The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการรจัดการเรียนรู้ วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เล่ม 2) ป.2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ruthairong Srikeaw, 2021-11-25 06:50:16

แผนการรจัดการเรียนรู้ วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เล่ม 2) ป.2

แผนการรจัดการเรียนรู้ วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เล่ม 2) ป.2

แผนการจัดการเรยี นรู้

วชิ า วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวิชา ว12101 (เลม่ 2)
ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี�วดั

กล่มุสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข�นั พื�นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ระดับชน� ั ประถมศกึ ษาปีที� 2
นางสาวฤทยั รงค์ ศรีแก้ว
ตาํ แหน่ง ครูผู้ช่วย

โรงเรียนบ้านบาตนั (ฟลอยด์รอสอนุสรณ์)
สํานักงานเขตพืน� ทกี� ารศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1

สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข�นั พืน� ฐาน

แผนการจัดการเรยี นรู้

วชิ า วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวิชา ว12101 (เลม่ 2)
ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี�วดั

กล่มุสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข�นั พื�นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ระดับชน� ั ประถมศกึ ษาปีที� 2
นางสาวฤทยั รงค์ ศรีแก้ว
ตาํ แหน่ง ครูผู้ช่วย

โรงเรียนบ้านบาตนั (ฟลอยด์รอสอนุสรณ์)
สํานักงานเขตพืน� ทกี� ารศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1

สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข�นั พืน� ฐาน

คาํ นาํ

แผนการจดั การเรยี นรู วิชา วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี เลม 2 ของระดบั ช�ันประถมศกึ ษาปท�ี 2
น�ี ประกอบดวย 3 หนวยการเรียนรู้ ไดแก ได้แก่ ดิน วตั ถุและสมบัติของวตั ถุ และวสั ดุผสม ซง�ึ แต
ละหนวยการเรยี นรูจ้ ะมุงเนนใหผูเรียนไดเรยี นรูวิทยาศาสตรผานการสบื เสาะหาความรมู้ กี ารทาํ กจิ
กรรมดวยการลงมอื ปฏิบตั เิ พื�อใหผูเรยี นไดใชทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร นําความรใู ชในการ
ดํารงชวี ติ และรูเ ทาทันการเปลี�ยนแปลงของโลกได

ผูจดั ทาํ หวงั เปนอยางยิ�งวาแผนการจดั การเรยี นรู วิชา วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี เลม 2
ของระดบั ช�ันประถมศกึ ษาปที� 2 น�ี จะเปนประโยชนตอครผู ูสอนในการนําไปใชจัดการเรยี นร้ใู ห้
กับนักเรยี น เพือ� เพิ�มประสิทธิภาพการจดั การเรยี นรขู องครแู ละการเรยี นรขู องนกั เรยี นใหส ูงข�ึนตอ ไป

ขอบคุณผูท รงคุณวฒุ ิ ผบู รหิ ารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก ครู อาจารย และทุกทา นที�มีสว นเกีย� วขอ ง
กบั การจดั ทาํ เอกสารมา ณ โอกาสนี�

ฤทยั รงค์ ศรแี กว้
ผ้จู ดั ทาํ

สารบญั

หน้า
คาแนะนาสาหรบั ครผู ้สู อน ...........................................................................................................................1-4
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ...........................................................................................................5-7
โครงสร้างการจัดกจิ กรรมการเรยี นรกู้ ล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2..8
แนวทางการจดั หน่วยการเรียนรู้......................................................................................................................9
โครงสร้างรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร)์ ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2..................... 10-12
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3 ดิน ............................................................................................................................13

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ดั ................................................................................................................14
ลาดับการนาเสนอแนวคิดหลกั ..................................................................................................................15
ตวั อยา่ งโครงสร้างของแผนการจดั การเรียนรู้ ............................................................................................16
หน่วยยอ่ ยท่ี 1 สว่ นประกอบ ลักษณะ สมบตั ิ และประโยชนข์ องดิน ............................................... 17-19

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1-4 สว่ นประกอบของดนิ .......................................................................... 20-46
เฉลยใบงาน .................................................................................................................................... 47-54
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5-12 ลกั ษณะและสมบัติบางประการของดนิ ..........................................55-114
เฉลยใบงาน .............................................................................................................................. 115-128
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 13-15 ประโยชนข์ องดิน .....................................................................129-146
เฉลยใบงาน ................................................................................................................................147-150

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 วตั ถแุ ละสมบัติของวสั ดุ ........................................................................................151
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชี้วัด..............................................................................................................152
ลาดับการนาเสนอแนวคดิ หลกั ................................................................................................................153
ตัวอยา่ งโครงสรา้ งของแผนการจัดการเรยี นรู้ ..........................................................................................154
หน่วยยอ่ ยที่ 1 การดดู ซับนา้ ของวัสดแุ ละการใช้ประโยชน์.........................................................155-156
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 16-18 สมบัตกิ ารดดู ซับน้าของวัสดุ ......................................................157-180

เฉลยใบงาน .............................................................................................................................. 181-187
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 19-23 การทาวัตถโดยใช้สมบตั ิการดูดซบั นา้ ...................................... 188-223
เฉลยใบงาน ................................................................................................................................224-231
หนว่ ยย่อยท่ี 2 วสั ดุผสม...............................................................................................................232-233
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 24-27 สมบตั ขิ องวสั ดทุ ีผ่ สมกนั .........................................................234-262
เฉลยใบงาน .............................................................................................................................. 263-268
หน่วยยอ่ ยที่ 2 การทาวตั ถโุ ดยใชส้ มบัติของวัสดุ ........................................................................269-270
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 28-30 การทาวตั ถุในการใช้งานตามวัตถุประสงค์ ................................271-289
เฉลยใบงาน.................................................................................................................................290-294
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 31-33 การนาวสั ดุท่ีใชแ้ ลว้ กลบั มาใช้ใหม่ .........................................295-313
เฉลยใบงาน ...............................................................................................................................314-320
เฉลยแบบทดสอบ ........................................................................................................................... 321-326
บรรณานกุ รม..............................................................................................................................................327

1

คำแนะนำสำหรบั ครผู สู้ อน

1. แนวคดิ หลกั

การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มุ่งให้ผู้เรียนมีความสามารถเข้าใจเนื้อหาสาระวิทยาศาสตร์และ
นาความรู้ไปอธิบายหรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะต่าง ๆ เช่น
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะการคิดสร้างสรรค์ ทักษะ
การแก้ปัญหา ทักษะการเขียน ทักษะการอ่าน นอกจากน้ีในการจัดกิจกรรมยังมุ่งเน้นการเรียนรู้รวมกัน
เป็นกลุ่ม ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ร่วมกันคิด ปรึกษาหารือ อภิปราย แก้ปัญหา แสดงความคิดเห็น
สะท้อนความคิด และได้นาเสนอผลการทากิจกรรม ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาท้ังความรู้ ทักษะกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละทกั ษะอน่ื ๆ รวมทงั้ คุณธรรม จรยิ ธรรมอีกด้วย ในการจัดกลุ่มอาจจัดเป็นกลุ่ม 2 คน หรือ
กลุ่ม 4-6 คน หรืออาจจัดกิจกรรมร่วมกันท้ังช้ันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
นัน้ ๆ

ในการดาเนินกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ส่ิงสาคัญท่ีผู้สอนควรคานึงถึงเป็นอันดับแรกคือ
ความรู้พื้นฐานของผู้เรียน ผู้สอนอาจทบทวนหรือตรวจสอบความรู้เดิมของผู้เรียนโดยใช้คาถามหรือกลวิธี
ต่าง ๆ ท่ีกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนและนาไปสู่การเรียนรู้เนื้อหาใหม่ ขั้นการสอนเนื้อหาใหม่ ผู้สอนอาจ
กาหนดสถานการณ์ท่เี ชือ่ มโยงกับเรื่องราวในข้ันทบทวนความรู้หรือมีคาถาม และมีกิจกรรมให้นักเรียนได้ลงมือ
ปฏิบัติด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (inquiry) ในการค้นหาคาตอบท่ีสงสัยด้วยตนเอง ผู้สอนมีบทบาท
เป็นผู้ให้อิสระทางความคิดกับผู้เรียน คอยสังเกต ตรวจสอบความเข้าใจและคอยให้ความช่วยเหลือและ
คาแนะนาอย่างใกล้ชดิ

ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ผู้สอนควรให้ผู้เรียนแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มได้นาเสนอแนวคิด
เพราะผู้เรยี นมโี อกาสแสดงแนวคดิ เพิม่ เตมิ ร่วมกัน ซกั ถาม อภปิ รายข้อขัดแย้งด้วยเหตุและผล ผู้สอนมีโอกาส
เสริมความรู้ ขยายความรู้หรือสรุปประเด็นสาคัญของสาระที่นาเสนอนั้น ทาให้การเรียนรู้ขยายวงกว้างและ
ลึกมากขึ้น สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ นอกจากนี้ยังทาให้ผู้เรียนเกิดเจตคติที่ดี มีความภูมิใจ
ในผลงาน เกิดความรู้สึกอยากทา กล้าแสดงออก และจดจาสาระที่ตนเองได้ออกมานาเสนอได้นาน รวมทั้ง
ฝึกการเปน็ ผนู้ า ผตู้ าม รับฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่ืน

2. กระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้

การนาชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรไู้ ปใช้ ครคู วรเตรยี มตวั ล่วงหน้า ดงั น้ี

1. ศึกษาโครงสร้างชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพ่ือให้ทราบว่าตลอดท้ังปีการศึกษา นักเรียนต้อง
เรียนรู้ทั้งหมดกีห่ น่วย แตล่ ะหน่วยมหี น่วยย่อยอะไรบา้ ง ใช้เวลาสอนกี่ชว่ั โมง และมีก่ีแผน

2

2. ศึกษาโครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ ว่าแต่ละหน่วยการเรียนรู้มีเนื้อหาอะไรบ้าง เน้ือหาละก่ีชั่วโมง
ซง่ึ จะช่วยให้ครูผูส้ อนมองเห็นภาพรวมของการสอนในหน่วยดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

3. ศึกษาแนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งอยู่หน้าแผนแต่ละแผน เป็นการสรุปแนวการจัดกิจกรรม
ในแตล่ ะขน้ั ตอนการสอน ทาใหค้ รมู องเหน็ ภาพรวมของการจัดการเรียนรูใ้ นช่ัวโมงนัน้ ๆ

4. ศึกษาแผนการจัดการเรยี นรู้ ตามหวั ข้อต่อไปนี้
4.1 ขอบเขตเนอื้ หา เป็นเน้อื หาที่นักเรียนตอ้ งเรยี นรูใ้ นแผนที่กาลังศกึ ษา
4.2 สาระสาคัญ เป็นความคิดรวบยอดหรือหลักการท่ีนักเรียนควรจะได้หลังจากได้เรียนรู้ตามแผน

ที่กาหนด
4.3 จุดประสงค์การเรียนรู้ แบ่งเป็นด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และ

ดา้ นคณุ ธรรม
4.4 กิจกรรมการเรียนรู้ แบ่งเป็น ขั้นนา ข้ันสอน และขั้นสรุป ซึ่งแต่ละขั้นครูผู้สอนควรศึกษา

ทาความเข้าใจอย่างละเอียด นอกจากน้ีครูควรพิจารณาด้วยว่า ในแต่ละข้ันตอนการสอน ครูจะต้องศึกษาว่า
มสี ่อื /อปุ กรณอ์ ะไรบ้าง

4.5 ส่ือ/แหลง่ เรียนรู้ เป็นการบอกรายการส่อื อปุ กรณ์ และแหล่งเรยี นรู้ท่ีต้องใช้ในการจัดกิจกรรม
การเรยี นรู้ในช่ัวโมงน้ัน

4.6 การประเมิน เป็นการบอกท้ังวิธีการ เครื่องมือ และเกณฑ์การประเมิน สาหรับเครื่องมือ
การประเมินในชุดการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ฯ นี้ ได้จดั เตรียมไว้ให้ครผู ูส้ อนเรยี บรอ้ ยแลว้

3. สือ่ กำรจดั กำรเรยี นรู้ กลมุ่ สำระกำรเรียนรูว้ ทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ 2

สื่อการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2
ประกอบด้วย

3.1 แผนการจดั การเรยี นรู้ สาหรบั ครูใชเ้ ปน็ แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนร้ใู หก้ ับนักเรยี น
3.2 ใบกิจกรรม สาหรับนักเรียนใช้ฝึกทักษะปฏิบัติ หรือสร้างความคิดรวบยอดในบทเรียน
โดยในใบกิจกรรมจะประกอบด้วยใบงาน ให้นักเรียนได้บันทึกผลการทากิจกรรม การตอบคาถามหลังจาก
ทากิจกรรมเพื่อทบทวนสิ่งท่ีได้เรียนรู้จากการทากิจกรรม และมีแบบฝึกหัดเพ่ือประเมินการเรียนรู้หลังจาก
เรียนจบในแตล่ ะกจิ กรรม
3.3 แบบทดสอบ เปน็ การวัดความรู้ความเข้าใจตามตวั ชี้วัดที่กาหนดไวใ้ นหลักสูตร

3

ใบกจิ กรรมของนกั เรยี นชน�ั ประถมศึกษาปที ี่ 2 ได้ มีการกาหนดสัญลักษณ์ รูปดาว 5 แฉก จานวน 2
ดวง และแถบสชี มพู โดย

บ. หมายถงึ ใบกิจกรรม
ผ. หมายถึง แผนการจดั การเรยี นรู้
เช่น

บ. ๑.๑ / ผ. ๑.๑-๐๑

ระดบั ชน้ั
ใบกิจกรรม

หนว่ ยท่ี

หนว่ ยย่อยที่

แผนที่
ใบงำนท่ี

หมายเหตุ เลขแสดงลาดับของแผนการจัดการเรียนรู้จะเรียงต่อกันจนครบทุกแผนในแต่ละหน่วยย่อย และ
ใบงานจะเรียงเลขต่อกันในแต่ละแผน เม่ือขึ้นหน่วยใหม่ การแสดงลาดับเลขของท้ังหน่วยย่อย
แผนและใบงานจะเร่ิมต้นใหม่

4. ลักษณะชดุ กำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้ กลมุ่ สำระกำรเรียนรูว้ ทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ประถมศึกษำ
ปีท่ี 2

ชดุ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2
จัดทาเป็นหนว่ ยการเรียนรู้ (Learning Unit) โดยผ่านการวิเคราะห์หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มาจัดทาเป็น
หนว่ ยการเรียนรู้ ในแต่ละเล่มเปน็ 2 เลม่ ดังนี้

เล่ม 1 ประกอบดว้ ย หน่วยกำรเรยี นรู้ 2 หนว่ ย ดังนี้
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 สง่ิ มชึ วี ติ

หน่วยย่อยท่ี 1 สิ่งมชี วี ิตกับส่งิ ไมม่ ีชวี ติ

4

หนว่ ยย่อยที่ 2 การเจรญิ เติบโตของพชื
หนว่ ยยอ่ ยท่ี 3 วฏั จักรชวี ติ ของพืชดอก
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 แสง
หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1 แสงและการมองเห็น
เลม่ 2 ประกอบด้วยหน่วยกำรเรยี นรู้ 2 หนว่ ย ดังนี้
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ดนิ
หนว่ ยย่อยท่ี 1 สว่ นประกอบ ลักษณะ สมบตั ิ และประโยชนข์ องดนิ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 วตั ถุและสมบตั ขิ องวัสดุ
หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1 การดูดซับนา้ ของวัสดแุ ละการใชป้ ระโยชน์
หน่วยยอ่ ยท่ี 2 วัสดผุ สม
หน่วยย่อยที่ 3 การทาวตั ถุโดยใช้สมบตั ขิ องวัสดุ
5. แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเรียนร้วู ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 2

การจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษา
ปีท่ี 2 กาหนดให้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ แต่ละหน่วยการเรียนรู้ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้
หลายแผน แผนละ 1-2 ช่ัวโมง โดยมีองค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้คือ ขอบเขตเนื้อหา สาระสาคัญ
จดุ ประสงค์การเรยี นรูซ้ ง่ึ มีท้งั ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และด้านคุณธรรม กิจกรรม
การเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ และการประเมิน สาหรับแผนการจัดการเรียนรู้ทุกแผนจะมีแนวการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้อยู่หน้าแผนทุกแผนซึ่งเป็นการสรุปภาพรวมของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในช่ัวโมงนั้น ๆ
ในทุกขั้นตอนการสอนต้ังแต่ขั้นนา ขั้นสอน ขั้นสรุป และการประเมินผล พร้อมท้ังมีเฉลยคาตอบในใบงาน
และเฉลยแบบทดสอบอกี ด้วย

5

ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

(Science Process Skills)

การเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์จาเป็นต้องใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพ่ือนาไปสู่
การสืบเสาะค้นหาผ่านการสังเกต ทดลอง สร้างแบบจาลอง และวิธีการอ่ืน ๆ เพื่อนาข้อมูลสารสนเทศและ
หลักฐานเชิงประจักษ์มาสร้างคาอธิบายเก่ียวกับแนวคิดหรือองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย

ทกั ษะการสงั เกต (Observing) เปน็ ความสามารถในการใช้ประสาทสัมผสั อยา่ งใดอย่างหน่ึง หรือ
หลายอย่างสารวจวัตถุหรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ ในธรรมชาติหรือจากการทดลอง โดยไม่ลงความคิดเห็นของ
ผู้สังเกตลงไปดว้ ย ประสาทสมั ผัสทัง้ 5 อยา่ ง ได้แก่ การดู การฟงั เสยี ง การดมกลิน่ การชิมรส และการสมั ผัส

ทักษะการวัด (Measuring) เป็นความสามารถในการเลือกใช้เครื่องมือในการวัดปริมาณต่าง ๆ
ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงความสามารถในการหาปริมาณของส่ิงต่าง ๆ จากเคร่ืองมือท่ีเลือกใช้ออกมาเป็น
ตวั เลขไดถ้ ูกตอ้ งและรวดเร็ว พร้อมระบุหน่วยของการวัดได้อยา่ งถูกต้อง

ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring) เป็นความสามารถในการคาดการณ์อย่างมี
หลักการเก่ียวกับเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ โดยใช้ข้อมูล (Data) หรือสารสนเทศ (Information) ที่เคยเก็บ
รวบรวมไวใ้ นอดตี

ทกั ษะการจาแนกประเภท (Classifying) เป็นความสามารถในการแยกแยะ จัดพวกหรือจัดกลุ่ม
สิ่งต่าง ๆ ท่ีสนใจ เช่น วัตถุ สิ่งมีชีวิต ดาว และเทหะวัตถุต่าง ๆ หรือปรากฏการณ์ท่ีต้องการศึกษาออกเป็น
หมวดหมู่ นอกจากนี้ยังหมายถึงความสามารถในการเลือกและระบุเกณฑ์หรือลักษณะร่วมลักษณะใดลักษณะ
หนึ่งของส่ิงตา่ ง ๆ ทีต่ ้องการจาแนก

ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซ (Relationship between Space and
Space) และทักษะการความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา (Relationship between Space and
Time)

สเปซ (Space) คือ พ้ืนท่ีท่ีวัตถุครอบครอง ในท่ีน้ีอาจเป็นตาแหน่ง รูปร่าง รูปทรงของวัตถุ
สง่ิ เหลา่ นอี้ าจมีความสมั พันธ์กนั ดังน้ี

6

ทักษะการหาความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสเปซ เป็นความสามารถในการหาความเกี่ยวข้อง

กับสเปซ (Relationship between Space สัมพันธ์กันระหว่างพ้ืนท่ีหรือตาแหน่งท่ีวัตถุ

and Space) ตา่ ง ๆ ครอบครอง

ทกั ษะการหาความสมั พันธร์ ะหว่างสเปซกับ เป็นความสามารถในการหาความเก่ียวข้อง

เวลา (Relationship between Space and สัมพันธ์กันระหว่างพื้นท่ีที่วัตถุครอบครอง

Time) เม่ือเวลาผ่านไป

ทักษะการใช้จานวน (Using Number) เป็นความสามารถในการใช้ความรู้สึกเชิงจานวน และ
การคานวณเพอื่ บรรยายหรือระบุรายละเอียดเชงิ ปริมาณของส่ิงทส่ี งั เกตหรือทดลอง

ทักษะการจัดกระทาและส่ือความหมายข้อมูล (Organizing and Communicating Data)
เป็นความสามารถในการนาผลการสังเกต การวัด การทดลอง จากแหล่งต่าง ๆ มาจัดกระทาให้อยู่ในรูปแบบ
ที่มีความหมายหรือมีความสัมพันธ์กันมากขึ้น จนง่ายต่อการทาความเข้าใจหรือเห็นแบบรูปของข้อมูล
นอกจากนี้ยังรวมถึงความสามารถในการนาข้อมูลมาจัดทาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตาราง แผนภูมิ แผนภาพ
วงจร กราฟ สมการ การเขยี นบรรยาย เพอื่ ส่ือสารใหผ้ อู้ นื่ เขา้ ใจความหมายของข้อมูลมากขน้ึ

ทักษะการพยากรณ์ (Predicting) เป็นความสามารถในบอกผลลัพธ์ของปรากฏการณ์ สถานการณ์
การสังเกต การทดลองที่ได้จากการสังเกตแบบรูปของหลักฐาน (Pattern of Evidence) การพยากรณ์
ทแ่ี ม่นยาจึงเปน็ ผลมาจากการสังเกตที่รอบคอบ การวัดที่ถูกต้อง การบันทึก และการจัดกระทากับข้อมูลอย่าง
เหมาะสม

ทักษะการตั้งสมมติฐาน (Formulating Hypotheses) เป็นความสามารถในการอธิบายถึงเหตุ
และผลของสิง่ ท่ีจะเกิดขึ้นกอ่ นจะทาการทดลอง โดยอาศัยการสังเกต ความรู้ ประสบการณ์เดิมเป็นพ้ืนฐานของ
คาอธิบายล่วงหน้าเก่ียวกับสิ่งท่ียังไม่รู้มาก่อน หรือยังไม่เป็นหลักการ กฎ หรือ ทฤษฎีมาก่อนการต้ังสมมติฐาน
หรือคาอธิบายท่ีคิดไว้ล่วงหน้า มักกล่าวไว้เป็นข้อความที่บอกความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้น (ส่ิงที่เป็น
ต้นเหตุ) กับตวั แปรตาม (ส่ิงทเี่ ปน็ ผลจากต้นเหต)ุ ซงึ่ อาจเป็นไปตามที่คาดการณไ์ ว้หรือไมก่ ็ได้

ทักษะการกาหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (Defining Operationally) เป็นความสามารถใน
การกาหนดความหมายและขอบเขตของสิ่งต่าง ๆ ท่ีอยู่ในสมมติฐานของการทดลอง หรือที่เก่ียวข้องกับ
การทดลอง ใหเ้ ขา้ ใจตรงกัน และสามารถสงั เกตหรือวัดได้

ทักษะการกาหนดและควบคุมตัวแปร (Controlling Variables) เป็นความสามารถใน
การกาหนดตัวแปรต่าง ๆ ท้ังตัวแปรต้นและตัวแปรตาม ให้สอดคล้องกับสมมติฐานของการทดลอง รวมถึง
ความสามารถในการระบุและควบคุมตัวแปรอื่น ๆ นอกเหนือจากตัวแปรต้น แต่อาจส่งผลต่อผลการทดลอง
หากไม่ควบคุมให้เหมือนกันหรือเท่ากัน ตัวแปรท่ีเกี่ยวข้องกับการทดลอง ได้แก่ ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และ
ตัวแปรทตี่ อ้ งควบคมุ ใหค้ งที่ ซึ่งลว้ นเป็นปจั จยั ที่เกย่ี วข้องกบั การทดลอง ดงั นี้

7

ตวั แปรต้น ส่งิ ที่เป็นตน้ เหตุทาให้เกดิ การเปล่ียนแปลง จึงต้องจัดสถานการณ์
(Independent Variable) ใหม้ ีสิง่ น้แี ตกต่างกัน

ตัวแปรตาม สิ่งที่เป็นผลจากการจัดสถานการณ์บางอย่างให้แตกต่างกัน และ
(Dependent Variable) เราต้องสงั เกต วัด หรอื ตดิ ตามดู

ตวั แปรทีต่ ้องควบคุมใหค้ งท่ี สิ่งต่าง ๆ ท่ีอาจส่งผลต่อการจัดสถานการณ์ จึงต้องจัดส่ิงเหล่าน้ี
(Controlled Variable) ให้เหมือนกันหรือเท่ากัน เพ่ือให้มั่นใจว่าผลจากการจัด

สถานการณเ์ กดิ จากตวั แปรตน้ เท่านนั้
ทักษะการทดลอง (Experimenting) การทดลองประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ การออกแบบ
การทดลอง การปฏิบัติการทดลอง และการบันทึกผลการทดลอง ทักษะการทดลองจึงเป็นความสามารถ
ในการออกแบบและวางแผนการทดลองได้อย่างรอบคอบ และสอดคล้องกับคาถามการทดลองและสมมติฐาน
รวมถึงความสามารถในการดาเนินการทดลองได้ตามแผน และความสามารถในการบันทึกผลการทดลองได้
ละเอียด ครบถว้ น และเทย่ี งตรง

ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป (Interpreting and Making Conclusio)
ความสามารถในการแปลความหมาย หรือการบรรยาย ลักษณะและสมบัติของข้อมูลท่ีมีอยู่ จนความสามารถ
สรุปความสมั พันธ์ของขอ้ มลู ทั้งหมด

ทักษะการสร้างแบบจาลอง (Formulating Models) ความสามารถในการสร้างและใช้สิ่งที่ทา
ข้ึนมา เพ่ือเลียนแบบหรืออธิบายปรากฏการณ์ที่ศึกษาหรือสนใจ เช่น กราฟ สมการ แผนภูมิ รูปภาพ
ภาพเคล่ือนไหว รวมถึงความสามารถในการใช้แบบจาลองนาเสนอปรากฏการณ์ อธิบายความสัมพันธ์ของ
แต่ละองค์ประกอบในแบบจาลอง และอธิบายแนวคิดรวบยอดเก่ียวกับปรากฏการณ์ของแบบจาลอง
แบบตา่ ง ๆ

8

โครงสรำ้ งของชดุ กำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นรู้
กล่มุ สำระกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี (วิทยำศำสตร์) ช้นั ประถมศกึ ษำปที ี่ 2

หนว่ ยกำรเรยี นรทู้ ่ี 1 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ หน่วยกำรเรยี นร้ทู ่ี 2
สิง่ มีชวี ิต วิทยำศำสตร์และ แสง
(22 ช่วั โมง)
เทคโนโลยี (18 ชั่วโมง)
หน่วยกำรเรียนรูท้ ี่ 4
วัตถแุ ละสมบัติของวัสดุ (80 ชว่ั โมง/ปี) หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี 3
ดิน
(25 ช่วั โมง)
(15 ช่วั โมง)

หมำยเหตุ : สามารถปรบั โครงสรา้ งเวลาในช้นั เรียนได้ตามความเหมาะสมกับวันและเวลาในการจดั การเรยี น
การสอนจริง

9

แนวทำงกำรจัดหน่ วยกำรเรยี นรู้
ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 2

เลม่ 1 (ภำคเรียนที่ 1) เล่ม 2 (ภำคเรยี นท่ี 2)
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 สง่ิ มีชวี ติ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ดนิ

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 แสง หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 วัตถุและสมบัตขิ องวัสดุ

10

โครงสรำ้ งรำยวิชำวทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยำศำสตร์) ระดบั ชน้ั ประถมศึกษำปที ่ี 2

หน่วยกำรเรียนรู้/ ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ี่ 2
เวลำทใ่ี ช้ (ช.ม.)
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ตัวชว้ี ดั สำระกำรเรียนรู้
สิง่ มีชวี ติ /22 ช่วั โมง
ว 1.2 ป.2/1 ระบุว่าพชื ต้องการแสง  พชื ตอ้ งการน้า แสง เพอื่ การเจรญิ เติบโต
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 และน้า เพื่อการเจริญเตบิ โต โดยใช้
แสง /18 ชวั่ โมง
ข้อมลู จากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์

