99 ข้อมลู พื้นฐานของต่างประเทศ 2562
ภมู ิอากาศ พน้ื ทสี่ ว่ นใหญม่ ภี มู อิ ากาศแบบกง่ึ รอ้ นฝนตกชกุ ยกเวน้ ตอนเหนอื ซงึ่ เปน็ ภเู ขาสงู ทำ� ใหม้ อี ากาศหนาวในเขตเทอื กเขา
อากาศตอนกลางวัน 15-25 องศาเซลเซียส กลางคืน 5-10 องศาเซลเซียส และมี 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ มี.ค.-พ.ค. อากาศ
จะอบอุ่นและอาจมีฝนประปราย ฤดูร้อน มิ.ย.-ส.ค. จะมีพายุฝน ตามเทือกเขาจะเขียวชอุ่ม ฤดูใบไม้ร่วง ก.ย.-พ.ย. อากาศ
จะเย็น ทอ้ งฟา้ แจ่มใสเหมาะแกก่ ารเดนิ เขา ฤดูหนาว ธ.ค.-ก.พ. อากาศเย็นจดั ตอนกลางคืน และรุง่ เชา้ มีหมอกหนาเปน็ บางครง้ั
โดยเฉพาะในชว่ ง ม.ค. อาจมีหมิ ะตกบ้าง
ประชากร 818,980 คน (ก.ย.2561) ประกอบด้วย 3 เช้ือชาติ ได้แก่ 1) ชาชอฟ (Sharchops) ชนพน้ื เมืองดัง้ เดมิ อาศยั อยู่
ทางภาคตะวนั ออก 2) นาลอ๊ บ (Ngalops) เชอ้ื สายทิเบตอาศัยอย่ทู างภาคตะวนั ตก และ 3) โชซมั (Lhotshams) เชือ้ สายเนปาล
อาศัยอยู่ทางใต้ ซ่ึงปัจจุบันรัฐบาลภูฏานพยายามผลักดันให้กลับไปสู่ถ่ินฐานเดิมในเนปาล อตั ราสว่ นประชากรจำ� แนกตามอายุ :
วยั เดก็ (0-14 ป)ี 28.9% วยั รนุ่ ถงึ วยั กลางคน (15-64 ป)ี 65.3% และวยั ชรา (65 ปขี น้ึ ไป) 5.7% อายขุ ยั เฉลย่ี ของประชากร 67.3 ปี
เพศชาย 66.5 ปี เพศหญงิ 68.2 ปี อตั ราการเกดิ 18.17 คนตอ่ ประชากร 1,000 คน อตั ราการตาย 6.5 คนตอ่ ประชากร 1,000 คน
อตั ราการเพ่มิ ของประชากร 1.1% และประชากร 40.1% อาศยั อยใู่ นเขตเมือง
ศาสนา ศาสนาพุทธมหายาน นิกายกายุบปา (Kagyupa) ซึ่งมีลามะเช่นเดียวกับทิเบต 74.7% ศาสนาฮินดู 22.6%
ศาสนาคริสต์ 2.5% และศาสนาอสิ ลาม 0.2%
ภาษา ภาษาซองกา (Dzongkha) เปน็ ภาษาราชการ และใชภ้ าษาองั กฤษเปน็ สอ่ื กลางในสถาบนั การศกึ ษา และการตดิ ตอ่ ธรุ กจิ
นอกจากนย้ี งั มภี าษาทอ้ งถนิ่ อน่ื ๆ เชน่ ภาษาชาฮอป (Sharchhopka) ภาษา Lhotshamkha ภาษาเนปาลี ภาษาทเิ บต
การศกึ ษา อตั ราการรหู้ นงั สอื 64.9% แบง่ เปน็ ชาย 73.06% และหญงิ 54.98% เดก็ อายุ 15 ปขี น้ึ ไปสามารถอา่ นออกเขยี นได้
งบประมาณดา้ นการศกึ ษา 7.4% ของ GDP ปี 2558
การกอ่ ตั้งประเทศ เมอื่ ศตวรรษท่ี 17 นักบวชซับดรุง นาวัง นำ� เกล (Zhabdrung Ngawang Namgyal) ได้รวบรวมภฏู าน
ให้เป็นปึกแผ่น และก่อตั้งเป็นประเทศข้ึน โดยริเร่ิมการบริหารประเทศแบบสองระบบ คือ แยกเป็นฝ่ายฆราวาสและฝ่ายสงฆ์
เปน็ เวลานานกวา่ สองศตวรรษ จนกระทงั่ เมอื่ 17 ธ.ค.2450 พระคณะทปี่ รกึ ษาแหง่ รฐั ผปู้ กครองจากมณฑลตา่ ง ๆ ตลอดจนตวั แทน
ประชาชนไดม้ ารวมตวั กนั ทเี่ มอื งพนู าคา และลงมตเิ ลอื กให้ Ugyen Wangchuck ซง่ึ ขณะนนั้ เปน็ ผปู้ กครองเมอื งตรองซา (Trongsa)
ขนึ้ เปน็ กษตั รยิ อ์ งคแ์ รกของภฏู าน โดยดำ� รงตำ� แหนง่ เปน็ สมเดจ็ พระราชาธบิ ดอี งคแ์ รกแหง่ ราชวงศว์ งั ชกุ (Wangchuck) เนอ่ื งจาก
คุณสมบัติท่ีโดดเด่นของพระองค์ตั้งแต่คร้ังยังทรงด�ำรงต�ำแหน่งเป็นผู้ปกครองเมืองตรองซา ทรงมีลักษณะความเป็นผู้น�ำและ
เคร่งศาสนา มีความต้ังพระทัยแน่วแน่ที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ราชวงศ์วังชุกปกครองประเทศภูฏาน
มาจนถงึ ปจั จบุ นั สมเดจ็ พระราชาธบิ ดอี งคป์ จั จบุ นั คอื สมเดจ็ พระราชาธบิ ดจี กิ มี เคเซอร์ นมั เกล วงั ชกุ (Jigme Khesar Namgyal
Wangchuck) ขนึ้ ครองราชสมบตั เิ มอื่ 14 ธ.ค.2549 เปน็ สมเดจ็ พระราชาธบิ ดอี งคท์ ่ี 5 แหง่ ราชวงศว์ งั ชกุ ภฏู านจดั การเลอื กตง้ั ทวั่ ไป
ขนึ้ คร้งั แรกเมื่อ 24 ม.ี ค.2551 มพี รรคการเมอื งสองพรรค
วันชาต ิ 17 ธ.ค. (วันคลา้ ยวนั สถาปนาสมเด็จพระราชาธบิ ดีอเู กน วังชกุ ขึ้นเปน็ พระมหากษัตริย์องค์แรกของภูฏาน)
ข้อมลู พื้นฐานของตา่ งประเทศ 2562 100
การเมือง ปกครองโดยระบอบประชาธปิ ไตยมพี ระมหากษตั รยิ เ์ ปน็ ประมขุ หลงั จากมกี ารเปลย่ี นแปลงการปกครองเมอื่ ปี 2548
มีสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ล�ำดับท่ี 5 ของราชวงศ์วังชุก ทรงขึ้นครองราชย์
เมอ่ื 4 ธ.ค.2549 มี นรม. เปน็ ผู้บริหารประเทศ โดยมคี ณะองคมนตรีเป็นทป่ี รึกษาและสภาแห่งชาตทิ ีเ่ รยี กวา่ ซงดู (Tsongdu)
ท�ำหน้าท่ีในการออกกฎหมาย ประกอบด้วยสมาชิก 161 คน โดยสมาชิก 106 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน
และสมาชกิ ท่เี หลือ 55 คน มาจากการแตง่ ตั้งของพระมหากษตั ริย์
ฝา่ ยบรหิ าร : นบั ตง้ั แตป่ ี 2541 ตำ� แหนง่ หวั หนา้ รฐั บาลหรอื นรม. (Head of Government) คอื ประธานคณะมนตรี
(Chairman of the Council of Ministers) ซง่ึ คดั เลอื กจากสมาชกิ คณะมนตรี (เทยี บเทา่ ครม.) ซง่ึ มจี ำ� นวน 10 คนและอยู่ใน
ต�ำแหน่งคราวละ 5 ปี โดยผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดล�ำดับ 1-5 หมุนเวียนกันด�ำรงต�ำแหน่ง นรม./ประธานสภา
คณะมนตรคี ราวละ 1 ปี ประธานสภา คณะมนตรี และหัวหนา้ รฐั บาล (Chairman of the Council of Ministers and Head
of Government) หรือ นรม.คนปจั จบุ นั คือ นายเชริง ทอ็ บเกย์ (Tshering Tobgay) เริม่ ด�ำรงตำ� แหน่งเมอื่ 30 ก.ค.2556
ฝ่ายนติ บิ ัญญตั ิ/รฐั สภา : ใชร้ ะบบ 2 สภาประกอบด้วย 1) สภาแหง่ ชาติ (National Council) ซึ่งสมาชกิ ไม่สังกดั
พรรคใด (non-partisan National Council) จำ� นวน 25 ทนี่ งั่ โดย 20 ทนี่ ง่ั มาจากการเลอื กตงั้ ใน 20 เขตเลอื กตงั้ (Dzongkhags)
วาระการดำ� รงตำ� แหนง่ 4 ปี และพระมหากษตั รยิ เ์ สนอชอื่ สมาชกิ อกี 5 คน และ 2) รฐั สภา (National Assembly) มสี มาชกิ จำ� นวน
47 คน มาจากการเลือกต้ังวาระการดำ� รงตำ� แหน่ง 5 ปี
ฝ่ายตลุ าการ : ศาลสงู สุด คอื ศาลฎกี า (Supreme Court of Appeal) พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผ้พู พิ ากษา
พรรคการเมอื งสำ� คญั : พรรค Bhutan Peace and Prosperity Party (หรอื Druk Phuensum Tshongpa-DPT)
นำ� โดยนายจิกมี ทินเลย์ และพรรค People’s Democratic Party (PDP) นำ� โดยนายเชริง ท็อปเกย์
เศรษฐกิจ นบั ตง้ั แตส่ มยั อดตี สมเดจ็ พระราชาธบิ ดจี กิ มี ซงิ เย วงั ชกุ ภฏู านเรม่ิ ดำ� เนนิ นโยบายทางเศรษฐกจิ โดยการเปดิ ประเทศ
แปรรูปรัฐวิสาหกิจ ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศเพ่ือการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน รัฐบาลภูฏานอยู่ระหว่าง
การร่างพระราชบญั ญัติวา่ ด้วยการลงทนุ เพอ่ื ใหม้ ีความชัดเจนแกน่ กั ธุรกิจตา่ งประเทศในการเขา้ มาลงทนุ ในภูฏาน ขณะเดยี วกนั
ภูฏานก็ไม่ต้องการการลงทุนจากต่างชาติมากเกินไป เน่ืองจากยังคงต้องการพัฒนาประเทศแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่ท�ำลาย
สภาพแวดล้อมและวฒั นธรรมของประเทศ ต่อมาสมเดจ็ พระราชาธบิ ดจี ิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชกุ ทรงสานตอ่ นโยบายดังกล่าว
ของพระราชบดิ าโดยเน้นการเพิม่ ปริมาณการลงทุนจากต่างประเทศและการท่องเทย่ี ว
ภูฏานมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจท่ีพยายามส่งเสริมการส่งออก และพัฒนาเศรษฐกิจตามหลักการพึ่งตนเอง เพ่ือให้
สอดคลอ้ งกบั แนวนโยบายความสขุ มวลรวม โดยขณะนภี้ ฏู านอยรู่ ะหวา่ งการเปดิ เสรที างเศรษฐกจิ ในลกั ษณะคอ่ ยเปน็ คอ่ ยไปดว้ ย
ความชว่ ยเหลอื จากธนาคารโลก กองทนุ การเงนิ ระหวา่ งประเทศ และประเทศผใู้ หค้ วามชว่ ยเหลอื จากตะวนั ตก อนิ เดยี และญป่ี นุ่
รายไดส้ ำ� คญั ของภฏู านมาจากการสง่ ออกกระแสไฟฟา้ จากพลงั งานนำ�้ (ใหแ้ กอ่ นิ เดยี ) และการทอ่ งเทย่ี ว ปจั จบุ นั ภฏู านมโี ครงการ
เข่ือนผลิตไฟฟ้าพลังน�้ำอีก 12 แห่ง ซ่ึงคาดว่าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้ารวมกันได้เป็นปริมาณอย่างน้อย 10,000 เมกะวัตต์
ภายในปี 2563
ปงี บประมาณ 1 ก.ค.-30 มิ.ย.
สกลุ เงนิ : งลุ ตรมั (Ngultrum/BTN) อตั ราแลกเปลย่ี น 1 ดอลลารส์ หรฐั : 71.95 งลุ ตรมั และ 1 บาท : 2.20 งลุ ตรมั
(ก.ย.2561) โดยผกู คา่ เงินเป็นอตั ราคงทก่ี บั รูปอี นิ เดีย โดยเงินรปู ี (อินเดีย) ทส่ี ามารถช�ำระหนี้ได้ตามกฎหมายในภูฏาน
101 ขอ้ มูลพื้นฐานของตา่ งประเทศ 2562
ดัชนเี ศรษฐกจิ ส�ำคญั (ปี 2561)
ผลิตภัณฑม์ วลรวมภายในประเทศ (GDP) : 2,334 ล้านดอลลารส์ หรัฐ
อัตราการเตบิ โตทางเศรษฐกิจ : 6%
ดลุ บญั ชีเดนิ สะพัด : ขาดดลุ 479 ล้านดอลลารส์ หรฐั
รายไดเ้ ฉลยี่ ต่อหวั : 8,700 ดอลลารส์ หรฐั
แรงงาน : 397,900 คน
อตั ราการวา่ งงาน : 3.2%
อัตราเงนิ เฟอ้ : 3.4%
ดลุ การคา้ ระหวา่ งประเทศ : ขาดดุล 600 ล้านดอลลารส์ หรัฐ
มลู ค่าการส่งออก : 520 ล้านดอลลาร์สหรฐั
สนิ ค้าส่งออก : ไฟฟา้ จากพลังงานนำ�้ (สง่ ออกไปยงั อนิ เดีย) โลหะผสม เหลก็ ซีเมนต์ กระวาน แคลเซียมคาไบด์ ลวดทองแดง
แรแ่ มงกานีส และยิปซัม่
คคู่ า้ สำ� คัญ : อนิ เดยี และบงั กลาเทศ
มลู ค่าการน�ำเขา้ : 1,100 ลา้ นดอลลาร์สหรฐั
สนิ ค้าน�ำเขา้ : น้ำ� มนั เช้ือเพลิง น้ำ� มันหลอ่ ลน่ื รถยนต์ เคร่อื งบิน เคร่ืองจักรและสว่ นประกอบ ข้าว และยานยนต์
คูค่ า้ ส�ำคญั : อินเดีย และฝรั่งเศส
ทรัพยากรธรรมชาติทส่ี �ำคญั : ไมซ้ งุ พลงั งานจากน�้ำ ยปิ ซมั แคลเซยี มคารบ์ อเนต
สินคา้ เกษตรทีส่ ำ� คัญ : ข้าว ขา้ วโพด พชื เศรษฐกิจประเภทหวั พชื ในสกลุ ส้ม ผลติ ภณั ฑจ์ ากนมและไข่
อตุ สาหกรรมท่ีสำ� คัญ : ซเี มนต์ ไม้แปรรปู เคร่ืองดมื่ ทมี่ ีแอลกอฮอล์ แคลเซยี มคารไ์ บด์ และการทอ่ งเท่ียว
การทหาร กองทัพภฏู าน (Royal Bhutan Army) ประกอบด้วย ทบ. ทหารราชองครกั ษ์ (Royal Bodyguards) และต�ำรวจ
(Royal Bhutan Police) ภฏู านไม่มี ทร. เน่อื งจากไม่มีพนื้ ท่ตี ิดทะเล ส่วนกองก�ำลังทางอากาศมขี นาดเล็ก และผนวกอยู่ใน ทบ.
มีอินเดียให้ความช่วยเหลือในการฝึกอบรมอาวุธยุทโธปกรณ์และการป้องกันทางอากาศของน่านฟ้าภูฏาน งบประมาณด้าน
การทหาร 1% ของ GDP (ปี 2559)
ปญั หาดา้ นความมนั่ คง
1. ปัญหาผู้อพยพชาวภูฏานในเนปาลประมาณ 100,000 คน อาศัยอยู่ตามชายแดนเนปาลและภูฏานใน
คา่ ยผูอ้ พยพจำ� นวน 7 แห่ง โดยภฏู านยังไม่ยอมรบั ผ้อู พยพทัง้ หมดกลบั โดยอ้างว่าไม่มีอตั ลักษณ์ของชาวภฏู าน
2. ภูฏานและจีนยังคงมีความขัดแย้งในการก�ำหนดเส้นเขตแดน เนื่องจากขาดหลักเขตแดนและสนธิสัญญา
แบง่ เขตดินแดนที่ชัดเจน
3. ภูฏานประเมินว่า ต้องเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นพิเศษ หลังจากพบว่ามีจ�ำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต
ในประเทศเพิ่มข้นึ อยา่ งรวดเร็ว โดยเฉพาะการใชอ้ ินเทอร์เนต็ บนโทรศัพทม์ อื ถือ
สมาชิกองคก์ ารระหวา่ งประเทศ ภฏู านเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศ และกลุ่มความรว่ มมอื 35 องค์กร เช่น BIMSTEC,
SAARC, NAM, ACD, UN, UNCTAD, UNESCO, WHO และ WTO (ผสู้ ังเกตการณ)์
ข้อมลู พ้นื ฐานของต่างประเทศ 2562 102
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลย ี ระดบั ความเจรญิ กา้ วหนา้ ดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยขี องภฏู านอยใู่ นระดบั ดอ้ ยพฒั นา ทง้ั น้ี
ภูฏานไม่ได้ให้ความสนใจด้านความเจริญก้วหน้าทางเทคโนโลยีมากนัก การด�ำเนินชีวิตของชาวภูฏานเป็นไปอย่างเรียบง่าย
ใกล้ชิดธรรมชาติ และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2553 รัฐบาลก�ำหนดโครงการ E-Governance
เพอ่ื น�ำเทคโนโลยที างคอมพวิ เตอรแ์ ละการสอ่ื สารเข้ามาประยุกตใ์ ชใ้ นดา้ นการเมอื ง การบรหิ ารจัดการงานของรฐั การฝกึ อบรม
เจ้าหน้าท่ี พร้อมท้ัง น�ำเสนอประโยชน์ของการใช้อินเทอร์เน็ตในการจัดประชุมแบบถ่ายทอดสด การจัดสร้างฐานข้อมูล
การน�ำเทคโนโลยีมาใช้ในการด�ำเนนิ โครงการเพือ่ พฒั นาประเทศ
การขนสง่ และโทรคมนาคม เน่ืองจากภูฏานมีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเนินเขาและภูเขาสูงชัน ทุรกันดาร ท�ำให้การสร้าง
โครงสรา้ งพ้นื ฐานเพอื่ การคมนาคมใชง้ บประมาณสงู และด�ำเนินไปดว้ ยความยากลำ� บาก ชาวภูฏานจึงนยิ มใช้การเดินเทา้ และ
ใช้สัตว์ในการเดินทาง เช่น ม้า ลา ล่อ ปัจจุบัน ภูฏานมีท่าอากาศยานเพียง 2 แห่งทั่วประเทศ ไม่มีเส้นทางรถไฟ มีถนนยาว
เปน็ ระยะทางท้ังสิ้น 10,578 กม. แบง่ เปน็ ถนนลาดยาง 2,975 กม. และถนนลกู รัง 7,603 กม. (ปี 2556) การโทรคมนาคม :
มีโทรศัพทพ์ ืน้ ฐานให้บริการประมาณ 21,081 เลขหมาย โทรศัพท์เคลอื่ นที่ 698,373 เลขหมาย (ข้อมูลปี 2559) การให้บริการ
โทรศัพท์จะมีอยู่ทั่วไปในเขตเมืองและเขตส�ำคัญของภูมิภาค ท้ังน้ี การให้บริการโทรศัพท์ติดต้ังที่บ้านน้อยมาก ส่วนโทรศัพท์
เคล่ือนท่ีเปิดให้บริการเม่ือปี 2546 รหัสโทรศัพท์ระหว่างประเทศ +975 บริการโทรศัพท์ต่างประเทศและโทรสารเช่ือมต่อ
ทางแผน่ ดนิ และคลน่ื ความถส่ี งู ผา่ นประเทศอนิ เดยี มดี าวเทยี ม 1 ดวง คอื Intelsat (ปี 2555) มจี ำ� นวนผใู้ ชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ 370,423 คน
บญั ชีผ้ใู ช้เฟซบุ๊ก 350,000 บญั ชี รหสั อินเทอร์เน็ต คอื .bt
การเดนิ ทาง สายการบนิ ดรกุ๊ แอร์ ซงึ่ เปน็ สายการบนิ แหง่ ชาตภิ ฏู าน และสายการบนิ Tashi Air ใหบ้ รกิ ารบนิ ตรงจากกรงุ เทพฯ
ไปยงั เมืองพาโร ทางตะวันออกของภูฏาน หา่ งจากกรงุ ทมิ พู ประมาณ 53 กม. รวมทัง้ หมด 21 เทย่ี วบินตอ่ สัปดาห์ เวลาภูฏาน
ช้ากว่าไทย 1 ชม. นักท่องเที่ยวไทยท่ีจะเดินทางเข้าภูฏานต้องขอรับการตรวจลงตรา ส่วนผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ
ไดร้ บั ยกเวน้ การตรวจลงตรา และสามารถพำ� นักในภูฏานได้ไม่เกนิ 90 วัน
สถานการณ์สำ� คญั ท่ีนา่ ตดิ ตาม
ภูฏานมนี โยบายเปิดประเทศสู่ภายนอก โดยเริม่ ดำ� เนินการแปรรปู รัฐวิสาหกจิ ไปส่ภู าคเอกชน ส่งเสรมิ การลงทุน
จากต่างประเทศ เพ่ือการพัฒนาเศรษฐกิจแบบย่ังยืน รวมทั้งให้ความส�ำคัญกับการขยายความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ
โดยเฉพาะอย่างย่ิงประเทศในทวีปเอเชีย อย่างไรก็ดี ภูฏานผูกพันและต้องพึ่งพาอินเดียเป็นหลัก ดังนั้น อินเดียจึงมีอิทธิพลต่อ
การเมืองและการตา่ งประเทศของภฏู านอยา่ งมาก
ภูฏานนับว่ามีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวมาก เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ ซ่ึงได้รับ
การอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีจึงเป็นที่สนใจของนักท่องเท่ียวจากยุโรปและอเมริกาที่นิยมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Eco-Tourism)
ท�ำให้เป็นโอกาสส�ำหรับนักธุรกิจไทยที่จะเข้าไปลงทุนในธุรกิจโรงแรมและการท่องเท่ียว อย่างไรก็ดี รัฐบาลภูฏานมีนโยบาย
จำ� กดั จำ� นวนนักทอ่ งเที่ยวชาวต่างชาตทิ ่เี ขา้ ประเทศในแต่ละปี
ความสัมพันธ์ไทย–ภฏู าน
ไทยสถาปนาความสัมพันธท์ างการทูตกบั ภฏู านเมือ่ 14 พ.ย.2532 โดยด�ำเนินความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งกันในฐานะ
ประเทศผู้ให้กับมิตรประเทศ ภูฏานให้การสนับสนุนไทยในเวทีระหว่างประเทศด้วยดีเสมอมา และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
ทง้ั ในระดบั พระราชวงศแ์ ละระดบั ประชาชน ทมี่ คี วามเชอื่ มโยงทางพทุ ธศาสนาและวฒั นธรรม ปจั จบุ นั สอท.ไทย ณ กรงุ ธากา
103 ข้อมูลพื้นฐานของตา่ งประเทศ 2562
(บงั กลาเทศ) มเี ขตอาณาครอบคลมุ ภฏู าน ซงึ่ มกี งสลุ ใหญก่ ติ ตมิ ศกั ดไิ์ ทยประจำ� กรงุ ทมิ พู คอื นายดาโชอเู กน เชชปั ดอรจ์ ี (DashoUgen
Tshechup Dorji) ได้รบั สัญญาบตั รตราตงั้ เม่อื 10 ก.พ. 2546 นอกจากนี้ ไทยยงั เปน็ จุดหมายปลายทางของสมาชกิ ราชวงศ์
และชาวภูฏานที่มีฐานะดีในการเดินทางมาศึกษาและรับการรักษาพยาบาล โดยปัจจุบันมีนักศึกษาชาวภูฏาน
เข้ามาศึกษาในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในไทยเพ่ิมขึ้นทุกปี เน่ืองจากค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการศึกษาในประเทศตะวันตก
และมที ุนการศึกษาทีไ่ ทยใหก้ ารสนบั สนนุ เป็นจำ� นวนมาก
ความสัมพันธ์ในเชิงการค้ายังมีไม่มากนัก เน่ืองจากยังไม่มีความตกลงเพ่ือส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน และ
ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างกัน อย่างไรก็ดี ในการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ระหว่าง
ไทยและภฏู านครั้งที่ 2 เม่อื ส.ค.2560 ทงั้ สองฝ่ายตดิ ตามผลการหารือในประเดน็ ความร่วมมอื ทางเศรษฐกจิ ดา้ นตา่ ง ๆ ท่ีสนใจ
ร่วมกัน อาทิ 1) การขยายความร่วมมือด้านการค้า รอบปี 2559 ตัวเลขการค้าเพ่ิมสองเท่า 2) ความร่วมมือด้านการลงทุน
โดยเฉพาะสาขาท่ีไทยมีศักยภาพ เช่น ก่อสร้าง และท่องเท่ียว รวมทั้งการกระชับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ เช่น
ดา้ นการเกษตร การพัฒนาผลติ ภณั ฑช์ มุ ชน และการพัฒนาอตุ สาหกรรมทอ่ งเทย่ี ว ปัจจุบันมีบรษิ ัทไทยเข้าไปลงทุนแลว้ 1 ราย
คอื โรงแรม Haven Paro Resort และบริษัท D2 ภายใตเ้ ครอื ดุสติ ธานี มขี ้อตกลงท่ีจะเขา้ ไปบริหารโรงแรมซง่ึ ภาคเอกชนภูฏาน
เป็นเจ้าของ 2 แหง่ คือ โรงแรมในกรุงทิมพู และเมืองพูนาคา
ภูฏานเป็นคู่ค้าในตลาดเอเชียใต้อันดับท่ี 8 ของไทย (อันดับสุดท้าย) รองจาก อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ
ศรีลังกา มลั ดฟี ส์ เนปาล และอฟั กานสิ ถาน ตามลำ� ดบั เมอ่ื ปี 2559 การคา้ ระหวา่ งไทยกบั ภฏู านมมี ลู คา่ 24.37 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั
แต่มอี ตั ราเตบิ โตกว่า 110.73% โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรยี บดุลการค้า ช่วง 5 ปีทผ่ี า่ นมา (ปี 2555-2559) การค้ารวมมีมลู คา่ เฉล่ีย
15.49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 74.14 % ต่อปี ทั้งนี้ สินค้าที่ไทยส่งออกไปยังภูฏาน ได้แก่
เคร่อื งจกั รกลและสว่ นประกอบ รถยนต์ อุปกรณแ์ ละสว่ นประกอบ ซปุ และอาหารปรุงแตง่ เฟอรน์ เิ จอร์และชน้ิ สว่ น ผลติ ภณั ฑ์
ข้าวสาลีและอาหารส�ำเร็จรูปอื่น ๆ ส่วนสินค้าท่ีไทยน�ำเข้าจากภูฏาน ได้แก่ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เคมีภัณฑ์ สัตว์และ
ผลติ ภณั ฑจ์ ากสัตว ์
ข้อตกลงส�ำคัญ : บนั ทึกความเขา้ ใจว่าดว้ ยความรว่ มมอื ในการพัฒนาดา้ นสุขอนามยั (ต.ค.2530) ความตกลงวา่
ด้วยบริการเดินอากาศ (มิ.ย.2536) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร (เม.ย.2545) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้น
การตรวจลงตราส�ำหรับหนังสือเดินทางทูตและราชการ (ก.ค.2547) ความตกลงว่าด้วยกรอบความร่วมมือท่ีครอบคลุมทุกด้าน
(ก.ค.2547) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรม (มิ.ย.2548) พิธีสารเพ่ิมเติมความตกลงว่าด้วยกรอบ
ความร่วมมือทีค่ รอบคลมุ ทกุ ดา้ นเพอ่ื เพ่มิ ความร่วมมือด้านการพฒั นาโครงสร้างพน้ื ฐานของถนน (ม.ค.2551) ความตกลงว่าด้วย
ความร่วมมอื ทางการคา้ และเศรษฐกจิ ระหว่างไทยกบั ภูฏาน (พ.ย.2556)
--------------------------------------------
ขอ้ มูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562 104
นายโลเตย์ เชอรงิ
(Lotay Tshering)
ตำ� แหนง่ นรม.
เกดิ ปี 2511 (อายุ 51 ป/ี ปี 2562) ที่ทมิ พู ภูฏาน
สถานภาพ สมรส
การศกึ ษา - ปริญญาตรดี ้านแพทยศาสตร์ จากมหาวทิ ยาลยั ธากา บังกลาเทศ
- ปริญญาโทด้านบริหารธรุ กจิ จากมหาวทิ ยาลยั แคนเบอร์รา ออสเตรเลยี
พรรคการเมอื งที่สังกัด - พรรค Druk Nyamrup Tshogpa (DNT)
ประวัติการท�ำงาน
- ทปี่ รกึ ษาศลั ยแพทยป์ ระจำ� โรงพยาบาล Mongar Regional Referra ภฏู าน
ประวตั ทิ างการเมือง - เข้ารว่ มพรรค Druk Nyamrup Tshogpa (DNT) แต่แพก้ ารเลือกตัง้ รัฐสภารอบแรกของภฏู าน
ปี 2556 - ดำ� รงตำ� แหนง่ หวั หนา้ พรรค Druk Nyamrup Tshogpa (DNT)
พ.ค.-ต.ค.2561 - ดำ� รงต�ำแหนง่ นายกรฐั มนตรขี องภฏู าน โดยเอาชนะพรรค Druk Phuensum Tshogpa (DPT)
18 ต.ค.2561 ในการเลือกตัง้ ท่ัวไป รอบสองของภูฏานเมือ่ 18 ต.ค.2561
----------------------------------------------
105 ขอ้ มลู พนื้ ฐานของต่างประเทศ 2562
คณะรัฐมนตรีภูฏาน
สมเดจ็ พระราชาธบิ ดี Jigme Khesar Namgye lWangchuck
นรม. Tshering Tobgay
รมว.กระทรวงเกษตรและปา่ ไม้ Yeshay Dorji
รมว.กระทรวงกจิ การเศรษฐกิจ Lekey Dorji
รมว.กระทรวงศึกษาธกิ าร Norbu Wangchuk
รมว.กระทรวงการคลัง Namgay Dorji
รมว.กระทรวงการตา่ งประเทศ Damcho Dorji
รมว.กระทรวงมาตุภูมิและกจิ การวัฒนธรรม Dawa Gyaltshen
รมว.กระทรวงสาธารณสุข Tandin Wangchuk
รมว.กระทรวงสารสนเทศและการส่ือสาร Dina Nath Dhungyel
รมว.กระทรวงแรงงานและทรัพยากรมนุษย ์ Nima Sangay Chenpo
รมว.กระทรวงโยธาธิการและการต้งั ถนิ่ ฐานมนษุ ย์ Dorji Choden
ประธานสภาทีป่ รึกษาสว่ นพระองค ์ Rinzin Gyaltshen
------------------------------- (ก.ย.2561)
หมายเหตุ อยู่ระหวา่ งการจดั ต้งั ครม.ชุดใหม่ หลังเสรจ็ สน้ิ การเลอื กตงั้ ทั่วไป เมอื่ 18 ต.ค.2561
ขอ้ มลู พืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562 106
รฐั พหชุ นชาตแิ หง่ โบลเิ วยี
(Plurinational State of Bolivia)
เมอื งหลวง ซเุ กรเปน็ เมอื งหลวงตามรฐั ธรรมนูญ และลาปาซเป็นท่ีตง้ั หนว่ ยราชการ
ที่ตัง้ ทางตอนกลางของทวปี อเมรกิ าใต้ ตง้ั อยทู่ างตะวนั ตกเฉยี งใตข้ องบราซลิ พนื้ ที่ 1,098,581 ตร.กม. มขี นาดใหญอ่ นั ดบั 5
ในอเมรกิ าใต้ โดยมอี าณาเขตทางบก 1,083,301 ตร.กม. และอาณาเขตทางนำ�้ 15,280 ตร.กม. ไม่มที างออกทะเล
อาณาเขต ทศิ เหนือและทิศตะวันออก ติดกับบราซิล (3,403 กม.)
ทิศตะวันตก ตดิ กับชิลี (942 กม.) และเปรู (1,212 กม.)
ทิศใต้ ตดิ กับปารากวยั (753 กม.) และอาร์เจนตินา (942 กม.)
ภมู ปิ ระเทศ สว่ นใหญเ่ ปน็ ทรี่ าบสงู เปน็ หนง่ึ ในประเทศทมี่ เี ทอื กเขาแอนดสี ซงึ่ ยาวทสี่ ดุ ในโลกพาดผา่ นเชน่ เดยี วกบั โคลอมเบยี
เอกวาดอร์ เปรู อารเ์ จนตนิ า และชลิ ี โดยบรเิ วณเทอื กเขาแอนดสี ในโบลเิ วยี มที ร่ี าบสงู เรยี กวา่ “ทร่ี าบสงู โบลเิ วยี ” เปน็ ทต่ี ง้ั ของเมอื งหลวง
สว่ นทางภาคตะวนั ออกเปน็ ทร่ี าบลมุ่ แมน่ ำ�้ แอมะซอน พนื้ ทเี่ ปน็ ปา่ เขตรอ้ นชน้ื และปา่ พรุ
107 ขอ้ มูลพ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562
ภูมอิ ากาศ แตกต่างกันในแต่ละพ้ืนท่ี บริเวณท่ีราบสูงและเทือกเขาแอนดีสอากาศหนาวเย็น หุบเขาตอนกลางและตอนล่าง
มีอุณหภมู ิระดบั ปานกลาง ส่วนทางเหนือและทางตะวนั ออกมีอณุ หภูมแิ บบเส้นศูนย์สูตรและปา่ เขตร้อนชน้ื
ประชากร 11,138,243 ลา้ นคน ประชากรสว่ นใหญเ่ ปน็ ลกู ผสมระหวา่ งคนผวิ ขาวกบั คนอนิ เดยี นพน้ื เมอื ง (ชาวเมสตโิ ซ) 68%
คนอินเดียนพืน้ เมือง 20% คนผิวขาว 5% ชาว cholo/chola 2% คนผวิ ด�ำ 1% อน่ื ๆ 1% ระบไุ ม่ได้ 3% อตั ราสัดสว่ นประชากร
จ�ำแนกตามอายุ : อายุ 0-14 ปี 31.85% อายุ 15-24 ปี 19.46% อายุ 25-54 ปี 37.48% อายุ 55-64 ปี 5.9% อายุ 65 ปี
ขน้ึ ไป 5.3% อายุขัยเฉลย่ี ของประชากรโดยรวม 69.5 ปี เพศชาย 66.7 ปี เพศหญงิ 72.4 ปี อัตราการเกิด 22 คนต่อประชากร
1,000 คน อัตราการตาย 6.4 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเพ่มิ ของประชากร 1.51%
ศาสนา ครสิ ตน์ กิ ายโรมนั คาทอลกิ 76.8% ครสิ ตน์ กิ าย Evangelical และ Pentecostal 8.1% ครสิ ตน์ กิ ายโปรเตสแตนต์
7.9% ไมน่ บั ถอื ศาสนา 5.5% อนื่ ๆ 1.7%
ภาษา ตามรฐั ธรรมนญู ปี 2552 ภาษาสเปนและภาษาพนื้ เมอื งทงั้ หมด 36 ภาษาถอื เปน็ ภาษาราชการ ภาษาทใ่ี ชท้ างราชการ
มากทส่ี ดุ คอื ภาษาสเปน 60.7% รองลงมาคอื ภาษาชาว Quechua 21.2% ภาษาชาว Aymara 14.6% ภาษาตา่ งประเทศ 2.4%
ภาษาอนื่ ๆ 1.2%
การศกึ ษา ประชากรอายุต้ังแต่ 15 ปีขึ้นไปท่ีสามารถอ่านออกและเขียนได้ อัตราการรู้หนังสือ 92.5% เพศชาย 96.5%
เพศหญิง 88.6% งบประมาณด้านการศึกษา 7.3% ของ GDP การศึกษาแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ก่อนวัยเรียน ประถมศึกษา
มัธยมศึกษาและอุดมศึกษา การศึกษาภาคบงั คับ 8 ปี
การก่อตง้ั ประเทศ พื้นท่ปี ระเทศโบลเิ วยี เริม่ เปน็ อาณาจักรมานานกว่า 2,000 ปี เมอ่ื ชาว Aymara ซ่ึงเปน็ คนอินเดยี นพนื้ เมอื ง
จาก Andes และ Altiplano เขา้ มาตง้ั ถน่ิ ฐาน และตง้ั เมอื งหลวงท่ี Tiwanaku ทางตะวนั ตกของโบลเิ วยี และกลายเปน็ ศนู ยก์ ลางอำ� นาจ
ในเขต Southern Andes (เปน็ วฒั นธรรมรากฐานของคนอนิ เดยี นพนื้ เมอื งในเปรู โบลเิ วยี และชลิ ใี นปจั จบุ นั ) ระหวา่ งปี 1981-2070
อยภู่ ายใตก้ ารปกครองของอาณาจกั รอนิ คา (the Inca empire) ชว่ งปี 2067 ชาวสเปนเรม่ิ เขา้ รกุ รานดนิ แดนในปกครองของอนิ คา
และสามารถยึดครองไดท้ ัง้ หมดเมอื่ ปี 2076 พนื้ ทท่ี ีเ่ ปน็ โบลิเวียถกู เรยี กว่า “Upper Peru” และกลายเป็นแหล่งทำ� เหมืองแร่เงิน
ของสเปน การประกาศเอกราชจากสเปนเกดิ ขึน้ หลังเหตุการณ์ the La Paz revolution ภายใตก้ ารนำ� ของนาย Simón Bolívar
เมอื่ 6 ส.ค.2368
วันชาต ิ 6 ส.ค. (ประกาศเอกราชจากสเปนเม่อื 6 ส.ค.2368)
การเมอื ง ระบบประธานาธิบดี
ฝา่ ยบรหิ าร : ประธานาธบิ ดี Juan Evo Morales Ayma เปน็ ประมขุ รฐั และหวั หนา้ รฐั บาล (ตง้ั แต่ 22 ม.ค.2549)
รองประธานาธบิ ดี คอื นาย Alvaro Garcia Linera (ตงั้ แต่ 22 ม.ค.2549) ประธานาธบิ ดมี าจากการเลอื กตงั้ โดยตรง จากผทู้ ไ่ี ดเ้ สยี ง
ขา้ งมากจากการเลอื กตง้ั ไมจ่ ำ� กดั วาระการดำ� รงตำ� แหนง่ หลงั การแกร้ ฐั ธรรมนญู เมอ่ื ปลายปี 2560 (เดมิ วาระละ 5 ปี ดำ� รงตำ� แหนง่
ตอ่ กนั ได้ 2 วาระ) การเลอื กตง้ั ครงั้ ลา่ สดุ เมอื่ 12 ต.ค.2557 นาย Juan Evo Morales Ayma สามารถชนะการเลอื กตงั้ และรบั ตำ� แหนง่
ประธานาธบิ ดเี ปน็ สมยั ท่ี 3 ไดเ้ นอื่ งจากศาลโบลเิ วยี ตคี วามวา่ นาย Juan Evo Morales Ayma เพง่ิ ดำ� รงตำ� แหนง่ ไดส้ มยั เดยี วนบั จาก
ข้อมลู พน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562 108
รฐั ธรรมนญู มผี ลบงั คบั ใช้ (ปี 2553-2557) การเลอื กตง้ั ครงั้ ตอ่ ไปจะมขี นึ้ ในปี 2562 คณะรฐั มนตรมี าจากการแตง่ ตง้ั โดยตรงจาก
ประธานาธบิ ดี
ฝา่ ยนติ ิบัญญัติ : ระบบ 2 สภา 1) วฒุ สิ ภามีสมาชิก 36 คน ซึง่ ได้รบั เลอื กตั้งเป็นผแู้ ทนในระบบสัดสว่ นจากบญั ชี
รายช่ือของพรรค วาระการดำ� รงตำ� แหน่ง 5 ปี 2) สภาผ้แู ทนราษฎรมสี มาชิก 130 คน มาจากการเลือกตัง้ โดยตรงแบบเขตเดยี ว
เบอรเ์ ดยี ว 70 คน จากระบบสดั ส่วนตามบญั ชรี ายชอื่ พรรค 53 คน และ 7 ทนี่ ั่งเปน็ ตวั แทนพเิ ศษจากชนพนื้ เมอื ง ทง้ั นี้ วฒุ สิ มาชกิ
และ ส.ส. มีวาระด�ำรงตำ� แหนง่ 5 ปี การเลือกตั้งสมาชกิ วุฒสิ ภาและสภาผู้แทนฯ ครงั้ ล่าสดุ เมอ่ื 12 ต.ค.2557 ผลการเลือกตั้ง
วุฒสิ มาชกิ พรรค MAS ของประธานาธิบดี Juan Evo Morales Ayma 25 คน พรรค UD 9 คน พรรค PDC 2 คน ส่วนผลการ
เลอื กตงั้ สภาผแู้ ทนราษฎร พรรค MAS ได้ 88 คน พรรค UD 32 คน และพรรค PDC 10 คน การเลอื กตงั้ ครงั้ ตอ่ ไปในปี 2562
ฝา่ ยตลุ าการ : ประกอบดว้ ยศาลฎกี า มสี มาชกิ 12 คน ศาลรฐั ธรรมนญู สมาชกิ 14 คน (ตามรฐั ธรรมนญู ปี 2552)
มาจากการเลอื กตงั้ โดยศาลฎกี า
พรรคการเมอื งสำ� คญั : พรรค Christian Democratic Party (PDC) มนี าย Jorge Fernando Quiroga Ramirez
เปน็ หวั หนา้ พรรค Movement Toward Socialism (MAS) ประธานาธบิ ดี Juan Evo Morales Ayma เป็นหัวหนา้ พรรค และ
พรรค National Unity (UN) มนี าย Samuel Doria Medina Arana เปน็ หวั หน้าพรรค
กลมุ่ กดดนั ทางการเมอื ง : Bolivian Workers Central (COB) Federation of Neighborhood Councils of
El Alto (FEJUVE) Landless Movement (MST) Nationl Confederation of Native Rural Indigenous Women of
Bolivia (Bartolina) National Coordinator for Change (CONALCAM) Sole Confederation of Campesino Workers
of Bolivia (CSUTCB) กลุ่มผ้ปู ลูกโคคา หรอื Cocalero groups กล่มุ องค์กรชาวอินเดยี นพน้ื เมอื ง ไดแ้ ก่ Confederation of
Indigenous Peoples of Eastern Bolivia (CIDOB) National Council of Ayullus and Markas of Quollasuyu (CONAMAQ)
Interculturales union (CSCIB) สหภาพแรงงาน รวมถึง the Central Bolivian Workers’ Union (COB) และ Cooperative
Miners Federation (FENCOMIN)
เศรษฐกจิ โบลเิ วยี มที รพั ยากรธรรมชาตอิ ดุ มสมบรู ณโ์ ดยเฉพาะนำ้� มนั และกา๊ ซธรรมชาติ ซง่ึ เปน็ สนิ คา้ สง่ ออกสำ� คญั (สว่ นใหญ่
ส่งออกไปบราซิลและอาร์เจนตินา) ก๊าซธรรมชาติมีสัดส่วนการส่งออกประมาณ 50% และท�ำรายได้ให้ประเทศมากกว่า
50% ของงบประมาณปี 2558 แตก่ ลบั มสี ถานะเปน็ ประเทศทมี่ รี ะดบั การพฒั นาตำ�่ ทสี่ ดุ ประเทศหนง่ึ ในลาตนิ อเมรกิ า เนอื่ งจากปญั หา
การเมอื งภายในและคอรร์ ปั ชนั ทข่ี ดั ขวางการเตบิ โตทางเศรษฐกจิ และการลงทนุ จากตา่ งประเทศ การขาดการลงทนุ จากตา่ งประเทศใน
ภาคอตุ สาหกรรมเหมอื งแรแ่ ละปโิ ตรเลยี ม รวมถงึ ปญั หาความขดั แยง้ ทางสงั คม เปน็ อปุ สรรคอยา่ งยงิ่ ตอ่ การพฒั นาเศรษฐกจิ ของโบลเิ วยี
อยา่ งไรกต็ าม เมอื่ ปี 2552 ขณะทเี่ ศรษฐกจิ โลกชะลอตวั โบลเิ วยี กลบั มอี ตั ราการเตบิ โตทางเศรษฐกจิ สงู ทสี่ ดุ ในอเมรกิ าใต้ โดยอตั ราการ
เตบิ โตทางเศรษฐกจิ สงู ถงึ 5.3% และไดเ้ ปรยี บดลุ การคา้ ตา่ งประเทศอยา่ งตอ่ เนอื่ งมาจนถงึ ปี 2557 จนกระทง่ั เกดิ วกิ ฤตพิ ลงั งานโลกเมอ่ื
ปลายปี 2557 ทำ� ใหอ้ ตั ราการเตบิ โตทางเศรษฐกจิ รายไดจ้ ากการสง่ ออกและรายไดข้ องประเทศลดลง ปี 2558 ประธานาธบิ ดี Evo MORALES
พยายามสง่ เสรมิ การลงทนุ จากตา่ งประเทศและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพดา้ นการผลติ พลงั งาน ดว้ ยการผา่ นกฎหมายการลงทนุ ฉบบั ใหม่
รวมถงึ ปรบั ปรงุ สภาพแวดลอ้ มในการลงทนุ ใหแ้ กน่ กั ลงทนุ ตา่ งประเทศ
ชว่ งตน้ ปี 2559 รฐั บาลโบลเิ วยี อนมุ ตั แิ ผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมปี 2559-2563 ตงั้ เปา้ หมายรกั ษาอตั ราการเตบิ โต
ทางเศรษฐกจิ ทรี่ อ้ ยละ 5 และลดปญั หาความยากจน
สกลุ เงิน : โบลเิ วยี โน (Bolivianos-BOB) อัตราแลกเปลีย่ น 1 ดอลลารส์ หรัฐ : 6.933 โบลิเวียโน
ดชั นีเศรษฐกจิ ส�ำคญั (ปี 2561)
ผลิตภัณฑม์ วลรวมภายในประเทศ (GDP) : 37,120 ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ
109 ขอ้ มลู พน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562
อัตราการเตบิ โตทางเศรษฐกิจ : 4.2%
รายไดเ้ ฉลยี่ ตอ่ หวั ต่อปี : 7,200 ดอลลารส์ หรัฐ
อตั ราการวา่ งงาน : 4%
อัตราเงินเฟอ้ : 2.8%
หนีส้ าธารณะ : 50.9% ของ GDP
ดุลการคา้ ระหว่างประเทศ : ขาดดุล 1,302 ล้านดอลลารส์ หรฐั
มูลค่าการส่งออก : 7, 986 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั
สินคา้ ส่งออก : ก๊าซธรรมชาติ เงิน สังกะสี ตะกว่ั ทองค�ำ คนี ัว ถวั่ เหลอื งและผลติ ภณั ฑ์จากถั่วเหลือง
คูค่ า้ สำ� คัญ : บราซิล (17.91%) อารเ์ จนตนิ า (16%) สหรัฐฯ (7.8%) ญ่ปี ุ่น (7.3%) อนิ เดีย (6.6%) เกาหลีใต้ (6.3%) โคลอมเบีย
(5.8%) จนี (5.1%)
มูลค่าการนำ� เขา้ : 9,288 ล้านดอลลารส์ หรัฐ
สินคา้ นำ� เข้า : เครอ่ื งจกั รกล ผลติ ภณั ฑ์ปิโตรเลยี ม รถยนต์ สินแรเ่ หล็กและเหลก็ พลาสตกิ
คคู่ ้าน�ำเขา้ : จนี (21.7%) บราซิล (16.8%) อารเ์ จนตนิ า (12.6%) สหรัฐฯ (8.4%) เปรู (6.5%)
ทุนส�ำรองเงนิ ตราตา่ งประเทศและทองคำ� : 10,260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
งบประมาณแผน่ ดิน : 15,010 ล้านดอลลารส์ หรัฐฯ
หนี้ตา่ งประเทศ : 9,428 ล้านดอลลารส์ หรัฐ ดลุ บัญชีเดนิ สะพดั : -2,155 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั
การทหาร กำ� ลงั พล 81,900 นาย ประกอบดว้ ย ทบ. 22,800 นาย ทร. 4,800 นาย ตำ� รวจนำ�้ 1,000 นาย (ประจำ� การทฐ่ี านทพั
ในแมน่ ำ้� และทะเลสาบเนอ่ื งจากโบลเิ วยี ไมม่ ที างออกทะเล) และ ทอ. 6,500 นาย กองกำ� ลงั กง่ึ ทหาร 37,100 นาย กำ� ลงั พลสำ� รอง
37,100 นาย ยทุ โธปกรณส์ ำ� คญั อาทิ ถ.54 คนั รถลำ� เลยี งพลหมุ้ เกราะ 137 คนั ปนื ใหญช่ นดิ ลาก 86 กระบอก เครอ่ื งบนิ ลำ� เลยี ง
40 เครอ่ื ง เฮลคิ อปเตอร์ 39 เครอ่ื ง เครอ่ื งบนิ ฝกึ 26 เครอื่ ง เฮลคิ อปเตอรโ์ จมตี 7 เครอ่ื ง เรอื ตรวจการณช์ ายฝง่ั 11 ลำ� งบประมาณ
ดา้ นการทหาร 315 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั หรอื 1.5% ของ GDP
สมาชกิ องคก์ ารระหวา่ งประเทศ ไดแ้ ก่ CAN, CD, CELAC, FAO, G-77, IADB, IAEA, IBRD, ICAO, ICC (national committees),
ICCt, ICRM, IDA, IFAD, IFC, IFRCS, ILO, IMF, IMO, Interpol, IOC, IOM, IPU, ISO (correspondent), ITSO, ITU, LAES, LAIA,
Mercosur (associate), MIGA, MINUSTAH, MONUSCO, NAM, OAS, OPANAL, OPCW, PCA, UN, UNAMID, UNASUR, UNCTAD,
UNESCO, UNIDO, Union Latina, UNMIL, UNMISS, UNOCI, UNWTO, UPU, WCO, WFTU (NGOs), WHO, WIPO, WMO และ WTO
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โบลิเวียพัฒนาศักยภาพด้านนิวเคลียร์โดยก�ำหนดจะร่วมมือกับบริษัท Rosatom ของรัสเซีย
สร้าง nuclear complex มูลค่าการด�ำเนินการ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ให้ค�ำมั่น
จะถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่โบลิเวีย
การขนสง่ และโทรคมนาคม ทา่ อากาศยาน 855 แหง่ (ทา่ อากาศยานนานาชาติ 4 แหง่ : ทา่ อากาศยานนานาชาติ Jorge Wilstermann
International Airport ใน Cochabamba, El Alto International Airport ใน La Paz , Puerto Suárez International Airport ใน
Puerto Suárez และ Viru Viru International Airport ใน Santa Cruz เสน้ ทางรถไฟ 3,504 กม. ถนน 90,568 กม. เสน้ ทางนำ�้ 10,000 กม.
(เสน้ ทางเดนิ เรอื พาณชิ ยส์ ว่ นใหญอ่ ยใู่ นตอนเหนอื และตะวนั ออกของประเทศ) โบลเิ วยี ไมม่ ที างออกทะเล จงึ ตอ้ งขนสง่ สนิ คา้ ผา่ นทา่ เรอื ของ
ข้อมลู พ้นื ฐานของต่างประเทศ 2562 110
อารเ์ จนตนิ า ชลิ ี และบราซลิ การโทรคมนาคม : โทรศพั ทพ์ นื้ ฐาน 867,346 เลขหมายโทรศพั ทเ์ คลอ่ื นท่ี 10.106 ลา้ นเลขหมาย
รหสั โทรศพั ท์ +591 จำ� นวนผใู้ ชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ 4.354 ลา้ นคน รหสั อนิ เทอรเ์ นต็ .bo
การเดนิ ทาง บคุ คลสญั ชาตไิ ทยประสงคจ์ ะเดนิ ทางเขา้ ประเทศโบลเิ วยี ตอ้ งขอรบั การตรวจลงตราหนงั สอื เดนิ ทาง และตอ้ งยนื่
หลกั ฐานการฉดี วคั ซนี ปอ้ งกนั ไขเ้ หลอื งประกอบการขอตรวจลงตราหนงั สอื เดนิ ทาง โดยเฉพาะประเภทการทอ่ งเทย่ี วและ non-immigrant
โดยคา่ ธรรมเนยี มตรวจลงตราประเภททอ่ งเทยี่ ว 30 ดอลลารส์ หรฐั (พำ� นกั ได้ 30 วนั ) อยา่ งไรกต็ าม ผถู้ อื หนงั สอื เดนิ ทางไทยสามารถ
ขอตรวจลงตราหนงั สอื เดนิ ทางทอ่ งเทยี่ วไดท้ ดี่ า่ นตรวจคนเขา้ เมอื งหรอื Visa on Arrival โดยเสยี คา่ ธรรมเนยี ม 135 ดอลลารส์ หรฐั
โดยตดิ ตอ่ สอท.โบลเิ วยี /ปกั กง่ิ
โบลเี วยี เปน็ พนื้ ทสี่ งู กวา่ ระดบั นำ�้ ทะเล 3,650 เมตร ผทู้ เี่ ดนิ ทางไป La Paz มคี วามเสยี่ งทมี่ อี าการแพร้ ะดบั ความสงู
(altitude sickness)
สถานการณ์สำ� คญั ทีน่ า่ ติดตาม
โบลเิ วยี ตดั สนิ ใจจะฟอ้ งรอ้ งชลิ ตี อ่ ศาลยตุ ธิ รรมระหวา่ งประเทศ (International Court of Justice-ICJ) เกยี่ วกบั ปญั หา
ความขดั แยง้ การใชน้ ำ้� จากแหลง่ นำ�้ Silala spring waters ซง่ึ โบลเิ วยี ระบวุ า่ เปน็ ของโบลเิ วยี ขณะทช่ี ลิ รี ะบวุ า่ แมน่ ำ้� สายดงั กลา่ วเปน็
the waters constitute an international river และชลิ กี จ็ ะฟอ้ งรอ้ งทางแพง่ ตอ่ โบลเี วยี เชน่ กนั หากโบลเิ วยี เรยี กรอ้ งคา่ เสยี หายจาก
การใชน้ ำ้�
โบลเิ วยี เปน็ พน้ื ทผ่ี ลติ โคเคนแหลง่ สำ� คญั อนั ดบั ที่ 3 ของโลก (รองจากโคลอมเบยี และเปร)ู มขี ดี ความสามารถในการ
ผลติ โคเคนประมาณ 1,000 กก./ปี แมว้ า่ ตลาดหลกั จะอยใู่ นลาตนิ อเมรกิ า และยโุ รป แตใ่ นชว่ ง 1-2 ปที ผี่ า่ นมามรี ายงานการลกั ลอบ
นำ� เขา้ มายงั ไทยดว้ ย
ความสัมพนั ธ์ไทย-โบลิเวยี
ไทยและโบลเิ วยี สถาปนาความสมั พนั ธท์ างการทตู กนั เมอื่ 1 ก.พ.2506 ปจั จบุ นั สอท. ณ กรงุ ลมิ า มเี ขตอาณาครอบคลมุ
โบลเิ วยี นาย Francisco Muñoz เปน็ กงสลุ ใหญก่ ติ ตมิ ศกั ดไิ์ ทย/กรงุ ลาปาซ สว่ น สอท.โบลเิ วยี ณ กรงุ ปกั กง่ิ มเี ขตอาณาครอบคลมุ
ประเทศไทย ทง้ั สองประเทศมคี วามสมั พนั ธท์ ร่ี าบรนื่ แมไ้ มใ่ กลช้ ดิ และไมม่ กี ารแลกเปลยี่ นการเยอื นบอ่ ยครงั้ นกั อยา่ งไรกด็ ี ไทยได้
แสดงความเป็นมิตรประเทศที่ดีของโบลิเวียโดยแต่งตั้ง ออท. ณ กรุงลิมา เป็นผู้แทนระดับสูงของไทย เข้าร่วมพิธีสาบานตน
เข้ารับต�ำแหนง่ ประธานาธบิ ดขี องนาย Juan Evo Morales Ayma เมื่อปี 2553 และรฐั บาลไทยมอบเงินช่วยเหลือชาวโบลเิ วยี ที่
ประสบอุทกภัยคร้ังรนุ แรงเม่อื ปี 2551
ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ มลู ค่าการค้าปี 2560 มลู ค่า 1,050.31 ล้านบาท ไทยสง่ ออก 959.09 ลา้ นบาทและ
นำ� เขา้ 91.22 ลา้ นบาท ไทยเป็นฝา่ ยไดเ้ ปรียบดลุ การคา้ 867.88 ลา้ นบาท สินค้าสง่ ออกของไทยท่สี �ำคญั ได้แก่ รถยนต์ อปุ กรณ์
และส่วนประกอบ เครือ่ งจกั รกลและส่วนประกอบ เครอ่ื งยนตส์ นั ดาปภายใน เครอ่ื งกฬี าและเคร่อื งเล่นเกมส์ เครื่องคอมพวิ เตอร์
และสว่ นประกอบ เคหะสิ่งทอ แบตเตอรี่ ผา้ ปักและผา้ ลูกไม้ รถจกั รยานยนต์และสว่ นประกอบ รถจกั รยานและสว่ นประกอบ
ผลติ ภณั ฑย์ าง ผลติ ภณั ฑพ์ ลาสตกิ เครอ่ื งเทศและสมนุ ไพร ผา้ ผนื เครอื่ งดนตรแี ละสว่ นประกอบ อาหารทะเลกระปอ๋ ง ผกั แปรรปู
ข้าวโพด ขา้ วสาลีและข้าวสาลแี ปรรูป สินค้าน�ำเขา้ จากโบลเิ วยี ทีส่ �ำคัญ ได้แก่ เหล็ก เหลก็ กลา้ และผลิตภัณฑ์ เคร่ืองเพชรพลอย
อญั มณี เงนิ แท่งและทองคำ� พืชและผลติ ภณั ฑจ์ ากพชื เคมภี ณั ฑ์ ผกั ผลไมแ้ ละของปรงุ แต่งทที่ ำ� จากผักผลไม้ รองเท้า เส้อื ผา้
ส�ำเร็จรูป ข้าวและผลิตภัณฑ์จากแป้ง เครื่องไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องมือเคร่ืองใช้ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์
สว่ นประกอบและอุปกรณ์ในรถยนต์ กลอ้ ง เลนส์ในการถ่ายภาพ สินค้าทนุ อน่ื ๆ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครวั เรือน
111 ขอ้ มูลพ้ืนฐานของต่างประเทศ 2562
ความร่วมมือทางวิชาการ ไทยกับโบลิเวียยังไม่มีความตกลงทวิภาคีเพ่ือความร่วมมือทางวิชาการแต่ตามกรอบ
ความร่วมมือระหวา่ งเอเชยี ตะวนั ออกกบั ลาตนิ อเมรกิ า (Forum for East Asia-Latin America Cooperation-FEALAC) และ
องค์การรฐั อเมรกิ ัน (Organization of American States-OAS) ไทยให้ทนุ การศกึ ษาและฝึกอบรมผแู้ ทนจากโบลิเวียเช่นเดียว
กับประเทศอืน่ ในลาตนิ อเมรกิ า
ความสัมพันธ์ในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศและการแลกเปลี่ยนการสนับสนุน ไทยกับโบลิเวียมี
ความสัมพันธ์ท่ีดีในการเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศที่ส�ำคัญ โดยเฉพาะการให้เสียงสนับสนุนในการลงสมัครรับเลือกต้ัง
ต�ำแหน่งส�ำคัญในองค์การระหว่างประเทศ อาทิ โบลิเวียให้เสียงสนับสนุนไทยในต�ำแหน่งคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่ง
สหประชาชาติ (HRC) วาระปี 2553-2556 ส่วนไทยให้เสยี งสนบั สนนุ โบลเิ วียในการสมคั รตำ� แหน่งสมาชิกคณะมนตรีเศรษฐกจิ
และสงั คมแหง่ สหประชาชาติ (ECOSOC) วาระปี 2556-2558
---------------------------------
ข้อมูลพืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562 112
Juan Evo Morales Ayma
ตำ� แหนง่ ประธานาธบิ ดี (ดำ� รงตำ� แหนง่ ประธานาธบิ ดมี าตง้ั่ แต่ 22 ม.ค.2549) จากพรรค MAS (Movement toward
Socialism) และเปน็ ประธานาธบิ ดโี บลเิ วยี คนแรกทเ่ี ปน็ ชาวอนิ เดยี นพนื้ เมอื ง
เกดิ 26 ต.ค.2502 (อายุ 60 ป/ี ปี 2562) ทห่ี มบู่ า้ น Isallawi ใน อ. Orinoca จ.Oruro ทร่ี าบสงู ในภาคตะวนั ตกของประเทศ
ในครอบครวั เกษตรกรยากจน บดิ าชอื่ Dionisio Morales Choque มารดาชอื่ Maria Ayama มพี น่ี อ้ ง 7 คน
แตเ่ สยี ชวี ติ 4 คนตง้ั แตย่ งั เดก็ ถกู เลยี้ งดตู ามแบบชาว Aymara ทำ� งานในรา้ นขนมปงั และทำ� อฐิ เพอ่ื หารายไดร้ ะหวา่ ง
เรยี นหนงั สอื
ศาสนา คริสต์นกิ ายโรมนั คาทอลกิ และความเชือ่ ของชาวอนิ เดียนพนื้ เมือง
ครอบครัว มีบตุ รชายนอกสมรส 1 คน Eve Liz Alovaro
การศกึ ษา ระดบั มธั ยมศกึ ษาใน Oruro เมอ่ื ปี 2520
ประวัตกิ ารท�ำงาน ถูกเกณฑ์ทหารและประจ�ำการในกองทัพ สมัครเข้าศึกษาใน the Center for Instruction of
ปี 2520-2521 Special Troops (CITE) ใน Cachabamba ก่อนถกู สง่ ไปประจ�ำการทก่ี องบญั ชาการกองทพั
ในลาปาซ และรบั หนา้ ท่ีรักษาการทท่ี ำ� เนียบประธานาธบิ ดี Palacio Quemado
หลังปลดประจ�ำการ กลบั ไปอยูก่ ับครอบครัวที่ El Chapareใน จ.Chochabamba
ปี 2521 เพอื่ ท�ำการเกษตร และหัดพดู ภาษา Quechua ซ่ึงเปน็ ภาษาอนิ เดียนท้องถนิ่
ผูผ้ ลิตเหล้าลเิ คียวร์ (Cocaleros) เขา้ เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานผูผ้ ลติ เหลา้ ลิเคยี วร์ (Cocaleros)
ปี 2522 เขา้ รว่ มสหภาพแรงงาน และดำ� รงตำ� แหนง่ เลขาธกิ ารสหภาพแรงงานเขต San Francisco มบี ทบาท
ปี 2525-2526 ในการเคล่ือนไหวต่อตา้ นการปราบปรามการปลูกตน้ โคคาของสหรัฐฯ และรฐั บาลโบลิเวยี
ตามนโยบายปราบปรามยาเสพติด
ไดร้ บั เลอื กตงั้ เปน็ เลขาธกิ ารสหภาพผปู้ ลกู ตน้ โคคาแหง่ โบลเิ วยี ประจำ� the August Headquarters
ปี 2528 เขา้ ร่วมการประท้วงอดอาหาร และปิดถนน ตอ่ ตา้ นการทำ� ลายตน้ โคคาของรฐั บาลโบลิเวยี
ปี 2527-2534 ไดร้ บั เลือกตงั้ เป็นเลขาธิการฝ่ายบริหารของสหพันธข์ องสหภาพผูป้ ลูกโคคาแห่งโบลเิ วีย
ปี 2531 เรมิ่ เข้าเล่นการเมือง
ปี 2532 มีบทบาทส�ำคัญในการเคล่ือนไหวต่อต้านรัฐบาล ด้วยการเดินทางไปปราศรัยเก่ียวกับวัฒนธรรม
ปี 2535 ของชาวอินเดียนพ้ืนเมืองกับใบโคคา ซึ่งวัฒนธรรมดังกล่าวถูกคุกคามโดยสหรัฐฯ ในคิวบา และ
แคนาดา
ส.ค.2537 113 ข้อมูลพืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562
นาย Morales ถูกควบคุมตัวจากการเคล่ือนไหวต่อต้านการเผาท�ำลายต้นโคคาและอดอาหาร
ประท้วงระหวา่ งถกู จำ� คกุ ท�ำให้เกิดการเดนิ ขบวนประท้วงของผปู้ ลูกโคคา 3,000 คน จาก Villa
เม.ย.2538 Tunari มายงั La Paz ระยะทาง 580 กม. เพื่อกดดันใหท้ างการปล่อยตวั นาย Morales ท�ำให้
นาย Morales ไดร้ บั การปล่อยตัวเมอื่ 7 ก.ย.2537
ปี 2538 ถกู ควบคมุ ตวั ในขอ้ หาพยายามกอ่ การรฐั ประหาร โดยความรว่ มมอื จากกลมุ่ กบฎ FARC ในโคลอมเบยี
และกลุ่ม Shing Path ในเปร ู แต่ขาดหลกั ฐานจึงถูกปล่อยตวั หลังจากน้ัน 1 สัปดาห์
ปี 2539 ตง้ั พรรค the Political Instrument for the Sovereignty of the People (IPSP) แต่ไม่ไดร้ ับ
การรบั รองจากทางการโบลเิ วยี
ปี 2540 ไดร้ ับการแต่งตงั้ ให้เปน็ ประธาน the Committee of the 6 Federations of the Topics of
Cochabamba และดำ� รงต�ำแหน่งดังกลา่ วมาจนถึงปี 2549
ด�ำรงต�ำแหน่งผู้น�ำสหภาพแรงงานและเข้าร่วมเป็นสมาชิกวุฒิสภา แต่ถูกขับออกจากต�ำแหน่ง
ปี 2545 เมอื่ ปี 2544 เนอื่ งจากทศั นคตใิ นการตอ่ สเู้ พอื่ สทิ ธขิ องชาวอนิ เดยี นพน้ื เมอื ง เปน็ สาเหตทุ ำ� ใหต้ ำ� รวจ
2 นายเสียชวี ติ ท่ี Sacaba
เขา้ เปน็ พนั ธมติ รกบั พรรค the Movement toward Socialism (Movimiento alSocialismo-MAS)
เพ่ือลงสมัครรบั เลือกต้ังชงิ ต�ำแหน่งประธานาธบิ ดี แมจ้ ะพ่ายแพต้ ่อนาย Gonzalo Sánchez de
Lozada แต่ก็ได้รับคะแนนเสียง 20.94% เป็นอันดับที่ 2 ในการเลือกตั้ง ท�ำให้นาย Morales
เข้ารับต�ำแหน่งในวุฒิสภาอีกคร้ังหนึ่งในฐานะผู้น�ำพรรคฝ่ายค้าน ในช่วงดังกล่าวนาย Morales
ปี 2546 เริ่มสนิทสนมกับนาย Hugo Chavez ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และนาย Fidel Castro
ประธานาธบิ ดีคิวบา และเรมิ่ กลา่ วหาว่า CIA ท่มี แี ผนลอบสงั หารตน
ปี 2548 นาย Morales ถกู กลา่ วหาวา่ ใชเ้ หตกุ ารณป์ ระทว้ งใน La Paz เพอ่ื ลม้ รฐั บาล ดว้ ยความรว่ มมอื จาก
องค์กรอาชญากรรม กลมุ่ กบฎ FARA รวมถงึ รฐั บาลสังคมนยิ มเวเนซุเอลา ควิ บา และลเิ บีย
ลงสมคั รชงิ ตำ� แหนง่ ประธานาธบิ ดจี ากพรรค MAS และไดร้ บั เลอื กตง้ั เปน็ ประธานาธบิ ดโี บลเิ วยี ดว้ ย
ม.ค.2549 คะแนนเสียง 53.7% ซ่งึ เป็นคร้งั แรกในรอบ 40 ปีทีผ่ ู้ชิงต�ำแหนง่ ประธานาธิบดีชนะด้วยคะแนน
เสยี งข้างมากอยา่ งชัดเจน
ทัศนคตทิ างการเมอื ง ท�ำพิธีสาบานตนเข้ารับต�ำแหน่งประธานาธิบดีโดยเป็นประธานาธิบดีโบลิเวียเช้ือสายชาวอินเดียน
พ้ืนเมอื ง ชาว Aymara คนแรกของโบลิเวียโดยมชี นกล่มุ น้อยเปน็ ฐานเสียงสำ� คญั
รัฐบาลของนาย Morales น�ำระบบสงั คมนิยมคอมมิวนิสตม์ าใช้ในการบรหิ ารประเทศ ซง่ึ ถูกเรียก
วา่ ระบบการเมืองแบบ Evoism หรอื Evismo ต้องการสร้างความเทา่ เทียมทางสงั คม ใหค้ วาม
สำ� คญั กบั การทำ� ใหโ้ บลเิ วยี ไดร้ บั การยอมรบั อยา่ งเทา่ เทยี มกบั ประเทศอนื่ ๆ เปน็ มติ รกบั ประเทศท่ี
นโยบายทางการเมือง ปกครองดว้ ยระบอบสงั คมนยิ มคอมมวิ นสิ ต์ เชน่ ควิ บา เวเนซเุ อลา ลเิ บยี รวมถงึ อหิ รา่ น ใหค้ วามสำ� คญั
ในการตอ่ ตา้ นสหรฐั ฯ
ใหค้ ำ� มนั่ ทจ่ี ะลดความยากจนในหมปู่ ระชากรชาวอนิ เดยี น ผอ่ นปรนขอ้ จำ� กดั ของชาวนาทปี่ ลกู โคคา
ปราบปรามการคอรร์ ปั ชนั นำ� ภาคธรุ กจิ พลงั งานกลบั มาเปน็ ของรฐั ขน้ึ ภาษคี นรวย โอนกจิ การสำ� คญั
ทเี่ ปน็ รายไดห้ ลกั ของประเทศมาเป็นของรฐั เพ่อื สร้างความเปน็ ธรรมทางสงั คม
ขอ้ มลู พน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562 114
ขอ้ มูลส่วนตวั พดู ภาษาสเปนไมช่ ดั ซง่ึ นาย Morales ระบุวา่ เปน็ การต่อตา้ นชาวพนื้ เมือง พนื้ เมอื ง Aymara
และ Quechasซึ่งนาย Morales มีเชอ้ื สาย Aymara และเตบิ โตในเขตชนพนื้ เมอื ง Quechas
งานอดเิ รก ชอบเลน่ ฟุตบอล มคี วามสามารถในการเลน่ Trumpet
สขุ ภาพ ผา่ ตดั กอ้ นเนื้อในเส้นเสียง ท่คี วิ บา
-------------------------------------
115 ข้อมลู พื้นฐานของตา่ งประเทศ 2562
โบลเี วีย
ประธานาธบิ ด ี Juan Evo MORALES Ayma (ส.ค.2561)
รองประธานาธบิ ดี Alvaro GARCIA Linera
รมว.กระทรวงการปกครองตนเอง Hugo Jose SILES Nunez del Prado
รมว.กระทรวงสอ่ื สาร Gisela LOPEZ Rivas
รมว.กระทรวงวฒั นธรรมและการทอ่ งเทีย่ ว Willma ALANOCA Mamani
รมว.กระทรวงกลาโหม Reymi FERREIRA Justiniano
รมว.กระทรวงเศรษฐกจิ และการคลงั สาธารณะ Luis ARCE Catacora
รมว.กระทรวงพลังงาน Rafael ALARCON Orihuela
รมว.กระทรวงศึกษาธิการ Roberto AGUILAR Gomez
รมว.กระทรวงส่ิงแวดลอ้ มและน้�ำ Carlos ORTUNO Yanez
รมว.กระทรวงการตา่ งประเทศและพธิ ีกรรมทางศาสนา
Fernando HUANACUNI Mamani
รมต.ประจำ� สำ� นกั นายกรฐั มนตรี Carlos ROMERO Bonifaz
รมว.กระทรวงสาธารณสขุ Ariana CAMPERO Nava
รมว.กระทรวง Hydrocarbons Luis Alberto SANCHEZFernandez
รมว.กระทรวงความโปร่งใสและการตอ่ ต้านคอรร์ ปั ชัน
Hector ARCE Zaconeta
รมว.กระทรวงยตุ ิธรรม Virginia VELASCO Condori
รมว.กระทรวงแรงงาน การจา้ งงานและความมัน่ คงทางสังคม
Hector HINOJOSA Rodriguez
รมว.กระทรวงเหมอื งแรแ่ ละโลหะ Felix Cesar NAVARRO Miranda
รมว.กระทรวงวางแผนและพัฒนา Mariana PRADA Noya
รมต.ประจ�ำทำ� เนยี บประธานาธิบดี Rene MARTINEZ Callahuanca
รมว.กระทรวงการพฒั นาการผลิตและความหลากหลายทางเศรษฐกจิ
Eugenio ROJAS Apaza
รมว.กระทรวงกจิ การสาธารระ การบรกิ ารและทอ่ี ยูอ่ าศัย
Milton CLAROS Hinojosa
รมว.กระทรวงพฒั นาชนบทและท่ดี ิน Cesar COCARICO Yana
รมว.กระทรวงกีฬา Tito Roland MONTANO Rivera
---------------------------------------------------------------
ขอ้ มูลพนื้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562 116
สหพนั ธ์สาธารณรฐั บราซิล
(Federative Republic of Brazil หรอื República Federativa do Brasil)
เมอื งหลวง บราซิเลีย
ทต่ี ง้ั ดา้ นตะวนั ออกของทวปี อเมรกิ าใต้ พนื้ ที่ 8,515,770 ตร.กม. เปน็ พน้ื ดนิ 8,358 ลา้ น ตร.กม. และพืน้ นำ้�
157,630 ตร.กม. มีขนาดใหญอ่ นั ดบั 5 ของโลก และใหญท่ ส่ี ุดในทวปี อเมริกาใต้ (ขนาดใกลเ้ คียงกบั สหรัฐฯ) ครอบครองพ้ืนท่ี
ส่วนใหญ่ของชายฝั่งทะเลตะวนั ออกของทวปี อเมริกาใต้ ใช้เวลาตามเส้นแบ่งเวลา 4 หว้ งเวลา จาก UTC-2-5 เปน็ ประเทศเดยี ว
ในโลกทม่ี ที ง้ั เสน้ ศนู ยส์ ตู ร (equator) และ Tropic of Capricorn ลากผา่ น มชี ายฝง่ั ทะเลยาว 7,491 กม.
อาณาเขต ทศิ เหนอื ติดกับเวเนซเุ อลา (2,137 กม.) กายอานา (1,308 กม.) ซูรนิ าเม (515 กม.)
และเฟรนช์เกียนา (649 กม.)
ทิศตะวันตก ติดกบั โบลิเวีย (3,403 กม.) และเปรู (2,659 กม.)
ทิศตะวันออก ตดิ กับมหาสมุทรแอตแลนตกิ เหนอื และมหาสมุทรแอตแลนติกใต้
ทิศใต ้ ตดิ กับอุรุกวัย (1,050 กม.)
ทิศตะวันตกเฉียงเหนอื ติดกบั โคลอมเบยี (1,790 กม.)
ทศิ ตะวนั ตกเฉียงใต้ ติดกับอาร์เจนตินา (1,263 กม.) และปารากวยั (1,371 กม.)
117 ขอ้ มลู พน้ื ฐานของตา่ งประเทศ 2562
ภมู ิประเทศ พน้ื ทสี่ ว่ นใหญข่ องบราซลิ เปน็ เนนิ เขาและทรี่ าบสงู ความสงู ระหวา่ ง 200-800 เมตร ทร่ี าบสงู สว่ นใหญอ่ ยใู่ นพนื้ ที่
ตอนใต้ของประเทศ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่ราบสลับกับเนินเขา ภาคตะวันออกเฉียงใต้เป็นสันเขาสูง ๆ ต�่ำ ๆ
สลบั กบั ภเู ขาสงู ทม่ี คี วามสงู ถงึ 1,200 เมตร เชน่ ภเู ขา Mantiqueira, Espinhaço และ the Serra do Mar ขณะทภ่ี าคเหนอื มที รี่ าบสงู
Guiana ซ่ึงเป็นต้นก�ำเนิดแหล่งน�้ำท่ีไหลไปยังลุ่มแม่น�้ำแอมะซอนทางใต้ และแม่น�้ำ Orinoco ในเวเนซุเอลา จุดที่สูงท่ีสุดของ
บราซลิ คือ Pico da Neblina (สูง 2,994 เมตร) บราซิลมีแม่น้�ำขนาดใหญ่ถึง 8 สายหลัก ไหลลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ได้แก่
แม่น�้ำ Amazon ซึ่งยาวเปน็ อันดบั ท่ี 2 ของโลก และมีปรมิ าณนำ�้ มากท่ีสุดในโลก แมน่ �ำ้ Paraná แมน่ �้ำ Iguaçu แม่นำ�้ Negro
แม่นำ�้ São Francisco แม่นำ้� Xingu แมน่ ำ้� Madeira และแมน่ �้ำ Tapajós
ภาคเหนอื ซงึ่ มพี นื้ ท่ี 42% ของประเทศ เปน็ เขตลมุ่ แมน่ ำ้� แอมะซอน ซง่ึ เปน็ ทร่ี าบลมุ่ แมน่ ำ้� ใหญท่ ส่ี ดุ ในโลก มปี รมิ าณนำ�้ จดื
1 ใน 5 ของโลกและเปน็ เขตปา่ ฝนใหญท่ ส่ี ดุ ของโลก ภาคตะวนั ตกตอนกลางซง่ึ เปน็ ทร่ี าบสงู เฉลย่ี 1,000 ม. จากระดบั นำ�้ ทะเล พนื้ ที่
22% ของประเทศ ตอ่ จากเขตแอมะซอนไปทางใตเ้ ปน็ เขตปา่ ไมช้ กุ ชมุ เปน็ พนื้ ทเ่ี พาะปลกู และทำ� ปศสุ ตั ว์ ภาคตะวนั ออกเฉยี งใต้
มพี น้ื ทเ่ี พยี ง 11% ของประเทศ แตเ่ ปน็ ทตี่ งั้ 3 เมอื งใหญท่ สี่ ดุ ของบราซลิ คอื Rio de Janeiro, Sao Paulo และ Belo Horizonte
ซง่ึ มปี ระชากรอาศยั 45% ของประเทศ พน้ื ทม่ี ที ง้ั ชายฝง่ั หาดทรายและทรี่ าบสงู ภาคใตม้ พี นื้ ทนี่ อ้ ยทส่ี ดุ มอี ากาศใกลเ้ คยี งกบั ยโุ รป
มหี มิ ะตกบางพืน้ ทใ่ี นฤดหู นาว และเป็นที่ตง้ั รกรากของชาวยโุ รปทไ่ี ปต้งั ถิน่ ฐาน
ภูมิอากาศ บราซลิ เปน็ ประเทศทมี่ ขี นาดใหญ่ สภาพภมู อิ ากาศของบราซลิ มคี วามแตกตา่ งกนั ไปในแตล่ ะภมู ภิ าค แตพ่ นื้ ทส่ี ว่ นใหญ่
มีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น หากนับตามระบบการแบ่งสภาพอากาศของ Köppen system บราซิลจะมีสภาพอากาศท้ังหมด
5 แบบ ตั้งแต่ equatorial, tropical, semiarid, highland tropical, temperate, and subtropical โดยมสี ภาพอากาศแบบ
equatorial rainforests ในภาคเหนือ semiarid deserts ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ temperate coniferous forests
ในภาคใต้ และ tropical savannas ในภาคกลาง ท�ำให้มีฝนตกชกุ กวา่ ภาคอ่นื ๆ
ประชากร 207,353,391 คน ประกอบดว้ ยชาวยุโรป/คนผิวขาว 47.7% Mulatto (ลูกผสมยโุ รปกับคนผิวดำ� ) 43.1% คน
ผวิ ด�ำ 7.6% เอเชีย 1.1% ชาวอนิ เดยี นพนื้ เมอื ง 0.4% โครงสรา้ งอายุของประชากรอายุ 0-14 ปี 22.33% อายุ 15-24 ปี 16.36%
อายุ 25-54 ปี 43.86% อายุ 55-64 ปี 9.12% อายุ 65 ปีและมากกว่านน้ั 8.33% อายขุ ยั เฉล่ียของประชากร 74 ปี เพศชาย
70.2 ปี เพศหญิง 77.5 ปี อตั ราการเกิด 14.1 คนตอ่ ประชากร 1,000 คน อตั ราการตาย 6.7 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตรา
การเพ่มิ ของประชากร 0.73%
ผลการส�ำรวจสถิติสำ� มะโนประชากรบราซลิ โดย the IBGE, the Brazilian Institute of Geography and
Statistics เมอ่ื พ.ย.2560 ระบวุ า่ ปรมิ าณการเกดิ ของบราซลิ ในปี 2560 ลดลงร้อยละ 5.1 เม่อื เปรยี บเทยี บกับปี 2559 โดยมี
จำ� นวนเดก็ เกดิ ในปี 2559 2.79 ลา้ นคน ลดลงจากปี 2558 151,000 คน (ตำ่� ทส่ี ดุ ตง้ั แตป่ ี 2549) ซงึ่ IBGE ระบวุ า่ สว่ นหนงึ่ เปน็
ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสซิกาและปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศท�ำให้ประชาชนเล่ือนเวลาการมีบุตรออกไป ขณะท่ี
ปริมาณการสมรสลดลงเน่ืองจากกล่มุ คนรักรว่ มเพศเดยี วกนั และยอดการหย่ารา้ งของประชากรเพมิ่ สงู ขึ้น
ศาสนา ครสิ ตน์ กิ ายโรมนั คาทอลกิ 64.6% ครสิ ตน์ กิ ายโปรเตสแตนต์ 22.2% ครสิ ตน์ กิ ายอนื่ ๆ 0.4% ลทั ธนิ บั ถอื ภตู ผิ วี ญิ ญาณ
2.2% อื่น ๆ 1.4% ไมร่ ะบุ 0.4% และไม่นบั ถือศาสนา 8%
ภาษา ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาราชการและภาษา yoruba ภาษาทางการใหม่ (มีการใช้ภาษาสเปนเขตพรมแดนและ
ในโรงเรยี น) เยอรมนั อติ าเลยี น ญป่ี นุ่ องั กฤษ และภาษาของชนกลมุ่ นอ้ ยชาวอินเดียนพื้นเมือง
ข้อมลู พ้นื ฐานของต่างประเทศ 2562 118
การศกึ ษา ประชากรอายตุ งั้ แต่ 15 ปขี น้ึ ไปสามารถอา่ นออกและเขยี นได้ อตั ราการรหู้ นงั สอื 92.6% เพศชาย 92.2% เพศหญงิ
92.9% งบประมาณดา้ นการศกึ ษา 5.9% ของ GDP การศกึ ษาในบราซลิ แบง่ เปน็ 5 ระดบั : กอ่ นวยั เรยี น ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษา
อดุ มศกึ ษา และการศกึ ษาสำ� หรบั ผใู้ หญ่ การศกึ ษาภาคบงั คบั 8 ปี
การกอ่ ตงั้ ประเทศ โปรตเุ กสเขา้ ครอบครองพนื้ ทซ่ี ง่ึ ปจั จบุ นั คอื บราซลิ เมอ่ื เม.ย.2043 โดย Pedro Álvares Cabral เรม่ิ เขา้ มา
ตง้ั ถนิ่ ฐานเมอ่ื ปี 2075 และกลายเปน็ สว่ นหนงึ่ ของอาณานคิ มเมอื่ ปี 2077 จนกระทงั่ 7 ก.ย.2365 Prince Pedro de Alcântara
ประกาศเอกราชจากโปรตเุ กส สถาปนาตนเองเป็นกษตั ริย์ Dom Pedro I และตง้ั จกั รวรรดิบราซลิ ขึ้น (the Empire of Brazil)
แตไ่ ดร้ บั การรบั รองจากโปรตเุ กสอยา่ งเปน็ ทางการเมอื่ 29 ส.ค.2368 ระบบกษตั รยิ ข์ องบราซลิ สน้ิ สดุ ลงเมอ่ื กองทพั บราซลิ ปฏวิ ตั ิ
เมื่อปี 2432 และเปน็ สาธารณรัฐบราซลิ เมอ่ื ปี 2432
วนั ชาต ิ 7 ก.ย. (วนั ประกาศเอกราชจากโปรตุเกส)
การเมอื ง มรี ะบอบการปกครองแบบสหพันธส์ าธารณรฐั
ฝ่ายบริหาร : ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้ง วาระ 4 ปีและต่อเนื่องไม่เกิน 2 สมัย
ประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐและหัวหน้ารัฐบาล มีอ�ำนาจแต่งตั้ง ครม.บริหารประเทศ หากต�ำแหน่งประธานาธิบดีว่างลง
รองประธานาธบิ ดจี ะเขา้ รบั ตำ� แหนง่ แทนในระยะเวลาของวาระทเ่ี หลอื อยู่ ประธานาธบิ ดคี นปจั จบุ นั คอื นาย Michel Miguel Elias
Temer เขา้ รบั ตำ� แหนง่ แทนนาง Dilma Rousseff ซงึ่ ถกู ถอดถอนระหวา่ งดำ� รงตำ� แหนง่ เปน็ สมยั ท่ี 2 เมอื่ 31 ส.ค.2559 ในขอ้ หา
นำ� งบประมาณไปใชผ้ ดิ ประเภท ซง่ึ จะทำ� ใหน้ าย Temer ดำ� รงตำ� แหนง่ ประธานาธบิ ดใี นชว่ งวาระการดำ� รงตำ� แหนง่ ทเี่ หลอื อยขู่ อง
นาง Rousseff ซงึ่ จะหมดวาระใน 1 ม.ค.2562 การเลอื กตงั้ ครง้ั ตอ่ ไปจะมขี นึ้ ในปลาย ต.ค. 2561
ฝา่ ยนติ บิ ญั ญตั ิ : ระบบ 2 สภา คอื วฒุ สิ ภา มสี มาชกิ 81 คน เปน็ ผ้แู ทนจาก 26 รัฐและ 1 เขตนครหลวง มาจาก
การเลอื กตง้ั โดยเสยี งขา้ งมากของแตล่ ะรฐั และเขตนครหลวงจำ� นวนเขตละ 3 คน วาระ 8 ปี โดย 1 ใน 3 ของสมาชกิ ไดร้ บั เลอื กตงั้
หลงั จาก 4 ปี และสมาชิก 2 ใน 3 ได้รับการเลอื กต้ังในอกี 4 ปีถดั ไป การเลือกตั้งคร้งั ลา่ สุดเมอื่ ต.ค.2557 ครง้ั ตอ่ ไปใน ต.ค.2562
สว่ นสภาผ้แู ทนราษฎร มสี มาชกิ 513 คน มาจากการเลอื กตัง้ โดยตรง วาระ 4 ปี การเลือกต้ัง ส.ส. คร้ังลา่ สุดเมอ่ื ต.ค.2557
ครั้งต่อไปใน ต.ค.2562
ฝา่ ยตุลาการ : ศาลฎีกาเป็นศาลสูงสดุ (Supreme Federal Tribunal-STF) ประกอบดว้ ยผู้พพิ ากษา 11 คน
แต่งตั้งโดยประธานาธิบดีและรับรองโดยวุฒิสภา ด�ำรงต�ำแหน่งจนถึงอายุ 76 ปี นอกจากน้ีมี Superior Court of Justice,
Supreme Electoral Court และ National Justice Council
พรรคการเมือง Brazilian Communist Party (PCB) มีนาย Ivan Martins PINHEIRO เป็นหัวหน้าพรรค
พรรค Brazilian Democratic Movement Party (PMDB) มนี าย Michel TEMER เป็นหัวหนา้ พรรค พรรค Brazilian Labor
Party (PTB) นาง Cristiane BRASIL เป็นหวั หน้าพรรค พรรค Brazilian Renewal Labor Party (PRTB) นาย Jose Levy
FIDELIX da Cruz เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Brazilian Republican Party (PRB) นาย Marcos Antonio PEREIRA เป็นหัวหน้า
พรรค พรรค Brazilian Social Democracy Party (PSDB) นาย Aecio NEVES เปน็ หวั หน้าพรรค พรรค Brazilian Socialist
Party (PSB) นาย Carlos Roberto SIQUEIRA de Barros เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Christian Labor Party or (PTC)
นาย Daniel TOURINHO เปน็ หวั หน้าพรรค พรรค Christian Social Democratic Party (PSDC) นาย Jose Maria EYMAEL
เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Communist Party of Brazil (PCdoB) นาย Jose Renato RABELO เป็นหัวหน้าพรรค พรรค
Democratic Labor Party (PDT) นาย Carlos Roberto LUPI) เปน็ หวั หน้าพรรค พรรค Democrats (DEM) นาย Jose
119 ขอ้ มูลพน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562
AGRIPINO เป็นหัวหน้าพรรค เปลี่ยนจากพรรค Liberal Front Party หรือ PFL พรรค Free Homeland Party (PPL)
นาย Sergio RUBENS เปน็ หวั หนา้ พรรค พรรค Green Party (PV) นาย Jose Luiz PENNA เปน็ หวั หนา้ พรรค พรรค Humanist
Party of Solidarity (PHS) นาย Eduardo MACHADO เป็นหวั หนา้ พรรค พรรค Labor Party of Brazil (PTdoB) นาย Luis
Henrique de Oliveira RESENDE เปน็ หวั หนา้ พรรค พรรค National Ecologic Party (PEN) นาย Adilson Barroso OLIVEIRA
เป็นหัวหน้าพรรค พรรค National Labor Party (PTN) นาย Jose Masci de ABREU เป็นหวั หนา้ พรรค พรรค National
Mobilization Party (PMN) นาง Telma RIBEIRO dos Santos เปน็ หัวหน้าพรรค พรรค Party of the Republic (PR)
นาย Alfredo NASCIMENTO เปน็ หัวหนา้ พรรค พรรค Popular Socialist Party (PPS) นาย Roberto Joao Pereira FREIRE
เปน็ หัวหนา้ พรรค พรรค Progressive Party (PP) นาย Ciro NOGUEIRA เป็นหัวหนา้ พรรค พรรค Progressive Republican
Party (PRP) นาย Ovasco Roma Altimari RESENDE เปน็ หวั หน้าพรรค พรรค Republican Social Order Party (PROS)
นาย Euripedes JUNIOR เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Social Christian Party (PSC) นาย Vitor Jorge Abdala NOSSEIS
เป็นหัวหน้าพรรคพรรค Social Democratic Party (PSD) นาย Guilherme CAMPOS เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Social
Liberal Party (PSL) นาย Luciano Caldas BIVAR เป็นหวั หนา้ พรรค พรรค Socialism and Freedom Party (PSOL)
นาย Luiz ARAUJO เปน็ หวั หนา้ พรรค พรรค Solidarity (SD) นาย Paulo PEREIRA DA SILVA เปน็ หวั หนา้ พรรค พรรค United
Socialist Workers’ Party (PSTU) นาย Jose Maria DE ALMEIDA เปน็ หวั หนา้ พรรค พรรค Workers’ Cause Party (PCO) นาย Rui
Costa PIMENTA เปน็ หวั หน้าพรรค และพรรค Workers’ Party ( PT) นาย Rui FALCAO เปน็ หัวหน้าพรรค
กลมุ่ กดดนั ทางการเมอื ง : Landless Workers' Movement หรอื MST กลมุ่ สหภาพและสหพนั ธรฐั แรงงานเกษตรกร
และกลมุ่ ศาสนา อาทิ Christian Churches and the Catholic Church
เศรษฐกจิ บราซลิ เปน็ ประเทศทมี่ ขี นาดเศรษฐกจิ ใหญเ่ ปน็ อนั ดบั ที่ 8 ของโลก เรม่ิ ฟน้ื ตวั จากปญั หาเศรษฐกจิ ตกตำ่� ระหวา่ ง
ปี 2558-2559 ที่สง่ ผลกระทบอยา่ งมากต่อเศรษฐกจิ ในภาพรวมของบราซลิ ปี 2560 อตั ราการเตบิ โตทางเศรษฐกจิ อยู่ที่ 1%
อตั ราเงนิ เฟอ้ ลดลงอยทู่ ่ี 2.9% ซงึ่ ตำ่� ทส่ี ดุ ในประวตั ศิ าสตรข์ องบราซลิ
บราซลิ มภี าคการเกษตร เหมอื งแร่ อตุ สาหกรรมและภาคบรกิ ารขนาดใหญ่ ทมี่ กี ารพฒั นาอยา่ งมาก มคี นชน้ั กลาง
เปน็ จำ� นวนมาก เศรษฐกจิ ของบราซลิ มอี ทิ ธพิ ลตอ่ ประเทศในอเมรกิ าใตอ้ ยา่ งมาก ไดร้ บั ความเชอื่ ถอื จากนกั ลงทนุ ตา่ งประเทศสงู
แมว้ า่ บราซลิ ไดร้ บั ผลกระทบจากภาวะวกิ ฤตกิ ารเงนิ โลกเมอ่ื ปี 2551 และเปน็ หนง่ึ ในกลมุ่ ตลาดเกดิ ใหมท่ เี่ รม่ิ ฟน้ื ตวั ทางเศรษฐกจิ
รฐั บาลบราซลิ เรมิ่ ใชแ้ ผนพฒั นาเศรษฐกจิ เมอื่ ปี 2559 เพอื่ ลดการใชจ้ า่ ยของภาครฐั และลดอปุ สรรคของการลงทนุ
ตา่ งประเทศ รวมถงึ ดำ� เนนิ นโยบายสรา้ งความเขม้ แขง็ ใหแ้ กแ่ รงงานและภาคอตุ สาหกรรม เพอื่ ตอ้ งการเพม่ิ อตั ราการจา้ งงานภายใน
ประเทศ แต่เศรษฐกิจของบราซิลได้รับผลกระทบอย่างมากจากปัญหาคอร์รัปชันท่ีเกิดข้ึนอย่างกว้างขวางพัวพัน จนท.ระดับสูง
ในภาครฐั และภาคเอกชน ทำ� ใหม้ กี ารนำ� มาตรการควำ�่ บาตรภาคธรุ กจิ ทเี่ กยี่ วขอ้ งจนกลายเปน็ อปุ สรรคจำ� กดั โอกาสในการลงทนุ และ
การผลติ ของภาคธรุ กจิ
บราซลิ เปน็ สมาชกิ องคก์ รตลาดรว่ มอเมรกิ าตอนใต้ (Common Market of the South หรอื Mercosur) รว่ มกบั
อาร์เจนตินา ปารากวัยและอุรุกวัย หลังเกิดวิกฤติการเงินในเอเชียและรัสเซีย กลุ่ม Mercosur ก�ำหนดมาตรการปกป้องตลาด
การคา้ ปจั จบุ นั อยรู่ ะหวา่ งเจรจาการคา้ เสรกี บั สหภาพยโุ รปและแคนาดา
สกุลเงนิ : เฮอลั (real/BRL) อัตราแลกเปลย่ี น 1 ดอลลาร์สหรัฐ : 4.102 BRL
ขอ้ มูลพืน้ ฐานของต่างประเทศ 2562 120
ดชั นีเศรษฐกิจส�ำคัญ (ปี 2561)
ผลติ ภณั ฑม์ วลรวมภายในประเทศ (GDP) : 3,240 ล้านดอลลาร์สหรฐั
อตั ราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : -1%
รายไดเ้ ฉล่ยี ตอ่ หัวต่อปี : 15,600 ดอลลาร์สหรัฐ
แรงงาน : 104.2 ล้านคน
อัตราการว่างงาน : 11.8%
อตั ราเงินเฟอ้ : 3.4%
ดลุ บัญชเี ดนิ สะพัด : -9,762 ลา้ นดอลลาร์สหรฐั
ดลุ การค้าระหวา่ งประเทศ : ได้เปรยี บดลุ การคา้ 64,000 ล้านดอลลารส์ หรฐั
มลู คา่ การสง่ ออก : 217,200 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั
สินคา้ ส่งออก : อะไหลร่ ถยนต์ สนิ แรเ่ หลก็ ถัว่ เหลือง รองเทา้ กาแฟและรถยนต์
ค่คู า้ ส�ำคญั : จีน 21.8% สหรัฐฯ 12.5% อารเ์ จนตนิ า 8.1% เนเธอร์แลนด์ 4.3%
มลู ค่าการนำ� เข้า : 153,200 ล้านดอลลาร์สหรฐั
สนิ ค้านำ� เขา้ : เครอื่ งจกั รกล อปุ กรณอ์ ิเลก็ ทรอนกิ สแ์ ละชิ้นส่วน ผลติ ภณั ฑ์เคมี อะไหลร่ ถยนต์ นำ�้ มนั เครื่องใช้ไฟฟา้
คคู่ า้ นำ� เข้า : จนี 18.1% สหรัฐฯ 16.7% อารเ์ จนตินา 6.3% เยอรมนี 6.1%
ทุนส�ำรองต่างประเทศ : 376,800 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั
หนต้ี ่างประเทศ : 545,700 ล้านดอลลาร์สหรฐั
การทหาร กองทพั บราซลิ มกี ำ� ลงั พล 334,500 นาย กองทพั ประกอบดว้ ย ทบ. (Exercito Brasileiro–EB) 198,000 นาย
ทร. (Marinha do Brazil–MB) 69,000 นาย (รวมฝงู บนิ ของ ทร. และนาวกิ โยธนิ ) ทอ. (Force Aerea Brasileira–FAB) 67,500
นาย กำ� ลงั รบกงึ่ ทหาร 395,000 นาย กำ� ลงั พลสำ� รอง 1,340,000 นาย งบประมาณดา้ นการทหาร 24,500 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั
ยทุ โธปกรณส์ ำ� คญั อาทิ รถถงั 469 คนั รถลำ� เลยี งหมุ้ เกราะ 1,707 คนั รถถงั ปนื ใหญอ่ ตั ตาจร 112 คนั ปนื ใหญช่ นดิ ลาก 563
กระบอก เครอื่ งยงิ จรวดหลายลำ� กลอ้ ง 180 เครอื่ ง เครอ่ื งบนิ โจมต/ี สกดั กนั้ 46 เครอ่ื ง เครอื่ งบนิ โจมตี 125 เครอ่ื ง เครอ่ื งบนิ ลำ� เลยี ง
370 ลำ� เครอื่ งบนิ ฝกึ 176 ลำ� เฮลคิ อปเตอร์ 255 ลำ� เฮลคิ อปเตอรโ์ จมตี 12 ลำ� เรอื ฟรเี กต 8 ลำ� เรอื Corvettes 4 ลำ� เรอื ดำ� นำ�้
5 ลำ� เรอื ตรวจการณช์ ายฝง่ั 34 ลำ� เรอื กวาดทนุ่ ระเบดิ 10 ลำ� (มคี วามเปน็ ไปไดว้ า่ มเี รอื ดำ� นำ�้ พลงั งานนวิ เคลยี รท์ ต่ี อ่ จากฝรง่ั เศส
1 ลำ� )
สมาชกิ องคก์ ารระหวา่ งประเทศ AfDB (nonregional member), BIS, BRICS, CAN (associate), CD, CELAC, CPLP, FAO,
FATF, G-15, G-20, G-24, G-5, G-77, IADB, IAEA, IBRD, ICAO, ICC (national committees), ICCt, ICRM, IDA, IFAD, IFC,
IFRCS, IHO, ILO, IMF, IMO, IMSO, Interpol, IOC, IOM, IPU, ISO, ITSO, ITU, ITUC (NGOs), LAES, LAIA, LAS (observer),
Mercosur, MIGA, MINURSO, MINUSTAH, MONUSCO, NAM (observer), NSG, OAS, OECD (enhanced engagement),
OPANAL, OPCW, Paris Club (associate), PCA, SICA (observer), UN, UNASUR, UNCTAD, UNESCO, UNFICYP, UNHCR,
UNIDO, UNIFIL, Union Latina, UNISFA, UNITAR, UNMIL, UNMISS, UNOCI, UNRWA, UNWTO, UPU, WCO, WFTU
(NGOs), WHO, WIPO, WMO, WTO
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บราซิลมีความก้าวหน้าในการวิจัยด้านเทคโนโลยี ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย
โดยทนุ สนบั สนนุ สว่ นใหญม่ าจากหนว่ ยงานของรฐั บาล สถาบนั วจิ ยั ทม่ี ชี อื่ เสยี งไดแ้ ก่ Oswaldo Cruz Institute, Butantan Institute,
121 ข้อมลู พน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562
Air Force's Aerospace Technical Center, Brazilian Agricultural Research Corporation, Brazilian Space Agency
เป็นหน่วยงานวิจัยด้านอวกาศช้ันน�ำของกลุ่มประเทศในลาตินอเมริกา มีทรัพยากรและขีดความสามารถในการสร้างจรวดและ
ดาวเทยี ม มเี ทคโนโลยขี องตนเองในการพฒั นาเรอื ดำ� นำ�้ เครอื่ งบนิ รวมถงึ การวจิ ยั ทางอวกาศเปน็ ประเทศเดยี วในซกี โลกใตท้ เ่ี ขา้ รว่ ม
ในโครงการสรา้ ง International Space Station (ISS)
บราซลิ ยงั เปน็ กลมุ่ ผบู้ กุ เบกิ การสำ� รวจนำ�้ มนั ในทะเลลกึ (บราซลิ มนี ำ�้ มนั สำ� รองในทะเลลกึ 73% ของปรมิ าณนำ�้ มนั
สำ� รองของโลก) มกี ารพฒั นาพลงั งานไฟฟา้ จากนวิ เคลยี รท์ ี่ Resende Nuclear Fuel Factory แตเ่ ปน็ การวจิ ยั มากกวา่ ทจี่ ะนำ� มาใช้
เนอื่ งจากปจั จบุ นั 88% ของพลงั งานไฟฟา้ ในบราซลิ มาจากพลงั นำ้� เปน็ 1 ใน 3 ประเทศในลาตนิ อเมรกิ าทมี่ หี อ้ งวจิ ยั เครอื่ งเรง่ อนุภาค
Synchrotron ซง่ึ ทำ� งานวจิ ยั ดา้ น physics, chemistry, material science และ life sciences เปน็ ประเทศเดยี วในลาตนิ อเมรกิ า
ทมี่ บี รษิ ทั ผลติ ประดษิ ฐก์ รรมอปุ กรณก์ งึ่ ตวั นำ� (semiconductor) ของตนเอง ตามขอ้ มลู ของ Global Information Technology Report
2009-2010 of the World Economic Forum บราซลิ เปน็ ประเทศทมี่ ศี กั ยภาพในการพฒั นาเทคโนโลยใี นขอ้ มลู ขา่ วสาร อนั ดบั ท่ี 61
ของโลก
การขนส่งและโทรคมนาคม สนามบิน 4,093 แห่ง ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ได้แก่ Belém/Val de Cans–Júlio Cezar
Ribeiro International Airport ใน Belém, Belo Horizonte-Tancredo Neves/Confins International Airport ใน
Belo Horizonte, Boa Vista-Atlas Brasil Cantanhede International Airport ใน Boa Vista-Atlas, Presidente Juscelino
Kubitschek International Airport ใน Brasília, Cabo Frio International Airport ใน Cabo Frio, Viracopos/Campinas
International Airport ใน Campinas, Campo Grande International Airport ใน Campo Grande, Corumbá International
Airport ใน Corumbá, Cruzeiro do Sul International Airport ใน Cruzeiro do Sul, Mal. Rondon International
Airport ใน Cuiabá/Várzea Grande, Afonso Pena International Airport ใน Curitiba/São José dos Pinhais, Hercílio
Luz International Airport ใน Florianópolis, Cataratas International Airport ใน Foz do Iguaçu, Pres. Castro
Pinto International Airport ใน João Pessoa/Bayeux, Alberto Alcolumbre International Airport ใน Macapá,
Zumbi dos Palmares International Airport (Palmares) ใน Maceió, Brig. Eduardo Gomes International Airport
ใน Manaus, Gov. Aluízio Alves International Airport ใน Natal/São Gonçalo do Amarante, Min. Victor Konder
International Airport ใน Navegantes, Pref. Dr. João Silva Filho International Airport ใน Parnaíba, João Simões
Lopes Neto International Airport ใน Pelotas, Ponta Porã International Airport ใน Ponta Porã, Salgado Filho
International Airport ใน Porto Alegre, Gov. Jorge Teixeira de Oliveira International Airport ใน Porto Velho,
Guararapes-Gilberto Freyre International Airport ใน Recife, Plácido de Castro International Airport ใน Rio
Branco, Galeão-Antonio Carlos Jobim International Airport ใน Rio de Janeiro, Dep. Luís Eduardo Magalhães
International Airport (2 de Julho) ใน Salvador da Bahia, Mal. Cunha Machado International Airport (Tirirical)
ใน São Luís, Gov. André Franco Montoro International Airport (Cumbica) ใน São Paulo/Guarulhos, Tabatinga
International Airport Tabatinga International Airport ใน Tabatinga, Ruben Berta International Airport ใน Ruben
และ Berta International Airport ใน Uruguaiana เสน้ ทางรถไฟ 29,849.9 กม. ถนน 1,580,964 กม. เสน้ ทางคมนาคมทางนำ�้
50,000 กม. การโทรคมนาคม โทรศพั ทพ์ นื้ ฐาน 41.842 ลา้ นเลขหมาย โทรศพั ทเ์ คลอ่ื นท่ี 244 ลา้ นเลขหมาย รหสั โทรศพั ท์ +55 จำ� นวน
ผใู้ ชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ 122 ลา้ นคน รหัสอินเทอร์เน็ต .brr
ข้อมลู พน้ื ฐานของตา่ งประเทศ 2562 122
การเดนิ ทาง ผถู้ อื หนงั สอื เดนิ ทางทตู ราชการและหนงั สอื เดนิ ทางธรรมดา ไดร้ บั การยกเวน้ การตรวจลงตราหนงั สอื เดนิ ทาง (พำ� นกั ได้
ไมเ่ กนิ 90 วนั ) และตอ้ งฉดี วคั ซนี ปอ้ งกนั ไขเ้ หลอื งกอ่ นเดนิ ทางอยา่ งนอ้ ย 10 วนั และมหี ลกั ฐานการฉดี วคั ซนี ตดิ ตวั เพอ่ื แสดงระหวา่ งการเดนิ ทาง
สถานการณส์ �ำคญั ที่นา่ ตดิ ตาม
ความม่ันคงของรัฐบาลภายใต้การน�ำของนาย Temer ซ่ึงปัจจุบันถูกส�ำนักงานอัยการสูงสุดยื่นฟ้องร้องในคดี
คอรร์ ปั ชนั รบั สนิ บนและละเมดิ กฎหมาย แมว้ า่ จะสามารถหลดุ พน้ จากคดรี บั สนิ บนโดยสภาผแู้ ทนราษฎรมมี ตไิ มร่ บั คำ� รอ้ งของสำ� นกั งาน
อยั การสงู สดุ สง่ ใหศ้ าลฎกี าพจิ ารณาคดี แตย่ งั มคี วามเปน็ ไปไดว้ า่ อยั การสงู สดุ จะยงั คงยน่ื คำ� ฟอ้ งในความผดิ อนื่ ๆ อย่างต่อเน่ือง
การท่ีประธานาธิบดี Temer และพรรคร่วมรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร (มีเสียงข้างมาก) จะสามารถช่วยลงมติไม่รับค�ำร้องได้
แต่ประชาชนเริ่มไม่พอใจกับปัญหาคอร์รัปชันอย่างกว้างขวางของเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น พร้อมกับมองว่ารัฐบาลบราซิลอาจกลาย
เป็นเผด็จการรัฐสภาที่ช่วยกันปกปิดความผิดของนักการเมือง
นอกจากน้ี รฐั บาลบราซลิ ยงั เผชญิ กบั ปญั หาเศรษฐกจิ ทช่ี ะลอตวั ลงอยา่ งมากตงั้ แตป่ ี 2558 ซง่ึ หากรฐั บาลไมส่ ามารถ
กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ อาจส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐบาลเป็นอย่างมาก บราซิลยังประสบปัญหาความน่าเช่ือถือ
ของคุณภาพเน้ือ ซ่ึงเป็นสินค้าส่งออกส�ำคัญ เน่ืองจากมีปัญหาปนเปื้อนเชื้อท่ีท�ำให้ผู้บริโภคเกิดอาการอาหารเป็นพิษ ท�ำให้
ปัจจุบันประเทศผู้น�ำเข้าเนื้อของบราซิลส่วนใหญ่งดการน�ำเข้าเน้ือจากบราซิลจนกว่าจะสามารถผ่านมาตรฐานการตรวจสอบ
ของประเทศผู้น�ำเข้าก่อน
ความสัมพันธไ์ ทย-บราซลิ
ไทยกบั บราซลิ สถาปนาความสมั พนั ธท์ างการทตู กนั ตงั้ แต่ 17 เม.ย.2502 ความสมั พนั ธท์ งั้ สองประเทศดำ� เนนิ ไปดว้ ยดี
จนถงึ ปจั จบุ นั สอท.ไทยเปดิ ทนี่ ครรโิ อเดจาเนโร (เมอื งหลวงของบราซลิ ในขณะนน้ั ) เมอ่ื ปี 2507 กอ่ นทจ่ี ะยา้ ย สอท.ไปทก่ี รงุ บราซเิ ลยี
เมื่อปี 2516 หลังจากบราซิลย้ายเมืองหลวงไปที่กรุงบราซิเลีย (ปี 2503) ไทยมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ นครริโอเดอจาเนโร
และสถานกงสลุ กิตตมิ ศักด์ิ ณ นครเซาเปาโล รวมทัง้ มีหนว่ ยงานอน่ื ของไทยทปี่ ระจำ� การในบราซิล ได้แก่ สนง.ผชท.ฝ่ายทหาร
ณ กรงุ บราซเิ ลยี ซง่ึ เปดิ สนง. เมอ่ื เม.ย.2551 และ สนง.สง่ เสรมิ การคา้ ระหวา่ งประเทศ ณ นครเซาเปาโล สว่ นบราซลิ ไดเ้ ปดิ สอท.
ที่กรงุ เทพฯ (มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย กมั พูชา ลาว และเมยี นมา) เมอื่ ปี 2506
ความสัมพันธ์ไทย-บราซิลมีความแน่นแฟ้นย่ิงข้ึนโดยเม่ือ 16 มิ.ย.2547 มีการจัดต้ังคณะกรรมาธิการร่วม (JC)
ไทย-บราซลิ เพอื่ หารอื ประเดน็ ความรว่ มมอื ทางการเมอื ง เศรษฐกจิ สงั คม และวฒั นธรรม ทกุ 2 ปี ซงึ่ ไทยไดเ้ ปน็ เจา้ ภาพจดั การประชมุ
ครงั้ แรกทก่ี รงุ เทพฯ เมอื่ ต.ค.2551 สว่ นการประชมุ JC ไทย-บราซลิ ครง้ั ท่ี 2 มขี น้ึ ทบี่ ราซลิ เมอื่ 29 ม.ิ ย.2555 นบั ตง้ั แตม่ กี ารสถาปนา
ความสมั พนั ธท์ างการทตู ทงั้ สองประเทศไดม้ กี ารแลกเปลย่ี นการเยอื นเปน็ ระยะ ๆ รวมทง้ั การเสดจ็ เยอื นบราซลิ ในระดบั ราชวงศ์
ระดับ นรม. รมว.กระทรวงต่าง ๆ ไทยและบราซิลมีความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดในประเด็นส�ำคัญ
ทมี่ ผี ลกระทบตอ่ ประชาคมโลก อาทิ ความมนั่ คง การรกั ษาและสง่ เสรมิ สนั ตภิ าพเศรษฐกจิ และการคา้ สง่ิ แวดลอ้ ม โดยทงั้ สองประเทศ
มีแนวนโยบายท่ีคล้ายคลึงกันและมีบทบาทความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศที่ส�ำคัญ ๆ ได้แก่ UN, WTO, South-South
Cooperation, FEALAC และ ASEAN-MERCOSUR
ยุทธศาสตร์ของไทยต่อบราซิล ไทยให้ความส�ำคัญต่อบราซิลสูงสุดในภูมิภาคลาตินอเมริกา โดยก�ำหนดให้เป็น
Strategic Post ของไทย เพอื่ กระชบั ความสมั พนั ธแ์ ละความรว่ มมอื ดา้ นการเมอื ง เศรษฐกจิ การลงทนุ ความรว่ มมอื ในสาขาทบี่ ราซลิ
มศี กั ยภาพได้แก่ ปิโตรเลียม พลงั งานทดแทน อาหารแปรรูป ช้นิ สว่ นยานยนต์ การเปน็ ศนู ยก์ ลางสภู่ ูมิภาคของกนั และกนั และ
การขานรบั การสนบั สนนุ ในการดำ� เนนิ งานในเวทรี ะหวา่ งประเทศของไทย ซงึ่ บราซลิ มบี ทบาทในองคก์ รระหวา่ งประเทศหลายแหง่
123 ข้อมูลพ้ืนฐานของตา่ งประเทศ 2562
ยุทธศาสตร์ของบราซิลต่อไทย บราซิลคาดหวังให้ไทยเป็นพันธมิตรของบราซิลในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ
และมงุ่ ขยายประโยชนท์ างเศรษฐกจิ ของบราซลิ กบั ไทยไปสรู่ ะดบั ภมู ภิ าค เนอื่ งจากไทยมที ตี่ งั้ ทางภมู ศิ าสตรท์ เ่ี ปน็ ศนู ยก์ ลางของ
เอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้
บราซลิ เปน คคู า อนั ดบั ท่ี1ของไทยในลาตนิ อเมรกิ า(ปี2560)มลู คา การคา 119,013.04ลา นบาทมลู คา่ การสง่ ออก44,778.15
ลา นบาทสนิ คา ออกทส่ี าํ คญั ไดแ กร ถยนตอ ปุ กรณแ ละสว นประกอบผลติ ภณั ฑย างเครอื่ งจกั รกลและสว นประกอบเครอ่ื งยนตส นั ดาปภายใน
แบบลกู สบู รถจกั รยานยนตแ ละสว นประกอบ เหลก็ เหลก็ กลา และผลติ ภณั ฑ์ เครอ่ื งคอมพวิ เตอร อปุ กรณแ ละสว นประกอบ เครอื่ งรบั วทิ ยุ
โทรทศั นแ์ ละสว่ นประกอบ ของเบด็ เตลด็ ทำ� ดว้ ยโลหะสามญั ผลติ ภณั ฑพ์ ลาสตกิ เคมภี ณั ฑ์ อปุ กรณไ์ ฟฟา้ สำ� หรบั จดุ ระเบดิ เครอื่ งยนต์
เครอื่ งปอ้ งกนั ไฟฟา้ ลดั วงจร เฟอรน์ เิ จอรแ์ ละชน้ิ สว่ น มลู คา การนำ� เขา้ 74,234.89 ลา นบาท สนิ คา นาํ เขา ทสี่ าํ คญั ไดแ ก พชื และผลติ ภณั ฑ
จากพชื สว นประกอบและอปุ กรณร์ ถยนต์ เยอ่ื กระดาษและเศษกระดาษ ดา ยและเสน ใย เหลก็ เหลก็ กลา้ และผลติ ภณั ฑ สตั วแ ละผลติ ภณั ฑ
จากสตั ว์ เคมภี ณั ฑ์ เครอ่ื งจกั รกลและสว่ นประกอบ ผลติ ภณั ฑเ์ วชกรรมและเภสชั กรรม สนิ แรโ่ ลหะ เศษโลหะ ไมซ้ งุ ไมแ้ ปรรปู และผลติ ภณั ฑ์
เครอื่ งจกั รไฟฟา้ และสว่ นประกอบรองเทา้ แร่เครอื่ งเพชรพลอยอญั มณีเงนิ แทง่ และทองคำ� เปน ตน ไทยเสยี เปรยี บดลุ การคา มลู คา 24,456.73
ลา นบาท
การลงทุน ท่ีผานมาการลงทุนจากบราซิลในไทยมีคอนขางนอย สําหรับการลงทุนท่ีไดรับการสงเสริมจาก BOI
มีเพียง 1 โครงการ ไดแก บริษัท ASIAN PRODUCTION AND SERVICES LIMITED ซ่ึงไดรับการอนุมัติสงเสริม เมื่อป 2536
ผลิต WIRE ASSEMBLY อุตสาหกรรมหลักที่ไทยตองการใหบราซิลเขามาลงทุน โดยเฉพาะพลังงานทดแทน ไบโอเทคโนโลยี
และแปรรปู อาหาร ซง่ึ เปน กจิ การทบี่ ราซลิ มศี กั ยภาพ ปญ หาและอปุ สรรคทางการคา ทส่ี ำ� คญั คอื ปญั หากาํ แพงภาษศี ลุ กากรและ
ระบบศลุ กากรทซี่ บั ซอ น รวมทงั้ ภาษที ไ่ี มส ามารถคาดการณไ ด กฎหมายธรุ กจิ และกฎหมายทรพั ยส นิ ทางปญ ญายงั ไมส ามารถใชบ งั คบั
ไดอยางมีประสิทธิภาพ การท่ีไทยกับบราซิลอยูหางไกลกันมาก ไมมีเที่ยวบินที่บินตรงทําใหการเดินทางและการขนสงสินคา
ตอ งเสยี คา ใชจ า ยและเวลามาก รวมถงึ มปี ญ หาในการสอื่ สาร เนอ่ื งจากบราซลิ ใชภ าษาโปรตเุ กสเปน ภาษาราชการ ในขณะทนี่ กั ธรุ กจิ ไทย
ทรี่ ูภาษาโปรตเุ กสมีนอยมาก
ขอ้ ตกลงสำ� คญั ไทยและบราซลิ ลงนามความตกลงทวภิ าครี วม 12 ฉบบั คอื 1) ความตกลงทางการคา้ 2) ความตกลง
ว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และวิชาการ 3) ความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ 4) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือ
ระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับสมาพันธ์การค้าแห่งชาติบราซิล (National Confederation of Commerce)
5) ความตกลงว่าดว้ ยการยกเว้นการตรวจลงตราผ้ถู ือหนงั สอื เดินทางทูตและราชการ 6) ความตกลงวา่ ดว้ ยการยกเว้นการตรวจ
ลงตราผถู้ อื หนงั สอื เดนิ ทางธรรมดา 7) บนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ดว้ ยการจดั ตงั้ คณะกรรมาธกิ ารรว่ มเพอ่ื ความรว่ มมอื ทวภิ าคี 8) บนั ทกึ
ความเข้าใจว่าด้วยการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านวิชาการ และการแลกเปล่ียนข้อมูลระบบการท�ำงานและการให้สินเชื่อเพื่อ
การสง่ ออกและนำ� เขา้ ระหวา่ งธนาคารเพอื่ การสง่ ออกและนำ� เขา้ แหง่ ประเทศไทย (ธสน.) กบั ธนาคารแหง่ ชาตเิ พอื่ การพฒั นาเศรษฐกจิ
และสังคมแห่งชาติบราซิล (BancoNacional de DesenvovimentoEconomico e Social-BNDES) 9) ความตกลงว่าด้วย
ความร่วมมือด้านกีฬา 10) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการด้านมาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช 11) บันทึก
ความเข้าใจวา่ ดว้ ยความร่วมมอื ไตรภาคี และ 12) บนั ทกึ ความเข้าใจวา่ ดว้ ยการหารอื ทางการเมอื งในเรือ่ งท่มี ีความสนใจร่วมกัน
-------------------------------------
ขอ้ มูลพืน้ ฐานของต่างประเทศ 2562 124
Michel Miguel Elias Temer Lulia
ตำ� แหนง่ ประธานาธิบดีคนที่ 37
เกดิ 23 ก.ย.2483 (อายุ 79 ป/ี ปี 2562) เกดิ ที่ Tiete ในเซาเปาโล เปน็ บตุ รชายคนท่ี 5 ของนาย Miguel Elias Temer
Lulia และนาง March Barbar Lulia ผอู้ พยพชาวเลบานอน (Btaaboura ในเขต Koura ทางตอนเหนอื ของเลบานอน)
ซง่ึ หนีสงครามโลกครัง้ ที่ 1 มาตั้งถ่ินฐานในบราซิลเมอ่ื ปี 2468
การศกึ ษา ระดบั ปรญิ ญาตรดี า้ นกฎหมายจาก the Law Faculty ของ University of Sao Paulo และปรญิ ญาเอกจาก
Pontifical Catholic University of Sao Paulo
สถานภาพทางครอบครวั สมรส 2 คร้งั กบั นาง Maria de Toledo มีบตุ รด้วยกนั 3 คน แตห่ ย่ารา้ งไปเนื่องจากนาย Temer
มีความสัมพันธ์กับนักหนังสือพิมพ์หญิงจนมีบุตรด้วยกัน 1 คน ก่อนจะแต่งงานกับนาง Marcela Tedeschi
(ปี 2546-ปจั จุบนั ) ซึ่งอายนุ ้อยกวา่ นาย Temer ถึง 42 ปี มีบุตรด้วยกัน 1 คน
ศาสนา ครสิ ต์นกิ าย Maronite Catholicism
ประวตั ิการท�ำงาน
ปี 2530 ท�ำงานในคณะท�ำงานของสภาผแู้ ทนราษฏร 6 คณะ
ปี 2531 สมาชิกสภาร่างรฐั ธรรมนญู เพอ่ื ร่างรฐั ธรรมนูญฉบบั ท่ีใช้อยใู่ นปจั จบุ นั
ปี 2544-2553 ประธานสภาผแู้ ทนราษฎร 3 สมัย
9 ก.ย.2544-5 เม.ย.2559 ประธานพรรค the Brazilian Democratic Movement
1 ม.ค.2554 รองประธานาธบิ ดีบราซลิ ในรฐั บาลของนาง Dilma Rousseff
12 พ.ค.2559 ด�ำรงตำ� แหนง่ รรก.ประธานาธบิ ดขี ณะท่ีวฒุ ิสภาพกั งานประธานาธิบดี Rousseff
เพื่อพิจารณาถอดถอนออกจากตำ� แหนง่
31 ส.ค.2559 สาบานตนเขา้ รบั ตำ� แหนง่ ประธานาธบิ ดบี ราซลิ อยา่ งเปน็ ทางการหลงั วฒุ สิ ภาประกาศถอดถอน
นาง Rousseff ออกจากต�ำแหนง่ เพยี ง 1 ชว่ั โมง
ข้อมูลส่วนตวั - เขา้ ใจภาษาอาหรับ เนอื่ งจากครอบครัวเปน็ ชาวเลบานอน แต่ระบวุ า่ ไมส่ ามารถพดู ภาษาอาหรับได้
- เปน็ รองประธานาธบิ ดคี นท่ี 2 ของบราซลิ ทม่ี ีเชอื้ สายเลบานอนโดยกำ� เนดิ
- ถกู มองวา่ เปน็ พวกกดี กนั สทิ ธสิ ตรแี ละคนพน้ื เมอื ง ไมใ่ หค้ วามสำ� คญั ตอ่ นโยบายพหสุ งั คมของบราซลิ ดงั จะเหน็
ไดจ้ ากหลงั การดำ� รงตำ� แหนง่ รรก.ประธานาธบิ ดี ไดแ้ ตง่ ตงั้ ครม.ทม่ี แี ตช่ ายผวิ ขาว โดยไมท่ ำ� ตามธรรมเนยี ม
ปฏิบัติตามรฐั ธรรมนญู บราซลิ ท่รี ะบุใหม้ ตี ำ� แหนง่ สำ� หรบั สตรีและคนพืน้ เมืองใน ครม.ดว้ ย
- ขอ้ มลู จาก Wikileaks ระบวุ ่า นาย Temer มอบข้อมลู ขา่ วสารทางการเมอื งบราซิลใหแ้ ก่ สอท.สหรัฐฯ
125 ขอ้ มูลพ้นื ฐานของต่างประเทศ 2562
ณ กรุงบราซเิ ลยี อยา่ งตอ่ เนื่องมาตั้งแต่ปี 2549
- เป็นประธานาธิบดีท่ีได้รับความนิยมต่�ำที่สุดในรอบทศวรรษและเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกศาลฎีกา
ฟ้องร้องในข้อหาคอรร์ ปั ชนั ขณะยังคงอย่ใู นต�ำแหนง่ ถึง 3 ครงั้ แต่ก็สามารถผา่ นการถกู พจิ ารณาถอดถอนมาได้ เนื่องจากได้รบั
การสนบั สนุนจากวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตา่ งมสี ว่ นเกย่ี วขอ้ งกับการคอร์รปั ชันเช่นกัน
- - เป็นคนที่มีความเป็นนักการเมืองสูง รู้จักใช้กลไกทางการเมืองและหาการสนับสนุนเม่ือต้องการได้อย่าง
เหมาะสม
- เขา้ รบั การผ่าตดั ขยายหลอดเลอื ดหวั ใจ 3 จดุ ทโ่ี รงพยาบาล Sao Paulo hospital ตงั้ แต่ 24 พ.ย.2560
โดยได้รับการสวนหลอดเลือดหวั ใจ 3 เสน้ และใส่ขดลวดในเส้นเลือด 2 ชุด หลังจากพบวา่ หลอดเลือดหวั ใจอดุ ตนั ถึง 90%
----------------------------------------------------
ขอ้ มูลพ้นื ฐานของต่างประเทศ 2562 126
คณะรฐั มนตรี
ประธานาธิบดี Michel Miguel Elias TEMER Lulia
Chief of the Civilian Household of the Presidency Eliseu PADILHA
รมว.กระทรวงเกษตร ปศสุ ัตว์และอาหาร Blairo MAGGI
รมว.กระทรวงเมอื งหลวง Alexandre BALDY
รมว.กระทรวงวฒั นธรรม Sergio SA LEITAO -
รมว.กระทรวงกลาโหม Joaquim SILVA E LUNA
รมว.กระทรวงศกึ ษาธิการ Rossieli SOARES da Silva
รมว.กระทรวงสิง่ แวดลอ้ ม Edson DUARTE
รมว.กระทรวงการคลัง Eduardo GUARDIA
รมว.กระทรวงความสมั พันธร์ ะหวา่ งประเทศ Aloysio NUNES
รมว.กระทรวงสาธารณสุข Gilberto OCCHI
รมว.กระทรวงสิทธิมนษุ ยชน Gustavo do Vale ROCHA
รมว.กระทรวงอตุ สาหกรรม การค้าต่างประเทศและบรกิ าร Marcos JORGE de Lima
รมว.กระทรวงยตุ ิธรรม Torquato JARDIM
รมว.กระทรวงแรงงาน Helton YOMURA
รมว.กระทรวงพลงั งานและเหมอื งแร่ Moreira FRANCO
รมว.กระทรวงบูรณาการแหง่ ชาติ Antonio de PADUA de Deus Andrade
รมว.กระทรวงวางแผน งบประมาณและการบริหารจัดการ Esteves COLGAGO
รมว.กระทรวงความมน่ั คง Raul JUNGMANN
รมว.กระทรวงวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวตกรรมและการส่อื สาร Gilberto KASSAB
รมว.กระทรวงพัฒนาสงั คมและการเกษตร Alberto BELTRAME
รมว.กระทรวงกีฬา Leandro Crus FROES da Silva
รมว.กระทรวงการทอ่ งเที่ยว Vinicius LUMMERTZ
รมว.กระทรวงความโปรง่ ใส ตรวจสอบและควบคุม Wagner de Campos ROSARIO
รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวตกรรมและการส่ือสาร Gilberto KASSAB
รมว.กระทรวงพฒั นาสังคมและการเกษตร Alberto BELTRAME
รมว.กระทรวงกฬี า Leandro Crus FROES da Silva
รมว.กระทรวงการทอ่ งเทีย่ ว Vinicius LUMMERTZ
รมว.กระทรวงความโปร่งใส ตรวจสอบและควบคุม Wagner de Campos ROSARIO
รมว.กระทรวงขนส่ง ทา่ เรือและการบนิ พลเรอื น Valter CASIMIRO Silveira
ผ้วู ่าการธนาคารชาติ Ilan GOLDFAJN
*ขอ้ มูล เมือ่ ส.ค.2561 (กำ� หนดเลอื กต้งั ครั้งใหม่ใน ต.ค.61)
---------------------------------------------------------------
127 ขอ้ มลู พื้นฐานของต่างประเทศ 2562
บรูไนดารุสซาลาม
(Brunei Darussalam)
เมอื งหลวง บันดารเ์ สรเี บกาวัน
ท่ตี ง้ั ต้งั อย่บู นเกาะบอร์เนยี วทางดา้ นตะวันออกเฉยี งเหนือ ในเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 5,765 ตร.กม. แบ่งเป็น
4 เขต (district) คอื บรไู นและมอู ารา (Brunei and Muara) เบเลต (Belait) ตตู ง (Tutong) และเตมบูรง (Temburong) พน้ื ท่ี
ประเทศแบง่ เปน็ 2 สว่ น คอื ดา้ นตะวนั ตกกบั ดา้ นตะวนั ออก โดยมดี นิ แดนรฐั ซาราวกั ของมาเลเซยี และทะเลบรไู นคนั่ การเดนิ ทาง
ไปมาหาสกู่ นั ต้องใชเ้ รือข้ามทะเลบรูไน หรอื เดินทางโดยรถยนต์ผ่านรัฐซาราวกั ของมาเลเซยี บรูไนมีเขตแดนทางบกยาว 266 กม.
และชายฝ่งั ทะเลยาว 161 กม.
อาณาเขต ทศิ เหนอื จรดทะเลจนี ใต้
ทศิ ตะวนั ออก ทศิ ใต้ และทิศตะวนั ตก ตดิ กบั รฐั ซาราวักของมาเลเซีย
ภมู ปิ ระเทศ บริเวณชายฝั่งเป็นพ้ืนท่ีราบที่ค่อย ๆ ชันข้ึนเป็นภูเขาทางด้านตะวันออก พ้ืนท่ี 70% เป็นป่าไม้ มีป่าชายเลน
ที่สมบูรณ์ รวมท้งั มที ด่ี ินเหมาะแก่การเกษตร ทรพั ยากรธรรมชาติ ไดแ้ ก่ นำ้� มนั และก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ แรธ่ าตุ และสัตวน์ ำ�้
ภมู ิอากาศ อยู่ในเขตร้อนชื้น มีฝนชุกเกือบตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ย 24 - 28 องศาเซลเซียส ฝนตกหนักในช่วง ก.ย.-ม.ค.
และ พ.ค.-ก.ค. อากาศเยน็ สบายทสี่ ุดช่วง มี.ค.-เม.ย.
ขอ้ มลู พ้ืนฐานของตา่ งประเทศ 2562 128
ประชากร ประมาณ 434,000 คน (เม.ย.2561) เชอ้ื สายมาเลย์ 67% จีน 15% และอ่นื ๆ 18% มีชนพ้นื เมอื ง 7 ชนเผา่
เรยี กโดยรวมวา่ มลายหู รอื มาเลย์ โครงสรา้ งประชากร วยั เดก็ (0-14 ป)ี 23.12% วยั รนุ่ ถงึ วยั กลางคน (15-64 ป)ี 72.03% และ
วยั ชรา (65 ปขี นึ้ ไป) 4.84% อตั ราการเกดิ 1.7% อตั ราการตาย 0.36% อายขุ ยั เฉลยี่ 77.4 ปี
ศาสนา อสิ ลามนกิ ายซุนนี 67% พุทธนิกายมหายาน 13% คริสต์ 10% ฮนิ ดู ความเชือ่ พน้ื เมอื ง และอน่ื ๆ 10%
ภาษา ภาษามาเลย์ (Malay หรือ Bahasa Melayu) เป็นภาษาราชการ ส่วนภาษาอังกฤษและภาษาจีนเปน็ ภาษาท่ีใช้
กันแพร่หลาย
การศึกษา ไม่มีการศึกษาภาคบังคับ แต่จัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การศึกษาแบ่งเป็น 4 ระดับ
ซึ่งจัดสรรตามกลุ่มอายุ ได้แก่ 1) ระดับปฐมวัย 7 ปี 2) ระดับมัธยมศึกษา 7-8 ปี 3) ระดับเตรียมอุดมศึกษา 2 ปี และ
4) ระดับวทิ ยาลยั และมหาวทิ ยาลยั 3-4 ปี อยา่ งไรก็ดี เดก็ ชาวมสุ ลิมในบรูไนทุกคนต้องเรียนศาสนา ซงึ่ เปน็ การศึกษาภาคบังคบั
ใชเ้ วลารวม 7 ปี โดยมกี ระทรวงกจิ การศาสนาของบรไู นเปน็ ผกู้ ำ� กบั ดแู ล อตั ราการรหู้ นงั สอื ของประชากรอายุ 15 ปขี น้ึ ไป 99.6%
งบประมาณดา้ นการศึกษา 504.82 ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ (ปี 2561)
การกอ่ ตงั้ ประเทศ บรไู นเคยเปน็ ทต่ี ง้ั อาณาจกั รทเี่ จรญิ รงุ่ เรอื งในชว่ งศตวรรษที่ 14-16 มอี าณาเขตครอบคลมุ พน้ื ทส่ี ว่ นใหญข่ อง
เกาะบอร์เนียวตอนเหนือ และบางส่วนของหมู่เกาะซูลู (Sulu) มีช่ือเสียงทางการค้า โดยเฉพาะการบูร พริกไทย และทองค�ำ
แต่เสื่อมอ�ำนาจลงในศตวรรษท่ี 19 โดยสูญเสียดินแดนจากสงคราม โจรสลัด และการขยายอาณานิคมของประเทศตะวันตก
ในทสี่ ดุ ได้เขา้ เปน็ ดนิ แดนในอารกั ขาของสหราชอาณาจกั รโดยสมบรู ณเ์ มอ่ื ปี 2449 เศรษฐกจิ ของบรไู นเรมิ่ มน่ั คงหลงั จากสำ� รวจพบ
แหลง่ นำ้� มนั ขนาดใหญท่ เี่ มอื งเซรอี า(Seria)ทางดา้ นตะวนั ตกเมอ่ื ปี2472สหราชอาณาจกั รใหอ้ ำ� นาจบรไู นปกครองตนเองตามรฐั ธรรมนญู
ฉบบั ปี 2502 แต่ยังดูแลด้านการต่างประเทศและให้ค�ำปรึกษาด้านการป้องกันประเทศ ผลการเลือกต้ังครั้งแรกเมื่อปี 2505
พรรคประชาชนบอรเ์ นยี ว (Borneo People’s Party) ได้รับชยั ชนะทว่ มท้น แต่ถกู กดี กนั ไมใ่ หจ้ ดั ตัง้ รัฐบาล จึงพยายามยดึ อ�ำนาจ
จากสลุ ตา่ นแตไ่ มส่ ำ� เรจ็ เนอ่ื งจากสลุ ตา่ นทรงไดร้ บั ความชว่ ยเหลอื จากกองทหารกรุ ขา่ ของสหราชอาณาจกั รทส่ี ง่ ตรงมาจากสงิ คโปร์
รัฐบาลได้ประกาศภาวะฉุกเฉินมาต้ังแต่ปี 2505 ท�ำให้ไม่มีการเลือกตั้งมาจนถึงปัจจุบัน บรูไนได้รับเอกราชเมื่อ 1 ม.ค.2527
หลังจากอยู่ภายใตอ้ ารักขาของสหราชอาณาจักรนานถึง 95 ปี
วนั ชาต ิ 23 ก.พ.
การเมือง ปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ภายใตห้ ลกั ราชาธิปไตยอิสลามมลายู (Melayu Islam Beraja /Malay
Islam Monarchy-MIB) ไดแ้ ก่ การเปน็ ประเทศมสุ ลมิ มาเลย์ การยดึ หลกั ศาสนาอสิ ลาม และการเคารพสถาบนั กษตั รยิ ์ รฐั ธรรมนญู
ปจั จบุ นั กำ� หนดใหส้ มเดจ็ พระราชาธบิ ดหี รอื สลุ ตา่ นมอี ำ� นาจสงู สดุ ทางการเมอื ง โดยเปน็ ทง้ั ประมขุ รฐั และ นรม. รวมทงั้ กำ� หนดให้ นรม.
ตอ้ งเปน็ ชาวบรูไนเช้อื สายมาเลยโ์ ดยกำ� เนิด และนับถือศาสนาอสิ ลามนกิ ายซุนนี การปรับเปล่ียนตำ� แหนง่ รฐั มนตรีของบรไู นเมอื่
ม.ค.2561 เรว็ กว่าตามกำ� หนดการเดมิ ที่เคยปรับทกุ ๆ 5 ปี เน่ืองจากรัฐบาลบรไู นต้องการเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารงานด้าน
เศรษฐกิจและเร่งด�ำเนินการตามเป้าหมายการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจตามวิสัยทัศน์แห่งชาติ 2035 (Wawasan
Brunei 2035)
129 ข้อมูลพน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562
ประมขุ รฐั สมเดจ็ พระราชาธบิ ดี ฮจั ญี ฮสั ซานลั โบลเกยี ห์ มอู ซิ ซดั ดนิ วดั เดาละห ์ ขน้ึ ครองราชยเ์ มอ่ื 5 ต.ค.2510
เป็นสมเด็จพระราชาธิบดอี งคท์ ี่ 29
ฝา่ ยบรหิ าร : มี นรม.เปน็ ผนู้ ำ� และมสี ภาทปี่ รกึ ษา ซงึ่ แตง่ ตงั้ โดยสมเดจ็ พระราชาธบิ ดี ประกอบดว้ ย สภารฐั มนตรี
(Council of Cabinet Ministers) สภาศาสนา (Religious Council) สภาองคมนตรี (Privy Council) และสภาวา่ ดว้ ยการสบื ราชสนั ตตวิ งศ์
(Council of Succession) ท่งั้ นี้ สมเดจ็ พระราชาธบิ ดแี หง่ บรไู นทรงควบทัง้ ต�ำแหน่งประมขุ รฐั และนายกรัฐมนตรบี รูไน
ฝ่ายนิติบญั ญตั ิ : สมเด็จพระราชาธบิ ดีแหง่ บรูไนฯ ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ประกาศแตง่ ต้ังสมาชิก
สภานติ ิบัญญัติแห่งชาตชิ ดุ ใหม่ เมื่อ 12 ม.ค.2560 หลังการยุบสภานติ บิ ญั ญัติแห่งชาติเมอ่ื ส.ค.2559 โดยสมาชิกสภานติ บิ ัญญตั ิ
ชดุ ใหม่ ประกอบดว้ ย สมาชกิ อยา่ งเปน็ ทางการสบื เนอื่ งจากตำ� แหนง่ ไดแ้ ก่ สมเดจ็ พระราชาธบิ ดแี หง่ บรไู น มกฎุ ราชกมุ ารแหง่ บรไู น
และรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงรวม 13 คน และผนู้ ำ� ทอ้ งถนิ่ ซง่ึ ไดร้ บั การแตง่ ตงั้ จากสมเดจ็ พระราชาธบิ ดอี กี 20 คน รวม 33 คน มวี าระ
การด�ำรงตำ� แหน่ง 5 ปี (2560-2565)
ฝ่ายตุลาการ : ศาลสูงสุด ศาลอุทธรณ์ ศาลแขวงและศาลชะรีอะฮ์ (Sharia Court) ต�ำแหน่งส�ำคัญ
ในฝ่ายตุลาการแตง่ ตั้งโดยสมเดจ็ พระราชาธิบดีแหง่ บรูไน
พรรคการเมอื ง : บรไู นมพี รรคการเมอื งเดยี ว คอื National Development Party เนอ่ื งจากรฐั บาลตอ้ งการจำ� กดั
บทบาทพรรคการเมอื ง โดยใช้กฎหมายความมน่ั คงภายใน ห้ามชมุ นมุ ทางการเมือง ถอดถอนการจดทะเบียนเป็นพรรคการเมอื ง
และห้ามขา้ ราชการ (มีสดั ส่วนคร่งึ หน่งึ ของประชากร) เป็นสมาชิกพรรคการเมอื ง
เศรษฐกิจ เศรษฐกจิ บรไู นฟน้ื ตวั ขนึ้ จากการเพม่ิ ปรมิ าณการสง่ ออกนำ�้ มนั และกา๊ ซธรรมชาติ ขณะทกี่ ารสง่ เสรมิ ความรว่ มมอื
กับต่างประเทศในการส�ำรวจและพัฒนาแหล่งพลังงานแห่งใหม่อาจท�ำให้บรูไนมีปริมาณน้�ำมันและก๊าซธรรมชาติส�ำรองต่อไป
บรูไนต้ังเป้าหมายการเป็นแหล่งผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจนรายใหญ่ของโลก โดยเตรียมสร้างโรงงานผลิตเชิื้อเพลิงไฮโดรเจนภายใน
สนิ้ ปี 2562 กำ� หนดเปดิ ดำ� เนนิ การในปี 2563 นอกจากนี้ บรไู นพยายามปรบั โครงสรา้ งเศรษฐกจิ และสง่ เสรมิ บรรยากาศการลงทนุ
รวมท้ังปรบั ปรุงกฎระเบยี บเพอื่ อ�ำนวยความสะดวกในการประกอบธรุ กิจ ทั้งนี้ บรูไนไดร้ บั การจัดอันดบั ใหเ้ ปน็ ประเทศทมี่ คี วาม
สะดวกในการทำ� ธรุ กจิ อนั ดบั ท่ี 56 ของประเทศท่ัวโลก และอนั ดบั ที่ 4 ของอาเซียนรองจากสงิ คโปร์ มาเลเซยี และไทย ประจำ� ปี
2561 จากทัง้ หมด 190 ประเทศ
สกลุ เงนิ : ดอลลารบ์ รไู น (BND) อตั ราแลกเปล่ยี น 1 ดอลลารบ์ รไู นเทา่ กบั 24.12 บาท และ 1 ดอลลารส์ หรฐั
เทา่ กบั 1.51 ดอลลารบ์ รูไน (12 ก.ย.2561)
ดัชนเี ศรษฐกิจสำ� คญั (ปี 2561)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 14,440 ลา้ นดอลลาร์สหรฐั (เม.ย.2561)
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกจิ : 1% (ปี 2561)
ดลุ บัญชีเดินสะพัด : 2,093 ล้านดอลลาร์สหรฐั (ปี 2560 )
รายได้เฉลี่ยตอ่ หัวตอ่ ปี : 71,809.30 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2561)
แรงงาน : 221,404 คน (ปี 2560)
อัตราการวา่ งงาน : 7.1% (ธ.ค.2560)
อัตราเงินเฟอ้ : 0.2% (ม.ิ ย.2561)
ดุลการคา้ ระหวา่ งประเทศ : เกนิ ดุล 220.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (พ.ค.2561)
ข้อมลู พ้ืนฐานของต่างประเทศ 2562 130
มลู ค่าการส่งออก : ประมาณ 662.32 ล้านดอลลาร์สหรฐั (พ.ค.2561)
สินค้าสง่ ออก : น�้ำมนั ดบิ ก๊าซธรรมชาติ ปโิ ตรเลยี มกล่นั และเส้ือผา้
มูลคา่ การน�ำเขา้ : ประมาณ 441.67 ล้านดอลลาร์สหรฐั (พ.ค.2561)
สินคา้ นำ� เขา้ : เครอื่ งจกั ร รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟา้ เคมีภัณฑ์ และอาหาร
คูค่ า้ ส�ำคัญ : ญีป่ ุ่น มาเลเซยี สงิ คโปร์ จีน และเกาหลใี ต้
นักทอ่ งเทย่ี วเขา้ ประเทศ : ประมาณ 260,000 คน (ปี 2560)
การทหาร กองทพั บรไู นมขี นาดเลก็ ทสี่ ดุ ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ ประกอบดว้ ย ทบ. ทร. และ ทอ. ขน้ึ ตรงตอ่ ผบ.ทหารสงู สดุ
บรไู นไมม่ กี ารเกณฑท์ หาร แตช่ ายบรไู นอายุ 17 ปี สามารถเขา้ รบั ราชการทหารโดยสมคั รใจ กองทัพบรูไนมีก�ำลังพล 7,200 นาย และ
กำ� ลงั สำ� รอง 700 นาย เปน็ ทบ. 4,900 นาย ทร. 1,200 นาย ทอ. 1,100 นาย นอกจากนี้ สลุ ตา่ นยงั มี กกล.ทหารกรุ ขา่ สว่ นพระองค์
(Gurkha Reserve Unit-GRU) ประมาณ 400-500 นาย
งบประมาณทางทหาร ปี 2561 : 375 ล้านดอลลารส์ หรัฐ
ยทุ โธปกรณ์สำ� คัญ : รถถังเบา (สกอรเ์ ปียน) 20 คัน ยานยนต์หุ้มเกราะ 45 คนั เครอ่ื งยงิ ลกู ระเบิดขนาด 81 มม.
24 เคร่อื ง เรือตรวจการณช์ ายฝงั่ และเรอื รบ 10 ลำ� เรือบรรทกุ บ. 4 ล�ำ ฮ.ขนสง่ 23 ลำ�
วิสัยทัศน์ด้านความม่ันคง : มุ่งรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศ ปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ
ทางทะเล สง่ เสรมิ ความรว่ มมอื กบั อาเซยี นและประเทศในภมู ภิ าค เพอื่ ลดความขดั แยง้ กรณพี พิ าทเขตแดน การตอ่ ตา้ นการกอ่ การรา้ ย
และการกระท�ำผิดกฎหมายอนื่ ๆ
การต่างประเทศ บรไู นสง่ เสรมิ ความสมั พนั ธอ์ นั ดกี บั มาเลเซยี อนิ โดนเี ซยี สงิ คโปรแ์ ละอาเซยี น รวมทง้ั ประเทศมหาอำ� นาจ ไดแ้ ก่
สหรฐั ฯ จนี โดยบรไู นขยายความรว่ มมอื ดา้ นการคา้ และการลงทนุ กบั จนี ขณะทจ่ี นี ซงึ่ เปน็ ผลู้ งทนุ รายใหญอ่ นั ดบั ที่ 1 ของบรไู นหวงั ใช้
อทิ ธพิ ลดา้ นเศรษฐกจิ โนม้ นา้ วใหบ้ รไู นไมแ่ สดงทา่ ทที า้ ทายจนี ในปญั หาพพิ าทในทะเลจนี ใต้ขณะเดยี วกนั บรไู นใหค้ วามสำ� คญั กบั ภมู ภิ าค
เอเชยี ใต ้ เนอื่ งจากอนิ เดยี เปน็ ผนู้ ำ� เขา้ นำ� ม้ นั ดบิ รายใหญข่ องบรไู น และตอ้ งการใหบ้ รไู นเพม่ิ การลงทนุ ดา้ นพลงั งาน เทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการบนิ กบั อนิ เดยี นอกจากนี้ บรไู นสนใจขยายความรว่ มมอื กบั บงั กลาเทศดา้ นอตุ สาหกรรมอาหารฮาลาล พลงั งาน การผลติ สง่ิ ทอ
และการเกษตร
สมาชกิ องค์การระหว่างประเทศ ADB, APEC, APT, ARF, ASEAN, CP, EAS, G-77, IBRD, ICAO, ICRM, IDB, IFRCS, ILO,
IMF, IMO, IMSO, INTERPOL, IOC, ISO (ผสู้ ังเกตการณ)์ , ITSO, ITU, NAM, OIC, OPCW, UN, UNCTAD, UNESCO, UNIFIL,
UNWTO, UPU, WCO, WFTU, WHO, WIPO, WMO, WTO
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี บรไู นมงุ่ การวจิ ยั และพฒั นาอตุ สาหกรรมอาหารฮาลาล การแปรรปู อาหาร และอตุ สาหกรรมเวชภณั ฑ์
ตามแผนพฒั นาแห่งชาติฉบบั ท่ี 11 (ปี 2561-2566 ) ขณะเดยี วกัน บรไู นลงนามความตกลงกบั อินเดียเพื่อสง่ เสริมความรว่ มมอื
ด้านเทคโนโลยีอวกาศและวิทยาศาสตร์ โดยอินเดียอาจใช้บรูไนเป็นฐานปล่อยดาวเทียม รวมท้ังพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยี
อวกาศแกบ่ รูไน
การขนส่งและโทรคมนาคม มีท่าอากาศยาน 2 แห่ง คือ สนามบินนานาชาติบรูไน และสนามบิน Anduki ซึ่งใช้ในกิจการ
ของบริษัท Brunei Shell Petroleum (BSP) อยู่ที่เขตเบเลต เส้นทางรถไฟระยะทาง 13 กม. ถนนระยะทาง 3,029 กม.
ทา่ เรอื เพอื่ การสญั จร 5 แหง่ ไดแ้ ก่ Bandar Seri Begawan, Kuala Belait, Muara, Seria และ Tutong ทา่ เรอื เพอ่ื ขนสง่ สนิ คา้ 1 แหง่
131 ขอ้ มลู พื้นฐานของตา่ งประเทศ 2562
คอื ทา่ เรอื ทมี่ อู ารา ดา้ นโทรคมนาคม : โทรศพั ทพ์ นื้ ฐานใหบ้ รกิ าร 72,912 เลขหมาย (ปี 2560) โทรศพั ทเ์ คลอ่ื นท่ี 213,528 เลขหมาย
(ปี 2560) รหัสโทรศพั ท์ +673 จ�ำนวนผใู้ ช้อนิ เทอร์เน็ต 410,836 คน (ปี 2561) รหัสอินเทอร์เน็ต .bn เวบ็ ไซต์การทอ่ งเทีย่ ว :
http://www.bruneitourism.com/
การเดินทาง สายการบนิ Royal Brunei Airlines ใหบ้ รกิ ารเทยี่ วบนิ ตรง กรงุ เทพฯ–บนั ดารเ์ สรเี บกาวนั (ประมาณ 1,690 กม.)
ระยะเวลาบิน 2 ชม. 45 นาที เวลาที่บรูไนเร็วกว่าไทย 1 ชม. นักท่องเท่ียวไทยเดินทางเข้าบรูไนโดยไม่ต้องตรวจลงตรา
หนังสือเดนิ ทาง
สถานการณส์ �ำคญั ทนี่ า่ ตดิ ตาม
บรไู นเฝา้ ระวงั ภยั คกุ คามทางไซเบอรท์ ง้ั การเผยแพรข่ อ้ มลู ขา่ วสารเทจ็ และการเผยแพรแ่ นวคดิ หวั รนุ แรงของกลมุ่
กอ่ การรา้ ย เนอ่ื งจากบรไู นตอ้ งพง่ึ พาเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ในการพฒั นาเศรษฐกจิ และตดิ อนั ดบั 1 ใน 10 ของประเทศทใ่ี ชส้ อื่ สงั คมออนไลน์
มากที่สุดในโลก ทั้งนี้ บรูไนเตรียมปรับปรุงกฎหมายด้านความมั่นคงทางไซเบอร์และจัดต้ังหน่วยงานเพ่ือประสานข้อมูล
ดา้ นอาชญากรรมทางไซเบอรก์ บั อาเซยี น
บรูไนมงุ่ เพิม่ ผลผลิตทางการเกษตรเพ่อื สรา้ งความมนั่ คงทางอาหาร โดยบรไู นตั้งเปา้ หมายว่าจะเพ่ิมผลผลิตข้าว
ใหไ้ ด้ 20% ของการบรโิ ภคภายในปี 2563 มาตรการทส่ี ำ� คญั ไดแ้ ก่ การสง่ เสรมิ ความรว่ มมอื กบั ประเทศเพอ่ื นบา้ น เชน่ เวยี ดนาม
อินโดนีเซีย และจีน ในการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูง การแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านเทคโนโลยีทางการเกษตรกับ
ต่างประเทศ
ความสมั พนั ธไ์ ทย–บรูไน
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับบรูไนเม่ือ 1 ม.ค.2527 และมีความสัมพันธ์ท่ีใกล้ชิดกันมาตลอด
มีการแลกเปล่ียนการเยือนในระดับราชวงศ์และผู้น�ำระดับสูงอยู่เสมอ เป็นพันธมิตรในเรื่องต่าง ๆ ท้ังในกรอบอาเซียน และ
กรอบพหภุ าคี ดา้ นเศรษฐกจิ บรไู นเปน็ คคู่ า้ อนั ดบั ท่ี 51 ของไทยในระยะ 5 ปที ผี่ า่ นมา (ปี 2556-2560) และเปน็ คคู่ า้ อนั ดบั ท่ี 9
ของไทยในกลุ่มอาเซียน มูลค่าการค้าปี 2560 ประมาณ 665 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนมูลค่าการค้าในช่วง 7 เดือนแรกของ
ปี 2561 (ม.ค.-ก.ค.2561) ไทยและบรไู นมมี ลู คา่ การคา้ รวม 523 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั ไทยเปน็ ฝา่ ยขาดดลุ การคา้ โดยสง่ ออกสนิ คา้
ไปบรไู นมลู คา่ 63 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั และนำ� เขา้ จากบรไู น 459 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั สนิ คา้ สง่ ออกของไทย ไดแ้ ก่ รถยนต์ อปุ กรณ์
และส่วนประกอบ ขา้ ว ปนู ซีเมนต์ น�ำ้ ตาลทราย เหลก็ เหล็กกล้าและผลิตภณั ฑ์ สนิ ค้าน�ำเขา้ จากบรไู น ไดแ้ ก่ นำ�้ มันดิบ เคมภี ัณฑ์
เหลก็ เหลก็ กล้าและผลิตภณั ฑ์ สนิ แรโ่ ลหะ อาหารทะเลแปรรูป ฯลฯ
สว่ นการแลกเปลย่ี นการเยอื นในระดบั รฐั มนตรใี นปี 2561 นายดอน ปรมตั ถว์ นิ ยั รมว.กต.ไทย เยอื นบรไู นระหวา่ ง
15 - 16 ม.ค.61 เพ่ือสง่ เสรมิ ความรว่ มมอื ด้านการค้าและการเกษตร ขณะที่พลตรี Dato Paduka Seri Aminan bin Pengiran
Haji Mahmud ผบู้ ัญชาการทหารสงู สดุ ของกองทัพบรไู นเยอื นไทยระหวา่ ง 19-21 ส.ค.61 เพ่ือแนะน�ำตวั ในโอกาสรับต�ำแหนง่
ใหม่
ขอ้ ตกลงสำ� คญั : ความตกลงบรกิ ารเดนิ อากาศ (13 ม.ค.2530) บันทกึ ความเขา้ ใจการจัดตงั้ คณะกรรมาธกิ ารรว่ ม
ทวภิ าคไี ทย-บรไู น (27 ก.ย.2542) บนั ทกึ ความเขา้ ใจความรว่ มมอื ดา้ นสารสนเทศและการกระจายเสยี งไทย-บรไู น (16 ส.ค. 2544)
บันทึกความเขา้ ใจวา่ ดว้ ยการศึกษาระหวา่ งไทย-บรไู น (19 ต.ค.2552) บันทกึ ความเข้าใจวา่ ด้วยความรว่ มมอื ดา้ นการเกษตรและ
การผลิตอาหารฮาลาลไทย-บรูไน (25 มี.ค.2558 ) บนั ทกึ ความเขา้ ใจดา้ นความรว่ มมือทางสาธารณสุข (1 ก.ย.2559)
ข้อมูลพน้ื ฐานของตา่ งประเทศ 2562 132
สมเดจ็ พระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มอู ซิ ซัดดิน วดั เดาละห์
(His Majesty Sultan Haji Hassanal Bolkiah Mu’ izzaddin Waddaulah )
ตำ� แหนง่ สมเดจ็ พระราชาธิบดีแหง่ บรไู นองค์ที่ 29
นรม. รมว.กระทรวงกลาโหม รมว.กระทรวงการคลงั และรมว.กต. และการค้า
ประสตู ิ 15 ก.ค.2489 (73 พรรษา/ปี 2562) ณ บันดาร์เสรีเบกาวัน เป็นพระราชโอรสองค์แรกของ
สุลตา่ น เซอร์ มดู า โอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน สมเด็จพระราชาธิบดีองคท์ ี่ 28
สถานภาพทางครอบครัว อภเิ ษกสมรสกับมเหสี 3 พระองค์ ไดแ้ ก่
1. สมเดจ็ พระราชนิ รี ายาอสิ เตรีเปงกริ นั อนคั ซาเลฮา(ทรงอภเิ ษกสมรสปี2508)มพี ระราชโอรส2พระองค์
และพระราชธดิ า 4 พระองค์ โดยพระราชโอรสองคแ์ รก คอื เจา้ ชายอลั มหู ต์ าดี บลิ ลา โบลเกยี ห์
เป็นมกุฎราชกุมาร
2. พระมเหสเี ปงกริ นั อสิ เตรี มาเรยี ม อบั ดลุ อาซสิ (ทรงอภเิ ษกสมรสปี 2524 แตท่ รงหยา่ เมอื่ ปี 2546)
มพี ระราชโอรส 2 พระองค์ และพระราชธิดา 2 พระองค์
3. อาซรีนาซ มาซา ฮาคมิ (อภเิ ษกปี 2548 แตท่ รงหย่าเม่อื ปี 2553) มีพระราชโอรส 1 องค์ และ
พระราชธดิ า 1 องค ์
การศึกษา - การศกึ ษาช้นั ต้นทบี่ ันดารเ์ สรีเบกาวัน
- สถาบนั วคิ ตอเรีย มาเลเซีย
- วิทยาลัยการทหาร SANDHURST องั กฤษ ระหว่างปี 2509-2510
พระราชประวัตกิ ารทรงงาน
14 ส.ค.2504 - ทรงได้รบั การสถาปนาเปน็ มกุฎราชกุมาร
5 ต.ค.2510 - ทรงด�ำรงพระยศเป็นสมเด็จพระราชาธิบดบี รไู น องคท์ ี่ 29
ปี 2527-ปจั จุบัน - ทรงดำ� รงตำ� แหนง่ นรม. รมว.กค. รมว.กห. รมว.กต.และการคา้ และผนู้ ำ� ทางศาสนาอสิ ลามของบรไู น
พระราชกรณยี กิจท่ีสำ� คญั - ทรงน�ำหลัก “ราชาธิปไตยอิสลามมลายู (Melayu Islam Beraja-MIB)” ซ่ึงมีสถาบันกษัตริย์
ปี 2534
เป็นศนู ย์กลางความจงรกั ภกั ดีมาใช้ในการปกครอง
ก.ย.2547 - ทรงลงพระนามาภิไธยในพระราชบัญญัติต่างๆ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2502 ท�ำให้มี
การเปดิ ประชมุ สมาชกิ สภานิติบญั ญัติอีกครั้ง หลังจากท่ยี บุ เลิกไปเมอ่ื ปี 2505 ถือเป็นจดุ เรม่ิ ตน้
ของการพฒั นาประชาธิปไตยในบรูไน
ส.ค.2541 - ทรงแตง่ ต้งั เจ้าชายอัล มหู ต์ าดี บลิ ลา โบลเกียห์ ให้ดำ� รงต�ำแหนง่ มกุฎราชกุมารแหง่ บรไู น
ปี 2548 - ทรงประกาศปรับ ครม. ครงั้ แรกในรอบ 22 ป ี
ต.ค.2556 - ทรงประกาศบังคับใชก้ ฎหมายชะรอี ะฮ์ (Sharia Law)
มี.ค.2561 - เปดิ ประชุมสภานิตบิ ญั ญตั แิ ห่งชาติ ครัง้ ท่ี 14
133 ข้อมูลพน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562
คณะรัฐมนตรีบรไู น
นรม. Sultan Haji Hassanal Bolkiah
รมต.อาวุโสประจำ� ส�ำนักนรม. HRH Prince Al-Muhtadee Billah
รมว.ประจำ� สำ� นักนรม. และ Dato Laila Utama Haji Awang Ibrahim
ที่ปรกึ ษาของสมเดจ็ พระราชาธิบดีแห่งบรไู น
รมว.ประจำ� ส�ำนักนรม. Dato Haji Abdul Mokti bin Haji Mohd Daud
รมว.กระทรวงพลังงานและอตุ สาหกรรม Dato Paduka Dr. Hj Mat Suny Hj Mohd Hussein
ประจ�ำสำ� นักนายกรัฐมนตรี
รมว.กระทรวงกลาโหม Sultan Haji Hassanal Bolkiah
รมว.กระทรวงกลาโหมคนทส่ี อง Dato Paduka Seri Awang Hj Halbi Hj Mohd Yussof
รมว.กระทรวงการคลงั Sultan Haji Hassanal Bolkiah
รมว.กระทรวงการคลังคนทส่ี อง Dato Seri Paduka Dr. Hj Mohd Amin Liew Abdullah
รมว.กระทรวงต่างประเทศและการคา้ Sultan Haji Hassanal Bolkiah
รมว.กระทรวงตา่ งประเทศและการค้าคนท่ีสอง Dato Paduka Hj Erywan Pehin Dato
Pekerma Jaya Hj Mohd Yusof
รมว.กระทรวงมหาดไทย Pehin Orang Kaya Seri Kerna Dato Seri Setia
Haji Awang Abu Bakar bin Haji Apong
รมว.กระทรวงการส่อื สาร Abdul Mutalib Mohd Yusof
รมว.กระทรวงศึกษาธกิ าร Dato Paduka Awang Haji Hamzah bin Haji Sulaiman
รมว.กระทรวงสาธารณสุข Dato Paduka Dr. Haji Mohd Isham bin Jaafar
รมว.กระทรวงทรพั ยากรพ้นื ฐานและการท่องเท่ียว Dato Seri Setia Awang Haji Ali bin Haji Apong
รมว.กระทรวงการพัฒนา Dato Seri Paduka Awang Haji Suhaimi bin Haji Gafar
รมว.กระทรวงกิจการศาสนา Pehin Udana Khatib Dato Paduka Seri SetiaUstaz
Haji Awang Badaruddin bin Pengarah
Dato Paduka Haji Awang Othman
รมว.กระทรวงวฒั นธรรม เยาวชน และกฬี า พลตรี Dato Paduka Seri Awang Haji Aminuddin Ihsan bin
Pehin Orang Kaya Saiful Mulok Dato Seri Paduka Haji Abidin
-------------------------------------------
(ก.ย.2561)
ขอ้ มูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562 134
ราชอาณาจกั รกมั พูชา
(Kingdom of Cambodia)
เมืองหลวง ราชธานพี นมเปญ
ทต่ี งั้ ภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ ระหวา่ งเสน้ ละตจิ ดู ท่ี 10-14 องศาเหนอื กบั เสน้ ลองจจิ ดู ท่ี 102-107 องศาตะวนั ออก
มพี น้ื ท่ี 181,035 ตร.กม. (ขนาดใหญ่เปน็ อนั ดบั 90 ของโลก)
อาณาเขต ทิศเหนือ ตดิ กบั ไทย (จงั หวัดอุบลราชธานี จังหวดั ศรีสะเกษ จงั หวัดสุรนิ ทร์ และจังหวัดบุรรี ัมย์) และลาว
ทศิ ตะวันออก ตดิ กับเวยี ดนาม
ทศิ ใต ้ ตดิ กบั อ่าวไทย
ทิศตะวนั ตก ติดกับไทย (จงั หวัดสระแก้ว จงั หวดั จันทบรุ ี และจงั หวัดตราด)
ภมู ปิ ระเทศ มลี กั ษณะคลา้ ยแอง่ กระทะ พนื้ ทต่ี อนกลางประเทศเปน็ ทร่ี าบลมุ่ ระหวา่ งแมน่ ำ้� โขงกบั แมน่ ำ้� บาสคั และมที ะเลสาบ
ขนาดใหญอ่ นั อดุ มไปดว้ ยทรพั ยากรธรรมชาติ ทศิ เหนอื และตะวนั ตกเฉยี งใตเ้ ปน็ ทร่ี าบสงู ปา่ โปรง่ ปา่ ทบึ และเทอื กเขาสลบั ซบั ซอ้ น
เสมือนเปน็ ขอบกระทะ
ภมู อิ ากาศ อยใู่ นเขตอทิ ธพิ ลของลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใต้ ดว้ ยกมั พชู ามชี ายฝง่ั ตดิ ตอ่ กบั
อา่ วไทยทำ� ใหล้ มมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใตพ้ ดั ผา่ นเขา้ ประเทศไดส้ ะดวกนำ� ฝนและความชมุ่ ชนื้ เขา้ มา แตถ่ า้ มพี ายหุ มนุ จากทะเลจนี ใต้
135 ข้อมลู พ้นื ฐานของต่างประเทศ 2562
พดั ผา่ นเขา้ มาจะทำ� ใหฝ้ นตกหนกั แผเ่ ปน็ บรเิ วณกวา้ ง สว่ นฤดหู นาวไดร้ บั อทิ ธพิ ลจากลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ซงึ่ พดั ผา่ นจนี
น�ำความหนาวเย็นเข้ามา แตเ่ นือ่ งจากมีภเู ขาลอ้ มรอบตอนเหนอื ของประเทศทำ� ใหร้ บั อิทธิพลจากลมมรสมุ ตะวันออกเฉียงเหนือ
ไมเ่ ตม็ ท่ี ฤดฝู นเรม่ิ ประมาณกลาง พ.ค.-ก.ย. อณุ หภมู เิ ฉลย่ี 26-29 องศาเซลเซยี ส ฤดหู นาวเรม่ิ ประมาณกลาง ต.ค.-ม.ค. อณุ หภมู เิ ฉลยี่
24-28 องศาเซลเซยี ส ฤดรู ้อนเรม่ิ ประมาณกลาง ก.พ.-เม.ย. อณุ หภูมเิ ฉลีย่ 26-30 องศาเซลเซยี ส
ประชากร ประมาณ 16.2 ลา้ นคน (ก.ย.2560) เขมร 97.6% ชาวจาม (มสุ ลมิ ) 1.2% จนี 0.1% เวยี ดนาม 0.1% ทเี่ หลอื 1.2%
เปน็ ลาวชาวเขา และไทย ประชากรจำ� แนกตามอายุ : วยั เดก็ (0-14 ป)ี 31.01% วยั รนุ่ ถงึ วยั กลางคน (15-64 ป)ี 64.73% และวยั ชรา
(65 ปขี น้ึ ไป) 4.25% อายขุ ยั เฉลยี่ ของประชากรโดยรวมประมาณ 64.9 ปี เพศชายประมาณ 62.4 ปี เพศหญงิ ประมาณ 67.5 ปี
อตั ราการเกดิ 23 คนตอ่ ประชากร 1,000 คน อตั ราการตาย 7.5 คนตอ่ ประชากร 1,000 คน อตั ราการเพมิ่ ของประชากร 1.52%
ศาสนา พทุ ธนิกายเถรวาท 96.9% อิสลาม 1.9% ครสิ ต์ 0.4% และอนื่ ๆ 0.8%
ภาษา ภาษาราชการคอื เขมรและประชาชนใช้กว่า 96.3% ในเขตเมอื งบางส่วนยงั คงใช้ภาษาฝรัง่ เศส แตภ่ าษาองั กฤษ
ได้รบั ความนิยมมากข้ึนในฐานะภาษาทีส่ อง
การศกึ ษา อตั ราการรหู้ นงั สอื 77.2% งบประมาณดา้ นการศกึ ษาประมาณ 1.9% ของ GDP (ปี 2557) การศกึ ษาภาคบงั คบั
9 ปี ตั้งแต่ระดับประถมศกึ ษาถึงมธั ยมศึกษา ในสถานศกึ ษาของรัฐไม่ต้องเสยี คา่ เล่าเรียน
การก่อตั้งประเทศ มีวิวัฒนาการมาจาก 3 อาณาจักรโบราณคือฟูนัน เจนละ และจามปา (พุทธศตวรรษท่ี 6-14) จนกระทั่ง
พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 (พ.ศ.1345–1395) ก่อตั้งอาณาจักรขอมไดส้ ำ� เร็จ และตอ่ มาสามารถขยายอำ� นาจได้กวา้ งขวางถึง 1 ใน 3
ของภมู ภิ าคอนิ โดจนี รวมระยะเวลาประมาณ 400 ปี จากนนั้ เรมิ่ เสอ่ื มอำ� นาจเนอ่ื งจากทมุ่ เททรพั ยากรกอ่ สรา้ งศาสนสถานจำ� นวนมาก
ประกอบกบั อาณาจกั รขา้ งเคยี งเขม้ แขง็ ขนึ้ จงึ เสยี ดนิ แดนบางสว่ นใหส้ โุ ขทยั และหลงั จากนนั้ อกี ประมาณ 300 ปกี ต็ กอยใู่ ตอ้ ำ� นาจ
ของอยธุ ยา เวยี ดนาม และรตั นโกสนิ ทรต์ อนตน้ ในฐานะประเทศราชสลบั กบั มเี อกราชชว่ งสน้ั ๆ จนเมอื่ เขา้ สยู่ คุ ลา่ อาณานคิ มกก็ ลาย
เปน็ อาณานคิ มของฝรงั่ เศส (พ.ศ.2406-2491)
กมั พชู าเปลย่ี นชอื่ ประเทศและระบบการปกครองรวม 5 ครง้ั ซงึ่ เกอื บตลอดระยะนน้ั เปน็ ชว่ งทก่ี มั พชู าไรเ้ สถยี รภาพและ
เกิดสงครามกลางเมอื ง ดงั นี้ ราชอาณาจักรกมั พชู า พ.ศ.2491-2513 สาธารณรฐั เขมร พ.ศ.2513-2518 กมั พูชาประชาธิปไตย
พ.ศ.2518-2522 สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา พ.ศ.2522-2532 รัฐกัมพูชา พ.ศ.2532-2534 ช่วง พ.ศ.2534-2536 สิ้นสุด
ยคุ สงครามกลางเมือง UNTAC (The United Nations Transitional Authority in Cambodia) เข้ามาบริหารและนำ� มาสู่
การปกครองในระบอบปจั จุบันตัง้ แต่ พ.ศ.2536
วนั ชาติ 9 พ.ย. (วนั ประกาศเอกราชจากฝรง่ั เศส 9 พ.ย.2496)
การเมอื ง ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยระบบรฐั สภามกี ษตั รยิ ์ (สมเดจ็ พระบรมนาถนโรดม สหี มนุ )ี เปน็ ประมขุ อยใู่ ตร้ ฐั ธรรมนญู
(สภาราชบังลงั กค์ ัดเลอื กกษัตรยิ )์
ฝา่ ยบรหิ ารหรอื รฐั บาล : หลงั การเลอื กตงั้ ทวั่ ไปพรรคเสยี งขา้ งมากหรอื พรรคตา่ ง ๆ รว่ มกนั เสนอชอ่ื นรม. ใหส้ ภาแหง่ ชาติ
(สภาผ้แู ทนราษฎร) รับรองด้วยเสยี งเกินครงึ่ และกษัตริยล์ งพระปรมาภิไธยแตง่ ต้งั
ขอ้ มลู พน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562 136
ฝ่ายนติ บิ ัญญตั หิ รือรฐั สภา : ประกอบด้วย 2 สภาคอื 1) วฒุ ิสภา (62 คน วาระ 6 ปี ชดุ ปัจจบุ ันปี 2561-2567)
มาจากการแตง่ ต้งั ของกษตั รยิ ์ 2 คน มาจากการเลือกต้งั ทางออ้ มโดยสภาแห่งชาติ 2 คน และสมาชิกสภาต�ำบล 58 คน และ
2) สภาแหง่ ชาติ (125 คน วาระ 5 ปี ชุดปัจจุบนั ปี 2561-2567) มาจากการเลือกตั้งทว่ั ไป
ฝา่ ยตลุ าการ : เปน็ อสิ ระจากฝา่ ยบรหิ ารและนติ บิ ญั ญตั ิ สถาบนั สงู สดุ คอื สภาผพู้ พิ ากษาสงู สดุ ซง่ึ มกี ษตั รยิ เ์ ปน็ ประธาน
ทำ� หนา้ ทแ่ี ตง่ ตงั้ ผพู้ พิ ากษา ระบบศาลประกอบดว้ ยศาลชนั้ ตน้ ศาลอทุ ธรณ์ และศาลสงู แตล่ ะจงั หวดั /กรงุ /ราชธานมี ศี าลของตนเอง
พรรคการเมืองส�ำคัญ : ได้แก่ 1) พรรคประชาชนกัมพูชา (Cambodian People’s Party-CPP) ฝ่ายรัฐบาล
สมาชิกสภาแห่งชาติ 125 คน วุฒิสภา 58 คน 2) พรรคฟุนซินเปค (Front Uni National pour un Cambodge Indépendant,
Neutre, Pacifique, et Coopératif-FUNCINPEC) วุฒิสภา 2 คน (มาจากการเลือกต้ังทางอ้อม) ส่วนพรรคสงเคราะห์ชาติ
(Cambodia National Rescue Party-CNRP) ฝ่ายค้าน ถูกศาลตัดสินยุบพรรคร่วมกับตัดสิทธิทางการเมืองสมาชิกพรรค
118 คน เป็นเวลา 5 ปี เม่ือ 16 พ.ย.2560 ในข้อหากบฏและสมคบคิดกับต่างชาติ
เศรษฐกจิ แบบทนุ นยิ ม มนี โยบายเปดิ เสรเี ตม็ ท่ี ยงั คงอยใู่ นสถานะประเทศยากจนตอ้ งพงึ่ พาความชว่ ยเหลอื จากตา่ งประเทศ
เฉลยี่ ปลี ะประมาณ 500 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั ในหว้ งปี 2547–2550 เศรษฐกจิ กมั พชู าขยายตวั เฉลย่ี ถงึ ปลี ะ 10% จากการเตบิ โตของ
ภาคการทอ่ งเที่ยว การส่งออกเส้ือผา้ ส�ำเร็จรปู การเกษตรและการก่อสรา้ ง แต่เม่อื ปี 2551 เศรษฐกจิ ขยายตัวลดลงเหลือ 7%
และหดตัว 2.0% เมื่อปี 2552 เน่ืองจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก หลังจากน้ันเมื่อปี 2553-2555 เศรษฐกิจกัมพูชาเติบโตต่อเน่ือง
โดยขยายตัวเพม่ิ ขน้ึ 5.9% 6.9% และ 7.3% ตามลำ� ดบั อันเป็นผลมาจากการสง่ ออกเส้อื ผ้าส�ำเรจ็ รปู และการท่องเท่ยี ว
นโยบายการพัฒนาประเทศคือ “จัตุโกณ” (ยุทธศาสตร์สี่เหล่ียม) ประกอบด้วย 1) ปฏิรูปการเกษตร 2) ฟื้นฟู
และพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐาน 3) สรา้ งความเข้มแขง็ ใหภ้ าคเอกชนและสร้างการจา้ งงาน และ 4) พัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ปจั จบุ นั กมั พชู ามงุ่ เนน้ การพฒั นาถนนและทางรถไฟเพอ่ื สง่ เสรมิ การขยายตวั ของเศรษฐกจิ ในประเทศและรองรบั
การเช่ือมโยงเส้นทางคมนาคมกับเพ่ือนบ้าน รวมท้ังยังมีเป้าหมายเพ่ิมรายได้ให้ประเทศโดยการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
หาตลาดใหม่ และชกั ชวนตา่ งชาตเิ ขา้ มาลงทนุ สรา้ งโรงสขี า้ วเพอื่ บรรลเุ ปา้ หมายสง่ ออกขา้ วสารใหไ้ ดป้ ลี ะ 1 ลา้ นตนั แตย่ งั ไมป่ ระสบ
ความสำ� เรจ็ และไมน่ า่ จะบรรลเุ ปา้ หมายการสง่ ออกขา้ วในเรว็ วนั เพราะขาดแคลนเงนิ ทนุ กอ่ สรา้ งโรงสแี ละยงุ้ ฉางเกบ็ ขา้ วทไี่ ดม้ าตรฐาน
นอกจากน้ี กมั พชู าคาดหวงั ใหบ้ รษิ ทั ตา่ งชาตเิ รง่ สำ� รวจและขดุ เจาะนำ้� มนั เพอ่ื ผลติ นำ�้ มนั เชงิ พาณชิ ยจ์ ากแหลง่ บนบกและในอ่าวไทย
สกุลเงิน : เรียล (Riel) อัตราแลกเปล่ียน 1 ดอลลาร์สหรัฐ : 4,095 เรียล หรือ 1 บาท : 125.5 เรียล (ก.ย.2561)
แตช่ าวกมั พูชานิยมใช้เงนิ สกุลดอลลารส์ หรฐั ส่วนเงินบาทไทยสามารถใชไ้ ด้ในการซื้อขายสนิ คา้ ตามทอ้ งตลาดของกมั พูชา
ดัชนีเศรษฐกจิ สำ� คญั (ปี 2561)
ผลิตภัณฑม์ วลรวมภายในประเทศ (GDP) : 22,172 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั
ทนุ สำ� รองเงนิ ตราต่างประเทศ : 12,250 ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ
อตั ราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 7%
ดลุ บญั ชเี ดนิ สะพดั : ขาดดุล 1,966 ล้านดอลลารส์ หรฐั
รายได้เฉล่ียต่อหวั ต่อปี : 1,658 ดอลลารส์ หรฐั
แรงงาน : 8.9 ล้านคน
อัตราการวา่ งงาน : 0.3%
อัตราเงนิ เฟ้อ : 2.6%
ดลุ การค้าระหว่างประเทศ : ขาดดลุ 4,222 ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ (ธนาคารชาตกิ มั พชู า)
137 ขอ้ มลู พ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562
มลู ค่าการส่งออก : 11,088 ล้านดอลลารส์ หรัฐ (ธนาคารชาติกมั พูชา)
สินค้าส่งออก : เสื้อผ้าสำ� เรจ็ รูป ไมซ้ งุ รองเท้า ยางพารา ขา้ ว และสนิ ค้าประมง
มูลค่าการนำ� เขา้ : 15,310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ธนาคารชาติกัมพชู า)
สนิ คา้ น�ำเขา้ : วัตถดุ ิบส�ำหรับผลติ น้ำ� มนั เชอ้ื เพลงิ และยานยนต์ บหุ รี่ ทอง วสั ดุก่อสร้าง ยารกั ษาโรค
คคู่ า้ ส�ำคัญ : จนี สหภาพยุโรป ไทย สหรัฐฯ เวียดนาม และญีป่ ุน่
การทหาร กองทัพแห่งชาติกัมพูชาประกอบด้วย ทบ. ทร. ทอ. และหน่วยสารวัตรทหาร (สห.) ข้ึนตรงต่อ บก.ทหารสูงสุด
ซ่ึงเป็นหน่วยควบคุมบังคับบัญชาและสังกัดอยู่ใน กห. ซ่ึงท�ำหน้าที่ก�ำกับดูแลให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลโดยมี นรม.เป็น
ผบู้ งั คบั บญั ชาสงู สดุ กำ� ลงั พล (ธ.ค.2555) 103,311 นาย แบง่ เปน็ กห. 10,099 นาย บก.ทหารสงู สดุ 45,536 นาย ทบ. 42,899 นาย
ทร. 3,603 นาย และ ทอ. 1,174 นาย การประกอบกำ� ลงั ยดึ หลกั นยิ มของประเทศสงั คมนยิ มเชน่ เดยี วกบั กองทพั เวยี ดนาม แบง่ เขตรบั ผดิ ชอบ
เปน็ 6 ภมู ภิ าคทหาร กำ� ลงั พลสว่ นใหญว่ างกำ� ลงั ในภมู ภิ าคทหารท่ี 4 และ 5 ดา้ นชายแดนไทยรวมประมาณ 23,000 นาย งบประมาณ
ด้านการทหารปี 2558 กัมพูชาตั้งงบประมาณด้านการทหารและความม่ันคง 536 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 13.74%
ของงบประมาณรายจา่ ยประจ�ำปี 2558 หรือเพิม่ ข้ึน 14.52% จากปีงบประมาณ 2557 การเกณฑท์ หาร ชายอายุ 18-30 ปี
ตอ้ งเขา้ รบั ราชการทหารเป็นเวลา 18 เดือน ประชากรท่ีสามารถเกณฑ์เปน็ ทหาร ชาย 3.88 ลา้ นคน หญงิ 4 ล้านคน (ปี 2553)
สมาชกิ องคก์ ารระหวา่ งประเทศ กมั พชู าเปน็ สมาชกิ องคก์ ารระหวา่ งประเทศและกลมุ่ ความรว่ มมอื รวม 43 องคก์ าร ไดแ้ ก่ ADB,
ARF, ASEAN, FAO, G-77, ILO, IMF, IMO, Interpol, NAM, UN, UNCTAD, UNESCO, UNWTO, WHO, WTO
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย ี ล้าหลัง ขาดแคลนบุคลากรนักวทิ ยาศาสตร์และเครื่องมอื รัฐบาลยังไม่ใหค้ วามส�ำคัญเพราะตอ้ งม่งุ
พัฒนาประเทศด้านอื่นที่มีความจ�ำเป็นเร่งด่วนก่อน แต่พยายามแสวงหาความช่วยเหลือในการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรและ
การพฒั นาแหล่งปโิ ตรเลียมในทะเล
การขนสง่ และโทรคมนาคม ระบบขนสง่ 1) ทางอากาศมที า่ อากาศยาน 16 แหง่ ลาดผวิ พน้ื 6 แหง่ ลานจอดเฮลคิ อปเตอร์ 1 แหง่
ทสี่ ำ� คญั คอื ทา่ อากาศยานพนมเปญและทา่ อากาศยานเสยี มราฐ 2) ทางรถไฟ 652 กม. จากศรโี สภณ-ราชธานพี นมเปญ-สหี นวุ ลิ ล์
(อยรู่ ะหวา่ งซอ่ มแซม) 3) ทางถนน 44,709 กม. ลาดผวิ พน้ื 3,607 กม. เสน้ ทางหลวงสายหลกั คอื สาย 1-7 จากราชธานพี นมเปญ
ไปยงั จงั หวดั ชายแดน คอื สวายเรยี ง ตาแกว กมั ปอต พระสหี นุ พระตะบอง บนั เตยี เมยี นเจย กมั ปงจาม ตามลำ� ดบั 4) ทางนำ้� 3,700 กม.
(ส่วนใหญใ่ นแมน่ ำ้� โขง) มีทา่ เรอื 4 แห่งทรี่ าชธานพี นมเปญ เกาะกง และสีหนุวิลล์ (2 แห่ง) โทรคมนาคม บรกิ ารโทรศพั ท์พืน้ ฐาน
และโทรศพั ทเ์ คลอ่ื นทเ่ี พยี งพอตอ่ ความตอ้ งการ ผใู้ ชโ้ ทรศพั ทพ์ นื้ ฐาน 227,261 เลขหมาย โทรศพั ทเ์ คลอ่ื นท่ี 19.9 ลา้ นเลขหมาย
(ปี 2559) โทรศพั ทเ์ คลอื่ นทใี่ ชก้ นั มากทงั้ ในเขตเมอื งและชนบท รหสั โทรศพั ทร์ ะหวา่ งประเทศ +855 มบี รกิ ารเพยี งพอตดิ ตอ่ ไดก้ บั
ทกุ ประเทศแตค่ า่ บรกิ ารสงู สอื่ สารมวลชน มสี ถานโี ทรทศั นท์ ง้ั ของรฐั และเอกชนรวม 9 สถานี และมโี ทรทศั นร์ ะบบเคเบลิ และระบบ
ดาวเทยี ม มสี ถานวี ทิ ยปุ ระมาณ 50 แหง่ เปน็ ของรฐั 1 แหง่ อนิ เทอรเ์ นต็ มผี ใู้ หบ้ รกิ าร 27 ราย (ปี 2555) ผใู้ ชบ้ รกิ าร 12 ลา้ นคน
(ปี 2561) รหสั อนิ เทอรเ์ นต็ ประเทศคอื .kh
การเดนิ ทาง สายการบนิ ไทยมเี ทยี่ วบนิ ตรงกรงุ เทพฯ-ราชธานพี นมเปญ และจงั หวดั เสยี มราฐทกุ วนั ระยะเวลาในการบนิ ประมาณ
1 ชม. 10 นาที
ขอ้ มลู พนื้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562 138
สถานการณส์ ำ� คญั ท่ีนา่ ตดิ ตาม
1) แนวทางการบรหิ ารประเทศของรฐั บาลชดุ ใหม่ (พรรคประชาชนกมั พชู า-CPP ชนะการเลอื กตง้ั ทว่ั ไปเบด็ เสรจ็
125 ทนี่ ง่ั ) สมยั ที่ 6 และปฏกิ ริ ยิ าของนานาประเทศ 2) ทา่ ทแี ละความเคลอ่ื นไหวตอ่ คดปี ระสาทพระวหิ าร รวมถงึ ปญั หาพพิ าท
เขตแดนกบั ไทยทง้ั ทางบกและทางทะเล 3) ทา่ ทแี ละความเคลอื่ นไหวของกมั พชู าทเ่ี กย่ี วเนอื่ งกบั ไทยในประเดน็ ออ่ นไหวดา้ นเขตแดน
เชอ้ื ชาติ ศาสนา และวฒั นธรรม 4) การพฒั นาเศรษฐกจิ ของกมั พชู าและความเคลอื่ นไหวของกมั พชู าตอ่ พนื้ ทเ่ี ขตพฒั นาเศรษฐกจิ
พิเศษของไทย 5) ความเคล่ือนไหวของกลุ่มเห็นต่างทางการเมืองของไทยในกัมพูชาและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลกัมพูชาท่ีอาจเข้ามา
เคลอ่ื นไหวในไทย 6) ปญั หาอาชญากรรมขา้ มชาติ แรงงานผดิ กฎหมาย การลกั ลอบตดั ไม้ ยาเสพตดิ และสนิ คา้ เถอื่ นตามแนวชายแดน
7) บทบาทของมหาอำ� นาจในกมั พชู าโดยเฉพาะความชว่ ยเหลอื ทางเศรษฐกจิ และการทหาร และ 8) การแกป้ ญั หาพพิ าทเขตแดน
ระหวา่ งกมั พชู ากบั เพอ่ื นบา้ น (ไทย สปป.ลาว และเวยี ดนาม)
ความสัมพนั ธ์ไทย-กมั พชู า
ประชาชนมคี วามสมั พนั ธใ์ กลช้ ดิ ทางวฒั นธรรมและมวี ถิ ชี วี ติ คลา้ ยคลงึ กนั โดยเฉพาะประชาชนบรเิ วณแนวชายแดน
สถาปนาความสมั พนั ธท์ างการทตู เมอื่ 19 ธ.ค.2493 ความสมั พนั ธค์ อ่ นขา้ งเปราะบางจากปญั หาเขตแดนและการเมอื งภายในของ
ทั้งสองประเทศ
กมั พชู าตัดความสัมพนั ธ์ทางการทูตกบั ไทย 2 คร้งั สาเหตุจากข้อพพิ าท ครงั้ ท่ี 1 เม่ือ 24 พ.ย.2501 สถาปนา
ความสมั พนั ธก์ ลบั คนื ปี 2502 ครงั้ ท่ี 2 เมอ่ื 23 ต.ค.2504 สถาปนาความสมั พนั ธก์ ลบั คนื ปี 2509 ไทยลดระดบั ความสมั พนั ธท์ างการทตู
เหลือเป็นระดับอปุ ทตู 2 ครั้ง ครัง้ ที่ 1 จากเหตกุ ารณ์เผา สอท.ไทย/ราชธานีพนมเปญ เมอื่ 30 ม.ค.2546 ความสมั พนั ธ์กลับสู่
ระดบั ปกตเิ มอื่ 31 พ.ค.2546 และครงั้ ที่ 2 เมอื่ 5 พ.ย.2552 กรณแี ตง่ ตง้ั พ.ต.ท.ทกั ษณิ ชนิ วตั ร เปน็ ทป่ี รกึ ษาทางเศรษฐกจิ ของ
รฐั บาลกมั พูชาและท่ีปรึกษาส่วนตวั ของ นรม.ฮุน เซน ความสัมพนั ธ์กลบั สู่ระดับปกติเมอ่ื 24 ส.ค.2553
การค้าทวิภาคไี ทย-กมั พูชาในหว้ ง ม.ค.-ม.ิ ย.2561 มีมูลค่า 123,061.19 ล้านบาท เพ่ิมขึ้น 19.97% ไทยสง่ ออก
108,606.93 ลา้ นบาท เพิม่ ขึน้ 25.39% และนำ� เขา้ 14,454.26 ล้านบาท ลดลง 9.45% โดยไทยไดเ้ ปรยี บดลุ การค้า 94,152.67
ลา้ นบาท สนิ ค้าส่งออกทส่ี ำ� คญั ได้แก่ น�้ำมันส�ำเร็จรปู เคร่ืองดืม่ รถจกั รยานยนต์และสว่ นประกอบ อญั มณีและเครอ่ื งประดับ
น�้ำตาลทราย เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
เคมีภัณฑ์ เหล็ก เหลก็ กล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าน�ำเขา้ ท่สี ำ� คัญ ได้แก่ ผัก ผลไม้ ของปรงุ แตง่ ทที่ �ำจากผกั และผลไม้ สินแรโ่ ลหะ
อื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ลวดและสายเคเบิล เคร่ืองเพชรพลอย อัญมนี เงินแท่งและทองค�ำ เครื่องจักรไฟฟ้าและ
ส่วนประกอบ เครอื่ งจักรกลและสว่ นประกอบ เนอ้ื สัตวส์ ำ� หรบั การบริโภค เครื่องใชเ้ บ็ดเตล็ด สว่ นประกอบและอุปกรณย์ านยนต์
การคา้ ชายแดนไทย-กมั พูชาห้วง ม.ค.-ม.ิ ย.2561 มมี ลู คา่ 70,368.67 ล้านบาท เพม่ิ ขึน้ 10.31% ไทยเป็นฝา่ ย
เกินดลุ โดยไทยส่งออก 57,322.06 ลา้ นบาท และนำ� เข้าเขา้ 13,046.61 ล้านบาท สนิ คา้ สง่ ออกส�ำคญั ของไทย ได้แก่ เคร่อื งดมื่
ทไ่ี มม่ แี อลกอฮอล์ รถจกั รยานยนตแ์ ละสว่ นประกอบ รถยนตแ์ ละสว่ นประกอบ เครอ่ื งยนตส์ นั ดาปภายในแบบลกู สบู ยานพาหนะ
อนื่ ๆ และส่วนประกอบ ผ้าผนื และดา้ ย ยานพาหนะอน่ื ๆ และส่วนประกอบ ผลติ ภัณฑ์เหลก็ และเหล็กกล้า ผลิตภณั ฑพ์ ลาสติก
อน่ื ๆ นำ้� มนั สำ� เรจ็ รปู อนื่ ๆ และลอ้ ยางยานพาหนะ สนิ คา้ นำ� เขา้ สำ� คญั ไดแ้ ก่ ผกั และของปรงุ แตง่ จากผกั อะลมู เิ นยี มและผลติ ภณั ฑ์
ลวดและสายเคเบลิ ทีห่ ุม้ ฉนวน เส้อื ผ้าส�ำเรจ็ รปู ทองแดงและผลติ ภณั ฑก์ ง่ึ ส�ำเร็จรูปอื่น ๆ ธัญพชื มอเตอร์ไฟฟา้ ชุดเคร่ืองก�ำเนดิ
ไฟฟ้าและสว่ นประกอบ และเคร่อื งจกั รไฟฟ้าใชใ้ นอตุ สาหกรรม
การลงทุน ตั้งแต่กัมพูชามีกฎหมายการลงทุนเมื่อ 5 ส.ค.2537 จนถึง ธ.ค.2560 ไทยลงทุนในกัมพูชาทั้งส้ิน
986.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงเป็นอันดับท่ี 9
ความตกลงทสี่ ำ� คญั ระหวา่ งไทย-กมั พชู า การจดั ตง้ั คณะกรรมาธกิ ารรว่ มวา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ทวภิ าคี (1 ม.ค.2537)
139 ข้อมูลพน้ื ฐานของตา่ งประเทศ 2562
การจดั ตง้ั คณะกรรมการชายแดน (29 ก.ย.2538) สนธสิ ญั ญาวา่ ดว้ ยการสง่ ผรู้ า้ ยขา้ มแดน (6 พ.ค.2541) บนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ดว้ ย
การสำ� รวจและจดั ทำ� หลกั เขตแดนทางบก (14 ม.ิ ย.2543) บนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ดว้ ยพนื้ ทที่ ไ่ี ทยและกมั พชู าอา้ งสทิ ธใิ นไหลท่ วปี ทบั ซอ้ น
(18 มิ.ย.2544) บนั ทกึ ความเข้าใจว่าด้วยความรว่ มมือในการจา้ งแรงงาน (31 พ.ค.2546) พธิ ีสารยกเว้นการตรวจลงตราหนังสอื
เดินทางราชการ (8 ก.พ.2549) การโอนตวั ผตู้ อ้ งคำ� พพิ ากษาและความรว่ มมอื ในการบงั คบั ใชใ้ หเ้ ปน็ ไปตามคำ� พพิ ากษาในคดีอาญา
(5 ส.ค.2552) ความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนงั สือเดินทางธรรมดา (17 พ.ย.2553) เรม่ิ มผี ลบังคับใชต้ ้งั แต่ 16 ธ.ค.2553
ความตกลงการตรวจลงตราเดยี วตามกรอบความรว่ มมอื ทางเศรษฐกจิ อริ ะวดเี จา้ พระยาแมโ่ ขง (ACMECS Single Visa) ระหวา่ ง
กมั พชู ากบั ไทย (26 ธ.ค.2555) มผี ลบงั คบั ใชต้ ง้ั แต่ 27 ธ.ค.2555 โดยผทู้ ไี่ ดร้ บั การตรวจลงตราเดยี วจากกมั พชู าหรอื ไทยจะเดนิ ทาง
เขา้ ไดท้ ง้ั กมั พชู าและไทย ความตกลงระหวา่ งรฐั บาลแหง่ ราชอาณาจกั รไทยกบั รฐั บาลแหง่ ราชอาณาจกั รกมั พชู าวา่ ดว้ ยการสญั จร
ขา้ มแดนระหว่างประเทศทัง้ สอง (11 ก.ค.2558) และความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซอ้ น (7 ก.ย.2560)
------------------------------------------------
ขอ้ มูลพืน้ ฐานของต่างประเทศ 2562 140
สมเดจ็ อัคคมหาเสนาบดีเดโชฮนุ เซน
(Samdech Akka Moha Sena Padei Techo Hun Sen)
ตำ� แหน่ง นรม. และประธานพรรคประชาชนกมั พชู า (CPP)
เกดิ 4 เม.ย.2494 (เกดิ จรงิ 5 ส.ค.2495) อายุ 67 ป/ี ปี 2562 เกดิ ในครอบครวั ชาวนายากจนทนี่ คิ มเปยี มเกาะสนา
อ.สตึงตร่อง จ.กัมปงจาม
การศึกษา
- ศึกษาระดับประถมศึกษาท่ีบา้ นเกิด
ปี 2508 - ศกึ ษาต่อระดับมัธยมศกึ ษาทโ่ี รงเรยี นอินทราเทวี ท่วี ดั เนยี กเวอื น ราชธานพี นมเปญ
ปี 2534-2550 - ไดร้ บั เลอื กตงั้ เปน็ สมาชกิ สภาแหง่ ชาตแิ ละดำ� รงตำ� แหนง่ นรม. ไดร้ บั ปรญิ ญาดษุ ฎบี ณั ฑติ กติ ตมิ ศกั ดส์ิ าขาตา่ ง ๆ
จากสถาบนั การเมอื งและสถาบนั การศกึ ษาทงั้ ในและตา่ งประเทศรวมทง้ั สน้ิ 9 ฉบบั ไดแ้ ก่ จากเวยี ดนาม 2 ฉบบั
สหรัฐฯ 2 ฉบับ ไทย 2 ฉบบั เกาหลใี ต้ 2 ฉบบั และกมั พชู า 1 ฉบบั
สถานภาพทางครอบครัว
- มพี น่ี อ้ ง 5 คน เปน็ ชาย 2 คน หญงิ 3 คน สมรสกบั คณุ หญงิ บนุ รานี (นางบนุ ซมั เฮยี ง) ชาวกมั พชู าเชอื้ สายจนี
อายุ 63 ปี/2562 มบี ตุ รธิดา 6 คน เปน็ ชาย 3 คน หญงิ 3 คน (ธดิ าบญุ ธรรม 1 คน)
ประวตั ิทางการเมือง
ปี 2513 - เขา้ รว่ มขบวนการตอ่ สกู้ บั กลมุ่ จกั รวรรดนิ ยิ มตามคำ� เรยี กรอ้ งของสมเดจ็ พระนโรดม สหี นุ นรม.กมั พชู าขณะนน้ั
ปี 2527 - ได้รับแตง่ ตั้งเป็น นรม. (รฐั บาลระบอบเฮงซมั รนิ ) แทนนายจนั ซีซึ่งถงึ แกก่ รรม
ปี 2534 - ได้รับแต่งต้ังเป็นรองประธานพรรคประชาชนปฏิวัติกัมพูชา และในการเลือกต้ังท่ัวไปนายฮุนเซนได้รับเลือก
เปน็ สมาชิกสภาแห่งชาติ จ.กมั ปงจาม ในนามพรรคประชาชนกมั พูชา
ปี 2536 - ไดร้ ับแต่งต้งั เป็น นรม.คนที่ 2
ปี 2537 - สมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระราชทานอิสริยยศเป็นสมเดจ็ ฮุน เซน
ปี 2539 - ได้รับรางวลั สันติภาพโลก
ปี 2540 - ท�ำรฐั ประหารโคน่ ล้มสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธ์ิ นรม.คนที่ 1
ปี 2541 - ไดเ้ ป็น นรม.ภายหลังการเลอื กตง้ั ทั่วไปปี 2541
ปี 2547 - ไดเ้ ปน็ นรม.ภายหลังการเลอื กตง้ั ทว่ั ไปปี 2546
ปี 2550 - ไดร้ บั การสถาปนาอสิ รยิ ยศจากสมเดจ็ พระบรมนาถนโรดม สหี มนุ ี จากสมเดจ็ เปน็ สมเดจ็ อคั คมหาเสนาบดเี ดโช
ซ่ึงถือเปน็ เกียรตยิ ศสูงสุดท่สี ามญั ชนไดร้ บั
ปี 2551 - ไดเ้ ปน็ นรม.ภายหลังการเลอื กต้งั ทว่ั ไปปี 2551
ปี 2556 - ได้เป็นสมาชิกสภาแห่งชาติ จ.กนั ดาล และได้เปน็ นรม.ภายหลงั การเลือกตัง้ ทัว่ ไปปี 2556
ปี 2558 - ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) แทนนายเจีย ซิม (ประธานวุฒิสภาและประธาน
พรรค CPP) ซ่ึงถึงแก่อสญั กรรมเมอ่ื 8 ม.ิ ย.2558
ปี 2561 - ไดเ้ ปน็ นรม.ภายหลังการเลือกตัง้ ทั่วไปปี 2561
141 ขอ้ มูลพืน้ ฐานของต่างประเทศ 2562
คณะรฐั มนตรีกมั พูชา
นรม. Hun Sen
รอง นรม. Sar Kheng
Tea Banh
Hor Namhong
Men Sam An
Bin Chhin
Yim Chhay Ly
Ke Kim Yan
Prak Sokhonn
Aun Porn Moniroth
Chea Sophara
รมต.อาวุโส (เฉพาะคนส�ำคัญ) Chhay Than
Cham Prasidh
Pol Saroeun
Kun Kim
Meas Sophea
รมว.สำ� นกั นายกรัฐมนตรี Bin Chhin
รมว.กระทรวงมหาดไทย Sar Kheng
รมว.กระทรวงกลาโหม Tea Banh
รมว.กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ Prak Sokhon
รมว.กระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง Aun Porn Moniroth
รมว.กระทรวงเกษตรป่าไมแ้ ละประมง Veng Sakhon
รมว.กระทรวงพัฒนาชนบท Ouk Rabun
รมว.กระทรวงพาณชิ ย ์ Pan Sorasak
รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมและหัตถการ Cham Prasidh
รมว.กระทรวงแร่และพลงั งาน Suy Sem
รมว.กระทรวงแผนงาน Chhay Thorn
รมว.กระทรวงศึกษาธกิ าร เยาวชน และกีฬา Hang Chuon Naron
รมว.กระทรวงกจิ การสงั คมทหารผา่ นศึกและฟืน้ ฟเู ยาวชน Vong Soth
รมว.กระทรวงผงั เมอื ง รังวดั และกอ่ สร้าง Chea Sophara
รมว.กระทรวงสิง่ แวดล้อม Say Samal
รมว.กระทรวงทรพั ยากรน�ำ้ และอตุ นุ ยิ มวทิ ยา Lim Kean Hor
รมว.กระทรวงขา่ วสาร Khieu Kanharith
ขอ้ มูลพน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562 142
รมว.กระทรวงยุติธรรม Ang Vongvathana
รมว.กระทรวงประสานงานรฐั สภา วุฒิสภา และการตรวจสอบ Men Sam An
รมว.กระทรวงไปรษณยี ์และโทรคมนาคม Tram Iv Tek
รมว.กระทรวงสาธารณสุข Mam Bun Heng
รมว.กระทรวงโยธาธิการและการขนส่ง Sun Chanthol
รมว.กระทรวงวฒั นธรรมและวิจิตรศลิ ป ์ Phoeurng Sackona
รมว.กระทรวงการทอ่ งเที่ยว Thong Khon
รมว.กระทรวงธรรมการและศาสนา Him Chhem
รมว.กระทรวงกิจการสตรี Ing Kantha Phavi
รมว.กระทรวงแรงงานและฝกึ วิชาชพี Ith Sam Heng
รมว.กระทรวงสาธารณะ Pich Bunthin
รมว.การบินพลเรือน (ทบวงข้นึ ตรงตอ่ นรม.) Mao Havannal
รมต.ผู้แทน-ติดตาม นรม. Sok Chenda Sophea
Mam Sarin
Sry Thamrong
Chheang Yanara
Kao Kim Hourn
Chheang Yanara
Yu Sun Long
Som Seoun
Sun Kunthor
Zakariya Adam
Uch Kim An
Keo Remy
Svay Sitha
Phay Siphan
Keo Rattank
Hun Sitha
Chhim Phal Virun
Noranariddh Anundayat
Hary Samart
Keo Ba Phnom
------------------------------------------ ต.ค.2561
143 ข้อมลู พ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562
แคนาดา
(Canada)
เมืองหลวง ออตตาวา
ทตี่ ง้ั ตง้ั อยทู่ างตอนเหนอื ของทวปี อเมรกิ าเหนอื พน้ื ที่ 9,984,670 ตร.กม. มขี นาดใหญอ่ นั ดบั 2 ของโลก (รองจากรสั เซยี )
มีพรมแดนทางบกตดิ กบั สหรัฐฯ เพียงประเทศเดียว มีชายฝง่ั ทะเลยาว 202,080 กม.
อาณาเขต ทิศเหนือ ติดกับมหาสมุทรอารก์ ตกิ
ทิศตะวันออก ตดิ กบั มหาสมุทรแอตแลนตกิ เหนอื
ทิศใต้ ติดกับสหรัฐฯ (8,893 กม. รวมพนื้ ท่สี ่วนท่ีติดกับรัฐอะแลสกา 2,477 กม.)
ทิศตะวนั ตก ตดิ กบั มหาสมทุ รแปซิฟกิ เหนือ และรฐั อะแลสกาของสหรัฐฯ
ภมู ิประเทศ ส่วนใหญ่เป็นท่ีราบ โดยมีภูเขาทางด้านตะวันตก และท่ีราบต�่ำทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ พื้นที่บริเวณชายฝั่ง
ตะวันออกไม่อุดมสมบูรณ์และไม่เหมาะต่อการเพาะปลูกยกเว้นรัฐปรินซ์เอดเวิร์ดไอแลนด์ เป็นที่ราบหุบเขาท่ีมีความสมบูรณ์
ท่ีราบลุ่มแม่น้�ำเซนต์ลอเรนซ์และทะเลสาบใหญ่มีประชากรมากท่ีสุดเป็นศูนย์กลางทางการเกษตรเมืองท่าเมืองอุตสาหกรรม
และเมอื งสำ� คญั ทางธรุ กจิ เขตทงุ่ หญา้ แพรรเี ปน็ ทรี่ าบอดุ มสมบรู ณแ์ ละเทอื กเขา สว่ นชายฝง่ั ตะวนั ตกมฝี นตกชกุ และปา่ หนาแนน่
เปน็ เมืองทา่ และศูนยก์ ลางทางเศรษฐกจิ
ขอ้ มลู พืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562 144
ภมู อิ ากาศ ภาคพน้ื ทวีป (มหี มิ ะในฤดหู นาวและอบอุ่นในฤดรู อ้ น) ภมู อิ ากาศของแคนาดาแตกตา่ งกนั ไปตง้ั แตห่ นาวจดั ทาง
ตอนบนและอากาศเยน็ ทางตอนลา่ งของประเทศ อากาศฝง่ั ตะวนั ออกแตกตา่ งจากฝง่ั ตะวนั ตกมาก อณุ หภมู อิ ากาศเฉลยี่ -63 ถงึ -45
องศาเซลเซยี ส ปรมิ าณนำ้� ฝน 500-3,000 มม. แคนาดาเปน็ ประเทศทม่ี ฤี ดหู นาวเปน็ เวลา 5 เดอื น โดยมอี ณุ หภมู อิ ากาศเฉลย่ี -10
ถงึ -15 องศาเซลเซียส โดยกรุงออตตาวามีอุณหภมู ิในชว่ งฤดูหนาวเฉล่ยี -6 ถึง -16 องศาเซลเซียส
ประชากร 35.623 ลา้ นคน ประชากรเปน็ ชาวแคนาเดยี น 32.2% องั กฤษ 19.8% ฝรง่ั เศส 15.5% สกอ็ ต 14.4% ไอรชิ 13.8%
เยอรมนั 9.8% อติ าเลยี น 4.5% จนี 4.5% อเมรกิ นั อนิ เดยี น 4.2% และอน่ื ๆ 50.9% อตั ราสว่ นประชากรจำ� แนกตามอายุ : อายุ
0-14 ปี 15.44% อายุ 15-24 ปี 11.85% อายุ 25-54 ปี 39.99% อายุ 55-64 ปี 14.1% อายุ 65 ปขี น้ึ ไป 18.63% อายขุ ยั เฉลย่ี ของ
ประชากรโดยรวม 81.9 ปี เพศชาย 79.2 ปี เพศหญงิ 84.6 ปี อตั ราการเกดิ 10.3 คนตอ่ ประชากร 1,000 คนอตั ราการตาย 8.7 คน
ตอ่ ประชากร 1,000 คน อตั ราการเพมิ่ ของประชากร 0.73%
ศาสนา ครสิ ตน์ กิ ายโรมนั คาทอลกิ 39%ครสิ ตน์ กิ ายโปรเตสแตนต์20.3%UnitedChurch6.1%,Anglican5%,Baptist1.9%,
Lutheran 1.5% ครสิ ตน์ กิ ายอนื่ ๆ 6.3% อสิ ลาม 3.2% ฮนิ ดู 1.5% ซกิ ข์ 1.4% พทุ ธ 1.1% ยวิ 1% และอนื่ ๆ 0.6% ไมน่ บั ถอื ศาสนา
23.9%
ภาษา ภาษาองั กฤษ (58.7%) และภาษาฝรง่ั เศส (22%) เปน็ ภาษาราชการ ภาษาปญั จาบ 1.4% อติ าเลยี น 1.3% สเปน 1.3%
เยอรมนั 1.3% จนี กวางตุ้ง 1.2% ตากาล็อก 1.2% อารบิค 1.1% ภาษาอ่นื ๆ 10.5%
การศกึ ษา ประชากรตงั้ แตอ่ ายุ 15 ปขี น้ึ ไปสามารถอา่ นออกและเขยี นได้ อตั ราการรหู้ นงั สอื ทง้ั 2 เพศเทา่ กนั 99% งบประมาณ
ดา้ นการศึกษา 5.3% ของ GDP การศกึ ษาภาคบังคบั 12 ปี
การกอ่ ตงั้ ประเทศ ฝรงั่ เศสเขา้ ยดึ ครองแคนาดาฝง่ั ตะวนั ออกเมอื่ ปี 2077 และเรมิ่ ตงั้ ถน่ิ ฐานเมอื่ ปี 2147 ตอ่ มาเกดิ ปญั หาขดั แยง้
ดา้ นประมงและการคา้ ขนสตั วร์ ะหวา่ งฝรงั่ เศสกบั สหราชอาณาจกั รเมอื่ ปี 2256 ในทสี่ ดุ ดนิ แดนแคนาดากต็ กเปน็ ของสหราชอาณาจกั ร
แคนาดาได้สิทธิปกครองตนเองเม่ือปี 2392 และเม่ือปี 2410 ได้มีการตั้ง Dominion of Canada ในลักษณะสมาพันธรัฐ
ซง่ึ ประกอบด้วย Upper และ Lower Canada (รฐั ออนแทรโี อ, ควิเบก, โนวาสโกเชยี และนิวบรนั สวิกในปจั จบุ ัน) และได้ขยาย
ไปยงั รฐั ภาคตะวนั ตกจนถงึ รฐั บรติ ชิ โคลมั เบยี ตอ่ มาเมอื่ ปี 2474 แคนาดาไดร้ บั สถานะเปน็ ประเทศทเ่ี ทา่ เทยี มกบั สหราชอาณาจกั ร
โดยมีกษัตริย์ของสหราชอาณาจกั รเป็นพระประมขุ นวิ ฟนั ดแ์ ลนดแ์ ละแลบราดอรเ์ ข้ารว่ มเป็นรฐั ที่ 10 ของแคนาดาเมื่อปี 2492
วันชาติ 1 ก.ค.
การเมอื ง ประชาธปิ ไตยในระบบรฐั สภา (parliamentary democracy) และสมาพนั ธรฐั (confederation) ระบอบราชาธปิ ไตย
ภายใตร้ ฐั ธรรมนญู แบง่ เขตการปกครองเปน็ 10 รฐั (Province) และ 3 ดนิ แดนหลวง (Territory) แตล่ ะรฐั มหี วั หนา้ ฝ่ายบริหาร
เรยี กว่า Premier รฐั ท้งั 10 ประกอบด้วยแอลเบอร์ตา บริติชโคลมั เบยี แมนโิ ทบา นวิ บรันสวกิ นวิ ฟนั ดแ์ ลนด์ และแลบราดอร์
โนวาสโกเชยี ออนแทรโี อ ปรนิ ซ์เอดเวริ ด์ ไอแลนด์ ควเิ บก และซัสแคตเชวนั สว่ น 3 ดนิ แดนหลวง ได้แก่ นอรท์ เวสตเ์ ทร์รทิ อรสี ์
นนู าวุต และยูคอน (English common law) ยกเว้นมลฑลควเิ บก ในขณะท่กี ฎหมายแพ่งใช้ระบบของฝร่งั เศส
145 ขอ้ มูลพืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562
ประมขุ ของประเทศ : สมเด็จพระราชนิ ีนาถเอลซิ าเบทที่ 2 (ตงั้ แต่ 6 ก.พ.2495) ทรงแตง่ ตั้งผ้แู ทนพระองค์เป็นผ้สู �ำเรจ็ ราชการ
(Governor General) คนปจั จบุ นั คอื นาง Julie Payette เปน็ ผสู้ ำ� เรจ็ ราชการตง้ั แต่ 2 ต.ค.2560 โดยคำ� แนะนำ� ของ นรม.แคนาดา
วาระในต�ำแหน่ง 5 ปี รองผู้ส�ำเร็จราชการแทนพระองค์ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แทนประมุขประจ�ำในแต่ละรัฐ แต่ในทางปฏิบัติ
ผู้ส�ำเร็จราชการแทนพระองค์มบี ทบาทเพียงเขา้ รว่ มพธิ ีสำ� คญั ตา่ ง ๆ อาทิ การกล่าวเปดิ -ปิดการประชุมรัฐสภา การแถลงผลงาน
การบรหิ ารราชการของรัฐบาล ให้ค�ำแนะนำ� นรม. และ ครม.ในการบรหิ ารประเทศ โดยมี นรม.เปน็ หวั หน้าฝ่ายบรหิ าร
ฝา่ ยบริหาร : นรม. เปน็ หวั หน้าฝา่ ยบรหิ าร/รัฐบาล เปน็ ผู้มอี ำ� นาจบรหิ ารประเทศทีแ่ ท้จรงิ นรม.คนปัจจุบนั คอื
นาย Justin Pierre James Trudeau (ตงั้ แต่ 4 พ.ค.2559) สว่ นคณะรฐั มนตรี (Federal Ministry) คดั เลอื กโดย นรม. ซง่ึ สว่ นใหญ่
มาจากพรรครัฐบาล
ฝ่ายนิตบิ ัญญตั ิ : ระบบ 2 สภา คอื วฒุ สิ ภา มีสมาชิก 105 คน ได้รบั การแตง่ ต้งั โดยผสู้ ำ� เรจ็ ราชการแทนพระองค์
ตามค�ำแนะนำ� ของ นรม. สามารถด�ำรงตำ� แหน่งไดจ้ นอายคุ รบ 75 ปี ท้ังนี้ ผู้ได้รับการแต่งตง้ั เปน็ วฒุ ิสมาชกิ ก่อน 2 ม.ิ ย.2508
จะด�ำรงต�ำแหน่งตลอดชีพ และสภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิก 338 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงและมีวาระในต�ำแหน่ง 4 ปี
การเลอื กตง้ั ครงั้ ล่าสดุ เมือ่ 19 ต.ค.2558 (การเลือกตง้ั ครัง้ ต่อไปในปี 2562) ผลการเลือกตงั้ ครั้งท่ผี า่ นมาพรรค Liberal Party
ไดร้ ับคะแนน 39.5% พรรค Conservative 31.9% พรรค New Democratic Party 19.7% พรรค Bloc Quebecois 4.7%
พรรค Green Party 3.4% พรรคอนื่ ๆ 0.8%
ฝา่ ยตลุ าการ : มีศาลสหพันธรฐั ซึ่งเปน็ ศาลของรฐั บาลกลางและศาลชั้นต้นของแตล่ ะรัฐ ศาลช้นั ตน้ ศาลอทุ ธรณ์
และศาลสูงจะขึน้ ตรงตอ่ ศาลสูงสุดแคนาดา ผู้พิพากษาสามารถดำ� รงต�ำแหนง่ จนอายุครบ 75 ปี
พรรคการเมอื งสำ� คญั : พรรค Bloc Quebecois มนี าย Martine OUELLET เปน็ หวั หนา้ พรรค พรรค Conservative
Party of Canada (CPC) นาย Andrew SCHEER เปน็ หวั หนา้ พรรค พรรค Green Party นาง Elizabeth MAY เปน็ หวั หนา้ พรรค
พรรค Liberal Party (พรรครฐั บาล) นาย Justin TRUDEAU เปน็ หวั หนา้ พรรค และพรรค New Democratic Party (NDP)
มนี าย Jagmeet SINGH เปน็ หวั หนา้ พรรค
กลมุ่ กดดนั ทางการเมอื ง ภาคเกษตรกรรม อตุ สาหกรรมรถยนต์ กลมุ่ นกั ธรุ กจิ อตุ สาหกรรมเคมภี ณั ฑ์ ธนาคารพาณชิ ย์
ภาคการสอื่ สาร อตุ สาหกรรมพลงั งาน กลมุ่ นกั เคลอ่ื นไหวดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม กลมุ่ ขา้ ราชการ อตุ สาหกรรมเหมอื งแร่ และสหภาพแรงงาน
เศรษฐกจิ ระบบเศรษฐกจิ เสรี ใชก้ ลไกตลาด สนับสนุนการลดภาษีและปกป้องผลประโยชน์ของชาวแคนาดา โดยแคนาดา
เปน็ ประเทศเดยี วในกลมุ่ G-8 ทมี่ อี ตั ราการเตบิ โตทางเศรษฐกจิ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง เปน็ ประเทศอตุ สาหกรรมทใ่ี ชเ้ ทคโนโลยใี นการผลติ สงู
ระบบเศรษฐกิจมีความคล้ายคลึงกับสหรัฐฯ ทั้งรูปแบบการผลิตและมาตรฐานการครองชีพสูง หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง
ภาคอตุ สาหกรรม อตุ สาหกรรมเหมอื งแรแ่ ละภาคบรกิ ารของแคนาดาเตบิ โตอยา่ งรวดเรว็ แคนาดาเปน็ ประเทศทม่ี มี าตรการการคา้
ทเ่ี สรแี ละโปรง่ ใสมากทส่ี ดุ ประเทศหนงึ่ ในโลก เศรษฐกจิ พงึ่ พาการคา้ จากตา่ งประเทศเปน็ หลกั โดยเฉพาะสหรฐั ฯ ประสบความสำ� เรจ็
ในการรกั ษาระดบั เตบิ โตทางเศรษฐกจิ ในชว่ งวกิ ฤตกิ ารเงนิ โลกระหวา่ งปี 2553-2557 ขณะทภ่ี าคอตุ สาหกรรมนำ�้ มนั เตบิ โตอยา่ งรวดเรว็
เนื่องจากมีปริมาณน้�ำมนั สำ� รองมากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากซาอดุ อี าระเบียและเวเนซเุ อลา
ผลผลิตการเกษตร ได้แก่ ขา้ วสาลี ขา้ วบาร์เลย์ พชื ทีใ่ ชเ้ ลยี้ งสัตวแ์ ละทำ� น�้ำมัน ยาสูบ ผลไม้ ผกั ผลิตภัณฑ์นม
ผลติ ภณั ฑจ์ ากปา่ ไมแ้ ละปลา อตุ สาหกรรมหลกั ไดแ้ ก่ อปุ กรณก์ ารขนสง่ เคมภี ณั ฑ์ แรธ่ าตุ ผลติ ภณั ฑอ์ าหารผลติ ภณั ฑไ์ ม้ และกระดาษ
ผลติ ภณั ฑป์ ลา ปโิ ตรเลยี ม และกา๊ ซธรรมชาตทิ รพั ยากรธรรมชาติ ไดแ้ ก่ แรเ่ หลก็ นกิ เกลิ สงั กะสี ทองแดง ทองคำ� ตะกว่ั rare earth
ธาตโุ มลบิ ดินัม โพแทช เพชร เงิน ถา่ นหนิ ปโิ ตรเลียม กา๊ ซธรรมชาติ ไฟฟ้าพลังน�ำ้ ปลา ไมแ้ ละสตั ว์ปา่
นโยบายเศรษฐกจิ คอื การทำ� ใหเ้ ศรษฐกจิ แคนาดากลบั มาแขง็ แกรง่ เหมอื นชว่ งกอ่ นเกดิ วกิ ฤตกิ ารเงนิ โลกเมอื่ ปี 2551
การสรา้ งความแขง็ แกรง่ ภาคการเงนิ และการคลงั การพฒั นาเศรษฐกจิ โดยใชพ้ ลงั งานสะอาด ขยายการคา้ กบั ตา่ งประเทศ โดยเฉพาะ
ขอ้ มลู พนื้ ฐานของต่างประเทศ 2562 146
ประเทศตลาดเกดิ ใหมใ่ นเอเชยี มากขน้ึ (จนี และอนิ เดยี ) เพอ่ื กระจายการสง่ ออกกระตนุ้ การสรา้ งงาน เพม่ิ การเตบิ โตทางเศรษฐกจิ
สรา้ งความมง่ั คง่ั ในระยะยาว ทัง้ น้ี แคนาดาใหค้ วามส�ำคัญล�ำดบั แรกกบั สหรัฐฯ ในฐานะประเทศเพือ่ นบา้ นและประเทศคคู่ า้ หลัก
รวมทงั้ หันมาให้ความสำ� คัญในการขยายการคา้ กบั ประเทศตลาดเกดิ ใหมใ่ นเอเชีย
สกลุ เงิน : ดอลลารแ์ คนาดา (CAD) อตั ราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรฐั : 1.3 CAD
ดชั นีเศรษฐกิจสำ� คญั (ปี 2561)
ผลติ ภัณฑม์ วลรวมภายในประเทศ (GDP) : 1,769 ล้านดอลลารส์ หรัฐ
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกจิ : 3%
รายไดเ้ ฉลีย่ ต่อหวั ตอ่ ปี : 48,300 ดอลลารส์ หรัฐ
แรงงาน : 19.52 ลา้ นคน
อตั ราการวา่ งงาน : 9.5%
อตั ราเงนิ เฟอ้ : 1.6%
ดลุ บัญชเี ดินสะพัด : -49,260 ล้านดอลลาร์สหรฐั
ดุลการค้าระหว่างประเทศ : ขาดดุล 10,700 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั
มลู คา่ สง่ ออก : 433,000 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั
สนิ คา้ สง่ ออก : ยานยนต์และอะไหล่ เครื่องจักรอุตสาหกรรม เครอื่ งบนิ อปุ กรณส์ อื่ สารโทรคมนาคม เคมีภัณฑ์ พลาสตกิ ปุย๋
เยอื่ กระดาษ ไมซ้ งุ นำ�้ มนั ดบิ กา๊ ซธรรมชาติไฟฟา้ และอะลูมิเนียม
คคู่ า้ สง่ ออก : สหรัฐฯ 76.4% จนี 4.3%
มูลคา่ น�ำเขา้ : 443,700 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั
สินค้านำ� เขา้ : เครือ่ งจกั รและอุปกรณ์ ยานยนตแ์ ละอะไหล่ น้ำ� มันดบิ เคมภี ัณฑ์ ไฟฟ้า สนิ คา้ อปุ โภคบริโภคคงทน
คคู่ ้าน�ำเขา้ : สหรฐั ฯ 51.5%, จีน 12.6%, เมก็ ซิโก 6.3%
ทนุ ส�ำรองเงินตราตา่ งประเทศ : 85,600 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั
หนีต้ ่างประเทศ : 1.608 ล้านลา้ นดอลลาร์สหรฐั
การทหาร กำ� ลังพลประจ�ำการรวม 64,000 นาย แยกเปน็ ทบ. 34,800 นาย ทร. 8,300 นาย ทอ. 19,900 นาย และ
Canadian Joint Operations Command ก�ำลังพลส�ำรอง 24,000 นาย งบประมาณทางทหาร 15,500 ล้านดอลลาร์สหรฐั
ยุทโธปกรณ์ อาทิ รถถัง 80 คัน รถล�ำเลียงพลหุ้มเกราะ 3,004 ปืนใหญ่ชนิดลาก 161 กระบอก
เครอ่ื งบนิ โจมต/ี สกดั กนั้ 64 เครอื่ ง เครอื่ งบนิ โจมตี 60 เครอ่ื ง เครอ่ื งบนิ ลำ� เลยี ง 215 เครอ่ื ง เครอื่ งบนิ ฝกึ 141 เครอ่ื ง เฮลคิ อปเตอร์
168 เครื่อง เรอื ฟรเิ กต 12 ล�ำ เรือด�ำนำ้� 4 ลำ� เรอื ตรวจการณช์ ายฝั่ง 20 ลำ� มีปญั หางบประมาณในการปรบั ปรุงและซือ้ อาวธุ
ยทุ โธปกรณท์ ดแทน โดยเฉพาะกองเรือและเคร่ืองบนิ รบ
สมาชกิ องคก์ ารระหวา่ งประเทศ ไดแ้ ก่ ADB (สมาชกิ นอกภมู ภิ าค), AfDB (สมาชกิ นอกภมู ภิ าค), APEC, Arctic Council, ARF,
ASEAN (dialogue partner), Australia Group, BIS, C, CD, CDB, CE (observer), EAPC, EBRD, EITI (implementing country),
FAO, FATF, G-7, G-8, G-10, G-20, IADB, IAEA, IBRD, ICAO, ICC (national committees), ICCt, ICRM, IDA,EA, IFAD,
IFC, IFRCS, IGAD (partners), IHO, ILO, IMF, IMO, IMSO, Interpol, IOC, IOM, IPU, ISO, ITSO, ITU, ITUC (NGOs), MIGA,
147 ขอ้ มลู พืน้ ฐานของต่างประเทศ 2562
MINUSTAH, MONUSCO, NAFTA, NATO, NEA, NSG, OAS, OECD, OIF, OPCW, OSCE, Pacific Alliance (observer), Paris
Club, PCA, PIF (partner), UN, UNCTAD, UNESCO, UNFICYP, UNHCR, UNMISS, UNRWA, UNTSO, UPU,WCO, WFTU
(NGOs), WHO, WIPO, WMO, WTO และ ZC
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รฐั บาลและภาคเอกชนแคนาดามนี โยบายสง่ เสรมิ การวจิ ยั และพฒั นาดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
เพื่อน�ำไปใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตร อุตสาหกรรมการผลิต และบริการ ป่าไม้ ประมง พลังงาน การก่อสร้าง สุขภาพและ
ทรัพย์สนิ ทางปญั ญา แคนาดายงั มคี วามกา้ วหนา้ ดา้ นอตุ สาหกรรมการบนิ และอวกาศ โดยมกี ารวจิ ยั ดา้ นการบนิ การพฒั นาจรวด
และดาวเทยี ม แคนาดาเปน็ ประเทศที่ 3 ทปี่ ลอ่ ยดาวเทยี มขนึ้ สอู่ วกาศตอ่ จากสหภาพโซเวยี ต (รสั เซยี ) และสหรฐั ฯ รฐั บาลแคนาดา
ใชจ้ า่ ยเงนิ ในดา้ นการวจิ ยั และการพฒั นาในประเทศประมาณ 30,000 ลา้ นดอลลารแ์ คนาดา
การขนส่งและโทรคมนาคม ท่าอากาศยาน 1,467 แหง่ ใช้การไดด้ ี 523 แห่ง มีท่าอากาศยานระหวา่ งประเทศ 22 แห่ง ทส่ี �ำคัญ
ไดแ้ ก่ Toronto Pearson International Airport, Vancouver International Airport, Montréal-Pierre Elliott และ Trudeau
International Airport เสน้ ทางรถไฟ 77,932 กม. ถนน 1,042,300 กม. เสน้ ทางนำ�้ 636 กม. การโทรคมนาคม : โทรศพั ทพ์ น้ื ฐาน
ใหบ้ รกิ าร 15.15 ล้านเลขหมาย โทรศัพท์เคล่ือนท่ี 30.752 ล้านเลขหมาย รหสั โทรศพั ท์ +1 จ�ำนวนผ้ใู ชอ้ นิ เทอร์เน็ต 31.700
ล้านคน รหสั อนิ เทอร์เน็ต .ca
การเดนิ ทาง นักท่องเทยี่ วชาวไทยต้องขอรับการตรวจลงตราเขา้ แคนาดา โดยติดต่อผา่ นศนู ย์รับค�ำรอ้ งขอวซี า่ VFS Canada
ท่ีอาคารเทรนดี้ ช้ัน 28 เลขท่ี 10/198-201 สขุ มุ วทิ ซอย 13 คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรงุ เทพฯ 10110 ใกลก้ ับสถานีรถไฟฟ้า
นานา
สถานการณส์ ำ� คญั ทน่ี า่ ตดิ ตาม 1) ปญั หาผลู้ กั ลอบเดนิ ทางเขา้ เมอื งจากสหรฐั ฯ ซงึ่ สว่ นใหญเ่ ปน็ มสุ ลมิ เฮตแิ ละชาวแอฟรกิ าจาก
สหรัฐฯ เพื่อขอสถานะผู้ลี้ภัย 2) การขยายตัวของกลุ่มแบ่งแยกผิวในประเทศ 3) การเจรจากรอบความร่วมมือการค้าเสรี
ในอเมรกิ าเหนอื
ความสมั พันธไ์ ทย-แคนาดา
ไทยกบั แคนาดาสถาปนาความสมั พนั ธท์ างการทตู ตงั้ แต่ 8 พ.ย.2504 และเปดิ สอท.ณ กรงุ ออตตาวา (เขตอาณา
ครอบคลุมเกรนาดา ตรนิ ิแดด และโตเบโก จาเมกา และสาธารณรัฐโดมินิกนั ) ไทยตัง้ สถานกงสลุ ใหญ่ ณ นครแวนคเู วอร์ เพอ่ื ดแู ล
รฐั ดา้ นตะวนั ตกของแคนาดาและจดั ตงั้ สถานกงสลุ กติ ตมิ ศกั ด์ิ ณ เมอื งคลั การี เอด็ มนั ตนั มอนทรอิ อล และโตรอนโต สว่ นแคนาดา
ไดต้ ัง้ สอท. ณ กรุงเทพฯ (มีเขตอาณาครอบคลุมลาว กัมพชู า และเมียนมา) และต้งั สถานกงสุล ณ จ.เชียงใหม่
ไทยกบั แคนาดามคี วามสมั พนั ธท์ รี่ าบรน่ื และเปน็ มติ รโดยมกี ารสง่ เสรมิ ความรว่ มมอื ทง้ั ในกรอบทวภิ าคแี ละพหภุ าคี
ให้ด�ำเนินไปอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อกันนับต้ังแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเม่ือปี 2504 แต่ความสัมพันธ์
ชะงักลงหลงั การรฐั ประหารในประเทศไทย
ความสมั พนั ธด์ า้ นการคา้ ปี 2560 มลู คา่ 75,316.86 ลา้ นบาท เปน็ มลู คา่ การสง่ ออก 48,369.43 ลา้ นบาท และมลู คา่
การนำ� เขา้ 26,947.4 ลา้ นบาท ไทยไดเ้ ปรยี บดลุ การคา้ 21,422.03 ลา้ นบาท สนิ คา้ สง่ ออกของไทยไดแ้ ก่ อาหารทะเลกระปอ๋ งและแปรรปู
ผลติ ภณั ฑย์ าง ขา้ ว เตาอบไมโครเวฟและเครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ทใ่ี หค้ วามรอ้ น เครอื่ งคอมพวิ เตอรแ์ ละอปุ กรณ์ รถยนต์ อปุ กรณแ์ ละสว่ นประกอบ
ขอ้ มูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562 148
อปุ กรณก์ ง่ึ ตวั นำ� ทรานซสิ เตอรแ์ ละไดโอด ผลไมก้ ระปอ๋ งและแปรรปู เครอ่ื งจกั รกลและสว่ นประกอบ ยางพารา เหลก็ เหลก็ กลา้ และ
ผลติ ภณั ฑ์ ผลติ ภณั ฑข์ า้ วสาลแี ละอาหารสำ� เรจ็ รปู รถจกั รยานยนตแ์ ละสว่ นประกอบ กงุ้ สด แชเ่ ยน็ และแชแ่ ขง็ เครอื่ งนมุ่ หม่ สำ� หรบั
สนิ คา้ ทไ่ี ทยนำ� เขา้ จากแคนาดาทม่ี มี ลู คา่ สำ� คญั ไดแ้ ก่ เยอ่ื กระดาษและเศษกระดาษ เครอ่ื งเพชรพลอย อญั มณี เงนิ และทองคำ� ปยุ๋ และ
ยากำ� จดั ศตั รพู ชื พชื และผลติ ภณั ฑจ์ ากพชื แผงวงจรไฟฟา้ พชื และผลติ ภณั ฑจ์ ากพชื สตั วแ์ ละผลติ ภณั ฑจ์ ากสตั ว์ เครอ่ื งจกั รกลและ
สว่ นประกอบ เครอ่ื งจกั รไฟฟา้ และสว่ นประกอบ เคมภี ณั ฑ์ สว่ นประกอบและอปุ กรณร์ ถยนต์ นำ้� มนั ดบิ เครอ่ื งมอื วทิ ยาศาสตรแ์ ละ
การแพทย์ สนิ แรโ่ ลหะ เศษโลหะและผลติ ภณั ฑ์ ผลติ ภณั ฑเ์ วชภณั ฑแ์ ละเภสชั กรรม สตั วน์ ำ�้ สด แชแ่ ขง็ และแปรรปู
ข้อตกลงส�ำคัญ : ความตกลงด้านการพาณิชย์ (22 เม.ย.2512) ความตกลงประกันภัยการลงทุนต่างประเทศ
(5 ม.ค.2526) อนสุ ญั ญาวา่ ดว้ ยการหลกี เลย่ี งการเกบ็ ภาษซี อ้ น (16 ก.ค.2528) ความตกลงวา่ ดว้ ยบรกิ ารเดนิ อากาศไทยกบั แคนาดา
ความตกลงวา่ ดว้ ยความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทยกับแคนาดา (11 ก.ค.2531) และการจดั ตง้ั คณะกรรมาธกิ ารรว่ มทางเศรษฐกิจ
ไทย-แคนาดา (ม.ิ ย.2539) ขอ้ ตกลงทวภิ าคสี ง่ิ ทอเพอ่ื ควบคมุ ปรมิ าณการสง่ ออกสนิ คา้ เสอื้ ผา้ และสง่ิ ทอไปแคนาดา (1 ม.ค 2538)
ความตกลงเพ่ือการสง่ เสริมและคมุ้ ครองการลงทนุ (17 ม.ค.2540) ความตกลงวา่ ด้วยการยอมรับรว่ มกันในเรือ่ งการตรวจสอบ
สินค้าสัตว์น�้ำและผลิตภัณฑ์และระบบควบคุม (9 เม.ย.2540) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านส่ิงแวดล้อมระหว่าง
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยกบั กระทรวงส่ิงแวดล้อมแคนาดา (17 ม.ค.2540) บนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ด้วยการกอ่ ตงั้
ความร่วมมอื ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ (30 เม.ย.2540) บนั ทกึ ความเขา้ ใจว่าด้วย CIDA Regional Project Southeast Asia Fund for
Institutional and Legal Development
หมายเหตุ CIDA (Canadian International Development Agency) เปน็ องคก์ รเพอื่ การพฒั นาระหวา่ งประเทศ
แหง่ ประเทศแคนาดา เว็บไซต์: www.cida.gc.ca
--------------------------------------------------