ภาคผนวก
แบบทดสอบหลังเรยี น
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 7 แสงและการมองเห็น
คําชี้แจง : ใหน้ กั เรียนเลือกคําตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. จากภาพ ถา้ มมุ b = 45 ํ้ มุม C จะมีคา่ เทา่ ใด 6. ส่วนประกอบของตาท่ีท้าหนา้ ทปี่ รับความสวา่ งของแสงคือข้อใด
AP 1. ม่านตา
B 2. เลนสต์ า
3. กระจกตา
b c 4. จอประสาทตา
d
a 7. แวน่ ขยายท้ามาจากเลนส์ชนิดใด เพราะเหตุใดจงึ ต้องใช้เลนส์
1. 35 ํ้ O ชนดิ นัน้
2. 45 ้ํ 1. เลนส์เวา้ เพราะให้ภาพจริงขนาดขยาย
3. 55 ้ํ 2. เลนสน์ นู เพราะให้ภาพจริงขนาดขยาย
4. 65 ํ้ 3. เลนส์นนู เพราะให้ภาพเสมอื นขนาดขยาย
2. เมือ่ แสงตกกระทบทีพ่ นื้ ผวิ ขรุขระจะเปน็ อยา่ งไร
1. มุมตกกระทบเท่ากับมุมสะท้อน 4. เลนส์นูน เพราะให้ภาพเสมอื นขนาดขยาย
2. มมุ ตกกระทบโตกว่ามมุ สะท้อน 8. เมอื่ วางวตั ถุหน้ากระจกเวา้ โดยให้ระยะวตั ถุน้อยกว่าความยาว
โฟกัสภาพท่ีเห็นในกระจกเวา้ จะมีลกั ษณะอย่างไร
3. มมุ สะท้อนโตกวา่ มมุ ตกกระทบ 1. ภาพจริง หวั กลบั ขนาดเล็กกวา่ วัตถุ
4. รังสีสะทอ้ นเท่ากบั รังสตี กกระทบ
3. การหกั เหของแสงจะเบนมากหรือน้อยข้นึ อยูก่ ับข้อใด 2. ภาพจรงิ หัวกลบั ขนาดใหญ่กวา่ วัตถุ
1. สถานะของตัวกลาง 3. ภาพเสมอื น หัวตัง้ ขนาดเล็กกว่าวัตถุ
2. ดรรชนหี กั เหของตัวกลาง 4. ภาพเสมือน หวั ตงั้ ขนาดใหญ่กว่าวตั ถุ
3. สถานะและความหนาแน่นของตวั กลาง 9. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีเกี่ยวข้องกับการหักเหของแสง
4. ไม่มีขอ้ ใดถกู 1. รงุ้ กนิ น้า
4. เมื่อวางวัตถุหา่ งจากเลนส์นูนเปน็ ระยะน้อยกว่าความยาว 2. สอ่ งกระจกเงา
โฟกสั ของเลนส์จะเกิดภาพชนิดใด
1. ภาพจริงหัวกลบั ขนาดเล็กกว่าวัตถุ 3. กระจกมองทางโคง้
2. ภาพจริงหวั กลับ ขนาดใหญ่กวา่ วัตถุ 4. ทนั ตแพทยใ์ ช้กระจกสอ่ งดภู ายในช่องปาก
3. ภาพเสมอื นหวั ตั้ง ขนาดใหญก่ ว่าวตั ถุ 10. เพราะเหตุใด บรเิ วณส่แี ยกในร้านขายของจึงตดิ กระจกโค้งนนู ไว้
4. ภาพเสมือนหวั กลบั ขนาดเลก็ กวา่ วตั ถุ 1. เพราะรับแสงได้ในมมุ แคบ และเป็นภาพขยาย
2. เพราะรับแสงไดใ้ นมมุ แคบ และไดภ้ าพเทา่ กับวัตถุ
5. ยทุ ธตอ้ งการให้แสงรวมกันทจี่ ุดโฟกสั แตเ่ ป็นการรวมแสง 3. เพราะรับแสงได้ในมมุ กวา้ ง มองเห็นทั่วรา้ นได้ภาพเล็กกว่าวตั
กบั อีกดา้ นยทุ ธจะต้องใช้อปุ กรณใ์ นข้อใด
1. เลนสน์ นู 2. เลนส์เว้า แบบสงั เกตพฤติกรรม4ก. าเพรรปาฏะรบิ ับัตแิกสิจงไกดร้ในรมมมุกกลวุ่มา้ ง มองเห็นเฉพาะหนา้ ร้าน ไดภ้ าพเท่ากบั วตั ถุ
3. กระจกนนู 4. กระจกเว้า
กล่มุ ที่ (ชอ่ื กลมุ่ )..............................................................
สมาชกิ ในกลุ่ม
1..........................................................2..........................................................
3.................เ.ฉ..ล...ย......ค..าํ..ช...1ีแ้...จ..2.ง....ใ..ห...้ท..2้า..เ..ค.1..ร44ื่อ..ง..ห..ม.9.3.า....ย1..2..........1ใ..น40...ช...33.อ่ ..ง..ท...่ีต..ร..ง5..ก...บั1...ค..ว..า..ม...เ.6ป.น็ 1จรงิ 7. 3 8.
พฤติ คะแนน
กรรมทสี่ งั เกต 432 1
1. การมสี ว่ นรว่ มในการ
วางแผน
2. การปฏบิ ัตงิ านตาม
บทบาทหน้าที่
3. การให้ความรว่ มมอื
ในการท้างาน
4. การแสดงความ
คดิ เห็น
5. การยอมรับความ
คดิ เห็น
รวม
ลงช่ือ............................................................................ผู้ประเมิน
.................../................../..................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน (ดีมาก)
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั เิ ป็นประจา้
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัตบิ ่อยครง้ั ให้ 3 คะแนน (ดี)
พฤติกรรมทป่ี ฏิบัติบางครั้ง ให้ 2 คะแนน (ปานกลาง)
พฤติกรรมทป่ี ฏิบัติน้อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน (ปรบั ปรุง)
แบบประเมินสมรรถนะสําคญั ของผเู้ รยี น
ชอ่ื ....................................................นามสกลุ ..................................................ช้ัน.................เลขท.่ี ..........
คาํ ช้แี จง : ให้ครผู ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างการจดั การเรียนการสอน แล้วทาํ
เคร่ืองหมาย ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั คะแนน
สมรรถนะสาํ คญั รายการประเมิน (ตัวชวี้ ดั ) ระดบั คุณภาพ
ของผู้เรียน
ดเี ยยี่ ม ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ า่ น
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)
1. ความสามารถ 1.1 มีความสามารถในการรบั -สง่ สาร
ในการสื่อสาร 1.2 มีความสามารถในการถา่ ยทอดความรู้
ความคิด ความเข้าใจของตนเองโดยใชภ้ าษา
ไดอ้ ย่างเหมาะสม
1.3 ใชว้ ิธีการส่อื สารทเี่ หมาะสมมีประสิทธภิ าพ
1.4 เจรจาต่อรองเพ่อื ขจดั และลดปญั หา
ความขดั แย้งตา่ งๆ ได้
1.5 เลือกรับและไม่รบั ข้อมูลข่าวสารด้วยเหตุผล
และถูกต้องสรปุ ผลการประเมนิ
สรปุ ผลการประเมนิ
2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ /วิเคราะห์
ในการคิด 2.2 ทักษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์
2.3 สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ
2.4 มคี วามสามารถในการสรา้ งองคค์ วามรู้
2.5 ตดั สนิ ใจแก้ปัญหาเกย่ี วกับตนเองได้อย่าง
เหมาะสม
สรุปผลการประเมิน
สมรรถนะสาํ คญั รายการประเมิน (ตวั ช้ีวดั ) ดเี ย่ยี ม ระดบั คณุ ภาพ
ของผู้เรียน (3)
3.1 สามารถแก้ปัญหาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ ่าน
3. ความสามารถ ท่เี ผชิญได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแกป้ ัญหา 3.2 เข้าใจความสมั พันธ์และการเปล่ยี นแปลง
ในสงั คม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรู้ประยกุ ตค์ วามรู้มาใช้
การใชท้ กั ษะชีวิต ในการป้องกนั และแกป้ ัญหา
3.4 สามารถตดั สนิ ใจได้อยา่ งเหมาะสมตามวยั
5. ความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยี สรปุ ผลการประเมิน
4.1 เรียนรูด้ ว้ ยตนเองได้อย่างเหมาะสมกับวัย
4.2 สามารถทํางานกล่มุ ร่วมกับผอู้ ืน่ ได้
4.3 นาํ ความรู้ทีไ่ ด้ไปใชป้ ระโยชน์ใน
ชีวิตประจําวัน
4.4 จดั การปัญหาและความขดั แยง้ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
4.5 หลักเลยี่ งพฤติกรรมไมพ่ งึ ประสงค์ที่
ส่งผลกระทบต่อตนเอง
สรปุ ผลการประเมิน
5.1 เลอื กและใช้ทคโนโลยีไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
5.2 มที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนาํ เทคโนโลยีไปใช้พัฒนาตนเอง
5.4 ใช้เทคโนโลยใี นการแก้ปญั หาได้อย่าง
สรา้ งสรรค์
5.5 มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในการใชเ้ ทคโนโลยี
สรปุ ผลการประเมิน
เกณฑ์การให้คะแนนระดบั คณุ ภาพ
ระดับคุณภาพ พฤติกรรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยย่ี ม พฤติกรรมทีป่ ฏิบัติชัดเจน สมาํ่ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ิชัดเจนและบอ่ ยครั้ง 0 คะแนน
ผ่าน พฤติกรรมที่ปฏบิ ัตเิ ป็นบา้ งครงั้
ไมผ่ า่ น ไมเ่ คยปฏิบัตพิ ฤติกรรม
เกณฑก์ ารสรุปผล คะแนน
ระดับคณุ ภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเยีย่ ม 1-8 คะแนน
ดี 0 คะแนน
ผา่ นเกณฑ์
ไมผ่ ่านเกณฑ์
แบบประเมิน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 8 ประการ
ชอื่ -สกุลนกั เรยี น.....................................................................ชัน้ ..............................เลขท…่ี ….
คําชแ้ี จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลง
ในชอ่ งวา่ งทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงคด์ ้าน 1.1 ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ 321
1. รักชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษตั รยิ ์ 1.2 ปฏบิ ัติตนตามสทิ ธแิ ละหนา้ ที่ของนกั เรยี น ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ใน
2. ซ่ือสัตย์ สุจริต การ
ท้างานกับสมาชิกในหอ้ งเรยี น
1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทสี่ รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่
โรงเรียนและชุมชน
1.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ีของศาสนิกชน
1.5 เข้ารว่ มกจิ กรรมและมีส่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมที่เกย่ี วกับสถาบัน
พระมหากษัตรยิ ต์ ามที่โรงเรียนและชุมชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราช
กรณียกิจ
พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั ริย์และพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ ้อมูลทถ่ี ูกตอ้ ง และเปน็ จริง
2.2 ปฏิบัติในสงิ่ ท่ถี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลัวที่จะท้าความผิด ทา้ ตาม
สญั ญาท่ตี นใหไ้ ว้กับพ่อแม่หรอื ผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ิตนต่อผู้อ่ืนดว้ ยความซอื่ ตรง และเป็นแบบอย่างทด่ี แี กเ่ พอื่ น
ดา้ น ความซ่อื สตั ย์
3. มวี นิ ยั 3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคบั ของครอบครัวและ
รับผิดชอบ โรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ใน
ชีวติ ประจ้าวนั
มีความรบั ผิดชอบ
4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 ต้งั ใจเรียน
4.2 เอาใจใส่ในการเรียน และมีความเพียรพยายามในการเรียน
4.3 เข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นร้ตู ่างๆ
4.4 ศึกษาค้นควา้ หาความรู้จากหนงั สือ เอกสาร ส่งิ พิมพ์ สื่อเทคโนโลยี
ต่างๆ
แหล่งการเรยี นรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน และเลือกใชส้ ่ือได้
อย่าง
เหมาะสม
4.5 บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางส่งิ ทีเ่ รยี นรู้ สรปุ เปน็ องค์
ความรู้
4.6 แลกเปลยี่ นความรู้ ดว้ ยวิธกี ารต่างๆ และน้าไปใช้ในชวี ิตประจา้ วัน
5. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สนิ และสิ่งของของโรงเรยี นอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ณุ ค่า
5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงิน
6. มงุ่ ม่ันในการ 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทา้ งานที่ได้รับมอบหมาย
ทํางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แท้ตอ่ อปุ สรรคเพือ่ ให้งานสา้ เรจ็
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มจี ิตส้านึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูท้างาน
8.2 อาสาท้างาน ชว่ ยคิด ชว่ ยทา้ และแบ่งปนั สง่ิ ของใหผ้ ูอ้ นื่
8.3 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบตั ิและส่งิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรียน
โรงเรยี น
ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ลงช่ือ...........................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาววนชั พร คา้ จิตร)
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ ........./...................../...........
พฤติกรรมท่ีปฏิบัตชิ ดั เจนและสม้่าเสมอ ให้
3
คะแนน 2
พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและบ่อยครง้ั
คะแนน
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4
ระบบสุริยะของเรา
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน รหัสวิชา ว23101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จํานวน 1.5 หน่วยกติ
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 ระบบสรุ ิยะของเรา เวลา 16 ชั่วโมง
เรอ่ื ง การโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทติ ย์ เวลา 2 ช่วั โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั
สาระที่ 1
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ
กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ ท่ีส่งผลต่อส่ิงมีชีวิต และการ
ประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ
ตัวชว้ี ัด ม.3/1 อธิบายการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทติ ยด์ ้วยแรงโน้มถว่ งจากสมการ
F = (Gm1m2)/r2
2. สาระสําคญั
ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะมีดาวเคราะห์ต่าง ๆ โคจรอยู่โดยรอบ ซึ่งดาวเคราะห์
ที่เป็นบรวิ าร ขนาดใหญข่ องดวงอาทติ ยม์ ี 8 ดวง เรียงล้าดบั จากใกล้ไปไกล ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศกุ ร์ โลก
ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน ซ่ึงดาวเคราะห์และวัตถุเหล่าน้ีสามารถ
โคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยได้ด้วยแรงดึงดูดระหว่างวัตถุสองวัตถุซึ่งเรียกว่า แรงโน้มถ่วง (gravitational
force)
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธบิ ายการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทติ ยด์ ้วยแรงโนม้ ถ่วงได้
3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
1. ค้านวณหาปริมาณท่ีเก่ียวข้องกับแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ต่าง ๆ จากสมการกฎแรง
โน้มถ่วงได้
3.3 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
2. มคี วามสนใจใฝ่รหู้ รอื อยากรูอ้ ยากเหน็ และท้างานรว่ มกบั ผ้อู ่นื อยา่ งสร้างสรรค์
4. สาระการเรียนรู้
ในระบบสรุ ยิ ะมีดวงอาทิตย์เปน็ ศูนยก์ ลางโดยมดี าวเคราะหแ์ ละบริวาร ดาวเคราะห์แคระ ดาว
เคราะห์นอ้ ย ดาวหาง และอืน่ ๆ เช่น วัตถคุ อยเปอรโ์ คจรอยู่โดยรอบ ซง่ึ ดาวเคราะห์ และวตั ถุเหลา่ น้ี
โคจรรอบดวงอาทติ ยด์ ว้ ยแรงโน้มถ่วง แรงโนม้ ถว่ งเปน็ แรงดึงดดู ระหวา่ งวัตถสุ องวัตถุ โดยเป็นสดั สว่ น
กับผลคณู ของมวลท้ังสอง และเปน็ สัดส่วนผกผันกบั กา้ ลงั สองของระยะทางระหวา่ งวัตถทุ ้ังสอง แสดงได้
โดยสมการ F = (Gm1m2)/r2 เมอื่ F แทนความ โนม้ ถ่วงระหวา่ งมวลทง้ั สอง G แทนค่านิจโนม้ ถว่ งสากล
m1 แทนมวลของวตั ถแุ รก m2 แทนมวลของวตั ถทุ ่สี อง และ r แทนระยะห่างระหว่างวตั ถุทั้งสอง
5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องผ้เู รียน
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซือ่ สัตยส์ ุจรติ มวี ินยั
ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มัน่ ในการทา้ งาน
รักความเปน็ ไทย
6. สมรรถนะสําคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสอ่ื สาร
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ช่ัวโมงที่ 1
ขั้นนํา
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ จากน้ันครูให้นักเรียนท้าแบบทดสอบ
ก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ปฏิสัมพันธ์ในระบบสุริยะและเทคโนโลยีอวกาศ เพ่ือวัดความรู้เดิม
ของนักเรยี นเปน็ รายบุคคลกอ่ นเข้าสูก่ ิจกรรม
2. ครเู ตรียมบตั รภาพ เชน่ ดวงอาทิตย์ โลก ดวงจันทร์ โดยให้นกั เรยี นร่วมกันพจิ ารณา
บตั รภาพทีค่ รเู ตรียมมาให้นักเรียนดู จากนัน้ ครใู ชค้ า้ ถาม Big Question จากหนงั สอื เรยี น
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ปฏิสมั พนั ธใ์ นระบบสรุ ยิ ะและ
เทคโนโลยีอวกาศ
และรว่ มกันอภปิ รายแสดงความคิดเหน็ อยา่ งอสิ ระว่า “ดวงอาทติ ย์ โลก ดวงจนั ทร์
สัมพนั ธ์กันอยา่ งไร”
(แนวตอบ : ปรากฏการณน์ ํ้าข้ึนนํ้าลง เปน็ ปรากฏการณท์ ่เี ก่ียวข้องกับดวงอาทติ ย์ ดวงจันทร์
และโลก โดยเป็นผลมาจากความต่างของแรงโน้มถว่ งท่ดี วงอาทติ ยแ์ ละดวงจนั ทร์กระทําตอ่ โลก)
3. นกั เรยี นตรวจสอบความเขา้ ใจของตนเองก่อนเข้าสู่กิจกรรมการเรียนการสอน จากกรอบ
Check for Understanding ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ปฏิสัมพันธ์ในระบบสุริยะและเทคโนโลยีอวกาศ โดยบันทึกลงในสมุดประจําตัว
นักเรยี น
4. นักเรียนท้ากิจกรรม Engaging Activity จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3
เล่ม 1หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ปฏิสัมพันธ์ในระบบสุริยะและเทคโนโลยีอวกาศ พิจารณาภาพปรากฏการณ์
ทางธรรมชาติ แล้วระบุว่า ภาพใดบ้างท่ีเป็นปรากฏการณ์ท่ีเกิดขึ้นจากการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์
โดยบนั ทึกลงในสมดุ ประจา้ ตวั นกั เรียน
ขัน้ สอน
ข้นั ท่ี 2 สํารวจคน้ หา (Explore)
1. ครถู ามคา้ ถาม Key Question จากหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 ปฏิสมั พนั ธใ์ นระบบสรุ ยิ ะและเทคโนโลยีอวกาศ วา่ “การหมนุ รอบตวั เองของโลก
สง่ ผลให้เกดิ ปรากฏการณ์ใดบ้าง” โดยให้นกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ อย่างอสิ ระโดยครู
เขยี นคา้ ตอบของนักเรียนไว้ แลว้ ครจู ะมาตรวจสอบค้าตอบหลังเรียนเสร็จ
(แนวตอบ : โลกหมุนรอบตัวเองใชเ้ วลา 24 ชว่ั โมง ซ่งึ การหมนุ รอบตวั เองของโลกนีม้ ีผลให้เกิดกลางวนั
กลางคนื เมื่อโลกหมนุ รอบตัวเองดา้ นทหี่ ันเขา้ หาดวงอาทิตย์จะเกดิ เป็นปรากฏการณ์กลางวัน ส่วนดา้ น
ตรงข้ามจะเกดิ เปน็ ปรากฏการณก์ ลางคนื )
2. นกั เรียนแต่ละคนศึกษาค้นคว้าขอ้ มลู เกี่ยวกับเรอื่ ง การโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทติ ย์
และตวั อย่างการคา้ นวณกฎแรงดึงดูดระหวา่ งมวลหรือกฎแรงโน้มถว่ งของนิวตนั จากตัวอย่าง
ท่ี 8.1-8.2 ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4
ปฏสิ มั พนั ธใ์ นระบบสุรยิ ะและเทคโนโลยอี วกาศ หรอื แหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เชน่ อนิ เทอรเ์ นต็
ครอู าจแนะนา้ ให้นกั เรียนทา้ ตามข้นั ตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหา ดังน้ี
• ขน้ั ท่ี 1 ท้าความเข้าใจโจทยป์ ัญหา
• ขน้ั ที่ 2 วางแผนการแกโ้ จทยป์ ัญหา เช่น สงิ่ ทโี่ จทยต์ อ้ งการถามหา และจะหาสง่ิ ทีโ่ จทย์ตอ้ งการ
ตอ้ งท้าอยา่ งไร
• ข้นั ท่ี 3 ดา้ เนนิ การแกโ้ จทย์ปญั หา
• ขั้นที่ 4 ตรวจสอบค้าตอบ
6. นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุปความรู้ท่ีได้จากการศึกษาค้นคว้าและจดบันทึก ขั้นตอนการ
ค้านวณหาผลลพั ธ์ลงในสมุดประจ้าตวั นักเรียน
ชวั่ โมงท่ี 2
ขัน้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
4. ครูสุ่มนักเรียน 5-6 คน ออกมาน้าเสนอผลจากการศึกษาหน้าชั้นเรียน ในระหว่างท่ีนักเรียน
นา้ เสนอ ครคู อยให้ข้อเสนอแนะเพิม่ เตมิ เพื่อใหน้ ักเรียนมคี วามเข้าใจถกู ตอ้ ง
5. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นกั เรยี นเข้าใจเกีย่ วกับระบบสุริยะวา่ “ระบบสุรยิ ะเปน็ ระบบดาวที่มดี าว
ฤกษ์
(ดวงอาทติ ย์) เป็นศนู ย์กลางและมดี าวเคราะหเ์ ป็นบรวิ ารโคจรอยโู่ ดยรอบ ซงึ่ ดาวเคราะห์ทเี่ ป็น
บรวิ ารขนาดใหญข่ องดวงอาทติ ยม์ ี 8 ดวง ได้แก่ ดาวพธุ ดาวศุกร์ โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหสั
ดาวเสาร์ ดาวยเู รนัส และดาวเนปจนู โดยครอู ธิบายพร้อมภาพประกอบเพื่อให้นักเรียนเหน็ ล้าดบั
จากใกล้ไปไกลของดาวเคราะห์ตา่ ง ๆ ลักษณะของดาวเคราะห์ และลักษณะการโคจรของดาวเคราะห์
ต่าง ๆ รอบดวงอาทิตย์ ซงึ่ นักเรยี นจะเหน็ วา่ ดาวเคราะห์ต่าง ๆ จะโคจรรอบดวงอาทติ ย์เป็นวงรี”
6. ครูอธิบายเพ่ิมเติมให้นกั เรยี นเขา้ ใจว่า “การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทติ ย์เกดิ ข้ึนเนอื่ งจาก
ดาวเคราะห์และดวงอาทิตยม์ แี รงดงึ ดดู ซงึ่ กนั และกัน ซ่งึ เรยี กแรงทเ่ี กิดข้นึ นีว้ ่าแรงโนม้ ถว่ ง ซง่ึ เป็น
แรงดงึ ดูดระหว่างมวลมวล m1 และ m2 ของดวงอาทติ ย์กบั ดาวเคราะห์ จะแปรผันตรงกบั ผลคณู
ของมวลทัง้ สอง และแปรผกผันกับก้าลงั สองของระยะทางระหว่างวัตถทุ ั้งสอง”
7. ครูต้งั ประเด็นคา้ ถามกระตนุ้ ความคดิ นกั เรยี น โดยใหน้ ักเรียนแตล่ ะคนร่วมกันอภิปรายแสดง
ความคดิ เห็นเพอื่ หาค้าตอบ ดงั น้ี
เมอ่ื นักบินอวกาศอย่บู นอวกาศจะมมี วลและน้าหนกั หรือไม่
(แนวตอบ : มมี วลแตไ่ ม่มีนาํ้ หนัก)
เมื่อนักบินอวกาศอยู่บนโลกจะมมี วลและน้าหนักหรือไม่
(แนวตอบ : มีมวลและนา้ํ หนกั )
8. ครูอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ให้นกั เรยี นเขา้ ใจวา่ “น้าหนกั ของวตั ถุมคี ่าไมค่ งตัว ข้ึนกบั ระยะหา่ งจาก
ศูนย์กลางของโลก” จากนนั้ ครูให้นักเรียนแต่ละคนศกึ ษาคน้ คว้าข้อมูลเพ่ิมเติมเกย่ี วกบั คา่ ความเร่งโนม้
ถว่ งของดาวต่าง ๆ โดยบันทึกลงในสมดุ ประจา้ ตวั นักเรยี น
ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
9. ครูเปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นซกั ถามเนื้อหาเก่ยี วกบั เรอื่ ง การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทติ ย์
และใหค้ วามรูเ้ พม่ิ เติมจากคา้ ถามของนกั เรยี น โดยครูใช้ PowerPoint เรอ่ื ง การโคจรของดาวเคราะห์
รอบดวงอาทิตย์ ในการอธบิ ายเพม่ิ เติม
10. นกั เรียนทา้ ใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ จากนนั้ ครูสุม่
นกั เรยี น 5 คน ออกมาเฉลยคา้ ตอบของตนเองหน้าช้นั เรียน โดยใหเ้ พ่ือนในชัน้ เรยี นร่วมกันพิจารณาวา่
ค้าตอบถกู ตอ้ งหรือไม่ จากนน้ั ครเู ฉลยคา้ ตอบท่ถี ูกตอ้ งใหน้ ักเรียน
11. ครูมอบหมายใหน้ ักเรียนแต่ละคนท้าแบบฝึกหัด เรือ่ ง การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์
จากแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 ปฏิสัมพันธใ์ นระบบ
สุรยิ ะและเทคโนโลยีอวกาศ เป็นการบ้านส่งชวั่ โมงถัดไป
ข้ันสรปุ
ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูตรวจสอบผลการท้าแบบทดสอบกอ่ นเรยี นหน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 ปฏสิ มั พันธ์ในระบบสุริยะ
และเทคโนโลยีอวกาศ เพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรียนของนกั เรยี น
2. ครปู ระเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบค้าถาม พฤตกิ รรมการท้างานรายบุคคล
พฤตกิ รรมการทา้ งานกลมุ่ และจากการนา้ เสนอผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรมหนา้ ชั้นเรียน
3. ครตู รวจสอบความเข้าใจของนักเรียนก่อนเขา้ สกู่ จิ กรรมการเรยี นการสอน จากกรอบ
Check for Understanding ในสมดุ ประจา้ ตัวนกั เรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการท้าใบงานที่ 4.1 เรื่อง การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทติ ย์
5. ครูตรวจแบบฝกึ หัด เรื่อง การโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทิตย์ จากแบบฝึกหดั
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 ปฏิสัมพันธใ์ นระบบสรุ ิยะและเทคโนโลยี
อวกาศ
6. นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรุปเกย่ี วกับเรอื่ ง การโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทิตย์
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 ปฏิสัมพนั ธ์ในระบบ
สรุ ยิ ะและเทคโนโลยีอวกาศ
2) แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ปฏสิ มั พันธใ์ นระบบ
สรุ ิยะและเทคโนโลยีอวกาศ
3) ใบงานที่ 4.1 เรื่อง การโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทิตย์
4) PowerPoint เร่ือง การโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทติ ย์
5) บัตรภาพ
6) สมุดประจา้ ตวั นกั เรยี น
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) อินเทอรเ์ นต็
9. ช้นิ งาน/ภาระงาน
4) ใบงานที่ 4.1 เร่อื ง การโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทติ ย์
10. การวดั ผลและประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมือการวัดผล การประเมนิ ผล
10.1 การประเมนิ ก่อนเรยี น -ทดสอบ - แบบทดสอบกอ่ น - ประเมนิ ตามสภาพ
ส่งิ ท่ีจะวัด เรยี น หน่วยการเรียนรู้
ความรู้ ที่ 4 ปฏิสัมพนั ธใ์ น จรงิ
ระบบสรุ ยิ ะและ
เทคโนโลยีอวกาศ
10.2 การประเมินระหวา่ งการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ การประเมินผล
สง่ิ ทีจ่ ะวัด วธิ กี ารวัดผล เครื่องมอื การวัดผล - ร้อยละ 60 ผา่ น
1.ความรู้ - ตรวจใบงานท่ี 4.1 - ใบงานที่ 4.1 เกณฑ์
1) การโคจรของ - ตรวจสมดุ ประจ้าตวั - สมุดประจ้าตวั หรือ - รอ้ ยละ 60 ผา่ น
ดาวเคราะห์ หรอื แบบฝกึ หัด แบบฝกึ หดั เกณฑ์
รอบดวง วทิ ยาศาสตร์และ วทิ ยาศาสตร์
อาทติ ย์ เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 และเทคโนโลยี ม.3 - ระดบั คณุ ภาพ 3
เล่ม 1 ผา่ นเกณฑ์
2) การนา้ เสนอ - ประเมนิ การนา้ เสนอ - แบบประเมนิ การ ระดบั คุณภาพ
ผลงาน/ ผลงาน/การปฏิบตั ิ น้าเสนอผลงาน/การ การประเมินการ
การปฏบิ ตั ิกิจกรรม กิจกรรม ปฏบิ ัติกิจกรรม ปฏิบตั งิ านรายบคุ คล
2. ทักษะ/ 1. สังเกตพฤติกรรม 1. แบบสงั เกต และกระบวนการ
กระบวนการ การปฏบิ ัติงาน พฤตกิ รรมการ ทา้ งานกลุ่ม เกณฑผ์ ่าน
รายบคุ คล ปฏิบัตงิ านรายบุคคล ในระดบั 2 ข้นึ ไป
2. สังเกตพฤตกิ รรม - คะแนนการประเมิน
การปฏิบัติงานกล่มุ 2. แบบสงั เกต เกณฑ์ผ่านระดับ 3
พฤตกิ รรมการ ข้นึ ไป
ปฏบิ ัตงิ านกลมุ่ - เกณฑก์ ารตดั สนิ
3. คุณลกั ษณะ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ผ่าน ในระดบั 3 ข้ึนไป
อนั พงึ ประสงค์ คุณลักษณะ คณุ ลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค์ (ให้ระบุ อนั พึงประสงค์
พฤตกิ รรม)
4. สมรรถนะสา้ คัญ 1. สังเกตพฤติกรรม 1. แบบประเมนิ
ของผู้เรียน ดา้ นความสามารถ สมรรถนะส้าคญั ของ
ในการคดิ ผ้เู รียนดา้ น
2. ความสามารถในการ ความสามารถในการ
ใช้ทกั ษะชีวิต คดิ
2. แบบประเมนิ
สมรรถนะส้าคญั ของ
ผเู้ รียนในการใชท้ ักษะ
ชีวิต
10.3 การประเมนิ หลงั เรียน วธิ ีการวดั เครอ่ื งมือ เกณฑ์การวัดผล
สิ่งที่ตอ้ งการวดั - - -
ความรู้
10.4 การประเมินชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
สิ่งทีต่ ้องการวดั วิธกี ารวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์การวัดผล
1. ความรู้ ตรวจผลงาน ใบงานที่ 4.1 การโคจร ใบงานท่ี 4.1 การโคจร
ของดาวเคราะหร์ อบ ของดาวเคราะห์รอบ
ดวงอาทิตย์ ดวงอาทติ ย์
ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 50
11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงช่อื ………………………………………… ผสู้ อน
(นางสาววนชั พร คา้ จิตร)
12. ขอ้ คดิ เหน็ ของหวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................................
(นายนันท์ กอ้ คา้ )
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
13. ขอ้ คิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะผู้ชว่ ยผอู้ าํ นวยการกล่มุ งานบรหิ ารวิชาการ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................................
(นายวชิ า ภิมขุ )
ผ้ชู ว่ ยผอู้ า้ นวยการกล่มุ งานบรหิ ารวชิ าการ
การอนมุ ตั กิ ารใช้แผนการจัดการเรยี นร้จู ากฝา่ ยบริหาร
ความคิดเห็นของรองผอู้ า้ นวยการฝา่ ยวชิ าการ
..............................................................................................................................................................
เหน็ สมควรอนมุ ตั ิให้ใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน
เหน็ สมควรไมอ่ นุมัตใิ ห้ใช้ในการจดั การเรยี นการสอน เพราะ..........................................
.............................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอดุ )
รองผู้อ้านวยการโรงเรยี นฝ่ายบริหารวชิ าการ
การอนมุ ัตจิ ากผู้อาํ นวยการโรงเรียน
อนุมตั ใิ ห้ใช้ในการจดั การเรียนการสอน
ไมอ่ นมุ ัติให้ใช้ในการจัดการเรยี นการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .......................................................................................
(นางวลิ าวลั ย์ ปาลี)
ผู้อา้ นวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเย
บันทกึ ผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1
รายวิชา วทิ ยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน รหัสวิชา ว23101 ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
เร่ือง การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ เวลา 2 ช่ัวโมง
……………………………………………………………….
1. จาํ นวนนักเรียนท่ีสอน จาํ นวนนกั เรียน (คน)
ระดับช้ัน 36
ม.3/1 36
ม.3/2 36
ม.3/3 36
ม.3/4 144
รวม
2. บนั ทกึ ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
2.1 ผลการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.2 ขอ้ สังเกต/ขอ้ คน้ พบ
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.3 ปัญหา/อุปสรรค
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.4 ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
3. การประเมินผลการสอน ระดบั คณุ ภาพ
ดี พอใช้ ปรับปรงุ
รายการประเมนิ ดมี าก
1
1. ความเหมาะสมของระยะเวลา รวม
(คน)
2. ความเหมาะสมของเนือ้ หา
3. ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนการสอน
4. ความเหมาะสมของสอื่ การสอนท่ใี ช้
5. พฤติกรรม/การมีสว่ นร่วมของนกั เรยี น
6. ผลการปฏิบตั กิ จิ กรรม/ใบกิจกรรม การทดสอบก่อนเรียนและ
หลงั เรยี น
สรปุ ภาพรวม
3. สรปุ ผลการวดั ผลประเมินผล
ระดับคณุ ภาพ
432
การวดั ผลประเมินผล จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
1. ความรู้
1.1 ใบงานท่ี 4.1 การโคจรของ
ดาวเคราะหร์ อบดวงอาทิตย์
1.2 แบบทดสอบกอ่ นเรียน
ระดับ 3 ขน้ึ ไป คดิ เปน็ รอ้ ยละ
2. ทกั ษะ/กระบวนการ
2.1 กระบวนการทา้ งานกลมุ่
ระดับ 3 ขน้ึ ไป คิดเป็นรอ้ ยละ
3. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ระดับ 3 ขนึ้ ไป คดิ เป็นร้อยละ
4. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ้ รียน
ระดบั 3 ขึน้ ไป คิดเปน็ รอ้ ยละ
ลงชือ่ ............................................ครูผู้สอน
(นางสาววนชั พร คา้ จติ ร )
ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของผู้นเิ ทศ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงช่ือ................................................ผู้นเิ ทศ
(นายนนั ท์ ก้อค้า)
หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความคดิ เหน็ ของรองผู้อํานวยการโรงเรียนฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)
รองผู้อ้านวยการฝ่ายบริหารวชิ าการ
ความคดิ เห็นของผอู้ าํ นวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................
(นางวิลาวัลย์ ปาลี)
ผ้อู า้ นวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยา
ภาคผนวก
ใบงานท่ี 4.1
เรอื่ ง การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์
คําชแ้ี จง : แสดงวธิ ที า้ อย่างละเอยี ด
1. โลกมีมวล 5.971024 กิโลกรัม ดวงจันทร์มีมวล 7.351022 กิโลกรัม และระยะห่างระหว่างจุด
ศูนย์กลางของโลกและดวงจันทร์เป็น 2.20109 เมตร จงหาแรงโน้มถ่วงระหว่างโลกกับดวงจันทร์
มคี า่ เทา่ ใด ด
โ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………..……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………..……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………..……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………..……………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………..…………………………………………
……………………………..…………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………..……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………..……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………..……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..…………………………………………………………………………
2. นกั บนิ อวกาศมมี วล 80 กโิ ลกรมั ขณะท่อี ยบู่ นผวิ โลก เมื่อนักบนิ อวกาศโคจรรอบโลกทรี่ ะยะหา่ งจาก
ผิวโลกเปน็ 3 เทา่ ของรัศมีของโลก นกั บินอวกาศจะมีน้าหนักเท่าใด (ก้าหนดใหค้ ่า g = 9.8 เมตร
ต่อวนิ าที2)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………..……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………..……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………..……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………..……………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………..……………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………..………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………..……………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………..……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………..……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………..……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………..……………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………..……………………………………………
……………………………..……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………..……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………..……………………………………………………………………………………………………………
……………………………..……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………..……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………..……………………………………………………………………………………………………………
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 ปฏสิ มั พนั ธ์ในระบบสุริยะและเทคโนโลยอี วกาศ
คําชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1. ดาวเคราะห์ท่อี ยูไ่ กลดวงอาทิตยจ์ ะมีอตั ราเร็วในการโคจร 4. การเคลื่อนทปี่ รากฏของดวงอาทติ ย์มีผลใหเ้ กดิ ปรากฏการณใ์ ด
เปน็ อยา่ งไร 1. ฤดกู าล
1. การโคจรชา้ กว่าดาวเคราะห์ทอ่ี ยูใ่ กลด้ วงอาทิตย์ 2. นา้ ขึ้นน้าลง
2. การโคจรเร็วกวา่ ดาวเคราะห์ท่ีอยใู่ กลด้ วงอาทติ ย์ 3. กลางวันกลางคืน
3. การโคจรจะเท่ากับดาวเคราะห์ท่ีอยู่ใกล้ดวงอาทติ ย์ 4. อุณหภมู ทิ ่ีแตกต่างกันบนโลก
4. การโคจรจะเท่ากบั การโคจรของดวงอาทิตยร์ อบตัวเอง
5. เพราะเหตใุ ดดวงจันทร์ในแต่ละคืนจึงมีลกั ษณะแตกตา่ งกนั
2. โลกและดาวเคราะหต์ ่างๆ สามารถโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1. ดวงจนั ทร์ได้รบั แสงจากดวงอาทติ ยใ์ นแต่ละบริเวณแตกต่างกนั
ได้อย่างไร 2. เมื่อดวงจนั ทรโ์ คจรรอบโลกจะหันสว่ นสว่างมายังโลกแตกต่างกัน
1. โลกและดาวเคราะห์ตา่ ง ๆ มมี วลน้อยกวา่ ดวงอาทิตย์ 3. โลกหมนุ รอบตัวเอง ซึ่งจะหันหน้าเข้าดวงจนั ทรใ์ นทศิ ทางท่ี
จงึ โคจรรอบดวงอาทิตย์ซ่งึ มมี วลมากกว่า แตกต่างกัน
2. โลกและดาวเคราะหต์ า่ ง ๆ มีพลงั งานน้อยกวา่ ดวง 4. โลกหมุนรอบดวงอาทิตยแ์ ละขณะเดียวกนั ดวงจนั ทรก์ ็หมุนรอบ
อาทติ ย์ จึงโคจรรอบดวงอาทติ ย์ซ่ึงมีพลังงานมากกวา่ โลก ท้าใหบ้ างคร้งั ดวงจันทร์ไปบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ท่สี อ่ ง
3. โลกและดาวเคราะห์ต่าง ๆ โคจรรอบดวงอาทติ ย์ได้ มายังโลก
เน่ืองจากแรงโน้มถ่วง ซง่ึ เปน็ แรงดึงดดู ระหวา่ งวตั ถุสอง
วัตถุ 6. เพราะเหตใุ ดเราจงึ เหน็ ดวงจันทร์ขึ้นช้าไปประมาณวนั ละ 50 นาที
4. โลกและดาวเคราะห์ตา่ ง ๆ โคจรรอบดวงอาทิตย์ได้ 1. ดวงจนั ทรโ์ คจรรอบตัวเองดว้ ยอตั ราเร็วชา้ กวา่ การโคจรรอบ
เนือ่ งจากดวงอาทติ ย์มีอุณหภมู ิสงู มากจงึ ดึงดดู ดาวเคราะห์ โลก
ต่าง ๆ เข้าหา 2. ดวงจันทร์โคจรมาใกล้ดวงอาทติ ยท์ ้าใหอ้ ัตราเรว็ ในการโคจรช้า
ลง
3. ข้อใดกลา่ วถูกตอ้ งเกย่ี วกบั การเกดิ ฤดกู าล 3. ดวงจันทรม์ มี วลมากกวา่ โลกจงึ สง่ ผลให้การโคจรของดวงจันทร์
1. ฤดกู าลเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ขนึ้ และตกของดวง ช้ากว่าการโคจรรอบตวั เองของโลก
อาทติ ย์ 4. ดวงจันทร์โคจรรอบโลกในทิศทางเดียวกนั กับทีโ่ ลกหมนุ รอบ
2. ฤดกู าลเกิดข้นึ จากการโคจรในแนวเดยี วกนั ของโลก ตัวเอง และดวงจันทรใ์ ชเ้ วลาในการโคจรรอบโลกนานกว่า
ดวงจันทร์ และดวงอาทติ ย์ เวลา ที่โลกหมนุ รอบตัวเอง
3. ฤดกู าลเกดิ ขน้ึ จากการโคจรของโลกรอบตัวเองซงึ่ มี
คาบการโคจรเทา่ กบั การโคจรรอบดวงจนั ทร์
4. ฤดกู าลเกดิ ขึ้นจากการที่โลกหมุนรอบตัวเองและใน
ขณะเดียวกันโลกจะโคจรรอบดวงอาทิตยด์ ว้ ย
7. ข้อใดกล่าวถูกต้องเก่ยี วกับการเกดิ น้าขึ้นน้าลง 10. ดาวเทยี มส่อื สารดวงแรกของประเทศไทยคือข้อใด
1. ปรากฏการณ์ทเ่ี กิดจากแรงดึงดูดของดวงจนั ทร์ 1. ดาวเทยี มเอ็กโค
2. ปรากฏการณ์ท่เี กยี่ วขอ้ งกบั ดวงอาทติ ย์ ดวงจันทร์ 2. ดาวเทียมธีออส
และโลก 3. ดาวเทียมไทยคม
3. ปรากฏการณ์ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับแรงโนม้ ถว่ งของโลกและ 4. ดาวเทยี มสปุตนกิ 1
ดวงอาทติ ย์
4. ปรากฏการณ์ทีเ่ กิดจากอัตราเรว็ ที่แตกตา่ งกัน
ระหว่างโลกและ
ดวงจนั ทร์
8. ขอ้ ใดคือสว่ นประกอบสา้ คญั ของกระสวยอวกาศ
1. ถงั เช้ือเพลิง และจรวดอวกาศ
2. ถงั เชอ้ื เพลงิ ภายใน และถงั เชือ้ เพลงิ ภายนอก
3. ถังเช้ือเพลงิ ภายนอก จรวดเชอ้ื เพลิง และกระสวย
อวกาศ
4. ถังเชื้อเพลิงภายใน ถงั เชอื้ เพลงิ ภายนอก และยาน
ขนสง่ อวกาศ
9. นักบินอวกาศท่โี คจรอยบู่ นสถานีอวกาศรอบโลกของเรา
อยใู่ นสภาพไรน้ า้ หนัก มีความหมายว่าอยา่ งไร
1. ไม่มแี รงดงึ ดูดของโลกกระท้าตอ่ นกั บินอวกาศเลย
2. มีแรงดึงดดู ของโลกกระท้าต่อนกั บินอวกาศ แต่ไม่
สามารถชง่ั น้าหนกั ได้
3. สามารถชง่ั น้าหนักของนักบนิ อวกาศได้ แต่นอ้ ยกว่า
น้าหนักขณะทีอ่ ยูบ่ นผิวโลก
4. เปน็ สภาพทีม่ แี รงดงึ ดดู ของโลกกระท้าต่อนักบนิ
อวกาศเท่ากบั ขณะอย่ทู ี่ผิวโลก แตไ่ มส่ ามารถชั่งได้
เนื่องจากกา้ ลงั เคลอ่ื นทร่ี อบโลกด้วยอัตราเร็วสงู มาก ๆ
เฉลย 1. 1 2. 3 3. 4 4. 3 5. 2 6. 4 7. 2 8. 3 9. 2 10. 3
แบบบนั ทึกการประเมนิ การทาํ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรอ่ื ง คลืน่ ชนั้ ม.3/1 – ม.3/4
คาํ ชีแ้ จง
1. ใหบ้ นั ทึกคะแนนท่ีไดจ้ ากการทา้ แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลังเรยี นของนกั เรยี นแต่ละคนลงในช่องคะแนน
แบบทดสอบ
2. น้าคะแนนหลงั การเรยี นลบคะแนนกอ่ นเรยี น เป็นคะแนนพฒั นาการ
3. ประเมินคะแนนพัฒนาการในการเรยี นรู้โดยเปรียบเทยี บกับเกณฑ์คะแนนพฒั นาการแล้ว
ทาํ เครือ่ งหมาย ลงในชอ่ งความหมายของการพฒั นาการเรียนรู้ใหต้ รงกับความเป็นจรงิ
เลขที่ ชื่อ – สกลุ นักเรียน คะแนน คะแนน พัฒนาการในการเรียนรู้
แบบทดสอบ พัฒนาการ
ก่อน หลัง (หลัง-กอ่ น) ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
เรียน เรียน
ลงชื่อ...........................................ผูป้ ระเมนิ
(นางสาววนชั พร ค้าจิตร)
........./...................../...........
เกณฑ์การประเมนิ การทาํ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
ประเด็นการประเมนิ 43 21
ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
คะแนนท่ีได้ 9-10 คะแนน 7-8 คะแนน 5-6 คะแนน ต่า้ กว่า 5 คะแนน
แบบบนั ทึกการให้ระดบั คณุ ภาพใบงาน/แบบฝึกหัดของนักเรียน
คา้ ช้ีแจง: ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลงในชอ่ งท่ีตรงกบั รัชะ
ดับคะแนน
ระดับคุณภาพ
เลขที่ ชอื่ - สกลุ
ใบงานท่ี 4.1 สรุปผลการประเมนิ
ผ่าน ไมผ่ า่ น
ร้อยละ ลงช่ือ........................................ผปู้ ระเมิน
ระดบั คณุ ภาพ (นางสาววนชั พร คา้ จติ ร)
........./...................../...........
เกณฑก์ ารประเมนิ ใบงาน/แบบฝึกหัด
70 - 100 61 -70 51 - 60 ต่า้ กว่า 50
3 21 0
แบบประเมนิ สมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรียน
ช่ือ....................................................นามสกุล...................................................ช้ัน.................เลขท่ี.........
คาํ ชแี้ จง : ให้ครผู สู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งการจัดการเรียนการสอน แลว้ ทาํ
เครื่องหมาย ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดับคะแนน
สมรรถนะสําคัญ รายการประเมนิ (ตัวชีว้ ัด) ระดับคุณภาพ
ของผ้เู รียน
ดีเยย่ี ม ดี ผ่านเกณฑ์ ไม่ผ่าน
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)
1. ความสามารถ 1.1 มีความสามารถในการรับ-สง่ สาร
ในการสอื่ สาร 1.2 มคี วามสามารถในการถ่ายทอดความรู้
ความคิด ความเข้าใจของตนเองโดยใชภ้ าษา
ได้อยา่ งเหมาะสม
1.3 ใช้วิธกี ารสอ่ื สารท่ีเหมาะสมมปี ระสทิ ธภิ าพ
1.4 เจรจาต่อรองเพ่ือขจดั และลดปญั หา
ความขัดแยง้ ต่างๆ ได้
1.5 เลอื กรบั และไม่รับขอ้ มลู ข่าวสารดว้ ยเหตผุ ล
และถูกตอ้ งสรุปผลการประเมนิ
สรปุ ผลการประเมิน
2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคิด/วเิ คราะห์
ในการคิด 2.2 ทักษะในการคดิ นอกกรอบอยา่ งสร้างสรรค์
2.3 สามารถคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
2.4 มีความสามารถในการสร้างองคค์ วามรู้
2.5 ตัดสนิ ใจแกป้ ัญหาเกยี่ วกับตนเองได้อยา่ ง
เหมาะสม
สรุปผลการประเมนิ
สมรรถนะสําคญั รายการประเมนิ (ตัวชว้ี ดั ) ดีเย่ียม ระดับคณุ ภาพ
ของผูเ้ รียน (3)
3.1 สามารถแก้ปัญหาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ดี ผ่านเกณฑ์ ไม่ผ่าน
3. ความสามารถ ทเี่ ผชิญได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแกป้ ญั หา 3.2 เขา้ ใจความสัมพนั ธแ์ ละการเปล่ยี นแปลง
ในสงั คม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรู้ประยุกต์ความร้มู าใช้
การใช้ทกั ษะชีวติ ในการปอ้ งกันและแก้ปัญหา
3.4 สามารถตดั สินใจไดอ้ ย่างเหมาะสมตามวัย
5. ความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยี สรุปผลการประเมิน
4.1 เรียนรูด้ ว้ ยตนเองได้อย่างเหมาะสมกับวยั
4.2 สามารถทาํ งานกลมุ่ ร่วมกับผ้อู ืน่ ได้
4.3 นําความรูท้ ี่ได้ไปใช้ประโยชนใ์ น
ชีวิตประจาํ วนั
4.4 จดั การปญั หาและความขดั แย้งได้อย่าง
เหมาะสม
4.5 หลกั เลี่ยงพฤตกิ รรมไม่พึงประสงคท์ ่ี
ส่งผลกระทบตอ่ ตนเอง
สรปุ ผลการประเมิน
5.1 เลือกและใชท้ คโนโลยไี ดอ้ ยา่ งเหมาะสม
5.2 มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนาํ เทคโนโลยไี ปใชพ้ ัฒนาตนเอง
5.4 ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาไดอ้ ย่าง
สร้างสรรค์
5.5 มคี ุณธรรม จริยธรรม ในการใชเ้ ทคโนโลยี
สรปุ ผลการประเมิน
เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพ
ระดับคณุ ภาพ พฤตกิ รรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยีย่ ม พฤตกิ รรมทปี่ ฏบิ ัตชิ ดั เจน สมา่ํ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัติชัดเจนและบอ่ ยครง้ั 0 คะแนน
ผ่าน พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั เิ ป็นบา้ งคร้ัง
ไมผ่ า่ น ไม่เคยปฏิบตั ิพฤติกรรม
เกณฑก์ ารสรปุ ผล คะแนน
ระดับคณุ ภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเยยี่ ม 1-8 คะแนน
ดี
ผา่ นเกณฑ์ 0 คะแนน
ไม่ผ่านเกณฑ์
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 8 ประการ
ช่ือ-สกลุ นักเรียน.....................................................................ชัน้ ..............................เลขท…่ี ….
คําชี้แจง : ให้ ผ้สู อน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลง
ในช่องวา่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงคด์ า้ น 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และบอกความหมายของ 321
1. รกั ชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษตั รยิ ์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสิทธิและหน้าที่ของนกั เรียน ให้ความร่วมมอื รว่ มใจ ใน
การทา้ งานกบั สมาชิกในหอ้ งเรยี น
2. ซ่อื สัตย์ สจุ รติ 1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชนต์ ่อ
3. มีวินยั
รับผดิ ชอบ โรงเรียนและชมุ ชน
1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนับถือ ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเปน็ ตวั อย่างทด่ี ีของศาสนิกชน
1.5 เข้าร่วมกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทีเ่ กี่ยวกับสถาบนั
พระมหากษัตรยิ ต์ ามท่โี รงเรยี นและชมุ ชนจัดข้ึน ชน่ื ชมในพระราช
กรณียกิจพระปรีชาสามารถของพระมหากษตั ริย์และพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ ้อมูลที่ถกู ตอ้ ง และเปน็ จรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ท่ถี กู ต้อง ละอาย และเกรงกลวั ทจ่ี ะทา้ ความผดิ ทา้ ตาม
สัญญาทีต่ นใหไ้ ว้กับพอ่ แมห่ รือผ้ปู กครอง และครู
2.3 ปฏิบัตติ นตอ่ ผ้อู ื่นด้วยความซือ่ ตรง และเปน็ แบบอยา่ งทดี่ แี ก่เพ่ือน
ดา้ น ความซอ่ื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบงั คับของครอบครัวและ
โรงเรียน มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ใน
ชีวติ ประจ้าวันมคี วามรับผิดชอบ
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 4.1 ต้ังใจเรียน
4.2 เอาใจใส่ในการเรยี น และมีความเพียรพยายามในการเรียน
4.3 เข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ตา่ งๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรูจ้ ากหนงั สือ เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ สอื่ เทคโนโลยี
ตา่ งๆแหล่งการเรยี นรูท้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน และเลอื กใชส้ ่อื ได้
อย่างเหมาะสม
4.5 บันทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบบางส่งิ ที่เรยี นรู้ สรปุ เป็นองค์
ความรู้
4.6 แลกเปล่ียนความรู้ ดว้ ยวธิ ีการต่างๆ และนา้ ไปใชใ้ นชีวิตประจ้าวัน
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และส่งิ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั
5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอยา่ งประหยัดและร้คู ุณค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอย่างประหยดั และมีการเก็บออมเงนิ
6. มงุ่ ม่ันในการ 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการท้างานทไี่ ด้รบั มอบหมาย
ทํางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานส้าเร็จ
7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตส้านึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครูท้างาน
8.2 อาสาท้างาน ช่วยคิด ชว่ ยทา้ และแบง่ ปันสงิ่ ของให้ผู้อื่น
8.3 รจู้ กั การดูแล รกั ษาทรัพย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น
โรงเรยี น
ชมุ ชน
8.4 เข้าร่วมกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ ลงช่อื ...........................................ผ้ปู ระเมิน
พฤตกิ รรมทปี่ ฏิบัตชิ ัดเจนและสม่า้ เสมอ ให้ (นางสาววนชั พร คา้ จติ ร)
คะแนน 3 ........./...................../..........
พฤติกรรมท่ีปฏิบัติชดั เจนและบอ่ ยครั้ง 2
คะแนน
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2
รายวชิ า วิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน รหสั วชิ า ว23101 กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จํานวน 1.5 หน่วยกติ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 ระบบสุรยิ ะของเรา เวลา 16 ชั่วโมง
เรอ่ื ง การเกดิ ฤดกู าลและการเคล่ือนท่ปี รากฏของดวงอาทติ ย์ เวลา 3 ชัว่ โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด
สาระท่ี 1
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ
กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ ที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการ
ประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยอี วกาศ
ตัวช้ีวัด ม.3/2 สร้างแบบจ้าลองที่อธิบายการเกิดฤดู และการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์
2. สาระสําคัญ
การทโ่ี ลกโคจรรอบดวงอาทติ ย์ในลักษณะทีแ่ กนโลกเอียงทา้ มมุ ประมาณ 23.5 องศา กับ
แนวตั้งฉากของระนาบทางโคจร ท้าให้ส่วนตา่ ง ๆ บนโลกไดร้ บั ปริมาณแสงจากดวงอาทิตยแ์ ตกตา่ งกัน
ในรอบปีเกิดเปน็ ฤดกู าล (seasons) โลกหมนุ รอบตวั เอง 1 รอบ ใชเ้ วลา 24 ชว่ั โมง หรือ 1 วนั โดย
หมุนจากทิศตะวนั ตกไปยงั ทิศตะวันออก การหมนุ รอบตวั เองของโลกท้าใหเ้ ราสังเกตเหน็ การเคลื่อนท่ี
ปรากฏของดวงอาทิตยจ์ ากทศิ ตะวนั ออกไปยังทศิ ตะวันตก เรียกปรากฏการณท์ ่เี กดิ น้วี ่า การข้ึนและตก
ของดวงอาทิตย์ ซงึ่ สังเกตเหน็ ไดจ้ ากบริเวณขอบฟา้ เรยี กบรเิ วณทด่ี วงอาทติ ย์ขนึ้ จากขอบฟา้ ว่า ทิศ
ตะวนั ออก และเรยี กบริเวณทด่ี วงอาทิตยต์ กจากขอบฟ้าว่า ทิศตะวันตก
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายการเกดิ ฤดูกาลได้
2. อธบิ ายการเคลือ่ นท่ีปรากฏของดวงอาทติ ย์ได้
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. สร้างแบบจา้ ลองท่ีอธบิ ายการเกดิ ฤดู และการเคล่ือนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์ได้
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
2. มีความสนใจใฝร่ หู้ รอื อยากรอู้ ยากเห็น และทา้ งานรว่ มกบั ผอู้ ืน่ อย่างสรา้ งสรรค์
4. สาระการเรยี นรู้
การท่ีโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ในลักษณะท่ีแกนโลกเอยี งกบั แนวตัง้ ฉากของระนาบทางโคจร
ทา้ ให้ส่วนตา่ ง ๆ บนโลกไดร้ ับปริมาณแสงจากดวงอาทิตย์
แตกต่างกนั ในรอบปี เกดิ เปน็ ฤดูกลางวันกลางคืนยาวไม่เท่ากัน และต้าแหนง่ การขน้ึ และตกของดวง
อาทิตย์ทขี่ อบฟา้ และเส้นทางการข้นึ และตกของดวงอาทติ ยเ์ ปลี่ยนไปในรอบปี ซึ่งส่งผลต่อการดา้ รงชีวติ
5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผ้เู รียน
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซือ่ สตั ยส์ จุ รติ มีวินัย
ใฝเ่ รยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพยี ง มงุ่ มน่ั ในการทา้ งาน
รกั ความเปน็ ไทย
6. สมรรถนะสําคัญของผเู้ รยี น
ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการส่อื สาร
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชัว่ โมงท่ี 1
ขนั้ นาํ
ข้ันท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูเปดิ วีดทิ ัศน์เกีย่ วกับการเกดิ ฤดกู าล จาก
https://www.youtube.com/watch?v=ENMnNK1FOAc ให้นกั เรยี นดู จากน้ันครตู งั้
ประเด็นคา้ ถามกระตนุ้ ความคดิ นกั เรียน โดยให้นักเรียนแตล่ ะคนรว่ มกนั อภปิ รายแสดงความ
คดิ เห็นอย่างอิสระโดยไมม่ กี ารเฉลยว่าถูกหรือผิดดังนี้
ฤดกู าลเกิดข้ึนได้อย่างไร
(แนวตอบ : เกดิ จากการที่โลกโคจรรอบดวงอาทติ ยใ์ นรอบ 1 ปี โดยแกนโลกเอียงทํามมุ
ประมาณ 23.5 องศากับแนวตงั้ ฉากของระนาบโคจรของโลกรอบดวงอาทติ ย์ จงึ ทําให้ส่วนตา่ ง ๆ
ของโลกไดร้ ับพลงั งานความร้อนแตกต่างกนั )
ในประเทศไทยมีกีฤ่ ดู อะไรบ้าง
(แนวตอบ : มี 3 ฤดู ไดแ้ ก่ ฤดูรอ้ น ฤดูฝน และฤดูหนาว)
ขัน้ สอน
ขนั้ ท่ี 2 สํารวจคน้ หา (Explore)
1. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน ตามความสมัครใจ จากน้ันให้นกั เรยี นแต่ละกล่มุ สง่ ตัวแทน
ออกมาจบั สลากเร่ืองท่ีศึกษา โดยครูเตรียมสลากฤดกู าลตา่ ง ๆ ไว้หนา้ ช้ันเรยี นดงั นี้
ฤดูร้อน
ฤดูฝน
ฤดหู นาว
ฤดใู บไม้ร่วง
ฤดใู บไม้ผลิ
2. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันศึกษาตามเรอ่ื งท่ีจับสลากได้ โดยให้แต่ละกลมุ่ ศกึ ษาเกีย่ วกับการเกิด
ฤดูกาลน้ัน ลกั ษณะการหมุนของโลกรอบดวงอาทติ ย์ ชว่ งเวลาในการเกดิ ฤดกู าล ประเทศทม่ี ีฤดูกาลน้ัน
จากหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 ปฏสิ มั พันธใ์ นระบบ
สุริยะและเทคโนโลยีอวกาศ หรอื แหลง่ การเรยี นรตู้ ่าง ๆ เชน่ อินเทอรเ์ นต็ หอ้ งสมดุ QR Code เร่ือง
การเกดิ ฤดูกาล
3. สมาชกิ ภายในกลุ่มรว่ มกนั สรปุ ความรู้ทไ่ี ด้จากการศึกษาค้นคว้าลงในสมดุ ประจําตัวนักเรียน
ชวั่ โมงท่ี 2
4. ครทู บทวนความรเู้ ดมิ ของนกั เรียนเก่ียวกับการเกดิ ฤดกู าลจากช่วั โมงทผ่ี ่านมา โดยครูตงั้ ประเด็น
คา้ ถามกระตนุ้ ความคิดนกั เรียน ดงั น้ี
สาเหตทุ ่โี ลกเกิดฤดูกาลทแี่ ตกตา่ งกันมีอะไรบ้าง
(แนวตอบ : โลกโคจรรอบดวงอาทติ ยแ์ ละแกนโลกเอยี งทํามมุ 23.5 องศา สว่ นตา่ ง
ๆ บนโลกได้รับปริมาณแสงจากดวงอาทติ ยแ์ ตกต่างกันในรอบปี)
เม่ือซกี โลกเหนอื ไดร้ ับแสงสว่างและความร้อนจากดวงอาทิตย์มาก ซกี โลกใตจ้ ะเป็นฤดู
ใด
(แนวตอบ : ฤดหู นาว)
5. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่ม 6 คน ตามความสมคั รใจ จากนนั้ ครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรม
แบบจ้าลองการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ให้นกั เรียนทราบเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบตั ิกิจกรรม
ท่ีถกู ต้อง
6. นกั เรียนแต่ละกล่มุ ร่วมกนั ศกึ ษากิจกรรม แบบจา้ ลองการโคจรของโลกรอบดวงอาทติ ย์
จากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 ปฏิสัมพนั ธใ์ นระบบสรุ ิยะ
และเทคโนโลยอี วกาศ โดยครูใชร้ ูปแบบการเรยี นรแู้ บบร่วมมอื มาจัดกระบวนการเรยี นรู้ โดยกา้ หนดให้
สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมบี ทบาทหน้าที่ของตนเองดงั นี้
สมาชิกคนท่ี 1-2 ทา้ หน้าทเ่ี ตรยี มวสั ดอุ ุปกรณท์ ีใ่ ช้ในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมแบบจําลอง
การโคจรของโลกรอบดวงอาทติ ย์
สมาชิกคนท่ี 3-4 ทา้ หน้าทอี่ า่ นวธิ ปี ฏบิ ัติกิจกรรม และนา้ มาอธิบายใหส้ มาชิกในกลุ่มฟงั
สมาชิกคนท่ี 5-6 ท้าหน้าที่บนั ทกึ ผลการปฏิบัติกจิ กรรมลงในสมุดประจา้ ตัวนักเรยี น
7. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกันปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามขั้นตอน จากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตรแ์ ล
เทคโนโลยี
ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 4 ปฏสิ มั พันธใ์ นระบบสรุ ิยะและเทคโนโลยอี วกาศ
8. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั แลกเปลี่ยนความรู้และวเิ คราะหผ์ ลการปฏิบตั กิ ิจกรรม แล้วอภปิ รายผล
ร่วมกนั
ชว่ั โมงที่ 3
ขน้ั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
9. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน้าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมแบบจ้าลองการโคจรของโลกรอบดวง
อาทิตย์หน้าชั้นเรียน ในระหว่างท่ีนักเรียนน้าเสนอ ครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพ่ือให้นักเรียนมี
ความเขา้ ใจถูกต้อง
10. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันตอบค้าถามท้ายกิจกรรม โดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายแสดงความ
คดิ เหน็ เพอื่ หาค้าตอบ จากน้นั ครสู ุ่มนกั เรยี นให้ตอบค้าถามทา้ ยกิจกรรม
11. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันอภปิ รายผลท้ายกิจกรรมแบบจา้ ลองการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์
และเฉลยคา้ ถามทา้ ยกจิ กรรม
12. ครอู ธิบายเพ่มิ เติมให้นักเรียนเข้าใจเกย่ี วกบั วนั ที่ 21 มิถนุ ายน วนั ครีษมายันว่า “วันที่ 21
มถิ ุนายน เป็นวนั ครีษมายัน เวลากลางวันจะยาวทส่ี ดุ ในรอบปี ดวงอาทติ ย์จะขึ้นทางทศิ ตะวันออกเฉยี ง
ไปทางเหนือมากที่สดุ และตกทางทศิ ตะวนั ตกเฉียงไปทางเหนือมากทสี่ ุด ซึ่งเปน็ วันเปลย่ี นฤดูกาล
เขา้ ส่ฤู ดรู อ้ นของประเทศทางซีกโลกเหนือ”
ขัน้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
13. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เติมใหน้ ักเรยี นเข้าใจเกีย่ วกับการเคลือ่ นทข่ี องวตั ถตุ ่าง ๆ บนทอ้ งฟา้ ว่า
“การเคลือ่ นที่ของวตั ถุในท้องฟ้า แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ไดแ้ ก่ 1) การเคลื่อนท่ีปรากฏ เปน็ การ
เคลื่อนท่ที เ่ี กิดขนึ้ จากการเคลอ่ื นทขี่ องโลก และ 2) การเคลือ่ นท่แี ทจ้ ริง เป็นการเคล่อื นทท่ี ีเ่ กดิ
จากการเคลือ่ นทข่ี องดาวเคราะห์ หรอื วตั ถใุ นท้องฟา้ นน้ั จรงิ ดงั น้นั การเคลือ่ นทีป่ รากฏของดวงอาทิตย์
จรงิ ๆ แลว้ เปน็ การเคลอ่ื นท่ขี องโลก ซ่ึงทาํ ให้เราเหน็ ปรากฏการณก์ ารข้นึ และตกของดวงอาทติ ย์”
14. ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนศึกษาคน้ คว้าข้อมูลเพมิ่ เตมิ เก่ยี วกับเรื่อง การเคล่อื นที่ปรากฏของดวง
อาทติ ย์ จากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ปฏสิ ัมพันธ์
ในระบบสรุ ยิ ะและเทคโนโลยอี วกาศ หรอื ใบความรู้ เรอ่ื ง การเคลื่อนทีป่ รากฏของดวงอาทิตย์
จากนน้ั เขียนสรปุ ความรู้ทไี่ ดจ้ ากการศกึ ษาค้นควา้ ลงในสมดุ ประจา้ ตวั นกั เรียน
15. ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามเนือ้ หาเกย่ี วกับเรอ่ื ง การเกดิ ฤดกู าล และการเคลอ่ื นท่ีปรากฏ
ของดวงอาทิตย์ และใหค้ วามรเู้ พม่ิ เตมิ จากคา้ ถามของนักเรียน โดยครใู ช้ PowerPoint เร่ือง การเกดิ
ฤดกู าล และการเคลอื่ นทป่ี รากฏของดวงอาทติ ย์ ในการอธิบายเพม่ิ เติม
16. ครูตัง้ ประเดน็ ค้าถาม โดยให้นกั เรยี นรว่ มกนั ตอบค้าถามวา่ “การเกดิ ฤดกู าลมผี ลตอ่ มนุษยแ์ ละ
สิง่ แวดลอ้ มอยา่ งไร”
(แนวตอบ : ฤดกู าลมผี ลตอ่ การดํารงชีวิตของพชื สตั ว์ และมนษุ ย์ เช่น มีผลตอ่ การสงั เคราะหด์ ้วย
แสงของพืช การปรบั ตวั การทําการเกษตรของมนุษย์)
17. นักเรยี นแตล่ ะคนทา้ ใบงานท่ี 4.2 เร่ือง การเกดิ ฤดูกาล จากน้ันครูมอบหมายใหน้ กั เรียน
ท้าแบบฝึกหดั เร่ือง การเกิดฤดกู าล และการเคลอื่ นท่ีปรากฏของดวงอาทิตย์ จากแบบฝกึ หัด
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ปฏิสมั พันธใ์ นระบบสุริยะและ
เทคโนโลยีอวกาศ เป็นการบ้านสง่ ชั่วโมงถดั ไป
ข้นั สรุป
ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมนิ ผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบค้าถาม พฤติกรรมการทา้ งานรายบคุ คล
พฤติกรรมการทา้ งานกลมุ่ และจากการนา้ เสนอผลการปฏิบัตกิ จิ กรรมหนา้ ชน้ั เรียน
2. ครูตรวจสอบผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม แบบจา้ ลองการโคจรของโลกรอบดวงอาทติ ย์
3. ครูตรวจสอบผลการทา้ ใบงานท่ี 4.2 เรือ่ ง การเกิดฤดกู าล
4. ครูตรวจแบบฝกึ หดั เร่อื ง การเกดิ ฤดกู าล และการเคล่ือนทีป่ รากฏของดวงอาทติ ย์ จาก
แบบฝกึ หัด
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ปฏิสมั พันธ์ในระบบสรุ ิยะและ
เทคโนโลยีอวกาศ
5. นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรุปเก่ียวกบั เรื่อง การเกดิ ฤดกู าล และการเคลื่อนท่ีปรากฏของดวงอาทิตย์
8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 ปฏิสัมพนั ธใ์ นระบบ
สรุ ยิ ะและเทคโนโลยีอวกาศ
2) แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 ปฏสิ ัมพนั ธ์ในระบบ
สรุ ิยะและเทคโนโลยีอวกาศ
3) ใบงานท่ี 4.2 เรือ่ ง การเกดิ ฤดกู าล
4) ใบความรู้ เร่ือง การเคลอื่ นทป่ี รากฏของดวงอาทิตย์
5) วัสดอุ ปุ กรณท์ ่ีใชใ้ นการปฏิบตั ิกิจกรรมแบบจ้าลองการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์
6) PowerPoint เร่ือง การเกิดฤดกู าล และการเคลอ่ื นทปี่ รากฏของดวงอาทติ ย์
7) สลากฤดกู าลต่าง ๆ
8) QR Code เร่อื ง การเกิดฤดกู าล
9) วดี ทิ ศั น์เกย่ี วกับการเกดิ ฤดูกาล จาก
https://www.youtube.com/watch?v=ENMnNK1FOAc
10) สมดุ ประจา้ ตวั นักเรียน
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องเรียน
2) ห้องสมุด
3) อินเทอรเ์ นต็
9. ช้ินงาน/ภาระงาน
5)ใบงานท่ี 4.2 เร่ือง การเกิดฤดูกาล
10. การวัดผลและประเมินผล วิธกี ารวดั ผล เครือ่ งมอื การวัดผล การประเมนิ ผล
10.1 การประเมนิ กอ่ นเรยี น - - -
สิง่ ที่จะวัด
ความรู้
10.2 การประเมินระหว่างการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
สงิ่ ทจี่ ะวัด วิธีการวดั ผล เครื่องมือการวัดผล การประเมินผล
1.ความรู้ - ตรวจใบงานที่ 4.2 - ใบงานท่ี 4.2 - ร้อยละ 60 ผ่าน
1) การเกิดฤดกู าล - ตรวจสมุดประจา้ ตวั - สมดุ ประจา้ ตวั หรอื เกณฑ์
และการเคลอ่ื นท่ี หรือแบบฝึกหดั แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผ่าน
ปรากฏของดวง วทิ ยาศาสตร์และ วิทยาศาสตร์ เกณฑ์
อาทติ ย์ เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 และเทคโนโลยี ม.3
เล่ม 1
2) ผลบนั ทึกการ - ตรวจสมดุ ประจา้ ตวั - สมุดประจ้าตวั หรอื - รอ้ ยละ 60 ผ่าน
ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม หรอื แบบฝกึ หัด แบบฝึกหัด เกณฑ์
แบบจา้ ลองการ วิทยาศาสตรแ์ ละ วิทยาศาสตร์
โคจรของโลกรอบ เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 และเทคโนโลยี ม.3 - ระดับคณุ ภาพ 3
ดวงอาทิตย์ เลม่ 1 ผ่านเกณฑ์
3) การน้าเสนอ - ประเมนิ การนา้ เสนอ - แบบประเมินการ ระดบั คุณภาพ
ผลงาน/ ผลงาน/การปฏบิ ัติ นา้ เสนอผลงาน/การ การประเมินการ
การปฏบิ ตั ิกจิ กรรม กิจกรรม ปฏิบตั ิกจิ กรรม ปฏบิ ตั งิ านรายบคุ คล
2. ทกั ษะ/ 1. สงั เกตพฤตกิ รรม 1. แบบสังเกต และกระบวนการ
กระบวนการ การปฏิบัติงาน พฤตกิ รรมการ ทา้ งานกลมุ่ เกณฑผ์ า่ น
รายบุคคล ปฏิบัตงิ านรายบุคคล ในระดบั 2 ขึน้ ไป
2. สงั เกตพฤตกิ รรม 2. แบบสงั เกต - คะแนนการประเมิน
การปฏบิ ตั ิงานกล่มุ พฤติกรรมการ
ปฏิบัตงิ านกลุ่ม
3. คุณลกั ษณะ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ
อันพงึ ประสงค์ คณุ ลักษณะ คณุ ลกั ษณะ เกณฑ์ผ่านระดับ 3
อันพงึ ประสงค์ (ใหร้ ะบุ อันพึงประสงค์ ขนึ้ ไป
พฤติกรรม) 1. แบบประเมิน - เกณฑ์การตัดสิน
4. สมรรถนะส้าคัญ 1. สงั เกตพฤตกิ รรม สมรรถนะส้าคญั ของ ผ่าน ในระดับ 3 ขึน้ ไป
ของผู้เรียน ดา้ นความสามารถ ผูเ้ รียนด้าน
ในการคดิ ความสามารถในการ
2. ความสามารถในการ คดิ
ใชท้ กั ษะชีวติ 2. แบบประเมิน
สมรรถนะส้าคญั ของ
ผู้เรียนในการใช้ทกั ษะ
ชีวิต
10.3 การประเมนิ หลังเรียน วธิ ีการวดั เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารวดั ผล
สิ่งที่ตอ้ งการวัด - - -
ความรู้
10.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เครอื่ งมือ
ส่งิ ทต่ี อ้ งการวัด วิธกี ารวัด ใบงานท่ี 4.2 การเกดิ เกณฑ์การวดั ผล
1. ความรู้ ตรวจผลงาน ฤดูกาล ใบงานท่ี 4.2 การเกิด
ฤดกู าล
ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 50
11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงช่อื ………………………………………… ผู้สอน
(นางสาววนัชพร คา้ จติ ร)
12. ขอ้ คิดเหน็ ของหวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................................
(นายนันท์ ก้อค้า)
หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
13. ขอ้ คิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้ชว่ ยผอู้ าํ นวยการกลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...............................................................
(นายวชิ า ภมิ ขุ )
ผชู้ ว่ ยผู้อา้ นวยการกลุม่ งานบรหิ ารวิชาการ
การอนุมตั ิการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรจู้ ากฝา่ ยบรหิ าร
ความคิดเห็นของรองผอู้ ้านวยการฝา่ ยวชิ าการ
..............................................................................................................................................................
เหน็ สมควรอนมุ ตั ิใหใ้ ช้ในการจัดการเรยี นการสอน
เห็นสมควรไมอ่ นมุ ตั ิให้ใช้ในการจัดการเรยี นการสอน เพราะ..........................................
.............................................................................................................................................................
ลงชื่อ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)
รองผอู้ า้ นวยการโรงเรยี นฝ่ายบรหิ ารวิชาการ
การอนมุ ตั จิ ากผู้อํานวยการโรงเรยี น
อนุมตั ใิ หใ้ ชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน
ไมอ่ นุมัติให้ใช้ในการจัดการเรยี นการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................
ลงชือ่ .......................................................................................
(นางวลิ าวลั ย์ ปาลี)
ผู้อา้ นวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยา
บนั ทกึ ผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2
รายวชิ า วิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน รหสั วิชา ว23101 ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
เรือ่ ง การเกิดฤดูกาลและการเคลอ่ื นทีป่ รากฏของดวงอาทติ ย์ เวลา 3 ชว่ั โมง
……………………………………………………………….
1. จํานวนนักเรยี นท่สี อน จํานวนนักเรยี น (คน)
ระดับชนั้ 36
ม.3/1 36
ม.3/2 36
ม.3/3 36
ม.3/4 144
รวม
2. บันทึกผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
2.1 ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.2 ขอ้ สงั เกต/ขอ้ คน้ พบ
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.3 ปัญหา/อปุ สรรค
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
3. การประเมินผลการสอน ระดับคุณภาพ
ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
รายการประเมนิ ดีมาก
1
1. ความเหมาะสมของระยะเวลา รวม
(คน)
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา
3. ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนการสอน
4. ความเหมาะสมของสือ่ การสอนทใี่ ช้
5. พฤติกรรม/การมสี ่วนร่วมของนักเรียน
6. ผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม/ใบกิจกรรม การทดสอบก่อนเรียนและ
หลังเรียน
สรุปภาพรวม
3. สรปุ ผลการวดั ผลประเมินผล
ระดับคุณภาพ
432
การวัดผลประเมินผล จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
1. ความรู้
1.1 ใบงานท่ี 4.2 การเกิด
ฤดูกาล
ระดับ 3 ข้นึ ไป คดิ เป็นรอ้ ยละ
2. ทักษะ/กระบวนการ
2.1 กระบวนการทา้ งานกลุ่ม
ระดบั 3 ข้ึนไป คิดเปน็ รอ้ ยละ
3. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ระดบั 3 ขนึ้ ไป คดิ เป็นรอ้ ยละ
4. สมรรถนะสําคัญของผูเ้ รียน
ระดบั 3 ข้ึนไป คดิ เป็นรอ้ ยละ
ลงช่ือ............................................ครผู ้สู อน
(นางสาววนชั พร ค้าจิตร )
ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของผ้นู เิ ทศ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงชอื่ ................................................ผ้นู เิ ทศ
(นายนนั ท์ กอ้ ค้า)
หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความคดิ เห็นของรองผ้อู ํานวยการโรงเรยี นฝา่ ยบริหารวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอดุ )
รองผ้อู ้านวยการฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ
ความคดิ เหน็ ของผู้อาํ นวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................
(นางวิลาวลั ย์ ปาลี)
ผู้อ้านวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จงั หวดั พะเยา
ภาคผนวก
ใบงานท่ี 4.2
เรื่อง การเกิดฤดกู าล
คาํ ชีแ้ จง : พจิ ารณาภาพการเคลือ่ นท่ขี องโลกรอบดวงอาทิตย์บนระนาบสรุ ิยะวิถีและอธิบายการเกดิ
กลางวนั กลางคืนและการเกดิ ฤดูกาล
การเกดิ กลางวันกลางคืน การเกิดฤดูกาล
............................................................................... ....................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
.................................................................................... ....................................................................................
ที่มา : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ใบความรู้
เรือ่ ง การเคลอ่ื นทีป่ รากฏของดวงอาทิตย์
การเคล่อื นทขี่ องวตั ถุต่าง ๆ บนท้องฟ้า จะเกดิ การเคลอ่ื นท่ี 2 ลกั ษณะ ดงั น้ี
1. การเคลอ่ื นที่จริง เป็นการเคลือ่ นทแ่ี ท้จรงิ ของดาวหรอื วัตถุท้องฟ้าดวงน้ัน ๆ
2. การเคลอื่ นทีป่ รากฏ เป็นการเคลอ่ื นท่ีของโลกแลว้ ทา้ ใหเ้ หน็ เหมือนกับวัตถตุ า่ ง ๆ ในทอ้ งฟ้าเคล่ือนท่ี
เช่น การเคลอื่ นท่ปี รากฏของดวงอาทติ ย์ แท้จริงแลว้ เปน็ การเคลอ่ื นทีข่ องโลก เปน็ ผลให้เราเห็น
ปรากฏการณท์ ี่เกี่ยวขอ้ งกับการเคล่อื นท่นี ี้
ผูส้ งั เกตบนโลกจะสังเกตเห็นการข้ึนตกของดวงอาทติ ย์ โดยจะเหน็ ดวงอาทติ ย์ขน้ึ บริเวณขอบฟา้ ทางทศิ
ตะวันออก และตกบรเิ วณขอบฟา้ ทางทศิ ตะวนั ตก ซึง่ การข้นึ ตกของดวงอาทติ ย์ทีส่ ังเกตไดน้ ีเ้ ปน็ การ
เคล่อื นท่ปี รากฏของดวงอาทิตย์โดยเป็นผลมาจากการเคลอื่ นทข่ี องโลกหรือเรยี กว่า การหมนุ รอบตัวเอง
ของโลก โลกจะหมนุ รอบตัวเองจากตะวันตกไปตะวนั ออกจงึ ทา้ ใหผ้ ้สู งั เกตเหน็ ดวงดาวขึ้นตกทางทิศ
ตะวันออกและตกทางทศิ ตะวนั ตก
ดวงอาทิตย์จะขึน้ และตกไมซ่ ้ารอยเดมิ ในทุกวัน ซง่ึ บางวันดวงอาทิตย์ข้ึนทางทศิ
ตะวนั ออกเฉียงเหนือและตกทางทศิ ตะวนั ตกเฉียงเหนือ บางวันข้ึนทางทิศตะวนั ออกเฉยี งใต้และตกทาง
ทศิ ตะวันตกเฉยี งใต้ โดยในรอบ 1 ปี ดวงอาทิตย์จะข้นึ ทางทศิ ตะวันออกพอดีและตกทางทศิ ตะวันตก
พอดีเพยี ง 2 วนั เทา่ นน้ั คอื วันที่ 21 มนี าคมและวนั ท่ี 23 กนั ยายน โดยมรี ะยะเวลากลางวนั และ
กลางคืนยาวเท่ากัน ดวงอาทิตยข์ ้ึนทางทิศตะวนั ออกเฉยี งเหนือมากทีส่ ดุ ในวนั ท่ี 22 มถิ ุนายน โดยมี
ระยะเวลากลางวนั มากกวา่ กลางคืนและยาวนานท่สี ดุ สว่ นในวันที่ 22 ธนั วาคม ดวงอาทติ ย์จะขนึ้ ทาง
ทศิ ตะวนั ออกเฉยี งใตม้ ากที่สดุ และตกทางทศิ ตะวันตกเฉียงใต้มากทสี่ ดุ ช่วงเวลากลางคืนจะมากกว่า
กลางวันและกลางคืนยาวนานทสี่ ุด จากลกั ษณะการขน้ึ ตกของดวงอาทติ ย์ข้างต้นที่ผสู้ ังเกตมองเห็นเกิด
จากท่แี กนโลกเอยี ง
ท่ีมา : https://sites.google.com/site/sitepornpimon/reuxng-kar-khun-tk-khxng-dwng-
xathity
แบบบนั ทกึ การใหร้ ะดบั คณุ ภาพใบงาน/แบบฝึกหัดของนกั เรียน
คา้ ชแ้ี จง: ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องท่ตี รงกับรชั ะ
ดับคะแนน
ระดับคณุ ภาพ
เลขที่ ชอ่ื - สกุล ใบงานที่ 4.2 การ สรปุ ผลการประเมิน
เกิดฤดกู าล ผา่ น ไม่ผ่าน
ร้อยละ ลงชอื่ ........................................ผู้ประเมิน
ระดบั คุณภาพ (นางสาววนัชพร ค้าจิตร)
........./...................../...........
เกณฑ์การประเมินใบงาน/แบบฝกึ หัด
70 - 100 61 -70 51 - 60 ตา่้ กวา่ 50
3 21 0
แบบประเมนิ สมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรยี น
ชื่อ....................................................นามสกุล..................................................ชัน้ .................เลขท.่ี ..........
คาํ ชี้แจง : ให้ครผู สู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างการจดั การเรยี นการสอน แล้วทํา
เครอื่ งหมาย ลงในช่องที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
สมรรถนะสําคญั รายการประเมิน (ตวั ช้ีวัด) ระดบั คณุ ภาพ
ของผ้เู รยี น
ดีเย่ยี ม ดี ผ่านเกณฑ์ ไม่ผา่ น
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)
1. ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรบั -สง่ สาร
ในการสอื่ สาร 1.2 มคี วามสามารถในการถ่ายทอดความรู้
ความคิด ความเข้าใจของตนเองโดยใชภ้ าษา
ได้อยา่ งเหมาะสม
1.3 ใชว้ ธิ ีการส่อื สารทเี่ หมาะสมมีประสทิ ธภิ าพ
1.4 เจรจาตอ่ รองเพ่ือขจัดและลดปัญหา
ความขัดแย้งต่างๆ ได้
1.5 เลือกรบั และไมร่ ับข้อมูลขา่ วสารดว้ ยเหตผุ ล
และถูกตอ้ งสรุปผลการประเมนิ
สรุปผลการประเมิน
2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ /วเิ คราะห์
ในการคิด 2.2 ทักษะในการคดิ นอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์
2.3 สามารถคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
2.4 มคี วามสามารถในการสรา้ งองคค์ วามรู้
2.5 ตดั สนิ ใจแก้ปัญหาเกย่ี วกับตนเองได้อยา่ ง
เหมาะสม
สรุปผลการประเมิน
สมรรถนะสาํ คัญ รายการประเมิน (ตัวชีว้ ัด) ดีเยี่ยม ระดบั คณุ ภาพ
ของผู้เรยี น (3)
3.1 สามารถแก้ปญั หาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ ่าน
3. ความสามารถ ทเี่ ผชญิ ได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแกป้ ญั หา 3.2 เข้าใจความสมั พันธแ์ ละการเปลีย่ นแปลง
ในสังคม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรปู้ ระยุกตค์ วามรู้มาใช้
การใชท้ ักษะชวี ติ ในการปอ้ งกันและแก้ปัญหา
3.4 สามารถตดั สินใจไดอ้ ยา่ งเหมาะสมตามวัย
5. ความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยี สรปุ ผลการประเมนิ
4.1 เรยี นรูด้ ว้ ยตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั วยั
4.2 สามารถทํางานกลมุ่ รว่ มกบั ผอู้ น่ื ได้
4.3 นําความรูท้ ่ีได้ไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวติ ประจาํ วัน
4.4 จัดการปัญหาและความขดั แยง้ ได้อย่าง
เหมาะสม
4.5 หลักเล่ยี งพฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ่ี
สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง
สรุปผลการประเมิน
5.1 เลือกและใชท้ คโนโลยีได้อยา่ งเหมาะสม
5.2 มีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนําเทคโนโลยไี ปใช้พัฒนาตนเอง
5.4 ใชเ้ ทคโนโลยใี นการแกป้ ญั หาได้อย่าง
สร้างสรรค์
5.5 มคี ณุ ธรรม จริยธรรม ในการใช้เทคโนโลยี
สรุปผลการประเมิน
เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพ
ระดบั คุณภาพ พฤตกิ รรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยี่ยม พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัตชิ ดั เจน สม่าํ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ตั ิชดั เจนและบอ่ ยครัง้ 0 คะแนน
ผา่ น พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตเิ ปน็ บา้ งครง้ั
ไม่ผ่าน ไม่เคยปฏบิ ัตพิ ฤติกรรม
เกณฑ์การสรปุ ผล คะแนน
ระดับคุณภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเยยี่ ม 1-8 คะแนน
ดี
0 คะแนน
ผ่านเกณฑ์
ไมผ่ า่ นเกณฑ์
แบบประเมิน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 8 ประการ
ชื่อ-สกุลนักเรยี น.....................................................................ชน้ั ..............................เลขท…ี่ ….
คาํ ชแ้ี จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลง
ในชอ่ งว่างทตี่ รงกับระดับคะแนน
คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 1.1 ยืนตรงเมือ่ ได้ยนิ เพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และบอกความหมายของ 321
1. รกั ชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษตั รยิ ์ 1.2 ปฏบิ ตั ิตนตามสิทธแิ ละหน้าที่ของนกั เรียน ใหค้ วามรว่ มมอื รว่ มใจ ใน
การ
2. ซอ่ื สัตย์ สจุ รติ
3. มีวินยั ท้างานกบั สมาชิกในหอ้ งเรียน
รบั ผิดชอบ 1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมท่สี รา้ งความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ
โรงเรียนและชมุ ชน
1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนับถือ ปฏิบตั ิตนตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตัวอยา่ งท่ดี ีของศาสนิกชน
1.5 เขา้ ร่วมกิจกรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทีเ่ กยี่ วกบั สถาบัน
พระมหากษตั รยิ ์ตามทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราช
กรณียกจิ
พระปรชี าสามารถของพระมหากษัตริยแ์ ละพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มลู ท่ีถกู ต้อง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏิบตั ิในสง่ิ ทถี่ ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ที่จะทา้ ความผิด ท้าตาม
สญั ญาท่ตี นใหไ้ ว้กบั พอ่ แม่หรือผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏิบตั ิตนต่อผู้อนื่ ดว้ ยความซ่อื ตรง และเป็นแบบอย่างท่ีดแี ก่เพ่ือน
ด้าน ความซอ่ื สัตย์
3.1 ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคับของครอบครวั และ
โรงเรยี น มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั กิ ิจกรรมต่างๆ ใน
ชวี ิตประจ้าวัน
มคี วามรับผดิ ชอบ
4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 ต้ังใจเรยี น