ว 1.2 ป.2/2 ตระหนกั ถงึ ความจาเปน็

ทพ่ี ืชตอ้ งได้รบั น้า และแสง เพือ่

การเจริญเติบโต โดยดแู ลพืชใหไ้ ด้รับ

สงิ่ ดังกลา่ วอย่างเหมาะสม

ว 1.2 ป.2/3 สร้างแบบจาลองท่ี  พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตและมีดอก ดอกจะมี

บรรยายวัฏจักรชวี ติ ของพชื ดอก การสืบพันธ์ุเปล่ียนแปลงไปเป็นผล ภายในผล

มีเมลด็ เมือ่ เมล็ดงอก ต้นอ่อนที่อยู่ภายในเมล็ด

จะเจริญ เติบโตเป็นพืชต้นใหม่ พืชต้นใหม่จะ

เจริญเติบโต ออกดอกเพื่อสืบพันธ์ุมีผลต่อไปได้

อีกหมุนเวียนต่อเน่ืองเป็นวัฏจักรชีวิตของ

พืชดอก

ว 1.3 ป.2/1 เปรียบเทียบลักษณะ  สิ่งที่อยู่ รอบตัว เรามีท้ั งท่ีเป็น ส่ิงมีชีวิ ต
ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มี ชีวิ ต และสิ่งไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร
จากข้อมูลทีร่ วบรวมได้ มีการหายใจ เจริญเติบโต ขับถ่าย เคล่ือนไหว

ตอบสนองต่อส่ิงเร้า และสืบพันธ์ุได้ลูกที่มี

ลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วนส่ิงไม่มีชีวิต

จะไมม่ ลี กั ษณะดังกลา่ ว

ว 2.3 ป.2/1 บรรยายแนว  แสงเคลื่อนที่จากแหล่งกาเนิดแสงทุกทิศทาง
การเคลอ่ื นทข่ี องแสงจากแหล่ง เป็นแนวตรง เม่ือมีแสงจากวัตถุมาเข้าตาจะทา
กาเนิดแสง และอธิบายการมองเห็น ให้มองเห็นวัตถุนั้น การมองเห็นวัตถุท่ีเป็น
วัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ แหล่งกาเนิดแสงแสงจากวัตถุนั้นจะเข้าสู่ตา

โดยตรง ส่วนการมองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่ง

กาเนิดแสง ต้องมีแสงจากแหล่งกาเนิดแสงไป

กระทบวัตถุแล้วสะท้อนเข้าตา ถ้ามีแสงที่สว่าง

11

หน่วยกำรเรียนร/ู้ ชั้นประถมศกึ ษำปีท่ี 2
เวลำทใ่ี ช้ (ช.ม.)
ตัวชว้ี ดั สำระกำรเรยี นรู้

ว 2.3 ป.2/2 ตระหนักในคุณค่า มาก ๆ เข้าสู่ตา อาจเกิดอันตรายต่อตาได้จึง

ของความรู้ของการมองเห็น โดย ต้องหลีกเลี่ยง การมองหรือใช้แผ่นกรองแสง

เสนอแนะแนว ทางการป้องกัน ท่ีมีคุณภาพเมื่อจาเป็น และต้องจัดความสว่าง

อันตราย จากการมองวัตถุที่อยู่ใน ให้เหมาะสมกับการทากิจกรรมต่าง ๆ เช่น

บริเวณที่มีแสงสวา่ งไม่เหมาะสม การอ่านหนังสือ การดูจอโทรทัศน์การใช้

โทรศัพท์เคลื่อนที่และแทบ็ เลต็

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ว 3.2 ป.2/1 ระบุส่วนประกอบของ  ดินประกอบด้วยเศษหิน ซากพืช ซากสัตว์

ดนิ /15 ชว่ั โมง ดิน และจาแนกชนิดของดิน โดยใช้ ผสมอยู่ ในเนื้อดิน มีอากาศและน้าแทรกอยู่

ลักษณะเน้ือดินและการจับตัวเป็น ตามช่องว่างในเน้ือดิน ดินจาแนกเป็นดินร่วน

เกณฑ์ ดินเหนียว และดินทราย ตามลักษณะเน้ือดิน

ว 3.2 ป.2/2 อธบิ ายการใช้ประโยชน์ และการจับตัวของดินซึ่งมีผลต่อการอุ้มน้าที่

จากดนิ จากขอ้ มูลท่ีรวบรวมได้ แตกต่างกัน

 ดนิ แตล่ ะชนิดนาไปใชป้ ระโยชน์ได้แตกต่างกัน

ตามลกั ษณะและสมบตั ิของดนิ

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 ว 2.1 ป.2/1 เปรียบเทียบสมบัติ  วั ส ดุ แ ต่ ล ะ ช นิ ด มี ส ม บั ติ ก า ร ดู ด ซั บ น้ า
สมบัตขิ องวัสดุ /25 ก า ร ดู ด ซั บ น้ า ข อ ง วั ส ดุ โ ด ย ใ ช้ แตกต่างกัน จึงนาไปทาวัตถุเพื่อใช้ประโยชน์
ชั่วโมง ห ลั ก ฐ า น เ ชิ ง ป ร ะ จั ก ษ์ แ ล ะ ร ะ บุ ได้แตกต่างกัน เช่น ใช้ผ้าท่ีดูดซับน้าได้มาก
การนาสมบัติ การดูดซับน้าของวัสดุ ทาผ้าเช็ดตวั ใช้พลาสตกิ ซ่งึ ไม่ดูดซับนา้ ทารม่
ไ ป ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ ใ น ก า ร ท า วั ต ถุ

ในชีวติ ประจาวนั

ว 2.1 ป.2/2 อธิบายสมบัติท่ีสังเกต  วัสดุบางอย่างสามารถนามาผสมกันซ่ึงทาให้

ได้ของวัสดุท่ีเกิดจากการนาวัสดุมา ได้สมบัติท่ีเหมาะสม เพ่ือนาไปใช้ประโยชน์

ผสมกนั โดยใชห้ ลักฐานเชิงประจักษ์ ตามต้องการ เช่น แป้งผสมน้าตาลและกะทิใช้

ทาขนมไทย ปูนปลาสเตอร์ผสมเยื่อกระดาษ

ใช้ทากระปุกออมสิน ปูนผสมหิน ทราย และ

น้าใช้ทาคอนกรตี

12

หนว่ ยกำรเรยี นรู้/ ช้ันประถมศกึ ษำปที ่ี 2
เวลำทใ่ี ช้ (ช.ม.)
ตัวช้วี ดั สำระกำรเรยี นรู้

ว 2.1 ป.2/3 เปรียบเทียบสมบัติท่ี  การนาวัสดุมาทาเป็นวัตถุในการใช้งานตาม

สังเกตได้ของวัสดุ เพ่ือนามาทาเป็น วัตถุประสงค์ข้ึนอยู่กับสมบัติของวัสดุวัสดุท่ีใช้

วัตถุในการใช้งานตามวัตถุประสงค์ แล้วอาจนากลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น กระดาษใช้

และอธิบายการนาวัสดุท่ีใช้แล้ว แล้ว อาจนามาทาเป็นจรวดกระดาษ ดอกไม้

กลั บม า ใช้ ให ม่ โ ด ยใ ช้ หลั กฐ า น ประดษิ ฐ์ ถงุ ใส่ของ

เชิงประจักษ์

ว 2.1 ป.2/4 ตระหนักถึงประโยชน์

ของการนาวัสดุท่ีใช้แล้วกลับมาใช้

ใหม่ โดยการนาวัสดุท่ีใช้แล้วกลับมา

ใชใ้ หม่

13

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3
ดนิ

14

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ัดของหนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 ดิน

มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชี้วัด

มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองคป์ ระกอบและความสมั พนั ธข์ องระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลกและบน
ผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลง ลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมท้ังผลต่อ
ส่ิงมชี วี ิตและสงิ่ แวดลอ้ ม

ตวั ชว้ี ดั

ว 3.2 ป. 2/1 ระบุส่วนประกอบของดิน และจาแนกชนิดของดิน โดยใชล้ กั ษณะเนื้อดินและการจับตวั เปน็
เกณฑ์

ว 3.2 ป. 2/2 อธบิ ายการใชป้ ระโยชน์จากดนิ จากข้อมลู ท่ีรวบรวมได้

15

ลาดบั การนาเสนอแนวคิดหลักของหน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3 ดิน

ดินเป็นทรพั ยากรธรรมชาตทิ ่ีพบได้ทว่ั ไป

ดนิ ในแตล่ ะท้องถ่ินมีส่วนประกอบเหมือนกนั ซงึ่ ประกอบด้วย เศษหิน ซากพชื ซากสัตว์ นา้ และอากาศ

ดินแต่ละท้องถิ่นจะมลี ักษณะเน้อื ดนิ สมบัติการจบั ตวั และการอมุ้ น้าแตกต่างกัน

นักวทิ ยาศาสตรจ์ าแนกดินออกเป็นดนิ เหนียว ดนิ ร่วน และดินทราย โดยใชล้ ักษณะเนือ้ ดิน สมบตั ิการจบั ตัวและ
การอุ้มน้าเปน็ เกณฑ์

ดินเหนียวมเี นือ้ ดนิ ละเอยี ด จับตวั กนั ไดด้ ี และสามารถอุ้มน้าไดด้ ี ดนิ ร่วนมีเน้ือดินละเอยี ด นุม่ มือ จบั ตัวได้
ปานกลาง และสามารถอ้มุ นา้ ไดป้ านกลาง และดินทรายมเี น้ือดินหยาบ ไม่จบั ตัวกนั และสามารถอ้มุ นา้ ได้น้อย

ดินแต่ละชนิดมีลกั ษณะเน้อื ดิน สมบตั กิ ารจบั ตัวและการอุ้มน้าแตกต่างกัน จงึ นามาใช้ประโยชนไ์ ด้แตกตา่ งกัน เช่น
ใช้ในการเพาะปลูกพชื ทาเครอื่ งปนั้ ดนิ เผา ทาวัสดุก่อสร้าง ทางานศลิ ปะ เป็นท่ีอยอู่ าศัยของสิง่ มีชีวิต

เราควรช่วยกนั รกั ษาใหด้ นิ มสี ภาพสมบรู ณ์อยูเ่ สมอ เพ่ือให้สิ่งมีชวี ติ สามารถนามาใช้ประโยชน์ได้อยา่ งต่อเนอ่ื ง

16

ตวั อย่างโครงสร้างแผนการจดั การเรยี นรขู้ องหนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 ดนิ

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 5-12
ลกั ษณะและสมบัติ
บางประการของดนิ
(8 ชวั่ โมง)

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยยอ่ ยท่ี 1 แผนการจดั การเรียนรู้
ท่ี 1-4 ส่วนประกอบ สว่ นประกอบ ลักษณะ ที่ 13-15 ประโยชน์
สมบตั ิ และประโยชน์
ของดนิ ของดนิ
(4 ชัว่ โมง) ของดนิ (3 ชัว่ โมง)

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3
ดนิ

(15 ช่วั โมง)

หมายเหตุ : โครงสร้างเวลาน้ีเปน็ ตวั อยา่ งสาหรบั ในการจดั การเรียนการสอน ซ่ึงสามารถปรับไดต้ าม
ความเหมาะสมกับวันและเวลา

17

หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1 สว่ นประกอบ ลักษณะ สมบตั ิ และประโยชน์ของดิน

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ชอ่ื หน่วย ดนิ

จานวนเวลาเรียน 15 ชั่วโมง จานวนแผนการจัดการเรยี นรู้ 3 แผน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สาระสาคัญของหนว่ ย
ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่พบได้ทั่วไป ดินตามท่ีต่าง ๆ จะมีส่วนประกอบเหมือนกัน แต่อาจมีลักษณะ

และสมบัติแตกต่างกัน เม่ือใช้ลักษณะเน้ือดิน สมบัติการจับตัว และการอุ้มน้าของดินเป็นเกณฑ์ สามารถจาแนก
ดนิ ไดเ้ ปน็ 3 ชนดิ ได้แก่ ดินเหนียว ดินรว่ นและดนิ ทราย ซงึ่ ดนิ แตล่ ะชนดิ สามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกัน
ตามลกั ษณะ สมบตั ิและชนิดของดนิ

มาตรฐานและตัวช้วี ัด
มาตรฐาน ว 3.2

เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก
ธรณพี ิบตั ภิ ัย กระบวนการเปล่ียนแปลง ลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศโลก รวมทงั้ ผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอ้ ม

ตัวชีว้ ัด

ว 3.2 ป. 2/1 ระบุสว่ นประกอบของดนิ และจาแนกชนิดของดิน โดยใช้ลักษณะเนอ้ื ดนิ และการจบั ตวั
เป็นเกณฑ์

ว 3.2 ป. 2/2 อธิบายการใช้ประโยชน์จากดนิ จากขอ้ มูลที่รวบรวมได้

18
ลาดบั การนาเสนอแนวคิดหลกั ของหน่วยย่อยที่ 1 สว่ นประกอบ ลกั ษณะ สมบัติ และประโยชนข์ องดิน
ดินเปน็ ทรพั ยากรธรรมชาติที่พบได้ท่วั ไป

ดินในแตล่ ะทอ้ งถนิ่ มีสว่ นประกอบเหมือนกัน ซ่ึงประกอบด้วย เศษหิน ซากพืช ซากสัตว์ นา้ และอากาศ

ดินแตล่ ะท้องถิ่นจะมลี ักษณะเน้อื ดนิ สมบตั กิ ารจบั ตวั และการอมุ้ น้าแตกต่างกัน

นกั วิทยาศาสตรจ์ าแนกดนิ ออกเปน็ ดินเหนยี ว ดนิ รว่ น และดนิ ทราย โดยใชล้ ักษณะเนื้อดิน สมบัติการจับตัวและ
การอุ้มน้าเป็นเกณฑ์

