The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ภาคเรียนที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wanatchaphon007, 2022-02-28 04:13:40

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน

แผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ภาคเรียนที่ 1

แบบประเมนิ สมรรถนะสาํ คัญของผเู้ รียน

ชื่อ............................................นามสกลุ .....................................ช้นั .................เลขท่ี...........

คาํ ชีแ้ จง : ให้ครผู ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างการจดั การเรยี นการสอน แลว้ ทาํ
เคร่อื งหมาย  ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน

สมรรถนะสาํ คญั รายการประเมนิ (ตวั ช้วี ัด) ระดับคณุ ภาพ
ของผู้เรยี น
ดีเยย่ี ม ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ ่าน
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)

1. ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรับ-ส่งสาร

ในการสอ่ื สาร 1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้

ความคิด ความเขา้ ใจของตนเองโดยใชภ้ าษา

ได้อยา่ งเหมาะสม

1.3 ใช้วธิ กี ารส่อื สารท่ีเหมาะสมมปี ระสิทธิภาพ

1.4 เจรจาต่อรองเพือ่ ขจดั และลดปญั หา

ความขัดแย้งต่างๆ ได้

1.5 เลอื กรับและไม่รบั ขอ้ มูลข่าวสารดว้ ยเหตผุ ล

และถูกต้องสรปุ ผลการประเมนิ

2. ความสามารถ สรุปผลการประเมนิ
ในการคดิ 2.1 มคี วามสามารถในการคิด/วิเคราะห์
2.2 ทักษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์
2.3 สามารถคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ
2.4 มคี วามสามารถในการสรา้ งองค์ความรู้
2.5 ตดั สินใจแกป้ ัญหาเกี่ยวกบั ตนเองได้อยา่ ง
เหมาะสม

สรปุ ผลการประเมิน

สมรรถนะสาํ คญั รายการประเมิน (ตัวชี้วัด) ดีเยยี่ ม ระดับคณุ ภาพ
ของผเู้ รยี น (3)
3.1 สามารถแก้ปญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ า่ น
3. ความสามารถ ท่ีเผชิญได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแกป้ ญั หา 3.2 เข้าใจความสัมพันธแ์ ละการเปลย่ี นแปลง
ในสังคม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรู้ประยกุ ตค์ วามรมู้ าใช้
การใช้ทกั ษะชีวิต ในการป้องกันและแกป้ ญั หา
3.4 สามารถตัดสินใจไดอ้ ย่างเหมาะสมตามวัย

สรปุ ผลการประเมิน
4.1 เรยี นร้ดู ว้ ยตนเองไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกับวัย
4.2 สามารถทาํ งานกลมุ่ รว่ มกับผ้อู ืน่ ได้
4.3 นาํ ความรทู้ ไ่ี ด้ไปใชป้ ระโยชน์ใน
ชีวติ ประจําวัน
4.4 จดั การปญั หาและความขดั แย้งไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
4.5 หลักเล่ยี งพฤติกรรมไม่พึงประสงคท์ ่ี

5. ความสามารถใน ส่งผลกระทบตอ่ ตนเอง
การใช้เทคโนโลยี สรปุ ผลการประเมิน

5.1 เลอื กและใช้ทคโนโลยไี ดอ้ ยา่ งเหมาะสม
5.2 มีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนาํ เทคโนโลยไี ปใช้พัฒนาตนเอง
5.4 ใช้เทคโนโลยใี นการแก้ปญั หาไดอ้ ย่าง
สร้างสรรค์
5.5 มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ในการใช้เทคโนโลยี

สรปุ ผลการประเมนิ

เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพ

ระดับคุณภาพ พฤตกิ รรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ิชดั เจน สมาํ่ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบัตชิ ดั เจนและบอ่ ยครั้ง 0 คะแนน

ผ่าน พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบัติเปน็ บา้ งครั้ง

ไม่ผา่ น ไม่เคยปฏิบตั ิพฤตกิ รรม

เกณฑ์การสรปุ ผล คะแนน
ระดับคุณภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเย่ียม 1-8 คะแนน
ดี
0 คะแนน
ผา่ นเกณฑ์
ไม่ผา่ นเกณฑ์

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ

ชื่อ-สกลุ นักเรียน.....................................................................ชั้น..............................เลขท…ี่ ….
คาํ ช้แี จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลง
ในช่องวา่ งที่ตรงกบั ระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงคด์ า้ น 1.1 ยืนตรงเม่ือไดย้ นิ เพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และบอกความหมายของ 321
1. รกั ชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษตั รยิ ์ 1.2 ปฏบิ ตั ิตนตามสิทธิและหน้าท่ีของนักเรยี น ให้ความรว่ มมือ รว่ มใจ ใน
การ

ท้างานกบั สมาชิกในห้องเรียน
1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทีส่ รา้ งความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่

โรงเรียนและชมุ ชน
1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถอื ปฏิบตั ิตนตามหลกั ของศาสนา

และเปน็ ตัวอยา่ งทีด่ ขี องศาสนกิ ชน
1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมท่เี กีย่ วกับสถาบนั

พระมหากษตั รยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขน้ึ ช่ืนชมในพระราช
กรณยี กิจ

พระปรชี าสามารถของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์

2. ซอ่ื สัตย์ สุจริต 2.1 ให้ขอ้ มูลท่ีถูกต้อง และเปน็ จรงิ
3. มวี นิ ยั 2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถี่ กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ท่จี ะทา้ ความผิด ท้าตาม
รับผดิ ชอบ
สัญญาท่ีตนให้ไว้กับพอ่ แม่หรอื ผูป้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ัตติ นต่อผอู้ น่ื ด้วยความซอื่ ตรง และเป็นแบบอยา่ งท่ีดีแก่เพอ่ื น
ดา้ น ความซ่ือสตั ย์
3.1 ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คบั ของครอบครัวและ

โรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ จิ กรรมตา่ งๆ ใน
ชวี ิตประจ้าวนั

มีความรับผดิ ชอบ

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 ต้งั ใจเรียน
4.2 เอาใจใส่ในการเรยี น และมคี วามเพียรพยายามในการเรียน
4.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ต่างๆ
4.4 ศึกษาคน้ คว้า หาความรู้จากหนงั สือ เอกสาร สง่ิ พิมพ์ สอื่ เทคโนโลยี
ตา่ งๆ
แหลง่ การเรียนรทู้ ัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลือกใชส้ อ่ื ได้
อย่าง
เหมาะสม
4.5 บนั ทกึ ความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบบางสิง่ ทเ่ี รยี นรู้ สรปุ เป็นองค์
ความรู้
4.6 แลกเปลีย่ นความรู้ ดว้ ยวธิ ีการต่างๆ และนา้ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจา้ วนั
5. อยู่อย่างพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รัพยส์ นิ และสิง่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั
5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยัดและรคู้ ุณคา่
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัดและมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6. มงุ่ ม่ันในการ 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทา้ งานท่ไี ด้รบั มอบหมาย
ทํางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพ่ือใหง้ านสา้ เรจ็
7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจติ ส้านกึ ในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏิบตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจติ สาธารณะ 8.1 ร้จู กั ช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู า้ งาน
8.2 อาสาท้างาน ช่วยคดิ ช่วยทา้ และแบ่งปนั ส่ิงของให้ผอู้ ื่น
8.3 ร้จู ักการดแู ล รกั ษาทรพั ยส์ มบัติและสง่ิ แวดล้อมของห้องเรยี น
โรงเรยี น
ชุมชน
8.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรยี น

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมิน
พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบตั ชิ ดั เจนและสมา้่ เสมอ (นางสาววนัชพร คา้ จิตร)

คะแนน ........./...................../...........
พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ัติชดั เจนและบอ่ ยครง้ั
ให้ 3
คะแนน ให้ 2

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 3

รายวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหัสวชิ า ว23101 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ช่วั โมง จํานวน 1.5 หนว่ ยกิต

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 คลืน่ และแสง เวลา 20 ชวั่ โมง

เรือ่ ง ประโยชน์ของคลืน่ แม่แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ เวลา 2 ช่วั โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด
สาระที่ 1

มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจ้าวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่
เกยี่ วขอ้ งกับเสยี ง แสงและคลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้า รวมท้ังน้าความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตวั ชี้วดั ม.3/12 ตระหนักถงึ ประโยชนแ์ ละอันตรายจากคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ โดยน้าเสนอการใช้
ประโยชน์ในดา้ นตา่ ง ๆ และอันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในชีวิตประจา้ วนั

2. สาระสาํ คัญ
คลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้าน้าไปใช้ประโยชนใ์ นด้านต่าง ๆ เชน่ คลื่นไมโครเวฟนา้ มาใชใ้ นการสื่อสารผา่ น
ดาวเทยี ม ใชใ้ นการรกั ษาโรคด้วยความรอ้ น ดา้ นการแพทย์มกี ารน้าเลเซอรม์ าใช้ผ่าตัดหรือรกั ษาอาการ

ผดิ ปกตทิ ีบ่ รเิ วณตา ด้านอตุ สาหกรรม ใชเ้ ลเซอรใ์ นการเช่ือมโลหะเขา้ ดว้ ยกนั นอกจากคลนื่
แม่เหลก็ ไฟฟ้าจะนา้ มาใชป้ ระโยชนแ์ ล้ว ยงั มโี ทษตอ่ มนุษย์ดว้ ย เชน่ คล่ืนจากโทรศพั ทม์ อื ถือสง่ ผลต่อ
การทา้ งานของสมอง เกดิ การอกั เสบของสมอง รงั สเี อกซ์และรังสีแกมมา เม่อื รา่ งกายไดร้ ับรงั สเี ข้าไป
อาจท้าเซลลเ์ ส่ือมสภาพส่งผลใหอ้ วัยวะต่าง ๆ ทา้ งานไมม่ ีประสิทธิภาพหรือไมส่ ามารถทา้ งานได้

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
อธบิ ายและยกตัวอย่างประโยชนข์ องคล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าได้
3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
นา้ เสนอการใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ และอันตรายจากคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟา้ ใช้
ชวี ติ ประจ้าวนั
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
นกั เรียนมคี วาม ใฝ่ร้แู ละมีความมงุ่ มน่ั ในการท้างาน

4. สาระการเรยี นรู้
• เลเซอร์เป็นคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ ท่มี คี วามยาวคลื่นเดยี ว เปน็ ลา้ แสงขนานและมคี วามเขม้ สงู

น้าไปใช้ประโยชนใ์ นดา้ นตา่ ง ๆ เช่น ดา้ นการสอ่ื สารมีการใชเ้ ลเซอร์สา้ หรบั สง่ สารสนเทศผ่าน
เสน้ ใยนา้ แสง โดยอาศัยหลักการการสะทอ้ นกลับหมดของแสง ด้านการแพทยใ์ ช้ในการผา่ ตัด

• คลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ นอกจากจะสามารถนา้ ไปใช้ประโยชนแ์ ล้ว ยังมโี ทษตอ่ มนุษย์ดว้ ย เช่น ถา้
มนุษย์ได้รับรังสอี ัลตราไวโอเลตมากเกนิ ไปอาจจะทา้ ให้เกดิ มะเร็งผิวหนัง หรอื ถ้าได้รงั สีแกมมาซ่ึงเปน็
คลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟา้ ที่มพี ลังงานสงู และสามารถทะลุผา่ นเซลล์และอวัยวะได้ อาจทา้ ลายเน้อื เยือ่ หรอื อาจ
ท้าให้เสียชวี ติ ไดเ้ มอ่ื ไดร้ บั รังสีแกมมาในปริมาณสูง

5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผเู้ รยี น

รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสัตยส์ จุ รติ มีวินัย
 ใฝ่เรียนรู้  อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง  มุง่ ม่นั ในการท้างาน

รกั ความเปน็ ไทย

6. สมรรถนะสาํ คญั ของผ้เู รียน
 ความสามารถในการคดิ  ความสามารถในการสื่อสาร

7. กิจกรรมการเรยี นรู้

ช่วั โมงท่ี 1

ข้ันนํา

ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูทบทวนความร้เู ดมิ ของนกั เรียนเก่ยี วกับเรอื่ ง การคน้ พบคล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า และสเปกตรัม

คลน่ื แม่เหล็กไฟฟา้ จากนั้นครแู จง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรใู้ หน้ ักเรียนทราบ
2. ครูสนทนากบั นกั เรียนเกยี่ วกบั สเปกตรมั คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้าว่า “จากการศกึ ษาสเปกตรัมคลน่ื

แมเ่ หล็กไฟฟา้ พบวา่ สเปกตรมั คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ มคี วามถีต่ ่อเนอื่ งกันเปน็ ชว่ งกวา้ งอยใู่ นชว่ ง
104-1023 เฮิรตซ์ และมีความยาวคลนื่ อยูใ่ นช่วง 104-10-14 เมตร”

3. ครตู ัง้ ประเด็นค้าถามกระตุ้นความสนใจนกั เรยี นว่า “ปัจจุบนั มนุษยน์ า้ คลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้ามาใช้
ประโยชน์ในดา้ นใดบ้าง” โดยให้นกั เรยี นแต่ละคนร่วมกันอภปิ รายแสดงความคิดเห็นอยา่ งอิสระ
โดยไม่มกี ารเฉลยวา่ ถกู หรือผิด (แนวตอบ : คา้ ตอบข้นึ อยกู่ ับดลุ ยพนิ จิ ของครผู ู้สอน

ขนั้ สอน

ขั้นท่ี 2 สาํ รวจคน้ หา (Explore)
1. นกั เรยี นแบ่งกลุม่ ออกเปน็ 7 กลมุ่ กล่มุ ละเท่า ๆ กัน ตามความสมัครใจ จากนัน้ ให้นกั เรยี น

แต่ละกลมุ่ สง่ ตัวแทนออกมาจับสลากเรื่องทศี่ ึกษา โดยครเู ตรียมสลากหมายเลขไวห้ น้าชนั้ เรียน
ซึง่ หมายเลขจะระบุเร่อื งท่ใี ห้นกั เรยี นศกึ ษา ดังนี้

 หมายเลข 1 ศกึ ษาคล่นื วทิ ยุ
 หมายเลข 2 ศึกษาคลน่ื ไมโครเวฟ
 หมายเลข 3 ศกึ ษารังสอี ินฟราเรด
 หมายเลข 4 ศกึ ษาแสงท่ีมองเหน็ ได้
 หมายเลข 5 ศกึ ษารงั สีอลั ตราไวโอเลต
 หมายเลข 6 ศึกษารังสเี อกซ์
 หมายเลข 7 ศึกษารงั สแี กมมา
2. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ศึกษาค้นคว้าขอ้ มูลเรือ่ งที่กลุม่ ตนเองจบั สลากได้ จากหนังสือ
เรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 คลนื่ และแสง หรือแหลง่ การ
เรยี นรตู้ ่าง ๆ เชน่ อนิ เทอรเ์ นต็ ห้องสมดุ จากน้นั รว่ มกนั สรปุ ความรูท้ ไ่ี ด้จากการศกึ ษาค้นคว้าลงใน
กระดาษชาร์ทที่ครูแจกให้แตล่ ะกลุ่ม

ช่ัวโมงท่ี 2

ขัน้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
3. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานา้ เสนอผลจากการศึกษาหนา้ ช้ันเรียน ในระหวา่ งทีน่ ักเรียน

น้าเสนอ
ครูคอยใหข้ ้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อใหน้ กั เรยี นมีความเขา้ ใจถูกต้อง

4. ครถู ามค้าถามทา้ ทายการคดิ ขน้ั สงู จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 คลื่นและแสง โดยให้นักเรียนเขียนค้าตอบของตนเองลงในสมุด
ประจาํ ตัว
นกั เรยี น

5. ครูถามค้าถามนักเรียนว่า “ส่ิงใดบ้างท่ีจัดเป็นคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ก่อใหเ้ กดิ
โทษต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมหรือไม่ อย่างไร” โดยให้นักเรียนแต่ละคนบันทึกค้าตอบของตนเองลงใน
สมุดประจ้าตวั นักเรียน

6. นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4-5 คน ตามความสมัครใจ จากน้ันรว่ มกนั ศกึ ษากรอบ Application
Activity ในหนงั สือเรียนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 คล่นื และแสง
ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)

7. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรยี นซกั ถามเนื้อหาเก่ียวกบั เรือ่ ง ประโยชนข์ องคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้า และให้
ความรูเ้ พม่ิ เติมจากคา้ ถามของนกั เรยี น โดยครูใช้ PowerPoint เร่อื ง คลืน่ แม่เหล็กไฟฟา้ ในการอธิบาย
เพ่มิ เติม

8. นักเรยี นท้าใบงานท่ี 3.2 เรื่อง คลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ จากน้นั ครูมอบหมายให้นกั เรยี นทา้ Topic
Questions เรอ่ื ง คลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ จากหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ย
การเรียนรู้ท่ี 3 คล่นื และแสง ลงในสมดุ ประจา้ ตวั นักเรยี น

9. นักเรยี นแบ่งกลุม่ กลุ่มละ 3 คน ตามความสมัครใจ จากนน้ั ครแู จง้ จดุ ประสงค์ของกิจกรรม
Fun Science Activity เรื่อง กระดาษฟอยล์กับโทรศัพทม์ ือถอื ให้นักเรียนทราบเพอื่ เป็นแนว
ทางการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมทถ่ี ูกตอ้ ง

10. สมาชิกภายในกลุ่มจดั เตรียมวสั ดุอุปกรณ์ทใี่ ช้ในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม Fun Science Activity
เรื่อง กระดาษฟอยลก์ บั โทรศัพท์มอื ถอื จากใบกจิ กรรม Fun Science Activity เร่ือง กระดาษ
ฟอยลก์ ับโทรศพั ท์มอื ถือ

11. สมาชิกภายในกลมุ่ ร่วมกนั ปฏิบตั ิกจิ กรรม Fun Science Activity เร่อื ง กระดาษฟอยลก์ บั
โทรศัพทม์ อื ถือ ตามข้ันตอนจากใบกจิ กรรม Fun Science Activity เร่ือง กระดาษฟอยลก์ ับ
โทรศัพท์มือถอื

12. นักเรียนแตล่ ะคนศึกษาคน้ คว้าข้อมูลเพม่ิ เติมเกย่ี วกบั เรอ่ื ง วิทยาศาสตรใ์ นชวี ติ ประจา้ วนั
จากกรอบ Science in Real Life เรื่อง ประสิทธภิ าพของครีมกันแดด ในหนงั สอื เรียน
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 คลน่ื และแสง

13. นกั เรยี นตรวจสอบความเขา้ ใจของตนเองจากกรอบ Self Check เรื่อง คล่นื จากหนงั สอื เรยี น
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 คลื่นและแสง โดยบันทึกลงในสมุด
ประจ้าตัว
นกั เรียน

14. ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นท้า Unit Question เร่อื ง คล่นื จากหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 คล่นื และแสง โดยท้าลงในสมุดประจ้าตวั นักเรยี น เป็น
การบ้าน
ส่งในชัว่ โมงถัดไป

15. นักเรยี นแต่ละคนท้าแบบฝกึ หดั เร่อื ง ประโยชน์ของคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ จากแบบฝึกหดั
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 คล่นื และแสง

16. นกั เรยี นทา้ แบบทดสอบหลงั เรียนของหน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 คลืน่ และแสง เพือ่ เปน็ การวดั ความรู้
หลงั เรยี น
ของนักเรยี น

17. นกั เรยี นแตล่ ะคนนา้ ความรู้ทไี่ ดจ้ ากการเรยี นของหน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 คล่นื และแสง มาเขยี น
สรปุ เป็นแผนผงั มโนทัศน์ ลงในกระดาษ A4 พรอ้ มตกแตง่ ให้สวยงาม

ขัน้ สรปุ

ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบผลการทา้ แบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 คล่นื และแสง เพือ่ ตรวจสอบ

ความเขา้ ใจหลงั เรยี นของนกั เรยี น
2. ครูประเมนิ ผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบค้าถาม พฤติกรรมการท้างานรายบคุ คล

พฤตกิ รรมการท้างานกล่มุ และจากการนา้ เสนอผลการปฏิบัตกิ ิจกรรมหน้าช้นั เรยี น
3. ครูตรวจ Topic Questions เร่ือง คลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า ในสมุดประจา้ ตัวนักเรียน
4. ครูประเมนิ ผลการปฏิบัตกิ ิจกรรม Fun Science Activity เรื่อง กระดาษฟอยล์กบั โทรศัพท์มือถอื
5. ครูตรวจแบบฝกึ หัด เรือ่ ง ประโยชน์ของคล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า จากแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์

และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 คลืน่ และแสง
6. ครูตรวจสอบผลการตรวจสอบความเข้าใจของตนเองจากกรอบ Self Check เรื่อง คลน่ื

ในสมดุ ประจา้ ตัวนักเรยี น
7. ครตู รวจสอบผลการท้าใบงานท่ี 3.2 เรือ่ ง คลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้
8. ครตู รวจแบบฝกึ หัด Unit Question เรือ่ ง คลืน่ ในสมุดประจ้าตัวนักเรยี น
9. ครวู ดั และประเมินผลจากช้ินงาน/ผลงาน แผนผงั มโนทัศน์ เรือ่ ง คลื่น
10. นักเรียนและครูร่วมกันสรปุ เก่ียวกบั เรอื่ ง ประโยชนข์ องคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้

8. ส่ือการเรยี นรู้และแหลง่ เรยี นรู้
8.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 คล่นื และแสง
2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 คล่นื และแสง
3) ใบงานท่ี 3.2 เร่ือง คลนื่ กล
4) วัสดุอุปกรณท์ ่ีใช้ในการปฏบิ ัติกิจกรรมคล่นื ในลวดสปริง

5) PowerPoint เร่ือง คล่นื กล
6) อุปกรณ์สาธิตการทดลอง เช่น ดนิ สอ กะละมัง และเศษกระดาษ
7) สมุดประจา้ ตวั นกั เรยี น
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องวทิ ยาศาสตร์
2) อนิ เทอรเ์ น็ต
9. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
3) ใบงานท่ี 3.2 เรื่อง คลืน่ กล

10. การวัดผลและประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เคร่อื งมอื การวดั ผล การประเมินผล
10.1 การประเมนิ ก่อนเรียน -ทดสอบ - -
สงิ่ ท่ีจะวัด
ความรู้

