The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nitty251400, 2022-09-12 00:26:40

แผน ม 6 รวมแล้ว

แผน ม 6 รวมแล้ว

1
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

2
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

3

คำอธิบายรายวิชา
วชิ าภาษาไทย ท๓3๑๐๑

รายวิชาพนื้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๖ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้อย่างถูกต้อง ไพเราะ และเหมาะสมกับเรื่องท่ีอ่านตีความ แปลความ
และขยายความเร่ืองท่ีอ่าน วิเคราะห์และวิจารณ์เร่ืองที่อ่านในทุก ๆ ด้านอย่างมีเหตุผล คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองที่อ่าน
และประเมินค่า วิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นโต้แย้งกับเร่ืองท่ีอ่านและเสนอความคิดใหม่อย่างมีเหตุผล สังเคราะห์
ความรู้จากการอ่านสื่อส่ิงพิมพ์ ส่ืออิเล็กทรอนิกส์และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาตน พัฒนาการเรียนและพัฒนาความรู้ทาง
อาชีพ เขียนอธบิ าย บรรยาย พรรณนา ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียงถูกต้อง มีข้อมูล และสาระสำคัญชัดเจน
แล้วนำมาพัฒนางานเขียนของตนเอง เขียนเรียงความ วิเคราะห์ แนวคิด การใช้ภาษา และความน่าเชื่อถือจากเร่ืองท่ีฟังและดู
อย่างมีเหตุผล ประเมินเรื่องท่ฟี ังและดู มีวิจารณญาณในการเลือกเรื่องท่ีฟงั และดู อธิบายธรรมชาติของภาษา พลังของภาษา
และลักษณะของภาษา วิเคราะห์อิทธิพลของภาษาต่างประเทศและภาษาถิ่น วิเคราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของ
วรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ท่องจำและบอกคุณค่าบทอาขยานตามที่กำหนดและบท
รอ้ ยกรองท่มี ีคณุ คา่ ตามความสนใจและนำไปใชอ้ า้ งองิ

โดยใช้ทักษะการอ่านออกเสียง ทักษะการอ่านจับใจความ ใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้น
ทักษะการเขยี น การฟงั การดู และการพูด

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถนำส่ิงที่เรียนรู้ไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง มีนิสัยรักการอ่าน
มมี ารยาทในการอา่ น มีมารยาทในการเขยี น มีมารยาทในการฟงั การดแู ละการพดู

ตวั ชี้วัด ท 1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/8,ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/5,ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/1,ม.4-6/3,ม.4-6/5
ท 5.1 ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/6

รวม 21 ตัวชี้วดั

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

4

โครงสรา้ งแผนการจัดการเรียนรู้และโครงสรา้ งการวดั ผลประเมนิ ผล
รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท33101 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 จำนวน 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

จำนวน 1.0 หน่วยกิต

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

5
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

6
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

7
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

8
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

9
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

10
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

11
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

12
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

13
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

14
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

15
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

16
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

17

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1 การอา่ นแปลความ ตีความ และขยายความ
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวชิ า ท 33101 ภาษาไทย

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6
หน่วยการเรียนที่ 1 เร่อื ง การอา่ นวนิ ิจสาร

เวลา 1-2 ช่ัวโมง
1. ตัวชว้ี ัด/จุดประสงค์การเรียนรู้

ตวั ชว้ี ัด
ท 1.1 ม.4-6/2 ตคี วาม แปลความ และขยายความเรื่องที่อ่าน

ม.4-6/6 ตอบคำถามจากการอา่ นงานเขยี นประเภทตา่ ง ๆ ภายในเวลาทกี่ ำหนด
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) อธิบายการอ่านแปลความ ตีความ และขยายความได้
2) อ่านแปลความ ตีความ และขยายความจากเรื่องท่ีอา่ นได้ถูกตอ้ ง
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอา่ นเร่ืองตา่ ง ๆ นน้ั ตอ้ งมกี ารตคี วาม แปลความ ขยายความ และตอบคำถามจากเรอ่ื งที่อา่ น
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการส่อื สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการแปลความ
2) ทกั ษะการสร้างความรู้
3) ทกั ษะการตีความ
4) ทักษะการสรปุ ลงความเห็น
5) ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้
4.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
5. สาระการเรยี นรู้
การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ เช่น ข่าวสารจากสื่อส่ิงพิมพ์ ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในชุมชน
บทความ นิทาน เรื่องส้ัน นวนิยาย วรรณกรรมพ้ืนบ้าน วรรณคดีในบทเรียน บทโฆษณา สารคดี บันเทิงคดี ปาฐกถา พระบรม
ราโชวาท เทศนา คำบรรยาย คำสอน บทร้อยกรองร่วมสมยั บทเพลง บทอาเศียรวาท คำขวัญ
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

18

3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน

6. จุดเนน้ สกู่ ารพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน ทักษะศตวรรษที่ 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลกั 4Cs)

การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving)

ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)

ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผ้นู ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)

ทักษะด้านการสื่อสารสนเทศ และร้เู ท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy)

ทักษะดา้ นชวี ิตและอาชีพ

ความยดื หย่นุ และการปรับตวั

การรเิ ริ่มสร้างสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตัวเอง

ทกั ษะสงั คม และสงั คมข้ามวัฒนธรรม

การเป็นผู้สรา้ งหรือผผู้ ลิต และความรบั ผิดชอบเชอื่ ถือได้

ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ

คณุ ลักษณะสำหรับศตวรรษท่ี 21

คุณลกั ษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรับตัว ความเป็นผู้นำ

คุณลักษณะด้านการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชน้ี ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง

คุณลกั ษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่ืน ความซื่อสัตย์ สำนึกพลเมือง

7. ชิ้นงานภาระงาน

-ใบงานเร่ือง อา่ นเอาเร่อื ง

-ใบงานเร่ือง อา่ นสำรวจตรวจความเข้าใจ

8. กจิ กรรมการเรียนรู้

 วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)

 นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรอ่ื ง การอา่ นวนิ จิ สาร

ข้ันที่ 1 กระตุ้นความสนใจ

สอ่ื การเรยี นรู้ : บตั รภาพ คำถามกระตุ้นความคดิ

1. ครูนำบตั รภาพสญั ลกั ษณ์ มาแสดงใหน้ ักเรยี นดูท่ีหนา้ ช้ันเรียน 1. นกั เรียนประสบปัญหาในการอา่ น

แลว้ ให้นกั เรียนรว่ มกันทายความหมายของสัญลักษณ์ งานเขยี นหรือไม่ อยา่ งไร

2. ครถู ามนักเรียนวา่ ทราบได้อยา่ งไรวา่ สัญลักษณ์ท่ีเห็นในภาพ (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น

หมายถงึ อะไร และสื่อความว่าอยา่ งไร นักเรยี นสามารถตอบได้ โดยใหอ้ ยู่ ในดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)

อยา่ งหลากหลาย 2. ในชวี ิตประจำวนั นกั เรียนคดิ วา่

3. ครอู ธิบายให้นักเรียนเขา้ ใจวา่ การทจี่ ะเข้าใจงานตา่ งๆ ได้น้ัน การอา่ นแปลความ ตีความ และขยาย

ส่วนหนงึ่ ตอ้ งอาศัยความรแู้ ละประสบการณ์เดิมของนักเรยี น ความมีความจำเป็นหรอื ไม่ อยา่ งไร

ประกอบ แลว้ ให้นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ข้อ 1 - 3 (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

19 โดยใหอ้ ยู่ ในดลุ ยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
3. นกั เรียนคิดว่า การอา่ นวินิจสารมี
ขนั้ ท่ี 2 สำรวจคน้ หา ลกั ษณะอยา่ งไร
สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้ : 1. หนงั สือเรียน หลกั ภาษาฯ ม.6
(การอ่านวนิ ิจสาร เป็นการอา่ นท่ี
2. หนงั สอื คน้ ควา้ เพมิ่ เติม พจิ ารณาถึงคุณค่าของงานเขียน รจู้ ัก
3. หอ้ งสมุด วิเคราะหพ์ จิ ารณา งานเขียนครอบคลุมทกุ
4. แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ ด้าน ซง่ึ ควรมที ักษะของการอ่านแปล
1. ครแู บ่งนักเรียนเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 4 คน คละกนั ตามวามสามารถ ความ ตีความ และขยายความเพ่ือชว่ ยให้
คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน การอา่ นครั้งนน้ั ๆ มีประสทิ ธภิ าพ)
แล้วให้แต่ละกลมุ่ แบ่งหน้าท่คี วามรบั ผิดชอบให้สมาชิกแต่ละคนใน
กลุ่มศึกษาข้อมูลเก่ียวกับการอ่านในชีวิตประจำวัน จากหนังสือเรียน คำถามกระตุ้นความคิด
หนังสอื คน้ ควา้ เพ่มิ เติม ห้องสมุด และแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ 1. นักเรยี นคดิ ว่าการอ่านงานแต่ละ
ในหวั ขอ้ ต่อไปน้ี ประเภทตอ้ งใช้ทักษะการอ่านทัง้ สาม
1) การอา่ นแปลความ ประเภทหรอื ไม่
2) การอ่านตีความ
3) การอา่ นขยายความ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น
2. นกั เรยี นนำความรูท้ ่ีได้ศึกษามาบนั ทกึ ลงในแบบบนั ทึกการอ่าน โดยให้อยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
ขัน้ ที่ 3 อธิบายความรู้ 2. การอา่ นงานเขยี นแต่ละประเภทควร
สื่อการเรียนรู้ : ใบงานท่ี 1.1
1. สมาชิกแต่ละคนนำความรู้ทไ่ี ด้ศกึ ษาคน้ คว้ามาเปน็ พน้ื ฐาน
ในการทำใบงานที่ 1.1 เร่อื ง อา่ นเอาเรื่อง
2. สมาชกิ ในกล่มุ รว่ มกันอธิบายคำตอบจากใบงานท่ี 1.1
และสรุปผลจากนน้ั ตรวจสอบความถกู ต้องของคำตอบในใบงาน
3.นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ข้อ 1-2

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

20

มี วิธกี ารอ่านเหมือนหรอื ตา่ งกันอยา่ งไร
บ้าง

(งานเขียนแต่ละประเภทมวี ธิ กี ารอ่านทงั้
เหมอื น และต่างกนั ขน้ึ อยู่กับประเด็นที่
ผู้เขียนต้องการ นำเสนอ และการอ่านให้
เขา้ ใจไดล้ ึกซ้ึงส่วนหนึ่งขึน้ อยู่กบั
ประสบการณ์และความรเู้ ดมิ ที่มอี ยู่

ประกอบ)

ขัน้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ คำถามกระต้นุ ความคิด
สอื่ การเรียนรู้ : ใบงานที่ 1.2  การอา่ นงานเขียนโดยใชท้ ักษะการ
อา่ นเพียงอยา่ งเดียวเพยี งพอกับการอา่ น
1. นักเรียนแต่ละกลมุ่ เลอื กงานเขยี นที่สนใจ กลุ่มละ 1 ช้นิ งานเขียนเรื่องนั้นหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
แลว้ อ่านงานเขยี นอย่างละเอียด จากนน้ั เขยี นแปลความ
ตคี วามและขยายความลงในใบงานท่ี 1.2 เร่อื ง อา่ นสำรวจ (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น
ตรวจความเขา้ ใจ โดยให้อย่ใู นดุลยพินิจของครผู ู้สอน)

2. เมือ่ นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ทำใบงานเสรจ็ แลว้ แลกใบงานกลุ่ม คำถามกระต้นุ ความคิด
ตนเองใหเ้ พ่ือนกลุ่มอืน่ อา่ นเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง  การอ่านแต่ละประเภทสามารถนำมา
ปรบั ใช้ในชีวิตประจำวนั ได้หรือไม่
3. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด อยา่ งไร
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล
สือ่ การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 1.2 (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน
โดยให้อยู่ในดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน)
1. ครูตรวจสอบผลงานจากใบงานท่ี 1.2 และเลอื กผลงานที่มี
คุณภาพตามเกณฑ์ท่กี ำหนดติดป้ายนเิ ทศหนา้ ชน้ั เรียน

2. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด

9. สอ่ื
1) หนังสือเรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.6
2) หนังสือคน้ ควา้ เพ่ิมเติม
(1) แววมยรุ า เหมอื นนิล. (2541).การอา่ นจบั ใจความ. กรงุ เทพฯ : ชมรมเดก็ .
(2) ศิวกานท์ ปทุมสตู .ิ (2542). การอ่านเพื่อชีวิต. กรุงเทพฯ : ต้นอ้อ 1999.
(3) สมบตั ิ จำปาเงนิ . (2548). กลเมด็ การอา่ นใหเ้ ก่ง. กรุงเทพฯ : สถาพรบุ๊คส์.

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

21

(4) มหาวทิ ยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (2545). เอกสารการสอนชุดวิชาการอา่ นภาษาไทย หน่วยท่ี

1-15. นนทบรุ ี : สำนกั พิมพ์มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช.

(5) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธริ าช. (2549). ประมวลสาระชุดวิชา 10161 ภาษาไทยเพ่ือการสื่อสาร.

พิมพค์ รง้ั ที่ 5. นนทบรุ ี : มหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช.

(6) สุพรรณี วราทร. (2545). การอ่านอยา่ งมีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : โครงการเผยแพรผ่ ลงานวชิ าการ คณะ

อกั ษรศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

3) บตั รภาพ สัญลกั ษณ์

4) ใบงานที่ 1.1 เรือ่ ง อา่ นเอาเร่ือง

5) ใบงานที่ 1.2 เร่อื ง อา่ นสำรวจตรวจความเข้าใจ

10. แหล่งการเรียนรู้

1) หอ้ งสมุด

2) แหล่งข้อมลู สารสนเทศ

- http://www.mcot.net

- http://www.adintrend.com

- http://www.thaiwriterassociation.org

- http://www.ohmpps.go.th/prabrmbrachowat.php?id_head=4

11. การวดั และประเมนิ ผล

11.1 การประเมนิ ตามจุดประสงค์/ตวั ช้ีวัด

วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน (ประเมินตามสภาพจรงิ )

ตรวจใบงานที่ 1.1 ใบงานท่ี 1.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ตรวจใบงานท่ี 1.2 ใบงานท่ี 1.2 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ตรวจแบบบนั ทกึ การอ่าน แบบบันทกึ การอ่าน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น

เกณฑ์

สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น

เกณฑ์

สงั เกตความมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่ันในการ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน

ทำงาน เกณฑ์

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

22

11.2 การประเมินสมรรถนะสำคญั คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21

สมรรถนะสำคัญ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ทักษะศตวรรษท่ี 21

วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ดี

ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ ม่ันในการทำงาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2

ผ่านเกณฑ์

12. ข้อเสนอแนะ(ผู้ใชแ้ ผนเขยี นเสนอแนะ)
................................................................................................................................................................................

13. บนั ทึกหลงั สอน
13.1 ผลการจัดการเรียนรู้
นักเรยี นจำนวน.........................................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรูโ้ ดยรวม......................คน คดิ เปน็ ร้อยละ..............................
ไม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรูโ้ ดยรวม..................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..............................
ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรยี นทีม่ ีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรียนเด็กพเิ ศษ ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรียนทีไ่ ม่ผ่านการประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
........................................................................................................................................................................
นักเรยี นท่ไี ม่ผ่านการประเมินจดุ ประสงคด์ า้ นทักษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................
นักเรยี นทีไ่ มผ่ า่ นการประเมินจดุ ประสงคด์ ้านเจตคติ (A) จำนวน............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

23
13.2 ปัญหา/อุปสรรค

................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ (จากปญั หาอุปสรรค)
................................................................................................... .......................................................... ...................

ลงชอ่ื ..................................ครูผสู้ อน
(นางนิตยา ทองดยี ง่ิ )

ตำแหน่งครูโรงเรยี นวเิ ชียรมาตุ
ความเหน็ ของหัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ....................................หวั หน้ากลมุ่ สาระฯ
(นางภรพิศ วิภษู ิตวรกุล)

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

24

ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง..............................................................................แลว้ มีความคดิ เหน็ ดังนี้
1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กจิ รรมได้นำกระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยังไมเ่ นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
นำไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
....................................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................... ...........................

ลงชอ่ื ..................................รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุม่ บริหารวชิ าการ
(นางอัมพร สงวนศกั ด์ิ)

…………./……………./…………

ความคดิ เห็น
....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................. ............................................................... .......

ลงชอ่ื ........................................ผูอ้ ำนวยการโรงเรียน
(นางยภุ า พรเศรษฐ)์

…………./……………./…………

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

25

บัตรภาพ : สญั ลกั ษณ์



ภาพที่ 1 ภาพท่ี 2

ภาพท่ี 3 ภาพที่ 4

ภาพที่ 5 ภาพท่ี 6

หมายเหตุ ภาพท่ี 1 ป้ายเตือนทางล่ืน
ภาพที่ 2 เครอ่ื งหมายกาชาด
ภาพที่ 3 สญั ลกั ษณห์ ยินหยาง .
ภาพที่ 4 สญั ลกั ษณว์ ิชาชพี เภสชั กรรมพบตามร้านขายยา
ภาพท่ี 5 เครื่องหมายการคา้ จดทะเบยี นอย่างถูกต้องแลว้
ภาพที่ 6 เครื่องหมายจราจร หมายถึง บนทางเท้า (ทมี่ ีขนาดกว้าง) ใหจ้ ักรยานวิ่งด้านซา้ ยของทางเดนิ

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

26

ใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง อ่านเอาเรอ่ื ง

คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนอา่ นขอ้ ความต่อไปนี้ แลว้ ตอบคำถาม

หลบั
ขึ้นรถโดยสาร
มนั คลานโคลงเคลง
คำรามครำ่ เคร่ง
ครวญครางครนื ครนื
เหงอ่ื ไคลคร่ำเครยี ด
โหย่งเหยยี ดตีนยนื
หลับหลบั ตนื่ ตื่น
ผงกฟ้ืนสลบั ซบ
ทอ้ งแก่แยเ่ ปรียบ
ท้องเรียบน่ังจอง
คนแกเ่ หลือบมอง
คนหนุม่ แกล้งเมิน
เสยี งตะโกนเดนิ หน้า
เสียงด่าเดินหลัง
คนนั่งแกล้งฟบุ
คนยืนโยกยา้ ย...
คนจะลงปา้ ยหน้า
รถบ้าไมย่ อมจอด
อา้ ยจ๊อดคุยจ้อ
อ้ายจ๋อคุยฟุ้ง
อา้ ยจ๋งุ คยุ ทบั
อ้ายจ๊อดอ้ายจงุ๋
ถองพุงอ้ายจ๋อ
ฝนก็อมึ ครึม
ฟา้ คร้ึมครืนครืน
อากาศอนึ อึน
คนจะขึ้นป้ายหนา้

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

27
เหลอื งเหลืองปลวิ มา
พระนี่หวา่ ...เฮ้ยหลบั .

(ท่มี า : ศกั ดิ์สริ ิ มีสมสบื . (2535). มือน้ันสีขาว.
พิมพค์ ร้ังท่ี 3. กรุงเทพฯ : กะทิกะลา, หนา้ 60-61.)

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

28
 จากบทประพนั ธข์ า้ งตน้ นักเรียนสามารถแปลความ ตีความ และขยายความได้อย่างไร

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

29

ใบงานท่ี 1.1 เร่ือง อา่ นเอาเร่ือง เฉลย

คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนอ่านข้อความต่อไปน้ี แลว้ ตอบคำถาม

หลบั
ขน้ึ รถโดยสาร
มันคลานโคลงเคลง
คำรามคร่ำเคร่ง
ครวญครางครนื ครนื
เหงอ่ื ไคลคร่ำเครยี ด
โหย่งเหยยี ดตีนยืน
หลับหลบั ตื่นต่นื
ผงกฟื้นสลับซบ
ท้องแก่แย่เปรยี บ
ท้องเรียบน่ังจอง
คนแกเ่ หลือบมอง
คนหนมุ่ แกล้งเมิน
เสียงตะโกนเดินหน้า
เสยี งดา่ เดินหลงั
คนนง่ั แกลง้ ฟุบ
คนยืนโยกยา้ ย...
คนจะลงป้ายหนา้
รถบา้ ไม่ยอมจอด
อ้ายจ๊อดคุยจ้อ
อา้ ยจ๋อคยุ ฟุง้
อา้ ยจุ๋งคุยทับ
อ้ายจอ๊ ดอา้ ยจงุ๋
ถองพุงอ้ายจอ๋
ฝนก็อึมครมึ
ฟา้ ครึ้มครนื ครนื
อากาศอึนอนึ

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

30
เหลอื งเหลืองปลวิ มา
พระนี่หวา่ ...เฮ้ยหลบั .

(ท่มี า : ศกั ดิ์สริ ิ มีสมสบื . (2535). มือน้ันสีขาว.
พิมพค์ ร้ังท่ี 3. กรุงเทพฯ : กะทิกะลา, หน้า 60-61.)

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

31
จากบทประพนั ธ์ข้างตน้ นกั เรียนสามารถแปลความ ตีความ และขยายความได้อย่างไร

(ตวั อยา่ ง)
กวีนพิ นธน์ ี้กล่าวถึงสภาพบนรถโดยสารท่ีฝนกำลงั จะตกว่า บนรถโดยสารมที ้ังคนยืนทีย่ ืนเบียดกัน และคนนงั่ แบบหลับ
ต่นื ๆ พอมีผหู้ ญิงมีครรภ์ข้ึนมากไ็ ม่มใี ครลุกใหน้ ่ังไมว่ า่ จะเปน็ คนแกท่ ่ีได้แคม่ อง คนหนมุ่ ก็เมินไปทางอนื่ คนนั่งที่ไมห่ ลบั ก็แกลง้
หลบั คนยืนกโ็ ยกย้ายไปทอ่ี นื่ พอจะมีคนลงรถ รถโดยสารก็ไมย่ อมจอดให้ลง อ้ายจ๊อด อ้ายจงุ๋ และอา้ ยจ๋อ ก็คยุ และเล่นกนั โดยไม่
สนใจใคร พอมีพระภกิ ษุขึ้นมาก็ไม่มใี ครสนใจโดนแกลง้ ทำเป็นหลับ กวีตอ้ งการสะท้อนใหเ้ ห็นภาพสังคมเมอื งในปัจจุบันถึงความ
แลง้ นำ้ ใจหรือ
ความไม่มนี ำ้ ใจของคนในสงั คม โดยยกตวั อย่างบนรถโดยสารประจำทางทเี่ บียดเสียดและบรรยากาศท่ีปรากฏในบทกวีแสดง
ถึงความไมม่ ีมิตรไมตรีตอ่ กนั สงั เกตจากคำทีใ่ ชท้ บ่ี ่งบอกถึงความรสู้ กึ ที่อดึ อัด เช่น คำราม คร่ำเคร่ง ครำ่ เครยี ด เมื่อสงั คมมีความ
เจรญิ ขึ้น
ความมนี ำ้ ใจกล็ ดนอ้ ยลงหรือแทบไม่มีเหลอื เลยตามไปด้วย ทกุ คนยึดและนึกถงึ ตนเองเป็นที่ต้งั คนบนรถประจำทางมีมีใคร
สนใจใคร ท่ีน่ังเปน็ สิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องการ โดยไม่คำนึงถึงคนรอบขา้ งทย่ี ืนอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งกวนี ำภาพผู้หญิงมีครรภต์ ้อง
ยนื โหนรถ
โดยสารประจำทางโดยไม่มีใครลกุ ให้นง่ั และเน้นยำ้ ใหเ้ ห็นความไมม่ นี ้ำใจมากขน้ึ โดยนำเสนอภาพพระภิกษซุ ึ่งบุคคลที่สังคม
ควรเคารพกไ็ ม่มใี ครสนใจเชน่ กันสะท้อนให้เหน็ ว่าพระภิกษุกไ็ ม่ต่างกับคนทวั่ ไปหรือไมต่ า่ งกับคนท้องความมนี ำ้ ใจหายไป
จากสงั คมเมืองหลวง สังคมชนบทกค็ วรยงั คงสิง่ นีไ้ ว้ ความเจรญิ เป็นสง่ิ ทแ่ี ต่ไม่ควรทำให้ส่ิงที่ดีและมอี ยู่ในสังคมเลือนหายไปด้วย
การมนี ำ้ ใจเอือ้ อารีต่อกันแมเ้ ปน็ เร่ืองเลก็ ๆ น้อย ๆ ก็ไม่ควรเปล่ยี นตัวเองไปตามกระแสของสังคมท่ีเปลยี่ นไป

(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครผู ้สู อน)

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

32

ใบงานที่ 1.2 เรอ่ื ง อ่านสำรวจตรวจความเข้าใจ

คำช้ีแจง ให้นกั เรียนเลือกอา่ นงานเขยี นท่ีสนใจ แลว้ เขยี นแปลความ ตีความ และขยายความ

บทความ/งานอ่านทนี่ ักเรยี นเลอื ก

1) แปลความ
2) ตีความ
3) ขยายความ

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

33

ใบงานที่ 1.2 เร่อื ง อา่ นสำรวจตรวจความเขา้ ใจ เฉลย

คำชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นเลือกอ่านงานเขยี นที่สนใจ แล้วเขยี นแปลความ ตคี วาม และขยายความ

บทความ/งานอ่านทนี่ ักเรยี นเลอื ก

1) แปลความ

2) ตคี วาม

3) ขยายความ

(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

34

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2 การอา่ นเพอ่ื คาดคะเนเหตกุ ารณ์

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวชิ า ท 33101 ภาษาไทย

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6

หน่วยการเรยี นที่ 1 เร่อื ง การอา่ นวนิ จิ สาร

เวลา 1 ช่ัวโมง

1. ตวั ช้วี ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

ท 1.1 ม.4-6/4 คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเร่ืองทอ่ี า่ นและประเมินคา่ เพื่อนำความรู้ความคิดไปใช้

ตดั สนิ ใจแกป้ ญั หาในการดำเนินชวี ิต

ท 1.1 ม.4-6/6 ตอบคำถามจากการอ่านงานเขยี นประเภทต่าง ๆ ภายในเวลาที่กำหนด

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเร่ืองที่อา่ นได้

2) แยกแยะขอ้ เทจ็ จริง ข้อคิดเห็น และพจิ ารณาคุณคา่ งานเขยี นได้

3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การอา่ นจับใจความจากส่ือตา่ ง ๆ ควรคาดคะเนเหตุการณ์จากเรอื่ งท่ีอ่าน แยกแยะข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เห็น

และพิจารณาคุณค่างานเขียน

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

4.1 ความสามารถในการสื่อสาร

4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการตีความ

2) ทักษะการแปลความ

3) ทักษะการสรา้ งความรู้

4) ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น

5) ทักษะการประยกุ ตใ์ ช้ความรู้

4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

5. สาระการเรยี นรู้

การอ่านจับใจความจากส่ือต่าง ๆ เช่น ข่าวสารจากส่ือสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ

ในชุมชน บทความ นิทาน เรื่องส้ัน นวนิยาย วรรณกรรมพ้ืนบ้าน วรรณคดีในบทเรียน บทโฆษณา สารคดี บันเทิงคดี ปาฐกถา

พระบรมราโชวาท เทศนา คำบรรยาย คำสอน บทร้อยกรองรว่ มสมยั บทเพลง บทอาเศยี รวาท คำขวัญ

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. มีวนิ ัย

2. ใฝเ่ รยี นรู้

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

35

3. มุ่งมั่นในการทำงาน

6. จดุ เน้นสกู่ ารพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียน ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลัก 4Cs)

การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)

ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)

ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผนู้ ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)

ทกั ษะด้านการส่อื สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทนั ส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy)

ทกั ษะดา้ นชีวิตและอาชีพ

ความยืดหยุ่นและการปรบั ตวั

การรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์และการเป็นตวั ของตัวเอง

ทักษะสังคม และสังคมขา้ มวัฒนธรรม

การเปน็ ผสู้ ร้างหรอื ผู้ผลติ และความรบั ผดิ ชอบเชอ่ื ถือได้

ภาวะผูน้ ำและความรับผิดชอบ

คณุ ลกั ษณะสำหรบั ศตวรรษที่ 21

คุณลักษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ ำ

คุณลักษณะดา้ นการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชน้ี ำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง

คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่ืน ความซื่อสัตย์ สำนึกพลเมือง

7. ชิ้นงานภาระงาน

ใบงานเรื่อง คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเร่ืองที่อา่ น

8. กจิ กรรมการเรียนรู้

 วิธีสอนแบบ SQ4R

ขน้ั นำเข้าส่บู ทเรยี น

สือ่ การเรยี นรู้ : ตัวอยา่ งข่าว คำถามกระตนุ้ ความคดิ

1. ครใู ห้นักเรียนน่งั เป็นรปู ตัวยู เพอื่ สรา้ งบรรยากาศในหอ้ งเรียน 1. นกั เรยี นคิดว่า การวพิ ากษ์วิจารณ์

คลา้ ยกบั การสัมมนาแลกเปล่ียนความคิดเหน็ แล้วให้นกั เรียนตอบ งานเขียนของผอู้ ่ืนเปน็ สง่ิ ทีด่ ีหรือไม่

คำถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 1 เพราะเหตใุ ด

2. นักเรียนรวมกล่มุ เดิม (จากแผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 1) ให้แตล่ ะ (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น

กลมุ่ อา่ นตัวอยา่ งข่าวทเี่ ตรียมไว้ เม่ือนักเรียนอ่านจบครถู ามนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)

ว่ามคี วามคิดเหน็ อย่างไรบา้ ง ครคู วรกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนแสดงความ 2. นักเรียนอา่ นเรื่องหรืองานเขียนเรื่อง

คิดเห็นเพ่ือใหน้ ักเรียนรู้จกั การวพิ ากษ์ วิจารณ์ และกล้าแสดง ใด เรอ่ื งหนงึ่ แลว้ นักเรียนเคย

ความคดิ เห็น วพิ ากษ์วจิ ารณ์ งานเขยี นนนั้ บา้ งหรือไม่

3. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ข้อ 2 เพราะเหตใุ ด

(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

36
โดยใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพินิจของครูผู้สอน)

ข้ันสอน คำถามกระตุน้ ความคดิ
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้  นกั เรยี นใช้หลกั การอ่านเพอ่ื คาดคะเน

1. หนังสอื เรียน : หลักภาษาฯ ม.6 เหตุการณ์งานเขียนทีน่ ักเรยี นเลอื ก
2. หนังสือค้นคว้าเพ่ิมเตมิ มา อยา่ งไร
3. ใบงานที่ 2.1
4. หอ้ งสมดุ (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น
5. แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ โดยให้อยใู่ น ดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
ขั้นท่ี 1 Survey (S)
1. ครอู ธิบายเพ่ิมเติมเร่ือง การอ่านเพ่ือคาดคะเนเหตุการณ์
โดยยกตวั อยา่ งจากข่าวท่ีอา่ น
2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ เลือกงานเขียนทตี่ นเองช่ืนชอบมา กลมุ่ ละ
1 ช้นิ จากหนงั สอื เรยี น หนงั สอื คว้าเพ่มิ เตมิ ห้องสมุด และ
แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ นำมาอา่ นเพ่ือคาดคะเนเหตกุ ารณ์
3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มอา่ นงานเขยี นอยา่ งครา่ วๆ เพื่อจบั ใจความ
สำคญั ของเรอื่ งท่ีอา่ น และพิจารณารายละเอียดต่าง ๆ จากเร่อื งที่อา่ น
อยา่ งละเอียด
ขนั้ ท่ี 2 Question (Q)
นักเรียนแต่ละกลุ่มตงั้ คำถามจากเร่ืองท่ีอ่าน ซ่งึ คำถาม
ครอบคลุมรายละเอยี ด ดังนี้ เป็นเรื่องเก่ียวกับใคร ทำอะไร ทไี่ หน
เมอ่ื ไร มผี ลอยา่ งไร จากเร่ืองน้ีน่าจะมีเหตุการณใ์ ดเกิดขน้ึ และมคี ุณคา่
อยา่ งไร จดลงในสมุดบันทึกเพื่อทบทวนความเขา้ ใจของกลุม่ ตนเอง
ข้ันที่ 3 Read (R)
นักเรียนอา่ นงานเขยี นอกี หนึ่งครัง้ โดยอ่านอยา่ งละเอยี ด และ
ตอบคำถาม ท่ตี ั้งไว้ในสมดุ บันทกึ
ขั้นที่ 4 Record (R)
นักเรียนบนั ทกึ รายละเอียดและขอ้ มลู ท่สี ำคัญอยา่ งสัน้ ๆ ลงใน
สมดุ บันทึก ตามความเขา้ ใจของนกั เรียนเอง
ข้นั ที่ 5 Recite (R)
นักเรียนแตล่ ะกลุ่มสรุปใจความสำคญั ของเร่อื งท่ีอ่าน โดยเรียบ
เรยี ง เป็นภาษาของตนเอง ถา้ ยังไม่แนใ่ จในบทใดหรอื ตอนใดของ

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

37 คำถามกระตนุ้ ความคิด
 การอ่านเพอื่ คาดคะเนเหตกุ ารณ์
เรือ่ งที่อ่าน ให้กลับไปอา่ นซำ้ ใหม่ นกั เรียนคิดว่า มีประโยชน์หรอื ไม่
ข้ันท่ี 6 Reflect (R) และสามารถนำมาปรับใช้ใน
นักเรยี นแต่ละกลุ่มวิพากษว์ จิ ารณเ์ พ่ือคาดคะเนเหตุการณจ์ าก ชวี ิตประจำวนั ได้อย่างไร

เรอื่ งที่อ่านลงในใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง คาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเร่ืองท่ี (พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น
อ่านจากน้ันใหน้ ักเรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)
ขนั้ สรปุ และประเมิน
สื่อการเรยี นรู้ : ใบงานที่ 2.1

1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอใบงานท่ี 2.1
2. ครูและนกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับงานเขียนท่ี
อ่านแล้วร่วมกันสรุปความรเู้ ร่ือง การอ่านเพื่อคาดคะเนเหตุการณ์
3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด

7. การวดั และประเมินผล

วิธกี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์

ตรวจใบงานที่ 2.1 ใบงานที่ 2.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน

เกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน

เกณฑ์

สังเกตความมีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ และม่งุ ม่ันในการ แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น

ทำงาน เกณฑ์

9. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้

1) หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.6

2) หนงั สอื คน้ ควา้ เพิ่มเติม

(1) แววมยรุ า เหมอื นนิล. (2541). การอ่านจับใจความ. กรงุ เทพฯ : ชมรมเดก็ .

