The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

O - NET ป.6

O - NET ป.6

Keywords: O - NET ป.6

6. ข้อใดจดั เปน็ สารเนือ้ ผสมทงั้ หมด (O-NET 56)
1. นา้ เกลอื น้าเชือ่ ม น้าปลา
2. น้านม นา้ ส้มสายชู น้าพรกิ
3. นา้ จ้ิมปลา น้าโคลน แป้งน้า
4. น้าสม้ ค้นั น้าคลอง น้าประปา

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

7. นาสาร A และ B ซ่ึงแต่ละชนิดมีปริมาตร 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร ใส่ใน
ภาชนะใสมีฝาปิดที่มีรูปทรงและความจุแตกต่างกัน 3 ใบ สังเกตลักษณะ
ของสารท่ีอยใู่ นภาชนะไดด้ ังภาพ

สาร ลักษณะของสารทีอ่ ยู่ในภาชนะความจตุ า่ งๆ
500 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร 800 ลกู บาศก์เซนติเมตร 1,000 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร

A

B

จากข้อมูล สาร A และสาร B มสี ถานะใดตามลาดบั (O-NET 61)

1. แก๊สและของแขง็ 2. ของเหลวและแก๊ส

3. ของแขง็ และของเหลว 4. ของเหลวและของเหลว

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

8. นาสาร A ใสใ่ นภาชนะปิดใบหนงึ่ แลว้ นาไปวางไวใ้ นบริเวณที่มีอุณหภูมิ
แตกตา่ งกนั พบวา่ สาร A เกิดการเปล่ียนสถานะแตกต่างกนั ดงั ภาพ

จากข้อมลู ขอ้ สรปุ ใดถกู ต้อง ( Science)
1. สาร A ทส่ี ถานะ X และ Z จะมมี วลไมเ่ ท่ากัน
2. สาร A ท่ีสถานะ X มีปริมาตรมากกว่าทส่ี ถานะ Y
3. ถ้าลดอณุ หภมู ิของสาร A ท่ีสถานะ Y สารจะเปลย่ี นเป็นสถานะ Z
4. สาร A ท่สี ถานะ Y จะมกี ารจัดเรยี งตัวของอนภุ าคอยู่หา่ งกัน

มากทสี่ ดุ

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชน้ั ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้
ป.5 ว 2.1 ป.5/1  การเปลย่ี นสถานะของสสารเปน็ การเปลีย่ นแปลงทางกายภาพ

อธิบายการเปลี่ยนสถานะ เม่อื เพิ่มความรอ้ นให้กับสสารถงึ ระดบั หนง่ึ จะทาให้สสารที่เป็น
ของสสาร เมอื่ ทาใหส้ สาร ของแขง็ เปล่ยี นสถานะเป็นของเหลว เรียกว่า การหลอมเหลว
รอ้ นขึ้นหรือเย็นลง โดยใช้ และเมื่อเพิ่ม ความร้อนต่อไปจนถึงอีกระดับหน่ึงของเหลวจะ
หลักฐานเชิงประจักษ์ เปลี่ยนเป็นแกส๊ เรยี กวา่ การกลายเป็นไอ แตเ่ ม่ือลดความร้อน
ลงถึงระดับหนึ่งแก๊สจะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว เรียกว่า
การควบแน่น และถ้าลดความร้อนต่อไปอีกจนถึงระดับหน่ึง
ของเหลวจะเปล่ียนสถานะเป็นของแข็ง เรียกว่า การแข็งตัว
สสารบางชนิดสามารถเปล่ียนสถานะจากของแขง็ เป็นแก๊สโดย
ไม่ผ่านการเป็น ของเหลว เรียกว่า การระเหิด ส่วนแก๊สบาง
ชนิดสามารถเปล่ียนสถานะเป็นของแข็งโดยไม่ผ่าน การเป็น
ของเหลว เรียกวา่ การะเหิดกลับ

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. เมื่อนาแผ่นกระจกไปอังเหนือไอน้าแล้วพบว่ามีหยดน้าเกาะท่ี
แผ่นกระจก การเปล่ียนแปลงนี้เป็นการเปลี่ยนสถานะของน้า
อย่างไร (O-NET 52)
1. ของแข็งเปน็ ของเหลว
2. ของเหลวเป็นแกส๊
3. แก๊สเปน็ ของเหลว
4. ของเหลวเป็นของแขง็

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2. กราฟแสดงความสามารถในการละลายของสาร A สาร B สาร C และสาร
D ในน้า 100 กรมั ณ อณุ หภมู ิตา่ งๆ

สารในข้อใด ถา้ อุณหภมู ิสงู ขึ้นจะสามารถละลายนา้ ไดม้ ากข้ึน (O-NET 53A)

1. A และ B 2. A และ C

3. B และ C 4. A และ B และ C

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

3. กราฟแสดงความสามารถในการละลายของสาร A สาร B สาร C และ
สาร D ในน้า 100 กรัม ณ อณุ หภมู ิตา่ งๆ

สารในขอ้ ใด ที่อณุ หภูมิ 40 องศาเซลเซยี ส สามารถละลายน้าได้มากท่ีสุด
(O-NET 53 ชุด B)
1. A 2. B 3. C 4. D

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4. เม่อื เราเติมเกลือลงไปในแกว้ ท่มี ีนา้ อยคู่ รงึ่ แก้ว
ข้อใดอธบิ ายไม่ถูกต้อง (O-NET 54)
1. นา้ ในแกว้ จะมีความเขม้ ข้นมากขึ้น
2. นา้ ในแกว้ จะมีความหนาแนน่ มากขนึ้
3. น้าในแก้วจะมปี ริมาณเทา่ เดิม
4. นา้ ในแก้วมคี วามหนาแน่นมากกว่า
1 กรมั /ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

5. พจิ ารณาจากแผนภาพขา้ งลา่ ง

ขอ้ ใดอธิบายไมถ่ ูกต้อง (O-NET 54)
1. 1 และ 2 เป็นกระบวนการดดู ความร้อน
2. 3 และ 4 เป็นกระบวนการคายความร้อน
3. 1 เปน็ การละลาย 2 เปน็ การระเหย
4. 3 เป็นการควบแนน่ 5 เปน็ การระเหดิ

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

6. นากอ้ นน้าตาลไปละลายในของเหลวชนิดต่างๆ ท่อี ณุ หภูมหิ อ้ ง บนั ทึกเวลา
ทน่ี า้ ตาลละลายจนหมด ดงั แผนภมู ิ

แผนภูมิ แสดงเวลาที่ใช้ในการละลายของน้าตาลในของเหลว 4 ชนิด ของเหลว
ชนิดใดทาละลายได้ดที ่ีสดุ (O-NET 55)
1. A เพราะใชเ้ วลามากกว่า D 2. B เพราะใช้เวลานอ้ ยกว่า C
3. C เพราะใช้เวลามากทส่ี ดุ 4. D เพราะใชเ้ วลาน้อยท่ีสดุ

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

7. นากอ้ นนา้ ตาลทม่ี ีมวลเทา่ กันไปละลายในของเหลว 4 ชนดิ ที่มปี ริมาตรและ
อณุ หภมู เิ ท่ากนั บันทึกเวลาทีน่ ้าตาลละลายจนหมดกอ้ น ไดผ้ ลดงั แผนภมู ิ

ของเหลวชนิดใดเปน็ ตวั ทาละลายทีด่ ีที่สดุ (O-NET 59)
1. A 2. B 3. C 4. D

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

8. พจิ ารณาสถานการณ์ 4 สถานการณ์ ดังตอ่ ไปน้ี

จากสถานการณ์ เม่ือเวลาผ่านไป 10 นาที สถานการณ์ใดที่เกิด

กระบวนการควบแน่น

(O-NET 61)

1. สถานการณ์ที่ 1 2. สถานการณท์ ่ี 2

3. สถานการณท์ ่ี 3 4. สถานการณ์ที่ 4

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

9. การเปลีย่ นสถานะของสารใดเกิดขน้ึ เนอื่ งจากสารสญู เสีย
ความรอ้ น (O-NET 63)
1. น้าชาท่ีตม้ อยใู่ นหม้อ มไี อนา้ เกดิ ขน้ึ
2. เทียนไขเกดิ การอ่อนตวั หลงั จากจดุ ไฟเพอื่ ใหค้ วามสวา่ ง
3. ไอสารสนี ้าตาลรวมตวั เปน็ หยดเกาะอย่ขู ้างขวดแก้ว
ท่ีแชเ่ ย็น
4. น้าแขง็ แหง้ ทว่ี างไวน้ อกต้เู ย็นมคี วันเกิดขนึ้ และมขี นาด
เล็กลง

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชัน้ ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรู้
ป.5 ว 2.1 ป.5/2  อธิบายการละลายของสารในน้า

อธิบายการละลายของสารในนา้ โดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจักษ์
โดยใช้หลกั ฐานเชิงประจักษ์

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรู้

ป.5 ว 2.1 ป.5/3  เม่ือผสมสาร 2 ชนิดข้ึนไปแล้วมี

วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสาร สารใหม่เกิดข้ึน ซึ่งมีสมบัติต่างจาก
เม่ือเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ สารเดมิ หรือเมอ่ื สารชนิดเดียว เกิด
การเปลี่ยนแปลงแล้วมีสารใหม่

เกิดข้ึน การเปลี่ยนแปลงน้ีเรียกว่า

การเปลี่ยนแปลงทางเคมี ซ่ึงสังเกต

ไดจ้ ากมีสี หรือกลิ่นตา่ งจากสารเดิม

หรือ มีฟองแก๊ส หรือมีตะกอน

เกิดข้ึน หรือมีการเพ่ิมขึ้นหรือลดลง

ของอุณหภูมิ

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. การกระทาใดเปน็ การเปลี่ยนแปลงทางเคมี
(O-NET 50)
1. ละลายเกลอื ในน้า
2. ใส่นา้ ในช่องแช่แข็ง
3. เผากระดาษไดเ้ ถา้ สดี า
4. ตดั กระดาษด้วยกรรไกร

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2. ตาราง การเปลีย่ นแปลงที่เกดิ ข้นึ เม่อื นานา้ ไปทดลองดว้ ยวธิ กี ารต่างๆ

หลอดทดลองที่ การทดลอง การเปลี่ยนแปลงทเี่ กดิ ข้นึ

1 ให้ความรอ้ นกับนา้ น้าเดือดกลายเป็นไอ

2 ผสมน้ากับเกลือ ไดส้ ารละลายน้าเกลอื

3 ผสมนา้ กบั ผงฟู เกดิ ฟองแกส๊

4 ผสมนา้ กับนา้ มันพชื นา้ มนั พืชลอยอยบู่ นผิวน้า

จากขอ้ มลู ในตาราง การทดลองในหลอดทดลองใดท่ีสมบัติของสารไม่

เปล่ยี นแปลง (O-NET 51)

1. หลอดที่ 1 2. หลอดท่ี 2 3. หลอดที่ 3 4. หลอดที่ 4

ติวเข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

3. การกระทาใดเป็นการใช้สารเคมีได้อย่างถูกต้อง
(O-NET 52)
1. รินกรดเกลือลงในบกี เกอรท์ ่ีมนี า้
2. ดมกลิ่นโดยใชจ้ มูกจ่อท่ปี ากบกี เกอร์
3. ถือหลอดหยดโดยไม่มีภาชนะรองรบั
4. ใชด้ นิ สอคนสารละลายไอโอดนี ใหเ้ ข้ากัน

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4. ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมีทง้ั หมด (O-NET 55)
1. การจดุ ไม้ขีดไฟ การกลายเปน็ ไอของนา้
2. การเผาถา่ น การสุกของผลไม้
3. การเกดิ สนิมเหล็ก การเกิดเมฆฝน
4. การเกิดลูกเห็บ การหลอมเหลวของน้าแข็ง

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

5. การกระทาในข้อใดเป็นการเปล่ียนแปลงทางเคมี
(O-NET 56)
1. เทเกลือลงในน้าเดอื ด
2. ผสมปุย๋ เคมีกับน้าไว้รดตน้ ไม้
3. เติมนา้ ส้มสายชลู งในก๋วยเต๋ยี ว
4. เผาท่อนไมใ้ ห้เป็นถ่านไวใ้ ช้หุงตม้

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

6. แก๊สที่เกิดข้ึนในข้อใด ไม่ได้เกิดจากการเปล่ียนแปลง
ทางเคมี (O-NET 59)
1. แกส๊ ทเ่ี กิดจากสิ่งมีชีวิตในคลอง
2. แก๊สทเ่ี กิดจากการท้งิ น้าแข็งแหง้ ลงในนา้
3. แก๊สทีเ่ กดิ จากการเน่าของสงิ่ ปฏกิ ูลในคลอง
4. แกส๊ ทเ่ี กดิ จากการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

7. ข้อมูลแสดงการเปลย่ี นแปลงของสาร เป็นดงั นี้

A. เกลอื ละลายนา้ B. นา้ กลายเป็นไอ

C. ไม้ถกู เผา กลายเปน็ ถา่ น D. ผลไมถ้ ูกบ่มจนสกุ งอม

E. เหล็กเกดิ สนมิ F. หยดนา้ ในอากาศกลายเป็นลกู เหบ็

จากข้อมลู ขอ้ ใดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมีทงั้ หมด

(O-NET 60)

1. A B และ F 2. B C และ D

3. D E และ F 4. C D และ E

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

8. เดก็ หญงิ อรนันทต์ อ้ งการทดลองการเปล่ียนแปลงทางเคมีของสารสีบางชนิดในพืชเมื่อ
อยู่ในสภาพกรดได้ทดลองนากะหล่าปลีสีม่วงมาห่ันเป็นชิ้นเล็กๆ นาไปสับให้ละเอียด
แล้วนาไปช่ัง แยกใส่ 3 ถ้วยๆ ละ 50 กรมั 100 กรัม และ 150 กรัม ตามลาดับ เติมน้า
ลงในแต่ละถ้วยๆ ละ 200 มิลลิลิตร เท่ากัน หยดน้ามะนาวท่ีค้ังสดลงไปในถ้วยแต่ละ
ถ้วย 5 หยดเท่ากัน แล้วคลุกให้เข้ากัน ข้อใดคือตัวแปรต้น และตัวแปรตามของการ
ทดลองนี้ (ขอ้ สอบแบบปรนัย 6 ตวั เลอื ก 2 คาตอบO-NET 54)
1. มวลของกะหล่าปลี 50 กรมั 100 กรัม และ 150 กรมั
2. จานวนน้ามะนาวทีห่ ยด ถ้วยละ 5 หยด
3. ปรมิ าณของน้าทีเ่ ติมลงในถ้วย 200 มลิ ลิลติ ร
4. ลกั ษณะสีของนา้ กะหลา่ ปลหี ลังหยดน้ามะนาว
5. ลกั ษณะของนา้ กะหล่าปลี
6. ชนดิ ของนา้ มะนาว

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

9. นักเรยี นบันทกึ ขอ้ มูลการเปล่ยี นแปลงของสารที่เกิดข้ึนในกิจกรรมตา่ งๆ เป็นดงั น้ี

กจิ กรรมท่ี การกระทาและผลท่ไี ด้

1 ปงิ้ ขนมปงั แลว้ ขอบขนมปงั มรี อยไหม้

2 เติมนา้ ตาลทรายลงในนา้ แลว้ นาตาลทรายและนา้ เปลย่ี นเป็นนา้ เช่ือม

3 วางถว้ ยน้าหวานในช่องแชแ่ ข็ง แลว้ นา้ หวานเปล่ยี นเปน็ นาแขง็

จากขอ้ มลู ในแตล่ ะกจิ กรรม การเปลยี่ นแปลงของสารมลี ักษณะใด (O-NET 61)

กจิ กรรมท่ี 1 กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมท่ี 3
1. การละลาย การเปลี่ยนสถานะ การเกดิ สารใหม่
2. การเกดิ สารใหม่ การเปลย่ี นสถานะ
3. การเกดิ สารใหม่ การละลาย การเปลี่ยนสถานะ
4. การเปลย่ี นสถานะ การเปลีย่ นสถานะ การเปลย่ี นสถานะ
การเกดิ สารใหม่

ติวเข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

10. เจนทดลองปลอ่ ยจรวดกระดาษซึง่ มลี กั ษณะดงั ภาพ โดยใส่ผงยาลดกรดและ
นา้ ในปรมิ าณทต่ี า่ งกนั เพ่อื ทาให้เกดิ แกส๊ ในปริมาณตา่ งกนั แลว้ วดั ความสงู
ของจรวด ท่ีข้ึนไปได้สูงสุด ได้ผลการทดลอง ดงั ตาราง

คร้งั ท่ี ปริมาณของผงยาลดกรดและนา้ ความสูงทจ่ี รวดขึน้ ไปได้สูงสดุ (เมตร)
1 ผงยาลดกรด 1 ส่วน น้า 2 สว่ น 0.5
2 ผงยาลดกรด 2 ส่วน น้า 2 ส่วน 2.0
3 ผงยาลดกรด 2 สว่ น นา้ 3 สว่ น 0.7

ถ้าเจนปรับการทดลองน้โี ดยใช้ผงยาลดกรด 1 ส่วน กับ น้า 3 สว่ นความสงู ที่

จรวดข้ึนไปไดส้ งู สดุ จะเป็นเท่าไร ( Science)

1. น้อยกวา่ 0.5 เมตร 2. ระหว่าง 0.5 ถงึ 0.7 เมตร

3. ระหว่าง 0.7 ถงึ 2.0 เมตร 4. มากกว่า 2.0 เมตร

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

11. นาสาร w x y และ z ซ่ึงมีลักษณะเป็นกอ้ นของแข็ง สีขาว ขนาด
เทา่ กนั มาทาการทดลองดงั นี้
• ผสมสาร w กบั นา้ ได้ของเหลวใส และมีฟองแก๊สเกดิ ขน้ึ
• ผสมสาร x กบั สารละลายเกลือแกง ไดข้ องเหลวใส ไมม่ สี ีสี
• ใหค้ วามรอ้ นกบั สาร Y พบว่า สารมลี ักษณะเหลวและมีสนี ้าตาล
• เผาสาร z พบวา่ มแี กส๊ เกดิ ขน้ึ และของแขง็ สีขาวแตกเป็น
ผงละเอยี ดสีขาว
จากผลการทดลอง พบว่า มีการทดลองของสารเพยี งชนิดเดยี ว
เทา่ น้นั ท่ไี มม่ สี ารใหมเ่ กิดข้นึ จากข้อมูล การทดลองของสารใดเปน็
การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ (O-NET 63)

1. สาร w 2. สาร x
3. สาร y 4. สาร z

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ช้ัน ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้

ป.5 ว 2.1 ป.5/4  เม่ือสารเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว

วิเคราะหแ์ ละระบกุ ารเปลี่ยนแปลงท่ี สารสามารถเปลี่ยนกลับเป็นสารเดิม
ผันกลบั ไดแ้ ละการเปลี่ยนแปลงท่ผี ัน
กลับไม่ได้ ได้ เปน็ การเปล่ยี นแปลงท่ีผันกลับได้
เช่น การหลอมเหลว การกลายเป็น

ไอ การละลาย แต่สารบางอย่างเกิด

การเปล่ียนแปลง แล้วไม่สามารถ

เปล่ียนกลับเป็นสารเดิมได้ เป็นการ

เปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับไม่ได้ เช่น

การเผาไหม้ การเกิดสนมิ

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. นกั เรยี นคนหนึง่ เตรยี มเครื่องดม่ื อญั ชนั มะนาว โดยมีขนั้ ตอนดงั น้ี

1) ต้มน้าใหเ้ ดอื ดแล้วใส่ดอกอัญชนั สีน้าเงนิ จะไดน้ า้ อัญชนั ท่มี สี นี า้ เงิน

2) ใช้ผ้าขาวบางกรองเพื่อแยกเอานา้ อญั ชนั ซึ่งมีสนี า้ เงิน

3) เตมิ นา้ ตาลทรายลงไปในนา้ อญั ชนั ได้เปน็ น้าอญั ชนั ซ่งึ มสี ีนา้ เงิน

4) เติมนา้ มะนาวลงไป ไดเ้ ปน็ นา้ อญั ชนั มะนาวที่มีสมี ่วง

จากขอ้ มลู ข้ันตอนใดมสี ารใหมเ่ กดิ ข้นึ (O-NET 62)

1. ข้ันตอนที่ 1 2. ข้ันตอนที่ 2

3. ขัน้ ตอนที่ 3 4. ขนั้ ตอนที่ 4

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชนั้ ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรู้

ป.6 ว 2.1 ป.6/1  สารผสมประกอบดว้ ยสารตงั้ แต่ 2 ชนดิ ข้ึนไปผสม

อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสาร กัน เช่น น้ามันผสมน้า ข้าวสารปนกรวดทราย
ผสม โดยการหยบิ ออก การร่อน การ วิธีการ ที่เหมาะสมในการแยกสารผสมขึ้นอยู่กับ
ใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การ ลั ก ษ ณะ แ ล ะ ส ม บั ติ ข อ ง ส า ร ที่ ผส ม กั น ถ้ า
กรอง และการตกตะกอน โดยใช้ อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ส า ร ผ ส ม เ ป็ น ข อ ง แ ข็ ง กั บ
หลกั ฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธี
แก้ปัญหาในชีวิตประจาวันเกี่ยวกับ ของแขง็ ทม่ี ขี นาดแตกตา่ งกนั อยา่ งชัดเจน อาจใช้

การแยกสาร วิธีการหยิบออกหรือการร่อนผ่านวัสดุ ท่ีมีรู ถ้ามี

สารใดสารหน่ึงเป็นสารแม่เหล็กอาจใช้วิธี การใช้

แม่เหลก็ ดึงดูด ถ้าองค์ประกอบเป็นของแข็ง ที่ไม่

ละลายในของเหลว อาจใช้วิธีการรินออก การ

กรอง หรือการตกตะกอน ซึ่งวิธีการแยกสาร

สามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวนั ได้

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. สารผสมใดต่อไปน้ีท่ีแยกออกจากกันได้ด้วยการระเหยแห้ง
(O-NET 50)
1. เกลอื ปน่ กับน้า
2. นา้ มันพชื กบั นา้
3. ขา้ วเปลอื กกับแกลบ
4. ผงตะไบเหล็กกับทราย

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2. วิธีการใดเหมาะสมท่ีจะใช้แยกของผสมระหว่าง
เศษอฐิ กอ้ นเลก็ ๆ กบั ทรายออกจากกนั (O-NET 51)
1. การร่อน
2. การกรอง
3. การระเหิด
4. การระเหยแห้ง

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

3. ตาราง สมบัติบางประการของสารชนิดต่างๆ

สาร ลักษณะเนอื้ สาร สี การดดู ด้วยแม่เหล็ก

A ผงละเอยี ด ดา ดูด

B ผงละเอียด ขาว ไมด่ ดู

C กอ้ นขนาด 0.5 cm ดา ดูด

D ก้อนขนาด 0.5 cm ใสไมม่ สี ี ไมด่ ูด

ถา้ ทาการแยกสาร A B C และ D ทีผ่ สมกนั อย่โู ดยการรอ่ นด้วยตะแกรง

ที่มรี ขู นาด 0.3 cm และนาสารทต่ี ิดอยู่บนตะแกรงมาดูด

ด้วยแมเ่ หลก็ สารที่แมเ่ หลก็ ดูดไว้ คอื สารใด (O-NET 51)

1. สาร A 2. สาร B 3. สาร C 4. สาร D

ติวเขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4. ตาราง ผลการรอ่ นด้วยตะแกรงและละลายน้าของสาร 4 ชนิด

ชนดิ ของสาร การร่อนดว้ ยตะแกรง การละลายในน้า

A ผ่าน ละลาย

B ไม่ผา่ น ละลาย

C ผ่าน ไมล่ ะลาย

D ไม่ผา่ น ไม่ละลาย

ถา้ สารทง้ั สีช่ นิดผสมอย่ดู ้วยกนั เมอ่ื รอ่ นดว้ ยตะแกรงแลว้ นาสารทีผ่ า่ น

ตะแกรงไปละลายนา้ สารทไี่ ม่ละลายน้าเหลอื เป็นตะกอนอยู่คอื สารใด

(O-NET 52)

1. สาร A 2. สาร B 3. สาร C 4. สาร D

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

5. การแยกสารวิธีใดช่วยแยกเกลือป่นที่ปนอยู่กับพริกไทยป่น
ได้เหมาะสมทสี่ ดุ (O-NET 54)
1. นาไปละลายน้าแล้วนาไปตม้ และนาไประเหยแห้ง
2. นาไปละลายนา้ แล้วนาไประเหยแห้งและนาไปกรอง
3. นาไปร่อนแลว้ นาไปละลายนา้ และนาไประเหยแห้ง
4. นาไปละลายนา้ แลว้ นาไปกรองและนาไประเหยแห้ง

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

6. เครื่องแยกขนาดก้อนกรวด เกิดจากการนาตะแกรงที่มีรูมาซ้อนกันตาม
แนวต้งั แลว้ เทก้อนกรวดลงด้านบน เคร่ืองจะเขย่าให้กรวดร่วงลงมาจาก
ช้ัน A ถึง D ซ่ึงมีรูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.30 0.20 0.10 เซนติเมตร
และถาดทบึ ไม่มีรตู ามลาดับ ดังภาพ

เครื่องน้ีสามารถแยกกรวดขนาดตามข้อใดออกจากกันได้อย่างสมบูรณ์
(O-NET 57)
1. 0.05 , 0.08 และ 0.15 เซนตเิ มตร
2. 0.05 , 0.25 และ 0.45 เซนติเมตร
3. 0.15 , 0.45 และ 0.55 เซนติเมตร
4. 0.10 , 0.35 และ 0.75 เซนตเิ มตร

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

7. นาของผสม ซึ่งประกอบด้วยสาร 3 ชนดิ คอื สาร A สาร B และสาร C มาแยกดว้ ย
วธิ กี ารดังน้ี

สาร A, B และ C ควรเปน็ สารใด ตามลาดับ (O-NET 58)

1. ผงทองแดง นา้ ตาลทราย ผงถ่าน

2. ผงทองแดง เกลือแกง แปง้ มัน

3. ผลตะไบเหลก็ เกลือแกง ผงถา่ น

4. ผลตะไบเหล็ก นา้ ตาลทราย เกลือแกง

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

8. พจิ ารณา สารในแต่ละข้อตอ่ ไปนี้
จากขอ้ มลู ถ้าสารในแตล่ ะขอ้ มีมวลหรือปริมาตรเท่ากัน สารใดที่แสดง
สมบตั ิ “สารมรี ูปร่างคงที่” (O-NET 60)
1. แชมพเู ทา่ นั้น
2. แชมพูและอากาศ
3. ก้อนยางลบเทา่ น้นั
4. อากาศและก้อนยางลบ

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

9. สารผสมประกอบดว้ ย สาร 4 ชนิด ทีมีลกั ษณะและสมบตั แิ ตกต่างกันดังตาราง
ตารางลกั ษณะและสมบัติของสาร 4 ชนดิ

ชนิดของสาร ลกั ษณะ การละลายนา้
A ผงละเอยี ดเหมอื นแปง้ ได้
B ผงละเอยี ดเทา่ เกลือปน่ ไมไ่ ด้
C เม็ดขนาด 0.6 ซม. ได้
D เมด็ ขนาด 0.4 ซม. ไมไ่ ด้

เมอ่ื แยกสารผสมโดยการรอ่ นดว้ ยตะแกรงทม่ี รี ูขนาดเสน้ ผ่านศูนย์กลาง 0.5 ซม. นาสารท่ีผ่านการรอ่ น
แล้วไปผสมกับน้าเปล่าให้เข้ากัน จากนนั้ นาไปกรองด้วยกระดาษกรอง นาของเหลวที่ผา่ นกระดาษ
กรองไประเหยแหง้ หลังจากใช้กระบวนการแยกสารทกุ ขนั้ ตอนท่กี าหนดให้ขา้ งต้นแลว้ ตัวเลอื กข้อใด
กลา่ วไดถ้ กู ตอ้ ง (ขอ้ สอบแบบปรนัย 6 ตัวเลอื ก 2 คาตอบ O-NET 58)
1. สารทแี่ ยกออกจากสารผสมไดเ้ ป็นลาดบั แรกคอื A 2. สารท่แี ยกออกจากสารผสมไดเ้ ป็นลาดับแรกคอื C
3. สาร A และ B ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ 4. สาร B และ C ไม่สามารถแยกออกจากกนั ได้
5. สาร B และ D ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ 6. สารทุกชนิดสามารถแยกออกเปน็ อิสระได้

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

10. สาร 4 ชนิด มลี กั ษณะเปน็ เกล็ดของแขง็ ที่มสี มบตั ิแตกตา่ งกนั ดังตาราง

ชนดิ สาร A B C D
สมบตั ิสาร
ความหนาแนน่ (กรัม/ลบ.ซม.) 2.0 0.9 1.8 0.8
การละลายในนา้ ละลายได้ดี ละลายได้ดี ละลายไม่ได้ ละลายไมไ่ ด้
ขนาดเกลด็ (มลิ ลเิ มตร)
0.8 1.0 1.2 1.5

เมือ่ นาสารผสมของสาร 4 ชนดิ ไปกรองดว้ ยตะแกรงขนาดรู 0.9 มลิ ลิเมตร แลว้ เอาสารผสมท่คี ้างบน
ตะแกรงไปใส่น้าในอ่าง จากขอ้ มลู การแยกสารผสมข้างต้น ขอ้ ความในขอ้ ใดถกู ตอ้ ง (ข้อสอบแบบ
ปรนัย 6 ตัวเลอื ก 2 คาตอบ O-NET 59)
1. แยกสาร A ออกจากสารผสมได้ เพราะมคี วามหนาแนน่ สูงสุด
2. แยกสาร A และสาร B ออกจากกันไม่ได้ เพราะมสี มบตั ิการละลายน้าไดด้ ีเหมอื นกนั
3. แยกสาร A และสาร D ออกจากกันได้ เพราะมีสมบัตกิ ารละลายน้าตา่ งกนั
4. แยกสาร B และสาร D ออกจากกันได้ เพราะมีสมบัตกิ ารละลายน้าต่างกนั
5. แยกสาร C และสาร D ออกจากกันไม่ได้ เพราะมีขนาดเกล็ดใกลเ้ คียงกันมาก
6. แยกสาร C และสาร D ออกจากกันได้ เพราะมีความหนาแน่นตา่ งกนั

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

11. นาสารผสมทป่ี ระกอบดว้ ย เกลือปน่ ผงเหล็ก และทรายละเอยี ด ซ่งึ อยู่ในบีกเกอร์ A ไปแยกตาม
ขนั้ ตอนตอ่ ไปน้ี
ก. นาแมเ่ หล็กมาดูดสารผสมที่อยใู่ นบีกเกอร์ A
ข. เตมิ นา้ ลงในบีกเกอร์ A คนสารให้ผสมกัน แล้วนาไปกรองด้วยกระดาษกรอง จะได้ของเหลวอยู่ใน
บีกเกอร์ B
ค. นาของเหลวท่อี ยใู่ นบีกเกอร์ B ไปใหค้ วามร้อน
ข้อความตอ่ ไปนี้ กลา่ วถูกตอ้ งหรือไม่ (แบบเชิงซ้อนใหเ้ ลือกตอบว่าใช่หรือไม่ O-NET 60)

ขอ้ ความ ใช่ หรอื ไม่ใช่

11.1 เมื่อแยกสารผสมตามข้นั ตอน ก – ค สารท่เี หลือ อย่ใู นบีกเกอร์ B คือ เกลอื แกง ใช่ / ไม่ใช่

11.2 ถา้ ทาการทดลองในขั้นตอน ก – ข แล้ว จะสามารถแยกของแข็งท้ังหมดออก ใช่ / ไมใ่ ช่

จากของเหลวทีอ่ ยใู่ นบีกเกอร์ B ได้

11.3 ถา้ ไม่ไดใ้ ชว้ ิธีการในขน้ั ตอน ก สารละลายที่ได้หลังการกรอง จะมีผงเหล็กผสม ใช่ / ไม่ใช่

อย่ดู ้วย

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

12. ข้อมลู แสดงขนาดของสารและสมบตั กิ ารละลายน้าของสาร 3 ชนิด เปน็ ดงั นี้

สาร ขนาดของสาร (มิลลิเมตร) การละลายน้า
W 2.5 ไม่ละลาย
X 7.0 ละลาย
Y 6.3 ไมล่ ะลาย

ครูใหน้ กั เรียนแยกสารเน้ือผสมที่มสี าร W X Y และนา้ ผสมอยู่ โดยทดลองตามลาดบั ดงั น้ี (O-NET 61)

1. นาสารเนอ้ื ผสมท่ีมสี าร W X Y และนา้ ผสมอยู่ ไปกรองด้วยกระดาษกรอง

2. นาสารทกี่ รองได้จากข้อ 1 ไประเหยแหง้

3. นาสารสว่ นทคี่ า้ งอยบู่ นกระดาษกรองไปล้างด้วยน้า 3 รอบ แล้วผ่งึ แดดให้แหง้ จากนน้ั นาไปร่อนด้วย

ตะแกรงที่มรี ขู นาด 5 มิลลิเมตร

จากการทดลอง สารชนดิ ใดสามารถแยกออกมาจากสารเนอ้ื ผสมได้

1. สาร X เท่านนั้ 2. สาร Y เท่านัน้

3. สาร Z เท่านัน้ 4. สาร W X และ Y

ติวเข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

13. สาร A B C และ D เป็นสาระท่ไี มล่ ะลายนา้ และมขี นาดของสารเมอ่ื เปรียบเทียบกับขนาดรู
ของตะแกรงกับขนาดรูของวัสดุที่ใชก้ รองสาร ดงั น้ี

ชนิดของสาร ขนาดของสารเมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั

ขนาดรขู องตะแกรง ขนาดรูของวัสดุที่ใช้กรองสาร

A ขนาดของสารใหญ่กว่ารูของตะแกรง ขนาดของสารใหญก่ ว่าวัสดทุ ี่ใช้กรองสาร
B ขนาดของสารเลก็ กวา่ รูของตะแกรง ขนาดของสารเล็กกวา่ วัสดุทใ่ี ชก้ รองสาร

C ขนาดของสารใหญก่ วา่ รูของตะแกรง ขนาดของสารใหญก่ วา่ วัสดุท่ีใชก้ รองสาร
D ขนาดของสารเล็กกว่ารขู องตะแกรง ขนาดของสารใหญ่กวา่ วัสดุที่ใช้กรองสาร

ถา้ นาน้าที่มสี าร 4 ชนิดน้ีผสมอย่มู ากรอง โดยเทใส่ในภาชนะท่ภี ายในประกอบดว้ ยตะแกรง และวสั ดุ
ท่ีใชก้ รองสาร ดังภาพ

จากข้อมูล สารชนิดใดตดิ คา้ งอยบู่ นวัสดทุ ใ่ี ชก้ รองสาร

1. สาร B เท่านัน้ 2. สาร D เท่าน้ัน

3. สาร A และสาร C 4. สาร B และสาร D

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

14.สารเนือ้ ผสมชนิดหน่ึง ประกอบดว้ น สาร A B C และ D ท่ผี สมอยใู่ นนา้ โดยสารทัง้ 4 ชนดิ ก่อน
ผสมรวมกับนา้ มลี กั ษณะเป็นของแข็งท่ีมขี นาดและสมบัตดิ ังตาราง

สาร ขนาดของสาร (มิลลเิ มตร) การละลายนา้ การเปน็ สารแม่เหลก็

A 1.0 ละลาย ไมเ่ ปน็
B 0.5 ไมล่ ะลาย ไมเ่ ป็น
C 1.5 ละลาย ไมเ่ ปน็
D 2.0 ไมล่ ะลาย เป็น

จากข้อมลู ข้อความตอ่ ไปนถี้ ูกต้องใช่หรอื ไม่ (O-NET 62) ใช่ หรือ ไม่ใช่
ขอ้ ความ

14.1 สารเนอ้ื ผสมนี้ ประกอบดว้ ยของแข็ง B และ D ผสมกับ ของเหลวทีป่ ระกอบด้วย ใช่ / ไมใ่ ช่

น้า สาร A และ C

14.2 ถ้ากรองสารเนอื้ ผสมดว้ ยตะแกรงท่มี รี ูขนาด 1 มลิ ลิเมตร สาร C และ D จะค้าง ใช่ / ไม่ใช่

อยูบ่ นตะแกรง

14.3 นาสารเนอ้ื ผสมไปกรองดว้ ยกระดาษกรอง จากน้ันนาสารที่คา้ งอยูบ่ นกระดาษ ใช่ / ไม่ใช่

กรองไปลา้ งนา้ และผงึ่ แดดใหแ้ ห้ง แลว้ นาแทง่ แม่เหลก็ มาดูดสาร จะสามารถแยก

สาร B ออกจากสารเนอื้ ผสมได้

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ

มาตรฐาน ว 2.2 เขา้ ใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงท่ีกระทา
ต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชั้น ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้

ป.4 ว 2.2 ป.4/1  แรงโน้มถ่วงของโลกเป็นแรง

ระบุผลของแรงโน้มถ่วงที่มีต่อ ดึงดูดที่โลกกระทาต่อวัตถุ มีทิศ
วตั ถจุ ากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ ทางเข้าสู่ศูนย์กลางโลก และเป็น
ว 2.2 ป.4/2 แรงไม่สัมผัส แรงดึงดูดท่ีโลก
ใช้ เค ร่ืองช่ั งสปริงในก า ร วั ด
กระทากับวัตถุหนึ่ง ๆ ทาให้วัตถุ
นา้ หนกั ของวตั ถุ
ตกลงสู่พ้ืนโลก และทาให้วัตถุมี

น้าหนัก วัดน้าหนักของวัตถุได้

จากเครื่องช่ังสปริง น้าหนักของ

วัตถุข้นึ กบั มวลของวัตถุ โดยวัตถุ

ท่ี มี ม ว ล ม า ก จ ะ มี น้ า ห นั ก ม า ก

วตั ถทุ ม่ี ีมวลนอ้ ยจะมีนา้ หนักนอ้ ย

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชัน้ ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้

ป.4 ว 2.2 ป.4/3  มวล คือ ปริมาณเนื้อของสาร

บรรยายมวลของวตั ถทุ ีม่ ีผลต่อการ ทั้งหมดที่ประกอบกันเป็นวัตถุ ซึ่ง
เปล่ยี นแปลงการเคลอ่ื นทขี่ องวตั ถุ
จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ มี ผ ล ต่ อ ค ว า ม ย า ก ง่ า ย ใ น ก า ร
เปลีย่ นแปลงการเคล่อื นทขี่ องวัตถุ

วัตถุท่ีมีมวลมากจะเปลี่ยนแปลง

การเคล่ือนท่ีได้ยากกว่าวัตถุที่มี

มวลน้อย ดังน้ัน มวลของวัตถุ

นอกจากจะหมายถึงเนื้อทั้งหมด

ของวัตถุน้ันแล้วยังหมายถึงการ

ต้ า น ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ก า ร

เคล่อื นทขี่ องวตั ถุนั้นด้วย

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. ศึกษาผลของแรงโน้มถ่วงทม่ี ตี อ่ วัตถุ A และวัตถุ B ในบรเิ วณเดยี วกัน ซง่ึ วตั ถุท้งั
สองมมี วลเท่ากัน แตว่ ัตถุ A มีขนาดใหญก่ วา่ วตั ถุ B โดยทาการศกึ ษาดงั น้ี
ตอนท่ี 1 ช่ังนา้ หนักของวตั ถทุ ้งั สองชิ้น
ตอนที่ 2 สงั เกตการณเ์ คล่อื นที่ โดยเมอื่ ปล่อยวัตถุ A พบวา่ วัตถุ A ตกสพู่ ้นื
ในตอนที่ 1 นา้ หนกั ของวตั ถทุ ้ังสองเปน็ อยา่ งไร และในตอนที่ 2 ถ้าโยนวตั ถุ B ใน
ทิศทางขนึ้ วัตถุ B จะเคลื่อนทีอ่ ย่างไร (O-NET 63)

เปรียบเทยี บนา้ หนัก พยากรณก์ ารเคลอ่ื นท่ีของวตั ถุ B
1. เทา่ กัน เคล่ือนที่ข้ึนแลว้ ตกส่พู ื้น
2. เทา่ กัน เคลอ่ื นทีข่ ้ึนโดยไม่ตกสพู่ ้นื
3. วตั ถุ A มากกวา่ วัตถุ B เคลอ่ื นทข่ี ึน้ แล้วตกส่พู น้ื
4. วัตถุ A มากกวา่ วตั ถุ B เคลอ่ื นทีข่ น้ึ โดยไมต่ กสู่พ้ืน

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ช้นั ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรู้

ป.5 ว 2.2 ป.5/1  แรงลัพธ์เป็นผลรวมของแรงที่กระทาต่อ

อธบิ ายวธิ กี ารหาแรงลพั ธข์ องแรงหลายแรง วัตถุ โดยแรงลัพธ์ของแรง 2 แรงที่กระทา
ในแนวเดียวกันที่กระทาต่อวัตถุในกรณีที่ ต่อวัตถุเดียวกันจะมีขนาดเท่ากับผลรวม
วัตถุอยู่นง่ิ จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ ของแรงท้ังสองเมื่อแรงท้ังสอง อยู่ในแนว
ว 2.2 ป.5/2 เดียวกันและมีทิศทางเดียวกัน แต่จะมี
เขียนแผนภาพแสดงแรงท่ีกระทาต่อวัตถุที่
อยใู่ นแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ท่ีกระทาต่อ ขนาดเท่ากบั ผลตา่ งของแรงท้งั สองเมื่อแรง

วตั ถุ ทัง้ สอง อยู่ในแนวเดียวกันแต่มีทิศทางตรง

ว 2.2 ป.5/3 ข้ามกัน สาหรับวัตถุท่ีอยู่น่ิง แรงลัพธ์ท่ี

ใชเ้ ครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงที่กระทาต่อ กระทาต่อวตั ถมุ คี า่ เปน็ ศนู ย์
วตั ถุ  การเขียนแผนภาพของแรงที่กระทาต่อวัตถุ

สามารถเขียนได้โดยใช้ลูกศร โดยหัวลูกศร

แสดงทิศทางของแรง และความยาวของ

ลกู ศรแสดงขนาดของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุ

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. ภาพการแข่งขนั ลากวัตถทุ ี่มนี ้าหนกั และขนาดเท่ากนั ของผแู้ ข่งขัน 2 ทีม

ถ้า A B และ c ของทีมท่ี 1 ออกแรงคนละ 500 นิวตัน จึงทาให้วัตถุเริ่ม

เคล่ือนท่ี ผู้แข่งขันทีมท่ี 2 จะต้องออกแรงอย่างน้อยก่ีนิวตันจึงทาให้วัตถุ

เคลื่อนที่ได้ (O-NET 50)

1. 500 นิวตัน 2. 1,000 นวิ ตัน

3. 1,500 นวิ ตนั 4. 2,000 นิวตนั

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2. รถลากจูงออกแรง 1,000 นิวตัน ลากรถท่ตี กหลม่ โดยเจา้ ของรถ

ช่วยออกแรง 100 นิวตัน ผลักท้ายรถ เน่ืองจากเคร่อื งยนต์

ไมท่ างาน ทาให้ลากรถขนึ้ จากหล่มไดพ้ อดี ถา้ เจา้ ของรถไมช่ ่วย

ออกแรงผลักรถที่ตกหลม่ รถลากจูงตอ้ งออกแรงเทา่ ใด จงึ ลาก

รถขึน้ จากหล่มได้ (O-NET 51)

1. 100 นิวตนั 2. 900นวิ ตนั

3. 1,100 นิวตนั 4. 1,200 นวิ ตนั

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain


Click to View FlipBook Version