7. แสนถ่อยใครจะถอ่ ยเหมือนมันบา้ ง 201
เวยี นแต่เป็นถ้อยความไม่ข้ามคนื ทุกอย่างทีจ่ ะชัว่ อา้ ยหัวล่นื
“มัน” หมายถงึ นำ้ ยนื หยงั่ ไม่ถงึ ยงั ดึงมา
8. อาลยั เจ้าเท่ากบั ดวงชวี ติ พ่ี คิดจะหนีไปตามเอาเจ้ากลบั
เกรงจะพากันผิดเขา้ ตดิ ทบั แตข่ ยบั อยูจ่ นได้ไปเชยี งอินทร์
“เจ้า” หมายถึง
“พ”่ี หมายถึง ไปฟนั ฟาดเสยี ให้มันเป็นผี
อย่าให้มโี ลหิตติดดนิ กู
9. เร่งเรว็ เหวยพระยายมราช
อกเอาขวานผ่าอยา่ ปรานี ชอบแต่เฆีย่ นสองหวายตลอดสนั
“มัน” หมายถงึ เออเมื่อมนั ฉุดคร่าพามึงไป
“กู” หมายถงึ ครง้ั นีท้ ำไมมึงจึงมาได้
ฤๅว่าใครไปรบั เอามึงมา
10. เลี้ยงมึงไม่ได้อ้ายใจร้าย
แลว้ กลบั ความถามขา้ งวนั ทองพลนั
กช็ า้ นานไดป้ ระมาณสิบแปดปี
นมี่ งึ หนีมนั มาฤๅว่าไร
“มนั ” หมายถึง
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
202 เฉลย
ใบงานท่ี 2.1 เร่อื ง รู้ความตามทอ้ งเรอ่ื ง ตอนขุนช้างถวายฎีกา
ตอนท่ี 1
คำชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นเขยี นสรุปเร่ือง ขุนชา้ งขุนแผน ตอนขนุ ชา้ งถวายฎีกา
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
203
ตอนท่ี 2
คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนบอกว่า คำท่ีขีดเส้นใต้ตอ่ ไปนหี้ มายถงึ ใคร
1. วันน้ันแพ้กูเมื่อดำน้ำ ก็กรวิ้ ซำ้ จะฆา่ ใหเ้ ปน็ ผี
แสนแคน้ ด้วยมารดายังปรานี ใหไ้ ปขอชวี ขี นุ ช้างไว้
“กู” หมายถึง จมน่ื ไวยวรนาถ (พลายงาม)
“มารดา” หมายถึง วันทอง
2. เม่อื พ่อเจา้ เข้าคุกแม่ทอ้ งแก่ เขาฉุดแมใ่ ช่จะแกล้งแหนงหนี
ถึงพ่อเจ้าเล่าไม่รวู้ า่ รา้ ยดี เป็นหลายปแี มม่ าอยู่กบั ขนุ ชา้ ง
“พ่อ” หมายถึง ขนุ แผน
“เขา” หมายถงึ ขนุ ช้าง
“แม”่ หมายถึง วนั ทอง
“เจา้ ” หมายถึง จมืน่ ไวยวรนาถ
3. ทกุ วันนี้ลกู ชายสบายยศ พรอ้ มหมดเมยี มิ่งก็มีสอง
มีบา่ วไพร่ใช้สอยท้ังเงนิ ทอง พี่น้องขา้ งพ่อกบ็ รบิ รู ณ์
“ลกู ชาย” หมายถึง จมนื่ ไวยวรนาถ
“สอง” หมายถึง สรอ้ ยฟ้า และศรมี าลา
“พ่อ” หมายถึง ขนุ แผน
4. ไมค่ ดิ ว่าจะเปน็ เหน็ ว่าแก่ ยังสาระแนหลบลห้ี นไี ปไหน
เอาเถดิ เป็นไรก็เปน็ ไป ไม่เอากลับมาได้มิใช่กู
“กู” หมายถงึ ขุนชา้ ง
5. จะกล่าวถึงขุนแผนแสนสนทิ เรอื งฤทธล์ิ อื จบพิภพไหว
อยู่บา้ นสุขเกษมเปรมใจ สมสนิทพสิ มยั ดว้ ยสองนาง
“สองนาง” หมายถึง ลาวทอง และแก้วกริ ยิ า
6. เพราะกแู พ้ความจมน่ื ไวย มันจึงเหิมใจทำจองหอง
พอ่ ลูกแม่ลูกถกู ทำนอง ถึงสองครัง้ แล้วเปน็ แตเ่ ช่นน้ี
“กู” หมายถงึ ขุนช้าง
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
204
7. แสนถ่อยใครจะถอ่ ยเหมอื นมันบา้ ง ทุกอย่างทีจ่ ะชั่วอา้ ยหัวลืน่
เวยี นแตเ่ ปน็ ถอ้ ยความไมข่ ้ามคนื นำ้ ยืนหยั่งไม่ถึงยังดึงมา
“มนั ” หมายถงึ ขนุ ช้าง
คดิ จะหนีไปตามเอาเจา้ กลับ
8. อาลยั เจ้าเทา่ กบั ดวงชวี ติ พ่ี แตข่ ยบั อยจู่ นได้ไปเชียงอนิ ทร์
เกรงจะพากนั ผิดเข้าตดิ ทบั
“เจ้า” หมายถึง วนั ทอง ไปฟนั ฟาดเสยี ให้มันเป็นผี
“พ”ี่ หมายถงึ ขนุ แผน อยา่ ให้มโี ลหติ ติดดินกู
9. เร่งเรว็ เหวยพระยายมราช ชอบแต่เฆีย่ นสองหวายตลอดสัน
อกเอาขวานผ่าอย่าปรานี เออเมอ่ื มนั ฉดุ คร่าพามึงไป
“มัน” หมายถึง วันทอง คร้งั นที้ ำไมมึงจึงมาได้
“กู” หมายถึง พระพนั วษา ฤๅวา่ ใครไปรับเอามงึ มา
10. เลย้ี งมงึ ไม่ได้อา้ ยใจร้าย
แลว้ กลับความถามขา้ งวนั ทองพลนั
ก็ช้านานไดป้ ระมาณสิบแปดปี
น่ีมงึ หนีมันมาฤๅว่าไร
“มัน” หมายถึง ขุนชา้ ง
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
205
ใบงานที่ 2.2 เรือ่ ง คน้ คำไขความ ตอนขุนช้างถวายฎกี า
คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนบอกความหมายของคำศพั ท์ท่ีขีดเสน้ ใตใ้ นแตล่ ะข้อต่อไปนี้
1. เงยี บสตั ว์จัตบุ ททวบิ าท ดาวดาษเดอื นสว่างกระจ่างไข
นำ้ ค้างตกกระเซ็นเยน็ เยือกใจ สงัดเสยี งคนใครไม่พดู จา
2. อะไรพอสวา่ งวางเข้ามา เด็กหวาจับถองให้จงได้
ลกุ ขนึ้ ถกเขมรรอ้ งเกนไป ทุดอ้ายไพร่ขีค้ รอกหลอกผู้ดี
3. ได้ยินเสยี งฆ้องยำ่ ประจำวัง ลอยลมลอ่ งดังถึงเคหา
คะเนนบั ยำ่ ยามไดส้ ามครา ดูเวลาปลอดหว่ งทกั ทิน
4. เข้าตรงบโทนอ้นต้นกญั ญา เพือ่ นโขกลงด้วยกะลาวา่ ผเี สื้อ
มหาดเล็กอยู่งานพัดพลดั ตกเรือ รอ้ งวา่ เสอื ตวั ใหญ่ว่ายน้ำมา
5. มา่ นม่ลู ี่มีฉากประจำกั้น อัฒจันทร์เครื่องแก้วก็หนักหนา
ชมพลางยา่ งเย้ืองชำเลืองมา เปดิ มงุ้ เหน็ หนา้ แม่วันทอง
6. พเิ คราะหด์ ทู ้งั ยามอัฐกาล ก็บนั ดาลฤกษแ์ รงเปน็ หนักหนา
มิรู้ทจ่ี ะแถลงแจง้ กิจจา กอดเมียเมนิ หน้านำ้ ตากระเด็น
7. อีวนั ทองกใู ห้อา้ ยแผนไป อา้ ยช้างบังอาจใจทำจู่ลู่
ฉดุ มันขึน้ ช้างอา้ งถึงกู ตะคอกข่อู วี นั ทองใหต้ กใจ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
8. แล้วทำผงอิทธิเจเข้าเจิมพักตร์ 206
เสกกระแจะจวงจันทน์นำ้ มนั ทา
คนเห็นคนทักรักทุกหน้า
เสรจ็ แลว้ กพ็ าวนั ทองไป
9. จะปรกึ ษาตราสนิ ใหไ้ ม่ได้ จงึ ทำตามนำ้ ใจเอาง่ายง่าย
ถา้ ฉวยเกิดฆ่าฟันกันล้มตายอนั ตรายไพรเ่ มืองก็เคืองกู
10. คิดคะนึงตะลึงตะลานอก ดงั ตวั ตกพระสเุ มรุภูผา
ให้อธุ จั อดั อนั้ ตันอรุ า เกรงผดิ ภายหน้ากส็ ุดคิด
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
207 เฉลย
ใบงานที่ 2.2 เรื่อง ค้นคำไขความ ตอนขนุ ช้างถวายฎีกา
คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นบอกความหมายของคำศัพท์ท่ขี ีดเสน้ ใต้ในแตล่ ะขอ้ ต่อไปน้ี
1. เงียบสตั ว์จัตุบททวบิ าท ดาวดาษเดือนสว่างกระจา่ งไข
น้ำคา้ งตกกระเซ็นเยน็ เยือกใจ สงดั เสียงคนใครไม่พดู จา
จตั ุบททวิบาท หมายถึง สัตว์สี่เทา้ สองเทา้
2. อะไรพอสวา่ งวางเขา้ มา เด็กหวาจับถองใหจ้ งได้
ลกุ ข้นึ ถกเขมรร้องเกนไป ทดุ อา้ ยไพร่ขีค้ รอกหลอกผู้ดี
ถกเขมร หมายถงึ การนุ่งผา้ หยกั รั้งขน้ึ ไปให้พ้นหวั เข่า บางครงั้ เรียกว่า “ขัดเขมร”
รอ้ งเกน หมายถงึ ร้องตะโกนดงั ๆ
3. ได้ยินเสยี งฆ้องย่ำประจำวงั ลอยลมล่องดังถึงเคหา
คะเนนับยำ่ ยามไดส้ ามครา ดเู วลาปลอดห่วงทกั ทิน
ทักทิน หมายถงึ วนั ชว่ั รา้ ย
4. เข้าตรงบโทนอน้ ตน้ กญั ญา เพือ่ นโขกลงดว้ ยกะลาว่าผเี สื้อ
มหาดเล็กอยู่งานพัดพลดั ตกเรือ รอ้ งว่าเสอื ตวั ใหญ่วา่ ยน้ำมา
บโทน หมายถงึ นายเรอื ผคู้ อยใหจ้ ังหวะสัญญาณให้พายช้าพายเร็ว
ผีเสอ้ื หมายถงึ ผเี สอ้ื สมทุ ร
5. ม่านมู่ลม่ี ีฉากประจำกน้ั อฒั จนั ทร์เครื่องแก้วก็หนักหนา
ชมพลางย่างเยื้องชำเลืองมา เปดิ มุ้งเห็นหน้าแม่วันทอง
อฒั จันทร์ หมายถึง ชัน้ ทีต่ งั้ เคร่ืองแก้วซง่ึ เปน็ ของประดบั บ้าน
6. พเิ คราะห์ดูทงั้ ยามอัฐกาล กบ็ ันดาลฤกษแ์ รงเป็นหนักหนา
มริ ู้ทจี่ ะแถลงแจง้ กิจจา กอดเมียเมนิ หน้าน้ำตากระเด็น
อฐั กาล หมายถงึ ยามแปด คอื เวลาตง้ั แต่ 04.30 – 06.00 น.
7. อีวนั ทองกูให้อา้ ยแผนไป อ้ายชา้ งบงั อาจใจทำจู่ลู่
ฉดุ มันขึน้ ช้างอ้างถงึ กู ตะคอกขู่อวี ันทองใหต้ กใจ
จลู่ ู่ หมายถงึ ถลนั เขา้ ไป รเ่ี ข้าไปตามทาง โดยปรยิ าย หมายถงึ ดถู ูก
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
208
8. แล้วทำผงอิทธิเจเข้าเจมิ พกั ตร์ คนเหน็ คนทักรักทุกหน้า
เสกกระแจะจวงจนั ทน์นำ้ มนั ทา เสรจ็ แลว้ กพ็ าวันทองไป
ผงอิทธิเจ หมายถึง ผงดินสอ ทำไดโ้ ดยการใช้ดนิ สอพองเขยี นลงบนกระดานดำ เม่ือจะเขยี นคำใดคำหนึ่ง
ก็ต้อง ว่า การประสมตวั นัน้ ๆ พร้อมกนั ไปใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณข์ องบาลี พอเขียนเสรจ็ แล้วกล็ บแล้วเก็บผงดินสอนั้นไว้
เขยี นตัวอืน่ ต่อไป และลบเกบ็ ผงดนิ สอไวอ้ ีก ผงที่ไดน้ ี้ เรยี กวา่ ผงอิทธิเจ เป็นผงลงอาคมทนี่ ำมาผัดหน้าสำหรบั เป็นเสนห่ ์ทำให้
คนรกั และเมตตา
กระแจะ หมายถึง ผลเครอ่ื งหอมตา่ ง ๆ ที่ผสมกันสำหรับทาหรือเจมิ โดยปกติมเี ครอื่ งประสม คือ ไมจ้ ันทน์
ชะมดเชียง เปน็ ตน้
จวงจันทน์ หมายถึง เคร่ืองหอมทเ่ี จือด้วยไม้จวงและไมจ้ ันทน์
9. จะปรกึ ษาตราสินให้ไม่ได้ จงึ ทำตามน้ำใจเอางา่ ยงา่ ย
ถ้าฉวยเกดิ ฆ่าฟันกนั ล้มตายอันตรายไพร่เมืองกเ็ คืองกู
ตราสนิ หมายถึง แจ้งความไวเ้ พื่อเป็นหลักฐาน
10. คดิ คะนึงตะลงึ ตะลานอก ดงั ตวั ตกพระสเุ มรภุ ูผา
ให้อธุ ัจอดั อั้นตนั อรุ า เกรงผิดภายหนา้ ก็สุดคดิ
อุธจั หมายถงึ ความฟ้งุ ซ่าน ความประหม่า ขวยเขิน
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
209
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 วรรณศิลป์และรสแห่งวรรณคดี
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวชิ า ท 33101 ภาษาไทย
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6
หน่วยการเรียนที่ 3 เรอื่ ง ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎกี า
เวลา 1-2 ช่ัวโมง
1. ตวั ช้ีวดั /จุดประสงค์การเรยี นรู้
ท 5.1 ม.4-6/1 วิเคราะหแ์ ละวิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณเ์ บอื้ งต้น
ม.4-6/3 วิเคราะหแ์ ละประเมินคณุ ค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะท่ีเปน็ มรดก
ทางวัฒนธรรมของชาติ
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธิบายลักษณะทางวรรณศิลปแ์ ละรสวรรณคดดี า้ นตา่ ง ๆ ได้
2) อธิบายคณุ คา่ ด้านวรรณศิลปแ์ ละรสวรรณคดีจากเสภาเรือ่ ง ขุนชา้ งขุนแผน ตอน ขนุ ช้างถวายฎกี าได้
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การศึกษาเสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอนขนุ ช้างถวายฎีกา ตอ้ งอธบิ ายลกั ษณะและคุณค่าด้านวรรณศิลปแ์ ละรส
วรรณคดีตามหลกั การวจิ ารณ์เบอ้ื งต้น
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการส่อื สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการตีความ
3) ทกั ษะการสงั เคราะห์
4) ทกั ษะการประเมนิ
5) ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้
4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. สาระการเรียนรู้
1) หลักการวเิ คราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมเบื้องต้น
- การวิเคราะห์และการวจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรม
2) การวเิ คราะห์และประเมินคุณคา่ วรรณคดีและวรรณกรรม
- ดา้ นวรรณศิลป์
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
210
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งม่นั ในการทำงาน
4. รักความเปน็ ไทย
6. จุดเนน้ สกู่ ารพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น ทักษะศตวรรษที่ 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลัก 4Cs)
การคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ และทักษะในการแก้ปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะด้านความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผนู้ ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
ทักษะด้านการสือ่ สารสนเทศ และรู้เทา่ ทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy)
ทักษะด้านชวี ิตและอาชีพ
ความยดื หยนุ่ และการปรับตัว
การรเิ ริ่มสรา้ งสรรคแ์ ละการเปน็ ตัวของตัวเอง
ทกั ษะสงั คม และสงั คมขา้ มวฒั นธรรม
การเป็นผูส้ ร้างหรือผผู้ ลติ และความรบั ผิดชอบเช่ือถือได้
ภาวะผู้นำและความรบั ผดิ ชอบ
คุณลักษณะสำหรับศตวรรษที่ 21
คุณลักษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตวั ความเป็นผูน้ ำ
คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คุณลักษณะดา้ นศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่นื ความซ่ือสตั ย์ สำนึกพลเมือง
7. ช้นิ งานภาระงาน
-ใบงานเรื่อง ศลิ ป์และรสแห่งภาษา ตอนขุนชา้ งถวายฎกี า
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
211 คำถามกระต้นุ ความคดิ
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ • การพจิ ารณาคุณคา่ ทางวรรณศลิ ป์
วธิ ีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการกลุม่ มีความสำคญั ในการศึกษาวรรณคดี
ชว่ั โมงที่ 1 อย่างไร
ขัน้ ที่ 1 มผี ู้นำและมีการแบง่ หนา้ ทคี่ วามรับผิดชอบ (การศึกษาคุณค่าทางวรรณศิลป์ชว่ ยให้
ส่ือการเรยี นรู้ : แผนภมู ติ วั อย่างบทประพันธ์ เหน็ และตระหนักในคุณคา่ ของ
วรรณคดเี ร่อื งน้นั ๆ มากยง่ิ ข้ึน และทำ
7. ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ (กลุ่มเดมิ จากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ให้เห็นความสามารถดา้ นการประพนั ธ์
1) เลือกผ้นู ำกลุม่ และเลขานุการกล่มุ ครูเน้นย้ำให้สมาชิกทุก ของกวีทสี่ ามารถนำเสียง คำ และ
คนในกลมุ่ รว่ มมือกันในการทำกิจกรรม ความหมายในภาษาไทย มาใชส้ อื่
ความคดิ และอารมณ์ความรสู้ ึกได้อย่าง
8. ครตู ดิ แผนภูมิตัวอย่างบทประพนั ธ์เสภาเรอ่ื ง ขนุ ช้างขนุ แผน มีศลิ ปะ)
ตอนขนุ ชา้ งถวายฎีกา ใหน้ กั เรียนดู แลว้ ใหน้ กั เรียนช่วยกัน
วิเคราะหว์ ่า บทประพันธด์ ังกล่าวใช้ภาษาอย่างไร มีความ
ไพเราะหรอื ไม่ และปรากฏรสวรรณคดีอะไรบ้าง
9. ครสู ่มุ เรียกนักเรยี นตอบเปน็ รายกลุ่ม ครแู ละเพ่ือนนักเรยี น
ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง และให้ข้อเสนอแนะ จากนั้นให้
นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
ขั้นท่ี 2 วางแผน คำถามกระตนุ้ ความคิด
สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ : 1. หนงั สอื เรยี น วรรณคดีฯ ม.6 การพิจารณาคุณคา่ ด้านวรรณศิลป์
2. หนงั สือค้นควา้ เพมิ่ เติม น้นั พิจารณาจากอะไรบา้ ง
3. ใบงานที่ 3.1 (พิจารณาการใชภ้ าษา เชน่ การใช้
4. แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ ถ้อยคำ โวหาร และภาพพจน์ตา่ งๆ ว่า
9. ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันวางแผนและกำหนดขอบเขต มีความไพเราะงดงามหรอื ไม่ ท้งั เสียง
ในการศึกษาความรู้ในดา้ นวรรณศิลป์จากเสภาเร่อื ง ขนุ ช้าง และการส่ือความหมาย)
ขุนแผน ตอนขนุ ชา้ งถวายฎกี า
10.นักเรียนแตล่ ะกลุ่มศึกษาความรตู้ ามแผนท่ีไดว้ างไว้ จากหนงั สือ
เรียน หนงั สือค้นคว้าเพม่ิ เติม และแหล่งข้อมลู สารสนเทศ
11.ครูส่มุ นักเรยี นอธบิ ายคุณคา่ วรรณศลิ ป์และรสวรรณคดีของ
เสภาเร่ือง ขนุ ชา้ งขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา ตามที่กำหนด
เปน็ รายกลมุ่ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
และให้ข้อเสนอแนะ
12.นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ช่วยกนั ทำใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง ศลิ ปแ์ ละรส
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
212
แหง่ ภาษา ตอนขนุ ชา้ งถวายฎกี า เสร็จแล้วครแู ละนักเรยี น
ช่วยกนั เฉลยคำตอบในใบงาน
13.นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
ขน้ั ท่ี 3 ปฏบิ ตั ติ ามแผน
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : –– คำถามกระตุ้นความคดิ
เสภาเร่อื งขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอนขุน
5. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันสรุปความรเู้ รื่อง วรรณศลิ ป์และรส
ช้างถวายฎกี า มีรสวรรณคดีไทย
วรรณคดีของเสภาเรื่อง ขุนชา้ งขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา ประเภทใดโดดเดน่ ทีส่ ดุ
(รสพิโรธวาทงั ดงั จะเห็นไดจ้ ากบท
6. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ แสดงอารมณ์โกรธของขนุ ช้าง จมืน่
ไวย และพระพนั วษา ซึง่ ปรากฏหลาย
ช่วั โมงท่ี 2 ช่วงในตอนดังกลา่ วนี)้
ขน้ั ที่ 4 ประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงาน
สอ่ื การเรียนรู้ : ใบงานที่ 3.1 คำถามกระตุ้นความคิด
1. จากการศึกษาคณุ ค่าด้านวรรณศิลป์
ครปู ระเมนิ ผลนักเรียนจากการทำใบงานท่ี 3.1
ขั้นท่ี 5 ปรบั ปรงุ และพัฒนา และรสวรรณคดีในเสภาขุนชา้ ง
สอื่ การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 3.1 ขุนแผน ตอนขุนชา้ งถวายฎกี า
นักเรียนประทบั ใจบทประพันธ์บทใด
1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ปรับปรุงและพัฒนาผลงานใน มากทีส่ ดุ เพราะเหตใุ ด
ใบงานท่ี 3.1 ให้ถกู ต้องสมบรู ณ์ (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น
โดยให้อยู่ในดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
2. นักเรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคิด ข้อ 1-2 2. การเข้าใจคุณคา่ ทางวรรณศลิ ปแ์ ละ
รสวรรณคดีในเสภาเรอ่ื ง ขุนชา้ ง
ขนุ แผน ทำให้นักเรยี นเกดิ ความรสู้ กึ
ประทับใจวรรณคดีอย่างไรบ้าง
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น
โดยให้อยูใ่ นดลุ ยพินิจของครูผู้สอน)
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
213
9. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรียน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.6
2) หนงั สือค้นควา้ เพมิ่ เติม
- ธเนศ เวศร์ภาดา. (2549). หอมโลกวรรณศลิ ป์: การสร้างรสสุนทรยี แ์ หง่ วรรณคดไี ทย. กรงุ เทพฯ :
ปาเจรา.
3) แผนภมู ติ ัวอยา่ งบทประพนั ธจ์ ากเสภาเรอ่ื ง ขุนช้างขนุ แผน ตอนขนุ ชา้ งถวายฎีกา
4) ใบงานที่ 3.1 เร่อื ง ศลิ ป์และรสแหง่ ภาษา ตอนขนุ ช้างถวายฎีกา
10. แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
- http://203.172.244.194/ictwork51/pranee/p2.html
- http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/thai04/o4/suriyothai/index.htm
11. การวัดและประเมนิ ผล
11.1 การประเมนิ ตามจุดประสงค/์ ตัวช้ีวัด
ตรวจใบงานท่ี 3.1 ใบงานท่ี 3.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
สังเกตความมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ มนั่ ในการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
และรักความเป็นไทย เกณฑ์
11.2 การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21
สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทักษะศตวรรษที่ 21
วิธีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ ดี
ผ่านเกณฑ์
สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ ม่ันในการทำงาน แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
214
12. ขอ้ เสนอแนะ(ผู้ใชแ้ ผนเขียนเสนอแนะ)
.......................................................................................................... ......................................................................
13. บนั ทกึ หลังสอน
13.1 ผลการจัดการเรียนรู้
นักเรยี นจำนวน.........................................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรโู้ ดยรวม......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..............................
