The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ภาคเรียนที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wanatchaphon007, 2022-02-28 04:13:40

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ภาคเรียนที่ 1

เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพ

ระดบั คุณภาพ พฤตกิ รรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยี่ยม พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัตชิ ดั เจน สม่าํ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ตั ิชดั เจนและบอ่ ยครัง้ 0 คะแนน

ผา่ น พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตเิ ปน็ บา้ งครง้ั

ไม่ผ่าน ไม่เคยปฏบิ ัตพิ ฤติกรรม

เกณฑ์การสรปุ ผล คะแนน
ระดับคุณภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเยยี่ ม 1-8 คะแนน

ดี 0 คะแนน
ผ่านเกณฑ์

ไมผ่ า่ นเกณฑ์

แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 8 ประการ

ชื่อ-สกลุ นกั เรยี น.....................................................................ชัน้ ..............................เลขท่ี…….
คําช้แี จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด  ลงใน
ชอ่ งวา่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน

คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 1.1 ยนื ตรงเมอื่ ไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ 321
1. รกั ชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษตั รยิ ์ 1.2 ปฏบิ ัตติ นตามสทิ ธิและหนา้ ท่ขี องนกั เรยี น ให้ความร่วมมอื รว่ มใจ ใน
การ
2. ซอื่ สัตย์ สุจริต
3. มีวินัย ท้างานกับสมาชิกในห้องเรยี น
รบั ผดิ ชอบ 1.3 เข้ารว่ มกจิ กรรมท่ีสรา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อ

โรงเรยี นและชุมชน
1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทีต่ นนับถือ ปฏบิ ัติตนตามหลักของศาสนา

และเปน็ ตัวอยา่ งท่ดี ีของศาสนิกชน
1.5 เข้ารว่ มกจิ กรรมและมีส่วนร่วมในการจดั กิจกรรมท่ีเกย่ี วกับสถาบนั

พระมหากษตั รยิ ต์ ามท่ีโรงเรยี นและชุมชนจัดข้นึ ชื่นชมในพระราช
กรณยี กิจ

พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริยแ์ ละพระราชวงศ์
2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏิบัตใิ นสง่ิ ที่ถูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ท่จี ะทา้ ความผิด ท้าตาม

สัญญาท่ตี นให้ไวก้ บั พอ่ แมห่ รอื ผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ นต่อผู้อ่นื ด้วยความซ่ือตรง และเป็นแบบอยา่ งทด่ี แี ก่เพื่อน
ดา้ น ความซ่ือสัตย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคบั ของครอบครวั และ

โรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตา่ งๆ ใน
ชวี ติ ประจ้าวนั

มีความรับผดิ ชอบ

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 ตัง้ ใจเรยี น
4.2 เอาใจใส่ในการเรียน และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น
4.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ตา่ งๆ
4.4 ศกึ ษาค้นควา้ หาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สงิ่ พิมพ์ สื่อเทคโนโลยี
ต่างๆ

แหล่งการเรยี นร้ทู ัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ ่อื ได้

5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง อยา่ ง
เหมาะสม
6. มงุ่ มน่ั ในการ
ทํางาน 4.5 บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบบางสง่ิ ทีเ่ รียนรู้ สรุปเป็นองค์
ความรู้
7. รักความเป็นไทย 4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ด้วยวิธกี ารต่างๆ และนา้ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจา้ วัน
8. มีจติ สาธารณะ 5.1 ใชท้ รัพย์สนิ และสิง่ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยัด
5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอยา่ งประหยัดและรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมีการเก็บออมเงนิ
6.1 มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทา้ งานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแทต้ อ่ อุปสรรคเพ่ือให้งานส้าเร็จ
7.1 มจี ติ ส้านกึ ในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภูมิปัญญาไทย
7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รจู้ ักชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ้างาน
8.2 อาสาท้างาน ชว่ ยคิด ช่วยทา้ และแบง่ ปันสิ่งของใหผ้ ้อู ่นื
8.3 ร้จู ักการดแู ล รักษาทรพั ยส์ มบตั แิ ละสิง่ แวดล้อมของห้องเรียน
โรงเรียนชมุ ชน
8.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน

ลงชอ่ื ...........................................ผูป้ ระเมิน
(นางสาววนชั พร ค้าจติ ร)
........./...................../...........

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3
พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ิชดั เจนและสม่า้ เสมอ ให้ 2

คะแนน
พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ัตชิ ดั เจนและบ่อยครัง้

คะแนน

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4

รายวชิ า วิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน รหสั วิชา ว23101 กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จํานวน 1.5 หนว่ ยกติ

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 พันธศุ าสตร์ เวลา 22 ชัว่ โมง

เร่ือง การแบ่งเซลลข์ องสิง่ มชี วี ิต เวลา 3 ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระที่ 1
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความส้าคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร

พันธุกรรม การเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและวิวัฒนาการ
ของส่ิงมีชีวติ รวมท้งั นา้ ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ตวั ช้วี ัด ม.3/2 อธิบายความแตกตา่ งของการแบง่ เซลล์แบบไมโทซิสและไมโอซิส

2. สาระสาํ คญั
สิง่ มีชีวิตทุกชนิดล้วนมกี ารแบ่งเซลล์ ซงึ่ การแบง่ เซลล์ของส่ิงมชี ีวิตแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ไดแ้ ก่

การแบ่งเซลล์แบบไมโทซสิ และการแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ การแบง่ เซลล์แบบไมโทซสิ เป็นการแบ่งเซลลเ์ พอ่ื
เพม่ิ จ้านวนเซลลร์ ่างกาย ผลจากการแบ่งเซลลจ์ ะได้เซลล์ใหมจ่ า้ นวน 2 เซลลท์ ม่ี ีลกั ษณะและจา้ นวนโครโมโซม
เหมอื นเซลล์ตัง้ ต้น และการแบ่งเซลลแ์ บบไมโอซิสเป็นการแบ่งเซลลเ์ พ่ือสร้างเซลล์สบื พนั ธุ์ ผลจากการแบง่
เซลล์จะได้เซลล์ใหมจ่ ้านวน 4 เซลล์ ทีม่ จี ้านวนโครโมโซมเปน็ ครึ่งหนง่ึ ของเซลล์ตง้ั ต้น เมอื่ เกิดการปฏสิ นธขิ อง
เซลลส์ ืบพนั ธ์ุ ลกู จะได้รับโครโมโซมจากพอ่ และแม่คนละชุด ท้าใหม้ ีจา้ นวนโครโมโซมเทา่ กับพ่อแมแ่ ละจะคงที่
ในทกุ รุ่น ดังน้นั ส่งิ มชี ีวิตทส่ี บื พันธแ์ุ บบอาศยั เพศจะมกี ารแบง่ เซลล์ท้ัง 2 ประเภท สว่ นสิ่งมชี ีวิตทีส่ ืบพันธแุ์ บบ
ไมอ่ าศยั เพศจะมกี ารแบง่ เซลล์แบบไมโทซิสเพยี งอย่างเดียว

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
อธบิ ายความแตกต่างของการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสและไมโอซิสได้
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
เปรียบเทียบความแตกตา่ งของการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสและไมโอซิสได้
3.3 ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1. ตระหนักถงึ ความส้าคัญของการแบ่งเซลล์ของสงิ่ มีชีวติ
2. นักเรียนมีความ ใฝ่รแู้ ละมีความม่งุ มน่ั ในการทา้ งาน
4. สาระการเรยี นรู้
การแบง่ เซลลข์ องส่ิงมีชีวิตมี 2 แบบ คอื ไมโทซสิ และไมโอซสิ

 ไมโทซิสเป็นการแบ่งเซลล์เพื่อเพ่ิมจ้านวนเซลล์ร่างกายผลจากการแบ่งจะได้เซลล์ใหม่ 2 เซลล์ ท่ีมี
ลักษณะและจ้านวนโครโมโซมเหมอื นเซลลต์ ั้งตน้

 ไมโอซสิ เป็นการแบ่งเซลลเ์ พอ่ื สร้างเซลลส์ ืบพนั ธุ์
ผลจากการแบง่ จะไดเ้ ซลล์ใหม่ 4 เซลล์ ทีม่ จี ้านวนโครโมโซมเปน็ ครงึ่ หน่ึงของเซลลต์ ้งั ตน้ เม่ือเกิดการ
ปฏิสนธขิ องเซลลส์ ืบพนั ธ์ุ ลูกจะไดร้ ับการถา่ ยทอดโครโมโซมชดุ หนง่ึ จากพ่อและอกี ชดุ หน่งึ จากแม่ จงึ
เป็นผลให้รนุ่ ลูกมจี า้ นวนโครโมโซมเท่ากบั พ่อแม่ และ
จะคงทีใ่ นทกุ ๆ รุ่น

5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผ้เู รียน

รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตยส์ จุ ริต มวี นิ ยั
 ใฝเ่ รียนรู้  อยอู่ ยา่ งพอเพียง  มงุ่ ม่นั ในการทา้ งาน

รักความเป็นไทย

6. สมรรถนะสําคญั ของผูเ้ รียน  ความสามารถในการสอื่ สาร
 ความสามารถในการคดิ

7. กิจกรรมการเรยี นรู้

ชัว่ โมงที่ 1
ขั้นนํา

ขน้ั ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูเตรียมภาพการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตมาให้นักเรียนศึกษาและถามค้าถามกระตุ้นความ
สนใจของนักเรยี น ภาพตัวอย่าง

จากภาพ ท้าไมตน้ ไมจ้ ึงมีขนาดใหญ่ข้ึน
(แนวตอบ : เพราะต้นไมม้ ีการแบ่งเซลล์เพอื่ เพมิ่ จาํ นวนเซลล์ ทําให้ตน้ ไม้มขี นาดใหญ่ข้ึน)
2. ครูถามค้าถาม Key Question จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
ว่า “เพราะเหตุใดเซลล์สืบพันธุ์จึงมีจํานวนโครโมโซมเป็นคร่ึงหน่ึงของเซลล์ร่างกาย” ให้นักเรียน
เขียนคา้ ตอบลงในสมดุ ประจ้าตวั นกั เรยี น โดยครูยงั ไม่เฉลยคา้ ตอบท่ถี ูกตอ้ ง

6ข.นั้ สอน

ขั้นที่ 2 สํารวจค้นหา (Explore)
1. ให้นักเรียนตรวจสอบความรู้ของตนเองจากกรอบ Check for Understanding จากหนังสือ
เรยี นรายวชิ าพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ 2 พันธุกรรม
2. ครูแจกใบงานท่ี 2.2 เรื่อง การแบ่งเซลล์ของสิ่งมีชีวิต แล้วให้นักเรียนแต่ละคนตรวจสอบ
ความรูข้ องตนเอง โดยให้นักเรียนท้าใบงานในตอนท่ี 1
3. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลและศึกษากระบวนการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส จากหนังสือเรียน
รายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยที่ 2 เรือ่ ง การแบ่งเซลลข์ องสิง่ มชี วี ิต
4. ให้นักเรียนจับคู่กับเพ่ือนแลกเปลี่ยนความรู้ และอภิปรายเก่ียวกับการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส
จากน้ันใหน้ ักเรยี นลงมอื ท้าใบงานที่ 2.2 ในตอนท่ี 2
5. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มท้ากิจกรรม ศึกษาการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสของเซลล์รากหอม แล้ว
เปรียบเทียบภาพที่เห็นภายใต้กล้องจุลทรรศน์กับใบงานท่ี 2.2 ตอนท่ี 2 เพ่ือให้นักเรียนเห็นภาพ
สมจริงของการแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซสิ
6. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลที่ได้จากการท้ากิจกรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า การแบ่งเซลล์
แบบไมโทซิส (mitosis) เป็นการแบ่งนิวเคลียสเพ่ือเพิ่มปริมาณเซลล์ภายในร่างกาย หลังจากผ่าน
กระบวนการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสแล้ว จะได้เซลล์ใหม่จ้านวน 2 เซลล์ ซ่ึงแต่ละเซลล์มีจ้านวน
โครโมโซมเทา่ กบั เซลล์เดมิ

7. ครถู ามคา้ ถามทา้ ยกจิ กรรม ดงั น้ี
- จ้านวนเซลลห์ ลงั การแบง่ เซลล์แบบไมโทซิสจะมีปริมาณเท่าใด เม่ือเทียบกับเซลล์ต้ังตน้
(แนวตอบ : เพ่มิ ข้นึ เปน็ 2 เทา่ ของเซลลเ์ ดมิ )
- จ้านวนโครโมโซมหลังจากการแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซิสจะมปี รมิ าณเท่าใด เม่อื เทียบกับเซลล์ตัง้ ตน้
(แนวตอบ : เทา่ เดมิ )
- เพราะเหตใุ ด เซลล์ของสิ่งมชี วี ติ จึงตอ้ งมกี ารแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซสิ
(แนวตอบ : เพอ่ื เพิ่มจํานวนเซลลร์ ่างกาย)

ชัว่ โมงที่ 2 - 3

ขัน้ ท่ี 2 สํารวจค้นหา (Explore)
8. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลและศึกษากระบวนการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส จากหนังสือเรียน
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หนว่ ยท่ี 2 เรือ่ ง การแบง่ เซลล์ของส่ิงมชี ีวติ หรอื จาก
9. ให้นักเรียนจับคู่กับเพ่ือน โดยไม่ซ้ากับคู่เดิมจากช่ัวโมงท่ีแล้ว เพื่อแลกเปล่ียนความรู้ และ
อภปิ รายเก่ียวกับการแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซิส จากน้นั ให้นกั เรียนลงมือทา้ ใบงานที่ 2.2 ใน
ตอนที่ 3

10. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มท้ากิจกรรม ศึกษาการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสของอับเรณูของดอกกุยช่าย
แล้วเปรียบเทียบภาพท่ีเห็นภายใต้กล้องจุลทรรศน์กับใบงานที่ 2.2 ตอนที่ 3 เพ่ือให้นักเรียนเห็น
ภาพสมจริงของการแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ

11. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลที่ได้จากการท้ากิจกรรม เพ่ือให้ได้ข้อสรุปว่า การแบ่งเซลล์
แบบไมโอซิสเป็นการแบ่งนิวเคลียสเพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ หลังจากผ่านกระบวนการแบ่งเซลล์
แบบไมโอซิสแล้ว จะได้เซลล์ใหม่จ้านวน 4 เซลล์ แต่ละเซลล์มีจ้านวนโครโมโซมลดลงเป็นคร่ึงหนึ่ง
ของเซลล์ตงั้ ต้น

12. ครูถามค้าถามท้ายกจิ กรรม ดังนี้
- จ้านวนเซลล์หลังการแบง่ เซลล์แบบไมโอซสิ จะมปี รมิ าณเทา่ ใด เมือ่ เทยี บกบั เซลล์

ตัง้ ต้น
(แนวตอบ : เพิ่มขึ้นเปน็ 4 เท่าของเซลล์ต้งั ต้น)

- จา้ นวนโครโมโซมหลงั การแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ จะมปี ริมาณเท่าใด เมือ่ เทียบกบั
เซลล์ต้งั ตน้

(แนวตอบ : ลดลงเป็นครง่ึ หนงึ่ )
- เพราะเหตุใด เซลล์ของส่ิงมชี ีวติ จึงต้องมีการแบง่ เซลล์แบบไมโอซสิ
(แนวตอบ : เพ่ือสร้างเซลล์สบื พนั ธ์ุ)
ขั้นที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
13. หลังจากการท้ากิจกรรม ครูสุ่มเรียกนักเรียน 2-3 คน ออกมาอธิบายความแตกต่างของการ
แบ่งเซลลแ์ บบไมโทซิสและไมโอซสิ
14. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า การแบ่งเซลล์ของสิ่งมีชีวิตมี 2 แบบ คือ
การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสเพื่อเพิ่มจ้านวนเซลล์ร่างกาย และการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสเพื่อเพิ่ม
เซลล์สืบพันธ์ุ โดยภายหลังจากการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส เซลล์ใหม่แต่ละเซลล์จะมีจ้านวน
โครโมโซมจะเท่ากับเซลล์ตั้งต้น ในขณะท่ีภายหลักการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส เซลล์ใหม่แต่ละเซลล์
จะมจี า้ นวนโครโมโซมลดลงเป็นคร่งึ หน่ึงของเซลลต์ งั้ ต้น
15. ให้นกั เรียนท้าแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
16. ใหน้ ักเรยี นตรวจสอบความเข้าใจโดยท้าใบงานที่ 2.2 ในตอนท่ี 4
17. ใหน้ กั เรียนตรวจสอบการตอบคา้ ถาม Key Question ในสมุดประจ้าตวั นักเรียนให้ถกู ต้อง
แลว้ น้ามาส่งครูภายหลงั
18. ให้นักเรยี นตรวจสอบความรู้ โดยตอบคา้ ถาม Topic Questions ลงในสมุดประจา้ ตวั
นักเรยี น
ข้นั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
19. ให้นักเรียนน้าความรู้ท่ีได้จากการศึกษา เร่ือง การแบ่งเซลล์ของส่ิงมีชีวิต มาอธิบายและให้เหตุผล
ว่า “ทําไมเม่ือปลาดาวแบ่งเซลล์แล้ว จึงได้ลูกท่ีมีรูปร่างและหน้าตาเหมือนกับตัวแม่ทุกประการ
ขณะท่ีลูกสุนัขที่เกิดจากแม่กลับมีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับพ่อและแม่” โดยให้นักเรียนเขียน
เหตุผลท่ีได้ลงในกระดาษ A4 พร้อมวาดข้ันตอนการแบ่งเซลล์ท่ีเกิดขึ้นในปลาดาว และระบุ
ขน้ั ตอนการแบ่งเซลล์ซ่งึ เป็นสาเหตุท้าให้ลกู สนุ ขั ที่เกิดมามลี กั ษณะคลา้ ยคลงึ กับพ่อและแม่

ข้นั สรุป

นักเรียนและครูรว่ มกันอภปิ ราย เรอ่ื ง การแบ่งเซลลข์ องส่งิ มชี ีวติ โดยใหน้ กั เรยี นสรุป
ความร้เู ป็นตารางเปรียบเทียบความแตกตา่ งการแบ่งเซลลแ์ บบไมโทซิสกับการแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซิส ลง
ในกระดาษ A4 สง่ ครผู สู้ อนแลว้ น้าเสนอในรปู แบบทน่ี า่ สนใจ

ขัน้ ประเมนิ

ข้นั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
6. ครตู รวจใบงานท่ี 2.2 เรอ่ื ง การแบง่ เซลลข์ องสง่ิ มชี วี ิต
7. ครูตรวจแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
8. ครูตรวจตารางเปรยี บเทียบความแตกต่างการแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซสิ กบั การแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ
9. ครตู รวจสอบการตอบคา้ ถาม Key Question ในสมดุ ประจ้าตวั นักเรียน
10.ครตู รวจสอบการให้เหตผุ ลการแบ่งเซลลข์ องปลาดาวกบั ลกู สนุ ขั
11.ประเมินทักษะและกระบวนการโดยสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติการจากการท้ากิจกรรม ศึกษาการ
แบ่งเซลล์แบบไมโทซสิ ของเซลล์รากหอม
12.ประเมินทักษะและกระบวนการโดยสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติการจากการท้ากิจกรรม ศึกษาการ
แบง่ เซลล์แบบไมโอซิสของอบั เรณขู องดอกกยุ ช่าย
13.ประเมินทกั ษะและกระบวนการโดยสงั เกตพฤติกรรมการท้างานรายกลุ่ม การท้างานรายบคุ คล
14.ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยสังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้และมุ่งม่ันใน
การท้างาน

8. สอื่ การเรียนรแู้ ละแหล่งเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรยี นรู้
22) หนงั สอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2
เร่ือง พันธุศาสตร์
23) แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 พนั ธกุ รรม
24) ภาพการเจริญเติบโตของสง่ิ มีชวี ิต
25) อุปกรณ์ใช้ท้ากจิ กรรมการแบง่ เซลลแ์ บบไมโทซิสของปลายรากหอม
26) อปุ กรณใ์ ช้ท้ากิจกรรมการแบ่งเซลล์แบบไมโอซสิ ของอับเรณูของดอกกุยช่าย
27) ใบงานท่ี 2.2 เร่อื ง การแบง่ เซลลข์ องสงิ่ มีชวี ิต
28) สมดุ ประจา้ ตวั นักเรยี น

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องวิทยาศาสตร์
2) อนิ เทอรเ์ น็ต

9. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
1) ใบงานท่ี 2.2 เรอื่ ง การแบง่ เซลล์ของส่ิงมีชวี ติ

10. การวดั ผลและประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เคร่ืองมือการวัดผล การประเมนิ ผล
10.1 การประเมินกอ่ นเรยี น -ทดสอบ - -
ส่ิงทจี่ ะวัด
ความรู้

10.2 การประเมนิ ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
สิ่งทจ่ี ะวัด วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมือการวดั ผล การประเมนิ ผล
1. ความรู้ - ตรวจใบงานท่ี 2.2 - ใบงานที่ 2.2 - ร้อยละ 60
1) การแบง่ เซลล์ - ตรวจสมดุ ประจ้าตัว - สมดุ ประจา้ ตวั หรอื ผ่านเกณฑ์
ของสิง่ มชี วี ิต หรือแบบฝกึ หดั แบบฝึกหัด - รอ้ ยละ 60
วทิ ยาศาสตรแ์ ละ วทิ ยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 และเทคโนโลยี ม.3 - รอ้ ยละ 60
เล่ม 1 ผา่ นเกณฑ์
2) ผลบนั ทกึ การ - ตรวจสมดุ ประจ้าตัว - สมุดประจ้าตัว หรอื
ปฏบิ ัติกจิ กรรม หรอื แบบฝึกหัด แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 60
การแบง่ เซลล์ วิทยาศาสตร์และ วทิ ยาศาสตร์ ผ่านเกณฑ์
แบบไมโทซสิ ของ เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 และเทคโนโลยี ม.3
เซลลร์ ากหอม เลม่ 1 ระดับคณุ ภาพ
3) ผลบันทกึ การ - ตรวจสมุดประจ้าตัว - สมุดประจ้าตวั หรอื การประเมนิ การ
ปฏิบตั ิกจิ กรรม หรือแบบฝึกหดั แบบฝึกหัด ปฏิบตั งิ านรายบุคคล
การแบง่ เซลล์ วทิ ยาศาสตรแ์ ละ วทิ ยาศาสตร์ และกระบวนการ
แบบไมโอซิสของ เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 และเทคโนโลยี ม.3 ท้างานกลุ่ม เกณฑ์ผา่ น
อับเรณู เลม่ 1 ในระดับ 3 ขึ้นไป
ของดอกกยุ ชา่ ย - คะแนนการประเมิน
2.ทักษะ/ 1. สังเกตพฤตกิ รรม 1. แบบสังเกต เกณฑ์ผ่านระดับ 3
กระบวนการ การปฏิบัติงานรายบคุ คล พฤติกรรมการ ขึน้ ไป
2. สงั เกตพฤติกรรม ปฏิบตั งิ านรายบคุ คล - เกณฑ์การตัดสนิ
การปฏิบัติงานกลมุ่ ผ่าน ในระดับ 3 ขึ้นไป
2. แบบสงั เกต
พฤติกรรมการ
ปฏิบตั ิงานกลุ่ม
3. คณุ ลักษณะ - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมิน
อนั พงึ ประสงค์ คุณลกั ษณะ คณุ ลักษณะ
อนั พึงประสงค์ (ให้ระบุ อนั พึงประสงค์
พฤตกิ รรม)
4. สมรรถนะ 1. สงั เกตพฤติกรรม 1. แบบประเมนิ
สา้ คัญของผ้เู รยี น ดา้ นความสามารถ สมรรถนะสา้ คญั ของ

ในการคดิ ผเู้ รยี นดา้ น
2. ความสามารถในการ ความสามารถในการคิด
ใชท้ กั ษะชวี ติ 2. แบบประเมนิ
สมรรถนะสา้ คัญของ
ผู้เรียนในการใชท้ กั ษะ
ชีวติ

10.3 การประเมนิ หลังเรียน วิธีการวัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การวดั ผล
ส่งิ ที่ต้องการวดั ทดสอบ แบบทดสอบความรู้ใบ ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 50
ความรู้ งานที่ 2.2 การแบ่ง
เซลล์ของสิ่งมีชีวิต ของคะแนน
ตอนที่ 4 ตรวจสอบ
ความรู้หลังเรียน

10.4 การประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
ส่งิ ที่ต้องการวดั วธิ ีการวดั เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารวัดผล
ความรู้ ตรวจผลงาน ใบงานท่ี 2.2 เร่ืองการ ใบงานที่ 2.2 เร่ืองการ
แบ่งเซลล์ของ แบ่งเซลล์ของ
ส่ิงมีชีวิต ส่ิงมีชีวิต
ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 50

11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงช่ือ ………………………………………… ผ้สู อน
(นางสาววนชั พร คา้ จติ ร)

12. ขอ้ คดิ เหน็ ของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงช่อื ...............................................................
(นายนันท์ กอ้ คา้ )

หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
13. ข้อคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะผชู้ ่วยผูอ้ าํ นวยการกลมุ่ งานบรหิ ารวิชาการ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงชอื่ ...............................................................
(นายวชิ า ภมิ ขุ )

ผ้ชู ว่ ยผ้อู า้ นวยการกลมุ่ งานบรหิ ารวิชาการ

การอนมุ ัตกิ ารใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้จากฝ่ายบรหิ าร
ความคิดเห็นของรองผู้อ้านวยการฝ่ายวชิ าการ

..............................................................................................................................................................
 เหน็ สมควรอนมุ ัตใิ ห้ใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน
 เหน็ สมควรไมอ่ นมุ ัตใิ ห้ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพราะ..........................................

.............................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)

รองผู้อ้านวยการโรงเรียนฝา่ ยบริหารวิชาการ
การอนุมัตจิ ากผู้อํานวยการโรงเรียน

 อนุมัตใิ หใ้ ช้ในการจดั การเรยี นการสอน
 ไม่อนมุ ัติให้ใช้ในการจดั การเรียนการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................................................................
(นางวิลาวลั ย์ ปาลี)

ผู้อา้ นวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จงั หวัดพะเยา
บันทกึ ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน รหสั วชิ า ว23101 ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 3

เรอื่ ง การแบง่ เซลลข์ องส่งิ มชี ีวติ เวลา 3 ช่ัวโมง

……………………………………………………………….

1. จํานวนนกั เรียนทส่ี อน จํานวนนักเรยี น (คน)
ระดบั ชนั้ 36
ม.3/1 36
ม.3/2 36
ม.3/3 36
ม.3/4 144
รวม

2. บนั ทึกผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
2.1 ผลการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

2.2 ข้อสงั เกต/ข้อค้นพบ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

2.3 ปญั หา/อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. การประเมนิ ผลการสอน ระดับคุณภาพ
รายการประเมนิ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

1. ความเหมาะสมของระยะเวลา
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา

3. ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนการสอน 1
4. ความเหมาะสมของส่อื การสอนทีใ่ ช้ รวม
5. พฤติกรรม/การมีสว่ นร่วมของนักเรียน (คน)
6. ผลการปฏิบตั กิ จิ กรรม/ใบกจิ กรรม การทดสอบกอ่ นเรยี นและ
หลงั เรยี น

สรุปภาพรวม
3. สรปุ ผลการวัดผลประเมินผล

ระดบั คุณภาพ
432

การวดั ผลประเมนิ ผล
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ

1. ความรู้
1.1 ใบงานท่ี 2.2 การแบ่ง

เซลล์ของส่ิงมีชีวิต ตอนที่ 1
1.2 ใบงานท่ี 2.2 การแบ่ง

เซลล์ของส่ิงมีชีวิต ตอนท่ี 2
1.3 ใบงานท่ี 2.2 การแบ่งเซลล์
ของส่ิงมีชีวิต ตอนที่ 3

1.4 แบบทดสอบหลงั เรยี นใบ
งานท่ี 2.1 เร่อื ง การศกึ ษาพันธุ
ศาสตร์ของเมนเดล ตอนที่ 1

ระดบั 3 ข้ึนไป คดิ เปน็ ร้อยละ
2. ทักษะ/กระบวนการ

2.1 กระบวนการท้างานกลุ่ม
2.2 ..........
ระดับ 3 ขึ้นไป คิดเปน็ ร้อยละ
3. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ระดับ 3 ขึ้นไป คดิ เป็นร้อยละ
4. สมรรถนะสําคญั ของผู้เรียน
ระดบั 3 ขนึ้ ไป คิดเปน็ ร้อยละ

ลงชือ่ ............................................ครผู ู้สอน
(นางสาววนชั พร ค้าจติ ร )

ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของผนู้ ิเทศ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ................................................ผู้นเิ ทศ
(นายนนั ท์ ก้อคา้ )

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความคิดเห็นของรองผูอ้ ํานวยการโรงเรียนฝ่ายบริหารวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอดุ )

รองผู้อ้านวยการฝ่ายบรหิ ารวชิ าการ
ความคิดเห็นของผอู้ ํานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................
(นางวิลาวัลย์ ปาลี)

ผู้อา้ นวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยา

ภาคผนวก

ใบงานที่ 2.2 ก. อนิ เตอร์เฟส
เรอื่ ง การแบง่ เซลล์ของส่งิ มชี วี ติ ข. โพรเฟส
ค. เมทาเฟส
ตอนท่ี 1 ตรวจสอบความรู้ก่อนเรียน ง. แอนาเฟส
คาํ ช้ีแจง : ให้นักเรียนนา้ คา้ ท่ีก้าหนดให้ มาเติมหน้าข้อความให้สัมพันธ์กัน จ. เทโลเฟส
ฉ. โพรเฟส I
1. เปน็ ระยะทเี่ ซลลเ์ ตรียมพรอ้ มกอ่ นเรม่ิ แบง่ นวิ เคลียส ช. เมทาเฟส I
2. เป็นระยะท่ีโครโมโซมจะเคลื่อนตัวไปเรียงตาม ซ. แอนนาเฟส I
ฌ. การแบ่งไซโทพลาซมึ
แนวก่งึ กลางของเซลล์ ญ. ไมโทซสิ
3. เป็นระยะที่โครมาติดหดส้ันเป็นแท่งโครโมโซม ฎ. ไมโอซสิ

เซนทริโอจะเคล่ือนที่ไปท้ัง 2 ข้าง และมีการ
สรา้ งเสน้ ใยสปนิ เดลิ
4. เป็นระยะท่ีมีการแลกเปลี่ยนช้ินส่วนของโครมาทิด
ท้าให้เกิดการแปรผันของลักษณะต่าง ๆ ของ
สิง่ มชี วี ิต
5. โครมาติด 2 เส้นที่เคยอยู่ด้วยกันจะแยกจากกัน
ไปยังข้วั ตรงข้าม
6. เป็นระยะท่ีโครโมโซมคลายตัวเป็นเส้นยาวเย่ือ
หุ้มนวิ เคลยี สและนวิ คลีโอลสั เริม่ ปรากฏ
7. เปน็ การแบ่งเซลล์เพื่อเพมิ่ จา้ นวนเซลลร์ า่ งกาย
8. เปน็ การแบง่ เซลล์เพอื่ สร้างเซลลส์ บื พันธุ์
9. โครโมโซมท่ีเข้าคู่กัน หรือแต่ละไบวาเลนท์ของ
โครโมโซมจะมาเรยี งอยู่ตรงกลาง
10. เป็นขน้ั ตอนการแบ่งเซลลข์ องสิง่ มีชวี ิต

คะแนนท่ี ค

ตอนท่ี 2 การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส
คําช้ีแจง : ให้นักเรียนศึกษาเร่ืองการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 แล้วพิจารณาภาพที่ก้าหนดให้ พร้อมกับระบุชื่อช่วงระยะที่มีการ

เปลี่ยนแปลง

ก.อนิ เตอร์เฟส ข.โพรเฟส ค.เมทาเฟส ง.แอนาเฟส
จ. เทโลเฟส

1 2

1..................... 2....................

5 3

5.................... 3....................

5....4................

ตอนท่ี 3 การแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส
คําช้ีแจง : ให้นักเรียนศึกษาเรื่องการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์

และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 แล้วพิจารณาภาพท่ีก้าหนดให้ พร้อมกับระบุช่ือช่วงระยะท่ีมีการ

เปลี่ยนแปลง

ก. โพรเฟส I ข.เทโลเฟส I ค.แอนนาเฟส II
ง. เมทาเฟส I จ.โพรเฟส II ฉ.เทโลเฟส II
ช. แอนาเฟส I ซ.เมทาเฟส II

ตอนที่ 4 ตรวจสอบความรู้หลังเรียน ก. อนิ เตอรเ์ ฟส
คาํ ช้ีแจง : ให้นักเรียนน้าคา้ ท่ีก้าหนดให้ มาเติมหน้าข้อความให้สัมพันธ์กัน ข. โพรเฟส
ค. เมทาเฟส
1. เปน็ ระยะท่ีเซลลเ์ ตรยี มพร้อมกอ่ นเริ่มแบ่งนวิ เคลียส ง. แอนาเฟส
2. เป็นระยะที่โครโมโซมจะเคลื่อนตัวไป จ. เทโลเฟส
ฉ. โพรเฟส I
เรยี งตามแนวกึ่งกลางของเซลล์ ช. เมทาเฟส I
3. เป็นระยะท่ีโครมาติดหดสั้นเป็นแท่ง ซ. แอนาเฟส I
ฌ. การแบ่งไซโทพลาซมึ
โครโมโซม เซนทริโอจะเคลื่อนที่ไป ญ. ไมโทซิส
ทั้ง 2 ข้าง และมีการสรา้ งเสน้ ใยสปเิ ดลิ ฎ. ไมโอซสิ
4. เป็นระยะที่มีการแลกเปล่ียนช้ินส่วนของโคร
มาทิด ท้าให้เกิดการแปรผันของลักษณะต่าง
ๆ ของสิ่งมีชวี ติ
5. โครมาติด 2 เส้นท่ีเคยอยู่ด้วยกันจะแยก
จากกนั ไปยังขั้วตรงขา้ ม
6. เป็นระยะที่โครโมโซมคลายตัวเป็นเส้นยาวเยื่อหุ้ม
นวิ เคลยี สและนวิ คลโี อลสั เรมิ่ ปรากฏ
7. เป็นการแบ่งเซลล์เพื่อเพิ่มจ้านวนเซลล์
ร่างกาย
8. เป็นการแบง่ เซลล์เพือ่ สรา้ งเซลล์สบื พนั ธ์ุ
9. โครโมโซมที่เข้าคู่กัน หรือแต่ละไบวา
เลนท์ของโครโมโซมจะมาเรียงอยู่ตรง
กลาง
10. เป็นข้นั ตอนการแบง่ เซลล์ของส่ิงมชี ีวิต

คะแนนทีไ่ ด้
ะแนนท่ี

แบบบันทึกการประเมินการทาํ แบบทดสอบหลังเรียน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 เรือ่ ง การแบง่ เซลลข์ องสง่ิ มีชีวิต ชน้ั ม.3/1 – ม.3/4
คาํ ชี้แจง

1. ให้บนั ทกึ คะแนนท่ีได้จากการทา้ แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลังเรยี นของนักเรยี นแตล่ ะคนลงในช่องคะแนน

แบบทดสอบ

2. น้าคะแนนหลงั การเรยี นลบคะแนนก่อนเรียน เปน็ คะแนนพฒั นาการ

3. ประเมนิ คะแนนพัฒนาการในการเรียนรโู้ ดยเปรียบเทียบกบั เกณฑ์คะแนนพฒั นาการแล้ว

ทําเคร่อื งหมาย  ลงในช่องความหมายของการพัฒนาการเรียนรูใ้ ห้ตรงกับความเป็นจริง

เลขที่ ชือ่ – สกุล นักเรยี น คะแนน คะแนน พัฒนาการในการเรยี นรู้

แบบทดสอบ พัฒนาการ

ก่อน หลัง (หลัง-ก่อน) ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรงุ

เรยี น เรียน

ลงชอ่ื ...........................................ผูป้ ระเมนิ
(นางสาววนชั พร คา้ จติ ร)
........./...................../...........

เกณฑก์ ารประเมินการทําแบบทดสอบหลังเรียน

ประเดน็ การประเมิน 4 3 2 1
คะแนนทีไ่ ด้ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
9-10 คะแนน 7-8 คะแนน 5-6 คะแนน ต้่ากว่า 5 คะแนน

แบบบนั ทกึ การใหร้ ะดบั คณุ ภาพใบงาน/แบบฝึกหัดของนักเรยี น

คา้ ช้แี จง: ให้ผูส้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี  ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั รัชะ
ดับคะแนน

เลขท่ี ชอื่ - สกุล ระดบั คณุ ภาพ

ใบงาน ี่ท 2.2

ตอน ี่ท 2

ใบงาน ี่ท 2.1
ตอน ่ีท 3

รวมเฉล่ียระดับ
ุคณภาพ

ลงช่อื ...........................................ผู้ประเมิน
(นางสาววนชั พร ค้าจติ ร)

........./...................../...........

เกณฑ์การประเมินใบงาน/แบบฝกึ หดั

รอ้ ยละ 70 - 100 61 -70 51 - 60 ต้่ากวา่ 50
ระดับคุณภาพ 3 2 1 0

แบบประเมนิ สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รียน

ชอ่ื .................................................นามสกลุ ................................................ชน้ั .................เลขท.่ี ..........

คําช้ีแจง : ใหค้ รูผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างการจดั การเรยี นการสอน แลว้ ทาํ
เคร่อื งหมาย  ลงในชอ่ งท่ตี รงกับระดับคะแนน

สมรรถนะสาํ คัญ รายการประเมิน (ตัวชวี้ ัด) ระดับคณุ ภาพ
ของผเู้ รยี น
ดีเยี่ยม ดี ผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ า่ น
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)

1. ความสามารถ 1.1 มีความสามารถในการรบั -ส่งสาร

ในการสือ่ สาร 1.2 มคี วามสามารถในการถ่ายทอดความรู้

ความคดิ ความเข้าใจของตนเองโดยใชภ้ าษา

ไดอ้ ย่างเหมาะสม

1.3 ใชว้ ธิ ีการสอื่ สารท่ีเหมาะสมมีประสทิ ธภิ าพ

1.4 เจรจาตอ่ รองเพื่อขจดั และลดปญั หา

ความขัดแย้งต่างๆ ได้

1.5 เลอื กรบั และไม่รบั ขอ้ มูลขา่ วสารด้วยเหตผุ ล

และถูกตอ้ งสรปุ ผลการประเมิน

สรปุ ผลการประเมนิ

2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคิด/วเิ คราะห์

ในการคดิ 2.2 ทักษะในการคดิ นอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์

2.3 สามารถคิดอย่างมวี ิจารณญาณ

2.4 มคี วามสามารถในการสรา้ งองค์ความรู้

2.5 ตดั สินใจแก้ปัญหาเกย่ี วกับตนเองไดอ้ ย่าง

เหมาะสม

สรุปผลการประเมนิ

สมรรถนะสาํ คัญ รายการประเมิน (ตัวชีว้ ัด) ดีเยี่ยม ระดบั คณุ ภาพ
ของผู้เรยี น (3)
3.1 สามารถแก้ปญั หาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ ่าน
3. ความสามารถ ทเี่ ผชญิ ได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแกป้ ญั หา 3.2 เข้าใจความสมั พันธแ์ ละการเปลีย่ นแปลง
ในสังคม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรปู้ ระยุกตค์ วามรู้มาใช้
การใชท้ ักษะชวี ติ ในการปอ้ งกันและแก้ปัญหา
3.4 สามารถตดั สินใจไดอ้ ยา่ งเหมาะสมตามวัย
5. ความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยี สรปุ ผลการประเมนิ
4.1 เรยี นรูด้ ว้ ยตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั วยั
4.2 สามารถทํางานกลมุ่ รว่ มกบั ผอู้ น่ื ได้
4.3 นําความรูท้ ่ีได้ไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวติ ประจาํ วัน
4.4 จัดการปัญหาและความขดั แยง้ ได้อย่าง
เหมาะสม
4.5 หลักเล่ยี งพฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ่ี
สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง

สรุปผลการประเมิน
5.1 เลือกและใชท้ คโนโลยีได้อยา่ งเหมาะสม
5.2 มีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนําเทคโนโลยไี ปใช้พัฒนาตนเอง
5.4 ใชเ้ ทคโนโลยใี นการแกป้ ญั หาได้อย่าง
สร้างสรรค์
5.5 มคี ณุ ธรรม จริยธรรม ในการใช้เทคโนโลยี

สรุปผลการประเมิน

เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพ

ระดบั คุณภาพ พฤตกิ รรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยี่ยม พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัตชิ ดั เจน สม่าํ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ตั ิชดั เจนและบอ่ ยครัง้ 0 คะแนน

ผา่ น พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตเิ ปน็ บา้ งครง้ั

ไม่ผ่าน ไม่เคยปฏบิ ัตพิ ฤติกรรม

เกณฑ์การสรปุ ผล คะแนน
ระดับคุณภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเยยี่ ม 1-8 คะแนน
ดี
ผ่านเกณฑ์ 0 คะแนน
ไมผ่ า่ นเกณฑ์

แบบประเมิน คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 8 ประการ

ช่อื -สกุลนกั เรียน.....................................................................ชนั้ ..............................เลขท…่ี ….
คาํ ชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี  ลง
ในชอ่ งว่างที่ตรงกับระดบั คะแนน

คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ ้าน 1.1 ยนื ตรงเม่ือได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ 321
1. รกั ชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษัตริย์ 1.2 ปฏิบตั ิตนตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนักเรยี น ใหค้ วามร่วมมือ รว่ มใจ ใน
การ
2. ซื่อสัตย์ สจุ รติ
3. มีวินยั ทา้ งานกบั สมาชิกในหอ้ งเรียน
รบั ผดิ ชอบ 1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทีส่ รา้ งความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่

โรงเรยี นและชมุ ชน
1.4 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถือ ปฏิบัตติ นตามหลักของศาสนา

และเป็นตัวอยา่ งทีด่ ขี องศาสนิกชน
1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมีส่วนร่วมในการจดั กิจกรรมท่ีเก่ยี วกบั สถาบัน

พระมหากษตั ริย์ตามที่โรงเรียนและชมุ ชนจดั ขนึ้ ชน่ื ชมในพระราช
กรณยี กิจ

พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั ริย์และพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลท่ีถูกตอ้ ง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏิบตั ใิ นสงิ่ ที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวทีจ่ ะท้าความผดิ ทา้ ตาม

สญั ญาทีต่ นให้ไวก้ ับพ่อแม่หรอื ผ้ปู กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ นต่อผอู้ ืน่ ด้วยความซื่อตรง และเปน็ แบบอยา่ งทีด่ ีแก่เพ่ือน
ดา้ น ความซ่อื สตั ย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั และ

โรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมตา่ งๆ ใน
ชวี ติ ประจา้ วนั

มีความรับผดิ ชอบ

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 ตั้งใจเรียน
4.2 เอาใจใส่ในการเรียน และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น
4.3 เข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ตา่ งๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สง่ิ พมิ พ์ ส่อื เทคโนโลยี
ตา่ งๆ

แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน และเลือกใช้สอ่ื ได้
อยา่ ง

เหมาะสม
4.5 บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางส่งิ ทเ่ี รียนรู้ สรปุ เป็นองค์
ความรู้
4.6 แลกเปล่ยี นความรู้ ดว้ ยวธิ ีการตา่ งๆ และนา้ ไปใชใ้ นชีวติ ประจ้าวัน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สนิ และสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอยา่ งประหยัดและรู้คุณค่า
5.3 ใช้จา่ ยอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงนิ
6. มงุ่ มั่นในการ 6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทา้ งานท่ไี ด้รบั มอบหมาย
ทํางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อปุ สรรคเพือ่ ให้งานส้าเรจ็
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มจี ิตสา้ นึกในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักชว่ ยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครทู า้ งาน
8.2 อาสาทา้ งาน ชว่ ยคิด ช่วยท้า และแบง่ ปันสง่ิ ของให้ผอู้ ื่น
8.3 รจู้ กั การดูแล รักษาทรัพยส์ มบตั แิ ละสิ่งแวดลอ้ มของห้องเรยี น
โรงเรียน

ชุมชน
8.4 เข้าร่วมกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น

ลงช่อื ...........................................ผู้ประเมิน
(นางสาววนชั พร ค้าจิตร)

........./...................../...........

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3
พฤตกิ รรมที่ปฏิบตั ชิ ัดเจนและสม้่าเสมอ ให้ 2

คะแนน
พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและบ่อยครง้ั

คะแนน

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 5

รายวชิ า วิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน รหสั วิชา ว23101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จาํ นวน 1.5 หน่วยกิต

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 พนั ธศุ าสตร์ เวลา 22 ชั่วโมง

เรอ่ื ง ความผิดปกติทางพนั ธกุ รรม เวลา 4 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั

สาระที่ 1

มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความส้าคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
สารพันธุกรรม การเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรมท่ีมีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและ
ววิ ัฒนาการของส่งิ มชี วี ิต รวมท้ังนา้ ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ตัวชวี้ ดั ม.3/5 บอกได้ว่าการเปล่ียนแปลงของยีนหรือโครโมโซม อาจท้าให้เกิดโรคทาง
พันธกุ รรมพรอ้ มทง้ั ยกตวั อย่างโรคทางพนั ธุกรรม

ม.3/6 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้เรื่องโรคทางพันธุกรรม โดยรู้ว่าก่อนแต่งงาน
ควรปรึกษาแพทย์เพ่ือตรวจและวินิจฉัยภาวะเสี่ยงของลูกท่ีอาจเกิดโรคทาง
2. สาระสาํ คญั พนั ธุกรรม

การเปลี่ยนแปลงของยีนหรือโครโมโซมสง่ ผลใหเ้ กิดการเปลีย่ นแปลงลักษณะทางพนั ธุกรรมของสงิ่ มีชวี ติ
เชน่ โรคธาลัสซเี มยี ภาวะตาบอดสี โรคฮโี มฟเี ลยี ล้วนเกดิ จากการเปลย่ี นแปลงของยีนกลมุ่ อาการดาวน์
เปน็ กลุ่มอาการเกดิ จากการเปล่ยี นแปลงจา้ นวนของโครโมโซม กลุ่มอาการคริดูชา เปน็ กลมุ่ อาการที่เกดิ
จากความผิดปกตทิ ่ีเกดิ ขน้ึ กบั รปู ร่างโครโมโซม นอกจากน้ัน โรคทางพันธกุ รรมสามารถถ่ายทอดจากพ่อ
แมไ่ ปสรู่ ุ่นลูกได้ ดังนัน้ เพอื่ ป้องกนั ความเสี่ยงจากการถ่ายทอดโรคทางพนั ธุกรรม จงึ ควรตรวจและ
วินิจฉัยภาวะเสยี่ งจากการถา่ ยทอดโรคทางพันธกุ รรมก่อนแต่งงาน หรือในระหว่างตั้งครรภ์
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

3.1 ดา้ นความรู้ (K)

อธบิ ายและยกตัวอยา่ งโรคที่เกดิ จากความผิดปกตทิ างพันธกุ รรมได้
3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)

วเิ คราะห์และเสนอแนวทางการปอ้ งกันภาวะเส่ยี งของลูกท่เี กิดมาเปน็ โรคทางพันธกุ รรมได้
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)

1. ตระหนักถึงความส้าคัญของการแบง่ เซลล์ของส่งิ มชี ีวิต

2. นักเรียนมีความ ใฝร่ ู้และมีความมุ่งมัน่ ในการทา้ งาน

4. สาระการเรยี นรู้

 การเปล่ียนแปลงของยนี หรอื โครโมโซมสง่ ผลให้เกดิ การเปล่ยี นแปลงลกั ษณะทางพันธุกรรมของสง่ิ มีชีวติ เชน่
โรคธาลัสซเี มียเกิดจากการเปลีย่ นแปลงของยีน กลุ่มอาการดาวน์เกดิ จากจากการเปลี่ยนแปลงจ้านวน
โครโมโซม

 โรคทางพันธุกรรมสามารถถา่ ยทอดจากพ่อแม่ไปสลู่ กู ได้ ดังนั้น ก่อนแตง่ งานและมบี ตุ รจงึ ควรปอ้ งกัน
โดยการตรวจและวนิ จิ ฉัยภาวะเสย่ี งจากการถ่ายทอดโรคทางพันธกุ รรม

5. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผ้เู รยี น

รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอื่ สตั ยส์ ุจริต มวี ินยั
 ใฝเ่ รยี นรู้  อยู่อย่างพอเพยี ง  มงุ่ ม่ันในการท้างาน
รักความเปน็ ไทย

6. สมรรถนะสาํ คัญของผเู้ รียน

 ความสามารถในการคดิ  ความสามารถในการสอ่ื สาร
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ชั่วโมงท่ี 1
ขั้นนํา

ขน้ั ที่ 1 กระตุน้ ความสนใจ (Engage)
7. ให้นักเรียนท้ากิจกรรม Engaging Activity ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ 2 พันธกุ รรม เรื่อง ความผิดปกติทางพนั ธุกรรม
8. ครูให้นกั เรียนส่งลูกบอลตามจังหวะเพลง เมื่อเพลงหยดุ แล้วลูกบอลอยูท่ น่ี กั เรยี นคนใด ให้
นักเรียน
คนทถ่ี อื ลูกบอลยืนขน้ึ เสนอค้าตอบจากการทา้ กจิ กรรม Engaging Activity ให้ไดต้ วั แทน
นักเรียนประมาณ 2-3 คน
9. นักเรียนและครรู ่วมกนั อภปิ รายผลกิจกรรมพรอ้ มกัน เพอื่ ให้ไดข้ ้อสรปุ ว่า “จากท่นี ักเรียนได้
ศกึ ษามาแลว้ ว่า โครโมโซมรา่ งกายคือ โครโมโซมต้งั แต่คทู่ ่ี 1-22 และโครโมโซมเพศคือ
โครโมโซมคูท่ ่ี 23 ดังนัน้ หากเกิดความผดิ ปกติขน้ึ กับโครโมโซมรา่ งกายจะทาํ ให้เกดิ ความ
ผดิ ปกตขิ ึ้นกับร่างกาย
ถา้ หากเกิดความผดิ ปกตขิ ้นึ กับโครโมโซมเพศจะทําใหเ้ กดิ ความผดิ ปกตขิ น้ึ กับระบบสืบพันธุ์
ซ่ึงมีผลทาํ ใหร้ ่างกายมคี วามผดิ ปกติไปดว้ ยเช่นกันซึ่งนักเรยี นจะไดเ้ รียนตอ่ ไปนี้”

1ข0ั้น. สอน ช่วั โมงที่ 2 -4

ขั้นท่ี 2 สาํ รวจคน้ หา (Explore)
1. ใหน้ ักเรียนตรวจสอบความรขู้ องตนเองในกรอบ Check for Understanding ในหนงั สือ
เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ 2 พนั ธกุ รรม
เรอื่ ง
ความผิดปกติทางพนั ธกุ รรม
2. ครูแจกใบงานที่ 2.3 เรื่อง โรคทางพันธุกรรม ศึกษาค้าช้ีแจงในตอนที่ 1 แล้วให้นักเรียน
ตรวจสอบความรขู้ องตนเองกอ่ นเข้าสู่บทเรียน
3. ครูเตรียมสลากมา 3 ใบ ได้แก่ ใบที่ 1 โครโมโซมร่างกาย ใบที่ 2 โครโมโซมเพศ และใบท่ี 3
ยีน
4. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่มออกเปน็ 3 กลมุ่ แลว้ ให้แต่ละกลุ่มส่งตวั แทนกลุ่มออกมาจับสลาก
5. ใหน้ กั เรยี นสืบคน้ ข้อมูลโรคทางพันธกุ รรมทีเ่ กดิ จากความผดิ ปกตติ ามสลากท่ีตัวแทนกล่มุ
ของตนเองจับสลากได้ โดยให้สมาชิกภายในกล่มุ แบง่ ภาระและหน้าทร่ี บั ผดิ ชอบในการ
สืบค้นข้อมลู จากหนงั สอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หรือ
แหล่งการเรยี นรู้
อนื่ ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต
6. ให้นักเรียนเขียนสรุป เร่อื ง โรคทางพนั ธกุ รรม ลงในกระดาษ A4 เพอื่ น้าเสนอหน้าช้นั เรยี น

ขัน้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
7. ครสู มุ่ เรียกตวั แทนกลมุ่ กลุม่ ละ 2-3 คน ออกมานา้ เสนอหน้าชั้นเรียน
8. นกั เรียนและครูรว่ มกนั อภิปรายผลกจิ กรรม เพื่อใหไ้ ดข้ ้อสรุปว่า โรคทางพนั ธุกรรมมสี าเหตุ
มาจากการเปล่ยี นแปลงของโครโมโซมและยนี ท่อี าจเกิดได้จากกระบวนการแบ่งเซลล์
ในขณะทยี่ ู่
ในครรภ์มารดา หรืออาจเกดิ จากสภาวะแวดล้อม ซงึ่ การเปลย่ี นแปลงทส่ี ่งผลให้เกดิ โรคทาง
พนั ธุกรรมสามารถถ่ายทอดตอ่ ไปยงั รุน่ ลกู หลานได้
9. ครถู ามคา้ ถามท้ายกิจกรรม ดงั นี้
- โรคทางพันธุกรรมไดแ้ ก่โรคอะไรบ้าง
(แนวตอบ : กลุ่มอาการดาวน์ กลุ่มอาการพาทัว กลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ด ตาบอดสี ผิวเผือก
โรคธาลัสซเี มีย)
- สาเหตุใดบา้ งท่ีท้าให้เกดิ โรคทางพันธุกรรม
(แนวตอบ : รูปร่างและจํานวนโครโมโซมร่างกายผิดปกติ รูปร่างและจํานวน
โครโมโซมเพศผิดปกติ และความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับยีนบนโครโมโซมร่างกายและ
โครโมโซมเพศ)
10. ครูอธิบายสรุปให้นักเรียนเข้าใจมากขึ้น โดยในขณะท่ีบรรยายครูอาจใช้ PowerPoint
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 เร่ือง ความผิดปกติทางพันธุกรรม เพ่ือให้
นักเรียนเข้าใจว่า “โรคทางพันธุกรรมเกิดจากความผิดปกติท่ีเกิดข้ึนกับโครโมโซมและยีน

ตามท่ีนักเรียนได้เรียนรู้มาแล้ว ในที่นี้จะกล่าวถึง โครโมโซมร่างกายมีจํานวนผิดปกติซ่ึงแบ่ง
ออกได้ 2 ประเภท คือ จํานวนโครโมโซมเกินมามากกว่าปกติ และจํานวนโครโมโซมขาด
หาย”
11. ครูถามนักเรียนว่า โรคทางพันธุกรรมท่ีเกิดจากความผิดปกติของยีนสามารถเกิดขึ้นได้กับ
โครโมโซมประเภทใดบ้าง
(แนวตอบ : โครโมโซมรา่ งกายและโครโมโซมเพศ)
12. หลงั จากท้ากิจกรรมแล้ว ครูใหน้ ักเรียนศึกษาคา้ ชีแ้ จงและลงมอื ท้าใบงานท่ี 2.3 ในตอนที่ 2
13. ครถู ามค้าถามทบทวนความรู้ของนักเรียน ดงั นี้
- โรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากจ้านวนโครโมโซมเกินมามากกว่าปกติ ได้แก่โรคอะไรบ้าง และ
โครโมโซมคู่ใดเกินมา
(แนวตอบ : กลุ่มอาการดาวน์เกิดจากโครโมโซมคู่ท่ี 21 เกินมา 1 แท่ง กลุ่มอาการพาทัว
เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 13 เกินมา 1 แท่ง กลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดเกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 18
เกนิ มา 1 แทง่ )
- โรคทางพันธุกรรมท่ีเกิดจากจ้านวนโครโมโซมขาดหายไป ได้แก่โรคอะไรบ้าง และเกิดขึ้น
กับโครโมโซมคใู่ ด

(แนวตอบ : กลมุ่ อาการคริดชู าเกดิ จากแขนโครโมโซมค่ทู ี่ 5 ขาดหายไป)
14. ครูอธิบายต่อไปว่า “นอกจากความผิดปกติท่ีเกิดขึ้นกับโครโมโซมร่างกายแล้ว โรค

