จติ นยิ ม ลทั ธทิ างอภปิ รชั ญา ประสบการณSนิยม
หรือมโนคตวิ ทิ ยา หรอื ปฏบิ ตั ินยิ ม
สจั นิยม
หรอื วตั ถุนิยม
โทมัสนิยมใหม@ อตั ถภิ าวนิยม
หรืออตั ภาวะนิยม
101
จิตนยิ ม หรอื มโนคตวิ ิทยา (Idealism)
พลาโต (Plato) ลัทธิจิตนิยม (Idialism) เป/นลัทธิปรัชญาท่ี
เก#าแก#ที่สุดในบรรดาปรัชญาต#างๆมีกำเนิดพรNอมกับการ
เริ่มตNนของปรัชญา ปรัชญาลัทธินี้ถือเรื่องจิตเป/นสิ่งสำคัญ
มีความเชื่อว#าสิ่งที่เป/นจริงสูงสุดนั้นไม#ใช#วัตถุหรือตัวตน
แต#เป/นเรื่องของความคิดซึ่งอยู#ในจิต (Mine) สิ่งที่เราเห็น
หรือจับตNองไดNนั้น ยังไม#ความจริงที่แทN ความจริงที่แทNจะ
มีอยใู# นโลกของจติ (The world of mind) เท#านั้น ผูNที่ไดN
ชื่อว#าเป/นบิดาของแนวความคิดลัทธิปรัชญานี้ คือ พลาโต
(Plato) นักปรัชญาเมธีชาวกรีก ซึ่งมีความเชื่อว#า
การศึกษา คือ การพฒั นาจติ ใจมากกวา# อย#างอื่น
อ"างอิง : อุดมศกั ด์ิ มีสขุ . 2552. ปรัชญาและปรัชญาการศึกษา. กรุงเทพฯ. 102
อริสโตเติล (Aristotle) สจั นิยม หรอื วตั ถนุ ิยม (Realism)
ลัทธิปรัชญาที่มีความเชื่อในโลกแห#ง
วัตถุ (The world of things) มีความเชื่อในแสวงหา
ความจริงโดยจิตตามแนวคิดของจิตนิยมอย#างเดียวไม#
พอ ตNองพิจารณาขNอเท็จจริงตามธรรมชาติดNวย ความ
จริงที่แทNคือ วัตถุที่ปรากฏต#อสายตา สามารถสัมผัสไดN
สิ่งเหล#านี้เป/นพื้นฐานของการศึกษาทางดNาน
วิทยาศาสตรX บิดาของลัทธินี้คือ อริสโตเติล
(Aristotle) นักปราชญXชาวกรีกลัทธิปรัชญาสาขานี้
เปน/ ตนN กำเนิดของการศึกษาทางงดNานวทิ ยาศาสตรX
อา" งองิ : อดุ มศกั ด์ิ มสี ขุ . 2552. ปรัชญาและปรชั ญาการศึกษา. กรงุ เทพฯ. 103
ประสบการณSนยิ ม หรือปฏิบัตินยิ ม (Experimentalism)
ลัทธิประสบการณXนิยม (Experimentalism) เป/นปรัชญาที่มีชื่ออีกอย#าง
หนึ่งว#า ปฏิบัตินิยม (Pragmatism) ปรัชญากลุ#มนี้มีความสนใจในโลกแห#ง
ประสบการณX ฝ¢ายวัตถุนิยมจะเชื่อในความเป/นจริงเฉพาะสิ่งที่มนุษยXพบเห็นไดNเป/น
ธรรมชาติที่ปราศจากการปรุงแต#งเป/นธรรมชาติบริสุทธิ์ ส#วนประสบการณXนิยมมิไดN
หมายถึงสิ่งที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวันเท#านั้น แต#หมายรวมถึงสิ่งที่มนุษยXกระทำ
คิด และรูNสึก รวมถึงการคิดอย#างใคร#ครวญและการลงมือกระทำ ทำใหNเกิดการ
เปลี่ยนแปลงในผูNกระทำ กระบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้นครบถNวน แลNว จึงเรียกว#าเป/น
ประสบการณX ความเป/นจริงหรือประสบการณXสามารถเปลี่ยนแปลงไดNตามเงื่อนไข
แห#งประสบการณX บุคคลที่เป/นผูNนำของความคิดนี้ คือ วิลเลียม เจมสX (William,
James) และจอหXน ดิวอิ้ (John Dewey) ชาวอเมริกัน วิลเลียม เจมสX มีความเห็น
คว#าวปามระรเNูสกบ่ียกวากรบั ณสXแ่งิ ตล#าะงกๆาจราปกฏปิบรัตะสิเปบ/นกสาิร่งสณำXเคทัญ#านสัน้ #วนจอหXน ดิวอิ้ เชื่อว#ามนุษยXจะไดNรับ ดวิ อ้ิ (John Dewey)
วิลเลียม เจมส: (William, James) อา" งองิ : ภวศิ า พงษเz ล็ก. 2560. หลักการและปรชั ญาการศกึ ษา. อดุ รธานี 104
โทมัสนยิ มใหม@ (Neo-Thomism) โทมสั
ปรัชญาโทมัสนิยมใหม# มีแนวคิดเกี่ยวกับโลกและจักรวาล ว#าเป/น “โลกแห#ง 105
เหตุผล และการมีอยู#ของพระผูNเป/นเจNา” (The World of Reason, Being/God) และ
มีแนวคิดว#าความรูNที่แทNจริง คือ “ความรูNที่เป/นไปตามหลักเหตุผล และเป/นการหยั่งรูN”
(Truth as reason and intuition) แนวคิดเกี่ยวกับความดี หรือจริยธรรมของนัก
ปรัชญากลุ#มโทมัสนิยมใหม# คือ “จริยธรรมเป/นการกระทำอย#างมีเหตุผล” แนวคิด
เกี่ยวกับความงาม หรือสุนทรียภาพ คือ “สุนทรียะ เป/นสิ่งที่ก#อใหNเกิดการหยั่งรูNเชิง
สรNางสรรคX โดยอาศยั พุทธปิ aญญา” นกั ปรชั ญาคนสำคญั คอื Saint Thomas Aquinas
อ"างองิ : ภวศิ า พงษzเล็ก. 2560. หลักการและปรชั ญาการศกึ ษา. อดุ รธานี
อัตถภิ าวนยิ ม หรืออัตภาวะนิยม (Existentialism)
ลัทธิอัตถิภาวะนิยม (Existentialism) เป/นลัทธิปรัชญาที่เกิดหลังสุด ฌอ็ ง ปอล ซาร:ต
มีแนวความคิดที่น#าสนใจและทNาทายต#อการแสวงหาของนักปรัชญาในปaจจุบัน (Jean Paul Sartre)
เล็งเห็นว#าแก#นแทNหรือสารัตถะของมนุษยX คือ เสรีภาพ ซึ่งหมายความว#า มนุษยXเกิด
มาโดยไม#มีอะไรเป/นสมบัติติดตัวมา แก#นแทN หรือสารัตถะของมนุษยX คือ การไม#มี 106
อะไรเลยมาแต#เกิดที่จะเรียกไดNว#าความเป/นมนุษยX ถNายอมเรียกความไม#มีหรือสุญตาน้ี
ว#าสารัตถะไดN ก็ใหNเรียกต#อไป แต#ถNาถือว#าเป/นคำพูดที่ไรNสาระ ก็ขอใหNพูดใหม#ว#ามนุษยX
ไม#มีสารัตถะ แต#มีเพียงความมีอยู# หรืออัตถิภาวะ (Existence) อย#างบริสุทธิ์ ซึ่งทำใหN
มนุษยXแต#ละคนตNองสรNางตัวเองขึ้นมาจากการไม#มีอะไรเลยในขณะแรกเกิดตามลำดับ
โดยการตัดสินใจเลือก ผูNใหNกำเนิดแนวความคิดใหม# ไดNแก# ซอเร็น คีรXเคอรXการXด
(Soren Kierkegard), ฌ็อง ปอล ซารตX (Jean Paul Sartre)
ซอเร็น คีร:เคอร:การด: อา" งองิ : วารีญา ภวภตู านนทz ณ มหาสารคาม. 2547. ปรชั ญาอัตถิภาวะนยิ ม
(Soren Kierkegard)
ตารางวเิ คราะห;แนวคิดอภิปรชั ญา เชือ่ มโยงลัทธิปรัชญากับการศึกษา
จิตนยิ ม/มโนคตวิ ทิ ยา สัจนิยม/วัตถนุ ยิ ม ประสบการณนz ยิ ม/ปฏิบตั ินยิ ม โทมสั นยิ มใหม@ อัตถภิ าวนิยม/อตั ภาวะนิยม
ลัทธิ
ปรัชญา การศึกษา ปรัชญา การศกึ ษา ปรชั ญา การศึกษา ปรัชญา การศกึ ษา ปรชั ญา การศึกษา
สาขา 1.เพลโต สญั ชาตญาตใฝ— 1.โธมัส ฮ็อบสz มนุษยzทุกคนลLวน 1.วิลเล่ียม เจมสz ความเป•นจริงหรอื 1.ทอมสั อไควนสั เนLนการ 1.ซอเร็น คีรz ฝกใหผL Lูเรียน
อภปิ รัชญา (Plato) ศกึ ษาของมนยุ (Thomas เหน็ แก@ตัว ไม@มี (William, ประสบการณz (Saint Thomas เสริมสราL งจิตใจ เคอรกz ารzด รูจL ักเลือก
ทฤษฎจี ิต James) ทฤษฎี สามารถ Aquinas)ทฤษฎี และพุทธิป‰ญญา (Soren อย@างมีความ
นยิ ม ชาตเิ ป•น Hobbes) ใครชว@ ยผอLู นื่ ดLวย พหนุ ิยม เปลย่ี นแปลงไดL ทวินยิ ม สอนโดยการฝก Kierkegard) รบั ผดิ ชอบ
(Idealism) พืน้ ฐานขั้นแรก ทฤษฎสี สาร ความจรงิ ใจ โลก (Pluralism)ความ ตามเง่ือนไขแห@ง (Dualism)แนวคิด ใหผL LูเรียนรLจู กั คดิ ทฤษฎีเอกนิยม กระตุLนใหแL ต@
เช่อื วา@ แทจL ริงของปฐม ประสบการณz เกีย่ วกับโลกและ และใชคL วามคิด (Monism)ความ ละคนใชL
วิญญาณเปน• ของระบบ นิยม เปรียบเสมือน ธาตมุ ีจำนวน ประสบการณzและ จักรวาล ว@าเปน• อย@างมีเหตุผล จริงเปน• อยา@ งไร เสรีภาพใน
เน้ือสารทาง สังคมทม่ี ีแบบ (Meterialism) เครือ่ งจกั รที่ มากมาย อาจจะ การปฏิบัติเป•นส่งิ “โลกแห@งเหตุผล เพอ่ื ใหรL Lจู ักใชL ข้ึนอยูก@ ับแต@ละ การเลอื ก
จิต ทำหนาL ท่ี แผนของมนุษยz สสารและ ตายตวั เปน• รปู ธรรม สำคญั และการมอี ย@ขู อง เสรีภาพอยา@ ง บุคคลจะ อยา@ งถูกตอL ง
คิด รLสู ึกและ (สสาร) หรอื พระผLูเป•นเจาL ” ฉลาด พจิ ารณา และ เหมาะสม ครู
จงใจ เป•น มนุษยสz ามารถ ปรากฏการณz นามธรรม (จติ ) ก็ และมแี นวคิดวา@ กำหนดวา@ อะไร เปน• ผLชู ว@ ย
อมตะ เรียนรไLู ดL ของสสาร ไดL น่ันคอื ความ ความรูLท่แี ทจL ริง กระตนLุ ใหL
จรงิ แทLของสรรพ คือ “ความรูLที่ ผเLู รียนตืน่ ตวั
สามารถส่งั สอน เท@านน้ั เป•น ส่งิ ไม@ขน้ึ อย@ูแก@กนั เปน• ไปตามหลัก และช@วยใหL
ใหLดขี น้ึ ไดL ความแทLจริง ตา@ งก็เป•นอิสระใน เหตผุ ล และเป•น ผเLู รยี นเหน็
ตวั เอง การหยั่งร”ูL
107
ทฤษฎที างอภปิ รชั ญา
นบั ตงั% แต่มนุษยเ์ กดิ มาพรอ้ มกบั ความคดิ ต่าง ๆ ไมว่ า่ จะเป็นเรอAื งของธรรมชาติ หรอื 108
เรอAื งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เพราะมนุษยเ์ รมAิ สนใจสงAิ ทอAี ยใู่ กลต้ วั เพมAิ มากขน%ึ เนAืองมาจาก
การเสอAื มศรทั ธาในเรอAื งพระเจา้ ดงั นนั% พวกเขาจงึ เกดิ ความสงสยั ขน%ึ วา่ ในเมอAื พระเจา้ ไมไ่ ดเ้ ป็น
ปฐมธาตุของสรรพสงิA หรอื ไมไ่ ดเ้ ป็นบอ่ เกดิ ของโลกแลว้ อะไรเป็นปฐมธาตุของโลก หรอื อะไรเป็น
บอ่ เกดิ อนั ทแAี ทจ้ รงิ ของโลก ลกั ษณะแนวคดิ เชน่ น%ีมมี าตงั% แต่สมยั โบราณ จนกระทงัA ถงึ ปัจจบุ นั
แนวความคดิ เหลา่ น%ีลว้ นแต่เป็นแนวคดิ เกยAี วกบั อภปิ รชั ญาทงั% นนั%
แนวความคดิ เกยAี วกบั อภปิ รชั ญาจงึ มวี วิ ฒั นาการมาเป็นเวลานาน และนกั ปรชั ญาจาํ นวน
มากพยายามคดิ หาคาํ ตอบใหแ้ ก่ตนเอง ซงAึ ต่างคนกต็ ่างมแี นวความคดิ ไปคนละอยา่ ง บางทศั นะก็
มนี กั ปรชั ญาเหน็ พอ้ งตอ้ งกนั หลายคน จงึ ไดร้ วมกลุม่ กนั เกดิ เป็นลทั ธหิ รอื ทฤษฎที างอภปิ รชั ญา
ขน%ึ ทฤษฎแี ต่ละทฤษฎพี ยายามทจAี ะคน้ หาความจรงิ ทางอภปิ รชั ญาหรอื เกยAี วกบั เอกภพ เกยAี วกบั
โลก เกยAี วกบั จติ วญิ ญาณ หรอื แมแ้ ต่เกยAี วกบั พระผเู้ ป็นเจา้ ในปัจจบุ นั น%ี ทฤษฎที างอภปิ รชั ญา มี
[ ทฤษฎคี อื
ทฤษฎีสสารนิยม (Materialism)
ทฤษฎีสสารนิยมหรือทฤษฎีวัตถุนิยม (Materialism) ไดNแก#
พวกที่ถือว#า สสารและปรากฏการณXของสสารเท#านั้นเป/นความแทNจริง
จิตเป/นเพียงปรากฏการณXของสสาร ดังนั้น สรรพสิ่งในโลกลNวนแต#เป/น
สสาร ทฤษฎีสสารนิยมยุคแรก ๆ อาจไดNแก#แนวความคิดทางธรรมชาติ ท่ี
เราเรียกว#าธรรมชาตินิยม เพราะถือว#า สสารเป/นความแทNจริง ชีวิตคือ
พลังงานทางฟ-สิกสXและเคมีที่ซับซNอน ส#วนจิตคือปรากฏการณXทางสมอง
ลักษณะของสสารนิยม จึงเป/นความพยายามที่จะหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่อง
สสารโดยเฉพาะ แนวความคิดเกี่ยวกับสสารนิยม จึงแพร#หลายมาตั้งแต#
สมัยกรีกโบราณ และมีทฤษฎีสสารนิยมเกิดขึ้นมากมายที่สำคัญที่สุดไดNแก#
ทฤษฎีจักรกลนิยม (Mechanicism) ก#อตั้งโดย โธมัส ฮ็อบสX (Thomas
Hobbes) นักสสารนิยมชาวอังกฤษ ถือว#า ชีวิตและความคิดทุกอย#าง
โธมสั ฮ็อบสX (Thomas Hobbes) เกิดขึ้นตามกฎกลศาสตรXที่ตายตัว โลกเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ตายตัว
ประกอบดNวยสสารและพลังงาน ดังนั้น สสารจึงเป/นความแทNจริง ส#วนจิต
อา" งองิ : พระมหาปพน กตสาโร. (2561). การใชLฐานขLอมลู (PDF). การวิเคราะหz คอื การทำหนNาที่ของสมอง
อภิปรัชญาทปี่ รากฏในสารัตถะแหง@ คมั ภรี zมิลินทปญ‰ หา (หนLา 40-42), มหาวทิ ยาลยั 109
มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั http://202.28.52.4/userfiles/file
ทฤษฎีจติ นิยม(IDEALISM)
เพลโต. (Plato) เดสก: ารต: ส: (Descartes) ทฤษฎีจิตนิยม (Idealism) ไดPแก:พวกที่ถือว:า
จิตเท:านั้นเปXนความแทPจริง สสารเปXนเพียง
ปรากฏการณ,ของจิตเท:านั้น ชาวจิตนิยมเชื่อว:า จิต
เปXนอมตะ ไม:สูญสลาย ร:างกายของมนุษย,เปXน
เพียงปรากฏการณ,ชั่วขณะหนึ่งของจิต เปXนที่อาศัย
ชั่วคราวของจิต เมื่อร:างกายดับลง จิตก็ยังคงอยู: ไม:
แตกดับไปตามร:างกาย
อา" งองิ : พระมหาปพน กตสาโร. (2561). การใชฐL านขLอมลู (PDF). การวเิ คราะหอz ภปิ รัชญาทีป่ รากฏในสารตั ถะ
แหง@ คัมภรี zมลิ ินทป‰ญหา (หนLา 42-43), มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
http://202.28.52.4/userfiles/file 110
สป«โนซUา (Spinoza) เฮเกล (Hegel) ทฤษฎีเอกนิยม (Monism)
ธาเลส (Thales) ทฤษฎีเอกนิยม (Monism) ไดNแก#พวกที่ถือว#า ความแทNจริง
ของสรรพสิ่งมีเพียงสิ่งเดียว จะเป/นรูปธรรม (สสาร) หรือ
นามธรรม (จิต) ก็ไดN แสดงใหNเห็นว#า ความจริงจะตNองมี
เพียงสิ่งเดียวเท#านั้น กล#าวคือเอกนิยม เป/นวิธีการทาง
ปรัชญาที่พยายามที่จะตอบปaญหาเกี่ยวกับความจริงที่
ตั้งอยู#บนพื้นฐานที่ว#า ความจริงมีเพียงหนึ่งเท#านั้นที่อยู#
เบือ้ งหลงั ของสรรพสงิ่ และสิ่งมีชวี ติ ท้งั หลาย
อ"างอิง : พระมหาปพน กตสาโร. (2561). การใชฐL านขอL มูล (PDF). การวิเคราะหอz ภิปรัชญาทีป่ รากฏใน
สารัตถะแหง@ คัมภีรz มิลินทป‰ญหา (หนาL 43), มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
http://202.28.52.4/userfiles/file
111
ทฤษฎีทวนิ ยิ ม (Dualism)
ทฤษฎีทวินิยม (Dualism) ไดNแก#พวกที่ถือว#า ความแทNจริงของสรรพสิ่งมี 2 อย#างเป/นของคู#กัน คือเป/นทั้ง
รูปธรรม (สสาร) และนามธรรม (จิต) มีนักปรัชญาจำนวนมากที่พยายามใหNคำตอบเกี่ยวกับเรื่องของทวินิยม
เพราะเช่ือวา# มนุษยXเรามที ง้ั ร#างกายและจิตวิญญาณอยู#คกู# ัน ทฤษฎีทวินิยม แบง# ออกไปอีกไดN 2 ทฤษฎี คอื
1.ทฤษฎีรังสรรคiนิยม (Creationism) เป/นที่ยอมรับกันว#า 2.ทฤษฎชี วี สสารนยิ ม (Hylozoism)
ทฤษฎีทวินิยม คือทฤษฎีที่ยอมรับว#าความจริงมี 2 อย#างไดNแก# เรยี กอีกอยา# งหนึง่ วา# ทฤษฎีจิตสสารนิยม
จิตกับร#างกาย จิต เป/นสภาวะที่ใหญ#กว#าร#างกาย เพราะเป/น เพราะเป/นทฤษฎที ี่ถอื ว#า จิตกับสสารเปน/
ผูNสรNางสสาร เรียกว#า พระผูNสรNาง (The Creation) หลังจากที่ ของค#กู ัน จติ ควบคมุ สสารไดN
สรNางแลNวก็ปล#อยใหNสสารอยู#ดNวยตัวเอง พระผูNสรNางมีอำนาจใน
การควบคุมและทำลายสสาร พระผูNสรNางนี้ เป/นความแทNจริง อา" งองิ : พระมหาปพน กตสาโร. (2561). การใชฐL านขอL มูล (PDF). การวิเคราะหzอภิปรชั ญาที่
สูงสุด เป/นอมตะ เป/นพระวิญญาณบริสุทธิ์ ส#วนจิตวิญญาณที่อย#ู ปรากฏในสารตั ถะแห@งคมั ภรี มz ลิ ินทป‰ญหา (หนาL 44), มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
กับสสาร เป/นจิตวิญญาณของมนุษยX พระวิญญาณบริสุทธิ์ ทำ วทิ ยาลยั http://202.28.52.4/userfiles/file
หนNาที่จัดระบบสสาร เพราะสสารเป/นวัตถุ วิญญาณเป/นแบบ 112
ดงั นัน้ พระเจNาจงึ ไม#ใช#สสาร แต#เปน/ แบบ
ไลบXนซิ (Leibniz) ทฤษฎพี หนุ ิยม (Pluralism)
ทฤษฎีพหุนิยม (Pluralism) ไดNแก#พวกที่ถือว#า ความแทNจริง
ของปฐมธาตุมีจำนวนมากมาย อาจจะเป/นรูปธรรม (สสาร) หรือ
นามธรรม (จิต) ก็ไดN นั่นคือความจริงแทNของสรรพสิ่งไม#ขึ้นอยู#แก#กัน ต#าง
ก็เป/นอิสระในตัวเอง ดังนั้น สรรพสิ่งที่มีจำนวนมากมายจึงไม#สามารถจะ
ลดหรอื ทอนลงใหเN หลือเพียงสิ่งเดยี วไดN
ทฤษฎีพหุนิยมนี้ที่ยอมรับกันอย#างกวNางขวาง แบ#งออกไดNเป/น
2 ทฤษฎไี ดแN ก#
1.ทฤษฎพี หุนิยมฝา¢ ยจติ (Idealistic Pluralism) ไดNแก#พวกที่
ถือว#า ความแทNจริงของปฐมธาตุมีมากมาย แต#มีลักษณะเป/นนามธรรม
(จิต) เช#น ปรัชญาเกี่ยวกับโมนาด (Monad) ของไลบXนิซ (Leibniz)
เปน/ ตNน
อ"างอิง : พระมหาปพน กตสาโร. (2561). การใชLฐานขอL มูล (PDF). การวเิ คราะหอz ภิปรชั ญาทีป่ รากฏในสารตั ถะแหง@ คมั ภรี zมิลินท
ปญ‰ หา (หนLา 45), มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั http://202.28.52.4/userfiles/file
113
ทฤษฎีพหุนิยม (Pluralism)
2.ทฤษฎีพหุนิยมฝ¢ายสสาร (Materialistic Pluralism) ไดแN ก#
พวกที่ถือว#า ความแทNจริงของปฐมธาตุมีมากมาย แต#มีลักษณะเป/น
รูปธรรม (สสาร) เช#น ปรัชญาเกี่ยวกับปรมาณูนิยม (Atomism)
ของเดโมคริตุส (Democritus) ถือว#า ปฐมธาตุของโลกคือ “ปรมาณู”
ปรมาณู เป/นบ#อเกิดของสรรพสิ่ง สรรพสิ่งเกิดมาจากปรมาณู และจะ
กลายเป/นปรมาณูอีก กล#าวคือสรรพสิ่งในโลกประกอบดNวย ปรมาณู 4
อย#างคอื ดนิ นำ้ ไฟ ลม
เดโมคริตสุ (Democritus)
อ"างอิง : พระมหาปพน กตสาโร. (2561). การใชLฐานขอL มูล (PDF). การวเิ คราะหzอภปิ รชั ญาที่ปรากฏในสารตั ถะแหง@ คมั ภีรzมิลนิ ท
ปญ‰ หา (หนLา 46), มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย http://202.28.52.4/userfiles/file
114
ความสมั พันธ;ของอภิปรชั ญากับศาสตรอ; ื่น
อภิปรัชญา (Metaphysics) เป/นปรัชญาบริสุทธิ์สาขาหนึ่งของปรัชญาที่ว#าดNวยเรื่องความเป/นจริงและความ
จริงแทN(Reality) เกี่ยวกับโลกและจักรวาล ตลอดจนธรรมชาติของมนุษยXว#ามีความเป/นจริงอย#างไร ความ
เป/นจริงที่แสวงหานั้นเป/นความจริงสุดทNายหรือความจริงสูงสุดที่เรียกว#า ความจริงอันติมะ (Ultimate
Reality) อันเป/นพื้นฐานที่มาของความจริงอื่น ๆ ดังนั้น จึงทำใหNปรัชญาสาขานี้ มีความสัมพันธXกับศาสตรX
อืน่ ซึ่งศาสตรทX ส่ี ำคัญจะมี 3 ศาสตรX ดังน้ี
อภปิ รชั ญากับศาสนา อภปิ รัชญากบั วิทยาศาสตรX อภปิ รัชญากับญาณวทิ ยา
(Metaphysics and Religion) (Metaphysics and Science) (Metaphysics and Epistemology)
115
1. อภิปรชั ญากับศาสนา (Metaphysics and Religion)
ระหวา# งอภปิ รัชญากบั ศาสนามที ้งั ทค่ี ลNายคลึงกนั และแตกต#างกัน สว# นทค่ี ลNายคลึงกันมี อา" งอิง : https://www.ebooks.in.th
ลักษณะทสี่ ำคญั ดงั นี้
1. อภิปรัชญาและศาสนา มีวัตถุประสงคขX นั้ ตนN เหมอื นกนั นน่ั คอื เพอ่ื ศกึ ษาเบอื้ งหลัง 116
ของโลกหรือจักรวาล
2. ทัง้ อภิปรัชญาและศาสนา พยายามท่ีจะกาN วไปใหพN NนปรากฏการณใX นปจa จบุ ัน เพอื่ ใหN
มองเหน็ ความแทจN ริง
3. ทง้ั อภปิ รชั ญาและศาสนาเนนN การฝก¸ จิต วา# เป/นวธิ ีทเ่ี ขาN ถึงความแทNจรงิ ไดN ยกเวนN
อภปิ รชั ญาฝ¢ายสสารนยิ ม
4. ทัง้ อภิปรัชญาและศาสนา เช่อื ในความสามารถของจิตมนษุ ยXวา# สามารถสัมผัสความ
แทจN ริงไดN ยกเวNนอภิปรชั ญาฝา¢ ยสสารนยิ ม
1. อภิปรชั ญากับศาสนา (Metaphysics and Religion)
อภิปรชั ญาและศาสนา (เทวนิยม) มลี กั ษณะท่ีแตกตา# งกนั ดงั นี้ อ"างองิ : https://th.wikipedia.org
1. อภปิ รชั ญาใชเN คร่อื งมือทางวทิ ยาศาสตรXมาพจิ ารณาสภาพธรรมท่เี ปน/ โลกตุ ตระ อา" งอิง : https://sites.google.com 117
สว# น ดNานศาสนาใชNวธิ ีมอบกายถวายชวี ติ ตอ# สภาพธรรมนั้น
2. อภิปรัชญาใชเN หตผุ ลในการเขNาถึงความแทNจรงิ สว# นศาสนาใชคN วามภกั ดแี ละศรทั ธา
ในพระเจาN ในการเขNาถึงสัจธรรม
3. อภิปรชั ญาไมเ# ร่มิ ตNนศรัทธาในสิ่งทจี่ ะศึกษาคNนควาN แตเ# รมิ่ ตนN ดNวยความสงสัย สว# น
ศาสนาเริม่ ตNนดNวยศรทั ธา
4. อภิปรชั ญามีขอบเขตท่จี ะตอN งศกึ ษากวNางกวา# ศาสนา คือว#าดNวยความแทNจริงเก่ียวกับ
โลกท้งั มวล สว# นศาสนาวา# ดวN ยเร่ืองพระเจNาในส#วนท่สี ัมพันธXกับมนษุ ยXเท#านนั้
5. อภปิ รัชญาศกึ ษาเพอ่ื ความรจูN ริงเทา# นัน้ ส#วนศาสนามงุ# ปฏิบตั ใิ หNเขNาถงึ ความจรงิ
2. อภปิ รชั ญากบั วิทยาศาสตร; (Metaphysics and Science)
ความสัมพันธXระหว#างอภิปรัชญากับวิทยาศาสตรXที่จะพึงศึกษา อา" งอิง :http://www.belongtothetruth.com
คืออภิปรัชญาเป/นการคาดคะเนความจรงิ ก#อนวิทยาศาสตรX
118
แนวความคิดทางอภิปรัชญา เช#น ธาเลส (Thales)
บอกว#า “น้ำ เปน/ ปฐมธาตขุ องโลก หรอื สรรพสงิ่ มาจากนำ้ ” หรือ
เฮราคลิตุส (Heraclitus) บอกว#า “ไฟ เป/นปฐมธาตุของโลก หรือ
สรรพส่ิงมาจากไฟ” เหลา# น้ีเป/นตนN ถอื วา# เปน/ การคาดคะเน
การคาดคะเนเช#นนี้ถือว#าเป/นเรื่องของอภิปรัชญา
ต#อมาเรื่องโครงสรNางของเอกภพกายภาพก็ดี เรื่องของ
ส#วนประกอบของสิ่งทั้งหลายก็ดี เป/นหนNาที่ของวิทยาศาสตรX เช#น
ฟ-สิกสX ดาราศาสตรX เป/นตNน ที่จะตNองใหNคำตอบโดยใชN วิธีการ
ทดสอบ ทดลอง ซง่ึ เปน/ เร่ืองของวทิ ยาศาสตรX
3. อภิปรชั ญากับญาณวทิ ยา (Metaphysics and Epistemology)
อา" งองิ : http://www.satiter.com อภิปรัชญากับญาณวิทยาเป/น 2 สาขาของปรัชญา โดย
อภิปรัชญานั้น เป/นการคNนควNาถึงธรรมชาติของความแทNจริง
สุดทNาย ส#วนญาณวิทยา เป/นการคNนควNาถึงธรรมชาติของ
ความรNูกับปญa หา
ระหว#างอภิปรัชญากับญาณวิทยา อะไรสำคัญกว#า
กัน ยังเป/นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู# นักปรัชญาบางกลุ#ม เห็นว#า
ญาณวิทยามาก#อน เพราะการตรวจสอบถึงความเป/นไปไดN
และขอบเขตของความรูNนั้นเป/นสิ่งสำคัญ อันเป/นพื้นฐานใน
การแสวงหาและคันควาN ถึงธรรมชาตขิ องความแทจN ริงสุดทNาย
แต#นักปรัชญาบางกลุ#มก็ไดNเริ่มตNนปรัชญาของเขา
ดNวยอภิปรชั ญา และถือว#าญาณวทิ ยาตNองสอดคลอN งหรอื คลอN ย
ตามอภิปรัชญา โดยทัศนะดังกล#าวแลNว ทั้งญาณวิทยาและ
อภปิ รชั ญา ต#างกเ็ ป/นสาขาของตวั เองต#างหากไมเ# กย่ี วเนอ่ื งกัน
119
3. อภปิ รชั ญากบั ญาณวิทยา (Metaphysics and Epistemology)
อภิปรัชญา (Metaphysics) จึงเป/นวิชาที่ว#าดNวยความ ญาณวิทยาสัมพันธ,กับอภิปรัชญาในประเด็นที่วHา เรารูXความ
แทNจริงของสรรพสิ่ง เรียกอีกอย#าง หนึ่งว#า ภววิทยา (Ontology) จริงนั้นไดXอยHางไร หรือเราใชXอะไรเป•นมาตรฐานการตัดสินความรXู
ซึ่งเป/นศาสตรXที่ว#าดNวยความมีอยู# ความเป/นอยู#ของสรรพสิ่ง ของเราวาH ตรงกบั ความเป•นจริง
ความมีอยู#ของสรรพสิ่งก็คือความแทNจริงของสรรพสิ่ง ความ
แทNจริงของสรรพส่ิงย#อมเป/นความมอี ยขู# องสรรพสิง่ อา" งอิง : https://dhrammada.wordpress.com
ทั้ง 2 คำ จึงเป/นอันเดียวกันต#างแต#ว#า Ontology ใชNมา 120
ก#อน Metaphysics ใชNทีหลัง กล#าวคือ อภิปรัชญาศึกษาเรื่อง
ธรรมชาติที่แทNจริงเกี่ยวกับโลก วิญญาณหรือจิต และพระผูNเป/น
เจNา การที่เราจะเขNาใจเกี่ยวกับธรรมชาติที่แทNจริงของโลก
วิญญาณหรือจิต และพระผูNเป/นเจNานั้น ตNองอาศัยญาณวิทยาเป/น
เครอ่ื งมือในการพิสจู นXความจริงเกีย่ วกบั ส่งิ เหลา# น้ี
3. อภิปรชั ญากับญาณวทิ ยา (Metaphysics and Epistemology)
ญาณวิทยา (Epistemology) คือทฤษฎีความรูN เป/นวิชาทศ่ี ึกษาคNนควNาหาความรNธู รรมชาตแิ ละ
เหตแุ หง# ความรNูที่แทจN ริง ซึ่งเปน/ การศกึ ษาถึงรายละเอยี ดของความรNูทงั้ หมด เพ่ือใหเN หน็ ความ
เป/นไป และตดั สินไดวN #าอะไรเปน/ ความจรงิ แทN ซงึ่ เกิดจากความรNูท่ีแทจN ริง เปน/ การศึกษาสภาพ
ทว่ั ๆ ไปของความรูNอยา# งกวNาง ๆ
อภปิ รชั ญาจะตNองใชญN าณวิทยาเปน/ เคร่อื งมือในการคNนควาN ธรรมชาตทิ ่ีแทNจริงของสง่ิ ที่
มีอยู# กล#าวคอื ญาณวิทยา เปน/ พ้นื ฐานหรือมลู ฐานทที่ ำใหเN กดิ ปรัชญาน้นั ความจรงิ ญาณวิทยา
และอภิปรชั ญามีความสัมพันธXกนั อย#างใกลชN ดิ ซ่งึ สงิ่ หนึง่ จะปราศจากอกี สง่ิ หน่ึง ยอ# มเปน/ ไปไมไ# ดN
ทฤษฎีว#าดวN ยความรนNู ำไปสูค# วามรสูN ิง่ ตา# ง ๆ จะอย#างไรก็ตาม ทั้งอภปิ รชั ญาและญาณ
วิทยาตา# งกม็ ีวิธีการอธบิ ายสิง่ เดยี วกนั นั่นคอื ธรรมชาตทิ แ่ี ทจN ริง และทั้งสองอยา# งตา# งก็อาศัยซึ่ง
กนั และกนั เพ่ือคนN หาความจริงของส่งิ ทั้งหลายอยา# งถูกตNอง
121
122
สมาชิกในกลุม+ ที่ 4
นายธีรชั วงษLษา นางสาวธฤตวัน พมิ เสน
63B44640508 63B44640506
นางสาวบษุ บากร แกว$ กล นางสุปราณี กง่ิ เพช็ รL นายอคั รเดช กองเผือก 123
63B44640512 63B44640526 63B44640528
ญาณวทิ ยา (Epistemology)
หรือ ทฤษฎคี วามรูP (Theory of Knowledge)
คือ ทฤษฎีที่ว:าดPวยความรูP ซึ่งนำมาอธิบายความจริง เปXนกฎเกณฑ,ที่มาจากเหตุผล เปXนวิธีการท่ี
ทำใหPเกิดความรูPจาก ความจริง รูPสาเหตุที่ใหPเกิดเรื่องนั้น ๆ โดยการใชPทฤษฎีวิเคราะห,ป.ญหา เปXน
ความพยายามตอบคำถามและหา ความหมายเกี่ยวกบั ความรูPในดาP นต:างๆ
โดยเนPนว:า เรารPูความจริงนนั้ ไดอP ย:างไร สุชาติ บษุ ยช: ญานนท.: (2563) ญาณวิทยากับการเรียนร.#ู จาก http://cms.pblthai.com
(How to know reality?) บ#านจอมยุทธ. (2563) ญาณวิทยา. จาก http://bannjomyut.com padveewp. (2563)
ปรัชญาเบ้อื งตน# บทที่ 4 ญาณวทิ ยา.จาก http://philosophychicchic.com
124
ญาณวิทยาเป>นหัวใจในการ ดำเนนิ การหาความรู.
มคี วามสำคัญกบั การศกึ ษา โดยเฉพาะอยIางยิ่ง
ทเ่ี ก่ยี วกบั หลักสูตรและการสอน
สชุ าติ บษุ ยช: ญานนท.: (2563)
ญาณวทิ ยากบั การเรียนร.ู# จาก http://cms.pblthai.com
บ#านจอมยุทธ. (2563) ญาณวทิ ยา. จาก http://bannjomyut.com padveewp. (2563)
ปรัชญาเบือ้ งต#น บทที่ 4 ญาณวทิ ยา.จาก dhttp://philosophychicchic.com 125
วิธกี ารรับรู+
วิธีการรับร.ู (เรารูไ. ดอ. ยeางไร?) 4. การรLโู ดยการหย่งั รูL
1. การรูLขอL มูลทางผสั สะ
2. การรขLู Lอมูลโดยสามัญสำนกึ 5. การรโLู ดยวิธวี ิทยาศาสตร0
!. การรู้โดยตรรกะวิธี
สชุ าติ บษุ ยช: ญานนท:. (2563) ญาณวิทยากบั การเรยี นร#.ู จาก http://cms.pblthai.com
บา# นจอมยุทธ. (2563) ญาณวทิ ยา. จาก http://bannjomyut.com padveewp. (2563)
ปรชั ญาเบอื้ งต#น บทท่ี 4 ญาณวทิ ยา.จาก http://philosophychicchic.com 126
ความสมั พันธMของญาณวิทยากับศาสตรตM +าง ๆ
1. ญาณวทิ ยากบั วิทยาศาสตร; 2. ญาณวิทยากบั จติ วทิ ยา
และสามญั สำนกึ มี 3 ระดับ
ระดบั ตำ่ ไดLแกI ความรLูสามัญ - ความรูเN ปน/ สงิ่ ทม่ี อี ย#ูจริงหรอื ไม#
ระดับกลาง ไดแL กI ความรLูทางวทิ ยาศาสตร0 - ความรูเN กดิ ขน้ึ ไดอN ย#างไร
ระดบั สงู ไดแL กI ความรูLทางญาณวทิ ยา - อะไรเป/นธรรมชาตทิ แี่ ทจN ริงของความรNู
- ความรมNู ขี อบเขตแค#ไหน เพยี งไหน
padveewp. (2563) ปรชั ญาเบือ้ งตน# บทที่ 4 ญาณวทิ ยา. - ประสบการณหX รือการคิดหาเหตผุ ลเป/นบ#อเกดิ ของความรNู
จาก http://philosophychicchic.com - ความรNชู ว# ยใหเN ขNาถึงความแทจN ริงไดNหรือไม#
บา# นจอมยุทธ. (2563). ความหมายของอภิปรัชญา. จาก http://bannjomyut.com - อะไรเป/นเครือ่ งทดสอบวา# ความรเNู ป/นจริงหรือคลาดเคลื่อน
ปรวิ ตั ร เขื่อนแกว# . (2563). ปรชั ญาทางการศึกษา. จาก http://wijai48.com - ความรNทู ีส่ มเหตสุ มผลมเี งือ่ นไขอย#างไร
- มนุษยสX ามารถรโNู ลก วญิ ญาณ และพระผเูN ปน/ เจNาไดหN รือไม#
- จิตทกี่ ำจดั สามารถรสNู ง่ิ ท่ีไมจ# ำกัดไดหN รือไม#
127
ความสัมพนั ธขM องญาณวิทยากับศาสตรตM +าง ๆ (ตอ+ )
3. ญาณวทิ ยากับอภิปรชั ญา
ญาณวิทยา ศึกษาเร่อื งกำเนดิ ของความรูN ธรรมชาติของความรNู จอหนi ลอค นกั ปรัชญาประจักษนX ยิ มชาวองั กฤษ ไดN
ความสมเหตสุ มผลของความรNู ขอบเขตและขอN จำกดั ของความรNู กล#าวไวNว#า
“ถNาไม#มญี าณวทิ ยาเปน/ องคXประกอบแลNวปรชั ญาก็ไม#
อภิปรัชญา ศกึ ษาเร1ืองธรรมชาตทิ 1ีแท้จริงเกี1ยวกบั โลก สมบรู ณ”X
วญิ ญาณ หรือและพระผ้เู ป็นเจ้า
อภิปรัชญาจะต้องใช้ญาณวิทยาเป็นเคร1ืองมือในการค้นคว้า padveewp. (2563) ปรชั ญาเบื้องต#น บทที่ 4 ญาณวทิ ยา.
ธรรมชาตทิ ี1 แท้จริงของสงิ1 ที1มีอยู่ จาก http://philosophychicchic.com
บา# นจอมยุทธ. (2563). ความหมายของอภิปรัชญา.
จาก http://bannjomyut.com
ปริวัตร เขื่อนแก#ว. (2563). ปรชั ญาทางการศึกษา.
จาก http://wijai48.com
128
5. ญาณวิทยากบั เทววทิ ยา
ญาณวิทยา ศึกษาเรือ่ งธรรมชาตขิ องแนวคิด ความมเี หตุผล
ของความเชอ่ื ในการมอี ย#ูของพระเจNา
เทววทิ ยา ศกึ ษาเรอื่ งของความบริสุทธ์ทิ างจติ ใจ กล#าวคือ
หลักคำสอนทางดาN นศาสนา
padveewp. (2563) ปรชั ญาเบ้อื งต#น บทท่ี 4 ญาณวิทยา. 129
จาก http://philosophychicchic.com
บ#านจอมยทุ ธ. (2563). ความหมายของอภิปรชั ญา.
จาก http://bannjomyut.com
ปรวิ ัตร เขื่อนแก#ว. (2563). ปรชั ญาทางการศึกษา.
จาก http://wijai48.com
ตารางเปรยี บเทียบปรัชญาการศกึ ษาสาขาตาB ง ๆ
ภวิศา พงษ์เลก็ . (1234). หลกั การและปรัชญาการศกึ ษา. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี. 130
ตารางเปรยี บเทยี บปรัชญาการศกึ ษาสาขาตาB ง ๆ (ตอB )
ภวิศา พงษ์เลก็ . (1234). หลกั การและปรัชญาการศกึ ษา. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี. 131
ปรชั ญาลทั ธกิ บั ญาณวทิ ยา
ถอื เรือ่ งจิตเป7นส่ิงสำคญั มคี วามเชอื่ วา< สิง่ ท่ีเปน7 จรงิ สงู สดุ นั้น ธาเลส
ไมใ< ชว< ัตถุหรือตัวตน แตเ< ป7นเรอื่ งของความคิดซ่งึ อยใ<ู นจิต นกั ปรชั ญาชาวกรีก
ลทั ธจิ ติ นิยมกบั ญาณวิทยา
ญาณวิทยา ถือว#าความรูNเกดิ จากความคิดหาเหตุผล และการวเิ คราะหแX ลNว บิดาคอื เพลโต Plato
สราN งเป/น ความคดิ ในจติ ใจ ส#วนความรNทู ีไ่ ดNจากการสมั ผัสดNวยประสาทสมั ผสั ท้ัง 5 นกั ปรชั ญาเมธีชาวกรีก
ไมใ# ชค# วามรทูN ี่ แทจN ริง ความรอNู าศยั จติ ในการหย่งั รูN
132
รชั ญาตะวันตกกับความสัมพนั ธกz บั วทิ ยาศาสตรzและองคคz วามรตูL า@ งๆ. (2561).
วตั ถนุ ิยม. http://www.facebook.com
ทศิ นา แขมมณี. (2545). ลทั ธวิ ัตถนุ ยิ มหรือสจั นิยม.
ปรัชญาและปรชั ญาการศกึ ษา.https://sites.google.com/site/afathplas/
นวพร ดำแสงสวัสด์,ิ พัชรี รัตนพงษ,z และสธุ าสินี เจียประเสริฐ. (2562).
ปรชั ญาประสบการณนz ยิ ม. ปรัชญาประสบการณzนิยม และการพฒั นาสกู@ ารจัดการศึกษาพยาบาลในศตวรรษที่ 21. 62(1). 177.
พระปรยี ะพงษคz ุณปญ‰ ญา. (2557). ลัทธปิ ระสบการณzนยิ ม. ลทั ธปิ รชั ญา. 57(1). http://wwwphilosophy-suansunandha.com
ปรัชญาลัทธกิ บั ญาณวทิ ยา
เช่อื ในโลกแห<งวัตถุ ความจริงที่แทH คอื วตั ถุทีป่ รากฏตอ< สายตา บดิ า คอื อริสโตเติล
สามารถสัมผัสไดH ซึง่ เหลา< นเี้ ป7นพนื้ ฐานของการศกึ ษาทางดาH น นักปราชญiชาวกรกี
วลิททัยาธศิวาัตสถตนุ รiิยม , สจั นิยม กับ ญาณวทิ ยา 133
ญาณวิทยา เชื่อว#าธรรมชาติเป/นบ#อเกิดทั้งมวลความรNู
ไดNมาจากการไดNเห็น ไดNสัมผัสดNวย ประสาทสัมผัส ถNาสังเกตไม#ไดN
มองไมเ# หน็ กไ็ ม#เห็นวา# เปน/ ความรทNู แี่ ทNจริง
รชั ญาตะวันตกกบั ความสัมพันธzกับวิทยาศาสตรแz ละองคคz วามรLตู า@ งๆ. (2561).
วตั ถุนิยม. http://www.facebook.com
ทิศนา แขมมณ.ี (2545). ลัทธิวตั ถนุ ยิ มหรือสัจนยิ ม.
ปรัชญาและปรชั ญาการศกึ ษา.https://sites.google.com/site/afathplas/
นวพร ดำแสงสวัสด,ิ์ พชั รี รัตนพงษ,z และสุธาสินี เจียประเสรฐิ . (2562).
ปรัชญาประสบการณนz ิยม. ปรชั ญาประสบการณzนิยม และการพัฒนาสูก@ ารจดั การศกึ ษาพยาบาลในศตวรรษท่ี 21. 62(1). 177.
พระปรียะพงษคz ุณปญ‰ ญา. (2557). ลทั ธิประสบการณzนยิ ม. ลัทธิปรัชญา. 57(1). http://wwwphilosophy-suansunandha.com
ปรัชญาลัทธิกบั ญาณวทิ ยา
ปรัชญากลุ#มนี้สนใจในโลกประสบการณX จะรวมถึงสิ่งที่มนุษยX จอหนi ล็อก
กระทำ คิด รูNสึก และลงมือทำ ทำใหNเกิดการเปลี่ยนแปลงในผูNกระทำ
เมือ่ กระบวน ทั้งหมดที่เกิดขน้ึ ครบถวN นแลวN จงึ เรยี กว#า ประสบการณX จอหนi ดิวอ้ี
ลัทธปิ ระสบการณDนยิ มกับญาณวทิ ยา 134
ญาณวิทยา เช่อื ว#าความรูNจะเกิดขึ้นไดNดNวยการลงมอื ปฏิบตั ิ
กระบวนการ แสวงหาความรNูกด็ วN ยวธิ กี ารทางวิทยาศาสตรX
รัชญาตะวนั ตกกบั ความสมั พนั ธzกบั วิทยาศาสตรแz ละองคzความรLตู า@ งๆ. (2561).
วตั ถุนิยม. http://www.facebook.com
ทิศนา แขมมณี. (2545). ลัทธิวัตถุนิยมหรอื สัจนิยม.
ปรัชญาและปรชั ญาการศึกษา.https://sites.google.com/site/afathplas/
นวพร ดำแสงสวสั ด,ิ์ พัชรี รตั นพงษ,z และสธุ าสนิ ี เจียประเสริฐ. (2562). วลิ เลี่ยม เจมสi
ปรัชญาประสบการณนz ิยม. ปรชั ญาประสบการณzนยิ ม และการพฒั นาส@ูการจัดการศึกษาพยาบาลในศตวรรษที่ 21. 62(1). 177.
พระปรียะพงษคz ุณปญ‰ ญา. (2557). ลทั ธปิ ระสบการณzนิยม. ลัทธปิ รัชญา. 57(1). http://wwwphilosophy-suansunandha.com
ปรัชญาลัทธกิ บั ญาณวิทยา
ปรัชญาโทมัสนิยมใหม# มีแนวคิดเกยี่ วกบั โลก และจักรวาล
ว#าเปน/ “โลกแหง# เหตผุ ล และการมีอยู#ของพระผเูN ป/นเจาN ”
(The World of Reason, Being/God)
ลทั ธโิ ทมัสนิยมใหมOกับญาณวทิ ยา โทมัส อไควนัส
ญาณวทิ ยาเช่ือว#า ความรเNู ป/นไปตามหลักเหตุผล
และเปน/ การหย่ังรNู
บาX นจอมยทุ ธ. (2563) ปรัชญาโทมสั นิยมใหมHกบั การศึกษา. (ออนไลน), . แหลงH ที่มา https://www.baanjomyut.com/library 135
ภวศิ า พงษ,เล็ก. (2560). หลักการและปรชั ญาการศกึ ษา. คณะครศุ าสตร, มหาวิทยาลยั ราชภฏั อดุ รธาน.ี
วรเทพ วHองสรรพการ. (2546).
การอXางเหตุผลสนับสนุนการมอี ยขHู องพระเจาX ตามทฤษฎีสหนัยนิยม. วิทยานิพนธป, รญิ ญามหาบัณฑิต ภาควชิ าปรชั ญา คณะอกั ษรศาสตร, จฬุ าลงกรณ,มหาวิทยาลัย.
ปรชั ญาลทั ธกิ บั ญาณวิทยา เราต.องร.ูตัวเองกอU นที่
จะรูส. งิ่ อืน่ ใดทงั้ หมด
การมีอยูข# องมนษุ ยมX ีมากอ# นลกั ษณะของมนษุ ยX มี
ความเชื่อวา# มนษุ ยเX กิดมาพรอN มกบั ความวา# งเปล#า ไม#มี ซอเรน็ เคริดการดi
ลกั ษณะใด ๆ ตดิ ตวั มา เนนN ทตี่ นเอง มีอิสระเสรภี าพในการ
เลือกตดั สินใจ
ลทั ธิอตั ถิภาวะนยิ มกบั ญาณวทิ ยา
ญาณวทิ ยา การแสวงหาความรNู ข้นึ อยกู# บั แตล# ะ มารทi ีน ไฮเดก็ เกอรi ฌ็อง-ปอล ซาทรi
บุคคล ทจ่ี ะเลือกสรรเพอ่ื ใหNสามารถดำรงชีวิตอยไู# ดN
ไฮเดกเกอร์ ถือวา่ ปัญหาตา่ ง ๆ ความรู้ คือ การปฏิเสธ เรารู้สงิ>
บXานจอมยทุ ธ. (2563) ปรชั ญาการศึกษาอัตถภิ าวนยิ ม. (ออนไลน), . เก>ียวกบั ญาณวิทยาเกิดจาก ที>ไมใ่ ชต่ วั เรา ความรู้เกิดขนึ F
แหลHงที่มา https://www.baanjomyut.com/library_2/ ปัญหาการดํารงอยใู่ น โลกตาม
ภวิศา พงษ,เลก็ . (2560). หลักการและปรชั ญาการศกึ ษา. คณะครุศาสตร, มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อดุ รธาน.ี สภาพความเป็นจริง จากการตอ่ ส้เู พ>ือความอยรู่ อด
ศภุ ร ศรแี สน. (2526). ปรชั ญาการศึกษาเบ้ืองตนX . กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ.
ของแตล่ ะ บคุ คล 136
สรปุ ญาณวิทยา
ญาณวทิ ยา กค็ อื ศกึ ษาเรื่องกำเนนิ ความร=ู เนอ้ื หาของญาณวทิ ยา กค็ อื การศกึ ษา
เกี่ยวกบั กระบวนการ วธิ ีการ วัตถุประสงคJ ลกั ษณะ เง่อื นไข ความมีเหตุผล และความคลาดเคลอ่ื นของ
ความรู= ทฤษฎบี Rอเกิดความร=ูทางญาณวทิ ยา คอื
- จิตนยิ ม ความร=อู าศัยจิตในการหยง่ั ร=ู
- สัจนิยม ความร=ไู ด=มาจากการไดเ= หน็ ได=สมั ผสั ดว= ยประสาทสัมผัส
- ประสบการณJนิยม ความรู=จะเกิดขน้ึ ไดด= =วยการลงมือปฏบิ ตั ิ
- โทมสั นิยมใหมR ความรเู= ปนW ไปตามหลกั เหตุผล และเปนW การหย่งั ร=ู
- อัตถภิ าวะนิยม การแสวงหาความร=ู ข้ึนอยูกR บั แตลR ะบุคคล
137
138
ปรัชญาคุณวิทยา เปนX เรอื่ งราวของการสบื หาธรรมชาติ และเกณฑ,มาตรฐานของคณุ ค:า
หรอื ค:านยิ ม ซึ่งมีกำเนิดมาจากทฤษฎีแห:งแบบ หรอื ทฤษฎีการจินตนาการของ Plato ในเรื่อง
ความคดิ เกย่ี วกับความดี
ความหมาย คุณวิทยา
1. ศาสตร,ทศี่ ึกษาความจริง (Positive Science หรอื Natural Science) ศาสตร,นศ้ี กึ ษา
ความจรงิ (Fact) หรือตามท่ีมนั เปนX จรงิ เช:น วทิ ยาศาสตร, ภมู ศิ าสตร, ประวัตศิ าสตร, เปXนตนP
2. ศาสตรท, ีศ่ ึกษาเรอื่ งคณุ คา: (Normative Science) หมายถึงศาสตร,ทเี่ นนP เรอื่ งคุณคา:
(Value) อดุ มคตภิ ายใน ศาสตรท, ีว่ :าดPวยสิง่ ทีค่ วรจะเปนX
ธรี ยทุ ธ สนุ ทรา. (2539). ปรัชญาเบอ้ื งต#น. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พม: หาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั . 139
วธิ าน สชุ วี คุปต: และคณะ. (2532). ปรัชญาเบอ้ื งต#น. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สเุ มธ เมธาวทิ ยกุล. (2540). ปรชั ญาเบอื้ งต#น. กรงุ เทพฯ: โอเดยี นสโตร
คุณคาe กบั ข.อเท็จจรงิ
คำวา: "ขTอเทจ็ จรงิ " (fact) เปนX เพียงปรากฏการณ, หรือพฤตกิ รรมทส่ี ามารถรับรPไู ดPดวP ย
ประสาทสมั ผสั ส:วนคุณค:ามีลกั ษณะท่อี าศยั ขอP เท็จจริงว:าควรจะเปXนอย:างไร และทำไมจงึ เปนX เช:นน้นั
คุณค:าเกดิ จาก การประเมินไมใ: ชก: ารวัด เพราะคณุ ค:าเปนX นามธรรม คณุ ค:าเปXนส่งิ ท่ีกำหนดเองไมไ: ดP
ตอP งมตขิ องคนสว: น ใหญ: เปนX ทีย่ อมรับของคนส:วนมาก
คำว:า "คณุ คOา" (value) หมายถงึ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค, คุณค:าเปXนนามธรรมอันเกดิ จากการ
ประเมิน ขอP เทจ็ จรงิ ทางวทิ ยาศาสตร,ธรรมชาติและวทิ ยาศาสตรส, งั คม แสดงออก 2 ลักษณะ คือ
1. คณุ ค:าในตวั
2. คุณคา: นอกตวั
140
การศึกษาดา. นคุณคาe
เปนc วิชาทีว่ IาดวL ยคุณคาI ตIาง ๆ คณุ คาI ทีว่ Iานัน้ แบIงออกเปนc 4 ประเภท คอื
จริยศาสตร, ( Ethice) ตรรกศาสตร, (Logic)
สุนทรียศาสตร, (Aesthetics) เทววทิ ยา (Theology)
141
การศกึ ษาดา. นคุณคeา
จริยศาสตรi ( Ethice) เปน/ วิชาทว่ี า# สนุ ทรียศาสตรi (Aesthetics) เปน/ วิชา
ดNวยหลกั แห#งความประพฤติ กลา# วถงึ ความ ที่ว#าดNวย ความดี หลักการตัดสนิ ความงาม
ดี ความช่ัว การตัดสนิ ความดคี วามชวั่ เป/น องคXประกอบ ของความงาม เปน/ เรือ่ งเกย่ี วกบั
การแสวงหาความดอี ันสูงสุด ศิลปะ เป/นการ แสวงหาความงามอนั สงู สดุ
ตรรกศาสตรi (Logic) เป/นวชิ าทว่ี า# เทววิทยา (Theology) เปน/ เรือ่ งของ
ดวN ยการ ใหNเหตผุ ล การนยิ ามความหมาย ความบรสิ ุทธ์ทิ างจิตใจ กล#าวคือ หลักคำสอน
อนั แทNจรงิ เปน/ การแสวงหาความจรงิ อนั ทางดาN นศาสนา
สูงสดุ อนั ประกอบดNวยอปุ นัย และนิรนยั
142
คณุ วทิ ยา
ปรัชญาลทั ธิพืน: ฐาน หรือปรัชญาทวั? ไป
Ø ลทั ธจิ ิตนยิ ม (Idialism)
Ø ลัทธิวตั ถนุ ยิ ม หรอื สัจนิยม (Realism)
Ø ลทั ธิประสบการณน, ิยม (Experimentalism)
Ø ลัทธโิ ทมสั นยิ มใหม: (Neo-Thomism)
Ø ลัทธิอัตถิภาวะนิยม (Existentialism)
มลติ า เรืองหิรัญ. (2559). ความรเ#ู บือ้ งต#นเกยี่ วกบั ปรัชญาและปรัชญาการศกึ ษา. https://katzaa55783.wordpress.com/201.
สาธติ สมแสงเอย่ี ม. (2559). สาขาปรัชญา อภิปรชั ญา ญาณวิทยา คุณวิทยา.
http://www.satiter.com/2016/08/Philosophy-metaphysics-epistemology-Wittaya.html.
ธีรยุทธสนุ ทรา. (2539). ปรัชญาเบ้อื งตน# . กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ:มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั .
143
• เป(นลทั ธปิ รัชญาทเ่ี ก?าแก?ทส่ี ุดในบรรดาปรชั ญาตา? ง ๆ มีกำเนดิ พร<อมกบั การเรมิ่ ต<นของปรชั ญา ปรัชญาลทั ธนิ ้ถี อื เร่อื งจติ
เปน( สิ่งสำคัญ มีความเช่อื วา? ส่งิ ทีเ่ ปน( จรงิ สูงสุดน้ันไม?ใช?วัตถหุ รือตวั ตน แตเ? ปน( เรอ่ื งของความคิดซึ่งอยใู? นจติ (Mine) สิง่ ที่เรา
เห็นหรอื จบั ตอ< งได<น้นั ยังไม?ความจรงิ ทแ่ี ท<ความจรงิ ที่แทจ< ะมีอย?ใู นโลกของจติ (The world of mind) เทา? นั้น
• ผ<ูท่ีได<ช่ือว?าเปน( บดิ าของแนวความคดิ ลัทธิปรชั ญานี้ คือ พลาโต (Plato) นกั ปรัชญาเมธีชาวกรกี ซึ่งมีความเชอ่ื ว?าการศึกษา
คอื การพฒั นาจิตใจมากกวา? อย?างอื่น ถ<าพจิ ารณาลัทธิปรัชญาลทั ธจิ ิตนยิ มในแง?สาขาของคณุ วทิ ยา
• คุณวิทยา ถอื ว?าคุณคา? ความดคี วามงามมลี ักษณะตายตวั คงทนถาวรไม?เปล่ยี นแปลง ในดา< นจริยศาสตร/ ศีลธรรม จริยธรรม
จะไม? เปลยี่ นแปลง สว? นสุนทรียศาสตร/นั้น การถา? ยทอดความงาม เกดิ จากความคดิ สรา< งสรรค/และอดุ มการณ/อนั สงู ส?ง
• สรุปวา? ปรชั ญาลัทธจิ ิตนยิ มเปน( การพัฒนาดา< นจิตใจสง? เสริมการพัฒนาทางด<านคณุ ธรรม จริยธรรม ศิลปะตา? งๆ การ
จดั การ ศกึ ษาตามแนวจติ นิยมจงึ เนน< ในด<านอักษรศาสตร/และศิลปะศาสตร/ เปน( ผู<มีความรอบร<ูโดยเฉพาะตารา การเรียน
การสอนมกั จะ ใช<ห<องสมุดเป(นแหลง? ค<นควา< และถ?ายทอดเนื้อหาวิชาสืบตอ? กนั ไป
มลติ า เรอื งหริ ญั . (2559). ความรูเX บอ้ื งตนX เก่ียวกบั ปรัชญาและปรชั ญาการศึกษา. https://katzaa55783.wordpress.com/201.
สาธิต สมแสงเอ่ียม. (2559). สาขาปรัชญา อภปิ รชั ญา ญาณวทิ ยา คุณวทิ ยา. http://www.satiter.com/2016/08/Philosophy-metaphysics-epistemology-Wittaya.html.
ธรี ยุทธ สุนทรา. (2539). ปรชั ญาเบอ้ื งตXน. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ,มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั .
144
• เป(นลัทธิปรัชญาท่มี คี วามเชอื่ ในโลกแหง? วตั ถุ (The world of things) มีความเชือ่ ในแสวงหาความจรงิ โดยจิตตาม
แนวคดิ ของจิตนิยมอยา? งเดยี วไม?พอ ตอ< งพจิ ารณาข<อเทจ็ จริงตามธรรมชาตดิ <วยความจริงท่แี ท< คอื วตั ถุทป่ี รากฏ
ต?อสายตา สามารถสัมผสั ได< สิง่ เหล?านเ้ี ป(นพนื้ ฐานของการศึกษาทางด<านวทิ ยาศาสตร/ บิดาของลทั ธินี้คือ
อริสโตเติล (Aristotle)นกั ปราชญช/ าว กรกี ลทั ธิปรชั ญาสาขานเี้ ปน( ต<นกำเนิดของการศึกษาทางด<านวทิ ยาศาสตร/
ถา< พจิ ารณาปรัชญาลัทธิวตั ถนุ ยิ มในแง?สาขาของ คุณวทิ ยา
• คณุ วิทยา เชื่อว?าธรรมชาติสร<างทุกสิ่งทุกอยา? งมาดีแลว< ในด<านจรยิ ศาสตร/ก็ควรประพฤติปฏบิ ัติตามกฎธรรมชาติ
กฎ ธรรมชาตกิ ็คอื ศลี ธรรมจรรยา ขนบธรรมเนยี มประเพณี ซงึ่ ใชค< วบคุมพฤติกรรมมนุษย/ ส?วนสุนทรีศาสตรเ/ ป(น
เร่ืองของความงดงามตามธรรมชาติสะทอ< นความงามตามธรรมชาตอิ อกมา สรปุ วา? ปรัชญาลทั ธิจิตนิยม เนน< ความ
เปน( จรงิ ตามธรรมชาติ การศึกษาหาความจริงได<จากการสังเกต สมั ผัสจับตอ< ง และเช่อื ในกฎเกณฑ/ของธรรมชาติ
การศึกษาในแนวลัทธจิ ติ นิยมเน<น วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร/ เป(นตน< กำเนิดของวิชาวิทยาศาสตร/
มลติ า เรืองหิรญั . (2559). ความรXเู บอื้ งตXนเก่ียวกับปรัชญาและปรัชญาการศกึ ษา. https://katzaa55783.wordpress.com/201.
สาธิต สมแสงเอี่ยม. (2559). สาขาปรชั ญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา คณุ วิทยา. http://www.satiter.com/2016/08/Philosophy-metaphysics-epistemology-Wittaya.html.
ธีรยุทธ สุนทรา. (2539). ปรชั ญาเบอื้ งตXน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ,มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั .
145
มีชื่ออีกอย#างหน่งึ วา# ปฏิบัตนิ ิยม (Pragmatism)
เนนN ใหNคนอาศยั ประสบการณXในการแสวงหาความเปน/ จรงิ
และความรNตู า# ง ๆ ไดNมาจากประสบการณX การศกึ ษาใน
แนวลทั ธิปรชั ญานีเ้ นนN การลงมอื กระทำ เพือ่ หาความจริง
ดวN ยคำตอบของตนเอง
วิลเลย่ี ม เจมสi จอหนi ดิวอ้ี
ความนิยมจะเก1ียวกบั การประพฤตปิ ฏิบตั ทิ างด้านศีลธรรม จรรยาเป็นสงิ1 ท1ีมนษุ ย์สร้างและกําหนดขนึ S มาเอง
และสามารถเปลยี1 นแปลงได้ สว่ นสนุ ทรียศาสตร์ เป็นเรื1องของความต้องการและรสนิยมที1คนสว่ นใหญ่ยอมรับกนั
มลติ า เรอื งหริ ญั . (2559). ความรเXู บ้อื งตนX เกีย่ วกับปรัชญาและปรัชญาการศกึ ษา. https://katzaa55783.wordpress.com/201.
สาธิต สมแสงเอย่ี ม. (2559). สาขาปรัชญา อภปิ รัชญา ญาณวทิ ยา คณุ วทิ ยา. http://www.satiter.com/2016/08/Philosophy-metaphysics-epistemology-Wittaya.html.
ธีรยทุ ธ สุนทรา. (2539). ปรัชญาเบ้อื งตXน. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ,มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
146
ปรชั ญาโทมัสนิยมใหม< มีแนวคิดเกี่ยวกับโลกและจักรวาล
วา< เปน7 “โลกแหง< เหตผุ ล และการมีอยูข< องพระผูเH ปน7 เจHา”
(The World of Reason, Being/God)
โทมัส อไควนสั
แนวคดิ เก1ียวกบั ความดี หรือจริยธรรมของนกั ปรัชญากลมุ่ โทมสั นิยม ใหม่ คือ “จริยธรรมเป็นการกระทําอยา่ ง
มีเหตผุ ล” แนวคดิ เก1ียวกบั ความงาม หรือสนุ ทรียภาพ คือ “สนุ ทรียะ เป็นสงิ1 ท1ีก่อให้เกิดการหยงั1 รู้เชิงสร้างสรรค์ โดย
อาศยั พทุ ธิปัญญา”
มลิตา เรอื งหิรญั . (2559). ความรูXเบอื้ งตXนเกี่ยวกับปรชั ญาและปรัชญาการศกึ ษา. https://katzaa55783.wordpress.com/201.
สาธิต สมแสงเอ่ียม. (2559). สาขาปรชั ญา อภปิ รัชญา ญาณวทิ ยา คณุ วทิ ยา. http://www.satiter.com/2016/08/Philosophy-metaphysics-epistemology-Wittaya.html.
ธรี ยุทธ สนุ ทรา. (2539). ปรชั ญาเบ้อื งตXน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ,มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั .
147
Ø มคี วามเช่อื เบอ้ื งตNนวา# มนุษยเX กดิ มาพรอN มกับความวา# งเปลา# ไมม# ลี ักษณะใด ๆ ติดตัวมา ทกุ คนมีหนNาทเ่ี ลอื กลักษณะ
หรอื สาระต#าง ๆ ใหNกบั ตัวเอง
Ø หลักสำคญั ปรชั ญาลทั ธนิ ้มี อี ยวู# า# การมีอย#ู ของมนษุ ยมX มี าก#อนลักษณะของมนุษยX (Existence precedes essence)
คณุ วิทยา ทกุ คนมีเสรีภาพท1ีจะเลอื กคา่ นิยมท1ีตนเอง พอใจด้วยความ
สมคั รใจสว่ นความงามนนัS บคุ คลจะเป็นผ้เู ลือก และกําหนดเอง โดยไมจ่ ําเป็น
จะต้องให้ ผ้อู ื1นเข้าใจ สรุปวา่ ปรัชญาลทั ธิอตั ถิภาวนิยม เป็น ปรัชญาที1ให้
ความสําคญั แก่มนษุ ย์วา่ มีความสําคญั สงู สดุ
มลติ า เรอื งหิรัญ. (2559). ความรูเX บอื้ งตนX เก่ยี วกับปรชั ญาและปรัชญาการศกึ ษา. https://katzaa55783.wordpress.com/201.
สาธิต สมแสงเอี่ยม. (2559). สาขาปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวทิ ยา คุณวทิ ยา.
http://www.satiter.com/2016/08/Philosophy-metaphysics-epistemology-Wittaya.html.
ธรี ยุทธ สุนทรา. (2539). ปรชั ญาเบ้อื งตXน. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ,มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย. 148
สรปุ คุณวิทยา
ปรัชญาคุณวิทยา เปJนเรื่องราวของการสืบหาธรรมชาติและเกณฑ0มาตรฐานของคุณค:าหรือค:านิยม ซึ่งมีกำเนิดมา
จากทฤษฎีแห:งแบบหรือทฤษฎีการจินตนาการของ Plato ในเรื่องความคิดเกี่ยวกับความดี ปรัชญาพื้นฐาน เปJนปรัชญาท่ี
เปJนรากฐานในการกำเนิดปรัชญาการศึกษา ดังนั้นการศึกษาพื้นฐาน ทำใหDเรามีความเขDาใจที่มาแนวคิด ในลักษณะปรัชญา
ไดDถ:องแทDมากขึ้น ไม:จิตนิยม ที่เนDนจิตเปJนสำคัญ เนDนความเชื่อในโลกแห:งวัตถุ และการสัมผัสประสบการณ0นิยมที่เนDนโลก
แห:งประสบการณ0เปJนหลักใหDเรามุ:งทำงานมากกว:าเรียนแต:ทฤษฎี อัตถิภาวนิยม เห็นว:า มนุษย0เกิดมาพรDอมกับความว:าง
เปล:าและใหDความสำคัญของมนุษย0มากปรัชญาการศึกษาทั้ง 5 ลัทธิดังกล:าว แต:ละปรัชญาจะ มีแนวทางในการนำไปสู:การ
ปฏิบัติที่แตกต:างกัน การนำไปปฏิบัติเพื่อใหDเกิดประโยชน0ต:อการศึกษา จะตDองพิจารณาว:าแนวทางใด จึงจะดีที่สุด ซึ่ง
จะตDองสอดคลDองกับสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและการปกครอง ปรัชญาการศึกษาลัทธิหนึ่งอาจจะเหมาะกับ
ประเทศหนึ่ง เพราะเปJนประเทศเล็ก ๆ ประเทศหนึ่งซึ่งมีลักษณะแตกต:างกัน ตDองใชDลัทธิการศึกษาอีกลัทธิหนึ่ง ประเทศ
ไทยกไ็ ดDนำเอาปรชั ญาการศกึ ษาน้นั มาประยุกต0ใชDใหDเหมาะสม
มลิตา เรืองหิรญั . (2559). ความรเูX บื้องตนX เกยี่ วกับปรชั ญาและปรัชญาการศกึ ษา. https://katzaa55783.wordpress.com/201.
สาธิต สมแสงเอย่ี ม. (2559). สาขาปรชั ญา อภปิ รัชญา ญาณวทิ ยา คุณวทิ ยา.
http://www.satiter.com/2016/08/Philosophy-metaphysics-epistemology-Wittaya.html.
ธรี ยุทธ สนุ ทรา. (2539). ปรชั ญาเบ้ืองตXน. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พม, หาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั . 149
กลุ$มที่ 1
ทฤษฎีการเรยี นรู-
150