The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

O - NET ป.6

O - NET ป.6

Keywords: O - NET ป.6

8. ต่อวงจรไฟฟา้ ดังแผนภาพ

เมื่อกดสวติ ชล์ งใหเ้ ป็นวงจรไฟฟ้าปดิ หลอดไฟฟา้ จะเป็นอยา่ งไร (O-NET 61)

หลอดไฟฟา้ A หลอดไฟฟา้ B

1. สวา่ ง ไมส่ วา่ ง

2. ไมส่ ว่าง สวา่ ง

3. สว่าง สวา่ ง

4, ไม่สว่าง ไม่สวา่ ง

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชน้ั ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้

ป.6 ว 2.3 ป.6/3  เมอื่ นาเซลลไ์ ฟฟ้าหลายเซลล์มาต่อ
ออกแบบการทดลองและทดลอง เ รี ย ง กั น โ ด ย ใ ห้ ขั้ ว บ ว ก ข อ ง
ดว้ ยวิธี เซลล์ไฟฟ้าเซลล์หน่ึงต่อกับข้ัวลบ
ท่เี หมาะสมในการอธิบายวธิ กี าร ของอีกเซลล์หน่ึงเป็นการต่อแบบ
และผลของการต่อเซลลไ์ ฟฟา้ อนุกรม ทาให้มีพลังงานไฟฟ้า
แบบอนุกรม
เหมาะสมกับเคร่ืองใช้ไฟฟ้า ซึ่งการ
ว 2.3 ป.6/ 4

ตระหนกั ถึงประโยชนข์ องความรู้ ต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมสามารถ

ของการตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบ นาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน
อนกุ รมโดยบอกประโยชน์และการ เชน่ การตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าในไฟฉาย
ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. ช่างไฟฟา้ นาเซลล์ไฟฟ้าหลายเซลล์ทีม่ แี รงดนั ไฟฟา้ เซลลล์ ะ 1.5 โวลต์
มาตอ่ กันเปน็ แบบตา่ งๆ แลว้ ตรวจวัดแรงดันไฟฟ้าได้ดังตาราง

รปู แบบการตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้า แรงดนั ไฟฟ้า (โวลต์)
A 1.5
B 3.0
C 6.0
D 9.0

จากข้อมลู การต่อเซลลไ์ ฟฟ้าแบบใด เป็นการตอ่ แบบอนุกรม
(O-NET 55)
1. A 2. B
3. C 4. D

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ช้ัน ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้

ป.6 ว 2.3 ป.6/5  การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมเม่ือ

ออกแบบการทดลองและ ถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนง่ึ ออกทา
ทดลองด้วยวิธี ให้หลอดไฟฟ้าที่เหลือดับทั้งหมด ส่วน
ท่ีเหมาะสมในการอธิบายการ การตอ่ หลอดไฟฟา้ แบบขนาน เม่อื ถอด
ตอ่ หลอดไฟฟา้ แบบอนกุ รมและ ลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหน่ึงออก หลอด
แบบขนาน
ไฟฟา้ ที่เหลือกย็ ังสว่างได้ การตอ่ หลอด
ว 2.3 ป.6/ 6

ตร ะ หนัก ถึงปร ะโ ยชน์ข อง ไฟฟ้าแต่ละแบบสามารถนาไปใช้

ความรู้ของการต่อหลอดไฟฟ้า ประโยชน์ได้ เช่น การต่อหลอดไฟฟ้า
แ บ บ อ นุ ก ร ม แ ล ะ แ บ บ ข น า น หลายดวงในบ้านจึงตอ้ งต่อหลอดไฟฟ้า
โดยบอกประโยชน์ ข้อจากัด แบบขนานเพื่อเลือกใชห้ ลอดไฟฟ้าดวง
แ ล ะ ก า ร ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ ใ น ใดดวงหนงึ่ ไดต้ ามต้องการ
ชวี ิตประจาวัน

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1.

เม่ือต่อกระแสไฟฟ้าครบวงจร หลอดไฟสว่างทุกดวง ถ้านาหลอดไฟ

หมายเลข 2 ออกจากวงจรหลอดไฟหมายเลขใดจะดับ (O-NET 50)

1. หมายเลข 1 2. หมายเลข 3

3. หมายเลข 4 4. หมายเลข 5

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2.

ภาพ การต่อหลอดไฟแบบผสม จานวน 5 ดวง

จากภาพ นาหลอดไฟหมายเลขใดออก แล้วทาให้หลอดไฟที่เหลือทุกดวง

ดบั (O-NET 51)

1. หลอดที่ 2 2. หลอดที่ 3

3. หลอดท่ี 4 4. หลอดที่ 5

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

3.

