The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

O - NET ป.6

O - NET ป.6

Keywords: O - NET ป.6

สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ

มาตรฐาน ว 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่าง
สง่ิ ไม่มชี ีวิตกับสง่ิ มชี ีวิตและความสมั พันธร์ ะหว่างส่ิงมชี วี ติ กับสิ่งมชี วี ิตต่าง ๆ ใน
ระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ
ความหมายของประชากรปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหา
ส่ิงแวดลอ้ มรวมทัง้ นาความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์

ติวเข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชั้น ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรู้
 สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์มีโครงสร้างและ
ป.5 ว 1.1 ป.5/1
บรรยายโครงสร้างและลกั ษณะของ ลกั ษณะ ทีเ่ หมาะสมในแตล่ ะแหลง่ ท่ีอยู่ ซึ่ง
สง่ิ มีชวี ิตทเี่ หมาะสมกบั การดารงชีวติ ซงึ่ เป็นผลมาจาก การปรับตัวของสิ่งมีชีวิต
เป็นผลมาจากการปรบั ตัวของสิ่งมีชวี ิตใน เพื่อให้ดารงชีวิตและอยู่รอดได้ในแต่ละ
แต่ละแหล่งที่อยู่ แหลง่ ทอี่ ยู่ เชน่ ผักตบชวามีช่องอากาศใน
ก้านใบ ช่วยให้ลอยน้าได้ ต้นโกงกาง
ท่ีข้ึนอยู่ใน ป่าชายเลนมีรากค้าจุนทาให้
ลาตน้ ไม่ล้ม ปลามีครบี ช่วยในการเคลื่อนท่ี
ในนา้

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. แสงเปน็ ปัจจัยสาคัญต่อการดารงชีวิตของส่ิงมีชีวิต ยกเว้นข้อใด
(O-NET 59)
1. การสร้างอาหารของพืช
2. การทน่ี กบินกลบั รงั ตอนเย็น
3. การทใ่ี บกาบหอยแครงหบุ เมอื่ ใช้ไมแ้ ตะ
4. การที่ตน้ ไม้เอนยอดออกนอกหน้าตา่ ง

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2. ต้นพลูด่างท่ีปลูกลงดิน แล้วให้เจริญเติบโตเลื้อยเกาะกาแพงหรือเกาะต้นไม้ใหญ่
จะพบวา่ ใบพลูด่างทอ่ี ยูใ่ กลย้ อดมีขนาดใหญก่ วา่ ใบที่อยู่ไกลจากยอดหรืออยู่ใกล้โคนต้น
ซึ่งเป็นไปได้ว่า ตาแหน่งท่อี ยบู่ นต้นและขนาดของใบพลูดา่ งมีความสมั พนั ธก์ นั
หากนักเรียนจะทาการทดลองหรือทาโครงงานเพื่อพิสูจน์ว่า “ตาแหน่งของใบพลูด่าง
ท่ีเกาะบนตน้ ไมใ้ หญ่ และขนาดของใบพลูด่างมีความสัมพันธ์กัน” การระบุตัวแปรตาม
ข้อใดถกู ต้อง (O-NET 59)

1. ตัวแปรตน้ คอื พนั ธข์ุ องพลูดา่ ง ตัวแปรตาม คอื ขนาดของใบพลดู า่ ง
2. ตัวแปรต้น คือ ตาแหน่งของใบบนดิน ตวั แปรตาม คือ พันธุข์ องพลดู า่ ง
3. ตวั แปรต้น คอื ตาแหนง่ ของใบบนต้น ตัวแปรตาม คือ ขนาดของใบพลดู า่ ง
4. ตัวแปรต้น คอื ขนาดของใบพลูด่าง ตวั แปรตาม คอื ตาแหน่งของใบบนตน้

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

3. ผลการสารวจไมด้ อก 4 ชนดิ ทเี่ จริญเติบโตอยูใ่ นพืน้ ท่ีแหง่ หน่ึง

ไม้ดอกชนิดใดปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปล่ียนไปของแต่ละแหล่งที่อยู่ได้ดีท่ีสุด
(O-NET 51)

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4. การปรับตัวของส่ิงมีชีวิตให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในข้อใดท่ี
แตกตา่ งจากขอ้ อ่นื (O-NET 57)
1. ควายไปแช่ในปลกั ในวันที่อากาศร้อน
2. จ้ิงจกมีสีตัวเข้มขน้ึ เมือ่ เกาะบนผนงั ที่มสี เี ข้ม
3. นกไซบเี รียอพยพมาประเทศไทยในฤดูหนาว
4. เต่าบกมีนิ้วเทา้ และเลบ็ แต่เตา่ ทะเลมเี ทา้ เป็นรปู ใบพาย

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

5. การศกึ ษาจานวนหอยทากในพ้นื ที่ 1 ตารางเมตร จากบริเวณท่ีมีอุณหภูมิผิวดินและ
ความชน้ื สมั พัทธข์ องสิง่ แวดล้อมแตกต่างกัน 4 บรเิ วณ ไดผ้ ลดงั ตาราง

บริเวณ อุณหภูมิผวิ ดิน ความช้นื สมั พทั ธ์ จานวนหอยทากที่พบ
(องศาเซลเซียส) (รอ้ ยละ) (ตวั )
20 1
1 25 70 50
20 4
2 25 70 10

3 40

4 40

จากข้อมูล เม่ือสารวจพืน้ ทบ่ี ริเวณหนึ่ง ซ่ึงมีอุณหภูมิผิวดิน 30 องศาเซลเซียสและมี

ความช้ืนสัมพทั ธ์ รอ้ ยละ 50 พบหอยทากจานวน 20 ตัว ในพ้ืนที่ 1 ตารางเซนตเิ มตร

หากต้องการทาฟารม์ เล้ียงหอยทากบรเิ วณนี้ ควรปรับสภาพแวดล้อมอย่างไร เพื่อให้
จานวนหอยทากเพ่มิ ข้นึ (O-NET 61)
1. เพม่ิ อุณหภูมิ ลดความชนื้ 2. เพ่ิมอณุ หภูมิ เพิม่ ความชน้ื
3. ลดอุณหภูมิ ลดความชืน้ 4. ลดอุณหภมู ิ เพ่ิมความช้ืน

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชน้ั ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรู้

ป.5 ว 1.1 ป.5/2  ในแหล่งที่อยู่หน่ึง ๆ สิ่งมีชีวิตจะมี

อธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับ ความสัมพันธ์ ซึ่งกันและกันและสัมพันธ์
ส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่าง
สิ่งมีชีวิตกับ กับสิ่งไม่มีชีวิต เพ่ือประโยชน์ต่อการ
ว 1.1 ป.5/3 ดารงชีวติ เช่น ความสัมพันธก์ ัน ด้านการ

เขยี นโซอ่ าหารและระบุบทบาทหน้าท่ขี อง กินกันเป็นอาหาร เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย
หลบภัยและเล้ียงดูลูกอ่อน ใช้อากาศใน
ส่ิงมชี วี ติ ทีเ่ ปน็ ผูผ้ ลติ และผูบ้ รโิ ภคในโซ่

อาหาร การหายใจ

ว 1.1 ป.5/4  สิ่งมีชีวิตมีการกินกันเป็นอาหารโดยกิน
ตระหนกั ในคณุ ค่าของสิ่งแวดลอ้ มที่มตี ่อ ต่อกัน เป็นทอด ๆ ในรูปแบบของโซ่
การดารงชวี ติ ของส่ิงมีชีวิต โดยมสี ว่ น อาหารทาให้สามารถระบุบทบาทหน้าที่
ร่วม ในการดูแลรักษาส่งิ แวดล้อม ของส่ิงมีชีวิตเปน็ ผ้ผู ลิตและผบู้ ริโภค

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. สง่ิ มีชวี ติ คูใ่ ดมคี วามสมั พันธ์ตา่ งจากคู่อ่นื (O-NET 54)
1. แมลงกับดอกไม้
2. มดดากบั เพลี้ย
3. นกเอยี้ งกบั ควาย
4. กลว้ ยไมก้ ับตน้ ไมใ้ หญ่

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2. การอย่รู ่วมกนั ของส่ิงมีชวี ติ สองชนดิ ในแหลง่ ท่ีอยู่หนึง่ ๆ

ถ้ากาหนดให้สญั ลักษณ์

+ เป็นการได้ประโยชนจ์ ากการอยูร่ ว่ มกัน

- เป็นการเสียประโยชนจ์ ากการอยรู่ ว่ มกัน

0 เป็นการไม่ได้รบั ประโยชน์และไมเ่ สียประโยชน์จากการอยรู่ ่วมกัน

ถ้าใช้สัญลักษณ์ แสดงความสัมพันธ์ของ “พลูด่างเกาะต้นมะม่วง”

พลูด่าง และ ต้นมะม่วง มีความสัมพันธ์ตรงกับสัญลักษณ์ข้อใด

เรยี งตามลาดับ (O-NET 55)

1. + และ 0 2. 0 และ +

3. + และ - 4. + และ +

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

3. ความสัมพันธ์ระหว่างกล้วยไม้ป่าที่เกาะบนต้นไม้ใหญ่
มีลกั ษณะเชน่ เดียวกบั ข้อใด (O-NET 56)
1. รา กับ สาหร่ายในไลเคน
2. เหาฉลาม กับ ฉลาม
3. ต้นหญา้ กับ ตน้ ข้าวในนา
4. โพรโทซัวในลาไส้ของปลวก

