1421. ความสำคัญหรือความเป็นมาของปัญหาสภาพพื้นสนามเต็มไปด้วยดงหญ้าที่ดูแห้งแล้งและรกไม่เป็นระเบียบ เป็นปัญหาทำให้ทัศนียภาพดูไม่น่ามอง ปราศจากความร่มรื่นและบรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย ซึ่งจะได้รับการดูแลและออกแบบอย่างเหมาะสมโดยการรวบรวมคัดสรรธรรมชาติมาประกอบด้วยกันอย่างกลมกลืน การออกแบบพื้นที่ให้สวยงามช่วยแก้ปัญหาการจัดแต่งให้ดูดี เป็นการสร้างความรู้สึกดีให้ผู้คนที่ได้สัมผัสใหม่ให้กับสิ่งรอบตัวอย่างมีคุณค่าน่ามอง สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อม การมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายทั้งด้านบุคลากรและสถานที่สำหรับการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในบริบทขององค์กรนั้น ๆ2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องการสร้างสรรค์ต้องการสื่อสารแนวคิดเชิงศิลปะกับสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงสนามหญ้าที่รก ทรุดโทรมให้มีบรรยากาศสดใส มีชีวิตชีวา ทำให้ทัศนียภาพดูน่ามอง ร่มรื่นและสร้างบรรยากาศแห่งความผ่อนคลาย โดยการนำภาพผลงานการออกแบบจัดลานสวนจากสถานที่อื่นๆ ที่มีการประกอบจัดวางอย่างสวยงามมาประกอบเป็นแรงบันดาลใจ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ที่เด่นชัด การเปรียบเทียบและประยุกต์ใช้แนวทางเหล่านั้นกับพื้นที่จริง จะช่วยเปิดมุมมองใหม่สำหรับกับการออกแบบ ทำให้เราสามารถสร้างเอกลักษณ์เฉพา ะของพื้นที่นั้นได้อย่างลงตัว ผสมผสานระหว่างความคิดสร้างสรรค์กับความเป็นจริงในบริบทของสถานที่ ตามจินตนาการ บวกกับประสปการณ์ที่ผู้สร้างสรรค์พบเห็นตัวอย่างจากแหล่งเรียนรู้ที่เป็นต้นแบบอย่างมีประสิทธิภาพกรอบแนวคิดในการสร้างสรรค์ แสดงออกเนื้อหาเชิงรูปธรรมที่ถูกออกแบบโดยใช้จินตนากา รของผู้สร้างสรรค์จัดระยะของภาพด้วยน้ำหนักของสี แสงและเงา รูปทรง พื้นผิว พื้นที่ว่าง รวมถึงจังหวะการจัดวางของเนื้อหา นำเสนอเชื่อมโยงแนวคิดการออกแบบภาพภูมิทัศน์ด้วยการแสดงออกในรูปแบบจิตรกรรมแนวทางอิมเพรสชั่นนิสม์ โดยสรรค์สร้างขึ้นมาใหม่จากจินตนาการ ผสมผสานการหยิบยืมภาพผลงานจากประสปการณ์ที่ได้พบตัวอย่างจากสถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจ นำมาประกอบโดยใช้เครื่องมือสำหรับการออกแบบด้วยระบบดิจิทัลมาเป็นต้นแบบแนวคิด เพื่อสะดวกต่อขั้นตอนการประกอบวิธีคิด การปรับปรุงแก้ไขให้ได้อย่างมีระบบแนวคิดศิลปะแอพโพรพริเอชั่น (appropriation) อันเป็นส่วนหนึ่งของผู้สร้างสรรค์ที่ได้นำแนวทางมาประกอบเป็นผลงาน คือ ศิลปะลักษณะหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 ประมาณ ปี พ.ศ. 2523 ซึ่ง การส่งต่ออิทธิพลทางศิลปะที่ศิลปินส่งถึงกัน มีความหมายถึงการครอบครองบางสิ่งทางศิลปะของคนอื่นที่ถูกหยิบยืมมา เป็นความเคลื่อนไหวทางประวัติศาสตร์ศิลป์ประเภทหนึ่งของยุคโพสต์โมเดิร์น (Postmodern) ศิลปะแอพโพรพริเอชั่น จึงกลายเป็นลักษณะหลักอย่างหนึ่งของยุคสมัยนี้ ศิลปินหลายคนคัดเลือกรูปต่า ง ๆ จากประวัติศาสตร์ศิลปะ โฆษณา ทีวี และสื่ออื่น ๆ นามาเป็นส่วนประกอบหลักในผลงาน ศิลปินหลายคนลอกโดยตรง ยกมาโดยไม่มีการปรับเปลี่ยน ซึ่งบางคนอาจนามาเชื่อมกับภาพอื่นแล้วมีระบบการจัดการต่อแนวทางความคิดและวิธีส่วนบุคคล รสลิน กาสต์ อธิบายถึง ศิลปะแอพโพรพริเอชั่น ดังนี้คือ การนำภาพสำคัญที่รู้จักใน
143วงการศิลปะโลก มาใช้มักเป็นการนำมาต่อยอดทางความคิดใหม่ โดยมีทั้งผูกโยงกับความคิดเดิมและไม่โยงกับความคิดเดิม มีความกล้าในการเทียบเคียงกับต้นแบบซึ่งศิลปินรุ่นหลังมักจะอ้างถึงการหยิบยืมมาจัดการสร้างใหม่เป็นผลงานของตัวเอง เป็นการแสดงความคารวะต่อศิลปินผู้สร้างงานต้นแบบ ผลงานลักษณะนี้เรียกกันว่า ศิลปะแอพโพรพริเอชั่น (รสลิน กาสต์ , 2558 หน้า 402 – 403)จิตรกรรมอิมเพรสชั่นนิสม์ เริ่มต้นขึ้นจากกลุ่มศิลปินในปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้รับอิทธิพลจากวิวัฒนาการทางสังคมในยุคนั้นที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงทั้งทางด้านสังคม การเมือง (การปฏิวัติฝรั่งเศส) ศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้นพบทฤษฎีแสงสีทางวิทยาศาสตร์ และการประดิษฐ์สีสังเคราะห์อันสดใส และหลอดตะกั่วบรรจุสี เป็นเหตุจูงใจให้ศิลปินเหล่านั้นมุ่งเน้นในการนำเสนอชีวิตในยุคสมัยใหม่ รวมถึงการวาดภาพด้วยการใช้ทฤษฎีแสงสีในบรรยากาศเพื่อบันทึกความประทับใจในธรรมชา ติและวิถีชีวิตคนทั่วไปผ่านการสังเกตอย่างตรงไปตรงมา พวกเขามักวาดภาพทิวทัศน์ ผู้คนธรรมดาทั่ว ๆ ไป แทนที่จะเป็นภาพเกี่ยวกับศาสนา ตำนานเทพนิยายปรัมปรา หรือภาพของกษัตริย์ ขุนนาง หรือชนชั้นสูงเหมือนศิลปินยุคก่อนหน้า ซึ่งในสมัยนั้นถือเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดและไม่เป็นที่ยอมรับในแวดวงศิลปะ ศิลปินวาดภาพด้วยการใช้ฝีแปรงอย่างหยาบ ๆ ด้วยความรวดเร็ว จนทิ้งรอยฝีแปรงไว้บนภาพ เพื่อจับห้วงเวลาชั่วขณะที่อยู่ตรงหน้าซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวินาทีโดยไม่เน้นความเหมือนจริง แต่เป็นการบันทึกอารมณ์ความรู้สึกและความประทับใจที่มีต่อสภาพแวดล้อมรอบตัวในตอนนั้นมากกว่า จนนำมาสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่า งรุนแรงและกระแสเคลื่อนไหวอิมเพรสชั่นนิสม์นี่และ ที่มีส่วนอย่างยิ่งในการผลักดันให้วงการศิลปะของโลกเดินทา งมาถึงจุดหักเหสำคัญที่ทำให้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เรียกว่า ศิลปะสมัยใหม่ (Modern Art) ในที่สุด ศิลปินเด่น ๆ ในกลุ่มอิมเพรสชั่นนิสม์ได้แก่ โฆล้ด โมเน่ต์, เอดูอาร์ มาเนต์ (Edouard Manet), คามิลล์ ปิซาร์โร (Camille Pissarro), เอ็ดการ์ เดอกาส์ (Edgar Degas), และปีแยร์-โอกุสต์ เรอนัวร์ เป็นต้น (xspace.gallery, 2568)ภาพที่ 1 ภาพผลงาน Bridge Over a Pond of Water Lilies ของ โฆล้ด โมเน่ต์ที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki/Claude_Monet_1899.jpgจิตรกรรมโพสต์อิมเพรสชั่นนิสม์ (post-impressionism) หรือลัทธิประทับใจยุคหลัง เป็นคำที่คิดขึ้นในปี ค.ศ. 1910 โดยรอเจอร์ ฟราย (Roger Fry) ศิลปินและนักวิจารณ์ศิลปะชาวอังกฤษ เพื่อบรรยายศิลปะที่วิวัฒนาการขึ้นในฝรั่งเศสหลังสมัยเอดัวร์ มาแน จิตรกรลัทธิประทับใจยุคหลังยังคงสร้างงานศิลปะลัทธิ
144ประทับใจ แต่ไม่ยอมรับความจำกัดของศิลปะลัทธิประทับใจ จิตรกรสมัยหลังจะเลือกใช้สีจัด เขียนสีหนา ฝีแปรงที่เด่นชัดและวาดภาพจากของจริง และมักจะเน้นรูปทรงเชิงเรขาคณิตเพื่อจะบิดเบือนจากการแสดงออก นอกจากนั้นการใช้สีก็จะเป็นสีที่ไม่เป็นธรรมชาติและจะขึ้นอยู่กับสีที่จิตรกรนำมาใช้ และแนวความคิดของปรัชญาที่เริ่มจะสูญหายไปของขบวนการเขียนของลัทธิประทับใจ แต่จิตรกรกลุ่มนี้ก็มิได้มีความเห็นพ้องกันถึงทิศทางใหม่ที่ควรจะดำเนินต่อไปข้างหน้า เช่น ศิลปิน ฌอร์ฌ - ปีแยร์ เซอราและผู้ติดตามนิยมการเขียนโดยวิธีผสานจุดสี (pointillism) ซึ่งเป็นการเขียนที่ใช้จุดสีเล็ก ๆ ในการสร้างภาพเขียน ( th.wikipedia.org Georges_Seurat, 2568)ภาพที่ 2 ภาพผลงาน บ่ายวันอาทิตย์บนเกาะลากรันเดฌัต ของ ฌอร์ฌ ปิแอร์เซอราต์ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Georges_Seurat3. กระบวนการในการสร้างสรรค์3.1 นำเรื่องราวที่ได้วิเคราะห์จากแหล่งข้อมูลมารวบรวม ประมวลผลโดยการเน้นหรือหยิบยกประเด็นที่เด่นชัด มาถ่ายทอดในเชิงสัญลักษณ์ให้เป็นรูปธรรม โดยผลงานชิ้นนี้ ผู้สร้างสรรค์จะเน้นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการหยิบยืมภาพผลงานจากประสปการณ์ที่ได้พบตัวอย่างจากสถานที่อื่น ๆ ที่น่าสนใจ นำมาประกอบโดยใช้เครื่องมือสำหรับการออกแบบด้วยระบบดิจิทัลมาเป็นต้นแบบให้ประสานกลมกลืนกันภาพที่ 3 ภาพข้อมูลเตรียมการสร้างสรรค์(บน) ภาพแสดงสถานที่สำหรับการปรับภูมิทัศน์ (ล่าง) หยิบยืมภาพผลงานการจัดภูมิทัศน์ที่สมบูรณ์มาประกอบผลงานที่มา: จากภาพถ่ายด้วยสมาร์ทโฟนของผู้สร้างสรรค์
145ภาพที่ 4 ภาพกระบวนการสร้างสรรค์โดยการรวบรวมเนื้อหามาประกอบด้วยวิธีทางดิจิทัลที่มา: ผู้สร้างสรรค์3.2 นำข้อมูลที่คัดสรรค์มาประมวล ทำการตัดต่อ เลือกมุมมองต่าง ๆ จากกล้อง มาประกอบเป็นภาพ ให้ประสานกับจังหวะรูปทรง พื้นที่ว่างในองศ์ประกอบของภาพได้อย่างลงตัว โดยใช้เครื่องมือการตัดต่อภา พระบบดิจิทัลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อนำมาเป็นภาพต้นแบบของงานจิตรกรรม3.3 ถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานจิตรกรรม เพื่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกเหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อหาของผลงาน สร้างความเป็นเอกภาพเชิงทัศนศิลป์ในรูปแบบการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมในแนวทางเฉพาะตนภาพที่ 5 แสดงขั้นตอนการสร้างสรรค์มาเป็นผลงานจิตรกรรมที่มา: ผู้สร้างสรรค์
1464. การวิเคราะห์ผลงานภาพจิตรกรรมเทคนิคจุดสีในลักษณะคล้ายผสานจุดสี ทำให้เกิดบรรยากาศสั่นไหวของแสงและสี การวางจุดสีหลากโทน สร้างจังหวะและพื้นผิวที่ทำให้ภาพดูเคลื่อนไหว เส้นทางเดินตรงกลางทำหน้าที่เป็นเส้นนำสายตาเข้าสู่จุดสว่างด้านท้ายภาพ (Perspective) องค์ประกอบซ้าย และ ขวา สร้างความสมดุลด้วยน้ำหนักของสี ใช้ทัศนธาตุด้านสี แสง เงา รูปทรง และพื้นผิวให้สอดคล้องกันจนเกิดเอกภาพ ผลลัพธ์คือการนำสายตามุมมองให้ได้สัมผัสถึงการเชื่อมโยงระหว่างเรื่องราวในแต่ละรูปทรงที่ปรากฏขึ้น เป็นจังหวะการจัดวา งของเนื้อหา เพื่อประสานกลมกลืนจนเต็มพื้นที่ว่างของภาพ นำไปสู่การแสดงออกทางอารมณ์ของเรื่องราวภา พตามกรอบแนวคิดของผู้สร้างสรรค์เอง สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ความต้องการไปยังผลลัพธ์ต่อบทสรุปของผลงานภาพที่ 6 ภาพผลงานประกอบบทความ จิตรกรรมอิมเพรสชันนิสม์เพื่อปรับภูมิทัศน์ในยุคดิจิทัลที่มา: ผู้สร้างสรรค์5. สรุปผลงานสร้างสรรค์ชุดนี้เป็นการประยุกต์แนวทางอิมเพรสชั่นนิสม์ในรูปแบบจิตรกรรม โดยใช้จินตนาการผสานความจริงจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ถ่ายทอดเรื่องราวที่มีความเป็นรูปธรรมผ่านมิติของสี แสง เงา รูปทรง และจังหวะการจัดวางองค์ประกอบ การกำหนดพื้นที่ว่างและพื้นผิวถูกออกแบบให้สอดคล้องกลมกลืน โดยใช้ภูมิทัศน์ภายในสถานศึกษาซึ่งเป็นแรงบันดาลใจ มาบวกกับประสบการณ์ที่พบเห็น ณ สถานที่อื่น ๆ ที่มีความน่าสนใจ นำเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการออกแบบภาพต้นแบบ ก่อนนำมา
147ถ่ายทอดด้วยเทคนิคทางจิตรกรรมจนเกิดผลงานที่สะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก มาเป็นผลงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้สร้างสรรค์ในการพัฒนาแนวทางศิลปะของตนเองเอกสารอ้างอิงรสลิน กาสต์. (2559). แอ็พโพรพริเอชันอาร์ต : ศิลปะแห่งการหยิบยืม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.knmasters. Digital คืออะไร? ทำความเข้าใจเทคโนโลยีพื้นฐานที่ขับเคลื่อนโลกยุคใหม่. [ออนไลน์]. สืบค้น 25 สิงหาคม 2568, เข้าถึงได้จาก https://www.knmasters.com/digitalth.wikipedia. (9 กันยายน 2560). ภูมิทัศน์. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 30 กันยายน 2568, จากhttps://th.wikipedia.org/wiki/ภูมิทัศน์. (10 พฤศจิกายน 2568). ลัทธิประทับใจ. [ออนไลน์].สืบค้นเมื่อ19 พฤศจิกายน 2568, จากhttps://th.wikipedia.org/wiki/ลัทธิประทับใจ
148ความธรรมดาของชีวิตThe Ordinary of Lifeนิตยา สีคง, Nittaya Srikongวิทยาลัยช่างศิลปนครศรีธรรมราช, Nakhon Si Thammarat College of Fine ArtsE-mail: [email protected]บทคัดย่อผลงานการสร้างสรรค์ “ความธรรมดาของชีวิต” แสดงให้เห็นถึงความปกติของชีวิตบนโลกนี้ที่มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป โดยใช้ธรรมชาติเป็นสิ่งที่สื่อสารถึงความไม่เที่ยงของชีวิต ธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งรอบตัวที่พอจะสังเกตและมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้ง่ายที่สุด ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตหรืออายุขัยนั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา เพียงแค่เรานั้นอาจจะไม่ทันได้สังเกต อีกทั้งแม้ว่าคนเราจะพบเห็นการเกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่เป็นประจำ แต่หากสิ่งนั้นไม่ได้เกิดใกล้ตัวเรา เช่น ครอบครัว หรือคนที่เรารัก การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเป็นเรื่องไกลตัวมาก ๆ จนหลงลืมไปว่า แม้แต่ตัวเราเอง ที่กำลังดำเนินชีวิตอย่างปกติก็กำลังเสื่อมถอยอยู่ทุกขณะเช่นกัน ผู้สร้างสรรค์เห็นถึงความสำคัญในการใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท โดยใช้ธรรมชาติ ต้นไม้ ใบไม้ กิ่งไม้ เป็นตัวแทนของชีวิตที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในทุกขณะ การที่ทุกสิ่งไม่คงทนถาวรนั้นเป็นสิ่งเรื่องปกติของทุกชีวิต โดยใช้เทคนิคการเขียนสีไม้ บนพื้นดินสอพอง ขนาด 60 x 80 เซนติเมตรคำสำคัญ: ชีวิต, ธรรมชาติ, ธรรมะAbstractThe artwork, \"The Ordinary of Life,\" depicts the normalcy of life on this earth, with its birth, existence, and death. It uses nature to convey the impermanence of life. Nature is the most easily observed and visible change in the world. Changes in life, or lifespan, occur constantly, but we may not always notice them. Furthermore, while we regularly witness birth, aging, illness, and death, if they do not occur close to us, such as our family or loved ones, these changes are so distant that we forget that even we, living our normal lives, are constantly declining. The creator recognizes the importance of living mindfully and carefully, using nature—trees, leaves, and branches—to represent life, demonstrating constant change. The impermanence of all things is a normal part of all life, using colored pencil drawing techniques on chalk. Dimensions: 60 x 80 cmKeywords: Life, Nature, Dharma
1491. ความสำคัญหรือความเป็นมาของปัญหาธรรมชาติ คือความธรรมดาของชีวิต หากมองไปรอบ ๆ ตัว จะพบเห็นสิ่งมีชีวิตมากมาย ทั้งคน สัตว์ และธรรมชาติ ความหลากหลายและแตกต่างของทุกสิ่งมีมากมาย ทั้งในด้านกายภาพ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ชนิด ประเภท ส่วนในด้านจิตใจ ยิ่งมีความซับซ้อนโดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์ แต่สิ่งที่มีความเหมือนกันของสิ่งเหล่านี้คือ มีการเกิดขึ้น คงอยู่ และสูญสลายไปในที่สุด หลายครั้งที่มนุษย์หลงลืมไปว่า ตัวเองนั้นต้องหมดอายุขัยไปในสักวันหนึ่ง เพราะอายุนั้นยาวนานพอสมควร ธรรมดาที่จะมองเห็นแค่ตนเองสำคัญที่สุด มองว่าเขาไม่เหมือนเรา แตกต่างจากเรา บางครั้งก็เผลอไปตัดสิน ต่อว่า ไม่ให้เกียรติมนุษย์คนอื่น เพียงเพราะเห็นว่าเขานั้นไม่เหมือนเรา แต่สุดท้ายแล้ว พื้นฐานการเป็นมนุษย์ที่เหมือนกันก็คือ ร่างกายที่จะเสื่อมถอย และสูญสลายไปในวันหนึ่งเหมือนกันทุกคน แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ คือ การใช้ภาพธรรมชาติ ใบไม้ ต้นไม้ กิ่งไม้ เพื่อจะสื่อถึงมิติของชีวิต ว่าทุกสิ่งมีความหลากหลาย มีระยะเวลาการเจริญเติบโตที่ต่างกัน มีอายุขัยที่ไม่เท่ากัน เช่นช่วงเวลาในการเกิด เจริญเติบโต เหี่ยวเฉา และสิ้นสุด แต่สุดท้ายแล้วทุกสิ่งมีชีวิตมีจุดจบเสมอ การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย คาดหวังต่อผู้อื่นให้น้อยลง มองทุกสิ่งให้เป็นเรื่องธรรมดา คงเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยากที่สุดในชีวิตของมนุษย์ เพราะแต่ละคนมีจุดมุ่งหมายในชีวิต หรือความคาดหวังในชีวิตแตกต่างกัน ส่งผลให้การดำเนินชีวิตแตกต่างกันไปตามความพึงพอใจของบุคคลนั้น2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องอิทธิพลจากหลักธรรมะธรรมะ” (หรือ “ธรรม”) ในทางพุทธศาสนา หมายถึง ความจริงตามธรรมชาติ และ หลักความถูกต้องดีงาม ที่ช่วยให้มนุษย์เข้าใจโลก เข้าใจตนเอง และนำไปสู่ความหลุดพ้นจากความทุกข์ หลักธรรมหนึ่งที่จะทำให้มนุษย์เข้าใจในโลกมากขึ้นคือ หลักไตรลักษณ์หลักไตรลักษณ์ในพระพุทธศาสนา พบว่า สิ่งทั้งปวงทั้งที่เป็นนามธรรม รูปธรรมนั้น ล้วนตกอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เพราะมีการเกิดขึ้น (อุปาทะ) ฐิติ (ตั้งอยู่) ภังคะ (ดับไป) ด้วยเหตุที่บุคคลยังไม่เข้าใจในเรื่องไตรลักษณ์อย่างแท้จริง เพราะเหตุว่ามีอวิชชาและสิ่งที่มาปิดบัง ไตรลักษณ์เอาไว้ จนทำให้ไม่เห็นหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าในเรื่องไตรลักษณ์ ทั้ง 3 อย่าง ดังนี้คือ 1) สันตติปิดบัง อนิจจลักษณะ 2) อิริยาบถ ปิดบังทุกข ลักษณะ 3) ฆนสัญญา ปิดบัง อนัตตลักษณะ ที่เป็นความจริงของสังขารคือขันธ์ 5 ซึ่งได้แก่รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ เมื่อบุคคลได้ปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน วิปัสสนาหรือปัญญาก็จะเจริญขึ้นและเมื่อปัญญาเกิดขึ้น อวิชชาก็จะดับไป จากนั้นเราก็สามารถมองเห็นธรรมชา ติที่แท้จริงของสิ่งทั้งหลายด้วยเหตุนี้ การรู้แจ้งในไตรลักษณ์ไปสู่ความหลุดพ้น (วิมุตฺติ) ความบริสุทธิ์ (สุทฺธิ) ปัญญา (ปญฺญา) สันติ (สนฺติ) และความดับทุกข์ (นิพฺพาน) ซึ่งเป็นจุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา
150พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงมีลักษณะที่เหมือนกันอยู่ 3 ประการ คือ1) อนิจจัง คือ ความไม่เที่ยง ความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเกิดขึ้นอยู่ทุกวันทุกเวลา ดังที่เราเคยได้ยินว่า สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และแตกสลายไป ไม่ยั่งยืน เช่น ตัวเราแก่ลงทุก ๆ วินาที เนื้อหนังก็เหี่ยวย่น แต่เรามักมองข้ามลักษณะเหล่านี้ไปเพราะมีสิ่งปิดบังเอาไว้คือ การสืบต่อ (สันตติ) อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายจนดูเหมือนไม่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น การเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องของเด็ก ถ้าเราเห็นเด็กคนนั้นอยู่ทุกวัน เราก็ไม่ค่อยตระหนักรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงคือความเจริญเติบโตของเขา ทั้งที่เขาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่างนี้เรียกว่า ความสืบต่อปิดบังอนิจจัง2) ทุกขัง ความทุกข์ หรืออาการที่ทนอยู่ในสภาวะเดิมไม่ได้ สิ่งทั้งหลายจะค่อย ๆ สลายตัวไป ไม่คงอยู่ในสภาพเดิม เหมือนกับเสื้อที่ซื้อมาใหม่ ๆ เราเก็บเอาไว้อย่างดี แม้จะไม่เคยสวมใส่เลย แต่มันก็เก่า คล้ำหมอง สีสันซีดจาง อาการเช่นนี้เรียกว่าเสื้อเป็นทุกข์แล้ว ความหมายก็คือมันทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ความทุกข์ที่ปรากฏชัดเจนในสิ่งมีชีวิต เช่น พืชและสัตว์มีเกิด แก่และตาย เป็นทุกข์ตามสภาวธรรม ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา 3) อนัตตา หมายถึง ลักษณะที่ไม่เป็นไปตามอำนาจบังคับบัญชา จะควบคุมสั่งการไม่ได้เลย กล่าวคือ เราไม่สามารถสั่งให้รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นไปตามความต้องการของเรา เช่น เราไม่สามารถสั่งร่างกายไม่ให้เจ็บป่วยได้ อนัตตลักษณะในที่นี้จึงได้แก่ลักษณะความไม่เป็นไปในอำนาจบังคับบัญชาการศึกษาเรื่องไตรลักษณ์จะทำให้เกิดความรู้และเข้าใจความเป็นไปของสรรพสิ่งในโลกที่ไม่เที่ยงแท้ แน่นอน เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป เหนืออำนาจการควบคุมขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัย ดังนั้นคุณค่าของการศึกษาจนรู้แจ้งชัดในหลักไตรลักษณ์ จึงสามารถนำมาปฏิบัติตนในการดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท เว้นจากทำชั่ว มุ่งทำความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์เป็นอิสระปลอดจากกิเลส ก็จะพบกับความสุขในชีวิตอิทธิพลจากธรรมชาติภาพธรรมชาติที่พบเห็นได้ทั่วไป จะมีทั้งตั้งไม้ที่เพิ่งงอกขึ้นมาใหม่ ต้นไม้ที่กำลังจะเจริญเติบโต ใบไม้ที่ร่วงหล่นและเริ่มเปลี่ยนสี จนกระทั่งใบไม้ที่เปื่อยยุ่ยภาพที่ 1 ภาพธรรมชาติที่ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ ที่มา: ผู้สร้างสรรค์
1513. กระบวนการในการสร้างสรรค์ร่างภาพและลงสีตามรายละเอียดของภาพจริงในธรรมชาติ ด้วยการใช้เทคนิคการเขียนสีไม้ภาพที่ 2 ภาพร่างและเริ่มลงสีที่มา: ผู้สร้างสรรค์ภาพที่ 3 ภาพผลงานสำเร็จที่มา: ผู้สร้างสรรค์ภาพที่ 4 รายละเอียดผลงานสำเร็จที่มา: ผู้สร้างสรรค์
1524. การวิเคราะห์ผลงานการสร้างสรรค์ผลงาน “ความธรรมดาของชีวิต” ด้วยเทคนิคสีไม้บนพื้นดินสอพอง แสดงภาพต้นไม้เล็ก ๆ ที่กำลังเจริญเติบโต ภาพใบไม้ที่ร่วงหล่นเริ่มเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีเหลือง จากสีเหลืองเป็นสีน้ำตาล และจากใบไม้แห้งสุดท้ายจะย่อยสลายจนเป็นผุยผง รวมเป็นหนึ่งเดียวกับผืนดิน ณ ที่ตรงนั้น แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปของชีวิต ณ ที่แห่งหนึ่ง สังคมหนึ่ง โลกใบหนึ่ง สิ่งมีชีวิตจะเกิดขึ้น งอกงามตามระยะเวลาของอายุ สุดท้ายทุกสิ่งมีชีวิตก็จะมีช่วงเวลาเหี่ยวเฉา โรยรา และค่อย ๆ สลาย คืนสู่ธรรมชาติทั้งหมด ต่างกันแค่ช่วงระยะเวลาจะเร็วหรือช้า ธรรมชาติเป็นสิ่งรอบตัวที่พอจะสังเกตและมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้ง่ายที่สุด ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตหรืออายุขัยนั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา เพียงแค่เรานั้นอาจจะไม่ทันได้สังเกต อีกทั้งแม้ว่าคนเราจะพบเห็นการเกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่เป็นประจำ แต่หากสิ่งนั้นไม่ได้เกิดใกล้ตัวเรา เช่น ครอบครัว หรือคนที่เรารัก การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเป็นเรื่องไกลตัวมาก ๆ จนหลงลืมไปว่า แม้แต่ตัวเราเองก็กำลังเสื่อมถอยอยู่ทุกขณะเช่นกัน5. สรุปหวังว่าผลงานสร้างสรรค์ “ความธรรมดาของชีวิต” สามารถสร้างแง่มุม ทัศนคติให้แก่ผู้รับชมในการมองชีวิตอย่างไม่ประมาท เห็นถึงความไม่เที่ยงของชีวิตเอกสารอ้างอิงแก้วตา บ., วิชัย ว., ฐานวุฑฺโฒ พ., . พ., & บุปผาสุข ป. (2019). ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักไตรลักษณ์กับหลักความผาสุกทางจิตวิญญาณ. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 10(2). สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JBS/article/view/230051
153การสร้างสรรค์ประติมากรรม ชุด “เส้นสายมิตรภาพ : จักสาน”“Friendship Lines (Weaving)”บุญพาด ฆังคะมะโน, Boonpard Cangkamanoคณะศิลปวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์Faculty of Fune Arts, Bunditpatanasilpa Institute of Fine ArtsE-mail: [email protected]บทคัดย่อวัฒนธรรมมีความสัมพันธ์กับวิถีการดำรงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอาหาร ซึ่งแต่ละพื้นที่มีวิถีการทำมาหากินแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละชุมชน เห็นได้ชัดในชุมชนชนบทในอดีตที่มีความผูกพันกับธรรมชาติ เช่น การจับสัตว์น้ำในห้วยหนองคลองบึงตามธรรมชาติมาปรุงเป็นอาหาร มีวิธีจับและเครื่องมืออุปกรณ์หลากหลาย มีการออกแบบเครื่องมืออุปกรณ์ให้เหมาะสมและมีวิวัฒนาการ และที่สำคัญในช่วงหน้าแล้ง สมาชิกของชุมชนส่วนใหญ่มักจะมีการรวมกลุ่มกันจับแล้วนำมาแบ่งปันกัน การปลูกข้าวก็มักจะมีการลงแขกช่วยกันทำจนหมดฤดูกาลทำนาผู้สร้างสรรค์สนใจบริบทของชุมชนไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยมองเห็นว่า ยิ่งมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจเพื่อหวังความเติบโตทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสะดวกสบายมากในสังคมแห่งการแข่งขันมากขึ้น ขณะเดียวกันสถานการณ์ด้านความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างกันกลับถดถอยไปในทางตรงกันข้าม มีความห่างเหินต่อกันมากขึ้น สมาชิกในชุมชนแสดงออกถึงความรู้สึกห่างเหินต่อกันมากขึ้น จึงนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ประติมากรรมที่สะท้อนถึงคุณค่าของวัฒนธรรมในสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสังคมตามยุคสมัย เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ในคุณค่าของวัฒนธรรมในวิถีชีวิตของชุมชนไทยคำสำคัญ: วิถีการดำรงชีวิต, ยุคสมัย, คุณค่าของวัฒนธรรมAbstract Culture has a way of life, especially in terms of food, where each area has its own way of making a living according to the differences of the community. This is evident in rural communities in the past who had a strong connection with nature, such as catching aquatic animals from natural streams, canals and ponds to cook as food. There are many different methods of holding and tools, and the tools are designed to be suitable and evolved. And importantly, during the dry season, most community members tend to gather together to harvest and share the harvest. Rice planting is often done by working together until the end of the rice growing season.
154 The changing context of Thai communities over time, noting that economic development, driven by the hope of economic growth and a better quality of life, is increasingly important in today's increasingly competitive society, while convenience has become more prevalent, friendly relationships have deteriorated, leading to greater distance between people. Community members expressed increasing feelings of alienation from one another, leading them to create sculptures that reflect cultural values in the context of changing society over the times to raise awareness of the value of culture in the way of life of Thai communities.Keywords: way of life, era, cultural values.1. ความสำคัญหรือความเป็นมาของปัญหาชุมชนเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มคนมาอยู่รวมกันในอาณาบริเวณเดียวกัน มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน มีการยอมรับในกฎระเบียบกฎเกณฑ์เดียวกัน มีแบบแผนการดำเนินชีวิตที่คล้ายคลึงหรือแบบเดียวกัน พัฒนาเป็นวัฒนธรรมชุมชนของแต่ละชุมชน ซึ่งอาจคล้ายคลึงหรือแตกต่างกับวัฒนธรรมของชุมชนอื่น ๆ เมื่อมองในมุมกว้างมากขึ้นสมาชิกในแต่ละชุมชน ซึ่งหมายความถึง สังคม เมือง ประเทศ มีการพบปะหรือสัมพันธไมตรีต่อกัน ย่อมมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนระหว่างกัน มีการรับการให้และการปรับตัวหรือประยุกต์วัฒนธรรมระหว่างกัน เพื่อการดำเนินชีวิตร่วมกันได้ในมิติของกลุ่มใหญ่ขึ้น หรือมีความเข้าใจในวัฒนธรรมของกันและกัน ยอมรับในความแตกต่างของกันและกัน ทำให้เกิดการพึ่งพาอาศัย แลกเปลี่ยนกันในด้านต่าง ๆ เกิดความสงบสุขขยายวงกว้างไปยังมิติของสังคมโลกวัฒนธรรมมีความสัมพันธ์กับวิถีการดำรงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอาหาร ซึ่งแต่ละพื้นที่มีวิถีการทำมาหากินแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละชุมชน เห็นได้ชัดในชุมชนชนบทในอดีตที่มีความผูกพันกับธรรมชาติ เช่น การจับสัตว์น้ำในห้วยหนองคลองบึงตามธรรมชาติมาปรุงเป็นอาหาร มีวิธีจับและเครื่องมืออุปกรณ์หลากหลาย มีการออกแบบเครื่องมืออุปกรณ์ให้เหมาะสมและมีวิวัฒนาการ และที่สำคัญ ในช่วงหน้าแล้ง สมาชิกของชุมชนส่วนใหญ่มักจะมีการรวมกลุ่มกันจับ แล้วนำมาแบ่งปันกัน การปลูกข้าวก็มักจะมีการลงแขกช่วยกันทำจนหมดฤดูกาลทำนาในยุคสมัยก่อนขณะที่ผู้สร้างสรรค์อยู่ในวัยเด็กนั้น ทุกครัวเรือนในชุมชนจะมีการประดิษฐ์เครื่องมือสำหรับการทำเกษตรกรรมหรืออุปกรณ์ในการจับปลา จับกุ้ง ปลาไหล บางชนิดซื้อมาจากร้านค้า เช่น มีด จอบ เสียม ตาข่าย แต่ส่วนใหญ่มักประดิษฐ์ขึ้นใช้เองจากวัสดุที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น ไม้ ไม้ไผ่ หวาย เถาวัลย์ เป็นต้น ซึ่งบางชนิดอาจมีการปลูกเตรียมไว้ใช้งาน นำมาทำเป็นสุ่ม ลอบไซ ตะข้อง ชุดดักปลา เครื่องมืออุปกรณ์แต่ละชนิดมีรูปแบบและการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งมีลักษณะเงื่อนผูกและลวดลายถักสานที่มีการคิดค้นและพัฒนาที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีความงดงามของรูปแบและลวดลายเฉพาะของแต่ละท้องถิ่นที่มีฝีมือ
155เนื่องจากผู้สร้างสรรค์อยู่ในครอบครัวที่มีการประดิษฐ์สิ่งดังกล่าวข้างต้น ซึ่งบิดามารดาได้รับสืบทอดจากปู่ย่าตายาย จนถึงยุคที่ผู้สร้างสรรค์อยู่ในวัยเด็กก็ได้รับการถ่ายทอดงานประดิษฐ์เหล่านี้ จนเมื่อเวลาผ่านไป ภาพของชุมชนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับการใช้เครื่องมืออุปกรณ์และการร่วมมือร่วมใจกันสืบทอดรูปแบบการดำเนินชีวิตดังแต่ก่อนนั้นค่อย ๆ จางหายไปจนแทบไม่เหลือร่องรอยเดิมแล้ว จนถึงปัจจุบันเวลาผ่านไปหลายสิบปี ผู้สร้างสรรค์ยังมีความทรงจำ และยังสามารถประดิษฐ์เครื่องมืออุปกรณ์บางอย่างได้ รวมถึงรำลึกถึงและเห็นคุณค่าของวิถีชีวิตที่ดำเนินไปจนวิวัฒนาการเป็นวัฒนธรรมชุมชนที่ไม่ลืมเลือน2. แนวคิด/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องชุมชน หมายถึง กลุ่มคนที่มาอยู่รวมกันในเขต หรือบริเวณเดียวกันที่แน่นอน มีวิถีการดำเนินชีวิตคล้ายกัน มีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน และกันอยู่ภายใต้กฎระเบียบกฎเกณฑ์เดียวกัน ดังนั้นชุมชนจึงมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ (www.digitalschool.club/ 3 Dec.2025)1. คน (People) คนเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งของชุมชน หากปราศจากคนเสียแล้วจะเป็นชุมชนไม่ได้2. ความสนใจร่วมกัน (Common Interest) คนที่อยู่ในชุมชนนั้นจะต้องมีความสนใจอย่า งใดอย่างหนึ่งร่วมกัน และความสนใจดังกล่าวเป็นผลมาจากการอยู่ร่วมกันในอาณาเขตบริเวณเดียวกัน3. อาณาบริเวณ (Area) คนและสถานที่เกือบจะแยกกันไม่ได้ ต่างก็เป็นส่วนประกอบสำคัญ และมีส่วนสัมพันธ์กันมีคนก็ต้องมีสถานที่ แต่การจะกำหนดขอบเขต และขนาดของสถานที่ของชุมชนหนึ่ง ๆ เป็นเรื่องยาก4. ปะทะสังสรรค์ต่อกัน (Interaction) เมื่อมีคนมาอยู่ร่วมชุมชนเดียวกัน แต่ละคนต้องมีจะต้องมีการติดต่อแลกเปลี่ยนและปฏิบัติต่อกัน5. ความสัมพันธ์ของสมาชิก (Relationship) ความสัมพันธ์ต่อกันของสมาชิกในชุมชนเป็นสิ่งที่ผูกพันให้สมาชิกอยู่ร่วมกันในชุมชนนั้น6.วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี(Cultural Traditions) ตลอดจนแบบแผนของการดำเนินชีวิตในชุมชน (Pattern of Community Life) ซึ่งส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายคลึงและเป็นรูปแบบเดียวกันองค์ประกอบด้านคนและสถานที่เป็นตัวแปรสำคัญของการเกิดชุมชน โดยคนเป็นผู้กำหนดสถานที่ มีการปรับตัวและกำหนดรูปแบบการดำรงชีวิตให้เหมาะสมเข้ากับสถานที่ที่เป็นธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับพืชสัตว์ทรัพยากรธรรมชาติทั้งหลาย ซึ่งทุกชุมชนจะมีสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเป็นส่วนประกอบอยู่ทั้งนั้น สิ่งต่าง ๆแต่ละชนิดในชุมชนที่ธรรมชาติสร้างขึ้น จะมีความสัมพันธ์ต่อกัน เช่น สภาพอากาศที่แห้งแล้งจะทำให้ดินแตกระแหง และไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตของพืชผล ในขณะเดียวกัน คนมีความคิด จินตนาการและวิวัฒนาการในการสร้างหรือประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่าง ๆ ขึ้นหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมและได้นำไปใช้ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอำนวยควา มสะดวก หรือสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ตู้เย็น พัดลม อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย เครื่องทุ่นแรง รถยนต์นอกจากสิ่งที่เป็นวัตถุแล้ว มนุษย์ยังสร้างแนวความคิด ปรัชญา ค่านิยม ความเชื่อ ความรู้ ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งนั้น องค์ประกอบ
156เหล่านี้แตกต่างกันไปในแต่ละชุมชนตามสภาพและระดับต่างกันของชุมชน ซึ่งแบ่งลักษณะของชุมชนออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ชุมชนชนบทและชุมชนเมือง (www.digitalschool.club/ 3 Dec.2025)1. ชุมชนชนบท (Rural Community) เป็นบริเวณที่ผู้คนอาศัยอยู่กันตามภูมิประเทศที่อยู่นอกเขตเมืองโดยมีบ้านเรือนกระจัดกระจายทั่วไป และรวมกันอยู่เป็นหมู่ ซึ่งใช้เป็นศูนย์กลางในการกระทำกิจกรรมร่วมกัน โดยคนในชุมชนมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ด้วยเหตุนี้ เมื่อกล่าวถึงชุมชนชนบทจึงเป็นที่เข้าใจตรงกันว่าเป็นชุมชนที่อยู่ในบริเวณของตำบลและหมู่บ้าน ซึ่งเป็นหน่วยการปกครองท้องที่หน่วยหนึ่งของรัฐบาล2. ชุมชนเมือง (Urban Community) หมายถึง อาณาบริเวณที่มีประชากรอยู่ร่วมกันจำนวนหนึ่ง และต้องมีความหนาแน่นมากพอสมควร เป็นบริเวณที่มีอาคารบ้านเรือนหนาแน่นอยู่ในเขตการปกครองแบบใดแบบหนึ่ง ประชาชนส่วนใหญ่ในชุมชนมีการประกอบอาชีพที่แตกต่างกันออกไป มีความเจริญเป็นศูนย์กลางต่าง ๆ และรวมทั้งความเสื่อมโทรมต่าง ๆ อยู่ด้วย เช่น สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ เป็นต้นผู้สร้างสรรค์สนใจบริบทของชุมชนไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยมองเห็นว่า ยิ่งมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจเพื่อหวังความเติบโตทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสะดวกสบายมากในสังคมแห่งการแข่งขันมากขึ้น ขณะเดียวกันสถานการณ์ด้านความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างกันกลับถดถอยไปในทางตรงกันข้าม มีความห่างเหินต่อกันมากขึ้น สมาชิกในชุมชนแสดงออกถึงความรู้สึกห่างเหินต่อกันมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป ภาพของชุมชนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับการใช้เครื่องมืออุปกรณ์และการร่วมมือร่วมใจกันสืบทอดรูปแบบการดำเนินชีวิตดังแต่ก่อนนั้นค่อย ๆ จางหายไปจนแทบไม่เหลือร่องรอยเดิมแล้ว จนถึงปัจจุบันเวลาผ่านไปหลายสิบปี ผู้สร้างสรรค์ยังมีความทรงจำ และยังสามารถประดิษฐ์เครื่องมืออุปกรณ์บางอย่างได้ รวมถึงรำลึกถึงและเห็นคุณค่าของวิถีชีวิตที่ดำเนินไปจนวิวัฒนาการเป็นวัฒนธรรมชุมชนที่ไม่ลืมเลือน จึงเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมชุดนี้ เพื่อเชิญชวนให้ผู้ชมได้หวนรำลึกถึงคุณค่าของวัฒนธรรมชุมชนในอดีต โดยใช้เงื่อนผูกส่วนหนึ่งของ “ชุดดักปลา” ซึ่งผู้สร้างสรรค์เคยประดิษฐ์ขึ้นใช้ มาปรับปรุงให้รูปทรง โดยใช้เส้นแผ่นโลหะมาผูกเงื่อนตามรูปแบบเงื่อนผูกของ “ชุดดักปลา” และดัดปลายเส้นแผ่นโลหะให้โค้งเข้าหากันและเชื่อมต่อกันในบางส่วน เกิดองค์ประกอบของรูปทรงที่ให้ความรู้สึกถึงการรวมตัวหรือรวมกลุ่ม แสดงถึงการรวมตัวกันของสมาชิกในชุมชนกำหนดรูปแบบของวิถีการดำเนินชีวิตจนเกิดเป็นวัฒนธรรมชองชุมชน3. กระบวนการในการสร้างสรรค์การสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมชุด “เส้นสายมิตรภาพ : จักสาน” มีกระบวนการดังนี้3.1 การทำแบบร่างรูปทรงประติมากรรม โดยนำเงื่อนถัก “ชุด” (เครื่องมืออุปกรณ์ดักปลาชนิดหนึ่งทำจากหวาย ลิเภาหรือเถาวัลย์) มาใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการร่างรูปทรงที่เกิดจากเส้นแผ่นระนาบสามเส้นถักร้อยเข้ากันเป็นเงื่อน และส่วนปลายของเส้นแผ่นระนาบโค้งเข้าหากัน
157ภาพที่ 1 แบบร่างรูปทรงประติมากรรมที่มา: ผู้สร้างสรรค์3.2 การทำแบบร่างรูปทรงประติมากรรม 3 มิติ โดยใช้แผ่นกระดาษตัดเป็นแถบยาวมาถักเป็นเงื่อน แล้วดัดแถบแผ่นกระดาษให้โค้งเข้าหากัน และปลายส่วนหนึ่งเชื่อมต่อกันภาพที่ 2 แบบร่างรูปทรงประติมากรรม 3 มิติที่มา: ผู้สร้างสรรค์
1583.3 การขยายรูปทรงประติมากรรม3.3.1 ตัดแผ่นอะลูมีเนียม หน้ากว้าง 2.5 นิ้ว ความยาว 122 ซม. จำนวน 4 ชิ้นภาพที่ 3 การตัดแผ่นโลหะอะลูมีเนียมที่มา: ผู้สร้างสรรค์3.3.2 นำแผ่นอะลูมีเนียมที่ตัดเตรียมไว้มาดัด ให้เข้ารูปเป็นเงื่อนถัก ให้ได้รูปทรงตามแบบที่กำหนดภาพที่ 4 วิธีการสร้างรูปทรงประติมากรรมที่มา: ผู้สร้างสรรค์
159 ภาพที่ 5 รูปทรงประติมากรรม 3 มิติที่มา: ผู้สร้างสรรค์4. การวิเคราะห์ผลงาน การสร้างสรรค์ประติมากรรม ชุด “เส้นสายมิตรภาพ : จักสาน” นำเสนอทัศนะเกี่ยวกับคุณค่าของวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชนซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา โดยผู้สร้างสรรค์เห็นว่าวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นโดยมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติในอดีตนั้น มีคุณค่าอย่างยิ่ง เป็นวัฒนธรรมที่ทำให้เกิดสุนทรียสังคม โดยการมีส่วนร่วมของสมาชิกของชุมชนในการกำหนดแบบแผนและรูปแบบที่เหมาะสม ก่อให้เกิดความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง แม้เวลาผ่านไปแต่คุณค่าเหล่านั้นยังอยู่
160ในความทรงจำหรือถูกบันทึกไว้ รวมถึงยังมีการสืบทอดต่อมาถึงยุคสมัยที่มีความก้าวหน้าในหลาย ๆ ด้าน มีความทันสมัย จนต้องมีการปรับเปลี่ยนวิถีและรูปแบบการดำเนินชีวิตไปมาก แต่อย่างไรก็ตา ม มนุษย์ไม่สามารถทิ้งธรรมชาติได้ และยังมีความจำเป็นต้องอาศัยรวมกันเป็นสังคมอยู่ หลาย ๆ ชุมชนจึงยังพยายา มรักษาวัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่ในอดีตไว้ เพื่อจรรโลงสังคมให้มีความสมดุลระหว่างเทคโนโลยี ชีวิต และธรรมชาติในการสร้างสรรค์ประติมากรรมชุดนี้มีประเด็นสำคัญที่ขอกล่าวถึงไว้ดังนี้1. ด้านรูปทรง เกิดจากระนาบที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างรูปแบบของลวดลายของเงื่อนผูกที่มีการประดิษฐ์ขึ้นมาตั้งแต่ในอดีต กับระนาบโค้งที่กำหนดทิศทางโดยลักษณะของเงื่อนผูกและความต้องการของผู้สร้างสรรค์เอง ทำให้เส้นและระนาบโค้งวนเกิดรูปทรงและพื้นที่ว่างเชื่อมต่อกับลายเงื่อนผูกในองค์ประกอบของรูปทรง2. ด้านวัสดุ ใช้แผ่นโลหะอะลูมีเนียม แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และสามารถเปลี่ยนขนาดของระนาบหรือความยาวได้ตามความต้องการในการสร้างสรรค์รูปทรง3. ด้านเทคนิควิธีการสร้างรูปทรง เนื่องจากวัสดุโลหะอะลูมีเนียมที่เลือกใช้ไม่หนาหรือแข็งเกินไป จึงสามารถถัก ดัดให้เกิดรูปทรงได้ง่าย แต่ถ้าใช้โลหะอื่นที่มีความหนามากขึ้น จะต้องใช้เทคนิคที่เหมา ะสมกับลักษณะและคุณสมบัติของวัสดุนั้น ๆ5. สรุปประติมากรรม ชุด “เส้นสายมิตรภาพ : จักสาน” ผู้สร้างสรรค์ได้แสดงทัศนะของตนเองที่มีต่อวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชน โดยเห็นว่าวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นโดยมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติในอดีต มีคุณค่าและผู้สร้างสรรค์มีความผูกพันมาตั้งแต่วัยเด็ก อาศัยอยู่ในชุมชนชนบทที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ดำรงชีวิตด้วยการทำกิน หมายถึง ปลูกข้าว ปลูกพืชผักผลไม้ และจับปลา ปู กุ้ง หอย จากธรรมชาติมาปรุงอาหาร และมักจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันระหว่างสมาชิกของชุมชน เป็นสุนทรียสังคมที่ผู้สร้างสรรค์ประทับใจและตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรมดังกล่าวอยู่เสมอ จึงสร้างสรรค์ผลงานประติมากรรม ชุด “เส้นสายมิตรภาพ : จักสาน”นี้ขึ้น นำเสนอเพื่อสื่อสารคุณค่าของรูปแบบวัฒนธรรมอันงดงามนี้ต่อสาธารณชนเอกสารอ้างอิงwww.digitalschool.club/ “ชุมชน”. สืบค้นเมื่อ 3 ธันวาคม 2568www.youtube.com/“ซูด” เครื่องมือจับปลา ภูมิปัญญาชาวบ้าน-อีสานบ้านโนน. สืบค้นเมื่อ 3 ธันวาคม 2568
161หุ่นนิ่งในฤดูฝนStill life in the rainy seasonบุญฤทธิ์ พูนพนิช, Boonyarit Poonpanitที่อยู่ 594/98 ซ.มหาวงษ์เหนือ ถ.อโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400, Address 594/98 Soi Mahawong Nuea, Asoke-Din Daeng Rd., Din Daeng, Bangkok 10400E-mail: [email protected]บทคัดย่อผลงานสร้างสรรค์“หุ่นนิ่งในฤดูฝน”ชิ้นนี้ สร้างสรรค์โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความประทับใจจากบรรยากาศ และรูปทรงหุ่นนิ่งในชีวิตประจำวัน ผลไม้ ดอกไม้ไหว้เจ้า โดยข้าพเจ้าศึกษาเรื่องราวของมุมมองภาพหุ่นนิ่งที่มีบรรยากาศ และความเคลื่อนไหวของรูปทรง โดยใช้วิธีการสร้างสรรค์ผลงานด้วยการสร้างพื้นผิวและการวาดด้วยเทคนิคจิตรกรรมสีน้ำและดินสอสีน้ำ เพื่อแสดงมุมมองความงดงามสีสันของความรู้สึก อันมีความปิติสุขของชีวิตคำสำคัญ: หุ่นนิ่ง, ฤดูฝน, ดอกไม้AbstractThis creative work, “Still Life in the Rainy Season,” was created with inspiration from the atmosphere and shapes of everyday life, fruits, and flowers for worship. I studied the story of perspective in still lifes with atmosphere and movement of shapes. By using the creative method of creating works by creating textures and drawing with watercolor and watercolor pencil techniques to show the beautiful perspective of the colors of feelings that are joyful of life.Keywords: Still Life, Rainy Season, flowers1. ความสำคัญหรือความเป็นมาของปัญหาผลงานสร้างสรรค์“หุ่นนิ่งในฤดูฝน”ชิ้นนี้ สร้างสรรค์โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความประทับใจจากบรรยากาศ และรูปทรงหุ่นนิ่งในชีวิตประจำวัน ผลไม้ ดอกไม้ไหว้เจ้า ซึ่งเป็นรูปทรงที่ได้พบเห็นเป็นประจำในทุกวัน และวันสำคัญทางความเชื่อ จึงเกิดการเชื่อมโยงระหว่างความรู้สึก ความสุขของตนเองในช่วงเวลา ณ ขณะปัจจุบันนี้ ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูฝนกับวัตถุหุ่นนิ่งนั้น โดยข้าพเจ้าศึกษาเรื่องราวของมุมมองภา พหุ่นนิ่งที่มีบรรยากาศ และความเคลื่อนไหวของรูปทรง โดยใช้วิธีการสร้างสรรค์ผลงานด้วยการสร้างพื้นผิวและการวาด
162ด้วยเทคนิคจิตรกรรมสีน้ำและดินสอสีน้ำ เพื่อแสดงมุมมองความงดงามสีสันของความรู้สึก อันมีความปิติสุขของชีวิต2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง2.1 แนวคิดผลงานสร้างสรรค์“หุ่นนิ่งในฤดูฝน”ชิ้นนี้ สร้างสรรค์บรรยากาศ และรูปทรงหุ่นนิ่งในชีวิตประจำวัน ผลไม้ ดอกไม้ไหว้เจ้า ซึ่งเป็นรูปทรงที่ได้พบเห็นเป็นประจำในทุกวัน และวันสำคัญทางความเชื่อ จึงเกิดการเชื่อมโยงระหว่างความรู้สึก ความสุขของตนเองในช่วงเวลา ณ ขณะปัจจุบันนี้ ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูฝนกับวัตถุหุ่นนิ่งนั้น โดยนำเสนอเรื่องราวของมุมมองภาพหุ่นนิ่ง ดอกกล้วยไม้ ผลไม้ แทนสัญลักษณ์ทางความรู้สึกแห่งความสุขที่มีบรรยากาศ และความเคลื่อนไหวของรูปทรง เพื่อแสดงมุมมองความงดงามสีสันของความรู้สึก อันมีความ ปิติสุขของชีวิต2.2 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องรูปแบบศิลปะ กึ่งนามธรรม (Semi abstract) คือ งานศิลปกรรมที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง ศิลปะรูปธรรม (Representational/Realism) และ ศิลปะนามธรรม (Abstract Art) โดยมีลักษณะสำคัญ คือ ผลงานศิลปกรรมที่ยังคงมีเค้าโครงของลักษณะ หรือรูปร่างบางส่วน ของรูปทรง วัตถุ สิ่งของ บุคคล หรือสิ่งที่พบเห็นได้ในธรรมชาติ แต่ไม่ได้แสดงรายละเอียดเหมือนจริงทั้งหมด ศิลปินจะใช้วิธีการ ลดทอนรายละเอียด บิดเบือนรูปทรง คลี่คลายรูปทรงให้แตกต่างไปจากความจริง เพื่อเน้นอารมณ์ ความรู้สึก จังหวะ จุด เส้น สี ทัศนธาตุ และองค์ประกอบศิลป์มากกว่าการแสดงความเหมือนจริง ศิลปินที่ทำงานในลักษณะกึ่งนามธรรม และนามธรรม เช่น Jackson Pollock, ทรัพย์มณี ชัยแสนสุขซึ่งในงานศิลปกรรมของข้าพเจ้าใช้รูปแบบวิธีการนี้ และใช้จินตนาการในการสร้างเป็นพื้นบรรยากาศและโครงสร้างภาพ รูปทรงหลักของภาพ จึงเลือกใช้รูปทรงของกล้วยไม้หวาย และหุ่นนิ่งของส้ม มาบิดเบือนรูปทรง ลดทอนรายละเอียด แต่ยังคงเค้าโครงส่วนที่แสดงให้รู้ว่าคือสิ่งใด และใช้จินตนาการด้วยวิธีการเขียนแต่งเติมรายละเอียด เพื่อให้พื้นบรรยากาศโครงสร้างของภาพเกิดสีสัน และรูปทรงที่สามารถแสดงผลทา งความรู้สึกได้อย่างมีสีสันอิสระ 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์กระบวนการแต่ละขั้นตอนในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคทางจิตรกรรมสีน้ำและดินสอสีน้ำ โดยปรากฏรูปแบบหรือประเภทของผลงานเป็นผลงานจิตรกรรมสองมิติ แนวอิมเพรสชันนิซึมแสดงเนื้อหาและเรื่องราวของการสร้างสรรค์ วิธีการสร้างสรรค์แบบงานจิตรกรรม โดยได้ศึกษาและเก็บข้อมูลรูปทรงดอกไม้ ในภาพนี้เลือกใช้รูปทรงของดอกกล้วยไม้หวาย และหุ่นนิ่งผลไม้คือ ส้ม ที่เกี่ยวข้องของผู้สร้างสรรค์ซึ่งเป็นรูปทรงหลักของผลงาน ซึ่งรายละเอียดในกระบวนการหรือแต่ละขั้นตอนในการสร้า งสรรค์ผลงาน ดังนี้
1631. การเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ภาพร่าง สร้างผลงานภาพที่ 1 การเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ภาพร่าง สร้างสรรค์ผลงานที่มา: ผู้สร้างสรรค์2. ร่างภาพ และสร้างความเปียกชุ่มบนระนาบรองรับด้วยน้ำ ภาพที่ 2 ร่างภาพ และสร้างความเปียกชุ่มบนระนาบรองรับด้วยน้ำที่มา: ผู้สร้างสรรค์3. กำหนดโครงสร้าง รูปทรง และทิศทางของภาพด้วยการหยด สะบัด และสาดสีภาพที่ 3 ร่างภาพด้วยการหยด สะบัด และสาดสีที่มา: ผู้สร้างสรรค์
1644. สร้างน้ำหนักและพื้นผิวบนระนาบรองรับด้วยสีน้ำ และวาดรายละเอียดลงบนโครงสร้างน้ำหนักและพื้นผิว ด้วยดินสอสีน้ำภาพที่ 4 สร้างน้ำหนักและพื้นผิวบนระนาบรองรับด้วยสีน้ำและวาดรายละเอียดลงบนโครงสร้างน้ำหนักและพื้นผิว ด้วยดินสอสีน้ำที่มา: ผู้สร้างสรรค์5. ภาพผลงานเสร็จสมบูรณ์ภาพที่ 5 ภาพผลงานเสร็จสมบูรณ์ที่มา: ผู้สร้างสรรค์
1654. การวิเคราะห์ผลงานการสร้างสรรค์ผลงาน “หุ่นนิ่งในฤดูฝน” ชิ้นนี้ สร้างสรรค์โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความประทับใจจากบรรยากาศ และรูปทรงหุ่นนิ่งในชีวิตประจำวัน ผลไม้ ดอกไม้ไหว้เจ้า โดยข้าพเจ้าศึกษาเรื่องรา วของมุมมองภาพหุ่นนิ่งที่มีบรรยากาศ และความเคลื่อนไหวของรูปทรง โดยใช้วิธีการสร้างสรรค์ผลงานด้วยการสร้างพื้นผิวและการวาดด้วยเทคนิคจิตรกรรมสีน้ำและดินสอสีน้ำ เพื่อแสดงมุมมองความงดงา มสีสันของความรู้สึก อันมีความปิติสุขของชีวิตการวิเคราะห์ด้านรูปแบบ ในผลงานชิ้นนี้ นำเสนอรูปแบบผลงาน ในลักษณะของภา พหุ่นนิ่งสร้างสร้างสรรค์ด้วยจิตรกรรมเทคนิคผสม ในรูปแบบศิลปะกึ่งนามธรรม (Semi abstract) งานจิตรกรรมข้าพเจ้าเลือกใช้วิธีการวาดที่มีการลักษณะแสดงรูปทรงหลักของภาพ ด้วยการเลือกใช้รูปทรงของกล้วยไม้หวาย และหุ่นนิ่งของส้ม มาบิดเบือนรูปทรง ลดทอนรายละเอียด แต่ยังคงเค้าโครงส่วนที่แสดงให้รู้ว่าคือสิ่งใด และใช้จินตนาการด้วยวิธีการเขียนแต่งเติมรายละเอียด เพื่อให้พื้นบรรยากาศโครงสร้างของภาพเกิดสีสัน และรูปทรงที่สามารถแสดงผลทางความรู้สึกได้อย่างมีสีสันอิสระการวิเคราะห์ด้านเทคนิควิธีการ และทัศนธาตุ องค์ประกอบศิลป์ เทคนิคที่ใช้ในผลงานจิตรกรรมคือสีน้ำและดินสอสีน้ำ บนกระดาษอะวากามิ (กระดาษทำมือในประเทศญี่ปุ่น) โดยเทคนิคสีน้ำเป็นหลักในการสร้างสรรค์ผลงาน ด้วยวิธีการทางสีน้ำหลากหลายวิธีการ เช่น วาดแบบเปียกบนเปียก Wet on wet ในพื้นหลังและซ้อนชั้นสีม่วง ฟ้า น้ำเงินกระจายตัว เพื่อให้เกิดบรรยากาศความฟุ้งเหมือนหมอกหรือฝนพรำ การหยดสี ดีดสีคราบน้ำต่าง ๆ วาดแบบแปรงแห้ง Dry brush เพิ่มความมีชีวิตชีวา และจุดกระเซ็นบนกลีบดอกไม้ สร้างรายละเอียดพื้นผิวที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น วาดแบบทับซ้อนเป็นชั้นน้ำหนัก Layering / glazing กลีบดอกที่มีการไล่น้ำหนักทีละชั้น ทำให้เกิดความโปร่งแสง ใช้วิธีการคัดน้ำหนักด้วยการ Negative painting ใช้พื้นหลังมีน้ำหนักเข้มทึบ เพื่อผลักให้รูปดอกไม้ให้สว่างขึ้น ในส่วนของทัศนธาตุและองค์ประกอบศิลป์ของผลงาน ดังนี้สีโทนม่วง–ฟ้า–ชมพูเด่นเป็นหลัก มีเหลืองอ่อนเป็นแสงสว่าง ทำให้ภาพดูมีลักษณะฝันหวาน แสงเงา แสงจากด้านหน้าดอกกล้วยไม้เป็นจุดเด่น พื้นหลังเป็นเงาสีเข้มอยู่ด้านหลัง เส้น มีทั้งเส้นอ่อนบางและเส้นที่เกิดจากขอบสี ช่วยสร้างความพลิ้ว จุด เกิดจากการสร้างเทคนิคดีดสีเป็นจุดกระเซ็นทำให้เกิดเป็นพื้นผิวอีกด้วย รูปทรง กลีบดอกกล้วยไม้ ใหญ่กว่าความจริง overscale เพื่อสร้างแรงดึงดูด และหุ่นนิ่งผลไม้ทรงกลมตัดกับเส้นใบเรียวยาว น้ำหนัก มีลักษณะแบบน้ำหนักอ่อน ๆ ช่วยเน้นอารมณ์ล่องลอย จัดองค์ประกอบภาพแบบรูปทรงเดียวเป็นเด่น มุ่งเน้นไปที่การแสดงออกทางสีสัน นำมาประกอบสร้างกับพื้นผิวที่สร้างขึ้นด้วยเทคนิคผสม โดยในการสร้างสรรค์ผลงานใช้เทคนิคจิตรกรรมสีน้ำและดินสอสีน้ำ สร้างพื้นผิวและน้ำหนักเป็นทัศนธา ตุหลักให้กับโครงสร้างโดยรวมของภาพ กำหนดโครงสร้างโดยรวมให้มีมิติของความรู้สึกที่เคลื่อนไหว และมีชีวิตชีวารายละเอียดของเนื้อหาทางทัศนธาตุอยู่ภายใต้แนวคิดการสะท้อนสีสัน การวิเคราะห์ด้านเนื้อหา เรื่องราว ประเด็นจากภาพรูปทรงดอกไม้ ดอกกล้วยไม้ เป็นสัญลักษณ์ของความงาม ความสงบความสำเร็จ มงคลของชีวิต และความมีชีวิต และหุ่นนิ่ง ส่งเสริมการเล่าเรื่อง “ความเป็นชีวิตประจำวัน” ซึ่งเป็นเหตุผลและแรงบันดาลใจในการนำมาเป็นรูปทรงหลัก มีความหมายเพื่อสะท้อนนัยยะ
166ของสีสัน ความสุขในฤดูฝน สะท้อนผ่านสัญลักษณ์ หุ่นนิ่งในชีวิตประจำวัน ด้วยวิธีการแสดงสีสัน ของรูปทรงและบรรยากาศ แสดงถึงลักษณะของความสุข ความอ่อนโยนทางอารมณ์ ผ่านสีและบรรยากาศของหุ่นนิ่ง ดอกกล้วยไม้ และส้ม5. สรุปในผลงานสร้างสรรค์ “หุ่นนิ่งในฤดูฝน” ชิ้นนี้ สร้างสรรค์โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความประทับใจจากบรรยากาศ และรูปทรงหุ่นนิ่งในชีวิตประจำวัน ผลไม้ ดอกไม้ไหว้เจ้า เป็นสัญลักษณ์รูปทรงแทนความรู้สึกซึ่งแสดงออกในช่วงเวลาฤดูฝน โดยข้าพเจ้าศึกษาเรื่องราวของมุมมองภาพหุ่นนิ่งที่มีบรรยากาศ และความเคลื่อนไหวของรูปทรง โดยใช้วิธีการสร้างสรรค์ผลงานด้วยการสร้างพื้นผิวและการวาดด้วยเทคนิคจิตรกรรมสีน้ำและดินสอสีน้ำ ในรูปแบบศิลปะกึ่งนามธรรม (Semi abstract) งานจิตรกรรมข้าพเจ้าเลือกใช้วิธีการวาดที่มีการลักษณะแสดงรูปทรงหลักของภาพ ด้วยการเลือกใช้รูปทรงของกล้วยไม้หวาย และหุ่นนิ่งของส้ม มาบิดเบือนรูปทรง ลดทอนรายละเอียด แต่ยังคงเค้าโครงส่วนที่แสดงให้รู้ว่าคือสิ่งใด และใช้จินตนากา รด้วยวิธีการเขียนแต่งเติมรายละเอียด เพื่อให้พื้นบรรยากาศโครงสร้างของภาพเกิดสีสัน และรูปทรงที่สา มารถแสดงผลทางความรู้สึกได้อย่างมีสีสัน อิสระ เพื่อแสดงมุมมองความงดงามสีสันของความรู้สึก อันมีความปิติสุขของชีวิตข้าพเจ้าหวังว่าผลงานชิ้นนี้จะให้ประโยชน์กับสังคมในการศึกษาเรียนรู้ และเผยแพร่ไปสู่สาธารณชนได้รับรู้สัมผัสถึงสุนทรียภาพ จินตนาการ มุมมองต่าง ๆ ทั้งจากเนื้อหา และเทคนิคภายในผลงานสร้างสรรค์ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ไม่ว่าในทางใดทางหนึ่งในปัจจุบัน และอนาคตต่อไปเอกสารอ้างอิงชลูด นิ่มเสมอ. (2553). องค์ประกอบของศิลปะ = Composition of Art. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: อมรินทร์เสมอชัย พูลสุวรรณ. (2539). สัญลักษณ์ในงานจิตรกรรมไทย ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 19 ถึง 24. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
167เบญจธาตุFIVE ELEMENTSปภณ กมลวุฒิพงศ์, Papon Kamonwuttipongวิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม จังหวัด สุพรรณบุรีSuphanburi College of Fine Arts, Bunditpatanasilpa Institute of Fine Arts, Ministry of Culture SuphanburiE-mail: [email protected]บทคัดย่อผลงานจิตรกรรมจากแนวคิดของพลังงานจากธาตุทั้ง 5 ของขงจื่อผ่านการเชื่อมโยงหลักการคิด ความเชื่อเรื่องที่สีมีอิทธิพลต่อสิ่งมีชีวิต และเป็นส่วนประกอบการเชื่อมโยงของสิ่งมีชีวิตให้เกิดความสมดุล สอดคล้องกับความเชื่อของเบญจธาตุ และวงจรของสี ธาตุหรือสีที่ใกล้กันจะเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ตรงข้ามกันจะมีการรักษาสมดุลซึ่งกันและกันหรือขัดแย้งต่อกัน พร้อมสร้างองค์ความรู้ในกระบวนการสร้างสรรค์จา กเทคนิคจิตรกรรมผ่านรูปทรง การจัดวางองค์ประกอบ และเนื้อหาความหมาย ผ่านผลงานการสร้างสรรค์ จำนวน 4 ชิ้นได้แก่ ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุไม้ และธาตุดินและทอง พบว่าผลงานมีความสอดคล้องกันในประเด็นของเนื้อหาจากความเชื่อเรื่องการมีอยู่ของธาตุทั้ง 5 กับอิทธิพลของสีในด้านอารมณ์ความรู้สึก ดังนี้ ธาตุทั้ง 5 มีส่วนเหมือนกันคือมีสัญลักษณ์และการแทนค่าด้วยสี ทำให้เกิดนัยยะสำคัญทางการแปลความหมายแก่ผู้พบเห็น สัญลักษณ์ของธาตุแทนด้วย สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม รูปทรงอิสระ ในด้านของสี เช่นสีแดง สีเขียว สีขาว สีทอง สีน้ำเงิน มีความสอดคล้องกันในเรื่องของอิทธิพลของสีที่กล่าวถึงสีแดงมีพลังเปรียบเทียบกับธาตุไฟ สีเขียวความอุดมสมบูรณ์สร้างชีวิต เปรียบกับธาตุไม้ สีขาวสะแดบริสุทธิ์เปรียบกับธาตุทองความบริสุทธิ์ของแร่ สีน้ำเงินเปรียบกับธาตุน้ำ ความสงบ เย็นสบาย สีทองคือแร่ธาตุในดินที่มีความหลากหลายรวมกันเปรียบกับความอุดม สมบูรณ์ก่อเกิดสิ่งมีชีวิตคำสำคัญ: เบญจธาตุ, พลังงานของสีAbstractThe creates paintings based on the concept of energy from the 5 elements of Confucius through linking the principles of thinking. Beliefs about the influence of colors on living things and is a component of the connection of living things to create balance. Consistent with the beliefs of the five elements and the color cycle. Elements or colors that are close together will support each other. Opposites will maintain balance with each other or conflict with each other. Ready to create knowledge in the creative process from painting techniques through shapes. composition and meaning content Through 4 creative works,
168These include the water element, the fire element, the wood element, and the earth and gold elements. It was found that the works were consistent in content from the belief in the existence of the 5 elements and the influence of color on emotions as follows: All 5 elements have the same thing in that they have symbols and color representations. This creates important interpretations for those who see it. Symbols of the elements are represented by triangles, squares, free shapes in terms of colors such as red, green, white, gold, blue. There is a consistency in the influence of the colors mentioned. Red has power compared to the fire element. Green, abundance creates life. compared to the wood element white color of Sadae is comparable to the gold element and the purity of the mineral. Blue is compared to the element of water, peace and coolness. Gold is the minerals in the soil that are diverse together and are compared to abundance. complete creation of living things.Keywords: Five Elements, Energy of color1. ความสำคัญหรือความเป็นมาของปัญหาชาวไทยมีความเชื่อในในเรื่องของธาตุกับการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ธาตุมีส่วนประกอบสำคัญ 4 ประการในความเชื่อของไทยที่สอดคล้องกับหลักคำสอนในศาสนาพุทธมีองค์ประกอบพื้นฐาน 4 ประการ ได้แก่ธาตุดิน(ปฐวีธาตุ) ธาตุน้ำ(อาโปธาตุ) ธาตุลม(วาโยธาตุ) และธาตุไฟ(เตโชธาตุ) ประกอบกันเป็นสิ่งมีชีวิต โดยจีนมีความเชื่อในธาตุทั้ง 5 ( Belief in 5 elements ) เชื่อว่าในสรรพสิ่งทุกย่างมีธาตุทั้ง 5 คือ ธาตุน้ำ ธาตุไม้ ธาตุไฟ ธาตุดิน และธาตุโลหะ ที่สร้างความสมดุลนำความโชคดีและปกป้องอันตรายจากพลังชี่ และตำแหน่งทิศของธาตุต่าง ๆ เหล่านี้ใช้ได้ในทุก ๆ ที่ในโลก สอดคล้องกับความเชื่อของคนไทยในเรื่องของควา มเชื่อในธรรมชาติที่กล่าวถึงการพึ่งพาซึ่งกันและกันของธรรมชาติ ดังนี้ น้ำให้ชีวิตแก่สรรพสัตว์ ไฟให้ความอบอุ่นและพลังงาน ดินส่งเสริมธรรมชาติปรับสมดุลให้สิ่งมีชีวิต ต้นไม้ให้ชีวิตความร่มรื่น เย็นสบาย และโลหะสร้างของล้ำค่าแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ต่าง ๆ ความเชื่อของไทยแลจีนมีความสอดคล้องกันด้วยพลังงานที่อาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกัน เมื่อธาตุทั้ง 5 อยู่ในสภาวะที่สมดุล ก็จะเกิดคุณประโยชน์หลาย ๆ ด้าน หลักการและความหมายของธา ตุทั้ง 5 นี้ ได้รับการยอมรับเรื่อยมาแต่โบราณ จนถูกนำไปใช้ในศาสตร์หลายแขนง ความรู้เรื่องพลังงา นของธรรมชาติ โหราศาสตร์ วิชาแพทย์แผนจีน ตลอดจนการบริหารในด้านต่าง ๆ สิ่งที่น่าสนใจคือ ธาตุทั้งห้าได้ให้กำเนิดซึ่งกันและกัน และขณะเดียวกันก็ทำลายกันเอง เกิดเป็นทฤษฎีธาตุกำเนิด หรือเกื้อหนุนกัน และธาตุปรปักษ์ ขัดแย้งต่อกันทำลายกัน พลังงานของสีมีผลต่อสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับธาตุทั้งห้า โดยที่ธาตุทั้ง 5 มีสัญลักษณ์ของสีเป็นตัวกำหนด บ่งบอกลักษณะ ก่อกำเนิด และทำลาย เป็นวงวัฏจักร ดังนี้ 1) ธาตุไม้มีการเปรียบเทียบด้วยสัญลักษณ์ด้วย สีเขียว ให้ความอุดมสมบูรณ์ ให้ชีวิต แข็งแรง หนักแน่น มีความเมตตาก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ได้ เป็นที่พักพิงให้กับสิ่งมีชีวิต ธาตุไม้ให้กำเนิดธาตุไฟได้ เนื่องจากไม้เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้เกิดการเสียดสีจนมีประกายไฟ
169ก่อเกิดเป็นธาตุไฟ 2) ธาตุไฟมีการเปรียบเทียบด้วยสัญลักษณ์ด้วยสีแดง ความร้อนแรง เผาพลาญ มีพลัง เปรียบกับไฟของดวงอาทิตย์ โดดเด่น ให้กำเนิดพลังงานแสงสว่าง สง่างาม ตรงไปตรงมา มีแรงบันดาลใจ ธาตุไฟให้กำเนิดธาตุดิน เมื่อไฟเผาไหม้ต้นไม้ต่าง ๆ จนเป็นเถ้าถ่านแล้วกลายเป็นดิน 3) ธาตุดินมีการเปรียบเทียบด้วยสัญลักษณ์ด้วยสีทอง ความมีคุณค่าด้วยแร่ธาตุในดินมีคุณค่าก่อเกิดพลังงานมากมาย ธาตุดินจึงถูกจัดให้อยู่ในส่วนสำคัญคือธาตุหลักในทั้งหมด 5 ธาตุ เพราะความเชื่อและศรัทธาในหลักคำสอนกล่าวถึงความอดทนและเป็นที่รองรับจากกิเลสทั้งปวง คำสอนจึงเปรียบเทียบให้หนักแน่นและมีคุณค่าในตัวเองเช่นธาตุดิน เปรียบกับดินภูเขา ที่มีความอดทน สุขุม ซื่อสัตย์และหนักแน่น ธาตุดินให้กำเนิดธาตุโลหะ ในดินมีแร่ธาตุหลายชนิด 4) ธาตุโลหะมีการเปรียบเทียบด้วยสัญลักษณ์ด้วยสีขาว เป็นความบริสุทธิ์ ก่อกำเนิดสิ่งมีค่าได้ มีความโดดเด่น ต้องตาต้องใจ มีความสุนทรี ให้กำเนิดธาตุน้ำ แร่ธาตุในดินทำให้เกิดแหล่งน้ำขึ้น 5) ธาตุน้ำมีการเปรียบเทียบด้วยสัญลักษณ์ด้วยสีน้ำเงิน สงบนิ่ง สุขม เย็นสบาย ให้กำเนิดธาตุไม้ น้ำหล่อเลี้ยงไม้ให้เจริญเติบโต ธาตุไม้เป็นปรปักษ์ธาตุดิน ต้นไม้ดูดแร่ธาตุจากดินทำให้ดินเสีย ธาตุดินเป็นปรปักษ์ธาตุน้ำ ดินทับถมแหล่งน้ำ ธาตุน้ำเป็นปรปักษ์ธาตุไฟ น้ำดับไฟ ธาตุไฟเป็นปรปักษ์ธาตุโลหะ ไฟหลอมเผาโลหะ ธาตุโลหะเป็นปรปักษ์ธาตุไม้ โลหะมากเกินไปทำให้ต้นไม้เกิดไม่ได้เพราะขาดดิน ตั้งยืนยงนอกจากความสำคัญในเรื่องของธาตุในธรรมชาติที่มีอยู่และเป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกแล้ว ธาตุแต่ละธาตุยังมีลักษณะพิเศษแตกต่างกันด้วยการสร้า งผลงานจิตรกรรมด้วยการสร้างสรรค์ผลงานจากพลังงานของสีโดยมีแรงบันดาลใจจากธาตุทั้ง 5 ในหลักความเชื่อข้างต้นนั้น สีในแต่ละธาตุมีความหมายที่สอดคล้องกันเช่นวงจรของสี เปรียบกับวงจรของธา ตุที่สีใกล้กันเกื้อหนุนกัน สีตรงข้ามกันเป็นสีขัดแย้งซึ่งกัน ความหมายของสีและธาตุทั้ง 5 จึงเป็นสิ่งที่ผู้วิจัยมีความสนใจในการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรม โดยการสร้างสรรค์ด้วยสีอะคริลิกเพื่อเป็นการทดลองเทคนิคเพื่อค้นหาลักษณะต่าง ๆ ที่สามารถสร้างสรรค์ในพื้นผิวของธาตุทั้ง 5 ผ่านรูปทรงธรรมชาติ และรูปทรงอิสระ โดยมีความสุนทรียศาสตร์ในผลงานการสร้างสรรค์ครั้งนี้ผู้วิจัยสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมจากแนวคิดของพลังงานของสีจากธาตุทั้ง 5 ผ่านการเชื่อมโยงหลักการคิด ความเชื่อที่สีมีอิทธิพลต่อสิ่งมีชีวิต และเป็นส่วนประกอบการเชื่อมโยงของสิ่งมีชีวิตให้เกิดควา มสมดุล สอดคล้องกับความเชื่อของเบญจธาตุ และวงจรของสีที่เมื่อธาตุหรือสีที่ใกล้กันจะเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ตรงข้ามกันจะมีการรักษาสมดุลซึ่งกันและกันหรือขัดแย้งต่อกัน พร้อมสร้างองค์ความรู้ในกระบวนการสร้างสรรค์จากเทคนิคจิตรกรรมผ่านรูปทรง การจัดวางองค์ประกอบ และเนื้อหาความหมาย ผ่านผลงานการสร้างสรรค์2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องแนวคิดของเบญจธาตุ วิมลรัตน์ หงส์ร่อน (2537) กล่าวว่า ธาตุทั้ง 5 ประกอบด้วย ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุไม้ ธาตุดิน และธาตุทอง ซึ่งต่างจากธาตุของกรีกและอินเดียที่มีเพียง 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ สำหรับแนวความคิดเรื่องธาตุทั้งห้านี้ เป็นแนวคิดพื้นฐานของฮวงจุ้ยซึ่งเกิดขึ้นเมื่อราวศตวรรษที่ 4 และมีการกล่าวถึง
170ในทุกวงการทางวิชาการต่าง ๆ ของจีน ซึ่งธาตุทั้ง 5 มีอิทธิพลในการเสริมและสร้าง และทำลายซึ่งกันและกัน ธาตุทั้ง 5 ถูกแบ่งออกเป็นหยิน(เล็ก) และหยาง(ใหญ่) ทุกธาตุจึงมีความสมดุลและความต่างกันออกไปดังนี้ 1. ธาตุดิน หยิน (เล็ก) เปรียบกับดินในที่ราบ มีความยืดหยุ่น ดินสำหรับเพาะปลูกที่ต้องพึ่งพาตา มฤดูกาล เปรียบเทียบกับความอ่อนโยน มีสติปัญญาที่ดี อารมณ์ดี และฉกฉวยโอกาสได้ดี หยาง(ใหญ่) เปรียบกับดินภูเขา มีแร่ธาตุเยอะแข็งแกร่ง เปรียบเทียบกับความมั่นคง ซื่อสัตย์ น่าเชื่อถือ และอดทน2. ธาตุน้ำ หยิน (เล็ก) เปรียบกับฝน ไอน้ำ หรือหมอก ให้อารมณ์ของความลึกลับ ลึกซึ้ง โรแมนติก ส่งเสริมจินตนาการ หยาง (ใหญ่) เปรียบกับมหาสมุทร คลื่นทะเล เปรียบเทียบกับความใจกว้าง ปรับตัวเก่ง ความเคลื่อนไหวอยู่ได้ทุกรูปแบบ มีความรู้สึกไว3. ธาตุไม้ หยิน (เล็ก) เปรียบกับไม้เลื้อย รู้จักยืดหยุ่น ปรับตัวเก่ง ดูมีเสน่ห์ หยาง (ใหญ่) เปรียบกับต้นไม้ใหญ่ มีความหนักแน่นรากฐานมั่นคง เป็นร่มเงาให้แก่สรรพสัตว์ ให้ความรู้สึกอ่อนโยน จิตใจดี สง่างาม เด็ดเดี่ยว4. ธาตุไฟ หยิน (เล็ก) เปรียบกับเปลวไฟบนเทียน อ่อนไหวต่อลม ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว อ่อนไหว หยาง (ใหญ่) เปรียบกับพระอาทิตย์ มีความร้อนแรง ทรงพลัง อบอุ่นให้ชีวิต ให้ความรู้สึก ร้อนแรง สง่างาม ตรงไปตรงมา โดดเด่น5. ธาตุทอง หยิน (เล็ก) เปรียบกับแร่ที่ถูกเจียระไนเช่น อัญมณี หรือเครื่องประดับ ให้ความสวยงาม โดดเด่น ต้องตา ต้องใจ ให้ความรู้สึก สุนทรียะความงาม พิถีพิถัน งดงาม หยาง (ใหญ่) เปรียบกับแร่โลหะดิบเช่น อาวุธ เครื่องจักร คงทนและแข็งแรง ให้ความรู้สึก เฉียบขาด คม รวดเร็ว แข็งแกร่ง ทนทาน แข็งแรงโดยปราชญ์ชาวจีนแบ่งลักษณะของสรรพสิ่งหรือสสารทุกสิ่งบนโลกออกเป็น 5 ธาตุ โดยลักษณะที่พิจารณามีทั้งรูปแบบการเคลื่อนไหวของพลังงาน วัตถุธาตุของสรรพสิ่งนั้น รูปทรง รวมไปถึง สี รายละเอียดตามตัวอย่างในตารางด้านล่างนี้ธาตุ วัตถุธาตุ รุปทรงวัตถุไม้ (พลังพุ่งขึ้น) ต้นไม้ ดอกไม้ สีเขียวอ่อนและแก่ สูงหรือ ยาวน้ำ (พลังไหลลง) น้ำพุ น้ำตก ทะเล คลอง สีฟ้า น้ำเงิน หรือ ดำ ลูกคลื่นหรือ ต่อเนื่องไฟ (พลังกระจาย)หลอดไฟ โคมไฟ พระอาทิตย์ สีแดง ม่วงแดง ชมพูสูงแหลมหรือ สามเหลี่ยมดิน(พลังรวมศูนย์)ดิน หิน รูปปั้นดินเผา เซรามิค คริสตัล สีเหลือง ส้ม น้ำตาล ครีม อิฐ สีแทนสี่เหลี่ยมจตุรัสทอง(พลังหมุนทะลวง)สิ่งของที่เป็นโลหะทุกชนิด เงิน ทอง ทองเหลือง บรอนซ์ สีขาว เงิน หรือทองวงกลม
171ภาพที่ 1 วัฎจักรของเบญจธาตุที่มา: ทองเจือ เขียดทอง, การออกแบบสัญลักษณ์ สืบค้นออนไลน์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 25683. กระบวนการในการสร้างสรรค์กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้เกิดจากผู้สร้างสรรค์ได้รับแรงบันดาลใจด้านการทำ งานผ่านความคิดที่หยิบยกรูปทรงมนุษย์มานำเสนอในผลงานเพื่อสื่อถึงการอยู่ร่วมผ่านความคิด ความฝันร่วมกับจินตนาการเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ของศิลปินให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด โดยการใช้รูปทรงที่ถูกตัดทอนในบางส่วนออกและใช้สีในการเชื่อมโยงเรื่องราวให้กับภาพ เช่นผลงานของ Gustav Klimt (กุสตัฟ คลิ้ม) ที่นำสีทองมาตกแต่งประดับร่วมกับการเขียนภาพบุคคลเหมือนทำให้ภาพดูมีความแตกต่างออกไปจากภาพปกติเป็นการใช้สีเหลืองทองทดแทน สัญลักษณ์ในเรื่องของชนชั้นที่บ่งบอกถึงฐานะของภรรยานายธนาคารทำให้สีมีอิทธิพลต่อผลงานเป็นอย่างมาก ส่วนในเรื่องของธาตุ ทองเป็นหนึ่งในเบญจธาตุที่กล่าวถึงความงดงามล้ำค่าจึงเป็นการสร้างสรรค์ที่ลงตัวด้วยการหยิบยกความงดงามของผู้หญิงมานำเสนอร่วมกับความล้ำค่าผ่าสัญลักษณ์ของสี และธาตุ ภาพที่ 2ผลงาน \"สวนสวรรค์\" โดย วุฒิกร คงคา มีการหยิบยกรูปทรงของประติมากรรมมานำเสนอผ่านฟอร์มที่ดูอิสระ มีการจัดวางบนระนาบสีที่ดูเรียบแบน ประกอบกับรายละเอียดตกแต่งด้วยเส้นและพื้นผิวทำให้การนำเสนอด้านรูปทรงและสี ทำงานได้อย่างลงตัว การนำเสนอภายในภาพหยิบยกประติมากรรมมานำเสนอเปรียบได้กับธาตุเหล็กที่มีการหล่อหลอมขึ้นมา ผสมผสานกับรูปแบบฟอร์มในพื้นหลังที่มีการไหลเวียนเหมือนธาตุน้ำ ทำให้เนื้อหามีความผสมผสานกันอยู่ในเรื่องราวของธาตุ และสีทำให้ผลงานเกิดความโดดเด่นและมีคุณค่าภาพที่ 2 รูปภาพผลงานด้านซ้าย Portrait of Adele Bloch-Bauer Iของ Gustav Klimt (กุสตัฟ คลิ้ม)ที่มา:สืบค้นออนไลน์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568https://www.tamasjewelry.com/blogs/news/portrait-of-adele-bloch-bauer-iภาพด้านขวารูปภาพผลงาน \"สวนสวรรค์\" โดย วุฒิกร คงคาที่มา: สืบค้นออนไลน์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 https://www.facebook.com/mocabangkok
172ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการวิเคราะห์ผลการเก็บข้อมูล ผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ผู้วิจัยศึกษาแบ่งประเด็นออกเป็น 2 รูปแบบคือ ผลการวิเคราะห์ธาตุของเบญจธาตุทั้ง 5 ได้แก่ ดิน ไม้ น้ำ ไฟ และทอง ออกเป็นรูปทรงที่สอดคล้องกับข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยเพื่อให้เกิดความเหมาะสมของผลงานจิตรกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างขึ้นโดยมีข้อมูลสนับสนุนผ่านการวิเคราะห์ของผู้วิจัยในการเพิ่มเติมให้เกิดความเข้าใจต่อผู้ชมได้ง่ายขึ้น และรูปแบบที่ 2 คือสีและอิทธิพลของสีต่อธาตุทั้ง 5 นำมาวิเคราะห์เพื่อออกแบบร่างที่มีความสอดคล้องกันทั้ง 2 ประเด็นโดยมีการจัดวางให้เกิดความเหมาะสมทั้ง 2 รูปแบบด้วยทัศนธาตุ และการจัดวางองค์ประกอบให้ผลงานเกิดความสมบูรณ์ทางเนื้อหาและความคิด ผลการศึกษาจากเอกสารงานวิจัยของ วิมลรัตน์ หงส์ร่อน(2537), อำนวยชัย ปฏิพัทธ์เผ่าพงศ์(2544), โกสุม สายใจและบำรุง อิศรกุล(2540) และทองเจือ เขียดทอง (2542) ให้คำนิยามที่สอดคล้องกันในเรื่องของสัญลักษณ์ประจำธาตุแต่ละธาตุที่บ่งบอกถึงคุณลักษณะเฉพา ะโดยแบ่งออกเป็น 2 ด้านคือสัญลักษณ์รูปทรง และสัญลักษณ์สีที่มีความสอดคล้องกันเพื่อแสดงออกถึงธาตุทั้ง 5 ได้ผลการศึกษาออกมาตรงกันในเรื่องของสี และลักษณะของรูปทรงธาตุทั้ง 5 ดังนี้ขั้นตอนที่ 2 ขั้นตอนการออกแบบภาพร่าง ผลการออกแบบต้นแบบผลงานจำนวน 4 ชิ้นขนาด 60x80 เซนติเมตร โดยมีธาตุหลักแต่ละชิ้นที่บ่งบอกถึงความเป็นธาตุที่ชัดเจนผสมผสานกับธาตุอื่น ๆ เป็นส่วนประกอบภายในภาพ โดยมีลักษณะของการพึ่งพาของธาตุที่ใกล้เคียงกันและธาตุที่เป็นธา ตุพิฆา ตหรือทำลายธาตุอยู่ภายในภาพเพื่อเป็นการแสดงถึงเนื้อหาอิทธิพลของธาตุในด้านความสมดุลในธรรมชาติ และใช้ลักษณะการออกแบบที่ผสมผสานกับการวิเคราะห์รูปทรงและสีเพื่อออกแบบร่างจำนวน 4 ชิ้น ดังนี้ 1. ธาตุดินและธาตุทอง 2 ธาตุน้ำ 3.ธาตุไม้ 4.ธาตุไฟ ภาพที่ 3 ภาพร่างแบบด้วยดินสอ ที่มา: จากผู้สร้างสรรค์
173การร่างภาพ ผลงานรวม 4 ชิ้นเพื่อสร้างสรรค์เป็นผลงานจิตรกรรมสร้างสรรค์จากเบญจธาตุและอิทธิพลของสีเพื่อแสดงออกถึงความสมดุลทางธรรมชาติในเรื่องของธาตุและความงามที่ส่งเสริมกันเมื่ออยู่ร่วมกันและการหักล้างกันเพื่อการเกิดขึ้นใหม่ผ่านทัศนธาตุและการออกแบบ โดยอาศัยรูปลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตเพื่อนำเสนอให้เกิดความเข้าใจง่ายด้วยการเติม ตา จมูก ปาก และลักษณะที่คล้ายมนุษย์ให้กับจุดเด่นของภาพและการใช้สัญลักษณ์แห่งการเกิดของเพศชาย และเพศหญิงที่เป็นของคู่กันโดยมุ่งเน้นแสดงออกถึงความงามผ่านรูปทรงที่เข้าถึงมนุษย์ได้ง่ายที่สุดขั้นตอนที่ 3 ผู้วิจัยสังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและการศึกษางานวิจัยเพื่อสร้างสรรค์ผลงานและกำหนดต้นแบบออกเป็นผลงานทั้งหมด 4 ชิ้นโดยมีธาตุที่เป็นตัวกำหนดหลักในภาพประกอบกับธาตุที่เกื้อหนุนกัน และธาตุที่ทำลายกันภายในภาพ 4 ผลงานประกอบด้วย 1. ธาตุดินและทอง 2. ธาตุน้ำ 3. ธาตุไม้ 4. ธาตุไฟ โดยกำหนดธาตุหลักอยู่ที่ร้อยละ 70 ของภาพ ส่วนร้อยละ 30 เป็นส่วนประกอบของธาตุเกื้อหนุนและพิฆาตตามลำดับ โดยการสังเคราะห์ข้อมูลสู่ต้นแบบก่อนสร้างสรรค์ผลงานถูกแบ่งออกเป็นรายละเอียดดังตารางธาตุดินตัวอย่างของ 1 ใน 5 ธาตุ ต่อไปนี้ตารางที่ 2 การวิเคราะห์ต้นแบบความคิดของทุกธาตุ (นำมาเป็นตัวอย่าง 2 ธาตุจากทั้งหมด 5 ธาตุ)ขั้นตอนที่ 4 การสร้างพื้นผิวให้กับพื้นหลังของภาพ ผู้วิจัยใช้ถุงมือยางและถุงพลาสติกในการกดทับ และปั้มสีให้เกิดการกระจายของเนื้อสีที่ใช้แรงกดทับซ้ำไปมาเพื่อให้คุณสมบัติของเนื้อสีถูกบีบดึงทำให้พื้นผิวเกิดการกระจายทั้ง 4 ผลงาน ด้วยแรงกดตามภาพ
174ภาพที่ 4 ภาพปั้มสีพื้นหลังด้วยถุงพลาสติกเพื่อสร้างพื้นผิวที่มา: ผู้สร้างสรรค์ขั้นตอนที่ 5 การร่างภาพด้วยการฉายแบบร่างเพื่อร่างภาพ และกำหนดองค์ประกอบของภา พให้เหมาะสมและไม่ผิดเพี้ยนไปจากแบบร่างเพื่อรักษาความเหมาะสมของภาพตามต้นแบบภาพที่ 5 การร่างภาพด้วยการฉายแบบร่างเพื่อกำหนดองค์ประกอบและใช้ดินสอร่างตามที่มา: ผู้สร้างสรรค์ขั้นตอนที่ 6 การลงสีผู้วิจัยใช้การลงสีภาพรวมเพื่อดูน้ำหนักและแสงเงาของภาพทั้งหมดก่อน และให้ค่าน้ำหนักของภาพเกิดไปในทิศทางเดียวกัน เช่นการกำหนดแสงทั้งภาพเข้ามาจากทางซ้ายก็จะกำหนดแสงเงาทั้งภาพไปด้วยกัน การลงน้ำหนักโดยรวมทั้งภาพทำให้ภาพมีความเป็นเอกภาพไปในทิศทางเดียวกันด้วยแสงและเงา และเก็บรายละเอียดจนสมบูรณ์ภาพที่ 6 การลงสีภาพโดยรวมเพื่อกำหนดแสงและเงาที่มา: ผู้สร้างสรรค์
175ขั้นตอนที่ 7 ผลงานจิตรกรรมการสร้างสรรค์ ผู้วิจัยสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมจากแนวคิดของพลังงานของสีจากธาตุทั้ง 5 ผ่านการเชื่อมโยงหลักการคิด ความเชื่อที่สีมีอิทธิพลต่อสิ่งมีชีวิต และเป็นส่วนประกอบการเชื่อมโยงของสิ่งมีชีวิตให้เกิดความสมดุล สอดคล้องกับความเชื่อของเบญจธาตุ และวงจรของสีที่เมื่อธาตุหรือสีที่ใกล้กันจะเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ตรงข้ามกันจะมีการรักษาสมดุลซึ่งกันและกันหรือขัดแย้งต่อกัน พร้อมสร้างองค์ความรู้ในกระบวนการสร้างสรรค์จากเทคนิคจิตรกรรมผ่านรูปทรง การจัดวางองค์ประกอบ และเนื้อหาความหมาย ผ่านผลงานการสร้างสรรค์จำนวนทั้งหมด 4 ชิ้น ดังนี้ภาพที่ 7 เบญจธาตุที่มา: ผู้สร้างสรรค์4. การวิเคราะห์ผลงานการวิเคราะห์การใช้ทัศนธาตุในงานสร้างสรรค์ ทัศนธาตุในผลงานที่เด่นชัดประกอบด้วย เส้น รูปร่างรูปทรง พื้นผิว และการเลือกจัดวางองค์ประกอบให้เกิด จังหวะ พื้นที่ว่าง การเลือกใช้ให้เหมา ะสมส่งเสริมให้ผลงานถึงจุดมุ่งหมายของการสร้างสรรค์ผลงาน สำหรับการสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้ให้ความสำคัญต่อทัศนธาตุและการจัดองค์ประกอบเหล่านั้นทั้งหมดเพื่อเป็นการศึกษา การค้นคว้าและทดลอง การถ่ายทอดภาพสัญลักษณ์ของธาตุและอิทธิพลของสีที่ส่งผลให้ทัศนธาตุสอดคล้องกับด้านความเชื่อเรื่องธาตุทั้ง 5 ที่มีการพึ่งพาอาศัยกันทำลายกันเปรียบกับวงจรสีที่มีสีคู่ตรงข้ามกันสีที่สนับสนุนกันผลงานสร้างสรรค์ขึ้นจากความเชื่อในเรื่องของธาตุที่รักษาสมดุลเพื่อการสร้างสิ่งมีชีวิต และการดำรงอยู่อาศัยร่วมกัน ในส่วนของเนื้อหามีความเชื่อมโยงกับอิทธิพลของสีโดยผู้สร้างสรรค์สร้างผลงานจา กเนื้อหาของความเชื่อในเบญจธาตุหรือธาตุทั้ง 5 ผสมผสานกับอิทธิพลของสีและความหมายที่มีความสอดคล้องกัน และมีอิทธิพลกับสิ่งมีชีวิตทั้ง 2 ประเด็น ตามลักษณะธาตุดังนี้ ธาตุไฟ เป็นธาตุที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสีและการทำลายล้าง จะเป็นศัตรูกับธาตุไม้ ในเรื่องของสี สีแดงของไฟกับสีเขียวของต้นไม้ ก็เป็นสีคู่ตรงข้ามกันทำให้เกิดการขัดแย้งกัน แต่ในลักษณะการดำรงชีวิตของมนุษย์การนำไม้มาเผาสร้างเป็นถ่านใช้ในการดำรงชีวิตเป็นลักษณะของการพึ่งพาในทางอ้อม ในผลงานผู้สร้างสรรค์แสดงออกในเนื้อหาประเด็นต่างๆ ผ่านรูปทรงที่มีความแข็งแรง เคลื่อนไหวเหมือนเปลวไฟ และใช้สีคู่ตรงข้ามมีส่วนร่วมภายในภาพ ธาตุน้ำ เป็นธาตุที่เย็นสบาย สร้างขีวิต ผู้สร้างสรรค์นำเสนอในรูปแบบของการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตที่ต้องพึ่งพาอาศัยธาตุน้ำ แสดงถึงความร่มเย็น มีชีวิต และธาตุน้ำยังเป็นอาหารสำคัญของธาตุไม้อีกด้วย และเป็นศัตรูกับธาตุไฟ ธาตุไม้ เป็นสิ่ง
176สำคัญในการให้อาหาร ร่มเงากับสิ่งมีชีวิต และธาตุไม้จะดูดซับอาหารจากธาตุดิน ทำให้เกิดการพึ่งพา แต่จะเป็นศัตรูกับธาตุไฟ เมื่อมีไฟจะเกิดการทำลายธาตุไม้จนสลายกลายเป็นธาตุดิน ธาตุดินและทอง เป็นธาตุที่อยู่ร่วมกัน เนื่องจากทองเกิดภายในดิน ผู้สร้างสรรค์นำเสนอผ่านผลงานชิ้นเดียวกันโดยให้ทองสอดแทรกอยู่ในภาพสัญลักษณ์ต่าง ๆ ถูกนำเสนอร่วมกันผ่านสีทอง ขาว น้ำตาล เป็นโทนหลักภายในภาพ และใช้รูปทรงที่ดูหนักแน่น นำเสนอเป็นธาตุดินที่แข็งแรง ธาตุดินจะเป็นอาหารให้กับธาตุไม้ และเป็นเหมือนใจกลางของธาตุตามที่ความเชื่อขงจื่อกล่าวถึง เพราะดินมีแร่ธาตุในการสร้างแหล่งน้ำ สร้างต้นไม้ และทุกอย่างย่อยสลายกลับสู่ดิน ด้านองค์ความรู้การเปรียบเทียบในด้านของความเชื่อเรื่องเบญจธาตุกับอิทธิพลของสีมีความสอดคล้องกันในจุดของความใกล้เคียง และคู่ตรงข้าม เมื่อธาตุหรือสีถูกผสมกันด้วยสิ่งที่ใกล้เคียงกันจะท ำ ให้เกิดการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพากัน ช่วยเหลือ และหากถูกผสมกันด้วยลักษณะตรงกันข้ามกันจะทำให้เกิดควา มไม่ลงตัว ขัดแย้งกัน แต่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกันเพื่อสร้างความสมดุลเช่นการใช้สีจำเป็นต้องมีสีคู่ตรงข้ามเพื่อทำให้สีมีความสมบูรณ์ขึ้น และธาตุทั้ง 5 ต้องมีธาตุที่พึ่งพาและทำลายกัน เพื่อความสมดุลเช่นกัน การสร้างผลงา นชุด เบญจธาตุต้องการนำเสนอ ความเชื่อเรื่องเบญจธาตุของขงจื่อ และอิทธิพลของสีที่มีต่อมนุษย์ สิ่งสำคัญหลักการใช้ชีวิตตามหลักคำสอนในทุกศาสนาคือการมีอยู่ และดับไป เกิดใหม่ และจากไป ไม่มีอะไรแน่นอน แต่ระหว่างการมีอยู่ต้องอยู่ร่วมกัน พึ่งพา และรักษาสมดุลไว้5. สรุปผลงานจิตรกรรมจากแนวคิดของพลังงานจากธาตุทั้ง 5 ของขงจื่อผ่านการเชื่อมโยงหลักการคิด ความเชื่อเรื่องที่สีมีอิทธิพลต่อสิ่งมีชีวิต และเป็นส่วนประกอบการเชื่อมโยงของสิ่งมีชีวิตให้เกิดความสมดุล สอดคล้องกับความเชื่อของเบญจธาตุ และวงจรของสีที่เมื่อธาตุหรือสีที่ใกล้กันจะเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ตรงข้ามกันจะมีการรักษาสมดุลซึ่งกันและกันหรือขัดแย้งต่อกัน พร้อมสร้างองค์ความรู้ในกระบวนการสร้างสรรค์จากเทคนิคจิตรกรรมผ่านรูปทรง การจัดวางองค์ประกอบ และเนื้อหาความหมาย ผ่านผลงานการสร้างสรรค์ จำนวน 4 ชิ้นได้แก่ ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุไม้ และธาตุดินและทอง ประกอบกับการสร้างต้นแบบจากแรงบันดาลใจ ศิลปินต้นแบบได้รับเรื่องของการใช้สีที่ทำจากทองมาเขียนด้วยความวิจิตรเป็นการสื่อสารเรื่องราวของมนุษย์และค่าความหมายของสีและธาตุอย่าง กุสตัฟ คลิ้ม ที่ให้คุณค่าความงามของธาตุ สี และมนุษย์ร่วมกัน ร่วมกับศิลปินอีกท่าน คือ ผศ.วุฒิกร คงคา ที่หยิบยกรูปทรงมนุษย์มาสื่อสารผ่านจินตนาการ และถ่ายทอดรูปทรงที่ถูกตัดทอนทำให้เข้าใจได้ง่าย มาสร้างผลงานจากธาตุเบญจธาตุทั้ง 5 ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ผลงานจำนวน 4 ชิ้นขึ้นโดยสร้างผลงานที่สื่อถึงธาตุหลักในภาพร้อยละ 70 ของภาพ ส่วนร้อยละ 30 จะเป็นธาตุที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยง และพิฆาตหรือทำลายกันเพื่อแสดงออกถึงเรื่องราวเนื้อหาของความเชื่อในธา ตุที่อยู่ร่วมกัน ผ่านรูปทรง สี และเนื้อหารายละเอียดที่ใส่ลงในผลงานโดยมีความเชื่อมโยงผ่านความเชื่อในเบญจธาตุ อิทธิพลของสีที่มีต่อมนุษย์ และรูปทรงที่เข้าถึงมนุษย์ได้เข้าใจง่ายคือการเปรียบเทียบสัญลักษณ์ด้วยสิ่งมีชีวิตคือมนุษย์เพื่อสื่อสารให้เข้าใจถึงผู้ชมได้ง่ายที่สุด ประกอบกับรายละเอียดที่ผู้วิจัยทำการคัดเลือกความเหมาะสมเพื่อส่งเสริมให้ภาพผลงานเกิดความสมบูรณ์มากที่สุด สีในแต่ละธาตุมีความหมายที่สอดคล้องกันกับรูปทรงเพื่อเป็น
177สัญลักษณ์และมีความใกล้เคียงกันกับวงจรของสีที่มีการเปรียบกับวงจรของธาตุที่สีใกล้กันเกื้อหนุนกัน สีตรงข้ามกันเป็นสีขัดแย้งซึ่งกัน ความหมายของสีและธาตุทั้ง 5 จึงเป็นสิ่งที่ผู้สร้างสรรค์มีความสนใจในการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมผ่านรูปทรงโดยการสร้างสรรค์ด้วยสีอะคริลิกเพื่อเป็นการทดลองเทคนิคเพื่อค้นหาลักษณะต่าง ๆ ที่สามารถสร้างสรรค์ในพื้นผิวของธาตุทั้ง 5 ผ่านรูปทรงธรรมชาติ และรูปทรงอิสระ โดยมีความสุนทรียศาสตร์ในผลงานการสร้างสรรค์เอกสารอ้างอิงโกสุม สายใจและ บํารุงอิศรกุล. (2540). “การออกแบบนิเทศศิลป2.”. เอกสารประกอบการสอนวิชาการออกแบบนิเทศศิลป2 คณะศิลปกรรมศาสตรสถาบันราชภัฎสวนดุสิต, ม.ป.ท., ม.ป.ป.ทองเจือ เขียดทอง. (2548). การออกแบบสัญลักษณ์. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ สิปประภา.วิมลรัตน์ หงส์ร่อน. (2537). “ฮวงจุ้ย: บทบาทของความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยที่มีต่อการทำธุรกิจการค้าของชาวจีน กรณีศึกษา ธุรกิจการค้าย่านเยาวราชตั้งแต่วงเวียนโอเดียนถึงสี่แยกราชวงศ์”. สารนิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปกร.อํานวยชัย ปฏิพันธเผาพงศ. (2540). ฮวงจุยสี. กรุงเทพมหานคร : สรอยทอง.
178ภาพกราฟิกกับมิติทางอารมณ์: ความเรียบง่ายที่ทรงพลังGraphics with emotional dimensions : Powerful simplicityปองไท รัตนวงศ์แข, Pongtai Rattanawongkaeสาขาวิชาคอมพิวเตอร์กราฟิกและสื่อสร้างสรรค์ ภาควิชาการออกแบบ คณะศิลปวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์เลขที่ 119/10 หมู่ 3 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล นครปฐม 73170Computer Graphic and Creative Media Design Program, Department of Design,Faculty of Fine Arts, Bunditpatanasilpa Institute of Fine Arts.E-mail: [email protected]บทคัดย่อบทความวิชาการนี้สำรวจความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างภาพกราฟิกและอารมณ์ของมนุษย์ โดยเน้นย้ำว่าองค์ประกอบทางทัศนศิลป์ เช่น สี รูปร่าง เส้น และองค์ประกอบของภาพ (Composition) สามารถกระตุ้นและเปลี่ยนแปลงการตอบสนองทางอารมณ์ได้อย่างไร ระเบียบวิธีวิเคราะห์ในบทควา มนี้ใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรมเชิงสังเคราะห์ (Synthesized Literature Review) โดยอ้างอิงจากแนวคิดทางจิตวิทยาสี (Color Psychology) ทฤษฎีการรับรู้อารมณ์ (Emotional Perception) และหลักการเกสตัลท์ (Gestalt Principles) เพื่อสร้างกรอบการวิเคราะห์กลไกที่ภาพกราฟิกส่งผลต่อการรับรู้ ความรู้สึก และพฤติกรรมการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่าการใช้ชุดสี (Color Palette) และโครงสร้างภาพ (Visual Structure) ที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางอารมณ์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารได้อย่างชัดเจน บทความนี้ยังนำเสนอการประยุกต์ใช้ในการออกแบบเพื่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยสรุป บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าการออกแบบกราฟิกควรพิจารณาในฐานะศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจในด้านจิตวิทยาเป็นสำ คัญผลลัพธ์ที่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการออกแบบภาพกราฟิกที่คำนึงถึงมิติทางอารมณ์ และเป็นแนวทางปฏิบัติ (Guidelines) สำหรับนักออกแบบและนักการตลาดในการสร้างงานที่เข้า ถึงและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมได้อย่างมีคุณภาพคำสำคัญ: รูปร่าง, เส้น, องค์ประกอบภาพ, จิตวิทยาสีAbstractThis academic article explores the complex relationship between graphic images and human emotions. It emphasizes how visual elements such as color, shape, lines, and composition of images. How can emotional responses be stimulated and changed? The analytical methodology in this article uses a synthetic literature review method. Based on the concepts of color psychology. Theory of perception Emotions and Gestalt principles To create
179a framework for analyzing the mechanisms by which graphics affect perception, feelings, and behaviorAnalysis shows that the use of color sets and image structure that is consistent with emotional goals can clearly increase communication efficiency This article also presents design applications for more effective communication. In summary, this article points out that graphic design should be considered as a science and art that requires an understanding of Psychology is important The results aim to create a deeper understanding of graphic design that takes into account the emotional dimension. and is a practice For designers and marketers to create quality work that reaches and inspires their audiencesKeywords: Shape, Lines, Composition, Color Psychology 1. ความสำคัญหรือความเป็นมาของปัญหาในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลทางภาพ ภาพกราฟิกได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการสื่อสารของเรา ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา การออกแบบเว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ หรืองานศิลปะ ภาพกราฟิกล้วนมีอิทธิพลต่อการรับรู้และการตัดสินใจของเราอย่างลึกซึ้ง สิ่งที่น่าสนใจคือภาพกราฟิกไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น แต่ยังเป็นสื่อที่มีพลังในการกระตุ้นอารมณ์และสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลได้อีกด้วย บทความนี้จะเจาะลึกถึงวิธีการที่ภาพกราฟิกมีปฏิสัมพันธ์กับอารมณ์ของมนุษย์ โดยสำรวจว่าองค์ประกอบทา งทัศนศิลป์ต่างๆ สามารถสร้างผลกระทบทางจิตวิทยาได้อย่างไร และนักออกแบบสามารถใช้ความรู้นี้เพื่อสร้างสรรค์งานที่เข้าถึงอารมณ์ผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้อย่างไร2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องจิตวิทยาของสีสีเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สมองแปลความหมายเป็นความรู้สึกทางอารมณ์และสัญลักษณ์ โดยผลกระทบของสีไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยทางวัฒนธรรมและประสบการณ์ส่วนบุคคลด้วยสีดำ เกี่ยวข้องกับความสง่างาม ความลึกลับ ความตาย และอำนาจสีขาว เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความสะอาด และความเรียบง่ายสีโทนร้อน (Warm Colors แดง, ส้ม, เหลือง) กระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้น มีพลัง ความก้าวร้าว และความสุขสีโทนเย็น (Cool Colors น้ำเงิน, เขียว, ม่วง) กระตุ้นความรู้สึกสงบ เยือกเย็น ความน่าเชื่อถือ ความมั่นคง และความเศร้า
180ความอิ่มตัวของสี สีที่มีความอิ่มตัวสูงมักสื่อถึงความมีชีวิตชีวาและความเข้มข้นทางอารมณ์ ขณะที่สีที่มีความอิ่มตัวต่ำ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายหรือหม่นหมองค่าน้ำหนัก สีสว่างสร้างความรู้สึกเบา สดใส และเป็นบวก ในขณะที่สีมืดสร้างความรู้สึกหนักแน่น ลึกลับ หรือเป็นลบรูปร่างและเส้นรูปร่างและเส้นเป็นภาษาภาพที่สร้างการรับรู้เชิงอารมณ์ผ่านความสัมพันธ์กับประสบการณ์ทางกายภาพและจิตใจเส้นตรง สื่อถึงความมั่นคง ความมีเหตุผล ความแข็งแกร่ง และความเป็นระเบียบเรียบร้อย (เช่น เส้นแนวนอนสื่อถึงความสงบ, เส้นแนวตั้งสื่อถึงความสูงส่งอำนาจ)เส้นโค้ง สื่อถึงความอ่อนโยน ความสง่างาม การเคลื่อนไหว ความเป็นธรรมชาติ และความผ่อนคลาย (เชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล)รูปร่างเรขาคณิตสี่เหลี่ยม ความมั่นคง, ความมีระเบียบ, ความน่าเชื่อถือวงกลม ความสมบูรณ์, ความกลมกลืน, การปกป้อง, ความเป็นมิตรสามเหลี่ยม การเคลื่อนไหว, ความตึงเครียด, ความสมดุล (ขึ้นอยู่กับการวางแนว)รูปร่างอิสระ สื่อถึงความเป็นธรรมชาติ ความสร้างสรรค์ และอิสระองค์ประกอบภาพและองค์ประกอบศิลป์การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ในภาพกราฟิก เช่น ความสมดุล ความตัดกัน จุดเด่น จังหวะ และพื้นที่ว่าง ล้วนมีบทบาทในการสร้างอารมณ์ การจัดองค์ประกอบที่สมดุลอาจให้ความรู้สึกสงบ ในขณะที่องค์ประกอบที่ไม่สมดุลอาจสร้างความตึงเครียดหรือความเร่งด่วน การใช้พื้นที่ว่างอย่างชาญฉลา ดสา มารถสร้างความรู้สึกโอ่อ่าหรือโดดเดี่ยวได้การวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาพกราฟิกและอารมณ์มนุษย์การรับรู้ทางอารมณ์สมองของมนุษย์ประมวลผลข้อมูลทางภาพอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการอยู่รอดหรือความปลอดภัย ภาพกราฟิกที่มีองค์ประกอบที่คุ้นเคยหรือที่กระตุ้นความทรงจำจะถูกประมวลผลด้วยอารมณ์ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์เหล่านั้น การใช้สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมหรือภาพที่สื่อถึงอารมณ์สากลจึงมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้ชมจำนวนมากการสร้างบรรยากาศและโทนภาพกราฟิกสามารถสร้างบรรยากาศและโทนอารมณ์ที่แตกต่างกันได้ เช่น ภาพที่มีสีโทนเย็นและเส้นโค้งอาจสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและสงบ ในขณะที่ภาพที่มีสีโทนร้อนและเส้นแหลมคมอาจสร้างควา มรู้สึกตื่นเต้นหรืออันตราย บรรยากาศเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการตีความข้อความที่ภาพกราฟิกต้องการสื่ออิทธิพลต่อการตัดสินใจและพฤติกรรม
181การตอบสนองทางอารมณ์ต่อภาพกราฟิกสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจและพฤติกรรมได้ ตัวอย่างเช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีสีสันสดใสและรูปภาพที่น่าสนใจสามารถกระตุ้นให้ผู้บริโภครู้สึกอยากซื้อสินค้า ในทางกลับกัน ภาพกราฟิกที่เตือนใจหรือน่าสะเทือนใจสามารถกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสังคม เช่น การรณรงค์ด้านสาธารณสุขทฤษฎีเกสตัลท์ทฤษฎีเกสตัลท์เน้นว่าสมองของมนุษย์มีแนวโน้มที่จะจัดระเบียบองค์ประกอบภาพย่อยๆ ให้เป็นภาพรวมที่มีความหมาย การรับรู้ความสัมพันธ์เหล่านี้มีผลต่อการตอบสนองทางอารมณ์โดยตรงต่อควา มรู้สึกเป็นระเบียบหรือความสับสนกฎความใกล้เคียง องค์ประกอบที่อยู่ใกล้กันจะถูกรับรู้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน สร้างความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือความสัมพันธ์กฎความคล้ายคลึง องค์ประกอบที่มีลักษณะคล้ายกัน (สี, รูปร่าง) จะถูกรับรู้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเดียวกัน สร้างความรู้สึกของจังหวะและความเป็นระเบียบกฎความสมบูรณ์ สมองมีแนวโน้มที่จะเติมเต็มช่องว่างหรือส่วนที่ขาดหายไปของรูปร่างที่ไม่สมบูรณ์ สร้างความรู้สึกดึงดูด และความเข้าใจ3. กระบวนการในการสร้างสรรค์การสร้างภาพกราฟิก \"ความเรียบง่ายที่ทรงพลัง\" นี้จัดอยู่ในรูปแบบ Geometric Abstraction และOp Art โดยใช้หลักการของ Perspective และ Radial Symmetry เพื่อสร้างมิติและความทรงพลัง การสร้างใน Photoshop เน้นความคมชัดของขอบและเทคนิคการจัดการแสงเงา1. การเตรียมการและตั้งค่าสร้างเอกสารใหม่ เปิด Photoshop และสร้างเอกสารใหม่ (File > New) กำหนดขนาด60 x 80 หน่วย ตั้งค่าความละเอียดสูง (300 Pixels/Inch) ตั้งค่าโหมดสีกำหนดโหมดสีเป็น Grayscale หรือRGB (หากต้องการควบคุมโทนสีเทาได้ละเอียดกว่า) และสร้างพื้นหลังสีขาว2. การสร้างรูปทรงแหลมคมแบบเวกเตอร์หัวใจของงานคือความคมชัดของขอบรูปทรง สร้างจุดศูนย์กลาง กำหนดจุดศูนย์กลางของภาพ ซึ่งเป็นจุดที่รูปทรงทั้งหมดจะพุ่งออกมา ใช้ Pen Tool (P) ในโหมด \"Shape\" (ตั้งค่าใน Tool Option Bar) เพื่อวาดรูปทรงสามเหลี่ยมและสี่เหลี่ยมคางหมูที่แหลมคม โดยเริ่มจากจุดศูนย์กลางและลากออกไปยังขอบภาพ การใช้โหมด Shape จะช่วยให้ขอบคมชัดแม้มีการปรับขนาด สร้างความหลากหลาย วาดรูปทรงหลายขนาด หลายความยาว และหมุนไปในทิศทางที่แตกต่างกันอย่างรวดเร็ว เพื่อจำลองการระเบิดหรือการพุ่งออกของพลังงาน3. การสร้างมิติความลึกการจัดวาง Layer จัดวางรูปทรงขนาดใหญ่ที่ต้องการให้ดูอยู่ใกล้ ไว้บนสุด และรูปทรงที่ต้องการให้ดูจมลงไปไว้ด้านล่าง ควบคุมค่าน้ำหนัก สีดำสนิท รูปทรงที่อยู่ใกล้และต้องการพลังมากที่สุด ใช้สีดำสนิท (RGB: 0, 0, 0)
182สีเทา/ความทึบรูปทรงที่ต้องการให้ดูถอยห่างออกไป ให้ลดค่า Opacity (ความทึบแสง) ของ Layer ลง (เช่น 60-80%) หรือใช้โทนสีเทาเข้ม ซึ่งจะทำให้เกิดมิติความลึกแบบชั้นๆ (Layered Depth) สร้างมิติการพุ่งออก ใช้รูปทรงที่แคบและยาวมากๆ (คล้ายเส้น) และทำให้มันจางลงเมื่อเข้าใกล้จุดศูนย์กลาง เพื่อเน้นผลกระทบของมุมมองแบบ Perspective4. การจัดการแสงและพลังงานเพื่อเสริมความรู้สึก \"ทรงพลัง\" จะใช้เทคนิคแสงแบบ High Contrast สร้างจุดกำเนิดแสง สร้าง Layer ใหม่เหนือจุดศูนย์กลาง (Vanishing Point) ใช้ Gaussian Blur และ Opacity ใช้Brush Tool สีขาวขนาดใหญ่ ระบายทับจุดศูนย์กลาง จากนั้นใช้Filter > Blur > Gaussian Blur เพื่อสร้างรัศมีแสงที่นุ่มนวล (Soft Glow/Flare) และลด Opacity ของ Layer นี้ลง สร้างแสงสะท้อน (Specular Highlight) เพิ่ม Layer Style Inner Glow สีขาวให้กับรูปทรงที่แหลมคมบางชิ้น และตั้งค่า Blending Mode เป็น Screen เพื่อจำลองแสงสะท้อนบนขอบที่แหลมคม ทำให้ภาพดูเงาและมันวาว5. การปรับแต่งความคมชัดขั้นสุดท้ายรวม Layer (Flatten Image) ใช้Filter > Sharpen > Smart Sharpen เพื่อเพิ่มความคมชัดของขอบรูปทรงทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อให้ได้ภาพที่มีความแหลมคมสูงสุดตามความต้องการ ภาพสุดท้ายที่ได้จึงเป็นภาพนามธรรมที่ใช้ความขัดแย้งระหว่างรูปทรงสีดำแหลมคมกับพื้นหลังสีขาวสว่าง เพื่อสร้างมิติและความรู้สึกของการพุ่งทะลุที่ทรงพลังภาพที่ 1 โปรแกรม Photoshopที่มา: ผู้สร้างสรรค์ภาพที่ 2 การเตรียมและตั้งค่าที่มา: ผู้สร้างสรรค์
183ภาพที่ 3 การสร้างมิติความลึกที่มา: ผู้สร้างสรรค์ภาพที่ 4 ภาพกราฟิกกับมิติทางอารมณ์ : ความเรียบง่ายที่ทรงพลังGraphics with emotional dimensions : Powerful simplicityที่มา: ผู้สร้างสรรค์4. การวิเคราะห์ผลงานผลงานชิ้นนี้เป็นภาพกราฟิกแบบ Minimalist Linear Abstraction ที่ใช้เส้นสีขาวบนพื้นหลังสีดำเข้มเพื่อสร้างภาพลวงตาของมิติ พื้นที่ว่าง และการเคลื่อนไหว การวิเคราะห์ผลงานนี้จะเน้นไปที่การตีความองค์ประกอบและหลักการออกแบบที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ทรงพลังนี้1. การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการวิเคราะห์องค์ประกอบหลักและโทนสี เส้น เป็นเส้นตรงแนวนอนที่ซ้อนกัน โดยมีเส้นที่อยู่ด้านบนโค้งตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติสื่อถึงความต่อเนื่อง การจัดระเบียบ และความเร็ว โทนสี ดำ ขาว สร้างความรู้สึกชัดเจน สง่างาม ลึกลับ และทรงพลัง เป็นการลดทอนสิ่งรบกวนเพื่อเน้นรูปทรง พื้นที่ว่าง พื้นที่สีดำครอบคลุม
184เกือบทั้งภาพ และทำหน้าที่เป็นฉากหลังและเป็นส่วนหนึ่งของเส้น สร้างความรู้สึก ความลึกไม่สิ้นสุด และความหนักแน่น มิติ/มุมมอง การเรียงตัวของเส้นที่ดูเหมือนถูกฉายลงบนพื้นผิวที่โค้งงอ สร้างภาพลวงตาของพื้นผิว 3 มิติและระยะทางการวิเคราะห์แนวคิดและหลักการออกแบบ Minimalism (ความเรียบง่าย) ภาพใช้เพียงแค่เส้น และสองสีเท่านั้น ตัดทิ้งรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกทั้งหมด ทำให้เกิดความสง่างามจากความประหยัด ภาพใช้การจัดเรียงเส้นเพื่อหลอกสายตา ทำให้เกิดภาพลวงตาของการโค้งงอ การเคลื่อนไหว และความลึก (แสงเงา) เส้นสีขาวที่สว่างที่สุดบนพื้นหลังสีดำเข้มเป็นการเน้นความขัดแย้งของแสงและเงา ซึ่งทำให้ภาพมีพลังงานสูง2. การสังเคราะห์และการตีความผลงานการสังเคราะห์มิติและการเคลื่อนไหว การสร้างมิติโค้ง เส้นส่วนใหญ่เป็นเส้นตรง ซึ่งสื่อถึงความมั่นคง แต่เส้นด้านบนมีการโค้งตัวอย่างนุ่มนวล การสังเคราะห์นี้ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเส้นเหล่านั้นไม่ได้อยู่บนระนาบเดียว แต่กำลังเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนรูปทรง ทำให้ภาพดู \"มีชีวิต\" มากกว่าภาพกราฟิกแบบตารางทั่วไป การใช้ Gradient/Fade สังเกตว่าเส้นสีขาวที่อยู่ล่างสุดมีความสว่างสม่ำเสมอ แต่เส้นที่อยู่ด้านบนและโค้งตัว จะมีการไล่ระดับสีหรือความทึบ ที่นุ่มนวล ทำให้ดูเหมือนเส้นถูกแสงส่องกระทบและกำลังหายไปในความมืด ซึ่งเสริมมิติความลึกการตีความ \"ความเรียบง่ายที่ทรงพลัง\" ความเรียบง่าย มาจากการลดทอนองค์ประกอบเหลือเพียงเส้นตรงและสีขาวดำ ความทรงพลัง มาจากความขัดแย้งของสีดำสนิทปะทะขาวสว่าง สร้างแรงดึงดูดทา งสายตาอย่างรุนแรง มิติเชิงพื้นที่ พื้นที่สีดำที่กว้างใหญ่ ทำให้เส้นสีขาวดูเหมือนเป็นทางที่ทอดยาวไปอย่างไม่สิ้นสุด สร้างความรู้สึกยิ่งใหญ่ 3. การนำไปใช้ในการสร้างสรรค์กระบวนการสร้างสรรค์ใน Photoshop จึงต้องเน้นการสร้างเส้นตรงที่แม่นยำ (ใช้ Rectangle Tool หรือ Pen Tool ในโหมด Shape) จากนั้นใช้เทคนิคการตัด (Layer Mask) และการไล่ระดับแสงเงา (Gradient Overlay หรือ Opacity Adjustment) มาผสมผสานกันเพื่อจำลองความโค้งและมิติแสงเงาที่นุ่มนวลบนพื้นหลังที่คมชัดผลงานนี้ประสบความสำเร็จในการสื่อถึง \"ความเรียบง่ายที่ทรงพลัง\" โดยใช้ภาษาภาพที่บริสุทธิ์ที่สุด (เส้นและสีขาวดำ) เพื่อสร้างประสบการณ์ทางสายตาที่ซับซ้อนและมีมิติ ทำให้ภาพดูสง่างาม หนักแน่น และกระตุ้นให้ผู้ชมเกิดจินตนาการถึงพื้นที่และปริมาตรที่ไม่มีตัวตน5. สรุปผลงานกราฟิกชิ้นนี้ โดดเด่นด้วยเส้นสีขาวบนพื้นหลังสีดำเข้มและการสร้างมิติที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง มีคุณค่า สามารถนำแนวความคิดและตัวผลงาน ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น งานออกแบบปก/บรรจุภัณฑ์ สื่อการตลาดดิจิทัล งานตกแต่งภายใน Visual Identity/แบรนดิ้ง หรืองานศิลปะดิจิทัล / NFT
185อรรถประโยชน์ด้านสุนทรียภาพ ความสง่างามจากความเรียบง่าย ภาพพิสูจน์ว่าความงามที่ยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องอาศัยรายละเอียดที่ซับซ้อนมากนัก การใช้เพียงเส้นและสองสีสามารถสร้างผลกระทบทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งได้ การสร้างมิติและพื้นที่ แม้จะเป็นภาพ 2 มิติ แต่การจัดวางเส้นทำให้เกิดภาพลวงตาของพื้นที่ 3 มิติ การโค้งงอและการไล่ระดับแสงเงาของเส้นทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวาและดึงดูดสายตาอย่างต่อเนื่องอรรถประโยชน์ด้านแนวคิด การสื่อสารที่ทรงพลัง ภาพนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของ \"Less is More\" คือการสื่อสารแนวคิดที่ซับซ้อน (เช่น ความก้าวหน้า, การเดินทาง, ความไม่สิ้นสุด) ผ่านภาษาภาพที่ตรงไปตรงมาและบริสุทธิ์ที่สุด ความเป็นนามธรรม ความเป็นนามธรรมของภาพเปิดโอกาสให้ผู้ชมตีความได้อย่างกว้างขวาง ทำให้แต่ละคนสามารถเชื่อมโยงภาพเข้ากับประสบการณ์หรือความรู้สึกส่วนตัวได้อรรถประโยชน์ด้านเทคนิค ความยืดหยุ่นในการปรับใช้ด้วยการสร้างสรรค์โดยใช้เทคนิคการควบคุม Layer และ Blending Options ใน Photoshop ทำให้สามารถปรับแก้ขนาด, ความหนาของเส้น, ความโค้ง, และแสงเงาได้อย่างละเอียด เพื่อนำไปใช้ในบริบทที่แตกต่างกัน ความคมชัดสูง การควบคุมแสงเงา และการปรับแต่งในขั้นตอนสุดท้าย ทำให้ภาพมีขอบที่คมชัดและเหมาะสำหรับการพิมพ์ในขนาดใหญ่ หรือการแสดงผลบนจอความละเอียดสูงผลงาน \"Minimalist Linear Abstraction\" นี้เป็นมากกว่าแค่การจัดวางเส้นสาย แต่เป็นการแสดงพลังของการออกแบบที่มุ่งเน้นความเรียบง่าย เพื่อสร้างผลกระทบทางสายตาที่ลึกซึ้งและอุดมด้วยควา มหมาย ทำให้เป็นชิ้นงานที่มีคุณค่าทั้งในเชิงศิลปะและเชิงพาณิชย์เอกสารอ้างอิงจำรัส ศิริธนะ. (2545). การออกแบบกราฟิกเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.จุลทัศน์ พยาฆรานนท์. (2550). ทัศนศิลป์ (Visual Arts). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2555). ปรัชญาการศึกษาเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.วิทยา ร่มเย็น. (2560). สุนทรียภาพในงานออกแบบ: แนวคิดมินิมัลลิสต์. วารสารวิชาการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง.ศักดิ์ชัย หัตถสงเคราะห์. (2553). การออกแบบโดยใช้หลักการของความเรียบง่าย. วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.Heller, S., & Vienne, V. (2012). 100 Ideas that Changed Graphic Design. London: Laurence King Publishing.Kandinsky, W. (1979). Point and Line to Plane. New York: Dover Publications.Lissitzky, E. (1990). El Lissitzky: Life, Letters, Texts. London: Thames and Hudson.
