ตอนที่ 2 ประวัติของเกรกอร์ โยฮันน์ เมนเดล
คาํ ชี้แจง : ให้นักเรียนเติมคา้ ลงในช่องว่าง
___________________ เปน็ ชาวออสเตรีย มีชีวิตอยใู่ นชว่ งระหวา่ งปี พ.ศ. 2365 ถึง 2427
เมนเดลเกดิ ในครอบครัวเกษตรกรซง่ึ มฐี านะปานกลาง และเมอื่ บดิ าถงึ แก่กรรมครอบครัวกเ็ รม่ิ มีความ
เป็นอยูท่ ลี่ ้าบากขึ้น เมนเดลจงึ ตดั สินในบวชเป็นบาทหลวง แล้วไดร้ ับอนญุ าตใหไ้ ปเรียนหนงั สอื ณ
_______________________ในสาขาวิชาฟสิ กิ ส์ คณิตศาสตร์ และธรรมชาตวิ ิทยา เพอ่ื จะไดก้ ลบั ไป
เป็นครู ในขณะท่เี ป็นครสู อนหนงั สือน้นั เมนเดลมีพื้นฐานการปลูกพชื เนื่องเตบิ โตในครอบครัวชาว
______________ เมนเดลจึงได้ปลกู พชื หลายชนิดภายในโบสถ์ เมนเดลสังเกตเห็นลักษณะตา่ ง ๆ
ทา้ ให้เกดิ ความสนใจท่ีจะศกึ ษาเก่ียวกบั การถ่ายทอดลกั ษณะต่าง ๆ ท่ีเกดิ ขึน้ เมนเดลจึงเรมิ่ ท้า
การทดลองผสมพันธุ์ _____________________ (Pisum sativum L.) โดยผสมพันธ์ุระหว่างตน้ ทีม่ ี
ลกั ษณะแตกตา่ งกนั แลว้ ดลู กั ษณะของลูกผสมท่เี กิดข้ึน จากการทดลองน้ที า้ ให้ เขาได้ค้นพบเกย่ี วกบั
ความสัมพนั ธ์บางลักษณะของลูกผสมที่เกดิ ขน้ึ แล้วรวบรวมข้อมูลเพอ่ื นา้ เสนอผลการศึกษาในทป่ี ระชมุ
สมาคมธรรมชาติวทิ ยา (Natural History Society) ณ เมืองบรุน ประเทศออสเตรยี ในปี พ.ศ. 2408
ภายใต้หวั เร่ือง Experiments in Plant Hybridization แต่ผลการทดลองไม่ได้รบั ความสนใจมากนกั
จนกระทงั่ เวลาผ่านมา 16 ปี หลังจากที่เมนเดลเสยี ชวี ิตในปี พ.ศ. 2443 มนี ักวิทยาศาสตร์หลายทา่ นได้
น้าผลการทดลองมาศกึ ษาอกี ครัง้ โดยท้าการทดลองเดยี วกบั ของเมนเดล ทา้ ให้ผลงานการศึกษา
การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรมทเี่ มนเดลศึกษาเปน็ ทย่ี อมรับในทีส่ ดุ จนกลายเปน็ ทย่ี กยอ่ งใหเ้ มน
เดลเปน็ “________________________”
ตอนที่ 3 การทดลองของเมนเดล
คาํ ชี้แจง : ให้ศึกษาภาพการทดลองของเมนเดล แล้วเติมค้าลงในช่องว่างให้ถูกต้อง
เมนเดลเลือกท้าการทดลองกับ _____________________________________
เหตุผลทเ่ี มนเดลเลอื กทา้ การทดลองกบั พชื ชนดิ นี้ เพราะ
1) ____________________________________________________________
2) ____________________________________________________________
3) ____________________________________________________________
ลักษณะทีเ่ มนเดลเลอื กน้ามาศึกษา ไดแ้ ก่
กษณะเมล็ด
กษณะเมลด็ กษณะ กษณะ ตาํ กษณะเมล็ด
ขกษณะ กษณะ ข
กษณะ
กษณะเมลด็ กษณะ ดอกเกดิ ทลี่ าํ กษณะ
กษณะ กษณะ
ขดอกสีม่วง
รู กษณะเมลด็
ปร่างของ
ว
ฝกั อวบ กษณะเมลด็
สี
ของฝกั
กษณะ
คําช้ีแจง : ให้นักเรียนฟังค้าอธิบาย และศึกษาการถ่ายทอดลักษณะของต้นถ่ัวลันเตา โดยพิจารณาลักษณะ
เดยี วจากการทดลองของเมนเดลในหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 แล้วเตมิ คา้ ตอบลงในตาราง
ลกั ษณะของพอ่ แม่ ลักษณะทปี่ รากฏ
พันธ์แุ ทท้ ่ใี ชผ้ สม ลูกรุ่นที่ 1 ลกู รุ่นท่ี 2
เมลด็ เรียบ เมลด็ ขรขุ ระ (ถ้าลกู ร่นุ ที่ 2 มที ั้งหมด 7,400 ต้น )
เมล็ดเรยี บ 5,550 ตน้
เมลด็ ขรขุ ระ 1,850 ต้น
เหลือง เขียว (ถา้ ลูกร่นุ ที่ 2 มที ง้ั หมด 8,000 ตน้ )
เมลด็ สเี หลอื ง 6,000 ต้น
ม่วง ขาวด ด เมล็ดสเี ขียว 2,000 ต้น
ฝักอวบ ฝักแฟบ ฝั (ถ้าลูกรุ่นท่ี 2 มที ง้ั หมด 928ตน้ )
ดอกสมี ว่ ง 696 ตน้
ฝักเหลือง ฝกั เขยี ว ดอกสีขาว 232 ต้น
ดอกทีเ่ กิดจากลา้ ตน้ ดอกทเี่ กิดจากยอด (ถา้ ลูกรุ่นท่ี 2 มีทัง้ หมด 1,180 ต้น )
ฝักอวบ 885 ตน้
ฝกั แฟบ 295 ต้น
(ถ้าลกู รนุ่ ท่ี 2 มีทั้งหมด 608ต้น)
ฝกั สเี ขียว 456 ต้น
ฝกั สเี หลอื ง 152 ต้น
(ถา้ ลูกรนุ่ ท่ี 2 มีทั้งหมด 828ตน้ )
ดอกเกดิ ที่ล้าตน้ 621 ตน้
ดอกเกดิ ที่ยอด 207 ตน้
ฝกั เขียว ฝักเขียว
ตน้ สงู ตน้ เต้ยี (ถา้ ลกู รนุ่ ท่ี 2 มที ั้งหมด 1,108 ต้น )
ตน้ สูง 831 ต้น
ตน้ เตี้ย 277 ตน้
แบบบนั ทกึ การประเมินการทาํ แบบทดสอบหลังเรียน
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรื่อง การศึกษาพันธุศาสตรข์ องเมนเดล ชั้น ม.3/1 – ม.3/4
คําชแี้ จง
1. ใหบ้ นั ทึกคะแนนทีไ่ ด้จากการทา้ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น – หลงั เรยี นของนกั เรยี นแต่ละคนลงในช่องคะแนนแบบทดสอบ
2. น้าคะแนนหลงั การเรยี นลบคะแนนกอ่ นเรยี น เป็นคะแนนพฒั นาการ
3. ประเมนิ คะแนนพฒั นาการในการเรียนร้โู ดยเปรยี บเทยี บกับเกณฑค์ ะแนนพฒั นาการแลว้
ทาํ เครอื่ งหมาย ลงในช่องความหมายของการพัฒนาการเรียนรใู้ หต้ รงกับความเป็นจริง
เลขที่ ชอ่ื – สกลุ นักเรยี น คะแนน คะแนน พัฒนาการในการเรียนรู้
แบบทดสอบ พัฒนาการ
ก่อน หลงั (หลงั -กอ่ น) ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรงุ
เรียน เรียน
ลงช่ือ...........................................ผู้ประเมิน
(นางสาววนัชพร ค้าจติ ร)
........./...................../...........
เกณฑ์การประเมนิ การทําแบบทดสอบหลังเรยี น
ประเด็นการประเมิน 4 3 2 1
คะแนนทไี่ ด้ ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรุง
5 คะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน ต่้ากว่า 2 คะแนน
แบบบันทกึ การให้ระดบั คุณภาพใบงาน/แบบฝกึ หัดของนักเรียน
ค้าชแ้ี จง: ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั
คะแนน
เลขท่ี ชอื่ - สกุล ระดบั คณุ ภาพ
ใบงาน ่ีท 2.3 ตอน ่ีท 1 สรุปผลการ
ใบงาน ่ีท 2.3ตอน ่ีท 2 ประเมนิ
ใบงาน ี่ท 2.3ตอน ี่ท 3
ผา่ น ไมผ่ า่ น
รวม
่คาเฉล่ีย
ลงชอ่ื ........................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาววนชั พร คา้ จิตร)
........./...................../..........
เกณฑ์การประเมนิ ใบงาน/แบบฝกึ หัด
รอ้ ยละ 70 - 100 61 -70 51 - 60 ตา่้ กว่า 50
ระดบั คุณภาพ 3 21 0
แบบประเมินสมรรถนะสําคญั ของผู้เรียน
ช่ือ..................................................นามสกุล.................................................ช้นั .................เลขที่..........
คําช้แี จง : ใหค้ รผู สู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างการจัดการเรียนการสอน แลว้ ทําเครอ่ื งหมาย
ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั คะแนน
สมรรถนะสาํ คญั รายการประเมิน (ตัวชว้ี ดั ) ระดับคณุ ภาพ
ของผู้เรียน
ดีเยี่ยม ดี ผ่านเกณฑ์ ไม่ผ่าน
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)
1. ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรับ-ส่งสาร
ในการสอ่ื สาร 1.2 มีความสามารถในการถา่ ยทอดความรู้
ความคดิ ความเขา้ ใจของตนเองโดยใชภ้ าษา
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
1.3 ใช้วิธกี ารสื่อสารทเ่ี หมาะสมมีประสิทธิภาพ
1.4 เจรจาต่อรองเพอ่ื ขจดั และลดปัญหา
ความขัดแยง้ ต่างๆ ได้
1.5 เลอื กรับและไม่รับขอ้ มลู ขา่ วสารดว้ ยเหตผุ ล
และถกู ตอ้ งสรุปผลการประเมิน
สรปุ ผลการประเมนิ
2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคิด/วเิ คราะห์
ในการคดิ 2.2 ทักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์
2.3 สามารถคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ
2.4 มคี วามสามารถในการสร้างองคค์ วามรู้
2.5 ตัดสินใจแกป้ ญั หาเกยี่ วกบั ตนเองได้อย่าง
เหมาะสม
สรุปผลการประเมนิ
สมรรถนะสาํ คัญ รายการประเมนิ (ตวั ชี้วัด) ดีเยี่ยม ระดบั คณุ ภาพ
ของผู้เรยี น (3)
3.1 สามารถแก้ปญั หาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ ่าน
3. ความสามารถ ทเี่ ผชญิ ได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแกป้ ญั หา 3.2 เข้าใจความสมั พนั ธแ์ ละการเปล่ยี นแปลง
ในสังคม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรปู้ ระยกุ ต์ความร้มู าใช้
การใชท้ ักษะชวี ติ ในการปอ้ งกันและแกป้ ญั หา
3.4 สามารถตดั สินใจได้อยา่ งเหมาะสมตามวัย
5. ความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยี สรุปผลการประเมนิ
4.1 เรยี นรดู้ ้วยตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั วยั
4.2 สามารถทํางานกล่มุ รว่ มกับผอู้ นื่ ได้
4.3 นําความรูท้ ่ีได้ไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวติ ประจาํ วัน
4.4 จัดการปัญหาและความขดั แยง้ ได้อย่าง
เหมาะสม
4.5 หลกั เล่ยี งพฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ่ี
สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง
สรุปผลการประเมิน
5.1 เลือกและใชท้ คโนโลยไี ด้อย่างเหมาะสม
5.2 มีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนําเทคโนโลยไี ปใช้พัฒนาตนเอง
5.4 ใช้เทคโนโลยใี นการแกป้ ญั หาได้อย่าง
สร้างสรรค์
5.5 มคี ุณธรรม จริยธรรม ในการใชเ้ ทคโนโลยี
สรปุ ผลการประเมิน
เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพ
ระดบั คุณภาพ พฤตกิ รรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยี่ยม พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัตชิ ดั เจน สม่าํ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ตั ิชดั เจนและบอ่ ยครัง้ 0 คะแนน
ผา่ น พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตเิ ปน็ บา้ งครง้ั
ไม่ผ่าน ไม่เคยปฏบิ ัตพิ ฤติกรรม
เกณฑ์การสรปุ ผล คะแนน
ระดับคุณภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเยยี่ ม 1-8 คะแนน
ดี
ผ่านเกณฑ์ 0 คะแนน
ไมผ่ า่ นเกณฑ์
แบบประเมิน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 8 ประการ
ช่อื -สกลุ นกั เรยี น.....................................................................ชัน้ ..............................เลขท่ี…….
คําชแ้ี จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงใน
ชอ่ งว่างทตี่ รงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาติได้ และบอกความหมาย 32 1
1. รกั ชาติ ศาสน์ ของเพลงชาติ
1.2 ปฏิบัติตนตามสทิ ธแิ ละหน้าท่ีของนกั เรียน ให้ความรว่ มมอื รว่ ม
กษตั รยิ ์ ใจ ในการท้างานกบั สมาชิกในหอ้ งเรียน
1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมท่ีสร้างความสามคั คี ปรองดอง และเป็น
2. ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ ประโยชน์ต่อโรงเรยี นและชมุ ชน
3. มวี นิ ัย 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ีตนนบั ถอื ปฏบิ ตั ิตนตามหลักของ
รับผิดชอบ ศาสนาและเป็นตวั อยา่ งทดี่ ขี องศาสนิกชน
4. ใฝ่เรียนรู้ 1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมและมีสว่ นร่วมในการจดั กจิ กรรมทเ่ี ก่ียวกับ
สถาบันพระมหากษตั ริยต์ ามท่ีโรงเรียนและชมุ ชนจดั ข้ึน ชื่นชมในพระ
ราชกรณยี กจิ พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั ริย์และพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลทีถ่ ูกต้อง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ิในส่ิงท่ถี กู ต้อง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะท้าความผดิ ทา้
ตามสัญญาทต่ี นใหไ้ ว้กบั พ่อแม่หรือผูป้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ัตติ นตอ่ ผู้อนื่ ด้วยความซอ่ื ตรง และเปน็ แบบอย่างท่ีดแี ก่
เพื่อนด้านความซื่อสตั ย์
3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของครอบครัว
และโรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่างๆ ใน
ชวี ติ ประจา้ วนั มคี วามรบั ผดิ ชอบ
4.1 ตั้งใจเรยี น
4.2 เอาใจใส่ในการเรยี น และมีความเพียรพยายามในการเรียน
4.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรียนร้ตู า่ งๆ
4.4 ศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้จากหนงั สอื เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ สื่อ
เทคโนโลยีตา่ งๆแหลง่ การเรียนรทู้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน และ
เลอื กใช้สอ่ื ได้อย่างเหมาะสม
4.5 บันทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสง่ิ ทีเ่ รียนรู้ สรุปเป็นองค์
ความรู้
4.6 แลกเปล่ยี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารต่างๆ และน้าไปใชใ้ น
ชวี ิตประจ้าวัน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ปุ กรณก์ ารเรยี นอยา่ งประหยัดและร้คู ุณค่า
6. มงุ่ มัน่ ในการ 5.3 ใช้จา่ ยอยา่ งประหยัดและมกี ารเก็บออมเงนิ
ทํางาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทา้ งานที่ได้รบั มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแทต้ อ่ อปุ สรรคเพื่อให้งานสา้ เร็จ
7. รักความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สา้ นกึ ในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
8. มีจิตสาธารณะ 7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครูท้างาน
8.2 อาสาท้างาน ช่วยคดิ ช่วยท้า และแบง่ ปันสิ่งของให้ผอู้ น่ื
8.3 รู้จกั การดแู ล รักษาทรัพย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดล้อมของหอ้ งเรียน
โรงเรียนชมุ ชน
8.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรยี น
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ...........................................ผู้ประเมิน
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัตชิ ดั เจนและสมา้่ เสมอ (นางสาววนัชพร คา้ จติ ร)
........./...................../...........
คะแนน
พฤตกิ รรมที่ปฏิบตั ชิ ัดเจนและบอ่ ยครัง้ ให้ 3
ให้ 2
คะแนน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์พนื้ ฐาน รหัสวชิ า ว23101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่วั โมง จํานวน 1.5 หนว่ ยกิต
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 พนั ธศุ าสตร์ เวลา 22 ชว่ั โมง
เรื่อง โครโมโซม ดีเอน็ เอ ยนี เวลา 4 ชว่ั โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั
สาระท่ี 1
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความส้าคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมท่ีมีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและวิวัฒนาการ
ของสิ่งมชี วี ติ รวมทงั้ นา้ ความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชว้ี ัด ว 1.3 ม.3/1 อธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซม โดยใช้
แบบจา้ ลอง
2. สาระสําคัญ
ลักษณะทางพันุกรรมของส่ิงมีชีวิตสามารถถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง โดยมียีนเป็นหน่วย
ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม โดยยีนเป็นส่วนหนึ่งของสายดีเอ็นเอ และดีเอ็นเอจะขดกันเป็นโครโมโซมอยู่
ภายในนิวเคลียสของเซลล์ สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันจะมีจ้านวนโครโมโซมเท่ากัน และอาจมีจ้านวนโครโมโซม
เท่าหรือไม่เท่ากับส่ิงมีชีวิตต่างชนิด ซ่ึงโครโมโซมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ โครโมโซมร่างกาย และ
โครโมโซมเพศ และสิ่งมีชีวิตท่ีมีโครโมโซม 2 ชุด อยู่กันเป็นคู่และมีการเรียงล้าดับยีนบนโครโมโซม
เหมือนกนั เรยี กว่า ฮอมอโลกสั โครโมโซม
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
อธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ระหวา่ งโครโมโซม ดเี อ็นเอ และยีนได้
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
สรา้ งแบบจ้าลองแสดงถงึ ความสัมพันธ์ระหวา่ งโครโมโซม ดีเอ็นเอ และยนี ได้
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
นกั เรยี นมคี วาม ใฝร่ แู้ ละมคี วามมงุ่ ม่ันในการท้างาน
4. สาระการเรียนรู้
ลักษณะทางพันธุกรรมของสิง่ มีชวี ิตสามารถถ่ายทอดจากรนุ่ หนง่ึ ไปยังอีกรุ่นหนง่ึ ไดโ้ ดยมยี นี เปน็
หนว่ ยควบคุมลักษณะทางพนั ธุกรรม
โครโมโซมประกอบดว้ ยดีเอน็ เอ และโปรตีนขดอยู่ ในนิวเคลยี ส ยีน ดเี อน็ เอ และ
โครโมโซมมคี วามสัมพันธ์กัน โดยบางส่วนของดเี อ็นเอท้าหนา้ ท่ีเปน็ ยนี ท่ีกา้ หนดลกั ษณะของส่ิงมีชีวติ
สิง่ มชี วี ติ แต่ละชนดิ มจี ้านวนโครโมโซมคงท่ี มนษุย์มจี ้านวนโครโมโซม 23 คู่ เปน็ ออโตโซม 22 คู่
และ โครโมโซมเพศ 1 คู่ เพศหญิงมโี ครโมโซมเพศเป็น XX เพศชายมโี ครโมโซมเพศเป็น XY
5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผู้เรียน
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอื่ สัตยส์ ุจริต มวี นิ ยั
ใฝ่เรียนรู้ อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมั่นในการทา้ งาน
รกั ความเป็นไทย
6. สมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรยี น
ความสามารถในการสื่อสาร
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ช่ัวโมงที่ 1
ขน้ั นํา
ข้นั ที่ 1 เตรยี มการสอน
1.ครูเตรียมแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 พนั ธกุ รรม ใหก้ ับนักเรยี น
2.ครเู ตรียมภาพโครโมโซม หรือใช้ภาพโครโมโซมท่มี รี ูปร่างตา่ ง ๆ เพ่อื ใหน้ กั เรยี นทา้
กจิ กรรม Engaging Activity จับคูภ่ าพโครโมโซมท่ีเหมือนกัน แลว้ เตรียมข้อสรุปหลงั จากนกั เรยี นท้า
กจิ กรรมแลว้ เพื่อให้ไดข้ ้อสรุปวา่ ภาพท่ีนกั เรียนใช้ทา้ กิจกรรม เรยี กว่า โครโมโซม ซ่งึ มคี วามเกยี่ วข้อง
กับการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมของสิง่ มชี ีวิต โดยในธรรมชาติโครโมโซมจะอยกู่ นั เป็นคู่เหมือนกบั
ที่นักเรยี นท้ากิจกรรมน่นั เอง
3.ครูเตรยี มอปุ กรณ์ท่ีใชท้ า้ กจิ กรรม โครงสร้างสารทีเ่ ก่ยี วข้องกับการถา่ ยทอดลกั ษณะทาง
พนั ธุกรรม ได้แก่ กลอ้ งจุลทรรศนแ์ บบใช้แสง สไลด์ถาวรของนิวเคลียสในเซลล์ปลายรากหอมท่ยี อ้ มสีแลว้
เพื่อใหน้ กั เรียนเห็นลกั ษณะของโครโมโซม และหลังจากการทา้ กจิ กรรมครูอาจเตรยี มภาพน้าเสนอ
เกีย่ วกับโครโมโซมภายใตก้ ล้องจลุ ทรรศน์แบบใชแ้ สงให้นกั เรยี นศึกษาอกี ครง้ั หนงึ่
4.ครเู ตรยี มขอ้ มลู เกย่ี วกับจา้ นวนโครโมโซมในร่างกายของสิง่ มีชีวติ ชนดิ ตา่ ง ๆ เพื่อให้
นกั เรยี นเปรียบเทียบจ้านวนโครโมโซมซง่ึ อาจทา้ ในรปู ของตารางและมภี าพของสง่ิ มชี วี ิตชนิดนัน้ ประกอบ
ความเขา้ ใจ
5.ครูเตรียมอุปกรณ์ที่ใชท้ า้ กิจกรรม สรา้ งแบบจา้ ลองโครโมโซม ได้แก่ เชือก ดินนา้ มนั ลวด
กา้ มะหย่ี
ช่ัวโมงที่ 2-4
ขัน้ สอน
ขน้ั ท่ี 2 นําสกู่ ารเรียน
6. ให้นักเรียนท้าแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง พันธุกรรม เพื่อประเมินความรู้ของ
นักเรียน
7. ให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจของตนเองในกรอบ Check for Understanding ในหนังสือเรียน
รายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ 2 พนั ธุกรรม
8. ครูถามค้าถาม key Question จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
วา่ ออรแ์ กเนลลใ์ ดทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม
(แนวตอบ : นิวเคลยี ส)
9. ครูสนทนากับนักเรียนว่า สิ่งมีชีวิตที่เกิดมาจะได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่
ท้าใหม้ ีลักษณะทางพันธุกรรมท่ีเฉพาะแตกตา่ งไปจากสิ่งมชี ีวติ อน่ื จากนนั้ ครถู ามค้าถามนักเรยี น ดังนี้
- ยกตัวอย่างการถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรมของพืชมีอะไรบ้าง
(แนวตอบ : สขี องเมลด็ ลกั ษณะของเมล็ด ความสงู สขี องดอก)
- ยกตวั อย่างการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสัตว์มีอะไรบ้าง
(แนวตอบ : สขี น ลักษณะของขน ลักษณะของใบหู สตี า)
- ยกตวั อยา่ งการถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรมของมนษุ ยม์ อี ะไรบ้าง
(แนวตอบ : สตี า สผี ม การหอ่ ล้ิน ลกั ษณะหนงั ตา ลักษณะลักยมิ้ ลักษณะของต่ิงหู)
ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้
10. ให้นักเรียนท้ากิจกรรม โครงสร้างสารที่เก่ียวข้องกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
จากหนังสือเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
11. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า “สิ่งที่นักเรียนเห็นภายใต้กล้องจุลทรรศน์เรียกว่า โครโมโซม ซึ่ง
มีลักษณะหดเป็นแท่ง แต่บางเซลล์ท่ียังไม่ผ่านกระบวนการแบ่งเซลล์จะมีลักษณะเป็นเส้นใยขนาดเล็ก
พันกนั เรยี กวา่ โครมาทิน”
12. ให้นักเรียนศึกษาภาพในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วย
ที่ 2 เร่ือง โครโมโซม ดีเอ็นเอ และยีน หรือตารางแสดงจ้านวนโครโมโซมของเซลล์ร่างกายของ
สิ่งมีชีวิตตา่ ง ๆ แลว้ ถามค้าถามนกั เรยี น แทนการบรรยายของครู ดงั นี้
- สงิ่ มชี วี ติ ทุกชนิดมจี า้ นวนโครโมโซมเทา่ กนั ไดห้ รือไม่
(แนวตอบ : อาจเท่าหรือไม่เท่ากันก็ได้ แต่สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันจะมีจํานวน
โครโมโซมเทา่ กันเสมอ)
- จ้านวนโครโมโซมของส่งิ มชี ีวิตขึน้ อย่กู บั ขนาดของสิง่ มีชวี ติ หรอื ไม่
(แนวตอบ : ไม่ใช่ ตัวอย่างเช่น ยูกลีนาเป็นส่ิงมีชีวิตที่มีขนาดเล็กกว่าคน แต่กลับมี
จาํ นวนโครโมโซมมากกวา่ จํานวนโครโมโซมในรา่ งกายมนุษย์)
- จา้ นวนโครโมโซมของมนุษย์มเี ทา่ ใด
(แนวตอบ : 46 แท่ง หรอื 23 คู่)
13. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเพ่ิมเติมว่า “การศึกษาจํานวนและขนาดของโครโมโซมเป็นคู่ เรียกว่า
การทําแครีโอไทป์ แพทย์มักใช้วิธีในการวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรม โดยโครโมโซมของมนุษย์แบ่ง
ออกได้เป็น 2 ประเภท คือ โครโมโซมร่างกาย หรือเรียกว่า ออโตโซม จะมีขนาดและรูปร่างของ
โครโมโซมเท่ากัน ส่วนโครโมโซมเพศอาจมีขนาดเท่ากัน หรือแตกต่างกัน ถ้ามีขนาดเท่ากันจะ
เป็นเพศหญิง แต่ถ้ามีขนาดต่างกันจะเป็นเพศชาย” เพื่อประกอบความเข้าใจของนักเรียน ครู
อาจน้าภาพการจัดเรียงโครโมโซมของมนุษย์เพศหญิงและเพศชายมาให้นักเรียนศึกษาและ
เปรยี บเทียบ พรอ้ มกับการบรรยาย
14. หลังจากน้ัน ครูต้ังประเด็นค้าถามให้นักเรียนคิดว่า “จํานวนโครโมโซมของเซลล์อสุจิกับเซลล์
เยื่อบุผิวข้างแก้มของนักเรียนมีจํานวนโครโมโซมเท่ากันหรือไม่” โดยครูอาจสุ่มเรียกนักเรียน 2-3
คน เพื่อแสดงความคดิ เห็น โดยครูจะยังไม่เฉลยค้าตอบที่ถกู ต้อง
15. ให้นักเรียนศึกษาแผนภาพจ้านวนโครโมโซมก่อนและหลังการปฏิสนธิ แล้วสุ่มเรียกนักเรียน 2-3
คน ออกมาอธิบายหน้าชัน้ เรยี นโดยครคู อยเสริมข้อมลู เพ่ิมเติม
16. เมื่อนักเรียนรู้จักโครโมโซมพอสังเขปแล้ว ครูอาจน้านักเรียนเข้าสู่การศึกษาโครงสร้างของ
โครโมโซม
17. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน ร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างของโครโมโซมจาก
หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยที่ 2 เรื่อง โครโมโซม
ดีเอ็นเอ และยีน หรือแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต แล้วท้ากิจกรรม สร้างแบบจ้าลอง
โครโมโซม จากวสั ดุท่คี รเู ตรยี มให้
ขัน้ สรปุ
ครูสุ่มเลือกแบบจ้าลองโครโมโซมท่ีมีความสมบูรณ์ หรือใช้แบบจ้าลองท่ีครูสร้างเองมา
อภิปรายเพ่ือให้ได้ข้อสรุปว่า โครงสร้างพื้นฐานของโครโมโซมประกอบด้วยดีเอ็นเอและยีน ซึ่งดีเอ็นเอมี
ลักษณะเป็นเกลียวคู่สายยาว โดยช่วงความยาวหน่ึงของดีเอ็นเอ คือ ยีน ซ่ึงเป็นข้อมูลทางพันธุกรรมท่ีมี
ผลต่อลักษณะทางพันธุกรรมของส่ิงมีชีวิต แต่เน่ืองจากดีเอ็นเอมนุษย์มีความยาวมากเกือบ 2 เมตร ดังนั้น
ร่างกายของมนุษย์จึงมีกลไกในการเก็บพันธุกรรมเหล่าน้ีได้โดยการขดพันกันระหว่างสายดีเอ็นเอกับก้อน
โปรตีน แล้วขดพันกันอีกหลายระดับจนกระท่ังกลายเป็นแท่งโครโมโซมนั่นเอง และในธรรมชาติ
โครโมโซมจะอยเู่ ป็นคซู่ ึ่งมีการจัดเรียงยีนที่เหมอื นกัน เรียกวา่ ฮอมอโลกัสโครโมโซม
ขัน้ ประเมนิ
ขัน้ ที่ 4 ตดิ ตามผล
3. ตรวจสอบความเขา้ ใจโดยใหน้ กั เรยี นท้าแบบฝึกหัดวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
4. ให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน โดยตอบค้าถาม Topic Questions ลงใน
สมดุ ประจา้ ตัวนกั เรียน เพอื่ เมนิ ความรู้ความเขา้ ใจของนักเรียน
5. ให้นักเรียนตอบค้าถาม H.O.T.S. ว่า “ยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซมมีความสัมพันธ์กันอย่างไร”
โดยใหน้ กั เรียนเขียนคา้ ตอบลงในสมุดประจ้าตวั นักเรียน จากน้นั ครตู รวจสมดุ ประจา้ ตัวนักเรียน
ขนั้ ท่ี 5 วัดผล
6. ครูตรวจแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
7. ครูตรวจค้าตอบ Topic Questions ในสมุดประจ้าตัวนักเรียน เพื่อเมินความรู้ความเข้าใจ
ของนักเรยี น
8. ให้นักเรียนประเมินวิธีการสอนของครูผู้สอน โดยครูอาจให้นักเรียนเสนอแนะเกี่ยวกับวิธีการสอน
เพือ่ ครจู ะไดน้ า้ ขอ้ เสนอไปปรับใช้กบั การสอนในครง้ั ตอ่ ไป
8. ส่อื การเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
8) หนังสือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2
พันธุกรรม
9) แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 พนั ธกุ รรม
10) ภาพโครโมโซม หรือภาพโครโมโซมทีม่ รี ปู ร่างตา่ ง ๆ
11) อปุ กรณ์ทใี่ ช้ทา้ กิจกรรม โครงสรา้ งสารท่เี กย่ี วข้องกับการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม
12) อุปกรณ์ท่ีใช้ท้ากจิ กรรม สร้างแบบจา้ ลองโครโมโซม
13) PowerPoint เรือ่ ง โครโมโซม ดเี อ็นเอ และยีน
14) สมดุ ประจา้ ตัวนกั เรยี น
15) แบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 พนั ธกุ รรม
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งเรียน
2) อนิ เทอรเ์ น็ต
9. ช้ินงาน/ภาระงาน
-
10. การวดั ผลและประเมินผล วธิ ีการวัดผล เครื่องมือการวดั ผล การประเมินผล
10.1 การประเมินกอ่ นเรียน -ทดสอบ - แบบทดสอบก่อน -
ส่งิ ท่จี ะวัด เรียน หนว่ ยการ เรียนรู้
ความรู้ ที่ 2 พนั ธกุ รรม
10.2 การประเมินระหวา่ งการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
สง่ิ ที่จะวัด วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมอื การวดั ผล การประเมินผล
1. ความรู้ - ร้อยละ 60
1) โครโมโซม ดี - ตรวจสมุดประจา้ ตวั - สมุดประจา้ ตวั หรือ
เอน็ เอ หรอื แบบฝกึ หัด แบบฝึกหดั ผ่านเกณฑ์
และยนี วทิ ยาศาสตรแ์ ละ วทิ ยาศาสตรแ์ ละ - ร้อยละ 60
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 ผ่านเกณฑ์
2.ทักษะ/ - ตรวจสมดุ ประจา้ ตัว - สมุดประจา้ ตวั หรอื
กระบวนการ หรอื แบบฝกึ หดั แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60
2) ผลบันทกึ วิทยาศาสตรแ์ ละ วทิ ยาศาสตรแ์ ละ ผ่านเกณฑ์
การปฏบิ ตั ิ เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 เทคโนโลยี ม.3 เล่ม
กจิ กรรม 1 - รอ้ ยละ 60
โครงสรา้ งสารท่ี ผ่านเกณฑ์
เกี่ยวข้องกับการ
ถ่ายทอดลกั ษณะ ท้างานกลมุ่ เกณฑผ์ ่าน
ทางพนั ธุกรรม ในระดับ 2 ขึ้นไป
3) ผลบนั ทกึ การ - ตรวจแบบจา้ ลอง - แบบประเมิน
ปฏบิ ตั ิกิจกรรม โครโมโซม
สร้างแบบ แบบจ้าลอง
จา้ ลองโครโมโซม
ตรวจสมดุ ประจ้าตัวหรือ โครโมโซม
แบบฝึกหดั - สมดุ ประจ้าตัวหรอื
วทิ ยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 แบบฝึกหดั
วทิ ยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ม.3 เลม่
1
4) การ - ประเมนิ การน้าเสนอ 2. แบบสังเกต
นา้ เสนอผลงาน/ ผลงาน/ผลการปฏิบตั ิ พฤติกรรมการ
ผลการปฏิบตั ิ กิจกรรม
กิจกรรม ปฏบิ ตั งิ านกลุม่
การประเมินระหว่างการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (ต่อ)
สงิ่ ทตี่ อ้ งการวดั วิธีการวดั เครือ่ งมือ เกณฑ์การวดั ผล
3. คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ - คะแนนการประเมิน
อนั พึงประสงค์ คณุ ลักษณะ คุณลกั ษณะ เกณฑผ์ า่ นระดับ 3
อันพึงประสงค์ (ให้ระบุ อนั พงึ ประสงค์ ขนึ้ ไป
พฤติกรรม)
4. สมรรถนะ 1. สงั เกตพฤติกรรม 1. แบบประเมนิ - เกณฑก์ ารตัดสนิ
สา้ คัญของผเู้ รยี น ดา้ นความสามารถ สมรรถนะสา้ คัญของ ผ่าน ในระดับ 3 ข้นึ ไป
ในการคิด ผูเ้ รยี นดา้ น
2. ความสามารถในการ ความสามารถในการคดิ
ใชท้ กั ษะชวี ิต 2. แบบประเมนิ
สมรรถนะส้าคญั ของ
ผูเ้ รยี นในการใช้ทกั ษะ
ชวี ิต
10.3 การประเมินหลงั เรยี น วิธีการวัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การวดั ผล
สง่ิ ทตี่ อ้ งการวัด ทดสอบ แบบทดสอบหลังเรยี น ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 50
ความรู้ หนว่ ยการ เรยี นรู้ที่ 2 ของคะแนน
พนั ธุกรรม
11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื .................................................. ผ้สู อน
(นางสาววนชั พร ค้าจติ ร)
12. ขอ้ คดิ เหน็ ของหัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้
............................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................................
(นายนนั ท์ ก้อคา้ )
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
13. ขอ้ คิดเห็น/ข้อเสนอแนะผชู้ ว่ ยผอู้ าํ นวยการกลมุ่ งานบริหารวิชาการ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................................
(นายวชิ า ภิมขุ )
ผูช้ ่วยผอู้ า้ นวยการกลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ
การอนมุ ตั ิการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรจู้ ากฝา่ ยบริหาร
ความคิดเหน็ ของรองผอู้ ้านวยการฝ่ายวชิ าการ
..............................................................................................................................................................
เห็นสมควรอนมุ ัติให้ใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน
เห็นสมควรไม่อนุมัตใิ ห้ใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน เพราะ..........................................
.............................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)
รองผ้อู ้านวยการโรงเรยี นฝ่ายบริหารวชิ าการ
การอนุมัตจิ ากผอู้ ํานวยการโรงเรยี น
อนุมัติให้ใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน
ไมอ่ นุมัติใหใ้ ชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................
ลงช่ือ.......................................................................................
(นางวลิ าวลั ย์ ปาลี)
ผู้อ้านวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยา
บนั ทึกผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2
รายวชิ า วทิ ยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน รหสั วชิ า ว23101 ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 3
เรอ่ื ง โครโมโซม ดเี อน็ เอ ยนี เวลา 4 ช่วั โมง
……………………………………………………………….
1. จํานวนนักเรยี นท่สี อน จํานวนนกั เรียน (คน)
ระดับชนั้ 36
ม.3/1 36
ม.3/2 36
ม.3/3 36
ม.3/4 144
รวม
2. บันทกึ ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
2.1 ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.2 ข้อสังเกต/ขอ้ ค้นพบ
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.3 ปญั หา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
3. การประเมนิ ผลการสอน ระดบั คุณภาพ
ดี พอใช้ ปรับปรงุ
รายการประเมนิ ดมี าก
1
1. ความเหมาะสมของระยะเวลา รวม
(คน)
2. ความเหมาะสมของเน้อื หา
3. ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นการสอน
4. ความเหมาะสมของสอ่ื การสอนทีใ่ ช้
5. พฤติกรรม/การมสี ่วนร่วมของนักเรยี น
6. ผลการปฏิบัตกิ จิ กรรม/ใบกจิ กรรม การทดสอบก่อนเรียนและ
หลังเรยี น
สรุปภาพรวม
3. สรปุ ผลการวดั ผลประเมนิ ผล
ระดับคุณภาพ
432
การวดั ผลประเมนิ ผล จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
1. ความรู้
1.1 แบบทดสอบหลงั เรยี น
หนว่ ยการ เรยี นรทู้ ่ี 2 พันธุกรรม
ระดบั 3 ข้นึ ไป คิดเป็นร้อยละ
2. ทกั ษะ/กระบวนการ
2.1 กระบวนการท้างานกลมุ่
ระดบั 3 ขนึ้ ไป คดิ เปน็ ร้อยละ
3. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
ระดับ 3 ขึ้นไป คดิ เป็นร้อยละ
4. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น
ระดบั 3 ขนึ้ ไป คิดเป็นร้อยละ
ลงช่อื ............................................ครูผู้สอน
(นางสาววนัชพร คา้ จิตร )
ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของผู้นเิ ทศ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................
ลงชื่อ................................................ผูน้ ิเทศ
(นายนันท์ ก้อคา้ )
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความคิดเห็นของรองผู้อาํ นวยการโรงเรียนฝ่ายบริหารวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอดุ )
รองผ้อู า้ นวยการฝ่ายบรหิ ารวิชาการ
ความคดิ เหน็ ของผูอ้ ํานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................
(นางวลิ าวลั ย์ ปาลี)
ผอู้ ้านวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยา
ภาคผนวก
แบบทดสอบก่อนเรยี น
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2 เร่ือง พนั ธุกรรม
คําชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นเลือกคาํ ตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. ข้อใดอธบิ ายความหมายของพนั ธกุ รรมไดถ้ ูกต้อง 6. ข้อใดกล่าวถึงลักษณะดอ้ ยไดถ้ กู ต้อง
1. ความผิดปกติทเ่ี กดิ ข้ึนกับรา่ งกาย 1. ลักษณะทปี่ รากฏในทุกรนุ่
2. สิ่งทีไ่ ด้รบั ถา่ ยทอดมาจากคนใกลต้ วั 2. ลกั ษณะทไ่ี มป่ รากฏในลกู รุ่นที่ 1 แตม่ าปรากฏ
3. สิ่งทไ่ี ด้รับการถา่ ยทอดจากบรรพบรุ ุษเพยี งร่นุ เดียว ในลูกร่นุ ที่ 2
4. สง่ิ ทไ่ี ดร้ ับจากการถา่ ยทอดมาจากบรรพบุรุษ หรอื 3. ลกั ษณะทไี่ มป่ รากฏในลกู รุ่นที่ 2 แต่ปรากฏ
จากรนุ่ สรู่ ่นุ ในลูกรนุ่ ท่ี 1
2. ขอ้ ใดบ่งบอกวา่ เปน็ มนุษยเ์ พศชาย 4. ไมม่ ีขอ้ ใดกลา่ วถูกตอ้ ง
1. ออโตโซมมีโครโมโซมมี 45 แทง่ 7. ข้อใดหมายถึงจีโนไทป์
2. ออโตโซมมีโครโมโซมมี 46 แทง่ 1. รปู แบบของยนี ในสิง่ มชี วี ติ
3. โครโมโซมคทู่ ่ี 23 เป็นโครโมโซม X ท้งั สองแทง่ 2. ลักษณะของสง่ิ มีชีวติ แสดงออก
4. โครโมโซมคู่ที่ 23 ประกอบดว้ ยโครโมโซม X และ 3. รูปแบบของโครโมโซมในสง่ิ มชี วี ิต
โครโมโซม Y 4. ลักษณะของดเี อ็นเอของส่ิงมีชวี ิต
3. เซลล์ข้อใดมีจ้านวนโครโมโซมเป็นครึ่งหน่ึงของเซลล์เม็ดเลือด 8. โรคทางพนั ธกุ รรมที่เกิดจากโครโมโซมคู่ท่ี 18 เกิน
ขาวลิมโฟไซต์ มา 1 แทง่ คือข้อใด
1. เซลลป์ กี 1. กลุม่ อาการดาวน์
2. เซลลส์ บื พันธุ์ 2. กลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ด
3. เซลลก์ ลา้ มเน้ือ 3. กลมุ่ อาการเทิรน์ เนอร์
4. เซลลเ์ ย่อื บุขา้ งแกม้ 4. กลมุ่ อาการดบั เบลิ วาย
4. ใครคอื บดิ าแหง่ วิชาพนั ธุศาสตร์ 9. ข้อใดหมายถงึ สงิ่ มชี วี ติ ดดั แปรพันธกุ รรม
1. ไอแซก นวิ ตัน 1. สิง่ มีชวี ิตทไ่ี ด้รบั โปรตีนจากส่ิงมชี ีวิตชนิดอนื่
2. ชาลล์ ดารว์ ิน 2. สิ่งมชี วี ิตทไ่ี ดร้ ับสารเคมจี ากสิ่งมชี ีวติ ชนดิ อนื่
3. ไมเคิล ฟาราเดย์ 3. ส่ิงมชี วี ติ ทีไ่ ดร้ ับโครโมโซมจากส่ิงมชี วี ิตชนดิ อน่ื
4. เกรกอร์ เมนเดล 4. ส่ิงมชี วี ิตทไ่ี ด้รบั สารพนั ธกุ รรมจากสง่ิ มีชีวิต
5. ข้อใดคือทบี่ รรจสุ ารพันธกุ รรมของสิง่ มชี ีวติ ชนิดอ่นื
1.ยนี 10. ข้อใดไมใ่ ชส่ าเหตุทีท่ ้าให้ส่ิงมีชวี ติ มคี วาม
2.โปรตนี หลากหลายทางพนั ธกุ รรม
3.ดีเอ็นเอ 1. สภาพแวดล้อม
4.โครโมโซม 2. สารกอ่ กลายพนั ธุ์
3. การสบื พนั ธแุ์ บบอาศยั เพศ
4. การสบื พนั ธุแ์ บบไมอ่ าศยั เพศ
เฉลย 1. 4 2. 4 3. 2 4. 4 5. 4 6. 2 7. 1 8. 2 9. 4 10. 4
เกณฑ์การประเมินการทําแบบทดสอบหลังเรยี น
ประเดน็ การประเมิน 4 3 2 1
ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
4 คะแนน 3 คะแนน ตา่้ กวา่ 2 คะแนน
คะแนนทไ่ี ด้ 5 คะแนน
แบบบนั ทกึ การประเมนิ การทําแบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรือ่ ง พนั ธกุ รรม ช้ัน ม.3/1 – ม.3/4
คําช้ีแจง
1. ใหบ้ นั ทึกคะแนนท่ีได้จากการท้าแบบทดสอบก่อนเรียน – หลงั เรียนของนักเรยี นแต่ละคนลงในชอ่ งคะแนน
แบบทดสอบ
2. นา้ คะแนนหลงั การเรียนลบคะแนนก่อนเรียน เป็นคะแนนพฒั นาการ
3. ประเมนิ คะแนนพฒั นาการในการเรียนรู้โดยเปรียบเทียบกบั เกณฑค์ ะแนนพัฒนาการแล้ว
ทําเครื่องหมาย ลงในช่องความหมายของการพัฒนาการเรียนรใู้ ห้ตรงกบั ความเปน็ จรงิ
เลขที่ ชอ่ื – สกุล นกั เรียน คะแนน คะแนน พัฒนาการในการเรียนรู้
แบบทดสอบ พัฒนาการ
ก่อน หลงั (หลัง-กอ่ น) ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
เรยี น เรยี น
เกณฑค์ ะแนนพฒั นาการ ลงช่อื ...........................................ผู้ประเมิน
9 – 10 คะแนน = ดีมาก (นางสา6ว-ว5นัชพคะรแนคน้าจิตร=) ปานกลาง
8 – 7 คะแนน = ดี
น้อยกวา่ 5 = ปรบั ปรุง
แบบประเมินแบบจาํ ลองโครโมโซม
คําชีแ้ จง : ให้ผู้สอนประเมินการสร้างแบบจ้าลองของนักเรียนตามรายการที่ก้าหนด แล้วขีด ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลําดบั ที่ กลมุ่ ที่ ระดับคะแนน
การออกแบบ ความสมบรู ณ์ ความคิดสร้างสรรค์
4 3 2 14 321 4 3 2 1
รวมคะแนน
ลงช่อื ................................................... ผู้ประเมนิ
( นางสาววนัชพร คาํ จิตร )
................/................../..................
เกณฑ์การประเมินแบบจําลองโครโมโซม
ประเดน็ ท่ี 4 3 ระดับคะแนน 1
ประเมนิ ออกแบบได้ ออกแบบได้สอดคล้อง 2 ออกแบบไดไ้ มต่ รงกับ
1. การ สอดคล้องกบั กบั จุดประสงค์เป็นสว่ น
จุดประสงค์ ออกแบบได้ จุดประสงค์
ออกแบบ แบบจ้าลอง ใหญ่ สอดคลอ้ งกบั
ถูกต้องครบถว้ น แบบจ้าลองถกู ต้องเปน็ จดุ ประสงค์ แบบจ้าลองไมถ่ กู ต้อง
2. ความถูกต้อง แบบจ้าลองมี เปน็ ส่วนใหญ่
ความสมบูรณ์ ส่วนใหญ่ บางสว่ น
3. ความ สวยงาม แบบจ้าลองมคี วาม แบบจ้าลอง แบบจา้ ลองไมม่ ีความ
คิดสร้างสรรค์ สมบูรณเ์ ป็นสว่ นใหญ่ ถกู ต้องบาง สมบูรณ์
ประเดน็
แบบจา้ ลองมี
ความสมบรู ณ์
เพียงบางส่วน
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
10-12 ดีมาก
7-9 ดี
4-6 พอใช้
ต่า้ กวา่ 4 ปรบั ปรงุ
แบบประเมนิ สมรรถนะสําคญั ของผเู้ รียน
ชอื่ ..................................................นามสกุล................................................ช้ัน.................เลขท่ี...........
คําชแ้ี จง : ใหค้ รผู ูส้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างการจดั การเรียนการสอน แลว้ ทาํ เคร่ืองหมาย
ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
สมรรถนะสําคญั รายการประเมิน (ตัวชวี้ ัด) ระดบั คุณภาพ
ของผู้เรียน
ดเี ยยี่ ม ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ ่าน
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)
1. ความสามารถ 1.1 มีความสามารถในการรบั -สง่ สาร
ในการสือ่ สาร 1.2 มคี วามสามารถในการถ่ายทอดความรู้
ความคดิ ความเข้าใจของตนเองโดยใชภ้ าษา
ได้อยา่ งเหมาะสม
1.3 ใช้วิธกี ารส่ือสารทเี่ หมาะสมมปี ระสทิ ธภิ าพ
1.4 เจรจาต่อรองเพอื่ ขจดั และลดปัญหา
ความขดั แย้งต่างๆ ได้
1.5 เลือกรับและไมร่ บั ขอ้ มลู ขา่ วสารดว้ ยเหตผุ ล
และถูกต้องสรุปผลการประเมนิ
สรปุ ผลการประเมนิ
2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ /วเิ คราะห์
ในการคิด 2.2 ทักษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสร้างสรรค์
2.3 สามารถคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
2.4 มีความสามารถในการสร้างองคค์ วามรู้
2.5 ตัดสินใจแกป้ ญั หาเก่ยี วกับตนเองไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม
สรุปผลการประเมิน
สมรรถนะสาํ คัญ รายการประเมนิ (ตวั ชี้วัด) ดีเยี่ยม ระดบั คณุ ภาพ
ของผู้เรยี น (3)
3.1 สามารถแก้ปญั หาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ ่าน
3. ความสามารถ ทเี่ ผชญิ ได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแกป้ ญั หา 3.2 เข้าใจความสมั พนั ธแ์ ละการเปล่ยี นแปลง
ในสังคม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรปู้ ระยกุ ต์ความร้มู าใช้
การใชท้ ักษะชวี ติ ในการปอ้ งกันและแกป้ ญั หา
3.4 สามารถตดั สินใจได้อยา่ งเหมาะสมตามวัย
5. ความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยี สรุปผลการประเมนิ
4.1 เรยี นรดู้ ้วยตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั วยั
4.2 สามารถทํางานกล่มุ รว่ มกับผอู้ นื่ ได้
4.3 นําความรทู้ ่ีได้ไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวติ ประจาํ วัน
4.4 จัดการปัญหาและความขดั แยง้ ได้อย่าง
เหมาะสม
4.5 หลกั เล่ยี งพฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ่ี
สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง
สรุปผลการประเมิน
5.1 เลือกและใชท้ คโนโลยไี ด้อย่างเหมาะสม
5.2 มีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนําเทคโนโลยไี ปใช้พัฒนาตนเอง
5.4 ใช้เทคโนโลยใี นการแกป้ ญั หาได้อย่าง
สร้างสรรค์
5.5 มคี ุณธรรม จริยธรรม ในการใชเ้ ทคโนโลยี
สรปุ ผลการประเมิน
เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพ
ระดบั คุณภาพ พฤตกิ รรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยี่ยม พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัตชิ ดั เจน สม่าํ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ตั ิชดั เจนและบอ่ ยครัง้ 0 คะแนน
ผา่ น พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตเิ ปน็ บา้ งครง้ั
ไม่ผ่าน ไม่เคยปฏบิ ัตพิ ฤติกรรม
เกณฑ์การสรปุ ผล คะแนน
ระดับคุณภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเยยี่ ม 1-8 คะแนน
ดี
ผ่านเกณฑ์ 0 คะแนน
ไมผ่ า่ นเกณฑ์
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 8 ประการ
ช่อื -สกลุ นักเรียน.....................................................................ชน้ั ..............................เลขท่ี…….
คําชแ้ี จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงใน
ชอ่ งวา่ งที่ตรงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงค์ด้าน 1.1 ยืนตรงเมอื่ ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ 321
1. รกั ชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษัตริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสิทธิและหนา้ ท่ีของนักเรยี น ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ใน
การ
2. ซือ่ สัตย์ สจุ รติ
3. มวี นิ ยั ท้างานกบั สมาชกิ ในห้องเรียน
รบั ผดิ ชอบ 1.3 เข้ารว่ มกจิ กรรมทสี่ รา้ งความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ อ่
โรงเรยี นและชมุ ชน
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทีต่ นนบั ถอื ปฏบิ ตั ิตนตามหลักของศาสนา
และเปน็ ตัวอยา่ งท่ีดีของศาสนิกชน
1.5 เขา้ รว่ มกิจกรรมและมสี ว่ นร่วมในการจดั กิจกรรมทเ่ี ก่ียวกับสถาบัน
พระมหากษัตรยิ ต์ ามทโี่ รงเรยี นและชุมชนจดั ข้ึน ช่นื ชมในพระราช
กรณียกิจ
พระปรชี าสามารถของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์
2.1 ให้ข้อมูลที่ถกู ตอ้ ง และเปน็ จรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสิ่งท่ถี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจี่ ะท้าความผดิ ทา้ ตาม
สัญญาท่ตี นใหไ้ วก้ ับพ่อแม่หรอื ผูป้ กครอง และครู
2.3 ปฏิบัติตนต่อผู้อืน่ ดว้ ยความซอ่ื ตรง และเป็นแบบอย่างทด่ี ีแกเ่ พือ่ น
ดา้ น ความซือ่ สตั ย์
3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คับของครอบครัวและ
โรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่างๆ ใน
ชวี ิตประจา้ วนั
มีความรับผิดชอบ
4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 ตัง้ ใจเรยี น
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมคี วามเพียรพยายามในการเรยี น
4.3 เข้าร่วมกจิ กรรมการเรียนรตู้ ่างๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ คว้า หาความรจู้ ากหนังสอื เอกสาร ส่งิ พมิ พ์ สอื่ เทคโนโลยี
ต่างๆแหลง่ การเรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใช้ส่อื ได้
อย่างเหมาะสม
4.5 บันทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบบางสิง่ ที่เรยี นรู้ สรุปเปน็ องค์
ความรู้
4.6 แลกเปลยี่ นความรู้ ด้วยวิธกี ารต่างๆ และน้าไปใช้ในชวี ติ ประจ้าวนั
5. อยอู่ ย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพยส์ ินและสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยดั และรู้คุณค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัดและมกี ารเก็บออมเงิน
6. มงุ่ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามต้งั ใจและพยายามในการทา้ งานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทํางาน 6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพอื่ ใหง้ านส้าเร็จ
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มจี ติ สา้ นึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏิบัตติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผ้ปู กครอง และครูท้างาน
8.2 อาสาท้างาน ช่วยคดิ ช่วยทา้ และแบ่งปนั ส่งิ ของให้ผูอ้ ่นื
8.3 รจู้ กั การดูแล รกั ษาทรพั ยส์ มบัตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มของห้องเรยี น
โรงเรยี น
ชมุ ชน
8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรยี น
ลงช่อื ...........................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาววนชั พร คา้ จติ ร)
........./...................../...........
เกณฑก์ าพรฤใหตค้กิ ระรแมนทน่ีปฏิบัติชดั เจนและสม่้าแเผสนมกอารจัดกาใหรเ้ รยี นรู้ท่ี 3 3
คะแนน
พฤตกิ รรมท่ีปฏิบัติชดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2
คะแนน
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน รหสั วชิ า ว23101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จาํ นวน 1.5 หน่วยกิต
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 พันธศุ าสตร์ เวลา 22 ชวั่ โมง
เร่อื ง การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม เวลา 4 ชวั่ โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั
สาระที่ 1
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความส้าคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธุกรรม การเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและวิวัฒนาการ
ของสิง่ มชี วี ติ รวมท้ังน้าความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ตัวช้ีวัด ม.3/3 อธิบายการเกิดจีโนไทป์และฟีโนไทป์ของลูกและค้านวณอัตราส่วนการเกิดจีโนไทป์
และฟีโนไทป์ของร่นุ ลกู
2. สาระสําคญั
ยีนแต่ละต้าแหน่งบน ฮอมอโลกัสโครโมโซมมี 2 แอลลีล จะแยกออกจากกันเม่ือมีการสร้างเซลล์
สืบพันธ์ุ หลังการปฏิสนธิแอลลีลจะกลับมาเข้าคู่กันอย่างอิสระ โดยแอลลีลหน่ึงได้รับมาจากพ่อ และอีกหน่ึง
แอลลีลหน่ึงได้รับมาจากแม่ ซ่ึงอาจมีรูปแบบเดียวกัน หรือแตกต่างกัน โดยแอลลีลท่ีต่างกันจะมีแอลลีลหนึ่ง
สามารถข่มอีกแอลลีลหน่ึงได้ เรียกแอลลีลที่ข่มอีกแอลลีลหนึ่งว่า แอลลีลเด่น ส่วนแอลลีลที่ถูกข่ม เรียกว่า
แอลลลี ดอ้ ย
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
อธบิ ายการเกดิ จโี นไทป์และฟีโนไทป์ของลกู ได้
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
คา้ นวณอตั ราสว่ นการเกิดจโี นไทปแ์ ละฟีโนไทป์ของร่นุ ลกู ได้
3.3 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. ตระหนกั ถงึ ความส้าคญั ของการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม
2. นักเรยี นมีความ ใฝร่ ู้และมีความมงุ่ ม่ันในการท้างาน
4. สาระการเรยี นรู้
• ส่งิ มชี ีวิตที่มโี ครโมโซมเปน็ 2 ชุด ยนี แตล่ ะตําแหนง่ บน ฮอมอโลกสั โครโมโซมมี 2 แอลลลี โดยแอลลีล
หนง่ึ มาจากพอ่ และอกี แอลลีลมาจากแม่ ซึ่งอาจมรี ปู แบบเดยี วกนั หรอื แตกต่างกนั แอลลลี ทแ่ี ตกตา่ งกนั นี้แอล
ลีลหนงึ่ อาจมกี ารแสดงออกขม่ อกี แอลลลี หน่ึงได้ เรยี กแอลลลี น้นั ว่าเป็นแอลลีลเด่น สว่ นแอลลลี ทถ่ี ูกข่มอย่าง
สมบูรณ์ เรียกวา่ เป็นแอลลีลด้อย
• เมือ่ มกี ารสร้างเซลลส์ บื พนั ธุ์ แอลลลี ท่ีเปน็ คกู่ ันในแต่ละ ฮอมอโลกัสโครโมโซมจะแยกจากกันไปยัง
เซลล์สบื พนั ธุ์
แตล่ ะเซลล์ โดยแตล่ ะเซลลส์ บื พันธุ์จะไดร้ บั เพยี ง 1
แอลลลี และจะเขา้ คู่กับแอลลีลท่ีตําแหนง่ เดยี วกันของอกี เซลลส์ ืบพันธ์หุ น่ึง เมอื่ เกิดการปฏสิ นธจิ นเกดิ เป็นจโี น
ไทป์และแสดงฟีโนไทป์ในรุ่นลกู
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องผูเ้ รยี น
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสัตยส์ ุจรติ มวี ินัย
ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มั่นในการท้างาน
รกั ความเปน็ ไทย
6. สมรรถนะสําคญั ของผูเ้ รยี น ความสามารถในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการคดิ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ชั่วโมงท่ี 1
ข้นั นํา
ข้นั ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูน้าภาพฮอมอโลกัสโครโมโซมมาให้นักเรียนศกึ ษา และครูถามคา้ ถาม ดังน้ี
- ภาพทค่ี รนู ้ามาแสดงคอื อะไร
(แนวตอบ : ฮอมอโลกสั โครโมโซม)
- โครโมโซมประกอบด้วยอะไรบ้าง
(แนวตอบ : ดีเอ็นเอและโปรตีน โดยบางช่วงของดีเอ็นเอ คือ ยีนท่ีทําหน้าที่กําหนด
ลกั ษณะพันธุกรรมของสิง่ มชี ีวิต)
- ลกั ษณะเดน่ และลกั ษณะดอ้ ยถกู ควบคุมด้วยยีนแบบใด ตามล้าดับ
(แนวตอบ : ยนี เดน่ และยนี ดอ้ ย ตามลาํ ดับ)
2. ครเู ตรียมอุปกรณส์ รา้ งแบบจาํ ลองยีนบนโครโมโซมมาแจกใหก้ ับนกั เรยี นแต่ละคน ดังน้ี
- หลอดกาแฟจ้านวน 8 หลอด ท่ีมสี ีเดียวกนั
- ยางรัดผมจ้านวน 24 เส้น โดยมีสีแดงและฟ้า อย่างละ 6 เส้น และยางรัดผมสีเขียวและชมพู
อย่างละ 3 เสน้
3. ครูเกร่ินน้าเพ่ือกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า “วันนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้องค์ประกอบภายใน
โครโมโซมจากแบบจําลองโดยใช้หลอดแทนโครโมโซม และหนังยางรัดผมแทนยีนท่ีอยู่บน
โครโมโซม”
5ข. ั้นสอน
ขั้นท่ี 2 สํารวจ (Explore)
1. ให้นักเรียนศึกษาข้อมูลเก่ียวกับยีนบนโครโมโซมจากหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หรือศึกษาข้อมูลเพ่ิมเติมจากแหล่งการเรียนรู้อื่น เช่น อินเทอร์เน็ต
หอ้ งสมุด
2. ใหน้ กั เรยี นแต่ละคนสร้างภายในเวลา 15 นาที โดยมเี งอื่ นไข ดังนี้
- แบบจ้าลองท่ี 1 : ฮอมอโลกัสโครโมโซมที่มียีนควบคุมลกั ษณะของส่งิ มีชีวติ 1 ลกั ษณะ โดยทีม่ ี
ยนี รูปแบบเดียวกนั
- แบบจา้ ลองที่ 2 : ฮอมอโลกสั โครโมโซมที่มียีนควบคมุ ลักษณะของสงิ่ มชี วี ติ 1 ลักษณะ โดยทม่ี ี
ยนี รูปแบบต่างกนั
- แบบจา้ ลองที่ 3 : ฮอมอโลกสั โครโมโซมที่มียีนควบคุมลักษณะของสง่ิ มชี วี ิต 2 ลักษณะ โดยท่ีมี
ยีนรูปแบบเดียวกันทั้ง 2 ลักษณะ
- แบบจ้าลองท่ี 4 : ฮอมอโลกสั โครโมโซมท่ีมยี นี ควบคมุ ลกั ษณะของสง่ิ มีชีวติ 2 ลักษณะ โดยที่มี
ยนี รูปแบบต่างกันท้ัง 2 ลกั ษณะ
3. ให้นกั เรยี นจบั คูอ่ ภิปรายผลจากการสรา้ งแบบจ้าลองฮอมอโลกสั โครโมโซมกบั เพ่ือน
4. ครสู ่มุ เรยี กนักเรยี น 2-3 คู่ ออกมานา้ เสนอแบบจ้าลองและผลจากการอภิปรายร่วมกนั
5. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลเพ่ือให้ได้ข้อสรุปว่า “หลอดกาแฟ 1 หลอด คือ โครโมโซม 1
แท่ง โดย ฮอมอโลกัสโครโมโซมเปรียบเสมือนมีหลอดกาแฟ 2 หลอด โดยยางรัดผมที่ผูกติดกับ
หลอดกาแฟเปรียบเสมือนยีนท่ีควบคุมลักษณะของสิ่งมีชีวิต ซึ่งยีนจะอยู่กันเป็นคู่ และอยู่ใน
ตําแหน่งเดียวกัน เรียกตําแหน่งของยีนว่า โลคัส โดยยีนท่ีควบคุมลักษณะของส่ิงมีชีวิต 1 ลักษณะ
อาจมีรูปแบบยีนที่เหมือนหรอื แตกต่างกัน เรียกรปู แบบของยนี หรอื สียางรดั ผมวา่ แอลลลี ”
6. ครูแสดงแบบจ้าลองของครูที่ถูกต้องให้กบั นกั เรยี น ตวั อย่างแบบจ้าลองท่ีถูกตอ้ ง
7. ครสู มุ่ เรยี กนกั เรยี น 2 คน ตอบคา้ ถาม ดงั นี้
- นกั พนั ธศุ าสตรเ์ รยี กรปู แบบของยีนทป่ี รากฏว่าอะไร
(แนวตอบ : จโี นไทป์)
- นกั พนั ธุศาสตร์เรยี กลักษณะของสิ่งมีชวี ิตทแี่ สดงออกวา่ อะไร
(แนวตอบ : ฟีโนไทป์)
- นักพันธุศาสตร์ใช้อะไรเปน็ ตัวกา้ หนดรปู แบบของยีน
(แนวตอบ : ตัวอักษรภาษาอังกฤษและเป็นตัวเอน โดยกําหนดให้ตัวพิมพ์ใหญ่แทน
แอลลลี เด่น และตัวพมิ พ์เล็กแทนแอลลีลดอ้ ย)
ชั่วโมงท่ี 2 - 3
ข้นั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
8. ครูอธิบายว่า “ในธรรมชาติโครโมโซมของสิ่งมีชีวิตอยู่กันเป็นคู่ ยีนท่ีควบคุมลักษณะของสิ่งมีชีวิตก็
อยู่เป็นคู่เช่นกัน ตามที่นักเรียนได้ศึกษาจากแบบจําลองจะเห็นว่า รูปแบบของยีนมีหลายรูปแบบ
และจากการทดลองของเมนเดล ทําให้ทราบว่า ยีนท่ีอยู่กันเป็นคู่จะแยกออกจากกันไปอยู่ในเซลล์
สืบพันธ์ุแล้วจะกลับมารวมกันเป็นคู่อย่างอิสระอีกคร้ังหลังผ่านการปฏิสนธิ ซ่ึงนักเรียนจะได้ศึกษา
โอกาสการเข้าคู่กันของยีนจากการทํากิจกรรม โอกาสการเข้าคู่ของยีน ในหนังสือเรียนรายวิชา
พ้นื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1”
9. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน ท้ากิจกรรม โอกาสการเข้าคู่ของยีน โดยให้สมาชิกภายใน
กลุ่มวางแผนกนั แบ่งภาระและหนา้ ทีร่ บั ผิดชอบ
10. นกั เรยี นและครูรว่ มกันอภิปรายผลกิจกรรม เพ่อื ให้ได้ขอ้ สรุปว่า “ลกู ปดั แทนยีนท่ีควบคมุ ลักษณะ
ของสิง่ มีชีวติ 1 ลักษณะ โดยสขี องลูกปัดแทนรูปแบบของยีน หรอื เรยี กวา่ แอลลีล จากการจําลอง
การเข้าคกู่ ันของลูกปดั เปรยี บเสมอื นการรวมกนั ของยีนหลังจากเซลล์สืบพันธ์เุ กิดการปฏสิ นธิ โดย
รูปแบบยนี สามารถแบ่งออกไดเ้ ปน็ 3 แบบ เรียกวา่ จโี นไทป์มี 3 แบบ คือ แดง-แดง แดง-ขาว
และขาว-ขาว ซ่ึงมีอตั ราส่วนเป็น 1:2:1 หากการทดลองนี้เทยี บกับการทดลองของเมนเดล
โดยแอลลีลเดน่ ข่มแอลลีลดอ้ ยอยา่ งสมบูรณ์จะทําใหส้ ่ิงมชี วี ติ แสดงลักษณะเดน่ ตอ่ ลกั ษณะด้อย
คิดเป็นอัตราส่วน 3:1”
11. จากท่ีนักเรียนได้ศึกษาความสัมพันธ์เก่ียวกับยีนบนโครโมโซมและการเข้าคู่กันของส่ิงมีชีวิต
ให้นักเรียนจับคกู่ ันเพื่อศึกษาตัวอย่างการค้านวนหาจีโนไทป์และฟีโนไทป์จากการผสมพ่อและแมพ่ ันธุ์ทม่ี ี
จโี นไทป์แตกต่างกนั จากหนังสือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
12. ครูสุ่มเรียกนักเรียนออกมา 2-3 คู่ ออกมาอธิบายการค้านวณหาจีโนไทป์และฟีโนไทป์จากการผสม
พอ่ และแม่พนั ธ์ุท่ีมีจโี นไทป์แตกต่างกนั
13. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเนื้อหาโดยน้าความรู้ที่ได้มาอธิบายผลการทดลองของเมนเดลว่า
ท้าไมดอกของตน้ ถว่ั ลนั เตาสีขาวจงึ มาปรากฏในลูกรนุ่ ที่ 2 แต่ไม่ปรากฏในลูกรุ่นที่ 1
14. ให้นกั เรียนทา้ แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หนว่ ยที่ 2 พนั ธุกรรม
15. ให้นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก PowerPoint วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
หน่วยท่ี 2 พนั ธกุ รรม เรือ่ ง การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม
16. ใหน้ กั เรยี นตอบค้าถาม Topic Questions ลงในสมดุ ประจําตวั นักเรียน แล้วนา้ มาส่งครผู ูส้ อน
ข้ันที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
17. ครูกา้ หนดปญั หาเก่ยี วกบั หนูทดลองที่นิยมน้ามาใชท้ ดลองในหอ้ งปฏิบตั กิ าร โดยครจู า้ ลอง
เหตกุ ารณ์ ให้นกั เรยี นวางแผนผสมพนั ธ์ุหนูทดลองให้ไดล้ ูกที่มขี นสดี า้ พนั ธุ์ทาง และลกู หนูขนสีขาว
ในคอกเดยี วกนั ใหน้ กั เรยี นน้าความรทู้ ีไ่ ด้จากการศกึ ษาเรอื่ ง การศึกษาพนั ธศุ าสตรข์ องเมนเดล
และการถ่ายทอดยนี บนโครโมโซมมาออกแบบ วิเคราะห์ว่า พอ่ พนั ธ์แุ ละแมพ่ ันธุค์ วรมจี โี นไทป์
แบบใด โดยวาดแผนผังการถา่ ยทอดยีนของหนทู ดลองลงในกระดาษ A4 คา้ นวณอตั ราสว่ นของ
จีโนไทป์และฟโี นไทป์ พรอ้ มน้าเสนอหน้าชนั้ เรียน
ชัว่ โมงที่ 4
ข้นั สรุป
นักเรียนและครูร่วมกันสรุป เรื่อง พันธุศาสตร์ เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า “ยีนหรือหน่วย
พันธุกรรมอยู่บนโครโมโซม ซ่ึงในร่างกายมนุษย์ โครโมโซมจะอยู่กันเป็นคู่ เรียกว่า ฮอมอโลกัสโครโมโซม
และจะแยกออกจากันไปอยู่ในเซลล์สืบพันธ์ุ ส่งผลให้ยีนท่ีอยู่บนโครโมโซมแยกออกจากกันด้วย เมื่อผ่าน
กระบวนการปฏิสนธิแล้ว ยีนจะกลับมาเข้าคู่กันอีกครั้งหน่ึง โดยยีน 1 ยีน จะควบคุมเพียง 1 ลักษณะ ซ่ึง
การเข้าคู่กันของยีนจึงทําให้เกิดรูปแบบของยีนหรือจีโนไทป์ได้ 2 ประเภท คือ ฮอมอไซกัสยีน (คู่แอลลีลท่ี
เหมือนกัน ซึ่งอาจแสดงลักษณะเด่นหรือด้อย) และเฮเทอโรไซกัสยีน (คู่แอลลีลที่ต่างกัน โดยแอลลีลหน่ึง
อาจข่มอีกแอลลีลหน่ึงสมบูรณ์ จึงแสดงออกเป็นลักษณะเด่น)” จากน้ันให้นักเรียนสรุปความเข้าใจของ
ตนเองลงในสมุดประจาํ ตัวนกั เรยี น แล้วนา้ มาสง่ ครูผู้สอน
ขน้ั ประเมิน
ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจแบบจ้าลองยนี บนโครโมโซม
2. ครูตรวจแบบฝึกหดั วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
3. ครูตรวจค้าตอบ Topic Questions ในสมดุ ประจ้าตวั นักเรียน
4. ครูประเมินทักษะและกระบวนการโดยสังเกตพฤติกรรมการท้างานกลุ่ม การท้ากิจกรรม โอกาส
การเข้าคู่ของยนี
5. ครูประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์โดยสังเกตพฤติกรรมความตระหนักถึงความส้าคัญของ
การถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม (A)
8. สือ่ การเรียนร้แู ละแหลง่ เรียนรู้
8.1 สอ่ื การเรียนรู้
16) หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2
พันธกุ รรม
17) แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 พันธุศาสตร์
18) อุปกรณ์สร้างแบบจ้าลองยีนบนโครโมโซม เช่น หลอดกาแฟ ยางรดั ผม
19) อปุ กรณ์ที่ใช้ทา้ กจิ กรรมโอกาสการเขา้ คขู่ องยนี
20) PowerPoint เรื่อง การถ่ายทอดยนี บนโครโมโซม
21) สมดุ ประจ้าตัวนักเรยี น
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งวิทยาศาสตร์
2) อินเทอร์เนต็
9. ชน้ิ งาน/ภาระงาน วิธกี ารวัดผล เครือ่ งมอื การวดั ผล การประเมนิ ผล
- -ทดสอบ - -
10. การวัดผลและประเมนิ ผล
10.1 การประเมนิ ก่อนเรยี น
สง่ิ ท่ีจะวดั
ความรู้
10.2 การประเมินระหว่างการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
สงิ่ ทจ่ี ะวัด วธิ ีการวดั ผล เคร่ืองมอื การวัดผล การประเมินผล
1. ความรู้ - ตรวจแบบจ้าลองยนี - แบบจา้ ลองยีนบน - ประเมินตามสภาพ
1) การถ่ายทอด บนโครโมโซม โครโมโซม จรงิ
ยนี บนโครโมโซม - ตรวจสมุดประจ้าตัว - สมุดประจา้ ตวั หรือ - ร้อยละ 60
หรือแบบฝกึ หัด แบบฝึกหดั
วิทยาศาสตร์และ วิทยาศาสตร์และ ผา่ นเกณฑ์
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
2) ผลบันทึกการ - ตรวจสมดุ ประจา้ ตัว - สมดุ ประจา้ ตัว หรอื - ร้อยละ 60
ปฏบิ ตั ิกิจกรรม หรือแบบฝกึ หดั แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑ์
โอกาสการเขา้ คู่ วิทยาศาสตร์และ วทิ ยาศาสตรแ์ ละ - ระดบั คณุ ภาพ 3
ของยีน เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 ผา่ นเกณฑ์
3) การน้าเสนอ - ประเมินการน้าเสนอ - แบบประเมนิ การ
ผลงาน/ ผลงาน/ผลการปฏิบตั ิ น้าเสนอผลงาน
ผลการปฏิบัติ กิจกรรม
กิจกรรม
2.ทกั ษะ/ 1. สงั เกตพฤตกิ รรม 1. แบบสงั เกต ระดับคณุ ภาพ
กระบวนการ การปฏบิ ตั ิงานรายบุคคล พฤตกิ รรมการ การประเมินการ
2. สงั เกตพฤตกิ รรม ปฏิบัตงิ านรายบคุ คล ปฏิบตั งิ านรายบคุ คล
3. คุณลักษณะ การปฏบิ ตั งิ านกลมุ่ และกระบวนการ
อนั พงึ ประสงค์ 2. แบบสังเกต ท้างานกลุม่ เกณฑ์ผา่ น
4. สมรรถนะ พฤติกรรมการ ในระดบั 2 ข้นึ ไป
ส้าคญั ของผู้เรียน ปฏิบตั งิ านกลุ่ม
- สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมิน - คะแนนการประเมิน
คณุ ลกั ษณะ คุณลกั ษณะ เกณฑ์ผา่ นระดบั 3
อันพงึ ประสงค์ (ใหร้ ะบุ อันพงึ ประสงค์ ข้ึนไป
พฤตกิ รรม)
1. สงั เกตพฤติกรรม 1. แบบประเมิน - เกณฑก์ ารตดั สนิ
ด้านความสามารถ สมรรถนะส้าคัญของ ผ่าน ในระดับ 3 ขน้ึ ไป
ในการคดิ ผู้เรยี นดา้ น
2. ความสามารถในการ ความสามารถในการคดิ
ใชท้ ักษะชวี ิต 2. แบบประเมนิ
สมรรถนะสา้ คัญของ
ผูเ้ รียนในการใช้ทกั ษะ
ชวี ิต
10.3 การประเมินหลังเรยี น วิธีการวัด เคร่อื งมอื เกณฑ์การวดั ผล
สง่ิ ท่ีต้องการวัด ทดสอบ - -
ความรู้
เกณฑ์การวัดผล
10.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) -
สิง่ ทตี่ อ้ งการวดั วิธกี ารวดั เครอื่ งมอื
1. ความรู้ ตรวจผลงาน -
11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………..........................
ลงชือ่ ………………………………………… ผูส้ อน
(นางสาววนัชพร ค้าจติ ร)
12. ข้อคิดเหน็ ของหวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงช่ือ...............................................................
(นายนนั ท์ กอ้ ค้า)
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
13. ข้อคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะผูช้ ว่ ยผ้อู ํานวยการกลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................................
(นายวิชา ภิมุข)
ผูช้ ว่ ยผู้อ้านวยการกลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ
การอนุมัติการใช้แผนการจัดการเรียนรจู้ ากฝ่ายบริหาร
ความคิดเห็นของรองผู้อา้ นวยการฝ่ายวชิ าการ
..............................................................................................................................................................
เหน็ สมควรอนมุ ัตใิ ห้ใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน
เห็นสมควรไมอ่ นุมตั ิให้ใช้ในการจัดการเรยี นการสอน เพราะ..........................................
.............................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)
รองผ้อู า้ นวยการโรงเรยี นฝ่ายบรหิ ารวชิ าการ
การอนุมัติจากผอู้ าํ นวยการโรงเรยี น
อนุมตั ใิ หใ้ ชใ้ นการจัดการเรียนการสอน
ไมอ่ นมุ ัติใหใ้ ชใ้ นการจดั การเรียนการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .......................................................................................
(นางวิลาวลั ย์ ปาลี)
ผ้อู า้ นวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยา
บนั ทกึ ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3
รายวิชา วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน รหัสวิชา ว23101 ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3
เร่ือง การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม เวลา 4 ชว่ั โมง
……………………………………………………………….
1. จํานวนนักเรยี นทีส่ อน จาํ นวนนักเรยี น (คน)
ระดับช้นั 36
ม.3/1 36
ม.3/2 36
ม.3/3 36
ม.3/4 144
รวม
2. บนั ทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
2.1 ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.2 ข้อสงั เกต/ขอ้ คน้ พบ
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.3 ปัญหา/อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
3. การประเมนิ ผลการสอน ระดบั คณุ ภาพ
ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
รายการประเมิน ดมี าก
1. ความเหมาะสมของระยะเวลา
2. ความเหมาะสมของเนอ้ื หา
3. ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนการสอน
4. ความเหมาะสมของสือ่ การสอนท่ใี ช้
5. พฤตกิ รรม/การมีส่วนร่วมของนกั เรยี น
6. ผลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม/ใบกจิ กรรม การทดสอบก่อนเรียนและ
หลงั เรียน
สรปุ ภาพรวม
3. สรปุ ผลการวัดผลประเมนิ ผล 4 ระดับคุณภาพ 1
การวดั ผลประเมินผล 32 รวม
(คน)
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
1. ความรู้
ระดบั 3 ขน้ึ ไป คดิ เปน็ ร้อยละ
2. ทักษะ/กระบวนการ
2.1 กระบวนการทา้ งานกลุ่ม
2.2 ..........
ระดบั 3 ข้นึ ไป คดิ เปน็ ร้อยละ
3. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
ระดบั 3 ข้ึนไป คดิ เปน็ รอ้ ยละ
4. สมรรถนะสาํ คัญของผู้เรยี น
ระดบั 3 ขึน้ ไป คิดเป็นรอ้ ยละ
ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน
(นางสาววนชั พร ค้าจติ ร )
ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของผู้นเิ ทศ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................
ลงชอื่ ................................................ผูน้ ิเทศ
(นายนันท์ กอ้ ค้า)
หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความคิดเห็นของรองผู้อาํ นวยการโรงเรยี นฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)
รองผอู้ า้ นวยการฝ่ายบรหิ ารวชิ าการ
ความคดิ เหน็ ของผูอ้ ํานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................
(นางวลิ าวัลย์ ปาลี)
ผอู้ ้านวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยา
ภาคผนวก
แบบประเมนิ สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น
ช่ือ................................................นามสกลุ ..................................................ชนั้ .................เลขที่...........
คําช้แี จง : ใหค้ รผู ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างการจัดการเรียนการสอน แลว้ ทําเครอ่ื งหมาย
ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
สมรรถนะสาํ คญั รายการประเมนิ (ตัวชวี้ ดั ) ระดับคณุ ภาพ
ของผู้เรียน
ดีเยี่ยม ดี ผ่านเกณฑ์ ไม่ผ่าน
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)
1. ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรบั -สง่ สาร
ในการสอ่ื สาร 1.2 มีความสามารถในการถา่ ยทอดความรู้
ความคิด ความเข้าใจของตนเองโดยใช้ภาษา
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
1.3 ใช้วธิ ีการสอื่ สารทเ่ี หมาะสมมีประสทิ ธิภาพ
1.4 เจรจาตอ่ รองเพอ่ื ขจดั และลดปัญหา
ความขดั แย้งต่างๆ ได้
1.5 เลือกรบั และไมร่ บั ข้อมลู ขา่ วสารด้วยเหตุผล
และถูกต้องสรปุ ผลการประเมนิ
สรุปผลการประเมิน
2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ /วเิ คราะห์
ในการคดิ 2.2 ทักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์
2.3 สามารถคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ
2.4 มคี วามสามารถในการสร้างองค์ความรู้
2.5 ตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาเกี่ยวกับตนเองได้อย่าง
เหมาะสม
สรปุ ผลการประเมิน
สมรรถนะสาํ คัญ รายการประเมนิ (ตวั ชี้วัด) ดีเยี่ยม ระดบั คณุ ภาพ
ของผู้เรยี น (3)
3.1 สามารถแก้ปญั หาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ ่าน
3. ความสามารถ ทเี่ ผชญิ ได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแกป้ ญั หา 3.2 เข้าใจความสมั พนั ธแ์ ละการเปล่ยี นแปลง
ในสังคม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรปู้ ระยกุ ต์ความร้มู าใช้
การใชท้ ักษะชวี ติ ในการปอ้ งกันและแกป้ ญั หา
3.4 สามารถตดั สินใจได้อยา่ งเหมาะสมตามวัย
5. ความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยี สรุปผลการประเมนิ
4.1 เรยี นรดู้ ้วยตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั วยั
4.2 สามารถทํางานกล่มุ รว่ มกับผอู้ นื่ ได้
4.3 นําความรูท้ ่ีได้ไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวติ ประจาํ วัน
4.4 จัดการปัญหาและความขดั แยง้ ได้อย่าง
เหมาะสม
4.5 หลกั เล่ยี งพฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ่ี
สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง
สรุปผลการประเมิน
5.1 เลือกและใชท้ คโนโลยไี ด้อย่างเหมาะสม
5.2 มีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนําเทคโนโลยไี ปใช้พัฒนาตนเอง
5.4 ใช้เทคโนโลยใี นการแกป้ ญั หาได้อย่าง
สร้างสรรค์
5.5 มคี ุณธรรม จริยธรรม ในการใชเ้ ทคโนโลยี
สรปุ ผลการประเมิน