คมู่ อื การเรียกเกบ็ ค่าธรรมเนียมและภาษีอากรตามมตคิ ณะรัฐมนตรี ทีบ่ ังคบั ใชอ้ ยู่ในปจั จบุ นั ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
ประกาศกระทรวง
ลำดบั เร่ือง มหาดไทย คา่ ธรรมเนียม ภาษี - อากร แนวทางปฏิบตั ิ
ที่ วนั เดอื น ปี ----------
๑)
ระเบยี บ
๗
การเรยี กเก็บค่า ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
เรียกเก็บร้อยละ
๐.๐๑
กรณีจำนอง
ธรรมเนยี มการ ว่าด้วยหลักเกณฑ์เก่ยี วกบั อสงั หาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมาย กระทรวงมหาดไทย
จำนองสำหรับการ การจดทะเบยี นจำนอง
ทด่ี นิ
(ไมร่ วมถึงห้องชดุ ตามกฎหมายวา่ ลงวนั ท
่ี ๓
มนี าคม
ให้สินเชื่อเพือ่ ฟ้นื ฟู สำหรบั การใหส้ ินเช่อื เพื่อ ดว้ ยอาคารชดุ )
สำหรับการให้สินเชือ่ เพอื่ ๒๕๔๒
เวียนโดย
ความเสยี หายจาก ฟนื้ ฟูความเสยี หายจาก ฟ้ืนฟคู วามเสียหายจากอุทกภัย
อคั คีภยั
หนงั สอื กระทรวว
อทุ กภัย
อคั คภี ัย
อทุ กภัย
อคั คภี ยั
วาตภยั
วาตภัยหรอื มหันตภัยอ่นื
ทั้งนี้ตามหลกั มหาดไทย
ด่วนมาก
วาตภัย
หรือ หรอื มหันตภัยอน่ื
พ.ศ.
เกณฑท์ ่ีรัฐมนตรีกำหนด
ตามกฎกระทรวง
ท่ี
มท
๐๗๑๒/ว
มหันตภยั อ่นื
๒๕๔๓
ลงวนั ท
่ี ๓
มีนาคม
ฉบบั ท่ี
๔๗
(พ.ศ.
๒๕๔๑)ฯ
ข้อ
๒(๗)(ญ)
๖๐๕
ลงวนั ท่
ี ๕
๒๕๔๒
และระเบียบกระทรวงมหาดไทย
วา่ ด้วย มีนาคม
๒๕๔๒
(ใชบ้ งั คับตง้ั แตว่ ันท
ี่ ๒๖
หลักเกณฑ์เก่ียวกับการจดทะเบยี นจำนอง
๒)
หนงั สอื กรมทดี่ นิ
ตลุ าคม
๒๕๔๑
เปน็ ต้นไป
สำหรบั การให้สินเชอื่ เพอ่ื ฟ้ืนฟูความเสีย ด่วนมาก
ที่
มท
โดยไมม่ กี ำหนดเวลาสิน้ สดุ หายจากอุทกภัย
อคั คภี ยั
วาตภยั
หรอื ๐๕๑๕/ว
๓๘๔๔๒
ของการบังคบั ใช)้
มหันตภัยอน่ื
พ.ศ.
๒๕๔๒
ลงวนั ท
่ี ๒๑
ธนั วาคม
๒๕๔๗
53
(สำเนา)
ที่
มท
๐๕๑๕/ว
๑๒๓๐๙
กรมที่ดิน
ถนนพระพพิ ิธ
กทม.
๑๐๒๐๐
๑๑
พฤษภาคม
๒๕๕๐
เร่ือง การจดั เกบ็ ค่าธรรมเนียมกรณี
ส่วนราชการ
องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น
หรอื
รฐั วสิ าหกิจ
ขอตรวจหลกั ฐาน
ขอคดั หรอื ขอถา่ ยสำเนาเอกสาร
เรยี น ผ้วู ่าราชการจงั หวัด
ทุกจังหวัด
อ้างถงึ ๑.
หนังสือกรมท่ีดิน
ท
่ี มท
๐๗๒๘/ว
๑๙๖๔๖
ลงวันท่
ี ๑๕
สงิ หาคม
๒๕๔๔
๒.
หนังสอื กรมทด่ี ิน
ท่ี
มท
๐๕๑๕/ว
๐๑๐๗๐
ลงวนั ที่
๑๒
มกราคม
๒๕๔๘
๓.
หนงั สือกรมที่ดนิ
ท่ี
มท
๐๕๑๕/ว
๒๗๘๗๐
ลงวันท่
ี ๒๗
กนั ยายน
๒๕๔๙
ตามหนังสือท่ีอ้างถึง
๑.
กรมท่ีดินได้วางทางปฏิบัติกรณีส่วนราชการหรือเอกชน
ขอสำเนาข้อมูลแปลงที่ดินทางระบบ
LIS
ว่าให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลงละ
๕
บาท
ตาม
กฎกระทรวง
ฉบับท่ี
๔๗
(พ.ศ.
๒๕๔๑)
ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล
กฎหมายที่ดิน
พ.ศ.
๒๕๔๗
ข้อ
๒(๑๐)(ก)
และต่อมาได้มีหนังสือท่ีอ้างถึง
๒.
วางทางปฏิบัติ
กรณีส่วนราชการ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินหรือรัฐวิสาหกิจ
มีหนังสือแจ้งขอความร่วมมือ
ขอตรวจหลกั ฐาน
ขอคดั หรือขอถ่ายสำเนาเอกสาร
โดยหน่วยงานนน้ั จดั ส่งเจา้ หน้าทม่ี าคัดหรือ
ถ่ายสำเนาเอกสารเอง
เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินมีหน้าท่ีเพียงแต่อำนวยความสะดวกด้านข้อมูล
ให้เท่าน้ัน
ว่าให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินอำนวยความสะดวกตามควรแก่กรณี
โดยไม่ต้องให้
หน่วยงานน้ันย่ืนคำขอและไม่ต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการคัดหรือถ่ายสำเนาเอกสารหรือค่า
รับรองเอกสารแต่อย่างใด
เนื่องจากเป็นการประสานงานระหว่างหน่วยงาน
มิใช่กรณีตาม
มาตรา
๑๐๓
แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ นิ
นัน้
โดยทข่ี ณะน้ีได้มีการออกกฎกระทรวง
ฉบบั ท
่ี ๕๓
(พ.ศ.
๒๕๔๙)
ออกตามความใน
พระราชบัญญัตใิ ห้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดนิ
พ.ศ.
๒๔๙๗
ยกเลกิ ความใน
(๑๐)
ขอ้
๒
แหง่ กฎ
กระทรวงฉบบั ท
่ี ๔๗
(พ.ศ.
๒๕๔๑)ฯ
แลว้ กำหนดใหมโ่ ดยเพม่ิ เตมิ ความเปน็
(ญ)
และ
(ฎ)
เพมิ่ ขนึ้
โดยกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับค่าตรวจสอบข้อมูล
ด้านงานรังวัด
ด้านทะเบียนที่ดิน
ด้านประเมินราคา
หรือข้อมูลอื่น
ครั้งละ
๑๐๐
บาท
ค่าสำเนาจากสื่อบันทึกข้อมูลทางคอมพิวเตอร์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อ่ืน
หรือสำเนาข้อมูลอื่น
แผ่นละ
๕๐
บาท
ซึ่งกรมที่ดินได้มีหนังสือท่ีอ้างถึง
๓.
แจ้งว่า
การจัดเก็บค่าตรวจสอบข้อมูล
54
ดา้ นงานรงั วดั
ดา้ นทะเบยี นที่ดนิ
ด้านประเมนิ ราคา
หรอื ขอ้ มลู อนื่ ครง้ั ละ
๑๐๐
บาท
ตามขอ้
๒(๑๐)(ญ)
เป็นการจัดเกบ็ คา่ ตรวจสอบข้อมูลดา้ นตา่ ง
ๆ
ที่กำหนดไว้ดว้ ยระบบเทคโนโลยีสาร
สนเทศ
เช่น
จากสื่อบันทึกข้อมูลคอมพิวเตอร์
หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น
ดังน้ันตามกฎ
กระทรวง
ฉบับท่
ี ๔๗
(พ.ศ.
๒๕๔๑)ฯ
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ฉบับท
ี่ ๕๓
(พ.ศ.
๒๕๔๙)ฯ
จึงไดก้ ำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการขอคดั สำเนาเอกสารต่าง
ๆ
ไว
้ ๒
วธิ ี
คอื
วธิ ที ี่
๑
เป็นการคดั สำเนาเอกสารตา่ ง
ๆ
ดว้ ยมอื
โดยเจา้ หนา้ ที่กรมท่ดี ินเปน็ ผู้คดั
(ปัจจุบันใช้ถ่ายเอกสาร)
เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นค่าคำขอแปลงละ
๕
บาท
ค่าคัดสำเนา
เอกสารร้อยคำแรกหรือไม่ถึงร้อยคำ
๑๐
บาท
ค่ารับรองเอกสารท่ีคัด
ฉบับละ
๑๐
บาท
ค่า
ตรวจหลกั ฐานทะเบยี นท่ีดินแปลงละ
๑๐
บาท
ตามขอ้
๒(๑๐)(ก)(ข)(ค)(ง)
วิธีท่
ี ๒
เป็นการคดั จากส่อื บนั ทึกข้อมูลทางคอมพิวเตอร์
หรอื สอ่ื อิเล็กทรอนกิ สอ์ ่นื
เรยี กเก็บค่าธรรมเนยี มเป็นค่าคำขอแปลงละ
๕
บาท
ค่าตรวจสอบขอ้ มลู ครง้ั ละ
๑๐๐
บาท
คา่
สำเนาจากสื่อบันทึกข้อมูลทางคอมพิวเตอร
์ หรือส่ืออิเล็กทรอนิกส์อื่น
แผ่นละ
๕๐
บาท
ตาม
ขอ้
๒
(๑๐)(ก)(ญ)(ฎ)
กรมทด่ี นิ พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่
เมอ่ื ปจั จบุ นั การคดั สำเนาเอกสารตา่ ง
ๆ
ทำได้ใน
๒
วธิ
ี
เพื่อให้ทางปฏิบัติในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมกรณีส่วนราชการ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
หรือรัฐวิสาหกิจ
ขอตรวจหลักฐาน
ขอคัดหรือขอถ่ายสำเนาเอกสารใน
๒
วิธีข้างต้นเป็นไปใน
แนวทางเดียวกัน
จึงให้ยกเลิกหนังสือกรมที่ดิน
ท่ีอ้างถึง
๑
และ
๒
และกรณีส่วนราชการ
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
หรอื รฐั วสิ าหกจิ
ขอตรวจหลกั ฐาน
ขอคดั หรอื ขอถา่ ยสำเนาเอกสาร
ให้พนักงานเจา้ หน้าทถี่ ือปฏบิ ัติดังน้ี
๑.
กรณีหน่วยงานดังกล่าวยื่นคำขอตรวจหลักฐาน
ขอคัดหรือขอถ่ายสำเนา
เอกสาร
ตามวิธีท่ี
๑
โดยเจ้าหน้าท่ีสำนักงานท่ีดินเป็นผู้ให้บริการ
ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียม
ตามมาตรา
๑๐๓
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
ประกอบกับกฎกระทรวง
ฉบับท
่ี ๔๗
(พ.ศ.
๒๕๔๑)ฯ
ซง่ึ แก้ไขเพ่มิ เตมิ โดยกฎกระทรวง
ฉบบั ที่
๕๓
(พ.ศ.
๒๕๔๙)ฯ
ขอ้
๒(๑๐)(ก)(ข)(ค)(ง)
๒.
กรณีหน่วยงานดังกล่าวยื่นคำขอตรวจหลักฐาน
ขอคัดหรือขอถ่ายสำเนา
เอกสาร
ตามวิธีท
่ี ๒
ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามมาตรา
๑๐๓
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน
ประกอบกบั กฎกระทรวง
ฉบบั ท
่ี ๔๗
(พ.ศ.
๒๕๔๑)ฯ
ซ่งึ แก้ไขเพิม่ เตมิ โดยกฎกระทรวง
ฉบับท่ี
๕๓
(พ.ศ.
๒๕๔๙)ฯ
ขอ้
๒(๑๐)(ก)(ญ)(ฎ)
๓.
กรณีหน่วยงานดังกล่าวมีหนังสือแจ้งขอความร่วมมือขอตรวจหลักฐาน
ขอคัด
หรือขอถ่ายสำเนาเอกสาร
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีชี้แจงให้หน่วยงานนั้นทราบว่า
หากเป็นการ
ตรวจสอบและคัดสำเนาเอกสารตา่ ง
ๆ
ตามวิธีท
่ี ๑
โดยสง่ เจา้ หน้าที่ของหน่วยงานมาคัดหรือ
ถ่ายสำเนาเอกสารเอง
เจ้าหน้าท่ีสำนักงานที่ดินมีหน้าที่แต่เพียงอำนวยความสะดวกด้านข้อมูล
ใหเ้ ท่านัน้
ยอ่ มไมม่ ีกรณีตอ้ งเสียค่าธรรมเนยี มเน่อื งจากเป็นการประสานระหว่างหนว่ ยงานมิใช่
กรณีตามมาตรา
๑๐๓
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
แต่หากเป็นการตรวจสอบและคัดสำเนา
55
เอกสารตา่ ง
ๆ
ตามวธิ ีท่
ี ๒
จะด้วยเหตผุ ลว่าไมส่ ามารถตรวจสอบและคัดสำเนาเอกสารตามวิธี
ท่
ี ๑
ต้องใช้วิธีท่ี
๒
เช่น
การขอข้อมูลแปลงท่ดี ินทางระบบ
LIS
หรือหน่วยงานนั้นเลือกทจี่ ะ
ดำเนนิ การตามวธิ ที
่ี ๒
โดยทกี่ ารตรวจสอบข้อมูล
และ/หรือสำเนาข้อมลู ตามวธิ ีที
่ ๒
เจ้าหน้าท่ี
สำนักงานท่ีดินต้องเป็นผู้ดำเนินการให
้ หน่วยงานและ/หรือบุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าถึง
ข้อมูลเองได
้ เน่ืองจากมีระบบรักษาความปลอดภัยที่จะเข้าถึงข้อมูล
ในการตรวจสอบและ
สำเนาข้อมูลจึงต้องเสียค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวง
ฉบับท่
ี ๔๗
(พ.ศ.
๒๕๔๑)ฯ
ซ่ึงแก้ไข
เพ่ิมเติมโดยกฎกระทรวง
ฉบบั ท
ี่ ๕๓
(พ.ศ.
๒๕๔๙)ฯ
ขอ้
๒(๑๐)(ก)(ญ)(ฎ)
๔.
กรณที ม่ี กี ฎหมายกำหนดใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทตี่ อ้ งดำเนนิ การ
เชน่
ตามมาตรา
๑๕
แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
พ.ศ.
๒๕๔๒
ที่กำหนดให้สำนักงาน
ที่ดินมีหน้าที่ต้องรายงานต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ถือว่าเป็นหน้าท่ีที่
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายจึงไม่อาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการคัดหรือถ่าย
สำเนาเอกสาร
หรือค่ารับรองเอกสารเพื่อส่งสำเนาเอกสารให้แก่หน่วยงานตามที่กฎหมาย
กำหนดได
้ แม้ว่าการคัดหรือสำเนาเอกสารน้ันจะเป็นการคัดจากสื่อบันทึกข้อมูลทาง
คอมพวิ เตอรห์ รือสอื่ อิเล็กทรอนิกส์อื่นก็ตาม
จงึ เรยี นมาเพือ่ โปรดทราบ
และส่ังให้เจ้าหน้าท่ีทด่ี ินทราบและถือปฏบิ ตั ติ อ่ ไป
สำนกั มาตรฐานการทะเบยี นที่ดิน
ขอแสดงความนบั ถือ
โทร.
๐
๒๒๒๒
๖๑๙๖
โทรสาร.
๐
๒๒๒๑
๓๘๗๓
โทร.
(มท)
๕๐๘๐๑
-
๑๒
ต่อ
๒๒๕
(ลงชอื่ )
ชยั ฤกษ์ ดษิ ฐอำนาจ
(นายชยั ฤกษ์
ดิษฐอำนาจ)
อธิบดกี รมทด่ี นิ
56
(สำเนา)
ระเบียบกรมทดี่ นิ
ว่าดว้ ยการจัดทำและปรบั ปรุงฐานข้อมูลทะเบียนทด่ี ิน
ที่ใชร้ ะบบคอมพิวเตอร์ในสำนกั งานท่ีดิน
พ.ศ. ๒๕๕๐
โดยท่ีเป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ
์ และวิธีการในการจัดทำและปรับปรุงฐาน
ข้อมูลทะเบียนที่ดินที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในสำนักงานท่ีดินให้ครบถ้วน
ถูกต้อง
เป็นปัจจุบัน
และเพ่ือให้การปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเป็นไปตามขั้นตอนและเป็นไปใน
แนวทางเดยี วกนั
กรมท่ีดินจึงออกระเบียบไวด้ ังตอ่ ไปน
ี้
ข้อ
๑
ระเบียบนี้เรียกว่า
“ระเบียบกรมท่ีดิน
ว่าด้วยการจัดทำและปรับปรุงฐาน
ขอ้ มูลทะเบยี นท่ดี นิ ท่ีใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในสำนกั งานที่ดนิ
พ.ศ.
