The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nitty251400, 2022-09-12 00:26:40

แผน ม 6 รวมแล้ว

แผน ม 6 รวมแล้ว

251

ใบงานท่ี 1.2 เร่ือง ระดับภาษาในสงั คมไทย เฉลย

คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นยกตัวอย่างการใช้ภาษาระดับต่าง ๆ
(ตวั อย่าง)

➢ ภาษาแบบแผน
กรงุ เทพมหานครไดจ้ ัดทำ “โครงการชีวติ พอเพียง ตามแนวพระราชดำร”ิ เพือ่ เชญิ ชวนประชาชนผอู้ ยูอ่ าศยั หรือ

ประกอบ
อาชีพในกรงุ เทพมหานครจำนวน 1 ล้านคน รว่ มกนั แสดงความจงรักภักดถี วายเป็นราชสักการะพระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช เน่อื งในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัตคิ รบ 60 ปี ดว้ ยการตั้งปณิธานวา่ จะทำบญั ชี
รายรบั -รายจา่ ยของตนเองหรือครอบครัว เพ่อื ใหร้ จู้ กั การใชจ้ ่ายเงนิ อย่างถูกต้อง คุม้ ค่า และเหลอื เกบ็ ออม
อนั เป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพยี ง” มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต
(ทม่ี า : “สาส์นจากผ้วู ่าราชการกรงุ เทพมหานคร” ในชีวิตพอเพียงตามแนวพระราชดำร)ิ
➢ ภาษากึ่งแบบแผน

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ทจ่ี ะเกิดข้นึ ในปี 2015 ไมใ่ ชเ่ ร่ืองใหม่ แตเ่ ป็นการสานตอ่ กระบวนการ
รวมกลุ่มของอาเซยี นทีเ่ ริ่มจากการเปดิ เสรีการคา้ มากกว่า 20 ปี เป้าหมายตาม AEC Blueprint จงึ เป็นการเรง่
กระบวนการเปิดเสรดี ้านสนิ ค้า บรกิ ารและการลงทุนท่ีมีอยู่แล้ว โดยเสริมดว้ ยการเคลอื่ นยา้ ยปัจจยั การผลติ คือ
แรงงานฝมี ือ และเงนิ ทนุ โดยหวงั วา่ จะช่วยเสรมิ สรา้ งประสิทธิภาพในการผลติ จากการแบง่ งานกนั ทำ ได้รับ
ประโยชน์จากขนาดท่ีใหญข่ นึ้ เพม่ิ อำนาจตอ่ รองในเวทีโลก เนือ่ งจากหากมอง AEC เป็นกลุ่มเดียวก็จะมีประชาการ
เปน็ อนั ดบั ที่ 3 มรี ายได้เป็นอันดบั ท่ี 6 และมมี ูลคา่ การส่งออกเปน็ อันดบั ท่ี 5 เม่ือเปรียบเทยี บกับประเทศตา่ ง ๆ ใน
โลก (ทีม่ า : “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกบั การเปิดเสรีภาคการเงนิ ” จลุ สารของกรมเจรจาการค้าระหวา่ ง
ประเทศ ปีท่ี 1 ฉบบั ที่ 5 ประจำปักษแ์ รก กันยายน 2554)
➢ ภาษาไมเ่ ปน็ แบบแผน

รองเท้าผ้าใบเก่าเปื่อย เหยียบลงบนใบไม้แห้งบงั เกิดเสียงดังกรอบแกรบ ยำ่ ก้าวไปข้างหน้าอย่างชา้ ๆ
ระมัดระวงั หลิมและเลิศสะพายปืนยาวอยู่หน้าโรงนา ซ่ึงเป็นทเี่ กบ็ ยาบ้า ชะงกั เมื่อได้ยนิ เสียบใบไม้ “เฮ้ย เสียงอะไร
วะ” เลิศเง่ยี หฟู ัง “เสยี งเหมือนมคี นเดนิ อยูโ่ รงนาวะ่ ไปดซู ิ” สองคนย่องไปดู เงาดำผ่านวูบไป “เฮย้ น่นั ใครวะ ตาม
ไปเร็ว” หลิมกับเลศิ วง่ิ ตามเงาดำออกไปทวนกับเมินค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากมมุ หลบ มองตามไปด้วยความสงสยั
(ท่ีมา : “เพลงรักบ้านนา” เดลินิวส์ ฉบบั ที่ 22,664 วนั อังคารที่ 1 พฤศจิกายน 2554 หน้า 22)

(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อย่ใู นดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน)

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

252

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2 ภาษาถิ่น
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย รายวิชา ท 33101 ภาษาไทย

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรยี นที่ 4 เรอื่ ง ระดบั ภาษาและประเมนิ คุณค่างานเขียน

เวลา 1 ชวั่ โมง
1. ตวั ชว้ี ัด/จุดประสงค์การเรียนรู้

ท 4.1 ม.4-6/5 วเิ คราะหอ์ ิทธิพลของภาษาต่างประเทศและภาษาถ่ิน
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

- วเิ คราะห์อิทธพิ ลของภาษาถ่ินได้
3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

ในภาษาไทยมที งั้ ภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาไทยถิ่น ผู้เรียนต้องวเิ คราะห์อิทธพิ ลของภาษาถิ่นที่มีตอ่ ภาษาไทยมาตรฐาน
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น

4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการวเิ คราะห์
2) ทกั ษะการทำใหก้ ระจา่ ง
4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. สาระการเรียนรู้
- อิทธพิ ลของภาษาถ่ิน
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
6. จุดเน้นสกู่ ารพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียน ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลกั 4Cs)

การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และทกั ษะในการแก้ปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
ทกั ษะดา้ นการสื่อสารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทนั ส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy)
ทกั ษะดา้ นชีวิตและอาชีพ
ความยืดหยุ่นและการปรบั ตัว
การรเิ ริม่ สร้างสรรค์และการเปน็ ตวั ของตวั เอง

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

253

ทกั ษะสังคม และสังคมข้ามวัฒนธรรม

การเป็นผสู้ ร้างหรอื ผู้ผลติ และความรบั ผดิ ชอบเชอ่ื ถือได้

ภาวะผนู้ ำและความรับผดิ ชอบ

คุณลกั ษณะสำหรับศตวรรษที่ 21

คุณลักษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตวั ความเปน็ ผนู้ ำ

คุณลักษณะด้านการเรยี นรู้ ได้แก่ การช้ีนำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง

คณุ ลกั ษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่นื ความซื่อสตั ย์ สำนึกพลเมือง

7. ชน้ิ งานภาระงาน

-ใบงาน เร่ือง ภาษาถนิ่

8. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคการต่อเรอื่ งราว (Jigsaw)

ขน้ั นำเข้าสูบ่ ทเรยี น

ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้ : — คำถามกระตุ้นความคดิ

1. ครูสนทนากับนักเรยี นเรอื่ ง ภาษาถ่นิ แล้วให้นักเรยี นท่ี ภาษาถนิ่ ใดท่มี ีความคลา้ ยคลงึ กนั

สามารถพดู ภาษาถนิ่ ต่าง ๆ ได้ ออกมาพดู ภาษาถิ่นที่หนา้ ชั้น (ภาษาถนิ่ เหนือและภาษาถ่ินอีสาน)

เรยี น

2. นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายถงึ ความแตกต่างของภาษาถนิ่

3. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

ขน้ั สอน

สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้ : 1. หนงั สอื เรยี น หลักภาษาฯ ม.6 คำถามกระตุ้นความคิด

2. หนงั สือคน้ คว้าเพ่มิ เติม 1. นักเรียนคิดวา่ การพูดภาษาถ่นิ เป็น

3. ใบงานที่ 3.1 เรื่องท่คี วรส่งเสริมหรอื ไม่

4. ห้องสมดุ เพราะเหตุใด

1. ครูใหน้ ักเรียนรวมกลุ่มเดิม (จากแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1) (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดย

แล้วให้แต่ละกลุ่มกำหนดหมายเลขประจำตัวใหส้ มาชิกแตล่ ะ ให้อยใู่ นดลุ ยพินิจของครผู ้สู อน)

คน เป็นหมายเลข 1-4 เรียกว่า กล่มุ บ้าน 2. การศึกษาภาษาถ่ินเปน็ ความเจรญิ

2. ครใู หน้ ักเรียนท่ีมหี มายเลขเดียวกนั มารวมกนั เป็นกลุ่มใหม่ หรือความล้าหลังทางภาษา เพราะเหตุ

เรียกวา่ กลมุ่ ผเู้ ชยี่ วชาญ แล้วให้แต่ละกลุ่มศึกษาความรู้เรื่อง ใด

ภาษาถิน่ จากหนังสือเรยี น หนังสือค้นคว้าเพ่ิมเติม และ (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดย

หอ้ งสมดุ ดังน้ี ให้อยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู สู้ อน)

- กลุ่มหมายเลข 1 ศึกษาเรือ่ ง ภาษาไทยถน่ิ เหนอื

- กลมุ่ หมายเลข 2 ศกึ ษาเรอ่ื ง ภาษาไทยถิ่นอสี าน

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

254

- กลุ่มหมายเลข 3 ศกึ ษาเรือ่ ง ภาษาไทยถ่ินกลาง
- กลมุ่ หมายเลข 4 ศกึ ษาเร่ือง ภาษาไทยถนิ่ ใต้
3. เมื่อนักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญศึกษาความรู้ จนมีความรู้ความ
เข้าใจชัดเจน ผลัดเปล่ียนกันซักถามและอธิบายจนมีความ
เข้าใจ จากน้ันแยกย้ายกันกลับไปยังกลุ่มบา้ น
4. สมาชิกแตล่ ะคนผลดั กนั อธบิ ายความรตู้ ามที่ตนได้ศึกษามาให้
สมาชิกในกลุ่มบ้านฟงั เรยี งตามลำดบั หมายเลข 1-4 จนครบ
5. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ ขอ้ 1-2
6. นกั เรยี นทำใบงานที่ 3.1 เรอ่ื ง ภาษาถ่นิ เสร็จแลว้ นำสง่ ครู
7. ครูนำผลงานของกลุ่มที่มคี ุณภาพตามเกณฑต์ ิดป้ายนิเทศเพ่ือ
เป็นกำลงั ใจ
ขนั้ สรปุ
สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้ : —
ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความรู้เรอื่ ง ภาษาถิน่

 ครูมอบหมายให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มจัดทำรายงาน เรอื่ ง ระดับภาษาและอิทธิพลภาษาตา่ งประเทศและภาษาถนิ่
ในภาษาไทย โดยใหค้ รอบคลมุ ประเด็นตามท่ีกำหนด ดงั นี้
1) การใช้ภาษาเหมาะสมแกโ่ อกาส กาลเทศะ และบุคคล
2) การวิเคราะห์อิทธิพลของภาษาตา่ งประเทศ และภาษาถ่ิน
3) การจดั แบ่งและลำดับเน้ือหา
4) การใช้ภาษา

 นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น เร่อื ง ระดับภาษาและอิทธพิ ลของการใช้ภาษา

9. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.6
2) หนงั สือคน้ ควา้ เพิม่ เติม
(1) กตัญญู ชูชืน่ . (2543). คำยืมภาษาตา่ งประเทศชดุ ภาษาเขมรในภาษาไทย. กรงุ เทพฯ :
โอเดียนสโตร์.
(2) ราชบณั ฑติ ยสถาน. (2553). คำไทยท่มี าจากภาษาบาลีและภาษาสนั สกฤต.กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน.
(3) จไุ รรตั น์ ลักษณะศิริ และบาหยนั อิ่มสำราญ, บรรณาธกิ าร. (2553). ภาษากับการสือ่ สาร.
พมิ พค์ ร้งั ท่ี 4. นครปฐม : โรงพิมพม์ หาวิทยาลยั ศิลปากร.

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

255

(4) วไิ ลศกั ด์ิ กิ่งคำ. (2550). ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย. กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร.์

(5) ศานติ ภักดคี ำ. (2553). เขมรใช้ ไทยยืม. กรงุ เทพฯ : อมรนิ ทร์.

3) ใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง ภาษาถ่นิ

10. แหล่งการเรียนรู้

- ห้องสมุด
11. การวดั และประเมินผล

11.1 การประเมินตามจุดประสงค/์ ตวั ชี้วัด

วิธีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์

ตรวจใบงานท่ี 3.1 ใบงานที่ 3.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น

เกณฑ์

สงั เกตความมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมั่นในการ แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น

ทำงาน เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน แบบทดสอบหลังเรียน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

รายงาน เร่อื ง ระดับภาษาและอิทธิพล แบบประเมินรายงาน เรือ่ ง ระดบั ภาษาและ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
ภาษาต่างประเทศและภาษาถิ่นในภาษาไทย อิทธิพลภาษาตา่ งประเทศและภาษาถ่นิ ใน เกณฑ์
ภาษาไทย

11.2 การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะศตวรรษที่ 21

สมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21

วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ดี

ผ่านเกณฑ์

สังเกตความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ มุง่ มั่นในการทำงาน แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

256

12. ข้อเสนอแนะ(ผใู้ ช้แผนเขียนเสนอแนะ)
................................................................................................................................................................................

