11. การศกึ ษาลักษณะภายในและภายนอกของตวั อย่างสัตวม์ กี ระดูกสันหลงั 4 ชนิด
ไดข้ ้อมลู ดังตาราง
ชนิดของสัตว์ ลักษณะภายในและภายนอก
อวยั วะทใี่ ชห้ ายใจ (ตวั เต็มวัย) การออกลกู ผวิ หนังปกคลมุ ลาตัว
A ปอดและผิวหนงั เปน็ ไข่มีวุ้นใสหุม้ เรียบ
B ปอด เป็นตัว เรยี บ
C ปอด เปน็ ไข่มเี ปลอื กแข็งหุ้ม มเี กล็ด
D เหงกื เปน็ ตวั มเี กล็ด
“ โรคพิษสุนัขบ้าเปน็ โรคตดิ ตอ่ รา้ ยแรง มกั พบได้ในสตั วเ์ ล้ยี งลูกด้วยนา้ นม”
จากขอ้ มลู สัตว์ชนิดใดเส่ยี งตอ่ การเป็นโรคพิษสุนขั บา้ (O-NET 61)
1. ชนดิ A 2. ชนดิ B 3. ชนิด C 4. ชนดิ D
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
12. ศกึ ษาการเปลย่ี นแปลงอุณหภูมริ ่างกายของสัตว์ 3 ชนิด โดยให้สัตว์อยู่ในห้องที่มีอุณหภูมิ 20
องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 ช่ัวโมง จากนั้นให้สัตว์พัก 1 ช่ัวโมง ในห้องท่ีมีอุณหภูมิ 25 องศา
เซลเซียส แลว้ จงึ นาสตั วไ์ ปอยใู่ นห้องท่ีมีอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 ช่ัวโมง บันทึก
อุณหภมู ิรา่ งกายของสตั ว์ก่อนและหลงั การทดลอง
ไดผ้ ลดังตาราง
อุณหภมู ิร่างกายของสัตวใ์ นแต่ละห้อง
ชนิดของสัตว์ ห้องอณุ หภูมิ 20 องศาเซลเซียส ห้องอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส
กอ่ นทดลอง หลงั ทดลอง ก่อนทดลอง หลงั ทดลอง
A 39 39 39 39
B 25 20 25 30
C 37 37 37 37
เม่ื อ ศึ ก ษ า ลั ก ษณะ ภ า ย ใ นแ ล ะภ า ย นอ ก เพิ่ ม เติ ม ส า มา ร ถ จ า แ น ก สั ตว์ A B แ ล ะ C
ไดเ้ ป็น 2 กลมุ่ ซ่ึงมีลกั ษณะ ดงั น้ี
กล่มุ ที่ 1 : หายใจดว้ ยปอด ผิวหนงั เรยี บ ออกลูกเป็นตวั มีตอ่ มสร้างนา้ นม
กลมุ่ ที่ 2 : หายใจด้วยปอดและผิวหนัง ผิวหนังเปียกชืน้ ไม่มีเกล็ด ออกลกู เป็นไข่
จากขอ้ มูล ขอ้ ใดระบชุ นิดของสัตวแ์ ตล่ ะกลมุ่ ได้ถกู ตอ้ ง
1. กล่มุ ท่ี 1 ไดแ้ ก่ สตั ว์ชนดิ A และ B 2. กล่มุ ที่ 1 ได้แก่ สัตว์ชนดิ C เทา่ น้นั
3. กลมุ่ ท่ี 2 ไดแ้ ก่ สัตวช์ นิด B เท่านน้ั 4. กลมุ่ ท่ี 2 ไดแ้ ก่ สัตวช์ นิด A และ C
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
13.ตารางแสดงข้อมูลลักษณะเฉพาะของสตั ว์มีกระดกู สันหลงั 4 ชนดิ เป็นดงั นี้
ชนิดของสัตว์ ลกั ษณะเฉพาะ
A ผวิ หนังเปยี กชื้น ไมม่ ีขน อาศยั อยไู่ ด้ท้ังบนบกและในนา้ ออกลูกเป็นไข่
B ผวิ หนงั มเี กล็ด มีครีบ อาศัยอย่ใู นนา้ ตลอดชวี ิต ออกลูกเปน็ ไข่
C ผิวหนังมขี นเป็นแผงปกคลมุ อาศยั อย่บู นบก ออกลกู เปน็ ไข
D ผวิ หนังมีขนเปน็ เส้นปกคลมุ อาศัยอยบู่ นบก ออกลกู เป็นไข่
จากขอ้ มลู ขอ้ ใดระบกุ ลมุ่ ของสัตว์มกี ระดกู สนั หลงั ทงั้ 4 ชนดิ ไดถ้ กู ตอ้ ง (O-NET 63)
ชนิดสตั ว์
ABCD
1. กลมุ่ สัตวส์ ะเทนิ นา้ กลุม่ ปลา กล่มุ นก กลุ่มสัตว์เล้ยี งลูก
สะเทินบก ดว้ ยน้านม
2. กลุม่ สตั วส์ ะเทินน้า กลมุ่ ปลา กลมุ่ สตั วเ์ ลีย้ งลกู กลมุ่ นก
สะเทนิ บก ดว้ ยนา้ นม
3. กล่มุ ปลา กลุม่ สตั ว์สะเทนิ น้า กลมุ่ สตั วเ์ ล้ยี งลกู กลุม่ นก
สะเทินบก ดว้ ยน้านม
4. กลุ่มสัตว์สะเทินนา้ กล่มุ นก กลมุ่ สัตวเ์ ลีย้ งลกู
กลุ่มปลา สะเทินบก ด้วยนา้ นม
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้
ป.5 ว 1.3 ป.5/1 สง่ิ มชี วี ติ ทงั้ พืช สตั ว์ และมนุษย์ เมอ่ื โตเตม็ ท่ีจะมี
อธิบายลักษณะทาง การสืบพันธ์ุเพ่ือเพิ่มจานวนและดารงพันธุ์ โดย
พันธกุ รรมท่มี ีการถ่ายทอด ลูกท่ีเกิดมาจะได้รับการถ่ายทอดลักษณะทาง
จากพ่อแมส่ ู่ลูกของพชื พั น ธุ ก ร ร ม จ า ก พ่ อ แ ม่ ท า ใ ห้ มี ลั ก ษ ณ ะ ท า ง
สัตว์ และมนษุ ย์
