The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการรจัดการเรียนรู้ วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เล่ม 2) ป.2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ruthairong Srikeaw, 2021-11-25 06:50:16

แผนการรจัดการเรียนรู้ วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เล่ม 2) ป.2

แผนการรจัดการเรียนรู้ วิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (เล่ม 2) ป.2

146 ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร)์ ภาคเรยี นท่ี 2 ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 15 เรือ่ ง ประโยชนข์ องดิน (3)

ชื่อผปู้ ระเมนิ /กลมุ่ ประเมิน…………………………………………………………………………………………..............................
ช่ือกลุ่มรับการประเมนิ ………………………………………………………………………………………………..............................
ประเมนิ ผลครั้งที่…………………....……....... วัน ……………..…. เดอื น …...........……..………. พ.ศ. ……...….…….......
เร่อื ง……………………………………………………………………………………………………………………....................................

ท่ี ลกั ษณะ/พฤตกิ รรมบง่ ชี้ ระดับพฤติกรรม
ผา่ น ไม่ผ่าน
1. ความอยากรู้อยากเห็น
2. การยอมรับความเหน็ ต่าง

เกณฑ์การตดั สิน ผ่านเกณฑ์การประเมินระดบั คณุ ภาพ “ผ่าน”

แบบประเมินสมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 15 เรื่อง ประโยชนข์ องดนิ (3)

ชือ่ ผปู้ ระเมนิ /กล่มุ ประเมิน…………………………………………………………………………………………..............................
ช่อื กลุ่มรับการประเมนิ ………………………………………………………………………………………………..............................
ประเมนิ ผลครั้งท่…ี ………………....……....... วัน ……………..…. เดือน …...........……..………. พ.ศ. ……...….…….......
เรื่อง……………………………………………………………………………………………………………………....................................

ที่ สมรรถนะ/พฤติกรรมบ่งชี้ เกณฑก์ ารตดั สิน
ผา่ น ไม่ผา่ น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
- นาเสนอสินค้าทเ่ี กย่ี วกบั การใช้ประโยชน์จากดิน

2. ความสามารถในการคดิ
- พิจารณาการเลอื กซ้ือสินค้าที่ใช้ประโยชน์จากดนิ

เกณฑก์ ารตัดสนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดับคุณภาพ “ผ่าน”

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร์) ภาคเรยี นที่ 2 ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง) 147

เฉลยใบงาน

148 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

เป็นแหลง่ ธาตอุ าหาร
ใหก้ บั สิง่ มชี วี ิต

เพาะปลูกพืช แหล่งกักเกบ็ นา้
และอากาศ

สร้างบา้ น ทาส่งิ ของ

ท่ีอยู่อาศัยของสง่ิ มชี วี ติ ท่ียดึ เกาะของรากพืช

ผลิตสสี าหรบั ใชง้ านตา่ ง ๆ

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 149

เชน่ ดินเหนยี วใช้ปลูกพืชท่ีต้องน้ามากและทาเครื่องป้ันดนิ เผา
ดนิ รว่ นใชป้ ลูกพชื ทว่ั ไป และดินทรายใชป้ ลูกพชื ที่ต้องการน้าน้อย
และใชใ้ นการกอ่ สร้าง เพราะดินแตล่ ะชนิดมลี กั ษณะและสมบตั ิ
แตกตา่ งกนั จงึ นามาใช้ประโยชน์ได้แตกตา่ งกัน
คาตอบข้ึนอยูก่ ับผลการทากิจกรรมของนกั เรยี น เชน่
แจกนั กระถางตน้ ไมด้ นิ เผา ต๊กุ ตาดินปั้น จาน
ดินแตล่ ะชนิดนาไปใชป้ ระโยชน์ไดแ้ ตกตา่ งกนั ตามลกั ษณะ
และสมบตั ขิ องดนิ

150 ชุดการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร์) ภาคเรียนที่ 2 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง)

ไมถ่ กู ตอ้ ง เพราะพืชบางชนดิ ตองการน้ามากควรปลกู ในดินเหนยี ว
ท่มี ีการอุม้ นา้ ได้มาก และพชื บางชนดิ ตองการน้านอ้ ยควรปลกู
ในดินทรายทม่ี กี ารอุ้มน้าไดน้ อ้ ย
ดินเหนยี ว เพราะดนิ เหนียวมีการจบั ตัวไดด้ ี ปน้ั เปน็ ก้อนได้
ดงั นน้ั เมอ่ื ผสมกบั วัสดอุ นื่ ก็จะจบั ตวั กับวัสดอุ นื่ ได้ดีดว้ ย

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร)์ ภาคเรยี นท่ี 2 ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง) 151

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 4
วตั ถแุ ละสมบตั ิของวัสดุ

152 ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรับครผู สู้ อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรยี นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรับปรงุ )

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัดของหนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 วัตถแุ ละสมบัติของวัสดุ

มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชี้วดั

มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ
โครงสร้างและแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะ
ของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี

ตวั ชวี้ ัด
ว 2.1 ป. 2/1 เปรียบเทียบสมบัติการดดู ซับนา้ ของวัสดโุ ดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจกั ษ์และระบุการนาสมบัติ
การดูดซบั นา้ ของวสั ดไุ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการทาวตั ถุในชีวติ ประจาวัน
ว 2.1 ป. 2/2 อธิบายสมบัติท่ีสังเกตได้ของวัสดุที่เกิดจากการนาวัสดุมาผสมกันโดยใช้หลักฐานเชิง
ประจกั ษ์
ว 2.1 ป. 2/3 เปรียบเทียบสมบตั ิที่สงั เกตไดข้ องวัสดุ เพือ่ นามาทาเป็นวตั ถใุ นการใช้งานตามวัตถุประสงค์
และอธิบายการนาวสั ดุทใ่ี ช้แลว้ กลับมาใช้ใหม่ โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
ว 2.1 ป. 2/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของการนาวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ โดยการนาวัสดุที่ใช้แล้ว
กลบั มาใช้ใหม่

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร)์ ภาคเรยี นท่ี 2 ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 153

ลาดบั การนาเสนอแนวคิดหลกั ของหนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 วตั ถุและสมบัตขิ องวัสดุ

วสั ดุแต่ละชนิดมีลักษณะและสมบัติต่าง ๆ เช่น สี รปู ร่าง ความแข็ง การยืดได้ การดูดซบั น้า

วสั ดุบางชนดิ มสี มบัตดิ ดู ซบั น้าได้มาก บางชนิดดูดซบั น้าได้น้อย บางชนิดดดู ซับน้าไม่ได้

การดดู ซบั น้าของวัสดสุ ังเกตได้จากปรมิ าณน้าทซ่ี ึมเขา้ ไปอย่ใู นชอ่ งว่างของเน้ือวสั ดนุ ัน้ และปรมิ าณน้าที่เหลืออยู่
หลังจากวัสดดุ ดู ซับไว้

ถา้ ต้องการทาวัตถุที่ใชป้ ระโยชน์ในการดูดซบั น้าหรือไมด่ ดู ซับน้า ควรเลือกวัสุดทีม่ ีสมบัตกิ ารดดู ซับน้าทตี่ รง
ตามความต้องการ

วัสดุที่ไดจ้ ากการผสมกันมีสมบตั ิแตกตา่ งไปจากสมบตั ิเดิมของวัสดกุ ่อนผสม

สมบตั ิของวัสดุท่ีได้จากการผสมกันอาจมสี มบัติบางอยา่ งทเี่ หมาะสมและประโยชนก์ ับการใชง้ านในชีวติ ประจาวัน

การเลอื กวสั ดมุ าทาเป็นวัตถุเพ่ือใชง้ านตามวัตถปุ ระสงค์ขน้ึ อยกู่ ับสมบัติของวัสดนุ ้นั ๆ

วสั ดุบางอย่างอาจนากลบั มาใชใ้ หมห่ รอื รยี ูสได้ โดยใช้ซา้ แบบเดมิ หลาย ๆ ครงั้ หรอื เปลี่ยนรปู แบบการใช้
เพอื่ ใหใ้ ช้วสั ดไุ ดอ้ ย่างคุ้มค่า

มวี ธิ ีการใช้วัสดุอยา่ งค้มุ คา่ มอี ีกหลายวธิ ี เชน่ การลดการใชว้ สั ดหุ รือใชเ้ ท่าทจ่ี าเปน็ หรือรดี วิ ซ์ หรือการนาวสั ดุทผ่ี ่าน
การใชซ้ ้า จนคุ้มค่าแลว้ ไปผา่ นกระบวนการแปรรปู แล้วนากลบั มาใช้ประโยชนอ์ กี ครัง้ หรือรไี ซเคิล

เม่ือเราใชว้ ัสดุอย่างคมุ้ ค่าจะเป็นการช่วยลดปริมาณขยะและรักษาส่งิ แวดล้อม

154 ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรับครูผสู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร์) ภาคเรยี นท่ี 2 ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 (ฉบบั ปรับปรงุ )

ตวั อย่างโครงสร้างแผนการจดั การเรยี นรขู้ องหนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 วัตถแุ ละสมบตั ขิ องวสั ดุ

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16-18 แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 19-23
สมบัติการดูดซับนา้ ของวสั ดุ การทาวตั ถุโดยใชส้ มบตั ิ
การดูดซับนา้ (5 ช่ัวโมง)
(3 ชว่ั โมง)

หน่วยยอ่ ยท่ี 1
ส่วนประกอบ ลักษณะ
สมบตั ิ และประโยชน์

ของดนิ

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 แผนการจดั การเรียนรู้
วัตถแุ ละสมบตั ิของวสั ดุ ที่ 31-33 การนาวัสดทุ ่ี
ใชแ้ ล้วกลับมาใช้ใหม่
(18 ชวั่ โมง)
(3 ช่ัวโมง)

หน่วยยอ่ ยที่ 2 หน่วยยอ่ ยท่ี 3
วัสดผุ สม การทาวตั ถุโดยใช้
สมบตั ิของวัสดุ

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 24-27 แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 28-30
สมบตั ขิ องวัสดุทีผ่ สมกัน การทาวตั ถใุ นการใชง้ านตาม
(4 ชว่ั โมง)
วตั ถุประสงค์ (3 ช่วั โมง)

หมายเหตุ : โครงสร้างเวลานเ้ี ป็นตัวอย่างสาหรบั ในการจดั การเรียนการสอน ซึ่งสามารถปรบั ไดต้ าม
ความเหมาะสมกับวันและเวลา

ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 2 (ฉบับปรบั ปรงุ ) 155

หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1 สมบัตกิ ารดดู ซบั นา้ ของวสั ดุและการใช้ประโยชน์

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 ชื่อหนว่ ย วัตถแุ ละสมบัตขิ องวัสดุ

จานวนเวลาเรยี น 8 ชวั่ โมง จานวนแผนการจัดการเรียนรู้ 2 แผน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สาระสาคญั ของหน่วย
วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติการดูดซับน้าท่ีแตกต่างกันซ่ึงสามารถนามาใช้ประโยชน์ในการทาวัตถุ ตาม

ความต้องการ

มาตรฐานและตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร

กับโครงสร้างและแรงยดึ เหน่ยี วระหวา่ งอนุภาค หลกั และธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะ
ของสสาร การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
ตัวชีว้ ดั
ว 2.1 ป. 2/1 เปรียบเทยี บสมบตั กิ ารดูดซบั นา้ ของวัสดุโดยใชห้ ลักฐานเชิงประจกั ษแ์ ละระบกุ ารนาสมบัติ

การดูดซับน้าของวสั ดไุ ปประยุกต์ใช้ในการทาวัตถุในชวี ติ ประจาวนั

156 ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครูผสู้ อน) กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรยี นท่ี 2 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบับปรบั ปรงุ )

ลาดับการนาเสนอแนวคิดหลักของหน่วยย่อยท่ี 1 สมบตั ิการดดู ซับนา้ ของวสั ดุและการใช้ประโยชน์

วัสดแุ ต่ละชนดิ มลี กั ษณะและสมบตั ิต่าง ๆ เช่น สี รปู ร่าง ความแข็ง การยดื ได้ การดดู ซับน้า

วัสดุบางชนิดมสี มบัติดดู ซับนา้ ได้มาก บางชนดิ ดดู ซบั น้าได้น้อย บางชนดิ ดดู ซบั นา้ ไม่ได้

การดดู ซับน้าของวสั ดสุ ังเกตไดจ้ ากปริมาณนา้ ท่ซี ึมเขา้ ไปอย่ใู นช่องวา่ งของเน้ือวัสดุนัน้ และปรมิ าณนา้ ท่ีเหลืออยู่
หลงั จากวสั ดดุ ดู ซบั ไว้

ถา้ ตอ้ งการทาวัตถุทใ่ี ชป้ ระโยชน์ในการดูดซับนา้ หรือไมด่ ดู ซับน้า ควรเลือกวัสุดทม่ี สี มบัติการดดู ซับนา้ ทต่ี รงตาม
ความตอ้ งการ

โครงสร้างของหนว่ ยยอ่ ยท่ี 1 สมบตั กิ ารดดู ซบั น้าของวัสดุและการใชป้ ระโยชน์

หน่วยการเรียนรู้ ช่ือหน่วยย่อย จานวนแผน ช่ือแผนการจัดการเรยี นรู้ จานวนชัว่ โมง

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ หนว่ ยยอ่ ยที่ 1 2 สมบตั ิการดดู ซับน้าของ 3
4 วตั ถุและสมบตั ิ สมบัติการดูดซบั น้า วสั ดุ 5
ของวสั ดุ ของวสั ดแุ ละการใช้ การทาวตั ถโุ ดยใช้สมบตั ิ
ประโยชน์ การดูดซับนา้

ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร์) ภาคเรยี นที่ 2 ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง) 157

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 16 เรื่อง การดูดซบั นา้ ของวสั ดุ (1)

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 เรอ่ื ง วัตถุและสมบตั ิของวัสดุ หน่วยยอ่ ยท่ี 1 เร่ือง สมบัติการดูดซบั นา้ ของวัสดแุ ละการใช้ประโยชน์

รหัสวิชา ว12101 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 1 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ว 2.1

เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้าง
และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย
และการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี

ตัวช้ีวัด ป. 2/1 ปรียบเทียบสมบัติการดูดซับน้าของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์และระบุการนา
สมบัติ การดูดซบั น้าของวสั ดไุ ปประยุกตใ์ ชใ้ นการทาวัตถุในชีวิตประจาวัน

2. สาระสาคญั
วสั ดแุ ตล่ ะชนิดมสี มบตั ิการดดู ซบั นา้ แตกต่างกัน

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
- บอกการมีรูพรนุ และสมบตั ิอนื่ ๆ ของวสั ดุชนิดต่าง ๆ ทจี่ ะนามาทดสอบการดดู ซบั น้า
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- สงั เกตการมีรูพรุน และสมบัตอิ ื่น ๆ ของวสั ดชุ นิดต่าง ๆ ที่จะนามาทดสอบการดดู ซบั นา้
- ลงความเห็นจากข้อมูลเกย่ี วกับการมรี ูพรุน และสมบตั อิ น่ื ๆ ของวสั ดุชนิดตา่ ง ๆ ที่จะนามาทดสอบ
การดูดซบั นา้
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะ เจตคติ ค่านยิ ม (A)
- ซือ่ สตั ยส์ จุ รติ
- มวี ินัย
- ใฝ่เรียนรู้

4. สาระการเรยี นรู้
การดูดซับน้าของวัสดุสังเกตได้จากปริมาณน้าท่ีซึมเข้าไปอยู่ในช่องว่างของเน้ือวัสดุนั้น วัสดุแต่ละชนิด

มสี มบัตกิ ารดูดซบั น้าแตกตา่ งกนั สังเกตจากปริมาณน้าที่วัสดดุ ูดซับไว้ บางชนิดดูดซับน้าได้มาก บางชนิดดูดซับน้า
ไดน้ อ้ ย บางชนิดไม่ดดู ซบั นา้

158 ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรับครูผสู้ อน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร์) ภาคเรยี นท่ี 2 ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2 (ฉบับปรบั ปรงุ )

5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
- อธบิ ายและเปรยี บเทียบสมบตั ิของวสั ดแุ ต่ละชนิด
5.2 ความสามารถในการคิด
- ลงความเห็นจากขอ้ มลู การทดสอบสมบัติของวัสดุแตล่ ะชนิด
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
- มงุ่ มั่นในการทางานให้สาเรจ็

6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
6.1 ซื่อสัตยส์ จุ รติ
6.2 มีวนิ ัย
6.3 ใฝเ่ รยี นรู้

7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นาเข้าส่บู ทเรียน (เวลา 10 นาที)
1. ครูสร้างสถานการณ์หน้าช้ันเรียน โดยนาผ้าเช็ดโต๊ะมาให้นักเรียนสังเกต จากน้ันถามคาถามนักเรียนว่า

ถา้ มีนา้ หกบนโตะ๊ จะใชผ้ า้ นี้เชด็ ให้แหง้ ได้หรือไม่ อยา่ งไร (นักเรยี นตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง)
2. ครูเทน้าลงบนโต๊ะแล้วให้นักเรียน 1 คนออกมาใช้ผ้าเช็ดน้าท่ีหกบนโต๊ะ ให้นักเรียนสังเกต จากนั้นถามคาถาม

ดงั ต่อไปน้ี
2.1 ผ้านเ้ี ชด็ น้าใหแ้ หง้ ไดห้ รือไม่ (เชด็ ได)้
2.2 น้าหายไปไหน (นักเรยี นตอบตามความเข้าใจของตนเอง)

3. ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า การท่ีผ้าสามารถเช็ดน้าบนโต๊ะให้แห้งได้ เนื่องจากน้าบนโต๊ะเข้าไปแทรกอยู่ในช่องว่าง
ของเน้ือผ้า เราเรียกว่าผ้าดูดซับน้าได้ แต่ถ้าเรานาวัตถุท่ีทาจากวัสดุบางอย่างมาเช็ดน้า แล้วน้าไม่สามารถ
แทรกเขา้ ไปในช่องว่างของเนอื้ วสั ดไุ ด้ วสั ดุน้ันเป็นวัสดุที่ไม่ดูดซับน้า จากน้ันครูถามนักเรียนดังนี้ การดูดซับน้า
หมายถึงอะไร (การที่น้าซึมเข้าไปอยู่ในช่องว่างของเน้ือวัสดุ) ถ้านักเรียนตอบไม่ได้ ครูช่วยอธิบายให้นักเรียน
เขา้ ใจเพือ่ นาความรู้ไปใชใ้ นการทากิจกรรมตอ่ ไป

4. ครชู กั ชวนนกั เรยี นไปหาคาตอบจากกิจกรรมวา่ วสั ดทุ ่ดี ูดซบั น้าไดจ้ ะมลี ักษณะอย่างไร
ข้ันสอน (เวลา 45 นาที)
5. ครูใช้สื่อสไลด์พานักเรียนอ่านช่ือกิจกรรม และอ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ในกิจกรรมท่ี 1 วัสดุใดดูดซับน้าได้ดี

ทส่ี ุด หนา้ 45 จากนนั้ ครตู รวจสอบความเขา้ ใจ โดยใชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
5.1 กิจกรรมนนี้ กั เรยี นจะไดเ้ รยี นเรื่องอะไร (การดูดซับน้าของวสั ดแุ ตล่ ะชนิด)
5.2 นักเรียนจะเรยี นเร่ืองน้ดี ้วยวธิ ีใด (การสงั เกต)
5.3 เม่อื เรียนแลว้ นักเรยี นจะทาอะไรได้ (เปรียบเทยี บสมบัติการดูดซบั น้าของวัสดุแตล่ ะชนิด)

6. ครูแจ้งจุดประสงค์ของช่ัวโมงนี้ให้นักเรียนทราบว่า นักเรียนจะได้สังเกตและบอกการมีรูพรุน และสมบัติอื่น ๆ
ของวัสดชุ นดิ ต่าง ๆ ท่ีจะนามาทดสอบการดดู ซับน้า

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร)์ ภาคเรยี นท่ี 2 ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2 (ฉบับปรบั ปรุง) 159

7. ครูชักชวนให้นักเรียนอ่านวิธีทาในใบกิจกรรมที่ 1 หน้า 45 ข้อ 1 จากน้ันครูพูดคุยกับนักเรียนให้แต่ละกลุ่ม
ช่วยกันสังเกตการมีรูพรุนและสมบัติอ่ืน ๆ ของวัสดุ 4 ชนิด ได้แก่ ผ้าฝ้าย กระดาษเย่ือ กระดาษหนังสือพิมพ์
และพลาสตกิ อย่างละเอยี ด

8. ครูให้นักเรยี นบันทึกผลการสังเกตลงในใบงาน 01 การดูดซับน้าของวัสดุ หน้า 47 โดยครูอาจใช้แว่นขยายช่วย
ในการสังเกตการมีรูพรุนของวัสดุแต่ละชนิด ขณะที่นักเรียนลงมือทากิจกรรม หากนักเรียนเขียนไม่คล่อง
ครูสงั เกตและให้ความชว่ ยเหลอื

9. หลังจากนักเรียนทากิจกรรมเสร็จแล้ว ครูสุ่มนักเรียนนาเสนอ แล้วเขียนคาตอบผลการสังเกตวัสดุแต่ละชนิด
ของนักเรียนไว้บนกระดาน

10. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั อภิปรายผลการสงั เกต โดยครใู ช้คาถามดงั น้ี
10.1 ถ้าพิจารณาการมีรูพรุน วัสดุใดมีรูพรุน และวัสดุใดไม่มีรูพรุน ทราบได้อย่างไร (ผ้าฝ้าย และ
กระดาษเย่ือ มีรูพรุน ทราบได้จากเห็นรู แต่หนังสือพิมพ์และพลาสติกไม่มีรูพรุน ทราบได้จากมอง
ไมเ่ หน็ ร)ู
10.2 วัสดุที่มีรูพรุนน้ันมีขนาดของรูเท่ากันหรือไม่ อย่างไร (ไม่เท่ากัน ผ้าฝ้ายมีรูพรุนขนาดใหญ่กว่า
กระดาษเย่อื )
10.3 วัสดุท้ัง 4 ชนิดมีลักษณะและสมบัติใดท่ีเหมือนกัน (นักเรียนตอบตามผลการสังเกต เช่น วัสดุ
ทง้ั 4 ชนดิ มีรปู ร่างเป็นแผน่ เหมือนกัน บิดงอได้เหมือนกนั )
10.4 วัสดุทั้ง 4 ชนิดมีลักษณะและสมบัติใดท่ีแตกต่างกัน (นักเรียนตอบตามผลการสังเกต เช่น วัสดุ
ทง้ั 4 ชนิด มรี ูพรุน ผวิ สมั ผสั การยืดไดแ้ ตกต่างกัน ใส ข่นุ หรือทบึ )

ขั้นสรปุ (เวลา 5 นาท)ี
11. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสรุปแนวคิดหรือส่ิงที่ได้เรียนรู้ในชั่วโมงนี้เก่ียวกับลักษณะและสมบัติของวัสดุที่

จะทดสอบการดูดซบั นา้ ของวสั ดุ
12. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้จากกิจกรรมดังน้ี วัสดุต่าง ๆ มีลักษณะและสมบัติบางประการเหมือนกัน

และบางประการแตกต่างกนั เชน่ การมรี พู รนุ ผิวสมั ผัส การยดื ได้แตกต่างกัน ใส ขนุ่ หรอื ทึบ

8. สอื่ /แหล่งเรยี นรู้
8.1 สื่อสไลด์ การดดู ซบั น้าของวัสดุ (1)
8.2 ใบกจิ กรรมที่ 1 วสั ดุใดดูดซบั นา้ ไดด้ ที ส่ี ุด หน้า 45
8.3 ใบงาน 01 การดดู ซับน้าของวัสดุ หน้า 47
8.4 ผา้ ฝ้าย
8.5 กระดาษเย่ือ
8.6 กระดาษหนงั สอื พิมพ์
8.7 ถุงพลาสติก

9. ชิน้ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน 01 การดูดซับนา้ ของวสั ดุ หนา้ 47

160 ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (สาหรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร์) ภาคเรยี นท่ี 2 ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบับปรับปรงุ )

10. การวัดและประเมนิ ผล

สิง่ ท่ีต้องการวัด/ประเมิน วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์
1) ดา้ นความรู้ ความเขา้ ใจ สังเกตการตอบคาถามใน แบบประเมนิ การตอบ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ชั้นเรยี นและความถูกต้อง คาถามใน ชัน้ เรียน ระดับคุณภาพดีขึ้นไป
- บอกการมีรูพรนุ และสมบตั ิ ของเนื้อหาในใบงาน และตรวจใบงาน
อื่น ๆ ของวัสดุชนดิ ตา่ ง ๆ ที่จะนา ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
มาทดสอบการดูดซับนา้ สังเกตทักษะกระบวนการ แบบประเมินทักษะ ระดบั คุณภาพพอใช้ข้นึ ไป
2) ดา้ นทักษะ/กระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ใน กระบวนการ
การทากิจกรรม ทางวิทยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
- สังเกตการมรี ูพรนุ และสมบัติ ระดบั คุณภาพ “ผ่าน”
อนื่ ๆ ของวสั ดุชนิดตา่ ง ๆ ทจี่ ะนา สงั เกตคณุ ลักษณะอนั พึง แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ
มาทดสอบการดูดซับนา้ ประสงค์ อันพงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ระดบั คุณภาพ “ผ่าน”
- ลงความเหน็ จากขอ้ มูลเกี่ยวกบั สังเกตพฤติกรรมใน แบบประเมนิ สมรรถนะ
การมีรูพรนุ และสมบตั ิอ่ืน ๆ ของ ขณะทากจิ กรรม สาคัญของผู้เรียน
วสั ดุชนดิ ตา่ ง ๆ ท่ีจะนามาทดสอบ
การดูดซบั น้า
3) ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

- ซือ่ สตั ย์สุจรติ
- มีวินยั
- ใฝเ่ รยี นรู้
4) สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
- อธบิ ายและเปรยี บเทียบสมบัติ
ของวสั ดแุ ต่ละชนดิ
2 ความสามารถในการคดิ
- ลงความเห็นจากข้อมลู
การทดสอบสมบัตขิ องวัสดุแต่ละ
ชนดิ
3. ความสามารถในการใช้ทักษะ
ชวี ิต
- ม่งุ มั่นในการทางานใหส้ าเรจ็

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรียนที่ 2 ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบับปรบั ปรงุ ) 161

แบบประเมินการตอบคาถามในช้ันเรียนและตรวจใบงาน
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 16 เรื่อง การดูดซับนา้ ของวัสดุ (1)
ช่ือผ้ปู ระเมนิ ………………………………………………………………………………………………………………….…………...................
ประเมินผลคร้งั ที…่ …………...…….... วนั ท่ี ……………..…....…... เดอื น ………..……..........….…. พ.ศ. ……...….…………...
เรอ่ื ง………………………………………………………………………………………………………………………………………………............

ช่ือ-สกุล/กลมุ่ รายการประเมิน/ระดับคะแนน รวมคะแนน
(10 คะแนน)
การตอบคาถาม การสรปุ ความถูกต้องครบถ้วนของ
ในชน้ั เรยี น (4) ความรู้ (4) เนือ้ หาในใบงาน (2)

เกณฑก์ ารประเมนิ

ประเดน็ ระดบั คุณภาพ 1 (ปรับปรุง) นา้ หนัก คะแนน
การประเมนิ 4 (ดีมาก) ตอบคาถามไม่ 1.0 รวม
3 (ดี) 2 (พอใช้) ถกู ต้อง 1.0 4
1. การตอบ ตอบคาถามได้ 4
คาถามในชั้นเรียน ถกู ต้องทัง้ หมด ตอบคาถามได้ ตอบคาถาม สรุปความรู้ 0.5
ถูกต้องเปน็ สว่ น ถกู ต้องบางส่วน ความเขา้ ใจ 2
ใหญ่ เกยี่ วกับเรือ่ งท่ี
ศกึ ษาไม่ถกู ต้อง
2. การสรปุ ความรู้ สรปุ ความรู้ สรปุ ความรู้ สรปุ ความรู้ และไมค่ รบถ้วน
ความเขา้ ใจ ความเข้าใจ ความเขา้ ใจ
เก่ียวกบั เร่อื งท่ี เกย่ี วกับเร่ืองที่ เก่ียวกับเรือ่ งที่ เน้อื หาทีเ่ ขียนใน
ศึกษาได้ ถูกตอ้ ง ศึกษาได้ถูกต้อง ศึกษาได้ ถูกตอ้ ง ใบงานไมถ่ กู ต้อง
และครบถ้วน แต่ไม่ครบถว้ น บางส่วน และไม่
ครบถว้ น
3. ความถกู ต้อง เนอ้ื หาที่เขียน เนื้อหาท่ีเขียนใน
ครบถ้วนของ ในใบงานมี ใบงานมบี างสว่ น เน้อื หาที่เขียน
เน้ือหาในใบงาน ความถูกตอ้ ง ไม่ถูกต้อง ตามที่ ในใบงานมี
ครบถว้ น ตามที่ กาหนด ความถูกตอ้ งเป็น
กาหนด สว่ นน้อย

เกณฑ์การตัดสิน

คะแนน 9 – 10 หมายถงึ ดีมาก
คะแนน 7 - 8 หมายถึง ดี
คะแนน 5 - 6 หมายถึง พอใช้
คะแนน 0 - 4 หมายถึง ปรบั ปรงุ

เกณฑ์การตัดสิน ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพดีขนึ้ ไป

162 ชดุ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร)์ ภาคเรียนที่ 2 ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 (ฉบับปรับปรุง)

แบบประเมนิ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 16 เรื่อง การดูดซับน้าของวสั ดุ (1)

ชื่อผ้ปู ระเมิน…………………………………………………………………………........................……………………………………..
ประเมนิ ผลครงั้ ที่………………….... วันท่ี …………….........……... เดือน ………..……...….…. พ.ศ. ……...….…………...
เรอื่ ง………………………………………………………………......……………………………………………………………………………

รายการประเมิน/ระดบั คะแนน ผลรวมคะแนน
(6 คะแนน)
ช่อื -สกุล/กลุ่ม การสังเกต (3) การลงความเห็นจาก ผลการประเมนิ
ขอ้ มูล (3)

เกณฑก์ ารประเมิน

ทักษะกระบวนการ ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)
ทางวิทยาศาสตร์

การสงั เกต สามารถใช้ประสาทสัมผัส สามารถใชป้ ระสาทสมั ผสั สามารถใช้ประสาทสมั ผัส

ในการรวบรวมข้อมลู เก่ยี วกบั ในการรวบรวมขอ้ มลู เก่ยี วกบั ในการรวบรวมขอ้ มลู

ลกั ษณะและสมบัตขิ องวัสดุ ลกั ษณะและสมบัตขิ องวสั ดุ เก่ยี วกับลกั ษณะและสมบัติ

ได้ ด้วยตนเองโดยไม่เพิ่ม ได้ โดยการช้ีแนะของครูหรอื ของวสั ดุ ได้บางสว่ น แม้จะ

ความคิดเหน็ ผูอ้ ื่น ได้รับคาแนะนาจากครูหรือ

ผอู้ น่ื

การลงความเห็นจาก เพมิ่ เติมความเหน็ เกีย่ วกบั เพิ่มเติมความเห็นเกีย่ วกับ สามารถเพ่ิมเตมิ ความเห็น
ขอ้ มลู ลกั ษณะและสมบัตขิ องวัสดุ
ลกั ษณะและสมบัติของวัสดุ เก่ยี วกับลกั ษณะและสมบัติ
ได้อย่างมีเหตผุ ล จากความรู้
หรอื ประสบการณ์เดิมไดด้ ว้ ย ได้อยา่ งมีเหตผุ ล โดยการชีแ้ นะ ของวสั ดุได้บางส่วน แมจ้ ะ
ตวั เอง
ของครูหรือผ้อู น่ื ได้รับคาแนะนาจากครูหรือ

ผอู้ ื่น

เกณฑก์ ารตดั สิน
คะแนน 5 - 6 หมายถงึ ดี
คะแนน 3 - 4 หมายถึง พอใช้
คะแนน 1 - 2 หมายถึง ปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารตดั สิน ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดบั คณุ ภาพพอใช้ข้ึนไป

ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรียนที่ 2 ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 163

แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 16 เรื่อง การดดู ซับนา้ ของวัสดุ (1)

ชอ่ื ผปู้ ระเมิน/กลุ่มประเมิน…………………………………………………………………………………………...................................
ชื่อกลุ่มรบั การประเมิน………………………………………………………………………………………………....................................
ประเมนิ ผลคร้ังท…่ี ………………....……....... วนั ……………..…. เดือน …...........……..........………. พ.ศ. ……...….…….....
เรอ่ื ง……………………………………………………………………………………………………………………..........................................

ท่ี ลักษณะ/พฤตกิ รรมบง่ ช้ี ระดบั พฤติกรรม
ผ่าน ไมผ่ า่ น
1. ซื่อสตั ย์สจุ รติ
2. มวี นิ ัย
3. ใฝ่เรยี นใฝ่รู้

เกณฑ์การตดั สิน ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดับคณุ ภาพ “ผา่ น”

แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 16 การดูดซบั นา้ ของวสั ดุ (1)
ชอ่ื ผ้ปู ระเมนิ /กลุ่มประเมนิ …………………………………………………………………………………………...................................
ชื่อกลุ่มรับการประเมิน………………………………………………………………………………………………....................................
ประเมนิ ผลครัง้ ท่ี…………………....……....... วนั ……………..…. เดือน …...........……..........………. พ.ศ. ……...….…….....
เรือ่ ง…………………………………………………………………………………………………………………….........................................

ที่ สมรรถนะ/พฤติกรรมบง่ ช้ี เกณฑก์ ารตัดสนิ
ผา่ น ไม่ผ่าน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
- อธิบายและเปรยี บเทียบสมบัตขิ องวสั ดุแตล่ ะชนดิ

2. ความสามารถในการคิด
- ลงความเหน็ จากข้อมูลสังเกตลกั ษณะและสมบตั ิ
ของวัสดุแต่ละชนิด

3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- มุง่ ม่ันในการทางานใหส้ าเรจ็

เกณฑ์การตดั สิน ผ่านเกณฑ์การประเมินระดบั คุณภาพ “ผา่ น”

164 ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร)์ ภาคเรยี นท่ี 2 ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง)

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 เรื่อง การดูดซบั นา้ ของวสั ดุ (2)

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 เรอื่ ง วัตถแุ ละสมบตั ิของวัสดุ หนว่ ยย่อยที่ 1 เร่อื ง สมบัติการดูดซับน้าของวัสดแุ ละการใช้ประโยชน์

รหสั วิชา ว12101 รายวิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 1 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชว้ี ดั
มาตรฐาน ว 2.1

เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้าง
และแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย
และการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี

ตัวชี้วัด ป. 2/1 เปรียบเทียบสมบัติการดูดซับน้าของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์และระบุการนา
สมบัติการดูดซบั น้าของวสั ดไุ ปประยุกต์ใชใ้ นการทาวตั ถุในชวี ิตประจาวนั

2. สาระสาคญั
วัสดุแต่ละชนดิ มีสมบตั ิการดดู ซบั น้าแตกต่างกัน

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
- อธบิ ายวธิ กี ารทดลองการดูดซับน้าของวสั ดุแตล่ ะชนิด
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- กาหนดและควบคมุ ตัวแปรท่เี กย่ี วข้องกบั การทดลองการดดู ซบั นา้ ของวัสดุ
- หาความสัมพันธร์ ะหว่างสเปซกับสเปซของการดดู ซบั นา้ ของวสั ดุแต่ละชนิด
- กาหนดนิยามเชิงปฏบิ ัตกิ ารเกี่ยวกบั การทดลองการดูดซบั นา้ ของวัสดุ
- ทดลองเก่ยี วกับการดูดซับน้าของวัสดุ
3.3 ดา้ นคุณลักษณะ เจตคติ ค่านยิ ม (A)
- ซอ่ื สัตย์สุจรติ
- มวี นิ ยั
- ใฝเ่ รยี นใฝ่รู้

4. สาระการเรียนรู้
การดูดซับน้าของวัสดุสังเกตได้จากปริมาณน้าท่ีซึมเข้าไปอยู่ในช่องว่างของเนื้อวัสดุน้ัน วัสดุแต่ละชนิด

มีสมบตั ิการดดู ซบั นา้ แตกตา่ งกนั สังเกตจากปรมิ าณนา้ ท่ีวัสดดุ ูดซับไว้ บางชนิดดูดซับน้าได้มาก บางชนิดดูดซับน้า
ไดน้ ้อย บางชนิดไม่ดดู ซบั น้า

ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 165

5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
5.1 ความสามารถในการคดิ
- วางแผนการทดลองการดูดซับน้าของวัสดแุ ต่ละชนิด
5.2 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
- มุ่งม่นั ในการทางานใหส้ าเร็จ

6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
6.1 ซื่อสัตยส์ จุ ริต
6.2 มีวินยั
6.3 ใฝเ่ รียนใฝร่ ู้

7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรยี น (5 นาที)
1. ครูนาวัสดุทั้ง 4 ชนิด ที่ได้เรียนในช่ัวโมงท่ีแล้วมาให้นักเรียนได้สังเกต ซึ่งได้แก่ ผ้าฝ้าย กระดาษเยื่อ กระดาษ

หนังสือพิมพ์ และพลาสติกจากนั้นครูถามนักเรียนว่า ถ้าครูทาน้าหกบนโต๊ะ วัสดุชนิดใดจะเช็ดน้าให้แห้งได้
เหมอื นผา้ เชด็ โตะ๊ บ้าง (นกั เรียนตอบตามความเขา้ ใจของตนเอง)
2. ครูชักชวนนกั เรียนไปหาคาตอบในกจิ กรรม
ข้ันสอน (50 นาที)
3. ครูแจ้งจุดประสงค์ของชั่วโมงนี้ให้นักเรียนทราบว่า นักเรียนจะได้วางแผนและทดลองการดูดซับน้าของวัสดุ
แตล่ ะชนิด
4. ครูให้นักเรียนอ่านวิธีทาข้อ 2 ในใบกิจกรรมท่ี 1 วัสดุใดดูดซับน้าได้ดีท่ีสุด หน้า 45 จากนั้นครูตรวจสอบ
ความเข้าใจข้นั ตอนการทากจิ กรรมของนักเรยี น โดยครใู ชค้ าถามดังตอ่ ไปนี้

4.1 นักเรียนต้องร่วมกันอภิปรายเรื่องอะไร (อภิปรายว่าถ้าหย่อนวัสดุแต่ละชนิดลงในน้าสี วัสดุชนิดใด
จะดดู ซบั นา้ สีไดด้ ีท่ีสุด)

4.2 นักเรียนคิดว่าวัสดุดูดซับน้าได้ดี หมายถึงอะไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของนักเรียน)
ถา้ นกั เรยี นตอบไม่ได้ ครูให้ความรู้เพิ่มเติมว่า วัสดุท่ีดูดซับน้าได้ดี แสดงว่าน้าสามารถซึมเข้าไปอยู่ใน
ช่องวา่ งของเนอื้ วสั ดุได้มาก

5. ครูใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ อภปิ รายและบันทกึ ผลลงในใบงาน 01 ข้อ 2 หน้า 48
6. ครูให้นักเรียนอ่านวิธีทาข้อ 3-4 ในใบกิจกรรมท่ี 1 วัสดุใดดูดซับน้าได้ดีท่ีสุด หน้า 45 จากนั้นครูตรวจสอบ

ความเขา้ ใจในขั้นตอนการทากิจกรรมของนกั เรยี น โดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปนี้
6.1 นักเรยี นจะไดท้ ดลองเกีย่ วกับอะไร (วัสดุชนิดใดดดู ซับนา้ สไี ด้ดที ่ีสดุ )
6.2 นักเรียนตอ้ งทาอะไรตอ่ ไป (วางแผนการทดลองจากอุปกรณ์ที่ให้ และบันทึกผล)
6.3 หลังจากทดลองแล้วนกั เรียนต้องรว่ มกันอภปิ รายเก่ียวกับอะไร (อภิปรายผลการทดลองการดูดซับนา้
ของวสั ด)ุ

166 ชดุ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครูผสู้ อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร)์ ภาคเรยี นที่ 2 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

7. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายการวางแผนการทดลอง โดยให้นักเรียนเปิดใบงาน 01 หน้า 48 แล้วอภิปราย
กบั นักเรียนทลี ะประเดน็ พร้อมกับบนั ทกึ ผล ดังตอ่ ไปน้ี
7.1 วัสดุท่ีใช้ในกิจกรรมน้ีมีกี่ชนิด อะไรบ้าง (4 ชนิด คือ ผ้าฝ้าย กระดาษเย่ือ กระดาษหนังสือพิมพ์
และพลาสติก)
7.2 แกว้ พลาสตกิ ใสทีใ่ ช้มกี ใี่ บ (4 ใบ)
7.3 เราใช้แก้วพลาสติกใสทาอะไร (ใช้บรรจุน้าสี) ครูอาจใช้ภาชนะอ่ืน ๆ เพ่ือบรรจุน้าสี แทนแก้ว
พลาสติก เช่น ขวดน้าพลาสติกใสขนาดเล็ก โดยเลือกขนาดของภาชนะให้เหมาะสมสาหรับจุ่มวัสดุ
ที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้สงั เกตการเปลย่ี นแปลงระดบั นา้ สีได้ชดั เจน
7.4 น้าสีที่รินลงในแก้วแต่ละใบต้องมีปริมาณเท่ากันหรือไม่ เพราะเหตุใด (น้าสีในแก้วแต่ละใบต้อง
มีปริมาณเท่ากัน เพราะต้องใช้สังเกตและเปรียบเทียบปริมาณน้าก่อนจุ่มและหลังจุ่มวัสดุแต่ละชนิด
ลงในน้าสี) ปริมาณน้าสีของแต่ละกลุ่มไม่จาเป็นต้องเท่ากัน แต่ในกลุ่มเดียวกัน น้าสีในแก้วท้ัง 4 ใบ
ตอ้ งเทา่ กัน
7.5 การรินน้าสีในแก้วทั้ง 4 ใบควรมีปริมาณเท่าใดของแก้ว (คาตอบขึ้นอยู่กับผลการทากิจกรรม เช่น
ประมาณครึ่งแกว้ )
7.6 นักเรียนจะมีวิธีอย่างไรจึงจะทาให้ทราบระดับความสูงของน้าสีในแก้วแต่ละใบ (ใช้ปากกาเคมีขีด
ท่ีแก้วแต่ละใบเพื่อบอกระดับความสูงเท่า ๆ กันก่อนที่รินน้าสีใส่แก้ว โดยอาจใช้ไม้บรรทัดช่วยใน
การวัดจากกน้ แกว้ จนถงึ ระดับทต่ี ้องการแล้วทาเครื่องหมาย)
7.7 นักเรียนต้องตัดวัสดุแต่ละชนิดให้มีขนาดเท่ากันหรือไม่ เพราะเหตุใด (ต้องตัดวัสดุแต่ละชนิด
ให้มีขนาดเท่ากัน เพราะต้องสังเกตและเปรียบเทียบปริมาณน้าที่ซึมอยู่ในเน้ือวัสดุแต่ละชนิด
เม่ือจุ่มลงในน้าสี) นักเรียนแต่ละกลุ่มอาจใช้ขนาดของวัสดุไม่เท่ากัน แต่ในกลุ่มเดียวกัน จะต้องใช้
ขนาดของวัสดุทั้ง 4 ชนิดเท่ากัน ครูอาจจะแนะนานักเรียนว่าเพ่ือให้ผลการสังเกตระดับน้าสีหลังจุ่ม
วสั ดลุ งในแก้วไดแ้ ตกต่างกันชัดเจน ใหน้ ักเรยี นตัดแผ่นวสั ดุให้มขี นาดใหญ่ เช่น 30 x 30 เซนตเิ มตร
7.8 นักเรียนตอ้ งจุม่ วัสดลุ งในแก้วแต่ละใบอย่างไร และนานเทา่ ใด (พับวสั ดุให้มีขนาดพอเหมาะท่ีสามารถ
จุ่มในแก้วได้ แล้วใช้ปากคีบ คีบวัสดุแต่ละชนิดแล้วจุ่มลงในน้าสีท่ีอยู่ในแก้วแต่ละใบจนวัสดุถึง
ก้นภาชนะพอดี เป็นเวลาประมาณ 10 วินาที แล้วใช้ปากคีบคีบยกวัสดุให้อยู่เหนือแก้วน้าสี รอจน
ไม่มนี า้ สีหยดออกจากวัสดุจึงนาวัสดุออก) ครูอาจสาธิตการพับวัสดุเพ่ือให้นักเรียนพับวัสดุทุกชนิดได้
เหมือนกัน
7.9 หลงั จากยกวัสดุขึ้นจากน้าสีและไม่มีน้าสีหยดออกจากวัสดุแล้ว นักเรียนต้องสังเกตอะไรบ้าง (สังเกต
ปริมาณนา้ สีท่ีแทรกเขา้ ไปในวัสดุ โดยดจู ากปริมาณนา้ สีท่ีเหลืออยู่ในแก้ว)

8. เมื่อนักเรียนแต่ละกลุ่มเข้าใจขั้นตอนการทากิจกรรมแล้ว ครูเขียนแผนภาพสรุปข้ันตอนการทดลองส้ัน ๆ
บนกระดาน จากน้ันครูให้นักเรียนแบ่งหน้าที่ทากิจกรรม เช่น คนจุ่มวัสดุแต่ละชนิดในน้าสี คนเตรียมอุปกรณ์
คนจดบันทึก และขณะทาการทดลอง ทกุ คนต้องช่วยกันสังเกต

9. ครูใหน้ กั เรยี นทดลองการดดู ซับนา้ ของวสั ดุและบันทึกผลการทดลองลงในใบงาน 01 หน้า 49

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรียนที่ 2 ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบับปรบั ปรงุ ) 167

ขนั้ สรุป (5 นาที)
10. ครเู ปิดโอกาสให้นกั เรียนสรุปแนวคิดหรอื สิง่ ท่ีไดเ้ รยี นรู้ในชวั่ โมงนด้ี ้วยตนเองเกี่ยวกบั การทดลอง วัสดใุ ดดดู ซับ

นา้ ไดด้ ีท่สี ดุ
11. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายจนได้ข้อสรุปได้ว่า วิธีการทดลองเพ่ือทดสอบการดูดซับน้าของวัสดุ ทาได้

โดยตัดแผ่นวัสดุให้มีขนาดเท่า ๆ กัน จุ่มแผ่นวัสดุลงในน้าสีที่อยู่ในภาชนะแต่ละใบ ซึ่งมีระดับของน้าสีสูง
เท่า ๆ กัน เป็นเวลาเทา่ กนั หลงั จากนัน้ ยกวัสดุข้ึนแลว้ สงั เกตระดับนา้ สีท่เี หลืออยู่ในภาชนะ
8. สอ่ื /แหล่งเรียนรู้

8.1 ส่ือสไลด์ การดดู ซับนา้ ของวัสดุ 2
8.2 ใบกิจกรรมที่ 1 วสั ดใุ ดดดู ซับนา้ ไดด้ ที สี่ ุด หน้า 45
8.3 ใบงาน 01 การดดู ซบั นา้ ของวัสดุ หนา้ 47-49
8.4 แก้วนา้ พลาสตกิ ใส
8.5 น้า
8.6 ไม้บรรทัด
8.7 สผี สมอาหาร
8.8 ปากกาเคมี
8.9 ปากคบี
8.10 ผา้ ฝ้าย
8.11 กระดาษเย่อื
8.12 กระดาษหนงั สือพมิ พ์
8.13 ถุงพลาสตกิ
8.14 นาฬิกาจบั เวลา

9. ชิน้ งาน/ภาระงาน
- ใบงาน 01 การดดู ซบั นา้ ของวสั ดุ หนา้ 47-49

168 ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (สาหรับครูผสู้ อน) กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรยี นท่ี 2 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรับปรงุ )

10. การวดั และประเมนิ ผล

ส่ิงที่ต้องการวดั /ประเมิน วิธกี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์
1) ดา้ นความรู้ ความเขา้ ใจ สังเกตการตอบคาถามใน แบบประเมินการตอบ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ชนั้ เรียนและความถูกต้อง คาถามในชน้ั เรยี นและ ระดับคุณภาพดีข้ึนไป
- อธบิ ายวิธกี ารทดลองการดูด ของเนื้อหาในใบงาน ตรวจใบงาน
ซับน้าของวสั ดแุ ต่ละชนดิ สังเกตทักษะกระบวนการ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ทางวทิ ยาศาสตร์ในการ แบบประเมนิ ทกั ษะ ระดบั คุณภาพพอใช้ข้นึ ไป
2) ดา้ นทักษะ/กระบวนการ ทากิจกรรม กระบวนการ
- กาหนดและควบคมุ ตัวแปรที่ ทางวิทยาศาสตร์
สังเกตคุณลักษณะ
เกีย่ วข้องกับการทดลองการดูดซับ อันพงึ ประสงค์ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
นา้ ของวสั ดุ
สงั เกตพฤติกรรมในขณะ อันพงึ ประสงค์ ระดบั คุณภาพ “ผ่าน”
- หาความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสเปซ ทากิจกรรม
กับสเปซของการดดู ซับน้าของวัสดุ แบบประเมินสมรรถนะ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
แตล่ ะชนดิ
สาคัญของผเู้ รยี น ระดบั คุณภาพ “ผ่าน”
- กาหนดนิยามเชิงปฏบิ ัติการ
เกยี่ วกับการทดลองการดูดซบั น้า
ของวัสดุ

- ทดลองเกี่ยวกบั การดูดซับนา้
ของวัสดุ
3) ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

- ซื่อสตั ย์สจุ รติ
- มีวนิ ัย
- ใฝเ่ รยี นใฝ่รู้
4) สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการคิด
- วางแผนการทดลองการดูดซบั
น้าของวสั ดุแตล่ ะชนดิ
2. ความสามารถในการใช้ทักษะ
ชีวิต
- มุ่งมัน่ ในการทางานใหส้ าเรจ็

ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร)์ ภาคเรียนท่ี 2 ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง) 169

แบบประเมนิ การตอบคาถามในช้ันเรยี นและตรวจใบงาน
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 17 เร่ือง การดดู ซบั นา้ ของวสั ดุ (2)
ชื่อผูป้ ระเมนิ ……………………………………………………………………………………………………………………………….................
ประเมินผลคร้งั ท่…ี …………...…….... วนั ที่ ……………..…....…... เดือน ………..……..........….…. พ.ศ. ……...….…………...
เรื่อง………………………………………………………………………………………………………………………………………………............

ช่อื -สกลุ /กล่มุ รายการประเมนิ /ระดบั คะแนน รวมคะแนน
(10 คะแนน)
การตอบคาถาม การสรปุ ความถกู ตอ้ งครบถ้วนของ
ในช้นั เรียน (4) ความรู้ (4) เนอ้ื หาในใบงาน (2)

เกณฑ์การประเมนิ

ประเด็น ระดบั คณุ ภาพ 1 (ปรับปรุง) นา้ หนัก คะแนน
การประเมนิ 4 (ดีมาก) ตอบคาถามไม่ 1.0 รวม
3 (ดี) 2 (พอใช้) ถกู ต้อง 1.0 4
1. การตอบ ตอบคาถามได้ 4
คาถามในช้ันเรยี น ถูกต้องทั้งหมด ตอบคาถามได้ ตอบคาถาม สรปุ ความรู้ 0.5
ถกู ต้องเป็นสว่ น ถูกต้องบางสว่ น ความเข้าใจ 2
ใหญ่ เกยี่ วกบั เรอ่ื งท่ี
ศกึ ษาไม่ถูกต้อง
2. การสรุปความรู้ สรุปความรู้ สรุปความรู้ สรุปความรู้ และไม่ครบถ้วน
ความเข้าใจ ความเขา้ ใจ ความเข้าใจ
เกีย่ วกบั เร่อื งท่ี เกยี่ วกับเรอ่ื งท่ี เกยี่ วกบั เรือ่ งที่ เน้อื หาท่ีเขียนใน
ศกึ ษาได้ ถูกต้อง ศึกษาได้ถูกต้อง ศกึ ษาได้ ถูกตอ้ ง ใบงานไมถ่ กู ตอ้ ง
และครบถว้ น แต่ไม่ครบถว้ น บางสว่ น และไม่
ครบถว้ น
3. ความถกู ต้อง เนื้อหาทีเ่ ขยี น เนอื้ หาที่เขยี นใน
ครบถ้วนของ ในใบงานมี ใบงานมีบางส่วน เน้อื หาที่เขยี น
เนือ้ หาในใบงาน ความถูกตอ้ ง ไม่ถูกตอ้ ง ตามท่ี ในใบงานมี
ครบถ้วน ตามที่ กาหนด ความถกู ต้องเปน็
กาหนด ส่วนนอ้ ย

เกณฑ์การตัดสนิ
คะแนน 9 - 10 หมายถึง ดีมาก
คะแนน 7 - 8 หมายถงึ ดี
คะแนน 5 - 6 หมายถงึ พอใช้
คะแนน 0 - 4 หมายถึง ปรบั ปรงุ

เกณฑ์การตัดสิน ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดับคณุ ภาพดีขึ้นไป

170 ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรับครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรียนที่ 2 ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

แบบประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 17 เร่อื ง การดดู ซับนา้ ของวสั ดุ (2)

ชอ่ื ผู้ประเมิน…………………………………………………………………………........................…………………………………….
ประเมินผลคร้ังท่ี………………….... วันท่ี …………….........……... เดือน ………..……...….…. พ.ศ. ……...….…………...
เรอื่ ง………………………………………………………………......…………………………………………………………………………...

รายการประเมิน/ระดบั คะแนน

ช่ือ-สกลุ /กลุม่ การกาหนดและ การหา การกาหนด การ ผลรวมคะแนน ผลการประเมิน
ควบคุมตวั แปร ความสัมพันธ์ นิยามเชิง ทดลอง (12 คะแนน)
ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง (3) ระหว่างสเปซ
กบั สเปซ (3) ปฏบิ ตั กิ าร(3) (3)

เกณฑ์การประเมนิ

ทักษะกระบวนการ ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
ทางวิทยาศาสตร์
การกาหนดและ สามารถกาหนดตวั แปรการ สามารถกาหนดตัวแปรการ สามารถกาหนดตวั แปรการ
ควบคมุ ตัวแปรท่ี ทดลองเร่ืองสมบัติการดูดซบั ทดลองเร่ืองสมบัติการดูดซับ ทดลองเรื่องสมบตั ิการดูดซับ
เกี่ยวขอ้ ง นา้ ของวัสดุได้ว่า ตัวแปรตน้ นา้ ของวสั ดุได้วา่ ตวั แปรต้น น้าของวสั ดุได้วา่ ตัวแปรตน้
คอื ชนดิ ของวัสดุ ตวั แปร คือ ชนิดของวสั ดุ ตัวแปรตาม คอื ชนดิ ของวัสดุ ตัวแปร
ตามคือ การดูดซับนา้ ของ คอื การดูดซบั นา้ ของวัสดุ ตามคือ การดูดซับนา้ ของ
วสั ดุแต่ละชนิด และตวั แปรท่ี แต่ละชนดิ และตวั แปรที่ วสั ดแุ ตล่ ะชนิด และตัวแปรที่
ตอ้ งควบคุมใหค้ งท่ี คือ ต้องควบคุมให้คงที่ คือ ต้องควบคุมให้คงที่ คือ
ขนาดและความหนาของชน้ิ ขนาดและความหนาของช้ิน ขนาดและความหนาของชน้ิ
วัสดุ ปรมิ าณน้าสีในแกว้ แต่ วัสดุ ปรมิ าณนา้ สีในแก้ว วสั ดุ ปรมิ าณน้าสีในแกว้ แต่
ละใบ ขนาดของแกว้ น้า แต่ละใบ ขนาดของแกว้ น้า ละใบ ขนาดของแก้วน้า
พลาสตกิ เวลาท่ีจมุ่ วสั ดุแต่ พลาสติก เวลาท่ีจมุ่ วัสดุ พลาสตกิ เวลาทีจ่ ุม่ วสั ดุ
ละชนิดลงในนา้ สี วิธีการจมุ่ แตล่ ะชนดิ ลงในนา้ สี วิธีการ แตล่ ะชนิดลงในนา้ สี วธิ กี าร

ชดุ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 171

ทกั ษะกระบวนการ ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
ทางวิทยาศาสตร์

วสั ดุลงในน้าสี พน้ื ทีว่ างแก้ว จ่มุ วัสดลุ งในนา้ สี พืน้ ท่ีวาง จุ่มวสั ดลุ งในนา้ สี พน้ื ท่ีวาง

น้าสี ไดถ้ กู ต้อง ดว้ ยตนเอง แกว้ นา้ สี ได้ถูกตอ้ ง โดยการ แก้วน้าสี ได้บางส่วน แมจ้ ะ

ชแ้ี นะของครหู รือผอู้ น่ื ไดร้ ับคาแนะนาจากครูหรือ

ผอู้ นื่

การหาความสมั พนั ธ์ สามารถบอกการเปลี่ยนแปลง สามารถบอกการเปลีย่ นแปลง สามารถบอกการเปล่ียนแปลง

ระหว่างสเปซ ที่อย่ขู องนา้ สใี นแก้ว เมื่อจมุ่ ทอ่ี ยขู่ องนา้ สีในแก้ว เมื่อจมุ่ ทอ่ี ย่ขู องน้าสีในแกว้ เม่ือจมุ่

กบั สเปซ วสั ดลุ งในน้าสีแลว้ ยกวัสดุขนึ้ วัสดลุ งในนา้ สีแลว้ ยกวสั ดุขึน้ วัสดุลงในน้าสแี ลว้ ยกวัสดุข้ึน

จากนา้ สไี ด้อย่างถกู ต้อง จากนา้ สไี ด้อยา่ งถกู ต้อง โดย จากนา้ สไี ด้อย่างถกู ต้อง

ดว้ ยตนเอง การช้แี นะของครหู รอื ผู้อื่น บางส่วน แมจ้ ะได้รับ

คาแนะนาจากครหู รือผู้อืน่

การกาหนดนิยามเชงิ สามารถระบุวธิ สี ังเกต สามารถระบุวธิ ีสงั เกต สามารถระบุวิธีสงั เกต

ปฏิบัตกิ าร ความสามารถในการดดู ซบั ความสามารถในการดดู ซบั น้า ความสามารถในการดดู ซบั

นา้ ของวัสดุจากปริมาณน้าสี ของวสั ดจุ ากปริมาณน้าสีที่ น้าของวสั ดุจากปรมิ าณน้าสี

ทีเ่ หลอื อยู่ในแกว้ หลงั จาก เหลืออยู่ในแก้ว หลังจากจ่มุ ทเ่ี หลืออยู่ในแก้ว หลังจาก

จุ่มวัสดลุ งไปทัง้ ช้ิน แล้วยก วสั ดลุ งไปท้งั ช้ิน แลว้ ยกวัสดุ จมุ่ วสั ดลุ งไปทง้ั ช้นิ แล้วยก

วัสดุขน้ึ รอจนนา้ ไม่หยดออก ข้ึนรอจนนา้ ไม่หยดออกจาก วัสดุขึน้ รอจนนา้ ไมห่ ยดออก

จากวสั ดุได้ถูกตอ้ ง ด้วย วัสดุได้ถูกต้อง โดยการชแี้ นะ จากวสั ดุไดถ้ ูกตอ้ งบางสว่ น

ตนเอง ของครหู รือผ้อู น่ื แมจ้ ะไดร้ บั คาแนะนาจากครู

หรือผ้อู ื่น

การทดลอง สามารถปฏิบัติการทดลอง สามารถปฏบิ ัติการทดลอง สามารถปฏิบัติการทดลอง

เก่ียวกับสมบตั ิการดดู ซบั น้า เก่ียวกบั สมบัติการดดู ซับน้า เกี่ยวกับสมบตั ิการดดู ซับนา้

ของวสั ดุ รวมทัง้ บอกวิธกี าร ของวัสดุ รวมท้ังบอกวธิ กี าร ของวัสดุ รวมท้งั บอกวิธกี าร

และอุปกรณ์ในการทดสอบ และอุปกรณใ์ นการทดสอบ และอุปกรณใ์ นการทดสอบ

การดูดซับนา้ ของวัสดุได้ การดดู ซับนา้ ของวสั ดุได้ การดดู ซบั น้าของวัสดุได้

ถกู ต้อง ด้วยตนเอง ถูกต้อง โดยการชีแ้ นะของครู บางสว่ น แม้จะได้รับ

หรอื ผอู้ ื่น คาแนะนาจากครูหรือผู้อ่ืน

เกณฑ์การตดั สิน
คะแนน 9 - 12 หมายถึง ดี
คะแนน 5 - 8 หมายถึง พอใช้
คะแนน 1 - 4 หมายถงึ ปรับปรุง

เกณฑก์ ารตดั สิน ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพพอใช้ขนึ้ ไป

172 ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครูผสู้ อน) กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง)

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 เรอ่ื ง การดูดซบั น้าของวัสดุ (2)

ชื่อผูป้ ระเมนิ /กล่มุ ประเมนิ …………………………………………………………………………………………...................................
ชือ่ กลุ่มรบั การประเมนิ ………………………………………………………………………………………………....................................
ประเมินผลครง้ั ท่…ี ………………....……....... วัน ……………..…. เดือน …...........……..........………. พ.ศ. ……...….…….....
เรื่อง……………………………………………………………………………………………………………………..........................................

ที่ ลักษณะ/พฤตกิ รรมบง่ ช้ี ระดบั พฤติกรรม
ผา่ น ไม่ผา่ น
1. ซอื่ สตั ยส์ จุ รติ
2. มีวนิ ยั
3. ใฝเ่ รยี นใฝ่รู้

เกณฑก์ ารตดั สิน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับคุณภาพ “ผ่าน”

แบบประเมินสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 17 เรอ่ื ง การดดู ซับน้าของวสั ดุ (2)
ผู้ประเมิน/กลุ่มประเมนิ .....................................................................................................................................
ช่ือกลุ่มรบั การประเมิน......................................................................................................................................
ประเมินผลครัง้ ท.่ี ...................วันท.ี่ ....................เดอื น..................................................พ.ศ..............................
เรื่อง..................................................................................................................................................................

ท่ี สมรรถนะ/พฤตกิ รรมบง่ ช้ี เกณฑ์การตัดสิน
ผา่ น ไม่ผา่ น
1. ความสามารถในการคิด
- วางแผนการทดลองการดดู ซบั น้าของวสั ดแุ ต่ละชนิด

2. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
- มุ่งมัน่ ในการทางานใหส้ าเร็จ

เกณฑก์ ารตัดสนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดบั คุณภาพ “ผ่าน”

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 2 (ฉบับปรบั ปรุง) 173

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 18 เรอื่ ง การดดู ซับน้าของวัสดุ (3)

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 เรือ่ งวัตถุและสมบัติของวัสดุ หนว่ ยยอ่ ยที่ 1 เร่อื ง สมบัติการดูดซับน้าของวสั ดุและการใช้ประโยชน์

รหัสวชิ า ว12101 รายวิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 1 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ว 2.1

เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้าง
และแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย
และการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี

ตัวช้ีวัด ป. 2/1 เปรียบเทียบสมบัติการดูดซับน้าของวัสดุ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์และระบุการนา
สมบตั กิ ารดูดซบั นา้ ของวัสดุไปประยกุ ต์ใช้ในการทาวตั ถุในชีวติ ประจาวัน

2. สาระสาคญั
วสั ดแุ ตล่ ะชนดิ มีสมบัติการดูดซบั น้าแตกต่างกนั

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
- อธบิ ายและเปรียบเทยี บการดดู ซับน้าของวัสดุแต่ละชนิด
3.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
- ตคี วามหมายข้อมลู และลงข้อสรปุ การดูดซับน้าของวัสดุแต่ละชนิด
3.3 ด้านคุณลกั ษณะ เจตคติ คา่ นยิ ม (A)
- ซื่อสัตยส์ ุจริต
- มีวินัย
- ใฝ่เรียนรู้

4. สาระการเรียนรู้
การดูดซับน้าของวัสดุสังเกตได้จากปริมาณน้าที่ซึมเข้าไปอยู่ในช่องว่างของเนื้อวัสดุนั้น วัสดุแต่ละชนิด

มีสมบตั กิ ารดูดซับนา้ แตกตา่ งกัน สงั เกตจากปริมาณน้าทวี่ สั ดดุ ูดซบั ไว้ บางชนิดดูดซับน้าได้มาก บางชนิดดูดซับน้า
ไดน้ ้อย บางชนิดไม่ดูดซับน้า

174 ชดุ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรับครูผสู้ อน) กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
- อธบิ ายและเปรยี บเทียบการดดู ซบั นา้ ของวัสดแุ ตล่ ะชนิด
5.2 ความสามารถในการคิด
- สรปุ ผลการทดลองการดูดซับนา้ ของวสั ดุ
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
- ม่งุ ม่นั ในการทางานให้สาเรจ็

6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
6.1 ซอ่ื สัตย์สุจรติ
6.2 มวี ินยั
6.3 ใฝเ่ รยี นไฝ่รู้

7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น (10 นาท)ี
1. ครูนากล่องนมท่ีตัดแล้วเห็นทั้งด้านนอกและด้านในของกล่องนมแจกให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม จากนั้น

ครใู หน้ กั เรียนสังเกตวัสดทุ ีใ่ ชท้ ากลอ่ งนม แลว้ ใช้คาถามดังตอ่ ไปน้ี
1.1 กล่องนมน้ีมีสมบตั ใิ ดบ้าง (กลอ่ งนมดา้ นนอกแขง็ ทึบ กลอ่ งนมดา้ นในแข็ง ทึบ มีผวิ มันวาว)
1.2 กล่องนมทาจากวัสดุใดบ้าง (ด้านนอกเป็นพลาสติก และมีกระดาษเป็นชั้นถัดไป ส่วนด้านในสุดของ
กลอ่ งทเี่ ป็นผิวมนั วาวเป็นอะลูมเิ นียมฟอยล์) ถา้ นกั เรียนตอบไมไ่ ดค้ รชู ่วยเฉลยคาตอบให้นกั เรยี นได้
1.3 จากผลการทดลองท่ีผ่านมา วัสดุท่ีใช้ทากล่องนมนี้ดูดซับน้าได้หรือไม่ อย่างไร (พลาสติกดูดซับน้า
ไม่ได้ กระดาษท่ีทาจากกล่องนมดูดซับน้าได้ ส่วนการดูดซับน้าของอะลูมิเนียมฟอยล์นักเรียนตอบ
ตามความเข้าใจของตนเอง)

2. ครชู ักชวนนกั เรยี นหาคาตอบในกจิ กรรมต่อไป
ข้ันสอน (45 นาที)
3. ครูแจ้งจุดประสงค์ของชั่วโมงนี้ให้นักเรียนทราบว่า นักเรียนจะได้ร่วมกันอธิบายและเปรียบเทียบการดูดซับน้า

ของวัสดแุ ตล่ ะชนดิ
4. ครูให้นักเรียนนาเสนอผลการทดลอง และร่วมกันอภิปรายเพื่อสรุปผลการทดลองว่าวัสดุใดดูดซับน้าได้ดีท่ีสุด

ระหว่าง ผ้าฝ้าย กระดาษเยื่อ กระดาษหนังสือพิมพ์ และพลาสติก ครูอาจเขียนสรุปผลของแต่ละกลุ่มไว้
บนกระดาน หากผลการทดลองของนักเรียนบางกลุ่มไม่เหมือนกับกลุ่มเพ่ือน ครูอาจชวนนักเรียนอภิปราย
สาเหตทุ ี่ทาให้ได้ผลเช่นน้ัน เช่น ก่อนเริ่มการทดลองปริมาณน้าสีอาจไม่เท่ากัน การจับเวลาไม่เท่ากัน นักเรียน
อาจไมไ่ ดร้ อจนน้าสีหยดออกจากวัสดุ จนหมดหลงั จากท่ยี กวัสดุข้ึนมาจากนา้ ส)ี
5. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายโดยครใู ชค้ าถามดงั ต่อไปนี้

ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร)์ ภาคเรยี นท่ี 2 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 (ฉบับปรบั ปรงุ ) 175

5.1 เม่ือจุ่มวัสดุแต่ละชนิดลงในน้าสี นักเรียนสังเกตเห็นอะไร (นักเรียนตอบตามข้อมูลจริงในห้องเรียน
เช่น เมื่อจุ่มผ้าฝ้าย กระดาษเย่ือ กระดาษหนังสือพิมพ์ ลงในน้าสี ผลที่เกิดขึ้นคือระดับน้าสีในแก้ว
ลดลง สว่ นแก้วที่จุม่ ดว้ ยแผ่นพลาสตกิ ระดบั นา้ สีในแกว้ เท่าเดมิ )

5.2 วัสดุใดดูดซับน้าได้ และวัสดุใดดูดซับน้าไม่ได้ รู้ได้อย่างไร (กระดาษเย่ือ กระดาษหนังสือพิมพ์
และผ้าฝ้ายเป็นวัสดุท่ีมีสมบัติดูดซับน้าได้ รู้ได้จากระดับน้าสีในแก้วพลาสติกท่ีจุ่มวัสดุแล้ว ลดลง
จากเดิม และพลาสตกิ ดดู ซบั น้าไมไ่ ด้ รู้ไดจ้ ากระดับนา้ สีในแก้วพลาสติกท่จี ่มุ พลาสติกแลว้ ยงั เทา่ เดมิ )

ครูให้ความรู้เพิ่มเติมว่า การที่เราสังเกตเห็นระดับน้าในแก้วลดลงแสดงว่าปริมาณน้าที่ลดลงน้ันซึมเข้าไป
อยใู่ นชอ่ งว่างของเนือ้ วัสดุนัน้ สาหรับกระดาษหนังสือพิมพ์ก็มีรูพรุน เช่นเดียวกับผ้าฝ้ายและกระดาษเยื่อ
แม้ว่าจะมองไม่เห็นรูพรุนด้วยตาเปล่า ดังน้ันน้าสีจึงสามารถซึมเข้าไปอยู่ในช่องว่างของเนื้อกระดาษ
หนังสอื พมิ พ์ไดเ้ ชน่ เดียวกบั ผ้าฝ้ายและกระดาษเย่ือ
5.3 วัสดุใดดูดซับน้าได้มาก และวัสดุใดดูซับน้าได้น้อย รู้ได้อย่างไร (ผ้าฝ้ายดูดซับน้าได้มากกว่ากระดาษ

เยื่อ และกระดาษหนังสือพิมพ์ รู้ได้จากระดับน้าสีในแก้วท่ีผ้าฝ้ายจุ่มลงไปลงลงมากกว่า ระดับน้าสี
ในแกว้ ทจี่ ุ่มด้วยกระดาษเย่อื และกระดาษหนงั สือพมิ พ์ ตามลาดบั )
5.4 การมีรูพรุนและไม่มีรูพรุนของวัสดุสัมพันธ์กับการดูดซับน้าของวัสดุอย่างไร (วัสดุท่ีมีรูพรุนจะดูดซับ
นา้ ได้ วัสดทุ ไ่ี ม่มีรูพรนุ จะดูดซบั น้าไมไ่ ด้)
5.5 จากผลการทดลองวัสดุใดดูดซับน้าได้ดีท่ีสุด เพราะอะไร (นักเรียนตอบตามผลการทดลองท่ีได้ เช่น
ผ้าฝ้าย เพราะผ้าฝา้ ยมรี พู รนุ ซง่ึ น้าเขา้ ไปอยู่ในชอ่ งว่างของเนื้อผา้ ฝ้ายได้มากกวา่ วสั ดุชนดิ อื่น ๆ)
6. ครูรว่ มกับนักเรียนอภิปรายเกยี่ วกบั กล่องนมซ่งึ ใชใ้ นขนั้ นาเขา้ สู่บทเรยี น โดยให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มลอกกล่องนม
ออกเปน็ ชน้ั พลาสตกิ กระดาษ และอะลูนิเนยี มฟอยล์ แลว้ ให้จมุ่ ลงในนา้ สี เพ่อื สงั เกตส่ิงทีเ่ กิดขน้ึ
7. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายส่วนประกอบของกล่องนมให้ได้ว่า พลาสติกและอะลูมิเนียมฟอยล์ไม่ดูดซับน้า
กระดาษดูดซับน้าได้
8. ครูให้นักเรียนคิดว่า กล่องนมที่มีด้านนอกเป็นพลาสติกกับกระดาษ และกล่องนมด้านในเป็นอะลูมิเนียมฟอยล์
วัสดุเหล่านี้มีประโยชน์อย่างไรในการนามาทาเป็นกล่องนม หลังจากน้ันครูให้ความรู้เพ่ิมเติมกับนักเรียนได้ว่า
พลาสติกที่อยู่ดา้ นนอกน้นั ชว่ ยป้องกันความชน้ื จากภายนอกและป้องกันการร่วั ซมึ กระดาษในชั้นถัดมาเป็นวัสดุ
ท่ีดูดซับน้าได้ แต่แทรกอยู่ตรงกลางเพื่อให้กล่องนมแข็งแรง ทนทาน ส่วนอะลูมิเนียมฟอยล์เป็นวัสดุที่
ไมด่ ูดซบั นา้ ทาใหไ้ มด่ ูดซับนม และชว่ ยป้องกนั แสงสว่าง อากาศ และเชอ้ื โรคจากภายนอก
9. นักเรียนตอบคาถามหลังทากิจกรรมในใบงาน หน้า 50-51 โดยครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นร่วมกัน
ไปทีละข้อ ขณะทางานครูคอยดูแลช่วยเหลือนักเรียนท่ีมีปัญหาในการทากิจกรรม จากนั้นครูใช้สื่อสไลด์
รว่ มกนั เฉลยคาตอบท่ีถกู ต้องอีกครั้ง
ขนั้ สรปุ (5 นาที)
10. ครเู ปิดโอกาสให้นักเรยี นสรปุ แนวคิดหรือสง่ิ ท่ีได้เรียนรูใ้ นช่ัวโมงน้ีด้วยตนเองเก่ยี วกบั การดดู ซบั น้าของวสั ดุ
11. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้จากกิจกรรมดังน้ี การดูดซับน้าของวัสดุสังเกตได้จากปริมาณน้าท่ีซึมเข้าไป
อยู่ในช่องว่างของเนื้อวัสดุน้ัน วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติการดูดซับน้าแตกต่างกัน สังเกตจากปริมาณน้าที่วัสดุ
ดูดซบั ไว้ บางชนดิ ดูดซบั นา้ ไดม้ าก บางชนดิ ดดู ซับน้าได้น้อย บางชนดิ ไมด่ ดู ซบั นา้

176 ชดุ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2 (ฉบบั ปรับปรงุ )

12. ครใู ห้นกั เรยี นทาใบงาน 02 แบบฝึกหดั เรื่องการดูดซบั น้าของวสั ดุ หนา้ 52 เป็นการบ้าน

8. ส่ือ /แหล่งเรียนรู้
8.1 สอ่ื สไลด์ การดูดซับน้าของวัสดุ 3
8.2 ใบงาน 01 การดดู ซบั นา้ ของวัสดุ หน้า 50-51
8.3 ใบงาน 02 แบบฝึกหดั เรื่อง การดดู ซับนา้ ของวัสดุ หนา้ 52
8.4 กลอ่ งนม
8.5 กรรไกร
8.6 แก้วน้าพลาสตกิ ใส
8.7 ปากคีบ
8.8 น้าสี
8.9 ปากกาเคมี

9. ช้นิ งาน/ภาระงาน
9.1 ใบงาน 01 การดดู ซบั น้าของวัสดุ หน้า 50-51
9.2 ใบงาน 02 แบบฝกึ หัด เรื่อง การดดู ซบั น้าของวัสดุ หน้า 52

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรยี นท่ี 2 ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 (ฉบับปรบั ปรงุ ) 177

10. การวดั และประเมินผล

สิง่ ทต่ี ้องการวัด/ประเมิน วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์
1) ความรู้ ความเขา้ ใจ ผา่ นเกณฑ์การ
สังเกตการตอบคาถามใน แบบประเมินการตอบ ประเมนิ ระดับคุณภาพ
- อธบิ ายและเปรียบเทียบ ดีข้ึนไป
การดูดซบั นา้ ของวัสดแุ ตล่ ะชนดิ ชัน้ เรียนและความถูกต้อง คาถามในชั้นเรียนและ
ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
2) ดา้ นทกั ษะกระบวนการ ของเนื้อหาในใบงาน ตรวจใบงาน ระดบั คุณภาพพอใช้
- ตคี วามหมายข้อมลู และลง ขน้ึ ไป
สงั เกตทกั ษะกระบวนการ แบบประเมนิ ทกั ษะ
ข้อสรุปการดูดซบั น้าของวสั ดุ
แต่ละชนดิ ทางวทิ ยาศาสตร์ใน กระบวนการ
3) คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
การทากจิ กรรม ทางวิทยาศาสตร์
- ซือ่ สัตยส์ จุ ริต
- มวี ินัย สังเกตคุณลักษณะ แบบประเมนิ คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
- ใฝเ่ รยี นใฝร่ ู้ อนั พึงประสงค์
4) สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน อนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ “ผ่าน”
1. ความสามารถในการสื่อสาร
- อธบิ ายและเปรยี บเทยี บการ สังเกตพฤตกิ รรมใน แบบประเมนิ สมรรถนะ ผา่ นเกณฑ์การ
ดดู ซบั นา้ ของวัสดแุ ตล่ ะชนดิ ขณะทากจิ กรรม
2. ความสามารถในการคิด สาคัญของผเู้ รียน ประเมนิ ระดับคุณภาพ
- สรปุ ผลการทดลองการดูดซบั
น้าของวัสดุ “ผา่ น”
3. ความสามารถในการใช้ทักษะ
ชีวติ
- มุ่งม่ันในการทางานให้สาเรจ็

178 ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรับครูผสู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรยี นท่ี 2 ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 (ฉบบั ปรับปรุง)

แบบประเมินการตอบคาถามในชน้ั เรยี นและตรวจใบงาน
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 18 เร่อื ง การดูดซับน้าของวัสดุ (3)
ชื่อผปู้ ระเมิน………………………………………………………………………………………….…………………………………................…
ประเมินผลครั้งท่ี……………...…….... วันท่ี ……………..…....…... เดือน ………..……..........….…. พ.ศ. ……...….…………...
เรื่อง…………………………………………………………………………………………………………………………….…………….................

ชือ่ -สกลุ /กลมุ่ รายการประเมิน/ระดับคะแนน รวมคะแนน
(10 คะแนน)
การตอบคาถาม การสรปุ ความถูกตอ้ งครบถ้วนของ
ในช้นั เรยี น (4) ความรู้ (4) เนอื้ หาในใบงาน (2)

เกณฑก์ ารประเมนิ

ประเด็น ระดบั คุณภาพ 1 (ปรับปรุง) นา้ หนกั คะแนน
การประเมิน 4 (ดีมาก) 1.0 รวม
3 (ดี) 2 (พอใช้) ตอบคาถามไม่ 4
1. การตอบ ตอบคาถามได้ ถูกต้อง 4
คาถามในชน้ั เรียน ถูกต้องทง้ั หมด ตอบคาถามได้ ตอบคาถาม
ถกู ต้องเป็นส่วน ถูกต้องบางสว่ น 2
ใหญ่

2. การสรุปความรู้ สรปุ ความรู้ สรุปความรู้ สรุปความรู้ สรปุ ความรูเ้ ข้าใจ 1.0
ความเข้าใจ ความเข้าใจ ความเข้าใจ เก่ยี วกบั เรื่องท่ี
เกี่ยวกับเร่อื งท่ี เก่ยี วกับเรอ่ื งท่ี เก่ียวกบั เร่ืองท่ี ศกึ ษาไม่ถูกต้อง
ศึกษาได้ ถูกต้อง ศึกษาไดถ้ ูกต้อง ศกึ ษาได้ ถูกตอ้ ง และไมค่ รบถ้วน
และครบถ้วน แตไ่ ม่ครบถ้วน บางส่วน และไม่
ครบถว้ น
3. ความถกู ต้อง เนอื้ หาท่ีเขียน เน้อื หาท่เี ขียนใน เนือ้ หาท่เี ขยี นใน 0.5
ครบถ้วนของ ในใบงานมี ใบงานมีบางส่วน เนือ้ หาทเ่ี ขยี น ใบงานไม่ถกู ต้อง
เนื้อหาในใบงาน ความถกู ต้อง ไม่ถูกต้อง ตามท่ี ในใบงานมี
ครบถว้ น ตามที่ กาหนด ความถกู ตอ้ งเป็น
กาหนด สว่ นนอ้ ย

เกณฑ์การตดั สิน

คะแนน 9 - 10 หมายถงึ ดีมาก
คะแนน 7 - 8 หมายถึง ดี
คะแนน 5 - 6 หมายถึง พอใช้
คะแนน 0 - 4 หมายถึง ปรบั ปรุง

เกณฑ์การตดั สนิ ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับคณุ ภาพดีขึน้ ไป

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรียนท่ี 2 ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 179

แบบประเมินดา้ นทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 18 เรื่อง การดดู ซบั นา้ ของวัสดุ (3)

ชือ่ ผปู้ ระเมิน…………………………………………………………………………........................…………………………………….
ประเมนิ ผลครง้ั ที่………………….... วนั ที่ …………….........……... เดือน ………..……...….…. พ.ศ. ……...….…………...
เรอ่ื ง………………………………………………………………......……………………………………………………………………………

ชอ่ื -สกลุ /กลุ่ม รายการประเมนิ /ระดบั คะแนน ผลรวมคะแนน ผลการประเมิน
(3 คะแนน)
การตีความหมายข้อมูลและ
ลงข้อสรปุ (3)

เกณฑ์การประเมิน

ทักษะกระบวนการ ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
ทางวิทยาศาสตร์
การตคี วามหมาย สามารถตคี วามหมายขอ้ มูล สามารถตคี วามหมายขอ้ มูล สามารถตีความหมายข้อมลู
ขอ้ มลู และลงข้อสรปุ จากการสงั เกต และลงข้อสรปุ จากการสงั เกต และลงขอ้ สรปุ จากการสังเกต และลงข้อสรุป
ได้วา่ วัสดุแตล่ ะชนดิ มสี มบตั ิ ได้ว่า วสั ดแุ ตล่ ะชนดิ มสี มบตั ิ ได้บางส่วนว่า วสั ดแุ ตล่ ะชนดิ
การดูดซบั นา้ แตกต่างกัน การดูดซับนา้ แตกตา่ งกนั มสี มบัติการดดู ซบั น้า
บางชนิดดดู ซับนา้ ได้มาก บางชนดิ ดดู ซบั น้าไดม้ าก แตกต่างกัน บางชนิดดูดซบั
บางชนิดดูดซับน้าได้นอ้ ย บางชนดิ ดูดซบั นา้ ได้นอ้ ย น้าได้มาก บางชนิดดูดซบั นา้
บางชนดิ ดูดซับน้าไมไ่ ด้ ดว้ ย บางชนดิ ดูดซับนา้ ไมไ่ ด้ โดย ได้น้อย บางชนดิ ดูดซับนา้
ตนเอง การชแ้ี นะของครหู รอื ผู้อืน่ ไม่ได้ แมจ้ ะได้รบั คาแนะนา
จากครหู รือผู้อนื่

เกณฑ์การตดั สิน

คะแนน 3 หมายถงึ ดี
คะแนน 2 หมายถงึ พอใช้
คะแนน 1 หมายถึง ปรับปรุง

เกณฑก์ ารตัดสนิ ผ่านเกณฑ์การประเมินระดบั คุณภาพพอใชข้ ้ึนไป

180 ชดุ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครูผสู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 2 (ฉบับปรับปรงุ )

แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 18 เรอ่ื ง การดูดซบั นา้ ของวสั ดุ (3)

ชื่อผูป้ ระเมนิ /กล่มุ ประเมิน…………………………………………………………………………………………...................................
ช่ือกลุ่มรบั การประเมิน………………………………………………………………………………………………....................................
ประเมนิ ผลครงั้ ที่…………………....……....... วนั ……………..…. เดือน …...........……..........………. พ.ศ. ……...….…….....
เรอ่ื ง……………………………………………………………………………………………………………………..........................................

ท่ี ลกั ษณะ/พฤตกิ รรมบ่งชี้ ระดบั พฤตกิ รรม
ผา่ น ไม่ผ่าน
1. ซอื่ สตั ย์สุจรติ
2. มีวินยั
3. ใฝ่เรยี นใฝ่รู้

เกณฑ์การตัดสนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดบั คุณภาพ “ผ่าน”
แบบประเมินสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 18 เรื่อง การดดู ซับน้าของวสั ดุ (3)
ผปู้ ระเมิน/กลุ่มประเมนิ .....................................................................................................................................
ชอื่ กลุ่มรบั การประเมนิ ......................................................................................................................................
ประเมนิ ผลคร้งั ท่ี....................วันท.ี่ ....................เดอื น..................................................พ.ศ..............................
เร่ือง..................................................................................................................................................................

ท่ี สมรรถนะ/พฤตกิ รรมบ่งชี้ เกณฑก์ ารตัดสิน
ผา่ น ไม่ผา่ น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
- อธิบายและเปรยี บเทียบการดดู ซบั นา้ ของวัสดุ
แต่ละชนดิ

2. ความสามารถในการคดิ
- สรุปผลการทดลองการดูดซับน้าของวัสดุ

3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
- มุ่งมัน่ ในการทางานให้สาเรจ็

เกณฑก์ ารตดั สิน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ “ผ่าน”

ชดุ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร์) ภาคเรยี นที่ 2 ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง) 181

เฉลยใบงาน

182 ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครูผสู้ อน) กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร)์ ภาคเรียนท่ี 2 ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2 (ฉบบั ปรับปรงุ )

ขน้ึ อย่กู บั ผลการสังเกต เช่น

มรี พู รนุ ผวิ เรียบ บดิ งอได้ มีรูพรนุ ผิวเรยี บ บดิ งอได้
ขนุ่ ขุ่น

ไม่มีรพู รนุ ผิวเรียบ ไม่มรี ูพรนุ ผิวเรียบ
บดิ งอได้ ขนุ่ บดิ งอได้ ใส

ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรียนที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบับปรบั ปรงุ ) 183

ขึ้นอยู่กับผลการทากจิ กรรม เชน่
กระดาษเยอื่

4
4

ครงึ่ หนง่ึ
30

30
10

ปริมาณน้าทีเ่ หลืออยู่ในแกว้

184 ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครูผสู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ขน้ึ อยกู่ ับผลการทากจิ กรรม

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง) 185

ข้ึนอยูก่ บั ผลการทากิจกรรม เชน่ ผา้ ฝา้ ย กระดาษเย่อื และ
กระดาษหนงั สอื พมิ พด์ ดู ซับนา้ ได้ พลาสตกิ ไมด่ ูดซับน้า

ผ้าฝา้ ย กระดาษเย่อื กระดาษหนงั สอื พมิ พ์
ปริมาณน้าสีในแก้วพลาสติกทเี่ หลือหลงั จากจมุ่ วัสดุ
ลงไปแล้วยกวสั ดุออก มีปริมาณน้อยกวา่ กอ่ นจมุ่

พลาสตกิ
ปรมิ าณนา้ สีในแก้วพลาสติกกอ่ นและหลังจมุ่ พลาสตกิ เท่าเดมิ

ผ้าฝ้าย
หลังจากจุ่มวัสดุ มปี รมิ าณนา้ สใี นแก้วพลาสตกิ อยู่นอ้ ยที่สดุ

186 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรับครูผสู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรียนที่ 2 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 (ฉบับปรบั ปรงุ )

วสั ดทุ ี่ดดู ซบั น้าสจี ากมากไปหาน้อย ได้แก่ ผา้ ฝา้ ย กระดาษเยื่อ
กระดาษหนังสอื พมิ พ์ ตามลาดับ
วสั ดุมสี มบตั ิการดดู ซับนา้ แตกตา่ งกนั วสั ดบุ างขนดิ ดูดซบั น้าไดม้ าก
บางชนิดดดู ซบั น้าไดน้ อ้ ย และวสั ดุบางชนดิ ไม่ดดู ซับน้า

ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรียนท่ี 2 ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง) 187







ควรเลอื กพลาสติก อะลมู เิ นียมฟอยล์ เพราะวัสดุสองชนดิ น้ีไมด่ ดู ซบั น้า
ช่วยปอั งกันไมใ่ หน้ า้ เขา้ ไปในหนงั สอื ได้ แต่ถ้าพจิ ารณาดา้ นความ
ทนทานในการใช้ดว้ ย อะลมู ิเนยี มฟอยล์อาจไม่เหมาะที่จะห่อปกหนงั สือ
เพราะอะลมู ิเนียมฟอยลฉ์ ีกขาดไดง้ ่าย

188 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (สาหรับครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรียนท่ี 2 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 19 เร่ือง การทาวัตถโุ ดยใช้สมบตั ิการดูดซบั น้า (1)

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง วัตถุและสมบตั ิของวัสดุ หนว่ ยยอ่ ยที่ 1 เร่ือง สมบัติการดูดซับนา้ ของวัสดแุ ละการใช้ประโยชน์

รหัสวิชา ว12101 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 1 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วดั
สาระที่ 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1

เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้าง
และแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย
และการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
ตัวช้วี ัด

ว 2.1 ป. 2/1 เปรียบเทียบสมบตั ิการดดู ซบั น้าของวัสดโุ ดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจักษ์ และระบกุ ารนาสมบตั ิ
การดดู ซับนา้ ของวสั ดุไปประยุกต์ใชใ้ นการทาวตั ถุในชีวติ ประจาวัน
2. สาระสาคญั

วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติการดูดซับน้าที่แตกต่างกันซึ่งสามารถนามาใช้ประโยชน์ในการทาวัตถุ ตาม
ความตอ้ งการ
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

3.1 ด้านความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
- อธิบายการทาวตั ถตุ ามสมบัติการดดู ซับนา้

3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- การต้ังสมมติฐานการทาวตั ถุตามสมบัตกิ ารดดู ซบั น้า
- กาหนดนิยามเชิงปฏิบตั กิ าร การทาวตั ถุตามสมบตั ิการดดู ซับน้า
- กาหนดและควบคุมตัวแปร การทาวัตถุตามสมบตั ิการดดู ซบั น้า

3.3 ด้านคุณลกั ษณะ เจตคติ ค่านิยม (A)
- ความอยากรู้อยากเห็น
- ความมุ่งมัน่ อดทน

4. สาระการเรยี นรู้
วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติการดูดซับน้าแตกต่างกัน สามารถนามาใช้ประโยชน์ในการทาวัตถุ เช่น

ทาภาชนะเพาะเมล็ดพืชได้แตกต่างกัน
5. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน

5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
- อธบิ ายการออกแบบการทาวตั ถุตามสมบัตกิ ารดูดซบั นา้

ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรียนที่ 2 ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง) 189

5.2 ความสามารถในการคิด
- วางแผนการทดลองการทาภาชนะเพาะเมล็ดพชื โดยเลือกวสั ดุท่ใี ชท้ าตามสมบัติการดูดซับนา้

5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
- มีความสามัคคี ชว่ ยเหลือในการทางานกลมุ่ ร่วมกัน

6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
- ใฝเ่ รยี นรู้

7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนาเขา้ สูบ่ ทเรยี น (10 นาที)
1. ครูทบทวนผลการทากิจกรรมจากชั่วโมงที่แล้วเร่ืองสมบัติการดูดซับนา้ และใช้คาถามดังนี้

1.1 วัสดุท่ีมีการดูดซับนา้ ได้มากหรือดูดซับน้าได้น้อย สังเกตจากอะไร (สังเกตจากระดับน้าที่เหลือ
ในแก้วหลังจากการยกวัสดุขึ้นแล้วรอจนไม่มีน้าหยดออกจากวัสดุ ถ้าระดับน้าที่ใช้จุ่มวัสดุใด
เหลือลดลงมากที่สุดสุด แสดงว่าวัสดุนั้นมีการดูดซับน้ามากที่สุด ถ้าระดับน้าที่ใช้จุ่มวัสดุใด
ลดลงน้อยท่ีสุด แสดงว่าวัสดุนั้นมีการดูดซับน้าน้อยท่ีสุด)

1.2 จากกิจกรรมในชั่วโมงที่แล้ว เรียงลาดับวัสดุที่ดูดซับน้าได้มากที่สุดไปน้อยที่สุดได้อย่า งไร
(กระดาษเย่ือ ผ้าฝ้าย กระดาษหนังสือพิมพ์ และพลาสติกตามลาดับ)

1.3 หากนาวัสดุดังกล่าวมาทาเป็นภาชนะเพาะเมล็ดพืช ควรเลือกวัสดุชนิดใดเพราะเหตุใด
(นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง)

ขัน้ สอน (เวลา 45 นาท)ี
2. ครูชวนนักเรียนหาคาตอบโดยให้นักเรียนอ่านช่ือกิจกรรมและจุดประสงค์ในใบกิจกรรมที่ 1 การทาวัตถุโดยใช้

สมบตั กิ ารดดู ซบั น้าทาไดอ้ ย่างไร หนา้ 54 จากนน้ั ครูถามคาถามดงั ตอ่ ไปน้ี
2.1 นักเรียนเรียนเรื่องอะไร (การทาวตั ถุตามสมบัตกิ ารดดู ซบั น้าของวัสดุ)
2.2 นักเรยี นจะเรยี นดว้ ยวธิ ีการใด (การสังเกต การทดลอง)
2.3 เม่ือเรียนจบแล้วนักเรยี นจะทาอะไรได้ (อธิบายการทาวตั ถุตามสมบัติการดดู ซบั น้าของวสั ดุ)

3. ครูแจ้งจุดประสงค์อีกครั้งว่าในช่ัวโมงน้ีนักเรียนจะได้ออกแบบการทดลองการทาวัตถุตามสมบัติการดูดซับน้า
ของวัสดุ

4. นักเรียนอ่านวิธีทาในใบกิจกรรมที่ 1 ตอนที่ 1 ข้อ 1-4 หน้า 54-55 และทาความเขา้ ใจขนั้ ตอนการทากิจกรรม
โดยครอู าจใช้คาถาม ดังตอ่ ไปนี้
4.1 จากสถานการณ์ในข้อ 1 นกั เรยี นต้องทาอยา่ งไรบา้ ง (เลอื กเมลด็ พืช ตั้งคาถามการทดลอง และสมมตฐิ าน)
อาจให้นักเรียนทั้งช้ันเลือกเมล็ดพืชเพียงชนิดเดียวท่ีงอกได้เร็ว เช่น เมล็ดถ่ัวเขียว เมล็ดถ่ัวแดง
เมล็ดข้าวโพด เพ่ือให้เห็นผลการทดลองท่ีพร้อมกัน หรืออาจให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกเมล็ดพืช
ตามความสนใจได้ แต่ครูควรตรวจสอบจานวนวันที่เมล็ดพืชชนิดนั้น ๆ เร่ิมงอก เพื่อวางแผนการอภิปราย
ผลการทดลองและครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า สมมติฐาน คือ การให้คาอธิบายซึ่งเป็นคาตอบล่วงหน้าก่อนทา

190 ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรับครูผสู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรยี นที่ 2 ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 2 (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

การทดลองโดยใช้ความรู้เดิมหรือความรู้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ท่ีเชื่อถือได้ ซ่ึงสมมติฐานท่ีต้ังไว้อาจจะ
แสดงใหเ้ หน็ ความสมั พันธ์ของส่งิ ท่ีจัดใหต้ า่ งกันและสิง่ ท่ีต้องตดิ ตามตลอดการทดลอง
4.2 นักเรยี นตอ้ งเลือกวสั ดุทใ่ี ชท้ ดลองทาภาชนะเพาะเมล็ดพชื อยา่ งนอ้ ยก่ชี นิด (2 ชนิด)
4.3 นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายเพ่ือกาหนดอะไรบ้าง (สิ่งที่จัดให้แตกต่างกัน สิ่งที่จัดให้เหมือนกัน สิ่งที่ต้องสังเกต
ตลอดการทดลอง)
4.4 เมื่ออภิปรายเพ่ือกาหนดสิ่งท่ีทดลองแล้ว นักเรียนต้องอภิปรายอะไร และทาอะไรต่อไป (อภิปรายเพ่ือ
ออกแบบการทดลอง และบนั ทกึ ผล)
5. ครูอธิบายวิธีการบันทึกผลการวางแผนการทดลอง หน้า 56-57 และชวนนักเรียนทากิจกรรม และบันทึกไป
ทลี ะข้อ
6. นกั เรียนนาเสนอผลการออกแบบการทดลองจากนนั้ ครูชวนอภิปราย โดยใชค้ าถามดังนี้
6.1 เมล็ดพืชที่แต่ละกลุ่มจะเลือกมาทดลองมีอะไรบ้าง (คาตอบข้ึนอยู่กับผลการทากิจกรรมของนักเรียน
โดยนกั เรยี นแต่ละกลมุ่ เลือกเมลด็ พชื 1 ชนดิ )
6.2 คาถามการทดลองน้คี ืออะไร (วัสดุท่ีดูดซับน้าได้แตกต่างกัน เมื่อนามาทาเป็นภาชนะเพาะเมล็ดพืชจะมีผล
ตอ่ การงอกของเมลด็ พืชหรอื ไม่ อย่างไร)
6.3 นักเรียนต้ังสมมติฐานการทดลองว่าอย่างไร (นักเรียนตอบตามชนิดของเมล็ดพืชและชนิดของวัสดุที่เลือก
เช่น ภาชนะเพาะเมล็ดถ่ัวเขียวท่ีทาจากกระดาษเย่ือจะมีผลให้เมล็ดถ่ัวเขียวงอกได้มากกว่าภาชนะที่ทา
จากพลาสติก)

การตั้งสมมติฐานจะต้ังให้เห็นความสัมพันธ์ของตัวแปรที่เลือก ดังน้ันครูช่วยตรวจสอบความถูกต้อง
ไมใ่ หน้ กั เรยี นต้งั ตวั แปรอื่นท่ไี ม่ไดเ้ ลอื ก
6.4 สงิ่ ที่ตอ้ งจัดใหต้ ่างกันคอื อะไร (ชนิดของวัสดุ ครยู า้ ว่าชนิดของวสั ดนุ ีต้ ้องเปน็ ไปตามทนี่ กั เรยี นเลอื ก)
6.5 สิ่งท่ตี ้องสังเกตตลอดการทดลองคืออะไร (การงอกของเมลด็ พชื ทเี่ ลอื ก)
6.6 สิ่งท่ีจัดให้เหมือนกันได้แก่อะไรบ้าง (ความหนาของวัสดุ ขนาดของวัสดุ ชนิดของเมล็ดพืช จานวนและ
ขนาดของเมล็ดพืช ปริมาณน้าท่ีรดบนวัสดุ เวลาที่รดน้า การวางวัสดุ) ครูถามและตกลงร่วมกับนักเรียน
ท้ังช้ันไปทีละตัวแปรว่าต้องจัดให้เหมือนกันอย่างไร เช่น จะใช้ขนาดของวัสดุเท่าใด รดน้าก่ีช้อน รดน้า
เวลาใด จะวางวสั ดไุ ว้ท่ีไหน และให้นกั เรยี นแก้ไขทบ่ี ันทกึ ในใบงานใหถ้ ูกต้องตามท่ีตกลงร่วมกัน
6.7 นักเรียนมีขั้นตอนการทดลองอย่างไรที่ทาให้เมล็ดงอก (วางวัสดุบนตะแกรงรองและวางเมล็ดพืชลงไป
จากนั้นใช้วัสดุอกี ชิน้ วางทบั อกี คร้งั และรดน้าทุกวัน)
ขัน้ สรปุ (เวลา 5 นาที)
7. ครูเปิดโอกาสให้นักเรยี นสรุปส่งิ ท่ไี ด้เรยี นรู้เกี่ยวกับการทดลองเพ่ือตอบคาถามว่า วัสดุท่ีดูดซับน้าได้แตกต่างกัน
เม่ือนามาทาเป็นภาชนะเพาะเมล็ดพืช จะมีผลทาให้เมล็ดพืชงอกได้แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร และสรุปได้ว่า
การออกแบบการทดลอง โดยมีการต้ังสมมติฐาน การกาหนดส่ิงท่ีจัดให้แตกต่างกันและส่ิงท่ีจัดให้เหมือนกัน
ส่งิ ต้องสังเกตตลอดการทดลอง และวางแผนขน้ั ตอนการทดลอง
8. ครูชี้แจงให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแบ่งบทบาทหน้าท่ีในการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในช่ัวโมงถัดไป

ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรียนที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบบั ปรบั ปรุง) 191

8. สอ่ื /แหลง่ เรยี นรู้
8.1 สอื่ สไลด์ เร่ือง การทาวตั ถุโดยใชส้ มบัติการดดู ซับนา้ (1)
8.2 ใบกิจกรรมท่ี 1 การทาวตั ถโุ ดยใชส้ มบตั กิ ารดดู ซับนา้ ทาไดอ้ ย่างไร หนา้ 54-55
8.3 ใบงาน 01 การทาวตั ถโุ ดยใช้สมบตั กิ ารดดู ซบั น้า หน้า 56-57
8.4 กระดาษเยื่อ
8.5 ถงุ พลาสติก
8.6 กระดาษหนังสือพมิ พ์
8.7 ผ้าฝ้าย
8.8 ชอ้ นพลาสตกิ
8.9 น้า
8.10 กรรไกร
8.11 ไม้บรรทัด
8.12 ตะแกรงสาหรับรองวัสดุ

9. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ใบงาน 01 การทาวัตถุโดยใชส้ มบัติการดดู ซบั น้า หน้า 56-57

192 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครูผสู้ อน) กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร)์ ภาคเรียนท่ี 2 ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2 (ฉบบั ปรับปรุง)

10. การวัดและประเมนิ ผล

สิ่งทีต่ ้องการวัด/ประเมิน วธิ ีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
1) ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ สงั เกตการตอบ แบบประเมนิ ความรู้ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
- อธบิ ายการทาวัตถตุ ามสมบัติ คาถามในชั้นเรยี น ระดับคุณภาพดีขึ้นไป
การดูดซับน้า และเนือ้ หาใน
ใบงาน แบบประเมินทักษะ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
2) ดา้ นทักษะ/กระบวนการ สงั เกตทักษะ/ กระบวนการ ระดับคุณภาพพอใช้ขึน้ ไป
- การตง้ั สมมติฐานการทาวตั ถุตาม กระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์
สมบตั กิ ารดูดซบั น้า ทางวิทยาศาสตร์ใน
- กาหนดนิยามเชงิ ปฏบิ ตั ิการ การทา การทากจิ กรรม แบบประเมินเจตคติ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
วัตถตุ ามสมบตั ิการดูดซบั น้า ทางวทิ ยาศาสตร์ ระดบั คุณภาพ “ผ่าน”
- กาหนดและควบคมุ ตัวแปรการทา สงั เกตเจตคติ
วตั ถตุ ามสมบตั ิการดดู ซบั นา้ ทางวิทยาศาสตร์
3) ดา้ นคุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม
- ความอยากรู้อยากเห็น
- ความมุ่งมั่นอดทน

4) สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์การประเมิน

1. ความสามารถในการสอื่ สาร ขณะทากจิ กรรม สมรรถนะสาคัญของ ระดบั คุณภาพ “ผ่าน"

- อธบิ ายการออกแบบการทาวัตถุตาม ผูเ้ รียน

สมบตั ิการดดู ซบั น้า

2. ความสามารถในการคดิ

- วางแผนการทดลองการทาภาชนะ

เพาะเมล็ดพืช โดยเลือกวสั ดทุ ีใ่ ชท้ า

ตามสมบตั ิการดูดซบั นา้

3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

- มคี วามสามคั คี ช่วยเหลอื ใน

การทางานกลมุ่ รว่ มกนั

ชุดการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร์) ภาคเรยี นที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2 (ฉบับปรบั ปรุง) 193

แบบประเมนิ ความรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 19 เร่อื ง การทาวตั ถุโดยใชส้ มบัตกิ ารดูดซับนา้ (1)

ผ้ปู ระเมนิ /กลุ่มประเมนิ .................................................................................................................................................................

ประเมนิ ผลครง้ั ที.่ ..................วนั ท.่ี .....................เดอื น........................................................พ.ศ.................................

เรื่อง.....................................................................................................................................................................................................

รายการประเมิน/ระดบั คะแนน

ช่ือ-สกุล/กลุม่ การตอบ การสรุป ความถูกตอ้ ง รวมคะแนน
คาถามในชั้น ความรู้ ครบถ้วนของ (10 คะแนน)
เน้อื หาในใบงาน
เรยี น (4)

(4) (2)

เกณฑ์การประเมนิ

ประเดน็ ระดบั คณุ ภาพ 1 (ปรบั ปรงุ ) น้าหนกั คะแนน
การประเมิน 4 (ดีมาก) ตอบคาถามไม่ 1.0 รวม
3 (ดี) 2 (พอใช้) ถูกต้อง 1.0 4
1. การตอบ ตอบคาถามได้ 4
คาถามในช้นั เรียน ถกู ต้องทั้งหมด ตอบคาถามได้ ตอบคาถาม สรุปความรู้ 0.5
ถูกต้องเป็นส่วน ถกู ต้องบางส่วน ความเข้าใจ 2
ใหญ่ เก่ยี วกับเรื่องท่ี
ศกึ ษาไม่ถูกต้อง
2. การสรปุ ความรู้ สรุปความรู้ สรปุ ความรู้ สรปุ ความรู้ และไม่ครบถ้วน
ความเข้าใจ ความเขา้ ใจ ความเข้าใจ
เก่ยี วกับเรือ่ งที่ เกีย่ วกบั เรื่องที่ เกีย่ วกบั เรอ่ื งท่ี เนอ้ื หาที่เขียนใน
ศึกษาได้ ถูกต้อง ศกึ ษาได้ถูกต้อง ศึกษาได้ ถูกตอ้ ง ใบงานไมถ่ ูกตอ้ ง
และครบถ้วน แตไ่ ม่ครบถ้วน บางส่วน และไม่
ครบถว้ น
3. ความถูกต้อง เนื้อหาทีเ่ ขียน เนื้อหาท่ีเขยี นใน
ครบถว้ นของ ในใบงานมี ใบงานมบี างสว่ น เนือ้ หาทเ่ี ขียน
เนอ้ื หาในใบงาน ความถกู ตอ้ ง ไมถ่ ูกตอ้ ง ตามท่ี ในใบงานมี
กาหนด ความถูกต้องเป็น
ครบถว้ น ตามที่ ส่วนน้อย
กาหนด

เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพ

คะแนน 9 - 10 หมายถึง ดีมาก

คะแนน 7 - 8 หมายถึง ดี

คะแนน 5 - 6 หมายถงึ พอใช้

คะแนน 0 - 4 หมายถงึ ปรับปรุง

เกณฑก์ ารตดั สนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพดขี ึน้ ไป

194 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สาหรับครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาศาสตร)์ ภาคเรยี นท่ี 2 ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2 (ฉบบั ปรับปรุง)

แบบประเมนิ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 19 เร่ือง การทาวตั ถโุ ดยใช้สมบัติการดูดซับน้า (1)

ชอ่ื ผู้ประเมนิ …….......…………………………………………………………………………………........................…………………
ประเมนิ ผลครัง้ ท่ี………...…….... วนั ท่ี …........…………..……....... เดือน ………....……….…. พ.ศ. ……...….………….
เร่อื ง………………………………………………………………………………………….......……………………………………………….

ชื่อ-สกุล/กลุ่ม รายการประเมนิ /ระดบั คะแนน ผลรวม ผลการ
คะแนน ประเมิน
การตงั้ สมมตฐิ าน การกาหนดนยิ าม การกาหนด
(3) เชงิ ปฏิบตั กิ าร และควบคมุ (9 คะแนน)
(3) ตัวแปร
(3)

เกณฑก์ ารประเมนิ

ทกั ษะกระบวนการ ดี (3) ระดบั ความสามารถ ปรบั ปรุง (1)
ทางวิทยาศาสตร์ สามารถตั้งคาถามหรือคิด พอใช้ (2) สามารถต้งั คาถามหรือคิด
การตัง้ สมมตฐิ าน คาตอบล่วงหนา้ โดยใช้ คาตอบลว่ งหนา้ โดยใช้
ความสัมพันธ์ของตวั แปร สามารถตงั้ คาถามหรอื คิด ความสมั พนั ธข์ องตวั แปรหรือ
หรอื ปัจจัยไดด้ ว้ ยตนเอง คาตอบลว่ งหนา้ โดยใช้ ปจั จัยได้บางส่วน แม้จะได้
ความสมั พันธ์ของตวั แปรหรือ รบั คาชีแ้ นะจากครหู รือผู้อ่นื
ปัจจยั ได้โดยอาศยั การชแี้ นะ
ของครหู รอื ผู้อ่ืน

การกาหนดนิยาม สามารถระบุการสงั เกต สามารถระบุการสงั เกตการงอก สามารถระบุการสงั เกต
เชิงปฏิบตั ิการ
การงอกของเมลด็ พืช โดย ของเมล็ดพชื โดยสังเกตจาก การงอกของเมลด็ พชื ได้

สงั เกตจากการมีรากสีขาว การมรี ากสีขาวออกจากเมลด็ ได้ บางสว่ นถึงแมจ้ ะไดร้ บั

ออกจากเมล็ดได้ถกู ต้อง ได้ ถูกต้อง โดยการชแ้ี นะของครู คาแนะนาจากครหู รือผู้อ่ืน

ด้วยตนเอง หรอื ผูอ้ ่ืน

ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (สาหรบั ครผู สู้ อน) กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) ภาคเรยี นท่ี 2 ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 2 (ฉบับปรบั ปรุง) 195

ทกั ษะกระบวนการ ระดับความสามารถ ปรับปรงุ (1)
ทางวิทยาศาสตร์ ดี (3) พอใช้ (2) สามารถกาหนดตัวแปร
การกาหนด สามารถกาหนดตัวแปร สามารถกาหนดตวั แปร การทดลองเรอื่ งวสั ดทุ ี่ใช้ทา
และควบคุมตวั แปร การทดลองเรอ่ื งวัสดุที่ใช้ การทดลองเร่อื งวัสดุท่ีใชทา ภาชนะเพาะเมลด็ พืชท่ีมีผล
ทาภาชนะเพาะเมล็ดพืชท่มี ี ภาชนะเพาะเมลด็ พืชที่มผี ล ต่อการงอกของเมลด็ พชื ได้
ผลต่อการงอกของเมล็ดพืช ตอการงอกของเมลด็ พืชว่า บางสว่ นถงึ แม้จะไดร้ ับ
วา่ ตวั แปรต้น คอื วัสดุ ตัวแปรต้น คอื วสั ดแุ ต่ละชนิด คาแนะนาจากครูหรือผูอ้ ื่น
แตละชนดิ ตัวแปรตาม คือ ตัวแปรตามคือ การงอกของ
การงอกของเมลด็ พชื และ เมลด็ พชื และตวั แปรทตี่ ้อง
ตัวแปรที่ต้องควบคมุ คือ ควบคมุ คือ ขนาดและความ
ขนาดและความหนาของ หนาของช้นิ วสั ดุ ปริมาณน้าท่ี
ชนิ้ วสั ดุ ปริมาณนา้ ทีร่ ด รด เวลารดน้า จานวนเมลด็ พชื
เวลารดนา้ จานวนเมลด็ พืช สถานที่วางภาชนะได้ โดย
สถานท่วี างภาชนะได้ การชแี้ นะของครหู รือผู้อื่น
ถกู ต้อง ด้วยตนเอง

เกณฑ์การประเมนิ คณุ ภาพ
คะแนน 7-9 หมายถงึ ดี
คะแนน 4-6 หมายถึง พอใช้
คะแนน 1-3 หมายถึง ปรบั ปรุง

เกณฑ์การตดั สนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดบั คุณภาพพอใชข้ ้ึนไป


Click to View FlipBook Version