13. บันทึกหลงั สอน
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
นกั เรียนจำนวน.........................................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรโู้ ดยรวม......................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..............................
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรียนร้โู ดยรวม..................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..............................
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรยี นทมี่ ีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรยี นเด็กพิเศษ ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรียนทไ่ี ม่ผา่ นการประเมนิ จดุ ประสงคด์ ้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................
นักเรยี นทีไ่ ม่ผ่านการประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านทักษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่
..................................................................... ............................................................................................. ......
นักเรียนทไี่ มผ่ า่ นการประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านเจตคติ (A) จำนวน............................คน ได้แก่
........................................................ ............................................................................................. ...................

13.2 ปัญหา/อุปสรรค
................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..................................ครผู ้สู อน
(นางนติ ยา ทองดีย่งิ )

ตำแหนง่ ครโู รงเรียนวเิ ชยี รมาตุ

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

257

ความเห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ....................................หวั หนา้ กลุ่มสาระฯ
(นางภรพิศ วภิ ษู ิตวรกุล)

ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นร้ขู อง..............................................................................แล้วมีความคดิ เห็นดังนี้
1.เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กจิ รรมไดน้ ำกระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยังไมเ่ นน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
....................................................................................................... .............................................................................

................................................................................................................................................................... .................

ลงชอื่ ..................................รองผอู้ ำนวยการโรงเรยี นกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
(นางอัมพร สงวนศักด์ิ)

…………./……………./…………
ความคิดเห็น
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ........................................ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
(นางยภุ า พรเศรษฐ์)

…………./……………./…………

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

258

การประเมินชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมนิ รายงาน เรือ่ ง ระดับภาษาและอิทธพิ ลภาษาตา่ งประเทศ
และภาษาถ่ินในภาษาไทย

ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
4321

1 การใชภ้ าษาเหมาะสมแกโ่ อกาส กาลเทศะ
และบุคคล

2 การวเิ คราะห์อทิ ธิพลของภาษาต่างประเทศ
และภาษาถนิ่

3 การจัดแบง่ และลำดับเนื้อหา

4 การใชภ้ าษา

รวม

ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน
............../.................../................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน 4
ดมี าก = 3
ดี = 2
พอใช้ = 1
ปรับปรุง =

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14 - 16 ดมี าก
11 - 13 ดี
8 - 10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรุง

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

259

ใบงานท่ี 3.1 เรือ่ ง ภาษาถนิ่

คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนตอบคำถามต่อไปน้ี

1. ภาษาไทยมาตรฐานต่างจากภาษาไทยถ่ินอยา่ งไร

2. การศกึ ษาภาษาไทยถ่ิน มีประโยชนอ์ ย่างไร

3. ให้นกั เรยี นวิเคราะหค์ ำต่อไปน้ี วา่ เป็นคำทมี่ าจากภาษาถิ่นใดรวมกับภาษาถิ่นใด
1) ทองคำ
2) คอยท่า
3) เสือ่ สาด
4) ก้าวย่าง

4. เหตใุ ดภาษาไทยมาตรฐานจึงมอี ิทธิพลเหนือภาษาไทยถิ่น

5. ภาษาทใี่ ช้ในท้องถน่ิ ของนกั เรียนเปน็ ภาษาไทยถ่ินใด ให้ยกตัวอย่างคำศพั ทท์ ี่ใช้ในชวี ติ ประจำวัน พร้อมทั้งความหมายของ
คำศัพท์ เปน็ ภาษาไทยมาตรฐาน มา 20 คำ

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

260

ใบงานที่ 3.1 เรื่อง ภาษาถิ่น เฉลย
คำช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้

1. ภาษาไทยมาตรฐานต่างจากภาษาไทยถิ่นอย่างไร
ภาษาไทยถน่ิ เป็นภาษาของกลุ่มคนทอ่ี าศัยอยู่ในภูมภิ าคต่างๆ ของประเทศไทย แต่ภาษาไทยมาตรฐานเป็นภาษาไทย
กรุงเทพฯ เป็นภาษากลางใช้ในการติดต่อกับทางราชการและใชใ้ นการเรียนการสอนในระบบการศึกษาของประเทศ

2. การศึกษาภาษาไทยถนิ่ มปี ระโยชน์อย่างไร
การศกึ ษาภาษาไทยถน่ิ ทำให้ผู้ศกึ ษาสามารถทำความเข้าใจบริบททางสงั คมและวัฒนธรรมของแตล่ ะถ่ิน รวมทั้งทำให้
สามารถสือ่ สารกบั คนในแตล่ ะท้องถิ่นได้ถูกตอ้ ง ตรงตามความหมายทต่ี ้องการสื่อ

3. ใหน้ กั เรยี นวเิ คราะห์คำต่อไปนี้ วา่ เปน็ คำทมี่ าจากภาษาถ่นิ ใดรวมกบั ภาษาถ่ินใด
1) ทองคำ = ทอง ภาษาไทยมาตรฐาน คำ ภาษาไทยถน่ิ เหนือ
2) คอยท่า = คอย ภาษาไทยมาตรฐาน ทา่ ภาษาถนิ่ ใต้
3) เสือ่ สาด = เสื่อ ภาษาไทยมาตรฐาน สาด ภาษาไทยถ่นิ ใต้
4) ก้าวย่าง = กา้ ว ภาษาไทยมาตรฐาน ย่าง ภาษาไทยถนิ่ เหนอื ภาษาไทยถ่ินอสี าน

4. เหตใุ ดภาษาไทยมาตรฐานจึงมีอิทธิพลเหนือภาษาไทยถน่ิ
เพราะทางราชการกำหนดให้ภาษาไทยมาตรฐานเป็นภาษากลางทใี่ ช้ในการศึกษาและใชใ้ นทางราชการ อีกทัง้ สื่อมวลชน
ตา่ ง ๆ กใ็ ชภ้ าษาไทยมาตรฐาน คนไทยในถิน่ ต่าง ๆ จำเป็นต้องเรยี นรู้เพ่ือใช้ในการส่ือสารกับทางราชการ ทางการศกึ ษา
และเพ่ือรบั ขา่ วสารจากสอ่ื ต่าง ๆ

5. ภาษาทีใ่ ชใ้ นท้องถนิ่ ของนักเรียนเป็นภาษาไทยถ่นิ ใด ให้ยกตัวอยา่ งคำศัพท์ท่ใี ชใ้ นชวี ิตประจำวนั พร้อมท้ัง
ความหมายของคำศัพท์ เป็นภาษาไทยมาตรฐาน มา 20 คำ

(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ จิ ของครูผ้สู อน)

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

261

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3 การประเมนิ คณุ ค่าเร่ืองส้ัน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชา ท 33101 ภาษาไทย

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6
หน่วยการเรยี นท่ี 4 เรือ่ ง ระดบั ภาษาและประเมนิ คุณค่างานเขยี น

เวลา 1-2 ช่วั โมง
1. ตัวช้ีวดั /จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

ท 2.1 ม.4-6/5 ประเมนิ งานเขียนของผูอ้ ื่น แลว้ นำมาพฒั นางานเขียนของตนเอง
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) อธบิ ายแนวทางการประเมินคุณค่าเรอ่ื งสั้นได้
2) ประเมนิ คุณค่าเรื่องส้ันได้
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การประเมินคณุ คา่ งานเขียนประเภทเร่อื งส้นั จะต้องสามารถอธบิ ายหลกั การและวิธกี ารประเมินคุณค่าของงานเขียนได้ จึงจะ
สามารถประเมินคุณคา่ งานเขียนประเภทเรอ่ื งสน้ั ได้อย่างถูกตอ้ ง
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
4.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการประเมนิ
2) ทักษะการนำความรู้ไปใช้
4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
5. สาระการเรยี นรู้
 ประเมินคุณค่างานเขยี นในดา้ นต่าง ๆ เชน่

- แนวคิดของผู้เขยี น
- การใช้ถอ้ ยคำ
- การเรยี บเรยี ง
- สำนวนโวหาร
- กลวิธใี นการเขยี น
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

262

6. จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลัก 4Cs)
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
ทักษะดา้ นการสอ่ื สารสนเทศ และรู้เทา่ ทนั ส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy)

ทักษะดา้ นชีวิตและอาชีพ
ความยดื หยุ่นและการปรับตวั
การรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์และการเป็นตวั ของตวั เอง
ทกั ษะสังคม และสงั คมขา้ มวฒั นธรรม
การเปน็ ผู้สร้างหรอื ผู้ผลิต และความรับผดิ ชอบเชอ่ื ถือได้
ภาวะผู้นำและความรบั ผดิ ชอบ

คุณลักษณะสำหรับศตวรรษที่ 21
คณุ ลกั ษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตัว ความเปน็ ผู้นำ
คณุ ลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะด้านศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อน่ื ความซื่อสตั ย์ สำนึกพลเมือง

7. ชิน้ งานภาระงาน
-ใบงาน เร่ือง สรปุ ความรู้ การประเมินคุณค่าเร่ืองสั้น
-ใบงานเรื่อง ประเมินคุณคา่ เรื่องส้นั

8. กิจกรรมการเรียนรู้
 วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
 นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เร่ือง การประเมนิ คุณคา่ งานเขียน
ขน้ั ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ
สอื่ การเรยี นรู้ : ตัวอยา่ งเรอ่ื งสั้น

1. ครแู บ่งนกั เรียนเปน็ กลุม่ กลุ่มละ 4 คน คละกันตาม
ความสามารถคอื เกง่ ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลาง
คอ่ นข้างอ่อน และอ่อน

2. ครแู จกตัวอย่างเรื่องสัน้ ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มอ่าน แล้วให้แต่
ละกลุ่มรว่ มกันอภปิ รายเกีย่ วกบั แนวทางการประเมนิ คุณค่า
จากตวั อย่างเรื่องสั้น

3. ครูสุม่ เรยี กนกั เรียน 2-3 กลุ่ม ออกมานำเสนอแนวทางการ
ประเมนิ คุณคา่ เรื่องส้ัน

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

263

ข้นั ที่ 2 สำรวจคน้ หา คำถามกระตนุ้ ความคิด
ส่ือการเรียนรู้ : หนงั สอื เรียน หลักภาษาฯ ม.6
• ถา้ นักเรยี นไม่ชอบงานเขียนเรื่องใด
1. นกั เรียนแต่ละกล่มุ จับคู่กนั เป็น 2 คู่ แลว้ ให้แตล่ ะคู่ร่วมกัน เรอ่ื งหน่ึงหรอื นักเขียนคนใดคนหน่ึง
ศึกษาความรเู้ รือ่ ง การประเมินคุณค่าเร่ืองสั้น จากหนังสือเรยี น
แล้วบนั ทกึ ความรู้ท่ีไดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบันทึกการอ่าน นกั เรยี นคิดว่า
จะสามารถประเมินคณุ ค่างานเขียน
2. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด โดยปราศจากอคตไิ ดห้ รอื ไม่ เพราะ

ขั้นที่ 3 อธบิ ายความรู้ เหตุใด
สอ่ื การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 1.1 (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น

4. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ขอ้ 1-2 โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครผู ู้สอน)
5. นักเรยี นแต่ละค่นู ำความรู้ท่ีได้จากการศึกษามาอธิบายให้
คำถามกระตนุ้ ความคิด
เพ่อื น อีกคู่หนงึ่ ภายในกลมุ่ ฟัง ผลัดกนั ซักถามหากมีข้อ 1. การประเมินคุณคา่ งานเขยี นแต่ละ
สงสัย และผลัดกนั อธิบายจนทกุ คนมคี วามเขา้ ใจชดั เจน
ตรงกนั ประเภท
6. นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ ราย และสรุปความรู้เกีย่ วกบั การ เหมอื นหรือตา่ งกันอยา่ งไร
ประเมนิ คุณค่าเรื่องสน้ั (เหมือนกนั เพราะการประเมินคุณคา่
7. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ช่วยกนั ทำใบงานท่ี 1.1 เรือ่ ง สรุป งาน
ความรู้ การประเมินคณุ คา่ เรอ่ื งส้ัน เขียนแตล่ ะประเภทสามารถใช้
8. ตัวแทนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอใบงานท่ี 1.1 หนา้ ชนั้ เรยี น หลกั การ
โดยครแู ละเพ่ือนร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง ประเมินคุณค่าหลัก 2 ประการ คือ
แนวคดิ และ
สำนวนโวหาร แต่จะมีรายละเอียด
สำหรับการ
ประเมินคุณคา่ ต่างกันออกไปขึน้ อยู่
ประเภท
ของงานเขยี นนั้น ๆ)
2. นักเรียนสามารถนำหลกั การและ
วิธกี ารประเมินคณุ คา่ งานเขยี นไป
พฒั นาการเขยี นงานของตนเองได้
อย่างไร
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน
โดยให้อย่ใู นดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

264

ข้นั ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ
ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้ : 1. หนงั สอื ค้นคว้าเพิม่ เติม