พันธกุ รรมที่เฉพาะแตกต่างจากสง่ิ มชี ีวติ ชนิดอนื่
ว 1.3 ป.5/ 2
แสดงความอยากรู้อยาก พืชมีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เช่น
เห็นโดยการถามคาถาม ลกั ษณะของใบ สีดอก
เ ก่ี ย ว กั บ ลั ก ษ ณ ะ ท่ี สัตว์มีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เช่น
คล้ายคลึงกันของตนเอง สีขน ลกั ษณะของขน ลักษณะของหู
กับพอ่ แม่
มนุษย์มกี ารถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เช่น
เชิงผมท่ีหน้าผาก ลักย้ิม ลักษณะหนังตา
การหอ่ ล้นิ ลกั ษณะของตงิ่ หู
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
1. รุ่นพ่อแม่
ร่นุ ลกู
แผนผงั การถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมของต้นถั่ว
จากแผนผัง สัดส่วนของลักษณะต้นสูงต่อต้นเต้ียในรุ่นลูก เป็นเท่าใด
(O-NET 50)
1. 1 : 1 2. 1 : 2
3. 1 : 3 4. 3 : 1
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
2. ร่นุ พอ่ แม่
รุ่นลูก
จากแผนผัง ขอ้ สรุปใดถกู ต้อง (O-NET 51)
1. ลูกทไี่ ดม้ ีขนสดี า 75%
2. ลูกที่ไดม้ ขี นสีดา 50 %
3. ขนสดี าเปน็ ลกั ษณะเด่น
4. ขนสีขาวเป็นลักษณะเด่น
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
3. โรคใดมกี ารถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
(O-NET 52)
1. ฟันผุ
2. ตาแดง
3. เบาหวาน
4. ไวรัสตับอักเสบบี
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
4. ข้อมลู แสดงลักษณะทางพันธุกรรมของบคุ คลในครอบครัวหนง่ึ เปน็ ดังนี้
ลกั ษณะทาง ลูก พ่อ แม่ ปู่ ยา่ ตา ยาย
พนั ธุกรรม
เสน้ ผม เรยี บ เรียบ หยักศก หยกั ศก เรียบ หยกั ศก หยักศก
ลักย้มิ มี ไม่มี มี มี ไม่มี มี มี
หนังตา ช้ันเดยี ว 2 ช้ัน ชั้นเดียว 2 ชัน้ 2 ชน้ั 2 ชั้น ช้นั เดียว
จากข้อมลู ในตาราง ลกู ไดร้ ับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรมสว่ นใหญ่
จากใคร (O-NET 53A)
1. พอ่ และยา่ 2. ป่แู ละตา
3. แม่และยาย 4. ยา่ และยาย
ติวเข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
5. ขอ้ มลู แสดงลักษณะทางพันธุกรรมของบคุ คลในครอบครวั หนง่ึ เป็นดังน้ี
ลักษณะทาง ลูก พ่อ แม่ ปู่ ยา่ ตา ยาย
พนั ธุกรรม
สีผิว คลา้ คลา้ ขาว ขาว คลา้ ขาว ขาว
สันจมกู โดง่ แบน โด่ง โด่ง แบน โดง่ โด่ง
ลน้ิ หอ่ ได้ ห่อไม่ได้ ห่อได้ หอ่ ไมไ่ ด้ ห่อไมไ่ ด้ หอ่ ไม่ได้ ห่อได้
จากข้อมลู ในตาราง ลูกได้รบั การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมส่วนใหญ่
จากใคร (O-NET 53B)
1. พ่อและยา่ 2. แม่และยาย
3. แม่และยา่ 4. ปู่และยาย
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
6. ขอ้ ใดเป็นการถา่ ยทอดลักษณทางพนั ธุกรรม (O-NET 54)
1. สดุ าตดิ โรคไข้หวัดใหญจ่ ากแม่
2. มานะไว้หนวดเครายาวเหมือนพอ่
3. สมศักดิ์มีเลือดหมเู่ อเหมือนพอ่ แต่แมม่ เี ลือดหมโู่ อ
4. เสือและสิงหเ์ ปน็ พ่นี อ้ งฝาแฝดชอบเล่นฟุตบอลเหมือนกนั
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
7. ถ้านาถั่วลันเตาลักษณะต้นสูงผสมกับถ่ัวลันเตาลักษณะต้นเต้ีย
ปรากฎว่าต้นถ่ัวรุ่นลูกมีลักษณะต้นสูงทุกต้น เหตุผลข้อใดถูกต้อง
(O-NET 54)
1. ลักษณะตน้ เตีย้ ของถวั่ เป็นลักษณะเด่น
2. ลกั ษณะตน้ สูงของถว่ั เป็นลกั ษณะเดน่
3. ถวั่ มลี ักษณะต้นสูงเพราะเจริญเตบิ โตไดด้ กี ว่าตน้ เตยี้
4. ลักษณะต้นเต้ยี ของถวั่ เปน็ ลักษณะทีไ่ มม่ ีการถา่ ยทอด
ไปสูร่ ุ่นลูก
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
8. ครอบครวั หน่ึง พ่อไม่มีลักย้ิมมาจากครอบคัวที่สืบทอดการไม่มีลักย้ิมทุกรุ่น
สว่ นแม่มีลักยิม้ มาจากครอบครัวที่ถ่ายทอดการมีลักย้ิม ทุกรุ่นเช่นเดียวกัน
ลูกของพ่อแม่คู่นี้ไม่มีลักยิ้ม ผลการวิเคราะห์ลักษณะพันธุกรรมของ
ครอบครัวนี้ ขอ้ ใดถกู ต้อง (O-NET 55)
1. การมลี กั ยิม้ เปน็ ลกั ษณะด้อย จงึ ไม่ถา่ ยทอดไปสู่ลูก
2. การไม่มลี กั ย้ิมเป็นลักษณะเดน่ จึงถ่ายทอดเฉพาะลกั ษณะเดน่ ไปสูล่ กู
3. ถา้ ครอบครัวนี้มีลูกหลายคน ลูกบางคนอาจมลี กั ยิม้ เหมอื นแม่
4. ลกู มีลักษณะพนั ธุกรรมท่ถี า่ ยทอดมาจากพ่อแม่
การไม่มลี กั ยม้ิ เปน็ ลักษณะเด่นจงึ ไมป่ รากฎลักษณะด้อยในรนุ่ ลกู
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
9. แผนผงั การถา่ ยทอดลกั ษณะพันธุกรรมของสมาชิกในครอบครวั หนึง่
จากแผนผัง ข้อมูลใดถูกตอ้ ง (O-NET 56)
1. ลูกไม่ไดร้ บั การถา่ ยทอดลักษณะการมลี กั ยมิ้ มาจากพอ่
2. ลูกได้รับการถ่ายทอดเฉพาะลักษณะการไมม่ ลี ักยม้ิ มาจากแม่
3. ลกั ษณะการมลี ักยม้ิ จากพ่อ และการไมม่ ลี ักย้ิมจากแม่ จะถ่ายทอดสลู่ กู
4. ลักษณะการไมม่ ีลกั ย้ิมจากตาจะถา่ ยทอดสู่แมแ่ ละพอ่
แลว้ ถา่ ยทอดสลู่ กู อีกทอดหนงึ่
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
10. ขอ้ ใดจัดเปน็ ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมทง้ั หมด (O-NET 57)
1. ผมหยกิ มแี ผลเปน็ จมูกโดง่ หนงั ตาชัน้ เดียว ห่อลิ้นไมไ่ ด้
2. ผมตรง ไม่มีติ่งหู จมกู โดง่ หนงั ตาสองชั้น หอ่ ลนิ้ ได้
3. ผมหยิก มีติ่งหู ถนัดซ้าย ผวิ ขาว ชอบกนิ หวาน
4. ผมตรง ผวิ คล้า หนงั ตาสองช้ัน ไมช่ อบกนิ ผัก จมกู โด่ง
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
11. แผนผังแสดงการถ่ายทอดลักษณะพันธกุ รรมในแมว
จากแผนผงั ข้อสรปุ ใดถกู ตอ้ ง (O-NET 58)
1. ลกั ษณะขนสขี าวของลกู เป็นลักษณะเดน่ แทเ้ หมือนของพอ่
2. ลักษณะขนดา่ งเป็นลกั ษณะดอ้ ย ลกู ทมี่ ขี นด่างจงึ ตายหมด
3. ลักษณะขนดา่ งไมถ่ า่ ยทอดไปสลู่ กู
4. ลกั ษณะขนสขี าวเป็นลกั ษณะเด่น
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
12. ข้อใดกล่าวถึงการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมได้ถกู ต้อง (O-NET 60)
1. ลักษณะทางพันธุกรรมบางอยา่ งของพอ่ แม่ อาจไมป่ รากฏในรุน่ ลกู
2. ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของ ปู่ ยา่ ตา ยาย จะไม่ถา่ ยทอดใหร้ ุ่นหลาน
3. พ่อถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมให้ลูกชาย และแม่ถ่ายทอด
ใหล้ ูกสาว
4. ลักษณะทางพันธุกรรมของพ่อแม่ ท่ีปรากฏในลูกคนแรกแล้ว
จะไม่ปรากฏในลกู คนถดั ไป
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
13. เด็กชายคนหน่งึ ตอ้ งการเพาะกระตา่ ยขายเพื่อเพมิ่ รายไดใ้ ห้ครอบครัว จึงไปซื้อกระต่ายขนสีขาวและ
ขนสีนา้ ตาลมาอย่างละ 1 คู่ แตล่ ะค่ปู ระกอบด้วยตัวผู้และตัวเมีย นาคู่กระต่ายแต่ละสีไปเลี้ยงในกรง
ขนาดใหญ่แยกกรงกัน เวลาผา่ นไปค่กู ระตา่ ยท่ีมขี นสขี าวให้กาเนิดกระต่ายรุ่นลูกและรุ่นหลานปนกัน
อยู่ 15 ตัว ทุกตัวล้วนมีขนสีขาว ทานองเดียวกันคู่กระต่ายขนสีน้าตาลให้กาเนิดกระต่ายรุ่นลูกและ
รุ่นหลานปนกันอยู่ 17 ตัว ทุกตัวมีขนสีน้าตาล เด็กชายคนน้ีจึงทดลองนากระต่ายตัวผู้ขนสีขาวตัว
หนึ่งจาก 15 ตัว และตัวเมียขนสีน้าตาลตัวหนึ่งจาก 17 ตัว ไปแยกเลี้ยงอีกกรงหน่ึง ปล่อยให้
ทั้งสองคู่ผสมพันธุ์จนเกิดรุ่นลูก คู่ละ 2 ครอก ทุกตัวมีขนสีน้าตาล ลักษณะพันธุกรรมสีขนที่เป็น
ลักษณะเด่นคืออะไร และถ้าต้องการเห็นลักษณะพันธุกรรมด้อย จะต้องสังเกตจากกระต่ายรุ่นใด
(ขอ้ สอบแบบปรนัย 6 ตวั เลือก 2 คาตอบ O-NET 57)
1. สีขาว 2. สีน้าตาล 3. สีนา้ ตาลแต้มขาว
4. รุ่นพ่อแม่ 5. รนุ่ ลกู 6. รุ่นหลาน
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
14. ครอบครัวหนงึ่ มีลกั ษณะภายนอก แสดงดงั ตาราง
ลักษณะภายนอก พ่อ แม่ ลูกชาย ลกู สาว
ลกั ยิ้ม มี ไมม่ ี มี มี
ตง่ิ หู มี มี มี มี
นิว้ โปง้ งอน ไมง่ อน งอน งอน
การหอ่ ลน้ิ ไมไ่ ด้ ได้ ได้ ไมไ่ ด้
ทรงผม ผมสนั้ ผมยาว ผมสัน้ ผมยาว
จากข้อมูล ขอ้ ใดกลา่ วถงึ การถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมในครอบครัวน้ไี ม่ถูกต้อง
1. ลูกชายมีลกั ษณะทางพันธกุ รรมเหมอื นพ่อ 3 ลกั ษณะ
2. ลกู สาวมลี กั ษณะทางพันธุกรรมเหมือนแม่ 1 ลกั ษณะ
3. ลกั ษณะทางพันธกุ รรมของลกู ชายเหมือนแม่มากกว่าที่ลูกสาวเหมือนแม่
4. ลักษณะทางพนั ธกุ รรมของลกู ชายเหมอื นพ่อมากกว่าทล่ี กู สาวเหมอื นพ่อ
ติวเข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
15. พอ่ และแม่มลี กั ษณะภายนอก ดงั นี้
พ่อ : มผี วิ ขาว มีลกั ยม้ิ นว้ิ โปง้ ไมง่ อน และมที รงผมสัน้
แม่ : มผี วิ ขาว มลี ักยมิ้ นิ้วโปง้ งอน และมีทรงผมสน้ั
จากขอ้ มูล ลกั ษณะใดของพ่อและแม่ที่ ไม่ สามารถ
ถา่ ยทอดไปยงั ลูกได้ ( Science)
1. สผี วิ 2. ทรงผม
3. การมีลกั ย้ิม 4. ลักษณะนิ้วโป้ง
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
16. ในครอบครวั หนงึ่ พอ่ และแมม่ ีลักษณะการเวยี นของขวญั บนศรี ษะ
แบบเวียนซา้ ย สว่ นลูกชายมลี ักษณะการเวียนของขวัญบนศีรษะแบบ
เวยี นขวา ซง่ึ ตา่ งจากพีส่ าวทม่ี ลี ักษณะการเวยี นของขวัญบนศีรษะแบบ
เวียนซ้าย
จากสถานการณ์ เพราะเหตุใดลกู ชายคนน้ีจึงมีลกั ษณะการเวยี น
ของขวัญบนศีรษะแตกต่างจากสมาชิกคนอน่ื ในครอบครวั (O-NET 63)
1. ลกั ษณะการเวียนของขวัญบนศรี ษะไม่ใช่ลักษณะทางพนั ธกุ รรม
2. ลักษณะการเวียนของขวัญบนศีรษะของลกู แตล่ ะคนตอ้ งแตกต่างกนั
3. ลักษณะการเวยี นของขวัญบนศรี ษะแบบเวียนขวาเป็นลักษณะทพ่ี บ
เฉพาะในเพศชายเท่าน้ัน
4. ลักษณะการเวยี นของขวัญบนศีรษะแบบเวยี นขวาเป็นลกั ษณะแฝงใน
รนุ่ พอ่ แมท่ ่ปี รากฎในร่นุ ลูก
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
17. การผสมพันธ์ุสัตว์ในลักษณะใดที่ช่วยป้องกันการถ่ายทอด
ลกั ษณะทีไ่ ม่ดขี องพ่อไปสลู่ ูก (O-NET 51)
1. ผสมกนั เองตามธรรมชาติ
2. ผสมพันธุแ์ ทล้ กั ษณะดี
3. ผสมกันระหว่างญาติใกลช้ ดิ กัน
4. ผสมกบั พนั ธ์ทุ มี่ ีลักษณะเหมือนพ่อ
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์
ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาค หลัก
และธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และ
การเกิดปฏิกิริยาเคมี
ติวเขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ชน้ั ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรู้
ป.4 ว 2.1 ป.4/1 วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพ
เปรยี บเทียบสมบัติทางกายภาพด้านความ แตกต่างกัน วัสดุที่มีความแข็งจะทนต่อ
แขง็ สภาพยืดหยุ่น การนาความร้อน และ แรงขูดขีด วัสดุที่มีสภาพยืดหยุ่นจ ะ
การนาไฟฟ้าของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชิง เปลย่ี นแปลงรปู รา่ งเมื่อมีแรงมากระทาและ
ประจักษ์จากการทดลองและระบุการนา กลับสภาพเดิมได้ วัสดุที่นาความร้อนจะ
สมบัติเร่ืองความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การ
นาความรอ้ น และการนาไฟฟ้าของวัสดุไป ร้อนได้เร็วเมื่อได้รับความร้อน และวัสดุที่
ใชใ้ นชวี ิตประจาวัน ผ่านกระบวนการออก นาไฟฟ้าได้ จะให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้
แบบชิ้นงาน ดงั น้ันจึงอาจนาสมบัติต่าง ๆ มาพิจารณา
ว 2.1 ป.4/2 เพอื่ ใช้ในกระบวนการออกแบบช้ินงานเพ่ือ
แ ล ก เ ป ล่ี ย น ค ว า ม คิ ด กั บ ผู้ อื่ น โ ด ย ก า ร ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวนั
อภิปรายเก่ียวกับสมบัติทางกายภาพของ
วัสดุอย่างมีเหตุผลจากการทดลอง
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
1. นาวสั ดุ 3 ชนดิ มาขูดกัน ได้ผลดังตาราง
ตาราง ผลการทดสอบความแขง็ ของวัสดุ
วสั ดุที่นามาขดู กนั วสั ดทุ ี่เกิดรอย วัสดทุ ่ไี มเ่ กดิ รอย
ชนดิ ท่ี 1 และ 2 ชนดิ ที่ 2 ชนดิ ที่ 1
ชนิดที่ 2 และ 3 ชนดิ ท่ี 2 ชนิดที่ 3
ชนิดที่ 1 และ 3 ชนดิ ที่ 1 ชนิดที่ 3
จากตาราง สามารถสรปุ ได้อย่างไร (O-NET 50)
1. วสั ดุชนดิ ที่ 2 แข็งที่สดุ 2. วัสดชุ นดิ ที่ 3 แขง็ ท่สี ดุ
3. วสั ดชุ นิดท่ี 1 ออ่ นท่สี ดุ 4. วสั ดุชนดิ ท่ี 3 ออ่ นทสี่ ดุ
ติวเข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
2. มีวสั ดุ 3 ชนิด คอื 1 2 และ 3 ถ้านาวัสดุ 2 ชนดิ มาขูดกัน ได้ผลดงั ตาราง
ตาราง ผลท่ีเกิดจากการนาวัสดุ 2 ชนดิ มาขูดกัน
วัสดุทนี่ ามาขูดกัน ผลที่เกดิ จากการนาวัสดุ 2 ชนดิ มาขูดกัน
ชนิดท่ี 1 และ 2 วัสดุที่เกิดรอย วสั ดุทไ่ี ม่เกดิ รอย
ชนดิ ที่ 2 และ 3
ชนิดท่ี 1 และ 3 ชนดิ ท่ี 2 ชนดิ ที่ 1
ชนดิ ที่ 2 ชนดิ ท่ี 3
ชนดิ ท่ี 3 ชนิดที่ 1
จากตาราง ขอ้ ความใดสรุปได้ถูกต้อง (O-NET 52)
1. วัสดุชนดิ ท่ี 1 แขง็ มากที่สุด
2. วสั ดชุ นิดท่ี 2 แข็งมากที่สดุ
3. วสั ดชุ นดิ ที่ 3 แขง็ มากที่สดุ
4. วสั ดุชนดิ ที่ 1 และ 3 แข็งมากท่สี ดุ เทา่ กัน
ติวเข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
3. ตาราง ระดับความแข็งของแรช่ นดิ ต่างๆในหิน เรยี งลาดบั จากนอ้ ยไปมาก
เมอ่ื นาหนิ 2 กอ้ นท่มี ีแรเ่ หลา่ นเี้ ปน็ องคป์ ระกอบ มาทดลองไดผ้ ลดังนี้
ก. หิน A ขูดหนิ B เปน็ รอย ชนิดแรใ่ นหนิ ระดบั ความแขง็ (1-10)
ข. หนิ A และหิน B ขุดแคลไซตเ์ ป็นรอย
ค. โพแทซขดู หนิ A และหิน B เป็นรอย ทัลก์ 1
หนิ A ขดู ควอรตซ์ไม่เปน็ รอย
ฟลอู อไรต์ขูดหนิ B ไม่เปน็ รอย ยปิ ซมั 2
ขอ้ ใดน่าจะเปน็ ไปได้ (O-NET 57)
1. หิน A คือ หนิ ฟนั ม้า หิน B คอื อะพาไทต์ แคลไซต์ 3
2. หิน A คือ อะพาไทต์ หนิ B คอื หนิ ฟนั ม้า
3. หิน A คอื คอรันดมั หนิ B คอื ยิปซมั ฟลอู อไรด์ 4
อะพาไทต์ 5
หนิ ฟันม้า 6
ควอรตซ์ 7
4. หิน A คอื ยิปซมั หิน B คอื คอรนั ดมั โพแทซ 8
คอรนั ดมั 9
เพชร 10
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
4. ตารางระดบั ความแขง็ ของแรช่ นิดต่างๆ ในหนิ เรียงลาดับจากน้อยไปมาก ( ระดับ 1 ไป ระดับ 10)
ชนดิ แร่ ระดบั ความแข็ง ชนิดแร่ ระดับความแข็ง
ทลั ค์ 1 หนิ ฟนั มา้ 6
ยิปซัม 2 ควอตซ์ 7
แคลไซต์ 3 โพแทซ 8
ฟลอู อไรด์ 4 คอรนั ดมั 9
อะพาไทต์ 5 เพชร 10
พิจารณาจากตาราง ขอ้ สรปุ เกย่ี วกับความแข็งของแร่ ข้อใดถกู ต้อง (O-NET 59)
1. แรห่ ินฟนั มา้ และแรอ่ ะพาไทต์ มีระดับความแขง็ ปานกลาง ขดู กันไม่เป็นรอย
2. แรท่ ัลตแ์ ละแรย่ ปิ ซมั่ ขดู แร่แคลไซด์ เปน็ รอย
3. แร่ฟลอู อไรด์ขูดแรย่ ปิ ซ่ัม ไม่เป็นรอย
4. แรท่ ลั ต์ขูดแร่ควอตซ์ ไมเ่ ป็นรอย
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
5. ใสน่ า้ ปรมิ าณเท่ากนั ทีอ่ ุณหภูมิ 20 0C ลงในภาชนะท่ีทาด้วยวัสดุ 4 ชนิด
แลว้ แชใ่ นอ่างนา้ ร้อนอุณหภูมิ 80OC ดงั ภาพ
เมอื่ เวลาผ่านไป 3 นาทีน้าในภาชนะท่ีทาด้วยวัสดุชนิดใดจะมีอุณหภูมิ
สูงทีส่ ุด (O-NET 51)
1. แกว้ 2. ทองแดง 3. พลาสติก 4. กระเบอื้ ง
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
6. ให้พลังงานความร้อนเท่ากันเพื่อต้มน้า 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร ในบีกเกอร์ขนาด
เทา่ กนั ที่ทาด้วยวัสดตุ า่ งกนั บนั ทึกเวลาท่ที าให้นา้ เดอื ด ได้ผลตามตาราง
ตาราง เวลาท่ใี ช้ในการทาใหน้ ้าเดอื ดเม่อื ต้มนา้ ในบีกเกอร์ทที่ าดว้ ยวสั ดุต่างกัน
วัสดุทีใ่ ช้ทาบกี เกอร์ เวลาทีใ่ ช้ในการทาใหน้ า้ เดอื ด
A5
B9
C8
D7
จากขอ้ มูล วสั ดุชนดิ ใดถา่ ยโอนความร้อนได้ชา้ ทส่ี ดุ (O-NET 52)
1. A 2. B
3. C 4. D
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
7. นาโลหะ A B C และ D จ่มุ ในบกี เกอรท์ ม่ี นี ้าเดือดเป็นเวลา 2 นาที พบว่าโลหะ A B
C และ D มอี ณุ หภูมิตา่ งกนั ดังตาราง
ตาราง อุณหภมู ิของโลหะชนดิ ต่างๆก่อนจมุ่ และหลังจุม่ ในนา้ เดอื ด
ชนดิ โลหะ อุณหภมู ขิ องโลหะ (C)
ก่อนจุ่ม C หลงั จุ่ม C
A 30 80
B 30 50
C 30 35
D 30 95
ในการผลิตภาชนะหงุ ตม้ จะเลอื กใชโ้ ลหะชนดิ ใดจงึ เหมาะสมทีส่ ดุ (O-NET 57)
1. A 2. B
3. C 4. D
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
8. การส่งผ่านความรอ้ นในข้อใดเปน็ การนาความร้อน
(O-NET 57)
1. การปงิ้ ปลา
2. การเช็ดตัวเม่อื มีไข้
3. การควั่ ถว่ั ลิสงผสมทราย
4. การส่องแสงของดวงอาทิตย์
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
9. นาเทอร์โมมิเตอร์ไปแช่น้าท่ีมีอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส แล้วใส่
วตั ถรุ ้อนทีม่ อี ณุ หภมู ิ 80 องศาเซลเซยี ส ชนิดต่าง ๆ ลงไป ดงั ภาพ
วตั ถชุ นดิ ใด ท่ีทาใหอ้ ุณหภมู ขิ องนา้ สูงขน้ึ ไดร้ วดเรว็ ทสี่ ดุ (O-NET 59)
1. แกว้ 2. แทง่ ไม้
3. ทองแดง 4. กระเบ้ืองดนิ เผา
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
10. นาแกว้ ทท่ี าจากวัสดตุ ่างกัน 4 ชนิด มาใส่น้า อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส แล้วต้ัง
ทิ้งไว้ ท่ีบริเวณเดียวกัน เมื่อเวลาผ่านไป 10 นาที พบว่า น้าในแก้วมีอุณหภูมิ
เปลีย่ นไปดงั นี้
วสั ดุ อุณหภูมิของน้าในแก้ว เมื่อเวลาผ่านไป 10 นาที (องศาเซลเซียส)
A 70
B 65
C 60
D 55
ถา้ นาวสั ดุทัง้ 4 ชนดิ น้ี ไปทากระติกที่มลี ักษณะเหมอื นกนั แล้วใสน่ า้ แขง็ ปริมาณ
เทา่ กัน น้าแขง็ ในกระติก ท่ีทาจากวสั ดุชนิดใด จะหลอมเหลวช้าทสี่ ดุ (O-NET 60)
1. A 2. B 3. C 4. D
ติวเข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
11. ใสว่ ตั ถุท่จี มนา้ 4 ชนิดลงในภาชนะทีม่ ีน้าอยแู่ ลว้ แยกใสภ่ าชนะละ 1 ชนดิ
แล้ววดั ปริมาตรนา้ ทีเ่ พ่มิ ขนึ้ จากเดมิ ไดผ้ ลดงั ตาราง
ตาราง ปริมาตรน้าในภาชนะที่เพ่ิมขึน้ จากเดมิ เมอื่ ใสว่ ตั ถุท่ีจมน้าได้ 4 ชนดิ ในภาชนะแตล่ ะใบ
ชนิดวตั ถุ ปรมิ าตรนา้ ในภาชนะทเ่ี พิ่มขน้ึ จากเดิม (ลกู บาศก์เซนตเิ มตร)
1 30
2 42
3 50
4 35
เมอ่ื ทดสอบดว้ ยวิธีเดยี วกันนก้ี บั วตั ถทุ ี่จมน้าได้อีกชนดิ หนง่ึ พบว่าปริมาตรน้า
เพ่มิ ขนึ้ 44 ลูกบาศก์เซนติเมตร วตั ถุนา้ นา่ จะมีปรมิ าตรใกล้เคียงกบั วัตถุ
ในภาชนะชนิดใดในตารางข้างต้น (O-NET 52)
1. ชนิดท่ี 1 2. ชนดิ ท่ี 2
3. ชนิดที่ 3 4. ชนดิ ที่ 4
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
12. ภาพการแยกชนั้ ของของเหลว 4 ชนิดทีใ่ ส่ไวใ้ น
ภาชนะใบหนง่ึ จากภาพ ของเหลวชนิดใดมี
ความหนาแนน่ สูงทีส่ ุด (O-NET 52)
1. ชนิดท่ี 1
2. ชนิดที่ 2
3. ชนดิ ท่ี 3
4. ชนดิ ท่ี 4
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
13. ทดสอบสมบัติของเชือก 4 ชนิด โดยผกู เชอื กแต่ละชนดิ เขา้ กบั คานไม้ ดังภาพ
ชนดิ ของเชอื ก มวลของตมุ้ น้าหนักทเ่ี รมิ่ ทาใหเ้ ชือกขาด (กิโลกรัม)
A3
B5
C4
D6
จากน้นั นาตุ้มน้าหนักทม่ี มี วล 1 กโิ ลกรัม มาแขวนที่ขอเกี่ยวของเชือกแตล่ ะเส้น แลว้ เพิ่มต้มุ
น้าหนกั ทลี ะ 1 กโิ ลกรมั สังเกตและบันทกึ มวลของตมุ้ นา้ หนกั ทีเ่ ร่มิ ทาให้เชอื กขาดได้ดงั
ตาราง ถ้าตอ้ งการนาเชอื กไปแขวนวตั ถุมวล 5 กิโลกรัม โดยเชอื กไม่ขาด ควรเลอื กเชอื ก
ชนดิ ใด (O-NET 61)
1. เชอื ก A 2. เชอื ก B 3. เชอื ก C 4. เชอื ก D
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
14.การแยกแก้วนา้ ทซ่ี อ้ นติดกันแน่นออกจากกันด้วยการแช่แก้ว
ลงในน้ารอ้ นเปน็ การใชค้ วามรู้เร่ืองใด (O-NET 50)
1. เม่ือสสารไดร้ บั ความร้อนจะละลาย
2. เมื่อสสารได้รบั ความร้อนจะขยายตวั
3. เมอื่ สสารได้รบั ความร้อนจะกลายเปน็ ไอ
4. เมื่อสสารไดร้ บั ความร้อนจะหลอมเหลว
ติวเข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
15. ต้องการทาภาชนะเพื่อให้เก็บความร้อนไว้ได้นาน
ควรทาจากวสั ดชุ นิดใด (O-NET 52)
1. เหล็ก
2. พลาสติก
3. ทองเหลอื ง
4. กระเบือ้ งเคลือบ
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
16. ข้อใดไม่ใชก่ ารใช้ประโยชนจ์ ากสมบัติของแร่โดยตรง
(O-NET 54)
1. คณุ อาใช้หม้อสเตนเลสต้มน้า
2. คณุ น้าซือ้ ทองคาแท่งนาไปฝากธนาคาร
3. คณุ ครูซอื้ ทต่ี ดิ กระดานแม่เหล็กมาใช้ติดบตั รคา
4. คุณพ่อปอกเศษสายไฟเพ่ือเอาลวดทองแดงภายใน
ไปใชง้ านอ่ืน
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
17. ใครเลอื กใช้ภาชนะท่ีทาจากวัสดไุ ดเ้ หมาะสมทส่ี ุด
(O-NET 54)
1. แมค่ ้าใชช้ ามกระเบอื้ งใส่ก๋วยเตีย๋ ว
2. พเี่ ก็บนา้ ส้มสายชูไว้ในถว้ ยโลหะ
3. นอ้ งนาช้อนพลาสตกิ มาตักแกงร้อนๆ
4. พอ่ นาอาหารใสจ่ านอลูมเิ นียมไปอุ่นในเตาไมโครเวฟ
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
18. ชุมชนบ้านในกรุงเทพฯเป็นชมุ ชน ท่ีมีช่ือเสียงในการทาภาชนะสาริด ซ่ึงได้
จากการนาโลหะทองแดงและดีบุกมาผสมกันท่ีอุณหภูมิสูง แล้วใช้การตี
เพอ่ื ข้ึนรปู เป็นภาชนะต่างๆ เชน่ ขัน ถาด เปน็ ต้น
ขอ้ ใดไม่ใชล่ กั ษณะของขนั น้าดื่มสาริดที่ผลิตจากชมุ ชนบ้านบุ (O-NET 56)
1. นาไฟฟ้าได้ดี
2. เม่ือใสน่ ้าเยน็ ทาให้รสู้ กึ เย็นเมอ่ื ยกขันข้นึ มาดม่ื
3. เมอื่ ใสน่ ้าร้อนสามารถยกข้ึนมาด่มื น้าโดยไมร่ ้อนมือ
4. หนกั กว่าแก้วน้าหรอื ถว้ ยน้าเซรามิกทีม่ ีความหนาและขนาดเท่าๆ กัน
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
19. เคร่ืองใช้ในครัวสองชนิดในข้อใด มีหลักการทางาน
คล้ายกันที่สุด (O-NET 58)
1. หมอ้ ตนุ๋ เตาถา่ นย่างไก่
2. หวดน่งึ ข้าว หมอ้ ตุ๋น
3. ซึ้งหรือลงั ถงึ หวดนง่ึ ข้าวเหนยี ว
4. เตาถ่านยา่ งไก่ ซึง้ หรอื ลงั ถงึ
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
20. ทดสอบสมบัติของเส้นเอน็ ยดื A B และ C ท่ีขนาดเทา่ กัน และมีความยาว
เร่ิมตน้ 17 เซนตเิ มตร โดยผูกเส้นเอน็ ยดื เขา้ กับคานไม้ ดงั ภาพ
แขวนต้มุ นา้ หนักมวล 2 กิโลกรมั ท่ขี อเกี่ยวของ
เส้นเอน็ ยดื แตล่ ะเสน้ แลว้ บันทึกความยาวของเส้น
ยดื ขณะแขวน และหลงั จากนาตุ้มนา้ หนักออก
ได้ผลดงั ตาราง
ชนดิ ของเสน้ เอน็ ยืด ความยาวของเส้นเอน็ ยดื (เซนติเมตร)
ขณะแขวนตมุ้ นา้ หนกั หลังนาต้มุ นา้ หนกั ออก
A 19 19
B 18 17
C 20 18
จากขอ้ มูล ขอ้ ใดเรยี งลาดับเส้นเอน็ ยืดทม่ี ีสภาพยืดหยนุ่ จากมากไปน้อย ได้ถูกตอ้ ง
( Science)
1. เสน้ เอ็นยืด B A และ C 2. เสน้ เอน็ ยืด B C และ A
3. เส้นเอน็ ยดื A C และ B 4. เสน้ เอน็ ยืด C A และ B
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
21. ทดสอบสมบตั ิวัสดุ 4 ชนิด โดยการทาการทดลอง 3 การทดลองดังน้ี
การทดลองที่ 1 นาเหลก็ มาขูดบนวัสดุ
การทดลองที่ 2 ให้ความร้อนกบั วสั ดุ จนวัสดมุ ีอณุ หภูมิเพิ่มข้ึน 10 องศาเซลเซียส
การทดลองที่ 3 ต่อวัสดุเข้ากับวงจรไฟฟ้า โดยให้หลอดไฟฟ้าและวสั ดตุ ่อกันแบบอนกุ รม
ผลการทดลองท่ไี ด้เปน็ ดังตาราง
วัสดุ การเกดิ รอยบนวสั ดุ เวลาท่ีใชใ้ นการทาใหว้ ัสดุ ความสวา่ งของหลอดไฟฟ้า
เม่ือนาเหล็กมาขดู มอี ุณหภมู เิ พิม่ ขึน้ (นาที)
A เกิดรอย 5 ไม่สวา่ ง
B เกดิ รอย 2 สวา่ ง
C ไมเ่ กิดรอย 1 สวา่ ง
D ไม่เกิดรอย 8 ไม่สว่าง
ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ ง (O-NET 63)
1. วัสดุ A นาไปผลิตเปน็ ตัวนาไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าของพดั ลม
2. วสั ดุ C สามารถตดั ใหเ้ ป็นแผ่นได้ โดยใชเ้ คร่อื งตัดที่ทาจากเหล็ก
3. ตะแกรงยา่ งท่ที าจากวสั ดุ D ทาใหอ้ าหารสุกชา้ กวา่ ทท่ี าจากวัสดุ C
4. ดา้ มจบั กระทะท่ีทาจากวสั ดุ B ปอ้ งกันความรอ้ นไปสูม่ อื ไดด้ วี ่าวสั ดุ A
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ช้นั ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรู้
ป.4 ว 2.1 ป.4/3 วัส ดุ เป็นส สา ร เพ ร า ะมี ม ว ล แล ะ
เปรียบเทียบสมบัติของสสารทั้ง 3 ต้องการที่อยู่ สสารมีสถานะเป็น
สถานะ จากข้อมูลที่ได้จากการสังเกต ของแข็ง ของเหลว หรือแก๊ส ของแข็ง
มวล การต้องการท่ีอยู่ รูปร่างและ มีปริมาตรและรูปร่างคงท่ี ของเหลวมี
ปรมิ าตรของสสาร
ปริมาตรคงที่ แต่มีรูปร่างเปลี่ยนไป
ว 2.1 ป.4/ 4
ใช้เครื่องมือเพ่ือวัดมวล และปริมาตร ต า ม ภ า ช นะ เ ฉ พ า ะ ส่ ว น ท่ี บ ร ร จุ
ของสสารทั้ง 3 สถานะ ของเหลว ส่วนแก๊สมีปริมาตรและ
รปู ร่างเปล่ยี นไปตามภาชนะที่บรรจุ
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
1. โลหะชนดิ ใดมีสถานะเปน็ ของเหลวทีอ่ ณุ หภมู หิ อ้ ง
(O-NET 51)
1. เหล็ก
2. ปรอท
3. ตะก่วั
4. ทองแดง
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
2. ขวดแก้ว 3 ชัน้ ชั้นกลางบรรจเุ กลอื ไอโอดีน (ดังรปู )
ถ้าต้องการให้เกิดผลึกไอโอดีนข้ึนที่ฝาด้านบนของช้ันกลางมากๆ
จะตอ้ งทาตามวธิ ีการใด (O-NET 58)
1. ชนั้ บนใส่น้าร้อน ชั้นลา่ งใสน่ ้าแข็ง
2. ชั้นบนใส่นา้ แข็ง ชนั้ ล่างใส่น้ารอ้ น
3. ช้นั บนใสน่ ้าแขง็ ช้ันล่างใส่น้าแขง็
4. ช้นั บนใส่นา้ ร้อน ชนั้ ลา่ งใส่นา้ ร้อน
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
3. สสารในกลุ่มใดต่อไปน้ีมีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว
และแก๊สตามลาดับ (O-NET 50)
1. เกลอื น้าเช่อื ม สารสม้
2. ไอนา้ นา้ ปลา น้าตาลทราย
3. ผงซกั ฟอก นา้ มนั พืช อากาศ
4. น้าเกลือ ควนั ไฟ นา้ ส้มสายชู
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
4. สารกลุ่มใดมีสถานะเดยี วกันทกุ ชนิด (O-NET 52)
1. ออกซเิ จน ลม นา้ อดั ลม
2. นา้ มนั นา้ ตาล นา้ ปลา
3. ปรอท นา้ เชอ่ื ม น้าอดั ลม
4. ทองคาเปลว ปรอท ทองเหลอื ง
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
5. สารในข้อใดต่อไปนี้ที่จัดอยใู่ นสถานะเดียวกนั ทัง้ หมด
(O-NET 56)
1. สบู่ ยาสีฟนั ยาสระผม
2. นา้ ตาลทราย นา้ ปลา นา้ เชอื่ ม
3. นา้ อดั ลม นา้ แข็ง น้าโซดา
4. นา้ สม้ สายชู นา้ มันพืช แอลกฮอลล์
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain