The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รวมระเบียบคำสั่งกรมที่ดิน ประจำปี 2550 (ส่วนที่ 1) (ปี 2550)

กองแผนงาน

Keywords: ด้านทั่วไป

ลำดับท่ี คณุ วฒุ ิที่ ก.พ. รับรองแล้ว อตั ราเงนิ เดือนเดิม อัตราเงินเดอื นใหม่
อันดับ ขั้น(บาท) อนั ดบั ข้ัน(บาท)

๑๒
ปริญญาโทท่ีมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อย ๔
๑๐,๒๕๐

๑๐,๖๖๐


กว่า

ปี
ต่อจากวุฒิปริญญาตรีเฉพาะที่กำหนด

ในขอ้
๑๘

๙,๓๒๐

๙,๗๐๐

๑๓
ปริญญาโททว่ั ไป
หรือเทยี บเทา่

๑๔
ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต
ปริญญาทันตแพทย ๔
๙,๗๙๐

๑๐,๑๙๐


ศาสตรบณั ฑติ
และไดร้ บั ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี

หรอื ปรญิ ญาสัตวแพทยศาสตรบัณฑติ

๑๕
ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต
ปริญญาทันตแพทย ๔
๙,๓๒๐

๙,๗๐๐


ศาสตรบัณฑิต
หรือปริญญาสัตวแพทยศาสตร

บัณฑิต
(หลกั สตู รเดิม)

๑๖
ประกาศนียบัตรชั้นสูงที่มีหลักสูตรกำหนดเวลา ๓
๙,๑๐๐

๙,๔๗๐


ศึกษาไม่น้อยกว่า

ปี
ต่อจากวุฒิปริญญาตรี

เฉพาะท่กี ำหนด
ในข้อ๑๘

๑๗
ประกาศนียบัตรช้ันสูง
หรือประกาศนียบัตร ๓
๘,๓๖๐

๘,๗๐๐


บัณฑติ ทม่ี หี ลักสูตรการศึกษาไม่น้อยกวา่


ี ต่อ

จากวุฒิปริญญาตรที วั่ ไป
ในขอ้ ๑๙

๑๘
ปริญญาตรีท่ีมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อย ๓
๘,๓๖๐

๘,๗๐๐


กวา่


ี ต่อจากวุฒปิ ระกาศนยี บัตรมัธยมศกึ ษา

ตอนปลายเฉพาะปริญญาท
ี่ ก.พ.
กำหนดให้ได้รับ

เงินเดือนตามหลักสตู ร

ปี

๑๙
ปริญญาตรีท่ีมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อย ๓
๗,๖๓๐

๗,๙๔๐


กว่า

ปี
ต่อจากวฒุ ิประกาศนยี บัตรมธั ยมศกึ ษา

ตอนปลายหรอื เทียบเทา่

๒๐
อนปุ ริญญา
หรือประกาศนยี บัตรของส่วนราชการ ๒
๗,๑๓๐

๗,๔๒๐


ต่างๆ
ท่ีมีหลักสูตรกำหนดระยะเวลาศึกษาไม่น้อย

กว่า


ี ๖
เดือน
ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตร

มธั ยมศึกษาตอนปลายหรอื เทียบเทา่


403

ลำดับที่ คณุ วฒุ ิที่ ก.พ. รบั รองแลว้ อัตราเงินเดือนเดิม อัตราเงินเดอื นใหม่
อันดับ ขัน้ (บาท) อันดบั ข้นั (บาท)

๒๑
ประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง
(ปวส.)
หรือ ๒
๖,๘๒๐

๗,๑๐๐

อนปุ รญิ ญา
หรือประกาศนียบตั รของสว่ นราชการ
ต่างๆ
ที่มีหลักสูตรกำหนดระยะเวลาศึกษาไว้ไม่
น้อยกว่า


ี ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตร
มธั ยมศกึ ษาตอนปลายหรอื เทียบเทา่


๒๒
ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี เทคนคิ
(ปวท.)
ประกาศนยี บตั ร ๒
๖,๒๒๐

๖,๔๗๐

วิชาการศึกษาช้ันสูง
(ป.กศ.สูง)
และอนุปริญญา

หรือประกาศนียบัตรของส่วนราชการต่างๆ
ที่มี
หลกั สตู รกำหนดระยะเวลาศกึ ษาไว้ไมน่ อ้ ยกวา่

ปี

ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
หรือไม่น้อยกว่า


ี ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตร
มัธยมศกึ ษาตอนต้นหรอื เทียบเท่า


๒๓
ประกาศนียบัตรของส่วนราชการต่างๆ
ที่มี ๑
๕,๗๔๐

๕,๙๗๐

หลักสูตรกำหนดระยะเวลาศึกษาไว้ไม่น้อยกว่า



ี ๖
เดือนตอ่ จากวุฒปิ ระกาศนียบัตรมธั ยมศกึ ษา
ตอนปลายหรอื เทยี บเท่า


๒๔
ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี
(ปวช.)
หรอื ประกาศนยี บตั ร ๑
๕,๕๓๐

๕,๗๖๐

ทม่ี หี ลกั สตู รกำหนดระยะเวลาศกึ ษาไว้ไมน่ อ้ ยกวา่



ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
หรือไม่น้อยกว่า


ี ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตร
มัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า


๒๕
ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา
(ป.กศ.)หรือ ๑
๕,๑๐๐

๕,๓๑๐

ประกาศนียบัตรของส่วนราชการต่างๆ
ท่ีมี
หลักสูตรกำหนดระยะเวลาศึกษาไว้ไม่น้อยกว่า


ปี
ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้น
หรือเทยี บเท่า


404

ลำดบั ท่ี คุณวุฒิท่ี ก.พ. รับรองแลว้ อัตราเงนิ เดือนเดมิ อตั ราเงนิ เดอื นใหม่
อนั ดับ ขั้น(บาท) อนั ดับ ขั้น(บาท)

๒๖
ประกาศนียบัตรวิชาผดุงครรภ์อนามัย
หรือ ๑
๔,๙๘๐

๕,๑๘๐


ประกาศนียบัตรของส่วนราชการต่างๆ
ท่ีมี

หลักสูตรกำหนดระยะเวลาศึกษาไว้ไม่น้อยกว่า




ี ๖
เดอื น
ตอ่ จากวฒุ ปิ ระกาศนยี บตั รมธั ยมศกึ ษา

ตอนตน้
หรอื เทียบเทา่

๒๗
ประกาศนียบัตรวิชาชีพของส่วนราชการต่างๆ
ที่มี ๑
๔,๘๘๐

๕,๐๘๐


หลักสูตรกำหนดระยะเวลาศึกษาไว้ไม่น้อยกว่า



ปีเดือน
ต่อจากวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษา

ตอนตน้
หรือเทียบเท่า

๔,๘๘๐

๕,๐๘๐

๒๘
ประกาศนียบตั รนาฏศิลป์ชั้นต้น

๒๙
ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้น
และ ๑
๔,๘๘๐

๕,๐๘๐


ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
หรือ

เทียบเท่า


405

รายละเอียดการปรับปรงุ การกำหนดอัตราเงนิ เดอื นของผสู้ ำเร็จการศกึ ษาจากต่างประเทศ
(สหรฐั อเมรกิ า ประเทศแคนาดา สหราชอาณาจกั ร ประเทศออสเตรเลยี ประเทศ
นิวซีแลนด์ ประเทศญ่ีปนุ่ และAsian Institute of Technology)

ลำดับท่ี คุณวุฒิ อัตราเงินเดือนเดิม อตั ราเงนิ เดอื นใหม่
อันดบั ข้ัน(บาท) อันดับ ขั้น(บาท)


Higher
National
Diploma
(HND)

๗,๒๖๐

๗,๕๖๐


ปริญญาตรีหลักสูตร


ี ของสหรัฐอเมริกา

๖,๘๙๐

๗,๑๗๐


สาขาวิชาท่ีต้องได้รับการรับรองวิทยฐานะสาขา

วิชาชีพ
แต่สถาบันได้รับเฉพาะการรับรองวิทย

ฐานะสถาบนั


ปรญิ ญาตรที วั่ ไป
หรอื ปรญิ ญาตรขี องสหรฐั อเมรกิ า ๓
๗,๖๓๐

๗,๙๔๐


สาขาวิชาท่ีไม่ต้องได้รับการรับรองวิทยฐานะสาขา

วิชาชีพ
และสถาบันได้รับรองวิทยฐานะสถาบัน


หรือปริญญาตรีของสหรัฐอเมริกาสาขาวิชาท่ีต้อง

ได้รับการรับรองวิทยฐานะสาขาวิชาชีพ
และ

สถาบนั นั้นได้รับการรบั รองวทิ ยฐานะสาขาวิชาชพี


ปริญญาตรีของสหรัฐอเมริกา
สาขาวิชาเภสัช ๓
๗,๖๓๐

๗,๙๔๐


ศาสตร์
สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร
์ จาก

สถาบันท่ีไม่ได้รับรองวิทยฐานะสาขาวิชาชีพ
แต่

ไดร้ บั เฉพาะการรับรองวทิ ยฐานะสถาบนั


ปริญญาตรีของสหรัฐอเมริกา
สาขาวิชาเภสัช ๓
๘,๓๖๐

๘,๗๐๐


ศาสตร์
สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์
จาก

สถาบันท่ีได้รับการรับรองวิทยฐานะสาขาวิชาชีพ


หรอื
Postgraduate
Diploma
(หลกั สตู รปกติ)


Postgraduate
Diploma
(หลักสูตรสำหรับนัก ๓
๘,๐๐๐

๘,๓๒๐


ศึกษาต่างชาต)ิ


ปริญญาโทของสหรัฐอเมริกา
สาขาวิชาท่ีต้องได้ ๔
๘,๔๓๐

๘,๗๗๐


รับการรับรองวิทยฐานะสาขาวิชาชีพ
แต่สถาบัน

ได้รับเฉพาะการรับรองวิทยฐานะสถาบัน
โดยไม่

ได้รับการรับรองวทิ ยฐานะสาขาวิชาชีพ


406

ลำดบั ท่ี คณุ วุฒิ อตั ราเงนิ เดอื นเดมิ อัตราเงนิ เดอื นใหม่
อันดบั ขน้ั (บาท) อันดบั ขนั้ (บาท)

ปรญิ ญาโททว่ั ไป
หรอื ปรญิ ญาโทของสหรฐั อเมรกิ า ๔
๙,๓๒๐

๙,๗๐๐


สาขาวิชาท่ีไม่ต้องได้รับการรับรองวิทยฐานะสาขา

วิชาชีพ
และสถาบันได้รับการรับรองวิทยฐานะ

สถาบัน
หรือปริญญาโทของสหรัฐอเมริกา
สาขา

วิชาเภสัชศาสตร์
สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์


จากสถาบันที่ไม่ได้รับการรับรองวิทยฐานะสาขา

วิชาชีพ
แต่ได้รับการรับรองวิทยฐานะสถาบัน


หรือ
Doctor
of
Pharmacy
จากสถาบันท่ีได้รับ

การรบั รองวทิ ยฐานะสาขาวชิ าชพี ของสหรฐั อเมรกิ า


ปริญญาแพทยศาสตร
์ ปริญญาทันตแพทยศาสตร
์ ๔
๙,๗๙๐

๑๐,๑๙๐


และได้รับใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี ในประเทศ

๑๐
ปริญญาตรีหลักสูตร

ปี
+
ปริญญาโทในสาขา ๔
๑๐,๒๕๐

๑๐,๖๖๐


วิชาท่ีเกี่ยวข้อง
หรือปริญญาโทของสหรัฐอเมริกา


สาขาวชิ าเภสชั ศาสตร
์ สาขาวชิ าสถาปตั ยกรรมศาสตร


จากสถาบันที่ ได้รับการรับรองวิทยฐานะสาขา

วชิ าชีพ

๑๑
ปริญญาแพทยศาสตร
์ ปริญญาทันตแพทยศาสตร
์ ๔
๑๐,๗๑๐

๑๑,๑๔๐


และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชพี
หรอื ปรญิ ญา

สัตวแพทยศาสตร
์ +
ปริญญาโทในสาขาวิชาที่

เกย่ี วข้อง

๑๒
ปรญิ ญาเอก

๑๒,๖๐๐

๑๓,๑๑๐

๑๓
ปริญญาแพทยศาสตร
์ ปริญญาทันตแพทยศาสตร
์ ๕
๑๓,๑๖๐

๑๓,๖๙๐


และได้รับใบอนญุ าตประกอบวิชาชพี
หรอื ปรญิ ญา

สัตวแพทยศาสตร
์ +
ปริญญาเอกในสาขาวิชาท่ี

เก่ียวขอ้ ง


407

408

บัญชรี ายชอื่ หนงั สือเวียน ระเบยี บ และคำส่ังต่างๆ

กองนิตกิ าร
ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๐



๑. เลขทหี่ นังสอื เวียน
ลำดับท่ี ระเบียบ คำสง่ั ชอ่ื เรอื่ ง หนา้
๒. ลงวัน เดอื น ปี ๔๑๐
๑.
ด่วนท่ีสดุ



่ี มท
๐๕๐๕.๔/ว
๑๗๐๗
มาตรฐานการสนบั สนนุ เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกจิ


ลว.
๑๙
ม.ค.
๕๐




๒.
ท่
ี มท
๐๕๐๕.๔/ว
๑๙๙๓
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตร
ี ว่าด้วยมาตรฐานระวาง ๔๑๓
ลว.
๒๓
ม.ค.
๕๐
แผนที่และแผนท่ีรูปแปลงที่ดินในที่ดินของรัฐ
พ.ศ.


๒๕๕๐




๓.
ที
่ กค
๐๔๐๖.๗/ว
๒๑
กำหนดระยะเวลาการฟอ้ งคดเี ก่ยี วกบั สญั าทางปกครอง
๔๑๘
ลว.
๒๓
เม.ย.
๕๐




๔.
ดว่ นทสี่ ดุ
๔๒๑


ี่ มท
๐๕๐๕.๔/ว
๒๘๒๗๕
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายท่ีดิน


ลว.
๑๒
ต.ค.
๕๐
(ฉบับที่
๑๐)
พ.ศ.
๒๕๕๐


๕.
ดว่ นท่ีสุด

ที่
กค
๐๔๐๖.๒/ว
๖๖

๔๒๔
แนวทางการกำหนดสัดส่วนความรับผิดทางละเมิดของ

ลว.
๒๕
ก.ย.
๕๐
เจ้าหนา้ ท่




๖.
ที่
กค
๐๔๐๖.๒/ว
๗๕
ซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติในการสอบข้อเท็จจริง ๔๓๒
ลว.
๓๐
ต.ค.
๕๐
ความรับผดิ ทางละเมิด




๗.
ด่วนท่สี ดุ
๔๓๕


่ี มท
๐๕๐๕.๔/ว
๒๙๙๓๕
ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์
วิธีการและเง่ือนไข

ลว.
๓๐
ต.ค.
๕๐
การยกเลิกการจดั สรรที่ดนิ
พ.ศ.
...




๘.
ด่วนทสี่ ดุ
๔๕๑

ที
่ มท
๐๕๐๕.๔
/ว
๓๓๕๖๗
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน


ลว.
๓๐
พ.ย.
๕๐
(ฉบับท่ี
..)
พ.ศ.
...
(ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการออก

โฉนดท่ีดนิ หรือหนงั สอื รบั รองการทำประโยชน์)





409

(สำเนา)

ด่วนท่ีสุด

ท่ี
มท
๐๕๐๕.๔/ว
๑๗๐๗








กรมท่ีดิน















ถนนพระพิพธิ
กทม.
๑๐๒๐๐













๑๙
มกราคม
๒๕๕๐

เรื่อง มาตรการสนับสนนุ เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกจิ


เรียน ผวู้ ่าราชการจงั หวัดทกุ จังหวัด

สิ่งทีส่ ง่ มาด้วย
สำเนาประกาศกระทรวงมหาดไทย
จำนวน

ฉบับ






ด้วยกระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง
การเรียกเก็บ
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายท่ีดิน
กรณีการโอนและการ
จำนองอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรการสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจตามหลักเกณฑ์ท่ีคณะ
รฐั มนตรกี ำหนด
และประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรอื่ ง
การเรยี กเกบ็ คา่ ธรรมเนยี มจดทะเบียน
สิทธิและนิติกรรมตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด
กรณีการโอนและการจำนองห้องชุดตาม
มาตรการสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจตามหลักเกณฑ์ท่ีคณะรัฐมนตรีกำหนด
เพ่ือ
กำหนดการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในการโอนและการ
จำนองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดในอัตราร้อยละ
๐.๐๑
เพ่ือเป็นการให้ความช่วยเหลือแก่
ประชาชน
ในด้านการลงทุนและการประกอบกิจการ
และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ
การค้า

และการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ
ทั้งน
้ี เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการ
พัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ดังกล่าว
รายละเอียดปรากฏตามสำเนาประกาศกระทรวงมหาดไทยท่ี
ส่งมาพร้อมน
้ี



จึงเรียมมาเพอื่ โปรดทราบ
และแจ้งให้เจา้ หนา้ ท่ที ราบและถอื ปฏบิ ัติตอ่ ไป


ขอแสดงความนบั ถือ




(ลงชื่อ) ชยั ฤกษ์ ดิษฐอำนาจ
(นายชัยฤกษ์
ดิษฐอำนาจ)

อธบิ ดกี รมที่ดิน




กองนิติการ

โทร.

๒๒๒๓
๒๔๐๒

โทรสาร

๒๒๒๒
๓๘๑๗


410

(สำเนา)
ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรอ่ื ง การเรยี กเก็บคา่ ธรรมเนยี มการจดทะเบียนสิทธิและนติ กิ รรมตามประมวลกฎหมายทดี่ ิน
กรณีการโอนและการจำนองอสงั หารมิ ทรัพยต์ ามมาตรการสนบั สนุนเขตพฒั นาพเิ ศษ
เฉพาะกิจตามหลกั เกณฑท์ ี่คณะรฐั มนตรกี ำหนด




โดยทีค่ ณะรัฐมนตรีไดม้ มี ตเิ ม่อื วนั ที่
๑๙
ธันวาคม
๒๕๔๙
เหน็ ชอบตามมาตรการ
สนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจท่ีกำหนดให้ลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการโอนและค่า
จดทะเบียนการจำนองอสงั หาริมทรพั ย
์ เป็นอตั รารอ้ ยละศูนยจ์ ดุ ศูนยห์ นึ่ง
ท้งั น
้ี เพ่ือเป็นการให้
ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในด้านการลงทุนและการประกอบกิจการ
และเป็นการกระตุ้น
เศรษฐกิจ
การค้าและการลงทุนในพื้นที่พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ
อันจะเป็นการสนับสนุนและส่ง
เสรมิ การพัฒนาเศรษฐกิจในเขตพื้นทีด่ งั กลา่ ว




ดังนั้น
เพ่ือให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
มหาดไทยจึงออกประกาศไว้
ดงั ตอ่ ไปน้ี




ขอ้

ใหเ้ รยี กเกบ็ คา่ จดทะเบยี นการโอนและคา่ จดทะเบยี นการจำนองอสงั หารมิ ทรพั ย์
ในอัตราร้อยละศูนย์จุดศูนย์หนึ่ง
สำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์โดยการขาย
แลกเปล่ียน

ให้และการโอนโดยทางมรดกให้แก่ทายาท
หรือการจำนองอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในท้องท่ี
จงั หวัดนราธวิ าส
จงั หวดั ปตั ตานี
จงั หวัดยะลา
จังหวัดสตูล
และจงั หวดั สงขลาเฉพาะในท้องที่
อำเภอจะนะ
อำเภอนาทว
ี อำเภอสะบ้าย้อย
และอำเภอเทพา




ข้อ

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

จนถงึ วนั ท
่ี ๓๑
ธันวาคม
พ.ศ.
๒๕๕๒




ประกาศ

วันที
่ ๕
มกราคม
พ.ศ.
๒๕๕๐




อารีย์ วงศ์อารยะ
รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย





411

(สำเนา)
ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง การเรยี กเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบยี นสทิ ธิและนิตกิ รรมตามกฎหมายว่าดว้ ยอาคารชดุ
กรณีการโอนและการจำนองห้องชุดตามมาตรการสนบั สนนุ เขตพัฒนาพเิ ศษเฉพาะกิจตาม
หลกั เกณฑท์ ค่ี ณะรฐั มนตรีกำหนด




โดยทีค่ ณะรัฐมนตรไี ด้มมี ตเิ มอื่ วนั ที่
๑๙
ธันวาคม
๒๕๔๙
เห็นชอบตามมาตรการ
สนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจท่ีกำหนดให้ลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการโอนและค่า
จดทะเบียนการจำนองห้องชุด
เป็นอัตราร้อยละศูนย์จุดศูนย์หนึ่ง
ทั้งน้
ี เพื่อเป็นการให้ความ
ชว่ ยเหลอื แกป่ ระชาชน
ในด้านการลงทุนและการประกอบกจิ การ
และเป็นการกระตนุ้ เศรษฐกจิ

การคา้
และการลงทนุ ในพน้ื ทพ่ี ฒั นาพเิ ศษเฉพาะกจิ
อนั จะเปน็ การสนบั สนนุ และสง่ เสรมิ การพฒั นา
เศรษฐกจิ ในเขตพน้ื ท่ดี งั กลา่ ว




ดงั นน้ั
เพอ่ื ใหเ้ ปน็ ไปตามมตคิ ณะรฐั มนตรดี งั กลา่ ว
รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย
จึงออกประกาศไว้
ดังต่อไปน
ี้



ข้อ

ให้เรียกเก็บค่าจดทะเบียนการโอนและค่าจดทะเบียนการจำนองหอ้ งชดุ
ในอตั รารอ้ ยละศนู ยจ์ ดุ ศนู ยห์ นง่ึ
สำหรบั การโอนหอ้ งชดุ โดยการขาย
แลกเปลยี่ น
ให้
และการโอน
โดยทางมรดกให้แก่ทายาท
หรือการจำนองห้องชุดท่ีตั้งอยู่ในท้องท่ีจังหวัดนราธิวาส
จังหวัด
ปตั ตาน
ี จงั หวดั ยะลา
จงั หวัดสตลู
และจงั หวัดสงขลาเฉพาะในทอ้ งทีอ่ ำเภอจะนะ
อำเภอนาทวี

อำเภอสะบ้าย้อย
และอำเภอเทพา




ข้อ

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

จนถงึ วนั ท
่ี ๓๑
ธนั วาคม
๒๕๕๒




ประกาศ

วันท
ี่ ๕
มกราคม
๒๕๕๐




อารีย์ วงศ์อารยะ
รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย





412

(สำเนา)

ด่วนท่สี ดุ

ที่
มท
๐๕๐๕.๔/ว
๑๙๙๓








กรมทีด่ นิ















ถนนพระพพิ ิธ
กทม.
๑๐๒๐๐













๒๓
มกราคม
๒๕๕๐



เร่ือง ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตร
ี ว่าด้วยมาตรฐานระวางแผนที่และแผนท่ีรูปแปลง

ทดี่ ินในทด่ี ินของรัฐ
พ.ศ.
๒๕๕๐

เรียน ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ทุกจงั หวัด

สิ่งทสี่ ่งมาด้วย
สำเนาระเบียบสำนกั นายกรฐั มนตร
ี วา่ ดว้ ยมาตรฐานระวางแผนทแี่ ละ

แผนทรี่ ปู แปลงทดี่ นิ ในท่ดี นิ ของรัฐ
พ.ศ.
๒๕๕๐






ด้วยกระทรวงมหาดไทยได้เสนอร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วย
มาตรฐานระวางแผนที่และแผนท่ีรูปแปลงที่ดินในท่ีดินของรัฐ
พ.ศ.
.....
มีสาระสำคัญในการ
กำหนดให้การจัดทำระวางแผนที่และแผนที่รูปแปลงที่ดินในที่ดินของรัฐเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณา
ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในร่างระเบียบสำนัก
นายกรัฐมนตรีดังกล่าวแล้วและสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ฉบับประกาศและงานท่วั ไปเล่ม
๑๒๔
ตอนพิเศษ
๓ง
วันท่
ี ๑๑
มกราคม
๒๕๕๐
รายละเอยี ด
ปรากฏตามสำเนาระเบียบสำนกั นายกรัฐมนตรฯี
ทแี่ นบมาพรอ้ มน้




จึงเรียนมาเพอื่ โปรดทราบและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบและถือปฏิบตั ิตอ่ ไป


(ลงช่อื ) ขอแสดงความนับถอื




ชัยฤกษ์ ดิษฐอำนาจ
(นายชัยฤกษ
์ ดษิ ฐอำนาจ)


อธบิ ดีกรมทดี่ ิน




กองนิตกิ าร

โทร.

๒๒๒๓
๒๔๐๒

โทรสาร

๒๒๒๒
๓๘๑๗




413

(สำเนา)
ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรี

ว่าด้วยมาตรฐานระวางแผนทแ่ี ละแผนทร่ี ปู แปลงทด่ี ินในที่ดินของรฐั
พ.ศ. ๒๕๕๐








โดยที่ในปัจจุบันการจัดทำระวางแผนท่ีและแผนท่ีรูปแปลงท่ีดินของส่วนราชการ
ใช้มาตรฐานที่แตกต่างกัน
ทำให้ท่ีดินมีแนวเขตเหลื่อมล้ำกันหรือไม่ชัดเจน
ก่อให้เกิดปัญหา
ในการตรวจสอบขอบเขตหรือตำแหน่งที่ดิน
การจัดทำแผนท่ีแสดงเขตที่ดินตามกฎหมายและ
การปฏิบัติหน้าท่ีของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
สมควรกำหนดให้การจัดทำระวางแผนท่ีและแผนที่รูป
แปลงทีด่ นิ ของรฐั เป็นมาตรฐานเดยี วกนั




อาศยั อำนาจตามความมาตรา
๑๑
(๘)
แหง่ พระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการ
แผ่นดิน
พ.ศ.
๒๕๓๔
นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงวางระเบียบไว้

ดงั ต่อไปน้ี




ข้อ

ระเบียบนี้เรียกว่า
“ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยมาตรฐานระวาง
แผนที่และแผนท่รี ปู แปลงทีด่ นิ ในท่ดี นิ ของรัฐ
พ.ศ.
๒๕๕๐”





ข้อ

ระเบียบน้ีให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เปน็ ตน้ ไป




ข้อ

ในระเบียบน้




“แผนทีร่ ูปแปลงที่ดนิ ”
หมายความว่า
รปู แผนที่ที่แสดงขอบเขตและตำแหนง่ ทด่ี นิ




“ที่ดนิ ของรฐั ”
หมายความว่า
บรรดาที่ดนิ ท้งั หลายอนั เป็นทรัพย์สนิ ของแผ่นดนิ




“สว่ นราชการ”
หมายความว่า
กระทรวง
ทบวง
กรม
หรอื สว่ นราชการทเี่ รียกชอื่
อย่างอ่ืนและมีฐานะเป็นกรม
หรือหน่วยงานอ่ืนใดของรัฐท่ีมีฐานะเป็นส่วนราชการตาม
กฎหมายว่าดว้ ยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินซงึ่ มหี นา้ ทีต่ ามทก่ี ำหนดในข้อ
๑๐





ข้อ

ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง
เรียกว่า
“คณะกรรมการกำหนดมาตรฐาน
ระวางแผนท่ีและแผนท่ีรูปแปลงที่ดินในที่ดินของรัฐ”
เรียกโดยย่อว่า
“กมร.”
ประกอบด้วย
สำนักนายกรัฐมนตรี
เป็นประธานกรรมการ
รองปลัดกระทรวงมหาดไทยซึ่งปลัดกระทรวง
มหาดไทยมอบหมาย
เปน็ รองประธานกรรมการ
อธบิ ดกี รมการปกครอง
อธบิ ดกี รมทรพั ยากรทาง
ทะเลและชายฝั่ง
อธบิ ดีกรมท่ีดนิ
อธบิ ดกี รมธนารักษ
์ อธบิ ดีกรมปา่ ไม้
อธิบดีกรมพฒั นาสังคม
และสวัสดิการ
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์
อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาต
ิ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช

เลขาธกิ ารสำนักงานการปฏิรูปทดี่ นิ เพอ่ื เกษตรกรรม
และเจ้ากรมแผนที่ทหาร
เปน็ กรรมการ




ใหน้ ายชา่ งใหญ่
กรมที่ดนิ
เปน็ กรรมการและเลขานกุ าร
และใหผ้ อู้ ำนวยการสำนกั


414

เทคโนโลยีทำแผนที่
กรมท่ีดิน
และผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการ
และผ้ชู ่วยเลขานกุ าร




ข้อ ๕
ให้
กมร.
มอี ำนาจหนา้ ท่ดี งั ต่อไปน้ี




(๑)
กำหนดหลักเกณฑ
์ วิธีการ
และเง่ือนไขเก่ียวกับมาตรฐานการจัดทำระวาง
แผนท่แี ละแผนท่รี ปู แปลงทด่ี ินตามระเบยี บน้




(๒)
กำกับ
ติดตาม
ดูแล
และตรวจสอบให้ส่วนราชการดำเนินการให้เป็นไปตาม
ระเบยี บนี




(๓)
ตคี วามและวนิ จิ ฉยั ปัญหาเกยี่ วกับการปฏิบตั ิตามระเบยี บนี้




(๔)
ยกเว้นหรือผ่อนผันการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ท้ังนี
้ การยกเว้นดังกล่าวต้องได้
รบั ความเหน็ ชอบจากนายกรัฐมนตร




(๕)
แต่งต้ังคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติงานตามท
่ี
กมร.
มอบหมาย




(๖)
ออกระเบียบ
ประกาศหรือคำสงั่ เพอื่ ปฏิบัตกิ ารให้เป็นไปตามระเบยี บน้ี




(๗)
ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้หรือตามที่คณะรัฐมนตร
ี หรือ
นายกรัฐมนตรมี อบหมาย




ข้อ

การประชุมของ
กมร.
ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าก่ึงหนึ่งของ
จำนวนกรรมการทงั้ หมด
จงึ จะเป็นองคป์ ระชุม




ในการประชุมถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม
ถ้าประธานกรรมการและรองประธาน
กรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการ
คนหน่ึงเป็นประธานในที่ประชุม




การวนิ ิจฉัยชีข้ าดของที่ประชมุ ให้ถอื เสยี งข้างมาก
กรรมการคนหนง่ึ ใหม้ เี สยี งหนึ่ง
ในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพ่ิมข้ึนอีกหน่ึงเสียง
เป็นเสยี งชี้ขาด




ข้อ

การประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานท
่ี กมร.
แต่งตั้งให้นำ
ความในขอ้

มาใชบ้ งั คับโดยอนุโลม




ขอ้

ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ท
่ี กมร.
อาจขอใหห้ นว่ ยงานของรฐั หรอื ผทู้ เ่ี กยี่ วขอ้ งสง่ ขอ้ มลู
หรือเอกสารหลักฐาน
หรือชี้แจงรายละเอียดหรือเชิญบุคคลใดบุคคลหน่ึงมาชี้แจงข้อเท็จจริง
หรอื เสนอแนะความเห็น
เพ่ือประกอบการพจิ ารณาของ
กมร.
ก็ได




ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานท่
ี กมร.

แต่งต้ังดว้ ย




ข้อ

ให้สำนักเทคโนโลยีทำแผนท
ี่ กรมที่ดิน
รับผิดชอบในงานธุรการของ
กมร.

และ
ปฏบิ ตั หิ น้าทต่ี ามท
่ี กมร.
มอบหมาย


415

ข้อ
๑๐
ให้ส่วนราชการซ่ึงมีหน้าท่ีดังต่อไปนี้เป็นผู้ดำเนินการจัดทำระวางแผนที่
และแผนทีร่ ปู แปลงทีด่ ินในทด่ี นิ ของรัฐให้เป็นไปตามมาตรฐานทก่ี ำหนดไว้ในระเบยี บน้ี




(๑)
จดั ทำแผนทแี่ สดงเขตทดี่ นิ ซงึ่ กำหนดตามกฎหมายหรอื มตคิ ณะรฐั มนตรเี พอื่ จดั

สงวนหรอื รกั ษาท่ดี นิ ของรฐั




(๒)
ออกหนงั สอื สำคญั สำหรับทีห่ ลวง




(๓)
ออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน
์ หนังสืออนุญาตให้อยู่อาศัย
หนังสือ
แสดงการทำประโยชน์หรือหนังสืออนุญาตในลักษณะอ่ืนใดท่ีทางราชการออกให้แก่เอกชน

เพ่อื ให้ใช้ประโยชน์ในทด่ี นิ ไดภ้ ายในระยะเวลาที่กำหนด




(๔)
ดำเนนิ การอ่นื ใดในลักษณะทำนองเดียวกนั กบั
(๑)
(๒)
หรือ
(๓)




ข้อ
๑๑
ก่อนการจัดทำระวางแผนท่ีและแผนท่ีรูปแปลงที่ดินส่วนราชการต้อง
ทำการรังวัดให้ได้มาซึ่งพกิ ัดตำแหน่งของทกุ มุมเขตของแปลงทดี่ ิน
ทั้งน
้ี ตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ ี
การรงั วัดที
่ กมร.
กำหนด




พิกัดตำแหน่งท่ีใช้ในการรังวัดต้องเป็นระบบพิกัดฉากที่สามารถปรับค่าพิกัดให้เป็น
ระบบพิกดั ฉากที่ใช้ในราชการของกรมทด่ี นิ




ขอ้
๑๒
เม่ือทำการรังวดั เสร็จแลว้
ใหส้ ่วนราชการจัดทำระวางแผนทีแ่ ละแผนทร่ี ูป
แปลงท่ดี นิ ตามมาตรฐานทีก่ ำหนดในขอ้
๑๓
และขอ้
๑๔
ตอ่ ไป




ข้อ
๑๓
ระวางแผนท่ีต้องเป็นระวางพื้นราบ
กว้างยาวด้านละห้าสิบเซนติเมตร

และมีมาตราส่วน

:
๔,๐๐๐
พร้อมทั้งแสดงลำดับชุดและหมายเลขระวางแผนที่ภูมิประเทศ
มาตราส่วน

:​
๕๐,๐๐๐
ของกรมแผนที่ทหารที่ใช้ประกอบการจัดทำไว้ด้วย
ท้ังน้ี
ตาม
หลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารจดั ทำระวางแผนท่ที
่ี กมร.
กำหนด




ข้อ
๑๔
แผนที่รูปแปลงที่ดินของที่ดินแต่ละแปลงต้องแสดงค่าพิกัดฉากตั้งและ
พิกัดฉากราบสว่ นยอ่ ยของระวางแผนท
ี่ และพกิ ดั ตำแหนง่ มุมเขตของแปลงท่ดี ินทงั้ หมดท่ีได้ใน
การรงั วัด
โดยใชม้ าตราส่วนตามความเหมาะสม




ในกรณีท่ีมีที่ดินหลายแปลงต้ังอยู่ภายในแนวเขตท่ีกำหนดตามกฎหมายหรือมติ
คณะรัฐมนตรีให้จัดทำแผนท่ีรูปแปลงที่ดินรวมโดยแสดงรูปแปลงท่ีดินและรายการตามท่ี
กำหนดในวรรคหนึ่งดว้ ย




แผนท่ีรูปแปลงท่ีดินตามวรรคหนึ่งและแผนที่รูปแปลงที่ดินรวมตามวรรคสองให้
จัดทำเปน็ ข้อมูลดจิ ิตอลด้วย




ขอ้
๑๕
ในกรณที ่ีดินซึง่ บคุ คลมกี รรมสทิ ธห์ รอื สิทธิครอบครองตามบทบัญญตั ิแห่ง
ประมวลกฎหมายที่ดินตั้งอยู่ภายในแนวเขตท่ีดินที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการจัดท่ีดินเพ่ือ
การครองชีพ
กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปท่ีดินเพ่ือการเกษตรกรรมกฎหมายว่าด้วยการสงวน
และคุ้มครองสัตว์ป่า
กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาต
ิ กฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาต
ิ หรือ
กฎหมายอ่นื ใดท่ีกำหนดในลักษณะทำนองเดยี วกันให้ถอื ว่าแผนทรี่ ูปแปลงทด่ี ินทีก่ รมท่ดี ินจดั ทำ


416

ไวเ้ ป็นแผนท่รี ปู แปลงทีด่ ินตามข้อ
๑๔
วรรคหน่ึง
และให้นำมาลงไว้ในแผนทร่ี ปู แปลงทีด่ นิ รวม
ตามข้อ
๑๔
วรรคสอง




ข้อ
๑๖
ให้ส่วนราชการส่งสำเนาแผนที่รูปแปลงท่ีดินและข้อมูลดิจิตอลของที่ดิน
แปลงน้นั ท่ีไดจ้ ัดทำข้นึ ตามข้อ
๑๔
แกก่ รมท่ดี นิ ภายในหกสิบวนั นบั แตว่ ันทที่ ำการรงั วดั แล้วเสร็จ




ในกรณีท่ีมีการจัดทำแผนที่รูปแปลงท่ีดินรวม
ให้ส่งเฉพาะสำเนาแผนท่ีรูปแปลง
ที่ดนิ รวมและข้อมลู ดจิ ิตอลของที่ดนิ แปลงรวมนน้ั




ให้กรมที่ดินนำข้อมูลท่ีได้รับตามวรรคหนึ่งและวรรคสองมาจัดทำฐานข้อมูลแผนที่
รูปแปลงที่ดินของรัฐในระบบภูมิสารสนเทศให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับข้อมูล
และดูแลรกั ษาฐานข้อมูลดงั กล่าวให้ถกู ต้องและทันสมัย
ทัง้ นีต้ ามหลักเกณฑ์และวิธีการที
่ กมร.

กำหนด




ขอ้ ๑๗
เมอ่ื มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนท่รี ปู แปลงทีด่ นิ และขอ้ มลู ดิจติ อลให้สว่ น
ราชการแจง้ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขดงั กลา่ วพรอ้ มข้อมลู ทเี่ กยี่ วข้องแกก่ รมท่ดี นิ
เพอ่ื ดำเนินการ
ปรับปรุงแก้ไขฐานข้อมูลในระบบภูมิสารสนเทศต่อไป
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการ
เปลีย่ นแปลงแก้ไข




กรมที่ดินต้องปรับปรุงแก้ไขฐานข้อมูลดังกล่าวตามวรรคหน่ึง
ภายในสามสิบวัน

นับแตว่ นั ท่ีไดร้ ับหนงั สอื แจ้งตามวรรคหนงึ่




ขอ้
๑๘
ใหส้ ่วนราชการจัดเกบ็ รายการรังวดั
รายการคำนวณแผนท
ี่ ระวางแผนท่

และต้นรา่ งแผนที่รปู แปลงทดี่ ินไว้เป็นหลกั ฐาน




ขอ้
๑๙
ทดี่ นิ แปลงใดมคี วามจำเปน็ ตอ้ งทำการรงั วดั ใหม่ใหท้ ำการรงั วดั โดยอยา่ งนอ้ ย
ต้องมมี าตรฐานตามท่กี ำหนดไว้ในระเบียบน้ี




ขอ้
๒๐
ถ้าสว่ นราชการใดเหน็ ว่ามปี ัญหาหรอื อปุ สรรคในการปฏิบตั ิตามระเบียบน
้ี
ให้ส่วนราชการดังกล่าวรายงานให้สำนักเทคโนโลยีทำแผนที่
กรมท่ีดิน
ทราบเพื่อเสนอ
กมร.

พิจารณาหาขอ้ ยุตติ ่อไป




ขอ้
๒๑
ระวางแผนที่และแผนทรี่ ูปแปลงทดี่ นิ ในทด่ี นิ ของรัฐที่ได้จดั ทำข้นึ ก่อนวันที่
ระเบยี บน้ีใชบ้ งั คบั
ใหส้ ว่ นราชการดำเนนิ การปรบั ระวางแผนทแ่ี ละแผนทรี่ ปู แปลงทดี่ นิ ดงั กลา่ ว
ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
และส่งสำเนาแผนท่ีรูปแปลงท่ีดินและข้อมูล
ดิจติ อลใหแ้ กก่ รมท่ีดนิ เพ่อื จัดทำฐานข้อมลู ในระบบภูมิสารสนเทศ
ทัง้ นี
้ ภายในหน่ึงปนี ับแต่วนั ที่
ระเบยี บน้ีมีผลใช้บงั คบั




ขอ้
๒๒
ใหน้ ายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบยี บน
ี้

ประกาศ

วันท
่ี ๔
มกราคม
พ.ศ.
๒๕๕๐




พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรฐั มนตรี


417

(สำเนา)

ท่
ี กค
๐๔๐๖.๗/ว
๒๑








กระทรวงการคลัง















ถนนพระราม

กทม.
๑๐๔๐๐













๒๓
เมษายน
๒๕๕๐



เร่ือง กำหนดระยะเวลาการฟ้องคดีเกี่ยวกับสญั ญาทางปกครอง

เรยี น อธิบดกี รมทดี่ นิ

อ้างถงึ หนงั สอื สำนกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรที
ี่ นร
๐๕๐๖/ว
๑๔
ลงวนั ท
่ี ๒๕
มกราคม
๒๕๕๐






ด้วยปัจจุบันหน่วยงานของรัฐบางแห่งยังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้
สิทธิเรียกร้องตามสัญญาทางปกครอง
ซึ่งได้แก่
สัญญาสัมปทาน
สัญญาท่ีจัดให้ทำบริการ
สาธารณะหรือจัดให้มีส่ิงสาธารณูปโภค
หรือแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาต
ิ โดยท่ี
ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
พ.ศ.
๒๕๔๒
มาตรา
๕๑

ไดก้ ำหนดใหก้ ารฟอ้ งคดีตามสญั ญาทางปกครอง
ผูฟ้ ้องคดีจะต้องยื่นฟ้องภายในเวลาหน่งึ ปนี บั
แต่วันท่ีรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี
แต่ในทางปฏิบัติหน่วยงานของรัฐมักจะนำข้อพิพาท
ทางปกครองตามสัญญาทางปกครองมาย่ืนฟ้องคดีต่อศาลปกครองเม่ือได้ล่วงเลยกำหนด
ระยะเวลา


ี นบั แตว่ นั ทรี่
ู้ หรอื ควรรถู้ งึ เหตแุ หง่ การฟอ้ งคดแี ลว้ โดยสาเหตแุ หง่ การฟอ้ งคดลี า่ ชา้
สว่ นใหญห่ น่วยงานของรฐั มักจะอา้ งเหตจุ ำเปน็ กรณหี ลัก

ได้แก่




๑.
กรณีสัญญาทางปกครองที่กำหนดสิทธิให้หน่วยงานของรัฐบังคับชำระหนี้ได้
นับแต่วันที่มีการผิดสัญญาโดยไม่ต้องทวงถามก่อน
แต่หน่วยงานของรัฐกลับทำหนังสือทวง
ถามไปยงั คสู่ ญั ญา
(ลกู หน)้ี
ตามมาตรา
๒๐๔
วรรคหนง่ึ
แหง่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย

และได้ถือสิทธิเร่ิมนับระยะเวลาการฟ้องคดีต้ังแต่วันท่ีคู่สัญญา
(ลูกหน้ี)
ไม่ปฏิบัติตามหนังสือ
ทวงถาม
ซงึ่ เป็นระยะเวลาทล่ี ่วงเลย


ี นบั แต่วันทีร่ หู้ รือควรร้ถู งึ เหตแุ หง่ การฟอ้ งคด




๒.
กรณีการใช้สิทธิฟ้องคดีปกครองตามสัญญาลาศึกษา
โดยหน่วยงานของรัฐ
อ้างสาเหตุการใช้สิทธิฟ้องคดีล่าช้าเน่ืองจากต้องรอผลการพิจารณาเกี่ยวกับจำนวนหน้ี
หรือ
แนวทางในการชำระหน้ีจากกรมบัญชีกลางก่อน
เม่ือได้รับแจ้งผลจากกรมบัญชีกลางแล้วจึงได้
นำข้อพพิ าทนัน้ มายื่นฟอ้ งตอ่ ศาลปกครอง
ซง่ึ เป็นระยะเวลาการใชส้ ทิ ธิเรยี กรอ้ งลว่ งเลย



นบั แตว่ ันที่รหู้ รอื ควรรูถ้ งึ เหตแุ หง่ การฟ้องคดแี ลว้





๓.
กรณีการนำสิทธิเรียกร้องในคดีแพ่งมาใช้ปนกับคดีปกครองโดยหน่วยงาน
ของรัฐนำหลักฐานอันเป็นสิทธิเรียกร้องตามหนังสือ
หรือโดยการให้หลักประกันที่เกิดจาก

418

ลูกหนี้รับสภาพความผิดตามมาตรา
๑๙๓/๓๕
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย
์ ซึ่งเป็น
มลู หนีท้ เ่ี ลยระยะเวลาฟ้องคดปี กครองแล้วมาฟอ้ งต่อศาลปกครองอกี




๔.
กรณีหน่วยงานของรัฐอา้ งเหตุฟอ้ งคดีเพ่อื ประโยชน์ต่อสว่ นรวม
โดยเปน็ กรณี
ท่ีหน่วยงานของรัฐร้องขอให้ศาลปกครองกำหนดค่าเสียหาย
หรือให้คู่กรณีชดใช้ค่าเสียหายแก่
หน่วยงานของรัฐ
เนื่องจากการใช้สิทธิเรียกร้องในลักษณะดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อ
หน่วยงานของรัฐผู้ฟ้องคดีโดยตรง
ซึ่งไม่เข้าลักษณะเป็นการจัดการเพื่อบริการสาธารณะ
จึง
ไม่เก่ยี วกบั การคุม้ ครองประโยชนส์ าธารณะหรอื ประโยชน์ตอ่ ส่วนรวมแต่ประการใด




๕.
กรณีหน่วยงานของรัฐอ้างสิทธิเหตุอายุความสะดุดหยุดลง
เมื่อหน่วยงาน
ของรัฐได้แจ้งสิทธิตามสัญญาทางปกครองแล้ว
ฝ่ายคู่สัญญาได้มีหนังสือแจ้งยินยอมชดใช้เงิน

หรือขอผ่อนชำระเงินคืนแก่ทางราชการ
หน่วยงานของรัฐได้ถือสิทธิในเหตุดังกล่าวเป็นการ
รับสภาพหน้ีของคู่สัญญาและเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามมาตรา
๑๙๓/๑๔
แห่ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
จึงนำข้อพิพาทตามสัญญาดังกล่าวมาฟ้องคดีต่อศาล
ปกครอง
เมื่อพน้ กำหนดระยะเวลา


ี นบั แตว่ ันท่รี ้หู รือควรร้ถู ึงเหตแุ หง่ การฟอ้ งคดี




การใช้สิทธิเรียกร้องกรณีดังกล่าวข้างต้นล้วนเป็นการใช้สิทธิเม่ือล่วงเลยระยะ
เวลาการฟอ้ งคดที ้งั ส้ิน
ศาลปกครองจึงไม่รับคำฟ้องคดีในลักษณะดังกลา่ วไวพ้ จิ ารณาและเปน็
เหตุให้ทางราชการต้องได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก
คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเม่ือวันท
ี่
๒๓
มกราคม
๒๕๕๐
แจ้งตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ที่
นร
๐๕๐๖/ว
๑๔

ลงวันท่ี
๒๕
มกราคม
๒๕๕๐
มอบหมายใหก้ ระทรวงการคลงั ดำเนนิ การซกั ซอ้ มความเขา้ ใจกบั
หน่วยงานของรัฐ
ในเร่ืองกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดีเก่ียวกับสัญญาทางปกครอง
ดังนั้น

เพอ่ื เปน็ การรกั ษาผลประโยชนข์ องทางราชการและเพอื่ ปอ้ งกนั มใิ หเ้ กดิ ความเสยี หายแกห่ นว่ ยงาน
ของรัฐท่ีเกิดจากการใช้สิทธิฟ้องคดีไม่ทันตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
จึงขอให้หน่วยงาน
ของรัฐดำเนินการเก่ยี วกบั ใชส้ ทิ ธิเรียกรอ้ งตามสญั ญาทางปกครองโดยใหถ้ อื ปฏิบัตดิ งั นี




ก.
เม่ือคู่สัญญาหรือคู่กรณีตามสัญญาทางปกครอง
กระทำผิดหรือฝ่าฝืนเง่ือนไข
ของสัญญาไม่ว่าข้อหน่ึงข้อใด
เป็นเหตุให้หน่วยงานของรัฐเกิดสิทธิเรียกร้องอย่างหน่ึงอย่างใด

ให้หน่วยงานของรัฐแห่งน้ันรีบดำเนินการใช้สิทธิเรียกร้องให้คู่สัญญาหรือคู่กรณีดำเนินการ
จัดการแก้ไขให้เป็นไปตามสัญญา
หรือชดใช้ความเสียหายให้ถูกต้องและเสร็จส้ินโดยเร็ว

อย่างช้าไม่ควรเกิน
๓๐
วัน
นับแต่วันที่มีการกระทำผิดหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขตามสัญญาดังกล่าว

หากคู่สัญญาหรือคู่กรณีปฏิเสธ
บิดพล้ิว
หรือไม่รีบจัดการแก้ไข
หรือชดใช้ความเสียหายตาม
สัญญาให้เสร็จสิ้นภายใน
๓๐
วัน
นับแต่วันท่ีได้รับแจ้งให้จัดการแก้ไขหรือชดใช้ความเสียหาย

ไม่ว่าด้วยเหตุหรือกรณีใด
ให้หน่วยงานของรัฐนำข้อพิพาทตามสัญญาทางปกครองนั้นฟ้องต่อ
ศาลปกครองอย่างช้าไม่ควรเกิน
๓๐
วัน
นับแต่วันท่ีครบกำหนดระยะเวลาท่ีให้คู่สัญญาหรือคู่
กรณีจดั การแก้ไข
หรือชดใชค้ วามเสยี หาย
อย่างไรกด็
ี รวมแล้วไมค่ วรเกนิ
๙๐
วนั




ข.
การนำข้อพิพาททางปกครองฟ้องคดีต่อศาลปกครอง
เนื่องจากกระบวนการ

419

พิจารณาคดีปกครองถือหลักวิธีพิจารณาอย่างเรียบง่ายและไม่ต้องมีทนาย
โดยมีข้ันตอน
ดำเนินกำหนดไว้อย่างชัดเจน
ตลอดจนมีเจ้าหน้าท่ีศาลปกครองคอยให้คำแนะนำแก่ผู้ประสงค์
จะฟ้องคด
ี จึงได้รับความสะดวกและไม่ยุ่งยากที่บุคคลทั่วไปจะไปใช้สิทธิฟ้องคดีปกครอง

ประกอบกับวิธีพิจารณาคดีปกครองใช้ระบบไต่สวนโดยตุลาการศาลปกครองจะทำหน้าท่ี
ในการแสวงหาข้อเท็จจริงที่เกิดข้ึนทั้งหมด
ก่อนมีคำส่ังหรือคำพิพากษา
ดังน้ัน
คำวินิจฉัย
ของศาลปกครองหรือผลของคดีปกครองจึงไม่จำต้องอาศัยความเช่ียวชาญและเทคนิคของผู้
ว่าคดี
(ทนายความ)
แต่ประการใด
ฉะนั้นเพ่ือความรวดเร็วในการดำเนินคดีและป้องกันมิให้
เกิดเหตุการฟ้องคดีขาดอายุความอีกทางหนึ่ง
หากหน่วยงานของรัฐมิได้มีเหตุจำเป็นพิเศษใด
แล้วสมควรทจี่ ะดำเนนิ คดปี กครองด้วยตน้ เอง
ท้ังน
ี้ เพ่อื ความรวดเรว็ ในการดำเนนิ คดแี ละมิให้
เปน็ การเพิ่มภาระแก่สำนักงานอัยการสงู สดุ โดยไม่จำเป็น




ค.
สำหรับหน่วยงานของรัฐที่ใช้สิทธิเรียกร้องไม่ทันตามระยะเวลาที่กฎหมาย
กำหนดเป็นเหตุให้คดีขาดอายุความ
ทำให้ทางราชการได้รับความเสียหายนั้น
กรณีมีเหตุอัน
ควรเชื่อว่าการใช้สิทธิเรียกร้องไม่ทันและเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
เกิดจาก
การกระทำของเจ้าหน้าที่ของหน่วยของรัฐแห่งน้ัน
จึงให้หน่วยงานของรัฐดังกล่าวแต่งตั้ง
คณะกรรมการสอบขอ้ เทจ็ จรงิ ความรบั ผดิ ทางละเมดิ
เพอ่ื พจิ ารณาหาตวั เจา้ หนา้ ทผ่ี ตู้ อ้ งรบั ผดิ และ
จำนวนค่าสินไหมทดแทนที่ต้องชดใช้
ตามนัยข้อ

แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตร
ี ว่า
ด้วยหลกั เกณฑก์ ารปฏิบัติเกยี่ วกบั ความรบั ผดิ ทางละเมดิ ของเจ้าหน้าท
ี่ พ.ศ.
๒๕๓๙
ต่อไป




จึงเรยี นมาเพ่อื โปรดทราบและแจง้ ใหห้ นว่ ยงานของรฐั ในสงั กัดถือปฏบิ ตั ิต่อไป




ขอแสดงความนบั ถือ




(ลงชือ่ ) อุทิศ ธรรมวาทนิ

(นายอทุ ศิ
ธรรมวาทิน)


รองปลัดกระทรวงการคลงั


หัวหน้ากลุม่ ภารกจิ ด้านรายจ่ายและหนีส้ นิ


กรมบัญชีกลาง


สำนักความรบั ผดิ ทางแพง่

กลุ่มวเิ คราะห์และประเมินผลคดปี กครอง

โทร.

๒๒๙๘
๖๘๒๗

http://www.cgd.go.th



(เวียนตามหนังสือ กรมท่ีดิน ท่ี มท ๐๕๐๕.๓/ว ๔๔๑ ลว. ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๐)

420

(สำเนา)

ด่วนทีส่ ดุ

ท่
ี มท
๐๕๐๕.๔/ว
๒๘๒๗๕








กรมทดี่ ิน















ถนนพระพิพธิ
กทม.
๑๐๒๐๐













๑๒
ตลุ าคม
๒๕๕๐



เรื่อง พระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายที่ดิน
(ฉบบั ที
่ ๑๐)
พ.ศ.
๒๕๕๐

เรียน ผู้ว่าราชการจงั หวดั ทุกจงั หวัด

อ้างถงึ หนงั สอื กรมทีด่ ินที
่ มท
๐๕๐๕.๔/ว
๒๕๔๖๗
ลงวนั ที
่ ๑๙
กนั ยายน
๒๕๕๐

สง่ิ ท่สี ง่ มาดว้ ย
สำเนาพระราชบัญญัติแก้ไขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายทดี่ นิ
(ฉบบั ท่ี
๑๐)


พ.ศ.
๒๕๕๐






ตามที่ไดส้ ง่ สำเนารา่ งพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายทดี่ นิ
(ฉบบั ท
่ี ..)

พ.ศ.
.....
(นำระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารมาใช้ในการจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรม)

มาเพ่ือศึกษาทำความเข้าใจเป็นการล่วงหน้า
หากกฎหมายมีผลใช้บังคับเม่ือใดจะแจ้งให้ทราบ
อกี ครั้งหนง่ึ
น้ัน




บัดนี้
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำพระราชบัญญัติดังกล่าวประกาศใน
ราชกจิ จานเุ บกษา
ฉบบั กฤษฎกี า
เลม่
๑๒๔
ตอนท
ี่ ๖๑

วนั ท
่ี ๒๗
กนั ยายน
๒๕๕๐
รายละเอยี ด
ปรากฏตามสำเนาพระราชบญั ญตั ิฯ
ท่ีส่งมาพร้อมน
ี้





จงึ เรียนมาเพื่อโปรดทราบและแจ้งใหเ้ จ้าหนา้ ทที่ ราบและถอื ปฏิบตั ิตอ่ ไป




ขอแสดงความนบั ถอื



(ลงช่อื ) ชัยฤกษ์ ดษิ ฐอำนาจ
(นายชัยฤกษ
์ ดิษฐอำนาจ)


อธบิ ดีกรมทด่ี นิ




กองนิติการ

โทร.

๒๒๒๓
๒๔๐๒

โทรสาร

๒๒๒๒
๓๘๑๗




421

(สำเนา)
พระราชบญั ญตั ิ
แก้ไขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายท่ีดนิ (ฉบับที่ ๑๐)

พ.ศ. ๒๕๕๐

ภมู พิ ลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันท่ี ๑๘ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๐

เปน็ ปีท่ี ๖๒ ในรชั กาลปัจจบุ ัน






พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้


ให้ประกาศว่า




โดยทีเ่ ปน็ การสมควรแก้ไขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายท่ีดิน




จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ
ยินยอมของสภานิตบิ ัญญตั ิแห่งชาติ
ดงั ตอ่ ไปนี้




มาตรา

พระราชบัญญัติน้ีเรียกว่า
“พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล
กฎหมายที่ดิน
(ฉบับท่ี
๑๐)
พ.ศ.
๒๕๕๐”




มาตรา

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาเป็นต้นไป




มาตรา

ใหย้ กเลิกความในวรรคสองของมาตรา
๕๗
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน
ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายที่ดิน
(ฉบับท่
ี ๔)
พ.ศ.

๒๕๒๘
และให้ใชค้ วามตอ่ ไปนแี้ ทน




“โฉนดท่ีดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ทำเป็นคู่ฉบับรวมสองฉบับมอบ
ให้ผู้มีสิทธิในที่ดินฉบับหน่ึง
อีกฉบับหนึ่งเก็บไว
้ ณ
สำนักงานที่ดิน
สำหรับฉบับท่ีเก็บไว้


สำนักงานท่ีดิน
นั้นจะจำลองเป็นรูปถ่ายหรือจัดเก็บโดยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สอ่ื สารก็ได
้ ในกรณเี ชน่ น้ีใหถ้ ือเสมอื นว่าเปน็ ต้นฉบบั "




มาตรา

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา
๗๑
แห่งประมวล
กฎหมายทดี่ นิ ซง่ึ แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ
(ฉบบั ท
่ี ๔)

พ.ศ.
๒๕๒๘




“ในกรณีท่ีสำนักงานทดี่ นิ จงั หวดั หรอื สำนกั งานที่ดนิ สาขาได้นำระบบเทคโนโลยีสาร
สนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแล้ว
ให้เจ้าพนักงานท่ีดิน
เป็น
พนกั งานเจ้าหน้าท่ีจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก่ียวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมาย

422

แพ่งและพาณชิ ย์โดยระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารสำหรบั อสงั หารมิ ทรพั ยท์ อี่ ยู่ในเขต
ทอ้ งท่ีสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขาอ่ืนได้ด้วย
เว้นแต่การจดทะเบียนท่ีต้องมี
การประกาศหรือต้องมีการรังวัด
ท้ังน้
ี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีอธิบดีประกาศกำหนดใน
ราชกจิ จานเุ บกษา”



ผู้รบั สนองพระบรมราชโองการ

พลเอก
สุรยุทธ์
จุลานนท์

นายกรฐั มนตร





หมายเหต
ุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้
คือ
โดยที่ได้มีการนำระบบ
เทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้ในการจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรม
เพอ่ื เปน็ การรองรบั วธิ กี ารดงั กลา่ ว

สมควรแก้ไขเพม่ิ เตมิ วิธกี ารในการจดั เกบ็ ในโฉนดทด่ี นิ
และหนังสอื รบั รองการทำประโยชน์
ให้
สามารถจัดเก็บโดยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้ด้วย
รวมทั้งกำหนดให้เจ้าพนักงานท่ีดินมี
อำนาจจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ท่ีอยู่ในเขตท้องท่ีสำนักงานที่ดิน
จังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขาอื่นที่ได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจดทะเบียน
สิทธิและนิติกรรม
เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วในการให้บริการแก่ประชาชนจึง
จำเปน็ ตอ้ งตราพระราชบัญญัติน้




423

(สำเนา)

ดว่ นท่สี ุด

ท่ีกค
๐๔๐๖.๒/ว
๖๖









กระทรวงการคลัง















ถนนพระราม

กทม.
๑๐๔๐๐













๒๕
กันยายน
๒๕๕๐



เร่อื ง แนวทางการกำหนดสัดส่วนความรับผดิ ทางละเมิดของเจ้าหนา้ ที่

เรยี น อธิบดกี รมท่ีดนิ

อา้ งถึง ๑.
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมดิ ของเจ้าหนา้ ท
่ี พ.ศ.
๒๕๓๙


๒.
หนงั สอื กระทรวงการคลงั

ี่ กค
๐๔๐๖.๖/ว
๑๒๑
ลงวนั ท
่ี ๒๖
ธนั วาคม
๒๕๔๕

สงิ่ ทีส่ ่งมาด้วย
แนวทางในการกำหนดสดั สว่ นความรบั ผดิ ทางละเมิด






ตามท่พี ระราชบญั ญัตคิ วามรบั ผิดทางละเมิดของเจา้ หนา้ ท
่ี พ.ศ.
๒๕๓๙
มาตรา


กำหนดให้หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าท่ีผู้กระทำละเมิดเน่ืองจากการปฏิบัติหน้าที่
ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่หน่วยงานของรัฐในกรณีเจ้าหน้าที่ได้กระทำไปด้วยความจงใจ
หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
โดยสิทธิเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีดังกล่าวจะมี
ได้เพียงใด
ให้คำนึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรม
หรือความผิด

หรือความบกพร่อง
หรือระบบดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐในแต่ละกรณีเป็นเกณฑ์
และ
กระทรวงการคลังได้กำหนดหลักเกณฑ์การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของเจ้าหน้าท่ีไว้ตามหนังสือ
ทอี่ ้างถึง

นัน้




กระทรวงการคลังขอเรียนว่า
เนื่องจากพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิด
ของเจ้าหน้าที่
พ.ศ.
๒๕๓๙
มาตรา

ขา้ งต้น
มใิ หน้ ำหลกั เรื่องลกู หนี้รว่ มมาใช้บังคบั กบั กรณีท่ี
การละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคนและเจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
เฉพาะส่วนของตนเท่าน้ัน
แต่ปรากฏว่าหลักเกณฑ์การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่
ผกู้ ระทำละเมดิ ตามหนงั สอื กระทรวงการคลงั

่ี กค
๐๔๐๖.๖/ว
๑๒๑
ลงวนั ท
ี่ ๒๖
ธนั วาคม
๒๕๔๕

ที่ส่วนราชการต่างๆ
ถือปฏิบัติอยู่
ยังมิได้มีการกำหนดแนวทางแบ่งสัดส่วนความรับผิดของ
เจ้าหน้าท่ีผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแต่ละรายไว้
ทำให้การกำหนดสัดส่วนความรับผิด
ทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานยังคงเกิดความเหล่ือมล้ำไม่เป็นธรรม
และเกดิ
ความไม่เสมอภาคแก่เจ้าหน้าท่ีผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของแต่ละหน่วยงานของรัฐ

จงึ เหน็ สมควรยกเลกิ หนงั สือกระทรวงการคลัง

ี่ กค
๐๔๐๖.๖/ว
๑๒๑
ลงวันท่ี
๒๖
ธันวาคม

๒๕๔๕
และเพอื่ ใหห้ นว่ ยงานของรฐั มบี รรทดั ฐานในการกำหนดความรบั ผดิ ของเจา้ หนา้ ทผี่ กู้ ระทำ

424


ะเมิดให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันและเพ่ือให้เกิดความเป็นธรรมและเสมอภาคกับเจ้าหน้าท่ี
ของทุกหน่วยงาน
จึงเห็นควรกำหนดแนวทางในการเรียกค่าสินไหมทดแทนของเจ้าหน้าท่ีท่ีได้
กระทำให้เกิดความเสียหายท่ีเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ
โดยได้แบ่งตามลักษณะของความเสียหาย
และกำหนดสัดส่วนความรับผิดของเจ้าหน้าท่ีผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกลุ่มหรอื
แตล่ ะรายเพอ่ื ใหห้ นว่ ยงานของรฐั ใชป้ ระกอบเปน็ แนวทางในการพจิ ารณาสำนวนความรบั ผดิ ทาง
ละเมดิ ของเจา้ หนา้ ที่ต่อไป
(สงิ่ ที่สง่ มาดว้ ย)




อน่ึง
ในการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าท
ี่ หน่วยงานของรัฐอาจ
พิจารณาโดยคำนึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำ
และความเป็นธรรมในแต่ละกรณี
เป็นเกณฑ์โดยมิตอ้ งใชส้ ทิ ธเิ รยี กให้ใชเ้ ตม็ จำนวนความเสียหาย
ตามมาตรา

วรรค

และถา้
การละเมิดเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐหรือระบบการดำเนินงาน
สว่ นรวมใหห้ กั สว่ นแหง่ ความรบั ผดิ ดงั กลา่ วออกดว้ ยตามมาตรา

วรรค

แหง่ พระราชบญั ญตั ิ
ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าท
่ี พ.ศ.
๒๕๓๙
แล้วจึงนำความเสียหายที่ลดส่วนและ/หรือ
หักส่วนแล้วมาพิจารณาความรับผิดให้เหมาะสมตามพฤติการณ์ของเจ้าหน้าท่ีแต่ละรายโดยใช้
แนวทางการกำหนดสดั ส่วนดงั กลา่ วประกอบการพจิ ารณา




จึงเรยี นมาเพื่อโปรดทราบ
และแจ้งใหผ้ เู้ ก่ียวข้องใชแ้ นวทางดังกล่าวประกอบการ
พจิ ารณาความรบั ผดิ ทางละเมดิ ของเจา้ หนา้ ทีต่ อ่ ไป




ขอแสดงความนับถือ




(ลงชื่อ) อุทิศ ธรรมวาทนิ

(นายอุทิศ
ธรรมวาทิน)

รองปลดั กระทรวงการคลงั

หัวหนา้ กลุ่มภารกิจดา้ นรายจา่ ยและหนีส้ ิน








กรมบญั ชีกลาง

สำนักความรบั ผดิ ทางแพ่ง

กลมุ่ พัฒนาและบรกิ ารงานละเมดิ และแพ่ง

โทร.

๒๒๗๑
๑๙๙๙



(เวียนตามหนังสือ กรมท่ีดิน ที่ มท ๐๕๐๕.๓/ว ๒๘๙๐๖ ลว. ๑๘ ตลุ าคม ๒๕๕๐)



425

426
แนวทางการกำหนดสัดส่วนความรบั ผดิ ทางละเมิดของเจา้ หนา้ ท่ี

กรณีไมป่ ฏบิ ัตติ ามกฎหมายหรอื ระเบยี บ

สดั สว่ นความรบั ผิดของเจา้ หนา้ ที่ (ร้อยละ)

กรณี ลกั ษณะความเสยี หาย คณะกรรมการ ผเู้ กย่ี วขอ้ ง ผูบ้ งั คบั บญั ชา (ผบ.) หมายเหตุ
ช่ือ สัดสว่ น
(ตรวจสอบ/เสนอความเหน็ ) ชนั้ ตน้ -กลาง/ ชน้ั สูง/
ตำแหนง่ สดั ส่วน ผผู้ า่ นงาน ผอู้ นุมตั ิ

๑ การจดั จ้าง/จดั ซือ้ ราคาแพง








๑.๑
วธิ กี ารจดั ซือ้ /จดั จ้าง
ไม่ถูกต้อง










กก
พจิ ารณาผล
๖๐
ฝา่ ยพสั ดุ
๒๐
๑๐
๑๐
กรณีผ่าน
จนท.
ฝา่ ยพสั ด



กก
พิจารณาผล
๖๐
-

๒๐
๒๐
กรณีไม่ผ่าน
จนท.
ฝา่ ยพสั ดุ



กก
พจิ ารณาผล
๖๐
-

-
๔๐
กรณไี ม่ผ่าน
จนท.
ฝา่ ยพสั ด/ุ ผบ.
ช้ันตน้ -

กลาง












๑.๒
กำหนดราคากลางสงู กวา่ ความเปน็ จรงิ









(๑)
ใชค้ ่า
Factor
F
/ราคาวสั ดุไมถ่ กู ตอ้ ง
กก.กำหนดราคากลาง
๗๐
ฝ่ายพัสดุ
๑๕
๑๐

กรณีผ่าน
จนท.
ฝา่ ยพสั ด



กก.กำหนดราคากลาง
๗๐
-

๒๐
๑๐
กรณีไม่ผ่าน
จนท.
ฝ่ายพัสด



กก.กำหนดราคากลาง
๗๐
-

-
๓๐
กรณไี มผ่ า่ น
จนท.
ฝา่ ยพสั ด/ุ ผบ.
ชน้ั ตน้ -กลาง












(๒)
คำนวณปรมิ าณงานผดิ พลาด
กก.กำหนดราคากลาง
๑๐๐
-

-
-













๑.๓
ไม่คัดเลือกผู้เสนอราคาต่ำสดุ ท่ีมีคุณสมบัติ









ถกู ต้องตามเงื่อนไขทกี่ ำหนด









(๑)
วิธสี อบราคา
กก.เปดิ ซอง
๖๐
ฝา่ ยพัสดุ
๑๕
๑๕
๑๐
กรณตี าม(๑)
และ(๒)
จนท.
ฝา่ ยพสั ด/ุ ผผู้ า่ นงาน

(๒)
วิธปี ระกวดราคา
กก.พจิ ารณาผล
๖๐
ฝา่ ยพัสด
ุ ๑๕
๑๕
๑๐
ทกั ทว้ งแลว้ แตผ่ บู้ งั คบั บญั ชาใชอ้ ำนาจสงั่ อนมุ ตั








ใหผ้ อู้ นมุ ตั ริ บั ผดิ
รอ้ ยละ
๔๐
(จนท.
ฝา่ ยพสั ด/ุ ผู้







ผา่ นงาน
ไมต่ อ้ งรบั ผดิ )

กรณีไมป่ ฏบิ ตั ติ ามกฎหมายหรอื ระเบยี บ (ตอ่ )

สดั สว่ นความรับผิดของเจ้าหน้าที่ (รอ้ ยละ)


กรณี ลักษณะความเสยี หาย คณะกรรมการ ผเู้ กยี่ วขอ้ ง ผู้บังคบั บัญชา (ผบ.) หมายเหตุ
427 (ตรวจสอบ/เสนอความเหน็ ) ชนั้ ตน้ -กลาง/ ชน้ั สงู /
ชื่อ สัดส่วน ตำแหนง่ สดั ส่วน ผผู้ ่านงาน ผอู้ นมุ ัติ







กรณขี อ้ เทจ็ จรงิ ปรากฏเปน็ ทป่ี ระจกั ษช์ ดั แจง้ วา่ ผู้
๒ การตรวจการจ้าง/ตรวจรับ ไม่ถูกตอ้ ง บงั คบั บญั ชามเี หตนุ า่ เชอื่ วา่ ควรจะไดร้ ถู้ งึ การ
ตรวจรบั งานไมเ่ ปน็ ไปตามแบบรปู รายการ

๒.๑
การก่อสรา้ งไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการ
กก.ตรวจการจา้ ง
๓๐
ผคู้ วบคุม ๕๐
๑๐
๑๐
กรณผี บู้ งั คบั บญั ชาไมน่ า่ จะรวู้ า่ การตรวจรบั งาน
ไมเ่ ปน็ ไปตามรปู แบบรายการ
ไมต่ อ้ งรบั ผดิ

งาน










กรณขี อ้ เทจ็ จริงปรากฏเปน็ ที่ประจักษ์ชัดแจ้ง
ว่า
จนท.ฝา่ ยพสั ด/ุ ผ้บู งั คับบัญชา
มเี หตุน่าเชอ่ื

กก.ตรวจการจ้าง
๔๐
ผู้ควบคุม ๖๐
-
-
วา่ ควรได้รถู้ งึ การส่งของไมต่ รงตามสัญญา

กรณ
ี จนท.ฝา่ ยพสั ด/ุ ผู้บงั คบั บัญชาไมน่ า่ จะรู้
งาน
ว่าการส่งของไมต่ รงตามสัญญาไม่ตอ้ งรับผดิ










กรณขี อ้ เทจ็ จรงิ ปรากฏเปน็ ทปี่ ระจกั ษช์ ดั แจง้ วา่

จนท.
ฝา่ ยพสั ด/ุ ผบู้ งั คบั บญั ชา
มเี หตนุ า่ เชอ่ื วา่







ควรจะไดร้ ถู้ งึ การสง่ มอบงาน/ของลา่ ชา้

กรณี
จนท.
ฝา่ ยพสั ดุ/ผู้บงั คบั บญั ชา
ไม่อาจ
๒.๒
สง่ ของไมต่ รงตามสญั ญา
กก.ตรวจรบั
๖๐
ฝ่ายพัสดุ
๒๐
๑๐
๑๐
ทราบขอ้ เทจ็ จรงิ ได้วา่ มกี ารส่งมอบงาน/ของ
ลา่ ชา้
ไมต่ อ้ งรบั ผดิ
เชน่
กก.ตรวจการจา้ ง/รบั








ปกปิดไมแ่ จง้ ให้ทราบ,ลงนามตรวจรบั ยอ้ น
หลัง
เปน็ ตน้











กก.ตรวจรับ
๑๐๐
-

-
-




















๓ ไม่เรียกค่าปรับกรณีสง่ มอบงาน/ของลา่ ชา้ กก.ตรวจการจ้าง/รับ
๗๐
ฝา่ ยพัสดุ
๑๐
๑๐
๑๐





















กก.ตรวจการจ้าง/รับ
๑๐๐
-

-
-

428
กรณีไม่ปฏบิ ตั ิตามกฎหมายหรือระเบยี บ(ต่อ)

สัดส่วนความรับผิดของเจ้าหน้าท่ี (ร้อยละ)

กรณี ลกั ษณะความเสยี หาย คณะกรรมการ ผเู้ กยี่ วขอ้ ง ผ้บู ังคบั บัญชา (ผบ.) หมายเหตุ
(ตรวจสอบ/เสนอความเหน็ ) ชน้ั ตน้ -กลาง/ ชนั้ สงู /
ช่อื สัดส่วน ตำแหน่ง สดั ส่วน ผู้ผา่ นงาน ผอู้ นุมตั ิ








๔ การใช้เงินผดิ ระเบยี บ

๔.๑
ไมน่ ำเงินรายไดเ้ ข้าบัญชที เ่ี กย่ี วขอ้ ง


ฝ่ายการ ๒๐
๓๐
๕๐
กรณีเปน็ เรอื่ งท่ีผ้เู สนอและผูบ้ งั คับบญั ชา

เงนิ
ปฏบิ ัตผิ ดิ หลกั การเงนิ การคลัง


แต่นำไปใช้โดยผิดระเบียบ











-

-
๑๐๐
กรณผี ูอ้ นุมัติใชอ้ ำนาจสัง่ การและเปน็ ผูอ้ นุมตั









ให้รบั ผดิ เตม็ จำนวนร้อยละ๑๐๐
(จนท.
ฝ่าย
การเงนิ /ผู้ผ่านงาน
ไมต่ ้องรับผิด)












๔.๒
จ่ายเงินเกินสิทธิ/ไม่มีสิทธิผิดระเบียบ


ฝ่ายการ ๖๐
๒๐
๒๐
กรณมี เี งินงบประมาณ/เงินราชการสำหรบั ใช้

เงิน
จา่ ยแลว้
แตจ่ า่ ยผิดระเบยี บหรือจ่ายเกนิ กวา่








สทิ ธิทีค่ วรไดร้ ับ


คำอธบิ ายเพม่ิ เตมิ

๑.
กรณเี จา้ หนา้ ทอ่ี ยใู่ นกลมุ่ ทตี่ อ้ งรบั ผดิ มากกวา่

คน
เชน่
คณะกรรมการกำหนดราคากลางมจี ำนวน

คน
หรอื เจา้ หนา้ ทฝี่ า่ ยพสั ดทุ เี่ กย่ี วขอ้ งมจี ำนวน

คน
ใหแ้ ตล่ ะคนรบั ผดิ คนละสว่ นเทา่

กนั


๒.
ฝา่ ยพสั ด/ุ ผา่ ยการเงนิ
หมายถงึ
เจา้ หนา้ ทท่ี ป่ี ฏบิ ตั งิ านในฝา่ ยพสั ด/ุ ฝา่ ยการเงนิ หรอื ทม่ี ชี อื่ เรยี กอยา่ งอนื่ แตม่ ลี กั ษณะการปฏบิ ตั หิ นา้ ทรี่ าชการและความรบั ผดิ ชอบเชน่ เดยี วกนั


๓.
แนวทางการกำหนดสดั สว่ นความรบั ผดิ ทางละเมดิ ของเจา้ หนา้ ทนี่
ี้ เปน็ เพยี งแนวทางประกอบการพจิ ารณาในเบอ้ื งตน้ เทา่ นน้ั
หากมกี รณนี อกเหนอื จากแนวทางดงั กลา่ ว
ใหด้ ำเนนิ การดงั น้ี



๓.๑
กรณที มี่ คี วามเสยี หายทำนองเดยี วกบั ลกั ษณะความเสยี หายขา้ งตน้ กใ็ หน้ ำสดั สว่ นดงั กลา่ วมาเทยี บเคยี งและปรบั ใชต้ ามความเหมาะสม



๓.๒
กรณมี ขี อ้ เทจ็ จรงิ /กลมุ่ เจา้ หนา้ ทผี่ เู้ กย่ี วขอ้ งหรอื ผบู้ งั คบั บญั ชาแตกตา่ งไปจากแนวทางขา้ งตน้
ใหป้ รบั เปลยี่ นสดั สว่ นใหม่ไดต้ ามความเหมาะสม



๓.๓

กรณมี ลี กั ษณะความเสยี หายนอกเหนอื จากแนวทางขา้ งตน้
ใหก้ ำหนดสดั สว่ นความรบั ผดิ ทางละเมดิ ของเจา้ หนา้ ทแี่ ตล่ ะกรณไี ดต้ ามความเหมาะสม

แนวทางการกำหนดสัดสว่ นความรับผดิ ทางละเมิดของเจ้าหนา้ ที่

กรณที ุจริตทางการเงินหรอื ทรพั ยส์ นิ
กรณี ลกั ษณะความเสียหาย สัดสว่ นความรบั ผดิ ของเจา้ หน้าท่ี (รอ้ ยละ)
429
ผู้ทจุ รติ คณะกรรมการ ผเู้ กย่ี วขอ้ ง ผบู้ ังคบั บัญชา หมายเหตุ
ชือ่ สดั ส่วน (ตรวจสอบ/ (ผบ.)
เสนอความเหน็ )
ตำแหนง่ สัดส่วน ชน้ั ตน้ - ชั้นสงู /
กลาง/ ผู้อนมุ ตั ิ
ผ้ผู า่ น
งาน

๑ รับเงนิ แล้วนำไปใชส้ ่วนตัว









๑.๑
รบั เงินแลว้ ไมอ่ อกใบเสรจ็ รับเงนิ /
๑๐๐


ฝา่ ยการเงิน
๖๐
๒๐
๒๐



แก้ไขหรอื ปลอมใบเสร็จรับเงนิ


๑.๒
ออกใบเสรจ็ รบั เงินแล้วไม่นำเงินส่ง
๑๐๐
กก.เกบ็ รกั ษาเงนิ
๖๐
ฝ่ายการเงิน
๒๐
๑๐
๑๐
กรณ
ี กก.เกบ็ รักษาเงิน
ไมป่ ฏิบตั ิหน้าทีต่ ามระเบยี บ



๑๐๐
-

ฝา่ ยการเงิน
๖๐
๒๐
๒๐
กรณี
กก.เก็บรกั ษาเงิน
ปฏิบัติหน้าท่ีครบถว้ นถกู ต้อง

ตามระเบียบแลว้
ไม่ตอ้ งรบั ผดิ


๑.๓
ไม่นำเงินฝากคลังหรือธนาคารให้ ๑๐๐


ฝ่ายการเงิน
๖๐
๒๐
๒๐



ครบ


จำนวนตามระเบียบกลับนำไปใชส้ ่วนตวั

-



















๒ เบิกจ่ายโดยทจุ รติ









๒.๑
ไม่มหี ลกั ฐานการจา่ ย
๑๐๐


ฝ่ายการเงนิ
๖๐
๒๐
๒๐



๒.๒
ทำหลักฐานการจ่ายเทจ็
๑๐๐


ฝา่ ยการเงิน
๖๐
๔๐
-
กรณีตาม
๒.๒
และ
๒.๓
ผอู้ นุมัติปลอ่ ยปละละเลยไม่

๒.๓
แก้ไขเอกสารการเบกิ จ่าย
๑๐๐


ฝ่ายการเงนิ
๖๐
๔๐
-
ควบคมุ ดูแลปลอ่ ยให้มกี ารทุจรติ อยา่ งต่อเน่อื ง
ให้ผู้








อนุมัตริ ับผดิ ด้วยโดยปรับสัดส่วนเทา่ กบั
๒.๑

430
กรณที ุจรติ ทางการเงนิ หรือทรัพย์สิน (ต่อ)


สัดสว่ นความรับผิดของเจา้ หน้าท่ี (รอ้ ยละ)

คณะกรรมการ ผเู้ กี่ยวขอ้ ง ผบู้ งั คับบญั ชา
(ตรวจสอบ/ (ผบ.)
กรณี ลกั ษณะความเสยี หาย เสนอความเหน็ ) ชั้นตน้ - ชั้นสงู / หมายเหตุ
ผู้ทจุ รติ
ช่อื สดั สว่ น ตำแหนง่ สดั สว่ น กลาง/ ผู้อนุมัติ
ผผู้ ่าน
งาน

๒.๔
แก้ไขหรอื เติมจำนวนเงินในเช็ค/
๑๐๐


ผูล้ งนามใน ๑๐๐
-
-
กรณผี ลู้ งนามในเชค็ /ใบถอนเงิน
ไม่ปฏิบัตติ าม
ใบถอนเงนิ ให้สูงข้นึ
เช็ค/ใบถอน
เงิน
ระเบียบ
เช่น
ลงนามไว้ลว่ งหนา้ โดยยงั ไม่ได้

กรอกจำนวนเงิน,เขยี นจำนวนเงนิ โดยเวน้ ช่อง

ว่างข้างหนา้ ไว้ใหเ้ ตมิ ได้,
ไม่ขีดครอ่ มเชค็ สั่งจา่ ย

ใหเ้ จ้าหนี้โดยตรง
เป็นตน้
ให้ผลู้ งนามในเชค็ /

ใบถอนเงนิ รับผิดคนละส่วนเท่า

กัน


คำอธบิ ายเพมิ่ เติม
๑.
กรณเี จ้าหนา้ ทอ่ี ยู่ในกลุ่มทีต่ ้องรบั ผดิ มากกวา่

คน
เช่น
คณะกรรมการกำหนดราคากลางมจี ำนวน

คน
หรอื เจา้ หน้าท่ีฝ่ายพสั ดทุ ี่เกย่ี วข้องมีจำนวน

คน
ใหแ้ ตล่ ะคนรบั ผิดคนละส่วนเทา่

กัน

๒.
ผา่ ยการเงนิ
หมายถึง
เจ้าหนา้ ทท่ี ี่ปฏบิ ตั ิงานในฝ่ายการเงินหรือทม่ี ชี อ่ื เรียกอย่างอนื่ แตม่ ลี ักษณะการปฏิบัติหน้าทร่ี าชการและความรับผดิ ชอบเชน่ เดียวกนั

๓.
แนวทางการกำหนดสดั สว่ นความรับผดิ ทางละเมิดของเจา้ หนา้ ท่นี ี้เป็นเพยี งแนวทางประกอบการพิจารณาในเบ้ืองตน้ เทา่ นั้น
หากมีกรณีนอกเหนือจากแนวทางดงั กล่าว
ใหด้ ำเนนิ การดังนี้


๓.๑
กรณที ี่มคี วามเสยี หายทำนองเดียวกับลักษณะความเสยี หายข้างตน้ ก็ใหน้ ำสัดส่วนดงั กลา่ วมาเทยี บเคียงและปรบั ใชต้ ามความเหมาะสม


๓.๒
กรณมี ีข้อเท็จจริง/กลมุ่ เจ้าหน้าท่ผี ู้เกีย่ วขอ้ งหรอื ผบู้ ังคับบญั ชาแตกตา่ งไปจากแนวทางข้างตน้
ใหป้ รบั เปลยี่ นสัดส่วนใหม่ไดต้ ามความเหมาะสม


๓.๓
กรณีมลี ักษณะความเสียหายนอกเหนอื จากแนวทางข้างตน้
ให้กำหนดสัดส่วนความรบั ผดิ ทางละเมดิ ของเจ้าหนา้ ที่แต่ละกรณีได้ตามความเหมาะสม

แนวทางการกำหนดสัดส่วนความรับผดิ ทางละเมิดของเจา้ หน้าที่

กรณอี ุบัติเหตุ

ลกั ษณะความเสียหาย สดั ส่วนความรบั ผิดของเจา้ หนา้ ที่ หมายเหตุ
431 (ร้อยละ)
กรณี
พนกั งานขับรถ


ฝ่าฝืนกฎหมายเก่ยี วกับการจราจร
๑๐๐
กรณีพนักงานขบั รถกระทำโดยจงใจหรอื ประมาทเลนิ เล่ออย่างรา้ ยแรงและ

ฝา่ ฝนื กฎหมายเกย่ี วกับการจราจรแต่เพยี งฝ่ายเดียวหรอื โดยลำพงั



ฝ่าฝืนกฎหมายเก่ียวกับการจราจรและมีเหตุปัจจัยภายนอก
๗๕
กรณีมีเหตุปจั จยั ภายนอกมาประกอบด้วย
เช่น
ไดร้ ับมอบหมายใหป้ ฏิบัติหน้าที่

ประกอบด้วย
ขบั รถมิได้มตี ำแหนง่ หนา้ ท่ีโดยตรงเป็นพนักงานขับรถ,
ไม่ชำนาญเส้นทาง,


สภาพถนนหรอื ทศั นวิสัยไมด่ ี,
สภาพยานพาหนะกอ่ นนำมาใช้ไมส่ มบูรณ,์
หรอื มี

ความจำเป็นเรง่ ด่วน
เชน่
พนักงานขับรถพยาบาลต้องรีบนำผู้ได้รบั บาดเจ็บส่ง

โรงพยาบาลโดยเรว็
เป็นตน้



ฝ่าฝนื กฎหมายเกีย่ วกับการจราจร
และคกู่ รณมี สี ่วนประมาท
๕๐



ร่วมอยู่ด้วย




คำอธบิ ายเพ่ิมเติม

๑.
กรณีที่มีการนำยานพาหนะของทางราชการไปใช้ในกิจการส่วนตัวหรือเดินทางออกนอกเส้นทางจากท่ีได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติหน้าท่ีราชการ
เจ้าหน้าท่ีผู้เก่ียวข้องต้อง

รับผิดในความเสยี หายทเ่ี กิดข้ึนตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์
เตม็ จำนวนความเสยี หาย
(รอ้ ยละ
๑๐๐)


๒.
แนวทางการกำหนดสัดส่วนความรับผิดทางละเมิดของเจา้ หน้าทีน่ ้ี
เปน็ เพยี งแนวทางประกอบการพิจารณาในเบ้ืองต้นเทา่ นั้น
หากมกี รณีนอกเหนือจากแนวทางดังกล่าว

ใหด้ ำเนนิ การดังนี



๒.๑
กรณที ี่มีความเสียหายทำนองเดยี วกบั ลักษณะความเสียหายข้างต้นกใ็ หน้ ำสดั สว่ นดังกลา่ วมาเทียบเคียงและปรับใชต้ ามความเหมาะสม



๒.๒
กรณีมีข้อเท็จจริงหรือลักษณะความเสียหายท่ีแตกต่างหรือนอกเหนือจากแนวทางข้างต้น
ให้กำหนดสัดส่วนความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่แต่ละกรณีได้ตาม

ความเหมาะสม

(สำเนา)

ท่ีกค
๐๔๐๖.๒/ว
๗๕









กระทรวงการคลัง















ถนนพระราม

กทม.
๑๐๔๐๐













๓๐
ตุลาคม
๒๕๕๐



เร่ือง ซักซ้อมความเขา้ ใจแนวทางปฏบิ ัตใิ นการสอบขอ้ เท็จจริงความรับผิดทางละเมิด

เรียน อธิบดีกรมทีด่ ิน

อา้ งถึง ๑.
ระเบยี บสำนกั นายกรฐั มนตร
ี วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑก์ ารปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั ความรบั ผดิ



ทางละเมิดของเจ้าหนา้ ที่
พ.ศ.
๒๕๓๙


๒.

หนงั สอื กระทรวงการคลงั

่ี กค
๐๔๐๖.๗/ว
๕๖
ลงวนั ท
ี่ ๑๒
กนั ยายน
๒๕๕๐




และดว่ นทสี่ ุด
ท่ี
กค
๐๔๐๖.๒/ว
๖๖
ลงวนั ที
่ ๒๕
กนั ยายน
๒๕๕๐






ตามทร่ี ะเบยี บสำนกั นายกรฐั มนตร
ี วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑก์ ารปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั ความรบั ผดิ
ทางละเมิดของเจา้ หน้าท
ี่ พ.ศ.
๒๕๓๙
ขอ้

วรรคแรก
ไดก้ ำหนดว่า
เม่อื เกิดความเสยี หายแก่
หน่วยงานของรัฐแห่งใดและหัวหน้าหน่วยงานของรัฐแห่งน้ันมีเหตุอันควรเช่ือว่าเกิดจากการ
กระทำของเจา้ หนา้ ทข่ี องหนว่ ยงานของรฐั แหง่ นน้ั
ใหห้ วั หนา้ หนว่ ยงานของรฐั ดงั กลา่ วแตง่ ตง้ั คณะ
กรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดขึ้นคณะหน่ึงโดยไม่ชักช้า
เพ่ือพิจารณาเสนอ
ความเห็นเกี่ยวกับผู้ต้องรับผิดและจำนวนค่าสินไหมทดแทนท่ีผู้น้ันต้องชดใช้
และวรรคส่ี

กำหนดว่า
ในการแต่งตั้งคณะกรรมการ
ให้กำหนดเวลาแล้วเสร็จของการพิจารณาของคณะ
กรรมการไวด้ ้วย
นน้ั




กระทรวงการคลงั ขอเรยี นวา่
จากการทก่ี ระทรวงการคลงั ไดต้ รวจสอบสำนวนการ
สอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิดพบว่า
เม่ือเกิดความเสียหายขึ้นกับหน่วยงานของรัฐและมี
เหตอุ นั ควรเชอื่ วา่ เกดิ จากการกระทำของเจา้ หนา้ ท
ี่ หนว่ ยงานของรฐั หลายแหง่ กม็ ไิ ดด้ ำเนนิ การ
เร่งรัดให้มีการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วย
หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที
่ พ.ศ.
๒๕๓๙
เป็นเหตุให้ข้อ
เท็จจรงิ ที่ได้ไม่ครบถว้ น
พยานหลกั ฐานบางอยา่ งสูญหายทำให้เกิดความย่งุ ยากในการสอบสวน

และการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดอาจเกิดความคลาดเคล่ือนซ่ึงจะทำให้เกิดความไม่เป็น
ธรรมแก่เจ้าหน้าท่ีได
้ ประกอบกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ
ดังกล่าว
มิได้กำหนดระยะ
เวลาแล้วเสร็จของการพิจารณาของคณะกรรมการไว้
โดยให้เป็นดุลพินิจของผู้แต่งตั้ง
ดังน้ัน

เพ่ือให้การสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ครบถ้วน


432


ดความยุ่งยากในการสอบสวนจึงเห็นควรซักซ้อมความเข้าใจให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการ

ดงั นี




๑.
เมื่อเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐแห่งใด
และหัวหน้าหน่วยงานของ
รฐั แหง่ น้นั มีเหตอุ ันควรเช่อื ว่าเกดิ จากการกระทำของเจ้าหนา้ ท่ขี องหน่วยงานของรัฐแหง่ นัน้
ให้
หวั หนา้ หนว่ ยงานของรฐั ดงั กลา่ วแตง่ ตง้ั คณะกรรมการสอบขอ้ เทจ็ จรงิ ความรบั ผดิ ทางละเมดิ ขนึ้
คณะหนึ่งโดยไม่ชักช้า
อย่างช้าไม่ควรเกิน
๑๕
วัน
นับแต่รู้หรือทราบความเสียหายและให้รีบ
ดำเนนิ การสอบขอ้ เทจ็ จรงิ ความรบั ผดิ ทางละเมดิ ใหแ้ ลว้ เสรจ็ โดยเรว็
อยา่ งชา้ ไมค่ วรเกนิ
๖๐
วนั

นับแต่วันท่ีแต่งตั้ง
ท้ังน
ี้ หากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดไม่สามารถ
ดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
ผู้แต่งตั้งคณะกรรมการฯ
อาจ
อนุญาตให้ขยายระยะเวลาได้อีกครั้งละไม่เกิน
๓๐
วัน
โดยให้คำนึงถงึ เหตุผลและความจำเป็น
ในการขอขยายระยะเวลาและระมดั ระวังเร่อื งอายคุ วามดว้ ย




๒.
เมื่อการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดเสร็จสิ้นแล้วให้ผู้แต่งตั้งรีบ
ดำเนินการสั่งการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับ
ความรับผดิ ทางละเมิดของเจ้าหนา้ ท
่ี พ.ศ.
๒๕๓๙
ข้อ
๑๗
อยา่ งชา้ ไมค่ วรเกิน
๑๕
วนั
นบั แต่
วันได้รับผลการสอบสวนและให้ส่งสำนวนการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดให้
กระทรวงการคลงั ตรวจสอบภายใน

วนั
นับแตว่ ันวินิจฉัยสงั่ การ
เวน้ แตเ่ ปน็ เร่อื งท่ีกระทรวง
การคลังประกาศกำหนดวา่ ไม่ต้องรายงานให้กระทรวงการคลงั ตรวจสอบ
(เวียนแจง้ ประกาศฯ
ตามหนังสอื กระทรวงการคลัง

่ี กค
๐๔๐๖.๒/ว
๙๘
ลงวันท
่ี ๒๐
มถิ นุ ายน
๒๕๔๘)




๓.
เนื่องจากการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของหน่วยงานของรัฐ
หลายแหง่ คณะกรรมการฯมไิ ด้ให้โอกาสแกเ่ จา้ หนา้ ทที่ เ่ี กยี่ วขอ้ งหรอื ผเู้ สยี หายไดช้ แ้ี จงขอ้ เทจ็ จรงิ
และโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานของตนอย่างเพียงพอและเป็นธรรม
ตามระเบียบสำนักนายก
รัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าท
่ี พ.ศ.

๒๕๓๙
ขอ้
๑๕
ทำใหก้ ารสอบสวนไมช่ อบและเปน็ เหตใุ หศ้ าลปกครองเพกิ ถอนคำสง่ั ทหี่ นว่ ยงาน
ของรัฐเรียกใหเ้ จ้าหน้าท่ีผู้ต้องรบั ผดิ ชดใช้คา่ เสียหายอยูเ่ สมอ
ดังน้ัน
เพ่อื มิให้กระบวนการสอบ
ขอ้ เทจ็ จรงิ ความรบั ผดิ ทางละเมดิ เกดิ ความลา่ ชา้ จากการตอ้ งกลบั ไปดำเนนิ การสอบสวนเจา้ หนา้ ท่ี
ที่เก่ียวข้องหรือผู้เสียหายใหม
่ จึงขอให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามข้อ
๑๕
แห่งระเบียบสำนัก
นายกรัฐมนตรีฯ
ดังกล่าวโดยเคร่งครดั ดว้ ย




อน่ึง
เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินการเกี่ยวกับความรับผิดทาง
ละเมิดของเจ้าหน้าท
ี่ กระทรวงการคลังได้จัดทำแนวทางการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทาง
ละเมิดตามประเภทสำนวนการสอบสวน
และแนวทางกำหนดสัดส่วนความรับผิดทางละเมิด
ของเจ้าหน้าที่เวียนแจ้งให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นแนวทางในการสอบข้อเท็จจริงความรับผิด
ทางละเมิดตามหนังสือท่ีอ้างถึง

แล้ว
โดยหน่วยงานของรัฐสามารถค้นหาเอกสารหนังสือ
เวียนกระทรวงการคลังได้จากเวปไซตข์ องกรมบัญชีกลาง
(www.cgd.go.th)


433

จงึ เรียนมาเพ่ือโปรดทราบ
และแจ้งให้ผเู้ ก่ียวข้องใช้แนวทางดัวกลา่ วประกอบการ
ดำเนินการเกย่ี วกับความรับผดิ ทางละเมิดของเจ้าหนา้ ทตี่ อ่ ไป




ขอแสดงความนบั ถือ




(ลงชอ่ื ) อทุ ิศ ธรรมวาทิน
(นายอทุ ิศ
ธรรมวาทนิ )


รองปลดั กระทรวงการคลัง

หวั หน้ากลุม่ ภารกจิ ดา้ นรายจา่ ยและหนี้สิน














กรมบัญชีกลาง

สำนักความรบั ผดิ ทางแพ่ง

กล่มุ พฒั นาและบรหิ ารงานละเมิดและแพ่ง

โทร.

๒๒๗๑
๑๙๙๙






434

(สำเนา)

ดว่ นท่สี ุด

ที
่ มท
๐๕๐๕.๔/ว
๒๙๙๓๕







กรมท่ีดนิ















ถนนพระพิพธิ
กทม.
๑๐๒๐๐











๓๐
ตลุ าคม
๒๕๕๐

เร่อื ง รา่ งกฎกระทรวงกำหนดหลกั เกณฑ
์ วธิ กี าร
และเงอื่ นไขการยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ
พ.ศ.
..

เรยี น ผวู้ ่าราชการจงั หวดั ทกุ จังหวัด

ส่ิงทสี่ ่งมาดว้ ย
๑.
สำเนาร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์
วธิ ีการ
และเง่อื นไขการยกเลิก

การจดั สรรท่ีดิน
พ.ศ.
....
พร้อมบันทึกหลกั การและเหตุผล


๒.
สำเนาบนั ทกึ สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
ประกอบรา่ งกฎกระทรวง

กำหนดหลักเกณฑ์
วธิ กี าร
และเงอื่ นไขการยกเลกิ การจัดสรรทด่ี ิน
พ.ศ.
...






ด้วยกระทรวงมหาดไทยได้เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ
์ วิธีการ
และ
เง่ือนไขการยกเลิกการจัดสรรท่ีดิน
พ.ศ.
....
โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๕๔
แห่ง
พระราชบัญญัติการจัดสรรท่ีดิน
พ.ศ.
๒๕๔๓
และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจ
พจิ ารณามรี ายละเอยี ดและสาระสำคญั ของรา่ งกฎกระทรวงปรากฏตามสง่ิ ทสี่ ง่ มาดว้ ย

และ


ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันท
่ี ๑๖
ตุลาคม
๒๕๕๐
เห็นชอบร่างกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว

ขณะน้อี ยู่ในระหวา่ งการดำเนนิ การเพื่อประกาศบงั คบั ใชเ้ ป็นกฎหมาย




กรมท่ีดินพิจารณาแล้วเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้มีสาระสำคัญในการกำหนดหลัก
เกณฑ
์ วิธีการ
และเงื่อนไขการยกเลิกการจัดสรรที่ดิน
ตามมาตรา
๕๔
แห่งพระราชบัญญัติ
การจัดสรรท่ดี ิน
พ.ศ.
๒๕๔๓
ซงึ่ พนักงานเจ้าหนา้ ท่ีจะตอ้ งถอื ปฏบิ ัตติ อ่ ไป
ดังนัน้
เพอ่ื เปน็ การ
เตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่
จึงขอส่งร่างกฎกระทรวงดังกล่าวมาเพ่ือโปรดทราบและแจ้ง
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีศึกษาเป็นการล่วงหน้า
เม่ือกฎกระทรวงดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็น
กฎหมายแลว้ จะไดแ้ จ้งให้ทราบและถือปฏิบัติต่อไป


(ลงชอ่ื ) ขอแสดงความนับถือ




ชยั ฤกษ์ ดษิ ฐอำนาจ
(นายชยั ฤกษ
์ ดิษฐอำนาจ)


อธิบดีกรมทีด่ ิน


กองนิติการ

โทร.

๒๒๒๓
๒๔๐๒


โทรสาร

๒๒๒๒
๓๘๑๗


435

ร่างฯ ท่ี สคก. ตรวจพจิ ารณาแลว้
เรอื่ งเสรจ็ ท่ี ๖๖๑/๒๕๕๐



บันทึกหลักการและเหตุผล
ประกอบรา่ งกฎกระทรวง
กำหนดหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเงอ่ื นไขการยกเลิกการจัดสรรที่ดนิ

พ.ศ. ....

หลกั การ

กำหนดหลกั เกณฑ
์ วธิ ีการ
และเงือ่ นไขการยกเลกิ การจดั สรรท่ีดนิ






เหตุผล




โดยที่มาตรา
๕๔
แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน
พ.ศ.
๒๕๔๓
บัญญัติให้

ผู้จัดสรรท่ีดินที่ประสงค์จะยกเลิกการจัดสรรที่ดิน
ยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัด
หรือเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาแห่งท้องที่ซึ่งท่ีดินนั้นตั้งอย
ู่ ตามหลักเกณฑ์
วิธีการ
และ
เงอื่ นไขท่กี ำหนดในกฎกระทรวง
จงึ จำเปน็ ต้องออกกฎกระทรวงน้




436

ร่าง
กฎกระทรวง

กำหนดหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไขการยกเลิกการจดั สรรท่ีดนิ
พ.ศ. ....




อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

และมาตรา
๕๔
แห่งพระราชบัญญัติการ
จัดสรรทีด่ ิน
พ.ศ.
๒๕๔๓
อนั เปน็ กฎหมายท่ีมีบทบัญญตั บิ างประการเกย่ี วกบั การจำกัดสิทธิและ
เสรีภาพของบุคคล
ซ่ึงมาตรา
๒๙
ประกอบกับมาตรา
๔๑
และมาตรา
๔๓
ของ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่ง
กฎหมาย
รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว
้ ดังตอ่ ไปน
้ี



ข้อ

ผ้จู ัดสรรที่ดนิ ประสงค์จะยกเลกิ การจัดสรรท่ีดนิ
ให้ดำเนนิ การไดท้ ง้ั ในกรณี
ที่ยงั ไม่มีการจำหน่ายทด่ี นิ จดั สรรและกรณที ีม่ ีการจำหน่ายท่ดี นิ จัดสรรแลว้


หมวด ๑
การขอยกเลกิ การจดั สรรที่ดนิ ในกรณที ยี่ งั ไม่มกี ารจำหนา่ ยที่ดนิ จดั สรร




ข้อ

ในกรณีที่ยังไม่มีการจำหน่ายที่ดินจัดสรร
เม่ือผู้จัดสรรประสงค์ขอยกเลิก
การจดั สรรที่ดิน
ใหย้ น่ื คำขอตามแบบ
จ.ส.

ท้ายกฎกระทรวงน
ี้ ต่อเจา้ พนักงานทด่ี ินจงั หวดั
หรอื เจา้ พนกั งานทดี่ นิ จงั หวดั สาขาแหง่ ทอ้ งทซี่ ง่ึ ทดี่ นิ นน้ั ตงั้ อย
ู่ พรอ้ มดว้ ยเอกสารหลกั ฐานดงั ตอ่ ไปน
้ี



(๑)
ใบอนญุ าตใหท้ ำการจัดสรรที่ดิน




(๒)
แผนผงั แสดงจำนวนทด่ี นิ แปลงย่อยและเนื้อที่ของแต่ละแปลง




(๓)
แผนผงั แสดงทดี่ นิ แปลงบรกิ ารสาธารณะ
และแผนผงั แสดงสว่ นสาธารณปู โภค




(๔)
หนงั สือแสดงเหตุผลความจำเป็นในการขอยกเลิกการจดั สรรที่ดิน
และเจตนา
ในการดำเนินการอย่างใดกบั ที่ดนิ จัดสรรเมื่อยกเลิกการจัดสรรท่ีดินแล้ว




(๕)
ภาระผูกพนั ต่าง

ท่บี คุ คลอน่ื มสี ว่ นไดเ้ สียในทีด่ นิ ทีจ่ ัดสรรนัน้






ข้อ

เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาได้รับคำขอ
ยกเลิกการจัดสรรที่ดินแล้ว
ให้ปิดประกาศคำขอยกเลิกการจัดสรรที่ดิน
พร้อมท้ังวิธีการและ
ระยะเวลาการยน่ื คำคดั คา้ นคำขอยกเลิกการจัดสรรท่ดี นิ ตามมาตรา
๕๖
วรรคหนง่ึ
ไว้ในทเี่ ปิด
เผยให้เห็นได้ โดยชัดเจน

สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานท่ีดินสาขา
สำนักงานของ
ผู้จัดสรรท่ีดิน
บริเวณท่ีดินท่ีทำการจัดสรร
ไม่น้อยกว่าสามแห่ง
สำนักงานเขตหรือท่ีว่าการ
อำเภอหรือที่ว่าการกิ่งอำเภอ
และที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล
แห่งท้องที่ซึ่งที่ดิน
ที่ทำการจัดสรรน้ันตั้งอย
ู่ แห่งละหนง่ึ ฉบับ
มกี ำหนดหกสิบวัน


437

ข้อ

ให้ผู้จัดสรรท่ีดินประกาศการขอยกเลิกการจัดสรรที่ดินในหนังสือพิมพ์
รายวันซ่ึงแพร่หลายในท้องถ่ินน้ันไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
และแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้มีส่วนได้เสีย
ตาม
ขอ้

(๕)
ทราบ




การประกาศในหนังสือพิมพ์และการแจ้งเป็นหนังสือตามวรรคหนึ่ง
ให้ระบุเหตุผล
ความจำเป็นในการขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดิน
พร้อมท้ังวิธีการและระยะเวลาการย่ืนคำคัดค้าน
คำขอยกเลิกการจัดสรรที่ดินตามมาตรา
๕๖
วรรคหน่ึง
ท้ังน้
ี การแจ้งเป็นหนังสือดังกล่าวให้
กระทำโดยสง่ ทางไปรษณียล์ งทะเบยี นไปยงั ภูมิลำเนาของผ้มู ีสว่ นไดเ้ สีย
หรือตามท่ีอยู่ที่ปรากฏ
ในสารบบของท่ีดนิ แปลงนัน้






ขอ้

ให้ผูจ้ ัดสรรท่ดี ินนำหลกั ฐานการประกาศและการแจ้งเปน็ หนังสอื ตามขอ้


ยื่นต่อเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาภายในสามสิบวันนับแต่วันย่ืน
คำขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดิน
หากผู้จัดสรรที่ดินไม่ดำเนินการดังกล่าวภายในกำหนดระยะเวลา
โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ให้เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาส่ัง
ยกเลิก
เรอ่ื งการขอยกเลกิ การจัดสรรทีด่ ินนน้ั เสยี






ขอ้

เมอื่ ครบกำหนดเวลายนื่ คำคดั คา้ นคำขอยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ ตามมาตรา
๕๖

วรรคหนึ่ง
หากไมม่ ีการยน่ื คำคดั ค้านขอยกเลกิ การจัดสรรทดี่ นิ
ใหเ้ จา้ พนกั งานท่ีดนิ จังหวัดหรือ
เจา้ พนักงานทด่ี นิ จังหวดั สาขาเสนอเร่ืองใหค้ ณะกรรมการพจิ ารณาสง่ั ยกเลกิ การจัดสรรท่ีดนิ




ในกรณีท่ีมีการย่ืนคำคัดค้าน
ให้เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดิน
จงั หวดั สาขาเสนอคำขอยกเลกิ การจดั สรรทดี่ นิ และคำคดั คา้ นใหค้ ณะกรรมการพจิ ารณาวนิ จิ ฉยั






ขอ้

ใหเ้ จ้าพนกั งานทดี่ ินจงั หวดั หรอื เจา้ พนักงานท่ีดินจงั หวดั สาขาแจ้งคำสัง่ ตาม
ข้อ

คำสั่งของคณะกรรมการตามข้อ

วรรคหนึ่ง
หรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการตาม
ข้อ

วรรคสอง
ให้ผู้จัดสรรที่ดินและผู้คัดค้านทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำส่ังหรือ
คำวนิ จิ ฉัยแลว้ แตก่ รณ


หมวด ๒
การขอยกเลิกการจัดสรรทด่ี นิ ในกรณที ม่ี ีการจำหนา่ ยทด่ี ินจดั สรร




ขอ้

ในกรณที มี่ กี ารจำหนา่ ยทดี่ นิ จดั สรรแลว้
หากผจู้ ดั สรรทด่ี นิ ประสงคจ์ ะขอยกเลกิ
การจดั สรรทด่ี นิ
ใหย้ น่ื คำขอตามแบบ
จ.ส.

ทา้ ยกฎกระทรวงนตี้ อ่ เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั หรอื
เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขาแหง่ ทอ้ งทซี่ งึ่ ทด่ี นิ นนั้ ตงั้ อย
ู่ พรอ้ มดว้ ยเอกสารหลกั ฐาน
ดงั ตอ่ ไปน
ี้



(๑)
ใบอนุญาตใหท้ ำการจัดสรรทดี่ ิน


438

(๒)
บญั ชีรายชอื่ ผู้ซอ้ื ทดี่ นิ จดั สรร




(๓)
แผนผังแสดงจำนวนที่ดินแปลงย่อยท่ีจำหน่ายแล้วและยังไม่ได้จำหน่ายและ
เนื้อท่ีของแต่ละแปลง




(๔)
แผนผงั แสดงทด่ี นิ แปลงบรกิ ารสาธารณะ
และแผนผงั แสดงสว่ นสาธารณปู โภค




(๕)
หนังสือแสดงเหตุผลความจำเป็นในการขอยกเลิกการจดั สรรทด่ี นิ
และเจตนา
ในการดำเนินการอย่างใดกบั ท่ดี นิ จดั สรรเมอ่ื ยกเลกิ การจดั สรรที่ดนิ แลว้




(๖)
ภาระผูกพนั ตา่ ง

ที่บุคคลอนื่ มสี ่วนไดเ้ สียในทีด่ ินทจ่ี ดั สรรน้ัน






ข้อ

เม่ือเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาได้รับคำขอ
ยกเลิกการจัดสรรที่ดินแล้ว
ให้ปิดประกาศคำขอยกเลิกการจัดสรรที่ดิน
พร้อมท้ังวิธีการและ
ระยะเวลาการยื่นคำคัดค้านคำขอยกเลิกการจดั สรรท่ดี นิ ตามมาตรา
๕๖
วรรคหน่ึง
ไว้ในทีเ่ ปดิ
เผยใหเ้ หน็ ได้โดยชดั เจน

สำนกั งานทดี่ นิ จงั หวดั หรอื สำนกั งานทด่ี นิ สาขา
สำนกั งานของผจู้ ดั สรร
ท่ีดิน
บริเวณท่ีดินที่ทำการจัดสรร
ไม่น้อยกว่าสามแห่ง
สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอหรือ
ที่ว่าการก่ิงอำเภอ
และท่ีทำการองค์การบริหารส่วนตำบล
แห่งท้องท่ีซ่ึงท่ีดินที่ทำการจัดสรร
น้นั ตงั้ อย
ู่ แหง่ ละหนึง่ ฉบบั
มกี ำหนดหกสบิ วนั






ขอ้
๑๐
ใหผ้ จู้ ดั สรรทดี่ นิ ประกาศการขอยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ ในหนงั สอื พมิ พร์ ายวนั
ซง่ึ แพรห่ ลายในทอ้ งถนิ่ นนั้ ไมน่ อ้ ยกวา่ เจด็ วนั
และแจง้ เปน็ หนงั สอื ใหผ้ ซู้ อื้ ทด่ี นิ จดั สรรและผมู้ สี ว่ น
ได้เสยี ตามข้อ

(๖)
ทราบ




การประกาศในหนังสือพิมพ์และการแจ้งเป็นหนังสือตามวรรคหน่ึง
ให้ระบุเหตุผล
ความจำเป็นในการขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดิน
คำชี้แจงการพ้นจากหน้าท่ีจัดทำและบำรุงรักษา
สาธารณูปโภคและบริการสาธารณะตามแผนผัง
โครงการและวิธีการในการจัดสรรท่ีดิน

สิทธิการใช้ประโยชน์ในสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะของผู้ซื้อท่ีดินจัดสรร
ข้อเสนอเพื่อ
แก้ไขหรือทดแทนแก่ผซู้ ้อื ทีด่ ินจัดสรรถา้ หากม
ี พรอ้ มทงั้ วิธีการและระยะเวลาการยืน่ คำคดั คา้ น
คำขอยกเลิกการจัดสรรที่ดินตามมาตรา
๕๖
วรรคหน่ึง
ท้ังน
ี้ การแจ้งเป็นหนังสือดังกล่าวให้
กระทำโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังภูมิลำเนาของผู้ซ้ือท่ีดินจัดสรรและผู้มีส่วนได้เสีย

หรอื ตามท่ีอยู่ทปี่ รากฏในสารบบของทด่ี นิ แปลงนน้ั






ข้อ
๑๑
ให้ผู้จัดสรรที่ดินนำหลักฐานการประกาศและการแจ้งเป็นหนังสือตามข้อ

๑๐
ยื่นต่อเจา้ พนักงานทดี่ ินจังหวดั หรอื เจา้ พนกั งานท่ีดินจงั หวัดสาขาภายในสามสิบวนั นับแต่วนั
ย่ืนคำขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดิน
หากผู้จัดสรรท่ีดินไม่ดำเนินการดังกล่าวภายในกำหนดระยะ
เวลาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ให้เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา
สง่ั ยกเลิกเร่ืองการขอยกเลกิ การจัดสรรทีด่ นิ น้ันเสีย


439

ในกรณีที่มีการทำข้อตกลงเก่ียวกับสาธารณูปโภคระหว่างผู้จัดสรรที่ดินและผู้ซ้ือที่ดิน
จัดสรร
ให้ผู้จัดสรรท่ีดินย่ืนหลักฐานการทำข้อตกลงดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือ
เจา้ พนกั งานท่ีดินจงั หวัดสาขาดว้ ย






ข้อ
๑๒
เมื่อครบกำหนดเวลายื่นคำคัดค้านคำขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดินตาม
มาตรา
๕๖
วรรคหนึง่
หากไมม่ กี ารยืน่ คำคดั ค้านคำขอยกเลิกการจัดสรรทดี่ นิ
ใหเ้ จ้าพนักงาน
ที่ดินจังหวัดหรอื เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขาเสนอเรอ่ื งใหค้ ณะกรรมการพจิ ารณาสง่ั ยกเลกิ การ
จดั สรรทด่ี นิ




ในกรณที ม่ี ผี ซู้ อื้ ทดี่ นิ จดั สรรยนื่ คำคดั คา้ น
ใหเ้ จา้ พนกั งานทดี่ นิ จงั หวดั หรอื เจา้ พนกั งาน
ทด่ี นิ จงั หวดั สาขาสงั่ ยกลกิ เรอ่ื งการขอยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ




ในกรณที ม่ี ผี ยู้ น่ื คำคดั คา้ นซง่ึ ไม่ใชผ่ ซู้ อ้ื ทดี่ นิ จดั สรร
ใหเ้ จา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั หรอื
เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขาเสนอคำขอยกเลกิ การจดั สรรทดี่ นิ และคำคดั คา้ นใหค้ ณะกรรมการ
พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั




ข้อ
๑๓
ให้เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแจ้งคำส่ัง
ของเจ้าพนักงานท่ีดินหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาตามข้อ
๑๑
คำสั่งของคณะกรรมการ
ตามข้อ
๑๒
วรรคหนึ่ง
คำส่ังของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดสาขา
ตามข้อ
๑๒
วรรคสอง
หรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการตามข้อ
๑๒
วรรคสาม
ให้ผู้จัดสรร
ทด่ี นิ และผู้คดั คา้ นทราบ
ภายในเจด็ วันนบั แต่วันท่ีมคี ำสงั่ หรือคำวนิ จิ ฉยั
แลว้ แต่กรณี


หมวด ๓
การดำเนนิ การเมอื่ ยกเลกิ การจดั สรรทีด่ ิน




ข้อ
๑๔
ในกรณีท่ียังไม่มีการจำหน่ายที่ดินจัดสรร
เมื่อคณะกรรมการสั่งหรือ
วินิจฉัยให้ยกเลิกการจัดสรรท่ีดิน
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง
การทำประโยชน์ทุกฉบับภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีคำสั่งหรือคำวินิจฉัยว่า
“ที่ดินแปลงนี้ได้
ยกเลกิ การจดั สรรทดี่ นิ แล้ว”






ข้อ
๑๕
ในกรณีที่มีการจำหน่ายท่ีดินจัดสรร
เมื่อคณะกรรมการสั่งหรือวินิจฉัยให้
ยกเลิกการจัดสรรทดี่ ินแลว้
ให้พนกั งานเจ้าหน้าท่ีจดแจง้ ในโฉนดทด่ี ินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชนภ์ ายในสบิ หา้ วันนับแต่วนั ทม่ี คี ำส่ังหรือคำวนิ จิ ฉัย
ดงั ต่อไปน
ี้



(๑)
ที่ดินแปลงที่ไม่ใช่แปลงสาธารณูปโภค
ให้จดแจ้งว่า
“ท่ีดินแปลงน้ีได้ยกเลิก
การจดั สรรทด่ี ินแลว้ ”




(๒)
ท่ีดินแปลงที่ป็นแปลงสาธารณูปโภคที่มีข้อตกลงให้ผู้ซื้อท่ีดินจัดสรรยังใช้

440


ระโยชนต์ อ่ ไป
ใหจ้ ดแจ้งว่า
“ทีด่ นิ แปลงนี้ไดย้ กเลิกการจดั สรรท่ดี นิ แลว้
แตย่ งั มภี าระจำยอม
อยตู่ ามข้อตกลง”




(๓)
ท่ีดินแปลงท่ีเป็นแปลงสาธารณูปโภคที่ไม่มีข้อตกลงให้ผู้ซ้ือที่ดินจัดสรรได้ใช้
ประโยชนต์ อ่ ไป
ใหจ้ ดแจง้ วา่
“ทด่ี นิ แปลงน้ีไดย้ กเลกิ การจดั สรรทดี่ นิ แลว้ และพน้ จากภาระจำยอม”















ให้ไว้

วนั ท
ี่





พ.ศ.
.......


















รฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย




441

จ.ส. ๓

ครุฑ เลขรับท่ี.............................

คำขอยกเลิกการจดั สรรที่ดิน วันที่.....................................

..............................................




เจา้ หนา้ ท่ี





ผจู้ ดั สรรทดี่ นิ
ช่อื ...................................................................................อาย
ุ ..................ป
ี สญั ชาติ........................


ที่ตัง้ /ที่ต้งั สำนักงานเลขที่.............ตรอก/ซอย....................
ถนน...................
หม่ทู .่ี ...........


ตำบล/แขวง............
อำเภอ/เขต.............
จงั หวัด.............
โทรศัพท์........
โทรสาร.........


ชื่อสำนกั งานจดั สรรท่ีดนิ ....................................................................
โครงการ........................


ท่ีต้ังเลขท่ี..................ตรอก/ซอย..................................ถนน.............................หมู่ที่...................


ตำบล/แขวง............
อำเภอ/เขต.............
จังหวดั .............
โทรศพั ท.์ .......
โทรสาร.........



ใบอนญุ าต
ใบอนุญาตเลขที่.....................................................
ออกใหเ้ ม่ือวนั ท่.ี ...........................................


โดยคณะกรรมการจดั สรรทดี่ นิ กรงุ เทพมหานคร/คณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ จงั หวดั


...................................................................................................................................................................




ผจู้ ดั สรรทดี่ นิ มคี วามประสงคจ์ ะขอยกเลกิ การจดั สรรทดี่ นิ ตามใบอนญุ าตขา้ งบนน้ี

การขอยกเลิก
ผจู้ ดั สรรทดี่ นิ มเี หตผุ ลความจำเปน็ ในการขอยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ
เนอื่ งจาก........................

การจดั สรรท่ดี ิน
...................................................................................................................................................................





กรณีท่ีได้มีการจำหน่าย




ได้โอนกรรมสทิ ธิ์แลว้ ............................................................................แปลง

การจำหน่ายทดี่ ิน


ไดท้ ำสัญญาจะซื้อจะขายแลว้
แตย่ งั ไม่ได้โอนกรรมสทิ ธ์ิ..................แปลง



กรณที ่ีไม่มีการจำหน่าย


442

หลักฐานและ

ใบอนุญาตใหท้ ำการจัดสรรท่ดี นิ

รายละเอยี ด



บัญชรี ายชือ่ ผู้ซ้อื ท่ีดนิ จัดสรร
(กรณที ี่มีการจำหนา่ ย)



แผนผงั แสดงจำนวนทด่ี นิ แปลงยอ่ ยทจี่ ำหนา่ ยแลว้
และยงั ไม่ไดจ้ ำหนา่ ย
และ

เนอื้ ท่ขี องแต่ละแปลง



แผนผงั แสดงทดี่ นิ แปลงบรกิ ารสาธารณะ
และแผนผงั แสดงสว่ นสาธารณปู โภค



หนังสือแสดงเหตุผลความจำเป็นในการขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดิน
และ


เจตนาในการดำเนนิ การอยา่ งใดกบั ทด่ี นิ จดั สรรเมอ่ื ยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ แลว้




เอกสารหลกั ฐานภาระผกู พนั ตา่ ง

ทบ่ี คุ คลอน่ื มสี ว่ นไดเ้ สยี ในทด่ี นิ จดั สรรนน้ั





ผจู้ ดั สรรทดี่ นิ
ขอยน่ื คำขอยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ พรอ้ มหลกั ฐานและรายละเอยี ดทกี่ ลา่ วขา้ งบนนตี้ อ่





เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร
สาขา....................................................................................



เจ้าพนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั ...............................................................สาขา...........................................





ลงช่ือ
.......................................................ผขู้ อ


(......................................................)

วันท่ี
.........................................................




443

เรื่องเสร็จท่ี ๖๖๑/๒๕๕๐

บนั ทกึ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกอบรา่ งกฎกระทรวงกำหนดหลกั เกณฑ์ วิธกี าร

และเงือ่ นไขการยกเลิกการจดั สรรทด่ี ิน
พ.ศ. ....




สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือ
ที่
นร
๐๕๐๓/๑๒๔๐๗
ลงวันท
่ี ๘

กันยายน
๒๕๔๘
ถึงสำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ความวา่
คณะรฐั มนตรีไดม้ มี ติเม่อื วนั ที


กันยายน
๒๕๔๘
อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์
วิธีการ
และเงื่อนไข
การยกเลิกการจัดสรรท่ดี ิน
พ.ศ.
...
ที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ
และให้สำนักงานคณะกรรมการ
กฤษฎีกาตรวจพิจารณา
โดยรับประเด็นอภิปรายของคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะ
รัฐมนตรี
คณะท่
ี ๖.๒
(ฝา่ ยกฎหมายฯ)
และขอ้ สังเกตของคณะเจรจาขอ้ ตกลงและการประเมิน
การพัฒนากฎหมายของสว่ นราชการ
คณะท่ี

ไปพจิ ารณาด้วย
แลว้ ดำเนินการตอ่ ไปได




ในการพิจารณาร่างกฎกระทรวงน
้ี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เสนอให้
คณะกรรมการกฤษฎกี า
(คณะท
ี่ ๗)
ตรวจพจิ ารณา
โดยมผี แู้ ทนกระทรวงมหาดไทย
(กรมทดี่ นิ )

เปน็ ผู้ชแ้ี จงรายละเอียด
โดยสำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าเห็นสมควรจัดทำบันทกึ ประกอบ
ร่างกฎกระทรวง
ดงั มีรายละเอยี ดตอ่ ไปนี้

๑. หลกั การของรา่ งกฎกระทรวงทก่ี ระทรวงมหาดไทยเสนอ



กำหนดหลักเกณฑ
์ วิธีการ
และเง่ือนไขการยกเลิกการจัดสรรที่ดินท้ังแปลงและ
การยกเลิกการจัดสรรที่ดินบางส่วนทั้งในกรณีท่ียังไม่ได้จำหน่ายท่ีดินจัดสรร
และกรณีท่ีได้มี
การจำหนา่ ยทดี่ ินจัดสรรแล้ว

๒. ขอ้ สังเกตของหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วข้องและความเหน็ ของคณะกรรมการกฤษฎกี า




๒.๑
คณะเจรจาขอ้ ตกลงและการประเมนิ การพฒั นากฎหมายของสว่ นราชการ

คณะท
่ี ๘
มขี ้อสงั เกตวา่






(๑)
การกำหนดใหก้ ารขอยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ
จะทำไดต้ อ่ เมอ่ื ไดร้ บั ความ
ยนิ ยอมจากผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุกราย
และการย่ืนคำขอยกเลิกการจัดสรรที่ดินจะต้องมีหนงั สอื
แสดงความยนิ ยอมจากผซู้ อื้ ทด่ี นิ จดั สรรทกุ ราย
เปน็ การสรา้ งภาระโดยไมจ่ ำเปน็
กอ่ ใหเ้ กดิ ความ
ไมย่ งุ่ ยากซงึ่ ไมส่ อดคลอ้ งกบั พระราชกฤษฎกี าวา่ ดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารบรหิ ารกจิ การบา้ นเมอื งท่ี
ดี
พ.ศ.
๒๕๔๖
จึงไม่สอดคล้องกบั กรอบนโยบายการพฒั นากฎหมายของสว่ นราชการ


444

(๒)
เนอ่ื งจากมาตรา
๔๓
แหง่ พระราชบญั ญตั กิ ารจดั สรรทด่ี นิ
พ.ศ.
๒๕๔๓

กำหนดให้สาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินจัดให้มีข้ึนเพ่ือการจัดสรรที่ดินต้องตกอยู่ในภาระ
จำยอมเพ่ือประโยชน์แก่ท่ีดินจัดสรร
และจะกระทำการอันใดอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระ
จำยอมลดไปหรือเส่ือมความสะดวกไม่ได้
แต่การกำหนดว่าเมื่อขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดินใน
ที่ดินจัดสรรแปลงท่ีเป็นสาธารณูปโภค
ในกรณีที่มีการจำหน่ายที่ดินจัดสรรไปบางส่วน
เจ้า
หน้าท่ีต้องจดแจ้งในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน
์ เก่ียวกับการยกเลิกการ
จดั สรรทดี่ นิ แปลงทเี่ ปน็ สาธารณปู โภคและใหพ้ น้ จากภาระจำยอมดว้ ย
จงึ อาจขดั แยง้ กบั กฎหมาย
แมบ่ ท




๒.๒
คณะกรรมการกลน่ั กรองเรอ่ื งเสนอคณะรฐั มนตร
ี คณะท
ี่ ๖.๒
(ฝา่ ยกฎหมายฯ)

ได้พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่





(๑)
ร่างกฎกระทรวงน้ีเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์เก่ียวกับการยกเลิกการ
จัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรท่ีดิน
ซ่ึงในขณะน้ียังไม่มีกฎกระทรวงดังกล่าวทำให้
การยกเลกิ การจัดสรรที่ดนิ ในกรณที ี่ไดร้ บั อนญุ าตไปแลว้ ไม่อาจกระทำได้
จึงมีความจำเป็นตอ้ ง
ออกกฎกระทรวงเร่อื งน
้ี




(๒)
กฎหมายวา่ ดว้ ยการจดั สรรทด่ี นิ ไดต้ ราขน้ึ เพอื่ คมุ้ ครองประชาชนเพอื่ ให้ได้
รับการบริการจากสาธารณูปโภคและการใช้ประโยชน์ร่วมกันจากผู้จัดสรรที่ดิน
การยกเลิกการ
จัดสรรท่ีดินจึงควรต้องพิจารณาผลกระทบในด้านสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้ดำเนินการไว้
แลว้ ดว้ ย





(๓)
การกำหนดให้การขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดินจะกระทำได้เม่ือได้รับความ
ยินยอมจากผู้ซ้ือทุกรายเป็นหนังสือ
เป็นการสร้างภาระแก่ประชาชนโดยไม่จำเป็น
เพราะ
มาตรา
๕๕
กำหนดให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าท่ีในการปิดประกาศคำขอยกเลิกการจัดสรรที่ดิน
ดังน้นั
จงึ ไม่ใชห่ นา้ ทข่ี องผู้ซอ้ื ที่ดินจัดสรร





(๔)
กรณีท่ีมีการยกเลิกการจัดสรรท่ีดินบางส่วน
การกำหนดให้เจ้าหน้าที่จด
แจ้งในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินแปลงท่ีเป็นสาธารณูโภคให้พ้นจาก
ภาระจำยอมน้ัน
หากท่ีดินแปลงที่เป็นสาธารณูปโภคดังกล่าวเป็นที่ดินที่ผู้ซ้ือท่ีดินจัดสรรใช้
ประโยชน์ร่วมกนั อย่
ู การยกเลกิ ภาระจำยอมดงั กลา่ วจะขัดกบั มาตรา
๔๓
แหง่ พระราชบัญญัติ
การจัดสรรท่ีดิน
พ.ศ.
๒๕๔๓
ที่บัญญัติให้สาธารณูปโภคท่ีผู้จัดสรรที่ดินจัดให้มีขึ้นเพ่ือการ
จัดสรรท่ีดินต้องตกอยู่ในภาระจำยอมเพ่ือประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร
และจะกระทำการอันใด
เป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเส่ือมความสะดวกลงไม่ได้
ทั้งไม่สอดคล้องกับ
นโยบายพัฒนากฎหมายของรฐั บาล

๓. สาระสำคญั ของรา่ งกฎหมายทผ่ี า่ นการตรวจพจิ ารณาของสำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า



คณะกรรมการกฤษฎกี า
(คณะท
่ี ๗)
ตรวจพจิ ารณารา่ งกฎกระทรวงกำหนดหลกั เกณฑ์

วิธีการ
และเง่ือนไขการยกเลิกการจัดสรรทด่ี ิน พ.ศ.
...
เสรจ็ แล้ว
สรปุ ผลการพจิ ารณาไดด้ ังนี


445

๓.๑
ตัดหลักการเร่ืองการขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดินบางส่วนออกไป
ท้ังน
ี้ เพ่ือให้
เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน
พ.ศ.
๒๕๔๓
ท่ีมิได้กำหนดให้มีการขอยกเลิก
การจัดสรรท่ีดินบางส่วนได
้ หากแต่พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน
พ.ศ.
๒๕๔๓
มุ่งประสงค์
ให้การยกเลิกการจัดสรรที่ดินต้องเป็นการยกเลิกการจัดสรรที่ดินทั้งหมดทุกแปลงดังจะเห็นได้
จากการทม่ี าตรา
๕๗
กำหนดวา่
เมอื่ คณะกรรมการสง่ั ยกเลกิ การจดั สรรท่ีดนิ แลว้ ใหก้ ารอนญุ าต
จดั สรรทีด่ นิ เปน็ อนั ยกเลิก




๓.๒
แก้ไขรายการเอกสารหลักฐานท่ีผู้จัดสรรที่ดินต้องยื่นประกอบคำขอยกเลิก
การจัดสรรที่ดินในกรณีท่ียังไม่ได้จำหน่ายท่ีดินจัดสรร
จากที่ต้องย่ืนแผนผังแสดงท่ีดินแปลง
บริการสาธารณะท่ีประสงคจ์ ะพน้ จากการจัดสรรทดี่ ิน
และแผนผังส่วนสาธารณปู โภคท่พี ้นจาก
ภาระจำยอม
เพื่อประกอบคำขอยกเลิกการจัดสรรที่ดินบางส่วน
เป็นให้ยื่นแผนผังแสดงที่ดิน
แปลงบริการสาธารณะ
และแผนผังแสดงส่วนสาธารณูปโภค
เพ่ือให้ได้แผนผังแสดงที่ดิน
แปลงบริการสาธารณะและที่ดินแปลงสาธารณูโภคทุกแปลงท่ีต้องพ้นจาการจัดสรรที่ดินและ
เพื่อใหส้ อดคล้องกับการตดั หลกั การการขอยกเลกิ การจัดสรรทด่ี ินบางสว่ นออกไป
(รา่ งข้อ
๒)




๓.๓
ส่วนกรณีที่มีการจำหน่ายท่ีดินจัดสรรแล้ว
ได้แก้ไขรายการเอกสารหลักฐานที่
ผู้จัดสรรที่ดินต้องยื่นประกอบคำขอยกเลิกการจัดสรรที่ดิน
โดยตัดรายการหนังสือแสดงความ
ยินยอมให้ยกเลิกการจัดสรรที่ดินของผู้ซ้ือที่ดินจัดสรรทุกราย
เพราะการกำหนดเช่นว่าน้ีเป็น
ภาระแก่ผู้จัดสรรท่ีดินและมีผลให้การขอยกเลิกการจัดสรรที่ดินแทบจะไม่มีโอกาสเกิดข้ึนได้เลย

รวมทั้งพระราชบัญญัติการจัดสรรท่ีดิน
พ.ศ.
๒๕๔๓
ได้วางกลไกคุ้มครองผู้ซ้ือท่ีดินจัดสรรไว้
แล้วตามมาตรา
๕๖
ท่ีกำหนดให้ผู้ซื้อท่ีดินจัดสรรคัดค้านคำขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดินได้และ
หากมีผู้ซื้อท่ีดินจัดสรรแม้เพียงรายเดียวย่ืนคำคัดค้าน
ก็ให้เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือ
เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขายกเลิกเรื่องการขอยกเลิกการจัดสรรที่ดิน
และแก้ไขรายการ
แผนผังแสดงท่ีดินแปลงยอ่ ยทจ่ี ำหนา่ ยแล้วและยงั ไม่ไดจ้ ำหน่าย
เนอื้ ทข่ี องทด่ี ินแปลงยอ่ ยและ
ทด่ี ินแปลงบรกิ ารสาธารณะทีจ่ ะให้พ้นจากการจัดสรรท่ดี นิ
และแผนผงั ส่วนสาธารณูปโภคทพ่ี ้น
จากภาระจำยอม
เป็นให้ย่ืนแผนผังแสดงจำนวนที่ดินแปลงย่อยท่ีจำหน่ายแล้วและยังไม่ได้
จำหน่าย
และเนื้อท่ีของแต่ละแปลง
และรายการแผนผังแสดงท่ีดินแปลงบริการสาธารณะ
และแผนผังแสดงส่วนสาธารณูปโภค
เพ่ือให้สอดคล้องกับการตัดหลักการการยกเลิกการ
จัดสรรท่ีดินแบ่งส่วน
นอกจากนั้น
ได้ตัดการย่ืนคำขอแก้ไขเปล่ียนแปลงผังโครงการในกรณีท่ี
เป็นการยกเลกิ การจัดสรรท่ีดนิ บางสว่ นออกด้วย
(ร่างขอ้
๘)




๓.๔
เพ่ิมรายละเอียดท่ีเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา
ต้องปิดประกาศพร้อมกับคำขอยกเลิกจัดสรรที่ดินทั้งในกรณีที่ยังไม่มีการจำหน่ายที่ดินจัดสรร
และในกรณที มี่ กี ารจำหนา่ ยทดี่ นิ จดั สรรแลว้
โดยกำหนดใหต้ อ้ งปดิ ประกาศวธิ กี ารและระยะเวลา
การย่ืนคำคัดค้านคำขอยกเลิกจัดสรรท่ีดิน
เพ่ือคุ้มครองให้ผู้มีส่วนได้เสียและผู้ซ้ือที่ดินจัดสรร
ได้ทราบถึงวิธีการและระยะเวลาการยื่นคำคัดค้านคำขอยกเลิกจัดสรรที่ดิน
และแก้ไขสถานท่ี

446

ปิดประกาศโดยตดั
“ที่ทำการแขวงหรือทที่ ำการกำนนั แหง่ ท้องท่”ี
ออก
และแก้ไข
“สำนักงาน
หรือท่ที ำการองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ”
เป็น
“ทีท่ ำการองคก์ ารบริหารส่วนตำบล”
เพอื่ ให้ถกู
ตอ้ งตามมาตรา
๕๕
แห่งพระราชบัญญตั ิการจดั สรรทด่ี นิ
พ.ศ.
๒๕๔๓
(รา่ งขอ้

และข้อ
๙)




๓.๕
ในข้ันตอนท่ีผู้จัดสรรท่ีดินต้องประกาศการขอยกเลิกการจัดสรรที่ดินใน
หนังสือพิมพ์และแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบในกรณีที่ยังไม่มีการจำหน่ายท่ีดินจัดสรรนั้นได้ตัด
การกำหนดให้ต้องแนบแผนผังแสดงที่ดินแปลงย่อยและเนื้อท่ีของแต่ละแปลง
และท่ีดินแปลง
สาธารณะที่ประสงค์จะให้พ้นจากการจัดสรรที่ดิน
และแผนผังส่วนสาธารณูปโภคที่พ้นจาก
ภาระจำยอมออกไป
เนื่องจากเป็นการสร้างภาระเกินสมควรที่ให้ผู้จัดสรรท่ีดินต้องจัดทำ
แผนผังท่ีดินดังกล่าว
และการขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดินบางส่วนไม่อาจกระทำได้
จึงไม่จำเป็น
ต้องแสดงแผนผังท่ีดินที่จะพ้นจากการจัดสรรท่ีดินแต่อย่างใด
และตัดการกำหนดให้ผู้จัดสรร
ท่ีดินต้องแจ้งการแสดงเจตนาในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดกับท่ีดินจัดสรรเม่ือยกเลิก
การจัดสรรท่ีดินเน่ืองจากการแจ้งเจตนาดังกล่าวไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย
และอาจทำให้ผู้มี
ส่วนได้เสยี เขา้ ใจผดิ ได้





นอกจากนี้
ได้เพม่ิ รายละเอียดทผ่ี จู้ ดั สรรท่ดี ินต้องประกาศในหนังสือพมิ พ์และ
แจง้ ให้ผู้มสี ว่ นได้เสียทราบด้วย
ไดแ้ ก
่ วธิ ีการและระยะเวลาการย่ืนคำคดั คา้ นคำขอยกเลิกการ
จดั สรรทด่ี นิ
และเพมิ่ ขอ้ กำหนดในการแจง้ เปน็ หนงั สอื วา่ ใหก้ ระทำโดยสง่ ทางไปรษณยี ล์ งทะเบยี นไป
ยงั ภมู ลิ ำเนาของผู้มีส่วนไดเ้ สยี หรอื ตามทอ่ี ยู่ทป่ี รากฏในสารบบของท่ีดนิ แปลงน้ัน
(รา่ งข้อ
๔)




๓.๖
ส่วนกรณีท่ีมีการจำหน่ายที่ดินจัดสรร
ในข้ันตอนท่ีผู้จัดสรรที่ดินต้องประกาศ
การขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดินในหนังสือพิมพ์และแจ้งให้ผู้ซ้ือที่ดินจัดสรรและผู้มีส่วนได้เสีย
ทราบน้ัน
ได้ตัดการกำหนดให้ต้องแนบแผนผังแสดงท่ีดินแปลงย่อยและเน้ือที่ของแต่ละแปลง

และทด่ี นิ แปลงสาธารณะทป่ี ระสงคจ์ ะใหพ้ น้ จากการจดั สรรทดี่ นิ
และแผนผงั สว่ นสาธารณปู โภค
ที่พน้ จากภาระจำยอมออกไป
เน่ืองจากเปน็ การสรา้ งภาระเกนิ สมควรท่ีให้ผจู้ ัดสรรที่ดินต้องจัด
ทำแผนผังท่ีดินดังกล่าว
และการขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดินบางส่วนไม่อาจกระทำได
้ จึงไม่
จำเป็นต้องแสดงแผนผังท่ีดินท่ีจะพ้นจากการจัดสรรที่ดินแต่อย่างใด
และตัดการกำหนด
ให้ผู้จัดสรรที่ดินต้องแจ้งการแสดงเจตนาในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดกับที่ดินจัดสรร
เมื่อยกเลิกการจัดสรรที่ดิน
เนื่องจากการแจ้งเจตนาดังกล่าวไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายและ
อาจทำใหผ้ ้ซู อ้ื ที่ดินจดั สรรและผู้มสี ว่ นได้เสียเข้าใจผิดได้





นอกจากนี้
ได้เพมิ่ รายละเอยี ดทผ่ี ้จู ดั สรรที่ดนิ ต้องประกาศในหนังสือพิมพ์และ
แจง้ ให้ผ้ซู ้ือท่ีดนิ จดั สรรและผู้มีส่วนได้เสยี ทราบดว้ ย
ไดแ้ ก
่ คำชี้แจงการพ้นจากหน้าท่จี ดั ทำและ
บำรุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะตามแผนผัง
โครงการ
และวิธีการในการ
จัดสรรท่ีดิน
สิทธิการใช้ประโยชน์ในสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะของผู้ซ้ือที่ดินจัดสรร

ข้อเสนอเพ่ือแก้ไขหรือทดแทนแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรร
ทั้งน
ี้ เพ่ือให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรและผู้มีส่วนได้
เสียได้ทราบถึงผลของการยกเลิกการจัดสรรที่ดินท่ีทำให้ผู้จัดสรรท่ีดินจะพ้นจากหน้าที่จัดทำ

447


ละบำรุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ
และสิทธิในการใช้ประโยชน์ใน
สาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ
เพ่ือให้ผู้ซ้ือที่ดินจัดสรรใช้ประกอบการพิจารณาว่าจะ
คัดค้านการขอยกเลิกการจัดสรรที่ดินหรือไม่
รวมทั้งเพื่อให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรใช้เป็นข้อมูลเพ่ือ
ประกอบการทำความตกลงกับผู้จัดสรรท่ีดินเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในสาธารณูปโภคและ
บริการสาธารณะ
นอกจากนั้นได้กำหนดให้ต้องระบุวิธีการและระยะเวลาการยื่นคำคัดค้าน
คำขอยกเลิกการจัดสรรที่ดิน
และเพม่ิ ขอ้ กำหนดในการแจง้ เปน็ หนงั สอื วา่ ใหก้ ระทำโดยสง่ ทาง
ไปรษณยี ล์ งทะเบยี นไปยงั ภมู ลิ ำเนาของผู้มีส่วนได้เสียหรือตามที่อยู่ท่ีปรากฏในสารบบของที่ดิน
แปลงนน้ั
(ร่างขอ้
๑๐)




๓.๗
เพ่ิมขั้นตอนให้ผู้จัดสรรท่ีดินนำหลักฐานการประกาศในหนังสือพิมพ์และการ
แจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ซ้ือที่ดินจัดสรรและผู้มีส่วนได้เสียมายื่นต่อเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือ
เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาภายในสามสิบวันนับแต่วันย่ืนคำขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดินเพ่ือให้
เจ้าพนักงานท่ีดินได้มีโอกาสตรวจสอบว่าผู้จัดสรรที่ดินได้ดำเนินการตามขั้นตอนท่ีกฎหมาย
กำหนดครบถ้วนหรือไม
่ และกำหนดให้อำนาจเจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดิน
จังหวัดสาขาสัง่ ยกเลกิ เรือ่ งขอยกเลิกการจดั สรรท่ีดิน
หากผูจ้ ดั สรรที่ดนิ ไมน่ ำหลกั ฐานมายน่ื ต่อ
เจ้าพนักงานท่ีดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา
ส่วนในกรณีท่ีมีการจำหน่ายที่ดิน
จัดสรรแล้วน้ัน
หากมีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสาธารณูปโภคระหว่างผู้จัดสรรท่ีดินและผู้ซื้อ
ทดี่ ินจัดสรร
ก็เพมิ่ เตมิ ขอ้ กำหนดให้ผู้จดั สรรที่ดินตอ้ งยืน่ หลกั ฐานการทำข้อตกลงเช่นว่านนั้ ด้วย
เพ่ือใช้เป็นข้อมูลในการจดแจ้งว่าท่ีดินแปลงสาธารณูปโภคยังคงมีภาระจำยอมต่อไปตาม
ข้อตกลงหรือไม่
(ร่างข้อ

และรา่ งขอ้
๑๑)




๓.๘
ตดั กำหนดเวลาในการพจิ ารณาของคณะกรรมการจดั สรรทดี่ นิ กรงุ เทพมหานคร
และคณะกรรมการจัดสรรท่ีดินจังหวัดในร่างเดิมท่ีกำหนดให้ต้องส่ังยกเลิกการจัดสรรท่ีดินใน
กรณีที่ไม่มีผู้คัดค้าน
และตัดกำหนดเวลาในการพิจารณาคำขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดินในกรณีที่
มีคำคัดค้านของผู้มีส่วนได้เสียในที่ดินซึ่งมิใช่ผู้ซื้อท่ีดินจัดสรร
ภายในสามสบิ วนั นบั ตงั้ แตว่ นั ท่ีได้
รบั เรอ่ื งจากเจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั และเจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขา




๓.๙
แก้ไขหมวด

การดำเนินการเมื่อยกเลิกการจัดสรรท่ีดิน
เน่ืองจากการ
ยกเลิกการจัดสรรท่ีดินมีผลทำให้ภาระจำยอมในที่ดินแปลงสาธารูปโภคท่ีได้มาตามมาตรา
๔๓

นั้นสิ้นไป
ดังน้ัน
เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ซ้ือท่ีดินจัดสรรให้ได้ใช้ประโยชน์ในท่ีดินแปลง
สาธารณูปโภคภายหลังจากการยกเลิกการจัดสรรที่ดินแล้ว
จึงได้กำหนดเพิ่มกระบวนการตาม
ร่างข้อ
๑๐
เพ่ือให้ผู้ซื้อท่ีดินจัดสรรทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการยกเลิกการจัดสรรท่ีดิน
ดังกล่าว
เพื่อให้ผู้ซื้อท่ีดินจัดสรรตัดสินใจที่จะย่ืนคำคัดค้านการยกเลิกการจัดสรรท่ีดินหรือทำ
ข้อตกลงกับผู้จัดสรรที่ดินเพ่ือให้ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงสาธารณูปโภคได้ต่อไป
และหาก
ทด่ี นิ แปลงทเี่ ปน็ สาธารณปู โภคแปลงใด
มกี ารทำขอ้ ตกลงใหผ้ ซู้ อ้ื ทดี่ นิ จดั สรรใชป้ ระโยชน์ไดต้ อ่ ไป

ท่ีดนิ แปลงสาธารณปู โภคแปลงนัน้ เทา่ นน้ั จึงยังคงมภี าระจำยอมอยูต่ ามขอ้ ตกลงทีท่ ำข้ึน
ดังนั้น


448

จึงได้แยกกำหนดการจดแจ้งในโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในกรณีท่ียังไม่มี
การจำหนา่ ยทีด่ ินจัดสรร
กใ็ หจ้ ดแจง้ ว่า
“ท่ีดนิ แปลงนี้ไดย้ กเลกิ การจดั สรรท่ดี นิ แล้ว”
ส่วนกรณี
ท่ีมีการจำหน่ายท่ีดินจัดสรรแล้ว
ได้แยกการจดแจ้งเป็นสามกรณีคือ
(๑)
ที่ดินแปลงที่ไม่ใช่
แปลงสาธารณปู โภค
ใหจ้ ดแจง้ วา่
“ท่ดี ินแปลงน้ีได้ยกเลกิ การจดั สรรท่ีดินแลว้ ”
(๒)
ที่ดนิ แปลง
ที่เป็นแปลงสาธารณูปโภคท่ีมีข้อตกลงให้ผู้ซ้ือท่ีดินจัดสรรยังใช้ประโยชน์ต่อไป
ให้จดแจ้งว่า

“ที่ดินแปลงนี้ได้ยกเลิกการจัดสรรที่ดินแล้ว
แต่ยังมีภาระจำยอมอยู่ตามข้อตกลง”
(๓)
ท่ีดิน
แปลงท่ีเป็นแปลงสาธารณูปโภคที่ไม่มีข้อตกลงให้ผู้ซ้ือที่ดินจัดสรรได้ใช้ประโยชน์ต่อไป
ให้จด
แจ้งวา่
“ที่ดนิ แปลงน้ีได้ยกเลิกการจัดสรรทีด่ ินแลว้ และพน้ จากภาระจำยอม”






สำหรบั ขอ้ สงั เกตของคณะกรรมการกลน่ั กรองเรอื่ งเสนอคณะรฐั มนตรคี ณะที่

๖.๒
(ฝ่ายกฎหมายฯ)
และข้อสังเกตของคณะเจรจาข้อตกลงและการประเมินการพัฒนา
กฎหมายของส่วนราชการ
คณะท
่ี ๘
นน้ั
คณะกรรมการกฤษฎีกา
(คณะท่
ี ๗)
ไดพ้ ิจารณาแลว้
มคี วามเหน็ ดังน
้ี




(๑)
การกำหนดให้การขอยกเลิกการจัดสรรที่ดินต้องมีหนังสือแสดงความ
ยินยอมจากผู้ซ้ือที่ดินจัดสรรทุกราย
เป็นมาตรการคุ้มครองผู้ซื้อท่ีดิน
เพราะหากผู้จัดสรรที่ดิน
ไมม่ หี นงั สอื แสดงความยนิ ยอมจากผซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรครบทกุ รายก็ไมอ่ าจขอยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ
ได้และมาตรการดังกล่าวไม่ใช่มาตรการบังคับให้ผู้ซ้ือที่ดินจัดสรรต้องทำหนังสือให้ความ
ยินยอมแก่ผู้จัดสรรที่ดิน
แต่อย่างไรก็ดี
การกำหนดเช่นว่านี้มีผลให้การขอยกเลิกการจัดสรร
ทด่ี นิ แทบจะไม่มีโอกาสเกดิ ขนึ้ ไดเ้ ลย
และเมอื่ พระราชบัญญัติการจัดสรรทดี่ ิน
พ.ศ.
๒๕๔๓
ได้
วางกลไกคุ้มครองผู้ซ้ือท่ีดินจัดสรรไว้แล้วตามมาตรา
๕๖
ท่ีกำหนดให้ผู้ซ้ือที่ดินจัดสรรคัดค้าน
คำขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดินได
้ และหากมีผู้ซื้อท่ีดินจัดสรรคัดค้าน
ก็ให้เจ้าพนักงานท่ีดิน
จังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขายกเลิกเร่ืองการขอยกเลิกการจัดสรรท่ีดิน
ดังนั้น

คณะกรรมการฯ
จึงไดต้ ดั การกำหนดให้การขอยกเลกิ การจดั สรรทีด่ นิ ต้องมีหนงั สอื แสดงความ
ยินยอมจากผูซ้ ้ือทดี่ ินจัดสรรทุกรายออก





(๒)
การยกเลิกการจัดสรรที่ดินมีผลทำให้ภาระจำยอมในท่ีดินแปลง
สาธารณูปโภคนั้นสิ้นไป
ดังนั้น
การจดแจ้งว่าที่ดินแปลงสาธารณูปโภคนั้นไม่ขัดต่อมาตรา
๔๓

แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรท่ีดิน
พ.ศ.
๒๕๔๓
อย่างไรก็ด
ี เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ซ้ือท่ีดิน
จัดสรรให้ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงสาธารณูปโภคภายหลังจากการยกเลิกการจัดสรรท่ีดิน
แล้ว
คณะกรรมการกฤษฎีกา
(คณะท
ี่ ๗)
จึงแก้ไขรา่ งกฎกระทรวง
โดยเพม่ิ กระบวนการใหผ้ ู้
ซื้อท่ีดินจัดสรรทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการยกเลิกการจัดสรรท่ีดินดังกล่าว
เพื่อให้ผู้ซ้ือ
ที่ดินจัดสรรตัดสินใจท่ีจะยื่นคำคัดค้านการขอยกเลิกการจัดสรรที่ดินหรือทำข้อตกลงกับผู้
จัดสรรที่ดินเพ่ือให้ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงสาธารณูปโภคได้ต่อไปโดยกำหนดขั้นตอนให้ผู้
จัดสรรท่ีดินต้องระบุประกาศในหนังสือพิมพ์หรือแจ้งให้ผู้ซ้ือที่ดินจัดสรรทราบถึงคำช้ีแจงการ
พ้นจากหน้าที่จัดทำและบำรุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะรวมท้ังให้ระบุสิทธิการ

449

ใช้ประโยชน์ในสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะของผู้ซื้อท่ีดินจัดสรร
รวมท้ังข้อเสนอเพ่ือ
แก้ ไขหรือทดแทนแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรร
(ร่างข้อ
๑๐)
และหากที่ดินแปลงท่ีเป็นแปลง
สาธารณูปโภคแปลงใด
ไม่มกี ารทำข้อตกลงใหผ้ ู้ซือ้ ที่ดินจดั สรรใช้ประโยชน์ไดต้ อ่ ไปแล้วกใ็ หจ้ ด
แจ้งในโฉนดท่ีดิน
หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ว่า
“ที่ดินแปลงนี้ได้ยกเลิกการจัดสรร
ทด่ี นิ แล้ว
และพ้นจากภาระจำยอม”
(ร่างข้อ
๑๕
(๓))




เนื่องด้วย
มาตรา
๒๙
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติเก่ียวกับ
สิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ว่าจะกระทำมิได
้ เว้นแต่โดยอาศัย
อำนาจแห่งกฎหมาย
ท้ังต้องระบุบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจในการตรากฎหมายน้ัน
ด้วยจึงได้เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ให้สอดคล้องกับ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย




สำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า
กันยายน
๒๕๕๐




450

(สำเนา)

ดว่ นทีส่ ดุ

ที
่ มท
๐๕๐๕.๔/ว

๓๓๕๖๗







กรมที่ดนิ















ถนนพระพิพิธ
กทม.
๑๐๒๐๐













๓๐
พฤศจิกายน ๒๕๕๐



เรือ่ ง ร่างพระราชบัญญตั ิแก้ไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายที่ดิน
(ฉบบั ท.ี่ ..)
พ.ศ.
...


(ปรบั ปรงุ หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารออกโฉนดทด่ี นิ หรอื หนงั สอื รบั รองการทำประโยชน)์

เรียน ผู้วา่ ราชการจงั หวดั ทุกจงั หวัด

สงิ่ ที่ส่งมาดว้ ย
๑.
รา่ งพระราชบญั ญตั แิ ก้ไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ (ฉบบั ท.ี่ )
พ.ศ.
..


๒.
สรุปสาระสำคญั






ด้วยสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้พิจารณาเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม
ประมวลกฎหมายท่ีดิน
(ฉบับที่..)
พ.ศ.
...
(ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์)
ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ
แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายที่ดิน
(ฉบับท
่ี ...)
พ.ศ.
...
(ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการออก
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์)
ปรับปรุงแก้ไขแล้ว
ขณะนี้อยู่ระหว่างการ
ดำเนนิ การเพื่อประกาศใชบ้ งั คบั เป็นกฎหมาย




กรมที่ดินพิจารณาแล้วเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เก่ียวข้องโดยตรงกับการ
ปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินเก่ียวกับการจัดเก็บค่าตอบแทนขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น
การเพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินและการจดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรมเก่ียวกับอสังหาริมทรัพย์ท่ีดำเนินการไปโดยคลาดเคล่ือนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
การกำหนดหลักเกณฑ์การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เพิ่มเติม
การ
กำหนดมาตรการเร่งรัดให้ผู้มีหลักฐานการแจ้งการครอบครองท่ีดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน
์ การกำหนดให้กรมท่ีดินตรวจสอบหลักฐานการแจ้งการครอบ
ครองที่ดินกับทะเบียนการครอบครองที่ดินให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันท่ีพระราชบัญญัติ
นี้ใช้บังคับประกอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับทันทีต้ังแต่วันถัดจากวัน
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ดังน้ัน
เพ่ือให้การดำเนินการในส่วนต่าง

ของกรมท่ีดิน
โดย
เฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถให้บริการประชาชนในเร่ืองการออกหนังสือ
แสดงสิทธิในที่ดินได้อย่างรวดเร็วและทันกำหนดระยะเวลาตามท่ีกฎหมายบัญญัติไว้
จึงขอ
สง่ รา่ งพระราชบญั ญัตแิ ก้ไขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ
(ฉบับ
..)
พ.ศ.
...
มาเพอ่ื ใหพ้ นักงาน

451


จ้าหน้าท่ีศึกษาทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินการท่ีเก่ียวข้องไว้
เป็นการล่วงหน้าและเมื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและใช้บังคับ
เปน็ กฎหมายแลว้
จะไดแ้ จ้งใหท้ ราบอกี ครัง้ หนึ่ง






จงึ เรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบและพจิ ารณาดำเนินการตอ่ ไป




ขอแสดงความนบั ถอื




(ลงช่อื ) ชัยฤกษ์ ดิษฐอำนาจ

(นายชยั ฤกษ์
ดษิ ฐอำนาจ)

อธบิ ดีกรมทด่ี นิ












กองนติ ิการ


โทร.

๒๒๒๓
๒๔๐๒

โทรสาร

๒๒๒๒
๓๘๑๗






452


Click to View FlipBook Version