๙
. การเรียกเกบ็ คา่ ธรรมเนยี ม
๙.๑
หลกั เกณฑก์ ารเรียกเกบ็ ค่าธรรมเนยี มในการโอนที่ดินให้มสั ยิดอสิ ลาม
ตามกฎกระทรวงฉบบั ท
่ี ๔๗
(พ.ศ.
๒๕๔๑)
ขอ้
๒
(๗)(จ)
ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิ
ให้ใช้ประมวลกฏหมายที่ดิน
พ.ศ.
๒๔๙๗
กำหนดว่า
“ค่าจดทะเบียนเฉพาะในกรณีที่วัดวา
อาราม
วัดบาดหลวงโรมนั คาธอลิค
หรือมัสยิดอิสลาม
เปน็ ผู้รับให้
เพือ่ ใชเ้ ป็นท่ีตง้ั ศาสนสถาน
ทั้งน
้ี ในสว่ นท่ีได้มารวมกับท่ีดนิ ทม่ี อี ยู่ก่อนแล้วไมเ่ กิน
๕๐
ไร่
เรยี กตามราคาประเมินทนุ ทรัพย์
ตามทคี่ ณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทนุ ทรัพย์กำหนดรอ้ ยละ
๐.๐๑”
คำว่า
“ที่ต้ังศาสนสถาน”
ตามกฎกระทรวงฉบับที
่ ๔๗
(พ.ศ.
๒๕๔๑)
ข้อ
๒
(๗)(จ)
หมายถึง
ที่ตั้งของสถานท่ีใดๆ
ซ่ึงมีไว้เพ่ือปฏิบัติตามศาสนบัญญัติ
หรือปฏิบัติพิธีกรรมตาม
ความเชื่อในทางศาสนาของวัดวาอาราม
วัดบาดหลวงโรมันคาธอลิค
หรือมัสยิดอิสลาม
และ
รวมถึงบริเวณของสถานที่ดังกล่าวด้วย
เช่น
ท่ีตั้งของมัสยิด
โบสถ
์ วิหาร
กุฏิสงฆ
์ ศาลา
การเปรียญ
ฌาปนสถาน
และท่ีธรณีสงฆ
์ ท่ีมีลักษณะการใช้ประโยชน์ตามนัยดังกล่าว
ส่วน
สถานที่ท่ีมีไว้เพ่ือการอย่างอื่นมิได้มีไว้เพ่ือปฏิบัติตามศาสนบัญญัต
ิ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตาม
ความเช่ือในทางศาสนา
เช่น
ที่ต้ังโรงเรียน
โรงพยาบาล
โรงเล้ียงเด็ก
เป็นต้น
ไม่ใช
่ “ท่ีต้ัง
ศาสนสถาน”
แตอ่ ย่างใด
(หนังสอื กรมท่ดี นิ
ที่
มท
๐๗๐๗/ว
๑๑๒๔๒
ลงวันท
ี่ ๑๐
พฤษภาคม
๒๕๔๔
เรื่อง
ความหมายของคำว่า
“ท่ีตัง้ ศาสนาสถาน”)
สรุป
หลกั เกณฑ์การพิจารณาเรียกเกบ็ ค่าธรรมเนยี มตามกฎกระทรวงฉบับท่
ี ๔๗
(พ.ศ.
๒๕๔๑)
ขอ้
๒
(๗)(จ)
ซ่งึ ใหเ้ รียกเก็บคา่ ธรรมเนยี มรอ้ ยละ
๐.๐๑
ดงั นี้
๑.
ใช้กับวัด
วัดบาดหลวงโรมันคาธอลิค
มัสยิดอิสลามเท่าน้ัน
(มูลนิธิคริสต์จักรไม่ได้
สิทธิตามกฎกระทรวงฉบับน)้ี
๒.
เปน็ กรณรี บั ใหท้ ีด่ ิน
๓.
เพ่ือใช้เป็นท่ีต้ังศาสนสถาน
(ความหมายตามหนังสือกรมที่ดิน
ท
ี่ มท
๐๗๒๘/ว
๑๑๒๔๒
ลงวนั ที่
๑๐
พฤษภาคม
๒๕๔๔)
๔.
เม่ือรวมกบั ที่ดินซง่ึ เปน็ ท่ีตง้ั ศาสนสถานทีม่ ีอยกู่ อ่ นแลว้ ไม่เกนิ
๕๐
ไร
่
๙.๒
หลักเกณฑก์ ารเกบ็ ภาษีเงินได
้ และภาษธี ุรกจิ เฉพาะกรณโี อนทดี่ ินให้มัสยดิ อสิ ลาม
พระราชกฤษฎกี าออกตามความในประมวลรษั ฎากรวา่ ดว้ ยการยกเวน้ รษั ฎากร
(ฉบบั ท
ี่ ๓๒๖)
พ.ศ.
๒๕๔๑
และกฎกระทรวงฉบับท
่ี ๒๑๔
(พ.ศ.
๒๕๔๑)
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร
ให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
และภาษี
ธุรกิจเฉพาะ
สำหรับการโอนกรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบครองในท่ีดินโดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่
วัด
วัดบาดหลวงโรมันคาธอลิคหรือมัสยิด
เฉพาะการโอนท่ีดินส่วนที่ทำให้วัด
วัดบาดหลวง
โรมนั คาธอลิค
หรอื มสั ยิด
มีทด่ี นิ ไมเ่ กินห้าสบิ ไร
่ (หนังสือกรมทีด่ นิ
ดว่ นท่ีสดุ
ท
ี่ มท
๐๗๑๐/ว
๐๖๒๓๒
ลงวันท
ี่ ๒๔
กุมภาพันธ
์ ๒๕๔๒
เร่ือง
การยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีธุรกิจเฉพาะ
สำหรับการโอนกรรมสทิ ธหิ์ รอื สทิ ธคิ รอบครองในทด่ี นิ โดยไมม่ คี า่ ตอบแทนใหแ้ กว่ ดั
วดั บาดหลวง
โรมนั คาทอลคิ
หรอื มสั ยดิ )
153
ข้อสังเกต
การเรียกเก็บภาษเี งินได้และภาษธี ุรกจิ เฉพาะสำหรบั การโอนกรรมสิทธิ์หรือ
สิทธิครอบครองในท่ีดินโดยไม่มีค่าตอบแทนให้มัสยิดเฉพาะการโอนที่ดินส่วนท่ีทำให้มัสยิดมี
ท่ีดินไม่เกิน
๕๐
ไร่
ไม่ต้องพิจารณาว่าเป็นท่ีดินประเภทใด
ซึ่งต่างกับกรณีการเรียกเก็บค่า
ธรรมเนียมตามกฎกระทรวงฉบบั ที่
๔๗
(พ.ศ.
๒๕๔๑)
ข้อ
๒(๗)(จ)
ออกตามความในพระราช
บัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ.
๒๔๙๗
ซึ่งต้องเป็นที่ดินที่ใช้เป็นท่ีตั้งศาสนสถาน
เทา่ น้ัน
๙.๓
ค่าอากรแสตมป
์
การเรียกเก็บค่าอากรแสตมป์ไม่ต้องเรียกเก็บ
ตามหนังสือกรมท่ีดิน
ท่
ี มท
๐๕๑๕/ว
๐๐๙๔๕
ลงวันที่
๑๓
มกราคม
๒๕๔๙
เร่ือง
แนวทางปฏิบตั เิ กยี่ วกับการเรียกเกบ็ อากรแสตมป์
๑๐. การทำบัญชีทะเบียนที่ดินของนิติบุคคลเพื่อการศาสนา ตามาตรา ๘๔ แห่งประมวล
กฎหมายท่ดี นิ
ให้สำนักงานท่ีดินจังหวัดและสำนักงานท่ีดินที่ที่ดินตั้งอยู่ใช้สมุดเบอร
์ ๒
ทำบัญชี
ทะเบียนท่ีดินของนิติบุคคลเพ่ือการศาสนาตามมาตรา
๘๔
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน
โดยให้
สำนักงานท่ีดินจังหวัดจัดทำรวมท้ังจังหวัดแห่งหน่ึง
และสำนักงานท่ีดินที่ท่ีดินตั้งอยู่จัดทำใน
เขตท้องท่ีอีกแห่งหนึ่งเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบคราวต่อไป
โดยแยกเก็บตามตัวอักษรตัว
หน้าของช่ือนิติบุคคลน้ันแล้วนำข้อมูลท่ีดินที่มีอยู่เดิมของนิติบุคคลท่ี ได้จากการตรวจสอบ
ข้อมูลจากสำนักมาตรฐานการทะเบียนท่ีดิน
กรมท่ีดิน
ลงในบัญชีทะเบียนท่ีดินดังกล่าวตาม
ลำดับการได้มาซ่ึงท่ีดินก่อนหลัง
แล้วจึงนำข้อมูลที่ดินท่ีแจกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินหรือจด
ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้นิติบคุ คลนนั้ รับโอนทดี่ ินซึง่ ได้รับอนุญาตลงเป็นลำดบั ต่อไป
154
หลักฐานประกอบการพจิ ารณากรณมี สั ยดิ อสิ ลามขอได้มาซึง่ ที่ดนิ
(ใหท้ ำเครอื่ งหมาย/ในช่อง ท่ีดำเนินการแลว้ )
๑.
สำเนาทะเบียนมสั ยดิ
(แบบ
ม.อ.๒)
๒.
สำเนาประกาศนียบัตรแต่งต้ังกรรมการมัสยิด
หรือเร่ืองราวแจ้งการแต่งต้ัง
เปลี่ยนแปลง
อหิ มา่ ม
คอเต็บ
บิหล่ัน
กรรมการมัสยดิ
หรอื สถานทีต่ ง้ั แบบ
(ม.อ.๓)
๓.
รายงานการประชุมของมัสยิดท่ีลงมติเก่ียวกับท่ีดินที่ขอได้มา
โดยคณะกรรมการ
ของมัสยิดท่ีมาเข้าประชุมต้องลงนามให้ครบถ้วน
หากใช้รายงานการประชุมแทนหนังสือมอบ
อำนาจใหเ้ จา้ พนกั งานทด่ี นิ สง่ั การ
พรอ้ มเรยี กเกบ็ คา่ ธรรมเนยี มการมอบอำนาจตามระเบยี บดว้ ย
๔.
กรณขี อไดม้ าซ่ึงที่ดนิ เพอื่ ใชเ้ ปน็ สุสาน
ต้องสง่ ใบอนญุ าตใหจ้ ัดต้ังสสุ าน
๕.
บันทึกถ้อยคำ
(ท.ด.๑๖)
ของผู้รับโอน
สอบสวนรายละเอียดตามทะเบียนมัสยิด
(แบบ
ม.อ.๒)
วา่ มสั ยิดตัง้ อยทู่ ่ีใด
จดทะเบยี นเมอ่ื ใด
มีกรรมการกค่ี น
ใครเปน็ อหิ ม่าม
คอเต็บ
และบิหล่ัน
เหตุผลความจำเป็นท่ีมัสยิดขอได้มาซึ่งท่ีดินแปลงใหม่
เพื่อใช้ประโยชน์อย่างไร
มสั ยิดมีทดี่ นิ เดิมหรือไม่
ให้แนบหลกั ฐานประกอบ
พรอ้ มแจง้ การใช้ประโยชน์
ทดี่ นิ เดมิ ของมสั ยดิ
หากไดม้ าหลงั ประมวลกฎหมายทด่ี นิ ใชบ้ งั คบั
ไดร้ บั อนญุ าตจาก
รฐั มนตรหี รอื ไม
่ หากยงั ไม่ไดร้ บั อนญุ าตกส็ ามารถยน่ื คำขอยอ้ นหลงั ได
้ โดยใหม้ สั ยดิ แจง้ ความประสงค์
ไว้ใน
ท.ด.๑๖
และเจา้ หนา้ ทท่ี เ่ี กย่ี วขอ้ งตอ้ งชแี้ จงเหตผุ ลท่ีไดด้ ำเนนิ การจดทะเบยี นหรอื ออกหนงั สอื
แสดงสิทธิในที่ดินไปโดยไม่ไดร้ ับอนญุ าต
เสรจ็ แล้วสรุปเร่ืองใหผ้ มู้ ีอำนาจพจิ ารณา
กรณีเป็นการซ้ือท่ีดินให้สอบสวนเพ่ิมตามนัยข้อ
๓
ของหนังสือกระทรวงมหาดไทย
ท
่ี มท
๐๗๑๐/ว
๑๐๑๐
ลงวนั ท
่ี ๒๔
มิถนุ ายน
๒๕๓๔
๖.
บนั ทึกถอ้ ยคำ
(ท.ด.๑๖)
ของผู้โอน
กรณใี ห้ทีด่ นิ ต้องดำเนินการตามนยั ขอ้
๒
ของ
หนงั สอื กระทรวงมหาดไทย
ที่
มท
๐๗๑๐/ว
๑๐๑๐
ลงวนั ท่ี
๒๔
มิถุนายน
๒๕๓๔
๗.
คำขอจดทะเบียนสิทธิและนติ กิ รรมฯ
(ท.ด.๑)
๘.
สำเนาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแปลงท่ีขออนุญาตและแปลงที่มัสยิดถือครองอย
ู่
หากไดม้ ากอ่ นประมวลกฎหมายทด่ี นิ ใชบ้ งั คบั
กใ็ หส้ ง่ สำเนาใบไตส่ วน,
สำเนา
นส.๑
หรอื
น.ส.
๑
ก.
ประกอบการพจิ ารณา
๙.
กรณีเป็นการขยายพื้นท่ีเดิมหรือเป็นทางเข้าออกให้ต่อรูปแผนที่ท่ีดินเดิมกับแปลงท่ี
ขอใหม
่
๑๐.
หลักฐานของผู้โอน
เช่น
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
ทะเบียนสมรส
ใบสำคัญ
การหย่า
ใบมรณบัตร
๑๑.
หนังสือยินยอมให้ทำนิติกรรมของคู่สมรส
ท้ังชอบและมิชอบด้วยกฎหมาย
ถ้าเป็น
สนิ ส่วนตวั ให้แนบหลกั ฐานประกอบ
และกรณีเป็นโสดใหบ้ นั ทกึ โสด
155
๑๒.
หนงั สือมอบอำนาจใหท้ ำนติ กิ รรม
(ถา้ ม)ี
๑๓.
หลักฐานการปดิ ประกาศ
(ถา้ มี)
๑๔.
คำพิพากษาหรือคำสั่งศาล
และหลักฐานแสดงว่าคดีถึงท่ีสุด
ในกรณีโอนตาม
คำพพิ ากษาหรอื คำส่ังศาล
๑๕.
ความเห็นของอำเภอและจังหวัด
ตามนัยข้อ
๑
และข้อ
๖
ของหนังสือกระทรวง
มหาดไทย
ท
ี่ ๐๗๑๐/ว
๑๐๑๐
ลงวนั ท
ี่ ๒๔
มิถุนายน
๒๕๓๔
๑๖.
กรณขี อออกหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทดี่ นิ ให้ใชเ้ อกสารตาม
๑-๕,
๘,
๙,
๑๒,
๑๓
และ
๑๕
๑๗.
การขออนุญาตให้ได้มาซึ่งท่ีดินเพียงบางส่วน
(เว้นการจดทะเบียนเฉพาะส่วนหรือ
ขอถือกรรมสิทธิ์รวม)
ควรให้เจ้าของท่ีดินยื่นคำขอทำการรังวัดแบ่งแยกและจดทะเบียนแบ่ง
แยกในนามเดมิ ก่อนแลว้ จงึ ดำเนินการตามข้นั ตอนตอ่ ไป
......................................
(เจ้าพนกั งานทีด่ ินจังหวัด/สาขา
หัวหน้าส่วนแยก/ผ้ตู รวจสอบ)
156
157
158
159
160
161
(สำเนา)
ท่ี
มท
๐๕๑๕/ว
๒๑๒๑๑
กรมท่ีดนิ
ถนนพระพพิ ิธ
กทม.
๑๐๒๐๐
๓
สงิ หาคม
๒๕๕๐
เรือ่ ง แนวทางปฏบิ ตั ติ ามมาตรา
๖๑
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน
เรยี น ผู้ว่าราชการจังหวดั
ทกุ จงั หวดั
อ้างถึง หนงั สอื กรมท่ีดิน
ท่
ี มท
๐๕๑๕/ว
๐๔๘๓๗
ลงวันท
่ี ๑๕
กุมภาพนั ธ์
๒๕๔๘
ตามท่ีกรมที่ดินได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการเพิกถอนหรือแก้ไขรายการจด
ทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรมตามมาตรา
๖๑
แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ
วา่
กรณที ศี่ าลมคี ำพพิ ากษา
หรือคำส่ังถึงท่ีสุด
ว่านิติกรรมหรือสัญญาที่ได้มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนั้นตกเป็น
โมฆะโดยมิได้มีคำพิพากษาหรือคำส่ังให้เพิกถอนหรือแก้ไขรายการจดทะเบียน
และกรณีที่ศาล
มีคำพิพากษาหรือคำส่ังถึงที่สุดให้เพิกถอนการขายทอดตลาด
โดยมิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง
ให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนเก่ียวกับการขายทอดตลาดท่ีกรมบังคับคดีแจ้งให้ทางสำนักงาน
ท่ีดินจดทะเบียนให้แก่ผู้ซื้อได้จากการขายทอดตลาดเป็นอำนาจของอธิบดีหรือรองอธิบดีซึ่ง
อธิบดีกรมท่ีดินมอบหมาย
เป็นผู้มีคำสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขรายการจดทะเบียนดังกล่าว
ตาม
มาตรา
๖๑
วรรคหน่ึง
แห่งประมวลกฎหมายที่ดนิ
น้ัน
กรมที่ดินพิจารณาทบทวนแล้วเห็นวา่
กรณที ่ศี าลมคี ำพพิ ากษาหรอื คำส่งั ถงึ ท่สี ุดว่า
นติ กิ รรมหรอื สญั ญาที่ไดม้ กี ารจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรมตกเปน็ โมฆะแลว้
การกระทำดงั กลา่ วจงึ
เสยี เปลา่ ไม่เกิดผลแต่อยา่ งใด
และไม่อาจให้สัตยาบันให้สมบูรณ์ได
้ ซงึ่ ถือวา่ เปน็ นิติกรรมที่ไม่มี
ผลตามกฎหมาย
นอกจากน้ีนิติกรรมที่ตกเป็นโมฆะยังถือเสมือนไม่มีการทำนิติกรรมจึงไม่
จำเป็นต้องเพิกถอน
ดังนั้นเม่ือศาลมีคำพิพากษาหรือคำส่ังให้นิติกรรมตกเป็นโมฆะแล้ว
ศาลก็
จะไม่สั่งเพกิ ถอนรายการจดทะเบยี นอกี
เน่อื งจากผลของโมฆะถอื เสมอื นวา่ ไมม่ ีการทำนิตกิ รรม
ไม่จำเป็นต้องสั่งเพิกถอนรายการจดทะเบียนนิติกรรมนั้นอีก
ส่วนกรณีท่ีศาลมีคำพิพากษาหรือ
คำสั่งถึงที่สุดให้เพิกถอนการขายทอดตลาดรายใดแล้ว
ถือเสมือนว่าไม่มีการขายทอดตลาด
ท่ีดินและไม่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนสิทธิในที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อ
ดังน้ัน
จึงไม่
จำเป็นต้องดำเนินการเพิกถอนตามมาตรา
๖๑
วรรคหน่ึง
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน
ให้เกิด
ความล่าช้าและเพ่ิมขั้นตอนที่ไม่จำเป็นอีกแต่ประการใด
จึงให้ยกเลิกหนังสือกรมที่ดินท่ีอ้างถึง
เสียและให้ถือปฏิบัติใหม
่ โดยให้เจ้าพนักงานท่ีดินดำเนินการเพิกถอนรายการจดทะเบียนตาม
162
กรณีทงั้ สองดังกล่าว
ตามนยั มาตรา
๖๑
วรรคแปด
แห่งประมวลกฎหมายทด่ี นิ แทน
จงึ เรียนมาเพ่อื โปรดทราบ
และส่งั ให้พนักงานเจา้ หนา้ ท่ีทราบและถือปฏบิ ัตติ อ่ ไป
สำนกั มาตรฐานการทะเบยี นทด่ี ิน
ขอแสดงความนบั ถือ
โทร.
๐
๒๒๒๒
๖๑๙๖
โทรสาร.
๐
๒๒๒๑
๓๘๗๓
โทร.
(มท)
๕๐๘๐๑
-
๑๒
ต่อ
๒๒๕
(ลงชอื่ )
ชัยฤกษ์ ดษิ ฐอำนาจ
(นายชัยฤกษ์
ดิษฐอำนาจ)
อธบิ ดกี รมทด่ี นิ
163
(สำเนา)
ท่
ี มท
๐๕๑๕/ว
๒๒๐๒๖
กรมท่ีดนิ
ถนนพระพพิ ธิ
กทม.
๑๐๒๐๐
๑๔
สงิ หาคม
๒๕๕๐
เรื่อง กำชบั เจา้ หนา้ ท่ีใหด้ ำเนนิ การตามระเบยี บกรมทด่ี นิ วา่ ดว้ ยการทำลายเอกสารเกย่ี วกบั
ท่ีดิน
พ.ศ.
๒๕๔๙
เรยี น ผู้วา่ ราชการจังหวดั
ทุกจังหวัด
อ้างถงึ ๑.
หนังสือกรมท่ีดนิ
ท
่ี มท
๐๖๑๐/ว
๐๔๗๖๘
ลงวันท
ี่ ๑๖
กมุ ภาพันธ
์ ๒๕๓๗
๒.
หนงั สอื กรมท่ีดนิ
ที
่ มท
๐๖๑๐/ว
๑๔๓๔๔
ลงวันที่
๑๓
มิถุนายน
๒๕๓๘
๓.
หนังสือกรมทด่ี นิ
ท
ี่ มท
๐๕๑๕/ว
๓๔๘๔๕
ลงวนั ท
่ี ๑๔
พฤศจกิ ายน
๒๕๔๘
๔.
หนังสือกรมท่ีดิน
ท่ี
มท
๐๕๑๕/ว
๑๘๓๖๕
ลงวนั ท
ี่ ๕
กรกฎาคม
๒๕๔๙
ส่งิ ทีส่ ง่ มาด้วย
รายการทำลายเอกสารในสารบบทดี่ ิน
จำนวน
๑
ชดุ
ตามหนังสือท่ีอ้างถึง
กรมท่ีดินได้วางระเบียบและมีหนังสือส่ังการเพื่อซักซ้อม
ความเข้าใจให้เจ้าหน้าท่ีได้ถือปฏิบัติในเรื่องการทำลายเอกสารเกี่ยวกับท่ีดิน
นอกจากน้ียังได้มี
หนังสือกำชับเจ้าหน้าท่ีให้ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเคร่งครัด
เพื่อลดจำนวนเอกสารใน
สารบบทีด่ ินใหน้ ้อยลง
นั้น
กรมท่ีดินพิจารณาแล้วเห็นว่า
ถึงแม้ว่ากรมที่ดินจะได้วางระเบียบฯ
และมีหนังสือ
ส่ังการเพ่ือวางแนวทางให้เจ้าหน้าท่ีถือปฏิบัติในเร่ืองน้ีไว้อย่างชัดเจนและรัดกุมแล้วก็ตาม
แต่
ข้อเท็จจริงปรากฏจากการรายงานของผู้ตรวจราชการกรมที่ดินว่า
มีสำนักงานที่ดินจังหวัดเป็น
จำนวนมากตอ้ งของบประมาณในการตอ่ เตมิ หอ้ งสารบบทด่ี นิ
เนอื่ งจากไมเ่ พยี งพอในการจดั เกบ็
เอกสาร
ซึ่งปัญหาดงั กล่าวเกิดขนึ้ จากเจ้าหน้าท่ีไมป่ ฏบิ ัติตามระเบียบวา่ ด้วยการทำลายเอกสาร
เกยี่ วกบั ทดี่ นิ และเจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั ไม่ได้ใหค้ วามสำคญั และกวดขนั ในเรอ่ื งดงั กลา่ วใหเ้ ขม้ งวด
ดังนั้น
กรมท่ีดินจึงขอได้สั่งให้เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดกำชับเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ในการทำลาย
เอกสารทกุ คนใหห้ มนั่ เอาใจใส่ในการดำเนนิ การตามระเบยี บดงั กลา่ วโดยเครง่ ครดั
โดยให้ถือเป็น
หลักในการพิจาณาความดีความชอบประจำปีแก่เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ
ท้ังน้ีให้ยกเลิก
บัญชีขอทำลายเอกสารท่ีส่งมาพร้อมหนังสือท่ีอ้างถึง
๓
และให้รายงานผลการทำลายเอกสาร
ตามแบบท่ีส่งมาพร้อมหนังสือนี้แทน
โดยรายงานให้กรมที่ดินทราบภายในวันท่ี
๑๐
ของทุก
เดอื น
และภายใน
๖๐
วนั หลังจากสิน้ ปปี ฏทิ ินตามหนงั สอื ที่อา้ งถึง
๓
และ
๔
164
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
และกำชับให้เจ้าหน้าที่ท่ีเก่ียวข้องทราบและถือปฏิบัติ
ตอ่ ไป
สำนักมาตรฐานการทะเบยี นที่ดนิ
ขอแสดงความนับถอื
โทร.
๐
๒๒๒๒
๖๑๘๖
โทรสาร.
๐
๒๒๒๑
๕๘๒๓
(ลงช่ือ)
ชัยฤกษ์ ดษิ ฐอำนาจ
(นายชัยฤกษ์
ดิษฐอำนาจ)
อธบิ ดีกรมที่ดิน
165
166
167
168
169
(สำเนา)
ที่
มท
๐๕๑๕/ว
๒๓๔๘๔
กรมทดี่ ิน
ถนนพระพพิ ิธ
กทม.
๑๐๒๐๐
๒๙
สิงหาคม
๒๕๕๐
เร่อื ง การหารอื ข้อราชการและการบรกิ ารประชาชน
เรยี น ผวู้ า่ ราชการจังหวดั
ทกุ จงั หวดั
อา้ งถงึ ๑.
หนงั สอื กรมทด่ี นิ
ที่
มท
๐๖๑๐/ว
๑๓๑๑๒
ลงวันท่
ี ๑๔
พฤษภาคม
๒๕๓๖
๒.
หนงั สือกรมทดี่ ิน
ที่
มท
๐๕๐๑.๒/ว
๒๖๔๖๑
ลงวนั ท่ี
๑๘
กนั ยายน
๒๕๔๖
ด้วยปรากฏว่า
ในปัจจุบันกรมท่ีดินได้รับเร่ืองหารือเก่ียวกับการจดทะเบียนสิทธิ
และนติ กิ รรมประเภทตา่ ง
ๆ
ซึง่ บางเร่ืองไมค่ วรทีต่ ้องสง่ เร่อื งหารือไป
เช่น
เรื่องทกี่ รมทด่ี นิ มี
หนังสือเวียนหรือคู่มือวางแนวทางปฏิบัติไว้แล้ว
เรื่องท่ีมีข้อกฎหมายหรือแนวคำพิพากษาฎีกา
ชัดเจนแล้ว
รวมท้ังเรื่องท่ียังไม่ได้มีปัญหาเกิดขึ้น
แต่เจ้าหน้าท่ีคาดคะเนว่าจะเกิดปัญหา
อย่างไร
เป็นต้น
ทั้งท่ีกรมที่ดินได้มีหนังสือที่อ้างถึงสั่งกำชับแล้วว่า
มิให้ส่งเรื่องหารือโดยไม่
จำเป็น
เพราะนอกจากจะทำให้ส้ินเปลืองเวลาในการพิจารณาข้อหารือดังกล่าวแล้ว
ยังทำให้
การบริการประชาชนไม่สะดวกรวดเร็ว
ไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะอำนวยความ
สะดวกให้ประชาชน
ทั้งอาจทำให้ประชาชนมองภาพพจน์ของพนักงานเจ้าหน้าที่ไปในทางที่ไม่ด
ี
ว่าเปน็ การหนว่ งเหนี่ยวเร่อื งใหล้ ่าช้าเพื่อตอ้ งการประโยชนต์ อบแทนก็เป็นได
้
จงึ เรียนมาเพือ่ ขอได้โปรดสง่ั กำชบั ขา้ ราชการในสังกดั กรมทีด่ นิ ใหถ้ ือปฏบิ ตั ิ
ดังน้
ี
๑.
ให้หมั่นศึกษาและทำความเข้าใจเก่ียวกับระเบียบวิธีการในการจดทะเบียนสิทธิ
และนติ ิกรรมจากคูม่ อื การปฏิบตั ิงาน
และระเบียบคำสั่งท่ีเวียนใหถ้ ือปฏิบัต
ิ ไม่ให้หารอื ในเร่อื ง
ทมี่ กี ฎหมายหรอื แนวทางปฏบิ ัติกำหนดไวช้ ดั เจนแลว้
หากยงั หารอื ในเรอื่ งที่มีกฎหมาย
ระเบียบ
ปฏิบัติอยู่แล้ว
จะพิจารณาถึงสมรรถภาพของผู้บริหารของสำนักงานท่ีดินที่หารือ
เน่ืองจาก
แสดงให้เหน็ ถึงการไมเ่ อาใจใสศ่ ึกษาคน้ ควา้ ขอ้ กฎหมายและระเบียบปฏิบตั ติ า่ ง
ๆ
๒.
กรณีหารือเป็นของสำนักงานที่ดินจังหวัดสาขาหรือเป็นของฝ่ายทะเบียนใน
สำนักงานที่ดินจังหวัด
เพื่อให้การบริการประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วควรได้มีการปรึกษา
หารือเพ่ือแก้ไขปัญหาในชั้นของจังหวัดพื้นท่ีเสียก่อน
ได้ผลอย่างไรแล้วให้มอบหมายกลุ่ม
งานวิชาการท่ีดินในสำนักงานท่ีดินจังหวัดพิจารณาอีกคร้ัง
หากยังไม่ได้ยุติและจำเป็นจะ
ต้องหารอื
จงึ ส่งเร่อื งหารอื ไป
170
๓.
การส่งเร่ืองหารือกรมที่ดินให้สรุปหรือแสดงความคิดเห็นประกอบเร่ืองราวที่
หารือว่าด้วยเร่ืองใดมีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงเป็นท่ียุติแล้วอย่างไร
และจังหวัดมีความเห็น
อย่างไรในเร่อื งนน้ั
๔.
เร่ืองใดที่ประชาชนควรจะรู้ล่วงหน้าเพื่อประโยชน์สำหรับการเตรียมตัวมา
ติดต่อ
เช่น
การแสดงเอกสารและหลักฐานต่าง
ๆ
รวมทั้งค่าธรรมเนียม
ภาษีอากร
ให้แจ้ง
ประชาชนทราบล่วงหน้า
หรือแจ้งให้ครบถ้วนและถูกต้องในครั้งเดียวที่มาติดต่อ
หากมีกรณี
ร้องเรียนว่าเจ้าหน้าท่ีไม่ให้คำแนะนำหรือให้คำแนะนำไม่ครบถ้วนทำให้ต้องเสียเวลามาติดต่อ
บอ่ ยครงั้
จะพิจารณาโทษตามควรแก่กรณ
ี
สำนกั มาตรฐานการทะเบียนที่ดนิ
ขอแสดงความนับถือ
โทร.
๐
๒๒๒๒
๖๑๙๖
โทรสาร.
๐
๒๒๒๑
๓๘๗๓
โทร.
(มท)
๕๐๘๐๑
-
๑๒
ตอ่
๒๒๕
(ลงชือ่ )
ชัยฤกษ์ ดษิ ฐอำนาจ
(นายชยั ฤกษ
์ ดษิ ฐอำนาจ)
อธิบดกี รมทีด่ ิน
171
(สำเนา)
ระเบียบกรมทีด่ ิน
ว่าดว้ ยการจดทะเบยี นสิทธิและนติ กิ รรมเกย่ี วกับการจำนองที่ดนิ และ
อสังหารมิ ทรพั ย์อยา่ งอื่น
พ.ศ. ๒๕๕๐
โดยท่ีเห็นเป็นการสมควรให้มีการรวบรวมและปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการ
จดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรมเกย่ี วกบั การจำนองทดี่ นิ และอสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ยา่ งอนื่
เพอ่ื ใหพ้ นกั งาน
เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานด้วยความสะดวกรวดเร็ว
มีประสิทธิภาพย่ิงขึ้นและถูกต้องเป็นไป
ตามทก่ี ฎหมายกำหนดตลอดจนเปน็ มาตรฐานเดยี วกนั
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๓๒
แห่งพระราชบัญญัติระเบยี บบริหารราชการ
แผ่นดิน
พ.ศ.
๒๕๓๔
ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
(ฉบับที
่ ๕)
พ.ศ.
๒๕๔๕
ประกอบกับข้อ
๒
(๑)(๔)
และขอ้
๔
ก.(๑๕)(ก)
แหง่ กฎกระทรวงแบง่
สว่ นราชการกรมทด่ี นิ
กระทรวงมหาดไทย
พ.ศ.
๒๕๔๕
ออกตามความในพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บ
บรหิ ารราชการแผน่ ดนิ
พ.ศ.
๒๕๓๔
อธบิ ดกี รมทดี่ นิ จงึ วางระเบยี บไวด้ งั ตอ่ ไปนี้
ขอ้
๑
ระเบียบน้ีเรียกว่า
“ระเบียบกรมที่ดิน
ว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิและ
นิตกิ รรมเก่ยี วกับการจำนองทีด่ ินและอสังหารมิ ทรัพย์อย่างอ่นื
พ.ศ.
๒๕๕๐”
ขอ้
๒
ระเบียบน้ีให้ใช้บงั คบั ตั้งแต่บดั นเ้ี ป็นตน้ ไป
ข้อ
๓
ใหย้ กเลกิ
(๑)
หนังสือกรมทะเบยี นท่ีดนิ
ลงวันท่ี
๘
มกราคม
พระพทุ ธศักราช
๒๔๕๖
เร่ือง
ขน้ึ เงนิ ตอ้ งแกท้ ะเบียนหลงั โฉนดท่ดี นิ
(๒)
หนังสือกรมทะเบียนท่ีดิน
ลงวันที่
๒๔
มกราคม
พระพุทธศักราช
๒๔๕๖
เร่ือง
ผ่อนเงนิ ตอ้ งแกท้ ะเบยี นหลังโฉนดที่ดนิ
(๓)
หนังสือกรมทะเบียนท่ีดิน
ลงวันที่
๒๕
มีนาคม
พระพุทธศักราช
๒๔๕๖
เรอื่ ง
แกท้ ะเบียนหลังโฉนดที่ดิน
ประเภทจำนำ
แลขายฝาก
หรอื ไถ่ถอน
(๔)
หนงั สือกรมทะเบียนทด่ี ิน
ลงวันท่ี
๑๗
พฤศจิกายน
พระพทุ ธศักราช
๒๔๕๖
เรื่อง
การเลกิ สัญญาจำนำหรอื ขายฝาก
(๕)
คำส่งั กรมทะเบยี นท่ดี นิ
ท่ี
๗/๒๔๖๓
ลงวันท
่ี ๒๔
มถิ นุ ายน
พระพทุ ธศักราช
๒๔๖๓
(๖)
คำสั่งกรมทะเบียนที่ดิน
ท
ี่ ๒/๒๔๖๘
ลงวันท่ี
๒๑
กรกฏาคม
พระพุทธ
ศักราช
๒๔๖๘
(๗)
คำสง่ั กรมทด่ี นิ และโลหกจิ
ท
่ี ๘/๒๔๗๗
ลงวนั ท
่ี ๑๖
ตลุ าคม
พทุ ธศกั ราช
๒๔๗๗
172
(๘)
คำสง่ั กรมทดี่ นิ และโลหกจิ
ท
่ี ๔๑/๒๔๘๐
ลงวนั ท
่ี ๓๐
มนี าคม
พทุ ธศกั ราช
๒๔๘๐
(๙)
คำส่ังกรมท่ีดนิ และโลหกจิ
ที่
๗/๒๔๘๑
ลงวันท่
ี ๒๐
มิถนุ ายน
พุทธศกั ราช
๒๔๘๑
(๑๐)
คำส่งั กรมทีด่ นิ และโลหกิจ
ท
่ี ๑๓/๒๔๘๓
ลงวันท
ี่ ๒๔
กนั ยายน
พทุ ธศกั ราช
๒๔๘๓
(๑๑)
หนังสือกรมท่ีดิน
ท
่ี ๗๙๕/๒๔๙๑
ลงวนั ท
่ี ๑๑
กุมภาพันธ์
๒๔๙๑
(๑๒)
คำสั่งกรมที่ดิน
ท
่ี ๑๑/๒๔๙๒
ลงวนั ท่
ี ๑๕
ธนั วาคม
๒๔๙๒
(๑๓)
คำสงั่ กรมทด่ี นิ
ท
ี่ ๗/๒๔๙๙
ลงวนั ท่
ี ๑๘
กนั ยายน
๒๔๙๙
(๑๔)
คำสั่งกรมทีด่ นิ
ท
่ี ๙/๒๕๐๐
ลงวนั ท่
ี ๒๐
กนั ยายน
๒๕๐๐
(๑๕)
คำสัง่ กรมทด่ี ิน
ท่
ี ๑๐/๒๕๐๐
ลงวันท
่ี ๒๗
กันยายน
๒๕๐๐
(๑๖)
คำส่ังกรมที่ดิน
ท
่ี ๑๑/๒๕๐๐
ลงวันที
่ ๑๖
ตลุ าคม
๒๕๐๐
(๑๗)
คำสง่ั กรมทด่ี นิ
ท
ี่ ๑๔/๒๕๐๐
ลงวนั ท่ี
๑๔
พฤศจิกายน
๒๕๐๐
(๑๘)
หนังสอื กรมท่ีดิน
ท
่ี ๑๗๖๔/๒๕๐๔
ลงวนั ที่
๖
มนี าคม
๒๕๐๔
(๑๙)
หนงั สอื กรมที่ดิน
ท่
ี ๒๑๖๕/๒๕๐๔
ลงวนั ท่ี
๒๐
มีนาคม
๒๕๐๔
(๒๐)
หนังสอื กรมทด่ี นิ
ท
่ี ๗๕๒๖/๒๕๐๔
ลงวันที
่ ๑๘
ตลุ าคม
๒๕๐๔
(๒๑)
หนงั สือกรมที่ดนิ
ท่
ี ๘๔๙๕/๒๕๐๔
ลงวนั ท
ี่ ๒๑
พฤศจิกายน
๒๕๐๔
(๒๒)
หนังสอื กรมท่ีดิน
ที่
๕๒๗๙/๒๕๐๖
ลงวนั ที่
๒
สงิ หาคม
๒๕๐๖
(๒๓)
หนงั สือกรมทด่ี ิน
ดว่ นมาก
ท่ี
มท
๐๖๐๗/๘๕๙๖
ลงวันท่
ี ๑๓
พฤศจกิ ายน
๒๕๐๗
(๒๔)
หนงั สอื กรมที่ดนิ
ที่
๐๖๐๘/๓๓๖๙
ลงวนั ที่
๑๔
พฤษภาคม
๒๕๐๘
(๒๕)
หนงั สอื กรมทดี่ ิน
ที
่ มท
๐๖๑๐/ว
๓๔๙๓
ลงวันท่ี
๑๕
พฤษภาคม
๒๕๑๐
(๒๖)
คำสง่ั กรมทีด่ ิน
ท่ี
๑/๒๕๑๒
ลงวันท่ี
๒๘
มนี าคม
๒๕๑๒
(๒๗)
หนงั สอื กรมที่ดิน
ท
ี่ มท
๐๖๐๘/ว
๗๓๕๓
ลงวนั ท่ี
๒๒
พฤษภาคม
๒๕๑๒
(๒๘)
หนังสอื กรมทีด่ ิน
ท
ี่ ๐๖๐๘/ว
๑๐๗๑๗
ลงวันที
่ ๑๐
กรกฎาคม
๒๕๑๒
(๒๙)
หนังสือกรมทีด่ นิ
ท
่ี มท
๐๖๐๘/ว
๖๗๓๘
ลงวันท
ี่ ๑๖
มนี าคม
๒๕๑๔
(๓๐)
หนังสือกรมที่ดิน
ที
่ มท
๐๖๐๘/ว
๓๙๙๕
ลงวนั ที่
๓๐
มกราคม
๒๕๑๖
(๓๑)
หนังสอื กรมท่ดี นิ
ท่
ี มท
๐๖๑๒/๑/ว
๐๘๐๒๘
ลงวันท่
ี ๗
มีนาคม
๒๕๑๘
(๓๒)
หนังสือกรมท่ดี นิ
ท่
ี มท
๐๖๑๒/๑/ว
๑๔๓๓๑
ลงวันท
ี่ ๔
สิงหาคม
๒๕๒๑
(๓๓)
หนังสือกรมที่ดิน
ท
่ี มท
๐๖๑๒/๑/ว
๓๒๐๑
ลงวันท
่ี ๑๓
กมุ ภาพันธ
์ ๒๕๒๒
(๓๔)
หนังสอื กรมที่ดนิ
ท
่ี มท
๐๖๑๒/๑/ว
๖๑๒๙
ลงวันท่ี
๒๙
มีนาคม
๒๕๒๒
(๓๕)
หนังสือกรมท่ีดิน
ด่วนที่สุด
ท
่ี มท
๐๖๑๒/๑/ว
๓๙๕๘
ลงวันที่
๑๔
กมุ ภาพันธ
์ ๒๕๒๖
(๓๖)
หนังสือกรมที่ดิน
ด่วนมาก
ที่
มท
๐๗๐๘/ว
๖๕๘๙
ลงวันท่
ี ๒๓
มีนาคม
๒๕๒๗
173
(๓๗)
หนงั สือกรมท่ีดิน
ที
่ มท
๐๗๐๘/ว
๒๒๗๗๗
ลงวนั ท่
ี ๒๔
ตลุ าคม
๒๕๓๑
(๓๘)
หนงั สือกรมทดี่ ิน
ท
่ี มท
๐๗๐๘/ว
๒๓๔๗๒
ลงวันท
ี่ ๒
พฤศจกิ ายน
๒๕๓๑
(๓๙)
หนงั สือกรมทดี่ ิน
ที
่ มท
๐๗๐๘/ว
๒๕๔๓๔
ลงวันท
่ี ๔
ธนั วาคม
๒๕๓๓
(๔๐)
หนังสอื กรมทด่ี ิน
ท
่ี มท
๐๖๑๐/ว
๒๒๖๗๗
ลงวนั ที
่ ๒๔
สิงหาคม
๒๕๓๖
(๔๑)
หนังสือกรมทด่ี นิ
ท
ี่ มท
๐๖๑๐/ว
๓๔๒๒๗
ลงวนั ท
่ี ๒๖
กันยายน
๒๕๓๗
(๔๒)
หนงั สอื กรมทดี่ นิ
ท่ี
มท
๐๖๑๐/ว
๑๐๒๗๖
ลงวันท
ี่ ๓
พฤษภาคม
๒๕๓๘
(๔๓)
หนังสือกรมที่ดิน
ที
่ มท
๐๖๑๐/ว
๒๘๙๕๕
ลงวันที
่ ๔
พฤศจกิ ายน
๒๕๓๙
(๔๔)
หนงั สอื กรมท่ดี ิน
ท
่ี มท
๐๗๑๐/ว
๑๖๐๗๙
ลงวนั ท่ี
๒๘
พฤษภาคม
๒๕๔๐
(๔๕)
หนงั สอื กรมทด่ี นิ
ท่ี
มท
๐๗๑๐/ว
๓๖๐๐๒
ลงวันท
่ี ๑๘
พฤศจิกายน
๒๕๔๐
(๔๖)
หนงั สอื กรมที่ดิน
ที่
มท
๐๕๑๕/ว
๐๘๒๘๕
ลงวันที
่ ๑๕
มนี าคม
๒๕๔๙
(๔๗)
หนังสือกรมที่ดนิ
ที่
มท
๐๕๑๕/ว
๑๔๒๑๗
ลงวันท
ี่ ๒๔
พฤษภาคม
๒๕๔๙
บรรดาระเบียบ
ข้อกำหนด
หรือคำส่ังอื่นใดท่ีกำหนดไว้แล้วในระเบียบน
้ี หรือซึ่ง
ขัดหรอื แย้งกับระเบยี บน
้ี ให้ใชร้ ะเบยี บนีแ้ ทน
ข้อ
๔
ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการทะเบียนท่ีดินเป็นผู้รักษาการตาม
ระเบียบนี
้
หมวด ๑
การย่ืนคำขอและการสอบสวน
ขอ้
๕
เมอื่ มบี คุ คลใดแสดงความประสงคข์ อจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรมเกย่ี วกบั
การจำนองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืน
ให้บุคคลน้ันย่ืนคำขอตามแบบ
ท.ด.๑
สำหรับ
ท่ีดินท่ีมีโฉนดท่ีดิน
หรือแบบ
ท.ด.๑
ก
สำหรับท่ีดินท่ียังไม่มีโฉนดที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
อย่างอ่ืน
ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหลักฐานสำหรับ
อสงั หาริมทรัพย์อยา่ งอ่ืนและหลักฐานที่เกย่ี วข้อง
ข้อ
๖
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีสอบสวนผู้ขอตามนัยกฎกระทรวงฉบับที่
๗
(พ.ศ.
๒๔๙๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ.
๒๔๙๗
และกฎ
กระทรวงฉบับท่ีแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้ทราบถึงสิทธิและความสามารถของคู่กรณีท้ังสองฝ่าย
ความสมบรู ณ์แหง่ นิตกิ รรมตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย
์ ขอ้ กำหนดสิทธใิ นทด่ี นิ
และ
การกำหนดค่าธรรมเนียมในการจดทะเบยี นจำนอง
ข้อ
๗
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนผู้จำนองให้ไดค้ วามชดั เจนและเป็นทเ่ี ช่อื ไดว้ า่
ผู้นั้นเป็นเจ้าของที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่ขอจดทะเบียนที่แท้จริง
และให้ผู้รับจำนองให้
ถ้อยคำยืนยันไว้ด้วยว่าผู้จำนองเป็นผู้ที่ตนได้ติดต่อและรู้แล้วว่าเป็นเจ้าของที่แท้จริงจึงมาทำ
สัญญา
โดยยินยอมรับผิดชอบในความเสียหายต่าง
ๆ
ที่เกิดจากความผิดพลาดเพราะผิดตัว
เจา้ ของที่ดนิ และอสังหาริมทรพั ย์ท่จี ำนองว่า
174
“ข้าพเจ้าผู้รับจำนองขอยืนยันว่า
ในการทำสัญญานี้ข้าพเจ้าได้ติดต่อกับเจ้าของ
ที่ดินโดยตรง
ได้มีการตกปากลงคำสัญญากันมาอย่างแน่นอนแล้ว
จึงขอทำสัญญาและขอจด
ทะเบยี นจำนอง
หากเกดิ การผดิ พลาดเพราะผดิ ตวั เจา้ ของทด่ี นิ
ขา้ พเจา้ ขอรบั ผดิ ชอบเองทงั้ สน้ิ
ไม่เกี่ยวแก่พนักงานเจา้ หนา้ ท่ีแตอ่ ย่างใด
พนักงานเจ้าหน้าท่ีได้อ่านข้อความข้างบนน้ีให้ข้าพเจ้าฟังโดยตลอดแล้ว
ข้าพเจ้า
ทราบและเข้าใจข้อความดังกล่าวดีแล้ว
จึงลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือไว้เป็นหลักฐานต่อ
หนา้ พยานและพนักงานเจา้ หน้าท่
ี
ลงชอ่ื
.......................................................
ผรู้ ับจำนอง
ลงชอ่ื
.......................................................
พยาน
ลงชอ่ื
.......................................................
พยาน
ลงช่ือ
.......................................................
เจา้ พนักงานท่ดี นิ "
ข้อ
๘
ใหพ้ นักงานเจา้ หน้าที่สอบสวนผจู้ ำนองและผรู้ ับจำนองให้ไดค้ วามชดั เจนวา่
ได้มาขอจดทะเบยี นจำนองเพ่อื ประกนั การชำระหนี้ตามสัญญาใด
และให้เตมิ ข้อความในสญั ญา
จำนอง
ข้อ
๑
ให้ชัดเจนว่าเป็นการประกันในเร่ืองใด
เช่น
ถ้ากรณีการจำนองเพ่ือเป็นประกัน
การกู้ยืมเงินซึ่งคู่กรณีทำสัญญากู้ยืมกันมาแล้ว
ให้เติมคำว่า
“การกู้ยืมเงินซ่ึงผู้จำนองได้กู้จาก
ผรู้ ับจำนองตามสัญญากู้ยมื เงนิ
ฉบบั ลงวันที่
..........
เดือน
...............
พ.ศ.
.........”
ถา้ คู่กรณยี ังไม่
ได้ทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินกัน
ให้เติมคำว่า
“การกู้ยืมเงินซึ่งผู้จำนองได้กู้เงินจากผู้รับจำนอง
และให้ถือว่าสัญญาจำนองน้ีเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงิน”
ถ้าเป็นการประกันการเบิกเงินเกินบัญช
ี
ให้เติมคำว่า
“ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี
ฉบับลงวันท
ี่ ...........
เดือน
..................
พ.ศ.
..........”
หรือถ้าเป็นการประกันความรับผิดในการปฏิบัติตามสัญญาใด
ๆ
ให้เขียนข้อความที่คู่กรณี
ตกลงกนั
แล้วแตก่ รณี
ข้อ
๙
กรณีที่คู่กรณีไม่ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินกันแต่ได้มอบอำนาจให้มาจดทะเบียน
จำนอง
ใหพ้ นกั งานเจา้ หน้าทต่ี รวจสอบหนังสอื มอบอำนาจดว้ ยวา่ ไดร้ ะบุขอ้ ความในทำนองท่ีให้
ผรู้ บั มอบอำนาจทำสญั ญากยู้ มื เงนิ หรอื หลกั ฐานการกยู้ มื เงนิ ไดด้ ว้ ย
หากไม่ไดร้ ะบขุ อ้ ความดงั กลา่ ว
ผู้รับมอบอำนาจจะทำสัญญาจำนองโดยระบุในสัญญาจำนองว่า
“ให้ถือสัญญาจำนองเป็นหลัก
ฐานการกยู้ ืมเงินดว้ ย”
ไม่ได
้
ข้อ
๑๐
กรณีที่คู่กรณีได้จัดทำตราสารอันเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินหรือเบิกเงิน
เกินบัญช
ี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตราสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ที่คู่กรณีนำมาแสดง
ว่าได้มีการปิดอากรแสตมป์ตามลักษณะแห่งตราสาร
ข้อ
๕
แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้าย
หมวด
๖
ของลกั ษณะ
๒
แหง่ ประมวลรษั ฎากร
ถกู ตอ้ งแลว้ หรอื ไม
่ ถา้ ยงั ไมถ่ กู ตอ้ งใหผ้ มู้ หี นา้ ท่ี
ปิดอากรแสตมป์จัดการปิดอากรแสตมป์ในตราสารนั้นให้ถูกต้องเสียก่อน
แล้วบันทึกไว้หลัง
สัญญาจำนองฉบับสำนักงานที่ดิน
ว่า
“ได้มีการปิดอากรแสตมป์ในตราสารอันเป็นหลักฐาน
........
(การกู้ยืมเงินและหรือเบิกเงินเกินบัญชี)
ถูกต้องแล้ว”
และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงนาม
กำกบั ไว
้
175
หากคู่กรณีไม่นำตราสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้มาแสดง
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ี
สอบสวนบนั ทึกถ้อยคำคกู่ รณวี า่
ไดม้ กี ารปิดอากรแสตมปต์ ามลกั ษณะแหง่ ตราสาร
ข้อ
๕
แห่ง
บัญชีอัตราอากรแสตมป์ถูกต้องแล้วหรือไม่
ถ้าคู่กรณียืนยันว่าได้มีการปิดอากรแสตมป์ถูกต้อง
แล้ว
ให้บันทึกถ้อยคำคู่กรณีไว้หลังสัญญาจำนองฉบับสำนักงานท่ีดินว่า
“ขอรับรองว่าได้ปิด
อากรแสตมป์ในตราสารอันเป็นหลักฐาน
......
(การกู้ยืมเงินและหรือเบิกเงินเกินบัญชี)
ถูกต้อง
ครบถ้วนแล้ว”
เสรจ็ แลว้
จงึ จดทะเบียนจำนองให้ได้
กรณีที่ยังไม่ได้จัดทำตราสารอันเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินหรือเบิกเงินเกินบัญช
ี
อันจะมีข้ึนต่อไปภายหน้าและคู่กรณีไม่ประสงค์จะถือเอาสัญญาจำนองเป็นหลักฐานการกู้ยืม
เงินหรือเบิกเงินเกินบัญชีด้วย
จึงยังไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามลักษณะแห่งตราสาร
ข้อ
๕
แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ในขณะจดทะเบียนจำนอง
ให้บันทึกถ้อยคำคู่กรณีไว้หลังสัญญา
จำนองฉบับสำนกั งานทด่ี นิ วา่
“ขอรบั รองวา่ ตราสารอนั เปน็ หลกั ฐาน
..........( การกยู้ มื เงนิ และหรอื เบกิ
เงนิ เกนิ บญั ช)ี
ยังไม่ไดจ้ ัดทำ”
การจำนองเพ่ือเป็นประกันหน้ีอย่างอื่นนอกจากหนี้กู้ยืมเงินหรือเบิกเงินเกินบัญช
ี
เช่น
การจำนองเพ่ือเป็นประกันการรับคนเข้าทำงาน
หรือการประกันความรับผิดของคู่สัญญา
ตามสัญญาใด
ๆ
สัญญาจำนองดังกล่าวไม่มีกรณีที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ตามท่ีกล่าวข้างต้น
ฉะนั้น
ในการสอบสวนพนักงานเจา้ หนา้ ท่ีไม่ต้องให้คูก่ รณแี สดงหลักฐานการปดิ อากรแสตมป์ใน
กรณนี แี้ ตอ่ ย่างใด
ข้อ
๑๑
กรณีท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นได้จดทะเบียนจำนองไว้แล้ว
ถ้า
เจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนประสงค์จะทำการจดทะเบียนประเภทอื่นที่กระทบ
ถึงสิทธิของผู้รับโอน
ผู้จำนอง
ผู้รับจำนองและผู้ได้สิทธิจากทรัพยสิทธิ
พนักงานเจ้าหน้าที่จะ
รับจดทะเบียนให้ได้ต่อเม่ือผู้รับจำนองให้คำยินยอม
โดยบันทึกถ้อยคำยินยอมไว้เป็นหลักฐาน
หรือผู้รับจำนองจะทำเปน็ หนังสือให้คำยนิ ยอมมอบใหแ้ ก่ผจู้ ำนองมาดำเนนิ การก็ใหท้ ำได
้
ในกรณีผู้จำนองประสงค์จะจำนองผู้อื่นต่อไปเป็นลำดับหลัง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่
รับจดทะเบียนได้โดยไม่ต้องไดร้ บั คำยนิ ยอมจากผรู้ ับจำนองในลำดบั กอ่ น
ขอ้
๑๒
กรณที ค่ี กู่ รณซี ่ึงมีสถาบันการเงนิ เปน็ ผูร้ บั จำนองขอระบุอตั ราดอกเบยี้ ลง
ในเอกสารการจดทะเบยี นจำนองว่า
(๑)
“ผู้จำนองยอมเสียอัตราดอกเบ้ียให้แก่ผู้รับจำนองในอัตราสูงสุดตามประกาศ
ท่ีมีผลใช้บังคับของธนาคารแห่งประเทศไทย
กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์พึงเรียกเก็บได
้
(ปัจจุบนั เท่ากับรอ้ ยละ.........ต่อป)ี ”
หรือ
(๒)
“ผู้จำนองยอมเสียดอกเบ้ียให้แก่ผู้รับจำนองในอัตราสูงสุดที่ธนาคารพาณิชย์
เรียกเก็บได้ตามท่ีมีประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการกำหนดให้ธนาคาร
พาณชิ ย์ปฏิบัติในเรอ่ื งดอกเบี้ยและสว่ นลด
(ปจั จุบนั เท่ากับรอ้ ยละ
.....
ตอ่ ปี)”
ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทร่ี บั จดทะเบยี นจำนองเปน็ ประกนั โดยระบอุ ตั ราดอกเบยี้ ดงั กลา่ วได้
176
ข้อ ๑๓
กรณีการขอจดทะเบียนจำนองเฉพาะสว่ นโดยผ้ขู อไม่ทราบเขตของตนว่ามี
เพียงใด
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีจดทะเบียนจำนองเฉพาะส่วนได
้ โดยไม่ต้องให้ผู้เป็นเจ้าของรวม
คนอ่ืนท่ีไม่ได้จำนองด้วยยนิ ยอมหรอื ให้ถอ้ ยคำยินยอมและไม่ต้องจดั ทำแผนที่ประกอบ
หากการขอจดทะเบียนจำนองท่ีดินเฉพาะส่วน
โดยผู้ขอทราบเขตที่ตนมีกรรมสิทธ์ิ
แล้วและต้องการให้ระบุเขตที่ดินท่ีจำนองไว้
พนักงานเจ้าหน้าท่ีรับจดทะเบียนได้ต่อเม่ือมีการ
จดทะเบยี นแบง่ แยกทดี่ ินแลว้
ขอ้
๑๔
กรณีมกี ารจำนองอสงั หาริมทรัพยเ์ ปน็ ประกันหนี้ไว้จำนวนหน่ึงแลว้
ต่อมา
ประสงค์จะให้อสังหาริมทรัพย์น้ันเป็นประกันหนี้อีกจำนวนหน่ึงแม้หนี้ดังกล่าวจะเป็นหนี้ท่ีมีลูก
หนี้และเจ้าหน้ีคนเดียวกันและมีมูลหน้ีประเภทเดียวกันก็ตาม
ถ้าคู่กรณีไม่ประสงค์จะให้จด
ทะเบยี นขึ้นเงินจากจำนอง
แต่จะขอให้จดทะเบียนประเภทจำนองลำดับที่สอง
ให้พนักงานเจ้า
หนา้ ทรี่ บั จดทะเบยี นได
้
ข้อ
๑๕
กรณีการข้ึนเงินจำนองที่มีข้อตกลงว่าเงื่อนไขและข้อตกลงอ่ืน
ๆ
เป็นไป
ตามสญั ญาเดมิ ทกุ ประการ
เวน้ แตก่ ารคดิ ดอกเบยี้ ในวงเงนิ ทข่ี นึ้ ใหมต่ า่ งไปจากสญั ญาจำนองเดมิ
ให้พนกั งานเจา้ หนา้ ท่รี ับจดทะเบียนข้นึ เงนิ จำนองได
้
ขอ้
๑๖
การจดทะเบยี นไถถ่ อนจากจำนองในกรณที ผี่ เู้ ยาวเ์ ปน็ ผรู้ บั จำนอง
เมอื่ ผเู้ ยาว์
หรือผู้ใช้อำนาจปกครองได้รับชำระหน้ีครบถ้วนแล้ว
พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถรับจดทะเบียน
ให้ได้
โดยผู้เยาวห์ รือผู้ใชอ้ ำนาจปกครองไมจ่ ำต้องขออนุญาตต่อศาลแต่อยา่ งใด
ข้อ
๑๗
การจดทะเบียนโอนสิทธิการรับจำนองในกรณีท่ีผู้จำนองไม่ได้ให้ถ้อยคำ
ยินยอม
ก่อนจดทะเบียนโอนสิทธิการรับจำนองให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งคู่กรณีให้บอกกล่าว
การโอนให้ผู้จำนองทราบและให้บันทึกไว้ท้ายสัญญาโอนไว้เป็นหลักฐานด้วยว่าเจ้าพนักงานท่ีดิน
ไดแ้ จง้ แกค่ สู่ ัญญาใหบ้ อกกล่าวการโอนน้ีให้ผู้จำนองทราบโดยลายลักษณอ์ กั ษรแลว้
ข้อ
๑๘
การโอนสทิ ธกิ ารรับจำนองระหว่างผู้รบั จำนองกับผรู้ ับโอน
ถ้าไม่นำความ
ไปจดทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมไม่สามารถยกข้ึนเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกได
้ ตาม
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย
์ มาตรา
๗๔๖
คงใชบ้ งั คบั ระหวา่ งคกู่ รณเี ทา่ นนั้
หากพนกั งาน
เจา้ หนา้ ที่จะรับจดทะเบยี นประเภทอนื่
ๆ
เกีย่ วกับการจำนองหรอื หน้ีอันจำนองเป็นประกันท่ีได้
โอนกันมาแล้วน้ันต่อไป
เช่น
ปลอดจำนอง
หรือแบ่งไถ่ถอนจากจำนอง
ฯลฯ
ต้องให้คู่กรณีท่ี
เกี่ยวขอ้ งขอจดทะเบยี นใหป้ รากฏการโอนสทิ ธกิ ารรับจำนองทกุ ทอดก่อน
ในกรณีที่ผู้รับโอนตกลงกับผู้จำนองเพ่ิมจำนวนเงินจำนองจากเดิมอีกภายหลังจาก
ท่ีได้โอนสิทธิการรับจำนอง
เป็นการก่อหนี้ข้ึนมาใหม่อันเป็นหน้ีต่างรายกับที่ได้จดทะเบียน
จำนองไว้เดิม
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนเป็นจำนองรายใหม่
โดยจดทะเบียนประเภท
“จำนองลำดับทสี่ อง”
ในกรณีที่ผู้จำนองได้มีการชำระหน้ีให้กับผู้รับจำนองไปแล้วบางส่วน
หากผู้รับ
จำนองและผู้รับโอนต้องการโอนสิทธิการรับจำนองในจำนวนเงินท่ีผู้จำนองคงค้างชำระอย
ู่ ให้
177
พ
นักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้จำนองและผู้รับจำนอง
ต้องขอจดทะเบียนประเภทผ่อนต้นเงินจาก
จำนองก่อน
พนกั งานเจา้ หน้าทจี่ ึงจะสามารถจดทะเบียนโอนสิทธกิ ารรับจำนองเฉพาะในจำนวน
เงนิ ทเี่ หลอื เทา่ นน้ั ได
้
ข้อ
๑๙
การขอโอนทรัพย์สินจากนิติบุคคลหนึ่งไปยังอีกนิติบุคคลหน่ึงท่ีมีผลทำให้
สิทธิการรับจำนองตอ้ งโอนไปโดยผลของกฎหมาย
พนักงานเจ้าหน้าทจี่ ะรับจดทะเบียนประเภท
อ่ืนท่ีเก่ียวเน่ืองกับการจำนองได้ต่อเม่ือได้มีการจดทะเบียนประเภทโอนสิทธิการรับจำนองตาม
กฎหมายให้ปรากฏหลักฐานทางทะเบียนแล้ว
โดยให้นิติบุคคลผู้รับโอนเพียงฝ่ายเดียวมาขอจด
ทะเบียนได
้
ขอ้
๒๐
การขอจดทะเบยี นแก้ไขเปล่ียนแปลงจำนอง
(แปลงหน้ีใหม่)
ให้พนกั งาน
เจ้าหน้าที่สอบสวนหลักฐานแสดงความยินยอนในการแปลงหน้ีใหม่ของลูกหนี้เดิม
โดยเจ้าหนี้
และลูกหนี้คนใหม่จะต้องทำสัญญาแปลงหนี้ใหม่ต่อกัน
และให้บันทึกข้อความแสดงว่าคู่กรณี
(ผู้จำนองและผู้รับจำนอง)
ได้ตกลงให้โอนการจำนองท่ีได้จำนองประกันหนี้รายเดิมน้ันไป
ประกันหนี้รายใหม่ด้วย
ซ่ึงจะโอนการจำนองไปประกันหนี้รายใหม่ได้เพียงเท่าท่ีประกันหนี้เดิม
เทา่ นั้น
ข้อ
๒๑
การขอจดทะเบียนจำนองอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นประกันหนี้ไว้กับผู้รับ
จำนองรายเดียวแต่หลายมูลหนี้โดยมิได้แยกมูลหน้ีที่จำนองให้ทราบว่ามูลหน้ีใดจำนองในวงเงิน
เทา่ ใด
และตอ่ มาผรู้ บั จำนองขอโอนสทิ ธกิ ารรบั จำนองเฉพาะมลู หน้ีใดมลู หนหี้ นง่ึ ใหแ้ กบ่ คุ คลอน่ื
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้จำนองและผู้รับจำนองขอจดทะเบียนประเภท
“แก้ไขหน้ีอัน
จำนองเป็นประกัน”
เพื่อแยกมูลหนี้ที่โอนและมูลหน้ีที่เหลือเสียก่อนจึงรับจดทะเบียนโอนสิทธิ
การรบั จำนองบางสว่ นต่อไปได
้
กรณีที่ได้จดทะเบียนจำนองเพ่ือประกันหนี้ของบุคคลหน่ึงไว้แล้ว
ต่อมาขอแก้ไข
โดยเพิ่มเติมว่า
เพ่ือเป็นประกันหน้ีของบุคคลอ่ืนอีกผู้หนึ่ง
ซ่ึงเป็นหนี้ต่างรายกับหนี้ท่ีจำนอง
เป็นประกันไว้แล้ว
พนักงานเจ้าหน้าท่ีไม่สามารถรับจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนอง
หรือ
แก้ไขหนี้อันจำนองเป็นประกันได้
กรณีเช่นน้ีให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีรับจดทะเบียนจำนองประกัน
หน้ีกันใหม
่
ข้อ
๒๒
กรณีการขอจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้รับจำนอง
(ระหว่างกิจการที่เป็น
นิติบุคคลเดียวกัน)
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีเรียกหนังสือกระทรวงการคลังที่อนุญาตให้ปิดกิจการ
เปน็ หลักฐานประกอบการขอจดทะเบียนดว้ ย
ข้อ
๒๓
กรณีผู้เยาว์ขอรับมรดกระหว่างจำนองโดยในสัญญาจำนองมีข้อความว่า
“ถ้าในการบังคับจำนองตามสัญญาน้ีเงินขาดจำนวนที่ค้างชำระอยู่อีกเท่าใด
ผู้จำนองยอมรับใช้
จำนวนเงินที่ขาดนั้นจนครบ”
ข้อความดังกล่าวไม่เป็นการรับมรดกโดยมีเง่ือนไขจึงไม่มีกรณี
ต้องขออนุญาตต่อศาล
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับจดทะเบียนได้โดยไม่ต้องเรียกหลักฐานการขอ
อนญุ าตจากศาลแต่อยา่ งใด
178
หมวด ๒
ประเภทการจดทะเบยี น
ข้อ
๒๔
การเขยี นชอื่ ประเภทการจดทะเบยี นใหพ้ จิ ารณาข้อเท็จจรงิ
ดงั นี
้
(๑)
กรณีเจ้าของท่ีดินมาขอจดทะเบียนจำนองที่ดินท้ังแปลงหรือจำนอง
อสงั หารมิ ทรัพย์อย่างอนื่ ท้งั หมด
ไม่วา่ ท่ีดินหรอื อสงั หาริมทรัพย์นั้นจะมผี ้ถู ือกรรมสิทธ์คิ นเดียว
หรอื หลายคน
ผู้ท่ีเปน็ เจ้าของทุกคนจำนองร่วมกันทง้ั หมด
ใหเ้ ขยี นชือ่ ประเภทวา่
“จำนอง”
(๒)
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนมีหลายคน
แต่เจ้าของที่ดิน
หรืออสังหาริมทรัพย์น้ันบางคนขอจดทะเบียนจำนองเฉพาะส่วนของตน
ส่วนของผู้เป็นเจ้าของ
คนอืน่ ไม่ไดจ้ ำนองด้วย
ให้เขยี นชอ่ื ประเภทว่า
“จำนองเฉพาะส่วน”
(๓)
กรณีเจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนขอจดทะเบียนจำนองเพิ่ม
เพ่ือเป็นประกันหนี้ที่ได้จดทะเบียนจำนองเป็นประกันไว้แล้ว
โดยให้ถือจำนวนเงินท่ีจำนองและ
เงื่อนไขข้อตกลงอื่น
ๆ
เป็นไปตามสัญญาจำนองเดิม
ให้เขียนชื่อประเภทว่า
“จำนองเพ่ิมหลัก
ทรพั ย์”
(๔)
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนได้จดทะเบียนจำนองเพื่อเป็น
ประกนั ไวแ้ ล้ว
ต่อมาในระหวา่ งที่การจำนองยงั คงมีอยู่
เจ้าของขอจดทะเบียนจำนองทดี่ นิ และ
อสังหาริมทรัพย์เดียวกันน้ันแก่ผู้รับจำนองเดิมหรือแก่ผู้รับจำนองอื่น
ให้เขียนชื่อประเภทว่า
“จำนองลำดบั ที่สอง”
หรือ
“จำนองลำดับทีส่ าม”
ฯลฯ
แลว้ แต่กรณ
ี
(๕)
กรณีเจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนได้จดทะเบียนจำนองเพื่อเป็น
ประกันไว้แล้ว
ต่อมาในระหว่างการจำนองยังคงมีอยู่
เจ้าของได้นำอสังหาริมทรัพย์นั้นไปจด
ทะเบยี นจำนองเพอ่ื ประกนั หนร้ี ายอนื่ ซงึ่ ไดจ้ ดทะเบยี นจำนองไวแ้ ลว้ ตามสญั ญาจำนองอกี ฉบบั หนง่ึ
หรือในกรณีท่ีได้จดทะเบียนจำนองเพ่ิมหลักทรัพย์ไว้แล้ว
ต่อมาได้นำอสังหาริมทรัพย์เดียวกัน
นน้ั ไปจดทะเบยี นจำนองเพอื่ ประกนั หนรี้ ายอนื่ ตามสญั ญาจำนองอกี ฉบบั หนง่ึ โดยใหถ้ อื จำนวนเงนิ
ท่ีจำนองและเงื่อนไขข้อตกลงอ่ืน
ๆ
เป็นไปตามสัญญาจำนองเดิม
การจำนองครั้งที่สองน้ีให้
เขยี นช่ือประเภทว่า
“จำนองลำดบั ท่ีสองเพมิ่ หลักทรพั ย์”
(๖)
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นได้จดทะเบียนจำนองเพ่ือเป็น
ประกันหน้ีไว้แล้วจำนวนหน่ึง
ต่อมาคู่กรณีได้มาขอจดทะเบียนเนื่องจากตกลงกันเพิ่มจำนวน
เงินท่ีจำนองเป็นประกันให้สูงขึ้นจากเดิม
โดยมีเงื่อนไขและข้อตกลงเช่นเดียวกับสัญญาจำนอง
เดมิ และเป็นมลู หนี้เดียวกบั สัญญาจำนองเดิม
ใหเ้ ขยี นชอ่ื ประเภทวา่
“ข้ึนเงนิ จากจำนอง”
(๗)
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนได้จดทะเบียนจำนองเพื่อเป็น
ประกนั หนี้ไวแ้ ลว้
ต่อมาผู้ขอไดม้ าขอจดทะเบยี นเน่อื งจากไดม้ กี ารชำระหนีท้ ่ีจำนองเปน็ ประกัน
โดยส้ินเชิง
ทำให้การจำนองระงับส้ินไปโดยผลของกฎหมาย
ให้เขียนชื่อประเภทว่า
“ไถ่ถอน
จากจำนอง”
หรือ
“ไถ่ถอนจากจำนองเฉพาะส่วน”
หรือ
“ไถ่ถอนจากจำนองเพ่ิมหลักทรัพย์”
แลว้ แตก่ รณี
179
(๘)
กรณีเจ้าของท่ีดินได้จดทะเบียนจำนองที่ดินเพ่ือเป็นประกันหนี้ไว้รวมตั้งแต่
สองแปลงขึ้นไปหรือจำนองท่ีดินไว้แปลงเดียว
ต่อมามีการจำนองเพ่ิมหลักทรัพย์
หรือมีการ
แบ่งแยกท่ีดินออกไปเป็นหลายแปลงโดยท่ีดินแปลงแยกและแปลงคงเหลือยังมีการจำนอง
ครอบตดิ อยทู่ ั้งหมด
หรือมกี ารจำนองครอบตดิ อยู่ตงั้ แต่สองแปลงขึ้นไป
ต่อมาคกู่ รณีได้มาขอ
จดทะเบียนเน่ืองจากได้มีการชำระหนี้อันจำนองเป็นประกันบางส่วนและผู้รับจำนองยินยอมให้
ท่ีดินบางแปลงพ้นจากการจำนอง
ส่วนที่ดินท่ีเหลือยังคงจำนองเป็นประกันหนี้ที่เหลืออยู
่ ให้
เขยี นช่ือประเภทว่า
“แบง่ ไถ่ถอนจากจำนอง”
(๙)
กรณีเจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นได้จดทะเบียนจำนองเพื่อเป็น
ประกันหนี้ที่มีผู้รับจำนองหลายรายในลำดับเดียวกัน
ต่อมาผู้ขอมาขอจดทะเบียนเน่ืองจากมี
การชำระหนี้ใหแ้ กผ่ รู้ บั จำนองบางรายไมท่ ง้ั หมด
ทำใหก้ ารจำนองในสว่ นทเี่ ปน็ ประกนั หนร้ี ายนนั้
ระงับสิ้นไป
ส่วนการจำนองรายอ่ืนที่เหลือยังคงมีอยู่ตามเดิม
ให้เขียนชื่อประเภทว่า
“ไถ่ถอน
จากจำนองบางราย”
(๑๐)
กรณีเจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนได้จดทะเบียนจำนองเพ่ือเป็น
ประกันหน้ีไว้แล้วจำนวนหน่ึง
ต่อมาได้มีการชำระหนี้ท่ีจำนองเป็นประกันบางส่วน
หนี้ส่วนท่ี
เหลือยังคงมีการจำนองเป็นประกันอยู่ต่อไปตามเดิม
โดยคู่กรณีมาขอจดทะเบียนเพื่อลด
จำนวนเงนิ ทีจ่ ำนองเปน็ ประกันไวเ้ ดมิ
ใหเ้ ขยี นชอ่ื ประเภทว่า
“ผอ่ นตน้ เงินจากจำนอง”
(๑๑)
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นได้จดทะเบียนจำนองเพ่ือเป็น
ประกนั หนี้ในอนาคตไวแ้ ลว้
ตอ่ มาคกู่ รณมี าขอจดทะเบยี นเพอ่ื ลดจำนวนเงนิ จำนองใหต้ ำ่ ลงกวา่ เดมิ
ส่วนขอ้ ตกลงอื่นเป็นไปตามเดมิ
ให้เขยี นชือ่ ประเภทวา่
“ลดเงินจากจำนอง”
(๑๒)
กรณีเจ้าของท่ีดินได้จดทะเบียนจำนองท่ีดินเพื่อเป็นประกันหน้ีไว้รวมต้ังแต่
สองแปลงขน้ึ ไปหรือจำนองทดี่ ินไวแ้ ปลงเดียว
ตอ่ มามกี ารจำนองเพ่มิ หลักทรัพย์หรือมกี ารแบ่ง
แยกท่ีดินออกเป็นหลายแปลงโดยที่ดินแปลงแยกและแปลงคงเหลือยังมีการจำนองครอบติด
อยู่ท้ังหมด
หรือมีการจำนองครอบติดอยู่ตั้งแต่สองแปลงข้ึนไป
ต่อมาคู่กรณีมาขอจดทะเบียน
เพ่ือให้ท่ีดินท่ีมีการจำนองครอบติดอยู่แปลงใดแปลงหน่ึงหรือหลายแปลงแต่ไม่ท้ังหมดพ้นจาก
การจำนองโดยไม่ลดจำนวนเงินท่ีจำนองเป็นประกัน
ส่วนท่ีดินแปลงที่เหลือยังคงมีการจำนอง
ครอบตดิ อยตู่ ามเดมิ
ให้เขยี นชื่อประเภทว่า
“ปลอดจำนอง”
กรณีเจ้าของท่ีดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนได้จดทะเบียนจำนองท่ีดินละ
สิ่งปลูกสร้างเป็นประกันไว้แล้ว
ต่อมาคู่กรณีมาขอจดทะเบียนเพื่อให้เฉพาะส่ิงปลูกสร้างพ้น
จากจำนองสว่ นท่ีดนิ ยังคงตดิ การจำนองอยู
่ ใหเ้ ขียนชือ่ ประเภทว่า
“ปลอดจำนอง”
เชน่ กนั
(๑๓)
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนได้จดทะเบียนจำนองเพ่ือเป็น
ประกันหน้ีไว้แล้ว
ต่อมาคู่กรณีมาขอจดทะเบียนโอนอสังหาริทรัพย์ที่จำนองให้แก่ผู้รับจำนอง
เพือ่ เปน็ การชำระหนจ้ี ำนองเปน็ ประกัน
ให้เขยี นชือ่ ประเภทวา่
“โอนชำระหน้จี ำนอง”
กรณีการจดทะเบยี นโอนชำระหน้ีจำนอง
คู่กรณีอาจตีราคาอสังหารมิ ทรพั ย์ท่ี
180
โ
อนนอ้ ยกว่าหรือสูงกวา่ จำนวนเงินท่จี ำนอง
ถา้ ตีราคาอสงั หาริมทรัพย์ที่โอนสงู กว่าจำนวนเงนิ ที่
จำนอง
ผรู้ บั จำนองอาจชำระเงนิ พม่ิ ใหแ้ กผ่ ู้โอนก็ได
้ แตถ่ า้ ตรี าคาอสงั หารมิ ทรพั ยท์ ่ีโอนนอ้ ยกวา่
จำนวนเงินทจ่ี ำนอง
หน้ีส่วนทเี่ หลอื จะเป็นหน้ที ่ีไมม่ ีประกนั
การจดทะเบียนโอนชำระหน้ีจำนอง
โดยมีข้อตกลงเชน่ น้ีใหพ้ นกั งานเจ้าหนา้ ทีร่ ับจดทะเบยี นได้
(๑๔)
กรณีเจ้าของท่ีดินได้จดทะเบียนจำนองท่ีดินเพื่อเป็นประกันหนี้ไว้รวมต้ังแต่
สองแปลงขน้ึ ไปหรอื จำนองทดี่ นิ ไวแ้ ปลงเดยี ว
ตอ่ มามกี ารจำนองเพมิ่ หลกั ทรพั ยห์ รอื มกี ารแบง่ แยก
ที่ดินออกเป็นหลายแปลงโดยที่ดินแปลงแยกและแปลงคงเหลือยังมีการจำนองครอบติดอยู่
ท้ังหมดหรือมีการจำนองครอบติดอยู่ต้ังแต่สองแปลงข้ึนไป
ต่อมาคู่กรณีมาขอจดทะเบียนโอน
ที่ดินที่จำนองเพียงบางแปลงเพื่อเป็นการชำระหน้ีจำนองเป็นประกันบางส่วน
ส่วนที่ดินท่ีเหลือ
ยังคงจำนองเป็นประกนั หน้ีที่เหลืออย
ู่ ให้เขียนช่อื ประเภทวา่
“แบ่งโอนชำระหนจี้ ำนอง”
(๑๕)
กรณีเจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นได้จดทะเบียนจำนองเพ่ือเป็น
ประกันหนี้ไวแ้ ลว้
ต่อมาผู้รับจำนองได้มาขอจดทะเบยี นเนื่องจากลกู หนี้ไมช่ ำระหนี้ที่จำนองเปน็
ประกัน
ผู้รับจำนองฟ้องศาลบังคับใหท้ รพั ย์ท่จี ำนองหลดุ เปน็ สิทธภิ ายในบงั คับแหง่ เงื่อนไขตาม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย
์ และศาลได้มีคำสงั่ หรอื คำพิพากษาถึงที่สดุ ให้ทรพั ยท์ ี่จำนอง
หลดุ เปน็ สทิ ธิแก่ผ้รู บั จำนอง
ใหเ้ ขียนช่อื ประเภทว่า
“หลุดเป็นสิทธิจากจำนอง”
(๑๖)
กรณีเจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นได้จดทะเบียนจำนองเพ่ือเป็น
ประกนั หน้ีไวแ้ ลว้
ตอ่ มาผรู้ บั จำนองได้โอนสทิ ธเิ รยี กรอ้ งในหนท้ี จี่ ำนองเปน็ ประกนั ใหแ้ กบ่ คุ คลอน่ื
หรอื กรณีทีส่ ิทธิการรับจำนองตกไปได้แก่ผรู้ บั โอนสิทธเิ รยี กรอ้ งนัน้ ตามผลของกฎหมาย
คู่กรณี
มาขอจดทะเบียน
ให้เขียนชื่อประเภทว่า
“โอนสิทธิการรับจำนอง”
หรือ
“โอนสิทธิการรับ
จำนองตามกฎหมาย”
แลว้ แตก่ รณ
ี
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนได้จดทะเบียนจำนองเพื่อเป็น
ประกันหนี้ไว้กับผู้รับจำนองรายเดียวแต่หลายมูลหนี้โดยได้แยกมูลหน้ีที่จดทะเบียนจำนองไว้
เป็นประเภท
ๆ
ต่อมาผู้รับจำนองได้โอนสิทธิเรียกร้องในมูลหน้ีใดมูลหนี้หนึ่งแก่บุคคลอื่น
ให้
เขียนชือ่ ประเภทวา่
“โอนสิทธกิ ารรับจำนองบางสว่ น”
กรณีเจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนได้จดทะเบียนจำนองเพื่อเป็น
ประกันหน้ีท่ีมีผู้รับจำนองหลายรายในลำดับเดียวกันโดยระบุว่าจำนองเพื่อเป็นประกันหน้ีที่มีต่อ
ผู้รับจำนองแต่ละรายเป็นจำนวนเท่าใด
ต่อมาผู้รับจำนองบางรายได้โอนสิทธิเรียกร้องในส่วน
ของตนใหแ้ กบ่ คุ คลอืน่
ให้เขียนชือ่ ประเภทว่า
“โอนสทิ ธกิ ารรับจำนองบางราย”
(๑๗)
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนได้จดทะเบียนจำนอง
อสังหาริมทรัพย์เพ่ือเป็นประกันหน้ีไว้แล้ว
ต่อมาคู่กรณีมาขอจดทะเบียนเน่ืองจากผู้รับจำนอง
ตกลงให้อสังหาริมทรัพย์ท่ีจำนองไว้ท้ังหมดพ้นจากการจำนองไปโดยยังไม่มีการชำระหน้ีที่
จำนองเป็นประกัน
ทำให้การจำนองระงับสิ้นไปท้ังหมด
หน้ียังคงมีอยู่ในลักษณะเป็นหนี้
ธรรมดาที่ไม่มีประกัน
ให้เขยี นชือ่ ประเภทวา่
“ระงบั จำนอง
(ปลดจำนอง)”
181
(๑๘)
กรณีที่มีการจดทะเบียนจำนองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นเพ่ือเป็น
ประกันหนี้ไว้แล้ว
ต่อมาผู้รับจำนองฟ้องบังคับจำนองหรือถอนจำนองจนศาลได้มีคำส่ังให้ขาย
ทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้น
ผู้ท่ีซ้ืออสังหาริมทรัพย์จากการขายทอดตลาดได้มาขอจด
ทะเบียน
การจดทะเบียนเพื่อให้จำนองระงับส้ินไปให้เขียนชื่อประเภทว่า
“ระงับจำนอง
(ศาล
ขายบงั คบั จำนอง)”
ก่อน
จึงจะจดทะเบยี นโอนให้แก่ผูท้ ี่ซ้อื ได้จากการขายทอดตลาดตอ่ ไป
(๑๙)
กรณีท่ีมีการจดทะเบียนจำนองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นเพื่อเป็น
ประกันหน้ีไว้แล้ว
ต่อมาผู้รับจำนองได้มาขอจดทะเบียนเน่ืองจากอสังหาริมทรัพย์ที่จำนองได้
ตกมาเป็นของผู้รับจำนองในลักษณะลูกหน้ีเจ้าหน้ีเป็นบุคคลเดียวกันทำให้การจำนองระงับส้ิน
ไปด้วยหน้ีเกลือ่ นกลนื กนั
ใหเ้ ขียนชื่อประเภทว่า
“ระงบั จำนอง
(หนเ้ี กล่อื นกลนื กนั )”
(๒๐)
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นได้จดทะเบียนจำนอง
อสังหาริมทรัพย์เพ่ือเป็นประกันหนี้ไว้แล้ว
ตอ่ มาคกู่ รณตี กลงกนั ขอแก้ไขเปลย่ี นแปลงเกย่ี วกบั
การจำนองที่ไดจ้ ดทะเบยี นไวแ้ ลว้ นน้ั ในสง่ิ ทม่ี ใิ ชส่ าระสำคญั แหง่ หน
ี้ เชน่
การแก้ไขอตั ราดอกเบยี้ ,
การเลิกประกันหนี้ลูกหนี้บางคน,
หรือกรณีการจำนองเพื่อเป็นประกันหน้ีเงินกู้ร่วมไว้
ภายหลัง
ลกู หนบี้ างคนไดม้ กี ารชำระหนี้ในสว่ นของตนหมดแลว้
คกู่ รณตี กลงใหท้ ด่ี นิ สว่ นนน้ั พน้ จากการจำนอง
ใหเ้ ขียนชือ่ ประเภทว่า
“แก้ไขหนอี้ ันจำนองเป็นประกนั ”
(๒๑)
กรณีเจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนได้จดทะเบียนจำนอง
อสังหาริมทรัพย์เพ่ือเป็นประกันหนี้ไว้แล้ว
ต่อมาคู่กรณีตกลงกันขอจดทะเบียนเพื่อแก้ไข
เปล่ยี นแปลงเก่ียวกับการจำนองที่ได้จดทะเบียนไวแ้ ลว้ ในสงิ่ ท่เี ป็นสาระสำคญั แห่งหนี
้ เชน่
การ
เปลี่ยนตัวลูกหนี้อันเป็นการแปลงหนี้ใหม
่ ให้เขียนช่ือประเภทว่า
“แก้ไขเปล่ียนแปลงจำนอง
(แปลงหนี้ใหม่)”
(๒๒)
กรณีเจ้าของท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนได้ขอจดทะเบียนเพ่ือลบชื่อ
กิจการวิเทศธนกิจที่ต่อท้ายชื่อธนาคารผู้รับจำนองออกจากหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือกรณี
ขอเปลี่ยนช่อื ผรู้ บั จำนองระหว่างกิจการท่เี ปน็ นติ บิ ุคคลเดยี วกัน
ใหเ้ ขียนชอื่ ประเภทว่า
“เปล่ยี น
ชอ่ื ผูร้ ับจำนอง
(ระหวา่ งกจิ การท่ีเปน็ นติ ิบคุ คลเดียวกนั )”
กรณีการเขียนช่ือประเภทการจดทะเบียนเก่ียวกับจำนองในกรณีอื่นนอกจาก
ท่ีกำหนดไว้ในระเบียบน
้ี ให้เขียนชื่อประเภทโดยการเทียบเคียงและปรับไปตามประเภทการจด
ทะเบยี นทก่ี ำหนดไวแ้ ลว้ ในระเบียบน้
ี โดยอนุโลม
หมวด ๓
การเขียนคำขอจดทะเบียนสทิ ธแิ ละนติ กิ รรม การจัดทำหนังสือสญั ญาและการแกท้ ะเบยี น
ขอ้
๒๕
การเขียนคำขอจดทะเบียนสทิ ธแิ ละนติ ิกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
ให้ปฏิบตั ิ
ดงั น
ี้
182
(๑)
ในชอ่ งประเภท
ให้เขียนชอ่ื ประเภทการจดทะเบียนตามขอ้
๒๔
แล้วแตก่ รณี
(๒)
การเขียนชื่อผู้จำนองในข้อ
๒
ของคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ตาม
แบบ
ท.ด.๑
หรือ
ท.ด.๑
ก
ใหเ้ ขียนเฉพาะช่ือผู้จำนองทขี่ อจดทะเบียนสทิ ธแิ ละนิติกรรมเทา่ นนั้
โดยไมต่ ้องเขยี นช่ือ
ผู้ถอื กรรมสทิ ธิห์ รือผูถ้ อื สิทธิครอบครองอนื่ ท่ีไมเ่ ก่ียวขอ้ งแต่อยา่ งใด
กรณีมีผู้จำนองที่ประสงค์ขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมหลายคนให้เขียน
ช่อื และหมายเลขลำดับกำกับไว้หนา้ ชื่อผจู้ ำนองทุกชือ่ ด้วย
(๓)
การเขียนช่ือผู้รับจำนองลงในข้อ
๓
ของคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ตามแบบ
ท.ด.๑
หรอื
ท.ด.๑
ก
ให้เขยี นชอ่ื ผู้รับจำนอง
หากมหี ลายคนให้เขียนหมายเลขลำดับ
กำกับไว้หน้าชอ่ื ทุกช่ือด้วย
(๔)
กรณีจดทะเบียนจำนองเฉพาะส่วน
ให้หมายเหต
ุ ณ
ริมด้านซ้ายของคำขอ
จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
และในสารบัญจดทะเบียนให้ตรงกันว่า
เจ้าของคนใดเป็นผู้จำนองเฉพาะส่วนของตน
และส่วนของเจ้าของคนอื่นยังคงมีอยู่ตามเดิม
เช่น
ท่ีดินที่มีช่ือ
ก.
ข.
เป็นเจ้าของ
ก.
จำนองเฉพาะส่วนของตนแก่
ค.
ให้หมายเหตุว่า
“ก.
จำนองเฉพาะสว่ นของตนแก
่ ค.
เทา่ นน้ั
ส่วนของ
ข.
คงเดิม”
(๕)
สาระสำคัญที่ได้จากการสอบสวนในหมวด
๑
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีจดลงไว้
ในคำขอจดทะเบียนสทิ ธิและนิตกิ รรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.
๑
ก)
ดว้ ย
ขอ้
๒๖
การจัดทำหนงั สอื สัญญาหรือบนั ทึกขอ้ ตกลงให้ดำเนนิ การ
ดังนี้
(๑)
การจดทะเบยี นประเภทจำนอง
จำนองเฉพาะส่วน
จำนองลำดบั ที่สอง
หรอื
จำนองลำดับท่ีสาม
จำนองเพิ่มหลักทรัพย์
จำนองลำดับที่สองเพิ่มหลักทรัพย์
ให้ทำในรูปแบบ
หนังสอื สญั ญา
เกบ็ ไว้
ณ
สำนักงานที่ดินหน่ึงฉบับ
มอบใหแ้ กผ่ ู้จำนองและผูร้ ับจำนองถอื ไวฝ้ า่ ย
ละหนึ่งฉบับ
โดยให้คู่กรณีลงนามในหนังสือสัญญาตามแบบของทางราชการ
คือ
หนังสือ
สญั ญาจำนองทดี่ นิ
หนงั สอื สญั ญาจำนองทด่ี นิ เฉพาะสว่ น
หนงั สอื สญั ญาจำนองทดี่ นิ เพม่ิ หลกั ทรพั ย
์
แลว้ แต่กรณ
ี
กรณีท่ีมีการจดทะเบียนจำนองหลายลำดับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ระบุคำว่า
“ลำดับท่ีสอง
หรือ
ลำดับที่สาม
ฯลฯ”
ตามลำดับที่มีการจดทะเบียนต่อท้ายคำว่าจำนองไว้ใน
คำขอจดทะเบียนสทิ ธแิ ละนิตกิ รรมหนังสอื สัญญาและสารบัญจดทะเบยี นด้วย
(๒)
การจดทะเบียนประเภทขึ้นเงินจากจำนอง
แก้ไขหนี้อันจำนองเป็นประกัน
แก้ไขเปลยี่ นแปลงจำนอง
(แปลงหน้ีใหม่)
โอนสทิ ธกิ ารรับจำนอง
ปลอดจำนอง
ระงับจำนอง
(ปลดจำนอง)
โอนชำระหนจ้ี ำนอง
แบ่งโอนชำระหน้ีจำนอง
ผอ่ นต้นเงนิ จากจำนอง
ลดเงินจาก
จำนอง
ใหจ้ ดั ทำเปน็ บนั ทกึ ขอ้ ตกลง
ตามแบบ
ท.ด.๑๖
เกบ็ ไวท้ สี่ ำนกั งานทด่ี นิ หนง่ึ ฉบบั
โดยไมต่ อ้ ง
ทำหนงั สือสัญญา
กรณกี ารจดทะเบยี นจำนองประเภทอนื่ ตอ่ จากการจำนองซงึ่ มกี ารจดทะเบยี น
ไว้แล้วอีกโดยเป็นการจดทะเบียนจำนองเก่ียวเนื่องในลำดับและครั้งต่อมาจากการจำนองเดิม
ให้ระบุลำดับและครั้งต่อท้ายประเภทการจดทะเบียนน้ัน
เช่น
ขึ้นเงินจากจำนองลำดับที่สอง
183
คร้ังท่ีหนึ่ง,
ข้ึนเงินจำนองลำดับที่สองคร้ังท่ีสอง
หรือ
ผ่อนต้นเงินจากจำนองครั้งที่หนึ่ง,
ไถถ่ อนจากจำนองลำดับท่สี อง
เป็นต้น
(๓)
การจดทะเบียนประเภทระงับจำนอง
(ศาลขายบังคับจำนอง)
ระงับจำนอง
(หนี้เกล่ือนกลืนกัน)
หลุดเป็นสิทธิจากจำนอง
เปลี่ยนชื่อผู้รับจำนอง
(ระหว่างกิจการท่ีเป็น
นติ ิบคุ คลเดียวกัน)
ใหผ้ ้ขู อย่นื คำขอตามแบบ
ท.ด.๙
และใช้
ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก
เป็นแบบรายงาน
การเปลย่ี นแปลงทางทะเบยี น
โดยไมต่ ้องจัดทำหนงั สอื สัญญา
(๔)
การจดทะเบียนประเภทปลอดจำนอง
กรณีจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
ตอ่ มาภายหลังคู่สัญญาตกลงให้ส่ิงปลูกสรา้ งพน้ จากจำนอง
ให้หมายเหตุไว
้ ณ
ริมดา้ นซ้ายของ
คำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.๑)
และสารบัญจดทะเบียนให้ตรงกันว่า
“คู่สัญญา
ตกลงแก้ไขเปล่ียนแปลงจำนองโดยให้สิ่งปลูกสร้างพ้นจากการจำนอง
ส่วนที่ดินยังคงติด
การจำนองอยเู่ ปน็ จำนวนเงนิ
..................
บาท
ตามสญั ญาจำนองเปน็ ประกัน
ฉบบั ลงวนั ท่
ี ..........
เดือน....................
พ.ศ.
...........”
กรณีท่ีมีการรวมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแล้วได้จดแจ้งการจำนองและการ
จำนองเพ่ิมหลักทรัพย์ไว้ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแปลงรวม
ถ้ามีการจดทะเบียนปลอด
จำนองและปลอดจำนองเพม่ิ หลกั ทรพั ย
์ ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทด่ี ำเนนิ การจดทะเบยี นปลอดจำนอง
เป็นรายการเดียวกันได้
โดยระบุในบันทึกข้อตกลงให้ชัดเจนว่าปลอดจำนองตามสัญญาจำนอง
และสัญญาจำนองเพิ่มหลักทรัพย์ฉบับใด
ให้หมายเหตุไว
้ ณ
ริมด้านซ้ายของคำขอจดทะเบียน
สิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
และสารบัญจดทะเบียนให้ตรงกันว่า
“ปลอดจำนองตาม
สญั ญาจำนอง
ฉบบั ลงวนั ท
่ี ..........
เดอื น....................
พ.ศ.
...........
และสญั ญาจำนองเพมิ่ หลกั ทรพั ย
์
ฉบบั ลงวนั ท่
ี ..........
เดือน....................
พ.ศ.
...........”
(๕)
การจดทะเบยี นประเภทไถ่ถอนจากจำนอง
กรณผี ูร้ บั จำนองไดท้ ำหลักฐานเปน็
หนังสือว่าได้มีการไถ่ถอนแล้ว
ตามมาตรา
๘๐
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
ให้เขียนบรรยาย
บอกเลิกสัญญาด้านหน้าสัญญาทุกฉบับไว้มุมบนด้านขวาว่า
“เลิกสัญญาโดยได้ไถ่ถอนจากกัน
เสร็จแล้ว
แต่วันที่
..........
เดือน....................
พ.ศ.
...........”
แล้วเจ้าพนักงานท่ีดินลงลายมือชื่อ
กำกบั ไว
้
กรณีผู้รับจำนองมาขอจดทะเบียนไถ่ถอนจากจำนอง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่
บนั ทึกการรับเงินค่าไถถ่ อนจากจำนองหลังสัญญาฉบับผ้รู บั จำนองว่า
“ข้าพเจ้าผู้รับจำนอง
ได้รับเงินค่าไถ่ถอนจากจำนองไว้เป็นการถูกต้องแล้ว
แตว่ ันที
่ ..........
เดือน....................
พ.ศ.
...........
ลงชื่อ
....................................
ผูร้ ับจำนอง
ลงชื่อ
....................................
ผู้จำนอง
ลงชื่อ
....................................
พยาน
ลงชือ่
....................................
พยาน
ลงชอื่
....................................
เจ้าพนกั งานที่ดนิ
184
กรณีการแบ่งไถถ่ อนจากจำนอง
ใหพ้ นักงานเจา้ หนา้ ทบ่ี รรยายหลังสัญญา
จำนองทุกฉบับวา่
“ขา้ พเจ้าผรู้ บั จำนองได้รับเงินจากผู้จำนองเป็นเงนิ
..................................
บาท
(.............................................)
ไถ่ถอนจากจำนองเฉพาะโฉนดที่ดินเลขท
่ี ...........
ส่วนโฉนดที่ดินเลขท
่ี
............
และเลขท่ี
............
ยังคงมีการจำนองอยู่ตามสัญญาจำนองฉบับลงวันท
ี่ ..........
เดือน
....................
พ.ศ.
..........
เปน็ เงนิ
................
บาท
(.............................................)
ลงช่ือ
....................................
ผ้รู ับจำนอง
ลงชื่อ
....................................
ผจู้ ำนอง
ลงชือ่
....................................
พยาน
ลงช่อื
....................................
พยาน
ลงชื่อ
....................................เจ้าพนักงานทดี่ ิน"
กรณีที่มีการรวมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแล้วได้จดแจ้งการจำนองและ
การจำนองเพ่ิมหลักทรัพย์ไว้ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแปลงรวม
ถ้ามีการจดทะเบียนไถ่ถอน
จากจำนอง
และไถ่ถอนจากจำนองเพ่ิมหลักทรัพย์
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจดทะเบียน
ไถ่ถอนเป็นรายการเดียวกันได
้ โดยให้หมายเหตุไว
้ ณ
ริมด้านซ้ายของคำขอจดทะเบียนสิทธิ
และนติ กิ รรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
และสารบญั จดทะเบียนใหต้ รงกันวา่
“ไถ่ถอนจากจำนองตาม
สัญญาจำนอง
ฉบับลงวันท
่ี ..........
เดือน....................
พ.ศ.
...........
และสัญญาจำนองเพ่ิมหลัก
ทรัพย์
ฉบบั ลงวันที่
..........
เดอื น....................
พ.ศ.
...........”
ข้อ
๒๗
ก่อนดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก่ียวกับที่ดินที่มีหนังสือ
แสดงสิทธิในที่ดินให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีแก้ทะเบียนในสารบัญทะเบียน
โดยให้จดบันทึกสาระ
สำคญั ลงในหนงั สือแสดงสทิ ธิในทดี่ นิ ฉบบั สำนกั งานทดี่ นิ
และฉบับเจา้ ของทดี่ นิ ให้ตรงกันด้วย
ข้อ
๒๘
การแก้ทะเบียนในสารบัญจดทะเบียนกรณีประเภทจำนอง
ในช่องผู้ให้
สัญญาให้เขียนชื่อเจ้าของตามหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
หากมีหลายช่ือให้เขียนครบทุกช่ือ
พรอ้ มหมายเลขลำดบั กำกบั ไว้
และในชอ่ งผ้รู ับสญั ญาใหเ้ ขยี นคำวา่
“ผ้รู ับจำนอง”
กำกบั ไว้ด้วย
หากเปน็ กรณีประเภทไถ่ถอนจากจำนอง
ในชอ่ งผู้ให้สญั ญาเมือ่ เขยี นช่อื ผู้รบั จำนองลงไวแ้ ล้วให้
เขยี นคำวา่
“ผรู้ บั จำนอง”
กำกบั ไว
้ และในชอ่ งผรู้ บั สญั ญาเมอ่ื เขยี นชอ่ื เจา้ ของแลว้ ใหเ้ ขยี นคำวา่
“ผู้ไถ่ถอน”
กำกับไว้ด้วย
หากเป็นกรณีจดทะเบียนประเภทท่ีเจ้าของเดิมยังมีกรรมสิทธิ์หรือ
สิทธิครอบครองในท่ีดินอยู
่ ให้เขียนช่ือเจ้าของเดิมน้ันเรียงต่อไปตามลำดับ
พร้อมทั้งเขียน
หมายเลขลำดับกำกบั ไว้ด้วย
กรณีการจดทะเบียนประเภทท่ีต้องหมายเหตุไว
้ ณ
ริมด้านซ้ายของคำขอจด
ทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
ใหห้ มายเหตใุ นสารบญั จดทะเบยี นเชน่ เดยี วกนั ดว้ ย
การจัดทำคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
คำขอ
หนังสือสัญญา
บันทึกข้อตกลง
และการจดบันทึกในสารบัญจดทะเบียนให้ปฏิบัติและใช้แบบ
หนงั สอื สญั ญาและบันทกึ ข้อตกลงตามตวั อยา่ งทา้ ยระเบียบ
(ตามตัวอยา่ งหมายเลข
๑
-
๒๔)
185
ข้อ
๒๙
วิธีการจดแจ้งครอบจำนองและวิธีการปลอดจำนองท่ีดิน
กรณีมีการขอ
จดทะเบียนแบง่ แยกที่ดินในระหว่างการจำนอง
ใหพ้ นักงานเจา้ หนา้ ท่ดี ำเนนิ การ
ดงั น
้ี
(๑)
กรณีท่ีหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินได้มีการจดทะเบียนจำนองไว้
ต่อมาผู้ถือ
กรรมสิทธิ์ขอจดทะเบียนแบ่งแยกโดยคู่กรณีตกลงให้ที่ดินแปลงคงเหลือและแปลงแแยกออก
ไปมีการจำนองอยตู่ ามเดมิ
ใหพ้ นักงานเจา้ หน้าทเ่ี ขียนคำวา่
“(ครอบจำนอง)”
ไวต้ อ่ ทา้ ยหรือใต้
ช่ือประเภทการจดทะเบียนแบ่งแยกในคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
และในสารบัญจดทะเบียนเดิม
พร้อมท้ังให้หมายเหตุไว
้ ณ
ริมด้านซ้ายของคำขอจดทะเบียน
สทิ ธแิ ละนติ ิกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
และในรายการจดทะเบียนว่า
“ท่ีดนิ แปลงทีแ่ ยกไปนีแ้ ละ
แปลงคงเหลือการจำนองยงั คงมอี ยู่ตามสัญญาจำนองฉบบั ลงวันท
ี่ ..........
เดอื น
...................
พ.ศ.
...........
“(ตามตัวอยา่ งหมายเลข
๒๕)
หนงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทดี่ นิ แปลงแยกใหเ้ ขยี นชอื่ เจา้ ของทด่ี นิ เปน็ ผถู้ อื กรรมสทิ ธิ์
ไว้ด้านหน้าและยกรายการจดทะเบียนประเภทจำนองไปจดแจ้งในสารบัญทะเบียน
พร้อมทั้ง
หมายเหตุการครอบจำนอง
โดยเขียนคำว่า
“(ครอบจำนอง)”
ในรายการจดแจ้งไว้ต่อท้ายหรือ
ใต้ชื่อประเภทการจดทะเบียนจำนองท่ียกมาจดแจ้ง
ในช่องเน้ือท่ีดินตามสัญญาให้ลงจำนวน
ท่ีดินตามหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหม
่ แล้วหมายเหตุว่า
“การจำนองยังคงมีอยู่ตามสัญญา
จำนองฉบบั ลงวันท่
ี ..........
เดือน
...................
พ.ศ.
...........”
สำหรบั วัน
เดอื น
ป
ี ท่ีจดทะเบยี น
และ
ช่ือเจา้ พนกั งานที่ดินให้ใชช้ อ่ื และวัน
เดอื น
ป
ี เดมิ
โดยเจ้าพนกั งานทีด่ นิ คนปจั จุบันลงชือ่ พร้อม
วัน
เดือน
ป
ี กำกับไว
้ กรณีที่ชื่อผู้จำนองหรือผู้รับจำนองเปลี่ยนแปลงไป
ให้ยกรายการที่
เปลีย่ นแปลงไปจดแจง้ ไว้ในทำนองเดยี วกนั ด้วย
(ตามตัวอย่างหมายเลข
๒๖)
(๒)
กรณีที่หนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินได้มีการจดทะเบียนจำนองไว้
ต่อมามีการขอ
จดทะเบียนแบ่งแยกโดยคู่กรณียินยอมให้หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินบางแปลงมีการจำนองอยู่
ตามเดิม
บางแปลงพ้นจากการจำนอง
เช่น
กรณีแบ่งแยกในนามเดิมให้ท่ีดินแปลงแยกท่ี
๑
พ้นจากการจำนอง
ส่วนที่ดินแปลงแยกท่ี
๒
และแปลงคงเหลือยังคงมีการจำนองอยู่ตาม
เดมิ
ใหพ้ นกั งานเจา้ หน้าทีห่ มายเหตุใหป้ รากฏการครอบจำนองหรอื ปลอดจำนองโดยเขยี นคำว่า
“(ครอบ
-
ปลอดจำนอง)”
ไว้ต่อท้ายหรือใต้ช่ือประเภทการจดทะเบียนแบ่งแยกในคำขอจด
ทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
และในสารบัญจดทะเบียนแปลงเดิม
พร้อมทั้ง
หมายเหตไุ ว
้ ณ
ริมด้านซา้ ยของคำขอจดทะเบียนสทิ ธแิ ละนติ ิกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
และใน
รายการจดทะเบยี นที่ดนิ แปลงแยกที่
๑
ว่า
“ทดี่ ินแปลงทีแ่ ยกไปนี้พ้นจากการจำนองตามสญั ญา
จำนอง
ฉบับลงวันท่ี
..........
เดือน
...................
พ.ศ.
...........
ตามบันทึกข้อตกลงปลอดจำนอง
ลงวันที่
..........
เดือน
...................
พ.ศ.
...........”
ส่วนที่ดินแปลงแยกที่
๒
และแปลงคงเหลือ
ให้หมายเหตุว่า
“ที่ดินแปลงท่ีแยกไปน้ีและแปลงคงเหลือการจำนองยังคงมีอยู่ตามสัญญา
จำนอง
ฉบบั ลงวันท
่ี ..........
เดอื น
...................
พ.ศ.
...........”
สำหรับรายการจดทะเบยี นจำนองทีจ่ ะ
ยกไปจดแจ้งไว้ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแปลงแยกใหม่
ให้ปฏิบัติตาม
(๑)
วรรคสอง
(ตาม
186
ต
วั อยา่ งหมายเลข
๒๗)
หรือกรณีแบ่งขายให้ทด่ี นิ แปลงแยกพ้นจากการจำนองและทด่ี ินแปลง
คงเหลือยังคงมีการจำนองอยู่ตามเดิม
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีหมายเหตุให้ปรากฏการครอบ
จำนองหรือปลอดจำนองโดยเขียนคำว่า
“(ครอบ
-
ปลอดจำนอง)”
ไว้ต่อท้ายหรือใต้ชื่อ
ประเภทการจดทะเบียนแบ่งขายในคำขอจดทะเบียนสทิ ธิและนิตกิ รรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
และ
ในสารบัญจดทะเบียนแปลงเดิม
พร้อมท้ังหมายเหตุไว
้ ณ
ริมด้านซ้ายของคำขอจดทะเบียน
สทิ ธิและนิติกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
และในรายการจดทะเบยี นแบ่งขาย
ว่า
“ทด่ี นิ แปลงทีแ่ ยก
ไปนพ้ี ้นจากการจำนองตามสัญญาจำนอง
ฉบับลงวันท่
ี ..........
เดอื น
...................
พ.ศ.
...........
ตาม
บันทึกข้อตกลงปลอดจำนอง
ลงวันท
ี่ ..........
เดือน
...................
พ.ศ.
...........
ส่วนแปลงคงเหลือ
การจำนองยังคงมอี ยูต่ ามเดิม”
(ตามตวั อยา่ งหมายเลข
๒๘)
เปน็ ตน้
(๓)
กรณที ี่ไดม้ กี ารจดทะเบยี นจำนองเฉพาะสว่ นไว
้ ถา้ ผถู้ อื กรรมสทิ ธร์ิ วมและผจู้ ำนอง
ตกลงแบ่งแยกที่ดินออกจากกัน
ให้พยายามแบ่งส่วนของผู้จำนองไว้เป็นแปลงคงเหลือ
และให้
แปลงเฉพาะส่วนของผู้ถือกรรมสิทธิ์ท่ีไม่ได้จำนองจดทะเบียนประเภทปลอดจำนองให้เสร็จใน
วันจดทะเบียนแบ่งแยก
และให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีหมายเหตุให้ปรากฏการครอบจำนองหรือ
ปลอดจำนองโดยเขียนคำว่า
“(ครอบ
-
ปลอดจำนอง)”
ไว้ต่อท้ายหรือใต้ช่ือประเภทการจด
ทะเบียนแบ่งแยกในคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
และในสารบัญจด
ทะเบยี นแปลงเดมิ
พรอ้ มทงั้ หมายเหตไุ ว
้ ณ
รมิ ดา้ นซา้ ยของคำขอจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
และในรายการจดทะเบียนวา่
“ทดี่ นิ แปลงทีแ่ ยกไปน้ีพ้นจากการจำนอง
ตาม
สัญญาจำนองเฉพาะส่วนฉบบั ลงวนั ท่
ี ..........
เดอื น
...................
พ.ศ.
...........
ตามบันทึกขอ้ ตกลง
ปลอดจำนอง
ลงวนั ท
ี่ ..........
เดอื น
...................
พ.ศ.
...........”
สว่ นทด่ี นิ แปลงคงเหลือให้หมายเหตุ
ไว้
ณ
รมิ ดา้ นซา้ ยของคำขอจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิติกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
และในรายการจด
ทะเบียนว่า
“ท่ีดินแปลงคงเหลือการจำนองยังคงมีอยู่ตามสัญญาจำนองเฉพาะส่วนฉบับลงวัน
ท่
ี ..........
เดอื น
...................
พ.ศ.
...........”
(ตามตวั อย่างหมายเลข
๒๙)
กรณีท่ีหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินแบ่งแยกออกจากกันแล้วแต่ส่วนของผู้จำนอง
เป็นแปลงแยกให้หมายเหตุไว
้ ณ
ริมด้านซ้ายของคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.
๑
ก)
และในรายการจดทะเบยี นแบง่ แยกเฉพาะแปลงของผจู้ ำนองไว้ด้วยวา่
“ท่ีดนิ แปลง
ท่ีแยกไปนี้การจำนองยังคงมีอยู่
ตามสัญญาจำนองเฉพาะส่วน
ฉบับลงวันท่
ี ..........
เดือน
...................
พ.ศ.
...........”
สำหรับรายการจดทะเบียนจำนองที่จะยกไปจดแจ้งไว้ในหนังสือแสดง
สิทธิในที่ดินแปลงแยกใหม่
ให้ปฏิบัติตาม
(๑)
วรรคสอง
เว้นแต่ช่ือคู่สัญญาท้ัง
๒
ฝ่ายใน
ช่องผู้ให้สัญญาให้ยกมาแต่เฉพาะช่ือคู่สัญญาจำนองเท่านั้น
ชื่อผู้ถือกรรมสิทธ์ิอื่นซึ่งมิได้เป็น
คู่สัญญาไม่ต้องยกมาด้วย
ส่วนแปลงคงเหลือท่ีไม่มีการจำนองครอบติดไปด้วย
ให้จดทะเบียน
ประเภทปลอดจำนองให้เสร็จในวันจดทะเบียนแบ่งแยก
และให้หมายเหตุไว
้ ณ
ริมด้านซ้าย
คำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
และในรายการจดทะเบียนว่า
“ท่ีดิน
แปลงคงเหลือพ้นจากการจำนองตามสัญญาจำนองเฉพาะส่วน
ฉบับลงวันที
่ ..........
เดือน
187
...................
พ.ศ.
...........
ตามบันทึกขอ้ ตกลงปลอดจำนอง
ลงวันท
่ี ..........
เดือน
...................
พ.ศ.
...........”
(ตามตวั อยา่ งหมายเลข
๓๐)
(๔)
กรณที ห่ี นงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทด่ี นิ แปลงแยกที่ไดม้ กี ารจดแจง้ การครอบจำนองไว
้
ภายหลังคู่กรณีตกลงกันให้หนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินแปลงแยกบางแปลงปลอดจำนอง
ให้
พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนประเภท
“ปลอดจำนอง”
และหมายเหตุการปลอดจำนองไว้
ณ
รมิ ซา้ ยของคำขอจดทะเบียนสทิ ธิและนติ ิกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
รวมท้งั ในรายการจดทะเบียน
ว่า
“ท่ดี ินแปลงนีพ้ น้ จากการจำนองตามสัญญาจำนองฉบับลงวนั ที่
..........
เดอื น
...................
พ.ศ.
...........
ตามบันทึกข้อตกลงปลอดจำนอง
ลงวันท่ี
..........
เดือน
...................
พ.ศ.
...........”
(ตาม
ตวั อยา่ งหมายเลข
๓๑)
ข้อ
๓๐
ในกรณีที่มีการจดทะเบียนจำนองไว้ต่อนายอำเภอก่อนการเดินสำรวจ
และต่อมาไดจ้ ดแจง้ ครอบจำนองไว
้ เมอ่ื แจกใบไตส่ วนและแจกโฉนดทีด่ นิ
หรือต่อมาโฉนดทดี่ นิ
นั้นมีการแบ่งแยกเป็นโฉนดใหม่และมีการจดแจ้งครอบจำนองไปอีก
เมื่อคู่กรณีมาขอจด
ทะเบียนเปลี่ยนแปลงแก้ไขอย่างใดที่มีผลกับการจดทะเบียนจำนองไว้ต่อนายอำเภอซึ่งการ
จำนองน้ันยังคงมีอยู่
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจดทะเบียนได้ตามกรณ
ี แล้วแจ้งการจด
ทะเบยี นไปให้นายอำเภอทอ้ งท่ซี ง่ึ จดทะเบียนจำนองน้นั ทราบดว้ ย
ขอ้
๓๑
กรณที ห่ี นงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทด่ี นิ ไดจ้ ดทะเบยี นจำนองรวมกนั ไวห้ ลายแปลง
ภายหลังมีการขอรังวัดรวมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยกรายการจด
ทะเบียนประเภทจำนองในหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินเดิมไปจดแจ้งไว้ในสารบัญจดทะเบียน
หนงั สอื แสดงสิทธิในทดี่ ินแปลงใหม
่ โดยอนุโลมปฏบิ ัติตามวธิ ีการ
ข้อ
๒๙(๑)
วรรคสอง
และ
ใหด้ ำเนนิ การเพม่ิ เติม
ดังนี้
(๑)
บนั ทกึ ความยนิ ยอมของผรู้ บั จำนองไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน
(๒)
หมายเหตุในสัญญาจำนองทุกฉบับว่า
“ท่ีดินตามสัญญาจำนองน้ีโฉนดเลขท
ี่
........................
รวม
.....................
โฉนด
ไดท้ ำการรงั วดั รวมโฉนดเปน็ โฉนดหมายเลขท
ี่ .......................
การ
จำนองยงั คงมอี ยตู่ ามเดมิ ”
เจา้ พนกั งานทด่ี นิ ลงชอ่ื
พรอ้ มวนั
เดอื น
ป
ี กำกบั ไว
้
(๓)
หมายเหตุในรายการจดทะเบียนจำนองหลังโฉนดเดิมท่ียกเลิกไปเพราะรวม
โฉนดวา่
“ท่ีดนิ แปลงนี้ไดร้ ังวัดรวมโฉนดเปน็ โฉนดหมายเลขท
่ี ...................
การจำนองยังคงมีอยู่
ตามเดิม”
เจา้ พนักงานทีด่ ินลงช่อื พรอ้ มวัน
เดือน
ป
ี กำกับไว้
(๔)
ในโฉนดท่ีดินใหม่ให้ยกรายการจดทะเบียนประเภทจำนองไปจดแจ้งไว้ใน
รายการจดทะเบียนหลังโฉนด
ในช่องเนื้อที่ดินตามสัญญาให้ลงจำนวนท่ีดินตามจำนวนท่ีดิน
โฉนดใหม่
แล้วหมายเหตุว่า
“การจำนองรายน้ีได้จดทะเบียนไว้ตามสัญญาจำนองฉบับลงวันท
ี่
................
เดือน
......................
พ.ศ.
............”
ส่วนวัน
เดอื น
ป
ี ที่จดทะเบียน
และชอื่ เจ้าพนกั งาน
ท่ีดินให้ใช้ช่ือ
และวัน
เดือน
ปี
เดิม
โดยเจ้าพนักงานท่ีดินคนปัจจุบันลงชื่อพร้อมวัน
เดือน
ปี
กำกับไว
้ กรณีที่ชื่อผู้จำนองหรือผู้รับจำนองเปลี่ยนไป
ให้ยกรายการท่ีเปล่ียนแปลงไปจดแจ้งไว้
ในทำนองเดยี วกนั ดว้ ย
188
หมวด ๔
การลงลายมอื ชอ่ื
ข้อ
๓๒
การลงลายมือช่ือของผู้ขอในคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
คำขอหนงั สือสัญญา
และบนั ทึกข้อตกลง
ใหเ้ ป็นไปตามทบี่ ญั ญตั ไิ ว้ในมาตรา
๙
แหง่
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย
์
ขอ้
๓๓
หา้ มพนักงานเจ้าหน้าที่นำแบบพมิ พท์ ย่ี งั ไม่ไดก้ รอกข้อความให้ผู้ขอลงนาม
ในแบบพิมพ์ไว้กอ่ น
ข้อ
๓๔
ในกรณีผู้ขอไม่สามารถลงลายมือช่ือได้ให้พิมพ์ลายนิ้วมือของบุคคล
ดังกล่าวลงไว้แทนการลงลายมือชื่อ
โดยพิมพ์น้ิวหัวแม่มือซ้ายลงไว้ให้เห็นเส้นลายมือชัดเจน
แลว้ เขยี นกำกบั วา่ เปน็ ลายนวิ้ หวั แมม่ อื ซา้ ยของผู้ใด
หากนว้ิ หวั แมม่ อื ซา้ ยของผขู้ อพกิ ารหรอื ลางเลอื น
ให้ใช้ลายพิมพ์นิ้วหัวแม่มือขวาแทน
แล้วหมายเหตุไว้ด้วยว่าเป็นลายนิ้วหัวแม่มือขวาของผู้ใด
ถ้าในช่องลงลายมือชื่อของผู้ขอไม่มีเนื้อที่เพียงพอให้พิมพ์ลายน้ิวมือของผู้ขอไว้ในท่ีว่างแห่งอ่ืน
ในคำขอนั้นก็ได้
แต่ให้มเี ครื่องหมาย
เชน่
ลกู ศรชี้ไปให้ร้วู ่าเปน็ ลายน้ิวมือของผู้ใด
หมวด ๕
การประกาศ
ข้อ
๓๕
กรณีมีผู้ขอจดทะเบียนจำนองที่ดินที่ยังไม่มีโฉนดที่ดิน
ใบไต่สวนหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน
์ ตามแบบ
น.ส.๓
ก
หรอื จำนองอสังหารมิ ทรัพยอ์ ย่างอ่ืนในที่ดิน
ดังกล่าว
หรือจำนองอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นในที่ดินท่ีมีโฉนดที่ดิน
ใบไต่สวนหรือหนังสือ
รับรองการทำประโยชน
์ ตามแบบ
น.ส.๓
ก
ในกรณีไม่รวมกับท่ีดินดังกล่าวให้ประกาศการขอ
จดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรม
เวน้ แตเ่ ปน็ การจดทะเบยี นเกยี่ วเนอื่ งกบั การจำนอง
เชน่
ในกรณี
การจดทะเบยี นไถถ่ อนจากจำนอง
ขนึ้ เงนิ จากจำนอง
ผอ่ นตน้ เงนิ จากจำนอง
โอนสทิ ธกิ ารรบั จำนอง
หลดุ เป็นสิทธจิ ากจำนอง
โอนชำระหนี้จำนอง
แก้ไขเปลย่ี นแปลงจำนอง
(แปลงหน้ีใหม่)
แก้ไข
หนอี้ ันจำนองเป็นประกนั
ปลอดจำนอง
ระงบั จำนอง
(ปลดจำนอง)
ลดเงินจากจำนอง
ระงับ
จำนอง
(ศาลขายบังคบั จำนอง)
ระงบั จำนอง
(หนี้เกลื่อนกลนื กัน)
หรือเปน็ กรณเี ขา้ ขอ้ ยกเวน้
อ่นื ตามนัยขอ้
๖
แห่งกฎกระทรวงฉบับท่
ี ๗
(พ.ศ.
๒๔๙๗)
ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิให้
ใช้ประมวลกฏหมายที่ดิน
พ.ศ.
๒๔๙๗
และกฎกระทรวงฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม
ไม่ต้องประกาศ
ตามนัยข้อ
๕
แห่งกฎกระทรวงฉบับท
่ี ๗
(พ.ศ.
๒๔๙๗)
ดังกล่าว
เช่น
ขอแก้ไขเพิ่มวงเงินท่ี
จำนอง
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีบันทึกความประสงค์ของผู้ขอไว้เป็นหลักฐานแล้วดำเนินการจด
ทะเบียนตอ่ ไปได้โดยไม่ตอ้ งประกาศใหมอ่ กี
189
หมวด ๖
การขายทอดตลาดทดี่ นิ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ยา่ งอนื่ ในระหวา่ งจดทะเบยี นจำนอง
และการไถถ่ อนจากจำนองกรณคี สู่ ญั ญาตาย
ขอ้
๓๖
กรณศี าลขายทอดตลาดทดี่ นิ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ยา่ งอนื่ ทอ่ี ยู่ในระหวา่ ง
จดทะเบยี นจำนองและมผี ซู้ อ้ื ได้ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทดี่ ำเนนิ การ
ดงั น้ี
(๑)
ศาลขายทอดตลาดโดยมกี ารจำนองตดิ ไปดว้ ย
ผรู้ บั จำนองเปน็ ผซู้ อื้ ได้ใหจ้ ดทะเบยี น
ประเภทขายตามคำส่ังศาลก่อน
แล้วจึงจดทะเบียนประเภทระงับจำนอง
(หน้ีเกลื่อนกลืนกัน)
แตถ่ า้ บคุ คลอนื่ ซอ้ื ได้ใหจ้ ดทะเบยี นประเภทขายตามคำสง่ั ศาลโดยมกี ารจำนองตดิ ไปดว้ ย
(๒)
ศาลขายทอดตลาดโดยมกี ารหกั หนจี้ ำนองไว้
ผรู้ บั จำนองหรอื บคุ คลอนื่ เปน็ ผซู้ อ้ื
ได้ใหจ้ ดทะเบยี นประเภทไถถ่ อนจากจำนองเสยี กอ่ น
จงึ จดทะเบยี นขายตามคำสง่ั ศาล
(๓)
ศาลขายทอดตลาดเนอ่ื งจากการบงั คบั จำนอง
ผรู้ บั จำนองหรอื บคุ คลอน่ื เปน็ ผซู้ อ้ื ได
้
ใหจ้ ดทะเบยี นประเภทระงบั จำนอง
(ศาลขายบงั คบั จำนอง)
เสยี กอ่ น
แลว้ จงึ จดทะเบยี นประเภท
ขายตามคำสงั่ ศาล
ขอ้
๓๗
กรณผี มู้ อี ำนาจตามกฎหมายขายทอดตลาดทดี่ นิ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ยา่ ง
อน่ื ทอ่ี ยู่ในระหวา่ งจำนองเพอื่ ชำระภาษ
ี เชน่
ผมู้ อี ำนาจตามประมวลรษั ฎากร
หรอื
ผวู้ า่ ราชการ
กรงุ เทพมหานคร
ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทดี่ ำเนนิ การดงั น
้ี
(๑)
ขายทอดตลาดโดยมีการจำนองติดไปด้วย
บุคคลอ่ืนเป็นผู้ซ้ือได้ให้จดทะเบียน
ประเภท
“ขายระหว่างจำนองตามคำสั่ง
..........................(ระบุชื่อผู้มีอำนาจออกคำสั่ง)
(ตามหนงั สอื ...................
ท
ี่ .........../..............
ลงวนั ท
ี่ ..........
เดอื น
................
พ.ศ.
.........)”
(ตามตวั อยา่ ง
หมายเลข
๓๒)
(๒)
ขายทอดตลาดโดยผรู้ บั จำนองยนิ ยอมใหท้ ดี่ นิ ทข่ี ายพน้ จากการจำนอง
เนอ่ื งจาก
มกี ารชำระหน้จี ำนองเปน็ ประกันแล้ว
หรอื ปลอดจากการจำนอง
หรือปลดจากการจำนอง
โดย
ผู้ซ้ือได้นำหลักฐานความยินยอมของผู้รับจำนองมาแสดงให้จดทะเบียนประเภท
“ไถ่ถอนจาก
จำนอง”
หรอื
“ปลอดจำนอง”
หรอื
“ระงบั จำนอง
(ปลดจำนอง)”
แลว้ แตก่ รณเี สยี กอ่ น
จงึ จด
ทะเบยี นประเภทขายตามคำสง่ั ของผมู้ อี ำนาจตามกฎหมายตอ่ ไป
ขอ้
๓๘
กรณจี ดทะเบยี นจำนองทดี่ นิ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ยา่ งอน่ื ไวแ้ ลว้ ปรากฏวา่
ผู้จำนองตาย
พนักงานเจ้าหน้าท่ีจะจดทะเบียนไถ่ถอนจากจำนองได้เมื่อมีการจดทะเบียนโอน
มรดกแลว้
กรณที ี่ไดม้ กี ารชำระหนี้ไวก้ อ่ นแลว้
ถา้ ผมู้ สี ทิ ธใิ นทดี่ นิ หรอื ผมู้ สี ทิ ธไิ ถถ่ อนจากจำนองได้
นำหนงั สือแสดงสิทธใิ นทีด่ ินและหลกั ฐานโดยสลักหลังการชำระหน้ีไว้ในสญั ญาฉบับผูร้ ับจำนอง
หรอื ไดท้ ำหลกั ฐานเปน็ หนงั สอื จากผรู้ บั จำนองวา่ ไดร้ บั ชำระหนเ้ี ปน็ คา่ ไถถ่ อนจากจำนองแลว้ มาขอ
จดทะเบียนไถ่ถอนจากจำนองต่อพนักงานเจ้าหน้าท
่ี เม่ือพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นการ
ถกู ตอ้ งแลว้ ใหจ้ ดทะเบยี นไถถ่ อนจากจำนอง
โดยลงชอ่ื ผตู้ าย
(ผจู้ ำนอง)
เปน็ ผู้ไถถ่ อนในหนงั สอื
แสดงสทิ ธใิ นทดี่ นิ ได
้
190
ขอ้
๓๙
กรณจี ดทะเบยี นจำนำไวต้ ามประกาศเรอ่ื งจำนำและขายฝากทดี่ นิ
ร.ศ.
๑๑๘
ผู้ไถถ่ อนไมส่ ามารถตดิ ตามตวั ผรู้ บั จำนำหรอื ทายาทของผรู้ บั จำนำเพอื่ ขอไถถ่ อนจากจำนำได
้ หาก
ผู้ไถ่ถอนได้นำเงินไปวางทรัพย์เพ่ือเป็นการชำระหนี้พร้อมทั้งได้แสดงต่อสำนักงานวางทรัพย์ว่า
ตนยอมสละสทิ ธทิ จ่ี ะถอนทรพั ยท์ ว่ี างไวต้ ามมาตรา
๓๓๔
วรรคสอง
(๑)
แหง่ ประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณิชย
์ พนกั งานเจ้าหน้าท่ีรับจดทะเบียนให้ได้ในประเภทไถ่ถอนจากจำนำ
ทั้งนี้
กรณี
ดงั กลา่ วไมส่ ามารถถอื เปน็ แนวทางปฏบิ ตั เิ รอื่ งการจดทะเบยี นไถถ่ อนจากจำนองได
้
ขอ้
๔๐
กรณจี ดทะเบยี นจำนองทดี่ นิ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ยา่ งอนื่ ไวแ้ ลว้
ปรากฏวา่
ผรู้ บั จำนองตาย
พนกั งานเจา้ หนา้ ทจ่ี ะจดทะเบยี นไถถ่ อนจากจำนองไดต้ อ่ เมอื่ ไดม้ กี ารจดทะเบยี น
โอนมรดกการรบั จำนองแลว้
เวน้ แต่ในกรณตี อ่ ไปน้ี
(๑)
ถ้ามรดกของผู้รับจำนองนั้นมีผู้จัดการมรดก
และได้แสดงหลักฐานการก่อต้ัง
ผู้จัดการมรดก
โดยถูกต้องตามกฎหมาย
ให้ผู้จัดการมรดกดำเนินการจดทะเบียนไถ่ถอนจาก
จำนองไปได้โดยไม่ต้องจดทะเบียนโอนลงช่ือผู้จัดการมรดกเสียก่อน
และเก็บหลักฐานการ
ต้ังผจู้ ดั การมรดกไว้ในสารบบ
(๒)
กรณีที่จดทะเบียนจำนองท่ีดินไว้ถ้าผู้รับจำนองได้รับชำระหนี้จำนองแล้ว
โดย
สลักหลังการรับชำระหน้ีไว้ในสัญญาฉบับผู้รับจำนอง
หรือได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือจากผู้รับ
จำนองว่าได้รับชำระหนี้เป็นค่าไถ่ถอนจากจำนองกันแล้ว
พร้อมท้ังคืนหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน
และสญั ญาจำนองใหแ้ กผ่ จู้ ำนองกอ่ นทผ่ี รู้ บั จำนองตาย
ใหผ้ จู้ ำนองดำเนนิ การจดทะเบยี นไถถ่ อน
จากจำนองไดต้ ามหลกั ฐานนน้ั
ขอ้
๔๑
กรณที ผ่ี มู้ ชี อ่ื ในหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทดี่ นิ หรอื มชี อ่ื เปน็ เจา้ ของอสงั หารมิ ทรพั ย์
อยา่ งอ่นื หลายคนโดยทกุ คนได้จดทะเบียนจำนองไว้
ปรากฏว่าผู้จำนองบางคนตาย
ผูท้ เ่ี หลอื อยู่
มีสิทธิมาขอจดทะเบียนไถ่ถอนจากจำนองไปได้โดยไม่ต้องจดทะเบียนโอนมรดกท่ีดินหรือ
อสงั หารมิ ทรพั ยอ์ ยา่ งอน่ื เฉพาะสว่ นของบคุ คลนน้ั เสยี กอ่ น
ขอ้
๔๒
ในกรณมี กี ารชำระเงนิ คา่ ไถถ่ อนจากจำนองแลว้ และมผี รู้ บั จำนองหลายคน
ปรากฏวา่ ผรู้ บั จำนองบางคนตาย
ผทู้ เ่ี หลอื อยมู่ สี ทิ ธมิ าขอจดทะเบยี นไถถ่ อนจากจำนอง
พนกั งาน
เจ้าหน้าที่สามารถจดทะเบียนไถ่ถอนจากจำนองได้โดยไม่ต้องจดทะเบียนโอนมรดกสิทธิการรับ
จำนองเฉพาะสว่ นของบคุ คลนน้ั เสยี กอ่ น
หมวด ๗
การจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรม
ข้อ
๔๓
ก่อนลงนามจดทะเบียนและประทับตราตำแหน่งในหนังสือสัญญา
หรือ
บนั ทกึ ขอ้ ตกลงรวมทง้ั สารบญั จดทะเบยี นใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทดี่ ำเนนิ การ
ดงั น
ี้
191
(๑)
ตรวจสอบสาระสำคัญที่พนักงานเจ้าหน้าท่ีได้สอบสวนจดลงไว้หรือผู้ขอจด
ทะเบยี นกรอกขอ้ ความลงไว้ในคำขอจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรม
และเอกสารทผ่ี ขู้ อจดทะเบยี น
นำมายน่ื พรอ้ มคำขอใหเ้ ปน็ การถกู ตอ้ ง
(๒)
ตรวจสอบสารบบ
ประวัติความเป็นมาของท่ีดิน
และอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขอ
ประสงคจ์ ะจดทะเบยี น
ชอ่ื เจา้ ของทดี่ นิ
อาย
ุ ชอื่ บดิ า
มารดา
และลายมอื ชอ่ื หรอื ลายพมิ พน์ ว้ิ มอื
ของผขู้ อจดทะเบยี นในคำขอจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรม
(ท.ด.๑,
ท.ด.๑
ก)
หรอื ในหนงั สอื มอบ
อำนาจแลว้ แตก่ รณ
ี โดยตรวจสอบใหต้ รงกบั หลกั ฐานเดมิ ในสารบบ
กรณลี ายมอื ชอ่ื ของผขู้ อจด
ทะเบียนผิดเพี้ยนจากลายมือชื่อเจ้าของในสารบบเดิมมากควรให้ผู้ขอจดทะเบียนพยายามลง
ลายมือชื่อใหต้ รงกบั ลายมอื ชอื่ ในสารบบเดมิ
หากผู้ขอจดทะเบียนยงั ลงลายมอื ชอ่ื ผดิ เพยี้ นจาก
เดมิ แตผ่ ขู้ อจดทะเบยี นเปน็ ผทู้ พ่ี นกั งานเจา้ หนา้ ทร่ี จู้ กั
กใ็ หพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทดี่ ำเนนิ การตอ่ ไปได
้
หากพนักงานเจ้าหน้าท่ีไม่รู้จักตัวผู้ขอจดทะเบียน
ควรขอหลักฐานท่ีเช่ือถือได้จากผู้น้ันมาตรวจ
สอบเพม่ิ เตมิ จนเปน็ ทเ่ี ชอื่ ถอื ไดว้ า่ ผขู้ อจดทะเบยี นเปน็ เจา้ ของทแ่ี ทจ้ รงิ
หรอื ใหผ้ ทู้ เ่ี ชอ่ื ถอื ไดร้ บั รอง
วา่ ผขู้ อจดทะเบยี นเปน็ เจา้ ของทแ่ี ทจ้ รงิ เสยี กอ่ น
สำหรบั กรณไี มม่ ลี ายมอื ชอื่ หรอื ลายพมิ พน์ ว้ิ มอื
ของเจา้ ของในสารบบใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทสี่ อบสวนเชน่ เดยี วกบั ท่ีไดก้ ลา่ วมาขา้ งตน้
(๓)
ตรวจสอบบญั ชอี ายดั วา่ มกี ารอายดั ทด่ี นิ หรอื อสงั หารมิ ทรพั ยท์ ผ่ี ขู้ อประสงคจ์ ะ
ขอจดทะเบยี นหรอื ไม
่ ประการใด
ขอ้
๔๔
หา้ มพนกั งานเจา้ หนา้ ทด่ี ำเนนิ การจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรมในกรณผี ขู้ อ
ไม่ไดล้ งลายมอื ชอ่ื ในชนั้ ยน่ื คำขอและสอบสวนตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ท่
ี
กรณีท่ีคู่กรณีได้ทำสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงตามแบบของคู่กรณีและลง
ลายมอื ชอื่ คกู่ รณแี ลว้ มายน่ื ดว้ ย
ใหน้ ำสญั ญาหรอื บนั ทกึ ขอ้ ตกลงนนั้ แนบเปน็ สญั ญาหรอื บนั ทกึ ขอ้
ตกลงตอ่ ทา้ ยสญั ญาหรอื บนั ทกึ ขอ้ ตกลงตามแบบของทางราชการแลว้ ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทลี่ งนาม
กำกับรอยต่อเท่าน้ัน
ทั้งน้ีให้พนักงานเจ้าหน้าที่ระบุในสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงตามแบบของ
ทางราชการวา่
“ขอ้ ตกลงอน่ื ใหเ้ ปน็ ไปตามสญั ญาหรอื บนั ทกึ ขอ้ ตกลงตอ่ ทา้ ย”
ดว้ ย
หมวด ๘
คา่ ธรรมเนยี ม
ขอ้
๔๕
การจดทะเบียนจำนอง
ขึ้นเงินจากจำนอง
โอนสิทธิการรับจำนอง
(กรณี
โอนโดยการตกลงกนั )
แก้ไขเปลย่ี นแปลงจำนอง
(แปลงหนี้ใหม)่
เปน็ การจดทะเบยี นประเภทมี
ทนุ ทรพั ย์ใหเ้ รยี กเกบ็ คา่ ธรรมเนยี มตามจำนวนทนุ ทรพั ยท์ ผี่ ขู้ อแสดง
สว่ นการโอนชำระหนจี้ ำนอง
แบ่งโอนชำระหน้ีจำนอง
หลุดเป็นสิทธิจากจำนอง
ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามจำนวนราคา
ประเมินทุนทรัพย
์ สำหรับการจดทะเบียนจำนองเพ่ิมหลกั ทรพั ย
์ แก้ไขหนีอ้ นั จำนองเป็นประกนั
ไถถ่ อนจากจำนอง
แบง่ ไถถ่ อนจากจำนอง
ระงบั จำนอง
(ปลดจำนอง)
ระงบั จำนอง
(ศาลขาย
192
บ
งั คบั จำนอง)
ระงบั จำนอง
(หนเ้ี กลอื่ นกลนื กนั )
ปลอดจำนอง
ผอ่ นตน้ เงนิ จากจำนอง
ลดเงนิ
จากจำนอง
โอนสทิ ธกิ ารรบั จำนองตามกฎหมาย
และเปลย่ี นชอ่ื ผรู้ บั จำนอง
(ระหวา่ งกจิ การทเี่ ปน็
นติ บิ คุ คลเดยี วกนั )
เปน็ การจดทะเบยี นประเภทไมม่ ที นุ ทรพั ย
์ ใหเ้ รยี กเกบ็ คา่ ธรรมเนยี มประเภท
ไมม่ ที นุ ทรพั ย
์ ทงั้ น
ี้ ตามกฎกระทรวงซง่ึ ออกตามความในพระราชบญั ญตั ใิ ห้ใชป้ ระมวลกฎหมาย
ทด่ี นิ
พ.ศ.
๒๔๙๗
ขอ้
๔๖
กรณกี ารจดทะเบยี นจำนองเปน็ ประกนั กบั ผรู้ บั จำนองหลายราย
โดยกำหนด
แยกวงเงินการรับจำนองของผู้รับจำนองแต่ละรายและอัตราดอกเบี้ยท่ีแตกต่างกันและผู้รับ
จำนองแตล่ ะรายกม็ ไิ ดเ้ ปน็ เจา้ หนรี้ ว่ มกนั
ใหเ้ รยี กเกบ็ คา่ ธรรมเนยี มจากวงเงนิ จำนองทม่ี ตี อ่ ผรู้ บั
จำนองแตล่ ะรายในอตั รารอ้ ยละ
๑
แตอ่ ยา่ งสงู ไมเ่ กนิ
๒๐๐,๐๐๐
บาท
ตามกฎกระทรวงซงึ่ ออก
ตามความในพระราชบญั ญตั ใิ ห้ใชป้ ระมวลกฎหมายทดี่ นิ
พ.ศ.
๒๔๙๗
ข้อ
๔๗
ในการจดทะเบียนประเภทปลอดจำนองกรณีการจดทะเบียนแบ่งแยกให้
เรยี กเกบ็ คา่ ธรรมเนยี มประเภทไมม่ ที นุ ทรพั ย
์ ตามจำนวนแปลงทดี่ นิ ทข่ี อจดทะเบยี นปลอดจำนอง
ในการจดทะเบียนปลอดจำนองกรณีการจดทะเบียนแบ่งกรรมสิทธิ์รวม
ที่มีผู้ถือ
กรรมสิทธ์ริ วมคนเดียวหรอื หลายคนจำนองเฉพาะสว่ นไวห้ ลายสญั ญา
และค่กู รณตี กลงให้ท่ดี นิ
ของผถู้ อื กรรมสทิ ธร์ิ วมทจ่ี ำนองบางคนแปลงเดยี วและบางคนหลายแปลง
ปลอดจากการจำนอง
ใหเ้ รยี กเกบ็ คา่ ธรรมเนยี มจดทะเบยี นปลอดจำนองประเภทไมม่ ที นุ ทรพั ยต์ ามจำนวนแปลงทดี่ นิ ที่
ปลอดจำนอง
และเรยี กเกบ็ คา่ ธรรมเนยี มจดทะเบยี นปลอดจากจำนองของผถู้ อื กรรมสทิ ธร์ิ วมที่
ไม่ไดจ้ ำนอง
ใหเ้ รยี กเกบ็ ตามจำนวนสญั ญาจำนองทผี่ ถู้ อื กรรมสทิ ธร์ิ วมคนอน่ื
ๆ
ไดจ้ ำนองไว้
ประกาศ
ณ
วนั ท
่ี ๒๒
สงิ หาคม
พ.ศ.
๒๕๕๐
(ลงช่อื )
ชัยฤกษ์ ดิษฐอำนาจ
(นายชัยฤกษ
์ ดษิ ฐอำนาจ)
อธบิ ดกี รมท่ดี ิน
(เวยี นตามหนังสือที่ มท ๐๕๑๕/ว ๒๒๘๐๔ ลว. ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๐)
193
194
195
196
197
198
199
200
201
202