10.2 การประเมนิ ระหวา่ งการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ การประเมินผล
สิง่ ทจ่ี ะวดั วธิ กี ารวัดผล เครือ่ งมอื การวดั ผล - ร้อยละ 60 ผ่าน
1.ความรู้ - ตรวจใบงานท่ี 3.2 - ใบงานท่ี 3.2 เกณฑ์
1) ประโยชน์ของ - ตรวจสมุดประจ้าตวั - สมุดประจ้าตวั หรอื -รอ้ ยละ 60 ผ่าน
คลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ หรอื แบบฝึกหัด แบบฝกึ หัด เกณฑ์
วิทยาศาสตรแ์ ละ วทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 และเทคโนโลยี ม.3 - ระดบั คุณภาพ 3
เลม่ 1 ผา่ นเกณฑ์
2) การน้าเสนอ - ประเมินการน้าเสนอ - แบบประเมนิ การ - ระดบั คณุ ภาพ 3
ผลงาน/การปฏบิ ัติ ผลงาน/การปฏบิ ตั ิ นา้ เสนอผลงาน/การ ผา่ นเกณฑ์
กจิ กรรม กิจกรรม ปฏิบตั กิ จิ กรรม
3) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกต - ระดบั คุณภาพ 3
ท้างานรายบคุ คล การทา้ งานรายบุคคล พฤตกิ รรม
การท้างาน
รายบคุ คล
4) พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกต

ทา้ งานกลมุ่ การทา้ งานกลมุ่ พฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์
3. คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตพฤตกิ รรม การทา้ งานกลุ่ม - คะแนนการประเมนิ
อนั พึงประสงค์ คุณลกั ษณะ - แบบประเมิน เกณฑผ์ า่ นระดับ 3
อนั พงึ ประสงค์ (ใหร้ ะบุ คณุ ลักษณะ ข้ึนไป
4. สมรรถนะสา้ คญั พฤตกิ รรม) อันพงึ ประสงค์ - เกณฑ์การตัดสนิ
ของผเู้ รียน 1. สังเกตพฤตกิ รรม 1. แบบประเมิน ผ่าน ในระดบั 3 ขน้ึ ไป
ดา้ นความสามารถ สมรรถนะสา้ คญั ของ
ในการคดิ ผู้เรยี นด้าน
2. ความสามารถในการ ความสามารถในการ
ใช้ทกั ษะชีวติ คดิ
2. แบบประเมนิ
สมรรถนะสา้ คญั ของ
ผเู้ รียนในการใชท้ ักษะ
ชวี ิต

10.3 การประเมินหลังเรียน วธิ ีการวดั เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารวัดผล
สงิ่ ทีต่ อ้ งการวัด ทดสอบ แบบทดสอบหลังเรียน ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 50
ความรู้ เรอื่ งคลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ของคะแนน

10.4 การประเมินช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
สงิ่ ท่ีตอ้ งการวัด วิธีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์การวัดผล
1. ความรู้ ตรวจผลงาน - แบบประเมนิ ช้ินงาน/ - ระดบั คุณภาพ 3
- แผนผังมโนทศั น์ ภาระงาน (รวบยอด) ผา่ นเกณฑ์
เร่อื ง คลนื่

11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชื่อ ………………………………………… ผู้สอน
(นางสาววนัชพร ค้าจติ ร)

12. ข้อคิดเหน็ ของหวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงชือ่ ...............................................................
(นายนันท์ ก้อคา้ )

หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
13. ขอ้ คิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะผ้ชู ว่ ยผ้อู าํ นวยการกล่มุ งานบริหารวิชาการ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงชือ่ ...............................................................
(นายวิชา ภิมขุ )

ผชู้ ่วยผอู้ ้านวยการกลมุ่ งานบริหารวิชาการ
การอนุมตั กิ ารใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้จากฝ่ายบรหิ าร

ความคิดเห็นของรองผู้อา้ นวยการฝ่ายวชิ าการ

..............................................................................................................................................................
 เหน็ สมควรอนุมตั ิใหใ้ ชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน
 เหน็ สมควรไม่อนมุ ตั ใิ หใ้ ช้ในการจดั การเรียนการสอน เพราะ..........................................

.............................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)

รองผอู้ ้านวยการโรงเรียนฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ
การอนมุ ัตจิ ากผู้อาํ นวยการโรงเรยี น

 อนมุ ัติใหใ้ ชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน
 ไม่อนุมัตใิ ห้ใช้ในการจดั การเรยี นการสอน เพราะ..............................................................
.............................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .......................................................................................
(นางวลิ าวัลย์ ปาลี)

ผอู้ ้านวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา

บันทกึ ผลการใช้แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
รายวิชา วิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน รหสั วชิ า ว23101

เรอ่ื ง ประโยชนข์ องคล่นื แมแ่ มเ่ หล็กไฟฟ้า เวลา 2 ชว่ั โมง

……………………………………………………………….

1. จาํ นวนนักเรียนท่ีสอน จํานวนนักเรยี น (คน)
ระดับชนั้ 36
ม.3/1 36
ม.3/2 36
ม.3/3 36
ม.3/4 144
รวม

2. บันทกึ ผลการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
2.1 ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.2 ขอ้ สงั เกต/ข้อค้นพบ

...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.3 ปัญหา/อุปสรรค
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

3. การประเมินผลการสอน ระดับคุณภาพ
ดี พอใช้ ปรับปรุง
รายการประเมิน ดีมาก
1
1. ความเหมาะสมของระยะเวลา รวม
(คน)
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา

3. ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนการสอน

4. ความเหมาะสมของส่ือการสอนทใ่ี ช้

5. พฤติกรรม/การมสี ว่ นรว่ มของนกั เรยี น

6. ผลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม/ใบกจิ กรรม การทดสอบก่อนเรียนและ
หลังเรยี น

สรปุ ภาพรวม

3. สรปุ ผลการวัดผลประเมินผล

ระดบั คุณภาพ
432

การวัดผลประเมินผล จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ

1. ความรู้
1.1 ใบงานท่ี 3.2 เรอื่ ง คลน่ื

แม่เหลก็ ไฟฟา้
1.2 แผนผังมโนทัศน์ เรอื่ ง คลน่ื

ระดับ 3 ขึ้นไป คิดเป็นรอ้ ยละ
2. ทกั ษะ/กระบวนการ

2.1 กระบวนการทา้ งานกล่มุ
ระดับ 3 ขึ้นไป คิดเปน็ รอ้ ยละ
3. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ระดับ 3 ขน้ึ ไป คิดเป็นรอ้ ยละ
4. สมรรถนะสาํ คัญของผู้เรยี น
ระดับ 3 ขนึ้ ไป คดิ เปน็ ร้อยละ

ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน
(นางสาววนชั พร ค้าจติ ร )

ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของผู้นิเทศ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงชอื่ ................................................ผ้นู เิ ทศ
(นายนนั ท์ ก้อค้า)

หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความคิดเห็นของรองผู้อาํ นวยการโรงเรียนฝ่ายบริหารวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)

รองผอู้ ้านวยการฝ่ายบริหารวชิ าการ
ความคดิ เหน็ ของผ้อู ํานวยการโรงเรยี น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ........................................................
(นางวลิ าวลั ย์ ปาลี)

ผ้อู า้ นวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยา
ภาคผนวก

ใบงานท่ี 3.2
เรอ่ื ง คล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้

คําช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นเลอื กค้าตอบทถี่ กู ตอ้ งที่สุดเพยี งคา้ ตอบเดยี ว

1. คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ ทกุ ชนดิ จะเคล่อื นท่ใี นสุญญากาศ โดยมสี ่งิ เหมอื นกันคือข้อใด
ก. ความถี่ ข. อัตราเรว็ ค. แอมพลจิ ดู ง. ความยาวคล่นื
2. ทิศทางของสนามแม่เหล็กของคลนื่ แม่เหล็กไฟฟา้ เปน็ อย่างไร
ก. ขนานกบั สนามไฟฟ้า ข. ตง้ั ฉากกับสนามไฟฟา้
ค. ขนานกับทศิ ทางการเคลอ่ื นทข่ี องคลื่น ง. มที ิศต้งั ฉากท้ังสนามไฟฟา้ และทิศการแผ่ของคลน่ื
3. คล่ืนแม่เหล็กไฟฟา้ ทีน่ ิยมใชใ้ นรโี มตควบคมุ การทา้ งานของโทรทัศนค์ อื ขอ้ ใด
ก. รงั สีอนิ ฟราเรด ข. คลื่นไมโครเวฟ ค. คลน่ื วิทยุ ง. รงั สอี ัลตราไวโอเลต
4. คลืน่ แม่เหล็กไฟฟา้ ชนดิ ใดตอ่ ไปน้ีทม่ี ีความยาวคล่นื สั้นท่ีสดุ
ก. รงั สอี นิ ฟราเรด ข. คลนื่ ไมโครเวฟ ค. คลน่ื วิทยุ ง. รงั สอี ัลตราไวโอเลต
5. คล่นื วิทยแุ ตกตา่ งจากคลื่นแสงอย่างไร
ก. คล่ืนวทิ ยมุ ีความถต่ี ้า่ กว่าคล่ืนแสง ข. คล่นื วิทยคุ วามถส่ี ูงกวา่ คลนื่ แสง
ค. คลื่นวทิ ยเุ คลอ่ื นที่ได้เรว็ กว่าคล่นื แสง ง. คลืน่ วิทยเุ คล่ือนทีไ่ ด้ช้ากวา่ คลนื่ แสง
6. คล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าชนิดใดตอ่ ไปนีท้ ่เี รารบั ไดด้ ว้ ยการสัมผสั
ก. แสง ข. คลืน่ วทิ ยุ ค. รงั สีเอกซ์ ง. รงั สีอนิ ฟราเรด
7. คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ ชนิดใดต่อไปนี้ทีม่ พี ลังงานมากทสี่ ดุ
ก. แสง ข. คลนื่ วทิ ยุ ค. รงั สเี อกซ์ ง. รงั สอี ินฟราเรด
8. การเช่อื มโลหะดว้ ยไฟฟา้ สามารถท้าให้เกดิ คล่ืนแม่เหล็กไฟฟา้ ชนิดใด
ก. รังสอี ินฟราเรด ข. รังสีเอกซ์ ค. รงั สีแกมมา ง. รังสอี ลั ตราไวโอเลต
9. รงั สอี ินฟราเรดและคลน่ื ไมโครเวฟมสี ่งิ ทเี่ หมือนกัน
1. เปน็ คลืน่ ประเภทเดียวกนั

2. ตรวจจบั ด้วยฟิล์มถา่ ยรปู เหมอื นกัน
3. มปี ระโยชน์ในการสอ่ื สารเหมอื นกนั
ค้าตอบทถี่ กู ต้องคือขอ้ ใด
ก. ข้อ 1 เท่านัน้ ข. ขอ้ 1 และ 2 ค. ข้อ 1 และ 3 ง. ข้อ 1 2 และ 3
10. ขอ้ ใดเรยี งลา้ ดับจากความยาวคลืน่ น้อยไปหาความยาวคลื่นมากได้ถกู ต้อง
ก. รงั สอี ินฟราเรด แสง รงั สแี กมมา ข. รังสเี อกซ์ รงั สอี ินฟราเรด แสง
ค. คลื่นไมโครเวฟ แสง รงั สอี ินฟราเรด ง. รงั สีเอกซ์ คลืน่ อลั ตราไวโอเลต รังสอี นิ ฟราเรด

ใบกจิ กรรม Fun Science Activity

เร่อื ง กระดาษฟอยลก์ ับโทรศัพท์มือถอื

วสั ดุอปุ กรณ์

1. โทรศพั ทม์ อื ถอื 2 เคร่อื ง
2. กลอ่ งพลาสติก
3. กลอ่ งกระดาษ
4. กลอ่ งไม้
5. กระดาษฟอยล์

