The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ข้อมูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562 - สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cstd, 2021-06-11 04:43:42

ข้อมูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562

ข้อมูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562 - สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

Keywords: ข้อมูลพื้นฐานของต่างประเทศ

499 ขอ้ มูลพืน้ ฐานของต่างประเทศ 2562

ความตกลงทีส่ ำ� คญั ๆ กบั ไทย ไดแ้ ก่ ความตกลงวา่ ด้วยบรกิ ารเดนิ อากาศ (ลงนามเม่ือ 5 ม.ิ ย.2522) ความตกลง
วา่ ด้วยการคา้ (ลงนามเม่ือ 8 ม.ิ ย.2541) ความตกลงเพ่อื การเว้นการเก็บภาษซี ้อนและการป้องกันการเลีย่ งรัษฎากร (ลงนามเม่อื
13 ต.ค.2546) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการ
(ลงนามเมอื่ 27 เม.ย.2548) บนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ดา้ นการทอ่ งเทย่ี ว (ลงนามเมอื่ 21 ก.ย.2548) บนั ทกึ ความเขา้ ใจ
วา่ ดว้ ยการหารอื ระหวา่ งกระทรวงการตา่ งประเทศแหง่ ราชอาณาจกั รไทยกบั กระทรวงการตา่ งประเทศแหง่ รฐั สลุ ตา่ นโอมาน และ
บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการหารือว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างกระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรไทยกับ
กระทรวงสาธารณสุขแห่งรฐั สุลตา่ นโอมาน (ลงนามเม่ือ 1 ก.พ.2559)

----------------------------------

ข้อมลู พื้นฐานของต่างประเทศ 2562 500

สลุ ตา่ น กอบสู บนิ ซะอีด อาลซะอดี
(His Majesty Sultan Qaboos bin Said Al-Said)

ต�ำแหน่ง ประมุขของรัฐ และผ้นู �ำรัฐบาลโอมาน
18 พ.ย.2483 (พระชนมพรรษา 79 พรรษา/ปี 2562) ที่เศาะลาละฮ์ ประเทศมัสกัตและโอมาน
พระราชสมภพ (ช่ือเดิมของโอมาน) ทรงเปน็ พระราชโอรสพระองคเ์ ดยี วของสลุ ตา่ น ซะอดี บนิ ตยั มรู กบั เจา้ หญงิ
มยั ซนู บนิ ติ อะห์มดั อลั มาชานี พระชายาพระองค์ท่ี 2


ศาสนา อิสลาม (อิบาด)ี

การศึกษา - ประถมและมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ กบั พระอาจารยส์ ว่ นพระองคใ์ นราชส�ำนกั มัสกตั และโอมาน
- มธั ยมศึกษาตอนปลายกับพระอาจารย์สว่ นพระองค์ที่สหราชอาณาจักร (ปี 2501-2503)
- Royal Military Academy Sandhurst ในสหราชอาณาจกั ร (ก.ย.2503-ส.ค.2505)

สถานภาพทางครอบครัว ทรงหย่าร้างกบั เจา้ หญงิ เนาวาล บินติ ฏอริก พระธดิ าของเจ้าชายฏอริก บนิ ตัยมรู พระปติ ลุ า (อา)
ของพระองค์ โดยไม่ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดาจากการอภิเษกสมรสดังกล่าว และไม่เคย
อภเิ ษกสมรสอีกจนถึงปัจจุบัน

ประวัติการทรงงาน - ทรงเขา้ รบั ราชการในกองทพั สหราชอาณาจกั ร หลงั สำ� เรจ็ การศกึ ษาจาก Royal Military Academy
ปี 2505 Sandhurst ในสงั กดั 1st Battalion The Cameronians (Scottish Rifles) และเสดจ็ ไปประจำ� การ
ในเยอรมนเี ป็นเวลา 1 ปี
- เสด็จนิวัติเศาะลาละฮ์ เพื่อศึกษาวิชาศาสนาอิสลามและประวัติศาสตร์ของประเทศมัสกัตและ
ปี 2507 โอมานเพม่ิ เตมิ ในราชส�ำนัก
- เสดจ็ ขน้ึ ครองราชยเ์ ปน็ สลุ ตา่ นโอมาน แทนสลุ ตา่ น ซะอดี บนิ ตยั มรู พระราชบดิ าทถี่ กู ยดึ อำ� นาจ
ปี 2513 เมอื่ 23 ก.ค.2513
- ทรงด�ำรงตำ� แหน่ง นรม. ควบตำ� แหนง่ รมว.กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง และกระทรวง
ปี 2514 การตา่ งประเทศมาจนถงึ ปัจจบุ ัน


ข้อมูลอ่ืน ๆ ท่นี ่าสนใจ - ทรงถกู สุลตา่ น ซะอดี บิน ตัยมูร พระราชบิดากักบรเิ วณเป็นเวลา 6 ปี ระหวา่ งปี 2507-2513
จนกระท่ังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างกองก�ำลังท่ีภักดีต่อสุลต่านซะอีดกับกองก�ำลังที่ภักดีต่อ
สลุ ตา่ นกอบสู เมอ่ื ก.ค.2513 ซง่ึ ฝา่ ยทภ่ี กั ดตี อ่ สลุ ตา่ นกอบสู ไดร้ บั ชยั ชนะจงึ เปน็ เหตใุ หส้ ลุ ตา่ นซะอดี
ถูกยดึ อำ� นาจ

501 ข้อมูลพ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562

- ทรงมีเรอื ยอชท์ขนาดใหญ่ 5 ลำ� ได้แก่ Al-Noores (ต่อขึ้นในเนเธอรแ์ ลนด์) Zinat al Bihaar
(โอมาน) Loaloat Al Behar (อิตาล)ี Al Said และ Fulk al Salamah (เยอรมนี)
- ทรงชน่ื ชมดนตรคี ลาสสกิ เปน็ อยา่ งมาก โดยทรงกอ่ ตง้ั วงออรเ์ คสตราทมี่ สี มาชกิ 120 คน ซงึ่ มชี อ่ื เสยี ง
มากท่สี ดุ วงหนงึ่ ในตะวันออกกลาง
- เม่ือปี 2559 ปรากฏรายงานท่ีไม่ยืนยัน ระบุว่าทรงประชวรด้วยโรคมะเร็งล�ำไส้และต้องเข้า
รับการรักษาในโรงพยาบาลของเยอรมนี ทกุ 6 เดือน ก่อนหน้านี้ ทรงเข้ารับการตรวจสุขภาพ
และตรวจรักษาทางการแพทย์ในโรงพยาบาลของเยอรมนี ตั้งแต่ ก.ค.2557-มี.ค.2558
เปน็ เวลานานถงึ 8 เดอื น จงึ เสดจ็ กลบั โอมาน แตส่ ำ� นกั พระราชวงั โอมานไมม่ กี ารออกแถลงการณ์
ท่รี ะบถุ งึ อาการประชวร

----------------------------------

ข้อมูลพ้ืนฐานของตา่ งประเทศ 2562 502

บคุ คลส�ำคญั และคณะรฐั มนตรีโอมาน
สลุ ต่าน และ นรม. Sultan Qaboos bin Said al-Said
รอง นรม.ด้านกจิ การความรว่ มมือระหวา่ งประเทศ Sayyid Taimur bin Asad bin Tariq al-Said
รอง นรม.ดา้ นกจิ การคณะรัฐมนตร ี Sayyid Fahd bin Mahmoud al-Said
รมว.กระทรวงเกษตรและประมง Dr.Fuad bin Ja’afar bin Muhammad al-Sajwani
รมว.กระทรวงศาสนสมบัติและกจิ การศาสนา Sheikh Abdullah bin Muhammad bin Abdullah al-Salimi
รมว.กระทรวงราชการพลเรอื น Sheikh Khalid bin Umar bin Said al-Marhoun
รมว.กระทรวงพาณิชยแ์ ละอตุ สาหกรรม Ali bin Masoud bin Ali al-Sunaidi
รมว.กระทรวงกลาโหม Sultan Qaboos bin Said al-Said
รมว.ทรพั ย์สินแห่งราชส�ำนัก Sayyid Khalid bin Hilal bin Saud al-Busaidi
รมว.กระทรวงศกึ ษาธิการ Dr.Madiha bint Ahmad bin Nasir al-Shibaniyah
รมว.กระทรวงส่งิ แวดลอ้ มและสภาพภูมิอากาศ Muhammad bin Salim bin Said al-Toubi
รมว.กระทรวงการคลัง Sultan Qaboos bin Said al-Said
รมว.กระทรวงการตา่ งประเทศ Sultan Qaboos bin Said al-Said
รมว.กระทรวงสาธารณสุข Dr.Ahmed bin Mohammed bin Obaid al-Sa’eedi
รมว.กระทรวงโบราณสถานและวัฒนธรรม Sayyid Haitham bin Tariq al-Said
รมว.กระทรวงการอดุ มศึกษา Dr.Rawiyah bint Saud al-Busaidiyah
รมว.กระทรวงการเคหะ Sheikh Muhammad bin Saif al-Shabibi
รมว.กระทรวงสารสนเทศ Dr.Abdulmunim bin Mansour bin Said al-Hasani
รมว.กระทรวงมหาดไทย Sayyid Hamoud bin Faisal bin Said al-Busaidi
รมว.กระทรวงยตุ ธิ รรม Sheikh Abdulmalik bin Ali al-Khalili
รมว.กจิ การกฎหมาย Dr.Abdullah bin Muhammad bin Said al-Saidi
รมว.กระทรวงทรพั ยากรมนุษย์ Sheikh Abdullah bin Nasser bin Abdullah al-Bakri
รมว.กระทรวงนำ�้ มันและก๊าซ Dr.Muhammad bin Hamad bin Sayf al-Rumhi
รมว.กระทรวงเทศบาลเมืองสว่ นภมู ิภาคและทรพั ยากรนำ้� Ahmad bin Abdullah bin Muhammad al-Shuhi
รมว.สำ� นกั พระราชวงั Gen. Sultan bin Muhammad al-Nu’amani
รมว.กระทรวงพัฒนาสงั คม Sheikh Muhammad bin Said bin Saif al-Kalbani
รมว.กระทรวงกิจการกีฬา Sheikh Saad bin Muhammad bin Said al-Mardhouf al-Saadi
รมว.กระทรวงการทอ่ งเที่ยว Sheikh Ahmad bin Nasir bin Hamad al-Mehrzi
รมว.กระทรวงคมนาคมและการสือ่ สาร Dr.Ahmad bin Muhammad bin Salim al-Futaisi
รมต.แหง่ รฐั และผูว้ ่าราชการกรงุ มสั กตั Sayyid Saud bin Hilal bin Hamad al-Busaidi
รมต.แหง่ รัฐและผู้ว่าราชการซฟุ าร Sayyid Muhammad bin Sultan bin Hamoud al-Busaidi
รมต.รับผดิ ชอบกจิ การกลาโหม Sayyid Badr bin Saud bin Harib al-Busaidi
รมต.รบั ผดิ ชอบกิจการการคลงั Darwish bin Ismail bin Ali Al-Balushi
รมต.รับผดิ ชอบกจิ การต่างประเทศ Yusuf bin Alawi bin Abdullah

--------------------------------
(ต.ค.2561)

503 ข้อมูลพ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562

สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน
(Islamic Republic of Pakistan)

เมืองหลวง อสิ ลามาบดั

ที่ต้งั ตงั้ อยใู่ นภมู ภิ าคเอเชยี ใต้ บรเิ วณเสน้ ละตจิ ดู ที่ 33 องศาเหนอื เสน้ ลองจจิ ดู ที่ 70 องศาตะวนั ออก มพี นื้ ท่ี 796,095 ตร.กม.

อาณาเขต พรมแดนทางบกระยะทาง 7,257 กม. และพรมแดนทางทะเลตดิ กับทะเลอาหรบั ระยะทาง 1,046 กม.
ทิศเหนอื ตดิ กับจนี (438 กม.)
ทิศใต้ ติดกับทะเลอาหรับ (1,046 กม.)
ทศิ ตะวนั ออก ติดกบั อนิ เดีย (3,190 กม.)
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ กบั อหิ รา่ น (959 กม.) และอฟั กานสิ ถาน (2,670 กม.)

ภมู ปิ ระเทศ ทางเหนือและตะวันตกเป็นที่ราบสูง ส่วนทางตะวันออกและใต้เป็นที่ราบและที่ราบลุ่ม ปากีสถานมียอดเขาสูง
เปน็ อันดับ 2 ของโลก คอื K2 หรือยอดเขา Godwin Austen (8,611 ม.)

ภมู ิอากาศ พ้ืนทสี่ ว่ นใหญม่ อี ากาศรอ้ นและแห้งแลง้ หนาวจัดในภาคเหนอื อณุ หภมู ิเฉลยี่ 21-23.5 องศาเซลเซียส มี 3 ฤดู
ไดแ้ ก่ ฤดหู นาว ระหวา่ ง พ.ย.-ม.ี ค. อุณหภูมิตำ่� สุด 5 องศาเซลเซยี ส อากาศหนาวเย็นทีส่ ุดใน ธ.ค. และ ม.ค. เดอื นท่แี หง้ แลง้ ท่สี ดุ
คือ พ.ย. ฤดรู ้อนระหว่าง เม.ย.-ก.ค. อณุ หภมู สิ ูงสุดใน มิ.ย. สูงถงึ 45 องศาเซลเซยี ส ฤดฝู นระหวา่ ง ก.ค.-ก.ย. ฝนตกมากท่สี ุด
ใน ก.ค. ปรมิ าณนำ้� ฝนเฉล่ยี 489 มม.ต่อปี ภัยธรรมชาติที่เกดิ บ่อย ไดแ้ ก่ อทุ กภยั ภัยแล้ง และแผ่นดินไหว

ข้อมลู พนื้ ฐานของต่างประเทศ 2562 504

ประชากร 207,774,520 คน (ก.ย.2560) ประกอบดว้ ยเชอื้ สายปญั จาบี 44.7% ปชั ตนุ หรอื ปาทาน 15.4% สนิ ธี 14.1% Saraiki
(แตกแขนงมาจากปัญจาบ) 8.4% โมฮาจีร์ 7.6% บาโลช 3.6% และอน่ื ๆ 6.3% อตั ราส่วนประชากรจำ� แนกตามอายุ : วยั เด็ก
(0-14 ป)ี 43.40% วยั รนุ่ ถงึ กลางคน (15-64 ป)ี 53.07% วยั ชรา (65 ปขี นึ้ ไป) 3.50% อายเุ ฉลยี่ ของประชากรปากสี ถาน 59 ปี
อายุเฉลี่ยเพศชาย 63.7 ปี อายุเฉลย่ี เพศหญิง 63.4 ปี อัตราการเกดิ 29.8 คนต่อประชากร 1,000 คนอัตราการตาย 6.3 คนตอ่
ประชากร 1,000 คน อัตราการเพมิ่ ของประชากร 2.1%
ศาสนา อสิ ลาม 96.4% (ซุนนี 85-90% ชอี ะฮ์ 10-15%) ท่เี หลอื ได้แก่ ศาสนาฮินดู คริสต์ ซิกข์ และพทุ ธ
ภาษา ภาษาอรู ดเู ปน็ ภาษาราชการ สว่ นภาษาองั กฤษใชใ้ นการตดิ ตอ่ ธรุ กจิ นอกจากนี้ ยงั มภี าษาทอ้ งถน่ิ ตามชาตพิ นั ธต์ุ า่ งๆ
ไดแ้ ก่ ปัญจาบี 48% สนิ ธี 12% ปัสโต 8% บาโลจิ 3% และภาษาถนิ่ อื่น ๆ
การศึกษา อัตราการรหู้ นงั สอื 54% ชาย 81% หญงิ 68% เดก็ อายุ 15 ปขี ้นึ ไป สามารถอ่านออกเขียนไดม้ มี หาวิทยาลัย
ประมาณ 130 แห่ง เป็นของรฐั บาล 71 แห่งและเอกชน 59 แห่ง โรงเรียนอาชีวศึกษา 730 แหง่ แบง่ ระดับการศกึ ษาเปน็ 5 ระดบั
ไดแ้ ก่ ปฐมวยั ประถมศกึ ษา มธั ยมตน้ มธั ยมปลาย และอดุ มศกึ ษา
มีโรงเรียนสอนศาสนาท้ังของภาครัฐและเอกชน ซ่ึงได้รับความนิยมจากประชาชนท่ีมีฐานะยากจน เน่ืองจาก
ผู้เรียนไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งค่าเล่าเรียน ที่พัก และค่าอาหาร อย่างไรก็ดี โรงเรียนสอนศาสนาหลายแห่งมักถูกโจมตีว่า
เป็นแหล่งจัดหาสมาชกิ ใหมข่ องกลุ่มก่อการรา้ ย
การกอ่ ตงั้ ประเทศ เคยเป็นสว่ นหนง่ึ ของอนิ เดยี ก่อนได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร ตอ่ มาได้ประกาศแยกดนิ แดนออกจาก
อินเดยี เมอ่ื 14 ส.ค.2490 ในช่วงแรกปากสี ถานมพี น้ื ทท่ี งั้ ทางฝงั่ ตะวนั ตกและตะวันออกของอนิ เดีย จนกระท่งั ปี 2514 ไดเ้ กิด
สงครามกลางเมอื งในพน้ื ท่ีปากีสถานตะวันออก จนนำ� ไปสู่การแบ่งแยกประเทศและจัดต้ังเปน็ บงั กลาเทศในปจั จบุ ัน
วันชาต ิ 23 ม.ี ค. (วนั ประกาศเปน็ สาธารณรฐั 23 ม.ี ค.2499)
การเมือง ปกครองแบบสหพันธ์สาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ และ นรม.เป็นผู้บริหารประเทศ
แบ่งเขตการบริหารเป็น 4 รัฐ ได้แก่ รัฐบาลูจิสถาน รัฐปัญจาบ รัฐซินด์ และรัฐไคเบอร์-ปัคตุนควา ส่วนเขต Federally
Administered Tribal Areas-Fata) ซงึ่ แบง่ เปน็ 7 เขต ไดแ้ ก่ Bajaur, Mohmand, Khyber, Orakzai, Kurram, North Waziristan
และ South Waziristan รวมเข้าเป็นสว่ นหนง่ึ ของรฐั ไคเบอร์-ปคั ตนุ ควา นอกจากนี้ พนื้ ทแ่ี คชเมยี รส์ ว่ นทีป่ ากีสถานครอบครอง
แบ่งเป็นเขตบริหาร 2 เขต ได้แก่ Azad Kashmir และ Gilgit-Baltistan
ฝา่ ยบรหิ าร : ประธานาธบิ ดเี ปน็ ผนู้ ำ� ทางพธิ กี าร มาจากการสรรหาโดยวฒุ สิ มาชกิ สมาชกิ ผแู้ ทนราษฎร และสมาชกิ
สภาแหง่ รฐั มวี าระ 5 ปี ทำ� หนา้ ทแ่ี ตง่ ตง้ั ครม. โดยผา่ นความเหน็ ชอบจาก นรม. สว่ น นรม. เปน็ ผบู้ รหิ ารประเทศ มาจากการสรรหา
ของสมาชิกสภาแห่งรัฐ ปจั จุบันนายอารีฟ อลั วี (อายุ 70 ป/ี 2562) เป็นประธานาธิบดี ส่วน นรม.เปน็ ผูน้ �ำฝา่ ยบริหาร โดยเปน็
หัวหน้าหรือผู้แทนของพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากที่ได้รับเลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดย นรม.คนปัจจุบัน คือ
นายอิมราน ข่าน (อายุ 67 ป/ี ปี 2562) ไดร้ บั การสนบั สนนุ ใหด้ ำ� รงตำ� แหนง่ นรม.ปากสี ถานเมอื่ ส.ค.2561

505 ขอ้ มลู พน้ื ฐานของตา่ งประเทศ 2562

ฝา่ ยนติ บิ ญั ญตั ิ : เปน็ ระบบ 2 สภา 1) วฒุ สิ ภา สมาชกิ 104 คนมาจากการเลอื กตง้ั โดยตรงและโดยออ้ ม มวี าระ 6 ปี
โดยจะมกี ารเลอื กสมาชิกใหม่ครง่ึ หน่งึ ทกุ 3 ปี และ 2) สภาผูแ้ ทนราษฎร สมาชกิ 342 คนมาจากการเลือกตงั้ โดยตรง 272 คน
(ส�ำรองส�ำหรบั สตรี 60 คนและผู้ท่ไี ม่ใชม่ สุ ลิม 10 คน) วาระ 5 ปี
ฝา่ ยตลุ าการ : ระบบศาลประกอบดว้ ย ศาลสงู สดุ ศาลอสิ ลาม ศาลสงู (มใี นทกุ รฐั และทก่ี รงุ อสิ ลามาบดั ) ศาลทอ้ งถนิ่
และศาลเฉพาะดา้ นอน่ื ๆ ทสี่ ำ� คญั ไดแ้ ก่ ศาลคดกี ารฉอ้ ราษฎรบ์ งั หลวง ศาลคดยี าเสพตดิ และศาลคดกี ารกอ่ การรา้ ย ศาลอสิ ลาม
มีอำ� นาจในการตรวจสอบและตดั สินว่ากฎหมายใดขดั กบั หลกั อสิ ลาม และรัฐบาลก็จำ� เป็นตอ้ งแกไ้ ขให้สอดคล้องกบั หลกั อิสลาม
พรรคการเมอื งสำ� คญั ไดแ้ ก่ 1) Pakistan Tehreek-e-Insaf (PTI) เปน็ พรรครฐั บาลปจั จบุ นั 2) Pakistan Muslim
League-Nawaz/PML-N 3) Pakistan Peoples Party (PPP) 4) Muttahida Qaumi Movement (MQM) หรือ United
National Movement 5) Pakistan Muslim League Quaid-i Azam (PML-Q) 6) Jamist-i Ulema-i Islam Fazl-urRehman
(JUI-F) และ 7) Awami National Party (ANP)
เศรษฐกจิ รัฐบาลปากีสถานเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจในห้วงปี 2561 แม้ว่าเศรษฐกิจของปากีสถานมีแนวโน้มเติบโตอยู่ท่ี
5.8% ในปีงบประมาณ 2561-2562 เนื่องจากอัตราการเติบโตด้านเกษตรกรรม ด้านอุตสาหกรรม ด้านการผลิต และ
ด้านการบรกิ ารมีทศิ ทางเชงิ บวก แตก่ ารท่ธี นาคารกลางปากีสถานประกาศปรับลดค่าเงนิ รูปรี วม 4 ครง้ั นบั ต้ังแตธ่ ันวาคม 2560
สง่ ผลใหค้ ่าเงนิ รูปอี ่อนค่าลง 20% นอกจากนี้ ปากีสถานยังเผชญิ กบั ภาวะการขาดดลุ บญั ชเี ดนิ สะพัด 18,000 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ
การขาดดุลทางการคลงั 6.8% การลดลงของเงินทุนสำ� รองระหว่างประเทศ 7,400 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั รวมทัง้ การเพิ่มข้นึ ของ
ราคาน้ำ� มันในตลาดโลกอยา่ งตอ่ เนอื่ ง (ปากีสถานน�ำเข้าน�้ำมันจากต่างประเทศมากกว่าร้อยละ 80) เป็นปจั จัยบง่ ช้วี า่ ปากีสถาน
อาจเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจตกต�่ำอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ปัญหาทางการเมือง ปัญหาความไม่สงบจากการก่อการร้าย และ
ภัยธรรมชาติยังเป็นอุปสรรคส�ำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของปากีสถาน ตลอดจนยังประสบปัญหาการขาดแคลนพลังงาน
สง่ ผลใหป้ ากสี ถานยงั อยใู่ นบญั ชรี ายชอ่ื ประเทศกำ� ลงั พฒั นาโดยประชากรมีรายได้ต�ำ่ และวา่ งงานในอัตราท่สี ูง
ปงี บประมาณ 1 ก.ค.-30 ม.ิ ย.
สกลุ เงนิ : ปากสี ถานรปู ี (Pakistani Rupee/PKR) อตั ราแลกเปลย่ี น 1 ดอลลารส์ หรฐั : 123.49 รปู ี และ 1 บาท :
3.76 รปู ี (ก.ย.2561)
ข้อมลู เศรษฐกิจส�ำคญั (ปี 2561)
ผลติ ภณั ฑม์ วลรวมภายในประเทศ (GDP) : 304,000 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั
อตั ราความเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจ : 5.3%
รายได้เฉลย่ี ต่อหัวต่อปี : 5,400 ดอลลารส์ หรัฐ
แรงงาน : 63.8 ล้านคน
อตั ราการวา่ งงาน : 6%
อัตราเงินเฟอ้ : 4.1%
ผลผลิตทางการเกษตร : ฝ้าย ขา้ วสาลี ข้าว ออ้ ย ผลไม้ ผัก นม เนอ้ื ววั เนอื้ แกะ และไข่
ผลผลิตอุตสาหกรรม : ส่ิงทอและเครอ่ื งแต่งกาย อาหารแปรรูป เวชภณั ฑ์ วัสดกุ อ่ สร้าง ผลิตภณั ฑ์เก่ียวกับกระดาษ ปยุ๋ และกุ้ง
ดลุ บัญชีเดนิ สะพัด : ขาดดุล 12,440 ล้านดอลลารส์ หรฐั
ดลุ การค้าระหว่างประเทศ : ขาดดลุ 26570, ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ
มลู ค่าการส่งออก : 21,940 ลา้ นดอลลาร์สหรฐั

ขอ้ มูลพน้ื ฐานของตา่ งประเทศ 2562 506

สินคา้ สง่ ออก : สงิ่ ทอ (เสอื้ ผ้า ผ้าปทู ี่นอนและปลอกหมอน ผ้าฝ้ายและเส้นด้าย) ขา้ ว เครอื่ งหนงั เครอ่ื งกฬี า เคมภี ัณฑ์ สินคา้
อุตสาหกรรม และพรม
ประเทศคู่ค้า : สหรฐั ฯ สหราชอาณาจักร จีน เยอรมนี อัฟกานสิ ถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสเปน
มลู คา่ การน�ำเขา้ : 48,510 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ
สินคา้ นำ� เข้า : น�้ำมนั ปโิ ตรเลยี ม และผลิตภัณฑ์จากปโิ ตรเลยี ม เครือ่ งจกั ร พลาสตกิ อปุ กรณ์เกย่ี วกบั การขนส่งนำ้� มนั กระดาษ
และกระดาษแข็ง เหลก็ และเหลก็ กลา้ และชา
ประเทศคคู่ า้ : จีน สหรฐั อาหรบั เอมเิ รตส์ สหรัฐฯ อนิ โดนีเซยี และซาอดุ ีอาระเบยี
ทรพั ยากรธรรมชาติ : ปโิ ตรเลยี ม (มจี ำ� กดั ) ถา่ นหนิ คณุ ภาพตำ�่ เหลก็ กลา้ ทองแดง กา๊ ซธรรมชาติ เกลอื และหนิ ปนู
การทหาร กองทัพปากีสถานมีก�ำลังพล 653,800 นาย แบ่งเป็น ทบ. ทอ. และ ทร. มีหน่วย National Command
Authority ท�ำหนา้ ทกี่ ำ� หนดนโยบาย บริหารกำ� ลงั พล ควบคุมดแู ลการพฒั นานิวเคลยี ร์ และองคก์ รทางยุทธศาสตรท์ ี่เก่ยี วขอ้ ง
นอกจากน้ี ยงั มกี องกำ� ลงั กง่ึ ทหารอกี 282,000 นาย ประกอบดว้ ย หนว่ ยยามชายฝง่ั กองกำ� ลงั สว่ นหนา้ หนว่ ยปอ้ งกนั ภยั ทางทะเล
หนว่ ยปฏบิ ตั กิ ารจ่โู จม และหนว่ ยรักษาความปลอดภยั แหง่ ชาติ
ทบ.มีก�ำลังพล 560,000 นาย ยทุ โธปกรณส์ ำ� คัญ ไดแ้ ก่ รถถงั หลักอยา่ งนอ้ ย 2,531 คนั รถสายพานลำ� เลยี งพล
ห้มุ เกราะ 1,390 คนั ปนื ใหญ่อยา่ งนอ้ ย 4,472 กระบอก บ.รบ 102 เคร่อื ง และ ฮ. 278 เคร่อื ง
ทร. มีก�ำลังพล 23,800 นาย ในจ�ำนวนน้ีเป็นกองการบินทหารเรือ 2,000 นาย และนาวิกโยธิน 3,200 นาย
ยุทโธปกรณส์ ำ� คัญได้แก่ เรอื ด�ำน�ำ้ 8 ล�ำ เรือฟรเิ กต 10 ลำ� เรือตรวจการณ์ 17 ล�ำ และเรือลำ� เลยี ง 17 ลำ�
ทอ. มกี ำ� ลงั พล 70,000 นาย มหี นว่ ยปอ้ งกนั ภยั ทางอากาศ หนว่ ยจโู่ จม หนว่ ยตอ่ ตา้ นสงครามภาคพน้ื หนว่ ยปฏบิ ตั กิ าร
ค้นหาและบรรเทาสาธารณภยั ยทุ โธปกรณ์ส�ำคัญ ได้แก่ บ.รบ 425 เคร่อื ง บ.ขบั ไล่ 190 เครือ่ ง และ บ.ล�ำเลียง 33 เคร่ือง
นอกจากนี้ ยงั มคี ณะผสู้ งั เกตการณท์ างทหารของสหประชาชาตใิ นอนิ เดยี และปากสี ถาน (UNMOGIP) อกี 114 นาย
จาก 10 ประเทศ (มที หารไทย 4 นาย) และปากสี ถานสง่ กำ� ลงั พลกวา่ 7,120 นายเขา้ รว่ มภารกจิ รกั ษาสนั ตภิ าพของสหประชาชาติ
(UN) งบประมาณทางทหาร 9,720 ล้านดอลลาร์สหรฐั
สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ ปากีสถานเข้าร่วมในองค์กรระหว่างประเทศและกลุ่มความร่วมมือทั้งในฐานะสมาชิกและ
ผู้สงั เกตการณ์ 62 แห่ง ทส่ี �ำคญั เชน่ ARF, ECO, IAEA, NAM, OIC, SAARC, SCO, UNESCO, ASEAN (ในฐานะคเู่ จรจา)
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย ี มเี ปา้ หมายพฒั นาด้านนิวเคลยี ร์อวกาศและอุตสาหกรรมทีเ่ กีย่ วขอ้ ง อุตสาหกรรมชวี ภาค และ
เทคโนโลยีการส่ือสาร การพัฒนาด้านนิวเคลียร์ของปากีสถานมีความคืบหน้ามากจากความร่วมมือกับจีนในการก่อสร้างเครื่อง
ปฏิกรณน์ ิวเคลียร์ ซ่ึงเป็นท่ีเคลอื บแคลงของสหรฐั ฯ และอนิ เดยี เน่อื งจากเกรงว่าปากีสถานจะใช้เทคโนโลยีดงั กลา่ วเพ่อื พฒั นา
เป็นอาวธุ นิวเคลียร์ มีการประเมนิ ว่าปากสี ถานมหี ัวรบนิวเคลยี รป์ ระมาณ 100-120 ลกู
การขนสง่ และโทรคมนาคม มีท่าอากาศยานระหว่างประเทศ 12 แหง่ ท่ีสำ� คัญ ไดแ้ ก่ ท่าอากาศยานนานาชาตจิ นิ นาหท์ ี่การาจี
และท่าอากาศยานนานาชาติเบนาซีร์บุตโตที่กรุงอิสลามาบัด ฐานทัพอากาศมี 11 แห่ง สายการบินท่ีส�ำคัญของปากีสถาน
ไดแ้ ก่ Pakistan International Airlines, Airblue และ Shaheen Air International เสน้ ทางรถไฟระยะทาง 11,881 กม.
ถนนระยะทาง 263,942 กม. ทา่ เรอื ทสี่ ำ� คญั ไดแ้ ก่ ทา่ เรอื กวาดาร์ การาจี และกาซมิ ดา้ นโทรคมนาคมมโี ทรศพั ทพ์ น้ื ฐานใหบ้ รกิ าร
3,104,415 เลขหมาย (ปี 2559) โทรศัพท์เคลื่อนที่ 136,489,014 เลขหมาย (ปี 2559) ผ่านระบบ GSM GPRS EDGE

