4. ความสามารถใน ในสงั คม
การใชท้ ักษะชวี ติ 3.3 แสวงหาความรูป้ ระยกุ ตค์ วามรู้มาใช้
ในการปอ้ งกนั และแกป้ ัญหา
5. ความสามารถใน 3.4 สามารถตดั สนิ ใจไดอ้ ย่างเหมาะสมตามวยั
การใชเ้ ทคโนโลยี
สรุปผลการประเมนิ
4.1 เรยี นรดู้ ้วยตนเองได้อยา่ งเหมาะสมกบั วัย
4.2 สามารถทํางานกลมุ่ รว่ มกบั ผู้อนื่ ได้
4.3 นาํ ความรทู้ ี่ได้ไปใช้ประโยชน์ใน
ชวี ติ ประจาํ วัน
4.4 จัดการปญั หาและความขดั แย้งได้อยา่ ง
เหมาะสม
4.5 หลกั เลี่ยงพฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงค์ท่ี
ส่งผลกระทบตอ่ ตนเอง
สรปุ ผลการประเมิน
5.1 เลอื กและใชท้ คโนโลยีไดอ้ ย่างเหมาะสม
5.2 มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนาํ เทคโนโลยไี ปใช้พัฒนาตนเอง
5.4 ใชเ้ ทคโนโลยีในการแก้ปญั หาได้อย่าง
สร้างสรรค์
5.5 มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในการใชเ้ ทคโนโลยี
สรปุ ผลการประเมิน
เกณฑ์การให้คะแนนระดบั คุณภาพ
ระดบั คณุ ภาพ พฤติกรรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยี่ยม พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจน สม่าํ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤติกรรมท่ปี ฏิบัติชัดเจนและบอ่ ยครงั้
ผา่ น พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิเปน็ บ้างครง้ั
ไม่ผา่ น ไมเ่ คยปฏบิ ตั พิ ฤติกรรม 0 คะแนน
เกณฑก์ ารสรปุ ผล คะแนน
ระดับคุณภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเยี่ยม 1-8 คะแนน
ดี 0 คะแนน
ผา่ นเกณฑ์
ไมผ่ า่ นเกณฑ์
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 8 ประการ
ชือ่ -สกลุ นกั เรียน.....................................................................ชน้ั ..............................เลขท…่ี ….
คําชี้แจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลง
ในชอ่ งวา่ งท่ีตรงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงค์ดา้ น 1.1 ยืนตรงเมอื่ ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาติได้ และบอกความหมายของ 321
1. รักชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษัตริย์ 1.2 ปฏบิ ตั ิตนตามสทิ ธแิ ละหน้าท่ีของนกั เรียน ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ใน
การท้างานกบั สมาชิกในหอ้ งเรียน
2. ซื่อสัตย์ สจุ รติ 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทส่ี รา้ งความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ต่อ
3. มีวินัย
รบั ผดิ ชอบ โรงเรียนและชมุ ชน
1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนับถอื ปฏิบตั ติ นตามหลกั ของศาสนา
และเป็นตัวอย่างท่ดี ขี องศาสนิกชน
1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมีส่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกับสถาบนั
พระมหากษัตริย์ตามท่โี รงเรยี นและชุมชนจัดขน้ึ ช่ืนชมในพระราช
กรณยี กิจพระปรีชาสามารถของพระมหากษตั รยิ ์และพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ต้อง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทีถ่ กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลัวทจี่ ะทา้ ความผิด ทา้ ตาม
สญั ญาที่ตนให้ไวก้ ับพอ่ แม่หรอื ผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏิบัติตนต่อผู้อน่ื ด้วยความซือ่ ตรง และเปน็ แบบอย่างทีด่ ีแก่เพือ่ น
ด้าน ความซื่อสตั ย์
3.1 ปฏิบตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคับของครอบครัวและ
โรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ใน
ชีวิตประจา้ วนั มีความรบั ผดิ ชอบ
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 4.1 ต้งั ใจเรียน
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมีความเพยี รพยายามในการเรียน
4.3 เข้ารว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ต่างๆ
4.4 ศึกษาคน้ คว้า หาความรจู้ ากหนงั สอื เอกสาร สง่ิ พิมพ์ สือ่ เทคโนโลยี
ต่างๆแหลง่ การเรยี นร้ทู ้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลือกใช้สอ่ื ได้
อยา่ งเหมาะสม
4.5 บันทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบบางสิ่งทีเ่ รยี นรู้ สรปุ เปน็ องค์
ความรู้
4.6 แลกเปลย่ี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารต่างๆ และนา้ ไปใชใ้ นชีวิตประจ้าวนั
5. อยอู่ ย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสงิ่ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยดั และรู้คุณค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัดและมีการเก็บออมเงิน
6. มงุ่ มนั่ ในการ 6.1 มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทา้ งานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
ทาํ งาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แท้ตอ่ อปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสา้ เรจ็
7. รักความเป็นไทย 7.1 มจี ติ ส้านกึ ในการอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏิบัตติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 ร้จู กั ช่วยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครูทา้ งาน
8.2 อาสาทา้ งาน ช่วยคิด ช่วยทา้ และแบ่งปันส่ิงของใหผ้ ูอ้ นื่
8.3 รจู้ ักการดแู ล รกั ษาทรัพยส์ มบัติและส่งิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรยี น
โรงเรียน
ชมุ ชน
8.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรยี น
ลงช่ือ...........................................ผูป้ ระเมิน
(นางสาววนชั พร ค้าจติ ร)
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ ........./...................../...........
พฤตกิ รรมทปี่ ฏบิ ตั ิชดั เจนและสมา่้ เสมอ ให้ 3
คะแนน 2
พฤตกิ รรมทปี่ ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและบ่อยครั้ง
คะแนน
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 8
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน รหสั วิชา ว23101 กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่วั โมง จํานวน 1.5 หนว่ ยกติ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 คล่นื และแสง เวลา 24 ช่ัวโมง
เรอ่ื ง ทัศนอุปกรณ์ เวลา 2 ชัว่ โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชวี้ ัด
สาระท่ี 1
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจ้าวัน ธรรมชาติของคล่ืน ปรากฏการณ์ท่ี
เก่ียวขอ้ งกบั เสียง แสงและคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟ้า รวมทง้ั น้าความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชว้ี ัด ม.3/17 อธิบายปรากฏการณท์ ี่เก่ียวกบั แสง และการทา้ งานของทัศนอปุ กรณ์จากข้อมูล
ทรี่ วบรวมได้
ว 2.3 ม.3/18 เขยี นแผนภาพการเคล่ือนทข่ี องแสง แสดงการเกิดภาพของทัศนอปุ กรณ์
และเลนสต์ า
2. สาระสําคัญ
ทัศนอุปกรณ์เป็นอุปกรณ์ที่สร้างข้ึนมาใช้งานโดยอาศัยความรู้เรื่องหลักการทางแสงมาใช้ และ
อาศัยความรู้เกี่ยวกับการเกิดภาพจากอุปกรณ์พ้ืนฐาน เช่น เลนส์ กระจกเงาราบ กระจกเงาเว้า
ตัวอย่างของทัศนอุปกรณ์ ได้แก่ แว่นขยาย แว่นตา กล้องจุลทรรศน์ กล้องโทรทรรศน์ ทัศนอุปกรณ์
เหลา่ นี้นา้ ไปประโยชนใ์ นงานดา้ นตา่ ง ๆ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
อธิบายการท้างานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีใช้ประโยชนจ์ ากการสะท้อนและการหักเหของแสงได้
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
เขียนแผนภาพการเคลือ่ นที่ของแสง แสดงการเกิดภาพของทัศนอุปกรณแ์ ละเลนส์ตาได้
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
ความสนใจใฝร่ ูห้ รอื อยากรู้อยากเห็น และท้างานร่วมกับผ้อู น่ื อยา่ งสรา้ งสรรค์
4. สาระการเรยี นรู้
การสะท้อนและการหกั เหของแสงน้าไปใชอ้ ธิบายปรากฏการณท์ ่ีเกย่ี วกบั แสง เชน่ รุง้ มริ าจ
และอธิบายการทา้ งานของทศั นอปุ กรณ์ เชน่ แว่นขยาย กระจกโค้งจราจร กลอ้ งโทรทรรศน์
กลอ้ งจลุ ทรรศน์ และแวน่ ขยาย
ในการมองวตั ถุ เลนสต์ าจะถกู ปรบั โฟกัส เพ่อื ใหเ้ กิดภาพชัดท่ีจอตา ความบกพรอ่ งทาง
สายตา เช่น สายตาสั้น และสายตายาว เปน็ เพราะต้าแหนง่ ทเ่ี กดิ ภาพไม่ไดอ้ ยทู่ ่จี อตาพอดี
จึงต้องใช้เลนสใ์ นการแกไ้ ขเพอ่ื ช่วยใหม้ องเห็นเหมือนคนสายตาปกติ
โดยคนสายสนั้ ใชเ้ ลนส์เว้า ส่วนคนสายตายาวใช้เลนสน์ นู
5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผ้เู รียน
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ มวี นิ ัย
ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุง่ ม่ันในการทา้ งาน
รักความเปน็ ไทย
6. สมรรถนะสําคญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการสื่อสาร
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ชวั่ โมงท่ี 1
ข้นั นาํ
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครทู บทวนความรู้เดมิ ของนักเรยี นเกย่ี วกับภาพทเ่ี กิดจากการสะท้อนของแสง และการหักเห
ของแสง โดยครใู ช้คา้ ถามกระตุน้ ความคดิ นกั เรยี น ดงั นี้
ภาพทเี่ กดิ จากกระจกเงาราบ กระจกเว้า และกระจกนนู มลี ักษณะอยา่ งไร
ลักษณะภาพทเี่ กิดจากเลนสเ์ วา้ และเลนสน์ นู ข้นึ อยกู่ บั สิง่ ใด
อปุ กรณ์ในชีวติ ประจา้ วันของนักเรยี นทมี่ ีสว่ นประกอบของกระจกและเลนส์มีอะไรบา้ ง
และนักเรยี นใช้ประโยชนใ์ นเร่อื งใด
2. นักเรียนร่วมกันตอบค้าถามและแสดงความคิดเห็น เพ่ือเชื่อมโยงเข้าสู่การเรียนรู้เร่ือง ทัศน
อปุ กรณ์
3. นกั เรยี นตรวจสอบความเขา้ ใจของตนเองก่อนเข้าสู่กิจกรรมการเรียนการสอน จากกรอบ
Check for Understanding ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการ
เรียนรู้ท่ี 3 คล่ืนและแสง โดยบนั ทกึ ลงในสมดุ ประจําตวั นกั เรียน
4. นักเรียนท้ากิจกรรม Engaging Activity จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3
เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 คลื่นและแสง โดยพิจารณาภาพอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับแสงท่ีก้าหนดให้ แล้ว
ระบวุ ่าใช้หลักการทางแสงใดในการสร้างหรอื นา้ มาใช้ประโยชน์ โดยบันทึกลงในสมดุ ประจา้ ตัวนกั เรียน
ข้ันสอน
ขนั้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูถามค้าถาม Key Question จากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 คล่ืนและแสง ว่า “หลักการทางแสงทน่ี ํามาใชส้ รา้ งทัศนอปุ กรณ์
ตา่ ง ๆ คอื อะไรบา้ ง” โดยใหน้ ักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นอย่าง
อสิ ระโดยครเู ขยี นค้าตอบของนกั เรยี นไว้ แล้วครูจะมาตรวจสอบคา้ ตอบหลงั เรียนเสร็จ
(แนวตอบ : หลกั การการหกั เหของแสงและการสะท้อนของแสง)
2. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ ออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละเทา่ ๆ กัน ตามความสมัครใจ จากนนั้ ให้นกั เรียน
แต่ละกล่มุ สง่ ตัวแทนออกมาจบั สลากเรอื่ งที่ศึกษา โดยครูเตรียมสลากหมายเลขไว้หน้าชัน้
เรียน ซึง่ หมายเลขจะระบุเร่ืองทใ่ี หน้ ักเรยี นศึกษา ดังน้ี
หมายเลข 1 ศกึ ษาแวน่ ตา
หมายเลข 2 ศึกษากระจก
หมายเลข 3 ศึกษาแว่นขยาย
หมายเลข 4 ศกึ ษากลอ้ งจลุ ทรรศน์
หมายเลข 5 ศกึ ษากล้องโทรทรรศน์
4. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั ศึกษาค้นควา้ ขอ้ มลู เรือ่ งทกี่ ลุ่มตนเองจับสลากได้ จากหนังสือเรียน
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 เหนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 คลืน่ และแสง หรือแหล่งการ
เรยี นรตู้ ่าง ๆ เชน่ อนิ เทอร์เนต็ หอ้ งสมุด จากน้ันรว่ มกนั สรปุ ความรทู้ ่ีไดจ้ ากการศกึ ษาค้นควา้
ลงในกระดาษฟลิปชารท์ ทค่ี รูแจกใหแ้ ต่ละกลมุ่
5.
ชั่วโมงท่ี 2
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน้าเสนอผลจากการศึกษาหน้าช้ันเรียน ในระหว่างที่นักเรียน
นา้ เสนอ ครคู อยใหข้ ้อเสนอแนะเพมิ่ เตมิ เพ่ือใหน้ กั เรียนมีความเขา้ ใจท่ีถกู ต้อง
5. ครูตั้งประเด็นค้าถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย
แสดงความคิดเหน็ เพอื่ หาค้าตอบ ดังนี้
คนสายตาส้ันและคนสายตายาวใช้แว่นทีม่ สี ว่ นประกอบของเลนสเ์ หมอื นกนั หรอื ไม่
อยา่ งไร
(แนวตอบ : ไมเ่ หมือนกัน คนสายตาสนั้ ใชเ้ ลนสเ์ วา้ ส่วนคนสายตายาวใชเ้ ลนสน์ นู )
กลอ้ งจลุ ทรรศน์มีหลกั ในการทา้ งานอยา่ งไร
(แนวตอบ : กล้องจลุ ทรรศน์ประกอบด้วย เลนสน์ นู 2 อัน คือ เลนส์ใกล้วตั ถุและเลนส์
ใกลต้ า ภาพท่เี หน็ จากเลนส์ใกลว้ ัตถจุ ะเป็นภาพจรงิ หัวกลับขนาดใหญก่ ว่าวตั ถุ และภาพน้ี
จะทาํ หนา้ ทีเ่ ปน็ วัตถุของเลนส์ใกล้ตา ภาพที่เกดิ จากเลนส์ใกล้ตาเปน็ ภาพเสมือนหวั กลับกับ
วัตถุจรงิ มขี นาดใหญก่ วา่ ภาพท่ีเกดิ จากเลนสใ์ กล้วตั ถุ)
เพราะเหตใุ ดทันตแพทยจ์ งึ ใช้กระจกเงาเว้าส่องฟนั ผู้ปว่ ยแทนการใช้เลนสน์ ูน
(แนวตอบ : เพราะกระจกเงาเว้าให้ภาพเสมือนหัวต้ัง ขนาดใหญ่กว่าวัตถุ ซึ่งจะทําให้ช่วยเห็น
ฟัน
ใหญ่ขนึ้ และหัวต้งั )
6. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า “อุปกรณ์แต่ละชนิดใช้ประโยชน์จากการสะท้อนของ
แสงและการหักเหของแสงได้แตกต่างกัน ซึ่งอุปกรณ์เหล่าน้ีช่วยให้มนุษย์ดํารงชีวิตได้ดีและทํางาน
ได้มีประสิทธภิ าพมากข้นึ ”
7. นักเรียนแต่ละคนเขียนแผนภาพการเคล่ือนท่ีของแสงเพ่ือแสดงการเกิดภาพของทัศน
อปุ กรณ์
ตา่ ง ๆ ลงในสมุดประจา้ ตวั นักเรยี น ดังน้ี
แว่นตา
แวน่ ขยาย
กล้องจลุ ทรรศน์
กล้องโทรทรรศน์
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
8. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนซักถามเนอื้ หาเกีย่ วกบั เร่ือง ทศั นอุปกรณ์ และให้ความรูเ้ พิ่มเติมจาก
ค้าถามของนักเรียน โดยครใู ช้ PowerPoint เร่อื ง ทัศนอุปกรณ์ ในการอธิบายเพมิ่ เตมิ
9. นกั เรยี นแต่ละคนทา้ ใบงานที่ 3.6 เรื่อง ทัศนอุปกรณ์
10. นกั เรยี นแตล่ ะคนท้าแบบฝึกหดั เร่อื ง ทัศนอุปกรณ์ จากแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 คล่นื และแสง เป็นการบา้ นสง่ ช่ัวโมงถดั ไป
ขนั้ สรุป
ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมนิ ผล โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบค้าถาม พฤตกิ รรมการท้างานรายบุคคล
พฤตกิ รรมการทา้ งานกลมุ่ และจากการน้าเสนอผลการปฏิบัตกิ ิจกรรมหน้าชัน้ เรียน
2. ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี นกอ่ นเขา้ สกู่ จิ กรรมการเรียนการสอน จากกรอบCheck for
Understanding ในสมุดประจ้าตัวนักเรียน
3. ครูตรวจสอบผลการทา้ ใบงานท่ี 3.6 เรอื่ ง ทัศนอุปกรณ์
4. ครตู รวจแบบฝึกหดั เรื่อง ทัศนอุปกรณ์ จากแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 คลนื่ และแสง
5. นักเรียนและครรู ่วมกนั สรุปเกี่ยวกับเร่อื ง ทัศนอุปกรณ์
8. สื่อการเรียนรู้และแหล่งเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 คลื่นและแสง
2) แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 คลนื่ และแสง
3) ใบงานท่ี 3.6 เรื่อง ทศั นอปุ กรณ์
4) PowerPoint เรอื่ ง ทัศนอุปกรณ์
5) สลากหมายเลข
6) สมุดประจ้าตวั นักเรยี น
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมุด
2) อินเทอร์เนต็
9. ช้นิ งาน/ภาระงาน
ใบงานท่ี 3.6 เรอื่ ง ทศั นอุปกรณ์
10. การวดั ผลและประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมือการวดั ผล การประเมนิ ผล
10.1 การประเมนิ กอ่ นเรียน - ทดสอบ - -
สิ่งทีจ่ ะวัด
ความรู้
10.2 การประเมนิ ระหวา่ งการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ เครอื่ งมอื การวัดผล
สงิ่ ทีจ่ ะวัด วธิ ีการวดั ผล การประเมนิ ผล
1.ความรู้ - ตรวจใบงานท่ี 3.6 - ใบงานที่ 3.6 - รอ้ ยละ 60 ผา่ น
1) ทัศนอุปกรณ์ - ตรวจสมุดประจา้ ตวั - สมดุ ประจ้าตวั หรอื เกณฑ์
หรอื แบบฝกึ หัด แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผา่ น
วิทยาศาสตร์และ วทิ ยาศาสตร์ เกณฑ์
เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 และเทคโนโลยี ม.3
เล่ม 1 - ระดบั คณุ ภาพ 3
2) การน้าเสนอ - ประเมนิ การน้าเสนอ - แบบประเมินการ ผ่านเกณฑ์
ผลงาน/การปฏิบตั ิ ผลงาน/การปฏบิ ัติ น้าเสนอผลงาน/การ - ระดับคณุ ภาพ 3
กจิ กรรม กจิ กรรม ปฏิบัติกจิ กรรม ผ่านเกณฑ์
3) พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต
ท้างานรายบคุ คล การท้างานรายบุคคล พฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 3
การทา้ งาน ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล - คะแนนการประเมิน
4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต เกณฑผ์ า่ นระดับ 3
ทา้ งานกล่มุ การท้างานกลุม่ พฤตกิ รรม ข้ึนไป
การทา้ งานกล่มุ - เกณฑ์การตัดสนิ
3. คณุ ลักษณะ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ผา่ น ในระดบั 3 ขน้ึ ไป
อันพงึ ประสงค์ คุณลักษณะ คณุ ลักษณะ
อันพงึ ประสงค์ (ใหร้ ะบุ อนั พงึ ประสงค์
พฤตกิ รรม)
4. สมรรถนะส้าคัญ 1. สังเกตพฤตกิ รรม 1. แบบประเมิน
ของผูเ้ รียน ดา้ นความสามารถ สมรรถนะส้าคัญของ
ในการคิด ผู้เรยี นด้าน
2. ความสามารถในการ ความสามารถในการ
ใชท้ กั ษะชีวติ คดิ
2. แบบประเมนิ
สมรรถนะสา้ คัญของ
ผเู้ รยี นในการใชท้ ักษะ
ชีวิต
10.3 การประเมนิ หลงั เรยี น วิธีการวัด เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารวดั ผล
สง่ิ ท่ีต้องการวดั ทดสอบ - -
ความรู้
10.4 การประเมนิ ช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารวัดผล
สง่ิ ท่ีต้องการวดั วธิ ีการวัด
1.ความรู้ ตรวจผลงาน - แบบประเมินชิน้ งาน/ - ระดบั คุณภาพ 3
-ใบงานท่ี 3.6 ภาระงาน (รวบยอด) ผ่านเกณฑ์
เรื่อง ทศั นปู กรณ์
11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอ่ื ………………………………………… ผ้สู อน
(นางสาววนัชพร คา้ จติ ร)
12. ข้อคดิ เหน็ ของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................................
(นายนันท์ กอ้ ค้า)
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
13. ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผ้ชู ว่ ยผ้อู าํ นวยการกลุ่มงานบริหารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................................
(นายวิชา ภมิ ขุ )
ผ้ชู ่วยผอู้ ้านวยการกลมุ่ งานบริหารวชิ าการ
การอนมุ ตั กิ ารใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรจู้ ากฝ่ายบริหาร
ความคิดเหน็ ของรองผอู้ า้ นวยการฝา่ ยวชิ าการ
..............................................................................................................................................................
เหน็ สมควรอนุมัตใิ หใ้ ชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน
เหน็ สมควรไมอ่ นมุ ตั ใิ ห้ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพราะ..........................................
.............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)
รองผอู้ ้านวยการโรงเรียนฝ่ายบริหารวิชาการ
การอนมุ ัติจากผูอ้ ํานวยการโรงเรยี น
อนมุ ตั ิให้ใช้ในการจดั การเรียนการสอน
ไมอ่ นุมตั ใิ ห้ใช้ในการจดั การเรยี นการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................
ลงชอื่ .......................................................................................
(นางวิลาวัลย์ ปาลี)
ผู้อา้ นวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยา
บันทึกผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 8
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์พนื้ ฐาน รหสั วชิ า ว23101 ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3
เร่ือง ทัศนูปกรณ์ เวลา 2 ช่ัวโมง
……………………………………………………………….
1. จํานวนนักเรยี นทส่ี อน
ระดบั ช้นั จํานวนนักเรียน (คน)
ม.3/1 36
ม.3/2 36
ม.3/3 36
ม.3/4 36
รวม 144
2. บันทกึ ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
2.1 ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.2 ข้อสังเกต/ขอ้ ค้นพบ
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.3 ปัญหา/อุปสรรค
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
3. การประเมินผลการสอน ระดบั คณุ ภาพ
รายการประเมนิ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรงุ
1. ความเหมาะสมของระยะเวลา
2. ความเหมาะสมของเน้อื หา
จํานวน (คน)3. ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนการสอน 1
ร้อยละ4. ความเหมาะสมของสอ่ื การสอนทใี่ ช้ รวม
จํานวน (คน)5. พฤตกิ รรม/การมสี ว่ นรว่ มของนักเรียน (คน)
ร้อยละ6. ผลการปฏิบัติกจิ กรรม/ใบกจิ กรรม การทดสอบกอ่ นเรียนและ
จํานวน (คน)หลังเรียน
ร้อยละ
จํานวน (คน)สรุปภาพรวม
ร้อยละ3. สรปุ ผลการวดั ผลประเมนิ ผล
ระดบั คณุ ภาพ
432
การวดั ผลประเมนิ ผล
1. ความรู้
ใบงานที่ 3.6 เร่อื ง ทัศนปู กรณ์
ระดับ 3 ขึ้นไป คดิ เป็นร้อยละ
2. ทกั ษะ/กระบวนการ
2.1 กระบวนการทา้ งานกล่มุ
ระดับ 3 ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ
3. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ระดับ 3 ขึน้ ไป คิดเป็นรอ้ ยละ
4. สมรรถนะสําคญั ของผ้เู รยี น
ระดบั 3 ข้ึนไป คิดเป็นรอ้ ยละ
ลงชื่อ............................................ครผู ูส้ อน
(นางสาววนชั พร คา้ จิตร )
ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของผนู้ เิ ทศ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงชอื่ ................................................ผนู้ ิเทศ
(นายนนั ท์ ก้อคา้ )
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความคดิ เหน็ ของรองผูอ้ ํานวยการโรงเรยี นฝ่ายบริหารวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอดุ )
รองผูอ้ า้ นวยการฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ
ความคิดเหน็ ของผอู้ ํานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ........................................................
(นางวลิ าวัลย์ ปาลี)
ผู้อ้านวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา
ภาคผนวก
ใบงานท่ี 3.6
เร่อื ง ทศั นปู กรณ์
คําชี้แจง : ให้นักเรียนอธบิ ายหลกั การทา้ งานของทัศนอปุ กรณต์ อ่ ไปน้ี
ทัศนอปุ กรณ์ หลกั การทํางาน
แวน่ ขยาย
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
กลอ้ งถ่ายรูป ......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
กลอ้ งจุลทรรศน์ ......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
กลอ้ งโทรทรรศน์ ......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
.....................................................................................................................
แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกจิ กรรมกลุ่ม
กลมุ่ ท่ี (ชื่อกล่มุ )..............................................................
สมาชกิ ในกลุม่
1..........................................................2..........................................................
3..........................................................4..........................................................
5.........................................................6..........................................................
คําชีแ้ จง ใหท้ า้ เคร่ืองหมาย ในช่องที่ตรงกับความเป็นจรงิ
พฤติ คะแนน 1
กรรมทส่ี งั เกต 432
1. การมีสว่ นรว่ มในการ
วางแผน
2. การปฏบิ ัตงิ านตาม
บทบาทหนา้ ที่
3. การใหค้ วามร่วมมือ
ในการทา้ งาน
4. การแสดงความ
คิดเห็น
5. การยอมรบั ความ
คิดเห็น
รวม
ลงช่ือ............................................................................ผปู้ ระเมิน
.................../................../..................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน (ดมี าก)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ิเปน็ ประจา้
พฤติกรรมที่ปฏิบัติบอ่ ยครง้ั ให้ 3 คะแนน (ดี)
พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ิบางคร้งั ให้ 2 คะแนน (ปานกลาง)
พฤตกิ รรมท่ปี ฏบิ ตั นิ ้อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน (ปรับปรงุ )
แบบประเมินสมรรถนะสําคัญของผเู้ รยี น
ชื่อ....................................................นามสกุล....................................................ชนั้ .................เลขท.่ี ........
คาํ ชี้แจง : ให้ครผู สู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งการจดั การเรียนการสอน แล้วทํา
เครอื่ งหมาย ลงในช่องที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
สมรรถนะสําคญั รายการประเมิน (ตัวชี้วดั ) ระดับคณุ ภาพ
ของผ้เู รยี น
ดีเยยี่ ม ดี ผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ ่าน
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)
1. ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรบั -สง่ สาร
ในการสอื่ สาร 1.2 มคี วามสามารถในการถ่ายทอดความรู้
ความคิด ความเข้าใจของตนเองโดยใชภ้ าษา
ได้อยา่ งเหมาะสม
1.3 ใชว้ ธิ ีการส่อื สารที่เหมาะสมมีประสิทธิภาพ
1.4 เจรจาตอ่ รองเพ่ือขจัดและลดปญั หา
ความขัดแย้งต่างๆ ได้
1.5 เลือกรบั และไมร่ ับขอ้ มูลข่าวสารด้วยเหตุผล
และถูกตอ้ งสรุปผลการประเมนิ
สรปุ ผลการประเมิน
2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ /วิเคราะห์
ในการคิด 2.2 ทักษะในการคดิ นอกกรอบอย่างสรา้ งสรรค์
2.3 สามารถคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ
2.4 มคี วามสามารถในการสร้างองคค์ วามรู้
2.5 ตดั สนิ ใจแก้ปัญหาเกยี่ วกบั ตนเองไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
สรุปผลการประเมนิ
สมรรถนะสาํ คัญ รายการประเมิน (ตัวชีว้ ัด) ดีเยี่ยม ระดบั คณุ ภาพ
ของผู้เรยี น (3)
3.1 สามารถแก้ปญั หาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ ่าน
3. ความสามารถ ทเี่ ผชญิ ได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแกป้ ญั หา 3.2 เข้าใจความสมั พันธแ์ ละการเปลีย่ นแปลง
ในสังคม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรปู้ ระยุกตค์ วามรู้มาใช้
การใชท้ ักษะชวี ติ ในการปอ้ งกันและแก้ปัญหา
3.4 สามารถตดั สินใจไดอ้ ยา่ งเหมาะสมตามวัย
5. ความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยี สรปุ ผลการประเมนิ
4.1 เรยี นรูด้ ว้ ยตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั วยั
4.2 สามารถทํางานกลมุ่ รว่ มกบั ผอู้ น่ื ได้
4.3 นําความรูท้ ่ีได้ไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวติ ประจาํ วัน
4.4 จัดการปัญหาและความขดั แยง้ ได้อย่าง
เหมาะสม
4.5 หลักเล่ยี งพฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ่ี
สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง
สรุปผลการประเมิน
5.1 เลือกและใชท้ คโนโลยีได้อยา่ งเหมาะสม
5.2 มีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนําเทคโนโลยไี ปใช้พัฒนาตนเอง
5.4 ใชเ้ ทคโนโลยใี นการแกป้ ญั หาได้อย่าง
สร้างสรรค์
5.5 มคี ณุ ธรรม จริยธรรม ในการใช้เทคโนโลยี
สรุปผลการประเมิน
เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพ
ระดบั คุณภาพ พฤตกิ รรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยี่ยม พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัตชิ ดั เจน สม่าํ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ตั ิชดั เจนและบอ่ ยครัง้ 0 คะแนน
ผา่ น พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตเิ ปน็ บา้ งครง้ั
ไม่ผ่าน ไม่เคยปฏบิ ัตพิ ฤติกรรม
เกณฑ์การสรปุ ผล คะแนน
ระดับคุณภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเยยี่ ม 1-8 คะแนน
ดี 0 คะแนน
ผ่านเกณฑ์
ไมผ่ า่ นเกณฑ์
แบบประเมิน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 8 ประการ
ชื่อ-สกลุ นักเรียน.....................................................................ช้ัน..............................เลขท…ี่ ….
คาํ ชแ้ี จง : ให้ ผ้สู อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลง
ในช่องว่างทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ดา้ น 1.1 ยืนตรงเมื่อไดย้ นิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ 321
1. รักชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษตั รยิ ์ 1.2 ปฏบิ ัติตนตามสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องนกั เรียน ให้ความรว่ มมอื รว่ มใจ ใน
การ
2. ซื่อสตั ย์ สุจริต
3. มีวนิ ยั ทา้ งานกบั สมาชกิ ในห้องเรยี น
รบั ผดิ ชอบ 1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมท่ีสรา้ งความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ
โรงเรยี นและชมุ ชน
1.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาทีต่ นนับถอื ปฏิบตั ิตนตามหลักของศาสนา
และเปน็ ตัวอยา่ งท่ีดขี องศาสนิกชน
1.5 เข้าร่วมกิจกรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กิจกรรมทเี่ ก่ียวกบั สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ์ตามท่ีโรงเรยี นและชุมชนจัดข้นึ ชื่นชมในพระราช
กรณียกจิ
พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏิบตั ิในสิ่งท่ถี ูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ท่ีจะท้าความผดิ ท้าตาม
สัญญาที่ตนใหไ้ ว้กับพ่อแม่หรอื ผปู้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ิตนต่อผูอ้ ่นื ด้วยความซื่อตรง และเปน็ แบบอย่างทด่ี ีแก่เพือ่ น
ด้าน ความซอื่ สัตย์
3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัวและ
โรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัติกิจกรรมตา่ งๆ ใน
ชีวติ ประจา้ วัน
มีความรับผิดชอบ
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 ตง้ั ใจเรียน
4.2 เอาใจใส่ในการเรยี น และมีความเพียรพยายามในการเรียน
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้ตา่ งๆ
4.4 ศึกษาค้นควา้ หาความรู้จากหนังสอื เอกสาร สง่ิ พิมพ์ สอ่ื เทคโนโลยี
ตา่ งๆ
แหล่งการเรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ ือ่ ได้
อย่าง
เหมาะสม
4.5 บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสงิ่ ทีเ่ รยี นรู้ สรุปเปน็ องค์
ความรู้
4.6 แลกเปล่ียนความรู้ ด้วยวิธีการตา่ งๆ และนา้ ไปใชใ้ นชีวิตประจ้าวัน
5. อยอู่ ย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สนิ และสง่ิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใช้อปุ กรณก์ ารเรยี นอย่างประหยัดและร้คู ณุ คา่
5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมกี ารเก็บออมเงิน
6. มงุ่ ม่ันในการ 6.1 มีความตัง้ ใจและพยายามในการทา้ งานทไี่ ด้รับมอบหมาย
ทํางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพอื่ ใหง้ านส้าเร็จ
7. รักความเป็นไทย 7.1 มจี ิตส้านึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏิบตั ิตนตามวฒั นธรรมไทย
8. มีจติ สาธารณะ 8.1 ร้จู ักชว่ ยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครูทา้ งาน
8.2 อาสาท้างาน ช่วยคิด ช่วยท้า และแบง่ ปนั ส่ิงของให้ผู้อน่ื
8.3 รู้จักการดแู ล รักษาทรัพย์สมบัตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรียน
โรงเรยี น
ชมุ ชน
8.4 เข้ารว่ มกิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรยี น
ลงชือ่ ...........................................ผ้ปู ระเมิน
(นางสาววนัชพร ค้าจิตร)
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ ........./...................../...........
พฤติกรรมที่ปฏิบัตชิ ัดเจนและสม่้าเสมอ ให้
3
คะแนน 2
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและบ่อยคร้ัง
คะแนน
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 9
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน รหัสวชิ า ว23101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จาํ นวน 1.5 หน่วยกติ
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 คลน่ื และแสง เวลา 24 ชวั่ โมง
เรอ่ื ง ตาและการมองเห็น เวลา 2 ชวั่ โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด
สาระท่ี 1
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจ้าวัน ธรรมชาติของคล่ืน ปรากฏการณ์ที่
เก่ียวขอ้ งกบั เสยี ง แสงและคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ รวมท้งั น้าความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ตัวช้ีวดั ม.3/18 เขยี นแผนภาพการเคลอ่ื นทข่ี องแสง แสดงการเกิดภาพของทศั นอปุ กรณแ์ ละ
เลนสต์ า
2. สาระสําคัญ
การรับภาพของนัยน์ตามนุษย์ เกิดจากการสะท้อนของแสงจากวัตถุเข้าตา ท้าให้เกิดภาพวัตถุ
บนจอตา ข้อมูลของวัตถุท่ีมองเห็นจะถูกส่งข้ึนไปยังสมองตามเส้นประสาท ซ่ึงสมองจะท้าหน้าท่ีแปล
ขอ้ มูลเหล่านน้ั ใหเ้ ปน็ ภาพของวตั ถุ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
อธบิ ายการมองเห็นของตามนษุ ยแ์ ละลักษณะของสายตาสน้ั และสายตายาวได้
3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
สบื ค้นขอ้ มูลเก่ยี วกับการปอ้ งกนั อันตรายทเ่ี กดิ กบั จอตาและการถนอมสายตาได้ถูกตอ้ ง
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
ความสนใจใฝร่ ้หู รืออยากรอู้ ยากเหน็ และท้างานรว่ มกับผอู้ นื่ อยา่ งสร้างสรรค์
4. สาระการเรียนรู้
ในการมองวัตถุ เลนส์ตาจะถูกปรับโฟกสั เพ่อื ใหเ้ กิดภาพชดั ทจ่ี อตา ความบกพรอ่ งทางสายตา
เชน่ สายตาสน้ั และสายตายาว เป็นเพราะตา้ แหน่งทเ่ี กดิ ภาพไม่ไดอ้ ยู่ที่จอตาพอดี จงึ ตอ้ งใช้เลนสใ์ น
การแกไ้ ขเพ่อื ชว่ ยใหม้ องเห็นเหมือนคนสายตาปกติ
โดยคนสายส้นั ใช้เลนส์เวา้ ส่วนคนสายตายาวใชเ้ ลนสน์ ูน
5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผูเ้ รียน
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มีวินัย
มุง่ มัน่ ในการท้างาน
ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง
รกั ความเป็นไทย
6. สมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรียน
ความสามารถในการคิด ความสามารถในการส่ือสาร
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ชว่ั โมงท่ี 1
ขนั้ นํา
ข้นั ที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
1. นกั เรยี นตรวจสอบความเขา้ ใจของตนเองก่อนเขา้ ส่กู จิ กรรมการเรยี นการสอน จากกรอบ
Check for Understanding ในหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 คล่ืนและแสง โดยบนั ทกึ ลงในสมดุ ประจาํ ตวั นักเรียน
2. นักเรียนจับคู่กับเพ่ือนในช้ันเรียนตามความสมัครใจ จากน้ันร่วมกันท้ากิจกรรม
EngagingActivity จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 แสง
และการ
มองเหน็ โดยสงั เกตดวงตาของเพอื่ นว่ามีลกั ษณะอยา่ งไร
3. ครูตั้งประเด็นค้าถามกระตุ้นความสนใจนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคู่ร่วมกันอภิปรายแสดง
ความ
คิดเห็นอยา่ งอิสระดงั น้ี
จากการสังเกตดวงตาของเพ่ือน มลี กั ษณะเหมือนหรือแตกต่างกนั อยา่ งไร
(แนวตอบ : พจิ ารณาจากคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยอยู่ในดุลพนิ จิ ของครูผสู้ อน เช่น ดวงตาของ
แตล่ ะคนมลี ักษณะทคี่ ล้ายคลึงกนั คือ มบี รเิ วณที่เป็นสีดาํ หรือสีนาํ้ ตาลอยบู่ ริเวณกึง่ กลางของ
ดวงตา เป็นตน้ )
ดวงตามีความสา้ คญั อย่างไร
(แนวตอบ : ดวงตาเปน็ อวยั วะทสี่ ําคญั ทาํ หน้าทีใ่ นการรบั แสงแลว้ เปล่ยี นสญั ญาณแสงให้
เปน็ ภาพ หรือทาํ หนา้ ที่ในการมองเหน็ นนั้ เอง)
แสงมีผลตอ่ การมองเหน็ อย่างไร
(แนวตอบ : แสงจะตกกระทบและสะทอ้ นจากวัตถตุ ่าง ๆ เข้าสูน่ ัยน์ตาของคน และแสงท่ี
ตกกระทบและสะทอ้ นนนั้ จะทาํ ใหม้ องเหน็ วตั ถหุ รือภาพเปน็ สีสนั ตา่ ง ๆ ขึ้นอยกู่ บั แสงสี
ของวตั ถนุ น้ั ๆ)
สขี องดวงตามีผลตอ่ การมองเห็นหรือไม่ อย่างไร
(แนวตอบ : ไมม่ ผี ลตอ่ การมองเห็น แตเ่ ป็นการแสดงออกถึงความแตกต่างทางพันธกุ รรม
ของแตล่ ะบคุ คลหรอื เช้ือชาติ เช่น คนไทยจะมดี วงตาสดี าํ หรือสนี ํ้าตาล คนยุโรปจะมดี วง
ตาสฟี า้ )
ขั้นสอน
ขัน้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครถู ามคา้ ถาม Key Question จากหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 คลืน่ และแสง วา่ “การมองเห็นภาพตา่ ง ๆ เกิดขึน้ ได้อย่างไร” โดยให้นกั เรยี น
ร่วมกันอภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ อย่างอสิ ระโดยครูเขียนคา้ ตอบของนกั เรียนไว้ แล้วครูจะมา
ตรวจสอบคา้ ตอบหลังเรยี นเสรจ็
(แนวตอบ : เกดิ ขึน้ จากแสงตกกระทบส่งิ ตา่ ง ๆ แลว้ เกดิ การสะท้อนเข้าส่ตู า ผา่ นเขา้ มาในดวงตา)
2. นักเรียนแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน ตามความสมคั รใจ จากน้นั รว่ มกันศกึ ษาคน้ ควา้ ข้อมูล
เกี่ยวกบั เร่ือง สว่ นประกอบของตา ลักษณะการมองเหน็ วตั ถขุ องคนสายตาปกติ คนสายส้ัน คนสายตา
ยาว พรอ้ มวิธกี ารแก้ไข จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3
คลนื่ และแสง หรือแหล่งการเรยี นร้ตู ่าง ๆ เช่น อินเทอร์เนต็ ห้องสมดุ เร่อื ง คล่ืนและแสง
3. นักเรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั อภิปรายแสดงความคดิ เห็นเรอ่ื งท่ไี ดศ้ ึกษา จากนนั้ ครูให้สมาชกิ
ภายในกลุม่ ออกแบบวิธกี ารนา้ เสนอที่นา่ สนใจลงในกระดาษ
ช่ัวโมงท่ี 2
ขน้ั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
4. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมาน้าเสนอผลจากการศกึ ษาหนา้ ชัน้ เรยี น ในระหวา่ งท่ีนักเรียนนา้ เสนอ
ครคู อยให้ขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเติม เพื่อให้นกั เรยี นมีความเขา้ ใจทถี่ ูกต้อง
5. ครตู งั้ ประเดน็ คา้ ถามกระตุ้นความคิดนกั เรียน โดยใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั อภปิ รายแสดง
ความคดิ เห็นเพ่ือหาค้าตอบ ดงั น้ี
เลนสต์ าเปน็ เลนสช์ นิดใด และช่วยในการมองเหน็ อยา่ งไร
(แนวตอบ : เลนสต์ าเปน็ เลนสน์ ูน ซ่ึงมีหนา้ ทร่ี วมแสงท่ีสะท้อนจากวัตถุไปตกทจ่ี อตา)
นกั เรียนสามารถมองเหน็ วัตถุไดอ้ ยา่ งชดั เจน ไมว่ า่ วัตถุจะอยู่ใกล้หรอื ไกลได้อย่างไร
(แนวตอบ : เพราะดวงตาของเราสามารถปรับความโค้งนูนของเลนส์ตาได้ ทําให้แสงจาก
วัตถุเกิดการหักเหและตกบนจอตาทุกคร้ัง ซึ่งปรับความโค้งของเลนส์ตาน้ันเป็นผลมาจาก
การทาํ งานของกลา้ มเนื้อตาทย่ี ดึ เลนสเ์ อาไว้)
6. นักเรียนแต่ละคนศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเร่ือง เซลล์รับแสง จากหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 คล่ืนและแสง หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ
เชน่ อนิ เทอรเ์ น็ต
7. ครูตั้งประเด็นค้าถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดง
ความคดิ เห็นเพ่อื หาค้าตอบ ดังนี้
เซลล์รปู แทง่ และเซลลร์ ปู กรวยมีหน้าทแ่ี ตกตา่ งกนั หรอื ไม่ อย่างไร
(แนวตอบ : เซลล์รูปแทง่ และเซลลร์ ูปกรวยเป็นเซลลป์ ระสาทที่รับแสงบรเิ วณจอตา โดย
เซลลร์ ูปแทง่ จะมีความไวต่อแสงมากกวา่ แตจ่ ะไม่สามารถจาํ แนกสไี ด้ ขณะที่เซลลร์ ูป
กรวยซ่ึงมีความไวตอ่ แสงน้อย แต่สามารถจําแนกสีของแสงได้)
เซลลร์ บั แสงชนิดใดมีบทบาทมากเม่ืออยใู่ นบริเวณท่ีมีแสงน้อย
(แนวตอบ : เซลล์รปู แท่งมคี วามไวตอ่ แสงมากกวา่ จงึ ชว่ ยในการมองเห็นในบรเิ วณทมี่ ี
แสงน้อย แต่ภาพทเี่ หน็ มกั เป็นสีขาวดาํ หรือไม่สามารถสังเกตสขี องวตั ถุได้ ทาํ ให้ในเวลา
กลางคืนเราจึงไม่สามารถมองเห็นสีของวัตถุได้ชดั เจน)
ขน้ั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
8. ครูเปิดโอกาสให้นักเรยี นซักถามเน้อื หาเก่ียวกบั เรอื่ ง ตาและการมองเห็น และใหค้ วามรเู้ พม่ิ เตมิ
จากคา้ ถามของนกั เรยี น โดยครใู ช้ PowerPoint เร่อื ง ตาและการมองเห็น ในการอธบิ ายเพ่มิ เตมิ
9. ครูยกประเดน็ เก่ยี วกบั การดา้ เนินชวี ิตในปจั จุบนั ทม่ี กี ารใช้คอมพวิ เตอรใ์ นการท้างาน และการ
มองหน้าจอโทรศัพท์เปน็ เวลานาน ๆ จะมีผลตอ่ สุขภาพ เชน่ ปวดตา ปวดศีรษะ รวมทั้งมอี าการปวดคอ
และปวดหลัง จากนนั้ ครูมอบหมายให้นักเรยี นแตล่ ะคนเขียนวิธีการป้องกันอนั ตรายทเ่ี กิดกับจอตา และ
การถนอมสายตาจากการใชค้ อมพวิ เตอรเ์ ป็นเวลานาน โดยเขียนลงในกระดาษ A4 พร้อมตกแตง่ ให้
สวยงาม
10. นกั เรียนแต่ละคนทา้ ใบงานที่ 3.6 เรือ่ ง ตาและการมองเห็น
11. นกั เรยี นแต่ละคนท้าแบบฝึกหัด เรื่อง ตาและการมองเหน็ จากแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 คลื่นและแสง เปน็ การบา้ นส่งช่วั โมงถดั ไป
ขั้นสรปุ
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมินผล โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบค้าถาม พฤติกรรมการทา้ งานรายบุคคล
พฤติกรรมการทา้ งานกลุ่ม และจากการน้าเสนอผลการปฏบิ ัติกิจกรรมหนา้ ชัน้ เรยี น
2. ครตู รวจสอบความเข้าใจของนกั เรียนกอ่ นเข้าสู่กจิ กรรมการเรียนการสอน จากกรอบCheck for
Understanding ในสมดุ ประจา้ ตวั นักเรยี น
3. ครตู รวจสอบผลการทา้ ใบงานท่ี 3.7 เร่ือง ตาและการมองเห็น
4. ครูตรวจแบบฝึกหัด เรอ่ื ง ตาและการมองเหน็ จากแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3
เล่ม 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 คลืน่ และแสง
5. นกั เรียนและครรู ว่ มกนั สรุปเกย่ี วกบั เรือ่ ง ตาและการมองเห็น
8. ส่อื การเรียนร้แู ละแหล่งเรียนรู้
8.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 คล่ืนและแสง
2) แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 คล่ืนและแสง
3) ใบงานท่ี 3.7 เร่อื ง ตาและการมองเหน็
4) PowerPoint เรอื่ ง ตาและการมองเห็น
5) สมุดประจา้ ตัวนักเรยี น
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) ห้องวิทยาศาสตร์
2) อินเทอร์เนต็
9. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 3.7 เรอ่ื ง ตาและการมองเหน็
10. การวัดผลและประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมือการวัดผล การประเมนิ ผล
10.1 การประเมนิ ก่อนเรยี น - ทดสอบ - -
สงิ่ ทีจ่ ะวัด
ความรู้
10.2 การประเมนิ ระหวา่ งการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ เคร่อื งมอื การวดั ผล
สงิ่ ทจี่ ะวัด วธิ กี ารวัดผล การประเมนิ ผล
1.ความรู้ - ตรวจใบงานท่ี 3.7 - ใบงานที่ 3.7 - ร้อยละ 60 ผ่าน
1) ตาและการ - ตรวจสมุดประจา้ ตัว - สมดุ ประจา้ ตัว หรือ เกณฑ์
มองเห็น หรือแบบฝึกหดั แบบฝึกหัด - รอ้ ยละ 60 ผา่ น
วิทยาศาสตรแ์ ละ วิทยาศาสตร์ เกณฑ์
เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 และเทคโนโลยี ม.3
เล่ม 1 - ระดับคณุ ภาพ 3
2) การน้าเสนอ - ประเมินการน้าเสนอ - แบบประเมนิ การ ผ่านเกณฑ์
ผลงาน/การปฏิบัติ ผลงาน/การปฏบิ ัติ น้าเสนอผลงาน/การ - ระดบั คุณภาพ 3
กจิ กรรม กิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม ผ่านเกณฑ์
3) พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต
ท้างานรายบุคคล การทา้ งานรายบคุ คล พฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 3
การทา้ งาน
รายบคุ คล
4) พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกต
ท้างานกลุม่ การท้างานกล่มุ พฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
3. คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตพฤตกิ รรม การทา้ งานกลมุ่ - คะแนนการประเมิน
อันพึงประสงค์ คุณลักษณะ - แบบประเมนิ เกณฑ์ผา่ นระดับ 3
อนั พึงประสงค์ (ใหร้ ะบุ คณุ ลักษณะ ขน้ึ ไป
4. สมรรถนะส้าคญั พฤติกรรม) อันพงึ ประสงค์ - เกณฑก์ ารตัดสนิ
ของผ้เู รยี น 1. สงั เกตพฤตกิ รรม 1. แบบประเมนิ ผา่ น ในระดบั 3 ขึน้ ไป
ด้านความสามารถ สมรรถนะส้าคัญของ
ในการคดิ ผู้เรยี นดา้ น
2. ความสามารถในการ ความสามารถในการ
ใชท้ ักษะชีวติ คดิ
2. แบบประเมิน
สมรรถนะสา้ คัญของ
ผู้เรยี นในการใชท้ กั ษะ
ชีวติ
10.3 การประเมนิ หลงั เรียน วธิ ีการวดั เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารวัดผล
ส่งิ ทต่ี ้องการวดั ทดสอบ - -
ความรู้
10.4 การประเมนิ ช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
สิ่งทต่ี ้องการวัด วิธีการวดั เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารวดั ผล
6. ความรู้ ตรวจผลงาน - แบบประเมนิ ช้นิ งาน/ - ระดบั คุณภาพ 3
-ใบงานท่ี 3.6 ภาระงาน (รวบยอด) ผา่ นเกณฑ์
เรอื่ ง ตาและการ
มองเห็น
11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชื่อ ………………………………………… ผสู้ อน
(นางสาววนชั พร ค้าจติ ร)
12. ขอ้ คดิ เหน็ ของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................................
(นายนันท์ กอ้ ค้า)
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
13. ข้อคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะผ้ชู ่วยผู้อํานวยการกลุ่มงานบริหารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................................
(นายวชิ า ภิมุข)
ผู้ชว่ ยผู้อา้ นวยการกลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ
การอนุมัติการใช้แผนการจัดการเรยี นรจู้ ากฝา่ ยบรหิ าร
ความคดิ เหน็ ของรองผู้อา้ นวยการฝา่ ยวิชาการ
..............................................................................................................................................................
เห็นสมควรอนมุ ัติให้ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน
เห็นสมควรไมอ่ นมุ ตั ิให้ใช้ในการจัดการเรยี นการสอน เพราะ..........................................
.............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอดุ )
รองผู้อา้ นวยการโรงเรยี นฝ่ายบริหารวิชาการ
การอนมุ ตั จิ ากผู้อาํ นวยการโรงเรยี น
อนุมัติใหใ้ ช้ในการจดั การเรยี นการสอน
ไมอ่ นมุ ตั ิใหใ้ ชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................
ลงช่อื .......................................................................................
(นางวิลาวัลย์ ปาลี)
ผู้อ้านวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยา
บันทกึ ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 9
รายวชิ า วิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหสั วิชา ว23101 ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
เรอ่ื ง ตาและการมองเห็น เวลา 2 ช่วั โมง
……………………………………………………………….
1. จํานวนนกั เรียนที่สอน จํานวนนักเรยี น (คน)
ระดับชั้น 36
ม.3/1 36
ม.3/2 36
ม.3/3 36
ม.3/4 144
รวม
2. บันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
2.1 ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.2 ขอ้ สงั เกต/ข้อค้นพบ
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.3 ปญั หา/อุปสรรค
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
3. การประเมนิ ผลการสอน ระดบั คณุ ภาพ
ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
รายการประเมนิ ดีมาก
1
1. ความเหมาะสมของระยะเวลา รวม
(คน)
2. ความเหมาะสมของเนือ้ หา
3. ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนการสอน
4. ความเหมาะสมของสือ่ การสอนทใี่ ช้
5. พฤตกิ รรม/การมีส่วนร่วมของนกั เรยี น
6. ผลการปฏิบัตกิ ิจกรรม/ใบกิจกรรม การทดสอบกอ่ นเรยี นและ
หลังเรียน
สรปุ ภาพรวม
3. สรปุ ผลการวดั ผลประเมินผล
ระดับคณุ ภาพ
432
การวดั ผลประเมินผล จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
1. ความรู้
ใบงานที่ 3.7 เร่อื ง ตาและการ
มองเหน็
ระดับ 3 ข้นึ ไป คดิ เป็นรอ้ ยละ
2. ทักษะ/กระบวนการ
2.1 กระบวนการท้างานกลมุ่
ระดับ 3 ขึ้นไป คิดเปน็ รอ้ ยละ
3. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ระดับ 3 ขนึ้ ไป คดิ เป็นร้อยละ
4. สมรรถนะสาํ คญั ของผ้เู รียน
ระดบั 3 ขึ้นไป คิดเป็นรอ้ ยละ
ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน
(นางสาววนชั พร ค้าจิตร )
ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของผูน้ เิ ทศ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงชอื่ ................................................ผ้นู ิเทศ
(นายนนั ท์ กอ้ คา้ )
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความคดิ เหน็ ของรองผู้อาํ นวยการโรงเรยี นฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)
รองผอู้ า้ นวยการฝา่ ยบริหารวชิ าการ
ความคดิ เหน็ ของผอู้ ํานวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ........................................................
(นางวิลาวัลย์ ปาลี)
ผู้อา้ นวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จงั หวดั พะเยา
ภาคผนวก
ใบงานท่ี 3.7
เรื่อง ตาและการมองเหน็
คาํ ช้แี จง : ใหน้ กั เรียนอธิบายปรากฏการณท์ ่เี กี่ยวกับแสงตอ่ ไปนี้
1. จงอธบิ ายลกั ษณะของคนสายตาส้นั และวิธกี ารแก้ไข
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
2. จงอธิบายลกั ษณะของคนสายตายาว และวธิ กี ารแกไ้ ข
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
..........................................................................................
3. ถ้า ยืนในบริเวณแสงแดดจ้า มา่ นตาและรมู า่ นตาจะเปน็ อยา่ ง
เพราะเหตใุ ดจึงเป็นเชน่ นั้น
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
4. ตน้ มีสายตาปกติ ขณะที่อ่านหนงั สือ ต้นควรวางหนงั สือให้หา่ งจากนยั นต์ าอยา่ งนอ้ ยเทา่ ใด จึงเห็น
หนงั สอื ได้ชดั เจน
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
5. นักเรยี นจะมวี ิธถี นอมสายตาอยา่ งไร เพือ่ ให้นัยนต์ ามสี ขุ ภาพทีด่ ี ยกตัวอยา่ งอยา่ งน้อย 3 วธิ ี
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัตกิ จิ กรรมกล่มุ
กลมุ่ ท่ี (ชอ่ื กล่มุ )..............................................................
สมาชกิ ในกล่มุ
1..........................................................2..........................................................
3..........................................................4..........................................................
5.........................................................6..........................................................
คาํ ช้แี จง ใหท้ า้ เคร่อื งหมาย ในชอ่ งที่ตรงกบั ความเป็นจริง
พฤติ คะแนน
กรรมท่สี งั เกต 432 1
1. การมีสว่ นร่วมในการ
วางแผน
2. การปฏบิ ตั ิงานตาม
บทบาทหนา้ ที่
3. การให้ความร่วมมอื
ในการทา้ งาน
4. การแสดงความ
คิดเห็น
5. การยอมรบั ความ
คิดเห็น
รวม
ลงช่ือ............................................................................ผ้ปู ระเมิน
.................../................../..................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน (ดีมาก)
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั เิ ปน็ ประจา้
พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ิบ่อยคร้ัง ให้ 3 คะแนน (ดี)
พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั บิ างครง้ั ให้ 2 คะแนน (ปานกลาง)
พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั นิ อ้ ยครั้ง ให้ 1 คะแนน (ปรับปรงุ )
แบบประเมินสมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรยี น
ชื่อ....................................................นามสกลุ .................................................ช้ัน.................เลขท.่ี ..........
คําชแ้ี จง : ให้ครูผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างการจดั การเรยี นการสอน แล้วทาํ
เครื่องหมาย ลงในช่องทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
สมรรถนะสาํ คญั รายการประเมนิ (ตัวชว้ี ัด) ระดับคุณภาพ
ของผู้เรียน
ดเี ย่ยี ม ดี ผา่ นเกณฑ์ ไม่ผ่าน
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)
1. ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรับ-ส่งสาร
ในการส่ือสาร 1.2 มคี วามสามารถในการถ่ายทอดความรู้
ความคดิ ความเขา้ ใจของตนเองโดยใช้ภาษา
ได้อยา่ งเหมาะสม
1.3 ใช้วิธีการส่อื สารที่เหมาะสมมีประสทิ ธิภาพ
1.4 เจรจาตอ่ รองเพอ่ื ขจดั และลดปญั หา
ความขัดแย้งต่างๆ ได้
1.5 เลอื กรบั และไม่รบั ขอ้ มลู ขา่ วสารดว้ ยเหตผุ ล
และถูกต้องสรุปผลการประเมนิ
สรปุ ผลการประเมิน
2. ความสามารถ 2.1 มีความสามารถในการคดิ /วิเคราะห์
ในการคดิ 2.2 ทกั ษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์
2.3 สามารถคดิ อย่างมีวิจารณญาณ
2.4 มีความสามารถในการสร้างองค์ความรู้
2.5 ตดั สินใจแก้ปัญหาเกี่ยวกบั ตนเองไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
สรปุ ผลการประเมนิ
สมรรถนะสําคัญ รายการประเมิน (ตวั ชี้วดั ) ดเี ยย่ี ม ระดับคุณภาพ
ของผเู้ รยี น (3)
3.1 สามารถแก้ปัญหาและอปุ สรรคต่าง ๆ ดี ผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ า่ น
3. ความสามารถ ท่ีเผชญิ ได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแก้ปญั หา 3.2 เข้าใจความสมั พันธ์และการเปลย่ี นแปลง
ในสงั คม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรู้ประยกุ ตค์ วามร้มู าใช้
การใชท้ กั ษะชวี ิต ในการป้องกนั และแกป้ ัญหา
3.4 สามารถตดั สินใจได้อย่างเหมาะสมตามวยั
5. ความสามารถใน
การใชเ้ ทคโนโลยี สรปุ ผลการประเมนิ
4.1 เรียนรดู้ ้วยตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสมกับวัย
4.2 สามารถทํางานกลุม่ ร่วมกับผูอ้ ืน่ ได้
4.3 นาํ ความร้ทู ีไ่ ด้ไปใชป้ ระโยชน์ใน
ชีวิตประจาํ วนั
4.4 จดั การปญั หาและความขัดแย้งไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม
4.5 หลักเลยี่ งพฤติกรรมไม่พงึ ประสงค์ท่ี
ส่งผลกระทบต่อตนเอง
สรุปผลการประเมนิ
5.1 เลือกและใชท้ คโนโลยไี ด้อยา่ งเหมาะสม
5.2 มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนาํ เทคโนโลยีไปใชพ้ ัฒนาตนเอง
5.4 ใชเ้ ทคโนโลยใี นการแก้ปญั หาได้อยา่ ง
สร้างสรรค์
5.5 มคี ณุ ธรรม จริยธรรม ในการใช้เทคโนโลยี
สรุปผลการประเมิน
เกณฑ์การให้คะแนนระดับคณุ ภาพ
ระดับคณุ ภาพ พฤตกิ รรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยยี่ ม พฤติกรรมทีป่ ฏิบัติชัดเจน สมา่ํ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤตกิ รรมท่ีปฏิบตั ชิ ดั เจนและบ่อยครั้ง 0 คะแนน
ผา่ น พฤตกิ รรมท่ีปฏิบตั เิ ป็นบา้ งครัง้
ไมผ่ า่ น ไมเ่ คยปฏิบตั พิ ฤติกรรม
เกณฑ์การสรปุ ผล คะแนน
ระดบั คณุ ภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเยย่ี ม 1-8 คะแนน
ดี 0 คะแนน
ผ่านเกณฑ์
ไม่ผา่ นเกณฑ์
แบบประเมิน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 8 ประการ
ช่อื -สกุลนักเรียน.....................................................................ชนั้ ..............................เลขท…่ี ….
คาํ ชแ้ี จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลง
ในช่องวา่ งทีต่ รงกับระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงคด์ ้าน 1.1 ยืนตรงเมื่อไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ 321
1. รกั ชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษัตรยิ ์ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสิทธิและหนา้ ที่ของนักเรียน ให้ความรว่ มมือ รว่ มใจ ใน
การ
2. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต
3. มวี ินัย ทา้ งานกบั สมาชิกในห้องเรยี น
รบั ผิดชอบ 1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมท่สี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่
โรงเรียนและชมุ ชน
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ตี นนับถือ ปฏบิ ตั ิตนตามหลักของศาสนา
และเป็นตัวอยา่ งท่ดี ขี องศาสนกิ ชน
1.5 เข้าร่วมกจิ กรรมและมสี ่วนร่วมในการจดั กิจกรรมท่ีเก่ยี วกบั สถาบัน
พระมหากษตั รยิ ์ตามท่โี รงเรียนและชุมชนจดั ข้นึ ช่ืนชมในพระราช
กรณยี กจิ
พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตรยิ ์และพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลที่ถูกตอ้ ง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ัติในส่งิ ท่ถี กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ท่ีจะทา้ ความผดิ ทา้ ตาม
สญั ญาที่ตนใหไ้ ว้กบั พ่อแมห่ รือผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏบิ ัติตนตอ่ ผู้อื่นด้วยความซื่อตรง และเปน็ แบบอยา่ งที่ดีแกเ่ พ่อื น
ดา้ น ความซื่อสัตย์
3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครวั และ
โรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่างๆ ใน
ชีวติ ประจ้าวนั
มีความรับผดิ ชอบ
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 ตง้ั ใจเรยี น
4.2 เอาใจใสใ่ นการเรียน และมีความเพียรพยายามในการเรียน
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้ต่างๆ
4.4 ศกึ ษาค้นคว้า หาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สง่ิ พิมพ์ สือ่ เทคโนโลยี
ต่างๆ
แหลง่ การเรียนร้ทู ้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลือกใช้สื่อได้
อยา่ ง
เหมาะสม
4.5 บันทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสิง่ ท่ีเรียนรู้ สรปุ เปน็ องค์
ความรู้
4.6 แลกเปล่ียนความรู้ ด้วยวธิ กี ารต่างๆ และน้าไปใช้ในชวี ิตประจา้ วัน
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ย์สินและสิง่ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยัดและรู้คุณค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมีการเก็บออมเงิน
6. มงุ่ มน่ั ในการ 6.1 มีความตัง้ ใจและพยายามในการท้างานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
ทาํ งาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านส้าเร็จ
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจิตส้านกึ ในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภมู ิปัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 ร้จู กั ชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู ้างาน
8.2 อาสาท้างาน ชว่ ยคดิ ช่วยท้า และแบง่ ปันส่ิงของใหผ้ ู้อื่น
8.3 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบตั ิและสิง่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรียน
โรงเรียน
ชุมชน
8.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ลงช่ือ...........................................ผ้ปู ระเมิน
(นางสาววนัชพร ค้าจิตร)
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ ........./...................../...........
พฤติกรรมที่ปฏบิ ัติชดั เจนและสม้า่ เสมอ ให้
3
คะแนน 2
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัติชดั เจนและบ่อยครง้ั
คะแนน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 10
รายวิชา วิทยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน รหัสวชิ า ว23101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จาํ นวน 1.5 หนว่ ยกติ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 คล่ืนและแสง เวลา 24 ชัว่ โมง
เรอ่ื ง ความสวา่ งของแสง เวลา 2 ชัว่ โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
สาระที่ 1
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจ้าวัน ธรรมชาติของคล่ืน ปรากฏการณ์ท่ี
เกย่ี วขอ้ งกับเสียง แสงและคลน่ื แม่เหล็กไฟฟ้า รวมท้งั นา้ ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชี้วดั ม.3/19 อธบิ ายผลของความสวา่ งท่มี ตี ่อดวงตาจากขอ้ มลู ทไี่ ดจ้ ากการสืบคน้
ม.3/20 วดั ความสว่างของแสงโดยใช้อปุ กรณ์วัดความสว่างของแสง
ม.3/21 ตระหนกั ในคณุ ค่าของความรู้เร่ือง ความสว่างของแสงที่มีตอ่ ดวงตา โดยวิเคราะห์
สถานการณ์ปญั หา และเสนอแนะการจัดความสว่างใหเ้ หมาะสมในการท้ากิจกรรมต่าง ๆ
2. สาระสาํ คัญ
ความสวา่ งของแสงไม่ว่ามมี ากหรอื นอ้ ย ล้วนมผี ลตอ่ กล้ามเนอื้ ทง้ั สิน้ กล่าวคอื ถา้ มีแสงสวา่ ง
มาก มา่ นตาจะตอ้ งปรบั ความสว่างของแสงทเี่ ข้ามาบนจอตาใหเ้ ล็กลง แตถ่ า้ มีแสงน้อย ม่านตาจะ
เปิดกว้างมาก เพ่ือให้แสงสว่างเข้ามาสูน่ ัยน์ตาอย่างเพยี งพอ ดังนั้นในการปฏบิ ตั งิ าน หรือการทา้ งาน
ประเภทตา่ ง ๆ จงึ จา้ เป็นต้องใหม้ แี สงสวา่ งในแตล่ ะหน่วยพ้ืนทอ่ี ย่างเพยี งพอ ซึง่ เราจะรไู้ ดก้ ็โดยใช้
เคร่อื งวัดแสงวดั เครื่องมอื ทจ่ี ะใช้วดั ปรมิ าณแสงทต่ี กกระทบตอ่ หนง่ึ หน่วยพืน้ ท่ี เรยี กวา่ ลักซ์มเิ ตอร์
(luxmeter)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
อธบิ ายผลของความสว่างท่มี ตี อ่ ดวงตาได้
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
เสนอแนะการจัดความสว่างให้เหมาะสมในการท้ากจิ กรรมตา่ ง ๆ ได้
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
น้าความรูเ้ ก่ียวกบั ความสวา่ งของแสงที่มีต่อดวงตาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจ้าวนั ได้
4. สาระการเรยี นรู้
ความสว่างของแสงมผี ลตอ่ ดวงตามนษุ ย์ การใช้สายตาในสภาพแวดล้อมทมี่ คี วามสวา่ งไม่
เหมาะสมจะเปน็ อันตรายต่อดวงตา เช่น การดูวัตถใุ นทมี่ ีความสวา่ งมากหรือนอ้ ยเกินไป การจอ้ งดู
หน้าจอภาพเป็นเวลานาน ความสว่างบนพ้ืนท่ีรบั แสงมหี นว่ ยเป็นลักซ์ ความรู้เกย่ี วกบั ความสวา่ ง
สามารถนา้ มาใชจ้ ดั ความสวา่ งให้เหมาะสมกบั การท้ากิจกรรมตา่ ง ๆ เช่น การจดั ความสว่างทีเ่ หมาะสม
สา้ หรบั การอ่านหนงั สือ
5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ของผเู้ รียน
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสัตย์สจุ รติ มวี ินยั
ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพยี ง มุง่ ม่นั ในการท้างาน
รักความเป็นไทย
6. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการส่อื สาร
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชวั่ โมงท่ี 1
ขน้ั นาํ
ขั้นเตรยี มการบรรยาย
1. ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับ เร่ือง ตาและการมองเห็น โดยครูใช้ค้าถาม
ตรวจสอบ
ความเข้าใจของนักเรียน ดังน้ี
ส่วนประกอบของตามีอะไรบ้าง
(แนวตอบ : จอตา กระจกตา รมู า่ นตา มา่ นตา เลนสต์ า กล้ามเนอื้ ตา และเรตนิ า)
ตาบอดสีเกิดจากกอะไร
(แนวตอบ : เกิดจากความผดิ ปกติของเซลลร์ ับร้กู ารเห็นส)ี
2. ครเู ตรียมกลอ่ งหลอดไฟแบบไส้ และหลอดฟลอู อเรสเซนต์ มาใหน้ ักเรียนร่วมกันพิจารณา
ข้อความทปี่ รากฏบนกล่อง ซง่ึ จะพบข้อความ เชน่ 60 W 730 lm 220 V
3. ครูตัง้ ประเด็นค้าถามกระตนุ้ ความสนใจนกั เรียนว่า “ขอ้ ความท่ปี รากฏบนกลอ่ ง 60 W 730 lm
220 V หมายถงึ อะไร” โดยให้นกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ อย่างอิสระ
(แนวตอบ : 60 W หมายถึง กําลงั ไฟฟ้า 60 วัตต์ 730 lm หมายถงึ พลงั งานแสง 730 ลเู มน
220 V หมายถงึ ความตา่ งศักย์ 220 โวลต์)
ข้ันสอน
ขั้นการบรรยาย
1. ครใู ห้ความรู้นกั เรยี นเก่ยี วกบั หลอดไฟแบบไส้ และหลอดฟลอู อเรสเซนต์ ในประเด็นการใช้
พลังงานไฟฟ้า และพลงั งานแสงทใี่ ห้
2. ครอู ธิบายใหน้ ักเรียนเข้าใจเกย่ี วกบั อัตราการให้พลังงานแสงของแหล่งกา้ เนดิ แสง หรอื เรยี ก
อีกอย่างหนงึ่ วา่ “ฟลกั ซส์ อ่ งสวา่ ง” จากนั้นครใู หน้ ักเรียนแต่ละคนพิจารณาตารางค่าความสวา่ งท่ี
เหมาะสมส้าหรบั สถานท่ตี า่ ง ๆ จากหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3 คล่นื และสงเพอื่ ใหน้ ักเรยี นเข้าใจถึงค่าความสวา่ งในพ้นื ทตี่ ่าง ๆ และการเลอื กใช้
หลอดไฟเพือ่ ใหไ้ ดค้ วามสวา่ งทเ่ี หมาะสม และประหยัดพลังงาน
3. ครูตง้ั ประเดน็ ค้าถามกระตนุ้ ความคิดนกั เรียน โดยให้นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายแสดงความ
คดิ เหน็ เพอื่ หาค้าตอบ ดงั นี้
ความสวา่ ง หมายถงึ อะไร
(แนวตอบ : ความสวา่ ง หมายถึง แสงเป็นพลงั งานหน่งึ ทีส่ ามารถทําใหพ้ ้ืนที่ท่ีแสงตก
กระทบสว่าง)
ปรมิ าณพลังงานแสงที่เปลง่ ออกจากแหลง่ ก้าเนดิ แสงใด ๆ ตอ่ หนงึ่ หนว่ ยเวลา เรยี กว่า
อะไร
และมหี นว่ ยอยา่ งไร
(แนวตอบ : ปรมิ าณพลังงานแสงท่ีเปลง่ ออกจากแหลง่ กาํ เนิดแสงใด ๆ ตอ่ หนง่ึ หนว่ ยเวลา
เรยี กว่า อตั ราการให้พลังงานทแ่ี สง หรือฟลกั ซ์ส่องสว่าง มีหน่วยเปน็ ลเู มน)
4. ครสู ุม่ นกั เรยี น 3 คน ยกตวั อย่างค่าความสว่างทเ่ี หมาะสมในการใช้งานตามสถานท่ตี า่ ง ๆ
มาคนละ 1 ตวั อย่าง
(แนวตอบ : 1) บ้านในหอ้ งนง่ั เล่น ความสวา่ งทเ่ี หมาะสม คือ 150-300 ลักซ์
2) โรงพยาบาล ในห้องตรวจโรค ความสว่างท่ีเหมาะสม คือ 200-750
ลักซ์
3) โรงเรียนในห้องสมดุ ความสว่างที่เหมาะสม คือ 750-1,500 ลักซ์)
5. ครยู กประเดน็ เกยี่ วกบั การดา้ เนนิ ชีวิตในปจั จบุ ันทมี่ ีการใช้คอมพิวเตอร์ ในการทา้ งาน และ
การมองหน้าจอโทรศพั ทเ์ ปน็ เวลานาน ๆ จะมผี ลตอ่ สขุ ภาพ เชน่ ปวดตา ปวดศรี ษะ รวมทงั้ มอี าการ
ปวดคอและปวดหลัง และยังท้าใหเ้ กดิ ความเครยี ดดว้ ย จากนั้นครูให้นกั เรียนแต่ละคนเขียนวธิ ีการ
ถนอมสายตาลงในสมุดประจําตวั นักเรยี น
6. นกั เรยี นแบง่ กล่มุ กลมุ่ ละ 4-5 คน ตามความสมัครใจ จากน้นั รว่ มกนั ศึกษากรอบ Application
Activity ในหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 คล่ืนและแสง
แลว้ ใหส้ มาชกิ ภายในกลุ่มสา้ รวจพนื้ ท่บี ริเวณรอบบ้าน โรงเรยี น และชมุ ชน ท่มี คี วามสว่างไม่เหมาะสม
จนอาจกอ่ ใหเ้ กดิ อนั ตรายหรือเป็นอุปสรรคต่อการดา้ เนินชวี ติ ประจา้ วนั
7. นักเรียนทา้ Topic Questions เรือ่ ง ตาและการมองเหน็ ลงในสมุดประจ้าตวั นักเรียน จากนนั้
ครสู ุ่มนักเรียน 5 คน ออกมาน้าเสนอคา้ ตอบของตนเองหนา้ ชนั้ เรียน โดยใหเ้ พื่อนในชั้นเรียนร่วมกนั
พิจารณาวา่ คา้ ตอบถูกต้องหรอื ไม่ จากนน้ั ครูเฉลยค้าตอบทถ่ี ูกตอ้ งใหน้ กั เรียน
ช่ัวโมงที่ 2
8. นกั เรียนจับค่กู บั เพ่ือนในชั้นเรียน ตามความสมคั รใจ จากนน้ั ครูแจง้ จดุ ประสงค์ของกิจกรรม
Fun Science Activity เรอ่ื ง กล้องจลุ ทรรศนจ์ ากโทรศัพท์มือถอื ใหน้ กั เรยี นทราบเพือ่ เปน็ แนวทางการ
ปฏบิ ตั ิกิจกรรมที่ถกู ต้อง
9. สมาชิกภายในกลุ่มจดั เตรียมวสั ดุอุปกรณท์ ี่ใชใ้ นการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม Fun Science Activity
เร่ือง กลอ้ งจุลทรรศนจ์ ากโทรศัพท์มือถือ จากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3 คล่นื และแสงจากนัน้ รว่ มกันปฏิบตั ิกิจกรรม Fun Science
Activity เรื่อง กล้องจุลทรรศน์จากโทรศัพท์มอื ถอื ตามข้ันตอน จากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 7 แสงและการมองเหน็
10. นกั เรียนแตล่ ะคนศกึ ษาค้นควา้ ข้อมลู เพิ่มเติมเกีย่ วกบั เรื่อง วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจ้าวัน
จากกรอบ Science in Real Life เรื่อง กล้องดจิ ิทลั ในหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3
เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 คลน่ื และแสง
ข้นั สรุป
1. ครเู ปดิ โอกาสให้นกั เรียนซกั ถามเนื้อหาเก่ยี วกบั เร่ือง ความสว่างของแสง และให้ความร้เู พ่ิมเติม
จากค้าถามของนกั เรยี น โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง ความสวา่ งของแสง ในการอธิบายเพิม่ เตมิ
2. นักเรียนและครูรว่ มกนั สรปุ เกีย่ วกบั เรื่อง ความสว่างของแสง
3. นกั เรียนตรวจสอบความเขา้ ใจของตนเองจากกรอบ Self Check เร่อื ง แสงและการมองเห็น
จากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 คล่นื และสงโดยบันทึกลง
ในสมดุ ประจา้ ตัวนกั เรยี น
4. ครูมอบหมายใหน้ กั เรยี นท้า Unit Question เรื่อง คลน่ื และสงจากหนงั สือเรียน
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 คล่ืนและแสงโดยทา้ ลงในสมดุ ประจา้ ตวั
นกั เรยี น เป็นการบา้ นส่งในช่วั โมงถดั ไป
5. นกั เรียนแตล่ ะคนท้าแบบฝึกหัด เร่ือง ความสว่างของแสง จากแบบฝึกหัดวิทยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 คลื่นและแสง
6. นกั เรยี นท้าแบบทดสอบหลงั เรยี นของหน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 คลื่นและแสงเพ่ือเปน็ การวดั
ความรหู้ ลงั เรียนของนักเรียน
ข้ันประเมนิ
ขนั้ ประเมนิ
1. ครตู รวจสอบผลการท้าแบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 คลืน่ และแสงเพ่ือตรวจสอบ
ความเข้าใจหลงั เรียนของนักเรียน
2. ครูประเมนิ ผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคา้ ถาม พฤตกิ รรมการท้างานรายบคุ คล พฤติ
กรรมการท้างานกลุ่ม และจากการนา้ เสนอผลการปฏิบัตกิ ิจกรรมหน้าชนั้ เรียน
3. ครูตรวจ Topic Questions เร่ือง คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ ในสมุดประจ้าตวั นักเรียน
4. ครูประเมินผลการปฏบิ ัติกิจกรรม Fun Science Activity เร่ือง กล้องจลุ ทรรศน์จาก
โทรศัพท์มือถือ
5. ครตู รวจแบบฝกึ หดั เร่อื ง ความสว่างของแสง จากแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3
เล่ม 2 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 คลื่นและแสง
6. ครตู รวจสอบผลการตรวจสอบความเข้าใจของตนเองจากกรอบ Self Check เรอื่ ง คลน่ื
และแสงในสมุดประจ้าตวั นกั เรยี น
7. ครูตรวจแบบฝึกหดั Unit Question เร่อื ง คลน่ื และสงในสมุดประจา้ ตัวนักเรยี น
8. ครูวดั และประเมินผลจากช้ินงาน/ผลงาน แผนผงั มโนทศั น์ เรอ่ื ง แสงและการมองเหน็
8. สอื่ การเรยี นรู้และแหล่งเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 คล่ืนและแสง
2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 คลืน่ และแสง
3) วสั ดุอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการปฏิบตั ิกิจกรรม Fun Science Activity เรอ่ื ง กล้องจลุ ทรรศน์
จากโทรศพั ท์มือถือ
4) PowerPoint เรื่อง ความสว่างของแสง
5) กล่องหลอดไฟแบบไส้ และหลอดฟลอู อเรสเซนต์
6) สมุดประจา้ ตวั นกั เรียน
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งวทิ ยาศาสตร์
2) อินเทอร์เนต็
9. ช้ินงาน/ภาระงาน วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมือการวดั ผล การประเมินผล
-
10. การวัดผลและประเมินผล
10.1 การประเมนิ กอ่ นเรยี น
สงิ่ ทีจ่ ะวัด
ความรู้ - ทดสอบ - -
10.2 การประเมนิ ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ การประเมนิ ผล
ส่ิงท่จี ะวดั วิธกี ารวดั ผล เคร่ืองมือการวดั ผล - รอ้ ยละ 60 ผ่าน
1.ความรู้ - ตรวจสมุดประจ้าตัว - สมดุ ประจา้ ตวั หรือ เกณฑ์
1) ความสวา่ งของ หรอื แบบฝกึ หัด แบบฝกึ หดั
แสง วิทยาศาสตรแ์ ละ วิทยาศาสตร์ - ระดบั คณุ ภาพ 3
เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 และเทคโนโลยี ม.3 ผ่านเกณฑ์
เล่ม 1 - ระดับคณุ ภาพ 3
2) การน้าเสนอ - ประเมินการน้าเสนอ - แบบประเมินการ ผ่านเกณฑ์
ผลงาน/การปฏบิ ัติ ผลงาน/การปฏบิ ัติ นา้ เสนอผลงาน/การ
กิจกรรม กจิ กรรม ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม - ระดบั คุณภาพ 3
3) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกต ผ่านเกณฑ์
ทา้ งานรายบคุ คล การท้างานรายบคุ คล พฤติกรรม - คะแนนการประเมนิ
การทา้ งาน เกณฑผ์ า่ นระดบั 3
รายบุคคล ขึ้นไป
4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต - เกณฑ์การตัดสนิ
ท้างานกลมุ่ การท้างานกลุ่ม พฤตกิ รรม ผ่าน ในระดบั 3 ขนึ้ ไป
การทา้ งานกลุ่ม
3. คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมิน
อนั พึงประสงค์ คณุ ลกั ษณะ คณุ ลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค์ (ใหร้ ะบุ อันพึงประสงค์
พฤตกิ รรม)
4. สมรรถนะส้าคัญ 1. สังเกตพฤติกรรม 1. แบบประเมนิ
ของผเู้ รยี น ดา้ นความสามารถ สมรรถนะสา้ คัญของ
ในการคิด ผเู้ รียนด้าน
2. ความสามารถในการ ความสามารถในการ
ใชท้ ักษะชีวิต คดิ
2. แบบประเมิน
สมรรถนะส้าคญั ของ
ผเู้ รยี นในการใช้ทักษะ
ชวี ิต
10.3 การประเมินหลงั เรยี น วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมือ เกณฑ์การวัดผล
สิ่งท่ีต้องการวัด - แบบทดสอบหลัง - ร้อยละ 60 ผา่ น
ความรู้ - ตรวจแบบทดสอบ เรียนหนว่ ยการ
หลังเรยี น หนว่ ยการ
เรียนรทู้ ่ี 3 คลน่ื และแสง เรียนรู้ท่ี 3 คล่นื และ เกณฑ์
แสง
10.4 การประเมนิ ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เกณฑ์การวัดผล
ส่ิงท่ตี ้องการวัด วธิ ีการวดั เครือ่ งมือ
7. ความรู้ ตรวจผลงาน - แบบประเมนิ ชิ้นงาน/ - ระดบั คุณภาพ 3
ภาระงาน (รวบยอด) ผา่ นเกณฑ์
11. กิจกรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชือ่ ………………………………………… ผู้สอน
(นางสาววนชั พร ค้าจิตร)
12. ขอ้ คิดเหน็ ของหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...............................................................
(นายนนั ท์ ก้อคา้ )
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
13. ขอ้ คิดเห็น/ข้อเสนอแนะผชู้ ่วยผู้อํานวยการกลมุ่ งานบรหิ ารวิชาการ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................................
(นายวชิ า ภมิ ุข)
ผ้ชู ว่ ยผอู้ า้ นวยการกลุ่มงานบริหารวชิ าการ
การอนมุ ัติการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้จากฝา่ ยบรหิ าร
ความคดิ เห็นของรองผู้อ้านวยการฝ่ายวิชาการ
..............................................................................................................................................................
เหน็ สมควรอนมุ ัติให้ใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน
เหน็ สมควรไมอ่ นุมตั ิใหใ้ ชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน เพราะ..........................................
.............................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)
รองผอู้ า้ นวยการโรงเรียนฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ
การอนุมัตจิ ากผู้อาํ นวยการโรงเรียน
อนุมตั ใิ หใ้ ชใ้ นการจัดการเรียนการสอน
ไม่อนมุ ัติใหใ้ ช้ในการจัดการเรยี นการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................
ลงช่ือ.......................................................................................
(นางวลิ าวลั ย์ ปาลี)
ผูอ้ า้ นวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยา
บันทึกผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 10
รายวิชา วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน รหัสวิชา ว23101 ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3
เรื่อง ความสว่างของแสง เวลา 2 ชว่ั โมง
……………………………………………………………….
1. จํานวนนักเรยี นที่สอน จาํ นวนนกั เรียน (คน)
ระดบั ช้ัน 36
ม.3/1 36
ม.3/2 36
ม.3/3 36
ม.3/4 144
รวม
2. บนั ทกึ ผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
2.1 ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.2 ขอ้ สงั เกต/ข้อค้นพบ
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.3 ปญั หา/อปุ สรรค
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
3. การประเมินผลการสอน ระดับคณุ ภาพ
ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
รายการประเมิน ดีมาก
1. ความเหมาะสมของระยะเวลา
2. ความเหมาะสมของเนือ้ หา
3. ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนการสอน
4. ความเหมาะสมของส่อื การสอนทใี่ ช้
5. พฤตกิ รรม/การมสี ่วนร่วมของนักเรยี น
6. ผลการปฏบิ ัติกิจกรรม/ใบกิจกรรม การทดสอบก่อนเรียนและ
หลังเรียน
สรปุ ภาพรวม
3. สรปุ ผลการวดั ผลประเมินผล 4 ระดับคณุ ภาพ 1
การวัดผลประเมินผล 32 รวม
(คน)
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
1. ความรู้
แบบทดสอบ
หลงั เรยี น หนว่ ยการ
เรียนรู้ท่ี 3 คลื่นและแสง
ระดบั 3 ข้ึนไป คิดเป็นร้อยละ
2. ทักษะ/กระบวนการ
2.1 กระบวนการทา้ งานกลุม่
ระดับ 3 ขน้ึ ไป คดิ เปน็ รอ้ ยละ
3. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ระดับ 3 ขน้ึ ไป คิดเปน็ ร้อยละ
4. สมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรียน
ระดบั 3 ขึ้นไป คิดเปน็ ร้อยละ
ลงช่ือ............................................ครผู สู้ อน
(นางสาววนัชพร คา้ จิตร )
ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของผ้นู เิ ทศ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ลงชือ่ ................................................ผนู้ เิ ทศ
(นายนันท์ ก้อค้า)
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความคิดเหน็ ของรองผู้อํานวยการโรงเรียนฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)
รองผู้อา้ นวยการฝ่ายบรหิ ารวชิ าการ
ความคิดเหน็ ของผู้อํานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ........................................................
(นางวิลาวัลย์ ปาลี)
ผอู้ า้ นวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จงั หวดั พะเยา