พจิ ารณาความเรว็ เสยี งกับความเรว็ แหลง่ กำเนดิ จะได้
ความเรว็ สมั พัทธร์ ะหว่าง ความเร็วเสียงกบั ความเรว็ แหลง่ กำเนิด ดงั น้ี
คือ v = v vS
ถา้ v
v = v + vS แสดงวา่ ความเรว็ เสียง และ แหล่งกำเนิดเสยี ง เคลอ่ื นท่สี วนทางกนั
= v - vS แสดงวา่ ความเร็วเสียง และ แหล่งกำเนิดเสยี ง เคลือ่ นท่ีไปทางเดียวกัน
พจิ ารณาความเรว็ เสยี งกับความเร็วของผู้สังเกต จะได้
ความเรว็ สัมพทั ธร์ ะหว่าง ความเรว็ เสยี งกับความเรว็ ของผูส้ ังเกต ดังนี้
คือ v = v vO
ถ้า v
v = v + vO แสดงวา่ ความเร็วเสยี ง และ ผสู้ ังเกต เคล่ือนท่สี วนทางกัน
= v – vO แสดงว่า ความเร็วเสยี ง และ ผสู้ งั เกต เคล่ือนท่ไี ปทางเดยี วกนั
จาก v = f
จะได้ v = f
จากรูป 2 พิจารณาท่ีแหล่งกำเนิดเสียง ได้
v vS = fS S ; เมอื่ แหล่งกำเนิดเสยี งอยูก่ ับท่ี vS = 0
แทนคา่ vS = 0 ได้ v = fS S ………………… ( 1 )
จากรปู 2 พจิ ารณาทผี่ ้สู ังเกต ได้
v vO = fO O
เม่ือ v กบั vO เคลอ่ื นท่ีสวนทางกนั จะได้ v + vO = fO O ………………… ( 2 )
(1)/(2) v = fSS
v + vO fOO
เม่อื S = O เพราะความยาวคลนื่ อยรู่ ะหว่างผู้สงั เกตและแหลง่ กำเนิดทเี่ ดยี วกัน จึงเท่ากัน
v fS
v + vO = fO
fO = ( v +vO ) fS
v
2. จากรูป 3 ผสู้ ังเกต ( Observe ) เคล่อื นที่ หนี จะทำใหผ้ ู้ 3 v
สังเกตไดย้ ินเสยี งมีความถต่ี ่ำลง vO
จาก v = f
จะได้ v = f
จากรูป 3 พิจารณาท่ีแหล่งกำเนดิ เสียง ได้
v vS = fS S ; เมอ่ื แหลง่ กำเนดิ เสยี งอยกู่ บั ที่ vS = 0
แทนคา่ vS = 0 ได้ v = fS S ………………… ( 1 )
จากรูป 3 พิจารณาท่ผี ูส้ ังเกต ได้ v vO = fO O
เมอ่ื v กบั vO เคลอ่ื นท่ไี ปทางเดยี วกัน จะได้ v - vO = fO O ………………… ( 2 )
(1)/(2) v = fSS
v − vO fOO
เมื่อ S = O เพราะความยาวคลืน่ อยรู่ ะหว่างผสู้ ังเกตและแหล่งกำเนิดที่เดียวกัน จงึ เท่ากนั
v = fS
v − vO fO
fO = ( v −vO ) fS
v
จากรปู 4 และ 5
Source ( แหล่งกำเนดิ เสยี ง ) เคลื่อนที่ 4
ผู้สงั เกต ( Observe ) อยู่กับที่ v
1. จากรูป 4 Source ( แหลง่ กำเนิดเสยี ง ) เคลื่อนที่ เข้าหา vS
จะทำให้ผ้สู งั เกตไดย้ นิ เสยี งมคี วามถเ่ี พ่ิมข้ึน
จาก v = f
จะได้ v = f
จากรูป 4 พิจารณาท่ีแหล่งกำเนิดเสยี ง ได้
v vS = fS S
เมอ่ื v กบั vO เคลอ่ื นที่ไปทางเดยี วกัน จะได้ v - vS = fS S ………………… ( 1 )
จากรปู 4 พิจารณาทผ่ี สู้ งั เกต ได้ v vO = fO O ; เมอ่ื ผู้สงั เกตอยู่กับท่ี vO = 0
แทนค่า vO = 0 จะได้ v = fO O ………………… ( 2 )
(1)/(2)
v - vS = fSS
v fOO
เมือ่ S = O เพราะความยาวคลน่ื อย่รู ะหว่างผ้สู งั เกตและแหล่งกำเนิดท่ีเดยี วกัน จงึ เท่ากัน
v - vS = fS
v fO
fO = ( v v ) fS
- vS
2. จากรปู 5 Source ( แหลง่ กำเนิดเสยี ง ) เคลื่อนที่ หนี 5
จะทำใหผ้ สู้ ังเกตไดย้ นิ เสียงมคี วามถ่ีต่ำลง
v
จาก v = f
vS
จะได้ v = f
จากรูป 5 พจิ ารณาทแ่ี หลง่ กำเนิดเสยี ง ได้
v vS = fS S
เมือ่ v กบั vO เคลื่อนทีส่ วนกนั จะได้ v + vS= fS S ………………… ( 1 )
จากรูป 4 พจิ ารณาท่ีผสู้ งั เกต ได้ v vO = fO O ; เม่ือผู้สงั เกตอยกู่ ับท่ี vO = 0
แทนค่า vO = 0 จะได้
v = fO O ………………… ( 2 )
(1)/(2) v + vS = fSS
v fOO
เมอ่ื S = O เพราะความยาวคลนื่ อยู่ระหวา่ งผู้สงั เกตและแหลง่ กำเนิดทเี่ ดยี วกัน จึงเท่ากนั
v + vS = fS
v fO
fO = ( v v v ) fS
+
S
ดงั นนั้ เราสามารถสรุป สตู ร ของปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ เมื่อ ตวั กลางอยนู่ ง่ิ ( อากาศ )ไดด้ งั นี้
จากรปู 6 สรปุ สูตรไดด้ งั น้ี
6
fO = v vO fS v
v vS vO vO vS
vS
ผ้สู ังเกตเคลื่อนที่เข้า แทน vO ด้วย ( + )
ผู้สังเกตเคล่อื นทห่ี นี แทน vO ดว้ ย ( - )
Source ( แหลง่ กำเนิด ) เคลือ่ นทเ่ี ขา้ แทน vO ด้วย ( - )
Source ( แหล่งกำเนิด ) เคล่อื นทหี่ นี แทน vO ด้วย ( + )
ตัวอยา่ งชายคนหนึ่งว่ิงเข้าหาแหล่งกำเนิดเสียงด้วยความเร็ว 10 เมตรต่อวินาที ถ้าเสียงนั้นถูกปล่อยออกจาก
แหล่งกำเนิดเสียงท่ีหยุดนิ่ง และมีความถี่ 480 Hz ขณะน้ันความเร็วเสียงในอากาศ 300 m/s ชายผู้น้ันจะได้ยิน
เสยี งความถเ่ี ท่าใด v
วิธีทำ จาก fO = v vO fS vO
v vS
เมอื่ v = ความเร็วเสยี งในอากาศ = 300 m/s
vO = ความเร็วของผสู้ งั เกต = 10 m/s เคล่ือนทีเ่ ขา้ หา ( + )
vS = ความเร็วของแหล่งกำเนิด = 0 m/s
fO = ความถ่ที ่ีผ้สู งั เกตได้ยิน = ?