ไม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรโู้ ดยรวม..................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..............................
ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรยี นท่มี ีความสามารถพิเศษ/นักเรยี นเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรยี นที่ไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงค์ดา้ นความรู้ (K) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
............................................................................................................................................................ ............
นกั เรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมินจุดประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่
............................................................................................................................................... .........................
นักเรยี นท่ไี มผ่ า่ นการประเมินจดุ ประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
.................................................................................................................................. ......................................
13.2 ปัญหา/อุปสรรค
................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
................................................................................................... ..................................................................... ........
ลงช่ือ..................................ครผู สู้ อน
(นางนติ ยา ทองดียิ่ง)
ตำแหน่งครโู รงเรียนวเิ ชยี รมาตุ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
215
ความเหน็ ของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................. .....................................
ลงชือ่ ....................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ
(นางภรพศิ วิภูษติ วรกลุ )
ความเห็นของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผู้ท่ีได้รับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ..............................................................................แล้วมคี วามคดิ เห็นดงั นี้
1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจรรมได้นำกระบวนการเรียนรู้
เน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยงั ไม่เนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
นำไปใช้ไดจ้ รงิ
ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้
. ข้อเสนอแนะอ่ืน ๆ
.............................................................................................................................................................. ......................
......................................................................................................................... ...........................................................
ลงชอื่ ..................................รองผู้อำนวยการโรงเรยี นกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศักดิ์)
…………./……………./…………
ความคดิ เห็น
....................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................... ..........................................................
ลงชอ่ื ........................................ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น
(นางยภุ า พรเศรษฐ์)
…………./……………./…………
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
216
เอกสารประกอบการสอน
แผนภูมติ วั อยา่ งบทประพนั ธ์
เสภาเร่อื ง ขุนช้างขนุ แผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา
จะกล่าวถงึ เจา้ จอมหม่อมขนุ ช้าง นอนครางหลบั กรนอยูป่ ่นเป้ือน
อัศจรรยฝ์ นั แปรแชเชือน วา่ ขีเ้ รอื นข้ึนตัวท่วั ท้ังนน้ั
หาหมอมารักษายาเขา้ ปรอท มันกนิ ปอดตบั ไตออกไหลลั่น
ทง้ั ไส้น้อยไส้ใหญ่แลไสต้ นั ฟนั ฟางก็หักจากปากตวั
ตกใจต่ืนผวาควา้ วนั ทอง รอ้ งวา่ แม่คณุ แมช่ ว่ ยผวั
ลุกขนึ้ งกงันตวั สนั่ รวั ให้นกึ กลัวปรอทจะตอดตาย
ลมื ตาเหลียวหาเจา้ วนั ทอง ไมเ่ ห็นน้องห้องสวา่ งตะวนั สาย
ผ้าผอ่ นล่อนแกน่ ไม่ติดกาย เห็นม่านขาดเร่ียรายประหลาดใจ
ตะโกนเรียกในห้องวันทองเอ๋ย หาขานรับเช่นเคยสกั คำไม่
ท้ังข้าวของมากมายก็หายไป ปากประตเู ปิดไว้ไม่ใสก่ ลอน
พลางเรียกหาข้าไทอยู่ว้าวุ่น ออี ุ่นออี ิ่มอีฉิมอสี อน
อีมีอีมาอสี าคร นิ่งนอนไยหวามาหากู
บา่ วผหู้ ญงิ วิ่งไปอยูง่ กงัน เห็นนายนั้นแกผ้ า้ กางขาอยู่
ตา่ งคนทรดุ น่งั บังประตู ตกตะลงึ แลดไู ม่เข้ามา
ขุนชา้ งเหน็ ขา้ ไมม่ าใกล้ ขดั ใจลุกขน้ึ ทง้ั แก้ผ้า
แหงนเถ่อเป้อปงั ยนื จังกา ยา่ งเทา้ กา้ วมาไมร่ ู้ตัว
ยายจนั งันงกยกมือไหว้ นัน่ พ่อจะไปไหนพ่อทูนหัว
ไม่นุ่งผอ่ นนุ่งผ้าดนู า่ กลวั ขนุ ช้างมองดูตวั กต็ กใจ
สองมือปดิ ขาเหมือนทา่ เปรต ใครมาเทศนเ์ อาผา้ กูไปไหน
ให้นกึ อดสูหมู่ขา้ ไท ยายจนั ไปเอาผา้ ให้ขา้ ที
ยายจันตกใจเต็มประดา เขา้ ฉวยผ้าเอามาคลี่
หยิบยน่ื สง่ ไปใหท้ ันที เมินหนีอดสูไม่ดนู าย
ขุนช้างตัวส่นั เทาบอกบ่าวไพร่ เจา้ วันทองไปไหนอยา่ งไรหาย
เอ็งไปดูใหร้ ซู้ ง่ึ แยบคาย พบแลว้ อยา่ วนุ่ วายให้เชิญมา
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
217
ใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง ศลิ ป์และรสแห่งภาษา ตอนขุนชา้ งถวายฎกี า
ตอนท่ี 1
คำชแี้ จง ใหน้ ักเรียนพิจารณาบทประพันธ์ในแต่ละข้อต่อไปนวี้ า่ มคี วามงามทางวรรณศลิ ป์โดดเด่นในดา้ นใด
1. ทง้ั ชายหญงิ ง่วงงมลม้ หลับ นอนทับคว่ำหงายกา่ ยกันเปรอะ
จปี่ ลาคาไฟมันไหลเลอะ โงกเงอะงยุ งมไม่สมประดี
2. มาอยู่ไยกบั อา้ ยหนิ ชาติ แสนอุบาทวใ์ จจิตริษยา
ดังทองคำทำเล่ยี มปากกะลา หนา้ ตาดำเหมือนมนิ หม้อมอม
เหมือนแมลงวนั ว่อนเคลา้ ท่เี น่าชว่ั มาเกลือกกล้ัวปทุมมาลยท์ ่ีหวานหอม
ดอกมะเดื่อฤๅจะเจือดอกพะยอม ว่านักแม่จะตรอมระกำใจ
3. อาลยั เจา้ เท่ากบั ดวงชีวติ พี่ คดิ จะหนีไปตามเอาเจา้ กลบั
เกรงจะพากันผิดเข้าติดทบั แตข่ ยบั อยจู่ นได้ไปเชยี งอินทร์
4. พลางเรียกหาขา้ ไทอยู่ว้าว่นุ อีอ่นุ ออี ิ่มอีฉมิ อีสอน
อมี ีอีมาอีสาคร น่งิ นอนไยหวามาหากู
5. ครานั้นพระองคผ์ ู้ทรงภพ ฟังจบแค้นค่งั ดังเพลงิ ไหม้
เหมือนดนิ ประสิวปลวิ ตดิ กับเปลวไฟ ดดู เู๋ ปน็ ได้อวี นั ทอง
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
218
6. เจา้ พลายงามตามรับเอากลบั มา ทนี ห้ี นา้ จะดำเป็นน้ำหมกึ
กำเริบใจด้วยเจ้าไวยกำลังฮึก จะพาแมต่ กลึกใหจ้ ำตาย
7. บา่ วผู้หญงิ ว่งิ ไปอยงู่ กงัน เห็นนายน้นั แก้ผ้ากางขาอยู่
ตา่ งคนทรุดนงั่ บังประตู ตกตะลงึ แลดูไม่เข้ามา
ขุนชา้ งเห็นข้าไม่มาใกล้ ขัดใจลุกขึน้ ทัง้ แก้ผา้
แหงนเถ่อเป้อปังยืนจังกา ย่างเท้ากา้ วมาไมร่ ู้ตวั
8. อวี ันทองตวั มนั เหมือนรากแก้ว ถ้าตดั โคนขาดแลว้ ก็ใบเห่ียว
ใครจะควรสู่สมอยกู่ ลมเกลยี ว ให้เดด็ เดย่ี วรกู้ นั แตว่ นั น้ี
9. พผี่ ดิ พ่ีกม็ าลแุ ก่โทษ จะคมุ โกรธคุมแค้นไปถึงไหน
ความรกั พยี่ งั รักระงมใจ อย่าตดั ไมตรตี รึงให้ตรอมตาย
10. นิจจาใจเจ้าจะให้พีเ่ จบ็ จิต ดังเอากรชิ แกระกรีดในอกผัว
เกรงผิดคิดบาปจึงหลาบกลัว พี่น้ีชว่ั เพราะหม่ินประมาทความ
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
219
ตอนที่ 2
คำช้แี จง ให้นกั เรยี นพจิ ารณาบทประพันธท์ ่ีกำหนดว่า ปรากฏรสวรรณคดีไทยข้อใดบา้ ง
1. ครัน้ เวลาดกึ กำดัดสงดั เงยี บ ใบไม้แห้งแกร่งเกรยี บระรุบร่อน
พระพายโชยเสาวรสขจายขจร พระจนั ทรแจม่ แจง้ กระจ่างดวง
ดเุ หว่าเรา้ เสียงสำเนยี งก้อง ระฆังฆ้องขานแขง่ ในวังหลวง
วนั ทองน้องนอนสนทิ ทรวง จติ งว่ งระงับสภู่ วงั ค์
2. รปู งามนามเพราะน้อยไปหรือ ใจไมซ่ ื่อถือศักดิ์เท่าเสน้ ผม
แตใ่ จสตั วม์ ันยงั มีท่ีนยิ ม สมาคมก็แตถ่ ึงฤดมู ัน
มึงนถี้ ่อยยง่ิ กว่าถ่อยอที ้ายเมอื ง จะเอาเรื่องไม่ไดส้ ักสงิ่ สรรพ์
ละโมบมากตัณหาตาเปน็ มัน สักรอ้ ยพันใหม้ ึงไมถ่ ึงใจ
วา่ หญิงช่วั ผวั ยงั คราวละคนเดียว หาตามตอมกนั เกรยี วเหมือนมงึ ไม่
หนกั แผ่นดนิ กูจะอยู่ไย อา้ ยไวยมึงอย่านบั ว่ามารดา
3. พ่ผี ดิ พี่กม็ าลุแก่โทษ จะคุมโกรธคุมแค้นไปถึงไหน
ความรกั พย่ี งั รกั ระงมใจ อยา่ ตัดไมตรตี รงึ ให้ตรอมตาย
วา่ พลางทางแอบเขา้ แนบอก ประคองยกของสำคญั ม่นั หมาย
เจา้ เนอื้ ทิพย์หยบิ ชืน่ อารมณ์ชาย ขอสบายสักหน่อยอย่าโกรธา
4. โอ้แมเ่ จา้ ประคุณของลูกเอย๋ ไมค่ วรเลยจะพรากจากคุณพ่อ
เวรกรรมนำไปไม่รั้งรอ มพิ อทจ่ี ะต้องพรากก็จากมา
5. ว่าพลางคลึงเคล้าเขา้ แนบข้าง จูบพลางทางปลอบประโลมขวญั
กา่ ยกอดสอดเกีย่ วพลั วนั วันทองกัน้ กดี ไว้ไม่ตามใจ
พลิกผลักชักชวนให้ชนื่ ชดิ เบอื นบิดแบ่งรักหาร่วมไม่
สยดสยองพองเสยี วแสยงใจ พระพายพัดมาลัยตลบลอย
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
220
ใบงานท่ี 3.1 เรือ่ ง ศลิ ป์และรสแหง่ ภาษา ตอนขุนช้างถวายฎีกา เฉลย
ตอนที่ 1
คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาบทประพันธใ์ นแต่ละข้อต่อไปนวี้ า่ มคี วามงามทางวรรณศิลปโ์ ดดเดน่ ในด้านใด
1. ทัง้ ชายหญิงง่วงงมล้มหลบั นอนทับควำ่ หงายกา่ ยกนั เปรอะ
จป่ี ลาคาไฟมนั ไหลเลอะ โงกเงอะงุยงมไม่สมประดี
ด้านการใชค้ ำทส่ี ่ือใหเ้ หน็ ภาพชัดเจน
2. มาอยู่ไยกบั อา้ ยหนิ ชาติ แสนอุบาทวใ์ จจิตริษยา
ดงั ทองคำทำเล่ยี มปากกะลา หน้าตาดำเหมือนมนิ หม้อมอม
เหมือนแมลงวนั วอ่ นเคลา้ ที่เน่าชั่ว มาเกลอื กกลั้วปทุมมาลย์ที่หวานหอม
ดอกมะเดื่อฤๅจะเจือดอกพะยอม วา่ นกั แม่จะตรอมระกำใจ
ด้านการใชอ้ ปุ มา
3. อาลยั เจ้าเท่ากบั ดวงชวี ติ พ่ี คิดจะหนีไปตามเอาเจา้ กลับ
เกรงจะพากนั ผิดเข้าติดทบั แตข่ ยับอยู่จนได้ไปเชยี งอนิ ทร์
ด้านการใชอ้ ติพจน์
4. พลางเรียกหาข้าไทอยวู่ า้ วุ่น ออี ุน่ ออี ่ิมอีฉมิ อีสอน
อมี ีอีมาอีสาคร นงิ่ นอนไยหวามาหากู
ดา้ นการซำ้ คำ
5. คราน้ันพระองคผ์ ทู้ รงภพ ฟังจบแค้นคงั่ ดงั เพลิงไหม้
เหมือนดินประสิวปลิวติดกบั เปลวไฟ ดดู เู๋ ปน็ ได้อวี นั ทอง
ด้านการใช้อปุ มา
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
6. เจ้าพลายงามตามรบั เอากลบั มา 221
กำเรบิ ใจด้วยเจ้าไวยกำลงั ฮึก
ดา้ นการใช้อปุ ลักษณ์ ทีน้หี น้าจะดำเป็นน้ำหมกึ
จะพาแม่ตกลึกให้จำตาย
7. บา่ วผหู้ ญิงวิง่ ไปอยู่งกงัน เหน็ นายนนั้ แกผ้ ้ากางขาอยู่
ตา่ งคนทรุดนั่งบงั ประตู ตกตะลึงแลดไู ม่เขา้ มา
ขุนช้างเห็นข้าไมม่ าใกล้ ขัดใจลกุ ขน้ึ ทง้ั แก้ผา้
แหงนเถอ่ เป้อปังยืนจังกา ย่างเทา้ กา้ วมาไม่รู้ตัว
ดา้ นการใชค้ ำทส่ี ื่อให้เหน็ ภาพชัดเจน
8. อีวนั ทองตวั มนั เหมือนรากแก้ว ถา้ ตดั โคนขาดแลว้ กใ็ บเห่ียว
ใครจะควรสสู่ มอยู่กลมเกลียว ให้เดด็ เดย่ี วรกู้ นั แตว่ นั น้ี
ด้านการใช้อปุ มา
9. พี่ผิดพ่ีก็มาลุแก่โทษ จะคุมโกรธคุมแคน้ ไปถึงไหน
ความรักพี่ยังรกั ระงมใจ อย่าตัดไมตรีตรงึ ให้ตรอมตาย
ด้านการใชค้ ำถามท่ีไมต่ อ้ งการคำตอบ
10. นจิ จาใจเจา้ จะให้พเี่ จบ็ จติ ดงั เอากรชิ แกระกรีดในอกผัว
เกรงผดิ คดิ บาปจึงหลาบกลวั พน่ี ชี้ วั่ เพราะหมิน่ ประมาทความ
ดา้ นการใชอ้ ปุ มา
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
222
ตอนท่ี 2
คำช้ีแจง ใหน้ ักเรียนพจิ ารณาบทประพันธท์ ีก่ ำหนดว่า ปรากฏรสวรรณคดีไทยข้อใดบ้าง
1. คร้ันเวลาดึกกำดัดสงดั เงยี บ ใบไมแ้ ห้งแกร่งเกรียบระรบุ ร่อน
พระพายโชยเสาวรสขจายขจร พระจันทรแจม่ แจง้ กระจ่างดวง
ดเุ หวา่ เร้าเสยี งสำเนียงก้อง ระฆงั ฆ้องขานแข่งในวงั หลวง
วนั ทองนอ้ งนอนสนทิ ทรวง จติ ง่วงระงบั สภู่ วงั ค์
เสาวรจนี
2. รปู งามนามเพราะน้อยไปหรอื ใจไม่ซื่อถือศักด์ิเท่าเสน้ ผม
แต่ใจสัตวม์ นั ยังมที ่นี ิยม สมาคมก็แต่ถงึ ฤดูมัน
มงึ นถ้ี ่อยยิ่งกวา่ ถ่อยอที ้ายเมอื ง จะเอาเรื่องไม่ได้สักส่ิงสรรพ์
ละโมบมากตัณหาตาเปน็ มัน สกั ร้อยพันให้มงึ ไมถ่ ึงใจ
วา่ หญงิ ชว่ั ผัวยังคราวละคนเดยี ว หาตามตอมกันเกรยี วเหมอื นมงึ ไม่
หนกั แผ่นดนิ กูจะอยู่ไย อ้ายไวยมงึ อยา่ นบั ว่ามารดา
พิโรธวาทงั
3. พ่ีผดิ พ่ีกม็ าลแุ ก่โทษ จะคุมโกรธคุมแคน้ ไปถึงไหน
ความรกั พยี่ ังรักระงมใจ อย่าตดั ไมตรีตรึงให้ตรอมตาย
วา่ พลางทางแอบเข้าแนบอก ประคองยกของสำคัญมนั่ หมาย
เจ้าเนอื้ ทิพย์หยบิ ชื่นอารมณ์ชาย ขอสบายสกั หน่อยอย่าโกรธา
นารปี ราโมทย์
4. โอแ้ ม่เจ้าประคณุ ของลูกเอย๋ ไมค่ วรเลยจะพรากจากคุณพ่อ
เวรกรรมนำไปไมร่ ง้ั รอ มพิ อท่ีจะต้องพรากก็จากมา
สลั ลาปงั คพไิ สย
5. ว่าพลางคลึงเคลา้ เข้าแนบข้าง จูบพลางทางปลอบประโลมขวญั
กา่ ยกอดสอดเกี่ยวพลั วนั วันทองกั้นกดี ไว้ไม่ตามใจ
พลกิ ผลกั ชกั ชวนให้ชื่นชิด เบอื นบิดแบง่ รักหาร่วมไม่
สยดสยองพองเสียวแสยงใจ พระพายพัดมาลยั ตลบลอย
นารีปราโมทย์
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
223
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4 คุณค่าและขอ้ คดิ
กล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย รายวิชา ท 33101 ภาษาไทย
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6
หน่วยการเรยี นท่ี 3 เร่ือง ขุนชา้ งขุนแผน ตอนขุนชา้ งถวายฎีกา
เวลา 1-2 ช่วั โมง
1. ตวั ชวี้ ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ท 5.1 ม.4-6/1 วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณเ์ บือ้ งต้น
ม.4-6/2 วเิ คราะห์ลกั ษณะเดน่ ของวรรณคดเี ช่อื มโยงกับการเรียนรู้ทางประวตั ิศาสตรแ์ ละวถิ ีชีวติ
ของสังคมในอดตี
ม.4-6/3 วิเคราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศลิ ป์ของวรรณคดแี ละวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดก
ทางวัฒนธรรมของชาติ
ม.4-6/4 สังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรม เพือ่ นำไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธบิ ายคุณคา่ ด้านสังคมจากเสภาเร่ือง ขนุ ช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎกี า ได้
2) สังเคราะห์ความรู้เชิงสังคมและวัฒนธรรมจากเสภาเรื่อง ขุนชา้ งขนุ แผน ตอนขุนชา้ งถวายฎีกา มาเทยี บเคียง
กับสังคมยุคปัจจบุ นั ได้
3) สงั เคราะห์ข้อคิดจากเสภาเร่อื ง ขุนช้างขนุ แผน ตอนขุนชา้ งถวายฎกี า เพ่ือนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ ได้
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
เสภาเร่ืองขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์
ตอนตน้ และยังใหข้ อ้ คดิ ทมี่ ีคณุ คา่ เพ่อื นำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทักษะการสงั เคราะห์
3) ทกั ษะการประเมนิ
4) ทักษะการประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
224
5. สาระการเรยี นรู้
1) หลกั การวเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมเบื้องต้น
- การวิเคราะห์และการวจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรม
2) การวิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดีและวรรณกรรมเก่ยี วกับเหตกุ ารณป์ ระวัตศิ าสตรแ์ ละวถิ ชี ีวิตของสงั คม
ในอดตี
3) การวิเคราะห์และประเมินคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรม
- ดา้ นสังคมและวฒั นธรรม
4) การสงั เคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
4. รกั ความเปน็ ไทย
6. จดุ เนน้ สกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
ทักษะด้านการส่อื สารสนเทศ และรเู้ ท่าทันส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy)
ทกั ษะด้านชวี ิตและอาชีพ
ความยดื หยนุ่ และการปรบั ตัว
การริเร่ิมสร้างสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตวั เอง
ทักษะสังคม และสงั คมข้ามวัฒนธรรม
การเปน็ ผสู้ รา้ งหรือผู้ผลิต และความรบั ผดิ ชอบเช่ือถือได้
ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ
คุณลักษณะสำหรับศตวรรษที่ 21
คุณลักษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรับตัว ความเป็นผูน้ ำ
คุณลกั ษณะด้านการเรยี นรู้ ได้แก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะดา้ นศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่นื ความซื่อสตั ย์ สำนกึ พลเมือง
7. ชน้ิ งานภาระงาน
-ใบงานเร่อื ง วิถีไทย ตอนขุนชา้ งถวายฎกี า
-ใบงานเรอื่ ง แง่งามความคดิ ตอนขนุ ช้างถวายฎีกา
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
225 คำถามกระตุ้นความคดิ
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. การศกึ ษาสภาพสังคมและวัฒนธรรม
วธิ ีสอนโดยการจัดการเรียนรแู้ บบร่วมมือ : เทคนิคคคู่ ดิ
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น ในวรรณคดมี คี วามสำคญั อย่างไร
สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ : — (มคี วามสำคัญในแง่ทช่ี ่วยให้ผ้ศู กึ ษา
ตระหนกั ในคุณค่าของวรรณคดีมาก
10. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสนทนาเกยี่ วกบั เสภาเร่ือง ขุนช้าง ยิง่ ขึ้นว่า วรรณคดไี มเ่ พียงแต่มคี ณุ ค่า
ขุนแผน ตอนขนุ ชา้ งถวายฎกี า เพ่ือทบทวนความรู้เดิมของ ด้านวรรณศลิ ปเ์ ท่านัน้ แตย่ งั มีคณุ คา่
นักเรียน ด้านสังคมและวฒั นธรรมอีกด้วย
นอกจากนีก้ ารศกึ ษาดงั กลา่ วยงั ชว่ ยให้
11.นกั เรียนแต่ละกลมุ่ (กลุ่มเดิมจากแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1) ผ้ศู ึกษาได้รบั ความรเู้ ก่ียวกบั สภาพ
รว่ มกันแสดงความคิดเหน็ ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี สงั คมวฒั นธรรมในสมยั อดีตด้วย ซ่ึง
- นักเรยี นประทับใจตวั ละครตวั ใดในเสภาเรอ่ื ง ขุนชา้ งขนุ แผน รายละเอยี ดบางอย่างอาจไม่มีบันทึกไว้
ตอนขนุ ช้างถวายฎกี า ในเอกสารประวตั ศิ าสตร์อย่างชัดเจน
- นกั เรียนคิดว่า การกระทำของตัวละครใดในเสภาเรื่อง ขุน แตก่ วีได้สะท้อนและบันทึกไวใ้ น
ชา้ งขนุ แผน สามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินชวี ติ วรรณคด)ี
ได้ เพราะเหตุใด 2. การวิเคราะห์และสังเคราะห์ขอ้ คิด
โดยครคู อยกระตุ้นใหน้ ักเรยี นทกุ คนมีส่วนรว่ มในการตอบ จากวรรณคดี สามารถศกึ ษาได้
คำถาม อยา่ งไร
(ศกึ ษาไดจ้ ากการพิจารณาพฤตกิ รรม
12.นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1-2 และบทบาทของตวั ละครว่าใหข้ ้อคิด
หรือใหค้ ตสิ อนใจเรือ่ งอะไรแก่ผู้อ่าน
ข้ันสอน ตวั ละครนน้ั เป็นแบบอย่างหรือให้
สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้ : 1.หนังสือเรยี น วรรณคดีฯ ม.6 อทุ าหรณ์เรื่องใดแกผ่ ู้อ่าน และศกึ ษาได้
จากการวเิ คราะห์สาระสำคญั ของเรื่อง
2. หนงั สือคน้ ควา้ เพมิ่ เติม ว่า กวตี อ้ งการส่ือความคิดหรือคติ
สำคัญข้อใดแก่ผู้อา่ น)
คำถามกระตนุ้ ความคิด
1. วรรณคดเี รือ่ งเสภาขุนช้างขุนแผน
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
226 สะท้อนสภาพสังคมวฒั นธรรมไทย
ยุคสมยั ใด
3. ใบงานท่ี 4.1 - 4.2 (ชว่ งอยธุ ยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนตน้ )
4. หอ้ งสมดุ 2. พฤติกรรมและบทบาทของตัวละคร
5. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ ต่างๆ ในเสภาเร่ือง ขนุ ช้างขุนแผน
14.นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มจบั คู่กันเป็น 2 คู่ ให้แตล่ ะคู่ร่วมกันศึกษา ตอนขุนชา้ งถวายฎีกา ใหข้ ้อคดิ
ความรเู้ รือ่ ง คุณคา่ และขอ้ คดิ จากเสภาเรอื่ ง ขนุ ช้างขุนแผน นักเรียนเร่ืองใดบ้าง
ตอนขนุ ช้างถวายฎกี า จากหนังสอื เรยี น หนงั สือค้นคว้าเพ่ิมเตมิ (พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน
หอ้ งสมดุ และแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ แล้วร่วมกันสรุป โดยให้อย่ใู นดลุ ยพินิจของครูผู้สอน
สาระสำคญั เชน่ ตวั ละคร จม่นื ไวย (พลายงาม)
15.นักเรียนแตล่ ะคนทำใบงานที่ 4.1 เรอื่ ง วิถีไทย ตอนขุนช้าง เปน็ ตัวละครท่ีใจร้อน ตดั สนิ ใจลักพา
ถวายฎีกา เสร็จแลว้ ร่วมกนั อภปิ รายคำตอบในใบงาน ผลัดกนั ตัวนางวนั ทองผู้เปน็ มารดาโดยใช้
ซักถามข้อสงสัย และผลดั กันอธิบายจนมคี วามเข้าใจชัดเจน อารมณ์มากกว่าใชเ้ หตผุ ลพิจารณา
16.นกั เรยี นแต่ละค่รู วมกลุ่มเดิมผลดั กนั อภิปรายคำตอบในใบงานท่ี ทำให้เกดิ ความเดือดรอ้ นแกต่ นเอง
4.1 ใหเ้ พอื่ นอีกคหู่ นงึ่ ฟงั ผลดั กนั ซกั ถามขอ้ สงสยั แล้วสรปุ เปน็ และนางวันทองภายหลัง พฤติกรรม
คำตอบของกลุ่ม ของตวั ละครนี้สอนใจผู้อา่ นว่า อย่า
17.นกั เรียนแต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมานำเสนอผลงานในใบงานที่ ตัดสินใจทำสิ่งใดด้วยอารมณ์เพยี ง
4.1 ทห่ี น้าชนั้ เรียน โดยครแู ละเพ่ือนกลมุ่ อืน่ ร่วมกนั ตรวจสอบ อย่างเดยี ว แต่ต้องพิจารณาด้วยสติ
ความถูกตอ้ งและให้ขอ้ เสนอแนะ อย่างรอบคอบเสียก่อน เพราะการ
18.ครูให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มช่วยกันทำใบงานที่ 4.2 แงง่ าม ตดั สนิ ใจดว้ ยอารมณ์อาจทำให้เกิด
ความคิดตอนขุนชา้ งถวายฎีกา เม่ือทำเสร็จช่วยกันตรวจสอบ ความเดอื ดร้อนแก่ตนเองและคน
ความถกู ต้อง เสร็จแล้วนำสง่ ครูผสู้ อน ใกลช้ ิดได้)
19.นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ขอ้ 1-2
คำถามกระตนุ้ ความคิด
ขั้นสรปุ 1. นกั เรียนคิดว่าสภาพสงั คมวัฒนธรรม
สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ : — ไทยดา้ นตา่ ง ๆ ท่ีสะท้อนอยู่ในเรอ่ื ง
ขุนช้างขนุ แผน ตอนขนุ ช้างถวาย
7. นักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง คุณค่าและข้อคิดจากเสภาเร่อื ง ฎกี า มีความเหมือนหรือต่างจาก
สภาพสังคมไทยในปจั จุบันอย่างไร
ขนุ ช้างขุนแผน ตอนขุนชา้ งถวายฎกี า บ้าง
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน
8. นกั เรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ ขอ้ 1-2 โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ ิจของครูผู้สอน)
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
227
2. นักเรยี นเห็นด้วยหรอื ไม่ที่มีผู้กลา่ วว่า
สาเหตหุ นึ่งทีค่ นไทยประทับใจและ
นยิ มฟงั เสภาเร่อื งขนุ ช้างขนุ แผน
เปน็ เพราะเนือ้ หาวรรณคดีเรอ่ื งน้ีมี
ความสนกุ สนาน หลากรส สะเทือน
อารมณ์ และเปน็ เร่อื งที่มิไดเ้ ป็นดังใจ
หวังเสียทั้งหมด
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน
โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินจิ ของครูผู้สอน)
• ครูมอบหมายให้นักเรยี นแต่ละกลุม่ เขียนบท และแสดงบทบาทสมมติ เร่ือง ขนุ ชา้ งขุนแผน ตอนขนุ ช้างถวายฎีกา
โดยให้ครอบคลุมประเดน็ ตามทก่ี ำหนด ดงั นี้
1) การวิเคราะห์และวิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณเ์ บ้ืองตน้
2) การวิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดเี ชอ่ื มโยงกับการเรียนรูท้ างประวตั ศิ าสตร์และวิถชี ีวิตของสังคมในอดีต
3) การวิเคราะห์และประเมินคุณคา่ ด้านวรรณศลิ ปข์ องวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดกทางวฒั นธรรม
ของชาติ
4) การสังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเมอื่ นำไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจริง
5) การแสดงบทบาทสมมติ
นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เร่อื ง เสภาเรอ่ื ง ขุนชา้ งขุนแผน ตอนขนุ ช้างถวายฎีกา
9. สอ่ื
1) หนังสือเรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.6
2) หนงั สอื ค้นควา้ เพ่ิมเติม
(1) ประจักษ์ ประภาพิทยากร. (2508). นามานกุ รม ขุนชา้ ง-ขนุ แผน. กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นาพานิช.
(2) ประจกั ษ์ ประภาพิทยากร. (2525). ประเพณแี ละไสยเวทวทิ ยาในขนุ ชา้ งขุนแผน. กรุงเทพฯ :
องค์การค้าของครุ สุ ภา.
(3) รน่ื ฤทยั สจั จพนั ธ.์ุ (2544). เล่าเรอื่ งขนุ ชา้ งขุนแผน จากเสภาเรอื่ งขนุ ชา้ งขนุ แผน. เชียงใหม่ :
ธารปญั ญา.
3) ใบงานท่ี 4.1 เร่อื ง วิถไี ทย ตอนขนุ ชา้ งถวายฎีกา
4) ใบงานที่ 4.2 เร่ือง แง่งามความคดิ ตอนขุนชา้ งถวายฎีกา
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
228
10. แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://203.172.244.194/ictwork51/pranee/p2.html
- http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/thai04/o4/suriyothai/index.htm
11. การวดั และประเมนิ ผล
11.1 การประเมินตามจุดประสงค/์ ตัวช้ีวดั
วิธกี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 4.1 ใบงานที่ 4.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 4.2 ใบงานที่ 4.2 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สงั เกตความมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มนั่ ในการทำงาน แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
และรักความเปน็ ไทย เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน แบบทดสอบหลงั เรียน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตการแสดงบทบาทสมมติ เรื่อง ขนุ ช้าง แบบประเมนิ การแสดงบทบาทสมมติ เร่อื ง ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
ขุนแผน ตอนขุนชา้ งถวายฎีกา ขุนช้างขนุ แผน ตอนขนุ ชา้ งถวายฎีกา เกณฑ์
11.2 การประเมินสมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะศตวรรษที่ 21
สมรรถนะสำคัญ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ทักษะศตวรรษที่ 21
วธิ กี าร เคร่อื งมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ ดี
ผ่านเกณฑ์
สังเกตความมวี ินัย ใฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ มน่ั ในการทำงาน แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
229
12. ข้อเสนอแนะ(ผ้ใู ช้แผนเขยี นเสนอแนะ)
................................................................................................................................................................................
13. บนั ทกึ หลงั สอน
13.1 ผลการจัดการเรียนรู้
นกั เรยี นจำนวน.........................................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรโู้ ดยรวม......................คน คดิ เป็นร้อยละ..............................
ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนร้โู ดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นท่ีมีความสามารถพิเศษ/นักเรียนเด็กพเิ ศษ ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรยี นที่ไมผ่ า่ นการประเมนิ จุดประสงคด์ ้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่
. .......................................................................................................................................................................
นักเรียนทไ่ี ม่ผ่านการประเมินจุดประสงคด์ ้านทักษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................
นักเรียนท่ไี ม่ผา่ นการประเมนิ จดุ ประสงคด์ ้านเจตคติ (A) จำนวน............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................... .............
13.2 ปญั หา/อุปสรรค
................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ..................................ครูผู้สอน
(นางนติ ยา ทองดีย่ิง)
ตำแหน่งครโู รงเรียนวเิ ชยี รมาตุ
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
230
ความเหน็ ของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
................................................................................................................................................ ...................
...................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ....................................หวั หนา้ กลุ่มสาระฯ
(นางภรพิศ วภิ ูษิตวรกุล)
ความเห็นของหัวหนา้ สถานศึกษาหรือผู้ท่ไี ด้รบั มอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนรูข้ อง..............................................................................แล้วมีความคดิ เห็นดังน้ี
1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
2. การจดั กจิ รรมไดน้ ำกระบวนการเรยี นรู้
เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยงั ไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี
นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ
ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
........................................................................................................................................ ............................................
...................................................................................................................................................... ..............................
ลงชือ่ ..................................รองผ้อู ำนวยการโรงเรียนกลมุ่ บริหารวิชาการ
(นางอัมพร สงวนศักด์)ิ
…………./……………./…………
ความคดิ เหน็
....................................................................................................................................................................................
........................................................................................................ ............................................................................
ลงชื่อ........................................ผู้อำนวยการโรงเรยี น
(นางยุภา พรเศรษฐ์)
…………./……………./…………
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
231
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมินการเขียนบท และแสดงบทบาทสมมติ เร่อื ง ขุนชา้ งขนุ แผน (ช้นิ งานท่ี 2)
ตอนขนุ ช้างถวายฎีกา
1
ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ 4 ระดับคะแนน
32
1 การวเิ คราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตาม
หลกั การวิจารณเ์ บ้ืองต้น
2 การวเิ คราะหล์ ักษณะเด่นของวรรณคดเี ชอื่ มโยงกับการ
เรียนรู้ทางประวัติศาสตรแ์ ละวิถชี ีวิตของสังคม ในอดีต
การวเิ คราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศลิ ป์ของ
3 วรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะท่ีเป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมของชาติ
4 การสังเคราะห์ข้อคดิ จากวรรณคดีและวรรณกรรม
เมือ่ นำไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ
5 การแสดงบทบาทสมมติ
รวม
ลงชือ่ ...................................................ผูป้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
ดีมาก = 4 18 - 20 ดมี าก
ดี = 3 14 - 17 ดี
พอใช้ = 2 10 - 13 พอใช้
ปรบั ปรงุ = 1 ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
232
ใบงานที่ 4.1 เร่อื ง วิถีไทย ตอนขุนช้างถวายฎกี า
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาบทประพันธ์ทกี่ ำหนด แลว้ วิเคราะหว์ ่า สะทอ้ นสังคมและวฒั นธรรมไทยสมยั อยธุ ยา
และรัตนโกสินทร์ตอนตน้ ในด้านใดบ้าง จากตวั เลือกที่กำหนดให้
ก. สะท้อนสภาพบ้านเรอื นของคนสมัยก่อน
ข. สะท้อนความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ของคนในสงั คม
ค. สะทอ้ นความเชื่อเร่ืองความฝนั ของคนในสังคม
ง. สะท้อนความเชอ่ื เรอ่ื งกรรมของคนในสงั คม
จ. สะท้อนคา่ นยิ มเร่ืองผหู้ ญิงตอ้ งมีสามคี นเดยี ว
ฉ. สะท้อนค่านยิ มความจงรักภักดีตอ่ พระมหากษตั ริย์
ช. สะท้อนประเพณีทีก่ ษัตริย์เสด็จประพาสท้องทงุ่ ในฤดูน้ำหลาก
ซ. สะทอ้ นภาพวิธกี ารถวายฎีกาเพื่อร้องทกุ ข์
ญ. สะท้อนความเช่ือเรอ่ื งลางบอกเหตรุ ้าย
1. ฟา้ ขาวดาวเดน่ ดวงสว่าง จันทร์กระจ่างทรงกลดหมดเมฆสนิ้
จึงเซ่นเหลา้ ข้าวปลาใหพ้ รายกิน เสกขมิ้นว่านยาเขา้ ทาตัว
ลงยนั ต์ราชะเอาปะอก หยิบยกมงคลขน้ึ ใสห่ ัว
เป่ามนตรเ์ บือ้ งบนชอุ่มมัว พรายย่ัวยวนใจใหไ้ คลคลา
2. ชอบผดิ พอ่ จงคดิ คะนึงตรอง อันตวั นอ้ งมลทินหาสิ้นไม่
ประหน่งึ วา่ วันทองน้สี องใจ พบไหนก็เป็นแตเ่ ชน่ นั้น
3. ข้าไทนอนหลับลงทับกัน สะเดาะกลอนถอนลน่ั ถึงชนั้ สาม
กระจกฉากหลากสลับวับแวววาม อรา่ มแสงโคมแกว้ แววจบั ตา
มา่ นมู่ลม่ี ฉี ากประจำกัน อัฒจันทรเ์ คร่ืองแก้วกห็ นกั หนา
ชมพลางย่างเย้ืองชำเลืองมา เปิดมงุ้ เหน็ หน้าแมว่ ันทอง
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
233
4. วันนนั้ พอพระปนิ่ นรินทร์ราช เสด็จประพาสบวั ยังหากลับไม่
ขุนชา้ งมาถงึ ซง่ึ วงั ใน กค็ อยจ้องทใี่ ตต้ ำหนักนำ้
5. ใชท่ ่ใี ช่ทางวางเข้ามา ฤๅอา้ ยช้างเปน็ บ้ากระมังน่ี
เฮย้ ใครรับฟอ้ งของมันที ตีเสียสามสิบจงึ ปล่อยไป
มหาดเล็กกร็ ับเอาฟ้องมา ตำรวจคว้าขุนช้างหาวางไม่
ลงพระราชอาญาตามว่าไว้ พระจงึ ให้ต้งั กฤษฎีกา
6. ใตเ้ ตียงเสยี งหนูก็กกุ กก แมลงมุมทุ่มอกที่ริมฝา
ยงิ่ หวาดหวน่ั พร่ันกลวั มรณา ดังวิญญานางจะพรากไปจากกาย
7 ทกุ วนั นี้ใชแ่ มจ่ ะผาสกุ มแี ตท่ ุกขใ์ จเจบ็ ดังเหน็บหนาม
ต้องจำจนทนกรรมท่ีติดตาม จะขนื ความคดิ ไปกใ็ ชท่ ี
8. พร่งุ นพี้ ีจ่ ะแก้เสนียดฝัน แล้วทำมิง่ ส่ิงขวญั ใหเ้ ปน็ สุข
มใิ ห้เกิดราคีกลียคุ อย่าเปน็ ทุกขเ์ ลยเจา้ จงเบาใจ
9. ครนั้ อยมู่ าขุนแผนต้องจำจอง กระหม่อมฉนั มที ้องนนั้ เตบิ ใหญ่
อย่ทู ี่เคหาหน้าวดั ตะไกร ขนุ ช้างไปบอกวา่ พระโองการ
มรี ับส่งั โปรดปรานประทานให้ กระหม่อมฉนั ไม่ไปกห็ ักหาญ
ยอื้ ยุดฉุดคร่าทำสามานย์ เพอื่ นบ้านจะชว่ ยกส็ ุดคดิ
ด้วยขนุ ช้างอ้างวา่ รับส่ังให้ ใครจะขดั ขนื ไวก้ ก็ ลัวผดิ
จนใจจะมิไปก็สดุ ฤทธ์ิ ชวี ติ อยใู่ ตพ้ ระบาทา
10. สขี ีผ้ ง้ึ สปี ากกินหมากเวทย์ ซง่ึ วเิ ศษสารพัดแก้ขัดสน
น้ำมนั พรายนำ้ มันจนั ทน์สรรเสกปน เคยคุ้มขังบังตนแต่ไรมา
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
234
ใบงานที่ 4.1 เรื่อง วถิ ไี ทย ตอนขนุ ชา้ งถวายฎีกา เฉลย
คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นพจิ ารณาบทประพันธ์ท่กี ำหนด แลว้ วิเคราะห์วา่ สะทอ้ นสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยธุ ยา
และรตั นโกสินทรต์ อนตน้ ในด้านใดบ้าง จากตัวเลือกท่ีกำหนดให้
ก. สะท้อนสภาพบ้านเรือนของคนสมัยก่อน
ข. สะท้อนความเช่อื เร่อื งไสยศาสตร์ของคนในสงั คม
ค. สะทอ้ นความเชอ่ื เร่ืองความฝนั ของคนในสงั คม
ง. สะทอ้ นความเชื่อเรอื่ งกรรมของคนในสังคม
จ. สะท้อนคา่ นิยมเรื่องผู้หญิงต้องมสี ามคี นเดียว
ฉ. สะท้อนค่านยิ มความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์
ช. สะท้อนประเพณีท่ีกษตั ริยเ์ สดจ็ ประพาสท้องทงุ่ ในฤดูนำ้ หลาก
ซ. สะท้อนภาพวธิ กี ารถวายฎีกาเพ่อื ร้องทกุ ข์
ญ. สะท้อนความเช่อื เรอื่ งลางบอกเหตุร้าย
1. ฟา้ ข่าวดาวเด่นดวงสว่าง จันทร์กระจ่างทรงกลดหมดเมฆสนิ้
จึงเซ่นเหลา้ ขา้ วปลาให้พรายกิน เสกขมิ้นว่านยาเขา้ ทาตัว
ลงยันตร์ าชะเอาปะอก หยิบยกมงคลขึ้นใส่หวั
เป่ามนตรเ์ บือ้ งบนชอุ่มมวั พรายย่ัวยวนใจใหไ้ คลคลา
ข. สะทอ้ นความเชือ่ เร่ืองไสยศาสตร์ของคนในสังคม
2. ชอบผดิ พอ่ จงคิดคะนงึ ตรอง อนั ตัวนอ้ งมลทนิ หาสิ้นไม่
ประหนง่ึ ว่าวนั ทองน้สี องใจ พบไหนก็เปน็ แตเ่ ชน่ น้ัน
จ. สะท้อนค่านยิ มเร่อื งผู้หญงิ ตอ้ งมสี ามคี นเดียว
3. ขา้ ไทนอนหลบั ลงทบั กัน สะเดาะกลอนถอนลน่ั ถึงชน้ั สาม
กระจกฉากหลากสลบั วบั แวววาม อร่ามแสงโคมแก้วแววจับตา
ม่านมู่ลม่ี ีฉากประจำกัน อฒั จนั ทรเ์ คร่ืองแก้วก็หนกั หนา
ชมพลางยา่ งเย้ืองชำเลืองมา เปิดมุ้งเหน็ หน้าแมว่ นั ทอง
ก. สะทอ้ นสภาพบ้านเรือนของคนสมัยก่อน
4. วนั น้นั พอพระป่ินนรนิ ทร์ราช เสด็จประพาสบัวยงั หากลับไม่
ขุนช้างมาถงึ ซ่งึ วงั ใน กค็ อยจ้องทใี่ ต้ตำหนักนำ้
ช. สะท้อนประเพณีที่กษัตรยิ ์เสดจ็ ประพาสทอ้ งทุง่ ในฤดูนำ้ หลาก
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
235
5. ใชท่ ใ่ี ช่ทางวางเขา้ มา ฤๅอ้ายช้างเป็นบ้ากระมงั นี่
เฮ้ยใครรบั ฟอ้ งของมันที ตเี สียสามสิบจึงปล่อยไป
มหาดเลก็ ก็รบั เอาฟ้องมา ตำรวจควา้ ขุนชา้ งหาวางไม่
ลงพระราชอาญาตามวา่ ไว้ พระจงึ ให้ตั้งกฤษฎกี า
ซ. สะท้อนภาพวิธีการถวายฎีกาเพ่ือร้องทกุ ข์ แมลงมุมทมุ่ อกท่ีริมฝา
ดังวิญญานางจะพรากไปจากกาย
6. ใต้เตียงเสียงหนูก็กกุ กก
ย่งิ หวาดหวน่ั พรั่นกลัวมรณา มแี ตท่ ุกข์ใจเจบ็ ดังเหน็บหนาม
จะขืนความคิดไปก็ใช่ที
ญ. สะทอ้ นความเชอื่ เรื่องลางบอกเหตรุ า้ ย
แล้วทำมิง่ สิ่งขวัญให้เปน็ สุข
7 ทกุ วนั น้ีใช่แมจ่ ะผาสกุ อยา่ เป็นทุกขเ์ ลยเจ้าจงเบาใจ
ตอ้ งจำจนทนกรรมที่ติดตาม
กระหม่อมฉันมที ้องนนั้ เติบใหญ่
ง. สะทอ้ นความเช่อื เรือ่ งกรรมของคนในสังคม ขนุ ช้างไปบอกว่าพระโองการ
กระหม่อมฉนั ไม่ไปก็หักหาญ
8. พรงุ่ นี้พ่ีจะแก้เสนียดฝัน เพอ่ื นบา้ นจะช่วยกส็ ดุ คิด
มใิ หเ้ กิดราคีกลียุค ใครจะขดั ขืนไวก้ ็กลัวผิด
ชวี ติ อยู่ใต้พระบาทา
ค. สะท้อนความเชื่อเรื่องความฝนั ของคนในสังคม
ซึง่ วิเศษสารพัดแก้ขดั สน
9. คร้นั อยมู่ าขุนแผนต้องจำจอง เคยคมุ้ ขังบงั ตนแต่ไรมา
อยทู่ ี่เคหาหน้าวัดตะไกร
มีรบั ส่ังโปรดปรานประทานให้
ยอื้ ยุดฉดุ ครา่ ทำสามานย์
ด้วยขุนชา้ งอา้ งวา่ รบั สง่ั ให้
จนใจจะมิไปกส็ ุดฤทธ์ิ
ฉ. สะทอ้ นค่านยิ มความจงรักภักดีต่อพระมหากษตั รยิ ์
10. สีขี้ผง้ึ สีปากกินหมากเวทย์
น้ำมนั พรายนำ้ มันจันทน์สรรเสกปน
ข. สะทอ้ นความเช่ือเรื่องไสยศาสตร์ของคนในสังคม
แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
236
ใบงานที่ 4.2 เรอื่ ง แง่งามความคิด ตอนขนุ ช้างถวายฎกี า
คำชแี้ จง ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาบทประพันธ์ทีก่ ำหนดว่า ตัวละครใดเป็นคนพูด และคำพูดดังกลา่ วสะท้อนคณุ ธรรมขอ้ ใด
ของตวั ละคร โดยพจิ ารณาจากตวั เลือกท่ีกำหนดให้
ก. ความกตัญญตู ่อบิดามารดา ข. ความมีสติรอบคอบ
ค. ความจงรกั ภกั ดีตอ่ พระมหากษัตริย์ ง. ความรกั ลูก
1. จงึ ปลอบวา่ พลายงามพ่อทรามรัก อย่างฮึกฮกั วา่ วุน่ ทำหุนหนั
จงครวญใครใ่ หเ้ ห็นขอ้ สำคัญ แมน่ ีพ้ รั่นกลวั แต่จะเกิดความ
ด้วยเปน็ ข้าลักไปไทลักมา เห็นเบ้อื งหน้าจะอึงแมจ่ ึงหา้ ม
ถ้าเจ้าเห็นเป็นสขุ ไมล่ ุกลาม กต็ ามเถิดมารดาจะคลาไคล
ผ้พู ดู คอื
สะทอ้ นคุณธรรม ข้อ
2. ใช่จะอ่มิ เอบิ อาบด้วยเงนิ ทอง มิใช่ของตัวทำมาแต่ไหน
ท้ังผูค้ นชา้ งม้าแลข้าไท ไม่รกั ใครเ่ หมือนกับพ่อพลายงาม
ทุกวนั นี้ใชแ่ มจ่ ะผาสุก มีแตท่ ุกขใ์ จเจ็บดังเหนบ็ หนาม
ต้องจำจนทนกรรมที่ติดตาม จะขืนความคดิ ไปก็ใชท่ ี
ผู้พดู คอื
สะท้อนคุณธรรม ข้อ
3. ขอเดชะละอองธุลบี าท องคห์ ริรกั ษร์ าชรังสรรค์
เมอื่ กระหม่อมฉันมาแต่อารัญ ครั้งนัน้ โปรดประทานขนุ แผนไป
ครั้นอยู่มาขนุ แผนต้องจำจอง หม่อมฉันมีท้องนนั้ เตบิ ใหญ่
อยทู่ เ่ี คหาหน้าวัดตะไกร ขุนชา้ งไปบอกวา่ พระโองการ
มรี บั ส่ังโปรดปรานประทานให้ กระหม่อมฉันไม่ไปกห็ ักหาญ
ยอ้ื ยุดฉุดครา่ ทำสามานย์ เพอ่ื นบา้ นจะช่วยก็สุดคดิ
ดว้ ยขุนช้างอา้ งว่ารบั ส่ังให้ ใครจะขัดขืนไวก้ ็กลวั ผดิ
จนใจจะมิไปก็สุดฤทธ์ิ ชวี ิตอยู่ใต้พระบาทา
ผู้พดู คอื
สะทอ้ นคณุ ธรรม ข้อ
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
4. ทุกวันน้ลี ูกชายสบายยศ 237
มีบ่าวไพร่ใช้สอยทั้งเงินทอง พร้อมหมดเมยี ม่ิงก็มสี อง
ยงั ขาดแต่แม่คุณไม่แลเหน็ พี่น้องขา้ งพ่อก็บรบิ รู ณ์
ข้อนีท้ ่ีทุกข์ยงั เพ่ิมพูน เปน็ อยกู่ เ็ หมอื นตายไปหายสูญ