๒๕๕๐”
ข้อ
๒
ระเบียบนี้ให้ใชบ้ ังคบั ตงั้ แตว่ นั ประกาศเป็นต้นไป
ข้อ
๓
บรรดาระเบียบ
และคำส่ังอ่ืนใด
ในส่วนท่ีขัดหรือแย้งกับระเบียบน้ี
ให้ใช้
ระเบยี บนี้แทน
ขอ้ ๔
ในระเบียบน
ี้
“ข้อมูลทะเบียนท่ีดิน”
หมายความว่า
ข้อมูลทะเบียนท่ีดินท่ีจัดทำโดยใช้โปรแกรม
คำสัง่ ของกรมท่ดี นิ
ซง่ึ พฒั นาโดยสำนกั เทคโนโลยสี ารสนเทศ
“สำนักงานท่ีดิน”
หมายความว่า
สำนักงานท่ีดินกรุงเทพมหานคร
สำนักงานที่ดิน
กรงุ เทพมหานครสาขา
สำนกั งานทดี่ นิ จงั หวดั
สำนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขา
สำนกั งานทด่ี นิ สว่ นแยก
สำนักงานทีด่ ินอำเภอหรือก่ิงอำเภอ
ขอ้
๕
การจัดทำและปรบั ปรุงฐานขอ้ มลู ทะเบียนท่ีดนิ
ใหด้ ำเนนิ การดงั น
้ี
(๑)
สำหรับสำนักงานท่ีดินที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการจดทะเบียนสิทธิและ
นติ กิ รรม
(ก)
ให้เจ้าหน้าท่ี
ผู้มีหน้าท่ีรับคำขอสอบสวนสิทธิและนิติกรรมหรือคำขอ
อน่ื
ๆ
เป็นผู้จัดทำข้อมูลทะเบยี นทดี่ นิ ในคอมพวิ เตอร์
เช่น
คำขอ
สญั ญา
บันทึกขอ้ ตกลงและ
หรอื บนั ทกึ อืน่ ใด
เปน็ ตน้
(ข)
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นผู้
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนดำเนินการจดทะเบียนหรือดำเนินการตามคำขอนั้น
เมื่อ
เห็นว่าถูกต้องแล้วให้จดทะเบียนหรือดำเนินการตามคำขอน้ันได
้ พร้อมทั้งปรับปรุงฐานข้อมูล
ทะเบียนที่ดินในคอมพวิ เตอร
์
57
(๒)
สำหรับสำนักงานที่ดินท่ีได้จัดเก็บข้อมูลทะเบียนท่ีดินด้วยเคร่ืองไมโคร
คอมพิวเตอร
์
(ก)
ให้เจ้าหน้าท
ี่ ผู้มีหน้าที่รับคำขอสอบสวนสิทธิและนิติกรรมหรือคำขอ
อ่ืน
ๆ
เป็นผู้จัดทำและปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนที่ดินในคอมพิวเตอร์
ภายในวันท่ีมีการจด
ทะเบียนหรอื ดำเนินการตามคำขอนน้ั
(ข)
ให้หัวหน้าฝ่ายทะเบียนหรือหัวหน้างานทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
มีหน้าที่ตรวจสอบฐานข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ผู้จัดทำข้อมูลได้มีการปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนที่ดิน
ให้เป็นปจั จบุ ันในวนั ท่มี ีการจดทะเบียนหรือดำเนนิ การตามคำขอน้ันหรอื ไม่
หากตรวจสอบพบว่า
เจา้ หน้าทย่ี งั ไม่ไดด้ ำเนนิ การใหส้ ง่ั เจา้ หนา้ ทีด่ ำเนินการให้แลว้ เสร็จภายในวนั ท่ตี รวจสอบ
(๓)
สำหรับสำนกั งานท่ดี ินที่ไม่มเี คร่อื งไมโครคอมพิวเตอร์ในการจดั เก็บขอ้ มลู
ทะเบยี นที่ดิน
เมอื่ พนกั งานเจ้าหนา้ ที่ได้ดำเนนิ การจดทะเบียนสิทธแิ ละนติ ิกรรมหรือคำขออน่ื
ๆ
เสรจ็ เรยี บรอ้ ยแล้ว
ให้เจ้าหน้าท่ีผ้มู หี น้าทร่ี บั คำขอจดทะเบยี นสิทธิและนติ ิกรรมหรือคำขออน่ื
ๆ
จดั ทำสำเนาคำขอนั้นส่งใหส้ ำนกั งานที่ดนิ ในพน้ื ทร่ี ับผิดชอบทุกวนั จนั ทร์ของสัปดาห์
(๔)
ให้เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด
เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขา
หรือเจ้าพนัก
งานท่ีดินหวั หน้าส่วนแยก
สำหรับสำนกั งานที่ดนิ ตาม
(๑)
และ
(๒)
แต่งตั้งเจา้ หน้าทรี่ ับผดิ ชอบ
ในการดำเนินการปรับปรุงและตรวจสอบข้อมูลทะเบียนที่ดินในคอมพิวเตอร์ให้กับสำนักงาน
ท่ีดินตาม
(๓)
โดยให้ดำเนินการปรับปรุงและตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนที่ดินให้แล้วเสร็จ
ภายใน
๓
วันทำการนบั แต่วนั ท่ีไดร้ บั สำเนาคำขอ
ข้อ
๖
สำหรับสำนักงานที่ดินท่ีมีระบบการจัดเก็บข้อมูลภาพลักษณ
์ (สแกน)
ให้
เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด
เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขา
หรือเจ้าพนักงานที่ดินหัวหน้าส่วนแยก
แต่งต้ังเจ้าหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการจัดเก็บข้อมูลภาพลักษณ
์ (สแกน)
เม่ือมีการจดทะเบียน
แล้วเสรจ็ ภายในวนั ท่มี กี ารจดทะเบียนหรือดำเนินการตามคำขอนนั้
ข้อ
๗
ให้เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จังหวัด
เจ้าพนกั งานทด่ี ินจังหวดั สาขา
หรือเจ้าพนกั งาน
ทีด่ นิ หัวหนา้ ส่วนแยกมหี นา้ ทต่ี รวจสอบการดำเนินการให้เปน็ ไปตามระเบยี บน้
ี
ข้อ
๘
ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดินเป็นผู้รักษาการตาม
ระเบียบน
ี้
ประกาศ
ณ
วันที่
๑๕
มถิ ุนายน
๒๕๕๐
(ลงช่ือ)
ชยั ฤกษ์ ดิษฐอำนาจ
(นายชัยฤกษ์
ดษิ ฐอำนาจ)
อธบิ ดีกรมที่ดิน
(เวยี นตามหนังสือที่ มท ๐๕๑๕/ว ๑๕๙๕๙ ลงวนั ท่ี ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๐)
58
(สำเนา)
ระเบียบกรมที่ดนิ
ว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธแิ ละนิติกรรมเก่ียวกบั ภาระจำยอมในทีด่ ินและ
อสังหารมิ ทรัพย์อยา่ งอน่ื
พ.ศ. ๒๕๕๐
โดยที่เห็นเป็นการสมควรให้มีการรวบรวมและปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการจด
ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก่ียวกับภาระจำยอมในที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืน
เพื่อให้
พนักงานเจ้าหน้าท่ีสามารถปฏิบัติงานด้วยความสะดวกรวดเร็ว
มีประสิทธิภาพยิ่งข้ึนและถูก
ตอ้ งเปน็ ไปตามที่กฎหมายกำหนดตลอดจนเป็นมาตรฐานเดยี วกัน
อาศยั อำนาจตามความในมาตรา
๓๒
แห่งพระราชบัญญตั ริ ะเบียบบรหิ ารราชการ
แผ่นดิน
พ.ศ.
๒๕๓๔
ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
(ฉบับที
่ ๕)
พ.ศ.
๒๕๔๕
ประกอบกบั ขอ้
๒
(๑)(๔)
และขอ้
๔
(๑๕)(ก)
แห่งกฎกระทรวงแบ่ง
ส่วนราชการกรมท่ีดิน
กระทรวงมหาดไทย
พ.ศ.
๒๕๔๕
ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ระเบียบบริหารราชการแผ่นดนิ
พ.ศ.
๒๕๓๔
อธบิ ดีกรมทด่ี ินจึงวางระเบียบไวด้ ังต่อไปนี้
ข้อ
๑
ระเบียบน้ีเรียกว่า
“ระเบียบกรมที่ดิน
ว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิและ
นติ กิ รรมเกี่ยวกบั ภาระจำยอมในท่ดี นิ และอสังหารมิ ทรพั ย์อย่างอน่ื
พ.ศ.