fS = ความถเ่ี สยี งของแหล่งกำเนิด = 480 Hz
จะได้ fO = v +v O fS
v
300 +10
แทนคา่ fO = 300 480 = 496 Hz
ตอบ ชายผู้น้นั จะไดย้ ินเสียงความถ่ีเท่ากับ 496 เฮิรตซ์
ใบงาน เร่อื ง ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์
( Doppler Effect )
คำช้ีแจง : ให้นักเรยี นแสดงวิธีทำอยา่ งละเอียด
1. รถตำรวจเปดิ ไซเรนว่ิงดว้ ยความเร็ว 4 m/s เขา้ หาผฟู้ งั ทย่ี ืนนิง่ อยู่กับทีเ่ สยี งไซเรน มคี วามถี่ 2,380 Hz ถ้า
อตั ราเรว็ เสยี งในอากาศมคี ่า 344 Hz จงหาว่าผู้ฟงั จะไดย้ ินเสยี งไซเรนทีม่ ีความถี่เท่าไร และความยาวคลืน่
เสียงไซเรนท่ีผู้ฟงั ได้ยินมีคา่ เท่าไร
2. รถคนั หนง่ึ วงิ่ ดว้ ยความเร็ว 5 m/s เข้าหาผู้ฟงั ที่ยืนนิง่ อยกู่ ับท่ี บบี แตรมีความถ่ี 7,000 Hz ถ้าอตั ราเร็ว
เสยี งในอากาศมีค่า 355 Hz จงหาวา่ ผูฟ้ ังจะไดย้ ินเสยี งที่มีความถ่ีเท่าไร และความยาวคลืน่ เสยี งทีผ่ ฟู้ งั ได้
ยินมคี า่ เท่าไร
3. ชายคนหนึง่ ยนื อยู่หนา้ บ้านได้ยนิ เสียงรถพยาบาลเปิดหวอกาลงั วิ่งเข้ามามีความถ่ี 382.5 Hz เม่อื
รถพยาบาลมีความเร็ว 20 m/s และอตั ราเรว็ เสยี งในอากาศ 340 m/s จงหาความถ่ีทแ่ี ท้จริง ของเสยี งรถ
หวอทเี่ ปิด และความยาวคลน่ื เสยี งของหวอท่ีชายคนนนั้ ไดย้ ิน
4. รถไฟขบวนหนึง่ เปดิ หวูดขณะท่ีกำลงั เคลื่อนทดี่ ว้ ยความเรว็ คงท่ี 40 m/s เข้าสู่สถานเี สียงหวูด มคี วามถี่
400 Hz นายสถานยี นื อยู่กับทีแ่ ละความเร็วเสยี งในอากาศเท่ากับ 346 m/s จงหาความถ่ขี องเสียงหวดู
และความยาวคลนื่ เสียงหวูดที่นายสถานไี ด้ยนิ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบฝึ กหัด
เกณฑก์ ารให้ เกณฑท์ ก่ี าหนด 54 ระดบั คะแนน 2 1
คะแนน ทำตำมเกณฑ์ ทำตำมเกณฑ์ 3 ทำตำมเกณฑท์ ่ี ทำตำมเกณฑ์
1 คำตอบถกู ตอ้ ง ท่กี ำหนดทงั้ 6 ท่กี ำหนดทงั้ 4- กำหนดทงั้ 1 ท่กี ำหนดทง้ั 0
แบบฝึกหดั 2 แสดงวธิ กี ำรคำนวณ ขอ้ 5 ขอ้ ทำตำมเกณฑท์ ่ี ขอ้ ขอ้
กำหนดทง้ั 2-3
ได้ ขอ้
3 แทนคำ่ สมกำรได้
4 กำหนดสตู ร/สมกำรได้
ถกู ตอ้ ง
5 วิเครำะหแ์ ละกำหนด
ตวั แปรได้
6 ไมไ่ ดส้ ำมำรถแสดงวิธี
ทำและคำตอบผิด
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
15 – 20 ดมี ำก
11 – 15 ดี
6 – 10 พอใช้
0 – 5 ปรบั ปรุง
นกั เรยี นไดร้ ะดบั คณุ ภาพที่ พอใช้ ข้ึนไปถอื วา่ ผ่าน
ใบงาน Diagram
การวิเคราะห์โจทย์ปญั หาเรอื่ งปรากฏการณด์ อปเพลอร์
โจทย์ปญั หา
สิ่งทโี่ จทยก์ ำหนด
สิง่ ที่โจทย์ถาม
สตู รการคำนวณ วธิ ีทำ
แบบประเมินผลงานใบงาน Diagram
คำช้ีแจง : ให้ผสู้ อนประเมนิ ผลงานใบงานนักเรยี น ใหท้ ำเครื่องหมาย✓ลงในชอ่ งรายการประเมนิ กำหนด
ความ สรปุ ผล
ลำดบั ที่ ชอ่ื -สกลุ ความถกู ต้อง ครอบคลมุ สอดคล้อง ตรงตอ่ เวลา ความสะอาด รวม การ
ของผรู้ บั การประเมนิ ของเนอื้ หา เนอ้ื หา และเชอ่ื มโยง 4 เรียบร้อย 20 ประเมิน
ของเนอื้ หา คะแนน ผา่ น/ไม่
4 4 4
4 ผา่ น
4321 43214 32 14321 4321
ลงชือ่ .................................................... ผู้ประเมนิ
................/................/................
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
นกั เรยี นได้ระดับคณุ ภาพท่ี พอใช้ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น
ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน Diagram
เกณฑก์ าร ระดับการประเมิน
ประเมิน 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )
รปู แบบ - มหี ัวข้อทชี่ ัดเจน - มหี ัวขอ้ ท่ชี ดั เจน - มีหัวข้อท่ีชดั เจน - มีหัวข้อที่ชัดเจน
- เขียนอย่ใู นกรอบ - เขยี นอยู่ในกรอบ - เขยี นอยใู่ นกรอบ - เขยี นอยู่ในกรอบ
- ใช้คำสำคัญตรงประเด็น - ใช้คำสำคญั ตรงประเดน็ - ใชค้ ำสำคัญตรงประเด็น
- ใช้สัญลกั ษณ์หรือภาพ - ใช้สัญลกั ษณห์ รอื ภาพ
สื่อความหมาย สอื่ ความหมาย
- ใช้สสี ันทัว่ แผน่
เนอ้ื หา - เนอ้ื หาครบถว้ นตาม - เน้ือหาถูกต้องตามสาระ - เนอ้ื หาถกู ต้องตามสาระ - เน้อื หาถูกต้องตามสาระ
สาระท่ีกำหนด 100% ที่กำหนด 80-99% ทีก่ ำหนด 60-79% ท่ีกำหนดต่ำกวา่ 59%
- เขียนถูกต้องตามหลกั - เขยี นถูกต้องตามหลัก - เขียนถูกต้องตามหลกั - เขียนถูกต้องตามหลัก
ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาตำ่ กว่า 59%
- ลำดับหวั ขอ้ เนื้อหา - ลำดบั หวั ข้อเน้ือหา - มีการสรปุ ได้อย่าง - มกี ารสรปุ ไม่
ชดั เจน ชดั เจน สมเหตสุ มผล 60-79% สมเหตสุ มผลตำ่ กวา่
- มีการสรปุ ได้อย่าง - มกี ารสรุปได้อยา่ ง 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%
การนำเสนอ - พูดชัดเจนเสยี งดงั ฟังชดั - พดู ชัดเจนเสียงดังฟงั ชัด - การพูดเหมาะสม - สามารถพดู นำเสนอได้
- ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง
ตามอักขระ100% ตามอักขระ80-99% ตามอักขระ60-79% ตามอักขระต่ำกวา่
- บคุ ลิกภาพดแี ละมีความ - บคุ ลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม 59%
มน่ั ใจ - ความพร้อมในการ - บุคลกิ ภาพเหมาะสม
- มีการใช้ส่ือประกอบการ นำเสนอได้บางส่วน
นำเสนอ
- ความพร้อมในการ
นำเสนอ
ความ - ใชส้ สี ันสวยงาม - ใชส้ สี นั สวยงาม - ใช้สีสันสวยงามและมี - ใช้สสี นั สวยงามหรือ
สวยงาม - มคี วามสะอาด - มีความสะอาด ความสะอาด เปน็ ไปตามเกณฑ์อย่าง
- มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ - มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ ใดอย่างหนึ่ง
- ความเปน็ ระเบียบอ่าน
ง่าย
การตรงต่อ สง่ ผลงานครบถ้วน ตรง สง่ ผลงานครบถว้ น แตช่ ้า สง่ ผลงานครบถ้วน แตช่ า้ สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ชา้
เวลา ตามเวลาทก่ี ำหนด กว่าเวลาทกี่ ำหนด 5 กวา่ เวลาทก่ี ำหนด 10 กว่าเวลาทกี่ ำหนด 15
นาที นาที นาที
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 18
ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ เสยี งและการไดย้ นิ หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1
เรือ่ ง คลน่ื กระแทก
วันทท่ี ำการสอน เวลา 2 ชั่วโมง
ผ้สู อน นายศักดริ์ ะวี กันทะวงค์
1. สาระสำคัญ 2. ผลการเรยี นรู้
เกิดข้ึนเมื่อแหล่งกำเนิดคล่ืนเคลื่อนท่ีเร็วกว่าอัตราเร็วคล่ืนใน
6.อธิบายการเกิดบีต คลื่นน่ิง ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์
ตัวกลางน้ันเช่นคลื่นกระแทกของคลื่นที่ผิวน้ำขณะท่ีเรือกำลังว่ิง หรือ คลื่นกระแทกของเสียง คำนวณปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
คลื่นเสียงกเ็ กิดขึ้นเมื่อเคร่ืองบนิ บนิ เร็วกว่าอัตราเร็วของเสยี งในอากาศ และนำความรู้เร่ืองเสียงไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน
3. สาระการเรียนรู้ 4. ช้นิ งาน/ภาระงาน
คลนื่ กระแทก 1. ใบงาน Mind mapping เรอ่ื ง คลน่ื เสียง
2. ใบงานเรือ่ ง คล่ืนกระแทก
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 6. เครอ่ื งมือการสอนคดิ
- ความสามารถในการสื่อสาร - Mind mapping
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
กิจกรรมการเรียนรู้
7. ขัน้ ของกิจกรรม 8. สื่อ 9. วิธีการวดั ผล
Do Now (3 นาท)ี - ใบงาน Mind mapping - ประเมินใบงาน เร่ือง
บอกชื่อดาราเกาหลีทีน่ กั เรียนชนื่ ชอบ เรอื่ ง คลืน่ เสียง คลืน่ กระแทก
Purpose (2 นาท)ี - ใบงานเรื่องคล่ืนกระแทก - ใบงาน Mind mapping
เราจะเรียนเรื่อง คล่ืนกระแทก เพื่อนักเรียนสามารถ อธิบาย และ - ใบความรู้ เร่ืองคล่นื เรือ่ ง คลนื่ เสียง
คำนวณส่งิ ทเี่ กีย่ วกับคลนื่ กระแทกได้ กระแทก
Work mode (110 นาท)ี - คลปิ วีดีโอ เรือ่ ง คลืน่
1. นักเรียนดูคลปิ วดี โี อ เรือ่ ง คลื่นกระแทก(20 นาที) กระแทก
2. นักเรยี นและครรู ว่ มกันอภิปรายความรู้ทไี่ ด้จากคลิปวดี โี อ (5 นาที) https://www.youtube.c
3. นักเรียนฟังครูอธบิ ายเรื่อง คลน่ื กระแทก (15 นาที) om/watch?v=sno7ratd
4. นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง คล่ืนกระแทก (พอเพียง3 การมี SLI
ภมู คิ มุ้ กันทด่ี ใี นตวั ) (15 นาที)
5. นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับคลื่นเสียง โดยศึกษาจากอินเทอร์เน็ต
เรื่อง คลื่นเสียง และสรุปความรู้ในรูปแบบผังมโนทัศน์ลงในใบงาน
Mind mapping เรอื่ งคล่ืนเสยี ง (20 นาท)ี
6. นักเรียน(ตัวแทนโดยการสุ่ม)ออกมานำเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน
และอภิปรายผลงานร่วมกัน (คิด 3 : คิดวิพากย์)(สมรรถนะ3) (10
นาที)
7. นกั เรียนแก้โจทย์ปญั หา โดยทำใบงาน เร่ือง คลืน่ กระแทก (20นาที)
8. นกั เรียนและครู ร่วมกนั สรปุ (5 นาที)
Reflective Thinking (5 นาท)ี
1. จากการเรียนวันนี้ นักเรียนไดร้ ับความรู้อะไรบ้าง (2 นาที)
2. ข้อสอบ En 2521 จำนวน 1 ขอ้ (3 นาที)
ข้อสอบ En 2521
1. (En 21) เครอ่ื งบิน บนิ ดว้ ยอัตราเรว็ 510 m/s ในแนวระดับ ซึ่งสงู จากพ้ืน ดิน 6 กโิ ลเมตรชายคนนน้ั ยนื อยู่
บนถนนจะได้ยนิ เสยี งเครื่องบิน เมื่อเครื่องบนิ อย่หู า่ งจากชายผนู้ ั้นเป็นระยะทางกี่กโิ ลเมตร (กำหนดอตั ราเร็ว
ของเสียง = 340 เมตร/วินาที)
1. 6
2. 6.7
3. 9
4. 12
ใบความรู้
เร่ืองคล่นื กระแทก
แบบประเมินใบงาน Mind mapping
คำช้ีแจง : ให้ผสู้ อนประเมินผลงานใบงานนักเรยี น โดยการประเมินคะแนนลงในช่องรายการประเมินกำหนดตาม
ตารางแนบทา้ ยแบบประเมินใบงาน Mind mapping
ลำดับท่ี ชอื่ -สกุล รูปแบบ เนอื้ หา นำเสนอ ความ ตรงต่อเวลา รวม สรุปผลการ
ของผู้รับการ 432143214 3 2 1 สวยงาม 20 คะแนน ประเมนิ ผา่ น/ไม่
ประเมิน 43214321 ผ่าน
ลงช่ือ ....................................................ผปู้ ระเมิน
................/................/................
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง
นักเรียนไดร้ ะดบั คณุ ภาพท่ี พอใช้ ข้นึ ไปถอื วา่ ผา่ น
ตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน Mind mapping
เกณฑ์การ ระดบั การประเมนิ
ประเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
รปู แบบ - เขียนความคิดรวบยอด - เขียนความคดิ รวบยอด - เขียนความคิดรวบยอด - เขียนความคิดรวบยอด
หลกั ไว้ตรงกลาง หลกั ไว้ตรงกลาง หลักไวต้ รงกลาง หลักไวต้ รงกลาง
- มกี ่งิ แก้ว ก่ิงก้อย และ - มกี ่ิงแก้ว กงิ่ ก้อย และ - มีกง่ิ แก้ว กิ่งก้อย และ - มกี ิง่ แก้ว ขาดกง่ิ กอ้ ย
ก่ิงยอ่ ยตามลำดบั กงิ่ ยอ่ ยตามลำดับ กงิ่ ย่อยตามลำดบั แต่ขาดกงิ่ ย่อย
- ตวั หนังสอื อยู่บนเส้น - ตวั หนังสืออยู่บนเส้น - ใช้สสี ันทวั่ แผ่น - ใชส้ ีสนั ไมท่ ัว่ แผน่
- ใช้คำสำคญั ตรงประเด็น - ใชค้ ำสำคัญตรงประเด็น
- ใช้สัญลกั ษณ์หรือภาพ - ใช้สีสนั ท่ัวแผ่น
ส่อื ความหมาย
- ใช้สีสนั ทว่ั แผ่น
เนือ้ หา - เนื้อหาครบถว้ นตาม - เนื้อหาถูกต้องตามสาระ - เนอ้ื หาถกู ต้องตามสาระ - เน้ือหาถูกต้องตามสาระ
สาระทก่ี ำหนด 100% ที่กำหนด 80-99% ทก่ี ำหนด 60-79% ท่ีกำหนดตำ่ ว่า 59%
- เขยี นถูกต้องตามหลัก - เขยี นถกู ต้องตามหลกั - เขยี นถูกต้องตามหลกั - เขยี นถูกต้องตามหลัก
ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาต่ำกวา่ 59%
- ลำดับหวั ขอ้ เนอื้ หา - ลำดับหวั ขอ้ เนื้อหา - มกี ารสรุปได้อยา่ ง - มกี ารสรปุ ไม่
ชดั เจน ชดั เจน สมเหตุสมผล 60-79% สมเหตสุ มผลตำ่ กว่า
- มกี ารสรปุ ได้อยา่ ง - มกี ารสรุปได้อย่าง 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%
การนำเสนอ - พดู ชดั เจนเสยี งดังฟงั ชดั - พูดชัดเจนเสยี งดังฟังชดั - การพูดเหมาะสม - สามารถพูดนำเสนอได้
- ใช้ภาษาทางการถูกต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง
ตามอักขระ100% ตามอักขระ80-99% ตามอักขระ60-79% ตามอักขระต่ำกวา่
- บุคลิกภาพดแี ละมีความ - บคุ ลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม 59%
มัน่ ใจ - ความพรอ้ มในการ - บุคลกิ ภาพเหมาะสม
- มีการใชส้ อื่ ประกอบการ นำเสนอไดบ้ างส่วน
นำเสนอ
- ความพรอ้ มในการ
นำเสนอ
ความ - ใช้สสี นั สวยงาม - ใชส้ สี นั สวยงาม - ใชส้ สี ันสวยงามและมี - ใช้สีสนั สวยงามหรอื
สวยงาม - มคี วามสะอาด - มีความสะอาด ความสะอาด เปน็ ไปตามเกณฑอ์ ย่าง
- มีความคดิ สรา้ งสรรค์ - มีความคิดสร้างสรรค์ ใดอยา่ งหน่งึ
- ความเป็นระเบยี บอ่าน
ง่าย ส่งผลงานครบถว้ น แตช่ า้ ส่งผลงานครบถว้ น แตช่ ้า สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ช้า
การตรงต่อ สง่ ผลงานครบถว้ น ตรง กวา่ เวลาทีก่ ำหนด 5 กวา่ เวลาที่กำหนด 10 กว่าเวลาท่ีกำหนด 15
นาที นาที นาที
เวลา ตามเวลาทก่ี ำหนด
ใบกิจกรรม Mind mapping เรื่อง ...................................................