วิธที าํ

1. เตรยี มโทรศพั ท์มือถอื 2 เคร่ือง โดยเปดิ เครื่องใหพ้ ร้อมใชง้ าน น้าโทรศพั ทม์ ือถือเครือ่ งท่ี 1 เกบ็ ไว้กบั
ตัว และน้าเครือ่ งท่ี 2 ไปใส่กล่องพลาสติก
2. ใช้โทรศพั ท์มอื ถือเครื่องที่ 1 โทรหาเครอ่ื งที่ 2 สังเกตสัญญาณโทรศพั ทม์ อื ถอื เครื่องที่ 2
3. ท้าการทดลองซ้าข้อ 1.-2. แตน่ า้ โทรศพั ทม์ อื ถอื เครื่องที่ 2 วางไวใ้ นกล่องกระดาษ กล่องไม้ และห่อ
ด้วยกระดาษฟอยล์ แล้วสงั เกตสญั ญาณเสียงโทรศัพทม์ อื ถือเคร่อื งท่ี 2 ตามลา้ ดับ

หลกั การทางวทิ ยาศาสตร์

คลืน่ ไมโครเวฟ เป็นคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ ท่ีใช้กนั ท่วั ไปในจานรับสญั ญาณดาวเทยี ม ระบบเครอื ขา่ ย
ไร้สาย (Wi-Fi) และสญั ญาณโทรศพั ท์มอื ถอื ซง่ึ สมบตั หิ นึ่งของคล่นื ไมโครเวฟ คือ การสง่ ผา่ น
(transmission) เมอ่ื คลน่ื ไมโครเวฟว่ิงกระทบกับวสั ดทุ ไ่ี มใ่ ชโ่ ลหะ เช่น แก้ว พลาสติก กระดาษ เซรามกิ
ไม้ คลน่ื จะสามารถทะลผุ า่ นได้ ดงั นัน้ การใช้กระดาษฟอยลซ์ ง่ึ เป็นกระดาษท่ีทา้ มาจากอะลูมเิ นียมมา
หอ่ โทรศพั ทม์ ือถือ เม่ือมคี นโทรเขา้ เสียงโทรศัพท์จะไม่ดัง เน่อื งจากสัญญาณโทรศพั ท์มือถือไมส่ ามารถ
ทะลผุ ่านตัวน้าไฟฟา้ เข้ามาได้

แผนผงั มโนทัศน์
เรือ่ ง คลนื่

คาํ ชี้แจง : ให้นักเรยี นน้าความรูท้ ่ไี ดจ้ ากการเรียนของหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 คลนื่ มาเขยี นสรุปเป็น
แผนผัง มโนทัศน์ ลงในกระดาษ A4 พรอ้ มตกแตง่ ให้สวยงาม

แบบบนั ทึกการประเมินการทําแบบทดสอบหลงั เรยี น
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรือ่ ง คลนื่ ช้นั ม.3/1 – ม.3/4
คาํ ชแี้ จง
1. ใหบ้ นั ทึกคะแนนท่ไี ดจ้ ากการท้าแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรยี นของนักเรยี นแต่ละคนลงในช่องคะแนน

แบบทดสอบ

2. นา้ คะแนนหลังการเรียนลบคะแนนกอ่ นเรียน เป็นคะแนนพัฒนาการ

3. ประเมินคะแนนพัฒนาการในการเรยี นรโู้ ดยเปรยี บเทียบกับเกณฑ์คะแนนพัฒนาการแล้ว

ทําเคร่อื งหมาย  ลงในช่องความหมายของการพัฒนาการเรียนร้ใู หต้ รงกับความเป็นจรงิ

คะแนน พฒั นาการในการเรยี นรู้

เลขที่ ชื่อ – สกลุ แบบทดสอบ

หลงั เรยี น ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

ลงช่ือ...........................................ผปู้ ระเมนิ
(นางสาววนัชพร ค้าจิตร)
........./...................../...........

เกณฑก์ ารประเมินการทาํ แบบทดสอบหลังเรยี น

ประเดน็ การประเมิน 4 3 2 1
คะแนนทไ่ี ด้ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
9-10 คะแนน 7-8 คะแนน 5-6 คะแนน ต้า่ กว่า 5 คะแนน

แบบบันทึกการใหร้ ะดับคณุ ภาพใบงาน/แบบฝกึ หดั ของนักเรยี น

คา้ ชีแ้ จง: ให้ผสู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด  ลงในช่องที่ตรงกบั รชั ะ
ดบั คะแนน

ระดับคุณภาพ

เลขที่ ชื่อ - สกุล แผนผงั มโนทัศน์ สรปุ ผลการประเมนิ
เร่อื ง คลน่ื
ผ่าน ไมผ่ า่ น

รอ้ ยละ ลงช่ือ........................................ผู้ประเมิน
ระดบั คณุ ภาพ (นางสาววนัชพร ค้าจติ ร)

........./...................../...........
เกณฑ์การประเมินใบงาน/แบบฝกึ หัด

9-10 7-8 5-6 ตา้่ กวา่ 5
3 21 0

แบบประเมนิ สมรรถนะสาํ คัญของผู้เรียน

ช่อื ....................................................นามสกลุ ..................................................ชน้ั .................เลขท.่ี ..........

คาํ ชีแ้ จง : ให้ครผู ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างการจัดการเรยี นการสอน แล้วทาํ
เครอ่ื งหมาย  ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน

สมรรถนะสาํ คัญ รายการประเมิน (ตัวชว้ี ดั ) ระดบั คณุ ภาพ
ของผ้เู รียน
ดีเยยี่ ม ดี ผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ ่าน
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)

1. ความสามารถ 1.1 มีความสามารถในการรับ-สง่ สาร

ในการสอื่ สาร 1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้

ความคิด ความเขา้ ใจของตนเองโดยใช้ภาษา

ได้อย่างเหมาะสม

1.3 ใชว้ ิธีการส่ือสารทเี่ หมาะสมมีประสทิ ธิภาพ

1.4 เจรจาต่อรองเพอื่ ขจัดและลดปญั หา

ความขดั แย้งต่างๆ ได้

1.5 เลอื กรับและไม่รับขอ้ มูลขา่ วสารดว้ ยเหตผุ ล

และถูกตอ้ งสรปุ ผลการประเมนิ

สรปุ ผลการประเมิน

2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคิด/วเิ คราะห์
ในการคดิ 2.2 ทกั ษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสร้างสรรค์
2.3 สามารถคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ
2.4 มคี วามสามารถในการสรา้ งองค์ความรู้
2.5 ตดั สนิ ใจแก้ปัญหาเกีย่ วกับตนเองได้อยา่ ง
เหมาะสม

สรุปผลการประเมิน

สมรรถนะสาํ คญั รายการประเมนิ (ตัวช้ีวัด) ดเี ย่ยี ม ระดับคณุ ภาพ
ของผเู้ รยี น (3)
3.1 สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ดี ผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ ่าน
3. ความสามารถ ท่เี ผชิญได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแก้ปัญหา 3.2 เขา้ ใจความสัมพันธแ์ ละการเปลีย่ นแปลง
ในสงั คม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรู้ประยุกตค์ วามรู้มาใช้
การใช้ทกั ษะชีวิต ในการปอ้ งกนั และแก้ปญั หา
3.4 สามารถตัดสินใจได้อยา่ งเหมาะสมตามวยั

สรปุ ผลการประเมนิ
4.1 เรียนรู้ด้วยตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั วยั
4.2 สามารถทาํ งานกล่มุ รว่ มกบั ผู้อ่ืนได้
4.3 นาํ ความร้ทู ่ไี ดไ้ ปใชป้ ระโยชนใ์ น
ชีวติ ประจําวัน
4.4 จดั การปญั หาและความขดั แยง้ ได้อย่าง
เหมาะสม
4.5 หลักเลี่ยงพฤติกรรมไมพ่ ึงประสงค์ท่ี
ส่งผลกระทบตอ่ ตนเอง

5. ความสามารถใน สรุปผลการประเมิน
การใชเ้ ทคโนโลยี 5.1 เลอื กและใชท้ คโนโลยไี ดอ้ ยา่ งเหมาะสม
5.2 มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนําเทคโนโลยีไปใช้พฒั นาตนเอง
5.4 ใช้เทคโนโลยีในการแกป้ ัญหาได้อย่าง
สรา้ งสรรค์
5.5 มคี ุณธรรม จริยธรรม ในการใชเ้ ทคโนโลยี

สรุปผลการประเมนิ

เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพ

ระดบั คณุ ภาพ พฤติกรรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยีย่ ม พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ัตชิ ดั เจน สม่ําเสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัตชิ ดั เจนและบอ่ ยคร้ัง 0 คะแนน

ผา่ น พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ัติเปน็ บา้ งครั้ง

ไมผ่ า่ น ไม่เคยปฏบิ ตั พิ ฤตกิ รรม

เกณฑ์การสรุปผล คะแนน
ระดบั คณุ ภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเย่ยี ม 1-8 คะแนน

ดี 0 คะแนน
ผ่านเกณฑ์

ไม่ผา่ นเกณฑ์

แบบประเมิน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ

ชือ่ -สกุลนักเรียน.....................................................................ชัน้ ..............................เลขท…่ี ….
คําชแ้ี จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด  ลง
ในชอ่ งวา่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงคด์ า้ น 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ ินเพลงชาติ ร้องเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ 321
1. รกั ชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษัตริย์ 1.2 ปฏิบัติตนตามสทิ ธิและหนา้ ท่ีของนกั เรียน ให้ความร่วมมอื รว่ มใจ ใน
2. ซอื่ สัตย์ สุจริต การ

ท้างานกับสมาชกิ ในหอ้ งเรยี น
1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมท่ีสรา้ งความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ อ่

โรงเรยี นและชมุ ชน
1.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทีต่ นนบั ถอื ปฏบิ ัติตนตามหลกั ของศาสนา

และเปน็ ตัวอยา่ งท่ดี ีของศาสนกิ ชน
1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมีส่วนรว่ มในการจดั กิจกรรมท่ีเกีย่ วกับสถาบัน

พระมหากษัตริยต์ ามที่โรงเรียนและชุมชนจดั ขึน้ ชน่ื ชมในพระราช
กรณียกิจ

พระปรชี าสามารถของพระมหากษตั รยิ แ์ ละพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถี่ กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ

3. มีวินัย 2.2 ปฏบิ ัตใิ นสง่ิ ทีถ่ กู ต้อง ละอาย และเกรงกลัวทีจ่ ะท้าความผดิ ท้าตาม
รับผิดชอบ สัญญาท่ตี นให้ไวก้ ับพ่อแม่หรอื ผปู้ กครอง และครู

2.3 ปฏบิ ตั ิตนตอ่ ผูอ้ ื่นด้วยความซ่อื ตรง และเปน็ แบบอย่างทด่ี ีแก่เพื่อน
ดา้ น ความซ่อื สัตย์
3.1 ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คับของครอบครัวและ

โรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกิจกรรมตา่ งๆ ใน
ชวี ิตประจ้าวัน

มีความรับผดิ ชอบ

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 ตง้ั ใจเรียน
4.2 เอาใจใส่ในการเรียน และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรตู้ ่างๆ
4.4 ศกึ ษาค้นควา้ หาความรู้จากหนงั สอื เอกสาร ส่ิงพมิ พ์ สื่อเทคโนโลยี
ตา่ งๆ
แหลง่ การเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใช้สือ่ ได้
อย่าง
เหมาะสม
4.5 บันทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบบางส่งิ ทเี่ รยี นรู้ สรปุ เป็นองค์
ความรู้
4.6 แลกเปล่ยี นความรู้ ดว้ ยวิธีการตา่ งๆ และนา้ ไปใช้ในชวี ติ ประจ้าวัน
5. อยู่อย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สนิ และสิ่งของของโรงเรยี นอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอยา่ งประหยดั และรูค้ ุณค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมีการเก็บออมเงิน
6. มงุ่ มั่นในการ 6.1 มคี วามต้ังใจและพยายามในการท้างานทีไ่ ด้รับมอบหมาย
ทํางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพื่อใหง้ านส้าเร็จ
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มจี ิตส้านึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ัตติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครทู ้างาน
8.2 อาสาท้างาน ชว่ ยคดิ ช่วยทา้ และแบ่งปันส่งิ ของให้ผูอ้ น่ื
8.3 รู้จกั การดูแล รกั ษาทรพั ย์สมบัตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มของหอ้ งเรียน
โรงเรียน
ชุมชน
8.4 เข้ารว่ มกิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรียน

ลงชอ่ื ...........................................ผู้ประเมิน
(นางสาววนัชพร คา้ จิตร)

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ ........./...................../...........
พฤตกิ รรมท่ีปฏิบตั ิชัดเจนและสม่้าเสมอ ให้
3
คะแนน 2
พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ชิ ัดเจนและบ่อยคร้ัง

คะแนน

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4

รายวิชา วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหสั วิชา ว23101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จาํ นวน 1.5 หน่วยกติ

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 คล่ืนและแสง เวลา 24 ชั่วโมง

เรือ่ ง การสะทอ้ นแสง เวลา 2 ช่ัวโมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ดั
สาระท่ี 1
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจ้าวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ท่ี
เก่ียวขอ้ งกับเสียง แสงและคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมทง้ั น้าความรไู้ ปใช้ประโยชน์

ตัวชว้ี ัด ม.3/13 ออกแบบการทดลองและด้าเนินการทดลองดว้ ยวิธที ี่เหมาะสมในการอธิบายกฎ
การสะท้อนของแสง

ม.3/14 เขียนแผนภาพการเคลือ่ นทขี่ องแสง แสดงการเกดิ ภาพจากกระจกเงา
2. สาระสําคญั

การสะทอ้ นของแสง เกดิ จากแสงเดินทางไปตกกระทบกับผวิ ของวัตถุที่แสงไมส่ ามารถเดนิ
ทางผ่านได้ ทา้ ให้แสงทต่ี กกระทบผวิ ของวตั ถุนัน้ ๆ เกิดการสะทอ้ นกลบั หมดลกั ษณะการสะท้อนของ
แสงจะสะทอ้ นกลับมากหรอื นอ้ ย จะขึน้ อยู่กบั ลกั ษณะของผวิ ของวตั ถุที่แสงตกกระทบ

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1.อธบิ ายการเกิดการสะท้อนของแสง แนวรงั สตี กกระทบ และแนวรงั สีสะท้อนได้
2. อธบิ ายความสมั พันธ์ของมมุ ตกกระทบและมุมสะท้อนได้

3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมการสะท้อนของแสงไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเป็นลา้ ดบั ข้นั ตอน

3.3 ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
น้าความรเู้ กีย่ วกับการสะท้อนของแสงไปใช้ในชวี ติ ประจ้าวันได้

4. สาระการเรยี นรู้
•เมือ่ แสงตกกระทบวตั ถุจะเกดิ การสะท้อนซึ่งเปน็ ไปตามกฎการสะทอ้ นของแสง โดยรงั สีตก

กระทบเส้นแนวฉาก รงั สีสะทอ้ นอยใู่ นระนาบเดียวกัน
และมมุ ตกกระทบเทา่ กบั มมุ สะท้อน ภาพจากกระจกเงาเกดิ จากรงั สสี ะท้อนตดั กนั หรือตอ่ แนว รงั สี
สะทอ้ นใหต้ ัดกัน โดยถา้ รงั สีสะทอ้ นตัดกนั จรงิ จะเกิดภาพจริง แต่ถา้ ตอ่ แนวรงั สสี ะท้อนให้ไปตดั กัน จะ
เกิดภาพเสมือน

5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผู้เรยี น

รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซอื่ สัตยส์ ุจริต มวี นิ ัย
 ใฝ่เรยี นรู้  อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง  มุ่งมั่นในการท้างาน
รกั ความเปน็ ไทย

6. สมรรถนะสําคญั ของผู้เรียน
 ความสามารถในการคดิ  ความสามารถในการส่อื สาร

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ชว่ั โมงที่ 1

ขนั้ นาํ

ขัน้ ที่ 1 กระตุน้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนร้ใู ห้นักเรียนทราบ จากนั้นครูให้นักเรียนทา้ แบบทดสอบก่อนเรียน

เรือ่ ง คล่ืนและแสง เพอ่ื วัดความรูเ้ ดมิ ของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คลกอ่ นเขา้ สูก่ จิ กรรม
2. นกั เรยี นแต่ละคนพิจารณาภาพหนา้ หน่วย จากหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3

เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 3 คลนื่ และแสง จากน้ันครตู ง้ั ประเดน็ ค้าถามกระตุน้ ความคดิ
นักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกนั อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ อยา่ งอิสระโดยครเู ขยี นค้าตอบของ
นกั เรียนไว้ แลว้ ครูจะมาตรวจสอบค้าตอบหลังเรยี นเสร็จ ตวั อย่างค้าถามเช่น

 เพราะเหตใุ ดล้าแสงตา่ ง ๆ ท่ีสังเกตไดจ้ ึงมีลักษณะเป็นเส้นตรง
 แสงเคลือ่ นทีไ่ ด้หรือไม่ หากเคลือ่ นท่ไี ดแ้ ล้วแสงมคี วามเรว็ เท่าใด

 สมบัติของแสงท่ีนักเรยี นรจู้ ักมอี ะไรบา้ ง
3. ครถู ามค้าถามกระต้นุ ความสนใจของนักเรียนโดยใชค้ ้าถาม Big Question จากหนงั สอื เรยี น
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 คลืน่ และแสง และร่วมกันอภิปรายแสดง
ความคิดเหน็ อยา่ งอิสระโดยครูเขยี นคา้ ตอบของนักเรยี นไว้ แล้วครจู ะมาตรวจสอบ
คา้ ตอบหลังเรยี นเสร็จ
4. นกั เรยี นตรวจสอบความเขา้ ใจของตนเองก่อนเข้าส่กู ิจกรรมการเรยี นการสอน จากกรอบ
Check for Understanding ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่
3 คลน่ื และแสง โดยบันทกึ ลงในสมุดประจําตัวนักเรียน
5. นกั เรยี นท้ากจิ กรรม Engaging Activity จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 คลน่ื และแสง พจิ ารณาภาพ แล้วระบุว่า ภาพแตล่ ะภาพตรงกับ
สมบตั ิใดของแสง โดยบันทึกลงในสมดุ ประจ้าตวั นกั เรียน

ขัน้ ที่ 2 สํารวจค้นหา (Explore)
1. ครถู ามคา้ ถาม Key Question จากหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 คล่ืนและแสง วา่ “ผวิ ของวัตถมุ ผี ลต่อการสะท้อนแสงหรอื ไม่ อยา่ งไร” โดยให้
นักเรยี นร่วมกันอภิปรายแสดงความคดิ เห็นอยา่ งอิสระโดยไม่มกี ารเฉลยว่าถูกหรือผิด

(แนวตอบ : มีผลตอ่ การสะทอ้ น โดยการสะท้อนบนผิวเรยี บจะเกิดการสะท้อนอยา่ งเปน็
ระเบียบในทิศเดยี วกนั สว่ นการสะทอ้ นบนผวิ ขรุขระจะเกดิ การสะท้อนแบบกระจาย)

2. นักเรยี นจับคูก่ ับเพ่อื นในชั้นเรยี นตามความสมคั รใจ จากน้ันร่วมกนั ศึกษาค้นคว้าขอ้ มูล
เก่ียวกบั เร่อื ง การสะท้อนของแสง จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการ
เรียนรู้ที่ 3 คล่นื และแสง หรอื แหลง่ การเรยี นรตู้ ่าง ๆ เช่น อินเทอรเ์ น็ต

3. นักเรยี นแตล่ ะคูร่ ว่ มกันสรุปความรูท้ ่ีไดจ้ ากการศึกษาคน้ คว้าลงในสมดุ ประจา้ ตัวนักเรยี น

ชัว่ โมงท่ี 2

4. ครทู บทวนความรเู้ ดิมของนกั เรียน โดยครูต้ังประเด็นค้าถามกระตุ้นความคดิ นกั เรียน โดยให้
นกั เรียนแตล่ ะคนร่วมกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ เพอื่ หาค้าตอบ ดงั นี้

 เมือ่ รงั สีตกกระทบเคลอ่ื นทีก่ ระทบผวิ ของกระจกแล้วเกดิ การสะท้อนกลับสู่อากาศ
เรยี กรังสนี ้ันวา่ อย่างไร(แนวตอบ : รังสีสะท้อน)

 หลกั การสะทอ้ นของแสงคอื อะไร (แนวตอบ : เมอื่ รังสีตกกระทบ เสน้ แนวฉาก และรงั สี
สะท้อนอยู่ในระนาบเดียวกัน มุมตกกระทบเทา่ กบั มุมสะท้อนเสมอ)

5. นกั เรียนแบง่ กล่มุ กลุ่มละ 6 คน ตามความสมคั รใจ เพือ่ ศึกษากิจกรรมการสะทอ้ นของแสง
จากนั้นให้นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมารับวสั ดอุ ุปกรณ์ที่ใชใ้ นการปฏิบตั ิกิจกรรมการสะท้อน
ของแสง

6. สมาชกิ ภายในกลุ่มร่วมกนั ศึกษาจุดประสงค์ วัสดอุ ุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติกิจกรรม จากหนังสอื
เรยี นวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 คล่นื และแสง

7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมตามข้ันตอน ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยมี .3 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 คลนื่ และแสง จากนัน้ สมาชิกแต่ละกลุ่มน้าผลการทดลอง
ที่ได้มาอภิปรายร่วมกนั ภายในกลุ่ม เพอื่ หาขอ้ สรปุ ของผลการทดลอง
ขนั้ ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)

8. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ออกมาน้าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมการสะทอ้ นของแสงหน้าช้นั เรยี น
ในระหวา่ งท่นี กั เรียนนา้ เสนอ ครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม เพ่ือใหน้ กั เรยี นมีความเข้าใจถกู ตอ้ ง

9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันตอบค้าถามท้ายกิจกรรม โดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายแสดงความ
คิดเห็นเพ่ือหาคา้ ตอบ จากนั้นครูสมุ่ นักเรียนใหต้ อบคา้ ถามทา้ ยกิจกรรม

10. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลท้ายกิจกรรมการสะท้อนของแสง และเฉลยค้าถามท้าย
กจิ กรรม

11. ครูตั้งประเด็นค้าถามเพิ่มเติมจากกิจกรรมการสะท้อนของแสง โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกัน
อภปิ รายแสดงความคิดเห็นเพือ่ หาคา้ ตอบ ดงั นี้

 เมื่อแนวล้าแสงจากกล่องแสงตกกระทบกับผิวของกระจกเงาราบ นักเรียนสังเกตเห็น
อะไร
(แนวตอบ : มีแนวลาํ แสงพุ่งออกจากกระจก)

 ถ้าให้รงั สตี กกระทบตงั้ ฉากกบั บกระจกเงาราบ รงั สีสะท้อนจะเกดิ ในลักษณะใด
(แนวตอบ : รังสีสะท้อนจะทิศทางตรงกันข้ามกบั รังสตี กกระทบ)

 เมื่อเปล่ียนมุมระหว่างแนวล้าแสงจากกล่องแสงกับเส้นแนวฉาก มุมระหว่างแนวล้าแสงที่
พุ่งออกจากกระจกเงาราบกบั เสน้ แนวฉากมีคา่ เปลย่ี นแปลงในลกั ษณะใด
(แนวตอบ : เปลย่ี นแปลงตามมุมระหว่างแนวลาํ แสงจากกลอ่ งแสงกบั
เสน้ แนวฉาก โดยจะมีคา่ เท่ากันเสมอ)

ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
12. ครเู ปดิ โอกาสให้นกั เรยี นซกั ถามเนื้อหาเกยี่ วกบั เรื่อง การสะท้อนของแสง และให้ความรูเ้ พมิ่ เติม

จากค้าถามของนกั เรยี น โดยครใู ช้ PowerPoint เรอ่ื ง การสะท้อนของแสง ในการอธิบายเพิ่มเตมิ
13. ครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนท้าแบบฝกึ หัด เรอ่ื ง การสะท้อนของแสง จากแบบฝกึ หัด

วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 คล่นื และแสงเปน็ การบา้ นส่งช่วั โมง
ถัดไป

ขั้นสรุป

ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูตรวจสอบผลการทา้ แบบทดสอบก่อนเรยี นหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 คล่นื และแสงเพ่อื ตรวจสอบ

ความเขา้ ใจก่อนเรยี นของนกั เรียน
2. ครูประเมนิ ผล โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคา้ ถาม พฤติกรรมการทา้ งานรายบุคคล พฤติ

กรรมการท้างานกลุ่ม และจากการนา้ เสนอผลการปฏิบตั กิ ิจกรรมหนา้ ชั้นเรยี น
3. ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นกอ่ นเข้าส่กู จิ กรรมการเรียนการสอน จากกรอบ Check for

Understanding ในสมุดประจา้ ตวั นกั เรียน

4. ครูตรวจสอบผลการปฏิบตั กิ จิ กรรม การสะท้อนของแสง
5. ครูตรวจแบบฝกึ หัด เร่ือง การสะทอ้ นของแสง จากแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3
เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 คล่ืนและแสง
6. นกั เรียนและครรู ่วมกนั สรปุ เกีย่ วกบั เร่อื ง การสะทอ้ นของแสง

8. สอื่ การเรยี นร้แู ละแหล่งเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 คล่ืนและแสง
2) แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 คลน่ื และแสง
3) วสั ดุอุปกรณท์ ี่ใชใ้ นการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการสะทอ้ นของแสง
4) PowerPoint เรื่อง การสะทอ้ นของแสง
5) สมุดประจ้าตวั นกั เรยี น

8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งวิทยาศาสตร์
2) อินเทอรเ์ น็ต

9. ชนิ้ งาน/ภาระงาน วธิ กี ารวัดผล เครอ่ื งมือการวดั ผล การประเมินผล
- -ทดสอบ - แบบทดสอบก่อน -
เรียน หน่วยการเรียนรู้
10. การวัดผลและประเมนิ ผล ที่ 3 แสง
10.1 การประเมนิ ก่อนเรียน
สิ่งทีจ่ ะวัด
ความรู้

10.2 การประเมนิ ระหว่างการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ เครอ่ื งมอื การวดั ผล การประเมินผล
สิ่งท่จี ะวัด วิธกี ารวดั ผล -รอ้ ยละ 60 ผา่ น
1.ความรู้ - ตรวจสมุดประจ้าตวั - สมดุ ประจา้ ตัว หรอื เกณฑ์
1) การสะทอ้ นของ หรือแบบฝึกหดั แบบฝกึ หดั - ร้อยละ 60 ผ่าน
แสง วทิ ยาศาสตร์และ วิทยาศาสตร์ เกณฑ์
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 และเทคโนโลยี ม.3 - ร้อยละ 60 ผ่าน
เลม่ 1 เกณฑ์
2) ผลบันทึกการ - ตรวจสมุดประจา้ ตัว -สมดุ ประจ้าตัว หรอื
ปฏบิ ัติกิจกรรม หรือแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด
การสะท้อนของ วิทยาศาสตรแ์ ละ วทิ ยาศาสตร์
แสง เทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 และเทคโนโลยี ม.3

3) การน้าเสนอ - ประเมินการนา้ เสนอ เล่ม 1 - ระดับคณุ ภาพ 3
ผลงาน/การปฏิบัติ ผลงาน/การปฏบิ ัติ - แบบประเมินการ ผา่ นเกณฑ์
กจิ กรรม กิจกรรม น้าเสนอผลงาน/การ - ระดับคุณภาพ 3
4) พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤตกิ รรม ปฏิบัตกิ ิจกรรม ผ่านเกณฑ์
ท้างานกลุ่ม การทา้ งานกลมุ่ - แบบสงั เกต - คะแนนการประเมนิ
3. คุณลกั ษณะ - สังเกตพฤติกรรม พฤตกิ รรม เกณฑผ์ ่านระดบั 3
อนั พงึ ประสงค์ คุณลกั ษณะ การทา้ งานกลุ่ม ขึ้นไป
อนั พงึ ประสงค์ (ใหร้ ะบุ - แบบประเมิน
พฤตกิ รรม) คณุ ลักษณะ
อันพึงประสงค์

4. สมรรถนะสา้ คัญ 1. สังเกตพฤติกรรม 1. แบบประเมนิ - เกณฑ์การตดั สิน
ของผเู้ รยี น ด้านความสามารถ สมรรถนะสา้ คัญของ ผ่าน ในระดบั 3 ข้นึ ไป
ในการคดิ ผเู้ รียนด้าน
2. ความสามารถในการ ความสามารถในการ
ใชท้ กั ษะชวี ิต คดิ
2. แบบประเมิน
สมรรถนะสา้ คัญของ
ผเู้ รียนในการใช้ทักษะ
ชวี ิต

10.3 การประเมนิ หลงั เรยี น วธิ ีการวัด เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารวดั ผล
สง่ิ ทตี่ ้องการวัด ทดสอบ - -
ความรู้

10.4 การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เครอื่ งมอื
สงิ่ ทต่ี ้องการวดั วิธีการวดั เกณฑ์การวัดผล
2. ความรู้ ตรวจผลงาน - แบบประเมนิ ชน้ิ งาน/ - ระดบั คุณภาพ 3
- แผนผังมโนทัศน์ ภาระงาน (รวบยอด) ผ่านเกณฑ์
เร่ือง คล่ืน

11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชอื่ ………………………………………… ผูส้ อน
(นางสาววนชั พร คา้ จิตร)

12. ขอ้ คดิ เหน็ ของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงชื่อ...............................................................
(นายนันท์ กอ้ คา้ )

หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
13. ข้อคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะผู้ชว่ ยผอู้ าํ นวยการกลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงชือ่ ...............................................................
(นายวิชา ภิมขุ )

ผู้ชว่ ยผู้อ้านวยการกลุม่ งานบริหารวิชาการ
การอนมุ ัติการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรูจ้ ากฝา่ ยบรหิ าร

ความคิดเห็นของรองผอู้ า้ นวยการฝา่ ยวชิ าการ
..............................................................................................................................................................

 เห็นสมควรอนุมตั ใิ ห้ใช้ในการจดั การเรียนการสอน
 เห็นสมควรไมอ่ นมุ ตั ใิ หใ้ ชใ้ นการจัดการเรียนการสอน เพราะ..........................................

.............................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอดุ )

รองผอู้ า้ นวยการโรงเรียนฝา่ ยบริหารวชิ าการ
การอนมุ ตั จิ ากผู้อาํ นวยการโรงเรียน

 อนุมตั ิให้ใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน
 ไมอ่ นมุ ตั ใิ หใ้ ชใ้ นการจัดการเรียนการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................

ลงชอื่ .......................................................................................
(นางวลิ าวลั ย์ ปาลี)
ผูอ้ ้านวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยา
บนั ทกึ ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4
รายวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหสั วชิ า ว23101 ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3

เร่ือง การสะทอ้ นของแสง เวลา 2 ชัว่ โมง

……………………………………………………………….

1. จํานวนนกั เรียนท่สี อน จํานวนนักเรยี น (คน)
ระดบั ช้ัน 36
ม.3/1 36
ม.3/2 36
ม.3/3 36
ม.3/4 144
รวม

2. บนั ทึกผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
2.1 ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.2 ขอ้ สงั เกต/ข้อคน้ พบ
...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.3 ปญั หา/อุปสรรค

...................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.4 ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

3. การประเมนิ ผลการสอน ระดับคุณภาพ
ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
รายการประเมิน ดมี าก

1. ความเหมาะสมของระยะเวลา

2. ความเหมาะสมของเนื้อหา

3. ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรยี นการสอน

4. ความเหมาะสมของสอ่ื การสอนท่ใี ช้

5. พฤตกิ รรม/การมสี ่วนร่วมของนักเรียน

6. ผลการปฏิบัตกิ ิจกรรม/ใบกิจกรรม การทดสอบก่อนเรียนและ
หลังเรยี น

สรุปภาพรวม

3. สรุปผลการวัดผลประเมนิ ผล 4 ระดับคณุ ภาพ 1
การวดั ผลประเมินผล 32 รวม
(คน)
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ
จํานวน (คน)
ร้อยละ

1. ความรู้
แบบทดสอบกอ่ นเรียน เร่อื ง แสง

ระดบั 3 ขึน้ ไป คิดเปน็ รอ้ ยละ
2. ทกั ษะ/กระบวนการ

2.1 กระบวนการทา้ งานกลุม่
ระดับ 3 ขน้ึ ไป คดิ เปน็ รอ้ ยละ
3. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ระดับ 3 ขน้ึ ไป คิดเปน็ ร้อยละ
4. สมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรียน
ระดบั 3 ขึ้นไป คิดเปน็ ร้อยละ

ลงช่ือ............................................ครผู สู้ อน
(นางสาววนัชพร คา้ จิตร )

ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของผ้นู เิ ทศ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ลงชือ่ ................................................ผนู้ เิ ทศ
(นายนันท์ ก้อค้า)

หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความคิดเหน็ ของรองผู้อํานวยการโรงเรียนฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)

รองผู้อา้ นวยการฝ่ายบรหิ ารวชิ าการ
ความคิดเหน็ ของผู้อํานวยการโรงเรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ........................................................
(นางวิลาวัลย์ ปาลี)

ผอู้ า้ นวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จงั หวดั พะเยา

ภาคผนวก

แบบทดสอบก่อนเรียน

เรือ่ ง แสง

คําชีแ้ จง : ให้นักเรยี นเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. จากภาพ D และ E หมายถงึ อะไร B 5. จากภาพ แสงเคลือ่ นที่จากตัวกลาง A ไปสู่ตวั กลาง B ซง่ึ มี
ความหนาแนน่ ไม่เท่ากัน ขอ้ ใดถูกต้อง
A
C

