บทความวิชาการประกอบผลงานสร้างสรรค์โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 :กิจกรรมที่ 3 การจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ด้านทัศนศิลป์ ระดับนานาชาติ งานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมไทย “น้อมอาลัยแม่ของแผ่นดิน บัณฑิตพัฒนศิลป์ สืบสานศิลป์ แผ่นดินสยาม”ของคณะศิลปวิจิตร
สารจากคณบดีคณะศิลปวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมไทย “น้อมอาลัยแม่ของแผ่นดิน บัณฑิตพัฒนศิลป์ สืบสานศิลป์ แผ่นดินสยาม” ภายใต้โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ในระหว่างวันที่ 9 - 11 มกราคม 2569 เพื่อน้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นการเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ของหน่วยงานในสังกัดสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ซึ่งเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและปลูกฝังให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนได้ตระหนักรักษ์และสืบสานคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย อันเป็นมรดกทางภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของชาติไทยคณะศิลปวิจิตรร่วมกับวิทยาลัยช่างศิลป วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี วิทยาลัยช่างศิลปนครศรีธรรมราชและวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ดำเนินการจัดนิทรรศการทางวิชาการและการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมด้านทัศนศิลป์ ระดับนานาชาติ(International Visual Arts Exhibition, 2026) ในงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมไทย “น้อมอาลัยแม่ของแผ่นดิน บัณฑิตพัฒนศิลป์ สืบสานศิลป์ แผ่นดินสยาม” โดยได้รับเกียรติจากศิลปินทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศส่งผลงานสร้างสรรค์เข้าร่วมแสดง เป็นโอกาสสำคัญที่นักเรียน นักศึกษา คณาจารย์ และประชาชนจะได้ร่วมชื่นชมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางทัศนศิลป์ ตลอดถึงเป็นเครือข่ายการพัฒนา สืบทอด และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยต่อไป ผู้ช่วยศาสตราจารย์นรินทร์ อ้วนดำ คณบดีคณะศิลปวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
รายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิผู้ประเมินบทความ (Peer Reviewers)Mr.Somsak ChowtadapongNational Artist for Visual Arts (Painting)อาจารย์สมศักดิ์ เชาวน์ธาดาพงศ์ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม)Associate Professor Dr. Chaiyasit DankittikulExpert Evaluator for Architectureรองศาสตราจารย์ดร. ชัยสิทธิ์ ด่านกิตติกุลผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์Associate Professor Prasert PichayasoonthornExpert Evaluator for Visual Artsรองศาสตราจารย์ประเสริฐ พิชยะสุนทรผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนศิลป์
สารบัญ1. ความผูกพัน……………………………………………………………………………...………....…….…….…….กันฐิมา แสงอรุณ12. บางสิ่งที่ยังคงอยู่………………………………………………………………………………………………………กาญจนา ชลสุวัฒน์73. ปลากัดไทย: การออกแบบกราฟิกอัตลักษณ์ลวดลายจากสัตว์ประจำท้องถิ่น.……………………กิตติ คล้ายเอม154. วัตถุแห่งการอยู่ร่วมกัน………………………..…………………………………………………….……………..เกษกานต์ รัตนเชาว์255. “รูปทรงของฉัน”............................................................……………………..……………………….โกเมศ คันธิก316. สมดุล 50/100…………………………………………………………………………………………………………จตุรพร เทวกุล367. การถ่ายทอดความงามของดอกไม้ผ่านจิตรกรรมลายเส้นด้วยสีอะคริลิค……………..………..…จิราวรรณ เรวัตโต428. “ทุกโข ติณณา”…..………………………………………………………………………….………………………จีระชน บุญมาก489. “อุปมาเต่าตาบอด สัญญะความยากของการเกิดปรากฎในอัตภาพมนุษย์”..................………ชนสรณ์ โออวด5510. การออกแบบสร้างสรรค์ทางเดินระหว่างอาคารของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ศาลายา......…ชนัส คงหิรัญ6111. กรอบซ้อนกรอบ......…………………………………….………………………………………..…………………ชยากร เรืองจำรูญ6712. ตัณหา 3..............................................................................................……………………………ญาณี พรหมเดชะ72
สารบัญ13. จิตรกรรมจากประเพณีถวายตุงในวันสงกรานต์ล้านนา..........................………....…….……….ฐิตา ครุฑชื่น7914. ความหวัง 1……………………..……………………………………………………………..…………………..…ดวงหทัย พงศ์ประสิทธิ์8515. เงางามแห่งบัวโรย………….………………………………………..………………………………………………เด่น หวานจริง9216. ปลาเมืองสุพรรณบุรีหัวโต.....................……………………………………..……………….……………..โดม คล้ายสังข์9817. โครงสร้าง ความทรงจำ เวลาและการเปลี่ยนแปลง/1..........................……………..…………….เตชนิธิ สังขะทรัพย์10818. ความงามในธรรมชาติ No.4……………………………………….......……………..……………………..…ทัศนีย์ รุ่งทวีชัย11519. เครื่องเคลือบดินเผาลายคราม: มรดกทางศิลปะและภูมิปัญญาแห่งเอเชีย........…………………ธนพร ศรีหงส์11920. สภาวะมาร : การสื่อความหมายมารผจญผ่านรูปทรงสัตว์เดรัจฉานในจิตรกรรมไทยร่วมสมัย..ธีระวุฒิ เนียมสินธุ์12821. “พระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่สมัยอยุธยาตอนปลาย”……….……..................................………นที ทับทิมทอง13522. จิตรกรรมอิมเพรสชันนิสม์เพื่อปรับภูมิทัศน์ในยุคดิจิทัล..........……...........……..…………………นรวีร์ โชติวรานนท์14123. ความธรรมดาของชีวิต.……………………..…………………………………………………..…………………นิตยา สีคง14824. การสร้างสรรค์ประติมากรรม ชุด “เส้นสายมิตรภาพ : จักสาน”...................……………………บุญพาด ฆังคะมะโน153
สารบัญ25. หุ่นนิ่งในฤดูฝน……………………………………….......................................………....…….…….…….บุญฤทธิ์ พูนพนิช16126. เบญจธาตุ…………………………………………………………............................………………………..…ปภณ กมลวุฒิพงศ์16727. ภาพกราฟิกกับมิติทางอารมณ์ : ความเรียบง่ายที่ทรงพลัง.......................…..……………………ปองไท รัตนวงศ์แข17828. อานนท์กับโอนามาซุ………….....................…………………….…………………………….……………..แผน เอกจิตร18629. การเจริญเติบโตพรรณพฤกษากับวัตถุทางเทคโนโลยี….……………..…………………..…………….พงศธร รอดจากทุกข์19430. การออกแบบตกแต่งภายในโชว์รูมรถจักรยานยนต์ Kawasaki จังหวัดเพชรบูรณ์ภายใต้แนวคิด “Garage Society 89”……………………….……………………………………………….………พงศพัศ บัวแก้ว20031. อาณาจักรสี่เหลี่ยม.......…………………………………………………..……………….……………….………พณิช ผู้ปรารถนา20832. กาลครั้งหนึ่ง เมื่อมีมฮิตที่ระบาดในช่วง โควิด-19 กับงานศิลปะมาสเตอร์พีซมาสู่ฉัน........…พัชรินทร์ อนวัชประยูร21533. การสร้างพลวัตมรดกท้องถิ่นผ่านมุมมองไร้เดียงสา: ภาพประกอบเชิงเล่าเรื่องแบบพหุรูปแบบแห่งอัตลักษณ์วัฒนธรรมสุพรรณบุรี........................................……………………………พัชรี มีสุคนธ์22334. เบื้องหลังฉัน ความพังทลายที่ไร้เสียง..............…………………………..........…………………………พิทวัล สุวภาพ23135. บทกวีใต้ลมหนาว…………………………..............…..…………………...........……………………………ภัทรพร เลี่ยนพานิช238
สารบัญ36. ความเหงาในยุค AI............................................................................………....…….…….…….มินทร์ลดา จักรชัยอนันท์24237. ประติมากรรมนุ่มจากการปักพรมด้วยปืนยิงพรมไฟฟ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพวาดของเด็กออทิสติก………….…………………………………………......................………………………..…เมตตา กล่ำกลิ่น24638. ปะการังสีสันใต้ท้องทะเล....…………………………………………………..……………..…..………………วณิชยา นวลอนงค์25239. สายใยผูกพัน...……………………………………………………………………………………..….……………..วรรณวิสา พัฒนศิลป์25840. ภายใต้เดวิด….……………………………….…………………………..……..…….………..……………..…….วิรายุทธ เสียงเพราะ26541. รูปเหมือนตัวเองในเดือนกันยายน 2568.……………………………......………………………………….วิสุทธิ์ ยิ้มประเสริฐ27342. วาดเส้นเชิงทดลอง : ความเชื่อ เรื่อง วันแรม 1 ค่ำ และ 15 ค่ำ เดือน 10 กับมุมมองความจริงในสังคมยุคดิจิทัล......…………………….………………………………….……………………….………ศักดิ์ชาย บุญอินทร์28143. ดอกไม้ของวีนัสแห่งวิลเลนดอร์ฟ...……..………………..……………………………..……………………ศันสนีย์ รุ่งเรืองสาคร29144. สายสัมพันธ์ พ่อ-ลูก……………………………………….....….........................……………………………ศิพพร สุนทระศานติก29845. เธอและเธอ..........................................................................................................................ศิริกานต์ ยืนยง30246. สภาวะ กาย จิต สัญญะแหงพุทธธรรม ผานจิตรกรรมสื่อผสมและเทคนิคดินสรางลวดลาย......สักชาติ ศรีสุข309
สารบัญ47. The Landscape - State of Mind No.1..................……………………………..…………………สุจิตตา บุญทรง31748. ความทรงจำของธรรมชาติและสายสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก…..............…………….…….…….สุทธาสินีย์ สุวุฒโฑ32349. การเกิดใหม่ของตัวตนผ่านสื่อดิจิทัล..……………………………....................................………..…สุธินี ทิพรัตน์33150. สัญญะแห่งอานาปานสติภาวนา (หมายเลข 1)..................…………….……..………………………สุริยะ ฉายะเจริญ33751. ชายผู้ใส่หน้ากาก ขับขี่มอเตอร์ไซด์ ปราบอธรรม..……………………………………..………………..สุวดล เกษศิริ34552. สรีระแห่งความงาม : ซ่อนรูป 4...........................................…..……………………..…………….หนึ่งฤทัย ยิ้มประเสริฐ35153. กระบวนการออกแบบพื้นที่สาธารณะที่เชื่อมโยงเชิงสัญลักษณ์กับบริบทของเมืองประวัติศาสตร์.....................................................................................................................อันนาลิน สังข์ศิริ35854. ประติกรรมเครื่องปั้นดินเผาชุด “ความรู้สึกถึงความจริงที่ไม่มีอยู่จริง”......................……..…อำนวย นวลอนงค์36755. ความงามของวิถีชีวิตชาวประมงไทย.....................………………………………………………………เอกชัย ปราบปัญจะ37556. การสร้างสรรค์ศิลปะแนวคิทแบชชิ่งจากของเล่นเก่า: อัตลักษณ์ใหม่ผ่านการประกอบสร้าง..…เอกลักษณ์ สัจจะเวทะ37857. เปิดประตูสู่ความฝัน.....................….…….……………………………………………………………………โอภาส นุชนิยม386
1ความผูกพันThe tie to one's roots.กันฐิมา แสงอรุณ, Kantima Sangaroonวิทยาลัยช่างศิลปนครศรีธรรมราช, Nakhon Si Thammarat College of Fine ArtsEmail: [email protected]บทคัดย่อผลงานเรื่องราว ความผูกพัน มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการสร้างสรรค์ผลงานในเนื้อหาสาระควา มรู้สึกผูกพันระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม วิถีชีวิตในถิ่นกำเนิด สะท้อนผ่านในรูปแบบเซรามิกนูนต่ำ ร่วมกับการใช้สีเคลือบโทนน้ำเงิน-ขาวผลงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้เป็นชุดงานศิลปะสามชิ้น ซึ่งนำเสนอภาพชีวิตใต้ท้องทะเลในรูปแบบนามธรรมกึ่งเหมือนจริง โดยมีจุดมุ่งหมายในการสำรวจและสื่อสาร ความผูกพัน ทั้งในระดับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในน้ำ และความผูกพันระหว่างสิ่งมีชีวิตกับระบบนิเวศ เทคนิคการสร้างสรรค์ ใช้การแกะสลักบนพื้นผิวเพื่อสร้างความตัดกันระหว่างลวดลายที่ละเอียดของตัวปลา เส้นอิสระ ซึ่งถูกเน้นด้วยสีขาวสีอ่อน กับพื้นผิวของน้ำที่ถูกสร้างให้มีมิติและความหยาบด้วยการใช้โทนสีน้ำเงินเข้ม การใช้โทนสีเดียว ช่วยสร้างความต่อเนื่องทางสายตาและเน้นย้ำถึงบรรยากาศที่เงียบสงบ ลึกลับ และเยือกเย็นของห้วงน้ำลึก คุณค่าและการประยุกต์ใช้ ผลงานชิ้นนี้มีคุณค่าสูงในเชิง สุนทรียศาสตร์ หรือความรู้สึกผ่อนคลาย ด้วยคุณสมบัติควา มทนทานของวัสดุเซรามิก และองค์ประกอบที่ยืดหยุ่นสามชิ้น งานชุดนี้จึงมีประโยชน์ในการเป็น งานสร้างสรรค์และมีศักยภาพในการเป็นผลงาน ที่สื่อสารแนวคิดเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้งAbstractThe creative work, titled \"The Bond,\" aims to artistically represent and explore the intrinsic sense of connection—the bond—between living organisms and their environment, particularly the way of life within their native habitats. This concept is realized through the medium of low-relief ceramic sculpture, predominantly utilizing a blue-and-white glaze palette. This creative work is a series of three distinct ceramic pieces. The series abstractly and semi-realistically depicts life beneath the sea, focusing on the profound relationships: boththe interrelation among aquatic life and the deep bond between the organisms and their ecosystem. The core creative technique involves surface carving to establish a sharp contrast. Delicate patterns of the fish and free-flowing lines are highlighted with light, white glaze, juxtaposed against the water's surface, which is rendered with dimension and texture
2using darker blue tones. The deliberate use of a monochromatic color scheme creates visual continuity and emphasizes the quiet, mysterious, and serene atmosphere of the deep water. This ceramic series possesses significant aesthetic value, offering a sense of calm and relaxation. Due to the inherent durability of the ceramic material and the flexible three-piece composition, the collection serves as a substantial creative work and holds the potential to be a powerful piece for communicating deep-seated natural conservation concepts.1. ความสำคัญหรือความเป็นมาของปัญหาความผูกพันในครอบครัว เป็นเสมือน \"สมอเรือ\" ที่ช่วยยึดโยงจิตใจของคนเราไว้กับความเป็นจริง และเป็นแรงขับเคลื่อนให้ใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมีความหมาย ความผูกพันของคนและสภาพแวดล้อมที่พบเจอมาตั้งแต่วัยเยาว์ ความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย การพึ่งพาอาศัยกันระหว่างกลุ่มคนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ สืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน การดูแลและอยู่ร่วมกันของครอบครัว เปรียบเสมือนการเคลื่อนที่ร่วมกันของปลา แม้ปลาจะแหวกว่ายอย่างอิสระ แต่เติบโตมาในพื้นที่เดียวกัน วังวนของความเป็นอยู่ในทิศทางเดียวกัน สะท้อนถึงการเดินทางหรือการใช้ชีวิตร่วมกันเป็นกลุ่ม อันเป็นธรรมชาติของสัตว์ที่ต้องการความปลอดภัยและการอยู่รอดเกิดแรงบันดาลใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้“ความผูกพัน” ที่ก่อเกิดจากความรักรู้สึกผูกพันกับพื้นที่ สภาพแวดล้อมที่คุ้นชินในวัยเด็ก สะท้อนความอบอุ่นของครอบครัว เป็นการบันทึกเรื่องราวในรูปแบบเซรามิกนูนต่ำ ใช้สีโทนสีน้ำเงิน ขาว เป็นสื่อทางบรรยากาศที่อบอุ่น2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องความผูกพันที่กล่าวถึงในการสร้างสรรค์ผลงาน ชิ้นนี้คือความผูกพันที่ก่อเกิดจากสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม โดยจำแนกได้ดังนี้2.1 สายใยแห่งระบบนิเวศ (The Ecosystem Bond) ปลาและน้ำ สิ่งที่ผูกพันปลา เหล่า นี้ไว้คือ\"น้ำ\" หรือ \"ทะเล\" ซึ่งเป็นที่มาของชีวิต (Habitat) และปัจจัยในการดำรงอยู่ของปลา อยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน สื่อถึงการพึ่งพาอาศัยกันในระบบนิเวศ2.2 ความผูกพันทางสังคม (Social Connection) การจัดวางรูปแบบผลงานสร้างสรรค์ แบบเป็นคู่หรือแบบกลุ่ม ในผลงานนี้มีการจัดวางปลาให้อยู่ใกล้กัน เป็นคู่หรือเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แสดงถึงความผูกพันระหว่างกัน เช่น ความผูกพันแบบคู่ (Pairing Bond) อาจเป็นความผูกพันแบบคู่ครอง (Mating pair) หรือมิตรภาพความผูกพันแบบครอบครัว (Family Bond) การดูแลและอยู่ร่วมกันของพ่อ แม่ ลูก การเคลื่อนที่ร่วมกันของปลา แม้ปลาจะแหวกว่ายอย่างอิสระ แต่การจัดเรียงภาพปลาให้หันหน้าไปในทิศทางเดียวกันในแต่ละชิ้น สะท้อนถึงการเดินทางหรือการใช้ชีวิตร่วมกันเป็นกลุ่ม อันเป็นธรรมชาติของสัตว์ที่ต้องการความปลอดภัยและการอยู่รอด
32.3 ความผูกพันทางศิลปะและวัฒนธรรม (Artistic & Cultural Bond) โทนสีที่สม่ำเสมอ การใช้โทน น้ำเงิน-ขาว ตลอดทั้งสามชิ้นงาน สร้างความผูกพันทางสายตา (Visual Cohesion) ทำให้งานทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้จะแยกเป็นสามชิ้น การเชื่อมโยงแนวดิ่ง การวางองค์ประกอบในงาน ทั้งสามถูกร้อยเรียงหรือจัดวางในแนวตั้ง สื่อถึงการเชื่อมโยงจากบนลงล่างอย่างต่อเนื่อง คล้ายกับสายใยที่มองไม่เห็นที่ดึงดูดงานทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกันบนผืนผนังกล่าวโดยสรุป ความผูกพัน ในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้เกิดจาก การดำรงอยู่ร่วมกันในสภาพแวดล้อมเดียวกัน และความสัมพันธ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ภายใต้การนำเสนอด้วยศิลปะที่มีควา มต่อเนื่องของสีและลวดลาย3. กระบวนการในการสร้างสรรค์การสร้างสรรค์ผลงาน “ความผูกพัน” รูปแบบเซรามิกนูนต่ำ ใช้สีโทนสีน้ำเงิน ขาว ขั้นตอนต่อไป การสร้างแบบร่างผลงาน การสร้างสรรค์ผลงานบนวัสดุ และนำเสนอผลงานเป็นการเสร็จสิ้นขั้นตอน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้3.1 นำแนวคิดในการสร้างสรรค์ สร้างแบบร่างผลงาน หาองค์ประกอบในการจัดวา งชิ้นให้ลงตัวศึกษาผลงานรูปแบบในการสร้างสรรค์ผลงาน ลักษณะการสร้างพื้นผิว3.2 ขึ้นรูปด้วยดินเนื้อละเอียด สร้างรูปทรงตามต้นแบบที่ร่างไว้ และพักดินให้หมาดเพื่อร่างภา พและสร้างพื้นผิวในเนื้อดินด้วยเครื่องมือแกะภาพที่ 1 ภาพขึ้นรูปดินที่มา: ผู้สร้างสรรค์2567ภาพที่ 2 ภาพการสร้างพื้นผิวในเนื้อดินที่มา: ผู้สร้างสรรค์2567
43.3 เมื่อสร้างพื้นผิวตามภาพร่างต้นแบบเสร็จสิ้น รอดินแห้งสนิท นำเข้าเตาเผา เรียกว่า การเผาดิบ ภาพที่ 3 ภาพผลงาน ที่ผ่านการเผาดิบที่มา: ผู้สร้างสรรค์25673.4 ทำการลงสีลงบนผลงานตามต้นแบบที่กำหนดไว้ โทนใช้สีโทนน้ำเงิน ขาว และนำไปเคลือบน้ำยาเคลือบและเผาอีกครั้ง ภาพที่ 4 ภาพลงสีโทนน้ำเงินที่มา: ผู้สร้างสรรค์25673.5 ผลงานที่ลงน้ำยาเคลือบและทำการเผาครั้งที่ 2 ภาพที่ 5 ภาพผลงานหลังลงสีและเผาเคลือบที่มา: ผู้สร้างสรรค์2567
5ภาพที่ 6 ภาพผลงานเสร็จสมบูรณ์ที่มา: ผู้สร้างสรรค์25674. การวิเคราะห์ผลงานการสร้างสรรค์ผลงาน “ความผูกพัน” นำเสนอในรูปแบบประติมากรรมเคลือบดินเผา นูนต่ำ ใช้สีโทนสีน้ำเงิน ขาว เรื่องความผูกพันของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สื่อความหมายในหลากหลายเรื่องราว ความผูกพันของคนกับพื้นที่อยู่อาศัย ความผูกพันระหว่างครอบครัว เรื่องราวเหล่านี้ หล่อหลอมในเกิดความรัก ความผูกพัน โดยผู้สร้างสรรค์ต้องการให้เกิดมุมมองที่แตกต่างกันตามจินตนาการจากผู้พบเห็น โดยวิเคราะห์การสื่อความจากผลงานการสร้างสรรค์ดังนี้4.1 ความสงบและลึกลับของสีโทนสีน้ำเงินเข้มและลวดลายที่คล้ายฟองอากาศหรือเกลียวคลื่นทำให้นึกถึงโลกใต้ท้องทะเลที่เงียบสงบ แต่ก็มีความลึกลับและน่าค้นหาซ่อนอยู่ ให้ความรู้สึก เยือกเย็น สงบ แต่แฝงไว้ด้วยชีวิตชีวาและความเคลื่อนไหว ราวกับได้มองหน้าต่างเข้าไปในห้วงน้ำสีคราม4.2 หลักการวางองค์ประกอบ ภาพปลาที่แกะสลักหรือวาดด้วยรายละเอียดต่าง ๆ และจัดวางอยู่ในแต่ละชิ้นงานรูปทรงวงรี ทำให้รู้สึกถึงชีวิตที่ดำเนินไปตามธรรมชาติ มีความเคลื่อนไหว และการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ ความมีมิติและสัมผัส การใช้เทคนิคการแกะสลักหรือการสร้างพื้นผิวที่แตกต่างกัน ทั้งส่วนของตัวปลาและพื้นหลัง ทำให้รู้สึกอยากสัมผัส และเพิ่มความน่าสนใจให้กับผลงาน มีความลึกและมิติภาพรวมทั้งหมดของผลงานชิ้นนี้ ต้องการนำเสนอถึงแนวคิด ความรู้สึกผูกพันระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยถิ่นกำเนิด ความผูกพันระหว่างกลุ่มคนในครอบครัว เปรียบเสมือนสา ยใยแห่งควา มผูกพันเชื่อมโยง เกิดการพึ่งพาอาศัยพื้นที่เป็นแหล่งทำกิน ที่ผูกพันและมีความสุขทุกครั้งที่ได้สัมผัส
65. สรุปกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ เป็นการสร้างสรรค์เพื่อแสดงออกทางความรู้สึกของผู้สร้างสรรค์ เรื่องราวความผูกพันของสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย ความอบอุ่นจากครอบครัว ในรูปแบบเซรามิกนนูนต่ำ การใช้เทคนิคการแกะสลักมือที่สร้างพื้นผิวเฉพาะตัว เป็นคุณค่าเชิงหัตถกรรม ทำให้งานมีความเป็นต้นฉบับ และมีคุณค่า เอกสารอ้างอิงคณะจิตวิทยา. Attachment style – รูปแบบความผูกพัน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2568จาก https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/attachment-style/
7บางสิ่งที่ยังคงอยู่Stillกาญจนา ชลสุวัฒน์, Kanchana Cholsuwatวิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี, Suphanburi College of Fine ArtsE-mail: [email protected]บทคัดย่อการสร้างสรรค์ ศิลปะสื่อผสม ในผลงานชุด Still ต้องการสร้างปฏิสัมพันธ์ในความไม่สมบูรณ์โดยนำเสนองานศิลปะที่มีความสัมพันธ์กับชีวิตและปรัชญาตะวันออก มุ่งเน้นพิจารณาความงามตา มแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการนำสิ่งผิดพลาดในการใช้ชีวิตที่ผ่านมาทบทวนใหม่ จัดระเบียบให้มั่นคงและดำเนินต่อไปด้วยความเข้มแข็งมองทุกความผิดพลาดหรือทุกสิ่งที่ทำให้ล้มเหลวของชีวิตที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่เสริมสร้างพลังชีวิตให้เดินทางสู่ความงดงามต่อไป ผู้สร้างสรรค์นำปรัชญานี้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยแสดงรูปของความไม่สมบูรณ์สู่ความงามและสร้างความหมายใหม่ทางศิลปะ โดยใช้วิธีนำของใหม่แรกของเก่าที่มีควา มชำรุดแตกหัก เช่น แก้ว ถ้วย ชาม ข้าวของเครื่องใช้ อื่น ๆ ที่ นำมาสร้างรูปเพื่อประสานให้เกิดรูปทรงใหม่ โดยเริ่มจากการมองเห็นความเปราะบางของชีวิตเป็นดั่งเช่นข้าวของเครื่องใช้ที่ผ่านการใช้งานและมีที่มา ที่แตกต่างกัน เกิดความ เสื่อมของวัตถุ ที่ทำให้เกิดร่องรอยการแตกร้าว หัก บุบ บางส่วนอาจหายไป หรือแยกออกจากกัน โดยทำการรวบรวมและสร้างรูปแสดงความงามจากความไม่สมบูรณ์ เป็นการบันทึกเรื่องราวความทรงจำมากมายที่เลือนหายไปเพียงเพื่อที่จะปรากฏขึ้นอีกครั้งด้วยการประสานเส้นใยของแก้วเปราะบางก่อรูปปฏิสัมพันธ์ของความรู้สึกภายในจิตใจสู่ความงามภายนอกที่แสดงไว้ในวัตถุที่สร้างสรรค์ใหม่ ซึ่งข้าวของเครื่องใช้มีที่มาของความประทับใจหรือมีร่องรอยของความทรงจำเคลือบบาง ๆ ไว้ภายในถูกนำมาร้อยเรียงให้สมบูรณ์งดงามด้วยสติและสมาธิด้วยการสร้างสรรค์ประติมากรรมสื่อผสมในรูปแบบการจัดวาง คำสำคัญ: ปฏิสัมพันธ์,ศิลปะสื่อผสม, ความไม่สมบูรณ์AbstractThe mixed media art creation in the Still series aims to create interaction within imperfection by presenting artworks related to life and Eastern philosophy. It focuses on examining the beauty and philosophical concepts of revisiting and reordering past mistakes and life experiences, making them stable and moving forward with strength. It views every mistake or failure in past life as something that strengthens life's journey toward beauty. The creator draws inspiration from this philosophy to create the artwork, transforming the form of imperfection into beauty and creating new meaning in art. This is achieved by using new and
8old, damaged or broken objects, such as glasses, cups, bowls, household items, and others, to create forms that harmonize into new shapes. This begins by seeing the fragility of life as similar to household items that have been used and have different origins, leading to the deterioration of the objects and causing cracks, breaks, dents, or some parts to be missing or separated. These are then collected and used to create forms that express beauty from imperfection, connecting the traces of many fading memories to reappear through the weaving of fragile glass fibers, forming an interaction of inner feelings into external beauty displayed in the newly created objects. These household items, which have a history of impressions or are thinly coated with memories, are woven together to become complete and beautiful through mindfulness and mental focus. This is achieved by creating mixed media sculptures installations.Keywords: Interactive, Mixed media art, Imperfection1. ความสำคัญหรือความเป็นมาของปัญหา การสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ได้ศึกษาเรื่อง ชีวิต ความงาม ความไม่สมบูรณ์แบบ โดยศึกษาปรัชญาตะวันออก วะบิ ซะบิ ในเชิงปรัชญาทำให้เข้าใจและมองเห็นชีวิตที่มีความสัมพันธ์กับผู้อื่น ช่วยให้เราใช้ชีวิตอยู่ในความกลมกลืนทั้งในช่วงชีวิตที่มีความสุขและความทุกข์ วะบิ ซาบิ แสดงให้เห็นถึงความไม่จีรังยั่งยืน มองเห็นความไม่แน่นอน สิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ หรือแม้สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ล้วนมีความแปรเปลี่ยน เกิดขึ้นมาและสลายลงไป ซึ่งทำให้มีมุมมองและพิจารณา ว่าเราไม่ควรกังวลกับอนาคตหรือปัจจุบันเพราะพรุ่งนี้ย่อมไม่เหมือนเมื่อวาน วะบิ ซะบิ ช่วยสร้างแนวคิดทางศิลปะที่แสดงความลุ่มลึกได้มากขึ้น ได้พิจารณาถึงจิตวิญญาณแห่งวัตถุที่อยู่รอบตัวเรา เช่น การซ่อมบ้านเรือนแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ที่ซ่อมแซมโครงสร้าง แต่ยังคงเก็บรอยแตกร้าวของไม้อายุร้อยปีเอาไว้ ถ้วยชามที่แตกเป็นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยถูกนำมาซ่อมแซมให้อยู่ในรูปทรงเดิมผ่านเทคนิคที่เรียกว่า คินสึงิ(kintsugi) เส้นทองคำประสอนรอยแตกร้าวอย่างประณีต เส้นทองโดเด่นเปิดเผยให้เห็นรอยแตกร้าว และการยึดโยงให้คงอยู่ เป็นการร้อยเรียงด้วยสมาธิเกิดความงามที่มีคุณค่าทางจิตใจ ซึ่ง ร่องรอย ต่าง ๆ ยังคงไม่ได้หายไป แต่เป็นการย้ำเตือนสติและให้เกิดการยอมรับซึ่งก็เปรียบได้กับควา มไม่สมบูรณ์ของชีวิตคนเราที่ต่างมีบาดแผล ผ่านความเศร้าโศก ไม่สบายกายไม่สบายใจ ซึ่งเป็นเหตุมา กมายที่บางครั้งมองไม่เห็น แต่ก็ฝังอยู่ภายในไม่ได้หายไป แต่ทำให้ชีวิตได้เรียนรู้และเกิดการยอมรับ Nobuo SuZuki อธิบายถึง คินสึงิได้สอดแทรกปรัชญาและแง่คิดไว้ว่า วัตถุสิ่งของทั้งหลายล้วนมีเรื่องราว การเปิดเผยให้เห็นบาดแผลของสิ่งเหล่านั้นเท่ากับว่าเรายอมให้พวกมันอธิบายให้เราฟัง และทำให้สิ่งของเหล่านั้นมีค่ามากขึ้น :ไม่จำเป็นต้องปิดบังรอยแผล มันเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวของเรา ถ้วยชาม แจกันหรือชิ้นส่วนของวัตถุที่เคยซ่อมไปแล้ว หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นซ้ำใหม่ ยิ่งทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้น: สิ่งใดที่ทำให้เรารอดมาถึงตอนนี้ได้สิ่งนั้นคือ
9สมบัติที่มีคุณค่ายิ่ง อุบัติเหตุทำให้เราไม่ยอมแพ้ ดังที่ริมิ(Rumi)กวีชาวเปอร์เซียได้กล่าวไว้ว่า “บาลแผลคือช่องทางที่แสงสว่างจะส่องผ่านเข้าถึงคุณ”: อุบัติเหตุทำให้เกิดปัญญาแจ่มกระจ่าง (โนบูโอะ ซูซูกิ, 2565) ปรัชญาและการเรียนรู้จากศิลปะ คินซึงิ ทำให้ได้เรียนรู้และมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตไม่ว่าจะดีหรือร้ายคือการดำเนินชีวิตที่มีเดินทางด้วยความเข้มแข็งมั่นคง ผู้สร้างสรรค์นำแนวคิดเรื่องการดำเนินชีวิตและการสร้างสรรค์งานศิลปะที่นำความไม่สมบูรณ์สู่ความงาม ซึ่งเอื้อต่อการค้ำชูทางจิตใจ สร้างความเข้มแข็งในการสร้างแนวทางการใช้ชีวิตให้มีความมั่นคงทา งสติเสริมสร้างจิตใจให้แข็งแกร่ง ศิลปะ ปรัชญา และ ชีวิต ดำรงอยู่ด้วยกันอย่างแนบแน่น การสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้ทำให้ได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนแลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตสู่การบันทึกและการซ่อมแซมร่องรอยชีวิตผ่านผลงานประติมากรรมสื่อผสมในรูปแบบการจัดวาง พัฒนาการสร้างสรรค์งานศิลปะที่นำแก้วเป็นสื่อในการประสานร่องรอยวัตถุกับชีวิต แก้วคือความเปราะบางแต่ก็แฝงความแข็งแกร่งไว้ภายใน สาระของแก้วจึงเป็นที่มาของวัสดุเชื่อมโยงชีวิตและศิลปะไปสู่ความงามที่มาจากความไม่สมบูรณ์ โดยเหตุอันไม่สมบูรณ์นั้นไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าได้แต่ศิลปะสามารถเรียบเรียงเหตุและปัจจัยให้มีความงามด้วยกระบวนการและเทคนิคที่มุ่งเน้นการแสดงความงามและความสัมพันธ์ของวัตถุกับเรื่องราวของชีวิต2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เซนและความงาม สมภาร พรมทา วิเคราะห์เซนกับการถ่ายทอดธรรมโดยไม่ผ่านคำพูดและตัวหนังสือ และให้คำจำกัดความว่าเซนคือการถ่ายทอดพิเศษนอกคัมภีร์ ไม่พึ่งพาถ้อยคำและอักษร ที่มีมโนทัศน์เรื่องความสุนทรียะ การปฏิเสธตำรา ความเรียบง่าย และท่าทีเชิงอุดมคติ หากแต่เป็นการชี้ตรงไปที่จิตของคนและสอนคนให้มองย้อนเข้าไปในธรรมชาติของตนเอง คำสอนเกี่ยวกับสุนทรียศาสตร์มุ่งเน้นบนทางศิลปะและธรรมชาติของมนุษย์ เซนมีความสัมพันธ์กับศิลปะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “เซนอาจมีอยู่ได้โดยไม่มีศีลธรรมมาเกี่ยวข้องได้แต่จะมีอยู่โดยปราศจากศิลปะหาได้ไม่” (Daisetz T. Suzuki, 2023) ความซับซ้อนที่จะศึกษาความลึกลับของชีวิตได้เป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจยาก การเรียนรู้ชีวิตภายในไม่ใช่จากภายนอกเป็นสิ่งที่เซนได้พบความงามทางสุนทรียะที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์ศิลปะและการเรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตสู่หนทางความสงบสุขและพึงพอใจในตนเอง เซนคือการแสวงหาจิตวิญญาณ การแสดงออกทางสุนทรียศาสตร์ แสดงถึงความเรียบง่ายและสงบ “ความงามแบบเซนคือความงามในความไม่สมบูรณ์อันเป็นที่มาของความงามแบบวะบิซะบิ” (ชัยยศยศ อิษฎ์วรพันธุ์, 2021)ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวะบิซะบิ ในศตวรรษที่สิบสี่ช่วงญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคใหม่ คำว่าวะบิเริ่มถูกนำมาใช้โดยพระนิกายเซนเพื่อสื่อถึงความสันโดษท่ามกลางธรรมชาติเวลาเปลี่ยนไปคำว่าวะบิค่อย ๆเปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบัน คำว่าวะบิบ่งบอกถึงความเงียบสงบ ความเรียบง่ายแบบชนบทและความไม่สมบูรณ์แบบที่งดงาม ส่วนคำว่าซะบิที่มาเสริมให้เข้ากับแนวคิดนี้มาจากสภาพแวดล้อมทางพุทธศาสนานิกายเซนเช่นกันในอดีตซะบิถูกใช้อธิบายสิ่งที่ร่วงโรย เน่าเสีย เหี่ยวแห้ง หรือเสียหายเมื่อเวลาผ่านไปความหมา ยของ
10ซะบิหมายถึงความงาม ความสงบ คร่ำค่า เรียบหรู โดดเดียว เปลี่ยวเหงา สันโดษ ขึ้นสนิมผุพังมีอายุ เพิ่มความงามที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซะบิถูกนำมาสื่อถึงความงามอันลึกล้ำ สุขสงบจากกาลเวลาที่ผ่านไป โดยมีร่องรอยของกาลเวลาทำให้เกิดความงามที่ต่างจากที่คุ้นเคยและเกิดสภาวะที่กระทบใจในความไม่เที่ยงของชีวิตความเสื่อมสลายเตือนให้เราทะเยอทะยานน้อยลง มีความพอใจในตนมากขึ้น ด้วยใจที่มีวะบิถึงจะเข้าถึงความงามที่มี วะบิซะบิเป็นการเชื่อมโยงกันในเรื่องของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เรียนรู้โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงด้วยหัวใจและงานศิลปะทุกชนิด สรรพสิ่งล้วนแล้วแต่ไม่เที่ยง ไม่เสร็จสิ้น ไม่สมบูรณแบบ ความสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ความงามคุณค่าประโลมใจอยู่ที่ความเรียบง่าย (Daisetsu T. Suzuki) นักวิชาการด้านศาสนา ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า “วาบิคือการพึงพอใจในกระท่อมเล็กๆ พอใจกับห้องที่มีเสื่อทาทามิสองหรือสามผืน ผักจานพูนๆที่เก็บมาจากทุ่งนาแถวนั้นและบางทีก็พอใจที่จะฟังเสียงฝนตกเปาะแปะบนหลังคา” สรุปได้ว่า วะบิซะบิคือความน้อยและเรียบง่ายเป็นความงามที่แท้จริงไม่สมบูรณ์และไม่เสร็จสิ้น ความเรียบง่ายและความงามในความไม่สมบูรณ์ ปัจจัยของความหรูหราฟุ่มเฟือยเป็นที่มาของความเรียบง่ายที่เป็นความงามในอุดมคติ กลับคืนสู่ความสันโดษสะท้อนให้เห็นธรรมชาติพื้นฐานของชีวิตเป็นความพึงพอใจอย่างเงียบ ๆ หลุดพ้นจากโลกวัตถุนิยมชื่นชมความงามที่มีอยู่ภายในตนสร้างสุนทรียภาพและคุณค่าทางจิตวิญญาณโดยใช้ให้น้อยที่สุด นำสิ่งที่ไม่จำเป็นออกเหลือแต่สิ่งที่เป็นแก่นแท้เท่านั้น ช่วงหลังศตวรรษที่สิบหก พิธีชงชาเป็นงานสังคมของคนชั้นสูงเต็มไปด้วยความหรูหราฟุ่มเฟือย เซน โนะ ริกิว เป็นผู้เริ่มการปฏิวัติความหรูหราของพิธีชงชาที่จัดด้วยข้าวของราคาแพงในพื้นที่โอ่โถง พลิกไปสู่ความงามอันเป็นอุดมคติอธิบายรายละเอียดและมองเห็นภาพความงามประโลมใจมองเห็นความเรียบง่ายและที่ได้สำรวจถึงความสมบูรณ์แบบที่ไม่มีอยู่จริง พิธีชงชาเปลี่ยนเป็นการจัดห้องขนาดเล็กจากเดิมปรับแสงสว่างจากภายนอกให้ลอดผ่านเข้ามาน้อยที่สุดเพื่อสร้างประสบการณ์แห่งการสัมผัสในทุก ๆ ด้านให้กับแขกที่เข้ามาในพิธีและผู้จัดมีความใกล้ชิดกัน ริกิว แทนค่าสิ่งของให้ผู้เข้าร่วมพิธีตีความและสำรวจตัวตน ด้วยข้าวชองเครื่องใช้ อาทิเช่นกระบอกไม้ไผ่แทนแจกัญสังคโลก ช้อนไม้ไผ่ตักชงชาแทนงาช้าง กาน้ำร้อนที่เป็นโลหะเก่า ๆ คราคร่ำไปด้วยเวลาของการใช้สอย จัดห้องเล็ก ๆ สร้างบรรยากาศภายในกระท่อมชาจัดองค์ประกอบที่ตรงข้า มกับพิธีชงชาอันหรูหราของชนชั้นสูง จัดทำถ้วยชาเครื่องเคลือบดินเผาจากฝีมือ โชจิโร่แทนถ้วยกระเบื้องราคาแพงจากจีน การขึ้นรูปด้วยมือเพื่อแสดงถึงความงามที่เรียบง่ายลดทอนการปรุงแต่ง สะท้อนให้เห็นความงามในความไม่สมบูรณ์ ในช่วงเวลาที่ได้จิบชาจะเกิดสัมผัสผิววัตถุที่ดิบหยาบพร้อมกับการสำรวจและชื่นชมความงามเพื่อน้อมจิตใจเชิดชูคุณค่าความงามที่ไม่สมบูรณ์ “วะบิซะบิแสดงให้เราเห็นความงามในความไม่สมบูรณ์ “ความไม่สมบูรณ์แบบของเราทำให้เรามีเอกลักษณ์และเอกลักษณ์ทำให้แต่ละคนงดงาม” (Beth Kempton,2020) อุดมคติที่เน้นไปที่ความไม่เป็นรูปธรรมและความไม่เที่ยง ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของอุดมการณ์ของเซน คำสอนของหลักศาสนาพุทธเรื่อง การดำรงอยู่คือสิ่งมีชีวิตทั้งปวงไม่เที่ยงคือความอนิจจัง ความไม่สมความปรารถนาเป็นทุกข์ ความว่างหรือความไม่มีตัวตน หลักสามประการนี้เป็นความจริงที่สอดคล้องกับการแสดงออกถึงความไม่สมบูรณ์แบบที่เริ่มจากรากฐานธรรมชาติไปจนถึงความหมายที่ลึกซึ้งและยอมรับความไม่เที่ยงของสรรพสิ่งอนิจจัง ซึ่งอิทธิพลทางการดำเนินชีวิตและวัฒนธรรมทางศิลปะในญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับควา ม
11งามที่ไม่สมบูรณ์ได้แสดงในแก่นแท้ของความรู้สึกของวัสดุธรรมชาติ รูปร่างรรูปทรงที่มีความอิสระ แสดงการบุบสลายและเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา มีเอกลักษณ์เฉพาะสร้างความงามทางสุนทรียะเป็นสำคัญ “บริบทของวะบิ ซะบินั้น งานศิลปะต้องมีสุญญตาจึงจะถือว่าเป็นวะบิซะบิ งานศิลปะที่แสดงออกถึงความเป็นสูญญตาจะต้องมีความกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมอย่างสง่างามแสดงภาพรวมและองค์ประกอบที่สมบูรณ์มีความโดดเด่นเฉพาะตัวของมันเอง ความงามในรูปแบบวะบิซาบิจะไม่แสดงตัวตนของผู้สร้า งสรรค์ปรากฏในผลงาน จักวาลจะเป็นส่วนหลอมรวมตัวชิ้นงานให้เป็นสุญญตา แสดงความเป็นหนึ่งเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน” (Daisetz T. Suzuki, 2023) ซึ่งสาระดังกล่าวนี้ เชื่อมโยงถึงความว่างเปล่า การไม่มีตัวตนหรือการไม่เติมแต่งเป็นสิ่งที่นำไปใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะและการดำเนินชีวิต “วะบิซะบิแสดงให้เราเห็นว่าช่วงขณะแห่งความงามที่ล่วงไป ความงามอันไม่เที่ยงแท้แน่นอนนี้ ทำให้เราระลึกถึงคุณค่าของชีวิต”( (Beth Kempton,2020)) ผลการศึกษาพบว่า ความงามในความไม่สมบูรณ์ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ผลงานที่มีอิทธิพลทางความงามและแนวปฏิบัติการดำเนินชีวิตแบบเซน เป็นการสร้างสรรค์ผลงานที่มีการตีความเรื่องความค้ำชูจิตใจและการร้อยเรียงรูปปฏิสัมพันธ์ด้วยสติ แนวคิดและปรัชญาที่แฝงไว้ใน โดยตีความจากความงามที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งกล่าวได้ว่า ความไม่สมบูรณ์นั้นแปลความหมายจากสิ่งของวัตถุอันผุพัง แตกหัก ถูกนำมาซ่อมแซม ด้วยสติและความงามซึ่งเป็นสิ่งเชื่อมโยงชีวิตและศิลปะที่สามารถขยายขอบเขตในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยในปัจจุบันสร้างความหมายใหม่ให้กับศิลปะผ่านวัตถุและการเล่าเรื่องปรัชญาตะวันออก3. กระบวนการในการสร้างสรรค์การสร้างสรรค์ผลงานชุด “บางสิ่งยังคงอยู่” ผลงาน 2 ชิ้นงาน มีกระบวนการในการสร้างสรรค์ ดังนี้3.1 สืบค้นข้อมูลด้านเนื้อหา ศึกษาเอกสารวิชาการ และจากอินเทอร์เน็ต 3.2 ตีความจากวัสดุเพื่อนำมาทดลองสร้างสรรค์เพื่อสร้างความหมายใหม่ทางศิลปะ3.3 สร้างสรรค์ผลงานด้วยเทคนิค Flameworking Glass โดยเชื่อมแก้วกับภาชนะแก้วและวัสดุอื่น เช่นเหล็ก โดยสร้างสรรค์ให้คงรูปด้วยสติและความงามในมิติใหม่ เพื่อเชื่อมโยงวัตถุตีความผ่านกาลเวลาและสาระของชีวิตภาพที่ 1 วัสดุที่มีการบุบสลาย ตามกาลเวลาที่มา: ผู้สร้างสรรค์
123.4 เชื่อมรูปทรงด้วยเส้นแก้ว รูปทรงที่สร้างสรรค์นั้นร้อยเรียงร่องรอยให้คงสภาพและเกิดความงามของรูปที่ประสานกันของวัสดุ ผลงานชิ้นที่ 1 “still”ภาพที่ 2 กาญจนา ชลสุวัฒน์, Still , เทคนิค Flameworking Glass, Iron, Glass, 25X50X30 c.m.,2568ที่มา: ผู้สร้างสรรค์4. การวิเคราะห์ผลงานผลงานชิ้นที่ 1 รูปทรงของแผ่นเหล็กส่วนหนึ่งของประตูกรงขังที่ชำรุด ผุ กะเทาะ เป็นสนิมชิ้นส่วนผุกร่อนแยกจากกันนำมาประกอบสร้างปฏิสัมพันธ์ให้คงรูป ซึ่งรูปทรงที่เกิดขึ้นใหม่เกิดควา มตีควา มสร้า งความหมายใหม่ ที่ไม่ได้แสดงถึงประตูเหล็กที่เคยแข็งแรง จากวัสดุที่แข็งแกร่งนั้น ถูกเชื่อมโยงเส้นแก้วที่เปราะบาง โดยการผสานทั้งสองสิ่งนี้เข้าหากันเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในแบบที่ยังคงอยู่ด้วยเส้นโครงร่างโปร่งใสที่เชื่อมโยงกันคล้ายตาข่ายหรือโครงกระดูก (Skeleton) ซึ่งไม่อาจนำกลับไปให้เหมือนเดิมแต่แสดงให้เห็นการปลอบประโลมเยียวยาของสิ่งหนึ่งที่โปร่งเบาเปราะบางสู่สิ่งหนึ่งที่แข็งแรงมั่นนคงกับผุกร่อน หัก สลายลง เช่นเดียวกับโครงกระดูกที่แบกรับมวลเนื้อหนังร่างกายไว้ ชีวิตก็เช่นเดียวกัน ความประณีต และดำเนินด้วยสติ เป็นหนทางการเสริมสร้างพลังชีวิต ให้เดินทางด้วยความงดงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะทางของตนในการสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ต้องการให้วัสดุที่มีความแตกต่างในการแสดงออกผสานเข้าปฏิสัมพันธ์ก่อรูปสร้างความหมายใหม่ แต่ยังคงรูปอันดั้งเดิม ซึ่งแสดงถึงยังคงอยู่แม้สภาวะอันต่างออกไป ร่องรอยของการ
13ผุกร่อน แหว่งเว้า ลึก ขรุขระ หยาบ คือกาลเวลาและการเดินทางของวัตถุ ความไม่เที่ยงไม่นอน เปรียบเหมือนการเดินทางของชีวิตที่มีเส้นทางไม่ราบเรียน บางครั้งมีร่องรอย บาดแผล ของการผิดพลาด ของชีวิต การซ่อมแซมเชื่อมต่อ วัตถุ เปรียบเสมือนการซ่อม เยียวยาจิตใจ ให้แข็งแรง ร่องรอยที่ยังคงอยู่เป็นเกา ะที่สร้างความมั่นคงของชีวิตให้ดำเนินอย่างมั่งคง ซึ่งการซ่อมแซมบาดแผลที่เกิดนั้นแตกต่างกัน แต่เป้าหมายของเส้นทางเดินเป็นสิ่งเดียวกันผลงานชิ้นที่ 2 stand ภาพที่ 3 กาญจนา ชลสุวัฒน์, Stand , เทคนิค Flameworking Glass, Glass, 10X15X25 c.m. ,2568ที่มา: ผู้สร้างสรรค์การสร้างสรรค์ชิ้นนี้ นำวัสดุที่เป็นชนิดเดียวกัน สร้างรูปทรงให้คงเดิมในเอกลักษณ์ใหม่ แก้วเป็นภาชนะที่ถูกนำมาใช้สอยภายในครัวเรือน ในวันหนึ่งที่สติของผู้ใช้หายไป ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเกิดควา มเลินเล่อ จนทำให้แก้วหลุดมือหล่นแตก ออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย การกระจายของรูปทรง ถูกนำมาประกอบใหม่ด้วยการหลอมเส้นแก้วร้อยเรียงให้คงอยู่ ในมิติของร่องรอยเดิมสร้างรูปทรงใหม่ประกอบเข้าด้วยกัน เป็นงานประติมากรรมแก้วที่แสดงสัญลักษณ์ของความเปราะบาง ที่พร้อมจะแตกหักได้ตลอดเวลา การซ่อมแซมอาจไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียว ในแต่ละครั้งที่เกิดขึ้นความงดงามของรูปทรงนั้นมีความแตกต่างกันไป ความเปราะบาง
14ของวัสดุได้เล่าเรื่องอย่างพิถีพิถัน ความผุพัง และ แตกร้าว จะเป็นหัวใจสำคัญในการสื่อสารเรื่องกาลเวลาและการเปลี่ยนแปลงเส้นใยเล็กของแก้วผสานเข้ารวมแผ่นเหล็กผุกร่อนเข้าด้วยกัน ด้วยความประณีต การร้อยเรียงด้วยสติเพื่อให้รูปยังคงอยู่แต่สถานะอาจเปลี่ยนแปลงไปแต่การดำรงอยู่นั้นมีความหมายต่อชีวิตเสมอ แม้สักวันจะถึงกาลของการแตกดับก็ตาม5. สรุปการสร้างสรรค์ผลงานชุด “Still” เป็นการนำเรื่องราวของปรัชญาตะวันออกเชื่อมโยงกับการตีควา มทางศิลปะที่สร้างรูปทรงของวัตถุให้เกิดปฏิสัมพันธ์คงรูปอันเดิมที่ผ่านการเวลา ผุกร่อน แตกร้าว แนวคิดนี้แสดงถึงเรื่องความไม่เที่ยง,การเปลี่ยนแปลง, วัฏจักรของชีวิต, และการยอมรับธรรมชาติของสรรพสิ่ง มองเห็นความงามของการเสื่อมสลายตามธรรมชาติ ซึ่งกระบวนการสร้างสรรค์การเชื่อมโยงรูปทรงเก่าให้คงอยู่นั้นทำให้มองย้อนระลึกถึง ความทรงจำ ของรูปทรงดั้งเดิม และสร้างประสบการณ์ใหม่ในการตีความ ร่องรอย ของอดีต การสร้างสรรค์เป็นเพียงการเคลือบกาลเวลาอันแผ่วเบาให้ยังคง มีอยู่สิ่งต่าง ๆ เมื่อเสื่อมสลาย ผุพังลง สร้างสัมผัสการมองเห็นถึงการระลึกรู้ ประบการณ์ของความไม่เที่ยง ไม่มั่นคง แม้จะแตกสลาย แต่ \"รูปทรง\" หรือ \"แก่น\" ของวัตถุยังคงเป็นจุดเริ่มต้นของการตีความทางศิลปะ อาจคล้ายกับแนวคิด เกี่ยวกับความว่าง ในทางพุทธศาสนา ที่รูปทรงภายนอกเปลี่ยนแปลง แต่แก่นสารสาระแห่งความว่างยังคงอยู่บนความงามของการเสื่อมสลาย และ ความสงบในการยอมรับความไม่เที่ยง ตามหลักปรัชญาตะวันออก โดยใช้รูปทรงของวัตถุเป็นสื่อกลางในการแสดงร่องรอยของกาลเวลาเอกสารอ้างอิงชัยยศ อิษฎ์วรพันธุ์. (2021). กำเนิดสวนธรรมชาติและสวนทิวทัศน์แห้งและความสัมพันธ์กับสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมสมภาร พรมทา. บทวิจารณ์หนังสือเรื่อง พุทธศาสนานิกายเซน : การศึกษาเชิงวิเคราะห์ 2563 ศ.ดร. สมภาร พรมทา 202. ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓ กันยายน–ธันวาคม ๒๕๖๓ วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์Beth Kewpton. (2023, วะบิ ซาบิแด่ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต, วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ. กรุงเทพ:สำนักพิมพ์ไอดีออล ดิจิตอล พริ๊นท์ Daisetsu SuZuki. (2559), เซนและวัฒนธรรมญี่ปุ่น, แปลจาก Zen and Japanese Culture, แปลโดยชัยยศ อิษฏ์วรพันธุ์, กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์บิNobuo Suzuki. (2023), วาบิซะบิ ความงามในความไม่สมบูรณ์. กรุงเทพ: สำนักพิมพ์แอคทีฟ พริ๊นท์
15ปลากัดไทย: การออกแบบกราฟิกอัตลักษณ์ลวดลายจากสัตว์ประจำท้องถิ่นThai Fighting Fish: Graphic Design of Identity Patterns fromDomestic Animalsกิตติ คล้ายเอม, Kitti Klai-emสาขาวิชาคอมพิวเตอร์กราฟิกและสื่อสร้างสรรค์ ภาควิชาการออกแบบ คณะศิลปวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เลขที่ 119/10 หมู่ 3 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล นครปฐม 73170Computer Graphic and Creative Media Design Program, Department of DesignFaculty of Fine Arts119/10 moo 3 Salaya, Phutthamonthon District, Nakhon Pathom Province73170E-mail: [email protected]บทคัดย่อบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพและแนวทางการนำ ปลากัดไทย (Betta Splendens) ซึ่งเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ที่มีเอกลักษณ์ด้านสีสันและรูปทรงของครีบหางที่งดงาม มาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์งานออกแบบกราฟิกเพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานระหว่าง เชิงคุณภาพ โดยเริ่มจากการศึกษาข้อมูลเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และสัณฐานวิทยาของปลากัดไทยสายพันธุ์หลัก และการวิเครา ะห์แนวคิดการออกแบบอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ผลการวิจัยพบว่า ลวดลายและชุดสีที่ได้จากครีบที่พลิ้วไหว และ การซ้อนทับของเกล็ดของปลากัด สามารถนำมา ลดทอน และ สังเคราะห์ เป็นหน่วยลวดลายที่โดดเด่นและมีพลัง การวิจัยได้นำเสนอ ชุดลวดลายต้นแบบ ซึ่งสะท้อนความสง่างามและความเป็นนักสู้ของปลากัด โดยเน้นหลักการออกแบบลวดลายซ้ำ ที่สามารถทำซ้ำได้อย่างต่อเนื่อง ชุดลวดลายที่พัฒนาขึ้นนี้สา มารถสื่อสาร อัตลักษณ์ไทย ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ไทยหลากหลายชนิด เช่น สิ่งทอ บรรจุภัณฑ์ และสื่อดิจิทัล เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม และส่งเสริมการตลาดเชิงซอฟต์พาวเวอร์ของไทยคำสำคัญ: ปลากัดไทย, อัตลักษณ์ลวดลาย, การออกแบบกราฟิก, สัตว์ประจำท้องถิ่นAbstractThis article aims to explore the potential and approaches for incorporating the Thai fighting fish (Betta Splendens), a national aquatic animal known for its striking colors and caudal fin shape, into graphic design creations to reflect Thai identity and enhance its creative economic value. A mixed-method, qualitative research approach was employed, beginning with a study of documentary and research data related to the history and morphology of key Thai fighting fish species and an analysis of cultural identity design concepts. The results
16revealed that patterns and color schemes derived from the fish's swaying fins and scale overlays can be reduced and synthesized into distinctive and powerful pattern units. The research presented a prototype pattern set that reflects the grace and fighting spirit of the fighting fish, emphasizing the principle of repetitive pattern design that can be continuously reproduced. This developed pattern set can communicate Thai identity and can be applied to a variety of Thai products, such as textiles, packaging, and digital media, to create added value and promote Thai soft power marketing.Keywords: Thai fighting fish, pattern identity, graphic design, local animals1. ความสำคัญหรือความเป็นมาของปัญหาปลากัดไทย มีความสำคัญและมีที่มาจากบริบทด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการออกแบบ ความสำคัญและคุณค่าของปลากัดไทยในฐานะสัตว์ประจำชาติ ปลากัดไทย (Betta splendens) ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์น้ำสวยงามเท่านั้น แต่ยังได้รับการยกย่องให้เป็น สัตว์น้ำประจำชาติไทยอย่างเป็นทางการ (สํานักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, 2562) ซึ่งสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานและความผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่สมัยโบราณ คุณค่าทางวัฒนธรรม: ปลากัดมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การละเล่น และถูกกล่าวถึงในวรรณกรรม คุณค่าทางสุนทรียภาพ ปลากัดมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและน่าทึ่งในเรื่องของ สีสันที่จัดจ้าน (เช่น สีธงชาติ: แดง น้ำเงิน ขาว) และรูปทรงของครีบหางที่พลิ้วไหว ราวกับผ้าไหมหรือเปลวไฟ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจทางศิลปะที่ทรงพลังแม้ว่าประเทศไทยจะมีทุนทางวัฒนธรรมและสัญลักษณ์ประจำชาติมากมาย แต่การนำเสนอ อัตลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านงานออกแบบกราฟิกในระดับสากลยังขาดความหลากหลายและนวัตกรรม โดยมักจำกัดอยู่กับสัญลักษณ์ดั้งเดิม (เช่น ช้าง วัด ลายกนก) ซึ่งอาจไม่สามารถสร้างความแปลกใหม่และความน่าจดจำในตลาดโลกที่มีการแข่งขันสูงได้ การขาดการนำสัญลักษณ์ทางธรรมชาติที่โดดเด่นอย่างปลากัดไทยมาใช้ในการออกแบบอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์ ความจำเป็น: การค้นหาสัญลักษณ์ใหม่ ๆ ที่สามารถสื่อสารความเป็นไทยร่วมสมัย (Contemporary Thai Identity) ที่มีทั้งความงามตามธรรมชาติและความมีชีวิตชีวาในยุคที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์ (Soft Power) การนำทุนทางวัฒนธรรมและธรรมชาติมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ลวดลายที่พัฒนาจา กปลา กัดสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง เช่น สิ่งทอ แฟชั่น บรรจุภัณฑ์ และสื่อดิจิทัล ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่า (Value-Added) ให้กับสินค้าและบริการของไทย การสร้างความแตกต่างเฉพาะตัวที่เกิดจากการตีความรูปทรงและสีสันของปลากัดอย่างลึกซึ้ง จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ไทยมีความแตกต่างและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
172. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องวรรณกรรมและทฤษฎีที่ใช้เป็นกรอบแนวคิดในการวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อการออกแบบ อัตลักษณ์จากปลากัดไทย2.1 ปลากัดไทย: มิติทางชีววิทยาและวัฒนธรรม (Betta splendens: Biological and Cultural Dimensions)2.1.1 ลักษณะทางสัณฐานวิทยา (Morphology)2.1.2 มิติเชิงสัญลักษณ์และวัฒนธรรม (Symbolic and Cultural Dimensions)2.2 อัตลักษณ์ (Identity) และอัตลักษณ์ประจำท้องถิ่น (Local Identity)2.2.1 ทฤษฎีอัตลักษณ์ (Identity Theory)2.2.2 สัตว์ประจำท้องถิ่นในฐานะเครื่องมือสร้างอัตลักษณ์2.3 ทฤษฎีการออกแบบกราฟิกอัตลักษณ์ (Graphic Identity Design Theory)2.3.1 หลักการออกแบบโลโก้ (Logo Design Principles)2.3.2 การใช้เส้นและรูปทรง (Use of Lines and Shapes)2.3.3 ระบบสี (Color System)2.3.4 การลดทอน (Abstraction) และการนำมาใช้ใหม่ (Recontextualization)2.1 ปลากัดไทย: มิติทางชีววิทยาและวัฒนธรรมปลากัดไทย (Siamese Fighting Fish) หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Betta splendens Regan, 1910 เป็นสัตว์น้ำประจำชาติไทย ที่มีความสำคัญทั้งในมิติทางชีววิทยาและวัฒนธรรม2.1.1 ลักษณะทางสัณฐานวิทยา (Morphology)ปลากัดไทยมีลักษณะเด่นทางสัณฐานวิทยาที่สำคัญดังนี้ โดยทั่วไปปลากัดป่า (wild type) จะมีความยาวประมาณ 6–8 เซนติเมตร มีลำตัวเรียวยาว คล้ายปลาช่อนขนาดเล็ก ในธรรมชาติ (ปลาป่า) มีสีเขียว, น้ำตาล, และเทา ครีบมีขนาดสั้น และจะแสดงสีสันชัดเจนเมื่อถูกรบกวนหรือตื่นเต้นเท่านั้น ในปลาเลี้ยง (จากการคัดเลือกพันธุ์): มีการเพาะพันธุ์ให้มีความหลากหลายของสีสันและรูปทรงครีบอย่างมาก เพื่อความสวยงามสำหรับการเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม (Ornamental Fish) เช่น สี: แดง, น้ำเงิน, ดำ, เผือก, เขียว, เหลือง (และมีการผสมสีที่ซับซ้อน) รูปทรงครีบหาง เช่น หางสั้น (แบบปลาป่า) , หางยาว (Halfmoon - หางพระจันทร์ครึ่งซีกVeiltail, Crowntail - หางมงกุฎหนาม) ปลากัดจัดอยู่ในกลุ่มปลาที่สามารถหายใจเอาอากาศโดยตรงได้ (Anabantoids หรือ Labyrinth Fish) มีอวัยวะช่วยหายใจที่เรียกว่า \"อวัยวะเขาวงกต\" (Labyrinth Organ) ทำให้สามารถอยู่รอดได้ในสภาพน้ำที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำ เช่น ในหนองน้ำหรือท้องนา เพศผู้มีลำตัวใหญ่กว่า มีสีสันที่เข้มสดใส และมีครีบ (ครีบหาง, ครีบก้น, ครีบท้อง) ที่ยาวและแผ่กว้างกว่าเพศเมียอย่างเห็นได้ชัด เพศเมียมีขนาดเล็กกว่า สีสันไม่สดใสเท่าเพศผู้ มักมีลายพาดตามยาวลำตัว และมีครีบที่สั้นกว่า
182.1.2 มิติเชิงสัญลักษณ์และวัฒนธรรม (Symbolic and Cultural Dimensions)ปลากัดไทยมีความผูกพันกับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน และมีมิติเชิงวัฒนธรรมที่หลากหลายคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ \"ปลากัดไทย\" เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ซึ่งแสดงถึงการยอมรับในความสำคัญของปลาชนิดนี้ ในอดีต ปลากัดถูกนำมาเลี้ยงเพื่อใช้ในการ แข่งขันกัดปลา หรือที่เรียกว่า \"กีฬากัดปลา\" ซึ่งเป็นที่นิยมในสังคมไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ (มีหลักฐานตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี)ปลากัดมีสัญชาตญาณความเป็นนักสู้ ความกล้าหาญ (Aggression) และความอดทน (Tenacity) ซึ่งทำให้ถูกนำมาใช้ในการแข่งขัน (ปัจจุบันการเล่นพนันกัดปลาเสื่อมความนิยมลง และมีการหันมาเลี้ยงเพื่อความสวยงามมากขึ้น) เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ โดยปลากัดถูกนำไปเชื่อมโยงกับ ลักษณะของคนไทย ในด้านความรักชาติ การปกป้องแผ่นดิน และการสู้รบอย่างกล้าหาญ ซึ่งคล้ายคลึงกับพฤติกรรมการต่อสู้ของปลา มีการนำไปปรากฏในงานศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ เช่น ศิลปะ, เครื่องราง, หรือบทประพันธ์ กระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้ปลากัดเป็น มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ในปี พ.ศ. 2556 ปลากัดไทยเป็นที่รู้จักและนิยมอย่างมากในตลาดปลาสวยงามทั่วโลก (Ornamental Fish) การเพาะพันธุ์ปลากัดสวยงามได้สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล และกลายเป็น สินค้าส่งออกสำคัญ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในระดับนานาชาติ2.2 อัตลักษณ์ (Identity) และอัตลักษณ์ประจำท้องถิ่น (Local Identity)2.2.1 อัตลักษณ์ (Identity)อัตลักษณ์ หมายถึง ลักษณะเฉพาะตัว หรือ ความเป็นตัวตน ที่ทำให้บุคคลหรือกลุ่มแตกต่างจากผู้อื่น เป็นชุดของความเชื่อ ค่านิยม ทัศนคติ พฤติกรรม และความสัมพันธ์ที่บุคคลมีต่อตนเองและโลกรอบตัว อัตลักษณ์ส่วนบุคคล (Personal Identity): ความรู้สึกเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของตนเอง เช่น ชื่อ อายุ อาชีพ ความสนใจ และบุคลิกภาพ อัตลักษณ์ทางสังคม (Social Identity): ความรู้สึกที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มทางสังคมบางกลุ่ม เช่น เชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ เพศ หรือกลุ่มอาชีพ ซึ่งส่งผลต่อการรับรู้และการปฏิบัติต่อตนเองและผู้อื่น ทฤษฎีอัตลักษณ์ (Identity Theory) เป็นแนวคิดทางสังคมวิทยาและจิตวิทยาสังคมที่อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างบทบาททางสังคม โครงสร้างทางสังคม และตัวตนของบุคคล ทฤษฎีนี้มีรากฐานมาจากแนวคิด ปฏิสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์ (Symbolic Interactionism) โดยมีหลักการสำคัญดังนี้: บทบาททางสังคม (Social Roles): อัตลักษณ์ถูกสร้างขึ้นและแสดงออกผ่านบทบาททางสังคมที่บุคคลสวมใส่ เช่น อัตลักษณ์ของ \"ครู\" \"ลูก\" \"เพื่อน\" แต่ละบทบาทจะมีชุดของ ความคาดหวัง (Expectations) และ บรรทัดฐาน (Norms) กำหนดอยู่ ความเป็นลำดับของอัตลักษณ์ (Identity Salience): อัตลักษณ์บางอย่างอาจมีความโดดเด่นหรือสำคัญกว่าในสถานการณ์หรือบริบทหนึ่ง ๆ เช่น ในห้องเรียน อัตลักษณ์ของครู จะโดดเด่นกว่า อัตลักษณ์ของนักวิ่งการแสดงออกและการรับรู้ (Performance and Recognition): บุคคลจะพยายามแสดงออกตามบทบาทเพื่อยืนยันอัตลักษณ์ของตน และต้องการให้ผู้อื่นรับรู้และตอบสนองต่ออัตลักษณ์นั้น ( Identity Verification)
192.2.2 สัตว์ประจำท้องถิ่นในฐานะเครื่องมือสร้างอัตลักษณ์อัตลักษณ์ประจำท้องถิ่น (Local Identity) หมายถึง ลักษณะเฉพาะร่วมกัน ที่ถูกสร้างและยึดถือโดยผู้คนในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ซึ่งทำให้ท้องถิ่นนั้น ๆ มีความโดดเด่นและแตกต่างจากที่อื่น สัตว์ประจำท้องถิ่น มักถูกนำมาใช้เป็น สัญลักษณ์ หรือ เครื่องมือ ในการสร้างและสื่อสารอัตลักษณ์ประจำท้องถิ่นด้วยเหตุผลหลายประการ การเชื่อมโยงกับธรรมชาติและประวัติศาสตร์ สัตว์บางชนิดมีถิ่นกำเนิดในพื้นที่นั้น ๆ หรือมีความผูกพันทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม หรือตำนานกับชุมชน การนำมาใช้จึงช่วยเน้นย้ำถึงความเป็นเอกลักษณ์ทางภูมิศาสตร์และมรดกของท้องถิ่นนั้น สัตว์สามารถเป็นตัวแทนของลักษณะนิสัยหรือค่านิยมที่ชุมชนต้องการนำเสนอ เช่น พญาคชสาร (ช้าง) อาจสื่อถึงความยิ่งใหญ่ ความแข็งแกร่ง และความอุดมสมบูรณ์พญานาค/ปลา อาจสื่อถึงความผูกพันกับแหล่งน้ำและวิถีชีวิตริมน้ำ การส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ: การใช้สัตว์ประจำท้องถิ่นเป็น มาสคอต (Mascot) หรือ ตราสัญลักษณ์ (Emblem) ช่วยสร้างความจดจำและเป็นจุดขายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุน ทำให้เกิดการสร้าง แบรนด์ท้องถิ่น (Local Branding) การสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วม (Sense of Belonging): เมื่อคนในท้องถิ่นเห็นสัญลักษณ์ของสัตว์ประจำถิ่น จะช่วยกระตุ้นความรู้สึก ภาคภูมิใจ และ ความเป็นหนึ่งเดียว ในกลุ่มของตน ตัวอย่าง: ช้าง: สัตว์คู่บ้านคู่เมืองในหลายจังหวัดของไทย สื่อถึงอดีต ความยิ่งใหญ่ และเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์ธรรมชาติ ปลาบึก: สัตว์ประจำท้องถิ่นในภาคเหนือ (ลุ่มแม่น้ำโขง) สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และความสำคัญของแม่น้ำต่อวิถีชีวิต2.3 ทฤษฎีการออกแบบกราฟิกอัตลักษณ์ (Graphic Identity Design Theory)ทฤษฎีการออกแบบกราฟิกอัตลักษณ์ (Graphic Identity Design Theory) คือการวางแผนและสร้างสรรค์องค์ประกอบทางภาพเพื่อแสดง บุคลิกภาพ และ ความเป็นตัวตน ที่โดดเด่นและแตกต่างขององค์กร แบรนด์สินค้า หรือบริการ เพื่อให้เกิดการจดจำและความน่าเชื่อถือ องค์ประกอบสำคัญที่ใช้ในกา รสร้า งอัตลักษณ์ประกอบด้วย:2.3.1 หลักการออกแบบโลโก้ (Logo Design Principles) โลโก้เป็นองค์ประกอบหลักของอัตลักษณ์ หลักการออกแบบที่ดีมีดังนี้: ความเรียบง่าย (Simplicity): โลโก้ที่ดีควรมีรูปทรงและองค์ประกอบที่ไม่ซับซ้อน ทำให้เข้าใจและจดจำได้ง่าย ความสามารถในการจดจำ (Memorability): ต้องเป็นภาพที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทำให้ผู้คนสามารถจดจำและนึกถึงแบรนด์ได้ทันทีความเกี่ยวข้องและมีนัยสำคัญ (Relevance & Meaningful): ควรสะท้อนถึงบุคลิกภาพ ค่านิยม และสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อสารได้อย่างชัดเจน ความสามารถในการปรับใช้ได้หลากหลาย (Versatility): โลโก้ควรสามารถปรับขนาดและรูปแบบการใช้งานได้ดีในทุกสื่อ (สิ่งพิมพ์, ดิจิทัล, ขนาดเล็ก-ใหญ่) โดยไม่สูญเสียคุณภาพหรือความชัดเจน รวมถึงการใช้ได้ทั้งในรูปแบบสีและขาวดำ การเลือกใช้สีและตัวอักษรที่เหมา ะสม (Color & Typography Selection): สีและฟอนต์ที่เลือกใช้ต้องสอดคล้องกับบุคลิกของแบรนด์ และช่วยเสริมให้โลโก้มีความน่าเชื่อถือ2.3.2 การใช้เส้นและรูปทรง (Use of Lines and Shapes) เส้นและรูปทรงเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญในการสื่อสารและสร้างโครงสร้าง: เส้น (Line): ใช้ในการแบ่งพื้นที่ว่าง กำหนดขอบเขต และสร้างรูปร่าง ใช้สร้างทิศทาง นำสายตา และสร้างความ
20ต่อเนื่องของเนื้อหา เส้นตรง อาจให้ความรู้สึกมั่นคง เป็นทางการ หรือทันสมัย เส้นโค้ง อาจให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว อ่อนโยน หรือเป็นมิตร รูปร่าง (Shape) และรูปทรง (Form): รูปร่าง (Shape): เป็นองค์ประกอบ 2 มิติ (กว้าง x ยาว) เกิดจากเส้นที่มาบรรจบกัน รูปทรง (Form): เป็นองค์ประกอบ 3 มิติ (กว้าง x ยาว x ลึก/สูง) ซึ่งจะมองเห็นได้เมื่อมีแสงและเงามากระทบ รูปทรงเรขาคณิต (Geometric Shapes) (เช่น วงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม) มักสื่อถึงความมั่นคง ความเป็นระบบ หรือความทันสมัย การใช้รูปทรงที่กลมกลืนหรือขัดแย้งกันจะช่วยสร้างความน่าสนใจในงานออกแบบ2.3.3 ระบบสี (Color System) สีเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการสร้างอารมณ์และการจดจำของแบรนด์ (Brand Recognition): จิตวิทยาของสี (Color Psychology): สีแต่ละสีมีความหมายและสามารถกระตุ้นอารมณ์ที่แตกต่างกัน (เช่น สีแดง สื่อถึงความรัก พลังงาน หรือความเร้าใจ, สีน้ำเงิน สื่อถึงความน่าเชื่อถือ ความสงบ หรือความเป็นมืออาชีพ) การเลือกสีหลักของแบรนด์จึงต้องสอดคล้องกับบุคลิกที่ต้องการสื่อสาร ระบบสีในงานกราฟิก: RGB (Red, Green, Blue): ใช้สำหรับการแสดงผลบนหน้าจอ (สื่อดิจิทัล เว็บไซต์) CMYK (Cyan, Magenta, Yellow, Key/Black): ใช้สำหรับงานพิมพ์ Pantone/Spot Color: เป็นระบบสีมาตรฐานที่ใช้เพื่อให้มั่นใจว่าสีที่ผลิตออกมามีความแม่นยำและสม่ำเสมอในทุกสื่อ (มักใช้เป็นสีหลักของแบรนด์) ความสม่ำเสมอ (Consistency): การกำหนดและใช้ชุดสีของแบรนด์อย่างสม่ำเสมอในทุกจุดสัมผัส (Touchpoints) เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างการจดจำ2.3.4 การลดทอน (Abstraction) และการนำมาใช้ใหม่ (Recontextualization) หลักการเหล่านี้ช่วยให้เกิดโลโก้ที่มีเอกลักษณ์และมีความหมายลึกซึ้ง: การลดทอน (Abstraction): คือการนำแนวคิด วัตถุ หรือความหมายที่ซับซ้อนมา ลดรูป ให้เหลือเพียงองค์ประกอบที่เรียบง่ายที่สุด (สัญลักษณ์นามธรรม, รูปทรงเรขาคณิต, เส้น) โลโก้แบบนามธรรม (Abstract Logos) จะใช้รูปทรงที่ไม่ใช่การแสดงภาพตามความเป็นจริง เพื่อสื่อสารคุณค่าและจริยธรรมของแบรนด์ ทำให้โลโก้มีความทันสมัยและตีความได้หลายแง่มุม (เช่น โลโก้ Nike \"Swoosh\") การนำมาใช้ใหม่ (Recontextualization): คือการนำองค์ประกอบภาพหรือสัญลักษณ์ที่มีอยู่แล้วไป ตีความใหม่ หรือ นำไปวางในบริบทใหม่ เพื่อสร้างความหมายที่แตกต่างและเป็นของแบรนด์ตัวเอง ตัวอย่างเช่น การใช้สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมหรือสัญลักษณ์พื้นฐานในรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มความลึกซึ้งและเอกลักษณ์ให้กับอัตลักษณ์ภาพที่ 1 แนวคิดการออกแบบคลิปอาร์ต จากโครงการ ๑๐๐ แรงบันดาลไทยที่มา: https://readthecloud.co/scoop-48/
213. กระบวนการในการสร้างสรรค์1. แรงบันดาลในการสร้างสรรค์ (Inspiration)ภาพที่ 2 แรงบันดาลจากปลากัดไทยที่มา: https://readthecloud.co/scoop-48/2. ผลงานออกแบบกราฟิกภาพที่ 3 กระบวนการพัฒนาแบบร่างลายเส้นและการลงสีปลากัดไทยที่มา: ผู้สร้างสรรค์ภาพที่ 4 การสร้างกราฟิกบนคอมพิวเตอร์ ด้วยโปรแกรม Adobe Illustrator และ Adobe Photoshopที่มา: ผู้สร้างสรรค์
223. ผลงานออกแบบกราฟิกบนผลิตภัณฑ์สินค้าภาพที่ 5 ผลงานออกแบบกราฟิกบนผลิตภัณฑ์สินค้าของที่ระลึกที่มา: ผู้สร้างสรรค์4. การวิเคราะห์ผลงานส่วนนี้จะนำข้อมูลที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรมและการวิเคราะห์ทางสัณฐานวิทยาของปลากัดไทยมาสังเคราะห์เป็นชุดองค์ประกอบทางกราฟิก (Graphic Elements Set) เพื่อใช้ในการสร้างอัตลักษณ์4.1 การวิเคราะห์องค์ประกอบหลักของปลากัด (Core Betta Splendens Element Analysis) การวิเคราะห์แยกย่อยคุณลักษณะของปลากัดเพื่อแปลงเป็นภาษาภาพ: รูปทรง (Form): เส้นโค้งที่พลิ้วไหว (Fluid Curves): ได้จากจังหวะการว่ายและรูปทรงของครีบหางและครีบกระโดง (Dorsal Fin) โดยเฉพาะสายพันธุ์ Halfmoon ซึ่งให้ความรู้สึก สง่างามและอ่อนช้อย ความเฉียบคมของรูปทรงเรขาคณิต ( Geometric Sharpness): ได้จากปลายครีบที่มีลักษณะแหลมของสายพันธุ์ Crowntail และ Veiltail สื่อถึงความคมชัดและพลัง (Sharpness and Power)ข้อสรุปสำหรับการออกแบบ: ผสมผสานระหว่าง เส้นโค้ง เพื่อสื่อถึงความพริ้วไหวกับมุมแหลมแบบโมเดิร์น เพื่อสื่อถึงความดุดันและความทันสมัย สีสัน (Color): สีอิ่มตัวสูง (High Saturation): ปลากัดมีสีที่สดและลึก การออกแบบควรใช้ชุดสีหลักที่เข้มข้น เช่น แดงสด (Scarlet Red), น้ำเงินคราม (Indigo), ทอง/เหลืองมัสตาร์ด เพื่อให้เกิดความโดดเด่นและดึงดูดสายตา การเล่นกับคู่สี (Complementary Play): การใช้สีที่ตัดกันตามธรรมชาติของปลา (เช่น ลำตัวสีดำตัดกับครีบสีแดง หรือสีน้ำเงินตัดกับสีส้ม) นำมาซึ่งมิติและความมีชีวิตชีวา การเคลื่อนไหว (Movement) และจังหวะ (Rhythm): จังหวะการพุ่ง (Dynamic Thrust): การออกแบบควรมีแนวเส้นนำสายตา (Leading Lines) ที่ชี้ไปข้างหน้า เพื่อสื่อถึงความกล้าหาญและความรวดเร็ว การแผ่ขยาย (Flaring/Expansion): เป็นภาพลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึงควา มยิ่งใหญ่ โดยการขยายของครีบเป็นวงกว้าง สามารถนำมาสร้างเป็นลวดลายแผ่รัศมี (Radial Pattern) หรือพื้นหลังเชิงสัญลักษณ์4.2 การสังเคราะห์แนวทางและหลักการออกแบบ (Synthesis of Design Guidelines) จากการ วิเคราะห์ข้างต้น สามารถสังเคราะห์เป็นหลักการ 4 ข้อ เพื่อสร้างสรรค์กราฟิกอัตลักษณ์:4.2.1. หลักการลดทอนรูปทรง (Principle of Abstract Abstraction) แนวคิด: นำรูปทรงปลากัดที่กางครีบในท่า Flaring มา ลดทอนให้เป็นรูปทรงเรขาคณิตที่มีความสมมาตร (Symmetry) หรือเกือบ
23สมมาตร เพื่อสร้างตราสัญลักษณ์ (Logo Mark) ที่มีความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง การนำไปใช้: ใช้เพียง เส้นสายหลัก (Key Lines) ที่กำหนดขอบเขตของครีบ แทนการวาดภาพปลาที่สมบูรณ์4.2.2 หลักการเน้นความขัดแย้งเชิงเส้น (Principle of Line Contrast) แนวคิด: สร้างความสมดุลระหว่างความอ่อนโยนและความแข็งแกร่ง การนำไปใช้: ในงานหนึ่งๆ ควรมีการใช้เส้นโค้งหนาและพลิ้วไหว (สื่อถึงการว่าย) คู่กับเส้นตรงหรือมุมแหลมบางเฉียบ (สื่อถึงความคมชัดและความเป็นนักสู้) เพื่อให้งานออกแบบมีมิติทางอารมณ์4 .2.3 หลักกา รสร้า งระบบสีแบบคู่ตรงข้า มที่อิ่มตัว (Principle of Saturated Complementary Palette) แนวคิด: ใช้สีที่มีความอิ่มตัวสูงเพื่อสร้างพลังงาน และเลือกใช้ชุดสีที่ตัดกันเพื่อสร้าง จุดสนใจ การนำไปใช้: กำหนดให้สีน้ำเงินคราม (Blue) เป็นสีพื้นฐาน (Corporate Color) เพื่อสื่อถึงความน่าเชื่อถือและความลุ่มลึก และใช้สีแดงหรือส้มทอง (Red/Gold) เป็นสีเน้น (Accent Color) เพื่อสื่อถึงพลังและความเป็นไทย ซึ่งชุดสีนี้ยังช่วยให้งานกราฟิกมีความทันสมัยแต่ไม่ทิ้งรากเหง้า4.2.4 หลักการประยุกต์ลวดลาย (Principle of Pattern Application) แนวคิด: นำรายละเอียดของ เกล็ด (Scales) หรือ รอยหยักของครีบ (Fin Edges) มาสร้างเป็น ลวดลายซ้ำๆ (Repeating Patterns) เพื่อใช้เป็นองค์ประกอบตกแต่งในงานดีไซน์ การนำไปใช้: ลายเส้นซ้ำ ๆ นี้สามารถนำไปใช้ในงาน บรรจุภัณฑ์ (Packaging) หรือ พื้นหลัง (Background Graphics) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและย้ำเตือนถึง อัตลักษณ์ของปลากัดอย่างละเอียดอ่อน5. สรุปบทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและสังเคราะห์องค์ประกอบของ ปลากัดไทย (Betta splendens) ซึ่งเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ งานออกแบบกราฟิกอัตลักษณ์ (Graphic Identity Design) ที่ทรงพลังและสามารถสื่อสารคุณค่าทางวัฒนธรรมและความงามของไทยในระดับสากล บทสรุปผลการวิเคราะห์ การวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ในสามมิติหลัก ได้แก่ ชีววิทยา วัฒนธรรม และทฤษฎีการออกแบบ พบว่า: มิติทางสัณฐานวิทยา (Morphology): ปลากัดมีความหลากหลายของรูปทรงครีบ (เช่น Halfmoon, Crowntail) ซึ่งเป็นแหล่งของแรงบันดาลใจหลัก รูปทรงโค้งที่พลิ้วไหว สื่อถึงความสง่างาม ขณะที่มุมแหลมและลายเส้นที่คมชัด สื่อถึงความดุดันและแข็งแกร่ง มิติทางสัญลักษณ์ (Symbolic Dimension): ปลากัดเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ความสง่างาม และความภาคภูมิใจ (จากท่าทางการกางครีบ หรือ Flaring) ซึ่งเป็นคุณค่าที่สามารถนำมาสร้างเป็นแก่นแนวคิดหลัก (Core Concept) ของแบรนด์ได้มิติสี (Color Theory): ปลากัดมีชุดสีที่มีความอิ่มตัวสูง (High Saturation) โดยเฉพาะสีแดงและน้ำ เงิน ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ตามหลักคู่สีคู่ตรงข้าม (Complementary Colors) เพื่อสร้างความโดดเด่นและพลังงานในงานกราฟิก และการสังเคราะห์แนวทางการออกแบบ จากการวิเคราะห์ ได้มีการสังเครา ะห์เป็น หลักการออกแบบกราฟิกอัตลักษณ์ 4 ประการ เพื่อเป็นแนวทางในการแปลงรูปทรงจริงให้เป็นภา ษาภา พ:หลักการลดทอนรูปทรง: การนำรูปทรงปลากัดที่กำลัง Flaring มาลดทอนให้เป็น ตราสัญลักษณ์แบบ
24Abstract ที่เน้นความสมมาตรและความคมชัด หลักการเน้นความขัดแย้งเชิงเส้น: การผสมผสานระหว่าง เส้นโค้งที่หนาและพลิ้วไหว กับ เส้นตรง/มุมแหลมที่เฉียบคม เพื่อสร้างมิติทางอารมณ์ หลักการสร้างระบบสีแบบอิ่มตัว: การใช้ชุดสีหลักที่เข้มข้น เช่น น้ำเงินคราม เป็นสีพื้นฐาน และใช้แดงสด/ทอง เป็นสีเน้น เพื่อสื่อถึงความพรีเมียมและความเป็นไทย หลักการประยุกต์ลวดลาย: การสร้าง ลวดลายซ้ำๆ (Repeating Patterns) จากรายละเอียดของเกล็ดหรือรอยหยักของครีบ เพื่อใช้เป็นองค์ประกอบตกแต่งที่เพิ่มความละเอียดอ่อนเอกสารอ้างอิงธนาวัฒน์ ส. และ พัชรี ศ. (2563). Soft Power: การใช้ทุนทางวัฒนธรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย. วารสารการจัดการและนวัตกรรม, 7(1), 1-15.สํานักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม. (2562). ประกาศกระทรวงวัฒนธรรม เรื่อง การประกาศให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ. กระทรวงวัฒนธรรม.อภิญญา ต. (2560). ความงดงามและเรื่องราวของปลากัดไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม. วารสารศิลปวัฒนธรรม.Betta Splendens: The Siamese Fighting Fish. (2020, October 1 5 ). In Encyclopedia of Thai Culture. Thai Cultural Research Institute.Landa, R. (2019). Graphic Design Solutions (6th ed.). Cengage Learning.Lupton, E., & Phillips, J. C. (2015). Graphic Design: The New Basics (2nd ed.). Princeton Architectural Press.Trumbo, J. (2000). The conceptual relationship between graphic design and pattern design. The Design Journal, 3(2), 48-58.Wheeler, A. (2018). Designing Brand Identity: An Essential Guide for the Whole Branding Team (5th ed.). Wiley.Witte, K., & Schug, M. D. (2 0 2 1 ). Fins and fighting: The genetics and aesthetics of Betta splendens. Journal of Evolutionary Biology, 34(2), 205-220.Samara, T. (2007). Design Elements: A Graphic Style Manual. Rockport Publishers.
25วัตถุแห่งการอยู่ร่วมกัน Objects of coexistenceเกษกานต์รัตนเชาว์, Katekarn Rattanachoulวิทยาลัยช่างศิลป ถนนหลวงพรต เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520College of Fine Arts, 60 Luangprot Rd., Ladkrabung, Bangkok, 10520, ThailandE-mail: [email protected]บทคัดย่อธรรมชาติที่กำลังถูกวัตถุสังเคราะห์เข้าแทนที่และอยู่ร่วมกับธรรมชาติ มาเป็นแรงบันดาลใจ การสร้างสรรค์ผลงานเครื่องเคลือบดินเผา โดยเลือกใช้ รูปทรงของวัตถุสังเคราะห์ แสดงออกถึงความควา มงา ม การแทนที่ของวัตถุสังเคราะห์ การอยู่รวมกันกับธรรมชาติ โดยสะท้อนผ่านการแสดงออกด้วยรูปร่าง-รูปทรงของเศษขยะ พลาสติก และสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ สร้างสรรค์ผลงานเครื่องเคลือบดินเผา “ชุดวัตถุแห่งการอยู่ร่วมกัน” เพื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อสาร การสะท้อนความงาม แทนที่การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติไปสู่จุดสมดุล การอยู่ร่วมกัน และการปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับความหลากหลายได้ผู้สร้างสรรค์มีเจตนาถ่ายทอดผลงานบ่งบอกให้รู้คุณค่าของทรัพยากรและการเปลี่ยนแปลงไปไม่มีวันย้อนกลับมาเหมือนอดีตที่มีความอุดมสมบูรณ์ ด้านเทคนิคใช้เทคนิคที่หลากหลายเช่น เทคนิคการกดประทับและเคลือบในอุณหภูมิ1,200 องศาเซลเซียส เพื่อสร้างความสมบูรณ์ในชิ้นงานคำสำคัญ: การแทนที่, วัตถุสังเคราะห์,การอยู่รวมกันAbstractNature, which is being replaced and coexisted with synthetic materials, has been the inspiration for the creation of ceramics. The shape of synthetic materials expresses beauty, replacing synthetic materials and coexisting with nature, reflected through the expression of shapes and forms of waste, plastic, and other natural elements. The ceramics, \"Objects of Coexistence\" were created as a symbolic communication, reflecting beauty, replacing natural change with a point of balance, coexistence, and adaptation that allows for coexistence with diversity. The creators intended to convey the value of resources and the irreversibility of change, unlike the past when it was abundant. Various techniques, such as stamping and glazing at 1,200 degrees Celsius, were used to create a perfect piece.Keywords: Replacement, Synthetic, Coexistence
261. ความสำคัญหรือความเป็นมาของปัญหาในปัจจุบัน มนุษย์มีการดำเนินชีวิตและมีการพัฒนาเทคโนโลยีก้าวหน้าเกิดขึ้นใหม่ในทุก ๆ วัน แต่มนุษย์ใช้ชีวิตในการพัฒนาไม่ได้คำนึงถึงว่า ปัจจุบันการดำเนินชีวิต ส่งผลกระทบอย่างไรต่อธรรมชาติสภาพแวดล้อม เช่น ดิน น้ำ อากาศ สัตว์ป่า พืช ป่าที่ลดลง ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทั้งในแง่ นิเวศวิทยา และนิเวศวิทยาวัฒนธรรม การที่เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น ธรรมชาติพยายามสะท้อนแสดงภัยพิบัติต่าง ๆ ให้เรารับรู้เรื่องการแปรป่วนของฤดูกาล โลกร้อนขึ้นทุกวัน ค่าฝุ่น pm 2.5 สูง ป่าไม้ลดน้อยลง สิ่งเหล่านี้สะท้อนความความแปรป่วนความสมบูรณ์ของธรรมชาติไปจากอดีต เสียงสะท้อนจากธรรมชาติที่เกิดขึ้น เป็นเสียงหนึ่งทำ ให้ผู้สร้างสรรค์เล็งเห็นถึงความสำคัญของธรรมชาติที่กำลังถูกวัตถุสังเคราะห์เข้าแทนที่และอยู่ร่วมกับธรรมชาติ มาเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้สร้างสรรค์พลาสติกเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจึง ถูกใช้ในชีวิตประจำวันและถูกทิ้งไม่เป็นที่ พลาสติกวัสดุสังเคราะห์เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ยาก จึงส่งผลถึงปัญหาขยะพลาสติกตกค้างในสิ่งแวดล้อม ที่พบเห็นได้ทั่วไปทั้งทางบกและทางน้ำ เช่น แหล่งธรรมชาติ และแหล่งน้ำทะเล ในการจัดการขยะพลาสติก อาจถูกจัดการไม่หมดจึงเห็นหลงเหลือ อยู่รวมกันกับธรรมชาติ เสมือนว่าเป็นส่วนหนึ่งของกันละกันการสร้างสรรค์ผลงานเครื่องเคลือบดินเผา โดยเลือกใช้ รูปทรงของวัตถุสังเคราะห์ แสดงออกถึงความความงาม การแทนที่ของวัตถุสังเคราะห์ การอยู่รวมกันกับธรรมชาติ โดยสะท้อนผ่านการแสดงออกด้วยรูปร่าง-รูปทรงของเศษขยะ พลาสติก และสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ สร้างสรรค์ผลงานเครื่องเคลือบดินเผา “ชุดวัตถุแห่งการอยู่ร่วมกัน”เพื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อสาร การสะท้อนความงาม การแทนที่การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติไปสู่จุดสมดุล ส่วนการอยู่ร่วมกันคือการปรับตัวให้สามารถอยู่ร่วมกับความแตกต่างหลา กหลา ยได้ ผู้สร้างสรรค์มีเจตนาถ่ายทอดผลงานบ่งบอกให้รู้คุณค่าของทรัพยากรและการเปลี่ยนแปลงไปไม่มีวันย้อนกลับมาเหมือนอดีตที่มีความอุดมสมบูรณ์2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องการแทนที่ของวัตถุสังเคราะห์ การอยู่รวมกันกับธรรมชาติประทับใจในรูปทรงวัตถุสังเคราะห์สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมในรูปแบบเครื่องเคลือบดินเผา ชุดวัตถุแห่งการอยู่ร่วมกันเพื่อแสดงออกถึง ความงาม การแทนที่การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติไปสู่จุดสมดุล ให้สามารถอยู่ร่วมกับความแตกต่างได้หลากหลาย
273. กระบวนการในการสร้างสรรค์1. เก็บรวบรวมข้อมูลและศึกษาข้อมูลธรรมชาติทั้งในตำรา ด้วยการเก็บข้อมูลจริง2. รวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์รูปร่างรูปทรงของวัตถุพลาสติกสังเคราะห์และธรรมชาติ เพื่อใช้ในการสร้างสรรค์ ภาพร่างในแบบ 2 มิติ ที่ตรงตามวัตถุประสงค์ในการสร้างสรรค์3. ขยายผลงานสร้างสรรค์ สามมิติจำนวน 1 ชุด ตามภาพร่างสองมิติ4. ทดลองการกดประทับวัสดุกับแม่พิมพ์, ทดลองเคลือบที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานข้อมูลภาพในการสร้างสรรค์ภาพที่ 1 ธรรมชาติที่มา: ผู้สร้างสรรค์
28ภาพที่ 2 ขั้นตอนในการสร้างสรรค์ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ภาพที่ 3 ขั้นตอนในการสร้างสรรค์ที่มา: ผู้สร้างสรรค์
294. วิเคราะห์ผลงานในการสร้างสรรค์ด้านรูปแบบนำเสนอสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมเครื่องเคลือบดินเผา “ชุดวัตถุแห่งการอยู่ร่วมกัน” ในการสร้างสรรค์เป็นการแสดงออกด้วยทัศนธาตุจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยสะท้อนผ่านการแสดงออกด้วยรูปร่าง-รูปทรงของเศษขยะ พลาสติก และสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติรูปทรง ขวดน้ำพลาสติกที่บิดเบี้ยว สะท้อนถึงพฤติกรรมการทิ้งขยะพลาสติก ไม่ถูกที่ ทิ้งลงในแหล่งน้ำและพื้นที่สาธารณะ ส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อม ที่กำลังแทนที่สิ่งมีชีวิตในธรรมชาติรูปทรงกิ่งไม้ สื่อถึงสัญลักษณ์แสดงถึงความเติบโต ในความไม่สมบูรณ์ที่ต้องอาศัยกับวัตถุสังเครา ะห์และยังต้องการปรับตัวให้อยู่ในสภาพแวดล้อมนั้นได้พื้นผิว สร้างสรรค์ให้มีความมันวาวจากเคลือบขาวใส แสดงให้เห็นร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงของวัตถุสังเคราะห์ที่มนุษย์ทิ้งขยะไม่เป็นที่พื้นที่ว่าง ด้านหน้าเจาะให้เป็นรูปทรงอิสระ มีขนาดที่แตกต่างกันให้อากาศถ่ายเทสื่อถึงการเสื่อมและการแทนที่ของธรรมชาติ ให้มีการปรับตัวเข้าด้วยกันภาพที่ 4 วิเคราะห์ผลงานในการสร้างสรรค์ที่มา: ผู้สร้างสรรค์
