The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

O - NET ป.6

O - NET ป.6

Keywords: O - NET ป.6

3. จากภาพ A ออกแรงดันตู้เอกสารใบหน่ึง ด้วยแรง 1,000 นิวตัน
ตู้จึงเคล่ือนท่ี ถ้า C ออกแรงดันตู้ใบเดิมด้วยแรง 200 นิวตัน B
ต้องออกแรงดันก่นี วิ ตัน ต้จู งึ จะเคลือ่ นท่ี (O-NET 54)

1. 800 นวิ ตนั 2. 1,000 นิวตนั
3. 1,100 นิวตนั 4. 1,200 นิวตัน

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4. ถ้าชายคนที่ 1 ออกแรง 5 นิวตัน สามารถผลักตู้เสื้อผ้าไปตามพ้ืนราบได้
ไกลเป็นระยะทางหนึ่ง ดังนั้นถ้ามีชายคนท่ี 2 มาช่วยออกแรง 4 นิวตัน
ผลักตูเ้ สื้อผ้าพรอ้ มกันกบั ชายคนท่ี 1 ไปในทิศทางเดียวกัน
ข้อใดสรุปถูกตอ้ ง (O-NET 57)
1. ตู้เส้อื ผ้าเคลอ่ื นที่ไปเลก็ นอ้ ย
2. ตูเ้ สอื้ ผ้าจะเคลื่อนทไี่ ปไดไ้ กลข้นึ ดว้ ยแรง 2 แรง
3. ตเู้ สอ้ื ผา้ ไมเ่ คล่ือนที่ดว้ ยแรง 2 แรงทีไ่ ม่เทา่ กนั
4. ต้เู สอ้ื ผา้ จะเคลื่อนทีเ่ อียงไปทางด้านข้างตามแรงทีม่ ากกวา่

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

5. ศึกษาการเคล่ือนที่ของวัตถุบนพื้นยางและพ้ืนกระจก โดยผลักวัตถุ
แล้วปล่อยมือให้วัตถุเคลื่อนท่ีบนพ้ืนชนิดหนึ่งจากตาแหน่งเร่ิมต้น
บันทึกตาแหน่งสุดท้ายที่วัตถุเคลื่อนท่ีไปได้จากน้ัน ทดลองซ้าโดยผลัก
ให้วัตถุมีความเร็วเริ่มต้นเท่าเดิม แต่เปลี่ยนเป็นพื้นอีกชนิดหน่ึง ผล
เปน็ ดังภาพ

การทดลองครั้งใดมแี รงเสียดทาน น้อยกวา่ และครง้ั ดงั กล่าวใช้พ้ืนชนิดใด
1. คร้งั ที่ 1 และใช้พน้ื ยาง 2. ครง้ั ที่ 1 และใช้พนื้ กระจก
3. คร้งั ที่ 2 และใช้พื้นยาง 4. คร้งั ท่ี 2 และใชพ้ น้ื กระจก

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

6. น้าใสออกแรงดึงกล่องทว่ี างอยนู่ ่งิ บนพนื้ ราบ ด้วยแรงขนาด 20 นิวตัน ในแนวราบ พบว่า กล่อง

ยงั คงอย่นู ิ่ง

จากข้อมูล ข้อใดเขียนแผนภาพแสดงแรงแนวราบที่กระทาต่อกล่อง และระบุขนาดของแรง

ลพั ธ์ที่กระทาต่อกลอ่ งไดถ้ กู ตอ้ ง (O-NET 63)

แผนภาพของแรงทีก่ ระทาต่อกล่อง ขนาดของแรงลพั ธ์

1. ไม่เท่ากบั ศนู ย์

2. ไม่เท่ากบั ศนู ย์

3. เท่ากับศนู ย์

4. เทา่ กบั ศูนย์

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ช้ัน ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรู้

ป.5 ว 2.2 ป.5/4  แรงเสียดทานเป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่าง

ระบผุ ลของแรงเสียดทานที่มตี อ่ การ ผิวสัมผสั ของวัตถุ เพ่อื ตา้ นการเคลื่อนท่ี

เปล่ียนแปลงการเคลอ่ื นทข่ี องวตั ถุจาก ของวัตถุน้ัน โดยถ้าออกแรงกระทาต่อ
หลักฐานเชงิ ประจักษ์ วัตถุท่ีอยู่น่ิงบนพื้นผิวหนึ่งให้เคล่ือนที่
ว 2.2 ป.5/5
เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและ แรงเสียดทานจากพ้ืนผิวน้ันก็จะต้าน
แรง ท่ีอยู่ในแนวเดียวกันท่ีกระทาต่อ การเคล่ือนท่ีของวัตถุ แต่ถ้าวัตถุกาลัง

วัตถุ เคลื่อนที่ แรงเสียดทานก็จะทาให้วัตถุ

น้นั เคลอื่ นท่ชี ้าลง หรอื หยุดน่ิง

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. ถา้ เราออกแรงเตะลกู ฟุตบอลบนพ้ืนผิวต่างๆ ด้วยขนาด
แรงเทา่ กัน ลูกฟุตบอลจะกล้ิงไปบนพื้นผิวชนิดใดได้ไกล
ทีส่ ดุ (O-NET 50)
1. ดิน 2. ทราย
3. ปูน 4. หญ้า

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2. ตาราง ระยะทางทีก่ ล่องเคล่อื นที่ได้บนพ้ืนผวิ ลักษณะตา่ งๆ เมื่อผลกั
ดว้ ยแรงคงทีใ่ นระยะเวลาเทา่ กนั

ลกั ษณะของพ้นื ผวิ ระยะทางทก่ี ลอ่ งเคล่อื นท่ไี ด้ (เมตร)
แข็งและเรยี บ 3.0
แข็งและขรขุ ระ 2.5
นมุ่ และเรียบ 2.7
น่มุ และขรุขระ 2.1

จากขอ้ มลู ในตาราง พนื้ ผวิ ที่กอ่ ให้เกิดแรงเสียดทานต่าทีส่ ดุ คือข้อใด

(O-NET 51)

1. แข็งและเรยี บ 2. แข็งและขรขุ ระ

3. นมุ่ และเรยี บ 4. นุ่มและขรุขระ

ติวเข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

3. ในการทดลองลากกล่องใบเดียวกันบนพน้ื ผวิ ลักษณะตา่ งๆ ดว้ ยตาชัง่ สปรงิ (ดังภาพ)

อา่ นขนาดของแรงท่ีใช้เมื่อกลอ่ งเรม่ิ เคลอ่ื นทไี่ ดผ้ ลดงั ตาราง
ตาราง ขนาดของแรงทใี่ ช้ลากเมอ่ื กลอ่ งเรมิ่ เคล่อื นที่บนพนื้ ผวิ ลกั ษณะต่างๆ

ลักษณะของพน้ื ผวิ ขนาดของแรงที่ใชล้ ากเมื่อกลอ่ งเรม่ิ เคล่ือนท่ี (นิวตัน)
ชนดิ ที่ 1 5
ชนิดที่ 2 6
ชนดิ ที่ 3 7
ชนดิ ท่ี 4 9

จากขอ้ มูล การลากกล่องบนพ้นื ผวิ ชนิดใดเกิดแรงเสยี ดทานมากท่สี ุด (O-NET 52)
1. ชนดิ ที่ 1 2. ชนิดที่ 2 3. ชนิดที่ 3 4. ชนดิ ท่ี 4

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4. ตาราง ระยะทางท่เี กล่องเคลอ่ื นที่บนพืน้ ผิวลกั ษณะต่างๆ เมื่อออกแรงผลัก
เทา่ กนั ในระยะเวลาเท่ากัน

ชนิดพ้นื ผิว ระยะทางที่กลอ่ งเคลือ่ นทไ่ี ด้ (เมตร)

A 2.1

B 2.5

C 2.7

D 3.0

จากขอ้ มูลในตาราง พืน้ ผวิ ท่ีกอ่ ใหเ้ กดิ แรงเสยี ดทานมากทส่ี ดุ คอื

(O-NET 53A)

1. A 2. B 3. C 4. D

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

5. ตาราง ระยะทางทเ่ี กลอ่ งเคลอื่ นทบี่ นพน้ื ผิวลักษณะตา่ งๆ เมื่อออกแรงผลัก
เท่ากนั ในระยะเวลาเทา่ กัน
ชนดิ พื้นผิว ระยะทางที่กล่องเคลอ่ื นท่ไี ด้ (เมตร)
A 2.1
B 2.5
C 2.7
D 3.0
จากข้อมูลในตาราง พ้ืนผิวทกี่ อ่ ให้เกดิ แรงเสียดทานน้อยทีส่ ดุ คือ
(O-NET 53B)
1. A 2. B 3. C 4. D

ติวเข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

6. กาหนดประโยชนข์ องแรงเสียดทาน ดงั นี้
A การสวมรองเทา้ ผา้ ใบวิง่
B การใช้พน้ื เอยี งขนของขึ้นท่ีสูง
C การใช้ตลบั ลกู ปืนในระบบลอ้ และเพลา
D การทาพน้ื ผวิ ถนนคอนกรตี ให้หยาบ
E การใชร้ ถเข็นของในห้างสรรพสินคา้
F การทาผงิ ยางรถยนต์ให้มรี ่องรอยเปน็ ลวดลาย
ขอ้ ใดเป็นการใช้ประโยชน์จากการเพมิ่ แรงเสยี ดทาน(O-NET 55)
1. A D F 2. A C F 3. B C E 4. B E F

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

7. จงพจิ ารณาการออกแบบสงิ่ ประดิษฐต์ ่อไปน้ี

ก. การออกแบบชดุ นักกีฬาว่ายนา้

ข. การออกแบบดอกยางรถยนต์

ค. การออกแบบรถแขง่

ง. การออกแบบจรวด

การออกแบบสิ่งประดิษฐ์ ท่ีต้องการลดแรงเสยี ดทานคือข้อใด

(O-NET 56)

1. ก ข ค 2. ข ค ง 3. ก ข ง 4. ก ค ง

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

8. การทดลองลากวัตถุชนิดหนง่ึ บนพนื้ ผิวต่างชนดิ กัน ได้ผลดงั ตาราง
ตาราง ผลของแรงทใี่ ชล้ ากวัตถุใหเ้ ริ่มเคล่อื นที่บนพ้นื ผิวชนิดตา่ งๆ

ชนดิ ของพน้ื ผิว ขนาดของแรงทท่ี าให้วัตถุเรมิ่ เคล่ือนที่ (นวิ ตนั )

กระเบ้ือง 700

ยาง 900

ไม้ 800

ข้อใดคอื ตัวแปรต้นของการทดลองนี้ (O-NET 58)

1. มวลของวัตถุ 2. ชนดิ ของพนื้ ผิว

3. ขนาดของแรง 4. ระยะทางทว่ี ัตถเุ คล่อื นท่ี

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

9. ทดลองออกแรงผลักวัตถุก้อนหน่ึงให้เริ่มเคล่ือนที่ไปบนพ้ืนผิวที่

แตกต่างกัน 3 ชนิด คือ A B และ C ผลการทดลองพบว่า บน

พื้นผิว A B และ C ต้องออกแรงผลักวัตถุ 10 15 และ 8 นิวตัน

ตามลาดับ

เปรยี บเทยี บพ้ืนผิวทม่ี คี ่าแรงเสียดทาน เป็นไปตามขอ้ ใด

(O-NET 59)

1. C < A < B 2. A < B < C

3. B < A < C 4. A < C < B

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

10. ออกแรงทีเ่ ท่ากนั ในชุการทดลอง A B C และ D ลากแทง่ ไม้ ให้เคล่ือนท่บี นพื้นผิว
ชนิดต่างๆ จากจุด X ไปยังจุด Y ดงั ภาพ

พบวา่ แท่งไมใ้ ช้เวลาในการเคล่ือนท่บี นพน้ื ผิว แตล่ ะชนดิ แตกตา่ งกัน ดังตาราง

ชุดการทดลอง พ้นื ผิว เวลา (วนิ าที)

A กระดาษ 6

B คอนกรตี 15

C หนิ อ่อน 9

D อฐิ 12

แรงเสียดทาน ในชดุ การทดลองใดมคี า่ มากทสี่ ดุ (O-NET 60)

1. A 2. B 3. C 4. D

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

11. เด็กชายรักษาต้องการทดลองว่า ถ้าออกแรงดึงแท่งไม้ที่วางอยู่บนพื้นผิวชนิดต่างๆ
ไดแ้ ก่ กระดาษทราย กระดาษหนังสอื พมิ พ์ พื้นหญ้า และพื้นโต๊ะให้เคล่ือนที่ จะออก
แรงเท่ากนั หรอื ไม่
ตัวแปรควบคมุ ของการทดลองน้ีคือขอ้ ใด
(ข้อสอบแบบปรนยั 6 ตัวเลือก 2 คาตอบ O-NET 54)
1. ทศิ ทางการเคล่อื นทข่ี องแทง่ ไม้
2. แรงตา้ นการเคล่อื นทีข่ องแท่งไม้
3. แรงดันให้แท่งไม้เคล่ือนท่ี
4. นา้ หนักของแทง่ ไม้
5. ความหยาบของพืน้ ผิว
6. ชนิดของพื้นผิว

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

12. มะลทิ ดสอบแผน่ ยาง ชนดิ A และ ชนิด B โดยวางแผน่ ยางชนดิ A บนพ้ืน แลว้ ออกแรงดึงแผน่ ยางใน
ทศิ ทางขนานกบั พน้ื ดงั ภาพ พร้อมทั้งบนั ทกึ ระยะทางท่แี ผน่ ยางเคลอ่ื นที่ไดใ้ นเวลา 10 วินาที

จากนน้ั ทาซา้ โดยเปลย่ี นแผน่ ยางเปน็ ชนิด B ซึ่งมมี วลเท่ากับชนดิ A แลว้ ออกแรงดึงขนาดเท่าเดมิ
ได้ผลเปน็ ดงั ตาราง

ชนิดของแผน่ ยาง ระยะทางทแ่ี ผน่ ยางเคล่อื นทไ่ี ด้ (เซนติเมตร)
A 35
B 60

หากต้องการเลอื กแผ่นยางจากข้างตน้ ไปทาพื้นรองเท้าเพ่ือปอ้ งกันการลนื่ หกล้ม ควรเลือกแผ่นยางชนิดใด
เพราะเหตุใด (O-NET 61)
1. ชนิด A เพราะแผน่ ยางเกดิ แรงเสยี ดทานมากกวา่ 2. ชนดิ A เพราะแผ่นยางเกิดแรงเสยี ดทานน้อยกว่า
3. ชนดิ B เพราะแผ่นยางเกิดแรงเสยี ดทานมากกวา่ 4. ชนิด B เพราะแผน่ ยางเกดิ แรงเสียดทานน้อยกว่า

ติวเข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ช้นั ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้

ป.6 ว 2.2 ป.6/1  วตั ถุ 2 ชนดิ ที่ผา่ นการขัดถแู ล้ว เม่ือ

อธิบายการเกดิ และผลของแรงไฟฟ้า นาเข้าใกล้กัน อาจดึงดูดหรือผลัก
ซึ่งเกิดจากวัตถุท่ผี ่านการขัดถโู ดยใช้
หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ กัน แรงทเ่ี กิดข้ึนนี้เป็นแรงไฟฟ้า ซึ่ง
เป็นแรงไม่สัมผัส เกิดข้ึนระหว่าง

วตั ถทุ ม่ี ีประจไุ ฟฟา้ ซง่ึ ประจุไฟฟ้ามี

2 ชนิด คือ ประจุไฟฟ้าบวกและ

ประจุไฟฟ้าลบ วัตถุที่มีประจุไฟฟ้า

ชนิดเดียวกันผลักกัน ชนิดตรงข้าม

กนั ดงึ ดูดกนั

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. ทดลองเกีย่ วกับแรงไฟฟ้าตามลาดับดงั น้ี
1) นาวตั ถุ A ถูกบั ผา้ สกั หลาด พบว่า วัตถุ A จะเกิดการถา่ ยโอนประจไุ ฟฟ้า จากวัตถุ A ไปยัง
ผา้ สกั หลาด
2) นาวัตถุ A เขา้ ใกลว้ ัตถุ B ซึ่งเป็นวตั ถทุ ่มี ีสภาพเปน็ กลางทางไฟฟ้า
3) นาวัตถุ A เขา้ ใกล้วตั ถุ C พบว่า วัตถุ A และวตั ถุ C เกิดการผลกั กัน
เม่ือนาวัตถุ A เขา้ ใกลก้ บั วัตถุ B ผลของแรงไฟฟา้ ทีเ่ กิดขน้ึ จะทาให้ลกั ษณะประจไุ ฟฟา้ บนวตั ถุ B
เปน็ อยา่ งไร และวัตถุ C เป็นประจุไฟฟ้าชนดิ ใด (O-NET 63)
ผลของแรงไฟฟา้ เม่อื นาวตั ถุ A เขา้ ใกลว้ ัตถุ B ประจไุ ฟฟา้ ของวตั ถุ C
1. ประจไุ ฟฟ้าบวก

2. ประจุไฟฟ้าลบ

3. ประจไุ ฟฟ้าบวก

4. ประจไุ ฟฟ้าลบ

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

สาระที่ 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ

มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่าย
โอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจาวัน
ธร ร ม ช า ติ ขอ ง ค ลื่ น ปร า ก ฏ ก า ร ณ์ ที่ เ ก่ี ย ว ข้ อง กั บ เ สี ย ง แ ส ง แ ล ะ
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ติวเขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชนั้ ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรู้

ป.4 ว 2.3 ป.4/1  เมื่อมองสิ่งต่าง ๆ โดยมีวัตถุต่างชนิด

จาแนกวัตถุเป็นตัวกลาง กันมาก้ันแสง จะทาให้ลักษณะการ
โปรง่ ใส ตวั กลางโปร่งแสง มองเห็นส่ิงนั้นๆ ชัดเจนต่างกัน จึง
แ ล ะ วัตถุทึบแ ส ง จาก จาแนกวัตถุที่มากั้นออกเป็นตัวกลาง
ลักษณะ การมองเห็นสิ่ง โปร่งใส ซึ่งทาให้มองเห็นส่ิงต่าง ๆ ได้
ต่าง ๆ ผ่านวัตถุนั้นเป็น
เกณฑ์โดยใช้หลักฐานเชิง ชัดเจน ตัวกลางโปร่งแสงทาให้มองเห็น

ประจักษ์ สิ่งต่าง ๆ ได้ไม่ชัดเจน และ วัตถุทึบ

แสงทาให้มองไมเ่ ห็นสิง่ ต่าง ๆ นน้ั

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. เมื่อลาแสงขนานส่องผ่านวัตถุชนิดหน่ึง แล้วทาให้เกิด
การรวมแสงได้ วตั ถุชนดิ น้คี อื อะไร (O-NET 51)
1. เลนสน์ ูน
2. เลนส์เว้า
3. กระจกใส
4. กระจกเงาระนาบ (กระจกส่องหนา้ )

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2. ตาราง ลกั ษณะของเปลวเทยี นท่มี องเหน็ เม่อื มองผ่านวตั ถุชนดิ ตา่ งๆ

ชนดิ ของวตั ถุ ลกั ษณะของเปลวเทยี นทมี่ องเห็น
A เหน็ ไม่ชดั
B เห็นชัดเจน
C ไมเ่ หน็
D เหน็ ไมช่ ัด
E เห็นชดั เจน
F เห็นชดั เจน

ขอ้ ใดคือวัตถุทึบแสง วตั ถโุ ปรง่ แสง และวตั ถุโปรง่ ใส เรยี งตามลาดบั (O-NET 52)

1. A B C 2. B D A

3. C A E 4. C B F

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

3. ภาพการทดลองในหอ้ งมดื

เม่ือส่องไฟฉายไปยังวัตถุ A มีเงามืดเกิดขึ้นวัตถุในข้อใดอยู่ในประเภทเดียวกัน

กับวตั ถุ A (O-NET 57)

1. หนงั สือ กระจกใส 2. พลาสติกใส แผน่ ใสอัด

3. นา้ กระดาษไข 4. สมดุ จานกระเบอ้ื ง

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4. ถา้ ต้องการปรับปรงุ หอ้ งนา้ ใหม้ คี วามสว่างจากธรรมชาตเิ พมิ่ ข้นึ
โดยทาช่องแสงเพ่ิมเติม และไม่ให้มองเห็นทะลุภายในห้องน้า
วสั ดุข้อใดทีเ่ หมาะสมสาหรับเลอื กใช้ทาชอ่ งแสง (O-NET 59)
1. แผ่นหนิ หยกสเี ขยี วบาง
2. แผ่นกระเบ้ืองปูพน้ื
3. แผ่นแก้วใส
4. แผน่ เหล็ก

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

5. ศึกษาการมองเห็นแสงผ่านวัตถุ A B C และ D โดยการวางเทียนไขและวัตถุกั้นแสงครั้งละ
2 ชนดิ ในแนวเดียวกนั ณ ตาแหนง่ ที่ 1 และ 2 ดงั ภาพ สังเกตแสงจากเทยี นไขผา่ นวัตถุก้ันแสง
ทงั้ สอง จากนั้นทาการทดลองซ้าโดยเปลี่ยนวัตถกุ น้ั แสง ผลเปน็ ดังตาราง

วตั ถุกน้ั แสง แสงจากเทียนไขผ่านวตั ถุกนั้ แสง

การทดลอง ตาแหนง่ ท่ี 1 ตาแหน่งท่ี 2 เหน็ ชัดเจน เห็นไม่ชัดเจน ไม่เห็น

ครง้ั ท่ี 1 A B ✓

ครั้งที่ 2 A C ✓

คร้ังที่ 3 B C✓

ครง้ั ที่ 4 B D ✓

จากขอ้ มูล ข้อความตอ่ ไปนี้ถกู ต้องใช่หรอื ไม่ ( Science )

ขอ้ ความ ใช่ หรือ ไมใ่ ช่

5.1 วัตถุ A และ B เป็นวัตถทุ บึ แสง ใช่ / ไมใ่ ช่

5.2 วัตถุ C เป็นตวั กลางโปรง่ ใส และวตั ถุ D เปน็ ตวั กลางโปรง่ ใส ใช่ / ไมใ่ ช่

5.3 ถา้ ไมท่ าการทดลองครง้ั ท่ี 3 กส็ ามารถสรุปไดว้ ่า วัตถุ B เป็นตวั กลางชนดิ ใด ใช่ / ไมใ่ ช่

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชน้ั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรู้

ป.5 ว 2.3 ป.5/1  การได้ยินเสียงนั้นต้องอาศัย

อ ธิ บ า ย ก า ร ไ ด้ ยิ น เ สี ย ง ผ่ า น ตัวกลางโดยอาจเป็นของแข็ง
ตัวกลาง จากหลักฐานเชิง ของเหลว หรืออากาศ เสียงจะ
ประจกั ษ์ ส่งผา่ นตวั กลางมายงั หู

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. ตาราง ผลการฟังเสยี งกระดงิ่ เมือ่ เขย่าขวดท่ปี ิดฝาสนิท ระหว่างขวดท่ีมีอากาศและ
ขวดทส่ี ูบอากาศออกหมด

การทดลอง การทดลอง ผลการฟงั เสยี งกระดง่ิ
ขน้ั ที่ 1 กระดิง่ ในขวดทีม่ ีอากาศ ได้ยนิ

ขน้ั ท่ี 2 สบู อากาศออกจนหมด ไมไ่ ด้ยิน

สรปุ ผลการทดลองน้คี อื อะไร (O-NET 50)
1. ขนาดของขวดมผี ลต่อการไดย้ นิ เสยี ง
2. ความถี่ในการเขยา่ ขวด ทาให้เกิดเสยี ง
3. เสยี งเคลอื่ นท่โี ดยอาศยั อากาศเปน็ ตัวกลาง
4. อากาศมผี ลต่อความถ่ีในการสน่ั ของกระดิ่ง

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2.

ภาพ การฟังเสียงทเ่ี กิดจากการเคาะชอ้ นใต้ผิวน้าในกลอ่ งพลาสติก
จากการทดลอง นักเรียนสามารถได้ยินเสียงเคาะชอ้ นใต้ผิวนา้ ไดช้ ดั เจน
การทดลองนีต้ รวจสอบเร่ืองใด(O-NET 51)
1. น้าเป็นตัวกลางในการเคล่อื นทขี่ องเสยี ง
2. ชอ้ นเป็นตัวกลางในการเคลอ่ื นที่ของเสยี ง
3. ขนาดของชอ้ นมีผลตอ่ การเกิดเสยี งใต้น้า
4. ปรมิ าณนา้ มผี ลต่อระดบั ความเข้มข้นของเสยี ง

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

3. ขณะที่นักดนตรดี ดี สายกตี ารด์ ว้ ยตวั ดดี (ป๊กิ ) ผฟู้ ังได้ยินเสียงกีตาร์
ได้เนือ่ งจากสาเหตุใด (O-NET 58)
1. สายกตี ารก์ ระทบกับตวั กีตาร์เกิดเสยี งออกมา
2. สายกีตารส์ ัน่ เพราะถกู ดีดจึงทาใหเ้ กดิ เสียงออกมา
3. สายกีตาร์ไม่ทาให้เกดิ เสยี ง แตต่ วั ดดี ทาใหเ้ กดิ เสยี งออกมา
4. สายกตี ารท์ ่ถี กู ดดี สั่นแลว้ กระทบสายกีตารท์ ่อี ยตู่ ิดกันทาให้เกิด
เสียงออกมา

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4. โป้งและก้อยจะศกึ ษาปัญหาว่า “ความดังของเสียงที่ได้ยินขึ้นกับระยะห่างของแหล่งกาเนิดเสียงกับ
ผ้สู ังเกตอยา่ งไร” โดยท้งั สองคนได้ออกแบบการทดลองดงั น้ี
ข้นั ตอนท่ี 1 วางวิทยุไว้กลางหอ้ ง และเปดิ วทิ ยุ
ขัน้ ตอนที่ 2 สังเกตและเปรียบเทียบความดังของเสยี งท่ตี าแหน่ง A B และ C ซ่งึ ในข้ันตอนนโ้ี ป้ง
และก้อยไดอ้ อกแบบตา่ งกนั ดงั ภาพ

ปญั หาดงั กลา่ วมตี ัวแปรต้นเปน็ สิ่งใด และการออกแบบของใครสอดคล้องกบั ปัญหาน้ี (O-NET 63)
1. ความดงั ของเสียง และการออกแบบของโป้ง
2. ความดังของเสยี ง และการออกแบบของกอ้ ย
3. ระยะห่างของแหล่งกาเนิดเสยี งกับผสู้ งั เกต และ การออกแบบของโป้ง
4. ระยะห่างของแหล่งกาเนิดเสยี งกบั ผู้สงั เกต และ การออกแบบของกอ้ ย

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชั้น ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้

ป.5 ว 2.3 ป.5/2  เสยี งท่ีได้ยินมีระดบั สูงตา่ ของเสียงต่างกันขึ้นกับ

ระบตุ ัวแปร ทดลองและอธิบาย ลักษณะ ความถี่ของการสั่นของแหล่งกาเนิดเสียง โดย
และการเกิดเสยี งสงู เสยี งต่า เม่ือแหล่งกาเนิดเสียงสั่นด้วยความถี่ต่าจะเกิด
ว 2.3 ป.5/3 เสียงต่า แต่ถ้าส่ันด้วยความถี่สูงจะเกิดเสียงสูง
อ อ กแ บบ กา รท ด ลอ ง แ ล ะอ ธิ บา ย
ลักษณะและการเกดิ เสยี งดงั เสยี งคอ่ ย ส่วนเสียงดังค่อยท่ีได้ยินขึ้นกับพลังงานการส่ัน
ของแหล่งกาเนดิ เสยี ง โดยเมอื่ แหล่งกาเนิดเสียง
ว 2.3 ป.5/4

วัดระดับเสียงโดยใช้เคร่ืองมือวัดระดับ ส่ัน พ ลั ง ง า น มา ก จ ะ เ กิ ด เ สี ย ง ดั ง แ ต่ ถ้ า

เสียง แหล่งกาเนิดเสียงสั่นด้วยพลังงานน้อยจะเกิด
ว 2.3 ป.5/5
เสยี งค่อย
ตระหนกั ในคุณค่าของความรู้เรื่องระดับ
เ สี ย ง โ ด ย เ ส น อ แ น ะ แ น ว ท า ง ใ น ก า ร  เสียงดังมาก ๆ เป็นอันตรายต่อการได้ยินและ
หลีกเลยี่ งและลดมลพษิ ทางเสียง เสียงที่ก่อให้เกิดความราคาญเป็นมลพิษทาง

เสียง เดซิเบลเป็นหน่วยท่ีบอกถึงความดังของ

เสียง

ตวิ เข้มเตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. ทดลองตีกลอง 4 ใบ ทลี ะใบ ด้วยแรงเท่าเดมิ แล้วบันทกึ ระดบั เสยี งท่ไี ด้ยนิ

ในตาราง

ตาราง ระดบั เสียงทีไ่ ด้ยินเมื่อตกี ลอง 4 ใบ ทีละใบด้วยแรงเท่าเดมิ

กลอง การทดลอง

ใบที่ 1 แหลมทีส่ ุด

ใบท่ี 2 แหลม

ใบที่ 3 ทมุ้

ใบที่ 4 ทุม้ ทส่ี ดุ

จากตาราง การตีกลองแล้วทาให้ผวิ หนา้ ของกลองสั่นดว้ ยความถี่ต่าสดุ คอื

การตกี ลองในข้อใด (O-NET 52)

1. ใบที่ 1 2. ใบท่ี 2 3. ใบที่ 3 4. ใบท่ี 4

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2. ในรายการทางโทรทัศน์ นักร้องได้ร้องเพลงท่อนหน่ึงในทานอง
เสียงท่ีเป็นเสียงสูงมาก ถ้านักร้องคนน้ีเปรียบเสมือน
แหล่งกาเนิดเสยี ง ในขณะท่ีนักรอ้ งกาลังเพลงทอ่ นน้ี ข้อใดกล่าว
ถูกตอ้ ง (O-NET 56)
1. แหล่งกาเนดิ เสียง สัน่ ชา้
2. แหลง่ กาเนดิ เสียง สัน้ เรว็
3. แหล่งกาเนดิ เสียง มีพลังงานเสยี งมาก
4. แหล่งกาเนิดเสียง มีพลงั งานเสียงน้อย

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

3. นาแก้ว 4 ใบท่มี ีรูปร่าง ขนาดและมวลเทา่ กันมาใสน่ ้าในปริมาณ
ตา่ งกนั ดังรปู เมื่อเคาะแก้วท้งั 4 ใบ จะเกดิ เสียงที่ตา่ งกนั

แก้วใบไหนเกิดเสียงท่ีมีความถีน่ อ้ ยท่สี ุด (O-NET 57)
1. A 2. B
3. C 4. D

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4. กีต้าร์ เป็นเคร่ืองดนตรีท่ีประกอบด้วยสายกีต้าร์หลายเส้น
ท่ีมีขนาดต่างๆ กัน เม่ือกดสายกีต้าร์ท่ีตาแหน่งเดียวกันแล้วดีด
ขอ้ ใดกลา่ วถูกต้อง (O-NET 59)
1. เสน้ ทห่ี นาสนั่ เรว็ กวา่ เส้นท่ีบาง
2. เสน้ ท่หี นาสน่ั ช้ากว่าเส้นท่บี าง
3. เส้นที่หนาสน่ั เท่ากบั เสน้ ท่บี าง
4. เสน้ ที่หนาไม่เกิดการสน่ั แต่เสน้ ที่บางเกดิ การส่ัน

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

5. แขวนแผน่ เหล็กชนดิ เดยี วกนั มคี วามหนาเท่ากัน แต่มขี นาดตา่ งกนั
ดังภาพ

ถา้ ตเี หล็กด้วยแรงทเ่ี ทา่ กัน เสยี งทเ่ี กิดเป็นอย่างไร
(ขอ้ สอบแบบปรนยั 6 ตัวเลือก 2 คาตอบ O-NET 52)
1. แผ่นท่ี 1 เสียงสูงกวา่ แผ่นท่ี 3 2. แผ่นท่ี 2 เสยี งสงู กว่าแผน่ ที่ 1
3. แผน่ ท่ี 2 เสียงสงู กวา่ แผ่นที่ 4 4. แผน่ ท่ี 3 เสียงสงู กว่าแผน่ ที่ 1
5. แผ่นที่ 1 เสียงสูงเทา่ กบั แผน่ ที่ 4 6. แผน่ ที่ 4 เสยี งสงู กวา่ แผน่ ที่ 2

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

6. เด็ก 6 คน A B C D E และ F ยืนหันหนา้ เขา้ หาแหล่งกาเนดิ เสียง
และอย่บู นตาแหนง่ ดงั ภาพ

มาตราส่วนระยะทาง 1 เซนตเิ มตร = 5 เมตร

ใครจะไดย้ นิ เสียงดังเทา่ กนั (O-NET 54)

1. A และ B 2. B และ C

3. C และ D 4. E และ F

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

7. ใส่น้าในแก้วประมาณครึ่งแก้ว จากนั้นใช้แท่งไม้เคาะแก้วและฟังเสียงท่ี
เกดิ ขึ้น ต่อมาเทนา้ ปริมาณคร่งึ หน่ึงออกจากแก้วใบเดิม จากน้ันเคาะแก้ว
ดว้ ยแรงทนี่ อ้ ยลงกว่าคร้ังแรก และฟงั เสียงทเ่ี กดิ ข้นึ

จากข้อมูล เสยี งเคาะทไ่ี ดย้ นิ ในคร้ังหลัง จะต่างจากครงั้ แรกอยา่ งไร (O-NET 60)

1. เสียงทมุ้ และค่อยกว่าเดิม 2. เสียงทุ้ม และดังกว่าเดมิ

3. เสยี งแหลม และคอ่ ยกวา่ เดิม 4. เสยี งแหลม และดงั กวา่ เดิม

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

8. รัดกล่องพลาสติกด้วยยาง A และยาง B ซึ่งเหมือนกัน ทดสอบดึงยาง A ข้ึน
ดังภาพ แลว้ ปลอ่ ยยาง ฟงั เสียงที่เกิดขน้ึ จากน้นั ทดสอบเช่นเดิมกับยาง B แต่
ดงึ ขนึ้ ให้สูงกว่ายาง A

เสียงที่เกิดข้ึนจากการดึงยางแต่ละเส้นมีส่ิงใดต่างกัน
และตา่ งกันอย่างไร (O-NET 61)
1. ความถขี่ องเสยี ง โดยยาง A เกดิ เสยี งสงู กว่า
2. ความถี่ของเสียง โดยยาง B เกดิ เสียงสูงกวา่
3. ความดังของเสียง โดยยาง A เกดิ เสยี งดังกวา่
4. ความดงั ของเสยี ง โดยยาง B เกดิ เสียงดังกว่า

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

9. ตาราง ปริมาณเวลาทีอ่ นุญาตใหพ้ นักงานทางานไดอ้ ย่างปลอดภยั ที่
ความเข้มเสยี งเมือ่ ได้รับอย่างต่อเนือ่ ง ในระดบั ต่างๆ

ระดบั ความเข้มเสียงที่ได้รับอยา่ งตอ่ เน่ือง (เดซเิ บล) 91 90 85 80
เวลาท่ีอนญุ าตให้ทางานอยา่ งปลอดภยั (ชวั่ โมง) 6 7 8 9

จากตาราง การทางานลักษณะใดมีโอกาสได้รับอันตรายจากเสียงมากท่ีสุด
(O-NET 50)
1. ทางาน 5 ชว่ั โมงในบรเิ วณท่ีมีระดบั ความเข้มเสียง 91 เดซิเบล
2. ทางาน 6 ช่วั โมงในบริเวณทมี่ ีระดับความเข้มเสียง 90 เดซเิ บล
3. ทางาน 8 ชว่ั โมงในบริเวณทม่ี รี ะดบั ความเข้มเสยี ง 80 เดซิเบล
4. ทางาน 9 ช่วั โมงในบริเวณทีม่ ีระดบั ความเขม้ เสียง 85 เดซเิ บล

