The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nitty251400, 2022-09-12 00:26:40

แผน ม 6 รวมแล้ว

แผน ม 6 รวมแล้ว

301
แบบประเมิน การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรอง

คำช้ีแจง : ให้ ผู้สอน สังเกตการอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรองของนกั เรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี ช่อื -สกุล ถูกตอ้ งตาม การแบง่ วรรค ออกเสียง การใช้นำ้ เสยี ง รวม
ของผู้รับการ ลักษณะคำ ตอน ชัดเจน 16 คะแนน
ประพนั ธ์
ประเมนิ
4321432143214321

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
ปฏบิ ัติได้ถูกต้อง ............../.................../................
ปฏิบตั มิ ขี อ้ บกพร่องเล็กน้อย
ปฏบิ ัติมีข้อบกพร่องปานกลาง ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ตั ิมีขอ้ บกพร่องมาก ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

302
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
14 - 16 ดมี าก
11 - 13 ดี
8 - 10 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรุง

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

303

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 ความเปน็ มาและประวตั ิผแู้ ต่ง
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวชิ า ท 33101 ภาษาไทย

ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6
หน่วยการเรยี นที่ 5 เร่อื ง กาพย์เหเ่ รอื

เวลา 1 ชัว่ โมง
1. ตวั ชีว้ ัด/จุดประสงค์การเรียนรู้

ท 5.1 ม.4-6/1 วิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณ์เบอื้ งต้น
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) อธบิ ายความเป็นมาของเรอ่ื ง กาพยเ์ หเ่ รือได้
2) บอกประวัตผิ แู้ ต่งเรื่อง กาพยเ์ ห่เรอื ได้
3) วิเคราะหจ์ ุดมุ่งหมายในการแต่งเรื่อง กาพยเ์ ห่เรือได้
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การอา่ นและศึกษาวรรณคดีเรื่อง กาพย์เหเ่ รือ ต้องวเิ คราะห์วจิ ารณต์ ามหลกั การเบ้ืองต้น และยงั ต้องรจู้ กั ความ
เปน็ มา และประวัติผู้แตง่
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น

4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการตีความ
2) ทกั ษะการวิเคราะห์
3) ทักษะกระบวนการคดิ อย่างมีวิจารณญาณ
4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5. สาระการเรยี นรู้
 หลักการวิเคราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมเบ้ืองตน้

- จดุ ม่งุ หมายการแตง่ วรรณคดีและวรรณกรรม
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
4. รกั ความเปน็ ไทย

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

304

6. จดุ เน้นสู่การพัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใช้เฉพาะแกนหลัก 4Cs)

การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)

ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)

ทักษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผนู้ ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)

ทกั ษะด้านการสอ่ื สารสนเทศ และรูเ้ ท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy)

ทกั ษะด้านชีวิตและอาชีพ

ความยืดหย่นุ และการปรับตวั

การรเิ รมิ่ สร้างสรรค์และการเป็นตวั ของตัวเอง

ทกั ษะสังคม และสังคมขา้ มวฒั นธรรม

การเปน็ ผูส้ ร้างหรือผ้ผู ลิต และความรบั ผิดชอบเชื่อถือได้

ภาวะผู้นำและความรบั ผดิ ชอบ

คุณลักษณะสำหรบั ศตวรรษท่ี 21

คณุ ลกั ษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรับตัว ความเปน็ ผู้นำ

คุณลักษณะด้านการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชน้ี ำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง

คุณลักษณะดา้ นศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่ืน ความซ่ือสัตย์ สำนกึ พลเมือง

7. ช้ินงานภาระงาน

-ใบงาน เรื่อง สรรพสารนา่ รู้จากเรื่อง กาพย์เหเ่ รือ

8. กิจกรรมการเรียนรู้

 วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)

ขนั้ ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ

สื่อการเรียนรู้ : 1. วีดิทศั น์เกี่ยวกบั กระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค คำถามกระตุ้นความคดิ

2. บตั รภาพ  เม่อื คดิ ถงึ กระบวนพยุหยาตราทาง

13. ครใู หน้ ักเรียนดวู ดี ทิ ัศนเ์ กยี่ วกับกระบวนพยุหยาตราทาง ชลมารคนกั เรยี นจะคิดถึงเหตุการณ์

ชลมารค หรือภาพริ้วกระบวนเรอื พระน่ัง แล้วครถู ามคำถาม ใด อธบิ ายเหตผุ ล

เพ่อื กระต้นุ ความสนใจของนักเรยี น เชน่ (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดย

- กระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารคมีความเป็นมาอยา่ งไร ใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครผู ูส้ อน)

- กระบวนเรอื พระที่น่ัง มคี วามสำคญั อย่างไร

- ในการเหเ่ รือสามารถใช้บทร้อยกรองบทอ่ืนไดห้ รอื ไม่ เพราะเหตุ

ใด

- หากกล่าวถึงบทเหเ่ รือ นักเรยี นจะนึกถึงใคร เพราะเหตุใด

โดยครคู อยกระตุ้นใหน้ ักเรยี นทุกคนมสี ว่ นร่วมในการแสดง

ความคดิ เหน็

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

305 คำถามกระตนุ้ ความคดิ
 นักเรียนคดิ วา่ กระบวนพยุหยาตรา
14.นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจค้นหา ทางชลมารค มีการใชบ้ ทเห่
สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้ : 1. หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ม.6 เช่นเดยี วกับกระบวนพยุหยาตรา
ทางชลมารคหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
2. หนงั สือคน้ คว้าเพิ่มเติม (พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยให้
3. หอ้ งสมดุ อยู่ในดุลยพินิจของครผู ูส้ อน)
4. แหล่งข้อมลู สารสนเทศ
นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ (กลมุ่ เดิมจากแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1) จบั คู่กนั คำถามกระตนุ้ ความคิด
เปน็ 2 คู่ ใหแ้ ต่ละคู่รว่ มกันศึกษาความรู้เร่อื ง กาพย์เห่เรือ จากหนังสือ  กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค
เรยี น หนังสอื ค้นควา้ เพิม่ เติม ห้องสมุด และแหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ ใน
หวั ข้อทีก่ ำหนดให้ ดงั น้ี และการ เหเ่ รือในปจั จุบนั มีความ
- คทู่ ่ี 1 ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง ความเป็นมา เหมือนหรือแตกต่างจากในสมยั
- คู่ที่ 2 ศึกษาความรูเ้ รือ่ ง ประวตั ิผูแ้ ต่ง โบราณอยา่ งไรบา้ ง
แล้วบันทกึ ความรูท้ ี่ได้จากการศกึ ษาลงในแบบบันทึกการอ่าน
ขั้นท่ี 3 อธิบายความรู้
สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้ : ––
11. นักเรยี นแตล่ ะคนู่ ำความรู้ทีไ่ ด้จากการศึกษามาอธิบายให้เพื่อน
อกี คูห่ นึ่งฟัง ผลัดกนั ซักถามหากมีข้อสงสยั และร่วมกันอธิบายจน
ทกุ คน มีความเข้าใจชดั เจนตรงกัน
12.นักเรยี นแต่ละกลุม่ รว่ มกันสรุปความร้เู ป็นองค์ความรู้ของกลุ่ม
13.นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

ขนั้ ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ
สื่อการเรยี นรู้ : ใบงานที่ 2.1

นักเรยี นแต่ละคนทำใบงานท่ี 2.1 เร่อื ง สรรพสารน่ารู้จากเร่ือง
กาพย์เห่เรอื เม่ือทำเสร็จแลว้ ผลดั กนั อภิปรายคำตอบในใบงาน
แล้วร่วมกันสรปุ เปน็ คำตอบของกล่มุ
ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล
สอื่ การเรียนรู้ : ใบงานที่ 2.1

5. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ สง่ ตวั แทนออกมานำเสนอผลงานในใบงานที่
2.1 หน้าช้นั เรยี น โดยครแู ละเพ่อื นกลมุ่ อน่ื ร่วมกนั แสดงความ
คดิ เหน็ และให้ขอ้ เสนอแนะ

6. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

306

(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดย

ให้อยู่ในดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)

9. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้

1) หนังสอื เรียน ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.6

2) หนังสอื ค้นควา้ เพ่มิ เติม

(1) กอ่ งแก้ว วีระประจักษ.์ (2531). กระบวนพยหุ ยาตรา : ประวตั แิ ละพระราชพิธี. กรุงเทพฯ :

หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร.

(2) ส.พลายน้อย. (2545). เรอื พระราชพิธี กระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค. กรุงเทพฯ :

ดอกหญ้า.

3) วดี ทิ ศั นเ์ กีย่ วกับกระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค

4) บตั รภาพ ริ้วกระบวนเรือพระน่งั

5) ใบงานท่ี 2.1 เร่อื ง สรรพสารนา่ รู้ จากเรือ่ งกาพย์เห่เรือ

10. แหลง่ การเรียนรู้

1) ห้องสมุด

2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ

- http://guru.sanook.com/encyclopedia/กระบวนพยุหยาตราชลมารค

- http://kanchanapisek.or.th/kp6/BOOK21/chapter1/chap1.htm

11. การวัดและประเมินผล

11.1 การประเมินตามจุดประสงค/์ ตวั ช้ีวดั

วธิ ีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์

ตรวจใบงานที่ 2.1 ใบงานท่ี 2.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ตรวจแบบบนั ทกึ การอา่ น แบบบนั ทกึ การอ่าน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น

เกณฑ์

ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น

เกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน

เกณฑ์

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน

เกณฑ์

สังเกตความมวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่นั ในการทำงาน แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น

และรกั ความเป็นไทย เกณฑ์

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

307

11.2 การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21
สมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21

วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ ดี
ผ่านเกณฑ์
สังเกตความมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่นั ในการทำงาน แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์

12. ขอ้ เสนอแนะ(ผู้ใช้แผนเขียนเสนอแนะ)
................................................................................................................................................................................

13. บนั ทึกหลงั สอน
13.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
นักเรียนจำนวน.........................................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนร้โู ดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรูโ้ ดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………

นกั เรยี นทม่ี ีความสามารถพเิ ศษ/นักเรียนเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นกั เรียนทไ่ี มผ่ า่ นการประเมินจดุ ประสงค์ดา้ นความรู้ (K) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่

........................................................................................................................................................................
นักเรียนทไ่ี มผ่ า่ นการประเมนิ จุดประสงค์ด้านทกั ษะ (P) จำนวน.............................คน ไดแ้ ก่

........................................................................................................................................................................
นักเรียนทไ่ี ม่ผา่ นการประเมินจุดประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จำนวน............................คน ได้แก่
........................................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

308

13.2 ปัญหา/อปุ สรรค
................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปญั หาอุปสรรค)
................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ..................................ครผู ูส้ อน
(นางนิตยา ทองดียง่ิ )

ตำแหนง่ ครูโรงเรยี นวเิ ชียรมาตุ

ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
............................................................................................................................................................. ......
...................................................................................................................................................................

ลงช่ือ....................................หวั หน้ากลุม่ สาระฯ
(นางภรพศิ วภิ ษู ติ วรกลุ )

ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรอื ผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ..............................................................................แล้วมคี วามคดิ เห็นดงั น้ี
1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจัดกจิ รรมไดน้ ำกระบวนการเรียนรู้
เน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใช้ไดจ้ ริง
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

309
4. ข้อเสนอแนะอ่ืน ๆ

....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................. ......

ลงชอ่ื ..................................รองผอู้ ำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวิชาการ
(นางอัมพร สงวนศกั ด)ิ์

…………./……………./…………
ความคิดเห็น
....................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................. ......................................................................

ลงชือ่ ........................................ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
(นางยุภา พรเศรษฐ)์

…………./……………./…………

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

310

บัตรภาพ ริ้วกระบวนเรือพระท่นี ่ัง



ภาพท่ี 1 ภาพที่ 2

ภาพท่ี 3 ภาพท่ี 4

ภาพที่ 5 ภาพท่ี 6

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

311
บงานท่ี 2.1 เรื่อง สรรพสารน่ารูจ้ ากเรื่อง กาพย์เห่เรือ
คำช้แี จง ให้นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปน้ีให้ถกู ต้อง
1. กวผี ูท้ รงพระนิพนธ์กาพย์เห่เรอื ฉบบั ที่นำมาให้นักเรียนศึกษานีค้ ือใคร
2. วรรณคดเี รือ่ ง กาพยเ์ ห่เรือ เป็นวรรณคดีในสมยั ใด
3. พระอิสริยยศสูงสุดของกวีผทู้ รงพระนิพนธก์ าพย์เหเ่ รือฉบบั นี้ คือพระอิสริยยศใด
4. กวีผู้ทรงพระนิพนธเ์ รื่องกาพย์เห่เรอื น้ี ทรงบูรณะซอ่ มสรา้ งวหิ ารของวัดใด
5. วรรณคดเี ร่อื งกาพยเ์ ห่เรอื น้ี กวีทรงพระนิพนธ์ข้ึนเพื่อจดุ ประสงคใ์ ด และแต่งขน้ึ เพื่อใช้ในการเดนิ ทางไปท่ีใด

6. วรรณคดีเรอ่ื งกาพย์เห่เรือน้ี ได้เป็นต้นแบบให้กวีรนุ่ หลงั แต่งกาพยเ์ ห่อีกหลายสำนวน ได้แก่กาพย์เห่เรอ่ื งอะไรบ้าง

7. เน้ือหาของกาพย์เห่เรอื ฉบับนี้มกี ี่ตอน แตล่ ะตอนประกอบด้วยเนือ้ หาอะไรบ้าง

8. กาพยเ์ หเ่ รือ เปน็ วรรณคดีร้อยกรองประเภทใด และแต่งดว้ ยคำประพันธ์ประเภทใดบ้าง

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

312 เฉลย
ใบงานท่ี 2.1 เรือ่ ง สรรพสารน่ารจู้ ากเร่อื ง กาพย์เห่เรอื

คำช้แี จง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปน้ีใหถ้ กู ต้อง

1. กวีผู้ทรงพระนิพนธ์กาพยเ์ หเ่ รอื ฉบับทนี่ ำมาใหน้ ักเรียนศึกษานีค้ ือใคร
เจา้ ฟ้าธรรมธเิ บศรไชยเชษฐส์ ุรยิ วงศ์ หรือ เจา้ ฟา้ กงุ้

2. วรรณคดเี ร่ือง กาพย์เหเ่ รือ เป็นวรรณคดีในสมัยใด
สมัยอยธุ ยาตอนปลาย ในรชั กาลสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั บรมโกศ

3. พระอิสรยิ ยศสูงสดุ ของกวีผู้ทรงพระนิพนธก์ าพย์เหเ่ รือฉบบั น้ี คอื พระอสิ ริยยศใด
เจ้าฟา้ กรมขุนเสนาพทิ ักษ์ พระมหาอุปราชเสวยบวรราชสมบตั ิ ในรชั กาลสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั บรมโกศ

4. กวผี ู้ทรงพระนพิ นธเ์ รื่องกาพยเ์ ห่เรอื นี้ ทรงบูรณะซ่อมสรา้ งวหิ ารของวดั ใด
วดั มงคลบพิตร ซง่ึ ถูกฟ้าผ่าตรงยอดมณฑป

5. วรรณคดเี ร่ืองกาพยเ์ ห่เรือนี้ กวที รงพระนิพนธ์ขนึ้ เพื่อจุดประสงคใ์ ด และแต่งข้ึนเพื่อใชใ้ นการเดินทางไปท่ีใด
เจ้าฟ้าธรรมธเิ บศรทรงพระนิพนธ์กาพยเ์ ห่เรือนข้ี น้ึ เพอ่ื ใช้เห่เรือเล่นในคราวที่พระองค์ตามเสดจ็ พระราชบิดา

(สมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวบรมโกศ) ทางชลมารคไปนมัสการพระพทุ ธบาท ทจ่ี งั หวัดสระบุรี

6. วรรณคดีเรอ่ื งกาพย์เห่เรือน้ี ได้เปน็ ตน้ แบบให้กวีรุ่นหลังแตง่ กาพยเ์ หอ่ ีกหลายสำนวน ได้แก่กาพย์เหเ่ รอ่ื งอะไรบา้ ง
กาพยเ์ หช่ มเคร่อื งคาวหวานพระราชนิพนธใ์ นรชั กาลท่ี 2 บทเห่พระราชนพิ นธใ์ นรชั กาลท่ี 5 และกาพย์เหเ่ รือ พระราช

นพิ นธ์ในรชั กาลท่ี 6

7. เน้อื หาของกาพย์เห่เรือฉบับนี้มีกต่ี อน แตล่ ะตอนประกอบด้วยเนื้อหาอะไรบ้าง
กาพย์เห่เรอื พระนิพนธ์เจ้าฟา้ ธรรมธิเบศร มี 2 ตอน ดังน้ี
- ตอนที่ 1 กล่าวชมกระบวนเรือ ชมปลา ชมไม้ ชมนก และบทครวญถึงนางอนั เปน็ ท่รี ัก
- ตอนที่ 2 ประกอบด้วย บทเห่กากี และบทเห่สังวาส (เนอ้ื หาที่ตดั มาใหเ้ รียนในแบบเรียนมีเฉพาะตอนแรก)

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

313
8. กาพยเ์ ห่เรือ เปน็ วรรณคดีรอ้ ยกรองประเภทใด และแต่งดว้ ยคำประพนั ธ์ประเภทใดบ้าง

กาพย์เหเ่ รอื เป็นวรรณคดีประเภทกาพยเ์ ห่แต่งดว้ ยคำประพนั ธป์ ระเภท โคลงสี่สุภาพ กบั กาพย์ยานี 11 เน้อื หาแต่
ละตอนจะขึน้ ต้นดว้ ยโคลงสี่สุภาพ 1 บท ตามดว้ ยกาพย์ยานี 11 ไมจ่ ำกัดจำนวน โดยกาพยย์ านบี ทแรกจะมีเน้ือความ
ตรงกับเน้ือความในโคลงสส่ี ภุ าพ

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

314

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3 สรุปเนอ้ื หาและคำศพั ท์
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวิชา ท 33101 ภาษาไทย

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรียนท่ี 5 เรือ่ ง กาพยเ์ หเ่ รือ

เวลา 1-2 ช่วั โมง
1. ตัวช้ีวดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

ท 5.1 ม.4-6/1 วเิ คราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณ์เบ้ืองต้น
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) สรปุ เน้ือหาเร่ือง กาพย์เห่เรือได้
2) อธบิ ายความหมายของคำศัพท์ในวรรณคดีเรื่อง กาพย์เหเ่ รือได้
3) วิเคราะห์คุณค่าด้านเน้ือหาของเรอื่ ง กาพย์เห่เรือได้
7. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

กาพย์เห่เรือ เป็นบทประพันธ์ทม่ี คี ณุ คา่ ท้ังด้านเน้ือหา ดา้ นวรรณศลิ ป์ และดา้ นสังคม การทีจ่ ะเขา้ ใจเนือ้ หาของเรื่อง
ไดน้ ้นั จำเป็นตอ้ งรคู้ ำศัพท์ตา่ ง ๆ ท่ปี รากฏอยใู่ นเรอ่ื ง เพ่ือจะได้เขา้ ใจเน้ือหาของเร่ืองได้อยา่ งถูกต้อง
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทักษะการตีความ
2) ทักษะการวเิ คราะห์
3) ทกั ษะกระบวนการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
5. สาระการเรยี นรู้
 หลักการวิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมเบ้ืองต้น

- การพิจารณาเน้ือหาและกลวิธใี นวรรณคดีและวรรณกรรม
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
4. รกั ความเปน็ ไทย

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

315

6. จุดเนน้ สูก่ ารพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น ทักษะศตวรรษที่ 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลกั 4Cs)

การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ และทกั ษะในการแก้ปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving)

ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)

ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเป็นทีม และภาวะผ้นู ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)

ทกั ษะด้านการสื่อสารสนเทศ และรู้เทา่ ทันส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy)

ทกั ษะดา้ นชีวิตและอาชีพ

ความยดื หย่นุ และการปรบั ตวั

การรเิ ริ่มสร้างสรรคแ์ ละการเปน็ ตัวของตวั เอง

ทักษะสงั คม และสังคมขา้ มวัฒนธรรม

การเปน็ ผู้สร้างหรอื ผผู้ ลติ และความรับผดิ ชอบเชอื่ ถือได้

ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ

คุณลกั ษณะสำหรับศตวรรษท่ี 21

คุณลกั ษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรับตัว ความเปน็ ผู้นำ

คณุ ลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชน้ี ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง

คุณลกั ษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่นื ความซื่อสัตย์ สำนกึ พลเมือง

7. ชิน้ งานภาระงาน

-ใบงานเรือ่ ง รูค้ ำถอดความจากเรื่อง กาพยเ์ หเ่ รือ

8. กิจกรรมการเรียนรู้

 วิธีสอนแบบกระบวนการกลุ่มสัมพันธ์

ชว่ั โมงที่ 1

ขน้ั ที่ 1 นำเข้าสู่บทเรยี น

สอ่ื การเรยี นรู้ : แถบบันทกึ เสียงกาพยเ์ ห่เรอื คำถามกระตุ้นความคิด

1. นักเรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคิด  นกั เรยี นคิดวา่ กาพย์เห่เรือมีลักษณะ

2. ครนู ำแถบบนั ทกึ เสียงกาพย์เหเ่ รอื ของครแู จง้ คล้ายสีทอง เหมอื นหรือแตกต่างจากกาพยช์ นดิ

หรอื ของอาจารย์วฒั นะ บุญจับ มาเปิดใหน้ กั เรยี นฟัง แลว้ ให้นกั เรยี น อนื่ ๆ อยา่ งไร

ตอบคำถามต่อไปน้ี (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดย

- กาพย์เห่เรือ ในปจั จุบันเหมือน หรอื แตกต่างจากกาพยเ์ ห่ ใหอ้ ยู่

เรือ ในดุลยพินิจของครผู สู้ อน)

ในอดตี อย่างไร อธิบายเหตผุ ล

- กาพยเ์ หเ่ รือของเจ้าฟ้าธรรมธเิ บศร เปน็ ตน้ แบบในการแตง่

กาพยเ์ หเ่ รือของกวีในยุคต่อมาหรือไม่ อธบิ ายเหตุผล

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

316 คำถามกระตุ้นความคดิ
 เพราะเหตใุ ด กวจี ึงนำกริ ยิ าอาการ
ข้ันที่ 2 จดั การเรยี นรู้
สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ : 1. หนังสอื เรยี น วรรณคดฯี ม.6 ของสตั ว์ท่ีใช้เปน็ รปู เรอื มาใช้
บรรยายการเคลื่อนไหวของเรือน้นั
2. หนังสือค้นคว้าเพ่มิ เติม พรอ้ มอธบิ ายประกอบ
3. แผนภมู ติ วั อย่างบทประพันธ์ (เพ่ือทำใหภ้ าพการแล่นของเรือดมู ี
4. ใบงานที่ 3.1 ชีวติ ชวี ามากย่ิงขึน้ ดังบทประพนั ธต์ อน
5. ห้องสมุด หน่งึ ทว่ี า่
6. แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
1. ครตู ิดแผนภมู ติ วั อย่างคำประพันธเ์ ร่ือง กาพยแ์ ห่เรือ ให้นักเรียนดู คชสีหท์ ผี าดเผน่ ดูดงั เปน็ เห็น
บนกระดาน แลว้ ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั ถอดความบทประพันธ์ ขบขนั
ดังกลา่ ว ตามความเขา้ ใจของนกั เรียน ราชสีห์ที่ยนื ยัน คัน่ สองค่ดู ยู ่ิงยง
2. ครใู หน้ กั เรียนแต่ละกล่มุ อา่ นเร่ือง กาพยเ์ ห่เรือ จากหนังสือเรยี น
และถอดความบทประพนั ธต์ ามความเขา้ ใจของนกั เรยี น พร้อมทง้ั เรอื มา้ หน้ามุ่งน้ำ แล่นเฉ่ือยฉำ่ ลำ
ศกึ ษาความหมายของคำศัพทท์ ่ปี รากฏอยู่ จากหนังสอื คน้ ควา้ ระหง เพียงมา้ อาชาทรง
เพ่ิมเตมิ หอ้ งสมุด และแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ องค์พระพายผายผันผยอง)
3. ครสู ุ่มนกั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมาถอดความบทประพนั ธ์ พร้อมบอก
ความหมายของคำศัพท์ในบทท่ีกำหนด โดยครูและเพื่อนกลุ่มอืน่
ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
8. นักเรยี นแตล่ ะคนทำใบงานที่ 3.1 เรอ่ื ง รูค้ ำถอดความจากเรือ่ ง
กาพยเ์ ห่เรือ เม่ือทำเสร็จแล้วใหน้ ักเรียนผลัดกนั อธิบายคำตอบ
ในใบงานใหเ้ พ่ือนในกลุม่ ฟงั ผลัดกนั ซักถามข้อสงสยั และสรุป
เป็นคำตอบของกลุ่ม
5. นกั เรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคิด

ชวั่ โมงที่ 2 คำถามกระตนุ้ ความคิด
ข้ันที่ 3 สรุปและนำหลกั การไปประยกุ ต์ใช้  เนือ้ หาในแต่ละตอนของเรือ่ ง กาพย์
ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้ : —
เหเ่ รือ มีความเกย่ี วข้องกันอยา่ งไร
14. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั สรุปเน้ือหา และความหมายของ บา้ ง
คำศัพทใ์ นเร่ือง กาพยเ์ ห่เรือ เป็นองค์ความรขู้ องกลุ่ม แลว้ บนั ทกึ (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดย
ความรู้ที่ได้ลงในแบบบนั ทกึ การอ่าน เพื่อไว้ใชท้ บทวนความรู้ ให้อยู่
ในดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
15. ครูแนะนำใหน้ ักเรียนนำความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการศึกษาไปประยุกต์ใช้
ในการศึกษาความร้เู รือ่ ง กาพย์เห่เรอื ในด้านต่าง ๆ ต่อไป

16.นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

317 คำถามกระตุ้นความคิด
 นักเรยี นชืน่ ชอบเน้อื หาของเร่ือง กาพย์
ขั้นที่ 4 วัดและประเมนิ ผล
สือ่ การเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 3.1 เหเ่ รอื ตอนใดมากทีส่ ดุ อธบิ ายเหตผุ ล
(พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดย
7. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ สง่ ตัวแทนออกมานำเสนอผลงานในใบงานท่ี ให้อยู่ในดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
3.1 หนา้ ชั้นเรียน โดยครูและเพอ่ื นกลมุ่ อน่ื ช่วยกนั ตรวจสอบ
ความถูกตอ้ งและให้ข้อเสนอแนะ

8. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด

9. สอ่ื

1) หนงั สือเรียน ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.6

2) หนังสือค้นควา้ เพิม่ เติม

(1) ราชบัณฑติ ยสถาน. (2546). พจนานกุ รมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ :

นานมีบุ๊คส์พับลเิ คชั่นส์.

(2) ราชบัณฑิตยสถาน. (2550). พจนานกุ รมศพั ท์วรรณคดไี ทย ภาคฉันทลกั ษณ์. กรุงเทพฯ :

ราชบณั ฑิตยสถาน.

3) แถบบนั ทึกเสยี งกาพยเ์ หเ่ รือ

4) แผนภูมติ วั อย่างคำประพนั ธ์เร่อื ง กาพย์เหเ่ รือ

5) ใบงานที่ 3.1 เรอ่ื ง รคู้ ำถอดความจากเรื่อง กาพย์เหเ่ รือ

10. แหลง่ การเรยี นรู้

1) ห้องสมุด

2) แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ

- http://www.thaigoodview.com/library/.../2549/m6.../sec03p01.html

11. การวัดและประเมนิ ผล

11.1 การประเมนิ ตามจุดประสงค์/ตวั ช้ีวดั

วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์

ตรวจใบงานที่ 3.1 ใบงานท่ี 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ตรวจแบบบนั ทกึ การอา่ น แบบบันทกึ การอ่าน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์

สังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

สังเกตความมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ ม่ันในการ แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์

ทำงาน และรักความเป็นไทย

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

318

11.2 การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะศตวรรษที่ 21
สมรรถนะสำคัญ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ทักษะศตวรรษที่ 21

วิธกี าร เครื่องมอื เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ ดี
ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์

12. ขอ้ เสนอแนะ(ผใู้ ช้แผนเขียนเสนอแนะ)
.......................................................................................................... ......................................................................

13. บันทึกหลงั สอน
13.1 ผลการจัดการเรียนรู้
นกั เรียนจำนวน.........................................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..............................
ไมผ่ ่านจดุ ประสงค์การเรียนรูโ้ ดยรวม..................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ..............................
ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรียนท่ีมีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรยี นเด็กพิเศษ ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………

นักเรยี นทีไ่ ม่ผ่านการประเมนิ จุดประสงค์ดา้ นความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่
.................................................................................................................................. ......................................
นกั เรียนที่ไม่ผ่านการประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านทักษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่

...................................................................................................................... ..................................................
นักเรยี นที่ไม่ผา่ นการประเมินจุดประสงค์ด้านเจตคติ (A) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
......................................................................................................... ...............................................................
13.2 ปญั หา/อุปสรรค
.............................................................. .............................................................................................................. ....
แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปญั หาอุปสรรค)
................................................................................................... ..................................................................... ........

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

319

ลงช่อื ..................................ครผู สู้ อน
(นางนติ ยา ทองดยี ่งิ )

ตำแหนง่ ครโู รงเรียนวเิ ชียรมาตุ

ความเหน็ ของหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ....................................หวั หน้ากลุ่มสาระฯ
(นางภรพิศ วิภูษิตวรกุล)

ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผู้ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรูข้ อง..............................................................................แล้วมีความคดิ เห็นดงั น้ี
1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
2. การจัดกจิ รรมไดน้ ำกระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
ยังไม่เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
นำไปใช้ไดจ้ ริง
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

320
4. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ

....................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................... ...................................................... .....

ลงช่ือ..................................รองผอู้ ำนวยการโรงเรยี นกลุม่ บรหิ ารวิชาการ
(นางอมั พร สงวนศักดิ์)

…………./……………./…………
ความคิดเห็น
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................ผู้อำนวยการโรงเรยี น
(นางยภุ า พรเศรษฐ์)

…………./……………./…………

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

321

เอกสารประกอบการสอน

แผนภูมิตัวอย่างคำประพนั ธ์ เรื่อง กาพย์เหเ่ รือ

โคลง ชลาลยั
ปางเสด็จประเวศดา้ ว กง่ิ แกว้
แหนแห่
ทรงรตั นพิมานชยั เพรศิ พรง้ิ พายทอง
พร่ังพร้อมพวกพลไกร
เรือกระบวนต้นแพรว้ ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย
กาพย์ พายอ่อนหยับจับงามงอน
ลว้ นรูปสัตว์แสนยากร
พระเสดจ็ โดยแดนชล สาครลนั่ ครัน่ ครื้นฟอง
ก่งิ แกว้ แพร้วพรรณราย ลว่ิ ลอยมาพาผนั ผยอง
ร้องโห่เห่โอ้เหม่ า
นาวาแน่นเป็นขนัด เพียงพิมานผา่ นเมฆา
เรือรวิ้ ทิวธงสลอน หลงั คาแดงแย่งมงั กร
แสงแวววบั จบั สาคร
เรือครฑุ ยุดนาคห้วิ ดั่งรอ่ นฟ้ามาแดนดนิ
พลพายกรายพายทอง งามชดชอ้ ยลอยหลงั สนิ ธ์ุ
ลนิ ลาศเล่อื นเตือนตาชม
สรมขุ มุขสด่ี า้ น รวดเร็วจริงย่งิ อยา่ งลม
มา่ นกรองทองรจนา หม่ ทา้ ยเยิ่นเดนิ คู่กนั
ดดู งั เป็นเหน็ ขบขัน
สมรรถชยั ไกรกาบแก้ว ค่ันสองคู่ดูยิ่งยง
เรยี บเรียงเคยี งคู่จร แล่นเฉื่อยฉ่ำลำระหง
องค์พระพายผายผันผยอง
สวุ รรณหงสท์ รงพหู่ อ้ ย โจนตามคลื่นฝืนฝา่ ฟอง
เพยี งหงส์ทรงพรหมินทร์ เปน็ แถวท่องลอ่ งตามกัน
ดูเขม้นเห็นขบขัน
เรอื ชัยไววอ่ งว่ิง ทันแขง่ หนา้ วาสกุ รี
เสียงเสา้ เร้าระดม

คชสีห์ทผี าดเผ่น
ราชสีหท์ ย่ี ืนยัน

เรือมา้ หน้ามุ่งน้ำ
เพียงม้าอาชาทรง

เรอื สงิ หว์ งิ่ เผ่นโผน
ดยู ่งิ สิงหล์ ำพอง

นาคาหน้าดังเป็น
มงั กรถอนพายพนั

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

322

เอกสารประกอบการสอน

แผนภมู ติ วั อย่างคำประพนั ธ์ เรอ่ื ง กาพย์เห่เรือ (ต่อ)

เสียงผาง่าเทา้ โผน เพยี งโจนไปในวารี
นาวาหนา้ อนิ ทรี มปี กี เหมือนเล่ือนลอยโพยม
กอ้ งกาหลพลแหโ่ หม
ดนตรมี อ่ี ึงอล โสมนัสชื่นรืน่ เรงิ พล
โห่ฮกึ คกึ ครน้ื โครม จากนคเรศโดยสาชล
ยลมัจฉาสารพันมี
กรธี าหมนู่ าเวศ
เหมิ ห่ืนชนื่ กระมล

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

323
ใบงานที่ 3.1 เร่ือง รูค้ ำถอดความจากเร่อื ง กาพยเ์ หเ่ รือ

คำชแี้ จง ให้นักเรยี นบอกความหมายของคำศัพท์ท่กี ำหนด และสรปุ สาระสำคญั ของบทประพันธ์ให้ถกู ต้อง

1. กรีธาหมูน่ าเวศ จากนคเรศโดยสาชล
เหิมห่นื ชืน่ กระมล ยลมัจฉาสารพันมี

นาเวศ หมายถงึ
สาชล หมายถงึ
ห่นื หมายถงึ
สาระสำคญั ของบทประพันธ์

2. ปกั ษมี ีหลายพรรณ บา้ งชมกนั ขันเพรียกไพร
ย่งิ ฟงั วังเวงใจ ลว้ นหลายหลากมากภาษา

ปกั ษี หมายถึง
สาระสำคัญของบทประพันธ์

3. เพรางายวายเสพรส แสนกำสรดอดโอชา
อ่มิ ทุกข์อมิ่ ชลนา อ่มิ โศกาหน้านองชล

เพรางาย หมายถงึ
กำสรด หมายถึง
สาระสำคัญของบทประพนั ธ์

4. สุวรรณหงส์ทรงพ่หู ้อย งามชดชอ้ ยลอยหลังสินธุ์
เพยี งหงส์ทรงพรหมินทร์ ลนิ ลาศเลื่อนเตอื นตาชม

สินธุ์ หมายถงึ
พรหมินทร์ หมายถึง
ลินลาศ หมายถงึ
สาระสำคญั ของบทประพนั ธ์

แผนการจดั การเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

5. รอนรอนสุรยิ โอ้ 324
เรอ่ื ยเร่ือยลบั เมรุลง
รอนรอนจิตจำนง อสั ดง
เร่ือยเรือ่ ยเรยี มคอยแก้ว คำ่ แล้ว
นชุ พี่ เพยี งแม่
อสั ดง หมายถงึ คลบั คล้ายเรยี มเหลยี ว
เมรุ (อา่ นวา่ “เมน”) หมายถึง
เรยี ม หมายถึง
สาระสำคัญของบทประพันธ์

6. พศิ พรรณปลาว่ายเคล้า คดิ ถึงเจา้ เศร้าอารมณ์
มตั สยายงั รู้ชม สมสาใจไม่พามา

มัตสยา หมายถงึ
สาระสำคัญของบทประพันธ์

7. โนรสี ปี านชาด เหมือนชา่ งฉลาดวาดแต้มลาย
ไมเ่ ทา่ เจา้ โฉมฉาย หม่ ตาดพรายกรายกรมา

ชาด หมายถึง

สาระสำคัญของบทประพนั ธ์

8. นาวาแน่นเป็นขนดั ลว้ นรูปสัตว์แสนยากร
เรอื ร้ิวทิวธงสลอน สาครลั่นครั่นครนื้ ฟอง

นาวา หมายถงึ
สาคร หมายถงึ
สาระสำคญั ของบทประพนั ธ์

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

325 เฉลย
ใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง รู้คำถอดความจากเรอื่ ง กาพยเ์ ห่เรอื

คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นบอกความหมายของคำศัพทท์ ี่กำหนด และสรุปสาระสำคัญของบทประพนั ธ์ใหถ้ กู ต้อง

1. กรธี าหมนู่ าเวศ จากนคเรศโดยสาชล

เหมิ หื่นช่ืนกระมล ยลมจั ฉาสารพันมี

นาเวศ หมายถึง เรอื

สาชล หมายถงึ สายชล สายนำ้ แมน่ ้ำ

ห่ืน หมายถงึ ทะยานใจ เหมิ ใจ มคี วามปรารถนาอย่างแรงกล้า

สาระสำคญั ของบทประพันธ์ กระบวนเรอื ได้แล่นออกจากพระนครโดยทางนำ้ (กวี) ร้สู ึกยินดแี ละชื่นใจเป็นอย่างยิง่

พลางชื่นชมหมปู่ ลาท่แี หวกว่ายในลำน้ำ

2. ปกั ษมี ีหลายพรรณ บ้างชมกนั ขนั เพรียกไพร

ย่งิ ฟงั วังเวงใจ ลว้ นหลายหลากมากภาษา

ปักษี หมายถึง นก

สาระสำคญั ของบทประพันธ์ นก (ที่กวเี ห็น) มีหลากหลายชนดิ นกเหลา่ น้ีตา่ งพากันขนั และสง่ เสียงรอ้ งไปทัว่ ท้งั ป่า

ฟังเสียงนกแล้ว (กว)ี ร้สู ึกวงั เวงใจ

3. เพรางายวายเสพรส แสนกำสรดอดโอชา

อิม่ ทุกข์อม่ิ ชลนา อิม่ โศกาหน้านองชล

เพรางาย หมายถึง เวลาเช้า มอื้ เชา้

กำสรด หมายถึง โศกเศร้า ครำ่ ครวญ ร้องไห้

สาระสำคัญของบทประพนั ธ์ ในเวลาเชา้ (หรือมอื้ เช้า) กวไี ม่อาจเสวยอาหารได้ เพราะกวีอ่ิมจากความทุกข์ อ่ิมจากนำ้ ตา

และอิ่มจากความโศกเศร้า

4. สุวรรณหงสท์ รงพ่หู ้อย งามชดชอ้ ยลอยหลังสนิ ธุ์

เพยี งหงสท์ รงพรหมินทร์ ลนิ ลาศเล่อื นเตอื นตาชม

สินธ์ุ หมายถงึ ลำน้ำ สายนำ้

พรหมินทร์ หมายถึง พระพรหม

ลินลาศ หมายถึง การเยื้องกราย ทา่ ทางอันสงา่

สาระสำคัญของบทประพนั ธ์ เรอื สพุ รรณหงสท์ ่แี ล่นมาอย่างช้า ๆ มคี วามงดงามมาก ประดจุ หงสข์ องพระพรหม

ความสง่างามของเรอื สุพรรณหงสน์ ้ีตรงึ ตาอยา่ งยิ่ง

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

326

5. รอนรอนสุรยิ โอ้ อสั ดง

เรื่อยเร่อื ยลบั เมรลุ ง คำ่ แลว้

รอนรอนจิตจำนง นุชพ่ี เพยี งแม่

เรือ่ ยเรอ่ื ยเรียมคอยแกว้ คลบั คล้ายเรยี มเหลียว

อสั ดง หมายถึง ตกไป (ใชก้ ับพระอาทติ ย์)

เมรุ (อา่ นว่า “เมน”) หมายถึง ภเู ขา

เรยี ม หมายถงึ คำใชแ้ ทนตัวผพู้ ูด เป็นสรรพนามบรุ ษุ ที่ 1 ใชส้ ำหรบั ผ้ชู ายพูดกบั ผ้หู ญิงท่รี ัก

สาระสำคัญของบทประพนั ธ์ เม่อื พระอาทิตย์ตกลับเหลี่ยมเขา เข้าสู่เวลาคำ่ พ่ี (หมายถงึ ตวั กว)ี กเ็ ฝา้ คะนงึ หาแตน่ าง

อนั เปน็ ท่รี ัก เมอื่ เห็นใครท่ีคลับคลา้ ยว่าจะเป็นนาง กร็ บี เหลียวหนั มองไปทันที

6. พิศพรรณปลาว่ายเคลา้ คดิ ถงึ เจ้าเศร้าอารมณ์

มัตสยายังร้ชู ม สมสาใจไม่พามา

มตั สยา หมายถึง ปลา

สาระสำคัญของบทประพนั ธ์ (กวี) มองดฝู ูงปลาแหวกว่ายในนำ้ ก็รูส้ กึ คดิ ถึงนางอันเปน็ ทีร่ กั หมปู่ ลายังรู้จักแหวกวา่ ย

คลอเคลยี กนั แตต่ ัวกวีกลับไม่มนี างอย่เู คียงขา้ ง

7. โนรีสปี านชาด เหมือนช่างฉลาดวาดแต้มลาย

ไมเ่ ทา่ เจ้าโฉมฉาย ห่มตาดพรายกรายกรมา

ชาด หมายถึง วัตถสุ ีแดงสดชนดิ หนึง่ เป็นผงก็มี ใช้ทำยาไทยหรือประสมกบั นำ้ มันสำหรบั ประทับตราหรือทาสิ่งของ มัก

เรียกสที ีแ่ ดงสดวา่ สีแดงชาด

สาระสำคญั ของบทประพันธ์ นกโนรมี แี ดงสดเหมอื นสชี าด สวยงามราวกบั มีจิตรกรมาวาดแตม้ สีไว้ แต่ถึงกระนั้น นกโนรี

ก็ยงั งดงามไม่เท่ากบั นางอนั เป็นท่รี ัก (ของกวี) ทห่ี ่มตาดพรายเดินอย่างแชม่ ช้อย

8. นาวาแนน่ เป็นขนดั ลว้ นรูปสตั ว์แสนยากร

เรอื รวิ้ ทิวธงสลอน สาครล่ันคร่นั คร้ืนฟอง

นาวา หมายถึง เรอื

สาคร หมายถึง ลำน้ำ สายนำ้

สาระสำคัญของบทประพนั ธ์ เรอื ในกระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารคน้ีมีมากจนแน่นเต็มลำน้ำ ทั้งเรอื รูปสตั วต์ ่าง ๆ

และบรรดาเรือริว้ ซึง่ มที วิ ธงสะบดั เรอื เหล่าน้ีแล่นเรยี งกัน ทำใหน้ ำ้ ในลำน้ำกระฉอกเปน็ ฟองตามการแล่นของเรอื

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

327

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4 คณุ คา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชา ท 33101 ภาษาไทย

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6
หน่วยการเรยี นที่ 5 เรือ่ ง กาพย์เห่เรอื

เวลา 1-2 ชวั่ โมง
1. ตัวชีว้ ัด/จดุ ประสงค์การเรียนรู้

ท 5.1 ม.4-6/1 วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณ์เบอ้ื งตน้
ม.4-6/3 วเิ คราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศลิ ปข์ องวรรณคดแี ละวรรณกรรมในฐานะท่เี ปน็ มรดก
ทางวัฒนธรรมของชาติ

2. จุดประสงค์การเรียนรู้
4) วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณเ์ ร่ือง กาพย์เห่เรือ ตามหลักการวจิ ารณ์เบ้อื งต้นได้
5) วิเคราะห์และประเมนิ คณุ คา่ ด้านวรรณศิลปแ์ ละรสวรรณคดีจากเรื่อง กาพย์เห่เรือได้

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การศกึ ษาเรื่อง กาพย์เห่เรือ จะตอ้ งอธบิ ายลักษณะและคณุ คา่ ดา้ นวรรณศลิ ปแ์ ละรสวรรณคดีตามหลกั การวจิ ารณ์

เบอื้ งตน้
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น

4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการตีความ
2) ทกั ษะการวเิ คราะห์
3) ทักษะการสงั เคราะห์
4) ทกั ษะการประเมนิ
5) ทกั ษะการประยกุ ต์ใช้ความรู้
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5. สาระการเรียนรู้
1) หลกั การวิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมเบื้องต้น

- การวเิ คราะห์และการวิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรม
2) การวเิ คราะห์และประเมินคุณค่าวรรณคดแี ละวรรณกรรม

- ดา้ นวรรณศิลป์

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

328
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งม่นั ในการทำงาน
4. รักความเป็นไทย
6. จดุ เนน้ สู่การพัฒนาคุณภาพผ้เู รียน ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 (ใชเ้ ฉพาะแกนหลกั 4Cs)
การคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ และทกั ษะในการแก้ปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผ้นู ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
ทกั ษะด้านการสอ่ื สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทันส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy)
ทักษะดา้ นชีวิตและอาชีพ
ความยืดหยนุ่ และการปรบั ตวั
การรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์และการเป็นตวั ของตัวเอง
ทกั ษะสังคม และสังคมข้ามวัฒนธรรม
การเปน็ ผ้สู ร้างหรือผู้ผลติ และความรับผิดชอบเชื่อถือได้
ภาวะผนู้ ำและความรบั ผดิ ชอบ
คุณลักษณะสำหรบั ศตวรรษท่ี 21
คณุ ลกั ษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตัว ความเปน็ ผนู้ ำ
คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ได้แก่ การชน้ี ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คณุ ลกั ษณะด้านศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อื่น ความซื่อสัตย์ สำนึกพลเมือง
7. ชน้ิ งานภาระงาน
-ใบงาน เรื่อง คุณค่าภาษาศิลป์จากเร่อื ง กาพยเ์ ห่เรอื

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

329 คำถามกระตนุ้ ความคิด
 กาพยห์ ่อโคลงมีลักษณะอย่างไร
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
 วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการกลุ่ม อธบิ ายพร้อมยกตวั อย่างประกอบ
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดย
ชวั่ โมงที่ 1 ใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)
ขั้นท่ี 1 มีผู้นำและมีการแบง่ หนา้ ที่รบั ผิดชอบ
สื่อการเรยี นรู้ : แผนภมู ติ ัวอย่างคำประพันธ์ คำถามกระตุ้นความคิด
 เร่ือง กาพยเ์ หเ่ รือ มีคุณค่าด้าน
1. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
2. ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ (กลุ่มเดิมจากแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1) วรรณศลิ ป์ โดดเด่นอย่างไรบ้าง
(พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน
เลอื กผู้นำกล่มุ และเลขานุการกล่มุ ครูเนน้ ย้ำใหส้ มาชิกทุกคน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
ในกล่มุ รว่ มมือกันในการทำกิจกรรม
3. ครตู ิดแผนภมู ติ ัวอย่างคำประพันธ์เรอ่ื ง กาพยเ์ ห่เรือ ให้นักเรียนดู
บนกระดาน แลว้ ใหน้ ักเรยี นช่วยกันวิเคราะหว์ า่ บทประพนั ธ์
ดังกล่าวใช้ภาษาอย่างไร มคี วามไพเราะหรือไม่ พรอ้ มยกตัวอย่าง
ประกอบ
ขนั้ ที่ 2 วางแผน
สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ : 1. หนงั สือเรยี น วรรณคดีฯ ม.6

2. หนงั สือค้นคว้าเพ่ิมเติม
3. ห้องสมุด
4. แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันวางแผนและกำหนดขอบเขตใน
การศกึ ษา ความรู้เร่ือง ลักษณะคำประพันธ์ และคุณค่าด้านวรรณศลิ ป์
ของเร่ือง กาพย์ เห่เรือ จากหนงั สอื เรยี น หนงั สือค้นควา้ เพิ่มเติม
หอ้ งสมุด และแหล่งข้อมลู สารสนเทศ
ขน้ั ท่ี 3 ปฏบิ ัติตามแผน
สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้ : 1. หนังสือเรียน วรรณคดฯี ม.6
2. หนงั สือค้นควา้ เพมิ่ เติม
3. ใบงานท่ี 4.1
4. หอ้ งสมุด
5. แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษาความรู้เร่ือง ลักษณะคำประพนั ธ์
และคุณคา่ ดา้ นวรรณศิลป์ของเร่ือง กาพย์เหเ่ รือ จากหนงั สือเรียน
หนังสอื ค้นคว้าเพม่ิ เติม ห้องสมุด และแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
ตามแผนที่ได้วางไว้ แล้วบนั ทึกความรู้ท่ีไดจ้ ากการศึกษาลงในบบ

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

330 คำถามกระตุน้ ความคดิ
บันทกึ การอา่ น
2. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ออกมานำเสนอผลการศกึ ษาทีห่ น้าช้ันเรียน  จากการท่นี ักเรยี นไดอ้ ่านเร่ืองกาพย์
โดยครูและเพื่อนกลมุ่ อ่ืนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเพ่มิ เติม แลว้
ให้นกั เรยี นรว่ มกันสรุปผลการศกึ ษา เหเ่ รอื นกั เรยี นคดิ วา่ บทประพันธ์
3. นกั เรยี นแต่ละคนนำความรู้ท่ีได้จากการศึกษามาเปน็ พนื้ ฐานใน
การทำ บทใดสะทอ้ นความรู้สกึ ทกุ ข์ตรมใจ
ใบงานท่ี 4.1 เร่อื ง คณุ ค่าภาษาศลิ ปจ์ ากเรอ่ื ง กาพย์เห่เรือ เม่ือ
ทำ ใบงานเสรจ็ แลว้ ใหน้ กั เรียนแต่ละคนผลัดกนั อภปิ รายความรู้ท่ไี ด้ ของกวีอยา่ งเดน่ ชดั ท่ีสุด เพราะเหตุ
จากการทำใบงานใหเ้ พื่อนในกลุ่มฟัง ผลัดกันซกั ถามข้อสงสยั และ
ร่วมกนั สรุปเปน็ คำตอบของกลุ่ม ใด
4. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
(“แตเ่ ชา้ เทา่ ถึงเยน็ กลำ้ กลนื
ชว่ั โมงท่ี 2
ข้ันที่ 4 ประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงาน เข็ญเปน็ อาจิณ
สื่อการเรียนรู้ : ใบงานท่ี 4.1
ชายใดในแผน่ ดิน ไมเ่ หมือน
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนออกมานำเสนอผลงานในใบงานท่ี
4.1 หนา้ ชั้นเรยี น โดยครูและเพื่อนนักเรยี นชว่ ยกันตรวจสอบ พ่ที ตี่ รอมใจ”
ความถูกตอ้ งและให้ข้อเสนอแนะ
เพราะบทดงั กล่าวสะท้อนให้เหน็ ว่า
2. นักเรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคดิ
กวมี คี วามทุกขใ์ จตลอดเวลา จนกวี
ข้ันท่ี 5 ปรับปรุงและพัฒนา
สอื่ การเรียนรู้ : ใบงานท่ี 4.1 ถึงกับกลา่ วว่าไมม่ ี ชายใดในโลกนจ้ี ะ

3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันปรับปรุงและพัฒนาผลงานในใบงาน ทุกขเ์ ทา่ กับตนเองอกี แล้ว หรอื

นกั เรียนอาจตอบเปน็ อยา่ งอืน่ โดยให้

อยู่ใน ดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน)

คำถามกระตุ้นความคดิ
1. จากการศึกษาคุณค่าดา้ นวรรณศลิ ป์

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

331

ท่ี 4.1 ให้ถกู ตอ้ งสมบรู ณ์ ในเร่ือง กาพย์เหเ่ รือ นักเรยี น

4. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคดิ ข้อ 1-2 ประทับใจบทประพันธ์บทใดมาก

ที่สุด อธิบายเหตุผล

(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน

โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน)

2. นักเรียนคดิ ว่า เพราะเหตุใด กาพย์

เห่เรอื จงึ ไดร้ ับการยกยอ่ งจาก

วรรณคดีสโมสรว่าเปน็ ยอดของ

กาพย์เหเ่ รอื

(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดย

ให้อยู่ในดลุ ยพนิ ิจของครผู ู้สอน)

9. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้

1) หนังสอื เรียน ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.6

2) หนังสอื ค้นควา้ เพิ่มเติม

(1) ธเนศ เวศรภ์ าดา. (2549). หอมโลกวรรณศิลป์ : การสรา้ งรสสนุ ทรยี แ์ ห่งวรรณคดไี ทย. กรุงเทพฯ :

ปาเจรา.

(2) ศุภร บุนนาค และสุรยิ า รตั นกุล. (2548). สนุ ทรียภาพจากเจ้าฟ้ากุ้ง. พมิ พค์ รั้งที่ 2. กรงุ เทพฯ : สถาพร

บุ๊คส์.

3) แผนภมู ติ วั อยา่ งคำประพันธ์เร่ือง กาพยเ์ ห่เรอื

4) ใบงานท่ี 4.1 เร่ือง คณุ ค่าภาษาศลิ ป์จากเร่ือง กาพย์เหเ่ รือ

10. แหลง่ การเรียนรู้

1) หอ้ งสมดุ

2) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ

- http://www.thaigoodview.com/library/.../2549/m6.../sec05p01.html

11. การวัดและประเมนิ ผล

11.1 การประเมนิ ตามจุดประสงค์/ตัวช้ีวัด

ตรวจใบงานที่ 4.1 ใบงานท่ี 4.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบบนั ทึกการอ่าน แบบบนั ทกึ การอ่าน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน เกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101 เกณฑ์

332

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มั่นในการทำงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
และรกั ความเปน็ ไทย เกณฑ์

11.2 การประเมินสมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และทกั ษะศตวรรษท่ี 21
สมรรถนะสำคญั คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษท่ี 21

วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ ระดบั คุณภาพ ดี
ผ่านเกณฑ์
สังเกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์

12. ข้อเสนอแนะ(ผใู้ ชแ้ ผนเขียนเสนอแนะ)
................................................................................................................................................................................

13. บันทกึ หลงั สอน
13.1 ผลการจดั การเรียนรู้
นกั เรียนจำนวน.........................................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นร้โู ดยรวม......................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..............................
ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรโู้ ดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ..............................
ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรยี นท่มี ีความสามารถพิเศษ/นกั เรียนเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรยี นที่ไม่ผ่านการประเมนิ จุดประสงค์ดา้ นความรู้ (K) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
........................................................................................................................................................................
นักเรียนทไ่ี ม่ผ่านการประเมนิ จดุ ประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) จำนวน.............................คน ไดแ้ ก่
........................................................................................................................................................................
นักเรยี นทไี่ มผ่ ่านการประเมนิ จุดประสงคด์ ้านเจตคติ (A) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
........................................................................................................................................................................

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

333
13.2 ปญั หา/อปุ สรรค

................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ (จากปญั หาอุปสรรค)
................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ..................................ครูผ้สู อน
(นางนติ ยา ทองดียิง่ )

ตำแหนง่ ครโู รงเรียนวเิ ชียรมาตุ
ความเหน็ ของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

ลงช่อื ....................................หวั หนา้ กลุ่มสาระฯ
(นางภรพศิ วภิ ษู ิตวรกุล)

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

334

ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ..............................................................................แล้วมีความคิดเหน็ ดังน้ี
1.เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกจิ รรมไดน้ ำกระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั มาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยังไม่เน้นผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่
นำไปใช้ไดจ้ รงิ
ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้

4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
....................................................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................... ...............................

ลงชือ่ ..................................รองผอู้ ำนวยการโรงเรียนกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
(นางอัมพร สงวนศักด)์ิ

…………./……………./…………

ความคิดเห็น
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ........................................ผู้อำนวยการโรงเรยี น
(นางยุภา พรเศรษฐ์)

…………./……………./…………

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

335

เอกสารประกอบการสอน

แผนภูมติ ัวอย่างคำประพนั ธ์ เรื่อง กาพย์เหเ่ รือ

โคลง ชลาลยั
ปางเสด็จประเวศด้าว กิง่ แก้ว
แหนแห่
ทรงรัตนพิมานชัย เพรศิ พรง้ิ พายทอง
พร่ังพร้อมพวกพลไกร
เรือกระบวนตน้ แพร้ว ทรงเรือต้นงามเฉดิ ฉาย
กาพย์ พายอ่อนหยับจบั งามงอน
ลว้ นรูปสตั ว์แสนยากร
พระเสดจ็ โดยแดนชล สาครลนั่ ครัน่ คร้ืนฟอง
กงิ่ แก้วแพร้วพรรณราย ลว่ิ ลอยมาพาผนั ผยอง
ร้องโห่เห่โอ้เห่มา
นาวาแน่นเป็นขนัด เพียงพิมานผ่านเมฆา
เรอื ร้วิ ทวิ ธงสลอน หลงั คาแดงแย่งมงั กร
แสงแวววบั จบั สาคร
เรือครุฑยุดนาคหิว้ ด่ังรอ่ นฟ้ามาแดนดนิ
พลพายกรายพายทอง งามชดชอ้ ยลอยหลงั สนิ ธ์ุ
ลนิ ลาศเล่อื นเตือนตาชม
สรมขุ มุขส่ดี ้าน รวดเร็วจริงย่งิ อยา่ งลม
มา่ นกรองทองรจนา ห่มทา้ ยเยิ่นเดินคู่กัน
ดดู งั เปน็ เหน็ ขบขัน
สมรรถชยั ไกรกาบแก้ว ค่ันสองคู่ดูยิ่งยง
เรียบเรยี งเคยี งคู่จร แล่นเฉื่อยฉ่ำลำระหง
องค์พระพายผายผนั ผยอง
สุวรรณหงส์ทรงพหู่ อ้ ย โจนตามคลื่นฝนื ฝา่ ฟอง
เพยี งหงสท์ รงพรหมนิ ทร์ เป็นแถวท่องล่องตามกัน
ดเู ขม้นเห็นขบขนั
เรอื ชัยไววอ่ งวงิ่ ทันแขง่ หนา้ วาสกุ รี
เสยี งเส้าเร้าระดม

คชสีห์ทผี าดเผน่
ราชสหี ์ที่ยนื ยัน

เรือม้าหนา้ มุ่งนำ้
เพียงม้าอาชาทรง

เรือสงิ ห์วิง่ เผ่นโผน
ดูยง่ิ สงิ ห์ลำพอง

นาคาหน้าดงั เป็น
มังกรถอนพายพนั

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

336

เอกสารประกอบการสอน

แผนภมู ติ วั อย่างคำประพนั ธ์ เรอ่ื ง กาพย์เห่เรือ (ต่อ)

เสียงผาง่าเทา้ โผน เพยี งโจนไปในวารี
นาวาหนา้ อนิ ทรี มปี กี เหมือนเล่ือนลอยโพยม
กอ้ งกาหลพลแหโ่ หม
ดนตรมี อ่ี ึงอล โสมนัสชื่นรืน่ เรงิ พล
โห่ฮกึ คกึ ครน้ื โครม จากนคเรศโดยสาชล
ยลมัจฉาสารพันมี
กรธี าหมนู่ าเวศ
เหมิ ห่ืนชนื่ กระมล

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

337
ใบงานที่ 4.1 เร่ือง คุณคา่ ภาษาศลิ ปจ์ ากเรอ่ื ง กาพยเ์ หเ่ รอื

คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนอ่านและพิจารณาความงามด้านวรรณศิลป์ของบทประพันธ์ทก่ี ำหนด

1. รอนรอนสรุ ิยโอ้ อสั ดง

เรอื่ ยเร่อื ยลบั เมรุลง คำ่ แลว้

รอนรอนจิตจำนง นุชพ่ี เพียงแม่

เรื่อยเร่ือยเรียมคอยแก้ว คลับคล้ายเรยี มเหลยี ว

2. แก้มชำ้ ชำ้ ใครต้อง อนั แก้มนอ้ งช้ำเพราะชม

ปลาทกุ ทุกข์อกกรม เหมอื นทุกข์พท่ี ี่จากนาง

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

338

3. ไกฟ่ ้ามาตัวเดยี ว เดินท่องเทยี่ วเลี้ยวเหล่ียมเขา
เหมือนพรากจากนงเยาว์ เปล่าใจเปล่ียวเหลยี วหานาง

4. แตเ่ ช้าเทา่ ถงึ เยน็ กล้ำกลืนเขญ็ เป็นอาจิณ
ชายใดในแผ่นดิน ไมเ่ หมือนพี่ทต่ี รอมใจ

5. เรือสงิ ห์ว่ิงเผ่นโผน โจนตามคล่ืนฝนื ฝ่าฟอง

ดยู ่งิ สิงหล์ ำพอง เปน็ แถวทอ่ งลอ่ งตามกัน

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

339 เฉลย
ใบงานท่ี 4.1 เร่อื ง คณุ คา่ ภาษาศิลป์จากเรื่อง กาพย์เห่เรือ

คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นอ่านและพิจารณาความงามด้านวรรณศลิ ปข์ องบทประพนั ธท์ ี่กำหนด

1. รอนรอนสุรยิ โอ้ อัสดง

เรือ่ ยเรื่อยลบั เมรลุ ง ค่ำแลว้

รอนรอนจติ จำนง นุชพ่ี เพียงแม่

เร่ือยเร่ือยเรียมคอยแกว้ คลบั คล้ายเรียมเหลียว

ความงามของบทประพนั ธ์ขา้ งต้น ได้แก่

1) การเลน่ สมั ผัสใน (สัมผสั พยญั ชนะ) เช่น รอน-รอน / โอ้-อสั (ดง) / ลับ-ลง-แล้ว / นง-นชุ / พ่ี-เพยี ง / เร่อื ย-เร่อื ย-เรยี ม

คลบั -คลา้ ย ทำใหเ้ กดิ เสียงไพเราะ

2) การเลน่ คำซำ้ หน้าบาทครบทั้ง 4 บาทของโคลง ได้แก่ รอนรอน / เรอื่ ยเร่ือย / รอนรอน / เรื่อยเรอื่ ย ทำใหเ้ กิดเสียง

ไพเราะ

3) การใช้คำน้อยแตส่ อื่ ความหมายมากและตรึงใจ เช่น วรรคสดุ ท้ายทีว่ า่ “คลับคล้ายเรียมเหลยี ว” วรรคนี้ใชค้ ำน้อยเพียง 4

คำแตส่ ่อื ภาพและอารมณ์ความรสู้ ึกของกวีได้ชดั เจนว่า มีจติ จดจ่อและคิดถึงแต่หญงิ คนรักตลอดเวลา เมื่อเหน็ ใคร

“คลับคลา้ ย” ว่าจะเป็นหญิงคนรัก กวีกเ็ รียบ “เหลียว” หันไปมองทนั ที

2. แก้มชำ้ ชำ้ ใครต้อง อนั แก้มนอ้ งชำ้ เพราะชม

ปลาทกุ ทุกข์อกกรม เหมือนทุกข์พที่ ่ีจากนาง

ความงามของบทประพันธข์ ้างต้น ไดแ้ ก่

1) การนำชอื่ ปลามาเลน่ คำพ้องเสียงเพ่อื ส่ืออารมณ์ความรู้สึกของกวี ไดแ้ ก่

- ปลาแก้มช้ำ-แกม้ น้องช้ำ (เมอ่ื กล่าวถงึ ปลาชื่อ “ปลาแก้มชำ้ ” กวีก็โยงไปถึงหญิงคนรักวา่ นกึ ถงึ แก้มของนางท่ี “ช้ำ”

เพราะกวเี ชยชม)

- ปลาทกุ -ทกุ ข์อก (เม่ือกล่าวถงึ ปลาช่ือ “ปลาทุก” กวกี โ็ ยงถงึ ความรสู้ กึ “ทุกข์อกกรม” ของตวั กวเี องท่ีทกุ ข์เพราะตอ้ ง

พราก จากหญิงคนรักมา)

2) การเล่นสัมผัสใน (สัมผัสพยญั ชนะ) ได้แก่ ช้ำ-ช้ำ-ชม / ทุก-ทุกข์ ทำให้เกิดเสยี งไพเราะ

3) การเล่นสัมผสั ใน (สัมผัสสระ) ได้แก่ ชำ้ -ช้ำ / ทุก-ทกุ ข์ / พ่ี-ท่ี ทำให้เกดิ เสยี งไพเราะ

3. ไกฟ่ ้ามาตวั เดยี ว เดนิ ท่องเท่ียวเลย้ี วเหลี่ยมเขา

เหมอื นพรากจากนงเยาว์ เปล่าใจเปล่ียวเหลียวหานาง

ความงามของบทประพันธข์ า้ งต้น ได้แก่

1) การเลน่ สัมผัสใน (สัมผัสพยญั ชนะ) ได้แก่ ท่อง-เทย่ี ว / เลี้ยว-เหล่ยี ม / เปลา่ -เปลี่ยว ทำให้เกดิ เสยี งไพเราะ

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

340

2) การเล่นสมั ผัสใน (สัมผัสสระ) ได้แก่ ฟ้า-มา / เทย่ี ว-เลย้ี ว / พราก-จาก / เปล่ยี ว-เหลยี ว ทำให้เกดิ เสียงไพเราะ
3) การใชอ้ ุปมา เปรยี บว่า กวรี ู้สึกเปล่าเปล่ียวใจท่ตี อ้ งเดนิ ทางลำพงั ไม่มหี ญงิ คนรักมาด้วย เหมือนกบั ไก่ฟ้าท่เี ดินอยูต่ ัวเดียว
ตามเหลีย่ มเขา เปน็ การใช้อุปมาเพื่อสอ่ื อารมณ์ความร้สู กึ ให้ผู้อา่ นเข้าใจไดช้ ัดเจน

4. แต่เช้าเทา่ ถงึ เย็น กลำ้ กลืนเขญ็ เป็นอาจิณ
ชายใดในแผ่นดิน ไมเ่ หมือนพี่ท่ตี รอมใจ

ความงามของบทประพนั ธ์ขา้ งต้น ได้แก่
1) การเลน่ สัมผัสใน (สมั ผสั พยัญชนะ) ไดแ้ ก่ เทา่ -ถึง / กลำ้ -กลืน / ใด-ดนิ ทำให้เกิดเสยี งไพเราะ
2) การเล่นสมั ผัสใน (สมั ผัสสระ) เช่น เช้า-เท่า / เขญ็ -เป็น / ใด-ใน / พี่-ที่ ทำให้เกิดเสียงไพเราะ
3) การใชอ้ ติพจน์ (การเปรียบเทยี บเกินขอบเขตความเป็นจริง) เพื่อสื่ออารมณ์ความรสู้ ึก จากบทประพันธ์ข้างตน้ กวีกลา่ ววา่
ความทุกขต์ รมใจของกวที ี่เกดิ จากความคดิ ถึงหญิงคนรกั นน้ั มอี ยู่ตลอดเวลาต้ังแต่เชา้ ถึงเย็น ผู้ชายในแผ่นดนิ นีไ้ มม่ ีใครทกุ ข์
และตรอมใจเทา่ กับกวอี ีกแล้ว

5. เรอื สิงห์วง่ิ เผ่นโผน โจนตามคลื่นฝืนฝ่าฟอง

ดูยง่ิ สงิ หล์ ำพอง เปน็ แถวท่องลอ่ งตามกนั

ความงามของบทประพนั ธ์ข้างตน้ ได้แก่

1) การเลน่ เสยี งสัมผสั ใน (สมั ผสั พยญั ชนะ) ไดแ้ ก่ เผน่ -โผน/ ฝืน-ฝ่า-ฟอง / แถว-ทอ่ ง ทำให้เกิดเสยี งไพเราะ

2) การเลน่ เสียงสมั ผัสใน (สัมผสั สระ) ไดแ้ ก่ สิงห์-ว่ิง / คล่ืน-ฝนื / ย่งิ -สงิ ห์ / ท่อง-ลอ่ ง ทำใหเ้ กดิ เสยี งไพเราะ

3) การใช้คำบรรยายทำให้เกิดภาพชัดเจน ดังจะเห็นได้จากการใชค้ ำบรรยายภาพการเคลอ่ื นไหวอันทรงพลังของเรือสงิ หว์ า่

เรอื ลำนีแ้ ลน่ “โจนตามคลืน่ ” และเม่ือเจอคล่ืนกส็ ามารถแล่นฝา่ ไปไดอ้ ย่างทรงพลงั ดงั ที่ใช้คำวา่ “ฝนื ฝ่าฟอง”

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

341

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 5 คณุ คา่ และข้อคดิ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชา ท 33101 ภาษาไทย

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6
หนว่ ยการเรยี นท่ี 5 เรอ่ื ง กาพยเ์ หเ่ รือ

เวลา 1 ชัว่ โมง
1. ตัวชีว้ ัด/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

ท 5.1 ม.4-6/1 วิเคราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณ์เบื้องตน้
ม.4-6/2 วเิ คราะห์ลกั ษณะเด่นของวรรณคดเี ช่ือมโยงกบั การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวิถชี ีวิต
ของสังคมในอดตี
ม.4-6/3 วเิ คราะห์และประเมนิ คณุ คา่ ด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่เปน็ มรดก
ทางวฒั นธรรมของชาติ
ม.4-6/4 สังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจริง

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
6) อธิบายคณุ ค่าด้านสังคมจากเรื่อง กาพยเ์ ห่เรอื ได้
7) วเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์เรื่อง กาพยเ์ หเ่ รอื ตามหลักการวิจารณ์เบื้องตน้ ได้
8) สังเคราะหค์ วามรู้เชงิ สังคมและวฒั นธรรมจากเร่อื ง กาพย์เห่เรอื มาเทยี บเคยี งกบั สงั คมยุคปัจจุบนั ได้
9) สงั เคราะหข์ ้อคิดจากเรื่อง กาพย์เหเ่ รอื เพ่ือนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ จริงได้

3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
กาพย์เหเ่ รือ สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยธุ ยาและยังให้ข้อคิดท่มี ีคุณคา่ เพื่อนำไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จริง

4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการวิเคราะห์
2) ทกั ษะการเชื่อมโยง
3) ทกั ษะการประเมนิ
4) ทกั ษะการประยุกตใ์ ช้ความรู้
5) ทกั ษะกระบวนการคดิ อย่างมีวิจารณญาณ

5. สาระการเรียนรู้
1) หลกั การวิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมเบ้ืองต้น
- การวิเคราะห์และการวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรม
2) การวิเคราะหล์ ักษณะเดน่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมเกี่ยวกบั เหตุการณป์ ระวตั ศิ าสตรแ์ ละวิถีชวี ติ ของสังคม

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

342

ในอดีต
3) การวิเคราะห์และประเมินคุณค่าวรรณคดแี ละวรรณกรรม

- ดา้ นสังคมและวัฒนธรรม
4) การสงั เคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
4. รกั ความเป็นไทย
6. จดุ เน้นส่กู ารพฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี น ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (ใช้เฉพาะแกนหลัก 4Cs)
การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผูน้ ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)
ทกั ษะด้านการส่ือสารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy)
ทักษะดา้ นชีวิตและอาชีพ
ความยดื หยุ่นและการปรับตัว
การริเริม่ สรา้ งสรรค์และการเป็นตัวของตัวเอง
ทกั ษะสงั คม และสังคมขา้ มวัฒนธรรม
การเป็นผูส้ ร้างหรอื ผู้ผลิต และความรบั ผดิ ชอบเช่ือถือได้
ภาวะผูน้ ำและความรบั ผดิ ชอบ
คุณลักษณะสำหรับศตวรรษท่ี 21
คุณลกั ษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรับตัว ความเป็นผนู้ ำ
คุณลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ได้แก่ การชีน้ ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง
คุณลกั ษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อน่ื ความซื่อสัตย์ สำนกึ พลเมือง
7. ช้นิ งานภาระงาน
-ใบงานเร่ือง คุณค่าและข้อคดิ จากเรอื่ ง กาพย์เห่เรือ
8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
 วิธสี อนแบบกระบวนการกลุ่มสัมพันธ์

ช่ัวโมงท่ี 1
ข้ันที่ 1 นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้ : —

1. ครถู ามคำถามเกีย่ วกับเร่ือง กาพย์เห่เรือ ให้นักเรียนช่วยกนั

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

343 คำถามกระตุ้นความคิด
 วิถีไทยหรือวัฒนธรรมไทยที่ปรากฏ
ตอบ เชน่
- กาพย์เหเ่ รือ เป็นผลงานของใคร และแตง่ ข้ึนในสมัยใด ในกาพย์เห่เรอื ได้แก่อะไรบ้าง
- กวีแต่งเร่ือง กาพยเ์ หเ่ รือ เพื่อวัตถุประสงคใ์ ด (- ประเพณเี หเ่ รือ
- กาพยเ์ ห่เรือ มเี น้ือหาเกยี่ วกบั เรื่องอะไรบา้ ง - การจัดกระบวนพยหุ ยาตราทาง
ชลมารค
2. ครใู ห้นักเรยี นชว่ ยกนั บอกหลักในการวเิ คราะหค์ ุณค่าวรรณคดี - ความสำคัญของการเดินทางทางน้ำ
ตามทีเ่ คยได้เรยี นมา โดยครูคอยกระต้นุ ใหน้ ักเรียนทุกคนมีสว่ น - การเทยี บเวลาในสมัยก่อน
- การแต่งกายและการไวท้ รงผมของ
ร่วมในการตอบคำถาม เพื่อทบทวนความรู้เดิมของนักเรียน สตรี
ขัน้ ที่ 2 จัดการเรียนรู้ - งานฝมี อื ดา้ นตา่ งๆ ของสตรีชาววงั
สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้ : 1. หนังสือเรยี น วรรณคดีฯ ม.6 เปน็ ตน้ )

2 หนงั สือคน้ ควา้ เพม่ิ เติม คำถามกระตุ้นความคิด
3. ใบงานที่ 5.1  นกั เรยี นคดิ วา่ วถิ ีไทย หรือ
4. ห้องสมดุ
5. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ วฒั นธรรมไทย ทป่ี รากฏในกาพยเ์ ห่
1. นักเรยี นรวมกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1) แล้วให้ เรือ ยังคงปรากฏอยู่ในสังคมไทยยุค
แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันศึกษาเร่ือง คณุ คา่ และข้อคิดของเร่อื ง กาพยเ์ ห่ ปัจจบุ นั หรือไม่ อยา่ งไร
เรือ จากหนังสอื เรยี น หนังสอื ค้นควา้ เพิ่มเติม ห้องสมดุ และแหล่งข้อมูล (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น
สารสนเทศ แล้วบนั ทึกความรู้ทไี่ ดล้ งในแบบบันทึกการอา่ น จากน้ัน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจของครผู ู้สอน)
ร่วมกนั สรุปสาระสำคัญ
2. นักเรยี นแตล่ ะคนทำใบงานท่ี 5.1 เรอ่ื ง คณุ ค่าและข้อคดิ
จากเรื่อง กาพยเ์ ห่เรือ เมื่อทำเสร็จแลว้ ผลดั กนั อภปิ รายคำตอบ
ในใบงานใหเ้ พอื่ นในกลมุ่ ฟงั ผลัดกันซกั ถามข้อสงสยั และร่วมกนั
สรุปเป็นคำตอบของกลุม่
3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
ขน้ั ที่ 3 สรุปและนำหลักการไปประยุกต์ใช้
สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้ : —
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั สรุปความรูเ้ ร่อื ง คุณค่าและขอ้ คิดจาก
เรื่องกาพยเ์ หเ่ รือ
2. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

344 คำถามกระตุ้นความคดิ
 จากการศกึ ษาเร่ือง กาพย์เห่เรอื
ขน้ั ท่ี 4 วัดและประเมินผล
ส่อื การเรยี นรู้ : ใบงานที่ 5.1 นกั เรยี นรูส้ ึกประทับใจความเปน็ ไทย
หรอื วัฒนธรรมไทยอย่างไรบ้าง
1. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ออกมานำเสนอผลงานในใบงานท่ี 5.1 โดยครู (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน โดย
และเพื่อนกลุ่มอ่นื ชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้อง และให้ ให้อยู่ ในดุลยพินิจของครผู ู้สอน)
ข้อเสนอแนะ

2. นกั เรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ

 ครูมอบหมายให้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั ศึกษาค้นคว้า เรอ่ื ง กาพย์เห่เรอื แล้วจดั ทำเปน็ รายงาน
โดยให้ครอบคลุมประเดน็ ตามทีก่ ำหนด ดังน้ี
1) การบอกประวัตคิ วามเป็นมาและประวตั ิผแู้ ตง่
2) การวิเคราะห์คณุ คา่ ด้านต่างๆ ของเรื่อง กาพย์เหเ่ รือ
3) การนำคุณค่าหรือข้อคิดท่ีไดจ้ ากเร่ือง กาพยเ์ ห่เรือ มาประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวัน
4) การเขียนรายงาน

 นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน เรอ่ื ง กาพยเ์ หเ่ รือ
9. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้

1) หนังสือเรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.6
2) หนังสือคน้ ควา้ เพ่ิมเติม

- ศภุ ร บุนนาค และสุริยา รตั นกลุ . (2548). สุนทรยี ภาพจากเจา้ ฟ้าก้งุ . พมิ พ์ครง้ั ท่ี 2. กรงุ เทพฯ : สถาพร
บ๊คุ ส์.

3) ใบงานท่ี 5.1 คณุ ค่าและข้อคิดจากเร่ือง กาพยเ์ หเ่ รือ
10. แหลง่ การเรยี นรู้

1) ห้องสมุด
2) แหล่งข้อมลู สารสนเทศ

- http://www.thaigoodview.com/node/18113
- http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/...4/.../sec05p01.html

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

345

11. การวดั และประเมนิ ผล

11.1 การประเมนิ ตามจุดประสงค/์ ตัวช้ีวัด

วธิ กี าร เครือ่ งมอื เกณฑ์

ตรวจใบงานที่ 5.1 ใบงานที่ 5.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ตรวจแบบบันทกึ การอ่าน แบบบนั ทกึ การอ่าน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน

เกณฑ์

ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน

เกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน

เกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์

สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการทำงาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน

และรักความเป็นไทย เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบหลงั แบบทดสอบหลงั เรียน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ตรวจรายงานการศึกษาค้นคว้า เรอ่ื ง กาพย์เห่เรือ แบบประเมนิ รายงานการศึกษาคน้ ควา้ เร่อื ง ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน

กาพย์เหเ่ รือ เกณฑ์

11.2 การประเมนิ สมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และทักษะศตวรรษท่ี 21
สมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ทกั ษะศตวรรษที่ 21

วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ดี

ผ่านเกณฑ์

สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั คุณภาพ 2

ผ่านเกณฑ์

12. ข้อเสนอแนะ(ผ้ใู ช้แผนเขยี นเสนอแนะ)
................................................................................................................................................................................

13. บันทึกหลังสอน
13.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
นักเรยี นจำนวน.........................................คน
ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรโู้ ดยรวม......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..............................

ไมผ่ ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรูโ้ ดยรวม..................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..............................

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

346

ไดแ้ ก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรยี นทม่ี ีความสามารถพเิ ศษ/นักเรียนเด็กพเิ ศษ ได้แก่
1…………………………………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………………………………
นักเรยี นทีไ่ ม่ผ่านการประเมนิ จดุ ประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่
....................................................................................................................................................................... .
นกั เรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมินจุดประสงคด์ ้านทักษะ (P) จำนวน.............................คน ไดแ้ ก่
........................................................................................................................................................... .............
นักเรียนทีไ่ มผ่ า่ นการประเมนิ จดุ ประสงค์ดา้ นเจตคติ (A) จำนวน............................คน ไดแ้ ก่
.............................................................................................................................................. ..........................
13.2 ปัญหา/อปุ สรรค
................................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)
................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................ครูผู้สอน
(นางนติ ยา ทองดยี ิง่ )

ตำแหน่งครูโรงเรยี นวเิ ชยี รมาตุ

ความเหน็ ของหัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................. .....................................

ลงชือ่ ....................................หวั หน้ากลุ่มสาระฯ
(นางภรพศิ วิภูษติ วรกุล)

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101

347

ความเห็นของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรอื ผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ..............................................................................แลว้ มีความคดิ เหน็ ดังน้ี

1.เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ที่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง

2. การจดั กจิ รรมได้นำกระบวนการเรียนรู้
เน้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป

3. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี
นำไปใช้ได้จรงิ
ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
....................................................................................................................................................................................

........................................................................................................................................ ............................................

ลงชอ่ื ..................................รองผ้อู ำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวชิ าการ
(นางอัมพร สงวนศักดิ์)

…………./……………./…………
ความคดิ เหน็
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ........................................ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
(นางยุภา พรเศรษฐ)์

…………./……………./…………

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

348

การประเมินชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมินรายงานการศกึ ษาค้นควา้ เร่ือง กาพย์เห่เรือ (ช้ินงานท่ี 2)

ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321
1 การบอกประวตั ิความเป็นมาและประวัติผู้แต่ง
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมิน
2 การวิเคราะห์คุณคา่ ดา้ นต่างๆ ของเร่ือง กาพย์เหเ่ รอื ............../.................../................

3 การนำคุณค่าหรือข้อคดิ ท่ีได้จากเรื่อง กาพย์เห่เรือ มา ระดบั คุณภาพ
ประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวนั ดมี าก
ดี
4 การเขียนรายงาน พอใช้
ปรบั ปรุง
รวม

เกณฑก์ ารให้คะแนน 4
ดีมาก = 3
ดี = 2
พอใช้ = 1
ปรับปรงุ =

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน
14 – 16
11 – 13
8 – 10
ต่ำกว่า 8

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

ใบงานท่ี 5.1 เรอ่ื ง 349
คุณค่าและขอ้ คดิ จากเร่อื ง กาพยเ์ ห่เรือ

คำช้ีแจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้

1. กาพย์เหเ่ รือ พระนพิ นธ์ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร สะท้อนภาพสงั คมและวฒั นธรรมของคนไทยในอดีตอย่างไรบา้ ง

2. กาพยเ์ ห่เรือ พระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร ให้ความรู้เกย่ี วกบั ประเพณีการเห่เรือ อย่างไรบา้ ง

แผนการจดั การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ท33101

350

ใบงานที่ 5.1 เร่อื ง คณุ ค่าและข้อคดิ จากเรอ่ื ง กาพย์เห่เรือ เฉลย

คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี
(ตัวอยา่ ง)

1. กาพย์เห่เรือ พระนพิ นธ์ของเจ้าฟา้ ธรรมธเิ บศร สะท้อนภาพสงั คมและวัฒนธรรมของคนไทยในอดตี อยา่ งไรบ้าง
1) สะท้อนภาพวถิ ชี วี ิตความเปน็ อย่ขู องคนในสงั คม เช่น ความสำคญั ของการคมนาคมทางน้ำ และการเทียบเวลาใน
สมัยก่อน
2) สะทอ้ นขนบธรรมเนยี มประเพณีของคนไทย เช่น
- ประเพณีการเห่เรอื
- การแต่งกายของสตรีไทยในอดตี ทีน่ ิยมใช้ผา้ สไบห่มคลุมไหล่
- การไว้ทรงผมของสตรีไทยในอดีต ทนี่ ิยมไว้ผมยาวประบ่าและเกบ็ ไรผมหรือผมอ่อนท่ลี อ้ มกรอบหน้า
- การทำเครือ่ งหอมอบร่ำท่ีเรียกว่า “บหุ งารำไป”
- การรอ้ ยดอกไม้

2. กาพยเ์ ห่เรือ พระนิพนธข์ องเจา้ ฟา้ ธรรมธเิ บศร ให้ความรู้เกยี่ วกับประเพณีการเห่เรือ อยา่ งไรบ้าง
1) แสดงให้เหน็ ภาพการจดั กระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค ซง่ึ ประกอบไปด้วยเรือ 4 กลุม่ หลกั ๆ คอื เรือตน้ เรือชัย เรอื
รูปสตั ว และเรอื ริ้ว
2) กลา่ วถงึ ชอื่ เรือต่างๆ และรปู ลกั ษณข์ องเรือ เชน่ เรอื ครุฑ เรือสุพรรณหงส์ เรอื ศรีสมรรถชัย เรอื ไกรสรมุข (4 ลำน้ี เป็น
เรอื ต้น และเรือรปู สัตวต์ า่ งๆ เช่น คชสีห์ ราชสหี ์ นาค มงั กร เลียงผา อนิ ทรี
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน โดยให้อย่ใู นดลุ ยพินิจของครผู สู้ อน)

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาไทย ท33101


Click to View FlipBook Version