหว่างกลางเดือนเมษายนถึงส้ินเดือนมิถุนายน
จะมีบรรดาชาวสวนจังหวัดนนทบุรีน�ำผลไม้โดยเฉพาะอย่างย่ิงทุเรียนมาร่วมขายที่ตลาดนนทบุรีนี้ จึงเกิดตลาด

นนทบรุ ีศรมี หานคร 63

ทุเรยี นที่ใหญ่ท่สี ุดคอื ตลาดทเุ รยี นเมอื งนนทใ์ นเขตเทศบาลเมืองนนทบรุ ี ตลาดแห่งนเ้ี ปน็ ตลาดช่ัวคราว มเี ฉพาะ
ชว่ งเวลาหน้าทเุ รยี น ซง่ึ อยรู่ ะหวา่ งกลางเดอื นเมษายนถึงปลายเดอื นมถิ ุนายนของทุกปี ตลาดทุเรียนจะเร่มิ จาก
บริเวณถนนริมแม่น้�ำเจ้าพระยาหน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเดิม และต่อเน่ืองไปตามถนนประชาราษฎร์
ตอ่ เนอ่ื งไปถงึ ตลาดสดเทศบาลนครนนทบรุ ถี งึ สามแยกศรพี รสวรรค์ เปน็ ระยะทางประมาณ ๑ กโิ ลเมตร ผคู้ า้ บางราย
จะลอยเรอื ขายบรเิ วณรมิ แมน่ ำ�้ หนา้ ศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ ี ตลาดทเุ รยี นเรม่ิ คา้ ขายตง้ั แตเ่ ชา้ ตรจู่ นถงึ เวลาคำ่�

การซอื้ ขายทเุ รยี นจะซอื้ ขายกนั เปน็ ลกู ไมช่ งั่ นำ้� หนกั เชน่ ปจั จบุ นั แตถ่ า้ เปน็ ทเุ รยี นพนั ธเ์ุ บา เชน่ ลวง กะดมุ
ขายเหมาเปน็ เข่งเพราะทุเรยี นพันธ์ุเบาราคาถูก ใช้ทำ� นำ้� กะทิ ทเุ รยี นพันธห์ุ นัก เช่น กา้ นยาว กำ� ป่ัน กบ ชะนี และ
พนั ธ์ดุ อี นื่ ๆ จะถูกจดั วางในกระจาดอย่างสวยงาม ไม่กองเปน็ กอง ๆ โดยเฉพาะทุเรยี นพันธดุ์ มี รี าคานนั้ ผู้ค้าตอ้ ง
ใช้ใบตองท�ำเปน็ ทรงกระบอกครอบก้านทุเรยี นไว้และดแู ลอยา่ งดี ไม่ให้ก้านทเุ รียนหลุดจากปลงิ หรอื ข้อตอ่ ของ
ขัว้ ทุเรียนกบั ก้านทเุ รยี น ถ้ากา้ นทเุ รียนหลุดจากข้ัว ทเุ รียนผลนั้นราคาจะตกทนั ที

เนอ่ื งจากมผี นู้ ำ� พนั ธทุ์ เุ รยี นเมอื งนนทไ์ ปปลกู ตา่ งจงั หวดั กนั มาก แตร่ สทเุ รยี นดงั กลา่ วสรู้ สทเุ รยี นเมอื งนนท์
ไม่ได้ ราคาทุเรียนต่างจังหวดั ทเ่ี รียกว่า ทเุ รยี นนอก จงึ ตำ�่ กว่าราคาทุเรยี นนนท์ ทีเ่ รียกว่า ทุเรียนใน แตม่ ีการน�ำ
ทเุ รยี นนอกมาขายในตลาดทเุ รยี นเมอื งนนท์ ทำ� ใหผ้ ซู้ อ้ื สบั สนและทำ� ใหช้ อ่ื เสยี งของทเุ รยี นเมอื งนนทเ์ สยี หายไปดว้ ย
ทางจงั หวดั นนทบรุ ี และชาวสวนจงึ พยายามหาทางปอ้ งกนั ทางราชการถงึ กบั ตอ้ งออกขอ้ บงั คบั ของจงั หวดั นนทบรุ ี
ห้ามน�ำทุเรียนนอกมาจ�ำหน่ายที่ตลาดทุเรียนเมืองนนท์ และจัดสถานท่ีจ�ำหน่ายให้แก่เจ้าของสวนโดยเฉพาะ
โดยก�ำหนดให้บริเวณริมน�้ำหน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเดิมเป็นท่ีจ�ำหน่ายทุเรียนของเกษตรกรชาวสวน
และของสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกรชาวสวนในจังหวัดนนทบุรี มีป้ายแสดงว่าเป็นชาวสวนจากต�ำบล
อำ� เภอใดในจงั หวดั นนทบรุ ี หา้ มผทู้ ไ่ี มไ่ ดเ้ ปน็ ชาวสวนนนทม์ าจำ� หนา่ ยทเุ รยี นทบ่ี รเิ วณทกี่ ำ� หนดไวโ้ ดยเฉพาะสำ� หรบั
ชาวสวนนนทแ์ ห่งน้ี

กา้ นยาว
เปน็ ทเุ รยี นชน้ั ดเี ยยี่ ม เกบ็ ไว้ไดน้ าน
เนอื้ นม่ิ รสหวานมนั กลมกลอ่ ม
หอมหวนชวนรบั ประทานอยา่ งยง่ิ ชะนี
กเ็ ปน็ ทเุ รยี นชน้ั ดชี นดิ หนง่ึ คณุ ภาพ
เยยี่ มพอๆ กบั กา้ นยาว
ยำ่� มะหวาด
เปน็ ทเุ รยี นชน้ั ดี ทมี่ คี ณุ ภาพสงู
อกี เชน่ กนั
(รายงานจงั หวดั นนทบุรี พ.ศ. ๒๕๐๗)

64 นนทบรุ ศี รมี หานคร

เอกลักษณ์ทุเรียนนนท์ วิธีหน่ึงท่ีจะเป็นส่ิงแสดงความเป็นทุเรียนนนท์คือการรักษา
ทีห่ ุ้มก้านด้วยใบตอง ก้านทุเรียนมิให้หลุดจากปลิง และมีใบตองครอบไว้ ทุเรียนท่ีน�ำมาจาก
ทไ่ี กลยากทจี่ ะรกั ษากา้ นทเุ รยี นมใิ หห้ ลดุ จากปลงิ ได้ ปจั จบุ นั เราจะไมเ่ หน็
ภาพเชน่ นแ้ี ล้ว เห็นแต่ทุเรยี นกองเตม็ คนั รถ ข้วั หักข้ัวชำ้�

ตลาดทเุ รยี นเมอื งนนท์ ไมไ่ ดจ้ ำ� หนา่ ยเฉพาะทเุ รยี นชาวสวนจะนำ�
ผลไมอ้ นื่ ๆ ในสวนมาจำ� หนา่ ยดว้ ย เช่น มะมว่ ง กระท้อน มะไฟ ส้ม กล้วย
ขนนุ มะปราง มังคุด ชมพู่ รวมท้ังกง่ิ พันธไ์ุ มผ้ ลมาจ�ำหน่ายด้วย

การขายผลไมข้ องชาวสวนเมอื งนนท์ ทุเรียนพันธุ์ดี หรือทเุ รยี น
พนั ธุห์ นกั เช่น ก้านยาว กบ กำ� ปั่น ชะนี เปน็ ตน้ จะขายเป็นผล ไมม่ กี าร
ชง่ั นำ�้ หนัก ทเุ รียนพันธ์เุ บา เชน่ ลวง กระดมุ จะขายยกเขง่ หรอื หลวั เป็น
ส่วนใหญ่ มะพร้าว มะม่วง มะนาว ส้ม กระท้อน มักขายเป็นร้อย
ร้อยละเท่าใดตามแต่จะตกลงราคากัน ผลไม้บางประเภทยกขายเป็น
กระจาด แมท้ เุ รยี นกม็ กี ารขายยกกระจาด กระจาดหนง่ึ มที เุ รยี น ๒ - ๓ ลกู
แตถ่ า้ ขายปลกี จะนบั ผลขายมะไฟ ลิน้ จ่ี จะนับเปน็ พวง

แต่การซื้อขายแบบโบราณท่ีเรียกว่า “แลก” มีอยู่ในสังคม
ชาวสวนเมอื งนนทอ์ ยทู่ ว่ั ไป เชน่ ทเุ รยี นแลกกะปิ นำ้� ปลา มะพรา้ วแลกโอง่
มะม่วง มะพรา้ วแลกหน่อไม้ดอง เป็นตน้

การจดั งานประกวดผลไมแ้ ละงานกาชาดประจำ� ปขี องจงั หวดั นนทบรุ ี

เนื่องจากจังหวัดนนทบรุ ีเปน็ แหล่งผลไม้รสเลศิ และเป็นบา้ นสวนทม่ี ีชือ่ เพอ่ื สง่ เสรมิ ให้ชาวสวนได้พัฒนา
พนั ธผ์ุ ลไมใ้ หม้ คี ณุ ภาพยงิ่ ขนึ้ และสง่ เสรมิ การตลาดผลไมเ้ มอื งนนท์ ทางราชการจงึ ใหม้ กี ารประกวดผลไมจ้ งั หวดั
นนทบรุ ี ตง้ั แต่ พ.ศ. ๒๔๙๗ การจัดงานดงั กล่าวไดห้ ยุดไปเมอ่ื พ.ศ. ๒๕๐๐ แต่มาเริ่มจัดอีก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๖
และต่อมาอกี หลายปี

กำ� หนดการจดั งานประกวดผลไมจ้ งั หวดั นนทบรุ ปี ระมาณปลายเดอื นพฤษภาคม ถงึ เดอื นมถิ นุ ายนของทกุ ปี
ผลไมท้ นี่ ำ� เขา้ ประกวดตอ้ งเปน็ ผลไมท้ ปี่ ลกู ในจงั หวดั นนทบรุ ี ผสู้ ง่ ผลไมเ้ ขา้ ประกวดตอ้ งเปน็ ชาวสวนเมอื งนนทเ์ ทา่ นนั้

ผลไม้ทป่ี ระกวดมี ๔ ประเภท คอื ทเุ รยี น กระทอ้ น มงั คุด และลิ้นจี่ สำ� หรบั ทุเรยี นทสี่ ง่ เขา้ ประกวดได้
กำ� หนดไวว้ า่ ตอ้ งเปน็ ทเุ รยี นพนั ธท์ุ ก่ี ำ� หนดแนน่ อน ๒ พนั ธ์ุ คอื พนั ธก์ุ า้ นยาว พนั ธก์ุ บ ซง่ึ มรี างวลั แยกกนั ทง้ั ๒ พนั ธ์ุ
เปน็ สองประเภทรางวัล สว่ นพนั ธ์ุอืน่ ๆ ไดแ้ ยกไว้อกี ประเภทหน่ึง รางวลั ท่จี ดั ไว้สำ� หรับการประกวดทุเรยี นแต่ละ
ประเภท (พันธ์)ุ มี ๓ รางวัล รวม ๙ รางวลั สว่ นผลไมป้ ระเภทอน่ื ๆ มีรางวลั ประเภทละ ๒ รางวัล นอกน้นั เปน็
รางวัลชมเชย

การจัดงานประกวดผลไม้จงั หวัดนนทบรุ ีได้จัดตอ่ มาจนถงึ พ.ศ. ๒๕๒๗ หลังจากนั้นไมไ่ ด้จดั งานประกวด
ผลไม้จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากใน พ.ศ. ๒๕๒๖ เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ สวนทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีได้รับความ
เสียหายมาก

นนทบุรีศรมี หานคร 65

การประกวดทุเรียน
ทศ่ี าลากลางจงั หวดั นนทบรุ ี
(รายงานจังหวดั นนทบรุ ี
พ.ศ. ๒๔๙๙)

“อาชีพสำ� คญั ที่สดุ ของเมืองนนท์ คอื การทำ� สวนทุเรียน”
ภายในเขตจงั หวดั น้ี เฉพาะในเขตอำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี อ�ำเภอบางกรวย และอำ� เภอบางใหญ่ มสี วนทเุ รยี น

อยปู่ ระมาณ ๓๐,๐๐๐ ไร่เศษและยงั มีสวนผลไม้ชนดิ อ่นื ๆ อกี ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ไร่ ในปีหนง่ึ ๆ
ถ้าหากการทำ� สวนไดผ้ ลเตม็ ท่ี ท้งั จงั หวดั จะขายผลติ ผลไดเ้ ปน็ เงินไมต่ ่ำ� กวา่ ๑๘๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

ในภาพน้ี คือสว่ นหนง่ึ ของทุเรียนทีช่ นะการประกวดประจำ� ปีของจงั หวดั
(รายงานจังหวัดนนทบุรี พ.ศ. ๒๕๑๐)

66 นนทบุรศี รมี หานคร

จงั หวดั นนทบรุ ไี ดจ้ ดั งานกาชาดประจำ� ปขี องจงั หวดั นนทบรุ รี วมกบั งานประกวดผลไมข้ องจงั หวดั นนทบรุ ดี ว้ ย
ผลไม้ท่ีชนะการประกวด เจ้าของผู้เป็นเจ้าของสวนได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา
ภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นผู้น�ำเกษตรกรชาวสวนผลไม้เมืองนนทบุรี
เขา้ เฝ้าทูลเกลา้ ฯ ถวาย

ปัจจุบันนี้ปริมาณสวนทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีลดน้อยลงไปมาก เพราะพ้ืนท่ีสวนถูกพัฒนาให้เป็นเมือง
อกี ทง้ั ภยั ธรรมชาตจิ ากอทุ กภยั หลายครงั้ ทำ� ใหก้ ารประกวดผลไมข้ องจงั หวดั นนทบรุ ตี อ้ งงดไป แมต้ อ่ มาองคก์ าร
บรหิ ารสว่ นจงั หวดั นนทบรุ จี ะพยายามจดั ใหม้ กี ารประกวดทเุ รยี นทวี่ ดั ใหญส่ วา่ งอารมณ์ อำ� เภอปากเกรด็ จงั หวดั
นนทบรุ ี แตเ่ มอ่ื เกิดมหาอทุ กภยั พ.ศ. ๒๕๕๔ สวนทุเรยี นจงั หวัดนนทบรุ เี สยี หายเกือบทัง้ หมด แมท้ างราชการ
สนับสนนุ ใหเ้ กษตรกรชาวสวนปลกู ทเุ รียนตอ่ ไป แตช่ าวสวนต้องประสบกับปญั หาเรื่องน�้ำเค็ม เพราะปริมาณน�้ำ
แมน่ ำ้� เจา้ พระยามนี อ้ ย นำ้� เคม็ จากทะเลไหลเขา้ สวน ตน้ ทเุ รยี นทปี่ ลกู ไวจ้ งึ เฉาตายไปมาก ทำ� ใหส้ วนทเุ รยี นจงั หวดั
นนทบรุ ตี อ้ งโรยราไป อนาคตทเุ รยี นเมอื งนนทย์ งั คงไมแ่ จม่ ใสโชตชิ ว่ งเทา่ ทค่ี วร แตก่ น็ า่ เสยี ดายถา้ ทเุ รยี นเมอื งนนทไ์ ด้
กลายเปน็ ค�ำบอกเล่าครงั้ หนง่ึ ไม่นานมานีเ้ อง “เมืองนนท์เคยมีทเุ รยี นทรี่ สเลิศท่ีสดุ ในสยาม”

สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ ผู้ทรงต่อชีวติ ทเุ รียนเมอื งนนท์

สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงตระหนกั ถงึ คณุ คา่ ของทเุ รยี นเมอื งนนท์ โปรดเกลา้ ฯ
ให้มีการอนุรักษท์ เุ รยี น ทรงใหน้ �ำทเุ รยี นพนั ธ์ดุ ีของเมืองนนท์ไปปลูกท่ีวังสระปทมุ กรุงเทพมหานคร และทบี่ า้ น
สวนปทุม ในพระต�ำหนักจกั รีบงกช ตำ� บลบางแขยง อ�ำเภอเมืองปทมุ ธานี จงั หวดั ปทุมธานี

ทัง้ นี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ จ.ส.อ.สมพงษ์ สกลุ ดษิ ฐ์ เกษตรกรชาวสวนทุเรียนอำ� เภอบางกรวย
จงั หวดั นนทบรุ ี ซง่ึ เป็นชาวสวนทีม่ ีความรูค้ วามสามารถ เชี่ยวชาญในการปลูกทุเรียน เป็นปราชญช์ าวบา้ นผหู้ นึ่ง
ในวงการชาวสวนนนทบุรี เป็นผู้ด�ำเนินการปลูก และให้ค�ำแนะน�ำในการดูแลรักษาการปลูกทุเรียนให้แก่ผู้ดูแล
รกั ษาทุเรียนที่วงั สระปทมุ และทบ่ี า้ นสวนปทมุ ในพระตำ� หนักจกั รีบงกช

จ.ส.อ. สมพงษ์ สกลุ ดษิ ฐ์ ได้นำ� ดนิ ในสวนทุเรยี นของตนเองทีอ่ ำ� เภอบางกรวย จงั หวดั นนทบุรี ไปใชเ้ ป็น
ดนิ ปลูกทุเรยี นในสถานท่ที ้งั ๒ แหง่ ท่ีโปรดเกลา้ ฯ ใหม้ ีการอนรุ ักษพ์ นั ธุ์ทเุ รยี นเมืองนนท์

สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ
สยามบรมราชกมุ ารี
พระราชทานตน้ พนั ธท์ุ เุ รยี น
ใหเ้ กษตรกร ณ บา้ นสวนปทมุ
วนั พธุ ที่ ๘ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
(ในภาพคอื จ.ส.อ. สมพงษ์ สกลุ ดษิ ฐ)์

นนทบุรีศรมี หานคร 67

สโคมรเงดกจ็ าพรรอะนเทุรักพษรัตส์ วนนรทาชเุ รสียุดนาฯนนทต์ ามแนวพระราชดำ� ริ
จงั หวดั นนทบรุ เี ปน็ แหลง่ ปลกู ทเุ รยี นทมี่ คี ณุ ภาพดเี ดน่ เปน็ แหลง่ พนั ธกุ รรมของทเุ รยี น และเปน็ เอกลกั ษณ์
ท่ีมีช่ือเสียงของจังหวัดนนทบุรีท่ีมีมายาวนานต้ังแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน แต่ผลจากการเกิดมหาอุทกภัย
พ.ศ. ๒๕๕๔ และการขยายตวั ของเมอื งปรมิ ณฑลของกรงุ เทพฯ จงึ ทำ� ใหส้ วนทเุ รยี นในจงั หวดั นนทบรุ ซี งึ่ มเี หลอื นอ้ ย
อย่แู ล้ว มจี ำ� นวนลดลงจนแทบจะหมดไป โดยเฉพาะสายพนั ธุ์ทเุ รยี นทมี่ ชี ่ือของจงั หวัดนนทบุรอี าจจะสูญพนั ธุ์ได้

ดว้ ยพระบารมีของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชด�ำรัส เมอื่ วนั ที่ ๑๕
มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ แกค่ ณะผเู้ ขา้ เฝา้ ณ ศาลาดสุ ิดาลัย สวนจติ รลดา ท่วี ่า

“ในเรอ่ื งการอนรุ ักษ์พนั ธ์ุทุเรียนของจังหวดั นนทบุรี ซึง่ มีหลายพันธ์ุ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
รว่ มกบั จังหวัด ทำ� การศึกษาวจิ ัยกง่ิ พนั ธ์ทุ ุเรยี นต่าง ๆ ว่าพนั ธใ์ุ ดเหมาะกับพื้นดินลกั ษณะใด รวมทัง้ ดำ� เนนิ
การฟน้ื ฟสู วนทเุ รยี นทถ่ี กู น้�ำทว่ ม เพอ่ื เปน็ การชว่ ยเหลอื ราษฎรเจา้ ของสวน และในสวนสมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทร์
นนทบรุ คี วรปลูกทุเรียนด้วย”

เพื่อน้อมน�ำแนวพระราชด�ำริลงในพ้ืนที่ จังหวัดนนทบุรีจึงจัดให้เทศบาลนครปากเกร็ด ด�ำเนินการปรับ
สภาพพ้ืนท่ีในสวนสมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทร์ อ�ำเภอปากเกร็ด จงั หวัดนนทบรุ ี ในพื้นท่ีของโครงการ ๗ ไร่ ในสวน
สมเด็จพระศรีนครินทร์ ไดแ้ บง่ พ้ืนทีด่ ำ� เนินการเปน็ ๓ สว่ น คอื

ส่วนท่ี ๑ ส่วนลานทรงปลูก อยู่บริเวณด้านหน้าของโครงการ เพ่ือให้ประชาชนได้เห็นคุณค่าและความ
สำ� คญั ของการอนรุ กั ษพ์ นั ธท์ุ เุ รยี น และความสำ� คญั ของโครงการทด่ี ำ� เนนิ การในพนื้ ทสี่ วนสมเดจ็ ฯ จงั หวดั นนทบรุ ี

ส่วนที่ ๒ ส่วนพิพิธภัณฑ์พ้ืนบ้าน จัดท�ำเป็นศูนย์เรียนรู้ แสดงวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชาวสวนนนท์
พระราชประวตั ิสมเดจ็ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี และแสดงพันธ์ุไมข้ องสวนสมเด็จฯ ท้งั ๑๒ สวน

ส่วนท่ี ๓ ส่วนสวนทุเรียน พ้ืนที่ประมาณ ๓ ไร่เศษ ส�ำหรับปลูกทุเรียนได้น�ำดินจากสวนทุเรียนของ
จ.ส.อ. สมพงษ์ สกุลดษิ ฐ์ อ�ำเภอบางกรวย จังหวดั นนทบุรี มาใช้เป็นดนิ ปลกู ทุเรยี น พรอ้ มกับปลกู ต้นทองหลาง
เพื่อใหร้ ่มเงาแก่ต้นทุเรยี นทปี่ ลูก นอกจากนนั้ มีการปลูกไมผ้ ลบางชนิด เช่น มังคุด และผลไมพ้ ืน้ เมืองดว้ ย จดั ท�ำ
ระบบระบายนำ้� และร่องสวนตามลักษณะสวนทเุ รียนนนท์ และรูปแบบของระบบนเิ วศในสวนทุเรยี นนนท์

การจัดเตรยี มพน้ื ที่โครงการอนรุ กั ษส์ วนทุเรียนนนท์ ณ สวนสมเดจ็ พระศรีนครินทร์ จังหวดั นนทบรุ ี

68 นนทบุรศี รมี หานคร

พระมหากรุณาธิคณุ ทีเ่ กอ้ื หนุนชาวสวนนนท์

สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ทอดพระเนตรตน้ ทเุ รยี นพนั ธด์ุ ง้ั เดมิ
พระราชทานทปี่ ลกู แลว้ ณ สวนของนางเบญจวรรณ ออไอสญู หมทู่ ี่ ๖ ตำ� บลไทรมา้ อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั นนทบรุ ี

วนั พธุ ท่ี ๒๔ กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๖ และมพี ระราชดำ� รสั กบั เกษตรกรผปู้ ลกู ทเุ รยี นนนท์ วา่
“ ...พยายามหาคนมาทำ� เอาไว้ ประเดย๋ี วจะหมด...
อยา่ ทอ้ นะ สงสารตน้ ไม.้ .สตู้ อ่ ...สตู้ อ่ ..”

ท่ีมา: รายงานกจิ การเทศบาลตำ� บลไทรม้า. นนทบุรี: เทศบาลต�ำบลไทรม้า. ๒๕๕๗.

นนทบุรีศรีมหานคร 69

สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทยั การอนรุ ักษพ์ ันธท์ุ ุเรียนดัง้ เดมิ ทรงมี
พระราชด�ำรใิ หท้ เุ รียนเปน็ หน่งึ ในไมอ้ นรุ กั ษ์ ภายใต้โครงการอนรุ ักษ์พันธกุ รรมพชื สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ
สยามบรมราชกุมารี ทรงมีความห่วงใยชาวสวนผู้ปลูกทุเรียนที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาอุทกภัย
จงึ พระราชทานพนั ธุ์ทเุ รียนด้งั เดิมให้ชาวสวนนนทบรุ ี เพื่อให้ทุเรียนพนั ธุด์ ัง้ เดิมของจงั หวดั นนทบรุ คี งอย่ตู ่อไป

ดว้ ยพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทท่ี รงมตี อ่ ชาวสวนทเุ รยี น
จงั หวัดนนทบุรี พระองค์ไดพ้ ระราชทานก่งิ พนั ธุ์ทุเรียนดั้งเดมิ ของจงั หวดั นนทบรุ ีให้แกช่ าวสวนได้นำ� ไปปลกู เพ่ือ
ทดแทนตน้ ทเุ รยี นทเี่ สยี หายมากเมอ่ื ครง้ั เกดิ มหาอทุ กภยั พ.ศ. ๒๕๕๔ และความเสยี หายเมอื่ มนี ้�ำเคม็ เขา้ มาทำ� ลาย
ตน้ ทเุ รยี นในสวน จงั หวัดนนทบรุ ี

วันพุธท่ี ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ
พระราชดำ� เนนิ ทอดพระเนตรตน้ ทเุ รยี นพระราชทาน พรอ้ มทง้ั ทรงเยยี่ มชาวสวนทไี่ ดร้ บั พระราชทานกง่ิ พนั ธท์ุ เุ รยี น
ทสี่ วน นางเบญจวรรณ ออไอสญู ตำ� บลไทรมา้ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ ี ทา่ มกลางบรรดาชาวสวนและ
พสกนกิ รชาวนนทบรุ ที ม่ี าเฝา้ รบั เสดจ็ นบั เปน็ พระมหากรณุ าธคิ ณุ อยา่ งลน้ พน้ ประดจุ นำ้� ทพิ ยท์ รี่ นิ รดสพู่ นื้ ดนิ ของ
ชาวสวนนนทบรุ ี และชโลมใจให้ชาวสวนจงั หวัดนนทบุรี มจี ติ ชน่ื บาน มีกำ� ลังใจพร้อมจะยืนหยัดสบื ตอ่ การท�ำ
สวนทุเรียนให้คงอยู่ต่อไป และทรงมีพระราชด�ำรัสกับชาวสวนทุเรียนนนทบุรีว่า “พยายามหาคนท�ำเอาไว้
ประเดยี๋ วจะหมด อย่าทอ้ นะ สงสารตน้ ไมส้ ูต้ ่อ ส้ตู ่อ”

สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ทรงเปดิ โครงการอนรุ กั ษส์ วนทเุ รยี น
ทรงพระกรณุ าฉายพระรปู กบั เกษตรกรและเจา้ หนา้ ทผ่ี รู้ ว่ มโครงการอนรุ กั ษส์ วนทเุ รยี นนนท์
ตามแนวพระราชดำ� ริ วนั พธุ ท่ี ๓๐ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๘
ณ สวนสมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทร์ อำ� เภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี

70 นนทบุรีศรมี หานคร

สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี พระราชทานเขม็ พระนามาภไิ ธย และใบประกาศเกยี รตคิ ณุ
แก่ จ.ส.อ. สมพงษ์ สกลุ ดษิ ฐ์ ผบู้ รจิ าคดนิ จากสวนอำ� เภอบางกรวยมาถมทบ่ี รเิ วณแปลงปลกู ทเุ รยี น
รวมทง้ั เกษตรกรคนอน่ื ๆ ทม่ี สี ว่ นรว่ มในโครงการในโอกาสเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ทรงเปดิ
โครงการอนรุ กั ษส์ วนทเุ รยี นนนทส์ วนสมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทร์ นนทบรุ ี
วนั พธุ ท่ี ๓๐ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๘
ต้นทุเรียนที่จ.ส.อ. สมพงษ์ สกุลดิษฐ์ ได้รับ

พระราชทานกิ่งพันธ์ุจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
สยามบรมราชกมุ ารี นำ� มาปลกู ไวท้ ส่ี วน ตำ� บลบางขนุ กอง
อำ� เภอบางกรวย จงั หวัดนนทบรุ ี (พ.ศ. ๒๕๕๓)

ภมู ิปัญญาของชาวสวนนนท์
ทำ� สวนแบบยกรอ่ ง

สภาพพ้ืนที่ของจังหวัดนนทบุรี โดยเฉพาะอย่างย่ิง
พื้นที่ด้านใต้ของจังหวัดนนทบุรี มีสภาพเป็นที่ลุ่มต�่ำ และ
อยู่ในยา่ นมรสมุ มฝี นตกชกุ ในฤดฝู นจงึ มนี ำ้� ฝนทว่ มขงั พน้ื ดนิ
ในระดับสูง ที่สามารถท�ำให้ต้นไม้ผลบางประเภทล้มตายได้
พ้ืนท่ีดินลกั ษณะนำ�้ ทว่ มขงั เชน่ น้ี เหมาะแกก่ ารปลกู ขา้ ว แต่
เมอ่ื ชาวบา้ นที่อาศัยอยู่ในพ้ืนที่ที่มีน�้ำท่วมขังได้ง่ายดังกล่าว
ต้องการท�ำสวนผลไม้ เช่น ชาวสวนจังหวัดนนทบุรี ธนบุรี
สมทุ รปราการ เปน็ ตน้ ไดน้ ำ� ภมู ปิ ญั ญาความรกู้ ารทำ� สวนแบบ
“ยกร่อง” มาแก้ปัญหาน้�ำท่วมขังพื้นท่ีสวนได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ท�ำให้พ้ืนท่ีดินของจังหวัดนนทบุรีที่มีความ
อุดมสมบูรณด์ ้วยธาตอุ าหารของพืช ได้ใชเ้ พ่อื การเพาะปลกู

นนทบรุ ีศรมี หานคร 71

ผลไม้ต่าง ๆ นอกจากการปลูกข้าว ท�ำให้จังหวัดนนทบุรีเป็นแหล่งก�ำเนิดผลไม้รสเลิศหลากหลายชนดิ พนั ธ์ุ เชน่
ทุเรียน กระท้อน มะปราง สม้ มะมว่ ง ลิ้นจี่ เงาะ มงั คดุ ชมพู่ เปน็ ตน้

การทำ� สวนแบบยกรอ่ ง เจา้ ของสวนจงึ กำ� หนดพน้ื ทที่ จ่ี ะทำ� สวนเปน็ รปู สเี่ หลย่ี มเปน็ สว่ นใหญ่ อาจจะเปน็
ส่เี หลี่ยมจัตรุ สั หรือสเี่ หลีย่ มผืนผ้า สุดแทแ้ ต่พน้ื ทนี่ ้ัน ๆ ก�ำหนดเขตหลังร่อง หรือพ้นื ทท่ี เ่ี ปน็ ที่จะปลกู ไมผ้ ล และ
ทอ้ งรอ่ งคอื รอ่ งนำ�้ ท่ขี ดุ ขนานไปกับหลังรอ่ งตลอดตามแนวยาวของพ้นื ท่ี น�ำดนิ ทีข่ ุดทอ้ งร่องไปถมไว้บนหลงั รอ่ ง
จงึ ทำ� ใหพ้ นื้ ทบี่ รเิ วณทจี่ ะปลกู ไมผ้ ลสงู กวา่ พนื้ ดนิ เดมิ การปลกู ไมผ้ ลบางชนดิ เชน่ ทเุ รยี น มกี ารนำ� ดนิ มาทำ� เปน็ โคก
ไวบ้ นหลงั รอ่ ง เรยี กวา่ ยกโคก แลว้ ปลกู ทเุ รยี นบนโคกทอี่ ยใู่ นระดบั สงู เหนอื ระดบั บนของคนั รอ่ ง ยง่ิ ชว่ ยลดปญั หา
น้ำ� ทว่ มขงั โคนตน้ ผลไม้ได้

ในทอ้ งรอ่ งเปน็ ทีร่ ับน�ำ้ ฝนที่ตกลงมาจะขังอยู่ในทอ้ งร่อง ดงั นนั้ เมื่อฝนตกลงมาน�ำ้ ฝนจะไหลจากคนั รอ่ ง
หรือหลังร่องลงส่ทู ้องรอ่ ง แตถ่ ้าปริมาณน้ำ� ฝนมาก ต้องระบายออกตามช่องทางทีท่ ำ� ไว้

แนวรอบนอกสดุ ของสวนแตล่ ะขนดั ชาวสวนจะทำ� คนั สวนขนาดใหญด่ ว้ ยการนำ� ดนิ มาถมเปน็ คนั ดนิ สงู ใหญ่
เพอื่ ปอ้ งกนั นำ�้ ทว่ ม คนั สวนนอกจากปอ้ งกนั นำ�้ ทว่ มแลว้ ชาวสวนจะปลกู ไมผ้ ลทล่ี ำ� ตน้ ไมส่ งู ใหญไ่ วบ้ นคนั สวน เชน่
มะปราง มงั คดุ เปน็ ต้น

ท้องรอ่ งสวนจะขังนำ้� ไวส้ ำ� หรับใช้รดนำ�้ ให้แก่ต้นผลไม้ตา่ ง ๆ ทีป่ ลกู ไวห้ ลังร่อง มีการลอกท้องรอ่ งในบาง
โอกาส เพอื่ นำ� โคลนเลนทเ่ี กดิ จากการผเุ ปอ่ื ยของใบไมอ้ นั เปน็ ธาตอุ าหารโอชะของไมผ้ ลมาโปะไวท้ โ่ี คนตน้ เปน็ การ
ใสป่ ๋ยุ อยา่ งน้อยทสี่ ุด มกี ารลอกเลนปลี ะครัง้ เรียกวา่ การสาดเลน

การทำ� สวนแบบยกรอ่ งเชน่ น้ี คลา้ ยกบั การปลกู ผกั ของคนจนี ทมี่ กี ารปลกู ผกั แบบยกรอ่ ง และใชน้ ำ�้ ในทอ้ งรอ่ ง
รดผักท่ีปลูกไวบ้ นหลงั ร่อง การทำ� สวนแบบยกรอ่ งเชน่ น้ี มีการสันนิษฐานวา่ ชาวสวนได้แบบอย่างมาจากชาวจีน

ชาวสวนทเุ รยี นจะปลกู ตน้ ทองหลางไวเ้ ปน็ ไม้ให้
รม่ เงาแกต่ น้ ทุเรียน มใิ หต้ ้นทุเรียนถกู แดดจัด

ต้นทองหลางนอกจากจะให้ร่มเงาแก่ต้นทุเรียน
แล้ว ใบทองหลางที่ร่วงลงในท้องร่องจะเปื่อยเน่า
เปน็ ปยุ๋ อย่างดี

ชาวสวนจะลอกท้องร่อง เอาโคลนตมทเี่ กิดจาก
ใบทองหลางมารวมไว้ที่โคนตน้ ทุเรยี น

รากของทองหลางจะสมบูรณ์ด้วย ไรโซเบียม
ซึ่งเป็นธาตุอาหารช่วยบ�ำรุงต้นทุเรียนให้เจริญ
งอกงามอยา่ งดดี ้วย

72 นนทบุรศี รีมหานคร

การลอกท้องร่อง เพื่อน�ำโคลนตมท่ีเกิดจาก
ใบทองหลางและใบไม้อน่ื ๆ ทเ่ี ป่อื ยเนา่ เป็นการ
ให้ปุ๋ยธรรมชาติแก่ต้นทุเรียน โดยปกติท่ัวไป
ชาวสวนจะลอกทอ้ งรอ่ งปลี ะครง้ั ดว้ ยการสาดเลน
ในท้องร่องมาไว้ท่โี คนต้นทุเรียน
ชาวสวนจะพูนดินท�ำเป็นโคกสูงเหนือหลังร่อง
จ า ก น้ั น จึ ง น� ำ ต ้ น ทุ เ รี ย น ม า ป ลู ก ล ง บ น โ ค ก
เหนอื หลงั รอ่ ง เพอื่ ปอ้ งกนั ไมใ่ หน้ ำ�้ ขงั โคนตน้ ทเุ รยี น
เมื่อฝนตกหรอื เมือ่ รดน้�ำ

นนทบุรศี รมี หานคร 73

จ.ส.อ. สมพงษ์ สกลุ ดษิ ฐ์ กบั ผลทเุ รยี นในสวน
ในช่วงท่ีเร่ิมปลูกทุเรียน ต้นทุเรียนยังไม่โต
เตม็ ที่ ชาวสวนจะปลกู ไมแ้ ซม เชน่ กลว้ ย ระหวา่ ง
ต้นทุเรียน เป็นการสร้างรายได้ก่อนเก็บผล
ทุเรียน

ตามขอบของหลังร่องเป็นทางเดินในเวลา (บันทึกภาพมถิ นุ ายน ๒๕๖๐
ใช้แครงเดนิ รดน�้ำตน้ ทุเรยี น อนุเคราะหภ์ าพโดย นายกติ ติ มั่นกตัญญ)ู

การรดนำ้� ตน้ ทเุ รยี น ใชแ้ ครงทมี่ ดี า้ มยาว ตกั นำ�้
จากทอ้ งรอ่ งรดทโี่ คนตน้ ทเุ รยี น และรอบโคนตน้



ท่สี องนฝน่งั ทเจบ้ารุ พี ระยา

สองฝั่งนทที ี่นนทบรุ ีตามนริ าศ

วรรณกรรมทก่ี ล่าวถงึ สถานท่ีและชุมชนตา่ ง ๆ ของจังหวดั นนทบรุ ี และกวีที่มชี อ่ื เสียงเป็นผู้ประพันธไ์ ว้
เช่น โคลงก�ำสรวลสมุทร ซึ่งแต่งข้ึนในสมัยอยุธยาตอนต้นประมาณ พ.ศ. ๒๐๓๑ - ๒๐๗๒ ซึ่งเป็นวรรณกรรม
ทีเ่ กา่ ท่สี ุดท่ีกล่าวถงึ ชมุ ชนสถานท่ีในจังหวดั นนทบุรีเมอื่ กว่าหา้ รอ้ ยปมี าแล้ว

วรรณกรรมประเภทนริ าศทม่ี ชี อื่ ในสมยั ตน้ รตั นโกสนิ ทร์ มอี ยหู่ ลายเรอื่ งทไ่ี ดก้ ลา่ วถงึ สถานที่ และชมุ ชนตา่ ง ๆ
ในจังหวัดนนทบรุ ี นิราศดังกลา่ วน้ีประพันธ์โดยกวที ่ีเปน็ นักปราชญข์ องชาติ ไดแ้ ก่ สุนทรภู่ ไดแ้ ตง่ นริ าศพระบาท
นิราศภเู ขาทอง นิราศวัดเจา้ ฟ้า โคลงนิราศสุพรรณ นิราศพระประธม และนริ าศเมอื งเพชร นอกจากนนั้ มีนิราศ
ทวารวดี ผแู้ ตง่ คอื หลวงจกั รปาณี (ฤกษ)์ และนริ าศพระแทน่ ดงรงั ของหมนื่ พรหมสมพตั สร (นายม)ี ซง่ึ เปน็ นริ าศ
ทนี่ บั ถือกันวา่ เป็นวรรณกรรมท่ดี ี และผแู้ ต่งเปน็ กวที ม่ี ชี ื่อเสียง

นริ าศท่ีกลา่ วถึงสถานทีห่ รอื ชมุ ชนต่าง ๆ ในจังหวัดนนทบุรเี ป็นการกล่าวถึงชมุ ชนหรอื สถานทส่ี องฝ่ังนำ้�
เจา้ พระยาและคลองแมน่ ำ้� ออ้ ม หรอื คลองออ้ มทกี่ วเี ดนิ ทางทางนำ�้ ผา่ นสถานทห่ี รอื ชมุ ชนนนั้ ๆ ถา้ เดนิ ทางจากกรงุ เทพฯ
ไปสพุ รรณบรุ ี นครปฐม จะเดนิ ทางเขา้ คลองบางกอกนอ้ ย เขา้ คลองแมน่ ำ�้ ออ้ ม ผา่ นอำ� เภอบางกรวย อำ� เภอบางใหญ่
ไปออกแมน่ ำ�้ ทา่ จนี แลว้ เดนิ ทางตอ่ ไปนครปฐม หรอื สพุ รรณบรุ ตี อ่ ไป ถา้ เดนิ ทางไปพระนครศรอี ยธุ ยา หรอื พระพทุ ธบาท
สระบรุ ีตอ้ งเดนิ ทางตามลำ� นำ้� เจา้ พระยาผา่ นอำ� เภอเมอื งนนทบรุ ีอำ� เภอปากเกรด็ เขา้ สจู่ งั หวดั ปทมุ ธานีพระนครศรอี ยธุ ยา

จังหวัดนนทบุรีท่ีมแี ม่น้�ำเจ้าพระยาและลำ� คลองสาขาคลองเลก็ คลองน้อยกระจายอยู่ท่ัวทง้ั เมอื ง ผคู้ นใน
อดตี ไดอ้ าศยั แมน่ ำ�้ ลำ� คลองเปน็ เสน้ ทางสญั จรขน้ึ ลอ่ งไปมา ประกอบกบั สองฝง่ั นำ้� มเี รอ่ื งราวและสงิ่ ทบี่ นั ดาลใจให้
กวีหลายทา่ นนำ� มาบอกกลา่ วเลา่ ขานรำ� พนั เป็นบทนริ าศท่ีทำ� ให้ได้ร�ำลกึ นึกถงึ ภาพและเรอ่ื งราวของผคู้ น ชมุ ชน
นนทบรุ ีในสมยั นั้น ๆ ได้เปน็ อยา่ งดี

ชมุ ชนเกา่ แก่ของเมืองนนทบรุ ีท่ีปรากฏอยู่ในนริ าศ
สมยั อยุธยาตอนต้น

กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีที่สมเด็จพระรามาธิบดี หรือพระเจ้าอู่ทองทรงสถาปนาข้ึนเม่ือ พ.ศ. ๑๘๙๓
มีพระมหากษัตริย์สืบราชสมบัติสันตติวงศ์ มาจนถึงแผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ ต่อเนื่องกับสมเด็จ
พระรามาธบิ ดที ี่ ๒ ระหวา่ ง พ.ศ. ๒๐๓๑ - ๒๐๗๒ มเี จา้ นายพระองคห์ นง่ึ เสดจ็ ทางเรอื จากพระนครศรอี ยธุ ยาลงไป
ตามลำ� นำ้� เจา้ พระยาผา่ นจงั หวดั นนทบรุ ี กรงุ เทพฯ ไปออกทะเลอา่ วไทย มพี ระนพิ นธโ์ คลงดน้ั พรรณนาอยา่ งนริ าศ
ไดก้ ล่าวถงึ ชอ่ื บ้านนามเมอื งสองฝ่ังเจ้าพระยาในชว่ งท่ีผ่านเมืองนนทบุรี

วรรณกรรมทเ่ี ปน็ นริ าศเกา่ แกเ่ ลม่ นไี้ มม่ ชี อ่ื มาแตแ่ รก ตอ่ มาภายหลงั เรยี กกนั ทวั่ ไปวา่ กำ� สรวลสมทุ ร หรอื
ก�ำสรวลศรีปราชญ์ในปัจจุบันนี้ จากก�ำสรวลสมทุ ร ไดก้ ล่าวถึง “บางเขน” ดงั นี้

มาทงุ่ ทุเรศพี้ บางเขน
เขนขา่ วอกนมเฉลา ท่ีตงั้
ปนี กามกระเวนหวั ใจพ่ี พระเอย
ฤาบใ่ ห้แก้วกั้ง พค่ี ง คนื คง

76 นนทบุรีศรีมหานคร

บางเขนปจั จบุ นั ชอ่ื คลองอยทู่ างดา้ นใตฝ้ ง่ั ตะวนั ออกของแมน่ ำ้� เจา้ พระยา เปน็ คลองแบง่ เขตจงั หวดั นนทบรุ ี
กบั กรงุ เทพฯ มวี ดั ปากน�้ำตัง้ อยูท่ ี่ใกล้ปากคลองบางเขนฝ่งั เหนอื

คลองบางเขนเป็นคลองท่ีแยกจากแม่น้�ำเจ้าพระยา ปากคลองบางเขนอยู่ใกล้วัดปากน้�ำ เหนือสะพาน
พระราม ๖ คลองยาวตอ่ เน่อื งไปทางทิศตะวันออกไปถึงเขตบางเขน กรงุ เทพฯ

จากนิราศก�ำศรวลสมุทรท่ีกล่าวถึง “บางเขน” เช่นน้ีย่อมแสดงให้เห็นความเก่าแก่ของชุมชนบางเขน
ทมี่ ีมาต้ังแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ชุมชนบางเขน และชุมชนบางม่วงอันเป็นท่ีตั้งของพระปรางค์ วัดปรางค์หลวง
ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนต้น จึงเป็นชุมชนที่ควรแก่การศึกษาถึงการก�ำเนิดของชุมชนโบราณของ
นนทบรุ ี เนอ่ื งจากมกี ารกลา่ วถงึ ชมุ ชนบางเขนมาตงั้ แตส่ มยั อยธุ ยาตอนตน้ นอกจากนนั้ ทอี่ โุ บสถหลงั เกา่ ของวดั ฝาง
ซึ่งอยู่ในคลองบางเขน มีพระพุทธรูปศิลาทรายแดง ศิลปะอยุธยาตอนต้นอยู่หลายองค์ อันเป็นหลักฐานส�ำคัญ
ที่แสดงประวัติศาสตร์ของชุมชนบางเขนท่ีเป็นชุมชนโบราณทางฝั่งตะวันออกของแม่น้�ำเจ้าพระยาก่อนท่ีจะมี
การยกฐานะบา้ นตลาดขวัญขึ้นเปน็ เมืองนนทบุรี

ทางด้านตะวันตกของล�ำน้�ำเจ้าพระยาท่ีบ้านบางม่วงมีพระปรางค์วัดปรางค์หลวง ท่ีสูงเด่นงามสง่าอยู่
ริมฝั่งเจ้าพระยาสายเก่า ที่บอกเล่าถึงอายุกาลและความส�ำคัญของชุมชนแห่งนี้ท่ีย่ิงใหญ่ และส�ำคัญในน่านน้�ำ
เจ้าพระยาตอนล่างแห่งนี้

พืน้ ท่ีจงั หวัดนนทบุรีมอี ยสู่ องฝ่ังแม่น�ำ้ เจ้าพระยา ทม่ี ีล�ำคลองสาขากระจายอยู่ทัว่ ทัง้ เมอื ง
(ภาพจากพิพธิ ภณั ฑ์จังหวัดนนทบรุ ี)

นนทบรุ ีศรีมหานคร 77

ตลาดแก้วตลาดขวัญอยู่ในย่านใกล้คลองบางเขน

จากนิราศพระบาท นิราศภูเขาทอง และนิราศวัดเจ้าฟ้า สถานที่ที่สุนทรภู่ได้กล่าวถึงสถานท่ีในจังหวัด
นนทบุรี เม่อื พ้นเขตกรุงเทพฯ เข้าเขตจังหวดั นนทบรุ ที บี่ างเขนถงึ ตลาดแก้วและตลาดขวัญไวด้ งั นี้

ถงึ นำ้� วนชลสายทท่ี า้ ยย่าน เขาเรยี กบา้ นวดั โบสถ์ตลาดแกว้
(นริ าศพระบาท)
ถึงเขมาอารามอร่ามทอง เพิ่งฉลองเลกิ งานเม่อื วานซืน
โอป้ างหลงั ครัง้ สมเด็จบรมโกศ มาผูกโบสถไ์ ดม้ าบูชาชื่น
ชมพระพมิ พร์ ิมผนงั ยังยัง่ ยนื ทัง้ แปดหม่ืนสพ่ี ันไดว้ นั ทา
(นริ าศภเู ขาทอง)
โอบ้ างเขนเวรสรา้ งไวป้ างใด จึงเข็ญใจจนไมม่ ีทจี่ ะรัก
(นริ าศวัดเจา้ ฟ้า)

สนุ ทรภู่ผา่ นบางเขน และวดั เขมาภิรตาราม ซ่ึงเพง่ิ เสร็จงานฉลองวัด บรเิ วณน้ีสนุ ทรภไู่ ด้กลา่ วถงึ วัดโบสถ์
และตลาดแกว้ ซ่งึ ปจั จบุ นั ไมม่ รี ่องรอยของวดั โบสถแ์ ละตลาดแก้ว

ปรากฏการณธ์ รรมชาติของแมน่ ้�ำเจา้ พระยาบรเิ วณแถบนค้ี อื “นำ้� วน” สนุ ทรภ่ไู ดก้ ลา่ วถงึ น�้ำวนในนริ าศ
พระบาทท่วี ่า

“ถึงน้ำ� วนชลสายทท่ี ้ายยา่ น เขาเรยี กบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว”
นำ�้ วนบรเิ วณนค้ี งรนุ แรงมาก ในนริ าศภเู ขาทองสนุ ทรภกู่ ลา่ วถงึ นำ�้ วนใกลว้ ดั เขมาภริ ตาราม และตลาดแกว้
ไว้ดังน้ี

เปน็ บญุ นอ้ ยพลอยนกึ โมทนา พอนาวาตดิ ชลเข้าวนเวียน
ดนู ้ำ� วิ่งกล้งิ เชย่ี วเปน็ เกลยี วกลอก กลับกระฉอกฉาดฉัดฉวัดเฉวียน
บ้างพลงุ่ พลุ้งว้งุ วงเหมอื นกงเกวยี น ดูเปลี่ยนเปล่ียนคว้างควา้ งเปน็ หวา่ งวน
ท้งั หวั ทา้ ยกรายแจวกระชากจ้วง ครรไลลว่ งเลยทางมากลางหน

สายนำ�้ วนเช่นนเี้ ปน็ อนั ตรายตอ่ การเดนิ ทางทางน้�ำ ในจงั หวดั นนทบุรมี แี หล่งนำ้� วนเชน่ นห้ี ลายแหง่ เช่น
ท่ีสุนทรภู่ประสบบริเวณใกล้วัดเขมาภิรตาราม นอกจากท่ีน้ีแล้วจะมีแหล่งน้�ำวนหน้าวัดเฉลิมพระเกียรติ
บ้านปากด่านด้านใต้ของเกาะเกร็ด และมุมแหลมตรงหน้าพระเจดีย์ริมแม่น�้ำวัดปรมัยยิกาวาส ต�ำบลเกาะเกร็ด
อำ� เภอปากเกร็ด จังหวดั นนทบรุ ี

ปัจจบุ นั กระแสน้�ำวนเช่นทก่ี ล่าวนี้ไมม่ ีปรากฏ เพราะมกี ารสรา้ งเข่ือนเจา้ พระยา ทำ� ใหก้ ระแสนำ้� ลดการ
ไหลเช่ียวกรากลง

78 นนทบรุ ีศรีมหานคร

ตลาดแกว้ ไมม่ สี ภาพตลาด คงมแี ตต่ ลาดขวญั ทย่ี งั คา้ ขายคกึ คกั อยู่

เมอ่ื สนุ ทรภูเ่ ดนิ ทางถงึ ตลาดแก้ว ได้กลา่ วถึงตลาดแกว้ ในนริ าศภูเขาทอง ดังน้ี

ตลาดแก้วแล้วไมเ่ ห็นตลาดตง้ั สองฟากฝงั่ กแ็ ต่ลว้ นสวนพฤกษา

แต่เมอ่ื สุนทรภ่เู ดนิ ทางถงึ ตลาดขวัญไดบ้ รรยายสภาพแหล่งการคา้ ของตลาดขวัญไว้วา่
ถึงแขวงนนท์ชลมารคตลาดขวญั มีพว่ งแพแพรพรรณเขาคา้ ขาย
ทัง้ ของสวนล้วนแต่เรือเรียงราย พวกหญิงชายชุมกันทกุ วนั คืน

ในนริ าศพระบาทสนุ ทรภไู่ ดก้ ลา่ วถึงการคา้ ทต่ี ลาดขวัญไว้ ดังน้ี

ถึงแขวงแควแพตลอดตลาดขวัญ เป็นเมอื งจนั ตประเทศรโหฐาน
ตล่งิ เบือ้ งบูรพาศาลาลาน เรอื ขนานจอดโจษกนั จอแจ

บางธรณสี ถานท่สี มโภชพระแกว้ มรกต

นริ าศภูเขาทอง สนุ ทรภ่เู ดินทางถงึ บางธรณไี ดก้ ลา่ วว่า

มาถึงบางธรณที วีโศก ยามวโิ ยคยากใจให้สะอื้น

บางธรณเี ปน็ ชอื่ ชมุ ชนบางธรณมี คี ลองบางธรณี และวดั บางธรณอี ยใู่ นชมุ ชน เปน็ ชมุ ชนทมี่ มี าแตส่ มยั อยธุ ยา
เมอ่ื พ.ศ. ๒๓๒๓ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชโปรดเกลา้ ฯ ใหม้ พี ระราชพธิ สี มโภชพระแกว้ มรกตทพี่ ระตำ� หนกั
บางธรณี ก่อนท่ีจะอัญเชิญไปประดิษฐานท่ีพระราชวังกรุงธนบุรีด้วยขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค จ�ำนวน
๒๔๖ ลำ� จากพระต�ำหนกั บางธรณไี ปพระราชวังธนบรุ ี

วดั บางธรณีได้เป็นวัดระฆังในเวลาต่อมา พ.ศ. ๒๔๖๙ กระทรวงอตุ สาหกรรมได้สร้างโรงงานทอกระสอบ
ที่บนพืน้ ท่ตี ัง้ วัดบางธรณี ปัจจบุ นั เปน็ ทีต่ ัง้ ของกระทรวงพาณชิ ย์

สภาพชมุ ชนบางธรณไี ม่มีแล้วในปัจจบุ ัน คงมคี ลองบางธรณีอยู่ด้านเหนอื ของกระทรวงพาณชิ ย์

นนทบรุ ีศรีมหานคร 79

ภาพวาดขบวนเรืออญั เชิญพระแกว้ มรกต
ทมี่ า: สมดุ ภาพนนทบรุ ี วถิ แี หง่ การพฒั นานนทบรุ .ี นนทบรุ :ี สำ� นกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั นนทบรุ ,ี ๒๕๕๒. หนา้ ๗๓.

ชมุ ชนและสถานท่ีตามนริ าศผ่านคลองแมน่ ้ำ� ออ้ ม

เสน้ ทางคมนาคมทางนำ้� ในจงั หวดั นนทบรุ ที ก่ี วไี ดก้ ลา่ วไวใ้ นนริ าศตา่ ง ๆ อกี เสน้ ทางหนงึ่ นอกจากเสน้ ทาง
ตามลำ� นำ�้ เจา้ พระยา คอื เส้นทางการเดนิ ทางผ่านคลองออ้ ม หรอื คลองแม่น�้ำอ้อมทเ่ี ปน็ แมน่ ้�ำเจา้ พระยาเดมิ

การเดินทางตามล�ำน�้ำเจ้าพระยาสายเก่าหรือคลองแม่น�้ำอ้อมนี้สามารถเดินทางไปทางตะวันตกของ
กรงุ เทพมหานคร ไดแ้ ก่ นครปฐม สพุ รรณบรุ ี เปน็ ตน้ ดว้ ยการเดนิ ทางจากกรงุ เทพฯ เขา้ คลองบางกอกนอ้ ย ผา่ นเขา้
คลองขุดท่ีขุดเช่ือมจากคลองบางกอกน้อยท่ีวัดสุวรรณคีรีมาบรรจบคลองแม่น�้ำอ้อมที่วัดชลอ อ�ำเภอบางกรวย
จงั หวัดนนทบรุ ี ซง่ึ สมเด็จพระมหาจกั รพรรดโิ ปรดเกลา้ ฯ ใหข้ ดุ เชื่อมเม่ือ พ.ศ. ๒๐๙๑ ปจั จบุ นั คลองขดุ เชื่อมนี้
เรยี กวา่ คลองบางกอกนอ้ ยไปแล้ว

สุนทรภู่และกวีอ่ืน ๆ เช่น หมื่นพรหมสมพัตสร (นายมี) ได้เดินทางตามคลองดังกล่าวน้ี ไปออกคลอง
บางใหญ่ และเดนิ ทางตอ่ ไปนครปฐม สพุ รรณบรุ ี และกาญจนบรุ ไี ด้ กวไี ดก้ ลา่ วถงึ ชมุ ชน และสถานทเ่ี ดนิ ทางผา่ น
ในท้องทอี่ �ำเภอบางกรวย อ�ำเภอบางใหญ่ ไวห้ ลายแห่ง

80 นนทบุรีศรีมหานคร

เจา้ พระยามหานที

วิถีชีวคี นเมืองนนท์

ภาพบา้ นเสาสูงรมิ น�ำ้ ภาพรา้ นอาหารทท่ี �ำเป็นเรือนแพริมแมน่ ้ำ� ภาพพระพายเรอื บณิ ฑบาต ภาพแมค่ า้
พายเรือขายของหรือภาพเด็กกระโจนน�้ำเล่นในจังหวัดนนทบุรี เหล่าน้ีเป็นค�ำอธิบายถึงความใกล้ชิด สนิทสนม
ของผู้คนกับแม่น�้ำล�ำคลองอย่างลึกซ้ึง จนเกิดวิถีวัฒนธรรมในนิเวศวัฒนธรรมของคนนนทบุรี ที่เรียกว่า
“วิถีวฒั นธรรมชาวน�้ำ”

เจ้าพระยามหานทีทไ่ี หลผ่านจังหวดั นนทบุรี มผี ู้สนั นิษฐานว่ามที ่ีมาจากบรรดาศกั ด์ชิ ัน้ “เจ้าพระยา” ซึ่ง
เปน็ บรรดาศกั ดช์ิ นั้ สงู ของขา้ ราชการสมยั อยธุ ยา มเี รอ่ื งเลา่ กนั วา่ ทา่ นเจา้ พระยาผนู้ น้ั คมุ ไพรพ่ ลตง้ั ดา่ นตรวจตรา
ผ้คู นอยทู่ ่ดี า่ นแหง่ หน่ึงท่ีบริเวณปากน้�ำใกลท้ ะเลอา่ วไทยท่ีเมืองสมทุ รปราการ จึงเรยี กตำ� บลท่ตี ั้งดา่ นดังกลา่ วใน
สมัยน้ันวา่ “บางเจ้าพระยา” และต่อมาได้ใช้เปน็ ชอื่ เรยี กแมน่ ้�ำว่า แมน่ ้ำ� เจ้าพระยา ชื่อแม่น�้ำเจ้าพระยาปรากฏ
เป็นครง้ั แรกในสนธสิ ัญญาที่สยามได้ทำ� กบั ฝรัง่ เศสในรชั สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยธุ ยา

แม่น�้ำเจ้าพระยาท่ีไหลผ่านจังหวัดนนทบุรีอีกท้ังเป็นที่บรรจบของคลองใหญ่น้อยนับร้อยคลองในจังหวัด
นนทบรุ ี จงึ เปน็ ทมี่ าของคำ� กลา่ วทว่ี า่ หากจะเรยี นรวู้ ถิ ชี วี ติ วฒั นธรรมของนนทบรุ ี กค็ วรรจู้ กั แมน่ ำ้� เจา้ พระยาและ
ล�ำคลองของจังหวัดนนทบุรีเสียก่อน เพราะแม่น้�ำเจ้าพระยาและคลองเล็กคลองน้อยในจังหวัดนนทบุรีเป็นท้ัง
สายธารแห่งชีวิตท่ีหล่อเล้ียงคนเมืองนนท์มาแต่กาลก่อนจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นอู่อารยธรรมส�ำคัญที่
หล่อหลอมวิถีแห่งศิลปวัฒนธรรม และเป็นท่ีก�ำเนิดของนิเวศวัฒนธรรมของนนทบุรี ดังเช่น อู่อารยธรรมคลอง
แม่น้�ำอ้อม ซง่ึ เปน็ แม่น้�ำเจา้ พระยาสายเดมิ ในจงั หวดั นนทบุรี

สองฝั่งเจ้าพระยาและตามล�ำคลองต่าง ๆ ในจังหวัดนนทบุรีท่ีมีพ้ืนท่ีกว้างใหญ่ล้วนเป็นนาเป็นสวนที่
สามารถผลติ ขา้ วและผลไมพ้ ชื ผกั ตา่ ง ๆ เปน็ อขู่ า้ วอนู่ ำ�้ ทสี่ มบรู ณด์ ยี ง่ิ เชน่ เดยี วกบั บรเิ วณอน่ื ของสองฝง่ั เจา้ พระยา

พระสังฆราชปาลเลอกัวซ์ ชาวฝรั่งเศส ซึ่งเดินทางเข้ามากรุงศรีอยุธยาในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์
มหาราช ไดเ้ ขยี นบรรยายความรสู้ กึ ไว้ในหนังสือเลา่ เรอ่ื งเมืองไทย ตอนหนง่ึ วา่

“ขา้ พเจา้ ไมท่ ราบวา่ ในโลกนย้ี งั มปี ระเทศใดบา้ งทม่ี คี วามอดุ มสมบรู ณย์ ง่ิ ไปกวา่ ประเทศสยามหรอื ไม่
โคลนตมของแมน่ ำ้� ไดท้ ำ� ใหผ้ นื ดนิ อดุ มไปดว้ ยปยุ๋ ทกุ ปี โดยแทบไมต่ อ้ งบำ� รงุ ดนิ เลย กไ็ ดข้ า้ วกอใหญอ่ นั มรี สวเิ ศษ...”

เซวาลิ เยร์ เดอ โชมองต์ ราชทูตฝรั่งเศสที่เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีทางการทูตคร้ังรัชกาลสมเด็จ
พระนารายณม์ หาราชแหง่ กรุงศรอี ยุธยาไดบ้ นั ทึกถึงแมน่ ้�ำเจา้ พระยาไว้ ดงั น้ี

“แม่น�้ำใหญ่โตและสง่างดงามมาก ลึกหลายวา ในปีหนึ่งน้�ำคงท่วมตามทุ่งนาราว ๔ - ๕ เดือน...
หากเปรียบเทยี บไปแล้ว แม่น้ำ� เจ้าพระยาก็เหมือนกบั แมน่ ำ�้ ไนล์ของเมอื งอียิปต์ ในเวลานำ้� ท่วมนั้น ก็เท่ากบั
เอาปยุ๋ มาใสต่ ามไร่นาอันมีอย่มู ากเปน็ ทสี่ ดุ ...”

นนทบรุ ีศรมี หานคร 81

เรือนแพและเรอื นรมิ น้ำ�

แมเ้ รอื ขนาดใหญ่เป็นทพี่ ักอาศยั ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี

สภาพของธรรมชาติท่ีมีแม่น�้ำล�ำคลองเป็นถ่ินอาศัย การใช้ชีวิตของคนเมืองนนท์ในช่วงเวลาท่ีผ่านมาจึง
ปรับตวั เองให้สอดคลอ้ งกับธรรมชาตไิ ดเ้ ปน็ อย่างดี

เรือนแพหรือบ้านลอยน้�ำจึงมีอยู่ท่ัวไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านการค้าท่ีเป็นตลาดน�้ำและชุมชนใหญ่
ท้งั เมืองนนทแ์ ละเมืองบางกอก โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในช่วงตน้ กรงุ รตั นโกสินทร์

จอรล์ ฟนิ เลยส์ นั ผตู้ ดิ ตามจอหน์ ครอวฟ์ อรด์ ทตู การคา้ องั กฤษ เดนิ ทางเขา้ มากรงุ เทพฯ เมอื่ พ.ศ. ๒๓๖๔
- ๒๓๖๕ ไดก้ ลา่ วถึงบ้านเรอื นของชาวสยามในช่วงเวลานัน้ ว่า

“...อาจกล่าวได้ว่าชาวสยามน้ันมีความเป็นอยู่กันบนน�้ำ บ้านเรือนมักไม่ขยายไปไกลจากแม่น�้ำเกิน
๒๐๐ หลา และบา้ นเรอื นสว่ นมากจะลอยอยบู่ นแพไมไ้ มต่ ดิ ชายฝง่ั บา้ นเรอื นทม่ี ไิ ดล้ อยอยกู่ จ็ ะสรา้ งไวบ้ นเสา
ท่ีปักลงในโคลนและยกข้ึนเหนือริมฝั่ง แต่ละบ้านไม่ว่าจะลอยอยู่หรือไม่ จะมีเรือผูกติดอยู่ด้วย ส่วนมากจะ
เปน็ เรือเลก็ ไว้ใชก้ ันในครอบครัว การเดินทางมีน้อย ถ้ามีกจ็ ะไปทางน�้ำ...”

การเดินทางของผู้คนเมืองนนท์ในยุคนั้นจึงใช้เรือเป็นพาหนะ เพราะส่วนมากมีเรือใช้กันทุกบ้าน และมี
แมน่ ำ้� ลำ� คลองเปน็ เสน้ ทางคมนาคมหลกั แมพ้ ระสงฆม์ เี รอื ของวดั เพอื่ ใชบ้ ณิ ฑบาตไปตามหมบู่ า้ นรมิ แมน่ ำ้� หรอื รมิ คลอง

ภาพวาดเรอื นรมิ นำ�้ แมน่ ำ้� ลำ� คลองเปน็ เส้นทางคมนาคมหลกั

82 นนทบุรศี รีมหานคร

พายเรือหรอื แจวเรอื เปน็ เร่อื งปกตขิ องการเดินทาง

ชาวตะวนั ตกทเี่ ขา้ มากรงุ ศรอี ยธุ ยาตา่ งฉงนสนเทห่ ว์ า่ คนไทยใชเ้ รอื ล�ำเลก็ ๆ สญั จรไปมาอยา่ งสบายใจไดอ้ ยา่ งไร
ส�ำหรับพวกเขาแค่ไปน่ังแล้วเรือไม่ล่มเสียก่อน ก็เป็นเร่ืองอัศจรรย์แล้ว น่ียังไม่ได้พูดถึงว่าจะพายเรือกันอย่างไร
ผคู้ นในเมอื งนนทแ์ ตเ่ ดมิ มาแทบจะหาคนพายเรอื ไมเ่ ปน็ ไมไ่ ด้ เพราะทกุ คนแจวเรอื พายเรอื ถอ่ เรอื กนั ไดท้ งั้ นน้ั

ปจั จบุ นั การใชร้ ถยนต์ รถจกั รยานยนตเ์ ขา้ มาแทนทก่ี ารใชเ้ รอื ผคู้ นชาวนนทบรุ ยี คุ ปจั จบุ นั ไมใ่ ชช่ าวนำ้� วถิ ชี วี ติ
ชาวน�ำ้ จงึ หมดไปดว้ ย

ภาพวาดแมน่ �ำ้ ลำ� คลอง เต็มไปด้วยเรือพาย เรอื แจว เรือขนาดใหญ่
เปน็ ทั้งท่ีพกั อาศัย และพาหนะเดินทาง

นนทบุรศี รีมหานคร 83

ความงามสองฝั่งนที

ท่นี นทบรุ ยี ามราตรกี าล

สองฝ่ังแม่น้ำ� เจ้าพระยาจากปากน�ำ้ ถงึ เมืองนนทบรุ ี ในยามค�่ำคืน ธรรมชาติได้บันดาลความงดงามในยาม
ราตรกี าล ความงดงามเช่นนี้ บาทหลวงตาชารด์ ได้บนั ทึกไวใ้ นจดหมายเหตุการเดนิ ทางสู่ประเทศสยาม เมื่อ พ.ศ.
๒๒๒๘ ไว้ดงั น้ี

“...เราเดินทางทวนแม่น�้ำไปตลอดท้ังคืน และในระหว่างน้ีเราได้เห็นสิ่งที่เจริญตาเป็นอันมาก
กล่าวคือ ห่ิงหอ้ ยเปน็ จำ� นวนเหลอื คณานบั เต็มอยู่ตามต้นไม้ทีข่ ้นึ อยู่ตามชายตลิง่ แม่น�ำ้ ทง้ั สองฟาก แต่ละต้น
ราวกับโคมระย้าแก้ว อันแพรวพราวไปด้วยจุดแสงนับไม่ถ้วน สะท้อนแสงลงบนผิวน�้ำท่ีราบเรียบราวกับ
แผ่นกระจก เป็นการทวีปริมาณข้ึนไปอีกจนสุดตา ภาพท่ีเกิดข้ึนสองฝั่งน้�ำเช่นน้ีมีความงดงามที่เกิดจาก
ธรรมชาติ งามตระการตา ประทบั ใจ บาทหลวงตาชารด์ ถงึ กบั บนั ทึกวา่ “เปน็ สิง่ ท่เี จริญตาเป็นอนั มาก”

และด้วยความประทับใจในสิ่งที่เจริญตาเป็นอันมากนี้เอง การบันทึกการเดินทางที่กล่าวถึงภาพของ
สองฝง่ั แมน่ ำ�้ เจา้ พระยาครั้งนจี้ งึ กล่าวถึงความงามของเจา้ พระยายามราตรีไดไ้ พเราะและถา่ ยทอดความงาม
ของเจ้าพระยายามราตรีไดด้ ที ี่สุด...”

ริมฝั่งเจ้าพระยา ยามอาทิตยอ์ ัสดง บรเิ วณด้านใตข้ องเกาะเกร็ด
อ�ำเภอปากเกร็ด จงั หวัดนนทบุรี (พ.ศ. ๒๕๕๐)

84 นนทบรุ ีศรีมหานคร

เนอ่ื งจากแมน่ ำ้� เจา้ พระยาบรเิ วณปากนำ้� จนถงึ เมอื งนนทบรุ เี ปน็ บรเิ วณทนี่ ำ�้ ทะเลเออ่ ลน้ ขน้ึ มาตามลำ� นำ้� ได้
ลกั ษณะนำ้� ในแมน่ ำ�้ เจา้ พระยาบรเิ วณนจี้ งึ มคี ณุ สมบตั ทิ เี่ รยี กกนั วา่ “ลกั จดื ลกั เคม็ ” สองฝง่ั ลำ� นำ�้ เจา้ พระยาบรเิ วณน้ี
จึงมีต้นล�ำพูขึ้นอยู่ท่ัวไป ต้นล�ำพูจะมีไปตลอดสองฝั่งเจ้าพระยา จากปากน�้ำจนถึงบริเวณพื้นที่จังหวัดนนทบุรี
ที่อ�ำเภอปากเกรด็ จดกบั พื้นทข่ี องอำ� เภอเมอื งปทุมธานที างดา้ นใต้ ต้นล�ำพูชอบข้นึ อยู่บริเวณท่ีมนี ำ้� ลกั จืดลกั เค็ม
หง่ิ หอ้ ยอาศยั อยทู่ ต่ี น้ ลำ� พทู ข่ี น้ึ อยรู่ มิ แมน่ ำ้� สองฝง่ั เจา้ พระยาในจงั หวดั นนทบรุ ที มี่ ตี น้ ลำ� พมู ากมายจงึ เปน็ ทอ่ี าศยั
อยา่ งดขี องหิ่งห้อยนบั แสนนบั ลา้ นทชี่ ่วยสร้างความงามยามราตรกี าล

บรเิ วณรมิ ฝง่ั แมน่ ำ้� เจา้ พระยาตอนเหนอื ของจงั หวดั นนทบรุ ี จงึ มชี มุ ชนทเี่ รยี กวา่ บา้ นลำ� พรู ายอยถู่ งึ ๓ แหง่
คือ บา้ นล�ำพูราย ท่ีต�ำบลทา่ อฐิ ด้านใตว้ ดั เชิงเลน อ�ำเภอปากเกรด็ บ้านล�ำพูราย ตรงวัดลำ� พูราย มมุ เกาะเกรด็
ด้านใต้ ต�ำบลเกาะเกรด็ และบ้านล�ำพูราย ตำ� บลคลองพระอุดม หมบู่ า้ นล�ำพูรายทั้ง ๓ แห่ง ตั้งอยู่ในพนื้ ทอ่ี �ำเภอ
ปากเกร็ด จงั หวดั นนทบรุ ี

น่าเสียดายภาพท่ีงดงามยามราตรีของเมืองนนทบุรีท่ีไม่มีให้เห็นแล้วในปัจจุบัน เพราะสภาพแวดล้อม
ท่ีเป็นธรรมชาติถูกท�ำลาย แม้ต้นล�ำพูก็เหลืออยู่ไม่กี่ต้น ใกล้จะสูญพันธุ์ เช่นเดียวกับหิ่งห้อยที่ชอบอยู่ในที่สงบ
แตถ่ กู รบกวนด้วยมลพิษทางอากาศ และมลภาวะทางเสียง จึงไมม่ ีหง่ิ หอ้ ยมากมายดังเชน่ ในอดตี ถึงจะมีอยู่บ้าง
กน็ ้อยเต็มที

ความงามของเจา้ พระยา

ในสายตาชาวตา่ งชาติ

อเล็กซานเดอร์ อังรี มโู อต นักธรรมชาติวทิ ยาชาวฝรง่ั เศสเดนิ ทางมาประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๑ ได้
บรรยายถึงความงามของแม่น�้ำเจ้าพระยาและผู้คนที่เป็นชาวน้�ำอยู่กับเรือนแพที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชาวบ้าน
ย่านบ้านสวนเมืองบางกอกและเมอื งนนทบรุ ี

“...แม่นำ้� เจา้ พระยา (Meanam) มีความงดงามสมกับฉายา “Mother of Waters” และมคี วามลกึ
ขนาดทเี่ รอื กลไฟขนาดใหญท่ ส่ี ดุ ยงั สามารถแลน่ เลยี บรมิ ฝง่ั แมน่ ำ้� ไปไดโ้ ดยปราศจากอนั ตราย ใกลจ้ นสามารถ
ได้ยินเสียงนกที่เกาะอยู่บนก่ิงไม้ส่งเสียงร้องอย่างร่าเริง.....ทัศนียภาพโดยทั่ว ๆ ไปดูงดงามราวกับภาพวาด
ตลอดสองฝั่งแม่น้�ำมีบ้านเรือนต้ังอยู่เป็นจุด ๆ ไกลออกไปและเห็นหมู่บ้านปลูกเรียงรายอยู่เป็นหย่อม ๆ
สร้างความหลากหลายแกท่ ศั นยี ภาพเปน็ อยา่ งยงิ่ ...

ทีน่ ี่เราพบเห็นเรอื จ�ำนวนมาก บนเรอื มที ้ังชายหน่มุ หญิงสาว แมแ้ ตเ่ ดก็ ๆ กพ็ บเห็นอยบู่ อ่ ย ๆ ก�ำลงั
พายเรือกนั อยา่ งคลอ่ งแคล่วจนแทบไม่น่าเช่อื พวกเดก็ ๆ ดจู ะคนุ้ เคยกับน้�ำกันต้ังแต่ยังเล็ก ๆ ขา้ พเจ้าเคย
พบเหน็ เดก็ ๆ ทบี่ า้ นทา่ นเจา้ เมอื ง ซ่ึงยังอยใู่ นวัยเลก็ มาก กระโจนลงแมน่ �้ำดำ� ผุดดำ� วา่ ยกนั ราวกบั นกเป็ดนำ�้
ชวนให้พศิ วง ตน่ื ตาตน่ื ใจเป็นยิง่ นกั ...”

นนทบรุ ีศรมี หานคร 85

ภาพความงามของแม่น้�ำเจ้าพระยาในย่านเมืองนนทบุรีในอดีต คงมีภาพให้ผู้คนท่ีสัญจรไปมาทางเรือได้
พบเห็นภาพเชน่ นัน้ เช่นกนั ด้วยได้สัมผสั ดว้ ยสายตาทบ่ี า้ น เรือนแพ ในแหลง่ ตลาด ตั้งแตต่ ลาดปากคลองบางเขน
ตลาดแก้ว ตลาดขวัญ และบา้ นบางตลาด ตลาดปากเกรด็ ตลาดเหล่านอี้ ยตู่ ามล�ำน�ำ้ เจ้าพระยาในเมืองนนทบุรี

แม้เม่ือสัญจรไปตามล�ำคลองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคลองแม่น้�ำอ้อม ย่อมได้พบเห็นภาพเรือนแพและเรือ
คา้ ขายในตลาดน�ำ้ ย่านบางเลน บางใหญ่ บางราวนก บางคเู วยี ง อีกทงั้ ไดพ้ บเห็นผคู้ นทีแ่ จวเรอื พายเรอื ไปมา
รวมทง้ั เรอื พายของพระสงฆใ์ นอารามตา่ ง ๆ ในยามเชา้ ท่ีพายเรอื บณิ ฑบาตไปอย่างช้า ๆ ผา่ นบ้านเรือนชาวสวน
ตามล�ำคลองตา่ ง ๆ อย่างสงบเสง่ียมน่าศรทั ธา เหล่านค้ี ือภาพท่ปี รากฏอยตู่ ามชมุ ชนตา่ ง ๆ ที่อย่ตู ามลำ� คลองใน
แถบดินถ่นิ เมอื งนนทบรุ ที ่ีมมี าอยา่ งยาวนาน

เมืองนนทบุรีมบี างอยูต่ ลอด
สองฝง่ั เจ้าพระยา

แมน่ ำ�้ เจา้ พระยาทไ่ี หลจากจงั หวดั นครสวรรคล์ งมาทางใตถ้ งึ ปากนำ�้ เจา้ พระยาไดไ้ หลผา่ นพนื้ ทที่ เี่ ปน็ ทร่ี าบ
ลุ่มหลายแห่ง โดยเฉพาะพ้ืนที่ตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาลงมาถึงปากน้�ำเจ้าพระยา สภาพพ้ืนท่ีดังกล่าวน้ี
เปน็ ทร่ี าบลมุ่ ตลง่ิ ของลำ� นำ้� จะไมป่ รากฏชดั เจน มกั จะมนี ำ้� ทว่ มอยเู่ ปน็ ประจำ� สองฝง่ั เจา้ พระยาจงึ มคี ลองธรรมชาติ
ท่ีเป็นทางน้ำ� ไหลมาบรรจบกับลำ� น�้ำเจา้ พระยาเป็นคลองเลก็ คลองนอ้ ยมากมาย

สองฝง่ั เจา้ พระยาจงึ มผี คู้ นมาตง้ั บา้ นเรอื นเปน็ หลกั แหลง่ เพอ่ื อยอู่ าศยั และทำ� สวนทำ� นา ดว้ ยมนี ำ้� บรบิ รู ณ์
เพ่อื การบริโภค อุปโภค และการทำ� สวนทำ� นา รวมท้งั เป็นทางน้�ำใช้สัญจรไปมาได้สะดวก

พื้นท่ีหลายแห่งที่ไม่มีคลองธรรมชาติ หรือมีคลองสายสั้น ๆ แต่ชาวบ้านต้องไปท�ำนาท�ำสวนในพื้นท่ี
ห่างไกลจากริมแม่น้�ำ หรือคลองธรรมชาติ ชาวบ้านจะขุดทางน้�ำขนาดไม่ใหญ่แยกจากแม่น้�ำล�ำคลอง เพ่ือเป็น
ทางระบายน้�ำเขา้ ไปถึงบริเวณทท่ี �ำสวนทำ� นาได้ ทางนำ�้ ดังกล่าวน้ี เรียกวา่ “บาง”

ในสาสน์ สมเดจ็ สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำ� รงราชานภุ าพ ไดท้ รงสนั นษิ ฐานทม่ี าของคำ� วา่
“บาง” ไวด้ ังนี้

“บาง” คือ คลองตนั เปน็ แนว่ ่า ทำ� ขึ้นเพื่อจะชักน�ำ้ ในแม่น�้ำเขา้ ไปใชท้ ่ที �ำกิน มีเรอื กสวนไร่นา เปน็ ตน้
เกิดแต่มผี ู้คนมากขนึ้ จะต้องทำ� กนิ กันอยูแ่ ต่รมิ แม่น้�ำหาพอกนั ไม”่

ชอ่ื ของบาง สว่ นมากเปน็ ชอื่ งา่ ย ๆ ทช่ี าวบา้ นเรยี กขานกนั เปน็ สามญั อาศยั สภาพของพน้ื ทห่ี รอื วตั ถสุ งิ่ ของ
ผคู้ นทม่ี อี ยใู่ นบริเวณนน้ั เช่น บางขนุน บางม่วง บางละมดุ บางบัวทอง บางตลาด บางกรวย บางใหญ่ เป็นต้น
ตอ่ มาค�ำวา่ บาง ไดเ้ ปน็ ชอ่ื ของชุมชน หมู่บ้าน หรอื ตำ� บล เพราะมีผูค้ นไปตงั้ บา้ นเรือนอยู่อาศัยมากขนึ้

86 นนทบรุ ศี รีมหานคร

จังหวัดนนทบุรีเป็นจังหวัดท่ีมีคลอง มีชุมชนท่ีมีบางและมีชื่อของบางเป็นค�ำน�ำหน้าคลองและชุมชนอยู่
ในเขตพน้ื ทขี่ องจงั หวดั นนทบรุ เี กอื บทกุ อำ� เภอ ยกเวน้ อำ� เภอไทรนอ้ ยอำ� เภอเดยี วทไี่ มม่ คี ำ� วา่ บาง นำ� หนา้ ชอื่ คลอง
หรือชุมชน ส่วนอ�ำเภอเมืองนนทบุรี อ�ำเภอบางกรวย อ�ำเภอบางใหญ่ อ�ำเภอบางบัวทอง และอ�ำเภอปากเกร็ด
มบี างเปน็ ชอื่ ของคลองของชมุ ชน หรอื ชอ่ื ของวดั จำ� นวนหลายแหง่ แมช้ อื่ ของอำ� เภอบางอำ� เภอในจงั หวดั นนทบรุ ี
มีบางนำ� หน้าชอ่ื ของอ�ำเภอ ได้แก่ อ�ำเภอบางใหญ่ อ�ำเภอบางกรวย และอำ� เภอบางบวั ทอง

“บาง” ที่มีในจังหวัดนนทบุรี และปรากฏอยู่ในวรรณกรรม นิราศก�ำสรวลสมุทร ซ่ึงเป็นวรรณกรรมท่ี
แตง่ ข้นึ ตง้ั แตส่ มยั ตน้ กรุงศรีอยธุ ยาเป็นราชธานี ท่ีได้กล่าวถึงชอ่ื บา้ น นามเมอื ง ยคุ เกา่ แกค่ ร้ังเมอื่ เร่มิ แรกการเกดิ
กรงุ ศรอี ยธุ ยา นริ าศกำ� สรวลสมทุ รนเี้ ปน็ เอกสารเกา่ ทสี่ ดุ ทก่ี ลา่ วถงึ ชมุ ชนในจงั หวดั นนทบรุ ี ทมี่ คี ำ� วา่ “บาง” นำ� หนา้
ดงั น้ี
มาท่งุ ทเุ รศพี ้ บางเขน
เขนขา่ วอกนมเฉลา ท่ีต้ัง
ปีนกามกระเวนหัว ใจพ่ี พระเอย
ฤ บใ่ หแ้ ก้วกง้ั พค่ี งคนื คง ฯ

บางเขน ปจั จุบันนี้เปน็ ชื่อของตำ� บลบางเขน อำ� เภอเมืองนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ ี และเป็นช่ือคลองที่อยู่
ติดวัดปากน�้ำ ใต้วัดเขมาภิรตาราม เป็นคลองแบ่งเขตจังหวัดนนทบุรี กับกรุงเทพมหานคร บางเขน เป็นชื่อบาง
ทเ่ี ก่าแก่ทม่ี กี ารกลา่ วถึงมาเม่ือ ๕๐๐ กวา่ ปมี าแล้ว

ส่วน คำ� วา่ “บาง” ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ใหค้ วามหมายอย่างหนงึ่ ว่า
“บางคอื ทางน�ำ้ เล็ก ๆ หรือทางน้ำ� เล็กที่ไหลขึ้นลงตามระดบั นำ�้ ในแมน่ ำ�้ ลำ� คลองหรอื ทะเล”

นอกจากนนั้ ค�ำว่า “บาง” ยังมีความหมายถงึ ชุมชน ซง่ึ ในพจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน ได้กลา่ วไว้
ดงั น้ี “ตำ� บลบา้ นทอี่ ยู่ หรอื เคยอยรู่ มิ บาง หรอื ในบรเิ วณทเ่ี คยเปน็ บางมากอ่ น” ดงั นน้ั “บาง” ในทน่ี จ้ี งึ หมายถงึ
ท้งั ทางน�ำ้ และชมุ ชนทตี่ ง้ั อยูบ่ รเิ วณ “บาง”

ชื่อของอ�ำเภอ ตำ� บล และหมู่บ้านในจังหวดั นนทบรุ ที มี่ ีค�ำว่า บาง น�ำหนา้ ชอื่ มอี ยู่มาก
ชือ่ อ�ำเภอทีม่ คี ำ� ว่า บาง มดี งั น้ี

อำ� เภอบางกรวย
อ�ำเภอบางบวั ทอง
อ�ำเภอบางใหญ่

ชอ่ื ตำ� บลท่มี ีคำ� ว่า บาง มดี งั นี้ อ�ำเภอบางกรวย ได้แก่
อำ� เภอเมืองนนทบุรี ไดแ้ ก่ ตำ� บลบางกรวย
ต�ำบลบางศรเี มอื ง ต�ำบลบางสีทอง
ตำ� บลบางกรา่ ง ตำ� บลบางขนนุ
ต�ำบลบางไผ่ ตำ� บลบางคูเวยี ง
ตำ� บลบางรกั นอ้ ย ตำ� บลบางขุนกอง
ตำ� บลบางกระสอ
ต�ำบลบางเขน

อ�ำเภอบางใหญ่ ไดแ้ ก่ นนทบรุ ีศรมี หานคร 87
ตำ� บลบางมว่ ง
ตำ� บลบางใหญ่ อำ� เภอบางบัวทอง ได้แก่
ตำ� บลบางเลน ต�ำบลบางรกั ใหญ่
ต�ำบลบางแมน่ าง ต�ำบลบางรักพฒั นา

อำ� เภอปากเกร็ด ไดแ้ ก่
ต�ำบลบางตะไนย์
ตำ� บลบางพูด
ต�ำบลบางตลาด
ตำ� บลบางพลับ

ในอำ� เภอตา่ ง ๆ ดงั กล่าว ยังมหี มู่บ้านหรือชุมชนท่มี ีค�ำว่า “บาง” น�ำหน้าชื่อหมบู่ ้านอีกมาก แมต้ ำ� บลนั้น
จะไมม่ ีค�ำว่า “บาง” น�ำหนา้

อำ� เภอเมอื งนนทบุรี ไดแ้ ก่ อ�ำเภอบางกรวย ไดแ้ ก่

บ้านบางตะนาวศรี บ้างบางไกร
บ้านบางข่า บา้ นบางระนก
บ้านบางขวาง
บ้านบางธรณี
บา้ นบางแพรก

อ�ำเภอบางใหญ่ ได้แก่ อ�ำเภอบางบัวทอง ไดแ้ ก่
บา้ นบางเลน บา้ นบางพลู
บา้ นบางศรีราษฎร์ บา้ นบางแพรก
บา้ นบางคูลดั บา้ นบางครู ดั
บา้ นบางค้อ บา้ นบางไผ่
บา้ นบางโค

อ�ำเภอปากเกรด็ ได้แก่
บา้ นบางพูดนอก
บา้ นบางพูดใน
บ้านบางพลับ
บ้านบางภูมิ

88 นนทบุรศี รมี หานคร

เมอื งนนทบุรีเป็นเมอื งน�ำ้

สภาพภูมิศาสตร์ และที่ตัง้ ของจังหวัดนนทบุรี ตง้ั อยใู่ นพื้นท่รี าบลุ่มต่ำ� มแี มน่ ำ�้ เจ้าพระยาไหลผา่ น อีกทงั้
มคี ลองสาขาทเี่ ชอ่ื มตอ่ กบั แมน่ ำ�้ ทา่ จนี และแมน่ ำ�้ บางปะกง อกี ทง้ั ทตี่ งั้ ของจงั หวดั นนทบรุ ี อยใู่ กลป้ ากนำ้� เจา้ พระยา
ใกล้อา่ วไทย การขน้ึ ลงของน้�ำทะเลอา่ วไทย มผี ลใหแ้ ต่ละวันมีน้ำ� ขนึ้ น�ำ้ ลง ทแ่ี มน่ ำ�้ เจา้ พระยา และมนี ้ำ� ทว่ มทุ่ง
เป็นประจ�ำในช่วงฤดูนำ้� หลาก

สภาพธรรมชาติของพื้นที่จังหวัดนนทบุรีเป็นเช่นดังกล่าวมานี้ ผู้คนนนทบุรีแต่เดิมมาสามารถปรับตัวให้
อยอู่ ยา่ งปกติสุขได้ ไมว่ า่ จะเป็นช่วงฤดูน�ำ้ หลาก หรอื ในฤดทู แ่ี ล้ง

การอาศยั อยใู่ นเรอื นแพ การใชเ้ รอื แพเปน็ พาหนะ ตลอดทง้ั การปลกู เรอื นใตถ้ นุ สงู ลว้ นเปน็ ภมู ปิ ญั ญาของ
คนรนุ่ ก่อน ๆ ทีพ่ ยายามปรบั ตวั ให้อยกู่ ับสภาพธรรมชาตไิ ด้ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในชว่ งฤดนู ้�ำหลาก หรือน�้ำท่วม

ชาวสวนทุเรียนท�ำคันสวนสูงเพื่อป้องกันน�้ำท่วมสวน ผู้อยู่เรือนแพท่ีท�ำการค้าหรือเป็นท่ีอยู่อาศัยก็ไม่ได้
เดอื ดรอ้ น เพราะเรอื นแพลอยขนึ้ ลงตามระดบั นำ้� ในแมน่ ำ�้ ลำ� คลองไดเ้ ปน็ อยา่ งดี บา้ นเรอื นทย่ี กใตถ้ นุ สงู ยอ่ มหมด
ห่วงเร่ืองนำ�้ ทว่ ม การสัญจรไปมาไมม่ ปี ัญหาเพราะเรือทมี่ ีกนั อยทู่ ุกบ้าน ไดท้ ำ� หนา้ ที่รบั ใชเ้ จ้าของได้อย่างดี ไม่วา่
จะใชแ้ จวหรอื พาย ถา้ เป็นเรอื ขนาดใหญ่ สามารถใชเ้ ปน็ ทพี่ กั อาศยั เช่นเดียวกับบ้านได้

ในฤดนู ำ�้ หลากคนเมอื งนนทด์ จู ะสนกุ สนานรน่ื เรงิ และอมิ่ บญุ ดว้ ยลอ่ งเรอื ไปทอดกฐนิ ทอดผา้ ปา่ ตกั บาตร
พระรอ้ ยทว่ี ดั ตา่ ง ๆ ในจงั หวดั นนทบรุ ี ถงึ เทศกาลลอยกระทง ลอยเรอื รนื่ เรงิ แถมดว้ ยการแขง่ เรอื ตามงานวดั ตา่ ง ๆ
ใหไ้ ด้เพิม่ ความต่นื เต้นดว้ ยแรงเชยี ร์ของชาวบ้าน

ประเพณชี าวน�ำ้ ของคนเมืองนนท์

นเิ วศวัฒนธรรมของคนเมืองนนทท์ ี่เกย่ี วกบั น้ำ� ในปัจจบุ ันนี้ยังคงมอี ยใู่ นชุมชนคนเมอื งนนท์
ประเพณีตกั บาตรพระร้อย อำ� เภอบางใหญ่ อำ� เภอบางบวั ทอง อ�ำเภอบางกรวย
คณะสงฆ์ในวัดต่าง ๆ ท่ีตั้งอยู่ริมคลองแม่น�้ำอ้อม และคลองบางใหญ่ในต�ำบลบางเลน ต�ำบลเสาธงหิน
ตำ� บลบางแมน่ าง อ�ำเภอบางใหญ่ และคณะสงฆ์ตำ� บลบางรักใหญ่ อำ� เภอบางบัวทอง จงั หวดั นนทบรุ ี ได้รว่ มกนั
จดั งานประเพณตี กั บาตรพระร้อย เปน็ การตักบาตรทางเรอื ประจำ� ปี
ถึงแม้วัด และชาวบ้านที่มาร่วมกันตักบาตรพระร้อยจะต้ังอยู่ต่างต�ำบล ต่างอ�ำเภอกัน แต่มารวมกันจัด
งานตกั บาตรพระรอ้ ยได้ เนือ่ งจากทีต่ ้งั ของวดั และตำ� บลตา่ ง ๆ น้ัน ต้งั อยรู่ ิมคลองอ้อมและมอี าณาเขตตดิ ตอ่ กัน
วัดและชุมชนต่างมีความสัมพันธ์กันดุจเป็นคนบ้านเดียวกัน มีวิถีชีวิตคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะอย่างย่ิงการเป็น
สมาชกิ สังคมชาวสวนและสงั คมชาวนาท่ีใช้ชีวติ อยใู่ นคลองออ้ ม คลองบางใหญ่ คลองบางแพรก คลองวัดมะเด่ือ
เมอ่ื ถงึ ฤดนู ำ้� หลาก ในวนั เพญ็ เดอื นสบิ สองของทกุ ปชี าวบา้ นในยา่ นคลองออ้ ม คลองบางใหญ่ คลองบางไผ่
คลองบางแพรก จะจดั อาหารคาวหวานลอยเรอื สองฝง่ั คลองออ้ ม ตง้ั แตป่ ากคลองบางใหญ่ อำ� เภอบางใหญต่ อ่ เนอื่ ง
ไปทางเหนอื หน้าวดั ราษฎร์ประคองธรรม วัดเสาธงหนิ วัดบางศรรี าษฎร์ ไปส้ินสุดทีว่ ดั โมลี อำ� เภอบางบวั ทอง
จงั หวดั นนทบุรี

ประเพณีตักบาตรพระรอ้ ย คลองบางกรวย
ทมี่ า: สมดุ ภาพนนทบรุ ี วถิ แี หง่ การพฒั นา. นนทบรุ :ี สำ� นกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั นนทบรุ ,ี ๒๕๕๕. หนา้ ๔๐.

เรอื พระสงฆจ์ ากวัดท่มี ารวมกนั รบั บิณฑบาต ไดแ้ ก่
วัดพระอินทร์ ต�ำบลเสาธงหิน อ�ำเภอบางใหญ่
วดั ราษฎร์ประคองธรรม ต�ำบลเสาธงหนิ อำ� เภอบางใหญ่
วดั เสาธงหิน ต�ำบลเสาธงหนิ อำ� เภอบางใหญ่
วดั บางศรรี าษฎร ์ ต�ำบลบางเลน อำ� เภอบางใหญ่
วัดมะเดอ่ื ต�ำบลบางรักใหญ่ อำ� เภอบางบวั ทอง
วดั บางแพรก ต�ำบลบางรกั ใหญ่ อ�ำเภอบางบวั ทอง
วัดโมล ี ตำ� บลบางรักใหญ่ อำ� เภอบางบัวทอง

เวลาประมาณ ๖.๐๐ น. ของวันขึน้ ๑๕ ค่�ำเดือน ๑๒ เรือพระสงฆจ์ ากวดั ต่าง ๆ มารวมกันทีป่ ากคลอง
บางใหญ่ อำ� เภอบางใหญ่ แตล่ ะวดั จะตอ้ งจดั เรอื อญั เชญิ พระพทุ ธรปู ๑ ลำ� มกี ารประดบั ตกแตง่ เรอื พระพทุ ธอยา่ ง
สวยงาม จัดเป็นขบวนเรือตามด้วยเรือพระสงฆ์วัดต่าง ๆ เรือบางล�ำจะเป็นเรือท่ีมาจากวัดอื่น ๆ นอกจากวัดที่
รว่ มกนั จดั งานกม็ ี บางลำ� มาจากวดั ทอี่ ยู่ใกล้กบั อ�ำเภอบางกรวยก็มี ทางคณะชาวบ้านท่ีมาท�ำบญุ ยินดีทไี่ ด้ทำ� บญุ
กบั พระสงฆท์ กุ วัดทีม่ ารว่ มรบั บณิ ฑบาตในเทศกาลตักบาตรพระรอ้ ย

วัดในอำ� เภอบางกรวยได้จดั งานตักบาตรพระร้อยเช่นกนั ไดแ้ ก่ วดั สักใหญ่ วัดไทยเจรญิ เปน็ ตน้

90 นนทบุรีศรีมหานคร

น้�ำหลากท่งุ หลากนา ก้งุ ปลามารอให้คนไปจบั กนิ

ฤดูน�ำ้ หลาก แต่เดิมมากุ้งปลาจะมาชมุ นมุ กนั ท่วั ทอ้ งทงุ่ ชาวนาจะเตรยี มขา่ ย อวน แห ออกจบั กุ้งปลา
โดยเฉพาะปลาตะเพียนทม่ี ากนิ ขา้ วในทงุ่ เป็นฝงู ใหญ่ ๆ นบั ร้อยนบั พันตวั ตอ่ ฝงู หนึง่

พ้ืนน้�ำที่มีน้�ำท่วมทุ่งเมื่อเดือนสิบสองน้ัน น�้ำจะใสมองเห็นพื้นดิน ฝูงปลา นานาพันธุ์แหวกว่ายวิ่งไล่กัน
งดงามหนา้ นำ�้ ในยา่ นน้ี สนั ตวา บวั เผอ่ื น บวั ผนั บวั สาย ชดู อกไสวเรย่ี ผวิ นำ้� ปา่ โสนขนึ้ เปน็ ดงกลางพน้ื นำ�้ ออกดอก
สเี หลืองสวยเต็มทุ่ง

ทกี่ ลา่ วน้ี ไมใ่ ชจ่ นิ ตนาการ แตค่ รงั้ หนง่ึ ไมน่ านมานเ้ี องสง่ิ ดงั กลา่ วมานม้ี อี ยจู่ รงิ และไดเ้ กดิ ขน้ึ ทจ่ี งั หวดั นนทบรุ ี
แตน่ นทบรุ ใี นทกุ วนั น้ี นำ�้ หลากไดก้ ลบั กลายเปน็ ฝนั รา้ ยของคนเมอื งนนท์ ทงั้ ๆ ทย่ี คุ นเ้ี ปน็ ยคุ แหง่ การพฒั นา
แต่น�้ำหลากมากลับต้องเป็นทุกข์ แม้น�้ำไม่หลากมา แม่น�้ำล�ำคลอง น้�ำเสียมีแต่น้�ำคร�ำ กุ้งปลา ไม่มีให้จับกิน
หรือชมความงามของฝูงปลาทแ่ี หวกวา่ ยกลางทุ่ง กลางนา ก็จะหาดูไมไ่ ดเ้ สยี แล้ว
ถึงกระน้ันก็ตามจงั หวดั นนทบรุ ี มกี ารพัฒนาอย่างไมห่ ยดุ ย้ังแบบโตวันโตคนื มถี นนหนทางดี มีรถไฟฟา้
มศี นู ยก์ ารคา้ ใหญ่ ๆ หมบู่ า้ นจดั สรรมากกวา่ ๑,๐๐๐ หมบู่ า้ น แตพ่ อมขี า่ วนำ้� หลากนำ้� ทว่ มมาเมอื่ ไร ตอ้ งเปน็ ขา่ วใหญ่
และเป็นโรคกลวั นำ้� กันทว่ั หัวระแหง ต่างกบั คนรนุ่ ปู่ ย่า ตา ทวด ทเ่ี ตรียมท�ำบุญสนกุ สนานร่ืนเริงในฤดนู ้�ำหลาก

พันธุ์ไมช้ ายเลนทีเ่ มอื งนนทบรุ ี

เมืองนนทบุรีต้ังอยู่ในบริเวณที่เป็นทะเลตม ที่ครั้งหน่ึงเคยเป็นชายฝั่งของอ่าวไทย แม่น�้ำเจ้าพระยาได้
นำ� พาดนิ โคลนมาทบั ถมตกตะกอนอยตู่ ามฝง่ั นำ้� เจา้ พระยาปแี ลว้ ปเี ลา่ นำ�้ ทะเลหนนุ ทำ� ใหด้ นิ ตะกอนทบั ถมอยตู่ าม
สองฝง่ั เจ้าพระยาในจงั หวดั นนทบรุ ี ธนบุรี กรงุ เทพฯ สมุทรปราการ

ตลอดสองฝง่ั เจา้ พระยา และลำ� คลองทแี่ ยกจากเจา้ พระยาจงึ เปน็ ทกี่ ำ� เนดิ ของพนั ธไ์ุ มช้ ายเลนทขี่ นึ้ อยทู่ ว่ั ไป ไดแ้ ก่
ล�ำพู เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ขึ้นอยู่ชายน�้ำท่ีเป็นโคลนตม ที่โคนต้นมีรากอากาศโผล่พ้นดินรอบ
โคนตน้ รากอากาศนี้สงู ประมาณ ๑๐๐ ซม. ผลลำ� พมู รี ูปทรงแป้นกลม คลา้ ยลกู จนั มกี ลีบเปน็ แฉกยาว ๆ หิ่งห้อย
ชอบอาศัยเกาะอยทู่ ตี่ ้นล�ำพู ในเวลาค�่ำคนื ตน้ ลำ� พูจึงดูสวนงามมาก เพราะมหี ง่ิ ห้อยนบั หม่นื นับแสนตัว สง่ แสง
งามระยบิ ระยับ
เตย เป็นไม้พุ่มข้ึนเป็นกอริมแม่น้�ำ ใบแคบยาวประมาณ ๑๐๐ - ๑๒๐ ซ.ม. มีหนามที่ขอบใบ ชอบข้ึน
ริมน้�ำมีรากเกาะยึดตล่ิงและในน้�ำ บางแห่งข้ึนเป็นกอยาวตามตลิ่ง ใบใช้สานเสื่อ เรียก เส่ือเตย หรือสานเป็น
กะแชงเรือ เตยมมี ากในอำ� เภอเมืองนนทบรุ ี และอ�ำเภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบุ รี
โพทะเล เปน็ พนั ธไ์ุ มย้ นื ตน้ ขนาดกลาง ทรงตน้ เปน็ พมุ่ ใบคลา้ ยใบโพธิ์ ดอกมสี เี หลอื ง ชอบขนึ้ บรเิ วณรมิ ตลงิ่
ชาวบา้ นนิยมปลกู เพอ่ื กันดนิ รมิ ตลิง่ พงั จากการถกู คล่ืนหรือนำ�้ กัดเซาะดนิ ชายตลงิ่
รมิ ตล่งิ ที่มีต้นล�ำพู ตน้ เตย หรือโพทะเล มกั จะมปี ลาตีน ปูเป้ยี วมาท�ำรอู าศยั อยชู่ ายน้ำ� จ�ำนวนมาก คูก่ บั
หง่ิ หอ้ ยทอี่ าศยั อยบู่ นกงิ่ กา้ น ดอกใบของลำ� พู เวลานำ้� ขนึ้ บรเิ วณโคนตน้ ลำ� พู โพทะเล และกอเตยจะเปน็ ทอี่ ยอู่ าศยั
ของกุง้ ปลา นานาพนั ธ์ุ

นนทบุรศี รีมหานคร 91

แมต้ น้ ลำ� พู โพทะเล เตย ดเู หมอื นจะไมม่ ปี ระโยชนท์ างตรงตอ่ การดำ� รงชวี ติ ของผคู้ นทเ่ี รยี กวา่ “ไมเ้ ศรษฐกจิ ” ได้
แตค่ วามสำ� คญั ทไี่ มอ่ าจมองขา้ มคอื ตา่ งกเ็ ปน็ พนั ธไ์ุ มท้ รี่ ว่ มกนั สรา้ งหรอื เปน็ สว่ นหนงึ่ ของระบบนเิ วศในเขตชายน้�ำ
ของแมน่ ำ�้ สายตา่ ง ๆ ทเี่ ปน็ แหลง่ เพาะพนั ธก์ุ งุ้ หอย ปู ปลา และความสมบรู ณข์ องระบบนเิ วศธรรมชาตทิ างชวี ภาพ

แต่นา่ เสยี ดาย พันธไ์ุ มด้ ังกลา่ ว ไมว่ า่ จะเปน็ ลำ� พู เตย หรอื โพทะเล แทบจะไม่มีให้ได้เห็นในปจั จุบัน ดงั น้ัน
จงึ ไม่แปลกใจเลยทีค่ นเมอื งนนท์ คนเมอื งอน่ื ๆ จะไมไ่ ดเ้ ห็นกุง้ หอย ปู ปลา ที่ดำ� ผุดดำ� วา่ ย หรือคลานไปมาตาม
ชายน้�ำ หรือไดช้ ่ืนชมทศั นาแสงห่ิงหอ้ ยประดับท้องฟา้ ยามราตรที ธ่ี รรมชาติบนั ดาลไว้แต่นานมาได้สญู ส้นิ ไป

พชื พนั ธ์ุรมิ คลองในจังหวัดนนทบุรี

ตน้ โพทะเลขนึ้ อย่รู ิมน้�ำ

92 นนทบรุ ศี รีมหานคร

บา้ นสวนและบ้านนาวิถีชีวิต

ของชมุ ชนคนเมอื งนนทแ์ ต่เดมิ มา

วิถีชีวิตของผู้คนในเมืองนนทบุรีท่ีมีอยู่ในชุมชนดั้งเดิมมีอยู่ในครรลองของชาวสวน และชาวนาชาวสวน
หรือบ้านสวนดูเหมือนจะเป็นภาพที่ชัดเจนจนดูเป็นเสมือนอัตลักษณ์ของคนเมืองนนท์ เน่ืองด้วยสวนเมืองนนท์
เปน็ แหลง่ กำ� เนดิ ผลไมร้ สดี โดยเฉพาะทเุ รยี น “ทเุ รยี นนนท”์ ไดส้ รา้ งชอื่ เสยี งใหแ้ กเ่ มอื งนนทบรุ สี มกบั ทเี่ ปน็ ราชา
ของผลไม้และราชาของผลไม้น้นั จะตอ้ งมาจากสวนเมืองนนท์ดว้ ยจงึ จะเป็นจอมราชันแหง่ ผลไม้แท้จรงิ

ประกอบกบั บา้ นสวนเมอื งนนทบุรนี อกจากจะเป็นแหลง่ ก�ำเนิดผลไม้รสเลิศแลว้ บ้านสวนนนทบรุ ียังเป็น
แหล่งรวมของโบราณสถานและศิลปวัตถุท่ีมีคุณค่าของชาติท่ีมีอยู่อย่างมากมาย กระจายอยู่ท่ัวไปตามชุมชน
ชาวสวนโดยเฉพาะอย่างย่ิง ชุมชนชาวสวนตลอดสองฝั่งของแม่น�้ำเจ้าพระยาสายเก่าหรือคลองแม่น้�ำอ้อม และ
ชมุ ชนชาวสวนต่าง ๆ ท่กี ระจายอย่ตู ามคลองเล็กคลองนอ้ ยมากมายท่แี ยกสาขาจากคลองแมน่ ้ำ� อ้อม ชมุ ชนบ้าน
สวนเมอื งนนท์แห่งนถี้ ือได้วา่ เปน็ ออู่ ารยธรรมที่สำ� คญั ของชาตดิ ว้ ย

ออู่ ารยธรรมบา้ นสวนของจงั หวดั นนทบรุ แี หง่ นมี้ พี ฒั นาการมาตง้ั แตส่ มยั อยธุ ยาตอนตน้ อนั มพี ระปรางค์
หลวง วดั ปรางคห์ ลวงแสดงความเปน็ ตวั ตนของผคู้ นชาวสวนนนทท์ เ่ี กดิ ขนึ้ อยา่ งยาวนานมาแลว้ เปน็ เวลามากกวา่
๕ ศตวรรษ พระปรางค์องคน์ ย้ี ังตระหง่านเป็นศกั ด์ศิ รขี องจงั หวดั นนทบุรี และชมุ ชนย่านธนบรุ ี บางกอก จนถึง
ปจั จบุ นั อย่ทู ว่ี ัดปรางค์หลวง บ้านบางมว่ ง อำ� เภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบุรี

ชมุ ชนบ้านสวนกระจายอยู่ในอ�ำเภอเมอื งนนทบรุ ี อ�ำเภอบางกรวย อ�ำเภอบางใหญ่ บางสว่ นของอำ� เภอ
บางบวั ทอง และบางสว่ นของอ�ำเภอปากเกรด็

คร้นั ตอ่ มาตั้งแต่รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้พระราชาภมิ ณฑ์ ไดร้ ับ
พระบรมราชานญุ าตใหข้ ดุ คลองพระราชาภมิ ณฑท์ ที่ งุ่ ตะวนั ตก ปา่ กระทมุ่ มดื อนั เปน็ พนื้ ทขี่ องอำ� เภอบางบวั ทอง
อ�ำเภอไทรน้อยในปัจจุบันนี้ การขุดคลองได้ด�ำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๓๓ – ๒๔๔๒ ต่อมามีการขุดคลอง
ขนึ้ อกี หลายคลอง เชน่ คลองหมอ่ มแชม่ คลองทววี ฒั นา คลองขนุ ศรี คลองมะสง คลองลากคอ้ น คลองล�ำรี เปน็ ตน้
จากนน้ั จงึ เกิดชมุ ชนบา้ นนาที่มพี ้ืนทีก่ วา้ งขวางกระจายอย่เู ต็มพนื้ ทีอ่ ำ� เภอบางบัวทอง อ�ำเภอไทรนอ้ ย บางสว่ น
ของอ�ำเภอบางใหญ่ อีกท้ังเกิดชุมชนชาวนาต่อเน่ืองไปยังพ้ืนท่ีของจังหวัดใกล้เคียงที่มีเขตแดนติดต่อกับจังหวัด
นนทบุรดี ว้ ย คือ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และจงั หวดั นครปฐม

วิถีชีวิตของชุมชนชาวนา เป็นรูปแบบของชุมชนท่ีรวมตัวข้ึนเป็นชุมชนใหม่ อีกทั้งมีลักษณะพิเศษท่ี
ประชากรต่างเชื้อชาติ ต่างความเช่ือได้ไปอยู่รวมกันจนเป็นชุมชนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอ�ำเภอบางบัวทอง
และอำ� เภอไทรนอ้ ย ประชากรในชมุ ชนจงึ มไี ทย มอญ จนี ญวน และไทยมสุ ลมิ พื้นที่ของ ๒ อ�ำเภอนี้จึงเต็มไปด้วย
ทุ่งรวงทอง นาขา้ วเขยี วขจแี ลไปไกลสดุ สายตาจนจรดขอบฟ้า และปล่องโรงสที กี่ ระจายอยู่ตามชมุ ชนชาวนา

นนทบรุ ีศรมี หานคร 93

ภเวมิ ถูมอื ี ิชปงีนวัญินตทญอบัานรุ ขีเอปง็ ชนาผวลสผวนลชิ ตาทวนา งา

โครงสร้างดั้งเดิมทางสังคมของผู้คนนนทบุรีท่ีมี
สังคมชาวสวนและสังคมชาวนาดังกล่าว จึงท�ำให้วิถีชีวิต
ของสังคมชาวสวนและวิถีชีวิตของสังคมชาวนา จังหวัด
นนทบรุ มี ลี กั ษณะเดน่ และเปน็ การหลอ่ หลอมรปู แบบนเิ วศ
วฒั นธรรมการใชช้ วี ติ ของผคู้ นในเมอื งนนทบรุ ไี ดเ้ ปน็ อยา่ งดี
โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในกรณที เ่ี ปน็ นเิ วศวฒั นธรรมของชมุ ชน
ชาวสวนและนเิ วศวัฒนธรรมของชมุ ชนชาวนา

ปลอ่ งโรงสใี นชุมชนชาวนาย่านคลองบางใหญ่ ชี วิ ต สุ ข ส ง บ ใ น ว ง แ ข น ที่ โ อ บ ไ ว ้ ใ น ชุ ม ช น
ทย่ี ังหลงเหลอื ใหเ้ ห็นร่องรอย ชาวสวนนนท์

ชมุ ชนชาวนาในอดีต (พ.ศ. ๒๕๕๒) การตง้ั บา้ นเรอื นของชาวสวนนนทบรุ จี ะปลกู บา้ น
อยู่เรียงรายไปตามสองฝั่งคลอง ปกคลุมไปด้วยแมกไม้
นานาพันธุ์ เช่น มะม่วง ชมพู่ มะกอกน�้ำ ตีนเป็ดน้�ำจืด
กุ่มน้�ำ โมก ล�ำพู ไม้ริมน้�ำเหล่านี้ชาวสวนปลูกไว้เพ่ือให้
รม่ เงาแกบ่ า้ นเรอื น หรอื เพอ่ื ปอ้ งกนั ตลง่ิ พงั จากคลนื่ เรอื ยนต์
ไม่ได้เป็นพืชหลัก สองฝั่งคลองนอกจากจะมีหมู่เรือน
ใหญ่น้อยแล้วจะมีหมู่แมกไม้ปลูกอยู่ใกล้บ้านตลอดสอง
ฝ่ังคลอง อันเป็นแหล่งก�ำเนดิ นิเวศวฒั นธรรมท่สี �ำคัญของ
ชาวสวนนนทบรุ ี

ชมพู่พันธุ์ต่าง ๆ ทั้งชมพู่สาแหรก และชมพู่ม่าเหม่ียวท่ีใบดกหนา ผลิดอกมีเกสรสวยสีม่วงอมแดง
บานสะพร่ังเต็มตน้ เมอื่ ยามลมโชยเกสรสมี ่วงอมแดงจะโรยลงสู่พนื้ นำ้� ลอยเป็นแพงามสดใส

ต้นล�ำพู ขึ้นอยู่ชายน้�ำ มีรากโผล่พ้นดินล้อมโคนต้น เวลาค่�ำคืนห่ิงห้อยนับหมื่นนับแสนมาเกาะส่งแสง
ระยิบระยบั งามย่งิ นัก

ตน้ ไทร มกั จะขึ้นรมิ คลองหนา้ วดั หรอื ปากคลอง ทำ� ให้เกดิ บรรยากาศท่รี ม่ เย็นสงบ
กมุ่ นำ้� ทอดกงิ่ เรยี่ ผวิ นำ้� เปน็ พมุ่ ใหญย่ อดออ่ นดองกบั นำ้� มะพรา้ วจม้ิ ปลารา้ นำ้� พรกิ อรอ่ ยและเจรญิ อาหารดนี กั
มะกอกน�ำ้ ออกลกู สะพร่ังจนกิง่ ย้อยเร่ียน้ำ� เสยี งมะกอกสุกร่วงลงน้�ำดังปอ๋ มแป๋ม
จิก ออกช่อยอ้ ยระยา้ อย่ตู ามก่ิงแกว่งไกวไปมายามตอ้ งลม
ตนี เปด็ น�ำ้ แผก่ ิง่ คลมุ ตลงิ่ จนมืดมิด ชชู อ่ ดอกสขี าวสดสะพรั่งเต็มไปท้งั ตน้
นาน ๆ จะมีเรือพายระไปตามชายฝั่งคลอง พร้อมกันนั้นคนพายก็ทักทายคนบนตลิ่งอย่างสนิทสนม
เพิม่ บรรยากาศบ้านสวนใหม้ ชี วี ิตชวี าทา่ มกลางบรรดาแมกไมท้ ีร่ ่มรน่ื

94 นนทบุรีศรมี หานคร

วิถีชีวิตของชาวสวนจึงมีความเป็นอยู่ท่ีผูกพัน
กับความสงบเย็นและไม่เร่งรีบ นิเวศวัฒนธรรมของ
ชาวสวนเช่นนี้จึงส่งผลให้ชาวสวนเป็นผู้ท่ีสงบเย็นและ
ด�ำรงชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชด�ำริ
ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
รัชกาลท่ี ๙ อย่างแท้จริง มีความเป็นอยู่ท่ีเรียบง่าย
ประหยัด และใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่รวมทั้งเวลาให้เกิด
คณุ คา่ อย่างมากท่สี ุด

รายไดห้ ลกั ของชาวสวนคอื รายไดจ้ ากการขาย
ผลไม้ เช่น ทเุ รียน มงั คดุ มะม่วง กระท้อน สม้ มะไฟ
มะปราง เป็นต้น รายได้จากการขายผลไม้ส่วนใหญ่
จะเปน็ รายได้ครั้งเดียวในรอบปี

นอกจากรายไดห้ ลกั ทม่ี เี พยี งครงั้ เดยี วในรอบปี
คอื การขายผลไมต้ า่ ง ๆ ทเี่ ปน็ ผลผลติ จากสวน ชาวสวน
ที่ขยนั ยิ่งมีรายไดป้ ระจ�ำวนั จากผลผลิตในสวน เช่น

การเกบ็ ผกั ขาย ภายในสวนจะมพี ชื ผกั ทข่ี น้ึ เอง
ตามธรรมชาติ เช่น ผักบุ้ง ผักต�ำลึง ผักกูด ผักหวาน
ใบชะพลู ยอดกระถนิ หรือพืชผักทป่ี ลกู เช่น ข่า ตะไคร้
มะกรูด ใบมะกรูด มะนาว พริกขี้หนู กล้วย หัวปลี
ใบตอง มะพร้าว หมาก พลู เป็นต้น พืชผักเหล่าน้ี
ชาวสวนเก็บไปขายเปน็ รายไดป้ ระจ�ำวนั ได้

การแปรรูปผลผลิตจากต้นกล้วย ต้นกล้วย
เป็นแหล่งที่มาของรายได้ที่ดีแก่ชาวสวนมาต้ังแต่อดีต
เมื่อคร้ังยังไม่มีถุงพลาสติกและเชือกไนลอน นอกจาก
หัวปลีและผลกล้วยแล้ว ทุกส่วนของต้นกล้วยในอดีต
ใช้ประโยชน์ได้และชาวสวนสามารถแปลงเป็นเงินได้
ใบตองสดกรีดเอาก้านออกพับเป็นพับ ๆ จ�ำหน่ายได้
ใช้ห่อขนม หอ่ หมู เนอ้ื ปลาทู เปน็ ต้น ใบตองแหง้ ท�ำ
เป็นกระทงส�ำหรับใส่ขนมเข่งได้ กาบกล้วยกรีดเป็น
เสน้ เลก็ ๆ ตากแหง้ ท�ำเชอื กได้ กา้ นกลว้ ยตากแหง้ ใชม้ ดั
ผักได้ คนจีนท�ำสวนผักจะซ้ือไปมัดผักเพื่อน�ำผักไป
จำ� หน่าย
(บน) ตน้ ชมพู่ม่าเหม่ยี วก�ำลงั ออกดอก
(ลา่ ง) ตน้ ละมุดของสวนในจังหวัดนนทบรุ ี


Click to View FlipBook Version