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

10. มาลที ดสอบการเกดิ เสียงจากการตีระนาดของเล่น ซง่ึ ลกู ระนาด
แตล่ ะแผ่นมคี วามหนาเท่ากัน โดยกาหนดแผน่ ลูกระนาด X Y
และ Z ดงั ภาพ จากน้ัน มาลตี ีครัง้ ที่ 1 ทแ่ี ผ่น Y แลว้ ฟงั เสยี ง
ที่เกดิ ขน้ึ ถา้ มาลีต้องการให้เกดิ เสียงคร้ังที่ 2 เปน็ เสยี งแหลมกว่า
และดงั กวา่ ครั้งที่ 1 มาลีควรตีที่แผ่นใด และตีลกู ระนาดอย่างไร (
Science )

1. ตีทีแ่ ผน่ X ด้วยแรงนอ้ ยกว่าเดิม
2. ตีทแ่ี ผ่น X ดว้ ยแรงมากกว่าเดมิ
3. ตีทแ่ี ผน่ Z ดว้ ยแรงนอ้ ยกวา่ เดิม
4. ตที ี่แผน่ Z ด้วยแรงมากกวา่ เดิม

ตวิ เขม้ เตรียมสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

ชน้ั ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้

ป.6 ว 2.3 ป.6/1  วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายประกอบด้วย

ระบุส่วนประกอบและบรรยาย แหล่งกาเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้า และ

หนา้ ที่ ของแตล่ ะส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า
ของวงจรไฟฟา้ อย่างง่ายจาก แหล่งกาเนิดไฟฟ้า เช่น ถ่านไฟฉาย
หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์
หรือแบตเตอร่ี ทาหน้าท่ีให้พลังงาน
ว 2.3 ป.6/ 2
เขียนแผนภาพและตอ่ วงจรไฟฟ้า ไฟฟ้า สายไฟฟ้าเป็นตัวนาไฟฟ้าทา

อยา่ งง่าย หน้าท่ีเช่ือมต่อระหว่างแหล่งกาเนิด

ไฟฟา้ และเคร่อื งใช้ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน

เค รื่ อ ง ใ ช้ ไ ฟ ฟ้ า มี ห น้า ท่ี เป ล่ี ย น

พลงั งานไฟฟ้าเป็นพลังงานอน่ื

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

1. วงจรไฟฟ้าในภาพใดแสดงทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้า
ถกู ตอ้ ง (O-NET 50)
(เม่ือให้ แทนทิศทางการไหลของกระแสไฟฟา้ )

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

2.

ภาพ การต่อวงจรไฟฟ้า

จากภาพ ส่วนประกอบของวงจรที่ทาหน้าที่เป็นแหล่งกาเนิด

ไฟฟ้า คอื อะไร (O-NET 51)

1. สายไฟ 2. หลอดไฟ

3. ถา่ นไฟฉาย 4. ลวดทองแดง

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

3. เด็กชายโดม มีนากาเรือนหน่ึง ซงึ่ ต้องใช้เซลลไ์ ฟฟา้ 2 เซลล์ ตอ่ กันให้
เกิดกระแสไฟฟา้ (O-NET 54)
การตอ่ เซลล์ไฟฟ้าแบบใดทีท่ าใหเ้ ขม็ นาฬกิ าไม่สามารถเดนิ ได้

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

4. จากภาพ

บรเิ วณใดคอื ฉนวนไฟฟ้า (O-NET 54)

1. ก และ ค 2. ก และ ง

3. ข และ ค 4. ข และ ง

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

5. จากภาพวงจรไฟฟา้

หากตอ้ งการให้หลอดไฟสว่าง ตาแหน่ง A ควรเป็นวัสดุทุกชนิด
ในขอ้ ใด (O-NET 56)
1. แทง่ แกว้ ไส้ดนิ สอ 2. ไมจ้ ิม้ ฟัน เหรียญเงนิ
3. แท่งแก้ว เหรยี ญเงิน 4. ไสด้ ินสอ ลวดเสียบกระดาษ

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

6. วัตถุ A คอื วตั ถุในข้อใดทีเ่ ม่ือตอ่ ในวงจรแล้วทาใหห้ ลอดไฟสวา่ ง
(O-NET 58)

1. ตะปู เชือก
2. ไสด้ ินสอ เขม็ กลดั
3. ยางลบ ลวดเยบ็ กระดาษ
4. เข็มเยบ็ ผา้ ไมบ้ รรทดั พลาสตกิ

ตวิ เขม้ เตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain

7. วงจรไฟฟา้ อย่างงา่ ยประกอบดว้ ยแบตเตอรี่ หลอดไฟ สายไฟ และ
วสั ดุ A

ถา้ ตอ้ งการใหห้ ลอดไฟติด วสั ดุ A ที่ใชค้ วรเป็นส่ิงของท้งั หมด
ในข้อใด (O-NET 59)
1. เขม็ เยบ็ ผ้า กระดาษ 2. ยางรดั ของ เข็มกลัด
3. เข็มเยบ็ ผ้า ไส้ดินสอ 4. กระดาษ แผ่นอลูมนิ มั ฟอยล์

ตวิ เข้มเตรยี มสอบวิทยาศาสตร์ ป.4- 6 By Teacher Rain


Click to View FlipBook Version