2. ใบงานท่ี 1.2
3. ห้องสมุด
4. แหล่งข้อมลู สารสนเทศ
ครูให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสบื ค้นข้อมูลเกีย่ วกับเรื่องส้ัน
ตามความสนใจ จากหนังสอื ค้นคว้าเพมิ่ เติม หอ้ งสมุด และแหลง่ ข้อมูล
สารสนเทศ แลว้ นำขอ้ มลู มาประเมินคุณค่าเรื่องสัน้ ลงในใบงานที่ 1.2
เร่ือง ประเมนิ คณุ คา่ เร่อื งสั้น
ขัน้ ที่ 5 ตรวจสอบผล
สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้ : ใบงานที่ 1.2
1. ครูสุ่มเรียกนกั เรียน 2-3 กลุม่ ออกมานำเสนอใบงานที่ 1.2
หน้า ชน้ั เรยี น โดยครูและเพ่ือนนักเรียนเป็นผ้ตู รวจสอบความ
ถกู ต้อง และให้ข้อเสนอแนะ
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรู้เร่ือง การประเมินคณุ ค่า
เรอื่ งสนั้

9. สอ่ื
1) หนงั สอื เรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.6
2) หนังสือค้นคว้าเพ่ิมเติม
(1) เจตนา นาควัชระ และคนอื่นๆ. (2546). กวีนิพนธน์ านาชาติ : การศกึ ษาเชิงวิจารณ์. กรุงเทพฯ :
คมบาง.
(2) ดาวสบิ ดวง : เรอื่ งส้ันชนะการประกวดรางวลั "สภุ าว์ เทวกุล" ประจำปี 2538. (2540). กรงุ เทพฯ :
สมาคมนักเขยี นแห่งประเทศไทย.
(3) พฒั จิรา จนั ทร์ดำ. (2547). การอ่านและการวิจารณเ์ รอื่ งสัน้ . กรุงเทพฯ : สถาพรบุ๊คส์.
(4) มองข้ามบ่านกั เขียน : เร่ืองสัน้ ไทยในทัศนะนักวจิ ารณ์. (2547). กรุงเทพฯ : ชมนาด.
3) ตวั อยา่ งเรอื่ งสน้ั “เศรษฐศาสตรบ์ ้านโคกอีเลิง้ ”
4) ใบงานท่ี 1.1 เรอื่ ง สรุปความรู้การประเมินคณุ ค่าเรือ่ งส้ัน
5) ใบงานท่ี 1.2 เรื่อง ประเมินคณุ คา่ เรื่องส้ัน

10. แหล่งการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

265

1) หอ้ งสมดุ เกณฑ์
2) แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ

- http://edltv.thai.net
- https://sites.google.com/site/reportofstudysubjects
- http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/เรื่องสัน้
11. การวัดและประเมินผล
11.1 การประเมนิ ตามจุดประสงค/์ ตวั ช้ีวัด

วธิ ีการ เคร่อื งมือ

ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรยี น (ประเมนิ ตามสภาพจริง)
ตรวจใบงานที่ 1.1 ใบงานท่ี 1.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 1.2 ใบงานที่ 1.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ตรวจแบบบันทกึ การอา่ น แบบบันทึกการอ่าน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน เกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สงั เกตความมวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ ม่ันในการ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
ทำงาน เกณฑ์

11.2 การประเมินสมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษที่ 21
สมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21

วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ ดี
ผ่านเกณฑ์
สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

266

12. ข้อเสนอแนะ(ผใู้ ช้แผนเขยี นเสนอแนะ)
................................................................................................................................................................................

13. บันทกึ หลังสอน
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
นกั เรียนจำนวน.........................................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรโู้ ดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไมผ่ า่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรโู้ ดยรวม..................คน คดิ เป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นทม่ี ีความสามารถพเิ ศษ/นักเรียนเด็กพเิ ศษ ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นที่ไม่ผา่ นการประเมินจุดประสงค์ด้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่
................................................................................................................................................. .......................
นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจดุ ประสงคด์ ้านทกั ษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่
..................................................................................................................................... ...................................
นักเรียนที่ไมผ่ ่านการประเมินจดุ ประสงค์ดา้ นเจตคติ (A) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
............................................................................................................................. ...........................................

13.2 ปัญหา/อุปสรรค
................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
................................................................................................... ..................................................................... ........
ลงชอ่ื ..................................ครูผ้สู อน
(นางนิตยา ทองดียง่ิ )
ตำแหน่งครูโรงเรียนวเิ ชียรมาตุ

ความเหน็ ของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................. .....................................

ลงชอ่ื ....................................หวั หนา้ กลุ่มสาระฯ
(นางภรพศิ วิภษู ติ วรกุล)

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

267

ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรอื ผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ..............................................................................แล้วมีความคดิ เห็นดงั น้ี
1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
2. การจดั กิจรรมได้นำกระบวนการเรยี นรู้
เน้นผ้เู รียนเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยังไม่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่
นำไปใชไ้ ดจ้ ริง
ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้

4. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
....................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................... .....................................................

ลงชื่อ..................................รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
(นางอัมพร สงวนศักดิ)์

…………./……………./…………
ความคิดเห็น
............................................................................................................................................................................ ........
....................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................ผู้อำนวยการโรงเรียน
(นางยุภา พรเศรษฐ)์

…………./……………./…………

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

268

เอกสารประกอบการสอน

ตวั อย่างเร่ืองสัน้
"เศรษฐศาสตรบ์ า้ นโคกอีเล้ิง"

(โดย พงศกร)
รัฐมนตรจี ะมา...
รฐั มนตรจี ะมา...
พบไู ดย้ ินทุกคนในหมบู่ ้านพูดกนั ถึงแต่เรอ่ื งนี้มาตัง้ แตอ่ าทติ ย์ทแ่ี ลว้ เชือ่ ไดว้ า่ ในเวลานโี้ คกอเี ลิ้งทห่ี ล่อนอยู่มาตง้ั แต่ตีนเท่า
ฝาหอยนัน้ คงไม่มเี รื่องใดอยใู่ นความสนใจของทุกคนมากไปกว่าขา่ วที่วา่ รัฐมนตรจี ะมาตรวจเย่ียม
เร่ิมตัง้ แตร่ ้านอาโกขายกาแฟกลางหม่บู า้ น ทีเ่ ดิมน้นั จะมีคนแวะมากินกาแฟในตอนเชา้ ๆ ไมก่ ่ีคน แล้วตา่ งแยกยา้ ยกันไป
ทำงานของตน พบสู ังเกตเห็นว่าชว่ งสามส่ีวันมานี้ ร้านของอาโกครึกครน้ื ขนาดทตี่ ้องยนื รอเกา้ อกี้ นั ทีเดยี ว
ทุกคนทอ่ี ยากจะรู้ขา่ วคราววา่ รฐั มนตรีจะมาเมื่อไหร่ มาทำอะไร และทางหม่บู า้ นเตรียมการต้อนรบั อย่างไรบา้ งนน้ั ก็ตอ้ ง
มาหาขา่ วกนั เอาท่รี า้ นของอาโกนี่ละ และต้องแวะมาทุกวนั เสยี ด้วย เนอ่ื งจากสถานการณ์มกี ารเปลย่ี นแปลงไปทกุ วนั ใคร
พลาดร่วมวงกาแฟไปแค่วนั เดียว ไม่รูว้ า่ ตกข่าวไปถงึ ไหน ๆ
ขาประจำคนเก่าแกข่ องร้านอาโก ก็คือผู้ใหญ่ถึก
เมอื่ ตอนท่ีพบเู ดนิ ผ่านรา้ นมาน้ัน ผู้ใหญ่ถึกกำลังคุยฟ้งุ เสียจนน้ำลายกระเดน็ ถงึ โครงการถนนลาดยางทแ่ี กกำลงั จะเสนอขอ
จากรฐั มนตรี เพราะถนนจากตวั อำเภอเข้ามาทห่ี มบู่ ้านนั้น ยังเปน็ ถนนลกู รังอยู่ ยามหน้าร้อนฝุน่ จากถนนจะจับผมเผ้าจนแดง
ไปหมด เมื่อยามหนา้ ฝน ถนนก็จะกลายเป็นโคลนเหนยี วๆ และเดินลำบาก ดังน้ันโครงการถนนลาดยางของผู้ใหญ่ถกึ ถึงเป็นท่ี
สนใจและเป็นความหวังของคนท้ังหม่บู ้าน
กำนันคง ซ่งึ บัดนี้ได้เปน็ ถงึ นายก อบต.โคกอีเลิ้งเองก็ไมย่ อมน้อยหนา้ ผ้ใู หญ่บา้ นเตรยี มเสนอโครงการยงิ่ ใหญข่ นาดน้ีแลว้
กำนันอย่างแกมหี รอื ท่จี ะยอมแพ้ พ่อบอกพบูว่า กำนนั เตรียมเสนอโครงการยงิ่ ใหญ่ ที่ทุกคนไดย้ ินแล้วก็ฮือฮากันไปท้งั ตำบล
เพราะแกกำลงั จะของบประมาณมาสรา้ งอนุสาวรยี ์อเี ลิง้
พ่อพร่ำสรรเสริญกำนบั ดว้ ยความช่นื ชมบชู า ทกี่ ำนนั เปน็ ผู้เลง้ เห็นการณไ์ กล คิดปลูกฝงั ให้เยาวชนในท้องถิน่ มีความ
ภาคภมู ใิ จในบ้านเกิด ด้วยการสร้างอนุสาวรียข์ องวรี สตรปี ระจำหมบู่ ้านข้นึ มา นอกจากเดก็ ๆ จะได้กราบไหว้บชู าแลว้
ผูใ้ หญ่อยา่ งพ่อแม่กจ็ ะไดอ้ าศัยกราบไหว้ ขอหวย ขอพร ได้อกี ต่างหาก
พบเู องก็พลอยเห็นดีเห็นงามไปดว้ ย เพราะจะมีสกั กีค่ นในประเทศไทยทร่ี ูว้ ่าอีเลงิ้ สตรเี กง่ ผู้เป็นท่มี าของช่อื หมบู่ ้านมี
ความสำคญั มากมายเพียงใด
เดก็ ๆ ในหมบู่ า้ นทุกคนไดย้ นิ ผู้ใหญ่เล่าขานกนั ต่อ ๆ มา ถึงวรี กรรมของอีเลิง้ ผเู้ ป็นสตรีคนหนงึ่ ทรี่ ่วมรบเคยี งบ่าเคยี งไหล่
กับชาย อกสามศอก เม่ือคราวทเ่ี จา้ อนวุ งศ์ แหง่ เวยี งจันทน์ยาตราทัพผา่ นมาทางทงุ่ สมั ฤทธิ์
กำนนั ฟุ้งว่าจะก่อสรา้ งอนุสาวรยี ์อเี ลงิ้ ทีโ่ คกหลังหมบู่ ้าน แทนท่ีจะเปน็ ปากทางเข้าหมูบ่ า้ นอย่างท่ีเธอเคยคดิ เอาไว้ ท่เี ป็น
เชน่ นัน้ กำนนั บอกว่าตามประวัติแลว้ โคกนั้นเอง เปน็ บรเิ วณบ้านเกดิ ของอีเลง้ิ ดังนน้ั จึงเปน็ ตำแหนง่ ท่นี ่าจะสรา้ งอนสุ าวรีย์
เป็นทีส่ ุด

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

269

พบเู ดนิ พลางนึกฝนั หวานว่า ถา้ สรา้ งอนสุ าวรยี ์อีเลงิ้ ข้ึนมาจริง ๆ กำนันจะบอกให้เขาปั้นอเี ลงิ้ ออกมาเปน็ แบบไหนกันแน่
นะ จะสาวหรอื จะแก่ง...จะไว้ผมยาว หรือไวผ้ มดอกกระทุ่ม...แล้วอเี ลิ้งจะนงุ่ ชดุ ไทย หรอื ตะเบงมาน...

ยงั ไมท่ นั จะนกึ อะไรต่อ กเ็ ป็นจงั หวะทีผ่ า่ นร้านเจน๊ ้อยพอดี
“อ้าว...นังบู...”
เจ๊นอ้ ยส่งเสียงรอ้ งเรยี กมาจากภายในร้านทำผม ซึง่ ดดั แปลงเอาช้ันลา่ งของบ้านห้องแถวไม้ กน้ั เอาไว้เป็นสัดส่วน
“วันนไ้ี ปทำงานเสียสายโดง่ เชยี ว” เจ๊นอ้ ยทกั ในขณะทีม่ ือของหล่อนกำลังถือดรายเป่าผมอนั โต จ่อไปที่ผมของลกู ค้าคนหนึง่
มืออีกข้างใช้หวีสางผมของลูกคา้ อยู่ไปมา
“พรุ่งนจี้ ะมาทำผมกี่โมง รบี นดั มานะเอง็ ...สองวนั น้ีลูกคา้ แน่นจนข้าเมื่อยแขนไปหมด ขนื ไม่นดั มาถงึ ต้องรอนานขา้ ไม่รู้
ด้วยนะโวย้ จะมาอาศยั วา่ เปน็ คนรู้จกั กนั แลว้ จะแซงควิ น่ะ ข้าไมย่ อมหรอกนา เดย๋ี วลูกค้าอ่ืนจะด่าเอา”
“อะไรนะเจ๊” พบตู าเหลือก เม่อื ไดย้ นิ ว่าต้องนัดเวลาทำผม...ก็รา้ นเจเ๊ คยมลี กู คา้ แน่นจนต้องนดั เสยี เมื่อไหร่ เห็นจะเปน็
เพราะรัฐมนตรีจะมาเยย่ี มแน่แล้ว ทีท่ ำให้ผหู้ ญิงในหมบู่ า้ นแห่กันมาเข้าควิ ท่รี ้านเจ๊น้อย เพ่อื ทำผม
“เอง็ มาสกั หกโมงละกนั ” เจน๊ ้อยตัดสินให้เสรจ็ สรรพ ซงึ่ น่นั ยง่ิ ทำใหพ้ บูย่งิ ประหลาดใจมากยิง่ ขนึ้ เพราะปกตบิ ่ายสองโมง
กว่า ร้านของเจ๊น้อยก็แทบไม่มคี นแลว้ ประมาณสามโมงเย็นหล่อนกจ็ ะปิดรา้ นนอน
“ตกลงเจ๊” พบทู ำไดเ้ พยี งแค่พยักหน้าหงึกหงัก กอ่ นจะเร่งฝีเทา้ เดินตอ่ ไป
หล่อนมาถงึ ทท่ี ำงานสายกว่าปกติประมาณสิบหา้ นาที ด้วยเหตุที่แวะคยุ กบั คนคนนน้ั คนนี้ตลอดรายทางน่ันละ
แต่คนไข้ที่มารอก็ยงั ไมม่ ากนกั พบูวัดความดนั เสรจ็ หมอถงึ เพงิ่ จะมา
“พบู เดีย๋ วเสร็จแลว้ ชว่ งบ่ายๆ เรามาทบทวนเรื่องโครงการฉุกเฉินท่ีจะเสนอขอรถพยาบาลจากทา่ นรฐั มนตรีกนั หนอ่ ย
นะ” หมอบอกก่อนทจ่ี ะเดินเขา้ ไปในห้องตรวจ
โรงพยาบาลที่พบูทำงานเปน็ โรงพยาบาลตำบลเลก็ ๆ ขนาดสิบเตียง มหี มออยู่เพยี งหนึ่งคน และพยาบาลสองคน คือ
อญั ชลุ ี ภรรยาหมอ ซ่งึ ควบตำแหนง่ หวั หน้าพยาบาลด้วย และตัวของหล่อน ซงึ่ เป็นลูกน้องทั้งของหมอ่ มมานะและคณุ อญั ชลี
พบูหอบแฟม้ เข้าไปในห้องประชุม ตอนบา่ ยสอง หมอมานะและดอกบวั น้องที่ทำงานฝา่ ยธุรการรออยู่แลว้
หล่อนน่ังลงทีเ่ ก้าอ้ีข้างขวาของหมอมานะ พลางเหลยี วมองไปรอบ ๆ ราวหาใครสักคน หมอมานะเห็นดงั นน้ั กเ็ ลยบอกวา่
“เร่มิ ประชุมกันเลย คณุ อญั ชุลีไมเ่ ข้ามาหรอกวันน้ี”
หลอ่ นมารู้ภายหลงั จากดอกบัววา่ ท่ไี ม่มานั้น เพราะวา่ อัญชุลเี ข้าจังหวัดไปตั้งแต่เช้าแล้ว เพอื่ นนวดหน้าและดดั ผม เตรียม
ตัวรับคณะรฐั มนตรีทีจ่ ะมาวันมะรนื นี้ ในฐานะภรรยาผู้อำนวยการโรงพยาบาล เธอจะเป็นผมู้ อบช่อดอกไม้ให้ท่านรัฐมนตรี
หลงั จากถกเถียงกันอยูเ่ กอื บสองช่วั โมง หมอมานะจึงสรุปออกมาวา่ โครงการเร่งดว่ นที่จะขอให้รัฐมนตรีชว่ ยเหลือ ก็คือขอ
รถพยาบาลฉุกเฉนิ เพอ่ื จะได้นำคนไข้ทมี่ ีอาการฉกุ เฉนิ ส่งตัวไปรับการรกั ษาตัวตอ่ ทโี่ รงพยาบาลอำเภอได้โดยรวดเร็ว
พบแู อบหนั ไปทำหน้าเบก้ บั ดอกบัว ดว้ ยรวู้ ่าหากได้รถมาจรงิ ๆ กค็ งไมพ่ น้ หล่อนอีกน่นั ละท่ีจะตอ้ งไปหดั เรียนขับรถ เพื่อ
เตรยี มขบั รถไปสง่ คนป่วยในตัวอำเภอ เพราะงบประมาณที่โรงพยาบาลได้มาในตอนนีน้ ้ัน ไมเ่ พียงพอทจี่ ะจา้ งพนักงานขับรถ
มาประจำ

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

270

บางทหี ากได้รถมาจรงิ ๆ พบูอาจจะขอลาออกไปเป็นลูกมือทำผมเจน๊ ้อยน่าจะดีกวา่ เพราะหมอกบั เมียมกั จะเข้าเมืองแทบ
ทุกเยน็ กวา่ จะกลับกด็ ึกดนื่ มืดค่ำ บางเสารอ์ าทติ ย์กจ็ ะไปในตัวจังหวดั ทิง้ หน้าทด่ี ูแลคนไข้ไวใ้ ห้กับหล่อนและน้อง ๆ ผู้ช่วย
พยาบาล ถา้ มีรถฉุกเฉนิ ท่าทางหมอและเมียอาจจะไปเท่ยี วบอ่ ยกว่าเดิมก็เปน็ ได้ แล้วถา้ เป็นหนา้ ฝนถนนเป็นหล่ม...การขบั ข่ี
ก็ตอ้ งยากลำบากเขา้ ไปอีก

กอ่ นจะกลบั บา้ นเย็นวันนั้น พบูสง่ั งานนอ้ งผู้ช่วยพยาบาลท่ีอยู่เวรดึกใหด้ แู ลความสะอาดร่างกายคนไขใ้ ห้ดี อยา่ ปล่อยให้
ผมเผา้ เนื้อตวั ดูสกปรก เพราะหมอย้ำมาวา่ รฐั มนตรที ่านอาจจะไปเย่ียมคนไข้ถึงเตยี ง หากท่านเกดิ ไปจับไม้จบั มือคนไข้ และ
บังเอญิ มีนักข่าวถา่ ยภาพไป ก็อาจดูไม่เหมาะสม ถ้าภาพคนไข้ออกมาดูสกปรกและสขุ อนามัยไม่ดี และหมอยงั กำชับให้หลอ่ น
สั่งคนไข้ทุกคนให้นอนให้เรียบร้อย สงั่ คนงานให้ซกั เสื้อผา้ ของคนไขใ้ หส้ ะอาด และหา้ มพูดจาอะไรท่ีจะทำให้โรงพยาบาลดูไม่
ดีทัง้ ส้ิน นอกจากนี้ ชาวบา้ นอาจจะพดู จาไม่ไพเราะ ทำใหร้ ัฐมนตรไี ม่พอใจกไ็ ด้ และน่ันอาจจะทำให้โรงพยาบาลไมไ่ ด้รับ
รถพยาบาลฉุกเฉินอย่างทีห่ มอหวงั เอาไว้

พบูกลับบ้านวันนั้นด้วยความเหนด็ เหนื่อยเมื่อยลา้ พอจะล้มตัวลงนอน พอ่ ก็ตะโกนถามมาจากชานหนา้ บา้ นวา่
“บเู อ๊ย...คำว่า กระบือ เขยี นยงั ไงวะ”
พบชู ะโงกหน้าไปมองพ่อกบั แมท่ กี่ ำลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรอยบู่ นพนื้ แลว้ อดสงสัยมไิ ด้จงึ เอย่ ถามออกมาวา่
“แล้วพ่อจะถามไปทำไม ก็เขียนว่า ควาย กไ็ ดน้ ี่นา มันกเ็ หมือนกนั แหละ”
“โฮ้ย” แม่ร้อง “เหมือนกันแต่เขียนไม่ได้ จะเขียนหารฐั มนตรกี ต็ อ้ งใชภ้ าษาใหส้ ภุ าพหน่อย”
“แลว้ พอ่ จะเขยี นอะไรถงึ รฐั มนตรี” พบชู ักสงสัย
“ปนี ้ีราคาข้าวมนั แย่ว่ะ พ่อเลยวา่ จะขายนาท้ิง เอาเงินมาแบง่ ให้พวกแก แล้วพ่อกับแม่ก็จะอยบู่ ้านเฉยๆ ทีนี้ตดิ อีตรงท่ี
ควายท่เี รามนี นั่ ละ ไมร่ จู้ ะเอาไปไหน เลยจะเขียนถึงรัฐมนตรวี า่ พ่อจะบริจาคควายให้เขา สุดแตเ่ ขาจะเอาไปทำอะไรกต็ ามใจ”
พบูเกือบกลั้นหวั เราะไม่อยู่ เม่ือนกึ วา่ รัฐมนตรีจะทำหน้าอย่างไร เมื่อพ่อกบั แมจ่ งู อีเผอื กกับเพ่ือนๆ ของมนั ไปมอบให้
พร้อมทัง้ จดหมายบริจาค
พอดีกบั ที่ พร พีส่ าวของหลอ่ นท่เี ป็นครสู อนอย่ทู โ่ี คกอีเล้งิ วิทยา เดินหน้ามยุ่ กลบั มาถงึ บ้าน และโผล่หนา้ ขึ้นมาจากบนั ได
พบูเลยโยนเรอ่ื งไปให้พส่ี าวโดยการบอกกบั พอ่ วา่
“ถามพพ่ี รโนน่ หนูเหนอ่ื ยแล้ว จะนอนหลับสกั งีบนึง”
“เฮ้ย...” พรรอ้ งลนั่ “ไดย้ งั ไง ฉนั กก็ ลับมาเหนื่อยๆ เหมือนกนั ”
“โฮย้ ” แม่สง่ เสยี งรำคาญ “เอง็ จะเหนื่อยอะไรกันนักกนั หนานะ กะอแี ค่สอนเด็กสิบกว่าคนทงั้ ชนั้ ”
“เหนอ่ื ยสแิ ม”่ พีส่ าวของหลอ่ นทรดุ กายน่ังลง วางหอบหนังสือและสมุดการบา้ นเด็กลงข้างกาย “ก็รฐั มนตรจี ะมาอยู่อีก
สองวนั น้ีแล้ว”
“ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกะเอ็งเลย” แมบ่ ่นพึมพำ
“เกยี่ วสแิ ม.่ ..เกย่ี วโดยตรงเลยแหละ” พ่สี าวของหล่อนเร่ิมบ่น “ไหนจะต้องซ้อมเดก็ ป.ห้าให้รำเซงิ้ เพราะครูใหญเ่ ขาจะ
ให้เด็กไปรำตอ้ นรับรฐั มนตรี ไหนจะตอ้ งมาเคี่ยวเขญ็ ใหเ้ ด็กหอ้ ง ป.สี่ ของหนูอ่านหนงั สอื ให้ดอี ีก แหม รัฐมนตรีน่าจะมาตอน
ปดิ เทอมไปแล้วนะ หนูจะได้ไมย่ งุ่ ”

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

271

“อา้ ว” พ่อหันมามองหน้าลกู สาวคนโต “มันอย่ตู ้งั ป.นี่ ยงั อ่านหนงั สอื ไม่ออกอีกเรอะ...”
“ตง้ั คร่งึ ห้องแน่ะพ่อ ท่ีอา่ นหนงั สือไม่ออก...” พรฟ้องราวกับเม่อื สมยั ท่ีหล่อนยงั เปน็ เด็กหญิงเลก็ ๆ
“อา้ ว” พ่อทำหน้างง “แล้วมันขน้ึ ชน้ั มาไดย้ งั ไงกนั วะ”
“กเ็ ด๋ียวน้ี เขาเอาเด็กตกท่ีไหนล่ะพ่อ” พรส่ายหน้า “จะดี จะเลวยงั ไง พอครบปกี ็ได้ข้ึนชั้นถดั ไปโดยอัตโนมัติ”
“แลว้ ครู ป.สามไมส่ อนหรือไงพี่พร” พบูอดถามไม่ได้ “แล้วอา่ นหนังสอื ไมอ่ อก เด็กจะทำข้อสอบไดย้ ังไง”
“ครู ป.สามก็รอให้ครู ป.ส่สี อนนะ่ สิ ถามได้” พรมองหนา้ น้องสาว พลางทำสายตาราวกับวา่ ทำไมพบูจึงถามคำถามโง่ๆ
อยา่ งนี้ออกมา
“สว่ นขอ้ สอบ หลอ่ นไมเ่ คยเหน็ หรอื ไง เป็นแบบกากบาท ไม่ก็ถูก-ผิดน่ะ...” พรย้ิมเยาะพบูไม่รู้วา่ หล่อนย้มิ เยาะใครกันแน่
“หลบั ตา กาๆ ขดี ๆ เดาไปเดามากส็ อบผ่านแล้ว นีร่ ฐั มนตรจี ะมาอย่รู อมร่อ เกิดสุ่มไปเจอเด็กหอ้ งหนู ทดลองให้อ่าน
หนงั สือใหฟ้ ัง เจอว่าอ่านไม่ได้ละก็ หนซู วยตายเลย คนื นีห้ นูกต็ อ้ งรบี เขียนโครงการอาหารสามมอ้ื ใหเ้ ดก็ ยากจนอีก ลำพังไอ้
โครงการอาหารกลางวนั มื้อเดียวหนูกจ็ ะหวั หงอกอยู่แลว้ ครูใหญด่ นั จะทำให้เดก็ มีกนิ ท้งั สามมอ้ื เลย สงสัยอีกหน่อยหนูต้อง
ย้ายไปกนิ นอนที่โรงเรยี นแน่”
“เออ เออ” พ่อยกั ไหล่ “ช่างหัวเอ็งเหอะ พ่อไมเ่ ขียนคำวา่ กระบือแลว้ ก็ได้ เอาควายนี่ละวะ งา่ ยดี...จะยังไงมนั ก็ไอ้ตัว
เดียวกนั
น่นั ละ...”
พบวู ่าเมอ่ื วานน้นั ยุ่งเหยงิ มากพอแล้ว หากวนั ถัดมา โคกอีเลิ้งยิ่งโกลาหลอลหม่านมากกว่าเกา่ ดว้ ยเหลอื เวลาอีกเพยี งวัน
เดียวเทา่ น้ัน กอ่ นทร่ี ัฐมนตรจี ะมา
ร้านอาโกแน่นขนดั ตงั้ แต่เชา้ พบูเดินผ่านไป เหน็ อาโกเอาเส้ือสูทท่ไี ปเชา่ มาจากในอำเภออวดพวกลกู ค้าสภากาแฟของแก
กำนนั คงและผใู้ หญ่ถึกนั่งปรึกษางานกนั อย่างครำ่ เคร่ง คราวน้ีมจี ่ามี ตำรวจประจำหมบู่ ้านมาน่งั อยู่ด้วย
ส่วนโตะ๊ ถดั ไปไมไ่ กลพบูมองเห็น ครูสมาน ครใู หญ่โรงเรยี นที่พ่ีสาวของเธอทำงานอยนู่ นั้ กำลงั คุยฟุง้ เรื่องเชงิ กระตบิ ของ
นกั เรยี นชั้น ป.หา้ ท่ีไปประกวดชนะเลิศในระดับจงั หวัดใหเ้ ถา้ แกห่ มงเจ้าของรา้ นชำเพียงแหง่ เดียวในโคกอเี ลิง้ ฟัง
พบกู ำลังยืนรอซ้ือกาแฟอยู่ไม่ไกลนัก ได้ยนิ เสยี งเถา้ แก่หมงหวั เราะจนเห็นฟันเล่ยี มทองและพดู กับครูสมานว่า
“ขอกใจคูคัก ขอกใจมากมาก...” พบูเงยี่ หูๆ ฟังดว้ ยความตั้งใจ
“นักเรยี งของคู อีแห่กงั มาซอื้ ลองเทา้ ร้านอวั๊ ะ จนไมพ่ อขาย นี่ถ้าคูไม่สั่งให้พวกมังใสลองเทา้ มาทุกคนพร่งุ นี้ ลองเทา้ อ๊ัวะมี
หวังค้างปี”
“ไมเ่ ป็นไรเถา้ แก่” ครสู มานหัวเราะเอ้ิกอ้าก “ฉันกไ็ มไ่ ดจ้ ะชว่ ยอะไรหรอก แตร่ ัฐมนตรีจะมาตรวจน่ะ ฉนั เลยต้องสง่ั ให้
พวกนักเรียนใส่รองเท้ากนั มาทุกคน ไมง่ ้ันท่านรัฐมนตรีจะว่าเอาไดว้ ่าโคกอีเลงิ้ เรายังด้อยพฒั นา”
“แหม” เถา้ แก่หมงทำตาลอย “ง้งั อัว๊ ะกต็ ้องขอกคงุ ท่านลกั กะมงตี ทท่ี ่านมาบ้านเราเสกถะกดิ ก็เลยดีไปตามๆ กงั ”
พบหู วั เราะออกมาพรือหน่ึง เสยี งดังจนครสู มานกับเถ้าแก่หมงหันมามอง แต่พบูพยายามทำสีหนา้ ไมร่ ู้ไม่ชี้ ก่อนท่ีจะเดิน
ออกจากร้านอาโกไป ในใจนกึ สงสารเด็กนกั เรยี นท้ังหลายท่เี คยชินกบั การสวมรองเท้าแตะมาโรงเรียน...คงจะรำคาญและอดึ
อดั น่าดู ที่ต้องทนสวมรองเท้าผ้าใบและถุงเทา้ เพือ่ รอรับท่านรฐั มนตรี

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

272

รา้ นเจน๊ อ้ ยก็แน่นขนัดไมแ่ พร้ ้านอาโก มีแม่ค้าขายไขใ่ นตลาดกบั แม่คา้ ขายหมูนั่งรอคิวทำผมอยู่ ในขณะทเ่ี จ๊นอ้ ยกำลังหวี
ผมแมค่ า้ ขายปลากริมไข่เตา่ ใหพ้ องฟรู าวกบั ว่าหลอ่ นเปน็ ผเู้ ขา้ ประกวดนางสาวไทย

ดูแลว้ พบูคดิ วา่ ท่าทางวนั นีจ้ ะปิดตลาดยกกนั มาทำผมเสียละมัง
เฮอ้ ...นึกแลว้ กต็ ลก เพราะรัฐมนตรคี งจะงงพิลึก ท่เี หน็ แม่ค้าทง้ั ตลาด นั่งผมโป่ง ปากแดงขายของ ทรงผมและการ
แตง่ หนา้ ดรู าวกับจะถอดออกมาจากพิมพ์เดยี วกนั แต่จะทำอย่างไรได้กเ็ จน๊ อ้ ยทำผมเปน็ อยู่แบบเดียวเท่านน้ั และชว่ ยไม่ไดท้ ี่
ทุกคนกอ็ ยากจะสวยไม่น้อยหนา้ ไปกว่ากันในวนั สำคัญเช่นน้ี
“พบู” เจน๊ ้อยส่งเสยี งอ่อนหวาน “ขอเล่ือนนัด มาสกั สองทุ่มละกนั นะ...เด๋ียวเจท๊ ำให้เปน็ พเิ ศษเลย”
“อา้ วเจ๊” พบูทำเสยี งจิจ๊ ๊ะอยู่ในลำคอ ทำทา่ ทางไม่คอ่ ยพอใจ “เดี๋ยวฉนั ก็นอนดึกน่ะสกิ ว่าจะทำผม กว่าจะกลับบ้าน”
“เออนา่ ” เจ๊นอ้ ยพยักพเยิด “เอง็ ก็ช่วยๆ ขา้ หน่อย นาน ๆ ทีจะมีลูกคา้ เยอะอยา่ งน้ี ไมง่ ้ันตน่ื มาทำสักตีสามพรุ่งน้ไี หม
ละ่ ”
“หา” คราวน้ีพบูตาเหลอื ก “ตีสามเน่ยี นะ เจ๊จะเปดิ แลว้ เหรอ”
“เออสิวะ” เจน๊ อ้ ยถอนหายใจ “ทำไงไดล้ ่ะวะ ทกุ คนอยากสวยรับรฐั มนตรกี นั ท้งั นั้นแลว้ พวกคุณนายตุ่ม กไ็ มอ่ ยากทำผม
คา้ งคืนเอาไว้ แกบอกว่าทำโป่งอยา่ งนี้ เข้านอนเช้าขน้ึ มาโป่งยุบกนั พอดี แกเลยขอร้องแกมบงั คับให้เจเ๊ ปิดเชา้ หน่อย เจ๊ก็เลย
ตอ้ งตามใจ”
คุณนายตุ่มที่เจน๊ อ้ ยเอย่ ถึงนน้ั เป็นเมยี ของจ่ามี เปน็ หน่งึ ในผมู้ อี ิทธิพลของโคกอีเลิง้ ดงั นั้นพบจู งึ ไม่ต่อความยาวยืดอะไร
อีกต่อไป นอกจากบอกกับเจ๊น้อยว่า
“สองทุ่มกส็ องทุม่ ...” แล้วหล่อนกเ็ ดินต่อไป หแู ว่วไดย้ ินเสียงเจ๊นอ้ ยบ่นพึมพำว่า
“เฮ้อ...ทำให้ทุกคนสวย เหลอื แตต่ วั กูอยู่คนเดยี ว...แล้วจะหาใครมาทำผมให้วะ...”
พบูกลบั มาถึงบ้านเอาเกือบสี่ท่มุ
ตอนท่หี ลอ่ นกลับมาถงึ บ้านน้ัน ร้านเจ๊น้อยยังไม่ปิด และในตวั ตลาดยังคงคับคงั่ ไปดว้ ยผ้คู นท่ีตื่นเต้น จับกลุ่มพูดคยุ กนั
ไฟฟา้ สวา่ งไสวยง่ิ กวา่ ตอนที่มงี านประจำปีของหมู่บ้าน
เห็นมอเตอรไ์ ซคข์ องพวกวัยรนุ่ หลายคัน เร่งเครื่องเสยี งดงั ล่ัน ว่ิงหายไปในความมืด ทีห่ ลังของหนุ่มๆ พวกน้ันมกี ระเปา๋
เสอื้ ผา้ ใบยอ่ มสะพานอยู่คนละใบ
พบูไม่อยากสนใจนกั ด้วยรูอ้ ยู่ว่าเปน็ พวกนักเลงประจำโคกอีเลงิ้ แถมมีหลายคนที่หล่อนรู้วา่ เป็นพวกติดยา
พอ่ ยืนรอหล่อนอยู่ที่ปากทางเขา้ บ้าน หน้าตาบ้ึงตึงท้ัง ๆ ที่หล่อนกบ็ อกตั้งแตเ่ ช้า แลว้ วา่ จะกลับบา้ นดึกกว่าปกติ พอเห็น
หล่อน กเ็ ลยย้ิมออกมาได้แล้วชวนกันเดินกลับบา้ น
“ไอ้พวกข้ยี ามันแห่ไปไหนกนั จะ๊ พ่อ” พบูถาม
“ออ๋ ...” พ่อทำเสยี งอยใู่ นลำคอ แลว้ หัวเราะออกมาด้วยความขบขนั “มันไปนอนหมบู่ ้านอ่ืนสกั คนื สองคืนน่ะ”
“อ้าว ทำไมละ่ พอ่ ” คราวน้พี บงู งจริง ๆ
“ก็จา่ มมี ันจา้ งให้ไปอยู่ที่อน่ื สักสองสามวนั ” พ่อเล่า “มนั กลัวว่าเดย๋ี วทา่ นรัฐมนตรีมาไอ้พวกนีจ้ ะก่อความเดือดร้อน
วนุ่ วายให้ ดไี ม่ดีเกดิ ถูกจบั ตรวจเยี่ยว เจอว่าตดิ ยาละกแ็ ยเ่ ลย มนั ก็เลยจ้างคนละสองร้อย ให้ย้ายไปนอนท่หี มบู่ ้านอื่นเสยี สอง
สามคืน...พวกมันก็เลยชอบใจ อยู่ ๆ ก็ได้เงนิ ใชฟ้ รีๆ”

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

273

กลับถงึ บ้าน หลอ่ นก็รบี อาบน้ำและนอนหลับเป็นตาย เพราะเหนด็ เหน่อื ยมาทัง้ วนั หมอมานะใหห้ ล่อนซักซ้อมความเข้าใจ
กบั บุคลากรในโรงพยาบาล ถึงตำแหน่งที่จะต้องยืนตอ้ นรับและคำตอบทจี่ ะต้องตอบให้ตรงกัน รวมไปถึงคนไข้ตา่ ง ๆ ทคี่ ้าง
อยู่ในโรงพยาบาล พบูก็ต้องดูใหอ้ ยใู่ นระเบียบเรียบร้อย

เมอ่ื พบตู นื่ เชา้ ขน้ึ มาน้ัน หลอ่ นพบวา่ สายไปกว่าเวลาปกตปิ ระมาณครง่ึ ช่วั โมง หล่อนจึงรีบลุกข้ึนเกบ็ ทีน่ อนและเข้าห้องน้ำ
ทำธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว พ่อและแมน่ ั้นแต่งตวั เสร็จนานแลว้ และออกเดนิ ทางลว่ งหนา้ ไปทโี่ รงพยาบาล อันเป็นเวลาท่ี
รัฐมนตรีจะมาแวะเย่ียมชมเป็นจุดแรกพร้อมด้วยอเี ผอื กและฝงู ควายอีกสี่หา้ ตัว

พร พ่ีสาวของหล่อนก็ออกไปแต่เช้ามดื เช่นกัน หลอ่ นรบี ไปโรงเรียนเพื่อดแู ลเด็กนกั เรยี นที่จะไปรำเซ้ิงต้อนรับรฐั มนตรีให้
เรยี บร้อย ก่อนจะคุมขบวนเด็กไปตามไปสมทบที่โรงพยาบาลตอนสาย

ร้านอาโกปิดเงียบไม่มผี ู้คน พบคู ิดวา่ ปา่ นนที้ กุ คนคงจะไปรอกันอยู่ท่ีโรงพยาบาลหมดแล้ว ตลอดวันนีก้ ็ดวู ่าเงยี บผิดกว่าทุก
วนั มีเพียงขอทานทีเ่ คยคุน้ หนา้ น่ังอยเู่ พียงคนเดียวในตลาดทร่ี า้ งผู้คน เขาส่งยิ้มให้พบจู นเหน็ ฟันหลอ

รา้ นเจน๊ อ้ ยเทา่ นัน้ ท่ียังเปดิ ประตูแง้มอยู่ แต่ไม่มีลูกค้าอยู่ข้างในสกั คน มีเพียงเจน๊ ้อยเจา้ ของรา้ นยืนแต่งหน้าใหก้ ับตัวเอง
ดว้ ยอาการเร่งร้อน

“มาเรอะยังวะนังบู”
“ยงั หรอกเจ๊” พบูตอบพลางดูนาฬกิ าขอ้ มอื “สิบโมงโนน่ ละ”
“ตายจริง” เจ๊นอ้ ยโวยวาย มอื เลยพลาดเขียนคิ้วข้างขวาโก่งไปกว่าข้างซา้ ย เลยต้องเสียเวลาลบเขียนใหม่ ปากของหล่อน
ก็พึมพำไปด้วย “อีกเดีย๋ วเดยี วเอง”
“อกี ตั้งนานนะจ๊ะ” พบูแย้ง “นเ่ี พงิ่ แปดโมงคร่ึง”
“ไม่ได้หรอก” เจท๊ ำปากขมุบขมิบ “เด๋ยี วไม่ได้ทย่ี ืนดๆี ดูสิ มวั แต่แตง่ ให้คนอนื่ สวย ตวั เจเ๊ องไมม่ ใี ครแต่งใหเ้ ลย...เป็นไง
นังบู ดูใหเ้ จ๊หน่อยสิ วา่ ใชไ้ ด้หรอื ยงั ”
พบูมองหน้าท่ีโปะแป้งเข้าไปจนหนาเปน็ หน้าขนมเค้ก แถมมวี งกลมๆ สีเขยี วรอบตา กับปากทแี่ ดงราวกบั เจ๊น้อยเปน็ นาง
ยักษเ์ พ่งิ จะกนิ เลือดใครไป แลว้ กลน้ั ใจตอบว่า
“ดีแล้วละเจ๊...”
“เออ เออ” เจน๊ ้อยโบกมือ “เอ็งรีบไปก่อนเหอะ เด๋ียวเจป๊ ิดรา้ นใหเ้ รยี บร้อยก่อน แลว้ จะรบี ตามไปสมทบ”
เมอ่ื มาถงึ ทโ่ี รงพยาบาลน้ัน พบูตกใจเพราะนึกวา่ ถูกผู้กอ่ การรา้ ยบกุ เพราะรายรอบโรงพยาบาลนน้ั มีอาสาสมัครทหาร
พรานยืนถือปนื ลอ้ มอย่เู ต็มไปหมด นัยว่าเปน็ ความคิดของจ่ามี ทีต่ อ้ งการให้การต้อนรบั ในคร้งั นเี้ ปน็ ไปด้วยความสงบและ
เรยี บร้อย

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

274

บรรดาชาวบ้านถกู กันให้อยแู่ ต่ในสนามหญา้ หนา้ โรงพยาบาล หล่อนเห็นพ่อกบั แม่และพวกอเี ผอื กแต่ไกล พ่อก็คงเหน็ หลอ่ น
เช่นกนั จึงโบกมือให้ เพราะหล่อนรู้อย่แู ลว้ ว่าวันนีค้ นต้องเยอะมาก ก็เลยแอบกระซบิ เจ๊น้อยให้ตีผมของหลอ่ นใหโ้ ป่งสูงกว่าใคร ๆ
โดยเฉพาะยายอญั ชุลีหวั หนา้ พยาบาล ซึ่งเจน๊ ้อยกท็ ำใหส้ มใจไมผ่ ดิ หวัง เพราะผมของหล่อนโปง่ สูงราวยอดเจดยี ์แหลม มองเห็น
แตไ่ กล เสียอยู่อยา่ งเดียวทที่ ำให้หล่อนไมส่ ามารถนอนหลับได้ ตอ้ งอดทนน่ังหลับเพ่ือไม่ให้โป่งยบุ

ไม่ไกลจากพ่อ อาโกในชดุ สูทเกา่ ๆ สีน้ำเงินเข้ม ทแี่ กสู้อตุ ส่าห์ไปเช่ามาจากในเมืองดว้ ยราคาแพงลิบลิ่ว อาโกยนื อยู่กับเถ้า
แก่หมงในชุดจนี สแี ดงสด ท้ังสองดูแปลกตาไปกว่าชุดท่ีพบเู ห็นจนเคยชิน

มกี ลมุ่ เด็กนกั เรยี นท่ีนุ่งผ้าซนิ่ กลุ่มใหญร่ าวสบิ หา้ คน สะพายกระตบิ ข้าวเหนียว ยนื ยกุ ยกิ อยู่บนถนนพ้นื ปูนหน้าห้องฉกุ เฉิน
ของโรงพยาบาล โดยมพี ่สี าวของพบูคอยถอื ไม้เรียวกำกบั อย่างใกล้ชดิ ไม่ไกลจากกลุ่มของเด็ก ๆ นัก กลุม่ แม่บ้านไฮโซของ
ตำบลอันประกอบไปด้วย คุณอญั ชุลี หวั หนา้ พยาบาล เมยี ผู้อำนวยการ คุณนายตุ่ม เมยี ของจา่ มี และปา้ ถนอม เมยี กำนนั คง
ยนื กางร่มหน้าเป็นมันเยมิ้ รออยู่

กำหนดการบอกเอาไวว้ า่ ทันทที ่รี ถของรัฐมนตรจี อดสนทิ และทา่ นรฐั มนตรกี ้าวลงมาจากรถนนั้ คณุ อัญชลีกจ็ ะเอาช่อ
ดอกไมเ้ ข้าไปมอบให้ วงดนตรกี ็จะเร่ิมบรรเลงเพลง พร้อมกันนนั้ เดก็ ๆ กจ็ ะเรมิ่ รำเซงิ้ เพ่ือเปน็ การต้อนรบั หลังจากนั้น
รัฐมนตรจี ึงจะเข้าเยี่ยมชมโรงพยาบาล แลว้ จงึ เยยี่ มชาวบา้ นและสถานท่ีราชการอื่น ๆ เปน็ ลำดับต่อไป

แสงแดดเริ่มแผดเผาร้อนแรงมากย่ิงขึ้น ขณะท่เี ขม็ นาฬกิ าบอกเวลาผ่านไปจนใกลเ้ ทย่ี ว หากยงั ไมม่ วี แี่ ววของรัฐมนตรีทีจ่ ะ
มา

ชาวบา้ นและเดก็ นักเรียนหลายคนเรม่ิ เป็นลมแดด อเี ผือดท่ีอยตู่ รงมุมร้ัวโรงพยาบาล สง่ เสยี งรอ้ งและยนื กระสบั กระสา่ ย
เพราะเลยเวลาอาหารของมนั มานานแล้ว

อัญชุลยี กกระดาษซับมนั ขึ้นซับหน้าเปน็ ระยะ ๆ คณุ นายตุ่มถอดใจยอมแพ้ ถอยเข้ามายืนในรม่ ใกล้ๆ พบู ปลอ่ ยให้เจ๊นอ้ ย
ท่ีเพงิ่ มาถึง แทรกตัวเข้าแทนท่ี

กำนันคงและผู้บริหารทั้งหลายเรม่ิ กระสับกระส่าย หมอมานะสีหน้าไม่ดี ดว้ ยทั้งร้อนทง้ั หิว แถมดอกบัวกระซบิ บอกวา่
เม่ือคืน หมอ อยโู่ รงพยาบาลจนเกือบเชา้ เพอ่ื เตรยี มพร้อมข้อมูลและเอกสารรายงานต่าง ๆ ทร่ี ัฐมนตรอี าจจะขอดู ท่ามกลาง
ความวติ กของหลายๆ คนนั้นเอง มีเสยี งรถเมอร์ไซค์คันหน่ึงเร่งเคร่ืองแต่ไกล กำนันส่งเสยี งรอ้ งวา่

“ทา่ นมาแล้ว...ทุกคนเตรียมพรอ้ มเอาไว้”
ทุกคนยดื ตวั ตรงเตรยี มพร้อมรบั รัฐมนตรี ซึ่งรถคงจะตามหลงั มอเตอรไ์ ซค์นำมาไม่ห่าง เด็กนักเรียนขยับกระติบข้าวเหนียว
ใหเ้ ข้าท่ี ส่วนอัญชลุ ีก้มหนา้ ลงจัดใหด้ อกกุหลาบซึง่ ร้อนจนเหย่ี วคอพบั ไปแล้ว ให้ดูเปน็ ระเบียบ
มอเตอรไ์ ซค์ทีว่ ่งิ ฝ่าทางลูกรงั จนฝนุ่ ตลบนน้ั มาจอดลงตรงหน้ากำนัน ซึ่งพบเู องก็เพ่งิ เหน็ ว่าเมอื่ ฝนุ่ จางลงไป คนท่เี พ่งิ ขี่
มาถงึ นน้ั คือลุงบญุ มา บุรษุ ไปรษณยี ์ของหมูบ่ ้านใกลๆ้ นนั่ เอง
ลงุ บญุ มาสง่ โทรเลขฉบบั หนึ่งใหก้ ับกำนนั คง ก่อนจะควบมอเตอรไ์ ซคค์ นั เก่งแก่ของตวั กลับไปตามทางเดิมอย่างสบาย
อารมณ์
กำนันเปิดซองในมอื ของตนออกอ่านดว้ ยมือทส่ี นั่ ระริกด้วยความตื่นเตน้ ก่อนทจ่ี ะเงยหน้าข้ึนบอกกบั ทุกคนในบริเวณน้ัน
ดว้ ยเสยี งดังฟงั ชดั วา่
“ท่านรัฐมนตรมี โี ทรเลขมาเลื่อนการตรวจเยย่ี มออกไป อย่างไม่มกี ำหนด...”

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

275
“เฮ้อ” เสียงใครคนหนง่ึ ในกลุม่ ชาวบ้านถอนหายใจเสยี งดังลน่ั ไม่รู้ว่าเปน็ เพราะดีใจหรือเสยี ใจกนั แน่ แตเ่ จ๊นอ้ ยนน้ั ยืนย้ิม
แต้ เพราะงานนี้รา้ นทำผมของหลอ่ นโกยเงนิ ไปได้หลายทเี ดียว พอกับรา้ นกาแฟของอาโก และชาวบ้านรา้ นตลาดคนอ่ืน ๆ
พบถู อนหายใจดว้ ยความหนักหนว่ งในหวั อก ก่อนจะหนั ไปสั่งน้องผู้ชว่ ยพยาบาลใหร้ ีบเข็นรถฉุกเฉนิ ออกไปกลางสนาม
เมอ่ื หางตาของหล่อนเหน็ ใครหลายคน เร่มิ ทยอยเปน็ ลมลม้ ลงไปราวกบั ใบไม้ท่ีเกรยี มแดด และค่อยๆ ปลิดปลิวลงจากข้วั ทลี ะ
ใบ ทีละใบ...
ทม่ี า : http://www.sakulthai.com/ruengson/ruengson2497.asp

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

276
ใบงานท่ี 1.1 เร่ือง สรุปความรู้การประเมินคณุ ค่าเรือ่ งส้ัน
ตอนที่ 1
คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนตอบคำถามต่อไปนี้

 แนวคิดหรือแกน่ เร่ืองมคี วามสำคญั ต่องานเขียนอยา่ งไร

ตอนท่ี 2
คำช้แี จง ใหน้ ักเรียนเขยี นแผนผังความคดิ สรปุ การประเมนิ คุณค่างานเขียน

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

277 เฉลย
ใบงานที่ 1.1 เรือ่ ง สรุปความรกู้ ารประเมนิ คุณค่าเร่ืองสั้น

ตอนที่ 1
คำชี้แจง ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้

 แนวคิดหรอื แก่นเรือ่ งมีความสำคญั ต่องานเขยี นอยา่ งไร
แนวคิดหรอื แก่นเรอ่ื งเป็นส่งิ ท่ีผู้เขยี นกำหนดไว้เพื่อช่วยในการวางโครงเรอื่ ง สร้างตัวละคร กำหนดฉาก และกลวิธีการ
เลา่ เรอื่ ง ซ่ึงทำให้งานเขียนนั้นมีความชัดเจนและผู้อา่ นสามารถเข้าใจไดว้ ่า ผเู้ ขียนตอ้ งการนำเสนอเร่ืองใด แนวคิดหรือ
แก่นเรื่องจงึ เปรียบเสมือนหัวใจสำคญั ของเรอ่ื งน่ันเอง

ตอนที่ 2
คำชี้แจง ให้นกั เรยี นเขียนแผนผงั ความคิด สรปุ การประเมินคุณคา่ งานเขยี น

(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยู่ในดลุ ยพินิจของครผู ้สู อน)
แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

278

ใบงานท่ี 1.2 เรอื่ ง ประเมินคุณคา่ เร่อื งส้ัน

คำชี้แจง ให้นกั เรยี นเลือกอา่ นเร่ืองสน้ั ที่ตนเองสนใจ 1 เร่อื ง แลว้ เขียนประเมินคุณคา่ เรื่องส้นั

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

279

ใบงานท่ี 1.2 เร่อื ง ประเมินคุณคา่ เรื่องส้ัน เฉลย

คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเลอื กอา่ นเร่ืองสั้นทีต่ นเองสนใจ 1 เร่ือง แลว้ เขียนประเมนิ คุณค่าเร่ืองส้นั

(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู ูส้ อน)
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

280

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 4 การประเมินคณุ คา่ กวีนิพนธ์
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชา ท 33101 ภาษาไทย

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 6
หนว่ ยการเรยี นที่ 4 เรือ่ ง ระดับภาษาและประเมินคณุ คา่ งานเขียน

เวลา 1-2 ชวั่ โมง
1. ตัวช้วี ัด/จุดประสงค์การเรียนรู้

ท 2.1 ม.4-6/5 ประเมินงานเขียนของผู้อนื่ แล้วนำมาพฒั นางานเขยี นของตนเอง
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) อธิบายแนวทางการประเมินคุณค่ากวีนพิ นธ์ได้
2) ประเมินคุณค่ากวีนพิ นธ์ได้
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การประเมินคณุ ค่ากวนี ิพนธ์จะตอ้ งพจิ ารณาด้านเนื้อหา รูปแบบคำประพันธ์ วรรณศลิ ป์ และคณุ คา่ ของงาน
จงึ จะสามารถประเมินคณุ คา่ กวีนิพนธ์ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการประเมนิ
2) ทักษะการนำความรู้ไปใช้
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. สาระการเรียนรู้
 ประเมนิ คณุ ค่างานเขยี นในดา้ นตา่ ง ๆ เชน่

- แนวคดิ ของผูเ้ ขียน
- การใชถ้ ้อยคำ
- การเรยี บเรียง
- สำนวนโวหาร
- กลวิธีในการเขียน
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

281

6. จุดเนน้ ส่กู ารพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน ทักษะศตวรรษที่ 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลกั 4Cs)

การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ และทกั ษะในการแก้ปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving)

ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)

ทกั ษะด้านความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)

ทกั ษะด้านการสอ่ื สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทนั ส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy)

ทกั ษะด้านชวี ิตและอาชีพ

ความยดื หยนุ่ และการปรับตัว

การริเรม่ิ สรา้ งสรรคแ์ ละการเปน็ ตัวของตัวเอง

ทกั ษะสังคม และสังคมขา้ มวฒั นธรรม

การเป็นผสู้ รา้ งหรอื ผผู้ ลติ และความรับผดิ ชอบเชอื่ ถือได้

ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ

คุณลักษณะสำหรับศตวรรษท่ี 21

คณุ ลักษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตัว ความเป็นผูน้ ำ

คณุ ลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การช้ีนำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง

คุณลกั ษณะด้านศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่นื ความซ่ือสัตย์ สำนึกพลเมือง

7. ชนิ้ งานภาระงาน

-ใบงานเร่อื ง สรุปความรู้การประเมนิ คุณคา่ กวีนพิ นธ์

-ใบงานเร่ือง ประเมินคุณคา่ กวนี พิ นธ์

8. กิจกรรมการเรียนรู้

 วิธีสอนแบบโมเดลซิปปา (CIPPA Model)

ขัน้ ที่ 1 ทบทวนความรูเ้ ดิม

ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : — คำถามกระตุน้ ความคิด

1. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด  นกั เรยี นมีวิธีการประเมินคุณคา่ งาน

2. ครูสนทนากบั นักเรียนเกยี่ วกับกวีนพิ นธห์ รือวรรณกรรม เขยี นของตนเองอย่างไรบา้ ง

ประเภท (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน

ร้อยกรองที่นักเรียนชืน่ ชอบหรือสนใจ จากน้นั ครูส่มุ เรียก โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน)

นักเรียน 4-5 คน ออกมาอธิบายเกีย่ วกับการประเมนิ คุณค่ากวี

นิพนธ์หรอื วรรณกรรมประเภทร้อยกรองที่ตนเองชน่ื ชอบหรือสนใจ

ข้ันท่ี 2 แสวงหาความรใู้ หม่

สอื่ /แหล่งการเรียนรู้ : 1. หนังสอื เรียน หลกั ภาษาฯ ม.6 คำถามกระตุ้นความคดิ

2. หนังสือค้นคว้าเพ่ิมเตมิ  การประเมนิ คุณค่ากวีนพิ นธ์มีแนว

3. ห้องสมดุ ทางการประเมินในประเด็นใดบ้าง

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

282

4. แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น

1. นกั เรียนรวมกลุม่ เดิม (จากแผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1) แล้ว โดยให้อยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน)

ร่วมกนั ศกึ ษาคน้ ควา้ เกย่ี วกับการประเมินคุณคา่ กวีนิพนธ์ จาก

หนังสือเรยี น หนงั สือคน้ คว้าเพม่ิ เติม ห้องสมดุ และแหลง่ ข้อมูล

สารสนเทศ

2. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคิด

ขนั้ ท่ี 3 ศึกษาทำความเข้าใจขอ้ มูล/ความรู้ใหม่ และเช่ือมโยงความรูใ้ หม่กับความรู้เดิม

ส่อื การเรียนรู้ : ใบงานท่ี 2.1

1. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั สรปุ เก่ียวกบั การประเมินคุณคา่

กวีนิพนธ์ แล้วจัดทำเปน็ แผนผังความคดิ

2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนั ทำใบงานท่ี 2.1 เร่ือง สรปุ

ความรู้การประเมนิ คุณคา่ กวีนิพนธ์

ขัน้ ท่ี 4 แลกเปลยี่ นความรู้ความเข้าใจกบั กลุ่ม

ส่ือการเรียนรู้ : ใบงานท่ี 2.1

นักเรียนแต่ละคนนำผลงานในใบงานท่ี 2.1 มาสนทนาแลกเปลย่ี น

ความรู้กนั ภายในกลมุ่ แลว้ ช่วยกนั สรปุ เปน็ ผลงานของกลุ่ม

ขั้นที่ 5 สรุปและจดั ระเบียบความรู้

ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้ : — คำถามกระตนุ้ ความคิด

1. ตวั แทนของแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอผลงานหน้าช้นั เรียน  นักเรยี นคิดว่านกั เขยี นแตล่ ะคนมี

2. ครอู ภิปรายเกีย่ วกับการนำเสนอผลงานของแตล่ ะกลุ่ม ท่วงทำนองการเขียนหรอื ลีลาการ

แล้วชว่ ยจัดระเบียบขอ้ มลู เขียนท่แี สดงตัวตนของนกั เขยี นหรอื ไม่

3. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ อยา่ งไร

(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน

โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน)

ขน้ั ที่ 6 ปฏบิ ตั แิ ละ/หรือแสดงผลงาน

สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : —

นักเรียนแต่ละกลุม่ เขียนสรปุ ข้อมูลส่งครูเพ่ือคดั เลือกผลงานดเี ดน่

จากนัน้ นำผลงานทคี่ ัดเลอื กมาตดิ ปา้ ยนเิ ทศ เพ่ือใหท้ ุกคนดูเปน็

ตัวอย่าง

ขัน้ ที่ 7 ประยุกต์ใช้ความรู้

สอื่ การเรียนรู้ : ใบงานที่ 2.2

1. นักเรยี นแต่ละคนเลอื กอา่ นกวีนพิ นธต์ ามความสนใจ แล้วทำ

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

283

ใบงานท่ี 2.2 เร่ือง ประเมินคณุ คา่ กวีนิพนธ์ เสรจ็ แล้วนำส่ง
ครูตรวจ
2. ครูเสนอแนะแนวทางในการนำความรเู้ ก่ียวกับการประเมนิ
คุณคา่ กวนี พิ นธไ์ ปใช้ต่อไป

 ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจดั ทำบทความวจิ ารณ์เรอ่ื งสัน้ และกวนี พิ นธ์ โดยให้ครอบคลุมประเดน็ ตามท่ี
กำหนด ดังนี้
1) การประเมนิ คุณคา่ เรื่องสน้ั
2) การประเมินคณุ ค่ากวนี ิพนธ์
3) การแสดงความคดิ เห็นและการประเมนิ คา่ งานเขยี น
4) การลำดับความคิดและการเรียบเรยี งในการนำเสนอความคิด
5) การใชภ้ าษา

 นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น เรอ่ื ง การประเมินคณุ ค่างานเขยี น
9. สอ่ื

1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.6
2) หนังสอื คน้ คว้าเพ่มิ เติม

(1) เจตนา นาควัชระ และคนอน่ื ๆ. (2546). กวนี ิพนธน์ านาชาติ : การศึกษาเชงิ วิจารณ์. กรุงเทพฯ :
คมบาง.

(2) บารต์ ส์, โรล็องด.์ (2551). มายาคติ. กรงุ เทพฯ : คบไฟ.
(3) รืน่ ฤทัย สจั จพันธ์ุ. (2547). พลังการวจิ ารณ์ : วรรณศิลป์. กรงุ เทพฯ : ประพันธ์สาสน์ .
(4) ร่ืนฤทยั สจั จพนั ธ.ุ์ (2549). สุนทรียรสแหง่ วรรณคดี. กรุงเทพฯ : ณ เพชรสำนกั พิมพ์.
(5) สุจติ รา จงสถติ ย์วัฒนา. (2549). เจิมจันทนก์ ังสดาล : ภาษาวรรณศิลป์ในวรรณคดไี ทย. กรงุ เทพฯ :

โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
3) ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง สรปุ ความรู้การประเมนิ คุณค่ากวีนิพนธ์
4) ใบงานที่ 2.2 เรอื่ ง ประเมนิ คุณค่ากวนี ิพนธ์
10. แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ

- http://www.oknation.net/blog/to-be-proud-thai-literature/2011/10/27/entry-4
- http://department.utcc.ac.th/cte/images/stories/Download/ge/data/HG008/Rd.pdf

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

284

11. การวดั และประเมนิ ผล
11.1 การประเมินตามจุดประสงค์/ตวั ชี้วัด

วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 2.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 2.2 ใบงานที่ 2.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ใบงานท่ี 2.2

ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตความมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ ม่ันในการ แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ทำงาน

ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น แบบทดสอบหลงั เรยี น ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ตรวจบทความวจิ ารณเ์ รื่องสั้นและกวนี ิพนธ์ แบบประเมินบทความวจิ ารณ์เรอื่ งสั้นและ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

กวนี พิ นธ์

11.2 การประเมนิ สมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษที่ 21

สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21

วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ ระดับคุณภาพ ดี
สงั เกตความมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์

12. ข้อเสนอแนะ(ผใู้ ชแ้ ผนเขียนเสนอแนะ)
.......................................................................................................... ......................................................................

13. บันทึกหลงั สอน
13.1 ผลการจัดการเรียนรู้
นักเรียนจำนวน.........................................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรโู้ ดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม..................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ..............................
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรียนท่มี ีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรยี นเด็กพเิ ศษ ได้แก่

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

285

1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรยี นท่ีไม่ผ่านการประเมนิ จดุ ประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
....................................................................................................................................................................... .
นักเรยี นทไี่ ม่ผา่ นการประเมินจุดประสงคด์ ้านทกั ษะ (P) จำนวน.............................คน ไดแ้ ก่
........................................................................................................................................................................
นักเรียนท่ีไมผ่ ่านการประเมนิ จุดประสงค์ด้านเจตคติ (A) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
........................................................................................................................................................... .............
13.2 ปัญหา/อปุ สรรค
................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
................................................................................................... .............................................................................

ลงช่ือ..................................ครูผสู้ อน
(นางนิตยา ทองดยี ่ิง)

ตำแหน่งครโู รงเรยี นวเิ ชียรมาตุ

ความเห็นของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
............................................................................................................................................................... ....
...................................................................................................................................................................

ลงช่อื ....................................หวั หน้ากลุ่มสาระฯ
(นางภรพศิ วิภูษติ วรกุล)

ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศึกษาหรือผู้ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ..............................................................................แลว้ มีความคิดเห็นดงั น้ี
1.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจัดกจิ รรมไดน้ ำกระบวนการเรยี นรู้

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

286
เน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ น้นผู้เรยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ
........................................................................................................................................ ............................................
........................................................................................................................................................................... .........

ลงช่ือ..................................รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศักด์ิ)

…………./……………./…………
ความคิดเห็น
....................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................... ..........................................................

