151
วาระที่ 2 เรื่อง
วาระที่ 3 เรื่อง
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
152
วาระท่ี 4 เรอ่ื ง
เลิกประชุมเวลา
(.............................................................)
ผู้จดรายงานการประชุม
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อย่ใู นดลุ ยพินจิ ของครผู ูส้ อน)
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
153
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4 ความรูพ้ ื้นฐานเกี่ยวกบั บนั เทิงคดี
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวชิ า ท 33101 ภาษาไทย
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรียนท่ี 2 เรือ่ ง การเขยี นเพ่ือการสอ่ื สาร
เวลา 1-2 ช่วั โมง
1. ตัวชวี้ ัด/จุดประสงค์การเรียนรู้
ท 2.1 ม.4-6/ ผลิตงานเขยี นของตนเองในรูปแบบตา่ ง ๆ
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
- อธิบายลักษณะ ประเภท และองค์ประกอบของบันเทิงคดีได้
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
บนั เทงิ คดเี ป็นงานเขียนทีแ่ ต่งข้ึนโดยมงุ่ ให้ความบันเทิงแกผ่ ู้อ่านเปน็ สำคัญ ซ่ึงผ้เู ขยี นจะต้องมีความรู้พื้นฐานเกีย่ วกบั
บนั เทิงคดีและเข้าใจถึงลักษณะ ประเภท และองคป์ ระกอบของบันเทงิ คดี
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการเขยี น
2) ทักษะการเชือ่ มโยง
3) ทกั ษะกระบวนการคดิ สร้างสรรค์
4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. สาระการเรยี นรู้
- การเขยี นสอ่ื สารในรูปแบบต่าง ๆ เช่น บนั เทงิ คดี
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน
6. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะศตวรรษที่ 21 (ใช้เฉพาะแกนหลัก 4Cs)
การคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
ทักษะดา้ นการส่ือสารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy)
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
154
ทักษะด้านชวี ิตและอาชีพ
ความยดื หยนุ่ และการปรับตวั
การรเิ รม่ิ สรา้ งสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตวั เอง
ทักษะสังคม และสงั คมข้ามวฒั นธรรม
การเป็นผสู้ ร้างหรือผู้ผลติ และความรบั ผดิ ชอบเชอ่ื ถือได้
ภาวะผ้นู ำและความรับผดิ ชอบ
คุณลักษณะสำหรบั ศตวรรษที่ 21
คุณลักษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตวั ความเปน็ ผูน้ ำ
คุณลักษณะดา้ นการเรียนรู้ ได้แก่ การชน้ี ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คุณลักษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่ืน ความซ่ือสตั ย์ สำนกึ พลเมือง
7. ชน้ิ งานภาระงาน
-ใบงานเรอ่ื งสรปุ หลกั การเขียนบนั เทิงคดี
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
วิธสี อนแบบกระบวนการกลุ่มสัมพันธ์
นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 เรอ่ื ง การเขยี นบันเทงิ คดี
ขั้นที่ 1 นำเข้าสบู่ ทเรียน
สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้ : — คำถามกระตุ้นความคิด
1. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคดิ ข้อ 1 1. “บันเทงิ คดี” นกั เรียนสามารถให้
2. ครใู หน้ ักเรยี นยกตัวอย่างบนั เทงิ คดที ่นี ักเรียนชืน่ ชอบ นยิ ามความหมายไดอ้ ย่างไร
คนละ 1 เร่ือง (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน
3. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 2 โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินิจของครผู ู้สอน)
4. ครูแบ่งนักเรียนเปน็ กลุม่ กลุ่มละ 3 คน คละกนั ตาม 2. นกั เรยี นคิดว่าบันเทิงคดีมีลกั ษณะ
ความสามารถ คือ เก่ง ปานกลาง และอ่อน และกำหนด อยา่ งไร
หมายเลขประจำตวั ใหส้ มาชกิ แตล่ ะคนในกลุ่มเป็นหมายเลข (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน
1-3 ตามลำดับ เรยี กกลมุ่ น้ีว่า กลมุ่ บา้ น จากนั้นให้นักเรยี นที่ โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจของครูผู้สอน)
มหี มายเลขเดยี วกันไปรวมกันเป็นกลุ่มใหม่ เรยี กวา่ กลุม่ 3. การเขียนบนั เทงิ คดีแต่ละประเภท
ผ้เู ช่ียวชาญ เหมือนหรือตา่ งกันอย่างไร
5. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ข้อ 3 (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน
โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
ขัน้ ที่ 2 จัดการเรียนรู้ : เทคนิคการต่อเรื่องราว (Jigsaw)
สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้ : 1. หนังสือเรียน หลักภาษาฯ ม.6 คำถามกระตุน้ ความคดิ
2. หนงั สือคน้ ควา้ เพิ่มเตมิ การเขียนบนั เทิงคดที ี่ดี มวี ธิ ีการ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
155 อยา่ งไร
(ควรมีโครงเร่อื งท่ีชัดเจนและควร
3. แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
1. ครูใหน้ กั เรยี นกลุ่มผเู้ ชยี่ วชาญร่วมกันศกึ ษาความรู้พ้นื ฐาน เขา้ ใจถึงรายละเอียดอืน่ ๆ ที่เปน็
องค์ประกอบสำคัญใหอ้ ย่างถ่องแท้
เกี่ยวกบั บนั เทิงคดี จากหนังสือเรยี น หนงั สอื คน้ ควา้ เพ่ิมเติม นอกจากนแ้ี ล้วควรอา่ นบนั เทิงคดี
และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ดังนี้ ให้หลากหลายประเภท มคี วามคดิ ตา่ ง
- กล่มุ หมายเลข 1 ศึกษาความรเู้ รื่อง ลักษณะและประเภท หรอื นอกกรอบทกี่ ำหนดไวเ้ พื่อ
ของบันเทงิ คดี สรา้ งสรรค์ผลงานท่แี ปลกใหม่ อ่าน
- กลุ่มหมายเลข 2 ศึกษาความรู้เร่อื ง องคป์ ระกอบของการ หนงั สือ ติดตามข่าวสารและมีความรอบ
เขยี นบันเทงิ คดี รใู้ นเร่ืองต่าง ๆ เพ่ือใช้เป็นข้อมลู ในการ
- กลุม่ หมายเลข 3 ศึกษาความรเู้ ร่อื ง แนวทางการเขยี น เขยี นบนั เทงิ คดี )
บันเทิงคดี
แลว้ บนั ทกึ ความรูท้ ี่ไดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบันทึกการอ่าน
2. นกั เรียนกลุ่มผเู้ ชี่ยวชาญรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกบั
เรือ่ งที่ศึกษา โดยผลัดกันซักถามหากมีขอ้ สงสยั และผลัดกัน
อธิบายหรือแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ จนสมาชิกในกล่มุ มีความ
เขา้ ใจชดั เจนตรงกัน
3. นกั เรยี นกล่มุ ผู้เชยี่ วชาญแยกยา้ ยกันกลับเข้าสู่กลมุ่ บ้าน แล้ว
นำความรู้ทไ่ี ดจ้ ากการศึกษามาเลา่ ใหเ้ พื่อนในกลุ่มบา้ นฟัง
โดยผลดั กันซักถามหากมีขอ้ สงสัยและผลดั กนั อธบิ ายหรือ
แลกเปลย่ี นความคิดเห็นจนสมาชกิ ในกลมุ่ มคี วามเข้าใจ
ชดั เจนตรงกนั
4. ครูอธบิ ายความรเู้ พม่ิ เตมิ และยกตัวอย่างลักษณะและประเภท
ของบนั เทิงคดี องค์ประกอบของการเขยี นบนั เทิงคดี และ
แนวทางการเขียนบนั เทงิ คดีใหน้ ักเรยี นฟัง โดยเปิดโอกาสให้
นกั เรยี นซักถาม หากมีขอ้ สงสยั เพอื่ ใหน้ ักเรียนมคี วามรู้
ความเขา้ ใจมากยิ่งข้ึน
5. นักเรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ
ขน้ั ที่ 3 สรปุ และนำหลักการไปประยุกตใ์ ช้
สอ่ื การเรียนรู้ : ใบงานท่ี 1.1
1. นกั เรยี นทำใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง สรปุ หลกั การเขยี นบนั เทิง
คดี
2. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ยกตวั อยา่ งบนั เทิงคดีทีน่ ักเรยี นสนใจ กลุ่ม
ละ 3 เร่ือง แลว้ วิเคราะห์การเขียนบันเทงิ คดเี ร่ืองนนั้ ๆ ว่ามี
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
156
วิธกี ารเขยี นอยา่ งไร เพ่ือเปน็ การแลกเปล่ียนความคดิ เหน็
ภายในกลุ่มเกี่ยวกับการเขยี นบันเทงิ คดี
ขั้นที่ 4 วดั และประเมนิ ผล
สื่อการเรียนรู้ : ใบงานท่ี 1.1 คำถามกระตุ้นความคดิ
1. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั เฉลยคำตอบในใบงานที่ 1.1 • นักเรียนมแี นวทางหรือวิธกี ารเขยี น
2. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ นำเสนอผลการวเิ คราะห์การเขียนบันเทิง บันเทิงคดอี ย่างไร
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน
คดที ี่หนา้ ชัน้ เรยี น โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
3. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ ความรเู้ ร่ือง การเขียนบันเทงิ คดี
4. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคดิ
9. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใช้ภาษา ม.6
2) หนังสอื ค้นควา้ เพิ่มเติม
(1) ดาวสิบดวง : เรื่องสัน้ ชนะการประกวดรางวัล "สภุ าว์ เทวกุล" ประจำปี 2538. (2540).
กรุงเทพฯ : สมาคมนักเขยี นแห่งประเทศไทย.
(2) ถวัลย์ มาศจรัส. (2545). เรือ่ งส้นั และการเขียนเรื่องส้นั . กรงุ เทพฯ : ธารอกั ษร
(3) พฒั จิรา จันทรด์ ำ. (2547). การอา่ นและการวิจารณ์เรอื่ งสน้ั . กรุงเทพฯ : สถาพรบุ๊คส์
(4) วาณิช จรงุ กิจอนันต์. (2538). ศาสตร์แห่งเร่อื งสัน้ และนิยาย. กรงุ เทพฯ : รุ่งเรืองสาสน์ การพมิ พ์.
3) ใบงานที่ 1.1 เรื่อง สรปุ หลักการเขียนบนั เทงิ คดี
10. แหล่งการเรียนรู้
• แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
- http://www.thaiwriterassociation.org/
- http://www.sakulthai.com/ruengson/ruengson2463.asp
11. การวัดและประเมนิ ผล
11.1 การประเมนิ ตามจุดประสงค/์ ตัวช้ีวดั
วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น แบบทดสอบกอ่ นเรียน (ประเมนิ ตามสภาพ
จริง)
ตรวจใบงานท่ี 1.1 ใบงานท่ี 1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทกึ การอ่าน แบบบันทึกการอ่าน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
157
สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
สงั เกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มั่นในการ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
ทำงาน เกณฑ์
11.2 การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษที่ 21
สมรรถนะสำคญั คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21
วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ ระดบั คุณภาพ ดี
ผ่านเกณฑ์
สังเกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
12. ขอ้ เสนอแนะ(ผูใ้ ชแ้ ผนเขยี นเสนอแนะ)
................................................................................................................................................................................
13. บันทึกหลงั สอน
13.1 ผลการจัดการเรียนรู้
นกั เรยี นจำนวน.........................................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้โดยรวม......................คน คดิ เปน็ ร้อยละ..............................
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรียนรโู้ ดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นท่มี ีความสามารถพิเศษ/นักเรยี นเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรียนทีไ่ มผ่ ่านการประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
.................................................................................................................................................................. ......
นักเรียนท่ีไมผ่ า่ นการประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านทกั ษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่
...................................................................................................................................................... ..................
นักเรยี นทไ่ี ม่ผา่ นการประเมินจดุ ประสงคด์ ้านเจตคติ (A) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
......................................................................................................................................... ...............................
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
158
13.2 ปญั หา/อุปสรรค
................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ..................................ครูผู้สอน
(นางนติ ยา ทองดยี ิ่ง)
ตำแหนง่ ครูโรงเรียนวเิ ชยี รมาตุ
ความเห็นของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
................................................................................................................................................................. ..
...................................................................................................................................................................
ลงช่อื ....................................หวั หนา้ กลุ่มสาระฯ
(นางภรพิศ วิภษู ิตวรกลุ )
ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรอื ผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง..............................................................................แลว้ มคี วามคดิ เห็นดงั นี้
1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกจิ รรมไดน้ ำกระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยงั ไมเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
นำไปใชไ้ ด้จริง
ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
159
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................... .............................................
ลงชื่อ..................................รองผู้อำนวยการโรงเรยี นกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
(นางอัมพร สงวนศกั ด์ิ)
…………./……………./…………
ความคิดเห็น
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ........................................ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
(นางยภุ า พรเศรษฐ์)
…………./……………./…………
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
160
ใบงานที่ 1.1 เรอื่ ง สรุปหลกั การเขียนบันเทิงคดี
คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเขยี นแผนผงั ความคิด แสดงความรู้พืน้ ฐานเกี่ยวกบั บันเทิงคดี
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
161
ใบงานที่ 1.1 เรื่อง สรุปหลักการเขยี นบนั เทิงคดี เฉลย
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขียนแผนผงั ความคดิ แสดงความรู้พน้ื ฐานเกี่ยวกบั บนั เทิงคดี (ตวั อยา่ ง)
ลกั ษณะบนั เทิงคดี
- สนุกสนาน เพลดิ เพลนิ
- ส่งเสรมิ สตปิ ัญญา
- มขี อ้ คดิ คตเิ ตอื นใจ
- รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์
- สง่ เสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
- ใชถ้ อ้ ยคาสานวนโวหารไพเราะเหมาะสม
แนวทางการเขียน บนั เทิงคดี ประเภทของบนั เทิงคดี
บนั เทิงคดี
- นวนยิ าย
- การเปิดเรอื่ ง - เรอื่ งสนั้
- การดาเนินเรอื่ ง
- การปิดเรอื่ ง
- การสรา้ งตวั ละคร
- การสรา้ งลกั ษณะนสิ ยั ของ
ตวั ละคร
- แนวคดิ
- ฉาก
- กลวธิ ี
- ภาษา
องคป์ ระกอบของการเขียน
บนั เทิงคดี
- โครงเรอื่ ง
- ตวั ละคร
- แนวคดิ หรอื แก่นของเรอื่ ง
- ฉาก
- กลวธิ ี
- ภาษา
- ถอ้ ยคาสานวนโวหาร
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยให้อยู่ในดลุ ยพินิจของครผู ู้สอน)
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
162
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 5 การเขยี นเร่ืองสน้ั
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวิชา ท 33101 ภาษาไทย
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6
หนว่ ยการเรียนที่ 2 เร่ือง การเขยี นเพื่อการส่ือสาร
เวลา 1-2 ช่วั โมง
1. ตวั ช้วี ดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ท 2.1 ม.4-6/4 ผลิตงานเขียนของตนเองในรูปแบบต่าง ๆ
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- สามารถเขยี นบันเทิงคดีประเภทเรอื่ งสัน้ ได้
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
เร่ืองสนั้ เป็นบันเทงิ คดีประเภทหน่งึ ซ่ึงการเขยี นเรอ่ื งสัน้ ควรเขา้ ใจถงึ ลักษณะ ประเภท และองคป์ ระกอบของเร่อื งสน้ั เพือ่ ให้
สามารถเขยี นบนั เทิงคดีประเภทเรอ่ื งส้ันได้อยา่ งถกู ต้อง
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการเขียน
2) ทักษะการเชื่อมโยง
3) ทักษะกระบวนการคดิ สร้างสรรค์
4.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
5. สาระการเรยี นรู้
- การเขียนสือ่ สารในรูปแบบต่าง ๆ เชน่ บนั เทงิ คดี
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
6. จุดเน้นสกู่ ารพัฒนาคุณภาพผูเ้ รียน ทักษะศตวรรษท่ี 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลัก 4Cs)
การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ และทักษะในการแก้ปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
ทักษะดา้ นการสื่อสารสนเทศ และร้เู ท่าทันส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy)
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
163
ทักษะดา้ นชีวิตและอาชีพ
ความยืดหย่นุ และการปรบั ตัว
การรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์และการเป็นตัวของตัวเอง
ทกั ษะสงั คม และสังคมข้ามวัฒนธรรม
การเปน็ ผูส้ ร้างหรอื ผู้ผลิต และความรับผดิ ชอบเชอ่ื ถือได้
ภาวะผนู้ ำและความรบั ผดิ ชอบ
คณุ ลกั ษณะสำหรับศตวรรษท่ี 21
คุณลักษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตัว ความเปน็ ผู้นำ
คณุ ลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ได้แก่ การชีน้ ำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง
คณุ ลกั ษณะดา้ นศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่ืน ความซื่อสตั ย์ สำนกึ พลเมือง
7. ช้ินงานภาระงาน
-ใบงานเรอื่ ง วิเคราะห์องคป์ ระกอบเร่อื งสั้น
-ใบงานเรื่อง เร่ืองสนั้ ในใจ
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
วิธสี อนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏบิ ตั ิ
ขน้ั ที่ 1 สังเกต รับรู้
สือ่ การเรยี นรู้ : 1. หนงั สอื เรยี น หลักภาษาฯ ม.6 คำถามกระตุ้นความคดิ
2. หนงั สือท่ไี ดร้ บั รางวัลและเขา้ รอบเรื่องส้ันซีไรต์ 1. นักเรียนเคยอา่ นเร่อื งสั้น หรือร้จู กั
1. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ ข้อ 1-2 นักเขียนเรื่องสน้ั บา้ งหรอื ไม่ และคดิ
2. นักเรยี นรวมกล่มุ เดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1) แลว้ วา่ เร่อื งสัน้ น้ันเป็นอย่างไร
ให้แต่ละคนอา่ นตวั อยา่ งเรื่องสั้นในหนงั สอื เรยี น หรอื หนงั สือ (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน
ทไ่ี ดร้ บั รางวลั และเขา้ รอบเร่อื งสั้นซไี รต์ จากนัน้ ให้แตล่ ะกลมุ่ โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
ร่วมกัน แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เรือ่ งส้นั ท่ีอา่ น เพื่อ 2. นักเรียนรู้จกั เรอ่ื งส้นั ทไี่ ด้รบั รางวลั
ทบทวนความรูค้ วามเขา้ ใจของนกั เรยี น ซีไรต์ บา้ งหรือไม่ จงยกตัวอย่าง
3. ครอู ธิบายลักษณะเร่อื งส้ัน ประเภทเร่อื งส้นั ใหน้ ักเรียนเข้าใจ (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น
โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ ิจของครูผู้สอน)
ขัน้ ท่ี 2 ทำตามแบบ
สอื่ การเรยี นรู้ : 1. หนังสือเรียน หลกั ภาษาฯ ม.6 คำถามกระตนุ้ ความคดิ
2. ใบงานที่ 2.1 • การวางโครงเรอ่ื งเป็นส่วนสำคัญใน
1. นักเรียนศึกษาความรูเ้ กย่ี วกบั ตัวอยา่ งการเขยี นบันเทงิ คดี การเขียนเรือ่ งสัน้ หรือไม่ อย่างไร
ประเภทเรอ่ื งสน้ั เรื่องเพลงใบไม้ จากหนังสือเรียน (โครงเรอื่ งมีความสำคัญในการเขยี น
2. ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรียนสอบถามปญั หาหรอื ขอ้ สงสยั เร่อื งสัน้ เพราะเป็นการกำหนดทศิ
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
164 ทางการเขยี นให้มีความชดั เจน )
เกย่ี วกับการเขยี นเร่อื งส้นั คำถามกระตนุ้ ความคิด
3. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั วิเคราะหล์ ักษณะเร่ืองสัน้ และ • ประเด็นในการเขียนเรอ่ื งสั้นของ
ประเภทของเร่ืองส้ัน จากตวั อย่างการเขียนบนั เทงิ คดี
ประเภทเรือ่ งสั้น แลว้ ทำใบงานที่ 2.1 เรื่อง วเิ คราะห์ นกั เรียนได้แรงบันดาลใจมาจากเร่อื ง
องคป์ ระกอบเร่อื งสั้น ใด
4. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น
ขน้ั ที่ 3 ทำเองโดยไมม่ ีแบบ โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)
ส่ือการเรียนรู้ : ใบงานท่ี 2.2
1. ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละคนเขยี นเรอ่ื งส้นั 1 เรื่อง ในประเด็นท่ี คำถามกระตนุ้ ความคดิ
สนใจ • การเป็นนกั เขียนเรอื่ งส้นั ทด่ี ี ควรมี
ลงในใบงานที่ 2.2 เร่ืองสัน้ ในใจ เม่ือเขียนเสรจ็ แล้วใหน้ ำไป
แลกกับเพ่อื นในชั้นเรียนเพ่ือให้วพิ ากษว์ จิ ารณง์ านเขียน เสร็จ ลักษณะอย่างไร
แล้วนำสง่ ครตู รวจ หากมีข้อควรปรบั ปรุงให้ปรบั ปรุงเพ่ือให้ (การเปน็ นกั เขยี นต้องเป็นนักอา่ น
งานเขียน ดขี ึน้ ดังนั้นควรอา่ นหนังสือให้มาก อา่ นแลว้
2. นักเรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคิด คิดพิจารณาวิพากษ์ วจิ ารณ์ ถ้าสนใจ
ข้นั ที่ 4 ฝกึ ทำใหช้ ำนาญ เรื่องสั้นก็ควรอ่านเรอ่ื งสนั้ ให้
สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ : — หลากหลาย เพ่อื ให้เหน็ พฒั นาการของ
1. นกั เรียนฝกึ เขยี นเรื่องส้นั 1 เรอ่ื ง ในประเดน็ ที่สนใจ จากน้ัน การเขยี นเรื่องสั้น นอกจากน้ีควรมี
นำงานเขยี นของตนเองไปแลกเปลยี่ นกับเพือ่ นในกลุม่ และ ความคดิ สรา้ งสรรค์ใน
ผลัดกนั วพิ ากษว์ ิจารณ์งานเขียนของแต่ละคน
2. ครุสุม่ นักเรยี นประมาณ 5-6 คน ออกมานำเสนอผลงานการ
เขยี นเรือ่ งส้นั ให้เพ่ือนและครูฟัง ครูตรวจสอบความถูกต้อง
3. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น เรื่อง การเขียนบนั เทิงคดี
9. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ้ าษา ม.6
2) หนังสอื ท่ีได้รบั รางวัลและเขา้ รอบเรื่องสั้นซไี รต์
3) ใบงานที่ 2.1 เรื่อง วเิ คราะห์องคป์ ระกอบเร่อื งสน้ั
4) ใบงานท่ี 2.2 เรื่อง เร่ืองส้ันในใจ
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
165
10. แหลง่ การเรียนรู้ -
11. การวดั และประเมินผล
11.1 การประเมินตามจุดประสงค์/ตัวช้ีวัด
วธิ กี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 2.1 ใบงานท่ี 2.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 2.2 ใบงานที่ 2.2 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สงั เกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมั่นในการ แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
ทำงาน เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น แบบทดสอบหลงั เรียน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจหนังสือรวมเร่ืองส้นั วยั เรยี น แบบประเมินหนังสอื รวมเร่ืองส้นั วยั เรียน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
11.2 การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะศตวรรษที่ 21
สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ ระดับคุณภาพ ดี
ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
12. ข้อเสนอแนะ(ผใู้ ชแ้ ผนเขยี นเสนอแนะ)
................................................................................................................................................................................
13. บันทึกหลงั สอน
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
นักเรยี นจำนวน.........................................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้โดยรวม......................คน คดิ เป็นร้อยละ..............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้โดยรวม..................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..............................
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
166
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นทม่ี ีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรียนเด็กพเิ ศษ ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นทีไ่ ม่ผา่ นการประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................
นกั เรียนทีไ่ ม่ผา่ นการประเมินจดุ ประสงค์ด้านทักษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................
นักเรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมนิ จุดประสงค์ด้านเจตคติ (A) จำนวน............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................
13.2 ปัญหา/อปุ สรรค
................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ..................................ครูผู้สอน
(นางนติ ยา ทองดยี ง่ิ )
ตำแหนง่ ครโู รงเรยี นวเิ ชยี รมาตุ
ความเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
ลงช่ือ....................................หวั หนา้ กลุม่ สาระฯ
(นางภรพศิ วิภษู ติ วรกลุ )
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
167
ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรอื ผู้ท่ีได้รับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ..............................................................................แลว้ มคี วามคดิ เหน็ ดงั น้ี
1.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกจิ รรมได้นำกระบวนการเรยี นรู้
เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยังไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี
นำไปใช้ไดจ้ ริง
ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ..................................รองผอู้ ำนวยการโรงเรียนกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
(นางอัมพร สงวนศักด)์ิ
…………./……………./…………
ความคดิ เห็น
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ........................................ผอู้ ำนวยการโรงเรียน
(นางยุภา พรเศรษฐ)์
…………./……………./…………
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
168
การประเมินชนิ้ งาน/ภาระงาน(รวบยอด)
แบบประเมินหนังสือรวมเร่อื งส้ันวยั เรียน
ลำดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
432
1 องคป์ ระกอบของเร่ืองส้นั
2 วธิ กี ารดำเนนิ เรอื่ ง
3 คุณคา่ ทางวรรณศลิ ป์
4 แนวคิดหรือแก่นเรื่องทน่ี ำเสนอ
รวม
ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4
ดมี าก = 3
ดี = 2
พอใช้ = 1
ปรบั ปรุง =
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
14 - 16 ดีมาก
11 – 13 ดี
8 – 10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรับปรงุ
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
169
ใบงานท่ี 2.1 เรือ่ ง วิเคราะห์องค์ประกอบเรือ่ งสน้ั
คำชแี้ จง ให้นกั เรยี นอา่ นเรื่องสั้นทส่ี นใจ 1 เร่อื ง แล้ววเิ คราะห์องค์ประกอบของเรอ่ื งสั้น
1. เนือ้ เรอ่ื งโดยย่อ
2. โครงเรอื่ ง
3. ตัวละครในเรือ่ ง
4. แนวคิดหรอื แกน่ ของเรื่อง
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
170
5. กลวธิ ใี นการเขียน
6. ภาษาท่ใี ชใ้ นการเขียน
7. คณุ คา่ ทไ่ี ดร้ บั
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
171 เฉลย
ใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง วิเคราะห์องค์ประกอบเรื่องส้นั
คำช้ีแจง ใหน้ กั เรียนอา่ นเร่ืองสั้นท่ีสนใจ 1 เรอ่ื ง แล้ววิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบของเรื่องสนั้
1. เนือ้ เรอ่ื งโดยย่อ
2. โครงเร่อื ง
3. ตวั ละครในเร่อื ง
4. แนวคดิ หรือแกน่ ของเร่ือง
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
172
5. กลวิธใี นการเขียน
6. ภาษาท่ใี ชใ้ นการเขียน
7. คณุ คา่ ทไ่ี ดร้ ับ
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
173
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อย่ใู นดลุ ยพินิจของครูผู้สอน)
ใบงานท่ี 2.2 เรื่อง เรอื่ งสน้ั ในใจ
คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นเขียนเร่ืองส้ันตามความสนใจ 1 เร่ือง พร้อมตงั้ ช่อื เรอ่ื ง
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
174
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
175
ใบงานที่ 2.2 เรอ่ื ง เรอื่ งส้นั ในใจ เฉลย
คำช้แี จง ใหน้ ักเรียนเขยี นเร่ืองส้นั ตามความสนใจ 1 เรอ่ื ง พร้อมต้ังช่ือเรอ่ื ง
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
176
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
177
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1 ความเปน็ มาและประวัติผแู้ ตง่
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวชิ า ท 33101 ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6
หนว่ ยการเรียนท่ี 3 เรื่อง ขนุ ช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎกี า
เวลา 1-2 ชั่วโมง
1. ตวั ชว้ี ดั /จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ท 1.1 ม.4-6/1 อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองได้อย่างถูกต้อง ไพเราะ และเหมาะสมกบั เร่ือง
ที่อ่าน
ท 5.1 ม.4-6/1 วเิ คราะห์และวจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณเ์ บื้องต้น
ม.4-6/6 ทอ่ งจำและบอกคุณคา่ บทอาขยานตามท่ีกำหนด และบทร้อยกรองทมี่ ีคุณค่าตามความสนใจ
และนำไปใช้อ้างองิ
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อ่านออกเสยี งบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง ไพเราะ และเหมาะสมกบั เรอ่ื งที่อา่ น
2) อธิบายความเป็นมาของเสภาเรื่อง ขุนชา้ งขุนแผน ตอนขนุ ช้างถวายฎกี าได้
3) บอกประวัติผู้แต่งเสภาเรือ่ ง ขุนช้างขุนแผน ตอนขนุ ช้างถวายฎีกาได้
4) ท่องจำและบอกคุณคา่ บทอาขยานตามท่ีกำหนด และบทร้อยกรองทม่ี ีคณุ คา่ ตามความสนใจ และนำไปใช้
อา้ งอิงได้
3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การอ่านออกเสียงบทเสภาเรื่อง ขุนชา้ งขนุ แผน ตอนขนุ ชา้ งถวายฎีกา ตอ้ งอ่านออกเสยี งใหถ้ ูกต้องไพเราะและ
เหมาะสมสามารถท่องบทอาขยาน วิเคราะห์ วิจารณ์ตามหลกั การเบ้ืองตน้ และยังตอ้ งรู้ประวัตผิ แู้ ตง่ อีกดว้ ย
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการส่อื สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการวิเคราะห์
2) ทักษะการตีความ
3) ทักษะการเปรียบเทยี บ
4) ทกั ษะการสร้างความรู้
4.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
178
5. สาระการเรยี นรู้
1) การอ่านออกเสียง ประกอบด้วย บทรอ้ ยกรอง เชน่ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน
2) หลกั การวเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมเบ้ืองตน้
- จุดมงุ่ หมายการแตง่ วรรณคดีและวรรณกรรม
3) บทอาขยานและบทร้อยกรองทมี่ ีคุณคา่
- บทอาขยานตามทกี่ ำหนด
- บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งม่นั ในการทำงาน
4. รักความเป็นไทย
6. จุดเน้นส่กู ารพัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รยี น ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลัก 4Cs)
การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
ทกั ษะดา้ นการสือ่ สารสนเทศ และรู้เทา่ ทนั ส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy)
ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ
ความยืดหยนุ่ และการปรับตัว
การรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์และการเป็นตัวของตวั เอง
ทักษะสงั คม และสงั คมข้ามวัฒนธรรม
การเปน็ ผูส้ รา้ งหรอื ผู้ผลิต และความรับผดิ ชอบเช่ือถือได้
ภาวะผูน้ ำและความรับผิดชอบ
คณุ ลักษณะสำหรบั ศตวรรษที่ 21
คุณลักษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ ำ
คุณลักษณะดา้ นการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง
คุณลักษณะดา้ นศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อน่ื ความซ่ือสัตย์ สำนกึ พลเมือง
7. ชิ้นงานภาระงาน
-ใบงานเรื่อง สรรพสารนา่ รู้ ตอนขนุ ชา้ งถวายฎกี า
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
179
8. กิจกรรมการเรยี นรู้
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ชัว่ โมงที่ 1
นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรือ่ ง เสภาเรือ่ ง ขุนชา้ งขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา
ขั้นท่ี 1 กระตุน้ ความสนใจ
สอื่ การเรียนรู้ : 1. หนงั สอื เรยี น วรรณคดีฯ ม.6 คำถามกระตุ้นความคิด
2. ซีดีการอ่านทำนองเสนาะ การขับเสภานยิ มนำมาใชข้ ับสำหรับ
1. ครแู บง่ นกั เรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตาม วรรณคดเี ร่ืองใดบ้าง
ความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางคอ่ นข้างเก่ง ปานกลาง (เสภาพระราชพงศาวดาร เสภา
ค่อนข้างอ่อน และอ่อน พระราชวงั สันเสภาอาบหู ะซัน แต่เรอื่ ง
2. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันอภิปรายเก่ยี วกบั หลักการอ่านออก ทเี่ ปน็ ทรี่ ู้จักอยา่ งแพร่หลายและได้รับ
เสยี งบทร้อยกรอง ตามทเี่ คยไดเ้ รยี นมา แลว้ ครใู หน้ กั เรียนฟงั ความนิยมมากที่สดุ คือเรื่อง ขุนชา้ ง
ซดี ีการอ่านบทร้อยกรอง จากน้นั ร่วมกันวิเคราะห์วา่ เหมือนกับ ขุนแผน)
ท่ีนกั เรียนเคยเรยี นมาหรอื ไม่ อย่างไร
3. ครสู ุม่ เรียกนักเรยี น 2-3 กล่มุ อา่ นออกเสยี งบทร้อยกรองเสภา
เร่อื ง ขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎกี า ตามหลักที่เคย
เรียนมาให้เพ่ือนฟังที่หนา้ ชนั้ เรยี น โดยครแู ละเพื่อนนกั เรยี น
รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้องและให้ข้อเสนอแนะ
4. ครถู ามคำถามให้นกั เรยี นช่วยกนั ตอบ เชน่
- การขับเสภา เหมอื นหรือแตกต่างจากการอา่ นบทร้อยกรอง
หรือไม่ อยา่ งไร
- การขบั เสภานิยมนำมาใชข้ ับเมื่อใด
โดยครูคอยกระต้นุ ให้นกั เรียนทุกคนมีสว่ นร่วมในการตอบ
คำถามเพื่อทบทวนความรเู้ ดมิ ของนักเรยี น
5. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
ขั้นที่ 2 สำรวจคน้ หา
ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้ : 1.หนงั สือเรียน วรรณคดีฯ ม.6 คำถามกระตุ้นความคดิ
2. หนังสือคน้ ควา้ เพม่ิ เติม นกั เรยี นคิดว่า เพราะเหตุใดคนใน
3. ห้องสมุด สมัยโบราณจึงนิยมขับเสภาแทรกในการ
4. แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ เลา่ นทิ าน
1. ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มจบั คู่กันเป็น 2 คู่ แล้วให้แต่ละคู่ (เพ่ือดงึ ดูดใจผู้ฟงั และสร้างความ
รว่ มกันศกึ ษาความรเู้ รื่อง เสภาเรอ่ื ง ขุนชา้ งขนุ แผน ตอนขุน น่าสนใจ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
180 ให้กับเร่อื งราวทเี่ ล่า แทนการเลา่ นิทาน
แบบทวั่ ไป)
ช้างถวายฎีกาจากหนงั สือเรียน หนงั สือคน้ คว้าเพ่มิ เติม
ห้องสมดุ และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ในประเด็นต่อไปนี้ คำถามกระตุน้ ความคดิ
- ความเป็นมาของเร่ือง นักเรียนคดิ ว่า เป้าหมายสำคัญในการ
- ประวัติผแู้ ต่ง
แล้วบันทึกความรทู้ ่ีได้จากการศกึ ษาลงในแบบบันทึกการอ่าน แตง่ เร่ือง ขุนช้างขุนแผน คืออะไร
2. นักเรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคดิ (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดย
ให้อยู่
ชวั่ โมงท่ี 2 ในดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
ข้ันท่ี 3 อธิบายความรู้
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : —
1. นกั เรยี นแตล่ ะคู่กลับเข้ากลมุ่ เดมิ (4 คน) ผลัดกนั นำความรู้ท่ไี ด้
จากการศึกษามาอธิบายใหเ้ พ่ือนอีกค่หู นึ่งฟัง ตามประเด็นที่
กำหนด ดงั นี้
- ความเปน็ มาของเร่ือง
- ประวัติผูแ้ ตง่
แลว้ ให้นักเรียนแตล่ ะคู่ ผลัดกันซักถามตามประเด็นท่สี งสัย
และผลัดกันอธบิ ายจนทกุ คนมคี วามเข้าใจชดั เจนตรงกนั
2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความรทู้ ไี่ ดจ้ ากการศึกษาเป็นองค์
ความรู้ของกลมุ่
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ
ส่อื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 1.1
1. นักเรยี นแตล่ ะคนทำใบงานที่ 1.1 เรื่อง สรรพสารน่ารู้ ตอน
ขุนช้างถวายฎีกา
2. นักเรียนแต่ละคนผลัดกันอธิบายคำตอบในใบงานที่ 1.1 แลว้
ร่วมกนั สรุปเปน็ คำตอบของกลุ่ม
3. นักเรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคดิ
ขัน้ ที่ 5 ตรวจสอบผล
สอ่ื การเรียนรู้ : ใบงานท่ี 1.1
1. ครสู ุ่มเรียกนักเรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอผลงานในใบงาน
ท่ี 1.1 หน้าช้ันเรยี น ครแู ละเพื่อนนักเรยี นเป็นผู้ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง และใหข้ ้อเสนอแนะ
2. นกั เรียนร่วมกนั วิเคราะหค์ ุณค่าและความสำคญั ของเสภาเรื่อง
ขุนชา้ งขุนแผน ตอนขนุ ชา้ งถวายฎีกา ครตู รวจสอบความ
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
181
ถกู ต้อง เหมาะสม และเสนอแนะเพ่ิมเติม
3. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้เรือ่ ง ประวัติความเปน็ มา
และประวตั ผิ ู้แต่งเสภาเร่อื ง ขุนชา้ งขุนแผน ตอนขุนช้างถวาย
ฎีกา
4. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันฝึกอ่านออกเสยี งบทร้อยกรอง
เสภาเรื่อง ขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอนขนุ ชา้ งถวายฎกี า แลว้ ครูนดั
หมายการอา่ นออกเสยี งเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มตามความ
เหมาะสม
(นอกเวลาเรยี น)
ครูมอบหมายใหน้ ักเรียนแตล่ ะกล่มุ ฝึกท่องบทอาขยานเสภาเรื่อง ขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอนขุนชา้ งถวายฎีกา
แลว้ มาประเมินผลนอกเวลาเรยี นเปน็ รายบุคคล โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามทกี่ ำหนด ดังน้ี
1) ความถกู ต้องของบทอาขยาน
2) ทว่ งทำนองการอา่ นคำประพันธ์เหมาะสมกับลักษณะคำประพนั ธ์
3) การบอกคุณค่าของการท่องบทอาขยาน
4) การใหข้ ้อเสนอแนะการนำบทอาขยานไปใช้อ้างอิง
9. สอ่ื
1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.6
2) หนังสือค้นควา้ เพมิ่ เติม
- รนื่ ฤทัย สัจจพนั ธ.์ุ (2544). เล่าเร่ืองขุนชา้ งขุนแผน จากเสภาเรอ่ื งขนุ ช้างขุนแผน. เชียงใหม่ :
ธารปญั ญา.
3) ซดี กี ารอ่านทำนองเสนาะ
4) ใบงานที่ 1.1 เรอื่ ง สรรพสารน่ารู้ ตอนขุนชา้ งถวายฎกี า
10. แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
- http://203.172.244.194/ictwork51/pranee/p2.html
- http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/thai04/o4/suriyothai/index.htm
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
182
11. การวดั และประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑ์
11.1 การประเมินตามจุดประสงค/์ ตวั ชี้วดั
วธิ กี าร แบบทดสอบก่อนเรียน (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น ใบงานที่ 1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 1.1
ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรอง แบบประเมินการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
ตรวจแบบบันทึกการอ่าน เกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบบันทึกการอ่าน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
สังเกตความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน เกณฑ์
และรักความเป็นไทย
ตรวจการท่องบทอาขยานเสภาเร่ือง ขนุ ช้าง แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
ขนุ แผน ตอนขนุ ช้างถวายฎกี า
เกณฑ์
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
แบบประเมินการท่องบทอาขยานเสภาเรือ่ ง ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
ขุนช้างขนุ แผน ตอนขุนช้างถวายฎกี า เกณฑ์
11.2 การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษที่ 21
สมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทักษะศตวรรษท่ี 21
วิธกี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ ระดบั คุณภาพ ดี
ผ่านเกณฑ์
สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มั่นในการทำงาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
183
12. ขอ้ เสนอแนะ(ผใู้ ชแ้ ผนเขียนเสนอแนะ)
................................................................................................................................................................................
13. บันทึกหลังสอน
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
นกั เรียนจำนวน.........................................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้โดยรวม......................คน คิดเปน็ ร้อยละ..............................
ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรโู้ ดยรวม..................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..............................
ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรียนที่มีความสามารถพเิ ศษ/นักเรียนเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรียนท่ไี มผ่ ่านการประเมนิ จุดประสงค์ด้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................
นกั เรยี นที่ไมผ่ ่านการประเมนิ จุดประสงค์ดา้ นทักษะ (P) จำนวน.............................คน ไดแ้ ก่
........................................................................................................................................................................
นักเรยี นที่ไม่ผ่านการประเมนิ จุดประสงคด์ ้านเจตคติ (A) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
........................................................................................................................................................................
13.2 ปญั หา/อุปสรรค
................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ..................................ครผู ู้สอน
(นางนติ ยา ทองดยี ่งิ )
ตำแหน่งครูโรงเรยี นวเิ ชียรมาตุ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
184
ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
ลงช่อื ....................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ
(นางภรพศิ วิภษู ิตวรกลุ )
ความเห็นของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรือผู้ท่ีได้รับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ..............................................................................แลว้ มีความคิดเห็นดงั น้ี
1.เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กจิ รรมได้นำกระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอ่ืน ๆ
...................................................................................................... ........................................................ ......................
............................................................................................................................................................................... .....
ลงชือ่ ..................................รองผูอ้ ำนวยการโรงเรียนกล่มุ บรหิ ารวิชาการ
(นางอมั พร สงวนศักด)์ิ
…………./……………./…………
ความคิดเหน็
....................................................................................................................................................................................
................................................................................................................ ....................................................................
ลงช่ือ........................................ผอู้ ำนวยการโรงเรียน
(นางยุภา พรเศรษฐ)์
…………./……………./…………
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
185
ใบงานที่ 1.1 เร่อื ง สรรพสารนา่ รู้ ตอนขุนช้างถวายฎีกา
คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี
1. เสภาเรื่อง ขุนชา้ งขนุ แผน ไดร้ บั ยกย่องจากวรรณคดสี โมสรใหเ้ ป็นยอดของวรรณคดีประเภทใด
2. เสภาเร่ือง ขุนช้างขนุ แผน มเี คา้ ท่ีมาจากเรื่องจรงิ ทเี่ กิดข้ึนในสมัยใด
3. การนำเรือ่ ง ขนุ ช้างขนุ แผน มาขับเสภา สันนิษฐานวา่ เกดิ ขน้ึ ในสมยั ใด
4. การขบั เสภามมี ลู เหตุมาจากอะไร
5. ประเพณีการขับเสภาแตเ่ ดิมมามีการใชเ้ ครื่องดนตรีอะไรประกอบการขับ
6. การขบั เสภาประกอบวงป่ีพาทย์ เกิดข้ึนครั้งแรกในสมัยใด
7. การขบั เสภาประกอบวงป่ีพาทย์ เรยี กวา่ อะไร
8. การขับเสภาท่ีมปี ีพ่ าทยร์ บั และมกี ารรา่ ยรำประกอบ เรียกวา่ อะไร
9. กวีผแู้ ต่งเสภาเรอ่ื ง ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎกี า คือใคร
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
186
10. เสภาเร่ือง ขนุ ช้างขนุ แผน ตอนใดทเี่ ป็นผลงานของสนุ ทรภู่
11. เสภาเร่อื ง ขนุ ชา้ งขนุ แผน มที ้งั หมดก่ตี อน
12. เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทใด
13. กลอนเสภามีลกั ษณะตา่ งจากกลอนแปดอย่างไร
14. ในราชสำนักตง้ั แตส่ มยั รชั กาลที่ 2 เปน็ ต้นมา มักขับเสภาถวายในโอกาสใด
15. สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานวา่ “พระพันวษา” ในเรอ่ื งขุนช้างขุนแผน
น่าจะหมายถงึ พระมหากษตั รยิ พ์ ระองค์ใด
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
187 เฉลย
ใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง สรรพสารน่ารู้ ตอนขุนชา้ งถวายฎีกา
คำชี้แจง ให้นกั เรียนตอบคำถามต่อไปนี้
1. เสภาเรือ่ ง ขนุ ชา้ งขุนแผน ได้รบั ยกย่องจากวรรณคดสี โมสรใหเ้ ป็นยอดของวรรณคดปี ระเภทใด
ยอดของกลอนเสภา
2. เสภาเรอ่ื ง ขุนชา้ งขนุ แผน มเี คา้ ท่ีมาจากเร่ืองจรงิ ทเ่ี กิดขึ้นในสมยั ใด
สมยั อยุธยาตอนต้น
3. การนำเรอ่ื ง ขนุ ชา้ งขนุ แผน มาขบั เสภา สนั นิษฐานว่าเกดิ ขนึ้ ในสมัยใด
รชั สมยั สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช สมัยอยธุ ยาตอนกลาง
4. การขับเสภามมี ูลเหตุมาจากอะไร
การเลา่ นิทาน
5. ประเพณกี ารขบั เสภาแต่เดิมมามีการใช้เครื่องดนตรีอะไรประกอบการขบั
กรบั
6. การขบั เสภาประกอบวงป่ีพาทย์ เกิดขน้ึ ครง้ั แรกในสมัยใด
รัชกาลที่ 2
7. การขับเสภาประกอบวงป่ีพาทย์ เรียกวา่ อะไร
เสภาทรงเครอ่ื ง
8. การขับเสภาท่ีมีปพ่ี าทย์รบั และมกี ารร่ายรำประกอบ เรยี กวา่ อะไร
เสภารำ
9. กวีผูแ้ ต่งเสภาเรื่อง ขุนชา้ งขนุ แผน ตอนขุนชา้ งถวายฎกี า คือใคร
ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
188
10. เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอนใดทเ่ี ปน็ ผลงานของสุนทรภู่
กำเนิดพลายงาม
11. เสภาเรือ่ ง ขนุ ช้างขุนแผน มที ัง้ หมดกีต่ อน
43 ตอน
12. เสภาเรื่อง ขนุ ชา้ งขุนแผน แต่งด้วยคำประพันธป์ ระเภทใด
กลอนเสภา
13. กลอนเสภามลี กั ษณะตา่ งจากกลอนแปดอยา่ งไร
กลอนเสภามีจำนวนคำในแต่ละวรรคไม่แน่นอน
14. ในราชสำนกั ตง้ั แต่สมยั รัชกาลท่ี 2 เปน็ ต้นมา มกั ขบั เสภาถวายในโอกาสใด
ขบั เสภาถวายเมื่อทรงเคร่ืองใหญ่
15. สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานวา่ “พระพันวษา” ในเรอ่ื งขนุ ช้างขนุ แผน
น่าจะหมายถงึ พระมหากษัตรยิ พ์ ระองค์ใด
สมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี 2
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
189
แบบประเมิน การอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยกรอง
คำช้แี จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตการอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรองของนกั เรยี น แลว้ ขีด ✓ ลงในช่องทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
ลำดับที่
ชื่อ-สกุล ถูกต้องตาม การแบ่งวรรค ออกเสียง การใชน้ ำ้ เสียง รวม
ของผู้รับการ ลกั ษณะคำ ตอน ชดั เจน 16
ประพันธ์ คะแนน
ประเมิน
43214321 43214321
ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัติไดถ้ กู ตอ้ ง
ปฏิบัติมีข้อบกพร่องเล็กน้อย ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติมีข้อบกพร่องปานกลาง
ปฏบิ ัตมิ ีข้อบกพร่องมาก ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
14 - 16 ดมี าก
11 - 13 ดี
8 - 10 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
190
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2 สรปุ เนื้อหาและคำศัพท์
กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวิชา ท 33101 ภาษาไทย
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6
หนว่ ยการเรียนท่ี 3 เรือ่ ง ขุนชา้ งขุนแผน ตอนขุนชา้ งถวายฎกี า
เวลา 1-2 ช่ัวโมง
1. ตวั ช้ีวดั /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ท 5.1 ม.4-6/1 วิเคราะหแ์ ละวิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมตามหลกั การวิจารณเ์ บ้อื งตน้
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) วเิ คราะหค์ ุณค่าบทเสภาเร่อื ง ขนุ ช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎกี าได้
2) ถอดความคำประพันธ์เสภาเร่ือง ขุนช้างขนุ แผน ตอนขนุ ช้างถวายฎีกาได้
3) อธิบายความหมายของคำศพั ท์ต่าง ๆ ในเสภาเรอื่ ง ขนุ ช้างขุนแผน ตอนขนุ ช้างถวายฎีกาได้
4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
เสภาเรือ่ ง ขุนชา้ งขนุ แผน เป็นบทประพันธ์ทม่ี ีคุณคา่ ท้งั ด้านเน้ือหา ดา้ นวรรณศิลป์ และดา้ นสังคม ซึ่งการท่จี ะ
เข้าใจเนือ้ หาของเรือ่ งได้นน้ั จำเปน็ ต้องรู้คำศัพท์ที่ปรากฏอยใู่ นเร่ือง เพ่ือจะได้ถอดความบทประพันธแ์ ละเข้าใจเนอื้ หาของเรื่อง
ไดอ้ ย่างถูกต้อง
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการวิเคราะห์
2) ทกั ษะการตีความ
3) ทักษะการสังเคราะห์
4) ทักษะการประเมิน
5) ทักษะการประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
4.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
6. สาระการเรยี นรู้
หลกั การวิเคราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมเบือ้ งตน้
- การพิจารณาเนอื้ หาและกลวิธใี นวรรณคดแี ละวรรณกรรม
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
4. รกั ความเป็นไทย
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
191 คำถามกระตุ้นความคดิ
นกั เรยี นคิดว่า ตวั ละครใดมีบทบาท
7. ชนิ้ งานภาระงาน
-ใบงานเรอื่ ง รู้ความตามท้องเรอื่ ง ตอนขนุ ช้างถวายฎีกา สำคญั ทสี่ ุดในเสภาเร่อื ง ขนุ ชา้ ง
-ใบงานเรอ่ื ง ค้นคำไขความ ตอนขนุ ช้างถวายฎกี า ขนุ แผน เพราะเหตใุ ด
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดย
8. กิจกรรมการเรยี นรู้ ใหอ้ ยู่
วิธสี อนแบบกระบวนการกลุ่มสมั พันธ์ ในดลุ ยพินิจของครผู ูส้ อน)
ชว่ั โมงท่ี 1 คำถามกระตุน้ ความคิด
ขน้ั ที่ 1 นำเขา้ สู่บทเรียน การรู้ความหมายของคำศัพท์ตา่ งๆ
สื่อการเรยี นรู้ : บตั รคำ
และ คำศพั ท์โบราณทก่ี วีใช้ในบท
5. นักเรยี นรวมกลุ่มเดิม (จากแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1) แลว้ ครู ประพนั ธ์ มีประโยชน์หรอื มี
แจกบัตรคำช่ือตวั ละครในเสภาเรื่อง ขนุ ช้างขนุ แผน ตอนขุน คุณคา่ อย่างไร
ชา้ งถวายฎีกา ใหน้ ักเรยี นกลุ่มละ 1 ใบ แล้วให้นกั เรยี นแต่ละ (มีประโยชน์และคุณค่าหลายประการ
กลมุ่ ช่วยกนั บอกลกั ษณะและความสำคญั ของตัวละครนัน้ ๆ เช่น
เพอื่ เป็นการทบทวนความรู้เดิมของนกั เรียน 1) ชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจความหมายของบท
ประพันธ์ มากย่งิ ขึน้
6. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ 2) ช่วยเพิม่ พูนความร้ดู า้ นคำศัพท์
ขน้ั ที่ 2 จัดการเรยี นรู้ ไทยโบราณ
ส่อื /แหล่งการเรียนรู้ : 1.หนงั สือเรียน วรรณคดีฯ ม.6 3) ช่วยให้เห็นภมู ิปัญญาของกวีดา้ น
การใช้ ภาษา
2. หนังสือค้นควา้ เพ่ิมเติม 4) คำศัพท์บางคำยังช่วยสะท้อน
3. แผนภมู ติ ัวอยา่ งบทประพนั ธ์ ความคิด
4 ใบงานที่ 2.1 - 2.2
5. หอ้ งสมุด ความเชือ่ ของคนในยคุ อดตี ให้เราได้
6. แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ เขา้ ใจอีกดว้ ย)
3. ครตู ดิ แผนภมู ิตัวอยา่ งบทประพนั ธจ์ ากเสภาเร่ือง ขนุ ช้าง
ขุนแผน ตอนขุนชา้ งถวายฎีกา ใหน้ ักเรยี นดูบนกระดาน แล้วครู
ใหน้ กั เรียนชว่ ยกันถอดความบทประพนั ธ์ดงั กล่าว ตามความ
เข้าใจของนักเรยี น
4. ครูอธบิ ายวธิ ีการคน้ หาความหมายของคำศพั ท์ และวิธถี อด
ความบทประพันธ์ เพ่ือใหน้ ักเรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจมาก
ย่ิงขึ้น
5. ครูให้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันอ่านเสภาเรอ่ื ง ขนุ ช้างขุนแผน
ตอนขุนชา้ งถวายฎีกา จากหนังสือเรยี น แลว้ ชว่ ยกนั ถอดความ
พรอ้ มทั้งหาความหมายของคำศพั ท์เพ่ิมเตมิ จากหนังสือคน้ คว้า
เพม่ิ เติม ห้องสมดุ และแหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
192 คำถามกระต้นุ ความคิด
ถา้ นักเรยี นเปน็ นางวนั ทอง นักเรยี น
6. ครสู ุ่มนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมาถอดความบทประพันธ์ พร้อม
บอกความหมายของคำศัพทใ์ นบทท่ีกำหนด ครูและนักเรยี น จะเลอื กอยู่กบั ขนุ ช้างหรือขนุ แผน
ช่วยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง เพราะเหตใุ ด
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดย
7. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ชว่ ยกันทำใบงานที่ 2.1 เรื่อง รูค้ วามตาม ใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
ท้องเรอื่ ง ตอนขุนช้างถวายฎกี า และทำใบงานท่ี 2.2 เรื่อง
คน้ คำไขความ ตอนขุนชา้ งถวายฎีกา แลว้ ครูและนักเรยี น คำถามกระตุน้ ความคิด
ชว่ ยกนั เฉลยคำตอบในใบงาน นักเรียนคดิ ว่า มีคำศัพท์ใดบ้างใน
8. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคิด วรรณคดีเร่อื งนี้ทส่ี ะท้อนให้เขา้ ใจ
สภาพสังคมไทยสมัยกอ่ น
ช่ัวโมงท่ี 2 (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน
ขนั้ ที่ 3 สรุปและนำหลกั การไปประยุกต์ใช้ โดยให้อยู่ในดุลยพินจิ ของครูผู้สอน
สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ : –– เชน่ นกั เรยี นอาจตอบวา่ คำศัพท์คำ
ว่า อทิ ธเิ จ สะท้อนความเช่ือเรือ่ ง
3. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปเนื้อหาและคำศัพท์จากเสภาเร่อื ง ขนุ ไสยศาสตร์ คำศัพท์คำวา่ ถกเขมร
ช้างขุนแผน ตอนขนุ ช้างถวายฎีกา และนำความรู้ท่ีได้ไปประยุกต์ สะท้อนการนุง่ ผ้าแบบหน่ึงของคนไทย
ใชใ้ นการศึกษาความรู้เสภาเรอ่ื ง ขนุ ช้างขนุ แผน ตอนขุนชา้ ง สมยั กอ่ น เปน็ ตน้ )
ถวายฎีกาต่อไป
4. นักเรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคิด
ขัน้ ที่ 4 วัดและประเมินผล
สือ่ การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 2.1 - 2.2
5. นักเรยี นแต่ละกล่มุ ออกมานำเสนอผลงานในใบงานท่ี 2.1 -
2.2 แล้วรว่ มกันเฉลยคำตอบ
6. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
193
9. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.6
2) หนงั สือคน้ คว้าเพม่ิ เติม
(1) ประจกั ษ์ ประภาพิทยากร. (2508). นามานกุ รม ขนุ ชา้ ง-ขุนแผน. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
(2) รืน่ ฤทัย สัจจพนั ธุ์. (2544). เล่าเรื่องขนุ ชา้ งขุนแผน จากเสภาเรื่องขนุ ช้างขุนแผน. เชียงใหม่ :
ธารปญั ญา.
(3) ราชบัณฑติ ยสถาน. (2546). พจนานุกรมฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542. กรงุ เทพฯ : นานมีบคุ๊ ส์
พับลเิ คช่ันส.์
3) บัตรคำ
4) แผนภมู ติ วั อย่างบทประพนั ธ์จากเสภาเรอ่ื ง ขุนช้างขนุ แผน ตอนขนุ ชา้ งถวายฎีกา
5) ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง รู้ความตามทอ้ งเรื่อง ตอนขนุ ชา้ งถวายฎีกา
6) ใบงานท่ี 2.2 เรอื่ ง ค้นคำไขความ ตอนขนุ ชา้ งถวายฎกี า
10. แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมุด
2) แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://203.172.244.194/ictwork51/pranee/p2.html
- http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/thai04/o4/suriyothai/index.htm
11. การวดั และประเมินผล
11.1 การประเมินตามจุดประสงค์/ตัวชี้วัด
ตรวจใบงานที่ 2.1 ใบงานที่ 2.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 2.2 ใบงานท่ี 2.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สังเกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ ม่นั ในการทำงาน แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
และรักความเปน็ ไทย เกณฑ์
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
194
11.2 การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะศตวรรษที่ 21
สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21
วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ ดี
ผ่านเกณฑ์
สังเกตความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
12. ขอ้ เสนอแนะ(ผู้ใช้แผนเขยี นเสนอแนะ)
.......................................................................................................... ......................................................................
13. บันทึกหลงั สอน
13.1 ผลการจดั การเรียนรู้
นักเรยี นจำนวน.........................................คน
ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้โดยรวม......................คน คดิ เป็นร้อยละ..............................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม..................คน คดิ เปน็ ร้อยละ..............................
ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรียนที่มีความสามารถพิเศษ/นกั เรียนเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรยี นทีไ่ มผ่ ่านการประเมนิ จดุ ประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................
นักเรียนทไี่ ม่ผา่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นทักษะ (P) จำนวน.............................คน ไดแ้ ก่
........................................................................................................................................................................
นักเรียนท่ไี มผ่ ่านการประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านเจตคติ (A) จำนวน............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
195
13.2 ปญั หา/อปุ สรรค
................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ (จากปญั หาอุปสรรค)
................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..................................ครูผ้สู อน
(นางนติ ยา ทองดีย่ิง)
ตำแหนง่ ครโู รงเรยี นวเิ ชียรมาตุ
ความเหน็ ของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ....................................หวั หนา้ กลุ่มสาระฯ
(นางภรพศิ วิภูษติ วรกลุ )
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
196
ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรือผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ..............................................................................แลว้ มีความคดิ เหน็ ดังนี้
1.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกจิ รรมได้นำกระบวนการเรียนรู้
เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคญั มาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยังไม่เน้นผูเ้ รียนเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรูท้ ี่
นำไปใช้ไดจ้ รงิ
ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
....................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................... ...........................
ลงชือ่ ..................................รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุม่ บริหารวิชาการ
(นางอมั พร สงวนศักด์ิ)
…………./……………./…………
ความคิดเหน็
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ........................................ผอู้ ำนวยการโรงเรียน
(นางยภุ า พรเศรษฐ์)
…………./……………./…………
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
197
เอกสารประกอบการสอน
แผนภมู ติ วั อยา่ งบทประพนั ธ์
เสภาเร่อื ง ขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา
จะกล่าวถงึ เจา้ จอมหม่อมขนุ ช้าง นอนครางหลบั กรนอยูป่ ่นเป้ือน
อัศจรรยฝ์ ันแปรแชเชอื น วา่ ขีเ้ รอื นข้ึนตัวท่วั ท้ังนน้ั
หาหมอมารักษายาเขา้ ปรอท มันกนิ ปอดตบั ไตออกไหลลั่น
ทง้ั ไส้นอ้ ยไส้ใหญ่แลไสต้ นั ฟนั ฟางก็หักจากปากตวั
ตกใจตื่นผวาคว้าวนั ทอง รอ้ งวา่ แม่คณุ แมช่ ว่ ยผวั
ลุกขนึ้ งกงันตัวสัน่ รวั ให้นกึ กลัวปรอทจะตอดตาย
ลมื ตาเหลียวหาเจ้าวนั ทอง ไมเ่ ห็นน้องห้องสวา่ งตะวนั สาย
ผ้าผอ่ นลอ่ นแกน่ ไม่ติดกาย เห็นม่านขาดเร่ียรายประหลาดใจ
ตะโกนเรยี กในห้องวนั ทองเอ๋ย หาขานรับเช่นเคยสกั คำไม่
ทงั้ ข้าวของมากมายก็หายไป ปากประตเู ปิดไว้ไม่ใสก่ ลอน
พลางเรียกหาข้าไทอยวู่ า้ วุ่น ออี ุ่นออี ิ่มอีฉมิ อีสอน
อีมีอมี าอสี าคร นิ่งนอนไยหวามาหากู
บา่ วผหู้ ญิงวงิ่ ไปอยู่งกงนั เห็นนายนั้นแกผ้ า้ กางขาอยู่
ตา่ งคนทรดุ น่ังบังประตู ตกตะลงึ แลดไู ม่เข้ามา
ขุนชา้ งเห็นขา้ ไม่มาใกล้ ขัดใจลุกขน้ึ ทง้ั แก้ผ้า
แหงนเถ่อเป้อปังยืนจังกา ยา่ งเทา้ กา้ วมาไม่รู้ตัว
ยายจนั งันงกยกมือไหว้ นัน่ พ่อจะไปไหนพ่อทูนหัว
ไม่นุ่งผ่อนนุ่งผ้าดูนา่ กลวั ขุนชา้ งมองดูตวั กต็ กใจ
สองมือปิดขาเหมอื นท่าเปรต ใครมาเทศนเ์ อาผา้ กูไปไหน
ให้นกึ อดสูหมู่ข้าไท ยายจนั ไปเอาผา้ ให้ขา้ ที
ยายจันตกใจเตม็ ประดา เขา้ ฉวยผ้าเอามาคลี่
หยิบยน่ื ส่งไปให้ทนั ที เมินหนีอดสไู ม่ดนู าย
ขุนช้างตัวส่ันเทาบอกบา่ วไพร่ เจา้ วันทองไปไหนอยา่ งไรหาย
เอ็งไปดูให้ร้ซู ึง่ แยบคาย พบแลว้ อยา่ วนุ่ วายให้เชิญมา
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
บตั รคำ 198
ขุนแผน ขุนชา้ ง
นางวนั ทอง นางทองประศรี
นางศรีประจัน นางลาวทอง
นางแก้วกริ ิยา
พลายงาม นางบัวคล่ี
นางสร้อยฟา้ สมเด็จพระพันวษา
นางศรีมาลา
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
199
ใบงานท่ี 2.1 เร่ือง รู้ความตามทอ้ งเรื่อง ตอนขุนชา้ งถวายฎีกา
ตอนท่ี 1
คำชี้แจง ให้นักเรยี นเขียนสรปุ เร่ือง ขุนชา้ งขุนแผน ตอนขนุ ช้างถวายฎกี า
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
200
ตอนที่ 2
คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นบอกวา่ คำที่ขีดเส้นใตต้ ่อไปนหี้ มายถึงใคร
1. วันน้นั แพ้กูเมื่อดำน้ำ ก็กรวิ้ ซ้ำจะฆ่าให้เป็นผี
แสนแคน้ ดว้ ยมารดายังปรานี ใหไ้ ปขอชีวขี นุ ช้างไว้
“กู” หมายถึง
“มารดา” หมายถงึ
2. เม่ือพ่อเจา้ เข้าคุกแม่ทอ้ งแก่ เขาฉดุ แมใ่ ช่จะแกลง้ แหนงหนี
ถงึ พ่อเจ้าเลา่ ไมร่ วู้ ่ารา้ ยดี เป็นหลายปีแม่มาอยู่กับขุนช้าง
“พ่อ” หมายถึง
“เขา” หมายถงึ
“แม”่ หมายถงึ
“เจา้ ” หมายถึง
3. ทกุ วันน้ีลูกชายสบายยศ พรอ้ มหมดเมียม่ิงก็มสี อง
มบี ่าวไพร่ใช้สอยท้ังเงนิ ทอง พน่ี อ้ งขา้ งพอ่ กบ็ ริบรู ณ์
“ลูกชาย” หมายถึง
“สอง” หมายถงึ
“พ่อ” หมายถึง
4. ไมค่ ิดวา่ จะเป็นเหน็ ว่าแก่ ยังสาระแนหลบลห้ี นีไปไหน
เอาเถิดเป็นไรก็เปน็ ไป ไมเ่ อากลับมาไดม้ ิใช่กู
“กู” หมายถึง
5. จะกลา่ วถงึ ขุนแผนแสนสนทิ เรืองฤทธ์ลิ ือจบพภิ พไหว
อย่บู า้ นสขุ เกษมเปรมใจ สมสนิทพสิ มยั ด้วยสองนาง
“สองนาง” หมายถึง
6. เพราะกแู พ้ความจมื่นไวย มันจึงเหิมใจทำจองหอง
พ่อลูกแม่ลูกถกู ทำนอง ถงึ สองคร้งั แลว้ เปน็ แตเ่ ชน่ น้ี
“กู” หมายถงึ
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101