253
254
255
256
257
258
259
260
261
262
263
264
265
266
267
268
269
270
271
272
273
274
275
276
277
278
279
280
281
282
283
284
285
286
287
288
289
290
291
292
293
294
(สำเนา)
ที
่ มท
๐๕๑๕/ว
๒๔๓๙๙
กรมท่ดี นิ
ถนนพระพพิ ธิ
กทม.
๑๐๒๐๐
๑๐
กนั ยายน
๒๕๕๐
เรอื่ ง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและภาษีอากรจากการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
กรณีการควบรวมกิจการ
ตามแผนพัฒนาระบบสถาบนั การเงิน
เรียน ผู้ว่าราชการจงั หวดั
ทกุ จงั หวดั
อ้างถึง หนงั สือกรมท่ดี ิน
ด่วนท่ีสดุ
ท
่ี มท
๐๕๑๕/ว
๒๑๕๒๗
ลงวนั ท
ี่ ๑
สงิ หาคม
๒๕๔๙
ส่ิงทสี่ ่งมาด้วย
สำเนาหนงั สอื กรมสรรพากร
ท
ี่ กค
๐๗๐๖/๘๐๒๒
ลงวนั ท
่ี ๑๔
สงิ หาคม
๒๕๕๐
ตามหนังสือท่ีอ้างถึง
กรมท่ีดินได้แจ้งผลการพิจารณาของกรมสรรพากรเก่ียวกับ
การยกเว้นภาษีอากรกรณีการควบรวมกิจการ
ตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
ตาม
พระราชกฤษฎกี าการออกตามความในประมวลรษั ฎากรวา่ ดว้ ยการยกเวน้ รษั ฏากร
(ฉบบั ท
ี่ ๔๕๓)
พ.ศ.
๒๕๔๙
ว่า
กรณีสถาบันการเงินได้กระทำการควบเข้ากันหรือโอนกิจการท้ังหมดหรือบาง
สว่ นใหแ้ กก่ ันระหว่างวนั ท่ี
๖
มกราคม
๒๕๔๗
ถงึ วนั ท่ี
๓๑
กรกฎาคม
๒๕๔๙
แลว้
แมก้ ารโอน
กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์หรือห้องชุดจะมีการจดทะเบียนภายหลังวันท่ี
๓๑
กรกฎาคม
๒๕๔๙
สถาบันการเงินผู้โอนก็ยังคงได้รับสิทธิยกเว้นภาษีอากรตามพระราช
กฤษฎีกาฯ
ซึ่งแตกต่างจากการลดคา่ ธรรมเนยี มการจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรมตามประกาศ
กระทรวงมหาดไทย
ลงวนั ท
่ี ๒๒
มีนาคม
๒๕๔๙
ท่ีกำหนดให้เรียกเกบ็ รอ้ ยละ
๐.๐๑
เฉพาะการ
จดทะเบียนโอนและการจดทะเบยี นจำนองทก่ี ระทำระหวา่ งวนั ท
ี่ ๖
มกราคม
พ.ศ.
๒๕๔๗
ถงึ วนั ท
่ี
๓๑
กรกฎาคม
พ.ศ.
๒๕๔๙
เท่าน้นั
เม่ือพน้ วันท่ี
๓๑
กรกฎาคม
๒๕๔๙
ไปแลว้
ผขู้ อจดทะเบยี น
ยอ่ มตอ้ งเสียคา่ ธรรมเนียมตามปกต
ิ นน้ั
บัดน้
ี มีข้อหารือเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีอากรตามพระราชกฤษฎีกาฯ
และลด
หย่อนค่าธรรมเนียมตามประกาศกระทรวงมหาดไทยข้างต้น
ว่าจำเป็นหรือไม่ที่สถาบันการเงิน
(ผู้โอน)
ท่คี วบเข้ากนั หรอื โอนกิจการทงั้ หมดหรอื บางสว่ นใหแ้ กก่ ันตามแผนพัฒนาระบบสถาบนั
การเงินจะต้องมีสถานะเป็นสถาบันการเงินอยู่ในขณะจดทะเบียนโอนทรัพย์สินหรือสิทธิการรับ
จำนองในหลักประกันให้แก่กัน
จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรและค่าธรรมเนียม
ดงั กลา่ ว
295
กรมท่ีดินพิจารณาแล้วเห็นว่า
แม้ขณะนี้การลดค่าธรรมเนียมตามประกาศ
กระทรวงมหาดไทยข้างตน้ จะสน้ิ สุดลงไปแล้วเมื่อวนั ที
่ ๓๑
กรกฎาคม
๒๕๔๙
แตเ่ พ่อื เปน็ ขอ้ มูล
ประกอบการพิจารณาหากมีกรณีขอคืนค่าธรรมเนียม
ประกอบกับภาษีอากรยังคงยกเว้นอยู่
ตามพระราชกฤษฎกี าฯ
ขา้ งตน้
จึงขอเรยี นผลการพจิ ารณาของกรมทีด่ ินและกรมสรรพากรมา
เพ่ือทราบว่า
ถ้าสถาบันการเงินได้ควบเข้ากันหรือโอนกิจการท้ังหมดหรือบางส่วนให้แก่กันตาม
แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินที่คณะรัฐมนตรีรับทราบเมื่อวันท
่ี ๖
มกราคม
พ.ศ.
๒๕๔๗
เฉพาะการควบเขา้ กนั หรอื การโอนกจิ การดงั กลา่ วที่ไดก้ ระทำระหวา่ งวนั ท
ี่ ๖
มกราคม
พ.ศ.
๒๕๔๗
ถึงวันที่
๓๑
กรกฎาคม
พ.ศ.
๒๕๔๙
หากมีการจดทะเบียนโอนและจดทะเบียนจำนอง
ใน
ระหวา่ งวนั ท
ี่ ๖
มกราคม
พ.ศ.
๒๕๔๗
ถงึ วนั ท
ี่ ๓๑
กรกฎาคม
พ.ศ.
๒๕๔๙
สถาบนั การเงนิ จะไดร้ บั
ยกเวน้ ภาษอี ากรตามมาตรา
๕
และมาตรา
๖
แหง่ พระราชกฤษฎกี าฯ
(ฉบบั ท
ี่ ๔๕๓)
พ.ศ.
๒๕๔๙
และได้รับลดค่าธรรมเนียมตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ
แต่หากเป็นการจดทะเบียนเมื่อ
พน้ จากวันท่
ี ๓๑
กรกฎาคม
พ.ศ.
๒๕๔๙
ไปแล้ว
จะไดร้ บั สทิ ธิเฉพาะการยกเวน้ ภาษีอากรตาม
พระราชกฤษฎีกาฯ
ข้างต้นเท่านั้น
ท้ังน้ี
ไม่ว่าในขณะจดทะเบียนโอนทรัพย์สินหรือจด
ทะเบียนโอนสทิ ธกิ ารรบั จำนอง
สถาบันการเงนิ น้นั จะไม่มสี ถานะเปน็ สถาบนั การเงินแล้วก็ตาม
จงึ เรียนมาเพือ่ โปรดทราบ
และสั่งใหเ้ จ้าหน้าท่ีทด่ี ินทราบและถือปฏบิ ตั ิตอ่ ไป
สำนกั มาตรฐานการทะเบียนทด่ี นิ
ขอแสดงความนบั ถือ
โทร.
๐
๒๒๒๒
๖๑๙๖
โทรสาร.
๐
๒๒๒๑
๓๘๗๓
โทร.
(มท)
๕๐๘๐๑
-
๑๒
ต่อ
๒๒๕
(ลงชื่อ)
ชยั ฤกษ์ ดษิ ฐอำนาจ
(นายชัยฤกษ
์ ดิษฐอำนาจ)
อธบิ ดกี รมที่ดิน
296
(สำเนา)
ที่
กค
๐๗๐๖/
๘๐๒๒
กรมสรรพากร
๙๐
ซอยพหลโยธนิ
๗
ถนนพหลโยธนิ
แขวงสามเสนใน
เขตพญาไท
กท.
๑๐๔๐๐
๑๔
สิงหาคม
๒๕๕๐
เรือ่ ง การยกเว้นภาษีอากร
กรณีสถาบันการเงินควบเข้ากันหรือโอนกิจการให้แก่กันตาม
แผนพฒั นาระบบสถาบนั การเงิน
เรียน อธบิ ดีกรมทดี่ ิน
อา้ งถึง หนังสอื ท่ี
มท
๐๕๑๕/๑๓๔๒๕
ลงวันท
ี่ ๑๔
ธนั วาคม
๒๕๔๙
ตามหนังสือท่ีอ้างถึง
กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือถึงกระทรวงการคลังเพ่ือ
ขอทราบความเห็นของกรมสรรพากร
เก่ียวกบั การควบรวมกิจการตามแผนพัฒนาระบบสถาบัน
การเงินว่า
จำเป็นหรือไม่ท่ีสถาบันการเงินที่ควบเข้ากันหรือโอนกิจการท้ังหมดหรือบางส่วนให้
แก่กันตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินจะต้องมีสถานะเป็นสถาบันการเงินอยู่ในขณะ
จดทะเบียนโอนทรัพย์สินหรือสิทธิการรับจำนองในหลักประกันให้แก่กัน
จึงจะได้รับยกเว้นภาษี
อากรตามพระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร
(ฉบับที
่ ๔๕๓)
พ.ศ.
๒๕๔๙
ดงั ความละเอียดแจ้งอย่แู ล้ว
นนั้
กรมสรรพากรขอเรียนว่า
กรณีสถาบันการเงินควบเข้าหากันหรือโอนกิจการให้แก่
กันตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินที่คณะรัฐมนตรีรับทราบเมื่อวันท
่ี ๖
มกราคม
พ.ศ.
๒๕๔๗
เฉพาะการควบเข้ากันหรือการโอนกิจการที่ได้กระทำระหว่างวันท
ี่ ๖
มกราคม
พ.ศ.
๒๕๔๗
ถึงวันที
่ ๓๑
กรกฎาคม
พ.ศ.
๒๕๔๙
สถาบันการเงินจะได้รับยกเว้นภาษีอากรตาม
มาตรา
๕
และมาตรา
๖
แหง่ พระราชกฤษฎีกาฯ
(ฉบับท
่ี ๔๕๓)
พ.ศ.
๒๕๔๙
สำนักกฎหมาย
ขอแสดงความนับถือ
กลุ่มกฎหมาย
๑
โทร.
๐-๒๒๗๒-๘๒๘๗-๘
(ลงชื่อ)
ไพฑูรย์ พงษเ์ กษร
(นางไพฑูรย์
พงษเ์ กษร)
รองอธิบดี
ปฏิบตั ริ าชการแทน
อธบิ ดกี รมสรรพากร
297
(สำเนา)
ด่วนมาก
ท่ี
มท
๐๕๑๕/ว
๒๕๔๑๐
กรมท่ีดิน
ถนนพระพิพธิ
กทม.
๑๐๒๐๐
๑๙
กนั ยายน
๒๕๕๐
เร่ือง การสำรวจข้อมูลการถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าวและนิติบุคคลซึ่ง
กฎหมายถอื วา่ เป็นคนตา่ งด้าว
เรยี น ผูว้ ่าราชการจงั หวัด
ทุกจังหวดั
อา้ งถงึ หนงั สือกรมทด่ี นิ
ท
ี่ มท
๐๖๑๐/ว
๑๑๓๔๗
ลงวนั ท่ี
๑๘
พฤษภาคม
๒๕๓๘
สิ่งทสี่ ่งมาด้วย
แบบรายงานการถอื กรรมสทิ ธ์ิในห้องชุดของคนต่างดา้ วและนติ บิ คุ คลซึง่
กฎหมายถอื วา่ เปน็ คนตา่ งด้าว
ตามที่ได้ส่งระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยทะเบียนควบคุมการถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดใน
สว่ นของบคุ คลตา่ งดา้ ว
พ.ศ.
๒๕๓๘
ใหเ้ จ้าหนา้ ท่ที ราบและถอื ปฏบิ ัติแลว้
นัน้
เนอ่ื งจากคณะกรรมการกฤษฎีกา
ขอให้กรมท่ีดนิ สำรวจขอ้ มลู การถอื กรรมสทิ ธิ์ใน
ห้องชุดของคนต่างด้าวและนิติบุคคลซ่ึงกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวเพื่อเป็นข้อมูลประกอบ
การพิจารณาแก้ไขมาตรา
๑๙
แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุดฯ
จึงขอให้จังหวัดส่ังพนักงาน
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่า
ปัจจุบันมีอาคารชุดใด
ซ่ึงมีคนต่างด้าวและนิติบุคคลซ่ึงกฎหมายถือว่า
เป็นคนต่างด้าว
ถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดมีจำนวนก่ีราย
คิดเป็นอัตราร้อยละเท่าไรของเนื้อที่
ห้องชดุ ทัง้ หมดในอาคารชุดนน้ั
ๆ
แล้วรายงานให้กรมท่ดี นิ ทราบตามแบบรายงานทสี่ ่งมาพร้อม
หนงั สอื น
ี้ ภายในวนั ท
่ี ๒๐
ตลุ าคม
๒๕๕๐
และถา้ มกี ารเปลยี่ นแปลงการถอื กรรมสทิ ธ์ใิ นหอ้ งชดุ ของ
คนตา่ งดา้ วและนติ บิ คุ คลดงั กลา่ วอกี เมอื่ ใด
กใ็ หร้ วบรวมรายงานใหก้ รมทดี่ นิ ทราบโดยดว่ นดว้ ย
จงึ เรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ
และสงั่ พนกั งานเจา้ หนา้ ทด่ี ำเนนิ การตามนยั ดงั กลา่ วตอ่ ไป
ขอแสดงความนบั ถอื
(ลงชอ่ื )
วา่ ท่ี ร.ต. ขนั ธช์ ัย วจิ กั ขณะ
(ขนั ธช์ ัย
วจิ ักขณะ)
รองอธิบด
ี ปฏบิ ตั ริ าชการแทน
อธบิ ดีกรมท่ีดนิ
สำนกั มาตรฐานการทะเบยี นทีด่ ิน
โทร.
๐
๒๒๒๑
๙๑๘๙,
โทรสาร.
๐
๒๒๒๒
๐๖๒๓,
โทรสาร.
(มท)
๕๐๘๐๑
-
๑๒
ต่อ
๒๓๗
298
แบบรายงานการถอื กรรมสทิ ธิ์ในหอ้ งชุดของคนตา่ งดา้ วและนิตบิ คุ คลซึง่ กฎหมาย
ถือวา่ เป็นคนต่างดา้ ว
สำนักงานทด่ี นิ จงั หวดั ............................................. /สาขา ..............................
ลำดบั ท่ี ชื่อโครงการ อัตราสว่ นร้อยละ จำนวนราย
299
(สำเนา)
ท
ี่ มท
๐๕๑๕/ว
๒๘๙๐๔
กรมที่ดิน
ถนนพระพพิ ิธ
กทม.
๑๐๒๐๐
๑๘
ตลุ าคม
๒๕๕๐
เรอ่ื ง แจง้ รายชื่อบรษิ ทั บริหารสินทรพั ย์รายใหม
่
เรยี น ผู้ว่าราชการจงั หวดั ทุกจงั หวดั
อา้ งถึง หนงั สือกรมทด่ี นิ
ที่
มท
๐๗๑๐/ว
๐๖๘๔๑
ลงวันท่
ี ๓
มนี าคม
๒๕๔๒
ส่งิ ทส่ี ง่ มาด้วย
ภาพถา่ ยใบทะเบียนบรษิ ทั บริหารสนิ ทรพั ย์ของบริษัท
บรหิ ารสินทรัพย
์
แคปปติ อล
เอเซีย
จำกดั
ฉบบั ที
่ ๐๐๑/๒๕๕๐
ลงวันที่
๒๔
กันยายน
๒๕๕๐
ตามหนังสือที่อ้างถึง
กรมท่ีดินได้แจ้งทางปฏิบัติในการจดทะเบียนขายหรือโอน
อสังหาริมทรัพย์อันเป็นสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินไปให้บริษัทบริหารสินทรัพย
์
ว่า
นอกจากหลกั ฐานอนื่ ทผี่ ขู้ อจดทะเบยี นตอ้ งนำมาแสดงแลว้
ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทเี่ รยี กใบทะเบยี น
บริษัทบริหารสินทรัพย์ตามสำเนาตัวอย่างที่ส่งมา
เพื่อเป็นหลักฐานแสดงการจดทะเบียนเป็น
บริษัทบริหารสินทรพั ย
์ และเป็นหลักฐานประกอบการขอรบั สิทธปิ ระโยชน์ตา่ ง
ๆ
ตามพระราช
กำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์
พ.ศ.
๒๕๔๑
นั้น
บัดนี้
ธนาคารแหง่ ประเทศไทยแจ้งวา่
บริษัท
บรหิ ารสินทรพั ย
์ แคปปติ อล
เอเซยี
จำกดั
ไดจ้ ดทะเบียนเป็นบรษิ ทั บรหิ ารสนิ ทรพั ย์กบั ธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว
ทั้งน
ี้ ตามหลกั
ฐานภาพถ่ายใบทะเบียนบริษัทบริหารสินทรัพย์ของบริษัท
บริหารสินทรัพย
์ แคปปิตอล
เอเซีย
จำกัด
ฉบับท่
ี ๐๐๑/๒๕๕๐
ลงวันท
ี่ ๒๔
กันยายน
๒๕๕๐
กรมท่ีดินจึงขอส่งภาพถ่ายใบทะเบียนบริษัทบริหารสินทรัพย์ของบริษัท
บริหาร
สินทรัพย์แคปปิตอล
เอเซีย
จำกัด
มาเพ่ือโปรดทราบ
และสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ดินทราบและถือ
ปฏิบตั ิตามหนงั สือกรมท่ีดนิ ทอ่ี ้างถึงตอ่ ไป
ขอแสดงความนับถือ
(ลงชื่อ)
ชยั ฤกษ์ ดิษฐอำนาจ
(นายชยั ฤกษ์
ดษิ ฐอำนาจ)
อธบิ ดกี รมที่ดิน
สำนักมาตรฐานการทะเบียนท่ดี ิน
โทร.
๐
๒๒๒๒
๖๑๙๖,
โทรสาร.
๐
๒๒๒๑
๓๘๗๓,
โทร.
(มท)
๕๐๘๐๑
-
๑๒
ต่อ
๒๒๕
300
301
(สำเนา)
ท่
ี มท
๐๕๑๕/ว
๓๐๕๔๙
กรมท่ีดนิ
ถนนพระพิพธิ
กทม.
๑๐๒๐๐
๕ พฤศจิกายน
๒๕๕๐
เร่ือง ภาษธี ุรกิจเฉพาะ
กรณีผถู้ กู เวนคนื อสงั หาริมทรพั ยเ์ ปน็ นิตบิ คุ คล
เรียน ผวู้ า่ ราชการจงั หวัด
ทกุ จังหวัด
อา้ งถึง หนังสอื กรมท่ีดิน
ที
่ มท
๐๕๑๕/ว
๒๑๙๒๘
ลงวันท่ี
๑๙
กรกฎาคม
๒๕๔๘
สง่ิ ท่ีสง่ มาดว้ ย
สำเนาหนงั สอื กรมสรรพากร
ท
่ี กค
๐๗๐๖/
๑๐๖๓๗
ลงวนั ท
่ี ๒๒
ตลุ าคม
๒๕๕๐
ตามหนังสือท่ีอ้างถึง
กรมที่ดินได้ซ้อมความเข้าใจทางปฏิบัติในการเรียกเก็บภาษี
ธุรกิจเฉพาะจากการโอนกรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย
์ กรณีผู้ถูกเวนคืน
อสังหาริมทรัพย์เป็นนิติบุคคลและได้รับค่าทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืน
อสังหาริมทรัพย์ว่า
เข้าลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการ
จึงอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
พนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดินมีหน้าที่
ต้องเรียกเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะเพื่อกรมสรรพากรในขณะท่ีมีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ในอัตราร้อยละ
๓.๓
ของรายรับจากค่าทดแทน
ตามหนังสอื กรมสรรพากรท่ี
กค
๐๗๐๖/๔๔๓๗
ลงวันที่
๑
มถิ นุ ายน
๒๕๔๘
ที่ส่งมาด้วย
น้นั
บัดน้ี
ได้มีปัญหาเกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการโอนกรรมสิทธิ์หรือ
สิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์
ที่ผู้ถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เป็นนิติบุคคลและไม่ยอมเสีย
ภาษธี รุ กจิ เฉพาะโดยอา้ งวา่
การโอนท่ีดนิ ภายใต้สภาพบังคับทีต่ อ้ งถูกเวนคนื เช่นนีม้ ีคำพพิ ากษา
ฎีกาท
่ี ๓๕๙๒/๒๕๔๙
วินิจฉัยไว้แล้วว่า
ไม่ใช่การโอนโดยเจตนาหรือเพ่ือประโยชน์ในกิจการ
ของนิติบุคคล
จึงไม่เป็นการขายอสังหารมิ ทรพั ยท์ ่ีเป็นทางคา้ หรือหากำไรที่อยู่ในบังคับตอ้ งเสยี
ภาษีธุรกิจเฉพาะ
ตามมาตรา
๙๑/๒(๖)
แห่งประมวลรัษฎากร
กรมที่ดินจึงส่งเร่ืองให้กรม
สรรพากรพิจารณาและได้รับแจ้งผลการพิจารณาจากกรมสรรพากรตามส่ิงท่ีส่งมาด้วย
สรุปว่า
นิติบุคคลที่ขอจดทะเบียนต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในขณะท่ีมีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
โดยไมอ่ าจอ้างประโยชน์จากคำพิพากษาดงั กล่าวได
้ เน่ืองจากคำพพิ ากษาหรอื คำสัง่ ใด
ๆ
ของ
ศาลในแต่ละคดีย่อมผูกพันเฉพาะคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลท่ีพิพากษาหรือมีคำสั่ง
เท่าน้นั
ไม่มีผลผูกพันบคุ คลภายนอกซึ่งมใิ ช่คู่ความในคดี
302