ลงชอ่ื ........................................ผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
(นางยภุ า พรเศรษฐ)์

…………./……………./…………

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

287

การประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินบทความวิจารณ์เรือ่ งส้ันและกวีนิพนธ์

ลำดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
432

1 การประเมินคณุ คา่ เรื่องส้ัน

2 การประเมนิ คณุ ค่ากวนี ิพนธ์

3 การแสดงความคิดเห็นและการประเมินค่างานเขยี น

4 การลำดับความคิดและการเรียบเรยี งในการนำเสนอ
ความคิด

5 การใชภ้ าษา

รวม

ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน 4
ดมี าก = 3
ดี = 2
พอใช้ = 1
ปรับปรุง =

เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตำ่ กวา่ 10 ปรบั ปรุง

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

288
ใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง สรปุ ความรู้การประเมินคณุ ค่ากวีนพิ นธ์
คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนเขียนแผนผังความคิด สรปุ แนวทางการประเมนิ คณุ คา่ กวนี พิ นธ์

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

289 เฉลย
ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง สรุปความรู้การประเมนิ คุณคา่ กวนี ิพนธ์
คำชี้แจง ให้นกั เรยี นเขียนแผนผังความคิด สรุปแนวทางการประเมินคุณค่ากวีนพิ นธ์

(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยให้อยใู่ นดุลยพินิจของครูผูส้ อน)

(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

290

ใบงานที่ 2.2 เรอื่ ง ประเมินคณุ คา่ กวีนิพนธ์

คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นประเมินคุณคา่ กวีนพิ นธ์ 1 เรือ่ ง ตามความสนใจ

ชื่อเร่ือง
แนวทางการประเมินคณุ ค่ากวีนิพนธ์

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

291

ใบงานท่ี 2.2 เรอ่ื ง ประเมินคณุ ค่ากวนี พิ นธ์ เฉลย

คำช้ีแจง ให้นกั เรยี นประเมินคุณค่ากวีนพิ นธ์ 1 เรอ่ื ง ตามความสนใจ

ช่ือเร่อื ง
แนวทางการประเมินคณุ ค่ากวีนิพนธ์

(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพินจิ ของครผู ้สู อน)
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

292
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

293

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวิชา ท 33101 ภาษาไทย

ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 6
หนว่ ยการเรียนที่ 5 เรื่อง กาพยเ์ หเ่ รอื

เวลา 1 ชั่วโมง
1. ตวั ช้ีวัด/จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

ท 1.1 ม.4-6/1 อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองได้อย่างถกู ต้อง ไพเราะ และเหมาะสมกบั เร่ือง
ท่อี ่าน

ท 5.1 ม.4-6/6 ท่องจำและบอกคุณคา่ บทอาขยานตามท่ีกำหนด และบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ
และนำไปใช้อ้างองิ

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อา่ นออกเสยี งบทร้อยกรองเร่ือง กาพย์เหเ่ รอื ได้
2) ทอ่ งจำและบอกคุณคา่ บทอาขยาน

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอ่านออกเสียงเรื่อง กาพยเ์ ห่เรือ ต้องอ่านออกเสียงให้ถูกตอ้ งไพเราะและเหมาะสม นอกจากน้ันยังต้องสามารถท่องบท

อาขยานตามท่ีกำหนด เหน็ คุณค่า และนำไปใช้อา้ งอิงได้
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการเปรยี บเทยี บ
2) ทักษะการวเิ คราะห์
3) ทักษะการสรา้ งความรู้
4) ทักษะการประเมิน
4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5. สาระการเรียนรู้
1) การอา่ นออกเสยี ง ประกอบด้วย บทร้อยกรอง เชน่ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน
2) บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองที่มีคุณคา่

- บทอาขยานตามท่ีกำหนด
- บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

294

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. มีวินัย

2. ใฝ่เรียนรู้

3. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน

4. รกั ความเปน็ ไทย

6. จุดเน้นสูก่ ารพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน ทักษะศตวรรษท่ี 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลัก 4Cs)

การคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving)

ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)

ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผูน้ ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)

ทกั ษะดา้ นการสื่อสารสนเทศ และรู้เทา่ ทนั ส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy)

ทกั ษะดา้ นชีวิตและอาชีพ

ความยดื หยุน่ และการปรับตัว

การริเริ่มสร้างสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตัวเอง

ทกั ษะสงั คม และสังคมข้ามวัฒนธรรม

การเป็นผ้สู รา้ งหรอื ผูผ้ ลติ และความรบั ผิดชอบเช่ือถือได้

ภาวะผู้นำและความรบั ผดิ ชอบ

คณุ ลกั ษณะสำหรบั ศตวรรษท่ี 21

คุณลกั ษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตัว ความเปน็ ผูน้ ำ

คณุ ลักษณะดา้ นการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง

คุณลักษณะด้านศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่ืน ความซื่อสตั ย์ สำนึกพลเมือง

7. ชิน้ งานภาระงาน

-แบบทดสอบกอ่ นเรียน

-การอ่านออกเสยี งบทร้อยกรอง

-ท่องบทอาขยานเรอื่ ง กาพย์เหเ่ รือ

8. กิจกรรมการเรียนรู้

 วธิ ีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏบิ ัติ

 นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน เร่ือง กาพย์เหเ่ รือ

ข้นั ท่ี 1 สังเกต รบั รู้

สือ่ การเรยี นรู้ : 1. หนงั สือเรียน วรรณคดฯี ม.6 คำถามกระตนุ้ ความคดิ

2. ซีดีการอ่านทำนองเสนาะ  นกั เรยี นคิดวา่ การอ่านทำนอง

1. ครูแบ่งนักเรยี นเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตาม เสนาะมีความจำเป็นอย่างไรบ้างตอ่ การ

ความสามารถ เรยี น

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

295 วรรณคดไี ทย อธิบายเหตุผล
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดย
คอื เก่ง ปานกลางค่อนขา้ งเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และ ใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
ออ่ น แล้วให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันทบทวนความรู้เก่ียวกบั
หลักการอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ตามทเ่ี คยไดเ้ รียนมา คำถามกระตุ้นความคิด
 ถ้านักเรยี นมีขอ้ บกพรอ่ งในการอา่ น
2. ครสู ุ่มเรยี กนักเรียน 2-3 คน ออกมาอา่ นทำนองเสนาะเรอื่ ง
กาพย์เหเ่ รือ ให้เพื่อนฟังทีห่ น้าชั้นเรียน แลว้ ครใู หน้ กั เรยี นฟังซีดีการ ทำนองเสนาะ นักเรียนจะปรับปรงุ
อ่านทำนองเสนาะ จากน้นั ร่วมกนั สงั เกตและวิเคราะหว์ า่ เพื่อนอ่านได้ อย่างไร
ถกู ต้องหรอื ไม่ อยา่ งไร (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดย
ใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินจิ ของครผู ้สู อน)
3. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
ข้ันที่ 2 ทำตามแบบ
สอ่ื การเรยี นรู้ : 1. หนงั สอื เรียน วรรณคดฯี ม.6

2. ซีดกี ารอ่านทำนองเสนาะ
20.ครใู ห้นักเรียนฟงั ซีดีการอ่านทำนองเสนาะ พร้อมอธบิ ายประกอบ

เพอ่ื ให้นกั เรยี นมีความเขา้ ใจมากย่ิงข้ึน และปฏิบตั ิได้อยา่ งถูกตอ้ ง
21.นกั เรียนแตล่ ะคนฝึกอ่านเร่ือง กาพย์เห่เรือ ตามแบบท่ไี ด้ฟงั

จาก ซดี ีการอ่านทำนองเสนาะ โดยเพอื่ นในกลมุ่ ชว่ ยกนั
ตรวจสอบความถูกต้อง และให้ขอ้ เสนอแนะ
ขั้นท่ี 3 ทำเองโดยไมม่ แี บบ
สอื่ การเรยี นรู้ : 1. หนงั สอื เรยี น วรรณคดีฯ ม.6

2. สลาก
9. นักเรยี นจบั สลากเลือกบทอา่ นเรอื่ ง กาพยเ์ ห่เรอื คนละ 2 บท

แล้วใหน้ ักเรียนแต่ละคนฝกึ อ่านดว้ ยตนเอง
10.นกั เรยี นแต่ละคนจับคู่กับเพ่ือนในกลมุ่ ผลดั กันอ่านบทร้อยกรอง

ใหเ้ พอ่ื นฟัง และผลัดกนั วจิ ารณ์แสดงความคดิ เหน็ ให้คำแนะนำ
แก้ไขในกรณที ี่ยงั อ่านไม่ถูกต้อง
ขน้ั ที่ 4 ฝกึ ทำให้ชำนาญ
สื่อการเรยี นรู้ : หนงั สือเรียน วรรณคดฯี ม.6
1. นกั เรยี นแต่ละคฝู่ กึ อา่ นออกเสียงเรื่อง กาพยเ์ หเ่ รือ จนเกดิ ความ
ชำนาญ แล้วครนู ัดหมายการอา่ นออกเสยี งเปน็ รายบุคคล
(นอกเวลาเรยี น)
2. ครปู ระเมินการอ่านของนกั เรียนแตล่ ะคน พร้อมท้ังให้
ขอ้ เสนอแนะในการปรบั ปรุงในกรณที ีย่ งั มขี ้อบกพร่อง
3. นักเรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคิด

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

296

 ครมู อบหมายให้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ฝึกท่องบทอาขยานเรื่อง กาพย์เหเ่ รอื แล้วมาประเมินผลนอกเวลาเรยี น
เปน็ รายบุคคล โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด ดงั น้ี
5) การอ่านออกเสยี ง
6) การใชน้ ้ำเสียง
7) การเว้นวรรค/จังหวะในการอ่าน
8) ท่วงทำนองการอา่ น
9) ความถูกต้องของบทอาขยาน
10) การบอกประโยชนข์ องการทอ่ งบทอาขยาน

9. สอ่ื

1) หนังสือเรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.6

2) ซดี ีการอ่านทำนองเสนาะ

3) สลาก

10. แหล่งการเรียนรู้

––

11. การวัดและประเมินผล

11.1 การประเมินตามจุดประสงค์/ตัวชี้วดั

วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน แบบทดสอบกอ่ นเรยี น (ประเมินตามสภาพจรงิ )

ประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง แบบประเมนิ การอา่ นออกเสียงบทร้อยกรอง ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน

เกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน

เกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น

เกณฑ์

สังเกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ ม่ันในการทำงาน แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น

และรักความเป็นไทย เกณฑ์

ตรวจการท่องบทอาขยานเร่ือง กาพยเ์ หเ่ รือ แบบประเมินการท่องบทอาขยานเรอื่ ง ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน

กาพยเ์ หเ่ รือ เกณฑ์

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

297

11.2 การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21
สมรรถนะสำคัญ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21

วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ ดี
ผ่านเกณฑ์
สังเกตความมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์

12. ข้อเสนอแนะ(ผูใ้ ชแ้ ผนเขียนเสนอแนะ)
.......................................................................................................... ......................................................... .............

13. บันทกึ หลังสอน
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
นกั เรยี นจำนวน.........................................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนร้โู ดยรวม..................คน คดิ เป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรยี นท่ีมีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรยี นเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรียนทไ่ี มผ่ า่ นการประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
........................................................................................................................................................................
นกั เรียนทไี่ ม่ผ่านการประเมนิ จดุ ประสงคด์ ้านทักษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................
นักเรยี นท่ไี มผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ ้านเจตคติ (A) จำนวน............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

298

13.2 ปญั หา/อปุ สรรค
................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปญั หาอุปสรรค)
................................................................................................... ..................................................... ........................

ลงชื่อ..................................ครผู ูส้ อน
(นางนติ ยา ทองดยี งิ่ )

ตำแหน่งครูโรงเรยี นวเิ ชยี รมาตุ

ความเหน็ ของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ....................................หวั หน้ากลุม่ สาระฯ
(นางภรพิศ วภิ ูษิตวรกลุ )

ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรอื ผู้ท่ไี ด้รับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง..............................................................................แลว้ มีความคดิ เห็นดงั น้ี
1.เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรงุ
2. การจดั กิจรรมไดน้ ำกระบวนการเรียนรู้
เน้นผเู้ รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

299
4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ

....................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................... ...............

ลงชอ่ื ..................................รองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
(นางอมั พร สงวนศกั ดิ์)

…………./……………./…………
ความคดิ เห็น
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น
(นางยภุ า พรเศรษฐ)์

…………./……………./…………

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

300

การประเมนิ ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินการทอ่ งบทอาขยานเรือ่ ง กาพย์เหเ่ รอื (ชน้ิ งานที่ 1)

ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321

1 การอ่านออกเสียง
2 การใช้น้ำเสยี ง
3 การเวน้ วรรค/จงั หวะในการอ่าน
4 ทว่ งทำนองการอ่าน
5 ความถกู ต้องของบทอาขยาน
6 การบอกประโยชนข์ องการทอ่ งบทอาขยาน

รวม

ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน 4
ดีมาก = 3
ดี = 2
พอใช้ = 1
ปรบั ปรงุ =

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
21 – 24 ดีมาก
17 – 20 ดี
12 – 16 พอใช้
ตำ่ กว่า 12 ปรบั ปรุง

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101


Click to View FlipBook Version