The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

471 นายจิรเมธ กันทาหล้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พัชรนันท์ ไชยวงศ์, 2024-04-26 05:14:15

471 นายจิรเมธ กันทาหล้า

471 นายจิรเมธ กันทาหล้า

กลุ่มงานบริหารวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง ปรับปรุงครั้งที่ ๑ ณ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ แผนที่ ๘ เริ่มใช้แผนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๗ สิ้นสุดแผนวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗ ใช้เวลาสอนคาบละ ๓๐ นาที ๑. เนื้อหา ทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะ เคลื่อนย้ายตนเองได้ด้วยตนเอง เป็นระยะเวลา ๗ นาที ๒. จุดประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และ ป้องกันตนเองขณะเคลื่อนย้ายตนเองได้ด้วยตนเอง เป็นระยะเวลา ๗ นาที ๓. กิจกรรมการสอน ๑) ขั้นเตรียมการสอน สถานที่ ห้องเรียนหน่วยบริการอำเภอห้างฉัตร/บ้านของนักเรียน สื่อ รถเข็น ลูกบอลสี ตะกร้า แบบประเมิน วางบนโต๊ะข้างครูผู้สอน พร้อมปากกา ผู้เรียน สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย จัดท่าทางให้พร้อม ๒) ขั้นนำเสนองาน ทักทาย ผู้สอนให้นักเรียนนั่งหันหน้าเข้าหาผู้สอน พร้อมทั้งเรียกชื่อนักเรียนให้มองสบตา และกล่าว ทักทายนักเรียน “สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาทำกิจกรรม ครูจะให้ดูสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าและเมื่อครูพูดกับนักเรียนให้ มองหน้า และตอบครูนะคะ” ประเมินความสามารถพื้นฐาน ผู้สอนให้ผู้เรียนดูสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าชวนพูดคุย ให้ตอบสนอง ครู บันทึกผลการประเมินลงในแบบประเมินความสามารถพื้นฐาน ๓) ขั้นสอน ทักทาย ผู้สอนให้นักเรียนนั่งหันหน้าเข้าหาผู้สอน พร้อมทั้งเรียกชื่อนักเรียนให้มองสบตา และกล่าว ทักทายนักเรียน ประเมินความสามารถพื้นฐาน ผู้สอนให้ผู้เรียนดูสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าชวนพูดคุย ให้ตอบสนอง ครู บันทึกผลการประเมินลงในแบบประเมินความสามารถพื้นฐาน ๔) ขั้นประเมิน บันทึกลงในแบบบันทึกผลการเรียนรู้ตามแผนการสอนเฉพาะบุคคล ๔. การวัดและประเมินผล ๑) วิธีวัดและประเมินผล - การสังเกต - การฝึกปฏิบัติจริง 73


กลุ่มงานบริหารวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง ปรับปรุงครั้งที่ ๑ ณ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ ๒) เครื่องมือวัดและประเมินผล - แบบบันทึกจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ๕. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ผู้เรียนสามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๗ นาทีติดต่อกัน ๔ วัน ๔ หมายถึง สามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๗ นาทีติดต่อกัน ๔ วัน ๓ หมายถึง สามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๖ นาทีติดต่อกัน ๓ วัน ๒ หมายถึง สามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๕ นาทีติดต่อกัน ๒ วัน ๑ หมายถึง ให้ความร่วมมือ/ครูหรือผู้ปกครองช่วยเหลือ ๐ หมายถึง ไม่สามารถทำได้ ลงชื่อ.................................................ครูผู้สอน (นางสาวพัชรนันท์ ไชยวงศ์) ตำแหน่ง พนักงานราชการ ความคิดเห็นฝ่ายวิชาการ / ผู้แทน ( ) เป็นแผนการสอนที่ดีใช้สอนได้ ( ) ควรปรับแก้ ........................................................................... ลงชื่อ.................................................................... (นายพิทักษ์ วงค์ฆ้อง) หัวหน้าเขตพื้นที่บริการเขต ๑ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗ ความคิดเห็นของผู้บริหาร หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ( ) เป็นแผนการสอนที่ดีใช้สอนได้ ( ) ควรปรับแก้ .............................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (นายนภสินธุ์ ดวงประภา) หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗ 74


กลุ่มงานบริหารวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง ปรับปรุงครั้งที่ ๑ ณ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ แบบบันทึกการวิเคราะห์งาน ทักษะจำเป็นเฉพาะความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ ๘ ภายในเดือนมกราคม ๒๕๖๗ เมื่อกำหนดให้นายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย (รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะเคลื่อนย้ายตนเองนายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะ เคลื่อนย้ายตนเองได้ งาน (Task) นั่งทรงตัวบนรถเข็นแยกลูกบอลสี ชื่อนักเรียน นายจิรเมธ กันทาหล้า ลำดับ ที่ รายละเอียด ผลการประเมิน Forward Chaining Backward Chaining วัน เดือน ปี ได้ ไม่ได้ ๑ การนั่งทรงตัวบนรถเข็นโดยมี การถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทาง ต่าง ๆได้โดยการกระตุ้นเตือน ✓ ๑ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ๒ การนั่งทรงตัวบนรถเข็นโดยมี การถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทาง ต่าง ๆได้ด้วยตนเอง ✓ ๒ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๗ ลงชื่อ.................................................ครูผู้สอน (นางสาวพัชรนันท์ ไชยวงศ์) ตำแหน่ง พนักงานราชการ 75


กลุ่มงานบริหารวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง ปรับปรุงครั้งที่ ๑ ณ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ บันทึกผลหลังการสอน ทักษะจำเป็นเฉพาะความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ ๕ ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๖๖ เมื่อกำหนดให้นายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย (รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะเคลื่อนย้ายตนเองนายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะ เคลื่อนย้ายตนเองได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมขั้นตอนที่ ๘ ภายในเดือนมกราคม ๒๕๖๗ เมื่อกำหนดให้นายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย (รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะเคลื่อนย้ายตนเองนายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะ เคลื่อนย้ายตนเองได้ด้วยตนเอง เป็นระยะเวลา ๗ นาที วันที่ สอน ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ สรุป ระดับ คุณภาพ ที่ได้ ๑ ๑ ๑ ๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๓ ๓ ๓ ๔ ๔ ๔ ๔ ๔ ๔ ๔ นายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นโดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปในทิศทางต่างๆ ได้เป็นระยะเวลา ๕ นาทีติดต่อกัน ๔ วันผ่านจุดประสงค์ที่กำหนดในขั้นตอนที่ ๓ ระดับคุณภาพ ผู้เรียนสามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๗ นาทีติดต่อกัน ๔ วัน ๔ หมายถึง สามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๗ นาทีติดต่อกัน ๔ วัน ๓ หมายถึง สามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๖ นาทีติดต่อกัน ๓ วัน ๒ หมายถึง สามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๕ นาทีติดต่อกัน ๒ วัน ๑ หมายถึง ให้ความร่วมมือ/ครูหรือผู้ปกครองช่วยเหลือ ๐ หมายถึง ไม่สามารถทำได้ หมายเหตุ ๑. สังเกตจากการปฏิบัติตามขั้นตอนตามที่กำหนดไว้ ๒. สังเกตจากพัฒนาการของผู้เรียนที่ทำได้อย่างต่อเนื่อง 76


กลุ่มงานบริหารวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง ปรับปรุงครั้งที่ ๑ ณ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ ลงชื่อ.................................................ครูผู้สอน (นางสาวพัชรนันท์ ไชยวงศ์) ตำแหน่ง พนักงานราชการ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗ ความคิดเห็นฝ่ายวิชาการ / ผู้แทน ( ) สอนตามแผนการสอนขั้นตอนต่อไป ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (นายพิทักษ์ วงค์ฆ้อง) หัวหน้าเขตพื้นที่บริการเขต ๑ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗ ความคิดเห็นของผู้บริหาร หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ( ) สอนตามแผนการสอนขั้นตอนต่อไป ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (นายนภสินธุ์ ดวงประภา) หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗ 77


กลุ่มงานบริหารวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง ปรับปรุงครั้งที่ ๑ ณ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ แผนการสอนเฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan : IIP) ชื่อ-สกุล นายจิรเมธ กันทาหล้า ประเภทความพิการ บกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวฯ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ทักษะจำเป็นเฉพาะความพิการ มาตรฐาน : ๑๖ ทักษะจำเป็นเฉพาะบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ ตัวบ่งชี้: ๒. สามารถใช้และดูแลรักษาอุปกรณ์เครื่องช่วยในการเคลื่อนย้ายตนเอง(Walker รถเข็น ไม้เท้า ไม้ค้ำยันฯลฯ) สภาพที่พึงประสงค์/พัฒนาการที่คาดหวัง : สภาพที่พึงประสงค์ที่ ๒.๒ ทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย (รถเข็น) และป้องกันตนเองขณะเคลื่อนย้ายตนเองได้ เป้าหมายระยะยาว ๑ ปี ภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๗ นายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมี การถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะเคลื่อนย้ายตนเองได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ ๑ ภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๗ เมื่อกำหนดให้นายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย (รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะเคลื่อนย้ายตนเองนายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะ เคลื่อนย้ายตนเองได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมขั้นตอนที่ ๕ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เมื่อกำหนดให้นายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์ เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะเคลื่อนย้ายตนเองนายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกัน ตนเองขณะเคลื่อนย้ายตนเองได้ด้วยตนเอง เป็นระยะเวลา ๗ นาที 78


กลุ่มงานบริหารวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง ปรับปรุงครั้งที่ ๑ ณ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ แผนที่ ๙ เริ่มใช้แผนวันที่ ๑ กุมภาพันธ์๒๕๖๗ สิ้นสุดแผนวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ใช้เวลาสอนคาบละ ๓๐ นาที ๑. เนื้อหา ทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะ เคลื่อนย้ายตนเองได้ด้วยตนเอง เป็นระยะเวลา ๗ นาที ๒. จุดประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และ ป้องกันตนเองขณะเคลื่อนย้ายตนเองได้ด้วยตนเอง เป็นระยะเวลา ๗ นาที ๓. กิจกรรมการสอน ๑) ขั้นเตรียมการสอน สถานที่ ห้องเรียนหน่วยบริการอำเภอห้างฉัตร/บ้านของนักเรียน สื่อ รถเข็น ลูกบอลสี ตะกร้า แบบประเมิน วางบนโต๊ะข้างครูผู้สอน พร้อมปากกา ผู้เรียน สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย จัดท่าทางให้พร้อม ๒) ขั้นนำเสนองาน ทักทาย ผู้สอนให้นักเรียนนั่งหันหน้าเข้าหาผู้สอน พร้อมทั้งเรียกชื่อนักเรียนให้มองสบตา และกล่าว ทักทายนักเรียน “สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาทำกิจกรรม ครูจะให้ดูสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าและเมื่อครูพูดกับนักเรียนให้ มองหน้า และตอบครูนะคะ” ประเมินความสามารถพื้นฐาน ผู้สอนให้ผู้เรียนดูสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าชวนพูดคุย ให้ตอบสนอง ครู บันทึกผลการประเมินลงในแบบประเมินความสามารถพื้นฐาน ๓) ขั้นสอน ทักทาย ผู้สอนให้นักเรียนนั่งหันหน้าเข้าหาผู้สอน พร้อมทั้งเรียกชื่อนักเรียนให้มองสบตา และกล่าว ทักทายนักเรียน ประเมินความสามารถพื้นฐาน ผู้สอนให้ผู้เรียนดูสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าชวนพูดคุย ให้ตอบสนอง ครู บันทึกผลการประเมินลงในแบบประเมินความสามารถพื้นฐาน ๔) ขั้นประเมิน บันทึกลงในแบบบันทึกผลการเรียนรู้ตามแผนการสอนเฉพาะบุคคล ๔. การวัดและประเมินผล ๑) วิธีวัดและประเมินผล - การสังเกต - การฝึกปฏิบัติจริง 79


กลุ่มงานบริหารวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง ปรับปรุงครั้งที่ ๑ ณ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ ๒) เครื่องมือวัดและประเมินผล - แบบบันทึกจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ๕. เกณฑ์การวัดและประเมินผล ผู้เรียนสามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๗ นาทีติดต่อกัน ๔ วัน ๔ หมายถึง สามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๗ นาทีติดต่อกัน ๔ วัน ๓ หมายถึง สามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๖ นาทีติดต่อกัน ๓ วัน ๒ หมายถึง สามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๕ นาทีติดต่อกัน ๒ วัน ๑ หมายถึง ให้ความร่วมมือ/ครูหรือผู้ปกครองช่วยเหลือ ๐ หมายถึง ไม่สามารถทำได้ ลงชื่อ.................................................ครูผู้สอน (นางสาวพัชรนันท์ ไชยวงศ์) ตำแหน่ง พนักงานราชการ ความคิดเห็นฝ่ายวิชาการ / ผู้แทน ( ) เป็นแผนการสอนที่ดีใช้สอนได้ ( ) ควรปรับแก้ ........................................................................... ลงชื่อ.................................................................... (นายพิทักษ์ วงค์ฆ้อง) หัวหน้าเขตพื้นที่บริการเขต ๑ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ความคิดเห็นของผู้บริหาร หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ( ) เป็นแผนการสอนที่ดีใช้สอนได้ ( ) ควรปรับแก้ .............................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (นายนภสินธุ์ ดวงประภา) หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ 80


กลุ่มงานบริหารวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง ปรับปรุงครั้งที่ ๑ ณ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ แบบบันทึกการวิเคราะห์งาน ทักษะจำเป็นเฉพาะความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ ๕ ภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๗ เมื่อกำหนดให้นายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย (รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะเคลื่อนย้ายตนเองนายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะ เคลื่อนย้ายตนเองได้ งาน (Task) นั่งทรงตัวบนรถเข็นแยกลูกบอลสี ชื่อนักเรียน นายจิรเมธ กันทาหล้า ลำดับ ที่ รายละเอียด ผลการประเมิน Forward Chaining Backward Chaining วัน เดือน ปี ได้ ไม่ได้ ๑ การนั่งทรงตัวบนรถเข็นโดยมี การถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทาง ต่าง ๆได้โดยการกระตุ้นเตือน ✓ ๑ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ๒ การนั่งทรงตัวบนรถเข็นโดยมี การถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทาง ต่าง ๆได้ด้วยตนเอง ✓ ๒ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๗ ลงชื่อ.................................................ครูผู้สอน (นางสาวพัชรนันท์ ไชยวงศ์) ตำแหน่ง พนักงานราชการ 81


กลุ่มงานบริหารวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง ปรับปรุงครั้งที่ ๑ ณ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ บันทึกผลหลังการสอน ทักษะจำเป็นเฉพาะความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ ๕ ภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๗ เมื่อกำหนดให้นายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย (รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะเคลื่อนย้ายตนเองนายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะ เคลื่อนย้ายตนเองได้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมขั้นตอนที่ ๙ ภายในเดือนกุมภาพันธ์๒๕๖๗ เมื่อกำหนดให้นายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์ เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกันตนเองขณะเคลื่อนย้ายตนเองนายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถทรงตัวอยู่ในอุปกรณ์เครื่องช่วย(รถเข็น) โดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปทิศทางต่าง ๆ และป้องกัน ตนเองขณะเคลื่อนย้ายตนเองได้ด้วยตนเอง เป็นระยะเวลา ๗ นาที วันที่ สอน ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๒๑ ๒๒ ๒๓ ๒๔ ๒๕ ๒๘ ๒๙ สรุป ระดับ คุณภาพ ที่ได้ ๑ ๑ ๑ ๒ ๒ ๒ ๒ ๒ ๓ ๓ ๓ ๔ ๔ ๔ ๔ ๔ นายจิรเมธ กันทาหล้า สามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นโดยมีการถ่ายเทน้ำหนักไปในทิศทางต่างๆ ได้เป็นระยะเวลา ๕ นาทีติดต่อกัน ๔ วันผ่านจุดประสงค์ที่กำหนดในขั้นตอนที่ ๓ ระดับคุณภาพ ผู้เรียนสามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๗ นาทีติดต่อกัน ๔ วัน ๔ หมายถึง สามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๗ นาทีติดต่อกัน ๔ วัน ๓ หมายถึง สามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๖ นาทีติดต่อกัน ๓ วัน ๒ หมายถึง สามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นเป็นระยะเวลา ๕ นาทีติดต่อกัน ๒ วัน ๑ หมายถึง ให้ความร่วมมือ/ครูหรือผู้ปกครองช่วยเหลือ ๐ หมายถึง ไม่สามารถทำได้ หมายเหตุ ๑. สังเกตจากการปฏิบัติตามขั้นตอนตามที่กำหนดไว้ ๒. สังเกตจากพัฒนาการของผู้เรียนที่ทำได้อย่างต่อเนื่อง 82


กลุ่มงานบริหารวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง ปรับปรุงครั้งที่ ๑ ณ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ ลงชื่อ.................................................ครูผู้สอน (นางสาวพัชรนันท์ ไชยวงศ์) ตำแหน่ง พนักงานราชการ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ความคิดเห็นฝ่ายวิชาการ / ผู้แทน ( ) สอนตามแผนการสอนขั้นตอนต่อไป ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (นายพิทักษ์ วงค์ฆ้อง) หัวหน้าเขตพื้นที่บริการเขต ๑ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ความคิดเห็นของผู้บริหาร หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ( ) สอนตามแผนการสอนขั้นตอนต่อไป ( ) ควรปรับแก้ ............................................................................................................. ลงชื่อ.................................................................... (นายนภสินธุ์ ดวงประภา) หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ 83


õćÙñîüÖ 47 84


48 85


49 86


50 87


51 88


52 89


53 90


54 91


55 92


56 93


57 94


58 95


ข้อมูลนักเรียนรายบุคคล ห้องเรียน ห้างฉัตร ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง ๑. ข้อมูลด้านนักเรียน ๑.๑ ข้อมูลส่วนตัวนักเรียน ชื่อ-นามสกุล (ด.ช./ด.ญ./นาย/น.ส.) จิรเมธ กันทาหล้า ชื่อเล่น น้องที ประเภทความพิการ บกพร่องทางร่างกาย เลขประจำตัวนักเรียน ๔๗๑ เกิดวันที่ ๗ เดือน ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ อายุ ๑๙ ปีเชื้อชาติ ไทย สัญชาติไทย ศาสนา พุทธ เลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๕๒๙๙๐๒๒๒๓๙๓๕ หมู่โลหิต เอ การจดทะเบียนคนพิการ ไม่ต้องการจดทะเบียน ยังไม่จดทะเบียน จดทะเบียนแล้ว ที่อยู่ปัจจุบันบ้านเลขที่................ตรอก/ซอย...............หมู่ที่...........ชื่อหมู่บ้าน/ถนน.................................................. ตำบล/แขวง.............................. อำเภอ/เขต............................ จังหวัด.......................... รหัสไปรษณีย์. ..................... ๑.๒ ด้านสุขภาพ ๑) สุขภาพกาย มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง เจ็บป่วยบ่อย ป่วยเป็นโรคร้ายแรง/เรื้อรัง (วัณโรค โรคอ้วน โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง (หอบหืด) โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็ง ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ โรคเบาหวาน ภาวะบกพร่องทางระบบประสาทอย่างรุนแรง ลมชักฯลฯ) น้ำหนัก..........................กิโลกรัม ส่วนสูง...............................เซนติเมตร น้ำหนักปกติสัมพันธ์กับส่วนสูงหรืออายุ น้ำหนักผิดปกติไม่สัมพันธ์กับส่วนสูงหรืออายุเล็กน้อย น้ำหนักผิดปกติไม่สัมพันธ์กับส่วนสูงหรืออายุอย่างมาก เคลื่อนไหวและเคลื่อนย้ายร่างกายได้อย่างคล่องแคล่วเหมาะสมกับวัย เคลื่อนไหวและเคลื่อนย้ายร่างกายได้แต่ไม่เหมาะสมกับวัย ๖๕/๓ - ๗ - ห้างฉัตร ห้างฉัตร ลำปาง ๕๒๑๙๐ ๑๒ ๙๕ 96


นอนติดเตียง ๒) สุขภาพจิต/สังคม/พฤติกรรม สุขภาพจิต อารมณ์ดียิ้มง่าย อารมณ์หงุดหงิดง่าย/โมโหง่าย หรือไม่มีการตอบสนอง/แสดงออกทางอารมณ์ ซึมเศร้า สังคม มีปฏิสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับผู้อื่น ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น/ชอบแยกตัวออกจากกลุ่ม กลัว/หวาดระแวงผู้อื่น พฤติกรรม มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ พบพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบไม่รุนแรงต่อตนเอง/ผู้อื่น/สิ่งของ พบพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อตนเอง/ผู้อื่น/สิ่งของ ๑.๓ ด้านการเรียนรู้ ๑) พัฒนาการ/การเรียนรู้ พัฒนาการ/การเรียนรู้เทียบเท่ากับอายุจริง พัฒนาการ/การเรียนรู้ล่าช้ากว่าอายุจริง ๑ – ๓ ปี พัฒนาการ/การเรียนรู้ล่าช้ากว่าอายุจริง ๓ ปี ขึ้นไป ๒) การช่วยเหลือตนเอง สามารถช่วยเหลือตนเองได้ สามารถช่วยเหลือตนเองได้บ้าง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ 97


๒. ข้อมูลด้านครอบครัว ๒.๑ ข้อมูลบิดา มีชีวิตอยู่ ถึงแก่กรรม ไม่มีข้อมูล ไม่มีงานทำ มีงานทำ อาชีพ................................................... รายได้ ๑๕,๐๐๐ บาท/เดือน ที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่เดียวกับนักเรียน ที่อยู่ต่างจากนักเรียน ๒.๒ ข้อมูลมารดา มีชีวิตอยู่ ถึงแก่กรรม ไม่มีข้อมูล ไม่มีงานทำ มีงานทำ อาชีพ................................................... รายได้.............................บาท/เดือน ที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่เดียวกับนักเรียน ที่อยู่ต่างจากนักเรียน ๒.๓ ข้อมูลผู้ปกครอง บิดา มารดา ผู้ปกครองไม่ใช่บิดา/มารดา (ระบุ) ไม่มีงานทำ มีงานทำ อาชีพ................................................... รายได้.............................บาท/เดือน ที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่เดียวกับนักเรียน ที่อยู่ต่างจากนักเรียน ๒.๔ รายได้ครอบครัว ๑๐๐,๐๐๐ บาท/ปี ขึ้นไป ๔๐,๐๐๑ – ๙๙,๙๙๙ บาท/ปี ไม่เกิน 40,000 บาท/ปี ๒.๕ สภาพความเป็นอยู่ในครอบครัว อยู่ร่วมกับบิดามารดา อยู่กับบิดา อยู่กับมารดา อยู่กับผู้อื่น (ระบุ) ๒.๖ สถานภาพของบิดามารดา อยู่ด้วยกัน หย่าร้าง แยกกันอยู่ บิดาถึงแก่กรรม มารดาถึงแก่กรรม บิดา มารดาถึงแก่กรรม ๒.๗ บุคคลในครอบครัวมีการใช้สารเสพติด มี ไม่มี เกี่ยวข้องเป็น.............กับนักเรียน ๒.๘ ประเภทสารเสพติดที่ใช้ บุหรี่ สุรา ยาบ้า อื่น ๆ ระบุ...................... ๒.๙ ความถี่ในการใช้สารเสพติดของบุคคลในครอบครัว เป็นประจำ บางครั้ง ๒.๑๐ บุคคลในครอบครัวเกี่ยวข้องกับการเล่นการพนัน มี ไม่มี ๒.๑๑ ความถี่ในการเล่นการพนันของบุคคลในครอบครัว เป็นประจำ บางครั้ง ๒.๑๒ ภายในครอบครัวมีการใช้ความรุนแรงและมีความขัดแย้ง มี ไม่มี ๒.๑๓ ความถี่ในการใช้ความรุนแรงและความขัดแย้งในครอบครัว ไม่มี บางครั้ง ประจำ ๒.๑๔ อาชีพบิดา/มารดา/ผู้ปกครองเสี่ยงหรือผิดต่อกฎหมาย มี ไม่มี 98


๒.๑๕ เศรษฐกิจครอบครัว รายได้ มีรายได้เพียงพอสำหรับเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างดี มีรายได้เพียงพอสำหรับเลี้ยงดูครอบครัวเฉพาะที่จำเป็น มีรายได้เพียงเล็กน้อย ไม่เพียงพอสำหรับครอบครัว หนี้สิน ไม่มีหนี้สิน มีหนี้สิน มีหนี้สินและต้องพึ่งพาผู้อื่น ๒.๑๖ การคุ้มครองนักเรียน ช่วยกันดูแลเอาใจใส่ และเข้าใจ/ร่วมมือในการช่วยเหลือพัฒนานักเรียนเป็นอย่างดี ขาดการดูแลเอาใจใส่/ปล่อยปละละเลยนักเรียนเป็นบางครั้ง สมาชิกในครอบครัวบางคนไม่มี ความเข้าใจ/ร่วมมือในการช่วยเหลือในการพัฒนานักเรียน ขาดการดูแลเอาใจใส่/ปล่อยปละละเลยนักเรียน/ไม่มีผู้ดูแล และขาดความเข้าใจ/ร่วมมือใน การช่วยเหลือในการพัฒนานักเรียน ๒.๑๗ เจตคติต่อนักเรียน นักเรียนสามารถพัฒนาได้และมีการแสวงหาความรู้ในการพัฒนานักเรียนอยู่เสมอ มีความคาดหวังในการพัฒนานักเรียนแต่ไม่มีการแสวงหาความรู้เพื่อนำมาพัฒนานักเรียน ไม่มีความคาดหวังในการพัฒนานักเรียนและนักเรียนเป็นภาระของครอบครัว ๒.๑๘ ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะของผู้ปกครองในการพัฒนานักเรียน มีการจัดกิจกรรมและฝึกด้วยเทคนิคที่หลากหลายเพื่อพัฒนานักเรียนเป็นประจำทุกวัน มีการจัดกิจกรรมและฝึกด้วยเทคนิคเพื่อพัฒนานักเรียนเป็นบางครั้ง ไม่เคยจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนานักเรียน 99


๓. ข้อมูลด้านสภาพแวดล้อม ๓.๑ สภาพแวดล้อมภายในศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง/หน่วยบริการ/ปรับบ้าน ๑) บริเวณภายในห้องเรียน สภาพแวดล้อมมีความเหมาะสมกับความต้องการจำเป็นพิเศษของนักเรียนและปลอดภัย สภาพแวดล้อมบางอย่างขาดความเหมาะสมกับความต้องการจำเป็นพิเศษของนักเรียนแต่ยัง สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย สภาพแวดล้อมขาดความเหมาะสมกับความต้องการจำเป็นพิเศษของนักเรียนและไม่ปลอดภัย ๒) บริเวณภายนอกห้องเรียน สภาพแวดล้อมมีความเหมาะสมกับความต้องการจำเป็นพิเศษของนักเรียนและปลอดภัย สภาพแวดล้อมบางอย่างขาดความเหมาะสมกับความต้องการจำเป็นพิเศษของนักเรียนแต่ยัง สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย สภาพแวดล้อมขาดความเหมาะสมกับความต้องการจำเป็นพิเศษของนักเรียนและไม่ปลอดภัย ๓) ผู้เกี่ยวข้อง ครู/บุคลากร/ผู้ปกครอง ทุกคนพร้อมให้การช่วยเหลือ ครู/บุคลากร/ผู้ปกครอง บางคนละเว้นไม่ให้การช่วยเหลือ ครู/บุคลากร/ผู้ปกครอง บางคนรังเกียจนักเรียน เพื่อน/สมาชิกในครอบครัวทุกคนยอมรับ/ให้เข้ากลุ่มทำกิจกรรม เพื่อน/สมาชิกในครอบครัวบางคนไม่ยอมรับ/ไม่ให้เข้ากลุ่มทำกิจกรรม เพื่อน/สมาชิกในครอบครัวทุกคนไม่ยอมรับ/ไม่ให้เข้ากลุ่มทำกิจกรรม ๓.๒ สภาพแวดล้อมภายในชุมชน ๑) เจตคติของชุมชนที่มีต่อนักเรียนและครอบครัว เป็นภาระของสังคม พร้อมให้ความช่วยเหลือ ความเชื่อเรื่องเวรกรรม มีสิทธิเท่าเทียมกับคนทั่วไป น่ารังเกียจ คนพิการสามารถพัฒนาได้ ไม่สนใจ ๒) ความสัมพันธ์ของนักเรียนกับชุมชน เป็นที่รู้จักในชุมชน ไม่มีคนในชุมชนรู้จัก เป็นที่รักของคนในชุมชน ไม่สนใจ มีส่วนร่วมในชุมชน สร้างความเดือดร้อนให้คนในชุมชน ชุมชนให้ความช่วยเหลือ 100


๔. ข้อมูลด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา ๔.๑ ภัยที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงของมนุษย์ ๑) การล่วงละเมิดทางเพศ ด้านนักเรียน มีพฤติกรรมทางสังคมเหมาะสม มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นตามปกติและรู้จักปฏิเสธ มีพฤติกรรมทางสังคม ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นบางอย่างไม่เหมาะสมและรู้จักปฏิเสธบางครั้ง มีพฤติกรรมทางสังคม ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นไม่เหมาะสม และไม่รู้จักปฏิเสธ ด้านผู้ดูแล (ครู/ผู้ปกครอง/พี่เลี้ยงเด็กพิการ) ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดเป็นบางเวลา มักทิ้งนักเรียนให้อยู่ตามลำพังหรือไม่มีผู้ดูแล ด้านสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา อาคารเรียน/แหล่งเรียนรู้ไม่มีจุดลับตาคนและมีคนคอยสอดส่องดูแลความเรียบร้อย สม่ำเสมอ อาคารเรียน/แหล่งเรียนรู้มีจุดลับตาคนบางพื้นที่แต่มีคนคอยสอดส่องดูแลความเรียบร้อย เป็นบางช่วงเวลา อาคารเรียน/แหล่งเรียนรู้มีจุดลับตาคนบางพื้นและขาดคนคอยสอดส่องดูแลความเรียบร้อย ๒) การล่อลวง ลักพาตัว ด้านนักเรียน สามารถปฏิเสธเมื่อถูกชักชวนหรือรับสิ่งของจากผู้อื่นหรือคนแปลกหน้า สามารถปฏิเสธเมื่อถูกชักชวนหรือรับสิ่งของจากผู้อื่นหรือคนแปลกหน้าเป็นบางครั้ง ไม่สามารถปฏิเสธเมื่อถูกชักชวนหรือรับสิ่งของจากผู้อื่นหรือคนแปลกหน้า ด้านผู้ดูแล (ครู/ผู้ปกครอง/พี่เลี้ยงเด็กพิการ) ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดเป็นบางเวลา มักทิ้งนักเรียนให้อยู่ตามลำพังหรือไม่มีผู้ดูแล 101


ด้านสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา อาคารเรียน/แหล่งเรียนรู้ไม่มีจุดลับตาคนและมีคนคอยสอดส่องดูแลความเรียบร้อย สม่ำเสมอ อาคารเรียน/แหล่งเรียนรู้มีจุดลับตาคนบางพื้นที่แต่มีคนคอยสอดส่องดูแลความเรียบร้อย เป็นบางช่วงเวลา อาคารเรียน/แหล่งเรียนรู้มีจุดลับตาคนบางพื้นและขาดคนคอยสอดส่องดูแลความเรียบร้อย ๔.๒ ภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ ๑) ภัยธรรมชาติ ๑.๑) ภัยจากน้ำท่วม (จมน้ำ/ไฟดูด/สัตว์มีพิษ) ด้านนักเรียน รับรู้เมื่อเกิดอันตราย และหลีกหนีจากสถานการณ์ได้ด้วยตนเอง รับรู้เมื่อเกิดอันตราย แต่หลีกหนีจากสถานการณ์ด้วยตนเองไม่ได้ ไม่สามารถรับรู้เมื่อเกิดอันตราย และหลีกหนีจากสถานการณ์ด้วยตนเองไม่ได้ ด้านผู้ดูแล (ครู/ผู้ปกครอง/พี่เลี้ยงเด็กพิการ) ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดเป็นบางเวลา มักทิ้งนักเรียนให้อยู่ตามลำพังหรือไม่มีผู้ดูแล ด้านสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ไม่เคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม เคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมนาน ๆ ครั้ง และไม่หนักมาก เคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอยู่บ่อยครั้งและหนักมาก ๑.๒) ไฟไหม้ป่าหรือไฟไหม้ที่ลุกลามจากสถานที่ต่าง ๆ ด้านนักเรียน รับรู้เมื่อเกิดอันตราย และหลีกหนีจากสถานการณ์ได้ด้วยตนเอง รับรู้เมื่อเกิดอันตราย แต่หลีกหนีจากสถานการณ์ด้วยตนเองไม่ได้ ไม่สามารถรับรู้เมื่อเกิดอันตราย และหลีกหนีจากสถานการณ์ด้วยตนเองไม่ได้ ด้านผู้ดูแล (ครู/ผู้ปกครอง/พี่เลี้ยงเด็กพิการ) ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดเป็นบางเวลา มักทิ้งนักเรียนให้อยู่ตามลำพังหรือไม่มีผู้ดูแล 102


ด้านสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าหรือไฟไหม้ที่ลุกลามจากสถานที่ต่าง ๆ เคยเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าหรือไฟไหม้ที่ลุกลามจากสถานที่ต่าง ๆ นาน ๆ ครั้ง เคยเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าหรือไฟไหม้ที่ลุกลามจากสถานที่ต่าง ๆ บ่อยครั้ง ๑.๓) พายุ ด้านนักเรียน รับรู้เมื่อเกิดอันตราย และหลีกหนีจากสถานการณ์ได้ด้วยตนเอง รับรู้เมื่อเกิดอันตราย แต่หลีกหนีจากสถานการณ์ด้วยตนเองไม่ได้ ไม่สามารถรับรู้เมื่อเกิดอันตราย และหลีกหนีจากสถานการณ์ด้วยตนเองไม่ได้ ด้านผู้ดูแล (ครู/ผู้ปกครอง/พี่เลี้ยงเด็กพิการ) ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดเป็นบางเวลา มักทิ้งนักเรียนให้อยู่ตามลำพังหรือไม่มีผู้ดูแล ด้านสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ไม่เคยเกิดเหตุการณ์พายุรุนแรง เคยเกิดเหตุการณ์พายุรุนแรงนาน ๆ ครั้ง เคยเกิดเหตุการณ์พายุรุนแรงอยู่บ่อยครั้ง ๑.๔) แผ่นดินไหว ด้านนักเรียน รับรู้เมื่อเกิดอันตราย และหลีกหนีจากสถานการณ์ได้ด้วยตนเอง รับรู้เมื่อเกิดอันตราย แต่หลีกหนีจากสถานการณ์ด้วยตนเองไม่ได้ ไม่สามารถรับรู้เมื่อเกิดอันตราย และหลีกหนีจากสถานการณ์ด้วยตนเองไม่ได้ ด้านผู้ดูแล (ครู/ผู้ปกครอง/พี่เลี้ยงเด็กพิการ) ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดเป็นบางเวลา มักทิ้งนักเรียนให้อยู่ตามลำพังหรือไม่มีผู้ดูแล ด้านสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรง เคยเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงนาน ๆ ครั้ง เคยเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รุนแรงอยู่บ่อยครั้ง 103


๑.๕) ภัยธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว ด้านนักเรียน รู้จักวิธีป้องกันและดูแลตนเองจากภัยหนาว รู้จักวิธีป้องกันแต่ไม่สามารถดูแลตนเองจากภัยหนาว ไม่สามารถรับรู้วิธีป้องกันและดูแลตนเองจากภัยหนาว ด้านผู้ดูแล (ครู/ผู้ปกครอง/พี่เลี้ยงเด็กพิการ) ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดเป็นบางเวลา มักทิ้งนักเรียนให้อยู่ตามลำพังหรือไม่มีผู้ดูแล ด้านสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา อยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวอุณหภูมิเฉลี่ย ๒๑ – ๓๐ องศาเซลเซียส อยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวอุณหภูมิเฉลี่ย ๑๐ – ๒๐ องศาเซลเซียส อยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวจัดอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า ๑๐ องศาเซลเซียส ๒) ภัยจากยานพาหนะ ด้านนักเรียน รับรู้และปฏิบัติตนในการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากยานพาหนะได้ รับรู้ถึงอันตราย แต่ไม่สามารถป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากยานพาหนะได้ ไม่สามารถรับรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดจากยานพาหนะ ด้านผู้ดูแล (ครู/ผู้ปกครอง/พี่เลี้ยงเด็กพิการ) ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดเป็นบางเวลา มักทิ้งนักเรียนให้อยู่ตามลำพังหรือไม่มีผู้ดูแล ด้านสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา มีการกำหนดพื้นที่จอดรถ เส้นทางเดินรถ และทางเดินเท้าไว้อย่างชัดเจนเป็นสัดส่วน และปลอดภัยทั่วบริเวณ มีการกำหนดพื้นที่จอดรถ เส้นทางเดินรถ และทางเดินเท้าในบางบริเวณ ไม่มีการกำหนดพื้นที่จอดรถ เส้นทางเดินรถ และทางเดินเท้า 104


๔.๓ ภัยที่เกิดจากการถูกละเมิดสิทธิ์ ๑) การถูกปล่อยปละ ละเลย ทอดทิ้ง ได้รับการดูแลใกล้ชิดเป็นอย่างดี ถูกปล่อยปละ ละเลย ทอดทิ้ง เป็นบางครั้ง ถูกปล่อยปละ ละเลย ทอดทิ้ง บ่อยครั้ง ๒) การไม่ได้รับความเป็นธรรมจากระบบการศึกษา ได้รับบริการทางการศึกษาจากสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ได้รับบริการทางการศึกษาจากสถานศึกษาแต่ไม่ต่อเนื่อง ไม่ได้รับบริการใด ๆ ทางการศึกษา ๔.๔ ภัยที่เกิดจากผลกระทบต่อสุขภาวะทางกายและจิตใจ ๑) ภาวะจิตเวช ด้านนักเรียน แสดงพฤติกรรม อารมณ์เหมาะสมและสอดคล้องตามสถานการณ์ แสดงพฤติกรรม อารมณ์เหมาะสมบางสถานการณ์ แสดงพฤติกรรม อารมณ์ที่รุนแรงและไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ ด้านผู้ดูแล (ครู/ผู้ปกครอง/พี่เลี้ยงเด็กพิการ) ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา ผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดเป็นบางเวลา มักทิ้งนักเรียนให้อยู่ตามลำพังหรือไม่มีผู้ดูแล ๒) โรคระบาดในมนุษย์ ด้านนักเรียน รู้จักวิธีป้องกันและดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรคระบาด รู้จักวิธีป้องกัน แต่ไม่สามารถดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรคระบาด ไม่สามารถรับรู้วิธีป้องกันและดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรคระบาด ด้านผู้ดูแล (ครู/ผู้ปกครอง/พี่เลี้ยงเด็กพิการ) รู้วิธีป้องกันและดูแลนักเรียนให้ปลอดภัยจากโรคระบาดอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา รู้วิธีป้องกันและดูแลนักเรียนให้ปลอดภัยจากโรคระบาดเป็นบางเวลา ไม่รู้/ไม่สนใจวิธีป้องกันและมักจะทิ้งให้นักเรียนอยู่ตามลำพังเป็นประจำ 105


ด้านสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ไม่เคยเกิดโรคระบาดในมนุษย์ เกิดโรคระบาดในมนุษย์นาน ๆ ครั้ง เกิดโรคระบาดในมนุษย์เป็นประจำ ๓) มลภาวะเป็นพิษ ด้านนักเรียน รู้จักวิธีป้องกันและดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากมลภาวะเป็นพิษ รู้จักวิธีป้องกัน แต่ไม่สามารถดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากมลภาวะเป็นพิษ ไม่สามารถรับรู้วิธีป้องกันและดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากมลภาวะเป็นพิษ ด้านผู้ดูแล (ครู/ผู้ปกครอง/พี่เลี้ยงเด็กพิการ) รู้วิธีป้องกันและดูแลนักเรียนให้ปลอดภัยจากมลภาวะเป็นพิษอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา รู้วิธีป้องกันและดูแลนักเรียนให้ปลอดภัยจากมลภาวะเป็นพิษเป็นบางเวลา ไม่รู้/ไม่สนใจวิธีป้องกันและมักจะทิ้งให้นักเรียนอยู่ตามลำพังเป็นประจำ ด้านสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ไม่เคยเกิดมลภาวะเป็นพิษ เกิดมลภาวะเป็นพิษนาน ๆ ครั้ง เกิดมลภาวะเป็นพิษเป็นประจำ ๔) โรคระบาดในสัตว์ ด้านนักเรียน รู้จักวิธีป้องกันและดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรคระบาดในสัตว์ รู้จักวิธีป้องกัน แต่ไม่สามารถดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรคระบาดในสัตว์ ไม่สามารถรับรู้วิธีป้องกันและดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรคระบาดในสัตว์ ด้านผู้ดูแล (ครู/ผู้ปกครอง/พี่เลี้ยงเด็กพิการ) รู้วิธีป้องกันและดูแลนักเรียนให้ปลอดภัยจากโรคระบาดในสัตว์อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา รู้วิธีป้องกันและดูแลนักเรียนให้ปลอดภัยจากโรคระบาดในสัตว์เป็นบางเวลา ไม่รู้/ไม่สนใจวิธีป้องกันและมักจะทิ้งให้นักเรียนอยู่ตามลำพังเป็นประจำ ด้านสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ไม่เคยเกิดโรคระบาดในสัตว์ เกิดโรคระบาดในสัตว์นาน ๆ ครั้ง เกิดโรคระบาดในสัตว์เป็นประจำ 106


๕) โรคภาวะทุพโภชนาการ ด้านนักเรียน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ถูกต้องตามหลักโภชนาการครบ ๕ หมู่ เลือกรับประทานอาหารที่ตนเองชอบเท่านั้น รับประทานอาหารประเภทเดิมซ้ำ ๆ เป็นประจำ ด้านสถานศึกษา จัดเตรียมอาหารที่เพียงพอและมีสารอาหารครบ ๕ หมู่ จัดเตรียมอาหารที่เพียงพอแต่มีสารอาหารไม่ครบ ๕ หมู่ จัดเตรียมอาหารไม่เพียงพอและไม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ 107


๓๔ กลุ่มบริหารงานวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดล าปาง แบบรวบรวมข้อมูลผู้เรียน ตามกรอบคิดแนวเชิงนิเวศ (Ecological System) ชื่อ-นามสกุลนักเรียน นายจีรเมธ กันทาหล้า ชื่อเล่น ที ระดับชั้น เตรียมความพร้อม ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ประเภทการรับบริการ หน่วยบริการ ชื่อสถานศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดล าปาง อ าเภอ เมืองล าปาง จังหวัด ล าปาง ข้อมูล ณ วันที่ ๒๒ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ 108


๓๕ กลุ่มบริหารงานวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดล าปาง รวบรวมข้อมูลผู้เรียน ข้อมูลของผู้เรียน ๑. ข้อมูลของผู้เรียน ชื่อ-นามสกุลนักเรียน นายจีรเมธ กันทาหล้า ชื่อเล่น ที อายุ ๑๘ ปี เพศ ชาย เชื้อชาติ ไทย ประเภทความพิการ บกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวฯ โรคประจ าตัว - ลักษณะความพิการ นักเรียนมีอวัยวะไม่สมส่วน แขน ขาลีบ มีการผิดรูปของกระดูกและข้อ มีลักษณะกล้ามเนื้อแขนขาเกร็ง กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง การเคลื่อนไหว ทิศทางการเคลื่อนไหวและจังหวะในการเคลื่อนไหวมีความ ผิดปกติ เช่น กระตุก เกร็ง ไม่สามารถลุกขึ้นยืน ยืนทรงตัวได้ด้วยตนเอง สามารถนั่งทรงตัวได้เองแต่ชอบนั่ง ในท่าพับขาไปด้านหลัง(W-sitting) พฤติกรรมของผู้เรียน พฤติกรรมส่วนบุคคล นักเรียนจะชอบนั่งโยกตัว สามารถพูดโต้ตอบเป็นประโยคได้ พฤติกรรมการเรียนรู้ นักเรียนสามารถพูดโต้ตอบเป็นประโยคได้ สามารถใช้มือจับดินสอเขียนเส้นตามรอยประได้ มีความ สนใจในรูปภาพรถ ต้องสอนแบบซ้ า ๆ ย้ าทวนสิ่งที่ได้เรียน ภาพนักเรียน 109


๓๖ กลุ่มบริหารงานวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดล าปาง รวบรวมข้อมูลผู้เรียน ข้อมูลความสามารถผู้เรียน ความสามารถพื้นฐานของผู้เรียน ๑.๑ ความสามารถพื้นฐานทางด้านร่างกาย จุดเด่น จุดอ่อน - เคลื่อนย้ายตนเองไปในที่ต่าง ๆ ได้ในทางระดับ เดียวกันได้ - ไม่สามารถเคลื่อนย้ายตนเองนั่งบนรถเข็นได้ ๑.๒ ความสามารถพื้นฐานทางด้านอารมณ์ จิตใจ จุดเด่น จุดอ่อน - เป็นคนอัธยาศัยดีชอบช่วยเหลือผู้อื่น - ปฏิเสธบุคคลอื่นไม่เป็น 110


๓๗ กลุ่มบริหารงานวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดล าปาง รวบรวมข้อมูลผู้เรียน ข้อมูลความสามารถผู้เรียน ๑.๓ ความสามารถพื้นฐานทางด้านสังคม จุดเด่น จุดอ่อน - เข้ากับบุคคลอื่นได้ง่ายเฉพาะกลุ่มญาติ - นักเรียนไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน ส่วนใหญ่จะอยู่บ้าน กับผู้ปกครอง ๑.๔ ความสามารถพื้นฐานทางด้านสติปัญญา จุดเด่น จุดอ่อน - ตั้งใจเรียน สามารถพูดคุยโต้ตอบกับครูผู้สอนได้ - ความจ าสั้น ต้องใช้การสอนแบบสอนซ้ า ๆ 111


๓๘ กลุ่มบริหารงานวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดล าปาง รวบรวมข้อมูลผู้เรียน ข้อมูลความสามารถผู้เรียน ๑.๕ ความสามารถพื้นฐานทางด้านทักษะจ าเป็นเฉพาะความพิการ จุดเด่น จุดอ่อน - พูดคุยโต้ตอบได้ - ช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจ าวันได้ในขั้นตอนง่าย ๆ เช่น กินข้าว ดื่มน้ า - นักเรียนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองในกิจวัตร ประจ าวันได้ทุกอย่าง เช่น การอาบน้ า การขับถ่าย 112


๓๙ กลุ่มบริหารงานวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดล าปาง รวบรวมข้อมูลผู้เรียน กรอบแนวคิดตามระบบนิเวศวิทยา (Ecological Framework) ๒. กรอบแนวคิดตามระบบนิเวศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๑ ด้านสภาพแวดล้อมของผู้เรียน (Microsystem) บุคคลภายในครอบครัวที่ผู้เรียนไว้วางใจ นักเรียนอาศัยอยู่บ้านกับพ่อและแม่ บุคคลที่นักเรียนไว้วางใจมากที่สุดคือแม่ เพราะส่วนใหญ่ นักเรียนจะอยู่บ้านกับแม่ตลอดทั้งวัน ส่วนพ่อเป็นบุคคลที่นักเรียนไว้วางใจรองลงมาจากแม่ เนื่องจาก นักเรียนอยู่ร่วมกับพ่อน้อยกว่าแม่ ลักษณะที่อยู่อาศัย (ห้องอะไรบ้าง / ความสะอาด) นักเรียนอาศัยอยู่ร่วมกับพ่อแม่ โดยมีการแยกห้องนอน บริเวณบ้านสะอาด สะดวกในการ เคลื่อนย้ายตนเองของนักเรียน ลักษณะห้องน้ า (ระบุรายละเอียด) ลักษณะห้องน้ าบ้านนักเรียนมี ๑ ห้องน้ าแยกออกมาจากตัวบ้านและมีบริเวณห้องน้ ากว้าง นักเรียนสามารถเข้าใช้ห้องน้ าได้ด้วยตนเอง บริเวณห้องน้ ามีถังน้ าและโถปัสสาวะที่เป็นคอห่าน มีอากาศถ่ายเทสะดวก ลักษณะห้องนอน (ระบุรายละเอียด) ห้องนอนมีการจัดที่นอนที่นักเรียนสามารถเคลื่อนย้ายตนเองเข้าไปได้ ห้องนอนโล่งสะอาด ปลอดโปร่ง พื้นที่ในการฝึก/ท ากิจกรรมกับผู้เรียน (ระบุรายละเอียด) บริเวณบ้านของนักเรียนมีพื้นที่ในการท ากิจกรรมคือหน้าบ้านนักเรียน เป็นที่โล่งมีโต๊ะ เก้าอี้วาง เตรียมพร้อมส าหรับการนั่งท ากิจกรรม และมีบริเวณกว้างพอส าหรับการใช้รถเข็นของนักเรียน 113


๔๐ กลุ่มบริหารงานวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดล าปาง รวบรวมข้อมูลผู้เรียน กรอบแนวคิดตามระบบนิเวศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๒ ด้านความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องของผู้เรียน (Mesosystem) ลักษณะของครอบครัวและความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัว นักเรียนอยู่ร่วมกับพ่อและแม่ ท าให้มีความผูกพันกับพ่อแม่มากที่สุด หากวันไหนที่พ่อแม่ไป ท างานก็จะพานักเรียนไปที่ท างานด้วย ความสัมพันธ์กับบุคคลในห้องเรียน/โรงเรียน นักเรียนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครู พี่เลี้ยง และเพื่อนในห้องเรียน ซึ่งเพื่อนในห้องเรียนที่นักเรียน สนิทและพูดคุยกันคือ นายวรพจน์ ติ๊บแก้ว ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ๆ เช่น ญาติพี่น้อง เพื่อน เพื่อนบ้าน คนในชุมชน เป็นต้น นักเรียนจะมีความสนิทกับญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ละแวกบ้านเดียวกัน ซึ่งแม่มักจะฝากญาติดูแล น้องเป็นบางครั้งเมื่อแม่มีธุระจ าเป็น 114


๔๑ กลุ่มบริหารงานวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดล าปาง รวบรวมข้อมูลผู้เรียน กรอบแนวคิดตามระบบนิเวศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๓ ด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพสังคมที่มีผลต่อครอบครัว (Exosystem) สถานการณ์ปัจจุบันที่ส่งผลกระทบกับผู้เรียน เนื่องด้วยพ่อแม่ของนักเรียนท างานในโรงงานพลาสติก เมื่อไปท างานจะพานักเรียนไปด้วยท าให้ นักเรียนไม่มารับบริการที่หน่วยบริการ และเมื่อนักเรียนไปอยู่กับพ่อแม่ที่ท างานท าให้ต้องอยู่คนเดียว นักเรียนจึงมีการกระตุ้นตนเองโดยแสดงอาการโยกตัวไปมา สถานที่ท างานของพ่อแม่/ผู้ปกครอง สถานที่ท างานของพ่อแม่เป็นโรงงานพลาสติก เมื่อพ่อแม่พานักเรียนไปด้วยอาจท าให้นักเรียนได้รับ อันตรายจากเศษฝุ่นจากพลาสติกได้ สภาพแวดล้อมทางกายภาพ หรือ การจัดสิ่งอ านวยความสะดวกของชุมชนที่ผู้เรียน อาศัยอยู่ บริเวณชุมชนที่นักเรียนอาศัยอยู่นักเรียนจะเป็นที่รู้จักกันในหมู่ญาติพี่น้องที่อาศัยในระแวกบ้าน เดียวกัน ๒.๔ ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมของสังคม (Macrosystem) บ้านของนักเรียนยังไม่ค่อยให้ความสนใจเกี่ยวกับการศึกษาของนักเรียน เนื่องด้วยนักเรียนมีการ สื่อสารกับบุคคลในชีวิตประจ าวันได้ จึงท าให้ผู้ปกครองไม่ค่อยมารับส่งนักเรียนที่หน่วยบริการมากนัก ๒.๕ ด้านสิ่งต่างๆที่อาจกระทบต่อผู้เรียน เช่น กฎหมาย การได้รับสิทธิด้านต่างๆ เทคโนโลยี หรือแอพพลิเคชั่น ที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียนในชีวิตประจ าวัน (Chronosystem) นักเรียนได้รับเบี้ยพิการ เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท จากเบี้ยยังชีพคนพิการและได้รับบริการทางการ แพทย์ตามโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคตามสวัสดิการของรัฐ นักเรียนได้รับการให้บริการทางการศึกษา จากศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดล าปาง ห้องเรียนหน่วยบริการอ าเภอห้างฉัตร ซึ่งได้รับสื่อการสอน คูปองการศึกษา ๒,๐๐๐ บาท 115


๔๒ กลุ่มบริหารงานวิชาการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดล าปาง รวบรวมข้อมูลผู้เรียน สรุปเป้าหมายในการพัฒนา ๓. ความคาดหวังของผู้ปกครองที่มีต่อตัวผู้เรียน ผู้ปกครองคาดหวังให้นักเรียนช่วยเหลือตนเองได้ ๔. เป้าหมายหลักที่ผู้เรียนควรได้รับการพัฒนา/ส่งเสริม การส่งเสริมให้ผู้เรียนช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจ าวันได้ ๕. เป้าหมายหลักที่ผู้เรียนควรได้รับการป้องกัน/แก้ไขปัญหา การป้องกันตนเองจากบุคคลแปลกหน้าหรือบุคคลอันตราย . ผู้บันทึกข้อมูล…………………………………………… (นางสาวกนกวรรณ ตันดี) ต าแหน่ง พนักงานราชการ วันที่ ๒๒ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ 116


ประเมินครั้งที่...๑.... จีรเมษ กันทาหล้า ๗ ตุลาคม ๒๕๔๗ ๑๘ ๘ เตรียมความพร้อม ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ชื่อ-นามสกุล (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว)............................................................................................. วัน เดือน ปี เกิด.........................................................................อายุ………………….... ปี ....................เดือน ระดับชั้น..............................................................................วัน เดือน ปี ที่ประเมิน..................................... ค าชี้แจง ๑ แบบคัดกรองฉบับนี้เป็นแบบคัดกรองเพื่อประโยชน์ในทางการจัดการศึกษาเท่านั้น ๒ วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ที่เด็กแสดงออกบ่อยๆ โดยให้ท า เครื่องหมาย /ลงในช่อง “ ใช่ ” หรือ “ไม่ใช่ ” ที่ตรงกับลักษณะหรือพฤติกรรมนั้นๆ ของเด็ก ๓ ผู้ท าการคัดกรองเบื้องต้นต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้ และการประเมิน ตามแบบคัดกรองนี้ และควรสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด เช่น ผู้ปกครองหรือครู เพื่อให้เกิด ความชัดเจน ถูกต้อง ๔ ผู้คัดกรองควรจะมีอย่างน้อย ๒ คนขึ้นไป ที่ ลักษณะ / พฤติกรรม ผลการวิเคราะห์ ใช่ ไม่ใช่ ทักษะการสื่อสาร ๑ ใช้ภาษาไม่สมวัย ๒ ไม่เข้าใจค าสั่ง ไม่สามารถท าตามค าสั่งได้ ทักษะการดูแลตนเอง ๓ ไม่สามารถ หรือสามารถดูแลตัวเองในชีวิตประจ าวันได้น้อย ในการรับประทานอาหาร / การอาบน้ า / แปรงฟัน / การแต่งกาย ๔ ไม่สามารถท าความสะอาดหลังการขับถ่าย ทักษะการด ารงชีวิตภายในบ้าน ๕ ต้องกระตุ้นในการปฏิบัติกิจวัตรประจ าวันอยู่เสมอ ๖ ช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจ าวันได้ต่ ากว่าวัย ทักษะทางสังคม/การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ๗ ชอบเล่นกับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า หรือไม่สามารถเล่นกับเพื่อนตามวัย ๘ เล่นเลียนแบบผู้อื่นอย่างไม่เหมาะสมกับวัย ทักษะการรู้จักใช้ทรัพยากรในชุมชน ๖ 117


ที่ ลักษณะ / พฤติกรรม ผลการวิเคราะห์ ใช่ ไม่ใช่ ๙ มีปัญหาด้านพฤติกรรมในการใช้สิ่งของสาธารณะประโยชน์ เช่น ชอบ ท าลายหรือใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ๑๐ ไม่รู้จักวิธีการใช้ การจัดเก็บ และการดูแลรักษาของส่วนรวม ทักษะการรู้จักดูแลควบคุมตนเอง ๑๑ เอาแต่ใจตนเอง มีอารมณ์โกรธ ฉุนเฉียวบ่อย ๆ ๑๒ ไม่สามารถควบคุมตนเองท าตามสิ่งที่ต้องท า ทักษะการน าความรู้มาใช้ในชีวิตประจ าวัน ๑๓ ลืมง่าย / จ าในสิ่งที่เรียนมาแล้วไม่ได้ ๑๔ ไม่สามารถน าทักษะที่เรียนรู้ไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ ทักษะการท างาน ๑๕ ช่วงความสนใจสั้น ไม่สามารถรับผิดชอบงานที่ต้องท า ๑๖ ท าตามค าสั่งต่อเนื่อง ๒ค าสั่งขึ้นไปได้ยาก สับสนง่าย ทักษะการใช้เวลาว่าง ๑๗ สนใจสิ่งรอบตัวน้อย ๑๘ ใช้เวลาว่างแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทักษะการรักษาสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย ๑๙ ดูแลสุขภาพตนเองได้น้อย เช่น ล้างมือไม่เป็น หรือไม่รู้จักรับประทาน อาหารที่เป็นประโยชน์ ๒๐ มีความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยตนเองน้อย หมายเหตุ ทั้งนี้พฤติกรรมดังกล่าวต้องเทียบเคียงกับพัฒนาการของเด็กทั่วไป เกณฑ์การพิจารณา แต่ละทักษะจะต้องมีผลการวิเคราะห์พฤติกรรมทักษะว่าใช่ทั้ง ๒ข้อ แสดงว่าไม่ผ่านทักษะนั้น และ หากว่าพบทักษะการปรับตัวไม่ผ่านตั้งแต่ ๒ ทักษะขึ้นไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่อง ทางสติปัญญา ให้จัดบริการช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษ และส่งต่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยต่อไป 118


เห็นควรได้รับการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล และกระตุ้นพัฒนาการ อุทัยวรรณ กันทาหล้า จีรเมษ กันทาหล้า จีรเมษ กันทาหล้า ผลการคัดกรอง พบความบกพร่อง ไม่พบความบกพร่อง ความคิดเห็นเพิ่มเติม .................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ .................................................. ใบวุฒิบัตร เลขที่ตง-ศกศ.๐๐๕๖/๒๕๖๓ (ผู้คัดกรอง) (นางสาวสายใย อภิชัย) ลงชื่อ ................. ................................. ใบวุฒิบัตร เลขที่ ลป.ศกศ.๐๐๙๗/๒๕๖๑ (ผู้คัดกรอง) (นางสาวบุษกร สันเทพ) ลงชื่อ ............. ..................................... ใบวุฒิบัตร เลขที่ ลป.ศกศ.๐๐๒๔/๒๕๖๓ (ผู้คัดกรอง) (นางสาวกนกวรรณ ตันดี) ค ายินยอมของผู้ปกครอง ข้าพเจ้า (นาย / นาง / นางสาว)............................................................................... เป็นผู้ปกครองของ (ด.ช. / ด.ญ./ นาย / นางสาว) ............................................................................................................................ ยินยอม ไม่ยินยอม ให้ด าเนินการคัดกรอง (ด.ช./ ด.ญ./ นาย / น.ส.)................................................. ตามแบบคัดกรองนี้ เมื่อพบว่ามีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น ยินดี ไม่ยินดี ให้จัดบริการช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษต่อไป ลงชื่อ ................................................. ผู้ปกครอง (นางอุทัยวรรณ กันทาหล้า) 119


แบบประเมินความสามารถพื้นฐาน ตามหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัยส าหรับเด็กที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจ าจังหวัดล าปาง ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๖ ชื่อ-สกุล นายจีรเมษ กันทาหล้า วัน/เดือน/ปี เกิด ๗ ตุลาคม ๒๕๔๗ วันท ี่ประเมิน ๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ อายุ ๑๘ ปี ๘ เดือน ค าชี้แจง ๑. แบบประเมินความสามารถพื้นฐานตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยส าหรับเด็กที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ใช้เกณฑ์ตามพัฒนาการของเด็กทั่วไปตั้งแรกเกิดถึง ๖ ปี ๒. แบบประเมินฉบับนี้สามารถใช้ได้กับผู้รับการประเมินทุกประเภทความพิการ โดยค านึงถึงอายุจริงของ ผู้รับการประเมิน ๓. กรณีผู้รับการประเมินมีข้อจ ากัดของสภาพความพิการจนไม่สามารถพัฒนาตามพัฒนาการที่คาดหวังได้ ให้ยกเว้นการประเมินตามพัฒนาการที่คาดหวังนั้น ๔. ระดับความสามารถตั้งแต่ระดับที่ ๔ ขึ้นไปที่ถือว่า ผ่าน ๕. การประเมินความสามารถพื้นฐานนั้น ให้เริ่มประเมินพัฒนาการจากอายุจริงแล้วค่อยๆ ลดลงจนถึงขั้น พัฒนาการที่ได้ระดับ ๔ หรือ ๕ หากผู้รับการประเมินมีอายุจริงเกินกว่า ๖ ปีให้เริ่มประเมินจากอายุ ๖ ปี 120


เกณฑ์การประเมินผลก่อนพัฒนา ระดับ ๔ หมายถึง ถูกต้อง/ไม่ต้องช่วยเหลือ ระดับ ๓ หมายถึง ดี/กระตุ้นเตือนด้วยวาจา ระดับ ๒ หมายถึง ใช้ได้/กระตุ้นเตือนด้วยท่าทาง ระดับ ๑ หมายถึง ท าบ้างเล็กน้อย/กระตุ้นเตือนทางกาย ระดับ ๐ หมายถึง ตอบสนองผิดหรือไม่มีการตอบสนอง หมายเหตุ กระตุ้นเตือนทางกาย หมายถึง ผู้สอนจับมือท า เมื่อเด็กท าได้ลดการช่วยเหลือลงโดยให้ แตะข้อศอกของเด็กและกระตุ้นโดยพูดซ้ าให้เด็กท า กระตุ้นเตือนด้วยท่าทาง หมายถึง ผู้สอนชี้ให้เด็กท า/ผงกศีรษะเมื่อเด็กท าถูกต้อง/ส่ายหน้า เมื่อเด็กท าไม่ถูกต้อง กระตุ้นด้วยวาจา หมายถึง ผู้สอนพูดให้เด็กทราบในสิ่งที่ผู้สอนต้องการให้เด็กท า 121


๑. พัฒนาการด้านร่างกาย ประกอบด้วย ๒ มาตรฐาน มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี ตัวบ่งชี้ ๑.๑ น้ าหนัก ส่วนสูงและเส้นรอบศีรษะตามเกณฑ์ อายุ ข้อที่ สภาพที่พึงประสงค์ / พัฒนาการที่คาดหวัง ระดับความสามารถ ก่อนการพัฒนา สรุป ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ หน่วยฯ IIP/FCSP แรกเกิด – ๓ ปี ๑ น้ าหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์*/ ** แรกเกิด – ๓ ปี ๒ เส้นรอบศีรษะตามเกณฑ์*/ ** ๓ – ๖ ปี ๓ น้ าหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ของกรมอนามัย*/ ** ตัวบ่งชี้ ๑.๒ มีสุขภาพอนามัยสุขนิสัยที่ดี อายุ ข้อที่ สภาพที่พึงประสงค์ / พัฒนาการที่คาดหวัง ระดับความสามารถ ก่อนการพัฒนา สรุป ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ หน่วยฯ IIP/FCSP แรกเกิด – ๓ ปี ๑ มีภูมิต้านทานโรค ไม่ป่วยบ่อย ขับถ่ายเป็นเวลา รับประทานอาหาร นอนและพักผ่อนเหมาะสมกับ วัย */ ** แรกเกิด – ๓ ปี ๒ กิจกรรมการเคลื่อนไหวสอดคล้องตามพัฒนาการ */ ** ๓ – ๔ ปี ๓ ยอมรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้้าที่ สะอาดเมื่อมีผู้ชี้แนะ */ ** ๔ ล้างมือก่อน-หลังรับประทานอาหารและหลังจาก ขับถ่าย การใช้ห้องน้้าห้องส้วมเมื่อมีผู้ชี้แนะ */ ** ๕ ดูแลสุขภาพช่องปากและฟันโดยมีผู้ชี้แนะ */ ** ๓ – ๖ ปี ๖ นอนพักผ่อนเป็นเวลา */ ** ๗ ออกก้าลังกายเป็นเวลา * ๔ – ๕ ปี ๘ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้้าสะอาด ด้วยตนเอง */ ** ๙ ดูแลสุขภาพช่องปากและฟันโดยการบ้วนปาก/ แปรงฟันได้ด้วยตนเอง */ ** 122


Click to View FlipBook Version