๒๕๕๐”
ขอ้
๒
ระเบยี บน้ีให้ใช้บังคบั ตง้ั แต่บดั นี้เปน็ ต้นไป
ข้อ
๓
ใหย้ กเลิก
(๑)
คำสัง่ กรมท่ดี ิน
ท
่ี ๗/๒๕๐๔
ลงวันท่ี
๒๙
มิถุนายน
๒๕๐๔
(๒)
หนงั สือกรมทด่ี นิ
ท
่ี มท
๐๖๐๘/ว
๑๕๙๑๕
ลงวันที่
๑๙
พฤษภาคม
๒๕๑๔
(๓)
หนังสือกรมท่ดี นิ
ที
่ มท
๐๖๑๒/๑/ว
๑๖๖๘๑
ลงวนั ท่
ี ๖
สิงหาคม
๒๕๒๓
(๔)
หนังสือกรมทดี่ นิ
ท
่ี มท
๐๖๑๒/๑/ว
๒๕๘๓๖
ลงวันที่
๑๑
ธันวาคม
๒๕๒๓
บรรดาระเบียบ
ข้อกำหนด
หรือคำส่ังอ่ืนใดที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบน
้ี หรือช่ึง
ขัดหรอื แยง้ กับระเบยี บนี้
ให้ใช้ระเบียบนีแ้ ทน
ข้อ
๔
ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการทะเบียนท่ีดินเป็นผู้รักษาการตาม
ระเบยี บนี
้
หมวด ๑
การยน่ื คำขอ การสอบสวน และประเภทการจดทะเบยี น
ขอ้
๕
เมื่อมผี ู้แสดงความประสงค์ขอจดทะเบียนสทิ ธแิ ละนติ ิกรรมเกี่ยวกบั การจด
59
ทะเบียนภาระจำยอมในที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืน
ซ่ึงเม่ือก่อให้เกิดภาระจำยอมใน
อสังหาริมทรัพย์ใดจะเป็นเหตุให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้นต้องยอมรับกรรมบางอย่างซ่ึง
กระทบกระเทือนถึงการใช้สิทธิในทรัพย์สินของตน
หรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมี
อยู่ในกรรมสิทธ์ิทรัพย์สินนั้นเพ่ือประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืน
ตามมาตรา
๑๓๘๗
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย
์ ให้บุคคลนั้นย่ืนคำขอตามแบบ
ท.ด.๑
สำหรับท่ีดินท่ีมี
โฉนดท่ีดิน
หรือแบบ
ท.ด.
๑
ก.
สำหรับท่ีดินที่ยังไม่มีโฉนดที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืน
ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหลักฐานสำหรับอสังหาริมทรัพย์
อยา่ งอนื่ และหลักฐานที่เกีย่ วข้อง
ขอ้
๖
ให้พนักงานเจา้ หน้าทีส่ อบสวนผู้ขอและดำเนนิ การตามนยั กฎกระทรวง
ฉบบั
ท
ี่ ๗
(พ.ศ.
๒๔๙๗)
ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิให้ใช้ประมวลกฎหมายทดี่ นิ
พ.ศ.
๒๔๙๗
และกฎกระทรวงฉบบั ท่แี ก้ไขเพ่มิ เติม
ข้อ
๗
การเขยี นชือ่ ประเภทการจดทะเบียนให้พจิ ารณาขอ้ เทจ็ จรงิ ดังน
ี้
(๑)
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นมาขอจดทะเบียนให้ท่ีดินหรือ
อสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น
ต้องตกอยู่ในภาระจำยอมท้ังหมดไม่ว่าที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์
อยา่ งอน่ื นนั้ จะมผี ถู้ อื กรรมสทิ ธค์ิ นเดยี วหรอื หลายคน
แตท่ กุ คนยอมใหท้ ด่ี นิ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ย์
อยา่ งอ่ืนน้นั
ตกอยู่ในภาระจำยอมท้งั หมดให้เขยี นชื่อประเภทว่า
“ภาระจำยอม”
(๒)
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นมีหลายคน
แต่เจ้าของทด่ี นิ
หรอื อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ยา่ งอนื่ นนั้ บางคนมาขอจดทะเบยี นใหเ้ จา้ ของทดี่ นิ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ย่าง
อื่นต้องตกอยู่ในภาระจำยอมเฉพาะส่วนของตน
ให้เขียนชื่อประเภทว่า
“ภาระจำยอมเฉพาะ
ส่วน”
(๓)
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นมาขอจดทะเบียนให้ที่ดินหรือ
อสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นบางส่วนของตน
ต้องตกอยู่ในภาระจำยอม
ให้เขียนชอ่ื ประเภทวา่
“ภาระจำยอมบางสว่ น”
หรอื
“ภาระจำยอมเฉพาะสว่ นเพยี งบางสว่ น”
แลว้ แตก่ รณี
(๔)
กรณที เ่ี จา้ ของทด่ี นิ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ยา่ งอนื่ ไดจ้ ดทะเบยี นภาระจำยอมให้
ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นต้องตกอยู่ในภาระจำยอมไว้แล้ว
โดยภาระจำยอมน้ันแตะ
ตอ้ งเพยี งสว่ นหนงึ่ แหง่ ภารยทรพั ย
์ ตอ่ มาคกู่ รณมี กี ารตกลงยา้ ยไปยงั สว่ นอนื่
หรอื เปลยี่ นแปลง
เกีย่ วกับภาระจำยอมนนั้
ๆ
หรอื กรณมี กี ารแบง่ แยกสามยทรพั ย์แล้ว
ปรากฏวา่ ภาระจำยอมนัน้
ไม่ใช้
หรือใช้ไม่ได้ตามรูปการ
เพื่อประโยชน์แก่สามยทรัพย์แปลงแยก
คู่กรณีจึงมาขอ
เปลี่ยนแปลงข้อตกลงภาระจำยอมที่จดทะเบียนไว้เดิม
ให้เขียนซื่อประเภทว่า
“แก้ไข
เปลยี่ นแปลงภาระจำยอม”
(๕)
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นได้จดทะเบียนภาระจำยอมให้
ทดี่ นิ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ยา่ งอน่ื ตอ้ งตกอยู่ในภาระจำยอมไวแ้ ลว้ ตง้ั แตส่ องอสงั หารมิ ทรพั ยข์ ึ้น
ไป
หรือกรณีที่เจ้าของที่ดินได้จดทะเบียนภาระจำยอมไว้แปลงเดียวแล้วมีการแบ่งแยกท่ีดิน
60
ออกเป็นหลายแปลง
ต่อมาคู่กรณีตกลงให้อสังหาริมทรัพย์ใดอสังหาริมทรัพย์หนึ่งพ้นจาก
ภาระจำยอม
ให้เขียนช่ือประเภทว่า
“ปลอดภาระจำยอม”
หากเป็นกรณีที่ในขณะจดทะเบียน
แบ่งแยกคู่กรณีตกลงให้ท่ีดินแปลงท่ีแยกออกไป
หรือที่ดินแปลงคงเหลือไม่มีภาระจำยอม
แตะต้องอยู่
ให้เขียนช่ือประเภทว่า
“แบ่งแยกในนามเดิม
(ปลอดภาระจำยอม)”
หากเป็นการ
จดทะเบยี นแบ่งแยกเป็นประเภทอ่ืนให้เปน็ ไปตามประเภทการจดทะเบียนนน้ั
(๖)
กรณีเจ้าของท่ีดนิ ประสงค์จะแบ่งแยกทด่ี ินท่ีได้จดทะเบียนภาระจำยอมไวแ้ ลว้
ออกจากกัน
โดยในขณะจดทะเบียนแบ่งแยกคู่กรณีตกลงกันให้ท่ีดินแปลงคงเหลือหรือแปลงท่ี
แยกออกไปยังคงมีภาระจำยอมแตะต้องอย
ู่ ให้เขียนช่ือประเภทว่า
“แบ่งแยกในนามเดิม
(ครอบภาระจำยอม)”
หากเป็นการจดทะเบียนแบ่งแยกเป็นประเภทอ่ืนให้เป็นไปตามประเภท
การจดทะเบียนนัน้
(๗)
กรณีเจ้าของท่ีดินประสงค์จะแบ่งแยกท่ีดินท่ีได้จดทะเบียนภาระจำยอมไว้
แล้วออกจากกันตั้งแต่สองแปลงขึ้นไป
โดยในขณะจดทะเบียนแบ่งแยกคู่กรณีตกลงกันให้ที่ดิน
แปลงคงเหลือและแปลงที่แยกออกไปบางแปลงยังคงมีภาระจำยอมแตะต้องอย
ู่ และบาง
แปลงพ้นจากภาระจำยอมท่ีแตะตอ้ งอยู
่ ใหเ้ ขียนชื่อประเภทวา่
“แบ่งแยกในนามเดมิ
(ครอบ
-
ปลอดภาระจำยอม)”
หากเป็นการจดทะเบียนแบ่งแยกเป็นประเภทอ่ืนให้เป็นไปตามประเภท
การจดทะเบยี นน้ัน
(๘)
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นได้จดทะเบียนภาระจำยอมให้
ทด่ี นิ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ยา่ งอน่ื ตอ้ งตกอยู่ในภาระจำยอมแกท่ ด่ี นิ แปลงอน่ื ไวแ้ ลว้
ตอ่ มาคกู่ รณี
ประสงคจ์ ะให้ภาระจำยอมดงั กล่าวหมดไป
ให้เขยี นชื่อประเภทว่า
“เลกิ ภาระจำยอม”
กรณีท่ีได้
จดทะเบยี นภาระจำยอมในแปลงสามยทรพั ย์ไว
้ ให้ใชช้ อื่ ประเภทวา่
“เลกิ ภาระจำยอม”
เชน่ กนั
กรณีมีการจดทะเบียนภาระจำยอมไว้ในอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสามยทรัพย์
ต่อมาเจ้าของสามยทรัพย์ประสงค์เลิกรายการจดทะเบียนภาระจำยอมที่เคยจดทะเบียนไว้
ในแปลงสามยทรัพย์เท่าน้ันโดยท่ียังไม่มีการเลิกภาระจำยอม
ให้เขียนช่ือประเภทว่า
“เลิก
รายการจดทะเบียนภาระจำยอม”
ขอ้
๘
การเขยี นคำขอจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรม
(ท.ด.๑
,ท.ด.
๑
ก.)
ใหป้ ฏบิ ตั ดิ งั นี้
(๑)
ในชอ่ งประเภท
ใหเ้ ขยี นชอื่ ประเภทการจดทะเบยี นตามขอ้
๗
แลว้ แตก่ รณี
(๒)
การเขียนชื่อผู้ถือกรรมสิทธ์ิในข้อ
๒
ของคำขอจดทะเบียนสิทธิและนติ กิ รรม
ตามแบบ
ท.ด.
๑
หรอื
ท.ด.
๑
ก.
ใหเ้ ขยี นเฉพาะชอ่ื ผถู้ อื กรรมสทิ ธทิ์ ข่ี อจดทะเบยี นสทิ ธิและนิติกรรม
เทา่ นนั้
โดยไมต่ อ้ งเขยึ นชอ่ื ผถู้ อื กรรมสทิ ธห์ิ รอื ผถู้ อื สทิ ธคิ รอบครองอนื่ ที่ไมเ่ กยี่ วขอ้ งแตอ่ ยา่ งใด
กรณีผู้ถือกรรมสิทธ์ิหลายคนขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้เขียนช่ือและ
หมายเลขลำดับกำกบั ไว้หน้าชอื่ ผถู้ อื กรรมสทิ ธิท์ ุกคนด้วย
(๓)
การเขียนช่ือเจ้าของสามยทรัพย์ในข้อ
๓
ของคำขอจดทะเบียนสิทธิและ
นิตกิ รรมตามแบบ
ท.ด.
๑
หรือ
ท.ด.
๑
ก.
ให้เขียนชอ่ื ของสามยทรัพย
์ หากมหี ลายคนใหเ้ ขียน
61
หมายเลขลำดบั กำกบั ไว้ข้างหน้าทกุ ชอ่ื ด้วย
(๔)
กรณีจดทะเบียนภาระจำยอมเฉพาะส่วนให้หมายเหตุไว
้ ณ
ริมด้านซ้ายของ
คำขอจดทะเบยี นสทิ ธิและนิติกรรม
(ท.ด.๑
,ท.ด.๑
ก.)
และในสารบัญจดทะเบียนให้ตรงกันวา่
หนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเลขท่ีเท่าใดเฉพาะส่วนของผู้ถือกรรมสิทธิ์คนใดตกอยู่ในบังคับภาระ
จำยอมเรอ่ื งใดของทดี่ นิ หนงั สือแสดงสทิ ธใิ นทีด่ ินเลขท่ีเท่าใด
(๕)
สาระสำคัญท่ีได้จากการสอบสวน
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีจดลงไว้ในคำขอจด
ทะเบยี นสิทธิและนติ กิ รรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก.)
ด้วย
(ตามตวั อย่างหมายเลข
๑
-
๑๓)
ข้อ
๙
การจดทะเบียนภาระจำยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนได้ต่อเมื่อ
อสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีต้ังแต่สองอสังหาริมทรัพย์ขึ้นไป
และต้องเป็น
เจ้าของต่างคนกัน
กรณที ม่ี ชี อื่ ผถู้ อื กรรมสทิ ธหิ์ ลายคน
การพจิ ารณาวา่ เจา้ ของทด่ี นิ ทเี่ ปน็ ภารยทรพั ยก์ ับ
เจ้าของทีด่ ินทีเ่ ปน็ สามยทรัพยเ์ ป็นเจ้าของคนเดยี วกันหรือไม่
ให้พิจารณาจากชือ่ ผู้ถอื กรรมสทิ ธ์ิ
ทุกคนว่าเหมือนกันทั้งแปลงที่เป็นภารยทรัพย์และสามยทรัพย์หรือไม่
หากมีช่ือเจ้าของต่างกัน
บางราย
ไม่ถือว่าเป็นเจ้าของคนเดียวกัน
เช่น
นาย
ก.
ผู้ถือกรรมสิทธ์ิท่ีดิน
ขอจดทะเบียน
ภาระจำยอมให้ที่ดินบางส่วนเป็นทางเดินของที่ดินอีกแปลงหนึ่งซึ่งมีชื่อ
นาย
ก.
และนาย
ข.
เปน็ ผถู้ อื กรรมสทิ ธ
ิ์ กรณเี ชน่ นถ้ี อื ไดว้ า่ ทดี่ นิ สองแปลงนน้ั ตา่ งเจา้ ของกนั
ใหพ้ นกั งานเจ้าหน้าทจ่ี ด
ทะเบยี นภาระจำยอมได
้
ข้อ
๑๐
การสอบสวนคู่กรณีให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีสอบสวนให้ได้ความชัดเจนว่า
ประสงค์จะจดทะเบียนภาระจำยอมในเร่ืองใด
ระยะเวลาเท่าใด
และมีการกำหนดเง่ือนไขการ
งดเว้นการใช้สิทธิบางประการของเจ้าของท่ีดินอย่างไร
เช่น
ภาระจำยอมเรื่องทางเดิน
มีการ
ห้ามยานพาหนะใดผ่านเป็นต้น
หรือกรณีท่ีเป็นภาระจำยอมเร่ืองสาธารณูปโภค
ต้องระบุให้
ชัดเจนว่าใช้เพื่อสาธารณูปโภคใด
เช่น
วางท่อประปา
ท่อระบายน้ำ
ปักเสาไฟฟ้า
ปักเสา
โทรศพั ท
์ เปน็ ตน้
กรณีการจดทะเบียนประเภทภาระจำยอมบางส่วน
ภาระจำยอมเฉพาะส่วน
หรือ
ภาระจำยอมเฉพาะส่วนเพียงบางส่วน
พนักงานเจ้าหน้าท่ีต้องสอบสวนให้ได้แนวเขตของภาระ
จำยอมมีขนาดกว้างยาวเท่าใด
จากทิศไหนไปทิศไหน
พร้อมทั้งจัดทำรูปแผนท่ีประกอบการจด
ทะเบยี นดว้ ย
กรณีมีการกำหนดเงื่อนไขในการจดทะเบียนภาระจำยอมว่าเม่ือสามยทรัพย์โอนไป
ยังบคุ คลอนื่ ให้ภาระจำยอมเป็นอันหมดไป
พนกั งานเจ้าหน้าทีย่ อ่ มรบั จดทะเบยี นให้ได้
ข้อ
๑๑
กรณีท่ีเจ้าของรวมคนใดคนหนึ่งแห่งภารยทรัพย์ก่อให้เกิดภาระจำยอม
ผูกพันเฉพาะส่วนของตน
พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องเรียกหลักฐานท่ีแสดงว่าได้รับความยินยอม
จากเจ้าของรวมคนอื่น
ๆ
มาแสดง
หลกั ฐานแสดงความยินยอมดังกลา่ วใหเ้ ก็บรวมเรือ่ งไวเ้ ป็น
หลักฐานในสารบบด้วย
ถ้าคู่กรณีขอส่งสำเนาอันรับรองว่าถูกต้องแล้วก็ให้รับไว้เป็นหลักฐาน
62
ตามความประสงคข์ องคกู่ รณีได้
ข้อ
๑๒
กรณีผู้ขอได้มาซ่ึงภาระจำยอมโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม
เช่น
ได้มา
โดยอายุความ
พนักงานเจ้าหน้าท่ีต้องแจ้งให้ผู้ได้มายื่นคำขอพร้อมหลักฐานแสดงการได้มาต่อ
พนักงานเจ้าหน้าที
่ เช่น
คำส่ังศาล
เป็นต้น
หลักฐานการได้มาดังกล่าวให้รวบรวมเร่ืองไว้ใน
สารบบเป็นหลักฐานดว้ ย
กรณไี ดม้ าซง่ึ ภาระจำยอมเฉพาะสว่ น
หรอื ภาระจำยอมเฉพาะสว่ นเพยี งบางสว่ นตาม
คำสั่งศาล
พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต้องเรียกหลักฐานที่แสดงว่าได้รับความยินยอมจากเจ้าของ
รวมคนอ่ืน
ๆ
เนอ่ื งจากเปน็ การปฏิบัติตามคำสั่งหรอื คำพพิ ากษาของศาล
ข้อ
๑๓
การจัดทำบันทกึ ขอ้ ตกลงเรอ่ื งภาระจำยอมให้ดำเนินการ
ดงั น้ี
(๑)
การขอจดทะเบยี นประเภทภาระจำยอม
ใหจ้ ดั ทำเปน็ บนั ทกึ ขอ้ ตกลงหนงึ่ ฉบบั
เกบ็
ไว
้ ณ
สำนักงานทด่ี นิ
โดยให้ค่กู รณีลงนามในบันทกึ ข้อตกลงเร่อื งภาระจำยอมตามแบบ
ท.ด.๑๖
(ตามตัวอยา่ งหมายเลข
๑
-
๑๓)
(๒)
บันทึกข้อตกลงเรื่องภาระจำยอมต้องกำหนดการใช้หรือการงดเว้นการใช้
ภาระจำยอมไว้ให้ชัดเจนแน่นอน
กรณีท่ีเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ก่อให้เกิดภาระจำยอมแต่เพียง
บางส่วน
ต้องระบุแนวเขตภาระจำยอมโดยต้องกำหนดขนาดกว้างยาวจากทิศไหนไปทิศไหนไว้
พร้อมจัดทำรูปแผนที่ประกอบแนบท้ายบันทึกข้อตกลงดังกล่าว
และให้คู่กรณีลงชื่อรับรองไว้
เป็นหลกั ฐานดว้ ย
(ตามตัวอย่างหมายเลข
๓)
(๓)
กรณีท่ีภาระจำยอมแตะต้องเพียงส่วนหนึ่งแห่งภารยทรัพย
์ และคู่กรณีได้
ตกลงกนั ยา้ ยไปยงั สว่ นอนื่ กด็
ี หรอื ในกรณที ม่ี กี ารแบง่ แยกสามยทรพั ย
์ และปรากฏวา่ ภาระจำยอม
น้ันไม่ใช้และใช้ไม่ได้ตามรูปการเพื่อประโยชน์แก่สามยทรัพย์แปลงแยกใดก็ดี
ให้พนักงาน
เจา้ หน้าท่บี ันทกึ ข้อตกลงของคกู่ รณีไว้เปน็ หลกั ฐานว่าคูก่ รณีตกลงกนั อยา่ งใด
ถา้ เปน็ กรณที ่ีเดมิ
เคยทำแผนทีแ่ สดงแนวเขตภาระจำยอมไว
้ พนกั งานเจา้ หนา้ ทจ่ี ะตอ้ งจดั ทำแผนทีแ่ สดงแนวเขต
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวประกอบบันทึกข้อตกลงก่อน
แล้วจึงดำเนินการจดทะเบียนใน
ประเภท
“แก้ไขเปลยี่ นแปลงภาระจำยอม”
ได
้ (ตามตัวอยา่ งหมายเลข
๔)
ข้อ
๑๔
การจดทะเบียนภาระจำยอม
ถ้าคู่กรณีประสงค์จะจดไว้ในหนังสือแสดง
สิทธิในที่ดินแปลงสามยทรัพย์ด้วย
พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถรับจดทะเบียนในหนังสือแสดง
สิทธิในที่ดนิ แปลงสามยทรพั ย์ได
้ (ตามตัวอย่างหมายเลข
๖)
ถ้าหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินแปลงสามยทรัพย์ได้จดทะเบียนการได้รับประโยชน์ไว้
การยกเลกิ ภาระจำยอมหรอื การแก้ไขเปลย่ี นแปลงภาระจำยอมในหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทด่ี นิ แปลง
ภารยทรัพย์พนักงานเจ้าหน้าท่ีจะต้องให้คู่กรณีย่ืนขอจดทะเบียนดังกล่าวไว้ในหนังสือแสดง
สิทธิในท่ีดนิ แปลงสามยทรัพย์พรอ้ มกันด้วย
ข้อ
๑๕
กรณีการขอจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินแปลงภารยทรัพย์โดยที่ไม่มีการ
เปลย่ี นแปลงภาระจำยอมตามท่ีไดจ้ ดทะเบยี นไวเ้ ดมิ
ไมถ่ อื เปน็ เหตใุ หป้ ระโยชนแ์ หง่ ภาระจำยอม
63
ล
ดไปหรือเสื่อมความสะดวก
พนักงานเจ้าหน้าท่ีสามารถรับจดทะเบียนแบ่งแยกได้โดยไม่ต้อง
ให้เจ้าของสามยทรัพย์ให้ความยนิ ยอมแตอ่ ยา่ งใด
ขอ้
๑๖
ในการจดทะเบยี นแบง่ แยกทด่ี นิ แปลงภารยทรพั ยท์ ่ีไมม่ กี ารเปลย่ี นแปลงภาระ
จำยอมหรือกรณีท่ีคู่กรณีตกลงยินยอมให้ท่ีดินแปลงที่แยกออกไปพ้นจากภาระจำยอม
ให้
พนักงานเจา้ หนา้ ท่ถี อื ปฏบิ ัติดงั นี้
(๑)
การจดทะเบียนแบ่งแยกท่ดี นิ แปลงภารยทรพั ย์โดยใหท้ ีด่ ินแปลงท่ีแยกออกไป
และที่ดินแปลงคงเหลือมีภาระจำยอมติดไปด้วย
ให้บรรยายข้างคำขอจดทะเบียนสิทธิและ
นิติกรรม
(ท.ด.
๑,
ท.ด.
๑
ก.)
รวมท้ังรายการจดทะเบียนให้ปรากฏการครอบภาระจำยอมวา่
“ทดี่ ินแปลงที่แยกไปนี้และแปลงคงเหลือภาระจำยอมยงั คงมอี ยู่ตามบันทึกขอ้ ตกลงจดทะเบียน
ภาระจำยอม
ฉบับลงวันท่
ี .........
เดอื น
...............
พ.ศ.
........”
วิธีการจดแจ้งการครอบภาระจำยอม
ให้ยกรายการจดทะเบียนภาระจำยอมซึ่งมี
อยู่ในหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเดิมไปจดแจ้งลงไว้ในสารบัญจดทะเบียนหนังสือแสดงสิทธิใน
ทด่ี นิ แปลงแยก
วันท่จี ดทะเบียนและเจา้ พนกั งานท่ดี ินลงนามให้ใชช้ ื่อและวันเดือนปเี ดิม
และให้
เจา้ พนกั งานท่ีดินคนปัจจบุ นั ลงนามพร้อมวันเดือนปีกำกบั ไว
้ (ตามตัวอยา่ งหมายเลข
๗)
(๒)
กรณีที่ได้มีการขอจดทะเบียนแบ่งแยกท่ีดินโดยคู่กรณีตกลงยินยอมให้ที่ดิน
ตามหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแปลงแยกน้ันพ้นจากภาระจำยอม
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีทำบันทึก
ข้อตกลงปลอดภาระจำยอมระหว่างเจ้าของภารยทรัพย์และเจ้าของสามยทรัพย
์ แล้วบรรยาย
ขา้ งคำขอจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรม
(ท.ด.
๑,
ท.ด.
๑
ก.)
รวมทงั้ ในรายการจดทะเบยี นใหป้ รากฏ
การปลอดภาระจำยอมวา่
“ทดี่ นิ แปลงทแ่ี ยกไปนพ้ี น้ จากภาระจำยอมตามบนั ทกึ ขอ้ ตกลงปลอดภาระ
จำยอม
ฉบบั ลงวนั ท
ี่ ..........
เดอื น
...............
พ.ศ.
..........
สว่ นแปลงคงเหลอื ภาระจำยอมยังคงมีอยู่
ตามบนั ทึกขอ้ ตกลง
ฉบบั ลงวันที่
..........
เดือน
...............
พ.ศ.
..........”
(ตามตวั อย่างหมายเลข
๘)
ขอ้
๑๗
กรณกี ารขอจดทะเบยี นแบง่ แยกทด่ี นิ แปลงภารยทรพั ยท์ ม่ี ภี าระจำยอมบาง
สว่ นโดยระบแุ นวเขตภาระจำยอมไวแ้ นน่ อน
ทด่ี นิ แปลงแยกใดจะมภี าระจำยอมครอบตดิ อย
ู่ หรือ
ไม่มีภาระจำยอมครอบติดอย
ู่ ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีพิจารณาตามข้อเท็จจริงประกอบกับหลัก
ฐานที่ไดจ้ ดทะเบยี นภาระจำยอมไว้
สำหรบั การหมายเหตวุ ่าทด่ี ินแปลงแยกใดมกี ารครอบภาระ
จำยอมตดิ อยู่หรอื ไม
่ ใหถ้ อื ปฏิบตั ดิ ังนี
้
(๑)
ท่ีดินแปลงแยกและแปลงคงเหลือ
หากมีภาระจำยอมแตะต้องอยู่ไม่ว่า
ท้ังหมดหรือบางส่วนจะต้องหมายเหตุการครอบภาระจำยอมไว้ในรายการจดทะเบียนแบ่งแยก
ว่า
“ท่ีดินแปลงที่แยกไปน้ีและแปลงคงเหลือยังมีภาระจำยอมตามบันทึกข้อตกลงจดทะเบียน
ภาระจำยอมบางสว่ น
ฉบับลงวันท่ี
..........
เดือน
...............
พ.ศ.
..........
ครอบติดอยู”่
แตถ่ ้าแปลง
คงเหลอื ไมม่ ภี าระจำยอมครอบตดิ อย
ู่ กใ็ หห้ มายเหตวุ า่
“ทด่ี นิ แปลงทแ่ี ยกไปนย้ี งั คงมภี าระจำยอม
ตามบนั ทกึ ขอ้ ตกลงจดทะเบยี นภาระจำยอมบางสว่ น
ฉบบั ลงวนั ท
ี่ ..........
เดอื น
...............
พ.ศ.
..........
ครอบตดิ อย
ู่ สว่ นแปลงคงเหลอื ไมม่ ภี าระจำยอมตามบนั ทกึ ขอ้ ตกลงดงั กลา่ วแตะตอ้ งแตอ่ ยา่ งใด”
64
(ตามตวั อย่างหมายเลข
๙)
(๒)
ที่ดินแปลงแยกบางแปลงและแปลงคงเหลือ
ถ้าสามารถพิสูจน์ได้แน่นอนว่า
ไม่มีภาระจำยอมส่วนหนึ่งส่วนใดแตะต้องอยู่
ท่ีดินแปลงแยกบางแปลงและแปลงคงเหลือนั้น
ย่อมไม่มีภาระจำยอมครอบติดอยู่
ให้หมายเหตุไว้ในรายการจดทะเบียนแบ่งแยกว่า
“ท่ีดิน
แปลงท่ีแยกไปน้ีและแปลงคงเหลือไม่มีภาระจำยอมตามบันทึกข้อตกลงจดทะเบียนภาระ
จำยอมบางส่วน
ฉบับลงวันท่ี
..........
เดือน
...............
พ.ศ.
..........
แตะต้องแต่อย่างใด”
แต่ถ้า
แปลงคงเหลือมีภาระจำยอมครอบติดอยู
่ ก็ให้หมายเหตุว่า
“ที่ดินแปลงที่แยกไปน้ีไม่มีภาระ
จำยอมตามบันทกึ ข้อตกลงจดทะเบยี นภาระจำยอมบางสว่ น
ฉบับลงวันที
่ ..........
เดือน
...............
พ.ศ.
..........
แตะต้องแต่อย่างใด
ส่วนแปลงคงเหลือยังมีภาระจำยอมตามบันทึกข้อตกลง
ดงั กลา่ วครอบติดอยู่”
(ตามตัวอย่างหมายเลข
๙)
ข้อ
๑๘
กรณีท่ีมีการขอจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินแปลงสามยทรัพย์ซ่ึงได้จด
ทะเบียนภาระจำยอมไว
้ ให้ยกรายการที่ได้รับประโยชน์จากภาระจำยอมท่ีได้จดทะเบียนไว้ไป
จดแจง้ ในท่ดี นิ แปลงแยกด้วย
ถ้าเป็นกรณีท่ีมิได้จดทะเบียนภาระจำยอมไว้ในหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินแปลง
สามยทรัพย์แต่คู่กรณีมีความประสงค์จะให้จดทะเบียนภาระจำยอมไว้ในหนังสือแสดงสิทธิใน
ที่ดินแปลงแยก
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แนะนำคู่กรณีให้ขอจดทะเบียนภาระจำยอมไว้ในหนังสือ
แสดงสทิ ธใิ นทดี่ นิ แปลงสามยทรพั ยก์ อ่ น
แลว้ จงึ จดทะเบยี นภาระจำยอมไว้ในหนงั สอื แสดงสทิ ธิ
ในท่ดี นิ แปลงแยกได
้
ขอ้
๑๙
เมอื่ ไดจ้ ดทะเบยี นภาระจำยอมไวแ้ ลว้
ถา้ คกู่ รณปี ระสงคจ์ ะเลกิ ภาระจำยอมตอ่ กัน
ให้ทั้งสองฝ่ายทำบันทึกข้อตกลงและจดทะเบียนเลิกภาระจำยอม
ถ้าภาระจำยอมมีการกำหนด
ระยะเวลาไว
้ เมอ่ื พน้ กำหนดเวลาดงั กลา่ วภาระจำยอมเปน็ อนั ยกเลกิ ไป
พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีไม่ต้อง
จดทะเบยี นเลกิ ภาระจำยอมอีก
(ตามตวั อย่างหมายเลข
๑๑)
ในกรณที ม่ี กี ารจดแจง้ ครอบภาระจำยอมไว้ในหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทด่ี นิ แปลงแยก
เมือ่
ได้จดทะเบียนเลิกภาระจำยอมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิม
ให้จดแจ้งรายการจดทะเบียนเลิก
ภาระจำยอมในหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินแปลงแยกด้วยทุกฉบับ
แต่ถ้าหนังสือแสดงสิทธิใน
ท่ีดินแปลงแยกฉบับเจ้าของท่ีดินได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้ว
และในขณะนั้นไม่สามารถที่
จะนำมาจดแจ้งได้
ใหจ้ ดแจ้งรายการจดทะเบยี นเลกิ ภาระจำยอมไว้ในหนงั สอื แสดงสิทธใิ นที่ดิน
แปลงแยกฉบบั สำนกั งานทดี่ นิ กอ่ น
เมอ่ื ไดห้ นงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทดี่ นิ แปลงแยกฉบบั เจา้ ของทด่ี นิ มา
จงึ ดำเนินการจดแจง้ ดงั กลา่ วในฉบับเจา้ ของทดี่ ินแปลงนนั้
ๆ
ตอ่ ไป
ข้อ
๒๐
กรณีที่ได้จดทะเบียนภาระจำยอมท่ีมีข้อตกลงว่า
เม่ือสามยทรัพย์โอนไป
ยังบุคคลอื่น
ให้ภาระจำยอมเป็นอันหมดส้ินไปไว้แล้ว
ต่อมาสามยทรัพย์ได้มีการโอนไปยัง
บุคคลอ่ืน
หากเจ้าของภารยทรัพย์ยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกภาระจำยอม
โดยนำหลักฐานท่ี
เจ้าของสามยทรัพย์โอนไปยังบุคคลอ่ืนมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าท
ี่ ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีรับ
65
จ
ดทะเบียนเลกิ ภาระจำยอมให้ผ้ขู อแต่เพียงฝ่ายเดยี วได้
(ตามตัวอย่างหมายเลข
๑๒)
ข้อ
๒๑
กรณีที่อสังหาริมทรัพย์ได้จดทะเบียนภาระจำยอมไว้
ต่อมาเจ้าของ
ภารยทรัพย์และเจ้าของสามยทรัพย์ตกมาเป็นเจ้าของคนเดียวกัน
ถ้าเจ้าของมีความประสงค์
จะเลกิ ภาระจำยอมให้พนกั งานเจ้าหน้าท่จี ดทะเบียนเลิกภาระจำยอมได้
ข้อ
๒๒
กรณีมีผู้ขอจดทะเบียนภาระจำยอมผ่านท่ีวัดหรือธรณีสงฆ
์ พนักงานเจ้า
หน้าท่ีจะรับจดทะเบียนได้ต่อเม่ือมีหลักฐานรูปแผนที่แสดงขนาดของทางภาระจำยอม
เช่น
ความกว้าง
ความยาว
และจำนวนเน้ือที่ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณา
งบประมาณศาสนสมบตั กิ ลางประจำ
(พศป.)
สำนกั งานพระพุทธศาสนา
แลว้
ข้อ
๒๓
การจดทะเบียนในอสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนซึ่งไม่มีหนังสือแสดงสิทธิใน
ท่ดี นิ ให้ถอื ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บน้ีด้วย
หมวด ๒
การลงลายมือชือ่ และการประกาศ
ข้อ
๒๔
การลงลายมอื ชอ่ื ของผขู้ อในคำขอจดทะเบยี นสทิ ธิและนิตกิ รรม
(ท.ด.
๑,
ท.ด.
๑
ก.)
คำขอ
(ท.ด.๙)
บนั ทกึ ข้อตกลง
(ท.ด.๑๖)
ให้เปน็ ไปตามทบี่ ัญญตั ไิ ว้ในมาตรา
๙
แหง่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ขอ้
๒๕
หา้ มพนกั งานเจา้ หนา้ ทน่ี ำแบบพมิ พท์ ยี่ งั ไม่ไดก้ รอกขอ้ ความใหผ้ ขู้ อลงนามใน
แบบพมิ พ์ไว้ก่อน
ขอ้
๒๖
ในกรณผี ขู้ อไมส่ ามารถลงลายมอื ชอื่ ได้ใหพ้ มิ พล์ ายนวิ้ มอื ของบคุ คลดงั กลา่ ว
ลงไว้แทนการลงลายมือชื่อโดยพิมพ์น้ิวหัวแม่มือซ้ายลงไว้ให้เห็นเส้นลายมือชัดเจน
แล้ว
เขียนกำกบั วา่ เปน็ ลายนวิ้ หวั แมม่ อื ซา้ ยของผู้ใด
หากนวิ้ หวั แมม่ อื ซา้ ยของผขู้ อพกิ ารหรอื ลางเลอื น
ให้ใช้ลายพิมพ์นิ้วหัวแม่มือขวาแทน
แล้วหมายเหตุไว้ด้วยว่าเป็นลายน้ิวหัวแม่มือขวาของผู้ใด
ถ้าในช่องลงลายมือชื่อของผู้ขอไม่มีเนื้อท่ีเพียงพอ
ให้พิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ขอไว้ในท่ีว่างแห่ง
อน่ื ในคำขอนนั้ ก็ได
้ แต่ให้มีเคร่ืองหมาย
เชน่
ลกู ศร
ชี้ไปใหร้ วู้ า่ เปน็ ลายน้ิวมอื ของผู้ใด
ข้อ
๒๗
กรณีมีผู้ขอจดทะเบียนภาระจำยอมเกี่ยวกับที่ดินที่ยังไม่มีโฉนดที่ดิน
ใบไตส่ วนหรอื หนงั สอื รบั รองการทำประโยชน
์ ตามแบบ
น.ส.
๓
ก.
หรอื เกยี่ วกบั อสงั หารมิ ทรพั ย์
อยา่ งอ่ืนในท่ดี นิ ดังกลา่ ว
หรือเก่ียวกบั อสงั หารมิ ทรัพยอ์ ยา่ งอนื่ ในทด่ี ินท่ีมโี ฉนดทด่ี ิน
ใบไต่สวน
หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามแบบ
น.ส.๓
ก.
ในกรณีไม่รวมกับที่ดินดังกล่าว
ให้
ประกาศการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ตามนัยกฎกระทรวงฉบับท
ี่ ๗
(พ.ศ.
๒๔๙๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดิน
พ.ศ.
๒๔๙๗
และกฎกระทรวง
ฉบับท่ีแก้ไขเพิ่มเติม
ยกเว้นกรณีมีผู้ขอจดทะเบียนเลิกภาระจำยอม
แก้ไขเปล่ียนแปลงภาระ
จำยอม
เลิกรายการจดทะเบียนภาระจำยอม
ไม่ต้องประกาศ
66
หมวด ๓
การจดทะเบียนสิทธแิ ละนติ ิกรรม
ขอ้
๒๘
ห้ามพนกั งานเจ้าหน้าท่ดี ำเนนิ การจดทะเบยี นสิทธแิ ละนติ ิกรรม
ในกรณีผู้
ขอไม่ไดล้ งลายมอื ชอ่ื ในชัน้ ยนื่ คำขอและสอบสวนตอ่ หนา้ พนกั งานเจา้ หนา้ ท
่ี
ข้อ
๒๙
ก่อนลงนามจดทะเบียนและประทับตราตำแหน่งในบันทึกข้อตกลงภาระ
จำยอมและสารบญั จดทะเบยี นให้พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ดี ำเนินการดังน้
ี
(๑)
ตรวจสอบสาระสำคัญท่ีพนักงานเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนจดลงไว
้ หรือผู้ขอจด
ทะเบียนกรอกข้อความลงในคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
และเอกสารท่ีผู้ขอจดทะเบียน
นำมาย่นื พร้อมคำขอใหเ้ ปน็ การถูกตอ้ ง
(๒)
ตรวจสอบสารบบ
ประวัติความเป็นมาของท่ีดิน
และอสังหาริมทรัพย์ท่ีผู้ขอ
ประสงค์จะจดทะเบียน
ชื่อเจ้าของที่ดิน
อายุ
ช่ือบิดามารดา
และลายมือชื่อหรือลายพิมพ์น้ิว
มือของผู้ขอจดทะเบียนในคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
หรือในหนังสือมอบอำนาจแลว้
แตก่ รณ
ี โดยตรวจสอบใหต้ รงกบั หลกั ฐานเดมิ ในสารบบ
กรณลี ายมอื ชอื่ ของผขู้ อจดทะเบียนผิด
เพ้ียนจากลายมือช่ือเจ้าของในสารบบเดิมมาก
ควรให้ผู้ขอจดทะเบียนพยายามลงลายมือชื่อให้
ตรงกับลายมือช่ือในสารบบเดิม
หากผู้ขอจดทะเบียนยังลงลายมือชื่อผิดเพ้ียนจากเดิมแต่ผู้ขอ
จดทะเบียนเป็นผู้ท่ีพนักงานเจ้าหน้าท่ีรู้จัก
ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไปได้
หาก
พนักงานเจ้าหน้าท่ีไม่รู้จักตัวผู้ขอจดทะเบียน
ควรขอหลักฐานท่ีเชื่อถือได้จากผู้น้ันมาตรวจสอบ
เพมิ่ เตมิ จนเปน็ ทเี่ ชอ่ื ไดว้ า่ ผขู้ อจดทะเบยี นเปน็ เจา้ ของทแ่ี ทจ้ รงิ
หรอื ใหผ้ ทู้ เี่ ชอื่ ถอื ไดร้ บั รองวา่ ผขู้ อ
จดทะเบียนเป็นเจ้าของท่ีแท้จริงเสียก่อน
สำหรับกรณีไม่มีลายมือชื่อหรือลายพิมพ์นิ้วมือของ
เจา้ ของในสารบบ
ใหพ้ นักงานเจ้าหนา้ ทีส่ อบสวนเชน่ เดียวกบั ท่ีได้กลา่ วมาขา้ งตน้
(๓)
ตรวจสอบบัญชีอายัดว่ามีการอายัดที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขอประสงค์
จะขอจดทะเบยี นหรือไม่
ประการใด
หมวด ๔
ค่าธรรมเนยี ม
ขอ้
๓๐
การจดทะเบยี นภาระจำยอมที่มคี ่าตอบแทน
เป็นการจดทะเบยี นประเภทมี
ทุนทรัพย์
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
โดยถือเอาค่าตอบแทนที่คู่กรณีตกลง
ชำระให้แก่กันเปน็ ราคาประเมนิ ทนุ ทรพั ย
์ สว่ นการจดทะเบยี นภาระจำยอมโดยไมม่ คี า่ ตอบแทน
เปน็ การจดทะเบยี นประเภทไม่มีทุนทรัพย
์ ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมประเภทไม่มีทุนทรัพย
์ ท้ังน
ี้
ตามนยั กฎกระทรวงซงึ่ ออกตามความในพระราชบญั ญตั ใิ ห้ใชป้ ระมวลกฎหมายทด่ี นิ
พ.ศ.
๒๔๙๗
67
ประกาศ
ณ
วันท
ี่ ๒๐
มิถนุ ายน
พ.ศ.
๒๕๕๐
(ลงชอื่ )
ชยั ฤกษ์ ดิษฐอำนาจ
(นายชยั ฤกษ์
ดษิ ฐอำนาจ)
อธิบดีกรมท่ดี ิน
(เวยี นตามหนงั สือ ที่ มท ๐๕๑๕/ว ๑๖๕๘๓ ลว. ๒๐ มถิ นุ ายน ๒๕๕๐)
68
69
70
71
72
73
74
75
76
77
78
79
80
81
82
83
84
85
86
87
88
89
90
91
92
93
94
95
96
97
98
99
100
101
102