ดนิ เหนียวมีเนือ้ ดินละเอยี ด จับตวั กันไดด้ ี และสามารถอมุ้ น้าไดด้ ี ดินร่วนมเี น้ือดินละเอียด นุม่ มอื จับตวั ได้
ปานกลาง และสามารถอมุ้ น้าไดป้ านกลาง และดนิ ทรายมีเนือ้ ดินหยาบ ไมจ่ บั ตวั กนั และสามารถอมุ้ นา้ ได้น้อย

ดนิ แต่ละชนดิ มลี ักษณะเน้อื ดิน สมบตั ิการจบั ตัวและการอุ้มน้าแตกต่างกนั จงึ นามาใชป้ ระโยชน์ได้แตกตา่ งกนั เช่น
ใช้ในการเพาะปลูกพืช ทาเคร่อื งปั้นดินเผา ทาวสั ดุก่อสรา้ ง ทางานศลิ ปะ เป็นที่อยู่อาศัยของสงิ่ มชี วี ติ

เราควรช่วยกันรักษาใหด้ นิ มสี ภาพสมบูรณ์อยู่เสมอ เพ่ือให้สงิ่ มีชีวติ สามารถนามาใช้ประโยชนไ์ ด้อย่างต่อเน่อื ง

19

โครงสรา้ งของหนว่ ยย่อยที่ 1 สว่ นประกอบ ลักษณะ สมบัติ และประโยชน์ของดิน

หน่วยการเรยี นรู้ ชอ่ื หน่วยย่อย จานวนแผน ชอื่ แผนการจดั การเรียนรู้ จานวนช่วั โมง

หน่วยการเรยี นรู้ หน่วยยอ่ ยท่ี 1 3 สว่ นประกอบของดนิ 4
8
ท่ี 3 ดนิ สว่ นประกอบ ลกั ษณะและสมบัติบางประการของ
ลักษณะ สมบตั ิ ดนิ 3
และประโยชนข์ อง

ดนิ ประโยชน์ของดิน

20

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง สว่ นประกอบของดิน (1)

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 เรอื่ ง ดนิ หน่วยย่อยที่ 1 สว่ นประกอบ ลกั ษณะ สมบัติ และประโยชนข์ องดนิ

รหัสวชิ า ว12101 รายวชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 1 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ว 3.2

เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก
ธรณีพบิ ัติภยั กระบวนการเปลยี่ นแปลง ลมฟา้ อากาศและภมู อิ ากาศโลก รวมทั้งผลตอ่ ส่ิงมชี ีวิตและสง่ิ แวดล้อม
ตัวชว้ี ดั

ว 3.2 ป. 2/1 ระบุส่วนประกอบของดิน และจาแนกชนิดของดิน โดยใช้ลักษณะเนื้อดินและการจับตัว
เป็นเกณฑ์
2. สาระสาคญั

- ดินในแต่ละบริเวณมสี ่วนประกอบเหมือนกัน
3. จุดประสงค์การเรียนรู้

3.1 ด้านความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
- บอกวธิ ีการสงั เกตสว่ นประกอบของดิน

3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- สงั เกตส่วนประกอบของดิน

3.3 ด้านคุณลักษณะ เจตคติ ค่านยิ ม (A)
- มงุ่ มน่ั ในการทางาน
- ความอยากรู้อยากเห็น

4. สาระการเรยี นรู้
- ดนิ มีสว่ นประกอบ คือ เศษหนิ ซากพชื ซากสตั ว์

5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
- การทางานร่วมกนั กบั ผู้อื่น

6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
- มุง่ ม่นั ในการทางาน

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรียน (เวลา 5 นาที)
1. ครูตรวจสอบความรู้เดิมเก่ียวกับส่วนประกอบของดิน โดยครูนากระถางต้นไม้มาแล้วให้นักเรียนสังเกตดิน

ในกระถาง จากน้นั ครูใชค้ าถามดังน้ี

21

1.1 ดินในกระถางนี้มีส่วนประกอบอะไรบา้ ง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง)
1.2 ถ้าดินที่นามาปลูกต้นไม้น้ีมาจากบริเวณที่แตกต่างกัน ส่วนประกอบของดินจะแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร

(นกั เรยี นตอบตามความเข้าใจของตนเอง)
2. ครูชวนนักเรียนไปหาคาตอบว่าในดินมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ได้จากกิจกรรมท่ี 1 ดินมีส่วนประกอบอะไรบ้าง

หนา้ 3
ข้นั สอน (เวลา 50 นาที)
3. นักเรียนอ่านจุดประสงค์ในกิจกรรมที่ 1 ดินมีส่วนประกอบอะไรบ้าง หน้า 3 โดยให้นักเรียนด้วยวิธีการอ่าน

ทีเ่ หมาะสมกบั ความสามารถของนกั เรียน จากนน้ั ครใู ช้คาถามกอ่ นทากจิ กรรมดังต่อไปนี้
3.1 นักเรยี นจะเรยี นเรือ่ งอะไร (สว่ นประกอบของดนิ )
3.2 นักเรยี นจะเรียนด้วยวธิ กี ารใด (สังเกต)
3.3 เม่อื เรียนกจิ กรรมนเ้ี สรจ็ แล้ว นกั เรียนจะทาอะไรได้ (ระบุส่วนประกอบของดิน)
4. ครูแจ้งจุดประสงค์ให้นักเรียนทราบอีกคร้ังว่า ในช่ัวโมงน้ีนักเรียนจะได้สังเกตและบอกวิธีการสังเกต
ส่วนประกอบของดนิ
5. นักเรียนอ่านวิธีทาตอนท่ี 1 ข้อที่ 1-3 ใบใบกิจกรรมท่ี 1 ด้วยวิธีการอ่านท่ีเหมาะสมกับความสามารถของ
นกั เรยี นครตู รวจสอบความเข้าใจ โดยใชค้ าถามดงั น้ี
5.1 นักเรียนต้องอภิปรายเกีย่ วกบั เร่ืองอะไร (สว่ นประกอบของดิน)
5.2 นกั เรียนต้องเลือกบรเิ วณใดบริเวณหน่ึงเพอ่ื ทาอะไร (เพื่อไปเกบ็ ดิน)
5.3 นกั เรยี นต้องขุดดนิ เปน็ หลุมลกึ เท่าใด (ลกึ ประมาณ 10-15 เซนติเมตร)
5.4 นักเรียนตอ้ งสังเกตดินอยา่ งละเอยี ดโดยใช้วธิ ีใดบา้ ง (ใชม้ อื บ้ดี นิ ใชไ้ มเ้ ขี่ย และใช้แว่นขยายสอ่ งดู)
5.5 ในการทากิจกรรมตอนที่ 1 น้ี ต้องใช้วัสดุ-อุปกรณ์อะไรบ้าง (แว่นขยาย ไม้คน แก้วพลาสติกใส

จานกระดาษหรอื พลาสตกิ หรือกระดาษขาว ชอ้ นปลกู หรืออุปกรณอ์ นื่ สาหรบั ตกั ดนิ ไมบ้ รรทดั )
6. ครูชวนนักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับส่วนประกอบของดิน โดยใช้คาถามว่า ส่วนประกอบ หมายถึงอะไร (นักเรียน

ตอบตามความเข้าใจของตนเอง ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า ส่วนประกอบ หมายถึง ส่ิงต่าง ๆ ที่ประกอบเป็นส่ิงใหญ่
เชน่ เสอื้ นกั เรียน ประกอบด้วย ผา้ และกระดุม ซงึ่ ผา้ และกระดมุ เป็นสว่ นประกอบของเสื้อนกั เรยี น)
7. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายส่วนประกอบของดิน แล้วบันทึกผลการอภิปรายลงในใบงาน 01 ส่วนประกอบ
ของดิน หนา้ 5
8. ครูชวนนักเรียนทากิจกรรมต่อ โดยในกิจกรรมน้ีหากครูจะชวนนักเรียนออกไปเก็บดินนอกห้องเรียน ครูควร
เลือกบริเวณต่าง ๆ ที่มีความปลอดภัยในการเก็บดิน และก่อนให้นักเรียนออกไปเก็บดิน ครูชวนอภิปราย
เกี่ยวกับวิธีการเก็บดิน คือ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกเก็บดิน 1 บริเวณท่ีไม่ซ้ากัน โดยใช้ช้อนปลูกขุดดินลึก
ประมาณ 10-15 เซนติเมตร ตักดินใส่แก้วพลาสติกจนเกือบเต็มแก้ว นอกจากน้ีครูควรชวนนักเรียนอภิปราย
เก่ียวกับข้อควรปฏิบัติในการไปเก็บดิน เช่น ไม่เดินไปใกล้บริเวณท่ีมีแหล่งน้า ไม่เล่นขณะออกไปเก็บดิน ระวัง
การใช้ช้อนปลูก ไมน่ าดินเขา้ ปาก ระวังสตั ว์อันตราย เชน่ ผ้งึ มด งู เมอื่ นกั เรียนเข้าใจแล้วครูนานักเรียนออกไป
เก็บดินตามบริเวณต่าง ๆ ท่ีเลือกไว้ หากครูเตรียมดินมาให้นักเรียนสังเกตในช้ันเรียน ครูควรนาดินท่ีอยู่

22

ตามธรรมชาติซ่ึงมาจากหลาย ๆ บริเวณ เพ่ือนักเรียนได้เปรียบเทียบส่วนประกอบของดินได้ แต่ไม่ควรใช้ดินท่ี
ขายตามทอ้ งตลาด เน่ืองจากอาจไมพ่ บส่วนประกอบของดนิ บางอย่าง
9. เม่ือนักเรียนเก็บดินเรียบร้อยแล้วครูสาธิตวิธีการต่าง ๆ ในการสังเกตดิน ได้แก่ การใช้มือบ้ีดินทาได้ เช่น
ใช้น้ิวหัวแม่มือหรือน้ิวโป้งและนิ้วช้ีจับดินในลักษณะเหมือนจีบมือ แล้วถูไปมา การใช้ไม้เขี่ย และทบทวนการ
ใช้แว่นขยาย
10. ครูชี้แจงการบนั ทกึ ผลการสังเกตดนิ ลงในใบงาน 01 ส่วนประกอบของดนิ หนา้ 5-6
11. นักเรียนเร่ิมทากิจกรรมพร้อมกันทุกกลุ่มไปทีละวิธีการ อาจเร่ิมจากการใช้มือบี้ดิน ใช้ไม้เข่ียดิน และใช้
แวน่ ขยายส่องดดู นิ แลว้ บนั ทึกผลลงในใบงาน 01 หน้า 5-6 ทนั ทหี ลงั จากสงั เกตแตล่ ะวธิ ี
12. ครตู รวจสอบวา่ นักเรียนได้บันทึกผลการสังเกตครบถ้วน พร้อมกับให้นักเรียนเตรียมตัวนาเสนอผลการผลการ
สังเกต และเกบ็ ดนิ ไวใ้ ช้ในการทากจิ กรรมตอนที่ 2 ซง่ึ ควรเกบ็ ดินไว้ภาชนะท่ีปิดมิดชิด เพ่ือรักษาความชื้นของ
ดนิ ไว้
ขัน้ สรุป (เวลา 5 นาที)
13. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสรุปกิจกรรมด้วยตนเองให้ได้ว่า การสังเกตส่วนประกอบของดินในกิจกรรมน้ี
ใช้วิธกี ารต่าง ๆ ไดแ้ ก่ การใชม้ ือบดี้ ิน เข่ียดิน และใช้แว่นขยายสอ่ งดูดนิ
8. สอื่ /แหลง่ เรยี นรู้

8.1 สอ่ื สไลด์ เรอ่ื ง ส่วนประกอบของดิน (1)
8.2 ใบกจิ กรรมท่ี 1 ดนิ มสี ่วนประกอบอะไรบ้าง หน้า 3
8.3 ใบงาน 01 ส่วนประกอบของดนิ หน้า 5-6
8.4 กระถางทใ่ี ส่ดินปลูกต้นไม้
8.5 วัสดุ-อุปกรณ์ ได้แก่ แว่นขยาย ไม้คน แก้วพลาสติกใส จานกระดาษหรือพลาสติกหรือกระดาษขาว

ช้อนปลูกหรอื อปุ กรณอ์ ื่นสาหรบั ตกั ดิน ไมบ้ รรทัด
9. ช้ินงาน/ภาระงาน

- ใบงาน 01 ส่วนประกอบของดนิ หนา้ 5-6

23

10. การวดั และประเมนิ ผล

ส่งิ ทต่ี ้องการวดั /ประเมิน วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ
1) ด้านความรู้ ความเขา้ ใจ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
- บอกวิธกี ารสงั เกตสว่ นประกอบ สงั เกตการตอบคาถาม แบบประเมินความรู้ ระดบั คุณภาพดีขึน้ ไป
ของดนิ
2) ด้านทกั ษะ/กระบวนการ ในช้นั เรยี นและเน้ือหา ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
- สังเกตส่วนประกอบของดนิ ระดบั คุณภาพพอใช้
ในใบงาน ข้ึนไป

สังเกตทักษะกระบวนการ แบบประเมินทักษะ

ทางวทิ ยาศาสตร์ใน กระบวนการ

การทากิจกรรม ทางวทิ ยาศาสตร์

3) ดา้ นคณุ ลักษณะ เจตคติ ค่านยิ ม สงั เกตคุณลักษณะอนั พึง แบบประเมินคณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน

- ม่งุ ม่ันในการทางาน ประสงคแ์ ละเจตคติทาง อันพึงประสงค์และ ระดบั คุณภาพ “ผ่าน”

- ความอยากร้อู ยากเห็น วิทยาศาสตร์ เจตคตทิ างวิทยาศาสตร์

4) สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น สังเกตพฤติกรรมขณะทา แบบประเมนิ สมรรถนะ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ

ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ กจิ กรรม สาคัญของผเู้ รยี น ระดบั คุณภาพ “ผา่ น”

- การทางานรว่ มกนั กบั ผอู้ นื่

24

แบบประเมนิ ความรู้

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 เรอ่ื ง ส่วนประกอบของดิน (1)

ชือ่ ผู้ประเมนิ ………………………………………………………………………………………........................……………………........................…………

ประเมนิ ผลครัง้ ท่ี………………….... วนั ที่ ……………..……... เดอื น ………..……….…. พ.ศ. ……...…..............................…………........

เรอ่ื ง………………………………………………………………………………………………………………………………....................................……………….

รายการประเมนิ /ระดับคะแนน

ช่ือ-สกุล/กลุ่ม การตอบ การสรปุ ความถกู ต้อง รวมคะแนน
คาถาม ความรู้ ครบถ้วนของ (10 คะแนน)
ในชนั้ เรยี น เนื้อหาในใบงาน
(4)

(4) (2)

เกณฑ์การประเมนิ

ประเดน็ ระดับคณุ ภาพ น้าหนัก คะแนน
1.0 รวม
การประเมิน 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ ) 4
4
1. การตอบ ตอบคาถามได้ ตอบคาถามได้ ตอบคาถาม ตอบคาถามไม่
คาถามในชน้ั เรียน ถูกต้องทง้ั หมด ถูกต้องเปน็ ส่วน ถกู ต้องบางส่วน ถกู ต้อง 2

ใหญ่

2. การสรปุ ความรู้ สรุปความรู้ สรปุ ความรู้ สรปุ ความรู้ สรุปความรู้เข้าใจ 1.0
ความเข้าใจ ความเข้าใจ ความเข้าใจ เกย่ี วกบั เรอ่ื งที่
เกยี่ วกบั เรอ่ื งที่ เก่ยี วกบั เรื่องท่ี เกี่ยวกับเร่อื งท่ี ศึกษาไม่ถกู ต้อง
ศึกษาได้ถูกต้อง ศกึ ษาได้ถูกต้อง ศกึ ษาได้ ถูกตอ้ ง และไม่ครบถว้ น
และครบถ้วน แต่ไม่ครบถ้วน บางสว่ น และ
ไมค่ รบถว้ น เน้อื หาทเ่ี ขยี นใน 0.5
3. ความถกู ต้อง เน้อื หาท่เี ขยี น เน้อื หาท่ีเขียนใน ใบงานไมถ่ กู ตอ้ ง
ครบถว้ นของ ในใบงานมี ใบงานมบี างสว่ น เนอ้ื หาทเ่ี ขยี น
เนอ้ื หาในใบงาน ความถูกต้อง ไม่ถูกตอ้ ง ตามท่ี ในใบงานมี
กาหนด ความถูกตอ้ งเปน็
ครบถ้วน ตามท่ี สว่ นนอ้ ย
กาหนด
เกณฑก์ ารประเมนิ คณุ ภาพ

คะแนน 9 - 10 หมายถงึ ดีมาก

คะแนน 7 - 8 หมายถึง ดี

คะแนน 5 - 6 หมายถงึ พอใช้

คะแนน 0 - 4 หมายถงึ ปรับปรุง

เกณฑก์ ารตัดสนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดบั คุณภาพดขี ้นึ ไป

25

แบบประเมนิ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1 เร่อื ง ส่วนประกอบของดนิ (1)

ชื่อผู้ประเมิน………………………………………………………………………………………........................……………………........................…………
ประเมนิ ผลครัง้ ท่ี………………….... วันที่ ……………..……... เดือน ………..……….…. พ.ศ. ……...…..............................…………........
เร่อื ง………………………………………………………………………………………………………………………………....................................……………….

รายการประเมิน/ระดับคะแนน ผลรวมคะแนน ผลการ
ประเมิน
ช่ือ-สกุล/กล่มุ การสังเกต (3 คะแนน)

(3)

เกณฑ์การประเมนิ

ทกั ษะกระบวนการ ดี (3) ระดบั ความสามารถ ปรบั ปรงุ (1)
ทางวิทยาศาสตร์ สามารถใชป้ ระสาทสมั ผสั ใน พอใช้ (2) สามารถใช้ประสาทสัมผัสใน
การสงั เกต การรวบรวมข้อมลู เก่ยี วกับ การรวบรวมข้อมูลเก่ียวกบั
ลกั ษณะของดนิ และ สามารถใช้ประสาทสัมผสั ใน ลกั ษณะของดินและสว่ นประกอบ
สว่ นประกอบของดนิ ได้ ดว้ ย การรวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกับ ของดนิ ได้บางสว่ น แม้จะได้รับ
ตนเองโดยไมเ่ พ่ิมความคิดเห็น ลกั ษณะของดนิ และ คาแนะนาจากครูหรือผู้อ่ืน
สว่ นประกอบของดินได้
โดยการชแ้ี นะของครหู รือผ้อู ืน่

เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพ
คะแนน 3 หมายถงึ ดี
คะแนน 2 หมายถงึ พอใช้
คะแนน 1 หมายถึง ปรับปรุง

เกณฑ์การตดั สิน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพพอใช้ขึ้นไป

26

แบบประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์และเจตคตทิ างวิทยาศาสตร์
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 1 เร่ือง ส่วนประกอบของดนิ (1)

ผู้ประเมนิ /กลุ่มประเมิน..................................................................................................................................................
ชื่อกลุ่มรบั การประเมิน....................................................................................................................................................
ประเมนิ ผลคร้งั ท.่ี ..............วันท่ี...........เดอื น..................................................พ.ศ..........................................
เรื่อง......................................................................................................................................................................................

ท่ี ลกั ษณะ/พฤตกิ รรมบ่งชี้ เกณฑ์การตัดสนิ
ผา่ น ไมผ่ ่าน
1. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
2. ความอยากรู้อยากเห็น

เกณฑ์การตดั สิน ผ่านเกณฑ์การประเมินระดบั คุณภาพ “ผา่ น”

แบบประเมินสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 1 เรอ่ื ง ส่วนประกอบของดนิ (1)

ผู้ประเมนิ /กลุ่มประเมนิ ..................................................................................................................................................
ชอื่ กลุ่มรับการประเมนิ ....................................................................................................................................................
ประเมนิ ผลครงั้ ท่.ี ..............วนั ท่ี...........เดือน..................................................พ.ศ..........................................
เรอ่ื ง......................................................................................................................................................................................

ที่ สมรรถนะ/พฤตกิ รรมบง่ ชี้ เกณฑก์ ารตดั สิน
ผา่ น ไม่ผา่ น
1. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
- การทางานร่วมกนั กบั ผูอ้ นื่

เกณฑก์ ารตัดสนิ ผ่านเกณฑ์การประเมินระดบั คุณภาพ “ผ่าน”

27

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2 เร่ือง สว่ นประกอบของดนิ (2)
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง ดิน หนว่ ยย่อยที่ 1 ส่วนประกอบ ลกั ษณะ สมบตั ิ และประโยชน์ของดิน

รหัสวิชา ว12101 รายวชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 1 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชีว้ ดั
มาตรฐาน ว 3.2

เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก
ธรณพี ิบัตภิ ยั กระบวนการเปล่ียนแปลง ลมฟา้ อากาศและภูมิอากาศโลก รวมทง้ั ผลตอ่ สิ่งมีชวี ิตและสิง่ แวดล้อม
ตวั ชี้วัด

ว 3.2 ป. 2/1 ระบุส่วนประกอบของดิน และจาแนกชนิดของดิน โดยใช้ลักษณะเน้ือดินและการจับตัว
เป็นเกณฑ์
2. สาระสาคัญ

- ดนิ ในแตล่ ะบรเิ วณมีสว่ นประกอบเหมือนกัน
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

3.1 ด้านความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
- ระบสุ ว่ นประกอบของดนิ

3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
- ตคี วามหมายและลงข้อสรปุ เกี่ยวกับส่วนประกอบของดิน

3.3 ดา้ นคณุ ลักษณะ เจตคติ คา่ นิยม (A)
- มงุ่ มน่ั ในการทางาน
- ความอยากรู้อยากเห็น

4. สาระการเรยี นรู้
- ดินมีส่วนประกอบ คอื เศษหิน ซากพชื ซากสตั ว์

5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการส่อื สาร
- นาเสนอส่วนประกอบของดินในแต่ละบริเวณ
5.2 ความสามารถในการคิด
- เปรยี บเทียบส่วนประกอบของดนิ ในแตล่ ะบรเิ วณ
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
- การทางานร่วมกนั กับผอู้ ืน่

6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- มงุ่ มั่นในการทางาน

28

7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเข้าสูบ่ ทเรียน (เวลา 5 นาท)ี
1. ครูทบทวนเกยี่ วกับสิ่งที่ได้เรียนมาแลว้ ในช่ัวโมงทแ่ี ล้ว ครถู ามคาถามดงั นี้

1.1 นักเรียนมีวธิ กี ารสังเกตดินอยา่ งไรบา้ ง (ใชม้ ือบี้ดิน ใชไ้ ม้เข่ยี และใชแ้ วน่ ขยายส่องดู)
1.2 นักเรียนคดิ ว่าผลการสงั เกตสงิ่ ทพี่ บในดนิ เหมือนหรือแตกต่างกนั อยา่ งไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของ

ตนเอง)
2. ครชู วนนักเรียนไปหาคาตอบจากการนาเสนอและอภิปรายผลการสงั เกต
ขนั้ สอน (เวลา 50 นาที)
3. ครแู จง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรวู้ ่า ในช่วั โมงนน้ี กั เรียนจะได้อภปิ รายและระบุส่วนประกอบของดิน
4. ครูสุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอส่ิงท่ีพบในดินจากบริเวณต่าง ๆ และครูจดส่ิงที่นักเรียนสังเกตได้

บนกระดาน
5. หลังจากนาเสนอครูชวนนักเรยี นอภิปรายเกีย่ วกับสว่ นประกอบของดนิ โดยใชค้ าถามดงั นี้

5.1 ดินในบริเวณตา่ ง ๆ พบอะไรบา้ งที่เหมอื นกนั (นกั เรยี นตอบตามที่สังเกต เชน่ เศษหิน ซากพืช ซากสัตว์)
5.2 ดินในบริเวณตา่ ง ๆ พบอะไรบา้ งทีแ่ ตกต่างกนั (นกั เรียนตอบตามทส่ี งั เกต เชน่ เศษพลาสติก เศษกระดาษ)
5.3 นักเรยี นคดิ ว่าอะไรเปน็ สว่ นประกอบของดิน (เศษหนิ ซากพชื ซากสัตว์) ครแู ละนักเรียนร่วมกันพิจารณา

สิ่งที่พบในดินแต่ละบริเวณว่าสิ่งใดบ้างเป็นส่ิงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และสิ่งใดบ้างเป็นสิ่งท่ีเกิดจาก
มนุษย์สร้างขีน้ จากนน้ั ครชู วนอภปิ รายว่าสงิ่ ทเ่ี กดิ ข้ึนเองตามธรรมชาติที่พบในดิน ได้แก่ เศษหิน ซากพืช
ซากสัตว์นนั้ จดั เป็นสว่ นประกอบของดนิ ส่วนสิ่งทีเ่ กดิ จากมนุษย์สร้างขี้น เช่น เศษพลาสติก เศษกระดาษ
ไม่จัดส่วนประกอบของดิน และสิ่งมีชีวิตที่พบในดิน ไม่จัดส่วนประกอบของดิน เพราะส่ิงมีชีวิตเหล่าน้ี
ใช้ดินเป็นท่อี ยอู่ าศยั
นอกจากน้ีหากนักเรียนยังไม่เข้าใจคาว่า เศษหิน ซากพืช ซากสัตว์ ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า เศษหิน คือ
หนิ ที่ผุพงั หรือแตกหกั ซากพืช คอื ส่วนต่าง ๆ ของพืชท่ีตายแล้วและถูกย่อยสลาย ซากสัตว์ คือสัตว์ท่ีตายแล้ว
และถูกยอ่ ยสลาย
6. นกั เรียนตอบคาถามหลังทากิจกรรมในใบงาน 01 หนา้ 7 จากนน้ั ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั เฉลย
ขนั้ สรปุ (เวลา 5 นาที)
7. ครเู ปิดโอกาสให้นกั เรยี นสรุปแนวคิดทีไ่ ด้จากกิจกรรมน้ีด้วยตนเองให้ไดว้ า่ ดนิ มีสว่ นประกอบอะไรบ้าง
8. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรปุ อีกคร้ังว่า ดนิ แต่ละบริเวณจะประกอบดว้ ย เศษหนิ ซากพืช ซากสัตว์
8. สื่อ /แหล่งเรยี นรู้
8.1 สื่อสไลด์ เรอื่ ง สว่ นประกอบของดิน (2)
8.2 ใบงาน 01 ส่วนประกอบของดิน หนา้ 7
8.3 ดนิ
9. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน 01 สว่ นประกอบของดนิ หน้า 7

29

10. การวดั และประเมินผล

สิ่งทต่ี ้องการวัด/ประเมนิ วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน
แบบประเมนิ ความรู้ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดับ
1) ดา้ นความรู้ ความเขา้ ใจ สังเกตการตอบคาถามใน คุณภาพดีขน้ึ ไป
แบบประเมินทักษะ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดบั
- ระบสุ ว่ นประกอบของดนิ ช้นั เรียนและเนอ้ื หาในใบงาน กระบวนการ คุณภาพพอใชข้ นึ้ ไป
ทางวทิ ยาศาสตร์
2) ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ สังเกตทกั ษะกระบวนการ

- ตีความหมายและลงขอ้ สรปุ ทางวิทยาศาสตร์ใน

เก่ียวกบั สว่ นประกอบของดิน การทากิจกรรม

3) ด้านคณุ ลกั ษณะ สังเกตคุณลักษณะอันพึง แบบประเมนิ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับ
เจตคติ คา่ นยิ ม ประสงคแ์ ละเจตคติ
- มงุ่ มั่นในการทางาน ทางวทิ ยาศาสตร์ คุณลักษณะอนั พึง คณุ ภาพ “ผา่ น”
- อยากรอู้ ยากเหน็
4) สมรรถนะสาคัญของ สังเกตพฤติกรรมในขณะ ประสงคแ์ ละเจตคติ
ผู้เรียน ทากจิ กรรม
1. ความสามารถใน ทางวิทยาศาสตร์
การส่ือสาร
- นาเสนอสว่ นประกอบของ แบบประเมนิ สมรรถนะ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับ
ดนิ ในแต่ละบริเวณ
2 ความสามารถในการคดิ สาคัญของผู้เรียน คุณภาพ “ผา่ น”
- เปรียบเทียบส่วนประกอบ
ของดนิ ในแตล่ ะบรเิ วณ
3. ความสามารถในการใช้
ทักษะชวี ิต
- การทางานรว่ มกันกบั ผอู้ ืน่

30

แบบประเมินความรู้

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรือ่ ง ส่วนประกอบของดนิ (2)

ชื่อผปู้ ระเมิน………………………………………………………………………………………........................……………………........................…………

ประเมินผลครัง้ ที่………………….... วันท่ี ……………..……... เดือน ………..……….…. พ.ศ. ……...…..............................…………........

เร่อื ง………………………………………………………………………………………………………………………………....................................……………….

รายการประเมนิ /ระดับคะแนน

ชือ่ -สกลุ /กล่มุ การตอบ การสรุป ความถูกตอ้ ง รวมคะแนน
คาถาม ความรู้ ครบถว้ นของ (10 คะแนน)
ในช้ันเรียน เนอื้ หาในใบงาน
(4)

(4) (2)

เกณฑ์การประเมิน

ประเด็น ระดับคุณภาพ น้าหนัก คะแนน
รวม
การประเมิน 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรุง)
ตอบคาถามไม่
1. การตอบคาถาม ตอบคาถามได้ ตอบคาถามได้ ตอบคาถาม ถกู ต้อง 1.0 4

ในชัน้ เรียน ถูกต้องท้งั หมด ถกู ต้องเป็นสว่ น ถกู ต้องบางส่วน สรุปความรู้เขา้ ใจ
เกย่ี วกบั เร่ืองที่
ใหญ่ ศึกษาไม่ถูกต้อง
และไมค่ รบถ้วน
2. การสรปุ ความรู้ สรปุ ความรู้ สรุปความรู้ สรุปความรู้ 1.0 4
ความเขา้ ใจ ความเข้าใจ เนื้อหาที่เขียนใน
ความเขา้ ใจ เกี่ยวกับเร่ืองท่ี เกยี่ วกบั เรอื่ งที่ ใบงานไม่ถกู ต้อง
ศึกษาได้ถูกต้อง ศกึ ษาได้ ถูกต้อง
เก่ยี วกับเรอ่ื งที่ แต่ไม่ครบถว้ น บางสว่ น และ
ไม่ครบถว้ น
ศึกษาได้ เนอ้ื หาทเ่ี ขยี นใน
ใบงานมบี างสว่ น เนื้อหาที่เขยี น
ถกู ต้องและ ไม่ถูกต้อง ตามที่ ในใบงานมี
กาหนด ความถูกตอ้ งเปน็
ครบถว้ น ส่วนนอ้ ย

3. ความถูกต้อง เน้อื หาท่เี ขียน 0.5 2

ครบถว้ นของเน้ือหา ในใบงานมี

ในใบงาน ความถูกต้อง

ครบถ้วน ตามที่

กาหนด

เกณฑ์การประเมนิ คณุ ภาพ

คะแนน 9 - 10 หมายถึง ดีมาก

คะแนน 7 - 8 หมายถึง ดี

คะแนน 5 - 6 หมายถงึ พอใช้

คะแนน 0 - 4 หมายถึง ปรับปรงุ

เกณฑ์การตดั สิน ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพดขี น้ึ ไป

31

แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 เร่อื ง ส่วนประกอบของดิน (2)

ช่อื ผูป้ ระเมนิ ………………………………………………………………………………………........................……………………........................…………
ประเมินผลคร้ังที…่ ……………….... วนั ท่ี ……………..……... เดอื น ………..……….…. พ.ศ. ……...…..............................…………........
เร่ือง………………………………………………………………………………………………………………………………....................................……………….

รายการประเมิน/ระดบั คะแนน ผลรวม ผลการ
ประเมนิ
ช่อื -สกลุ /กลมุ่ การตคี วามหมายข้อมลู และ คะแนน
(3 คะแนน)
ลงขอ้ สรุป

(3)

เกณฑก์ ารประเมิน

ทกั ษะกระบวนการ ระดบั ความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร์
การตคี วามหมาย ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
ข้อมูลและลงข้อสรุป สามารถตีความหมาย
ข้อมูลจากการสงั เกต สามารถตีความหมายข้อมลู จาก สามารถตคี วามหมายข้อมลู
และการอภิปราย จนได้
ข้อสรปุ วา่ ดินแตล่ ะ การสังเกตและการอภิปราย จากการสงั เกตและการอภปิ ราย
บริเวณจะประกอบด้วย
เศษหิน ซากพชื ซากสัตว์ จนไดข้ ้อสรุปว่า ดินแตล่ ะบริเวณ จนได้ข้อสรุปบางสว่ น แมจ้ ะ
ดว้ ยตนเอง
จะประกอบดว้ ย เศษหิน ซากพชื ได้รบั คาแนะนาจากครหู รือผู้อื่น

ซากสตั ว์ โดยการชีแ้ นะของครู

หรือผู้อน่ื

เกณฑก์ ารประเมนิ คณุ ภาพ
คะแนน 3 หมายถึง ดี
คะแนน 2 หมายถงึ พอใช้
คะแนน 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารตัดสนิ ผ่านเกณฑ์การประเมินระดบั คณุ ภาพพอใช้ขน้ึ ไป

32

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคแ์ ละเจตคติทางวิทยาศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 เรือ่ ง ส่วนประกอบของดิน (2)

ผ้ปู ระเมิน/กลุ่มประเมิน..................................................................................................................................................
ชอื่ กลุ่มรับการประเมนิ ....................................................................................................................................................
ประเมินผลครง้ั ที.่ ..............วันท่ี...........เดือน..................................................พ.ศ..........................................
เร่อื ง......................................................................................................................................................................................

ท่ี ลักษณะ/พฤตกิ รรมบ่งช้ี เกณฑก์ ารตัดสิน
ผ่าน ไม่ผา่ น
1. ม่งุ มน่ั ในการทางาน
2. อยากรู้อยากเห็น

เกณฑก์ ารตัดสิน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ “ผา่ น”

แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 เรอื่ ง ส่วนประกอบของดนิ (2)

ผูป้ ระเมิน/กลุ่มประเมนิ ..................................................................................................................................................
ชอื่ กลุ่มรบั การประเมิน....................................................................................................................................................
ประเมนิ ผลครั้งที่...............วนั ท่ี...........เดือน..................................................พ.ศ..........................................
เรือ่ ง......................................................................................................................................................................................

ที่ สมรรถนะ/พฤตกิ รรมบง่ ช้ี เกณฑ์การตัดสิน
ผ่าน ไม่ผา่ น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
- นาเสนอส่วนประกอบของดนิ ในแต่ละบริเวณ

2. ความสามารถในการคิด
- เปรยี บเทยี บสว่ นประกอบของดนิ ในแตล่ ะบริเวณ

3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
- การทางานรว่ มกันกับผูอ้ ื่น

เกณฑ์การตัดสนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดับคุณภาพ “ผา่ น”

33

แผนการจดั การเรียนรู้ ที่ 3 เรอื่ ง สว่ นประกอบของดนิ (3)

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 เรอื่ ง ดิน หนว่ ยย่อยท่ี 1 สว่ นประกอบ ลักษณะ สมบตั ิ และประโยชน์ของดนิ
รหัสวิชา ว12101 รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 1 ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ว 3.2

เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก
ธรณพี ิบัติภยั กระบวนการเปล่ียนแปลง ลมฟ้าอากาศและภมู อิ ากาศโลก รวมท้งั ผลต่อสง่ิ มชี วี ิตและสงิ่ แวดลอ้ ม
ตวั ชวี้ ดั

ว 3.2 ป. 2/1 ระบุส่วนประกอบของดิน และจาแนกชนิดของดิน โดยใช้ลักษณะเนื้อดินและการจับตัว
เปน็ เกณฑ์
2. สาระสาคญั

- ดินในแตล่ ะบรเิ วณมสี ่วนประกอบเหมือนกัน
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

3.1 ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ (K)
- ระบุส่วนประกอบของดิน

3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- สังเกตสว่ นประกอบของดนิ
- ลงความเหน็ จากขอ้ มูลเกีย่ วกบั ส่วนประกอบของดิน
- ตีความหมายขอ้ มลู และลงข้อสรปุ เกยี่ วกับสว่ นประกอบของดิน

3.3 ดา้ นคณุ ลักษณะ เจตคติ คา่ นยิ ม (A)
- มุง่ ม่ันในการทางาน
- อยากรอู้ ยากเหน็

4. สาระการเรียนรู้
- ดนิ แต่ละบรเิ วณมสี ว่ นประกอบ คือ เศษหนิ ซากพืช ซากสัตว์ นา้ และอากาศ

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
- นาเสนอส่วนประกอบของดนิ ในแตล่ ะบริเวณ
5.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
- การทางานรว่ มกนั กับผอู้ น่ื

6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
- มุ่งมน่ั ในการทางาน

34

7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าสูบ่ ทเรยี น (เวลา 10 นาท)ี
1. ครูทบทวนเก่ียวกับส่วนประกอบของดินที่ได้เรียนมาในช่ัวโมงท่ีแล้ว ให้นักเรียนสังเกตภาพมีอะไรบ้างท่ีเป็น

ส่วนประกอบของดิน ให้นักเรียนวงกลมรอบล้อมสิ่งท่ีเป็น ส่วนประกอบของดินหน้าชั้นเรียน จากนั้นครูและ
นกั เรยี นร่วมกันเฉลย ดนิ มสี ่วนประกอบคือ เศษหนิ ซากพืช ซากสัตว์

2. นอกจากเศษหิน ซากพืช ซากสัตว์ แล้วนักเรียนคิดว่าดินมีส่วนประกอบอะไรอีกบ้าง (นักเรียนตอบตาม
ความเข้าใจของตนเอง) ครูชวนนักเรยี นไปหาคาตอบจากการทากจิ กรรมที่ 1 ตอนที่ 2

ขัน้ สอน (เวลา 45 นาท)ี
3. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบว่า ในช่ัวโมงนี้นักเรียนจะได้สังเกตและระบุส่วนประกอบของดิน

เพิม่ เตมิ จากในชั่วโมงทแ่ี ลว้
4. ครูให้นักเรียนอ่านวิธีทาตอนท่ี 2 ข้อ 1-2 ตามความเหมาะสมของผู้เรียน ครูตรวจสอบความเข้าใจก่อนทา

กิจกรรมโดยใชค้ าถาม ดังนี้
4.1 นักเรียนต้องนาดินส่วนหน่ึงไปทาอะไร (นาดินไปใส่ในถุงพลาสติกประมาณครึ่งถุงและรัดปากถุงให้แน่น

แลว้ นาถุงดนิ ไปตากแดด)
4.2 ก่อนจะนาถุงพลาสติกที่ใส่ดินไปวางกลางแดดนักเรียนต้องทาอะไร (บันทึกผลการสังเกตว่าพบอะไรบ้าง

ภายในถงุ พลาสติกท่ีใส่ดิน)
4.3 เม่ือนาถุงพลาสติกวางกลางแดดแล้ว นักเรียนต้องสังเกตอะไร (การเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดข้ึนภายใน

ถุงพลาสติกทใี่ สด่ นิ
4.4 กิจกรรมน้ตี อ้ งใช้วสั ดุ-อุปกรณ์อะไรบ้าง (ดนิ จานกระดาษหรือจานพลาสตกิ ถงุ พลาสตกิ ยางรดั ของ)
5. ครอู ธบิ ายวิธีการบนั ทึกผลการทากจิ กรรมในใบงาน 01 หน้า 8
6. เมื่อนกั เรียนเข้าใจข้ันตอนการทากจิ กรรมแล้ว ครใู หน้ ักเรยี นออกมารับดินของกลุ่มตนเองท่ีใช้ในกิจกรรมตอนท่ี 1
จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นจับดนิ ใหท้ ว่ั ทง้ั หมด แลว้ บอกวา่ ร้สู ึกอย่างไร แล้วให้จาคาตอบน้ไี วเ้ พ่อื นาไปอภิปรายต่อไป

35

7. นักเรียนนาดินส่วนหนึ่งมาใส่ถุงพลาสติกประมาณครึ่งถุงและรัดปากถุงให้แน่น แล้วสังเกตและบันทึกผลว่า
พบอะไรบ้างภายในถุงพลาสติก ลงในใบงาน หน้า 8 ในตารางช่องก่อนนาดินในถุงไปวางกลางแดด จากน้ันให้
นกั เรียนนาดินไปตากแดด แลว้ กลับเขา้ มาในชน้ั เรยี น

8. ครูให้นักเรียนอ่านวิธีทาตอนท่ี 2 ข้อท่ี 3-6 ตามความเหมาะสมของผู้เรียน ครูตรวจสอบความเข้าใจก่อน
ทากิจกรรมโดยใช้คาถาม ดงั น้ี
8.1 นกั เรียนตอ้ งนาดนิ สว่ นท่สี องไปทาอะไร (นาดินท่ีมีลักษณะเป็นก้อน 1 ก้อน ใส่ลงในน้าเบา ๆ แล้วสังเกต
ทันท)ี ครแู นะนาใหน้ ักเรยี นเลอื กกอ้ นดนิ ที่มขี นาดใหญท่ สี่ ามารถใส่ลงในแกว้ ได้
8.2 หลงั จากน้นั นกั เรียนตอ้ งทาอะไรต่อ (ตกั ดนิ 1 ชอ้ นกินข้าว ใส่ลงในแก้วใบเดิมแล้วใช้ไม้คนน้า วางไว้สักครู่
แล้วสังเกต และบันทกึ ผล) ครอู ธบิ ายเพ่มิ เติมวา่ นักเรยี นต้องสังเกตสิง่ ท่ีพบตงั้ แต่ผิวน้าลงไปจนถึงก้นแก้ว
8.3 นักเรียนจะได้สังเกตดินท่ีวางไว้กลางแดดเม่ือใด (หลังจากบันทึกผลการสังเกตหลังจากคนน้าที่มีดิน
เสรจ็ แล้ว)
8.4 เม่ือนกั เรยี นสงั เกตดนิ และบนั ทกึ ผลเสร็จแล้วตอ้ งทาอะไรต่อ (นาเสนอผลการสงั เกต)
8.5 กจิ กรรมในชว่ งน้ีตอ้ งใช้วัสดุ-อปุ กรณ์อะไรบา้ ง (ดิน ไมค้ น แกว้ พลาสติกใส นา้ ช้อนกินข้าว)

9. ครูแจกน้า แก้วน้าพลาสติก ไม้คน ช้อนกินข้าว ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม และให้นักเรียนทากิจกรรมไปพร้อมกัน
ท้ังห้องโดยเร่ิมจากใส่ก้อนดิน 1 ก้อน ลงในน้าเบา ๆ สังเกตทันทีและบันทึกผลในหน้า 8 ครูช่วยสังเกต
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากใส่ก้อนดิน 1 ก้อน หากสังเกตไม่ทันอาจใส่ก้อนดินเพ่ิมได้อีกทีละก้อน จากนั้นใช้ไม้คนน้า
ที่มีดิน สังเกตและบันทึกผลให้เรียบร้อย หลังจากนั้นให้นักเรียนออกไปหยิบถุงใส่ดินที่วางไว้กลางแดด
แล้วนามาสังเกตและบนั ทึกผล

10. ครูสุ่มนักเรียนนาเสนอผลการสังเกตและถามนักเรียนกลุ่มอ่ืนว่าได้ผลการสังเกตเหมือนหรือแตกต่างจากที่
เพอื่ นนาเสนอหรอื ไม่ อย่างไร

11. ครชู วนนกั เรียนอภิปรายผลการสงั เกต โดยใชค้ าถามดังน้ี
11.1 การสงั เกตดนิ ในถงุ พลาสตกิ ก่อนและหลงั นาไปตากแดดได้ผลเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร(แตกต่างกัน
หลงั จากตากแดดแล้วเห็นละอองนา้ เกาะอยภู่ ายในถุงพลาสติกเปน็ ฝา้ ขาว ๆ)
11.2 ละอองน้าภายในถุงพลาสติกมาจากไหน รู้ได้อย่างไร (มาจากดิน รู้ได้จาก ก่อนนาดินใส่ถุง สัมผัสดิน
แล้วร้สู กึ ชืน้ มือ และเรามดั ถุงพลาสตกิ ทมี่ ดี ินจนแน่นจงึ ไม่น้าจากภายนอกเข้าไปได้)
11.3 เมื่อใส่ก้อนดินลงในน้าแล้วสังเกตทันที นักเรียนพบอะไรบ้าง (ฟองแก๊สลอยขึ้นสู่ผิวน้าและบางส่วนเกาะ
อยู่ท่กี อ้ นดนิ ) ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ วา่ ฟองแกส๊ คอื อากาศ ซึง่ อย่รู ะหว่างชอ่ งว่างของเม็ดดิน
11.4 เมื่อใช้ไม้คนดินให้เข้ากับน้า วางต้ังไว้สักครู่ พบอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามที่สังเกตได้ เช่น เศษใบไม้
เศษหญ้า ซากสัตว์ เช่น ซากมด ลอยขึ้นมาที่ผิวน้า และอาจเห็นเศษหินหรือกรวดทรายจมอยู่ก้นแก้ว
และเน้อื ดินบางส่วนกระจายอยู่ในนา้ )
11.5 ดินแตล่ ะบริเวณพบสง่ิ ทใี่ ดบ้าง (เศษหนิ ซากพชื ซากสัตว์ น้า อากาศ)

36

ขั้นสรปุ (เวลา 5 นาที)
12. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสรุปแนวคิดหรือสิ่งที่ได้เรียนรู้ในช่ัวโมงด้วยตนเองให้ได้ว่า ดินมีส่วนประกอบ

อะไรบ้าง
13. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปอีกคร้ังว่า ดินแต่ละบริเวณมีส่วนประกอบ คือ เศษหิน ซากพืช ซากสัตว์ น้า

และอากาศ
8. ส่อื /แหล่งเรียนรู้

8.1 ส่ือสไลด์ เร่อื ง สว่ นประกอบของดิน (3)
8.2 ใบกิจกรรมที่ 1 ดินมีสว่ นประกอบอะไรบ้าง หนา้ 4
8.3 ใบงาน 01 ส่วนประกอบของดนิ หน้า 8
8.5 วสั ดุ-อุปกรณ์ ได้แก่ ดิน ไม้คน แก้วพลาสตกิ นา้ ช้อนกินข้าว จานกระดาษหรือจานพลาสตกิ

ถงุ พลาสติก ยางรดั ของ
9. ช้ินงาน/ภาระงาน

- ใบงาน 01 ส่วนประกอบของดนิ หนา้ 8
10. การวัดและประเมินผล

สงิ่ ทต่ี ้องการวดั /ประเมนิ วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมิน
ผ่านเกณฑ์การประเมินระดบั
1) ดา้ นความรู้ ความเขา้ ใจ สังเกตการตอบคาถาม แบบประเมินความรู้ คณุ ภาพดีขึน้ ไป

- ระบสุ ว่ นประกอบของดิน ในชน้ั เรยี นและเนอ้ื หา ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับ
ในใบงาน คุณภาพพอใช้ข้ึนไป

2) ดา้ นทักษะ/กระบวนการ สังเกตทกั ษะ แบบประเมินทักษะ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับ
กระบวนการ คณุ ภาพ “ผา่ น”
- สงั เกตสว่ นประกอบของดิน กระบวนการ ทางวทิ ยาศาสตร์
ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับ
- ลงความเห็นจากข้อมูลเก่ียวกับ ทางวิทยาศาสตร์ใน คุณภาพ “ผ่าน”

สว่ นประกอบของดิน การทากจิ กรรม

- ตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ

เกี่ยวกับสว่ นประกอบของดิน

3) ดา้ นคณุ ลกั ษณะ เจตคติ ค่านยิ ม สงั เกตคุณลักษณะ แบบประเมิน
คณุ ลักษณะอันพงึ
- มุ่งม่ันในการทางาน อนั พึงประสงค์และ

- ความอยากรูอ้ ยากเหน็ เจตคตทิ างวิทยาศาสตร์ ประสงคแ์ ละเจตคติ
ทางวิทยาศาสตร์

4) สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น สังเกตพฤติกรรม แบบประเมิน
1. ความสามารถในการส่อื สาร ในขณะทากิจกรรม สมรรถนะสาคัญ
- นาเสนอสว่ นประกอบของดินใน ของผูเ้ รยี น

แตล่ ะบรเิ วณ
2. ความสามารถในการใช้ทักษะ
ชวี ิต

- การทางานรว่ มกันกับผอู้ นื่

37ชุดการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรยี นที่ 2 ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

แบบประเมนิ ความรู้
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3 เรือ่ ง ส่วนประกอบของดิน (3)

ชื่อผู้ประเมิน………………………………………………………………………………………........................……………………........................…………
ประเมินผลคร้งั ท…่ี ……………….... วนั ท่ี ……………..……... เดอื น ………..……….…. พ.ศ. ……...…..............................…………........
เรอื่ ง………………………………………………………………………………………………………………………………....................................……………….

รายการประเมิน/ระดบั คะแนน

การตอบ การสรุป ความถกู ตอ้ ง รวมคะแนน
(10 คะแนน)
ช่ือ-สกุล/กล่มุ คาถาม ความรู้ ครบถ้วนของ

ในชนั้ เรียน (4) เน้ือหาในใบงาน

(4) (2)

เกณฑก์ ารประเมิน

ประเดน็ ระดบั คณุ ภาพ 1 (ปรับปรุง) นา้ หนัก คะแนน
การประเมิน 4 (ดีมาก) 1.0 รวม
3 (ดี) 2 (พอใช้) ตอบคาถามไม่ 4
1. การตอบ ตอบคาถามได้ ถกู ต้อง 4
คาถามในชน้ั เรียน ถกู ต้องทงั้ หมด ตอบคาถามได้ ตอบคาถาม
ถูกต้องเปน็ ส่วน ถูกต้องบางส่วน 2
ใหญ่

2. การสรปุ ความรู้ สรปุ ความรู้ สรุปความรู้ สรุปความรู้ สรุปความรูเ้ ข้าใจ 1.0
เกี่ยวกับเรอื่ งที่
ความเข้าใจ ความเขา้ ใจ ความเข้าใจ ศึกษาไม่ถูกต้อง
และไมค่ รบถว้ น
เกีย่ วกับเรื่องท่ี เกย่ี วกับเรอื่ งท่ี เกย่ี วกับเรือ่ งที่

ศึกษาได้ ถูกต้อง ศึกษาได้ถูกต้อง ศกึ ษาได้ ถูกตอ้ ง

และครบถ้วน แต่ไม่ครบถ้วน บางส่วน และไม่

ครบถ้วน

3. ความถูกต้อง เนื้อหาทีเ่ ขียน เนื้อหาทเ่ี ขยี นใน เนอื้ หาท่ีเขยี น เนื้อหาทเ่ี ขียนใน 0.5
ใบงานไม่ถกู ต้อง
ครบถว้ นของ ในใบงานมี ใบงานมบี างส่วน ในใบงานมี

เนือ้ หาในใบงาน ความถกู ต้อง ไม่ถูกตอ้ ง ตามที่ ความถูกต้องเป็น

ครบถว้ น ตามที่ กาหนด ส่วนนอ้ ย

กาหนด

เกณฑก์ ารประเมินคณุ ภาพ

คะแนน 9 - 10 หมายถงึ ดมี าก

คะแนน 7 - 8 หมายถงึ ดี

คะแนน 5 - 6 หมายถึง พอใช้

คะแนน 0 - 4 หมายถึง ปรับปรงุ

เกณฑ์การตดั สนิ ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คุณภาพดขี ้นึ ไป

38 ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

แบบประเมนิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 เรอื่ ง ส่วนประกอบของดนิ (3)

ชือ่ ผปู้ ระเมนิ ………………………………………………………………………………………........................……………………........................…………
ประเมนิ ผลครัง้ ท…่ี ……………….... วนั ที่ ……………..……... เดอื น ………..……….…. พ.ศ. ……...…..............................…………........
เรอื่ ง………………………………………………………………………………………………………………………………....................................……………….

ช่ือ-สกลุ /กลุ่ม รายการประเมนิ /ระดับคะแนน ผลรวมคะแนน ผลการ
การสงั เกต การลงความเหน็ การตคี วามหมาย (9 คะแนน) ประเมนิ

(3) จากข้อมูล ขอ้ มูลและลง
(3) ขอ้ สรุป
(3)

39ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรยี นที่ 2 ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

เกณฑก์ ารประเมิน

ทกั ษะกระบวนการ ระดบั ความสามารถ
ทางวิทยาศาสตร์
การสังเกต ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
สามารถใชป้ ระสาทสมั ผสั
การลงความเห็นจาก ในการรวบรวมข้อมลู สามารถใช้ประสาทสัมผสั สามารถใช้ประสาทสมั ผัส
ขอ้ มูล เกยี่ วกบั สว่ นประกอบของ
ดนิ ได้ ด้วยตนเองโดยไม่ ในการรวบรวมขอ้ มูลเก่ยี วกับ ในการรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับ
เพ่ิมความคดิ เห็น
สามารถลงความเหน็ จาก ส่วนประกอบของดนิ ได้ โดย สว่ นประกอบของดินได้บางสว่ น
ข้อมูลไดว้ า่ ส่งิ ทพ่ี บส่ิงใด
เปน็ สว่ นประกอบของดนิ การชแ้ี นะของครหู รอื ผู้อน่ื แมจ้ ะไดร้ บั คาแนะนาจากครู หรอื
ได้ ด้วยตนเอง
ผู้อ่ืน

สามารถลงความเหน็ จาก สามารถลงความเหน็ จากข้อมูลได้

ข้อมูลไดว้ า่ ส่งิ ทีพ่ บสงิ่ ใด วา่ สิ่งทีพ่ บสง่ิ ใดเป็นสว่ นประกอบ

เป็นส่วนประกอบของดินได้ ของดินได้บางอย่าง แมจ้ ะไดร้ ับ

โดยการชีแ้ นะของครูหรือผอู้ ื่น คาแนะนาจากครหู รือผู้อนื่

การตีความหมายและ สามารถตีความหมาย สามารถตีความหมายข้อมูล สามารถตีความหมายข้อมูลจาก
ลงข้อสรปุ ขอ้ มลู จากการสงั เกตและ
ลงขอ้ สรุปได้ว่า ดนิ แตล่ ะ จากการสังเกตและลงข้อสรุป การสังเกตและลงข้อสรุป
บรเิ วณประกอบดว้ ย
เศษหิน ซากพชื ซากสตั ว์ ได้วา่ ดนิ แต่ละบริเวณ สว่ นประกอบของดินแต่ละบริเวณ
น้า และอากาศ ดว้ ย
ตนเอง ประกอบด้วยเศษหนิ ซากพืช ไดบ้ างสว่ น แม้จะไดร้ ับคาแนะนา

ซากสัตว์ นา้ และอากาศ จากครหู รอื ผู้อนื่

โดยการช้แี นะของครูหรือผ้อู น่ื

เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพ
คะแนน 7-9 หมายถึง ดี
คะแนน 4-6 หมายถงึ พอใช้
คะแนน 1-3 หมายถึง ปรับปรุง

เกณฑ์การตัดสนิ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับคุณภาพพอใชข้ น้ึ ไป

40 ชุดการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรียนท่ี 2 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง)

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์และเจคติทางวิทยาศาสตร์
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง ส่วนประกอบของดนิ (3)

ผู้ประเมิน/กลุ่มประเมิน..................................................................................................................................................
ชอ่ื กลุ่มรบั การประเมนิ ....................................................................................................................................................
ประเมนิ ผลครั้งท่ี...............วันท่ี...........เดอื น..................................................พ.ศ..........................................
เร่อื ง......................................................................................................................................................................................

ที่ ลกั ษณะ/พฤตกิ รรมบง่ ช้ี เกณฑ์การตดั สิน
ผ่าน ไม่ผ่าน
1. มุง่ ม่นั ในการทางาน
2. อยากรู้อยากเห็น

เกณฑก์ ารตดั สิน ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดบั คณุ ภาพพอใชข้ น้ึ ไป

แบบประเมินสมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 3 เรือ่ ง ส่วนประกอบของดนิ (3)

ผปู้ ระเมนิ /กลุ่มประเมิน..................................................................................................................................................
ชอื่ กลุ่มรับการประเมิน....................................................................................................................................................
ประเมินผลครง้ั ที.่ ..............วนั ท่ี...........เดือน..................................................พ.ศ..........................................
เร่อื ง......................................................................................................................................................................................

ที่ สมรรถนะ/พฤติกรรมบ่งชี้ เกณฑ์การตดั สิน
ผา่ น ไม่ผ่าน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
- นาเสนอส่วนประกอบของดินในแต่ละบริเวณ

2. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
- การทางานร่วมกันกับผู้อ่ืน

เกณฑ์การตดั สนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดบั คณุ ภาพ “ผ่าน”

41ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เร่อื ง ส่วนประกอบของดนิ (4)

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 เรื่อง ดนิ หน่วยยอ่ ยท่ี 1 ส่วนประกอบ ลกั ษณะ สมบัติ และประโยชน์ของดนิ

รหัสวิชา ว12101 รายวชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 1 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน ว 3.2

เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก
ธรณพี บิ ตั ิภัย กระบวนการเปล่ยี นแปลง ลมฟา้ อากาศและภมู ิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสง่ิ มีชีวติ และส่ิงแวดล้อม
ตวั ชี้วดั

ว 3.2 ป. 2/1 ระบุส่วนประกอบของดิน และจาแนกชนิดของดิน โดยใช้ลักษณะเนื้อดินและการจับตัว
เป็นเกณฑ์
2. สาระสาคญั

- ดนิ ในแต่ละบริเวณมสี ่วนประกอบเหมือนกนั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้

3.1 ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ (K)
- ระบุสว่ นประกอบของดิน

3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- ตีความหมายขอ้ มูลและลงขอ้ สรปุ เกย่ี วกบั ส่วนประกอบของดิน

3.3 ดา้ นคุณลักษณะ เจตคติ ค่านยิ ม (A)
- มงุ่ ม่นั ในการทางาน
- ความอยากรู้อยากเหน็

4. สาระการเรยี นรู้
- ดินแตล่ ะบริเวณมสี ่วนประกอบเหมือนกัน คอื เศษหนิ ซากพืช ซากสตั ว์ นา้ และอากาศ

5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
ความสามารถในการคิด
- สรปุ เกี่ยวกับส่วนประกอบของดนิ ของดินในท้องถิน่

6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
- มงุ่ ม่นั ในการทางาน

42 ชดุ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรยี นท่ี 2 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

7. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรยี น (เวลา 5 นาท)ี
1. ครทู บทวนเก่ียวกับส่วนประกอบของดินจากผลการสังเกต โดยใชค้ าถามดงั น้ี

1.1 ดนิ แต่ละบริเวณท่นี ักเรียนได้สังเกตมีสว่ นประกอบอะไรบ้าง (เศษหิน ซากพชื ซากสตั ว์ นา้ อากาศ)
1.2 นักเรียนคิดว่าดินในแต่ละท้องถ่ินมีส่วนประกอบเหมือนกับดินของนักเรียนหรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบ

ตามความเขา้ ใจของตนเอง)
2. ครูชวนนกั เรียนไปหาคาตอบจากการทากจิ กรรมท่ี 1 ตอนท่ี 2
ขน้ั สอน (เวลา 50 นาที)
3. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบว่า ในชั่วโมงน้ีนักเรียนจะได้อ่านใบความรู้และอภิปรายเกี่ยวกับ

สว่ นประกอบของดิน
4. ครูให้นักเรียนอ่านวิธีทาตอนที่ 2 ข้อ 7 หน้า 4 ตามความเหมาะสมของผู้เรียน ครูตรวจสอบความเข้าใจก่อน

ทากิจกรรมโดยใช้คาถาม ดงั น้ี
4.1 นกั เรียนจะไดอ้ ่านใบความเร่อื งอะไร (เร่ืองสว่ นประกอบของดิน)
4.2 เม่อื อ่านจบแล้วนักเรยี นตอ้ งทาอะไรต่อไป (อภิปรายสว่ นประกอบของดนิ )
5. ครูให้นักเรียนอ่านใบความรู้เรื่องส่วนประกอบของดิน หน้า 9 ตามความเหมาะสมของผู้เรียน ครูชวนนักเรียน
อภปิ รายเกยี่ วกบั สว่ นประกอบของดนิ โดยใช้คาถาม ดังนี้
5.1 ดินมลี ักษณะแตกต่างกันเพราะเหตุใด (เพราะหินตน้ กาเนดิ ทผี่ ุพงั )
5.2 ดินในแต่ละบริเวณในท้องถ่ินมีส่วนประกอบอะไรบ้างที่เหมือนกัน (มีเศษหิน ซากพืช ซากสัตว์ น้า และ

อากาศ)
6. ครูถามนักเรียนว่าดนิ เกิดข้ึนไดอ้ ย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง) ครูชวนนักเรียนไปหาคาตอบน้ี

โดยชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับการเกิดดิน หลังจากชมวีดิทัศน์ครูถามนักเรียนอีกคร้ังและให้นักเรียนอธิบายว่า
ดนิ เกดิ ขึ้นไดอ้ ย่างไร เพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจ
7. นกั เรียนตอบคาถามหลังจากทากจิ กรรม หนา้ 10-11 จากน้ันครแู ละนกั เรียนร่วมกนั เฉลย
8. ครูใหน้ กั เรียนทาใบงาน 02 แบบฝกึ หัด เรอ่ื งสว่ นประกอบของดนิ หน้า 12 และนักเรยี นร่วมกนั เฉลย
ขัน้ สรปุ (เวลา 5 นาที)
9. ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นสรุปกจิ กรรมด้วยตนเองใหไ้ ด้วา่ ดินแต่ละบริเวณมีส่วนประกอบเหมือนกัน คือ เศษหิน
ซากพชื ซากสัตว์ น้า และอากาศ
10. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเตรียมดินของกลุ่มตนเองให้ได้ประมาณ 25 กามือ มาใช้ในการทากิจกรรมในชั่วโมง
ตอ่ ไป
8. สื่อ /แหลง่ เรยี นรู้

8.1 สือ่ สไลด์ เร่อื ง ส่วนประกอบของดิน (4)
8.2 ใบกิจกรรมท่ี 1 ดนิ มีส่วนประกอบอะไรบ้าง หน้า 4
8.3 ใบงาน 01 ส่วนประกอบของดิน หนา้ 10-11
8.4 ใบงาน 02 แบบฝกึ หัด เรื่องส่วนประกอบของดนิ หน้า 12

43ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรยี นท่ี 2 ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

8.5 ส่ือวดี ิทัศนเ์ กี่ยวกบั การเกิดดนิ
9. ชิน้ งาน/ภาระงาน

- ใบงาน 01 สว่ นประกอบของดิน หน้า 10-11

10. การวดั และประเมินผล

ส่งิ ทีต่ ้องการวัด/ประเมิน วธิ ีการ เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
1) ด้านความรู้ ความเขา้ ใจ ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดับ
- ระบุส่วนประกอบของดิน สังเกตการตอบคาถาม แบบประเมินความรู้ คณุ ภาพดีข้นึ ไป

2) ดา้ นทักษะ/กระบวนการ ในชั้นเรยี นและเน้อื หา ผ่านเกณฑ์การประเมินระดบั
- ตคี วามหมายข้อมลู และ คุณภาพพอใชข้ นึ้ ไป
ลงขอ้ สรปุ เกีย่ วกับ ในใบงาน
ส่วนประกอบของดนิ
3) ด้านคณุ ลกั ษณะ สังเกตทกั ษะกระบวนการ แบบประเมนิ ทักษะ
เจตคติ คา่ นิยม
- มุ่งมน่ั ในการทางาน ทางวิทยาศาสตร์ในการทา กระบวนการ
- อยากรอู้ ยากเหน็
4) สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน กิจกรรม ทางวทิ ยาศาสตร์
1. ความสามารถในการคิด
- สรปุ เก่ียวกับส่วนประกอบ สังเกตคุณลักษณะ แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับ
ของดนิ ของดนิ ในท้องถ่นิ
อันพงึ ประสงค์และเจตคติ คุณลกั ษณะอันพงึ คุณภาพ “ผา่ น”

ทางวทิ ยาศาสตร์ ประสงคแ์ ละเจตคติ

ทางวทิ ยาศาสตร์

สังเกตพฤติกรรมขณะทา แบบประเมนิ สมรรถนะ ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดบั

กิจกรรม สาคัญของผเู้ รียน คุณภาพ “ผา่ น”

44 ชุดการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรยี นท่ี 2 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง)

แบบประเมนิ ความรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 เรือ่ ง ส่วนประกอบของดนิ (4)

ชื่อผู้ประเมนิ ………………………………………………………………………………………........................……………………........................…………

ประเมนิ ผลครง้ั ที่………………….... วันท่ี ……………..……... เดือน ………..……….…. พ.ศ. ……...…..............................…………........

เร่ือง………………………………………………………………………………………………………………………………....................................……………….

รายการประเมนิ /ระดบั คะแนน

ชื่อ-สกลุ /กลุม่ การตอบ การสรปุ ความถกู ต้อง รวมคะแนน
คาถามในชั้น ความรู้ ครบถว้ นของ (10 คะแนน)
เนอื้ หาในใบงาน
เรียน (4)

(4) (2)

เกณฑก์ ารประเมิน

ประเดน็ ระดบั คุณภาพ 1 (ปรับปรุง) นา้ หนกั คะแนน
การประเมนิ 4 (ดีมาก) รวม
3 (ดี) 2 (พอใช้) ตอบคาถามไม่
1. การตอบ ตอบคาถามได้ ถูกต้อง 1.0 4
คาถามในชัน้ เรยี น ถูกต้องทง้ั หมด ตอบคาถามได้ ตอบคาถาม
ถกู ต้องเปน็ ส่วน ถูกต้องบางสว่ น
ใหญ่

2. การสรุปความรู้ สรุปความรู้ สรปุ ความรู้ สรปุ ความรู้ สรุปความรเู้ ข้าใจ 1.0 4
ความเขา้ ใจ ความเขา้ ใจ ความเข้าใจ เกีย่ วกับเรอื่ งท่ี
เกย่ี วกับเร่ืองท่ี เกย่ี วกบั เร่ืองที่ เกยี่ วกบั เร่อื งที่ ศกึ ษาไม่ถกู ต้อง
ศกึ ษาได้ ถูกตอ้ ง ศึกษาไดถ้ ูกต้อง ศกึ ษาได้ ถูกตอ้ ง และไม่ครบถ้วน
และครบถว้ น แต่ไม่ครบถว้ น บางส่วน และ
ไมค่ รบถว้ น
3. ความถูกต้อง เนอ้ื หาท่เี ขยี นใน เนอ้ื หาท่เี ขียนใน 0.5 2
ครบถว้ นของ ใบงานมคี วาม ใบงานมบี างส่วน เน้อื หาทเ่ี ขียน เนอื้ หาทีเ่ ขยี นใน
เน้ือหาในใบงาน ถกู ต้องครบถ้วน ไมถ่ ูกตอ้ ง ตามท่ี ในใบงานมี ใบงานไม่ถูกตอ้ ง
ตามทก่ี าหนด กาหนด ความถูกต้อง
เปน็ สว่ นนอ้ ย

เกณฑ์การประเมนิ คณุ ภาพ
คะแนน 9 - 10 หมายถงึ ดมี าก
คะแนน 7 - 8 หมายถงึ ดี
คะแนน 5 - 6 หมายถึง พอใช้
คะแนน 0 - 4 หมายถึง ปรบั ปรุง

45ชุดการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร)์ ภาคเรยี นที่ 2 ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง)

เกณฑ์การตดั สนิ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คณุ ภาพดขี ึน้ ไป
แบบประเมนิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 4 เรือ่ ง ส่วนประกอบของดิน (4)

ช่ือผู้ประเมนิ ………………………………………………………………………………………........................……………………........................…………
ประเมินผลครั้งท่…ี ……………….... วันที่ ……………..……... เดือน ………..……….…. พ.ศ. ……...…..............................…………........
เรือ่ ง………………………………………………………………………………………………………………………………....................................……………….

ชื่อ-สกุล/กลมุ่ รายการประเมนิ /ระดับคะแนน ผลรวมคะแนน ผลการ
ตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป (3 คะแนน) ประเมนิ

(3)

เกณฑก์ ารประเมนิ

ทกั ษะกระบวนการทาง ระดบั ความสามารถ
พอใช้ (2)
วทิ ยาศาสตร์ ดี (3) ปรบั ปรงุ (1)
สามารถตีความหมายข้อมูล สามารถตคี วามหมายข้อมลู
ตีความหมายข้อมลู สามารถตคี วามหมาย จากการสังเกต และลงขอ้ สรปุ จากการสังเกต และลงขอ้ สรุป
ไดว้ า่ ดนิ แต่ละบริเวณในท้องถน่ิ สว่ นประกอบของดนิ แต่ละ
และลงข้อสรปุ ข้อมูลจากการสังเกต ประกอบด้วยเศษหิน ซากพืช บริเวณในทอ้ งถน่ิ ได้บางสว่ น
ซากสตั ว์ นา้ และอากาศ แม้จะได้รับคาแนะนาจากครู
และลงข้อสรุปได้ว่า ดนิ โดยการชแี้ นะของครูหรือผู้อื่น หรอื ผู้อน่ื

แต่ละบริเวณในทอ้ งถิ่น

ประกอบด้วยเศษหิน

ซากพืชซากสัตว์ นา้

และอากาศ ด้วยตนเอง

เกณฑก์ ารประเมนิ คุณภาพ
คะแนน 3 หมายถงึ ดี
คะแนน 2 หมายถึง พอใช้
คะแนน 1 หมายถงึ ปรับปรงุ

เกณฑ์การตดั สนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพพอใช้ข้ึนไป


Click to View FlipBook Version