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4. ในระบบนิเวศ จะมีความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกลุ่ม ต่างๆ และ
มี ค ว า ม สั ม พั น ธ์ กั น ร ะ ห ว่ า ง สิ่ ง มี ชี วิ ต กั บ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ท่ี เ ก่ี ย ว ข้ อ ง กั บ
แหลง่ ทีอ่ ยอู่ าศัย แหลง่ อาหาร และแหล่งสบื พันธุ์ เปน็ ตน้
แบบของความสมั พนั ธ์ระหว่างสิง่ มชี วี ติ ในข้อใดทีแ่ ตกต่างกนั (O-NET 59)
1. ผ้งึ ทารงั บนตน้ ไม้ และ มดแดงกบั ต้นมะมว่ ง
2. พยาธกิ บั คน และแบคทเี รยี ในลาไสข้ องปลวก
3. ต้นข้าวกบั ต้นหญ้าในนา และ วชั พืชกบั ต้นถว่ั เหลืองในไร่
4. นกเอีย้ งกบั ควาย และ รากบั สาหรา่ ยที่อยู่รว่ มกนั เปน็ ไลเคน

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

5. มานสี ารวจกลมุ่ สง่ิ มีชวี ิตในสวนข้างโรงเรยี น และมานะสารวจกลุ่มสงิ่ ชวี ิตในสระนา้ หลังวัด บันทกึ
สิ่งทีส่ ังเกตได้ ดังตาราง

สวนข้างโรงเรียน สระน้าหลงั วดั

1. นกกระจอกทารงั บนตน้ หูกวาง 1. เต่าอาศัยอยู่บนโขดหนิ ที่อยกู่ ลางสระ

2. ไส้เดอื นอยู่ในดนิ 2. ฝงู ปลาหางนกยูงไลก่ ินลูกน้ายุงบรเิ วณรมิ สระ

3. เห็ดสขี าวและเห็ดสสี ม้ ขนึ้ ปนกนั บนขอนไม้ผุ 3. บัวสายและผักบุ้งกาลงั ออกดอกในสระ

4. กระรอกกนิ ลกู หูกวาง 4. กบทอ่ี ยู่บนบัวสายกาลงั จับแมลงกิน

การรายงานผลการสารวจขอ้ ใดไมถ่ ูกตอ้ ง (ขอ้ สอบแบบปรนยั 6 ตวั เลอื ก 2 คาตอบ O-NET 56)

1. จานวนโซ่อาหารในสวนมนี ้อยกวา่ ในสระน้า

2. ไมพ่ บผ้บู รโิ ภคลาดับหนง่ึ ในสถานท่ที ้ังสองแห่ง

3. ชนดิ ของสง่ิ มชี ีวิตท่เี ป็นผผู้ ลิตในสวนมมี ากกวา่ ในสระน้า

4. จานวนชนดิ ของสิง่ มีชีวิตทเ่ี ป็นผูบ้ ริโภคในสระนา้ มมี ากกวา่ ในสวน

5. จานวนชนดิ ของส่งิ มชี วี ติ ท้งั หมดทส่ี ารวจได้จากสวน มนี ้อยกว่าบรเิ วณสระน้า

6. ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งนกกระจอกและตน้ หกู วางเป็นความสัมพนั ธแ์ บบเดยี วกนั กบั

ความสมั พนั ธ์ระหว่างกบและบัวสาย

ติวเขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

6. แผนภาพสายใยอาหารของสิ่งมชี วี ิต 4 ชนิด

จากแผนภาพ สิ่งมีชีวิตใดได้รับการถ่ายทอดพลังงานเป็นลาดับสุดท้าย

(O-NET 50)

1. พชื 2. สัตว์ชนดิ ที่ 1

3. สตั วช์ นดิ ที่ 2 4. สัตว์ชนดิ ที่ 3

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

7. แบคทีเรียมีบทบาทใดในหว่ งโซอ่ าหาร (O-NET 51)
1. เปน็ ผู้ลา่
2. เปน็ ผผู้ ลติ
3. เป็นผู้บรโิ ภค
4. เป็นผู้ย่อยสลาย

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

8. ส่งิ มีชวี ติ A สิ่งมชี ีวิต B ส่ิงมชี วี ติ C สง่ิ มชี วี ติ D
ถ้าสิ่งมีชีวิต C ตายหมด จะมเี หตกุ ารณใ์ ดต่อไปนเี้ กิดขนึ้ (O-NET 51)
1. ส่ิงมีชีวิต A มจี านวนเพมิ่ ข้นึ
2. ส่งิ มีชีวิต B มีจานวนลดลง
3. สง่ิ มีชีวติ D มจี านวนลดลง
4. ส่งิ มีชวี ติ B มีจานวนเทา่ เดมิ

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

9. ในสระแห่งหน่งึ มีการปลอ่ ยปลา X ลงไป ทาให้จานวนปลาในสระ
มกี ารเปลีย่ นแปลงดังแสดงในกราฟ

ปลา X น่าจะมลี ักษณะอยา่ งไร (O-NET 53A)
1. ปลา X เป็นผลู้ า่ ปลาอื่นๆ 2. ปลา X เปน็ เหยอ่ื ของปลาอน่ื ๆ
3. ปลา X กนิ พชื เปน็ อาหาร 4. ปลา X กนิ ทงั้ พชื และสตั ว์เป็นอาหาร

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

10. ในสวนแห่งหน่ึง เด็กหญิงแก้วเห็นแมลงกาลังตอมดอกไม้ ไม่นานแมลง
ก็บนิ ไปติดใยแมงมุม แมลงกาลังดิ้นอย่างทุรนทุราย แมงมุมหิวกระหาย
รบี เขา้ ไปกินแมลง ทนั ใดน้นั กบตัวหนงึ่ ตวัดลน้ิ กนิ แมงมุมทนั ที
จากข้อความข้างต้น เด็กหญิงแก้วสามารถเขียนโซ่อาหารได้แบบใด
(O-NET 54)
1. ดอกไม้  แมลง  ใยแมงมุม  กบ
2. ดอกไม้  แมงมุม  แมลง  กบ
3. ดอกไม้  แมลง  แมงมมุ  กบ
4. ดอกไม้  กบ  แมลง  แมงมุม

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

11. พจิ ารณาแผนภาพสายใยอาหารในนาข้าวแหง่ หน่ึง

สายใยอาหารนปี้ ระกอบดว้ ยโซอ่ าหารจานวนเท่าใด (O-NET 55)
1. 3 2. 4
3. 5 4. 6

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

12. สายใยอาหารในปา่ แหง่ หนึง่ เปน็ ดงั น้ี

จากสายใยอาหาร ขอ้ ใดกล่าวถูกต้อง (O-NET 56)
1. งกู ินอาหารไดห้ ลากหลายเท่ากับหมาปา่
2. หมาปา่ และงเู ปน็ ผู้บรโิ ภคลาดบั 3
3. จานวนผู้บริโภคลาดบั 2 มีเท่ากับ ผู้บรโิ ภคลาดับ 3
4. ถ้ามีคนลา่ สตั ว์จับหมาป่าและยิงนกไปจนหมด กระตา่ ยและหนจู ะเหลืออย่จู านวนเทา่ กนั

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

13. สายใยอาหารในปา่ แห่งหนงึ่ เป็นดงั นี้

ข้อใดทาให้เกดิ ผลกระทบต่อสายใยอาหารรุนแรงที่สุด (O-NET 57)
1. คนไปแผ้วถางหญา้ ออกจนหมดเพอื่ สร้างบา้ นจัดสรร
2. กระตา่ ยถกู จับไปขายเป็นสัตว์เลย้ี ง
3. มีนกอพยพเข้ามาเพมิ่ ในฤดูหนาว
4. หนถู ูกจบั ไปเป็นอาหารจนหมด

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

14. โซอ่ าหาร ในนาข้าวแหง่ หนงึ่ เปน็ ดังนี้

ระหว่างฤดูทานา ถ้าชาวนาจับงูในนาข้าวแห่งน้ีจนหมด เหตุการณ์ในข้อใด
มโี อกาสเกิดขึ้นไดม้ ากทส่ี ุด (O-NET 60)
1. หนูเพิ่มจานวนมากขึน้
2. ต้นขา้ วเพ่มิ จานวนมากขน้ึ
3. ตน้ ขา้ วถกู หนูทาลายน้อยลง
4. นกเค้าแมวเพิ่มจานวนมากข้ึน

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

15. แผนผงั โซอ่ าหาร สิง่ มชี วี ิต C สง่ิ มชี ีวติ D
ส่งิ มชี ีวติ A สง่ิ มีชีวติ B

จากแผนผงั โซ่อาหาร ถา้ สง่ิ มชี วี ิต C ตายหมด จะมีเหตกุ ารณ์ใดเกดิ ขึ้นไดบ้ า้ ง
(ข้อสอบแบบปรนยั 6 ตวั เลอื ก 2 คาตอบ O-NET 52)
1. สงิ่ มีชีวิต A มีจานวนเพมิ่ ขึ้น
2. สิ่งมีชวี ิต A มีจานวนเทา่ เดมิ
3. ส่ิงมชี วี ิต B มีจานวนลดลง
4. สิ่งมชี ีวติ B มจี านวนเพ่ิมขน้ึ
5. ส่ิงมชี วี ิต D มจี านวนลดลง
6. สง่ิ มชี ีวิต D มีจานวนเพ่มิ ข้ึน

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

16. ภาพสายใยอาหาร

ขอ้ ความที่ถูกมี 2 ขอ้ คือขอ้ ใด (ข้อสอบแบบปรนัย 6 ตวั เลือก 2 คาตอบ O-NET 58)
1. ผบู้ ริโภคลาดบั ที่ 1 ท่สี าคญั ที่สุดคอื กวาง
2. งเู ป็นท้งั ผูบ้ ริโภคลาดับท่ี 2 และลาดบั ที่ 3
3. ผู้บรโิ ภคลาดบั ท่ี 2 มี 2 ชนิด คอื กบ และ งู
4. ผูบ้ รโิ ภคลาดับท่ี 3 มี 2 ชนดิ คือ งูและเหยี่ยว
5. ถ้ากระต่ายถูกคนจับไปกนิ เป็นอาหารจนหมด จะทาใหเ้ สอื สญู พนั ธุ์
6. สายใยอาหารน้มี ผี ู้บริโภคลาดบั สุดทา้ ย 2 ชนดิ จึงประกอบด้วย 2 โซ่อาหาร

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

17. ตน้ ไมใ้ หญ่ตน้ หน่ึงเปน็ ท่อี ยอู่ าศัยของสงิ่ มชี วี ิต 5 ชวี ิต ไดแ้ ก่ พชื กาฝาก แมลง กงิ้ กา่
นกกนิ พชื และ เหยย่ี ว ซ่งึ สิง่ มีชีวติ เหล่านี้ มคี วามสัมพันธ์กนั ดังสายใยอาหาร

จากขอ้ มูล ข้อความต่อไปน้ถี ูกต้องใชห่ รอื ไม่

(แบบเชิงซ้อนให้เลอื กตอบวา่ ใชห่ รอื ไม่ O-NET 61)

ข้อความ ใช่ หรอื ไม่ใช่

17.1 พชื กาฝากเปน็ ผผู้ ลติ ของสายใยอาหารน้ี ใช่ / ไมใ่ ช่

17.2 เมอื่ นกกนิ พชื ถ่ายมูลบนตน้ ไม้ใหญ่ จะชว่ ยให้พืชกาฝากขยายพันธไุ์ ด้เพิม่ ข้ึน ใช่ / ไม่ใช่

ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งนกกินพชื กบั พืชกาฝาก เรยี กวา่ “ภาวะพ่ึงพาอาศัย”

17.3 หากมนี กกนิ แมลงเพ่ิมเข้ามาสายใยอาหารน้ี จานวนนกกินพืชจะไม่เปลี่ยนแปลง ใช่ / ไม่ใช่

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

18. นกั เรียนสารวจกลุม่ สง่ิ มีชีวิตที่อยู่บนพ้ืนหญ้าบรเิ วณสวนหลังบ้าน
และบันทึกส่งิ ท่ีสารวจไดไ้ ว้ ดังนี้
“พบหนอนกาลังกดั กนิ ใบหญ้าในขณะท่นี กซ่งึ ทารังอยู่บนต้นไทรบินลงมา
จบั หนอนกินเปน็ อาหาร โดยนกมกั จะถกู งจู ับกนิ เป็นอาหาร”
จากผลการสารวจ ข้อใดเขียนโซอ่ าหารไดถ้ ูกต้อง (O-NET 61)
1. หญา้ → นก → หนอน
2. หญา้ → หนอน → นก → งู
3. ตน้ ไทร → หนอน → นก
4. ต้นไทร → หนอน → นก → งู

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

19. กราฟการเปลยี่ นแปลงของปรมิ าณทรพั ยากรธรรมชาตใิ นชว่ งปตี า่ งๆ

จากกราฟ การท่ีทรัพยากรธรรมชาติลดลงเป็นเพราะสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลง
จานวนประชากรมนษุ ยต์ ามข้อใด (O-NET 54)

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

20. กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างจานวนประชากร กับปริมาณทรัพยากรธรรมชาติ
หากปลอ่ ยใหเ้ ปน็ ไปตามธรรมชาตโิ ดยไม่มกี ารควบคุม กราฟในข้อใดถูกตอ้ ง (O-NET 56)

ติวเขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

21. ส่วนหน่งึ ของแผนภูมิแสดงเน้อื ทีป่ ่าไมข้ องประเทศไทยช่วงปี พ.ศ.2541-2552

จากแผนภมู ิ การเปลี่ยนแปลงที่ทาให้เนือ้ ทปี่ ่าไมเ้ พ่ิมขึน้ เน่อื งจากสาเหตใุ ดเป็นสาคัญ (O-NET 57)
1. ประชากรอพยพจากปา่ ไปอย่ใู นเมอื งมากขึ้น
2. เน้ือทปี่ า่ ไมจ้ านวนมากถูกนาไปใช้ประโยชน์
3. ประชากรช่วยกันเฝา้ ระวงั อนรุ ักษ์และฟื้นฟูพนื้ ทป่ี า่ ไม้
4. สัตว์ปา่ เพ่มิ จานวนขึ้นทาใหร้ ะบบนเิ วศอยู่ในภาวะสมดุล

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

22. เม่ือตั้งสวนขวดน้ีทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เกิดการเปล่ียนแปลงของแก๊สในขวด
อย่างไร (O-NET 53 B)
1. เมอื่ ปริมาณแกส๊ ออกซเิ จนในขวดเพ่มิ ขึน้ ในตอนเช้าแต่ลดลงใน
ตอนบา่ ย
2. ปรมิ าณแก๊สคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นขวดลดลงในเวลากลางวนั
แต่เพมิ่ ขนึ้ ในเวลากลางคนื
3. ปริมาณแก๊สออกซิเจนในขวดลดลงในเวลากลางวันแตเ่ พ่มิ ขน้ึ
ในเวลากลางคืน
4. ปริมาณแก๊สออกซิเจนและแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์เพ่ิมข้ึน
ในเวลากลางวันแต่ลดลงในเวลากลางคืน

