ห น้ า | 396
คาอธิบายรายวิชา ภาษาญ่ีปุ่น 2 รหสั วิชา ญ21208
รายวิชาเพิ่มเติม กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2
เวลาเรยี น 40 ช่วั โมง (2 คาบ / สปั ดาห)์ จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ฟัง พูด อ่านออกเสียงและเขียนตัวอักษรคาตาคานะ ค้าศัพท์ ที่ใช้ตัวอักษรคาตาคานะ การใช้
ตัวอกั ษรคาตาคานะ การเขยี นคา้ ทม่ี าจากภาษาตา่ งประเทศ อา่ น เขียนและเข้าใจความหมายตัวอักษรคันจิ
เบื้องต้นที่ปรากฏในบทเรียน พูดโต้ตอบด้วยค้าส้ัน ๆ ง่าย ๆ พูดและเขียนให้ข้อมูล แลกเปล่ียนข้อมูล
เกย่ี วกบั ตนเอง เพอ่ื น ครอบครวั และเร่อื งตา่ ง ๆ ใกล้ตัว วัน เดือน ปี บอกส่ิงท่ีมีอยู่ แนะน้า สถานท่ีต่าง ๆ
อย่างง่าย ๆ เข้าใจภาษาท่าทางในการสื่อสารตามสถานการณต์ ่าง ๆ ตามโครงสร้างไวยากรณ์พ้ืนฐาน รู้และ
เขา้ ใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสมกับบุคคล กาลเทศะและวัฒนธรรมของ
เจา้ ของภาษา
ผลการเรยี นรู้
1. อา่ นเขยี นตัวอักษรคาตาคานะได้
2. แนะน้าสถานท่ีได้
3. ถามหาสถานท่ีได้
4. บอกวนั เดือนปี ได้
รวม 4 ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จงั หวดั ยะลา
ห น้ า | 397
คาอธิบายรายวชิ า ภาษาญี่ปุ่น 3 รหัสวิชา ญ22203
รายวิชาเพมิ่ เติม กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1
เวลาเรียน 40 ชั่วโมง (2 คาบ / สปั ดาห)์ จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
ฟัง พูด อ่านและเขียนเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียน ช่ือวิชา ตารางเรียน การบอกเวลา
ค้ากริยา จุดเร่ิมต้น ส้ินสุดในการท้ากิจกรรม ค้าบ่งช้ี พูดคุยเก่ียวกับการเดินทาง ยานพาหนะท่ีใช้ผู้กระท้า
กรยิ ารว่ ม วธิ ีการในการเดนิ ทาง การบอกจ้านวนเวลา เทศกาล วันสา้ คัญของชาวญปี่ ุ่น อ่านเขียนและเข้าใจ
ความหมายตัวอักษรคันจิเบ้ืองต้นท่ีปรากฏในบทเรียน พูดโต้ตอบด้วยค้าส้ัน ๆ ง่าย ๆ โดยใช้ถ้อยค้า
นา้ เสียงและกริ ยิ าทา่ ทางอย่างสภุ าพตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของงภาษา
ผลการเรยี นรู้
1. อา่ น เขยี นตวั อกั ษรคนั จทิ ่ีเรียนได้
2. บอกเวลาได้
3. บอกกจิ กรรมที่ทา ในโรงเรียนได้
4. พูดคยุ เกย่ี วกับวิธกี ารเดินทางไปโรงเรยี นได้
รวม 4 ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จงั หวัดยะลา
ห น้ า | 398
คาอธิบายรายวิชา ภาษาญี่ปุ่น 4 รหัสวิชา ญ22206
รายวชิ าเพม่ิ เติม กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2
เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง (2 คาบ / สปั ดาห)์ จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ฟงั พูด อา่ นและเขยี นเกีย่ วกับกิจวัตรประจ้าวัน สถานท่ีท้ากริยา ค้าบอกความถี่ในการกระท้าการ
บอกจ้านวนเวลาที่ใช้ในการท้ากริยาต่าง ๆ การซ้ือขายสินค้า ลักษณะนาม ค้าคุณศัพท์ บอกลักษณะและ
คุณสมบัติของส่ิงของต่าง ๆ อา่ น เขยี นและเข้าใจความหมายตัวอักษรคันจิเบื้องต้นท่ีปรากฏในบทเรียน พูด
โต้ตอบด้วยค้าสั้น ๆ ง่าย ๆ ให้ข้อมูลแลกเปลี่ยน ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเร่ืองต่าง ๆ
ใกล้ตัว อ่านข้อความที่เป็นความเรียงอย่างง่าย ๆ เข้าใจภาษาท่าทางในการสื่อสารตามสถานการณ์ต่าง ๆ
ตามโครงสร้างไวยากรณ์พื้นฐาน รู้และเข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา น้าไปใช้ได้เหมาะสมกับบุคคล
กาลเทศะและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
ผลการเรยี นรู้
1. อา่ น เขยี นตัวอักษรคนั จิทเ่ี รยี นได้
2. พูดคุยเกยี่ วกับกิจวัตรประจ้าวนั ได้
3. ซ้อื ของและส่งั ของได้
4. บอกลักษณะนาม จ้านวน คณุ สมบัติของสง่ิ ของได้
รวม 13 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารงุ จงั หวดั ยะลา
ห น้ า | 399
คาอธิบายรายวชิ า ภาษาญี่ปุ่นอา่ นเขียน 1 รหัสวิชา ญ22208
รายวิชาเพ่ิมเติม กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1
เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง (2 คาบ / สัปดาห์) จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
อา่ นและเขยี นตัวอกั ษรฮริ างานะ คาตาคานะ และอกั ษรคนั จิเบื้องต้น นับเลขตามแบบญี่ปุ่นและใช้
สานวนในชีวิตประจาวันทั่วไป เช่น การทักทาย การกล่าวขอโทษ ขอบคุณ การกล่าวลา การไต่ถามทุกข์ –
สุข การพูดก่อนออกจากบ้านและเม่ือกลับมาถึงบ้าน สานวนที่ใช้บ่อยในห้องเรียน การแสดงความเคารพ
การขออนุญาตเข้าออกจากชั้นเรียน การใช้ประโยคนามรูปบอกเล่าและปฏิเสธเพื่อแนะนาตนเองและผู้อ่ืน
การบอกอาชีพ เช้ือชาตขิ องบุคคล การแนะนาสถานท่ีต่าง ๆ การบอกที่ต้ังของส่ิงของ และบุคคล การบอก
เวลาตามแบบญีป่ นุ่ การใชป้ ระโยคกรยิ ารูปบอกเลา่ และปฏเิ สธขน้ั พน้ื ฐานเพื่อเล่าเร่ืองราวในชีวิตประจาวัน
อยา่ งง่าย
ผลการเรียนรู้
1. สามารถจดจาชนิด ลักษณะและหนา้ ทีข่ องตวั อักษรญปี่ ุ่นโดยสังเขปได้
2. สามารถออกเสียงภาษาญ่ีป่นุ ดว้ ยอกั ษรโรมะจไิ ด้
3. สามารถเขียนตัวอักษรท้ังฮิรางานะ คาตาคานะตามคาบอกได้
4. สามารถอา่ นตวั อักษรทงั้ ฮริ างานะ คาตาคานะตามคาบอกได้
5. สามารถอ่านและเขียนตัวอักษรเสียงใสและเสยี งขุน่ ตวั อักษรเสยี งควบ ตวั อักษรเสยี งสัน้ และ
ยาว เสยี งกักได้อยา่ งถกู ต้อง
6. สามารถกลา่ วคาทักทายแบบญี่ปนุ่ และใช้สานวนในเบ้ืองตน้ ไดถ้ ูกต้อง
7. สามารถจดจาคาศพั ท์ทค่ี วรรู้ในเบอ้ื งต้นได้
8. สามารถนบั ตัวเลข บอกวัน เวลา และเบอรโ์ ทรศัพท์แบบภาษาญปี่ ุ่นได้
9. สามารถแตง่ ประโยคตามโครงสร้างทางไวยากรณ์ได้อย่างถูกต้อง
10. สามารถแยกแยะหน้าที่ของคาช่วยในภาษาญี่ปนุ่ ได้อย่างถูกต้อง
รวม 10 ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวดั ยะลา
ห น้ า | 400
คาอธิบายรายวิชา ภาษาญ่ีปุ่นอา่ นเขียน 2 รหัสวิชา ญ22209
รายวชิ าเพมิ่ เติม กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1
เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง (2 คาบ / สัปดาห)์ จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
การบอกการเดินทางจากบ้านไปโรงเรียน พาหนะท่ีใช้ บุคคลท่ีกระทากริยาร่วมกัน การบอก
จานวนเวลา การใช้คาสกรรมกริยา และสถานที่ท่ีเกิดการกระทากริยาขึ้น การบอกความถ่ีในการกระทา
ต่าง ๆ การนับเลขที่สูงกว่าหลักสิบ การส่ังของ ซื้อของ คาลักษณะนามของสิ่งต่าง ๆ การใช้คาคุณศัพท์ท้ัง
แบบขยายคานามและจบประโยคด้วยคุณศัพท์น้ัน ๆ เรื่องสี การใช้คาช่วยแทนคานาม คากริยารูปชักชวน
การบอกจุดประสงค์ในการเดินทาง การชักชวนผู้อ่ืนกระทากริยา การตอบรับและปฏิเสธคาชวน รูปอดีต
กาลของคานาม กริยา และคุณศัพท์ การใช้กริยาวิเศษณ์บอกระดับ คากริยารูปพจนานุกรม การบอก
ความสามารถ เรื่องนา่ รู้ทั่วไปเก่ยี วกบั ญี่ปุ่น เช่น พาหนะทคี่ นญป่ี นุ่ ใช้เดินทาง ระบบคมนาคม
ผลการเรยี นรู้
1. สามารถใช้คาบ่งชี้สงิ่ ของไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม
2. สามารถใชค้ าบง่ ชสี้ ถานท่ีได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
3. สามารถบอกการมีอยูข่ องสิง่ มีชีวติ และไมม่ ีชวี ติ ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
4. สามารถบอกตาแหนง่ ทต่ี ้ัง ของส่ิงมชี วี ติ และไมม่ ชี วี ติ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
5. สามารถใชค้ าช่วยบอกตาแหน่งทตี่ ้ัง ของสง่ิ มีชีวติ และไมม่ ีชวี ิตได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
6. สามารถบอกเวลาทเ่ี กดิ การกระทาต่างๆได้อย่างถกู ต้อง
7. สามารถบอกชว่ งเวลาทเี่ กดิ การกระทาตา่ งๆได้อยา่ งถูกต้อง
8. สามารถบอกหรือบรรยายลกั ษณะของสิ่งตา่ งๆที่ใกล้ตัวได้อย่างเหมาะสม
9. สามารถบอกหรอื บรรยายลักษณะการเดนิ ทางไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
10.สามารถอธิบายหรือให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับชีวิตประจาวันของตนเองหรือเร่ืองใกล้ตัวได้อย่าง
เหมาะสม
11.สามารถใช้คาชว่ ยทช่ี ้ถี ึงพาหนะไดอ้ ย่างถกู ต้อง
รวม 11 ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
ห น้ า | 401
คาอธิบายรายวชิ า ภาษาญี่ปุ่น 5 รหสั วิชา ญ23203
รายวชิ าเพมิ่ เติม กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1
เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง (2 คาบ / สัปดาห)์ จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ฟัง พูด อา่ นและเขยี นตัวประโยคเกี่ยวกับกิจกรรมที่กระท้าในวันหยุด ประโยคชักชวนการตอบรับ
ปฏิเสธค้าชักชวน บอกเล่าความรู้สึกต่อสิ่งท่ีได้กระท้า พูดคุยเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว จ้านวนพี่น้อง
ค้ากริยารูปพจนานุกรม การบอกความสามารถ อายุ การด้าเนินชีวิตประจ้าวัน ส้านวน บอกการเจ็บป่วย
อ่าน เขียนและเข้าใจความหมายตัวอักษรคันจิเบ้ืองต้นท่ีปรากฏในบทเรียนจับใจความส้าคัญและตอบ
ค้าถามจากเร่ืองที่อ่านและฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจภาษาท่าทาง ในการส่ือสารตามสถานการณ์
