The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รวมระเบียบคำสั่งกรมที่ดิน ประจำปี 2550 (ส่วนที่ 1) (ปี 2550)

กองแผนงาน

Keywords: ด้านทั่วไป

103

104

105

106

107

108

109

110

111

112

113

114

115

116

117

118

119

120

(สำเนา)


ี่ มท
๐๕๑๕/ว
๑๗๐๘๐








กรมที่ดิน















ถนนพระพพิ ิธ
กทม.
๑๐๒๐๐













๒๕
มิถุนายน
๒๕๕๐

เร่อื ง การดำเนนิ การและการยกเลกิ คำขอทคี่ า้ งระหวา่ งดำเนนิ การของพนกั งานเจา้ หนา้ ท
ี่
เรยี น ผวู้ ่าราชการจังหวัด
ทุกจังหวดั

อ้างถงึ ๑.
หนังสือกรมท่ีดิน
ท่
ี มท
๐๖๐๙/ว
๒๒๓๖๗
ลงวันท
่ี ๒๗
ตุลาคม
๒๕๒๓


๒.
หนงั สอื กรมทดี่ นิ
ดว่ นทส่ี ดุ

ี่ มท
๐๖๐๑/ว
๓๑๙๑๓
ลงวนั ท
ี่ ๔
ธนั วาคม
๒๕๓๙


๓.
หนังสอื กรมทีด่ ิน

่ี มท
๐๗๑๐/ว
๑๕๘๐๒
ลงวนั ท่
ี ๘
มถิ นุ ายน
๒๕๔๑

ส่งิ ท่สี ่งมาด้วย
๑.
ตวั อย่างหนังสือแจง้ ผ้ขู อให้มาดำเนนิ การ


๒.
ตวั อย่างหนังสอื แจ้งผู้ขอกรณพี นักงานเจา้ หนา้ ที่ส่ังยกเลิกเร่อื ง






ตามที่กรมท่ีดินได้วางแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการเกี่ยวกับการขอยกเลิกเรื่อง
รงั วดั สอบเขตโฉนดทด่ี นิ เฉพาะราย
การยกเลกิ คำขอทค่ี า้ งระหวา่ งดำเนนิ การของพนกั งานเจา้ หนา้ ที่
และการสง่ หนงั สอื เตอื น
มาเพอื่ โปรดทราบและถอื ปฏบิ ตั ติ ามหนงั สอื ทอี่ า้ งถงึ
๑.
ถงึ
๓.
แลว้
นนั้




บัดน
้ี กรมท่ีดินเห็นสมควรปรับปรุงวิธีการดำเนินการและการยกเลิกคำขอท่ีค้าง
ระหว่างดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าท่ี
เพ่ือปรับปรุงกระบวนการให้บริการให้สอดคล้องกับ
หลักความเป็นธรรมแก่ผู้ย่ืนคำขอ
และประสิทธิภาพในการดำเนินงานของรัฐ
รวมท้ังเพ่ือให้
สอดคล้องกับแนวความคิดและหลักกฎหมายที่เก่ียวข้องกับการดำเนินงานของฝ่ายปกครอง

จึงให้ยกเลิกหนงั สือกรมทีด่ นิ ที่อ้างถึง
๑.
ถงึ
๓.
และให้ถอื ปฏบิ ัติดงั น้ี




๑.
คำขอแบ่งแยกโฉนดทดี่ ินหรือหนงั สอื รับรองการทำประโยชน์ทกุ ประเภท
คำขอ
รังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินเฉพาะราย
หรือคำขอตรวจสอบเนื้อท่ีตามหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์เฉพาะราย
คำขอรวมโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่เจ้าหน้าท่ีฝ่าย
รังวัดดำเนินการเสร็จแล้วและค้างระหว่างดำเนินการทางฝ่ายทะเบียนเนื่องจากมีเหตุขัดข้อง

หรือเรื่องที่พร้อมจะจดทะเบียน
หรือพร้อมจะแจ้งผลการรังวัดสอบเขตหรือตรวจสอบเน้ือท่ีให้
ผู้ขอทราบ
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีทำหนังสือแจ้งผู้ขอโดยกำหนดเวลาให้ผู้ขอมาดำเนินการหรือ
จดทะเบียนหรือรับทราบผลการรังวัดสอบเขตหรือตรวจสอบเน้ือที่แล้วแต่กรณีภายในสามสิบ
วันนับแต่วันท่ีได้รับแจ้ง
หากผู้ขอไม่มาดำเนินการและมิได้แจ้งข้อขัอข้องให้ทราบ
ให้พนักงาน
เจ้าหน้าท่ีสั่งยกเลิกเรื่องน้ันเสีย
พร้อมท้ังแจ้งสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทาง
ปกครอง


121

กรณีคำขอที่ค้างระหว่างดำเนินการของฝ่ายทะเบียนดังกล่าวข้างต้น
แต่ข้อเท็จ
จริงปรากฏว่าผู้ขอมีความประสงค์จะโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในท่ีดินของตนไปยัง
บุคคลภายนอก
ก่อนจดทะเบียนโอน
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผู้ขอรับโอนทราบและสอบสวน
ถึงความประสงค์ว่าจะขอสรวมสิทธิการรงั วดั
ตามคำขอการรงั วดั ของเจ้าของเดิมหรือไม่
หาก
ผู้ขอรับโอนไม่ต้องการสรวมสิทธิให้บันทึกถ้อยคำ
(ท.ด.๑๖)
ไว้เป็นหลักฐานและให้พนักงานเจ้า
หน้าทีส่ ่ังยกเลิกเรือ่ งท่คี ้างระหวา่ งดำเนินการนนั้ ได
้ ในกรณีทผ่ี ขู้ อรังวดั เดิมมีหลายคนแต่มกี าร
โอนกรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบครองในที่ดินเพียงบางคนหรือกรณีท่ีพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับจด
ทะเบียนโอนกรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบครองในที่ดินไปยังบุคคลภายนอกแล้ว
โดยไม่ได้แจ้งว่า
เจ้าของเดิมทำการขอรังวัดไว้
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีทำหนังสือแจ้งผู้ถือกรรมสิทธ์ิหรือสิทธิ
ครอบครองในปจั จุบันโดยกำหนดเวลาใหผ้ ู้ขอมาดำเนนิ การหรือจดทะเบยี นหรือรับทราบผลการ
รังวัดหรือสรวมสิทธิการรังวัด
แล้วแต่กรณีภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีได้รับแจ้ง
หากผู้ขอไม่
มาดำเนินการและมิได้แจ้งข้อขัดข้องให้ทราบ
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่ังยกเลิกเรื่องนั้นเสีย

พรอ้ มท้งั แจง้ สิทธิตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏบิ ตั ิราชการทางปกครอง




๒.
กรณีเรื่องท่ีเดิมอยู่ระหว่างการรอเรื่องห้าปีนับแต่ทำการรังวัดหรือตรวจสอบ
เนื้อที่
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำหนังสือแจ้งและกำหนดเวลาให้ผู้ขอมาดำเนินการหรือจด
ทะเบียนภายในสามสิบวัน
นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
หากผู้ขอไม่มาดำเนินการและมิได้แจ้งข้อ
ขัดข้องให้ทราบให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งยกเลิกเรื่องน้ันเสีย
พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมายว่า
ด้วยวธิ ีปฏบิ ตั ิราชการทางปกครองเชน่ เดยี วกับ
๑.
โดยไมต่ ้องรอให้ครบหา้ ปีอกี




๓.
คำขอออกโฉนดท่ีดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์เฉพาะราย
ที่ค้าง
ระหว่างดำเนินการทางฝ่ายทะเบียนเนื่องจากมีข้อขัดข้องให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีทำหนังสือแจ้งผู้
ขอโดยกำหนดเวลาให้ผู้ขอมาดำเนินการภายในกำหนดสามสิบวัน
นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
หากผู้
ขอไมม่ าดำเนินการ
และมิได้แจ้งขอ้ ขัดขอ้ งให้ทราบ
ใหพ้ นักงานเจา้ หน้าท่ีส่งั ยกเลิกเรอื่ งนนั้ เสยี

พรอ้ มทั้งแจง้ สทิ ธติ ามกฎหมายว่าดว้ ยวธิ ีปฏบิ ัติราชการทางปกครอง




๔.
คำขอจดทะเบียน
และคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์
ใบจอง
หรือใบไตส่ วน
ทค่ี ้างระหวา่ งดำเนินการเนอ่ื งจากมีข้อขัดขอ้ งหรอื ดำเนนิ การ
เสร็จแล้ว
ผู้ขอไม่มาดำเนินการต่อให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีทำหนังสือแจ้งผู้ขอโดยกำหนดเวลาให้ผู้
ขอมาดำเนินการภายในกำหนดสามสิบวัน
นับแต่วันท่ีได้รับแจ้ง
หากผู้ขอไม่มาดำเนินการและ
ไม่ไดแ้ จง้ ขอ้ ขดั ขอ้ งให้ทราบ
ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทสี่ ง่ั ยกเลิกเรือ่ งนนั้ เสีย
พร้อมท้ังแจ้งสทิ ธติ าม
กฎหมายว่าดว้ ยวธิ ีปฏบิ ัตริ าชการทางปกครอง




๕.
กรณีท่ีพนักงานเจ้าหน้าท่ีได้สั่งยกเลิกเร่ืองแล้วมีแบบพิมพ์หนังสือแสดงสิทธิใน
ทด่ี ินทต่ี ้องยกเลิกด้วยให้พนักงานเจา้ หนา้ ท่ที ำลายตามระเบียบ




๖.
กรณที ่ีพนักงานเจ้าหนา้ ทส่ี ่ังยกเลิกเร่อื งตาม
๑.,
๒.
และ
๓.
แลว้
ให้สง่ เรื่อง
ราวการรังวัดแจ้งฝ่ายรังวดั ดำเนนิ การ
แก้ไขระวางแผนท
่ี คืนเลขที่ดิน
หนา้ สำรวจ
และดำเนิน

122

การตามระเบียบรวมท้ังแนวทางปฏิบัติให้ครบถ้วน
ในกรณีที่มีการให้เลขโฉนดที่ดินหรือหนังสือ

รับรองการทำประโยชน์ไว้กอ่ นการจดทะเบียน
ใหค้ นื เลขที่โฉนดทดี่ นิ หรอื หนงั สือรบั รองการทำ

ประโยชนแ์ ล้วแต่กรณ
ี แล้วจงึ นำเรื่องเก็บเข้าสารบบ





๗.
วิธียกเลิกเรื่องให้หมายเหตุในคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
(ท.ด.๑,


ท.ด.๑
ก.)
คำขอ
(ท.ด.๙)
และบัญชีคุมเร่ืองทุกเล่มว่า
“ยกเลิกเร่ืองเพราะผู้ขอไม่มาติดต่อ”


แล้วใหพ้ นกั งานเจ้าหน้าท่ีลงนามพรอ้ ม
วนั
เดอื น

ี กำกับไว
้ สำหรบั สำนักงานทด่ี นิ ที่ใช้ระบบ

คอมพวิ เตอรเ์ พอื่ การจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรมใหห้ มายเหตใุ นบญั ชคี มุ ในระบบคอมพวิ เตอรด์ ว้ ย





๘.
การส่งหนังสือแจ้งให้แก่ผู้ขอทุกคนที่มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบ

ครองในทดี่ นิ โดยใหส้ ง่ ทางไปรษณยี ต์ อบรบั
การสงั่ ยกเลกิ คำขอ
การทำคำสง่ั และการแจง้ คำสงั่

ใหถ้ ือปฏบิ ัตติ ามกฎหมายวา่ ดว้ ยวธิ ปี ฏิบัตริ าชการทางปกครอง





๙.
กรณีที่พนักงานเจ้าหน้าท่ีสั่งยกเลิกคำขอแล้ว
ผู้ขอยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่


ใหพ้ นักงานเจา้ หนา้ ท่ปี ฏิบัตติ ามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏบิ ตั ริ าชการทางปกครอง





๑๐.
การส่ังยกเลิกคำขอ
การแจ้งคำสั่งและผู้ลงนามในหนังสือแจ้งผู้ขอกรณีที่

พนักงานเจา้ หน้าท่ีส่ังยกเลิกเรอ่ื ง
จะต้องเป็นเจ้าพนกั งานที่ดินจงั หวัด
เจา้ พนักงานทด่ี นิ จงั หวดั

สาขา
เจ้าพนักงานท่ีดินหัวหน้าส่วนแยก
หรือเจ้าหน้าท่ีบริหารงานท่ีดินอำเภอซึ่งได้รับมอบ

หมายจากนายอำเภอหรอื ปลดั อำเภอ
ผเู้ ปน็ หัวหน้าประจำกิ่งอำเภอแลว้ แตก่ รณี
เวน้ แต่ผู้ดำรง

ตำแหน่งดังกล่าวไม่อยู่หรืออยู่แต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได
้ ก็ให้ผู้รักษาราชการแทนหรือผู้รักษา

การในตำแหนง่ แลว้ แตก่ รณ
ี เปน็ ผู้ลงนามแทน





๑๑.
หนังสือแจง้ ผู้ขอให้มาดำเนนิ การจะตอ้ งมีข้อความชัดเจน
เขา้ ใจงา่ ย
และระบุ

สาระสำคัญให้ครบถ้วน
ได้แก่
ชื่อ
ตำแหน่งเจ้าหน้าท่ีท่ีจะให้ผู้ขอมาติดต่อ
วัน
เวลาที่กำหนด

นัดหมาย
ผลท่ีจะเกิดขึ้นหากมาดำเนินการหรอื ไม่แจ้งขอ้ ขดั ขอ้ งใหท้ ราบ
เอกสารท่ผี ู้ขอจะต้อง

นำมาแสดงเปน็ หลักฐาน
จำนวนเงินค่าธรรมเนียม
คา่ ภาษอี ากรหรืออ่ืน

ทจ่ี ะตอ้ งชำระใหแ้ ก่

ทางราชการ
(ถา้ ม)ี
ตามตัวอยา่ งทีส่ ่งมาพรอ้ มน้ี





จึงเรียนมาเพอื่ โปรดทราบและสง่ั ใหเ้ จ้าหนา้ ทท่ี ด่ี นิ ทราบและถอื ปฏิบัติตอ่ ไป





ขอแสดงความนบั ถือ




(ลงชอื่ )
ชัยฤกษ์ ดิษฐอำนาจ

(นายชยั ฤกษ
์ ดษิ ฐอำนาจ)


สำนักมาตรฐานการทะเบยี นที่ดิน
อธิบดกี รมที่ดนิ

โทร.

