The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ภาคเรียนที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wanatchaphon007, 2022-02-28 04:13:40

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ภาคเรียนที่ 1

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
อธบิ ายความสา้ คญั ของความหลากหลายทางชีวภาพท่ีมตี ่อการรักษาสมดุลของระบบนเิ วศและ

ต่อมนุษยไ์ ด้
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
เปรยี บเทียบความหลากหลายทางชีวภาพระดบั ชนดิ ของส่งิ มชี วี ิตในระบบนเิ วศตา่ ง ๆ ได้
3.3 ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. ตระหนกั ถงึ ความส้าคญั ของการแบ่งเซลล์ของสิง่ มีชวี ติ
2. นักเรียนมคี วาม ใฝร่ แู้ ละมคี วามมงุ่ มน่ั ในการท้างาน

4. สาระการเรยี นรู้

 ความหลากหลายทางชวี ภาพมี 3 ระดบั ได้แก่ ความหลากหลายของระบบนิเวศ ความหลากหลายของ
ชนิดสิ่งมีชวี ติ และความหลากหลายทางพนั ธกุ รรม ความหลากหลายทางชีวภาพน้ีมีความส้าคัญต่อ
การรักษาสมดุลของระบบนเิ วศระบบนิเวศทมี่ ีความหลากหลายทางชีวภาพสูงจะรักษาสมดุลได้ดีกวา่
ระบบนิเวศท่ีมีความหลากหลายทางชีวภาพตา่้ กว่า นอกจากนี้ความหลากหลายทางชีวภาพยงั มี
ความสา้ คัญต่อมนุษย์ในดา้ นต่าง ๆ เช่น ใช้เป็นอาหาร ยารกั ษาโรค วตั ถุดิบในอตุ สาหกรรมต่าง ๆ
ดังนนั้ จงึ เปน็ หน้าที่ของทุกคนในการดูแลรักษาความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่

5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงคข์ องผเู้ รยี น

รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสัตยส์ จุ ริต มวี นิ ัย
 ใฝ่เรียนรู้  อยอู่ ย่างพอเพียง  มงุ่ มน่ั ในการทา้ งาน
รกั ความเปน็ ไทย

6. สมรรถนะสาํ คัญของผเู้ รยี น  ความสามารถในการสอ่ื สาร
 ความสามารถในการคิด

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ช่วั โมงที่ 1
ขัน้ นํา

ข้นั ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
3. ให้นักเรียนท้ากิจกรรม Engaging Activity ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 เปรียบเทียบความหลากหลายของชนิดของสิ่งมีชีวิตระหว่าง
ภาพที่ 1 กบั ภาพท่ี 2
4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลท่ีได้จากการท้ากิจกรรม เพ่ือให้ได้ข้อสรุปว่า “ภาพท่ี 2
มีความหลากหลายของชนิดของสิ่งมีชีวิตมากกว่าภาพท่ี 1 เนื่องจากมีปัจจัยแวดล้อมทาง
กายภาพที่สมบูรณ์และมีความเหมาะสมในการดํารงชีวิตและการกระจายพันธุ์ของส่ิงมีชีวิต
มากกว่า ทาํ ให้ระบบนิเวศในภาพที่ 2 มีการรักษาสมดลุ ได้ดีกว่าภาพที่ 1 ดว้ ย”
5. ครูถามกระตุ้นความคิดของนักเรียนว่า ท้าไมสิ่งมีชีวิตหลายชนิดในบริเวณหน่ึงจึงท้าให้
ระบบนิเวศไม่สญู เสียสมดลุ
(แนวตอบ : เพราะส่ิงมีชีวิตบางชนิดสามารถเลือกกินสิ่งมีชีวิตอื่นได้ ทําให้
สามารถควบคุมสิ่งมีชีวิตบางชนิดไม่ให้มีมากเกินไป จนทําให้อาหารในระบบนิเวศไม่
เพียงพอ จนมีผลต่อสิ่งมีชีวิตอ่ืนท่ีกินอาหารแบบเดียวกันได้ ส่งผลให้ระบบนิเวศไม่เสีย
สมดลุ )

1ข1้ัน. สอน

ขั้นที่ 2 สํารวจคน้ หา (Explore)
1. ให้นักเรียนตรวจสอบความรู้ของตนเองจากกรอบ Check for Understanding ในหนังสือ

เรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ 2 พันธุ
ศาสตร์ เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชีวภาพ
2. ให้นักเรียนตอบค้าถาม Key Question จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 ว่า “ระบบนิเวศท่ีมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงเป็นอย่างไร” ลง
ในสมุดประจําตวั นักเรียน โดยครูยังไมเ่ ฉลยคําตอบที่ถูกตอ้ ง

3. ให้นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน สบื คน้ ขอ้ มูลเก่ียวกับระบบนิเวศในประเทศไทยตาม
ภูมิภาคตา่ ง ๆ เช่น ป่าไม้ อา่ วไทย ทะเล ป่าชายเลน ทะเลสาบ โดยเลือกขอ้ มูลทีจ่ ะศกึ ษา
มาอยา่ งนอ้ ย 2 ระบบนิเวศ

4. ให้แต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับชนิดและสายพันธ์ุของส่ิงมีของระบบนิเวศท่ีนักเรียนเลือก
นา้ มาศกึ ษา รวบรวมข้อมูล และใหน้ ักเรยี นแต่ละคนสรุปข้อมลู ลงในกระดาษ A4

5. ใหน้ ักเรียนรวมกลมุ่ ใหม่ โดยมสี มาชิกทีม่ าจากกลุม่ อื่นโดยไมใ่ ช่สมาชิกภายในกล่มุ เดมิ
แลกเปล่ยี นข้อมูลเกีย่ วกับความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยทีน่ ักเรยี นสืบค้นได้
แลว้ สรปุ ขอ้ มลู ลงในสมุดประจําตวั นักเรยี น

ขนั้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
6. ครสู มุ่ เรยี กตวั แทนกล่มุ ออกมานา้ เสนอหน้าชน้ั เรียน
7. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า “ประเทศไทยตั้งอยู่ในโซนร้อนเหนือ
เส้นศูนย์สูตร จึงมีลักษณะภูมิประเทศและลักษณะอากาศท่ีเหมาะสมต่อการดํารงชีวิตของ
ส่ิงมีชีวิตและการกระจายพันธ์ุ โดยแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยต่างก็มีลักษณะภูมิ
ประเทศท่ีแตกต่างกันทําให้ระบบนิเวศในแต่ละพื้นที่แตกต่างกันด้วย พื้นที่ใดมีสิ่งมีชีวิต
หลายชนิด ย่อมทาํ ให้สิง่ มชี วี ิตชนดิ นั้นมคี วามหลากหลายทางสายพนั ธุ์”
8. ครถู ามคา้ ถามเพ่ือทดสอบความเข้าใจของนกั เรียน ดงั น้ี
- ความหลากหลายทางชีวภาพมีก่รี ะดบั อะไรบา้ ง
(แนวตอบ : 3 ระดับ ได้แก่ ความหลากหลายของระบบนิเวศ ความหลากหลายของชนิด
สง่ิ มชี วี ติ ความหลากหลายทางพันธุกรรม)
- จงเปรยี บเทียบความหลากหลายของระบบนเิ วศในประเทศไทยกบั ประเทศอยี ปิ ส์
(แนวตอบ : ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพมากกว่า เน่ืองจากประเทศไทย
ตั้งอยู่ใกล้บริเวณเส้นศูนย์สูตรและเป็นประเทศที่อยู่ใกล้กับมหาสมุทรแปซิฟิก และทะเล
อันดามัน จึงทําให้มีมีความหลากหลายของระบบนิเวศ และประเทศไทยมี
สภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสมต่อการแพร่พันธ์ุและการเจริญเติบโตของส่ิงมีชีวิต ดังนั้น
ประเทศไทยจึงมีความหลากหลายทางชีวภาพมากกว่าประเทศอียิปส์ซึ่งเป็นประเทศที่มี
อากาศค่อนข้างร้อน พ้ืนที่ส่วนมากเป็นทะเลทราย จึงไม่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของ
สิง่ มีชีวิต)
9. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน ท้ากิจกรรม ส้ารวจชนิดพืชภายในโรงเรียน จาก
หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 แล้วให้นักเรียนแบ่ง
ภาระหนา้ ที่รับผิดชอบภายในกลุ่ม
10. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลที่ได้จากการท้ากิจกรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า “ภายใน
โรงเรียนมีระบบนิเวศหลายระบบนิเวศ เช่น สระนํ้า สวนพฤกษาสตร์ จึงพบพืชหลายชนิด
แต่ละชนิดอาจมีหลายสายพันธุ์ ซ่ึงพืชบางชนิดนํามาใช้ประกอบอาหาร เช่น ผักชี ตําลึง
ผักกาด นอกจากนี้พืชบางชนิดสามารถนําทอเป็นเคร่ืองนุ่งห่ม เช่น ฝ้าย หรือใช้ทํายา
สมุนไพรเพื่อรักษาโรค เช่น ว่านหางจระเข้ หรือบางชนิดนําส่วนประกอบของพืชมาสร้าง

เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย เช่น ใบจาก ลําต้นไผ่ ดังน้ัน จะเห็นว่า ความหลากหลายชนิดของพืชมี
ความสําคญั ตอ่ การดาํ รงชวี ิตของมนษุ ย์
11. ครูถามค้าถามท้ายกจิ กรรม
- จากการส้ารวจ ชนิดของพืชที่รวบรวมได้มีกี่ชนิด อะไรบ้าง
(แนวตอบ : ขึ้นอยูก่ บั ผลการสาํ รวจของนักเรียน)
- พชื ทสี่ ้ารวจไดม้ ีประโยชน์อยา่ งไร
(แนวตอบ : ใชเ้ ปน็ อาหาร นาํ ไปสร้างแหล่งท่อี ยอู่ าศยั ใชท้ าํ เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค)
12. ครูอธิบายต่อไปว่า “ขณะที่มนุษย์เป็นส่ิงมีชีวิตท่ีใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทาง
ชีวภาพมากที่ สุด การกระทําของมนุษย์จึงเป็นภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
เช่นกัน ดังนั้น เราจึงตระหนักและนึกถึงคุณค่า ร่วมกันอนุรักษ์พันธ์ุสิ่งมีชีวิตไม่ให้สูญพันธุ์
ช่วยกันปลูกป่าทดแทน รณรงค์ไม่ให้ตัดไม้ทําลายป่า รวมทั้งตระหนักถึงผลกระทบท่ีเกิด
จากมลพิษปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม จึงควรร่วมมือกันแก้ไข ควบคุมไม่ให้มลพิษหรือสารเคมี
ปนเปอ้ื นสสู่ ิง่ แวดล้อม”
13. ให้นกั เรียนทา้ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
14. ให้นักเรียนตรวจสอบการตอบค้าถาม Key Question ในสมุดประจ้าตัวนักเรียนให้
ถู ก ต้ อ ง
แล้วนา้ มาสง่ ครูภายหลงั
15. ให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจ โดยตอบค้าถาม Topic Questions ลงในสมุดประจ้าตัว
นักเรยี น
16. ให้นักเรียนสรุปความรู้ท่ีได้จากการศึกษาหน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เป็นผังมโนทัศน์ เร่ือง
พันธุกรรม แลว้ นา้ มาสง่ ครผู ู้สอน
17. ให้นักเรยี นทา้ แบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 พันธกุ รรม
ขัน้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
18. ให้นักเรียนส้ารวจความหลากหลายทางชีวภาพภายในชุมชนของนักเรียน แล้วรวบรวม
ข้อมูลที่ได้จากการส้ารวจมาวิเคราะห์ว่า บริเวณใดรักษาสมดุลทางระบบนิเวศได้ดีที่สุด
พร้อมน้าเสนอแนวทางการดูแลรักษาความหลากหลายทางชีวภาพภายในชุมชนให้ยั่งยืนลง
ในสมดุ ประจา้ ตวั นกั เรยี น
21.ให้นกั เรียนแบ่งกล่มุ ออกเป็น 3 กลุ่ม แล้วให้แตล่ ะกลุม่ ส่งตวั แทนกลุ่มออกมาจบั สลาก
22.ให้นักเรยี นสบื ค้นขอ้ มลู โรคทางพันธกุ รรมที่เกิดจากความผดิ ปกติตามสลากทีต่ วั แทนกล่มุ
ของตนเองจับสลากได้ โดยใหส้ มาชกิ ภายในกลุ่มแบง่ ภาระและหน้าทร่ี ับผิดชอบในการ
สบื คน้ ขอ้ มูลจากหนังสอื เรียนรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หรือ
แหล่งการเรยี นรูอ้ ่ืน ๆ เช่น อนิ เทอรเ์ น็ต
23.ให้นกั เรยี นเขยี นสรปุ เร่อื ง โรคทางพนั ธุกรรม ลงในกระดาษ A4 เพ่อื นา้ เสนอหนา้ ช้นั เรยี น

ขน้ั สรุป

นักเรยี นและครูร่วมกันสรุป เร่อื ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ โดยจัดท้าเป็นผังมโน
ทัศน์ ลงในกระดาษ A4 พรอ้ มนา้ เสนอในรปู แบบทน่ี า่ สนใจ

ข้นั ประเมนิ

ข้นั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 พนั ธศุ าสตร์
2. ครูตรวจแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
3. ครูตรวจสอบการตอบค้าถาม Key Question ในสมุดประจา้ ตัวนักเรียน
4. ครูตรวจค้าตอบ Topic Questions ในสมุดประจ้าตัวนักเรียน เพ่ือประเมินความรู้ความ
เขา้ ใจของนกั เรยี น
5. ครตู รวจผังมโนทัศน์ เร่อื ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ
6. ครูตรวจผงั มโนทศั น์ เรือ่ ง พันธุกรรม
7. ประเมินทักษะและกระบวนการโดยสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติการจากการท้ากิจกรรม
สา้ รวจพืชภายในโรงเรียน
8. ประเมินทักษะและกระบวนการโดยสังเกตพฤติกรรมการท้างานรายกลุ่ม การท้างาน
รายบุคคล
9. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยสังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น
ในการทา้ งาน

8. สื่อการเรียนรแู้ ละแหลง่ เรียนรู้
8.1 สอื่ การเรยี นรู้
36) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2
พนั ธุศาสตร์
37) แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 พันธุศาสตร์
38) อุปกรณ์ท่ใี ช้ท้ากิจกรรมสา้ รวจพืชภายในโรงเรยี น
39) PowerPoint เร่ือง พนั ธุกรรม
40) สมดุ ประจ้าตัวนักเรยี น
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องวิทยาศาสตร์
2) อินเทอรเ์ น็ต

9. ช้ินงาน/ภาระงาน
-

10. การวัดผลและประเมินผล

10.1 การประเมนิ ก่อนเรยี น วธิ กี ารวดั ผล เครือ่ งมอื การวดั ผล การประเมินผล
สิง่ ทจี่ ะวดั -
ความรู้ ทดสอบ -
10.2 การประเมนิ ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ การประเมนิ ผล
ส่ิงทีจ่ ะวดั วิธีการวัดผล เครอ่ื งมอื การวดั ผล - ร้อยละ 60
1. ความรู้ - ตรวจสมุดประจ้าตัว - สมดุ ประจา้ ตัว หรอื ผ่านเกณฑ์
1) ความ หรอื แบบฝกึ หดั แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60
หลากหลาย วทิ ยาศาสตรแ์ ละ วทิ ยาศาสตร์ ผ่านเกณฑ์
ทางชีวภาพ เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 และเทคโนโลยี ม.3
- ผงั มโนทศั น์ เร่อื ง เล่ม 1 - รอ้ ยละ 60
ความหลากหลาย - แบบประเมนิ ผังมโน ผา่ นเกณฑ์
ทางชีวภาพ ทัศน์
2) ผลบนั ทกึ การ - ตรวจสมดุ ประจา้ ตัว - สมดุ ประจ้าตวั หรือ - ระดบั คุณภาพ 3
ปฏิบตั ิกิจกรรม หรอื แบบฝกึ หดั แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑ์
สา้ รวจพืชภายใน วทิ ยาศาสตรแ์ ละ วิทยาศาสตร์ ระดบั คณุ ภาพ
โรงเรยี น เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 และเทคโนโลยี ม.3 การประเมินการ
เล่ม 1 ปฏบิ ตั ิงานรายบุคคล
3) การนา้ เสนอ - ประเมนิ การน้าเสนอ - แบบประเมินการ และกระบวนการ
ผลงาน/ผลการ ผลงาน/ผลการปฏบิ ัติ นา้ เสนอผลงาน ทา้ งานกลุม่ เกณฑ์ผ่าน
ปฏบิ ตั ิกิจกรรม กจิ กรรม ในระดับ 3 ขน้ึ ไป
2.ทักษะ/ 1. สงั เกตพฤติกรรม 1. แบบสงั เกต - คะแนนการประเมนิ
กระบวนการ การปฏบิ ตั ิงานรายบคุ คล พฤติกรรมการ เกณฑผ์ ่านระดับ 3
2. สังเกตพฤตกิ รรม ปฏบิ ตั ิงานรายบคุ คล ขึน้ ไป
การปฏบิ ัติงานกลมุ่
2. แบบสงั เกต
พฤติกรรมการ
ปฏบิ ัตงิ านกลมุ่
3. คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ
อันพงึ ประสงค์ คณุ ลกั ษณะ คณุ ลักษณะ
อนั พึงประสงค์ (ใหร้ ะบุ อันพงึ ประสงค์

4. สมรรถนะ พฤตกิ รรม) 1. แบบประเมนิ - เกณฑ์การตดั สนิ
ส้าคญั ของผูเ้ รียน 1. สงั เกตพฤติกรรม สมรรถนะสา้ คญั ของ ผ่าน ในระดับ 3 ขนึ้ ไป
ดา้ นความสามารถ ผู้เรียนดา้ น
ในการคดิ ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการ 2. แบบประเมิน
ใช้ทักษะชีวิต สมรรถนะส้าคญั ของ

ผ้เู รียนในการใช้ทกั ษะ
ชวี ิต

10.3 การประเมินหลงั เรยี น วธิ ีการวัด เคร่อื งมอื เกณฑ์การวัดผล
สง่ิ ที่ตอ้ งการวัด ทดสอบ - -
ความรู้

10.4 การประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เครื่องมอื
ส่ิงทต่ี อ้ งการวัด วธิ กี ารวัด - เกณฑก์ ารวดั ผล
ความรู้ ตรวจผลงาน -

11. กิจกรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชอื่ ………………………………………… ผสู้ อน
(นางสาววนัชพร คา้ จติ ร)

12. ขอ้ คิดเหน็ ของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงช่อื ...............................................................
(นายนนั ท์ กอ้ คา้ )

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
13. ข้อคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะผู้ช่วยผอู้ าํ นวยการกลมุ่ งานบรหิ ารวิชาการ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงช่ือ...............................................................
(นายวชิ า ภิมขุ )

ผชู้ ว่ ยผู้อา้ นวยการกลุ่มงานบริหารวิชาการ
การอนุมตั กิ ารใช้แผนการจัดการเรยี นร้จู ากฝ่ายบริหาร

ความคดิ เห็นของรองผ้อู า้ นวยการฝ่ายวชิ าการ
..............................................................................................................................................................

 เหน็ สมควรอนมุ ัติให้ใช้ในการจัดการเรียนการสอน
 เห็นสมควรไมอ่ นุมัติให้ใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน เพราะ..........................................
.............................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)

รองผูอ้ ้านวยการโรงเรยี นฝ่ายบรหิ ารวิชาการ
การอนมุ ตั ิจากผูอ้ าํ นวยการโรงเรียน

 อนุมตั ใิ ห้ใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน

 ไมอ่ นมุ ตั ใิ ห้ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................

ลงชอื่ .......................................................................................
(นางวิลาวัลย์ ปาลี)

ผ้อู า้ นวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จงั หวัดพะเยา

บนั ทกึ ผลการใช้แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 6 ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
รายวิชา วิทยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน รหัสวชิ า ว23101

เรอื่ ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ เวลา 2 ชัว่ โมง

……………………………………………………………….

1. จาํ นวนนกั เรยี นท่ีสอน จํานวนนกั เรยี น (คน)
ระดับช้นั 36
ม.3/1 36
ม.3/2 36
ม.3/3 36
ม.3/4 144
รวม

2. บันทกึ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
2.1 ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.2 ขอ้ สงั เกต/ขอ้ ค้นพบ
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.3 ปญั หา/อปุ สรรค
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

3. การประเมนิ ผลการสอน ระดับคุณภาพ
ดี พอใช้ ปรับปรุง
รายการประเมนิ ดีมาก
1
1. ความเหมาะสมของระยะเวลา รวม
(คน)
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา

3. ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นการสอน

4. ความเหมาะสมของสอ่ื การสอนทีใ่ ช้

5. พฤตกิ รรม/การมีส่วนรว่ มของนกั เรียน

6. ผลการปฏิบตั กิ จิ กรรม/ใบกิจกรรม การทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น

สรปุ ภาพรวม

3. สรุปผลการวัดผลประเมนิ ผล

ระดับคณุ ภาพ
432

การวัดผลประเมินผล ํจานวน (คน)
้รอยละ
ํจานวน (คน)
้รอยละ
ํจานวน (คน)
้รอยละ
ํจานวน (คน)
้รอยละ

1. ความรู้
1.1 ตรวจสมุดประจา้ ตวั
หรือแบบฝึกหดั
1.2 ผังมโนทัศน์ เรอื่ ง ความ

หลากหลายทางชีวภาพ
ระดับ 3 ข้นึ ไป คดิ เป็นร้อยละ

2. ทักษะ/กระบวนการ
2.1 กระบวนการทา้ งานกลุ่ม
2.2 ..........
ระดับ 3 ขึ้นไป คิดเปน็ ร้อยละ

3. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ระดับ 3 ขนึ้ ไป คิดเป็นรอ้ ยละ

4. สมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรียน
ระดับ 3 ข้นึ ไป คิดเป็นรอ้ ยละ

ลงชอื่ ............................................ครูผสู้ อน

(นางสาววนัชพร คา้ จิตร )

ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของผูน้ เิ ทศ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงชื่อ................................................ผนู้ เิ ทศ
(นายนันท์ กอ้ ค้า)

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความคิดเหน็ ของรองผู้อํานวยการโรงเรียนฝ่ายบรหิ ารวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอดุ )

รองผู้อา้ นวยการฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ
ความคิดเหน็ ของผอู้ าํ นวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงช่อื ........................................................
(นางวิลาวลั ย์ ปาลี)

ผอู้ า้ นวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จงั หวัดพะเยา

ภาคผนวก

แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัตกิ จิ กรรมกล่มุ
กลมุ่ ท่ี (ชอ่ื กล่มุ )..............................................................

สมาชกิ ในกล่มุ
1..........................................................2..........................................................
3..........................................................4..........................................................
5.........................................................6..........................................................

คาํ ช้แี จง ใหท้ า้ เคร่อื งหมาย  ในชอ่ งที่ตรงกบั ความเป็นจริง

พฤติ คะแนน 1
กรรมท่สี งั เกต 432

1. การมีสว่ นร่วมในการ

วางแผน

2. การปฏบิ ตั ิงานตาม
บทบาทหนา้ ที่

3. การให้ความร่วมมอื

ในการทา้ งาน

4. การแสดงความ

คิดเห็น

5. การยอมรบั ความ

คิดเห็น

รวม

ลงช่ือ............................................................................ผ้ปู ระเมิน

.................../................../..................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน (ดีมาก)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั เิ ปน็ ประจา้ ให้ 3 คะแนน (ดี)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ิบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน (ปานกลาง)
ให้ 1 คะแนน (ปรับปรงุ )
พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั บิ างครง้ั
พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั นิ อ้ ยครั้ง

แบบประเมนิ สมรรถนะสําคัญของผู้เรยี น

ชื่อ....................................................นามสกุล.................................................ชัน้ .................เลขท.ี่ ..........

คําชแี้ จง : ใหค้ รูผูส้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างการจัดการเรียนการสอน แลว้ ทาํ
เครื่องหมาย  ลงในช่องทตี่ รงกับระดบั คะแนน

สมรรถนะสําคัญ รายการประเมนิ (ตวั ช้ีวดั ) ระดับคณุ ภาพ
ของผเู้ รยี น
ดเี ย่ยี ม ดี ผา่ นเกณฑ์ ไม่ผา่ น
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)

1. ความสามารถ 1.1 มีความสามารถในการรบั -ส่งสาร

ในการสอื่ สาร 1.2 มีความสามารถในการถา่ ยทอดความรู้

ความคดิ ความเข้าใจของตนเองโดยใช้ภาษา

ได้อย่างเหมาะสม

1.3 ใชว้ ธิ ีการสอ่ื สารที่เหมาะสมมีประสิทธภิ าพ

1.4 เจรจาตอ่ รองเพ่ือขจัดและลดปญั หา

ความขัดแย้งต่างๆ ได้

1.5 เลือกรบั และไม่รบั ข้อมูลข่าวสารดว้ ยเหตุผล

และถกู ตอ้ งสรปุ ผลการประเมนิ

สรปุ ผลการประเมิน

2. ความสามารถ 2.1 มีความสามารถในการคดิ /วิเคราะห์

ในการคิด 2.2 ทกั ษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสร้างสรรค์

2.3 สามารถคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ

2.4 มีความสามารถในการสร้างองค์ความรู้

2.5 ตัดสนิ ใจแกป้ ญั หาเกี่ยวกบั ตนเองได้อยา่ ง

เหมาะสม

สรปุ ผลการประเมนิ

สมรรถนะสําคัญ รายการประเมิน (ตวั ชวี้ ดั ) ดเี ยี่ยม ระดับคณุ ภาพ
ของผเู้ รยี น (3)
3.1 สามารถแก้ปญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ ดี ผ่านเกณฑ์ ไม่ผ่าน
3. ความสามารถ ท่เี ผชิญได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแกป้ ญั หา 3.2 เข้าใจความสมั พันธ์และการเปล่ยี นแปลง
ในสงั คม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรู้ประยุกตค์ วามรู้มาใช้
การใช้ทักษะชีวิต ในการปอ้ งกันและแก้ปญั หา
3.4 สามารถตัดสนิ ใจไดอ้ ยา่ งเหมาะสมตามวยั
5. ความสามารถใน
การใชเ้ ทคโนโลยี สรุปผลการประเมิน
4.1 เรยี นร้ดู ว้ ยตนเองได้อยา่ งเหมาะสมกบั วัย
4.2 สามารถทํางานกลมุ่ ร่วมกบั ผูอ้ ่ืนได้
4.3 นาํ ความรูท้ ่ไี ดไ้ ปใชป้ ระโยชนใ์ น
ชีวติ ประจาํ วนั
4.4 จัดการปญั หาและความขดั แยง้ ไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม
4.5 หลกั เลี่ยงพฤติกรรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ่ี
ส่งผลกระทบต่อตนเอง

สรปุ ผลการประเมนิ
5.1 เลอื กและใช้ทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม
5.2 มีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนําเทคโนโลยไี ปใช้พัฒนาตนเอง

5.4 ใช้เทคโนโลยใี นการแก้ปัญหาไดอ้ ยา่ ง
สร้างสรรค์
5.5 มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม ในการใชเ้ ทคโนโลยี

สรุปผลการประเมนิ

เกณฑ์การให้คะแนนระดบั คุณภาพ

ระดบั คณุ ภาพ พฤติกรรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยย่ี ม พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบตั ิชัดเจน สมาํ่ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ัติชดั เจนและบอ่ ยครั้ง 0 คะแนน

ผ่าน พฤตกิ รรมท่ปี ฏบิ ัติเป็นบา้ งคร้งั

ไมผ่ า่ น ไม่เคยปฏบิ ัติพฤติกรรม

เกณฑ์การสรุปผล คะแนน
ระดบั คณุ ภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเยี่ยม 1-8 คะแนน

ดี 0 คะแนน
ผา่ นเกณฑ์

ไมผ่ ่านเกณฑ์

แบบประเมิน คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 8 ประการ

ช่อื -สกลุ นักเรียน.....................................................................ช้ัน..............................เลขท…ี่ ….
คาํ ชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด  ลง
ในชอ่ งว่างทต่ี รงกับระดับคะแนน

คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงคด์ ้าน 1.1 ยนื ตรงเมอ่ื ได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ 321
1. รักชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษตั ริย์ 1.2 ปฏิบัตติ นตามสิทธแิ ละหนา้ ทขี่ องนกั เรยี น ใหค้ วามร่วมมือ ร่วมใจ ใน
การ
2. ซ่ือสัตย์ สุจรติ
3. มวี นิ ัย ทา้ งานกบั สมาชกิ ในห้องเรียน
รับผิดชอบ 1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชนต์ ่อ

โรงเรยี นและชุมชน
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนับถือ ปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ของศาสนา

และเปน็ ตวั อยา่ งที่ดีของศาสนกิ ชน
1.5 เขา้ รว่ มกิจกรรมและมสี ว่ นร่วมในการจัดกจิ กรรมทเี่ ก่ยี วกับสถาบนั

พระมหากษตั รยิ ต์ ามท่โี รงเรยี นและชมุ ชนจัดข้ึน ชน่ื ชมในพระราช
กรณยี กิจ

พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั รยิ ์และพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ ้อมูลทถี่ กู ตอ้ ง และเปน็ จรงิ
2.2 ปฏิบัตใิ นส่งิ ท่ีถกู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ที่จะทา้ ความผดิ ท้าตาม

สัญญาที่ตนใหไ้ ว้กบั พอ่ แมห่ รอื ผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏิบตั ิตนตอ่ ผ้อู นื่ ดว้ ยความซ่อื ตรง และเปน็ แบบอยา่ งทดี่ ีแก่เพอื่ น
ดา้ น ความซือ่ สัตย์
3.1 ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คับของครอบครัวและ

โรงเรยี น มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ จิ กรรมตา่ งๆ ใน

ชวี ิตประจ้าวัน
มคี วามรบั ผดิ ชอบ

4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 ตงั้ ใจเรยี น
4.2 เอาใจใส่ในการเรียน และมีความเพยี รพยายามในการเรียน
4.3 เข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้ต่างๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ คว้า หาความรูจ้ ากหนงั สือ เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สือ่ เทคโนโลยี
ต่างๆ
แหล่งการเรยี นร้ทู ้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใช้สือ่ ได้
อย่าง
เหมาะสม
4.5 บันทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสง่ิ ที่เรยี นรู้ สรปุ เป็นองค์
ความรู้
4.6 แลกเปลี่ยนความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนา้ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจา้ วนั
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ย์สนิ และส่งิ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยัดและร้คู ณุ คา่
5.3 ใช้จ่ายอยา่ งประหยัดและมกี ารเก็บออมเงนิ
6. มงุ่ มน่ั ในการ 6.1 มคี วามต้ังใจและพยายามในการท้างานท่ีไดร้ บั มอบหมาย
ทาํ งาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อปุ สรรคเพอ่ื ให้งานสา้ เรจ็
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สา้ นึกในการอนรุ กั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพอ่ แม่ ผ้ปู กครอง และครูท้างาน
8.2 อาสาท้างาน ช่วยคิด ชว่ ยท้า และแบง่ ปนั ส่งิ ของใหผ้ ู้อ่นื
8.3 รู้จกั การดูแล รกั ษาทรัพยส์ มบัตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มของห้องเรียน
โรงเรยี น
ชุมชน
8.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรยี น

ลงชือ่ ...........................................ผ้ปู ระเมิน
(นางสาววนชั พร ค้าจติ ร)

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ ........./...................../...........
พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัติชัดเจนและสม่า้ เสมอ ให้
3
คะแนน 2
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ิชดั เจนและบอ่ ยครั้ง

คะแนน

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2
คลื่นและแสง

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 1

รายวชิ า วทิ ยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน รหสั วชิ า ว23101 กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จาํ นวน 1.5 หนว่ ยกติ

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 คลนื่ และแสง เวลา 24 ชวั่ โมง

เรอื่ ง คลื่นกล เวลา 3 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ัด
สาระที่ 1
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจ้าวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ท่ี
เก่ียวข้องกบั เสียง แสงและคล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า รวมทัง้ น้าความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

ตวั ช้วี ดั ม.3/10 สรา้ งแบบจา้ ลองท่อี ธบิ ายการเกิดคล่ืนและบรรยายส่วนประกอบของคลืน่
2. สาระสําคัญ

คลื่น (wave) เป็นปรากฏการณ์ท่ีเกิดจากการรบกวนแหล่งก้าเนิด หรือตัวกลางเกิดการ
ส่ันสะเทือนท้าให้มีการแผ่หรือถ่ายโอนพลังงานจากการสั่นสะเทือนไปยังจุดอื่น ๆ โดยท่ีตัวกลางน้ัน
ไม่มีการเคลื่อนท่ีไปกับคลื่น การเกิดคลื่นน้าเป็นการถ่ายโอนพลังงานโดยผ่านโมเลกุลของน้า ซ่ึง
โมเลกลุ ของนา้ จะไม่เคล่ือนท่ไี ปกบั คลน่ื

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธบิ ายการเกดิ คลน่ื กลและบรรยายสว่ นประกอบของคลน่ื ได้
2. อธบิ ายความสมั พันธร์ ะหว่างความยาวคลนื่ ความถ่ี และแอมพลจิ ูดได้
3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)

1. ค้านวณหาปรมิ าณทเ่ี ก่ียวข้องกบั อัตราเรว็ ความยาวคล่ืน ความถี่ และแอมพลิจูดได้
2. ปฏิบัติกจิ กรรมคลืน่ ในลวดสปริงไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและเปน็ ล้าดับข้นั ตอน
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)

นักเรยี นมีความ ใฝ่รู้และมคี วามมุ่งมน่ั ในการทา้ งาน
4. สาระการเรียนรู้

คลน่ื เกิดจากการส่งผ่านพลงั งานโดยอาศัยตวั กลางและไมอ่ าศยั ตัวกลาง ในคลน่ื กล พลังงานจะ
ถูกถา่ ยโอนผา่ นตวั กลางโดยอนุภาคของตวั กลางไมเ่ คล่อื นทไี่ ปกบั คลนื่ คลน่ื ท่ีแผอ่ อกมาจาก
แหล่งกา้ เนิดคลื่นอยา่ งตอ่ เนอ่ื งและมรี ูปแบบท่ีซา้ กนั บรรยายได้ดว้ ยความยาวคลนื่ ความถ่ี แอมพลจิ ูด

5. คุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องผู้เรียน

รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่อื สัตย์สจุ รติ มีวนิ ยั
 ใฝ่เรียนรู้  อยอู่ ย่างพอเพยี ง  มงุ่ มั่นในการทา้ งาน
รักความเป็นไทย

6. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น
 ความสามารถในการคิด  ความสามารถในการสือ่ สาร

7. กิจกรรมการเรียนรู้

ชัว่ โมงท่ี 1

ขัน้ นํา

ข้ันที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ จากน้ันครูให้นักเรียนท้าแบบทดสอบ

ก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 คลื่นและแสงเพ่ือวัดความรู้เดิมของนักเรียนเป็นรายบุคคลก่อนเข้า
สู่กจิ กรรม

2. นักเรียนแตล่ ะคนพิจารณาภาพหนา้ หนว่ ย จากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี

ม.3 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 คลืน่ และแสงจากนนั้ ครูตั้งประเด็นค้าถามกระตุน้
ความคิดนกั เรียน โดยใหน้ ักเรียนแตล่ ะคนรว่ มกนั อภปิ รายแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยไมม่ ี
การเฉลยว่าถกู หรือผิด ดงั นี้

 จากภาพท่ีนักเรียนเห็นคืออะไร แล้วเกดิ ขึ้นได้อย่างไร
(แนวตอบ : คําตอบขนึ้ อยกู่ ับดลุ ยพินิจของครผู ู้สอน)

 นักเรยี นสามารถมองเหน็ คลื่นไดห้ รือไม่ พร้อมยกตวั อยา่ งคล่ืนในชีวติ ประจ้าวนั
(แนวตอบ : คําตอบข้ึนอย่กู บั ดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
3. ครถู ามคา้ ถามกระตุ้นความสนใจของนักเรยี นโดยใชค้ ้าถาม Big Question จาก
หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 คลน่ื และแสงและ
รว่ มกันอภปิ รายแสดง
ความคดิ เหน็ อย่างอสิ ระโดยไม่มกี ารเฉลยว่าถกู หรือผิดวา่ “การเคล่อื นทข่ี องคล่นื ต่างจากการ
เคลอ่ื นที่ของวตั ถอุ ย่างไร”
(แนวตอบ : การเคลอื่ นทีข่ องคลืน่ เปน็ การถา่ ยเทพลังงานจากแหล่งกาํ เนิดไปสบู่ ริเวณรอบข้าง
โดยอาศยั ตัวกลางในการเคลือ่ นท่ีหรอื ไม่กไ็ ด้)
4. นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจของตนเองก่อนเข้าสู่กิจกรรมการเรียนการสอน จาก
กรอบ Check for Understanding ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วย
การเรยี นรู้ที่ 3 คลน่ื และแสงโดยบันทกึ ลงในสมุดประจาํ ตวั นกั เรียน
5. นักเรียนท้ากิจกรรม Engaging Activity จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3
เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 คลื่นและแสงพิจารณาภาพ แล้วจ้าแนกว่า ภาพใดเกิดการเคล่ือนท่ี
แบบคลื่น ซ่ึงครูอาจถามค้าถามเพิ่มเติมว่า “นักเรียนใช้เกณฑ์ใดในการจําแนกคล่ืน” โดยบันทึก
ลงในสมดุ
ประจา้ ตวั นกั เรยี น
(แนวตอบ : คาํ ตอบข้ึนอยกู่ บั ดุลยพนิ ิจของครูผ้สู อน)

1ข2ั้น. สอน

ข้ันที่ 2 สํารวจค้นหา (Explore)
1. ครูถามค้าถาม Key Question จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 คลนื่ และแสงวา่ “คลนื่ กลเกิดขึ้นไดอ้ ย่างไร” โดยให้นกั เรยี นร่วมกัน
อภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ อย่างอิสระโดยครูเขียนค้าตอบของนกั เรียนไว้ แลว้ ครูจะมา
ตรวจสอบคา้ ตอบหลังเรยี นเสรจ็
(แนวตอบ : คลนื่ กลเกิดจากการรบกวนตวั กลาง พลงั งานจากการถกู รบกวนจะถูกถ่ายโอน
ไปยงั อนภุ าคตัวกลาง ทําให้อนภุ าคของตวั กลางเกิดการสน่ั )
2. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเกี่ยวกับคลืน่ กลในชวี ิตประจา้ วนั ว่า “เมือ่ เราปากอ้ นหินลงไปในสระ
น้ํา หลังจากท่ีก้อนหนิ กระทบผวิ น้ํา นกั เรียนสงั เกตเห็นสง่ิ ใดเกดิ ขึ้น แล้วสง่ิ ทเ่ี กดิ ขึน้ มี
ลักษณะอย่างไร”
(แนวตอบ : คําตอบขน้ึ อย่กู ับดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน)
3. ครเู ตรียมอุปกรณส์ าธติ การทดลอง เช่น ดินสอ กะละมัง และเศษกระดาษ จากนั้นครสู ุม่
นกั เรียน 2 คน ออกมาหนา้ ช้นั เรียน ตัวแทนนกั เรยี นจ่มุ ดินสอลงในกะละมงั ทม่ี ีน้าและเศษ
กระดาษลอยอยู่ โดยครใู หน้ กั เรยี นแต่ละคนสังเกตการเคลอ่ื นท่ขี องคลืน่ น้าผา่ นผิวน้า และ
การเคลอื่ นท่ขี องเศษกระดาษ

4. ครตู ัง้ ประเด็นค้าถามจากการสาธิตการทดลองวา่ “เศษกระดาษเลก็ ๆ ทล่ี อยอยมู่ ีลกั ษณะ
การเคลอื่ นท่ีอย่างไร” โดยใหน้ กั เรียนแต่ละคนรว่ มกนั อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ อย่าง
อสิ ระโดยไม่มกี ารเฉลยวา่ ถูกหรอื ผิด

(แนวตอบ : จะเกิดคลื่นวงกลมแผข่ ยายออกไป โดยเศษกระดาษจะขยับขน้ึ -ลงท่ตี าํ แหนง่ เดมิ
ไมไ่ ดเ้ คลือ่ นทไี่ ปกับคลื่น)
5. นกั เรียนจับคู่กบั เพอื่ นในชนั้ เรยี นตามความสมัครใจ จากนัน้ รว่ มกันศึกษาคน้ ควา้ ข้อมลู

เกยี่ วกบั เรอ่ื ง คลน่ื กล และประเภทของคล่นื กล จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 คลน่ื และแสงหรอื แหลง่ การเรยี นรตู้ า่ ง ๆ เชน่
อนิ เทอร์เน็ต
6. นกั เรียนแต่ละคู่รว่ มกนั สรุปความรู้ท่ไี ดจ้ ากการศกึ ษาคน้ คว้า ลงในสมุดประจ้าตวั นักเรียน

ช่วั โมงที่ 2

7. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน ตามความสมัครใจ เพื่อศึกษากิจกรรมคลื่นในลวดสปริง
จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมารับวัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมคล่ืนใน
ลวดสปรงิ

8. สมาชิกภายในกลุ่มร่วมกันศึกษาจุดประสงค์ วัสดุอุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติกิจกรรม จาก
หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 คลน่ื

9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอน ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 คล่ืนและแสงจากน้ันสมาชิกแต่ละกลุ่มน้าผลการทดล
องท่ีได้มาอภปิ รายร่วมกันภายในกลุ่ม เพ่ือหาขอ้ สรปุ ของผลการทดลอง

ชว่ั โมงที่ 3

ขน้ั ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
10. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน้าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมคล่ืนในลวดสปริงหน้าช้ันเรียน ใน

ระหว่างที่นกั เรียนน้าเสนอ ครคู อยใหข้ อ้ เสนอแนะเพ่ิมเตมิ เพอ่ื ใหน้ ักเรียนมีความเข้าใจถูกต้อง
11. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันตอบค้าถามท้ายกิจกรรม โดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายแสดง

ความคดิ เห็นเพือ่ หาค้าตอบ จากนน้ั ครูสุม่ นกั เรียนใหต้ อบค้าถามท้ายกิจกรรม
12. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลท้ายกิจกรรมคล่ืนในลวดสปริง และเฉลยค้าถามท้าย

กิจกรรม
13. ครูตั้งประเด็นค้าถามเพิ่มเติมจากกิจกรรมคล่ืนในลวดสปริง โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม

ร่วมกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นเพ่ือหาค้าตอบ ดงั น้ี
 การผกู ริบบ้นิ สไี ว้ทข่ี ดลวดสปรงิ เพ่ืออะไร
(แนวตอบ : เพอ่ื ใหส้ ังเกตการเคล่ือนท่ีของอนภุ าคของลวดสปริงได้งา่ ย)

 ลกั ษณะของคล่นื ทีเ่ กิดจากการอดั ลวดสปรงิ และการสะบดั ลวดสปรงิ แตกตา่ งกันอยา่ งไร
(แนวตอบ : ทิศทางการสนั่ แตกต่างกัน)

14. ครูอธบิ ายเพม่ิ เติมให้นกั เรยี นเขา้ ใจเกีย่ วกบั การเกิดคลน่ื และชนิดของคลื่นวา่ “คลนื่ กลเกดิ
จากการสัน่ ของอนุภาค แลว้ มีการสง่ ต่อของพลังงาน ซ่งึ แบ่งตามลกั ษณะการส่ันของตัวกลางได้ 2
ชนดิ คือ คล่ืนตามขวาง และคลืน่ ตามยาว”

ข้นั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
15. นักเรียนแต่ละคนศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพ่ิมเติมเก่ียวกับเร่ือง ส่วนประกอบของคล่ืน อัตราเร็ว
ของ

คลื่น และตัวอย่างการค้านวณหาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราเร็วของคล่ืน ความยาวคลื่น และความถี่
จากตัวอย่างที่ 6.1-6.2 ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3
คลน่ื และแสง
ครอู าจแนะนา้ ใหน้ กั เรยี นท้าตามข้ันตอนการแก้โจทย์ปญั หา ดังน้ี

 ขน้ั ที่ 1 ท้าความเขา้ ใจโจทยป์ ัญหา
 ข้ันที่ 2 วางแผนการแก้โจทย์ปัญหา เช่น ส่ิงท่ีโจทย์ต้องการถามหา และจะหาส่ิงท่ี

โจทยต์ อ้ งการ ตอ้ งทา้ อยา่ งไร
 ขนั้ ท่ี 3 ด้าเนินการแกโ้ จทยป์ ัญหา
 ขน้ั ท่ี 4 ตรวจสอบค้าตอบ
16. ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนซกั ถามเนอ้ื หาเกยี่ วกับเร่ือง คลนื่ กล และใหค้ วามรูเ้ พม่ิ เตมิ จาก
ค้าถามของนกั เรียน โดยครใู ช้ PowerPoint เร่อื ง คลื่นกล ในการอธบิ ายเพิม่ เตมิ
17. นกั เรียนแตล่ ะคนวาดภาพส่วนประกอบต่าง ๆ ของคลนื่ ลงในสมุดประจา้ ตัวนักเรียน จากนนั้
ทา้
ใบงานท่ี 3.1 เร่ือง คล่ืนกล
18. นักเรยี นแตล่ ะคนท้าแบบฝกึ หดั เรอื่ ง คล่นื กล จากแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 คลืน่

ขนั้ สรปุ

ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบผลการทา้ แบบทดสอบกอ่ นเรยี นหน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 คลื่นและแสงเพื่อ

ตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรยี นของนกั เรยี น
2. ครปู ระเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคา้ ถาม พฤตกิ รรมการท้างาน

รายบุคคล พฤตกิ รรมการทา้ งานกลุ่ม และจากการนา้ เสนอผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรมหน้าชนั้ เรยี น
3. ครตู รวจสอบความเข้าใจของนักเรยี นกอ่ นเขา้ สู่กจิ กรรมการเรยี นการสอน จากกรอบ
Check for Understanding ในสมดุ ประจ้าตวั นกั เรียน
4. ครูตรวจสอบผลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม คลืน่ ในลวดสปรงิ
5. ครตู รวจสอบผลการทา้ ใบงานที่ 3.1 เรอื่ ง คลืน่ กล

6. ครูตรวจแบบฝึกหดั เร่ือง คลน่ื กล จากแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 คลืน่

7. นักเรยี นและครรู ่วมกันสรปุ เก่ียวกบั เรื่อง คลนื่ กล
8. ส่ือการเรยี นรแู้ ละแหล่งเรียนรู้

8.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 คลน่ื
2) แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 คลน่ื
3) ใบงานท่ี 3.1 เรื่อง คลื่นกล
4) วัสดุอุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการปฏิบตั ิกิจกรรมคลื่นในลวดสปริง
5) PowerPoint เร่ือง คลนื่ กล
6) อุปกรณส์ าธติ การทดลอง เช่น ดนิ สอ กะละมงั และเศษกระดาษ
7) สมุดประจา้ ตวั นกั เรยี น

8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งวทิ ยาศาสตร์
2) อนิ เทอร์เนต็

9. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
2) ใบงานที่ 3.1 เรอ่ื ง คลนื่ กล

10. การวดั ผลและประเมนิ ผล วิธีการวดั ผล เคร่ืองมอื การวัดผล การประเมนิ ผล
10.1 การประเมนิ ก่อนเรียน -ทดสอบ แบบทดสอบกอ่ นเรียน -
ส่ิงท่จี ะวดั แผนการจัดการเรยี นรู้
ความรู้ ที่ 1 คลน่ื

10.2 การประเมนิ ระหวา่ งการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ เคร่อื งมอื การวดั ผล การประเมินผล
สง่ิ ท่ีจะวดั วธิ กี ารวัดผล - ร้อยละ 60 ผา่ น
1.ความรู้ - ตรวจใบงานที่ 3.1 - ใบงานที่ 3.1 เกณฑ์
1) คลน่ื กล - ตรวจสมดุ ประจ้าตวั - สมุดประจ้าตวั หรอื - รอ้ ยละ 60 ผ่าน
หรือแบบฝึกหดั แบบฝึกหดั เกณฑ์
วทิ ยาศาสตรแ์ ละ วทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 และเทคโนโลยี ม.3

2) ผลบันทึกการ - ตรวจสมดุ ประจ้าตวั เลม่ 1 - ร้อยละ 60 ผา่ น
ปฏิบตั ิกจิ กรรม หรอื แบบฝึกหัด - สมดุ ประจ้าตัว หรือ เกณฑ์
คล่ืนในลวดสปรงิ วทิ ยาศาสตร์และ แบบฝึกหัด - ระดับคุณภาพ 2
3) การนา้ เสนอ เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 วทิ ยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์
ผลงาน/การ - ประเมนิ การนา้ เสนอ และเทคโนโลยี ม.3
ผลงาน/การปฏบิ ตั ิ เลม่ 1
ปฏิบตั ิ กิจกรรม - แบบประเมนิ การ
กิจกรรม น้าเสนอผลงาน/การ
2. ทกั ษะ/ ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
กระบวนการ
1. สงั เกตพฤติกรรม 1. แบบสงั เกต ระดบั คุณภาพ
3. คุณลักษณะ การปฏิบตั ิงานรายบุคคล พฤตกิ รรมการ การประเมนิ การ
อันพงึ ประสงค์ 2. สังเกตพฤติกรรม ปฏิบัติงานรายบคุ คล ปฏบิ ตั งิ านรายบุคคล
4. สมรรถนะ การปฏบิ ตั ิงานกลมุ่ และกระบวนการ
สา้ คญั ของผเู้ รียน 2. แบบสังเกต ทา้ งานกลุม่ เกณฑ์ผา่ น
พฤตกิ รรมการ ในระดบั 2 ขน้ึ ไป
ปฏิบตั งิ านกลมุ่
- สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ - คะแนนการประเมนิ
คณุ ลกั ษณะ คุณลกั ษณะ เกณฑผ์ า่ นระดับ 3
อันพงึ ประสงค์ (ให้ระบุ อนั พงึ ประสงค์ ขน้ึ ไป
พฤติกรรม)
1. สงั เกตพฤติกรรม 1. แบบประเมิน - เกณฑ์การตดั สนิ
ดา้ นความสามารถ สมรรถนะสา้ คญั ของ ผา่ น ในระดับ 3 ขึน้ ไป
ในการคิด ผู้เรยี นด้าน
2. ความสามารถในการ ความสามารถในการคิด
ใชท้ ักษะชีวติ 2. แบบประเมิน
สมรรถนะสา้ คัญของ
ผู้เรียนในการใช้ทักษะ
ชีวติ

10.3 การประเมนิ หลังเรียน วธิ ีการวดั เครอ่ื งมอื เกณฑ์การวัดผล
สิง่ ทต่ี อ้ งการวดั ทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรียน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 50
ความรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ ของคะแนน
ที่ 1 คลื่น

10.4 การประเมินชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
ส่งิ ทต่ี อ้ งการวัด วธิ กี ารวดั เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารวดั ผล
1. ความรู้ ตรวจผลงาน ใบงานที่ 3.1 เร่อื งคลน่ื ใบงานที่ 3.1 เร่ืองคล่ืน
ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 50

11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชื่อ ………………………………………… ผ้สู อน
(นางสาววนัชพร คา้ จิตร)

12. ขอ้ คิดเหน็ ของหวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงชื่อ...............................................................
(นายนนั ท์ ก้อค้า)

หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
13. ข้อคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะผชู้ ว่ ยผอู้ าํ นวยการกลมุ่ งานบริหารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงชอื่ ...............................................................
(นายวิชา ภมิ ุข)

ผูช้ ่วยผ้อู า้ นวยการกลุม่ งานบรหิ ารวิชาการ
การอนุมตั ิการใช้แผนการจัดการเรียนรู้จากฝ่ายบรหิ าร

ความคดิ เห็นของรองผอู้ ้านวยการฝา่ ยวิชาการ
..............................................................................................................................................................

 เหน็ สมควรอนุมตั ิใหใ้ ชใ้ นการจัดการเรียนการสอน

 เหน็ สมควรไม่อนมุ ัตใิ ห้ใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน เพราะ..........................................
.............................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอดุ )

รองผ้อู ้านวยการโรงเรียนฝา่ ยบริหารวชิ าการ

การอนมุ ัติจากผูอ้ าํ นวยการโรงเรยี น
 อนุมตั ใิ หใ้ ชใ้ นการจัดการเรียนการสอน
 ไมอ่ นมุ ัตใิ หใ้ ช้ในการจัดการเรียนการสอน เพราะ..............................................................

..............................................................................................................................................................
ลงชื่อ.......................................................................................
(นางวลิ าวัลย์ ปาลี)
ผูอ้ ้านวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จงั หวดั พะเยา

บนั ทึกผลการใช้แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1
รายวิชา วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน รหสั วชิ า ว23101 ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 3

เรือ่ ง คลน่ื กล เวลา 3 ชัว่ โมง

……………………………………………………………….

1. จํานวนนักเรยี นท่ีสอน จาํ นวนนักเรียน (คน)
ระดับชัน้ 36
ม.3/1 36
ม.3/2 36
ม.3/3 36
ม.3/4 144
รวม

2. บันทกึ ผลการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
2.1 ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.2 ขอ้ สงั เกต/ข้อคน้ พบ
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
2.3 ปญั หา/อุปสรรค

...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

3. การประเมินผลการสอน ระดับคุณภาพ
ดี พอใช้ ปรับปรงุ
รายการประเมนิ ดีมาก
1
1. ความเหมาะสมของระยะเวลา รวม
(คน)
2. ความเหมาะสมของเน้อื หา

3. ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนการสอน

4. ความเหมาะสมของสื่อการสอนทใ่ี ช้

5. พฤติกรรม/การมีส่วนรว่ มของนกั เรียน

6. ผลการปฏิบัติกิจกรรม/ใบกจิ กรรม การทดสอบก่อนเรียนและ
หลงั เรียน

สรุปภาพรวม

3. สรุปผลการวดั ผลประเมินผล

ระดับคุณภาพ
432

การวดั ผลประเมนิ ผล จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ

1. ความรู้
1.1 ใบงานท่ี 3.1 เร่อื ง คลน่ื กล

1.2 แบบทดสอบก่อนเรยี น

ระดบั 3 ขน้ึ ไป คดิ เป็นรอ้ ยละ
2. ทกั ษะ/กระบวนการ

2.1 กระบวนการท้างานกลุ่ม
2.2 ..........
ระดับ 3 ขึน้ ไป คิดเปน็ ร้อยละ
3. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ระดับ 3 ข้ึนไป คิดเป็นรอ้ ยละ
4. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รยี น
ระดับ 3 ขนึ้ ไป คดิ เป็นรอ้ ยละ

ลงชอ่ื ............................................ครูผสู้ อน
(นางสาววนัชพร ค้าจติ ร )

ความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผู้นเิ ทศ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงช่อื ................................................ผ้นู เิ ทศ
(นายนนั ท์ กอ้ ค้า)

หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความคิดเห็นของรองผอู้ าํ นวยการโรงเรยี นฝ่ายบริหารวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอดุ )

รองผู้อา้ นวยการฝา่ ยบริหารวิชาการ
ความคดิ เหน็ ของผู้อํานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ........................................................

(นางวลิ าวัลย์ ปาลี)
ผู้อ้านวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา

ภาคผนวก

ใบงานที่ 3.1
เร่ือง คล่นื

คาํ ชีแ้ จง : ตอบคา้ ถามต่อไปนีใ้ ห้ถูกต้อง
1. การจ้าแนกคลืน่ กลเป็นคลืน่ ตามยาวและคลื่นตามขวางเป็นการจ้าแนกโดยใชอ้ ะไรเปน็ เกณฑ์
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
2. คลื่นดลกบั คล่นื ตอ่ เนื่องตา่ งกนั อยา่ งไร
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
3. องค์ประกอบของคลื่น มีอะไรบา้ ง
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
4. เม่ือเกดิ คลืน่ ในตวั กลางหนง่ึ ๆ อนุภาคของตวั กลางจะเปน็ อยา่ งไร
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
5. จากภาพของคล่ืนบนเส้นเชือกที่มีอัตราเร็วคลื่น 0.80 เมตรต่อวินาที จงหาแอมพลิจูด ความยาวคลื่น

คาบและความถีข่ องคล่ืน

.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6 คลน่ื

คาํ ชี้แจง : ให้นกั เรยี นเลือกคําตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว

1. เมอ่ื คลน่ื เดนิ ทางจากนา้ ต้นื สนู่ ้าลกึ ข้อใดต่อไปน้ถี ูกต้อง 6. คลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้าขอ้ ใดท่ีใช้เป็นประโยชนใ์ นการถนอม
1. ความถคี่ ล่นื ในนา้ ลึกมากกว่าความถ่ีคลืน่ ในน้าตืน้ อาหาร
2. ความถ่คี ลนื่ ในนา้ ลึกนอ้ ยกวา่ ความถี่คล่ืนในน้าตนื้ 1. รงั สีเอกซ์
3. ความยาวคลื่นในนา้ ลึกมากกว่าความยาวคล่นื ในน้าต้ืน 2. รังสแี กมมา
4. อัตราเรว็ ของคลนื่ ในน้าลึกนอ้ ยกว่าอตั ราเรว็ คลนื่ ใน 3. รงั สอี ินฟราเรด
นา้ ตนื้ 4. รังสอี ัลตราไวโอเลต

2. คล่ืนในขอ้ ใดเป็นคลืน่ ทไี่ มจ่ ้าเปน็ ตอ้ งอาศัยตัวกลางในการ 7. คลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟ้าชนดิ ใดต่อไปนท้ี ี่มีความยาวคลนื่ สัน้ ทสี่ ุด
เคลื่อนท่ี 1. คลื่นวิทยุ
1. คล่ืนเสียง 2. คลน่ื ไมโครเวฟ
2. คล่ืนแสง 3. รงั สอี นิ ฟราเรด
3. คล่นื ผวิ นา้ 4. รังสอี ลั ตราไวโอเลต
4. คลน่ื ในเสน้ เชือก
8. อาหารท่จี ะอ่นุ ดว้ ยเตาไมโครเวฟต้องมอี ะไรเปน็ องคป์ ระกอบ
3. ข้อใดต่อไปนถี้ ูกต้องเกีย่ วกับคล่นื ตามยาว 1. น้า
1. เป็นคลื่นท่ีไมต่ ้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ 2. เกลือ
2. เปน็ คลื่นที่เคลอ่ื นทไ่ี ปตามแนวยาวของตัวกลาง 3. ไขมนั
3. เป็นคลื่นท่ีอนุภาคของตัวกลางมีการสั่นได้หลายแนว 4. ออกซิเจน
4. เปน็ คลนื่ ทีข่ องตวั กลางมกี ารส่ันในแนวเดยี วกบั การ
เคลอ่ื นที่ของคลน่ื 9. ข้อใดกลา่ วผดิ เก่ยี วกบั คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
1. เป็นคล่นื ตามขวาง
4. คลืน่ เคลอ่ื นท่ีจากตัวกลางหนงึ่ ไปยังอีกตวั กลางหนึง่ 2. เป็นคล่นื วทิ ยเุ อเอม็ ทม่ี คี วามถ่ีคงตวั
ปรมิ าณใดตอ่ ไปนไี้ ม่เปลี่ยนแปลงเสมอ
1. ความถ่ี

2. อตั ราเร็ว 3. เป็นเคล่ือนท่ีได้โดยไมอ่ าศัยตวั กลาง
3. ความยาวคลน่ื 4. เป็นคลนื่ วทิ ยสุ ะท้อนในชั้นเรดิโอสฟยี ร์
4. ทศิ ทางการเคล่ือนท่ีของคลืน่ 10. รังสีชนิดใดท่ใี ชใ้ นการถ่ายภาพอวยั วะในรา่ งกาย
5. ถา้ กระทุ่มน้าเปน็ จงั หวะสม่้าเสมอ ลูกปงิ ปองที่ลอยอย่หู า่ ง 1. รงั สีเอกซ์
ออกไปจะเคล่ือนทอ่ี ยา่ งไร 2. รงั สแี กมมา
1. ลูกปิงปองเคลอ่ื นทไี่ ปดา้ นข้าง 3. รงั สแี อลฟา
2. ลูกปงิ ปองเคลื่อนที่เขา้ มาหา 4. รงั สีอนิ ฟราเรด
3. ลูกปิงปองเคลือ่ นทอ่ี อกห่างไปมากขึน้
4. ลกู ปงิ ปองเคลอ่ื นทข่ี ้ึน-ลงอยทู่ ต่ี ้าแหนง่ เดิม

แบบบนั ทกึ การประเมนิ การทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรอ่ื ง คลื่น ชัน้ ม.3/1 – ม.3/4
คาํ ชแ้ี จง
1. ใหบ้ นั ทกึ คะแนนที่ไดจ้ ากการท้าแบบทดสอบกอ่ นเรยี น – หลงั เรยี นของนกั เรยี นแตล่ ะคนลงในช่องคะแนน

แบบทดสอบ

2. น้าคะแนนหลงั การเรยี นลบคะแนนก่อนเรยี น เป็นคะแนนพัฒนาการ

3. ประเมนิ คะแนนพัฒนาการในการเรยี นรู้โดยเปรยี บเทียบกบั เกณฑ์คะแนนพฒั นาการแล้ว

ทาํ เคร่อื งหมาย  ลงในชอ่ งความหมายของการพัฒนาการเรียนรู้ใหต้ รงกบั ความเป็นจรงิ

เลขท่ี ชื่อ – สกุล นกั เรยี น คะแนน คะแนน พฒั นาการในการเรยี นรู้

แบบทดสอบ พัฒนาการ

ก่อน หลงั (หลงั -กอ่ น) ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

เรยี น เรียน

ลงชื่อ...........................................ผูป้ ระเมิน
(นางสาววนชั พร คา้ จิตร)
........./...................../...........

เกณฑก์ ารประเมินการทําแบบทดสอบหลังเรียน

ประเดน็ การประเมิน 4 3 2 1
คะแนนทีไ่ ด้ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
9-10 คะแนน 7-8 คะแนน 5-6 คะแนน ตา่้ กวา่ 5 คะแนน

แบบบันทึกการให้ระดบั คณุ ภาพใบงาน/แบบฝกึ หัดของนกั เรยี น

ค้าชแ้ี จง: ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด  ลงในช่องทีต่ รงกับรัชะ
ดับคะแนน

ระดับคณุ ภาพ

เลขที่ ช่ือ - สกลุ สรปุ ผลการประเมนิ
ใบงานที่ 3.1 คล่นื ผา่ น ไม่ผ่าน

ร้อยละ ลงชอ่ื ........................................ผปู้ ระเมิน
ระดับคุณภาพ (นางสาววนชั พร คา้ จติ ร)

........./...................../...........
เกณฑ์การประเมินใบงาน/แบบฝกึ หัด
70 - 100 61 -70 51 - 60 ต้่ากว่า 50

3 21 0

แบบประเมนิ สมรรถนะสาํ คัญของผเู้ รียน

ชื่อ....................................................นามสกลุ ..................................................ช้ัน.................เลขท.่ี ..........

คําชแ้ี จง : ใหค้ รผู สู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างการจดั การเรยี นการสอน แลว้ ทาํ
เครือ่ งหมาย  ลงในช่องทีต่ รงกับระดับคะแนน

สมรรถนะสาํ คัญ รายการประเมนิ (ตวั ช้ีวดั ) ระดับคณุ ภาพ
ของผู้เรียน
ดีเยย่ี ม ดี ผ่านเกณฑ์ ไม่ผ่าน
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)

1. ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรบั -สง่ สาร

ในการสอ่ื สาร 1.2 มคี วามสามารถในการถา่ ยทอดความรู้

ความคิด ความเข้าใจของตนเองโดยใชภ้ าษา

ได้อย่างเหมาะสม

1.3 ใชว้ ิธีการสอ่ื สารท่เี หมาะสมมปี ระสทิ ธิภาพ

1.4 เจรจาต่อรองเพอ่ื ขจัดและลดปัญหา

ความขดั แยง้ ต่างๆ ได้

1.5 เลอื กรบั และไม่รบั ข้อมูลขา่ วสารด้วยเหตผุ ล

และถกู ต้องสรปุ ผลการประเมิน

2. ความสามารถ สรุปผลการประเมนิ
ในการคดิ 2.1 มคี วามสามารถในการคิด/วิเคราะห์
2.2 ทักษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์
2.3 สามารถคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ
2.4 มคี วามสามารถในการสรา้ งองค์ความรู้
2.5 ตดั สินใจแกป้ ัญหาเกี่ยวกบั ตนเองได้อยา่ ง
เหมาะสม

สรปุ ผลการประเมิน

สมรรถนะสาํ คญั รายการประเมิน (ตัวชี้วัด) ดีเยยี่ ม ระดับคณุ ภาพ
ของผเู้ รยี น (3)
3.1 สามารถแก้ปญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ า่ น
3. ความสามารถ ท่ีเผชิญได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแกป้ ญั หา 3.2 เข้าใจความสัมพันธแ์ ละการเปลย่ี นแปลง
ในสังคม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรู้ประยกุ ตค์ วามรมู้ าใช้
การใช้ทกั ษะชีวิต ในการป้องกันและแกป้ ญั หา
3.4 สามารถตัดสินใจไดอ้ ย่างเหมาะสมตามวัย

สรปุ ผลการประเมิน
4.1 เรยี นร้ดู ว้ ยตนเองไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกับวัย
4.2 สามารถทาํ งานกลมุ่ รว่ มกับผ้อู ืน่ ได้
4.3 นาํ ความรทู้ ไ่ี ด้ไปใชป้ ระโยชน์ใน
ชีวติ ประจําวัน
4.4 จดั การปญั หาและความขดั แย้งไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
4.5 หลักเล่ยี งพฤติกรรมไม่พึงประสงคท์ ่ี

5. ความสามารถใน ส่งผลกระทบตอ่ ตนเอง
การใช้เทคโนโลยี สรปุ ผลการประเมิน

5.1 เลอื กและใช้ทคโนโลยไี ดอ้ ยา่ งเหมาะสม
5.2 มีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนาํ เทคโนโลยไี ปใช้พัฒนาตนเอง
5.4 ใช้เทคโนโลยใี นการแก้ปญั หาไดอ้ ย่าง
สร้างสรรค์
5.5 มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ในการใช้เทคโนโลยี

สรปุ ผลการประเมนิ

เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพ

ระดับคุณภาพ พฤตกิ รรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ิชดั เจน สมาํ่ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตชิ ดั เจนและบอ่ ยครั้ง 0 คะแนน

ผ่าน พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัติเปน็ บา้ งครั้ง

ไม่ผา่ น ไม่เคยปฏิบตั ิพฤตกิ รรม

เกณฑ์การสรปุ ผล คะแนน
ระดับคุณภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเย่ียม 1-8 คะแนน
ดี
0 คะแนน
ผา่ นเกณฑ์
ไม่ผา่ นเกณฑ์

แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ

ชื่อ-สกุลนักเรยี น.....................................................................ชน้ั ..............................เลขท…ี่ ….
คําชี้แจง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี  ลง
ในชอ่ งวา่ งทีต่ รงกับระดบั คะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 1.1 ยนื ตรงเม่ือไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ 321
1. รกั ชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษัตรยิ ์ 1.2 ปฏบิ ตั ิตนตามสิทธแิ ละหนา้ ทข่ี องนักเรยี น ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ใน
การ

ท้างานกับสมาชิกในหอ้ งเรยี น
1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่

โรงเรียนและชมุ ชน
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถอื ปฏิบัตติ นตามหลกั ของศาสนา

และเป็นตวั อยา่ งทีด่ ีของศาสนกิ ชน
1.5 เข้ารว่ มกจิ กรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมท่ีเก่ียวกับสถาบัน

พระมหากษัตรยิ ์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจดั ขนึ้ ชื่นชมในพระราช
กรณียกิจ

2. ซอ่ื สัตย์ สุจริต พระปรชี าสามารถของพระมหากษัตรยิ แ์ ละพระราชวงศ์
3. มีวนิ ัย 2.1 ใหข้ ้อมูลทีถ่ ูกตอ้ ง และเปน็ จริง
รับผดิ ชอบ 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทา้ ความผิด ทา้ ตาม

สญั ญาท่ตี นให้ไว้กบั พอ่ แมห่ รือผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏบิ ัติตนตอ่ ผ้อู ่นื ดว้ ยความซ่อื ตรง และเปน็ แบบอย่างท่ดี ีแกเ่ พื่อน
ด้าน ความซ่ือสตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คับของครอบครวั และ

โรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ ใน
ชวี ิตประจา้ วัน

มคี วามรบั ผดิ ชอบ

4. ใฝเ่ รยี นรู้ 4.1 ตง้ั ใจเรยี น
4.2 เอาใจใส่ในการเรียน และมคี วามเพยี รพยายามในการเรียน
5. อยู่อย่างพอเพยี ง 4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรูต้ ่างๆ
6. มุ่งมัน่ ในการ 4.4 ศึกษาค้นคว้า หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สิง่ พมิ พ์ สอื่ เทคโนโลยี
ตา่ งๆ
ทํางาน
7. รกั ความเปน็ ไทย แหล่งการเรยี นรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใช้สื่อได้
8. มีจิตสาธารณะ อย่าง

เหมาะสม
4.5 บนั ทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบบางสิง่ ทเี่ รยี นรู้ สรปุ เปน็ องค์
ความรู้
4.6 แลกเปลยี่ นความรู้ ดว้ ยวิธีการต่างๆ และนา้ ไปใชใ้ นชวี ิตประจ้าวัน
5.1 ใชท้ รัพย์สนิ และสงิ่ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยัด
5.2 ใช้อปุ กรณก์ ารเรยี นอย่างประหยัดและรูค้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ า่ ยอย่างประหยดั และมกี ารเก็บออมเงนิ
6.1 มีความต้งั ใจและพยายามในการท้างานท่ไี ด้รบั มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แท้ตอ่ อปุ สรรคเพ่ือใหง้ านส้าเรจ็
7.1 มจี ติ สา้ นึกในการอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ิปัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8.1 รู้จกั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูท้างาน
8.2 อาสาทา้ งาน ชว่ ยคิด ชว่ ยทา้ และแบ่งปันสงิ่ ของใหผ้ อู้ น่ื
8.3 รจู้ ักการดแู ล รกั ษาทรัพยส์ มบัตแิ ละสง่ิ แวดล้อมของหอ้ งเรียน
โรงเรยี น

ชมุ ชน
8.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่ือ...........................................ผู้ประเมิน
พฤติกรรมท่ีปฏบิ ตั ิชดั เจนและสม่้าเสมอ (นางสาววนัชพร คา้ จติ ร)

คะแนน ........./...................../...........
พฤตกิ รรมท่ปี ฏบิ ัตชิ ดั เจนและบอ่ ยครง้ั
ให้ 3
คะแนน ให้ 2

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2

รายวิชา วิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน รหัสวิชา ว23101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ช่วั โมง จํานวน 1.5 หน่วยกติ

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 คล่ืนและแสง เวลา 24 ช่วั โมง

เรื่อง คล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้า เวลา 3 ช่วั โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด
สาระท่ี 1

มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจ้าวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ท่ี
เก่ยี วข้องกับเสยี ง แสงและคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมท้งั น้าความรไู้ ปใช้ประโยชน์

ตัวช้ีวดั ม.3/11 อธิบายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสเปกตรมั ของคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้ จากข้อมูลท่ี
รวบรวมได้

2. สาระสําคัญ
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic waves) เป็นคลื่นตามขวาง ประกอบด้วยสนามไฟฟ้า

และสนามแม่เหล็กที่มีการสั่นในแนวตั้งฉากกันและอยู่บนระนาบต้ังฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ของคล่ืน
โดยท่ีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเกิดจากการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้าโดยการท้าให้สนามไฟฟ้า หรือ
สนามแม่เหล็กมีการเปล่ียนแปลง เมื่อสนามไฟฟ้ามีการเปล่ียนแปลงจะเหนี่ยวน้าให้เกิดสนามแม่เหล็ก

หรือถ้าสนามแม่เหล็กมีการเปลี่ยนแปลงก็จะเหน่ียวน้าท้าให้เกิดสนามไฟฟ้า คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้ามี
ด้วยกันอยู่หลายชนิด ซ่ึงแบ่งตามความถ่ีของคลื่น คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าทุกช่วงที่มีความถี่ที่ต่อเนื่องกัน
เรียกว่า สเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic spectrum) โดยคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าช่วง
ความถตี่ ่าง ๆ มีลักษณะเฉพาะตวั ซงึ่ สามารถน้าไปใช้ประโยชนไ์ ด้แตกตา่ งกนั
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

3.1 ดา้ นความรู้ (K)

อธิบายคล่นื แม่เหล็กไฟฟ้าและสเปกตรัมของคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้าได้
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)

สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการค้นพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสเปกตรัมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟา้
ได้
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)

นกั เรยี นมคี วาม ใฝร่ แู้ ละมคี วามม่งุ มนั่ ในการทา้ งาน
4. สาระการเรยี นรู้

คลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟ้าเป็นคลนื่ ที่ไมอ่ าศัยตัวกลางในการเคลอื่ นท่ี มคี วามถต่ี ่อเนอื่ งเปน็ ชว่ งกว้าง
มากเคลื่อนท่ใี นสุญญากาศดว้ ยอัตราเร็วเท่ากัน แตจ่ ะเคลื่อนทีด่ ้วยอตั ราเร็วตา่ งกนั ในตวั กลางอ่ืน คล่นื
แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าแบ่งออกเปน็ ชว่ งความถตี่ า่ ง ๆ เรียกวา่ สเปกตรมั ของคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้ แตล่ ะช่วง
ความถีม่ ชี ือ่ เรียกตา่ งกัน ได้แก่ คล่ืนวิทยุ ไมโครเวฟ อินฟราเรด แสงที่มองเห็น อัลตราไวโอเลต รงั สีเอกซ์
และรังสีแกมมา ซงึ่ สามารถนา้ ไปใชป้ ระโยชน์ได้
5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผ้เู รียน

รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซือ่ สัตยส์ จุ รติ มวี นิ ัย
 ใฝเ่ รยี นรู้  อยอู่ ย่างพอเพียง  ม่งุ ม่ันในการท้างาน

รักความเป็นไทย

6. สมรรถนะสําคัญของผู้เรยี น
 ความสามารถในการคดิ  ความสามารถในการสอื่ สาร

7. กจิ กรรมการเรียนรู้

ชว่ั โมงที่ 1

ขนั้ นาํ

ข้ันท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูทบทวนความร้เู ดิมของนกั เรียนเก่ียวกับเรือ่ ง การเกดิ คลนื่ ชนดิ ของคล่นื และ

ส่วนประกอบของคลื่น จากนัน้ ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ใหน้ ักเรียนทราบ
2. ครูตัง้ ประเดน็ คา้ ถามกระตนุ้ ความสนใจนักเรยี นวา่ “คล่ืนแม่เหล็กไฟฟา้ เกดิ ขึ้นได้

อยา่ งไร และคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟา้ จะมคี ณุ สมบตั ิต่าง ๆ เหมือนกับคล่ืนน้าที่นักเรียนเรียนผ่านมา

หรือไม่ อย่างไร” โดยให้นักเรยี นแต่ละคนรว่ มกันอภปิ รายแสดงความคิดเหน็ อย่างอสิ ระโดยไม่มี
การเฉลยว่าถูกหรอื ผดิ

(แนวตอบ : คา้ ตอบข้ึนอย่กู ับดลุ ยพินจิ ของครผู สู้ อน)
3. นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจของตนเองก่อนเขา้ ส่กู ิจกรรมการเรียนการสอน
จากกรอบ Check for Understanding ในหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 คลน่ื และแสงโดยบนั ทึกลงในสมดุ ประจา้ ตวั นักเรยี น
4. นักเรียนทา้ กจิ กรรม Engaging Activity จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 คลื่นและแสงพจิ ารณาภาพ แลว้ ระบุว่า ใช้ประโยชน์
จากคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าชนดิ ใด โดยบนั ทกึ ลงในสมดุ ประจ้าตวั นักเรียน

1ข3น้ั. สอน

ขั้นที่ 2 สาํ รวจค้นหา (Explore)
1. ครูถามค้าถาม Key Question จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 คลน่ื และแสงวา่ “เพราะเหตุใดคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟ้าจึงจัดเป็นคลื่นตามขวาง” โดย
ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายแสดงความคิดเหน็ อยา่ งอสิ ระโดยไม่มกี ารเฉลยว่าถกู หรือผิด

(แนวตอบ : เพราะทศิ ทางของสนามไฟฟา้ และสนามแม่เหล็กจะตง้ั ฉากกนั เสมอ และจะต้ังฉาก
กับแนวการเคลอื่ นท่ีของแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ด้วย)

2. นกั เรียนแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละ 3 คน ตามความสมคั รใจ จากน้นั ร่วมกันศกึ ษาค้นควา้ ขอ้ มูล
เกย่ี วกับเร่ือง การค้นพบคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้า และสเปกตรมั คล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ จากหนงั สือเรยี น
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 3 คล่นื และแสงหรอื แหล่งการเรียนรตู้ า่ ง ๆ
เชน่ อนิ เทอร์เนต็

3. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั อภิปรายเรือ่ งท่ีได้ศกึ ษา จากน้นั ร่วมกนั สรปุ ความรทู้ ไี่ ด้จาก
การศกึ ษาค้นควา้ ลงในสมุดประจา้ ตวั นกั เรยี น

ช่ัวโมงท่ี 2

ข้ันท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
4. นกั เรียนแต่ละกลุม่ ออกมาน้าเสนอผลจากการศึกษาหน้าชน้ั เรียน ในระหว่างท่นี กั เรียนน้าเสนอ

ครคู อยใหข้ ้อเสนอแนะเพิม่ เตมิ เพอ่ื ให้นักเรียนมีความเขา้ ใจถกู ต้อง
5. ครูตัง้ ประเดน็ คา้ ถามกระต้นุ ความคิดนกั เรยี น โดยให้นักเรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกันอภปิ รายแสดง

ความคดิ เหน็ เพอ่ื หาค้าตอบ ดงั น้ี
 คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าเกดิ ขน้ึ ได้อย่างไร
(แนวตอบ : การปลดปล่อยพลงั งาน หรอื การแผ่รังสอี อกมาในรูปของคลนื่ )
 คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ชนดิ ใดทมี่ ีความยาวคลื่นยาวท่ีสดุ
(แนวตอบ : คลนื่ วิทยุ)
 คลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ ชนดิ ใดทม่ี ีความยาวคล่ืนสั้นทส่ี ุด

(แนวตอบ : แกมมา)
 คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าชนิดใดทม่ี ีช่วงความถีม่ ากทสี่ ดุ

(แนวตอบ : รังสแี กมมา)
 คลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้าชนิดใดทม่ี ชี ว่ งความถส่ี ้ันที่สดุ

(แนวตอบ : คลนื่ วทิ ยุ)
 รีโมตโทรทัศน์มีการท้างานโดยอาศยั คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าชนดิ ใด

(แนวตอบ : รงั สีอินฟราเรด)
6. ครอู ธิบายเพ่มิ เตมิ ให้นกั เรยี นเข้าใจเกี่ยวกับการค้นพบคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ วา่ “เจมส์ คลารก์
แมกซเ์ วลล์ ไดเ้ สนอทฤษฎีคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ว่า มคี ลนื่ ทีเ่ กิดจากการเปล่ียนแปลงของสนามไฟฟ้า
และสนามแมเ่ หล็ก และสามารถเคลื่อนท่ผี ่านสุญญากาศไดโ้ ดยไมอ่ าศยั ตัวกลางในการเคลื่อนที่
(จึงไมใ่ ช่คลื่นกล) เรยี กวา่ คลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ และตอ่ มาเฮิรต์ ซ์ ไดท้ ดลองพิสจู นท์ ฤษฎขี องแมกซ์
เวลล์ แลว้ พบวา่ คลน่ื แม่เหล็กไฟฟ้ามีอยูจ่ ริงในธรรมชาติ โดยคลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้าที่เฮิรตซค์ ้นพบใน
ครั้งนั้น คือ คล่ืนวิทยุ ส่วนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทุกย่านความถี่รวมกัน เรียกว่า สเปกตรัมคล่ืน
แม่เหลก็ ไฟฟ้า”
ข้นั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
7. ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามเน้ือหาเกีย่ วกับเรือ่ ง การค้นพบคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้ และสเปกตรัม
คลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า และใหค้ วามรเู้ พิ่มเติมจากค้าถามของนกั เรียน โดยครใู ช้ PowerPoint เรอ่ื ง
คล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟา้ ในการอธิบายเพ่มิ เตมิ
8. นักเรียนจับคูก่ ับเพ่ือนในช้นั เรียนตามความสมัครใจ จากนัน้ ครใู ห้นกั เรยี นแตล่ ะคู่พจิ ารณาตาราง
ชนดิ และคณุ สมบตั ขิ องคลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้า จากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 คล่ืนและแสงแล้วใหเ้ ขียนสรปุ เก่ยี วกับคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ แตล่ ะชนดิ ว่ามี
แหล่งก้าเนิด และคณุ สมบัตอิ ะไรบ้างทน่ี อกเหนือจากในหนังสอื เรียน โดยเขียนลงในกระดาษ A4
9. นกั เรียนแต่ละคนท้าแบบฝกึ หดั เรอ่ื ง คล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ จากแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 คลืน่ และแสงจากนัน้ ครสู มุ่ นักเรยี น 3-4 คน ออกมาเฉลย
ค้าตอบของตนเองหน้าช้ันเรยี น โดยให้เพอื่ นในช้ันเรียนรว่ มกนั พจิ ารณาว่าคา้ ตอบถกู ต้องหรอื ไม่ แล้ว
ครูเฉลยคา้ ตอบท่ถี กู ต้องให้นกั เรียน

ข้ันสรุป

ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมนิ ผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบค้าถาม พฤติกรรมการทา้ งานรายบุคคล

พฤตกิ รรมการท้างานกลุ่ม และจากการน้าเสนอผลการปฏิบัติกจิ กรรมหนา้ ชั้นเรยี น
2. ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียนกอ่ นเขา้ สกู่ จิ กรรมการเรยี นการสอน จากกรอบ Check for

Understanding ในสมดุ ประจา้ ตวั นักเรยี น
3. ครูตรวจแบบฝกึ หัด เรื่อง คลื่นแม่เหล็กไฟฟา้ จากแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3

เลม่ 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 คลนื่
4. นกั เรียนและครรู ่วมกนั สรุปเก่ียวกบั เรื่อง การคน้ พบคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า และสเปกตรมั

คลนื่ แมเ่ หล็กไฟฟา้

8. สื่อการเรียนรูแ้ ละแหลง่ เรยี นรู้
8.1 ส่อื การเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 คลน่ื และแสง
2) แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 คลืน่
3) PowerPoint เร่อื ง คลืน่ แม่เหล็กไฟฟา้
4) สมดุ ประจ้าตัวนกั เรยี น

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องวทิ ยาศาสตร์
2) อินเทอร์เน็ต

9. ชิน้ งาน/ภาระงาน วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมอื การวดั ผล การประเมินผล
- -ทดสอบ - -

10. การวดั ผลและประเมนิ ผล
10.1 การประเมินกอ่ นเรยี น
สง่ิ ทีจ่ ะวัด
ความรู้

10.2 การประเมินระหวา่ งการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
สงิ่ ทจี่ ะวดั วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมือการวัดผล การประเมนิ ผล
1.ความรู้ - รอ้ ยละ 60 ผ่าน
1) คลืน่ - ตรวจสมดุ ประจา้ ตัว - สมุดประจา้ ตัว หรือ เกณฑ์
แม่เหล็กไฟฟ้า หรอื แบบฝกึ หัด แบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์และ วทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 และเทคโนโลยี ม.3
เล่ม 1
2) การน้าเสนอ - ประเมินการนา้ เสนอ - แบบประเมินการ - ระดบั คณุ ภาพ 3
ผลงาน ผลงาน น้าเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์
3. คุณลกั ษณะ - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมิน - คะแนนการประเมิน
อนั พึงประสงค์ คณุ ลกั ษณะ คุณลกั ษณะ เกณฑผ์ ่านระดับ 3
อนั พงึ ประสงค์ (ให้ระบุ อันพงึ ประสงค์ ข้ึนไป
พฤติกรรม)
4. สมรรถนะ 1. สงั เกตพฤติกรรม 1. แบบประเมนิ - เกณฑก์ ารตดั สิน
ส้าคญั ของผูเ้ รยี น ด้านความสามารถ สมรรถนะสา้ คัญของ ผ่าน ในระดบั 3 ข้นึ ไป
ในการคิด ผเู้ รยี นดา้ น
2. ความสามารถในการ ความสามารถในการคิด

ใชท้ กั ษะชีวติ 2. แบบประเมิน
สมรรถนะสา้ คญั ของ
ผเู้ รยี นในการใช้ทกั ษะ
ชีวิต

10.3 การประเมนิ หลังเรียน วิธกี ารวดั เคร่อื งมอื เกณฑ์การวดั ผล
ส่ิงทตี่ อ้ งการวดั ทดสอบ แบบทดสอบกอ่ นเรียน ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 50
ความรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ ของคะแนน
ท่ี 1 คลื่น

10.4 การประเมินชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารวัดผล
สงิ่ ทต่ี ้องการวัด วธิ กี ารวดั
1. ความรู้ ตรวจผลงาน ใบงานที่ 3.1 เร่อื งคลน่ื ใบงานที่ 3.1 เรื่องคลื่น
ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 50

11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ………………………………………… ผู้สอน
(นางสาววนัชพร ค้าจิตร)

12. ข้อคดิ เหน็ ของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงชือ่ ...............................................................
(นายนนั ท์ ก้อค้า)

หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
13. ขอ้ คิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะผชู้ ว่ ยผู้อาํ นวยการกล่มุ งานบรหิ ารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงช่ือ...............................................................
(นายวิชา ภิมขุ )

ผชู้ ่วยผู้อ้านวยการกลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ
การอนุมัตกิ ารใช้แผนการจัดการเรียนรู้จากฝา่ ยบรหิ าร

ความคดิ เห็นของรองผู้อา้ นวยการฝ่ายวิชาการ
..............................................................................................................................................................

 เหน็ สมควรอนมุ ตั ิใหใ้ ชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน
 เหน็ สมควรไมอ่ นมุ ัติใหใ้ ชใ้ นการจัดการเรียนการสอน เพราะ..........................................
.............................................................................................................................................................

ลงช่อื ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอดุ )

รองผู้อา้ นวยการโรงเรียนฝ่ายบริหารวิชาการ
การอนมุ ัตจิ ากผอู้ ํานวยการโรงเรยี น

 อนุมตั ิให้ใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน
 ไมอ่ นมุ ัตใิ ห้ใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .......................................................................................
(นางวลิ าวัลย์ ปาลี)
ผ้อู า้ นวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จงั หวัดพะเยา
บนั ทกึ ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 2
รายวชิ า วิทยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน รหสั วชิ า ว23101 ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3

เรอ่ื ง คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟา้ เวลา 3 ช่ัวโมง

……………………………………………………………….

1. จาํ นวนนกั เรยี นที่สอน จํานวนนกั เรียน (คน)
ระดับชั้น 36
ม.3/1 36
ม.3/2 36
ม.3/3 36
ม.3/4 144
รวม

2. บนั ทกึ ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
2.1 ผลการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.2 ข้อสังเกต/ขอ้ ค้นพบ

...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.3 ปัญหา/อปุ สรรค
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

3. การประเมินผลการสอน ระดบั คณุ ภาพ
ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
รายการประเมิน ดีมาก

1. ความเหมาะสมของระยะเวลา

2. ความเหมาะสมของเน้อื หา

3. ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรยี นการสอน

4. ความเหมาะสมของสือ่ การสอนทใ่ี ช้

5. พฤตกิ รรม/การมสี ่วนรว่ มของนักเรียน

6. ผลการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม/ใบกจิ กรรม การทดสอบกอ่ นเรยี นและ
หลงั เรียน

สรปุ ภาพรวม

3. สรุปผลการวัดผลประเมินผล 4 ระดบั คุณภาพ 1
การวัดผลประเมินผล 32 รวม
(คน)
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ

1. ความรู้
ระดับ 3 ขึ้นไป คดิ เปน็ ร้อยละ

2. ทกั ษะ/กระบวนการ
2.1 กระบวนการทา้ งานกล่มุ
2.2 ..........
ระดับ 3 ขน้ึ ไป คดิ เปน็ รอ้ ยละ

3. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ระดับ 3 ขึน้ ไป คดิ เปน็ ร้อยละ

4. สมรรถนะสําคญั ของผู้เรียน
ระดับ 3 ขนึ้ ไป คิดเปน็ ร้อยละ

ลงช่อื ............................................ครูผ้สู อน
(นางสาววนัชพร ค้าจติ ร )

ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของผู้นเิ ทศ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงชอื่ ................................................ผนู้ ิเทศ
(นายนนั ท์ ก้อคา้ )

หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความคดิ เห็นของรองผู้อาํ นวยการโรงเรยี นฝ่ายบริหารวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงช่ือ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)

รองผอู้ ้านวยการฝ่ายบรหิ ารวิชาการ
ความคิดเหน็ ของผูอ้ าํ นวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
ลงช่ือ........................................................
(นางวลิ าวัลย์ ปาลี)

ผอู้ ้านวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยา

ภาคผนวก


Click to View FlipBook Version