ถา้ พร้อมมลู แมด่ ้วยจะสำราญ
ผู้พูด คอื
สะทอ้ นคุณธรรม ข้อ เขาจะรุกรานพาลข่มเหง
ฉวยสบเพลงพลาดพลำ้ มเิ ปน็ การ
5. ขนุ ชา้ งตื่นขึ้นมิเปน็ การ พ่อจงเลา่ แกแ่ มแ่ ลว้ กลับบา้ น
จะเกิดผดิ แมค่ ิดคะนึงเกรง อย่าหาญเหมือนพ่อนักคะนองใจ
มีธุระสงิ่ ไรในใจเจา้
มิควรทำเจ้าอยา่ ทำให้รำคาญ เคราะห์ประจวบจากแม่หาเห็นไม่
ฤๅหาไม่ใจแม่ไม่คิดเลย
ผู้พูด คอื แมท่ ูนเกล้าไปเรือนอย่าเชือนเฉย
สะท้อนคุณธรรม ข้อ เหมอื นเมื่อครงั้ แมเ่ คยเลีย้ งลกู มา
6. แมเ่ ลย้ี งลกู มาถึงเจ็ดขวบ
จะคดิ ถึงลูกบ้างฤๅอย่างไร
ถา้ คิดเห็นเอ็นดูว่าลูกเตา้
ให้ลกู คลายอารมณ์ไดช้ มเชย
ผู้พดู คอื
สะทอ้ นคุณธรรม ข้อ
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
238
ใบงานที่ 4.2 เรื่อง แง่งามความคิด ตอนขนุ ชา้ งถวายฎกี า เฉลย
คำชแี้ จง ให้นกั เรียนพจิ ารณาบทประพันธท์ ก่ี ำหนดวา่ ตวั ละครใดเป็นคนพดู และคำพูดดงั กลา่ วสะท้อนคุณธรรมขอ้ ใด
ของตวั ละคร โดยพิจารณาจากตัวเลือกที่กำหนดให้
ก. ความกตัญญูตอ่ บดิ ามารดา ข. ความมีสตริ อบคอบ
ค. ความจงรกั ภักดีต่อพระมหากษตั ริย์ ง. ความรกั ลูก
1. จงึ ปลอบวา่ พลายงามพ่อทรามรกั อยา่ งฮึกฮักวา่ วุ่นทำหนุ หนั
จงครวญใครใ่ หเ้ หน็ ขอ้ สำคัญ แม่นพ้ี รนั่ กลัวแตจ่ ะเกดิ ความ
ดว้ ยเปน็ ขา้ ลกั ไปไทลักมา เหน็ เบอ้ื งหนา้ จะอึงแม่จึงห้าม
ถา้ เจา้ เหน็ เปน็ สขุ ไมล่ ุกลาม กต็ ามเถดิ มารดาจะคลาไคล
ผู้พูด คือ นางวนั ทอง
สะท้อนคุณธรรม ข้อ ข. ความมีสตริ อบคอบ
2. ใช่จะอม่ิ เอิบอาบดว้ ยเงนิ ทอง มใิ ชข่ องตวั ทำมาแต่ไหน
ทัง้ ผคู้ นช้างมา้ แลขา้ ไท ไม่รกั ใคร่เหมือนกบั พ่อพลายงาม
ทกุ วันนี้ใช่แม่จะผาสุก มแี ต่ทุกขใ์ จเจ็บดังเหนบ็ หนาม
ตอ้ งจำจนทนกรรมท่ีติดตาม จะขนื ความคดิ ไปกใ็ ช่ที
ผู้พูด คือ นางวันทอง
สะทอ้ นคณุ ธรรม ข้อ ง. ความรกั ลูก
3. ขอเดชะละอองธลุ ีบาท องค์หริรักษร์ าชรังสรรค์
เมือ่ กระหม่อมฉันมาแต่อารัญ คร้ังน้นั โปรดประทานขนุ แผนไป
ครนั้ อยู่มาขนุ แผนต้องจำจอง หมอ่ มฉนั มีท้องน้นั เติบใหญ่
อยู่ที่เคหาหน้าวดั ตะไกร ขุนช้างไปบอกว่าพระโองการ
มรี ับส่งั โปรดปรานประทานให้ กระหม่อมฉนั ไม่ไปก็หักหาญ
ยื้อยุดฉดุ คร่าทำสามานย์ เพ่ือนบา้ นจะชว่ ยกส็ ดุ คดิ
ดว้ ยขุนชา้ งอ้างว่ารับสง่ั ให้ ใครจะขดั ขนื ไวก้ ก็ ลวั ผดิ
จนใจจะมิไปก็สดุ ฤทธ์ิ ชีวติ อยู่ใต้พระบาทา
ผพู้ ดู คอื นางวนั ทอง
สะทอ้ นคุณธรรม ข้อ ค. ความจงรักภกั ดตี ่อพระมหากษัตรยิ ์
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
239
4. ทกุ วันนล้ี ูกชายสบายยศ พรอ้ มหมดเมียมิ่งก็มสี อง
มบี า่ วไพร่ใช้สอยทง้ั เงินทอง พ่นี อ้ งขา้ งพ่อกบ็ ริบูรณ์
ยงั ขาดแต่แม่คุณไมแ่ ลเหน็ เปน็ อย่กู เ็ หมอื นตายไปหายสูญ
ข้อนท้ี ี่ทกุ ขย์ งั เพิ่มพูน ถ้าพร้อมมลู แม่ด้วยจะสำราญ
ผพู้ ดู คอื จมนื่ ไวยวรนาถ
สะท้อนคณุ ธรรม ข้อ ก. ความกตัญญูตอ่ บิดามารดา
5. ขุนช้างต่นื ขึ้นมเิ ป็นการ เขาจะรุกรานพาลข่มเหง
จะเกิดผิดแมค่ ิดคะนึงเกรง ฉวยสบเพลงพลาดพล้ำมเิ ป็นการ
มีธุระส่ิงไรในใจเจ้า พอ่ จงเล่าแก่แม่แลว้ กลับบ้าน
มิควรทำเจา้ อย่าทำให้รำคาญ อย่าหาญเหมือนพอ่ นักคะนองใจ
ผู้พูด คอื นางวนั ทอง
สะท้อนคณุ ธรรม ข้อ ง. ความรักลูก
6. แม่เลีย้ งลกู มาถงึ เจ็ดขวบ เคราะห์ประจวบจากแมห่ าเห็นไม่
จะคิดถึงลกู บา้ งฤๅอยา่ งไร ฤๅหาไม่ใจแม่ไม่คดิ เลย
ถา้ คดิ เหน็ เอ็นดวู ่าลูกเต้า แมท่ ูนเกล้าไปเรือนอย่าเชือนเฉย
ให้ลูกคลายอารมณ์ไดช้ มเชย เหมือนเม่ือครงั้ แม่เคยเลี้ยงลูกมา
ผู้พูด คอื จม่นื ไวยวรนาถ
สะทอ้ นคณุ ธรรม ข้อ ก. ความกตัญญูต่อบิดามารดา
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
240
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
241
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 ระดับภาษาและคำราชาศัพท์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชา ท 33101 ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
หน่วยการเรียนท่ี 4 เรื่อง ระดับภาษาและประเมินคณุ คา่ งานเขยี น
เวลา 1 ช่วั โมง
1. ตวั ชี้วดั /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ท 4.1 ม.4-6/3 ใช้ภาษาเหมาะสมแก่โอกาส กาลเทศะ และบคุ คล รวมทัง้ คำราชาศัพท์อย่างเหมาะสม
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธบิ ายระดับภาษาและการใชภ้ าษาทถ่ี ูกตอ้ งและเหมาะสมได้
2) ใช้ภาษาไดเ้ หมาะสมกับสมั พนั ธภาพของบุคคลและกาลเทศะ
3) ใชค้ ำราชาศัพท์ได้อย่างเหมาะสม
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การใช้ภาษาในการส่อื สารจะตอ้ งอธิบายและใชร้ ะดบั ภาษาท่ถี ูกต้อง และเหมาะสมกับสมั พันธภาพของบุคคลและ
กาลเทศะ
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการวิเคราะห์
2) ทกั ษะการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
3) ทกั ษะการทำให้กระจา่ ง
4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5. สาระการเรียนรู้
➢ ระดบั ของภาษา
➢ คำราชาศพั ท์
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
242
6. จุดเน้นสู่การพฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี น ทักษะศตวรรษท่ี 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลัก 4Cs)
การคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
ทกั ษะดา้ นการส่ือสารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy)
ทกั ษะด้านชวี ิตและอาชีพ
ความยดื หยุ่นและการปรับตัว
การริเร่มิ สรา้ งสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตวั เอง
ทักษะสงั คม และสงั คมข้ามวัฒนธรรม
การเปน็ ผสู้ รา้ งหรือผ้ผู ลิต และความรบั ผิดชอบเชือ่ ถือได้
ภาวะผนู้ ำและความรบั ผิดชอบ
คณุ ลักษณะสำหรบั ศตวรรษที่ 21
คณุ ลกั ษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรับตวั ความเปน็ ผ้นู ำ
คณุ ลักษณะดา้ นการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชีน้ ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะดา้ นศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อนื่ ความซื่อสัตย์ สำนกึ พลเมือง
7. ชิน้ งานภาระงาน
-ใบงานเรื่อง วเิ คราะห์ระดบั ภาษา
-ใบงานเร่อื ง ระดบั ภาษาในสังคมไทย
8. กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรอื่ ง ระดับภาษาและอิทธิพลของการใช้ภาษา
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ
สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : — คำถามกระตนุ้ ความคิด
1. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ นกั เรยี นคิดวา่ การพูดคุยกบั เพ่ือนกับ
2. ครยู กตัวอยา่ งสถานการณ์ต่าง ๆ เก่ยี วกบั การคุยผ่านช่อง การพูดคยุ กับครู มีวธิ ีและลักษณะการ
ทางการตดิ ต่อส่ือสารตา่ ง ๆ เชน่ การคยุ ผา่ นเอม็ เอสเอ็น เฟ พดู ทเี่ หมือนกนั หรอื แตกต่างกันอยา่ งไร
ซบกุ๊ หรือบบี ี จากนน้ั ครสู ุม่ เรียกนักเรียน 3-5 คน ออกมา (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น
แสดงความคิดเห็น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจของครผู ู้สอน)
ขน้ั ที่ 2 สำรวจค้นหา : เทคนิคการต่อเร่ืองราว (Jigsaw) คำถามกระตุน้ ความคดิ
ส่ือการเรียนรู้ : หนังสือเรยี น หลกั ภาษาฯ ม.6 • นักเรียนคิดวา่ การใชภ้ าษาของคน
1. ครูแบ่งนกั เรียนเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน คละกันตาม
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101
243 ไทยมีลกั ษณะอยา่ งไร
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน
ความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลาง
คอ่ นข้างอ่อน และอ่อน โดยให้อยูใ่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
2. ครูให้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มกำหนดหมายเลขประจำตัวให้สมาชกิ
แต่ละคนในกล่มุ เป็นหมายเลข 1-4 ตามลำดบั เรียกกลุ่มน้ี คำถามกระตุน้ ความคิด
ว่า กลุ่มบ้าน แลว้ ให้นักเรยี นทีม่ หี มายเลขเดียวกนั ไปรวมกัน • ในชีวิตประจำวนั นักเรยี นใช้
เป็น กลมุ่ ใหม่ เรียกว่า กลุ่มผูเ้ ชย่ี วชาญ
3. นกั เรยี นกลุ่มผ้เู ชี่ยวชาญรว่ มกันศกึ ษาความรูท้ ี่กำหนดให้ ภาษาระดับใดบ้าง เพราะเหตุใด
ดงั นี้ (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน
- กลุ่มหมายเลข 1 ศึกษาความรู้เร่ือง การแบ่งระดบั ภาษา โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน)
และ ปัจจัยทีม่ อี ิทธิพลตอ่ การเลอื กใชร้ ะดบั ภาษา
- กลมุ่ หมายเลข 2 ศึกษาความรเู้ ร่ือง ลกั ษณะของภาษา
ในระดับตา่ ง ๆ
- กลุ่มหมายเลข 3 ศึกษาความรเู้ รอ่ื ง ความหมายและ
ความสำคญั และของคำราชาศพั ท์
- กลมุ่ หมายเลข 4 ศึกษาความรเู้ รือ่ ง ทม่ี าของคำราชาศพั ท์
โดยให้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ศึกษาความรจู้ ากหนังสอื เรียน
4. นักเรยี นกล่มุ ผู้เชยี่ วชาญร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกบั
เร่ืองที่ศึกษา โดยผลดั กนั ซักถามหากมีข้อสงสัย และผลัดกัน
อธบิ ายหรือแลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ จนสมาชกิ ในกลุม่ มีความ
เขา้ ใจชัดเจนตรงกนั แล้วบันทึกความรู้ท่ีไดล้ งในแบบบันทึก
การอา่ น
5. นกั เรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคิด
ขั้นท่ี 3 อธิบายความรู้
สอื่ การเรียนรู้ : ใบงานท่ี 1.1
1. นกั เรียนกลุม่ ผู้เชี่ยวชาญแยกย้ายกนั กลบั เข้าสู่กลมุ่ บา้ น แล้ว
นำความร้ทู ่ไี ด้จากการศึกษามาอธิบายให้เพื่อนในกลุ่มฟัง โดย
ผลดั กันซักถามหากมีข้อสงสัยและผลัดกันอธิบายหรือ
แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ จนสมาชกิ ในกล่มุ มีความเข้าใจ
ชัดเจนตรงกัน
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำความรู้ที่ไดศ้ ึกษามาเปน็ พื้นฐานในการ
ทำใบงานที่ 1.1 เรอื่ ง วิเคราะหร์ ะดบั ภาษา
3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
244 คำถามกระตุ้นความคดิ
1. การเขยี นตอบข้อสอบแบบอัตนัย
ขัน้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ
ส่อื /แหล่งการเรียนรู้ : 1. หนังสือเรยี น หลกั ภาษาฯ ม.6 นักเรยี นควรใช้ภาษาแบบใด
(ภาษาแบบแผน)
2. หนงั สือค้นควา้ เพิ่มเติม 2. ปจั จัยใดที่มผี ลต่อการใช้ระดับภาษา
3. ใบงานที่ 1.2 (โอกาสและสถานที่ สมั พนั ธภาพ
4. ห้องสมุด ระหว่างบุคคล ลักษณะของเน้ือหา
5. แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ และสื่อที่ใช้)
1. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ขอ้ 1-2
2. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ค้นคว้าตวั อย่างการใชภ้ าษาระดับตา่ ง ๆ คำถามกระตนุ้ ความคดิ
ได้แกภ่ าษาแบบแผน ภาษาก่ึงแบบแผน และภาษาไมเ่ ปน็ การใช้ระดบั ภาษาใหถ้ กู ต้องและ
แบบแผน อยา่ งละ 3 ตวั อยา่ ง โดยคน้ คว้าจากหนังสือคน้ ควา้
เพ่ิมเติม ห้องสมดุ และแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ แลว้ นำขอ้ มูล เหมาะสมมีประโยชน์ต่อนักเรียน
มาชว่ ยกนั ทำ ใบงานที่ 1.2 เรอื่ ง ระดับภาษาในสงั คมไทย อย่างไร
ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดย
ส่อื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 1.1-1.2 ให้อยใู่ นดลุ ยพินิจของครูผสู้ อน)
1. นักเรียนแต่ละกลมุ่ นำเสนอผลการทำใบงานท่ี 1.1-1.2 โดย
ครแู ละเพือ่ นกล่มุ อืน่ รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
2. นักเรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคิด
9. สอ่ื
1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ้ าษา ม.6
2) หนงั สอื ค้นควา้ เพม่ิ เติม
(1) กำชัย ทองหล่อ. (2552). หลกั ภาษาไทย. กรงุ เทพฯ : รวมสาสน์ (1977).
(2) จุไรรตั น์ ลักษณะศริ ิ และบาหยัน อ่ิมสำราญ, บรรณาธกิ าร. (2553). ภาษากับการสอื่ สาร.
พิมพ์ครงั้ ที่ 4. นครปฐม : โรงพิมพ์มหาวทิ ยาลัยศิลปากร.
(3) ราตรี ธันวารชร, บรรณาธิการ. (2540). กาญจนาภา : รวมบทความวิชาการด้านภาษาและวรรณกรรมไทย.
กรุงเทพฯ : ภาควชิ าภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย : อัมรนิ ทร์ พร้ินตงิ้ .
(4) วิไลศกั ด์ิ ก่ิงคำ. (2550). ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย. กรงุ เทพฯ : มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.
3) ใบงานที่ 1.1 เร่อื ง วิเคราะห์ระดบั ภาษา
4) ใบงานท่ี 1.2 เรือ่ ง ระดบั ภาษาในสังคมไทย
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
245
10. แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมุด
2) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://www.m-culture.go.th/knowledge-language-all.php?m_id=98
- http://www.prakan.ac.th/Link-Data/e-learning-49/e-learning/page3.htm
11. การวัดและประเมินผล
11.1 การประเมินตามจุดประสงค์/ตวั ช้ีวดั
วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน แบบทดสอบกอ่ นเรยี น (ประเมินตามสภาพ
จริง)
ตรวจใบงานที่ 1.1 ใบงานที่ 1.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 1.2 ใบงานที่ 1.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทึกการอ่าน แบบบนั ทึกการอ่าน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สงั เกตความมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ และม่งุ มนั่ ในการ แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
ทำงาน เกณฑ์
11.2 การประเมนิ สมรรถนะสำคญั คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21
สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ทักษะศตวรรษที่ 21
วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ดี
ผ่านเกณฑ์
สงั เกตความมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
246
12. ขอ้ เสนอแนะ(ผู้ใชแ้ ผนเขยี นเสนอแนะ)
................................................................................................................................................................................
13. บันทึกหลังสอน
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
นกั เรยี นจำนวน.........................................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรโู้ ดยรวม......................คน คดิ เป็นร้อยละ..............................
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นท่มี ีความสามารถพิเศษ/นกั เรยี นเด็กพเิ ศษ ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรยี นท่ีไม่ผา่ นการประเมนิ จดุ ประสงคด์ ้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
....................................................................................................................................................................... .
นกั เรียนที่ไม่ผ่านการประเมนิ จดุ ประสงคด์ ้านทกั ษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่
................................................................................................................................................................... .....
นักเรยี นทไ่ี ม่ผา่ นการประเมนิ จุดประสงคด์ ้านเจตคติ (A) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
...................................................................................................................................................... ..................
13.2 ปัญหา/อุปสรรค
................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ..................................ครผู ู้สอน
(นางนิตยา ทองดยี งิ่ )
ตำแหน่งครูโรงเรยี นวเิ ชียรมาตุ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
247
ความเห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................. .....................................
ลงช่อื ....................................หวั หนา้ กลุ่มสาระฯ
(นางภรพิศ วิภษู ติ วรกุล)
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรอื ผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู้ อง..............................................................................แล้วมคี วามคิดเห็นดังนี้
1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกจิ รรมไดน้ ำกระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยงั ไมเ่ น้นผเู้ รียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
นำไปใช้ได้จริง
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................... .....................................
ลงชื่อ..................................รองผู้อำนวยการโรงเรยี นกลุ่มบริหารวิชาการ
(นางอัมพร สงวนศักดิ)์
…………./……………./…………
ความคิดเห็น
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ........................................ผู้อำนวยการโรงเรยี น
(นางยุภา พรเศรษฐ)์
…………./……………./…………
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
248
ใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง วเิ คราะห์ระดบั ภาษา
คำช้ีแจง ให้นักเรยี นวิเคราะห์ระดบั ภาษาทีเ่ หมาะสมกับสถานการณ์ท่กี ำหนดให้
สถานการณ์ท่ี 1 นกั เรียนต้องการติดต่อหนว่ ยงานท้ังภาครัฐและเอกชน เพอ่ื ขอขอ้ มลู สำหรบั การทำรายงาน
นกั เรียนจะมีวิธีการขอขอ้ มูลอยา่ งไร เพื่อใหไ้ ด้ข้อมลู นั้นมา
สถานการณ์ท่ี 2 นักเรียนมาหาอาจารย์ท่หี ้องพกั อาจารย์เพื่อปรกึ ษาเรือ่ งการบา้ นแตไ่ มพ่ บ นกั เรียนจะเขยี นจดหมาย
ส้นั (โน้ต) ถึงอาจารย์อยา่ งไร
สถานการณท์ ี่ 3 นกั เรียนกบั เพือ่ นสนทิ มีความคดิ เหน็ ทีไ่ ม่ตรงกนั ซงึ่ ความคดิ เหน็ ของนักเรยี นถกู ตอ้ ง นักเรยี นจะมี
วธิ กี ารพูดกับเพ่อื นอย่างไร
สถานการณท์ ี่ 4 หากนกั เรียนเปน็ คณะกรรมการนกั เรยี น แล้วนักเรียนได้รบั มอบหมายใหจ้ ัดกจิ กรรมของโรงเรียน
เพ่อื เข้าร่วมงานของจงั หวดั นักเรียนจะมีวิธีการพดู อยา่ งไร ให้เพ่อื นทง้ั โรงเรียนรว่ มกนั ทำกิจกรรมน้นั
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
249
ใบงานท่ี 1.1 เรือ่ ง วเิ คราะหร์ ะดับภาษา เฉลย
คำชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นวิเคราะหร์ ะดบั ภาษาทเี่ หมาะสมกบั สถานการณ์ทก่ี ำหนดให้
สถานการณ์ท่ี 1 นกั เรียนต้องการตดิ ตอ่ หนว่ ยงานท้ังภาครฐั และเอกชน เพื่อขอข้อมลู สำหรบั การทำรายงาน
นกั เรียนจะมวี ธิ ีการขอขอ้ มลู อยา่ งไร เพอื่ ใหไ้ ด้ข้อมูลนน้ั มา
สถานการณ์ที่ 2 นกั เรยี นมาหาอาจารยท์ ่ีห้องพกั อาจารย์เพ่ือปรกึ ษาเรอ่ื งการบา้ นแต่ไมพ่ บ นักเรียนจะเขียนจดหมาย ส้ั น
(โน้ต) ถึงอาจารยอ์ ยา่ งไร
สถานการณท์ ี่ 3 นกั เรียนกับเพอื่ นสนทิ มคี วามคดิ เหน็ ท่ีไม่ตรงกัน ซ่ึงความคดิ เหน็ ของนักเรยี นถกู ต้อง นกั เรยี นจะมี
วธิ ีการพูดกบั เพื่อนอยา่ งไร
สถานการณท์ ่ี 4 หากนักเรียนเป็นคณะกรรมการนกั เรียน แลว้ นักเรียนไดร้ ับมอบหมายให้จัดกจิ กรรมของโรงเรียน
เพื่อเขา้ ร่วมงานของจงั หวดั นักเรยี นจะมวี ิธีการพูดอยา่ งไร ใหเ้ พ่อื นทง้ั โรงเรยี นร่วมกันทำกจิ กรรมนั้น
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดุลยพินิจของครูผู้สอน)
แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101
250
ใบงานท่ี 1.2 เร่อื ง ระดับภาษาในสงั คมไทย
คำชแี้ จง ให้นกั เรียนยกตัวอย่างการใชภ้ าษาระดบั ตา่ ง ๆ
➢ ภาษาแบบแผน
➢ ภาษากง่ึ แบบแผน
➢ ภาษาไม่เปน็ แบบแผน
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101