507 ข้อมูลพืน้ ฐานของต่างประเทศ 2562

รหสั โทรศพั ท์ +9 2 รหสั อนิ เทอรเ์ นต็ .pk จำ� นวนผใู้ ชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ 44,608,065 คน (ปี 2560) จำ� นวนบญั ชเี ฟซบกุ๊ 27,000,000 บญั ชี
เวบ็ ไซตก์ ารท่องเทยี่ ว http://www.tourism.gov.pk
การเดนิ ทาง สายการบินไทยให้บริการเท่ียวบินตรงไปปากีสถาน 3 เส้นทาง ได้แก่ กรุงอิสลามาบัด ลาฮอร์ และการาจี
รวมจำ� นวน 17 เท่ยี วบินตอ่ สัปดาห์ สว่ นสายการบินอ่ืน ได้แก่ สายการบนิ Pakistan International Airlines (PIA) ซึง่ เปน็
สายการบนิ แหง่ ชาตขิ องปากสี ถาน และแอรอ์ นิ เดยี ใชเ้ วลาในการเดนิ ทางประมาณ 3 ชว่ั โมง นกั ทอ่ งเทยี่ วไทยขอรบั การตรวจลงตรา
เพ่ือเดนิ ทางไปยงั ปากีสถานได้ที่ สอท.ปากีสถาน ณ กรงุ เทพฯ สำ� หรับผถู้ อื หนงั สอื เดินทางทูตไดร้ บั การยกเว้นการตรวจลงตรา
และสามารถพำ� นักในปากีสถานได้เปน็ เวลา 30 วัน
สถานการณส์ ำ� คญั ที่นา่ ตดิ ตาม
ปากสี ถานยงั คงมคี วามเสย่ี งจะเผชญิ ภยั คกุ คามจากการกอ่ การรา้ ยมากขนึ้ เพอ่ื ตอบโตย้ ทุ ธวธิ ปี ราบปรามกลมุ่ กอ่ การรา้ ย
ดว้ ยกำ� ลงั ทหารของกองทพั ปากสี ถาน โดยกลมุ่ กอ่ การรา้ ยทส่ี ำ� คญั เชน่ กลมุ่ ตอลบิ นั ปากสี ถาน (Tehreek-e-Taliban Pakistan–TTP)
กลมุ่ Jamaat-ul-Ahrar (JuA) และกลมุ่ Jundullah ยงั มปี ฏบิ ตั กิ ารโจมตที วั่ ประเทศอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ขณะเดยี วกนั ยงั มคี วามเคลอื่ นไหว
จากกลุ่ม Islamic State (IS) ที่พยายามจะเข้ามาขยายอิทธิพลในปากีสถาน และกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในรัฐบาลูจิสถานและ
แคว้นแคชเมียร์ ท�ำให้เจ้าหน้าท่ีด้านความม่ันคง พลเรือน (โดยเฉพาะชาวชีอะฮ์) และผลประโยชน์ของตะวันตกในปากีสถาน
เสย่ี งตกเป็นเปา้ หมายการโจมตีสูง
การเมืองปากีสถานปรับเปล่ียนสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น อย่างไรก็ดี พัฒนาการประชาธิปไตย
ในปากีสถานยงั คงไม่ราบร่นื โดยเฉพาะปญั หาจากการก่อการรา้ ย การคานอำ� นาจระหวา่ งรฐั บาลพลเรอื นกบั กองทัพ และวกิ ฤต
เศรษฐกิจตกต่�ำ ท�ำให้ นรม.อิมราน ข่าน ของปากีสถานต้องเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นอันดับแรก
พรอ้ มกบั การดำ� เนนิ นโยบายการพฒั นาปากสี ถานรปู แบบใหม่ (Naya Pakistan) ซงึ่ ตอ้ งการเปลย่ี นแปลงปากสี ถานเปน็ รฐั อสิ ลาม
สวัสดกิ าร
ด้านต่างประเทศ นโยบายต่างประเทศของปากีสถานมุ่งเน้นการพัฒนาความมสัมพันธ์อันดีกับต่างประเทศ
โดยเนน้ การใหค้ วามสำ� คญั กบั จนี ในฐานะประเทศทม่ี บี ทบาทสำ� คญั ในเอเชยี -แปซฟิ กิ ควบคกู่ บั การปรบั ปรงุ ความสมั พนั ธก์ บั อนิ เดยี
โดยปากสี ถานมเี ปา้ หมายชกั นำ� ใหจ้ นี เขา้ มามบี ทบาทเพมิ่ ขนึ้ ในการพฒั นาเศรษฐกจิ ของปากสี ถาน ซงึ่ สรา้ งความกงั วลใหก้ บั อนิ เดยี
และสหรัฐฯ วา่ อาจเป็นภยั คุกคามตอ่ อินเดียและสหรัฐฯ ในดา้ นยุทธศาสตร์การเมือง ความม่นั คง และเศรษฐกจิ โลก แตก่ ารฟื้นฟู
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปากสี ถานกบั อนิ เดยี ยงั ไมค่ บื หนา้ มากนกั เนอื่ งจากปญั หาขอ้ พพิ าทและการเผชญิ หนา้ ทางการทหารบรเิ วณ
แนวพรมแดนในแคว้นแคชเมยี ร์ยังเป็นอุปสรรคสำ� คญั ในการพัฒนาความสัมพนั ธ์ของสองประเทศ
ความสมั พนั ธไ์ ทย-ปากสี ถาน
สถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการเม่ือ 11 ต.ค.2494 ปัจจุบันไทยมี สอท. ณ กรุงอิสลามาบัด และ
สถานกงสลุ ใหญ่ ณ เมอื งการาจี ซงึ่ ไดร้ บั มอบหมายใหด้ แู ลรฐั ซนิ ดแ์ ละรฐั บาลจู สิ ถาน ไทยกบั ปากสี ถานเปน็ พนั ธมติ รทด่ี ตี อ่ กนั มา
อยา่ งยาวนาน โดยไทยสนบั สนนุ ปากสี ถานในการปรบั สถานะเปน็ ประเทศคเู่ จรจาเตม็ รปู แบบของอาเซยี น สว่ นปากสี ถานเคยชว่ ย
คัดค้านไม่ให้น�ำปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยเข้าสู่ท่ีประชุมองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ท�ำให้ปัญหาดังกล่าว
ยังไม่ถกู ยกระดบั เปน็ ปัญหาสากล รวมท้ังไม่เคยแสดงความคดิ เชงิ ลบต่อนโยบายการแก้ไขปัญหาจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ของไทย
นอกเหนอื จากกรอบของ OIC

ข้อมูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562 508

ความสัมพันธ์ในเชิงการค้า ปากีสถานให้ความส�ำคัญกับไทยตามยุทธศาสตร์มองตะวันออก (Look East Policy)
เพื่อลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ส่วนไทยให้ความส�ำคัญกับปากีสถานในฐานะตลาดส่งออกที่มี
ศกั ยภาพและมปี ระชากรมากเปน็ อนั ดบั 6 ของโลก โดยเมือ่ ปี 2560 ปากสี ถานเปน็ คคู่ ้าอันดับที่ 2 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้
และอันดับที่ 36 ของไทยในตลาดโลก การคา้ ทั้งสองฝา่ ยมีมูลคา่ 1,550 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั เพม่ิ ขน้ึ 36.75% โดยไทยเปน็ ฝ่าย
ไดเ้ ปรยี บ 1,256 ล้านดอลลารส์ หรัฐ อน่ึง สนิ คา้ ส่งออกจากไทยไปปากสี ถาน ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณแ์ ละส่วนประกอบ เคมภี ัณฑ์
เครือ่ งเทศและสมุนไพร ผลิตภณั ฑย์ าง เครอื่ งจกั รกลและสว่ นประกอบ สว่ นสินค้าที่ไทยนำ� เขา้ จากปากีสถาน ไดแ้ ก่ สตั วน์ �ำ้ และ
อาหารทะเลแช่แข็ง กระดาษและผลิตภัณฑก์ ระดาษ ด้ายและเสน้ ใย
ไทยกับปากีสถานมีเป้าหมายจะขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2561
ขณะเดียวกันมีเป้าหมายจะลดอุปสรรคด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ท้ังในเชิงนโยบายด้านการผลักดันให้เกิดข้อตกลง
การค้าเสรี (FTA) ไทย-ปากสี ถาน และการขยายเครอื ขา่ ยเพอื่ เพม่ิ ความรแู้ ละความเขา้ ใจระหวา่ งภาคเอกชนสองฝา่ ยใหม้ ากยงิ่ ขนึ้
อยา่ งตอ่ เนอื่ ง โดยการเจรจา FTA ระหวา่ งไทยกับปากีสถานมีความคบื หน้าอยา่ งมาก ซงึ่ ท้งั สองฝา่ ยคาดหวังจะสรปุ ผลการเจรจา
ให้แล้วเสรจ็ ภายใน ธ.ค.2561
ปจั จุบันมีคนไทยในปากีสถานประมาณ 1,198 คน ส่วนใหญ่เปน็ กลุ่มคนที่สมรสกบั ชาวปากีสถาน 663 คน และ
นกั ศกึ ษาไทยในปากสี ถาน 453 คน กำ� ลงั ศกึ ษาอยทู่ ง้ั ในระดบั มหาวทิ ยาลยั และในโรงเรยี นสอนศาสนา มกี ารจดั ตง้ั สมาคมนกั เรยี น
ไทยในปากีสถาน ทงั้ นี้ มแี นวโน้มว่าคนไทยให้ความสนใจไปศึกษาตอ่ ในปากีสถานเพมิ่ ขึ้น
ขอ้ ตกลงระหวา่ งไทยกบั ปากสี ถาน ทส่ี ำ� คญั ไดแ้ ก่ ความตกลงวา่ ดว้ ยการบรกิ ารเดนิ อากาศ (ปี 2499) พธิ สี ารแกไ้ ข
สนธสิ ญั ญาทางไมตรรี ะหวา่ งราชอาณาจกั รไทยกบั สาธารณรฐั อสิ ลามปากสี ถาน (ปี 2501) อนสุ ญั ญาเพอื่ การเวน้ การเกบ็ ภาษซี อ้ น
และการปอ้ งกนั การเลย่ี งการรษั ฎากรในสว่ นทเี่ กย่ี วกบั ภาษเี กบ็ จากเงนิ ได้ (ปี 2523) ความตกลงทางการคา้ (ปี 2527) ความตกลง
ทางวฒั นธรรม (ปี 2534) บนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ดา้ นการทอ่ งเทยี่ ว (ปี 2545) บนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ดว้ ยความรว่ มมอื
ระหว่าง BOI ไทย-ปากีสถาน (ปี 2545) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยเรื่องการส่งก�ำลังบ�ำรุง (ปี 2545) บันทึกความเข้าใจว่าด้วย
ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ปี 2547) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรม
เฉพาะเร่ืองอื่น ๆ (ปี 2547) พิธีสารว่าด้วยการปรึกษาและความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยกับปากีสถาน
(ปี 2547) ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการโอนตัวผู้กระท�ำความผิดและการบังคับให้เป็นไปตามค�ำพิพากษาในคดีอาญา
(ปี 2550) ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราส�ำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตระหว่างไทยกับปากีสถาน (ปี 2556)
บนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ดว้ ยการจดั ตงั้ คณะกรรมการรว่ มดา้ นการคา้ ระหวา่ งไทยกบั ปากสี ถาน (ปี 2556) และบนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ดว้ ย
การจัดตั้งสภาธุรกจิ รว่ มระหวา่ งไทยกับปากีสถาน (ปี 2556)

-------------------------------------

509 ข้อมลู พืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562

นายอิมราน ข่าน
(Imran Khan)

ต�ำแหนง่ นรม.

เกดิ 5 ต.ค.2495 (อายุ 67 ปี/ปี 2562) ทเ่ี มืองลาฮอร์ รฐั ปัญจาบ

การศกึ ษา - จบประถมศึกษาจาก Aitchison College เมืองลาฮอร์ ปากีสถาน
- จบมธั ยมศึกษาจาก Royal Grammar School Worcester สหราชอาณาจักร
- จบปริญญาตรี ด้านปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ จาก Keble College, Oxford
University สหราชอาณาจกั ร

สถานภาพทางครอบครวั สมรสคร้งั ที่ 3 กบั นาง Bushra Maneka

พรรคการเมอื งท่สี งั กดั พรรค Pakistan Tehreek-e-Insaf (PTI)

ประวัติการทำ� งาน
ปี 2519-2535 - นักกฬี าคริกเก็ตทีมชาติ

ประวตั ทิ างการเมอื ง - ผู้ก่อตงั้ พรรค Pakistan Tehreek-e-Insaf (PTI)
ปี 2539 - สมาชิกรฐั สภา
ปี 2545-2550 - สมาชกิ รัฐสภา
ปี 2556-2561 - นรม.คนท่ี 22 ของปากีสถาน
ส.ค.2561

ข้อมลู อน่ื ทนี่ ่าสนใจ - เป็นอดีตกัปตันทีมคริกเก็ตปากีสถานที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซ่ึงเคยสร้างชื่อเสียงในการชนะ
การแขง่ ขนั คริกเก็ตระดบั โลก เมอ่ื ปี 2535
- เปน็ ผู้วจิ ารณ์การแข่งขันคริกเกต็ ในรายงานกีฬาของสถานโี ทรทัศนต์ ่าง ๆ
- เป็นผู้ก่อตั้งองค์กร Shaukat Khanum Memorial Trust ซ่ึงเป็นองค์กรการกุศล
ด้านการวิจยั และพัฒนาโรคมะเรง็ เมอื่ ปี 2534
- เป็นผู้ก่อตั้งวิทยาลัย Namal เมืองละฮอร์ เม่ือปี 2551 ซึ่งมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน
ด้านวทิ ยาการคอมพวิ เตอร์ วศิ วกรรมไฟฟา้ และบรหิ ารธรุ กจิ
- เป็นแกนน�ำพรรคฝ่ายค้านประท้วงขับไล่รัฐบาลนาวาซ ชารีฟ เม่ือปี 2557 เน่ืองจากไม่พอใจ
ผลการเลือกตัง้ ทวั่ ไปเมอ่ื ปี 2556
- มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับองค์กรศาสนาฝ่ายขวาและกลุ่มผู้น�ำอิสลามท่ีมีแนวคิดนิยม
ความรุนแรงสดุ โตง่ จนไดร้ บั สมญานามว่า “Taliban Khan”
- มชี ่อื เสยี งเชิงลบเรื่องความเจา้ ชู้ (Playboy) ตั้งแตส่ มัยเรียนมหาวทิ ยาลัยที่อังกฤษ

ข้อมูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562 510

รายชอื่ ครม.ปากสี ถาน

ประธานาธบิ ด ี Arif Alvi
นรม. Imran Khan
รมว.กระทรวงกลาโหม Pervez Khattak
รมว.กระทรวงยุทโธปกรณ์ด้านกลาโหม Zubaida Jalal
รมว.กระทรวงการคลงั รายได้ และเศรษฐกิจ Asad Umer
รมว.กระทรวงการตา่ งประเทศ Makhdoom Shah Mahmood
Hussain Qureshi
รมว.กระทรวงสิทธิมนษุ ยชน Shireen M. Mazari
รมว.กระทรวงศึกษาธิการและการฝกึ อบรม Shafqat Mahmood
รมว.กระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและโทรคมนาคม Khalid Maqbool Siddiqui
รมว.กระทรวงการประสานงานภายใน Fehmida Mirza
รมว.กระทรวงกฎหมายและการยุติธรรม Muhammad Farogh Naseem
รมว.กระทรวงการบริการ ระเบียบการ และการประสานงานดา้ นสุขภาพแห่งชาติ Aamir Mehmood Kiyani
รมว.กระทรวงปิโตรเลยี มและทรพั ยากรธรรมชาต ิ Ghulam Sarwar Khan
รมว.กระทรวงการวางแผนและการพฒั นา Makhdoom Khusro Bukhtiar
รมว.กระทรวงการรถไฟ Sheikh Rashid Ahmed
รมว.กระทรวงกิจการศาสนาและความปรองดองระหวา่ งศาสนา Noor-Ul-Haq Qadri
รมว.กระทรวงรฐั บาลกลางและภูมิภาคชายแดน Chaudhary Tariq Bashir Cheema
รมว.กระทรวงสารสนเทศ การกระจายเสยี ง ประวตั ิศาสตร์ชาติ และมรดกทางวรรณกรรม Fawad Ahmed
(กองกระทรวงสารสนเทศ การกระจายเสียง)
รมว.กระทรวงสารสนเทศ การกระจายเสยี ง ประวตั ศิ าสตร์ชาติ และมรดกทางวรรณกรรม Shafqat Mahmood
(กองประวัติศาสตร์ชาติ และมรดกทางวรรณกรรม)
รมช.กระทรวงมหาดไทย Shehryar Afridi
ทปษ.ด้านการเปลีย่ นแปลงสภาพอากาศ (เทียบเท่า รมต.) Amin Aslam
ทปษ.ด้านพาณชิ ย์ ส่งิ ทอ อตุ สาหกรรม การผลิต และการลงทนุ (เทียบเท่า รมต.) Abdul Razak Dawood
ทปษ.ดา้ นการจดั ตั้ง (เทียบเทา่ รมต.) Mohammad Shehzad Arbab
ทปษ.ด้านการปฏริ ูปสถาบนั และมาตรการรัดเขด็ ขัด (เทยี บเท่า รมต.) Ishrat Hussain
ผู้ช่วยพเิ ศษ นรม. ด้านการตรวจสอบ (เทียบเทา่ รมช.) Mirza Shahzad Akbar
ผูช้ ว่ ยพเิ ศษ นรม. ด้านสอื่ lftikhar Durrani
ผูช้ ว่ ยพเิ ศษ นรม. ด้านกิจการการเมือง Naeem ul Haq
รมว.กระทรวงมหาดไทย อยูร่ ะหวา่ งดำ� เนินการแตง่ ตง้ั
รมว.กระทรวงพาณิชยแ์ ละสงิ่ ทอ อยู่ระหว่างด�ำเนินการแต่งตัง้

511 ข้อมลู พน้ื ฐานของตา่ งประเทศ 2562

รมว.กระทรวงการสือ่ สาร อยรู่ ะหว่างดำ� เนินการแต่งตั้ง
รมว.กระทรวงการเคหะและการโยธา อยรู่ ะหว่างด�ำเนินการแต่งตง้ั
รมว.กระทรวงการควบคุมยาเสพตดิ อยรู่ ะหวา่ งด�ำเนินการแต่งตง้ั
รมว.กระทรวงอุตสาหกรรมและการผลติ อยู่ระหว่างด�ำเนนิ การแต่งตง้ั
รมว.กระทรวงกิจการแคชเมยี ร์และกลิ กติ บัลตสิ ถาน อยรู่ ะหวา่ งด�ำเนินการแตง่ ตั้ง
รมว.กระทรวงกจิ การรฐั สภา อยู่ระหวา่ งดำ� เนินการแต่งตงั้
รมว.กระทรวงความมั่นคงทางอาหารและการวจิ ัยแหง่ ชาต ิ อยูร่ ะหว่างดำ� เนนิ การแตง่ ต้งั
รมว.กระทรวงชาวปากสี ถานในต่างแดนและการพฒั นาทรพั ยากรมนุษย์ อยู่ระหวา่ งดำ� เนนิ การแตง่ ตั้ง
รมว.กระทรวงการทา่ เรอื และการขนส่งทางเรอื อยู่ระหวา่ งดำ� เนนิ การแตง่ ตั้ง
รมว.กระทรวงวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี อย่รู ะหวา่ งดำ� เนินการแตง่ ตงั้
รมว.กระทรวงน้ำ� และพลังงาน อยรู่ ะหว่างดำ� เนนิ การแต่งตั้ง

-------------------------------------------- (ก.ย.2561)

ขอ้ มลู พน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562 512

รฐั ปาเลสไตน์
(State of Palestine)

เมอื งหลวง รอมลั ลอฮ์ (มสี ถานะเปน็ เมอื งหลวงโดยพฤตนิ ยั จนกวา่ เยรซู าเลมตะวนั ออกจะไดร้ บั การปลดปลอ่ ยจากการยดึ ครอง
โดยอสิ ราเอล)

ทต่ี ง้ั ตะวนั ออกกลาง โดยแบง่ ออกเปน็ 2 สว่ นแยกจากกนั คอื 1) เขตเวสตแ์ บงก์ (West Bank) ตงั้ อยทู่ างฝง่ั ตะวนั ตกของ
แมน่ ำ�้ จอรแ์ ดน ระหวา่ งเสน้ ละตจิ ดู ที่ 31°-33° เหนอื และระหวา่ งเสน้ ลองจจิ ดู ที่ 35°-36° ตะวนั ออก มพี นื้ ท่ี 5,860 ตร.กม. และ
2) ฉนวนกาซา (Gaza Strip) ตั้งอยู่ริมชายฝง่ั ทะเลเมดเิ ตอร์เรเนียน บนพกิ ัดเสน้ ละติจูดที่ 31° 25′ เหนือ เสน้ ลองจจิ ูดท่ี 34° 20′
ตะวนั ออก มพี นื้ ที่ 360 ตร.กม. ทงั้ น้ี พนื้ ทร่ี วมกนั ของเขตเวสตแ์ บงก์ และฉนวนกาซา มขี นาดเลก็ กวา่ ไทยประมาณ 82 เท่า

อาณาเขต เขตเวสตแ์ บงก ์
ทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวนั ตก ตดิ กบั อสิ ราเอล 330 กม.
ทิศตะวันออก ตดิ กบั จอรแ์ ดน 148 กม.
โดยมแี ม่น�ำจ้ อร์แดนและทะเลสาบเดดซเี ปน็ เสน้ กนั้ อาณาเขต
ฉนวนกาซา
ทิศเหนอื และทิศตะวนั ออก ติดกบั อสิ ราเอล 59 กม.
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ กบั ทะเลเมดเิ ตอร์เรเนยี น 40 กม.
ทิศใต้ ตดิ กับอียปิ ต์ 13 กม.

513 ข้อมลู พนื้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562

ภมู ปิ ระเทศ เวสตแ์ บงกต์ งั้ อยบู่ นทรี่ าบสงู จเู ดยี สว่ นใหญเ่ ปน็ ภเู ขา แตม่ พี นื้ ทลี่ าดเปน็ ชน้ั ๆ เหมาะแกก่ ารเจรญิ เตบิ โตของตน้ ไม้
สามารถเพาะปลกู พชื พนั ธธ์ุ ญั ญาหารไดเ้ ปน็ อยา่ งดี สว่ นในฤดรู อ้ นสามารถปลกู ผกั ผลไมไ้ ด้ ขณะทฉี่ นวนกาซามลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศ
เปน็ ท่ีราบชายฝงั่ ทะเล สลบั เทอื กเขาเปน็ บางส่วน
ภมู อิ ากาศ เวสตแ์ บงก์ ลกั ษณะภมู อิ ากาศมคี วามแตกตา่ งกนั ขน้ึ อยกู่ บั ภมู ปิ ระเทศ โดยบรเิ วณเทอื กเขาสงู มอี ากาศหนาวมาก
อณุ หภมู อิ าจตดิ ลบถงึ 4 องศาเซลเซยี ส สว่ นบรเิ วณทรี่ าบ อากาศรอ้ นจดั อณุ หภมู ิ 34-43 องศาเซลเซยี ส สว่ นฉนวนกาซา ฤดหู นาว
อากาศหนาวพอประมาณ สว่ นฤดูรอ้ น มอี ากาศแหง้ และอบอุ่น ภัยธรรมชาตทิ ป่ี ระสบเป็นประจ�ำ คอื ภัยแล้ง

ประชากร เวสต์แบงก์มีจ�ำนวนประชากรท้ังส้ิน 2,747,943 คน (ก.ค.2560) เป็นเช้ือสายอาหรับ 83% และชาวยิว 17%
อตั ราสว่ นประชากรจำ� แนกตามอายุ : วยั เดก็ (0-14 ป)ี 36.5% วยั รนุ่ ถงึ วยั กลางคน (15-64 ป)ี 60.01% และวยั ชรา (65 ปขี น้ึ ไป)
3.49% อายุขยั เฉลยี่ ของประชากรโดยรวม 75.2 ปี เพศชาย 73.2 ปี และเพศหญิง 77.4 ปี อตั ราการเกิด 26.3 คนต่อประชากร
1,000 คน อตั ราการตาย 3.5 คนตอ่ ประชากร 1,000 คน อตั ราการเพมิ่ ของประชากร 1.84%
ฉนวนกาซามจี ำ� นวนประชากรทง้ั สนิ้ 1,795,183 คน (ก.ค.2560) เปน็ เชอ้ื สายอาหรบั 100% อตั ราสว่ นประชากร
จ�ำแนกตามอายุ : วัยเด็ก (0-14 ปี) 44.78% วัยรุ่นถึงวัยกลางคน (15-64 ปี) 52.68% และวัยชรา (65 ปีขึ้นไป) 2.54%
อายขุ ยั เฉลย่ี ของประชากรโดยรวม 74.2 ปี เพศชาย 72.5 ปี และเพศหญงิ 75.9 ปี อตั ราการเกดิ 31.4 คนตอ่ ประชากร 1,000 คน
อตั ราการตาย 3.1 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเพมิ่ ของประชากร 2.33%
ศาสนา ในเวสต์แบงก์ อิสลาม (ส่วนใหญ่เป็นซุนนี) 80-85% ยูดาย 12-14% คริสต์ (ส่วนใหญ่เป็นกรีกออร์ทอดอกซ์)
1-2.5% และอนื่ ๆ ไม่ถึง 1% ส่วนในฉนวนกาซา อสิ ลาม (ส่วนใหญ่เปน็ ซุนน)ี 98-99% ครสิ ต์ ยูดาย และอน่ื ๆ 1-2%
ภาษา ภาษาอาหรับเปน็ ภาษาราชการ แตป่ ระชาชนสว่ นใหญส่ ามารถส่ือสารภาษาฮีบรแู ละภาษาองั กฤษไดด้ ี
การศกึ ษา อตั ราการรหู้ นงั สอื 96.9% การทเ่ี ขตเวสตแ์ บงกแ์ ละฉนวนกาซาอยภู่ ายใตก้ ารยดึ ครองของอสิ ราเอล สง่ ผลใหก้ ารศกึ ษา
ต้ังแต่ระดับต้นจนถึงอุดมศึกษาอยู่ภายใต้การจัดการของอิสราเอล การศึกษาภาคบังคับของปาเลสไตน์มีระยะ 10 ปี โดยเด็ก
ตอ้ งเข้าเรยี นเมือ่ อายุ 6 ปี จนถงึ อายุ 16 ปี เม่ือจบการศกึ ษาภาคบงั คับแล้ว มสี ิทธเิ ลือกเรยี นได้ 2 ทาง คือ สายวทิ ยาการ 2 ปี
หรอื สายวชิ าชพี 2 ปี เมอื่ จบแลว้ จงึ มสี ทิ ธเิ ขา้ เรยี นตอ่ ในระดบั วทิ ยาลยั หรอื มหาวทิ ยาลยั งบประมาณดา้ นการศกึ ษา 5.7% ของ GDP
การก่อต้ังประเทศ ปาเลสไตน์เคยอยู่ใต้การปกครองของชาวยิว โรมัน เปอร์เซีย อาหรับ แต่ปัจจุบันเผชิญกับการรุกรานของ
ชนชาตยิ วิ หรืออิสราเอล จากการทชี่ าวยิวเชื่อในพระคัมภีร์ว่า พระเจ้าได้ประทานดินแดนแห่งนใ้ี ห้เป็นมาตภุ มู ิของชาวยิว ดังนน้ั
เมือ่ ปี 2440 ชาวยวิ ในสหรัฐฯ และยุโรปจึงรวมตวั กนั ต้งั องค์การยิวสากล หรือไซออนนิสต์ (Zionist) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่ง
ชาวยวิ กลบั ไปตง้ั ถนิ่ ฐานและสรา้ งชาตยิ วิ ขนึ้ ใหมใ่ นปาเลสไตน์ จนนำ� ไปสกู่ ารสถาปนารฐั ยวิ หรอื อสิ ราเอลขนึ้ บนดนิ แดนปาเลสไตน์
ได้ส�ำเร็จเม่ือปี 2491 ด้วยเหตุน้ี จึงเกิดขบวนการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยรัฐปาเลสไตน์ท่ีเรียกว่า “องค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์”
(Palestine Liberation Organization-PLO) ภายใต้การน�ำของนายยัสเซอร์ อาราฟัต (ยาซิร อะเราะฟาต) และประกาศต้ัง
รัฐเอกราชปาเลสไตน์เม่ือ 15 พ.ย.2531 ส่งผลให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ จนกระทั่งมีการลงนามใน
“ขอ้ ตกลงสนั ตภิ าพออสโล ฉบบั ที่ 1” เมอ่ื ปี 2536 ทถ่ี อื เปน็ การยอมรบั วา่ มดี นิ แดนปกครองตนเองทชี่ อ่ื ปาเลสไตนใ์ นเวสตแ์ บงก์
และฉนวนกาซา อกี ทั้งคาดหวังวา่ จะนำ� ไปสกู่ ารจดั ตั้งรฐั ปาเลสไตนใ์ นอนาคตไดส้ �ำเรจ็ จนกระทง่ั เมอ่ื 29 พ.ย.2555 ท่ปี ระชุม
สมชั ชาสหประชาชาตไิ ดผ้ า่ นขอ้ มตทิ ี่ 67/19 ยกสถานะปาเลสไตนจ์ ากองคก์ รผสู้ งั เกตการณ์ (observer entity) เปน็ รฐั ผสู้ งั เกตการณ์
ถาวรทมี่ ใิ ชส่ มาชกิ (non-member permanent observer state) ซงึ่ ถอื เปน็ การรบั รองโดยปรยิ ายวา่ ปาเลสไตนม์ สี ถานะเปน็ รฐั
ปจั จุบนั มีประเทศกว่า 130 ประเทศทัว่ โลกทป่ี ระกาศรับรองสถานะของรัฐปาเลสไตน์

ข้อมลู พน้ื ฐานของตา่ งประเทศ 2562 514

วนั ชาติ 15 พ.ย.
การเมอื ง ความขดั แยง้ ระหวา่ งกลมุ่ ฟตั ตะหภ์ ายใตก้ ารนำ� ของนายมะหม์ ดู อบั บาส กบั กลมุ่ ฮะมาสภายใตก้ ารนำ� ของนายอสิ มาอลี
ฮะนียะฮ์ ที่เกดิ ขึน้ เมื่อปี 2550 ส่งผลให้การปกครองของปาเลสไตนถ์ กู แบง่ ออกเป็น 2 สว่ นโดยพฤตินัยมาตลอด เน่อื งจากเขต
เวสตแ์ บงกอ์ ยภู่ ายใตก้ ารควบคมุ ของกลมุ่ ฟตั ตะห์ ขณะทฉี่ นวนกาซาอยภู่ ายใตก้ ารควบคมุ ของกลมุ่ ฮะมาส โดยทงั้ เขตเวสตแ์ บงก์
และฉนวนกาซาตา่ งกม็ ผี นู้ ำ� คณะผบู้ ริหารของตนเอง จนกระทง่ั เมอื่ 2 ม.ิ ย.2557 ทงั้ 2 กลมุ่ สามารถยตุ ิความขดั แยง้ ทีม่ ตี ่อกนั
ดว้ ยการลงนามขอ้ ตกลงจดั ตงั้ รฐั บาลแหง่ ชาตริ ว่ มกนั ตอ่ มา เมอ่ื 17 ม.ิ ย.2558 นายรอมี ฮมั ดลั ลอฮ์ นรม.ขณะนน้ั ประกาศลาออก
ประกอบกบั กลมุ่ ฟตั ตะหแ์ ละกลมุ่ ฮะมาสมคี วามคดิ เหน็ ไมต่ รงกนั ประธานาธบิ ดมี ะหม์ ดู อบั บาส จงึ ตดั สนิ ใจยตุ บิ ทบาทรฐั บาลแหง่ ชาติ
ชดุ ดงั กลา่ วและจดั ตง้ั รฐั บาลชดุ ใหมโ่ ดยเปน็ การดำ� เนนิ การฝา่ ยเดยี วทก่ี ลมุ่ ฮะมาสไมย่ อมรบั อยา่ งไรกด็ ี เมอื่ 17 ก.ย.2560 กลมุ่ ฮะมาส
ตดั สนิ ใจยบุ คณะกรรมการบรหิ ารฉนวนกาซา (รฐั บาลทกี่ ลมุ่ ฮะมาสตง้ั ขน้ึ ฝา่ ยเดยี วในฉนวนกาซา) และยนิ ยอมสง่ มอบฉนวนกาซา
ให้กลับไปอยู่ในการควบคุมของรัฐบาลแห่งชาติที่ประธานาธิบดีอับบาสจัดต้ังขึ้น รวมทั้งประกาศว่าจะเข้าร่วมการเลือกต้ังทั่วไป
ทีจ่ ะจัดขน้ึ ทั้งในฉนวนกาซาและเขตเวสตแ์ บงกข์ องปาเลสไตนใ์ นอนาคต
ฝา่ ยบรหิ าร : ประธานาธบิ ดเี ปน็ ประมขุ ของชาวปาเลสไตน์ มาจากการเลอื กตง้ั โดยตรง วาระดำ� รงตำ� แหนง่ 4 ปี
ประธานาธบิ ดเี ปน็ ผแู้ ตง่ ตง้ั นรม. และ ครม. ประธานาธบิ ดคี นปจั จบุ นั คอื นายมะหม์ ดู อบั บาส ซงึ่ ไดร้ บั เลอื กใหด้ ำ� รงตำ� แหนง่ ตง้ั แต่
9 ม.ค.2548 และขยายวาระการดำ� รงตำ� แหนง่ ออกไปจนกวา่ จะจดั การเลอื กตงั้ ประธานาธบิ ดคี รง้ั ใหม่ ซง่ึ จนถงึ ขณะนย้ี งั ไมส่ ามารถ
กำ� หนดวนั เลอื กตง้ั ได้ สว่ น นรม.คนปจั จบุ นั คอื นายรอมี ฮมั ดลั ลอฮ์ ไดร้ บั การแตง่ ตงั้ โดยรฐั บาลของกลมุ่ ฟตั ตะหต์ งั้ แต่ 6 ม.ิ ย.2556
แต่ยังคงได้รับความไว้วางใจให้ด�ำรงต�ำแหน่งต่อเน่ืองมาจนถึงรัฐบาลแห่งชาติชดุ ปจั จบุ นั
ฝ่ายนติ บิ ญั ญตั ิ : รฐั สภาแบบสภาเดยี่ ว คือ สภานติ ิบญั ญตั ปิ าเลสไตน์ (Palestinian Legislative Council-PLC)
มสี มาชกิ 132 คนทม่ี าจากการเลอื กตง้ั โดยตรงของประชาชน อำ� นาจในการออกกฎหมายมอี ยา่ งจำ� กดั เฉพาะกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
กบั กจิ การพลเรอื นและการรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยภายในเทา่ นนั้ การเลอื กตงั้ สมาชกิ PLC ครง้ั หลงั สดุ จดั ขนึ้ เมอื่ 25 ม.ค.2549
และไม่สามารถจัดประชุมสภาได้ตั้งแต่ปี 2550 หลังจากเกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฟัตตะห์กับกลุ่มฮะมาสจนถึงปัจจุบัน
สว่ นการเลือกตงั้ สมาชกิ PLC ชดุ ใหม่ ยังไม่สามารถกำ� หนดวนั จัดการเลอื กตั้งไดเ้ ช่นกนั
ฝ่ายตุลาการ : มศี าลสงู สุด โดยรฐั สภามีอ�ำนาจแตง่ ต้งั คณะผูพ้ ิพากษาศาลสงู สุด
พรรคการเมอื งสำ� คญั : พรรค Fatah (Liberation Movement of Palestine) พรรค Hamas (Islamic Resistance
Movement) พรรค Martyr Abu Ali Mustafa (Popular Front for the Liberation of Palestine) พรรค Palestine Democratic
Union พรรค Palestinian People พรรค Democratic Front for the Liberation of Palestine พรรค Palestinian National
Initiative และพรรค Third Way
เศรษฐกจิ การทอี่ สิ ราเอลปดิ ลอ้ มเขตเวสตแ์ บงกแ์ ละฉนวนกาซากอ่ ใหเ้ กดิ อปุ สรรคในการเคลอื่ นยา้ ยแรงงานและสนิ คา้ เขา้ -ออก
ปาเลสไตน์ และสง่ ผลใหเ้ ศรษฐกจิ ปาเลสไตนต์ อ้ งพง่ึ พาอสิ ราเอลและเงนิ บรจิ าคจากนานาชาติ ภาคการเกษตร มผี ลผลติ ทส่ี ำ� คญั
ได้แก่ มะกอก พืชตระกูลมะนาว ผักกาด กะหล่�ำปลี ฟักทอง มะเขือเทศ ข้าวโพด องุ่น แตงโม แอปเปิ้ล ทับทิม ลูกแพร์ สาล่ี
และอนิ ทผลมั ภาคอตุ สาหกรรม สว่ นใหญเ่ ปน็ อตุ สาหกรรมขนาดเลก็ และอตุ สาหกรรมในครวั เรอื น ไดแ้ ก่ สงิ่ ทอ สบู่ นำ้� มนั มะกอก
เครื่องหนงั และของทีร่ ะลกึ ทำ� จากไมแ้ กะสลัก ซึง่ รบั งานมาจากอสิ ราเอลเป็นส่วนใหญ่
สกลุ เงนิ : ปจั จบุ นั ปาเลสไตนย์ งั ไมม่ รี ะบบเงนิ ตราเปน็ ของตนเอง เนอื่ งจากอสิ ราเอลไมย่ นิ ยอม เพราะเปน็ สงิ่ หนงึ่
ทแ่ี สดงถงึ ความเป็นเอกราช เงินตราท่ใี ช้จึงเป็นสกุลเงนิ เชคเกลของอิสราเอล และสกลุ เงนิ ดนี ารของจอร์แดน
ดชั นีเศรษฐกิจสำ� คัญ (ปี 2561)
ผลิตภณั ฑม์ วลรวมภายในประเทศ (GDP) : 8,221 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั

515 ขอ้ มูลพืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562

อตั ราการเติบโตทางเศรษฐกจิ : 3.1% (ประมาณการโดย Palestine Monetary Authority-PMA)
ดลุ บญั ชีเดนิ สะพัด : ขาดดลุ 1,444 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (โดย Central Intelligence Agency-CIA ของสหรฐั ฯ)
รายไดเ้ ฉลยี่ ตอ่ หวั ต่อปี : 1,776 ดอลลารส์ หรัฐ (ประมาณการโดย PMA)
แรงงาน : เวสต์แบงก์ 1.24 ล้านคน และฉนวนกาซา 1.24 ล้านคน (โดย CIA)
อตั ราการว่างงาน : 26.7% (โดย CIA)
อัตราเงนิ เฟอ้ : เวสตแ์ บงก์ 0.8% และฉนวนกาซา 2.9% (โดย CIA)
ดลุ การคา้ ระหวา่ งประเทศ : ขาดดลุ 4,521 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั (โดย CIA)
มลู คา่ การส่งออก : 1,955 ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ (โดย CIA)
สนิ คา้ ส่งออกส�ำคญั ได้แก่ หิน มะกอก ผกั ผลไม้ ดอกไม้ ปลา และหินปูน
มูลคา่ การนำ� เขา้ : 6,476 ลา้ นดอลลาร์สหรฐั (โดย CIA)
สนิ คา้ นำ� เข้าส�ำคัญ : อาหาร สินคา้ บริโภค วัสดกุ อ่ สรา้ ง ปิโตรเลียม และเคมภี ณั ฑ์
ประเทศคคู่ ้า : อสิ ราเอล จอรแ์ ดน และอียิปต์
การทหาร กองก�ำลังรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Forces-NSF) เป็นกองก�ำลังก่ึงทหารของรัฐบาล
มสี ถานะเปน็ กองกำ� ลงั แหง่ ชาติ จดั ตง้ั ขนึ้ ตง้ั แตป่ ี 2536 กำ� ลงั พลประมาณ 10,000 คน สว่ นใหญม่ าจากกองทพั ปลดปลอ่ ยปาเลสไตน์
(Palestinian Liberation Army-PLA) ซงึ่ เปน็ ปกี ทางทหารขององคก์ ารปลดปลอ่ ยปาเลสไตน์ (PLO) ภารกจิ ของ NSF ในปจั จบุ นั
ไดแ้ ก่ การรกั ษาความมน่ั คงภายใน ปราบปรามสมาชกิ กลมุ่ ตดิ อาวธุ ตา่ ง ๆ และรกั ษาความปลอดภยั ของประธานาธบิ ดแี ละผนู้ ำ�
ระดบั สงู ผบ.NSF คนปจั จุบนั คอื พล.ต.นดิ ัล อบู ดุคอน
นอกจากน้ี ยังมีกองก�ำลังความม่ันคงอ่ืน ๆ ที่มีสายบังคับบัญชาแยกต่างหากจาก NSF เช่น หน่วยข่าวกรอง
ตา่ งประเทศ (Palestinian General Intelligence Service) ไมท่ ราบจำ� นวนกำ� ลงั พล หนว่ ยขา่ วกรองในประเทศ (Palestinian
Preventive Security) ประมาณ 4,000 คน กองกำ� ลงั ตำ� รวจ 9,000 นาย กองกำ� ลงั พเิ ศษ (Special Force) ประมาณ 1,200 นาย
กองกำ� ลงั พทิ กั ษป์ ระธานาธบิ ดี (Presidential Guard) ประมาณ 3,000 นาย หนว่ ยขา่ วกรองทหาร (Military Intelligence) และ
หนว่ ยประสานภารกจิ ทางทหาร (Military Liaison) ไมท่ ราบจำ� นวน กองกำ� ลงั ปอ้ งกนั ภยั ฝา่ ยพลเรอื น (Civil Defense) ประมาณ
1,000 คน
อย่างไรก็ดี ปาเลสไตน์ยังมีกองก�ำลังติดอาวุธที่ส�ำคัญท่ีไม่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหน่ึงในกองก�ำลังของรัฐบาล คือ
กองกำ� ลงั ตดิ อาวธุ ของกลมุ่ ฮะมาสซงึ่ เปน็ พรรคการเมอื งหนง่ึ ของปาเลสไตน์มกี ำ� ลงั พลประมาณ 15,000-20,000 นาย ยทุ โธปกรณส์ ำ� คญั
ไดแ้ ก่ จรวด รนุ่ Qassam และ Grad เครอ่ื งยงิ ลกู ระเบดิ และเครอ่ื งยงิ อาวธุ ปลอ่ ยแบบประทบั บา่ รนุ่ Malyutka โดยกองกำ� ลงั
ดงั กล่าวเปน็ กองก�ำลังหลกั ท่ีควบคุมฉนวนกาซาอยจู่ นถึงปจั จุบนั
ปัญหาด้านความม่นั คง
การท่ีอิสราเอลยังไม่ยอมยุติการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ รวมทั้งสหรัฐฯ ประกาศรับรองนครเยรูซาเลมเป็น
เมืองหลวงของอิสราเอลเมื่อ 6 ธ.ค.60 และผลักดันแผนการเปล่ียนแปลงสถานะของปาเลสไตน์ที่เรียกว่า “Deal of the
Century” เปน็ ปจั จยั สำ� คญั ท่ที ำ� ใหเ้ กิดการเผชิญหนา้ ทางทหารระหวา่ งกลมุ่ ตดิ อาวธุ ในปาเลสไตน์ เฉพาะอยา่ งยง่ิ กลมุ่ ฮะมาสและ
กลมุ่ ตดิ อาวธุ อนื่ ๆ ในฉนวนกาซากบั กองทพั อสิ ราเอลอยเู่ ปน็ ระยะ และปญั หาความขดั แยง้ บรเิ วณแนวรอยตอ่ ระหวา่ งอสิ ราเอลกบั
ปาเลสไตน์ ทงั้ ในฉนวนกาซาและเวสตแ์ บงก์ ซง่ึ นำ� ไปสกู่ ารใชก้ ำ� ลังตอบโต้ระหว่างกันและท�ำใหค้ วามสมั พนั ธ์ตงึ เครียดย่ิงขึ้น
สมาชกิ องคก์ ารระหว่างประเทศ ไดแ้ ก่ UNCTAD, UNESCO, UNIDO, OIC, ICC, OPCW, Arab League และ Interpol
นอกจากน้ี ยังมีสถานะเป็นรฐั ผ้สู งั เกตการณ์ของ UN และ UNGA

ขอ้ มูลพ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562 516

วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ประสานความรดู้ า้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และนวตั กรรม ทงั้ ของภาครฐั และเอกชน เพอื่ สง่ เสรมิ
ความเจรญิ กา้ วหนา้ ทางเศรษฐกจิ และแขง่ ขนั กบั สงั คมโลก โดยไดร้ บั การชว่ ยเหลอื และสนบั สนนุ จากกลมุ่ มติ รประเทศ อยา่ งไรกต็ าม
ปาเลสไตนย์ งั ขาดแคลนเงินทนุ และบุคลากรทม่ี คี วามรทู้ างวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เน่อื งจากความไม่สงบภายในดินแดน
การขนสง่ และโทรคมนาคม มที า่ อากาศยานท่ีเวสต์แบงก์ 2 แห่ง และท่ีฉนวนกาซา 1 แห่ง มีท่าเรือส�ำคัญทฉ่ี นวนกาซา 1 แหง่
ถนน 4,686 กม. โดยอสิ ราเอลตงั้ ดา่ นตรวจบนถนนสายตา่ ง ๆ หรอื มกี ารปดิ กน้ั ถนน ดา้ นโทรคมนาคม มโี ทรศพั ทพ์ นื้ ฐาน 432,000
เลขหมาย โทรศพั ทเ์ คลอื่ นที่ 3.713 ลา้ นเลขหมาย รหสั โทรศพั ทท์ างไกลระหวา่ งประเทศ +970 จำ� นวนผใู้ ชบ้ รกิ ารอนิ เทอรเ์ นต็
2.673 ลา้ นคน รหสั อนิ เทอร์เนต็ .ps
การเดินทาง การบนิ ไทยไม่มเี ทย่ี วบนิ ตรงไปยังปาเลสไตน์ ขณะทีส่ ายการบนิ ปาเลสไตนป์ จั จุบันปดิ ด�ำเนินการ การเดินทางไป
ปาเลสไตน์จึงต้องใช้สายการบินอิสราเอล และเดินทางจากอิสราเอลทางรถเพื่อเข้าสู่ปาเลสไตน์ ซ่ึงอาจต้องขออนุญาตจาก
ทางการอิสราเอลก่อน เวลาท่ปี าเลสไตน์ช้ากวา่ ไทย 5 ชว่ั โมง
สถานการณส์ �ำคัญที่นา่ ตดิ ตาม
1) ความพยายามในการฟน้ื ฟแู ละผลกั ดนั การเจรจาสนั ตภิ าพระหวา่ งอสิ ราเอลกบั ปาเลสไตนข์ องสหรฐั ฯ สหภาพยโุ รป
สหประชาชาติ รัสเซยี และอียิปต์
2) ท่าทีและการตอบโต้ของปาเลสไตน์ต่อการประกาศรับรองนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลและ
การเดนิ หนา้ โนม้ นา้ วใหผ้ นู้ ำ� ประเทศอาหรบั ใหย้ อมรบั แผนการ Deal of the Century ของสหรฐั ฯ เพอื่ เปลย่ี นแปลงสถานะของ
ปาเลสไตนใ์ นมติ ติ า่ ง ๆ โดยอา้ งวา่ เปน็ แผนการทจ่ี ะสรา้ งสนั ตภิ าพระหวา่ งปาเลสไตนก์ บั อสิ ราเอล
3) การแสวงหาแนวทางใหมใ่ นการแกไ้ ขปญั หาขดั แยง้ ระหวา่ งปาเลสไตนก์ บั อสิ ราเอล และแสวงหาการยอมรบั จาก
ประชาคมระหวา่ งประเทศว่า ปาเลสไตนม์ สี ถานะเป็นรฐั หลงั สหรัฐฯ เข้าข้างอิสราเอล โดยหันไปพ่ึงพาองคก์ รระหว่างประเทศ
เฉพาะอยา่ งยงิ่ การเขา้ เปน็ สมาชกิ ศาลอาญาระหวา่ งประเทศ (International Criminal Court-ICC) และยน่ื เรอื่ งให้ ICC สบื สวน
อิสราเอลกรณกี ่ออาชญากรรมสงครามต่อผู้ประทว้ งชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา
4) ความพยายามร้ือฟื้นกระบวนการปรองดองและจัดต้ังรัฐบาลแห่งชาติปาเลสไตน์ระหว่างกลุ่มฟัตตะห์กับ
กลมุ่ ฮะมาสโดยมอี ยี ปิ ตเ์ ปน็ ผไู้ กลเ่ กลยี่ เพอ่ื เตรยี มการไปสกู่ ารจดั การเลอื กตงั้ ประธานาธบิ ดแี ละการเลอื กตงั้ ทวั่ ไปในอนาคต
ความสมั พนั ธ์ไทย-ปาเลสไตน์
ไทยและปาเลสไตนย์ งั อยใู่ นชว่ งเรม่ิ ตน้ ของการพฒั นาความสมั พนั ธท์ างการทตู ระหวา่ งกนั โดยไทยรบั รองรฐั ปาเลสไตน์
ตามมติ ครม. เมอ่ื 29 พ.ย.2554 กอ่ นทคี่ ณะผแู้ ทนถาวรไทย/UN ณ นวิ ยอรก์ สหรฐั ฯ มหี นงั สอื แจง้ การตดั สนิ ใจอยา่ งเปน็ ทางการ
เมอ่ื 17 ม.ค.2555 และเมอื่ 11 ก.ค.2555 นายรยี าฎ อลั มาลกิ ี รมว.กต.ปาเลสไตน์ ซงึ่ เดนิ ทางมารว่ มการประชมุ United Nations
Asian Pacific Meeting in Support of Israeli-Palestinian Peace ท่กี รงุ เทพฯ (ระหว่าง 10-12 ก.ค.2555) ได้พบหารอื กบั
นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผช.รมว.กต.ไทย และตกลงร่วมกันว่า ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน
ตง้ั แต่ 1 ส.ค.2555 โดยไทยมอบหมายให้ สอท. ณ กรงุ อมั มาน จอรแ์ ดน มเี ขตอาณาครอบคลมุ ปาเลสไตน์ และเมอ่ื 12 ก.พ.2556
ท่ปี ระชมุ ครม.มีมตริ ับรอง ออท.ปาเลสไตน์ประจ�ำประเทศไทย โดยมถี ่ินพำ� นักทก่ี รุงกวั ลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ดแู ลเขตอาณาไทย
เปน็ การชว่ั คราว จนกวา่ จะมกี ารเปดิ สอท.ถาวรในแตล่ ะฝา่ ยตอ่ ไป ดา้ นการทอ่ งเทยี่ วเมอื่ ปี 2560 มชี าวปาเลสไตนเ์ ดนิ ทางเขา้ ไทย
1,039 คน ขณะทปี่ ระธานาธบิ ดมี ะหม์ ดู อบั บาส ของปาเลสไตน์ เคยเยอื นไทยอยา่ งเปน็ ทางการในฐานะแขกของรฐั บาล ระหวา่ ง
19-20 ก.พ.2559 โดยถือเป็นการเยือนของผู้แทนระดับสูงสุดของท้ัง 2 ฝ่ายเป็นครั้งแรก ด้านการค้าระหว่างกัน เม่ือปี 2560
มีมูลค่า 92,320 ล้านบาท (2,820 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากการส่งออกของไทยทั้งหมด โดยมีสินค้าส่งออกที่ส�ำคัญ ได้แก่
อาหารทะเลกระปอ๋ งและแปรรปู และผลไม้กระป๋องและแปรรูป

517 ขอ้ มลู พนื้ ฐานของต่างประเทศ 2562

นายมะห์มดู อบั บาส
(Mahmoud Abbas)

ต�ำแหน่ง ประธานาธบิ ดีปาเลสไตน์

เกิด 26 ม.ี ค.2478 (อายุ 84 ป/ี ปี 2562) ทเี่ มอื งซาเฟด ในปาเลสไตน์ นายมะหม์ ดู อบั บาส และครอบครวั หลบหนี
ไปยังซเี รยี ระหวา่ งช่วงสงครามอาหรับ-อสิ ราเอลเม่ือปี 2491

ศาสนา อิสลาม (ซนุ น)ี

การศึกษา ระดับปรญิ ญาตรดี ้านกฎหมายจาก University of Damascus ในซีเรีย
ระดับปริญญาเอกจาก Patrice Lumumba University ในกรุงมอสโก รัสเซีย โดยท�ำสารนิพนธ์เรื่อง
The Other Side : The Secret Relationship between Nazism and Zionism

สถานภาพทางครอบครวั สมรสกบั นางอะมนี ะฮ์ อบั บาส และมบี ตุ รชาย 3 คน คอื 1) นายมาซนิ อบั บาส เจา้ ของบรษิ ทั กอ่ สรา้ ง
ในกรงุ โดฮา กาตาร์ ซงึ่ เสยี ชวี ติ แลว้ ดว้ ยโรคหวั ใจ ทก่ี าตาร์ เมอ่ื ปี 2545 ขณะอายุ 42 ปี 2) นายยาซริ อบั บาส
นักธุรกิจ ไดร้ บั สญั ชาติแคนาดา และ 3) นายฏอริก อับบาส นกั ธุรกิจ

ประวตั ทิ างการเมือง
ปี 2504 เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มฟัตตะห์ ซึ่งก่อตั้งโดยนายยัสเซอร์ อาราฟัต (ยาซิร อะเราะฟาต) และได้รับมอบหมาย
ใหเ้ ปน็ ผู้ประสานงานกบั สมาชิกฟัตตะหท์ ่ีอยู่ในประเทศรอบอา่ วอาหรบั
ปี 2536 เป็นผูล้ งนามในนามของ PLO ในข้อตกลงสันตภิ าพกับอิสราเอล
ปี 2538 ตีพมิ พบ์ นั ทึกเรื่อง Through Secret Channels : The Road to Oslo
ปี 2546 แสดงบทบาทในฐานะผู้น�ำปาเลสไตน์โดยพฤตินัย หลังจากอิสราเอลและสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะเจรจากับ
นายยสั เซอร์ อาราฟตั
มี.ค.2546 ได้รับแตง่ ตงั้ เป็น หน.คณะผบู้ รหิ ารปาเลสไตน์ (เทียบเทา่ นรม.)
ต.ค.2546 ลาออกจากต�ำแหน่ง หน.คณะผู้บริหารปาเลสไตน์
ปี 2548 ไดร้ บั เลอื กตงั้ ใหด้ ำ� รงตำ� แหนง่ ประธานคณะผบู้ รหิ ารปาเลสไตน์ (President of the Palestinian National
Authority ซง่ึ เทียบเทา่ ประธานาธบิ ด)ี เม่อื 9 ม.ค.2548 และสาบานตนเขา้ รบั ตำ� แหน่งอยา่ งเปน็ ทางการ
เมอื่ 15 ม.ค.2548
ปี 2552-ปจั จุบนั ครบวาระด�ำรงต�ำแหน่งประธานาธิบดีเม่ือ 9 ม.ค.2552 แต่ขยายวาระการด�ำรงต�ำแหน่งของตนออกไปอีก
1 ปี จนถงึ ม.ค.2553 อย่างไรก็ดี นายอบั บาส ยงั คงอย่ใู นตำ� แหนง่ จนถึงปัจจบุ ัน แม้วา่ จะครบกำ� หนดการ
ขยายวาระดังกล่าวแลว้ ก็ตาม

-------------------------------------

ขอ้ มลู พนื้ ฐานของต่างประเทศ 2562 518

คณะรัฐมนตรปี าเลสไตน์

ประธานาธิบดี Mahmoud Abbas
นรม. Rami Hamdallah
รอง นรม. Ziad Abu Amr
รอง นรม.คนที่ 2 Nabil Abu Rudeineh
รมว.กระทรวงมหาดไทย Rami Hamdallah
รมว.กระทรวงวฒั นธรรม Ehab Bseiso
รมว.กระทรวงเศรษฐกจิ แห่งชาต ิ Abeer Odeh
รมว.กระทรวงการคลัง Shukri Bishara
รมต.แหง่ รัฐด้านการวางแผน Shukri Bishara
รมว.กระทรวงการตา่ งประเทศ Riyad al-Maliki
รมว.กระทรวงยตุ ธิ รรม Ali Abu Diak
รมว.กระทรวงกิจการเยรูซาเลม Adnan al-Husseini
รมว.กระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและโบราณคดี Rula Maaya
รมว.กระทรวงสาธารณสขุ Jawad Awwad
รมว.กระทรวงศกึ ษาธิการและอุดมศึกษา Sabri Saidam
รมว.กระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร Allam Said Musa
รมว.กระทรวงคมนาคม Samih Al-Abed
รมว.กระทรวงโยธาธกิ ารและการเคหะ Mofeed Al-Hasayneh
รมว.กระทรวงเกษตร Sufian Sultan
รมว.กระทรวงพัฒนาสังคม Ibrahim Al-Shaer
รมว.กระทรวงกิจการสตร ี Haifa Fahmi Hafez Agha
รมว.กระทรวงแรงงาน Ma’moon Abdul Hadi Hassan Abu Shahla
รมว.กระทรวงการปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ Hussein Al-Araj
รมว.กระทรวงศาสนสมบตั แิ ละกจิ การศาสนา Youssef Ideiss
รมว.กระทรวงกจิ การพลเรอื น Hussein al Sheikh
รมว.กระทรวงสารนเิ ทศ Nabil Abu Rudeineh

-------------------------------------
(ก.ย.2561)

519 ข้อมูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562

สาธารณรฐั เปรู
(Republic of Peru)

เมืองหลวง ลิมา

ทต่ี ั้ง ทวีปอเมริกาใต้ ด้านฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ระหว่างเอกวาดอร์และชิลี มีพื้นท่ี 1,285,216 ตร.กม.
(ใหญเ่ ปน็ อนั ดับ 3 ในทวปี อเมริกาใต้ รองจากบราซลิ และอารเ์ จนตนิ า)

อาณาเขต ทศิ เหนือ ติดกับเอกวาดอร์ (1,529 กม.) และโคลอมเบีย (1,494 กม.)
ทิศตะวนั ตก ตดิ กับมหาสมทุ รแปซฟิ ิก (2,414 กม.)
ทิศตะวนั ออก ติดกบั บราซลิ (2,659 กม. และโบลเิ วีย (1,212 กม.)
ทิศใต ้ ตดิ กบั ชิลี (168 กม.)

ภมู ิประเทศ เปรถู กู ขนาบดว้ ยมหาสมทุ รแปซฟิ กิ ทางตะวนั ตก และเทอื กเขา Andes ทางดา้ นตะวนั ออก พนื้ ทใ่ี นประเทศแบง่ ตาม
สภาพภมู ศิ าสตรอ์ อกเปน็ 1) The costa (ชายฝง่ั ทะเล) ทางตะวนั ตกเปน็ พนื้ ทรี่ าบแคบ รอ้ นแหง้ แลง้ มเี ขตหบุ เขาทเี่ กดิ จากการ
กัดเซาะของแม่น้�ำ 2) The sierra (เขตท่ีราบสูง) ใน the Andes ท่ีราบสูง Altiplano และ Huascarán ซ่ึงเป็นจุดสูงที่สุด

ข้อมลู พืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562 520

ภายในประเทศ (6,768 เมตร) และ 3) the selva (ป่าฝน) มีพื้นที่ครอบคลุมป่าฝนอะแมซอน ทางตะวันออกของประเทศ
พื้นท่ี 60% ของประเทศอยู่ในภูมิภาคน้ี แหล่งต้นน้�ำของเปรูส่วนใหญ่อยู่ในเขตเทือกเขา Andes ไหลลงมายังท่ีราบลงไปยัง
มหาสมุทรแปซิฟิก ขณะที่แม่น�้ำอะแมซอนเป็นแหล่งน�้ำขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ แม่น้�ำท่ียาวท่ีสุดในเปรูคือแม่น้�ำ Ucayali
แม่น�้ำ Marañón, Putumayo, Yavar, Huallaga, Urubamba, Mantaro และอะเมซอน
ภมู อิ ากาศ เปรทู ม่ี สี ภาพภมู อิ ากาศทห่ี ลากหลาย เนอ่ื งจากตงั้ อยใู่ นเขตปา่ ฝน มเี ทอื กเขาสงู ภมู ปิ ระเทศทแ่ี ตกตา่ งกนั ถงึ 3 แบบ
บวกกบั สภาพอากาศแปรปรวน (ปรากฏการณ์ Humboldt และ El Niño) พนื้ ทชี่ ายฝง่ั ทะเลมอี ากาศอบอนุ่ ฝนตกนอ้ ย ความชนื้ สงู
ยกเว้นในช่วงฤดฝู น ท่อี ากาศจะอ่นุ ขน้ึ และมีลมฝนพัดมาจากทางเหนือ เขตภูเขา มฝี นตกในชว่ งฤดรู อ้ น อุณหภมู แิ ละความชื้นจะ
ลดลงตามระดบั ความสงู ของเทอื กเขา Andes ขณะทเ่ี ขตอะแมซอนในเปรมู ฝี นตกหนกั อณุ หภมู สิ งู กวา่ พน้ื ทส่ี ว่ นอนื่ ๆ พน้ื ทตี่ อนใต้
ของประเทศมอี ากาศหนาวและฝนตกหนกั ความหลากหลายของสภาพอากาศทำ� ใหเ้ ปรมู คี วามหลากหลายทางพนั ธกุ รรมพชื และสตั ว์
ประชากร 31.036 ลา้ นคน ประกอบดว้ ยชาวอนิ เดยี นพนื้ เมอื ง 45% คน เมสตโิ ซ (ลกู ผสมระหวา่ งชาวยโุ รปและชาวพน้ื เมอื ง)
37% คนผวิ ขาว 15% คนผวิ ดำ� เอเชีย (ญ่ีปนุ่ และจีน) และอน่ื ๆ 3% อตั ราสว่ นประชากรจำ� แนกตามอายุ : อายุ 0-14 ปี 26.31%
อายุ 15-24 ปี 18.31% อายุ 25-54 ปี 40.19% อายุ 55-64 ปี 7.78% อายุ 65 ปแี ละมากกวา่ นนั้ 7.41% อายุเฉลีย่ ของประชากร
โดยรวม 74 ปี เพศชาย 71.9 ปี เพศหญิง 76.1 ปี อตั ราการเกิด 17.8 คนต่อประชากร 1,000 คน อัตราการเสียชีวติ 6.1 คนต่อ
ประชากร 1,000 คน อตั ราการเพ่ิมของประชากร 0.95%
ศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 81.3% Evangelical (นิกายย่อยของคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์) 12.5%
ศาสนาอ่ืน ๆ 3.3% ไมร่ ะบุหรือไม่มีศาสนา 2.9%
ภาษา ภาษาสเปน 84.1% ภาษา Quechua 13% และภาษา Aymara 1.7% เป็นภาษาราชการ นอกจากน้ี
ยังมีการใช้ภาษา Ashaninka 0.3% ภาษาทอ้ งถิ่นท่ใี ชใ้ นแถบอะแมซอน 0.7% และอ่ืนๆ (รวมถงึ ภาษาต่างประเทศ) 0.2%
การศึกษา ประชากรอายตุ งั้ แต่ 15 ปขี น้ึ ไปสามารถอา่ นออกและเขยี นได้ อตั ราการรหู้ นงั สอื 94.2% ชาย 97.2% หญงิ 94.3%
งบประมาณด้านการศึกษาประมาณ 3.8 ของ GDP การศึกษาในเปรูแบ่งเป็น 5 ระดับคือ 1) ก่อนวัยเรียน
2) ประถมศกึ ษา 3) มธั ยมศกึ ษา 4) อาชวี ศกึ ษาและ 5) มหาวทิ ยาลยั การศกึ ษาภาคบงั คบั ตงั้ แตร่ ะดบั ประถมศกึ ษาถงึ มธั ยมศกึ ษา
รวม 13 ปี
การก่อต้ังประเทศ เปรใู นยุคโบราณ คือ อาณาจกั รอนิ คาเปน็ อาณาจักรท่ีมอี ทิ ธิพลและความเจรญิ สงู สดุ แต่ล่มสลายไปหลงั การ
ปกครองของสเปนเม่ือปี 2076 เปรูประกาศเอกราชจากสเปนเมื่อปี 2364 แต่ยังคงมีการสู้รบกับทหารสเปนจนถึงปี 2367
หลงั ปกครองโดยทหารมานานเปรกู ลบั ไปปกครองในระบอบประชาธิบไตยเมอ่ื ปี 2523
วันชาต ิ 28 ก.ค.
การเมอื ง เปรูปกครองแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดเี ปน็ ประมุข
ฝา่ ยบรหิ าร : ประธานาธบิ ดเี ปน็ ประมขุ รฐั และหวั หนา้ รฐั บาล มาจากการเลอื กตงั้ โดยตรง วาระการดำ� รงตำ� แหนง่

521 ข้อมูลพื้นฐานของตา่ งประเทศ 2562

5 ปี และไมเ่ กนิ 2 สมยั แตล่ า่ สดุ เมอ่ื 23 ม.ี ค.61 นาย Martin Alberto VIZCARRA Cornejo จากพรรค Peruanos Por el Kambio
ไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากวฒุ สิ ภาใหเ้ ขา้ รบั ตำ� แหนง่ แทนอดตี ประธานาธบิ ดี Pedro Pablo KUCZYNSKI Godard ซงึ่ ลาออกจากตำ� แหนง่
เมอ่ื 23 ม.ี ค.2561 การเลอื กต้งั คร้งั ต่อไปจะจัดขึน้ ใน เม.ย.2564
ฝ่ายนิติบัญญัติ : เปรูมีสภาเดียวคือ Democratic Constituent Congress ประกอบด้วยสมาชิก 130 คน
มาจากการเลือกต้งั วาระ 5 ปี การเลอื กตง้ั คร้งั ล่าสดุ เม่อื 10 เม.ย.2561 การเลอื กตั้งครงั้ ต่อไปจะมขี ึน้ ใน เม.ย.2564
ฝ่ายตุลาการ : ศาลสูงสุด (Supreme Court of the Republic) เป็นศาลกลางมีขอบเขตอ�ำนาจทั่วประเทศ
ประกอบดว้ ยผพู้ ิพากษา 16 คน ซ่งึ แตง่ ต้ังโดยประธานาธิบดีและรับรองโดยวุฒสิ ภา วาระการด�ำรงต�ำแหน่งตลอดชพี หรอื จนถึง
อายุ 70 ปี ศาลประจ�ำรัฐ (Superior Courts) และศาลจงั หวัด (Courts of First Instance)
พรรคการเมือง : พรรค Alliance for Progress (Alianza para el Progreso-APP) มีนาย Cesar ACUNA
Peralta เป็นหวั หน้าพรรค พรรค American Popular Revolutionary Alliance หรอื APRA พรรค Broad Front (Frente
Amplio หรอื El Frente Amplio por Justicia, Vida y Libertad เปน็ การรวมตวั ของพรรค Nuevo Peru ซง่ึ มานาย Veronika
Mendoza เปน็ หัวหน้าพรรค พรรค Tierra y Libertad มีนาย Marco ARANA Zegarra เปน็ หัวหนา้ พรรค และพรรค Fuerza
Social มีนาง Susana VILLARAN de la Puente เปน็ หัวหนา้ พรรค) พรรค Fuerza Popular (เดมิ คือพรรค Fuerza 2011)
มนี าง Keiko FUJIMORI Higuchi เปน็ หัวหน้าพรรค พรรค National Solidarity (Solidaridad Nacional-SN) มนี าย Luis
CASTANEDA Lossio เปน็ หัวหนา้ พรรค พรรค Peru Posible หรอื PP (a coalition of Accion Popular and Somos Peru)
มนี าย Alejandro TOLEDO Manrique อดตี ประธานาธบิ ดี เปน็ หวั หนา้ พรรค พรรค Peruvian Aprista Party (Partido Aprista
Peruano-PAP) มนี าย Javier VELAQUEZ Quesquen เปน็ หวั หนา้ พรรค พรรค Peruvian Nationalist Party มนี าย Ollanta
HUMALA เปน็ หวั หนา้ พรรค พรรค Peruvians for Change (Peruanos Por el Kambio-PPK มนี าย Pedro Pablo KUCZYNSKI
ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน เป็นหัวหน้าพรรค พรรค Popular Action (Accion Popular-AP) มีนาง Mesias GUEVARA
Amasifuen เปน็ หวั หนา้ พรรค พรรค Popular Christian Party (Partido Popular Cristiano-PPC) มนี าย Lourdes FLORES
Nano เปน็ หวั หนา้ พรรค
กลมุ่ กดดนั ทางการเมอื ง : กลมุ่ General Workers Confederation of Peru (Confederacion General de
Trabajadores del Peru-CGTP) มีนาย Mario HUAMAN เป็นหัวหน้า กลุ่ม Shining Path (Sendero Luminoso-SL)
มีนาย Abimael GUZMAN Reynoso (ถกู คมุ ขัง) เป็นหวั หนา้ และนาย Victor QUISPE Palomino (กลุ่มกบฏฝา่ ยซ้าย)
เศรษฐกิจ อตั ราการเตบิ โตทางเศรษฐกจิ ของเปรใู นชว่ งปี 2552-2556 เฉลย่ี อยทู่ ่ี 5.6% อตั ราแลกเปลย่ี นมน่ั คง อตั ราเงนิ เฟอ้ ตำ่�
(เฉล่ีย 1% - 3%) ซง่ึ เป็นผลมาจากรายได้จากการสง่ ออกโลหะและแร่ธาตุ (มสี ดั สว่ นการส่งออกประมาณ 60%) การท่เี ศรษฐกิจ
พึง่ พาการสง่ ออกโลหะและแร่ธาตุ และตอ้ งนำ� เข้าอาหาร ท�ำใหก้ ารเติบโตของเศรษฐกจิ ได้รับผลกระทบจากการขน้ึ -ลงของสนิ คา้
ในตลาดโลก ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากเมอ่ื ราคาโลหะและแรธ่ าตใุ นตลาดโลกลดตำ่� ลง การสง่ ออกในชว่ งปี 2557-2559 ก็ชะลอตัวลง แม้ว่า
เศรษฐกจิ มหภาคของเปรจู ะมคี วามมั่นคงกต็ าม
เปรเู รง่ ดำ� เนนิ การเพอ่ื ลดปญั หาความยากจน (28%) ซงึ่ เปน็ ปญั หาทา้ ทายของรฐั บาลของประธานาธบิ ดี Ollanta
HUMALA ที่พยายามก�ำหนดนโยบายสร้างความเท่าเทียมด้านรายได้ โดยช่วงปี 2557 รัฐบาลของนาย HUMALA
ก�ำหนดนโยบายเศรษฐกิจระยะสั้นจ�ำนวนมาก เพื่อเร่งกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น การปฏิรูปกฎหมายสิ่งแวดล้อม
เพอ่ื ดงึ ดดู การลงทนุ ภาคอตุ สาหกรรมเหมอื งแรจ่ ากตา่ งประเทศ แตป่ ี 2558 การลงทนุ ในอตุ สาหกรรมเหมอื งแรต่ กตำ�่ ลง เนอื่ งจาก
ราคาแร่ธาตุในตลาดโลกตกต�่ำ รัฐบาลของนาย HUMALA เร่งด�ำเนินนโยบายการค้าเสรีด้วยการลงนามความตกลงการค้าเสรี
กับสหรฐั ฯ แคนาดา สงิ คโปร์ จนี เกาหลใี ต้ เม็กซโิ ก ญีป่ ุน่ สหภาพยุโรป ชลิ ี ไทย คอสตาริกา ปานามา และเวเนซเุ อลา เรม่ิ เจรจา

ขอ้ มูลพ้ืนฐานของต่างประเทศ 2562 522

การคา้ เสรี Trans-Pacific Partnership รวมถึงฮอนดรู สั เอลซลั วาดอร์ อินเดีย อินโดนีเซีย และตรุ กี ตั้งกลุ่ม Pacific Alliance
รว่ มกบั ชลิ ี โคลอมเบยี และเมก็ ซโิ ก เพอื่ เขา้ ถงึ แหลง่ เงนิ ทนุ การบรกิ ารและความสะดวกในการเดนิ ทางของประชาชน รวมถงึ การที่
US-Peru Trade Promotion Agreement มีผลบังคับใช้เมื่อ ก.พ.2552 ท�ำให้มูลค่าการค้าระหว่างสหรัฐฯ และเปรูเพิ่มขึ้น
อย่างรวดเร็ว
สกลุ เงิน : (PEN) อตั ราแลกเปล่ยี น 1 ดอลลารส์ หรัฐ : 3.31 Peruvian Nuevo Sol (PEN)
ดัชนีเศรษฐกจิ สำ� คัญ (ปี 2561)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 215,200 ล้านดอลลารส์ หรัฐ
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกจิ : 2.5%
ดลุ บญั ชีเดนิ สะพัด : ขาดดลุ 2,716 ล้านดอลลาร์สหรฐั
หนต้ี า่ งประเทศ : 70,090 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หน้ีสาธารณะ : 25.5% ของ GDP
ทุนส�ำรองตา่ งประเทศ : 61,340 ล้านดอลลารส์ หรฐั
รายไดเ้ ฉล่ยี ต่อหวั ตอ่ ปี : 13,300 ดอลลาร์สหรฐั
แรงงาน : 17.03 ล้านคน
อตั ราการว่างงาน : 6.7%
อตั ราเงนิ เฟ้อ : 2.8%
ดุลการคา้ ระหว่างประเทศ : ไดเ้ ปรียบดุลการคา้ 3,670 ล้านดอลลาร์สหรฐั
มูลคา่ การส่งออก : 42,470 ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ
สนิ คา้ สง่ ออก : ทองแดง ทองคำ� สังกะสี ดบี กุ แร่เหลก็ แร่ โมลิบดีนัม แรเ่ งิน น้ำ� มันดบิ และผลิตภณั ฑ์ปิโตรเลยี ม กา๊ ซธรรมชาติ
กาแฟ หนอ่ ไม้ฝรงั่ และผกั ชนิดอ่ืนๆ ผลไม้สง่ิ ทอ ปลาปน่ ปลา เคมภี ณั ฑ์ เคร่อื งจกั รกล และผลติ ภัณฑท์ ่ีทําจากโลหะประดิษฐแ ละ
โลหะผสม
ประเทศคคู่ ้าส�ำคัญ : จนี 26.5% สหรฐั ฯ 15.2% สวติ เซอรแ์ ลนด์ 5.2% เกาหลีใต้ 4.4% สเปน 4.1% อินเดยี 4.1%
มูลคา่ การนำ� เขา้ : 38,800 ล้านดอลลารส์ หรฐั
สนิ คา้ นำ� เขา้ : ปโิ ตรเลยี มและผลติ ภณั ฑจ์ ากปโิ ตรเลยี ม เคมภี ณั ฑ์ พลาสตกิ เครอื่ งจกั รกล รถยนต์ โทรทศั นส์ ี รถขดุ บงุ้ กเ๋ี สย (ชนดิ
power shovels) รถตกั ชนดิ เทหนา้ (front-end loaders) อปุ กรณส์ อ่ื สารโทรคมนาคมและโทรศพั ท์ เหลก็ และเหลก็ กลา้ ขา้ วสาลี
ขา้ วโพด ผลิตภัณฑจ์ ากถว่ั เหลือง กระดาษ ฝา้ ย วคั ซีนและยารกั ษาโรค
ประเทศค่คู ้าส�ำคญั : จีน 22.3% สหรฐั ฯ 20.1% บราซลิ 6% เมก็ ซโิ ก 4.4
การทหาร มีก�ำลงั พล 81,000 นาย แบ่งเปน็ กองทัพบก 47,500 นาย กองทพั เรือ 24,000 นาย (รวมกองกำ� ลังตรวจการณ์
ชายฝ่งั ) และกองทัพอากาศ 9,500 นาย ก�ำลงั รบกึ่งทหาร 188,000 นาย กำ� ลงั พลสำ� รอง 268,500 นาย ยทุ โธปกรณ์สำ� คญั
รถถัง 85 คัน รถลำ� เลยี งพลหมุ้ เกราะ 890 คนั รถถังปืนใหญ่อตั ตาจร 12 คนั ปืนใหญช่ นดิ ลาก 243 กระบอก เครือ่ งยิงจรวด
หลายลำ� กลอ้ ง 80 กระบอก เครอ่ื งบนิ 275 เครอ่ื ง เครอื่ งบนิ โจมต/ี สกดั กนั้ 28 เครอื่ ง เครอื่ งบนิ โจมตี 70 เครอื่ ง เครอ่ื งบนิ ลำ� เลยี ง
125 เครือ่ ง เคร่ืองบินฝกึ 69 เครอื่ ง เฮลคิ อปเตอร์ 98 เครอื่ ง เฮลคิ อปเตอรโ์ จมตี 16 เครื่อง เรือ 60 ลำ� เรือฟรเิ กต 7 ล�ำ
เรือ coevette 6 ล�ำ เรอื ตรวจการณช์ ายฝ่งั 6 ล�ำ เรือดำ� น้ำ� 5 ล�ำ งบประมาณดา้ นการทหาร 2,560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

523 ขอ้ มูลพืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562

สมาชกิ องค์การระหว่างประเทศและกล่มุ ความร่วมมือ APEC, BIS, CAN, CD, CELAC, EITI (compliant country), FAO,
G-24, G-77, IADB, IAEA, IBRD, ICAO, ICC (NGOs), ICCt, ICRM, IDA, IFAD, IFC, IFRCS, IHO, ILO, IMF, IMO, IMSO,
Interpol, IOC, IOM, IPU, ISO, ITSO, ITU, ITUC (NGOs), LAES, LAIA, Mercosur (associate), MIGA, MINUSTAH,
MONUSCO, NAM, OAS, OPANAL, OPCW, Pacific Alliance, PCA, SICA (observer), UN, UNAMID, UNASUR, UNCTAD,
UNESCO, UNHCR, UNIDO, Union Latina, UNISFA, UNMISS, UNOCI, UNWTO, UPU, WCO, WFTU (NGOs), WHO,
WIPO, WMO, WTO
การขนสง่ และโทรคมนาคม ทา่ อากาศยาน 191 แห่ง ใชก้ ารไดด้ ี 59 แห่ง (ท่าอากาศยานนานาชาติ 3 แหง่ คอื ท่าอากาศยาน
Rodríguez Ballón ท่าอากาศยาน Jorge Chávez และทา่ อากาศยาน Alejandro Velasco Astete) เส้นทางรถไฟระยะทาง
1,854.4 กม. ถนนระยะทาง 140,672 กม. การโทรคมนาคม : โทรศัพทพ์ น้ื ฐานใหบ้ ริการ 3.074 ล้านเลขหมาย โทรศพั ทเ์ คลือ่ นที่
36.933 ล้านเลขหมาย รหสั โทรศพั ท์ +51 จำ� นวนผใู้ ชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ 13.975 ล้านคน รหัสอินเทอร์เนต็ .pe
การเดนิ ทาง ผถู้ อื หนงั สอื เดนิ ทางทตู และราชการ และหนงั สอื เดนิ ทางธรรมดา ไดร้ บั การยกเวน้ ตรวจลงตรา (พำ� นกั ไดไ้ มเ่ กนิ 90 วนั )
หนงั สอื เดนิ ทางตอ้ งมหี นา้ วา่ งอยา่ งนอ้ ย 1 หนา้ สำ� หรบั ประทบั ตราตรวจคนเขา้ เมอื ง สามารถตดิ ตอ่ ขอตรวจลงตราหนงั สอื เดนิ ทาง
ได้ท่ี สอท.เปรู/กรุงเทพฯ
กอ่ นเดนิ ทางตอ้ งฉดี วคั ซนี ปอ้ งกนั ไขเ้ หลอื งกอ่ นการเดนิ ทางอยา่ งนอ้ ย 10 วนั และมหี ลกั ฐานการฉดี วคั ซนี ไวแ้ สดง
ระหว่างการเดนิ ทาง
ข้อพึงระวัง หากเดินทางออกจากเปรูโดยไม่มีการตรวจลงตราขาเข้า จะถูกออกค�ำสั่งศาลให้เนรเทศ ซ่ึงใช้เวลา
หลายวันและอาจไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับเข้าไปในเปรูอีก ระวังภัยจากการล่อลวง ลักขโมยจากคนขับรถรับจ้างปลอม
โดยเฉพาะทีส่ นามบินและสถานรี ถโดยสารประจ�ำทาง
ความสัมพันธ์ไทยกับเปรู
ไทยและเปรู สถาปนาความสัมพนั ธท์ างการทูตอยา่ งเป็นทางการเมอ่ื 10 พ.ย.2508 และมคี วามสัมพันธท์ ่ใี กลช้ ิด
โดยไทยเปดิ สอท. ณ กรงุ ลมิ าเมอ่ื 3 ธ.ค.2549 ขณะที่เปรเู ปดิ สอท. ณ กรุงเทพฯ เมอื่ ปี 2535 ท้งั สองประเทศมกี ารแลกเปลยี่ น
การเยือนกันสมำ�่ เสมอ ลา่ สดุ ประธานาธิบดี Ollanta Humala Tasso แห่งเปรเู ยือนไทยอย่างเป็นทางการครัง้ แรกระหวา่ ง 4-5
ต.ค.2556 และมีการลงนามความตกลงไทย-เปรู 5 ฉบับ ไดแ้ ก่ 1) สนธิสัญญาว่าด้วยการสง่ ตัวผกู้ ระทำ� ผดิ ขา้ มแดนและความรว่ ม
มือในการบังคบั ใหเ้ ป็นไปตามค�ำพพิ ากษาอาญา 2) บนั ทึกความเขา้ ใจว่าด้วยความร่วมมอื ดา้ นสาธารณสขุ 3) บนั ทกึ ความเขา้ ใจ
ระหว่างสถาบันเทคโนโลยีแหง่ ชาติ (องค์การมหาชน) กบั สถาบนั พลงั งานนิวเคลียรแ์ หง่ เปรู 4) บนั ทึกความเขา้ ใจด้านการลงทุน
ระหวา่ งสำ� นกั งาน และ 5) บนั ทกึ ความเขา้ ใจดา้ นการลงทนุ ระหวา่ งสำ� นกั งานคณะกรรมการสง่ เสรมิ การลงทนุ (BOI) กบั หนว่ ยงาน
สง่ เสรมิ การลงทุนเอกชนของเปรู (PROINVERSION) ซ่ึงจะชว่ ยสง่ เสริมให้ความสัมพันธร์ ะหวา่ ง 2 ประเทศแน่นแฟน้ ย่งิ ขึน้
การคา้ ไทยกบั เปรเู มอ่ื ปี 2560 มมี ลู คา่ รวม 16,109.63 ลา้ นบาท เปน็ มลู คา่ การสง่ ออก 11,990.47 ลา้ นบาท และมลู คา่
การนำ� เขา้ 4,119.18 ลา้ นบาท โดยไทยไดเ้ ปรยี บดลุ การคา้ เปรมู ลู คา่ 7,871.29 ลา้ นบาท สนิ คา้ สง่ ออกสำ� คญั ของไทย : รถยนตอ์ ปุ กรณแ์ ละ
สว่ นประกอบ อาหารทะเลกระปอ๋ งและแปรรปู เครอ่ื งซกั ผา้ เครอ่ื งซกั แหง้ และสว่ นประกอบ เครอ่ื งจกั รกลและสว่ นประกอบ ผลติ ภณั ฑ์
ยาง ตเู้ ยน็ ตแู้ ชแ่ ขง็ และสว่ นประกอบ เมด็ พลาสตกิ ขา้ ว เคมภี ณั ฑ์ เหลก็ เหลก็ กลา้ และผลติ ภณั ฑ์ เครอ่ื งรบั วทิ ยุ โทรทศั นแ์ ละสว่ นประกอบ
ผลติ ภณั ฑเ์ ภสชั กรรม ผลติ ภณั ฑพ์ ลาสตกิ ดา้ ยและดา้ ยเสน้ ใยประดษิ ฐ์ เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ อปุ กรณแ์ ละสว่ นประกอบ สนิ คา้ นำ� เขา้ สำ� คญั :
สนิ แรโ่ ลหะอน่ื ๆ เศษโลหะและผลติ ภณั ฑ์ สตั วน์ ำ�้ สด แชเ่ ยน็ แชแ่ ขง็ แปรรปู และกงึ่ สำ� เรจ็ รปู ผกั ผลไมแ้ ละของปรงุ แตง่ ทที่ ำ� จากผกั

ขอ้ มลู พน้ื ฐานของตา่ งประเทศ 2562 524

และผลไม้ เคมภี ณั ฑ์ เสอ้ื ผา้ สำ� เรจ็ รปู พชื และผลติ ภณั ฑจ์ ากพชื เหลก็ เหลก็ กลา้ และผลติ ภณั ฑ์ สตั วแ์ ละผลติ ภณั ฑจ์ ากสตั ว์ เครอ่ื งจกั รกล
และสว่ นประกอบ กระจก แกว้ และผลติ ภณั ฑ์ กระดาษและผลติ ภณั ฑก์ ระดาษ เนอื้ สตั วส์ ำ� หรบั บรโิ ภค เครอื่ งเพชรพลอย อญั มณี เงนิ แทง่
และทองคำ� ขนมหวานและชอ็ กโกแลต
ความตกลงที่สำ� คัญ : ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (15 พ.ย.2534), ความตกลง
วา่ ดว้ ยการจัดตัง้ คณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมอื ทวภิ าคีไทย-เปรู (25 พ.ย.2537), ความตกลงทางการค้า (16 ม.ค.2539),
ความตกลงระหว่างธนาคารเพ่ือการส่งออกและน�ำเข้าแห่งประเทศไทยกับสถาบันการเงินเพ่ือพัฒนาเศรษฐกิจของเปรูที่จะให้
สนิ เช่อื ระยะส้นั และระยะยาวส�ำหรับการน�ำเขา้ สนิ ค้าจากประเทศไทย (16 ม.ค.2539), กรอบความตกลงวา่ ดว้ ยการเป็นหุน้ สว่ น
ทางเศรษฐกิจท่ีใกล้ชิดย่ิงขึ้นระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเปรู (17 ต.ค.2546), ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-เปรู
มีผลใชบ้ งั คบั เมือ่ 31 ธ.ค.2554
ปัญหายาเสพติดโคเคนที่แพรระบาดในไทยสวนใหญ่มาจากแหลงผลิตในอเมริกาใต เปรูเป็น 1 ใน 3 ประเทศ
ทเี่ ปน็ แหลง่ ผลติ โคเคนหลกั (โคลอมเบยี และโบลเิ วยี ) และยงั เปน็ หนงึ่ ในเสน ทางลาํ เลยี งโคเคนของนกั คา ยาเสพตดิ ทมี่ ตี น ทางจาก
แหลงผลิตสําคัญในทวีปอเมริกาใต้ เสนทางลําเลียงโคเคนจากเปรูมาไทย ได้แก่ 1) กรุงลิมาในเปรู>เมืองเซาเปาโลในบราซิล>
เมอื งดไู บในสหรฐั อาหรบั เอมเิ รตสห์ รอื กรงุ โดฮาในการต า>ไทย 2) เมอื ง Cusco ในเปร>ู กรงุ ลมิ าในเปร>ู เมอื งเซาเปาโลในบราซลิ
>เมืองดไู บในสหรัฐอาหรบั เอมิเรสต >ไทย 3) เปร>ู ตรุ กี>ไทย นอกจากน้ี เปรยู ังเป็นประเทศหนง่ึ ในลาตนิ อเมรกิ าทีเ่ ก่ยี วข้องกับ
คดที ห่ี ญิงไทยถูกจบั กมุ ขอ้ หาลกั ลอบขนยาเสพตดิ

-------------------------------------------

525 ขอ้ มลู พื้นฐานของตา่ งประเทศ 2562

นาย Martín Alberto Vizcarra Cornejo

ตำ� แหนง่ ประธานาธิบดีเปรคู นท่ี 67
เกิด 23 มี.ค.2506 (อายุ 56 ป/ี ปี 2562) เกิดท่ีกรงุ ลิมา เป็นบตุ รของนาย César Vizcarra Vargas
นายกเทศมนตรี จ.Moquegua และสมาชิกสภารา่ งรฐั ธรรมนูญ (ปี ๒๕๒๑ สังกัดพรรค
American Popular Revolutionary Alliance – Peruvian Aprista Party (APRA)
และนาง Doris Cornejo ซ่ึงเปน็ ครูในโรงเรียนประถมศกึ ษา เมื่อยังเดก็ นาย Vizcarra
มีปัญหาเก่ียวกับระบบทางเดินหายใจ
การศกึ ษา จบการศกึ ษาขน้ั ตน้ จาก IEP Juan XXIII and the GUE Simón Bolívar ใน จ. Moquegua
ก่อนไปศึกษาในระดบั มหาวิทยาลยั ที่ National University of Engineering ในลมิ า
เม่อื ปี ๒๕๒๗ พร้อมกับจบการศึกษาด้าน Management Administration จาก School
of Business Administration (ESAN)
ครอบครัว สมรสกับนาง Maribel Díaz Cabello เป็นครใู นโรงเรียนประถมศึกษา มบี ุตร 4 คน

ประวัตกิ ารท�ำงาน นาย Vizcarra ท�ำงานเป็นวศิ วกรในอุตสาหกรรมก่อสรา้ ง
กอ่ นเขา้ เล่นการเมืองเม่ือปี 2554 นายกเทศมนตรีประจ�ำภูมิภาค Moquegua
1 ม.ค.2554-31 ธ.ค.2557 รองประธานาธบิ ดีคนที่ ๑
28 กค2559-23 มี.ค.2561 รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงคมนาคมและสอ่ื สาร
28 กค. 2559-22 พ.ค.2560 เอกอคั รราชทตู เปรปู ระจ�ำแคนาดา (ไดร้ ับข้อเสนอใหไ้ ปประจ�ำการในสหรัฐฯ
18 ต.ค.2560-23 ม.ี ค.2561 แต่นาย Vizcarra ปฏเิ สธ)
ประธานาธบิ ดี (รบั ต�ำแหน่งตอ่ จากอดตี ประธานาธบิ ดี Pedro Pablo Kuczynski)
23 ม.ี ค.2561

ประวตั ทิ างการเมือง
เริ่มสนใจทางการเมืองและลงสมัครรับเลือกต้ังชิงต�ำแหน่งนายกเทศมนตรีประจ�ำภูมิภาค Moquegua
ในนามพรรค APRA เม่ือปี 2549 แต่ไม่ได้รับเลือกต้ัง (แพ้ด้วยคะแนนใกล้เคียง) ต่อมาเป็นผู้น�ำในการประท้วงท่ีรู้จักกันในช่ือ
“Moqueguazo” เพื่อเรยี กร้องค่าชดเชยท่ีเปน็ ธรรมจากการทำ� เหมอื งถา่ นหินให้แก่ชมุ ชนใน Moquegua ซง่ึ ได้เดนิ ทางไปลมิ า
ในฐานะคนกลางในการเจรจาตอ่ รองกบั คณะรฐั มนตรเี ปรถู งึ ประเดน็ การความจำ� เปน็ ในการจา่ ยคา่ ชดเชย ซง่ึ ทำ� ใหม้ กี ารปรบั แก้
กฎหมายในเร่ืองดังกล่าว เหตุการณ์ดังกล่าวท�ำให้นาย Vizcarra เริ่มหันมาสนใจเล่นการเมือง เนื่องจากเห็นว่า Moquegua
ซง่ึ เปน็ บ้านเกดิ ไม่มั่นคงจากปัญหาคอร์รปั ชนั ของเจา้ หนา้ ท่ีท้องถ่ินและถกู ละเลยจากรัฐบาลกลาง
ปี 2554 นาย Vizcarra ได้รบั การเลอื กต้ังใหด้ ำ� รงต�ำแหนง่ นายกเทศมนตรปี ระจ�ำภมู ภิ าค Moquegua
ระหวา่ งการดำ� รงตำ� แหนง่ ดชั นที างสงั คมในพน้ื ทป่ี รบั ปรงุ ไปอยา่ งมากและปลอดจากปญั หาคอรร์ ปั ชนั ซง่ึ หนงั สอื พมิ พ์Washington Post
ระบวุ า่ เปน็ เหตกุ ารณท์ เ่ี กดิ ขน้ึ ยากมากในเปรู นอกจากน้ี นาย Vizcarra ยงั ทำ� หนา้ ทไ่ี กลเ่ กลยี่ ความขดั แยง้ ระหวา่ งบรษิ ทั เหมอื งแร่ Anglo
American กับประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบและการปนเปื้อนจากการท�ำเหมืองทองแดงจนสามารถแก้ปัญหาได้โดยไม่เกิด
เหตรุ นุ แรง

ขอ้ มลู พืน้ ฐานของต่างประเทศ 2562 526

นาย Vizcarra ลงสมัครรับเลอื กตั้งชิงต�ำแหนง่ รองประธานาธบิ ดคี นท่ี 1 ค่กู บั อดตี ประธานาธิบดี Pedro
Pablo Kuczynski เม่อื ปี 2559 ในนามพรรค Peruvians for Change และด�ำรงต�ำแหน่งรฐั มนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
และสื่อสารอกี ตำ� แหน่งหน่งึ แต่ตอ่ มาลาออกจากต�ำแหน่งเน่อื งจากปัญหาการก่อสร้างท่าอากาศยาน Chinchero Internation-
al Airport ที่ Cusco ซ่ึงด�ำเนินการล่าช้าเน่ืองจากปัญหาการว่างจ้างผู้รับเหมาและการคอร์รัปชัน ท�ำให้การด�ำเนินการล่าช้า
รวมถงึ มปี ญั หานำ�้ ท่วมใหญ่ในช่วงปลายปี 2560-ตน้ ปี 2561 ทำ� ใหน้ าย Vizcarra ลาออกจากตำ� แหนง่ รัฐมนตรวี า่ การกระทรวง
คมนาคมและสอ่ื สาร ซง่ึ หลงั จากนนั้ ไมน่ านสำ� นกั งานตรวจสอบบญั ชกี เ็ ขา้ ดำ� นนิ การทางกฎหมายตอ่ เจา้ หนา้ ท่ี 10 รายทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั
การกอ่ สรา้ งท่าอากาศยาน Chinchero แมว้ า่ นาย Vizcarra จะลาออกจากตำ� แหน่ง แตน่ กั วิเคราะหย์ ังคงมองภาพการท�ำงาน
ในแง่บวก โดยเฉพาะเร่อื งความโปร่งใสในการทำ� งาน
หลงั ลาออกจากตำ� แหนง่ รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงคมนาคมและสอ่ื สาร ซงึ่ หลายฝ่ายมองวา่ เปน็ ช่วงเวลา
ท่ีนาย Vizcarra เริ่มต้องการปลีกตัวของจากรัฐบาลเนื่องจากปัญหาการคอร์รัปชันในรัฐบาล นาย Vizcarra ก็ได้รับแต่งตั้งให้
ด�ำรงต�ำแหน่งเอกอัครราชทูตเปรูประจ�ำแคนาดาอีกต�ำแหน่ง และเดินทางกลับมาเปรูในช่วงท่ีอดีตประธานาธิบดี Kuczynski
ถูกพจิ ารณาถอดถอนเมอ่ื ธ.ค.2560 และเดนิ ทางกลับแคนาดาทันทท่ี ่กี ารพิจารณาถอดถอนยตุ ิลง
นาย Vizcarra เดนิ ทางกลบั เปรเู พอ่ื รับต�ำแหน่งประธานาธิบดเี มอ่ื 22 ม.ี ค.2561
ข้อมลู สว่ นบุคคล
นาย Vizcarra มชี อ่ื เสยี งในเรือ่ งความพถิ พี ิถนั ในการท�ำงาน หวั สมยั ใหม่ เฉลยี วฉลาด แต่เป็นคนนิ่ง ๆ
เรยี บงา่ ย เปน็ นกั ฟงั ทด่ี ี มคี วามสามารถในการแกป้ ญั หาความขดั แยง้ มคี วามตง้ั ใจทเ่ี ขา้ เลน่ การเมอื งเพอ่ื ตอ่ สกู้ บั ปญั หาคอรร์ ปั ชนั
สนใจศกึ ษาการพฒั นาอตุ สาหกรรมเหมอื งแรข่ องแคนาดาเปน็ อยา่ งมาก เนอื่ งจากอตุ สาหกรรมเหมอื งแร่
มีความสำ� คญั อย่างยง่ิ ต่อเศรษฐกิจของชิลี
ชอบเล่นเทนนสิ และรับประทานผลไม้

--------------------------------------------

527 ข้อมูลพน้ื ฐานของตา่ งประเทศ 2562

คณะรัฐมนตรเี ปรู

ประธานาธิบดี Martin VIZCARRA Cornejo
รองประธานาธบิ ดคี นที่ 1 Mercedez ARAOZ
นรม. Cesar VILLANUEVA
รมว.กระทรวงเกษตรและชลประทาน Gustavo MOSTAJO
รมว.กระทรวงวัฒนธรรม Patricia BALBUENA
รมว.กระทรวงกลาโหม Jose HUERTA Torres
รมว.กระทรวงการพฒั นาและการรวมตวั ทางสงั คม Liliana LA ROSA
รมว.กระทรวงเศรษฐกจิ และการคลงั Carlos OLIVA
รมว.กระทรวงศึกษาธกิ าร Daniel ALFARO
รมว.กระทรวงพลังงานและเหมอื งแร ่ Francisco ISMODES
รมว.กระทรวงสงิ่ แวดลอ้ ม Fabiola MUNOZ
รมว.กระทรวงต่างประเทศ Nestor POPOLIZIO
รมว.กระทรวงการค้าต่างประเทศและการทอ่ งเทย่ี ว Roger VALENCIA
รมว.กระทรวงสาธารณสุข Silvia PESSAH
รมว.กระทรวงการเคหะ การกอ่ สรา้ งและสขุ อนามยั Javier PIQUE
รมว.กระทรวงมหาดไทย Mauro MEDINA
รมว.กระทรวงยุติธรรมและสทิ ธิมนุษยชน Salvador HERESI
รมว.กระทรวงแรงงานและการจา้ งงาน Christian SANCHEZ
รมว.กระทรวงการผลิต Daniel CODROVA
รมว.กระทรวงการขนส่งและการส่อื สาร Edmer TRUJILLO
รมว.กระทรวงสตรีและประชากรผูด้ ้อยโอกาส Ana Maria MENDIETA
ผู้วา่ การธนาคารชาติ Julio VELARDE Flores

----------------------------------- (ต.ค.2561)

ขอ้ มลู พ้นื ฐานของต่างประเทศ 2562 528

สาธารณรฐั ฟลิ ปิ ปนิ ส์
(Republic of the Philippines)

เมืองหลวง มะนิลา หรือชื่อทางการมหานครมะนิลา

ทต่ี งั้ ภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ ประกอบดว้ ย 7,107 หมเู่ กาะ พน้ื ทปี่ ระมาณ 300,000 ตร.กม. (3 ใน 5 ของไทย)
แบง่ เป็น 3 พ้ืนทส่ี �ำคญั : ตอนเหนอื เกาะลูซอน (Luzon) รวมมะนิลาตอนกลาง หมู่เกาะวสิ ายาส์ (Visayas) รวมหมู่เกาะปาลาวัน
และมินโดโรและตอนใต้เกาะมินดาเนา (Mindanao) และหมู่เกาะ Sulu ฟิลิปปินส์มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 36,289 กม.
หรือมีชายฝั่งทะเลยาวเป็นอันดับ 5 ของโลก ฟิลิปปินส์อยู่ในเขต Pacific’s Ring of Fire ซึ่งเป็นเขตแผ่นดินไหวรุนแรงและ
แนวภูเขาไฟ (ท้ังประเทศมี 106 ลูก)

อาณาเขต ทศิ เหนือ ตดิ กับมหาสมทุ รแปซิฟิก ทะเลจีนใต้ และช่องแคบ Bashi
ทศิ ตะวันออก ติดกับมหาสมุทรแปซิฟกิ และทะเลฟิลิปปินส์
ทศิ ใต้ ตดิ กับทะเลเซเลเบสและทะเลซูลู
ทิศตะวันตก ติดกับทะเลฟิลปิ ปนิ สต์ ะวันตก (ทะเลจีนใต)้

ภมู ปิ ระเทศ หมเู่ กาะตา่ งๆ ของฟลิ ปิ ปนิ สแ์ บง่ เปน็ 3 ภาค : ภาคเหนอื เกาะลซู อนใหญท่ สี่ ดุ มที ร่ี าบ 2 แหง่ คอื ทรี่ าบลมุ่ แมน่ ำ้� คากายนั
และท่ีราบมะนิลา ตอนกลางเกาะเป็นท่ีราบใหญ่ท่ีสุดของประเทศและเป็นที่ตั้งเมืองหลวงมะนิลา ภาคกลาง หมู่เกาะวิสายาส์
ประกอบด้วยเกาะมินโดโร มาสตาเบ ซามาร์ ปาไน เนกรอสเซบู โปโซล และเลเต ภาคใต้ เกาะมนิ ดาเนา มขี นาดใหญอ่ นั ดบั 2
รองจากเกาะลซู อน ภเู ขาสงู ทส่ี ดุ : ภเู ขาอาโปบนเกาะมนิ ดาเนาความสงู 9,692 ฟตุ และภเู ขาไฟทยี่ งั ไมด่ บั อกี 21 ลกู ในจำ� นวนนี้
เป็นภเู ขาไฟท่ีคุกรุ่นมาก 6 ลูก : มายอน ตาอาล บลู ูซาน พนิ าตโู บ คาลาอัน และฮบิ อค

529 ข้อมลู พนื้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562

ภูมิอากาศ ภูมิอากาศของฟิลิปปินส์คล้ายคลึงกับไทยมาก อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ระหว่าง 26-27 องศาเซลเซียส
ฝนตกชุกตลอดปี ปริมาณน�้ำฝนอยู่ระหว่าง 2,000-4,000 มม. ตอ่ ปี แบง่ เปน็ 3 ฤดู : ฤดฝู น (ตง้ั แต่ ม.ิ ย.-ก.ย.) โดยลมมรสมุ
ตะวนั ตกเฉยี งใตพ้ ดั ผา่ นในชว่ ง ม.ิ ย.-ม.ี ค. และมฝี นตกทางภาคตะวนั ตกของเกาะเปน็ สว่ นมาก มฝี นตกกระจายโดยทวั่ ไปบางสว่ น
ของประเทศ เกาะมนิ ดาเนาจะมฝี นตกเกอื บตลอดทง้ั ปี ฤดหู นาว (ตงั้ แต่ ต.ค.-ก.พ.) ลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื พดั ผา่ นในชว่ ง
พ.ย.-มี.ค. เป็นลมเย็นและแห้งแล้งอาจท�ำให้เกิดฝนตกบางครงั้ ฤดรู อ้ น (ตงั้ แต่ ม.ี ค.-พ.ค.) มลี มมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใตพ้ ดั ผา่ น
ทำ� ใหเ้ กดิ ฝนตกหนกั บรเิ วณชายฝง่ั ความชนื้ เฉลย่ี 75-85% ฟิลิปปนิ ส์ประสบกบั พายุไตฝ้ ุ่นปลี ะประมาณ 25 ลูก
ประชากร 104.30 ลา้ นคน (ก.ค.2561) มาเลย์ 96% จนี 2% และอนื่ ๆ 2% อตั ราสว่ นประชากรจำ� แนกตามอายุ : วยั เดก็
(0-14 ป)ี 34.6% วยั รนุ่ ถงึ วยั กลางคน (15-64 ป)ี 61.1% วยั ชรา (65 ปขี น้ึ ไป) 4.3% อายเุ ฉลย่ี ของประชากรโดยรวมประมาณ
69.40 ปี เพศชายประมาณ 66.20 ปี เพศหญงิ ประมาณ 72.60 ปี อตั ราการเกดิ 23.70 คนตอ่ ประชากร 1,000 คน อตั ราการตาย
6.10 คนต่อประชากร 1,000 คน อตั ราการเพมิ่ ของประชากร 1.57%
ศาสนา คริสตน์ ิกายโรมนั คาทอลิก 83% โปรเตสแตนต์ 9% อิสลาม (ซนุ น)ี 5% และศาสนาอ่นื ๆ 3%
ภาษา ภาษาประจำ� ชาติ : ภาษาอังกฤษ (วงราชการ ธรุ กิจและการศกึ ษา) ภาษาตากาล็อก (ประชาชนทว่ั ไปโดยเฉพาะ
ในภาคกลาง) ภาษาพ้นื เมืองมีมากกว่า 87 ภาษา ภาษาอาหรบั ใช้ในพธิ ีทางศาสนาของมุสลมิ ในภาคใตท้ เ่ี กาะมินดาเนา
การศกึ ษา อตั ราการรหู้ นงั สอื 96.3% งบประมาณดา้ นการศกึ ษาประมาณ 12,000 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั การศกึ ษาภาคบงั คบั
6 ปี สาขาวชิ าในระดบั อดุ มศกึ ษาทนี่ กั ศกึ ษาประสงคเ์ ขา้ เรยี นมากทสี่ ดุ คอื การพยาบาล การศกึ ษาและเทคโนโลยสี ารสนเทศ สว่ นสาขา
วชิ าทม่ี แี นวโนม้ ได้รบั ความสนใจเพมิ่ ขึน้ อยา่ งมากคอื เกษตรกรรม โภชนาการ แพทย์ และพาณชิ ยนาวี
การก่อต้งั ประเทศ ชนเผ่าแรกท่อี พยพเข้ามาในฟลิ ิปปนิ ส์ คือ เผ่าปกิ มี่ ซง่ึ เป็นพวกหาของปา่ และไม่มีทอ่ี ยู่เป็นหลกั แหล่ง ตอ่ มา
เผา่ มาเลยอ์ พยพเขา้ มาและนำ� วฒั นธรรมอสิ ลามมาสฟู่ ลิ ปิ ปนิ ส์ หลงั จากนนั้ นายเฟอรด์ นิ านด์ แมกเจลแลน นกั เดนิ เรอื ชาวโปรตเุ กส
สำ� รวจพบหมเู่ กาะฟลิ ปิ ปนิ สเ์ มอื่ ปี 2064 และตง้ั ชอื่ วา่ “ฟลิ ปิ ปนิ ส”์ เพอื่ เปน็ เกยี รตแิ กพ่ ระเจา้ ฟลิ ปิ ที่ 2 แหง่ สเปน ฟลิ ปิ ปนิ สก์ ลายเปน็
อาณานคิ มของสเปนนานถงึ 327 ปี ชาวฟิลิปปินส์พยายามตอ่ ส้กู บั สเปนจนไดร้ บั เอกราชเม่อื 12 มิ.ย.2411 และต้งั สาธารณรัฐ
ฟิลิปปินส์ แต่ก็ยังไม่มีผลสมบูรณ์เพราะสเปนแพ้สงครามและยกฟิลิปปินส์ให้สหรัฐฯ เมื่อ 10 ธ.ค.2411 ฟิลิปปินส์จึงตกอยู่ใต้
การปกครองของสหรัฐฯ เมอ่ื ปี 2445 และได้รับเอกราชอยา่ งสมบูรณเ์ มือ่ 4 ก.ค.2489 หลังส้นิ สุดสงครามโลกครั้งท่ี 2
วันชาต ิ 12 มิ.ย.
การเมอื ง ปกครองแบบสาธารณรัฐ ประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้ารัฐบาล วาระการด�ำรงต�ำแหน่ง 6 ปี และ
ไม่เกิน 2 สมัย การเลือกต้ังประธานาธิบดีและการเลือกต้ังทั่วไปคร้ังล่าสุดเม่ือ 9 พ.ค.2559 นายโรดริโก ดูเตอร์เต
(Rodrigo Duterte) ชนะการเลือกต้ังเปน็ ประธานาธบิ ดตี อ่ จากประธานาธบิ ดเี บนกิ โน อากโิ น (Benigno Aquino) และกำ� หนด
ครบวาระใน 30 ม.ิ ย.2565 สว่ นการเลอื กตงั้ ทั่วไปครั้งตอ่ ไปกำ� หนดใน พ.ค.2565
ฝา่ ยบรหิ าร : ประธานาธบิ ดมี อี ำ� นาจแตง่ ตง้ั ครม. และ ออท. รวมทงั้ ควบคมุ ฝา่ ยบรหิ าร กระทรวง ทบวง กรมตา่ ง ๆ
ฝ่ายนิติบัญญัติ : ท�ำหน้าที่ออกกฎหมายข้อมติและจัดให้มีการไต่สวนในเรื่องที่มีความส�ำคัญให้ความเห็นชอบ
งบประมาณและภาษี ประกอบดว้ ย 2 สภา คอื 1) วฒุ สิ ภามสี มาชกิ 24 คน มาจากการเลอื กตง้ั โดยตรง วาระไมเ่ กนิ 6 ปี และไมเ่ กนิ
2 สมยั เลอื กตงั้ ใหมก่ ง่ึ หนง่ึ ทกุ 3 ปี และ 2) สภาผแู้ ทนราษฎร (ส.ส.) มสี มาชกิ ไมเ่ กนิ 250 คน โดย 200 คน มาจากการเลอื กตงั้
โดยตรงและอกี 50 คน มาจากการเลอื กตั้งตามบญั ชรี ายชอ่ื จากตวั แทนสาขาอาชีพต่าง ๆ มีวาระ 3 ปี และไมเ่ กนิ 3 สมัย

ข้อมูลพนื้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562 530

ฝ่ายตุลาการ : ศาลสงู ศาลอุทธรณ์ และศาลชั้นตน้ ศาลสูงประกอบดว้ ยประธานศาลสงู และผูพ้ ิพากษาศาลสงู
14 คน มีอ�ำนาจปลดประธานาธิบดีหากไม่มีประสิทธิภาพในการบรหิ ารงานหรอื ป่วยจนไม่สามารถปกครองประเทศ
องค์กรอิสระ : คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน คณะกรรมการการเลือกต้ัง คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
คณะกรรมการตรวจสอบการประพฤตมิ ิชอบ และคณะกรรมการสิทธมิ นุษยชน
พรรคการเมอื งสำ� คญั : พรรค Laban ng Demokratikong Pilipino/LDP(พรรครฐั บาล) พรรค Liberal Party/LP
พรรค United Nationalist Alliance พรรค People Power Coalition พรรค PuwersangMasa และ พรรค Kilusang Bagon
Lipunan
เศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีโดยใช้กลไกตลาด สภาพเศรษฐกิจและการประกอบอาชีพคล้ายกับไทย สินค้าเกษตร
เปน็ รายไดห้ ลกั การสง่ เสรมิ อตุ สาหกรรมการทอ่ งเทย่ี วและการบรกิ าร ผลผลติ การเกษตร : ขา้ ว ขา้ วโพด มะพรา้ ว ออ้ ย กลว้ ยหอม
มะมว่ ง สบั ปะรดและการประมง อตุ สาหกรรมหลกั : การผลติ อาหาร สง่ิ ทอ รองเทา้ เคมภี ณั ฑ์ ปโิ ตรเลยี ม และถา่ นหนิ สนิ คา้ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
เคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ ทรพั ยากรธรรมชาติ : ทองแดง ตะก่ัว ทองคำ� นิกเกลิ โครเมียม น�ำ้ มัน/กา๊ ซธรรมชาติ และทรัพยากรทางทะเล
นโยบายเศรษฐกจิ : แกไ้ ขปญั หาความยากจน ปราบปรามการทจุ รติ เรง่ สรา้ งงานเพอ่ื แกไ้ ขปญั หาชาวฟลิ ปิ ปนิ สไ์ ปทำ� งานตา่ งประเทศ
กอ่ สรา้ งสง่ิ อำ� นวยความสะดวกขน้ั พนื้ ฐานเพอ่ื เสรมิ สรา้ งขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั และดงึ ดดู การลงทนุ สง่ เสรมิ การทอ่ งเทยี่ ว
และเพม่ิ ผลผลติ ทางการเกษตรเพอื่ ให้สามารถพง่ึ พาตนเองดา้ นอาหาร
ปีงบประมาณ : ม.ค.-ธ.ค. (งบประมาณปี 2562 วงเงนิ 70,240 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ)
สกลุ เงนิ : เปโซฟลิ ปิ ปนิ ส์ อตั ราแลกเปลย่ี น 1 ดอลลารส์ หรฐั : 52-53 เปโซ และ 1 บาท : 1.43-1.60 เปโซ (ก.ย.2561)
ดชั นเี ศรษฐกิจสำ� คัญ (ปี 2561)
ผลติ ภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 320,441.13 ล้านดอลลาร์สหรฐั (ธ.ค.2560)
อตั ราการเตบิ โตทางเศรษฐกจิ : รฐั บาลตง้ั เปา้ หมายวา่ ทงั้ ปี 2561 อยทู่ ี่ 6.6-6.8% และปี 2562 อยทู่ ี่ 6.9 % โดยชว่ ง ม.ค.- ม.ิ ย.61
อยทู่ ่ี 6 %
รายได้เฉล่ียตอ่ หัวตอ่ ปี : 2,989 ดอลลารส์ หรฐั (ธ.ค.2560)
แรงงาน : 40.30 ล้านคน (ก.ย.2561)
รายไดแ้ รงงานในตา่ งประเทศ : 31,290 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั (ปี 2560) และ 15,800 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั (ม.ค.-ม.ิ ย.2561) มาจาก สหรฐั ฯ
ซาอดุ อี าระเบยี สหรฐั อาหรบั เอมเิ รตต์ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น โดยมีแรงงานในต่างประเทศประมาณ 2.33 ล้านคน
อตั ราการวา่ งงาน : 5.4% (เมื่อ ก.ย.2561) และรฐั บาลตัง้ เป้าหมายในปี 2561 อยูท่ ี่ 4.3-5.3% (ปี 2560)
อัตราเงินเฟ้อ : 3.1% (ปี 2560) รัฐบาลประมาณการว่าทั้งปี 2561 อยู่ที่ 4.5% โดย ส.ค.2561 อยู่ท่ี 6.4% และปี 2562
คาดวา่ อยูท่ ่ี 3.7%
ดุลการค้าระหว่างประเทศ : ขาดดุล 41,191 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2560) และขาดดุล 18,944 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ม.ค.-
ม.ิ ย.2561)
มูลคา่ การส่งออก : 48,199 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั (ปี 2560) และ 32,893 ล้านดอลลารส์ หรัฐ (ม.ค.-ม.ิ ย.2561)
สินค้าส่งออก : เซมิคอนดักเตอร์และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรและอุปกรณ์การขนส่ง เคมีภัณฑ์ อาหารแปรรูปและ
เครอ่ื งดมื่ เสอ้ื ผา้ นำ้� มนั มะพรา้ ว แรท่ องแดง อาหารทะเล กลว้ ย และผลไมเ้ มอื งรอ้ น
มลู คา่ การนำ� เขา้ : 89,390 ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ (ปี 2560) และ 51,837 ลา้ นดอลลาร์สหรฐั (ม.ค.-ม.ิ ย.2561)
สนิ คา้ นำ� เขา้ : ผลติ ภณั ฑอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เชอ้ื เพลงิ แร่ เครอื่ งจกั รและอปุ กรณก์ ารขนสง่ เหลก็ และเหลก็ กลา้ ผา้ สง่ิ ทอ ธญั พชื
เคมภี ณั ฑ์ และพลาสตกิ
คู่คา้ สำ� คญั : ญีป่ นุ่ สหรัฐฯ จนี ฮอ่ งกง
การลงทุนโดยตรงจากตา่ งประเทศ : 10,049 ลา้ นดอลลาร์สหรฐั (ปี 2560) และ 3,200 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ (ม.ค.-พ.ค.2561)
เป็นการลงทุนจาก สหรัฐฯ ญ่ปี ุ่น สงิ คโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน รัฐบาลตั้งเป้าหมายวา่ ทัง้ ปี 2561 อยทู่ ี่ 9,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

531 ขอ้ มูลพืน้ ฐานของต่างประเทศ 2562

การทหาร กองทพั ฟลิ ปิ ปนิ สป์ ระกอบดว้ ย ทบ. ทร. และ ทอ. ประธานาธบิ ดเี ปน็ ผบู้ ญั ชาการกองทพั รมว.กห. เปน็ รองผบู้ ญั ชาการ
กองทัพ และเสนาธกิ ารกองทัพ คือ ผบ.ทหารสงู สุด รับผดิ ชอบด้านยทุ ธการในนามประธานาธิบดี งบประมาณด้านการทหาร :
3,380 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั (ปงี บประมาณ 2562) กำ� ลงั พล 125,000 นาย : ทบ. 86,000 นาย ทร.24,000 นาย และ ทอ. 15,000 นาย
รวมท้ัง กกล.อนื่ ๆ ทม่ี ิใชท่ หาร 40,500 นาย กกล.ส�ำรอง 131,000 นาย ยุทโธปกรณ์สำ� คญั : ถ.เบา (สกอรเ์ ปยี น) 40 คนั
ยานรบทหารราบ (YPR-765) 85 คัน ยานยนต์หุ้มเกราะ 520 คัน ป. 242 กระบอก เรือฟริเกตเรือตรวจการณ์
70 ลำ� เรอื สง่ กำ� ลงั บำ� รงุ 6 ลำ� บ.รบ 34 เครอื่ ง แผนการรบั มอบ บ. OV-10B จำ� นวน 4 เครอ่ื งจากสหรฐั ฯ และเครอ่ื งยงิ จรวด RPG-
7 B จ�ำนวน 750 ชดุ จากรัสเซยี ภายในปี 2561 หรือตน้ ปี 2562 ฟิลิปปนิ ส์ประสบความส�ำเรจ็ ในการทดลองยิงระบบขปี นาวธุ
หวั รบนิวเคลยี ร์ Spike ER ซ่ึงติดตงั้ บนเรอื โจมตอี เนกประสงค์ จ�ำนวน 3 เคร่ือง เปน็ คร้ังแรกในปี 2560 โดยสามารถยงิ ไดไ้ กล
6 กม. และมแี ผนการจดั หาเรอื ดำ� นำ�้ ภายในปี 2563 ฟลิ ปิ ปนิ สพ์ ยายามเพมิ่ ศกั ยภาพการปอ้ งกนั ประเทศ โดยคาดหวงั วา่ แผนการ
จัดหายทุ โธปกรณ์ทดแทนของเกา่ ทีล่ า้ สมยั ในราคาท่ีเหมาะสม และเพ่มิ ศกั ยภาพบุคลากรทหาร จะช่วยปกปอ้ งผลประโยชน์ทาง
ท ะ เ ล แ ล ะ ก า ร รุ ก ล้� ำ น ่ า น น�้ ำ ฟ ิ ลิ ป ป ิ น ส ์ โ ด ย รั ฐ บ า ล ฟ ิ ลิ ป ป ิ น ส ์ จั ด ส ร ร ง บ ป ร ะ ม า ณ ใ ห ้ ก อ ง ทั พ 4 , 6 5 0
ล้านดอลลารส์ หรัฐ ในปี 2562 เพอ่ื จัดซือ้ เรือฟริเกต เคร่อื งบินตรวจการณ์ เรือตรวจการณ์ บ.โจมตี ฮ.โจมตี และเรดาร์ นอกเหนือ
จากแผนพัฒนาปรับปรุงกองทัพระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2561–2565 จัดสรรงบประมาณจ�ำนวน 5,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แบ่งออกเป็นกองทพั บกจ�ำนวน 890 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั กองทัพเรอื จ�ำนวน 1,440 ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ กองทัพอากาศจ�ำนวน
2,610 ลา้ นดอลลาร์สหรฐั และคลงั สรรพวธุ และศูนย์บญั ชาการกองทัพจ�ำนวน 660 ลา้ นดอลลาร์สหรฐั
ปัญหาด้านความมนั่ คง
ประธานาธบิ ดโี รดรโิ ก ดเู ตอรเ์ ต ของฟลิ ปิ ปนิ สย์ งั คงดำ� เนนิ นโยบายแขง็ กรา้ วในการแกไ้ ขปญั หาอาชญากรรมและ
ยาเสพตดิ ทำ� ใหฟ้ ลิ ปิ ปนิ สถ์ กู โจมตแี ละตอ่ ตา้ นจากตา่ งประเทศและองคก์ รสทิ ธมิ นษุ ยชนระหวา่ งประเทศ โดยเฉพาะจากสหรฐั ฯ
ซ่งึ นำ� ไปสูก่ ารดำ� เนนิ นโยบายต่างประเทศท่เี ปน็ อิสระ พยายามลดการพึ่งพาสหรัฐฯ เปน็ หลัก และหนั ไปเพ่ิมความรว่ มมือกบั จนี
และรัสเซีย โดยคาดหวงั วา่ จะสามารถคานอิทธพิ ลของสหรฐั ฯ ทงั้ ด้านการทหารและเศรษฐกิจ อยา่ งไรกด็ ี ปญั หาภยั ก่อการรา้ ย
ทำ� ใหฟ้ ลิ ปิ ปนิ สม์ ที า่ ทผี อ่ นคลายตอ่ สหรฐั ฯ ฟลิ ปิ ปนิ สเ์ ปน็ พน้ื ทเี่ สยี่ งตอ่ การกอ่ การรา้ ยและอาชญากรรม รวมทง้ั ความปลอดภยั ของ
ชาวต่างประเทศ โดยปรากฏความเคล่ือนไหวอย่างต่อเนื่องของกลุ่มอาบู ไซยาฟ ซึ่งประกาศตัวแสดงความจงรักภักดีต่อกลมุ่
Islamic State (IS) ทำ� ใหก้ ลมุ่ กอ่ การรา้ ยระหวา่ งประเทศเขา้ มาใชพ้ น้ื ทใี่ นฟลิ ปิ ปนิ สห์ ลบซอ่ นและฝกึ อบรมทางทหาร รวมทงั้ ฟลิ ปิ ปนิ ส์
มคี วามเสย่ี งทอ่ี าจถกู จดั ตงั้ เปน็ สาขาจงั หวดั (wilayah) ของ IS ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
นอกจากนี้ ฟลิ ปิ ปนิ สย์ งั คงเผชญิ ปญั หาเคลอ่ื นไหวของกลมุ่ ทใี่ ชค้ วามรนุ แรง ไดแ้ ก่ 1) พรรคคอมมวิ นสิ ตฟ์ ลิ ปิ ปนิ ส์
(Communist Party of the Philippines-CPP) และกองทัพประชาชนใหม่ (New People Army-NPA) ซึ่งเป็นกองก�ำลัง
ติดอาวุธของ CPP เคล่อื นไหวทั่วประเทศ ปจั จบุ ันรัฐบาลฟลิ ปิ ปนิ ส์ยกเลิกการเจรจาสนั ตภิ าพกับ CPP 2) ปญั หาการกอ่ การร้าย
และการกอ่ อาชญากรรมของกลมุ่ กอ่ การรา้ ยอาบู ไซยาฟ (Abu Sayyaf Group-ASG) ทเ่ี คลอ่ื นไหวอยใู่ นหมเู่ กาะซลู แู ละเกาะบาสลิ นั
ทางตะวันตกเฉยี งใต้ของเกาะมินดาเนา 3) กล่มุ นกั รบเสรภี าพอิสลามโมโร (Bangsamoro Islamic Freedom Fighters-BIFF)
ท่แี ยกตัวออกมาจาก MILF ยนื ยนั ว่าตอ้ งการเปน็ เอกราชไม่ยอมรบั อำ� นาจจากรัฐบาลกลาง
สมาชกิ องคก์ ารระหวา่ งประเทศ ฟลิ ปิ ปนิ สเ์ ปน็ สมาชกิ องคก์ ารระหวา่ งประเทศและกลมุ่ ความรว่ มมอื 52 องคก์ ร/กลมุ่ เชน่ UN,
ASEAN, APEC, ADB, G-77, G-24, IAEA, ILO, IMF, IPU, NAM, WHO, WTO, World Bank, UNESCO, UNHCR, ESCAP
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสง่ เสริมและกระตนุ้ ภาคเอกชนและรัฐให้รว่ มกนั พัฒนาและ
ใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด ส่งเสริมการถ่ายทอดทางเทคโนโลยีและวิจัยวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะการจัดการทรัพยากร การจัดการ
ดา้ นภัยพิบตั ิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมอิ ากาศ การเกษตร โภชนาการ ดา้ นสุขภาพ การวิจยั และพฒั นาเพอื่ สง่ เสรมิ ธรุ กิจ SMEs

ขอ้ มูลพนื้ ฐานของต่างประเทศ 2562 532

การพฒั นาบุลากรให้มคี วามรู้ดา้ นเทคโนโลยี และส่งเสรมิ การวิจัยระดบั ทอ้ งถิน่ ในปี 2561 ฟิลิปปนิ สพ์ ฒั นาบัตรประชาชนด้วย
การน�ำเทคโนโลยีมาจัดการข้อมูล และออกฎหมายการใช้เงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ Cagayan
Economic Zone Authority ให้เป็นเขตใช้เงินแบบอิเล็กทรอนกิ สแ์ ละเปน็ ศนู ย์ข้อมลู อนิ เทอร์เนต็ ระดบั โลก
การขนส่งและโทรคมนาคม ท่าอากาศยาน 247 แห่ง ใช้การได้ดี 85 แห่ง : ท่าอากาศยานนานาชาติ 11 แห่ง ท่ีส�ำคัญ คือ
ท่าอากาศยานนินอยอากิโนในกรุงมะนิลา เส้นทางรถไฟระยะทาง 995 กม. ถนนระยะทาง 216,387 กม. และการเดินทาง
โดยเรอื เฟอรร์ เี ชอื่ มระหวา่ งเกาะตา่ ง ๆ การโทรคมนาคม : โทรศพั ทพ์ น้ื ฐานใหบ้ รกิ ารประมาณ 3.8 ลา้ นเลขหมาย (ปี 2559)
โทรศพั ทเ์ คลือ่ นที่ 120 ลา้ นเลขหมาย (ปี 2559) ระบบเครือขา่ ย GSM GPRS EDGE UMTS HSPDA WiMAX LTE รหสั โทรศัพท์
+63 จำ� นวนผใู้ ชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ ประมาณ 61 ลา้ นคน หรอื 58% ของประชากรทง้ั หมด (ม.ิ ย.2560) รหสั อนิ เทอรเ์ นต็ .ph เวบ็ ไซต์
การทอ่ งเทยี่ ว : http://www.philtourism.com/
การเดนิ ทาง สายการบินไทยมีเทีย่ วบินตรงกรงุ เทพฯ-มะนลิ า (ประมาณ 1,800 กม.) ทุกวัน สายการบนิ ฟิลปิ ปินสท์ ่บี นิ ตรง
มาไทย : ฟลิ ปิ ปนิ สแ์ อรไ์ ลนแ์ ละเซบแู ปซฟิ กิ ระยะเวลาในการบนิ 3 ชม. 50 นาที เวลาทฟ่ี ลิ ปิ ปนิ สเ์ รว็ กวา่ ไทย 1 ชม. นกั ทอ่ งเทยี่ วไทย
เดนิ ทางเข้าฟลิ ิปปินสไ์ ดโ้ ดยไม่ต้องขอรบั การตรวจลงตรา
สถานการณส์ ำ� คญั ที่น่าติดตาม
1) ความคืบหนา้ สันตภิ าพในมนิ ดาเนา และการจดั ต้ังการปกครองสหพนั ธรฐั ฟลิ ิปปินส์ ประธานาธิบดีดเู ตอรเ์ ต
ลงนามในกฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู บงั สาโมโร (Organic Law for the Bangsamoro Autonomous Region in Muslim
Mindanao–OLBARMM หรือ Bangsamoro Organic Law-BOL) เม่ือ 26 ก.ค.2561 เพอื่ ยุตคิ วามขัดแยง้ ในมินดาเนาระหวา่ ง
ชาวมสุ ลมิ และรฐั บาลฟลิ ปิ ปนิ สท์ เี่ กดิ ขนึ้ ประมาณ 50 ปี และมแี ผนการลงประชามตใิ น 21 ม.ค.2562 BOL กำ� หนดใหเ้ ขตปกครอง
บงั สาโมโรมีกระบวนการยตุ ธิ รรม และรฐั สภาเป็นของตนเอง แตก่ องทพั และต�ำรวจต้องมาจากรัฐบาลกลาง ท้ังน้ี BOL จะสง่ ผล
ให้ยกเลิกเขตปกครองตนเองมุสลมิ มินดาเนา (Autonomous Region in Muslim Mindanao-ARMM)
2) ความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์-จีนกับสหรัฐฯ และแนวโน้มการแก้ไขปัญหาทะเลจีนใต้ ประธานาธิบดี
ดูเตอร์เตมีนโยบายไม่ต้องการเผชิญหน้าและท�ำสงครามกับจีน แม้ว่าจีนจะยังคงพยายามรุกล�้ำในพ้ืนที่ทะเลจีนใต้อย่างต่อเน่ือง
เนอื่ งจากทราบดวี า่ ไมส่ ามารถชนะจนี หากเกดิ การสรู้ บ ประธานาธบิ ดดี เู ตอรเ์ ตจงึ ใหค้ วามสำ� คญั กบั จนี ในดา้ นเศรษฐกจิ และหวงั
พงึ่ พาจนี ดา้ นการลงทนุ ดา้ นโครงสรา้ งพน้ื ฐาน รวมถงึ พยายามเจรจาเรอื่ งผลประโยชนร์ ว่ มกนั ในพนื้ ทที่ ะเลจนี ใต้ แตใ่ นทางปฏบิ ตั ิ
ระดบั เจา้ หนา้ ทแี่ ละกองทพั ฟลิ ปิ ปนิ สย์ งั คงเฝา้ ระวงั ภยั จากจนี และพยายามเพม่ิ ความสมั พนั ธท์ างการทหารกบั สหรฐั ฯ และมกี าร
ออกแถลงการณ์กล่าวเตือนจีนในประเด็นทะเลจีนใต้อย่างต่อเน่ือง เพื่อเป็นการย�้ำว่าฟิลิปปินส์ยังคงรักษาอธิปไตยในน่านน้�ำ
ฟิลิปปินส์ ด้านสหรัฐฯ เข้ามามีอิทธิพลกับฟิลิปปินส์โดยใช้ช่องทางการทหาร ซึ่งฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ มีความร่วมมือด้านการ
ทหารมาอย่างยาวนาน และเดิมฟิลิปปินส์เคยเป็นอาณานิคมของสหรัฐฯ นอกจากน้ี สหรัฐฯ พยายามน�ำประเด็นปัญหาการ
กอ่ การรา้ ยในฟลิ ปิ ปนิ สม์ าชว่ ยฟน้ื ฟคู วามสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั เนอื่ งจากฟลิ ปิ ปนิ สม์ ที ต่ี งั้ ในจดุ ยทุ ธศาสตรส์ ำ� คญั ในการขยายอทิ ธพิ ล
ในทะเลจนี ใต้ และสามารถตอบสนองนโยบายอนิ โด–แปซฟิ กิ ของสหรัฐฯ
3.) ปญั หาภยั กอ่ การรา้ ยและการใชด้ นิ แดนทางใตข้ องฟลิ ปิ ปนิ สเ์ ปน็ ฐานทม่ี น่ั ของ IS ในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
สถานการณก์ ารสรู้ บและการยดึ เมอื งมาราวขี องฟลิ ปิ ปนิ สโ์ ดยกลมุ่ ผสู้ นบั สนนุ IS ตง้ั แต่ 23 พ.ค.-23 ต.ค.2560 บง่ ชใ้ี หเ้ หน็ วา่ ฟลิ ปิ ปนิ ส์
มคี วามเสย่ี งทอ่ี าจถกู จดั ตงั้ เปน็ สาขาจงั หวดั (wilayah) ของ IS ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ หลงั จาก IS ความพา่ ยแพใ้ นพนื้ ทซี่ เี รยี และอริ กั
ทำ� ใหต้ อ้ งมกี ารยา้ ยพน้ื ทส่ี รู้ บไปยงั ภมู ภิ าคอน่ื โดยทางการฟลิ ปิ ปนิ สต์ รวจพบความเคลอ่ื นไหวของกลมุ่ ผสู้ นบั สนนุ IS และผกู้ อ่ การรา้ ย
ชาวตา่ งชาต ิ ซง่ึ เปน็ ผลจากการขยายตวั ของสอื่ สงั คมออนไลนท์ ำ� ใหแ้ นวคดิ อสิ ลามในฟลิ ปิ ปนิ สม์ คี วามสดุ โตง่ และถกู นำ� มาใชเ้ ปน็
เคร่ืองมือในการแสวงหาสมาชิกใหม่ได้เพิ่มข้ึน นอกจากนี้ ความไม่พอใจเรื่องการฟื้นฟูเมืองมาราวีและการขยายการบังคับใช้
กฎอยั การศกึ ในมนิ ดาเนาถงึ 31 ธ.ค.2561 อาจเปน็ ปจั จยั ผลกั ดนั ใหช้ าวฟลิ ปิ ปนิ สเ์ ขา้ รว่ มกบั กลมุ่ กอ่ การรา้ ยมากขน้ึ ทงั้ น้ี หากฟลิ ปิ ปนิ ส์

533 ขอ้ มลู พ้ืนฐานของตา่ งประเทศ 2562

ไดร้ บั การจดั ตง้ั ใหเ้ ปน็ wilayah ของ IS จะยงิ่ ทำ� ใหผ้ กู้ อ่ การรา้ ยหลงั่ ไหลเดนิ ทางเขา้ มาในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตม้ ากขน้ึ ปจั จบุ นั
ฟลิ ปิ ปนิ ส์ อนิ โดนเี ซยี และมาเลเซยี มคี วามรว่ มมอื อยา่ งใกลช้ ดิ ในการสกดั กน้ั การเคลอ่ื นไหวของกลมุ่ ผสู้ นบั สนนุ IS และผกู้ อ่ การรา้ ย
ชาวตา่ งชาตใิ นบรเิ วณชายแดน โดยเฉพาะการลาดตระเวนทางทะเลและทางอากาศรว่ มกนั
ความสมั พนั ธไ์ ทย-ฟลิ ิปปนิ ส์
สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อ 12 ก.ย.2492 โดยฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกใน
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ฯ มีความสัมพันธ์กับไทยในฐานะมิตรประเทศที่ร่วมก่อต้ังอาเซียนและเป็น
แนวรว่ มทสี่ นบั สนนุ บทบาทกนั ในเวทรี ะหวา่ งประเทศ ความสมั พนั ธท์ วภิ าครี าบรน่ื และใกลช้ ดิ มาโดยตลอดโดยเฉพาะดา้ นการทหาร
ส่วนด้านเศรษฐกิจอยู่ในลักษณะพันธมิตรเชิงแข่งขันทั้งด้านการค้าและการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
การค้าไทยกับฟิลิปปินส์ในปี 2560 มีมูลค่ารวมประมาณ 10,179.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบ
ดลุ การค้าโดยไทยสง่ ออกมลู ค่า 6,946.40 ล้านดอลลารส์ หรฐั และไทยน�ำเข้ามูลค่า 3,233.16 ล้านดอลลารส์ หรฐั สินค้าสง่ ออก
ของไทย : รถยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เม็ดพลาสติก เครื่องจักรกลและส่วนประกอบเคร่ืองจักรกล
เคร่ืองส�ำอางสบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิว และข้าว สินค้าน�ำเข้าจากฟิลิปปินส์ : เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ
สินแร่โลหะอื่นๆ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า ส่วนประกอบรถยนต์ น�้ำมันดิบ ลวด และสายเคเบิล
ข้อตกลงส�ำคัญ : ความช่วยเหลือทางทหาร (14 มี.ค.2490) ความตกลงว่าด้วยไมตรี-พาณิชย์-การเดินเรือ
(14 มิ.ย.2492) บรกิ ารเดินอากาศ (27 เม.ย.2496) ความตกลงวา่ ดว้ ยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ
(31 ก.ค.2505) ความตกลงว่าด้วยท่ีดิน (21 พ.ค.2506) ความตกลงทางวัฒนธรรมไทย-ฟิลิปปินส์ (22 ก.ค.2518)
ความรว่ มมอื ดา้ นการเกษตร (29 ส.ค.2522) การสง่ ผรู้ า้ ยขา้ มแดน (16 ม.ี ค.2524) การเวน้ การเกบ็ ภาษซี อ้ น (14 ก.ค.2525)
ความรว่ มมอื ทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละวชิ าการ (11 เม.ย.2526) การจดั ตง้ั คณะกรรมาธกิ ารรว่ มวา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ทวิภาคีไทย-ฟลิ ปิ ปนิ ส์
(24 ส.ค.2535) ความรว่ มมอื ดา้ นการทอ่ งเทยี่ ว (24 ม.ี ค.2536) การสง่ เสรมิ และคมุ้ ครองการลงทนุ (30 ก.ย.2538) บนั ทกึ ความเขา้ ใจ
วา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ทางทหาร (20 ส.ค.2540) ความรว่ มมอื ดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปรามอาชญากรรม (18 ธ.ค.2541) การจดั ตง้ั
คณะกรรมาธิการร่วมความร่วมมือทวิภาคี (24 ส.ค.2542) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขจัดคราบน้�ำมัน (23 พ.ย.2542)
ความตกลงทางการคา้ (27 พ.ย.2542) บนั ทกึ ความเขา้ ใจความรว่ มมอื การวจิ ยั และพฒั นาการเกษตร (30 พ.ค.2543) สนธิสัญญา
ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ว่าด้วยการโอนตัวผู้ต้องค�ำพิพากษาและความร่วมมือในการบังคับ
ให้เป็นไปตามค�ำพิพากษาในคดีอาญา (12 ต.ค.2544) ความตกลงแลกเปล่ียนข้อสนเทศ และจัดต้ังวิธีการ
ด�ำเนินการในการส่ือสาร (5 พ.ย.2545) บันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านการเกษตร (19 ต.ค.2546) บันทึกความเข้าใจ
ความรว่ มมอื นำ้� มนั และกา๊ ซธรรมชาติ (19 ต.ค.2546) บนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ดว้ ยการซอื้ ขายขา้ วไทย-ฟลิ ปิ ปนิ ส์ (8 เม.ย.2553) บนั ทกึ
ความเขา้ ใจว่าด้วยการแลกเปลี่ยนครู (10 ก.พ.2558) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการปราบปรามยาเสพติด (20 ก.ย.2560)

------------------------------------------------

ขอ้ มลู พ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562 534

นายโรดรโิ ก ดูเตอรเ์ ต
(Rodrigo Duterte)

ตำ� แหน่ง ประธานาธบิ ด ี

เกดิ 28 มีนาคม 2488 (อายุ 74 ป/ี ปี 2562)

สถานท่ีเกิด Maasin, Southern Leyte

บิดา นาย Vicente G. Duterte (เสยี ชีวิต/อดีตผูว้ ่าการเมืองดาเวา)

มารดา นาง Soledad R. Duterte (เสยี ชวี ติ /อดตี คร)ู

การศกึ ษา - รฐั ศาสตร์จาก Lyceum of the Philippines University
ปี 2511 - นติ ิศาสตร์จาก San Beda College in Manila
ปี 2515

สถานภาพ - สมรสกับนาง Elizabeth Zimmerman มีบุตร 3 คน (หญงิ 1 ชาย 2 ไดแ้ ก่ Paolo, Sara,
Sebastian)
- ตอ่ มาแตง่ งานโดยไมจ่ ดทะเบยี นสมรสกบั นางสาว Honeylet Avancena มบี ตุ รสาว 1 คน (Veronica)

ประวตั ทิ างการเมอื ง นายกเทศมนตรเี มอื งดาเวา
2556 ถึง 2559 รองนายกเทศมนตรเี มอื งดาเวา
2553 ถึง 2556 นายกเทศมนตรเี มืองดาเวา
2550 ถงึ 2553 นายกเทศมนตรเี มืองดาเวา
2547 ถึง 2550 นายกเทศมนตรีเมืองดาเวา
2544 ถึง 2547 สมาชิกสภาคองเกรส เขตที่ 1 เมืองดาเวา
2541 ถงึ 2544 นายกเทศมนตรีเมอื งดาเวา
2538 ถงึ 2541 นายกเทศมนตรเี มอื งดาเวา
2535 ถึง 2538 นายกเทศมนตรเี มืองดาเวา
2531 ถึง 2535 รองนายกเทศมนตรีเมอื งดาเวา
2529 ถึง 2531 เปน็ อาจารย์สอนกฎหมายอาญา และวธิ พี จิ ารณาความอาญาโรงเรียนนายร้อยต�ำรวจ
อัยการผชู้ ว่ ยระดบั สอง สำ� นกั งานอยั การเมอื งดาเวา
2526 ถงึ 2529 อัยการผูช้ ่วยระดับสาม ส�ำนักงานอยั การเมอื งดาเวา
2524 ถงึ 2526 อัยการผู้ช่วยระดับสี่ ส�ำนกั งานอยั การเมืองดาเวา
2522 ถึง 2524 ทป่ี รกึ ษาพเิ ศษ สำ� นักงานอัยการเมืองดาเวา
2520 ถึง 2522
--------------------------------------------

535 ขอ้ มลู พน้ื ฐานของตา่ งประเทศ 2562

คณะรัฐมนตรีฟิลิปปนิ ส์ (ต.ค.2561)
ประธานาธิบดี Rodrigo Duterte
รองประธานาธบิ ด ี Maria Leonor Robredo
รมว.กระทรวงการต่างประเทศ Teodoro L. Locsin Jr.
รมว.กระทรวงการเกษตร Emmanuel Piñol
รมว.กระทรวงงบประมาณและการบรหิ าร Benjamin Diokno
รมว.กระทรวงศกึ ษาธกิ าร Leonor Briones
รมว.กระทรวงพลงั งาน Alfonso Cusi
รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อมและทรพั ยากรธรรมชาติ Roy Cimatu
รมว.กระทรวงการคลงั Carlos Dominguez III
รมว.กระทรวงสาธารณสุข Paulyn Jean Russel-Ubial
รมว.กระทรวงมหาดไทยและการปกครองท้องถิน่ Catalino Cuy (OIC)
รมว.กระทรวงยุติธรรม Vitaliano Aguirre II
รมว.กระทรวงแรงงานและการจา้ งงาน Silvestre Bello III
รมว.กระทรวงกลาโหม Delfin Lorenzana
รมว.กระทรวงโยธาธกิ ารและทางหลวง Mark Villar
รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Fortunato de la Peña
รมว.กระทรวงสวัสดกิ ารสังคมและการพัฒนา Emmanuel Leyco (OIC)
รมว.กระทรวงการปฏริ ปู การเกษตร Rafael V. Mariano
รมว.กระทรวงการทอ่ งเที่ยว Wanda Corazon Teo.
รมว.กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม Ramon Lopez
รมว.กระทรวงการขนส่งและโทรคมนาคม Arthur Tugade
โฆษกรัฐบาล Salvador Panelo
ที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านกระบวนการสนั ติภาพ Jesus Dureza

------------------------------------

ขอ้ มลู พนื้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562 536

สาธารณรฐั โปรตุเกส
(Republic of Portugal)

เมอื งหลวง ลิสบอน
ทตี่ ง้ั บนคาบสมทุ รไอบเี รยี ทางตะวนั ตกเฉยี งใตข้ องทวปี ยโุ รป ชายฝง่ั ยาว 1,793 กม. พนื้ ทปี่ ระมาณ 92,090 ตร.กม.
ขนาดใหญ่ล�ำดบั ที่ 111 ของโลก พน้ื ทย่ี ทุ ธศาสตรส์ ำ� คัญ ได้แก่ แนวหมเู่ กาะบรเิ วณมหาสมุทรแอตแลนตกิ ซง่ึ อยู่ทางตะวันตก
ของประเทศ จนถงึ ชอ่ งแคบยบิ รอลตาร์ ทางใตข้ องสเปน นอกจากน้ี พนื้ ทโี่ ปรตเุ กสยงั รวมถงึ หมเู่ กาะ 2 แหง่ ในมหาสมทุ รแอตแลนตกิ
ไดแ้ ก่ หมู่เกาะอาโซเรช (Azores) และหมเู่ กาะมาเดรา (Madeira) ซึง่ เปน็ เขตปกครองตนเอง และเป็นแหล่งทอ่ งเที่ยวส�ำคัญ
อาณาเขต ทศิ เหนอื และทิศตะวันออก ติดกับสเปน
ทศิ ใต้ และทศิ ตะวันตก ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก
ภมู ปิ ระเทศ ทางเหนอื เปน็ แนวเทอื กเขา ตน้ แมน่ ำ�้ ทากชุ สว่ นทางใตเ้ ปน็ พน้ื ทร่ี าบ มบี รเิ วณทเ่ี ปน็ พนื้ นำ้� เพยี ง 0.5% ของพน้ื ท่ี
ทั้งหมด
ภูมิอากาศ แบบเมดเิ ตอรเ์ รเนยี น ไมร่ อ้ นหรอื หนาวเกนิ ไป ทางเหนืออากาศเย็นและมฝี นตกชกุ สว่ นทางใต้ของแมน่ ้�ำทากุช
อากาศอบอุ่นและแห้งกว่า อุณหภูมิเฉล่ียทั้งประเทศ ในฤดูหนาวประมาณ 8-18 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูร้อนประมาณ 16-30
องศาเซลเซียส ส�ำหรบั ฤดใู บไม้ผลิ และฤดใู บไม้ร่วง อากาศดี อบอนุ่ มีแสงแดด

537 ข้อมลู พ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562

ประชากร 10.291 ลา้ นคน (ม.ค.2561) ลดลง 0.001% เปน็ เชอ้ื ชาตโิ ปรตเุ กสเกอื บทงั้ หมด มผี อู้ พยพเชอื้ สายแอฟรกิ นั ทเี่ ขา้ มา
ตงั้ แตช่ ว่ งอาณานคิ มประมาณ 100,000 คน อตั ราสว่ นประชากรจำ� แนกตามอายุ : วยั เดก็ (0-14 ป)ี 14% วยั รนุ่ ถงึ วยั กลางคน
(15-64 ป)ี 64.9% และวยั ชรา (65 ปขี น้ึ ไป) 21.1% อายขุ ยั เฉลย่ี 81.3 ปี เพศชาย 78.1 ปี เพศหญงิ 84.3 ปี อตั ราการเกดิ 8 คน
ตอ่ ประชากร 1,000 คน อตั ราการตาย 11 คนตอ่ ประชากร 1,000 คน
ศาสนา ครสิ ตน์ กิ ายโรมนั คาทอลกิ 81% ครสิ ตน์ กิ ายอนื่ ๆ 3.3% ศาสนาอน่ื ๆ 0.6% ไมน่ บั ถอื ศาสนา 6.8% ไมร่ ะบุ 8.3%
ภาษา ภาษาทางการและภาษาประจ�ำชาติ คือ ภาษาโปรตเุ กส และภาษา Mirandese ใชเ้ ปน็ ภาษาทอ้ งถ่ินบางแหง่
การศกึ ษา งบประมาณรายจา่ ยดา้ นการศึกษา 5.12% ของ GDP (UNESCO ปี 2560)
การก่อตั้งประเทศ เคยเป็นดินแดนที่มีหลายชนชาติเข้ามาต้ังรกรากและครอบครอง ก่อนที่จะก่อตั้งเป็นประเทศโปรตุเกส
เมื่อปี 2214 เปน็ ประเทศทีม่ อี าณานคิ มจ�ำนวนมากในแอฟริกา และจดั ว่าเป็นมหาอ�ำนาจทางทะเลในช่วงศตวรรษท่ี 15-16
เม่ือปี 2453 เกดิ การปฏวิ ตั ลิ ้มลา้ งระบอบกษตั รยิ ์ และจัดต้งั การปกครองแบบสาธารณรัฐ การเมอื งโปรตเุ กสจงึ
อยใู่ นสภาวะไรเ้ สถยี รภาพนบั ตง้ั แตน่ นั้ มา เกดิ การปฏวิ ตั ริ ฐั ประหารมาโดยตลอด เมอื่ ปี 2469 มกี ารปกครองแบบเผดจ็ การฝา่ ยขวา
ทไ่ี ด้รบั อิทธิพลจากระบอบฟาสซสิ ต์ของอิตาลี ท�ำใหร้ ฐั บาลสามารถควบคมุ ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ
เมอ่ื ปี 2519 มกี ารแกไ้ ขรฐั ธรรมนญู เพอ่ื ใหม้ แี นวทางประชาธปิ ไตยมากขน้ึ และจดั ใหม้ กี ารเลอื กตง้ั สมาชกิ รฐั สภา
เปน็ ครัง้ แรก โปรตุเกสมรี ฐั บาลพรรคสงั คมนิยมมาจนถงึ ปี 2528 พรรคสังคมประชาธิปไตย (Social Democratic Party-PSD)
จึงไดร้ บั เลอื กเข้ามาจัดตัง้ รฐั บาลเปน็ คร้งั แรก
การเมอื งโปรตเุ กสขาดเสถยี รภาพ เนอ่ื งจากปญั หาเศรษฐกจิ ดงั นน้ั รฐั บาลโปรตเุ กสชดุ หลงั ๆ จงึ เลง็ เหน็ ประโยชน์
จากการเข้าเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) เมื่อปี 2529 ก่อนที่ EEC จะพัฒนาไปเป็นสหภาพยุโรป (EU) แต่การมี
ศกั ยภาพทางเศรษฐกจิ ทด่ี อ้ ยกวา่ ประเทศสมาชกิ อนื่ ๆ เปน็ ปจั จยั สำ� คญั ทผี่ ลกั ดนั ใหโ้ ปรตเุ กสรเิ รม่ิ การกอ่ ตงั้ ประชาคมประเทศทใ่ี ช้
ภาษาโปรตเุ กส (CPLP) ขน้ึ เมอื่ ปี 2537 เพอ่ื ใชเ้ ปน็ จดุ เชอ่ื มโยงในการขยายชอ่ งทางการคา้ และการพฒั นาทางเศรษฐกจิ รวมทงั้
เป็นฐานเสียงในการสนับสนนุ ดา้ นการเมอื งซง่ึ กันและกันในเวทีระหว่างประเทศ
วนั ชาต ิ 10 ม.ิ ย. (2123) หรอื เรยี กวา่ วันกามอ๊ ยช์ (Dia do Camoes) เพ่ือใหเ้ กยี รตแิ ก่ Luis Vaz Camoes กวีเอกของ
โปรตเุ กส สมยั ศตวรรษท่ี 16 ซ่งึ เสียชวี ติ ในวนั ดังกล่าว
การเมอื ง ระบอบสาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยแบบรฐั สภา มปี ระธานาธบิ ดเี ปน็ ประมขุ มาจากการเลอื กตง้ั โดยตรง วาระ 5 ปี
และอยใู่ นตำ� แหนง่ ไดไ้ มเ่ กนิ 2 สมยั ตดิ ตอ่ กนั ประธานาธบิ ดมี บี ทบาทในดา้ นพธิ กี าร มอี ำ� นาจในการแตง่ ตง้ั และถอดถอน นรม.
และ ครม. ใหค้ วามเหน็ ชอบกฎหมาย และมสี ทิ ธยิ บั ยง้ั รา่ งกฎหมายทขี่ ดั ตอ่ รฐั ธรรมนญู รวมถงึ ยบุ ครม. หากเหน็ วา่ กระทำ� ผดิ รฐั ธรรมนญู
และมอี ำ� นาจในการประกาศภาวะสงคราม ประธานาธบิ ดคี นปจั จบุ นั คอื นาย Marcelo Rebelo De Sousa จากพรรค Social
Democratic Party (PSD) รบั ตำ� แหนง่ เมอื่ มี.ค.2559 ประธานาธบิ ดีมีสภาทป่ี รกึ ษาที่เรยี กว่า Council of State โดยจะมีการ
เลือกต้งั ประธานาธบิ ดีครัง้ ต่อไป ในปี 2564 (มีการเลอื กตั้งสองรอบ)
ฝ่ายบริหาร : นรม.มาจากผู้น�ำพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมากท่ีสุด หรือการเสนอช่ือของพรรคการเมือง
ท่รี วมตวั ไดเ้ สยี งขา้ งมาก และไดร้ ับการแตง่ ต้งั จากประธานาธบิ ดี ตามประเพณีปฏิบัตจิ ะไม่ด�ำรงต�ำแหน่งเกนิ สองสมัยตดิ ต่อกัน

ขอ้ มูลพ้นื ฐานของต่างประเทศ 2562 538

นรม.คนปจั จบุ ัน คือ นาย António Luís Santos da Costa หัวหน้าพรรค Socialist (PS) โดยสามารถจัดตัง้ รฐั บาลได้ แมว้ า่
กลมุ่ Portugal Ahead Coalition (PAF) ซงึ่ เปน็ พนั ธมติ รพรรครว่ มรฐั บาลผสมชดุ เดมิ จะไดร้ บั คะแนนมากทส่ี ดุ ในการเลอื กตง้ั ทว่ั ไป
เมอ่ื ต.ค.2558 คดิ เปน็ 38.6% หรอื 107 ทน่ี งั่ แตไ่ มเ่ พยี งพอในการจดั ตงั้ รฐั บาล ทำ� ใหพ้ รรค PS ซงึ่ ไดร้ บั เลอื กเปน็ อนั ดบั 2
ดว้ ยคะแนน 32.3% หรอื 86 ทน่ี งั่ รวบรวมเสยี งจดั ตง้ั รฐั บาลผสมกบั พรรค Left Bloc, พรรคคอมมวิ นสิ ต์ และพรรค Greens ทงั้ นี้
โปรตเุ กสเปน็ ประเทศในเขตยโู รโซนประเทศท่ีสองต่อจากกรีซ ท่ีพรรคซ่ึงต่อต้านนโยบายรัดเข็มขัดประสบความส�ำเร็จในการ
จัดตัง้ รัฐบาล
ฝา่ ยนติ บิ ญั ญตั ิ : รฐั สภาระบบสภาเดยี ว ชอ่ื สภาแหง่ สาธารณรฐั (Assembly of the Republic) มสี มาชกิ 230 คน
มาจากการเลอื กต้ังโดยตรง วาระ 4 ปี การเลอื กตัง้ ครั้งตอ่ ไปใน ต.ค.2562
ฝา่ ยตลุ าการ : ศาลมอี สิ ระในการพพิ ากษา และศาลฎกี าเปน็ ศาลสงู สดุ ของประเทศ ผพู้ พิ ากษามวี าระดำ� รงตำ� แหนง่
ตลอดชพี
พรรคการเมอื งสำ� คญั และผนู้ ำ� พรรค 1) พรรค Social Democratic Party (PSD) แนวคดิ กลางขวา มนี าย Pedro
Passos Coello เปน็ หวั หนา้ พรรค 2) พรรค Socialist (PS) แนวคดิ สงั คมนยิ มประชาธปิ ไตย มี นรม. António Luís Santos da
Costa เปน็ หวั หนา้ พรรค 3) พรรค Democratic and Social Centre-People’s Party (CDS-PP) แนวคดิ สงั คมนยิ มผสมผสาน
กบั ประชาธปิ ไตย มนี าย Paulo Portas เปน็ หวั หนา้ พรรค 4) พรรค Democratic Unity Coalition (CDU) มนี าย Jeronimo de
Sousa เปน็ หัวหนา้ พรรค 5) พรรค Left Bloc แนวคดิ ฝา่ ยซ้าย มนี ายCatarina Martins เป็นหวั หน้าพรรค
เศรษฐกจิ ระบบเสรนี ยิ ม โดยนบั ตงั้ แตเ่ ขา้ เปน็ สมาชกิ ประชาคมเศรษฐกจิ ยโุ รป เมอ่ื ปี 2529 ไดป้ รบั โครงสรา้ งทางเศรษฐกจิ ทพ่ี ง่ึ พา
ภาคการเกษตร มาเน้นภาคบริการและมีความหลากหลายมากข้ึน เร่ิมใช้เงินสกุลยูโร เม่ือ 1 ม.ค.2545 แทนที่เงินสกุลเดิมคือ
Escudo พร้อมกับประเทศสมาชิกยูโรโซนอีก 11 ประเทศ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงดังกล่าว เกินค่าเฉลี่ยของ EU
แตร่ ายไดเ้ ฉลย่ี ตอ่ หวั ยงั ตำ่� กวา่ เกณฑข์ อง EU อยา่ งไรกต็ าม โปรตเุ กสมจี ดุ ออ่ นดา้ นหนส้ี นิ สาธารณะสงู ขดี ความสามารถการแขง่ ขนั ตำ่�
ระบบการศึกษาด้อยคุณภาพ ตลาดแรงงานไม่ยืดหยุ่น และภาวะขาดดุลงบประมาณสูง ดังน้ัน วิกฤติเศรษฐกิจโลกและวิกฤติ
หนี้สาธารณะของยุโรปตั้งแต่ปี 2551 จึงส่งผลให้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณของโปรตุเกสและหน้ีสาธารณะรุนแรงมากข้ึน
เมอ่ื ปี 2553 ท�ำให้โปรตเุ กสกลายเปน็ ประเทศท่สี ามของยูโรโซน (ต่อจากกรีซและไอรแ์ ลนด์) ท่ีตอ้ งขอรบั เงนิ ชว่ ยเหลือเพื่อการ
ฟน้ื ฟเู ศรษฐกจิ จากกล่มุ เจา้ หน้ี 3 ฝา่ ยหรือ Troika (กองทนุ การเงนิ ระหวา่ งประเทศ (IMF) สหภาพยุโรป (EU) และธนาคารกลาง
ยุโรป มลู ค่า 78,000 ล้านยูโร (ประมาณ 111,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตั้งแต่ พ.ค.2554 แต่ใช้เวลาเพียง 3 ปี ก็ได้สิ้นสุดการ
รับความช่วยเหลือเมื่อ พ.ค.2557 หลังจากด�ำเนนิ มาตรการรัดเข็มขดั อยา่ งเข้มงวด ทำ� ใหเ้ ศรษฐกิจมสี ญั ญาณฟื้นตัว
ผลผลติ การเกษตร : ขา้ ว มนั ฝรงั่ มะเขอื เทศ มะกอก องนุ่ เนอื้ แกะ แพะ หมู เนอื้ ไก่ ผลติ ภณั ฑน์ ม ปลา อตุ สาหกรรมหลกั
: สงิ่ ทอ เสอื้ ผา้ รองเทา้ ไม้ และไมค้ อรก์ กระดาษ เคมภี ณั ฑ์ ชน้ิ สว่ น อะไหลร่ ถยนต์ โลหะ ไวน์ และอาหารอน่ื ๆ เครอื่ งกระเบอื้ งเคลอื บ
และเครอ่ื งเซรามกิ เครอ่ื งแกว้ โทรคมนาคม การตอ่ เรอื และการตกแตง่ เรอื เทคโนโลยี ผลติ ภณั ฑน์ ม การทอ่ งเทยี่ ว
ทรพั ยากรธรรมชาติ : ปลา ไมค้ อรก์ เหลก็ ทองแดง สงั กะสี ดบี กุ ทงั สเตน ยเู รเนยี ม ทองเงนิ หนิ ออ่ น ยปิ ซมั เกลอื
พลังงานไอน�้ำ
สกลุ เงิน : ยโู ร (Euro) อตั ราแลกเปลี่ยน 1 ยโู ร : 1.16 ดอลลาร์สหรฐั และ 1 ยูโร : 38.43 บาท (17 ก.ย.2561)
ดชั นีเศรษฐกจิ สำ� คัญ (ปี 2561)
ผลิตภณั ฑม์ วลรวมภายในประเทศ (GDP) : 217,571 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั (ธนาคารโลก)
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : 2.7%

539 ข้อมูลพื้นฐานของตา่ งประเทศ 2562

รายไดเ้ ฉล่ยี ตอ่ หวั ตอ่ ปี : 21,136.3 ดอลลารส์ หรฐั
แรงงาน : 5.17 ล้านคน
อัตราการวา่ งงาน : 8.9%
อตั ราเงินเฟอ้ : 1.37%
ดุลบญั ชีเดนิ สะพดั : 993 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ
มูลค่าการสง่ ออก : 61,001 ลา้ นดอลลาร์สหรฐั
สนิ คา้ สง่ ออกสำ� คญั : ผลติ ภณั ฑก์ ารเกษตร ผลติ ภณั ฑอ์ าหาร ไวน์ ผลติ ภณั ฑน์ ำ้� มนั เคมภี ณั ฑ์ พลาสตกิ และยาง กระดาษ ไมค้ อรก์
มูลคา่ การนำ� เขา้ : 74,732 ล้านดอลลาร์สหรฐั
สินคา้ นำ� เข้าสำ� คญั : ผลิตภณั ฑ์การเกษตร เคมภี ณั ฑ์ ยานยนตแ์ ละอุปกรณ์ขนสง่ คอมพวิ เตอรแ์ ละช้ินส่วน semi-conductors
ผลติ ภณั ฑจ์ ากน้�ำมัน
คู่คา้ ส�ำคญั : สเปน เยอรมนี ฝรั่งเศส แองโกลา สหราชอาณาจักร
การทหาร งบประมาณดา้ นการทหารปี 2560 เทา่ กบั 1.7% ของ GDP กำ� ลงั พลประจำ� การทงั้ หมด 30,500 นาย : ทบ. 16,500 นาย
ทร. 8,000 นาย และ ทอ. 6,000 นาย นอกจากน้ี มี กกล.สารวตั รทหาร 44,000 นาย และ กกล.สำ� รอง (บคุ คลทอี่ ายไุ มเ่ กนิ 35 ป)ี
ปจั จุบนั มี 211,950 นาย (ทบ. 210,000 นาย ทร. 1,250 นาย และ ทอ. 700 นาย)
ระบบการเกณฑท์ หารเปน็ ไปโดยสมคั รใจ สำ� หรบั บคุ คลทม่ี อี ายคุ รบ 18 ปขี นึ้ ไป (ยกเลกิ ระบบการบงั คบั เกณฑท์ หาร
เมอื่ ปี 2547) เปดิ โอกาสใหผ้ หู้ ญงิ เขา้ รบั ราชการทหารใน ทบ. และ ทร. ตงั้ แตป่ ี 2536 ยกเวน้ ในหนว่ ยปฏบิ ตั กิ ารพเิ ศษบางหนว่ ย
ส�ำหรับการคัดเลอื ก กกล.สำ� รองได้จนถึงอายุ 35 ปี
ปัญหาด้านความมั่นคง
ประเด็นปัญหาข้ามชาติที่ส�ำคัญ ได้แก่ ปัญหาการค้ายาเสพติด เน่ืองจากโปรตุเกสเป็นด่านหน้าที่มีการลักลอบ
นำ� เขา้ ยาเสพตดิ เขา้ สยู่ โุ รป ทง้ั โคเคนจากลาตนิ อเมรกิ า โดยเฉพาะบราซลิ เฮโรอนี จากประเทศเอเชยี ตะวนั ตกเฉยี งใต้ และกญั ชา
จากแอฟรกิ าเหนือ
สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ ที่ส�ำคัญได้แก่ UN, EU, NATO, WTO, ILO, IMF, OECD, OSCE, ประชาคมประเทศท่ีใช้
ภาษาโปรตุเกส (Community of Portuguese Speaking Countries-CPLP) และ ADB (สมาชิกนอกภูมิภาค)
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย ี รฐั บาลโปรตเุ กสใหค้ วามสำ� คญั อยา่ งมาก ตอ่ การพฒั นาเทคโนโลยดี า้ นไฟฟา้ และพลงั งาน เพราะถอื วา่
เป็นยุทธศาสตร์ท่ีสามารถจะเพม่ิ ขีดความสามารถในการแข่งขนั ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยเฉพาะการพฒั นาพลงั งาน
หมุนเวียน ได้แก่ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ การลดต้นทุนการผลิตด้านพลังงาน รวมไปถึงการพิทักษ์ส่ิงแวดล้อม
(ลดการปลอ่ ยมลพษิ ตอ่ สภาพแวดลอ้ ม) และการพฒั นาเทคโนโลยตี า่ ง ๆ และทสี่ ำ� คญั คอื การลดการพงึ่ พาแหลง่ พลงั งานนอกประเทศ
ทง้ั นปี้ รตเุ กสมโี รงงานผลติ ไฟฟา้ พลงั งานแสงอาทติ ยท์ ใ่ี หญท่ ส่ี ดุ ในโลกอยทู่ เี่ มอื ง Moura เขต Alentejo ทางตอนใตข้ องประเทศ
การขนสง่ และโทรคมนาคม มที า่ อากาศยาน 64 แหง่ ทา่ อากาศยานนานาชาตสิ ำ� คญั คอื ทา่ อากาศยานลสิ บอน เสน้ ทางทอ่ สง่ กา๊ ซ
1,344 กม. ทอ่ สง่ นำ้� มนั 11 กม. เสน้ ทางรถไฟระยะทาง 3,075 กม. ถนนระยะทาง 82,900 กม. และเสน้ ทางเดนิ ทางทางนำ�้ 210 กม.
(บรเิ วณแมน่ ำ้� ดโู ร จากเมอื งปอรต์ )ู การโทรคมนาคม (ปี 2559) มโี ทรศพั ทพ์ น้ื ฐานใหบ้ รกิ าร ประมาณ 4.78 ลา้ นเลขหมาย โทรศพั ท์

ข้อมลู พน้ื ฐานของต่างประเทศ 2562 540

เคลอ่ื นท่ี 11.57 ลา้ นเลขหมาย โดยมรี ะบบเครอื ขา่ ยทที่ นั สมยั และใชค้ วามเรว็ สงู มสี ถานตี ดิ ตง้ั ดาวเทยี มภาคพนื้ ดนิ ระบบ Intelsat
3 แหง่ คอื ทมี่ หาสมทุ รแอตแลนตกิ 2 แหง่ และมหาสมทุ รอนิ เดยี 1 แหง่ รหสั โทรศพั ท์ +351 จำ� นวนผใู้ ชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ เมอื่ ปี 2559
คดิ เปน็ 70.4% ของจำ� นวนประชากร รหัสอินเทอร์เน็ต .pt เว็บไซตก์ ารท่องเท่ยี ว www.visitportugal.com
การเดินทาง สายการบนิ ไทยไม่มเี ส้นทางการบินตรงระหวา่ งไทยกับโปรตุเกส การเดนิ ทางจากกรงุ เทพฯ-ลิสบอน ต้องบินตรง
ไปมาดรดิ สเปน และตอ่ ไปยงั ลสิ บอน รวมระยะเวลาการบินประมาณ 13 ชม. 18 นาที เวลาทโ่ี ปรตุเกสชา้ กว่าไทย 6 ชม.
สถานการณ์ส�ำคัญที่นา่ ติดตาม
การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว หลังจากโปรตุเกสประสบความส�ำเร็จในการคลี่คลายวิกฤติหนี้สาธารณะ
และมีสัญญาณฟื้นตัวต้ังแต่ปี 2557 แต่ยังมีความเปราะบางจากภาวะไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจยุโรป รวมทั้ง
ภาวะท่ีเกิดข้ึนหลังจากสหราชอาณาจักรลงประชามติออกจากการเป็นสมาชิก EU นอกจากน้ี พรรคร่วมรัฐบาลโปรตุเกสยังมี
ความลงั เลต่อการด�ำเนนิ นโยบายของ EU อีกด้วย
ความสัมพันธไ์ ทย-โปรตเุ กส
ดำ� เนินไปด้วยความราบรื่น และไม่มีปัญหาขดั แยง้ ระหว่างกัน โปรตเุ กสเปน็ ยุโรปชาติแรกท่ีเดินทางมาไทยตัง้ แต่
ปี 2054 สมัยสมเด็จพระรามาธิบดที ่ี 2 แห่งกรงุ ศรีอยธุ ยา มกี ารสถาปนาความสัมพันธท์ างการทตู เมือ่ 10 ก.พ.2402 ซ่ึงทงั้ สอง
ประเทศลงนามในสนธสิ ัญญาทางไมตรีการพาณิชย์และการเดนิ เรอื (Treaty of Friendship, Commerce and Navigation)
เม่อื ปี 2524 ไทยเปิด สอท.ขึ้นเป็นครง้ั แรก ณ กรงุ ลสิ บอน สว่ นโปรตเุ กสเข้ามาต้ังสถานกงสุลทก่ี รงุ เทพฯ เมอื่ ปี 2361 นับเป็น
สถานกงสลุ แหง่ แรกของตา่ งประเทศในไทย ปจั จบุ นั สอท.โปรตเุ กส/กรงุ เทพฯ มเี ขตอาณาครอบคลมุ กมั พชู า ลาว มาเลเซยี เมยี นมาร์
และเวยี ดนาม และมคี นไทยอาศัยอยู่ในโปรตเุ กสประมาณ 1,200 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในภาคเกษตร
อยา่ งไรกต็ าม การทมี่ รี ะยะทางหา่ งไกล และระบบคมนาคมไมเ่ ออื้ ตอ่ กนั มากนกั ประกอบกบั โปรตเุ กสผกู พนั นโยบาย
และผลประโยชนข์ องตนกบั EU อยา่ งเหนยี วแนน่ ความสมั พนั ธท์ วภิ าครี ะหวา่ งไทยกบั โปรตเุ กสจงึ ไมพ่ ฒั นามากเทา่ ทคี่ วร แมว้ า่
โปรตเุ กสเปน็ ชาติแรกทีม่ ีความสมั พนั ธท์ างการค้าและการเมืองกับไทยยาวนานกวา่ 500 ปี
โปรตุเกสสนบั สนุนอาเซียนและไทยตลอดมา ในปัญหาสำ� คัญ ๆ อาทิ ปญั หากมั พูชา รัฐบาลโปรตุเกสมโี ครงการ
จะเปดิ สอท.เพมิ่ เตมิ ขน้ึ ในประเทศอาเซยี น เชน่ สงิ คโปร์ มาเลเซยี ไทย และโปรตเุ กส มคี วามรว่ มมอื กนั มากขน้ึ ในการฟน้ื ฟตู มิ อรเ์ ลสเต
และผลักดนั อาเซียน และ EU ให้เพม่ิ ความรว่ มมอื ในเรื่องดงั กล่าวมากขน้ึ
เมือ่ ปี 2560 โปรตุเกสเปน็ ค่คู า้ อนั ดบั ท่ี 73 ของไทย มมี ลู ค่าการค้าอยูท่ ี่ 7,967 ล้านบาท เพิ่มขึน้ 7.15% ไทยส่ง
ออกมูลค่า 5,779 ล้านบาท น�ำเขา้ มูลคา่ 2,188 ลา้ นบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้า 3,590 ล้านบาท สินค้าหลักท่ีไทยส่งออก
ไดแ้ ก่ รถยนต์ อปุ กรณแ์ ละสว่ นประกอบ เครอื่ งปรบั อากาศและสว่ นประกอบ ผลติ ภณั ฑย์ าง เมด็ พลาสตกิ เครอ่ื งวดิ โี อ เครอื่ งเสยี ง
อปุ กรณแ์ ละสว่ นประกอบ พดั ลม สนิ คา้ หลกั ทไ่ี ทยนำ� เขา้ ไดแ้ ก่ เครอ่ื งจกั รไฟฟา้ และสว่ นประกอบ เสอ้ื ผา้ สำ� เรจ็ รปู เครอื่ งจกั รกล
และสว่ นประกอบ กระดาษ และผลิตภณั ฑก์ ระดาษ ผลติ ภณั ฑ์โลหะ
ขอ้ ตกลงสำ� คญั : ความตกลงวา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ทางวฒั นธรรม สนธสิ ญั ญาแลกเปลย่ี นนกั โทษ ความตกลงวา่ ดว้ ย
ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการบิน ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี บนั ทกึ ความเขา้ ใจวา่ ดว้ ยความรว่ มมอื ในการแลกเปลยี่ นขอ้ มลู ธรุ กรรมทางการเงนิ เพอื่ การปอ้ งกนั และปราบปราม
การฟอกเงิน (ระหว่างส�ำนักงาน ปปง. กบั The Unidade de Informacao Financeira (UIF)

541 ขอ้ มลู พืน้ ฐานของตา่ งประเทศ 2562

นายอนั โตนโิ อ หลยุ ส์ ซานโตส ดา คอสตา
(António Luís Santos da Costa)

ตำ� แหน่ง นรม.
หวั หน้าพรรค Socialist (PS)

เกดิ 17 ก.ค.2504 (อายุ 58 ป/ี ปี 2562) ทกี่ รงุ ลสิ บอน เปน็ บตุ รของนาย Orlando da Costa (นกั เขยี นชาวโปรตเุ กส
เชอื้ สายฝรงั่ เศสและอินเดยี ) และนาง Maria Antónia Palla (ผสู้ อื่ ขา่ วและนกั เคลอื่ นไหวดา้ นสทิ ธสิ ตรี)

การศกึ ษา ปรญิ ญาตรี นิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ลสิ บอน

สถานภาพทางครอบครวั สมรสกบั นาง Fernanda Maria Gonçalves Tadeu อาชพี ครู เมอ่ื ปี 2530 มบี ตุ ร 2 คน
(ชาย 1 คน หญิง 1 คน)

ประวัตกิ ารทำ� งาน
ปี 2531 ฝกึ งานด้านกฎหมาย กอ่ นจะเขา้ ส่วู งการเมืองโดยเปน็ สมาชกิ พรรค Socialist

ประวตั ิทางการเมือง
ปี 2540-2542 รมต.รับผดิ ชอบดา้ นกิจการรัฐสภา ในสมัยรฐั บาลของ นรม. António Guterres
ปี 2542-2545 รมว.กระทรวงยุติธรรม ในสมัยรัฐบาลของ นรม. António Guterres
ปี 2548-2550 รมว.กระทรวงการบรหิ ารกจิ การภายในประเทศ ในสมยั รฐั บาลของนาย José Sócrates
ส.ค.2550- เม.ย.2558 นายกเทศมนตรกี รงุ ลสิ บอนสองสมยั แตห่ ลงั จากไดร้ บั เลอื กใหเ้ ปน็ หวั หนา้ พรรค Socialist เมอื่ ก.ย.2557
จงึ ลาออกเมอื่ เม.ย.2558 ซงึ่ เปน็ การลาออกกอ่ นครบวาระ เพอื่ เตรยี มการเลอื กตงั้ ทว่ั ไป ในฐานะผทู้ า้ ชงิ
ตำ� แหนง่ นรม.
ต.ค.2558 นำ� พรรค Socialist ไดค้ ะแนนเปน็ อนั ดบั 2 คดิ เปน็ 32.3% หรอื 86 ทนี่ งั่ ขณะทกี่ ลมุ่ Portugal Ahead
Coalition (PAF) ซึง่ เปน็ พนั ธมติ รพรรครว่ มรัฐบาลผสมชดุ เดิม ได้รบั คะแนนมากท่สี ดุ คิดเปน็ 38.6%
หรือ 107 ทนี่ ั่ง ประกาศจัดต้งั รัฐบาล แตไ่ มส่ ามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้
พ.ย.2558 พรรค Socialist ประสบความส�ำเร็จในการรวบรวมเสียงข้างมาก และจัดต้ังรัฐบาลผสมกับพรรค Left
Bloc, พรรคคอมมิวนิสต์ และพรรค Greens โดยนาย António Luís Santos da Costa ขึ้นด�ำรง
ต�ำแหนง่ นรม.

-------------------------------------

ขอ้ มูลพื้นฐานของต่างประเทศ 2562 542

ประมขุ และคณะรฐั มนตรีโปรตเุ กส

ประธานาธิบดี Marcelo Rebelo De Sousa
นรม. António Luís Santos da Costa
รมต.ประจำ� ส�ำนักนายกรัฐมนตร ี Pedro Siza Vieira
รมว.กระทรวงการต่างประเทศ Augusto Santos Silva
รมว.กระทรวงการบริหารและการพฒั นา Maria Manuel Leitão Marques
รมว.กระทรวงการคลงั Mário Centeno
รมว.กระทรวงกลาโหม José Alberto Azeredo Lopes
รมว.กระทรวงการบริหารกิจการภายในประเทศ Eduardo Cabrita
รมว.กระทรวงยุตธิ รรม Francisca Van Dunem
รมว.กระทรวงวฒั นธรรม Luis Filipe Castro Mendes
รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศกึ ษาระดบั สงู Manuel Heitor
รมว.กระทรวงศกึ ษาธิการ Tiago Brandão Rodrigues
รมว.กระทรวงแรงงาน ความเป็นอันหน่งึ อนั เดยี ว และความมน่ั คงดา้ นสงั คม
Jose Viera Da Silva
รมว.กระทรวงสาธารณสขุ Adalberto Campos Fernandes
รมว.กระทรวงดา้ นการวางแผนและโครงสร้างพนื้ ฐาน Pedro Manuel Dias de Jesus Marques
รมว.กระทรวงเศรษฐกจิ Manuel Caldeira Cabral
รมว.กระทรวงสง่ิ แวดล้อม João Pedro Matos Fernandes
รมว.กระทรวงการเกษตร ปา่ ไม้ และการพฒั นาชนบท Luís Capoulas Santos
รมว.กระทรวงกจิ การทะเล Ana Paula Vitorino

-----------------------------------
(ก.ย.2561)

543 ข้อมลู พน้ื ฐานของตา่ งประเทศ 2562

รฐั กาตาร์
(State of Qatar)

เมืองหลวง โดฮา
ที่ตงั้ ภูมิภาคตะวันออกกลาง ระหว่างเส้นละติจูดที่ 24-27 องศาเหนือกับเส้นลองจิจูดที่ 50-52 องศาตะวันออก
โดยเปน็ แหลมขนาดเล็กท่ียื่นออกไปจากชายฝัง่ ตะวันออกของคาบสมทุ รอาระเบียเข้าไปในอา่ วเปอรเ์ ซยี หรอื อา่ วอาหรบั มีพ้ืนที่
11,586 ตร.กม. ใหญ่เป็นอนั ดับ 159 ของโลก และเลก็ กว่าไทย 44.3 เทา่
อาณาเขต ทศิ เหนอื ตะวนั ออก และตะวนั ตก ตดิ กบั อ่าวเปอรเ์ ซียหรอื อา่ วอาหรับ โดยมีชายฝ่ังยาว 563 กม.
ทศิ ใต้ ติดกบั ซาอดุ ีอาระเบยี (87 กม.)
ภมู ปิ ระเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นท่ีราบทะเลทรายซ่ึงแห้งแล้งไม่มีแหล่งน้�ำตามธรรมชาติ จึงมีพื้นที่เพาะปลูกเพียง 1.64%
จดุ สูงท่สี ุดของประเทศ คือ ยอดเขา Qurayn Abu al Bawl บนภเู ขา Dukhan ความสงู 103 ม.
ภูมอิ ากาศ อากาศแบบทะเลทรายอุณหภูมิเฉล่ียตลอดปีอยู่ระหว่าง 21-34 องศาเซลเซียส ปริมาณน�้ำฝนน้อยประมาณ
100 มม.ตอ่ ปี ฤดรู อ้ น พ.ค.-ก.ย. อากาศรอ้ นมาก โดยอณุ หภมู ใิ นเวลากลางวนั อาจสงู ถงึ 50 องศาเซลเซยี ส สว่ นชว่ งทเ่ี หลอื ของปี
ต.ค.-เม.ย. อากาศคอ่ นขา้ งเยน็ กวา่ แตอ่ ณุ หภมู ชิ ว่ ง ธ.ค.-ก.พ. อาจลดลงเหลอื 5 องศาเซลเซยี ส ภยั ธรรมชาตทิ ป่ี ระสบเปน็ ประจำ�
ได้แก่ พายุทรายและพายฝุ ุ่น ซ่งึ เกดิ ขนึ้ ได้ตลอดทงั้ ปี โดยเฉพาะในชว่ ง เม.ย.-ม.ิ ย.

ขอ้ มลู พ้ืนฐานของตา่ งประเทศ 2562 544

ประชากร 2,641,669 คน (ม.ค.2560) ชาวอาหรบั 40% อนิ เดยี 18% ปากสี ถาน 18% อหิ รา่ น 10% และอน่ื ๆ 14% อตั ราสว่ น
ประชากรจำ� แนกตามอายุ : วยั เดก็ (0-14 ป)ี 12.63% วยั รนุ่ ถงึ วยั กลางคน (15-64 ป)ี 86.37% วยั ชรา (65 ปขี นึ้ ไป) 1% อายขุ ยั เฉลย่ี
ของประชากรโดยรวม 78.9 ปี เพศชาย 76.8 ปี เพศหญงิ 81 ปี อตั ราการเกดิ 9.6 คนตอ่ ประชากร 1,000 คน อตั ราการตาย 1.5 คน
ตอ่ ประชากร 1,000 คน อตั ราการเพ่มิ ของประชากร 2.27%
ศาสนา ศาสนาอิสลาม 67.7% (สว่ นใหญเ่ ป็นซุนน)ี คริสต์ 13.8% ฮินดู 13.8% พุทธ 3.1% และอืน่ ๆ 1.6%
ภาษา ภาษาอาหรับเป็นภาษาราชการ ภาษาองั กฤษเป็นภาษาทีส่ องและใช้อย่างกวา้ งขวาง
การศกึ ษา อตั ราการรหู้ นงั สอื สงู 97.7% งบประมาณดา้ นการศกึ ษาประมาณ 2.85% ของ GDP (เมอ่ื ปี 2560 โดย UNESCO)
เชค ฮะมดั บนิ เคาะลฟี ะฮ์ อาลษานี เจา้ ผคู้ รองรฐั พระองคก์ อ่ น ทรงรเิ รม่ิ นโยบายปฏริ ปู “การศกึ ษาเพอ่ื ยคุ ใหม”่ (Education for a
New Era) เมอ่ื พ.ย.2545 โดยจดั ตง้ั สภาการศกึ ษาสงู สดุ ทำ� หนา้ ทก่ี ำ� กบั ดแู ลการศกึ ษาตงั้ แตร่ ะดบั อนบุ าลไปจนถงึ ระดบั อดุ มศกึ ษา
ปจั จบุ นั มโี รงเรยี นทงั้ ของรฐั และเอกชนรวมทงั้ สนิ้ กวา่ 500โรงเรยี นสว่ นการศกึ ษาระดบั อดุ มศกึ ษา มี Qatar University เปน็ มหาวทิ ยาลยั
ของรฐั แหง่ แรก กอ่ ตง้ั เมอ่ื ปี 2516 และ Education City ในกรงุ โดฮาเมอื่ ปี 2541 โดยมสี ถาบนั ระดบั อดุ มศกึ ษาจากตา่ งชาตเิ ข้าไปเปดิ
วทิ ยาเขตในพนื้ ทดี่ งั กลา่ ว 8 สถาบนั จงึ ทำ� ใหม้ สี ถาบนั ระดบั อดุ มศกึ ษาในกาตารท์ ง้ั สนิ้ 9 แหง่ ทใ่ี หบ้ รกิ ารนกั ศกึ ษากวา่ 12,000 คน
นอกจากน้ี Qatar Foundation ของรัฐบาลยังรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม World Innovation Summit Education (WISE)
ซง่ึ เปน็ เวทที มี่ ผี นู้ ำ� ทางความคดิ และผกู้ ำ� หนดนโยบายการศกึ ษาจากทวั่ โลกเขา้ รว่ มเปน็ ประจำ� ทกุ ปี
การก่อต้ังประเทศ กาตารเ์ คยตกอยภู่ ายใตก้ ารปกครองของราชวงศอ์ าลเคาะลฟี ะฮข์ องบาหเ์ รนเมอื่ ครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 19 จนกระทง่ั
ราชวงศ์อาลษานีได้รับความช่วยเหลือจากสหราชอาณาจักรให้สถาปนารัฐกาตาร์ขึ้นเม่ือ 18 ธ.ค.2421 และปกครองประเทศ
มาจนถงึ ปจั จบุ นั อยา่ งไรกด็ ี ในชว่ งแรกหลงั การสถาปนา รฐั กาตารม์ สี ถานะเปน็ เพยี งรฐั ในอารกั ขาของสหราชอาณาจกั ร โดยเปน็
สว่ นหนง่ึ ของดนิ แดนทสี่ หราชอาณาจกั รเรยี กวา่ Trucial States/Trucial Sheikhdoms จนกระทงั่ เมอ่ื ปี 2511 สหราชอาณาจกั ร
ประกาศความตอ้ งการทจี่ ะยตุ กิ ารอารกั ขาใหผ้ นู้ ำ� Trucial States ทง้ั 9 รฐั ไดแ้ ก่ กาตาร์ บาหเ์ รน อาบดู าบี ดไู บ ชารจ์ าห์ อจั ญม์ าน
อมุ มลุ กวู ยั น์ รอสอลั คอยมะฮ์ และฟญุ ยั เราะฮ์ ดว้ ยเหตนุ จ้ี งึ มกี ารหารอื ระหวา่ งผนู้ ำ� รฐั ทงั้ 9 เกย่ี วกบั การจัดตั้งเป็นสหภาพแห่ง
รัฐอาหรับเอมิเรตส์ (Union of Arab Emirates) แตไ่ มไ่ ดข้ ้อยตุ ิรว่ มกัน จงึ เปน็ เหตุใหก้ าตาร์ประกาศตวั เป็นรัฐเอกราชฝ่ายเดียว
เมอ่ื 3 ก.ย.2514
วันชาต ิ 18 ธ.ค. (วันขน้ึ ครองราชสมบัติของราชวงศ์อาลษานีเมอ่ื ปี 2421)
การเมือง ปกครองแบบสมบรู ณาญาสทิ ธริ าชย์ (absolute monarchy) อำ� นาจอธปิ ไตยเปน็ ของเจา้ ผคู้ รองรฐั (อมรี ) ซง่ึ เปน็
พระประมขุ การขน้ึ ครองราชสมบตั ใิ ชร้ ะบบสบื ราชสนั ตตวิ งศ์ เจา้ ผคู้ รองรฐั ปจั จบุ นั คอื เชค ตะมมี บนิ ฮะมดั บนิ เคาะลฟี ะฮ์
อาลษานี ขนึ้ ครองราชสมบตั ิตง้ั แต่ 25 มิ.ย.2556 หลังจากเชค ฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ บิน ฮะมดั อาลษานี พระราชบดิ าประกาศ
สละราชสมบตั ิ
ฝ่ายบรหิ าร : อำ� นาจบรหิ ารเปน็ ของเจา้ ผคู้ รองรฐั มาโดยตลอด จนกระทง่ั รชั สมยั ของเชค เคาะลฟี ะฮ์ บนิ ฮะมดั อาลษานี
ไดม้ กี ารรเิ รม่ิ ตำ� แหนง่ นรม. ขน้ึ มาเปน็ ผนู้ ำ� รฐั บาลตงั้ แต่ 29 พ.ค.2513 โดยเชค เคาะลฟี ะฮ์ ทรงดำ� รงตำ� แหนง่ ดงั กลา่ วดว้ ยพระองคเ์ อง
จนกระทงั่ ถกู ยดึ อำ� นาจเมอื่ ปี 2538 เชน่ เดยี วกบั เชค ฮะมดั เจา้ ผคู้ รองรฐั พระองคถ์ ดั มาทที่ รงดำ� รงตำ� แหนง่ นรม.ดว้ ยพระองคเ์ อง

545 ขอ้ มลู พืน้ ฐานของต่างประเทศ 2562

ระหว่างปี 2538-2539 หลังจากน้ันจึงมีการแต่งตั้งสมาชิกพระราชวงศ์ชั้นสูงให้ด�ำรงต�ำแหน่งดังกล่าวแทนเจ้าผู้ครองรัฐ
เรอ่ื ยมาจนถงึ รชั กาลปจั จบุ นั นรม.คนปจั จบุ นั คอื เชค อบั ดลุ ลอฮ์ บนิ นาศริ บนิ เคาะลฟี ะฮ์ อาลษานี ไดร้ บั การโปรดเกลา้ ฯ
ใหด้ ำ� รงตำ� แหนง่ ตง้ั แต่ 26 ม.ิ ย.2556 อยา่ งไรกด็ ี การแตง่ ตงั้ ครม.และอำ� นาจในการกำ� หนดนโยบายของรฐั บาลยงั อยทู่ เี่ จา้ ผคู้ รองรฐั
ขณะที่ นรม. ท�ำหนา้ ทเี่ ป็นผกู้ �ำกับการบริหารงานของ รมว.กระทรวงตา่ ง ๆ ให้เปน็ ไปตามนโยบายทเ่ี จา้ ผู้ครองรฐั ทรงกำ� หนด
ฝา่ ยนติ บิ ญั ญตั ิ : มรี ฐั สภา (Advisory Council หรอื Majlis al Shura) แบบสภาเดยี่ ว ประกอบดว้ ยสมาชกิ 45 คน
มวี าระ 4 ปี มาจากการเลอื กตงั้ โดยตรง 30 คน และอกี 15 คน มาจากการแตง่ ตง้ั โดยเจา้ ผคู้ รองรฐั อำ� นาจหนา้ ทขี่ องรฐั สภา ไดแ้ ก่
การรับรองงบประมาณแผน่ ดิน การตรวจสอบการท�ำงานของ รมต. การยกรา่ งถกแถลงและลงมตเิ พ่อื รับรองร่างกฎหมาย ท้งั น้ี
เมอ่ื ปี 2549 รฐั บาลประกาศวา่ จะจดั การเลอื กตงั้ ส.ส. ตามบทบญั ญตั ภิ ายใตร้ ฐั ธรรมนญู ดงั กลา่ วภายในปี 2550 แตจ่ นถงึ ขณะน้ี
กย็ ังไมม่ ีการจดั การเลือกตัง้ โดยเม่ือปี 2553 เชค ฮะมัด ทรงประกาศขยายวาระการดำ� รงตำ� แหน่งของสมาชิกรฐั สภาชดุ ปัจจบุ ัน
ออกไปจนถึงปี 2556 และหลังจากเชค ตะมีม ข้ึนครองราชสมบัติในปี 2556 ก็ทรงประกาศขยายวาระการด�ำรงต�ำแหน่ง
ของสมาชกิ รฐั สภาชดุ เดมิ ออกไปอกี ถงึ 2 ครง้ั ครง้ั แรก คอื การขยายวาระการดำ� รงตำ� แหนง่ จากทต่ี อ้ งครบวาระในปี 2556 ตอ่ ไป
จนถงึ ปี 2559 ตอ่ มาเชค ตะมมี ทรงประกาศเมอ่ื ม.ิ ย.2559 ใหข้ ยายวาระการดำ� รงตำ� แหนง่ ออกไปจนถงึ ปี 2562 ทงั้ น้ี คาดการณ์
ว่าการเลือกตั้ง ส.ส. อยา่ งเปน็ ทางการอาจมีข้นึ ใน พ.ค.2562
ฝ่ายตุลาการ : ใช้ระบบกฎหมาย civil law ในการพิจารณาคดีอาญา คดีแพ่ง และพาณิชย์และใช้บทบัญญัติ
ของศาสนาอิสลามในการพิจารณาคดีครอบครัวและมรดก ส่วนระบบศาลประกอบด้วย ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา
นอกจากนี้ ยังมีศาลปกครองและศาลรฐั ธรรมนูญ เจา้ ผ้คู รองรฐั เปน็ ผู้แต่งตง้ั ตลุ าการศาลต่าง ๆ เหลา่ น้ี โดยคำ� แนะนำ� ของสภา
ตุลาการสูงสุด วาระการด�ำรงตำ� แหน่ง 3 ปี
พรรคการเมืองส�ำคัญ : ไม่มีระบบพรรคการเมือง อีกทั้งไม่ปรากฏว่ามีกลุ่มการเมืองใด ๆ ในกาตาร์ เนื่องจาก
เปน็ ขอ้ หา้ มตามกฎหมาย
เศรษฐกจิ กาตารม์ คี วามมงั่ คง่ั ทางเศรษฐกจิ และมาตรฐานการครองชพี สงู เทยี บเทา่ ประเทศในยโุ รปตะวนั ตกโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ
รายไดป้ ระชากรตอ่ คนตอ่ ปขี องปี 2560 ทสี่ งู เปน็ อนั ดบั 2 ของโลก รองจากลกิ เตนสไตน์ การคน้ พบแหลง่ นำ�้ มนั และกา๊ ซธรรมชาติ
ในประเทศเมอื่ ปี 2480 ไดเ้ ปลย่ี นโครงสรา้ งเศรษฐกจิ อยา่ งสน้ิ เชงิ จากทเี่ คยพง่ึ พาการประมง และการหาไขม่ กุ ไปสกู่ ารพง่ึ พารายได้
จากการสง่ ออกนำ�้ มนั และกา๊ ซธรรมชาตเิ ปน็ หลกั ปจั จบุ นั มสี ดั สว่ นสงู กวา่ 50% ของ GDP คดิ เปน็ 85% ของรายไดจ้ ากการสง่ ออก
และ 70% ของรายได้ภาครัฐ อตุ สาหกรรมหลักของประเทศ ได้แก่ การผลติ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) การผลติ และการกลนั่
น�ำ้ มันดบิ การผลิตแอมโมเนีย ป๋ยุ ปิโตรเคมี เหลก็ กลา้ ปูนซเี มนตแ์ ละการซอ่ มเรอื พาณชิ ย์
กาตาร์ประกาศใชแ้ ผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ Qatar National Vision 2030 เมื่อปี 2551 โดยมี
เปา้ หมายและแผนงาน (roadmap) ในการพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ เศรษฐกจิ และสง่ิ แวดลอ้ ม เพอื่ รองรบั ความท้าทายและกระแส
การเปลี่ยนแปลงของโลก และการก้าวขึ้นสู่การเป็นประเทศที่ทันสมัยภายในปี 2573 การพฒั นาเศรษฐกิจของรัฐบาล มุ่งเน้น
การบริหารจัดการเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างเหมาะสมและยั่งยืน การบริหารการใช้ประโยชน์จากน�้ำมันและก๊าซธรรมชาติอย่าง
เหมาะสม รวมท้ังการปรับเปล่ียนโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีความหลากหลายเพ่ือลดการพง่ึ พานำ�้ มนั และก๊าซธรรมชาติ ปัจจุบัน
รัฐบาลมีการขยายตลาดส่งออกกา๊ ซธรรมชาติมากขนึ้ เฉพาะอยา่ งย่ิงในยโุ รป ซง่ึ ไมเ่ พยี งแตจ่ ะเป็นการกระจายความเสยี่ ง แตจ่ ะ
ท�ำให้มีประเทศที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากกาตาร์มากข้ึน อีกท้ังยังส่งผลดีส�ำหรับกาตาร์ในการต่อรองกับประเทศต่าง ๆ ในเวที
ระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน ก็เร่งส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจด้าน Knowledge-based Economy ที่เน้นพัฒนาธุรกิจ
ดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และการเปน็ ศูนย์กลางการศึกษานานาชาติ ซ่งึ ปจั จบุ นั มมี หาวิทยาลยั ชัน้ น�ำของสหรฐั ฯ ฝร่งั เศส
และสหราชอาณาจักร เขา้ ไปเปดิ วทิ ยาเขตในกรงุ โดฮา

ขอ้ มูลพ้นื ฐานของตา่ งประเทศ 2562 546

ทรัพยากรธรรมชาติท่ีส�ำคัญ : น้�ำมันดิบมีปริมาณส�ำรองที่พิสูจน์ทราบแล้วประมาณ 25,240 ล้านบาร์เรล
(มากเป็นอันดับ 14 ของโลก) ก�ำลังการผลิตวันละ 6.0 ล้านบาร์เรล และส่งออกวันละ 4.66 ล้านบาร์เรล ก๊าซธรรมชาติ
ซง่ึ มีปริมาณสำ� รองทีพ่ สิ ูจนท์ ราบแล้วประมาณ 24.3 ล้านลา้ น ลบ.ม. (มากเป็นอันดบั 3 ของโลก) กำ� ลงั การผลิตวนั ละ 163,598
ล้าน ลบ.ม. และส่งออกได้วนั ละ 128,645 ล้าน ลบ.ม.(มากเปน็ อนั ดับ 2 ของโลกรองจากรสั เซยี ) นอกจากน้ี ยงั มปี ลา
สกุลเงิน : รยี าลกาตาร์ (Qatari Riyal-QAR) โดยมอี ตั ราแลกเปลยี่ นประมาณ 3.640 รยี าลกาตาร์ : 1 ดอลลารส์ หรฐั
และ 8.902 บาท : 1 รียาลกาตาร์ (ต.ค.2561)
ดชั นเี ศรษฐกจิ สำ� คัญ (ปี 2561)
ผลติ ภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) : 183,807 ล้านดอลลารส์ หรฐั
อตั ราการเตบิ โตทางเศรษฐกิจ : 2.1%
ดลุ บญั ชเี ดินสะพัด : 2,102 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั
ทนุ สำ� รองเงินตราต่างประเทศและทองค�ำ : 16,890 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ
รายได้เฉล่ียต่อหัวต่อปี : 124,500 ดอลลารส์ หรฐั
แรงงาน : 1.953 ล้านคน
อตั ราการวา่ งงาน : 0.6%
อัตราเงนิ เฟ้อ : 0.4%
ดลุ การค้าระหว่างประเทศ : เกินดุล 29,570 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั
มลู ค่าการส่งออก : 56,260 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออก : กา๊ ซธรรมชาติเหลว (LNG) ผลติ ภัณฑป์ ิโตรเลยี ม ปยุ๋ เหลก็ กล้า
มูลคา่ การนำ� เขา้ : 26,690 ล้านดอลลาร์สหรฐั
สินค้าน�ำเข้า : เคร่ืองจักรกล และอุปกรณ์การขนสง่ อาหาร เคมภี ัณฑ์
คูค่ ้าส�ำคัญ : ญีป่ ุ่น เกาหลใี ต้ อนิ เดยี จีน สงิ คโปร์ สหรัฐอาหรบั เอมิเรตส์ สหรฐั ฯ เยอรมนี สหราชอาณาจกั ร อิตาลี
การทหาร หลักนิยมทางทหารของกาตาร์เน้นการป้องกันประเทศเพ่ือรักษาความอยู่รอดปลอดภัยของชาติเป็นหลัก
เฉพาะอย่างยิ่งการพิทักษ์สาธารณูปโภคพื้นฐานด้านพลังงาน ซ่ึงเป็นแหล่งรายได้และความอยู่รอดทางเศรษฐกิจของประเทศ
เจ้าผู้ครองรัฐองค์ปัจจุบันทรงด�ำรงต�ำแหน่ง รมว.กระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองทัพกาตาร์อยู่ในก�ำกับ
ของกระทรวงกลาโหม มีก�ำลังพลเพียง 11,800 นาย และไม่มีศักยภาพพอท่ีจะรับมือกับภัยคุกคามจากกองก�ำลังต่างชาติได้
เฉพาะอยา่ งยงิ่ ประเทศเพอ่ื นบา้ นซงึ่ เปน็ มหาอำ� นาจในภมู ภิ าคอยา่ งซาอดุ อี าระเบยี จงึ เปน็ เหตใุ หต้ อ้ งอาศยั สหรฐั ฯ ในการชว่ ยคำ�้ ประกนั
ความมน่ั คงดว้ ยการอนญุ าตใหส้ หรฐั ฯ เขา้ ไปตงั้ บก.กลางสหรฐั ฯ (US Central Command-USCENTCOM) สว่ นหนา้ ทฐี่ านทพั อากาศ
Al Udeid ในกรงุ โดฮา ซง่ึ ถกู ใชเ้ ปน็ ฐานปฏบิ ตั กิ ารทางทหารในสงครามอฟั กานสิ ถานและสงครามอริ กั ปจั จบุ นั มกี องกำ� ลงั สหรฐั ฯ
ในกาตารป์ ระมาณ 11,000 นาย นอกจากน้ี เมอ่ื ธ.ค.2557 ตรุ กกี บั กาตารบ์ รรลขุ อ้ ตกลงดา้ นการทหารเพอ่ื รว่ มกนั รักษาเสถียรภาพ
ภายในภูมิภาค โดยข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมถึงการฝึกซ้อมทางทหารร่วม และการอนุญาตให้ตุรกีเข้าไปจัดตั้งฐานทัพและ
ประจำ� การกองทหารของตรุ กีท่ฐี านทพั Tariq Bin Ziyad ทางใตข้ องกรุงโดฮา ปัจจบุ ัน มที หารตุรกีประจำ� การในฐานทพั ดงั กลา่ ว
ประมาณ 5,000 นาย ทงั้ นี้ มกี ารคาดการณว์ า่ ภายในปี 2564 งบประมาณทางทหารของกาตาร์ จะเพ่ิมข้ึนถงึ 7,000 ล้านดอลลาร์
สหรัฐ จากเมื่อปี 2559 ซ่งึ อยทู่ ่ี 4,404 ลา้ นดอลลารส์ หรฐั

547 ข้อมลู พนื้ ฐานของต่างประเทศ 2562

ปญั หาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกาตารก์ บั ประเทศเพอ่ื นบา้ นในภมู ภิ าค ไดแ้ ก่ ซาอดุ อี าระเบยี สหรฐั อาหรบั เอมเิ รตส์
(UAE) บาหเ์ รน และอยี ปิ ต์ ทกี่ ลบั มาตงึ เครยี ดเปน็ ระยะนบั ตงั้ แตป่ ี 2557 จนถงึ ปจั จบุ นั จากกรณกี าตารย์ งั คงแสดงทา่ ทสี นบั สนนุ
กลมุ่ Muslim Brotherhood (MB) กลุม่ ฮะมาสซ่งึ เปน็ กล่มุ สาขาของ MB ในฉนวนกาซาของปาเลสไตน์ และกลมุ่ ฮิซบลุ ลอฮ์
ในเลบานอนซงึ่ ไดร้ บั การสนบั สนนุ จากอหิ รา่ น รวมทงั้ ไมเ่ หน็ ดว้ ยกบั การดำ� เนนิ นโยบายตอ่ ตา้ นอหิ รา่ น ในขณะทปี่ ระเทศเพอื่ นบา้ น
ต่างเห็นว่า กลุ่มดังกล่าวและอิหร่านเป็นภัยคุกคาม ซ่ึงน�ำไปสู่การประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ และลงโทษ
กาตาร์ด้วยการตัดการติดต่อทางบก ทางอากาศ และทางทะเลกับกาตาร์ มาต้ังแต่ มิ.ย.2560 จึงเป็นปัจจัยส�ำคัญผลักดันให้
กาตาร์เพ่ิมงบประมาณด้านการทหารของประเทศห้วงปี 2560-2561 มากขึ้น เหน็ ได้จากการสงั่ ซอื้ และนำ� เขา้ อาวุธยทุ โธปกรณ์
อากาศยาน เรือรบ และขีปนาวธุ เชน่ เคร่ืองบินรบ F-15 จากสหรัฐฯ มูลค่ารวม 12,000 ล้านดอลลารส์ หรัฐ เม่อื มิ.ย.2560
เรอื รบพรอ้ มขปี นาวธุ จากอติ าลี มลู คา่ รวมกวา่ 5,000 ลา้ นยโู ร เมอื่ ส.ค.2560 ทำ� ใหเ้ มอื่ ปี 2560 กาตารเ์ ปน็ ประเทศผนู้ ำ� เขา้ อาวธุ
รายใหญอ่ นั ดบั 3 ของโลก นอกจากน้ี กาตารย์ งั มีเแผนสง่ั ซ้ือระบบปอ้ งกันภัยทางอากาศ S-400 จากรสั เซีย และขยายฐานทัพ
อากาศ Al Udeid ซงึ่ เป็นที่ตง้ั USCENTCOM สว่ นหน้า และฐานทพั อากาศโดฮา ในกรุงโดฮาของกาตาร์
- ทบ. มีฐานทพั ท่ี North Camp และ Barzan Camp ก�ำลงั พลประมาณ 8,500 นาย ยทุ โธปกรณ์ส�ำคญั ไดแ้ ก่
รถถงั รุ่น AMX-30 จ�ำนวน 30 คัน และรุ่น Leopard 2A7 จำ� นวน 43 คนั ยานยนต์ลาดตระเวนหุ้มเกราะรุน่ AMX-10RC จำ� นวน
12 คนั รนุ่ EE-9 Cascavel จำ� นวน 20 คนั รนุ่ Piranha II จำ� นวน 36 คนั รนุ่ V-150 จำ� นวน 8 คนั และรนุ่ VBL จำ� นวน 16 คนั
ยานยนตห์ ุ้มเกราะอเนกประสงคร์ นุ่ AMX-10P จำ� นวน 40 คนั รถสายพานลำ� เลยี งหมุ้ เกราะรนุ่ AMX-VCI จำ� นวน 30 คนั รนุ่ VAB
จำ� นวน 160 คนั ปืนใหญ่อัตตาจรรุ่น Mk F3 จ�ำนวน 28 กระบอก รุ่น PzH 2000 จำ� นวน 24 กระบอก รุน่ G5 howitzer จำ� นวน
12 กระบอก เครอ่ื งยงิ จรวดหลายลำ� กลอ้ งรนุ่ 30-tube อยา่ งนอ้ ย 2 เครอื่ ง และรนุ่ ASTROS II จำ� นวน 4 เครอ่ื ง เครอื่ งยงิ ลกู ระเบดิ
รุน่ VAB VPM 81 จ�ำนวน 4 เครือ่ ง รนุ่ L16 จำ� นวน 26 เคร่อื ง รุน่ Brandt จ�ำนวน 15 เครื่อง อาวุธปล่อยน�ำวิถีต่อตา้ นรถถงั
รุน่ Carl Gustav จำ� นวน 40 ลูก รุ่น VAB VCAC HOT และรนุ่ Milan ไมท่ ราบจำ� นวน
- ทร. มี บก.อยทู่ ก่ี รงุ โดฮา แตม่ ฐี านทพั เรอื ทเ่ี กาะ Halul กำ� ลงั พลประมาณ 1,800 นาย (ไมร่ วมหนว่ ยรกั ษา
ความม่ันคงชายฝั่งประมาณ 700 นาย) ยุทโธปกรณ์ส�ำคัญ ได้แก่ เรือตรวจการณ์ ชั้น Barzan จ�ำนวน 4 ล�ำ และ
ชนั้ Damsah จ�ำนวน 3 ล�ำ เรอื ลาดตระเวนยุทธวิธี ชั้น MRTP16 จ�ำนวน 3 ลำ� และช้นั MRTP34 จำ� นวน 1 ล�ำ เรือลำ� เลียงพล
ชัน้ Rabha จำ� นวน 1 ลำ� เรอื สนบั สนุนปฏิบตั กิ ารทางเรอื ชนั้ Al-Jaroof จำ� นวน 2 ล�ำ เรือลาดตระเวนประจัญบาน ช้นั DV15
จำ� นวน 4 ล�ำ ช้ัน MV-45 จำ� นวน 4 ล�ำ ช้ัน M160 จ�ำนวน 3 ลำ� และไม่ทราบชัน้ จ�ำนวน 1 ลำ� นอกจากน้ี ยงั มีอาวธุ ปล่อย
ต่อต้านเรือรุ่น MBDA Exocet MM40 และรุน่ MBDA Mistral ไม่ทราบจำ� นวน
- ทอ. มีฝูงบินประจ�ำการอยู่ท่ีฐานทัพอากาศ Al-Udeid ก�ำลังพลประมาณ 1,500 นาย อากาศยานและ
ยุทโธปกรณ์ส�ำคัญ ไดแ้ ก่ เครือ่ งบินขบั ไล่รุน่ Mirage 2000ED จ�ำนวน 9 เครอ่ื ง รุ่น Mirage 2000D จำ� นวน 3 เครอ่ื ง เครอื่ งบิน
ล�ำเลียงรนุ่ C-17A Globemaster จ�ำนวน 8 เคร่อื ง รุน่ C-130J-30 จ�ำนวน 4 เครื่อง รนุ่ A340 จ�ำนวน 1 เครื่อง รนุ่ B-707
จำ� นวน 1 เครอื่ ง และรนุ่ Falcon 900 จำ� นวน 2 เครอ่ื ง เครอื่ งบนิ รบรนุ่ Alfa Jet จำ� นวน 6 เครอื่ ง และรนุ่ PC-21 จำ� นวน 21 เครอื่ ง
เฮลคิ อปเตอรโ์ จมตรี ุ่น Mk-3 จำ� นวน 8 ล�ำ รุ่น AW139 จ�ำนวน 21 เครอื่ ง รุ่น SA341 Gazelle จ�ำนวน 2 เคร่อื ง และรนุ่ SA342L
Gazelle จำ� นวน 11 เครอื่ ง เฮลิคอปเตอร์ลำ� เลียงรนุ่ Mk2A Commando จำ� นวน 3 เคร่อื ง และรนุ่ Mk2C Commando
จำ� นวน 1 เครอื่ ง อาวธุ ปลอ่ ยตอ่ ตา้ นอากาศยานรนุ่ MIM-104E Patriot รนุ่ Mistral รนุ่ Roland II รนุ่ Blowpipe รนุ่ FIM-92A Stinger
รุ่น 9K32 Strela ไม่ทราบจ�ำนวน อาวุธปล่อยแบบอากาศสู่พ้ืน รุ่น AM-39 Exocet รุ่น Apache และรนุ่ HOT ไมท่ ราบจำ� นวน
อาวุธปล่อยแบบอากาศสอู่ ากาศรนุ่ R-550 Magic2 และรนุ่ Mica ไม่ทราบจำ� นวน
นอกจากนี้ ยังมกี องกำ� ลงั ความมัน่ คงอน่ื ๆ ได้แก่
- ตำ� รวจ รบั ผดิ ชอบการรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยภายในประเทศ โดยอยภู่ ายใตก้ ารกำ� กบั ของกระทรวงมหาดไทย

ขอ้ มลู พ้ืนฐานของต่างประเทศ 2562 548

มี บก.อย่ทู ่ีกรุงโดฮา กำ� ลังพลประมาณ 8,000 นาย และยงั มีหน่วยตำ� รวจลับที่รับผิดชอบภารกิจดา้ นต่อต้านการจารกรรมและ
การปลกุ ปน่ั เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความไมส่ งบ หนว่ ยสอบสวนคดพี เิ ศษของ Department of Information and Criminal Evidence และ
หน่วยปฏิบตั ิการพิเศษเพอ่ื ช่วยเหลอื ตวั ประกนั และการเผชิญเหตุในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- หน่วยรบพิเศษประกอบด้วย 3 หน่วย ได้แก่ 1) กองก�ำลังพิทักษ์บ่อน้�ำมันที่ Dukhan และ Umm Bab
ซึ่งมีภารกิจในการรักษาความปลอดภัยบ่อน�้ำมันและท่อส่งน�้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 2) กองก�ำลังพิทักษ์ชายแดน และ
3) Static Guards Regiment ซึ่งประจำ� การอยู่ทว่ั ประเทศ โดยทงั้ 3 หนว่ ย มกี ำ� ลังพลหน่วยละประมาณ 300-400 นาย
ปัญหาด้านความม่ันคง
กาตาร์เป็นประเทศเล็กที่ต้ังอยู่ระหว่างมหาอ�ำนาจในอนุภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย 2 ประเทศ คือ อิหร่านและ
ซาอดุ อี าระเบยี อยา่ งไรกด็ ี ทผี่ า่ นมากาตารย์ งั ไมเ่ คยมปี ญั หาตงึ เครยี ดกบั อหิ รา่ นทง้ั ทม่ี พี รมแดนทางทะเลตดิ กนั โดยเฉพาะบรเิ วณ
ที่เป็นแหล่งก๊าซธรมชาติ ซ่ึงเป็นรายได้หลักของกาตาร์ แต่กลับเป็นประเทศอาหรับเพื่อนบ้านของกาตาร์เองท่ีด�ำเนินกิจกรรมที่
เปน็ ภยั คกุ คามตอ่ ความมน่ั คงของกาตาร์ เชน่ การทกี่ าตารเ์ คยกลา่ วหารฐั กษตั รยิ ร์ อบอา่ วหลายประเทศวา่ สนบั สนนุ เชค เคาะลฟี ะฮ์
ในการพยายามกอ่ รฐั ประหารเพ่ือชิงอ�ำนาจคืนจากเชค ฮะมัด เจ้าผู้ครองรัฐพระองค์ก่อนเมื่อปี 2539 แต่ล้มเหลว นอกจากนี้
กาตารย์ งั เคยมปี ญั หาพพิ าทกบั บาหเ์ รน กรณกี ารอา้ งกรรมสทิ ธเิ์ หนอื หมเู่ กาะ Hawar (ไดร้ บั การแกไ้ ขแลว้ หลงั จากศาลโลกมคี ำ� พพิ ากษา
เมอ่ื ปี 2544 ใหบ้ าหเ์ รนชนะ) รวมทง้ั เคยปะทะกบั ซาอดุ อี าระเบยี หลายครง้ั กอ่ นทท่ี งั้ สองฝา่ ยจะบรรลขุ อ้ ตกลงแกไ้ ขปญั หาพพิ าท
เขตแดนกนั เม่ือปี 2544
นอกจากนี้ กรณที ก่ี าตารใ์ หก้ ารสนบั สนนุ และใหท้ ล่ี ภี้ ยั แกก่ ลมุ่ Muslim Brotherhood (MB) เปน็ ประเดน็ ทส่ี รา้ ง
ความไมพ่ อใจใหก้ บั ซาอดุ อี าระเบยี UAE บาหเ์ รน ซง่ึ เปน็ รฐั สมาชกิ คณะมนตรคี วามรว่ มมอื แหง่ รฐั อา่ วอาหรบั (Gulf Cooperation
Council-GCC) รวมทัง้ อียิปต์ทเี่ ป็นประเทศอาหรบั เพอื่ นบา้ น เน่อื งจากประเทศเหล่าน้ีตา่ งถือว่ากลุ่ม MB เปน็ ภัยคกุ คามระบอบ
การปกครองของตน ส่งผลให้กาตารป์ ระสบปัญหาความสัมพันธ์กบั ประเทศเพื่อนบา้ น GCC และอยี ปิ ตอ์ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เหน็ ไดจ้ าก
การทซี่ าอดุ อี าระเบยี UAE บาหเ์ รน และอยี ปิ ต์ เคยลดระดบั ความสมั พนั ธท์ างการทตู กบั กาตารม์ าแลว้ ในหว้ งระหวา่ ง ม.ี ค.-พ.ย.2557
เนอ่ื งจากไมพ่ อใจทกี่ าตารใ์ หท้ ล่ี ภี้ ยั แกส่ มาชกิ กลมุ่ MB จนเปน็ เหตใุ หท้ งั้ 4 ประเทศ เรยี ก ออท.ของตนกลบั จากกาตารเ์ มอ่ื 5 ม.ี ค.2557
ทงั้ นี้ กาตารพ์ ยายามดำ� เนนิ มาตรการตา่ ง ๆ เพอื่ ฟน้ื ฟคู วามสมั พนั ธก์ บั ประเทศรฐั รอบอา่ วอาหรบั และอียิปต์ เช่น การให้ส�ำนักขา่ ว
Al Jazeera ระงับการรายงานขา่ ววิพากษ์วจิ ารณอ์ ียปิ ต์ และการให้สมาชกิ ระดบั อาวโุ สของกลุ่ม MB จ�ำนวน 7 คน เดนิ ทางออก
จากกาตารเ์ มอ่ื ก.ย.2557 ขณะทปี่ ระเทศเพอ่ื นบา้ น GCC กห็ นั มาปรบั ความสมั พนั ธก์ บั กาตาร์ เนอื่ งจากเหน็ ถงึ ความจำ� เปน็ ทปี่ ระเทศ
ในตะวันออกกลางทกุ ประเทศจะตอ้ งร่วมมือกันเพือ่ ปราบปรามกลมุ่ IS ซง่ึ ขณะน้นั เปน็ ภยั คุกคามส�ำคญั ของภมู ภิ าค
แมป้ ญั หาความสมั พนั ธท์ เ่ี กดิ ขน้ึี ในหว้ งปี 2557 จะไดร้ บั การแกไ้ ขดว้ ยการเจรจาในทปี่ ระชมุ สดุ ยอด GCC วาระพเิ ศษ
ทรี่ ยิ าด ซาอดุ อี าระเบยี เมอ่ื 16 พ.ย.2557 แตค่ วามสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกาตารก์ บั ประเทศเพอ่ื นบา้ นกลบั มาตงึ เครยี ดอกี ครงั้ จากการท่ี
ซาอดุ อี าระเบยี UAE บาหเ์ รน และอยี ปิ ต์ ประกาศตดั ความสมั พนั ธท์ างการทตู กบั กาตาร์ และลงโทษกาตารด์ ว้ ยการตดั การตดิ ตอ่
ทางบก ทางอากาศ และทางทะเลกบั กาตารม์ าตงั้ แต่ ม.ิ ย.2560 จนถงึ ปจั จบุ นั โดยเปน็ ผลมาจากความไมพ่ อใจกรณสี ำ� นกั ขา่ ว QNA
ของทางการกาตารเ์ ผยแพรถ่ อ้ ยแถลงของเชค ตะมมี เจา้ ผคู้ รองรฐั กาตาร์ เมอ่ื 23 พ.ค.2560 ซงึ่ มเี นอ้ื หาแสดงทา่ ทขี องผคู้ รองรฐั กาตาร์
วา่ ยงั คงทรงสนบั สนนุ และเหน็ อกเหน็ ใจกลมุ่ MB และกลมุ่ ฮะมาสซง่ึ เปน็ กลมุ่ สาขาของ MB ในฉนวนกาซาของปาเลสไตน์ รวมทง้ั
ทรงไม่เห็นด้วยกับการด�ำเนินนโยบายต่อต้านอิหร่าน ซ่ึงกาตาร์เห็นว่าเป็นมหาอ�ำนาจในโลกอิสลาม และยังทรงเห็นอกเห็นใจ
กลมุ่ ฮซิ บลุ ลอฮใ์ นเลบานอน ซง่ึ ไดร้ บั การสนบั สนนุ จากอหิ รา่ น ในขณะทส่ี มาชกิ สว่ นใหญใ่ น GCC และประเทศอน่ื ๆ ในโลกอาหรบั
ต่างเห็นว่า อหิ ร่านเปน็ ภัยคกุ คามจากการที่อหิ รา่ นพยายามขยายอทิ ธิพลดว้ ยการใชก้ ลมุ่ ฮซิ บุลลอฮแ์ ละกลุ่มตดิ อาวธุ ชีอะฮ์อื่น ๆ
เข้าไปแทรกแซงสถานการณใ์ นโลกอาหรับจนเกิดความวนุ่ วายในหลายพน้ื ที่


Click to View FlipBook Version