A

D

1. D มุมสะท้อน และ E มุมตกกระทบ F B
2. D มมุ ตกกระทบ และ E มุมสะท้อน
3. D รงั สสี ะท้อน และ E รงั สีตก 1. ตัวกลาง A และ B มคี วามหนาแน่นเทา่ กัน
กระทบ 2. ตัวกลาง A มีความหนาแนน่ มากกว่าตัวกลาง B
4. D รังสตี กกระทบ และ E รงั สีสะท้อน 3. ตัวกลาง A มคี วามหนาแน่นน้อยกวา่ ตวั กลาง B
2. จากภาพ ข้อใดคือรงั สตี กกระทบ 4. ตวั กลาง A และ B มีความหนาแนน่ ไม่เทา่ กนั แตไ่ ม่
A P
สามารถบอกได้วา่ ตวั กลางใดมีความหนาแนน่ มากกวา่ กัน
a b c 6. คBนท่ใี ส่แวน่ สายตายาว จะเห็นภาพของวัตถุมีขนาดเลก็ กวา่
d
1. OP O วัตถุจรงิ ในกรณใี ด
2. AO 1. วัตถุอยู่หา่ งจากแวน่ สายตานอ้ ยกวา่ ความยาวโฟกัส
3. BO 2. วตั ถอุ ยู่หา่ งจากแว่นสายตามากกวา่ 2 เทา่ ของความยาวโฟกัส
4. AB 3. วัตถุอยหู่ ่างจากแวน่ สายตาในระยะมากกวา่ จดุ ศนู ยก์ ลาง
3. จากภาพในข้อ 2 ถา้ มุม b = 35 ้ํมุม C จะมีค่าเทา่ ใด
ความโคง้
4. วัตถุอยู่หา่ งจากแวน่ สายตานอ้ ยกว่า 2 เทา่ ของความยาว

โฟกสั แตม่ ากกวา่ ความยาวโฟกัส
7. เพราะเหตใุ ด บรเิ วณสแ่ี ยกในร้านขายของจึงติดกระจกโค้งนูนไว้

1. เพราะรับแสงไดใ้ นมมุ แคบ และเป็นภาพขยาย

1. 35 ํ้ 2. เพราะรับแสงได้ในมุมแคบ และไดภ้ าพเท่ากบั วตั ถุ
2. 45 ํ้ 3. เพราะรบั แสงได้ในมมุ กว้าง มองเห็นทั่วรา้ นได้ภาพเล็กกว่า
3. 55 ํ้
4. 65 ํ้ วัตถุ
4. เพราะรับแสงไดใ้ นมุมกวา้ ง มองเห็นเฉพาะหนา้ ร้าน ไดภ้ าพ
4. เมื่อวางวตั ถุหน้ากระจกเว้า โดยให้ระยะวัตถุนอ้ ยกวา่
ความยาวโฟกัสภาพทเ่ี หน็ ในกระจกเว้าจะมลี ักษณะ เท่ากับวตั ถุ
อยา่ งไร 8. ถา้ วางวัตถุไวร้ ะหวา่ งจุดศูนย์กลางความโคง้ ของเลนส์นูน
1. ภาพจริง หัวกลับ ขนาดเลก็ กวา่ วัตถุ กับจุดโฟกสั จะท้าให้เกิดภาพชนิดใด
2. ภาพจริง หวั กลบั ขนาดใหญ่กว่าวัตถุ 1. ภาพจริงหวั กลับ ขนาดเท่ากบั วัตถุ
3. ภาพเสมอื น หวั ตง้ั ขนาดเลก็ กว่าวตั ถุ 2. ภาพเสมอื นหัวตั้ง ขนาดเท่ากับวตั ถุ
4. ภาพเสมอื น หวั ตั้ง ขนาดใหญ่กว่าวัตถุ 3. ภาพจริงหัวกลับ ขนาดเล็กกว่าวัตถุ
9. แสงเคลอื่ นท่จี ากตัวกลางท่ี 1 ไปยงั ตวั กลางที่ 2 ทา้ ให้ 4. ภาพจรงิ หัวกลบั ขนาดใหญ่กว่าวตั ถุ
เกดิ การหกั เห ดังภาพ

ตั
วกลาง

ตั
วกลาง

จากภาพ ขอ้ ใดกล่าวถูกต้อง
1. ตวั กลางท่ี 1 มีความหนาแน่นมากกวา่ ตวั กลางที่ 2
2. ตัวกลางที่ 1 มคี วามหนาแนน่ นอ้ ยกว่าตัวกลางที่ 2
3. ตวั กลางท่ี 1 และตวั กลางท่ี 2 มคี วามหนาแน่น
เทา่ กนั
4. การหักเหของแสงไม่ขน้ึ อยู่กับความหนาแน่นของ

ตัวกลาง
10. ความสมั พนั ธ์ในข้อใดผิด

1. แวน่ ขยาย–เลนส์เวา้
2. กลอ้ งจลุ ทรรศน์–เลนส์นนู
3. กระจกสอ่ งฟันของทันตแพทย–์ กระจกเวา้
4. กลอ้ งโทรทรรศน์ชนิดหักเหแสง–เลนสน์ นู

เฉลย 1. 2 2. 2 3. 1 4. 4 5. 2 6. 3 7. 3 8. 4

แบบบันทกึ การประเมนิ การทาํ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
เรอ่ื ง คลน่ื และแสง ช้นั ม.3/1 – ม.3/4
คําชี้แจง
1. ให้บันทึกคะแนนที่ไดจ้ ากการทา้ แบบทดสอบก่อนเรียน – หลงั เรียนของนักเรียนแต่ละคนลงในชอ่ งคะแนน

แบบทดสอบ

2. น้าคะแนนหลังการเรยี นลบคะแนนก่อนเรียน เปน็ คะแนนพัฒนาการ

3. ประเมนิ คะแนนพัฒนาการในการเรยี นรโู้ ดยเปรยี บเทียบกับเกณฑค์ ะแนนพฒั นาการแล้ว

ทําเครอ่ื งหมาย  ลงในชอ่ งความหมายของการพัฒนาการเรียนรูใ้ หต้ รงกับความเปน็ จรงิ

คะแนน พัฒนาการในการเรียนรู้

เลขท่ี ชื่อ – สกลุ แบบทดสอบ

หลงั เรยี น ดี พอใช้ ปรับปรงุ

ประเมิน ลงชื่อ...........................................ผู้
(นางสาววนัชพร ค้าจติ ร)
........./...................../...........

เกณฑก์ ารประเมินการทําแบบทดสอบหลงั เรยี น

ประเดน็ การประเมิน 4 3 2 1
คะแนนทไ่ี ด้ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
9-10 คะแนน 7-8 คะแนน 5-6 คะแนน ต่า้ กว่า 5 คะแนน

แบบประเมินสมรรถนะสาํ คัญของผู้เรียน

ชอื่ ....................................................นามสกลุ ....................................................ช้ัน.................เลขท.ี่ ........

คําช้แี จง : ให้ครูผสู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งการจดั การเรยี นการสอน แลว้ ทาํ
เคร่ืองหมาย  ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั ระดับคะแนน

สมรรถนะสําคญั รายการประเมนิ (ตวั ช้วี ัด) ระดบั คณุ ภาพ
ของผเู้ รยี น
ดีเยี่ยม ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ า่ น
(3) (2) (1) เกณฑ์ (0)

1. ความสามารถ 1.1 มคี วามสามารถในการรบั -สง่ สาร

ในการสื่อสาร 1.2 มคี วามสามารถในการถา่ ยทอดความรู้

ความคดิ ความเข้าใจของตนเองโดยใช้ภาษา

ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

1.3 ใชว้ ธิ กี ารสอ่ื สารทเ่ี หมาะสมมีประสทิ ธิภาพ

1.4 เจรจาต่อรองเพือ่ ขจดั และลดปญั หา

ความขัดแย้งตา่ งๆ ได้

1.5 เลอื กรับและไมร่ บั ข้อมูลขา่ วสารด้วยเหตผุ ล

และถกู ตอ้ งสรปุ ผลการประเมนิ

สรปุ ผลการประเมนิ

2. ความสามารถ 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ /วิเคราะห์

ในการคดิ 2.2 ทักษะในการคดิ นอกกรอบอย่างสรา้ งสรรค์

2.3 สามารถคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ

2.4 มคี วามสามารถในการสรา้ งองคค์ วามรู้
2.5 ตดั สนิ ใจแก้ปัญหาเกย่ี วกับตนเองได้อย่าง
เหมาะสม

สรุปผลการประเมิน

สมรรถนะสาํ คญั รายการประเมิน (ตวั ช้ีวดั ) ดเี ย่ยี ม ระดบั คณุ ภาพ
ของผู้เรียน (3)
3.1 สามารถแก้ปัญหาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ดี ผ่านเกณฑ์ ไมผ่ ่าน
3. ความสามารถ ท่เี ผชิญได้ (2) (1) เกณฑ์ (0)
ในการแกป้ ัญหา 3.2 เข้าใจความสมั พันธ์และการเปล่ยี นแปลง
ในสงั คม
4. ความสามารถใน 3.3 แสวงหาความรู้ประยกุ ตค์ วามรู้มาใช้
การใชท้ กั ษะชีวิต ในการป้องกนั และแกป้ ัญหา
3.4 สามารถตดั สนิ ใจได้อยา่ งเหมาะสมตามวยั
5. ความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยี สรปุ ผลการประเมิน
4.1 เรียนรูด้ ว้ ยตนเองได้อย่างเหมาะสมกับวัย
4.2 สามารถทํางานกล่มุ ร่วมกับผอู้ ืน่ ได้
4.3 นาํ ความรู้ทีไ่ ด้ไปใชป้ ระโยชน์ใน
ชีวิตประจําวัน
4.4 จดั การปัญหาและความขดั แยง้ ไดอ้ ย่าง
เหมาะสม
4.5 หลักเลยี่ งพฤติกรรมไมพ่ งึ ประสงค์ที่
ส่งผลกระทบต่อตนเอง

สรปุ ผลการประเมิน
5.1 เลอื กและใช้ทคโนโลยีไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
5.2 มที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี

5.3 สามารถนาํ เทคโนโลยีไปใช้พัฒนาตนเอง
5.4 ใช้เทคโนโลยใี นการแก้ปญั หาได้อย่าง
สรา้ งสรรค์
5.5 มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในการใชเ้ ทคโนโลยี

สรปุ ผลการประเมิน

เกณฑ์การให้คะแนนระดบั คณุ ภาพ

ระดับคุณภาพ พฤติกรรม คะแนน
3 คะแนน
ดีเยย่ี ม พฤติกรรมทีป่ ฏิบัติชัดเจน สมาํ่ เสมอ 2 คะแนน
1 คะแนน
ดี พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ิชัดเจนและบอ่ ยครั้ง 0 คะแนน

ผ่าน พฤติกรรมที่ปฏบิ ัตเิ ป็นบา้ งครงั้

ไมผ่ า่ น ไมเ่ คยปฏิบัตพิ ฤติกรรม

เกณฑก์ ารสรุปผล คะแนน
ระดับคณุ ภาพ 13-15 คะแนน
9-12 คะแนน
ดีเยีย่ ม 1-8 คะแนน

ดี 0 คะแนน
ผา่ นเกณฑ์

ไมผ่ ่านเกณฑ์

แบบประเมิน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 8 ประการ

ชอื่ -สกุลนกั เรยี น.....................................................................ชัน้ ..............................เลขท…่ี ….
คําชแ้ี จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี  ลง
ในชอ่ งวา่ งทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงคด์ ้าน 1.1 ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และบอกความหมายของ 321
1. รักชาติ ศาสน์
เพลงชาติ
กษตั รยิ ์ 1.2 ปฏบิ ัติตนตามสทิ ธแิ ละหนา้ ที่ของนกั เรยี น ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ใน
2. ซ่ือสัตย์ สุจริต การ

ท้างานกับสมาชิกในหอ้ งเรยี น
1.3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทสี่ รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ตอ่