พันธุกรรมยังเกิดจากความผิดปกติที่เกิดข้ึนกับโครโมโซมเพศ ซ่ึงแบ่งออกได้เป็นความผิด
ปกติที่เกิดข้ึนกับโครโมโซม X และความผิดปกติท่ีเกิดข้ึนกับโครโมโซม Y” โดยครูอธิบาย
โดยสรุปว่า
- “ความผดิ ปกติท่เี กดิ ขนึ้ กบั โครโมโซม X สามารถเกิดขึน้ ทัง้ ในเพศชายและเพศหญงิ โดย
ถา้ เกดิ ขึน้ กบั เพศหญงิ เนือ่ งจากโครโมโซม X ขาดหายไป 1 แทง่ จะทาํ ให้เกิดกลุ่มอาการ
เทริ นนอร์ ทาํ ให้เพศหญิงมรี ปู รา่ งเตยี้ ต้นคอกว้าง เป็นหมนั แตถ่ ้าโครโมโซม X เกนิ มา 1
แทง่ จะทําให้เกิดกลมุ่ อาการทริปเปิลเอกซ์ หรอื เรียกผู้ป่วยกลุ่มนวี้ ่า ซูเปอร์ฟีเมล ซ่งึ
ผู้ปว่ ยกลุ่มนจ้ี ะมีรปู รา่ งเหมือนผูห้ ญงิ ท่ัวไป ไมเ่ ป็นหมนั แต่ผปู้ ว่ ยบางรายจะเกิดความ
ผดิ ปกติที่แสดงใหเ้ หน็ เช่น นว้ิ ก้อยโกง่ งอ กระดกู หนา้ อกโค้งเล็กน้อย เท้าแบน ส่วนใน
เพศชายถ้าโครโมโซม X เกนิ มา 1 แทง่ จะทําใหเ้ กิดกลมุ่ อาการไคลน์เฟลเตอร์ ทาํ ให้เพศ
ชายมรี ูปร่างคล้ายกับเพศหญิง และเป็นหมนั
- ความผิดปกตทิ ่เี กิดขน้ึ กบั โครโมโซม Y จะเกิดข้นึ ในเฉพาะเพศชาย เช่น โครโมโซม Y เกนิ
มา 1 แทง่ ทําให้เกดิ กลุม่ อาการทีเ่ รยี กวา่ กลุ่มอาการดบั เบิล้ วาย เรียกผูป้ ว่ ยกลุม่ นีว้ า่
ซเู ปอร์เมน
ทาํ ให้ผู้ปว่ ยมรี ูปรา่ งสงู ใหญก่ ว่าปกติ ไม่เป็นหมนั มีอารมณร์ นุ แรง”
15. ครูอธบิ ายเพ่มิ เตมิ วา่ “โรคผวิ เผอื กเกดิ จากความผดิ ปกติท่ีเกิดขึน้ กับแอลลีลด้อยของยีนที่
ควบคมุ การสรา้ งเมด็ สีเมลานนิ ในร่างกาย ซึ่งลกั ษณะของผทู้ ีป่ ว่ ยเป็นโรคผวิ เผอื ก ผิวหนัง
จะค่อนข้างไวต่อแสง บางคนมีอาการแพ้และอาจก่อใหเ้ กิดมะเรง็ ได้ และมองไมเ่ หน็ ในทม่ี ืด
เส้นผมจะมสี ขี าว”
16. ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา่ “โรคธาลัสซเี มยี เกิดจากความผิดปกติที่เกดิ ข้นึ กบั แอลลีลด้อยของยีน
ท่ีควบคุมการสรา้ งโปรตนี เฮโมโกลบนิ ในเซลล์เมด็ เลอื ดแดง ซ่งึ แบง่ ออกไดเ้ ปน็ 2 ประเภท

คอื กลมุ่ แอลฟาธาลัสซเี มยี และกล่มุ บตี าธาลสั ซีเมีย โดยกลุม่ แอลฟาธาลัสซีเมยี จะมอี าการ
รนุ แรงกว่ากลมุ่ บตี าธาลสั ซเี มยี ”
17. นอกจากความผิดปกติของยีนที่เกิดข้ึนกับโครโมโซมร่างกายแล้ว ยังเกิดขึ้นกับโครโมโซม
เพศดว้ ย จากน้นั ครถู ามนกั เรียน ดังนี้

- ตาบอดสเี กิดจากสาเหตุใด
(แนวตอบ : เกิดจากความผิดปกติที่เกิดข้ึนกับแอลลีลด้อยบนโครโมโซม X
ทําให้เซลลร์ ปู กรวยเกดิ ความผดิ ปกติ)
- โรคฮโี มฟเี ลียเกิดจากสาเหตใุ ด
(แนวตอบ : เกิดจากความผิดปกติที่เกิดข้ึนกับแอลลีลด้อยบนโครโมโซม X ทําให้โปรตีนท่ี
เกีย่ วข้องกับการแขง็ ตวั ของเลอื ดผิดปกติ)
18. ให้นกั เรยี นตรวจสอบความรหู้ ลังเรยี นในใบงานที่ 2.3 ในตอนท่ี 3
19. ใหน้ ักเรยี นท้าแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
20. ให้นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจของตนเอง โดยตอบค้าถาม Topic Questions ลงใน
สมดุ ประจําตัวนกั เรียน
ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
21. ครูก้าหนดปัญหาเกี่ยวกับผลการตรวจเลือดของครอบครัวลูกพ่ีลูกน้องที่นักเรียนรู้จัก พบว่า
พ่อเป็นพาหะธาลัสซีเมีย และมีแม่เป็นโรคธาลัสซีเมีย แต่ลูกพ่ีลูกน้องของนักเรียนกลับมี
สุขภาพดี แต่ไม่เคยตรวจเลือดเลย ถ้าวันหน่ึงลูกพี่ลูกน้องของนักเรียนก้าลังจะแต่งงานกับ
หญิงท่ีป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียแล้วมาปรึกษานักเรียน ให้นักเรียนน้าความรู้เรื่องการ
ถ่ายทอดยีนบนโครโมโซมและความผิดปกติทางพันธุกรรม มาท้านายโอกาสท่ีหลานของ
นักเรียนจะเป็นโรคร้อยละเท่าไร และนักเรียนจะให้ค้าแนะน้าแก่ลูกพ่ีลูกน้องอย่างไร ลงใน
สมุดประจ้าตัวนกั เรยี น

ขั้นสรุป

นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรุป เร่ือง ความผดิ ปกติทางพนั ธกุ รรม เพื่อใหไ้ ด้ขอ้ สรปุ วา่
โรคทางพนั ธกุ รรมบางโรคอาจมีการถ่ายทอดจากพ่อแมไ่ ปสู่รนุ่ ลกู ได้ หรืออาจเกดิ จากความผดิ
ปกตขิ องโครโมโซมในเซลล์สืบพนั ธข์ุ องพ่อหรือแม่ ดังน้นั ก่อนแตง่ งานหรือก่อนมีบุตร ควรป้องกนั
โดยการตรวจเลือดเพือ่ วินจิ ฉยั โรค และปรึกษาแพทย์ถึงภาวะเสย่ี งของลูกท่ีอาจเกดิ โรคทาง
พันธุกรรม แล้วให้นกั เรียนสรุปเป็นผังมโนทัศนล์ งในกระดาษ A4 สง่ ครูผู้สอน แลว้ นา้ เสนอใน
รูปแบบทีน่ ่าสนใจ

ข้นั ประเมนิ

ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
15.ครตู รวจใบงานท่ี 2.3 เรอื่ ง โรคทางพนั ธุกรรม

16.ครตู รวจแบบฝึกหัดวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
17.ครูตรวจรายงาน เรื่อง โรคทางพนั ธุกรรม
18.ครูตรวจคา้ ตอบ Topic Questions ในสมุดประจ้าตวั นกั เรยี น
19.ครตู รวจผงั มโนทศั น์ เร่ือง ความผดิ ปกตทิ างพนั ธุกรรม
20.ประเมินทักษะและกระบวนการโดยสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติการจากการท้ากิจกรรม

โรคทางพันธุกรรม
21.ประเมินทักษะและกระบวนการโดยสังเกตพฤติกรรมการท้างานรายกลุ่ม การท้างาน

รายบคุ คล
22.ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยสังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น

ในการทา้ งาน

8. สอ่ื การเรียนร้แู ละแหล่งเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรียนรู้
29) พันธกุ รรม
30) แบบฝกึ หัดวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 พนั ธุกรรม
31) ใบงานท่ี 2.3 เร่ือง โรคทางพันธกุ รรม
32) อปุ กรณ์ทใ่ี ช้ทา้ กิจกรรมโรคทางพันธกุ รรม
33) PowerPoint เรื่อง ความผดิ ปกตทิ างพนั ธุกรรม
34) สมดุ ประจ้าตวั นักเรียน
35) สลากจ้านวน 3 ใบ ได้แก่ ใบท่ี 1 โครโมโซมรา่ งกาย ใบที่ 2 โครโมโซมเพศ และใบท่ี 3 ยีน
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งวิทยาศาสตร์
2) อินเทอร์เน็ต

9. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1) ใบงานท่ี 2.3 เรื่อง โรคทางพนั ธกุ รรม

10. การวดั ผลและประเมินผล

10.1 การประเมินก่อนเรียน วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมอื การวัดผล การประเมนิ ผล
ส่งิ ท่ีจะวดั -
ความรู้ -ทดสอบ -
10.2 การประเมนิ ระหว่างการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ การประเมนิ ผล
สิ่งทีจ่ ะวดั วิธีการวดั ผล เครอ่ื งมอื การวดั ผล - ร้อยละ 60
1. ความรู้ - ตรวจใบงานที่ 2.3 - ใบงานท่ี 2.3 ผ่านเกณฑ์
1) ความผิดปกติ - ตรวจสมุดประจ้าตัว - สมุดประจ้าตัว หรือ - ร้อยละ 60
ทางพนั ธกุ รรม หรอื แบบฝึกหัด แบบฝึกหดั
วทิ ยาศาสตร์และ วิทยาศาสตร์ ผ่านเกณฑ์
เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 และเทคโนโลยี ม.3 - ระดับคุณภาพ 2
- ตรวจรายงาน เรื่อง เล่ม 1 ผา่ นเกณฑ์
โรคทางพันธกุ รรม - แบบประเมินรายงาน - ระดับคณุ ภาพ 2
- ตรวจผงั มโนทศั น์ เรื่อง - แบบประเมินผังมโน ผา่ นเกณฑ์
ความผดิ ปกติทาง ทศั น์
พันธุกรรม - รอ้ ยละ 60
2) ผลบันทกึ การ - ตรวจสมุดประจา้ ตัว - สมุดประจ้าตวั หรอื ผ่านเกณฑ์
ปฏิบตั ิกจิ กรรม หรอื แบบฝกึ หดั แบบฝกึ หัด
โรคทางพันธุกรรม วิทยาศาสตร์และ วิทยาศาสตร์ - ระดับคณุ ภาพ 3
เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 และเทคโนโลยี ม.3 ผ่านเกณฑ์
เลม่ 1 ระดับคุณภาพ
3) การนา้ เสนอ - ประเมนิ การน้าเสนอ - แบบประเมนิ การ การประเมนิ การ
ผลงาน/ผลการ ผลงาน/ผลการปฏิบตั ิ นา้ เสนอผลงาน ปฏบิ ตั ิงานรายบคุ คล
ปฏบิ ัติกจิ กรรม กจิ กรรม และกระบวนการ
2.ทกั ษะ/ 1. สังเกตพฤติกรรม 1. แบบสงั เกต ท้างานกล่มุ เกณฑ์ผา่ น
กระบวนการ การปฏิบัตงิ านรายบคุ คล พฤตกิ รรมการ ในระดบั 3 ขนึ้ ไป
2. สงั เกตพฤติกรรม ปฏบิ ตั งิ านรายบุคคล - คะแนนการประเมิน
การปฏิบตั ิงานกลุ่ม เกณฑ์ผา่ นระดบั 3
2. แบบสงั เกต ข้นึ ไป
พฤตกิ รรมการ - เกณฑ์การตดั สิน
ปฏบิ ตั งิ านกล่มุ ผา่ น ในระดับ 3 ขน้ึ ไป
3. คุณลักษณะ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมิน
อนั พงึ ประสงค์ คณุ ลกั ษณะ คณุ ลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์ (ใหร้ ะบุ อนั พึงประสงค์
พฤตกิ รรม)
4. สมรรถนะ 1. สังเกตพฤตกิ รรม 1. แบบประเมิน
สา้ คัญของผูเ้ รียน ด้านความสามารถ สมรรถนะส้าคัญของ

ในการคิด ผู้เรียนดา้ น
2. ความสามารถในการ ความสามารถในการคดิ
ใชท้ กั ษะชีวิต 2. แบบประเมิน
สมรรถนะส้าคญั ของ
ผูเ้ รียนในการใช้ทกั ษะ
ชวี ติ

10.3 การประเมินหลงั เรยี น วธิ กี ารวัด เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารวดั ผล
สงิ่ ที่ตอ้ งการวัด ทดสอบ - -
ความรู้

10.4 การประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เครือ่ งมือ
ส่ิงทีต่ ้องการวัด วธิ กี ารวดั ใบงานท่ี 2.3 เรอ่ื ง โรค เกณฑ์การวัดผล
ความรู้ ตรวจผลงาน ทางพนั ธกุ รรม ใบงานที่ 2.3 เรอื่ ง โรค
ทางพนั ธุกรรม
ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 50

11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชอ่ื ………………………………………… ผสู้ อน
(นางสาววนชั พร ค้าจติ ร)

12. ข้อคิดเหน็ ของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงช่ือ...............................................................
(นายนนั ท์ กอ้ ค้า)

หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
13. ข้อคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะผชู้ ว่ ยผ้อู ํานวยการกลุ่มงานบริหารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ...............................................................
(นายวชิ า ภมิ ุข)

ผชู้ ่วยผอู้ ้านวยการกลุม่ งานบรหิ ารวิชาการ
การอนมุ ตั กิ ารใชแ้ ผนการจดั การเรียนรูจ้ ากฝ่ายบริหาร

ความคิดเหน็ ของรองผู้อา้ นวยการฝา่ ยวชิ าการ
..............................................................................................................................................................

 เห็นสมควรอนุมตั ใิ หใ้ ช้ในการจดั การเรียนการสอน
 เหน็ สมควรไมอ่ นมุ ัตใิ ห้ใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน เพราะ..........................................
.............................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)

รองผอู้ ้านวยการโรงเรียนฝ่ายบริหารวิชาการ
การอนมุ ตั ิจากผอู้ าํ นวยการโรงเรียน

 อนมุ ตั ิให้ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน
 ไม่อนุมัตใิ หใ้ ชใ้ นการจัดการเรียนการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................................................................
(นางวิลาวัลย์ ปาลี)

ผูอ้ า้ นวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จงั หวัดพะเยา

บันทกึ ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
รายวิชา วิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน รหสั วชิ า ว23101

เรอ่ื ง ความผิดปกติทางพนั ธกุ รรม เวลา 4 ช่วั โมง

……………………………………………………………….

1. จํานวนนักเรียนท่ีสอน จาํ นวนนักเรยี น (คน)
ระดบั ช้ัน 36
ม.3/1 36
ม.3/2 36
ม.3/3 36
ม.3/4 144
รวม

2. บนั ทึกผลการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
2.1 ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.2 ข้อสงั เกต/ข้อคน้ พบ
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.3 ปัญหา/อปุ สรรค
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

3. การประเมินผลการสอน ระดับคณุ ภาพ
ดี พอใช้ ปรับปรุง
รายการประเมนิ ดีมาก

1. ความเหมาะสมของระยะเวลา
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา
3. ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนการสอน
4. ความเหมาะสมของส่อื การสอนท่ใี ช้
5. พฤติกรรม/การมีส่วนรว่ มของนกั เรียน
6. ผลการปฏิบัตกิ ิจกรรม/ใบกจิ กรรม การทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น

สรปุ ภาพรวม

3. สรุปผลการวัดผลประเมนิ ผล 4 ระดบั คณุ ภาพ 1
32 รวม
การวัดผลประเมนิ ผล (คน)
ํจานวน (คน)
้รอยละ
ํจานวน (คน)
้รอยละ
ํจานวน (คน)
้รอยละ
ํจานวน (คน)
้รอยละ

1. ความรู้
1.1 ใบงานที่ 2.3 เร่ือง โรคทาง

พนั ธุกรรมตอนที่ 1
1.2 ใบงานที่ 2.3 เรอ่ื ง โรคทาง

พนั ธกุ รรมตอนที่ 2
1.3 ใบงานที่ 2.3 เร่ือง โรคทาง
พนั ธุกรรมตอนท่ี 3

ระดับ 3 ขน้ึ ไป คดิ เป็นร้อยละ
2. ทักษะ/กระบวนการ

2.1 กระบวนการทา้ งานกลมุ่
2.2 ..........

ระดับ 3 ขึน้ ไป คิดเปน็ รอ้ ยละ
3. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

ระดบั 3 ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ
4. สมรรถนะสาํ คัญของผเู้ รียน
ระดบั 3 ขึน้ ไป คิดเป็นร้อยละ

ลงชอ่ื ............................................ครผู ูส้ อน
(นางสาววนชั พร คา้ จิตร )

ความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผนู้ ิเทศ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงช่อื ................................................ผนู้ ิเทศ
(นายนันท์ กอ้ คา้ )

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความคิดเห็นของรองผู้อํานวยการโรงเรยี นฝ่ายบริหารวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงช่อื ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)

รองผู้อา้ นวยการฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ
ความคิดเห็นของผูอ้ ํานวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ........................................................
(นางวลิ าวัลย์ ปาลี)

ผู้อ้านวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จงั หวัดพะเยา

ภาคผนวก

ใบงานที่ 2.3
เรอื่ ง โรคทางพนั ธุกรรม

ตอนท่ี 1 ตรวจสอบความรู้ก่อนเรียน
คําชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค้าถามต่อไปน้ี
1. โรคทางพันธุกรรม หมายถึง โรคท่ีถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซ่ึงเกิดจากความผิดปกติของยีนที่

ควบคุมลักษณะต่าง ๆ ท้ังที่เป็นยีนเด่นและยีนด้อยลักษณะต่าง ๆ ทั้งท่ีเป็นยีนเด่นและยีนด้อย
ลักษณะต่าง ๆ
2. ให้นักเรียนพิจารณาภาพการจัดเรียงโครโมโซมของคนจ้านวน 2 คน แล้วระบุว่า คนที่ 1-4 เป็นคน
ปกตหิ รอื ไม่ ถ้าไม่ ใหร้ ะบชุ ื่อโรคใต้ภาพทีก่ า้ หนดให้

พาทัวซนิ โดรม คนปกติkfskfskf

3. โรคทางพันธุกรรมที่พบในประเทศไทย ซึ่งเกิดจากการถ่ายทอดความผิดปกติของยีนที่ควบคุม
ลักษณะด้อย ได้แก่ โรคธาลัสซีเมีย๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘ขหรือ
แยกสีท้ังสองออกจากสีอื่น ๆ ได้๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘ข๘๘๘๘๘๘๘
ข๘๘๘๘๘๘๘ข๘

4. การบอดสี คือ การมองเห็นสีผิดไปจากความเป็นจริง เช่น ไม่สามารถแยกสีแดงและสีเขียวออกจาก
กัน หรือแยกสีท้ังสองออกจากสีอื่น ๆ ได้๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘ข
๘๘๘๘๘๘๘

5. ผู้ท่ีเป็นโรคฮีโมฟีเลียจะมีอาการผิดปกติท่ีปรากฏให้เห็น คือ เมื่อเกิดบาดแผลเลือดจะออกง่ายและ
หยุดยาก และมักจําให้ตายได้ง่าย หากให้การรักษาไม่ทัน เนื่องจากการเสียเลือดมากยาก และมัก
จําใหต้ ายไดง้ า่ ย หากใหก้ ารรกั ษาไม่ทัน เนอ่ื งจากการเสียเลอื ดมากยาก และมกั จาํ ใหต้ ายได้งา่ ย

คะแนนที่ ค

ตอนท่ี 2
คาํ ช้ีแจง : ให้นักเรียนศึกษาลักษณะหน้าตาและนับจา้ นวนโครโมโซมร่างกายกับโครโมโซมเพศ

ของเด็กทารกคนที่ 1 และเด็กทารกคนที่ 2 แล้วบันทึกผลลงในตาราง

เด็กทารกคนท่ี 1 เดก็ ทารกคนที่ 2

จาํ นวนโครโมโซม
ตารางบดันก็ ททกึ าผรกลจากการปฏิบตั กิ ิจกรรม

เดก็ ทารก ลกั ษณะทส่ี งั เกตได้ (แทง่ ) โครโมโซมทแ่ี ตกตา่ ง
คนท่ี
1 ศีรษะ สว่ นต่าง ๆ ออโตโซม โครโมโซม คทู่ ่ี จํานวน
บนใบหนา้ เพศ โครโมโซม
1ป ป4
2- -
กติ กติ 4 3

2 แหวล่ง็ 4 23 1
5

ตอบคําถามและสรปุ ผลการทดลอง
1. ลักษณะของเด็กทารกคนท่ี 2 แตกตา่ งจากลกั ษณะของเดก็ ทารกคนท่ี 1 คอื อะไร
ตอบ ลักษณะปากของเด็กทารกคนท่ี 2 จะแหว่ง ขณะทปี่ ากของเด็กทารกคนท่ี 1 ป๘๘๘๘๘๘๘๘๘กติ
2. จ้านวนโครโมโซมทัง้ หมดของเดก็ ทารกคนท่ี 1 และ 2 มเี ท่ากับก่ีแท่ง ตามล้าดบั
ตอบ 46 และ 47 แท่ง ตามลําดั๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘ข๘๘๘๘๘๘บ
3. เดก็ ทารกทัง้ สองคนเปน็ เพศใด ทราบได้อยา่ งไร
ตอบ เพศหญิง ดูจากโครโมโซมคูท่ ่ี 23 เป็น ๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘XX
4. เด็กทารกคนใดมีจ้านวนโครโมโซมผดิ ปกติ และจ้านวนโครโมโซมที่ผดิ ปกตเิ ปน็ โครโมโซมค่ทู ่เี ทา่ ไร
ตอบ เดก็ คนท่ี 2 เนอื่ งโครโมโซมคู่ท่ี 13 มีจาํ นวน๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘ผิดปกติ
5. จากขอ้ ท่ี 4 เด็กทารกคนดงั กล่าวเปน็ โรคใด และมีอาการอย่างไร
ตอบ พาทัวซินโดรม เดก็ ท่เี กดิ มาจะมศี รี ษะเล็ก ปากแหวง่ เพดานโหว่ มักเสียชีว๘ิ ๘๘๘๘๘ตตง้ั แต่เกิด
ตอนที่ 3 ตรวจสอบความรู้หลังเรียน
คําชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคา้ ถามต่อไปน้ี
1. โรคทางพันธุกรรม หมายถึง โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซ่ึงเกิดจากความผิดปกติของยีนที่

ควบคุมลักษณะต่าง ๆ ท้ังที่เป็นยีนเด่นและยีนด้อยพันธุกรรม ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีนท่ี
ควบคมุ พันธุกร

2. ให้นักเรียนพิจารณาภาพการจัดเรียงโครโมโซมของคนจ้านวน 4 คน แล้วระบุว่า คนท่ี 1-4 เป็นคน
ปกติหรือไม่ ถ้าไม่ ใหร้ ะบุชื่อโรคใตภ้ าพที่ก้าหนดให้

พาทวั ซนิ โดรม๘๘๘๘๘ คนปกติ

กลมุ่ อาการดับเบลิ วาย คริดชู าล์ซนิ โดรม๘๘๘๘
3. โรคทางพันธุกรรมทพี่ บในประเทศไทย ซึ่งเกิดจากการถา่ ยทอดความผิดปกตขิ องยีนทีค่ วบคุม
ลักษณะดอ้ ย ได้แก่ โร๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘
4. การบอดสี คือ การมองเห็นสีผิดไปจากความเป็นจริง เช่น ไม่สามารถแยกสีแดงและสีเขียวออกจาก
กั น ห รื อ แ ย ก สี ท้ั ง ส อ ง อ อ ก จ า ก สี อื่ น ๆ ไ ด้
๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘อืน่ ๆ ไดอ้ ื่น ๆ ได้อนื่ ๆ ได้อน่ื
5. ผู้ที่เป็นโรคฮีโมฟีเลียจะมีอาการผิดปกติที่ปรากฏให้เห็น คือ เม่ือเกิดบาดแผลเลือดจะออกง่ายและ
หยุดยาก และมักจําให้ตายได้ง่าย หากให้การรักษาไม่ทัน เนื่องจากการเสียเลือดมากยาก และมักจํา
ให้ตายไดง้ า่ ย หากให้การรกั ษาไมท่ นั เนอ่ื งจากการเสียเลือดมากยาก และมักจําใหต้ ายไดง้ ่าย หาก

คะแนะแนนทนท่ี ี่

แบบบันทกึ การให้ระดับคุณภาพใบงาน/แบบฝึกหดั ของนกั เรียน
คา้ ชแี้ จง: ให้ผ้สู อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ งที่ตรงกบั รชั ะ
ดับคะแนน
เลขที่ ช่ือ - สกลุ ระดบั คุณภาพ

ใบงาน ่ีท 2.3 ตอน ่ีท 1 สรุปผลการ
ใบงาน ่ีท 2.3ตอน ่ีท 2 ประเมิน
ใบงาน ี่ท 2.3ตอน ี่ท 3
ผ่าน ไม่ผา่ น
รวม
่คาเฉล่ีย

ร้อยละ ลงชอื่ ........................................ผู้ประเมิน
ระดบั คณุ ภาพ (นางสาววนชั พร ค้าจิตร)

........./...................../...........
เกณฑก์ ารประเมนิ ใบงาน/แบบฝึกหัด
70 - 100 61 -70 51 - 60 ตา้่ กวา่ 50

3 21 0

แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัตกิ จิ กรรมกล่มุ
กลมุ่ ท่ี (ชอ่ื กล่มุ )..............................................................

สมาชกิ ในกล่มุ

1..........................................................2..........................................................
3..........................................................4..........................................................
5.........................................................6..........................................................

คาํ ช้แี จง ใหท้ า้ เคร่อื งหมาย  ในชอ่ งที่ตรงกบั ความเป็นจริง

พฤติ คะแนน 1
กรรมท่สี งั เกต 432

1. การมีสว่ นร่วมในการ

วางแผน

2. การปฏบิ ตั ิงานตาม
บทบาทหนา้ ที่

3. การให้ความร่วมมอื

ในการทา้ งาน

4. การแสดงความ

คิดเห็น

5. การยอมรบั ความ

คิดเห็น

รวม

ลงช่ือ............................................................................ผ้ปู ระเมิน

.................../................../..................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน (ดีมาก)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั เิ ปน็ ประจา้ ให้ 3 คะแนน (ดี)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ิบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน (ปานกลาง)
พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั บิ างครง้ั ให้ 1 คะแนน (ปรับปรงุ )

พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั นิ อ้ ยครั้ง

แบบประเมนิ สมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรยี น

ชื่อ....................................................นามสกุล..................................................ชัน้ .................เลขท.่ี ..........

คาํ ชี้แจง : ให้ครผู สู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างการจดั การเรยี นการสอน แล้วทํา
เครอื่ งหมาย  ลงในช่องที่ตรงกบั ระดบั คะแนน

สมรรถนะสําคญั รายการประเมิน (ตวั ช้ีวัด) ระดบั คณุ ภาพ
ของผ้เู รยี น
ดีเย่ยี ม ดี ผ่านเกณฑ์ ไม่ผา่ น
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)

1. ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรบั -ส่งสาร

ในการสอื่ สาร 1.2 มคี วามสามารถในการถ่ายทอดความรู้

ความคิด ความเข้าใจของตนเองโดยใชภ้ าษา

ได้อยา่ งเหมาะสม

1.3 ใชว้ ธิ ีการส่อื สารทเี่ หมาะสมมีประสทิ ธภิ าพ

1.4 เจรจาตอ่ รองเพ่ือขจัดและลดปัญหา

ความขัดแย้งต่างๆ ได้

1.5 เลือกรบั และไมร่ ับข้อมูลขา่ วสารดว้ ยเหตผุ ล

และถูกตอ้ งสรุปผลการประเมนิ

สรุปผลการประเมิน

2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ /วเิ คราะห์

ในการคิด 2.2 ทักษะในการคดิ นอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์

2.3 สามารถคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ

2.4 มคี วามสามารถในการสรา้ งองคค์ วามรู้

2.5 ตดั สนิ ใจแก้ปัญหาเกย่ี วกับตนเองได้อยา่ ง

เหมาะสม

สรุปผลการประเมิน

สมรรถนะสาํ คัญ รายการประเมิน (ตัวชีว้ ัด) ดีเยี่ยม ระดบั คณุ ภาพ
ของผู้เรยี น (3)
3.1 สามารถแก้ปญั หาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ ่าน
3. ความสามารถ ทเี่ ผชญิ ได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแกป้ ญั หา 3.2 เข้าใจความสมั พันธแ์ ละการเปลีย่ นแปลง
ในสังคม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรปู้ ระยุกตค์ วามรู้มาใช้
การใชท้ ักษะชวี ติ ในการปอ้ งกันและแก้ปัญหา
3.4 สามารถตดั สินใจไดอ้ ยา่ งเหมาะสมตามวัย
5. ความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยี สรปุ ผลการประเมนิ
4.1 เรยี นรูด้ ว้ ยตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั วยั
4.2 สามารถทํางานกลมุ่ รว่ มกบั ผอู้ น่ื ได้
4.3 นําความรูท้ ่ีได้ไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวติ ประจาํ วัน
4.4 จัดการปัญหาและความขดั แยง้ ได้อย่าง
เหมาะสม
4.5 หลักเล่ยี งพฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ่ี
สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง

สรุปผลการประเมิน
5.1 เลือกและใชท้ คโนโลยีได้อยา่ งเหมาะสม
5.2 มีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนําเทคโนโลยไี ปใช้พัฒนาตนเอง
5.4 ใชเ้ ทคโนโลยใี นการแกป้ ญั หาได้อย่าง
สร้างสรรค์
5.5 มคี ณุ ธรรม จริยธรรม ในการใช้เทคโนโลยี

สรุปผลการประเมิน

เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพ

ระดบั คุณภาพ พฤตกิ รรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยี่ยม พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัตชิ ดั เจน สม่าํ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ตั ิชดั เจนและบอ่ ยครัง้ 0 คะแนน

ผา่ น พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตเิ ปน็ บา้ งครง้ั

ไม่ผ่าน ไม่เคยปฏบิ ัตพิ ฤติกรรม

เกณฑ์การสรปุ ผล คะแนน
ระดับคุณภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเยยี่ ม 1-8 คะแนน
ดี
0 คะแนน
ผ่านเกณฑ์

ไมผ่ า่ นเกณฑ์

แบบประเมิน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 8 ประการ

ช่อื -สกุลนักเรียน.....................................................................ชนั้ ..............................เลขท…่ี ….
คาํ ชแ้ี จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด  ลง
ในช่องวา่ งทีต่ รงกับระดับคะแนน

คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงคด์ ้าน 1.1 ยืนตรงเมื่อไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ 321
1. รกั ชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษัตรยิ ์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสิทธิและหนา้ ที่ของนักเรียน ให้ความรว่ มมือ รว่ มใจ ใน
การ
2. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต
3. มวี ินัย ทา้ งานกบั สมาชิกในห้องเรยี น
รบั ผิดชอบ 1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมท่สี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่

โรงเรียนและชมุ ชน
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ตี นนับถือ ปฏบิ ตั ิตนตามหลักของศาสนา

และเป็นตัวอยา่ งท่ดี ขี องศาสนกิ ชน
1.5 เข้าร่วมกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจดั กิจกรรมท่ีเก่ยี วกบั สถาบัน

พระมหากษตั รยิ ์ตามท่โี รงเรียนและชุมชนจดั ข้นึ ช่ืนชมในพระราช
กรณยี กจิ

พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตรยิ ์และพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลที่ถูกตอ้ ง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ัติในส่งิ ท่ถี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ท่ีจะทา้ ความผดิ ทา้ ตาม

สญั ญาที่ตนใหไ้ ว้กบั พ่อแมห่ รือผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏบิ ัติตนตอ่ ผู้อื่นด้วยความซื่อตรง และเปน็ แบบอยา่ งที่ดีแกเ่ พ่อื น
ดา้ น ความซื่อสัตย์
3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั และ

โรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่างๆ ใน
ชีวติ ประจ้าวนั

มีความรับผดิ ชอบ

4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 ตง้ั ใจเรยี น
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรียน และมีความเพียรพยายามในการเรียน
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้ต่างๆ
4.4 ศกึ ษาค้นคว้า หาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สง่ิ พิมพ์ สือ่ เทคโนโลยี
ต่างๆ
แหลง่ การเรียนร้ทู ้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลือกใช้สื่อได้
อยา่ ง
เหมาะสม
4.5 บันทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสิง่ ท่ีเรียนรู้ สรปุ เปน็ องค์
ความรู้
4.6 แลกเปล่ียนความรู้ ด้วยวธิ กี ารต่างๆ และน้าไปใช้ในชวี ิตประจา้ วัน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ย์สินและสิง่ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยัดและรู้คุณค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมีการเก็บออมเงิน
6. มงุ่ มน่ั ในการ 6.1 มีความตัง้ ใจและพยายามในการท้างานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
ทาํ งาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านส้าเร็จ
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจิตส้านกึ ในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภมู ิปัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 ร้จู กั ชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู ้างาน
8.2 อาสาท้างาน ชว่ ยคดิ ช่วยท้า และแบง่ ปันส่ิงของใหผ้ ู้อื่น
8.3 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบตั ิและสิง่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรียน
โรงเรียน
ชุมชน
8.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน

ลงช่ือ...........................................ผ้ปู ระเมิน
(นางสาววนัชพร ค้าจิตร)

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ ........./...................../...........
พฤติกรรมที่ปฏบิ ัติชดั เจนและสม้า่ เสมอ ให้
3
คะแนน 2
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัติชดั เจนและบ่อยครง้ั

คะแนน

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 6

รายวชิ า วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหัสวชิ า ว23101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่วั โมง จํานวน 1.5 หนว่ ยกิต

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 พนั ธศุ าสตร์ เวลา 22 ช่ัวโมง

เร่อื ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ เวลา 2 ชวั่ โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด
สาระที่ 1
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความส้าคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

สารพันธุกรรม การเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและ
วิวัฒนาการของสิง่ มชี วี ติ รวมท้งั นา้ ความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตัวชวี้ ัด ม.3/9 เปรียบเทียบความหลากหลายทางชีวภาพระดับชนิดส่ิงมีชีวิตในระบบนิเวศ
ตา่ ง ๆ

ม.3/10 อธิบายความส้าคัญของความหลากหลายที่มีต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ
และตอ่ มนษุ ย์

ม.3/11 ตระหนักถึงในคุณค่าและความส้าคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีส่วน
รว่ มในการดูแลรักษาความหลากหลายทางชวี ภาพ

2. สาระสําคัญ

ความหลากหลายทางชวี ภาพแบ่งออกเปน็ 3 ระดับ ได้แก่ ความหลากหลายทางระบบนิเวศ
ความหลากหลายของชนิดสิ่งมีชวี ติ และความหลากหลายทางพันธกุ รรม ซงึ่ ความหลากหลายทาง
ชีวภาพในระบบนเิ วศในแตล่ ะพืน้ ทจี่ ะแตกต่างกัน บางระบบนิเวศมคี วามหลากหลายทางชวี ภาพสูง
บางระบบนเิ วศมคี วามหลากหลายทางชวี ภาพต้่า ซ่งึ ความหลากหลายทางชวี ภาพมีความส้าคัญตอ่ การ
รกั ษาสมดลุ ของระบบนเิ วศ และมคี วามสา้ คญั ตอ่ มนษุ ย์ ดังน้ัน จึงควรร่วมกันดูแลรักษาความ
หลากหลาย
ทางชวี ภาพโดยการรว่ มกันอนุรกั ษพ์ นั ธุส์ ัตว์ ใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยัดและรู้คุณคา่


Click to View FlipBook Version