ต่างๆ ตามโครงสร้างไวยากรณ์พ้ืนฐานท่ีเรียน รู้และเข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา น้าไปใช้ในการ
สอ่ื สารไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพเหมาะสมกับบุคคล กาลเทศะและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
ผลการเรียนรู้
1. อา่ น เขียนตวั อกั ษรคันจิทเ่ี รยี นได้
2. ชักชวนทา้ กิจกรรมตา่ ง ๆ ได้
3. พูดคยุ เกยี่ วกับสงิ่ ทท่ี ้ามาและบอกความรสู้ กึ ต่อส่ิงนั้นได้
4. พูดคุยเกย่ี วกับสมาชิกในครอบครัวได้
5. บอกการเจ็บปว่ ยและข้อควรปฏบิ ัติเมื่อเจ็บปว่ ยอยา่ งงา่ ย ๆ ได้
รวม 5 ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
ห น้ า | 402
คาอธิบายรายวิชา ภาษาญี่ปุ่น 6 รหสั วิชา ญ23206
รายวชิ าเพม่ิ เติม กล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2
เวลาเรียน 40 ช่วั โมง (2 คาบ / สปั ดาห)์ จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ฟัง พูด อ่านและเขียนตัวประโยคการใช้ค้าขอร้อง การขอและเสนอ ตอบรับ ปฏิเสธการร้องขอ
บอกเหตผุ ล เคร่ืองมือหรือสื่อท่ีใช้ในการกระท้ากริยา การอธิบายเส้นทางในการเดินทาง ถามและบอกทาง
พูดคุยเกย่ี วกบั รูปร่าง หน้าตา ลักษณะนิสัยและงานอดิเรก อ่าน เขียนและเข้าใจความหมายตัวอักษรคันจิที่
ปรากฏในบทเรียน พูดโต้ตอบด้วยค้าประโยคที่ซับซ้อนข้ึน แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน
ครอบครัวและเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัวในสังคม เข้าใจภาษาท่าทางในการส่ือสารตามสถานการณ์ต่าง ๆ ตาม
โครงสร้างไวยากรณ์พ้ืนฐานได้อย่างคล่องแคล่ว รู้และเข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพเหมาะสมกับบุคคล กาลเทศะและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
ผลการเรียนรู้
1. อา่ น เขยี นตัวอักษรคาตาคานะได้
2. บอกและข้อร้องใหผ้ อู้ ื่นกระทา้ อะไรให้ได้
3. ตอบรบั และปฏเิ สธคา้ ขอได้
4. ถามและบอกทางได้
5. บอกรูปร่าง หน้าตา ลักษณะนิสยั และงานอดเิ รกของเพ่ือนได้
รวม 5 ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จังหวดั ยะลา
ห น้ า | 403
คาอธบิ ายรายวิชา ภาษาญี่ปุ่นรอบรู้ 1 รหสั วชิ า ญ23210
รายวชิ าเพิม่ เติม กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1
เวลาเรียน 40 ชวั่ โมง (2 คาบ / สัปดาห์) จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ฟังค้าส่ัง ค้าขอร้อง ค้าแนะน้า แล้วปฏิบัติตามได้ สนทนาโต้ตอบข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเร่ือง
ต่างๆ ใกล้ตัว เลือกและใช้ค้าขอร้อง ให้ค้าแนะน้า ค้าช้ีแจง ค้าอธิบายอย่างคล่องแคล่ว พูดแสดงความ
ตอ้ งการของตนเอง เสนอ ตอบรบั และปฏิเสธการให้ความชว่ ยเหลือในสถานการณ์จ้าลอง หรือสถานการณ์
จริงอย่างเหมาะสม วิเคราะห์ หรืออภิปรายความเหมือน ความแตกต่างระหว่างวิถีชีวิตความเช่ือและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาไทย ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง หรือสถานการณ์จ้าลองที่
เกิดขน้ึ ในหอ้ งเรียน สถานศึกษา ชุมชนและสงั คม เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน
และท้องถ่ินหรือประเทศชาติเป็นภาษาญ่ีปุ่น มีความซ่ือสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และ
มุ่งม่นั ในการทา้ งาน
ผลการเรยี นรู้
1. ฟัง คา้ สั่ง คา้ ขอร้อง ค้าแนะน้า แล้วปฏิบตั ิ
2. สนทนาโตต้ อบข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง และเรอื่ งต่างๆ ใกลต้ ัว
3. เลอื กและใชค้ ้าขอร้อง ใหค้ า้ แนะนา้ คา้ ชแ้ี จง คา้ อธบิ ายได้อยา่ งคล่องแคล่ว
4. พูดแสดงความตอ้ งการ เสนอ ตอบรับและปฏเิ สธการใหค้ วามชว่ ยเหลือในสถานการณจ์ ้าลอง
หรือสถานการณจ์ รงิ อย่างเหมาะสม
5. วเิ คราะห์ / อภปิ รายความเหมือน ความแตกต่างระหวา่ งวิถชี วี ติ ความเชอ่ื และวฒั นธรรมของ
เจ้าของภาษากบั ภาษาไทย
6. ใชภ้ าษาส่อื สารในสถานการณ์จริง / สถานการณจ์ ้าลอง ที่เกดิ ขึน้ ในห้องเรยี น สถานศึกษา
ชมุ ชน และสังคม
7. เผยแพรป่ ระชาสมั พันธ์ ข้อมลู ขา่ วสารของโรงเรียน ชมุ ชน และทอ้ งถิน่ หรือประเทศชาติ เปน็
ภาษาญี่ปนุ่
รวม 7 ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จงั หวดั ยะลา
ห น้ า | 404
คาอธบิ ายรายวชิ า ภาษาญี่ปุ่นรอบรู้ 2 รหสั วิชา ญ23211
รายวิชาเพิ่มเติม กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2
เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง (2 คาบ / สัปดาห์) จานวน 1.0 หน่วยกิต
ฝึกทักษะการสร้างบทสนทนาในชีวิตประจ้าวันของบุคคลอาชีพต่าง ๆ ที่มีในสังคมใกล้ตัวหรือ
อาชพี ของครอบครัว จากการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยถ่ายโอนข้อมูลให้สัมพันธ์กับส่ือท่ีไม่ใช่ความ
เรียง ใช้ภาษาพูดสื่อสารเพื่อขอและให้ข้อมูลโดยให้เหตุผลประกอบ ยกตัวอย่างเก่ียว กับกิจกรรม
ประสบการณ์ และเหตุการณใ์ นท้องถน่ิ ทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ท้ังใน
สถานการณ์จริงและสถานการณ์จ้าลอง อันจะเป็นประโยชน์ในการประกอบอาชีพ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ข้อมูลข่าวสารของท้องถิ่นในรูปแบบต่าง ๆ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ มีวินัยใฝ่เรียนรู้ และ
มุง่ มนั่ ในการท้างาน
ผลการเรยี นรู้
1. พดู อธบิ าย เขยี นประโยค บทสนทนา และข้อความ ใหส้ ัมพันธ์กบั ส่อื ทไ่ี ม่ใช่ความเรียง รูปแบบ
ตา่ ง ๆ
2. คน้ คว้า สืบค้น บันทกึ สรปุ และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการ
เรยี นรู้ตา่ ง ๆ และนา้ เสนอด้วยการพูดและเขยี น
3. ใช้ภาษาญ่ีปุ่นส่ือสารในสถานการณ์จริง หรือสถานการณ์จ้าลองที่เกิดข้ึนในห้องเรียน
สถานศึกษา ชมุ ชน และสงั คม
4. ใช้ภาษาญ่ีปุ่นในการสืบค้น ค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์ และสรุปความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อ
และแหล่งการเรียนรตู้ า่ ง ๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชพี
5. เผยแพร่ หรอื ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชนและท้องถ่ิน หรือประเทศชาติ
เปน็ ภาษาญี่ปุ่น
รวม 5 ผลการเรียนรู้
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารงุ จังหวัดยะลา
ห น้ า | 405
คาอธบิ ายรายวิชา ภาษาจนี 1 รหสั วชิ า จ21201
รายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1
เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง (2 คาบ / สปั ดาห์) จานวน 1.0 หน่วยกติ
เข้าใจคาส่ัง คาขอรอ้ ง ภาษาท่าทาง และประโยคทใ่ี ชใ้ นชีวติ ประจาวนั และหลักการใช้ สัทอักษร
ได้ถูกต้อง สามารถการอ่านออกเสียง สัทอักษร กลุ่มคาและประโยคสั้น ๆ ได้ถูกต้องชัดเจน ตามหลักการ
ออกเสยี ง เพ่ือสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลโดยใช้สื่อนวัตกรรม ในการสื่อสารเพ่ือแสดงความต้องการ
ของตนและส่ิงต่าง ๆ รอบตัว ใช้ถ้อยคาง่าย ๆ ในการปฏิสัมพันธ์ การเข้าใจความแตกต่างระหว่างเสียง
สระ พยัญชนะ คา วลี ประโยคและข้อความ ระหว่างวัฒนธรรมจีนและวัฒนธรรมไทย เห็นประโยชน์ของ
การร้ภู าษาจนี เข้าใจเร่ืองเศรษฐกจิ พอเพยี ง และนาเรอื่ งการออมนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
ผลการเรยี นรู้
1. นักเรยี นสามารถอา่ น เขยี นและออกเสียงสัทอกั ษรได้
2. ใชค้ าศพั ท์ภาษาจนี เบ้อื งตน้ ในการฟงั พดู อ่านเขยี นได้
3. รแู้ ละเข้าใจความแตกต่างและเหมือนวฒั นธรรมไทย จีน
รวม 3 ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารงุ จงั หวดั ยะลา
ห น้ า | 406
คาอธิบายรายวชิ า ภาษาจนี 2 รหัสวชิ า จ21202
รายวิชาเพิม่ เติม กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 2
เวลาเรยี น 40 ชัว่ โมง (2 คาบ / สัปดาห์) จานวน 1.0 หน่วยกติ
เขา้ ใจคาสั่ง คาขอร้อง ภาษาท่าทาง และประโยคทใี่ ช้ในชวี ติ ประจาวัน และหลักการใช้ สัทอักษร
ได้ถูกต้อง สามารถการอ่านออกเสียง สัทอักษร กลุ่มคาและประโยคส้ัน ๆ ได้ถูกต้องชัดเจน ตามหลักการ
ออกเสียง โดยส่ือสารภาพและอธิบายได้จากบทสนทนาสั้นๆ ท่ีมีภาพประกอบนิทานและบทสนทนาส้ัน ๆ
ใช้ภาษาง่าย ๆ เพ่ือสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลโดยใช้ส่ือนวัตกรรม ในการสื่อสารเพื่อแสดงความ
ต้องการของตนและสง่ิ ต่าง ๆ รอบตัว ใชถ้ อ้ ยคางา่ ย ๆ ในการปฏิสัมพันธ์ รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณีและ
เทศกาลงานฉลองของจีน การเข้าใจความแตกต่างระหว่างเสยี งสระ พยัญชนะ คา วลี ประโยคและข้อความ
ระหว่างวัฒนธรรมจีนและวัฒนธรรมไทย เห็นประโยชน์ของการรู้ภาษาจีน เข้าใจเร่ืองเศรษฐกิจพอเพียง
และนาเรอื่ งการออมนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
ผลการเรยี นรู้
1. นักเรยี นสามารถอา่ น เขียนและออกเสียงสัทอักษรได้
2. ใช้ประโยคภาษาจนี เบ้อื งต้นในการฟัง พดู อา่ นเขยี นได้
3. รู้และเข้าใจความแตกตา่ งและเหมือนวัฒนธรรมไทย จนี
4. เขียนอกั ษรจนี ตามลาดับได้อยา่ งถกู ต้อง
รวม 4 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จงั หวดั ยะลา
ห น้ า | 407
คาอธบิ ายรายวิชา ภาษาจีน 3 รหสั วชิ า จ22201
รายวชิ าเพมิ่ เติม กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1
เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง (2 คาบ / สปั ดาห์) จานวน 1.0 หน่วยกติ
ศึกษาคาส่ัง คาขอร้อง ภาษาท่าทาง และประโยคท่ีใช้ในสถานการณ์ใกล้ตัว การอ่านออกเสียงสัท
อักษร คา กลุ่มคา ประโยคได้ถูกต้องคล่องแคล้วชัดเจน และเข้าใจหลักการใช้สัทอักษรได้ถูกต้อง
หลักการอ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว วิธีการเรียนภาษาจี น
ข้อมูลกิจวัตรประจาวัน กิจกรรมทางภาษา ความแตกต่างระหว่างภาษาจีน กับภาษาไทยในเรื่อง เสียง
สระ พยัญชนะ คา วลี ประโยค และข้อความ ประโยชน์ของการรู้ภาษาจีน กิจกรรมทางภาษาและ
วฒั นธรรม ถา่ ยทอด ความหมายของคา และกลุ่มคาที่เก่ยี วกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อื่น ใช้ภาษาต่างประเทศ
ตามสถานการณ์ต่าง ๆ เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพยี ง และนาเรื่องการใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์นาไปใช้ใน
ชวี ติ ประจาวัน
ผลการเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอา่ น เขยี นและออกเสยี งสทั อักษรได้
2. เขียนภาษาจนี ได้ถกู ต้องตามหลกั การเขียน
3. ใช้ประโยคภาษาจีนเบือ้ งตน้ ในการฟัง พูดอ่านเขยี นได้
4. เรียนรแู้ ละเขา้ ใจความแตกตา่ งและเหมอื นวัฒนธรรมไทย จนี
5. สามารถถา่ ยทอดกิจกรรมทางภาษา เปน็ ภาษาพูดและเขียนได้
รวม 5 ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
ห น้ า | 408
คาอธบิ ายรายวิชา ภาษาจีน 4 รหัสวิชา จ22202
รายวชิ าเพ่ิมเติม กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2
เวลาเรียน 40 ชั่วโมง (2 คาบ / สปั ดาห)์ จานวน 1.0 หน่วยกติ
ศึกษาคาส่ัง คาขอร้อง ภาษาท่าทาง และประโยคท่ีใช้ในสถานการณ์ใกล้ตัว การอ่านออกเสียงสัท
อักษร คา กลุ่มคา ประโยคได้ถูกต้องคล่องแคล้วชัดเจน และเข้าใจหลักการใช้สัทอักษรได้ถูกต้อง
หลักการอ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว วิธีการเรียนภาษาจีน
ข้อมูลกิจวัตรประจาวัน กิจกรรมทางภาษา ความแตกต่างระหว่างภาษาจีน กับภาษาไทยในเร่ือง เสียง
สระ พยัญชนะ คา วลี ประโยค และข้อความ ประโยชน์ของการรู้ภาษาจีน กิจกรรมทางภาษาและ
วัฒนธรรม ถา่ ยทอด ความหมายของคา และกลุ่มคาทีเ่ กีย่ วกบั กลมุ่ สาระการเรียนรู้อื่น ใช้ภาษาต่างประเทศ
ตามสถานการณต์ า่ ง ๆ เขา้ ใจเรอื่ งเศรษฐกิจพอเพียง และนาเรอ่ื งการใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์นาไปใช้ใน
ชีวติ ประจาวัน
ผลการเรียนรู้
1. นกั เรยี นสามารถอ่าน เขียนและออกเสียงสทั อักษรได้
2. เขียนภาษาจนี ได้ถูกต้องตามหลกั การเขียน
3. ใชป้ ระโยคภาษาจนี เบือ้ งต้นในการฟัง พูดอ่านเขียนได้
4. เรยี นรูแ้ ละเข้าใจความแตกตา่ งและเหมือนวัฒนธรรมไทย จนี
5. สามารถถ่ายทอดกิจกรรมทางภาษา เป็นภาษาพูดและเขียนได้
6. ใช้ประโยคสนทนาไดอ้ ย่างถูกตอ้ งไวยากรณ์และเหมาะสมตามสถานการณ์ได้
รวม 6 ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
ห น้ า | 409
คาอธบิ ายรายวชิ า ภาษาจีน 5 รหสั วชิ า จ23201
รายวชิ าเพ่ิมเติม กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1
เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง (2 คาบ / สปั ดาห)์ จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
อ่าน เขียน สัทอักษรโดยออกเสียงสระ กลุ่มคา และประโยคง่าย ๆ ได้ถูกต้อง เขียนอักษรจีน
ถูกต้องตามหลักการเขียน ใช้ทักษะภาษาจีนในการฟัง พูด อ่าน คาอธิบาย บทสนทนา ข้อความที่
เป็นความเรียงและไม่เป็นความเรียง ตลอดจนเข้าใจภาษาท่าทางในการสื่อสารตามสถานการณ์ต่าง ๆ
แลกเปล่ยี นนาเสนอข้อมลู ข่าวสาร ใช้ประโยคตามโครงสร้างไวยากรณ์ที่ใช้ส่ือความหมายตามบริบทต่าง ๆ
ในการสนทนา ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ และใช้ประโยคง่าย ๆ ได้ถูกต้อง รู้และเข้าใจ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เข้าใจ ตีความ ต่อข้อความ ข้อมูล เก่ียวกับเรื่องที่อยู่ในความสนใจเรียนรู้
เศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจาวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบุคคลและกาลเทศะและ
วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
ผลการเรยี นรู้
1. นักเรยี นสามารถอ่าน เขียนและออกเสียงสัทอักษรได้
2. เขยี นอกั ษรจนี ได้ถูกต้องตามหลักการเขยี น
3. ใชภ้ าษาจนี เบื้องตน้ ในการฟัง พดู อา่ น เขยี น ได้ถูกต้องตามหลัก
4. เรียกชอ่ื ขดี พ้ืนฐานในอกั ษรจีนไดถ้ กู ตอ้ ง
รวม 4 ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จงั หวดั ยะลา
ห น้ า | 410
คาอธิบายรายวิชา ภาษาจนี 6 รหัสวชิ า จ23202
รายวชิ าเพ่มิ เติม กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 2
เวลาเรยี น 40 ช่วั โมง (2 คาบ / สัปดาห์) จานวน 1.0 หน่วยกิต
อ่าน เขียน สัทอักษรโดยออกเสียงสระ กลุ่มคา และประโยคง่าย ๆ ได้ถูกต้อง ใช้ทักษะ
ภาษาจนี ในการฟงั พดู อ่าน เขียน คาอธิบาย บทสนทนา ข้อความที่เป็นความเรียงและไม่เป็น ความ
เรียง ตลอดจนเข้าใจภาษาท่าทางในการส่ือสารตามสถานการณ์ต่าง ๆ โต้ตอบใช้ประโยคตามโครงสร้าง
ไวยากรณท์ ่ใี ช้ส่อื ความหมายตามบริบทตา่ ง ๆ ในการสนทนา ทง้ั ทเี่ ป็นทางการและไม่เป็นทางการ และใช้
ประโยคง่าย ๆ ไดถ้ กู ต้อง ร้แู ละเขา้ ใจวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา เข้าใจ ตีความ และแสดงความคิดเห็น
ต่อขอ้ ความ ข้อมูล เกยี่ วกบั เรือ่ งท่ีอย่ใู นความสนใจในชวี ิตประจาวนั ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับ
บคุ คลและกาลเทศะ และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
ผลการเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอ่าน เขียนและออกเสยี งสัทอกั ษรได้
2. เขยี นอกั ษรจนี ไดถ้ กู ต้องตามตามหลกั การเขียน
3. ใชป้ ระโยคสนทนาไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งไวยากรณ์และเหมาะสมตามสถานการณ์ได้
4. รู้และเข้าใจวฒั นธรรมไทย - จนี
5. เรยี กชอ่ื ขีดพืน้ ฐานในอักษรจนี ได้ถูกตอ้ ง
รวม 5 ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จงั หวดั ยะลา
ห น้ า | 411
คาอธิบายรายวชิ า ภาษามลายูกลาง 1 รหสั วิชา ม21201
รายวิชาเพมิ่ เติม กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1
เวลาเรียน 40 ชวั่ โมง (2 คาบ / สัปดาห์) จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาการอ่านออกเสียงพยัญชนะ การสนทนา การทักทาย การแนะน้าตัวเอง การใช้ค้าสั่ง การ
พูด การเขียนบรรยาย วัฒนธรรมในการพูด ค้าศัพท์ในเทศกาลต่าง ๆ เปรียบเทียบพยัญชนะไทยกับ
พยัญชนะมลายู อวยั วะของรา่ งกาย จ้านวนนับ ความเป็นมาและความส้าคัญของภาษามลายู การใช้ภาษา
มลายูในการแนะนา้ สนทนาบอกเลา่ ต้ังคา้ ถาม การสืบคน้ ขอ้ มลู ความรจู้ ากสือ่ และแหลง่ เรียนรู้ต่าง ๆ
โดยใช้กระบวนการฟัง พูด อ่าน เขียน ท่องจ้า การค้นคว้า/สืบค้น รวบรวม บันทึกและแสดง
ความคิดโดยใช้กระบวนการต่าง ๆ
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการส่ือสาร มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ ใฝ่เรียนรู้ มีวินัย ซื้อสัตย์
กลา้ แสดงออก มุ่งมน่ั ในการท้างาน เพ่อื พัฒนาตนเองและสงั คม
ผลการเรียนรู้
1. อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว ประกาศและบทร้อยกรองส้ันๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น
2. พูดโตต้ อบด้วยค้าสัน้ ๆ งา่ ยๆ ในการส่ือสารระหว่างบคุ คล
3. พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง กจิ วตั รประจ้าวัน ประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมใกล้ตวั
4. พูดและท้าท่าทางประกอบตามวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
5. เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความเหมาะสม
6. ค้นคว้า บันทึกและแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ข้อมูลทเี่ ก่ียวขอ้ งกับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อื่นจาก
แหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ
7. สรุป แสดงความคิดเหน็ และนา้ เสนอข้อมลู ท่เี กยี่ วขอ้ งกับกลมุ่
8. ใช้ภาษาสอื่ สารในสถานการณ์จ้าลองทเ่ี กิดขึน้ ในห้องเรียนและสถานศึกษา
9. ใชภ้ าษาในชีวติ ประจา้ วนั ในสถานศกึ ษา
รวม 9 ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จงั หวัดยะลา
ห น้ า | 412
คาอธบิ ายรายวชิ า ภาษามลายูกลาง 2 รหัสวชิ า ม21202
รายวิชาเพมิ่ เติม กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2
เวลาเรียน 40 ช่วั โมง (2 คาบ / สปั ดาห)์ จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศกึ ษาการเขียนประโยค ใช้ประโยคแสดงความต้องการโดยการพูดและเขียนบรรยายวัฒนธรรม
ภาษามลายู เทศกาลส้าคัญของไทยและมลายู เครื่องหมายในทางคณิตศาสตร์ สีต่าง ๆ วันในสัปดาห์
ประเทศท่ีใช้ภาษามลายู ความส้าคัญของภาษามลายู และการใช้ภาษามลายูในการสืบค้นข้อมูลความรู้
จากส่อื และแหลง่ เรียนรตู้ ่าง ๆ
โดยใช้กระบวนการฟัง พูด อ่าน เขียน ท่องจ้า การค้นคว้า/สืบค้น รวบรวม บันทึกและแสดง
ความคดิ โดยใช้กระบวนการตา่ ง ๆ
เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการส่ือสาร มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ ใฝ่เรียนรู้ มีวินัย ซื้อสัตย์
กล้าแสดงออก มุง่ ม่นั ในการทา้ งาน เพอื่ พัฒนาตนเองและสังคม
ผลการเรียนรู้
1. ระบุเขียนประโยค และขอ้ ความใหส้ มั พนั ธ์กับส่ือท่ีไม่ใชค่ วามเรียงรปู แบบ
2. ใช้คา้ ส่งั ง่ายๆ ตามแบบท่ีฟัง
3. บอกความต้องการง่ายๆของตนเองตามแบบที่ฟงั
4. เขา้ รว่ มกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความเหมาะสม
5. เปรียบเทยี บความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเทศกาลทีส่ า้ คญั ๆของมลายูและไทย
6. ค้นควา้ บันทกึ และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ข้อมูลทเี่ กีย่ วข้องกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่นจาก
แหลง่ การเรียนรู้ตา่ ง ๆ
7. สรปุ แสดงความคดิ เห็น และนา้ เสนอข้อมลู ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อ่ืน ๆ จากแหล่ง
เรียนรู้อ่ืนดว้ ยการพดู และการเขยี น
8. ใชภ้ าษาต่างประเทศในการศึกษาข้อมูลความรู้จากส่ือ และแหล่งเรียนรตู้ า่ ง ๆ ในการศึกษาต่อ
และประกอบอาชีพ
9. ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบคน้ คน้ คว้า และสรปุ ความรู้ขอ้ มูลตา่ ง ๆ จากส่ือและแหล่ง
เรยี นรูต้ ่าง ๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชีพ
รวม 9 ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนคณะราษฎรบารุง จงั หวดั ยะลา
ห น้ า | 413
คาอธิบายรายวชิ า ภาษามลายูกลาง 3 รหัสวชิ า ม22201
รายวชิ าเพมิ่ เติม กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1
เวลาเรยี น 40 ชวั่ โมง (2 คาบ / สปั ดาห์) จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
ในภาษามลายแู ละภาษาไทย วฒั นธรรมการแตง่ กาย สีละ ดิเก บทกวี การใช้ภาษามลายู และค้า
เชญิ ชวนแนะนา้ โรงเรียน
โดยใช้กระบวนการฟัง พูด อ่าน เขียน ท่องจ้า การค้นคว้า/สืบค้น รวบรวม บันทึกและแสดง
ความคดิ โดยใช้กระบวนการต่าง ๆ
เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการสื่อสาร มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ ใฝ่เรียนรู้ มีวินัย ซ้ือสัตย์
กลา้ แสดงออก มุ่งมั่นในการทา้ งาน เพื่อพฒั นาตนเองและสังคม
ผลการเรยี นรู้
1. ปฏิบัติคา้ สงั่ คา้ ขอร้อง คา้ ช้แี จง คา้ แนะน้าง่ายๆท่ีฟังและอ่าน
2. ถามเส้นทางและสถานทสี่ า้ คัญต่าง ๆ
3. พดู และเขยี นแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับกิจกรรมหรือเรื่องต่าง ๆ ใกลต้ ัว พร้อมท้งั ใหเ้ หตุผล
สัน้ ๆประกอบ
4. พูดและทา้ ทา่ ทางประกอบตามวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
5. เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความเหมาะสม
6. เปรยี บเทียบความเหมอื นและความแตกตา่ งในการใช้คา้ ของภาษามลายแู ละภาษาไทย
7. ค้นควา้ บนั ทึกและแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับข้อมลู ทเ่ี กย่ี วข้องกับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อื่นจาก
แหล่งการเรียนร้ตู า่ ง ๆ
8. สรปุ แสดงความคิดเหน็ และน้าเสนอข้อมูลท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั กล่มุ สาระการเรยี นรู้อน่ื จากแหล่ง
เรยี นรอู้ ื่นดว้ ยการพูดและการเขียน
9. ใช้ภาษาส่อื สารในสถานการณ์จรงิ /จา้ ลองท่ีเกดิ ข้นึ ในห้องเรียนและสถานศึกษา
10. ใชภ้ าษาเพ่ือประชาสมั พันธ์ในสถานการณ์จริง/จา้ ลองท่ีเกดิ ขึน้ ในหอ้ งเรียน สถานศกึ ษาและ
ชุมชน
รวม 10 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนคณะราษฎรบารุง จงั หวัดยะลา
ห น้ า | 414
คาอธิบายรายวชิ า ภาษามลายูกลาง 4 รหสั วิชา ม22202
รายวชิ าเพิ่มเติม กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 2
เวลาเรยี น 40 ชัว่ โมง (2 คาบ / สปั ดาห์) จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาการเขียนประโยคในการส่ือสารในชีวติ ประจ้าวนั ประโยคขอร้อง การพดู การเขียนบรรยาย
การสรุปใจความส้าคัญ ค้าศัพท์เก่ียวกับเทศกาลส้าคัญ บทเพลงมลายู วัฒนธรรมอาหาร การแต่งกาย
การใชภ้ าษามลายู คา้ เชญิ ชวนแนะนา้ โรงเรยี นและสังคมมลายู
โดยใช้กระบวนการฟัง พูด อ่าน เขียน ท่องจ้า การค้นคว้า/สืบค้น รวบรวม บันทึกและแสดง
ความคดิ โดยใชก้ ระบวนการต่าง ๆ
เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการสื่อสาร มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่เรียนรู้ มีวินัย ซ้ือสัตย์
กล้าแสดงออก ม่งุ ม่นั ในการทา้ งาน เพ่อื พฒั นาตนเองและสังคม
ผลการเรียนรู้
1. เลือกประโยค และข้อความให้สมั พันธก์ บั ชีวิตประจ้าวนั
2. พดู โต้ตอบดว้ ยค้าสง่ั ส้นั ๆ ง่ายๆ ในการสอ่ื สารระหว่างบุคคล
3. พูด ขอ และให้ข้อมูลง่ายๆเก่ียวกับตนเองตามแบบที่ฟงั
4. พดู และเขยี นบรรยายและสรุปใจความสา้ คญั เก่ยี วกับกจิ วัตรประจา้ วัน ประสบการณ์
วเิ คราะหเ์ ร่อื งท่กี ้าหนด ข่าวสาร เหตกุ ารณท์ ี่อยูใ่ นความสนใจ
5. บอกช่ือและค้าศัพท์ของเทศกาลสา้ คัญ ๆ ของเจ้าของภาษา
6. เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความเหมาะสม
7. เปรียบเทยี บความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชวี ิตความเปน็ อย่แู ละวฒั นธรรมของมลายู
และไทย
8. ค้นควา้ บันทึกและแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับข้อมูลที่เกี่ยวขอ้ งกับกลุม่ สาระการเรยี นรู้อ่ืนจาก
แหลง่ การเรยี นร้ตู ่าง ๆ
รวม 8 ผลการเรียนรู้
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จังหวัดยะลา
ห น้ า | 415
คาอธิบายรายวชิ า ภาษามลายูกลาง 5 รหัสวิชา ม23201
รายวชิ าเพ่มิ เติม กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 1
เวลาเรียน 40 ช่ัวโมง (2 คาบ / สัปดาห)์ จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษาการเขียนประโยคเก่ียวกับตนเอง และครอบครัว การส่ือสาร การพูดโต้ตอบ การพูดค้า
ขอร้อง มารยาทในการพูด และแสดงท่าทาง บทเพลงประกอบ เร่ืองสนั้ การ์ดอวยพร
โดยใช้กระบวนการฟัง พูด อ่าน เขียน ท่องจ้า การค้นคว้า/สืบค้น รวบรวม บันทึกและแสดง
ความคดิ โดยใชก้ ระบวนการต่าง ๆ
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการส่ือสาร มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่เรียนรู้ มีวินัย ซื้อสัตย์
กลา้ แสดงออก มุ่งม่ันในการท้างาน เพื่อพัฒนาตนเองและสังคม
ผลการเรียนรู้
1. ระบุ และเขยี นสื่อที่ไม่ใช่ความเรยี งรปู แบบตา่ ง ๆ ใหส้ มั พันธ์กบั ประโยค และข้อความท่ีอ่าน
หรอื ฟัง
2. พูดโต้ตอบด้วยคาส้ันๆ งา่ ยๆ ในการสอ่ื สารระหวา่ งยุคคลตามแบบท่ีฟัง
3. แสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับกจิ กรรมประสบการณ์ทัว่ ไปในท้องถนิ่ สังคมและโลก พร้อมท้ังให้
เหตผุ ลและยกตัวอยา่ งประกอบ
4. พูดและแสดงทาทา่ ทางประกอบตามมารยาทสังคม วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
5. เขา้ ร่วมและจัดกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความเหมาะสม
6. เปรียบเทยี บความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งการออกเสยี งประโยคชนิดต่าง ๆ และการ
ลาดบั คา
7. ค้นควา้ บนั ทึกและแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับข้อมลู ท่เี ก่ยี วขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืนจาก
แหลง่ การเรียนรู้ตา่ ง ๆ
8. สรปุ แสดงความคดิ เห็น และนาเสนอข้อมูลทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรียนรู้อืน่ จากแหลง่
เรียนรู้อ่นื ดว้ ยการพูดและการเขียน
9. ใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จรงิ /จาลองท่เี กดิ ขน้ึ ในห้องเรียนและสถานศึกษา ชมุ ชนและ
สงั คม
10. ใช้ภาษาเพื่อประชาสมั พนั ธใ์ นสถานการณจ์ รงิ /จาลองท่เี กิดขึ้นในหอ้ งเรียน สถานศกึ ษา ชุมชน
และสงั คม
รวม 10 ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารงุ จังหวดั ยะลา
ห น้ า | 416
คาอธบิ ายรายวิชา ภาษามลายูกลาง 6 รหสั วชิ า ม23202
รายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2
เวลาเรียน 40 ชัว่ โมง (2 คาบ / สัปดาห์) จานวน 1.0 หน่วยกติ
ศึกษาความเป็นอยู่ในชีวิตประจ้าวัน การพุดแดสงความรู้สึกนึกคิด เทศกาลวันส้าคัญของมลายู
บทกลอน และบทสนทนา วัฒนธรรมการละเล่น เรื่องสั้น การ์ดอวยพร การใช้ภาษามลายูในการค้นคว้า
แหล่งเรียนรตู้ า่ ง ๆ การประชาสัมพันธ์ ข้อมูลขา่ วสารของโรงเรียน ชมุ ชน ทอ้ งถิน่
โดยใช้กระบวนการฟัง พูด อ่าน เขียน ท่องจ้า การค้นคว้า/สืบค้น รวบรวม บันทึกและแสดง
ความคดิ โดยใชก้ ระบวนการต่าง ๆ
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการส่ือสาร มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่เรียนรู้ มีวินัย ซื้อสัตย์
กล้าแสดงออก มุ่งม่ันในการทา้ งาน เพ่ือพฒั นาตนเองและสงั คม
ผลการเรียนรู้
1. บอกใจความส้าคญั สื่อ และเหตุการณใ์ นชีวิตประจ้าวนั
2. บอกเกยี่ วกบั ความรูส้ ึกของตนเองและส่งิ ตา่ ง ๆ ใกล้ตัว
3. มสี ว่ นร่วมในกิจกรรมท่ัวไป ทอ้ งถ่นิ สังคม และโลก
4. ตอบค้าถามเก่ยี วกับเทศกาล วันสา้ คัญ และงานเฉลิมฉลองของเจ้าของภาษา
5. เปรยี บเทียบความเหมอื นและความแตกตา่ งระหว่างชีวติ ความเป็นอยูแ่ ละวัฒนธรรมมลายูและ
วัฒนธรรมไทย
6. สบื ค้น บนั ทกึ และแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั ข้อมูลที่เก่ียวขอ้ งกบั ภาษามลายู
7. สรปุ และน้าเสนอข้อมลู ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ภาษามลายู
8. ใชภ้ าษามลายใู นการส่อื สารในสถานการณจ์ ิรง และสถานการณ์จ้าลอง
9. ใช้ภาษามลายูในการสืบค้น ค้นคว้า รวบรวม จากส่ือและสรุปความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ ในการ
ประกอบอาชพี และศึกษาต่อ
10. ใช้ภาษามลายใู นการเผยแพร่ ประชาสัมพนั ธ์ ข้อมลู ขา่ วสารต่าง ๆ ในการประกอบอาชีพและ
ศึกษาต่อ
รวม 10 ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารงุ จังหวัดยะลา
ห น้ า | 417
ส่วนที่ 4
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนคณะราษฎรบารุง จงั หวดั ยะลา
ห น้ า | 418
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นกิจกรรมท่ีมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเอง
ตามศักยภาพ พฒั นาอย่างรอบด้านเพ่ือความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม
เสรมิ สรา้ งใหเ้ ป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพ่ือ
สังคม สามารถจัดการตนเองได้และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมุ่งพัฒนาผู้เรียน
ให้ใช้องคค์ วามรู้ ทักษะและเจตคติ จากการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และประสบการณ์ของผู้เรียนมา
ปฏิบัติกิจกรรมเพ่ือช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสาคัญ ได้แก่ ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถใน
การคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ได้แก่ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทางาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ
เกิดทักษะการทางาน และอยู่รว่ มกบั ผูอ้ น่ื ในสังคมไดอ้ ย่างมีความสุขในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก
โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จังหวัดยะลา ได้จัดกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น โดยแบง่ เป็น 3 ลักษณะ ดังนี้
1. กจิ กรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของนักเรียนให้เหมาะสมตาม
ความแตกต่างระหว่าง บุคคล สามารถค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตน เสริมสร้างทักษะชีวิต วุฒิภาวะทาง
อารมณ์ การเรียนรู้ ในเชิงพหุปัญญาและการสร้างสัมพันธภาพท่ีดี นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้
ผู้เรียนรู้จักตนเอง รู้จักสิ่งแวดล้อม สามารถคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผน
ชีวิตท้ังด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากน้ียังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจ
ผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมท่ีช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียนด้วย โดย
โรงเรียนจดั ให้นกั เรียนทุกคนรว่ มกิจกรรมแนะแนว 1 ช่ัวโมงต่อสัปดาห์ ตลอดเวลา 3 ปี ทั้งชั้นมัธยมศึกษา
ตอนตน้ และชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย รวมกิจกรรมแนะแนว 20 ช่ัวโมงตอ่ ภาคเรยี น
2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้มีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นา
ผู้ตามท่ีดี ความรับผิดชอบ การทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล
การชว่ ยเหลอื แบ่งปนั เออื้ อาทรและสมานฉนั ท์ โดยจดั ให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความ
สนใจของผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติ
ตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทางาน เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและ
สอดคลอ้ งกับวฒุ ภิ าวะของผู้เรียน บริบทของสถานศึกษาและท้องถ่นิ กิจกรรมนกั เรียน ประกอบด้วย
2.1 กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บาเพ็ญประโยชน์ และนักศึกษาวิชาทหาร
โรงเรียนจัดให้นักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนต้นชายทุกคนเลอื กกิจกรรมลูกเสือ และเปิดโอกาสให้นักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาตอนต้นหญิงเลือกกิจกรรมเนตรนารี ยุวกาชาด หรือผู้บาเพ็ญประโยชน์คนละ 1 กิจกรรม โดย
ตอ้ งรว่ มกจิ กรรมดังกล่าว 1 ชวั่ โมงตอ่ สัปดาหต์ อ่ เน่ืองกนั ตลอดทง้ั 3 ปี รวม 20 ชั่วโมงต่อภาคเรียน สาหรับ
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนคณะราษฎรบารุง จังหวดั ยะลา
ห น้ า | 419
กิจกรรมนกั ศึกษาวชิ าทหารให้นักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลายทงั้ ชายและหญิงสมัครเรียนตามความสนใจ
เวลาเรียนเป็นไปตามทโี่ รงเรียนกาหนด
2.2 กิจกรรมชุมนุม เป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมศักยภาพนักเรียนท่ีสอดคล้องกับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามความสนใจของนักเรียน โรงเรียนจัดให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ตอนตน้ และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเลือกกิจกรรมชุมนุมตามความสนใจคนละ 1 กิจกรรมตลอด
ปีการศึก รวมกิจกรรมชุมนมุ 20 ชวั่ โมงตอ่ ภาคเรยี น
3. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็น
ประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถ่ินตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ
ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม และการมีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรม
สร้างสรรค์สังคม โดยนักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ระดับชั้น
มธั ยมศกึ ษาตอนต้น รวม 3 ปี จานวน 45 ชวั่ โมง และระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 3 ปี จานวน 60
ช่ัวโมง
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ท้ัง 3
ลักษณะ คอื กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เม่ือผู้เรียน
ได้ปฏิบัติกิจกรรมแล้วนาไปสู่เป้าหมายเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ของ
ผเู้ รียนตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 มคี วาม สัมพนั ธเ์ ชือ่ มโยงกนั ดังภาพ
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารงุ จังหวัดยะลา
ห น้ า | 420
หลักการ
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียนมหี ลักการสาคัญ ดงั น้ี
1. มเี ปา้ หมายของการจดั กจิ กรรมทีช่ ัดเจน เปน็ รปู ธรรม และครอบคลมุ ผู้เรียนทุกคน
2. เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองอย่างรอบด้านเต็มตามศักยภาพตามความ สนใจ ความ
ถนัด ความต้องการ เหมาะสมกบั วยั และวฒุ ภิ าวะ
3. เป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังและส่งเสริมจิตสานึกในการบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ ต่อสังคมใน
ลกั ษณะต่าง ๆ ทีส่ อดคลอ้ งกบั วิถีชวี ติ ประเพณี และวัฒนธรรมอยา่ งต่อเนือ่ งและ สม่าเสมอ
4. เป็นกจิ กรรมท่ียดึ หลกั การมีส่วนร่วม โดยเปดิ โอกาสใหค้ รู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้นาชุมชน ปราชญ์
ชาวบา้ น องค์กร และหน่วยงานอื่น มีส่วนร่วมในการจดั กิจกรรม
เป้าหมาย
การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมุ่งส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนใช้ความรู้ ทักษะ และ ประสบการณ์
จากการเรียนรไู้ ปพัฒนาตนเองให้เกดิ สมรรถนะสาคัญ 5 ประการ ได้แก่
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
และมุ่งให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐานพทุ ธศักราช 2551 ได้แก่
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซ่ือสัตยส์ ุจรติ
3. มีวนิ ยั
4. ใฝเ่ รียนรู้
5. อยอู่ ย่างพอเพียง
6. มุ่งมน่ั ในการทางาน
7. รักความเป็นไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนคณะราษฎรบารุง จังหวดั ยะลา
ห น้ า | 421
ขอบขา่ ยกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จังหวดั ยะลา จดั กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียนให้หลากหลายตามแนวหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ดังนี้
1. เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้กว้างขวางลึกซึ้งย่ิงขึ้น ในลักษณะ
เป็นกระบวนการเชิงบรู ณาการโดยยึดหลกั คุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนสามารถ บูรณาการระหว่างกิจกรรม
แนะแนว กจิ กรรมนักเรียน และกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
2. เป็นกิจกรรมที่ตอบสนองความสนใจ ความถนัด และความต้องการของผู้เรียนตาม ความ
แตกต่างระหว่างบุคคล เน้นการให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของวิชาความรู้ อาชีพ และการดาเนินชีวิต ที่ดีงาม
ตลอดจนเหน็ แนวทางในการศึกษาตอ่ และการประกอบอาชีพ
3. เป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังและส่งเสริมจิตสานึกการทาประโยชน์ต่อสังคมในลักษณะ ต่าง ๆ
สนับสนุนค่านิยมที่ดีงามและเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้น
พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
4. เป็นกิจกรรมทีฝ่ กึ การทางานและการให้บริการด้านต่าง ๆ ท้ังที่เป็นประโยชน์ ต่อตนเองและต่อ
ส่วนรวม เพื่อเสริมสร้างความมีน้าใจ ความเอ้ืออาทร ความเป็นพลเมืองดี และ ความรับผิดชอบต่อตนเอง
ครอบครวั และสงั คม
โครงสร้างการจดั กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
การจัดสรรเวลาของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้เป็นไปตามโครงสร้างเวลาของหลักสูตร และผู้เรียน
ต้องได้รับการพัฒนาและฝึกปฏิบัติ กิจกรรมท้ัง 3 ลักษณะ อย่างสม่าเสมอและต่อเน่ืองทุกปีจนจบ
การศกึ ษาตามหลักสูตรแกนกลาง การศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ดังตารางตอ่ ไปน้ี
กจิ กรรม เวลา (ชั่วโมง)
ระดับช้ันมธั ยมศึกษาตอนตน้ ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
1. กจิ กรรมแนะแนว ม.1 ม.2 ม.3 ม.4 ม.5 ม.6
2. กจิ กรรมนักเรียน 40 40 40 40 40 40
- ลูกเสือ เนตรนารี 40 40 40 กิจกรรมเพ่ือบาเพญ็ ประโยชน*์ **
ยวุ กาชาด ผู้บาเพ็ญประโยชน์ 120
- นักศกึ ษาวิชาทหาร*
- ชมุ นุม - - - 40 40 40
3. กิจกรรมเพือ่ สังคมและ 40 40 40 40 40 40
สาธารณประโยชน*์ *
15 15 15 20 20 20
รวม
120 120 120 120 120 120
360 360
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
ห น้ า | 422
หมายเหตุ
* นกั เรยี นระดบั ชั้น ม.ปลาย เลอื กกจิ กรรมนกั ศกึ ษาวิชาทหารดว้ ยความสมคั รใจ
** กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ บรู ณาการในกิจกรรมแนะแนว / ชมุ นุม / ลูกเสอื ,
เนตรนารี ยวุ กาชาด ผูบ้ าเพญ็ ประโยชน์ นกั ศกึ ษาวชิ าทหาร / กิจกรรมอน่ื ๆ ของโรงเรยี น
*** กิจกรรมเพื่อบาเพ็ญประโยชน์ เป็นหนึ่งในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่มุ่งให้นักเรียนตระหนักถึง
คุณค่าของการเสียสละต่อส่วนรวม และการร่วมมือกันสร้างสิ่งท่ีดีงามให้กับสังคม เป็นผู้นาและผู้ตามท่ีดี
มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสังคม ฝึกใจให้มคี ณุ ธรรมพร้อมตอบแทนคุณของบ้านเมือง ตามความสามารถของตน
อย่างต่อเน่ือง
การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
การประเมนิ การจัดกิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551 เป็นการประเมินโดยผู้เรียนต้องมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงาน/ชิ้นงาน/
คณุ ลกั ษณะผา่ นการประเมนิ ตามเกณฑ์ที่สถานศกึ ษากาหนด
หลักการ
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ เป็นการประเมินการปฏิบัติกิจกรรมหรือผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะของผู้เรียน เป็นระยะอย่าง
ต่อเน่ือง มุ่งเน้นให้ผู้เรียนค้นหาศักยภาพของตน สะท้อนแนวคิดจากการปฏิบัติ กิจกรรม การทางานกลุ่ม
และการมจี ิตสาธารณะ โดยให้ทุกฝ่ายท่เี กย่ี วข้องมสี ่วนรว่ มในการประเมิน
แนวทางการประเมิน
การประเมินกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน มีแนวทางในการประเมินตามแผนภาพ ดงั นี้
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จงั หวดั ยะลา
ห น้ า | 423
การประเมินกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
การประเมนิ การจัดกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 เป็นการประเมินโดยผู้เรียนต้องมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงาน/ช้ินงาน/
คณุ ลักษณะผา่ นการประเมินตามเกณฑ์ทสี่ ถานศกึ ษากาหนด
หลกั การ
การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
เป็นการประเมินการปฏิบัติกิจกรรมหรือผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะของผู้เรียนเป็นระยะอย่างต่อเน่ือง
มงุ่ เนน้ ให้ผู้เรียนค้นหาศักยภาพของตนสะท้อนแนวคิดจากการปฏิบัติกิจกรรมการทางานกลุ่มและการมีจิต
สาธารณะ โดยใหท้ กุ ฝ่ายท่ีเกีย่ วข้องมสี ่วนร่วมในการประเมิน
แนวทางการประเมิน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน มแี นวทางในการประเมินตามแผนภาพ ดังน้ี
โรงเรยี นได้กาหนดแนวทางในการประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนไว้ 2 ประการ คอื การประเมิน
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนรายกิจกรรม และการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นเพื่อการตดั สิน
1. การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนรายกิจกรรม
การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนรายกิจกรรมมีแนวปฏบิ ตั ิ ดังนี้
1.1 ตรวจสอบเวลาเขา้ รว่ มกิจกรรมของผ้เู รียนใหเ้ ปน็ ไปตามเกณฑ์ ที่โรงเรียนกาหนด
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
ห น้ า | 424
1.2 ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะของ
ผเู้ รยี นตามเกณฑ์ท่ีโรงเรียนกาหนดดว้ ยวธิ ีการทหี่ ลากหลาย เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เก่ียวข้องในการปฏิบัติ
กจิ กรรม
1.3 ผู้เรียนท่ีมีเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม มีการปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะ
ตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกาหนด เป็นผู้ผ่านการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรายกิจกรรม และนาผลการ
ประเมินไปบนั ทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรยี น
1.4 ผู้เรียนที่มีผลการประเมินไม่ผ่านในเกณฑ์ เวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติ กิจกรรมและ
ผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามท่ีโรงเรียนกาหนด ครูหรือผู้รับผิดชอบต้องดาเนินการซ่อมเสริมและ
ประเมินจนผ่าน ท้ังน้ีควรดาเนินการให้เสร็จส้ินในปีการศึกษานั้น ๆ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลพินิจ
ของสถานศกึ ษา
2. การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นเพอ่ื การตดั สนิ
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อตัดสินเล่ือนช้ันและจบระดับการศึกษาเป็นการประเมินการ
ผ่านกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนเป็นรายภาค เพ่ือสรุปผลการผ่านในแต่ละกิจกรรม สรุปผลรวมเพ่ือเล่ือนช้ันและ
ประมวลผลรวมในปี สดุ ท้ายเพอื่ การจบแต่ละระดบั การศกึ ษา โดยการดาเนนิ การดังกล่าวมีแนวปฏิบตั ิดงั นี้
2.1 กาหนดให้มผี ้รู ับผดิ ชอบในการรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั การรว่ มกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนของผเู้ รียน
ทุกคนตลอดระดบั การศึกษา
2.2 ผู้รับผิดชอบสรุปและตัดสินผลการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตาม
เกณฑ์ท่ีโรงเรียนกาหนด เกณฑ์การจบแต่ละระดับการศึกษาท่ีโรงเรียนกาหนดน้ัน ผู้เรียนจะต้องผ่าน
กิจกรรม 3 กิจกรรมสาคัญดังน้ี
2.2.1 กิจกรรมแนะแนว
2.2.2 กจิ กรรมนกั เรยี น ได้แก่
1) กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บาเพ็ญประโยชน์ และนักศึกษาวิชา
ทหาร โดยเลอื กเพยี ง 1 กิจกรรม
1) กจิ กรรมชมุ นมุ
2.2.3 กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
2.3 ผ้รู ับผดิ ชอบเสนอผลการประเมนิ ต่อหวั หน้ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนเพอ่ื ให้ความเหน็ ชอบ
2.4 ผู้รับผิดชอบเสนอผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณาเพ่ืออนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนา
ผเู้ รยี นผ่านเกณฑ์การจบแตล่ ะระดับการศึกษา
หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารงุ จังหวดั ยะลา
ห น้ า | 425
เกณฑก์ ารตัดสิน
ผู้เรียนจะต้องได้รับการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและผ่านเกณฑ์ตามที่โรงเรียนกาหนด โดย
กาหนดเกณฑใ์ นการประเมินอย่างเหมาะสมดังน้ี
1. กาหนดคุณภาพหรือเกณฑ์ ในการประเมินตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานกาหนด
ไว้ 2 ระดบั คอื ผ่านและไมผ่ ่าน
2. กาหนดประเด็นการประเมินให้สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ในแต่ละกิจกรรมและกาหนดเกณฑ์
การผ่านการประเมนิ ดังน้ี
2.1 เกณฑก์ ารตดั สินผลการประเมนิ รายกจิ กรรม
ผา่ น หมายถึง ผูเ้ รียนมเี วลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏบิ ัติกิจกรรมและมี
ผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลกั ษณะตามเกณฑท์ โ่ี รงเรยี นกาหนด
ไมผ่ ่าน หมายถึง ผู้เรียนมเี วลาเข้าร่วมกจิ กรรมไมค่ รบตามเกณฑ์ ไมผ่ า่ นการ
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมหรือมผี ลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะไม่เปน็ ไปตามเกณฑท์ ี่โรงเรียนกาหนด
2.2 เกณฑ์การตัดสินผลการประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียนรายภาค
ผา่ น หมายถงึ ผู้เรียนมีผลการประเมินระดับ “ผ่าน” ในกิจกรรมสาคัญท้ัง 3
ลักษณะ คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรม
เพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์
ไม่ผา่ น หมายถึง ผู้เรียนมีผลการประเมินระดับ “ไม่ผ่าน” ในกิจกรรมสาคัญ
กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งจาก 3 ลักษณะคือ กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนักเรยี น กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
2.3 เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนเพ่อื จบระดบั การศึกษา
ผา่ น หมายถงึ ผู้เรียนมีผลการประเมินระดับ “ผ่าน” ทุกชั้นปีในระดับ
การศึกษานนั้
ไมผ่ ่าน หมายถงึ ผู้เรียนมีผลการประเมินระดับ “ไม่ผ่าน” บางช้ันปี ในระดับ
การศกึ ษานนั้
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารงุ จังหวดั ยะลา
ห น้ า | 426
กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของนักเรียนให้เหมาะสมตามความ
แตกต่างระหว่าง บุคคล สามารถค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตน เสริมสร้างทักษะชีวิต วุฒิภาวะทางอารมณ์
การเรียนรู้ ในเชิงพหุปัญญาและการสร้างสัมพันธภาพท่ีดี นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จัก
ตนเอง รู้จักสิ่งแวดล้อม สามารถคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้ังด้านการ
เรียนและอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ท้ังยังเป็น
กิจกรรมท่ีช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียนด้วย โดยโรงเรียนจัดให้
นักเรียนทุกคนร่วมกิจกรรมแนะแนว 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตลอดเวลา 3 ปี ท้ังชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและช้ัน
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย รวมกจิ กรรมแนะแนว 20 ชัว่ โมงตอ่ ภาคเรียน
กิจกรรมแนะแนวมขี อบข่ายของกจิ กรรม 3 ดา้ น คอื
1.1 กิจกรรมแนะแนวด้านการศึกษา มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองในด้านการเรียนอย่างเต็มตาม
ศักยภาพ รู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนการเรียน การศึกษาต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ มี
เทคนิค วิธีการและทักษะการเรียนรู้ มีนิสัยใฝ่รู้ ใฝ่เรียน และสามารถวางแผนการเรียน การศึกษาต่อได้อย่าง
เหมาะสมกบั ตนเอง
1.2 กจิ กรรมแนะแนวด้านการงานและอาชีพ มุ่งให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเองในทุกด้านรู้โลกของงานอาชีพ
อย่างหลากหลาย มเี จตคตทิ ่ดี แี ละทักษะพืน้ ฐานทจ่ี าเปน็ ในอาชีพ มกี ารเตรยี มตัวสอู่ าชพี ตลอดจนมีการพัฒนา
งานอาชพี ตามทีต่ นเองถนัดและสนใจ
1.3 กิจกรรมด้านชีวิตและสังคม มุ่งให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าในตนเองและ
ผู้อื่น มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีเจตคติท่ีดีต่อการมีชีวิตท่ีดีมีคุณภาพ มีทักษะในการดาเนินชีวิต และสามารถ
ปรบั ตวั ใหด้ ารงชีวติ อยใู่ นสงั คมได้อยา่ งมคี วามสุข
แนวการจดั กจิ กรรมแนะแนว
1. สารวจสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจ และธรรมชาตขิ องผูเ้ รียน
2. ศึกษาวิสัยทัศนข์ องสถานศกึ ษาและวเิ คราะหข์ ้อมลู ของผู้เรียนท่ไี ด้จากการสารวจ
3. กาหนดสดั ส่วนสาระของกจิ กรรมในแตล่ ะดา้ น
4. กาหนดแผนการปฏิบตั ิกจิ กรรมแนะแนว
5. การจัดทารายละเอยี ดของแตล่ ะกจิ กรรม
6. ปฏิบตั ิตามแผน วัดและประเมินผล และสรปุ รายงาน
เกณฑ์การประเมิน
1. เวลาเข้ารว่ มกิจกรรม ตลอดภาคเรยี นไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 80 ของเวลาทากจิ กรรมทั้งหมด
2. การปฏิบตั กิ จิ กรรม
3. ผลงาน / ชิ้นงาน / คณุ ลักษณะของผู้เรยี น
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จงั หวดั ยะลา
ห น้ า | 427
ผลการประเมนิ
1. ปฏิบัตติ ามเกณฑก์ ารประเมินได้ผลผ่าน “ผ” ส่งผลการประเมนิ
2. ไม่ปฏบิ ตั ิตามเกณฑ์การประเมนิ ได้ผลไม่ผ่าน “มผ” จัดกิจกรรมซอ่ มเสรมิ
กจิ กรรมนักเรียน
กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้มีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นา ผู้
ตามท่ีดี ความรบั ผดิ ชอบ การทางานร่วมกนั การร้จู กั แก้ปัญหา การตดั สินใจท่เี หมาะสม ความมีเหตุผล การ
ช่วยเหลือแบ่งปัน เอื้ออาทรและสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความ
สนใจของผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกข้ันตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติ
ตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทางาน เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและ
สอดคล้องกับวฒุ ภิ าวะของผ้เู รยี น บริบทของสถานศึกษาและทอ้ งถน่ิ กิจกรรมนักเรยี น ประกอบด้วย
กจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี ยุวกาชาด ผบู้ าเพ็ญประโยชน์ และนักศกึ ษาวชิ าทหาร โรงเรียนจัดให้
นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาตอนต้นชายทุกคนเลือกกิจกรรมลูกเสือ และเปิดโอกาสให้นักเรียนช้ันมัธยมศึกษา
ตอนต้นหญิงเลือกกิจกรรมเนตรนารี ยุวกาชาด หรือผู้บาเพ็ญประโยชน์คนละ 1 กิจกรรม โดยต้องร่วม
กิจกรรมดังกล่าว 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อเนื่องกันตลอดทั้ง 3 ปี รวม 20 ชั่วโมงต่อภาคเรียน สาหรับ
กจิ กรรมนักศกึ ษาวชิ าทหารใหน้ กั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลายทัง้ ชายและหญงิ สมัครเรียนตามความสนใจ
เวลาเรยี นเป็นไปตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
กิจกรรมชุมนุม เป็นกิจกรรมเพ่ือส่งเสริมศักยภาพนักเรียนที่สอดคล้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ท้ัง
8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามความสนใจของนักเรียน โรงเรียนจัดให้นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาตอนต้นและ
นกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาตอนปลายเลือกกิจกรรมชมุ นมุ ตามความสนใจคนละ 1 กจิ กรรมตลอดปีการศึก รวม
กจิ กรรมชมุ นุม 20 ช่วั โมงต่อภาคเรียน
แนวการจดั กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี
กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี มีแนวทางการจัดกิจกรรมตามวิธีการลูกเสือ ซึ่งมีองค์ประกอบ 7
ประการ
1. คาปฏิญาณและกฎถือเป็นหลักเกณฑ์ท่ีลูกเสือทุกคนให้คามั่นสัญญา ว่าจะปฏิบัติตามกฎของ
ลกู เสอื
2. เรียนรู้จากการกระทา เปน็ การพฒั นาส่วนบคุ คล ความสาเร็จหรอื ไม่สาเรจ็ ของผลงานอยู่ท่ีการ
กระทาของตนเอง
3. ระบบหมู่ เป็นรากฐานอันแท้จริงของลูกเสือเป็นพ้ืนฐานในการอยู่ร่วมกัน การยอมรับซ่ึงกัน
และกัน การแบ่งหน้าท่ีความรับผิดชอบ การช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน เป็นการเรียนรู้การใช้
ประชาธิปไตยเบือ้ งต้น
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จังหวดั ยะลา
ห น้ า | 428
4. การใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ฝึกให้มีความเป็นหนึ่งเดียวในการเป็นสมาชิกลูกเสือ เนตรนารีด้วย
การใชส้ ัญลกั ษณร์ ว่ มกัน ได้แก่ เคร่ืองแบบ เคร่ืองหมาย การทาความเคารพ รหัส คาปฏิญาณ
กฎ คติพจน์ คาขวัญ ธง เป็นตน้
5. การศึกษาธรรมชาติ คือสิง่ สาคัญอนั ดับหนงึ่ ในกิจกรรมลูกเสือ ธรรมชาติอันโปร่งใสตามชนบท
ปา่ เขา ป่าละเมาะ และพุ่มไม้ เป็นท่ีปรารถนาอยา่ งยงิ่ ในการไปทากจิ กรรม กับธรรมชาติ
6. ความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมต่าง ๆ ท่ีจัดให้เด็กทาต้องให้มีความก้าวหน้า
และดึงดูดใจ สร้างให้เกิดความกระตือรือร้น อยากท่ีจะทาและวัตถุประสงค์ในการจัดแต่ละ
อย่างใหส้ ัมพันธ์กับความหลากหลายในการพัฒนาตนเอง
7. การสนับสนุนโดยผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เป็นผู้ช้ีแนะทางที่ถูกต้องให้แก่เด็กเพ่ือให้เขาเกิดความมั่นใจใน
การทจี่ ะตดั สินใจกระทาสิง่ ใดลงไป
แนวการจัดกจิ กรรมยุวกาชาด
การจัดกิจกรรมยุวกาชาดประกอบด้วย 4 กลุม่ กจิ กรรม คือ
1. กลุม่ กิจกรรมกาชาดและยุวกาชาด เป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้สมาชิกยุวกาชาดมีความรู้ ความ
เขา้ ใจในหลักการและอุดมการณ์ของกาชาด มีศรัทธาในการเข้าร่วมกิจกรรมด้วยความเสียสละ เป็นคนดี มี
คณุ ธรรม ชว่ ยสร้างสรรค์สังคม ประกอบด้วยสาระที่เกย่ี วข้องกบั เร่อื ง
1.1 กาชาดสากล
1.2 สภากาชาดไทย
1.3 ยวุ กาชาด
2. กลมุ่ กิจกรรมสขุ ภาพ เป็นกิจกรรมใหส้ มาชกิ ยวุ กาชาดไดศ้ ึกษาและฝึกฝนทักษะการป้องกันชีวิต
และสุขภาพ การเสริมสร้างสมรรถภาพ มีความรู้และทักษะในการรักษาอนามัยของตนเองและส่งเสริม
อนามัยของผอู้ ืน่ ประกอบด้วยสาระเก่ียวกบั เร่อื ง
2.1 สุขภาพ
2.2 การปอ้ งกนั ชีวิตและสขุ ภาพ
3. กลุ่มกิจกรรมสัมพันธภาพและความเข้าใจอันดีเป็นการจัดกิจกรรมให้สมาชิกยุวกาชาดได้รู้จัก
ตนเอง มีระเบียบวินัย มีบุคลิกภาพท่ีดี รู้จักการปรับตัวเข้ากับผู้อื่นและสังคมได้ดี มีความสามัคคี มี
สมั พนั ธภาพและความเข้าใจอนั ดีกบั บคุ คลทัว่ ไป ประกอบดว้ ยสาระที่เก่ียวกบั เรื่อง
3.1 ความสามคั คแี ละความพร้อมเพรยี ง
3.2 ความมีระเบยี บวนิ ัย
3.3 สมั พนั ธภาพและความเข้าใจอันดี
4 .กล่มุ กจิ กรรมบาเพ็ญประโยชน์ เปน็ การจัดกจิ กรรมเพ่ือส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกยุวกาชาด
ปฏิบัติตนเพื่อสนองต่ออุดมการณ์และวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด มีความภาคภูมิใจใน วัฒนธรรม
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารงุ จงั หวัดยะลา
ห น้ า | 429
ขนบธรรมเนียมประเพณีและมรดกของชาติ พร้อมที่จะอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและธรรมชาติ ประกอบด้วย
สาระทีเ่ กี่ยวกับเรื่อง
4.1 การบาเพญ็ ประโยชน์
4.2 การอนรุ ักษ์ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม
แนวการจัดกิจกรรมผูบ้ าเพ็ญประโยชน์
กจิ กรรมผ้บู าเพ็ญประโยชน์ มีแนวทางในการจัดกิจกรรมเฉพาะ 9 ข้อ ดังน้ี
1. ให้ยึดม่ันและปฏิบัติตามคาปฏิญาณและกฎของกิจกรรมผู้บาเพ็ญประโยชน์ วิธีการนี้จะช่วย
สร้างอุปนิสัยที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมท่ีพึงประสงค์ และตระหนักให้หน้าท่ีของตนต่อ
ชมุ ชนและประเทศชาติ
2. ระบบหมู่ ฝึกการทางานร่วมกันเป็นทีม ที่เรียกว่าระบบหมู่ โยให้ทางานร่วมกันเป็นหมู่เล็ก ๆ
6-8 คน ฝึกความเป็นผนู้ าผูต้ ามในการปกครองตนเอง เพ่ือพัฒนาประชาธปิ ไตย
3. เรียนรูด้ ว้ ยการปฏบิ ัตจิ ริง วิธีการนี้จะชว่ ยใหผ้ ูเ้ รยี นได้รถู้ ึงความสนใจ ความสามารถ และความ
ต้องการของตน
4. ฝึกพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้า ให้มีการปรับปรุงเปล่ียนแปลงตัวเอง รู้จักสร้างโอกาสในการ
กระทาสงิ่ ใหม่ๆทที่ ้าทายความสามารถดว้ ยตนเอง
5. ให้มีความรว่ มมืออย่างจริงจังระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ เป็นการร่วมมือด้านความคิด การวางแผน
การตดั สนิ ใจ การดาเนินกจิ กรรม และการประเมินผลร่วมกนั
6. การใชส้ ัญลกั ษณ์รว่ มกนั ฝกึ ให้มคี วามเปน็ หนง่ึ เดยี วในการเป็นสมาชิกผู้บาเพ็ญประโยชน์ ด้วย
การใช้สญั ลกั ษณ์รว่ มกนั ไดแ้ ก่ เครอื่ งแบบ เครอ่ื งหมาย การทาความเคารพ รหัส คาปฏิญาณ
กฎ คติพจน์ คาขวญั ธง เป็นต้น
7. กิจกรรมกลางแจ้ง ฝึกการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อ่ืนและฝึกการเตรียมพร้อมเสมอ ด้วยการใช้
กิจกรรมกลางแจง้ และการอยู่คา่ ยพกั แรม จะชว่ ยใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการดาเนินชีวติ
8. ฝกึ ให้บาเพ็ญประโยชนต์ ่อชมุ ชน วธิ ีการน้ีจะทาให้ผู้เรียนได้ฝึกนิสัยการบาเพ็ญประโยชน์ และ
มคี วามรับผิดชอบในการช่วยเหลือผู้อ่ืน และชมุ ชน
9. เรยี นรเู้ ก่ียวกบั นานาชาติ ทง้ั ด้านวัฒนธรรม ศาสนา และวิถีชีวิตเพ่ือยอมรับความแตกต่างของ
บคุ คลในชาตแิ ละสังคมโลก ลดความขดั แยง้ รจู้ ักพึ่งพาและสรา้ งสันติสุขในโลก
แนวการจดั กจิ กรรมชุมนุม
กิจกรรมชุมนุมเป็นกิจกรรมท่ีผู้เรียนรวมกลุ่มกันจัดข้ึนตามความสามารถ ความถนัด และความ
สนใจของผู้เรียน เพื่อเติมเต็มความรู้ ความชานาญ ประสบการณ์ ทักษะ เจตคติ เพ่ือพัฒนาตนเองตาม
ศักยภาพ
เกณฑก์ ารประเมิน
1. เวลาเข้าร่วมกิจกรรม ตลอดภาคเรยี นไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาทากจิ กรรมทั้งหมด
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารงุ จงั หวดั ยะลา
ห น้ า | 430
2. การปฏิบตั กิ จิ กรรม
3. ผลงาน / ชน้ิ งาน / คณุ ลกั ษณะของผู้เรียน
ผลการประเมิน
1. ปฏบิ ตั ติ ามเกณฑ์การประเมินไดผ้ ลผ่าน “ผ” สง่ ผลการประเมนิ
2. ไม่ปฏิบตั ิตามเกณฑก์ ารประเมนิ ไดผ้ ลไมผ่ ่าน “มผ” จดั กจิ กรรมซอ่ มเสริม
กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็น
ประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถ่ินตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ
ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม และการมีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรม
สร้างสรรค์สังคม โดยนักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ระดับช้ัน
มธั ยมศึกษาตอนต้น รวม 3 ปี จานวน 45 ชวั่ โมง และระดับช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย รวม 3 ปี จานวน 60
ชว่ั โมง
แนวการจัดกิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
1. จัดกิจกรรมในลกั ษณะบูรณาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และประสบการณ์ของผู้เรียนรู้เอง
โดยผเู้ รยี นสามารถจดั กิจกรรมตามองค์ความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการเรียนรู้และประสบการณ์ซึ่งสามารถ
จัดกจิ กรรมได้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น
2. จัดกิจกรรมในลักษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรมท่ีผู้เรียนนาเสนอการจัดกิจกรรมต่อ
โรงเรียนเพื่อขอความเห็นชอบในการจัดทาโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรมซึ่งกาหนด
ระยะเวลาชดั เจนสามารถจดั กจิ กรรมไดท้ ัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
3. จัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรอื่น หมายถึงกิจกรรมที่ผู้เรียนอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมกับ
หน่วยงานหรือองค์กรอ่ืนๆ ที่จัดกิจกรรมในลักษณะเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์โดย
ผู้เรียนสามารถเลือดเข้าร่วมกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานอื่นท่ีเข้ามาจัดกิจกรรมท้ังในและนอก
โรงเรยี น
เกณฑ์การประเมนิ
1. เวลาเขา้ ร่วมกจิ กรรม ตลอดภาคเรยี นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาทากจิ กรรมท้งั หมด
2. การปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
3. ผลงาน / ชิ้นงาน / คณุ ลกั ษณะของผเู้ รียน
ผลการประเมนิ
1. ปฏิบตั ิตามเกณฑ์การประเมินได้ผลผา่ น “ผ” สง่ ผลการประเมนิ
2. ไม่ปฏิบตั ติ ามเกณฑ์การประเมินไดผ้ ลไมผ่ า่ น “มผ” จัดกจิ กรรมซอ่ มเสริม
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จังหวดั ยะลา
ห น้ า | 431
ส่วนท่ี 5
เกณฑ์การจบการศกึ ษา
หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
ห น้ า | 432
เกณฑก์ ารจบการศึกษา
เกณฑ์การจบการศึกษาหลกั สูตรภาคบังคบั ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้
โรงเรียนได้กาหนดเกณฑ์การจบการศึกษาหลักสูตรภาคบังคับ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่ง
สอดคลอ้ งกบั หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ดังน้ี
1) ผเู้ รยี นเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและเพิ่มเติม ไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพ้ืนฐาน 66
หน่วยกติ และรายวิชาเพม่ิ เติมไม่นอ้ ยกวา่ 11 หน่วยกิต
2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66
หน่วยกติ และรายวิชาเพิม่ เติมไมน่ ้อยกว่า 11 หน่วยกิต
3) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับ “ดีเย่ียม” “ดี” หรือ
“ผ่าน”
4) ผูเ้ รียนตอ้ งมผี ลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ในระดบั “ดีเย่ยี ม” “ด”ี หรอื “ผ่าน”
5) ผเู้ รยี นต้องเข้ารว่ มกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น และได้รับการตัดสินผลการเรยี น “ผ่าน” ทุกกิจกรรม
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
ห น้ า | 433
ภาคผนวก
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารงุ จังหวัดยะลา
ห น้ า | 434
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
ห น้ า | 435
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
ห น้ า | 436
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
ห น้ า | 437
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
ห น้ า | 438
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
ห น้ า | 439
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
ห น้ า | 440
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา