The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มสธ_นนทบุรีศรีมหานคร (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by boomklinsukhon20, 2021-05-17 22:14:58

มสธ_นนทบุรีศรีมหานคร (1)

มสธ_นนทบุรีศรีมหานคร (1)

นนทบรุ ีศรีมหานคร 195

ภาพแมธ่ รณีบบี มวยผม เป็นภาพทม่ี ีความสวยงามอ่อนชอ้ ย และเปน็ ทย่ี อมรบั กันโดยทวั่ ไปว่า ในบรรดา
ภาพจติ รกรรมแมธ่ รณีบบี มวยผมไมม่ ีท่ีใดงามเทา่ ภาพแมธ่ รณบี ีบมวยผมวดั ชมภเู วก จึงเป็นท่ียอมรบั กนั ท่วั ไปวา่
เป็นภาพแมธ่ รณีบบี มวยผมทงี่ ามทีส่ ดุ ในโลก

ภาพจิตรกรรมระหว่างช่องหน้าต่าง และสองด้านของประตูอุโบสถหลังเดิมเขียนภาพทศชาติชาดก
ผนังหุ้มกลองด้านหลงั เขียนภาพพระพทุ ธรปู ขนาดใหญ่ ๒ องค์ หอ้ งทา้ ยสดุ ทางขวาของพระประธานเขยี นภาพ
พระจฬุ ามณีบนสวรรค์ชน้ั ดาวดงึ ส์ เหลา่ เทพยดามารว่ มถวายสักการะ มีองคอ์ นิ ทราเปน็ ประธาน

วหิ าร วิหารวัดชมภเู วกมรี ปู แบบสถาปตั ยกรรมคล้ายอุโบสถหลังเดิม แต่ดา้ นหน้าไมม่ พี ะไล มปี ระตูทงั้
ดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั ลายประดบั หนา้ บนั และซมุ้ ประตู ซมุ้ หนา้ ตา่ งเหมอื นกบั ซมุ้ ประตู ซมุ้ หนา้ ตา่ งอโุ บสถหลงั เดมิ

ภายในวิหารเขียนภาพจติ รกรรมเปน็ ภาพพทุ ธประวตั ทิ ่เี ขียนไวบ้ นผนังระหว่างช่องหนา้ ตา่ ง และผนังห้มุ
กลองสองดา้ นของประตเู ขยี นภาพพทุ ธประวตั ิ เหนอื ขอบหนา้ ตา่ งเขยี นภาพอดตี พระพทุ ธเจา้ แบง่ ออกเปน็ ๒ แถว
เขยี นภาพอดตี พระพทุ ธเจ้าซอ้ นทง้ั ๒ แถว

วิหารวัดชมภูเวกแต่เดิมเป็นท่ีประดิษฐานพระพุทธบาท แต่ปัจจุบันพระพุทธบาทได้น�ำไปประดิษฐานที่
มณฑปท่ีวดั กำ� ลงั ด�ำเนนิ การกอ่ สร้างอยู่

จิตรกรรมฝาผนังวัดชมภูเวก อาจารย์ศิลป์ พีระศรี พร้อมด้วยอาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ อาจารย์อังคาร
กลั ยาณพงศ์ ได้มาสำ� รวจไว้ และได้มกี ารคดั ลอกภาพไว้

เจดยี ม์ ุตาว
เจดีย์สถาปัตยกรรมมอญของวัดชมภูเวก เป็นเจดีย์ที่ชาวไทยเชื้อสายมอญในชุมชนท่าทราย บางตลาด
และชมุ ชนอนื่ ๆ เคารพนบั ถอื มาก ชาวมอญทอี่ พยพมาพง่ึ พระบรมโพธสิ มภารในพระราชอาณาจกั รไทยไดส้ รา้ งขน้ึ
เพ่ือเป็นท่ีเคารพกราบไหว้และเพ่ือร�ำลึกถึงพระมหาเจดีย์มุตาว เมืองหงสาวดี ราชธานีเก่าของมอญ เม่ือ
พ.ศ. ๒๔๖๐ ได้มีการบรู ณะและเสรมิ องคพ์ ระเจดียใ์ ห้สูงและใหญ่ ต่อมาในสมัยพระครูไพศาลพัฒนกิจ (เฉลยี ว
ปั้นทอง) ได้บูรณะคร้ังใหญ่เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ เจดีย์มุตาว วัดชมภูเวก เป็นเจดีย์มอญท่ีมีความงามยิ่งองค์หนึ่ง
ในลุม่ น�้ำเจา้ พระยา

อโุ บสถหลงั เดมิ อโุ บสถหลงั ใหม่
และวหิ ารวัดชมภูเวก

196 นนทบรุ ีศรมี หานคร

นนทบุรีศรมี หานคร 197

เจดีย์มุตาว วัดชมภูเวก ตำ� บลทา่ ทราย อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จังหวดั นนทบุรี

พระพทุ ธบาทวัดชมภเู วก - พระพทุ ธบาทที่เก่าแกข่ องชาติ

วัดชมภเู วก ตำ� บลท่าทราย อ�ำเภอเมอื งนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เป็นทีป่ ระดิษฐานพระพุทธบาทศลิ าสมยั
สุโขทัย ในพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ถือได้ว่าเป็นพระพุทธบาทที่เก่าแก่ของชาติเป็นพระพุทธบาทศิลา เป็นรอย
พระพทุ ธบาทดา้ นขวาทำ� ดว้ ยศลิ ามจี ารกึ อกั ษรขอมโบราณ เรอ่ื ง ญาณ ๓ อาการ ๑๒ จารกึ ไวท้ ปี่ ลายพระพทุ ธบาท
ทรี่ มิ รอยพระพทุ ธบาท ตรงกลางพระพทุ ธบาท แกะสลกั เปน็ วงกลมแบบกงลอ้ และจารกึ อกั ษรขอมตามสว่ นตา่ ง ๆ
ของกงลอ้ คอื ทด่ี มุ ทกี่ �ำ และที่กง

อักษรที่ริมรอยพระบาท จารกึ คาถา เย ธมฺ มา ดังนี้ พระพทุ ธบาท
วดั ชมภูเวก
เย ธมฺมา เหตปุ ภวา เตสํ เหตุํ ตถาคโต อาห
เตสญจฺ โย นิโร โธ เอวํ วาที มหาสมโณ

แปลวา่

สง่ิ ทง้ั หลายทง้ั ปวงมเี หตเุ ปน็ แดนเกดิ พระผมู้ พี ระภาคเจา้ ทรงแสดง
เหตแุ หง่ สงิ่ เหลา่ นน้ั และความดบั แหง่ สงิ่ เหลา่ นน้ั เพราะหมดเหตุ

พระพทุ ธบาทศลิ านป้ี ระดษิ ฐานอยใู่ นบษุ บกยอดปราสาทสมยั อยธุ ยาตอนปลาย
ทมี่ ีความสวยงามมาก

เดมิ พระพทุ ธบาทศลิ าและบษุ บกประดษิ ฐานอยใู่ นวหิ าร ซง่ึ ถอื ไดว้ า่ เปน็ พระพทุ ธบาทพรอ้ มบษุ บกแหง่ เดียว
ในจังหวดั นนทบุรที ่ีประดิษฐานอยู่ในวหิ าร

ปัจจบุ นั ทางวดั ได้ยา้ ยพระพุทธบาทพร้อมบษุ บกไปประดิษฐานท่ีมณฑป

แมพ่ ระธรณบี ีบมวยผม จติ รกรรมฝาผนังอุโบสถหลังเกา่ วัดชมภเู วก ทยี่ อมรบั กันทั่วไปวา่ งามท่ีสุดในโลก

มณฑปพระพทุ ธบาท
อยู่ดา้ นหลงั อโุ บสถ
หลงั เก่าและหลงั ใหม่
วัดชมภเู วก

บษุ บกยอดปราสาท
สมยั อยธุ ยาตอนปลาย
ทปี่ ระดษิ ฐานพระพทุ ธบาท
ท่มี ณฑปวดั ชมภูเวก
พพิ ิธภัณฑว์ ัดชมภูเวก
วดั ชมภเู วก จัดตงั้ พพิ ธิ ภัณฑ์พ้ืนบา้ นวัดชมภูเวกขน้ึ เพ่อื แสดงประวัตคิ วามเป็นมาของวดั และชมุ ชนบ้าน
ทา่ ทราย ต�ำบลทา่ ทราย อ�ำเภอเมืองนนทบุรี จังหวดั นนทบรุ ี รเิ รมิ่ โดยนายวีระโชติ ป้นั ทอง ด้วยการสนบั สนนุ
ของพระสมหุ ์สทุ ธิพงษ์ สิริวฒโํ น เจา้ อาวาสวดั ชมภเู วก เพ่อื เปน็ แหลง่ ศกึ ษาเรยี นรู้ของผทู้ ี่สนใจ มีพิธเี ปิด เม่อื วัน
อาทติ ยท์ ่ี ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ โดย ฯพณฯ รองนายกรฐั มนตรี ศาสตราจารยก์ ติ ตคิ ณุ ดร.วษิ ณุ เครอื งาม

ศาลาไทย
ที่ตง้ั พพิ ธิ ภัณฑพ์ ้ืนบา้ นวดั ชมภูเวก

ภายในพพิ ิธภัณฑพ์ ้นื บา้ น วดั ชมภูเวก

นนทบรุ ีศรมี หานคร 199
วดั คา้ งคาว มีธรรมาสนท์ รงกลมหนึ่งเดียวในประเทศไทย

วัดคา้ งคาว ตง้ั อยู่ที่ต�ำบลบางไผ่ อำ� เภอเมืองนนทบรุ ี จังหวัดนนทบรุ ี รมิ ฝ่ังแมน่ �้ำเจา้ พระยา ฝ่งั ตะวนั ตก
เหนือปากคลองบางกรวย ตรงขา้ มวดั เขมาภิรตาราม เป็นวัดโบราณที่สรา้ งสมยั อยธุ ยา ในรชั กาลสมเดจ็ พระบรม
ไตรโลกนาถ และมกี ารบรู ณะครั้งใหญ่ ในรชั สมัยพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั

อโุ บสถของวดั คา้ งคาวเปน็ โบราณสถานทส่ี รา้ งตง้ั แตส่ มยั อยธุ ยา เปน็ อโุ บสถขนาดใหญ่ ภายในประดษิ ฐาน
พระพุทธรปู สมัยอยุธยา ๒๘ พระองค์

ใบเสมาเป็นเสมาคูท่ ำ� จากศิลาทรายแดงจำ� หลักลายพรรณพฤกษาทม่ี อี ายเุ ก่าถึงสมัยอยุธยาตอนตน้
โบราณวัตถุท่ีส�ำคัญของวัดค้างคาวคือ ธรรมาสน์ทรงกลม เป็นงานฝีมือช่างสมัยอยุธยาที่งดงามมาก
โดยปกติธรรมาสน์ท่ีมีรูปทรงเป็นเรือนยอดทรงสี่เหล่ียม แต่ธรรมาสน์ของวัดค้างคาวเป็นธรรมาสน์เรือนยอด
ทรงกลมท่ีแตกต่างจากธรรมาสน์ท่ัวไป นับได้ว่าเป็นธรรมาสน์ทรงกลมสมัยอยุธยาหน่ึงเดียวในประเทศไทย
ปจั จุบนั ธรรมาสน์ทรงกลมวัดค้างคาวอยทู่ ่พี พิ ิธภณั ฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ
ธรรมาสน์ทรงกลมท่ีน�ำไปจากวัดค้างคาวเป็นธรรมาสน์ไม้จ�ำหลัก ประดับกระจก ศิลปะสมัยอยุธยา
ยอดทรงมงกุฎ ส่วนล่างแกะสลักเป็นรูปเซ่ียวกางเหยียบสิงห์ ศิลปะจีน รอบเรือนธรรมาสน์ประดับด้วยกระจัง
ปิดทองประดับกระจก บนั ไดเป็นไมร้ ปู ทรงออ่ นช้อย หัวบันไดเป็นรูปมนุษยน์ าค
ตพู้ ระธรรมวดั คา้ งคาว เปน็ โบราณวตั ถทุ ม่ี คี ณุ คา่ ของวดั คา้ งคาวเชน่ กนั เปน็ ตไู้ มจ้ ำ� หลกั ฝมี อื ชา่ งสมยั อยธุ ยา
เป็นตู้เท้าสิงห์ จ�ำหลักไม้เร่ืองทศชาติชาดก การแบ่งกลุ่มของลายแกะสลักในเร่ืองทศชาติ แบ่งด้วยลายจ�ำหลัก
เปน็ ตน้ ไมต้ ามธรรมชาติ เชน่ เดยี วกบั เทคนคิ การเขยี นภาพจติ รกรรม พน้ื ของลายจำ� หลกั ลงชาดสแี ดง ประดบั ดว้ ย
กระจกสสี วยงาม ตพู้ ระธรรมทงี่ ดงามของวดั คา้ งคาวใบนี้ ปจั จบุ นั อยใู่ นพพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ พระนคร กรงุ เทพฯ

อุโบสถ และเจดยี ว์ ัดคา้ งคาว

200 นนทบรุ ีศรีมหานคร
วดั ทา้ ยเมอื ง

วดั ทา้ ยเมอื ง ตง้ั อยรู่ มิ แมน่ ำ�้ เจา้ พระยาฝง่ั ตะวนั ออก ตำ� บล
สวนใหญ่ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เม่ือคร้ังมีการยก
ฐานะบา้ นตลาดขวัญข้ึนเป็นเมอื งนนทบรุ ี ท่ตี ัง้ เมืองอยู่เหนอื วัดนี้
จึงมีช่ือว่าวัดท้ายเมือง ส่วนวัดที่อยู่ตอนเหนือของเมืองนนทบุรี
มชี อื่ วา่ วดั หวั เมอื ง (วดั เทพอรุ มุ ภงั ค)์ ปจั จบุ นั เปน็ ทตี่ งั้ โรงพยาบาล
พระนงั่ เกล้า และมวี ัดกลาง ซ่ึงตง้ั อย่รู ะหว่างวัดหัวเมอื ง และวดั
ท้ายเมอื ง วดั กลาง ตงั้ อยู่รมิ ปากคลองบางซอ่ื จงึ มชี ื่อวา่ วัดกลาง
บางซ่อื

วดั ทา้ ยเมอื ง เปน็ วดั โบราณตง้ั แตค่ รง้ั อยธุ ยากอ่ นการยกฐานะบา้ นตลาดขวญั เปน็ เมอื งนนทบรุ ี โบราณสถาน
ของวัด ไดแ้ ก่

อโุ บสถ อุโบสถวัดทา้ ยเมืองสมัยอยุธยาตอนปลายมคี วามงาม โดยเฉพาะอย่างยิง่ หน้าบนั เป็นงานจำ� หลกั
ไม้ท่งี ดงาม

เจดียย์ อ่ มมุ ไม้สบิ สอง ด้านหนา้ ภายในกำ� แพงแกว้ อโุ บสถมเี จดียย์ ่อมมุ ไม้สบิ สอง ๒ องค์
หอไตร เป็นอาคารทรงไทยขนาดเลก็ เดิมเปน็ หอไตรทีส่ ร้างอย่ใู นสระน้ำ� ปัจจบุ นั สระน�ำ้ ถกู ถมและเป็น
พนื้ ปนู แต่อาคารหอไตรยังอยู่ในสภาพที่สมบรู ณ์

อโุ บสถ วัดท้ายเมอื ง
ต�ำบลสวนใหญ่ อำ� เภอเมืองนนทบุรี จังหวดั นนทบรุ ี

วดั ประชารงั สรรค์

วัดประชารังสรรค์ เดิมชื่อ วัดหญ้าไซ ตั้งอยู่
รมิ คลองแมน่ ำ้� ออ้ ม ตำ� บลบางกรา่ ง อ�ำเภอเมอื งนนทบรุ ี
จังหวดั นนทบุรี

วดั ประชารงั สรรค์ไดเ้ คยเปน็ แหลง่ จติ รกรรมฝาผนงั
แสดงวถิ ชี วี ติ ของชาวบา้ นทเี่ ปน็ ชาวนาชาวสวนในยา่ นนี้
ในอดีต ภาพจิตรกรรมดังกล่าวเขียนไว้ที่ผนังอุโบสถ
หลงั เกา่ ของวดั แต่ได้ถกู ร้อื ไปเพ่ือสร้างอโุ บสถหลังใหม่
ภาพจติ รกรรมดงั กล่าวจงึ สญู สิน้ ไป

สิ่งก่อสร้างท่ีควรแก่การศึกษาของวัดประชา
รงั สรรค์ คอื โรงเรยี นปรยิ ตั ธิ รรม เปน็ อาคารกอ่ อฐิ สองชน้ั
อฐิ ท่ีน�ำมากอ่ สรา้ งอาคารหลังนเี้ ป็นอิฐ บ บ ท ที่ผลิต
จากโรงงานทำ� อฐิ หลวงบางบวั ทอง ปากคลองบางบวั ทอง
อำ� เภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี อฐิ ทกุ แผน่ ประทับตรา
ตัวอักษร บ บ ท เรียกกันท่ัวไปว่าอิฐ บ บ ท
คณุ ประสาท สขุ มุ บตุ รชายเจา้ พระยายมราช (ปน้ั สขุ มุ )
เป็นผ้จู ดั การโรงงาน

อาคารโรงเรยี นปริยตั ิธรรม วัดประชารังสรรค์
กอ่ สร้างดว้ ยอฐิ บ บ ท ทั้งหลัง

วัดสังฆทาน

วัดสังฆทาน ต้ังอยู่ท่ีต�ำบลบางไผ่ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี
จังหวัดนนทบุรี เดิมเป็นวัดร้าง คงเหลือเพียงอุโบสถเก่าและ
พระประธานขนาดใหญ่ หนา้ ตักกว้าง ๔ เมตร ปางมารวิชยั

พ.ศ. ๒๕๒๑ หลวงพ่อสนอง ได้มาบรู ณะและพัฒนาเป็น
วดั ขน้ึ ใหม่ ตอ่ มาไดส้ รา้ งอโุ บสถ และบรู ณะพระประธาน ปจั จบุ นั
วดั สงั ฆทานเปน็ สถานทเี่ ผยแผแ่ ละปฏบิ ตั ธิ รรมทมี่ ผี มู้ าปฏบิ ตั ธิ รรม
มาก

202 นนทบุรศี รมี หานคร

วัดโชติการาม

วดั โชติการาม ตง้ั อยทู่ ่ตี ำ� บลบางไผ่ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวัดนนทบรุ ี เดมิ ชื่อวดั สามจีน สร้างในสมยั
อยุธยาตอนปลาย และมาบรู ณะตอ่ มาในสมยั รัตนโกสนิ ทร์ โบราณสถานของวัดโชตกิ าราม ไดแ้ ก่

อโุ บสถ เปน็ สถาปตั ยกรรมไทยผสมจนี หนา้ บนั ซมุ้ ประตู หนา้ ตา่ ง เปน็ ลายปนู ปน้ั ประดบั ดว้ ยเครอ่ื งถว้ ยจนี
วิหาร เป็นสถาปตั ยกรรมไทย ภายในมภี าพจิตรกรรมท่ีสวยงาม แตภ่ าพชำ� รดุ เสยี หายมาก
เจดยี ย์ อ่ มมุ ไมย้ สี่ บิ สรา้ งไวต้ รงกลางระหวา่ งอโุ บสถและวหิ าร องคร์ ะฆงั ประดบั ดว้ ยกระเบอื้ งเคลอื บสเี หลอื ง
ที่สวยงาม และเป็นพระเจดีย์องค์เดียวในจังหวัดนนทบุรีท่ีมีการน�ำกระเบื้องเคลือบสีมาประดับท่ีองค์ระฆังของ
เจดีย์

เจดยี ย์ อ่ มมุ ไมย้ ี่สิบ
วัดโชตกิ าราม

อโุ บสถวัดโชตกิ าราม จิตรกรรมฝาผนังวิหารวดั โชติการาม

นนทบรุ ศี รีมหานคร 203

อุทยานเฉลิมกาญจนาภเิ ษก

อุทยานเฉลมิ กาญจนาภิเษก ตง้ั อยูท่ ่รี ิมฝั่งแม่น้ำ� เจ้าพระยาฝ่ังตะวนั ตก เหนือวดั เฉลิมพระเกียรติ ต�ำบล
บางศรีเมอื ง อ�ำเภอเมอื งนนทบุรี จังหวัดนนทบรุ ี มีเนอื้ ที่ ๑๐๙ ไร่ ๓ งาน ๔๑ ตารางวา

อุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก กรมธนารักษ์ได้สร้างขึ้นเพ่ือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี ๙ เน่ืองในวาระที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหา
วชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู ขณะทรงดำ� รงพระอสิ รยิ ยศสมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ าร
เสด็จพระราชด�ำเนนิ แทนพระองคท์ รงเปดิ อุทยานเฉลมิ กาญจนาภิเษก เม่ือวนั ที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒

อทุ ยานเฉลมิ กาญจนาภเิ ษก เปน็ สวนสาธารณะทดี่ ำ� เนนิ การในเชงิ อนรุ กั ษ์ ซงึ่ มวี ตั ถปุ ระสงคใ์ นการอนรุ กั ษ์
สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพสวนผลไม้และสภาพความเป็นอยู่ วิถีชีวิตของชาวสวน
จึงประกอบด้วยพื้นที่ส่วนอนุรักษ์ ที่เป็นสวนผลไม้ที่มีอยู่เดิมในท่ีดินให้เห็นถึงสภาพสวนผลไม้ และสภาพความ
เปน็ อยเู่ ดมิ ของชาวสวนนนทบรุ ี มเี วทแี สดงกลางแจง้ และศาลาอเนกประสงคท์ ตี่ งั้ ชอ่ื ตามบทเพลงพระราชนพิ นธ์
ในรัชกาลท่ี ๙ เช่น ศาลาใกล้รุ่ง ศาลาแสงเทียน ศาลาสายฝน เป็นต้น กลางสระน�้ำมีอาคารสถาปัตยกรรมไทย
ท่ีงดงาม ขนาบด้วยศาลาทรงไทย นอกจากน้ียังมีท่าเรือรับเสด็จ สนามเด็กเล่น ท่าเทียบเรือ อัฒจันทร์ชม
การแสดงทางน้�ำ สวนรุกขชาติ และศนู ย์ศกึ ษาธรรมชาติ ซึ่งเปน็ สถานท่รี วบรวมพนั ธุไ์ มน้ านาชนิด สัตว์นำ้� และ
สัตว์ปีกชนิดต่าง ๆ และสภาพชุมชน ชาวสวน อุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษกจึงเป็นท้ังศูนย์ศึกษาทางธรรมชาติ
สถานท่พี กั ผ่อน และสถานท่ที อ่ งเท่ียวที่สำ� คญั ของจงั หวดั นนทบรุ ีแหง่ หน่งึ

อุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก
ตำ� บลบางศรีเมือง อ�ำเภอเมืองนนทบรุ ี จงั หวัดนนทบรุ ี

204 นนทบรุ ศี รีมหานคร

กระทรวงพาณชิ ยต์ งั้ อยทู่ ว่ี ดั บางธรณี สถานทส่ี มโภชพระแกว้ มรกต

กระทรวงพาณิชยไ์ ดจ้ ดั ต้ังข้ึนจากพระราชด�ำรขิ องพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อย่หู ัว โปรดเกล้าฯ
ใหต้ ง้ั กรมพาณชิ ยแ์ ละสถติ พิ ยากรณ์ ขนึ้ ในกระทรวงการคลงั เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๕๘ เพอ่ื ทำ� หนา้ ทดี่ แู ลและบำ� รงุ การคา้
การพาณิชย์ของบา้ นเมอื งใหด้ ำ� เนนิ ไปด้วยดี

พ.ศ. ๒๔๖๓ โปรดใหย้ กฐานะกรมข้นึ เป็นกระทรวง
พาณิชย์ ท่ีตั้งของกระทรวงพาณิชย์เดิมตั้งอยู่ด้านใต้
วัดพระเชตุพนวมิ ลมังคลาราม ใกล้ปากคลองตลาด ปัจจบุ ัน
กระทรวงพาณิชย์ต้ังอยู่ท่ีต�ำบลบางกระสอ อ�ำเภอ
เมืองนนทบุรี จังหวดั นนทบุรี

สถานท่ีตั้งกระทรวงพาณิชย์ในปัจจุบัน เป็นท่ีตั้ง
ของวัดบางธรณซี ่ึงเป็นวดั โบราณ ต้งั แตส่ มัยอยุธยา

สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ มโภชพระแก้วมรกตทีพ่ ระต�ำหนักบางธรณี วดั บางธรณี
เมืองนนทบุรี เมือ่ พ.ศ. ๒๓๒๓ และอัญเชญิ พระแก้วมรกตจากพระตำ� หนกั บางธรณที างขบวนพยุหยาตราทาง
ชลมารคไปประดษิ ฐานที่วัดแจง้ (วัดอรณุ ราชวราราม)

ตอ่ มาวดั บางธรณไี ดเ้ ปน็ วดั รา้ งไมม่ พี ระสงฆ์ ทางราชการกระทรวงอตุ สาหกรรมมาสรา้ งโรงงานทอกระสอบ
ขนึ้ ทวี่ ดั บางธรณี โรงงานทอกระสอบแหง่ นเ้ี ปน็ โรงงานทอกระสอบทใี่ หญม่ ากแหง่ หนง่ึ และชว่ ยใหผ้ คู้ นในจงั หวดั
นนทบรุ ีจำ� นวนมากมงี านทำ� มรี ายได้เลย้ี งครอบครัว

เมอื่ เลกิ กจิ การโรงงานทอกระสอบ ทวี่ ดั บางธรณไี ดถ้ กู ปลอ่ ยทง้ิ รา้ งอยรู่ ะยะหนง่ึ ปจั จบุ นั ทดี่ นิ ของวดั บางธรณี
เมอื งนนทบรุ ี ไดเ้ ป็นทีต่ ั้งของกระทรวงพาณชิ ย์

กองอำ� นวยการโรงงานทอกระสอบปา่ นท่ีตำ� บลบางกระสอ โรงงานทอกระสอบป่าน บางกระสอ
อำ� เภอเมอื งนนทบุรี จังหวดั นนทบุรี จงั หวัดนนทบุรี
(พ.ศ. ๒๕๐๑) (พ.ศ. ๒๕๐๑)

นนทบรุ ศี รีมหานคร 205

กระทรวงสาธารณสขุ
ตงั้ อยทู่ ท่ี งุ่ ศรธี ญั ญา

กระทรวงสาธารณสุข ต้ังอยู่ท่ี
ต�ำบลตลาดขวัญ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี
จังหวัดนนทบุรี ที่เป็นทุ่งท้องนาท่ีเรียกว่า
ทุ่งศรธี ัญญา

บ ริ เ ว ณ ด ้ า น ห น ้ า ฝ ั ่ ง ต ร ง ข ้ า ม
กระทรวงสาธารณสุข เป็นที่ประดิษฐาน
พระบรมรูปของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร
อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และ
สมเดจ็ พระศรนี ครินทราบรมราชชนนี

ด้านหน้าอาคารส�ำนักงานปลัด พระบรมราชานุสาวรียส์ มเดจ็ พระมหิตลาธเิ บศร
กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงสาธารณสขุ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
เป็นท่ีประดิษฐานพระรูปสมเด็จพระเจ้า
บรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร และสมเดจ็ พระศรนี ครินทราบรมราชชนนี
ทรงด�ำรงต�ำแหน่งอธิบดีกรมสาธารณสุข
คนแรก (ต่อมาได้สถาปนาเป็นกระทรวง
สาธารณสขุ )

เดมิ บรเิ วณทต่ี งั้ กระทรวงสาธารณสขุ เปน็ ผนื นาขนาดใหญ่ กระทรวงสาธารณสุขได้ใช้ท้องทุ่งแห่งนี้ เพื่อ
ใช้ในกิจการของกระทรวงสาธารณสุข ขนานนามทุ่งแห่งน้ีว่า ทุ่งศรีธัญญา ได้สร้างโรงพยาบาลศรีธัญญา เมอ่ื
พ.ศ. ๒๔๘๔ ตอ่ มาจงึ ไดย้ า้ ยกระทรวงสาธารณสขุ และสว่ นงานอน่ื ๆ ของกระทรวงสาธารณสขุ มาอยทู่ ท่ี งุ่ ศรธี ญั ญา
แหง่ นี้ เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๓๒

กระทรวงสาธารณสุข

206 นนทบรุ ศี รีมหานคร

โรงพยาบาลศรธี ัญญา พ.ศ. ๒๕๐๐ โรงพยาบาลศรธี ญั ญา พ.ศ. ๒๕๖๐

สถานทรี่ าชการบางแห่งในอ�ำเภอเมอื งนนทบรุ ี

กระทรวงพาณชิ ย์

โรงเรียนรัตนาธเิ บศร์

นนทบรุ ีศรีมหานคร 207

สำ� นักงานสลากกนิ แบ่งรัฐบาล
ถนนสนามบินน้ำ�
ส�ำนักงานคณะกรรมการป้องกัน
และปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาติ
(ส�ำนักงาน ป.ป.ช.)

เรือนจ�ำกลางบางขวาง กรมราชทัณฑ์

208 นนทบุรีศรีมหานคร

สนามบนิ นำ้� ต�ำนานการบนิ ทีเ่ มอื งนนทบุรี

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายสนามบิน คือพ้ืนท่ีที่ก�ำหนดไว้บนพื้นดินหรือน้�ำ
สำ� หรบั ใชท้ ง้ั หมดหรอื แตบ่ างสว่ น เพอ่ื การขน้ึ ลงหรอื เคลอ่ื นไหวของอากาศยาน รวมตลอดถงึ อาคารสงิ่ ตดิ ตง้ั และ
บรภิ ณั ฑ์ซึ่งอยูภ่ ายในสนามบินนั้น

จากความหมายของสนามบินตามพจนานุกรมดังกล่าว แสดงว่าสนามบินมีทั้งท่ีพ้ืนดินและที่น�้ำหรือที่
เรียกกนั ท่วั ไปวา่ “สนามบนิ นำ้� ” จังหวัดนนทบุรคี รัง้ หนึง่ เคยมีสนามบนิ น้�ำ ใช้ลำ� น้�ำเจ้าพระยาเปน็ ท่ขี ้ึนหรอื ลง
ของเครอ่ื งบิน

เครอ่ื งบนิ ทขี่ นึ้ ลงทสี่ นามบนิ นำ้� สว่ นลา่ งทใี่ ตป้ กี แตล่ ะปกี มที นุ่ เพอื่ ชว่ ยพยงุ ตวั เครอื่ งบนิ ใหท้ รงตวั ไมเ่ อยี งหรอื
ควำ่� ขณะทลี่ อยอยใู่ นนำ้� สว่ นลา่ งของลำ� ตวั เครอ่ื งบนิ ลอยอยเู่ หนอื พน้ื นำ�้ คลา้ ยกบั เรอื ทล่ี อยอยบู่ นพน้ื นำ้� เชน่ กนั

บรเิ วณพน้ื ทล่ี ำ� นำ�้ ทกี่ ำ� หนดใหเ้ ปน็ สนามบนิ นำ้� ตอ้ งเปน็ ลำ� นำ้� ทม่ี คี วามตรงและกวา้ งพอทจี่ ะใหเ้ ครอื่ งบนิ ขึ้น
หรอื ลงได้สะดวก

อาคารที่ท�ำการสนามบนิ น้ำ�
จงั หวัดนนทบรุ ีในอดตี

เครอื่ งบินจ�ำลองท่ีเปน็ สัญลกั ษณ์ แมน่ ำ้� เจา้ พระยาช่วงระหว่างวดั แคนอก
แสดงการเปน็ สนามบนิ น้�ำในอดีต ถงึ พทุ ธสถานเชิงท่าหน้าโบสถ์ ระยะทางประมาณ ๒ กโิ ลเมตร

เป็นช่วงลำ� แมน่ ้ำ� ตรง ไมค่ ดเค้ยี ว
จึงก�ำหนดให้เป็นทางวงิ่ เคร่อื งบนิ นำ�้ ในอดตี

นนทบรุ ศี รมี หานคร 209

ลำ� นำ�้ เจา้ พระยาบรเิ วณอำ� เภอปากเกรด็ ไดม้ กี ารกำ� หนดใหเ้ ปน็ สนามบนิ นำ�้ ในการเลอื กสถานทใี่ นชว่ งเรมิ่
ด�ำเนินการ เพราะอยู่ใกล้สนามบินดอนเมือง แต่เนื่องจากบางส่วนของล�ำน้�ำเจ้าพระยาในเขตอ�ำเภอปากเกร็ด
มลี ำ� นำ�้ ทไ่ี มเ่ ปน็ แนวตรง และมคี วามกวา้ งไมม่ าก จงึ ไดเ้ ปลยี่ นมาทางใตข้ องอำ� เภอปากเกรด็ ตง้ั แตบ่ รเิ วณวดั เชงิ ทา่
ต�ำบลท่าทราย อ�ำเภอเมืองนนทบุรีมาทางใต้ถึงบริเวณวัดแคนอก ต�ำบลบางกระสอ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัด
นนทบุรี ไดก้ �ำหนดให้เป็นสนามบินน�้ำ ระยะทางว่ิง หรือ Runway ประมาณ ๒ กโิ ลเมตร

อาคารส�ำนกั งานของสนามบินนำ้� ไดส้ รา้ งขนึ้ บรเิ วณด้านใตข้ องวัดต�ำหนักใต้ ระหว่างกระทรวงพาณิชย์
ในปจั จบุ นั กบั วดั ตำ� หนกั ใต้ ใกลก้ บั อาคารสำ� นกั งานสนามบนิ นำ�้ มอี าคารโรงเรอื เปน็ ทจ่ี อดเรอื ยนตส์ ำ� หรบั รบั - สง่
ผู้โดยสารระหว่างเครื่องบินกับอาคารส�ำนักงาน พิธีเปิดส�ำนักงานสนามบินน้�ำได้จัดข้ึนเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๔๘๔ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธี ในวันท�ำพิธีเปิด มีเครื่องบินขนาด
๔ เครอื่ งยนต์ ๒ ลำ� มาลงที่สนามบินน�้ำเปน็ ปฐมฤกษ์ มผี ้โู ดยสารชาวตะวนั ตกโดยสารมาเตม็ ล�ำ

กลางแมน่ ำ้� เจา้ พระยาบรเิ วณหนา้ วดั แคนอก และหนา้ วดั เชงิ ทา่ มที นุ่ ปกั ธงแดงไวเ้ ปน็ การกำ� หนดแนวเขต
ของสนามบินน้�ำ กลางแม่น�้ำเจ้าพระยาตรงหน้าอาคารส�ำนักงานการบิน มีทุ่นขนาดใหญ่ส�ำหรับเคร่ืองบินจอด
เมื่อลงนำ�้ เรยี บรอ้ ยแลว้ เรือยนตม์ ารับผโู้ ดยสารจากทา่ เรือท่หี นา้ อาคารสำ� นกั งานไปขน้ึ เครอื่ ง และรบั ผู้โดยสาร
เมือ่ ลงจากเคร่อื งสู่ทา่ เรอื หน้าอาคารส�ำนักงาน

ก่อนเวลาที่เครื่องบินจะขึ้นหรือลง จะมีเรือตรวจการว่ิงตรวจความเรียบร้อยในล�ำน�้ำเจ้าพระยาระหว่าง
วัดแคนอกและวดั เชิงท่า คอยให้สญั ญาณไมใ่ ห้เรือทกุ ประเภท ไมว่ ่าจะเปน็ เรอื ยนต์ เรือโยง หรอื เรอื แจว เรือพาย
ผ่านไปมาในระยะทางระหวา่ งวัดแคนอก ถึงวัดเชงิ ท่า

สนามบินน้ำ� มีเครื่องบินมาลง
ทมี่ า: นทิ รรศการภาพเกา่ งานสปั ดาห์ประชาธปิ ก ดุจแสงทองส่องไทย แรงบันดาลใจของแผ่นดิน

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘. จดั โดย พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว
ศาสตราจารยพ์ เิ ศษธงทอง จันทรางศุ สง่ ภาพจดั แสดง

210 นนทบรุ ศี รมี หานคร

ทางดา้ นใตล้ ำ� นำ้� เจา้ พระยาใตว้ ดั แคนอก มปี า้ ยบอกเขตสนามบนิ นำ้� เชน่ เดยี วกบั ทางดา้ นเหนอื ของลำ� นำ้�
เจ้าพระยา เหนือวัดเชิงท่ามีป้ายบอกเขตสนามบินน้�ำทางตอนเหนือ ทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นทางแยกแม่น�้ำ
เจา้ พระยากับคลองลดั เกร็ด มปี ้ายบอกเขตสนามบินน�้ำบริเวณหน้าวัดทา่ อิฐ ปา้ ยบอกเขตดังกล่าวน้ี เป็นการแจ้ง
ให้เรอื ทจ่ี ะผ่านไปมาในบรเิ วณนี้ไดเ้ พม่ิ ความระมัดระวงั เพราะเปน็ เขตสนามบนิ นำ�้

สนามบินนำ�้ เป็นสนามบินพาณิชยข์ องต่างประเทศ ได้แก่
๑. บริษัท KLM ของประเทศเนเธอรแ์ ลนด์
๒. สายการบิน BOAC ขององั กฤษ (British Overseas Airways Cooperation)
๓. สายการบิน P.A.A. ของสหรัฐอเมรกิ า
พ.ศ. ๒๔๘๕ เกิดอุทกภยั การใชส้ นามบินน้�ำจึงตอ้ งหยดุ กจิ การ
ต่อมาเกดิ สงครามโลกครัง้ ที่ ๒ กิจการสนามบินนำ�้ ต้องยตุ ิ เม่ือ พ.ศ. ๒๔๘๙
สนามบนิ นำ้� ไดเ้ ปน็ ทา่ เรอื ของบรษิ ทั บางบวั ทอง และเปน็ ทา่ รถของบรษิ ทั ขนสง่ จำ� กดั ในเวลาตอ่ มา มเี รอื
โดยสารรบั สง่ ผโู้ ดยสาร ประตนู ำ้� บางบวั ทอง - สนามบนิ นำ�้ จากสนามบนิ นำ�้ มรี ถยนตโ์ ดยสารระหวา่ งสนามบนิ นำ้�
และทา่ ช้าง กรงุ เทพฯ กิจการเดินเรอื และรถยนต์โดยสารไดเ้ ลิกไปประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒
พ.ศ. ๒๕๐๑ กรมพลาธิการทหารบกได้รับโอนกรรมสิทธ์ิอาคารท่ีท�ำการสนามบินน้�ำ ปัจจุบันอาคาร
ท่ีทำ� การสนามบนิ น�้ำเปน็ ส�ำนกั งานสวสั ดกิ ารขา้ ราชการ กรมพลาธิการทหารบก

รมิ นำ้� วดั แคนอก ปจั จบุ นั เปน็ ทต่ี ง้ั ของตลาดนำ�้ ประชารฐั วดั แคนอก มเี ครอ่ื งบนิ เปน็ สญั ลกั ษณแ์ สดงไวด้ ว้ ย
และอาคารเรยี นโรงเรยี นคณะราษฎรบ์ ำ� รงุ

นนทบุรีศรมี หานคร 211

แมน่ ำ�้ เจา้ พระยาบรเิ วณหนา้ วดั แคนอกถงึ พทุ ธสถานเชงิ ทา่ หนา้ โบสถ์ในปจั จบุ นั ระยะทางประมาณ ๒ กโิ ลเมตร
เคยเปน็ เขตสนามบนิ นำ�้ ในอดตี ฝง่ั ตรงขา้ มเปน็ วดั แดงธรรมชาติ ตำ� บลไทรมา้ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ ี

ผกู้ อ่ การคณะราษฎรป์ ระชมุ วางแผนยดึ อำ� นาจทว่ี ดั ในเมอื งนนท์

พ.ศ. ๒๔๗๕ เกดิ การปฏวิ ตั คิ รง้ั สำ� คญั ในประเทศไทย คณะราษฎร์ ประกอบดว้ ยทหารบก ทหารเรอื และพลเรอื น
ซึ่งมี พ.อ. พระยาพหลพลพยหุ เสนา (พจน์ พหลโยธิน) เป็นหวั หนา้ พ.อ. พระยาทรงสรุ เดช (เทพ พนั ธมุ เสน) เปน็
เสนาธกิ ารวางแผนการปฏวิ ตั ิ และมนี ายทหารชน้ั ผใู้ หญ่ และพลเรอื นเขา้ รว่ มกบั คณะราษฎรห์ ลายทา่ น เชน่ พ.ต.
หลวงพบิ ลู สงคราม (แปลก ขตี ตะสงั คะ) หลวงโกวทิ อภยั วงศ์ (ควง อภยั วงศ)์ หลวงประดษิ ฐม์ นธู รรม (ปรดี ี พนมยงค)์
เปน็ ตน้

คณะราษฎร์ได้เตรียมวางแผนการปฏิวัติก่อนด�ำเนินการด้วยการนัดหมายให้ผู้ก่อการมาประชุมวางแผน
กนั ทวี่ ดั แคนอก ตำ� บลบางกระสอ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จังหวดั นนทบรุ ี

การประชุมผู้ร่วมก่อการของคณะราษฎร์ครั้งนี้ถือว่าเป็นความลับที่สุดและเสี่ยงท่ีสุด จึงเลือกวัดแคนอก
เป็นท่ีประชุมวางแผนกัน เพราะวัดแคนอกสะดวกในการเดินทางมาทางเรือ สถานท่ีต้ังของวัดไม่มีบ้านเรือน
ชาวบ้านที่อยู่ใกล้วัดมาก และวัดอยู่ริมแม่น�้ำ ถ้าเกิดความลับแตก เอกสาร หลักฐานต่าง ๆ จะถูกท�ำลายด้วย
การท้ิงลงในแม่น้ำ� หน้าวัดได้ทนั ที

แผนการปฏิวัติได้ถกู กำ� หนดไวไ้ ดอ้ ยา่ งเรียบร้อยทว่ี ดั แคนอก จังหวดั นนทบุรี

วนั ที่ ๒๒ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๔๗๕ พระยาทรงสรุ เดชในฐานะอาจารยใ์ หญฝ่ า่ ยวชิ าการทหารของกรมยทุ ธศกึ ษา
ได้แจ้งไปยังหนว่ ยทหารต่าง ๆ ในพระนครว่าจะทำ� การฝกึ ทหารราบต่อส้กู ับรถรบ โดยจะให้นักเรยี นนายร้อยท�ำ
หน้าที่ทหารราบ การซ้อมรบจะมีข้ึนในเช้าตรู่ของวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า
พ.อ. พระยาทรงสรุ เดช กับ พ.ท. พระประศาสน์พิทยายทุ ธจะเปน็ วิทยากรผบู้ รรยาย ให้หนว่ ยทหารต่าง ๆ ใน
พระนครไปพร้อมกนั ทลี่ านพระบรมรปู ทรงมา้ เวลา ๐๖.๐๐ น. ทหารเรอื ถกู หลอกให้ไปรวมพลท่ลี านพระบรม
รปู ทรงมา้ ด้วยวา่ จะมกี ารปฏวิ ัติใหท้ หารเรือไปรวมกับทหารบก เพือ่ ต่อตา้ นการปฏวิ ัติ

เชา้ ตรวู่ นั ท่ี ๒๔ มถิ นุ ายน เรม่ิ ดำ� เนนิ การยดึ กรมไปรษณยี โ์ ทรเลข คลงั แสง เมอ่ื ทกุ อยา่ งพรอ้ มแลว้ คณะราษฎร์
ประกาศยดึ อำ� นาจ ทา่ มกลางความงงงันของบรรดาทหารทคี่ ิดว่าจะมารว่ มฝึกและไม่รตู้ ้นสายปลายเหตุ

คณะปฏิวัติได้เชิญพระบรมวงศานุวงศ์ช้ันผู้ใหญ่ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มาที่พระที่น่ังอนันตสมาคม
สถานท่รี าชการทสี่ �ำคัญถูกยึดไว้หมด

212 นนทบรุ ีศรีมหานคร

ขณะน้ันพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าร�ำไพพรรณี พระบรมราชินี
ประทับอยู่ท่ีพระตำ� หนักไกลกังวล หัวหิน มีผู้แนะนำ� ให้พระองคเ์ สดจ็ ไปประทบั ทสี่ งขลา แตพ่ ระองคท์ รงปฏเิ สธ
ทรงใหค้ วามเหน็ วา่ ไมค่ วรหนี และขณะเดยี วกนั ไมค่ วรสู้ เพราะไมม่ พี ระราชประสงคท์ จ่ี ะเหน็ คนไทยท�ำรา้ ยคนไทย

คณะราษฎรไ์ ดก้ ราบบงั คมทลู เชญิ เสดจ็ กลบั พระนครและทรงเปน็ พระมหากษตั รยิ ต์ อ่ ไป โดยอยใู่ ตธ้ รรมนญู
การปกครองแผน่ ดนิ โปรดเกลา้ ฯ พระราชทานรฐั ธรรมนญู การปกครองแผน่ ดนิ ใหแ้ กป่ ระชาชนชาวไทย สมดงั พระทยั
ดว้ ยทรงมพี ระราชประสงคอ์ ยา่ งแรงกลา้ ในอนั ทจี่ ะพระราชทานรฐั ธรรมนญู การปกครองใหแ้ กป่ ระชาชนชาวไทยอยแู่ ลว้

ก่อนหน้าที่จะมีการปฏิวัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมอบให้พระยาศรีวิสารวาจา
(เทยี นเลี้ยง ฮนุ ตระกูล) และมสิ เตอร์เรมอนต์ บี สตีเฟน ที่ปรึกษากระทรวงการตา่ งประเทศ ชว่ ยกันรา่ งโครงการ
สถาปนาระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทยข้ึนทูลเกล้าฯ ถวายให้แล้วเสร็จทันงานสมโภชฉลองพระนคร
ครบ ๑๕๐ ปี ในวนั ที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ขณะทป่ี ระทบั อยทู่ หี่ วั หนิ นนั้ ทรงนำ� รา่ งโครงการนไี้ ปทรงพจิ ารณา
ทบทวนที่หวั หนิ ด้วย แตแ่ ล้วการปฏวิ ตั ิได้เกิดข้นึ มา

เหตกุ ารณท์ เี่ รม่ิ ตน้ ทว่ี ดั แคนอกครง้ั น้ี เมอื่ การปฏวิ ตั สิ ำ� เรจ็ พ.อ.พระยาพหลพลพยหุ เสนา ไดส้ รา้ งหอระฆงั
ถวายวดั แคนอก เม่อื ทา่ นถงึ แกอ่ สัญกรรม ทายาทได้น�ำอฐั ขิ องทา่ นบรรจไุ วท้ ีห่ อระฆงั วัดแคนอก และหอระฆังนี้
เป็นท่ีบรรจอุ ฐั ิของตระกลู พหลโยธนิ ดว้ ย

นอกจากนนั้ คณะราษฎรไ์ ดส้ รา้ งโรงเรียน คณะราษฎรบ์ �ำรงุ ท่วี ัดแคนอก
พ.ศ. ๒๔๗๘ โรงเรยี นคณะราษฎรบ์ ำ� รงุ ไดเ้ ปิดการเรียนเป็นโรงเรยี นประถมวิสามัญเกษตรกรรมนนทบุรี
พ.ศ. ๒๔๘๐ โรงเรียนคณะราษฎรบ์ �ำรุง ไดข้ ยายการเรียนเป็นโรงเรียนฝกึ หดั ครูประกาศนียบตั ร จังหวัด
นนทบุรี แต่ต่อมาได้ยุบเลิกไป
ปจั จุบันโรงเรียนคณะราษฎร์บำ� รงุ วดั แคนอกยังคงเปิดการเรียนการสอนระดับประถมศกึ ษา

วดั แคนอก ต�ำบลบางกระสอ อ�ำเภอเมือง จงั หวดั นนทบรุ ี

หอไตร วัดแคนอก หอระฆัง วดั แคนอก

นนทบรุ ศี รมี หานคร 213

บ้านบางตะนาวศรเี คยมศี าลาโรงธรรมหรอื ศาลากลางบ้าน

ในชมุ ชนตา่ ง ๆ พนื้ ทส่ี าธารณะทผ่ี คู้ นในชมุ ชนมารว่ มทำ� กจิ กรรมรว่ มกนั มกั จะเปน็ วดั แตใ่ นชมุ ชนทหี่ า่ งไกล
จากวดั ชาวบา้ นมักจะใชพ้ ื้นทใ่ี นชุมชนสว่ นหน่ึงให้เป็นพ้ืนทส่ี าธารณะ และสร้างอาคารเปน็ ศาลาในพื้นท่นี น้ั เพ่อื
ใชเ้ ป็นที่ประกอบกจิ กรรมของคนในชมุ ชน เช่น การจัดงานทำ� บญุ หมู่บา้ น การท�ำบญุ ฟังธรรมทีศ่ าลานี้ เนื่องจาก
อยไู่ กลวัดจงึ นิมนต์พระมาแสดงธรรมแด่ญาติโยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้สู ูงอายุที่ไมส่ ะดวกไปวดั ทีอ่ ย่ไู กลได้

ศาลาโรงธรรมของจงั หวดั นนทบรุ มี หี ลายแหง่ ปจั จบุ นั คงเหลอื อยทู่ บ่ี า้ นบางตะนาวศรี หรอื บา้ นหมอ้ เหนอื
สะพานพระราม ๕ ต�ำบลสวนใหญ่ อ�ำเภอเมืองนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบุรี ศาลาโรงธรรมแหง่ น้ีเดิมเปน็ อาคารไม้
ปจั จบุ ันปรับปรุงเป็นอาคารคอนกรีต แตย่ ังคงทำ� หนา้ ท่ีเปน็ ศาลากลางบา้ นของชุมชน เป็นสถานทีท่ ีช่ าวบา้ นใน
ชมุ ชนบางตะนาวศรมี าร่วมทำ� กิจกรรมของชมุ ชน อีกทั้งมกี ารจดั งานทำ� บุญประจ�ำปีของชาวบา้ นในชมุ ชนด้วย

ศาลาสาธารณะในชมุ ชนนอกจากศาลาโรงธรรมแลว้ ในอดตี ยงั มศี าลาสำ� หรบั ใหค้ นเดนิ ทางไดพ้ กั หลบรอ้ น
หลบฝน หรอื พกั เหนอ่ื ยระหว่างเดนิ ทาง เช่น ศาลาต่าง ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว โปรดเกล้าฯ
ใหส้ รา้ งริมคลองมหาสวสั ด์ิ เปน็ ตน้

โรงเรียนช่างไม้นนทบรุ พี ฒั นามาเปน็ โรงเรียนการช่างนนทบรุ ี

อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ ี ชา่ งเวลา ตง้ั แต่ พ.ศ. ๒๔๙๐ เปน็ ตน้ มา จงั หวดั นนทบรุ ไี ดม้ กี ารขยายตวั
ของชุมชนต่าง ๆ อย่างมากมาย รวมถึงการก่อสร้างสถานท่ีราชการ เช่น โรงเรียน สถานีอนามัย เป็นต้น
ชา่ งกอ่ สรา้ งจงึ เปน็ บคุ คลทม่ี บี ทบาทสำ� คญั ในการกอ่ สรา้ งสถานทรี่ าชการและทอี่ ยอู่ าศยั ของราษฎร ทางราชการ
เห็นความส�ำคัญของบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการก่อสร้าง จึงได้จัดตั้งโรงเรียนช่างไม้นนทบุรีข้ึนเม่ือ
พ.ศ. ๒๔๘๔ ต้ังอยู่ปากทางเข้าวัดลานนาบญุ ริมถนนประชาราษฎร์

โรงเรยี นช่างไมน้ นทบุรไี ด้มสี ว่ นในการสรา้ งอาคารเรยี นของโรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดนนทบรุ ี หลายแหง่
คณะครูโรงเรียนช่างไม้นนทบุรีได้น�ำนักเรียนของโรงเรียนช่างไม้ออกปฏิบัติงานจริงเป็นการเพิ่มทักษะและ
ประสบการณท์ ม่ี คี ณุ คา่ อยา่ งยง่ิ ผลงานของครแู ละนกั เรยี นโรงเรยี นชา่ งไมน้ นทบรุ ยี งั ปรากฏผลทดี่ นี า่ พอใจมาจนถงึ
ปัจจบุ นั นี้ ขณะนอ้ี าคารเรยี นทีส่ ร้างโดยครูและนกั เรียนโรงเรียนชา่ งไม้นนทบรุ ที ่ยี งั อยู่ในสภาพดีเชน่ อาคารเรียน
แสนสวสั ดว์ิ ทิ ยาคาร โรงเรยี นวดั ปรมยั ยกิ าวาส ตำ� บลเกาะเกรด็ อำ� เภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี สรา้ งเมอื่ พ.ศ. ๒๔๙๔

การจัดต้ังโรงเรยี นชา่ งกลนนทบรุ ี

กระทรวงศกึ ษาธกิ ารเหน็ ชอบใหม้ กี ารจดั ตงั้ โรงเรยี น
ช่างกลนนทบุรี ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะ
ขยายการศกึ ษาทางดา้ นอาชวี ศกึ ษาใหม้ ากทสี่ ดุ เพอื่ สง่ เสรมิ
ใหเ้ ยาวชนไดม้ คี วามรทู้ างการชา่ งกลและสามารถไปประกอบ
อาชีพส่วนตัวได้ พ.ศ. ๒๕๐๑ กระทรวงศึกษาได้อนุมัติให้
จดั ตงั้ โรงเรยี นชา่ งกลขนึ้ ๓ แหง่ คอื ในจงั หวดั พระนคร ๑ แหง่
จังหวัดนนทบรุ ี ๑ แห่ง และจงั หวดั ลพบุรี ๑ แหง่

โรงฝกึ งานอนั ทนั สมัยของ โรงเรยี นช่างกลนนทบุรี
ท่ีตำ� บลบางกระสอ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี
(รายงานจงั หวดั นนทบุรี พ.ศ. ๒๕๐๒)

214 นนทบุรีศรีมหานคร

โรงเรยี นชา่ งกลนนทบรุ ี จัดต้ังขึน้ บริเวณทดี่ นิ ของวัดท้ายเมอื ง ท่ีดนิ ของราชพัสดุ และท่ีดนิ ทรัพยส์ นิ สว่ น
พระมหากษัตริย์ ตั้งอยู่ติดวัดท้ายเมืองด้านทิศเหนือ กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาได้ด�ำเนินการก่อสร้าง
โดยมอบให้โรงเรียนช่างกลปทุมวัน และโรงเรียนช่างไม้นนทบุรีร่วมกันด�ำเนินการก่อสร้างจนส�ำเร็จ และเปิด
ทำ� การสอนไดต้ ั้งแต่ตน้ ปกี ารศึกษา ๒๕๐๑

โรงเรยี นการช่างนนทบุรี และโรงเรยี นชา่ งกลนนทบรุ ี รวมกนั ครั้งน้ีเป็นมหาวิทยาลัย

ทง้ั โรงเรยี นการชา่ งนนทบรุ ี และโรงเรยี นชา่ งกลนนทบรุ ไี ดม้ บี ทบาทในการศกึ ษาแกเ่ ยาวชนเปน็ อยา่ งมาก
ได้มีพัฒนาการด้านการศึกษาอย่างดีตลอดมา ปัจจุบันได้พัฒนาและรวมเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
สวุ รรณภมู ิ (ศนู ย์นนทบรุ )ี

วัตรนารีวงศ์ - บ้านนรินทรก์ ลึง - นายนรินทร์ ภาษิต

บ้านนรินทร์ กลงึ ตง้ั อยทู่ ่เี ชิงสะพานพระราม ๕ ฝัง่ ตะวนั ตกของแมน่ ำ้� เจ้าพระยา ตำ� บลบางไผ่ อำ� เภอ
เมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เป็นนิวาสสถานของนายนรินทร์ ภาษิต หรือพระพนมสารนรินทร์ อดีตเจ้าเมือง
นครนายก เป็นลูกชาวสวน คลองบางขวาง จงั หวดั นนทบรุ ี เป็นผู้ท่มี คี วามเฉลียวฉลาดและมีความคดิ ก้าวหน้า
รับราชการเป็นนายอ�ำเภอที่จังหวัดชลบุรี ได้รับบรรดาศักดิ์ หลวงศุภมาตรา ต่อมาได้เป็นเจ้าเมืองนครนายก
เมื่ออายุไม่มาก รับราชการด้วยความซื่อตรงและเป็นข้าราชการท่ีตรงไปตรงมา ไม่ยอมต่อความไม่เป็นธรรม
ไดร้ ับบรรดาศักด์ิเป็น พระพนมสารนรนิ ทร์ ได้ลาออกจากราชการเมอื่ พ.ศ. ๒๔๕๒ ขณะทีม่ อี ายุเพียง ๓๕ ปี

เมอื่ ลาออกจากราชการไดม้ าประกอบอาชพี ทำ� เครอ่ื งปน้ั ดนิ เผาทต่ี ำ� บลบางไผ่ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั
นนทบุรี พร้อมกับศึกษาธรรมของพระพุทธศาสนาด้วย ได้จัดต้ัง พุทธบริษัทสมาคม จัดพิมพ์เผยแพร่หนังสือ
ธรรมะ

ในชว่ งเปลยี่ นแปลงการปกครอง เม่ือ พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้ทำ� ใบปลิวโจมตีหนงั สอื พิมพท์ ี่ไมว่ างตวั เป็นกลาง
และประณามขา้ ราชการฝา่ ยปกครองทไ่ี รค้ วามสามารถ จนถกู จบั ตอ้ งรบั โทษจ�ำคกุ เมอื่ พน้ โทษ ไดม้ าตง้ั วตั รสงั ฆ
สมาคม ต่อมาได้เปน็ ท่ีทำ� กจิ กรรมทางศาสนาของสามเณรี ในช่อื วา่ วัตรนารวี งศ์

พ.ศ. ๒๔๗๐ นายนรนิ ทร์ ภาษติ ไดท้ ำ� การบวชลกู สาวเปน็ สามเณรี
ต่อมาได้บวชเป็นภิกษุณี แต่ถูกปฏิเสธจากฝ่ายสงฆ์และราชการ
นายนรินทร์ พยายามชี้แจงเหตุผล และจุดยืนของตนพร้อมทั้งวิพากษ์
ความบกพรอ่ งของกลุ่มการเมือง และคณะผูบ้ รหิ ารพระศาสนา

นายนรินทร์ ภาษติ นายนรินทร์ ได้ออกหนังสอื พิมพ์ แนวหนา้ วิพากษ์นกั การเมอื ง
อยา่ งเปดิ เผยและจรงิ จงั เพอ่ื เปน็ ปากเสยี งแทนราษฎร เพอื่ ใหก้ ารบรหิ าร
บ้านเมืองของรัฐบาลด�ำเนินไปเพ่ือประโยชน์ของประเทศชาติอย่าง
แทจ้ รงิ และตอ้ งไมม่ กี ารทจุ รติ โกงชาติ ประเทศ จนในทส่ี ดุ ตอ้ งถกู จบั กมุ
ไปรับโทษอีก ๒ คร้ัง ๆ ละ ๒ ปี และถูกกักกันไว้อีก ๒ ปี ๒๐ วัน
จนกระทง่ั ถงึ แกก่ รรมทบ่ี า้ นบางไผ่ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี ดว้ ยโรคหวั ใจวาย
เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ เม่ืออายุ ๗๗ ปี เป็นการปิดฉาก
ชวี ิตนักสู้ คนเมอื งนนทค์ นหนึ่งที่ต่อสเู้ พ่ือความเป็นธรรมของสังคมไทย
เพอ่ื ความอยรู่ อดของประเทศไทยและพระพทุ ธศาสนา

นนทบุรศี รีมหานคร 215

อังกะลุงเมืองนนท์ของครูผล กจิ ขันธ์

องั กะลงุ เปน็ เครอ่ื งดนตรที ไี่ ทยไดม้ าจากประเทศอนิ โดนเี ซยี นกั ดนตรไี ทยไดน้ ำ� มาพฒั นาปรบั ปรงุ จนเปน็
ทย่ี อมรบั กนั วา่ เปน็ เครอ่ื งดนตรชี นดิ หนงึ่ ของไทย นกั ดนตรไี ทยในจงั หวดั นนทบรุ หี ลายทา่ นเปน็ ผมู้ คี วามรใู้ นการ
ผลติ องั กะลุง

สมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ ัวมหาวชริ าลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
ขณะด�ำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจา้ ลกู ยาเธอ เจา้ ฟ้าวชิราลงกรณ
โปรดเกลา้ ฯ ให้ครอบครัว ครูผล กิจขันธ์ เขา้ เฝ้าทลู เกล้าฯ ถวายองั กะลุง
ท่ีมา: อนสุ รณ์ในงานพระราชทานเพลงิ ศพ นายผล กจิ ขันธ์. ณ เมรวุ ัดทา้ ยเมอื ง อ.เมือง จ.นนทบรุ ี. ๕ กรกฎาคม
พ.ศ. ๒๕๓๐. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์กิตติวรรณ ปิ่นเกล้า. ไม่มีเลขหน้า.

216 นนทบรุ ีศรมี หานคร

ครผู ล กจิ ขันธ์ เปน็ นักดนตรที มี่ ีความร้คู วามชำ� นาญในการผลติ องั กะลงุ คุณภาพดแี ละสามารถบรรเลง
ทง้ั ถ่ายทอดการบรรเลงอังกะลงุ ไดด้ ี เป็นผู้บกุ เบิกการจดั หลักสูตรการเรียนการสอนอังกะลงุ เป็นวชิ าเลอื กในการ
ศกึ ษาในระดบั มธั ยมศกึ ษา การประดษิ ฐอ์ งั กะลงุ ใหป้ ระณตี สวยงาม มเี สยี งไพเราะ และมคี วามทนทานนนั้ วสั ดสุ ำ� คญั
ทต่ี อ้ งคำ� นงึ ถงึ คือ คุณภาพของไมไ้ ผ่ ทีจ่ ะน�ำมาใชท้ ำ� อังกะลุง ครผู ล กิจขันธ์ ไดน้ ำ� ไม้ไผ่ลายท่มี ลี ายเปน็ จุด ๆ หรือ
เปน็ กระเต็มไปทงั้ ล�ำ เน้ือไม้บางแตแ่ ขง็ แกร่งเป็นพิเศษ ทำ� ใหเ้ กิดเสยี งดงั และมคี วามไพเราะ นำ� มาใชท้ �ำอังกะลงุ
เพือ่ ใหม้ วี ัตถดุ ิบ คือ ไม้ไผล่ ายได้ใช้ทำ� อังกะลุง ครูผล กจิ ขันธ์ จงึ น�ำไมไ้ ผล่ ายมาปลกู ท่ีจงั หวดั นนทบุรี ในสวนใกล้
วัดสมรโกฏิ อ�ำเภอเมืองนนทบรุ ี และทอี่ ำ� เภอบางบัวทอง จงั หวัดนนทบุรี

ไมไ้ ผล่ ายทตี่ ดั เปน็ ทอ่ นแลว้ ตอ้ งนำ� มายา่ งและบม่ จงึ จะนำ� มาทำ� องั กะลงุ ไดผ้ ทู้ ำ� องั กะลงุ ตอ้ งคำ� นงึ ถงึ ระบบ
เสียงของอังกะลุง และส่วนประกอบของเรือนอังกะลุง ซ่ึงประกอบด้วย ราง เสา และไม้แขวน หรือไม้ขวาง
ข้ันตอนสุดทา้ ยในการประดิษฐอ์ ังกะลุง คอื การนำ� เอาส่วนประกอบตา่ ง ๆ มารวมกนั และนำ� อปุ กรณก์ ารตกแตง่
มาประกอบทอี่ งั กะลงุ เพอ่ื ความสวยงาม เชน่ หางนกยงู ธงชาติ โบ หรอื รบิ บนิ้

อังกะลุงของครูผล กิจขันธ์ ถือได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดนตรีท่ีมีช่ือของจังหวัดนนทบุรี และได้เคย
ทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อยังทรงด�ำรงพระอิสริยยศ
สมเดจ็ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ

แหลง่ ทอ่ งเที่ยวการเกษตร ทอี่ �ำเภอเมืองนนทบรุ ี

การที่จังหวัดนนทบุรีเป็นจังหวัดท่ีเป็นพ้ืนท่ีของการเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างย่ิงการท�ำสวนและ
ทำ� นา ปจั จบุ ันเป็นชว่ งเวลาท่ผี ู้คนโหยหาวิถีชวี ติ ของชาวสวนชาวนา นำ� มาซ่ึงกจิ กรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร

อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ที เ่ี คยเปน็ แหลง่ สวนผลไมแ้ หลง่ ใหญ่ และยงั คงมหี ลกั ฐานทมี่ ชี อ่ื ตำ� บลสวนใหญ่ อยใู่ น
เขตปกครองของอ�ำเภอเมืองนนทบุรี ปัจจุบันแหล่งที่เป็นสวนผลไม้ยังคงมีอยู่ท่ีต�ำบลบางรักน้อย ต�ำบลไทรม้า
ต�ำบลบางกร่าง ซ่ึงอยู่ทางฝงั่ ตะวนั ตกของแม่นำ้� เจา้ พระยา และในคลองแมน่ �ำ้ ออ้ ม เชน่

ศูนย์ไม้ดอกไม้ประดบั ซอยช้าง ถนนรัตนาธเิ บศร์ หมู่ ๓ ต�ำบลบางรกั น้อย อ�ำเภอเมืองนนทบรุ ี จงั หวดั
นนทบรุ ี เปน็ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชงิ เกษตรวสิ าหกจิ ชมุ ชนรวบรวมพนั ธไ์ุ มห้ ายาก ไมด้ อกไมป้ ระดบั แหลง่ ใหญแ่ หง่ หนงึ่
ของจังหวัดนนทบรุ ี

นอกจากจะเปน็ ศนู ยร์ วมไมด้ อกไมป้ ระดบั ทหี่ ายากและมคี า่ แลว้ ศนู ยไ์ มด้ อกไมป้ ระดบั แหง่ นย้ี งั เปน็ ศนู ยร์ วม
ภูมิปัญญาแนวสร้างสรรค์ท่ีดีย่ิง โดยเฉพาะเป็นแหล่งรวมผู้มีจิตสาธารณะมีความคิดสร้างสรรค์ ท่ีรวมกันชี้ชวน
และถ่ายทอดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาการเรียนรู้ การสร้างงานศิลปะเพื่อพัฒนาชีวิต
เพอื่ ให้ทกุ คนได้เป็นสว่ นหน่งึ ของการดำ� เนนิ ชีวิตอยา่ งมีศลิ ปะทีป่ ระณตี งดงาม และมีคุณค่า

ในศูนย์ไม้ดอกไม้ประดับแห่งนี้จึงมีกิจกรรมที่น่าสนใจอยู่หลายประเภท เช่น การวาดรูป การออกแบบ
การจัดดอกไม้ การปลกู และการดแู ลไม้ดอกไม้ประดบั การอบรมการถา่ ยภาพ เปน็ ตน้

ภายในศูนย์ไม้ดอกไม้ประดับ เปน็ ทตี่ ้งั ของพพิ ธิ ภณั ฑ์ผสุ ชาวลัยบ้านไมไ้ ทย พิพธิ ภณั ฑ์สะสมของโบราณ
ทคี่ วรแกก่ ารไดไ้ ปศกึ ษา เปน็ แหลง่ รวบรวมงานศลิ ปะและโบราณวตั ถทุ มี่ คี า่ ของชาติ เชน่ เครอ่ื งปน้ั ดนิ เผาบา้ นเชยี ง
เงินตราและธนบัตร เป็นแหล่งสะสมนาฬกิ าโบราณทหี่ ายาก และมหี ลากหลายประเภท เปน็ ต้น

นนทบรุ ีศรีมหานคร 217

ไม้มงคลแก้วกาญจนา เลขที่ ๕๓ หมู่ ๒ ซอยบางรักนอ้ ย ๑๒ ถนนราชพฤกษ์ ตำ� บลบางรักน้อย อำ� เภอ
เมืองนนทบุรี จงั หวัดนนทบุรี เปน็ แหล่งเพาะขยายพนั ธ์ุ แหล่งเรยี นรู้พันธุไ์ ม้ใบ ไมป้ ระดบั แก้วกาญจนา นาคราช
มะนาวไทยไรห้ นาม แปรรูปกลว้ ยพลังแสงอาทติ ย์

แหล่งสวนทุเรียนนนท์ สวนมะม่วง สวนส้มโอ ที่สวนทุเรียนมะลิวัลย์ สวนอภิญญา สวนทุเรียน
เบญจวรรณ สวนทเุ รยี นลดั ดาวลั ย์ สวนกระทอ้ นศรพี นั ธ์ุ สวนบวั และสวนปา้ ไสว แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วดงั กลา่ วนี้ อยทู่ ่ี
ต�ำบลบางรกั น้อย และตำ� บลไทรมา้ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี จงั หวดั นนทบุรี

ศนู ย์ไม้ดอกไม้ประดบั ซอยช้าง ตำ� บลบางรกั นอ้ ย อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี

218 นนทบุรีศรมี หานคร

แหล่งเรียนรู้ในจงั หวดั นนทบุรี

จงั หวดั นนทบรุ ี เปน็ ทต่ี งั้ ของพพิ ธิ ภณั ฑอ์ นั เปน็ แหลง่ เรยี นรทู้ มี่ คี ณุ คา่ หลายแหง่ พพิ ธิ ภณั ฑด์ งั กลา่ วไดเ้ ปน็
ศูนยก์ ารเรียนรู้ทางด้านประวัตศิ าสตร์ สังคม และวฒั นธรรมของไทย โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ของจงั หวัดนนทบุรี

พิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบรุ ี

ทีต่ ้ัง ศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ หี ลังเก่า ทา่ น�้ำนนท์ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จังหวัดนนทบรุ ี

ศาลากลางจงั หวัดนนทบุรหี ลังเก่า ท่าน�้ำนนท์
ปัจจุบันเป็นที่ตงั้ พิพิธภณั ฑ์จงั หวัดนนทบุรี
จัดแสดง ประวตั ิศาสตร์ ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ เรือ่ งราวทางประวัตศิ าสตร์ของจงั หวดั นนทบุรี ดินแดนเก่าแก่
ทเ่ี ปน็ เมอื งหน้าดา่ น และเมืองท่าของกรุงศรีอยธุ ยาและกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ จึงทำ� ใหจ้ งั หวดั นนทบรุ ีเป็นแหลง่ รวม
ของผู้คนหลายเช้ือชาติ หลากหลายศรัทธา มีทั้งไทย มอญ จีน ญวน ชาวพุทธ คริสต์ อิสลาม เกิดเป็นวิถีชีวิต
คนเมืองนนท์ แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาของชาวมอญที่มีช่ือเสียง แหล่งสวนผลไม้เลิศรส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ทเุ รยี นเมอื งนนท์ และหลากหลายภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน การจัดแสดงแบ่งเปน็ ๘ ห้อง ดงั นี้

นนทบรุ ศี รมี หานคร 219

๑. โถงต้อนรับ
๒. ศาลากลางจังหวัดหลงั เก่า
๓. ภาพอดตี นนทบรุ ี เมืองสวนผลไม้แห่งลุ่มแมน่ ำ้� เจา้ พระยา
๔. วิจิตรศลิ ป์ถ่นิ นนท์ เกียรตยิ ศแหง่ นนทบรุ ี
๕. เครื่องปนั้ ดินเผา สัญลกั ษณ์แหง่ นนทบุรี
๖. เคร่ืองปั้นดินเผาบ้านเกาะเกรด็ และบา้ นบางตะนาวศรี
๗. ภมู ิปญั ญาการผลติ เครื่องปนั้ ดินเผานนทบุรี
๘. การคา้ เครอื่ งป้นั ดนิ เผาในอดตี

โถงตอ้ นรบั
พิพิธภัณฑ์จังหวดั นนทบรุ ี

นิทรรศการภายใน
พิพธิ ภณั ฑจ์ ังหวดั นนทบรุ ี
แสดงถึงการคา้ เคร่ืองปน้ั ดินเผาในอดตี

220 นนทบุรีศรีมหานคร
ตำ� หนกั ประถม นนทบุรี

ท่ีตง้ั ๔๕/๕ ซอยอคั นี ตำ� บลตลาดขวัญ อำ� เภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบรุ ี
ตำ� หนกั ประถมสรา้ งขนึ้ เมอื่ พ.ศ. ๒๔๖๒ เปน็ ตำ� หนกั แรกภายในวงั เพชรบรู ณข์ องสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฑุ าธชุ ธราดลิ ก
กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่สมเด็จ
พระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ เดิมวังเพชรบูรณ์ตั้งอยู่ท่ีบริเวณส่ีแยกราชประสงค์ ถนนราชด�ำริ ที่ต้ังของ
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่าในปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๒๗ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา พระธิดาใน
สมเด็จเจ้าฟ้าจฑุ าธุชธราดิลก ไดข้ อพระราชทานรื้อมาต้งั ทป่ี จั จบุ ัน
ตัวอาคารรปู แบบสถาปตั ยกรรมโดรมสตกิ รไิ ววลั ทำ� ดว้ ยไม้สกั ใตถ้ นุ สงู ด้านหนา้ หลงั คาจ่วั ด้านขา้ งเปน็
จว่ั ปาดมมุ มงุ กระเบอ้ื งวา่ ว การตบแตง่ ภายในคงยดึ ถอื ตามจนิ ตนาการถงึ วถิ ชี วี ติ ของสมเดจ็ เจา้ ฟา้ จฑุ าธชุ ธราดลิ ก
เครอื่ งเรอื นบางชน้ิ เปน็ ของเกา่ ดงั้ เดมิ อาทิ เตยี ง โคมไฟ รวมทงั้ พณิ ฝรงั่ หรอื ฮารป์ ทสี่ มเดจ็ เจา้ ฟา้ จฑุ าธชุ ธราดลิ ก
ศิลปินไทยพระองค์แรกท่ที รงเรยี นการเล่นฮาร์ป
อาคารไม้สักหลังใหญ่อีกหลังที่เรียก ต�ำหนักใหม่ ที่ต่อเติมจากต�ำหนักประถมน้ัน สร้างข้ึนใหม่ เม่ือ
พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยสถาปนกิ นายญาณี ตราโมท ลักษณะเด่นของอาคารหลังน้ี คอื ห้องโถงลายทองทบี่ ูรณะใหม่
โดยช่างกรมศิลปากร

พระต�ำหนักประถม จงั หวัดนนทบุรี

นนทบุรีศรมี หานคร 221

หอจดหมายเหตุและพิพิธภณั ฑส์ ขุ ภาพไทย

สถานทตี่ ง้ั อาคาร ๑๐ ชน้ั ๓ สถาบนั บ�ำราศนราดูร ถนนติวานนท์ ตำ� บลตลาดขวัญ อ�ำเภอเมืองนนทบุรี
จังหวัดนนทบรุ ี

ประวัติการก่อต้ัง ส�ำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จัดท�ำ
โครงการก่อต้ังหอจดหมายเหตุและสุขภาพไทยขึ้น เพ่ือเป็นแหล่งรวบรวม จัดเก็บเอกสารที่มีคุณค่าอันเป็น
แหล่งความรู้ และส�ำนึกทางประวัติศาสตร์สุขภาพของไทย และเป็นแหล่งท่ีให้การสนับสนุนการศึกษา วิจัย
เพอื่ สรา้ งความรู้ทางประวัติศาสตร์และมติ ทิ างสังคมของระบบสขุ ภาพ การแพทยส์ าธารณสขุ รวมทัง้ เผยแพร่ให้
ความรู้เพื่อให้สังคมการแพทย์สาธารณสุข สถาบันการศึกษาและการวิจัย ตลอดจนสาธารณชนได้ศึกษาเรียนรู้
และเกิดความเขา้ ใจในรากเหงา้ ของประวัติศาสตรร์ ะบบสขุ ภาพไทย หอจดหมายเหตแุ ละพิพธิ ภัณฑส์ ขุ ภาพไทย
จัดต้ังข้ึนอยา่ งเป็นทางการ เม่ือวันท่ี ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

หอจดหมายเหตุและพพิ ธิ ภณั ฑ์สขุ ภาพไทย ใชอ้ าคารดำ� เนินงาน ๓ แห่ง คือ
๑. หอจดหมายเหตุและพพิ ิธภณั ฑส์ ุขภาพไทย เป็นสถานทร่ี วบรวม จัดเก็บเอกสารหอจดหมายเหตุ และ
ใหบ้ ริการสืบค้นขอ้ มูล ตง้ั อยู่ทอี่ าคาร ๑๐ ชน้ั ๓ สถาบันบ�ำราศนราดรู ถนนติวานนท์ ต�ำบลตลาดขวัญ อ�ำเภอ
เมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบรุ ี
๒. สำ� นักบริการหอจดหมายเหตุและพพิ ธิ ภณั ฑส์ ขุ ภาพไทย ตง้ั อยูท่ อี่ าคารพัสดุ ชัน้ ๓ ซอยสาธารณสขุ
๖ ต�ำบลตลาดขวัญ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จังหวดั นนทบุรี
๓. ส่วนจัดแสดงนิทรรศการและห้องสมุดประวัติสุขภาพไทย ต้ังอยู่ท่ีชั้น ๑ อาคารศูนย์การสร้างและ
การจัดการความร้เู พ่ือพัฒนาระบบสขุ ภาพ (อาคารสุขภาพแหง่ ชาต)ิ

พพิ ธิ ภณั ฑว์ างแผนครอบครวั

สถานท่ีต้ัง กองอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ต�ำบลตลาดขวัญ อ�ำเภอ
เมืองนนทบุรี จงั หวดั นนทบรุ ี

วัตถุประสงค์ของพิพิธภัณฑ์การวางแผนครอบครัว เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้เร่ืองราวเกี่ยวกับเรื่อง
ประชากรและอนามยั การเจรญิ พันธุท์ ี่ครอบคลมุ ทกุ ดา้ น

การจัดแสดงแบ่งออกเปน็ ๙ ส่วน ประกอบด้วย
สว่ นท่ี ๑ น�ำเสนอความรู้เกี่ยวกบั การจดั แสดงภายในพิพธิ ภณั ฑด์ ้วยระบบคอมพวิ เตอร์
สว่ นที่ ๒ บอร์ดพระราชด�ำรัส จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ และพระราชด�ำรัสของพระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยหู่ วั รัชกาลที่ ๗ และพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙
ส่วนท่ี ๓ การคมุ ก�ำเนดิ ในอดีต
ส่วนที่ ๔ สถานการณป์ ระชากรและการวางแผนครอบครัว
ส่วนท่ี ๕ กายวิภาคและสรีรวิทยา
สว่ นที่ ๖ เพศศกึ ษา และกระบวนการปฏสิ นธิ
ส่วนท่ี ๗ หนทางแหง่ การป้องกนั วธิ ีคมุ กำ� เนิดชนิดต่าง ๆ
สว่ นที่ ๘ หอ้ งเกยี รตปิ ระวตั ิ แสดงภาพและผลงานของบุคคลท่ีมีบทบาทสำ� คญั ต่อการวางแผนครอบครวั
สว่ นที่ ๙ สมดุลธรรมชาติ

222 นนทบุรศี รีมหานคร
พพิ ิธภณั ฑ์การแพทยแ์ ผนไทย

สถานที่ต้ัง สถาบันการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ ตำ� บลตลาดขวัญ อ�ำเภอ
เมืองนนทบรุ ี จงั หวัดนนทบรุ ี

พพิ ิธภัณฑก์ ารแพทย์แผนไทย และศนู ย์ฝกึ อบรมการแพทยแ์ ผนไทยเกดิ จากความม่งุ มั่นและความใฝ่ฝัน
ของ พ.ญ. เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ รองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ท่ีต้องการ
กระตนุ้ ให้คนไทยหนั มาสนใจงานแพทยแ์ ผนไทย และภมู ิใจในภมู ิปญั ญาไทย โดยมหี ลกั การท่ีส�ำคญั คอื การนำ�
เสนอแก่นแทข้ องภูมิปญั ญาไทย ปรชั ญาการแพทย์พืน้ บ้านการแพทยแ์ ผนไทย เพ่ือใหผ้ คู้ นได้รับรู้และเหน็ ความ
สำ� คัญของการแพทยแ์ ผนไทย ได้เรียนรู้ เข้าใจเร่อื งราวของการแพทยแ์ ผนไทย ตัง้ แต่อดีตถึงปัจจบุ นั และทิศทาง
ในอนาคต นอกจากน้ันยังต้องการให้ผู้ที่มาชมพิพิธภัณฑ์เห็นความส�ำคัญของการแพทย์แผนไทย และสามารถ
น�ำไปใช้ในชวี ติ ประจ�ำวันได้

อาคารพพิ ธิ ภณั ฑก์ ารแพทยแ์ ผนไทยเปน็ อาคารทรงไทยแบบเครอื่ งกอ่ ๙ หลงั ดร.ภญิ โญ สวุ รรณครี ี ศลิ ปนิ
แหง่ ชาติสาขาทัศนศลิ ปเ์ ปน็ ผ้อู อกแบบ ประกอบด้วย

๑. หอพระไภสัชคุรุไวฑูรย์ประภา แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับการแพทย์
แผนไทย ที่เรียกวา่ พทุ ธศาสนก์ ารแพทย์

๒. หอบรมครูการแพทย์แผนไทย แสดงให้เหน็ ถึงพธิ ไี หวค้ รู
๓. หอ้ งววิ ฒั นาการแพทย์แผนไทย จากอดตี ถงึ ปัจจบุ นั
๔. ห้องภมู ิปัญญาไทย ดา้ นแพทย์พืน้ บ้าน ๔ ภาค
๕. หอ้ งการนวดไทย แสดงประวตั ิและวิธกี ารนวดไทย
๖. ห้องอาหารไทย แสดงววิ ฒั นาการการกนิ ตามฤดูกาลและตามธาตขุ องคนไทย ๔ ภาค
๗. หอ้ งยา แสดงถงึ หลกั ในการปรงุ ยา เครอ่ื งยา และยาไทยประเภทตา่ ง ๆ ภายนอกอาคารมถี �้ำฤาษเี ขามอ

หรอื ถำ�้ ครแู ผนไทย ซง่ึ จำ� ลองมาจากวดั โพธิ์ และปลกู สมนุ ไพรทเ่ี ปน็ ยาไวบ้ นเขาอกี ดว้ ย โดยรอบอาคาร
มกี ารปลกู สมุนไพรนานาชนิด

พิพธิ ภัณฑ์การแพทยแ์ ผนไทยและศูนย์ฝึกอบรมการแพทยแ์ ผนไทย กระทรวงสาธารณสุข

นนทบรุ ีศรีมหานคร 223

พพิ ธิ ภณั ฑ์บ้านดรุ ิยางคศิลปนิ มนตรี ตราโมท

ตั้งอยทู่ ่ี บ้านโสมส่องแสง ซอยพชิ ยนันท์ ถนนติวานนท์ อำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี จังหวัดนนทบุรี
พพิ ธิ ภณั ฑ์บา้ นดรุ ยิ างคศิลปนิ มนตรี ตราโมท กอ่ ตงั้ ขึน้ จากการด�ำริของ นายญาณี ตราโมท ทายาทของ
ครมู นตรี ตราโมท ศลิ ปินแหง่ ชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรไี ทย) เพ่อื เป็นอนุสรณร์ ำ� ลกึ ถงึ และเป็นเกยี รติยศ
เชิดชู ครูมนตรี ตราโมท อีกทั้งต้องการสร้างแหล่งเรียนรู้ให้แก่ประชาชน ด้วยการเปิดบ้านโสมส่องแสงซ่ึงเป็น
นวิ าสสถานของครูมนตรี ตราโมท ใหเ้ ป็นพพิ ิธภัณฑ์ บ้านดุรยิ างคศลิ ปนิ ครูมนตรี ตราโมท
ครมู นตรี ตราโมท เปน็ ศลิ ปนิ ทม่ี ผี ลงานการประพนั ธเ์ พลงทง้ั ทำ� นองเพลงและบทขบั รอ้ งเพลงไทย จำ� นวน
มากกว่า ๒๐๐ เพลง จนได้รับการยกย่องให้เป็นปราชญ์เมธีแห่งนาฏดุริยางคศิลป์ บ้านโสมส่องแสง สามารถ
ถา่ ยทอดอารมณ์ ความรสู้ กึ ในวถิ ชี วี ติ ของดรุ ยิ างคศลิ ปนิ ทเี่ ปน็ บรมครขู องชาตผิ หู้ นงึ่ ทดี่ ำ� รงชวี ติ อยอู่ ยา่ งเรยี บงา่ ย
แต่ย่ิงใหญ่ในจติ วิญญาณของปรมาจารยท์ างดนตรีไทยได้อยา่ งดี
บา้ นโสมสอ่ งแสง เปน็ บา้ นไมส้ องชน้ั ทปี่ ลกู อยทู่ า่ มกลางแมกไมท้ แี่ ผก่ ง่ิ สาขา ทำ� ใหร้ ม่ รนื่ เยน็ สบาย หอ้ งตา่ ง ๆ
ภายในบ้านได้รับการตกแต่งเหมือนเมื่อคร้ังครูมนตรียังมีชีวิตอยู่ แต่ละห้องเต็มไปด้วยรูปภาพท่ีบอกเล่าถึงช่วง
ชวี ิตตา่ ง ๆ ของครมู นตรี รวมทั้งภาพถา่ ยของครูดนตรตี ่าง ๆ ทป่ี ระสิทธ์ิประสาทวชิ าดนตรใี ห้แกท่ ่าน โน้ตดนตรี
ของบทเพลงที่ทา่ นได้ประพนั ธไ์ ว้ไดน้ �ำมาแสดง รวมทัง้ เครอ่ื งดนตรีของครมู นตรี ซึง่ มีเพยี งขมิ และระนาดเท่าน้นั
ไดน้ ำ� มาแสดงไวด้ ว้ ย เนอื่ งจากสมยั ทคี่ รมู นตรมี ชี วี ติ อยู่ ทา่ นมเี พยี งเครอ่ื งดนตรสี องชน้ิ นเี้ ทา่ นนั้ ทเี่ ปน็ เครอ่ื งดนตรี
ส่วนตัวท่บี า้ น

พพิ ธิ ภัณฑ์บา้ นดุริยางคศลิ ปนิ มนตรี ตราโมท

224 นนทบุรีศรีมหานคร

อำ� เภอบางกรวย

เม่อื แรกมีการปฏริ ูปการปกครองของจงั หวดั นนทบรุ ีครั้ง อ�ำเภอบางกรวย
รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.ศ. ๑๑๖
(พ.ศ. ๒๔๔๐) เขตการปกครองของเมืองนนทบุรีทางด้านใต้ซึ่ง
ปจั จบุ นั อยใู่ นเขตอำ� เภอบางกรวยนนั้ ไดจ้ ดั ตงั้ เปน็ อำ� เภอมหาสวสั ด์ิ
และบางส่วนของอ�ำเภอบางคูเวียง ดังจะเห็นได้จากช่ือของ
นายอำ� เภอทอ่ี ำ� เภอบางกรวย ไดร้ ะบไุ วว้ า่ หลวงมหาสวสั ดภิ์ บิ าล
เปน็ นายอำ� เภอคนแรก

การศึกษาประวตั คิ วามเป็นมาของอำ� เภอบางกรวยจึงตอ้ งอาศัยหลกั ฐานของทางราชการมาอา้ งอิง ท้ังน้ี
เพราะพ้ืนท่ีของอ�ำเภอบางกรวยในปัจจุบันนี้ได้มีการจัดต้ังยกฐานะของชุมชนเป็นอ�ำเภอมาก่อนตั้งแต่คร้ังต้น
รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั และมิไดใ้ ชช้ ื่อว่าอำ� เภอบางกรวย แตใ่ ช้ชื่อต่าง ๆ ดงั น้ี

๑. อำ� เภอมหาสวัสด์ิ
๒. อำ� เภอบางคูเวียง
๓. อำ� เภอบางใหญ่

เมอ่ื แรกยกฐานะชมุ ชนขนึ้ เปน็ แขวงตา่ ง ๆ ในจงั หวดั นนทบรุ ี ครงั้ รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้
เจ้าอยู่หัว เมืองนนทบุรี แบ่งเขตการปกครองออกเปน็ แขวงตา่ ง ๆ ดังนี้ คอื

๑. แขวงตลาดขวัญ
๒. แขวงบา้ นแหลมใหญ่ และเกาะศาลากนุ
๓. แขวงมหาสวสั ด์ิ พน้ื ทีท่ างฝง่ั ตะวันตกของแมน่ ้ำ� เจา้ พระยาทางด้านทิศใต้ของเมืองนนทบุรี อยู่ในเขต
ปกครองของแขวงมหาสวัสด์ิ

เปลยี่ นแขวงมหาสวสั ดเิ์ ปน็ อำ� เภอบางคเู วยี ง และอำ� เภอบางใหญ่
(ปจั จบุ นั คอื อำ� เภอบางกรวย)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครอง
ท้องที่ ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) เมอื งนนทบรุ ีไดป้ รับปรงุ การบรหิ ารการปกครองของแขวงมหาสวัสด์ิ ซึ่งมพี ื้นที่
กว้างขวาง และมีชุมชนต่าง ๆ มาก ออกเป็น ๒ อ�ำเภอ คอื

๑. อำ� เภอบางคูเวยี ง
๒. อ�ำเภอบางใหญ่

พื้นที่อาณาเขตและสถานท่ีตั้งของอ�ำเภอบางคูเวียง และอ�ำเภอบางใหญ่ ปรากฏตามรายงานของ
พระอนิ ทรเทพบดี ศรีสมหุ ข้าหลวงรกั ษาราชการเมืองนนทบุรี รายงานเรือ่ งราชการเมืองนนทบุรี ลงวันที่ ๑
ธนั วาคม ร.ศ. ๑๑๘ (พ.ศ. ๒๔๔๒) กราบทลู พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมหลวงนเรศวรฤทธิ์ เสนาบดกี ระทรวงนครบาล
ได้กลา่ วถงึ อาณาเขตของอำ� เภอบางใหญ่ และอำ� เภอบางคูเวยี ง (ตัวสะกดตามต้นฉบบั ) ดงั นี้

นนทบรุ ศี รีมหานคร 225

“อ�ำเภอบางคูเวยี ง เดมิ หมนื่ รองนา (แฉ่ง) เปน็ กรมการอำ� เภอถงึ แกก่ รรม จึงได้จดั ใหน้ ายจนิ ดารกั ษ์
(เดชา) เปน็ กรมการอำ� เภอ ตง้ั อยู่ทตี่ ำ� บลวัดจนั ทร์ ในคลองบางกรวย มีก�ำนนั ๑๐ ผใู้ หญบ่ ้าน ๓๓๐ ราษฎร
ไทย รามญั จนี ลาว แขก เขมร มอญ ชาย ๘,๖๗๓ หญงิ ๙,๖๘๓ รวม ๑๘,๓๕๖ คน อาณาเขตทศิ ตะวันออก
จดลำ� นำ�้ เจา้ พระยา ทศิ ตะวนั ตกจดพรมแดนเมอื งนครไชยศรี ทศิ ใตจ้ ดกรงุ เทพฯ ทศิ เหนอื ตอ่ อำ� เภอบางใหญ”่

“อ�ำเภอบางใหญ่ นายชวน เปน็ กรมการอ�ำเภอลาออกพร้อมพระประชากรกจิ วจิ ารณ์ ได้จดั ให้นาย
เล่ือน ต�ำแหนง่ ศุภมาตราเปน็ กรมการอำ� เภอ ให้นายสอนเปรยี ญ ๓ ประโยค รบั หน้าที่ศุภมาตราตอ่ ไป และ
ในเวลาน้ีตง้ั อยทู่ ีต่ �ำบลท่าอิฐ... มกี �ำนนั ๒๔ ผ้ใู หญบ่ ้าน ๒๕๔ ราษฎรไทย แขก ลาว จีน มอญ รามญั ชาย
๗,๐๔๗ หญงิ ๗,๕๓๖ รวม ๑๔,๕๘๓ คน ทศิ ตะวนั ออกจดลำ� นำ้� เจา้ พระยา ทิศตะวนั ตกจดพรมแดนเมือง
นครไชยศรี ทศิ ใตต้ อ่ แดนอำ� เภอบางคูเวียง ทศิ เหนอื จดอำ� เภอบา้ นแหลมใหญ่ และเกาะศาลากุน”

จากรายงานของพระอนิ ทรเทพบดี ศรสี มหุ ขา้ หลวงรกั ษาราชการเมอื งนนทบรุ ี เมอ่ื ๑ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๔๒
พื้นที่ของอ�ำเภอบางกรวยในปัจจุบันน้ีเป็นเขตปกครองของอ�ำเภอบางคูเวียง และอ�ำเภอบางใหญ่มารวมกันเป็น
เขตปกครองของอำ� เภอบางใหญ่ ก่อนทีจ่ ะมาเปลีย่ นเปน็ อ�ำเภอบางกรวย

ต่อมามีการปรับปรุงเขตการปกครองในจังหวัดนนทบุรีในปลายปี พ.ศ. ๒๔๔๒ (ช่วงเวลานั้นวันท่ี
๑ เมษายน เป็นวันขึ้นศักราชใหม่) มีการยุบอ�ำเภอบางคูเวียงให้พื้นท่ีของอ�ำเภอบางคูเวียงบางส่วนมาอยู่ใน
เขตปกครองของอ�ำเภอบางใหญ่ และให้เปล่ียนอ�ำเภอบ้านแหลมใหญ่ และเกาะศาลากุน เป็นอ�ำเภอปากเกร็ด
อีกทงั้ ยกฐานะบ้านคลองบางบัวทองเปน็ อ�ำเภอบางบัวทอง

การปรับปรุงการปกครองเมืองนนทบุรี เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๒ น้ีจึงต้องมีการก�ำหนดเขตการปกครองของ
อำ� เภอตา่ ง ๆ ในจงั หวดั นนทบรุ กี นั ใหมค่ รงั้ ใหญ่ มกี ารยบุ อำ� เภอบางคเู วยี ง พน้ื ทใ่ี นเขตปกครองของอำ� เภอบางคเู วยี ง
ไปอยู่ในเขตปกครองของอ�ำเภอบางใหญ่ (ปัจจุบันคืออ�ำเภอบางกรวย) ได้แก่ พ้ืนท่ีทางทิศใต้ท่ีติดกับกรุงเทพฯ
และพ้ืนที่ด้านตะวันออกเฉียงใตท้ ี่ตดิ กบั ล�ำน�ำ้ เจา้ พระยา ส่วนพื้นท่ที างตะวันตกเฉียงเหนอื ด้านคลองบางใหญฝ่ ่ัง
เหนอื ทอี่ ยใู่ นเขตปกครองของอำ� เภอบา้ นแหลมใหญแ่ ละเกาะศาลากนุ ใหไ้ ปอยใู่ นเขตปกครองของอำ� เภอบางบวั ทอง

สอยถู่รานวมทกที่ ับ�ำอกำ�าเรภออ�ำตเภลอาบดาขงวใัญหญ่ (ปัจจุบันคอื อำ� เภอบางกรวย)

เอกสารที่กล่าวถึงอ�ำเภอบางใหญ่ (ปัจจุบันคืออ�ำเภอบางกรวย) ในช่วงที่มีการก่อสร้างท่ีท�ำการอ�ำเภอ
เป็นหนังสือของหลวงวิสูตรบริหาร ข้าหลวงรักษาราชการเมืองนนทบุรีที่ ๓๓๗/๑๔๗๙ ลงวันท่ี ๓๑ ตุลาคม
รตั นโกสินทรศก ๑๒๑ กราบทูลพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงนเรศรวรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาล มีสาระ
สำ� คัญทกี่ ลา่ วถงึ อำ� เภอบางใหญ่ (ปจั จบุ ันคืออำ� เภอบางกรวย) ดงั น้ี

“การเร่อื งน้ี ขา้ พระพทุ ธเจ้าได้ตรวจดทู ว่ี ่าการอำ� เภอ ทท่ี ำ� การอยู่ทกุ วันน้ี แขวงบางบวั ทอง ตงั้ รวม
อยู่ท่ีท�ำการอ�ำเภอแขวงปากเกร็ด แขวงบางใหญ่ ตั้งอยู่ท่ีศาลาว่าการเมืองเก่าแห่งเมืองนนทบุรี ซึ่งเป็น
ทอ้ งทข่ี องอำ� เภอตลาดขวญั หาถกู ตอ้ งตามราชการไม่ เหน็ ดว้ ยเกลา้ วา่ ควรจดั การยา้ ยอำ� เภอ ๒ ตำ� บลนเ้ี สยี กอ่ น
ไปตัง้ กระทำ� การตามท้องทีต่ ามธรรมเนยี มของทางราชการต่อไป”

226 นนทบุรศี รมี หานคร

วดั โตนด
เป็นสถานท่ตี ั้งท่ีว่าการอ�ำเภอบางกรวยครั้งแรก

เมอ่ื คร้ังทม่ี ีชือ่ วา่ อำ� เภอบางใหญ่

จากเอกสารดังกล่าวข้างต้นน้ีแสดงให้เห็นว่าในช่วง
เวลาที่ทางราชการก�ำหนดให้มีการสร้างท่ีว่าการเมือง
ทว่ี า่ การอ�ำเภอ เป็นทป่ี ฏบิ ัติงานของขา้ ราชการ แทนวิธีการ
ที่ปฏิบัติแตเ่ ดิมมาท่ีเจา้ เมอื ง และนายอำ� เภอต้องใชบ้ า้ นของ
ตนเปน็ ทปี่ ฏบิ ตั งิ านและเปน็ สถานทที่ ร่ี าษฎรมาตดิ ตอ่ ราชการ

ในหนงั สอื ฉบบั เดยี วกนั นี้ หลวงวสิ ตู รบรหิ าร ขา้ หลวง
รักษาราชการเมืองนนทบุรี ได้กราบทูลพระเจ้าน้องยาเธอ
กรมหลวงนเรศวรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาล ทลู เสนอ
สถานที่ ทคี่ วรสรา้ งทว่ี า่ การอำ� เภอบางใหญ่ (ปจั จบุ นั คอื อำ� เภอ
บางกรวย) พร้อมกับอำ� เภอบางบัวทอง มีรายละเอียด ดงั นี้

“ขา้ พระพทุ ธเจา้ เหน็ ดว้ ยเกลา้ ดงั น้ี จงึ ตรวจดพู น้ื ทด่ี นิ ทจ่ี ะปลกู สรา้ งทวี่ า่ การอำ� เภอทต่ี ำ� บลวดั โตนด
แห่งล�ำน้�ำน้อย หรือล�ำน�้ำอ้อม ฝั่งตะวันตก เย้ืองวัดชลอข้าม ซึ่งมีโรงพักพลตระเวนตั้งอยู่ใกล้กันประมาณ
๕ เสน้ เศษ สมควรจะปลกู สรา้ งทวี่ า่ การอำ� เภอบางใหญไ่ ดต้ ำ� บลหนง่ึ ... ขา้ พระพทุ ธเจา้ เหน็ ดว้ ยเกลา้ ฯ ดงั น้ี จงึ ได้
จดั จา้ งหาชา่ งปลกู สรา้ งทวี่ า่ การอำ� เภอ ๒ ตำ� บล น้ี จนี จงนายชา่ งขอรบั เหมาทำ� ตามแปลนทโี่ ปรดเกลา้ ประทาน
ข้ึนไปน้ัน เป็นราคาหลังละ ๒,๐๐๐ บาท ๒ หลงั ๔,๐๐๐ บาท และรบั ทำ� ใหแ้ ลว้ เสร็จภายในก�ำหนด ๓ เดือน
นับต้ังแต่วันท่ีได้รับเงินล่วงหน้าของงวดที่ ๑ เป็นต้นไป ข้อความนี้แจ้งในหนังสือบริคณฑ์สัญญาต�ำบลละ
ฉบับ ๒ ต�ำบล มขี อ้ ความถกู ตอ้ งตรงกนั ทงั้ ๒ ฉบบั ขา้ พระพุทธเจา้ ถวายมาพร้อมด้วยใบบอกฉบับน้แี ลว้ ”

การกอ่ สรา้ งทว่ี า่ การอำ� เภอบางใหญ่ (ปจั จบุ นั คอื อำ� เภอบางกรวย) ไดส้ รา้ งตามแบบแปลนท่ี พ.ท. พระฤทธิ
จกั รกำ� จร ขา้ หลวงเมอื งธญั บรุ ี เปน็ ผอู้ อกแบบ และพระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมหลวงนเรศวรฤทธ์ิ เสนาบดกี ระทรวงนครบาล
ไดป้ ระทานใหแ้ กห่ ลวงวสิ ตู รบรหิ าร ขา้ หลวงรกั ษาราชการเมอื งนนทบรุ ี เพอื่ ดำ� เนนิ การกอ่ สรา้ งทวี่ า่ การอำ� เภอบางใหญ่
ทจี่ ะสร้างข้ึนทว่ี ัดโตนด รมิ คลองแม่น�ำ้ อ้อมตรงข้ามกบั วัดชลอ อำ� เภอบางกรวย ในปัจจบุ นั และให้เบิกจ่ายจาก
เงนิ ของคลัง เมอื งนนทบรุ ี ดงั ปรากฏตามหนงั สอื ตอบของพระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมหลวงนเรศวรฤทธ์ิ เสนาบดกี ระทรวง
นครบาล ดงั นี้

นนทบุรีศรมี หานคร 227

หนังสอื ท่ี ๒๙๑/๑๔๔๕๕ ศาลาว่าการนครบาล
วนั ที่ ๑๒ พฤศจกิ ายน ร.ศ. ๑๒๑

พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงนเรศวรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาลถึงหลวงวิสตู รบริหาร ข้าหลวง
รกั ษาราชการเมืองนนทบุรี

ดว้ ยได้รบั บอกท่ี ๓๓๗/๒๔๗๙ ลงวนั ที่ ๓๑ ตุลาคม ร.ศ. ๑๒๑ วา่ ด้วยการท่จี ะจัดสร้างที่วา่ การกรม
การอ�ำเภอ ต�ำบลบางใหญ่ และทวี่ ่าการกรมการอำ� เภอ ต�ำบลบางบวั ทอง ไดส้ ง่ หนงั สอื สัญญาฉบบั จา้ งเหมา
มาดว้ ย แลวา่ เงนิ คา่ สรา้ งทวี่ า่ การกรมการอำ� เภอทง้ั ๒ ตำ� บลนจี้ ะควรเบกิ จากกระทรวง หรอื จา่ ยเงนิ คลงั เมอื ง
ประการใดนนั้ ไดท้ ราบตลอดแลว้

ให้หลวงวิสตู รบริหารจ่ายเงินในคลังเมอื งจัดจ้างชา่ งท�ำทีว่ ่าการกรมการอำ� เภอท้ังสองตำ� บลนี้ แต่ให้
ทำ� บัญชีรายจา่ ยสง่ มายงั ปลดั บัญชีใหท้ ราบดว้ ย

ส่วนนายเขยี ว ผ้ยู กทน่ี าโดยกวา้ ง ๒๐ วา ยาว ๒๐ วา ถวายเป็นท่หี ลวงสำ� หรบั สรา้ งทว่ี า่ การกรมการ
อ�ำเภอบางบวั ทอง นั้น จะได้นำ� ความกราบบังคมทลู พระกรณุ าในเวลาทไี่ ด้สรา้ งที่ว่าการส�ำเรจ็ แล้ว

นเรศวรฤทธ์ิ
ประทับตราสิงหน์ อ้ ยเป็นส�ำคญั

การกอ่ สรา้ งทที่ ำ� การกรมการอำ� เภอบางใหญ่ (ปจั จบุ นั คอื อำ� เภอบางกรวย) ทางราชการไดเ้ ชา่ ทดี่ นิ วดั โตนด
เป็นท่ีสร้างที่ว่าการอ�ำเภอโดยมีจีนจง เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างในวงเงิน ๒,๐๐๐ บาท การก่อสร้างได้ด�ำเนินการ
แล้วเสรจ็ และสามารถเปดิ ทำ� การบริการประชาชนได้

หลวงวิสูตรบริหาร ข้าหลวงรักษาราชการเมืองนนทบุรี ได้ท�ำหนังสือกราบทูลรายงานผลการก่อสร้าง
ที่ว่าการอ�ำเภอบางใหญ่ (ปัจจุบันคืออ�ำเภอบางกรวย) และก�ำหนดเปิดการให้บริการแก่ประชาชน ณ ท่ีว่าการ
อ�ำเภอบางใหญ่ (ปัจจบุ นั คืออำ� เภอบางกรวย) ท่ีสรา้ งข้นึ ทีว่ ัดโตนด ตอ่ พระเจา้ นอ้ งยาเธอ กรมหลวงนเรศวรฤทธิ์
ตามหนังสือท่ี ๕๑๒/๑๔๔๕๕ ลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ร.ศ. ๑๒๑ ดงั น้ี

“ดว้ ยตามทอ้ งตราสิงหน์ อ้ ย ท่ี ๑๙๑/๑๔๔๕๕ ลงวนั ที่ ๑๒ พฤศจกิ ายน ร.ศ. ๑๒๑ โปรดเกล้าฯ ให้
ขา้ พระพทุ ธเจา้ จา่ ยเงนิ ในคลงั เพอื่ จดั จา้ งชา่ งปลกู สรา้ งทว่ี า่ การอำ� เภอบางบวั ทอง และอำ� เภอบางใหญ่ แตใ่ ห้
ท�ำบาญชรี ายจา่ ยส่งมายังปลดั บาญชีให้ทราบด้วย นั้น พระเดชพระคุณเป็นลน้ เกลา้ ฯ

ขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั ใสเ่ กลา้ ฯ จา่ ยเงนิ งวดทห่ี นง่ึ ตำ� บลละ ๑,๐๐๐ บาท รวม ๒ ตำ� บล เงนิ ๒,๐๐๐ บาท
ใหแ้ ก่จีนจง นายช่างรบั ไปจัดการปลูกสร้าง ตั้งแตว่ นั ที่ ๑๙ พฤศจิกายน ร.ศ. ๑๒๑ ครนั้ ถึงวนั ท่ี ๒๖ มกราคม
ร.ศ. ๑๒๑ การปลูกสร้างท่ีว่าการอ�ำเภอเป็นอันแล้วเสร็จ ทั้ง ๒ ต�ำบล ข้าพระพุทธเจ้าได้จ่ายเงินงวดที่ ๒
ให้แก่จนี จง รบั ไปแล้วเปน็ เงิน ๒,๐๐๐ บาท และข้าพเจ้าได้หกั จา่ ยบาญชใี น ๗ วนั ส่งมายงั เจา้ คุณพระยา
เพชรัชฎา ปลัดบาญชีตามข้อบังคบั ของกระทรวงพระคลัง ด้วยแลว้

ข้าพระพุทธเจ้าเห็นด้วยเกล้าฯ ว่า ที่ว่าการอ�ำเภอท้ังสองต�ำบลน้ีก็แล้วเสร็จบริบูรณ์ เพราะฉะน้ัน
ข้าพระพุทธเจ้าจึงได้สั่งให้หลวงวิถีผดุงชน กับหลวงรักษาพลบุรี ยกไปต้ังท�ำการท่ีว่าการอ�ำเภอบางใหญ่
วันที่ ๙ มีนาคม ร.ศ. ๑๒๑ ข้าพระพุทธเจ้าจึงขอประทานกราบทูลทรงทราบฝ่าพระบาทไว้ครั้งหนึ่ง
เมื่อกรมการอ�ำเภอท้ัง ๒ ต�ำบล ยกไปอยู่ยังที่ว่าการอ�ำเภอใหม่แล้ว ข้าพระพุทธเจ้าจะมีใบบอกถวาย
ทราบฝา่ พระบาทคร้ังหลงั ”

228 นนทบรุ ศี รีมหานคร

พหลธิ งัีฉแลรอกงทเมี่วา่อื่ กพาร.อศำ�.เ๒ภ๔อ๔บ๕างใหญ่ (ปัจจบุ ันคืออำ� เภอบางกรวย)

ที่ว่าการอ�ำเภอบางใหญ่ (ปัจจบุ ันคืออ�ำเภอบางกรวย) หลงั แรกที่สรา้ งทวี่ ัดโตนด บางกรวย ไดม้ พี ิธฉี ลอง
ทวี่ ่าการอ�ำเภอ เมอื่ วันที่ ๘ และ ๙ มีนาคม ร.ศ. ๑๒๑ (พ.ศ. ๒๔๔๕) ดงั รายละเอยี ดการฉลองปรากฏตามหนงั สอื
ของหลวงวสิ ตู รบรหิ าร ขา้ หลวงรกั ษาราชการเมอื งนนทบรุ ี ท่ี ๕๒๘/๓๙๗๐ วนั ท่ี ๑๙ มนี าคม ร.ศ. ๑๒๑ กราบทลู
พระเจ้านอ้ งยาเธอ กรมหลวงนเรศวรฤทธ์ิ เสนาบดีกระทรวงนครบาล ดังนี้

“...บดั นข้ี า้ พระพทุ ธเจา้ ไดร้ บั รายงานหลวงวถิ ผี ดงุ ชน กบั หลวงรกั ษาพลบรุ ี กรมการอำ� เภอ ความตอ้ งกนั
วา่ เมอื่ วันท่ี ๘ มีนาคม ร.ศ. ๑๒๑ กรมการอำ� เภอพรอ้ มดว้ ยปลัดอ�ำเภอ เสมียน พนกั งาน ก�ำนัน ผ้ใู หญบ่ า้ น
จดั การตบแตง่ สถานทว่ี า่ การสะอาดเรยี บรอ้ ย แลว้ เชญิ พระพทุ ธรปู และพระบรมรปู ขนึ้ ประดษิ ฐานไว้ ณ ทสี่ มควร
พอเวลาบ่าย ๕ โมง พระสงฆ์ได้อาราธนามาเจริญพระพุทธมนต์ ที่ว่าการอ�ำเภอบางใหญ่ ๗ รูป อ�ำเภอ
บางบัวทอง ๕ รูป เวลาคำ่� วนั นีท้ ่วี า่ การอ�ำเภอบางใหญ่ มกี ารสมโภชลเิ ก ๑ คืน ทีว่ ่าการอำ� เภอบางบัวทอง
มเี ครอ่ื งพณิ พาทย์ มะโหรี และเปดิ หบี เสยี งเปน็ การรน่ื เรงิ รงุ่ ขนึ้ วนั ที่ ๙ เวลาเชา้ ๑ โมง ไดถ้ วายอาหารบณิ ฑบาต
แดพ่ ระสงฆ์ ฉันเสร็จแลว้ ถวายเครื่องทยั ทานตามสมควร แลได้เปดิ ท�ำการต้งั แต่วันที่ ๙ มนี าคม ร.ศ. ๑๒๑
นเ้ี ปน็ ตน้ ไป กรมการอำ� เภอ เสมยี น พนกั งาน กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น พรอ้ มใจกนั ขอพระราชทานถวายพระราชกศุ ล...”

พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงนเรศวรฤทธ์ิ เสนาบดีกระทรวงนครบาล ทรงท�ำหนังสือถึงพระเจ้าน้อง
ยาเธอ กรมขนุ สมมตอมรพนั ธ์ เพอ่ื ไดก้ ราบบงั คมทูลพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั ไดท้ รงทราบถึง
การสร้างที่ว่าการอ�ำเภอบางใหญ่ (ปัจจุบันคืออ�ำเภอบางกรวย) และการเปิดด�ำเนินการให้บริการแก่ประชาชน
ตลอดการฉลองสมโภชทีว่ า่ การอ�ำเภอบางใหญ่ (ปัจจุบันคอื อ�ำเภอบางกรวย) หลงั แรก เมอ่ื วันท่ี ๘ - ๙ มนี าคม
พ.ศ. ๒๔๔๕ ดังมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี

ท่ี ๑/๒๓ ศาลาว่าการนครบาล

วนั ท่ี ๒ เมษายน ร.ศ. ๑๒๓

ทูลพระเจ้านอ้ งยาเธอ กรมขุนสมมตอมรพนั ธ์ ทรงทราบ
ด้วยหลวงวิสูตรบริหาร ข้าหลวงรักษาราชการเมืองนนทบุรี มีใบบอกมาว่า ได้จัดการเปิดที่ว่าการ

อำ� เภอบางบวั ทอง และอำ� เภอบางใหญ่ ซงึ่ สรา้ งขนึ้ ใหม่ ๒ หลงั เมอื่ วนั ท่ี ๘ มนี าคม ร.ศ. ๑๒๑ กรมการอำ� เภอ
พร้อมด้วยปลัดอ�ำเภอ ได้เชิญพระบรมรูปข้ึนประดิษฐาน แล้วอาราธนาพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
ณ ทวี่ า่ การอำ� เภอบางใหญ่ ๗ รปู อำ� เภอบางบวั ทอง ๕ รปู เวลาคำ่� ใหเ้ ปน็ การฉลองทวี่ า่ การอำ� เภอทง้ั ๒ ตำ� บล
ครน้ั รงุ่ ขน้ึ เวลาเชา้ ไดถ้ วายอาหารบณิ ฑบาต และถวายเครอ่ื งไทยธรรมแดพ่ ระสงฆต์ ามสมควร ขอพระราชทาน
ถวายพระราชกศุ ล

ถา้ ท่านมีโอกาสสมควร ขอได้นำ� ความข้นึ กราบบังคมทลู พระกรณุ าทราบฝ่าละอองธลุ พี ระบาท
ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ

นเรศวรฤทธิ์
ประทับตราสิงหน์ อ้ ยเปน็ ส�ำคัญ

นนทบุรศี รมี หานคร 229

(ตปั้งจักจ่ิงุบอนัำ� เคภือออบ�ำาเภงแอมบ่นางากงรแวยยก) จากอำ� เภอบางใหญ่

เนอ่ื งจากพนื้ ทข่ี องอำ� เภอบางใหญ่ (ปจั จบุ นั คอื อำ� เภอบางกรวย) และอำ� เภอบางบวั ทองมพี นื้ ทก่ี วา้ งใหญม่ าก
เพอื่ อำ� นวยความสะดวกใหแ้ กร่ าษฎรทอี่ ยไู่ กลทวี่ า่ การอำ� เภอ ดงั นนั้ เมอื่ พ.ศ. ๒๔๖๐ ทางราชการไดต้ งั้ กงิ่ อำ� เภอ
บางแม่นางข้ึนกับอ�ำเภอบางใหญ่ (ปัจจุบันคืออ�ำเภอบางกรวย) ด้วยมีการแยกต�ำบลบางม่วง ต�ำบลบางใหญ่
ซึ่งอยู่ในเขตพ้ืนที่ของอ�ำเภอบางใหญ่ (ปัจจุบันคืออ�ำเภอบางกรวย) และต�ำบลเสาธงหิน ต�ำบลบางแมน่ าง และ
ต�ำบลบ้านใหม่ อ�ำเภอบางบัวทอง ยกฐานะขึ้นเป็น “ก่ิงอ�ำเภอบางแม่นาง” ต้ังท่ีว่าการก่ิงอ�ำเภอบางแม่นาง
ที่วดั สม้ เกลีย้ ง ต�ำบลบางแมน่ าง

วันท่ี ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๔ ทางราชการได้ยกฐานะก่งิ อ�ำเภอบางแมน่ างเป็น อำ� เภอบางแมน่ าง
วันท่ี ๑๙ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๗๒ กระทรวงมหาดไทยไดเ้ ปล่ียนชอ่ื อ�ำเภอบางใหญเ่ ปน็ “อำ� เภอบางกรวย”
และไดเ้ ปลี่ยนชอื่ อ�ำเภอบางแมน่ าง เปน็ “อำ� เภอบางใหญ”่

ยา้ ยทวี่ ่าการอำ� เภอบางกรวยมาตัง้ อยทู่ วี่ ดั ชลอ

เม่ือมีการเปลี่ยนช่ือ อ�ำเภอบางใหญ่ เป็นอ�ำเภอบางกรวย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ ท่ีว่าการอ�ำเภอบางกรวย
ได้ยา้ ยจากวัดโตนดมาสรา้ งที่วดั ชลอ ต�ำบลวดั ชลอ พร้อมกบั มีการสรา้ งสถานตี �ำรวจภูธรอำ� เภอบางกรวยอยูใ่ กล้
ที่ว่าการอ�ำเภอบางกรวยท่วี ัดชลอดว้ ย

ทปจั่ีเปจน็บุ นสั วทน่ีวทา่ กเุ ราียรนอ�ำเภอบางกรวย ไปสร้างอย่ใู นพนื้ ที่

เนอ่ื งจากสถานทีต่ งั้ ทว่ี า่ การอำ� เภอบางกรวย และสถานตี �ำรวจภธู ร อ�ำเภอบางกรวย ทต่ี ้งั อยู่ทว่ี ดั ชลอนั้น
ไม่สามารถจะขยายอาคารเพื่อรองรับการให้บริการแก่ประชาชนที่มีมากขึ้น ประกอบกับการขยายตัวของชุมชน
ในเขตอ�ำเภอบางกรวย ซ่ึงในอดีตเป็นชุมชนชาวสวน แต่ปัจจุบันเป็นชุมชนเมืองและเป็นชุมชนปริมณฑลของ
กรุงเทพมหานคร ทางราชการจงึ ได้สร้างทว่ี า่ การอ�ำเภอบางกรวย สถานตี ำ� รวจภูธรอ�ำเภอบางกรวย และสถานที่
ราชการของอ�ำเภอบางกรวย ในบริเวณไม่ไกลจากวัดโตนด และวัดชลอ ซึ่งเคยเป็นสถานที่ต้ังที่ว่าการอ�ำเภอ
บางกรวยในอดีต

ทีต่ ง้ั และอาณาเขตของอ�ำเภอบางกรวย

ทต่ี ง้ั ของทวี่ า่ การอำ� เภอ ทว่ี า่ การอำ� เภอบางกรวย ปจั จบุ นั ตงั้ อยทู่ ถี่ นนบางกรวย - จงถนอม ตำ� บลวดั ชลอ
อ�ำเภอบางกรวย จังหวดั นนทบรุ ี

อาณาเขตของอ�ำเภอบางกรวย

ทิศเหนอื ติดต่อกับอ�ำเภอบางใหญ่ และอ�ำเภอเมืองนนทบรุ ี จังหวัดนนทบรุ ี
ทศิ ใต้ ตดิ ต่อกับเขตตลง่ิ ชัน และเขตบางพลัด กรงุ เทพมหานครโดยมีคลองมหาสวัสดิ์
คลองบางกอกนอ้ ย และทางรถไฟสายใตแ้ บ่งเขต
ทิศตะวันออก ติดตอ่ กับอ�ำเภอเมืองนนทบุรี จงั หวดั นนทบรุ ี และเขตบางซอื่ กรงุ เทพมหานคร
โดยมีแม่น�้ำเจ้าพระยาแบง่ เขต
ทิศตะวนั ตก ติดต่อกบั อ�ำเภอพทุ ธมณฑล จงั หวดั นครปฐม โดยมีคลองนราภิรมย์แบ่งเขต

230 นนทบรุ ศี รีมหานคร

สภาพภูมิศาสตร์อ�ำเภอบางกรวย

สภาพภูมิศาสตร์ของอ�ำเภอบางกรวย เป็นที่ราบลุ่ม มีล�ำคลองทางน้�ำที่เป็นสาขาของแม่น้�ำเจ้าพระยา
และมนี ำ�้ ไหลตลอดปมี ากมายหลายคลอง เชน่ คลองแมน่ ำ้� ออ้ ม คลองบางกรวย คลองบางกอกนอ้ ย คลองมหาสวสั ด์ิ
คลองนราภิรมย์ พื้นทีเ่ ช่นนีจ้ ึงเหมาะแก่การท�ำสวน ท�ำนา การเพาะปลูกผัก และไมด้ อก ไมป้ ระดับตา่ ง ๆ

การปกครองของอำ� เภอบางกรวย

การปกครองส่วนภูมิภาค อ�ำเภอบางกรวย แบ่งเขตการปกครองส่วนภูมิภาคออกเป็น ๙ ต�ำบล
และ ๖๐ หมู่บา้ น ดงั นี้

๑. ตำ� บลวัดชลอ แบง่ การปกครองเปน็ ๑๐ หม่บู ้าน
๒. ต�ำบลบางกรวย แบง่ การปกครองเปน็ ๙ หมบู่ า้ น
๓. ต�ำบลบางสที อง แบ่งการปกครองเปน็ ๕ หมู่บ้าน
๔. ตำ� บลบางขนนุ แบ่งการปกครองเปน็ ๕ หมู่บ้าน
๕. ต�ำบลบางขนุ กอง แบง่ การปกครองเปน็ ๖ หมบู่ า้ น
๖. ตำ� บลบางคูเวียง แบง่ การปกครองเปน็ ๗ หมู่บา้ น
๗. ต�ำบลมหาสวสั ดิ ์ แบ่งการปกครองเป็น ๗ หมู่บา้ น
๘. ต�ำบลปลายบาง แบง่ การปกครองเป็น ๕ หมู่บ้าน
๙. ตำ� บลศาลากลาง แบง่ การปกครองเปน็ ๖ หมูบ่ า้ น
การปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ อำ� เภอบางกรวย ประกอบดว้ ย องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินทัง้ ๗ แห่งได้แก่
๑. เทศบาลเมอื งบางกรวย ครอบคลมุ ตำ� บลวัดชลอ และตำ� บลบางกรวย ทงั้ หมดทงั้ ๒ ต�ำบล
๒. เทศบาลต�ำบลปลายบาง ครอบคลุมพื้นทตี่ ำ� บลปลายบาง และต�ำบลบางคูเวียง ทงั้ หมดท้งั ๒ ตำ� บล

ตำ� บลมหาสวัสดิ์ (เฉพาะหมู่ ๑, ๒, ๖, ๗ และบางส่วนของหมู่ ๕)
๓. เทศบาลต�ำบลศาลากลาง ครอบคลมุ พ้ืนทข่ี องต�ำบลศาลากลางทง้ั ต�ำบล
๔. เทศบาลตำ� บลบางสที อง ครอบคลุมพืน้ ทีต่ ำ� บลบางสที องท้งั ตำ� บล
๕. องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำบลบางขนุน ครอบคลมุ พ้นี ท่ตี �ำบลบางขนนุ ท้ังตำ� บล
๖. องค์การบรหิ ารส่วนต�ำบลบางขนุ กอง ครอบคลมุ พน้ื ทีต่ �ำบลบางขนุ กองท้งั ตำ� บล
๗. องค์การบริหารสว่ นตำ� บลมหาสวัสดิ์ ครอบคลุมพืน้ ท่ตี ำ� บลมหาสวสั ดิ์ เฉพาะนอกเขตเทศบาลต�ำบล

ปลายบาง

ที่ว่าการอำ� เภอบางกรวย
ปจั จุบัน

นนทบรุ ีศรีมหานคร 231

ภมู นิ าม -ทม่ี าของชอ่ื ชมุ ชนบางกรวย - เพราะมตี น้ กรวยทบ่ี างกรวย

การตง้ั ชอ่ื ของชมุ ชนอนั เปน็ ทมี่ าของภมู นิ าม หรอื ชอ่ื ของชมุ ชน ชอ่ื ของวดั หรอื ชอ่ื ของคลอง โดยทว่ั ไปแลว้
นอกจากจะมีท่ีมาจากสภาพภูมิศาสตร์ ต�ำนานเรื่องราวของชุมชน บุคคล ชื่อของชุมชนมักจะมีท่ีมาจากแหล่ง
พันธุ์ไม้ตา่ ง ๆ ในชุมชนนั้น เช่น บางม่วง บางเดอ่ื บางไผ่ บางขนนุ บางบัวทอง บางกร่าง บางพูด เป็นตน้

บางกรวยเคยมตี ้นกรวย

บางกรวยเป็นชื่อของชุมชนและคลองที่คร้ังหนึ่งมีต้นกรวยข้ึนอยู่มาก จึงมีการน�ำเอาชื่อของต้นกรวยมา
เป็นชอ่ื ของชุมชน เช่นเดียวกบั บ้านบางกร่าง บางขนนุ บางมว่ ง บางไผ่ ทเ่ี คยมีตน้ กร่าง ขนุน มะม่วง และตน้ ไผ่
ขนึ้ อยมู่ ากมาย ชาวบา้ นจงึ นำ� เอาชอื่ ตน้ ไมต้ า่ ง ๆ เหลา่ นน้ั ทม่ี อี ยมู่ ากในชมุ ชนมาเปน็ ชอ่ื บาง ชอื่ คลอง หรอื ชอ่ื ชมุ ชน

ตน้ กรวย เปน็ ตน้ ไมท้ ่ีมีขนึ้ อยู่ในประเทศไทยทวั่ ไป มี ๒ สายพนั ธุ์ คือ กรวยบา้ น และกรวยป่า กรวยออก
ผลปลี ะครงั้ ประมาณเดอื นสิงหาคม - กันยายน

กรวยบา้ น เปน็ ไมต้ น้ สงู ๕ - ๒๐ เมตร ใบเดยี่ ว เรยี งสลบั รปู ขอบขนาน ลกั ษณะใบคลา้ ยใบมะมว่ ง ทรงพมุ่
คลา้ ยพุ่มของต้นมะม่วง ออกผลเปน็ พวงตามกงิ่ ขนาดผลลำ� ไยเม่ือผลสกุ จะมีสแี ดงสวย

กรวยปา่ เป็นไม้ต้นสูงประมาณ ๑๐ - ๒๐ เมตร ใบเดี่ยวเรยี งสลบั รปู ขอบขนาน กว้าง ๕ - ๗ ซม. ดอก
สเี ขยี วออ่ นขนาดเลก็ ออกเปน็ กระจกุ ตามกง่ิ ผลรปู รหี รอื กลม เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง ๒ ซม. เมอื่ สกุ สเี หลอื ง เมลด็ สแี ดงสกุ

สรรพคุณทางยา เปลอื กเปน็ ยาบ�ำรงุ ใบสดรักษาโรคผวิ หนงั เมล็ดรกั ษาโรครดิ สีดวง
ปจั จบุ นั ตน้ กรวยมนี อ้ ยมาก และเปน็ ตน้ ไมท้ หี่ ายากในจงั หวดั นนทบรุ ี ยงั มตี น้ กรวยอยทู่ หี่ มู่ ๔ ตำ� บลเกาะเกรด็
อ�ำเภอปากเกรด็ จังหวัดนนทบุรี

ภาพเกา่ เลา่ เรอื่ งพฒั นาการพ้ืนท่ี และสถานทส่ี ำ� คัญ
ของอำ� เภอบางกรวย พ.ศ. ๒๕๐๐ - ๒๕๐๗

ทีว่ ่าการอ�ำเภอบางกรวย หลังท่ีสอง ทวี่ ัดชลอ

232 นนทบรุ ศี รมี หานคร

สถานตี �ำรวจภูธร อำ� เภอบางกรวย ท่ีวัดชลอ อ�ำเภอบางกรวย
สถานอี นามัยชน้ั ๒ ต�ำบลศาลากลาง อำ� เภอบางกรวย

นนทบรุ ีศรมี หานคร 233

สถานีอนามัยช้ัน ๒ ต�ำบลบางขนุ กอง อำ� เภอบางกรวย
สถานอี นามยั ชัน้ ๒ ต�ำบลปลายบาง อำ� เภอบางกรวย

234 นนทบุรศี รมี หานคร

ได้สร้างถนนคอนกรตี สายใหม่ แยกจากทางใหญ่เข้าสทู่ ว่ี ่าการอ�ำเภอในปี พ.ศ. ๒๕๐๖
สน้ิ งบประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาทเศษ

ทำ� ถนนสายบางกรวย - พระราม ๖ ระยะทางประมาณ ๔ กโิ ลเมตร
ก�ำลงั อยู่ในระหวา่ งกอ่ สรา้ งเช่อื มจงั หวัดนนทบุรีกบั จงั หวดั พระนคร

นนทบุรีศรมี หานคร 235

โรงเรยี นมธั ยมวสิ ามญั วัดกลว้ ย สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๐๖ ส้นิ งบประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท
บรเิ วณโรงไฟฟ้ายนั ฮี อ�ำเภอบางกรวย

236 นนทบุรศี รมี หานคร

โรงงานไฟฟา้ ของการไฟฟา้ ยนั ฮี อยใู่ นเขตอ�ำเภอบางกรวย โรงจกั รที่ ๒
อยู่ในสภาพเสร็จสมบรู ณแ์ ลว้ รฐั บาลสิ้นเงินคา่ กอ่ สรา้ งประมาณ ๘๒๒ ลา้ นบาท
ผลิตไฟฟา้ ได้ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ กิโลวตั ต์ เพอื่ ใช้ในเขตพระนครและชานเมือง พ.ศ. ๒๕๐๖

โรงเรยี นวดั บางอ้อยช้างหลังใหม่ อ�ำเภอบางกรวย สรา้ งเมอ่ื พ.ศ. ๒๕๐๖
สน้ิ งบประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ บาทเศษ ท�ำพิธเี ปดิ ตน้ ปี พ.ศ. ๒๕๐๗

นนทบุรีศรมี หานคร 237

โรงเรียนศกึ ษาสงเคราะห์ บางกรวย เปน็ โรงเรียนสงเคราะหล์ ูกชาวเรือไม่มภี ูมิลำ� เนาเปน็ หลักแหลง่
ได้รบั การปรับปรุงกิจการให้ดยี ิง่ ข้นึ ทกุ ปี ในภาพนคี้ อื บ้านพกั ครหู ลังใหม่ของโรงเรยี น
ภายในหอนอนหลงั หน่งึ ในจำ� นวน ๒ หลงั มีเตียงและอุปกรณ์พร้อมบรบิ รู ณ์

238 นนทบุรีศรมี หานคร

นักเรยี นโรงเรยี นศกึ ษาสงเคราะหบ์ างกรวย เขา้ แถวร่วมกนั ทกุ เชา้ ก่อนเข้าเรยี น
โรงเรยี นนไ้ี ด้จัดตัง้ ขึ้นแบบโรงเรยี นกนิ นอน เพอื่ รับลูกชาวเรือซงึ่ ผู้ปกครองจำ� เปน็ ตอ้ งเดินทางเรร่ ่อน

ประกอบอาชีพอยู่ตามล�ำน้ำ� เจา้ พระยาและตามแม่นำ�้ ลำ� คลองในบรเิ วณใกลเ้ คยี ง
โรงเรยี นวดั โบสถ์ อำ� เภอบางกรวย สรา้ งส้นิ เงนิ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาทเศษ

เป็นอาคารเรยี นทท่ี นั สมยั มาก

นนทบรุ ีศรีมหานคร 239

บางกรวยแหลง่ รวมหอไตรกลางน�้ำท่ีงามลำ้� เลิศ

จังหวัดนนทบุรีถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมหอไตรกลางน้�ำ เนื่องด้วยมีหอไตรกลางน้�ำที่สวยงามสร้างอยู่ใน
วดั ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในทอ้ งที่อ�ำเภอบางกรวย

หอไตรกลางน้ำ� วัดสงิ ห์ หอไตรกลางน้ำ� วดั ละมุดใน และหอไตรกลางน�้ำวัดบางขนุน หอไตรทัง้ สามแห่งนี้
ถือได้ว่าเป็นหอไตรท่ีเป็นผลงานของช่างช้ันครู รูปทรงของสถาปัตยกรรมท้ังสามแห่งน้ี มีความสวยงาม ต้ังแต่
ชอ่ ฟา้ ใบระกา หางหงส์ เครอ่ื งลำ� ยองของอาคารหอไตร หนา้ บนั ทงี่ ามรบั ดว้ ยชายคาหลงั คาทไี่ ดร้ ะดบั ฝาผนงั และ
ชายคาที่รับกับตัวอาคาร บานประตู บานหน้าต่างท่ีประดับไว้งาม ส่ิงเหล่าน้ีจึงท�ำให้หอไตรกลางน้�ำวัดสิงห์
วดั ละมุดใน และวดั บางขนุน อำ� เภอบางกรวย เป็นหอไตรกลางนำ�้ ทงี่ ามเป็นเลศิ

ในจังหวัดนนทบุรียังมีหอไตรที่อ�ำเภอบางใหญ่ ท่ีวัดอัมพวัน และวัดพระเงิน อ�ำเภอเมืองนนทบุรี
มีท่ีวัดแคนอก วัดท้ายเมือง อ�ำเภอปากเกร็ด ท่ีวัดกลางเกรด็

หอไตรกลางน�้ำทกุ แห่งดงั กล่าว เปน็ อาคารสถาปัตยกรรมทม่ี ีคุณคา่ ควรแก่การอนุรกั ษ์ และไดไ้ ปศกึ ษา
เป็นอยา่ งยิ่ง

หอไตรกลางน้�ำ วดั ละมดุ ใน อำ� เภอบางกรวย
จงั หวัดนนทบุรี

หอไตรกลางนำ้� วดั บางขนนุ อ�ำเภอบางกรวย หอไตรกลางน�ำ้ วัดสิงห์ อ�ำเภอบางกรวย
จังหวัดนนทบุรี จงั หวัดนนทบรุ ี

240 นนทบุรีศรมี หานคร

พุทธศลิ ป์ในอำ� เภอบางกรวย

วดั โพธบิ์ างโอ

วดั โพธ์บิ างโอ ตง้ั อยูท่ ี่คลองแม่น�ำ้ ออ้ ม ฝัง่ ตะวนั ตก หมู่ ๙ ตำ� บลวัดชลอ อ�ำเภอบางกรวย จงั หวัดนนทบรุ ี
สรา้ งสมัยอยธุ ยาตอนปลาย ตอ่ มากรมหลวงเสนีย์บริรักษ์ ทรงบรู ณะในสมยั รชั กาลที่ ๓ แหง่ กรงุ รัตนโกสินทร์

ศาสตราจารยศ์ ิลป์ พรี ะศรี ศาสตราจารย์เฟื้อ หรพิ ทิ ักษ์ และอาจารย์เขียน ย้มิ ศิริ ไดก้ ล่าวถึงวัดโพธ์ิ
บางโอ ในหนังสอื จติ รกรรมฝาผนังสกลุ ชา่ งนนทบุรี ดังนี้

“...ตอ่ มาเราเขา้ สปู่ ากคลองแมน่ ำ�้ ออ้ ม และประมาณ ๒๐ นาที กม็ าถงึ วดั โพธบิ์ างโอ ซง่ึ ตงั้ อยฝู่ ง่ั ตะวนั ตก
ของคลองนี้ ประวัติของวดั นีม้ ีอยวู่ ่าได้สร้างขนึ้ หรอื ปฏิสงั ขรณ์ขน้ึ โดยกรมหลวงเสนียบ์ ริรักษ์ ในรัชกาลที่ ๓
พระอโุ บสถของวดั นสี้ รา้ งขนึ้ อยา่ งมสี ดั สว่ นทด่ี ี มมี ขุ หนา้ และมขุ หลงั ตามแบบประเพณนี ยิ ม และมเี ฉลยี งสองขา้ ง
ประกอบด้วยเสาเหล่ียม ท�ำให้เพิ่มพูนความรู้สึกของความเป็นปึกแผ่นแน่นหนาให้โครงสร้างของตัวอาคาร
ยิง่ ขึ้น ลกั ษณะสถาปตั ยกรรมและงานปนู ปั้นประดบั กรอบประตหู นา้ ต่างนั้น ท�ำให้คดิ วา่ วดั น้ีสรา้ งข้นึ ตั้งแต่
สมยั ธนบรุ ี ตอ่ มาจึงไดร้ ับการปฏิสังขรณ์ข้นึ ในรัชกาลท่ี ๓...”

“...ลายจำ� หลกั ไมข้ องหนา้ บนั นน้ั งดงามมาก สว่ นบานหนา้ ตา่ งพระอโุ บสถดา้ นนอกยงั คงมลี ายรดนำ�้
อันมีฝีมือประณีตเหลือให้เห็นอยู่บ้าง เพดานทาสีแดงชาดตามประเพณี และตกแต่งให้มั่งค่ังอลังการด้วย
ลายรดนำ�้ ปิดทองเป็นหย่อม ๆ

แต่ส่ิงท่ีเราสนใจส�ำหรับการศึกษานั้นคือภาพเขียนฝาผนัง โดยเฉพาะอย่างย่ิงคือ ภาพที่อยู่ระหว่าง
ประตเู ขา้ ท้งั สอง ซงึ่ เนน้ แนวทางให้เราไดศ้ กึ ษาลกั ษณะงานจิตรกรรมของสกลุ ช่างนนทบุรี

ภาพเขยี นบนผนังซึ่งอย่รู ะหวา่ งหน้าตา่ ง ๑๐ หนา้ ต่าง (ผนังละ ๕ หน้าต่าง) น้ันเปน็ ทน่ี ่าสนใจมาก
เพราะแทนทชี่ ่างจะเขยี นเรื่องเกย่ี วกับพุทธประวตั หิ รือชาดก กลับเขียนเรือ่ งเกี่ยวกบั ปริศนาธรรม กล่าวคอื
การปฏิบัติดปี ฏิบตั ิชอบของคนเรา และโดยเฉพาะก็คือภาพการสละของพระภิกษุสงฆ์ ภาพชีวติ ทางโลกอัน
เต็มไปดว้ ยความหลอกลวง และหลงติดอยกู่ ับกามกิเลส...”

อาจารย์ น.ณ ปากน้�ำ ได้กล่าวถึงวัดโพธิ์บางโอ ในหนังสอื ศลิ ปไทยตามวดั ดังนี้
“...พระอโุ บสถและหอระฆงั หนา้ พระอโุ บสถ เปน็ ศลิ ปวตั ถสุ ำ� คญั ของวดั พระอโุ บสถหนั หนา้ สสู่ ายนำ้�
ตามคติของคนโบราณ วัดน้จี งึ หนั หนา้ ไปทางทิศตะวนั ออกเฉียงเหนอื แทนท่ีจะเปน็ ทิศตะวนั ออกโดยตรงดัง
เช่นวดั ทน่ี ิยมสร้างกันในสมยั หลงั ขา้ พเจ้าเคยสงั เกตว่า วัดโบราณแทบทุกวดั มกั ถือสายนำ�้ เป็นใหญ่ แทนที่
จะค�ำนึงถึงทิศทาง โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ทิศตะวนั ออก..... วัดส�ำคัญซ่ึงหนั หนา้ สทู่ ิศตะวนั ตกโดยเอาสายน�้ำไว้
หนา้ วดั คอื วดั สามวหิ าร วดั ขนอนโปรดสตั ว์ สองวดั นอี้ ยใู่ นอยธุ ยาเปน็ วดั ใหญม่ าก สว่ นในธนบรุ กี ม็ อี ยหู่ ลาย
วดั ที่มิได้หนั หน้าโบสถ์ออกสู่ทศิ ตะวนั ออกโดยตรง...”

นนทบุรศี รีมหานคร 241

วัดโพธ์ิบางโอ เป็นวดั ทมี่ ศี ิลปวัตถทุ ส่ี วยงาม และมีความส�ำคญั ควรแกก่ ารศึกษา ได้แก่
อโุ บสถ อโุ บสถวดั โพธบ์ิ างโอมที รวดทรงงามสมสว่ น เปน็ อาคารขนาด ๕ หอ้ ง มพี าไลรอบแบบพระอโุ บสถ
วดั พระศรรี ตั นศาสดาราม ซงึ่ เปน็ แบบพระอโุ บสถหลวงสมยั อยธุ ยาตอนปลายสดุ อาจารย์ น.ณ ปากนำ�้ ไดก้ ลา่ วถงึ
รปู แบบอุโบสถวัดโพธบ์ิ างโอไว้ในหนงั สือศลิ ปไทยตามวัด ดงั นี้

“...หนา้ บันอโุ บสถแกะสลักไว้อยา่ งสวยงามมาก เป็นรูปพระนารายณท์ รงสุบรรณอยู่กลาง ลอ้ มด้วย
ลายกนกก้านขดเกียวพันกันอย่างสวยงาม มีเทพนมและยักษ์พนมประดับอยู่กลางตัวลายกนก ท�ำให้
ลายหน้าบนั แห่งนีง้ ดงามยงิ่ ขนึ้ แสดงฝมี อื ชัน้ ครูท่ีสรา้ งผลงานศลิ ปะการจำ� หลักไมท้ ีง่ ดงามแหง่ หนง่ึ

หลังคาอโุ บสถท�ำพาไลรอบชายคาท้งั ส่ดี า้ นเหมือนหลงั คาพระอโุ บสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
“ดว้ ยเหตนุ ที้ รงพระอโุ บสถซง่ึ ทำ� ชายคาของพาไลรอบพระอโุ บสถแบบวดั พระศรรี ตั นศาสดาราม นน้ั
จึงเหน็ ที่มาอย่างชัดเจนวา่ เอาแบบไปจากแบบชนิดนี้ ซึ่งเปน็ พระอโุ บสถหลวงสมัยอยธุ ยาตอนปลายสุด...”

บานประตูอุโบสถ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีด้านละสองประตู ซุ้มประตูเป็นปูนปั้น กลางซุ้มประตูปั้น
เป็นรปู ต่าง ๆ เชน่ รปู ฤ ษีพนม รปู เทพรา่ ยร�ำ

ผนังด้านหลังอุโบสถระหว่างซุ้มประตู ประดิษฐานพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ มีพระพุทธลักษณะท่ีงาม
มีพระรัศมีเป็นลายปูนปั้นท่ีสวยงามมากอยู่ด้านหลังติดผนังอุโบสถ ท่ีพระบาทมีบัวรองรับพระบาทท่ีเป็นศิลปะ
สมัยอยุธยา รวมท้ังพระแทน่ ทป่ี ระทับมแี ข้งสิงห์ศิลปะอยธุ ยาเช่นกนั

บานประตูด้านนอกเขียนลายทองรดน�้ำ ลายกนกใบเทศท่ีเกาะเกี่ยวสอดพันกันแบบเถาไม้เลื้อยที่เป็น
ธรรมชาติงดงามมาก

บานหนา้ ตา่ งด้านนอกเขยี นลายทองรดน้ำ� เชน่ เดียวกบั บานประตู แต่วิจิตรพิเศษกว่าบานประตูดว้ ยการ
เขยี นรูปสัตวต์ า่ ง ๆ เชน่ รูปกวางทองที่ก�ำลังเดินเย้ืองยา่ งสงา่ งาม ประดบั ไวต้ รงสว่ นลา่ งของบานหน้าตา่ ง

ผนงั ดา้ นซา้ ยของพระประธานเขยี นภาพพระสงฆบ์ ำ� เพญ็ เพียรเจรญิ จิตภาวนา
ผนงั ดา้ นหนา้ พระประธานเขยี นภาพพระพทุ ธเจา้ กำ� ลงั โปรดบรรดาพระสงฆแ์ ละชาวบา้ นทง้ั หลาย มรี ปู ปราสาท
อย่บู นยอดเขาสงู มีรปู พระสงฆ์ ๙ รปู แต่ละรปู นง่ั อยใู่ นราชรถท่ีกำ� ลงั เหาะลอยอยบู่ นอากาศ มงุ่ ตรงไปทปี่ ราสาท
ซงึ่ หมายถงึ ผทู้ เี่ จรญิ จติ ตภาวนาจนละกเิ ลสไดส้ ำ� เรจ็ เปน็ อรยิ บคุ คล ยอ่ มไดร้ บั ความเกษมในโลกตุ ระสขุ ประดจุ ดงั
ได้เขา้ ไปอยู่ในปราสาทที่วิเศษสวยงาม
พระประธาน และพระพุทธรูปในอุโบสถได้มีการบูรณะใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๓ จึงไม่เห็นเค้าเดิมของ
พระพทุ ธรปู อยธุ ยา
ทางเข้าอโุ บสถที่กำ� แพงแก้วทำ� เปน็ เสาเหล่ยี มย่อมมุ ไมส้ บิ สอง ยอดเสาเปน็ หวั เมด็ ทรงมณั ฑ์ทีง่ ามมาก
ใบเสมาศลิ า เปน็ เสมาคู่สมยั อยุธยาตอนปลาย รุ่นพระเจา้ อยู่หัวบรมโกศ ใบเสมาเปน็ หินทรายท�ำเป็นรูป
หัวนาคออกสองข้าง เอวเสมาส่วนบนเหนือเอวมีลักษณะอวบอ้วนอันเป็นลักษณะใบเสมาในรัชสมัยสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หวั บรมโกศ

242 นนทบุรศี รมี หานคร

ด้านหน้าอุโบสถมรี ปู สลกั หินจากเมอื งจีน ยนื ถอื กระบองเปน็ ผูร้ กั ษาวดั รปู สลกั หนิ มีเพียงวัดเดียวในยา่ น
อำ� เภอบางกรวย อำ� เภอบางใหญ่ และอำ� เภอเมอื งนนทบรุ ี (วดั ในจงั หวดั นนทบรุ ที มี่ รี ปู สลกั หนิ จากเมอื งจนี มเี พยี ง
๒ วดั คือ วัดโพธ์ิบางโอ อ�ำเภอบางกรวย และวดั ฉมิ พลสี ุทธาวาส ตำ� บลเกาะเกร็ด อ�ำเภอปากเกร็ด)

หอระฆงั เปน็ อาคารก่ออฐิ ถือปนู ทรงมณฑปเรอื นยอดฐานสูง ดา้ นหนา้ ท�ำบันไดปนู สงู หอระฆงั วัดโพธ์ิ
บางโอเป็นหอระฆังที่มีความงาม และต้ังอยู่มุมด้านหน้าอุโบสถซึ่งเป็นจุดท่ีเน้นให้เห็นความงามของอุโบสถและ
หอระฆงั ได้อย่างดยี งิ่

หอระฆัง และอโุ บสถ วัดโพธบิ์ างโอ อ�ำเภอบางกรวย จงั หวดั นนทบุรี

วัดบางออ้ ยช้าง

วดั บางออ้ ยชา้ ง ตงั้ อยรู่ มิ คลองแมน่ ำ้� ออ้ ม บา้ นบางออ้ ยชา้ ง ตำ� บลบางสที อง อำ� เภอบางกรวย จงั หวดั นนทบรุ ี
สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เพราะตามประวัติของวัดบางอ้อยช้าง ท่ีว่าบ้านบางอ้อยช้างเป็น
แหล่งรวบรวมเสบียงอาหารให้กองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อีกทั้ง “เจ้าพรม” เช้ือพระวงศ์ของ
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เปน็ ผมู้ ศี รัทธาท�ำบุญทว่ี ดั บางออ้ ยช้าง ไดป้ รับปรงุ ครู อบอุโบสถหลงั เดมิ แสดงว่า
วดั บางอ้อยช้างได้สร้างขึน้ กอ่ นและได้มกี ารสร้างอุโบสถขน้ึ ก่อนน้นั แล้ว พระประธานอโุ บสถเก่าเปน็ พระพทุ ธรูป
ศลิ าลงรกั ปดิ ทอง เปน็ พระพทุ ธรปู ในสมยั อยธุ ยาตอนตน้ ทงั้ การสรา้ งอโุ บสถหนั หนา้ ไปทางทศิ ตะวนั ตกสลู่ ำ� แมน่ ำ�้ ออ้ ม
เปน็ คตคิ วามเชอื่ ตงั้ แตส่ มยั อยธุ ยาทถ่ี อื แมน่ ำ้� เปน็ หลกั ตา่ งกบั ความเชอ่ื ของคนในยคุ หลงั ทถี่ อื ทศิ ตะวนั ออกเปน็ หลกั
ดงั เชน่ อุโบสถของวดั บางอ้อยช้างในปัจจบุ ันน้ีท่ีหันหน้าไปทางทศิ ตะวันออก

หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรข์ องวดั บางออ้ ยชา้ งดา้ นสถาปตั ยกรรมไดถ้ กู ปรบั ปรงุ และสรา้ งขน้ึ ใหมท่ ง้ั หมด
คงมแี ตบ่ างสว่ นทเี่ ป็นหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์คือ ภาพเขยี นเพดานศาลาการเปรียญท่ีมีคตคิ วามเชือ่ เช่นเดียว
กับภาพเขียนปรศิ นาธรรมของวดั สระบวั อำ� เภอเมอื งเพชรบรุ ี จงั หวดั เพชรบุรี ซง่ึ เปน็ งานศลิ ปกรรมสมัยอยธุ ยา
ตอนปลาย ธรรมาสนท์ รงยอดปราสาท และสังเคด็ ส�ำหรับพระ ๔ รูปน่งั สวด เป็นงานศลิ ปะสมัยอยุธยาเช่นกัน

นนทบรุ ศี รมี หานคร 243

วัดบางอ้อยช้างมีบทบาทเก่ียวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยเป็นอย่างมากในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ทพี่ ระครนู วกรรมโกศล อดตี เจา้ อาวาสวดั บางออ้ ยชา้ ง ไดอ้ ญั เชญิ พระศรศี าสดาพระพทุ ธรปู ประจำ� เมอื งพษิ ณโุ ลก
องคห์ นงึ่ ทปี่ ระดษิ ฐานรว่ มกบั พระพทุ ธชนิ ราชและพระพทุ ธชนิ สหี ท์ เ่ี มอื งพษิ ณโุ ลก มาประดษิ ฐานทว่ี ดั บางออ้ ยชา้ ง
พรอ้ มกบั พระพทุ ธรปู หลวงพอ่ พระรว่ ง และพระพทุ ธบาทจำ� ลองจากเมอื งพษิ ณโุ ลกมาประดษิ ฐานทว่ี ดั บางออ้ ยชา้ ง
พรอ้ มกับพระศรีศาสดา

ตอ่ มาสมเดจ็ เจา้ พระยาบรมมหาพิชยั ญาติ ไดอ้ ัญเชญิ พระศรีศาสดาจากวัดบางออ้ ยชา้ งไปประดิษฐานที่
วัดประดู่ฉิมพลีได้ช่วงเวลาหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระศรีศาสดาไป
ประดษิ ฐานทวี่ ดั สทุ ศั นเทพวราราม ครนั้ ถงึ รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหอ้ ญั เชญิ
พระศรศี าสดามาประดษิ ฐานทว่ี ดั บวรนเิ วศวหิ ารกบั พระพทุ ธชนิ สหี ด์ ว้ ยทรงพระราชดำ� รวิ า่ พระพทุ ธชนิ สหี ์ และ
พระศรศี าสดาเคยอยใู่ นอารามเดยี วกนั มาทเ่ี มอื งพษิ ณโุ ลก ปจั จบุ นั นที้ างวดั บางออ้ ยชา้ งไดห้ ลอ่ พระศรศี าสดาจำ� ลอง
ประดิษฐานไวท้ ่วี ดั บางออ้ ยช้าง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๔

นอกจากนน้ั พระพทุ ธรปู ประทบั ยนื หลวงพอ่ พระรว่ ง พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ
ใหอ้ ัญเชญิ ไปประดิษฐานท่พี ระอุโบสถวัดเบญจมบพติ รดุสิตวนาราม

พิพิธภัณฑว์ ดั บางอ้อยช้าง
วดั บางออ้ ยชา้ งไดใ้ ชอ้ าคารเรยี นพระปรยิ ตั ธิ รรมของวดั ทเ่ี ปน็ อาคารไม้ ๒ ชนั้ จดั ทำ� เปน็ พพิ ธิ ภณั ฑ์ ภายใน
พิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงตู้พระไตรปิฎก หีบพระธรรม และคัมภีร์ใบลาน สมุดข่อย ท่ีบันทึกพระธรรมค�ำสอนของ
พระสมั มาสัมพทุ ธเจา้ นทิ านชาดก ต�ำรายา ต�ำราโหราศาสตร์ วรรณคดี กฎหมาย และพงศาวดาร นอกจากนนั้
มกี ารแสดงเก่ียวกบั วิถชี วี ติ ของชมุ ชน เช่น เครื่องบดยา อุปกรณ์เคร่อื งใช้ของชาวสวน เปน็ ตน้

พพิ ิธภณั ฑ์วดั บางอ้อยช้าง อ�ำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบรุ ี

244 นนทบรุ ศี รมี หานคร
วดั แกว้ ฟา้

วัดแก้วฟ้า ตั้งอยู่ในคลองวัดแก้วฟ้า ต�ำบลบางขนุน อ�ำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี สร้างในรัชสมัย
สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดแิ หง่ กรงุ ศรอี ยธุ ยา สถาปตั ยกรรมทมี่ คี ณุ คา่ ทางศลิ ปะและประวตั ศิ าสตรข์ องวดั แกว้ ฟา้ คอื

อโุ บสถหลงั เกา่ ปจั จบุ นั เปน็ วหิ าร สรา้ งประมาณ พ.ศ. ๒๑๐๐ ขนาด ๕ หอ้ ง หลงั คาซอ้ น ๒ ชน้ั ดา้ นหนา้
มพี าไล ผนังหุ้มกลองด้านหน้าและดา้ นหลัง ก่ออิฐฉาบปนู ถึงอกไก่

พระเจดยี ์ ดา้ นหลงั อโุ บสถหลงั เกา่ เปน็ ทตี่ งั้ พระเจดยี ย์ อ่ มมุ ไมย้ สี่ บิ องคพ์ ระเจดยี ต์ งั้ อยบู่ นฐาน ๓ ชน้ั ชน้ั บน
ท�ำเปน็ ก�ำแพงแก้วรอบทงั้ สดี่ า้ นขององคพ์ ระเจดยี ์

อโุ บสถวดั แก้วฟ้า
อำ� เภอบางกรวย
จงั หวดั นนทบรุ ี

วัดชลอ

วดั ชลอ ตงั้ อยทู่ ตี่ ำ� บลวดั ชลอ อำ� เภอบางกรวย จงั หวดั นนทบรุ ี ทตี่ ง้ั ของวดั อยบู่ รเิ วณปากคลองลดั ทสี่ มเด็จ
พระมหาจกั รพรรดโิ ปรดเกลา้ ฯ ใหข้ ดุ คลองลดั เชอื่ มคลองแมน่ ำ้� ออ้ ม (แมน่ ำ้� เจา้ พระยาเดมิ ) กบั คลองบางกอกนอ้ ย
(แมน่ ำ้� เจา้ พระยาเดมิ ) และบรเิ วณลำ� นำ้� คลองแมน่ ำ�้ ออ้ ม (แมน่ ำ้� เจา้ พระยาเดมิ ) ไหลโคง้ ออ้ มไปทางทศิ ตะวนั ออก
ไปทางวดั เขมาภริ ตาราม เมอ่ื ขุดคลองลัดบริเวณหน้าวดั ชลอจงึ เป็นชุมทางทางน้ำ� ในเวลาต่อมาวัดชลอจึงได้เป็น
สถานท่ตี ้งั ท่ีว่าการอำ� เภอบางใหญ่ (ชื่อเดมิ ของอ�ำเภอบางกรวย) วัดชลอจึงมบี ทบาทส�ำคญั ของอำ� เภอบางกรวย

โบราณสถานของวัดชลอในปัจจุบันคืออุโบสถหลังเก่า เป็นอาคารทรงไทย ทรงโรง ด้านหน้าเป็นมุข
ผนังมหี นา้ ตา่ ง ๒ ชอ่ ง และมรี ่องรอยการกอ่ ผนงั ดว้ ยอฐิ ขนาดใหญ่ ซง่ึ เป็นอิฐสมยั อยธุ ยา

ชอ่ ฟา้ และหางหงสป์ นู ปน้ั รปู พญานาค แสดงถงึ การซอ่ มครง้ั เมอ่ื มกี ารสรา้ งพระอโุ บสถวดั เฉลมิ พระเกยี รติ
วรวหิ ารทมี่ ีการท�ำชอ่ ฟ้าและหางหงส์เป็นปนู ปน้ั รปู พญานาค


Click to View FlipBook Version