186อานนท์กับโอนามาซุAnon Fish and Onamazu Fishแผน เอกจิตร, Phaen Ekchitวิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี, Suphanburi College of Fine ArtsE-mail: [email protected]บทคัดย่อการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมความเชื่อของไทยและญี่ปุ่นเรื่องแผ่นดินไหว คนไทยในอดีตเชื่อว่าเป็นเพราะ “ปลาอานนท์” เมื่อยตัว เพราะแบกโลกเป็นเวลานาน ส่วนคนญี่ปุ่นเชื่อว่า “ปลาโอนามาซุ” ซึ่งเป็นปลาดุกยักษ์ที่อาศัยอยู่ใต้แผ่นดิน และเชื่อว่าเมื่อมันขยับตัวจะทำให้เกิดแผ่นดินไหว เทพเจ้าทาเกมิกาซูจิจะใช้หินยึดมันไว้ การนำความเชื่อของสองวัฒนธรรมมาผสานกันอย่างกลมกลืนนั้น ทำให้งานจิตรกรรมไทยเกิดความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคำสำคัญ: อานนท์ โอนามาซุAbstractThe creation of this piece was inspired by the cultural beliefs of Thai and Japanese people regarding earthquakes. In the past, Thai people believed that it was because the \"Anan fish\" was tired from carrying the earth for a long time. The Japanese believed that the \"Onamasu fish\" It is a giant catfish that lives underground and is believed to cause earthquakes when it moves. The god Takemikazuchi uses a stone to hold it up. The harmonious blending of the beliefs of two cultures makes Thai paintings very interesting.Keywords: Anon Fish, Onamazu Fish 1. ความสำคัญหรือความเป็นมาของปัญหาในประวัติศาสตร์ของไทยก็มีบันทึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวหลายครั้ง เช่นที่นครโยนกหรือโยนกนคร เกิดแผ่นดินไหวเมื่อ 624, 623, 594, 589 ปีก่อนคริสตศักราช ในคืนวันเสาร์แรม 7 ค่ำ เดือน 7 พ.ศ. 1003 เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ทำให้โยนกนครยุบจมลงจนเกิดเป็นหนองน้ำ นอกจากนี้ยังมีรายงานแผ่นดินไหวในพื้นที่เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานคร อีกหลายครั้ง (ฐิติพันธ์ พัฒนมงคล, 2566) ในยุคโบราณที่ผู้คนยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดแผ่นดินไหว มีเรื่องเล่าขานและตำนานเกี่ยวกับการเกิดแผ่นดินไหวในหลายภูมิภาคทั่วโลก อาทิ โพไซดอนหรือเทพเจ้าแห่งท้องทะเลของกรีกเป็นผู้เขย่าโลก ปลาดุกยักษ์โอนามาซุที่อาศัย
187อยู่ใต้เกาะญี่ปุ่นขยับตัว หรือแม้แต่ในเมืองไทยก็มีความเชื่อว่าปลาอานนท์ที่หนุนโลกอยู่เกิดเมื่อยจึงพลิกตัว ทำให้พื้นโลกเกิดการสั่นไหว“ปลาอานน” หรือ “ปลาอานนท์” เป็นปลาที่เชื่อว่าเกิดขึ้นมาตั้งแต่สร้างโลกใหม่ ๆ มีขนาดใหญ่มาก เชื่อว่ามีความยาวเป็นพัน ๆ โยชน์ มีภาระอันหนักหนาคือ แบกน้ำหนักโลกไว้ และก็มีความเชื่อโบราณว่าเมื่อใดที่ปลาตัวนี้พลิกตัวจะก่อให้เกิดแผ่นดินไหว (ปดิวลดา บวรศักดิ์, 2568)ตามตำนานเล่าว่า ปลาอานนท์เป็นปลายักษ์ที่มีพละกำลังมหาศาล มีขนาดใหญ่กว่าภูเขาและท้องทะเลทั้งหมด ปลาอานนท์นี้มีหน้าที่ค้ำจุนโลกไม่ให้จมลงไปในมหาสมุทรลึก แต่ว่าเมื่อใดก็ตามที่ปลาอานนท์ขยับตัวหรือหายใจ ก็จะทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนและเกิดแผ่นดินไหวขึ้น การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นผลมาจากความเหนื่อยล้า หรือการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของปลา ความเชื่อนี้เป็นส่วนหนึ่งของจักวาลวิทยาในศาสนาพุทธ ที่อธิบายถึงการทำงานของจักรวาลผ่านสัญลักษณ์และสัตว์ที่มีพลังอำนาจ เช่นเดียวกับสัตว์ในเทพนิยายอื่น ๆ เช่น นาคและครุฑ ปลาอานนท์มีความสำคัญในฐานะสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสมดุลให้กับโลก เมื่อสมดุลนี้ถูกรบกวนโลกก็จะสั่นสะเทือนและเกิดแผ่นดินไหว ความเชื่อนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของมนุษย์ในการหาคำอธิบายต่อปรา กฏการณ์ธรรมชาติที่ยังไม่สามารถเข้าใจได้ทางวิทยาศาสตร์ในยุคนั้น (สปริงนิวส์, ม.ป.ป.)ภาพที่ 1 ภาพปลาอานนท์ จิตรกรรมฝาผนังวัดใหญ่อินทาราม จ.ชลบุรีที่มา: https://www.jitdrathanee.com/Learning/learner/guy_002.htmโอนามาซุ (Onamazu) เป็นปลาดุกขนาดยักษ์ที่อาศัยอยู่ในโคลนของทางน้ำทั่วประเทศญี่ปุ่น เชื่อกันว่านรังของพวกมันมีขนาดที่ใหญ่มากที่ตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ดิน โดยพื้นฐานแล้วพวกมันชอบอยู่อย่างเงียบสงบ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มันถูกรบกวนหรือเกิดอาการตื่นเต้นก็จะทำการฟาดตัวไปมาเพื่อป้องกันตัว แต่แรงฟาดของมันกลับรุนแรงมากกว่าปลาดุกทั่วไปอย่างมหาศาล ถึงขนาดที่ทำให้เกิดการเขย่าโลกทั้งใบและเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในพื้นที่ใกล้กับที่อยู่อาศัยของพวกมัน เมื่อไหร่ก็ตามที่มันเริ่มทำพฤติกรรมเช่นนั้น มนุษย์ ภูตผีและเหล่าเทพเจ้าก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะทำให้มันสงบลง ภาพที่ 2 ภาพปลาโอนามาซุ ภาพประกอบในหนังสือพิมพ์ของญี่ปุ่นที่มา: https://amorerana.com/articles/detail/namazu
188เมื่อทำการสืบค้นอย่างจริงจังจะพบว่า สาเหตุที่ทำให้ปลาดุกกลายมาเป็นต้นเหตุของแผ่นดินไหว มาจากการที่ผู้คนสังเกตเห็นพฤติกรรมแปลก ๆ ของพวกมันด้วยการเหวี่ยงตัวดิ้นรนไปมาก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวโดยปราศจากเหตุผล ข่าวลือดังการแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วว่าพวกมันมีอาจมีสัญชาตญาณรู้ว่ากำลังจะเกิดแผ่นดินไหวขึ้น นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาปลาดุกจึงได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของแผ่นดินไหว โดยเป็นทั้งสาเหตุและสัญญาณเตือนแผ่นดินไหวที่กำลังจะเกิดขึ้นการศึกษาในปัจจุบันพบว่า ปลาดุกมีความรู้สึกที่ไวต่อไฟฟ้าเป็นอย่างมาก และจะทำให้พวกมันเกิดการเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหว ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เหล่านี้เอง ที่ช่วยให้พิสูจน์ว่าบางครั้งความเชื่อเรื่องตำนานก็มีอะไรมากกว่าที่เห็น (กาลนาน, 2568)การสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมไทยชิ้นนี้ของข้าพเจ้าได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ “แผ่นดินไหว” ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แม้ว่าจะไม่ได้มีจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวที่ไทย แต่แรงสั่นสะเทือนก่อให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีการวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นลางบอกเหตุบางประการด้วย เหตุการณ์แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ผู้คนในดินแดนไทยรับรู้กันมาอย่างยาวนาน ในแต่ละยุคแต่ละสมัยก็บันทึกเรื่องราวไว้แตกต่างกันออกไป บันทึกเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราววิถีชีวิตและคติความเชื่อของผู้คนที่มีต่อเหตุการณ์ “แผ่นดินไหว” ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกันข้าพเจ้าจึงนำวัฒนธรรมความเชื่อของไทยและญี่ปุ่นเรื่องแผ่นดินไหว คนไทยในอดีตเชื่อว่าเป็นเพราะ “ปลาอานนท์” เมื่อยตัว เพราะแบกโลกเป็นเวลานาน ส่วนคนญี่ปุ่นเชื่อว่า “ปลาโอนามาซุ” ซึ่งเป็นปลาดุกยักษ์ที่อาศัยอยู่ใต้แผ่นดิน และเชื่อว่าเมื่อมันขยับตัวจะทำให้เกิดแผ่นดินไหว มาสร้างสรรค์เป็นผลงานจิตรกรรมไทยแนวประเพณี ตามจินตนาการที่ผสานรูปแบบของไทยและญี่ปุ่น2. แนวคิด / ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง กล่าวไว้ว่า การสร้างสรรค์มีความสำคัญกว่าความรู้ การสร้างสรรค์จะทำให้มนุษย์เรียนรู้และพัฒนา มนุษย์จะค้นคว้าพัฒนาสร้างสรรค์กฎเกณฑ์วิทยาและกระบวนการจนเกิดเป็น ทฤษฎีวิทยา วิธีการ รูปแบบ เรื่องราวและกระบวนการในการสร้างสรรค์ในงานศิลปะ (ปรีชา เถาทอง, 22)สอดคล้องกับผลการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัย จากการศึกษาภูมิปัญญาการใช้รูปทรงในภาพจิตรกรรมฝาผนัง (วัดเกาะ) สกุลช่างเมืองเพชร (เขมา แฉ่งฉายา, 135) กล่าวว่า การสร้างสรรค์ทางทัศนศิลป์ที่สื่อสารข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ และแนวทางการสืบสานภูมิปัญญางานช่างสู่การเรียนรู้ เพื่อการอนุรักษ์และแสดงลักษณะของคุณค่าเพื่อการจดจำ การเรียนรู้ และการสร้างความเข้าใจ ความเคลื่อนไหว ความเปลี่ยนแปลงของโลกในบริบทปัจจุบันผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นต้นทุนเดิม เป็นมรดกของชาติควรดำรงให้คงอยู่ สืบสาน รักษามรดกเชิงศิลปวัฒนธรรมนี้ไว้ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา โดยเป็นแรงบันดาลใจควบคู่กับวิชาการทางองค์ประกอบทางทัศนศิลป์ และสุนทรียศาสตร์สมัยใหม่ที่นำไปสู่การสร้างสรรค์ พัฒนา และต่อยอดคุณค่าทางความงามที่เป็นปัจจุบันความเชื่อคือที่มาของวัฒนธรรม เพราะความเชื่อเป็นแนวทางในการกำหนดวิถีชีวิตทำให้เกิดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับจารีตประเพณี กฎเกณฑ์ กติกา ระบบระเบียบการปฏิบัติตน และแนวทางของกิจกรรมสังคม
189ต่างๆ ในสังคม รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ ระบบระเบียบปฏิบัติต่างๆ ในวิถีชีวิตจะถูกสร้างขึ้นเพื่อสนองควา มต้องการหรือให้เกิดความสอดคล้องกับแนวทางแห่งความเชื่อจึงจะทำให้สมาชิกในสังคมยอมรับไปปฏิบัติ การปฏิบัติจะต้องกระทำอย่างเคร่งครัดและทำด้วยจิตใจที่เลื่อมใสศรัทธาอย่างแท้จริง (ลัญจกร นิลกาญจน์, 2561, น.15)การผสานทางวัฒนธรรมนั้น ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ (2558) กล่าวถึงคำว่า acculturation เป็นคำที่คิดขึ้นโดย เจ ดับบลิว พาวเวลล์ ในปี 1880 หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของประสบการณ์ทางอารมณ์ความคิดที่เป็นผลมาจากการผสมผสานแลกเปลี่ยนหรือผนวกรวมสองวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ซึ่งวัฒนธรรมหนึ่งอาจเจริญกว่าอีกวัฒนธรรมหนึ่ง ผลที่เกิดจากการผสมผสานทางวัฒนธรรมนั้นอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับบุคคลและระดับสังคมที่สัดส่วนที่ต่างกัน กล่าวคือในระดับสังคม ผลที่เกิดขึ้นอาจดูได้จากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา และโครงสร้างทางสังคม ส่วนระดับบุคคล อาจพบได้ในการแสดงออกทา งพฤติกรรม การปฏิบัติ ความคิด ความเชื่อ ความรู้สึก อารมณ์ ทัศนคติต่าง ๆ เป็นต้นข้าพเจ้านำแนวคิด ทฤษฎี ความเชื่อและการผสานทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์ผลงาน โดยวิธีการร่างสดลงบนเฟรมผ้าใบตัดขั้นตอนของการร่างภาพลายเส้น และการร่างภาพสีออกเพื่อต้องการแสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกในการตอบโต้ วิธีการแก้ปัญหาด้านรูปร่าง รูปทรง หรือลวดลายกับช่องไฟพื้น นำมาสร้างบรรยากาศและลวดลายที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ตอบสนองความรู้สึกในลักษณะเฉพาะของตนเอง ในลักษณะรูปแบบของงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณีที่ประยุกต์ใช้เทคนิควิธีการสมัยใหม่ เพื่อให้เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ศิลปะไทยแบบร่วมสมัยต่อไป 3. กระบวนการในการสร้างสรรค์การสร้างสรรค์อานนท์กับโอนามาซุ มีกระบวนการในการสร้างสรรค์ ดังนี้3.1 สืบค้นข้อมูลด้านเนื้อหา ศึกษาเอกสารวิชาการ รูปภาพจากหนังสือ และจากอินเทอร์เน็ต 3.2 คัดเลือกรูปภาพที่ต้องการมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ เพื่อสะท้อนภาพการผสานกันทางวัฒนธรรมในรูปแบบศิลปะประเพณีของไทยและศิลปะประเพณีของญี่ปุ่น3.3 ข้าพเจ้าเลือกใช้เฟรมสำเร็จรูปที่ขึงด้วยผ้าแคนวาสสีดำ เพื่อแสดงถึงนัยแอบแฝงกับการสร้างสรรค์ในผลงานที่ต้องการแสดงออก จากนั้นจึงร่างภาพลายเส้นด้วยดินสอสีลงบนเฟรมผ้าใบขนาด 70 X 90 ซ.ม. โดยการวางโครงสร้างรวมของภาพปลาอานนท์และปลาโอนามาซุ มุ่งเน้นไปที่รูปร่าง รูปทรง หรือลวดลายให้มีความสัมพันธ์กับช่องไฟพื้นภาพที่ 3 แสดงการจัดวางองค์ประกอบ ค่าน้ำหนัก และโครงสีโดยรวมที่มา: ผู้สร้างสรรค์
1903.4 การจัดวางองค์ประกอบ ค่าน้ำหนัก และโครงสีโดยรวมตาม ในลักษณะการใช้แบบเอกรงค์ (monochrome) เพื่อเป็นสื่อที่สะท้อนถึงความรู้สึกในการแสดงออกที่มีผลต่ออารมณ์และการสื่อความหมายที่เด่นชัด จะส่งผลกระทบต่อสายตาและกระตุ้นต่อการรับรู้ของผู้ชมได้เป็นอย่างดี ใช้สีแสดงถึงรูปแบบศิลปะประเพณีของไทยและศิลปะประเพณีของญี่ปุ่น3.5 ใช้สีทองอะคริลิคในส่วนที่เป็นเครื่องประดับและลวดลายของปลาอานนท์แทนการปิดทองคำเปลว เนื่องจากสามารถผสมสีให้มีค่าน้ำหนักของสีที่แตกต่างกันได้ เพื่อเป็นการเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของประธานภายในภาพ และส่วนที่รองลงมาลดหลั่นกันลงไปตามลำดับ3.6 ตัดเส้นรายละเอียดต่าง ๆ ของตัวภาพปลาอานนท์และปลาโอนามาซุ เป็นขั้นตอนสุดท้า ยของกระบวนการในการสร้างสรรค์ภาพที่ 4 ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ ขนาด 70 x 90 ซม.ที่มา: ผู้สร้างสรรค์
191ภาพที่ 5 รายละเอียดหน้าภาพปลาอานนท์ที่มา: ผู้สร้างสรรค์ภาพที่ 6 รายละเอียดหน้าภาพปลาโอนามาซุและลายดอกซากุระที่มา: ผู้สร้างสรรค์