ใบงานเรื่อง คล่นื กระแทก
1. เครือ่ งบิน บนิ ดว้ ยอัตราเรว็ 1.5 Mach เหนือระดบั พื้นดนิ 3 km คนจะไดย้ ินเสยี งเคร่ืองบินเมอื่ เคร่ืองบิน บิน
อยหู่ ่างคนเท่าใด
2. (En 21) เครอื่ งบิน บินด้วยอัตราเรว็ 510 m/s ในแนวระดับ ซงึ่ สูงจากพื้น ดนิ 6 กิโลเมตรชายคนนนั้ ยนื อยู่
บนถนนจะไดย้ ินเสียงเคร่ืองบิน เมอ่ื เครื่องบนิ อยหู่ ่างจากชายผนู้ ้ันเปน็ ระยะทางกี่กโิ ลเมตร (กำหนดอัตราเรว็
ของเสียง = 340 เมตร/วนิ าที)
3. (En 43/2) เครอ่ื งบนิ ความเร็วเหนอื เสียงบนิ ในแนวระดับผ่านเหนอื ศีรษะชายผหู้ นึ่ง เม่ือเขาได้ยนิ เสียงของ
คลื่นกระแทก เขาจะมองเหน็ ตัวเครือ่ งบินมีมุมเงยจากพนื้ ดิน 30o เคร่อื งบินมคี วามเรว็ เท่าใดในหน่วยเมตร/
วินาที ถา้ อัตราเรว็ เสียงในอากาศเป็น 345 เมตร/วินาที
4. เคร่อื งบินไอพน่ บินด้วยความเร็ว Mach 2 จะบนิ ดว้ ยความเรว็ เท่าใดใหอ้ ตั ราเร็วเสียง 340 m/s
เกณฑก์ ารให้คะแนนแบบฝึ กหัด
เกณฑก์ ารให้ เกณฑท์ ก่ี าหนด 54 ระดบั คะแนน 2 1
คะแนน ทำตำมเกณฑ์ ทำตำมเกณฑ์ 3 ทำตำมเกณฑท์ ่ี ทำตำมเกณฑ์
1 คำตอบถกู ตอ้ ง ท่กี ำหนดทงั้ 6 ท่กี ำหนดทงั้ 4- กำหนดทงั้ 1 ท่กี ำหนดทงั้ 0
แบบฝึกหดั 2 แสดงวิธกี ำรคำนวณ ขอ้ 5 ขอ้ ทำตำมเกณฑท์ ่ี ขอ้ ขอ้
กำหนดทงั้ 2-3
ได้ ขอ้
3 แทนคำ่ สมกำรได้
4 กำหนดสตู ร/สมกำรได้
ถกู ตอ้ ง
5 วิเครำะหแ์ ละกำหนด
ตวั แปรได้
6 ไม่ไดส้ ำมำรถแสดงวิธี
ทำและคำตอบผดิ
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
15-20 ดีมาก
10-14 ดี
6-9 พอใช้
0-5 ปรับปรุง
นักเรียนได้ระดบั คุณภาพท่ี พอใช้ ข้ึนไปถือว่า ผา่ น
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 19
ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ เสยี งและการได้ยนิ หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1
เร่อื ง ประยกุ ต์ความรู้เร่อื งเสียง
วันทท่ี ำการสอน เวลา 2 ชั่วโมง
ผ้สู อน นายศักด์ิระวี กันทะวงค์
1. สาระสำคญั 2. ผลการเรยี นรู้
การประยุกตค์ วามรเู้ ร่ืองเสยี ง 4. อธิบายความเข้มเสียง ระดบั เสยี ง องคป์ ระกอบของการได้
จากการศึกษาธรรมชาติและสมบัติของเสียง เราได้นำความรตู้ ่าง ๆ มา ยิน คณุ ภาพเสียง และมลพษิ ทางเสยี ง รวมทัง้ คำนวณปริมาณ
ประยุกต์ใช้ประโยชน์ต่าง ๆ หลายด้านด้วยกัน เช่นด้านสถาปัตยกรรม ตา่ ง ๆ ท่เี กีย่ วข้อง
ดา้ นการประมง เป็นตน้
4. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
3. สาระการเรียนรู้
1. ใบงาน CAF เร่อื ง การประยกุ ตค์ วามรูเ้ รือ่ งเสียง
การประยกุ ต์ความรเู้ รอื่ งเสียง
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน 6. เคร่ืองมือการสอนคิด
- ความสามารถในการสื่อสาร - CAF
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
กิจกรรมการเรียนรู้
7. ข้ันของกจิ กรรม 8. สอ่ื 9. วธิ กี ารวัดผล
Do Now (3 นาท)ี - ใบงาน CAF เรื่อง การ - ประเมินจาก ใบงาน
CAF เรื่อง ประยุกต์
บอกนักดนตรีทีน่ กั เรียนร้จู ักมาคนละ 1 ท่าน (หา้ มซ้ำ) ป ร ะ ยุ ก ต์ ค ว า ม รู้ เรื่ อ ง ความรู้เรอ่ื งเสยี ง
เสยี ง
Purpose (2 นาท)ี
ใบงาน Pisa เรื่อง การ
เราจะเรียนเรอ่ื ง เสยี งดนตรี เพือ่ นกั เรียนสามารถอธบิ าย และคำนวณ - ป ร ะ ยุ ก ต์ ค ว า ม รู้ เรื่ อ ง
เสยี ง
สง่ิ ทเี่ ก่ยี วกบั เสียงดนตรีได้
ใบ ค ว า ม รู้ เร่ื อ ง ก า ร
Work mode (110 นาท)ี
1. นกั เรยี นดูคลปิ วดี โี อ เร่ือง การประยกุ ต์ความรู้เรื่องเสยี ง (20 นาที)
2. นักเรียนและครรู ่วมกนั อภปิ รายความรู้ท่ไี ดจ้ ากคลิปวีดโี อ -
( 10 นาที) ป ร ะ ยุ ก ต์ ค ว า ม รู้ เรื่ อ ง
3. นกั เรยี นฟงั ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เรื่อง การประยกุ ตค์ วามรเู้ รื่องเสียง เสียง
(15 นาที) - คลิปวีดีโอ เร่ือง การ
4. นกั เรียนศกึ ษาใบความรู้ เรอื่ ง การประยกุ ตค์ วามรเู้ รื่องเสยี ง ป ร ะ ยุ ก ต์ ค ว า ม รู้ เรื่ อ ง
(พอเพียง3 การมภี มู คิ ุ้มกันทด่ี ีในตวั )(15 นาที)
5. นักเรยี นวิเคราะหผ์ ลจะเป็นอยา่ งไรถ้าเรานำการประยุกตค์ วามรเู้ ร่อื ง เสยี ง
เสียง มาใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจำวนั แลว้ ทำลงใบงาน CAF ในเร่อื ง https://www.youtube
เสยี งดนตรี (คิด1 : คิดวเิ คราะห์) (สมรรถนะ2) (35 นาที) .com/watch?v=YN3wi
6. นักเรียน(โดยสมุ่ ตัวแทน)นำเสนอผลงานหน้าช้นั เรียน(สมรรถนะ3) k_YqTA
(10นาท)ี
7. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ เกีย่ วกบั เร่ืองเสยี งดนตรีบน
กระดาน (5นาที)
Reflective Thinking (5 นาท)ี
1. 3 สงิ่ ทนี่ กั เรยี นสงสยั (2 นาที)
2. ขอ้ สอบวชิ าฟิสกิ ส์ O Net ปี 53 จำนวน 1 ขอ้ (3 นาที)
ขอ้ สอบวิชาฟสิ กิ ส์ O Net ปี 53
ใบความรู้
การประยุกต์ความรเู้ รอ่ื งเสยี ง
ดา้ นสถาปัตยกรรม
ดงั ท่ีกล่าวมาแล้วในเร่ืองการสะท้อนของเสียงว่า เสียงสะท้อนจากผนัง พ้ืน เพดาน ทำให้เกิดเสียงกอ้ ง ดังเช่น
การร้องเพลงในห้องน้ำท่ีมีผนังและพ้ืนมีกระเบื้องปู จะมีเสียงก้องจึงเหมาะกับการร้องเพลง เพราะทำให้ผู้ร้องเกิด
ความรู้สึกวา่ การร้องเพลงในห้องน้ำเพราะกว่าการรอ้ งใน ห้องธรรมดา ดังนั้น ห้องสำหรบั ฟังเพลงหรือร้องเพลงต้องมี
การให้เสียงก้องเกดิ ขึ้นมากกว่าห้อง ท่ัวไป แต่ก็ต้องมีค่าพอเหมาะสมไม่มากเกินไปจนฟังเพลงไม่รู้เรอ่ื ง หรือเกดิ ความ
รำคาญ การออกแบบอาคาร ห้องประชมุ ท้ังสถาปนิกและวิศวกรก็ต้องคำนวณล่วงหน้าว่าให้มีเสียงก้องมากหรือน้อย
เพียง ใด โดยการใช้วัสดุเก็บเสียง เช่น พรม ม่าน แผ่นกระดาษเก็บเสียง ฯลฯ เพ่ือช่วยทำให้เวลาท่ีเกิดเสียงก้อง
พอเหมาะก่อนที่เสยี งก้องจะจางหายไป
ปัจจุบันสถาปนิกมีปัญหาน้อยลง เพราะสามารถออกแบบให้ห้องมีเสียงก้องน้อยท่ีสุดเพ่ือใช้ในการ
ประชุม และเม่ือใดที่ต้องใช้ห้องเดิมในการแสดงดนตรีก็สามารถใช้เคร่ืองขยายเสียงที่ มีวงจรสำหรับสร้างเสียงก้อง
ขึ้นมา ทำให้เสียงเพลง และเสียงดนตรีมีความไพเราะอย่างท่ีควรจะเป็นคือมีเวลาก้องเสียงพอสมควร
ด้านการประมง
ชาวประมงใช้เคร่ืองโซนาร์ในการหาตำแหนง่ ของฝงู ปลาเชน่ เดยี วกับคา้ งคาวใช้โซนาร์ใน การหาอาหาร โดย
เคร่ืองโซนาร์ของเรือประมงจะส่งคลื่นเหนือเสียงออกไปเป็นจงั หวะๆ เมอื่ คลื่นเสียงดงั กล่าวกระทบฝูงปลา คลื่นเสยี ง
จะสะท้อนกลบั มายงั เรือ และสญั ญาณเสยี งท่ีได้รบั นี้จะถูกเปลี่ยนเปน็ สัญญาณไฟฟ้าผ่านเขา้ เครื่อง วเิ คราะห์
สญั ญาณ ซงึ่ จะบอกช่วงเวลาระหว่างสัญญาณเสียงที่สง่ ออกไปกบั สญั ญาณเสยี งสะทอ้ นที่ กลบั มายังเรือ และเมือ่ แปลง
ชว่ งเวลานี้เปน็ ระยะห่างของวัตถทุ สี่ ะทอ้ นผลออกมาทางจอภาพ จะทำใหส้ ามารถทราบตำแหนง่ ของฝูงปลา
นอกจากนี้ ชาวประมงยงั ใช้คลน่ื เหนือเสียงสอ่ื สารระหวา่ งเรอื ประมงด้วยกันอกี ดว้ ย โดยท่วั ๆ ไป เครอ่ื งโซนารจ์ ะใช้
คล่ืนเหนอื เสยี งที่มีความถใี่ นชว่ ง 20-100 กิโลเฮริ ตซ์
ดา้ นการแพทย์
แพทย์ก็ได้มีการนำคล่ืนเหนือเสียงมาใช้ในการตรวจอวัยวะภายในของคนไข้เพื่อ วินิจฉัยสาเหตุของความ
ผิดปกติ เช่น ตรวจการทำงานของลิ้นหัวใจ ตรวจมดลูก ตรวจครรภ์ตรวจเน้ืองอก ตับ ม้าม และสมอง เพราะคล่ืน
เหนือเสียงสามารถสะท้อนท่ีรอยต่อระหว่างช้ันของเนื้อเย่ือต่างๆ ได้ดีกว่ารังสีเอกซ์มาก คล่ืนเหนือเสียงที่ใช้ในทาง
การแพทย์น้ีได้จากการเปล่ียนพลังงานไฟฟ้ามาเป็น พลังงานคลื่นเหนือเสียงด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงมีความถ่ี
ในช่วง 1-10เมกะเฮิรตซ์ เมือ่ คลื่นเสียงดงั กล่าวผ่านผิวหนังเข้าในร่างกาย ไปกระทบเนื้อเยื่อที่มีความหนาแน่นต่างกัน
ซึ่งสะท้อนคล่ืนได้ดีต่างกัน เครื่องรับคลื่นสะท้อนจะเปลี่ยนคลื่นเสียงสะท้อนเป็นสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งเม่ือผ่านเคร่ือง
วิเคราะห์สัญญาณแล้วจะถูกส่งไปยังคอมพิวเตอร์เพื่อ ประมวลคล่นื สะท้อนท่ีมาจากทิศต่างๆ เข้าด้วยกัน แล้วสรุปผล
ทไี่ ด้ออกมาเปน็ ภาพ
ดา้ นธรณวี ิทยา
ในการสำรวจแหลง่ แร่ดว้ ยการวิเคราะหช์ ้นั หินตา่ งๆ นกั ธรณวี ทิ ยาใช้วธิ ีการส่งคลืน่ เสียงท่มี ีพลังงานสงู ซึ่งได้
จากการระเบิดของ ลกู ระเบิดขนาดเล็กทบ่ี ริเวณผวิ โลก คลน่ื เสียงทีเ่ กดิ จากการระเบิดน้ีจะทะลุผา่ นชน้ั ต่างๆ ของ
เปลือกโลกลงไป เพราะเปลอื กโลกประกอบดว้ ยชน้ั หินที่มีลักษณะและความหนาแนน่ แตกตา่ งกนั ทำให้คล่นื สะท้อนที่
แตล่ ะชั้นของเปลือกโลกมลี กั ษณะแตกต่างกนั คล่นื เสยี งสะท้อนน้ีเม่ือกลบั ถึงผวิ โลกจะเปลย่ี นเป็นสัญญาณไฟฟ้าเขา้
สู่ อุปกรณ์เพื่อวิเคราะห์ต่อไป และผลท่ไี ดจ้ ะถูกนำมาเปน็ ข้อมลู หนง่ึ ของลักษณะชน้ั หินต่างๆ ใตผ้ ิวโลก
ดา้ นวศิ วกรรมและอุตสาหกรรม
วิศวกรใช้คล่ืนเหนือเสียงในการตรวจสอบรอยร้อยหรือรอยตำหนิในเนื้อโลหะ แก้ว หรือเซรามิก โดยการส่งคล่ืน
เสียงท่ีมีความถี่ในช่วง 500 กิโลเฮิรตซ์ ถึง 15 เมกะเฮิรตซ์ผ่านเข้าไปในช้ินงานที่ต้องการตรวจสอบ และวิเคราะห์ใน
ลักษณะของคล่ืนสะท้อน หรือวิเคราะห์ลักษณะคลื่นท่ีถูกรบกวนในคล่ืนที่ผ่านออกไป วิธีน้ีนอกจากจะใช้ตรวจสอบ
ช้ินงานประเภทโลหะหล่อหรือเซรามิกแล้วยังถูกนำไป ใช้ตรวจสอบยางรถยนต์ท่ีผลิตใหม่ด้วย เครอื่ งมือวดั ความหนา
ของแผ่นโลหะหรือวัสดุที่มีความแข็งอ่ืนๆ สามารถทำได้โดยใช้คลื่นเหนือเสียง แม้คล่ืนจะไม่สามารถทะลุถึงอีกด้าน
หน่ึงของผิวหน้าแผ่นโลหะน้ันได้ก็ตาม เช่น การตรวจสอบความหนาของหม้อต้มน้ำความดันสูงสำหรับโรงงาน
อตุ สาหกรรม เป็นต้น คล่ืนเหนือเสียงพลงั งานสูงยังถูกนำไปใชอ้ ยา่ งกว้างขวางในการทำความสะอาดผิว ของเครือ่ งใช้
ขนาดเล็ก เช่น ช้ินส่วนในนาฬิกาข้อมือและแว่นตา เป็นต้น เพ่ือให้อนุภาคสกปรกที่จับเกาะผิวส่ันด้วยพลังงานของ
คลื่นเหนือเสยี ง เพราะความถ่ธี รรมชาติของอนภุ าคสกปรกเหล่านนั้ หลดุ จากผวิ โลหะไปลอยปะปนในของ เหลวที่โลหะ
แช่อยู่
ในการทหารก็มีการใช้คล่ืนเหนือเสียงติดต่อส่ือสาร และตรวจจับการเคลื่อนไหวของเรือใต้น้ำ และ
ตอรป์ ิโด และใช้คลื่นเสียงจบั ตำแหน่งของเปา้ เปน็ ต้น
ใบงาน
จะเปน็ อย่างไรถา้ เรานำเสียงดนตรีมาใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจำวัน
ตัวชว่ ยในการคิดมี 18 หัวข้อ
1.การเงนิ และธรุ กิจ 7.สันทนาการ 13.ความต้องการพื้นฐาน
2.การขนสง่ 8.การเมืองการปกครอง 14.การปอ้ งกนั
3.ความสมั พนั ธท์ างสังคม 9.จรยิ ธรรมและศาสนา 15.เศรษฐกิจ
4.ส่งิ แวดล้อม 10.ศลิ ปะและสนุ ทรียภาพ 16.กฏหมายและความยุตธิ รรม
5.การศกึ ษา 11.สุขภาพ 17.การสอ่ื สาร
6.เทคโนโลยี 12.สุขภาพจิต 18.อ่นื ๆ
สรุปผล
.........................................................................................................................................................................................................................
.................................................................................แ...บ...บ....ป...ร...ะ...เ.ม....นิ ...ใ..บ....ง..า...น.....C....A...F....................................................................................
คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนประเมินผลงานใบงานนักเรียน โดยการประเมนิ คะแนนลงในช่องรายการประเมินกำหนดตาม
ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน CAF
ลำดบั ท่ี ชื่อ-สกุล การแสดง เน้ือหา นำเสนอ ความ ตรงต่อเวลา รวม สรปุ ผลการ
ของผูร้ ับการ ความ สวยงาม 20 คะแนน ประเมิน ผา่ น/ไม่
คดิ เห็น (4คะแนน) (4คะแนน) (4คะแนน)
ประเมนิ (4คะแนน) ผา่ น
ลงชือ่ ....................................................ผู้ประเมนิ
................/................/................
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ
นักเรยี นได้ระดบั คณุ ภาพท่ี พอใช้ ข้นึ ไปถือว่า ผ่าน
ตารางแนบทา้ ยแบบประเมนิ ใบงาน CAF
เกณฑก์ าร ระดบั การประเมนิ
ประเมิน
การแสดง 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
ความ - - แสดงความคดิ เหน็
คิดเห็น - แสดงความคิดเห็น - แสดงความคิดเห็น - แสดงความคดิ เหน็
ผลกระทบของปัญหา/
การแสดง ผลกระทบของปัญหา/ ผลกระทบของปัญหา/ ผลกระทบของปัญหา/ เหตุการได้ น้อยกว่า 6
ความ ข้อ
คดิ เหน็ เหตกุ ารได้ 10 ขอ้ ขึ้นไป เหตกุ ารได้ 8-9 ข้อ เหตุการได้ 6-7 ขอ้
- - แสดงความคิดเหน็
- ระบสุ งิ่ ทีไ่ ด้รับ - ระบุสิง่ ทไี่ ด้รับ -ระบุสิง่ ท่ีไดร้ บั ผลกระทบ ผลกระทบของปัญหา/
เหตกุ ารณ์ได้ น้อยกวา่
ผลกระทบจากปญั หา/ ผลกระทบจากปญั หา/ จากปญั หา/เหตกุ ารณ์ 6 ขอ้
เหตุการณ์ได้ครบถ้วน เหตกุ ารณ์ 80-99% 60-79%
- แสดงความคิดเหน็ - แสดงความคดิ เหน็ - แสดงความคิดเหน็
ผลกระทบของปัญหา/ ผลกระทบของปัญหา/ ผลกระทบของปัญหา/
เหตกุ ารฌไ์ ด้ 10 ข้อข้ึน เหตกุ ารณ์ได้ 8-9 ข้อ เหตกุ ารณ์ได้ 6-7 ข้อ
ไป
เนอ้ื หา - เน้ือหาครบถว้ นตาม - เน้ือหาถูกต้องตามสาระ - เนอ้ื หาถกู ต้องตามสาระ - เนื้อหาถกู ต้องตามสาระ
สาระท่ีกำหนด 100% ท่กี ำหนด 80-99% ทกี่ ำหนด 60-79% ท่ีกำหนดต่ำวา่ 59%
- เขียนถูกต้องตามหลกั - เขียนถูกต้องตามหลัก - เขยี นถูกต้องตามหลัก - เขยี นถกู ต้องตามหลกั
ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาต่ำวา่ 59%
- ลำดบั หัวขอ้ เน้ือหา - ลำดบั หัวขอ้ เน้อื หา - มีการสรุปได้อย่าง - มีการสรุปไม่
ชัดเจน ชัดเจน สมเหตสุ มผล 60-79% สมเหตสุ มผลตำ่ วา่
- มกี ารสรปุ ได้อยา่ ง - มีการสรปุ ได้อย่าง 59%
สมเหตุสมผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%
การนำเสนอ - พูดชัดเจนเสียงดงั ฟังชัด - พดู ชดั เจนเสยี งดงั ฟังชดั - การพูดเหมาะสม - สามารถพดู นำเสนอได้
- ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง
ตามอักขระ100% ตามอักขระ80-99% ตามอักขระ60-79% ตามอักขระตำ่ ว่า 59%
- บคุ ลิกภาพดีและมีความ - บคุ ลกิ ภาพดี - บคุ ลกิ ภาพเหมาะสม - บุคลิกภาพเหมาะสม
ม่นั ใจ - ความพรอ้ มในการ
- มีการใช้สอ่ื ประกอบการ นำเสนอไดบ้ างสว่ น
นำเสนอ
- ความพรอ้ มในการ
นำเสนอ
ความ - ใช้สสี ันสวยงาม - ใชส้ ีสันสวยงาม - ใชส้ ีสนั สวยงามและมี - ใช้สีสนั สวยงามหรือ
สวยงาม - มีความสะอาด - มีความสะอาด ความสะอาด เป็นไปตามเกณฑอ์ ย่าง
- มีความคิดสรา้ งสรรค์ - มีความคิดสรา้ งสรรค์ ใดอยา่ งหนึ่ง
- ความเป็นระเบียบอา่ น
ง่าย
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 20
ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ แสงเชิงฟสิ กิ ส์ หน่วยย่อยท่ี 2
เรอ่ื ง การเคลอ่ื นท่ีและอัตราเร็วของแสง
วนั ท่ที ำการสอน เวลา 2 ชว่ั โมง
ผ้สู อน นายศักดิ์ระวี กนั ทะวงค์
1. สาระสำคญั 2. ผลการเรียนรู้
การเคล่อื นทแ่ี ละอัตราเร็วของแสง 7.สืบค้นข้อมูล อภิปราย และคำนวณสิ่งที่เกี่ยวกับ แสงเชิง
เรขาคณติ ได้
แสงที่มีคุณสมบัติความเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในสุญญากาศ
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งรวมทั้งแสงจะเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงด้วยอัตราเร็ว
เท่ากัน คือ 299,792,458 เมตรต่อวินาที อาจใช้อัตราเร็วของแสงเป็น
3.00 x 108 เมตรต่อวินาที กไ็ ด้และนิยมเรยี กระยะทางทีแ่ สงเคลอ่ื นท่ี
ได้ในสุญญากาศในเวลา 1 ปี ว่า 1 ปีแสง สำหรับอัตราเร็วของแสงใน
ตัวกลางต่างๆ จะมีค่าไม่เท่ากัน และทุกอัตราเร็วจะมีค่าน้อยกว่า
อตั ราเร็วแสงในสญุ ญากาศ
3. สาระการเรียนรู้ 4. ช้ินงาน/ภาระงาน
การเคลอ่ื นทีแ่ ละอตั ราเร็วของแสง ใบงาน KWL เรอ่ื ง การเคลื่อนท่ีและอตั ราเร็วของแสง
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน 6. เครอื่ งมือการสอนคดิ
- ความสามารถในการสื่อสาร - KWL
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
กจิ กรรมการเรียนรู้
7. ขัน้ ของกิจกรรม 8. สอื่ 9. วธิ ีการวดั ผล
Do Now (3 นาท)ี - ใบ งา น KWL เ ร ื ่ อง - ประเมนิ ใบงาน ใบงาน KWL
บอกช่ือจังหวัดทีข่ นึ้ ต้นดว้ ยตัว ม (ห้ามซ้ำ) การเคลื่อนที่และ เรื่อง การเคลื่อนที่และ
Purpose (2 นาท)ี อัตราเรว็ ของแสง อตั ราเรว็ ของแสง
เราจะเรียนเรือ่ ง การเคลอ่ื นท่ีและอตั ราเรว็ ของแสง เพื่อนกั เรียน - ใบความรู้ เรื่องการ
สามารถ อธบิ าย และคำนวณสิ่งทเี่ กีย่ วกับ แสงเชงิ เรขาคณิตได้ เคลื่อนที่และอัตราเร็ว
Work mode (110 นาท)ี ของแสง
1. นกั เรียนทำกจิ กรรม KWL เรอื่ ง การเคล่อื นท่ีและอตั ราเรว็ ของ - คลิปวีดีโอ เรื่อง การ
แสงโดยตอบคำถาม “นักเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับเรือ่ งแสง ” ลงใน เคลื่อนที่และอัตราเรว็
ชอ่ ง K (10 นาที) ของแสง
2. นกั เรยี นและครอู ภิปรายร่วมกนั บนกระดาน ในหวั ข้อ นกั เรียนรู้ https://www.youtu
อะไรบ้างเกย่ี วกบั การเคลอ่ื นท่แี ละอัตราเร็วของแสง(5 นาท)ี be.com/watch?v=
3. นักเรียนตอบคำถาม “นกั เรียนอยากร้อู ะไรบ้าง เกี่ยวกับการ UQ-e3UxjUzw\
เคลอื่ นท่ีและอตั ราเรว็ ของแสง” ลงในช่อง W (5 นาท)ี
4. นักเรยี นและครูอภิปรายร่วมกนั บนกระดาน ในหวั ข้อ นกั เรียน
อยากรู้อะไรบา้ ง เกย่ี วกับการเคลอื่ นทแี่ ละอัตราเรว็ ของแสง
(5 นาที)
5. นกั เรยี นดคู ลิปวีดโี อเรือ่ ง การเคลอื่ นทีแ่ ละอตั ราเร็วของแสง
(15 นาที)
6. นักเรยี นศึกษาขอ้ มลู เกี่ยวกบั การเคล่อื นท่แี ละอตั ราเร็วของแสง
โดยศึกษาจากใบความรู้ เรอ่ื ง การเคลื่อนท่ีและอตั ราเรว็ ของ
แสง (พอเพยี ง 3 การมีภมู ิค้มุ กนั ทด่ี ี) (30 นาท)ี
7. นกั เรียนฟังครูอธิบายเพมิ่ เตมิ เรอื่ ง การเคล่ือนทแี่ ละอตั ราเรว็
ของแสง (15 นาที)
8. นักเรียนตอบคำถาม “นักเรียนไดร้ ู้อะไรบ้าง เกย่ี วกบั การ
เคลอ่ื นที่และอัตราเรว็ ของแสง ” ลงในช่อง L (10 นาที)
9. นกั เรียนและครอู ภิปรายร่วมกนั บนกระดาน ในหัวขอ้ นักเรยี น
ไดร้ อู้ ะไรบ้าง เกยี่ วกบั เคลือ่ นที่และอตั ราเรว็ ของแสง(คิด 5 คิดวิ
พากย)์ (สมรรถนะ3) (5 นาท)ี
10. นักเรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ ความรู้ (10 นาที)
Reflective Thinking (5 นาท)ี
1. บอกความรู้ทีน่ ักเรยี นไดร้ ับ คนละ1 ข้อ (2 นาที)
2. ข้อสอบวิชาสามญั ฟสิ กิ ส์ ปี 2555 ชุดท่ี 2 (3 นาที)
ข้อสอบวิชาสามัญ ฟสิ กิ ส์ ปี 2555 ชดุ ที่ 2
ใบความรู้
เร่อื ง การเคลอ่ื นที่และอตั ราเรว็ ของแสง
ความหมาย
แสง (Light) เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ทำให้สิ่งมีชีวิตสามารถมองเห็นหรือแสงนำไปใช้ประโยชน์ใน
ด้านต่าง ๆ แหล่งกำเนิดแสงในธรรมชาติ คือ ดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ในระบบสุริยะของเรา แสงที่ส่อง
ออกมาจากดวงอาทิตย์มีหลายช่วงพลงั งาน พลังงานแตล่ ะชว่ งมปี ระโยชนแ์ ละโทษแตกต่างกนั ไป ตามคุณสมบตั ิในช่วง
น้นั ๆ
ปัจจุบันเชื่อว่า พลังงานแสงที่กระจายออกจากแหล่งกาเนิดแสง มีสมบัติเป็นทั้งคลื่น และอนุภาค โดยเป็น
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แสดงคุณสมบัติของอนุภาคได้ คือ มีสภาพเสมือนประกอบด้วยอนุภาคเล็ก ๆ ต่อเนื่องกันเป็น
ลำแสง
ความรู้ KWL
เร่ือง ................................................................ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี..........
ชอื่ ..................................................สกุล..........................................ชนั้ ...............เลขที่.....................
คำช้ีแจง นักเรียนบนั ทกึ ความรทู้ ่ไี ด้ ลงในตารางต่อไปนี้พร้อมทงั้ เขยี นสรุปความ ลงในบรรทดั ทว่ี า่ งขา้ งลา่ งของ
แบบบันทึก
K(นักเรยี นรู้อะไร) W(นกั เรยี นตอ้ งการรู้อะไร) L(นักเรยี นไดเ้ รยี นรอู้ ะไร)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………...……………………………………………………
…………………………………………………………………………...………………………………………………………………
แบบประเมนิ ผลงานใบงาน KWL
คำชแี้ จง : ให้ผสู้ อนประเมนิ ผลงานใบงานนกั เรียน ใหท้ ำเครื่องหมาย✓ลงในชอ่ งรายการประเมนิ กำหนด
ลำดบั ท่ี ชอ่ื -สกลุ การแสดง ครอบคลุม ผลสำเรจ็ ตรงตอ่ เวลา ความสะอาด สรุปผล
ของผูร้ ับการประเมิน ความคิดเหน็ เนือ้ หา ของงาน เรยี บร้อย รวม การ
ถกู ตอ้ งชดั เจน 20 ประเมิน
4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 คะแนน ผา่ น/ไม่
ผ่าน
ลงชอ่ื .................................................... ผู้ประเมนิ
................/................/................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยครง้ั ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ให้ 1 คะแนน
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ
นักเรยี นไดร้ ะดับคณุ ภาพท่ี พอใช้ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น
ตารางแนบท้ายแบบประเมินใบงาน KWL
เกณฑก์ าร ระดับการประเมนิ
ประเมิน
การแสดง 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
ความ - แสดงความคิดเหน็ ใน
คดิ เห็น - แสดงความคิดเหน็ ใน - แสดงความคิดเหน็ ใน - แสดงความคดิ เห็นใน
ชอ่ ง K ได้ นอ้ ยกว่า 7
ชอ่ ง K ได้ 10 ข้อ ช่อง K ได้ 9-10 ข้อ ช่อง K ได้ 7-8 ข้อ ขอ้
- แสดงความคดิ เหน็ ใน
คำถามขนึ้ ไป คำถาม คำถาม ชอ่ ง W ได้ น้อยกวา่ 7
ข้อ
- แสดงความคิดเหน็ ใน - แสดงความคิดเหน็ ใน - แสดงความคดิ เหน็ ใน - แสดงความคดิ เหน็ ใน
ชอ่ ง L ได้ นอ้ ยกวา่ 7
ชอ่ ง W ได้ 10 ขอ้ ชอ่ ง W ได้ 9-10 ขอ้ ชอ่ ง W ได้ 7-8 ข้อ ข้อ
คำถามข้นึ ไป คำถาม คำถาม
- แสดงความคดิ เหน็ ใน - แสดงความคดิ เห็นใน - แสดงความคิดเหน็ ใน
ชอ่ ง L ได้ 10 ข้อ ช่อง L ได้ 9-10 ข้อ ชอ่ ง L ได้ 7-8 ข้อ
คำถามขึ้นไป คำถาม คำถาม
เนื้อหา - เน้อื หาครบถ้วนตาม - เนื้อหาถกู ต้องตามสาระ - เนอื้ หาถูกต้องตามสาระ - เนือ้ หาถูกต้องตามสาระ
สาระท่ีกำหนด 100% ทกี่ ำหนด 80-99% ท่ีกำหนด 60-79% ทกี่ ำหนดต่ำว่า 59%
- เขยี นถูกต้องตามหลัก - เขยี นถกู ต้องตามหลัก - เขยี นถูกต้องตามหลัก - เขยี นถกู ต้องตามหลกั
ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาตำ่ ว่า 59%
- ลำดบั หวั ข้อเนือ้ หา - ลำดับหวั ขอ้ เน้ือหา - มีการสรุปได้อยา่ ง - มีการสรุปไม่
ชัดเจน ชดั เจน สมเหตุสมผล 60-79% สมเหตุสมผลต่ำวา่
- มีการสรุปได้อยา่ ง - มีการสรุปได้อย่าง 59%
สมเหตสุ มผล 100% สมเหตสุ มผล 80-99%
การนำเสนอ - พูดชดั เจนเสยี งดงั ฟงั ชัด - พดู ชดั เจนเสียงดังฟงั ชดั - การพูดเหมาะสม - สามารถพูดนำเสนอได้
- ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง - ใชภ้ าษาทางการถูกต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง
ตามอักขระ100% ตามอักขระ80-99% ตามอักขระ60-79% ตามอักขระต่ำวา่ 59%
- บุคลิกภาพดแี ละมคี วาม - บคุ ลิกภาพดี - บุคลกิ ภาพเหมาะสม - บุคลกิ ภาพเหมาะสม
มั่นใจ - ความพร้อมในการ
- มีการใชส้ ือ่ ประกอบการ นำเสนอไดบ้ างสว่ น
นำเสนอ
- ความพรอ้ มในการ
นำเสนอ
ความ - ใช้สีสันสวยงาม - ใช้สีสันสวยงาม - ใชส้ ีสันสวยงามและมี - ใชส้ ีสันสวยงามหรือ
สวยงาม - มคี วามสะอาด - มีความสะอาด ความสะอาด เป็นไปตามเกณฑอ์ ย่าง
- มีความคดิ สรา้ งสรรค์ - มีความคดิ สร้างสรรค์ ใดอยา่ งหน่งึ
การตรงต่อ - ความเป็นระเบยี บอา่ น สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ชา้ สง่ ผลงานครบถ้วน แต่ช้า สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ชา้
เวลา ง่าย กวา่ เวลาทก่ี ำหนด 5 กว่าเวลาทกี่ ำหนด 10 กวา่ เวลาทีก่ ำหนด 15
สง่ ผลงานครบถ้วน ตรง นาที นาที นาที
ตามเวลาท่ีกำหนด
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 21
ช่ือหน่วยการเรียนรู้ แสงเชิงฟสิ กิ ส์ หน่วยย่อยท่ี 2
เร่ือง การหกั เหของแสง
วันที่ทำการสอน เวลา 2 ชวั่ โมง
ผูส้ อน นายศักด์ิระวี กนั ทะวงค์
1. สาระสำคญั 2. ผลการเรยี นรู้
เกิดจากการท่ีแสงเคลื่อนท่ีผา่ นตัวกลางท่มี ีความหนาแน่น
ต่างกัน เป็นผลทำให้ทิศทางของแสงเปล่ียนแปลงไปด้วย ซ่ึง 13.ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างดรรชนีหักเห มุมตก
ในขณะที่แสงเกิดการหักเหก็จะเกิดการสะท้อนของแสงขึ้น กระทบ และมุมหักเห รวมทั้ง อธบิ ายความสัมพันธร์ ะหวา่ งความลึก
พรอ้ มๆ กัน จริงและความลึกปรากฏ มุมวิกฤตและการสะท้อนกลับหมดของ
แสง และคำนวณปริมาณต่าง ๆ ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
3. สาระการเรยี นรู้ 4. ช้ินงาน/ภาระงาน
การหักเหของแสง 1. ใบงาน เรื่อง การหักเหของแสง
2. ใบงาน KWL เรอื่ ง การหกั เหของแสง
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการสื่อสาร 6. เครอ่ื งมือการสอนคิด
- ความสามารถในการคิด - KWL
- ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
กิจกรรมการเรียนรู้
7. ขั้นของกจิ กรรม 8. สอ่ื 9. วิธีการวดั ผล
Do Now (3 นาที) - ใบงาน เรื่องการหัก - ประเมินใบงาน เรื่อง การ
บอกสีทนี่ กั เรียนช่นื ชอบ เหของแสง หักเหของแสง
Purpose (2 นาที) - ใบงาน KWL เร่ือง - ป ระเมิน ใบงาน KWL
วนั นเ้ี ราจะเรยี นเร่อื ง การหักเหของแสง เพ่ือนกั เรียนสามารถ การหักเหของแสง เรือ่ ง การหักเหของแสง
อธิบาย และคำนวณสิง่ ทเี่ กย่ี วกบั การหกั เหของแสงได้ - คลิปวีดีโอ เร่ือง การ
Work mode (110 นาที) หั ก เ ห ข อ ง แ ส ง
1. นักเรียนทำกิจกรรม KWL เรอ่ื ง การหกั เหของแสง โดยตอบคำถาม https://www.yout
“นกั เรียนรู้อะไรบา้ ง เกีย่ วกบั การหักเหของแสง ” ลงในช่อง K (10 ube.com/watch?v
นาท)ี =UQ-e3UxjUzw\
2. นักเรยี นและครูอภิปรายร่วมกนั บนกระดาน ในหวั ขอ้ นักเรียนรู้
อะไรบา้ งเกยี่ วกบั การหกั เหของแสง (5 นาท)ี
3. นักเรยี นตอบคำถาม “นกั เรียนอยากรู้อะไรบา้ ง เก่ียวกับการหักเห
ของแสง ” ลงในชอ่ ง W (5 นาท)ี
4. นักเรียนและครูอภปิ รายร่วมกนั บนกระดาน ในหัวขอ้ นักเรยี นอยาก
รอู้ ะไรบา้ ง เกย่ี วกบั การหักเหของแสง(5 นาที)
5. นกั เรยี นดคู ลิปวีดโี อการทดลองเรอ่ื ง การหักเหของคลืน่ แสง
(10 นาท)ี
6. นกั เรียนร่วมกนั อภปิ ราย “เหตุใดคล่นื จงึ เบนไปจากแนวเดมิ ” (คิด 3
: คดิ พพิ ากษ)์ (10 นาท)ี
7. นักเรียนฟงั ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ เร่อื ง การหักเหของแสง(15 นาท)ี
8. นักเรียนวิเคราะหโ์ จทยแ์ ละแกโ้ จทยป์ ัญหา ในใบงาน เรื่อง การหักเห
ของแสง(สมรรถนะ2)(คดิ 1:คดิ วิเคราะห์)(20 นาที)
9. นักเรยี นตอบคำถาม “นักเรยี นไดร้ อู้ ะไรบ้าง เกย่ี วกับการหักเหของ
แสง ” ลงในช่อง L (10 นาที)
10. นกั เรยี นและครูอภปิ รายร่วมกันบนกระดาน ในหวั ข้อ นักเรยี นไดร้ ู้
อะไรบ้าง เกย่ี วกบั การหกั เหของแสง (คิด 3 คดิ วพิ ากย์)(สมรรถนะ3)
(5 นาท)ี
11. นักเรียนและครู รว่ มกนั สรปุ ความรู้ (10 นาที)
Reflective Thinking (5 นาท)ี
1. จากการเรยี นวนั น้ี นักเรยี นไดร้ บั ความร้ใู นเร่ืองการหักเหของแสง
อย่างไรบา้ ง (2 นาที)
2. ขอ้ สอบ O – net ปี 2558 (3 นาท)ี
ข้อสอบ O – net ปี 2558
เมื่อจ่มุ หลอดกาแฟลงในแกว้ ที่มนี ้ำจะพบว่า หลอดกาแฟสว่ นที่อยใู่ ต้นำ้ ไมต่ อ่ เปน็ แนวเดียวกบั สว่ นท่อี ยู่เหนอื น้ำ
ปรากฏการณ์นี้เกดิ ข้นึ เนอ่ื งจากสมบัตใิ ดของคล่ืนแสง
1. การสะท้อน
2. การหักเห
3. การแทรกสอด
4. การเลี้ยวเบน
5. การดูดกลนื แสง
ใบงาน เร่อื ง การหกั เหของคล่นื แสง
คำช้แี จง : ใหน้ ักเรียนแสดงวิธีทำอยา่ งละเอียด
1. แสงสหี นง่ึ เมื่อเคลื่อนทีผ่ ่านตวั กลางชนดิ หน่ึงจะมีความเร็ว 1.5 × 108 เมตรต่อวนิ าที จงหาคา่ ดชั นีหักเหของ
ตวั กลางนี้
2. แสงพงุ่ ออกจากพลาสติกที่มีดัชนีหกั เห 4/5 ไปสตู่ วั กลางชนิดหน่งึ ทม่ี ีดัชนีหักเห 2/3 ดว้ ยมมุ ตกกระทบ 30
องศา จงหามมุ หกั เหในตวั กลางนี้
3. ถา้ แสงเคลื่อนท่จี ากแท่งแก้วไปสู่อากาศโดยมมี ุมตกกระทบเปน็ 45 องศา ปรากฎว่ามุมหักเหเปน็ 90 องศา
ดชั นหี ักเหของแกว้ มีค่าเทา่ ใด
4. แสงเดนิ ทางจากวัตถุ ก ท่ีมีดัชนีหักเห 1.2 ไปยังอากาศด้วยมุมตกกระทบ 30 องศา และ แสงทห่ี ักเหจะทำ
มุมกบั รอยต่อระหวา่ งตวั กลางเปน็ θ นจี้ ะเป็นเท่าใด
เกณฑก์ ารให้คะแนนแบบฝึ กหัด
เกณฑก์ ารให้ เกณฑท์ กี่ าหนด 54 ระดบั คะแนน 2 1
คะแนน ทำตำมเกณฑ์ ทำตำมเกณฑ์ 3 ทำตำมเกณฑท์ ่ี ทำตำมเกณฑ์
1 คำตอบถกู ตอ้ ง ท่กี ำหนดทงั้ 6 ท่กี ำหนดทง้ั 4- กำหนดทง้ั 1 ท่กี ำหนดทงั้ 0
แบบฝึกหดั 2 แสดงวธิ ีกำรคำนวณ ขอ้ 5 ขอ้ ทำตำมเกณฑท์ ่ี ขอ้ ขอ้
กำหนดทง้ั 2-3
ได้ ขอ้
3 แทนคำ่ สมกำรได้
4 กำหนดสตู ร/สมกำรได้
ถกู ตอ้ ง
5 วิเครำะหแ์ ละกำหนด
ตวั แปรได้
6 ไม่ไดส้ ำมำรถแสดงวิธี
ทำและคำตอบผิด
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภำพ
15 – 20 ดีมำก
11 – 15 ดี
6 – 10 พอใช้
0 – 5 ปรบั ปรุง
นักเรยี นไดร้ ะดบั คณุ ภาพที่ พอใช้ ขึ้นไปถือว่า ผา่ น
ความรู้ KWL
เร่ือง ................................................................ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี..........
ชือ่ ..................................................สกลุ ..........................................ช้นั ...............เลขท่.ี ....................
คำชแี้ จง นักเรยี นบนั ทึกความรทู้ ี่ได้ ลงในตารางต่อไปนี้พร้อมทงั้ เขียนสรุปความ ลงในบรรทัดทีว่ า่ งข้างลา่ งของ
แบบบนั ทกึ
K(นักเรยี นรอู้ ะไร) W(นักเรยี นตอ้ งการรอู้ ะไร) L(นกั เรียนไดเ้ รียนร้อู ะไร)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………...……………………………………………………
…………………………………………………………………………...………………………………………………………………
แบบประเมนิ ผลงานใบงาน KWL
คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนประเมินผลงานใบงานนักเรยี น ให้ทำเคร่ืองหมาย✓ลงในชอ่ งรายการประเมนิ กำหนด
ลำดบั ที่ ชอ่ื -สกุล การแสดง ครอบคลมุ ผลสำเร็จ ตรงตอ่ เวลา ความสะอาด สรุปผล
ของผรู้ ับการประเมิน ความคิดเหน็ เนอ้ื หา ของงาน เรยี บร้อย รวม การ
ถกู ต้องชัดเจน 20 ประเมิน
4321 4321 432 14321 4321 คะแนน ผ่าน/ไม่
ผา่ น
ลงช่ือ .................................................... ผู้ประเมิน
................/................/................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก
ให้ 1 คะแนน
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ
นักเรียนไดร้ ะดับคณุ ภาพท่ี พอใช้ ขึน้ ไปถอื วา่ ผ่าน
ตารางแนบท้ายแบบประเมนิ ใบงาน KWL
เกณฑ์การ ระดบั การประเมนิ
ประเมิน
การแสดง 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)
ความ - แสดงความคดิ เห็นใน
คดิ เห็น - แสดงความคดิ เห็นใน - แสดงความคดิ เห็นใน - แสดงความคดิ เห็นใน
ชอ่ ง K ได้ นอ้ ยกวา่ 7
ชอ่ ง K ได้ 10 ข้อ ชอ่ ง K ได้ 9-10 ข้อ ช่อง K ได้ 7-8 ข้อ ขอ้
- แสดงความคิดเหน็ ใน
คำถามขึ้นไป คำถาม คำถาม ชอ่ ง W ได้ น้อยกวา่ 7
ขอ้
- แสดงความคดิ เห็นใน - แสดงความคิดเห็นใน - แสดงความคดิ เหน็ ใน - แสดงความคดิ เห็นใน
ชอ่ ง L ได้ นอ้ ยกวา่ 7
ช่อง W ได้ 10 ขอ้ ช่อง W ได้ 9-10 ขอ้ ชอ่ ง W ได้ 7-8 ข้อ ขอ้
คำถามขน้ึ ไป คำถาม คำถาม
- แสดงความคิดเหน็ ใน - แสดงความคิดเห็นใน - แสดงความคิดเหน็ ใน
ชอ่ ง L ได้ 10 ข้อ ชอ่ ง L ได้ 9-10 ข้อ ช่อง L ได้ 7-8 ข้อ
คำถามขนึ้ ไป คำถาม คำถาม
เน้ือหา - เนอ้ื หาครบถว้ นตาม - เน้ือหาถกู ต้องตามสาระ - เนอ้ื หาถกู ต้องตามสาระ - เน้อื หาถกู ต้องตามสาระ
สาระทกี่ ำหนด 100% ทกี่ ำหนด 80-99% ทกี่ ำหนด 60-79% ทก่ี ำหนดต่ำวา่ 59%
- เขยี นถูกต้องตามหลัก - เขยี นถกู ต้องตามหลกั - เขยี นถูกต้องตามหลกั - เขียนถูกต้องตามหลกั
ภาษา 100% ภาษา 80-99% ภาษา 60-79% ภาษาต่ำวา่ 59%
- ลำดับหัวข้อเน้ือหา - ลำดับหวั ข้อเนอื้ หา - มีการสรุปได้อย่าง - มีการสรปุ ไม่
ชัดเจน ชัดเจน สมเหตสุ มผล 60-79% สมเหตสุ มผลต่ำวา่
- มกี ารสรุปได้อย่าง - มีการสรปุ ได้อย่าง 59%
สมเหตุสมผล 100% สมเหตุสมผล 80-99%
การนำเสนอ - พูดชดั เจนเสียงดังฟังชัด - พูดชัดเจนเสยี งดงั ฟงั ชดั - การพดู เหมาะสม - สามารถพูดนำเสนอได้
- ใช้ภาษาทางการถูกต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง - ใช้ภาษาทางการถูกต้อง
ตามอักขระ100% ตามอักขระ80-99% ตามอักขระ60-79% ตามอักขระตำ่ วา่ 59%
- บคุ ลิกภาพดีและมีความ - บคุ ลิกภาพดี - บุคลิกภาพเหมาะสม - บุคลกิ ภาพเหมาะสม
ม่นั ใจ - ความพรอ้ มในการ
- มกี ารใชส้ อื่ ประกอบการ นำเสนอได้บางส่วน
นำเสนอ
- ความพรอ้ มในการ
นำเสนอ