30ภาพที่ 5 ชื่อผลงานชุด “วัตถุแห่งการอยู่ร่วมกัน”เทคนิค ขึ้นรูปการกดประทับ, ดินโตนแวร์, ดินพื้นบ้าน เคลือบ 1,200 องศาเซลเซียสขนาดสูง 20 x 20 x 25 เซนติเมตรที่มา: ผู้สร้างสรรค์5. สรุปการสร้างสรรค์ผลงานเครื่องเคลือบดินเผา “ชุดวัตถุแห่งการอยู่ร่วมกัน” ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัตถุสังเคราะห์เข้าแทนที่และอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ถ่ายทอดผลงานเพื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อสาร การสะท้อนความงาม การแทนที่การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติไปสู่จุดสมดุล ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของกันและกัน การนำรูปทรงของวัตถุสังเคราะห์ ขวดพลาสติกที่มี จังหวะที่บิดเบี้ยว มาวางเรียงต่อกัน ให้ความรู้สึกที่ผิดไปจากธรรมชาติ ใช้ธรรมชาติสัญลักษณ์กิ่งไม้มาเชื่อมต่อกันกับวัตถุสังเคราะห์ ผ่านการรับรู้ กระตุ้นเตือนให้เกิดความรักและหวงแหนธรรมชาติเห็นคุณค่าของทรัพยากรและการเปลี่ยนแปลงไปไม่มีวันย้อนกลับมาเหมือนอดีตที่มีความอุดมสมบูรณ์เอกสารอ้างอิงกำจร สุนทรพงษ์ศรี. (2559). สุนทรียศาสตร์ : หลักปรัชญาศิลปะ ทฤษฎีทัศนศิลป์ ศิลปะวิจารณ์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.ชลูด นิ่มเสมอ. (2553). องค์ประกอบของศิลปะ. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจำกัด มหาชน.สุขุมาล สาระเกษตริน. (2564). เครื่องปั้นดินเผาการออกแบบและการปฏิบัติงาน.กรุงเทพฯ:จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
31“รูปทรงของฉัน”“My shape”โกเมศ คันธิก, komes Kuntigวิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี16 ม.4 ต.รั้วใหญ่อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 72000Suphanburi College of Fine Arts16 Moo.4 RueaYai Subdistrict Mueang District, Suphanburi Province 72000E-mail: mailto:[email protected]บทคัดย่อ“รูปทรงของฉัน” มุ่งสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรงอิสระกับตัวตนภายในของผู้สร้างสรรค์ ผ่านการใช้เส้น สี และพื้นที่ว่างในการถ่ายทอดอารมณ์ ความคิด และประสบการณ์ส่วนบุคคล รูปทรงที่ปราศจากกฎเกณฑ์ทางเรขาคณิตถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอิสระทางความงาม เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดการตีความอย่างหลากหลายตามมุมมองของผู้ชม กระบวนการสร้างผลงานเน้นการปล่อยอารมณ์และจังหวะธรรมชาติ ทำให้เกิดรูปทรงที่ลื่นไหลและเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ผลลัพธ์ของผลงานสะท้อนให้เห็นว่ารูปทรงอิสระสามารถเป็นเครื่องมือในการสื่อสารความรู้สึกภายในและเป็นแนวทางในการค้นพบตัวตนผ่านงานศิลปะได้อย่างมีความหมายคำสำคัญ: ตัวตนภายในAbstract“My Shape” explores the relationship between free form and the creator’s inner self through the use of line, color, and space to convey emotions, thoughts, and personal experiences. Shapes free from geometric rules are used to symbolize aesthetic freedom, opening up a wide range of interpretations depending on the viewer’s perspective. The creation process emphasizes releasing emotions and natural rhythms, creating fluid and continuous shapes. The resulting work demonstrates that free form can be a tool for communicating inner feelings and a meaningful guide to self-discovery through art.techniques, such as the use of color, composition and selection of materials, to present works that reflect the beauty and relationship between life and nature. In addition, the creation of artwork inspired by nature also plays an important role in creating awareness of environmental conservation, encouraging viewers to realize the importance of caring for and living with nature sustainably.Keywords: Inner seif
321. ความสำคัญหรือความเป็นมาของปัญหาในกระบวนการเรียนรู้ศิลปะ รูปทรงมักถูกสอนผ่านรูปแบบเรขาคณิตที่มีโครงสร้างชัดเจน เช่น สี่เหลี่ยม วงกลม หรือสามเหลี่ยม แม้รูปทรงเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญ แต่การยึดติดกับกรอบรูปแบบที่แน่นอนอาจจำกัดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และการแสดงออกทางอารมณ์ของผู้เรียน การสร้างสรรค์รูปทรงอิสระจึงเกิดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้สำรวจตัวตนภายใน ผ่านการใช้เส้น สี และจังหวะที่เกิดจากอารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติโครงงาน “รูปทรงของฉัน” จึงมีความสำคัญในฐานะที่เป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาการเรียนรู้ศิลปะให้เชื่อมโยงกับประสบการณ์ส่วนบุคคล ช่วยให้ผู้สร้างสรรค์สามารถค้นพบความหมายใหม่จากรูปทรงที่ไม่ถูกจำกัดด้วยกฎเกณฑ์ทางเรขาคณิต รูปทรงอิสระจึงกลายเป็นเครื่องมือที่สะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก และตัวตนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมสามารถตีความได้อย่างหลากหลายตามมุมมองของแต่ละบุคคลดังนั้น “รูปทรงของฉัน” ไม่เพียงเป็นโครงงานที่เน้นความงามทางศิลปะ แต่ยังช่วยเสริมสร้างการคิดอย่างอิสระ การรู้จักตนเอง และกระบวนการสร้างสรรค์ที่มีความหมายมากขึ้นในเชิงจิตวิญญาณและพัฒนาการทางศิลปะ2. แนวคิด /ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง1. แนวคิดเรื่องรูปทรงอิสระ (Free Form / Organic Form)รูปทรงอิสระคือรูปทรงที่ไม่ได้ยึดตามรูปเรขาคณิต แต่เกิดจากธรรมชาติ อารมณ์ หรือจินตนาการของผู้สร้างสรรค์ รูปร่างลื่นไหล ไม่สมมาตร และไม่ถูกจำกัดด้วยกฎเกณฑ์ใด ๆ แนวคิดนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของผลงาน “รูปทรงของฉัน” ที่มุ่งให้ผู้สร้างสรรค์แสดงตัวตนผ่านรูปทรงที่เป็นอิสระจากแบบแผน2. ทฤษฎีศิลปะการแสดงออก (Expressionism)ศิลปะแบบแสดงออกเชื่อว่า “อารมณ์ภายใน” คือแกนสำคัญของการสร้างงาน ผู้สร้างสามารถใช้สี เส้น รูปทรง และลีลาการวาดในการสื่ออารมณ์ ความรู้สึก หรือประสบการณ์ส่วนตัวผลงาน “รูปทรงของฉัน” สอดคล้องกับแนวคิดนี้ เพราะใช้รูปทรงอิสระเป็นสื่อสะท้อนอารมณ์และตัวตนของผู้สร้างสรรค์3. ทฤษฎีทางสุนทรียศาสตร์ (Aesthetics Theory)ทฤษฎีสุนทรียศาสตร์อธิบายความงามที่เกิดจากการรับรู้และการตีความของแต่ละบุคคล ไม่จำเป็นต้องมี “กฎเกณฑ์ความงาม” ที่ตายตัว งานศิลปะจึงเปิดโอกาสให้ผู้ชมแต่ละคนเข้าใจความหมายแตกต่างกันแนวคิดนี้รองรับความตั้งใจของโครงงานที่ให้ผู้ชมตีความรูปทรงอิสระในมุมที่หลากหลาย
334. Gestalt Theory (ทฤษฎีเกสตัลท์)ทฤษฎีเกสตัลท์อธิบายว่ามนุษย์รับรู้ภาพรวมก่อนรายละเอียด เช่น รูปทรง ลักษณะ เส้น และพื้นที่ว่าง งาน “รูปทรงของฉัน” อาศัยแนวคิดนี้เพื่อทำให้ผู้ชมมองเห็นความเชื่อมโยงของรูปทรงอิสระและตีความความหมายรวมตามประสบการณ์แต่ละคน5. ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking Theory)ทฤษฎีนี้เน้นความสามารถในการคิดนอกกรอบ การสร้างสิ่งใหม่ และการแสดงออกที่เป็นอิสระ งานศิลปะที่ใช้รูปทรงอิสระช่วยให้ผู้สร้างสามารถฝึกทักษะการคิดสร้างสรรค์ และเปิดพื้นที่ให้เกิดการทดลองรูปแบบต่าง ๆ โดยไม่ถูกจำกัด6. แนวคิดเชิงจิตวิทยาศิลปะ (Art Psychology)ศิลปะสามารถสะท้อนอารมณ์ ความทรงจำ ความเครียด หรือจิตใจของผู้สร้างได้ การสร้างรูปทรงลื่นไหลและตามอารมณ์ช่วยให้ผู้สร้างสรรค์ได้สำรวจตัวเอง และรู้จักตัวตนผ่านการสร้างงาน3. กระบวนการในการสร้างสรรค์การสำรวจและค้นหาแรงบันดาลใจ เริ่มต้นจากการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับรูปทรงอิสระ ความเคลื่อนไหวของเส้น และการสื่ออารมณ์ผ่านรูปทรง พร้อมทั้งสำรวจตัวตน ความรู้สึก และประสบการณ์ส่วนตัว เพื่อนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานการร่างแบบ (Sketch) ใช้การขีดเส้นอย่างอิสระเพื่อค้นหารูปทรงที่สะท้อนอารมณ์และความคิดในขณะนั้น ทดลองรูปทรงหลายรูปแบบโดยไม่ยึดติดความถูกต้องหรือความสมบูรณ์แบบ เพื่อเปิดโอกาสให้รูปทรงเกิดขึ้นอย่างธรรมชาติการเลือกองค์ประกอบศิลป์ พิจารณาองค์ประกอบสำคัญ เช่น เส้น (Line) – การเคลื่อนไหว อารมณ์ ความเร็ว สี (Color) – ความหมาย ความรู้สึก การเน้นจุดเด่น รูปทรง/รูปร่าง (Form/Shape) – ลักษณะอิสระหรืออินทรีย์พื้นที่ว่าง (Space) – ช่องไฟ การหายใจของภาพ เพื่อให้สื่อสารตัวตนได้ชัดเจนที่สุดการสร้างสรรค์รูปทรงอิสระลงมือปั้นด้วยการปล่อยอารมณ์และท่าทางตามธรรมชาติ ใช้ความลื่นไหลของเส้น จังหวะมือ และแรงกดที่แตกต่างกัน เพื่อสร้างรูปทรงที่เชื่อมโยงกับตัวตนภายใน โดยให้งานเติบโตอย่างอิสระโดยไม่จับยึดกฎเกณฑ์ของรูปเรขาคณิตการเติมสีและจัดองค์ประกอบ เลือกสีที่สะท้อนอารมณ์หรือความหมายที่ต้องการสื่อ ปรับความเข้มอ่อน การไล่น้ำหนัก หรือความโปร่งใส เพื่อสร้างมิติและความลึก พร้อมจัดวางรูปทรงให้สัมพันธ์กันอย่างกลมกลืนการประเมินและปรับแก้ผลงาน ทบทวนผลงานโดยพิจารณาความเชื่อมโยงระหว่างรูปทรง สี และอารมณ์ หากจำเป็นปรับองค์ประกอบเพื่อให้สื่อความหมายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่นเพื่อนำมาพัฒนางาน
34การนำเสนอและตีความผลงาน จัดเตรียมผลงานเพื่อการนำเสนอ พร้อมคำอธิบายแนวคิด ตัวตนที่สะท้อนผ่านรูปทรงอิสระ และกระบวนการที่ใช้ในการสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ตีความความหมายตามประสบการณ์ส่วนบุคคลภาพที่ 1 ภาพผลงานของศิลปิน ใช้เทคนิคเครื่องเคลือบดินเผา (เทคนิคเผารากุ)ที่มา: ผู้สร้างสรรค์4. การวิเคราะห์ผลงานผลงานใช้รูปทรงอิสระเป็นหลัก ซึ่งไม่มีขอบเขตตายตัวหรือความสมมาตร เส้นที่ลื่นไหลและการเคลื่อนไหวของรูปทรงทำให้ภาพมีความเป็นธรรมชาติและสะท้อนอารมณ์ของผู้สร้างสรรค์ได้อย่างเด่นชัด พื้นที่ว่างถูกจัดวางให้ช่วยส่งเสริมรูปทรงแต่ละส่วนให้โดดเด่นและไม่รบกวนกัน เส้นที่ใช้มีลักษณะหลากหลาย ทั้งเส้นโค้ง เส้นแตกสาขา และเส้นที่มีจังหวะไม่สม่ำเสมอ สร้างความรู้สึกเป็นอิสระและเคลื่อนไหว เส้นเหล่านี้เป็นการถ่ายทอดอารมณ์โดยตรงจากมือของผู้วาด ซึ่งสะท้อนตัวตนและสภาวะทางอารมณ์ขณะสร้างงาน
35การใช้สีมีบทบาทสำคัญในการสื่ออารมณ์ โดยสีที่เลือกอาจสะท้อนอารมณ์ เช่น ความสงบ ความสดใส ความสับสน หรือความลึกลับ ระดับความเข้มและความอ่อนของสีช่วยสร้างมิติ ความลึก และการเน้นส่วนสำคัญของรูปทรงอิสระ ทำให้ความหมายภายในงานเด่นชัดขึ้นด้านองค์ประกอบศิลป์ (Composition) องค์ประกอบของผลงานแสดงถึงการจัดวางที่สมดุลในแบบไม่สมมาตร (Asymmetrical Balance) รูปทรงอิสระถูกวางอย่างสัมพันธ์กันอย่างตั้งใจ แม้จะดูเป็นธรรมชาติ แต่ก็มีจุดนำสายตาและจุดเน้นที่ชัดเจน รวมถึงพื้นที่ว่างที่ถูกใช้เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกถึงความเบาและความอิสระผลงานสะท้อนตัวตน ความคิด หรืออารมณ์ที่อยู่ภายในของผู้สร้างสรรค์ รูปทรงอิสระทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของความคิดที่ไม่ถูกจำกัดและความรู้สึกที่ต้องการปลดปล่อย ความลื่นไหลของรูปทรงและสีเป็นเสมือนเส้นทางของอารมณ์ที่เคลื่อนไหวภายในใจ การใช้ความไม่สมบูรณ์แบบและการปล่อยอารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้ผลงานนี้สื่อถึงความเป็นตัวเองในรูปแบบที่ชัดเจนที่สุดผลงาน “รูปทรงของฉัน” มีคุณค่าในด้านการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และการรู้จักตัวเอง ผู้สร้างสรรค์ได้เรียนรู้กระบวนการปล่อยอารมณ์และเปิดรับความเป็นธรรมชาติของเส้นและรูปทรง ผลงานจึงไม่เพียงเป็นภาพศิลปะ แต่เป็นเครื่องมือในการเข้าใจความรู้สึกและตัวตนอย่างลึกซึ้ง5. สรุปผลงาน “รูปทรงของฉัน” เป็นการสร้างสรรค์รูปทรงอิสระที่เกิดจากการปล่อยอารมณ์ ความคิด และประสบการณ์ส่วนตัวให้ถ่ายทอดผ่านเส้น สี และการจัดองค์ประกอบศิลป์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยกฎเกณฑ์ของรูปทรงเรขาคณิต ผลงานสะท้อนถึงตัวตนภายในของผู้สร้างสรรค์ที่กำลังสำรวจความรู้สึกและความหมายในแบบเฉพาะของตนเองการใช้รูปทรงอิสระทำให้ผู้สร้างสามารถแสดงความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมตีความผลงานได้อย่างหลากหลายตามประสบการณ์ของแต่ละบุคคล ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่เพียงภาพศิลปะ แต่เป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงตัวตน อารมณ์ และความงามทางความคิดอย่างอิสระผลงานนี้แสดงให้เห็นว่ารูปทรงอิสระสามารถเป็นเครื่องมือในการค้นพบตัวเอง และเป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนรู้ศิลปะที่เน้นอิสระทางความงามและความคิดได้อย่างมีความหมายเอกสารอ้างอิงกุลนิดา เหลือบเจริญ. (2553). องค์ประกอบศิลป์. ปทุมธานี : สกายบุ๊กส์จิระพัฒน์ พิตรปรีชา. (2545). โลกศิลปะศตวรรษที่ 20. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณชลูด นิ่มเสมอ. (2553). องค์ประกอบของศิลปะ. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : อมรินทร์สุชาติ เถาทอง. (2553). การวิจัยสร้างสรรค์ทัศนศิลป์. ชลบุรี : คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
36สมดุล 50/100Half • Hundredจตุรพร เทวกุล, Chaturaporn Devakulaคณะศิลปวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, Faculty of Fine Arts, Bunditpatanasilpa Institute of Fine Arts.กรุงเทพฯ, ประเทศไทย. Bangkok, Thailand.E-mail: [email protected]บทคัดย่อการสร้างสรรค์ผลงานชุด สมดุล 50/100 (Half • Hundred) มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงความคิด ความรู้สึกที่มีต่อเรื่อง ครึ่งชีวิต ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะกระบวนการสร้างสรรค์เริ่มจากการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับข้อมูลจากประสบการส่วนตัว นำมาวิเคราะห์ ตีความ และสรุปเป็นแนวทางในการทดลองการสร้างสรรค์ โดยการแปรค่าเนื้อหาออกมา เป็นรูปร่าง รูปทรงทางทัศนศิลป์ เลือกใช้รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสแทนค่าจำนวนเต็มที่เป็นจุดเริ่มต้น ใช้กระดาษเป็นวัสดุในการทดลองแบ่งครึ่งพื้นที่ ในหลายลำดับขั้น โดยใช้รูปแบบต่างๆ การทดลองสร้างสรรค์เป็นการตั้งคำ ถามปลายเปิด ใช้วิธีการทดลองกับวัสดุเป็นการแสวงหาคำตอบ ระหว่างการทำงานได้เกิดการโต้ตอบกับควา มรู้สึกท้ายที่สุดจึงเกิดการพิจารณาความคิด ความรู้สึกภายใน สรุปเป็นแนวทางในการสร้างผลงาน สู่ขั้นตอนการร่างแบบ 2 มิติ 3 มิติ พัฒนาแบบ และสร้างผลงานจริงผลของการสร้างสรรค์ผลงาน คือได้บันทึกบทสรุปของความคิด ความรู้สึก และมุมมองที่มีต่อเรื่องนี้เป็นผลงานศิลปะ และนอกจากนี้ ยังได้แนวทางในการพัฒนาผลงาน และทัศนคติในการใช้ชีวิตต่อไปคำสำคัญ:สมดุล, ครึ่ง, เท่ากัน, พับAbstractThe art project \"Half • Hundred\" aims to express thoughts and emotions regarding the concept of a \"half-life.\" through artistic creation.The creative process began with researching relevant data and drawing from personal experiences. This information was analyzed, interpreted, and synthesized into a creative framework. The content was then translated into visual forms and shapes, using a square to represent the \"whole\" or the starting point. Paper was utilized as the primary medium to experiment with dividing space into halves through various stages and methods. This creative experimentation serves as an open-ended inquiry, using material manipulation as a way to seek answers. Throughout the process, a dialogue emerged between the work and the artist’s
37internal feelings. Ultimately, these reflections were distilled into a final direction, leading to 2D and 3D sketching, design development, and the execution of the final pieces.The results of this project serve as a recorded synthesis of thoughts, feelings, and perspectives on this theme through art. Furthermore, the process has provided a clear path for future artistic development and a refined attitude toward navigating life.Keywords: balance, half, equal, fold 1. ความสำคัญหรือความเป็นมาของปัญหาการสร้างผลงานในชุดนี้ มีที่มาของแรงบันดาลใจจากวาระที่มีอายุข้ามผ่านวัยครึ่งชีวิต มาเป็นโจทย์ตั้งต้นในการสร้างสรรค์ โดยเปิดกว้างทางความคิด ค้นคว้านำสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงกับ ครึ่งชีวิต ในแง่มุมต่างๆ สู่การทดลองทางความคิด และวิเคราะห์สรุปเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์การตีความแนวคิด ตีความโจทย์เพื่อหาความเป็นไปได้ในทิศทางที่หลากหลาย โดยไม่ตีกรอบ หรือกำหนดคำตอบไว้ล่วงหน้า และเปิดให้มีการนำแนวคิดที่มีความสัมพันธ์การตีความค้นหาความหมาย ทั้งในหลักการของ ครึ่งชีวิต ที่หมายถึงระยะเวลาที่สารหนึ่งจะสลายตัวลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง การลดลงครึ่งหนึ่งเหมือนการถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ซึ่งสามารถแบ่งในเชิงปริมาณ หรือแบ่งในเชิงพื้นที่ และสามารถใช้การคำนวณเป็นตัวเลขได้การเปรียบเทียบ ครึ่งชีวิต กับตัวเลข 50 และจำนวนเต็มเป็น 100 รวมถึงประสบการณ์ส่วนตัว ที่เกี่ยวกับการแบ่งรูปทรงทางทัศนศิลป์ การแบ่งเซลล์ของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ การลดลงทีละครึ่ง หรือ เพิ่มขึ้นครั้งละเท่าตัว การคำนวณตัวเลขเศษส่วน การกลับค่าเศษส่วนเป็นจำนวนเต็ม ทั้งหมดที่กล่า วมา เกิดจากการตีความที่เริ่มจากโจทย์ เชื่อมโยงกับประสบการณ์ส่วนตัว กลั่นกรองออกมาเป็นแนวทางในการพัฒนาความคิดคิดในการสร้างงาน2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องครึ่งชีวิต คือ ระยะเวลาที่ปริมาณของสิ่งใดสิ่งหนึ่งลดลงเหลือครึ่งหนึ่งของปริมาณเริ่มต้น คำนี้มักใช้ในบริบทของการสลายตัวของกัมมันตรังสี ยกตัวอย่างเช่น สารชนิดหนึ่งมีครึ่งชีวิต 10 วัน เริ่มต้นมีอยู่ 100 กรัม• วันที่ 10 (รอบที่ 1): จาก 100 กรัม จะเหลือ 50 กรัม• วันที่ 20 (รอบที่ 2): จาก 50 กรัม จะเหลือ 25 กรัม (นับ 50 กรัมเป็นจำนวนตั้งต้นของรอบที่ 2)• วันที่ 30 (รอบที่ 3): จาก 25 กรัม จะเหลือ 12.5 กรัม (นับ 25 กรัมเป็นจำนวนตั้งต้นของรอบที่ 3)การประยุกต์ใช้ในเชิงวิชาการ เช่น ในทางการแพทย์ หลักการของ ครึ่งชีวิต หมายถึงเวลาที่ความเข้มข้นของยาในพลาสมาลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง ใช้กำหนดโดสการให้ยา เพื่อให้รู้ว่ายาจะหมดไปจา กร่า งกายเมื่อไหร่ และควรให้ยารอบถัดไป รวมถึงคำนวณปริมาณยาเพื่อให้สารสลายตัวหมดจากร่างกายผู้ป่วยในเวลาที่ไม่เป็นอันตราย ในทางโบราณคดีใช้ครึ่งชีวิตของ คาร์บอน-14 คำนวณหาอายุซากฟอสซิลหรือโบราณวัตถุ ในด้านสิ่งแวดล้อม ใช้ประเมินระยะเวลาความปลอดภัยของสารพิษตกค้างในธรรมชาติ สำหรับจัดการขยะ
38นิวเคลียร์ ทางด้านธุรกิจ ใช้คำนวณอายุของข้อมูล ใช้วิเคราะห์ข้อมูลสื่อประชาสัมพันธ์ที่สื่อออกไป จะเสื่อมความนิยมลงเมื่อไหร่แม้หลักการของ ครึ่งชีวิต จะมีความหมายไปในทางที่เกี่ยวกับการลดลง แต่หลายวงการได้นำหลักการนี้ไปใช้คาดการณ์ที่เกิดสิ่งที่จะเกิดขึ้น และนำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์3. กระบวนการในการสร้างสรรค์จากหลักการของ ครึ่งชีวิต ที่เริ่มต้นจากจำนวนเต็ม 100 ลดลงครั้งละ 50 (ลำดับแรก) จากนั้น นับจาก 50 เป็นจำนวนเต็ม แล้วลดลงเหลือ 25 (ลำดับที่ 2) ถัดมา นับ 25 เป็นจำนวนเต็ม แล้วลดลงเหลือ 12.5 (ลำดับที่ 3) และถัดมา นับ 12.5 เป็นจำนวนเต็ม แล้วลดลงเหลือ 6.25 (ลำดับที่ 4)นำหลักการดังกล่าวมาแปรค่าเป็นการแบ่งพื้นที่ของระนาบที่มีลักษณะ กว้าง x ยาว โดยใช้กระดาษเป็นวัสดุในการทดลอง เริ่มจากการใช้กระดาษ กว้าง 10 เซนติเมตร และยาว 10 เซนติเมตร คิดเป็นพื้นที่เท่ากับ 100 ตารางเซนติเมตร เป็นตัวเริ่มต้น และใช้เทคนิคการพับในการแบ่งพื้นที่ โดยพับให้ด้านชนด้าน มุมจรดมุม พับและกรีดกระดาษจนเกิดเส้นกึ่งกลางที่กำหนดขอบเขตการแบ่งครึ่งพื้นที่อย่างชัดเจน การทดลองพับแบ่งพื้นที่ของระนาบมี 3 รูปแบบดังนี้รูปแบบที่ 1 การพับกระดาษในแนวตั้งเพียงแนวเดียวภาพที่ 1 การพับกระดาษในแนวตั้งเพียงแนวเดียวที่มา: ผู้สร้างสรรค์รูปแบบที่ 2 การพับกระดาษในแนวตั้งสลับกับแนวนอนภาพที่ 2 การพับกระดาษในแนวตั้งสลับกับแนวนอนที่มา: ผู้สร้างสรรค์
39รูปแบบที่ 3 การพับกระดาษในแนวทแยงมุมภาพที่ 3 การพับกระดาษในแนวทแยงมุมที่มา: ผู้สร้างสรรค์สรุปการทดลองแบ่งพื้นที่โดยการพับกระดาษ 3 รูปแบบ พบว่าได้รูปร่าง และขนาดที่แตกต่างกัน ดังนี้ แบบที่ 1 ได้รูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความยาวเท่ากันทุกรูป แต่มีความกว้างที่ลดลงทีละครึ่งแบบที่ 2 ได้รูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้า สลับกับรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีขนาดลดลงตามลำดับแบบที่ 3 ได้รูปสามเหลี่ยมมุมฉากที่มีขนาดลดลงตามลำดับภาพที่ 4 การเปรียบเทียบการพับในแบบต่าง ๆเมื่อได้ผลการทดลองแนวคิดแล้ว จึงนำมาตรวจสอบย้อนกลับว่า การการแบ่งครึ่งพื้นที่ใน 3 รูปแบบนี้ รูปร่างที่ได้ในลำดับขั้นเดียวกัน ควรจะมีพื้นที่เท่ากัน โดยได้สังเกตเห็นความเชื่อมโยงของรูปร่างที่เกิดขึ้นระหว่างทดลองพับทั้ง 3 รูปแบบ จึงใช้วิธีการตรวจสอบโดยการนำรูปร่างในระดับขั้นเดียวกัน มาพับ ตัด และวางทับซ้อนกัน พบว่าวางทับกันได้พอดี สรุปได้ว่ารูปร่างที่แบ่งพื้นที่ในแต่ละขั้นของ 3 รูปแบบนี้ จะได้พื้นที่เท่ากัน แม้จะมีรูปร่างที่แตกต่างกัน หรือจากโจทย์เดียวกันมีวิธีทำการทำได้หลายวิธีและการแบ่งทีละครึ่งนี้ ยังทำให้เกิดสัดส่วน คือ 1, 1/2, 1/4, 1/8, 1/16 ซึ่งรูปร่างรูปทรงที่ได้นั้น สามารถต่อเข้ากันได้พอดี จึงสามารถสร้างรูปทรงได้หลากหลาย
40ภาพที่ 5 การทดสอบพื้นที่โดยการ พับ ตัด และวางซ้อนกันที่มา: ผู้สร้างสรรค์นำผลการทดลองแนวคิดมาวิเคราะห์ และพัฒนาสู่การร่างแบบ โดยนำระนาบขนาดต่างๆ มาประกอบกันเป็นรูปทรง มีบางส่วนที่ยังคงมีเค้าโครงความเป็นระนาบไว้ มีความเชื่อมโยงกันระหว่าง 2 มิติ 3 มิติ และพื้นที่ว่าง เมื่อได้รูปแบบที่เหมาะสมแล้วจึงนำมาสร้างเป็นผลงานประติมากรรมขนาดเล็กภาพที่ 6 Half • Hundredที่มา: ผู้สร้างสรรค์4. การวิเคราะห์ผลงานการสร้างสรรค์ผลงานในขั้นแรก คือการเลือกสิ่งที่สนใจ หรือรู้สึกในช่วงเวลานั้น ผ่านการตีความในระดับหนึ่ง จึงกำหนดคำสำคัญ ในผลงานนี้คือ ครึ่งชีวิต และนำไปศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม นำมาวิเคราะห์ เชื่อมโยงกับความรู้ ประสบการณ์ ความรู้สึกการแปรค่า ครึ่งชีวิต ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้สูตรการคำนวณ ออกมาเป็นรูปแบบทางทัศนศิลป์ โดยใช้รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้าง 10 เซนติเมตร x ยาว 10 เซนติเมตร ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ 100 ตารางเซนติเมตร แทนค่า 100 ที่เป็นจำนวนตั้งต้นการทดลองแนวคิด ใช้กระดาษเป็นวัสดุหลัก และใช้เทคนิคการพับ เน้นให้ด้านชนด้าน มุมชนมุม ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำให้เห็นได้ทันทีว่า เป็นการแบ่งทั้ง 2 ส่วนที่เท่ากัน อีกทั้งระหว่างขั้นตอนในการพับ เกิดการจับ
41มุมกระดาษด้านหนึ่งให้มาชนกับด้านตรงข้าม กรีดกระดาษให้เกิดเป็นเส้น เมื่อจับคลี่ออก จะมองเห็นการประกอบกันของ 2 ระนาบ เป็นรูปทรงในองศาต่างๆ และเมื่อทำในหลายรูป หลายขั้นตอน จึงทำให้มีแนวทางในการนำระนาบต่างๆ เหล่านี้มาประกอบกันเป็นรูปทรงองค์ประกอบของผลงาน จะเป็นรูปทรงโครงสร้างที่เกิดจากการนำระนาบสี่เหลี่ยมจั ตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า และสามเหลี่ยมมุมฉาก ขนาดต่างๆ มาประกอบกันเป็นรูปทรงเปิด และเรียงต่อกันเป็นกลุ่ม โดยมีระดับสูง กลาง ต่ำ กลุ่มรูปทรงหลักวางอยู่บนแผ่นระนาบสี่เหลี่ยมที่ทอดตัวไปทางซ้าย และทั้งหมดจะวางตัวอยู่เหนือพื้นที่ที่ถูกเจาะลงไปเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เป็นนัยยะที่แสดงถึงรูปทรงที่หมดในผลงาน ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่อยู่ด้านล่างสุด โดยรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่อยู่ด้านล่างสุดนี้ เป็น porcelain คือเครื่องเคลือบดินเผาชนิดที่มีสีขาว มีลักษณะพื้นผิวมันวาวเล็กน้อย เพื่อให้มีความแตกต่างจากพื้นผิวส่วนใหญ่ในผลงาน แต่วางไว้ในชั้นล่างสุดเพื่อไม่ให้ดึงดูดความสนใจมากจนเกินไป กลุ่มรูปทรงส่วนใหญ่ในผลงานที่มีลักษณะเป็นรูปทรงเปิด รวมถึงที่ว่างภายใน และโดยรอบองค์ประกอบทั้งหมด ให้ความรู้สึกถึงการเปิดรับการเปลี่ยนแปลง สามารถขยายต่อเติมออกไปได้5. สรุปการสร้างผลงานครั้งนี้ เป็นการตั้งโจทย์คำถามปลายเปิดเกี่ยวกับ ครึ่งชีวิต โดยใช้กระบวนการสร้างสรรค์ เป็นเครื่องมือในการค้นหาคำตอบ ใช้วิธีการแบ่งครึ่ง หรือ 50/100 เป็นเครื่องมือในการทดลองแนวคิด ในระหว่างกระบวนการสร้างสรรค์ให้ความสำคัญกับการโต้ตอบกับความคิด ความรู้สึก บทสรุปคือการได้ทบทวน พิจารณาตน นำไปสู่การสร้างทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องของการเปิดกว้างทางความคิด เปิดรับความเป็นไปได้ใหม่ๆ ไม่ยึดติดกับความเชื่อเดิม การปล่อยวาง และท้ายที่สุด เป็นแนวทางในกา รเลือกใช้ชีวิตที่สามารถปรับสภาพจิตให้สมดุลเอกสารอ้างอิงไซมอน, ยารา. (14 กุมภาพันธ์ 2567). สูตรครึ่งชีวิต: ส่วนประกอบและการประยุกต์ใช้. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 30 กันยายน 2568 จาก https://science.howstuffworks.com/half-life-formula.htmlวูล์ฟ, ซูซาน (2565). ความหมายของชีวิต (รื่นศิริ, ธีรภัทร, แปล). กรุงเทพฯ: อิลลูมิเนชันส์ เอดิชันส์.โอกูมูระ, คากิ. (2025). วะ ศิลปะแห่งการรักษาสมดุลชีวิต (มนัสวีศักดิษฐานนท์, แปล). กรุงเทพฯ:เซนจ์พลัส.