จากภาพขอ้ ใดกลา่ วถูกตอ้ ง (O-NET 53 ชุด A)
1. ก เป็นการต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาน หากหลอด A ดับหลอด B จะดบั ดว้ ย
2. ก เปน็ การต่อวงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รม หากหลอด A ดับหลอด B

ยงั สามารถใช้งานได้
3. ข เปน็ การต่อวงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รม หากหลอด A ดบั หลอด B จะดบั ดว้ ย
4. ข เป็นการต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาน หากหลอด A ดบั หลอด B

ยังสามารถใช้งานได้

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4.

จากภาพขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้อง (O-NET 53 ชดุ B)
1. ก เปน็ การต่อวงจรไฟฟา้ แบบขนาน หากหลอด A ดบั หลอด B จะดบั ดว้ ย
2. ก เปน็ การตอ่ วงจรไฟฟา้ แบบอนุกรม หากหลอด A ดบั หลอด B

ยังสามารถใชง้ านได้
3. ข เป็นการต่อวงจรไฟฟา้ แบบอนกุ รม หากหลอด A ดับหลอด B

จะดับดว้ ย
4. ข เปน็ การตอ่ วงจรไฟฟา้ แบบขนาน หากหลอด A ดับหลอด B

ยังสามารถใช้งานได้

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

5. ภาพใดทห่ี ลอดไฟฟ้า เซลลไ์ ฟฟ้า สวติ ซ์

ต่อกนั แบบอนกุ รม (O-NET 55)

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

6. เด็กหญิงลายองทดลองวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยหลอดไฟฟ้า
ท่ีเป็นชนดิ และแบบเดยี วกนั 3 หลอด สายไฟและถา่ นไฟฉาย ซ่งึ
สามารถเขยี นเปน็ แผนภาพวงจรไฟฟ้าดังรูป

เดก็ หญิงลายองจะเหน็ หลอดไฟหลอดใดสว่างที่สุด (O-NET 57)
1. A 2. B 3. C 4. B และ C

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

7. พิจารณาวงจรไฟฟ้าดงั รูป

เมื่อสับสวติ ชข์ องวงจรไฟฟา้ นล้ี ง จะเกิดอะไรขน้ึ กับหลอดไฟทัง้ สาม (O-NET 58)
1. หลอดไฟ 1 ดับ แตห่ ลอดไฟ 2 และหลอดไฟ 3 สวา่ ง
2. หลอดไฟ 1 สว่าง แต่หลอดไฟ 2 และหลอดไฟ 3 ดบั
3. หลอดไฟ 1 หลอดไฟ 2 และหลอดไฟ 3 สว่างเท่ากนั หมด
4. หลอดไฟ 1 สวา่ งทส่ี ดุ ส่วนหลอดไฟ 2 และหลอดไฟ 3

สวา่ งเท่ากันแต่นอ้ ยกวา่ หลอดไฟ 1

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

8. ตอ่ วงจรไฟฟ้าดงั ภาพ

ขณะนหี้ ลอดไฟฟ้า A B C D และ E สว่างอยู่ ถา้ หลอดไฟฟ้าต่อไปน้ี ชารุด
ใชง้ านไม่ได้ แลว้ หลอดไฟฟา้ ที่เหลืออีก 4 หลอด ยงั คงสว่างอยู่ใชห่ รือไม่
(แบบปรนยั เลอื กตอบเชิงซ้อน O-NET 60)

ขอ้ ความ ใช่ หรอื ไมใ่ ช่
1. หลอดไฟฟา้ A ชารุด แต่ B C D และ E ยงั สว่างอยู่ ใช่ / ไม่ใช่
2. หลอดไฟฟา้ B ชารดุ แต่ A C D และ E ยงั สวา่ งอยู่ ใช่ / ไม่ใช่
3. หลอดไฟฟ้า D ชารดุ แต่ A B C และ E ยังสวา่ งอยู่ ใช่ / ไมใ่ ช่

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

9. ต่อวงจรไฟฟา้ 2 วงจร ดงั แผนภาพ โดยเมอ่ื ต่อให้เปน็ วงจรไฟฟ้าปดิ แลว้
หลอดไฟฟ้าสวา่ งทงั้ 4 หลอด

ถ้าหลอดไฟฟ้าในแต่ละวงจรชารุด 1 หลอด วงจรใดที่ยังคงมีหลอดไฟฟ้า
สวา่ งอย่แู ละการตอ่ วงจรดังกล่าวเป็นแบบใด (O-NET 61)
1. วงจร A ซงึ่ เปน็ การต่อแบบขนาน 2. วงจร A ซ่งึ เปน็ การต่อแบบอนุกรม
3. วงจร B ซง่ึ เป็นการต่อแบบขนาน 4. วงจร B ซ่ึงเป็นการตอ่ แบบอนุกรม