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

23.“พบปลาตาย ลอยเป็นแพในแม่นา้ แหง่ หนึง่ ของจงั หวัดฉะเชิงเทรา เพราะ
โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้าเสียลงแม่น้า” เป็นข้อความท่ีลงพิมพ์
ในหนังสือพิมพ์ฉบับหน่ึง ถ้านักเรียนจะยืนยันว่าน้าในแม่น้าแห่งนั้นเป็น
นา้ เสีย จะใช้ขอ้ มลู ใด (O-NET 57)
1. จานวนปลาท่ตี าย
2. การไมใ่ ชน้ ้าของชาวบ้าน
3. ปรมิ าณความขุ่นของน้าที่เพม่ิ ขึ้น
4. ปรมิ าณของออกซิเจนที่ละลายในน้า

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2 4. ก า ร ก ร ะ ท า ใ ด ช่ ว ย รั ก ษ า พ้ื น ท่ี ป่ า ใ ห้ มี ค ว า ม
อุดมสมบูรณเ์ พมิ่ ขึ้น (O-NET 52)
1. การทาไร่เล่อื นลอย
2. การจดั ตง้ั อุทยานแห่งชาติ
3. การสร้างเขอื่ น
4. การขยายเขตอตุ สาหกรรม

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

25. น้องเก่ง กาลังรับประทานอาหารท่ีโรงอาหารแต่รับประทานไม่หมดจึงเหลือเศษ
อาหาร และต้องการท้ิงแก้วกระดาษท่ีใช้ด่ืมน้าด้วย นักเรียนสามารถช่วยน้องเก่ง
ให้ทง้ิ ขยะใหถ้ ูกต้องได้อย่างไร (O-NET 53 ชดุ A)

1. เศษอาหารท้งิ ลงถงั ขยะสเี ขยี ว แก้วกระดาษทิ้งลงถังขยะสแี ดง
2. เศษอาหารทง้ิ ลงถังขยะสีเหลอื ง แกว้ กระดาษทิ้งลงถงั ขยะสเี ขยี ว
3. เศษอาหารทง้ิ ลงถงั ขยะสเี ขียว แก้วกระดาษทง้ิ ลงถงั ขยะสีเหลอื ง
4. เศษอาหารและแกว้ กระดาษทง้ิ ลงถงั ขยะสีใดกไ็ ด้

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

26. เด็กชายเพียวเตรียมอาหารใส่กล่องข้าวและใส่ในถุงผ้าเพ่ือ
นาม ารับปร ะ ทานที่โร งเรียนทุกวัน การ กร ะทาของ
เดก็ ชายเพียวช่วยลดขยะชนดิ ใด (O-NET 53 ชุด B)
1. เศษอาหารและโฟม
2. กระดาษเคลอื บและถงุ พลาสตกิ
3. ถงุ พลาสตกิ และโฟม
4. เศษอาหารและถุงพลาสติก

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

27. ตารางระยะเวลาทีใ่ ชใ้ นการยอ่ ยสลายขยะบางชนดิ

ชนดิ ขยะ ระยะเวลาท่ใี ช้ในการย่อยสลาย
A 2-5 เดอื น
B 80-100 ปี
C 450 ปี
D ไม่ยอ่ ยสลาย

ควรจดั กระปอ๋ งนมข้นหวานเป็นขยะชนดิ ใด (O-NET 59)
1. A 2. B 3. C 4. D

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

28. ปา่ ไม้ ชว่ ยบรรเทาปัญหาภาวะเรือนกระจกได้อย่างไร
(O-NET 60)
1. ทาใหม้ ไี อนา้ ในบรรยากาศเพิ่มข้นึ
2. สะทอ้ นแสงอาทิตยอ์ อกไปจากโลก
3. ปล่อยแก๊สออกซิเจน ออกสู่บรรยากาศ
4. ดูดซับแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซดใ์ นบรรยากาศ

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

29. การรณรงค์ข้อใด ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพ
ส่ิงแวดลอ้ มตา่ งจากขอ้ อ่นื (O-NET 59)
1. การปลูกผกั กางมงุ้
2. การสง่ เสริมการผลติ กระดาษรีไซเคิล
3. การใชป้ ยุ๋ เคมซี ึ่งผลิตไดเ้ องในประเทศไทย
4. การใช้สารชีวภาพกาจดั ศตั รูพืช

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

30. โครงการทางส่ิงแวดล้อมข้อใด ช่วยลดมลพิษ ทางอากาศได้โดยตรง
(ข้อสอบแบบปรนัย 6 ตัวเลือก 2 คาตอบ O-NET 59)
1. ประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยปดิ เครอื่ งใช้ไฟฟ้าทกุ ครั้ง เมื่อเลกิ ใช้
2. การรณรงค์ใหค้ นใชร้ ะบบขนสง่ มวลชน ทางรถยนต์ส่วนบุคคล
3. ใชพ้ ลงั งานนา้ แทนพลงั งานจากถา่ นหิน ในการผลติ ไฟฟา้
4. ทาการเกษตรผสมผสานที่ปลอดสารพิษ
5. ปลูกพชื หมุนเวยี น โดยใชพ้ ืชตระกูลถั่ว
6. นาขยะอนิ ทรยี ไ์ ปทาปยุ๋ หมกั

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

31.การกระทาในข้อใดช่วยลดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ใน
เมืองที่มปี ญั หามลพิษทางอากาศ (O-NET 61)
1. ล้างถนนทกุ วัน
2. ใชร้ ถดูดฝนุ่ บนถนนทุกวนั
3. ใช้จกั รยานแทนการใชร้ ถยนต์
4. สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกอาคาร

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

32. ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสิง่ มีชีวิตในระบบนเิ วศ เป็นดังแผนภาพ

จากแผนภาพ ข้อใดกล่าวถูกตอ้ ง (O-NET 62)
1. เหยีย่ วกินทงั้ พืชและสตั ว์เปน็ อาหาร
2. แมลงและหนู เปน็ ผู้บริโภคอนั ดับที่ 1
3. หากนกเอี้ยงหายไปจากระบบนเิ วศนี้ แมลงจะลดจานวนลงด้วย
4. หากเกิดโรคระบาดในตน้ ข้าว จะส่งผลกระทบต่อผบู้ ริโภคลาดบั ท่ี 1

เท่านน้ั

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

33. ศึกษาปริมาณฝุ่นละอองในบริเวณ A และ B โดยบันทึกปริมาณฝุ่นละออง
2 ประเภท ไดแ้ ก่ ละอองเกสรดอกไม้และเขม่าที่ติดบนสติ๊กเกอร์ดักฝุ่น จานวน
2 คร้งั แตล่ ะครง้ั บนั ทึกห่างกันเปน็ เวลา 2 เดือน ไดผ้ ลดงั ตาราง

ปริมาณฝุ่นละออง (หนว่ ยตอ่ 100 ตารางหน่วย)

ประเภทฝนุ่ ละออง บรเิ วณ A บริเวณ B

บันทกึ บนั ทกึ บนั ทกึ บนั ทึก

ครั้งที่ 1 ครงั้ ที่ 2 ครง้ั ท่ี 3 ครง้ั ท่ี 4

ละอองเกสรดอกไม้ 25 50 4 3

เขม่า 8 10 35 70

จากข้อมูล ขอ้ ใดเปน็ การเปล่ียนแปลงท่ีอาจเกิดข้นึ ในช่วงทท่ี าการศึกษา (O-NET 62)

1. บริเวณ A มกี ารปล่อยควนั จากโรงงานนอ้ ยลง

2. บริเวณ B มีการปล่อยควันจากโรงงานนอ้ ยลง

3. บรเิ วณ A มกี ารทาสวนและมจี านวนดอกไม้ทบ่ี านมากขน้ึ

4. บริเวณ B มกี ารทาสวนและมีจานวนดอกไมท้ บี่ านมากขน้ึ

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การ
ลาเลียงสารผ่านเซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ
ของสัตวแ์ ละมนษุ ยท์ ี่ทางานสมั พนั ธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ี
ของอวยั วะตา่ ง ๆ ของพชื ทีท่ างานสมั พันธ์กนั รวมทง้ั นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ติวเขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชน้ั ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้

ป.4 ว 1.1 ป.4/1  สว่ นตา่ ง ๆ ของพชื ดอกทาหน้าทแ่ี ตกต่างกัน

บรรยายหน้าท่ีของ - รากทาหนา้ ที่ดูดน้าและแรธ่ าตขุ ึน้ ไปยังลาตน้
ราก ลาต้น ใบ และ - ลาต้นทาหน้าท่ีลาเลียงน้าต่อไปยังส่วนต่างๆ
ดอกของพืชดอกโดย
ใช้ข้อมูลท่ีรวบรวม ของพืช
ได้ - ใบทาหน้าท่สี รา้ งอาหาร อาหารท่ีพืชสร้างข้ึนคือ

น้าตาลซึ่งจะเปลี่ยนเปน็ แป้ง

- ดอกทาหน้าท่สี ืบพันธ์ุ ประกอบดว้ ยส่วนประกอบ

ต่าง ๆ ได้แก่ กลีบเล้ียง กลีบดอก เกสรเพศผู้

และเกสรเพศเมีย ซึ่งส่วนประกอบแต่ละส่วน

ของดอก ทาหนา้ ทแี่ ตกตา่ งกนั

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. ตดั สว่ นประกอบของพชื ชนดิ หนึ่ง ไดแ้ ก่ ราก ลาต้น ใบ แล้วแยกแต่ละสว่ นประกอบใสใ่ นภาชนะ A
B และ C ภาชนะละ 1 ช้ิน จากน้นั บันทกึ ผลการสังเกตลักษณะภายนอกและการทดสอบแป้งด้วย
สารละลายไอโอดนี ดงั ตาราง

สว่ นประกอบ ผลการสังเกตลักษณะภายนอก ผลการทดสอบแปง้
ในภาชนะ
สี ขอ้ ปล้อง และตา ปากใบ เปลยี่ นเปน็ สีน้าเงินเขม้
A ไมพ่ บ เปลี่ยนเปน็ สนี า้ เงนิ เข้ม
B สนี า้ ตาลอ่อน พบ พบ
C ไม่พบ ไม่เปลยี่ นแปลง
สีเขียว ไมพ่ บ

สขี าว ไมพ่ บ

หากต้องการวาดสว่ นประกอบที่มโี ครงสรา้ งทาหนา้ ทค่ี ายนา้ และทาหนา้ ท่ดี ูดนา้ ของพชื

ควรเลือกส่วนประกอบในภาชนะใดมาวาดตามลาดับ (O-NET 61)

1. A และ C 2. B และ A

3. B และ C 4. C และ B

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2. ขอ้ มลู แสดงโครงสรา้ งภายนอกของพืช 4 ชนดิ เป็นดังตาราง

ชนิดของพชื โครงสรา้ งภายนอก ผล
ราก ลาตน้ ใบ จานวนกลีบดอก (กลบี ) 

A   
B  3 
C  5
D  6

 หมายถึง มสี ่วนประกอบ  หมายถึงไม่มสี ว่ นประกอบ
ขอ้ ใดกลา่ วถึงประเภทของพชื แตล่ ะชนดิ ไดถ้ กู ต้อง (O-NET 61)
1. พืช A เป็นพชื ไมม่ ดี อก สว่ นพืช B เปน็ พืชใบเลยี้ งเดย่ี ว
2. พชื B เป็นพชื ใบเล้ยี งเดี่ยว ส่วนพืช D เปน็ พชื ใบเล้ียงคู่
3. พืช B เป็นพชื ใบเล้ยี งคู่ สว่ นพชื C เปน็ พชื ใบเลยี้ งเดยี่ ว
4. พชื C เปน็ พชื ใบเลย้ี งเด่ียว ส่วนพชื A เปน็ พชื ไม่มดี อก

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ภาพ สว่ นประกอบของดอกไมช้ นิดหน่ึง

3. จากภาพ ถ้าเกิดการปฏสิ นธิแลว้ ส่วนประกอบของดอกไมห้ มายเลขใด

ทีเ่ จรญิ เตบิ โตเปน็ เมล็ด (O-NET 50)

1. หมายเลข 1 2. หมายเลข 2

3. หมายเลข 3 4. หมายเลข 4

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4. พิจารณาตาราง แลว้ ตอบคาถาม
ตารางสว่ นประกอบของดอกไมช้ นดิ ต่างๆ

ชนิดของดอกไม้ กลบี เลยี้ ง ส่วนประกอบของดอกไม้ เกสรเพศเมยี
มี กลีบดอก เกสรเพศผู้ มี
ก ไม่มี มี
ข มี มี ไมม่ ี มี
ค มี มี มี ไมม่ ี
ง ไมม่ ี มี
มี มี

จากตาราง ดอกไมช้ นดิ ใดไม่อาจเจรญิ ให้เปน็ เมลด็ ได้ (O-NET 54)
1. ก 2. ข 3. ค 4. ง

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

5. พจิ ารณาภาพสว่ นประกอบของดอกไม้ แลว้ ตอบคาถาม

ภาพแสดงส่วนประกอบของดอกไม้
เซลล์สืบพนั ธุเ์ พศเมียอย่ทู สี่ ่วนใด (O-NET 55)
1. A 2. B
3. C 4. D

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

6. พิจารณาตาราง แล้วตอบคาถาม
ตารางสว่ นประกอบของดอกไมช้ นดิ ต่างๆ

ชนดิ ของดอกไม้ ส่วนประกอบของดอกไม้

A กลีบเล้ยี ง กลีบดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมยี
B มี ไม่มี
C มี มี มี มี
D มี มี
ไม่มี มี ไมม่ ี มี

ไมม่ ี มี

มี มี

ดอกไมช้ นิดใดเปน็ ดอกไมส่ มบรู ณเ์ พศ (O-NET 55)

1. A และ B 2. B และ C

3. C และ D 4. A และ D

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

7. ตารางส่วนประกอบของดอกในดอกไม้ 4 ชนิด

ชนิดของดอกไม้ สว่ นประกอบของดอกไม้

A กลบี เล้ียง กลบี ดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมยี
B ไมม่ ี
C มี มี มี มี
D มี
มี มี ไมม่ ี มี
ม5ี . ตารางส่วนประกอบของไดมอกม่ ในี ดอกไม้ 4 ชนิด มี

มี มี มี

จากตาราง ดอกไมส่ มบูรณ์เพศคอื ดอกไม้ชนิดใด (O-NET 56)

1. A และ B 2. B และ C

3. C และ D 4. A และ C

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain


Click to View FlipBook Version