๒๒๒๒
๖๑๙๖

โทรสาร.

๒๒๒๑
๓๘๗๓

โทร.
(มท)
๕๐๘๐๑
-
๑๒
ต่อ
๒๒๕


123

124

125

126

(สำเนา)

ที่
มท
๐๕๑๕/ว
๑๘๔๕๔








กรมท่ดี นิ















ถนนพระพิพธิ
กทม.
๑๐๒๐๐













๔ กรกฎาคม
๒๕๕๐




เรื่อง การขอไดม้ าซ่ึงห้องชุดของคนไทยท่ีมคี ่สู มรสเปน็ คนตา่ งดา้ ว

เรยี น ผู้ว่าราชการจงั หวัด
ทกุ จังหวัด

สิง่ ท่สี ง่ มาด้วย
คู่มอื การขอไดม้ าซง่ึ ห้องชดุ ของคนไทยที่มคี สู่ มรสเป็นคนตา่ งด้าว






ด้วยกรมท่ีดินพิจารณาแล้วเห็นว่า
แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการขอได้มาซึ่งห้องชุด
ของคนไทยท่มี คี ู่สมรสเปน็ คนต่างดา้ วมเี ปน็ จำนวนมาก
ไม่สะดวกในการนำไปอา้ งอิงและปฏบิ ัติ
ราชการ
ดังน้ัน
เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเรว็ ในการปฏิบัตงิ านของพนกั งานเจา้ หนา้ ที
่ จงึ เหน็
สมควรรวบรวมหลักเกณฑ์ดังกล่าวและจัดทำเป็นคู่มือการขอได้มาซึ่งห้องชุดของคนไทยที่มีคู่
สมรสเป็นคนต่างด้าว
เพ่ือให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีถือปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
ราย
ละเอียดตามสงิ่ ท่ีส่งมาดว้ ย






จึงเรียนมาเพ่อื โปรดทราบ
และแจง้ ให้พนกั งานเจา้ หน้าที่ทราบและถอื เป็นแนวทาง
ปฏิบัตติ อ่ ไป


สำนกั มาตรฐานการทะเบียนทีด่ ิน
ขอแสดงความนบั ถอื

โทร.

๒๒๒๑
๙๑๘๙


โทรสาร.

๒๒๒๒
๐๖๒๓

โทร.
(มท)
๕๐๘๐๑
-
๑๒
ต่อ
๒๓๗
(ลงชอ่ื )
วา่ ที่ ร.ต. ขนั ธ์ชยั วจิ ักขณะ

(ขันธช์ ยั
วจิ ักขณะ)


รองอธิบด
ี ปฏิบัตริ าชการแทน

อธิบดกี รมทด่ี นิ






127

คมู่ อื การขอไดม้ าซึง่ ห้องชุดของคนไทยที่มคี ูส่ มรสเป็นคนตา่ งดา้ ว



๑. กฎหมายและระเบยี บปฏบิ ัติ

๑.๑
มาตรา
๑๙
และมาตรา
๓๐
แห่งพระราชบัญญัตอิ าคารชุด
พ.ศ.
๒๕๒๒
ซ่งึ แก้ไขเพิ่ม
เติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด
(ฉบับท
่ี ๒)
พ.ศ.
๒๕๓๔
และพระราชบัญญัติ
อาคารชุด
(ฉบบั ที่
๓)
พ.ศ.
๒๕๔๒


๑.๒
ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการถือกรรมสิทธ์ิในห้องชุดของคนต่างด้าว
และนิติบุคคลซ่ึง
กฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว
พ.ศ.
๒๕๔๗


๑.๓
หนังสือกระทรวงมหาดไทย
ด่วนท่ีสุด

่ี มท
๐๗๑๐/ว
๗๙๒
ลงวันท่ี
๒๓
มีนาคม

๒๕๔๒
เร่ืองบุคคลสัญชาติไทยท่ีมีหรือเคยมีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว
และบุตรผู้เยาว์
ของคนต่างด้าวทม่ี สี ญั ชาตไิ ทย
ขอได้มาซึ่งที่ดิน


๑.๔
หนังสอื กรมทดี่ นิ
ที่
มท
๐๗๑๐/ว
๓๔๑๖๗
ลงวนั ที่

ตุลาคม
๒๕๔๒
เร่อื ง
หลกั ฐาน
ที่คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวต้องนำมาแสดงเพื่อขอได้
มาซ่ึงกรรมสทิ ธิ์ในห้องชุด


๑.๕
หนงั สือกรมทีด่ นิ
ท่ี
มท
๐๗๑๐/ว
๐๐๗๙๕
ลงวันท่
ี ๑๑
มกราคม
๒๕๔๓
เรื่อง
บคุ คล
สัญชาติไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวทั้งที่ชอบและมิชอบด้วยกฎหมาย
ขอได้มาซ่ึง
ทด่ี นิ หรอื กรรมสิทธ์ิในห้องชดุ


๑.๖
หนงั สอื กรมทดี่ นิ

ี่ มท
๐๗๑๐/ว
๐๓๕๔๓
ลงวันที่
๓๑ มกราคม
๒๕๔๓
เรอ่ื ง
สิทธิใน
การถือครองท่ดี นิ หรอื หอ้ งชุดของคนสญั ชาติไทยท่สี มรสกบั คนตา่ งด้าว


๑.๗
หนังสอื กรมที่ดิน
ท่
ี มท
๐๗๑๐/ว
๑๓๑๕๘
ลงวันท
่ี ๑
พฤษภาคม
๒๕๔๓
เรอื่ ง
คน
ต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว
หรือบุคคลสัญชาติไทยท่ีมีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว
ขอ
ซอื้ และจำนองหอ้ งชุดหรือทดี่ ิน


๑.๘
หนังสือกรมที่ดิน

่ี มท
๐๗๑๐/ว
๑๖๐๕๑
ลงวันที
่ ๒๕
พฤษภาคม
๒๕๔๓
เร่ือง

บุคคลสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวทั้งท่ีชอบและมิชอบด้วยกฎหมาย
ขอได้
มาซงึ่ ท่ีดินหรือกรรมสิทธ์ิในหอ้ งชดุ


๑.๙
หนงั สอื กรมทด่ี นิ

่ี มท
๐๗๑๐/ว
๑๘๐๗๓
ลงวนั ท
่ี ๑๕
มถิ นุ ายน
๒๕๔๓
เรอื่ งบคุ คล
สัญชาติไทยท่ีมีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวทั้งที่ชอบและมิชอบด้วยกฎหมาย
ขอได้มาซ่ึง
ท่ีดินหรือหอ้ งชุด


๑.๑๐
หนงั สอื กรมที่ดนิ ท
ี่ มท
๐๕๑๕/ว
๒๓๒๔๕
ลงวันท่
ี ๒๒
สิงหาคม
๒๕๔๖
เร่อื ง
บุคคล
สัญชาติไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวทั้งที่ชอบและมิชอบด้วยกฎหมาย
ขอได้มาซึ่ง
ท่ีดินหรือกรรมสิทธิ์ในหอ้ งชดุ


๑.๑๑
หนังสือกรมที่ดิน
ที่
มท
๐๕๑๕/ว
๓๓๒๕๙
ลงวนั ที่

พฤศจิกายน
๒๕๔๗
เร่อื ง
การ
ขอไดม้ าซงึ่ ทดี่ นิ หรือหอ้ งชุดของคนสญั ชาติไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว


128

๒. หลักเกณฑก์ ารขอไดม้ าซง่ึ ห้องชดุ ของคนไทยท่ีมีคสู่ มรสเปน็ คนต่างดา้ ว


คนไทยที่มีคู่สมรสท่ีชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างด้าว
มีสิทธิรับโอนห้องชุดได้ในฐานะ
ท่ีเป็นสนิ ส่วนตวั และสนิ สมรส
สำหรบั คนไทยที่มคี สู่ มรสท่ีมชิ อบดว้ ยกฎหมายเปน็ คนต่างด้าว
มี
สิทธิรับโอนห้องชุดได้ในฐานะท่ีเป็นทรัพย์ส่วนตัว
และทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน
โดยมีหลัก
เกณฑส์ รปุ ได้
ดังน้


๒.๑กรณรี บั ให้หอ้ งชดุ


๒.๑.๑
กรณรี ับใหห้ ้องชุดเพอื่ เปน็ สนิ ส่วนตัวหรอื ทรัพยส์ ่วนตัวของคนไทย




คนไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว
ขอรับให้ห้องชุดในระหว่างสมรสหรอื อยกู่ นิ ฉนั
สามภี รยิ ากบั คนตา่ งดา้ ว
หากสอบสวนแลว้ เปน็ การรบั ใหห้ อ้ งชดุ เพอื่ เปน็ สนิ สว่ นตวั
หรอื ทรพั ยส์ ว่ น
ตวั ของคนไทยแตเ่ พยี งฝา่ ยเดยี ว
มไิ ดท้ ำใหค้ นตา่ งดา้ วมสี ว่ นเปน็ เจา้ ของหอ้ งชดุ ดว้ ย
กรณีน้ีถือว่า
กรรมสิทธ์ิในห้องชุดเป็นของคนไทย
จึงรับให้ได
้ (หนังสือกรมท่ีดิน
ที่
มท
๐๗๑๐/ว
๓๔๑๖๗

ลงวันท
่ี ๖
ตลุ าคม
๒๕๔๒
ข้อ

และระเบียบกรมที่ดินวา่ ด้วยการถือกรรมสิทธิ์ในหอ้ งชดุ ของ
คนตา่ งดา้ ว
และนติ บิ คุ คลซงึ่ กฎหมายถอื ว่าเป็นคนต่างด้าว
พ.ศ.
๒๕๔๗
ข้อ
๑๙.๓)



๒.๑.๒
กรณีใหห้ อ้ งชุดเพ่ือเปน็ สินสมรสหรอื ทรัพยท์ ีท่ ำมาหาไดร้ ่วมกนั




การรับให้ห้องชุดในกรณีน
้ี จะมีผลให้คนต่างด้าวมีส่วนเป็นเจ้าของห้องชุดร่วม
ด้วย
ไม่ว่าจะใช้ชื่อคนไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว
หรือใช้ช่ือร่วมกับคนต่างด้าว
คนไทยจึงมีสิทธิรับ
ให้ห้องชุดได้ตามสิทธิของคนต่างด้าว
จึงต้องพิจารณาตัวคนต่างด้าวเป็นสำคัญ
โดยคู่สมรสที่
เปน็ คนตา่ งดา้ วนนั้
ต้องเป็นคนต่างดา้ วมาตรา
๑๙(๑)
และ
๑๙(๒)
แหง่ พระราชบญั ญตั อิ าคาร
ชุด
พ.ศ.
๒๕๒๒
ซ่ึงแก้ไขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั อิ าคารชุด
(ฉบบั ท่
ี ๒)
พ.ศ.
๒๕๓๔
และ
พระราชบญั ญตั ิอาคารชุด
(ฉบบั ที่
๓)
พ.ศ.
๒๕๔๒
ซงึ่ แยกได้
ดงั นี




๒.๑.๒.๑
เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นท่ีอยู่ในราชอาณาจักร
ตาม
กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
ตามมาตรา
๑๙(๑)
แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด
พ.ศ.
๒๕๒๒

ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด
(ฉบับที่
๒)
พ.ศ.
๒๕๓๔
โดยคู่สมรสท่ีเป็นคน
ตา่ งด้าวตอ้ งแสดงหลักฐานดงั นี





(๑)
หนังสอื เดนิ ทางแสดงสัญชาติของคนต่างดา้ ว
และ





(๒)
ใบสำคญั ถนิ่ ทอี่ ย
ู่ (แบบ
ตม.๑๑,
ตม.๑๕,
ตม.๑๖
และ
ตม.๑๗
แบบใดแบบ
หน่ึง
แลว้ แตก่ รณ)ี
ซง่ึ ออกให้โดยสำนกั งานตรวจคนเข้าเมือง
สำนกั งานตำรวจแห่งชาติ
หรอื





(๓)
ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวซึ่งออกให้โดยสถานีตำรวจท้องท่ี
ท่ีคน
ต่างด้าวมีภูมลิ ำเนาอย
ู่




อน่ึง
คนต่างด้าวซ่ึงมีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
(๓)
แล้ว
ไม่ต้องแสดง
หลกั ฐานตาม
(๑)
และ
(๒)
อีก




๒.๑.๒.๒
เป็นคนต่างด้าวซ่ึงได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมาย
วา่ ด้วยการส่งเสรมิ การลงทนุ
ตามมาตรา
๑๙(๒)
แหง่ พระราชบญั ญตั ิอาคารชดุ
พ.ศ.
๒๕๒๒


129


ึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด
(ฉบับท่ี
๒)
พ.ศ.
๒๕๓๔
โดยคู่สมรสท่ีเป็นคน
ตา่ งด้าวต้องแสดงหลกั ฐาน
ดังนี้





(๑)
หนงั สอื เดินทางแสดงสญั ชาตขิ องคนต่างดา้ ว
และ





(๒)
หนงั สอื สำนกั งานคณะกรรมการสง่ เสรมิ การลงทนุ
ทร่ี บั รองว่าเปน็ คนตา่ งดา้ วที่
ไดร้ บั อนญุ าตใหอ้ ยู่ในราชอาณาจกั ร
ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการสง่ เสรมิ การลงทนุ





การรับให้ห้องชุดเพ่ือเป็นสินสมรสหรือทรัพย์ท่ีทำมาหาได้ร่วมกันดังกล่าว

ถือว่ากรรมสิทธ์ิในห้องชุดน้ันเป็นของคนต่างด้าวท้ังหมด
เน่ืองจากกรรมสิทธ์ิในห้องชุดจะแบ่ง
แยกมิได
้ และการถือกรรมสิทธ์ิในห้องชุดน้ัน
เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินอัตราร้อยละสี่สิบเก้า
ของเน้อื ทีข่ องหอ้ งชุดทงั้ หมดในอาคารชดุ นัน้
ในขณะทข่ี อจดทะเบียนอาคารชดุ
ตามมาตรา


แห่งพระราชบญั ญัติอาคารชดุ
พ.ศ.
๒๕๒๒
(ระเบยี บกรมทีด่ นิ วา่ ดว้ ยการถือกรรมสิทธิ์ในหอ้ ง
ชุดของคนตา่ งดา้ ว
และนติ ิบคุ คลซ่งึ กฏหมายถอื ว่าเปน็ คนต่างด้าว
พ.ศ.
๒๕๔๗
ข้อ
๑๙.๒)


๒.๒ กรณซี อ้ื หอ้ งชดุ หรือขอรับโอนหอ้ งชุดในกรณีอืน่


คนไทยท่ีมีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวขอซ้ือห้องชุดหรือขอรับโอนห้องชุดในกรณีอ่ืนใน
ระหว่างสมรสหรืออยกู่ ินฉนั สามีภริยากับคนตา่ งดา้ ว
แยกพจิ ารณาได
้ ดงั น
้ี


๒.๒.๑
กรณซี อื้ หอ้ งชดุ หรอื ขอรบั โอนหอ้ งชดุ เพอ่ื เปน็ สนิ สว่ นตวั หรอื ทรพั ยส์ ว่ นตวั ของคนไทย




๒.๒.๑.๑
กรณีคสู่ มรสต่างดา้ วอยู่ในประเทศไทย





(๑)
กรณคี นตา่ งด้าวเปน็ คูส่ มรสทีช่ อบด้วยกฎหมาย





ให้คนไทยและคู่สมรสต่างด้าวยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกัน
ในหนังสือ
รับรอง
(ตามเอกสารแนบทา้ ยคู่มือ
“ตวั อยา่ ง
๑”)
ตอ่ พนักงานเจา้ หนา้ ท่ีในวันจดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรมว่าเงนิ ทัง้ หมดทน่ี ำมาซือ้ ห้องชดุ เปน็ สนิ ส่วนตวั
ของคนไทยแตเ่ พยี งฝา่ ยเดยี ว
มใิ ช่
สินสมรส





(๒)
กรณีคนตา่ งด้าวเป็นคสู่ มรสทีม่ ิชอบดว้ ยกฎหมาย





ให้คนไทยและคู่สมรสต่างด้าวยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกัน
ในหนังสือ
รบั รอง
(ตามเอกสารแนบท้ายคูม่ อื
“ตวั อยา่ ง
๑”)
ต่อพนกั งานเจ้าหนา้ ที่ในวนั จดทะเบยี นสิทธิ
และนิติกรรมว่าเงินท้ังหมดท่ีนำมาซื้อห้องชุดเป็นทรัพย์ส่วนตัว
ของคนไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว

มใิ ชท่ รพั ยท์ ที่ ำมาหากนิ ไดร้ ว่ มกนั
(หนงั สอื กรมทด่ี นิ

ี่ มท
๐๗๑๐/ว
๓๔๑๖๗
ลงวนั ท
ี่ ๖
ตลุ าคม

๒๕๔๒)




๒.๒.๑.๒
กรณีคู่สมรสต่างด้าวอยู่ในประเทศไทย
แต่ไม่สามารถดำเนินการตาม

๒.๒.๑.๑






กรณีค่สู มรสต่างดา้ วอยู่ในประเทศไทย
แต่ในวันจดทะเบียนสทิ ธิและนติ กิ รรม

คนต่างดา้ วไม่สามารถไปใหถ้ ้อยคำเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกนั กับคนไทย
ในหนงั สือรบั รองตอ่
พนักงานเจ้าหน้าท
่ี ณ
สำนักงานที่ดิน
ท่ีทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ให้คนไทยและคู่
สมรสต่างด้าว
ไปยื่นคำขอบันทึกถ้อยคำในหนังสือรับรอง
(ตามเอกสารแนบท้ายคู่มือ


130

“ตวั อยา่ ง
อ.ช.๑๗”
เพ่ือยืนยนั ว่าเงินทง้ั หมดทค่ี นไทยนำมาซือ้ หอ้ งชดุ
เป็นสนิ ส่วนตวั หรือทรพั ย์
สว่ นตวั ของคนไทยแต่เพียงฝา่ ยเดยี ว
มิใช่สินสมรสหรือทรัพย์ทที่ ำมาหาไดร้ ่วมกัน





โดยให้คนไทยและคู่สมรสต่างด้าวยื่นคำขอกับพนักงานเจ้าหน้าที่


สำนักงานที่ดินจังหวัด
หรือสำนักงานท่ีดินจังหวัดสาขาแห่งใดแห่งหน่ึง
และให้ผู้ขอแสดงหลัก
ฐานสำเนาหนังสือกรรมสิทธ์ิห้องชุด
บัตรประจำตัวประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
ใบสำคัญ
การสมรส
(ถา้ ม)ี
ใบสำคญั ประจำตวั คนตา่ งดา้ ว
หนงั สอื เดนิ ทาง
หลกั ฐานการเปลยี่ นชอ่ื
ชอ่ื สกลุ

(ถ้ามี)
แล้วให้คนไทยนำหนังสือรับรองไปมอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซ่ึงทำการจดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรมตอ่ ไป
(หนงั สือกรมทด่ี ินท
่ี มท
๐๕๑๕/ว
๓๓๒๕๙
ลงวันที
่ ๓
พฤศจิกายน
๒๕๔๗)

โดยการทำหนังสือรับรองนี้ให้ผู้ขอเสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(พ.ศ.
๒๕๒๓)
ออกตามความในพระราชบญั ญัตอิ าคารชุด
พ.ศ.
๒๕๒๒




๒.๒.๑.๓
กรณคี ูส่ มรสต่างด้าวอยตู่ า่ งประเทศ





กรณคี สู่ มรสตา่ งดา้ วอยตู่ า่ งประเทศ
และไมส่ ามารถไปบนั ทกึ ถ้อยคำในหนังสือ
รับรอง
ตาม
๒.๒.๑.๑
ให้คนต่างด้าวไปติดต่อเพ่ือให้สถานเอกอัครราชฑูต
สถานกงสุล
หรือ
โนตารีพับลิค
บันทึกถ้อยคำคู่สมรสต่างด้าวไว้ในหนังสือรับรอง
(ตามเอกสารแนบท้ายคู่มือ

“ตวั อยา่ ง
๒”)
ว่าเงนิ ท้ังหมดที่คนไทยนำไปซอื้ ห้องชุดนนั้
เป็นสนิ สว่ นตัวหรือทรพั ย์ส่วนตัวของ
คนไทยมใิ ชส่ นิ สมรส
หรอื ทรพั ยท์ ที่ ำมาหาไดร้ ว่ มกนั
แลว้ ใหส้ ถานเอกอคั รราชทตู
สถานกงสลุ
หรอื
โนตารีพบั ลคิ
รับรองวา่ บคุ คลทีท่ ำหนงั สือน้ันเปน็ คูส่ มรสหรอื อยู่กนิ ฉันสามภี ริยากับคนไทยจรงิ

แลว้ ใหผ้ จู้ ะซอ้ื หอ้ งชดุ นำตน้ ฉบบั หนงั สอื รบั รองมามอบใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทซ่ี งึ่ ทำการจดทะเบยี น
สทิ ธแิ ละนติ กิ รรมตอ่ ไป
(หนงั สอื กรมทด่ี นิ

่ี มท
๐๕๑๕/ว
๒๓๒๔๕
ลงวนั ท
ี่ ๒๒
สงิ หาคม
๒๕๔๖)





สำหรบั การบนั ทกึ ถอ้ ยคำในหนงั สอื รบั รอง
ตาม
๒.๒.๑.๑
ถงึ
๒.๒.๑.๓
พนกั งาน
เจา้ หนา้ ท่ีไมต่ อ้ งสอบสวนอาชพี
รายไดข้ องคนไทย
หรอื ทม่ี าของเงนิ แตอ่ ยา่ งใด
(หนงั สอื กรมทด่ี นิ

ที่
มท
๐๗๑๐/ว
๑๖๐๕๑
ลงวันท่ี
๒๕
พฤษภาคม
๒๕๔๓)





อน่ึง
ในกรณีท่ีคนไทยท่ีมีคู่สมรสทั้งชอบและมิชอบด้วยกฎหมายเป็นคน
ต่างด้าวสามารถแสดงหลักฐานได้ว่า
เงินท้ังหมดท่ีนำมาซ้ือห้องชุดเป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์
ส่วนตัวของตนตามมาตรา
๑๔๗๑
และมาตรา
๑๔๗๒
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้กับคนไทยต่อไปได
้ โดยไม่
ตอ้ งบนั ทกึ ถอ้ ยคำคนไทยและคสู่ มรสตา่ งดา้ วตาม
๒.๒.๑.๑
ถงึ
๒.๒.๑.๓
แตอ่ ยา่ งใด
(หนงั สอื กรม
ทดี่ นิ
ที่
มท
๐๕๑๕/ว
๓๓๒๕๙
ลงวนั ที่

พฤศจกิ ายน
๒๕๔๗)



๒.๒.๒
กรณคี นไทยทีม่ คี สู่ มรสตา่ งดา้ วซอ้ื หอ้ งชดุ หรือรับโอนหอ้ งชุดเพื่อเป็นสินสมรส

หรือทรัพย์ทที่ ำมาหาไดร้ ว่ มกัน




การซ้ือห้องชุดหรือรับโอนห้องชุดในกรณีน
้ี จะมีผลให้คนต่างด้าวมีส่วนเป็น
เจ้าของห้องชุดด้วย
ไม่ว่าจะใช้ชื่อคนไทยแต่เพียงคนเดียว
หรือใช้ชื่อร่วมกับคนต่างด้าว
คน
ไทยจึงมีสิทธิขอซ้ือห้องชุดได้ตามสิทธิของคนต่างด้าว
จึงต้องพิจารณาตัวคนต่างด้าวเป็น

131


ำคญั
โดยคสู่ มรสทเ่ี ปน็ คนต่างด้าวนั้นต้องเปน็ คนต่างดา้ ว
ตามมาตรา
๑๙(๑)
หรือ
(๒)
หรอื

(๕)
แหง่ พระราชบัญญัตอิ าคารชดุ
พ.ศ.
๒๕๒๒
ซ่ึงแก้ไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบญั ญัตอิ าคารชดุ

(ฉบับท
่ี ๒)
พ.ศ.
๒๕๓๔
และพระราชบัญญัติอาคารชุด
(ฉบับท่ี
๓)
พ.ศ.
๒๕๔๒
ซ่ึงแยกได

ดงั น
้ี



๒.๒.๒.๑
เป็นคนต่างด้าวซ่ึงได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตาม
กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
ตามมาตรา
๑๙(๑)
แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด
พ.ศ.
๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด
(ฉบับท
ี่ ๒)
พ.ศ.
๒๕๓๔
โดยคนต่างด้าวต้อง
แสดงหลกั ฐาน
ดงั น้





(๑)

หนงั สอื เดินทางแสดงสัญชาติของคนต่างด้าว
และ





(๒)
ใบสำคัญถ่ินที่อยู่
(แบบ
ตม.๑๑,
ตม.๑๕,
ตม.๑๖
และ
ตม..๑๗
แบบใด
แบบหน่ึง
แล้วแต่กรณี)
ซ่ึงออกให้โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
สำนักงานตำรวจแห่งชาต

หรอื





(๓)
ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวซึ่งออกให้โดยสถานีตำรวจท้องที่ท่ีคน
ตา่ งด้าวมภี ูมิลำเนาอยู่





อน่ึง
คนต่างด้าวซึ่งมีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตาม
(๓)
แล้ว
ไม่ต้อง
แสดงหลักฐานตาม
(๑)
และ
(๒)
อีก




๒.๒.๒.๒
เป็นคนต่างด้าวซ่ึงได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมาย
ว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรา
๑๙(๒)
แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด
พ.ศ.
๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด
(ฉบับท
ี่ ๒)
พ.ศ.
๒๕๓๔
โดยคนต่างด้าวต้อง
แสดงหลกั ฐาน
ดงั น
ี้




(๑)
หนังสือเดินทางแสดงสัญชาตขิ องคนต่างดา้ ว
และ





(๒)
หนังสือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ที่รับรองว่าเป็น
คนต่างด้าวท่ีไดร้ บั อนุญาตใหอ้ ยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการสง่ เสริมการลงทุน




๒.๒.๒.๓
เป็นคนต่างด้าวซ่ึงนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร
หรือ
ถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของบุคคลท่ีมีถ่ินท่ีอยู่นอกประเทศ
หรือถอนเงินจากบัญชีเงินฝาก
เงนิ ตราตา่ งประเทศตามมาตรา
๑๙(๕)
แหง่ พระราชบัญญัติอาคารชดุ
พ.ศ.
๒๕๒๒
ซงึ่ แก้ไข
เพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชดุ
(ฉบบั ท
ี่ ๒)
พ.ศ.
๒๕๓๔
และพระราชบัญญตั อิ าคารชดุ

(ฉบบั ที่
๓)
พ.ศ.
๒๕๔๒
โดยคนต่างด้าวตอ้ งแสดงหลกั ฐานการนำเงินตราตา่ งประเทศเข้ามาใน
ราชอาณาจักรหรือหลักฐานการถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของบุคคลท่ีมีถ่ินที่อยู่นอกประเทศ

หรือถอนเงนิ จากบญั ชีเงนิ ฝากเงนิ ตราต่างประเทศ
ในจำนวนไม่นอ้ ยกวา่ คา่ ห้องชดุ ทจ่ี ะซ้ือ
โดย
คนต่างด้าวต้องแสดงหลักฐานตามท่ีกำหนดไว้ในระเบียบกรมท่ีดินว่าด้วยการถือกรรมสิทธ์ิใน
ห้องชุดของคนต่างด้าว
และนติ บิ ุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว
พ.ศ.
๒๕๔๗
ข้อ
๕.๕.๑

ถึง
ขอ้
๕.๕.๓
แลว้ แต่กรณี


132

โดยถือว่ากรรมสิทธิ์ในห้องชุดนั้นเป็นของคนต่างด้าวทั้งหมด
เน่ืองจาก
กรรมสทิ ธิ์ในหอ้ งชุดจะแบง่ แยกมไิ ด
้ และการถอื กรรมสทิ ธ์ิในหอ้ งชดุ น้นั เม่อื รวมกันแลว้ ต้องไม่
เกินอัตราร้อยละสี่สิบเก้าของเน้ือท่ีของห้องชุดท้ังหมดในอาคารชุดน้ันในขณะที่ขอจดทะเบียน
อาคารชดุ ตามมาตรา

แหง่ พระราชบญั ญตั อิ าคารชดุ
พ.ศ.
๒๕๒๒
(ระเบียบกรมท่ีดินวา่ ดว้ ย
การถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าว
และนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว

พ.ศ.
๒๕๔๗
ข้อ
๑๙.๑)

๓. คนไทยทมี่ ีคู่สมรสเป็นคนตา่ งด้าวซอื้ หอ้ งชดุ ก่อนวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๒ โดยแจง้ และย่นื
เอกสารเทจ็ ว่าเป็นโสด


เพื่อเป็นการผ่อนปรนให้แก่คนไทยที่มีคู่สมรสทั้งชอบและมิชอบด้วยกฎหมายเป็นคน
ต่างด้าว
ซ่ึงซ้ือหรือรับโอนห้องชุดหลังสมรส
ก่อนท่ีกรมท่ีดินมีหนังสือ
ท่ี
มท
๐๗๑๐/ว

๓๔๑๖๗
ลงวันท
ี่ ๖
ตุลาคม
๒๕๔๒
โดยแจ้งหรือย่ืนเอกสารเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าท่ีว่าเป็นโสด

มิได้มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว
ให้คนไทยและคู่สมรสต่างด้าวยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกัน
ในหนังสือรับรอง
(ตามเอกสารแนบท้ายคู่มือ
“ตัวอย่าง
๑”)
ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า
เงิน
ทั้งหมดที่คนไทยนำมาซ้ือห้องชุดเป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของคนไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว

มใิ ช่สนิ สมรสหรือทรพั ย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน
เสรจ็ แลว้ ใหเ้ ก็บเร่ืองเข้าสารบบ



กรณีคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวอยู่ต่างประเทศ
และไม่สามารถไปยืนยันเป็นลายลักษณ์
อกั ษรรว่ มกบั คสู่ มรสตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีได
้ ใหค้ นตา่ งดา้ วไปตดิ ตอ่ เพอื่ ใหส้ ถานเอกอคั รราชทตู

สถานกงสลุ
หรือโนตารีพับลิค
บันทึกถอ้ ยคำคู่สมรสตา่ งด้าวไว้ในหนังสือรับรอง
(ตามเอกสาร
แนบท้ายคู่มือ
“ตัวอย่าง
๒”)
ว่าเงินท้ังหมดท่ีคนไทยนำไปซ้ือห้องชุดน้ัน
เป็นสินส่วนตัวหรือ
ทรพั ยส์ ว่ นตวั ของคนไทย
มใิ ชส่ นิ สมรสหรอื ทรพั ยท์ ท่ี ำมาหาไดร้ ว่ มกนั
แลว้ ใหส้ ถานเอกอคั รราชทตู

สถานกงสุล
หรือโนตารีพับลิค
รับรองว่าบุคคลท่ีทำหนังสือนั้นเป็นคู่สมรสหรือยู่กินฉันสามี

ภริยากับคนไทยจริง
แล้วให้คนไทยผู้ซ้ือห้องชุด
นำต้นฉบับหนังสือรับรองมามอบให้พนักงาน
เจ้าหน้าท่ีเพื่อเก็บเรื่องเข้าสารบบ
(หนังสือกรมที่ดิน

่ี มท
๐๗๑๐/ว
๐๓๕๔๓
ลงวันท
ี่ ๓๑

มกราคม
๒๕๔๓)

๔. คนไทยท่ีมีคู่สมรสทั้งชอบและมิชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างด้าว ซื้อห้องชุดแล้วขอจด
ทะเบียนจำนองหอ้ งชุด


คนไทยที่มีคสู่ มรสเปน็ คนต่างด้าวหรืออยกู่ นิ ฉันสามีภรยิ ากบั คนตา่ งด้าว
ขอซ้อื หอ้ งชดุ
เพื่อเป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัว
โดยผู้ขอและคู่สมรสต่างด้าวได้ยืนยันเป็นลายลักษณ์
อักษรร่วมกันว่าเงินทั้งหมดท่ีคนไทยนำมาซื้อห้องชุด
เป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของคน
ไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว
มิใช่สินสมรสหรือทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน
และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้
จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก่ียวกับการซื้อห้องชุดดังกล่าวแล้ว
ห้องชุดย่อมตกเป็นสินส่วน
ตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของคนไทย
ตามความในมาตรา
๑๔๗๒
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย
์ ดังน้ัน
หากผู้ซื้อห้องชุดมีความประสงค์จะจดทะเบียนจำนอง
ไม่ว่าจะกระทำในวัน

133

เดยี วกนั หรอื ภายหลงั
กส็ ามารถดำเนนิ การได
้ โดยไมต่ อ้ งใหค้ สู่ มรสตา่ งดา้ วมาใหถ้ อ้ ยคำยนื ยนั อกี

(หนงั สอื กรมทดี่ ิน
ท่ี
มท
๐๗๑๐/ว
๑๓๑๕๘
ลงวันท่
ี ๑
พฤษภาคม
๒๕๔๓)


134

135

136

137

(สำเนา)

ที่
มท
๐๕๑๕/ว
๑๘๖๙๘








กรมทีด่ นิ















ถนนพระพพิ ธิ
กทม.
๑๐๒๐๐














กรกฎาคม
๒๕๕๐



เรือ่ ง การดำเนินการบางธุรกรรมของบรรษัทบริหารสนิ ทรัพย์ไทย

เรียน ผู้วา่ ราชการจงั หวัด
ทกุ จงั หวัด

อ้างถึง ๑.
หนงั สอื กรมทดี่ นิ
ดว่ นทสี่ ดุ

่ี มท
๐๗๒๘/ว
๖๗๔๖
ลงวนั ท
่ี ๒๕
กมุ ภาพนั ธ
์ ๒๕๔๕


๒.
หนงั สอื กรมที่ดิน
ที
่ มท
๐๖๑๒/๑/ว
๑๗๐๔๓
ลงวนั ท่ี
๑๓
สงิ หาคม
๒๕๒๓


๓.
คำสง่ั กระทรวงมหาดไทย
ที
่ ๖๓๕/๒๕๔๗
ลงวันท
่ี ๒๑
ธนั วาคม
๒๕๔๗





เร่อื ง
การอายัดทีด่ ิน


๔.
หนงั สือกรมทด่ี ิน

ี่ มท
๐๕๑๕/ว
๓๔๓๔๓
ลงวนั ท่ี
๑๒
พฤศจกิ ายน
๒๕๔๗


๕.
หนังสือกรมทีด่ นิ

ี่ มท
๐๕๑๕/ว
๐๐๔๒๘
ลงวันท
่ี ๙
มกราคม
๒๕๔๙






ด้วยบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
(บสท.)
ได้หารือการทำธุรกรรมเกี่ยวกับ
อสังหาริมทรัพย
์ ณ
สำนักงานที่ดิน
รวม

ข้อ
เพื่อให้การบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ

บสท.
ซ่ึงเป็นหน่วยงานของรัฐเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็วตามวัตถุประสงค์ท่ีภาครัฐได้จัด
ตง้ั
บสท.
ขนึ้




กรมที่ดนิ พิจารณาแล้วมีความเห็น
ดังน
ี้



๑.
เร่ือง
การโอนสิทธิการรับจำนองหลายทอด
โดยม
ี บสท.
เป็นผู้รับโอนทอด
สดุ ทา้ ย
เช่น
จากธนาคารมหานคร
จำกัด
(มหาชน)
โอนให้กับธนาคารกรงุ ไทย
จำกดั
(มหาขน)

จากธนาคารกรงุ ไทย
จำกดั
(มหาชน)
โอนใหก้ บั บริษัทบริหารสนิ ทรัพย
์ สขุ มุ วิท
จำกดั
และจาก
บริษัทบริหารสินทรัพย
์ สุขุมวิท
จำกัด
โอนให้กับ
บสท.
เป็นต้น
ซึ่งแต่ละทอดยังไม่มีการจด
ทะเบียนโอนสิทธิการรับจำนองให้แก่กัน
เนื่องจากไม่มีหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินฉบับเจ้าของ
ท่ีดิน
บสท.
จึงขอให้กรมท่ีดินพิจารณาให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนโอนสิทธิการรับจำนอง
แต่ละทอดจนถึงทอดท
ี่ บสท.
เป็นผู้รับโอนได้โดยทุกทอดไม่ต้องนำหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
ฉบับเจ้าของที่ดินมาแสดง
เห็นว่า
กรณ
ี บสท.
ขอให้จดทะเบียนโอนสิทธิการรับจำนองทรัพย์
สินที่เป็นหลักประกันได้แก่
บสท.
โดยไม่ได้หนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินฉบับเจ้าของท่ีดินมาจด
ทะเบียน
กรมที่ดินได้วางทางปฏิบัติไว้ตามข้อ

และข้อ

ของหนังสือกรมที่ดินท่ีอ้างถึง
๑.

วา่ ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทด่ี ำเนนิ การเปลยี่ นแปลงรายการทางทะเบยี นในหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทดี่ นิ

138


บับสำนักงานที่ดินฉบับเดียวก่อนได้
ฉะน้ัน
กรณีที่การจดทะเบียนโอนสิทธิการรับจำนองจาก
สถาบันการเงิน/บรษิ ทั บริหารสนิ ทรพั ย์
(เจา้ หนีเ้ ดิม)
ใหแ้ ก่
บสท.
จะต้องมขี นั้ ตอนการโอนสิทธิ
การรับจำนองหลายทอดก่อนถึง
บสท.
และทุกทอดเริ่มต้ังแต่ทอดแรกไม่ได้หนังสือแสดงสิทธิ
ในทีด่ ินมาจดทะเบียน
ดงั ตัวอยา่ งท
ี่ บสท.
หารือมาขา้ งตน้
หากการจดทะเบียนโอนสิทธกิ ารรับ
จำนองทุกทอดจนถึงทอดที่โอนให้แก่
บสท.
กระทำในคราวเดียวกัน
เม่ือพนักงานเจ้าหน้าที่
สอบสวนพยานหลักฐานแล้วเชื่อว่ามีการโอนสิทธิเรียกร้องเหนือทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันใน
แตล่ ะทอดให้แก่กนั จริง
อนั มผี ลใหส้ ทิ ธจิ ำนองตกได้แกผ่ รู้ ับโอนตามมาตรา
๓๐๕
แห่งประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
และผู้โอนและผู้รับโอนในแต่ละทอดให้ถ้อยคำรับรองและยืนยันว่า
ไม่ได้หนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินมาจดทะเบียน
พนักงานเจ้าหน้าท่ีชอบท่ีจะรับจดทะเบียนโอน
สิทธิการรับจำนองแต่ละทอดจนถึงทอดที่
บสท.
เป็นผู้รับโอนได
้ โดย
บสท.
ต้องแสดงสำเนา
หลักฐานการรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามมาตรา
๓๙
กรณีไม่ได้หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
ฉบับเจ้าของท่ีดินมาจดทะเบียนให้อนุโลมปฏิบัติตามหนังสือกรมที่ดินที่อ้างถึง
๑.
สำหรับค่า
ธรรมเนียมในทอดท
ี่ บสท.
เป็นผู้รับโอนได้รับยกเว้นตามมาตรา
๔๓
แห่งพระราชกำหนด
บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
พ.ศ.
๒๕๔๔
แต่ในทอดก่อนท่ีบสท.
จะเป็นผู้รับโอนให้เรียกเก็บ
ตามปกต
ิ เว้นแต่จะมีกฎหมายยกเว้นให
้ เชน่
ยกเว้นตามพระราชกำหนดบรษิ ัทบรหิ ารสินทรพั ย์

พ.ศ.
๒๕๔๑
เป็นตน้




๒.
เร่ืองการจดทะเบียนโอนสิทธิการรับจำนองทรัพย์ท่ีเป็นหลักประกันร่วม
ระหว่างสถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย
์ กับ
บสท.
โดยไม่แบ่งสัดส่วนวงเงินจำนอง

เนื่องจากผู้รับจำนองเดิมยังไม่อาจกำหนดหรือพิสูจน์สัดส่วนภาระหน้ีคงค้างเพ่ือกำหนดวงเงิน
จำนองท่จี ะโอนให้แก่
บสท.
ได
้ จึงขอใหก้ รมทีด่ ินพิจารณาให
้ บสท.
เข้าเป็นผ้รู ับจำนองร่วมกับ
ผู้รับจำนองเดิมโดยไม่แบ่งมูลหน้ีและไม่แยกวงเงินจำนอง
โดย
บสท.
จะเป็นผู้ขอจดทะเบียน
โอนสิทธิการรบั จำนองเพียงฝา่ ยเดยี ว
เหน็ วา่
ในการจดทะเบยี นโอนสิทธิการรบั จำนอง
ผขู้ อจด
ทะเบียนย่อมต้องแสดงจำนวนทุนทรัพย์ที่ขอจดทะเบียนด้วยว่า
จำนวนเงินจำนองที่โอนให้แก่
กันน้ันเป็นเท่าไร
ถึงแม้ว่าการจดทะเบียนโอนสิทธิการรับจำนองให้แก่
บสท.
จะได้รับการ
ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามมาตรา
๔๓
แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
พ.ศ.

๒๕๔๔
ก็ไม่ได้หมายความว่า
บสท.
จะไมต่ ้องแสดงจำนวนทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนแตอ่ ย่าง
ใด
ฉะน้ัน
การที่
บสท.
จะขอจดทะเบียนรับโอนสิทธิการรับจำนองจากสถาบันการเงินหรือ
บริษัทบริหารสินทรัพย
์ โดยไม่ระบุสัดส่วนวงเงินจำนองท่ีรับโอน
พนักงานเจ้าหน้าที่จึงไม่
สามารถรับจดทะเบยี นได้




๓.
กรณที รพั ยห์ ลักประกันได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นของ
บสท.
ก่อนที่สำนักงานท่ีดนิ
จะได้รับแจ้งการยึดหรืออายัดจากศาล
ซึ่ง
บสท.
แจ้งว่า
บางสำนักงานท่ีดินแจ้งกลับไปให้ผู้ท่ี
ออกหมายยึดหรืออายัดทราบว่ากรรมสิทธิ์ในที่ดินน้ันได้โอนไปยัง
บสท.
ก่อนแล้ว
แต่บาง
สำนักงานที่ดนิ ไมแ่ จ้งกลบั ไปทำใหท้ ด่ี ินของ
บสท.
มกี ารยึดหรอื อายัดอยู่ในทางทะเบียน
เห็นวา่


139

กรณศี าลหรือพนักงานเจา้ หนา้ ที่อ่นื ทม่ี อี ำนาจส่งั ยึดหรอื อายัดทรพั ยส์ นิ ตามกฎหมาย
มคี ำสัง่ ให้
ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน
ในการลงบัญชีอายัดและปิดคำส่ังห้ามโอนในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน

พนักงานเจ้าหน้าท่ีย่อมต้องตรวจสอบด้วยว่าเครื่องหมายท่ีดินหรือชื่อผู้เป็นเจ้าของผิดไปจาก
หนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินหรือไม่
เช่น
ศาลแจ้งอายัดเลขโฉนดมาถูกต้อง
แต่ระบุชื่อผู้ถือ
กรรมสิทธ์ิไม่ตรงกันหรือได้มีการโอนไปแล้วเช่นน้ี
ถือเป็นหน้าท่ีของพนักงานเจ้าหน้าท่ีต้องรีบ
แจ้งไปให้ศาลทราบโดยด่วน
กรณีท่ีมีการโอนไปก่อนแล้วให้สอบถามไปด้วยว่าจะยังคงให้มีการ
ยดึ หรืออายดั ต่อไปหรอื ไม่
เม่อื ศาลแจ้งมาอยา่ งไรก็ใหป้ ฏบิ ัติตามน้นั
แลว้ แจ้งผลดำเนนิ การให

บสท.
ทราบดว้ ย




๔.
กรณี
บสท.
จดทะเบียนรับโอนทรัพย์สินท่ีเป็นหลักประกันมาแต่เฉพาะที่ดิน

ไม่ได้โอนส่ิงปลูกสร้างมาด้วย
และกรณ
ี บสท.
จดทะเบียนรับโอนทรัพย์สินท่ีเป็นหลักประกัน
มาทั้งท่ีดนิ และสิ่งปลูกสร้าง
แตร่ ะบุในคำขอโอนว่า
“พร้อมสิง่ ปลูกสร้าง
(ถ้ามี)”
โดยการโอน
ดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามมาตรา
๗๖
แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย

พ.ศ.
๒๕๔๔
ต่อมา
บสท.
จะขอจดทะเบียนโอนส่ิงปลูกสร้างที่เป็นหลักประกันเพ่ิมเติม
(กรณี
รบั โอนมาแตท่ ด่ี ิน)
หรอื ขอให้เพมิ่ เติมรายละเอียดของสิ่งปลกู สร้างลงในสญั ญาให้ชัดเจนจากท่ี
ระบใุ นคำขอโอนว่า
“พรอ้ มส่ิงปลกู สรา้ ง
(ถ้ามี)”
เปน็
“พร้อมสงิ่ ปลกู สรา้ งเลขท่.ี .................”
ไม่
ว่าส่ิงปลูกสร้างบนท่ีดินจะเป็นของลูกหนี้/ผู้จำนองหรือไม
่ เห็นว่า
เม่ือการโอนทรัพย์สินที่เป็น
หลกั ประกนั แก
่ บสท.
ตามมาตรา
๗๖
แห่งพระราชกำหนดฯ
ได้รับความคมุ้ ครองตามมาตรา

๘๑
และมาตรา
๘๒
แห่งพระราชกำหนดฯ
ว่าสิทธิของ
บสท.
ไม่เสียไป
ถึงแม้ภายหลังจะ
พิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินน้ันไม่ใช่ของลูกหน้ีและการเพิกถอนการจำหน่ายทรัพย์สินตามวิธีการที่
กำหนดไว้ในมาตรา
๗๖
จะกระทำไม่ได้
ดังนั้น





๔.๑
การท
ี่ บสท.
รับโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันตามมาตรา
๗๖
มาแต่
เฉพาะที่ดิน
ไม่ได้รับโอนสิ่งปลูกสร้างมาด้วย
หาก
บสท.
ขอจดทะเบียนรับโอนส่ิงปลูกสร้าง
เป็นการเพ่มิ เตมิ
โดยอ้างว่าส่ิงปลกู สรา้ งน้ันเปน็ ทรัพยห์ ลกั ประกนั ท
่ี บสท.
เขา้ ไปรับโอนไว้เอง
ตามมาตรา
๗๖
แห่งพระราชกำหนดฯ
พนักงานเจ้าหน้าท่ีก็ชอบท่ีจะรับดำเนินการจดทะเบียน
ได้โดยปฏบิ ัตติ ามหนงั สือกรมทดี่ นิ ท่ีอ้างถึง






๔.๒
กรณี
บสท.
รับโอนท่ีดินมาโดยระบุในคำขอโอนว่า
“พร้อมส่ิงปลูกสร้าง

(ถ้ามี)”
แล้ว
บสท.
จะขอแก้ไขเป็น
“พร้อมส่ิงปลูกสร้างเลขท่ี..........”
เห็นว่า
สิ่งปลูกสร้างใน
ที่ดนิ ยอ่ มบังคบั อย่กู บั ที่ดินทสี่ ่งิ ปลูกสรา้ งนัน้ ต้งั อย
ู่ เลขท่บี า้ นเป็นเพยี งส่วนประกอบ
ไม่ใช่สาระ
สำคัญของนิติกรรม
พนักงานเจ้าหน้าที่จึงสามารถรับดำเนินการได้โดยให
้ บสท.
ยื่นคำขอแก้
ตามแบบ
ท.ด.

แลว้ ใหเ้ จา้ พนกั งานท่ดี ินทำการสอบสวนพิจารณาโดยอาศยั หลกั ฐานตา่ ง

ท่ี

บสท.
นำมาแสดงหรือท่ีสอบสวนได
้ เมื่อเป็นท่ีเช่ือได้ว่าเลขท่ีบ้านบนท่ีดินแปลงที่โอนเป็นเลขที่
เทา่ ใดแนแ่ ลว้
กใ็ ห้เจ้าพนกั งานทดี่ นิ สั่งแก้ไขไปตามคำขอได้
ทัง้ น้ีโดยอนุโลมปฏิบัตติ ามหนังสือ
กรมทดี่ ินท่อี ้างถงึ



140

๕.
กรณ
ี บสท.
ขอใหย้ กเลกิ เพกิ ถอนการจดทะเบยี นโอนกรรมสทิ ธ์ิในทรพั ยส์ นิ ใหแ้ ก

บสท.
เนื่องจากเป็นการจดทะเบียนไปในระหว่างทรัพย์สินนั้นมีการยึดอายัดอยู่ตามกฎหมาย

เห็นว่า
ตามคำส่ังกระทรวงมหาดไทยที่อ้างถึง
๓.
วางทางปฏิบัติกรณีมีผู้ขอจดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรมและปรากฏว่าที่ดินท่ีขอจดทะเบียนมีอายัดว่า
ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่จด
ทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิติกรรม
เวน้ แตศ่ าลสัง่ หรือการจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิติกรรมที่ไมเ่ สยี หายแก่
ผู้ขออายัด
ดังน้ัน
การที่พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนโอนทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันให้แก

บสท.
ระหว่างที่ทรัพย์สินนั้นมีการอายัดอยู่ตามกฎหมาย
จึงเป็นการฝ่าฝืนระเบียบคำส่ัง

ดังกล่าว
แต่จะถึงขนาดทำให้นิติกรรมการโอนไม่ชอบด้วยกฎหมายถึงกับต้องเพิกถอนการจด
ทะเบยี นตามมาตรา
๖๑
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดนิ
หรือไม่
ตอ้ งพจิ ารณาวา่ การอายดั น้นั เปน็
ไปตามกฎหมายใด
และกฎหมายนั้นบัญญัติให้ผลของการโอนหรือการเปลี่ยนแปลงไปซึ่งสิทธิ
ในทรัพย์สินท่ีถูกอายัดภายหลังท่ีได้ทำการยึดอายัดเป็นเช่นไร
ถึงขนาดต้องเพิกถอนการจด
ทะเบียนหรือไม
่ ซึ่งจากข้อเท็จจริงท่ี
บสท.
แจ้งให้ทราบปรากฏว่า
บสท.
ได้ขอให้พนักงานเจ้า
หน้าที่เพิกถอนการจดทะเบียนแล้ว
แต่พนักงานเจ้าหน้าที่อ้างว่าจดทะเบียนไปโดยชอบแล้ว

เพราะเป็นการโอนตามมาตรา
๗๖
แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
พ.ศ.

๒๕๔๔
ตามแนวทางปฏิบัติในหนังสือกรมที่ดินท่ีอ้างถึง
๔.
เห็นว่า
กรณีดังกล่าวแม้การโอน
กรรมสิทธ์ิในทรัพย์สนิ ให้แก
่ บสท.
จะเป็นการดำเนนิ การตามมาตรา
๗๖
แห่งพระราชกำหนดฯ

แต่เม่ือทรัพย์สินนั้นมีการยึดอายัดไว้ตามกฎหมาย
พนักงานเจ้าหน้าท่ีย่อมไม่อาจจดทะเบียนให้
ไปได
้ หากจะจดทะเบียนต้องสอบถามผู้ออกหมายยึดอายัดก่อน
การจดทะเบียนให้ไปโดยที่
ทรัพย์สินน้ันมีการยึดอายัดไว้ตามกฎหมายจึงเป็นการฝ่าฝืนการยึดหรืออายัด
เม่ือพนักงานเจ้า
หน้าท่ีทราบแล้วว่าจดทะเบียนโอนไปโดยฝ่าฝืนการยึดหรือายัดจะโดย
บสท.
แจ้งให้ทราบหรือ
ทราบด้วยวิธีใดก็ตาม
จะต้องพิจารณาโดยทันทีว่าการจดทะเบียนนั้นชอบหรือไม่ชอบด้วย
กฎหมายอย่างไร
ถึงขนาดต้องเพิกถอนหรือไม
่ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าการจดทะเบียนนั้นไม่
ชอบดว้ ยกฎหมายตอ้ งเพกิ ถอนตามนัยมาตรา
๖๑
แห่งประมวลกฎหมายทดี่ ิน
กใ็ ห้สรุปข้อเท็จ
จริงและข้อกฎหมายรวมทั้งความเห็นส่งเรื่องให้กรมที่ดินเพื่อพิจารณาดำเนินการตามข้ันตอน
ของกฎหมายตอ่ ไป




๖.กรณีจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันให้แก
่ บสท.
ไป
แล้ว
ปรากฏภายหลังว่า
ศาลมีคำส่ังรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ
หรือศาลเห็นชอบในแผนฟ้ืนฟู
กิจการโดยมีการระบุถึงทรัพย์สินดังกล่าวในเชิงยังคงเป็นหลักประกันหน้ีและมีการดำเนินการ
กับทรัพย์ดังกล่าวอยู่ก่อนแล้ว
เห็นว่า
ภายหลังจากศาลมีคำส่ังให้ฟื้นฟูกิจการหรือพิทักษ์ทรัพย์
ของลกู หนเ้ี ด็ดขาด
มาตรา
๙๐/๑๒
แหง่ พระราชบัญญตั ิล้มละลาย
พ.ศ.
๒๔๘๓
เพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญตั ลิ ้มละลาย
(ฉบับท
่ี ๔)
พ.ศ.
๒๕๔๑
กำหนดหา้ มมิให้เจ้าหนีม้ ีประกนั บงั คบั ชำระ
หน้ีเอาแก่ทรัพย์สินท่ีเป็นหลักประกัน
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
และห้ามมิให้ลูกหนี้
จำหน่าย
จ่าย
โอน
ให้เชา่
ชำระหน
้ี ก่อหน
ี้ หรือกระทำการใดๆ
ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพยส์ ิน

141

นอกจากเป็นการกระทำท่ีจำเป็นเพ่ือให้การดำเนินการค้าตามปกติของลูกหน้ีสามารถดำเนินต่อ
ไปได
้ เว้นแต่ศาลท่ีรับคำร้องขอจะมีคำส่ังเป็นอย่างอ่ืน
ฉะน้ัน
หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าทรัพย์
สินอันเป็นหลักประกันที่พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนโอนให้แก
่ บสท.
เป็นทรัพย์สินที่ถูก
คุ้มครองและห้ามมิให้เจ้าหน้ีมีประกันบังคับชำระหน
้ี ตามมาตรา
๙๐/๑๒
อยู่ก่อนท่ีจะโอนให้
แก่
บสท.
และการโอนไม่ได้รับอนุญาตจากศาล
ถือได้ว่าการจะทะเบียนโอนน้ันเป็นการฝ่าฝืน
กฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
อยู่ในหลักเกณฑ์ท่ีจะเพิกถอนเสียได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน
มาตรา
๖๑
เมอื่ ความปรากฏต่อพนกั งานเจา้ หน้าท่จี ะโดย
บสท.
รอ้ งขอ
หรอื ทราบดว้ ยวิธอี นื่

พนักงานเจ้าหน้าท่ีย่อมต้องสรุปข้อเท็จจริง
ข้อกฎหมาย
พร้อมทั้งความเห็นส่งให้กรมท่ีดินเพ่ือ
พจิ ารณาดำเนนิ การตามมาตรา
๖๑
แห่งประมวลกฎหมายทด่ี นิ ต่อไป




๗.
กรณีจดทะเบียนโอนทรัพย์หลักประกันให้แก่
บสท.
หรือการจำหน่ายทรัพย์สิน

(NPA)
ของบสท.
แล้วปรากฏว่า
เจ้าหน้าที่เขียนหรือพิมพ์จำนวนเงินหรือรายละเอียดไม่ถูก
ต้องคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง
ซึ่ง
บสท.
ขอให้กรมท่ีดินแจ้งให้เจ้าหน้าท่ีดำเนินการแก้ไขให้
ถูกตอ้ งตามความเป็นจริง
เห็นว่า
ตามมาตรา
๖๑
แหง่ ประมวลกฎหมายที่ดนิ
บัญญัติเรือ่ งการ
แก้ไขเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไว้โดยชัดเจนแล้วว่า
ถ้ามีการคลาดเคลื่อน
เนอื่ งจากเขียนหรอื พิมพข์ ้อความผิดพลาดโดยมีหลกั ฐานชดั แจ้ง
และผมู้ ีส่วนได้เสยี ยนิ ยอมเปน็
ลายลกั ษณอ์ กั ษรแล้ว
ใหเ้ จ้าพนกั งานท่ีดินมอี ำนาจแก้ไขให้ถกู ต้องได้
ส่วนท่วี ่าอย่างไรจงึ จะถือ
ได้ว่าคลาดเคลื่อนเน่ืองจากเขียนหรือพิมพ์ข้อความผิดพลาดโดยมีหลักฐานชัดแจ้งต้อง
พิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง

ไป
อย่างไรก็ด
ี หากมีกรณี
บสท.
ขอให้แก้ไขการจด
ทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเนื่องจากเขียนหรือพิมพ์ข้อความผิดพลาด
พนักงานเจ้าหน้าท่ีย่อม
ต้องพิจารณาว่า
การเขียนหรือพิมพ์ข้อความผิดพลาดน้ันเป็นการคลาดเคลื่อนโดยมีหลักฐาน
ชัดแจ้ง
หรือไม่
หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นกรณีคลาดเคลื่อนเนื่องจากเขียนหรือพิมพ์
ข้อความผิดพลาดโดยมีหลักฐานชัดแจ้ง
เมื่อผู้มีส่วนได้เสียยินยอมแล้วย่อมอยู่ในอำนาจของ
เจ้าพนกั งานทีด่ ินจะแก้ไขใหถ้ ูกตอ้ งได้ตามนัยมาตรา
๖๑
วรรคเจ็ด
แห่งประมวลกฎหมายท่ดี ิน

แต่หากพิจารณาแล้วเห็นว่า
เป็นการจดทะเบียนไปโดยคลาดเคลื่อนแต่ไม่ใช่กรณีเขียนหรือ
พิมพ์ข้อความผิดพลาดโดยมีหลักฐานชัดแจ้ง
หรือไม่อาจพิจารณาได้ว่าเป็นการจดทะเบียนไป
โดยคลาดเคล่ือนซ่ึงอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะแก้ไขตามมาตรา
๖๑
วรรคหนึ่ง
แห่งประมวล
กฎหมายทีด่ นิ ไดห้ รอื ไม
่ กช็ อบทจี่ ะสง่ เรื่องใหก้ รมทดี่ นิ พจิ ารณาดำเนนิ การต่อไปได้




อนึ่ง
กรณีพนักงานเจ้าหน้าท่ีจดทะเบียนโอนทรัพย์สินท่ีเป็นหลักประกันให้แก

บสท.
ตามมาตรา
๗๖
แหง่ พระราชกำหนดฯ
โดยระบใุ นคำขอโอนวา่
“พรอ้ มสงิ่ ปลกู สรา้ ง
(ถา้ ม)ี ”

เห็นว่า
เมื่อมีผู้ขอจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน
พนักงานเจ้าหน้าท่ีจะ
ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงเก่ียวกับสิ่งปลูกสร้างในท่ีดินที่ขอจดทะเบียนให้ชัดเจนว่า
ที่ดินมีส่ิง
ปลูกสร้างหรือไม
่ ถ้ามีเป็นของใคร
และจะโอนด้วยหรือไม่
หากสอบสวนแล้วปรากฏว่าที่ดินที่
โอนเป็นที่ว่างให้ระบุว่า
“ไม่มีส่ิงปลูกสร้าง”
หรือ
กรณีสิ่งปลูกสร้างในท่ีดินเป็นของเจ้าของ

142


่ีดินท่ีโอน
และเจ้าของที่ดินประสงค์จดทะเบียนโอนสิ่งปลูกสร้างนั้นรวมกับท่ีดิน
ให้ระบุชนิด

ของสิ่งปลูกสร้าง
และความประสงค์ของผู้โอนดังกล่าวลงไว
้ แต่ถ้าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินเป็น

ของผู้ที่จะรับโอนที่ดินอยู่ก่อนแล้ว
หรือเป็นของบุคคลภายนอก
โดยมีหลักฐานแสดงความเป็น

เจ้าของส่ิงปลูกสร้างน้ันให้ระบุว่า
“โอนเฉพาะท่ีดิน
ส่วนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินเป็นของผู้รับโอน

หรือเป็นของบุคคลภายนอกอยู่ก่อนแล้ว
(แล้วแต่กรณี)”
ในทางปฏิบัติพนักงานเจ้าหน้าที่จึงไม่

อาจระบุลงในสัญญาไดว้ ่า
“โอนพรอ้ มส่งิ ปลกู สร้าง
(ถา้ ม)ี ”
เพราะเทา่ กบั พนักงานเจา้ หน้าท่ีไม่

ได้สอบสวนข้อเท็จจริงในเร่ืองส่ิงปลูกสร้างบนท่ีดินให้เป็นที่ชัดเจนว่า
สรุปแล้วท่ีดินท่ีโอนมีหรือ

ไม่มีสิ่งปลกู สรา้ ง
ถงึ แม้ว่าการจดทะเบยี นโอนอสงั หารมิ ทรพั ย์ใหแ้ ก่
บสท.
จะได้รับการยกเวน้

ค่าธรรมเนียม
ภาษีอากร
ตามมาตรา
๔๓
แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย


พ.ศ.
๒๕๔๔
ซงึ่ ทางปฏิบตั ติ ามหนงั สอื กรมท่ดี ินทอ่ี า้ งถงึ
๕.
จะกำหนดใหพ้ นักงานเจา้ หนา้ ท่ีไม่

ตอ้ งประเมินราคาทนุ ทรัพย
์ แต่ไม่ไดห้ มายความวา่
บสท.
ไม่ตอ้ งแสดงจำนวนทนุ ทรพั ยข์ องส่ิง

ปลูกสร้าง
และพนักงานเจ้าหน้าท่ีไม่ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงเก่ียวกับสิ่งปลูกสร้างให้ปรากฏ

ตามแนวทางที่ถือปฏิบัติข้างต้น
ดังนั้น
การที่พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธ์ิใน

ทรพั ยส์ ินทเ่ี ปน็ หลักประกันให้แก่
บสท.
ตามมาตรา
๗๖
โดยระบใุ นคำขอโอนวา่
“พร้อมสิ่งปลูก

สร้าง
(ถา้ มี)”
จงึ เปน็ การดำเนนิ การท่ีไมช่ อบด้วยแนวทางปฏิบตั





จึงเรียนมาเพ่ือโปรดทราบ
และขอได้โปรดแจ้งให้เจ้าหน้าท่ีท่ีดินทราบและถือ

ปฏบิ ัต
ิ พร้อมทงั้ สง่ั กำชบั อย่าใหม้ กี รณีสอบสวนขอ้ เทจ็ จริงเกยี่ วกบั สิ่งปลกู สรา้ งโดยใชข้ อ้ ความ

ว่า
“พร้อมส่งิ ปลูกสรา้ ง
(ถ้ามี)”
อกี ตอ่ ไป





ขอแสดงความนับถือ




(ลงช่อื )
ชยั ฤกษ์ ดษิ ฐอำนาจ

(นายชัยฤกษ์
ดษิ ฐอำนาจ)


อธิบดกี รมท่ดี ิน











สำนักมาตรฐานการทะเบยี นทีด่ นิ


โทร.

๒๒๒๒
๖๑๙๖

โทรสาร.

๒๒๒๑
๓๘๗๓

โทร.
(มท)
๕๐๘๐๑
-
๑๒
ตอ่
๒๒๕




143

(สำเนา)

ที
่ มท
๐๕๑๕/ว
๑๙๒๖๙








กรมทด่ี ิน















ถนนพระพพิ ิธ
กทม.
๑๐๒๐๐













๑๓
กรกฎาคม
๒๕๕๐



เร่อื ง การเรียกเก็บภาษีอากร
กรณีจดทะเบียนแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสและผู้รับ

แบ่งได้ไปเกินกว่าสว่ นของตนตามกฎหมาย

เรยี น ผู้ว่าราชการจังหวัด
ทุกจงั หวัด

อา้ งถึง ๑.
หนงั สอื กรมทด่ี นิ
ที
่ มท
๐๖๐๓/ว
๒๙๒๐
ลงวันท่ี

กมุ ภาพนั ธ์
๒๕๒๖


๒.
คำสัง่ กรมสรรพากร
ท่ี
ป.๑๐๐/๒๕๔๓
ลงวนั ท
่ี ๒๔
พฤศจกิ ายน
๒๕๔๓






ด้วยมีปัญหาเก่ียวกับการเรียกเก็บภาษ
ี กรณีจดทะเบียนแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่
สมรสเนื่องจากตามแนวทางปฏิบัติในหนังสือกรมที่ดินท่ีอ้างถึง
๑.
และคำสั่งกรมสรรพากรท่ี
อ้างถึง
๒.
ข้อ
๑๐(๘)
แจ้งว่า
ถ้าเป็นการแบ่งสินสมรสที่เป็นอสังหาริมทรัพย์
ซ่ึงมีราคาของ
แต่ละฝ่ายเท่ากันไม่ถือเป็นการ
“ขาย”
ไม่ต้องเสียภาษีเงินได
้ แต่หากฝ่ายใดได้ไปเกินกว่าส่วน
ของตนตามกฎหมาย
ส่วนที่เกินถือว่าเป็นการ
“ขาย”
ต้องเสียภาษีเงินได้ในส่วนที่เกิน
ซ่ึงไม่
ชัดเจนว่า
“ได้ไปเกินกว่าส่วนของตนตามกฎหมาย”
จะหมายถึงต้องนำสินสมรสทั้งหมดที่มีอยู่
มารวมกันแลว้ แบง่
หากแบง่ แลว้ ได้ไปเกนิ กวา่ สว่ นของตนจะต้องเรยี กเก็บภาษีเงินได้และอากร
แสตมป์ในส่วนที่เกิน
หรือต้องถือว่าหากแบ่งแปลงใดแปลงหน่ึงแล้วได้ไปเกินกว่าส่วนของตนก็
ให้เรียกเก็บภาษีเงินได้และอากรแสตมป์ในส่วนท่ีเกินในแปลงน้ัน

เป็นรายแปลงไป
จึงได้
หารือทางปฏบิ ัตใิ นการเรยี กเกบ็ ไปยงั กรมสรรพากร




บัดน้
ี ได้รับแจ้งจากกรมสรรพากรสรุปว่า
การแบ่งสินสมรสซึ่งมีราคาของแต่ละ
ฝ่ายเท่ากันท่ีไม่ถือเป็นการ
“ขาย”
ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้
ภาษีธุรกิจเฉพาะ
(หากอยู่ในหลัก
เกณฑ์ท่ีต้องเสีย)
และอากรแสตมป์
น้ัน
ให้พิจารณาเป็นรายแปลงหรือรายโฉนด
กล่าวคือ

หากแบง่ แปลงใดแปลงหนง่ึ แลว้ ผรู้ บั แบง่ ได้ไปเกนิ กวา่ สว่ นของตนตามกฎหมายยอ่ มเขา้ ลกั ษณะ
เปน็ การ
“ขาย”
ให้เรยี กเกบ็ ภาษีเงินไดห้ ัก

ทจี่ า่ ย
ภาษธี ุรกิจเฉพาะ
(หากอยู่ในหลักเกณฑท์ ่ี
ต้องเสีย)
ถ้าไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะก็ให้เรียกเก็บอากรแสตมป์
โดยคิด
จากส่วนท่ีเกินในแปลงนั้นๆ
เป็นรายแปลงไป
เช่น
ท่ีดินสินสมรส

แปลง
มีช่ือนาย
ก.
ถือ
กรรมสิทธ์ิ
เม่ือนาย
ก.
กับนาง
ข.
หย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา
ได้ตกลงกันให้ที่ดินทั้ง


แปลง
ดังกลา่ วเปน็ ของ
นาง
ข.
เพยี งผูเ้ ดียว
กรณีต้องถือว่านาย
ก.
ได้โอนท่ีดินสนิ สมรส



144


ปลง
ในสว่ นของตนครึ่งหน่ึงไปให้กับ
นาง
ข.
ด้วย
ในการจดทะเบียนแบ่งทรัพย์สินระหว่าง
คู่สมรสตามข้อเท็จจริงดังกล่าว
นอกจากพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลงละ

๕๐
บาท
ตามหนังสือกรมทดี่ นิ
ท่
ี มท
๐๗๐๘/๒๖๗๖๑
ลงวันท่
ี ๒๗
พฤศจกิ ายน
๒๕๒๗
เวยี น
โดยหนังสือกรมทีด่ นิ

่ี มท
๐๗๐๘/ว
๒๗๐๐๖
ลงวันท
่ี ๒๙
พฤศจิกายน
๒๕๒๗
แล้วยังต้อง
เรียกเกบ็ ภาษีเงนิ ได้หัก

ที่จา่ ย
ภาษธี ุรกจิ เฉพาะ
(หากอยู่ในหลักเกณฑท์ ต่ี อ้ งเสยี )
ถา้ ไมอ่ ยู่
ในหลักเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะก็ต้องเรียกเก็บอากรแสตมป
์ โดยคิดจากสินสมรสส่วน
ท่ีเปน็ ของนาย
ก.
ที่โอนให้แกน่ าง
ข.
ซ่งึ กค็ อื คดิ เฉพาะสว่ นทีน่ าง
ข.
ได้ไปเกนิ กวา่ ส่วนของตน

โดยแยกคดิ เปน็ รายแปลง
ตามแนววินิจฉยั ของกรมสรรพากรดังกล่าว




จงึ เรียนมาเพอ่ื โปรดทราบ
และสง่ั ให้เจา้ หนา้ ทีท่ ี่ดนิ ทราบและถอื ปฏบิ ัติตอ่ ไป


สำนักมาตรฐานการทะเบยี นทีด่ ิน
ขอแสดงความนบั ถือ

โทร.

๒๒๒๒
๖๑๙๖


โทรสาร.

๒๒๒๑
๓๘๗๓

โทร.
(มท)
๕๐๘๐๑
-
๑๒
ตอ่
๒๒๕
(ลงชื่อ)
ชยั ฤกษ์ ดิษฐอำนาจ
(นายชยั ฤกษ
์ ดิษฐอำนาจ)

อธบิ ดกี รมท่ีดิน
































145

(สำเนา)


่ี มท
๐๕๑๕/ว
๑๙๕๔๑








กรมทด่ี ิน
















ถนนพระพพิ ิธ
กทม.
๑๐๒๐๐















๑๖
กรกฎาคม
๒๕๕๐




เรอ่ื ง การขอไดม้ าซ่งึ ที่ดนิ ของมสั ยดิ อสิ ลาม
ตามมาตรา
๘๔
แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ

เรยี น ผู้วา่ ราชการจงั หวดั
ทกุ จังหวัด

อ้างถึง หนังสอื กรมทีด่ ิน
ท่
ี มท
๐๕๑๕/ว
๘๑๙๐
ลงวันที่
๒๖
มนี าคม
๒๕๔๖

สงิ่ ท่สี ง่ มาด้วย
คู่มือการขอได้มาซ่ึงท่ีดินของมัสยิดอิสลาม
ตามมาตรา
๘๔
แห่งประมวล

กฎหมายทดี่ นิ








ตามที่กรมทด่ี ินได้ส่งคำสง่ั กระทรวงมหาดไทย

่ี ๙๕/๒๕๔๖
ลงวันท
ี่ ๒๐
มีนาคม


๒๕๔๖
ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจการส่ังอนุญาตให้ได้มาซ่ึงท่ีดินของ

มัสยิดอิสลาม
ตามมาตรา
๘๔
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
โดยให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้ปฏิบัติ

ราชการแทน
สำหรับการขออนุญาตให้ได้มาซึ่งท่ีดินของมัสยิดอิสลามในเขตกรุงเทพมหานคร


และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน
สำหรับการขออนุญาตให้ได้มาซึ่งท่ีดินของ

มัสยดิ อิสลามในเขตจงั หวัดน้ัน
และกรมทีด่ นิ ไดว้ างแนวทางใหเ้ จ้าหน้าที่ถือปฏิบตั แิ ลว้
นัน้





กรมที่ดินพิจารณาแล้วเห็นว่า
เพ่ือให้การปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นไป

โดยถูกต้องและในแนวทางเดียวกนั
จงึ ได้จัดทำคู่มือการขอได้มาซ่งึ ทด่ี ินของมัสยดิ อสิ ลาม
ตาม

มาตรา
๘๔
แหง่ ประมวลกฎหมายท่ดี ิน
ซ่ึงมีรายละเอียดตามสิง่ ที่ส่งมาด้วยนี้





จงึ เรยี นมาเพื่อโปรดทราบ
และแจ้งให้พนกั งานเจา้ หน้าทท่ี ราบและถอื เป็นแนวทาง

ปฏบิ ตั ติ อ่ ไป


ขอแสดงความนบั ถือ




(ลงชื่อ)
ชยั ฤกษ์ ดิษฐอำนาจ

(นายชัยฤกษ์
ดิษฐอำนาจ)


สำนกั มาตรฐานการทะเบยี นทดี่ ิน
อธิบดีกรมทีด่ นิ

โทร.

๒๒๒๑
๙๑๘๙

โทรสาร.

๒๒๒๒
๐๖๒๓

โทร.
(มท)
๕๐๘๐๑
-
๑๒
ต่อ
๒๓๗




146

คู่มือการไดม้ าซ่ึงท่ีดินของมัสยดิ อสิ ลาม
ตามมาตรา ๘๔ แห่งประมวลกฎหมายท่ีดนิ



๑. กฎหมายและระเบียบปฎิบตั ิ

๑.๑
ประมวลกฎหมายท่ดี นิ
มาตรา
๘๔

๑.๒
พระราชบัญญัตอิ งค์กรศาสนาอสิ ลาม
พ.ศ.
๒๕๔๐

๑.๓
พระราชบญั ญัตสิ สุ านและฌาปนสถาน
พ.ศ.
๒๕๒๘

๑.๔
กฎกระทรวงฉบบั ที่
๔๗
(พ.ศ.
๒๕๔๑)
ออกตามความในพระราชบัญญตั ิให้ใช


ประมวลกฎหมายที่ดนิ
พ.ศ.
๒๔๙๗

๑.๕
หนังสือกรมทด่ี ิน
ท่
ี มท
๐๖๑๒/๔/ว
๑๔๖๔๗
ลงวนั ท
ี่ ๗
กรกฎาคม
๒๕๒๔


เร่อื ง
การขอไดม้ าซง่ึ ที่ดนิ ของนติ ิบคุ คลตามมาตรา
๘๔
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดนิ

๑.๖
หนังสอื กระทรวงมหาดไทย
ที
่ มท
๐๗๑๐/ว
๑๐๑๐
ลงวนั ท่ี
๒๔
มถิ ุนายน
๒๕๓๔


เรื่อง
การขอไดม้ าซงึ่ ที่ดินของนติ ิบคุ คลตามมาตรา
๘๔
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน

๑.๗
หนงั สอื กรมทดี่ นิ
ดว่ นทส่ี ดุ

่ี มท
๐๗๑๐/ว
๐๖๒๓๒
ลงวนั ท
ี่ ๒๔
กมุ ภาพนั ธ

๒๕๔๒


เร่ือง
การยกเว้นภาษเี งินได้และภาษธี รุ กจิ เฉพาะสำหรบั การโอนกรรมสทิ ธิ์หรือสิทธิ


ครอบครองในทด่ี นิ โดยไมม่ คี า่ ตอบแทนใหแ้ กว่ ดั
วดั บาดหลวงโรมนั คาทอลคิ หรอื มสั ยดิ

๑.๘
หนงั สือกรมทด่ี นิ

่ี มท
๐๗๑๐/ว
๐๒๖๗๔
ลงวันท่ี
๒๔
มกราคม
๒๕๔๓


เรอ่ื ง
การขอได้มาซง่ึ ทดี่ ินของนติ บิ คุ คลตามมาตรา
๘๔
แห่งประมวลกฎหมายทีด่ นิ

๑.๙
หนังสือกรมท่ดี ิน
ที่
มท
๐๗๒๘/ว
๑๑๒๔๒
ลงวันท่ี
๑๐
พฤษภาคม
๒๕๔๔


เรอ่ื ง
ความหมายของคำวา่
“ที่ตง้ั ศาสนสถาน”

๑.๑๐
หนังสือกรมทด่ี ิน
ดว่ นมาก

ี่ มท
๐๕๑๕/ว
๘๑๙๐
ลงวนั ที
่ ๒๖
มีนาคม
๒๕๔๖


เรอ่ื ง
การขอได้มาซึ่งท่ดี ินของนติ บิ คุ คลเพ่ือการศาสนา
ตามมาตรา
๘๔
แหง่


ประมวลกฎหมายท่ีดนิ

๑.๑๑
หนงั สอื กรมท่ดี นิ

ี่ มท
๐๕๑๕/ว
๐๐๙๔๕
ลงวันท่ี
๑๓
มกราคม
๒๕๔๙


เรอ่ื ง
แนวทางปฏบิ ตั เิ กี่ยวกับการเรยี กเก็บอากรแสตมป

๑.๑๒
คำสงั่ กระทรวงมหาดไทย
ท่
ี ๙๕/๒๕๔๖
ลงวันท่
ี ๒๐
มนี าคม
๒๕๔๖


เรอ่ื ง
การมอบอำนาจของรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทยให้อธบิ ดีกรมท่ดี ิน




และผวู้ ่าราชการจงั หวดั ปฏิบตั ริ าชการแทน

๑.๑๓
เอกสารแนบท้าย



๒. หลกั เกณฑก์ ารขอไดม้ าซง่ึ ทด่ี นิ ของมสั ยดิ อสิ ลามตามมาตรา ๘๔ แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ

มสั ยดิ ทจ่ี ะขอไดม้ าซงึ่ ทด่ี นิ จะตอ้ งเปน็ มสั ยดิ ทมี่ สี ภาพเปน็ นติ บิ คุ คลตามกฎหมายแลว้




147


. ความหมายของมสั ยดิ

“มัสยิด”
หมายความว่า
สถานท่ีซ่ึงมุสลิมใช้ประกอบศาสนกิจโดยจะต้องมีละหมาดวันศุกร์
เปน็ ปกติ
และเป็นสถานทส่ี อนศาสนาอิสลาม


“อิหม่าม”
หมายความว่า
ผนู้ ำศาสนาอสิ ลามประจำมสั ยิด


“คอเตบ็ ”
หมายความวา่
ผู้แสดงธรรมประจำมสั ยิด


“บิหล่นั ”
หมายความวา่
ผู้ประกาศเชญิ ชวนใหม้ ุสลมิ ปฏบิ ตั ศิ าสนกิจตามเวลา



๔. การทำนิติกรรมแทนมสั ยิด (ผู้แทนมัสยิด)


ในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินของมัสยิดให้คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดมี
มติมอบหมายให้กรรมการอิสลามประจำมัสยิดจำนวนสามคนเป็นผู้แทนประกอบด้วย
อิหม่าม
และกรรมการอ่ืนอีกสองคนเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนมัสยิด
ถ้าอิหม่ามหรือกรรมการไม่
สามารถปฏิบัติหน้าท่ีได
้ ให้แต่งตั้งกรรมการอ่ืนทำหน้าที่แทน
(ตามระเบียบคณะกรรมการ
กลางอิสลามแห่งประเทศไทย
ว่าด้วยการจัดการทรัพย์สินและการจัดหาผลประโยชน์ของ
สำนกั งานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวดั และมสั ยดิ
พ.ศ.
๒๕๔๒)



๕. การขออนญุ าตให้ไดม้ าซงึ่ ท่ดี นิ


รัฐมนตรีได้มอบอำนาจการส่ังอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินของมัสยิดอิสลาม
ตามมาตรา

๘๔
แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ
ดงั น้ี



กรณีทด่ี นิ อยู่ในเขตกรงุ เทพมหานคร
ให้อธิบดีกรมที่ดินเปน็ ผปู้ ฏบิ ตั ิราชการแทน



กรณที ีด่ นิ อยู่ในเขตจังหวัดอน่ื

ใหผ้ วู้ า่ ราชการจงั หวดั เปน็ ผปู้ ฏบิ ตั ริ าชการแทน



กรณที ่เี หน็ ว่าไมค่ วรอนุญาต

ให้เสนอรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย








เพอื่ พิจารณาสัง่ การ



๖. หลกั ฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณากรณมี ัสยิดอสิ ลามขอได้มาซงึ่ ที่ดิน

๖.๑
สำเนาทะเบยี นมสั ยิด
(แบบ
บอ.๒)
หรอื


๖.๒
หนงั สือสำคัญแสดงการจดทะเบียนจดั ตั้งมสั ยิด
(แบบ
บอ.๓)


๖.๓
รายงานการประชุมของคณะกรรมการเก่ียวกับที่ดินท่ีขอได้มาโดยคณะกรรมการท่ี

เข้าประชุมต้องลงนามให้ครบถ้วน
หากใช้รายงานการประชุมแทนหนังสือมอบ
อำนาจให้เจ้าพนักงานท่ีดินส่ังการพร้อมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการมอบอำนาจตาม
ระเบียบด้วย


๖.๔
กรณีขอได้มาซ่ึงท่ีดินเพื่อใช้เป็นที่สุสาน
ต้องมีใบอนุญาตให้จัดต้ังสุสานประกอบการ
พจิ ารณา


๖.๕
บญั ชรี ายรบั -รายจ่าย
การดำเนนิ การในรอบปที ผ่ี ่านมา


148

๖.๖

บญั ชีที่ดนิ เดมิ ท่ีมัสยิดได้รับอนญุ าตแลว้
พร้อมแจง้ การใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว


๖.๗
สำเนาหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินแปลงท่ีขออนุญาตและแปลงท่ีมัสยิดถือครองอย
ู่

หากได้มาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
ให้ใช้สำเนาใบไต่สวน
สำเนาแบบ
บันทึกการสอบสวนสิทธิและพิสูจน์การทำประโยชน
์ เพื่อออกหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์ตามมาตรา
๕๘
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
(น.ส.
๑)
หรือ
(น.ส.

ก.)

ประกอบเรอ่ื งพจิ ารณา


๖.๘
กรณีเป็นการขยายพ้ืนที่เดิมหรือเป็นทางเข้าออกให้แสดงแผนผังการต่อรูปแผนที่
ทด่ี ินเดิมกับท่ีดินแปลงที่ขอใหม่ใหช้ ดั เจน


๖.๙
หลักฐานของผู้โอน
เช่น
สำเนาบัตรประจำตวั ประชาชน
ทะเบียนสมรส
ใบสำคัญการ
หย่า
ใบมรณบตั ร
ฯลฯ


๖.๑๐
หนังสือยนิ ยอมใหท้ ำนติ ิกรรมของคู่สมรส
ท้งั ชอบและมชิ อบดว้ ยกฎหมาย
ถ้าเป็นสนิ
ส่วนตวั ให้แนบหลักฐานประกอบ
และกรณีเป็นโสดใหบ้ ันทึกโสด


๖.๑๑
หนงั สือมอบอำนาจให้ทำนติ ิกรรม
(ถ้ามี)


๖.๑๒
หลกั ฐานการปดิ ประกาศ
(ถา้ มี)


๖.๑๓
สำเนาคำพิพากษาหรือคำส่ังศาล
และหลักฐานแสดงว่าคดีถึงท่ีสุด
ในกรณีโอนตาม
คำพิพากษาหรือคำสั่งศาล



๗. ข้ันตอนการดำเนินการของเจ้าหน้าท่ี


ให้ดำเนินการตามหนังสือกรมที่ดิน

ี่ มท
๐๕๑๕/ว
๘๑๙๐
ลงวันท
่ี ๒๖
มีนาคม

๒๕๔๖
ดงั น้ี


๗.๑
กรณที ด่ี ินอยู่ในเขตกรงุ เทพมหานคร



๗.๑.๑
เมื่อมีการย่ืนคำขอให้ได้มาซึ่งท่ีดินของมัสยิดอิสลาม
ตามมาตรา
๘๔
แห่ง
ประมวลกฎหมายท่ดี ิน
เชน่
รับให
้ ซ้ือ
รบั มรดก
ไดม้ าโดยการครอบครอง
ออกหนงั สือแสดง
สิทธิในท่ีดิน
ฯลฯ
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานและสอบสวนบันทึกถ้อยคำผู้ขอตาม
แบบที่กำหนดในหนังสือกรมท่ีดิน

่ี มท
๐๗๑๐/ว
๐๒๖๗๔
ลงวันท่ี
๒๔
มกราคม
๒๕๔๓

(ปรากฏตามเอกสารแนบท้าย)



๗.๑.๒
เมื่อเห็นว่าอยู่ในหลักเกณฑ์ท่ีจะดำเนินการให้ได้
ให้สำนักงานท่ีดินท่ีรับคำขอ
ประสานงานกับผู้อำนวยการเขตท่ีท่ีดินตั้งอยู่เพื่อออกไปทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าที่ดินดัง
กล่าวมีสภาพเหมาะสมกับการประกอบศาสนกิจหรือไม
่ เพียงใด
โดยให้แสดงความเห็นพร้อม
ท้ังเหตุผลในการให้ความเห็นประกอบการพิจารณา
ตามนัยหนังสือกระทรวงมหาดไทย
ท่ี
มท

๐๗๑๐/ว
๑๐๑๐
ลงวนั ท่
ี ๒๔
มถิ ุนายน
๒๕๓๔



๗.๑.๓
เมื่อได้รับผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง
และความเห็นพร้อมท้ังเหตุผลในการ
ให้ความเห็นจากผู้อำนวยการเขตแล้ว
ให้สำนักงานท่ีดินกรุงเทพมหานครส่งเรื่องให้กรมที่ดิน
เพอื่ พิจารณาเสนอขออนญุ าตรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย


149

๗.๑.๔
เม่ือกรมท่ีดินรับเรื่องแล้วให้เจ้าหน้าที่พิจารณาเสนออธิบดีในฐานะปฏิบัติ
ราชการแทนรฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยส่งั อนุญาต



๗.๑.๕
กรณีตรวจสอบพบว่ามีการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน
หรือได้จดทะเบียน
สิทธิและนิติกรรมให้มัสยิดฯรับโอนท่ีดินไป
โดยไม่ได้ขออนุญาตจากรัฐมนตรีฯ
ให้แจ้งมัสยิด
ดำเนินการยื่นคำขอให้ได้มาซ่ึงท่ีดินดังกล่าวตาม
๗.๑.๑
-
๗.๑.๓
และให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่
เก่ียวข้องชี้แจงเหตุผลที่ได้ดำเนินการจดทะเบียนหรือออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไปโดยไม่ได้
รับอนุญาตแล้วสรุปเรื่องเสนออธิบดีในฐานะปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีฯ
เพ่ือพิจารณาส่ัง
อนญุ าตยอ้ นหลงั ให้เปน็ การถกู ตอ้ ง



๗.๑.๖
เมอ่ื มีคำสง่ั อนญุ าตแลว้
ให้ส่งเร่ืองคืนสำนกั งานทดี่ นิ กรงุ เทพมหานคร



๗.๑.๗
ให้พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ส่งหนงั สอื แจง้ ผู้ขอเพ่ือให้ไปดำเนนิ การต่อไป



๗.๑.๘
เม่ือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน
หรือจดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรมให้มัสยิดรบั โอนท่ีดิน
หรอื ส่ังอนญุ าตย้อนหลงั แลว้
ให้รายงานกรมทด่ี ินทราบ
เพอื่
จะได้แก้ไขทะเบยี นทด่ี ินทางสว่ นกลางให้ถกู ต้องตรงกนั ตอ่ ไป


๗.๒
กรณที ีด่ นิ อยู่ในเขตจังหวัดอืน่



๗.๒.๑
เมื่อมีการย่ืนคำขอได้มาซึ่งที่ดินของมัสยิดอิสลาม
ตามมาตรา
๘๔
แห่ง
ประมวลกฎหมายทด่ี นิ
เช่น
รับให
้ ซ้อื
รบั มรดก
ไดม้ าโดยการครอบครอง
ออกหนงั สือแสดง
สิทธิในที่ดิน
ฯลฯ
ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีตรวจสอบหลักฐานและสอบสวนบันทึกถ้อยคำผู้ขอตาม
แบบทกี่ ำหนดในหนังสือกรมท่ดี ิน
ที่
มท
๐๗๑๐/ว
๐๒๖๗๔
ลงวนั ท่
ี ๒๔
มกราคม
๒๕๔๓



๗.๒.๒
เม่ือเห็นว่าอยู่ในหลักเกณฑ์ท่ีจะดำเนินการให้ได้
ให้สำนักงานท่ีดินท่ีรับคำขอ
ประสานงานกับนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำก่ิงอำเภอท้องท่ีซ่ึงที่ดินต้ังอยู่
เพ่ือออกไปทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าท่ีดินดังกล่าวมีสภาพเหมาะสมกับการประกอบศาสน
กิจหรือไม่เพียงใด
โดยให้แสดงความเห็นพร้อมท้ังเหตุผลในการให้ความเห็นประกอบการ
พิจารณา
ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย
ท่
ี มท
๐๗๑๐/ว
๑๐๑๐
ลงวันท่ี
๒๔
มิถุนายน

๒๕๓๔



๗.๒.๓
เม่ือได้รับผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความเห็นพร้อมท้ังเหตุผลในการให้
ความเหน็ จากอำเภอหรอื กิง่ อำเภอแลว้ ให้ดำเนนิ การดังน
ี้



(๑)
กรณีที่ดินที่อยู่ในเขตพ้ืนที่ความรับผิดชอบของสำนักงานที่ดินจังหวัด
ให้
สำนักงานท่ีดินจังหวัดสอบถามข้อมูลที่ดินที่มีอยู่เดิมไปยังสำนักมาตรฐานการทะเบียนท่ีดิน

กรมท่ีดิน
โดยทางโทรสารตามบัญชีตรวจสอบข้อมูลที่ดินที่มีอยู่เดิมของนิติบุคคลเพื่อการ
ศาสนา
ตามมาตรา
๘๔
แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี ิน
(สง่ิ ท่ีสง่ มาด้วย
๒)
ตามหนงั สอื กรมทีด่ ิน

ดว่ นมาก
ที่
มท
๐๕๑๕/ว
๘๑๙๐
ลงวันท
่ี ๒๖
มนี าคม
๒๕๔๖




(๒)
กรณีที่ดินท่ีอยู่ในเขตพื้นท่ีความรับผิดชอบของสำนักงานท่ีดินจังหวัด
สาขาและสว่ นแยกหรอื สำนกั งานที่ดนิ อำเภอ


150

ให้ส่งเรื่องไปสำนักงานท่ีดินจังหวัดเพื่อให้สำนักงานที่ดินจังหวัดดำเนิน
การสอบถามข้อมลู ท่ดี ินทมี่ อี ยเู่ ดมิ ไปยังสำนกั มาตรฐานการทะเบียนทด่ี ินทางโทรสาร






(๓)
สำนักมาตรฐานการทะเบยี นที่ดนิ ตรวจสอบขอ้ มูลท่ดี ินท่มี ีอยเู่ ดมิ
และส่ง
คนื สำนกั งานทด่ี ินจังหวัดทางโทรสาร




๗.๒.๔
เมื่อสำนักงานท่ีดินจังหวัดได้รับบัญชีตรวจสอบข้อมูลที่ดินที่มีอยู่เดิมจาก
สำนักมาตรฐานการทะเบียนท่ีดินแล้วให้เสนอเร่ืองต่อผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะปฏิบัติ
ราชการแทนรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทยเพอ่ื พจิ ารณาสงั่ การ



๗.๒.๕
กรณีตรวจสอบพบว่ามีการออกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดิน
หรือได้จดทะเบียน
สิทธิและนิติกรรมให้มัสยิดรับโอนท่ีดินไปโดยไม่ได้ขออนุญาตจากรัฐมนตรีฯ
ให้แจ้งมัสยิด
ดำเนินการยืน่ คำขอให้ไดม้ าซ่งึ ทดี่ นิ ดงั กลา่ ว
ตาม
๗.๒.๑
-
๗.๒.๓
และใหเ้ จา้ หน้าท่ีทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
ช้ีแจงเหตุผลท่ี ได้ดำเนินการจดทะเบียนหรือออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไปโดยไม่ ได้รับ
อนญุ าต
แล้วสรุปเรื่องเสนอ
ตอ่ ผูว้ า่ ราชการจังหวัดในฐานะปฏิบตั ริ าชการแทนรฐั มนตรฯี
เพ่ือ
พิจารณาส่ังอนญุ าตย้อนหลังให้เป็นการถูกต้องต่อไป



๗.๒.๖
เมอ่ื มคี ำสง่ั อนุญาตแลว้ ใหด้ ำเนนิ การ
ดงั น้




ให้สำนักงานที่ดินจังหวัดรายงานผลการส่ังอนุญาตตามบัญชีรายงานผลการ
สง่ั อนญุ าตของนติ ิบคุ คลเพอื่ การศาสนา
ตามมาตรา
๘๔
แหง่ ประมวลกฎหมายท่ีดนิ
(ส่งิ ทส่ี ง่
มาดว้ ย
๓)
ตามหนังสือกรมทีด่ นิ
ดว่ นมาก

ี่ มท
๐๕๑๕/ว
๘๑๙๐
ลงวันที่
๒๖
มนี าคม
๒๕๔๖

ให้กรมที่ดินทราบภายใน

วัน
นบั แตว่ นั ที่สัง่ อนุญาตแลว้ ผขู้ อมาดำเนินการตอ่ ไป



๗.๒.๗
เม่ือพนักงานเจ้าหน้าท่ีได้แจกหนังสือแสดงสิทธิในท่ีดินหรือจดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรมให้มัสยิดรับโอนที่ดินหรือส่ังอนุญาตย้อนหลังแล้ว
ให้จังหวัดรายงานกรมที่ดิน
ทราบตามบัญชีทะเบียนท่ีดินของนิติบุคคลเพื่อการศาสนา
ตามมาตรา
๘๔
แห่งประมวล
กฎหมายท่ีดิน
(สง่ิ ท่สี ่งมาด้วย
๔)
ตามหนังสอื กรมทดี่ นิ
ด่วนมาก

่ี มท
๐๕๑๕/ว
๘๑๙๐
ลง
วนั ที
่ ๒๖
มนี าคม
๒๕๔๖
เพื่อแก้ไขบญั ชีทะเบยี นทีด่ ินทางส่วนกลางใหถ้ ูกต้องตรงกนั



๘. การขอได้มาซึ่งทด่ี ินของมัสยดิ อสิ ลามประเภทต่าง ๆ

๘.๑
การขอให้ไดม้ าซง่ึ ท่ดี นิ
โดยการรับมรดกตามพินัยกรรม



พจิ ารณาพินยั กรรมวา่ ชอบตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์
หรือไม


๘.๒
การขออนุญาตให้ได้มาซึ่งท่ีดินเพียงบางส่วน
(ไม่เต็มแปลงตามโฉนดท่ีดินหรือ

หนังสอื รบั รองการทำประโยชน์
(น.ส.
๓)
(น.ส.

ก.)
เวน้ การจดทะเบยี นเฉพาะสว่ นหรอื ขอถอื
กรรมสิทธิ์รวม)
ควรให้เจ้าของที่ดินย่ืนคำขอทำการรังวัดแบ่งแยกและจดทะเบียนแบ่งแยกใน
นามเดิมกอ่ น
แล้วจงึ ดำเนนิ การตามขัน้ ตอนต่อไป


๘.๓
การขอให้ได้มาซ่ึงท่ีดินโดยการครอบครองตามมาตรา
๑๓๖๗
แห่งประมวลกฎหมาย
แพง่ และพาณชิ ย์


151

พิจารณาดำเนินการตามหนังสือกรมที่ดิน

่ี มท
๐๖๑๒/๒/ว
๑๕๔๗๖
ลงวันท
ี่ ๑๐

กนั ยายน
๒๕๑๗
เรอ่ื ง
หารอื เกี่ยวกบั การจดทะเบยี น
(ตอบขอ้ หารือจังหวดั ปราจนี บรุ ี)


๘.๔
การขอให้ได้มาซง่ึ ท่ดี ินตามมาตรา
๑๓๘๒
แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย



พจิ ารณาจากคำพิพากษาหรอื คำสั่งศาลอนั ถงึ ทส่ี ดุ แสดงวา่ มกี รรมสิทธิ์ในทีด่ ินและตาม
กฎกระทรวงฉบบั ท
่ี ๗
(พ.ศ.
๒๔๙๗)
ออกตามความในพระราชบัญญตั ใิ ห้ใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดนิ
พ.ศ.
๒๔๙๗


๘.๕
การขอให้ได้มาซึง่ ที่ดนิ โดยการขอรับโอนตามคำส่งั ศาลหรอื โอนตามคำพพิ ากษา



พจิ ารณาวา่ ศาลมคี ำสง่ั ถึงท่สี ุดแลว้ และมหี ลกั ฐานหนังสอื แสดงว่าคดถี ึงทส่ี ุดแลว้


๘.๖
การขอให้ไดม้ าซึง่ ทีด่ ินโดยการโอนให้ตัวการ
ตามมาตรา
๗๙๗
แหง่ ประมวลกฏหมาย
แพ่งและพาณิชย



พิจารณาให้ได้ข้อเท็จจริงว่าขณะที่ตัวแทนรับโอนที่ดินไว้แทนมัสยิดน้ัน
มัสยิดจะต้องมี
สภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายอยู่แล้ว
และการรับโอนท่ีดินไว้แทนนั้นจะต้องเป็นไปตาม
เจตนาของผู้โอน
ด้วยว่ามีความประสงค์จะโอนให้แก่มัสยิดจริง
แต่เนื่องจากมีเหตุขัดข้องไม่
สามารถโอนใหแ้ กม่ สั ยดิ ในขณะนัน้ ได
้ จึงโอนลงชอื่ ตวั แทนไว้ก่อน


๘.๗
การขอให้ได้มาซึง่ ทีด่ ินโดยการรงั วัดออกโฉนดท่ดี นิ



(๑)
กรณีมัสยิดย่ืนคำขอหรือนำรังวัดออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน
์ (น.ส.
๓)(น.ส.

ก.)
สำหรบั ทด่ี นิ ท่ีได้มาภายหลงั วนั ท่ปี ระมวลกฎหมายที่ดนิ ใชบ้ ังคับ

เม่ือพนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอสอบสวน
และดำเนินการตามขั้นตอนต่าง

เช่นเดียวกับกรณี
มัสยิดขอได้มาซึ่งท่ีดินในข้อ

ทุกประการแล้ว
ก่อนแจกโฉนดท่ีดินหรือหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน



กรณที ี่ดินอยู่ในเขตกรงุ เทพมหานคร
ตอ้ งเสนออธิบดกี รมทีด่ นิ ในฐานะ









ปฏบิ ตั ริ าชการแทนรฐั มนตรีวา่ การ









กระทรวงมหาดไทยเป็นผูพ้ ิจารณาสงั่ การ



กรณีท่ีดนิ อยู่ในเขตจงั หวดั อนื่

ตอ้ งเสนอผูว้ า่ ราชการจงั หวัดในฐานะ









ปฏิบัตริ าชการแทนรฐั มนตรีว่าการ









กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้พิจารณาส่งั การ



(หนังสอื กรมทีด่ นิ
ที่

๐๖๑๒/๔/ว
๑๔๖๔๗
ลงวนั ท่ี

กรกฎาคม
๒๕๒๔
และด่วน
มาก
ท่ี
มท
๐๕๑๕/ว
๘๑๙๐
ลงวันท
ี่ ๒๖
มนี าคม
๒๕๔๖)



(๒)
กรณีขอออกโฉนดที่ดินท่ีงอก
หากท่ีงอกเป็นท่ีดินเกิดหลังประมวลกฎหมายท่ีดิน
ต้องพจิ ารณาดำเนนิ การตาม
๘.๗
(๑)


152


Click to View FlipBook Version