8. ก่อนหุงข้าว เราจะต้องล้างข้าวสารให้สะอาดโดยใสน้าลงไป แล้วเอา
มือคนสัก 2-3 รอบ จะเห็นน้าล้างเป็นสีขาวขุ่นซึ่งต้องรินท้ิง แล้วใส่น้า
ใหม่เพ่ือล้างอีกครั้งก็ยังได้น้าล้างท่ีมีสีขาวขุ่นเหมือนเดิม น้าสีขาวขุ่นน้ี
เกิดจากอาหารสะสมจาพวกใด และสะสมทสี่ ่วนใดของขา้ ว (O-NET 56)
1. แปง้ สะสมในผล
2. แปง้ สะสมในเมลด็
3. น้าตาล สะสมในผล
4. นา้ ตาล สะสมในเมลด็
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
9. เดก็ ชายนาวินเกบ็ ดอกไม้ 4 ชนิด ชนิดละ 2 ดอก มาศึกษาโดยผ่าและดึงดูส่วนประกอบต่างๆ ของ
ดอกไม้ แล้วบนั ทกึ ผลการศกึ ษาเป็นตาราง
ตารางส่วนประกอบของดอกไม้ชนิดตา่ งๆ
ชนดิ ของดอกไม้ สว่ นประกอบของดอกไม้
A กลบี เลี้ยง กลบี ดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมยี
B
C
D
หมายเหตุ สญั ลักษณ์ = มี = ไมม่ ี จากตาราง ข้อใดสรปุ ไดถ้ กู ต้อง (O-NET 58)
1. ดอกไมท้ ่ีมสี ว่ นประกอบไม่ครบสว่ น แตส่ มบรู ณเ์ พศ คือ A และ B
2. ดอกไม้ท่ีมสี ่วนประกอบครบส่วน และสมบรู ณ์เพศ คือ A และ C
3. ดอกไมท้ ่ีมสี ว่ นประกอบไมค่ รบสว่ น และสมบรู ณ์เพศ คือ B และ C
4. ดอกไม้ท่ีมสี ่วนประกอบครบสว่ น แต่ไมส่ มบรู ณ์เพศ คอื C และ D
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
10. นักเรียนปลูกพืชชนิดหน่ึงในกระถาง จนกระท่ังเร่ิมออกดอก ก่อนที่ดอกจะบานหนึ่งวัน
นักเรียนเอาถุงกระดาษครอบดอกไว้ 1 ดอก ปิดปากถุงด้วยคลิป หลังจากน้ัน หน่ึง
สปั ดาห์ เมอื่ นักเรยี นนาถุงกระดาษออก พบว่า ภายในดอกนตี้ ดิ ผลและภายในผลมีเมลด็
ให้พจิ ารณาข้อความตอ่ ไปนี้ แลว้ ตอบคาถาม
ก. ดอกของพชื ชนิดน้เี ป็นดอกสมบูรณ์เพศ
ข. พชื ชนดิ นส้ี บื พนั ธแ์ุ บบอาศัยเพศ
ค. พืชชนดิ นีม้ ีการถ่ายเรณูเกิดขน้ึ
ขอ้ ความในขอ้ ใดท่ีอธบิ ายส่ิงที่เกิดข้ึนได้ ชดั เจนท่ีสุด สาหรับพชื ชนิดนี้ (O-NET 59)
1. ก และ ข 2. ข และ ค
3. ก และ ค 4. ก ข และ ค
ติวเขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
11. ถ้าต้องการศึกษาผลของแสงท่ีมีต่อการคายน้าและการสังเคราะห์ด้วยแสงชองพืช
ชนิดหน่ึง โดยนาพืชที่มีอายุและจานวนใบเท่ากัน มาจัดชุดการทดลองในภาวะ
ทแ่ี ตกต่างกัน ดงั ตาราง
ชดุ การทดลอง การจดั ชุดทดลอง ตาแหน่งท่วี าง
1 คลมุ ใบพืชด้วยถงุ พลาสตกิ ใส ที่มีแสง
2 คลุมใบพชื ด้วยถุงพลาสตกิ ใส ทีม่ ดื
3 ไมค่ ลมุ ใบพชื ด้วยถุงพลาสตกิ ใส ท่ีมแี สง
4 ไม่คลุมใบพชื ด้วยถงุ พลาสตกิ ใส ท่ีมืด
วางชดุ การทดลองทั้ง 4 ชุดไว้เป็นเวลา 1 วนั แลว้ เปรยี บเทยี บปรมิ าณน้าที่พชื คาย
ออกมาและการสร้างอาหารของพชื (O-net 62)
ชดุ การทดลองคใู่ ดสามารถเปรยี บเทียบผลการทดลองเพื่อศกึ ษาเร่อื งดังกลา่ วได้
1. ชุดการทดลองท่ี 1 และ 2 2. ชดุ การทดลองที่ 1 และ 2
3. ชุดการทดลองที่ 2 และ 3 4. ชุดการทดลองที่ 2 และ 4
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ชนั้ ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรู้
ป.6 ว 1.2 ป.6/1 สารอาหารท่ีอยู่ในอาหารมี 6 ประเภท ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่
ระบุสารอาหารและบอก วติ ามินและน้า
ประโยชน์ของสารอาหาร
แต่ละประเภทจากอาหาร อาหารแต่ละชนิดประกอบดว้ ยสารอาหาร ที่ แตกต่างกัน อาหารบางอย่างประกอบด้วย
ท่ตี นเองรับประทาน สารอาหารประเภทเดยี ว อาหารบางย่างประกอบด้วยสารอาหารมากกว่าหนึ่งประเภท
ว 1.2 ป.6/2 สารอาหารที่อยู่ในอาหารมี 6 ประเภท ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่
บอกแนวทางในการเลือก วติ ามนิ และนา้
รับประทานอาหารให้ได้ อาหารแต่ละชนดิ ประกอบดว้ ยสารอาหาร ที่ แตกต่างกัน อาหารบางอย่างประกอบด้วย
สารอาหารครบถ้วนใน สารอาหารประเภทเดียว อาหารบางอย่างประกอบดว้ ยสารอาหารมากกวา่ หน่งึ ประเภท
สัดส่วนท่ีเหมาะสมกับ
เพศและวัย รวมท้ังความ สารอาหารแต่ละประเภทมีประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่างกัน โดยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน
ปลอดภยั ตอ่ สุขภาพ และไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ส่วนเกลือแร่ วิตามินและน้า เป็น
ว 1.2 ป.6/3 สารอาหารทไ่ี ม่ใหพ้ ลังงานแก่ร่างกาย แตช่ ว่ ยให้รา่ งกายทางานได้เปน็ ปกติ
ตระหนกั ถงึ ความสาคัญ การรับประทานอาหารเพื่อให้ร่างกายเจริญ เติบโต มีการเปล่ียนแปลงของร่างกายตาม
ของสารอาหาร โดยการ เพศและวัย และ มีสุขภาพดี จาเป็นต้องรับประทานให้ได้พลังงานเพียงพอกับความ
เลือกรับประทานอาหาร ต้องการของร่างกาย และให้ไดส้ ารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนท่ีเหมาะสมกับเพศ และวัย
ที่มีสารอาหารครบถว้ น รวมทั้งต้องคานึงถึงชนิดและปริมาณของวัตถุ เจือปนในอาหารเพ่ือความปลอดภัยต่อ
สุขภาพ
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
1. ตาราง ปรมิ าณโปรตีนทเ่ี ดก็ ชว่ งอายุตา่ งๆ ตอ้ งการในแตล่ ะวนั
ช่วงอายุของเดก็ (ป)ี ปริมาณโปรตนี ที่ต้องการแตล่ ะวนั (กรมั ต่อน้าหนักตวั 1 กิโลกรัม)
<1 2
1 - 6 1.5
7 - 12 1.2
13 - 20 1
เด็กอายุ 10 ปี ทีม่ นี ้าหนกั 30 กิโลกรัม ตอ้ งการปรมิ าณโปรตนี
วันละเท่าใด (O-NET 50)
1. 30 กรัม 2. 36 กรัม
3. 45 กรมั 4. 60 กรมั
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
2. ในการตรวจหาชนดิ ของวิตามินในผักชนิดต่างๆ
ตาราง วิตามนิ ท่พี บในผกั ชนดิ ต่างๆ
ชนดิ ของผัก วิตามนิ ในผัก
1 A B1 D
2 A B2 C
3 B1 B2 C
4 ADK
ถา้ วติ ามนิ B1 B2 และC ละลายน้าได้ สว่ นวิตามนิ A D และ K ละลายได้ใน
ไขมนั ผกั ชนิดใดทเ่ี มื่อลา้ งน้าแล้วสญู เสยี วติ ามินน้อยที่สดุ (O-NET 50)
1. ชนิดที่ 1 2. ชนดิ ที่ 2
3. ชนิดที่ 3 4. ชนิดที่ 4
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
3. ตาราง จานวนคนไทยทข่ี าดสารอาหารชนดิ ต่างๆ จากการสารวจใน พ.ศ. 2540
ชนดิ ของสารอาหารทข่ี าด จานวนคนไทย
โปรตนี 20,000
ธาตุเหล็ก 5,000
8,000
วิตามิน บี 1 1,500
ไอโอดีน
เพอ่ื ให้คนไทยมสี ุขภาพดถี ว้ นหน้า ควรรณรงคใ์ หบ้ ริโภคอาหารประเภทใดเป็น
อันดับแรก (O-NET 51)
1. บรโิ ภคข้าวให้มากๆ
2. บริโภคนมและเนอ้ื สัตวเ์ พ่ิมขนึ้
3. บรโิ ภคผกั และผลไมใ้ หม้ ากขนึ้
4. บรโิ ภคอาหารทีป่ รงุ ดว้ ยเกลอื ไอโอดีนเป็นประจา
ติวเข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
4. ตาราง ปริมาณธาตเุ หลก็ ทน่ี ักเรยี น 4 คนไดร้ บั
ถ้านักเรยี นในวัยเรยี นตอ้ งได้รับธาตุเหลก็ 15 มลิ ลิกรัมตอ่ วนั
นักเรียน ปรมิ าณธาตเุ หล็ก (มิลลกิ รมั ตอ่ วนั )
คนที่ 1 10
คนที่ 2 15
คนท่ี 3 20
คนที่ 4 16
จากตาราง นักเรยี นคนใดมีโอกาสเป็นโรคโลหิตจางมากทส่ี ดุ (O-NET 52)
1. นักเรียนคนท่ี 1 2. นกั เรยี นคนที่ 2
3. นกั เรียนคนที่ 3 4. นกั เรียนคนที่ 4
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
5. ตาราง ปรมิ าณสารอาหารประเภทต่างๆ ในอาหาร 4 ชนิด
ชนดิ ของอาหาร ปรมิ าณสารอาหาร (กรมั /100 กรมั ) ในอาหารส่วนทก่ี ินได้
โปรตนี ไขมัน คารโ์ บไฮเดรต วติ ามิน แรธ่ าตุ
ชนิดที่ 1 11.2 2.8 25.0 0.9 1.5
ชนิดที่ 2 10.4 3.0 26.1 0.4 1.7
ชนิดที่ 3 10.5 26.5 1.4 2.8 0.9
ชนิดท่ี 4 20.3 18.9 1.3 0.5 1.1
จากตาราง เดก็ ซึ่งมรี า่ งกายไม่เตบิ ใหญ่เท่าเพอ่ื นๆ ในวัยเดียวกนั ควรเลอื ก
รบั ประทานอาหารชนดิ ใดมากทสี่ ดุ (O-NET 54)
1. ชนิดที่ 1 2. ชนดิ ท่ี 2
3. ชนดิ ท่ี 3 4. ชนิดที่ 4
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
6. ตาราง ความตอ้ งการพลังงานท่ีรา่ งกายได้รบั จากอาหารในแต่ละวนั สาหรบั คนแตล่ ะเพศท่ชี ่วงอายตุ ่างๆ
เพศ ช่วงอายุ(ป)ี พลังงานทร่ี า่ งกายตอ้ งการตอ่ วนั (กิโลแคลอร)ี
ชาย 10-12 1,850
13-15 2,300
16-19 2,400
หญิง 10-12 1,700
13-15 2,000
16-19 1,850
เมือ่ วานนเ้ี ดก็ ชายเอกซง่ึ มอี ายุ 11 ปี ได้รบั พลงั งานจากการรับประทานอาหารเมือ่ เชา้ 500 กโิ ลแคลอรี
มื้อกลางวัน 625 กิโลแคลอรแี ละมอ้ื เย็น 700 กิโลแคลอรี แสดงว่าเมื่อวานนเ้ี ดก็ ชายเอกได้รบั พลงั งาน
มากหรอื น้อยกว่าทคี่ วรไดร้ ับและคิดเปน็ พลงั งานเท่าไร (O-NET 54)
1. มากกวา่ และคิดเป็น 25 กโิ ลแคลอรี 2. นอ้ ยกวา่ และคิดเปน็ 25 กิโลแคลอรี
3. มากกวา่ และคดิ เปน็ 125 กิโลแคลอรี 4. นอ้ ยกว่าและคิดเปน็ 125 กโิ ลแคลอรี
ติวเข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
7. ตาราง ปรมิ าณสารอาหารประเภทตา่ งๆ ในอาหาร 4 ชนิด
ชนดิ อาหาร โปรตนี (กรัม) ประเภทสารอาหาร
ไขมัน (กรัม) คารโ์ บไฮเดรต(กรัม)
A2 1 1
B1 2 2
C2 – 2
D1 1 2
กาหนดให้โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต 1 กรมั ให้พลงั งาน 4.5 กโิ ลแคลอรี่
ไขมัน 1 กรัม ให้พลงั งาน 9 กโิ ลแคลอรี่
จากตารางและส่งิ ทก่ี าหนดให้ อาหารชนดิ ใดใหพ้ ลงั งานสงู สดุ (O-NET 56)
1. A 2. B 3. C 4. D
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
8. ตารางชนิดของอาหารท่รี บั ประทานในม้ือตา่ งๆ ของแตล่ ะวัน ของนกั เรยี น 4 คน
นกั เรยี น ชนดิ ของอาหารในมื้อตา่ งๆของแตล่ ะวัน
เช้า กลางวัน เยน็ อาหารวา่ ง
ก ข้าวไขเ่ จียว ข้าวไข่พะโล้ ขา้ วหมูแดง ไอศกรมี
ข ขา้ วไข่ทอด ขา้ วเหนียวไก่ยา่ ง ลูกชิ้นทอด ขนมปังไสก้ รอก
ค ข้าวแกงจืดตาลงึ หมสู บั ขา้ วไขเ่ จยี ว เสน้ ใหญ่ราดหนา้ หมู ส้ม มะละกอ
ง ขา้ วหมกไก่ ข้าวขาหมู หม่ีกรอบ ชานม-เค้ก
ใครรับประทานอาหารไดค้ รบทกุ หมู่ทส่ี ดุ (O-NET 57)
1. ก 2. ข
3. ค 4. ง
ติวเข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
9. ตารางปรมิ าณแรธ่ าตุในอาหาร 4 ชนิด
ชนิด ปรมิ าณแร่ธาตุ (มิลลกิ รัม)
อาหาร แคลเซยี ม ฟอสฟอรสั เหล็ก
A 126 30 4.6
B 141 165 0.9
C 49 27 2.0
D 7 63 2.5
จากตาราง ถา้ ตอ้ งการป้องกันโรคโลหติ จาง ตอ้ งเลอื กรับประทานอาหารชนดิ ใด
(O-NET 57)
1. A 2. B
3. C 4. D
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
10. วิตามินซสี ามารถป้องกันโรคเลอื ดออกตามไรฟัน เราไดร้ บั วติ ามินซีจากการ
รับประทานผกั หรอื ผลไมบ้ างชนดิ เชน่ ฝรัง่ ส้ม เปน็ ต้น เดก็ ชายไชยาซอ้ื นา้ สม้
ค้นั ยี่ห้อหนึ่งจากรา้ นคา้ ในหมูบ่ า้ นซง่ึ ฉลากขา้ งขวดระบวุ า่ “วติ ามินซีสูง”
เดก็ ชายไชยาจะได้รับวติ ามนิ ซจี ากการรับประทานน้าสม้ คน้ั ทซี่ อื้ มาในปริมาณสงู
จรงิ หรือไม่ เพราะเหตุใด (O-NET 57)
1. จรงิ เพราะวิตามินซีมมี ากในผลไมจ้ าพวกสม้
2. ไม่จรงิ เพราะวิตามินซไี มส่ ามารถละลายได้ในน้าสม้ คน้ั
3. จริง เพราะฉลากขา้ งขวดกร็ ะบชุ ัดเจนอย่แู ลว้ ว่า “มีวิตามนิ ซสี ูง”
4. ไม่จรงิ เพราะวติ ามินซใี นส้มสลายตัวไปในช่วงกระบวนการผลติ นา้ สม้ คั้น
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
11. กลอ่ งเครื่องดื่มชนิดหนึง่ มีขอ้ มูลโภชนาการระบไุ ว้ข้างกล่อง ดังนี้
หนง่ึ หนว่ ยบรโิ ภค 250 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร
พลงั งานทง้ั หมด 200 กโิ ลแคลอรี
ส่วนประกอบและร้อยละของปริมาณสารอาหารท่ีแนะนาตอ่ วัน
ไขมันทงั้ หมด 8 กรัม 12%
ไขมนั อ่ิมตัว 4 กรมั 20%
โคเลสเตอรอล 10 มิลลิกรมั 3%
โปรตนี 7 กรัม
คารโ์ บไฮเดรตท้งั หมด 25 กรมั 8%
ใยอาหาร <1 กรัม 2%
นา้ ตาล 23 กรมั
โซเดียม 45 มลิ ลิกรัม 2%
หากในวนั หน่งึ คนปกติด่มื เครอ่ื งดื่มนีไ้ ป 4ขวด เขาควรรบั ประทานอาหารประเภทใดเสริมมากที่สุด
(O-NET 57)
1. ข้าวสวย 2. เน้ือสัตว์ 3. ผกั ตา่ งๆ 4. ขนมหวาน
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
12. จากรูปธงโภชนาการทีร่ ะบุสดั ส่วน สาหรับเด็กหญงิ อายุ 10 ปี ที่มีรา่ งกายสมสว่ น
ซงึ่ ควรได้รบั พลงั งานประมาณวันละ 1,600 กโิ ลแคลอรี
A และ B ในธงโภชนาการ
ควรเป็นอาหารประเภทใด (O-NET 58)
1. A คือ โปรตนี B คอื ไขมนั
2. A คือ นา้ ตาล B คือไขมัน
3. A คือ ขา้ ว B คือ ผลไม้
4. A คือ ข้าว B คอื น้าตาล น้ามัน เกลอื
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
13. ตารางปรมิ าณสารอาหารประเภทต่างๆ ในอาหาร 4 ชนิด
ชนดิ อาหาร ปริมาณประเภทสารอาหาร
โปรตนี (กรัม) ไขมัน(กรัม) คาร์โบไฮเดรต(กรัม)
A2 1 3
B2 2 2
C1 1 4
D3 1 1
กาหนดให้ โปรตนี 1 กรัมให้พลังงาน 4.5 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 1 กรัมใหพ้ ลงั งาน 4.5 กโิ ลแคลอรี
ไขมัน 1 กรัมใหพ้ ลงั งาน 9.0 กิโลแคลอรี
อาหารชนดิ ใดให้พลังงานสงู สดุ (O-NET 58)
1. A 2. B 3. C 4. D
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
14. ตารางปรมิ าณแรธ่ าตุในอาหาร 4 ชนดิ
ชนดิ อาหาร ปริมาณแร่ธาตุ (มลิ ลกิ รัม)
แคลเซียม ฟอสฟอรสั เหล็ก
A 126 30 4.6
B 141 27 0.9
C 49 165 2.0
D 7 63 2.5
จากตาราง ถ้านกั เรียนตอ้ งการมรี ่างกายสมส่วน กระดูกและฟนั
แข็งแรง นกั เรียนจะเลือกรบั ประทานอาหารชนิดใด (O-NET 59)
1. A 2. B 3. C 4. D
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
15. ขอ้ มูลแสดงพลงั งานของอาหาร 6 ชนดิ เป็นดังนี้
อาหาร หน่วยบรโิ ภค พลงั งาน (กโิ ลแคลอรี)
กว๋ ยเตี๋ยวเนื้อสบั 1 จาน 370
ก๋วยเต๋ยี วเส้นใหญ่ราดหนา้ ไก่ 1 จาน 397
1 ถว้ ย 150
เตา้ หนู้ มสด 1 ผล 40
กลว้ ยไข่ 1 ผล 32
สม้ เขยี วหวาน 1 ผล 98
มะม่วงสุก
หากตอ้ งการรับประทานอาหาร ใหไ้ ดร้ บั พลงั งาน มากท่ีสดุ ควรเลือกรับประทานอาหาร
ตามขอ้ ใด (O-NET 60)
1. ก๋วยเต๋ียวเนอ้ื สับ 1 จาน และกลว้ ยไข่ 2 ผล
2. ก๋วยเตย๋ี วเนื้อสบั 1 จาน และส้มเขียวหวาน 1 ผล
3. กว๋ ยเตย๋ี วเสน้ ใหญร่ าดหน้าไก่ 1 จาน และเตา้ ห้นู มสด 1 ถว้ ย
4. กว๋ ยเตย๋ี วเส้นใหญ่ราดหนา้ ไก่ 1 จาน ส้มเขียวหวาน 1 ผลและมะม่วงสุก 1 ผล
ติวเข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
16. กาหนดให้ A B C D และ E คือ อาหาร 5 ชนิด ซึ่งมีสารอาหารหลักและ
ปริมาณพลงั งานต่อหนง่ึ หน่วยบริโภคดังตาราง
ชนดิ อาหาร สารอาหารหลกั พลังงาน (กโิ ลแคลอรี)
A โปรตีน และ นา้ 450
B 450
C ไขมนั 300
D คาร์โบไฮเดรต 0
E แรธ่ าตุ และ วติ ามิน 650
ไขมัน และ คารโ์ บไฮเดรต
จากข้อมูล ควรเลือกรับประทานอาหารในข้อใด เพ่ือให้ได้พลังงานรวม 1,400
กโิ ลแคลอร่ี และไดร้ บั สารอาหารครบทุกประเภท (O-NET 61)
1. A B และ C 2. A C และ E
3. A B C และ D 4. A C D และ E
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
17. ตารางแสดงผลการทดสอบสารอาหารท่ีพบในอาหาร 4 ชนิด เป็นดงั นี้
ผลการทดสอบ
ชนดิ อาหาร หยดสารละลายไอโอดีน ถูกับกระดาษ
A
B ไมเ่ ปลยี่ นแปลง โปรง่ แสง
C
D เปลย่ี นเปน็ สนี ้าเงินเข้ม โปรง่ แสง
ไมเ่ ปลี่ยนแปลง ไม่โปรง่ แสง
เปลยี่ นเปน็ สนี า้ เงินเขม้ โปร่งแสง
ข้อใดระบุองค์ประกอบของอาหารแต่ละชนดิ ได้สอดคลอ้ งกับผลการทดสอบ O-NET 62
1. อาหารชนดิ A มีแปง้ และไขมนั เป็นองคป์ ระกอบ
2. อาหารชนดิ B มแี ปง้ เปน็ องคป์ ระกอบ
3. อาหารชนดิ C มีไขมนั เปน็ องค์ประกอบ
4. อาหารชนดิ D มแี ป้งและไขมนั เปน็ องคป์ ระกอบ
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
18. ตารางแสดงสารอาหารทีพ่ บในอาหาร 4 ชนดิ เป็นดงั นี้
ชนดิ อาหาร คาร์โบไฮเดรต โปรตนี สารอาหาร เกลอื แร่ วิตามิน
ไขมนั
1
2
3
4
หมายถงึ พบสารอาหาร หมายถึง ไมพ่ บสารอาหาร
จากข้อมูล ข้อใดกล่าวถกู ต้อง (O-NET 63)
1. ถา้ เลือกรบั ประทานอาหารชนิดที่ 1 กบั 4 จะทาใหไ้ มไ่ ด้รบั พลังงาน
2. ถา้ เลอื กรบั ประทานอาหารชนดิ ที่ 1 กบั 2 จะทาให้ไดร้ ับสารอาหารครบทกุ หมู่
3. ถา้ เลือกรับประทานอาหารชนิดท่ี 2 กับ 3 จะช่วยสร้างความอบอุ่นแก่รา่ งกาย
4. ถ้าเลือกรับประทานอาหารชนิดที่ 2 กับ 4 จะชว่ ยซ่อมแซมกลา้ มเน้ือสว่ นทีส่ กึ หรอ
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ชน้ั ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรู้
ป.6 ว 1.2 ป.6/4 ระบบย่อยอาหารประกอบดว้ ยอวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร
สร้างแบบจาลองระบบย่อย ลาไสเ้ ล็ก ลาไส้ใหญ่ ทวารหนกั ตับ และตบั อ่อน ซ่งึ ทาหน้าทร่ี ่วมกันในการย่อยและดดู
อาหาร และบรรยายหนา้ ท่ขี อง
ซมึ สารอาหาร
อ วั ย ว ะ ใ น ร ะ บ บ ย่ อ ย อ า ห า ร ปาก มีฟันช่วยบดเคีย้ วอาหารใหม้ ขี นาดเล็กลงและมลี น้ิ ชว่ ยคลุกเคล้าอาหารกับนา้ ลาย
รวมทั้งอธิบายการย่อยอาหาร
ในนา้ ลาย มเี อนไซมย์ ่อยแปง้ ใหเ้ ปน็ นา้ ตาล
และการดูดซมึ สารอาหาร
หลอดอาหาร ทาหน้าทีล่ าเลียงอาหารจากปาก ไปยงั กระเพาะอาหาร ภายในกระเพาะ
ว 1.2 ป.6/5
ตระหนักถึงความสาคัญของ อาหารมกี ารยอ่ ยโปรตนี โดยกรดและเอนไซม์ทส่ี ร้างจากกระเพาะอาหาร
ระบบย่อยอาหาร โดยการบอก ลาไส้เลก็ มีเอนไซม์ทส่ี รา้ งจากผนงั ลาไส้เล็กเองและจากตบั อ่อนทช่ี ว่ ยย่อยโปรตนี
แนวทางในการดูแลรักษ า
อวยั วะในระบบย่อยอาหารให้ คารโ์ บไฮเดรต และไขมนั โดยโปรตนี คาร์โบไฮเดรต และไขมนั ทีผ่ า่ นการย่อยจนเปน็
ทางานเป็นปกติ สารอาหารขนาดเลก็ พอทจ่ี ะ ดดู ซึมได้ รวมถงึ น้า เกลือแร่ และวิตามิน จะถูกดดู ซมึ ท่ี
ผนงั ลาไสเ้ ลก็ เขา้ สู่กระแสเลอื ด เพอื่ ลาเลียงไปยังสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกาย ซง่ึ โปรตนี
คารโ์ บไฮเดรต และไขมัน จะถกู นาไปใชเ้ ปน็ แหล่งพลังงานสาหรบั ใชใ้ นกจิ กรรมต่าง ๆ
ส่วนน้า เกลือแร่ และวติ ามิน จะชว่ ยใหร้ ่างกายทางานไดเ้ ปน็ ปกติ
ตับสรา้ งนา้ ดีแลว้ สง่ มายงั ลาไสเ้ ลก็ ชว่ ยใหไ้ ขมนั แตกตัว
ลาไสใ้ หญ่ทาหนา้ ทด่ี ดู นา้ และเกลือแร่ เปน็ บรเิ วณทีม่ ีอาหารทย่ี อ่ ยไมไ่ ด้ หรอื ยอ่ ยไม่หมด
เป็นกากอาหาร ซ่งึ จะถูกกาจัดออกทางทวารหนกั
อวัยวะตา่ ง ๆ ในระบบยอ่ ยอาหาร มคี วามสาคญั จงึ ควรปฏิบัตติ น ดูแลรักษาอวยั วะให้
ทางานเปน็ ปกติ
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
1. ในระบบย่อยอาหารของมนุษย์ อวัยวะใดดดู ซมึ อาหาร
ไดม้ ากทีส่ ดุ (O-NET 50)
1. ปาก
2. ลาไสเ้ ลก็
3. ลาไสใ้ หญ่
4. หลอดอาหาร
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
2. ถ้านักเรียนรับประทานข้าวกับกุ้งต้มเป็นอาหาร
กลางวนั อวัยวะใดทีย่ ่อยกงุ้ ตม้ เปน็ อนั ดับแรก
(O-NET 51)
1. ลาไสเ้ ลก็
2. ลาไส้ใหญ่
3. หลอดอาหาร
4. กระเพาะอาหาร
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
3. อวยั วะในระบบย่อยอาหารประกอบด้วย
ก. ปาก ข. กระเพาะอาหาร
ค. ลาไส้เล็ก ง. ลาไสใ้ หญ่
จ. หลอดอาหาร
อาหารทีเ่ รารบั ประทานจะไมถ่ กู ย่อยในอวยั วะใด (O-NET 54)
1. ก และ ข 2. ข และ ค
3. ค และ ง 4. ง และ จ
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
4. เดก็ ชายวัชราชอบกินเนื้อหมตู ดิ มัน ไม่ชอบกินผักและผลไม้ และกินอาหาร
ไม่ตรงเวลาเป็นประจา ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร
ของเดก็ คนนี้ (O-NET 57)
1. ตบั จะทางานหนักเพ่ือสรา้ งนา้ ดีสาหรับยอ่ ยไขมัน
2. บริเวณหลอดอาหารจะมกี รดหลงั่ ออกมาปรมิ าณมาก
3. ลาไสใ้ หญ่ดูดซมึ นา้ ไดน้ ้อยลง เน่ืองจากกนิ อาหารทม่ี เี สน้ ใยมาก
4. ลาไส้เลก็ ขบั เคลือ่ นอาหารไดง้ า่ ยขึน้ เนอ่ื งจากกนิ อาหารท่มี เี ส้นใยมาก
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
5. เม่ือนักเรียนรับประทานอาหารประเภทใด แป้งและ
โปรตีน จะเกดิ การดดู ซมึ สารอาหารมากท่ีสุดบริเวณใด
(O-NET 60)
1. ปาก
2. ลาไสใ้ หญ่
3. ลาไสเ้ ลก็
4. กระเพาะอาหาร
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
6. แผนภาพแสดงอวัยวะในระบบยอ่ ยอาหาร เปน็ ดงั น้ี
ปาก → กระเพาะอาหาร → อวยั วะ A → อวยั วะ B → ทวารหนัก
จากแผนภาพขา้ งตน้ ขอ้ ใดกลา่ ว ถกู ตอ้ ง (O-NET 62)
1. แป้งจะถูกย่อยที่กระเพาะอาหาร และถูกดูดซึมเข้าสู่รา่ งกายทอี่ วยั วะ A
2. กากอาหารจะผา่ นอวยั วะ B โดยไม่มีการดกู ซึมแล้ว เพ่ือขบั ออกผ่าน
ทางทวารหนกั
3. เลือดจากหัวใจไปยังอวยั วะ B จะมีปริมาณแก๊สออกซิเจนสูง เนื่องจาก
ผ่านการแลกเปลย่ี นแกส๊ ที่ปอด
4. เลอื ดจากอวัยวะ A เข้าสหู่ ัวใจจะมีปริมาณแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดต์ า่
เพราะมีการสร้างพลงั งานจากสารอาหาร
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
7. ขอ้ ใดกล่าวถึงการยอ่ ยอาหารทีเ่ กิดขน้ึ ภายหลงั จากรบั ประทาน
ข้าวต้มไกไ่ ดถ้ ูกต้อง (O-NET 63)
1. เนื้อไก่เทา่ นน้ั ทจ่ี ะถกู ยอ่ ยด้วยเอนไซมจ์ ากตับออ่ น
2. เนื้อไกจ่ ะไม่ถกู ย่อยเม่ืออาหารลาเลยี งมาถงึ กระเพาะอาหาร
3. ข้าวและเนือ้ ไก่จะถูกยอ่ ยเปน็ ครง้ั สดุ ทา้ ยทบ่ี รเิ วณลาไสเ้ ล็ก
4. ข้าวจะถกู บดเคี้ยวให้มีขนาดเล็กลง แตไ่ ม่เกิดการยอ่ ยท่ี
บริเวณปาก
ติวเขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
สาระท่ี 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะ
ทางพันธกุ รรม สารพันธกุ รรม การเปลีย่ นแปลงทางพันธุกรรมท่มี ีผลต่อส่ิงมีชีวิต
ความหลากหลายทางชวี ภาพและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมท้ังนาความรู้ไป
ใช้ประโยชน์
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ชน้ั ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้
ป.4 ว 1.3 ป.4/1 ส่ิงมีชีวิตมีหลายชนิด สามารถจัดกลุ่มได้
จาแนกส่ิงมีชีวิตโดยใช้ความเหมือนและ โดยใช้ ความเหมือนและความแตกต่าง
ความแตกต่างของลักษณะของสิ่งมีชีวิต ของลักษณะต่าง ๆ เช่น กลุ่มพืชสร้าง
ออกเป็น กลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มที่ อาหารเองได้ และเคลื่อนท่ีด้วยตนเองไม่ได้
ไมใ่ ชพ่ ืชและสัตว์
กลุ่มสัตว์กินส่ิงมีชีวิตอื่นเป็นอาหารและ
ว 1.3 ป.4/2
เคล่ือนที่ได้ กลุ่มที่ไม่ใช่พืชและสัตว์ เช่น
จาแนกพชื ออกเปน็ พชื ดอกและพืชไมม่ ี
ดอก โดยใชก้ ารมีดอกเป็นเกณฑ์ โดยใช้ เหด็ รา จุลินทรีย์
ขอ้ มลู ทรี่ วบรวมได้ การจาแนกพืช สามารถใช้การมีดอกเป็น
เกณฑ์ ในการจาแนก ได้เป็นพืชดอกและ
พชื ไมม่ ดี อก
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
1. ข้อใดคือลกั ษณะทีพ่ บเฉพาะในพืชดอก (O-NET 55)
1. การมอี อวลุ
2. การสร้างดอก
3. การถา่ ยเรณู
4. การปฎสิ นธิ
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
2. แผนผังการจดั กลุ่มพชื 5 ชนดิ ออกเปน็ 2 กลุ่ม ดังนี้
จากแผนผัง พชื ชนิดใดต่อไปนี้ ควรจัดไว้ในกลุ่ม ก (O-NET 60)
1. เฟนิ 2. บวั 3. มะลิ 4. ชวนชม
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
3. เด็กชายนทีสารวจพชื ในโรงเรียน แล้วแบ่งพชื เปน็ 3 กลุ่มดังนี้
กลุ่มที่ 1 ได้แก่ หญ้า พุทธรักษา
กลุม่ ที่ 2 ไดแ้ ก่ ทานตะวัน ถัว่ ลสิ ง
กลุ่มท่ี 3 ไดแ้ ก่ เฟนิ ข้าหลวงหลังลาย มอส
เดก็ ชายนทีใช้ลกั ษณะอะไรบ้างในการจาแนกพชื ได้เป็น 3 กลุ่ม (O-NET 58)
1. พืชมีดอกหรือพชื ไมม่ ดี อก และการมีท่อลาเลยี งหรอื ไม่มีทอ่ ลาเลียง
2. พืชมีดอกหรอื ไม่มดี อก และการเป็นพืชใบเลย้ี งเดี่ยวหรือใบเล้ยี งคู่
3. พืชมีดอกหรอื ไม่มีดอก และการมีดอกสมบรู ณ์เพศหรอื ไมส่ มบรู ณเ์ พศ
4. การเป็นพชื ใบเล้ยี งเดี่ยวหรอื ใบเลีย้ งคู่ และการมีท่องลาเลียง
หรอื ไมม่ ีท่อลาเลียง
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
4. ในการสารวจพชื ในโรงเรยี นแห่งหนง่ึ นกั เรยี นได้มกี ารแบ่งพืชออกเปน็ 3 กลุม่ ดงั นี้
กลมุ่ ที่ 1 ไดแ้ ก่ หญ้า พุทธรักษา
กลมุ่ ที่ 2 ไดแ้ ก่ ทานตะวัน ถวั่ ลสิ ง
กลุ่มที่ 3 ไดแ้ ก่ เฟนิ ขา้ หลวงหลงั ลาย มอส
ขอ้ ใดคือเกณฑท์ ่ีใช้ในการจาแนกพืชเปน็ 3 กลุม่ ขา้ งต้น (O-NET 59)
1. พชื มีดอกหรอื พืชไมม่ ีดอก และการมที ่อลาเลียงหรือไม่มีท่อลาเลยี ง
2. พชื มดี อกหรอื พชื ไมม่ ดี อก และการเป็นพชื ใบเล้ยี งเดีย่ วหรือพชื ใบเลี้ยงคู่
3. พืชมีดอกหรอื พชื ไมม่ ดี อก และการมดี อกสมบรู ณเ์ พศหรือไมส่ มบูรณ์เพศ
4. การเปน็ พชื ใบเล้ียงเด่ยี วหรือพืชใบเล้ยี งคู่ และการมที ่อลาเลียงหรอื
ไมม่ ีท่อลาเลยี ง
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
5. มะละกอ เป็นพืชท่มี รี ากเปน็ ระบบรากแก้ว ลาต้นไม่พบข้อปล้อง และมีเส้นใบ แบบร่างแห
ดอกของมะละกอมี 3 ชนิด ซงึ่ มีสว่ นประกอบ ดงั ตาราง
ชนิด ส่วนประกอบของดอก
กลีบเล้ยี ง กลบี ดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมยี
ก มี มี มี มี
ข มี มี ไม่มี มี
ค มี มี มี ไม่มี
เมอ่ื ขยายพันธุโ์ ดยใชเ้ มล็ดจากต้นแม่พันธุ์มักพบวา่ มะละกอตน้ ใหม่ท่ีได้จะมีลักษณะไม่เหมือนต้นแม่
พันธ์ุ เกษตรกรจึงนิยมขยายพนั ธ์ุมะละกอด้วยวิธกี ารตอนก่ิง ซึ่งจะเลือกใช้ก่ิงของต้นที่โตเต็มท่ีแล้ว
จากขอ้ มูล ข้อความต่อไปนถ้ี ูกตอ้ งใช่หรือไม่
ขอ้ ความ ใช่ หรอื ไมใ่ ช่
5.1 การตอนกิ่งเป็นการขยายพันธุ์พืชท่ีทาให้ได้มะละกอลักษณะเหมือน ใช่ / ไมใ่ ช่
ต้นแม่พันธ์ุทุกประการ และทาให้ได้ต้นมะละกอท่ีโตเต็มที่เร็วกว่า
การเพาะดว้ ยเมล็ด
5.2 ดอกมะละกอชนิด ก จัดเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ส่วนดอกมะละกอ ใช่ / ไม่ใช่
ชนิด ข และ ค จดั เป็นดอกไมส่ มบูรณ์เพศ
5.3 มะละกอจัดเป็นพชื ใบเลีย้ งเดี่ยว ใช่ / ไมใ่ ช่
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
6. นักเรียนสารวจพืชบริเวณริมคลองของหมู่บ้าน แล้วจาแนกพืช
ออกเปน็ 2 กลมุ่ ท่ีมโี ครงสรา้ งท่ใี ชใ้ นการสืบพนั ธุต์ า่ งกัน ดังน้ี
กลุ่มท่ี 1 ไดแ้ ก่ ผักตบชวา ตน้ ชบา ต้นทานตะวนั
กลมุ่ ที่ 2 ไดแ้ ก่ เฟนิ มอส
จากขอ้ มูล ขอ้ ความตอ่ ไปนีถ้ กู ตอ้ งใชห่ รือไม่ (O-NET 63)
ข้อความ ใช่ หรอื ไมใ่ ช่
6.1 นกั เรียนจาแนกพืชที่สารวจโดยใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์ ใช่ / ไม่ใช่
6.2 พชื กลุ่มท่ี 1 ใช้เรณแู ละเซลลไ์ ข่ในการสบื พนั ธุ์ ใช่ / ไม่ใช่
6.3 พชื กล่มุ ทไ่ี มม่ ีดอก จะไมส่ ามารถสร้างอาหารเองได้ ใช่ / ไมใ่ ช่
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ชน้ั ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้
ป.4 ว 1.3 ป.4/3 การจาแนกสัตว์ สามารถใช้การมี
จาแนกสัตว์ออกเปน็ สัตว์มีกระดกู กระดูกสันหลัง เป็นเกณฑ์ในการ
สนั หลงั และสตั วไ์ มม่ กี ระดูกสันหลัง
โดยใชก้ ารมกี ระดกู สันหลังเปน็ จาแนก ไดเ้ ปน็ สัตว์มกี ระดูกสันหลัง
เกณฑ์ โดยใชข้ อ้ มูลทรี่ วบรวมได้ และสัตวไ์ มม่ ีกระดกู สนั หลงั
ว 1.3 ป.4/ 4 สัตว์มีกระดูกสันหลังมีหลายกลุ่ม
บรรยายลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ ได้แก่ กลุม่ ปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้า
ของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่ม สะเทินบก กลุ่มสัตว์เล้ือยคลาน
ปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้าสะเทินบก กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วย
กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนก และ น้านม ซ่ึงแต่ละกลุ่มจะมีลักษณะ
กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านม และ เฉพาะท่สี ังเกตได้
ยกตวั อย่างสงิ่ มีชวี ติ ในแต่ละกลมุ่
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
1.
แผนผัง การจาแนกประเภทของสัตว์มกี ระดูกสนั หลัง
จากแผนผัง สัตวช์ นดิ ท่ี 2 และชนิดท่ี 3 มลี กั ษณะใดเหมือนกนั (O-NET 51)
1. มีขน 2. มเี กลด็ 3. มปี กี 4. ไมม่ ปี ีก
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
2. ตาราง ลกั ษณะลาตวั จานวนขา และบรเิ วณท่ีอาศยั ของสตั ว์ 4 ชนิด
ชนิดของสัตว์ ลกั ษณะลาตัว จานวนขา บริเวณท่อี าศัย
ในน้า
A มีครบี มเี กล็ด ไมม่ ีขา บนบก
บนบก
B ผวิ หนังเปียกชนื้ ไมม่ ีเกล็ด 4 ขา บนบก
C ผิวหนงั แหง้ มเี กลด็ ปกคลมุ 4 ขา
D มีปกี ขนเป็นแผง 2 ขา
ถ้าพบสตั ว์ชนิดหนึ่งมีจะงอยปากแข็ง มขี นเปน็ แผง มเี กล็ดท่ขี าและนว้ิ เทา้ สัตว์
ชนิดนคี้ วรจัดอยพู่ วกเดียวกบั สัตวช์ นดิ ใดในตาราง (O-NET 52)
1. A 2. B 3. C 4. D
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
3. ตาราง การแบ่งสัตว์ 16 ชนดิ ออกเป็น 4 กลุม่ ตามหลกั เกณฑข์ อง
เดก็ ชายมนสั
กลุ่ม รายชอื่ สัตวท์ ่ีจดั ไวเ้ ป็นกลุม่ เดยี วกัน
ก เสือ ลงิ วาฬ แมว
ข งู เตา่ กบ ตกุ๊ แก
ค นก เปด็ ไก่ หงส์
ง กุง้ หอย ปู ปลา
จากตาราง สตั ว์ชนดิ ใดนา่ จะถกู จดั ไวผ้ ดิ กลุ่ม (O-NET 54)
1. วาฬ หงส์ 2. กบ ปลา
3. เต่า หอย 4. ต๊กุ แก นก
ติวเข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
4. ขอ้ ใดเป็นลักษณะเฉพาะของสัตวค์ รึ่งนา้ ครึ่งบก
(O-NET 55)
1. หายใจด้วยเหงอื ก
2. เป็นสัตวเ์ ลือดเยน็
3. มขี าหลงั ยาวกว่าขาหน้า
4. ผิวหนงั เปียกชน้ื อยู่เสมอ
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
5. นักเรียนกลุ่มหนึ่งได้รีบมอบหมายจากครูให้ไปสารวจชนิดของสัตว์ใน
บริเวณสนามและร่องปลูกไม้ดอกของโรงเรียน ผลการสารวจพบสัตว์ 8
ชนิด ดังนี้ นกกางเขน กบ งูเขียว ก้ิงกือ มดแดง ไส้เดือนดิน จ้ิงจก ผีเส้ือ
ถา้ นักเรยี นตอ้ งจาแนกสัตว์เหล่านี้เป็นสองกลุ่ม เกณฑ์การจาแนกที่ควรใช้
เป็นลาดับแรกคอื ข้อใด(O-NET 56)
1. การไม่มปี ีก - การมีปีก
2. การเป็นสตั ว์เลือดเย็น – การเปน็ สัตวเ์ ลอื ดอ่นุ
3. การมปี ฏสิ นธภิ ายนอก – การมปี ฏิสนธิภายใน
4. การไม่มโี ครงร่างแข็งภายในรา่ งกาย – การมีโครงรา่ งแข็งภายในรา่ งกาย
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
6. ตารางแสดงสัญลกั ษณแ์ ทนลกั ษณะของไข่ ตวั ออ่ น และตวั เต็มวยั ของสตั ว์ 3 ชนิด
จากตาราง สัตว์ทีว่ ฏั จักรชวี ิตช่วงหนง่ึ เป็นดักแด้ก่อนเจริญเป็นตัวเต็มวัยคือสัตว์ชนิดใด
(O-NET 57)
1. A เปน็ สัตว์จาพวกเดียวกบั ยงุ และ ผเี ส้อื
2. B เปน็ สัตวจ์ าพวกเดยี วกบั ยงุ และ กบ
3. B และ C เป็นสตั วจ์ าพวกเดยี วกบั ตั๊กแตน และ แมลงวนั
4. C เปน็ สตั วจ์ าพวกเดยี วกับผเี ส้ือ และ กง้ิ กอื
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
7. ตารางลกั ษณะสาคัญของกลมุ่ สตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั
ลักษณะ/กลมุ่ การปรบั อุณหภมู ิรา่ งกาย อวัยวะ การผสมพันธุ์ การออกลูก อาหาร
(เลือดเยน็ -เลอื ดอุน่ ) ท่ใี ช้หายใจ (การปฏสิ นธิ)
พืช-สัตว์
1 เลือดเย็น เหงือก ภายนอก ไข่/ตัว สัตว์
2 เลอื ดเยน็ เหงอื ก/ปอด ภายนอก ไข่ พืช-สัตว์
พืช-สตั ว์
3 เลือดเยน็ ปอด ภายใน ไข่ พชื -สตั ว์
4 เลอื ดอนุ่ ปอด ภายใน ไข่
5 เลอื ดอ่นุ ปอด ภายใน ตัว/ไข่
จากตาราง กลุม่ ท่ี 2 เปน็ สตั ว์ชนดิ ใด (O-NET 57)
1. แย้ 2. เตา่ 3. ตกุ๊ แก 4. จ้งิ จกนา้
ติวเขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
8. แผนภูมิการแบ่งกลมุ่ สัตวโ์ ดยใชล้ ักษณะบางอยา่ งเป็นเกณฑ์
สัตว์กลุ่ม 3 และกลุ่ม 4 มีลักษณะใดเหมือนกนั (O-NET 58)
1. เลอื ดเย็นและไมม่ ีเหงอื ก 2. เลือดเยน็ และผิวหนังมีเกล็ด
3. ไมม่ เี หงือก และผิวหนังมเี กล็ด 4. ไม่มเี หลอื ก และผวิ หนงั ไม่มีเกลด็
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
9. ตารางแสดง ลักษณะบางประการของสัตว์ 4 ชนิด
ชนิดของสตั ว์ การปฏสิ นธิ สภาพการออกลูก รูปร่างตวั อ่อนและตวั เตม็ วยั
A ภายนอก เป็นไข่ ไม่มเี ปลอื กแข็งหมุ้ เหมอื นกัน
B ภายนอก เปน็ ไข่ ไม่มเี ปลอื กแข็งหุม้ ไมเ่ หมือนกัน
C ภายใน เป็นไข่ มเี ปลอื กแขง็ หุม้ เหมือนกัน
D ภายใน เป็นตวั เหมอื นกนั
พิจารณาจากตาราง ปลากดั มลี ักษณะเหมือนกับสัตวช์ นิดใด (O-NET 59)
1. A 2. B
3. C 4. D
ติวเข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
10. ขอ้ มลู แสดงลกั ษณะภายในและภายนอก ของสัตวม์ กี ระดกู สนั หลงั 4 ชนดิ
เปน็ ดงั ตาราง
ชนดิ ของสัตว์ ลกั ษณะภายในและภายนอก
อวัยวะท่ีใช้หายใจ (ตวั เตม็ วัย) การออกลกู ผิวหนงั ปกคลุมลาตวั
A ปอดและผวิ หนงั เปน็ ไขม่ ีวุน้ ใสหุม้ เรียบ
B ปอด เปน็ ไขม่ ีเปลือกแขง็ ห้มุ มีขนเปน็ แผง
C เหงือก เปน็ ไข่มีวนุ้ ใสหมุ้ มเี กล็ด
D ปอด เปน็ ไข่มีเปลือกแข็งหุม้ มีเกล็ด
อุณหภูมขิ องสตั ว์ชนิดใด ไม่เปลยี่ นแปลง ตามสภาพแวดลอ้ ม (O-NET 60)
1. A 2. B 3. C 4. D
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain