The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by PRACHAYA K., 2022-07-07 00:03:06

รวมแผนpdfม3

รวมแผนpdfม3

หน่วยการเรียนรู้
How Often Dทoี่ Y1ou Work Out?
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1-9 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Leisure เวลา 9 ช่วั โมง

สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

หน่วยการเรยี นรูน้ ้ีมีจดุ มุง่ หมายใหน้ กั เรียนฟงั ข้อความเกี่ยวกบั การทางานบา้ นช่วยเ
หลือพ่อแม่ พูดตอบคาถามเกี่ยวกบั กจิ กรรมยามว่างทชี่ อบและไมช่ อบทา อ่านบทอา่ นเ
กี่ยวกบั ประเภทของนกั เรียน และเขียนบรรยายเกี่ยวกบั กิจวตั รประจาวนั ของตนเอง รว
มทง้ั หน้าที่ภาษา โครงสรา้ งประโยค และไวยากรณ์ที่เป็ นพื้นฐานของกิจกรรมการฟัง
พูด อา่ น และเขียนในหน่วยการเรียนรนู้ ้ี

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้ีวดั

สาระที่ 1 : ภาษาเพื่อการสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.3/4, ต 1.2 ม.3/4, ต 1.2 ม.3/5, ต 1.3 ม.3/1
สาระที่ 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.3/1, ต 2.2 ม.3/1
สาระที่ 3 : ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กบั กลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ืน่
มาตรฐาน ต 3.1 ม.3/1
สาระที่ 4 : ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.3/1

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ความสามารถในการสือ่ สาร ข ยั น ห ม่ ั น เ พี ย ร
การคดิ การใช้ทกั ษะชีวติ : เหน็ คณุ คา่ ของความพากเพียรใหบ้ รรลเุ ป้ าหมายทตี่ ้องการ
การใช้เทคโนโลยี

ทกั ษะ/กระบวนการ

ทกั ษะเฉพาะวชิ า ทกั ษะการคดิ
การฟงั : สรปุ ใจความสาคญั - การคดิ ทใี่ ชใ้ นการสอื่ สาร
ระบุข้อมูลเฉพาะจากการฟงั - การระบุ
การพูด : พูดตอบคาถาม - การรวบรวมข้อมลู
การอา่ น : ระบุใจความสาคญั
การเขียน : เขียนบรรยาย

ความเขา้ ใจทีย่ ่งั ยืน กจิ กรรมยามว่างที่ทามกั ใช้ Frequency

การกลา่ วถงึ ความถี่ของกจิ วตั รประจาวนั
Adverbs

ความสมั พนั ธ์กบั กลุม่ สาระการเรียนรูอ้ ื่น

2
สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 1

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 How Often Do You Work Out? ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Leisure เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สงิ่ ทตี่ อ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้
มาตรฐานการเรียนรู้

และตวั ชี้วดั

ต 1.1 ม.3/4 ระบุใจความสาคญั จากการอ่านและฟงั ข้อมลู เกีย่ วกบั สง่ิ ทชี่ อบหรือไมช่ อบ คาตอบ

และความถี่ในการทาสงิ่ น้นั ๆ Lang

ความ
ร-ู้ คาศพั ท์

กจิ กรรม New Language

- extreme sports (n.): sports that are exciting and dangerous

(กีฬาโลดโผนและเสยี่ งอนั ตราย)

- hobby (n.): an activity for pleasure (งานอดเิ รก)

- motorcycle riding (n.): sitting on and controlling a motorcycle

(การขบั ขีม่ อเตอร์ไซค)์

- social media (n.): forms of electronic communication through

which users create online communities to share

information, idea, message, etc. (สงั คมออนไลน์)

- bake (v.): to cook something in an oven (อบ)

- exercise (v.): to do physical activity that is done in order to

become stronger

(ออกกาลงั กาย)

- jog (v.): to run slowly and steadily for a long time

(วง่ิ เหยาะ ๆ)

- work out (v.): to do physical exercise as a way of keeping fit

(ออกกาลงั กาย)

- สานวนภาษา

กจิ กรรม New Language

- surf the Internet หมายถงึ เลน่ อนิ เทอร์เน็ต

- be crazy about หมายถงึ คล่งั ไคล้ ใช้บอกวา่ ชอบสง่ิ ใดสง่ิ หนง่ึ มากเป็ นพเิ ศษ

3

- spend (hours) + Gerund หมายถงึ ใช้เวลาไปกบั ... ใช้บอกวา่
เราใช้เวลาในการทากจิ กรรมใดกจิ กรรมหนง่ึ ไปเป็ นจานวนเวลาเทา่ ไร

- หน้าทภี่ าษา
- To talk about how often one does everyday activities
- To express likes and dislikes

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Frequency Adverbs
- Gerunds as Objects of Verbs

กจิ กรรมการเรี
ยนรู้
กจิ กรรม New Language

1. นาเข้าสูบ่ ทเรียน

- ครูแนะนาตวั เองและบอกข้อมูลเกี่ยวกบั กิจวตั รประจาวนั ความชอบหรือไม่ชอบ

การใชเ้ วลาวา่ ง เป็ นต้น เพื่อสรา้ งความคนุ้ เคยกบั นกั เรยี น เชน่

- I like watching movies on TV.

- I hate cleaning the bathroom.

- On Sunday, I usually go shopping.

- ครซู กั ถามนกั เรียนบางคน เพื่อเป็ นตวั อยา่ งในการถาม-

ตอบเกี่ยวกบั กจิ วตั รประจาวนั ลกั ษณะนิสยั การใช้เวลาวา่ งและความสนใจ เช่น

- What do you usually do after school?

- What do you like doing?

2. แจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้

- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า

ในหน่วยการเรยี นรูน้ ้ีนกั เรยี นจะได้อา่ นขอ้ ความของบคุ คลทบี่ อกความชอบหรอื ไม่ช

อบทา สงิ่ ต่าง ๆ และความถีท่ ที่ าสงิ่ นน้ั ๆ

กจิ กรรมก่อนอา่ น

1. ตรวจสอบความรเู้ ดมิ

- ครูใหน้ กั เรียนดูภาพกจิ กรรม New Language ในหนงั สือเรียน หน้า 2-3

แลว้ ครซู กั ถามความเห็นของนกั เรียนเกีย่ วกบั ภาพ เชน่

- Where is Hannah?

- What is she doing?

-

ครูใช้คาถามถามนกั เรียนทีละภาพ เพื่อเป็ นการกระตุ้นใหน้ กั เรียนไดแ้ สดงความ

คิ ด เ ห็ น ค รู รั บ ฟั ง ทุ ก ค า ต อ บ เ พื่ อ ใ ห้

นกั เรียนมคี วามกลา้ และมีกาลงั ใจในการพูด

2. เสรมิ ความรดู้ ้านคาศพั ท์

-

ครูใหน้ กั เรยี นอา่ นคาส่งั และประโยคคาถามในกจิ กรรม New Language และอา่

น ค า พู ด ข อ ง บุ ค ค ล ที่ ช อ บ ห รื อ ไ ม่ ช อ บ

4

ทาสง่ิ ตา่ ง ๆ โดยใหน้ กั เรียนขีดเสน้ ใต้คากรยิ าทบี่ ง่ บอกกจิ กรรม และจบั คกู่ บั เพื่อนเพื่
ออภปิ รายกจิ กรรมทแี่ ต่ละคนทา และบอกความหมายของคากรยิ า
-

ครูใหน้ กั เรยี นบอกคาศพั ท์ทีน่ กั เรียนไมค่ ุ้นเคยและหาความหมาย จากน้นั ให้นกั เ
รียนเขียนคาศพั ท์บนกระดานและอธบิ ายความหมายใหเ้ พือ่ นฟงั
- ครเู ขียนคากรยิ า play และ practice บนกระดาน ครูอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ว่า คากรยิ า 2
ตั ว น้ี มี ค ว า ม ห ม า ย ต่ า ง กั น
อยา่ งไร
- To practice means to do something repeatedly in order to learn or
to improve it.
- To play is often used before the name of sports and musical
instruments.
3. ตง้ั จดุ ประสงคใ์ นการอา่ น
- ครซู กั ถามข้อมูลเกีย่ วกบั บคุ คล
เพื่อใหน้ กั เรียนได้ฝึ กออกเสียงประโยคทีม่ โี ครงสรา้ งดงั กลา่ ว เช่น
- Tell me about Emma.
- Does Noah enjoy playing computer games?
- Does Josh love riding?
- Does Hannah like playing the guitar?
- ครูใหน้ กั เรียนใช้คาถาม 4 ข้อดงั กลา่ วเป็ นจุดประสงค์ในการอ่าน
กจิ กรรมระหวา่ งอา่ น
1. อา่ นเพือ่ หาคาตอบตามจุดประสงค์
- ครเู ปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 1 Track 2 ครง้ั ที่ 1 นกั เรยี นฟงั และชี้ทภี่ าพ
- ครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 1 Track 2 ครง้ั ที่ 2 ครหู ยุดซีดีเมือ่ จบแตล่ ะตอน
ใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสียงตาม
-

ครสู มุ่ นกั เรยี นอา่ นข้อมูลเกีย่ วกบั บุคคลดงั ๆ และใหเ้ พือ่ นในชน้ั เรยี นบอกชือ่ ของ
บุคคลทที่ ากจิ กรรมตามทอี่ ่าน
- ครูใหน้ กั เรยี นช่วยกนั ตอบคาถาม 4 ข้อ ทตี่ ง้ั ไวใ้ นจดุ ประสงคก์ ารอา่ น
เฉลยคาตอบ
1. Emma loves using social media.
2. No, she doesn’t.
3. Yes, he does.
4. No, she doesn’t.
2. อา่ นข้อมูลเกี่ยวกบั บคุ คล
- ครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 1 Track 2 อีกครง้ั ใหน้ กั เรียนฟงั นกั เรยี นทากจิ กรรม
Language Check ในหนงั สือเรยี น หน้า 3

กจิ กรรมหลงั อา่ น
1. ตรวจสอบความเขา้ ใจ

5

-

ครูอา่ นออกเสยี งประโยคทง้ั 6 ประโยคใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั บอกคาตอบและตรวจสอ

บคาตอบด้วยตนเองจนครบทุกข้อ

- ครใู หน้ กั เรยี นทางานเป็ นคู่ แกป้ ระโยคทผี่ ดิ ใหถ้ ูกต้อง

โดยกลบั ไปอ่านประโยคในกจิ กรรม Language Check อีกครง้ั (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )

2. ประเมนิ ผล

- ครปู ระเมนิ ความเข้าใจข้อความที่อา่ นจากจานวนคาตอบทถี่ ูกตอ้ งในการทากจิ กรรม

Language Check ในหนงั สือเรยี น หน้า 3 โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นรอ้ ยละ 70

กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

-
ครใู หน้ กั เรยี นเลน่ เกมเพื่อฝึ กการใช้โครงสรา้ งคากรยิ า + Gerund ครเู ขียนโครง

สรา้ งบนกระดาน ดงั น้ี
- like(s) + Verb–ing
- ครูให้นักเรียนจบั คู่ ใช้เวลา 2 นาทีดูข้อมูลของบุคคลในหนงั สือเรียน หน้า 2-3
นั ก เ รี ย น ต้ อ ง จ า กิ จ ก ร ร ม ที่ แ ต่ ล ะ ค น ช อ บ ท า ใ ห้ ไ ด้ ม า ก ที่ สุ ด
ครูใหน้ กั เรยี นปิ ดหนงั สือและแตล่ ะคชู่ ่วยกนั เขียนประโยคให้ได้มากที่สดุ
- ครใู หน้ กั เรยี นตรวจสอบการเขียนประโยคของในชน้ั เรียนพรอ้ มกนั
และหาคทู่ เี่ ขียนไดถ้ ูกต้องและมากทีส่ ุด

สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สอื เรียน New World 3 หน้า 2-3

2. ซีดีบนั ทกึ เสยี ง
3. เครอื่ งเลน่ ซีดี

บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร/ู้ ปญั หาหรืออุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 2..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..ุง.................................................................................

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 How Often Do You Work Out? ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Leisure เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรียนร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สงิ่ ทตี่ อ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน/ชน้ิ งาน
มาตรฐานการเรยี นรู้

และตวั ชี้วดั

ต 1.2 ม.3/4, พูดถาม- ถ้อยคาพูดถาม- ปร

ต 2.1 ม.3/1 ตอบเกีย่ วกบั ความถี่ของกจิ กรรมทที่ า ตอบเกีย่ วกบั ความถีข่ องกจิ กรรมทีท่ า โด

6

แล

ความ
ร-ู้ คาศพั ท์

-

- สานวนภาษา

กจิ กรรม Practice

- How often do you ...? หมายถงึ คุณ ... บอ่ ยแคไ่ หน

ใช้ถามความถี่ของกจิ กรรมที่ทา

- once/twice/(number) times a week หมายถงึ สปั ดาห์ละ ... ครง้ั

ใชบ้ อกความถี่ของกจิ กรรมที่ทา

- enjoy doing/something. หมายถงึ สนุกกบั การ ...

ใชบ้ อกวา่ ชอบทากจิ กรรมอะไร

- หน้าทภี่ าษา

- To talk about how often one does everyday activities

- To express likes and dislikes

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์

- Frequency Adverbs

- Gerunds as Objects of Verbs

กจิ กรรมการเรี
1.ยนนารเขู้ า้ สบู่ ทเรียน

- ครถู าม What do you like doing? ใหน้ กั เรียนทุกคนชว่ ยกนั ตอบ
โดยใช้โครงสรา้ งประโยคจากกจิ กรรม New Language ในหนงั สอื เรยี น หน้า 2
มาช่วยในการตอบคาถาม ครูเขียนประโยคทนี่ กั เรียนตอบบนกระดาน

-
ครสู ุ่มนกั เรยี นอา่ นประโยคบนกระดาน ครูสงั เกตการอ่านออกเสียงประโยคของนั

กเรียน แต่ไมข่ ดั จงั หวะการอา่ นของนกั เรียน หากนกั เรยี นอา่ นออกเสยี งไมถ่ ูกตอ้ ง
2. แจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้

- ครบู อกนกั เรยี นวา่
ในหน่วยการเรยี นรนู้ ี้นกั เรียนจะได้เรียนรูเ้ กีย่ วกบั การอ่านออกเสียงคาศพั ท์ทพี่ ยญั ช
นะ r อยูห่ ลงั
สระ (vowel + r) และการพูดถาม-ตอบเกีย่ วกบั ความถีข่ องกจิ กรรมที่ทา

กจิ กรรม Pronunciation

1. อา่ นออกเสียง vowel + r

7

- ค รู ใ ห้ นั ก เรี ย น ท า กิ จ ก ร ร ม Pronunciation ใ น ห นั ง สื อ เ รี ย น ห น้ า 3
ค รู บ อ ก นั ก เรี ย น ว่ า ก า ร อ อ ก เสี ย ง vowel + r อ อ ก เสี ย ง ไ ด้ ห ล า ย เ สี ย ง
แตใ่ นหน่วยการเรียนรนู้ ้ี นกั เรยี นจะไดฝ้ ึ ก 3 เสยี ง คือ / ɘr /, /ar /, / ɔr /

- ครเู ปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 1 Track 3 ใหน้ กั เรยี นฟงั และชี้คาศพั ท์ทไี่ ด้ยนิ
- ค รู เ ปิ ด ซี ดี บั น ทึ ก เ สี ย ง CD 1 Track 3 อี ก ค ร้ั ง

และบอกใหน้ กั เรยี นออกเสยี งคาศพั ท์ตามเสียงทไี่ ด้ยนิ จากซีดีบนั ทกึ เสียง
- ครใู หน้ กั เรยี นจบั คู่อา่ นออกเสยี งคาศพั ท์

ครเู ดนิ ดูรอบหอ้ งเรียนและคอยกากบั การอา่ นออกเสียงคาศพั ท์ใหถ้ ูกตอ้ ง

กจิ กรรม Practice

1. พูดถาม-ตอบเกีย่ วกบั ความถี่ของกจิ กรรมที่ทา
- ครูใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรม Practice ในหนงั สือเรยี น หน้า 3 ครเู ปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง
CD 1 Track 4 ใหน้ กั เรยี นฟงั
- ครเู ปิ ดซีดีบนั ทกึ เสยี ง CD 1 Track 4 อีกครง้ั ใหน้ กั เรยี นฟงั และพูดตามบทสนทนา
- ครพู ูดโต้ตอบตามบทสนทนาทง้ั หมดเป็ นตวั อยา่ งใหน้ กั เรยี นฟงั 1 รอบ
แลว้ พูดโต้ตอบกบั นกั เรยี นทีละคน
- ครูสรา้ งบทสนทนาโต้ตอบ
โดยใช้โครงสรา้ งประโยคจากกจิ กรรม Practice ในการถามและใหน้ กั เรยี นตอบ
เช่น
T: How often do you play sports?
S:I sometimes play sports. / I play sports three times a week.
-
ครูยา้ นกั เรียนเกี่ยวกบั การใช้ Frequency Adverbs ในการตอบคาถาม How oft
en….? เพื่อบอกความถีข่ องการกระทา เช่น twice a week, often on the
weekend, five movies a week, usually one or two hours a day
- ครูสรา้ งบทสนทนาโต้ตอบด้วยคาถามอนื่ แลว้ ให้นกั เรยี นตอบ เชน่
T: What do you like / hate doing on the weekend?
S:I like watching movies. / I hate exercising.
- ครูยา้ นกั เรียนเกี่ยวกบั การใช้คากรยิ า enjoy, hate, like, love
จะตอ้ งตามดว้ ยกรยิ ารปู –ing ครใู ห้นกั เรียนดูบทอ่านของบุคคลในหนงั สือเรียน
หน้า 2-3 และอา่ นประโยคทใี่ ช้โครงสรา้ งนี้ดงั ๆ
- ครใู หน้ กั เรยี นจบั คฝู่ ึ กถาม-ตอบตามบทสนทนาที่ 1, 2 โดยใช้กจิ กรรม Practice
ในหนงั สอื เรียน หน้า 3 เป็ นตวั อยา่ ง

2. ประเมนิ ผล
- ค รู ป ร ะเมิน ก าร พู ด ถ าม -ต อบ โด ยใช้ แ บ บ ป ร ะเมิน ก าร สน ท น ากิจก รร ม คู่
และใช้เกณฑผ์ า่ นระดบั พอใช้

กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

- ครูใหน้ กั เรียนทาแบบฝึ กหดั ข้อ A, B, C ในหนงั สอื แบบฝึ กหดั New World 3
หน้า 1 (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )

8

สอื่ /แหลง่ การเรี
21ย..นหหรนนู้ งงัั สสืืออเแรบยี บนฝNึ กหewดั World 3 หน้า 3
New World 3 หน้า 1

3. ซีดีบนั ทกึ เสียง

4. เครอื่ งเลน่ ซีดี

บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรอื อปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 3..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..ุง.................................................................................

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 How Often Do You Work Out? ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Leisure เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรียนร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สงิ่ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้
มาตรฐานการเรียนรู้

และตวั ชี้วดั

ต 1.1 ม.3/4 ระบใุ จความสาคญั และรายละเอยี ดจากการฟงั คาตอบทไี่ ดจ้ ากก
ทากจิ กรรม Abo
บทสมั ภาษณ์นกั เรยี นวยั รนุ่ เกีย่ วกบั ชีวติ ประจาวนั

ต 1.2 ม.3/5, พูดเรียกความสนใจจากบุคคลในภาษาของชนชาตกิ ลมุ่ อาเซียน ถ้อยคาพูดเรยี กค
ต 4.1 ม.3/1 และนาเสนอโดยการพูด

ความ
ร-ู้ คาศพั ท์

กจิ กรรม Conversation

- early bird (n.): someone who gets up early or arrives early

(คนทตี่ ื่นนอนแต่เช้า)

- assignment (n.): a piece of work that is given to someone as a

part of job (งานทไี่ ด้รบั มอบหมาย)

- hardworking (adj.): putting a lot of effort into a job (ขยนั ,

พากเพียร)

- participate (v.): to take part in an activity (มีสว่ นรว่ ม)

- collect (v.): to keep things of the same type (สะสม, เก็บ)

- สานวนภาษา

กจิ กรรม Conversation

- I mean ... หมายถงึ ฉนั หมายความว่า ...

ใช้เมือ่ ต้องการอธบิ ายหรือแกไ้ ขสงิ่ ทเี่ พงิ่ พูดออกไป

9

- pay attention หมายถงึ เอาใจใส่ ใชเ้ พื่อบอกว่าเราเอาใจใส่สงิ่ ใดสงิ่ หนงึ่
- stuff like that หมายถงึ ของพวกน้นั ใช้พูดถงึ สง่ิ ที่ได้กลา่ วไปแลว้
เพือ่ หลีกเลยี่ งการอธบิ าย
- หน้าทภี่ าษา
- To talk about how often one does everyday activities
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Frequency Adverbs
- Gerunds as Objects of Verbs

กจิ กรรมการเรี
ยนรู้
กจิ กรรม Conversation

1. นาเขา้ สบู่ ทเรียน
- ครถู ามคาถามนกั เรยี นเกี่ยวกบั กจิ วตั รประจาวนั ดงั ตวั อยา่ งประโยคคาถามตอ่ ไปนี้
และใหน้ กั เรียนตอบ
- What time do you get up?
- Do you have breakfast?
- What do you eat?
- How do you get to school?

2. แจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
ในหน่วยการเรียนรูน้ ี้นกั เรียนจะต้องระบใุ จความสาคญั และรายละเอียดจากการฟงั บ
ท สั ม ภ า ษ ณ์ นั ก เ รี ย น วั ย รุ่ น เ กี่ ย ว กั บ ชี วิ ต ป ร ะ จ า วั น
และการพูดเรียกความสนใจจากบคุ คล โดยใช้ภาษาของชนชาตกิ ลมุ่ อาเซียน

3. ฟงั และระบุใจความสาคญั ของบทสนทนา
- ครูบอกนกั เรยี นวา่
นกั เรียนจะไดฟ้ งั บทสมั ภาษณ์นกั เรียนวยั รุน่ เกี่ยวกบั ชีวติ ประจาวนั
- ครูใหน้ กั เรียนดูภาพประกอบบทสนทนาและถามนกั เรียนเกีย่ วกบั ภาพ
ดงั ตวั อยา่ งคาถามตอ่ ไปน้ี
- Where is the teen?
- What is she doing?
- What do you think that the teen likes?
- ครูอธบิ ายวา่ วยั รุ่นในภาพกาลงั ตอบคาถามการสารวจ
- ค รู เ ปิ ด ซี ดี บั น ทึ ก เ สี ย ง CD 1 Track 5 ใ น ห นั ง สื อ เ รี ย น ห น้ า 4
ใหน้ กั เรียนฟงั โดยไมเ่ ปิ ดหนงั สอื เรยี น และถามนกั เรยี นเกี่ยวกบั บทสนทนาทฟี่ งั
- ครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 1 Track 5 อกี ครง้ั ใหน้ กั เรียนฟงั และอา่ นตามในใจ
- ครูบอกใหน้ กั เรียนดูกจิ กรรม About the Conversation และอา่ นคาถามดงั ๆ

10

-
ครูให้นกั เรียนจบั คูอ่ า่ นบทสนทนาอีกครง้ั และช่วยกนั ตอบคาถาม จากนน้ั ให้นาเส

นอคาตอบในชน้ั เรียน (ดูเฉลยท้ายเลม่ ) ขณะอ่านบทสนทนาอาจมีนกั เรียนบางคนไ
มท่ ราบความหมายของคาศพั ท์บางคา ใหค้ รอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน้ กั เรียนฟงั
4. ประเมนิ ผล
- ค รู ป ร ะ เ มิ น ก า ร ฟั ง แ ล ะ ร ะ บุ ใ จ ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง บ ท ส น ท น า
จ า ก จ า น ว น ค า ต อ บ ที่ ถู ก ต้ อ ง ใ น กิ จ ก ร ร ม About the Conversation
โดยใช้เกณฑ์ผ่านรอ้ ยละ 70

5. พูดเรียกความสนใจจากบคุ คลในภาษาของชนชาตกิ ลมุ่ อาเซียน

- ครใู หน้ กั เรียนบอกคาพดู เรียกความสนใจจากบคุ คล

ในภาษาองั กฤษมกั ใชส้ านวน Excuse me (ในบทสนทนา

นี้ใชค้ าวา่ Now)

ครถู ามนกั เรียนเกีย่ วกบั คาพูดเรียกความสนใจจากบคุ คลในภาษาอนื่ ทีน่ กั เรยี นรู้

โดยเฉพาะใน

ภาษาของชนชาตกิ ลมุ่ อาเซียน และครูเขียนคาที่นกั เรียนบอกบนกระดาน

-
ครูเขียนคาพูดเรียกความสนใจจากบุคคลในภาษาของชนชาตกิ ลมุ่ อาเซี

ยนบนกระดาน

ประเทศ Excuse me
อนิ โดนีเซีย
กมั พูชา Maafkan saya มาอาฟกนั ซายา
ลาว
มาเลเซีย Sohm toh โซ้มโตก้
ฟิ ลปิ ปิ นส์
Khaw thoht ขอโทด
ไทย
เวียดนาม Maafkan saya มาอาฟกนั ซายา
สงิ คโปร์
พมา่ Mawalang-galang / มาวาลาง-กาลงั /

excuse อก๊ิ ซกวิ ซ์

Kor toht ขอโทษ

Xin lỗi ซนิ โหลย

Qing wen ฉ่ิงเวนิ่

Kwinlo banoh ควนิ โละ บ่าหน่อ

- ครอู อกเสยี งคาพูดเรยี กความสนใจจากบคุ คลเป็ นภาษาต่าง ๆ ทลี ะคา
และใหน้ กั เรียนพูดตาม

- ครูใหน้ กั เรียนจบั คกู่ นั ฝึ กพูดเรียกความสนใจจากบุคคลเป็ นภาษาตา่ ง ๆ

กจิ กรร-มเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

ครูประเมนิ การพูดเรียกความสนใจจากบุคคลในภาษาของชนชาตกิ ลมุ่ อาเ
ซี ย น โ ด ย ใ ช้ เ ก ณ ฑ์ ก า ร ป ร ะ เ มิ น
การพูด และใชเ้ กณฑ์ผา่ นระดบั พอใช้

11

-

สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สอื เรยี น New World 3 หน้า 4

2. ซีดีบนั ทกึ เสียง
3. เครอื่ งเลน่ ซีดี

บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรอื อุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..ุง.................................................................................

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 4

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 How Often Do You Work Out? ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Leisure เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรียนร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สงิ่ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผล
มาตรฐานการเรยี นรู้

และตวั ช้ีวดั

ต 1.1 ม.3/4 สรปุ ใจความสาคญั จาก คาตอบทไี่

การฟงั ข้อความเกี่ยวกบั พี่สาวและน้องชายทตี่ ้องทางานบ้านชว่ ยเหลอื Listening

พอ่ แมซ่ งึ่ ทางานนอกบา้ น

ความ work that you do to take care of a house
ร-ู้ คาศพั ท์ (งานบา้ น)
a material, substance, group of objects, etc.
กจิ กรรม Listening (สง่ิ ของ)
- housework* (n.):

- stuff* (n.):

12

- behavior* (n.): the things that a person does (พฤตกิ รรม,
ความประพฤต)ิ

Note: * = see in audioscript
- สานวนภาษา

-
- หน้าทภี่ าษา

- To talk about how often one does everyday activities
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์

- Frequency Adverbs
- Gerunds as Objects of Verbs

กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม Listening

1. นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
- ครูนานกั เรยี นพูดเกี่ยวกบั กจิ วตั รประจาวนั โดยเฉพาะงานบา้ น ให้นกั เรยี นพูดคนละ 1
ประโยค โดยใช้โครงสรา้ งประโยคในกจิ กรรม Practice เชน่
- I usually help my mother.
- I clean my bedroom every day.
- I love cleaning the house.
- I hate washing the clothes.

2. แจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
ในหน่ วยการเรียนรู้นี้ นักเรียนจะต้องสรุปใจความสาคญั จากการฟังข้อความ
เกี่ยวกบั พี่สาวและน้องชายทีต่ ้องทางานบา้ นชว่ ยเหลือพ่อแมซ่ งึ่ ทางานนอกบา้ น

3. ฟงั บคุ คลพูดเกี่ยวกบั การทางานบา้ น
- ครูใหน้ กั เรียนดูภาพในกจิ กรรม Listening ในหนงั สอื เรยี น หน้า 4
ครูถามคาถามต่อไปนี้และให้นกั เรียนตอบ
- What are they doing? (Cleaning the floor)
- What is the brother doing wrong? (He is playing around and not

doing the work.)
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า จ ะ ไ ด้ ฟั ง ข้ อ ค ว า ม เ กี่ ย ว กั บ พี่ ส า ว แ ล ะ น้ อ ง ช า ย
ทีต่ ้องทางานบ้านช่วยเหลือพ่อแม่ซงึ่ ทางานนอกบา้ น โดยครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD
1 Track 6 ใหน้ กั เรียนฟงั เพือ่ จบั รายละเอียดจากขอ้ ความทฟี่ งั
- ครใู หน้ กั เรียนอา่ นประโยคที่ 1-6 ในกจิ กรรม Listening
และทาความเขา้ ใจประโยค
- ครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 1 Track 6 ใหน้ กั เรยี นฟงั อีกครง้ั เพื่อเลอื กตอบ true
หรือ false

13

- ครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 1 Track 6 ให้นกั เรยี นตรวจคาตอบด้วยตนเอง
(ดูเฉลยท้ายเลม่ )
- ค รู ต ร ว จ ส อ บ ค ว า ม เข้ า ใ จ ข อ ง นั ก เรี ย น โ ด ย ค รู อ่ า น ป ร ะ โ ย ค ที ล ะ ข้ อ

แลว้ ใหน้ กั เรียนแต่ละคนบอกคาตอบทถี่ ูกตอ้ งทง้ั 6 ประโยค
4. ประเมนิ ผล

- ครปู ระเมนิ การฟงั ขอ้ ความจากคาตอบทถี่ ูกตอ้ งทไี่ ดจ้ ากการทากจิ กรรม Listening
ในหนงั สอื เรยี น หน้า 4 โดยใช้เกณฑ์ผา่ นรอ้ ยละ 70

กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

-

สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สอื เรียน New World 3 หน้า 4

2. ซีดีบนั ทกึ เสยี ง
3. เครอื่ งเลน่ ซีดี

บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร/ู้ ปญั หาหรอื อุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..งุ .................................................................................

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 5

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 How Often Do You Work Out? ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Leisure เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรียนร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สงิ่ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงา
มาตรฐานการเรียนรู้

และตวั ช้ีวดั

ต 1.2 ม.3/4, เขียนประโยคใหข้ อ้ มลู เกี่ยวกบั ความถี่ของกจิ กรรมที่ทา ผลงานเขียนใหข้ อ้ มูลเกี่ย

ต 2.2 ม.3/1

14 เขียนประโยคบอกสง่ิ ทชี่ อบและไมช่ อบทาในยามวา่ ง ผลงานเขียนบอกสง่ิ ทชี่ อ
ต 1.2 ม.3/5

ความ
ร-ู้ คาศพั ท์

กจิ กรรม Grammar

- always (adv.): all the time (เสมอ, ตลอดเวลา)

- usually (adv.): in the way that is normal; most often (ปกต,ิ

สว่ นมาก)

- never (adv.): not at any time (ไมเ่ คย)

- rarely (adv.): not often (นาน ๆ ครง้ั )

- seldom (adv.): almost never (แทบจะไม)่

- sometimes (adv.): on some occasions but not always (บางครง้ั )

- สานวนภาษา

กจิ กรรม Grammar

- (number) times a week หมายถงึ สปั ดาหล์ ะ ... ครง้ั

ใช้บอกความถี่ในการทาสง่ิ ใดสงิ่ หนง่ึ

- once a week หมายถงึ สปั ดาห์ละครง้ั ใชบ้ อกความถี่ในการทาสงิ่ ใดสง่ิ หนึง่

- twice a week หมายถงึ สปั ดาห์ละสองครง้ั

ใช้บอกความถี่ในการทาสง่ิ ใดสง่ิ หน่งึ

- hardly ever หมายถงึ แทบจะไมเ่ คย ใชบ้ อกความถีใ่ นการทาสงิ่ ใดสง่ิ หน่ึง

- หน้าทภี่ าษา

- To talk about how often one does everyday activities

- To express likes and dislikes

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Frequency Adverbs and Expressions
- Gerunds as Objects of Verbs

กจิ กรรมการเรี
ยนรู้
กจิ กรรม Grammar

1. นาเข้าสบู่ ทเรียน
- ครูซกั ถามเกี่ยวกบั กจิ วตั รประจาวนั ของนกั เรียนด้วยคาถาม How often …? เช่น
- How often do you study English in a week? (Three times a week.)
- How often do you do homework? (I usually do homework.)

15

2. แจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

- ครูบอกนักเรียนว่า ในหน่ วยการเรียนรู้น้ี นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้

Frequency Adverbs and Expressions แ ละ ก ารใช้ Gerunds as Objects

of Verbs เพื่อนาไปเขี ยน ขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับ ความถี่ของกิจกรรมที่ทา

และการบอกสงิ่ ทชี่ อบและไมช่ อบทา

3. เรียนรกู้ ารใช้โครงสรา้ งประโยค Frequency Adverbs and Expressions

- ครใู หน้ กั เรียนศกึ ษากฎการใช้ Frequency Adverbs ในกรอบ Grammar

ในหนงั สอื เรียน หน้า 5 ครชู ้ีประโยคทตี่ อบคาถาม How often do you watch

TV? ซงึ่ ใชค้ าวเิ ศษณ์บอกความถี่ (Frequency Adverbs) เช่น always, usually,

sometimes, seldom, rarely, hardly ever, ever, never

วางไวห้ น้าคากรยิ าแทใ้ นประโยคคาตอบ เพื่อบอกความถีข่ องการกระทาจาก 100

% – 0%

- ครูเขียนประโยคตวั อย่างเกี่ยวกบั กจิ วตั รประจาวนั ทมี่ ีการใช้ Frequency

Adverbs บนกระดาน เชน่

- I often go shopping on Saturday morning.

- My mother sometimes watches tennis on TV.

- My brother never gets up early on Sundays.

- ครใู หน้ กั เรียนศกึ ษากฎการใช้ Expressions of Frequency ในกรอบ Grammar

ในหนงั สือเรยี น หน้า 5 โดยครเู ลอื กนกั เรยี น 1 คน

อา่ นประโยคตวั อยา่ งดงั ๆ เมื่อนกั เรียนอ่านจบ

ครยู า้ ว่าสานวนทใี่ ชต้ อบเพื่อบอกความถี่ของการกระทามหี ลากหลาย

และใหน้ กั เรยี นสงั เกตวา่ สานวนเหลา่ น้ีจะอยทู่ า้ ยประโยค

- ครใู หน้ กั เรยี นทากจิ กรรม Grammar B ในหนงั สือเรียน หน้า 6

โดยใหน้ กั เรยี นดูข้อที่ 1 เป็ นตวั อยา่ งและใหแ้ ต่ละคนทาข้อทเี่ หลือ

-

ครูตรวจคาตอบของนกั เรียน โดยสมุ่ นกั เรยี นบางคนออกมาเขียนประโยคเกี่ยวกบั

ตวั เอง โดยใช้ Frequency Adverbs and Expressions

- ครใู หน้ กั เรยี นทากจิ กรรม Grammar C ในหนงั สือเรยี น หน้า 6

โดยใหน้ กั เรียนจบั คู่ เลือกประโยคที่ตรงกบั ตนเอง และเปรียบเทยี บคาตอบกบั เพือ่ น

-

ครูใหน้ กั เรียนทากจิ กรรมสารวจในชน้ั เรยี น จากกจิ กรรม Grammar C ทง้ั 10 ป

ระโยค โดยให้ตวั แทนนกั เรียนออกมาอ่านประโยคทง้ั 10 ประโยค เพื่อน ๆ ในชน้ั เรี

ยนช่วยกนั นบั จานวนนกั เรียนทีเ่ ลอื กตอบ true ในแตล่ ะประโยค และเขียนตวั เลขลง

บนกระดาน เลือก 5 ประโยคทนี่ กั เรยี นในชน้ั ตอบ true มากทสี่ ดุ

-

ครูประเมนิ การเขียนประโยคให้ข้อมูลเกีย่ วกบั ความถีข่ องกจิ กรรมที่ทา โดยใช้เกณ

ฑ์การประเมนิ การเขียน และใชเ้ กณฑ์ผา่ นระดบั พอใช้

16

4. เรียนรกู้ ารใช้โครงสรา้ ง Gerunds as Objects of Verbs

- ครใู หน้ กั เรียนศกึ ษากฎการใช้ Gerunds as Objects of Verbs ในกรอบ

Grammar ในหนงั สือเรียน หน้า 5 โดยใหน้ กั เรียนทบทวนการใช้คากรยิ าบางตวั

คอื like, love, hate และ enjoy ซงึ่ หลงั คากรยิ าเหลา่ นี้จะใช้ Infinitive with to

หรอื Gerund Form (มีข้อยกเวน้ วา่ Infinitive with to

ไมส่ ามารถตามหลงั คากรยิ า enjoy ได้)

-

ครูสรุปและใหน้ กั เรยี นสงั เกตการใช้ tense กบั คากรยิ าเหล่านี้ ซง่ึ จะไมใ่ ช้กบั Pro

gressive Tense หรือ Continuous Tense

- ครูใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรม Grammar A ในหนงั สอื เรยี น หน้า 5

โดยเขียนประโยคตามภาพ ดูตวั อยา่ งในขอ้ 1

แลว้ เปรียบเทียบคาตอบกบั เพือ่ นขา้ งเคยี ง

- ครตู รวจคาตอบพรอ้ มกนั ทง้ั ชน้ั เรยี น โดยใหน้ กั เรียนอา่ นประโยคของตนเอง

ครูเน้นใหน้ กั เรยี นออกเสียง s ทา้ ยคากรยิ าของประธานบุรษุ ที่ 3 เอกพจน์

(ดูเฉลยท้ายเลม่ )

5. ประเมนิ ผล

- ครูประเมินการเขียนประโยคให้ข้อมูลเกี่ยวกบั สง่ิ ที่ชอบหรือไม่ชอบทาในยามว่าง

โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ การเขียน และใช้เกณฑ์ผา่ นระดบั พอใช้

กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

- ครใู หน้ กั เรียนทาแบบฝึ กหดั ข้อ D, E และ F ในหนงั สือแบบฝึ กหดั New World 3
หน้า 2 (ดูเฉลยท้ายเลม่ ) หลงั จากการทากจิ กรรมการเรยี นรกู้ ารใช้ Frequency
Adverbs and Expressions

- ครใู หน้ กั เรยี นทาแบบฝึ กหดั ข้อ G และ H ในหนงั สอื แบบฝึ กหดั New World 3
หน้า 3 (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ ) หลงั จากการทากจิ กรรมการเรยี นรกู้ ารใช้ Gerunds as
Objects of Verbs

สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สือเรียน New World 3 หน้า 5-6

2. หนงั สือแบบฝึ กหดั New World 3 หน้า 2-3

บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร/ู้ ปญั หาหรอื อุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะหรอื แน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..ุง.................................................................................

17

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 6

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 How Often Do You Work Out? ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Leisure เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สงิ่ ทตี่ อ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน/ช
มาตรฐานการเรยี นรู้

และตวั ช้ีวดั

ต 1.3 ม.3/1 เขียนบรรยายเกี่ยวกบั กจิ วตั รประจาวนั ของตนเอง ผลงานเขียนบรรยายเกีย่ วกบั ก

ความ
ร-ู้ คาศพั ท์

-
- สานวนภาษา

-
- หน้าทภี่ าษา

- To write about typical day
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์

- Frequency Adverbs

กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม Writing

1. แจง้ จุดประสงค์การเรยี นรู้
- ครูบอกนกั เรยี นวา่
ในหน่วยการเรยี นรนู้ ้ีนกั เรียนจะต้องเขียนบรรยายเกีย่ วกบั กจิ วตั รประจาวนั ของตนเ
อง

กจิ กรรมก่อนเขียน
1. ตรวจสอบความรูเ้ ดมิ ด้านโครงสรา้ งประโยค

- ครูถามคาถามนกั เรียนเกีย่ วกบั ชีวติ ประจาวนั ดงั ตวั อยา่ งประโยคตอ่ ไปนี้

18

- What do you do every day?

- Do you usually get up early or late?

- How often do you watch movies?

- How do you usually go to school?

- What do you do before you go to bed?

2. สรา้ งแบบอย่างการเขียน

-

ครูให้นกั เรียนช่วยกนั บอกกฎการใช้ Frequency Adverbs and Expression

s เพื่อสรา้ งความม่นั ใจในการเขียนประโยคเกี่ยวกบั กจิ วตั รประจาวนั ของตนเอง

กจิ กรรมการเขียน

1. เขียนบรรยายเกี่ยวกบั กจิ วตั รประจาวนั ของตนเอง

-

ครูใหน้ กั เรียนอ่านคาส่งั ในกจิ กรรม Writing ในหนงั สือเรียน หน้า 6 และใหน้ กั เ

รี ย น ช่ ว ย กั น บ อ ก กิ จ วั ต ร ป ร ะ จ า วั น ม า

คนละ 1 อยา่ ง ครูเขียนคาทนี่ กั เรยี นบอกบนกระดาน เชน่

- get up - start school

- have breakfast - study many subjects

- go to school - hang out with friends

- meet friends - go to bed

- ครใู หน้ กั เรียนแตง่ ประโยคปากเปลา่ โดยใช้คา/กลมุ่ คาบนกระดาน และให้ใช้

Frequency Adverbs ในประโยคดว้ ย

- ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะคนเขียนเกี่ยวกบั กจิ วตั รประจาวนั ของตนเอง 1 ยอ่ หน้า

ดงั ตวั อยา่ ง

My Typical Day

My typical day is a school day. I get up at six o’clock. I never get

up late. Then I take a shower. After that, I eat breakfast. I usually

have a yogurt and fruit. Then I walk to school. It takes me ten

minutes. I usually meet some friends along the way, and we talk

about school, music and sports. I start school at eight. I have math

and science in the morning, and I have English, history, art and

computer in the afternoon. My favorite class is English. After school,

I have soccer practice three days a week. The other day I hang out

with friends. I get home at four and I usually do my homework. I help

make supper and clean up. After supper, I usually go on the

computer or watch TV or both. I go to bed early on school night so

that I am ready for the next day.

กจิ กรรมหลงั เขียน

19

1. นาเสนองานเขียน
-
ครใู หน้ กั เรียนจบั คตู่ รวจสอบงานเขียนของแตล่ ะคน โดยใหเ้ พือ่ นตรวจดูความถูก
ต้อง แลว้ นากลบั มาปรบั แก้ใหม่
-
ครใู หท้ กุ คนนาผลงานเขียนบรรยายกจิ วตั รประจาวนั ของตนเองทปี่ รบั แก้เรียบรอ้ ย
แ ล้ว ติ ด บ น ป้ าย นิ เท ศ ใน ห้ อง เรี ย น เพื่ อ แ ล ก เป ลี่ย น เรี ย น รู้ซ่ึ งกัน แ ล ะ กัน
นกั เรียนสามารถแก้ไขงานของเพือ่ นทตี่ นเองคดิ วา่ ไมถ่ ูกต้องได้

2. ประเมนิ การเขียนบรรยายเกีย่ วกบั กจิ วตั รประจาวนั ของตนเอง
- ครูประเมนิ งานเขียนของนกั เรียนโดยใช้เกณฑ์การประเมนิ การเขียน
และใชเ้ กณฑผ์ ่านระดบั พอใช้

กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

- ครใู หน้ กั เรียนทาแบบฝึ กหดั ข้อ K ในหนงั สือแบบฝึ กหดั New World 3 หน้า 4
(ดูเฉลยท้ายเลม่ )

สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สอื เรียน New World 3 หน้า 6

2. หนงั สอื แบบฝึ กหดั New World 3 หน้า 4

บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร/ู้ ปญั หาหรืออุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 7..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..งุ .................................................................................

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 How Often Do You Work Out? ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Leisure เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สงิ่ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผล
มาตรฐานการเรียนรู้

และตวั ช้ีวดั

ต 1.3 ม.3/1 พูดตอบคาถามเกีย่ วกบั กจิ กรรมยามวา่ งทตี่ นเองชอบและไมช่ อบทา ถอ้ ยคาพูดต

Speaking

ความ
ร-ู้ คาศพั ท์

-
- สานวนภาษา

20

-
- หน้าทภี่ าษา

- To talk about free time activities
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์

- Frequency Adverbs
- Gerunds as Objects of Verbs

กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม Speaking

1. แจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
ในหน่วยการเรยี นรูน้ ี้นกั เรียนตอ้ งพูดตอบคาถามเกีย่ วกบั กจิ กรรมยามวา่ งทีช่ อบและ
ไมช่ อบทาของตนเอง

2. พูดตอบคาถามเกี่ยวกบั กจิ กรรมยามว่างทชี่ อบและไมช่ อบทาของตนเอง
- ค รู ใ ห้ นั ก เ รี ย น ท า กิ จ ก ร ร ม Speaking ใ น ห นั ง สื อ เ รี ย น ห น้ า 6
โดยใหน้ กั เรียนดูภาพและพูดเกี่ยวกบั ภาพเด็กผู้หญงิ วยั รุ่นที่กาลงั นอนอา่ นหนงั สือใ
นเปล
- ครูอา่ นประโยคคาถามแตล่ ะข้อ
และใหเ้ วลานกั เรียนทาความเขา้ ใจคาถามและคดิ ก่อนตอบ
- ครแู บง่ กลมุ่ นกั เรียน กลมุ่ ละ 3-4 คน
อภปิ รายคาถามแต่ละขอ้ และช่วยกนั ตอบพรอ้ มข้อมลู สนบั สนุน
- ใหน้ กั เรียนแต่ละคนเขา้ กลมุ่ ใหมท่ ไี่ มใ่ ชส่ มาชกิ กลมุ่ เดมิ แต่ละคนนาเสนอคาตอบทง้ั
6 ข้อ เพือ่ เปรียบเทียบคาตอบกบั เพือ่ น โดยมคี รูสงั เกตการพูดถาม-
ตอบของนกั เรียน
-
ครใู หน้ กั เรยี นนาเสนอคาตอบทง้ั 6 ประโยคในชน้ั เรยี นอกี ครง้ั และใหน้ กั เรยี นเขี
ยนคาตอบของตนเองลงในสมดุ

3. ประเมนิ ผล
-
ครปู ระเมนิ การพูดตอบคาถามเกีย่ วกบั กจิ กรรมยามวา่ งทชี่ อบและไมช่ อบทาของต
นเอง โดยใช้เกณฑ์การประเมนิ การพูด และใชเ้ กณฑผ์ ่านระดบั พอใช้

กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

-

สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สอื เรียน New World 3 หน้า 6

21

บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรืออปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..งุ .................................................................................

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 8

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 How Often Do You Work Out? ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Leisure เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรียนร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สง่ิ ทตี่ อ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน/ชนิ้ งาน การวดั ผลแล
มาตรฐานการเรียนรู้

และตวั ช้ีวดั

ต 1.1 ม.3/4 ระบใุ จความสาคญั จาก คาตอบทไี่ ดจ้ ากการ ประเมนิ ผลการอา่ นแ

บทอา่ นเกีย่ วกบั ประเภทของนกั เรียน ทากจิ กรรม About จากจานวนคาตอบทถี่

22

the Reading โดยใชเ้ กณฑ์ผ่านรอ้ ย

ความ
ร-ู้ คาศพั ท์

กจิ กรรม Reading
- irresponsible (adj.): not doing things that one is supposed to do

or has to do
(ขาดความรบั ผดิ ชอบ)
- deadline (n.): the time by which one has to finish something
(กาหนดเวลาในการทางาน)
- สานวนภาษา
กจิ กรรม Reading
- be in a hurry หมายถงึ รีบเรง่ ใช้บอกวา่ เรากาลงั รบี อยู่
- หน้าทภี่ าษา
- To talk about how often one does everyday activities
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Frequency Adverbs

กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม Reading

1. นาเข้าสบู่ ทเรียน
-
ครูถามคาถามเกีย่ วกบั การดาเนินชีวติ และการทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ของนกั เรียนในโ
รงเรียน ดงั ตวั อยา่ งประโยคคาถามต่อไปน้ี
- Are you good students?
- Do you like to study all the time?
- Have you got good grades?
- Do you love going to school?
- What kind of student are you?

2. แจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
ในหน่วยการเรียนรนู้ ี้นกั เรยี นจะได้อา่ นบทอา่ นเกี่ยวกบั นกั เรียนประเภทต่าง ๆ และ
ระบุใจความสาคญั ของบทอา่ น

กจิ กรรมก่อนอา่ น
1. เดาเนื้อหาจากชื่อเรอื่ งและภาพ

23

-

ครบู อกนกั เรียนวา่ จะได้อ่านบทอ่านเกี่ยวกบั นกั เรียนประเภทต่าง ๆ และระบุใจควา

มสาคญั ของบทอา่ น

โดยใหน้ กั เรียนอ่านคาถามหลกั ของบทอา่ นและดูภาพจากหนงั สือเรยี น หน้า 7

ใหน้ กั เรียนเดาประเภทของนกั เรียนจากภาพ (คาตอบ

ทคี่ าดหวงั คือ มีนกั เรยี นหลายประเภทในหอ้ งเรยี น เช่น hardworking

students, lazy students, students who don’t pay attention, students

who make jokes and spend most of their time trying to make other

students laugh)

2. ตรวจสอบความรูเ้ ดมิ

- ครูถาม What kind of student are you? และใหน้ กั เรยี นตอบ

ครูเขียนประโยคทนี่ กั เรยี นตอบบนกระดาน เชน่

- I am a good student.

- I am very good at computer.

- I am a lazy student.

3. ตง้ั จุดประสงคใ์ นการอา่ น

- ครูใหน้ กั เรยี นอา่ นประโยคในกจิ กรรม About the Reading

และใช้ประโยคเหลา่ นี้เป็ นจดุ ประสงคใ์ นการอา่ น

กจิ กรรมระหว่างอา่ น

1. ใชเ้ ทคนคิ การอ่านกวาดสายตาเพือ่ หาข้อมูลเฉพาะ (Scanning)

- ครใู หน้ กั เรียนทุกคนอา่ นกวาดสายตาเพื่อหาข้อมูลเฉพาะภายใน 2-3 นาที

2. อา่ นจบั ใจความ

- ครเู ปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 1 Track 7 นกั เรยี นฟงั อย่างตง้ั ใจและสรปุ เรอื่ งทฟี่ งั

โดยใช้คาพูดของนกั เรียนเอง ไมเ่ น้นถูกผดิ

แตค่ รูพยายามฝึ กใหน้ กั เรียนคดิ และตอบคาถาม

- ค รู ให้ นัก เรี ย น อ่ าน บ ท อ่ าน อี ก ค ร้ัง แ ล ะท ากิ จ ก ร ร ม About the Reading

ตามรายละเอียดในบทอา่ นและเขียนคาตอบในสมดุ

กจิ กรรมหลงั อา่ น

1. ตรวจสอบความเขา้ ใจ

-

ครูตรวจสอบคาตอบโดยอา่ นประโยคดงั ๆ และใหน้ กั เรยี นช่วยกนั ตอบตามทไี่ ด้เขี

ยนไวแ้ ลว้ ในสมดุ (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ ) ครใู หน้ กั เรียนแกไ้ ขประโยคทผี่ ดิ อกี ครง้ั

-

ครใู หน้ กั เรียนอา่ นบทอา่ นอีกครง้ั และขีดเสน้ ใต้คาศพั ท์ทีไ่ มค่ นุ้ เคย ครฝู ึ กใหน้ กั เรี

ยนเดาหรือทายความหมายของคาศพั ท์จากบรบิ ทที่อา่ นหรืออาจใช้พจนานุกรมก็ได้

24

-
ครูใหน้ กั เรียนปิ ดหนงั สือเรียนและเลือกพูดเกีย่ วกบั ประเภทของนกั เรียนทตี่ นจาไ

ดจ้ ากบทอา่ น เพื่อทบทวนการอา่ นและระบุใจความสาคญั
2. ประเมนิ ผล

- ค รู ป ร ะ เมิ น ผ ล ก า ร อ่ า น บ ท อ่ า น แ ล ะ ร ะ บุ ใ จ ค ว า ม ส า คัญ ข อ ง บ ท อ่ า น
จ า ก จ า น ว น ป ร ะ โ ย ค ที่ ถู ก ต้ อ ง ใ น ก า ร ท า กิ จ ก ร ร ม About the Reading
โดยใชเ้ กณฑผ์ ่านรอ้ ยละ 60

กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

- ครใู หน้ กั เรยี นทาแบบฝึ กหดั ขอ้ I และ J ในหนงั สอื แบบฝึ กหดั New World 3
หน้า 4 (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )

สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สอื เรียน New World 3 หน้า 7

2. หนงั สอื แบบฝึ กหดั New World 3 หน้า 4
3. ซีดีบนั ทกึ เสียง
4. เครอื่ งเลน่ ซีดี

บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรอื อุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..ุง.................................................................................

25

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 9

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 How Often Do You Work Out? ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Leisure เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรียนร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สงิ่ ทตี่ อ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้
มาตรฐานการเรยี นรู้

และตวั ช้ีวดั

ต 3.1 ม.3/1 ใชภ้ าษาองั กฤษในการคน้ ควา้ รวบรวมและสรุปข้อมูลทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเ

จาก

สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้ (กจิ กรรมยามวา่ งทชี่ อบทา) และนาเสนอโดยการพูด

ความ
ร-ู้ คาศพั ท์

-
- สานวนภาษา

-
- หน้าทภี่ าษา

- To do a survey in class
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์

- Frequency Adverbs
- Gerunds as Objects of Verbs

กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม World Link

1. นาเขา้ สบู่ ทเรียน

26

- ครูนานกั เรียนพูดคุยเกีย่ วกบั กจิ กรรมยามวา่ งทีน่ กั เรยี นชอบทา โดยครูถามคาถาม
เชน่
- What do you like doing in your free time?

- ครใู หน้ กั เรยี นตอบคนละ 1 กจิ กรรมอยา่ งรวดเร็ว
2. แจง้ จุดประสงค์การเรยี นรู้

- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
ในหน่วยการเรยี นรูน้ ้ีนกั เรยี นจะต้องพูดรายงานข้อมูลเกีย่ วกบั กิจกรรมยามวา่ งที่ชอ
บทาของสมาชกิ ในหอ้ งเรยี น

3. สารวจข้อมลู เกีย่ วกบั กจิ กรรมยามวา่ ง
ทตี่ นเองและเพือ่ นในหอ้ งเรยี นชอบทามากทีส่ ุดและชอบทาน้อยทีส่ ุด
- ครอู า่ นคาส่งั ในกจิ กรรม World Link ในหนงั สือเรียน หน้า 7
ใหน้ กั เรยี นทกุ คนทาความเข้าใจคาส่งั
และใหน้ กั เรยี นบอกกจิ กรรมยามวา่ งทชี่ อบทามากทสี่ ดุ และน้อยทสี่ ดุ กบั เพือ่ นทนี่ ่งั ขา้
ง ๆ โดยใช้คาถาม
- What do you like doing the most and the least in your free time?
- ครูใหน้ กั เรียนเขียนคาตอบทไี่ ดจ้ ากเพือ่ นลงในสมดุ ของตนเอง
- ครูอนุญาตใหน้ กั เรยี นถามคาถามเพือ่ นคนอนื่ ในหอ้ งเรียน
เพื่อสรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสมาชกิ ในหอ้ ง
- ครแู บง่ นกั เรียนออกเป็ น 2-3 กลมุ่ (ขนึ้ อยูก่ บั จานวนนกั เรียนในหอ้ งเรียน)
ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ช่วยกนั ระดมความคดิ สรปุ รวบรวม
และเรียงลาดบั กจิ กรรมทชี่ อบทามากที่สดุ ไปยงั กจิ กรรมทชี่ อบทาน้อยที่สดุ
(อาจใชข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั กจิ กรรมยามวา่ งจากอนิ เทอรเ์ น็ตทนี่ กั เรยี นทาจรงิ มาใชต้ อบ
คาถามได้)
- ครใู หแ้ ต่ละกลุม่ เขยี นกจิ กรรมยามวา่ งทที่ า
โดยเรยี งจากกจิ กรรมทชี่ อบมากทสี่ ุดไปยงั กจิ กรรมทีน่ ้อยทสี่ ดุ
และเขียนเป็ นแผนภมู เิ พื่อนาเสนอในกลมุ่ ยอ่ ยของตนเอง

4. พูดรายงานขอ้ มูล
- ค รู ให้ ตัว แ ท น ก ลุ่ ม ย่ อ ย ร าย ง าน ผ ล ก าร ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล กิ จ ก ร ร ม ย าม ว่ าง
ที่ ต น เ อ ง แ ล ะ ส ม า ชิ ก ใ น ก ลุ่ ม ช อ บ ท า ม า ก ที่ สุ ด แ ล ะ ช อ บ ท า น้ อ ย ที่ สุ ด
โ ด ย ผ ลัด กัน พู ด ร า ย ง า น ข้ อ มู ล ต า ม ร า ย ล ะ เอี ย ด ที่ เขี ย น ไ ว้ ใ น แ ผ น ภู มิ
และในกลมุ่ ใหญใ่ หช้ ว่ ยกนั อภปิ รายเกี่ยวกบั กจิ กรรมทตี่ า่ งไปจากเพือ่ น

5. ประเมนิ ผล
-
ครปู ระเมนิ การพูดรายงานขอ้ มูลกจิ กรรมยามวา่ งทชี่ อบทาของสมาชกิ ในหอ้ งเรียน
โดยใช้เกณฑ์การประเมนิ การพูด และใชเ้ กณฑ์ผ่านระดบั พอใช้

นกั เรยี นประเมนิ ตนเอง

27

- ค รู ใ ห้ นั ก เ รี ย น ท า แ บ บ ป ร ะ เ มิ น Self-
Evaluation เพื่อประเมินตนเองเกี่ยวกบั เน้ือหาที่ได้เรียนไปแล้ว (แบบประเมิน
Unit 1 Self-Evaluation ทา้ ยคมู่ ือครู/ทา้ ยหนงั สอื แบบฝึ กหดั )

กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

-

สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สือเรียน New World 3 หน้า 7

บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร/ู้ ปญั หาหรอื อปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรอื แน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..งุ .................................................................................

หน่วยการเรียนรู้
Don’t Worทryี่ 2! Be Happy.
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 10-18 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Personalities เวลา 9 ช่วั โมง

สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

หน่วยการเรียนรนู้ ี้มจี ุดมุง่ หมายใหน้ กั เรียนฟงั ข้อความทแี่ สดงอารมณ์และความรูส้ กึ
ข อ ง บุ ค ค ล พู ด ถ า ม แ ล ะ บ อ ก
สาเหตุที่มาของอารมณ์และความรูส้ กึ อา่ นบทอา่ นเกี่ยวกบั สตั ว์ และเขียนบรรยายสง่ิ ที่
ท า ใ ห้ ต น เ กิ ด ค ว า ม รู้ สึ ก ห รื อ
อาร ม ณ์ ต่ าง ๆ พ ร้อม ท้ัง ให้ เห ตุ ผ ล ร ว ม ท้ังห น้ าที่ ภ าษ า โค ร ง ส ร้างป ร ะ โย ค

มแาตลรฐะานไกาวรเยรยี านกรแู้ รละณตว์ั ชที้วี่ ดั เ ป็ น พื้ น ฐ า น ข อ ง กิ จ ก ร ร ม

สากราะรทฟี่ งั 1พ: ูด อภา่ นาษแาลเพะเื่อขกียานรใสนือ่ หสนาร่วยการเรียนรนู้ ้ี
มาตรฐาน ต 1.1 ม.3/4, ต 1.2 ม.3/1, ต 1.2 ม.3/2, ต 1.2 ม.3/3, ต 1.2 ม.3/5, ต
1.3 ม.3/1, ต 1.3 ม.3/3
สาระที่ 2 : ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.3/1
สาระที่ 3 : ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กบั กลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ม.3/1
สาระที่ 4 : ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.3/1

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ความสามารถในการสือ่ สาร การคดิ มเี หตุผล : นกั เรียนมีเหตุผล
การแก้ปญั หา
การใช้เทคโนโลยี

ทกั ษะ/กระบวนการ

ทกั ษะเฉพาะวชิ า ทกั ษะการคดิ
การฟงั : สรุปใจความสาคญั - การระบุ
การพูด : พูดแสดงความรสู้ กึ - การรวบรวมขอ้ มูล
การอา่ น : ระบุใจความสาคญั - การสรา้ งความรู้
การเขียน :
เขียนบรรยายความรสู้ กึ พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผล

ความเขา้ ใจทีย่ ่งั ยืน

นกั เรยี นเข้าใจวา่ Why ใชไ้ ดท้ ง้ั การถามหาเหตุผลและการใหค้ าแนะนา

ความสมั พนั ธ์กบั กลุม่ สาระการเรียนรูอ้ ื่น

สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม 25

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 10

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 Don’t Worry! Be Happy. ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Personalities เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สง่ิ ทตี่ อ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน/ชน้ิ งาน การวดั ผ
มาตรฐานการเรยี นรู้

และตวั ชี้วดั

ต 1.1 ม.3/4 ระบใุ จความสาคญั จากบทสนทนาทีอ่ า่ น คาตอบทไี่ ด้จากการ ประเมนิ ผลความเ

ทากจิ กรรม บทสนทนาทีอ่ า่ นจ

Language โดยใชเ้ กณฑผ์ ่านร

Check

ความ
ร-ู้ คาศพั ท์

กจิ กรรม New Language

- sleepy (adj.): ready to go to sleep (งว่ งนอน)

- tired (adj.): needing rest (เหนื่อย, ออ่ นลา้ )

- bored (adj.): feeling tired and impatient (เบือ่ หน่าย)

- laugh (v.): to make the sounds and movements of your

face that show you are happy or thinks

something is funny (หวั เราะ)

- funny (adj.): making you laugh, amusing (น่าขบขนั , ตลก)

- angry (adj.): having strong feeling about something that you

dislike very much (โกรธ, โมโห)

- happy (adj.): feeling or showing pleasure (มคี วามสุข, อารมณ์ดี)

- sad (adj.): unhappy or showing unhappiness (เศรา้ ,

ไมม่ ีความสุข)

- lonely (adj.): unhappy because you have no friend or people

to talk to (เหงา, โดดเดยี่ ว)

- frightened (adj.): afraid, feeling fear (ตกใจ, กลวั )

- nervous (adj.): anxious about something or afraid of something

(กระวนกระวาย, เป็ นประสาท)

- afraid of (adj.): feeling fear of frightened (กลวั )

26

- สานวนภาษา
กจิ กรรม New Language
- pass an exam หมายถงึ สอบผา่ น

- หน้าทภี่ าษา
- To talk about emotions
- To make suggestions
- To give reasons

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Negative Questions with Why
- Why? / Because

กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม New Language

1. นาเข้าสูบ่ ทเรยี น
- ค รู ทั ก ท า ย นั ก เ รี ย น ถ า ม ส า ร ทุ ก ข์ สุ ข ดิ บ
แ ล ะ โ ย ง เ ข้ า สู่ ค า คุ ณ ศั พ ท์ ที่ บ อ ก อ า ร ม ณ์ แ ล ะ ค ว า ม รู้ สึ ก
พรอ้ มถามสาเหตุทมี่ าของอารมณ์นน้ั ๆ เช่น
T: How are you today?
S:I am happy.
T: Why are you happy?
S:Because it’s my birthday.

2. แจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
ในหน่วยการเรียนรูน้ ี้นกั เรียนจะได้อา่ นบทสนทนาถามตอบเกี่ยวกบั เหตุผลหรอื สาเห
ตุทีม่ าของอารมณ์ และสามารถบอกรายละเอียดได้

กจิ กรรมก่อนอา่ น
1. ตรวจสอบความรูเ้ ดมิ

- ครใู หน้ กั เรยี นเปิ ดหนงั สือและดูภาพในกจิ กรรม New Language ในหนงั สือเรียน
หน้า 8-9

- ครถู ามคาถามเกีย่ วกบั ภาพ โดยใช้คาถามดงั นี้
- What is happening in this picture?
- How do you think he / she feels?
- Why?

- ครูอา่ นออกเสียงคาถามที่อยตู่ อนบนของหนงั สอื เรยี น หน้า 8 ในกจิ กรรม New
Language
- Which emotions are you feeling now?

27

- What fears do you have?
- ครูอธิบายว่าความรู้สึกกลวั เป็ นส่ิงสาคญั และเป็ นสาเหตุที่ทาให้เกิดความกังวล

ครใู หน้ กั เรียนพูดคุยแลกเปลยี่ นคาตอบกบั เพื่อน
- ครบู อกนกั เรียนวา่

นกั เรียนจะได้อา่ นบทสนทนาโตต้ อบสน้ั ๆ เกยี่ วกบั การถามเหตผุ ลและสาเหตุทกี่ ่อใหเ้
กดิ อารมณ์
2. เสรมิ ความรดู้ ้านคาศพั ท์
- ค รู เ ปิ ด ซี ดี บั น ทึ ก เ สี ย ง CD 1 Track 8
ใ ห้ นั ก เ รี ย น ฟั ง ค า พู ด โ ต้ ต อ บ แ ต่ ล ะ ต อ น แ ล ะ ชี้ ไ ป ที่ ภ า พ
ครูบอกใหน้ กั เรียนขีดเสน้ ใต้คาคุณศพั ทท์ บี่ อกอารมณ์ในแต่ละคาพูด
- ครูใหน้ กั เรียนบอกคาศพั ท์ทตี่ นขีดเสน้ ใต้ ครูเขียนคาศพั ท์เหลา่ นน้ั บนกระดาน
และใหน้ กั เรยี นบอกความหมายของคาศพั ท์ที่ทราบ
และครใู หน้ กั เรยี นเปิ ดพจนานุกรมหาคาศพั ท์ทเี่ หลือบนกระดาน

3. ตง้ั จดุ ประสงคใ์ นการอา่ น
-
ครูใหน้ กั เรียนอา่ นประโยคในกจิ กรรม Language Check ทาความเข้าใจ สรุป
ค ว า ม ห ม า ย แ ล ะ ใ ช้ เ ป็ น จุ ด ป ร ะ ส ง ค์
ในการอา่ น

กจิ กรรมระหว่างอา่ น
1. อา่ นเพือ่ หาคาตอบตามจดุ ประสงค์

- ครูให้นักเรียนใช้เทคนิคการอ่านกวาดสายตาเพื่อหาข้อมูลเฉพาะ (Scanning)
เพือ่ หาคาตอบของแตล่ ะข้อ โดยใชเ้ วลาไมเ่ กนิ 30 วนิ าที

- ครเู ปิ ดซีดีบนั ทกึ เสยี ง CD 1 Track 8 อีกครง้ั
ครหู ยุดซีดีบนั ทกึ เสยี งเมือ่ จบแตล่ ะข้อและใหน้ กั เรียนพูดตาม

- ครูใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรม Language Check ด้วยตนเอง
กจิ กรรมหลงั อา่ น
1. ตรวจสอบความเข้าใจ

- ค รู อ่ า น อ อ ก เ สี ย ง ป ร ะ โ ย ค ท้ั ง 6 ป ร ะ โ ย ค
ให้นักเรีย น ช่ วยกัน บ อก ค าต อบ แ ละต รวจสอบ ค าต อบ ด้ วยต น เอง (ดู เฉล ย
ทา้ ยเลม่ )

- ค รู ต ร ว จ ส อ บ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ข อ ง นั ก เ รี ย น
โดยช้ีไปทภี่ าพและใหน้ กั เรียนพูดประโยคทมี่ ีคาบอกอารมณ์มาคนละ 1 ประโยค เช่น
- The mother is angry.
- The two girls in the classroom are frightened.

28

CULTURE CORNER

- กลุม่ บาบดั SHG (Self Help Group)

Self Help

Group เป็ น กลุ่ม ที่เกิด จากก ารรวม ตัวข องบุ ค ค ลที่มี ปัญ หาคล้ายค ลึงกัน

ม า ร ว ม ตั ว กั น ด้ ว ย ค ว า ม ส มั ค ร ใ จ

แ ล ะ ใ ช้ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ที่ ผ่ า น ม า ช่ ว ย กั น แ ก้ ปั ญ ห า ซ่ึ ง กั น แ ล ะ กั น

ก ลุ่ม เป็ น ข อ ง ส ม าชิ ก กิ จ ก ร ร ม ต่ าง ๆ ด าเนิ น โด ย ส ม าชิ ก เพื่ อ ส ม าชิ ก

การบาบดั จติ ด้วยวธิ ีน้ีเป็ นทนี่ ิยมมากในต่างประเทศ

แ น ว คิ ด พ้ื น ฐ า น ข อ ง Self Help Group คื อ เ ชื่ อ ว่ า

บุ ค ค ล จ ะ ไ ด้ รั บ ค ว า ม ช่ ว ย เ ห ลื อ อ ย่ า ง ดี จ า ก บุ ค ค ล ที่ เ ค ย มี

ประสบการณ์มาก่อน สมาชิกจะร่วมกนั อภปิ รายถงึ ความรูส้ กึ ให้ข้อมูล ข่าวสาร

ท้ั ง จ า ก ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ต ร ง แ ล ะ

ทไี่ ด้แสวงหานามาชว่ ยเหลอื สมาชกิ ในการปรบั ตวั ต่อปญั หาทเี่ กดิ ขนึ้

ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง Self Help Group ไ ด้ แ ก่

ส ม า ชิ ก ก ลุ่ ม ม า จ า ก บุ ค ค ล ที่ มี ปั ญ ห า ค ล้ า ย ค ลึ ง กั น ม า แ ล ก เป ลี่ ย น

ประสบการณ์ ข้อมูล และให้กาลงั ใจ มารวมกลุ่มโดยสมคั รใจ ไม่หวงั ผลกาไร

ท า ง า น เ พื่ อ ช่ ว ย เ ห ลื อ ส ม า ชิ ก

ทางานแบบเผชิญหน้า เน้นที่สมาชิกได้มีส่วนร่วมและดาเนินการโดยสมาชิก

2. ประไเมนมิ ่ผลแ ข่ ง ขั น แ ต่ จ ะ ร่ ว ม มื อ กั น ผู้ น า

- ก ลุ่ ม ม า จ า ก ส ม า ชิ ก

มีกคารรปู เปรละยี่เมนนิ กคนั วเาปม็ นเผขู้นาใาจไบปทเรสอื่ นยทๆนากทาอี่ร่าในหบ้ จรากิ าจราแนลวะนกคจิ ากตรอรบมทเปถี่ ็ นูกตไป้อตง าโมดคยวใชามเ้ กตณ้

ฑอผ์ า่ นรอ้ ยละ 70 ง ก าร

กจิ กรขรมอ เงสสรมมิ าทชกั ิ กษแะ/ลปะรมะสตบิ กกลาุ่ มรณส ม์ทาางชภิ กาษเากิ ด ก า ร เ รี ย น รู้ โ ด ย ก า ร ก ร ะ ท า

- เ น้ น ที่ ก า ร ป ฏิ บั ติ จ ริ ง เ พื่ อ ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ที่ ดี
ผ คลรขใู หอน้ กังเกรียานรเลือชก่ วคายคุณเ หศพั ลทื อ์ทบี่ ชอก่ วอายรมใณห์ห้ ปรอื รคั วบามตรั สู้วกึ ไมาดค้ นเ หละม1 าคาะ พสรมอ้ มแ
สเ กดิ ดงพท่ ลาั งทอาางนปารจ ะ“กemอpบowเeพrmื่ อeใntห” ้ วเ ิพธีื่ กอ านร ทบ าา ยบั คด รา ั คกุ ษณ าศแั พบ บท์ นนี้ ้ั น
แไลมะ่สใหามน้ าารคถาคแณุ ก้ศไพขั ทป์ไัญปหใชาใ้ทนุกกอายร่าพงูดไโดต้ท้ตันอบทตี แามตศ่จกั ะยเปภ็ านพแขบอบงนคกั่อเยรเยี ปน็ นแคต่่ลอะยคไนป แล
ะกนิ าเจสนกอคารพูดรโตม้ตอบขกบั อเพื่องนใกนชลน้ั ุ่ เรมียนอ า จ ข ย า ย อ อ ก ไ ป
ม า ก ก ว่ า ก า ร ช่ ว ย ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า ใ ก ล้ ตั ว เ ช่ น

สอื่ /แอหา จลง่เปก็ านรกเรลี ุ่ ม จัด ใ ห้ ค ว า ม รู้ ห รื อ ช้ี น า สัง ค ม ไ ด้ ก ลุ่ ม จ ะ เ น้ น ก า ร ใ ห้
12ย..นซหรีดนส(ู้iีบnงั มสนsั อืiทาgเกึรhชียเtิส)นกยี ใงNนมสeางิ่wทพเี่Wขบาoมrกปีldั ญัน3หเาหพรนื่ว่ ้าอม8กแน-ั 9ลหรกอื อเ ยปา่ งลเี่ ดยียนวกคนั ว า ม รู้ สึ ก ค ว า ม รู้

3. เครอื่ งเลน่ ซีดี

4. สอื่ อเิ ล็กทรอนกิ ส์

- www.otep.go.th/index.php/hospitalknowledge/152-shgpattern.html

29

บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรอื อุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะหรอื แน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..งุ .................................................................................

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 11

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 Don’t Worry! Be Happy. ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Personalities เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรียนร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรยี นรู้ สง่ิ ทตี่ อ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน/ชนิ้ งาน

และตวั ชี้วดั

ต 1.2 ม.3/5, พูดถามเหตุผลและบอกสาเหตุทมี่ าของอารมณ์ ถ้อยคาพูดถาม-ตอบเกีย่ วกบั

ต 2.1 ม.3/1, เหตุผลและบอกสาเหตุทีม่ าของอา

ต 4.1 ม.3/1

ความ
รู้

30

- คาศพั ท์

กจิ กรรม Practice

- cry (v.): to produce tears from your eyes because you are

unhappy or hurt (รอ้ งไห้)

- fly (v.): to travel in a plane (เดนิ ทางโดยเครอื่ งบนิ )

- สานวนภาษา

-

- หน้าทภี่ าษา

- To talk about emotions

- To make suggestions

- To give reasons

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์

- Negative Question with Why

- Why? / Because

กจิ กรรมการเรี
1.ยนนารเขู้ า้ สบู่ ทเรยี น

- ค รู ท บ ท ว น ค ว า ม รู้ เ ดิ ม
โดยให้นักเรียนบอกคาคุณศพั ท์เกี่ยวกับอารมณ์ และความรู้สึกมาคนละ 1 คา
และใหพ้ ูดเป็ นประโยค เช่น
- happy = I am happy.
- sad = I am sad.
- worried = My father is worried.
- tired = I’m very tired.

2. แจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
ในหน่ วยการเรียนรู้นี้ นกั เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกบั การออกเสียง คาคุณศัพท์ 2
พยางค์ทลี่ งทา้ ยดว้ ยตวั y และการพูดถามเหตุผลและบอกสาเหตุทีม่ าของอารมณ์

กจิ กรรม Pronunciation

1. อา่ นออกเสียงคาคุณศพั ท์ 2 พยางค์ ทลี่ งท้ายด้วยตวั y 9
- ครใู หน้ กั เรียนทากจิ กรรม Pronunciation ในหนงั สือเรียน หน้า y
ครบู อกใหน้ กั เรยี นสงั เกตการออกเสียงคาคุณศพั ท์ 2 พยางค์ ที่ลงทา้ ยด้วย
โดยใหอ้ อกเสียงหนกั ทีพ่ ยางคแ์ รก สว่ น y ที่อยหู่ ลงั คาจะไม่ออกเสียง
- ครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสยี ง CD 1 Track 9 ใหน้ กั เรยี นฟงั และช้ีคาศพั ท์ทไี่ ด้ยนิ

31

-
ครเู ปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 1 Track 9 อกี ครง้ั ใหน้ กั เรยี นออกเสียงคาศพั ทพ์ รอ้ ม

กนั กบั เสยี งทไี่ ดย้ นิ จากซีดีบนั ทกึ เสยี ง
-

ครใู หน้ กั เรียนจบั คู่และอา่ นออกเสียงคาศพั ท์ ในกิจกรรม Pronunciation ครูเดิ
น ดู รอบ ห้ อง เรี ย น แ ละ ค อย ก ากับ ก าร อ่าน อ อก เสี ย งห นัก ใน ค าคุ ณ ศัพ ท์ 2
พยางค์ทลี่ งทา้ ยดว้ ยตวั y

กจิ กรรม Practice

1. พูดถามเหตุผลและบอกสาเหตุทมี่ าของอารมณ์

- ครูให้นกั เรียนทากจิ กรรม Practice ในหนงั สือเรียน หน้า 9 ครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง

CD 1 Track 10 ใหน้ กั เรยี นฟงั และช้ีประโยคทไี่ ดย้ นิ

- ครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 1 Track 10 อีกครง้ั

ใหน้ กั เรียนฟงั และพูดตามบทสนทนา

- ค รู พู ด โ ต้ ต อ บ ต า ม บ ท ส น ท น า เ ป็ น ตั ว อ ย่ า ง

โดยครูพูดคนเดียวให้นกั เรียนฟังเป็ นตวั อยา่ งก่อน แล้วจงึ พูดโต้ตอบกบั นกั เรียน

จากน้ันครูให้นักเรียนจบั คู่กนั พู ดโต้ตอบ โดยให้คนหน่ึงพูดในบทบาทของ A

และอกี คนหนงึ่ พูดในบทบาทของ B

- ค รู ส ร้ า ง แ บ บ อ ย่ า ง ข อ ง ก า ร พู ด โ ต้ ต อ บ ต า ม บ ท ส น ท น า ที่ 1 อี ก ค ร้ัง

โดยใช้ บุค คลใน บ ทอ่าน เป็ น พ้ื น ฐาน ใน ก ารต้ัง ค าถาม แ ละให้นักเรียน ตอบ

ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้

T: Why is the man on the airplane nervous?

S:Because he’s always afraid of flying.

-

ครูสรา้ งแบบอยา่ งของการพูดโต้ตอบตามบทสนทนาที่ 2 โดยครูถามคาถามที่ใช้โค

รงสรา้ งประโยค Why……. + V-ing? และใหน้ กั เรยี นตอบ ดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี

T: Why are they laughing?

S:Because the movies is very funny.

- ครสู รา้ งแบบอยา่ งของการพูดโตต้ อบตามบทสนทนาที่ 3

โดยครพู ูดเกี่ยวกบั ความกลวั หรอื สาเหตุที่มาของอารมณ์ (I’m sleepy, I’m bored,

I’m nervous) และใหน้ กั เรยี นตอบโดยใช้โครงสรา้ งประโยค Why don’t …?

และใหน้ กั เรียนตอบ ดงั ตวั อยา่ งต่อไปนี้

T: I’m bored.

S:Why don’t you go out with friends?

-

ครสู รา้ งแบบอยา่ งของการพูดโตต้ อบตามบทสนทนาที่ 4 โดยครูพูดเกี่ยวกบั ความ

กลวั และใหน้ กั เรยี นพูดตอบแสดงความเหน็ ดว้ ยหรอื ไมเ่ ห็นด้วย ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี

T: I’m afraid of high places.

32

S:So am I. or I’m not.

- ครใู หน้ กั เรยี นจบั คฝู่ ึ กถาม-ตอบ ตามแบบอยา่ งบทสนทนาที่ 2-4

โดยใชข้ อ้ มลู จากกจิ กรรม New Language และใช้คาพูดถาม-ตอบในกจิ กรรม

Practice ในหนงั สือเรียน หน้า 9 เป็ นตวั อย่าง

2. ประเมนิ ผล

- ค รู ป ร ะ เ มิ น ก า ร พู ด ถ า ม -

ตอบของนกั เรยี นแตล่ ะคู่ โดยใช้แบบประเมนิ การสนทนากจิ กรรมคู่ และใชเ้ กณฑ์ผ่า

นระดบั พอใช้

กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

- ครูให้นกั เรียนทาแบบฝึ กหดั ข้อ A และ B ในหนงั สือแบบฝึ กหดั New World 3

ห น้ า 5 ( ดู เ ฉ ล ย ท้ า ย เ ล่ ม )
หลงั จากการจบั คฝู่ ึ กพูดถามเหตุผลและบอกสาเหตุทมี่ าของอารมณ์

สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สอื เรียน New World 3 หน้า 9

2. หนงั สือแบบฝึ กหดั New World 3 หน้า 5
3. ซีดีบนั ทกึ เสยี ง
4. เครอื่ งเลน่ ซีดี

บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร/ู้ ปญั หาหรอื อุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะหรอื แน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..งุ .................................................................................

33

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 12

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 Don’t Worry! Be Happy. ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Personalities เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สง่ิ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน/ชนิ้ งาน
มาตรฐานการเรียนรู้

และตวั ชี้วดั

ต 1.1 ม.3/4 ระบใุ จความสาคญั จาก คาตอบทไี่ ด้จากการ

การฟงั บทสนทนาแสดงอารมณ์และความรูส้ กึ ทากจิ กรรม About the

ของบุคคล Conversation

ต 1.2 ม.3/3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษา การเข้ารว่ มเลน่ เกมคน้ หาคาศพั ท์

ความ
ร-ู้ คาศพั ท์

กจิ กรรม Conversation

- worried (adj.): thinking about unpleasant things that have

happened and therefore feeling unhappy and

afraid (กงั วล, เป็ นทกุ ข์)

- speeding (n.): driving too fast, going over the speed limit

(การขบั รถเกนิ ความเร็วทกี่ ฎหมายกาหนด)

- fine (n.): amount of money to pay because you’ve done

something wrong

(เงนิ คา่ ปรบั )

- permission (n.): the act of allowing somebody to do something,

especially when this is done by somebody in a

position of authority (ความยนิ ยอม, การอนุญาต)

- สานวนภาษา

-

34

- หน้าทภี่ าษา

- To make suggestions

- To give reasons

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Why? / Because

กจิ กรรมการเรี
ยนรู้
กจิ กรรม Conversation

1. นาเข้าสบู่ ทเรียน
-
ครูนานกั เรียนพูดคุยเกี่ยวกบั ความสามารถในการขบั รถ การขอยืมรถคนอนื่ มาขั
บ ห รื อ ปั ญ ห า ที่ อ า จ เ กิ ด ข้ึ น ข ณ ะ ใ ช้ ร ถ ข อ ง ผู้ อื่ น
และใหน้ กั เรียนช่วยกนั แบง่ ปนั ความคดิ เห็นเกีย่ วกบั ปญั หาทเี่ กดิ ขน้ึ ขณะขบั รถ

2. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
ในหน่วยการเรียนรูน้ ้ีนกั เรียนจะต้องระบุใจความสาคญั จากการฟงั บทสนทนาแสดง
อารมณ์และความรสู้ กึ ของบุคคล

3. ฟงั และระบุใจความสาคญั
- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า
นกั เรยี นจะได้ฟงั การสนทนาถามตอบเกีย่ วกบั อารมณ์และความรูส้ กึ ของบุคคลที่กระ
ท า ผิ ด จ า ก ก า ร เ อ า ร ถ ย น ต์ ข อ ง ผู้ อื่ น ไ ป ขั บ โ ด ย ไ ม่ ไ ด้ ข อ อ นุ ญ า ต
และเกดิ อบุ ตั เิ หตุกบั รถยนต์ดงั กลา่ ว
- ค รู เ ปิ ด ซี ดี บั น ทึ ก เ สี ย ง CD 1 Track 11 ข อ ง กิ จ ก ร ร ม Conversation
ใ น ห นั ง สื อ เ รี ย น ห น้ า 10
ใหน้ กั เรยี นฟงั โดยไมเ่ ปิ ดหนงั สือเรยี น และถามนกั เรยี นเกีย่ วกบั บทสนทนาทฟี่ งั
- ครเู ปิ ดซีดีบนั ทกึ เสยี ง CD 1 Track 11 อกี ครง้ั ใหน้ กั เรยี นฟงั และอ่านตามในใจ
- ครูบอกใหน้ กั เรียนดูกจิ กรรม About the Conversation ในหนงั สอื เรียน หน้า 10
ใหน้ กั เรยี นอา่ นประโยคคาถามแตล่ ะข้อ และใหน้ กั เรยี นจบั คูช่ ว่ ยกนั ตอบคาถาม
และนาเสนอคาตอบแตล่ ะข้อในชน้ั เรยี น (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )
- ขณะอ่านบทสนทนา อาจมีนกั เรียนบางคนไม่ทราบความหมายของคาศพั ท์บางคา
ใหค้ รูครอู ธบิ ายความหมายของคาศพั ท์นน้ั ๆ ใหน้ กั เรียนฟงั
-
ครูประเมนิ ผลการฟังและระบุใจความสาคญั ของบทสนทนา จากจานวนคาตอบที่
ถูกตอ้ งในกจิ กรรม About the Conversation โดยใชเ้ กณฑผ์ ่านรอ้ ยละ 70

4. เลน่ เกมคน้ หาคาศพั ท์
- ค รู ให้ นั ก เรี ย น ร่ ว ม กิ จ ก ร ร ม ท าง ภ า ษ า โ ด ย เล่ น เก ม ค้ น ห าค าคุ ณ ศัพ ท์
ค รู ใ ห้ นั ก เ รี ย น ทุ ก ค น อ่ า น บ ท ส น ท น า ใ น ใ จ อี ก ค ร้ั ง
ครูบอกให้นักเรียนหาคาคุณ ศัพ ท์ที่บอกอารมณ์ จากบทสนทนาใน กิจกรรม

35

Conversation ม า 3 ค า นักเรียน ค น ใด ยก มื อต อบ ก่อน และคาตอบถู ก ต้อง
จะเป็ นผู้ชนะ (เฉลย: worried, nervous, mad)
5. ประเมนิ ผล
-

ครูประเมนิ ผลการเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษา โดยสงั เกตความกระตือรอื รน้ และค
วามพงึ พอใจของนกั เรยี น และใช้เกณฑผ์ า่ นระดบั พอใช้

กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

- ครูใหน้ กั เรียนออกมาแสดงบทบาทตามบทสนทนาหน้าชน้ั เรยี น 2 คน
- นกั เรียนจบั คู่ฝึ กพูดสนทนาตามที่ได้เรียนมา ครูแนะนาให้นักเรียนใช้ภาษาท่าทาง

ก า ร อ อ ก เ สี ย ง สู ง ต่ า ใ น ป ร ะ โ ย ค
ตามลกั ษณะอารมณ์ต่าง ๆ เพื่อใหเ้ หมือนการสนทนาจรงิ

สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สือเรียน New World 3 หน้า 10

2. ซีดีบนั ทกึ เสียง
3. เครอื่ งเลน่ ซีดี

บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร/ู้ ปญั หาหรอื อุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 13..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..งุ .................................................................................

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 Don’t Worry! Be Happy. ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Personalities เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สง่ิ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน/ชนิ้ งาน การวดั ผลแ
มาตรฐานการเรียนรู้

และตวั ช้ีวดั

ต 1.1 ม.3/4 เลือกประโยคทีบ่ อกอารมณ์ คาตอบทไี่ ด้จากการ ประเมนิ ผลการฟงั จา

และความรสู้ กึ ทากจิ กรรม โดยใช้เกณฑ์ผ่านรอ้ ย

ใหส้ มั พนั ธ์กบั ขอ้ ความที่แต่ละคนพูด Listening

ความ
ร-ู้ คาศพั ท์

กจิ กรรม Listening

- mad* (adj.): angry, crazy, or very silly (บา้ คล่งั , ไรส้ ต)ิ

- disappointed* (adj.): unhappy because something you hoped for

did not happen (ผดิ หวงั )

36

- surprised* (adj.): feeling or showing surprise (ประหลาดใจ)
Note: * = see in audioscript
- สานวนภาษา
-
- หน้าทภี่ าษา
- To talk about emotions
- To make suggestions
- To give reasons
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Negative Question with Why

กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม Listening

1. นาเขา้ สบู่ ทเรยี น

-

ครูทบทวนคาศพั ท์ที่บอกอารมณ์และความรูส้ กึ โดยให้นกั เรียนบอกคาคุณศพั ท์พร้

อมความหมายคนละ 1 คา ครเู ขียนคาคุณศพั ทท์ นี่ กั เรยี นตอบบนกระดาน

2. แจง้ จุดประสงค์การเรียนรู้

-

ครูบอกนกั เรียนว่า ในหน่วยการเรียนรูน้ ้ี นกั เรียนจะต้องเลือกประโยคที่บอกอาร

มณ์และความรสู้ กึ ใหส้ มั พนั ธ์กบั ข้อความทแี่ ต่ละคนพูด

3. ฟงั บคุ คลพูดและน้าเสยี งของอารมณ์ตา่ ง ๆ

- ครใู หน้ กั เรียนดูภาพในกจิ กรรม Listening ในหนงั สือเรยี น หน้า 10

และใหน้ กั เรยี นช้ีทภี่ าพและบอกคาคณุ ศพั ท์ใหต้ รงกบั ภาพ จากนน้ั ครูเสรมิ วา่

นกั เรยี นสามารถใช้คาคณุ ศพั ท์จากกจิ กรรมนาเข้าสบู่ ทเรียนมาใช้ในการพูดได้

- ค รู บ อ ก นั ก เ รี ย น ว่ า

นกั เรียนจะได้ฟังข้อความที่แต่ละคนพูด และให้นกั เรียนเลือกประโยค a หรือ b

ในแต่ละข้อให้สมั พนั ธ์กบั ข้อความที่แต่ละคนพูด โดยครูเปิ ดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 1

Track 12 ใ ห้ นั ก เ รี ย น ฟั ง โ ด ย ไ ม่ เ ปิ ด ห นั ง สื อ เ รี ย น

เพื่อใหน้ กั เรียนจบั รายละเอยี ดท่วั ไป

- ค รู ใ ห้ นั ก เรี ย น เปิ ด ห นั ง สื อ เรี ย น อ่ า น ป ร ะ โย ค a แ ล ะ b ใ น แ ต่ แ ล ะ ข้ อ

แ ล ะ ค รู เปิ ด ซี ดี บัน ทึก เสี ย ง CD 1 Track 12 อี ก ค ร้งั โด ย เปิ ด ข้ อค ว าม ที่ 1

และหยุดซีดีเพื่อให้นกั เรียนเลือกตอบข้อ a หรือ b จากน้นั ครูถามคาถามนกั เรียน

ดงั ประโยคตวั อยา่ งต่อไปนี้

- How does the woman feel?

- How do you know?

- ครทู ากจิ กรรมแบบเดมิ กบั ขอ้ ที่ 2-5

37

- ค รู เ ปิ ด ซี ดี บั น ทึ ก เ สี ย ง CD 1 Track 12 อี ก ค ร้ั ง
เพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน โดยครูหยุดซีดี บนั ทึกเสียงในแต่ละข้อ
แ ล ะ ให้ ตัว แ ท น นั ก เรี ย น 1 ค น เฉ ล ย ค าต อ บ ให้ เพื่ อ น ๆ ใน ช้ัน เรี ย น ฟั ง
และใหน้ กั เรียนทเี่ หลอื ตรวจคาตอบของตนเอง (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )

4. ประเมนิ ผล
- ครูป ระเมิน ผลการฟั งจาก จาน วน คาต อบ ที่ถู กต้ องที่ได้จากก ารทากิจกรรม
Listening ในหนงั สือเรียน หน้า 10 โดยใช้เกณฑผ์ ่านรอ้ ยละ 70

กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

-

สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สอื เรยี น New World 3 หน้า 10

2. ซีดีบนั ทกึ เสียง
3. เครอื่ งเลน่ ซีดี

บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร/ู้ ปญั หาหรอื อปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..งุ .................................................................................

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 14

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 Don’t Worry! Be Happy. ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Personalities เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สงิ่ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน
มาตรฐานการเรียนรู้

และตวั ช้ีวดั

ต 1.2 ม.3/2 เขียนประโยคใหค้ าแนะนาตามสถานการณ์ทกี่ าหนด ประโยคการเขียนใหค้ าแนะ

38

ต 1.3 ม.3/3 เขียนประโยคคาถาม คาตอบทไี่ ด้จากการทา
เพื่อหาเหตุผล และคาตอบ เพื่อบอกเหตุผล กจิ กรรม Grammar
ต 1.2 ม.3/5,
ต 4.1 ม.3/1 พูดถาม-ตอบเกีย่ วกบั สตั ว์ทชี่ อบและไมช่ อบ ถ้อยคาพูดถาม-ตอบเกีย่ วก
พรอ้ มทง้ั ไมช่ อบ พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผล
ใหเ้ หตุผล

ความ
ร-ู้ คาศพั ท์

กจิ กรรม Grammar

- bite (v.): to use your teeth to cut something (กดั )

- dangerous (adj.): damage or destroy something (อนั ตราย,

เป็ นพษิ เป็ นภยั )

- cute (adj.): pretty and attractive (น่ารกั )

- strong (adj.): having a lot of physical power (แข็งแรง, มกี าลงั )

- สานวนภาษา

-

- หน้าทภี่ าษา

- To make suggestions

- To give reasons

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์

- Negative Question with Why

- Why? / Because

- Intensifiers: very, so, a little, a bit

กจิ กรรมการเรี
ยนรู้
กจิ กรรม Grammar

1. นาเขา้ สบู่ ทเรียน
- ครใู หน้ กั เรยี นพูดประโยคทีแ่ สดงอารมณ์ต่าง ๆ คนละ 1 ประโยค เช่น
- I’m bored with staying home all day.
- I’m angry that my brother always tells a lie.
- I’m happy when I pass my exam.

2. แจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- ครบู อกนกั เรียนวา่
ในหน่วยการเรียนรูน้ ี้นกั เรียนจะได้เรยี นรเู้ กีย่ วกบั การเขียนประโยคใหค้ าแนะนา

39

ประโยคคาถามทีใ่ ช้ถามเหตุผล Why? ประโยคคาตอบใหเ้ หตุผล Because

และการพูดโตต้ อบเกีย่ วกบั สตั ว์ทชี่ อบและไมช่ อบ

3. เรียนรกู้ ารใช้โครงสรา้ งประโยค Why don’t/doesn’t …? Why? และ Because

1. ศกึ ษากฎการใช้ Why don’t/doesn’t …?

- ครูให้นักเรียนอ่านบทสนทนา ในกรอบ Grammar ในหนังสือเรียน หน้า 11

ด้านซ้ายมือ ครูอธิบายคาศัพท์ nap (a short sleep, especially during the

day = การงีบหลบั ในระหวา่ งวนั )

- ครูชี้ใหน้ กั เรียนเหน็ ว่า ตอนทา้ ยของบทสนทนาจะเป็ นคาแนะนา (take a nap, go

to bed) ซึ่งอยู่หลงั ประโยค Why don’t …? ครูเสรมิ ว่าการพูดให้คาแนะนาน้นั

ผูพ้ ูดจะไมค่ าดหวงั ใหผ้ ูร้ บั คาแนะนาต้องตอบเลยในทนั ที

- ค รู เ ขี ย น ส ถ า น ก า ร ณ์ บ น ก ร ะ ด า น

ใหน้ กั เรียนจบั คชู่ ่วยกนั เขียนประโยคใหค้ าแนะนาตามสถานการณ์น้นั ๆ พรอ้ มกั

บคาตอบทคี่ าดหวงั เชน่

- I have a headache. (Why don’t you see a doctor?)

- I’m bored. (Why don’t you hang out with friends?)

- My new camera doesn’t work. (Why don’t you check the

battery?)

- ค รู ใ ห้ นั ก เรี ย น ท า กิ จ ก ร ร ม Grammar B ใ น ห นั ง สื อ เรี ย น ห น้ า 11

โ ด ย ค รู แ ล ะ นั ก เ รี ย น ช่ ว ย กั น ท า ข้ อ ที่ 1 เ ป็ น ตั ว อ ย่ า ง พ ร้ อ ม กั น

และใหน้ กั เรยี นแต่ละคนทาข้อทเี่ หลือ

- ค รู ต ร ว จ ค า ต อ บ ข อ ง นั ก เ รี ย น

โด ยสุ่ม นัก เรี ย น บ างค น ออก ม าเขี ย น ป ระโย ค ให้ค าแ น ะน า บ น ก ระด าน

และซกั ถามนกั เรียนที่เหลือวา่ ถูกหรอื ผิด แล้วใหน้ กั เรียนตรวจคาตอบของตนเอง

จากเฉลยบนกระดาน (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )

- ครูประเมนิ การเขียนประโยคใหค้ าแนะนา โดยใช้เกณฑก์ ารประเมนิ การเขียน

และใช้เกณฑ์ผ่านระดบั พอใช้

2. ศกึ ษากฎการใช้ประโยคคาถามดว้ ย Why? และการตอบด้วย Because

- ครูให้นักเรียนศึกษากฎการใช้ประโยคคาถามด้วย Why? และการตอบด้วย

Because จ า ก ก ร อ บ Grammar ด้ า น ล่ า ง

โดยใหน้ กั เรียนอา่ นประโยคตวั อยา่ งคาถามและคาตอบดงั ๆ

- ครูอธบิ ายวา่ คาถามทขี่ น้ึ ต้นดว้ ย Why ใช้ถามเพื่อหาเหตุผล และตอบโดยใช้

Because เพื่อบอกเหตุผล

- ครใู หน้ กั เรียนศกึ ษากฎการใช้ Intensifiers: very, so, a little, a bit ในกรอบ

Grammar ครูยา้ ว่าคาเหล่านี้ชว่ ยทาใหค้ าทตี่ ามมามีน้าหนกั มาก (+)

ขน้ึ หรอื น้อยลง (–)

- ครูเขียนประโยคบนกระดานใหน้ กั เรยี นพูด

และตอบวา่ ประโยคไหนมีการเน้นย้ามากน้อยกวา่ กนั

40

- I am very nervous before tests. (+)

- I am a little nervous before tests.

- The show was a bit funny.

- The show was so funny. (+)

- ครใู หน้ กั เรยี นทากจิ กรรม Grammar A ในหนงั สือเรยี น หน้า 11

และครตู รวจคาตอบโดยใหน้ กั เรียน 2 คน

อา่ นประโยคคาถามและคาตอบใหเ้ หตุผลจนครบทง้ั 6 ขอ้ (ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )

- ครปู ระเมนิ ผลการเขียนประโยคคาถามทถี่ ามดว้ ย Why

และประโยคคาตอบทตี่ อบด้วย Because จากจานวนคาตอบทถี่ ูกตอ้ ง

โดยใช้เกณฑ์ผา่ นรอ้ ยละ 60

3. พูดโต้ตอบเกีย่ วกบั สตั ว์ทชี่ อบและไมช่ อบ พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผล

- ครใู หน้ กั เรียนคดั ลอกตารางตอ่ ไปน้ี

แลว้ เตมิ ข้อมลู เกี่ยวกบั สตั ว์ทชี่ อบและไมช่ อบอยา่ งละ 3 ชนิด

Animals that I like Animals that I don’t like

-

ครูให้นกั เรียนนาตารางทกี่ รอกข้อมูลแลว้ แลกเปลีย่ นกบั เพื่อนข้าง ๆ เพื่อดูวา่ มีใ

ค ร ช อ บ สั ต ว์ แ ป ล ก ๆ ที่ เ ร า อ า จ ค า ด ไ ม่ ถึ ง บ้ า ง ห รื อ ไ ม่

พรอ้ มกบั ผลดั กนั ซกั ถามเกี่ยวกบั สตั วท์ ชี่ อบและไมช่ อบ เชน่

- Do they live in Thailand?

- Are they wild animals?

- Are they dangerous?

- ครใู หน้ กั เรียนแต่ละคนเลือกสตั ว์ทแี่ ปลกและน่าสนใจมานาเสนอ

- ครใู หน้ กั เรยี นจบั คู่ ผลดั กนั ถาม-ตอบเกีย่ วกบั สตั วใ์ นภาพกจิ กรรม Grammar C

ในหนงั สอื เรยี น หน้า 12

โดยใช้ตวั อยา่ งบทสนทนาคาศพั ทท์ เี่ กีย่ วกบั สตั ว์และคาคณุ ศพั ท์ในกจิ กรรม

หรอื นอกเหนือจากทกี่ าหนดให้ เชน่

A:What animals do you dislike?

B:I don’t like geckoes.

A:Why don’t you like them?

B:Because they are ugly.

4. ประเมนิ ผล

- ครูประเมนิ ผลการพูดถาม-ตอบ โดยใช้แบบประเมนิ การสนทนากจิ กรรมคู่

และใช้เกณฑผ์ ่านระดบั พอใช้

41

กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

- ครูให้นักเรียนทาแบบฝึ กหดั ข้อ C, D, E และ F ในหนังสือแบบฝึ กหดั New
World 3 หน้า 6-7 (ดูเฉลยท้ายเลม่ ) หลงั จากทากิจกรรมการเรียนรูก้ ารใช้ Why
don’t/doesn’t …?, Why?/ Because และ Intensifiers

สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สือเรียน New World 3 หน้า 11-12

2. หนงั สอื แบบฝึ กหดั New World 3 หน้า 6-7

บนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร/ู้ ปญั หาหรอื อปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 15..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..งุ .................................................................................

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 Don’t Worry! Be Happy. ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Personalities เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรียนร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรียนรู้ สง่ิ ทตี่ อ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้

และตวั ชี้วดั

ต 1.3 ม.3/1 เขียนบรรยายสง่ิ ทที่ าใหต้ นเกดิ ความรูส้ กึ ต่าง ๆ พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผล งานเขียนบรร

พรอ้ มทง้ั ใหเ้ ห

ความ
ร-ู้ คาศพั ท์

-
- สานวนภาษา

-
- หน้าทภี่ าษา

- To write about the things that make you angry, happy, sad, bored,
nervous and worried
- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Why? / Because
- Intensifiers: very, so, a little, a bit

กจิ กรรมการเรี
ยนรู้

42

กจิ กรรม Writing

1. แจง้ จุดประสงค์การเรยี นรู้
- ครบู อกนกั เรียนวา่
ในหน่วยการเรียนรนู้ ี้นกั เรียนจะไดเ้ ขียนบรรยายสงิ่ ทีท่ าใหต้ นเกดิ ความรสู้ กึ ต่าง ๆ
พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผลประกอบ

กจิ กรรมกอ่ นเขียน
1. ตรวจสอบความรูเ้ ดมิ ด้านโครงสรา้ งประโยค

- ครูถามนกั เรียนด้วยคาถาม ดงั ตอ่ ไปน้ี
- How are you today?
- Why are you sad / happy?

2. สรา้ งแบบอย่างการเขียน
- ครูใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั บอกกฎการใช้ Why? / Because และ very, so, a little, a
bit ( Intensifiers) เ พื่ อ ส ร้ า ง ค ว า ม
ม่นั ใจในการเขียนบรรยายสงิ่ ทที่ าใหต้ นเกดิ ความรูส้ กึ ตา่ ง ๆ พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผล

กจิ กรรมการเขียน
1. เขียนบรรยายสง่ิ ทที่ าใหต้ นเกดิ ความรูส้ กึ ตา่ ง ๆ พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผล

-
ครใู หน้ กั เรยี นอ่านคาส่งั ในกจิ กรรม Writing ในหนงั สือเรียน หน้า 12 และใหน้ กั

เ รี ย น ช่ ว ย กั น บ อ ก ค า ศั พ ท์ ที่ บ อ ก
ความรูส้ กึ ทอี่ ยูใ่ นคาส่งั
- ครอู า่ นประโยคตวั อยา่ งจากกจิ กรรม Writing ในหนงั สือเรียน หน้า 12
- I hate staying in line. I get very nervous when I’m waiting.
- ครใู หน้ กั เรยี นทาความเข้าใจประโยค และฝึ กสรา้ งประโยคตามตวั อย่าง เช่น
- I like music. I am very happy when I listen to them.
- I don’t like traveling by airplane. I get very nervous when I’m
getting on the airplane.
กจิ กรรมหลงั เขียน
1. นาเสนองานเขียน
-

ครูขออาสาสมคั รนกั เรียนออกมานาเสนอสง่ิ ที่ทาใหต้ นเองเกดิ รูส้ กึ แบบตา่ ง ๆ แล
ะ ค รู เ ขี ย น ป ร ะ โ ย ค ข อ ง นั ก เ รี ย น
บนกระดาน
- ครูแนะนานกั เรียนใหเ้ ขียนประโยคบรรยายทง้ั ในอารมณ์ด้านบวกและลบ

43

-

ครใู หน้ กั เรียนจบั คเู่ ปรียบเทียบการเขียนของตนเองกบั เพื่อนทนี่ ่งั ขา้ ง ๆ และนาเส

นอในชน้ั เรยี น

- ครใู หน้ กั เรยี นทากจิ กรรมสารวจ

โดยหาคาตอบทีเ่ พื่อนส่วนมากในชน้ั เรยี นตอบมากทสี่ ุด

2. ประเมนิ ผล

- ครปู ระเมนิ งานเขียนของนกั เรียน โดยใช้เกณฑ์การประเมนิ การเขียน

และใชเ้ กณฑผ์ ่านระดบั พอใช้

กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

- ครใู หน้ กั เรยี นทาแบบฝึ กหดั ขอ้ I ในหนงั สือแบบฝึ กหดั New World 3 หน้า 8
(ดูเฉลยท้ายเลม่ )

สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สือเรยี น New World 3 หน้า 12

2. หนงั สอื แบบฝึ กหดั New World 3 หน้า 8

บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรอื อุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะหรอื แน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..งุ .................................................................................

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 16

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 Don’t Worry! Be Happy. ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Personalities เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรียนร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สง่ิ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน/ชนิ้ งาน
มาตรฐานการเรยี นรู้

และตวั ช้ีวดั

ต 1.2 ม.3/1 พูดตอบคาถามเกีย่ วกบั อารมณ์และความรสู้ กึ ของตนเอง ถอ้ ยคาพูดตอบคาถามใ

พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผล Speaking

ความ
รู้

44

- คาศพั ท์
-

- สานวนภาษา
-

- หน้าทภี่ าษา
- To talk about emotions
- To give reasons

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Negative Question with Why
- Why? / Because
- Intensifiers: very, so, a little, a bit

กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม Speaking

1. แจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- ครบู อกนกั เรยี นวา่
ในหน่วยการเรยี นรนู้ ี้นกั เรยี นจะได้พดู ตอบคาถามเกยี่ วกบั อารมณ์และความรูส้ กึ ของ
ตนเอง พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผล

2. พูดตอบคาถามเกีย่ วกบั อารมณ์และความรูส้ กึ ของตนเอง พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผล
- ครใู หน้ กั เรยี นทากจิ กรรม Speaking ในหนงั สือเรียน หน้า 12
โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นคาถามดงั ๆ
- ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยในแต่ละกลุ่มให้ทุกคนผลดั กนั ถาม-
ตอบคาถามทง้ั 3 ข้อ เพือ่ ใหไ้ ด้ขอ้ มูลจากการฝึ กถาม-ตอบมากทสี่ ดุ
- ครใู หน้ กั เรยี นทกุ คนถาม-ตอบคาถามทง้ั 3 ข้อ อีกครง้ั
ใหน้ กั เรียนฟงั คาตอบของเพือ่ น พรอ้ มสรุปตวั อยา่ งทดี่ ีจากการพูดในชน้ั เรยี น
- ครใู หน้ กั เรียนเขียนคาตอบทไี่ ดจ้ ากการถาม

3. ประเมนิ ผล
-
ประเมนิ การพูดตอบคาถามเกีย่ วกบั อารมณ์และความรสู้ กึ ของตนเองพรอ้ มทง้ั ใหเ้
หตุผลโดยใช้เกณฑ์การประเมนิ การพูด และใชเ้ กณฑผ์ ่านระดบั พอใช้

กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

- ครใู หน้ กั เรียนทาแบบฝึ กหดั ขอ้ G ในหนงั สือแบบฝึ กหดั New World 3 หน้า 7
(ดูเฉลยทา้ ยเลม่ )

สอื่ /แหลง่ การเรี
1ย.นหรนู้ งั สือเรยี น New World 3 หน้า 12

45
2. หนงั สอื แบบฝึ กหดั New World 3 หน้า 7

บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนร/ู้ ปญั หาหรืออุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะหรือแน
..ว..ท...า.ง..ก..า..ร..ป...ร..บั ..ป...ร..ุง.................................................................................

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 17

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 Don’t Worry! Be Happy. ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
เรอื่ งหลกั /หวั เรอื่ ง Personalities เวลา 1 ช่วั โมง

เป้ าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวดั ผลแล
ะประเมนิ ผล
สง่ิ ทตี่ อ้ งรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ผลงาน/ชน้ิ งาน
มาตรฐานการเรยี นรู้

และตวั ช้ีวดั

ต 1.1 ม.3/4 ระบุใจความสาคญั จากการอ่านบทอ่านเกีย่ วกบั สตั ว์ คาตอบทไี่ ด้จากการทากจิ กร

About the Reading

46

ความ
ร-ู้ คาศพั ท์
กจิ กรรม Reading

- react (v.): to act in a certain way in response to someone

else’s action (เกดิ ปฏกิ ริ ยิ า, ตอบสนอง)

- strange (adj.): unusual or not familiar, especially in a way that

is difficult to understand (แปลก, ประหลาด)

- aquarium (n.): a large glass container in which fish and plant

are kept (ตู้ปลา, พพิ ิธภณั ฑ์สตั วน์ ้า)

- obstacle (n.): something that blocks your way (สง่ิ กีดขวาง)

- creature (n.): a living thing such as an animal (สงิ่ มีชีวติ เชน่

คนหรอื สตั ว์)

- squirt (v.): to send out a strong jet of liquid

(พ่นหรือฉีดออกมาเป็ นสาย)

- สานวนภาษา

-

- หน้าทภี่ าษา

- To talk about emotions

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์

-

กจิ กรรมการเรี
กยจิ นกรรรู้ ม Reading

1. นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
-
ครูใหน้ กั เรียนบอกชื่อสตั ว์ทีอ่ าศยั อยู่ในทะเล มาคนละ 1 ชนิด ครเู ขียนคาศพั ท์บนก
ระดาน ให้นกั เรยี นช่วยกนั อภปิ รายวา่ สตั ว์ชนดิ ใดน่าสนใจมากทสี่ ดุ

2. แจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- ครูบอกนักเรียนว่า ในหน่วยการเรียนรู้น้ีนกั เรียนจะได้อ่านบทอ่านเกี่ยวกบั สตั ว์
และระบุใจความสาคญั ทไี่ ด้จากการอา่ น

กจิ กรรมก่อนอ่าน
1. เดาเนื้อหาจากชือ่ เรอื่ งและภาพ

- ครใู หน้ กั เรียนดูภาพในหนงั สือเรียน หน้า 13
และพูดเกีย่ วกบั ภาพและช่วยกนั บอกวา่ บทอา่ นน่าจะเกี่ยวกบั อะไรบา้ ง

2. ตรวจสอบความรูเ้ ดมิ


Click to View FlipBook Version