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

10. ต่อวงจรไฟฟ้าที่มีหลอดไฟฟ้า 3 หลอด แบบอนุกรม พบว่า หลอด

ไฟฟ้าสว่างท้ัง 3 หลอด แผนภาพของวงจรไฟฟ้าดังกล่าวสอดคล้อง

กับข้อใด และถ้าถอดหลอดไฟฟ้าในวงจรนี้ออก 1 หลอด จะเหลือ

หลอดไฟฟา้ ทย่ี ังคงสวา่ งอยจู่ านวนเทา่ ใด

แผนภาพวงจรไฟฟา้ จานวนหลอดไฟฟ้าท่ยี ังคงสวา่ งอยู่

1.

0

2.

2

3.
0

4.
2

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

11. ทดสอบสมบตั กิ ารนาไฟฟา้ ของวัตถุ A B และ C โดยต่อ
วงจรไฟฟ้า ดงั ภาพ
เม่ือกดสวติ ช์ พบว่า หลอดไฟฟ้าสวา่ งเพียง 1 หลอด

วตั ถุ A B และ C ควรเปน็ วัสดุประเภทใด

วัตถุ A วัตถุ B วตั ถุ C
ตัวนาไฟฟ้า
1. ฉนวนไฟฟ้า ตัวนาไฟฟ้า ตัวนาไฟฟา้
ฉนวนไฟฟ้า
2. ฉนวนไฟฟ้า ฉนวนไฟฟ้า ฉนวนไฟฟ้า

3. ตัวนาไฟฟ้า ตวั นาไฟฟา้

4. ตวั นาไฟฟ้า ฉนวนไฟฟ้า

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

12. เม่ือต่อวงจรไฟฟ้า 4 วงจร ดงั ภาพ พบว่า หลอดไฟฟ้าทุกดวง
สว่างทัง้ 4 วงจร

ถา้ ยกสวิตช์ขัน้ ท้ัง 4 วงจร วงจรใดทีจ่ ะมีหลอดไฟฟา้ สวา่ ง 2 ดวง

(O-NET 63)

1. วงจรท่ี 1 2. วงจรท่ี 2

3. วงจรท่ี 3 4. วงจรที่ 4

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชนั้ ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้

ป.6 ว 2.3 ป.6/7  เมอื่ นาวัตถทุ บึ แสงมากั้นแสงจะเกดิ เงา

อธบิ ายการเกิดเงามดื เงามัวจาก บนฉากรับแสงที่อยู่ด้านหลังวัตถุ โดย
หลกั ฐาน เงามีรูปร่างคล้ายวัตถุท่ีทาให้เกิดเงา
เชิงประจักษ์ เงามัวเป็นบริเวณท่ีมีแสงบางส่วนตก
ว 2.3 ป.6/ 8 ลงบนฉาก ส่วนเงามืดเป็นบริเวณท่ีไม่
เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดง
มแี สงตกลงบนฉากเลย
การเกิดเงามดื เงามวั

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1.
เมื่อเปิดไฟฉาย ภาพท่ีปรากฏบนฉากจะเปน็ ตามขอ้ ใด (O-NET 54)

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2. ภาพการเกิดเงาของวัสดตุ ่อไปนี้ ภาพใดเกิดได้จริง
(O-NET 51)

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ

มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการ
ของเอกภพ กาแล็กซีดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบ
สุริยะทีส่ ่งผลตอ่ สิง่ มชี วี ติ และการประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ

ติวเข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ช้ัน ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้

ป.4 ว 3.1 ป.4/1  ดวงจันทร์เป็นบริวารของโลก โดยดวงจันทร์

อธิบายแบบรูปเส้นทาง หมนุ รอบตวั เองขณะโคจรรอบโลก ขณะท่ีโลกก็
การข้ึนและตก ของดวง
จันทร์ โดยใช้หลักฐาน หมุน รอบตัวเองด้วยเช่นกัน การหมุนรอบ
เชิงประจกั ษ์ ตวั เองของโลกจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก

ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาเม่ือมองจากข้ัวโลก

เหนือ ทาให้มองเห็น ดวงจันทร์ปรากฏขึ้น

ท า ง ด้ า น ทิ ศ ต ะ วั น อ อ ก แ ล ะ ต ก ท า ง ด้ า น ทิ ศ

ตะวันตกหมนุ เวยี นเป็นแบบรปู ซา้ ๆ

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. มนิ ตราสงั เกตดวงจันทร์บนท้องฟา้ ทป่ี ลอดโปรง่ ในตอนกลางคนื เป็นเวลา 3 คืน
ตอ่ เน่ืองกนั และบันทึกผลการสังเกตได้ดังนี้

คืนท่สี ังเกต ผลการสงั เกต
1 ไม่พบส่วนสวา่ งของดวงจนั ทร์
2 เริ่มปรากฏเสยี้ วสวา่ งเปน็ เส้ยี วเลก็ ๆ
3 เห็นเส้ียวสวา่ งเป็นเส้ียวใหญ่ข้นึ

หากตอ้ งการเหน็ ดวงจนั ทร์สว่างเต็มดวง มินตราควรสงั เกตทอ้ งฟ้าอกี คร้ังประมาณกี่วนั
นับจากคืนท่ี 1 และวันดังกล่าวจะตรงกับวันขา้ งขึน้ ข้างแรมใด (O-NET 63)

วันท่สี งั เกตท้องฟ้าอีกครั้ง ตรงกับวนั ข้างขึน้ ขา้ งแรม
1. 15 วัน ถดั ไป วนั ขึน้ 15 คา่
2. 15 วนั ถดั ไป วนั แรม 15 ค่า
3. 30 วนั ถดั ไป วันขึน้ 15 คา่
4. 30 วนั ถดั ไป วันแรม 15 ค่า

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชน้ั ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรู้

ป.4 ว 3.1 ป.4/2  ดวงจันทร์เป็นวัตถุที่เป็นทรงกลม แต่รูปร่างของ

ส ร้ า ง แ บ บ จ า ล อ ง ท่ี ดวงจันทร์ที่มองเห็นหรือรูปร่างปรากฏของดวง
อธิบายแบบรูป การ จันทร์บนทอ้ งฟ้าแตกต่างกันไปในแต่ละวัน โดยใน
เปล่ียนแปลงรูปร่าง แต่ละวนั ดวงจนั ทร์จะมีรูปร่างปรากฏเป็นเส้ียวที่มี
ปรากฏของดวงจันทร์
และพยากรณ์รูปร่าง ขนาดเพิ่มข้ึนอย่างต่อเนื่องจนเต็มดวง จากนั้น
ปรากฏของดวงจันทร์ รูปร่างปรากฏของดวงจันทร์จะแหว่งและมีขนาด

ลดลง อย่างต่อเนื่องจนมองไม่เห็นดวงจันทร์

จากน้ันรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์จะเป็นเส้ียว

ใหญ่ขนึ้ จนเต็มดวงอีกคร้ัง การเปลี่ยนแปลงเช่นน้ี

เป็นแบบรปู ซ้ากัน ทกุ เดอื น

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชั้น ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรู้

ป.4 ว 3.1 ป.4/3  ระบบสุริยะเป็นระบบท่ีมีดวงอาทิตย์เป็น

ส ร้า ง แบบจ า ล อง แส ด ง ศูนย์กลางและมีบริวารประกอบด้วย ดาว
องคป์ ระกอบของระบบสรุ ยิ ะ เคราะห์แปดดวงและบริวาร ซึ่งดาวเคราะห์
และอธิบายเปรียบเทียบคาบ แต่ละดวงมีขนาดและระยะห่างจากดวง
การโคจรของดาวเคราะห์
อาทิตยแ์ ตกต่างกัน และยงั ประกอบดว้ ย ดาว
ต่าง ๆ จากแบบจาลอง
เคราะหแ์ คระ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง และ

วัตถขุ นาดเลก็ อ่ืน ๆ โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์

วัตถุขนาดเล็กอ่ืน ๆ เม่ือเข้ามาในช้ัน

บรรยากาศเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก ทา

ใหเ้ กิดเปน็ ดาวตกหรือผพี งุ่ ไตแ้ ละอกุ กาบาต

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. เพราะเหตุใดดาวตกส่วนใหญ่จงึ ตกมาไม่ถึงพน้ื โลก
1. ดาวตกถกู ดูดโดยดาวเคราะห์อน่ื
2. ดาวตกลกุ ไหม้หมดก่อนถึงพนื้ โลก
3. ดาวตกเคลือ่ นทีด่ ้วยความเร็วมากกว่าแสง
4. ดาวตกปะทะบรรยากาศของโลกจึงเคลอ่ื นท่ีช้าลง

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2.

จากแผนภาพ ดาวทเี่ ป็นบริวารของดาวเคราะหค์ ือดาวดวงใด (O-NET 50)

1. A และ B 2. C และ D

3. E และ F 4. A B C และ D

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

3. ดาวในกล่มุ ใดอย่ใู นระบบสรุ ยิ ะทุกดวง (O-NET 51)

1. ดวงอาทติ ย์ โลก ดาวอังคาร

2. ดาวหาง ดาวลกู ไก่ ดาวเสาร์

3. ดาวศุกร์ ดวงจนั ทร์ ดาวเหนอื

4. ดาวยูเรนสั ดาวหมเี ล็ก ดาวเนปจูน

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4. ตาราง อณุ หภูมพิ ้นื ผวิ ในเวลากลางคืนของดาวเคราะห์ทม่ี ีความยาวเสน้ ผา่ นศนู ย์กลาง
ตา่ งกัน

ดาวเคราะห์ ความยาวของเส้นผ่านศูนยก์ ลาง (km) อุณหภมู พิ ้ืนผวิ ในเวลากลางคืน (๐C)

ดวงที่ 1 4,879 -173

ดวงที่ 2 6,794 25

ดวงท่ี 3 12,104 477

ดวงที่ 4 51,118 -200

จากขอ้ มูลในตาราง ดาวเคราะห์ทม่ี ีขนาดเล็กทสี่ ดุ และขนาดใหญ่ทส่ี ุดมอี ณุ หภมู ืพนื้ ผวิ

เวลากลางคนื ต่างกันก่อี งศาเซลเซียส

1. 25 ๐C 2. 27 ๐C

3. -173 ๐C 4. -373 ๐C

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

5. ศนู ย์กลางของระบบสรุ ยิ ะคอื (O-NET 52)
1. โลก
2. ดวงอาทติ ย์
3. ดวงจนั ทร์
4. ดาวพฤหสั

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

6. ข้อใดกลา่ วถึงดวงจนั ทรข์ องโลกอย่างถูกต้อง (O-NET 52)
1. มีส่งิ มชี ีวติ ชนั้ ตา่ อาศัยอยู่
2. ผิวของดวงจนั ทร์มเี มฆปกคลุม
3. ดวงจนั ทร์หันด้านเดมิ เขา้ หาโลกตลอดเวลา
4. ดวงจนั ทรโ์ คจรเปน็ วงกลมรอบดวงอาทิตย์

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

7. ตาราง สมบัติบางประการของดาวเคราะห์ 4 ดวง

สมบตั ิของดาวเคราะห์ A ดาวเคราะห์ D
BC -

มีวงแหวนลอ้ มรอบ -✓ - ✓

มองเหน็ ไดด้ ้วยตาเปลา่ - ✓ ✓

มีแก๊ส CO2 ในบรรยากาศ ---
✓-✓
มีขนาจดาเลก็กขก้อวม่าลูโลใกนตาราง
ดาวเคราะห์ดวงใดนา่ จะเปน็ ดาวศกุ ร์

(O-NET 52)

1. ดาวเคราะห์ A 2. ดาวเคราะห์ B

3. ดาวเคราะห์ C 4. ดาวเคราะห์ D

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

8. ข้อใดน่าจะเป็นสาเหตุสาคัญท่ีทาให้มนุษย์สนใจอยากไป
สารวจดาวอังคารมากท่สี ุด (O-NET 53A)
1. พบร่องรอยการไหลของน้าบนดาวอังคาร
2. อยูใ่ กลโ้ ลกมากกว่าดาวเคราะห์ดวงอืน่
3. อุณหภมู ใิ กล้เคียงกบั โลก
4. ใชเ้ วลาหมนุ รอบตวั เองใกล้เคียงกับโลก

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

9. ขอ้ ใดอธบิ ายเกยี่ วกบั โลกไม่ถกู ต้อง (O-NET 53B)
1. เปน็ ดาวเคราะห์ในระบบสุรยิ ะเพียงดวงเดยี วทพี่ บส่ิงมชี วี ติ
2. เปน็ ดาวเคราะห์แก๊สท่มี ีบรรยากาศหอ่ หมุ้ และมแี ก๊สออกซิเจน
3. เป็นดาวเคราะห์ทม่ี ดี วงจันทร์เป็นบริวารเพียง 1 ดวง
4. เปน็ ดาวเคราะห์ทีม่ ีขนาดใกลเ้ คยี งกับดาวร่งุ หรือ

ดาวประกายพรึก

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

10. ตาราง สมบตั ิบางประการของดาวเคราะห์ในระบบสรุ ิยะ

ดาวเคราะห์ ความหนาแน่น (กโิ ลกรมั /ลกู บาศกเ์ มตร) เสน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง (ลา้ นกิโลเมตร)

โลก 5,520 12,756

A 5,240 12,104

B 3,940 6,796

C 1,330 142,984

D 690 120,536

จากข้อมูลในตาราง ข้อใดสรุปได้ถูกต้อง (O-NET 54)

1. A และ B เปน็ ดาวเคราะห์ท่ีอยกู่ ลุ่มเดยี วกบั โลกเพราะมขี นาดใหญ่

2. C และ D เป็นดาวเคราะหท์ อี่ ยู่กล่มุ เดยี วกนั เพราะมีความหนาแนน่ มาก

3. C และ D เปน็ ดาวเคราะห์แก๊ส

4. D เปน็ ดาวเคราะห์ท่มี คี วามหนาแนน่ น้อยทสี่ ุดและมขี นาดใหญท่ ส่ี ดุ

ติวเข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

11. ข้อใดเปน็ ดาวเคราะห์แคระของระบบสรุ ยิ ะ (O-NET 55)
1. เซเรส เวสต้า
2. ซรี สี อรี สี
3. จโู น พลโู ต
4. พลั ลาส ฮลั เลย์

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

12. รูปจาลองแสดงระบบสรุ ยิ ะของเรา
(ขนาดของดาวในรูปและระยะวงโคจรไมใ่ ชข่ นาดตามสดั ส่วนจรงิ )

แถบดาวเคราะห์น้อยอยู่ระหว่างดาวเคราะหด์ วงใด (O-NET 56)
1. ดาวเคราะห์ C กับดาวเคราะห์ D 2. ดาวเคราะห์ D กบั ดาวเคราะห์ E
3. ดาวเคราะห์ E กับดาวเคราะห์ F 4. ดาวเคราะห์ F กบั ดาวเคราะห์ G

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

13. ดวงจันทร์เป็นดาวที่ไม่มีแสงในตัวเอง ได้รับแสงจาก
ดวงอาทิตย์ ทาไมในเวลากลางคืน เราสามารถเห็น
ดวงจันทรด์ า้ นทไี่ ด้รับแสงจากดวงอาทิตย์ได้ (O-NET 57)
1. แสงหกั เหจากดวงจันทรม์ าสู่ตาเรา
2. แสงสะท้อนจากดวงจนั ทร์มาส่ตู าเรา
3. แสงกระจายจากดวงจันทร์มาสตู่ าเรา
4. แสงเดินทางผา่ นดวงจันทร์มาสตู่ าเรา

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

14. รูปแสดงระบบสรุ ิยะ
(ขนาดของดาวในรปู และระยะวงโคจรไมใ่ ชข่ นาดและระยะจรงิ

ดาวเคราะห์หมายเลขใด เป็นดาวเคราะหห์ ิน (O-NET 58)

1. 1 2 3 2. 3 4 5

3. 5 6 7 4. 7 8 9

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

15. จากตารางแสดงระยะหา่ งจากดวงอาทติ ย์ เวลาทโี่ คจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ และเวลาทห่ี มนุ รอบ

ตัวเอง 1 รอบ ของดาวเคราะห์ตา่ งๆ

ดาวเคราะห์ ระยะห่างจากดวงอาทติ ย์ เวลาท่โี คจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ เวลาทีห่ มนุ รอบตัวเอง 1 รอบ

(ล้านกิโลเมตร) (วนั ของโลก) (วันของโลก)

A 58 88 59

B 108 225 143

C 228 687 1.04

D 740 10,950 0.42
พิจารณาตารางทกี่ าหนดให้ ข้อใดกล่าวถูกต้อง (O-NET 59)

1. ดาวเคราะห์ทอ่ี ยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ออกไปจะหมุนรอบตวั เองเรว็ ขึน้

2. เวลาทห่ี มนุ รอบตวั เอง 1 รอบของดาวเคราะห์ จะนอ้ ยลง เมอ่ื ระยะหา่ งจากดวงอาทติ ย์มากข้นึ

3. เวลาทดี่ าวเคราะห์ใชใ้ นการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ขนึ้ กับระยะห่างจากดวงอาทิตย์

4. เวลาท่หี มนุ รอบตวั เอง 1 รอบของดาวเคราะหท์ ุกดวงจะน้อยกว่าเวลาท่ีโคจรรอบดวงอาทติ ย์ 1

รอบเสมอ

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

16. ข้อมลู เกย่ี วกับดาวเคราะห์ 3 ดวง และโลก ในระบบสรุ ยิ ะ เป็นดังน้ี
จากขอ้ มลู จะเรียงลาดบั ดาวเคราะห์ทง้ั 4 ดวง จากใกลด้ วงอาทติ ย์มากทีส่ ดุ ไปไกลดวงอาทิตยม์ ากท่ีสดุ
ไดเ้ ป็นอย่างไร (O-NET 60)

ดาวเคราะห์ เวลาท่ีใชใ้ นการหมุนรอบตวั เอง เวลาทใี่ ชใ้ นการโคจรรอบดวงอาทิตย์
โลก ครบ 1 รอบเทียบเวลากบั บนโลก ครบ 1 รอบเทียบเวลากบั บนโลก
365 วนั
23 ช่วั โมง 56 นาที

A 243 วนั 14 นาที 224 วนั
B 10 ชัว่ โมง 39 นาที 29 ปี

C 9 ชว่ั โมง 55 นาที 11 ปี

1. ดาวเคราะห์ C ดาวเคราะห์ B ดาวเคราะห์ A
2. ดาวเคราะห์ A โลก ดาวเคราะห์ B ดาวเคราะห์ C
3. ดาวเคราะห์ A โลก ดาวเคราะห์ C ดาวเคราะห์ B
4. โลก ดาวเคราะห์ A ดาวเคราะห์ C ดาวเคราะห์ B

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

17. เหตผุ ลทนี่ กั ดาราศาสตรส์ ่วนใหญส่ รปุ วา่ ดาวพลูโตไม่ใช่ดาวเคราะห์ของระบบสุริยะ
อีกต่อไป คือเหตผุ ลขอ้ ใดบา้ ง (ขอ้ สอบแบบปรนัย 6 ตัวเลอื ก 2 คาตอบ O-NET 52)
1. ดาวพลูโตมขี นาดเลก็ เกินไป
2. ดาวพลูโตอยู่ไกลดวงอาทิตย์มากเกินไป
3. มีวัตถุคล้ายดาวพลูโตโคจรรอบดวงอาทิตย์ในบริเวณใกล้เคียงกับดาวพลูโตอีก
เป็นจานวนมาก
4. ดาวพลูโตมรี ปู รา่ งลกั ษณะไมเ่ ปน็ ทรงกลม
5. ดาวพลโู ตไม่โคจรรอบดวงอาทิตย์
6. ระนาบวงโคจรของดาวพลูโตแตกต่างจากดาวเคราะหด์ วงอ่นื

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชน้ั ตวั ช้วี ดั สาระการเรยี นรู้

ป.5 ว 3.1 ป.5/1  ดาวที่มองเห็นบนท้องฟ้าอยู่ใน

เปรียบเทียบความแตกต่างของดาว อ ว ก า ศ ซ่ึ ง เ ป็ น บ ริ เ ว ณ ที่ อ ยู่ น อ ก
เ ค ร า ะ ห์ แ ล ะ ด า ว ฤ ก ษ์ จ า ก บรรยากาศของโลกมีทั้งดาวฤกษ์
แบบจาลอง และดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์เป็น

แหลง่ กาเนดิ แสงจึงสามารถมองเห็น

ไ ด้ ส่ ว น ด า ว เ ค ร า ะ ห์ ไ ม่ ใ ช่

แห ล่ งก า เนิด แสง แต่ ส าม า ร ถ

มองเห็นได้เนื่องจากแสงจากดวง

อาทิตย์ตกกระทบดาวเคราะห์แล้ว

สะท้อนเข้าสตู่ า

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ช้นั ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้

ป.5 ว 3.1 ป.5/2  การมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์มีรูปร่างต่าง ๆ เกิด

ใช้แผนที่ดาวระบุตาแหน่งและ จากจินตนาการของผู้สังเกต กลุ่มดาวฤกษ์ต่าง
เสน้ ทาง การขน้ึ และตกของกลุ่ม ๆ ที่ปรากฏในท้องฟ้าแต่ละกลุ่มมีดาวฤกษ์แต่
ดาวฤกษ์บนท้องฟา้ และอธิบาย ละดวงเรียงกันท่ีตาแหน่งคงท่ี และมีเส้นทาง
แบบรูปเส้นทางการข้ึนและตก
ของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าใน การข้ึนและตกตามเส้นทางเดิมทุกคืน ซ่ึงจะ
รอบปี ปรากฏตาแหนง่ เดมิ การสังเกตตาแหนง่ และการ

ข้ึ น แ ล ะ ต ก ข อ ง ด า ว ฤ ก ษ์ แ ล ะ ก ลุ่ ม ด า ว ฤ ก ษ์

สามารถทาได้โดยใช้แผนที่ดาว ซ่ึงระบุมุมทิศ

และมุมเงยที่กลุ่มดาวนั้นปรากฏ ผู้สังเกต

สามารถใชม้ ือในการประมาณคา่ ของมุมเงยเม่ือ

สงั เกตดาวในท้องฟ้า

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. ถ้ายืนหันหน้าไปทางดวงอาทิตย์ในตอนเช้า ด้านหลังจะ
เปน็ ทิศอะไร (O-NET 50)
1. ทศิ ใต้
2. ทศิ เหนอื
3. ทศิ ตะวันตก
4. ทิศตะวนั ออก

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2. เด็กหญิงแก้วตายืนหันหน้าไปทางทิศท่ีดวงอาทิตย์กาลัง
จะลบั ขอบฟ้าถา้ เขาหมุนตัวไปทางซ้ายมือ 45 องศา เขา
จะหันหนา้ ตรงกับทศิ ใด (O-NET 54)
1. ทศิ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
2. ทิศตะวนั ออกเฉยี งใต้
3. ทศิ ตะวนั ตกเฉียงเหนอื
4. ทิศตะวันตกเฉยี งใต้

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

3. ถ้าเราเฝา้ มองดูดาวบนท้องฟ้าตลอดทั้งคืนเราเห็นดาวบน
ท้ อ ง ฟ้ า เ ค ล่ื อ น ผ่ า น ท้ อ ง ฟ้ า ซี ก ห นึ่ ง ไ ป ยั ง อี ก ซี ก ห น่ึ ง
เนอื่ งจากเหตุใด (O-NET 56)
1. ดาวโคจรรอบโลก
2. โลกหมนุ รอบตวั เอง
3. โลกโคจรรอบดวงอาทติ ย์
4. ดาวโคจรรอบดวงอาทติ ย์

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4. เด็กชายกบสนใจการดูดาวมากจึงออกไปยืนดูดาวบนท้องฟ้า ซ่ึงจะเห็น
ทอ้ งฟา้ เป็นเสมอื นครึง่ ทรงกลมครอบอยูร่ อบตัว ดงั รปู

เส้นประทอี่ ยรู่ อบๆ ตัวของเด็กชายกบในรูปมีชอื่ ว่าอะไร (O-NET 57)
1. เสน้ ขอบฟา้
2. เสน้ เมริเดียน
3. เสน้ ศูนยส์ ตู รหรอื เสน้ แนวแบง่ โลกเปน็ ซีกโลกเหนอื -ซกี โลกใต้
4. เสน้ ลองจิจูดหรอื เสน้ แนวแบง่ โลกที่ลากจากขั้วโลกเหนือสู่ข้ัวโลกใต้

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

5. เดก็ หญิงนนั ทวรรณสงั เกตดดู าวดวงหน่งึ พบว่าสามารถวัดมมุ เงยของดาว
ดวงน้ีได้ โดยการกามอื เพอื่ วดั ดังรปู

ดาวดวงนี้อยสู่ ูงจากพืน้ เปน็ มมุ เงยประมาณเทา่ ใด (O-NET 58)

1. 20 องศา 2. 40 องศา

3. 60 องศา 4. 80 องศา

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

6.นักเรียนกาลังยืนสังเกตดาวในคืนหน่ึง โดยใช้แผนที่ดาว ดังรูป 1
ประกอบการสังเกตซ่ึงสามารถจาลองคร่ึงทรงกลม ณ สถานท่ีขณะที่นักเรียน
คนนยี้ นื อยู่ ดงั รูป 2

นักเรียนกาลังดูดาวดวงหน่ึงด้วยมุมเงย B ตรงกับ ตัวอักษรใด ในรูป 1
(O-NET 59)
1. ก 2. ข 3. ค 4. ง

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

7. เดก็ ชายคนหนงึ่ ต้องการระบตุ าแหนง่ ของดาวฤกษ์ 2 ดวง ซึง่ ปรากฏอยู่บนซกี ฟ้าเหนอื
ในทิศตรงขา้ มกบั ทิศทดี่ วงอาทิตย์ตก โดยใชม้ อื วดั มมุ เงยได้ผลดังตาราง

ผลจากการวัดมมุ เงย โดยใช้มอื ในขอ้ ใดสรุปถูกต้อง (O-NET 60)
1. ดาวฤกษ์ A ทามมุ เงย 15˚

ทางทิศตะวันตก
2. ดาวฤกษ์ B ทามมุ เงย 20˚

ทางทศิ ตะวันออก
3. ดาวฤกษ์ A และดาวฤกษ์ B

อย่หู ่างกนั 5˚ ทางทศิ ตะวันตก
4. ดาวฤกษ์ A และดาวฤกษ์ B

อยู่หา่ งกนั 3˚ ทางทิศตะวนั ออก

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain


Click to View FlipBook Version