(2) ศวิ กานท์ ปทุมสูต.ิ (2542). การอ่านเพื่อชีวิต. กรุงเทพฯ : ต้นอ้อ 1999.

(3) มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. (2545). เอกสารการสอนชุดวชิ าการอา่ นภาษาไทย หนว่ ยที่

1-15. นนทบุรี : สำนกั พิมพ์มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช.

(4) มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. (2549). ประมวลสาระชุดวิชา 10161 ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. พมิ พ์

คร้ังท่ี 5. นนทบุรี : มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช.

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

38

(5) สุพรรณี วราทร. (2545). การอา่ นอย่างมีประสิทธิภาพ. กรงุ เทพฯ : โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะ
อกั ษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

3) ตัวอยา่ งข่าว เร่อื ง ดันวา่ วจฬุ า-ปกั เปา้ ตตี รายเู นสโก
4) ใบงานท่ี 2.1 เร่อื ง คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรื่องที่อา่ น
10. แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ

- http://www.mcot.net
- http://www.adintrend.com
- http://www.thaiwriterassociation.org
11. การวัดและประเมนิ ผล

วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 2.1 ใบงานที่ 2.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สังเกตความมีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งม่ันในการ แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
ทำงาน เกณฑ์

11.2 การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21

สมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21

วธิ กี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ ดี
ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมัน่ ในการทำงาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์

12. ขอ้ เสนอแนะ(ผใู้ ชแ้ ผนเขยี นเสนอแนะ)
.......................................................................................................... ......................................................................

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

39

13. บันทกึ หลงั สอน
13.1 ผลการจดั การเรียนรู้
นกั เรยี นจำนวน.........................................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรโู้ ดยรวม......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..............................
ไมผ่ ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรโู้ ดยรวม..................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..............................
ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรยี นท่มี ีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรียนเด็กพเิ ศษ ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นท่ไี ม่ผ่านการประเมนิ จดุ ประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
........................................................................................................................................................................
นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมนิ จุดประสงคด์ า้ นทักษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................
นักเรยี นทไี่ มผ่ า่ นการประเมนิ จุดประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จำนวน............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................

13.2 ปัญหา/อปุ สรรค
................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ (จากปญั หาอุปสรรค)
................................................................................................... .............................................................................

ลงช่อื ..................................ครูผู้สอน
(นางนิตยา ทองดียง่ิ )

ตำแหนง่ ครโู รงเรยี นวเิ ชยี รมาตุ
ความเหน็ ของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ....................................หวั หน้ากล่มุ สาระฯ
(นางภรพศิ วิภูษิตวรกลุ )

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

40

ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผู้ท่ไี ด้รบั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง..............................................................................แลว้ มคี วามคดิ เหน็ ดงั น้ี
1.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กิจรรมได้นำกระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยังไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
นำไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
....................................................................................................... ....................................................... ......................

........................................................................................................................................ ............................................

ลงชอ่ื ..................................รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
(นางอัมพร สงวนศักด)์ิ

…………./……………./…………

ความคดิ เห็น
....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................. ......................................................................

ลงชอ่ื ........................................ผู้อำนวยการโรงเรยี น
(นางยุภา พรเศรษฐ์)

…………./……………./…………

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

41

เอกสารประกอบการสอน

ดนั “ว่าวจุฬา-ปักเป้ า” ตีตรายูเนสโก

งานแรก รมว.วฒั นธรรม ปธ.ถก 3 ฝ่ ายสางปมศิลปะไทย วธ.แจงเขมรขนึ้ ทะเบยี นรา-หนังใหญไ่ มก่ ระทบ
สิทธ์ิไทย ยา้ มีหลกั ฐานสาคญั แสดงความเป็นเจา้ ของมรดกภมู ิปัญญาทางวฒั นธรรม “บวั แก้ว” เลง็ หาขอ้ สรปุ ชง
ครม.-สภาลอ้ มคอก ขณะที่ “ซเู ปอรเ์ ป็ด” ป๊ิ งไอเดียดนั “จฬุ า-ปักเป้า” ตีตรายเู นสโก

ความพยายามในการปกป้องศลิ ปวฒั นธรรมประจาชาตขิ องไทยไม่ใหซ้ ้ารอยราไทย ทา่ จบี และหนังใหญ่ ทก่ี มั พูชานาไป
ขน้ึ ทะเบยี นกบั องค์การการศกึ ษา วฒั นธรรม และวทิ ยาศาสตร์แห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เม่อื วนั ท่ี 14 สงิ หาคม นายปรญิ ญา
สุขชิต หรอื ซูเปอร์เป็ด อุปนายกสมาคมกีฬาไทยในพระบรมราชูปถมั ภ์ และประธานสภาวฒั นธรรมเขตดุสิต กล่าวว่า การข้นึ
ทะเบยี นท่าราและหนังใหญ่ของกมั พูชา ถือเป็นเร่อื งยากทจ่ี ะกล่าวโทษใคร เน่ืองจากศลิ ปะแขนงน้ีมคี วามเก่ยี วโยงกนั ของคนทงั้
ภูมภิ าค เราไม่น่าจะใส่ใจมากนัก แต่ควรจะใหค้ วามสาคญั กบั สงิ่ ทเ่ี ราเป็นตน้ แบบอยา่ ง “วา่ ว” ทงั้ ว่าวจุฬา และว่าวปักเป้า คนไทยทา
และเลน่ มาตงั้ แต่สมยั พระร่วง มาถงึ ยคุ รตั นโกสนิ ทร์ เราใชส้ นามหลวงเป็นเวทแี ขง่ ขนั ต่อเน่อื งมายาวนาน

“ผมเตรยี มแบบเอกสารภาษาองั กฤษเสนอยูเนสโกขน้ึ ทะเบยี นมรกดทางวฒั นธรรม โดยไม่ตอ้ งพง่ึ หน่วยงานรฐั ขนื ปล่อย
ไวเ้ ดยี๋ วคนอ่นื เขาเอาไปขน้ึ ทะเบยี นกอ่ น อกี ดา้ นหน่งึ ผมได้ส่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ เยาวชนเรยี นรกู้ ารทาว่าวประเภทตา่ ง ๆ โดยสอนใหเ้ ดก็
ในโรงเรียนทวั่ กรุงเทพฯ ประมาณ 3 แสนคน ทาว่าวจุฬาและปักเป้าจานวน 1 หม่ืนตัว เพ่ือเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระเจา้ อยู่หวั เน่ืองในโอกาสทรงเจรญิ พระชนมพรรษา 84 พรรษา วนั ท่ี 5 ธนั วาคมน้ี เรามหี ลกั ฐานสาคญั หลายอย่างท่จี ะแสดง
ต่อยูเนสโกทงั้ บนั ทกึ ทางประวตั ศิ าสตร์ ภาพถ่ายในอดตี อกี ทงั้ การจดั แข่งขนั อย่างต่อเน่ือง ผมจงึ มนั ่ ใจว่าการผลกั ดนั ครงั้ น้ีต้อง
สาเรจ็ แน่” นายปรญิ ญากล่าว

ผสู้ อ่ื ขา่ วรายงานวา่ วนั ท่ี 15 สงิ หาคมน้ี ทก่ี ระทรวงวฒั นธรรม นางสุกุมล คณุ ปลม้ื รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงวฒั นธรรม จะ
เป็นประธานการประชุมแก้ไขปัญหาทางวฒั นธรรมกรณีเร่งด่วนในเร่อื งต่าง ๆ เช่น ปัญหามรดกทางวฒั นธรรมท่จี บั ต้องไม่ได้
ปัญหา เขาพระวหิ าร และปัญหาน้าท่วมโบราณสถาน เพ่อื เร่งหาทางออกและขอ้ สรุปในการดาเนินการแกไ้ ขโดยเรว็ ทส่ี ุด

น.ส.ยง่ิ ลกั ษณ์ ชนิ วตั ร นายกรฐั มนตรี กล่าวถงึ จุดยนื ของรฐั บาลไทยต่อเร่อื งทก่ี มั พูชาจะขน้ึ ทะเบยี นราไทยและหนังใหญ่
ตอ่ ยเู นสโกว่า “ขอไปสอบถามรายละเอยี ดกอ่ นนะคะ”

นายธานี ทองภกั ดี อธบิ ดกี รมสารนเิ ทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าววา่ เจา้ หน้าทข่ี ององคก์ ารระหวา่ งประเทศ
กระทรวงการตา่ งประเทศจะเป็นผแู้ ทนเขา้ รว่ มประชมุ กบั กระทรวงวฒั นธรรม ยเู นสโกประเทศไทย และหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งเพอ่ื
พจิ ารณาการเขา้ เป็นภาคอี นุสญั ญาวา่ ดว้ ยมรดกทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ตอ้ งไม่ได้ ป้องกนั ปัญหาซ้าซอ้ นท่าราไทยและหนงั ใหญ่ ในวนั ท่ี
15 สงิ หาคม เพ่อื เสนอต่อทป่ี ระชุมคณะรฐั มนตรี (ครม.) และนาเขา้ ทป่ี ระชมุ สภาผแู้ ทนราษฎรเพ่อื ใหค้ วามเหน็ ชอบต่อไป

“ขอยนื ยนั ว่าการทก่ี มั พชู านาวรรณคดไี ทย พยญั ชนะ คาราชาศพั ท์ และราไทยขน้ึ ทะเบยี นกบั ยูเนสโก ไม่ทาใหไ้ ทยเสยี
สทิ ธใิ์ นการขน้ึ ทะเบยี นในอนาคต เพราะการขน้ึ ทะเบยี นครงั้ น้ีระบชุ ดั วา่ รอยลั บลั เลต์ เป็นการราของกมั พชู าซง่ึ ต่างกนั ออกไป ทงั้ น้ี
ศลิ ปวฒั นธรรมไทยและกัมพูชามคี วามคล้ายคลงึ และต่างกไ็ ด้รบั วฒั นธรรมซ่ึงกันและกนั ดงั นัน้ หากมีการข้นึ ทะเบยี นจะต้อง
พิจารณาว่าศิลปะนัน้ เป็นของไทยจริง ๆ อย่างไรก็ตาม การข้นึ ทะเบียนเป็นการอนุรกั ษ์ศิลปวัฒนธรรมเพ่ือให้โลกรบั รู้ว่ามี

เอกศสลิ าปรวปฒั รนะธกรอรมบแกบาบรสนอ้ีปนรากฏอย่”ู นายธานกี ล่าว

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

42

เม่อื วนั ท่ี 14 สงิ หาคม กล่มุ ปกป้องคุม้ ครองมรดกภูมปิ ัญญาทางวฒั นธรรม สานักวจิ ยั และพฒั นา กรมส่งเสรมิ วฒั นธรรม
กระทรวงวฒั นธรรม ชแ้ี จงวา่ ตามทก่ี รมส่งเสรมิ วัฒนธรรมไดร้ บั การประสานงานเกย่ี วกบั การขน้ึ ทะเบยี นมรดกทางวฒั นธรรมของ
กมั พชู านนั้ กรมส่งเสรมิ วฒั นธรรมไดส้ บื คน้ ขอ้ มลู และขอรายงานขอ้ มลู ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั เร่อื งผลกระทบของการขน้ึ ทะเบยี นมรดกทาง
วฒั นธรรมจบั ตอ้ งไม่ไดข้ องกมั พชู าตอ่ มรดกทางวฒั นธรรม ดา้ นศลิ ปะการแสดงของประเทศไทย ดงั น้ี

ขอ้ แรก การขน้ึ ทะเบยี นมรดกทางวฒั นธรรมจบั ตอ้ งไม่ไดข้ องกมั พชู า คอื ยูเนสโกไดด้ าเนินโครงการงานชน้ิ เอกในฐานะ
มรดกทางมุขปาฐะและทจ่ี บั ตอ้ งไม่ไดข้ องมนุษยชาติ เม่อื ปี 2544 และปี 2546 โดยประกาศมรดกวฒั นธรรมของประเทศกมั พชู าให้
เป็นงานช้นิ เอกในฐานะมรดกทางมุขปาฐะและทจ่ี บั ต้องไม่ไดข้ องมนุษยชาติ 2 รายการ ไดแ้ ก่ “The Royal Ballet of Cambodia”
ลกั ษณะคลา้ ยกบั โขนและละครราของไทย และ “Sbek Thom, Khmer Shadow Theater” ลกั ษณะคลา้ ยกบั หนงั ใหญข่ องไทย

ในปี 2546 ยเู นสโกไดป้ ระกาศใชอ้ นุสญั ญาว่าดว้ ยการสงวนรกั ษามรดกทางวฒั นธรรมท่ีจบั ต้องไม่ได้ โดยไดก้ าหนดบท
เฉพาะกาล ข้อ 31 ให้งานช้ินเอกในฐานะมรดกทางมุขปาฐะและท่จี บั ต้องไม่ได้ของมนุษยชาติท่ไี ด้รบั การประกาศไว้แล้ว 90
รายการ รวมเป็นรายการตวั แทนของมรดกทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ตอ้ งไมไ่ ดข้ องมนุษยชาติ ในการน้ี The Royal Ballet of Cambodia
และ Sbek Thom, Khmer Shadow Theater ของประเทศกัมพูชา จึงได้รับการประกาศเป็ นรายการตัวแทนของมรดกทาง
วฒั นธรรมทจ่ี บั ตอ้ งไม่ไดข้ องมนุษยชาติ พรอ้ มกบั รายการทไ่ี ดร้ บั การประกาศขน้ึ อกี 76 รายการ ในปี 2551

อย่างไรกต็ าม ภายใตอ้ นุสญั ญาว่าดว้ ยการสงวนรกั ษามรดกทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ต้องไม่ได้ ประกาศรายการแบ่งออกเป็น
2 ประเภท คอื รายการตวั แทนของมรดกทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ต้องไม่ไดข้ องมนุษยชาติ และรายการมรดกทางวฒั นธรรมท่จี บั ตอ้ ง
ไม่ได้ ซ่งึ เป็นต้องได้รบั การสงวนรกั ษาอย่างเร่งด่วน นอกจากน้ี ยูเนสโกได้ใหร้ ฐั ภาคเี สนอแผนงาน โครงการ และกจิ กร รมเพ่อื
สงวนรกั ษามรดกทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ตอ้ งไมไ่ ดท้ ส่ี ะทอ้ นใหเ้ หน็ หลกั การและวตั ถุประสงคข์ องอนุสญั ญาไดด้ ที ส่ี ดุ

ขอ้ สอง การดาเนนิ การของรฐั บาลไทยเกย่ี วกบั การเขา้ เป็นภาคอี นุสญั ญาวา่ ดว้ ยการสงวนรกั ษามรดกทางวฒั นธรรมทจ่ี บั
ตอ้ งไม่ไดข้ องยเู นสโก โดยกรมส่งเสรมิ วฒั นธรรมไดร้ บั มอบหมายจากกระทรวงวฒั นธรรมใหพ้ จิ ารณาการเขา้ เป็นภาคอี นุสญั ญาว่า
ดว้ ยการสงวนรกั ษามรดกทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ตอ้ งไมไ่ ดข้ องยเู นสโก สรปุ การดาเนินงาน ดงั น้ี กรมไดร้ บั มอบหมายจากกระทรวงให้
พจิ ารณาการเขา้ เป็นภาคอี นุสญั ญาว่าดว้ ยการสงวนรกั ษามรดกทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ต้องไม่ได้ และแต่งตงั้ อนุกรรมการเฉพาะดา้ น
ของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ทป่ี ฏบิ ตั งิ านเกย่ี วกบั ยูเนสโกรวม 5 คณะ สรุปเสนอสานักงานปลดั กระทรวงวฒั นธรรม ในฐานะฝ่าย
เลขานุการของคณะกรรมการฝ่ายวฒั นธรรม เม่อื เดอื นสงิ หาคม 2550 โดยทป่ี ระชุมส่วนใหญ่มมี ตเิ หน็ ดว้ ยกบั การเขา้ ร่วมเป็นภาคี
อนุสญั ญาวา่ ดว้ ยการสงวนรกั ษามรดกทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ตอ้ งไม่ได้

กรมไดด้ าเนินการจดั เวทรี บั ฟังความคดิ เห็นจากนักวชิ าการวฒั นธรรมในระดบั จงั หวดั ประธานสภาวฒั นธรรม ผู้แทน
องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั และตาบล ผแู้ ทนศนู ย์วฒั นธรรมในสถานศกึ ษา และผแู้ ทนจากสภาเดก็ และเยาวชนเกย่ี วกบั การเขา้ เป็น

เอกสภารคปอี นรุะสกญั อญบากวา่ ดรสว้ ยอกนารสงวนรกั ษามรดกทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ตอ้ งไม่ไดข้ องยเู นสโก เม่อื ปี 2553 โดยรอ้ ยละ 99 มคี วามคดิ เหน็ ว่า

ประเทศไทยควรเขา้ ร่วมเป็นภาคอี นุสญั ญาว่าดว้ ยการสงวนรกั ษามรดกทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ตอ้ งไม่ไดข้ องยเู นสโกโดยเร่งด่วน เพ่อื
ปกป้องมรดกวฒั นธรรมของไทย

ส่วนสานักงานปลดั กระทรวงวฒั นธรรมและกรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรมไดจ้ ดั ประชุมหารอื เก่ียวกบั อนุสญั ญาว่าดว้ ยการสงวน
รกั ษามรดกทางวฒั นธรรมท่ีจบั ต้องไม่ได้และการเข้าเป็นภาคอี นุสญั ญา โดยมคี วามเห็นให้กรมส่งเสริมวฒั นธรรมพิจารณา
ดาเนินการเตรยี มการเพ่อื อนุวตั ิการตามอนุสญั ญา เช่น การออกพระราชบญั ญตั ิ กฎหมาย การกาหนดมาตรการดาเนินงาน และ
ควรใหจ้ ดั การรบั ฟังความคดิ เหน็ ในวงกวา้ งมากขน้ึ

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

43

ขอ้ สาม การข้นึ ทะเบียนมรดกภูมปิ ัญญาทางวฒั นธรรมของประเทศไทยนัน้ กรมได้รบั มอบหมายจากคณะกรรมการ

วฒั นธรรมแห่งชาตใิ หด้ าเนินการศกึ ษาและนิยามศพั ทค์ าว่า “Intangible Cultural Heritage” เป็นภาษาไทย และไดน้ าเสนอในการ

ประชุมคณะกรรมการวฒั นธรรมแห่งชาติ เม่ือวนั ท่ี 31 สงิ หาคม 2552 โดยท่ีประชุมได้มมี ติให้ใช้คาว่า “มรดกภูมปิ ัญญาทาง

วฒั นธรรม” กรมจงึ ดาเนินการตามมตคิ ณะกรรมการวฒั นธรรมแห่งชาติ โดยไดข้ น้ึ ทะเบยี นมรดกภูมปิ ัญญาทางวฒั นธรรมของชาติ

ตงั้ แต่ปี 2552 กระทงั่ ปี 2553 ไดด้ าเนินการขน้ึ ทะเบยี นมรดกภูมปิ ัญญาทางวฒั นธรรมของชาตแิ ลว้ จานวน 50 รายการ

ใบงแามน่ทท่าี่ย2กั .ษ1ท์-งั้ลเนงิร้ี อื่โไขดงนร้ คบแั าลกดะาหครขนะน้ึังเนใทหเะหญเบต่ไยีดุกนร้าบเัรปกณ็นา์จมรขารดน้กึ กทเรภะอ่ื เมู บงปิ ยที ัญนอี่ ญเ่าปนา็นทมารงดวกฒั ภนมู ธปิ รัญรมญขาอทงชางาวตฒั ิ ปนี ธ2ร5ร5ม3 ปี 2552 ส่วนละครใน ราเพลงชา้ -เพลงเรว็
สาขาศลิ ปะการแสดง รวมถงึ ไดส้ ง่ เสรมิ ให้

จงั หวดั ต่าง ๆ จดั ทาทะเบยี นมรดกภูมปิ ัญญาทางวฒั นธรรมของทอ้ งถน่ิ สนบั สนุนการถ่ายทอดมรดกภมู ปิ ัญญาทางวฒั นธรรมทใ่ี กล้

คำชสีแ้ญู จหงาย นใหอก้นจักาเกรนีย้นีกรเลมอืไดกจ้บา้ ทงคมลวู านมิธหสิ ถรือาบงานั นวเจิ ขยั ยี กนฎทห่สี มนายใจดแาลเน้วินเขโคยี รนงคกาาดรคศกะึ เษนาเวหจิ ตยั ุกแาลระณจดั ์จทาากกเรฎอื่ หงมทา่ีอย่าวน่าดว้ ยการคุ้มครองมรดก

ภูมปิ ัญญาทางวฒั นธรรม มวี ตั ถปุ ระสงคใ์ นการส่งเสรมิ และคุม้ ครอง รวมทงั้ ขน้ึ ทะเบยี นมรดกภมู ปิ ัญญาทางวฒั นธรรม

และขอ้ ส่ี ขอ้ คดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของกรมส่งเสรมิ วฒั นธรรม คอื เร่อื งการข้นึ ทะเบยี นมรดกทางวฒั นธร รมท่จี บั ต้อง

ไม่ได้ของกมั พูชาท่ีมลี กั ษณะใกล้เคยี งกับมรดกภูมิปัญญาทางวฒั นธรรมของไทยนัน้ กรมพิจารณาแล้วเห็นว่าการประกาศเป็น

รายการตวั แทนของมรดกทางวฒั นธรรมท่จี บั ต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ของ The Royal Ballet of Cambodia และ Sbek Thom,

Khmer Shadow Theater หรอื การประกาศรายการอ่นื ๆ ในอนาคตจะไมส่ ่งผลกระทบตอ่ การอ้างความเป็นเจา้ ของมรดกวฒั นธรรม

ดงั กล่าวของไทย แม้ว่ามรดกทางวฒั นธรรมในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ในหลายประเทศมลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั เน่ืองจาก

ไดร้ บั อทิ ธพิ ลและมกี ารแพร่กระจาย แลกเปลย่ี นกนั ในภูมภิ าคน้มี าเป็นเวลาชา้ นาน

หากประเทศไทยเขา้ เป็นภาคอี นุสญั ญาว่าดว้ ยการสงวนรกั ษามรดกทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ตอ้ งไมไ่ ดข้ องยเู นสโก ประเทศไทย

สามารถนาเสนอ “โขน” และ “หนังใหญ่” ของไทย เป็นรายการตวั แทนของมรดกทางวฒั นธรรมทจ่ี บั ตอ้ งไมไ่ ดข้ องมนุษยชาตติ อ่

ยเู นสโกได้ เน่อื งจากมรดกทางวฒั นธรรมของทงั้ 2 ประเทศ มอี ตั ลกั ษณ์เฉพาะตวั ทแ่ี ตกต่างกนั รวมทงั้ มกี ารยอมรบั และปฏบิ ตั กิ นั

โดยชมุ ชนในประเทศไทยอย่างตอ่ เน่อื งและชดั เจน สดุ ทา้ ยยนื ยนั วา่ การประกาศขน้ึ ทะเบยี นมรดกภมู ปิ ัญญาทางวฒั นธรรมของ

ประเทศไทยทไ่ี ดด้ าเนินการตงั้ แต่ปี 2552 สามารถใชเ้ ป็นหลกั ฐานอา้ งองิ สาคญั ถงึ การเป็นเจา้ ของมรดกภูมปิ ัญญาทางวฒั นธรรม

ของประเทศ รวมถงึ เป็นเคร่อื งมอื ป้องกนั กรณีพพิ าททงั้ ในและตา่ งประเทศทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ ในอนาคตได้

ที่มา : http://www.komchadluek.net/detail/20110815/106052/ดนั ว่าวจฬุ าปักเป้าตตี รายเู นสโก.html

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

44

(บทความ/งานเขยี นทนี่ ักเรยี นเลอื ก)

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

45

ใบงานท่ี 2.1 เรื่อง คาดคะเนเหตุการณ์จากเรอื่ งที่อ่าน เฉลย

คำชแี้ จง ให้นกั เรียนเลอื กบทความหรืองานเขยี นท่ีสนใจ แล้วเขยี นคาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองที่อ่าน

(บทความ/งานเขยี นทนี่ กั เรยี นเลอื ก)

(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

46

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 การอา่ นเพื่อประเมินค่า
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย รายวิชา ท 33101 ภาษาไทย

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6
หนว่ ยการเรยี นท่ี 1 เรื่อง การอา่ นวินจิ สาร

เวลา 1 ช่วั โมง
1. ตัวชวี้ ัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

ท 1.1 ม.4-6/4 คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองท่อี า่ นและประเมินคา่ เพื่อนำความรคู้ วามคิดไปใชต้ ัดสนิ ใจ
แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชวี ิต

ท 1.1 ม.4-6/6 ตอบคำถามจากการอา่ นงานเขียนประเภทต่าง ๆ ภายในเวลาทก่ี ำหนด
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) ประเมนิ ค่างานเขยี นได้
2) สามารถนำความรู้ความคิดท่ีได้จากการอา่ นไปใช้ในการดำเนนิ ชวี ิต
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การอ่านเพ่ือประเมินค่างานเขียนจากสื่อต่าง ๆ สามารถนำความรคู้ วามคิดทีไ่ ดจ้ ากการอ่านไปใชใ้ นการดำเนินชีวิต
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการตีความ
2) ทกั ษะการแปลความ
3) ทกั ษะการสรา้ งความรู้
4) ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น
5) ทกั ษะการประยุกต์ใช้ความรู้
4.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
5. สาระการเรยี นรู้
การอ่านจับใจความจากส่ือต่าง ๆ เช่น ข่าวสารจากสื่อส่ิงพิมพ์ ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในชุมชน
บทความ นิทาน เรอื่ งสั้น นวนิยาย วรรณกรรมพน้ื บา้ น วรรณคดใี นบทเรยี น บทโฆษณา สารคดี บันเทิงคดี ปาฐกถา พระบรม
ราโชวาท เทศนา คำบรรยาย คำสอน บทร้อยกรองรว่ มสมัย บทเพลง บทอาเศยี รวาท คำขวญั
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

47

6. จดุ เน้นสกู่ ารพัฒนาคุณภาพผ้เู รียน ทักษะศตวรรษที่ 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลกั 4Cs)

การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)

ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)

ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผูน้ ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)

ทักษะดา้ นการสอื่ สารสนเทศ และรู้เท่าทันส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy)

ทกั ษะดา้ นชีวิตและอาชีพ

ความยดื หยนุ่ และการปรับตวั

การริเริม่ สร้างสรรค์และการเป็นตัวของตวั เอง

ทักษะสังคม และสังคมขา้ มวัฒนธรรม

การเปน็ ผู้สรา้ งหรอื ผ้ผู ลติ และความรับผิดชอบเชือ่ ถือได้

ภาวะผูน้ ำและความรบั ผิดชอบ

คุณลกั ษณะสำหรับศตวรรษท่ี 21

คุณลกั ษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตวั ความเป็นผู้นำ

คณุ ลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ได้แก่ การชนี้ ำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง

คุณลักษณะดา้ นศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่ืน ความซ่ือสตั ย์ สำนึกพลเมือง

7. ชิ้นงานภาระงาน

-ใบงานเรอ่ื ง ประเมินค่างานเขียน

8. กิจกรรมการเรียนรู้

 วธิ ีสอนโดยการจัดการเรียนร้แู บบร่วมมอื : เทคนิคคูค่ ดิ สีส่ หาย

ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

สือ่ การเรยี นรู้ : ตวั อยา่ งบทความ คำถามกระต้นุ ความคดิ

1. ครูนำตวั อย่างงานเขียนทเ่ี ปน็ บทความมาใหน้ ักเรยี นอ่าน แล้ว  การอา่ นประเมนิ ค่างานเขียน

ชว่ ยกันวจิ ารณ์และแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เรือ่ งที่อ่านเพอ่ื มลี ักษณะอย่างไร

ประเมินค่างานเขียน จากนน้ั ครสู มุ่ นกั เรยี น 2-3 คน ออกมา (การอ่านประเมนิ ค่างานเขยี น เปน็ การ

แสดงความคิดเห็นของตนหน้าชั้นเรียน อ่านเพื่อวินิจฉัยว่า งานเขียนนัน้ ดหี รอื ไม่ดี

2. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ สามารถแยกแยะข้อเทจ็ จรงิ และข้อคดิ เห็น

และควรพจิ ารณางานเขยี นอย่างรอบด้าน)

ข้นั สอน

ส่อื การเรียนรู้ : 1. หนงั สือเรยี น : หลกั ภาษาฯ ม.6

2. หนังสอื คน้ ควา้ เพ่ิมเติม

3. ใบงานท่ี 3.1

4. ห้องสมุด

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

48 คำถามกระตุ้นความคิด
 นกั เรยี นไดร้ บั ประโยชน์จากการอ่าน
5. แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ เพื่อประเมินคา่ งานเขยี นอย่างไร
1. นักเรียนรวมกล่มุ (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 1) ให้
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น
แตล่ ะกลุ่มเลือกงานเขยี นท่นี กั เรียนชน่ื ชอบหรอื สนใจ กลุ่มละ 1 โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครผู ู้สอน)
เรอื่ ง จากหนงั สือคน้ ควา้ เพ่ิมเติม ห้องสมุด และแหล่งข้อมูล
สารสนเทศ
2. ครูให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนำเสนองานเขยี นหน้าชัน้ เรยี น ครแู ละ
นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น
3. ครใู ห้นักเรียนแต่ละคนทำใบงานที่ 3.1 เรื่อง ประเมนิ ค่างาน
เขียน
4. เมื่อนักเรียนแต่ละคนทำใบงานที่ 3.1 เสรจ็ แล้ว ใหจ้ บั คกู่ บั
เพ่ือน ผลดั กนั อธิบายคำตอบของตนใหเ้ พ่ือนฟัง
5. นักเรยี นรวมกลุ่มเดิม (4 คน) แล้วผลดั กนั อธบิ ายคำตอบของคู่
ตน ให้เพือ่ นอีกคูห่ น่งึ ฟัง เสร็จแล้วร่วมกันสรปุ คำตอบในใบงาน
ท่ี 3.1 และเกบ็ รวบรวมใบงานส่งครู
6. นักเรียนแต่ละกลุม่ รว่ มกันศกึ ษาความรู้เร่ือง มารยาทในการอ่าน
ขนั้ สรุป
ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ : —
ครูและนักเรียนรวมกนั สรปุ ความรู้เรอื่ ง การอ่านเพ่อื ประเมนิ ค่างาน
เขยี น จากน้ันให้นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ

• ครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นเขียนบทความ เรอ่ื ง การประเมินคา่ งานเขียน
โดยใหค้ รอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด ดังนี้
1) การแปลความ ตีความ และขยายความจากงานเขียน
2) การแสดงความคดิ เห็นและการประเมนิ คา่ งานเขยี น
3) การให้ข้อคิดหรือแนวทางเพ่ือนำไปปรบั ใช้ในชีวิตประจำวนั
4) การลำดับความคิดอย่างเป็นขั้นตอนและมรี ะบบ
5) การใชภ้ าษาได้สละสลวย เข้าใจงา่ ย

 นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การอ่านวินิจสาร

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

49

9. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้

1) หนงั สือเรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใช้ภาษา ม.6

2) หนงั สือคน้ ควา้ เพม่ิ เติม

(1) แววมยุรา เหมือนนลิ . (2541). การอ่านจบั ใจความ. กรงุ เทพฯ : ชมรมเด็ก.

(2) ศวิ กานท์ ปทุมสตู .ิ (2542). การอ่านเพ่อื ชวี ติ . กรุงเทพฯ : ต้นอ้อ 1999.

(3) สมบัติ จำปาเงนิ .(2548). กลเม็ดการอา่ นให้เกง่ . กรุงเทพฯ : สถาพรบุ๊คส์.

(4) มหาวทิ ยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช. (2545). เอกสารการสอนชดุ วชิ าการอา่ นภาษาไทย หน่วยที่ 1-15.

นนทบรุ ี : สำนักพมิ พ์มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช.

(5) มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธริ าช. (2549). ประมวลสาระชดุ วชิ า 10161 ภาษาไทยเพ่ือการสื่อสาร.

พิมพ์คร้ังที่ 5. นนทบรุ ี : มหาวิทยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช.

(6) สพุ รรณี วราทร. (2545). การอ่านอยา่ งมีประสิทธิภาพ. กรงุ เทพฯ : โครงการเผยแพรผ่ ลงานวชิ าการ คณะ

อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั .

3) บทความ เรือ่ ง มากกว่าอันตรายต่อสมอง คลนื่ โทรศัพทม์ ือถอื รู้เลย่ี ง รูใ้ ช้ ปลอดภยั

4) ใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง ประเมินคา่ งานเขยี น

10. แหล่งการเรียนรู้

1) ห้องสมดุ

2) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ

- http://www.mcot.net

- http://www.adintrend.com

- http://www.thaiwriterassociation.org

- http://www.ohmpps.go.th/prabrmbrachowat.php?id_head=4

11. การวัดและประเมนิ ผล

11.1 การประเมนิ ตามจุดประสงค/์ ตวั ชี้วดั

วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์

ตรวจใบงานท่ี 3.1 ใบงานที่ 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน

เกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน

เกณฑ์

สงั เกตความมวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการ แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น

ทำงาน เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น แบบทดสอบหลังเรยี น รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

50

11.2 การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21
สมรรถนะสำคัญ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ทักษะศตวรรษท่ี 21

วธิ กี าร เคร่อื งมือ เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ดี
ผ่านเกณฑ์
สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์

12. ข้อเสนอแนะ(ผใู้ ชแ้ ผนเขียนเสนอแนะ)
................................................................................................................................................................................

13. บนั ทึกหลังสอน
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
นักเรยี นจำนวน.........................................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรโู้ ดยรวม......................คน คดิ เป็นร้อยละ..............................
ไมผ่ า่ นจุดประสงค์การเรียนรูโ้ ดยรวม..................คน คิดเปน็ ร้อยละ..............................
ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรียนที่มีความสามารถพเิ ศษ/นักเรียนเด็กพเิ ศษ ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมนิ จุดประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................
นักเรยี นทไ่ี ม่ผา่ นการประเมินจดุ ประสงค์ดา้ นทกั ษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................
นักเรยี นท่ไี ม่ผ่านการประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านเจตคติ (A) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
........................................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101


Click to View FlipBook Version