8. ภาพแสดงตาแหนง่ ของดาว 3 ดวง บนแผนท่ีดาวดา้ นทิศใต้ เวลา
19.00 น. ในคืนหนึ่งเปน็ ดังภาพ
จากภาพ ดาวดวงใดตกลับขอบฟ้าเป็นลาดับแรกและลาดับสุดท้ายของ
คนื น้ี ตามลาดับ (O-NET 61)
1. ดาว A และดาว C 2. ดาว B และดาว C
3. ดาว C และดาว B 4. ดาว C และดาว A
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
9. มายยืนสงั เกตตาแหนง่ ของดาว 2 ดวง บนทอ้ งฟ้าทางซีกเหนือของ
ประเทศไทย ในเวลา 21.00 น. เป็นดังภาพ
จากขอ้ มูล ขอ้ ใดระบมุ มุ เงยของดาวทั้งสองดวงได้ถกู ตอ้ ง และดาวดวงใด
จะตกลับขอบฟา้ ก่อน (O-NET 63)
มมุ เงยของดาว ก มมุ เงยของดาว ข ดาวทต่ี กลบั ขอบฟ้ากอ่ น
1. 45 องศา 30 องศา ดาว ก
2. 45 องศา 30 องศา ดาว ข
3. 315 องศา 45 องศา ดาว ก
4. 315 องศา 45 องศา ดาว ข
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ชัน้ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้
ป.6 ว 3.1 ป.6/1 เม่อื โลกและดวงจันทร์ โคจรมาอยู่ในแนวเสน้ ตรงเดียวกัน
สรา้ งแบบจาลองที่อธิบายการ กับดวงอาทิตยใ์ นระยะทางท่เี หมาะสม ทาใหด้ วงจนั ทร์บัง
เ กิ ด แ ล ะ เ ป รี ย บ เ ที ย บ
ปรากฏการณ์สุริยุปราคา และ ดวงอาทติ ย์ เงาของดวงจันทรท์ อดมายงั โลก ผสู้ งั เกตที่อยู่
จนั ทรุปราคา บริ เว ณเ ง า จ ะม อ ง เห็ น ด ว ง อ า ทิ ต ย์ มื ด ไ ป เ กิ ด
ปรากฏการณ์สุริยุปราคา ซ่ึงมีท้ังสุริยุปราคาเต็มดวง
สรุ ยิ ปุ ราคาบางส่วน และสรุ ิยุปราคาวงแหวน
หากดวงจันทรแ์ ละโลกโคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
กับดวงอาทิตย์ แล้วดวงจันทร์เคลื่อนที่ผ่านเงาของโลก
จ ะ ม อ ง เ ห็ นด ว ง จั น ท ร์ มื ด ไป เ กิ ด ปร า ก ฏ ก า ร ณ์
จันทรุปราคา ซ่ึงมีทั้งจันทรุปราคาเต็มดวง และ
จนั ทรปุ ราคาบางส่วน
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
1. ตาราง เวลาท่ีดวงอาทติ ย์ข้นึ และตก ณ สถานที่แหง่ หนึ่งในวัน เดือน ปี
ตา่ งกนั
จากขอ้ มลู ในตาราง วนั ทม่ี ชี ่วงเวลากลางคนื ยาวทสี่ ดุ คอื ขอ้ ใด (O-NET 50)
วัน เดือน ปี เวลาทดี่ วงอาทติ ย์ขึน้ เวลาทีด่ วงอาทิตยต์ ก
1 มิถุนายน 2548
15 มิถนุ ายน 2548 4.16 น. 19.32 น.
1 กรกฎาคม 2548
15 กรกฎาคม 2548 4.13 น. 19.36 น.
1. 1 มิถุนายน 2548 4.19 น. 19.38 น.
3. 1 กรกฎาคม 2548
4.29 น. 19.28 น.
2. 15 มิถุนายน 2548
4. 15 กรกฎาคม 2548
ติวเขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
2. แสงจากดวงจนั ทร์มลี ักษณะการเกิดเหมอื นแสงในขอ้ ใด
(O-NET 51)
1. แสงจากดาวตกในทอ้ งฟ้า
2. แสงจากหลอดไฟรถยนต์
3. แสงของเปลวเทยี น
4. แสงอาทิตย์ท่สี ะท้อนจากผวิ น้า
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
3.
ภาพ ดวงจันทร์ที่ตาแหนง่ ต่างๆ ขณะโคจรรอบโลก
ถ้าเกิดสรุ ิยปุ ราคา คนบนโลกทีต่ าแหน่ง E จะเหน็ จนั ทรปุ ราคาเตม็ ดวง
เมื่อดวงจนั ทรอ์ ยู่ตาแหน่งใด (O-NET 51)
1. ตาแหน่ง A 2. ตาแหนง่ B
3. ตาแหนง่ C 4. ตาแหน่ง D
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
4. ข้อใดกล่าวถึงดวงจันทร์ของโลกอย่างถูกต้อง
(O-NET 52)
1. มีสิง่ มีชีวิตชัน้ ตา่ อาศยั อยู่
2. ผิวของดวงจันทรม์ ีเมฆปกคลุม
3. ดวงจันทรห์ ันด้านเดมิ เข้าหาโลกตลอดเวลา
4. ดวงจนั ทรโ์ คจรเปน็ วงกลมรอบดวงอาทติ ย์
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
5. แผนภาพ ลาดบั ขั้นตอนการเกิดขา้ งขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์
จากแผนภาพ ลกั ษณะของดวงจันทรล์ าดับที่ 3 ควรเปน็ แบบใด (O-NET 52)
1. 2.
3. 4.
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
6. ภาพ รูปรา่ งลักษณะของดวงจันทรท์ เ่ี ดก็ ชายภูมบิ ันทกึ ในชว่ งเดือนพฤศจิกายน
5 คร้ัง
ถ้าเขาเร่ิมบันทึกภาพดวงจันทร์ครั้งแรกในวันท่ี 1 พฤศจิกายน ลักษณะของ
ดวงจันทร์ที่บันทกึ ครงั้ ที่ 3 ตรงกับวนั ทเ่ี ท่าไร (O-NET 54)
1. 4 พฤศจิกายน 2. 8 พฤศจิกายน
3. 11 พฤศจกิ ายน 4. 15 พฤศจกิ ายน
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
7. ภาพแสดงตาแหน่งท่ีสัมพันธ์กันของโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ใน
เวลาทีแ่ ตกตา่ งกัน (O-NET 55)
ภาพใดแสดงการเกดิ สุรยิ ปุ ราคา
1. ก 2. ข
3. ค 4. ง
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
8. การที่โลกมแี กนเอียง 231 องศา ตลอดเวลาท่ีหมุนรอบตัวเองแบบทวนเข็ม
นาฬิกาและหมุนรอบดว2งอาทิตย์แบบทวนเข็มนาฬิกา เช่นกัน ทาให้เกิด
ฤดกู าลต่างๆ ภาพแสดงการรับแสงอาทติ ยข์ องโลก ณ ช่วงเวลาหน่ึงในรอบ
ปี (O-NET 55)
จากภาพ ตาแหนง่ ก เปน็ ฤดอู ะไร
1. ฤดูใบไมผ้ ลิ
2. ฤดรู ้อน
3. ฤดใู บไม้ร่วง
4. ฤดหู นาว
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
9. รูปจาลอง การโคจรของดวงจนั ทรร์ อบโลก 1 รอบและโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์
ถา้ นกั เรียนอยบู่ นโลก ณ ตาแหน่งที่กาหนดโดยหนั หนา้ ไปทางทศิ เหนือ นักเรียนมองเหน็
ดวงจนั ทร์ในตาแหน่งที่ 2 เหมือนกบั ข้อใด (O-NET 56)
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
10. จากรปู แสดงการเกดิ ฤดูกาล
(ภาพจาก Encyclopedia Britannica)
ถ้าโลกอยทู่ ีต่ าแหน่ง B ประเทศทอ่ี ยู่บรเิ วณใกล้ข้ัวโลกใตเ้ ปน็ ฤดูกาลใด
(O-NET 57)
1. ฤดรู ้อน 2. ฤดูหนาว 3. ฤดใู บไมร้ ่วง 4. ฤดใู บไมผ้ ลิ
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
11. รปู แสดงการหมุนรอบตัวเองของโลกและการโคจรรอบดวงอาทิตย์
(ภาพจาก Encyclopedia Britannica)
ตาแหน่งใดของวงโคจรท่ีซกี โลกเหนอื อยใู่ นช่วงฤดูหนาว
(O-NET 58)
1. A 2. B 3. C 4. D
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
12. แบบจาลองแสดงการโคจรของโลกรอบดวงอาทติ ยใ์ นรอบ 1 ปี และตาแหน่ง A B
และ C บนผิวพน้ื โลก ณ วันที่ 21 มถิ นุ ายน เปน็ ดังภาพ
จากภาพ หากวันที่ 21 มถิ นุ ายน ขอ้ สรปุ ใดถูกต้อง (O-NET 60)
1. ตาแหน่ง A อยูใ่ นช่วงฤดูหนาว
2. ตาแหนง่ A มอี ุณหภูมิสูงกวา่ ตาแหน่ง C
3. ตาแหน่ง B มรี ะยะเวลากลางวนั สั้นกวา่ กลางคนื
4. ตาแหนง่ C ช่วงเวลาเท่ียงวนั ดวงอาทิตยจ์ ะอยเู่ หนอื ศีรษะพอดี
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
13. แบบจาลองแสดงตาแหนง่ ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก ขณะเกดิ สรุ ยิ ปุ ราคา
ครง้ั หนง่ึ ซง่ึ A และ B เป็นตาแหน่งของผสู้ งั เกตการณเ์ กดิ สรุ ิยปุ ราคาบนพื้นผิวโลก
ท่ีเวลาเดียวกัน เปน็ ดังภาพ
จากภาพ ผ้สู งั เกต ณ ตาแหน่ง A และ B จะเห็นปรากฎการณ์สรุ ิยปุ ราคาแบบใดตามลาดับ
(O-NET 61)
1. สุริยุปราคาวงแหวน สรุ ยิ ปุ ราคาเต็มดวง 2. สรุ ยิ ปุ ราคาบางสว่ น สุรยิ ปุ ราคาเตม็ ดวง
3. สรุ ิยปุ ราคาวงแหวน สรุ ยิ ุปราคาบางสว่ น 4. สรุ ิยุปราคาบางสว่ น สรุ ยิ ปุ ราคาวงแหวน
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
14. แบบจาลองแสดงตาแหน่งของดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ และโลก ขณะเกดิ สรุ ิยปุ ราคา
โดยมีเงามดื และเงามัวของดวงจันทร์ตกลงบนพน้ื โลก ดงั ภาพ
กาหนดให้ A B C และ D เป็นตาแหนง่ ของผสู้ ังเกตการเกดิ สรุ ยิ ุปราคาบนพน้ื โลก
หมายเหตุ : ภาพไมไ่ ดส้ ดั สว่ นตามความเปน็ จรงิ
ตาแหนง่ ใดที่ผสู้ งั เกตบนพ้ืนโลกจะเห็นสรุ ยิ ปุ ราคาบางสว่ น และอยูใ่ นช่วงฤดรู ้อน
1. ตาแหน่ง A 2. ตาแหนง่ B
3. ตาแหนง่ C 4. ตาแหน่ง D
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ชน้ั ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้
ป.6 ว 3.1 ป.6/2 เทคโนโลยอี วกาศเรม่ิ จากความต้องการของมนุษย์ใน
อ ธิ บ า ย พั ฒ น า ก า ร ข อ ง การสารวจวัตถุท้องฟ้าโดยใช้ตาเปล่า กล้อง -
เทคโนโลยีอวกาศ และ โทรทรรศน์ และได้พัฒนาไปสู่การขนส่งเพื่อสารวจ
ย ก ตั ว อ ย่ า ง ก า ร น า อวกาศด้วยจรวดและยานขนส่งอวกาศ และยังคง
เทคโนโลยีอวกาศมาใช้
ป ร ะ โ ย ช น์ ใ น พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการนาเทคโนโลยี
ชวี ิตประจาวัน จากข้อมูล อวกาศบางประเภทมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน
ทร่ี วบรวมได้ เช่น การใช้ดาวเทียมเพ่ือการสื่อสาร การพยากรณ์
อากาศ หรือการสารวจทรัพยากรธรรมชาติ การใช้
อปุ กรณว์ ัดชีพจรและการเต้นของหัวใจ หมวกนิรภัย
ชดุ กีฬา
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
1. นักเรียนใชส้ ิ่งใดในการศึกษาวตั ถุบนทอ้ งฟา้ ดว้ ยตนเอง
(O-NET 50)
1. จรวด
2. ยานอวกาศ
3. ดาวเทียมสอ่ื สาร
4. กล้องโทรทรรศน์
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
2. เพราะเหตใุ ดมนษุ ยจ์ ึงมสี ภาพไร้น้าหนักเม่ืออยู่ในอวกาศ
(O-NET 51)
1. ชุดอวกาศมนี า้ หนักเบา
2. ในอวกาศไม่มแี ก๊สออกซิเจน
3. ในอวกาศมีแรงโนม้ ถ่วงน้อยมาก
4. ในอวกาศมอี ากาศหนาแนน่ น้อยมาก
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
3. ดาวเทยี มท่ีใช้ในการสื่อสารระหวา่ งประเทศ
คอื ดาวเทยี มดวงใด (O-NET 51)
1. ดาวเทยี มอุตนุ ยิ มวิทยา
2. ดาวเทียมโทรคมนาคม
3. ดาวเทยี มสารวจทรัพยากร
4. ดาวเทยี มสารวจภมู ศิ าสตร์
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
4. ใน พ.ศ. 2500 สหภาพโซเวียตส่งยานสปตุ นิก ซง่ึ เปน็ ดาวเทียมดวงแรก
ข้ึนไปโคจรในอวกาศ ต่อมา พ.ศ. 2504 มนุษย์อวกาศสหภาพโซเวยี ต ชื่อ
ยรู ิ กาการิน ข้นึ ไปสารวจอวกาศเป็นคนแรกใน พ.ศ. 2512 สหรฐั อเมรกิ า
ได้สง่ ยานอวกาศอพอลโล 11 พร้อมมนษุ ย์อวกาศไปลงบนดวงจนั ทร์และ
อีก 8 ปีต่อมา มกี ารสง่ ยานอวกาศวอยเอเจอร์ 2 ไปสารวจดาวพฤหสั บดี
ดาวเสาร์ ดาวยูเรนสั และเนปจูน
จากขอ้ มลู ข้างบน ในปีใดที่มีการส่งยานอวกาศไปสารวจดาวที่เป็นบริวาร
ของดาวเคราะห์ (O-NET 51)
1. พ.ศ. 2500 2. พ.ศ. 2504
3. พ.ศ. 2512 4. พ.ศ. 2520
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
5. “ไทยคม 4หรือไอพีสตาร์ เป็นดาวเทียมท่ีออกแบบมาเพื่อให้บริการ
อนิ เตอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นดาวเทียมส่ือสารเชิงพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่
และมนี ้าหนกั มากถงึ 6486 กโิ ลกรัม และทนั สมัยที่สุดในปจั จุบัน ส่งข้ึนสู่
วงโคจรเมอ่ื 11 สิงหาคม พ.ศ. 2458 มีกายกุ ารใช้งานประมาณ 12 ปี
จากข้อความข้างต้น เทคโนโลยีอวกาศได้เข้ามามีส่วนช่วยพัฒนาใน
หลายๆ เร่ือง เรือ่ งใดท่ีเกย่ี วข้องนอ้ ยที่สดุ (O-NET 53B)
1. การศึกษาค้นควา้ 2. การถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์
3. การเกษตร 4. การคมนาคม
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
6.
ดาวเทียม ประโยชน์
ไทยคม ดาวเทียมส่ือสาร
โนอา ดาวเทยี มอตุ ุนยิ มวทิ ยา
ธีออส ดาวเทยี มสารวจพน้ื โลก
RX 250 ดาวเทียมจารกรรม
จากขอ้ มลู ข้างตน้ ในกรณที ีค่ ล่นื ยกั ษส์ ึนามิเข้าถล่ม 6 จังหวัดทางภาคใต้ท่ีมีพื้นท่ีอยู่
ตดิ กับชายฝ่ังทะเลอนั ดามนั น้ัน ประเทศไทย ต้องใช้ดาวเทียมดวงใดในการถ่ายภาพ
พื้นดนิ เพ่อื สารวจความเสยี หายที่เกดิ ขึ้น(O-NET 53B)
1. ไทยคม 2. โนอา 3. ธอี อส 4. RX 250
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
7. โครงการยานขนสง่ อวกาศของประเทศสหรฐั อเมริกาไดส้ ินสุดลงแล้วเมอ่ื วันที่ 21 กรกฎาคม 2554
หลังจากปฏบิ ัติภารกจิ มานานถงึ 30 ปี ตัวอยา่ งภารกจิ บางประการดงั ตาราง
ตาราง ภารกิจบางประการในชว่ งเวลาต่างๆ ของยานขนส่งอวกาศ
ช่อื ยาน วันท่ี ภารกจิ
เอนเดฟเวอร์ 2 ธ.ค. 2546 ขนอุปกรณป์ รบั แกค้ วามคมชัดขนึ้ ไปติดตัง้ ใหก้ ลอ้ งโทรทรรศนอ์ วกาศฮบั เบิล
แอตเลนตสิ 16 พ.ค. 2551 ขนส่งห้องทดลองอวกาศโคลัมบสั ของยุโรปไปติดตง้ั บนสถานอี วกาศ
แอตแลนติส 8 ก.ค. 2554 ขนสง่ เสบียงไปปยังสถานอี วกาศ และลาเลียงของเสียและอุปกรณ์ท่ีเสียหาย
กลบั มายังโลก
จากข้อมลู ข้างต้น ข้อใดไม่เก่ียวข้องกบั ภารกจิ ของยานขนสง่ อวกาศ (O-NET 54)
1. ขนส่งมนษุ ยอ์ วกาศไปปฏิบัติหนา้ ท่บี นสถานอี วกาศ
2. ขนส่งและซอ่ มแซมอุปกรณด์ าราศาสตรใ์ นอวกาศ
3. ขนส่งชิน้ สว่ นสาคัญในการสรา้ งสถานอี วกาศ
4. ขนส่งเสบียงอาหารและร่วมสารวจดาวเคราะห์ในอวกาศ
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
8. ขอ้ มูลใดต่อไปน้ี ได้มาจากการสารวจอวกาศ โดยใชก้ ล้องจนั ทรา (O-NET 60)
1. การตรวจพบคล่ืนวทิ ยุ ที่แผ่มาจากบริเวณรอบๆ ทางชา้ งเผอื ก
2. ภาพดาราจักรท่ีเกดิ จากสองดาราจักรพงุ่ ชนกนั ประกอบดว้ ย แกส๊ ฝุ่น
และดาวฤกษ์
3. การตรวจพบแหล่งกาเนิดรงั สีเอกซ์ บรเิ วณหลุมดาที่อยใู่ จกลางกาแลกซ่ี
ทางช้างเผอื ก
4. ภาพพื้นผวิ ของดวงจนั ทร์ ที่มีลักษณะเป็นหลุมบ่อ หุบเหว และภเู ขาใหญน่ อ้ ย
จานวนมาก
ติวเขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
9. ขอ้ มูลท่ไี ดจ้ ากการใช้ประโยชน์ของดาวเทียม 2 ดวงเปน็ ดังน้ี
ดาวเทยี ม ขอ้ มลู ท่ไี ด้จากการใชป้ ระโยชนด์ าวเทียม
A ภาพถา่ ยแสดงปรมิ าณและสัดสว่ นของพื้นท่ปี า่ ไม้ ปรมิ าณและสัดส่วนของแหล่งน้า
และลกั ษณะภูมิประเทศ
B ภาพถา่ ยแสดงอุณหภุมิของพื้นผิวโลก อุณหภูมิของช้ันบรรยากาศ ความหนาแน่น
ของเมฆ ลักษณะของพายุหมนุ เขตร้อน และทิศทางการเคลอ่ื นตวั ของพายุ
จากข้อมูล ดาวเทยี ม A และดาวเทียม B เปน็ ดาวเทียมประเภทใด ตามลาดับ (O-NET 61)
1. ดาวเทียมสอ่ื สาร และดาวเทียมอตุ ุนยิ มวทิ ยา
2. ดาวเทียมสารวจทรัพยากรโลก และดาวเทยี มอุตุนยิ มวิทยา
3. ดาวเทียมอตุ ุนยิ มวทิ ยา และดาวเทียมดาราศาสตร์
4. ดาวเทยี มสารวจทรพั ยากรโลก และดาวเทียมดาราศาสตร์
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
สาระท่ี 3 วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก
กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการ
เปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลกรวมท้ังผลต่อสิ่งมีชีวิตและ
สิ่งแวดล้อม
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ช้ัน ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นรู้
ป.5 ว 3.2 ป.5/1 โลกมที ั้งน้าจืดและน้าเค็มซงึ่ อยใู่ นแหล่งน้าต่าง ๆ ที่มีท้ัง
เปรียบเทียบปริมาณน้าในแต่ แหล่งน้าผิวดิน เช่น ทะเล มหาสมุทร บึง แม่น้า และ
ละแหลง่ และระบุปรมิ าณน้าท่ี
ม นุ ษ ย์ ส า ม า ร ถ น้ า ม า ใ ช้ แหล่งนา้ ใต้ดิน เชน่ น้าในดิน และน้าบาดาล น้าทั้งหมด
ประโยชน์ได้ จากข้อมูลท่ี ของโลกแบ่งเป็นน้าเค็มประมาณร้อยละ 97.5 ซ่ึงอยู่ใน
รวบรวมได้ มหาสมุทรและแหล่งน้าอื่น ๆ และท่ีเหลืออีกประมาณ
รอ้ ยละ 2.5 เป็นน้าจืด ถ้าเรียงล้าดับปริมาณน้าจืดจาก
มากไปนอ้ ยจะอยู่ที่ ธารน้าแข็งและพืดน้าแข็ง น้าใต้ดิน
ช้ันดินเยือกแข็งคงตัวและน้าแข็งใต้ดิน ทะเลสาบ
ความช้ืนในดิน ความช้ืนในบรรยากาศ บึง แม่น้า และ
น้าในสิง่ มีชวี ติ
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ช้นั ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้
ป.5 ว 3.2 ป.5/2 น้าจืดที่ ม นุ ษย์ น้ าม าใช้ ไ ด้ มี
ตระหนักถึงคุณค่าของน้าโดย ปริมาณน้อยมาก จึงควรใช้น้า
น้าเสนอแนวทาง การใช้น้า
อย่างประหยัดและการอนุรักษ์ อย่ า ง ป ร ะ ห ยั ด แ ละ ร่ว ม กั น
น้า อนุรักษน์ ้า
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ชนั้ ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรู้
ป.5 ว 3.2 ป.5/3 วฏั จกั รนา้ เป็นการหมุนเวียน
สร้างแบบจ้าลองท่ีอธิบาย ของน้าท่ีมีแบบรูป ซ้าเดิม
การหมุนเ วีย น ของ น้า
ในวัฏจกั รน้า และต่อเน่ืองระหว่างน้าใน
บรรยากาศ น้าผิวดิน และน้า
ใต้ดิน โดยพฤติกรรมการ
ด้ารงชีวิตของพืชและสัตว์
สง่ ผลต่อวัฏจักรน้า
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
1. วัฏจักรน้าในบริเวณหนึ่ง แสดงดังแผนภาพ โดยมีหมายเลขแสดงล้าดับ
กระบวนการ การหมนุ เวยี นของนา้
จากวัฏจักรน้า ข้อใดกล่าวถูกต้อง (O-NET 63)
1. กระบวนการที่ 1 เกิดขน้ึ กบั แหลง่ น้าผวิ ดินขนาดใหญเ่ ท่านัน้
2. กระบวนการที่ 2 เกิดจากการควบแนน่ ของไอน้าเปน็ ละอองน้า
3. กระบวนการที่ 3 เกิดจากการหลอมเหลวของเมฆฝน
4. กระบวนการที่ 4 เกิดจากการเปลย่ี นแปลงสถานะของน้า
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ชนั้ ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้
ป.5 ว 3.2 ป.5/4 ไอน้าในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน้าเล็ก
เปรียบเทียบกระบวนการเกิด ๆ โดยมีละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง
เมฆ หมอก น้าค้าง และน้าค้าง
แข็ง จากแบบจา้ ลอง เกสรดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง เม่ือ
ละอองน้าจา้ นวนมากเกาะกลุ่มรวมกนั ลอยอยู่
สงู จากพน้ื ดินมาก เรียกว่า เมฆ แต่ละอองน้า
ท่ีเกาะกลุ่มรวมกันอยู่ใกล้พ้ืนดิน เรียกว่า
หมอก ส่วนไอน้าท่ีควบแน่นเป็นละอองน้า
เกาะอยู่บนพ้ืนผิววัตถุใกล้พื้นดิน เรียกว่า
นา้ ค้าง ถ้าอณุ หภูมิ ใกลพ้ ืน้ ดินต้่ากวา่ จุดเยือก
แขง็ นา้ ค้างก็จะกลายเป็นนา้ ค้างแข็ง
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
1. ควันหรือหมอกในข้อใดเกิดจากกระบวนการท่ีแตกต่างจาก
ข้ออน่ื มากท่ีสดุ (O-NET 57)
1. ควันจากธปู ทถี่ ูกจุดจนร้อนแดง
2. ควันเหนือผวิ น้าบนบอ่ นา้ พุร้อน
3. หมอกทีเ่ กดิ บนยอดดอยตอนเช้าในฤดูหนาว
4. ควันที่ออกมาจากปากหรือจมูกเวลาหายใจออกในอากาศ
ท่ีหนาวจัด
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
2. ข้อใดอธบิ ายเกีย่ วกับปรากฏการณ์ธรรมชาติไมถ่ ูกต้อง (O-NET 54)
1. ไอน้าในอากาศลอยสูงขึ้นกระทบความเย็นกว่า เกิดเหนือพ้ืนดินใน
ระดบั ไม่สูงมากนกั เรียกวา่ หมอก
2. ไอน้าในอากาศลอยสูงข้ึนกระทบความเย็นกว่า เกิดในระดับเหนือ
พ้นื ดินสูงมาก เรยี กวา่ เมฆ
3. ไอน้าควบแน่นเป็นหยดน้าเกาะตามใบไม้ เกิดตอนเช้ามืด ท่ีมีอากาศ
เยน็ เรียกวา่ น้าค้าง
4. ละอองน้าในกอ้ นเมฆ รวมตัวเป็นหยดน้า ตกลงมา เรียกว่า ลูกเหบ็
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
3. ข้อใดกลา่ วไม่ถกู ต้อง (O-NET 56)
1. เมฆทุกชนิดบนทอ้ งฟ้าท้าให้เกดิ ฝนตก
2. เมฆเกิดจากการควบแนน่ ของไอน้าในอากาศ
3. เมฆบนท้องฟ้าประกอบด้วยน้าทั้งในสถานะของเหลวและ
ของแข็ง
4. การเปลี่ยนแปลงของประจุไฟฟ้าภายในก้อนเมฆ ท้าให้เกิด
ฟ้าแลบ ฟ้ารอ้ ง
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ชน้ั ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้
ป.5 ว 3.2 ป.5/5 ฝน หิมะ ลูกเห็บ เป็นหยาดน้าฟ้าซ่ึงเป็น
เปรยี บเทยี บกระบวนการเกิดฝน หิมะ และ น้าท่มี ีสถานะต่าง ๆ ที่ตกจากฟ้าถึงพ้ืนดิน
ลกู เหบ็ จากขอ้ มูลที่รวบรวมได้
ฝน เกิดจากละอองน้าในเมฆท่ีรวมตัวกัน
จนอากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้จึงตกลงมา
หมิ ะเกิดจากไอน้าในอากาศระเหิดกลับเป็น
ผลกึ นา้ แขง็ รวมตวั กนั จนมีน้าหนักมากขึ้น
จนเกินกว่าอากาศจะพยุงไว้จึงตกลงมา
ลกู เห็บเกดิ จากหยดนา้ ท่เี ปล่ียนสถานะเป็น
น้าแข็งแล้วถูกพายุพัดวนซ้าไปซ้ามาใน
เมฆ ฝนฟา้ คะนองที่มีขนาดใหญ่และอยู่ใน
ระดับสูงจนเป็นก้อนน้าแข็งขนาดใหญ่ขึ้น
แลว้ ตกลงมา
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
1. ขอ้ มูลการพยากรณ์อากาศของจงั หวดั ในประเทศไทย 2 จังหวัด ของสัปดาหห์ นึง่
ในชว่ งฤดูร้อน เปน็ ดงั นี้
จงั หวัด A มอี ากาศร้อนอบอา้ วและใฝนตกบางพ้นื ท่ี
จังหวดั B มลี มกระโชกแรงและมพี ายุฝนฟา้ คะนองบางพน้ื ที่
จากขอ้ มูล จังหวดั ใดควรแจง้ เตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับพายุลูกเห็บ ในช่วง
เวลาดงั กลา่ ว และลกู เห็บเกดิ จากกระบวนการใด (O-NET 63)
จงั หวดั ที่ควรแจ้งเตือน กระบวนการการเกดิ ลูกเหบ็
ประชาชน
1. A การชนและรวมกนั ของละอองน้าในเมฆ
2. A การควบแนน่ ของไอน้าเมือ่ สัมผสั กับอากาศเย็นใกล้พน้ื โลก
3. B การพอกตวั เปน็ ชน้ั ของน้าแข็งจากการถูกพดั วนในเมฆ
4. B ผลึกน้าแขง็ ในเมฆตกลงมายงั พนื้ โลกท่ีมอี ณุ หภมู อิ ากาศต่า้
กวา่ จดุ เยือกแขง็
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
ชั้น ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรู้
ป.6 ว 3.2 ป.6/1 หนิ เป็นวัสดแุ ข็งเกิดข้ึนเองตามธรรมช้าติ ประกอบ ด้วยแร่ต้ังแต่หน่ึงชนิดข้ึน
เปรียบเทียบกระบวนการ ไป สามารถจ้าแนกหินต้ามกระบวนการเกิดได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ หินอัคนี
เกิดหนิ อคั นี หินตะกอน และ
หนิ ตะกอน และหนิ แปร
หินแปรและอธิบายวัฏจักร หินอัคนีเกิดจากการเย็นตัวของแมกมา เนื้อหิน มีลักษณะเป็นผลึก ทั้งผลึก
หินจากแบบจ้าลอง
ขนาดใหญแ่ ละขนาดเลก็ บางชนดิ อาจเป็นเนื้อแกว้ หรอื มีรูพรนุ
หินตะกอน เกิดจากการทับถมของตะกอนเมื่อถูกแรงกดทับและมีสารเช่ือม
ประสานจึงเกดิ เป็นหิน เน้ือหินกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเม็ดตะกอน มีท้ัง
เนือ้ หยาบและเนื้อละเอียด บางชนิดเป็นเน้ือผลึกที่ยึดเกาะกันเกิดจากการตก
ผลกึ หรือตกตะกอนจากน้าโดยเฉพาะนา้ ทะเล บางชนิดมีลักษณะเป็นช้ัน ๆ จึง
เรียกอกี ช่ือว่าหนิ ช้นั
หินแปร เกิดจากการแปรสภาพของหินเดิมซึ่งอาจเป็นหินอัคนี หินตะกอน
หรอื หินแปร โดยการกระทา้ ของความรอ้ น ความดัน และปฏิกิริยาเคมี เนื้อหิน
ของหินแปรบางชนิดผลึกของแร่เรียงตัวขนานกัน เป็นแถบ บางชนิดแซะ
ออกเป็นแผ่นได้ บางชนดิ เปน็ เน้อื ผลึกท่ีมคี วามแข็งมาก
หินในธรรมชาติทั้ง ประเภท มีการเปลี่ยนแปลงจากประเภทหน่ึงไปเป็นอีก
ประเภทหนึ่ง หรือประเภทเดิมได้ โดยมีแบบรูปการเปลี่ยนแปลงคงท่ีและ
ตอ่ เนอ่ื งเปน็ วัฏจกั ร
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
1. ตาราง สมบตั ิของหนิ ชนิดตา่ งๆ
สมบตั ขิ องหนิ เน้อื หนิ มีผลกึ แร่ เกิดปฏกิ ิรยิ า มกี ล่นิ โคลน
เมอ่ื หยดกรดเกลือ เม่อื หยดนา้
ชนิดของหนิ ละเอียด มรี พู รนุ ✓
- - -
A ✓- - - -
- ✓ -
B -✓ - ✓
C ✓-
D ✓-
จากข้อมูลในตาราง ควรเลอื กใชห้ นิ ชนิดใด ปูพื้นห้องปฏบิ ัติการวิทยาศาสตร์
(O-NET 50)
1. A 2. B 3. C 4. D
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
2. การตรวจพบซากสิง่ มีชวี ิตในหนิ มปี ระโยชนอ์ ย่างไร (O-NET 50)
1. ใชเ้ ปน็ แนวทางศึกษาแรธ่ าตใุ นหิน
2. พัฒนาการท้าปยุ๋ จากซากสงิ่ มีชีวติ
3. ใชเ้ ป็นแนวทางศกึ ษาส่ิงมชี วี ิตในอดตี
4. ท้านายลกั ษณะของสงิ่ มีชวี ิตในอนาคต
ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
3. ตาราง สมบัติของหนิ ชนิดต่างๆ ในแตล่ ะกลมุ่
กลมุ่ ชนิดของหิน สมบตั ขิ องหิน
สีของหิน ส่งิ ทพ่ี บในเน้อื หิน
1 ชนดิ ที่ 1 เทาปนด้า ผลกึ สีดา้
ชนดิ ท่ี 2 น้าตาลปนขาว ผลกึ สีขาว
2 ชนดิ ที่ 3 ด้าปนขาว ซากพชื ซากสัตว์
ชนดิ ท่ี 4 เทาปนขาว ซากพืช
จากข้อมูลในตาราง ถา้ จดั ให้หินชนดิ ที่ 1 และชนิดที่ 2 อยใู่ นกลุ่มท่ี 1 หนิ ชนิดท่ี 3 และ
ชนดิ ที่ 4 อยู่ใน
กลุม่ ท่ี 2 การจดั กลุม่ ดงั กล่าวใช้อะไรเปน็ เกณฑ์ (O-NET 51)
1. สขี องหนิ 2. ชนิดของหิน
3. สงิ่ ท่พี บในเน้อื หนิ 4. สขี องหินและส่งิ ทพี่ บในเนอ้ื หิน
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
4. ลักษณะของหินในขอ้ ใดทไี่ มส่ ามารถนา้ มาหาปรมิ าตรโดย
การแทนที่น้าได้ (O-NET 54)
1. เนอ้ื แน่น หนัก มสี คี ล้ายสนมิ เหล็ก
2. เนื้อละเอยี ด เบา มรี ูเล็กๆจา้ นวนมาก
3. เน้อื ขรขุ ระคอ่ นขา้ งหนัก สเี ข้ม มีรูกลวงขนาดใหญ่
4. เนอื้ มีผลกึ คลา้ ยเม็ดทรายหลายๆ เม็ดมารวมกันเป็นก้อน
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
5. ตารางลักษณะของหินใน 4 ชนดิ
ชนดิ ของหิน เน้ือหนิ ลักษณะของหนิ ทดสอบโดยหยดกรด
หยาบ ผลึก สี ไม่เปลย่ี นแปลง
1 คอ่ นขา้ งหยาบ ขนาดใหญ่ สีขาวปนสีดา้
2 ละเอียด ขนาดเล็ก สเี ทา มีฟองเลก็ ๆ เกดิ ขึ้น
3 ค่อนข้างละเอยี ด ไมม่ ผี ลึก สีขาว มีฟองเล็กๆ เกดิ ขน้ึ
4 ขนาดใหญ่ สเี หลือง
ไม่เปลี่ยนแปลง
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
5. (ต่อ) จากตาราง ขอ้ ใดใช้เกณฑเ์ พื่อจา้ แนกชนิดของหินเป็นสองกลมุ่ ไมถ่ กู ตอ้ ง
(O-NET 54)
1. ใช้เนอื้ หินเป็นเกณฑ์ จา้ แนกไดเ้ ป็น กล่มุ หนึง่ คือ ชนิดที่ 1 และ 2 และกลุม่ สอง
คือ ชนดิ ที่ 3 และ 4
2. ใช้สขี องหินเปน็ เกณฑ์ จ้าแนกไดเ้ ปน็ กลุม่ หนึง่ คือ ชนดิ ที่ 1 และ 3 และกล่มุ สอง
คือ ชนดิ ที่ 2 และ 4
3. ใช้ผลการทดสอบกับกรดเปน็ เกณฑ์ จ้าแนกได้เป็น กลุม่ หนึ่งคือ ชนดิ ท่ี 1 และ 4
และกลมุ่ สอง คือ ชนดิ ท่ี 2 และ 3
4. ใชล้ กั ษณะผลกึ เป็นเกณฑ์ จา้ แนกไดเ้ ป็น กล่มุ หนึ่งคือ ชนิดท่ี 3 และกลมุ่ สอง คือ
ชนดิ ท่ี 1 2 และ 4
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
6. ใช้น้ายาลา้ งสุขภณั ฑ์ในหอ้ งนา้ เทลงบนหนิ กอ้ นหนง่ึ
เกดิ ฟองแก๊สผุดขึ้นจากเนื้อหนิ ก้อนหนิ น้ันเป็นหนิ ชนดิ ใด
(O-NET 59)
1. หนิ บะซอลต์
2. หินแกรนติ
3. หนิ ทราย
4. หนิ ปนู
ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
7. นักเรียนคนหนึ่งสงั เกตลกั ษณะเน้ือหนิ 3 ชนดิ
และการเปลี่ยนแปลงของหนิ เมอ่ื หยดกรดเกลือ ไดผ้ ลดงั นี้
ชนดิ หนิ ลกั ษณะเนอ้ื หิน การเปลี่ยนแปลงเมอ่ื หยดกรดเกลอื
A
B แบง่ เป็นช้ันๆ ไม่เปลย่ี นแปลง
C
สขี าวมีลวดลาย เกดิ ฟองแกส๊
เปน็ ผลกึ หยาบมสี ามสี ไม่เปล่ยี นแปลง
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
7. (ต่อ) จากขอ้ มลู ขอ้ สรปุ ใด ตอ่ ไปนถ้ี กู ตอ้ ง (O-NET 60)
1. หิน A เกิดจากการทับถมของหินปูน หิน B มีหินปูนเป็นองค์ประกอบ และหิน C
เกดิ จากการเย็นตวั ของหินทรี่ ้อนและหลอมเหลว
2. หิน A เกิดจากการทับถมของตะกอน หิน B เกิดจากการแปรสภาพของหินปูน
และหนิ C เกดิ จากการเย็นตวั ของหินท่รี อ้ นและหลอมเหลว
3. หนิ A เกิดจากการทับถมของตะกอน หนิ B เกิดจากการทับถมของหินปูน และหิน
C เกิดจากการทบั ถมของหนิ ตา่ งกันสามชนดิ
4. หิน A เกดิ จากการทบั ถมของตะกอน หนิ B เกดิ จากการแปรสภาพของหินปูน และ
หิน C เกิดจากการทับถมของหินตา่ งกนั สามชนิด
ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
8. ขอ้ มลู แสดงลกั ษณะของตวั อย่างหนิ 4 ชนิด เปน็ ดังน้ี
ชนิดหิน ลักษณะของหิน
A เนือ้ หยาบ สเี ทาออ่ นจุดสดี ้า มีผลกึ แร่ขนาดใหญ่ ประสานกันแน่น
B เน้ือแก้ว สีเทาออ่ นเกอื บขาวมรี ูพรนุ จ้านวนมาก
C เนื้อหยาบ สขี าว ประกอบด้วยเม็ดทรายขนาดเลก็ จ้านวนมากยึดติดกนั แน่น
D เนื้อละเอียด สดี า้ กะเทาะออกเป็นแผ่นได้ง่าย
จากขอ้ มูล ข้อสรุปใดต่อไปนี้ไมถ่ ูกตอ้ ง (O-NET 61)
1. หิน C เกิดจากการทับถมของตะกอน
2. เม่ือหยดด้วยกรดเกลือ หิน B จะเกิดฟองแก๊ส
3. เม่อื น้าหินไปลอยนา้ หิน D จะจมลงกันภาชนะใสน่ ้า
4. หิน A น้าไปใชป้ ระโยชน์ในการกอ่ สร้างทต่ี อ้ งการความคงทนได้
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain
9. ปัจจยั ใดไมใ่ ช่สาเหตุของการกร่อนของหนิ
ในประเทศไทย (O-NET 50)
1. คล่ืนทะเล
2. กระแสนา้
3. ธารนา้ แข็ง
4. แรงโน้มถ่วงของโลก
ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain