The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ข้อมูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562 - สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-06-11 04:43:42

ข้อมูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562

ข้อมูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562 - สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

Keywords: ข้อมูลพื้นฐานของต่างประเทศ

ตำ� แหนง่ 749 ข้อมูลพืน้ ฐานของต่างประเทศ 2562

เกิด Nicolás Maduro Moros
ประธานาธบิ ดี
23 พ.ย.2505 (อายุ 57 ป/ี ปี 2562) ที่การากสั ในครอบครวั ชนชน้ั แรงงาน เป็นบตุ รของ
นาย Nicolas Maduro Garcia ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เม่ือปี 2532 กับ
ศาสนา นาง Teresa de Jesus Moros
คริสต์นกิ ายโรมันคาทอลิก และ Sathya Sai Baba
สถานภาพทางครอบครวั สมรสกับนาง Cilia Flores (อายุ 56 ป/ี ปี 2562) ซง่ึ เปน็ ทนายความและนกั การเมอื ง
ที่มีบทบาทสูงท้ังในรัฐบาลและรัฐสภา เคยด�ำรงต�ำแหน่งประธานสภาแห่งชาติต่อจาก
นาย Maduro แต่ไม่มีบุตรด้วยกัน (ประธานาธิบดี Maduro มีบุตรชาย 1 คน คือ
นาย Nicolas Madoru Guerra ขณะท่นี าง Flores รบั หลานเปน็ บตุ รบุญธรรม 1 คน)
โรงเรียนมัธยมศึกษาที่ Liceo José Ávalos in El Valle ในย่านผู้ใช้แรงงาน ตั้งอยู่
การศึกษา ชานเมือง การากสั แตเ่ ชอ่ื กนั ว่าไม่จบการศกึ ษาระดับมธั ยม
คนขบั รถประจ�ำทางกบั บรษิ ัท Caracas Metro Company หลายปี และผคู้ มุ้ กนั ของ
นาย José Vicente Rangel นักการเมืองฝ่ายซ้ายของเวเนซุเอลาในช่วงการรณรงค์
ประวัติการท�ำงาน ชิงตำ� แหน่งประธานาธบิ ดีเม่อื ปี 2526
- เริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกอย่างไม่เป็นทางการของสหภาพแรงงาน ในฐานะผู้แทน
แรงงานพนกั งานขบั รถประจ�ำทางของบริษัท Caracas Metro Company
- เข้ารว่ มกลุม่ MBR-200 รณรงคใ์ หม้ ีการปลอ่ ยตัวนาย Hugo Chavez ซง่ึ ถูกจำ� คุก
ประวตั ิการทำ� งานการเมือง ในขอ้ หามสี ่วนรว่ มในการวางแผนปฏิวตั ิเมอื่ ปี 2535
- รว่ มกอ่ ตงั้ พรรค Movement of the Fifth Republic ซงึ่ สนบั สนนุ นาย Hugo Chavez
ช่วงปี 2523-2533 ในการลงสมัครรบั เลือกตัง้ ชิงตำ� แหน่งประธานาธบิ ดีเมือ่ ปี 2541
- ได้รบั เลอื กใหด้ ำ� รงตำ� แหน่งในสภาผูแ้ ทนราษฎร สังกัดพรรค MVR
- ไดร้ บั เลอื กใหด้ ำ� รงตำ� แหนง่ ในสภาแห่งชาติ
- ดำ� รงต�ำแหนง่ ประธานสภาแห่งชาติ
ปี 2541 - ดำ� รงตำ� แหนง่ รมว.กระทรวงการตา่ งประเทศ โดยนโยบายตา่ งประเทศขณะนน้ั ใหก้ าร
ปี 2543 สนบั สนุนนาย Muammar Gaddafi ผูน้ �ำลเิ บีย
ปี 2548-2549 - ดำ� รงตำ� แหนง่ รองประธานาธบิ ดี
9 ส.ค.2549-15 ม.ค.2556

13 ต.ค.2555-5 มี.ค.2556

ขอ้ มลู พน้ื ฐานของตา่ งประเทศ 2562 750

5 มี.ค.-19 เม.ย.2556 - ทำ� หน้าที่รักษาการในต�ำแหนง่ ประธานาธิบดีหลงั จากประธานาธบิ ดี Hugo Chavez
ถึงแกอ่ สญั กรรมดว้ ยโรคมะเรง็ เมอื่ ม.ี ค.2556
14 เม.ย.2556 - ชนะการเลอื กตงั้ ชงิ ตำ� แหนง่ ประธานาธบิ ดดี ว้ ยคะแนนเสยี ง 50.66% (วาระปี 2556-2562)
19 เม.ย.2556-ปจั จบุ ัน - ด�ำรงต�ำแหน่งประธานาธิบดี

ข้อมูลทน่ี า่ สนใจ - ติดตามนาย Sathya Sai Baba, Indian Guru ในช่วงปี 2555
- ระบวุ า่ ตนเองเปน็ Mestizo (ลกู ผสมคนผวิ ขาวกบั ชาวอนิ เดยี นพน้ื เมอื ง) แตย่ อมรบั วา่
มีเชื้อสายชาวแอฟริกันอยู่ด้วย ไม่มีความรู้ภาษาต่างประเทศมีการศึกษาต�่ำ
มกั พูดถงึ ตนเองวา่ เป็นประธานาธบิ ดชี นชน้ั แรงงาน

---------------------------------------------

751 ขอ้ มูลพ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562

คณะรัฐมนตรเี วเนซเุ อลา
ประธานาธิบด ี Nicolas Maduro Moros
รองประธานาธบิ ดี Delcy Rodriguez
รมว.กระทรวงผลผลติ การเกษตรและท่ดี ิน Wilmar Castro Soteldo
รมว.กระทรวงพรมแดน Jose Izquierdo Torres , Maj. Gen
รมว.กระทรวงประชาคมและขบวนการทางสงั คม Aristobulo Isturiz
รมว.กระทรวงส่ือสารและข้อมูล Jorge Rodriguez
รมว.กระทรวงวฒั นธรรม Ernesto Villegas
รมว.กระทรวงกลาโหม Vladimir Padrino Lopez , Gen.
รมว.กระทรวงพฒั นาเหมอื งแร่เชงิ นเิ วศ Victor Cano Pacheco
รมว.กระทรวงเศรษฐกจิ และการคลัง Simon Zerpa
รมว.กระทรวงเศรษฐกจิ สงั คมนิยม Heryck Rangel
รมว.กระทรวงศึกษาธิการ Elias Jaua
รมว.กระทรวงไฟฟ้า Luis Alfredo Motta Dominguez , Gen.
รมว.กระทรวงประมงและการเพาะเลีย้ งสัตว์น้ำ� Dante Rivas
รมว.กระทรวงการต่างประเทศ Jorge Arreaza Montserrat
รมว.กระทรวงการคา้ ตา่ งประเทศและการลงทุนต่างประเทศ Yomana Koteich
รมว.กระทรวงการขนสง่ ทางบก Hipolito Abreu
รมว.กระทรวงสาธารณสขุ Carlos Alvarado
รมว.กระทรวงทอ่ี ย่อู าศัย ส่ิงแวดลอ้ มและสงั คมนยิ มแนวระบบนิเวศ Ildemaro Villaroel Arismendi , Div. Gen.
รมว.กระทรวงชนพนื้ เมือง Aloha Nunez
รมว.กระทรวงการขนสง่ ทางอากาศและน�้ำ Giuseppe Yoffreda , Gen.
รมว.กระทรวงสังคมนิยมประชาธิปไตยแนวระบบนิเวศและน้ำ� Ramon Velasquez
รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมและการผลิตแห่งชาติ Tareck EL Aissami
รมว.กระทรวงมหาดไทย ยุตธิ รรมและสนั ต ิ Nestor Reverol , Maj. Gen.
รมว.กระทรวงแรงงาน Eduardo Pinate
รมว.กระทรวงโภชนาการ Luis Alberto Medina Ramirez , Maj. Gen
รมต.ประจ�ำท�ำเนยี บประธานาธบิ ดแี ละตรวจสอบการท�ำงานของรฐั บาล
Jorge Marquez , Col.
รมว.กระทรวงทัณฑสถาน Iris Varela
รมว.กระทรวงปิโตรเลียมและเหมืองแร่ Manuel Quevedo , Gen
รมว.กระทรวงแผนงาน Ricardo Menendez
รมว.กระทรวงโยธาสาธารณะ Marleny Contreras
รมว.กระทรวงยุทธศาสตร์และสงั คมนิยมอุตสาหกรรม Juan Arias

ขอ้ มูลพืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562 752 (ต.ค.2561)

รมว.กระทรวงการท่องเทย่ี ว Stella Lugo
รมว.กระทรวงการศกึ ษาระดบั มหาวทิ ยาลัย วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
Hugbel Roa
รมว.กระทรวงเกษตรชุมชนเมอื ง Mayerlin Arias
รมว.กระทรวงน้ำ� Evelyn Vasquez
รมว.กระทรวงสตรแี ละความเสมอภาคทางเพศ Caryl Bertho
รมว.กระทรวงเยาวชนและกฬี า Pedro Infante
ผ้วู า่ การธนาคารชาต ิ Calixto Ortega Sanchez

---------------------------------------------

753 ข้อมลู พน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562

สาธารณรัฐสงั คมนิยมเวยี ดนาม
(Socialist Republic of Vietnam)

เมอื งหลวง ฮานอย

ทตี่ ั้ง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทางตะวันออกของคาบสมุทรอินโดจีน ระหว่างเส้นลองจิจูดท่ี 102 องศา
10 ฟลิ ปิ ดา-109 องศา 30 ฟลิ ปิ ดาตะวนั ออก และเสน้ ละตจิ ดู ท่ี 8 องศา 30 ฟลิ ปิ ดา-23 องศา 22 ฟลิ ปิ ดาเหนอื มพี น้ื ท่ี 331,689 ตร.กม.
(64% ของพน้ื ทป่ี ระเทศไทย) รปู ร่างประเทศยาวคล้ายตวั S ความยาวจากเหนอื จรดใต้ 1,650 กม. สว่ นทีแ่ คบท่สี ุดของประเทศ
กวา้ ง 50 กม.

อาณาเขต ทศิ เหนือ ติดกบั จีน 1,297 กม.
ทศิ ตะวันตก ตดิ กับลาว 2,161 กม.
ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตดิ กับกัมพูชา 1,158 กม. และอา่ วไทย
ทิศตะวนั ออก ติดกบั ทะเลจีนใต้ ชายฝ่งั ยาว 3,444 กม.

ภูมิประเทศ พนื้ ที่ 3 ใน 4 ของเวยี ดนามเปน็ ภเู ขาและปา่ ไม้ มคี วามหลากหลายทางชวี ภาพสงู เวยี ดนามมพี นื้ ทรี่ าบ 310,070 ตร.กม.
ท่ีเหลือเป็นไหล่เขาและหมู่เกาะมากกว่า 3,000 เกาะ เรียงรายต้ังแต่อ่าวตังเก๋ียจนถึงอ่าวไทย ภาคเหนือส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง
มยี อดเขาฟานซปี าน ในจงั หวดั ลา่ วกาย สงู 3,143 ม. (สงู ทสี่ ดุ ในคาบสมทุ รอนิ โดจนี ) แมน่ ำ�้ สำ� คญั คอื แมน่ ำ�้ แดง บรเิ วณปากแมน่ ำ้�
เป็นดินดอนสามเหลี่ยมที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก และเป็นท่ีตั้งของเมืองหลวงฮานอย ภาคกลางเป็นท่ีราบสูง
เตม็ ไปดว้ ยหนิ ภเู ขาไฟ หาดทราย เนนิ ทราย และทะเลสาบ ภาคใตส้ ว่ นใหญเ่ ปน็ ทรี่ าบสงู มที ร่ี าบลมุ่ แมน่ ำ้� โขงเปน็ แหลง่ เพาะปลกู
ท่ีใหญ่ทีส่ ดุ ในประเทศ (40,000 ตร.กม.) และเปน็ ท่ีตงั้ ของนครโฮจมิ ินห์ (หรอื ไซง่ ่อนเดิม)

ขอ้ มูลพนื้ ฐานของต่างประเทศ 2562 754

ภูมิอากาศ เวยี ดนามมีพื้นที่แคบ แต่ยาว ท�ำให้ภมู อิ ากาศแตกต่างกนั มาก ภาคเหนอื อากาศค่อนขา้ งหนาวเยน็ มี 4 ฤดู คอื
ฤดใู บไมผ้ ลิ (มี.ค.-เม.ย.) ฤดรู อ้ น (พ.ค.-ก.ค.) ฤดูใบไมร้ ว่ ง (ก.ย.-พ.ย.) และฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) ภาคกลาง ค่อนขา้ งรอ้ น และ
เผชญิ พายุไตฝ้ ุ่นในช่วงฤดูฝน สรา้ งความเสียหายให้ทุกปี ภาคใต้ มอี ากาศรอ้ นชน้ื ตลอดปีมเี พียง 2 ฤดู คอื ฤดูฝน (พ.ค.-ต.ค.)
และฤดูแล้ง (ต.ค.-เม.ย.)
ประชากร 96.6 ลา้ นคน มากเป็นอันดบั 3 ในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ รองจากอนิ โดนเี ซยี และฟลิ ปิ ปินส์ และมากเปน็ อนั ดบั
15 ของโลก ชาวเวียดหรือกิงห์เป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ 85.7% มีชนกลุ่มน้อย 54 ชนเผ่า กระจายอยู่ตามเทือกเขาและ
ทีร่ าบสงู คดิ เปน็ 14.3% ได้แก่ ไต่ 1.9% ไท 1.8% เหม่ือง 1.5% แขมร์ 1.5% มง้ 1.2% หน่งุ 1.1% ฮวา 1% และอ่ืนๆ 4.3%
สัดส่วนประชากรจ�ำแนกตามอายุ : วัยเดก็ (0-14 ป)ี 23.6% วยั รนุ่ ถงึ วัยกลางคน (15-64 ป)ี 69.2% วยั ชรา (65 ปขี ้นึ ไป) 6.1%
อายุขยั เฉลี่ยของประชากรโดยรวม 73.7 ปี อัตราการเพิ่มประชากร 0.99% ประชากรท่ีอยูต่ ำ�่ กวา่ เสน้ ความยากจน 9.8%
ศาสนา ส่วนใหญ่ไม่นับถือศาสนา 81.8% แต่นับถือบรรพบุรุษและลัทธิต่าง ๆ เช่น ฮวาเหา 1.7% เก๋าได๋ 0.9%
พทุ ธนกิ ายมหายาน 7.9% ครสิ ตน์ ิกายโรมันคาทอลิก 6.6% โปรเตสแตนต์ 0.9% และอิสลาม 0.1%
ภาษา ภาษาราชการคอื ภาษาเวียดนาม ปัจจบุ ัน ภาษาองั กฤษมีความส�ำคญั มากขึน้ เป็นภาษาท่ี 2 และมกี ารใชภ้ าษา
อื่น ๆ อกี เช่น จีน เขมร ฝร่งั เศส และภาษากลุม่ ชนแถบเทอื กเขา (มอญ-แขมร์ และมาลาโย-โพลีเนเซีย)
การศึกษา อัตราการรู้หนังสือ (อายุ 15 ปีขึ้นไป) 97.3% ระบบการศึกษาภาคบังคับมีคุณภาพ รัฐบาลให้ความส�ำคัญ
ตอ่ การปฏิรปู ระบบการศกึ ษา โดยเร่งพัฒนาการศกึ ษาในระดับต่าง ๆ ใหเ้ ทียบเทา่ มาตรฐานสากล เพ่ือพฒั นาทรัพยากรมนษุ ย์
รองรับการพฒั นาประเทศ
การก่อต้งั ประเทศ เวยี ดนามอยภู่ ายใตก้ ารปกครองของจนี มากวา่ 1,000 ปี และไดร้ บั อสิ รภาพเมอ่ื ปี 1481 ตอ่ มามปี ญั หาขดั แยง้
ทางศาสนากับฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคม ท�ำให้ต้องสูญเสียดินแดนให้ฝรั่งเศสและตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส
ในหว้ งปี 2401–2426
การต่อสู้เพื่อเอกราชของเวียดนาม น�ำโดยโฮจิมินห์ ผู้น�ำพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนและผู้น�ำองค์การสันนิบาต
เพอ่ื เอกราชของเวียดนามหรือเวยี ดมินห์ (Viet Minh) เรม่ิ ขึน้ เมื่อปี 2484 ในช่วงสงครามโลกครัง้ ท่ี 2 ญป่ี ่นุ เขา้ ยดึ ครองประเทศ
ในอินโดจีน จนกระท่ังแพ้สงครามเมอ่ื ปี 2488 จักรพรรดเิ บ๋าได๋ (Bao Dai) กษตั รยิ ์องค์สดุ ท้ายแหง่ ราชวงศเ์ หวยี นสละราชสมบัติ
โฮจมิ นิ หจ์ งึ ประกาศเอกราชเปลย่ี นแปลงการปกครองเปน็ แบบสาธารณรฐั และจดั ตงั้ รฐั บาลชว่ั คราวขนึ้ บรหิ ารประเทศ กลายเปน็
จุดเรม่ิ ต้นของสงครามระหว่างเวียดนามกบั ฝร่งั เศส ตอ่ มาฝร่ังเศสแพส้ งครามทเี่ ดยี นเบยี นฟู และมกี ารจดั ทำ� สนธิสัญญาเจนีวาปี
2497 แตส่ หรฐั ฯ และชาวเวยี ดนามในภาคใตบ้ างสว่ นไมต่ อ้ งการรวมกบั รฐั บาลของโฮจมิ นิ ห์ ตอ่ มาจงึ มกี ารแบง่ เวยี ดนามออกเปน็
2 ประเทศ โดยใช้เส้นละติจูดท่ี 17 องศาเหนือเป็นเส้นแบ่ง เวียดนามเหนือปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ ภายใต้การน�ำ
ของโฮจมิ ินห์ ส่วนเวยี ดนามใตป้ กครองในระบอบประชาธิปไตย
สงครามระหวา่ งเวยี ดนามเหนอื กบั เวยี ดนามใตเ้ กดิ จากเหตผุ ลเพอ่ื การรวมชาติ สหรฐั ฯ สนบั สนนุ เวยี ดนามใตแ้ ละ
รว่ มรบในสงคราม สง่ ผลให้สงครามเวยี ดนามกลายเป็นสมรภมู ิรบยืดเยื้อ (ปี 2500-2518) ท่สี ร้างความสญู เสียอยา่ งใหญห่ ลวง
แก่ทั้งสองฝ่าย สหรัฐฯ เป็นฝ่ายพ่ายแพ้และประกาศถอนทหารออกจากเวียดนามใต้เมื่อปี 2516 การสู้รบยุติลงโดยกองทัพ
เวยี ดนามใตป้ ระกาศยอมแพต้ อ่ เวยี ดนามเหนอื เมอื่ 30 เม.ย.2518 เวยี ดนามเปลย่ี นชอ่ื เมอื งไซง่ อ่ นเปน็ โฮจมิ นิ หซ์ ติ ี เพอื่ เปน็ เกยี รติ
แกโ่ ฮจมิ นิ ห์ผนู้ ำ� การตอ่ สเู้ พอื่ เอกราชทเ่ี สยี ชวี ติ ลงเมอ่ื ปี2512 และประกาศรวมประเทศโดยเปลยี่ นชอ่ื เปน็ สาธารณรฐั สงั คมนยิ มเวยี ดนาม

755 ข้อมลู พืน้ ฐานของต่างประเทศ 2562

เมอื่ 2 ก.ค.2519
วันชาติ 2 ก.ย. (ตรงกับวนั ประกาศเอกราชจากฝร่งั เศส 2 ก.ย.2488)
การเมอื ง ปกครองในระบอบสงั คมนยิ มคอมมวิ นสิ ต์ ประธานาธบิ ดเี ปน็ ประมขุ และผบู้ ญั ชาการกองทพั โดยตำ� แหนง่
ฝา่ ยบรหิ าร : นรม. เปน็ หวั หนา้ ฝา่ ยบรหิ ารดแู ลการบรหิ ารประเทศใหเ้ ปน็ ไปตามนโยบายของพรรค ครม. และผนู้ ำ�
หนว่ ยงานระดบั รมต.อกี 26 คน (สภาแหง่ ชาตเิ วยี ดนามอนมุ ตั ริ ายชอ่ื เมอื่ 28 ก.ค.2559) วาระ 5 ปี (ปี 2559-2564) การปกครอง
สว่ นภมู ภิ าค ประกอบดว้ ย 58 จงั หวดั กบั อกี 5 นคร คอื ฮานอย โฮจมิ นิ ห์ ไฮฟอง ดานงั และเกนิ่ เทอ แตล่ ะจงั หวดั มคี ณะกรรมการ
ประชาชนทำ� หนา้ ทบ่ี รหิ ารงานในทอ้ งถนิ่ ใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายรฐั ธรรมนญู นโยบาย และกฎระเบยี บตา่ ง ๆ โดยไดร้ บั งบประมาณ
จากสว่ นกลางโดยตรง ข้าราชการแต่งตั้งโดยตรงจากส่วนกลาง จึงมีอำ� นาจตัดสินใจอยา่ งเตม็ ที่
ฝ่ายนิติบัญญัติ : เป็นระบบสภาเดียว คือ สภาแห่งชาติ (National Assembly) ปัจจุบันมีสมาชิก 496 คน
มาจากการเลือกตั้งเมื่อ 25 พ.ค.2559 วาระ 5 ปี สมัยประชุมปีละ 2 ครั้ง ตามรัฐธรรมนูญสภาแห่งชาติมีอ�ำนาจสูงสุด
ในการก�ำหนดนโยบายท้ังภายในและต่างประเทศ ท�ำหน้าที่บัญญัติและแก้ไขกฎหมาย แต่งต้ังประธานาธิบดีตามท่ีพรรคเสนอ
ให้การรบั รองหรือถอดถอน นรม. ตามทปี่ ระธานาธบิ ดีเสนอ รวมทั้งแต่งตั้ง ครม. ตามท่ี นรม. เสนอ
ฝ่ายตลุ าการ : มี 3 ระดับ คอื ศาลประชาชนสงู สุด ศาลจงั หวัดหรือเทยี บเทา่ ศาลอำ� เภอหรือเทยี บเท่า ฝา่ ยทหาร
มีตุลาการศาลทหาร ประธานศาลในระดับต่าง ๆ แต่งต้ังโดยประธานาธิบดี โดยความเห็นชอบของประชาชนในระดับน้ัน ๆ
และมีวาระ 5 ปี นอกจากคณะผพู้ พิ ากษาแล้ว ยังมี “ทีป่ รกึ ษาประชาชน” ร่วมด้วย เน่ืองจากผู้พิพากษาในเวียดนามไมจ่ �ำเปน็
ต้องมคี ุณวุฒิด้านกฎหมาย
พรรคการเมอื ง : มพี รรคการเมอื งเดยี วคอื พรรคคอมมวิ นสิ ตเ์ วยี ดนาม ยดึ แนวทางมารก์ ซ-์ เลนนิ ในการบรหิ ารประเทศ
โดยมอี ำ� นาจสงู สดุ ตามรฐั ธรรมนญู ทป่ี ระกาศใชเ้ มอื่ ปี 2535 โครงสรา้ งอำ� นาจของพรรค ประกอบดว้ ย สมชั ชาพรรค ซงึ่ ประกอบดว้ ย
ผแู้ ทนสมาชกิ พรรคจากทวั่ ประเทศ จดั ประชมุ ทกุ 5 ปี ทำ� หนา้ ทก่ี ำ� หนดทศิ ทางของประเทศและรบั รองการเปลย่ี นแปลงนโยบาย
ทสี่ �ำคัญ คณะกรรมการกลางพรรคเลอื กตั้งโดยสมัชชาพรรค มีจำ� นวน 160 คน ทำ� หนา้ ทีพ่ จิ ารณานโยบายทส่ี ำ� คัญดา้ นการเมอื ง
เศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม รวมทัง้ ตรวจสอบระบบการท�ำงาน และการปฏิบัติตามมติพรรค คณะกรมการเมือง (โปลิตบโุ ร)
เลือกตั้งโดยคณะกรรมการกลางพรรค มีจ�ำนวน 19 คน (ประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ เมื่อ 27 ม.ค.2559)
เป็นศูนย์กลางอ�ำนาจในการก�ำหนดนโยบายและควบคุมการด�ำเนินงานให้เป็นไปตามแนวทางท่ีก�ำหนด มีเลขาธิการพรรค
คอมมวิ นสิ ตเ์ ป็นผู้น�ำสงู สุดเลือกโดยคณะกรมการเมือง เลขาธิการพรรคคอมมวิ นสิ ตค์ นปจั จุบนั คือ นายเหวยี นฟจู้ ่อง (Nguyen
Phu Trong)
เศรษฐกจิ เวยี ดนามเปน็ ประเทศกำ� ลงั พฒั นา ดำ� เนนิ นโยบายปฏริ ปู เศรษฐกจิ หรอื นโยบาย Doi Moi เมอื่ ธ.ค.2529 โดยเปลย่ี น
ผา่ นจากประเทศเกษตรกรรมไปสปู่ ระเทศอตุ สาหกรรมมากขนึ้ และมรี ะบบเศรษฐกจิ แบบตลาดภายใตก้ ารควบคมุ ของรฐั บาล กระจาย
อำ� นาจทางเศรษฐกจิ ไปสทู่ อ้ งถน่ิ มากขน้ึ โดยเขา้ เปน็ สมาชกิ องคก์ ารการคา้ โลก (World Trade Organisation-WTO) เมอ่ื ปี 2550
และไดจ้ ดั ทำ� ขอ้ ตกลงการคา้ เสรหี ลายฉบบั ในหว้ งระหวา่ งปี 2558-2559 อาทิ ขอ้ ตกลงการคา้ เสรรี ะหวา่ งสหภาพยโุ รป-เวยี ดนาม
ขอ้ ตกลงการคา้ เสรรี ะหวา่ งเกาหลใี ต-้ เวยี ดนาม และขอ้ ตกลงการคา้ เสรรี ะหวา่ งสหภาพเศรษฐกจิ ยเู รเซยี -เวยี ดนาม ทงั้ นี้ เพอ่ื รกั ษา
การเตบิ โตเศรษฐกจิ อยา่ งแขง็ แกรง่ รฐั บาลเวยี ดนามเหน็ ความจำ� เปน็ ทจี่ ะดำ� เนนิ การปฏริ ปู อกี ครงั้ อาทิ การปฏริ ปู วสิ าหกจิ ทมี่ รี ฐั เปน็
เจา้ ของ การลดกฎระเบยี บราชการทยี่ งุ่ ยาก การเพมิ่ ความโปรง่ ใสในภาคธรุ กจิ ลดระดบั สนิ เชอื่ ทไี่ มก่ อ่ ใหเ้ กดิ รายไดใ้ นภาคการธนาคาร
และเพมิ่ ความโปรง่ ใสในภาคการเงนิ อนง่ึ เวยี ดนามตง้ั เปา้ หมายทจ่ี ะพฒั นาเศรษฐกจิ สกู่ ารเปน็ ประเทศอตุ สาหกรรมภายในปี 2563

ขอ้ มลู พ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562 756

ทรพั ยากรธรรมชาตทิ สี่ ำ� คญั ของเวยี ดนาม ไดแ้ ก่ ถา่ นหนิ นำ�้ มนั กา๊ ซธรรมชาติ ธาตโุ ลหะหายาก บอกไซต์ แมงกานสี
ฟอสเฟต โครเมต ปา่ ไม้ และพลังงานนำ�้ ผลผลติ ทางการเกษตรทส่ี �ำคัญและอยูใ่ นอนั ดับต้นของโลก ไดแ้ ก่ ข้าว กาแฟ พริกไทย
และยางพารา อุตสาหกรรมส�ำคัญ เช่น การแปรรปู อาหาร ส่ิงทอ รองเท้า เคร่อื งจกั ร เหมอื งแร่ เหล็กกล้า ซีเมนต์ และปุ๋ยเคมี
เปน็ ต้น
สกุลเงนิ : เวียดนามดง่ (Vietnam Dong - VND) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ : 23,340 ดง่ หรือ 1 บาท
: 714.29 ด่ง (ก.ย.2561)
ดัชนีเศรษฐกิจส�ำคัญ (ปี 2561)
ผลิตภัณฑม์ วลรวมภายในประเทศ (GDP) : 220,408 ล้านดอลลารส์ หรฐั
อตั ราการเตบิ โตทางเศรษฐกจิ : 6.81%
รายได้เฉลีย่ ต่อหวั ตอ่ ปี : 2,000 ดอลลารส์ หรฐั
แรงงาน : 53.7 ลา้ นคน
อตั ราการว่างงาน : 2.2%
อตั ราเงนิ เฟ้อ : 3.53%
เงนิ ทุนส�ำรอง : 49,000 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ
หนส้ี าธารณะ : 61.3% ของ GDP
หนี้ต่างประเทศ : 40,574 ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ
มลู ค่าการส่งออก : 214,322.9 ล้านดอลลารส์ หรัฐ
สนิ คา้ สง่ ออก : โทรศพั ท์ โทรศพั ทม์ อื ถอื สง่ิ ทอและเสอ้ื ผา้ คอมพวิ เตอรแ์ ละผลติ ภณั ฑไ์ ฟฟา้ เครอ่ื งจกั รและอปุ กรณ์ เครอ่ื งรองเทา้
ไมแ้ ละผลิตภัณฑไ์ ม้ ผลติ ภณั ฑป์ ระมง ยานพาหนะ เหล็กและเหลก็ กล้า
ตลาดสง่ ออกหลกั : สหรฐั ฯ จนี ญปี่ นุ่ เกาหลใี ต้ ฮอ่ งกง เนเธอรแ์ ลนด์ เยอรมนี อนิ เดยี สหรฐั อาหรบั เอมเิ รสต์ และสหราชอาณาจกั ร
มูลคา่ การน�ำเขา้ : 211,518.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้านำ� เขา้ : คอมพวิ เตอรแ์ ละผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า เคร่อื งจักรและอปุ กรณ์ โทรศพั ท์ โทรศพั ท์มอื ถือ เสน้ ใย เหลก็ และเหล็กกล้า
พลาสตกิ ผลิตภัณฑ์ปโิ ตรเลียม โลหะพ้ืนฐาน ส่ิงทอ เครือ่ งหนงั และผลติ ภัณฑ์พลาสติก
ตลาดนำ� เข้าหลกั : จีน เกาหลใี ต้ ญีป่ ่นุ ไต้หวนั สหรัฐฯ ไทย มาเลเซีย สงิ คโปร์ อินเดีย และอินโดนเี ซีย
มูลคา่ การลงทุนโดยตรงจากตา่ งประเทศ : ประมาณ 14,100 ล้านดอลลารส์ หรฐั
การทหาร กองทัพประชาชนเวียดนามมีก�ำลังพลท้ังสิ้นประมาณ 50,645,430 นาย (รวมก�ำลังพลส�ำรองและอาสาสมัคร
ประมาณ 5,040,000 นาย) มปี ระธานาธบิ ดเี ปน็ ผ้บู ญั ชาการสูงสดุ ของกองทพั โดยต�ำแหนง่ และมสี ภากลาโหมและความมัน่ คง
(ประธานาธิบดเี ปน็ ประธาน) เปน็ องคก์ รท่ีปรึกษาก�ำกับดแู ล งบประมาณทางทหารปี 2561 ประมาณ 3,365 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ
ทบ. กำ� ลังพลประมาณ 412,000 นาย ยทุ โธปกรณ์ทีส่ ำ� คญั ไดแ้ ก่ รถถังหนกั รถถังเบา รถสายพานล�ำเลียงพล
ปนื ใหญล่ ากจงู ปืนใหญ่อตั ตาจร จรวดหลายลำ� กลอ้ ง เครื่องยงิ ลูกระเบิด อาวธุ ต่อสู้อากาศยาน อาวธุ ตอ่ สรู้ ถถงั และจรวดนำ� วถิ ี
พ้นื สอู่ ากาศ ควบคมุ การยิงดว้ ยเรดาร์
ทร. กำ� ลังพลประมาณ 45,000 นาย (รวมนาวกิ โยธินประมาณ 27,000 นาย) ศูนย์บัญชาการกองทพั เรือตั้งอยทู่ ี่
เมืองไฮฟอง ยทุ โธปกรณท์ ีส่ ำ� คญั ได้แก่ เรอื ด�ำนำ�้ ชัน้ Kilo และ Sang-O เรือฟรเิ กตช้ัน Gepard, Petya, Savage และ Barnegat
เรือคอรเ์ วต เรือเรว็ โจมตีอาวุธน�ำวิถี เรอื เร็วโจมตตี อรป์ ิโด เรือเร็วโจมตปี ืน เรอื ตรวจการณ์ เรอื ยกพลข้ึนบก เรอื ระบายพล เรอื
สงครามทุ่นระเบดิ เรอื สำ� รวจ เรอื ล�ำเลยี ง เรือตรวจการณข์ นาดเลก็ เรอื นำ�้ มนั อลู่ อย อากาศนาวี และยทุ โธปกรณ์ประจ�ำหนว่ ย

757 ข้อมูลพ้นื ฐานของต่างประเทศ 2562

นาวิกโยธิน
ทอ. กำ� ลงั พลประมาณ 15,000 นาย และปอ้ งกนั ภยั ทางอากาศประมาณ 15,000 นาย ยทุ โธปกรณท์ สี่ ำ� คญั ไดแ้ ก่
เครือ่ งบนิ ขบั ไล่ เคร่อื งบินโจมตี เครอื่ งบนิ ฝกึ เครอ่ื งบนิ ลาดตระเวนถา่ ยภาพ เคร่อื งบินลาดตระเวนทางทะเล เครือ่ งบนิ ลำ� เลียง
เฮลิคอปเตอรโ์ จมตีและปราบเรือด�ำน้�ำ เฮลิคอปเตอรล์ �ำเลยี ง และจรวดนำ� วิถี
ก�ำลังส�ำรอง ประมาณ 4-5 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมีกองก�ำลังป้องกันชายแดน หน่วยยามฝั่ง และกองก�ำลัง
ประชาชนทำ� หน้าทสี่ นับสนนุ ก�ำลงั รบหลักในการปอ้ งกันอธปิ ไตย ความม่นั คงทางการเมอื ง และความปลอดภัยทางสาธารณะ
ปัญหาด้านความม่นั คง
ปัญหาด้านความม่นั คงของเวยี ดนามทสี่ �ำคัญ คือ 1) ความขัดแยง้ เรื่องการอ้างกรรมสิทธ์ิเหนือหมเู่ กาะพาราเซล
และหมู่เกาะสแปรตลีในทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะกับจีน 2) ปัญหาเรือประมงเวียดนามลักลอบท�ำประมงผิดกฎหมายในน่านน้�ำ
ประเทศเพอื่ นบ้าน และ 3) ความเคลอ่ื นไหวของกลุ่มต่อตา้ นรฐั บาล เพือ่ โคน่ ล้มพรรคคอมมวิ นสิ ต์เวยี ดนาม และเปลี่ยนแปลง
การปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย
สมาชกิ องคก์ ารระหว่างประเทศ เปน็ สมาชิกองคก์ ารระหวา่ งประเทศ 46 แห่ง ได้แก่ ADB, APEC, ARF, ASEAN, CICA, CP,
EAS, FAO, G-77, IAEA, IBRD, ICAO, ICC (NGOs), ICRM, IDA, IFAD, IFC, IFRCS, ILO, IMF, IMO, IMSO, INTERPOL, IOC,
IOM, IPU, ISO, ITSO, ITU, MIGA, NAM, OIF, OPCW, PCA, UN, UNCTAD, UNESCO, UNIDO, UNWTO, UPU, WCO,
WFTU (NGOs), WHO, WIPO, WMO และ WTO
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปัจจุบัน เวียดนามยังขาดนักวทิ ยาศาสตร์ นักวิชาการ นกั คน้ ควา้ และนกั วจิ ยั ค่อนขา้ งมาก จึงตงั้
เปา้ หมายท่จี ะพฒั นาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีใหท้ ัดเทียมประชาคมโลก เนอื่ งจากเห็นว่าเปน็ กลไกส�ำคญั ในการพฒั นาสงั คม-
เศรษฐกิจ และปรบั ปรุงผลิตภาพแรงงาน โดยเฉพาะในยุคของการปฏวิ ตั อิ ตุ สาหกรรม 4.0 ซง่ึ เปดิ กวา้ งในการปรบั ปรุงศักยภาพ
ทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน ตลอดจนด้านความมั่นคง ทั้งยังจะช่วยส่งเสริมการสร้างรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส ์
(e-Government) ในเวียดนาม ทั้งน้ี เวียดนามสนับสนุนองค์กรและนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนด้านอุตสาหกรรมท่ีใช้
เทคโนโลยีชน้ั สงู และจูงใจใหช้ าวเวียดนามโพน้ ทะเลทม่ี ีความรู้ ความช�ำนาญ ทงั้ ทางดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีกลบั มายงั
เวยี ดนาม เพือ่ ถา่ ยทอดและพฒั นาเทคโนโลยีในประเทศ
การขนส่งและโทรคมนาคม ทางบก มถี นนครอบคลุมทว่ั ประเทศ ระยะทางยาว 206,633 กม. เชอ่ื มต่อกบั จีน ลาว และกมั พูชา
ระบบราง มีเส้นทางรถไฟยาว 2,632 กม. และเชื่อมต่อไปยังจีน มองโกเลีย และรัสเซีย รวมท้ังมีแผนพัฒนารถไฟความเร็วสูง
เช่ือมภาคเหนือกับภาคใต้ สร้างถนน Motorway เช่ือมจากเหนือจรดใต้ ส่วนเมืองใหญ่ ได้แก่ กรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์
มโี ครงการสรา้ งระบบขนสง่ มวลชนดว้ ยรถไฟฟา้ ใตด้ นิ และบนดนิ ความยาวทงั้ สน้ิ 19.7 กม. โดยเรม่ิ กอ่ สรา้ งรถไฟฟา้ ใตด้ นิ สายแรก
ในนครโฮจิมินห์ความยาว 1.8 กม. เช่ือมระหว่างสถานีไซ่ง่อนโอเปราเฮาส์กับทางรถไฟฟ้าบนดิน ใกล้สวนบาเซิน ทางน�้ำ
มโี ครงขา่ ยการเดนิ เรอื ในประเทศยาว 47,130 กม. และมที า่ เรอื (ทางทะเล) ขนาดใหญ่ 19 แหง่ ทส่ี ำ� คญั คอื ทา่ เรอื ไฮฟอง ทางเหนอื
ท่าเรือดานัง และท่าเรือนานาชาติกามรัญ (เปิดเม่ือ 8 มี.ค.2559) ในภาคกลาง และท่าเรือโฮจิมินห์ในภาคใต้ ทางอากาศ
มีท่าอากาศยานพลเรอื น 24 แหง่ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศท่ใี หญ่ทส่ี ดุ คือ ท่าอากาศยานเติน๋ เซินเญติ ท่ีนครโฮจิมนิ ห์ และ
มีโครงการสร้างท่าอากาศยานระหว่างประเทศขนาดใหญ่ของภูมิภาค จังหวัดด่งนาย ในภาคใต้ ก�ำหนดแล้วเสร็จในปี 2568
รวมท้ังมีแผนจะพัฒนาสายการบินเวียดนามเป็นสายการบินใหญ่อันดับ 2 ของภูมิภาค โทรคมนาคม มีผู้ใช้โทรศัพท์เคล่ือนท ี่

ข้อมลู พืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562 758

ปี 2561 ประมาณ 32.43 ล้านคน จ�ำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 64 ล้านคน (คิดเป็น 67% ของประชากรทั้งหมด)
รหสั อนิ เทอรเ์ นต็ ประเทศ .vn มรี ะบบเคเบลิ ใตน้ ำ้� เชอื่ มตอ่ กบั ไทย ฟิลปิ ปินส์ ญี่ปนุ่ และสหรฐั ฯ มีสถานดี าวเทียมทไี่ ด้รับความชว่ ย
เหลอื จากอดตี สหภาพโซเวยี ต 2 แหง่ มีดาวเทียมสื่อสาร “Vinasat 1” มูลคา่ 200 ลา้ นดอลลาร์สหรฐั สง่ ขึ้นสวู่ งโคจรเม่อื ปี 2551
และ “Vinasat 2” เมือ่ พ.ค.2555

การเดินทาง สายการบินไทยมเี ท่ยี วบินตรงทา่ อากาศยานสุวรรณภมู ิ-ฮานอย (1 ชม. 50 นาท)ี และโฮจมิ นิ ห์ (1 ชม. 30 นาที)
สายการบิน Bangkok Airways ใหบ้ ริการเที่ยวบนิ จากท่าอากาศยานสวุ รรณภูมิ – ดานัง และฟูก้ ว๊ ก สายการบิน Air Asia มเี ท่ยี ว
บนิ ตรงดอนเมือง-ฮานอย โฮจมิ นิ ห์ และดานัง สายการบินนกแอรใ์ ห้บรกิ ารเที่ยวบินตรงดอนเมือง–โฮจิมินห์ ขณะท่ีเวียดนามมี
สายการบิน Vietnam Airlines สายการบนิ VietJet Air และสายการบนิ Jetstar Airways ระหวา่ งฮานอย–ท่าอากาศยาน
สวุ รรณภมู ิ และโฮจิมินห์–ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลาในเวียดนามเท่ากบั เวลาในไทย (UTC+7 ชม.) นักท่องเทย่ี วไทยเดนิ ทาง
เข้าเวียดนามได้โดยไมต่ ้องขอรับการตรวจลงตราและสามารถอยู่ในเวยี ดนามได้ 30 วนั
สถานการณ์ส�ำคัญทีน่ ่าตดิ ตาม 1) การปราบปรามการทุจรติ ในภาคสว่ นตา่ ง ๆ ของรัฐบาลเวยี ดนาม 2) การปราบปรามกลุ่ม
ตอ่ ต้านรฐั บาลเวียดนามท้ังในและต่างประเทศ 3) ความเคลื่อนไหวของเวยี ดนามกรณปี ญั หาขัดแยง้ ในทะเลจีนใต้และการดำ� เนนิ
ความสมั พนั ธก์ บั จนี 4) การแขง่ ขันอทิ ธิพลของมหาอ�ำนาจในเวยี ดนาม 5) ผลกระทบจากสงครามการค้าระหวา่ งสหรฐั ฯ กบั จีน
และ 6) การผา่ นรา่ งกฎหมายเขตเศรษฐกจิ พเิ ศษเวียดนาม
ความสัมพนั ธ์ไทย-เวียดนาม
ไทยและเวยี ดนามสถาปนาความสมั พนั ธท์ างการทตู ครบรอบ 42 ปี เมอื่ 6 ส.ค.2561 ความสมั พนั ธเ์ ปน็ ไปโดยราบรนื่
และมกี ารแลกเปลยี่ นการเยอื นระหวา่ งกนั อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง (ลา่ สดุ นรม.เหวยี น ซวน ฟกุ ของเวยี ดนามเยอื นไทยอยา่ งเปน็ ทางการครงั้ แรก
เมอื่ 17-19 ส.ค.2560 นบั ตงั้ แตด่ ำ� รงตำ� แหนง่ เมอื่ เม.ย.2559) มคี วามรว่ มมอื และประสานงานอยา่ งใกลช้ ดิ ทง้ั ดา้ นการเมอื ง การทหาร
และความมนั่ คง การคา้ การลงทนุ ดา้ นประมง แรงงาน ดา้ นอาญา พลงั งาน การทอ่ งเทยี่ ว ความรว่ มมอื ดา้ นวชิ าการ ความรว่ มมอื เพอ่ื
การพฒั นา รวมทงั้ ความรว่ มมอื ในภมู ภิ าค ในกรอบพหภุ าคี และสง่ เสรมิ กนั และกนั ในเวทรี ะหวา่ งประเทศ การพฒั นาความสมั พนั ธแ์ ละ
ความรว่ มมอื ทผ่ี า่ นมาอยบู่ นพน้ื ฐานของผลประโยชนร์ ว่ มกนั ในเชงิ หนุ้ สว่ นทางยทุ ธศาสตร์ สว่ นปญั หาความขดั แยง้ ระหวา่ งไทย-เวยี ดนาม
สว่ นใหญส่ ามารถแกไ้ ขปญั หาลลุ ว่ งไดโ้ ดยสนั ตวิ ธิ ี ทงั้ ในเรอื่ งปญั หาประมง ปญั หาการจดั ระเบยี บทางทะเล
ดา้ นการคา้ ปี 2560 เวยี ดนามเปน็ คคู่ า้ อนั ดบั 5 ของไทยในโลก และอนั ดบั 2 ของไทยในอาเซยี น รองจากมาเลเซยี
ขณะท่ีเวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับ 5 ของไทยในโลก และเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในอาเซียน (รองจากมาเลเซีย) มูลค่าการค้า
ทวภิ าคีรวม 16,634.99 ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ (ไทยและเวยี ดนามกำ� หนดเปา้ หมายเพ่มิ มลู คา่ การคา้ ระหวา่ งกันสูงถึง 20,000 ลา้ น
ดอลลารส์ หรัฐ ภายในปี 2563) เพ่มิ ข้นึ จากปี 2559 คดิ เป็น 20.18% ไทยเป็นฝ่ายไดเ้ ปรียบดุลการคา้ 6,688.87 ลา้ นดอลลาร์
สหรฐั ส�ำหรบั การส่งออกปี 2560 เวยี ดนามเปน็ ตลาดสง่ ออกอนั ดบั 1 ของไทยในอาเซียน และเป็นตลาดสง่ ออกอันดบั 5 ของ
ไทยกบั โลก โดยไทยสง่ ออกไปเวยี ดนามมลู คา่ 11,661.9 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั เพม่ิ ขนึ้ จากชว่ งเดยี วกนั ของปี 2559 คดิ เปน็ 23.70%
ขณะทีเ่ วียดนามเป็นแหล่งนำ� เขา้ อันดบั 4 ของไทยในอาเซยี น รองจากมาเลเซยี สงิ คโปร์ และอินโดนเี ซีย และเป็นแหล่งน�ำเขา้
อันดับ 12 ของไทยจากทวั่ โลก โดยปี 2560 ไทยนำ� เขา้ จากเวียดนามมลู ค่า 4,973.1 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ เพิม่ ขน้ึ จากปี 2559
คดิ เป็น 12.65% สนิ ค้าส่งออกของไทย : น้ำ� มนั สำ� เร็จรปู ผลไมส้ ด แชเ่ ยน็ แชแ่ ข็ง และแห้ง รถยนต์ อุปกรณแ์ ละสว่ นประกอบ
เม็ดพลาสตกิ เคมภี ณั ฑ์ เครอ่ื งปรบั อากาศและส่วนประกอบ เคร่ืองดม่ื เครื่องจกั รกลและส่วนประกอบเครื่องจักร ผลิตภณั ฑ์ยาง
เหล็ก เหลก็ กล้าและผลติ ภัณฑ์ สนิ ค้านำ� เขา้ จากเวียดนาม : เคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ ในบ้าน นำ้� มนั ดิบ เครือ่ งจกั รไฟฟา้ และสว่ นประกอบ

759 ขอ้ มูลพน้ื ฐานของตา่ งประเทศ 2562

เหลก็ เหล็กกล้าและผลิตภณั ฑ์ ส่วนประกอบและอุปกรณย์ านยนต์ สตั วน์ ำ้� สด แช่เยน็ แช่แข็ง แปรรูป และกงึ่ ส�ำเรจ็ รปู ผลิตภณั ฑ์
โลหะ กาแฟ ชา เคร่อื งเทศ เคร่ืองจกั รกลและส่วนประกอบ และเคมีภณั ฑ์ ดา้ นการลงทนุ ไทยลงทนุ ในเวียดนามสงู เป็นอันดบั
10 ไทยลงทนุ ในเวยี ดนาม 490 โครงการ ด้วยมลู ค่าเงนิ ทนุ จดทะเบยี น 9,300 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ ไทยลงทนุ มากท่สี ุดในนคร
โฮจมิ นิ หแ์ ละจงั หวดั ในภาคใต้ เชน่ ดง่ นาย บง่ิ หเ์ ซอื ง บา่ เหรยี ะ–หวงุ เตา่ และลองอาน สาขาการลงทนุ ทสี่ ำ� คญั ไดแ้ ก่ อตุ สาหกรรม
การผลติ และแปรรปู อสงั หารมิ ทรพั ย์ การทอ่ งเทย่ี ว โรงแรม โครงการกอ่ สรา้ ง สาธารณปู โภคพนื้ ฐาน การพฒั นานคิ มอตุ สาหกรรม
เคมภี ณั ฑ์ อตุ สาหกรรมการเกษตร อาหารสัตว์ อตุ สาหกรรมพลาสติกและช้นิ ส่วน รถจกั รยานยนต์
ข้อตกลงสำ� คัญ : ไทยกับเวยี ดนามมีข้อตกลงและบันทึกความเขา้ ใจมากกวา่ 50 ฉบบั ทีส่ �ำคัญคือ ความตกลง
จดั ตง้ั คณะกรรมาธกิ ารรว่ มวา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ทางเศรษฐกจิ (18 ก.ย.2534) บนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ในอตุ สาหกรรม
กา๊ ซธรรมชาติ (30 ต.ค.2534) บนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ดว้ ยความรว่ มมอื เรอ่ื งการผลติ ขา้ วและสง่ ออกขา้ ว (19 ส.ค.2535) ความตกลง
วา่ ดว้ ยการยกเวน้ การเกบ็ ภาษซี อ้ น (23 ธ.ค.2535) ความตกลงวา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ดา้ นการทอ่ งเทยี่ ว (16 ม.ี ค.2535) ความตกลง
ทางดา้ นวัฒนธรรม (8 ส.ค.2539) ความตกลงว่าดว้ ยการแบ่งเขตทางทะเลระหว่างไทยและเวียดนามในอา่ วไทย (9 ส.ค.2540)
ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการควบคุมยาเสพติด สารออกฤทธ์ิต่อจิตและประสาท และสารต้ังต้น (7 ต.ค.2541)
บนั ทกึ ความเขา้ ใจระหวา่ งกองทพั เรอื ไทยกบั กองทพั เรอื เวยี ดนามวา่ ดว้ ยการลาดตระเวนรว่ มและการจดั ตง้ั โครงขา่ ยการตดิ ตอ่ สอื่ สาร
(14 มิ.ย.2542) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร (21 ก.ค.2546) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ
ด้านการศกึ ษา (20 ก.พ.2547) บนั ทึกความเขา้ ใจว่าดว้ ยความร่วมมอื ด้านวิชาการ (20 ก.พ.2547) ความตกลงวา่ ด้วยการป้องกนั
และปราบปรามอาชญากรรม (21 ก.พ.2547) ความตกลงวา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ในการขจัดการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะสตรีและเด็ก
และการช่วยเหลือเหย่ือการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน (มิ.ย.2559) ความตกลง
วา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวตั กรรม (ส.ค.2560) บนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ดา้ นเศรษฐกจิ
และการค้า (ส.ค.2560) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม สารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัล
(ส.ค.2560) และบนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ระหวา่ งธนาคารแหง่ ชาตเิ วยี ดนามกบั ธนาคารแหง่ ประเทศไทย (ส.ค.2560)
เปน็ ตน้

----------------------------------------

ข้อมลู พืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562 760

ตำ� แหนง่ นรม. นายเหวยี น ซวน ฟกุ
(Nguyen Xuan Phuc)

เกิด 20 ก.ค.2497 (อายุ 65 ป/ี ปี 2562) ท่จี ังหวดั กว๋างนาม (Quảng Nam) ภาคกลางของเวียดนาม

สถานภาพ สมรสกบั นางเจนิ่ ถิ เหงียต ถอื

การศึกษา - ปริญญาตรี ดา้ นเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลยั Hanoi National Economics University และ
ปี 2516-2521 เป็นเลขานกุ าร Youth Union Branch ของมหาวทิ ยาลยั
- ศึกษาดา้ นการจัดการบรหิ าร สถาบนั Vietnam National Administrative Academy
ไมร่ ะบปุ ี - ศึกษาทฤษฎีการเมอื ง สถาบนั Ho Chi Minh National Academy of Politics
- ศึกษาดา้ นการจดั การเศรษฐกจิ มหาวทิ ยาลยั แหง่ ชาติสงิ คโปร์


ประวตั ิการทำ� งาน - เจา้ หน้าทีค่ ณะกรรมการบรหิ ารเศรษฐกจิ จงั หวัดกวา๋ งนาม-ดานงั
ปี 2521-2522 - ฝา่ ยบรหิ าร รองหวั หนา้ และหวั หนา้ สำ� นกั งานคณะกรรมการประชาชนประจำ� จงั หวดั กวา๋ งนาม–ดานงั
ปี 2522-2536 - เป็นสมาชิกพรรคคอมมวิ นสิ ต์อย่างเปน็ ทางการ
12 พ.ค.2526 - - ผอู้ ำ� นวยการกรมท่องเที่ยว และกรมวางแผนและการลงทนุ จังหวดั กวา๋ งนาม-ดานงั
ปี 2536-2539 - สมาชิกคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ ประจำ� จังหวดั กว๋างนาม–ดานัง
- สมาชิกประจำ� คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ ประจำ� จังหวดั กว๋างนาม
ปี 2540-2544 - รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการพรรคคอมมิวนสิ ต์ ประจ�ำจังหวัดกว๋างนาม สมยั ท่ี 17 และ 18


- รองประธานคณะกรรมการประชาชนประจำ� จังหวดั กว๋างนาม
- ผอู้ ำ� นวยการคณะกรรมการบริหารจัดการเขตนคิ มอุตสาหกรรมจงั หวดั กวา๋ งนาม
- ประธานสหพันธ์สหกรณ์จงั หวัดกว๋างนาม
- สมาชิกสภาประชาชนจังหวดั สมัยท่ี 6
ปี 2542-2547 - ประธานคณะกรรมการประชาชนจงั หวดั กว๋างนาม โดยมีผลงานการพฒั นาเศรษฐกิจและสังคม
ดีขึน้ อย่างมาก
ปี 2544-2547 - รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการพรรคคอมมวิ นิสต์ ประจำ� จังหวัดกว๋างนาม
- สมาชกิ สภาแหง่ ชาตสิ มยั ท่ี 11
- หวั หน้าสมาชกิ สภาแหง่ ชาตจิ งั หวัดกว๋างนาม
- สมาชกิ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและงบประมาณของสภาแหง่ ชาติ สมยั ท่ี 11
ปี 2547-2549 - รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการพรรคคอมมิวนสิ ต์ ประจ�ำจงั หวัดกวา๋ งนาม
- ประธานคณะกรรมการประชาชนจงั หวัดกว๋างนาม

761 ขอ้ มูลพ้นื ฐานของต่างประเทศ 2562

- สมาชกิ สภาแห่งชาตสิ มยั ท่ี 11
- สมาชกิ คณะกรรมาธกิ ารเศรษฐกิจและงบประมาณของสภาแหง่ ชาติ สมยั ท่ี 11
ม.ี ค.-พ.ค.2549 - รองผตู้ รวจราชการของคณะกรรมการตรวจตราแหง่ รัฐ
- คณะกรรมการกลางพรรคคอมมวิ นิสต์ ในการประชมุ พรรคคอมมวิ นิสต์ สมยั ท่ี 10
ม.ิ ย.2549-ส.ค.2550 - สมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ สมยั ท่ี 10
- รองประธานส�ำนักนายกรฐั มนตรี
- สมาชิกคณะกรรมาธิการเศรษฐกจิ และงบประมาณของสภาแหง่ ชาติ สมัยท่ี 11
- สมาชกิ คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนสิ ต์ สมัยที่ 10
ส.ค.2550-ม.ค.2554 - รฐั มนตร-ี ประธานส�ำนกั นายกรัฐมนตรี
- สมาชิกคณะกรรมการพรรคคอมมวิ นสิ ต์
- หัวหนา้ ชุดเฉพาะกิจการปฏริ ปู กระบวนงานบรหิ ารของนายกรฐั มนตรี
- สมาชกิ กรมการเมอื ง สมัยท่ี 11
- รัฐมนตร-ี ประธานสำ� นกั นายกรฐั มนตรี
ม.ค.-ก.ค.2554 - สมาชิกกรมการเมือง สมยั ที่ 11 และ 12
- ประธานคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเวียดนาม-สปป.ลาว
- หวั หนา้ คณะกรรมการอ�ำนวยการภาคเหนือ-ภาคตะวนั ตก
ส.ค.2554-ปี 2559 - หวั หนา้ คณะกรรมการอ�ำนวยการดา้ นการควบคุมและป้องกนั อาชญากรรมของรัฐบาล
- หัวหน้าคณะกรรมการอ�ำนวยการแห่งชาติด้านการควบคุมและป้องกันการลักลอบ การฉ้อโกง
การคา้ และสินคา้ ปลอม
- หวั หน้าคณะกรรมการอ�ำนวยการด้านการปฏิรูปการบรหิ ารของรัฐบาล
- ประธานคณะกรรมการความปลอดภยั ดา้ นการจราจรแหง่ ชาติ
- รองประธานคณะกรรมการอำ� นวยการด้านการปราบปรามและป้องกันการคอรร์ ปั ชนั
- รองประธานคณะกรรมการอำ� นวยการด้านการปฏริ ปู ตุลาการ
- รองนายกรฐั มนตรี สมยั นรม.เหวยี น เตน๋ิ สงุ และเปน็ รองนายกรฐั มนตรคี นเดยี วในจำ� นวน 5 คน
ท่เี ป็นสมาชิกกรมการเมอื ง
- นายกรฐั มนตรี



7 เม.ย.2559-ปจั จบุ นั

--------------------------------------

ข้อมลู พนื้ ฐานของต่างประเทศ 2562 762

คณะผนู้ ำ� เวียดนาม

เลขาธิการพรรคคอมมิวนสิ ต์เวยี ดนาม Nguyen Phu Trong
ประธานาธบิ ดี Nguyen Phu Trong
รองประธานาธบิ ดี Dang Thi Ngoc Thinh
ประธานสภาแหง่ ชาต ิ Nguyen Thi Kim Ngan

คณะรฐั มนตรี
นรม. Nguyen Xuan Phuc
รอง นรม. Truong Hoa Binh
Pham Binh Minh
Vuong Dinh Hue
Vu Duc Dam
Trinh Dinh Dung
รมว.กระทรวงกลาโหม Ngo Xuan Lich
รมว.กระทรวงความมน่ั คงสาธารณะ To Lam
รมว.กระทรวงการตา่ งประเทศ Pham Binh Minh
รมว.กระทรวงกจิ การภายใน Le Vinh Tan
รมว.กระทรวงยตุ ิธรรม Le Thanh Long
รมว.กระทรวงวางแผนและการลงทุน Nguyen Chi Dung
รมว.กระทรวงการคลัง Dinh Tien Dung
รมว.กระทรวงการคา้ และอตุ สาหกรรม Tran Tuan Anh
รมว.กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบท Nguyen Xuan Cuong
รมว.กระทรวงขนสง่ Nguyen Van The
รมว.กระทรวงกอ่ สร้าง Pham Hong Ha
รมว.กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม Tran Hong Ha
รักษาการ รมว.กระทรวงข่าวสารและการสอ่ื สาร Nguyen Manh Hung
รมว.กระทรวงแรงงาน ทหารพิการ และสังคมสงเคราะห ์ Dao Ngoc Dung
รมว.กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการทอ่ งเทย่ี ว Nguyen Ngoc Thien
รมว.กระทรวงศึกษาธิการและการฝึกอบรม Phung Xuan Nha
รมว.กระทรวงสาธารณสขุ Nguyen Thi Kim Tien
รมว.กระทรวงวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย ี Chu Ngoc Anh
ประธานสำ� นักงานรฐั บาล (เทียบเท่า รมว.) Mai Tien Dung
ผู้ตรวจการรัฐ Le Minh Khai
ประธานคณะกรรมาธกิ ารกจิ การชนกลุ่มน้อย Do Van Chien
ผู้วา่ การธนาคารชาตเิ วียดนาม Le Minh Hung
----------------------------------
(ก.ย.2561)

763 ข้อมูลพ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562

สหภาพแอฟริกา
(African Union-AU)

เว็บไซต ์ http://www.au.int
ทต่ี งั้ ส�ำนักงานใหญ ่ กรงุ แอดดิสอาบาบา เอธิโอเปีย
ประธานสมชั ชาใหญ่ (Assembly) นาย Paul Kagame ประธานาธบิ ดีรวันดา รบั ต�ำแหนง่ เมอื่ 28 ม.ค.2561
ประวตั กิ ารกอ่ ตง้ั สหภาพแอฟรกิ า (African Union-AU) เปน็ องคก์ ารระหวา่ งประเทศของทวปี แอฟรกิ า พฒั นามาจากองคก์ าร
เอกภาพแอฟรกิ า (Organization of African Unity-OAU) ทตี่ ง้ั เมอื่ 25 พ.ค.2506 ซงึ่ ประมขุ ของรฐั และหวั หนา้ รฐั บาลของประเทศ
ในทวปี แอฟรกิ าไดอ้ อกปฏิญญา Sirte Declaration เม่ือ 9 ก.ย.2542 กอ่ ตั้งองคก์ าร AU ขึ้นเมื่อ 9 ก.ค.2545 แทนที่ OAU
เพ่อื เรง่ กระบวนการหล่อหลอมภายในทวีปแอฟรกิ าให้สามารถมีบทบาทอยา่ งเหมาะสมทง้ั ในดา้ นสังคม เศรษฐกจิ และการเมือง
สมาชกิ 55 ประเทศในทวีปแอฟริกา ครอบคลมุ พื้นท่ีรวม 29,865,860 ตร.กม. มีประชากรประมาณ 1,294 ล้านคน โดย
โมรอ็ กโกกลบั เขา้ เปน็ สมาชกิ ลา่ สดุ ลำ� ดบั ที่ 55 เมอ่ื 30 ม.ค.2560 หลงั จากถอนตวั ออกจาก AU เมอ่ื ปี 2527 นานถงึ 33 ปี เนอื่ งจาก
ไมพ่ อใจทสี่ มาชกิ สว่ นใหญข่ อง OAU ยอมรบั เอกราชสาธารณรัฐประชาธิปไตยอาหรับซาห์ราวี (Sahrawi Arab Democratic
Republic-SADR) ซงึ่ ควบคมุ ดนิ แดน Western Sahara ทโ่ี มรอ็ กโกถอื วา่ เปน็ สว่ นหน่งึ ของตน
สมาชกิ 55 ประเทศ ประกอบดว้ ย 1.แอลจเี รยี 2.แองโกลา 3.เบนนิ 4.บอตสวานา 5.บรู ก์ นิ าฟาโซ 6.บรุ นุ ดี 7.เคปเวริ ด์
8.แคเมอรนู 9.แอฟรกิ ากลาง 10.ชาด 11.คอโมโรส 12.คองโก 13.โกตดวิ วั ร์ 14.สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยคองโก 15.จบิ ตู ี 16.อยี ปิ ต์
17.อเิ ควทอเรียลกินี 18.เอริเทรีย 19.เอธโิ อเปีย 20.กาบอง 21.แกมเบยี 22.กานา 23.กนิ ี 24.กินบี สิ เซา 25.เคนยา 26.เลโซโท
27.ไลบเี รีย 28.ลิเบยี 29.มาดากัสการ์ 30.มาลาวี 31.มาลี 32.มอรเิ ตเนีย 33.มอริเชียส 34.โมรอ็ กโก 35.โมซัมบิก 36.นามิเบีย
37.ไนเจอร์ 38.ไนจีเรีย 39.รวันดา 40.สาธารณรัฐซาห์ราวี 41.เซาตูเมและปรินซิปี 42.เซเนกัล 43.เซเชลส์ 44.เซียร์ราลีโอน

ข้อมลู พ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562 764

45.โซมาเลยี 46.แอฟรกิ าใต้47.เซาทซ์ ดู าน48.ซดู าน49.สวาซแิ ลนด์(ชอื่ ใหมค่ อื เอสวาตนิ )ี 50.โตโก51.ตนู เิ ซยี 52.ยกู นั ดา53.แทนซาเนยี
54.แซมเบยี และ 55.ซมิ บบั เว โดยมปี ระเทศผสู้ งั เกตการณ์ 8 ประเทศ ไดแ้ ก่ 1.เฮติ 2.คาซคั สถาน 3.ลตั เวยี 4.ลทิ วั เนยี 5.ปาเลสไตน์
6.เซอร์เบยี 7.ตุรกี และ 8.ยเู ครน
วสิ ยั ทศั น ์ การหลอ่ หลอมรวมกนั ความมง่ั คงั่ และสนั ตภิ าพในแอฟรกิ า ทเี่ กดิ จากแรงผลกั ดนั ของประชาชนและแสดงใหเ้ หน็
เป็นพลงั ในโลก
วตั ถปุ ระสงค์
1) เพอ่ื ใหบ้ รรลุความสำ� เรจ็ ในการสรา้ งความเปน็ เอกภาพและความเป็นนำ้� หน่ึงใจเดียวกนั ระหว่างประเทศ และ
ระหวา่ งประชาชนในแอฟริกา
2) เพอ่ื ปกปอ้ งอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และเอกราชของประเทศสมาชกิ
3) เพ่ือเพิม่ การบรู ณาการด้านการเมอื ง สงั คมและเศรษฐกิจภายในทวปี แอฟรกิ า
4) เพอ่ื ส่งเสริมและปกป้องผลประโยชน์ร่วมกันของทวีปและประชาชนในทวีปแอฟริกา
5) เพอื่ กระตนุ้ ความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ โดยคำ� นงึ ถงึ กฎบตั รสหประชาชาตแิ ละปฏญิ ญาสากลวา่ ดว้ ยสทิ ธมิ นษุ ยชน
6) เพอ่ื สง่ เสรมิ สันติภาพ ความมัน่ คง และเสถยี รภาพภายในทวปี แอฟริกา
7) เพื่อส่งเสริมหลักการและสถาบันประชาธปิ ไตย การมีส่วนรว่ มของประชาชน และการบริหารจดั การท่ดี ี
8) เพอื่ สง่ เสรมิ และปกปอ้ งสทิ ธมิ นษุ ยชนและสทิ ธพิ ลเมอื งตามกฎบตั รแอฟรกิ าวา่ ดว้ ยสทิ ธมิ นษุ ยชนและสทิ ธพิ ลเมอื ง
และอ่ืน ๆ ทเี่ กีย่ วเนือ่ งกบั ด้านสทิ ธิมนษุ ยชน
9) เพื่อสร้างเง่ือนไขท่ีจำ� เป็นใหส้ ามารถมีบทบาทเหมาะสมในเศรษฐกิจโลกและการเจรจาระหวา่ งประเทศ
10) เพอื่ สง่ เสรมิ การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื ทงั้ ในดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม และวฒั นธรรม รวมถงึ การรวมตวั กนั ดา้ นเศรษฐกจิ
ภายในทวีปแอฟรกิ า
11) เพ่อื สง่ เสรมิ ความร่วมมือกนั ในทุกด้านทจี่ ะช่วยยกระดับมาตรฐานความเปน็ อยู่ของประชาชนแอฟริกา
12) เพอ่ื ประสานและใหเ้ กดิ ความสอดคลอ้ งกนั ในนโยบายทม่ี อี ยแู่ ละของประชาคมเศรษฐกจิ ในภมู ภิ าคในอนาคต
13) เพอื่ สรา้ งความกา้ วหนา้ ในแอฟรกิ าดว้ ยการสง่ เสรมิ การวจิ ยั ในทกุ ดา้ น โดยเฉพาะดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
14) ทำ� งานรว่ มกบั หนุ้ สว่ นระหวา่ งประเทศเพอื่ กำ� จดั หรอื ปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาดของโรค และสง่ เสรมิ สขุ ภาพทดี่ ี
ในทวปี แอฟรกิ า
หนว่ ยงานต่าง ๆ ใน AU
1. สมชั ชาใหญ่ (The Assembly of the union) เปน็ องคก์ รสงู สดุ ของ AU ประกอบดว้ ยประมขุ แหง่ รฐั หรอื
หวั หนา้ รฐั บาล หรอื ผแู้ ทนทไี่ ดร้ บั การแตง่ ตงั้ ของประเทศสมาชกิ ทงั้ หมด มหี นา้ ทกี่ ำ� หนดนโยบายและกำ� หนดความสำ� คญั เรง่ ดว่ นของ
โครงการประจำ� ปขี อง AU การตดิ ตามและเรง่ รดั ใหเ้ ปน็ ไปตามนโยบายทกี่ ำ� หนดไวท้ ง้ั ในดา้ นการเมอื ง เศรษฐกจิ และสงั คม การให้
แนวนโยบายแกส่ ภาบรหิ ารประเทศ (The Executive Council) การมอี ำ� นาจแทรกแซงกจิ การภายใน การควำ�่ บาตรประเทศสมาชกิ
ในสถานการณไ์ มป่ กตหิ รอื เพอ่ื รกั ษาไวซ้ ง่ึ เสถยี รภาพและความมนั่ คง นอกจากน้ี ยงั มอี ำ� นาจแตง่ ตงั้ ประธานและรองประธานคณะ
กรรมาธกิ าร (The Commission) การอนมุ ตั งิ บประมาณของ AU และการพจิ ารณาคำ� รอ้ งขอการจะเขา้ เปน็ สมาชกิ ใหมข่ อง AU เปน็ ตน้
ปจั จบุ นั นาย Paul Kagame ประธานาธบิ ดรี วนั ดา เปน็ ประธานสหภาพแอฟรกิ า วาระดำ� รงตำ� แหนง่ 1 ปี (ม.ค.2561-ม.ค.2562)
2. สภาบรหิ าร (The Executive Council) ประกอบดว้ ยรฐั มนตรหี รอื ผทู้ ไี่ ดร้ บั มอบหมายจากรฐั บาลของทกุ ประเทศ
สมาชกิ ปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ตอ่ สมชั ชาใหญแ่ ละทำ� งานสนบั สนนุ สมชั ชาใหญ่ ซงึ่ ประเทศสมาชกิ ทงั้ หมดตอ้ งรว่ มอยใู่ นสภาบรหิ าร โดยปกติ
เปน็ ระดบั รฐั มนตรกี ระทรวงการตา่ งประเทศ ทำ� หนา้ ทป่ี ระสานงานและตดั สนิ ใจนโยบายทเ่ี ปน็ ผลประโยชนร์ ว่ มกนั รวมถงึ กำ� หนด
นโยบายมงุ่ เนน้ เนอ้ื หาสาระดา้ นการคา้ กบั ตา่ งประเทศ พลงั งาน การเกษตร สง่ิ แวดลอ้ ม สิทธิมนษุ ยชน สาธารณสุข และความมน่ั คง

765 ข้อมูลพ้นื ฐานของต่างประเทศ 2562

ทางสงั คม
3. คณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา (The African Union Commission-AUC) เปน็ ส�ำนกั เลขาธิการของ AU
ประกอบดว้ ยกรรมาธกิ าร 10 คน และเจา้ หนา้ ทสี่ นับสนนุ ทำ� หนา้ ทเี่ ปน็ ผแู้ ทนของ AU ในการปกปอ้ งผลประโยชนภ์ ายใตแ้ นวทาง
ของสมชั ชาใหญแ่ ละสภาบรหิ าร รเิ รมิ่ ขอ้ เสนอตอ่ หนว่ ยตา่ ง ๆ ใน AU เพอื่ ใชใ้ นการตดั สนิ ใจ สนบั สนนุ ดา้ นการปฏบิ ตั ใิ หแ้ กห่ นว่ ยงาน
ใน AU สนบั สนนุ ประเทศสมาชกิ ใหด้ ำ� เนนิ การตามโครงการของAUประสานเพอ่ื ออกรา่ งทา่ ทรี ว่ มกนั และประสานแนวปฏบิ ตั ขิ องประเทศ
สมาชกิ กบั การเจรจาระหวา่ งประเทศตา่ งๆบรหิ ารจดั การงบประมาณและทรพั ยากรของ AU เปน็ ผปู้ ฏบิ ตั ใิ นฐานะตวั แทนของสมชั ชา
ใหญ่และสภาบรหิ าร เปน็ ต้น ปัจจบุ นั ประธานคณะกรรมาธกิ าร AU คอื นาย Moussa Faki Mahamat นกั การเมอื งและนกั การ
ทตู จากชาด ด�ำรงต�ำแหนง่ ต้ังแต่ มี.ค.2560 และรองประธาน คือ นาย Thomas Kwasi Quartey จากกานา รบั ต�ำแหนง่ ตงั้ แต่
ม.ค.2560
กรรมาธกิ าร 10 ดา้ น ซงึ่ สภาบรหิ าร AU เปน็ ผเู้ ลอื ก และเสนอใหส้ มชั ชาเปน็ ผแู้ ตง่ ตงั้ ไดแ้ ก่ 1) ดา้ นสนั ตภิ าพและ
ความมนั่ คง 2) ดา้ นการเมอื ง 3) ดา้ นสาธารณปู โภคและพลงั งาน 4) ดา้ นสงั คม 5) ดา้ นการคา้ และอตุ สาหกรรม 6) ดา้ นเศรษฐกจิ ชนบท
และเกษตรกรรม 7) ดา้ นทรพั ยากรมนษุ ย์ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 8) ดา้ นเศรษฐกจิ 9) ดา้ นการจดั การประชมุ และสง่ิ ตพี มิ พ์
และ 10) สำ� นกั งานทปี่ รกึ ษาทางกฎหมาย ทง้ั น้ี กรรมาธกิ าร มวี าระ 4 ปี และดำ� รงตำ� แหนง่ ไมเ่ กนิ 2 สมยั โดยมหี น้าท่ีสนับสนุน
ประธาน AU ในการตดั สนิ ใจ ก�ำหนดนโยบายและโครงการตา่ ง ๆ
4. คณะกรรมการผแู้ ทนถาวร (The Permanent Representatives’ Committee-PRC) ประกอบดว้ ยผแู้ ทนถาวร
ของทกุ ประเทศสมาชิก รบั ผิดชอบเป็นทป่ี รึกษา จัดเตรยี มงาน จัดเตรียมการประชุม ทำ� ขอ้ เสนอแนะประเดน็ ผลประโยชนข์ อง
ประเทศสมาชิกให้สภาบริหาร อ�ำนวยความสะดวกในการประสานงานระหว่างคณะกรรมาธิการและประเทศสมาชิก พิจารณา
โครงการและงบประมาณของ AU และของการบรหิ ารจดั การในคณะกรรมาธกิ าร พจิ ารณารายงานการเงนิ ของคณะกรรมาธกิ าร
และทำ� ขอ้ เสนอแนะต่อสภาบรหิ าร เป็นตน้
5. สภาสันติภาพและความมั่นคง (Peace and Security Council-PSC) จัดต้ังข้ึนตามผลการประชุมสุดยอด
Lusaka แซมเบยี เมอื่ ก.ค.2544 และพธิ สี ารการตงั้ PSC ซงึ่ มผี ลบงั คบั เมอื่ 26 ธ.ค.2546 สมาชกิ 15 คน โดยมภี ารกจิ ปอ้ งกนั
จดั การ และแกไ้ ขความขดั แยง้ เพอ่ื สง่ เสรมิ สนั ตภิ าพ ความมน่ั คง และเสถยี รภาพในแอฟรกิ า รวมถงึ การแทรกแซงประเทศสมาชกิ
ในสถานการณไ์ มป่ กติ เชน่ การฆา่ ลา้ งเผา่ พนั ธ์ุ สงคราม ทงั้ นี้ PSC มสี มาชกิ 15 คน โดยสภาบรหิ ารเลอื กและเสนอเขา้ สกู่ ารประชมุ
สมชั ชาใหญ่ โดยปกติจะกำ� หนดสัดส่วนใหแ้ อฟรกิ ากลาง 3 ทีน่ ่งั แอฟริกาตะวันออก 3 ทนี่ ัง่ แอฟริกาเหนอื 2 ท่ีนงั่ แอฟริกาใต้
3 ท่ีนั่ง และแอฟรกิ าตะวนั ตก 4 ท่ีน่งั
6. รฐั สภาแหง่ แอฟรกิ า (The Pan-African Parliament-PAP) เป็นหนว่ ยงานใน AU เพือ่ เปน็ หลักประกนั ให้
ประชาชนชาวแอฟรกิ าสามารถเขา้ มสี ว่ นรว่ มดา้ นการบรหิ ารจดั การ การพฒั นา และการรวมตวั กนั ทางเศรษฐกจิ ในทวปี แอฟรกิ า
โดย PAP เปน็ หนง่ึ ใน 9 หนว่ ยงานทต่ี งั้ ตามพธิ สี าร 1991 Treaty Establishing the African Economic Community (Abuja
Treaty) มอี ำ� นาจดา้ นนติ บิ ญั ญตั ิ การใหข้ อ้ เสนอแนะและคำ� ปรกึ ษา มสี มาชกิ รวม 250 ตำ� แหนง่ ปจั จบุ นั ประธานรฐั สภาแหง่ แอฟรกิ า
คือ นาย Roger Nkodo Dong จากแคเมอรูน ด�ำรงต�ำแหน่งต้ังแต่ปี 2558 และได้รับเลือกให้ด�ำรงต�ำแหน่งต่ออีกสมัยเม่ือ
11 พ.ค.2561 วาระ 4 ปี
7. สภาเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม (The Economic, Social and Culture Council-ECOSOCC) ตง้ั ข้ึน
เมอื่ ปี 2547 ฐานะเปน็ หนว่ ยงานทปี่ รกึ ษาของ AU ประกอบดว้ ยองคก์ รภาคประชาสงั คม (Civil Society Organisations-CSOS)
ซึ่งมกี ลุ่มผู้เชยี่ วชาญของประเทศสมาชิก รวมท้งั หมด 150 CSOs
8. สถาบนั ต่าง ๆ ด้านยตุ ธิ รรมและสิทธมิ นุษยชน (Judicial and Human Rights Institutions) มี
1) African Commission on Human and Peoples’ Rights (ACHPR) ตัง้ ข้นึ เมอ่ื ปี 2530 เพอื่ ตดิ ตามและ
ตคี วามกฎบตั รแอฟรกิ าวา่ ดว้ ยสทิ ธมิ นษุ ยชนและพลเมอื ง (รจู้ กั ในชอื่ Banjul Charter) เพอ่ื มงุ่ สง่ เสรมิ และปกปอ้ งสทิ ธมิ นษุ ยชน
และเสรีภาพข้นั พื้นฐานในแอฟรกิ า
2) African Court on Human and Peoples’ Rights ตงั้ ขนึ้ ตามพธิ สี าร Protocol to the African Charter

ขอ้ มูลพน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562 766

on Human and Peoples’ Rights on the Establishment of an African Court on Human and Peoples’ Rights ทลี่ งนาม
กนั ไวเ้ มอื่ ม.ิ ย.2541 โดยมผี ลบงั คบั ใชเ้ มอื่ 25 ม.ค.2547 ตงั้ อยทู่ แ่ี ทนซาเนยี มอี ำ� นาจหนา้ ทใ่ี นการพจิ ารณาไตส่ วนคดแี ละขอ้ พพิ าท
อนั เกย่ี วเนอื่ งจากการตคี วามตาม African Charter on Human and Peoples’ Rights พธิ สี ารจดั ตง้ั ศาล และอนื่ ๆ ทเี่ กยี่ วกบั
สทิ ธิมนษุ ยชน มอี งคค์ ณะผพู้ พิ ากษา 11 คน
3) African Committee of Experts on the Rights and Welfare of the Child (ACERWC) อยทู่ เี่ อธโิ อเปยี
มกี รรมการรวม 11 คน วาระ 5 ปี และจะไมม่ กี ารอยู่ตอ่ อกี สมัย
9. คณะกรรมการเทคนคิ เฉพาะทาง (The Specialized Technical Committees-STCs) ประกอบดว้ ยรฐั มนตรี
หรอื คณะเจา้ หนา้ ทอี่ าวโุ สทร่ี บั ผดิ ชอบงานเฉพาะดา้ นทเี่ ชยี่ วชาญ ทำ� หนา้ ทจ่ี ดั เตรยี มโครงการเสนอตอ่ สภาบรหิ าร การตรวจสอบ
ตดิ ตามและประเมินผลการปฏบิ ตั ติ ามท่หี น่วยงานต่างๆ ของ AU ก�ำหนด โดยเมื่อ ก.พ.2552 สมชั ชาใหญ่ของ AU ปรับปรงุ
คณะกรรมการเทคนคิ เฉพาะทางจากเดิมมี 7 คณะ เพ่มิ เปน็ 14 คณะ ได้แก่
1) Agriculture, rural development, water and environment
2) Financial, monetary affairs, economic planning and integration
3) Trade, industry and minerals
4) Transport, infrastructure, energy and tourism
5) Gender and women empowerment
6) Justice and legal affairs
7) Social development, labour and employment
8) Public service, local government, urban development and decentralisation
9) Health, population and drug control
10) Migration, refugees and internally displaced persons (IDPs)
11) Youth, culture and sports
12) Education, science and technology
13) Communication and information communications technology (ICT)
14) Defence, safety and security
10. สถาบนั ทางการเงนิ (The Financial Institutions) มี 3 สถาบนั ไดแ้ ก่ 1) The African Central Bank (ACB)
เพอื่ สรา้ งนโยบายรว่ มทางการเงินและการสรา้ งสกุลเงินแอฟริกา (African Currency) เพ่อื กระตุ้นการบูรณาการทางเศรษฐกจิ
ในแอฟรกิ า 2) The African Monetary Fund (AMF) เพอ่ื อำ� นวยความสะดวกใหก้ บั การรวมตวั ทางเศรษฐกจิ แอฟรกิ า การขจดั
อปุ สรรคทางการคา้ ตา่ ง ๆ และยกระดบั การบรู ณาการทางการเงนิ และ 3) The African Investment Bank (AIB) เพอ่ื สนบั สนนุ
เงนิ ชว่ ยเหลอื การพฒั นาและกระตนุ้ การเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ ของประเทศสมาชกิ รวมไปถงึ เพอื่ เรง่ ใหเ้ กดิ การรวมตวั ทางเศรษฐกจิ
ในภูมภิ าค
บทบาทของ AU และประเด็นความทา้ ทายในปัจจุบนั
สหภาพแอฟริกา หรือ AU เป็นองค์การระหว่างประเทศท่ีมีจุดมุ่งหมายส�ำคัญเพ่ือความมั่งค่ัง สันติภาพ และ
การหล่อหลอมรวมกันของทวีปแอฟรกิ า และมกี ารออก Lagos Plan of Action for the Development of Africa ปี 2523
และสนธสิ ญั ญาการตง้ั ประชาคมเศรษฐกจิ แอฟรกิ า (African Economic Community) ปี 2534 หรอื ทเี่ รยี กวา่ Abuja Treaty
และมกี ารออกกรอบการทำ� งานยทุ ธศาสตรเ์ พอ่ื การเปลย่ี นผา่ นดา้ นการเมอื ง สงั คม เศรษฐกจิ และเทคโนโลยใี นอกี 50 ปขี า้ งหนา้
หรอื ในปี 2606 (African Aspiration for 2063) เพอ่ื ใหเ้ กดิ การแบง่ ปนั กนั ในดา้ นมง่ั คง่ั ความเจรญิ รงุ่ เรอื ง การเปน็ เอกภาพและ
บูรณภาพรว่ มกันของประชาชนในทวปี แอฟริกา โดยมี แรงบันดาลใจ (Aspiration) 7 ประการ ได้แก่

767 ขอ้ มลู พ้ืนฐานของตา่ งประเทศ 2562

1 : ความม่ังคง่ั ของทวีปแอฟริกาภายใต้เศรษฐกจิ ขยายตัวและการพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื
2 : การรวมตวั กันของทวปี แอฟริกา และมีเอกภาพด้านการเมอื ง
3 : ธรรมาภบิ าลทีด่ ี มปี ระชาธปิ ไตย เคารพสทิ ธมิ นุษยชน มีความยตุ ธิ รรม และหลักนิติรัฐ
4 : สันตภิ าพและความมน่ั คงในทวีปแอฟรกิ า
5 : อัตลกั ษณท์ างวฒั นธรรมที่เขม้ แขง็ มีมรดก คณุ คา่ และจรยิ ธรรมร่วมกัน
6 : การพัฒนาแอฟรกิ าที่มีแรงผลกั ดนั มาจากประชาชนรวมไปถึงสตรี เยาวชน และเดก็
7 : ทวีปแอฟรกิ าที่มีเอกภาพแข็งแกร่ง และกลายเปน็ ผูเ้ ลน่ ที่มอี ิทธิพลในโลก และกับหนุ้ สว่ น
นอกจากน้ี ในดา้ นความมนั่ คง AU มบี ทบาทสำ� คญั ในการสง่ เสรมิ สนั ตภิ าพ ความมนั่ คง และเสถยี รภาพในทวปี แอฟรกิ า
โดยหนว่ ยงานสำ� คญั คอื สภาสนั ตภิ าพและความมนั่ คง (PSC) ของ AU มอี ำ� นาจแสดงการสนบั สนนุ ภารกจิ ดา้ นสนั ตภิ าพ การออก
มาตรการคว�่ำบาตรรัฐบาลประเทศสมาชิกกรณีเปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และสามารถริเริ่มข้อเสนอหรือ
การปฏบิ ตั กิ ารใด ๆ ทเ่ี หมาะสมเพอ่ื รบั มอื ความขดั แยง้ หรอื ทสี่ อ่ เคา้ จะเกดิ เปน็ ความขดั แยง้ ในภมู ภิ าค ทง้ั นี้ การตดั สนิ ใจของ PSC
มีผลผูกพันกับทุกประเทศสมาชิก ซ่ึงนับแต่ปี 2547 AU มีบทบาทส�ำคัญในการแทรกแซงวิกฤตการณ์ในหลายประเทศ อาทิ
ดาร์ฟูร์ในซูดาน คอโมโรส และโซมาเลีย และยังต้ังกองก�ำลังรักษาสันติภาพสหภาพแอฟริกาในดาร์ฟูร์และในโซมาเลีย
โดยรว่ มกบั กองกำ� ลงั รกั ษาสนั ตภิ าพของสหประชาชาตเิ ขา้ ปฏบิ ตั กิ ารในดารฟ์ รู ์ (United Nations Mission in Dafur-UNAMID)
และเขา้ ปฏิบตั กิ ารในโซมาเลีย (African Union Mission in Somalia-AMISOM) เปน็ ต้น
การประชมุ ทสี่ �ำคัญในปี 2561
- การประชมุ สดุ ยอดสหภาพแอฟรกิ าครงั้ ที่ 30 ระหวา่ ง 22-29 ม.ค.2561 ทก่ี รงุ แอดดสิ อาบาบา เอธโิ อเปยี ภายใต้
กรอบการประชมุ “Winning the Fight Against Corruption: A Sustainable Path to Africa’s Transformation” สาระ
ส�ำคัญดังน้ี ที่ประชุมเห็นพ้องต่อต้านการคอร์รัปชันและการขจัดความยากจน ซ่ึงประธานาธิบดี Paul Kagame ของรวันดา
ประธาน AU ระบวุ ่า จะสนบั สนนุ การเปิดการคา้ เสรีในทวีปแอฟริกา และหารอื ความคืบหน้าของการส่งผูอ้ พยพจากลเิ บยี กลับ
ภมู ลิ �ำเนา นอกจากน้ี ยงั หารอื การจะควำ่� บาตรเซาทซ์ ูดาน หลงั สหรฐั ฯ พยายามให้มกี ารคว่�ำบาตรอาวธุ ตอ่ เซาท์ซูดาน เน่ืองจาก
เซาทซ์ ูดานมีการละเมิดขอ้ ตกลงหยุดยิง
- การประชุมสดุ ยอดสมชั ชาสหภาพแอฟริกาสมยั พเิ ศษคร้งั ท่ี 10 (Extraordinary Summit) เมอ่ื 21 มี.ค.2561
ท่ีกรุงคิกาลี รวันดา หารือเกี่ยวกับการเปิดเสรีการค้าในแอฟริกา (African Continental Free Trade Area-AfCFTA) และ
การให้สัตยาบันในพิธีสารการเคลื่อนย้ายบุคคลอย่างเสรี สิทธิการอยู่อาศัยและสิทธิการตั้งถ่ินฐาน ท้ังนี้ AfCFTA จะเป็นเขต
การค้าเสรีท่ีใหญ่ท่ีสุดในโลก จากประชากรในแอฟริกาที่มีกว่า 1,200 ล้านคน และมีผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP)
2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรฐั
- การประชุมสุดยอดสหภาพแอฟริกาคร้ังที่ 31 ระหวา่ ง 25 ม.ิ ย.-2 ก.ค.2561 ทกี่ รงุ นูแอกชอต มอรเิ ตเนีย ภาย
ใต้กรอบการประชุม“Winning the Fight against Corruption: A Sustainable Path to Africa’s Transformation” สาระ
สำ� คญั ดงั น้ี หารอื ประเดน็ ด้านเศรษฐกิจ ปญั หาผูอ้ พยพ การต่อตา้ นการคอรร์ ปั ชัน ความมัน่ คง และการก่อการรา้ ยในแอฟริกา
โดยเฉพาะความมน่ั คงในภมู ิภาค Sahel โดยประเทศสมาชิก G5 Sahel ประกอบด้วยบรู ์กนิ าฟาโซ ชาด มาลี มอริเตเนยี และ
ไนเจอร์ ซงึ่ จะประชมุ นอกรอบกบั ประธานาธบิ ดีเอม็ มานเู อล มาครง ของฝรงั่ เศส ใน 2 ก.ค.61
ความสมั พนั ธไ์ ทย-AU
ไทยเรม่ิ มคี วามรว่ มมอื กบั AU โดยการแตง่ ตงั้ เอกอคั รราชทตู ผแู้ ทนถาวรประจำ� AU โดยใหเ้ อกอคั รราชทตู ณ กรงุ ไคโร
ซงึ่ มเี ขตอาณาครอบคลมุ เอธโิ อเปยี เปน็ ทต่ี งั้ ของสำ� นกั งานเลขาธกิ าร AU และไทยไดเ้ ขา้ รว่ มในภารกจิ United Nations Mission
in Dafur (UNAMID) และภารกจิ United Nations Mission in South Sudan (UNMISS) โดยมกี องก�ำลังรกั ษาสนั ตภิ าพของ

ข้อมูลพ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562 768

AU เปน็ กำ� ลังหลัก นอกจากนี้ ไทยยังไดบ้ ริจาคเวชภัณฑท์ ผี่ ลติ โดยองคก์ ารเภสชั กรรมไทยใหก้ บั ภารกจิ African Union Mission in
Somalia (AMISOM) เพอ่ื ใชใ้ นโรงพยาบาลกรงุ โมกาดชิ ู เมอื งหลวงของโซมาเลยี เมอื่ ปี 2552 ทง้ั นี้ ไทยยดึ หลกั การใหค้ วามรว่ มมอื
เพอ่ื การพฒั นาแกแ่ อฟรกิ าตามแนวทางทผ่ี รู้ บั มคี วามเปน็ เจ้าของและก�ำหนดแนวทางการพัฒนาของตนข้นึ เอง
สถานการณ์ส�ำคัญทนี่ า่ ติดตามปี 2562
การจะเปดิ เขตการค้าเสรีทวปี แอฟริกา (Africa Continental Free Trade Area - AfCFTA) เพ่ือมงุ่ สรา้ งตลาด
เดียวของแอฟริกาในด้านสินค้าและบริการ จะเป็นโอกาสส�ำคัญให้ประเทศต่าง ๆ รวมท้ังไทยในการเข้าขยายความร่วมมือด้าน
เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนกับแอฟริกาที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ แรงงานวัยท�ำงานที่มีจ�ำนวนมาก
อกี ทง้ั ยงั มกี ารขยายตวั ทางเศรษฐกจิ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง นอกจากนี้ ไทยสามารถขยายตลาดสง่ ออกผลผลติ ทางการเกษตร เฉพาะอยา่ งยงิ่
ข้าว และขยายความร่วมมือเทคโนโลยีการเกษตรท่ีไทยมีศักยภาพสูง ปัจจุบัน ประเทศมหาอ�ำนาจขยายบทบาทด้านเศรษฐกิจ
ในแอฟรกิ าอยา่ งต่อเนื่อง อาทิ จนี ยุโรป สหรัฐฯ ญ่ีปนุ่ อินเดีย เกาหลใี ต้ รวมทงั้ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ ที่สำ� คัญ คือ
อินโดนเี ซยี มาเลเซีย เวียดนาม และสงิ คโปร์
ปจั จบุ นั มปี ระเทศลงนามใน AfCFTA 49 ประเทศ ขาดอีก 6 ประเทศในแอฟรกิ า ไดแ้ ก่ ไนจีเรยี บอตสวานา
แซมเบยี เอริเทรยี เบนิน และกนิ บี ิสเซา โดย AfCFTA จะมีผลบงั ใชอ้ ยา่ งเปน็ ทางการตอ่ เม่ือประเทศสมาชิกที่ลงนามแล้วอยา่ ง
นอ้ ย 22 ประเทศ ไดใ้ หส้ ตั ยาบนั ภายใน 180 วัน ขณะนีม้ ี 6 ประเทศทไ่ี ด้ใหส้ ตั ยาบันแลว้ (รวันดา เคนยา กานา ไนเจอร์ ชาด
และเอสวาติน)ี และมปี ระเทศสมาชกิ อยา่ งน้อย 15 ประเทศ ใหส้ ัตยาบนั ในพิธีสารวา่ ดว้ ยการเคลอ่ื นย้ายอยา่ งเสรี ทัง้ น้ี AfCFTA
ก�ำหนดให้ประเทศท่ีเข้าร่วมต้องยกเลิกภาษีร้อยละ 90 ของสินค้าท้ังหมด ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 10 ให้เป็นสินค้า
อ่อนไหวทเ่ี กบ็ ภาษีได้ การเปิดเสรกี ารบรกิ าร การยกเลกิ อุปสรรคที่มใิ ช่ภาษี การเคล่อื นย้ายเสรีของบุคคล รวมถงึ นกั ธุรกจิ และ
นกั ลงทุน และการมเี งินสกุลเดียวร่วมกนั

-----------------------------------

769 ข้อมลู พ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562

นายพอล คากาเม
(Paul Kagame)

ต�ำแหนง่ ประธานสหภาพแอฟรกิ า (AU) และเป็นประธานาธบิ ดรี วันดา

เกดิ 23 ต.ค. 2500 (อายุ 62 ป/ี ปี 2562) ในครอบครวั ชนเผ่า Tutsi ทเ่ี มอื ง Tambwe ดนิ แดน Ruan
da-Urundi (ปจั จบุ นั คือเมือง Nyarutovu ทางใต้ของรวนั ดา)

ศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลกิ

สถานภาพ สมรสกบั นาง Jeannette Nyiramongi มบี ตุ ร 4 คน

การศกึ ษา เรมิ่ รบั การศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษาทโ่ี รงเรยี นใกลค้ า่ ยผลู้ ภี้ ยั Nshungerezi ใน Toro sub-region
ของยกู นั ดา และเมอ่ื อายไุ ด้ 9 ปี ยา้ ยมาศกึ ษาทโ่ี รงเรยี น Rwengoro Primary School หา่ งจาก
โรงเรยี นแหง่ แรกเพยี ง 16 กม. จากนนั้ มาศกึ ษาตอ่ ทโี่ รงเรยี น Ntare ในยกู นั ดา

ประวัติการท�ำงาน เป็นหวั หนา้ พรรค Rwandan Patriotic Front หรือ FPR (มาจาก Front Patriotique Rwandais
ในภาษาฝร่งั เศส)
เขา้ รับต�ำแหนง่ รองประธานาธบิ ดีรวันดา และ รมว.กระทรวงกลาโหม
ปี 2537-2543 เข้ารบั ตำ� แหน่งประธานาธิบดรี วันดา
22 เม.ย.2543-ปจั จบุ นั เข้ารับต�ำแหนง่ ประธานสหภาพแอฟริกา ตอ่ จากนาย Alpha Conde ประธานาธบิ ดกี ินี
28 ม.ค.2561

-------------------------------------------------- (ก.ย.2561)

ข้อมูลพนื้ ฐานของต่างประเทศ 2562 770

ความรว่ มมอื ทางเศรษฐกิจในภมู ภิ าคเอเชยี -แปซิฟกิ (เอเปค)
(Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC)

เว็บไซต์ www.apec.org

ส�ำนักเลขาธิการเอเปค 35 Heng Mui Keng
Terrace, Singapore 119616
โทรศัพท์ : (65) 6891 9600
โทรสาร : (65) 6891 9690
Email: [email protected]

วนั ก่อต้ัง ปี 2532

สมาชิก 21 เขตเศรษฐกจิ ประกอบดว้ ย ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี จีน เขตบริหารพเิ ศษฮอ่ งกง อินโดนเี ซยี ญป่ี ุน่
เกาหลีใต้ มาเลเซยี เม็กซโิ ก นิวซแี ลนด์ ปาปวั นวิ กนิ ี เปรู ฟลิ ปิ ปินส์ รสั เซยี สงิ คโปร์ ไต้หวัน ไทย สหรฐั ฯ และเวียดนาม

ประชากร รวมกันกว่า 2,847 ลา้ นคน หรือประมาณ 42% ของประชากรโลก

เลขาธิการเอเปค ดร.Alan Bollard (ชาวนิวซีแลนด์) ด�ำรงต�ำแหน่งระหว่าง 1 ม.ค.2556-ปัจจุบัน ท้ังน้ี เลขาธิการเอเปค
คนใหมอ่ ยรู่ ะหว่างกระบวนการคัดเลอื กผู้สมคั รท่มี คี ณุ สมบตั เิ หมาะสม เพ่ือด�ำรงตำ� แหนง่ ตอ่ จาก ดร.Bollard ใน ม.ค.2562

วตั ถุประสงค์ สง่ เสรมิ การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ เพอ่ื เสรมิ สรา้ งความมง่ั คงั่ แกป่ ระชาชนในภมู ภิ าค โดยการสง่ เสรมิ ความเทา่ เทยี ม
ลดความเหลื่อมล�้ำ การเตบิ โตอย่างยัง่ ยนื ม่ันคง และมนี วัตกรรม สนบั สนุนการขยายตวั ทางเศรษฐกิจของภมู ิภาคและของโลก
เพอ่ื ลดอปุ สรรคและอำ� นวยความสะดวกทางการคา้ (สนิ คา้ และบรกิ าร) และการลงทนุ ระหวา่ งสมาชกิ ใหส้ อดคลอ้ งกบั กฎการคา้
ขององคก์ ารการคา้ โลก โดยมงุ่ เน้นการดำ� เนนิ การใน 3 ประเดน็ หลัก ไดแ้ ก่ การเปิดเสรที างการค้าและการลงทุน การอำ� นวย
ความสะดวกทางธรุ กิจ และความรว่ มมือทางด้านเศรษฐกิจและวิชาการ

หลักการความร่วมมอื ภายใตก้ รอบเอเปค
เอเปคเปน็ เวทสี ำ� หรบั การแลกเปลย่ี นขอ้ คดิ เหน็ เกย่ี วกบั ประเดน็ ทางเศรษฐกจิ ทป่ี ระเทศสมาชกิ สนใจ การดำ� เนนิ งาน
ยดึ หลักฉันทามติ ความเท่าเทียมกนั และผลประโยชน์ร่วมกนั ของสมาชกิ

กลไกการดำ� เนินงาน แบ่งเป็น 2 ระดบั ได้แก่ ระดับนโยบาย และระดับปฏบิ ตั กิ าร
ระดับนโยบาย
1. การประชมุ ผูน้ �ำเขตเศรษฐกจิ เอเปค (APEC Economic Leaders Meeting-AELM) จัดประชุม
ปลี ะ 1 ครั้ง ช่วง ต.ค./พ.ย.
2. การประชมุ รมต.เอเปค (APEC Ministerial Meeting-AMM) รมต.ตา่ งประเทศ และ รมต.พาณชิ ย์

771 ข้อมลู พนื้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562

หรอื รมต.เศรษฐกจิ ของเขตเศรษฐกิจสมาชกิ จะเขา้ รว่ มการประชมุ จดั ขน้ึ ก่อนการประชมุ ระดบั ผู้นำ�
3. การประชมุ รมต.สาขาตา่ ง ๆ (Sectoral Ministerial Meeting) จะกำ� กบั ดแู ลความรว่ มมอื ดา้ นตา่ งๆ
อาทิ การศึกษา พลงั งาน สงิ่ แวดล้อมและการพฒั นาทีย่ ่งั ยืน การคลงั สาธารณสขุ ฯลฯ
4. คณะกรรมการท่ีปรกึ ษาทางธรุ กจิ เอเปค (APEC Business Advisory Council-ABAC) ตัวแทน
นักธุรกิจจากเขตเศรษฐกิจเอเปคเขตเศรษฐกิจละ 3 คน ท�ำหน้าท่ีเสนอมุมมองและข้อคิดเห็นของภาคธุรกิจเอเปคต่อท่ีประชุม
ผ้นู �ำเขตเศรษฐกจิ ในรปู แบบของรายงานปลี ะ 1 ครั้ง
ระดับปฏิบตั ิ
1. การประชุมระดับ จนท.อาวโุ ส (Senior Officials Meeting-SOM) จัดประชมุ ปีละ 3-4 คร้ัง
2. คณะกรรมการวา่ ดว้ ยการค้าและการลงทุน (Committee on Trade and Investment-CTI)
ทำ� หน้าทีป่ ระสานความรว่ มมือเอเปคดา้ นการเปดิ เสรี และอำ� นวยความสะดวกด้านการคา้ และการลงทุน
3. คณะกรรมการดา้ นงบประมาณและการบรหิ าร (Budget and Management Committee-BMC)
ทำ� หนา้ ทใ่ี หค้ ำ� ปรกึ ษาแก่ จนท.อาวโุ ส ดา้ นงบประมาณ การบรหิ ารและการจดั การ และทำ� หนา้ ทต่ี ดิ ตามและประเมนิ การดำ� เนนิ งาน
ของโครงการตา่ ง ๆ ที่ไดร้ บั อนุมตั ิงบประมาณของเอเปค รวมทงั้ ให้ข้อเสนอแนะแก่ จนท.อาวุโส เรื่องการปรับปรงุ ประสทิ ธิภาพ
การดำ� เนนิ งานของเอเปค
4. คณะกรรมการดา้ นเศรษฐกจิ (Economic Committee-EC) ท�ำหนา้ ท่ีศกึ ษา วจิ ัย หารอื และ
แลกเปลีย่ นความคิดเห็นเกี่ยวกับทศิ ทาง และประเด็นทางเศรษฐกจิ ในภมู ิภาคทอี่ ยใู่ นความสนใจ
5. คณะกรรมการความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวชิ าการ (Steering Committee on Economic
and Technical Cooperation-SCE) ทำ� หน้าที่ก�ำหนดเป้าหมาย และจดั ล�ำดบั กจิ กรรมความรว่ มมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ
ของเอเปค
6. กลมุ่ ความรว่ มมอื และความรเิ รมิ่ อน่ื ๆ ทำ� หนา้ ทส่ี นบั สนนุ เปา้ หมายของเอเปค ซงึ่ รวมทง้ั ทอี่ ยนู่ อกเหนอื
โครงสรา้ งของคณะกรรมการและคณะทำ� งานเอเปค อาทิ ความรว่ มมอื ระหวา่ งศนู ยเ์ อเปค และการหารอื ระหวา่ งภาครฐั และเอกชน
7. สำ� นกั เลขาธกิ ารเอเปค (APEC Secretariat) ทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ กลไกสนบั สนนุ กระบวนการเอเปคดา้ น
ขั้นตอนการด�ำเนินการตา่ ง ๆ รวมท้ังประสานงานและให้ข้อมูลแกอ่ งคก์ รภายในของเอเปคและสาธารณะ
สถานการณท์ น่ี า่ ตดิ ตาม
ผลการประชมุ เอเปคประจำ� ปี 2561 และการประชมุ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ซงึ่ ปาปวั นวิ กนิ เี ปน็ เจา้ ภาพ อาทิ การประชมุ จนท.
อาวโุ สเอเปค ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ (SOM และ ISOM) การประชุม รมต.ด้านการค้าเอเปค (MRT) การประชุม
ระดับนโยบายด้านสตรีและเศรษฐกิจ การประชุม รมต.ด้านการท่องเที่ยว การประชุม รมต.ด้านเหมืองแร่ การประชุม รมต.
ดา้ นพลงั งาน การประชมุ รมต.ดา้ นการคลงั เอเปค (FMM) และการประชมุ รมต.เอเปค รวมทงั้ การประชมุ ผนู้ ำ� เขตเศรษฐกจิ เอเปค
ระหว่าง 15-17 พ.ย.2561 ท่ีพอรต์ มอรส์ บี โดยการประชุมเอเปคประจำ� ปี 2561 ปาปวั นิวกนี ีก�ำหนดหัวขอ้ หลัก “Harnessing
Inclusive Opportunities, Embracing the Digital Future” ทีม่ ุ่งเน้น 1) การพฒั นาความเชือ่ มโยงดา้ นดิจทิ ลั และส่งเสริม
การบรู ณาการทางเศรษฐกจิ ในภมู ภิ าค 2) การสง่ เสรมิ การเจรญิ เตบิ โตอยา่ งครอบคลมุ และยงั่ ยนื 3) การเสรมิ สรา้ งการเจรญิ เตบิ โต
อยา่ งครอบคลมุ ผ่านการปฏิรูปโครงสรา้ ง
การเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคประจ�ำปี 2562 ของชิลี ซึ่งชิลีได้ก�ำหนดหัวข้อหลัก คือ ความย่ังยืน
(Sustainable) การมีส่วนร่วมท่ีครอบคลุมทุกภาคส่วน (Inclusive) และการเจริญเติบโตอย่างรอบด้าน (Comprehensive

ข้อมลู พืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562 772

Growth) โดยเนน้ ประชาชนเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ ชิลียงั ใหค้ วามส�ำคญั ตอ่ 1) ดจิ ิทลั และเศรษฐกิจภาคบริการ (Digital and
Services Economy) 2) ความเชอื่ มโยง (Connectivity) และ 3) บทบาทของสตรีและการเติบโตทางเศรษฐกจิ (Women and
Economic Growth)
ความสมั พนั ธก์ บั ไทย
ไทยเป็นสมาชิกเอเปค โดยเปน็ 1 ใน 12 เขตเศรษฐกิจผู้กอ่ ตั้งเมอื่ ปี 2532 นอกจากน้ี ไทยยังมบี ทบาทส�ำคัญ
ทั้งในการประชุมและกลุ่มท�ำงานของเอเปคต่าง ๆ รวมทั้งเคยเป็นประเทศเจ้าภาพ และด�ำรงต�ำแหน่งประธานการประชุมผู้น�ำ
เขตเศรษฐกจิ เอเปคเมอ่ื ปี 2546 และไทยจะเปน็ เจ้าภาพจดั การประชมุ ผ้นู ำ� เขตเศรษฐกิจเอเปคอีกครง้ั ในปี 2565

-------------------------------------------------

773 ข้อมลู พนื้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562

สมาคมแห่งประชาชาตเิ อเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ (ASEAN)

เวบ็ ไซต ์ http://www.asean.org/

สำ� นักงานอาเซยี น 70 Jl.sisingamangaraja Jakarta 12110 INDONESIA
โทร. (6221) 726 2991

วันกอ่ ตั้ง 8 ส.ค.2510 (วันอาเซียน)

ประเทศสมาชกิ บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา
ฟลิ ิปปนิ ส์ สิงคโปร์ ไทย และเวยี ดนาม

ประธานอาเซยี น ฟิลิปปนิ ส์ (ปี 2560) สงิ คโปร์ (ปี 2561) ไทย (ปี 2562)

ประชากรอาเซยี น ผลิตภณั ฑ์มวลรวม (GDP) ของอาเซียน
GDP
ประเทศ ประชากร สดั สว่ นในอาเซยี น ประเทศ (ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สัดสว่ นใน
(ลา้ นคน) (%) อาเซยี น (%)

บรไู น 0.428 0.07 อนิ โดนีเซีย 1,015,539 36.4
กัมพูชา 16.005 2.47 ไทย 16.45
อินโดนเี ซีย 263.991 40.89 สงิ คโปร์ 455,221 11.71
ลาว 6.858 1.06 323,907 11.37
มาเลเซยี 31.624 4.88 มาเลเซีย 314,500 11.33
เมียนมา 53.371 8.28 ฟลิ ิปปินส์ 313,595 8.09
ฟิลปิ ปนิ ส์ 104.918 16.18 เวียดนาม 223,864 2.51
สิงคโปร์ 5.612 0.88 เมยี นมา 69,322 0.8
ไทย 69.038 10.78 กัมพูชา 22,158 0.61
เวยี ดนาม 95.541 14.52 16,853 0.44
ลาว 12,128
รวม 647.386 100.00 บรไู น 2.767 ล้านลา้ น 100.00
ดอลลารส์ หรฐั
รวม

(ข้อมลู จาก World Bank Data 2560)
อาเซียนมปี ระชากรรวมเปน็ ลำ� ดับ 3 ของโลก รองจากจนี (1,386,395 ลา้ นคน) และ อนิ เดีย (1,339,180
ลา้ นคน) ตามล�ำดบั ขณะที่ผลติ ภัณฑม์ วลรวมของอาเซยี นอยู่ในลำ� ดับที่ 5 เมื่อเปรยี บเทยี บกบั เศรษฐกจิ ของประเทศมหาอ�ำนาจ
รองจากสหรัฐฯ (19.391 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) สหภาพยุโรป (17.278 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) จีน (12.238 ล้านล้าน
ดอลลลาร์สหรฐั ) และญีป่ ุน่ (4.872 ล้านลา้ นดอลลาร์สหรัฐ) ตามลำ� ดบั

ขอ้ มลู พื้นฐานของตา่ งประเทศ 2562 774

เลขาธกิ ารอาเซยี น มาจากการแต่งตั้งจากท่ีประชุมสุดยอดอาเซียน จากการเสนอชื่อของประเทศที่มีสิทธิเสนอชื่อผู้สมัคร
โดยหมนุ เวยี นกนั ตามตวั อกั ษรภาษาองั กฤษ มวี าระ 5 ปี เลขาธกิ ารคนปจั จบุ นั คอื ดาโตะ๊ ปาดกู า ลมิ จอ็ ก ฮอย (Dato Paduka
Lim Jock Hoi) จากบรไู น ด�ำรงต�ำแหน่งระหวา่ ง ม.ค.2561-ธ.ค.2565

วตั ถปุ ระสงคข์ องประชาคมอาเซยี น
1. เพอื่ ธำ� รงรกั ษาและเพม่ิ พนู สนั ตภิ าพ ความมนั่ คงและเสถยี รภาพ กบั ทง้ั เสรมิ สรา้ งคณุ คา่ ทางสนั ตภิ าพ
ในภมู ิภาค
2. เพอ่ื เพม่ิ ความสามารถในการปรบั ตัวของภมู ิภาค โดยการสง่ เสริมความร่วมมือใน 3 ดา้ นหลัก ได้แก่
การเมืองและความมน่ั คง เศรษฐกจิ สงั คมและวฒั นธรรม
3. เพอ่ื ธำ� รงรกั ษาเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตใ้ หเ้ ปน็ เขตปลอดอาวธุ นวิ เคลยี ร์ และปราศจากอาวธุ ทม่ี อี านภุ าพ
ทำ� ลายลา้ งสูงอืน่ ๆ

กลไกของอาเซียน - หลกั การไม่แทรกแซงกจิ การภายในของกนั และกัน (Principle of Non-Interference)
- กฎบตั รอาเซยี น (ASEAN Charter)

ประชาคมการเมอื งและความมน่ั คงอาเซียน (ASEAN Political and Security community-APSC)
ประชาคมการเมอื งและความมั่นคงอาเซียน (APSC) มีวัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือใหภ้ ูมภิ าคมคี วามสันตสิ ขุ มีการ
แก้ไขปัญหาภายในอย่างสันติวิธี โดยใช้เอกสารทางการเมืองและกลไกของอาเซียนในการแก้ไขปัญหาภายในภูมิภาค รวมทั้ง
มคี วามรว่ มมอื ดา้ นการตอ่ ตา้ นกอ่ การรา้ ย และอาชญากรรมขา้ มชาตทิ กุ รปู แบบ รวมทง้ั มกี ารรเิ รม่ิ กลไกตา่ ง ๆ ขน้ึ ใหมเ่ พอ่ื เสรมิ สรา้ ง
ความม่ันคง รวมท้ังมีความร่วมมือในการส่งเสริมความม่ันคงทางทะเล และความร่วมมือทางทหารต่าง ๆ ของประเทศสมาชิก
โดยมีองค์ประกอบคือ การมีกฎเกณฑ์ บรรทัดฐานและค่านิยมเดียวกัน การมีความสงบสุขและร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา
ดา้ นความม่นั คง และมีความเปน็ ประชาคมท่ีมคี วามเปน็ พลวตั ยึดความเปน็ กลางและบทบาทของอาเซยี นเปน็ หลัก

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community-AEC)
ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น (AEC) มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ใหภ้ มู ภิ าคมคี วามมน่ั คง มงั่ คง่ั และมคี วามสามารถ
ในการแข่งขันกับภูมิภาคอ่ืน มีลักษณะของการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว (Single Market and Production Base)
ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ประเทศสมาชกิ ใหม่ (กมั พชู า ลาว เมยี นมา และเวยี ดนาม) เพอื่ ลดชอ่ งวา่ งของระดบั การพฒั นา เสรมิ ความรว่ มมอื
ทางการเงิน ตลาดเงินและตลาดทุน พัฒนาโครงสร้างพนื้ ฐานและการคมนาคมท่ีเอือ้ ต่อการท�ำธุรกจิ รวมท้ังพัฒนาความรว่ มมอื
ดา้ นการเกษตรและการทอ่ งเทีย่ ว พลงั งาน และการพฒั นาทรพั ยากร

ประชาคมสังคม วฒั นธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Culture Community-ASCC)
ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC) มีวัตถุประสงค์เพ่ือให้ภูมิภาคเป็นสังคมท่ีเอ้ืออาทร
ประชากรมชี วี ติ ความเปน็ อยดู่ ี มคี วามมน่ั คงทางสงั คม มคี วามเสมอภาค พฒั นาการศกึ ษาและสาธารณสขุ รวมทงั้ มคี วามรว่ มมอื
ในการบรหิ ารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างถกู ตอ้ ง ประชาชนอาเซียนอยู่ร่วมกันอยา่ งเป็นหนงึ่ เดยี วภายใต้ความหลากหลายเชิงสังคม
ทั้งภาษา วัฒนธรรม และศาสนา

ความเชือ่ มโยงกนั ของอาเซยี น (ASEAN Connectivity)

775 ข้อมูลพน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562

อาเซยี นกำ� หนดใหม้ แี ผนแมบ่ ทวา่ ดว้ ยการเชอื่ มโยงกนั ของอาเซยี น (Master Plan on ASEAN Connectivity)
โดยในสว่ นของประชาคมการเมอื ง ความมนั่ คงอาเซยี น เนน้ การสรา้ งความเชอื่ มโยงดา้ นโครงสรา้ งพน้ื ฐาน (คมนาคม เทคโนโลยี
สารสนเทศและการสอ่ื สาร และพลงั งาน) ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นเนน้ การสรา้ งความเชอ่ื มโยงดา้ นกฎระเบยี บ และประชาคมสงั คม
และวัฒนธรรมเน้นการสรา้ งความเชื่อมโยงดา้ นประชาชน

อาเซียนกับประเทศนอกภมู ภิ าค
อาเซยี นเร่มิ มีความสัมพันธ์กบั กลุ่มประเทศนอกภมู ภิ าคเปน็ คร้งั แรกกับสหภาพยโุ รปในปี 2515 ปัจจุบนั
อาเซยี นมคี เู่ จรจา (Dialogue Partner) จำ� นวน 10 ประเทศ ไดแ้ ก่ ออสเตรเลยี นวิ ซแี ลนด์ แคนาดา จนี อนิ เดยี ญปี่ นุ่ เกาหลใี ต้
รสั เซยี และสหรฐั ฯ รวมทง้ั สหภาพยโุ รป และความรว่ มมอื เฉพาะทางในบางสาขากบั องคก์ ารสหประชาชาติ นอกจากน้ี อาเซียน
ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มภูมิภาคอื่น ๆ อาทิ คณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ สมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาค
เอเชียใต้ กลุม่ ความรว่ มมือเขตการคา้ เสรอี เมริกาเหนอื และตลาดรว่ มอเมริกาตอนลา่ ง
ในปี 2560 เป็นปีที่อาเซียนเฉลิมฉลองการครบรอบ 40 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-แคนาดา
อาเซยี น-สหรฐั ฯ และอาเซยี น-สหภาพยโุ รป ครบรอบ 25 ปี ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอาเซยี น-อนิ เดยี และครบรอบ 20 ปี ความสมั พนั ธ์
ระหว่างอาเซียนกบั อาเซยี น+3 (จนี ญ่ีปุ่น เกาหลใี ต)้
อาเซยี นยงั คงพยายามทจี่ ะรกั ษาไวซ้ ง่ึ การเปน็ ศนู ยก์ ลางของสถาปตั ยกรรมในภมู ภิ าคในกรอบความรว่ มมอื
ของอาเซยี นกบั ประเทศนอกภมู ภิ าค โดยการมบี ทบาทนำ� ในการกำ� กบั กรอบความรว่ มมอื ของอาเซยี นทช่ี ดั เจน ไมว่ า่ จะเปน็ กลไก
ความรว่ มมอื อาเซียน +1 อาเซยี น +3 การประชมุ สดุ ยอดเอเชียตะวนั ออก (East Asia Summit-EAS) การประชุมอาเซยี นว่าดว้ ย
ความร่วมมือด้านการเมืองและความม่ันคงในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ASEAN Regional Forum-ARF) และการประชุม
รมว.กห.อาเซียน กบั ประเทศคเู่ จรจา (ASEAN Defence Ministers Plus-ADMM+)
ปัจจุบัน ประเทศท่ีให้ความส�ำคัญกับการมีความสัมพันธ์กับอาเซียน โดยการส่ง ออท.ประจ�ำส�ำนักงาน
เลขาธกิ ารอาเซยี นทอ่ี ินโดนเี ซีย รวม 91 ประเทศ

ประเทศผูป้ ระสานงานระหวา่ งอาเซยี นกบั คู่เจรจา (ASEAN Dialogue Coordinator)

คเู่ จรจา 2558-2561 ประเทศผ้ปู ระสานงาน 2564-2567
1 ออสเตรเลยี เมียนมา 2561-2564 ลาว
2 แคนาดา ฟลิ ปิ ปนิ ส์ มาเลเซยี
3 จีน สิงคโปร์ เมยี นมา มาเลเซีย
4 สหภาพยุโรป ไทย ฟลิ ปิ ปินส์ เมียนมา
5 อนิ เดยี เวยี ดนาม สงิ คโปร์ ฟลิ ิปปินส์
6 ญปี่ ุ่น บรูไน ไทย สิงคโปร์
7 เกาหลใี ต้ กัมพชู า เวยี ดนาม
8 นวิ ซีแลนด์ อินโดนีเซยี บรไู น ไทย
9 รัสเซยี ลาว กัมพูชา เวียดนาม
10 สหรัฐฯ มาเลเซยี อินโดนเี ซยี
ลาว บรไู น
กมั พูชา
อินโดนีเซีย

ขอ้ มลู พนื้ ฐานของต่างประเทศ 2562 776

ผ้ปู ระสานงานระหวา่ งอาเซยี นกบั คเู่ จรจาเฉพาะสาขา (Sectoral Dialogue Partner)

คเู่ จรจาเฉพาะสาขา ผปู้ ระสานงาน
1 ปากสี ถาน ส�ำนักงานเลขาธกิ ารอาเซยี น
2 นอรเ์ วย์ สำ� นกั งานเลขาธิการอาเซียน
3 สวิตเซอรแ์ ลนด์ สำ� นักงานเลขาธกิ ารอาเซียน
4 ตุรกี ส�ำนักงานเลขาธิการอาเซียน

ผปู้ ระสานงานระหวา่ งอาเซียนกบั หนุ้ ส่วนเพือ่ การพัฒนา (Development Partner)

ห้นุ สว่ นเพอ่ื การพัฒนา ผู้ประสานงาน
เยอรมนี สำ� นกั งานเลขาธกิ ารอาเซียน

ขอ้ มูลการค้าและการลงทนุ ของอาเซียนกบั คู่เจรจา
จากรายงานสรุปมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่ค้าส�ำคัญ จัดท�ำโดยส�ำนักงาน
เลขาธกิ ารอาเซยี น พบวา่ ปี 2560 มูลค่าการค้าระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่ค้ามกี ารขยายตวั เพ่ิมขนึ้ โดยจนี เปน็ คู่ค้าอนั ดับ 1
ของอาเซียน มลู ค่า 4.415 แสนล้านดอลลาร์สหรฐั อันดบั 2 คือ สหภาพยุโรป มลู ค่า 2.613 แสนล้านดอลลารส์ หรฐั อันดบั 3
คอื สหรัฐฯ มลู คา่ 2.352 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะทก่ี ารลงทุนโดยตรงจากตา่ งประเทศทเ่ี ข้ามายังอาเซียน ปี 2560 พบว่า
ประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนในอาเซียนมากท่ีสุด ได้แก่ สหภาพยุโรป โดยมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 2.54 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
รองลงมา ไดแ้ ก่ ญีป่ นุ่ ท่ี 1.32 หม่ืนล้านดอลลาร์สหรฐั และจนี ที่ 1.12 หมื่นล้านดอลลารส์ หรัฐ
แนวโนม้ สถานการณใ์ นทะเลจีนใต้
สถานการณใ์ นทะเลจนี ใตย้ งั มคี วามเสยี่ งทจี่ ะตงึ เครยี ดขนึ้ จากปจั จยั ภายในภมู ภิ าค และภายนอกภมู ภิ าค
อาทิ การแย่งชิงทรัพยากรในทะเลจีนใต้ การพัฒนาเกาะเทียมหรือการปรับปรุงพ้ืนท่ีเพ่ือขยายการอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้
การเสริมสร้างก�ำลังทหารในทะเลจีนใต้ การแข่งขันอิทธิพลระหว่างจีน-สหรัฐฯ และการท่ีออสเตรเลีย ญ่ีปุ่น และอินเดีย
เขา้ มาขยายบทบาทในทะเลจนี ใต้ ซง่ึ สง่ ผลใหป้ ญั หาดงั กลา่ วมคี วามซบั ซอ้ นมากขนึ้ อยา่ งไรกด็ ี ปจั จยั ทสี่ ง่ ผลกระทบตอ่ สภาพแวดลอ้ ม
ด้านความมั่นคงของภมู ิภาคมากที่สุดคือ การแข่งขันอทิ ธพิ ลระหว่างจนี -สหรฐั ฯ ที่มีแนวโนม้ ที่จะเขม้ ข้นขน้ึ
สว่ นแนวโนม้ การเจรจาจดั ทำ� ประมวลการปฏบิ ตั ใิ นทะเลจนี ใต้ (Code of Conduct-COC) นนั้ อาเซยี น-จนี
จะยงั คงเดนิ หนา้ เจรจาเพอ่ื จดั ทำ� COC ตอ่ ไป เนอื่ งจากอาเซยี นมงุ่ หวงั ให้ COC เปน็ กลไกสำ� คญั ทจี่ ะชว่ ยบรหิ ารจดั การความขดั แยง้
ในทะเลจนี ใต้ นอกเหนอื จากกลไกความรว่ มมอื อน่ื ๆ ระหวา่ งอาเซยี น-จนี ขณะทจี่ นี ตอ้ งการรกั ษาสถานะของการเจรจา COC ไว้
เพื่อรักษาความสัมพันธ์ท่ีดีกับอาเซียน และแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่า จีน-อาเซียนมีความร่วมมือในการรักษาสันติภาพ
เสถียรภาพ และความมั่นคงในทะเลจนี ใต้ รวมทง้ั ใช้เป็นเคร่อื งมอื ในการกดี กนั สหรฐั ฯ และพนั ธมติ รออกจากปญั หาทะเลจีนใต้
ท้ังนี้ คาดว่าจีนจะเร่งด�ำเนินการต่าง ๆ เพ่ือให้สามารถควบคุมทะเลจีนใต้ได้ก่อนท่ีการเจรจาจัดท�ำ COC ระหว่างอาเซียน-จีน
จะบรรลผุ ล ขณะเดยี วกนั สหรฐั ฯ และพนั ธมิตรต่างก็ม่งุ หวงั ทจ่ี ะใหอ้ าเซียน-จนี บรรลกุ ารเจรจาเพือ่ จดั ทำ� COC และผลักดนั ให้

777 ข้อมลู พ้ืนฐานของต่างประเทศ 2562

COC มีผลผูกพนั ทางกฎหมาย
ยทุ ธศาสตรข์ องไทยตอ่ ประชาคมการเมืองและความมนั่ คงอาเซยี น พ.ศ.2558-2564
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างความพร้อมภายใน และร่วมมือกับสมาชิกอาเซียนเพ่ือรับมือกับการติดต่อ
เช่ือมโยงกนั ในอาเซียน
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 การเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพภายใน และรว่ มมอื กบั สมาชกิ อาเซยี นเพอื่ รบั มอื กบั ปญั หาทา้ ทาย
ความมั่นคงรูปแบบใหม่
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การปรับตัวอย่างสมดุลเพอื่ รักษาความมน่ั คงแหง่ ชาติ
ยทุ ธศาสตร์ที่ 4 การสร้างความตระหนักรู้ และทศั นคตทิ ี่เหมาะสมต่ออาเซยี น
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 5 การสร้างเอกภาพของอาเซียนและสรา้ งดลุ ยภาพทางอำ� นาจกับมหาอ�ำนาจ
นโยบายรฐั บาลต่อประชาคมการเมอื งและความม่นั คงอาเซียน
1. การบริหารจัดการชายแดน-จัดท�ำแผนบริหารจัดการชายแดนด้านความม่ันคง พ.ศ.2559-2564/
โครงการเชื่อมโยงขอ้ มูลลายพมิ พน์ ิ้วมืออัตโนมตั ทิ ่วั ประเทศ/ความรว่ มมอื เก่ยี วกับจุดผ่านแดนกบั ประเทศเพ่อื นบ้าน
2. การสร้างความมั่นคงทางทะเล-การรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล/การเฝ้าระวังและป้องกัน
การรุกล�้ำเขตแดนตามแนวชายแดนทางทะเล
3. การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ-เสริมสร้างความเข้มแข็งภาครัฐ ด้านกฎหมาย ข่าวกรอง
เสรมิ สรา้ งศกั ยภาพองคค์ วามร/ู้ เสรมิ สรา้ งความรว่ มมอื นอกภาครฐั /เสรมิ สรา้ งความรว่ มมอื กบั ตา่ งประเทศในสาขาเรง่ ดว่ น ไดแ้ ก่
การก่อการร้าย อาชญากรรมสิง่ แวดลอ้ ม การละเมดิ ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา การลกั ลอบค้ามนุษย์ การลกั ลอบคา้ ยาเสพติด
4. การสร้างความไวว้ างใจกบั ประเทศเพื่อนบา้ น
5. การเสริมสร้างศักยภาพในการปฏิบตั กิ ารทางทหารรว่ มกันของอาเซยี น
ประเดน็ สำ� คญั ของอาเซียนท่ตี อ้ งตดิ ตามในปี 2562
- การทำ� หน้าทีข่ องไทยในฐานะประธานอาเซยี น
- ความคืบหน้าของอาเซียนและจีนในการจัดท�ำประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Framework of
Code of Conduct)
- การเร่งเจรจาความตกลงหนุ้ สว่ นทางเศรษฐกจิ ระดบั ภมู ภิ าค (Regional Comprehensive Economic
Partnership-RCEP)
- ความทา้ ทายรว่ มดา้ นความมน่ั คงของอาเซยี น และความสามารถของหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งของประเทศ
สมาชิกอาเซียนที่จะเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาด้านความมั่นคงท่ีอาจเกิดข้ึน โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และ
ปัญหาภัยข้ามแดนน่าจะเป็นประเด็นที่น่าห่วงกังวลอย่างย่ิง เนื่องจากการมีความเช่ือมโยงด้านการคมนาคมท่ีซับซ้อนและ
สะดวกสบายขึ้นภายในอาเซยี นเอง
- ปญั หาทเ่ี กดิ จากแรงกดดนั ของประเทศมหาอำ� นาจทเี่ ขา้ มามสี ว่ นเกย่ี วพนั กบั อาเซยี นในหลากหลายมติ ิ
ท�ำให้อาเซียนต้องพิจารณาแนวทางการคานอิทธิพลและการรักษาสัมพันธ์อันดีกับประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างย่ิง
ปัญหาการแข่งอทิ ธิพลของประเทศมหาอ�ำนาจ เช่น ในกรณที ะเลจีนใต้
- ความเปน็ เอกภาพและความสามารถในการรกั ษาความเปน็ ศนู ยก์ ลางของอาเซยี น (ASEAN Centrality)
- ปญั หาวกิ ฤตเิ ศรษฐกจิ โลกทีอ่ าจส่งผลกระทบตอ่ การเตบิ โตของเศรษฐกจิ อาเซียนในภาพรวม
- ปญั หาสิง่ แวดล้อม
- ปญั หาในการรับมอื กบั ภัยพิบัติ

ข้อมูลพ้ืนฐานของต่างประเทศ 2562 778

สญั ชาติ ดาโตะ๊ ปาดกู า ลมิ จอ็ ก ฮอย
(Dato Paduka Lim Jock Hoi)

เลขาธิการอาเซียน คนที่ 14
วาระการด�ำรงด�ำแหน่ง ม.ค.2561-ธ.ค.2565
บรูไน

เกิด 5 ธ.ค.2494 (อายุ 68 ป/ี ปี 2562)

การศึกษา - Keele University สหราชอาณาจกั ร (Post Graduate Certificate of Education)
- City of London Polytechnic สหราชอาณาจักร (เศรษฐศาสตรบัณฑติ )

ประวตั ิการท�ำงาน เรม่ิ รบั ราชการในกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
2520 ผู้ช่วยผู้อำ� นวยการสำ� นกั การศกึ ษา สำ� นักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
2529 เจา้ หนา้ ทอี่ าวโุ ส กรมพัฒนาการคา้ และความสัมพันธร์ ะหว่างประเทศ
2532 กระทรวงอตุ สาหกรรมและทรพั ยากรพ้นื ฐาน
อธิบดกี รมการค้า กระทรวงการตา่ งประเทศและการค้า
2544 รองปลดั กระทรวงการต่างประเทศและการค้า
2548 ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและการค้า
2549 ประธานกรรมการบริหาร สถาบนั วิจัยทางเศรษฐกจิ เพอื่ อาเซยี นและเอเชยี ตะวนั ออก
2554 (Economic Research Institute for ASEAN and East Asia-ERIA)


-----------------------------------------------

779 ขอ้ มลู พืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562

ความริเรม่ิ แห่งอ่าวเบงกอลสำ� หรับ
ความรว่ มมอื หลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ
(Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical

and Economic Cooperation-BIMSTEC)
สมาชกิ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดยี เมียนมา เนปาล ศรีลงั กา และไทย
การกอ่ ตง้ั ไทยริเริ่มการจัดตั้ง BIMSTEC ข้ึนเมื่อปี 2540 ภายใต้ชื่อ
Bangladesh-India-Sri Lanka-Thailand Economic Cooperation (BIST-EC)
แต่ในระยะต่อมาปรับเปล่ียนเป็น Bangladesh-India-Myanmar-Sri Lanka-
Thailand Economic Cooperation (BIMST-EC) เมอ่ื ปเี ดยี วกนั โดยเปน็ ผลจาก
การรับเมียนมาเข้าเป็นสมาชิกใหม่ตามมติที่ประชุมระดับรัฐมนตรีสมัยพิเศษ
ทก่ี รงุ เทพฯ และตอ่ มาปรบั เปลย่ี นเปน็ Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral
Technical and Economic Cooperation เม่ือ 31 ก.ค.2547 โดยใชอ้ ักษรยอ่
BIMSTEC เช่นเดิม ซ่ึงเป็นผลจากการประชุมสุดยอดครั้งแรกที่ไทย ทั้งนี้
ในปี2546BIMSTECไดร้ บั ภฏู านกบั เนปาลเขา้ เปน็ สมาชกิ เพม่ิ เตมิ รวมเปน็ 7 ประเทศ
รอบอา่ วเบงกอลไดแ้ ก่บงั กลาเทศศรลี งั กาอนิ เดยี ไทยเมยี นมาเนปาลและภฏู านปจั จบุ นั มสี ำ� นกั งานใหญต่ งั้ อยทู่ ก่ี รงุ ธากา บงั กลาเทศ
BIMSTEC ประกอบดว้ ยความรว่ มมอื หลากหลายสาขา จากเดมิ 6 สาขา ปจั จบุ นั ขยายเปน็ 14 สาขา มวี ตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือเชอ่ื มโยงภูมภิ าคเอเชยี ใต้กบั เอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ ได้แก่
1. สาขาการค้าและการลงทุน (บงั กลาเทศเป็นประเทศนำ� )
2. สาขาการคมนาคมและการสือ่ สาร (อนิ เดียเป็นประเทศนำ� )
3. สาขาพลังงาน (เมียนมาเป็นประเทศน�ำ)
4. สาขาการทอ่ งเท่ยี ว (อนิ เดยี เปน็ ประเทศนำ� )
5. สาขาเทคโนโลยี (ศรลี งั กาเป็นประเทศนำ� )
6. สาขาประมง (ไทยเปน็ ประเทศนำ� )
7. สาขาเกษตร (เมียนมาเป็นประเทศน�ำ)
8. สาขาสาธารณสขุ (ไทยเป็นประเทศนำ� )
9. สาขาการลดความยากจน (เนปาลเป็นประเทศนำ� )
10. สาขาการตอ่ ตา้ นการก่อการร้ายและอาชญากรรมขา้ มชาติ (อินเดียเป็นประเทศนำ� )
11. สาขาการจัดการส่ิงแวดล้อมและภัยพิบตั ิ (อนิ เดียเป็นประเทศน�ำ)
12. สาขาวัฒนธรรม (ภฏู านเป็นประเทศนำ� )
13. สาขาปฏสิ มั พันธ์ในระดบั ประชาชน (ไทยเป็นประเทศนำ� )
14. สาขาการเปลยี่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ (บงั กลาเทศเปน็ ประเทศน�ำ)

ขอ้ มูลพน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562 780

การลงนามความตกลงดา้ นต่างๆ
- ความตกลงการค้าสินค้า
- พธิ สี ารแก้ไขกรอบความตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Area-FTA)
- ความตกลงเร่ืองกลไกระงับข้อพิพาท
- ความตกลงเร่ืองความร่วมมือด้านศุลกากร (ปัจจุบันยังขาดตารางข้อผูกพันภาษีท่ีจะแนบท้ายร่างความตกลง
ในส่วนของศรีลงั กา ทำ� ใหก้ ารด�ำเนินการยังไมม่ คี วามคืบหนา้ )
- MOA for Establishment of BIMSTEC Centre for Weather and Climate โดยคณะรฐั มนตรเี หน็ ชอบ
รา่ งตามทก่ี ระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารเสนอและอนมุ ตั ใิ หร้ ฐั มนตรวี า่ การกระทรวงการตา่ งประเทศ
ลงนามหรือรับรองรา่ งแล้ว
- MOU เพอ่ื จดั ตงั้ BIMSTEC Cultural Industries Observatory (BCIO) และ BIMSTEC Cultural Industries
Commission (BCIC) โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างตามท่ีกระทรวงวัฒนธรรมเสนอและอนุมัติให้รัฐมนตรี
วา่ การกระทรวงการต่างประเทศลงนามหรอื รับรองร่างแล้ว
- การจดั ต้ัง BIMSTEC Poverty Alleviation Centre ยังไม่คบื หนา้
- การจัดตัง้ BIMSTEC Technology Transfer/Exchange Facilities
- MOU for the BIMSTEC Grid Interconnection ยงั ไมไ่ ด้ขอ้ ยุติ
- การให้สัตยาบัน BIMSTEC Convention on Cooperation in Combating International Terrorism,
Transnational Organized Crime and Illicit Drug Trafficking

การดำ� รงตำ� แหน่งประธาน
- หมนุ เวยี นเรยี งตามตวั อกั ษร โดยเรม่ิ จากบงั กลาเทศ (ปี 2540-2541) อนิ เดยี (ปี 2543) เมยี นมา (ปี 2544-2545)
ศรลี งั กา (ปี 2545-2546) ไทย (ปี 2546-2548) บงั กลาเทศ (ปี 2548-2549) ปจั จบุ นั ศรลี งั กาดำ� รงตำ� แหนง่ ประธาน BIMSTEC
ตั้งแต่ ก.ย.2561

การประชุมท่ีสำ� คัญในปี 2561
- The Second Meeting of the BIMSTEC National Security Chiefs (มี.ค.2561)
- The First Meeting of the BIMSTEC Working Group on Customs Cooperation (พ.ค.2561)
- BIMSTEC Conference on Protection of Traditional Knowledge and Genetic Resources (พ.ค.2561)
- Fifth Meeting of the BIMSTEC Sub-Group on Prevention of Illicit Trafficking in Narcotic Drugs,
Psychotropic Substances and Precursor Chemicals (พ.ค.2561)
- BIMSTEC DAY 2018 (มิ.ย.2561)
- BIMSTEC Workshop on Strengthening Regional Value Chain in Marketing of Pork Meat
(ม.ิ ย.2561)
- BIMSTEC Regional Workshop on Public-Private Partnership to Develop Agricultural Value
Chains (ม.ิ ย.2561)
- Special Session of the BIMSTEC Senior Officials’ Meeting (ส.ค.2561)
- Eighth Meeting of the BIMSTEC Joint Working Group on Counter Terrorism and Transnational

781 ข้อมูลพ้ืนฐานของต่างประเทศ 2562

Crime (ส.ค.2561)
- The Nineteenth Session of the BIMSTEC Senior Officials’ Meeting (SOM) (ส.ค.2561)
- The Sixteenth BIMSTEC Ministerial Meeting (ส.ค.2561)
- The Fourth BIMSTEC Summit (ส.ค.2561)
- High-level Panel Discussion on Unlocking BIMSTEC Potential: Trade, Investment and
Connectivity (ก.ย.2561)
สถานการณ์สำ� คญั เกี่ยวกับ BIMSTEC
อินเดียแสดงท่าทีชัดเจนในโอกาสครบรอบปีที่ 20 ของการจัดต้ัง BIMSTEC และการประชุมระดับ National
Security Advisor เมื่อมนี าคม 2560 วา่ ต้องการสานต่อการขยายความรว่ มมือภายใตก้ รอบ The Bay of Bengal Initiative for
Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation (BIMSTEC) อยา่ งจริงจัง เพื่อผลักดนั ความรว่ มมอื พหภุ าคีระดับ
ภมู ภิ าคในการรบั มอื กบั ปญั หาทา้ ทายและภยั คกุ คามดา้ นความมนั่ คง ซงึ่ เปน็ การสานตอ่ การประชมุ สดุ ยอด BRICS (บราซลิ รสั เซยี
อนิ เดีย จนี และแอฟริกาใต)้ –BIMSTEC และนา่ จะเป็นโอกาสที่ดีส�ำหรับไทยในการแสวงประโยชน์ด้านต่าง ๆ โดยไทยน่าจะจัด
ลำ� ดบั ความสำ� คญั มงุ่ เนน้ การขยายความรว่ มมอื ดา้ นความมนั่ คงเปน็ ลำ� ดบั แรก เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกบั เปา้ หมายของอนิ เดยี ทต่ี อ้ งการ
ใช้ผลประโยชน์และปัญหาทา้ ทายร่วมกันของประเทศสมาชกิ BIMSTEC ไดแ้ ก่ บงั กลาเทศ อินเดยี เมียนมา ศรลี งั กา ไทย ภฏู าน
และเนปาล เปน็ จดุ เชอ่ื มโยง เฉพาะอยา่ งยง่ิ ปญั หาการกอ่ การรา้ ย ปญั หาอาชญากรรมขา้ มชาติ และปญั หาทา้ ทายดา้ นความมนั่ คง
ทางทะเล โดยไทยสามารถแสดงจุดยืนสนบั สนุนอินเดียใหแ้ สดงบทบาทน�ำเพือ่ ค�ำ้ ประกนั ความมนั่ คงของภูมิภาค
ขณะเดยี วกัน อินเดียเปน็ เจ้าภาพจดั การประชมุ ผบู้ ญั ชาการเหล่าทพั และการฝกึ ร่วมทางทหารระหว่างประเทศ
ภาคคี วามรเิ รมิ่ แหง่ อา่ วเบงกอลสำ� หรบั ความรว่ มมอื หลากหลายสาขาทางวชิ าการและเศรษฐกจิ (BIMSTEC) ครง้ั แรก ภายใตร้ หสั
“MILEX-18” ที่ Foreign Training Node ภายใน Aundh Military Station เมืองปเุ ณ รัฐมหาราษฏระ ในห้วงกลาง ก.ย.2561
เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทหาร สร้างความเข้าใจ และเป็นกลไกความร่วมมือทางทหารในระดับภูมิภาคด้านการต่อต้าน
การกอ่ การรา้ ย โดยใหค้ วามสำ� คญั กบั การปอ้ งกนั และตอ่ ตา้ นการแพรก่ ระจายของแนวคดิ รนุ แรง การกอ่ การรา้ ย ตลอดจนปฏบิ ตั ิ
การปิดล้อมตรวจค้น เฉพาะอย่างย่ิงในพื้นท่ีเมืองก่ึงชนบทของประเทศสมาชิก BIMSTEC และแบ่งปันแนวทางปฏิบัติด้านการ
ตอ่ ต้านการกอ่ การรา้ ยระหว่างประเทศภาคี BIMSTEC ทง้ั นี้ อินเดียจัดประชมุ เตรยี มการขัน้ ตน้ ในหว้ ง 18-22 มิ.ย.2561 และ
เตรียมการข้ันสุดท้ายในเดอื นสิงหาคม 2561 โดยมกี ำ� ลังทหารจากประเทศภาคี BIMSTEC เข้าร่วมประเทศละ 30 นาย ขณะท่ี
การประชุมผบู้ ัญชาการเหล่าทพั จดั ขนึ้ ในหว้ ง 2 วันสุดท้ายของการฝกึ รว่ ม โดยมีการหารอื เกย่ี วกับปญั หาท้าทายจากการก่อการ
ร้ายและอาชญากรรมขา้ มชาติ ตลอดจนแนวทางในการสรา้ งความรว่ มมอื ระหวา่ งชาติภาคี BIMSTEC
นอกจากนี้ พล.อ.ประยทุ ธ์ จันทรโ์ อชา นรม. กลา่ วปาฐกถาในการประชมุ ผนู้ ำ� BIMSTEC คร้ังท่ี 4 ทก่ี าฐมาณฑุ
เนปาล เมื่อ 30 ส.ค.2561 เสนอแนะให้ BIMSTEC จัดล�ำดับความส�ำคัญของความร่วมมือทั้ง 14 สาขา โดยแบ่งเป็น
ความเช่ือมโยง การคา้ การลงทนุ การปฏิสัมพันธร์ ะหวา่ งประชาชน ความม่นั คง และวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เพือ่ ตอบสนอง
ต่อสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมท้ังระบุว่า ไทยจะด�ำเนินการจัดท�ำแผนแม่บทด้านความเชื่อมโยงของ BIMSTEC และผลักดัน
ข้อตกลงด้านความเชื่อมโยงภายใต้กรอบ BIMTEC ให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังเสนอให้
BIMSTEC เร่งบรรลุข้อตกลงการค้าที่คั่งค้างท้ัง 6 ฉบับในลักษณะ Early-Harvest FTA โดยเน้นคนเป็นศูนย์กลางของความ
ร่วมมือ และทุกฝ่ายจะต้องเดินหน้าพัฒนาไปพร้อมกัน ทั้งน้ี ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจ�ำปีของหัวหน้าฝ่าย
ความม่ันคงประเทศสมาชิก BIMSTEC คร้ังท่ี 3 ใน ก.พ.2562 เพื่อเร่งรัดการลงนามในอนุสัญญา BIMSTEC ว่าด้วยความ
ชว่ ยเหลอื ซงึ่ กนั และกนั ดา้ นอาญา (Mutual Legal Assistance in Criminal Matters-MLAT) ซงึ่ อนิ เดยี มบี ทบาทนำ� ในการผลกั ดนั

---------------------------------------------

ขอ้ มูลพน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562 782

สหภาพยโุ รป
(European Union-EU)

ท่ตี ัง้ ในทวปี ยโุ รป พ้นื ที่ 4,324,782 ตร.กม. หรอื ประมาณ 4,079,962 ตร.กม. (ไม่รวมสหราชอาณาจกั ร)
ท่ตี ง้ั ส�ำนกั งานใหญ ่ กรงุ บรสั เซลส์ เบลเยยี ม ใชเ้ ปน็ ทปี่ ระชมุ ของคณะมนตรแี หง่ สหภาพยโุ รป (The Council of European Union)
และรัฐสภายโุ รป (European Parliament) สตราสบูร์ก ฝร่งั เศส ใชเ้ ปน็ ท่ปี ระชมุ ของรัฐสภายโุ รป ลกั เซมเบิร์กใช้เป็นที่ประชมุ
ของศาลสถิตยุตธิ รรมแหง่ ยโุ รป (the European Court of Justice-ECJ)
ประเทศสมาชกิ 28 ประเทศ : ออสเตรยี เบลเยียม บัลแกเรีย ไซปรสั เช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนยี ฟนิ แลนด์ ฝร่ังเศส เยอรมนี
กรซี ฮงั การี ไอรแ์ ลนด์ อติ าลี ลตั เวยี ลทิ วั เนยี ลกั เซมเบริ ก์ มอลตา เนเธอรแ์ ลนด์ โปแลนด์ โปรตเุ กส โรมาเนยี สโลวะเกยี สโลวเี นยี
สเปน สวเี ดน สหราชอาณาจกั ร และโครเอเชยี ประชากรรวมกนั จำ� นวน 511.805 ลา้ นคน (ปี 2560) อยา่ งไรกด็ ี สหราชอาณาจกั ร
ตั้งเปา้ หมายจะออกจากสหภาพยโุ รป (EU) ใน 29 มี.ค.2562 ซง่ึ หากเปน็ ไปตามกำ� หนดจะทำ� ให้เหลอื สมาชิก 27 ประเทศ
การก่อตง้ั ภายหลังสงครามโลกคร้ังที่ 2 สิ้นสุดลง ผู้น�ำประเทศยุโรปได้มีแนวคิดว่าสันติภาพท่ีถาวรจะเกิดขึ้นได้
หากนำ� ประเทศคขู่ ดั แยง้ สำ� คญั ในยโุ รป ไดแ้ ก่ เยอรมนแี ละฝรง่ั เศส มารว่ มมอื กนั ทงั้ ในทางเศรษฐกจิ และการเมอื ง ดงั นน้ั เมอื่ ปี 2493
นายโรแบรต์ ชูมอง รมว.กต.ฝร่ังเศส (ขณะน้ัน) ได้เสนอแผนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศในยุโรป
โดยริเรม่ิ จากความรว่ มมอื ดา้ นถ่านหินและเหลก็ นำ� ไปส่กู ารจัดต้งั ประชาคมถา่ นหนิ และเหล็กกล้ายโุ รป (European Coal and
Steel Community-ECSC) ขึ้นเมื่อปี 2494 และขยายไปสู่ความร่วมมือด้านอื่น โดยเฉพาะอย่างย่ิงเศรษฐกิจและพลังงาน
เมอื่ ปี 2500 มกี ารจดั ตง้ั ประชาคมเศรษฐกจิ ยโุ รป (European Economic Community-EEC) และประชาคมพลงั งานปรมาณยู โุ รป
(European Atomic Energy Community-Euratom) ข้ึนภายใต้สนธิสญั ญาโรมและการจดั ต้งั ตลาดร่วม ตอ่ มา องค์กรบรหิ าร
ของทง้ั สามประชาคมรวมเขา้ ดว้ ยกนั อยา่ งเปน็ ทางการเมอ่ื ปี 2510 และพฒั นาไปเปน็ ประชาคมยโุ รป (European Community-EC)

783 ข้อมูลพ้ืนฐานของตา่ งประเทศ 2562

การลงนามในสนธิสัญญามาสทริชต์เมื่อ 7 ก.พ.2535 เป็นการบูรณาการความร่วมมือด้านนโยบายการป้องกัน
และการต่างประเทศ กจิ การภายใน และงานยตุ ธิ รรม การจดั ตั้งสหภาพทางเศรษฐกจิ และการเงินยุโรป การใช้เงินสกุลเดยี วกัน
(เงินยูโร) น�ำไปสู่การจัดต้ังสหภาพยุโรป (European Union-EU) และสมาชิกก็มีจ�ำนวนเพิ่มขึ้นตามล�ำดับจนปัจจุบัน
EU มสี มาชิกรวม 28 ประเทศ การขยายสมาชกิ น�ำไปสคู่ วามพยายามปรบั โครงสรา้ งการบรหิ ารภายในของ EU เพอ่ื ให้รองรับ
จ�ำนวนสมาชิกท่ีเพ่ิมขึ้น และเป็นหลักประกันว่าการขยายสมาชิกจะไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการบริหารงานของ EU
จงึ มีการจดั ท�ำสนธสิ ญั ญานซี (Treaty of Nice) ซ่งึ มผี ลบังคับใชเ้ มอื่ ปี 2546 และในปเี ดียวกัน EU ได้พยายามจัดท�ำสนธิสญั ญา
ว่าดว้ ยธรรมนญู ยโุ รป (Treaty establishing a Constitution for Europe) เนอ้ื หาเนน้ การปรับโครงสร้างกระบวนการตดั สนิ ใจ
และการจดั การของ EU ให้มีลักษณะเปน็ สถาบันและมีความเป็นประชาธปิ ไตยมากขึ้น ท่สี ำ� คัญ คือ การมีตำ� แหนง่ ประธาน EU
ทม่ี ีวาระแน่นอน (ไม่ใชม่ าจากการหมนุ เวยี นในกลมุ่ สมาชิก) การมีตำ� แหน่งที่เป็นเสมือน รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ของ EU
อย่างไรก็ตาม ฝร่ังเศสและเนเธอร์แลนด์ต่างจัดการลงประชามติเมื่อปี 2548 ไม่ยอมรับร่างสนธิสัญญาว่าด้วยธรรมนูญยุโรป
สง่ ผลให้ EU ต้องทบทวนและปรบั ปรุงเนอ้ื หาตา่ ง ๆ ของรา่ งสนธิสญั ญาว่าดว้ ยธรรมนญู ยุโรป โดยเน้นการมีส่วนรว่ มของประเทศ
สมาชิกมากขึ้น และปรบั ถอ้ ยคำ� บางประเดน็ ทก่ี ระทบตอ่ ความเปน็ รฐั ชาตแิ ละอธปิ ไตยของประเทศสมาชกิ ดงั นนั้ จงึ ปรบั เปลย่ี นชอ่ื
เปน็ สนธสิ ญั ญาปฏริ ปู (Reform Treaty) หรอื สนธิสญั ญาลสิ บอน (Treaty of Lisbon) ซึ่งมีผลบังคบั ใช้เม่ือ 1 ธ.ค.2552

วันชาตขิ อง EU 9 พ.ค. ถอื เปน็ Europe Day ซ่ึงเปน็ วนั หยุดแหง่ ชาตขิ องประเทศใน EU เน่อื งจาก 9 พ.ค.2493 เปน็ วันท่ี
นายชมู องเสนอแผนการจัดตง้ั ECSC ซึ่งถือเป็นจดุ เรม่ิ ตน้ ของการจัดตัง้ EU ในปจั จุบนั
กลไกความร่วมมือ EU เป็นองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศระดับรัฐบาล (intergovernmental organisation)
ผสมผสานกบั การเป็นองค์การเหนอื รฐั (supranational organisation) กฎหมายสงู สุดหรือรัฐธรรมนญู ของ EU มีลกั ษณะเปน็
สนธิสัญญาที่ใช้ในการจัดตั้งประชาคมยุโรปต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น สนธิสัญญาปารีสปี 2493 ท่ีรองรับการจัดตั้ง ECSC
สนธิสัญญาโรมปี 2500 ท่ีรองรับการจัดตั้ง Euratom กฎหมายยุโรปตลาดเดียว (The Single European Act) ปี 2529
สนธสิ ัญญาสหภาพยุโรปหรอื สนธสิ ัญญามาสทริชตป์ ี 2535 สนธสิ ัญญานีซปี 2546 สนธิสญั ญาลิสบอนปี 2552
องคก์ รบริหารของ EU ประกอบด้วย
1) คณะมนตรยี ุโรป (European Council) หรอื ทีป่ ระชุมสุดยอด EU ประกอบด้วย ผู้นำ� รัฐหรอื ผ้นู �ำรฐั บาลและ
ประธานคณะกรรมาธิการยโุ รป มาร่วมประชมุ หารอื กันอยา่ งนอ้ ย 4 ครงั้ ต่อปี เพอ่ื ผลักดนั นโยบายการพัฒนา EU และก�ำหนด
แนวนโยบายท่ัวไป ทงั้ นี้ นาย Herman VAN ROMPUY นรม.เบลเยยี ม ไดร้ บั การแตง่ ตั้งใหเ้ ปน็ ประธานคณะมนตรยี ุโรปคนแรก
ตงั้ แต่ พ.ย.2552 โดยดำ� รงตำ� แหน่งติดตอ่ กัน 2 วาระ (วาระละ 2 ปี 6 เดือน) คือ วาระที่ 1 ระหว่าง 19 ธ.ค.2552-31 พ.ค.2555
และวาระท่ี 2 ระหวา่ ง 1 ม.ิ ย.2555-30 พ.ย.2557 สว่ นประธานคณะมนตรยี โุ รปคนปจั จบุ นั คอื นาย Donald Tusk อดตี นรม.โปแลนด์
ดำ� รงตำ� แหนง่ ตดิ ตอ่ กนั 2 วาระ คอื วาระท่ี 1 ระหวา่ ง 1 ธ.ค.2557-31 พ.ค.2560 และวาระที่ 2 ระหวา่ ง 1 ม.ิ ย.2560-30 พ.ย.2562
หน้าทห่ี ลกั ของประธานคณะมนตรียโุ รป คอื เปน็ ประธานการประชมุ สุดยอด EU กำ� หนดแนวนโยบาย และการจัดองค์กร EU
ใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งต่อเนอ่ื ง
2) คณะมนตรแี ห่งสหภาพยุโรป (Council of the European Union) หรอื ท่ปี ระชุมระดบั รัฐมนตรขี อง EU
ประกอบด้วย รมต.ของประเทศสมาชกิ (แยกเปน็ ภารกจิ และต�ำแหนง่ รมต.ด้านต่าง ๆ) เป็นกลไกหลักท่จี ัดประชมุ เป็นประจ�ำ
ประธานการประชมุ คือ รมต.ของประเทศทีเ่ ปน็ ประธาน EU (หมนุ เวียนประเทศละ 6 เดือน)
3) คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ปจั จุบนั นาย Jean-Claude Junker ดำ� รงตำ� แหน่ง

ข้อมูลพ้ืนฐานของต่างประเทศ 2562 784

ประธานคณะกรรมาธกิ ารยโุ รป วาระการดำ� รงตำ� แหนง่ คราวละ 5 ปี คณะกรรมาธกิ ารยโุ รปชดุ ปจั จบุ นั ดำ� รงตำ� แหนง่ ตง้ั แต่ 1 พ.ย.2557-
31 ต.ค.2562 สมาชกิ ประกอบดว้ ยกรรมาธกิ ารรบั ผดิ ชอบดา้ นตา่ ง ๆ 28 คน ทมี่ าจากประเทศสมาชกิ 28 ประเทศ โดยกรรมาธกิ ารยโุ รป
แต่ละคนท�ำงานอย่างเป็นอิสระจากรัฐบาลของประเทศสมาชิก หน้าท่ีรับผิดชอบหลักของคณะกรรมาธิการยุโรป คือ การเป็น
ผรู้ บั ผดิ ชอบงานประจำ� สว่ นใหญข่ อง EU และสง่ เสรมิ ผลประโยชนโ์ ดยทว่ั ไปของ EU ไดแ้ ก่ รเิ รม่ิ รา่ งกฎหมายและสง่ ผา่ นรา่ งกฎหมาย
ไปยังสภายุโรปและคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป การใช้และปฏิบัติตามกฎหมายงบประมาณและนโยบายตามมติของสภายุโรป
และคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป และเป็นเสมือนผู้พิทักษ์รักษาสนธิสัญญาต่าง ๆ ของ EU รวมถึงเป็นตัวแทนของ EU
ในเวทกี ารเมอื งระหวา่ งประเทศ และทำ� หนา้ ทใี่ นการเจรจาตอ่ รองขอ้ ตกลงระหวา่ งประเทศ โดยสว่ นใหญจ่ ะเปน็ การเจรจาในเรอื่ ง
การคา้ และการร่วมมือระหวา่ งกนั
อนึ่ง ต�ำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการยุโรปมาจากการเสนอชื่อของสมาชิก EU โดยให้รัฐสภายุโรปรับรอง
หลังจากนน้ั ประธานคณะกรรมาธกิ ารยุโรปเสนอรายชือ่ กรรมาธิการยุโรป 28 คนเพอ่ื ใหร้ ัฐสภายุโรปรับรอง
ผแู้ ทนของ EU ดา้ นการตา่ งประเทศ : เปน็ ตำ� แหนง่ ทก่ี ำ� หนดขน้ึ ใหมต่ ามสนธสิ ญั ญาลสิ บอน โดยผนู้ ำ� EU ไดแ้ ตง่ ตงั้
นาง Federica Mogherini (ชาวอติ าล)ี เปน็ ผแู้ ทนระดบั สงู ดา้ นการตา่ งประเทศและความมนั่ คงของ EU วาระดำ� รงตำ� แหนง่ 5 ปี
ตง้ั แต่ 1 พ.ย.2558–31 ต.ค.2562 ทำ� หนา้ ทเี่ สมอื น รมว.กต.ของ EU และเปน็ หวั หนา้ บรหิ ารสำ� นกั งานกจิ การตา่ งประเทศของยโุ รป
(European External Action Service-EEAS) ซ่งึ ต้ังเมอ่ื 1 ธ.ค.2553 มีบุคลากรประมาณ 2,600 คน
องค์กรนิตบิ ญั ญตั ขิ อง EU มี 2 องค์กร คือ
1) คณะมนตรแี หง่ สหภาพยโุ รป (the Council of the European Union หรอื EU council) เปน็ องคก์ รทถี่ อื วา่ เปน็
ตวั แทนของประเทศสมาชกิ โดยทำ� หนา้ ทท่ี ง้ั ในดา้ นนติ บิ ญั ญตั แิ ละมอี ำ� นาจในการบรหิ าร ประกอบดว้ ย รมต.จาก 28 ประเทศสมาชกิ
มีคะแนนเสียงทั้งสิ้น 352 เสียง (แต่ละประเทศจะมีคะแนนเสียงไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับจ�ำนวนประชากรในประเทศ) ประธาน
คณะมนตรแี หง่ สหภาพยโุ รปจะเปน็ แบบหมนุ เวยี นระหวา่ งประเทศสมาชกิ วาระละ 6 เดอื น โรมาเนยี จะรบั หนา้ ทเ่ี ปน็ ประธาน EU
ในห้วง 1 ม.ค.-30 มิ.ย.2562 และฟินแลนด์จะรับช่วงต่อไปในห้วง 1 ก.ค.-31 ธ.ค.2562 หน้าที่หลักของคณะมนตรี
แหง่ สหภาพยโุ รป คอื ทำ� งานรว่ มกบั รฐั สภายโุ รปในการบญั ญตั กิ ฎหมาย ประสานแนวนโยบายดา้ นเศรษฐกจิ ของประเทศสมาชกิ
บรรลคุ วามตกลงระหวา่ งประเทศท่ีส�ำคัญ ๆ ระหว่าง EU กบั ประเทศหรือองคก์ รระหวา่ งประเทศ ใชอ้ ำ� นาจรว่ มกับรัฐสภายุโรป
ในการอนุมัติงบประมาณของ EU พัฒนานโยบายร่วมด้านการต่างประเทศและความมั่นคง โดยต้ังแต่ปี 2557 เป็นต้นมา
การลงมติของคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปใช้ระบบ “Double Majority” หรือการนบั คะแนนเสยี งขา้ งมากจาก 2 เกณฑ์ คอื
เสยี งขา้ งมากในแงข่ องจำ� นวนประเทศสมาชกิ คอื มปี ระเทศสมาชกิ อยา่ งนอ้ ย 15 ประเทศ สนบั สนนุ และในแง่ของจ�ำนวนประชากร
ใน EU โดยในประเทศ (อย่างน้อย 15 ประเทศ) ทส่ี นบั สนุนต้องมีประชากรรวมกนั แลว้ ไมน่ อ้ ยกวา่ 65% ของจำ� นวนประชากร
ทงั้ หมดใน EU ดว้ ย สว่ นประเดน็ ทอี่ อ่ นไหว เชน่ กจิ การตา่ งประเทศ ความมนั่ คง การเกบ็ ภาษี ใชก้ ารลงคะแนนเสยี งแบบเอกฉนั ท์
2) รฐั สภายโุ รป (European Parliament) ประกอบดว้ ยผแู้ ทนท่มี าจากการเลอื กต้งั โดยตรงในประเทศสมาชิก
โดยจำ� นวนสมาชกิ รัฐสภายโุ รปจากแตล่ ะประเทศจะไมเ่ ท่ากนั ขนึ้ อยกู่ บั จำ� นวนประชากรของประเทศนน้ั ๆ ปัจจบุ นั รฐั สภายุโรป
มีจ�ำนวนสมาชิก 751 คนจาก 28 ประเทศ สมาชิกวาระ 5 ปี การปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภายุโรปจะไม่ยึดหลักสัญชาติ
หรือประเทศ แต่จะท�ำงานโดยแบ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวคิดทางการเมืองแบบเดียวกัน เช่น กลุ่มอนุรักษ์นิยม กลุ่มสังคมนิยม
กลุม่ พิทกั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม หนา้ ทห่ี ลักของรัฐสภายโุ รป คอื ตรวจสอบและบัญญตั กิ ฎหมายของ EU โดยส่วนใหญจ่ ะใช้อ�ำนาจร่วมกบั
คณะมนตรีแห่งสหภาพยโุ รป อนุมัติงบประมาณของ EU ตรวจสอบการทำ� งานของสถาบันตา่ ง ๆ ใน EU ตามหลักประชาธิปไตย
รวมทง้ั จดั ต้ังคณะกรรมการเพือ่ ทำ� การไต่สวน ให้ความเหน็ ชอบขอ้ ตกลงระหวา่ งประเทศทีส่ ำ� คญั เชน่ การรับสมาชิกใหม่ และ
ความตกลงด้านการค้า หรอื การมคี วามสมั พนั ธ์ในเชงิ การรวมกลุม่ ระหวา่ ง EU กับประเทศท่สี าม

785 ขอ้ มูลพ้ืนฐานของตา่ งประเทศ 2562

องค์กรตลุ าการของ EU ได้แก่ ศาลสถติ ยตุ ิธรรมแห่งสหภาพยโุ รป (Court of Justice of the European Union) ประกอบดว้ ย
ผู้พิพากษา 28 คน (แตง่ ตัง้ จากประเทศสมาชกิ ประเทศละ 1 คน) มีวาระ 6 ปี และตลุ าการผแู้ ถลงคดี (Advocate General)
อกี 8 คน (วาระละ 6 ป)ี ทำ� หนา้ ทเ่ี สนอความเหน็ ในคดตี า่ ง ๆ กอ่ นนำ� คดขี นึ้ สศู่ าลผพู้ พิ ากษาแตล่ ะคนสามารถตอ่ อายไุ ดเ้ มอ่ื ครบวาระ
หากประเทศสมาชกิ ทแี่ ตง่ ตงั้ ผพู้ พิ ากษาคนดงั กลา่ วเหน็ ควร ศาลยตุ ธิ รรมแหง่ สหภาพยโุ รปมหี นา้ ทหี่ ลกั ในการตคี วามวนิ จิ ฉยั ขอ้ พพิ าท
ให้เป็นไปตามสนธิสัญญาต่าง ๆ ของ EU เพื่อให้กฎเกณฑ์ทางกฎหมายมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างประเทศสมาชิก
ศาลทว่ั ไป (General Court) ประกอบด้วยผพู้ พิ ากษาท่ีได้รับการแต่งตงั้ จากสมาชกิ 28 ประเทศ วาระ 6 ปี และคณะกรรมการ
พิจารณาคดขี องราชการ (Civil Service Tribunal) ประกอบดว้ ยผพู้ พิ ากษา 7 คนมาจากการแตง่ ตง้ั วาระ 3 ปี
เศรษฐกิจ ภาคการเกษตร ผลผลติ ทางการเกษตรทส่ี ำ� คญั คือ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ น�้ำมันพืช หัวผักกาดหวาน ไวน์ องุ่น
ผลติ ภณั ฑ์นม เน้ือวัว เน้อื แกะ เน้อื หมู เนือ้ ไก่ และปลา ภาคอุตสาหกรรม ผลผลติ ที่สำ� คญั คือ อตุ สาหกรรมทั้งทีม่ เี หลก็ เปน็ ส่วน
ประกอบและแบบปลอดเหล็ก ปิโตรเลียม ถ่านหิน ซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ เวชภัณฑ์ อุตสาหกรรมการบิน อุปกรณ์ด้านการขนส่ง
ทางรถไฟ อุปกรณด์ า้ นอตุ สาหกรรม อุปกรณด์ ้านพลังงานไฟฟ้าและการตอ่ เรอื อุปกรณก์ ารกอ่ สร้าง อปุ กรณอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์และ
โทรคมนาคม เฟอรน์ เิ จอร์ กระดาษ สิง่ ทอและการทอ่ งเทีย่ ว
สินคา้ ส่งออกท่ีส�ำคญั ไดแ้ ก่ เครื่องจกั ร ยานพาหนะ เวชภณั ฑ์ เคมีภณั ฑ์ เชอ้ื เพลงิ เคร่อื งบิน พลาสติก เหลก็ และ
เหลก็ กลา้ สิ่งทอ ผลติ ภณั ฑ์จากกระดาษ เคร่ืองดืม่ ทม่ี สี ่วนผสมของแอลกอฮอล์และเฟอร์นเิ จอร์
สนิ ค้านำ� เขา้ ทีส่ �ำคัญ ไดแ้ ก่ เชื้อเพลงิ และนำ�้ มนั ดิบ เครื่องจักร ยานพาหนะ เวชภัณฑ์ เคมภี ณั ฑ์ แร่อญั มณี สิ่งทอ
เคร่อื งบนิ พลาสตกิ เหลก็ และเรือ
ในระดับความร่วมมือภายใน EU ยกเลิกอุปสรรคทางการค้าใช้เงินตราสกุลเดียวกัน และมุ่งสู่การมีมาตรฐาน
การครองชพี ทด่ี รี ว่ มกนั ในระดบั ระหวา่ งประเทศ EU มจี ดุ มงุ่ หมายทจี่ ะเพมิ่ พนู บทบาททางการคา้ การเมอื งและเศรษฐกจิ ของตน
อยา่ งไรกต็ าม การทป่ี ระเทศสมาชกิ ยงั มคี วามแตกตา่ งกนั ในดชั นชี ว้ี ดั ทางเศรษฐกจิ ตา่ ง ๆ อาทิ รายไดเ้ ฉลยี่ ตอ่ หวั (มคี วามหลากหลาย
ตั้งแต่ 7,000-78,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี) ประกอบกับวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรป ส่งผลให้ยังต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัว
เพื่อเข้าร่วมกลุ่มประเทศใช้เงินยูโร (eurozone) ประเทศสมาชิกบางส่วนของ EU จึงยังไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มประเทศใช้เงินยูโร
ขณะท่ีสหราชอาณาจักรและเดนมาร์กใช้สิทธิ์ขอยกเว้น (opt-outs) การเข้าร่วมกลุ่มประเทศใช้เงินยูโร สาเหตุส�ำคัญมาจาก
การท่ีประชาชนในประเทศคัดค้านการเข้าร่วม ประกอบกับการมีสภาพเศรษฐกิจท่ีเข้มแข็งอยู่แล้ว แม้จะอยู่ภายนอกกลุ่ม
จงึ ไมเ่ ห็นความจ�ำเป็นทจ่ี ะเขา้ รว่ ม ปัจจุบัน กลุม่ ยโู รโซนมสี มาชิกเพยี ง 19 ประเทศจากประเทศสมาชกิ EU 28 ประเทศ ได้แก่
ออสเตรยี เบลเยยี ม ไซปรัส เอสโตเนยี ฟินแลนด์ ฝรัง่ เศส เยอรมนี กรซี ไอรแ์ ลนด์ อิตาลี ลกั เซมเบิรก์ มอลตา เนเธอร์แลนด์
โปรตเุ กส สโลวะเกยี สโลวเี นยี สเปน ลัตเวีย และลิทวั เนีย
สกลุ เงนิ : ยูโร (Euro) อตั ราแลกเปลยี่ น 1.16 ดอลลาร์สหรฐั : 1 ยูโร และ 38.43 บาท : 1 ยูโร (17 ก.ย.2561)
ดชั นเี ศรษฐกจิ สำ� คญั (ปี 2561)
ผลิตภัณฑม์ วลรวมประชาชาติ (GDP) : 17.278 ลา้ นล้านดอลลาร์สหรฐั (ธนาคารโลก)
อัตราการเตบิ โตทางเศรษฐกิจ: 2.4%
รายได้เฉล่ยี ตอ่ หวั ต่อปี : 33,715 ดอลลาร์สหรฐั
แรงงาน : 248.38 ล้านคน
อตั ราการวา่ งงาน : 7.7%
อัตราเงนิ เฟ้อ : 1.7%

ขอ้ มูลพื้นฐานของตา่ งประเทศ 2562 786

การทหาร ความรว่ มมือดา้ นการทหารในกรอบ EU เป็นไปตามความสมัครใจ องค์กรด้านการทหารของ EU ทส่ี ำ� คญั คือ
Eurocorps เป็น กกล.รว่ มของชาติสมาชกิ EU จดั ตั้งข้ึนเม่อื ปี 2535 โดยฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยียม สเปน และลกั เซมเบิร์ก
ซง่ึ ได้ระดม กกล.ทหารและต�ำรวจ ปฏิบตั ภิ ารกจิ รักษาสนั ตภิ าพ ที่สำ� คญั เช่น ท่ีบอสเนีย-เฮอร์เซโกวนี า มาซิโดเนีย สาธารณรัฐ
ประชาธิปไตยคองโก และเคยเข้าร่วมในภารกิจของ ISAF ในอัฟกานิสถานเมื่อ ส.ค.2547 ทั้งน้ี การจัดต้ัง กกล.Eurocorps
เปน็ ไปเพอ่ื ตอบสนองตอ่ วกิ ฤตกิ ารณร์ ะหวา่ งประเทศ โดยยดึ หลกั การระดม กกล.และการสบั เปลย่ี นหมนุ เวยี นของประเทศสมาชกิ
โดยมเี จา้ หนา้ ทป่ี ระจ�ำการอยูท่ ี่ส�ำนักงานใหญใ่ นเมืองสตราสบรู ์ก ฝร่ังเศส ประมาณ 1,000 นาย
สมาชกิ องค์การระหว่างประเทศท่สี �ำคญั Australian Group, BIS, CBSS, CERN, EBRD, FAO, FATF, G-8, G-10, G-20, IDA,
IEA, WTO, OECD มีสถานะเป็นคู่เจรจาในกรอบ ASEAN Regional Forum (ARF) และอาเซียน และมีสถานะเปน็ ผ้สู งั เกตการณ์
ใน UN, ในกลุม่ SAARC (South Asian Association for Regional Cooperation), NSG, OAS, UNRWA
สถานการณ์สำ� คัญท่นี า่ ตดิ ตาม
1) การแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) ซ่ึงตั้งเป้าไว้ว่าจะเกิดขึ้นใน 29 มี.ค.2562
สงิ่ สำ� คัญที่ตอ้ งติดตามคอื ขอ้ ตกลง Brexit ในดา้ นตา่ ง ๆ ระหวา่ ง EU กบั สหราชอาณาจักร โดยเฉพาะในประเดน็ ดา้ นการค้า
สิทธิพลเมอื ง และการจัดการพน้ื ท่ชี ายแดนระหวา่ งไอร์แลนด์กบั ไอร์แลนดเ์ หนือ
2) การขยายสมาชกิ ของ EU ไปยงั ประเทศในภมู ภิ าคบอลขา่ นตะวนั ตก ทส่ี ำ� คญั คอื การรอ้ื ฟน้ื การเจรจาเพอื่ แกไ้ ข
ปญั หาความสัมพนั ธ์ระหว่างประเทศตา่ ง ๆ ในภมู ิภาค อาทิ กรณีเซอรเ์ บยี กับคอซอวอ และการเจรจาเพ่อื แบง่ แยกเขตแดนใหม่
ตามหลกั เช้อื ชาติ ซึง่ เปน็ ประเด็นอ่อนไหวทอี่ าจกลายเป็นความขดั แยง้ รอบใหมแ่ ละทำ� ลายเสถียรภาพในภูมภิ าคบอลขา่ น
3) การเลือกต้ังสมาชิกรัฐสภายุโรปในห้วง พ.ค.2562 ซ่ึงจะเป็นตัวบ่งชี้ทิศทางการเมืองและความเป็นเอกภาพ
ของ EU คร้ังแรกหลังจาก Brexit และจะมีการเปล่ียนแปลงสมาชิกทั้งหมด 751 ที่น่ัง ซึ่งส่ิงที่ต้องติดตามคือ การเติบโตของ
กลมุ่ การเมอื งที่มีแนวคิดเคลือบแคลงสงสัยตอ่ พัฒนาการเป็นกลมุ่ EU (Eurosceptics)
4) EU มีแนวโน้มประสบปัญหาเก่ียวกับการจัดการปัญหาผู้อพยพ แม้สถานการณ์จะมีสัญญาณผอ่ นคลายลง
จากการทผ่ี อู้ พยพจากตะวนั ออกกลางและแอฟรกิ าเหนอื เดนิ ทางเขา้ สยู่ โุ รปในระยะหลงั ลดลงอยา่ งชดั เจน เมอื่ เทยี บกบั ระยะวิกฤติ
เม่อื หว้ งปี 2558-2560 โดยองค์การเพอื่ การโยกย้ายถนิ่ ฐานระหว่างประเทศ (The International Organization for Migration
-IOM) ระบวุ า่ ตัง้ แตต่ ้นปี 2561 มีผูอ้ พยพเข้ามายงั ยุโรป 56,000 คน เทยี บกับเมอ่ื ปี 2558 ท่ีมจี �ำนวนมากกวา่ 1,000,000 คน
และ EU บรรลุข้อตกลงส�ำคญั ในการจดั ตง้ั ศนู ยด์ �ำเนนิ การผลู้ ภี้ ัยในพ้นื ท่ีประเทศสมาชิก EU การเพิม่ การควบคุมแนวพรมแดน
การเพิ่มเงินอุดหนุนแก่ตุรกีและแอฟริกาเหนือเพื่อด�ำเนินการเรื่องผู้อพยพ และข้อเสนอแผนปฏิรูปนโยบายผู้อพยพของ EU
ภายใตก้ รอบ Dublin regulation ทก่ี ำ� หนดใหป้ ระเทศดา่ นหนา้ ทผี่ อู้ พยพเดนิ ทางถงึ เปน็ ประเทศแรกตอ้ งรบั ผอู้ พยพไว้ อยา่ งไรกต็ าม
การขยายอทิ ธพิ ลของกระแสการเมอื งขวาจดั ในหลายประเทศของยโุ รปอาจเปน็ ขอ้ จำ� กดั หนง่ึ ตอ่ ความรว่ มมอื ของยโุ รปดา้ นนโยบาย
ผู้อพยพ ที่อาจน�ำไปสู่การผลักดันนโยบายท่ีเน้นผลประโยชน์ของคนในชาติเป็นส�ำคัญ (populism) และนโยบายท่ีไม่ยอม
ถกู ควบคุมหรอื ครอบงำ� จาก EU
5) ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง EU กับชาตสิ มาชิก EU ในภมู ิภาคยุโรปตะวันออก ซึง่ มแี นวโน้มจะขดั แย้งกันมากขน้ึ
ในประเดน็ การปฎิบตั ิตามกฎระเบียบและคา่ นิยมของ EU อาทิ โปแลนด์ ฮงั การี โรมาเนยี ซง่ึ อาจผลักดันให้ EU มมี ติลงโทษ
และอาจท�ำให้ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสมาชิก EU จากยโุ รปตะวนั ตกและยโุ รปตะวันออกตึงเครยี ด

787 ขอ้ มูลพน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562

ความสมั พันธ์ไทย–สหภาพยโุ รป
ไทยให้ความสำ� คัญกบั EU ในฐานะเป็นมหาอ�ำนาจทางเศรษฐกิจ และเป็นตลาดขนาดใหญ่ดว้ ยจ�ำนวนประชากร
มากกว่า 500 ลา้ นคน และเป็นภูมิภาคที่มอี �ำนาจซือ้ สูงทส่ี ดุ ในโลก EU มีบทบาทในการกำ� หนดทศิ ทางการคา้ ระหวา่ งประเทศ
โดยเป็นผู้น�ำด้านกฎระเบียบและนโยบายด้านการค้าและท่ีมิใช่การค้าที่ส�ำคัญของโลก EU ยอมรับว่า ไทยคือหุ้นส่วนที่ส�ำคัญ
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในมิติการเมืองและความม่ันคง โดยไทยมีบทบาทส�ำคัญในภูมิภาคมาโดยตลอด อีกท้ัง
ยังเป็นตัวกลางส�ำคัญในการเชื่อมโยง EU กับประเทศอาเซียนอ่ืน ๆ ท้ังในกรอบอาเซียน-สหภาพยุโรป (ASEAN-EU) และ
ในกรอบ ARF (ASEAN Regional Forum)
ยุทธศาสตรไ์ ทยต่อ EU คือ การเนน้ ว่าไทยยึดมนั่ ในคณุ ค่าประชาธิปไตยเช่นเดยี วกับ EU เพอื่ ให้ EU เชือ่ มน่ั และ
เห็นไทยเปน็ หุ้นสว่ นหลกั ในภูมภิ าค เพอื่ ผลประโยชน์ของไทยในการขยายการคา้ การลงทนุ การท่องเทยี่ ว การรับเทคโนโลยแี ละ
นวัตกรรมจาก EU เพอ่ื ยกระดบั มาตรฐานสินค้าและบรกิ ารของไทย และส่งเสริมขดี ความสามารถในการแขง่ ขันของไทย ซ่งึ ไทย
ควรพฒั นาศักยภาพตนเองเพอื่ การเป็นหุ้นสว่ นทีท่ ดั เทียมกบั ยโุ รปในระยะยาว
ดา้ นการเมอื ง ไทยและประชาคมยุโรปออกแถลงการณร์ ว่ มเมื่อ 22 พ.ย.2521 เกย่ี วกับการจดั ต้ังคณะผแู้ ทนของ
สำ� นกั งานคณะกรรมาธกิ ารประชาคมยโุ รปประจำ� กรงุ เทพฯ ตอ่ มาเมอ่ื 19 ม.ี ค.2552 ไทยออก พ.ร.บ.คมุ้ ครองการดำ� เนนิ งานของ
ประชาคมยโุ รปและสำ� นกั งานคณะกรรมาธิการประชาคมยโุ รปในประเทศไทย นอกจากน้ี เมือ่ มี.ค.2556 ไทยและ EU ได้เร่ิม
การเจรจาจัดท�ำกรอบความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือ (Partnership Cooperation Agreement-PCA)
ที่ครอบคลุมความร่วมมอื ในทกุ มิติ ซึ่งหยุดชะงกั ไปหลังจากการเปล่ยี นแปลงทางการเมอื งไทยเม่ือห้วง พ.ค.2557 อยา่ งไรก็ตาม
EU หนั กลบั มารอ้ื ฟน้ื ความสมั พนั ธท์ างการเมอื งกบั ไทยในทกุ ระดบั เมอ่ื หว้ ง ธ.ค.60 เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ชอ่ งทางปรกึ ษาหารอื และเจรจาใน
ประเด็นการเมือง ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนเพื่อเตรียมความพร้อมส�ำหรับการรอื้ ฟน้ื การเจรจาการคา้ เสรี (FTA) กบั ไทย
และลงนามความตกลงว่าด้วยการเป็นห้นุ สว่ นและความร่วมมือ (PCA) กบั รัฐบาลชดุ ใหม่ หลงั จากการเลือกต้ังท่ัวไปในปี 2562
ดา้ นเศรษฐกจิ ปี 2560 การคา้ ไทย–EU มมี ลู คา่ 1,510,685.69 ลา้ นบาท โดยไทยสง่ ออกไป EU มลู คา่ 806,662.56 ลา้ นบาท
และไทยนำ� เข้าจาก EU มูลค่า 704,023.13 ล้านบาท ไทยไดด้ ุลการค้า 101,468.21 ลา้ นบาท
ดา้ นการลงทนุ เมอ่ื ปี 2560 EU มโี ครงการลงทนุ ของในไทยทไ่ี ดร้ บั อนมุ ตั จิ ากสำ� นกั งานคณะกรรมการสง่ เสรมิ การลงทนุ
(BOI) จำ� นวน 150 โครงการ มูลคา่ 42,276 ล้านบาท

--------------------------------

ขอ้ มลู พ้ืนฐานของต่างประเทศ 2562 788

นาย Donald Tusk

ต�ำแหนง่ ประธานคณะมนตรยี ุโรป

เกดิ 22 เม.ย.2500 (อายุ 62 ป/ี ปี 2562) ท่เี มอื ง Gdansk ในโปแลนด์

ศาสนา คริสต์นกิ ายโรมันคาทอลกิ

การศกึ ษา ปี 2519 จบการศกึ ษาจาก MikolajKopernik (Nicolaus Copernicus) High School ในเมอื ง Gdansk
ปี 2523 จบการศกึ ษาสาขาประวัตศิ าสตรจ์ าก University of Gdansk โดยระหวา่ งศึกษามบี ทบาท
เป็นผ้นู ำ� นกั ศกึ ษาท่ีตอ่ ตา้ นคอมมิวนสิ ต์

สัญชาติ โปแลนด์

สถานภาพทางครอบครวั สมรสกบั Malgorzata มบี ตุ รชาย 1 คน ชอื่ Michal (เกดิ เมอื่ ปี 2525) และบตุ รสาว 1 คน ชอื่ Katarzyna
(เกิดเม่ือปี 2530)

ประวัตทิ างการเมือง
ปี 2523 เขา้ รว่ มขบวนการ Solidarity Movement ในเมอื ง Gdansk และไดก้ ลายเปน็ หนง่ึ ในกลมุ่ ปญั ญาชน
รนุ่ เยาวท์ ีโ่ ดดเด่นของขบวนการ
ปี 2532 ร่วมกอ่ ตง้ั พรรค Liberal Democratic Congress (KLD) ซง่ึ เนน้ แนวคิดตลาดเสรี
ปี 2534 เข้าเป็นสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรในนามพรรค KLD
ปี 2537 พรรค KLD ประสบปญั หาคะแนนนิยมนอ้ ยลงจึงรวมตัวกบั พรรค Democratic Union กลายเปน็
พรรคใหม่ชื่อ Freedom Union (UW)
ปี 2540 ไดร้ ับเลือกตั้งเป็นสมาชกิ วฒุ ิสภา
ปี 2544 ก่อตั้งพรรคการเมืองชอื่ พรรค Civic Platform (PO) มีแนวคดิ กลางขวาเน้นการตลาด
ปี 2548 พรรค PO ไดค้ ะแนนอนั ดบั 2 รองจากพรรค Law and Justice (PiS) ในการเลอื กตง้ั ทว่ั ไปในปดี งั กลา่ ว
ปี 2550 รฐั บาลพรรค PiS ตอ้ งประกาศจดั เลอื กตงั้ ใหมก่ อ่ นกำ� หนดโดยครง้ั นพ้ี รรค PO ไดร้ บั คะแนนเสยี ง 40%
จึงร่วมกบั พรรค Peasant’s Party (PSL) จดั ตงั้ รัฐบาลโดยนาย Tusk ด�ำรงตำ� แหน่ง นรม.
พ.ย.2550-ก.ย.2557 นรม.โปแลนดส์ มัยที่ 1 และ 2
1 ธ.ค.2557-31 พ.ค.2560 ประธานคณะมนตรยี ุโรป วาระท่ี 1
1 ม.ิ ย.2560-30 พ.ย.2562 ประธานคณะมนตรียโุ รป วาระท่ี 2

--------------------------------------

789 ข้อมลู พื้นฐานของตา่ งประเทศ 2562

คณะผ้บู ริหาร EU
ประธานคณะมนตรียุโรป Donald Tusk
ประธานรฐั สภายโุ รป Antonio Tajani
ประธานธนาคารกลางยโุ รป Mario Draghi

คณะกรรมาธิการยุโรป (ปี 2557–2562)
ประธานคณะกรรมาธกิ ารยโุ รป Jean-Claude Juncker
รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป คนท่ี 1 Frans Timmermans
ด้านการพัฒนากฎระเบยี บ โครงสร้างระหว่างรัฐ หลักนิตริ ัฐและหลักสิทธิขั้นพ้ืนฐาน
ผ้แู ทนระดบั สูงดา้ นนโยบายตา่ งประเทศและความมนั่ คง Federica Mogherini
และรองประธานคณะกรรมาธกิ ารยโุ รป
รองประธานคณะกรรมาธกิ ารยโุ รป ด้านสหภาพพลังงาน Maroš Šefčovič
รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป Jyrki Katainen
ดา้ นอาชีพ การเตบิ โต การลงทนุ และการแข่งขัน
รองประธานคณะกรรมาธิการยโุ รป ด้านตลาดร่วมดจิ ทิ ัล Andrus Ansip
รองประธานคณะกรรมาธิการยโุ รป Valdis Dombrovskis
ดา้ นเงนิ ยูโร การหารือภาคสงั คม เสถียรภาพการเงนิ และตลาดทนุ
กรรมาธกิ ารยโุ รปด้านงบประมาณและทรัพยากรมนษุ ย์ Günther H. Oettinger
กรรมาธิการยโุ รปด้านเศรษฐกิจดจิ ทิ ลั และสังคม Mariya Gabriel
กรรมาธิการยุโรปดา้ นนโยบายเพ่อื นบ้านในยโุ รป Johannes Hahn
และการขยายสมาชกิ
กรรมาธกิ ารยุโรปด้านการค้า Cecilia Malmstrom
กรรมาธกิ ารยโุ รปด้านความร่วมมอื ระหว่างประเทศและการพฒั นา Neven Mimica
กรรมาธกิ ารยุโรปด้านการรับมอื กบั การเปลยี่ นแปลงทาง Miguel Arias Canete
สภาพภูมิอากาศและพลังงาน
กรรมาธิการยุโรปดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม กจิ การทะเล และประมง Karmenu Vella
กรรมาธกิ ารยโุ รปดา้ นสขุ ภาพและความปลอดภัยทางอาหาร Vytenis Andriukaitis
กรรมาธกิ ารยุโรปดา้ นการย้ายถิ่นฐานกิจการภายในประเทศและพลเมือง Dimitris Avramopoulos
กรรมาธกิ ารยุโรปด้านการจา้ งงานกจิ การสังคม Marianne Thyssen
ทักษะแรงงาน และการเคล่อื นยา้ ยแรงงาน
กรรมาธิการยโุ รปด้านกจิ การเศรษฐกจิ และการเงนิ ภาษีและศุลกากร Pierre Moscovici
กรรมาธกิ ารยโุ รปด้านการช่วยเหลอื ทางมนษุ ยธรรม Christos Stylianides
และการจัดการวิกฤติ

ขอ้ มูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562 790 (ก.ย.2561)

กรรมาธกิ ารยโุ รปดา้ นการเกษตรและการพัฒนาท้องถิ่น Phil Hogan
กรรมาธิการยุโรปด้านความม่ันคงของสหภาพ Julian King
กรรมาธกิ ารยุโรปด้านการคมนาคม Violeta Bulc
กรรมาธกิ ารยโุ รปด้านตลาดภายในอุตสาหกรรม Elzbieta Bienkowska
ผู้ประกอบการและธุรกิจ SMEs
กรรมาธกิ ารยโุ รปดา้ นยตุ ธิ รรมผู้บรโิ ภคและ Vera Jourova
ความเทา่ เทียมทางเพศ
กรรมาธิการยโุ รปดา้ นการศกึ ษา วฒั นธรรมเยาวชนและกฬี า Tibor Navracsics
กรรมาธิการยุโรปดา้ นนโยบายภมู ภิ าค Corina Cretu
กรรมาธกิ ารยโุ รปดา้ นการแขง่ ขนั Margrethe Vestager
กรรมาธกิ ารยโุ รปด้านการวิจยั วทิ ยาศาสตร์ และนวตั กรรม Carlos Moedas

----------------------------

791 ข้อมูลพ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562

คณะท�ำงานเฉพาะกจิ เพือ่ ดำ� เนินมาตรการทางการเงนิ เกีย่ วกบั การฟอกเงิน (Financial Action Task Force-FATF)

เวบ็ ไซต ์ www.fatf-gafi.org

ท่ีตั้งส�ำนกั งาน ปารีส ฝรง่ั เศส

กอ่ ต้ังเมือ่ ก.ค.2532 ระหว่าง
การประชุมกล่มุ G7 ท่ปี ารสี ฝรัง่ เศส

จ�ำนวนสมาชิก 35 ประเทศและ 2 องคก์ ร (European Commission และ Gulf Co-operation Council) และยังมสี มาชกิ
สมทบ รวมถงึ ผสู้ งั เกตการณ์ ไดเ้ เก่ อนิ โดนเี ซยี อสิ ราเอล และซาอดุ อี าระเบยี อกี ทง้ั มผี สู้ งั เกตการณท์ เี่ ปน็ องคก์ รระหวา่ งประเทศสำ� คญั
อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารกลางยโุ รป และธนาคารโลก เปน็ ต้น

ประธาน นาย Marshall Billingslea ชาวอเมริกัน ดำ� รงตำ� แหนง่ วาระปี 2561-2562
รองประธาน นาย Xiangmin Liu ชาวจนี ดำ� รงตำ� เเหนง่ วาระปี 2561-2562
เลขาธิการบรหิ าร นาย David Lewis ชาวองั กฤษ ดำ� รงตำ� เเหน่งต้ังเเต่ พ.ย.2558

วตั ถปุ ระสงค ์ เป็นองคก์ รระหว่างประเทศภาครัฐ ทจ่ี ดั ท�ำนโยบาย (policy-making body) ในการวางมาตรฐานและส่งเสรมิ
การปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ เพ่ือต่อต้านการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และความเส่ียงอื่น ๆ
ทีจ่ ะกระทบตอ่ ระบบทางการเงนิ ระหว่างประเทศ

ภารกจิ ตรวจสอบความคบื หนา้ ของประเทศสมาชิกในการปฏบิ ัติตามมาตรการท่จี ำ� เปน็ ทบทวน ศึกษา วธิ ีการฟอกเงิน
และการสนบั สนนุ ทางการเงนิ แกก่ ารกอ่ การรา้ ย รวมทง้ั หาวธิ กี ารแกไ้ ขปญั หาดงั กลา่ ว โดยจะทำ� งานรว่ มกบั องคก์ รระหวา่ งประเทศ
เพอื่ ปกปอ้ งระบบการเงนิ ระหวา่ งประเทศ FATF มวี าระการทำ� งานทแี่ นช่ ดั ขนึ้ กบั ประเทศสมาชกิ โดยในการประชมุ ระดบั รฐั มนตรี
เมอื่ เม.ย.2555 ทป่ี ระชมุ ตกลงขยายระยะเวลาการปฏบิ ตั งิ านของ FATF ออกไปจนถงึ ปี 2563 นอกจากน้ี นบั ตง้ั เเตป่ ี 2559 FATF
ใหค้ วามสำ� คญั กับภาคการเงนิ ดิจิทัล โดยเมือ่ ปี 2560 จดั ประชุม FinTech and RegTech Forum อยา่ งต่อเนอ่ื งเเบบหมนุ เวยี น
กนั เปน็ เจา้ ภาพ ซง่ึ FinTech and RegTech ครง้ั ลา่ สดุ จดั ขน้ึ ทเี่ มอื งหางโจว จนี ระหวา่ ง 4-5 ก.ย.2561 พรอ้ มทงั้ เตรยี มออกนโยบาย
ตอ่ ต้านการฟอกเงนิ ส�ำหรับการค้าคริปโตเคอเรนซที ั่วโลก

FATF กบั ไทย
ไทยเข้าเป็นสมาชิก FATF ตั้งแต่ปี 2544 มีพันธกรณีท่ีต้องเข้ารับการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล
ด้านการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่ง FATF เคยพิจารณา
ถอดไทยออกจากบัญชีประเทศท่ีมีข้อบกพร่องเร่ืองการฟอกเงินอย่างเป็นทางการเมื่อ 21 มิ.ย.2556 หลังจากไทยถูกจัดอยู่ใน
บัญชีประเทศท่ีมีข้อบกพร่องเรื่องการฟอกเงินของ FATF เม่ือปี 2555 ท้ังนี้ เมื่อ ธ.ค.2557 FATF เผยเเพร่รายงาน Mutual
Evaluation of Thailand ซ่ึงน�ำเสนอความคืบหน้าของไทยในการจัดการกับปัญหาการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงิน
เเก่การกอ่ การรา้ ย

----------------------------------------

ข้อมลู พ้ืนฐานของตา่ งประเทศ 2562 792

คณะมนตรคี วามร่วมมอื แห่งรฐั อ่าวอาหรบั
(Gulf Cooperation Council-GCC)

เว็บไซต์ www.gcc-sg.org
ทีต่ ้งั ส�ำนกั งานใหญ ่ กรุงรยิ าด ซาอดุ ีอาระเบยี
เลขาธกิ าร พล.ท. (นอกราชการ) ดร.อับดุลละฏีฟ บิน รอชิด อัซซะยานี
(ชาวบาหเ์ รน)
ภารกจิ GCC หรอื ทร่ี จู้ กั ในอกี ชอื่ วา่ คณะมนตรคี วามรว่ มมอื เพอื่ รฐั อาหรบั ในภมู ภิ าคอา่ ว (Cooperation Council for the
Arab States of the Gulf-CCASG) เป็นองค์การความร่วมมือระดับอนุภูมิภาคในตะวันออกกลาง ซ่ึงประกอบด้วย รฐั รอบอา่ ว
อาหรบั 6 ประเทศ ไดแ้ ก่ สหรฐั อาหรบั เอมเิ รตส์ บาหเ์ รน ซาอดุ อี าระเบยี โอมาน กาตาร์ และคเู วต ก่อตัง้ ข้นึ ตามกฎบัตร GCC
ซึง่ ลงนามในท่ปี ระชมุ ระดบั ประมขุ ของรฐั รอบอา่ วอาหรบั ทง้ั 6 ทกี่ รงุ อาบดู าบี สหรฐั อาหรบั เอมเิ รตส์ เมอื่ 25 พ.ค.2524 กอ่ นจะ
มกี ารลงนามในความตกลงทางเศรษฐกจิ รว่ มกัน (Unified Economic Agreement) ทีก่ รงุ ริยาด ซาอุดีอาระเบยี เมอ่ื 11 พ.ย.
2524 และมีพัฒนาการความร่วมมือระหว่างกันมาโดยล�ำดับ เฉพาะอย่างย่ิงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ท้ังน้ี เยเมนซึ่งเป็น
อีกประเทศในอนภุ ูมิภาคนี้ แสดงความสนใจทจี่ ะเขา้ รว่ มเปน็ สมาชกิ ดว้ ยเชน่ กนั ขณะเดยี วกนั GCC มมี ตเิ มอ่ื พ.ค.2554 ตอบรบั คำ� ขอ
สมคั รเขา้ เปน็ สมาชกิ ใหมข่ องจอรแ์ ดนและโมรอ็ กโกโดยยงั อยรู่ ะหวา่ งการเจรจาเพอ่ื พจิ ารณาวา่ ประเทศทง้ั สองซง่ึ มที ต่ี ง้ั อยนู่ อกอนภุ มู ภิ าค
จะไดร้ บั สมาชกิ ภาพรูปแบบใด
มาตรา 4 ของกฎบัตร GCC ปี 2524 ระบวุ ตั ถปุ ระสงคก์ ารจัดตง้ั GCC ไวด้ ังนี้
- สง่ เสรมิ การประสานงาน การบรู ณาการ และการตดิ ตอ่ เชอื่ มโยงระหวา่ งรฐั สมาชกิ ในทกุ ๆ ดา้ นอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
เพ่ือสรา้ งเอกภาพในหมสู่ มาชิก
- เพือ่ กระชับความสัมพันธแ์ ละความรว่ มมือระหว่างประชาชนของรฐั สมาชิกในดา้ นตา่ ง ๆ
- เพอื่ จัดท�ำกฎระเบียบใหส้ อดคล้องกันในด้านเศรษฐกิจและการเงิน การค้า ศลุ กากร การส่ือสาร การศกึ ษา
และวฒั นธรรม
- สง่ เสรมิ การพฒั นาทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยดี า้ นอตุ สาหกรรม การทำ� เหมอื งแร่ การเกษตร การพฒั นา
ทรพั ยากรและปศสุ ตั ว์ การจดั ตง้ั บรษิ ทั รว่ มทนุ (joint ventures) และสง่ เสรมิ ความรว่ มมอื ของภาคเอกชน ซงึ่ จะกอ่ ใหเ้ กดิ ความกนิ ดี
อยู่ดีของประชาชนในรฐั สมาชกิ
สว่ นการจดั โครงสรา้ งองคก์ รตามมาตรา 6-16 ของกฎบตั ร GCC ไดก้ ำ� หนดใหอ้ งคก์ รหลกั ของ GCC ประกอบดว้ ย
หน่วยงานทส่ี ำ� คัญ 3 หน่วยงาน ได้แก่
1. คณะมนตรสี งู สดุ (Supreme Council) เปน็ หนว่ ยงานสงู สดุ ทที่ ำ� หนา้ ทก่ี ำ� หนดนโยบายในภาพรวมขององคก์ ร
คณะมนตรีนี้ประกอบด้วย ประมุขของรัฐสมาชิก ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นประธาน ตามล�ำดับอักษรของช่ือรัฐสมาชิก
เป็นภาษาอาหรับ ไดแ้ ก่ สหรัฐอาหรับเอมเิ รตส์ บาห์เรน ซาอุดอี าระเบีย โอมาน กาตาร์ และคูเวต โดยมีการจัดประชุมสดุ ยอด
สมยั สามญั เปน็ ประจำ� ทกุ ปี อยา่ งไรกด็ ี อาจมกี ารจดั การประชมุ วาระพเิ ศษได้ หากมกี ารรอ้ งขอจากรฐั สมาชกิ อยา่ งนอ้ ย 1 ประเทศ
และมรี ฐั สมาชกิ ใหก้ ารรบั รองคำ� รอ้ งอยา่ งนอ้ ย 1 ประเทศ สำ� หรบั องคป์ ระชมุ ของคณะมนตรสี งู สดุ ทจ่ี ะทำ� ใหม้ ตขิ องทป่ี ระชมุ มผี ล
บงั คับใชไ้ ดอ้ ยู่ท่ี 2 ใน 3 ของรฐั สมาชิก กลา่ วคือ ตอ้ งมปี ระมุขของรฐั สมาชกิ เขา้ ร่วมประชมุ อยา่ งน้อย 4 ประเทศ จากท้ังหมด
6 ประเทศในปจั จบุ นั โดยแตล่ ะประเทศมเี สยี งในการลงมตติ า่ ง ๆ ที่ 1 เสยี งเทา่ กนั สว่ นการออกขอ้ มตทิ ส่ี ำ� คญั จำ� เปน็ จะตอ้ งไดร้ บั
ฉันทามตจิ ากรัฐสมาชกิ ทอี่ ยใู่ นทป่ี ระชุม ส่วนการลงมตใิ นประเดน็ ทั่วไปใหใ้ ช้การลงคะแนนโดยอาศยั เสยี งข้างมาก

793 ขอ้ มลู พื้นฐานของต่างประเทศ 2562

ในการประชมุ สุดยอด GCC ครงั้ ท่ี 19 ทีก่ รงุ อาบดู าบี สหรฐั อาหรับเอมิเรตส์ เมอื่ ปี 2541 คณะมนตรีสงู สุดมมี ติ
เหน็ ควรใหจ้ ดั การประชมุ คณะกรรมาธกิ ารทปี่ รกึ ษา (Consultative Commission) คนั่ กลางระหวา่ งการประชมุ สดุ ยอด 2 ครง้ั
เปน็ ประจำ� ทกุ ปี โดยคณะกรรมาธกิ ารชดุ ดงั กลา่ ว ประกอบดว้ ย ผทู้ รงคณุ วฒุ ขิ องรฐั สมาชกิ 6 ประเทศ ประเทศละ 5 คน รวมทง้ั สนิ้
30 คน มีวาระการด�ำรงต�ำแหน่ง 3 ปี รับผิดชอบการศึกษาประเด็นต่าง ๆ ท่ีคณะมนตรีสูงสุดมอบหมายให้ นอกจากนี้ ยังมี
คณะกรรมาธกิ ารอกี คณะทอ่ี ยใู่ นกำ� กบั ของคณะมนตรสี งู สดุ คอื คณะกรรมาธกิ ารระงบั ขอ้ พพิ าท (Commission for the Settlement
of Disputes) ซึ่งจะจดั ต้ังขน้ึ ชวั่ คราว เพือ่ แกไ้ ขข้อพพิ าทตา่ ง ๆ เปน็ กรณีไป
2. คณะมนตรีรฐั มนตรี (Ministerial Council) ประกอบด้วย รมว.กระทรวงการต่างประเทศ หรอื รัฐมนตรอี น่ื ๆ
ทป่ี ฏบิ ตั หิ นา้ ทแ่ี ทน รมว.กระทรวงการตา่ งประเทศ ของชาตสิ มาชกิ โดยจดั การประชมุ ทกุ 3 เดอื น และอาจจดั ประชมุ วาระพเิ ศษได้
หากมกี ารรอ้ งขอจากรฐั สมาชกิ อยา่ งนอ้ ย 1 ประเทศ และมรี ฐั สมาชกิ ใหก้ ารรบั รองคำ� รอ้ งอยา่ งนอ้ ย 1 ประเทศ สว่ นผทู้ จ่ี ะดำ� รง
ตำ� แหนง่ ประธานคณะมนตรรี ฐั มนตรี คอื รมต.ของรฐั ทเ่ี ปน็ ประธานการประชมุ สดุ ยอดสมยั สามญั แตใ่ นกรณที ม่ี เี หตจุ ำ� เปน็ กอ็ าจ
ใหร้ ฐั มนตรจี ากประเทศทจ่ี ะเปน็ ประธานการประชมุ สดุ ยอดครงั้ ตอ่ ไปเปน็ ประธานคณะมนตรรี ฐั มนตรไี ดเ้ ชน่ กนั สำ� หรบั องคป์ ระชมุ
ของคณะมนตรรี ัฐมนตรีทีจ่ ะทำ� ให้มติท่ีประชุมมผี ลบงั คับใชไ้ ดอ้ ยทู่ ี่ 2 ใน 3 ของรัฐสมาชิกเชน่ เดยี วกบั กรณีของคณะมนตรสี งู สุด
นอกจากน้ี การลงมติของคณะมนตรีรัฐมนตรีก็ใช้หลักการเดียวกันกับการลงมติของคณะมนตรีสูงสุด ท้ังนี้ คณะมนตรีรัฐมนตรี
มหี นา้ ทจ่ี ดั ทำ� นโยบายและขอ้ เสนอแนะใหค้ ณะมนตรสี งู สดุ รบั รอง รวมทง้ั สง่ เสรมิ และประสานงานการดำ� เนนิ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ทมี่ อี ยู่
ในทกุ สาขา นอกจากน้ี ยงั มหี นา้ ทเี่ ตรยี มความพรอ้ มสำ� หรบั การจดั การประชมุ คณะมนตรสี งู สดุ และระเบยี บวาระการประชมุ ดงั กลา่ ว
3. สำ� นกั เลขาธกิ าร (Secretariat-General) ตง้ั อยทู่ กี่ รงุ รยิ าด ซาอดุ อี าระเบยี รบั ผดิ ชอบดา้ นการศกึ ษาในประเดน็
ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ความรว่ มมอื การประสานงาน แผนงานและโครงการ ตลอดจนงบประมาณและการทำ� บญั ชสี ำ� หรบั การทำ� งานรว่ มกนั
รวมทงั้ จดั เตรยี มรายงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การทำ� งานของ GCC ออกมาตามหว้ งเวลา ผลกั ดนั ประเทศสมาชกิ ในการนำ� เอาขอ้ เสนอแนะ
ของคณะมนตรสี งู สดุ และคณะมนตรรี ฐั มนตรไี ปปฏบิ ตั ิ ตดิ ตามการปฏบิ ตั ติ ามขอ้ มติ จดั เตรยี มรายงานและผลการศกึ ษาเมอ่ื ไดร้ บั
การร้องขอจากคณะมนตรีสูงสุดหรือจากคณะมนตรีรัฐมนตรี จัดเตรียมการประชุม ระเบียบวาระการประชุม และร่างข้อมติ
ให้แกค่ ณะมนตรีรฐั มนตรี
โครงสร้างของส�ำนักเลขาธกิ าร ประกอบดว้ ย
3.1) เลขาธิการ ซงึ่ เปน็ ต�ำแหน่งผู้บรหิ ารสงู สุดขององคก์ ร โดยเปน็ พลเมืองของรฐั สมาชิก GCC ที่ได้รบั แตง่ ตั้ง
จากคณะมนตรสี งู สดุ โดยการแนะนำ� ของคณะมนตรรี ฐั มนตรี มวี าระการดำ� รงตำ� แหนง่ 3 ปี และดำ� รงตำ� แหนง่ ตดิ ตอ่ กนั ไดเ้ พยี ง
2 สมัย
3.2) ผ้ชู ่วยเลขาธิการ ซึง่ มีทัง้ สนิ้ 5 คน รบั ผดิ ชอบดา้ น 1) การเมอื ง 2) เศรษฐกจิ 3) มนุษยแ์ ละส่ิงแวดล้อม
4) ความมนั่ คง และ 5) การทหาร รวมทงั้ หวั หนา้ คณะผแู้ ทน GCC ประจำ� กรงุ บรสั เซลส์ เบลเยยี ม ซงึ่ ไดร้ บั การแตง่ ตง้ั จากคณะมนตรี
รัฐมนตรีตามที่เลขาธกิ ารเสนอ โดยมวี าระการด�ำรงต�ำแหน่ง 3 ปี
3.3) ผู้อำ� นวยการฝา่ ยต่าง ๆ ในกำ� กบั ของสำ� นักเลขาธิการ ซึ่งไดร้ ับการแต่งตงั้ จากเลขาธกิ าร ไดแ้ ก่ ฝา่ ยกิจการ
การเมือง ฝ่ายกิจการเศรษฐกิจ ฝ่ายกิจการด้านมนุษย์และส่ิงแวดล้อม ฝ่ายกิจการทหาร ฝ่ายกิจการความมั่นคง ฝ่ายกิจการ
ดา้ นกฎหมาย สำ� นกั งานเลขาธกิ าร ฝา่ ยกจิ การการคลงั และการบรหิ าร สำ� นกั งานคมุ้ ครองสทิ ธบิ ตั ร หนว่ ยพฒั นาดา้ นการบรหิ าร
หนว่ ยตรวจสอบภายใน ศูนย์ขอ้ มูลข่าวสาร คณะผแู้ ทนถาวร GCC ประจำ� กรุงบรัสเซลส์ เบลเยยี ม และส�ำนกั งานโทรคมนาคม
ในบาห์เรน
การจดั ตง้ั GCC ในระยะแรกเปน็ ความพยายามสรา้ งระบบพนั ธมติ รทางการเมอื งและความมนั่ คงรว่ มกนั เปน็ หลกั
โดยอาศยั การฝกึ ซอ้ มการปอ้ งกนั ภยั ทางอากาศ การพฒั นามาตรฐานอาวธุ ยทุ โธปกรณ์ และการฝกึ ซอ้ มการเคลอ่ื นพลเรว็ สำ� หรบั
กรณฉี กุ เฉนิ เพอื่ ชว่ ยเหลอื สมาชกิ ทถ่ี กู โจมตี เฉพาะอยา่ งยงิ่ การจดั ตงั้ กกล.รว่ มทเ่ี รยี กวา่ “กกล.โลพ่ ทิ กั ษค์ าบสมทุ ร” (Peninsula
Shield Force) เมอื่ ปี 2527 เนอื่ งจากความกงั วลเกยี่ วกบั ความอยรู่ อดปลอดภยั จากภยั คกุ คาม 2 ประการ ไดแ้ ก่ 1) การประกาศ
นโยบายส่งออกการปฏิวัตอิ ิสลามในอิหร่าน หลงั จากอายะตุลลอฮ์ รูฮลุ ลอฮ์ มซู าวี โคมัยนี สามารถโค่นล้มระบอบกษัตรยิ แ์ ละ
สถาปนาการปกครองแบบสาธารณรฐั อสิ ลามขึ้นมาแทนเม่ือปี 2522 และ 2) สงครามอริ กั -อหิ ร่านเม่ือปี 2523 ท่ียดื เยอื้ ถงึ 8 ปี

ข้อมูลพืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562 794

กอ่ นจะยุตลิ งเม่ือปี 2531 ปัจจบุ ัน กกล.ดงั กล่าวมกี �ำลงั พลเกือบ 40,000 นาย ประจ�ำการอยทู่ ฐี่ านทัพถาวรใน Hafar al-Batin
ซาอดุ อี าระเบยี โดยทผี่ า่ นมามกี ารสง่ กกล.ดงั กลา่ วไปปฏบิ ตั ภิ ารกจิ เพอ่ื รกั ษาความมนั่ คงและบรู ณภาพแหง่ ดนิ แดนของรฐั สมาชกิ
3 คร้ัง ได้แก่ สงครามอ่าวเปอร์เซียปี 2534 สงครามอิรักปี 2546 และล่าสุด คือ การส่ง กกล.ไปรักษาความสงบในบาห์เรนจาก
เหตวุ ุ่นวายทางการเมอื งเม่อื ม.ี ค.2554
ความรว่ มมอื ของ GCC ในปจั จบุ นั เฉพาะอยา่ งยงิ่ ความรว่ มมอื ดา้ นเศรษฐกจิ และสงั คมของ GCC คอ่ นขา้ งประสบ
ความสำ� เรจ็ โดดเดน่ กวา่ ความรว่ มมอื ดา้ นการเมอื ง ความมนั่ คง และการทหารอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั อกี ทง้ั มคี วามคบื หนา้ มาโดยลำ� ดบั
นับตงั้ แตม่ กี ารกอ่ ต้งั เขตการคา้ เสรี (Free Trade Area-FTA) เมือ่ ปี 2526 และมกี ารยกระดบั ความร่วมมอื เป็นสหภาพศลุ กากร
(Customs Union) เมื่อปี 2546 จนปัจจุบันกลายเป็นตลาดร่วม (Common Market) ตั้งแต่ 1 ม.ค.2551 นอกจากนี้ ยังมี
ความพยายามท่ีจะจดั ต้ังสหภาพการเงิน (Monetary Union) และเร่ิมใช้เงินตราสกลุ เดียว (single currency) ให้ได้ในอนาคต
หลงั จากมกี ารจดั ตง้ั คณะมนตรกี ารเงนิ (Monetary Council) ทก่ี รงุ รยิ าด ซาอดุ อี าระเบยี เมอื่ ม.ี ค.2553 อยา่ งไรกด็ ี การบงั คบั ใช้
ขอ้ ตกลงจดั ตง้ั สหภาพศลุ กากรของ GCC จากเดมิ ทก่ี ำ� หนดจะเรม่ิ ใชม้ าตงั้ แตป่ ี 2550 ถกู เลอื่ นบงั คบั ใชม้ าตลอด เนอื่ งจากประเทศ
สมาชกิ ไมส่ ามารถเหน็ พอ้ งรว่ มกนั ในประเดน็ การจดั เกบ็ ภาษเี งนิ ได้ การทมุ่ ตลาด และการปกปอ้ งตลาด เฉพาะอยา่ งยงิ่ การจดั แบง่
ภาษเี งนิ ไดร้ ะหวา่ งประเทศสมาชกิ สง่ ผลใหก้ ารบงั คบั ใชข้ อ้ ตกลงดงั กลา่ วเพงิ่ มผี ลโดยสมบรู ณเ์ มอ่ื 1 ม.ค.2558 ขณะทกี่ ารจดั ตง้ั
สหภาพทางการเงนิ ก็ยงั คงไม่มคี วามคืบหนา้ เกย่ี วกับก�ำหนดเวลาการเริ่มใชเ้ งนิ สกลุ เดียวกัน โดยปัจจบุ นั สมาชิก GCC สว่ นใหญ่
ยังคงผูกค่าเงนิ ของตนเองไว้กับเงนิ สกุลดอลลาร์สหรฐั มีเพียงคูเวตทก่ี �ำหนดค่าเงนิ โดยใชร้ ะบบตะกร้าเงิน (Currency Basket)
อนง่ึ มกี ารคาดการณ์วา่ มลู คา่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสมาชกิ GCC ทุกประเทศรวมกันยงั คงมีศักยภาพที่
จะขยายตวั เพิ่มขนึ้ ต่อไปจาก 1.385 ลา้ นล้านดอลลาร์สหรัฐ เม่ือปี 2558 เป็น 2 ล้านลา้ นดอลลารส์ หรฐั ภายในปี 2563
ความสัมพันธไ์ ทย-GCC
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับ GCC มีท้ังในลักษณะทวิภาคีและพหุภาคี โดยไทยมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับ
สมาชิก GCC เป็นรายประเทศ ทัง้ 6 ประเทศ และมีการเยอื นระหว่างกนั ทั้งในระดับทางการและไม่เป็นทางการอย่างสมำ่� เสมอ
เฉพาะอยา่ งยงิ่ ในพระราชพธิ ฉี ลองสริ ริ าชสมบตั คิ รบ 60 ปขี องพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช เมอื่ ปี 2549 ทมี่ ปี ระมขุ
และเชอื้ พระวงศร์ ะดบั สงู ของรัฐรอบอา่ วอาหรับเขา้ รว่ มครบทกุ ประเทศ (ยกเว้นซาอดุ ีอาระเบียท่ียงั คงมปี ัญหาด้านความสมั พันธ์
ทางการทตู จากกรณโี จรกรรมเครอื่ งเพชรของราชวงศซ์ าอดุ อี าระเบยี และกรณฆี าตกรรมนกั การทตู และนกั ธรุ กจิ ชาวซาอดุ อี าระเบยี
ในไทย) นอกจากน้ี สมาชกิ GCC หลายประเทศยงั มบี ทบาทในการชว่ ยเหลอื ไทยทำ� ความเขา้ ใจกบั โลกมสุ ลมิ เฉพาะอยา่ งยง่ิ ในเวที
องคก์ ารความรว่ มมอื อสิ ลาม (Organisation of Islamic Cooperation-OIC) เกย่ี วกบั สถานการณค์ วามไมส่ งบในจงั หวดั ชายแดน
ภาคใต้ วา่ เปน็ ปญั หาทเ่ี กดิ จากความพยายามตอ้ งการแบง่ แยกดนิ แดน มใิ ชป่ ญั หาทเี่ กดิ จากการดำ� เนนิ นโยบายกดขคี่ นไทยมสุ ลมิ
สว่ นความสมั พนั ธท์ างดา้ นเศรษฐกจิ GCC เปน็ แหลง่ นำ� เขา้ พลงั งานและตลาดแรงงานทส่ี ำ� คญั ของไทย ขณะเดยี วกนั
การทีเ่ ศรษฐกิจ GCC ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและรวดเรว็ กท็ ำ� ให้ GCC มีก�ำลังซื้อมากข้ึน และกลายเปน็ ตลาดเศรษฐกิจเกดิ ใหม่
(emerging market) ทม่ี ศี กั ยภาพ และนา่ สนใจอยา่ งมากสำ� หรบั ไทย นอกจากนี้ ไทยกเ็ ปน็ ประเทศทปี่ ระชาชนใน GCC ใหค้ วามสนใจ
ในฐานะแหล่งท่องเท่ียวและประเทศท่ีให้บริการทางการแพทย์ที่มีค่าใช้จ่ายไม่สูง แต่มีคุณภาพดี ท้ังนี้ การที่ท้ังสองฝ่ายต่างก็มี
ผลประโยชนท์ ส่ี อดคล้องกันดังกลา่ วนา่ จะส่งผลให้สามารถกระชับความร่วมมอื ระหวา่ งกันใหใ้ กล้ชดิ ตอ่ ไปไดอ้ กี ในอนาคต
สำ� หรบั ความสมั พนั ธใ์ นกรอบพหภุ าคี ไทยในฐานะสมาชกิ อาเซยี นพยายามกระชบั ความสมั พนั ธก์ บั GCC ผา่ นกรอบ
การหารอื ระหวา่ งอาเซยี น-GCC ทพี่ ฒั นามากขน้ึ หลงั จากนายสรุ นิ ทร์ พศิ สวุ รรณ เลขาธกิ ารอาเซยี น พบหารอื กบั นายอบั ดรุ เราะหม์ าน
อลั อะฏยี ะฮ์ เลขาธกิ าร GCC ทสี่ ำ� นกั เลขาธกิ าร GCC ในกรงุ รยิ าด ซาอดุ อี าระเบยี เมอื่ ก.ย.2551 โดยทงั้ สองฝา่ ยตกลงพจิ ารณา
ความเปน็ ไปไดเ้ กยี่ วกบั การจดั การประชมุ ระดบั รมต.อาเซยี น-GCC อยา่ งเปน็ ทางการ นอกรอบการประชมุ สมชั ชาสหประชาชาติ
ทนี่ วิ ยอรก์ สหรฐั ฯ รวมทงั้ อาจจดั การประชมุ อยา่ งเปน็ ทางการในประเทศสมาชกิ ของแตล่ ะฝา่ ย โดยผลดั กนั เปน็ เจา้ ภาพในอนาคต

795 ขอ้ มูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562

ข้อตกลงดังกล่าวได้น�ำไปสู่การจัดการประชุมระดับ รมว.กระทรวงการต่างประเทศอาเซียน-GCC คร้ังที่ 1
ที่กรงุ มานามา บาหเ์ รน เมอ่ื 30 ม.ิ ย.2552 ซง่ึ ทป่ี ระชมุ ฯ ไดม้ มี ตใิ หจ้ ดั ตงั้ คณะทำ� งานเพอ่ื ศกึ ษาความเปน็ ไปไดใ้ นการจดั ทำ� ความตกลง
FTA อาเซียน-GCC ส่วนการประชุมครั้งที่ 2 ท่สี ิงคโปร์ ระหวา่ ง 31 พ.ค.-1 มิ.ย.2553 ที่ประชมุ มมี ตริ ับรองแผนปฏิบัตกิ าร 2 ปี
(ปี 2553-2555) ของอาเซียน-GCC ซ่ึงเป็นการก�ำหนดกรอบการด�ำเนินกิจกรรมและมาตรการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน
ในห้วงดงั กล่าว ซ่ึงครอบคลมุ ดา้ นการค้า-การลงทุน การพัฒนาเศรษฐกิจ การศกึ ษา และวฒั นธรรม
สำ� หรบั การประชมุ ระดบั รมว.กระทรวงการตา่ งประเทศอาเซยี น-GCC ครงั้ หลงั สดุ คอื ครงั้ ท่ี 3 จดั ขน้ึ ทกี่ รงุ มานามา
บาห์เรน เม่ือ 26 พ.ย.2556 ที่ประชุมมีมติให้ท้ัง 2 ฝ่ายส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์
ภายใตก้ รอบการทำ� งาน 6 สาขา ไดแ้ ก่ 1) การค้าและการลงทุน 2) การศกึ ษา 3) วฒั นธรรมและขอ้ มลู ขา่ วสาร 4) ความม่นั คง
ดา้ นอาหารและการลงทุนในภาคเกษตร 5) พลังงาน และ 6) การทอ่ งเท่ยี ว นอกจากน้ี ยังมมี ตยิ อมรบั การเสนอตวั เปน็ เจ้าภาพ
ของเมยี นมา ในการประชมุ ระดบั รมว.กระทรวงการตา่ งประเทศอาเซยี น-GCC ครง้ั ที่ 4 ในปี 2557 อย่างไรก็ดี ทัง้ 2 ฝา่ ยไม่ได้
จัดการประชุมตามที่ก�ำหนดไว้ในปี 2557 ทั้งนี้ ท่ีประชุม รมว.กระทรวงต่างประเทศอาเซียน (ASEAN Foreign Ministers
Meeting-AMM) เมอ่ื 28 เม.ย.2560 ทก่ี รงุ มะนลิ า ฟลิ ปิ ปนิ ส์ ได้เห็นชอบในหลักการให้ไทยในฐานะผู้ประสานงานความสัมพันธ์
อาเซียน–GCC ด�ำเนินการจัดการประชุมระดับรัฐมนตรี ASEAN–GCC ครง้ั ที่ 4 ท่ีไทย ภายในปี 2560 แตภ่ ายหลงั เกดิ ปัญหา
ความขดั แยง้ ระหวา่ งประเทศสมาชกิ GCC จากการทซี่ าอดุ อี าระเบยี UAE และบาหเ์ รน ประกาศตดั ความสมั พนั ธท์ างการทตู กบั กาตาร์
และใชม้ าตรการปดิ ลอ้ มกาตาร์ ตงั้ แต่ ม.ิ ย.2560 เนอ่ื งจากไมพ่ อใจกรณกี าตารย์ งั คงใหก้ ารสนบั สนนุ กลมุ่ กอ่ การรา้ ยและแสดงความ
เป็นมติ รกับอิหร่าน จงึ ทำ� ให้ไทยไม่สามารถจัดการประชมุ ASEAN–GCC ครง้ั ที่ 4 ตามเป้าหมายได้

----------------------------------------

ข้อมูลพ้ืนฐานของตา่ งประเทศ 2562 796

พล.ท. (นอกราชการ) ดร.อบั ดลุ ละฏฟี บนิ รอชิด อัซซะยานี
Lieutenant General (Retired) Dr. Abdullatif bin Rashid al Zayani

ตำ� แหนง่ เลขาธิการคณะมนตรีความรว่ มมอื แหง่ รฐั อ่าวอาหรับ (GCC)

เกดิ 15 เม.ย.2499 (อายุ 63 ป/ี ปี 2562) ท่ีมฮุ รั ร็อก บาหเ์ รน

ศาสนา อิสลาม (ซุนน)ี

การศกึ ษา - สำ� เรจ็ วชิ าทหารจาก Royal Military Academy Sandhurst ในสหราชอาณาจกั ร
ปี 2516 - ปรญิ ญาตรดี า้ น Aeronautical Engineering จาก Perth College ในเพริ ธ์ เขตการปกครอง
ปี 2521 สกอตแลนด์ สหราชอาณาจกั ร
- ปริญญาโทด้าน Logistics Management จาก Air Force Institute of Technology
ปี 2523 รัฐโอไฮโอ สหรฐั ฯ
- ปรญิ ญาเอกดา้ น Operations Research จาก Naval Postgraduate School รฐั แคลฟิ อรเ์ นยี สหรฐั ฯ
ปี 2529 - หลักสูตร Command and General Staff จาก US Army Garrison Fort Leavenworth
ปี 2531 รัฐแคนซัส สหรัฐฯ โดยได้รับกระบี่ พร้อมต�ำแหน่ง Master Logistician จากกองทัพสหรัฐฯ
หลังสำ� เร็จหลักสตู รดงั กล่าว
- หลักสตู ร Leaders in Development Program จาก Harvard University สหรฐั ฯ
ปี 2551

สถานภาพทางครอบครวั - ไม่มีขอ้ มลู

ประวัติการทำ� งาน - เขา้ รบั ราชการในกองทพั อากาศบาหเ์ รน และกา้ วหนา้ ในราชการโดยลำ� ดบั โดยเคยดำ� รงตำ� แหนง่ สำ� คญั
ปี 2516 ได้แก่ Director of Planning and Organizations, Director of Joint Operations และ
Assistant Chief of Staff for Operations
- โอนยา้ ยจากกองทพั บาหเ์ รนไปดำ� รงตำ� แหนง่ Chief of Public Security ที่ มท. โดยกำ� กบั ดแู ล กกล.
ปี 2547 ตำ� รวจ กกล.พเิ ศษ หนว่ ยยามฝง่ั กกล.ปอ้ งกนั ภยั ฝา่ ยพลเรอื น และหนว่ ยดบั เพลงิ ในการปฏบิ ตั ิ
ภารกจิ ตอ่ ตา้ นการก่อการร้ายและการก่อความไม่สงบ รวมท้ังการจัดการภยั พบิ ตั ิต่าง ๆ
- ได้รบั การเล่อื นยศเปน็ พล.ท.
ปี 2553 - ไดร้ บั แตง่ ตง้ั ใหด้ ำ� รงตำ� แหนง่ รฐั มนตรแี หง่ รฐั โดยทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ ทป่ี รกึ ษาของกระทรวงการตา่ งประเทศ
อีกทั้งเป็นประธานคณะกรรมการหลายคณะ เช่น ประธานคณะกรรมการถาวรร่วมบาห์เรน-
สหราชอาณาจักร และประธานคณะกรรมการพัฒนาและก�ำหนดกฎระเบียบของกระทรวง
การต่างประเทศ
- เลขาธิการ GCC คนท่ี 5
1 เม.ย.2554-ปจั จุบนั

797 ข้อมลู พ้ืนฐานของตา่ งประเทศ 2562

เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณ์และรางวลั ต่าง ๆ
- Efficiency Medal 2nd Class
- Military Assessment Medal 1st Class
- Bahrain Medal 3rd Grade
- Shaikh Isa Medal 3rd Grade
- Bahrain Medal 2nd Grade
- Military Duty Medal
- Hawar Medal 1st Grade
- Liberation of Kuwait Medal 2nd Grade
- Liberation of Kuwait Medal
- Security Medal for Devotion to Duty 1st Class
- Bahrain Medal 1st Grade
- Sword of Honor และตำ� แหนง่ Master Logistician จากกองทัพสหรัฐฯ
- International Police Leadership Award 2010 จาก National Policing Improvement
Agency (NPIA) ในสหราชอาณาจกั ร

ข้อมลู อนื่ ๆ ท่ีนา่ สนใจ - เป็นเลขาธกิ าร GCC คนแรกทีม่ ีปมู หลงั เปน็ ทหารอาชีพ
- นอกจากมปี ระสบการณท์ ำ� งานในกองทพั และหนว่ ยงานดา้ นความมนั่ คงและการตา่ งประเทศแลว้
ยงั เคยได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์สอนและอาจารย์ท่ีปรึกษาในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในบาห์เรน
ไดแ้ ก่ อาจารยส์ อนวชิ า Mathematics and Statistics ท่ี University of Maryland (วทิ ยาเขต
บาหเ์ รน) อาจารยส์ อนวชิ า Quantitative Methods ที่ University of Bahrain และอาจารย์
สอนวชิ าสถติ ิ วชิ า Quantitative Methods และวชิ า Total Quality Management ท่ี Arabian
Gulf University รวมทั้งรับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาส�ำหรับนักศึกษาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต
สาขา Technology Management ท่ี Arabian Gulf University
- ชอบการทอ่ งเที่ยว และการออกก�ำลังกาย

-------------------------------------

ขอ้ มูลพ้ืนฐานของต่างประเทศ 2562 798

กรอบความรว่ มมอื อนุภูมภิ าคลุ่มน้�ำโขง
(Greater Mekong Subregion-GMS)
เว็บไซต์ www.adb.org/countries/gms/main
https://greatermekong.org/

กอ่ ตัง้ ปี 2535 โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย
(Asian Development Bank-ADB) เป็นผู้ใหก้ ารสนบั สนนุ หลกั
สมาชกิ 6 ประเทศ ประกอบดว้ ย จนี (มณฑลยูนนาน และ
มณฑลกวางส)ี เมียนมา ไทย ลาว กัมพชู า และเวยี ดนาม
พน้ื ที่/ประชากร ประมาณ 2,600,000 ตร.กม. (ประมาณยโุ รปตะวนั ตก) ประชากรรวมประมาณ 340 ล้านคน
วตั ถุประสงค์ เพื่อสร้างอนุภูมิภาคท่ีมีการบูรณาการร่วมกันให้เป็นหน่ึงเดียว มีความปรองดอง และมั่งค่ัง ตามยุทธศาสตร์ที่
ก�ำหนดไวใ้ น 3 ดา้ น ไดแ้ ก่ 1) การสรา้ งความเชอ่ื มโยง (connectivity) โดยการพัฒนาโครงสรา้ งพ้ืนฐาน และเส้นทางคมนาคม
ขนส่งใหเ้ ปน็ แนวระเบยี งเศรษฐกจิ 2) การเสริมสร้างศักยภาพในการแขง่ ขัน (competitiveness) โดยการอ�ำนวยความสะดวก
การเคลอื่ นยา้ ยประชาชนและสนิ คา้ ข้ามพรมแดนอย่างมปี ระสิทธิภาพ สง่ เสรมิ การบรู ณาการของตลาด กระบวนการผลติ และ
ห่วงโซค่ ุณค่า 3) การสร้างความเข้มแขง็ ให้กับชุมชน (community)

ภารกจิ สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานเพื่อให้เกิดการพัฒนาและการแบ่งปันทรัพยากร ส่งเสริมการเคล่ือนย้าย
อย่างเสรีของเงินทุน สินค้า และประชาชนในอนุภูมิภาค เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และเสริมสร้างบทบาท
ในเวทีประชาคมโลก
กลไกการดำ� เนนิ การ แบง่ เป็น 4 ระดบั ได้แก่
1. การประชมุ ระดบั คณะท�ำงานในแตล่ ะสาขา เพื่อประสานงานและตดิ ตามความคืบหน้าของการดำ� เนินงาน
2 การประชมุ ระดับ จนท.อาวุโส ปีละ 1-2 ครัง้
3. การประชมุ ระดบั รมต. ปีละ 1 ครงั้
4. การประชุมระดับผนู้ ำ� ทกุ 3 ปี โดยกมั พชู าเป็นเจ้าภาพจดั การประชมุ ระดับผนู้ �ำ GMS ครงั้ ที่ 1 เมอ่ื ปี 2545
จีนเป็นเจ้าภาพคร้ังท่ี 2 เม่ือปี 2548 ลาวเป็นเจ้าภาพครั้งท่ี 3 เม่ือปี 2551 เมียนมาเป็นเจ้าภาพครั้งท่ี 4 เม่ือปี 2554
ไทยเปน็ เจา้ ภาพครง้ั ท่ี 5 เมื่อปี 2557 เวยี ดนามเป็นเจ้าภาพครงั้ ที่ 6 เม่อื ปี 2561
สาขาความรว่ มมอื ประกอบดว้ ย 10 สาขา ไดแ้ ก่ การคมนาคมขนสง่ การอำ� นวยความสะดวกทางการคา้ และการขนสง่ พลงั งาน
การเกษตร ส่ิงแวดลอ้ ม การพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ การพฒั นาเมอื ง การทอ่ งเท่ยี ว เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร
เขตเศรษฐกิจชายแดนและสหสาขา ท้ังนี้ การเช่ือมโยงเส้นทางคมนาคมนับเป็นโครงการที่มีความส�ำคัญและมีการด�ำเนินการที่
เป็นรปู ธรรมชดั เจน น�ำไปส่คู วามร่วมมือในระเบยี งเศรษฐกิจลมุ่ น�้ำโขง (GMS Economic Corridors) ซ่งึ แบ่งเป็น 3 แนว ได้แก่


Click to View FlipBook Version