โรงเรียนและชุมชน
1.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา

และเป็นตวั อยา่ งทด่ี ีของศาสนิกชน
1.5 เข้ารว่ มกจิ กรรมและมีส่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมที่เกย่ี วกับสถาบัน

พระมหากษัตรยิ ต์ ามที่โรงเรียนและชุมชนจดั ขน้ึ ชน่ื ชมในพระราช
กรณียกิจ

พระปรีชาสามารถของพระมหากษตั ริย์และพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ ้อมูลทถ่ี ูกตอ้ ง และเปน็ จริง
2.2 ปฏิบัติในสงิ่ ท่ถี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลัวที่จะท้าความผิด ทา้ ตาม

สญั ญาท่ตี นใหไ้ ว้กับพ่อแม่หรอื ผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ิตนต่อผู้อ่ืนดว้ ยความซอื่ ตรง และเป็นแบบอย่างทด่ี แี กเ่ พอื่ น
ดา้ น ความซ่อื สตั ย์

3. มวี นิ ยั 3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคบั ของครอบครัวและ
รับผิดชอบ โรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ใน

ชีวติ ประจ้าวนั
มีความรบั ผิดชอบ

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 ต้งั ใจเรียน
4.2 เอาใจใส่ในการเรียน และมีความเพียรพยายามในการเรียน
4.3 เข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นร้ตู ่างๆ
4.4 ศึกษาค้นควา้ หาความรู้จากหนงั สือ เอกสาร ส่งิ พิมพ์ สื่อเทคโนโลยี
ต่างๆ
แหล่งการเรยี นรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน และเลือกใชส้ ่ือได้
อย่าง
เหมาะสม
4.5 บันทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางส่งิ ทีเ่ รยี นรู้ สรปุ เปน็ องค์
ความรู้
4.6 แลกเปลยี่ นความรู้ ดว้ ยวิธกี ารต่างๆ และน้าไปใช้ในชวี ิตประจา้ วัน
5. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สนิ และสิ่งของของโรงเรยี นอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ณุ ค่า
5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงิน
6. มงุ่ ม่ันในการ 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทา้ งานที่ได้รับมอบหมาย
ทํางาน 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แท้ตอ่ อปุ สรรคเพือ่ ให้งานสา้ เรจ็
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มจี ิตส้านึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูท้างาน
8.2 อาสาท้างาน ชว่ ยคิด ชว่ ยทา้ และแบ่งปนั สง่ิ ของใหผ้ ูอ้ นื่
8.3 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบตั ิและส่งิ แวดลอ้ มของหอ้ งเรียน
โรงเรยี น
ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน

ลงช่ือ...........................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาววนชั พร คา้ จิตร)

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ ........./...................../...........
พฤติกรรมท่ีปฏิบัตชิ ดั เจนและสม้่าเสมอ ให้
3
คะแนน 2
พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและบ่อยครง้ั

คะแนน

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 5

รายวชิ า วิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหสั วชิ า ว23101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ช่วั โมง จาํ นวน 1.5 หน่วยกติ

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 คลื่นและแสง เวลา 24 ช่ัวโมง

เรือ่ ง การเกดิ ภาพบนกระจกเงา เวลา 2 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด
สาระที่ 1
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจ้าวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ท่ี
เกี่ยวข้องกบั เสยี ง แสงและคลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมทง้ั น้าความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตัวช้วี ัด ม.3/13 ออกแบบการทดลองและด้าเนนิ การทดลองดว้ ยวิธที เี่ หมาะสมในการอธบิ ายกฎ
การสะทอ้ นของแสง

ม.3/14 เขยี นแผนภาพการเคลอื่ นทข่ี องแสง แสดงการเกดิ ภาพจากกระจกเงา
2. สาระสาํ คญั

การสะท้อนของแสงบนกระจกเงาราบ ท้าให้เกิดภาพเสมือนหัวต้ังทมี่ ีขนาดเท่ากบั วัตถุ แตภ่ าพ
ท่เี หน็ จะกลับด้านจากซ้ายเป็นขวา และขวาเปน็ ซา้ ย สว่ นการสะทอ้ นของแสงบนกระจกเงานนู ท้าให้เกิด
ภาพเสมอื นหัวตัง้ ทมี่ ีขนาดเล็กกว่าวัตถุ สว่ นการสะทอ้ นของแสงบนกระจกเงาเวา้ สามารถเกิดภาพได้
หลายแบบขึน้ อยู่กบั ระยะระหวา่ งวัตถุกบั กระจก

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1.อธิบายการเกิดภาพจากกระจกเงาราบและกระจกเงาโค้งได้

2. อธิบายลักษณะของภาพทีเ่ กดิ จากการสะทอ้ นแสงขอวตั ถทุ ี่มผี ิวราบได้
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)

เขยี นเส้นรังสกี ารสะท้อนของแสงเพื่อหาต้าแหน่งและลกั ษณะของภาพท่ีเกดิ จากกระจกเงาเวา้
และกระจกเงานูนได้

3.3 ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)

ความสนใจใฝ่ร้หู รืออยากรอู้ ยากเห็น และท้างานร่วมกบั ผอู้ น่ื อย่างสร้างสรรค์
4. สาระการเรียนรู้

เมือ่ แสงตกกระทบวตั ถจุ ะเกดิ การสะทอ้ นซงึ่ เปน็ ไปตามกฎการสะท้อนของแสง โดยรังสตี ก
กระทบเส้นแนวฉาก รงั สสี ะท้อนอยู่ในระนาบเดียวกนั
และมุมตกกระทบเทา่ กับมมุ สะทอ้ น ภาพจากกระจกเงาเกดิ จากรังสสี ะท้อนตัดกนั หรอื ต่อแนว รังสี
สะท้อนให้ตดั กัน โดยถ้ารงั สสี ะทอ้ นตัดกันจรงิ จะเกดิ ภาพจรงิ แต่ถา้ ตอ่ แนวรังสสี ะท้อนให้ไปตัดกนั จะ
เกิดภาพเสมอื น

5. คุณลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผ้เู รียน

รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสตั ย์สจุ ริต มีวินยั
 ใฝเ่ รียนรู้  อยู่อยา่ งพอเพียง  มงุ่ มน่ั ในการท้างาน

รักความเปน็ ไทย

6. สมรรถนะสาํ คัญของผูเ้ รียน
 ความสามารถในการคิด  ความสามารถในการสอ่ื สาร

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ช่วั โมงที่ 1

ขน้ั นาํ

ขนั้ ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูสนทนาซักถามประสบการณ์เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับเรื่อง การสะท้อนของแสงบนกระจก

เงาราบและกระจกเงาโค้งว่า “นักเรียนเคยสังเกตกระจกท่ีติดตั้งบริเวณทางเล้ียวหรือทางสามแยกและ
กระจกในมุมร้านสะดวกซื้อหรือไม่ แล้วกระจกมีลักษณะอย่างไร และภาพที่เกิดในกระจกของอุปกรณ์
น้นั มลี ักษณะอยา่ งไร” (แนวตอบ : คําตอบขึน้ อยูก่ ับดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)

2. ครูเตรียมอุปกรณ์สาธิตการทดลอง เช่น กระจกเงาราบ จากนั้นครูขออาสมัครนักเรียน 1-2
คน
ออกมาสาธิตการทดลองให้เพื่อน ๆ ในช้ันเรียนดู โดยให้ส่องกระจกเงาราบ ครูให้นักเรียนแต่ละคน
สังเกตแล้วร่วมกนั อภิปรายแสดงความคดิ เห็น
3. ครตู ้ังประเดน็ คา้ ถามกระต้นุ ความสนใจนกั เรยี นว่า “เมื่อเราส่องกระจกเงาราบ ภาพที่ปรากฏใน

กระจกจะมีขนาดเล็กกว่าตัวเราหรือไม่ และภาพที่เกิดขึ้นจะเป็นภาพแบบใด” โดยให้นักเรียนแต่
ละคนรว่ มกนั อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ อยา่ งอิสระโดยไม่มกี ารเฉลยวา่ ถกู หรือผดิ

(แนวตอบ : ไม่เล็กกว่า แต่มีขนาดเท่ากับตัวเรา โดยเป็นภาพเสมือนหัวตั้ง สามารถ
มองเหน็ ภาพเหมือนกบั ตวั เราทปี่ รากฏอยดู่ า้ นหลงั ของกระจก)
ขน้ั ที่ 2 สํารวจค้นหา (Explore)

1. นักเรยี นแต่ละคนศึกษาค้นควา้ ขอ้ มลู เก่ยี วกบั เร่อื ง กระจกเงาราบ จากหนงั สือเรยี น
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 คล่ืนและแสง หรอื แหล่งการเรียนรูต้ ่าง
ๆ เชน่ อนิ เทอรเ์ นต็ จากนน้ั เขียนสรุปความรู้ท่ีได้จากการศึกษาคน้ คว้าลงในสมดุ ประจาํ ตวั นกั เรียน

2. ครใู หน้ กั เรียนตอบคา้ ถามท้าทายการคดิ ข้นั สงู (H.O.T.S.) จากหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 คลื่นและแสง โดยเขยี นค้าตอบของตนเองลงในสมดุ
ประจ้าตวั นักเรยี น

3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน ตามความสมัครใจ เพ่ือศึกษากิจกรรมภาพจากการสะท้อน
แสงของวัตถุท่ีมีผิวราบ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมารับวัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้ในการ
ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมภาพจากการสะท้อนแสงของวัตถุที่มผี วิ ราบ

4. สมาชิกภายในกลุ่มร่วมกันศึกษาจุดประสงค์ วัสดุอุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติกิจกรรม จาก
หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 คลน่ื และแสง

5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอน ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 คล่ืนและแสง จากนั้นสมาชิกแต่ละกลุ่มน้าผลการทดลองที่
ไดม้ าอภิปรายรว่ มกนั ภายในกล่มุ เพื่อหาขอ้ สรปุ ของผลการทดลอง

ชว่ั โมงท่ี 2

ขัน้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
6. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมานา้ เสนอผลการปฏิบัตกิ จิ กรรมภาพจากการสะทอ้ นแสงของวตั ถุที่มี

ผิวราบหน้าชั้นเรียน ในระหว่างท่ีนักเรียนน้าเสนอ ครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม เพ่ือให้นักเรียนมี
ความเขา้ ใจถกู ต้อง

7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันตอบค้าถามท้ายกิจกรรม โดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายแสดงความ
คดิ เห็นเพื่อหาคา้ ตอบ จากนนั้ ครสู ุ่มนักเรยี นให้ตอบค้าถามทา้ ยกิจกรรม

8. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลท้ายกิจกรรมภาพจากการสะท้อนแสงของวัตถุที่มีผิวราบ และ
เฉลยคา้ ถามท้ายกิจกรรม

9. ครูอธบิ ายเพิม่ เตมิ ให้นักเรียนเข้าใจวา่ “เมอื่ นาํ วัตถุทมี่ รี ูปทรงต่าง ๆ ไปวางอยูห่ น้ากระจกเงาราบ
ขนาดของภาพท่ีไดจ้ ากการวางวตั ถุไวห้ นา้ ผวิ สะทอ้ นราบใด ๆ จะเท่ากบั ขนาดของวตั ถุเสมอ”

10. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพ่ิมเติม
เกี่ยวกับเร่ือง กระจกเงาโค้ง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้
ท่ี 3 คลื่นและแสง หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต โดยให้สมาชิกภายในกลุ่มแบ่งหน้าท่ี
กันศกึ ษาคนละ 1 เรือ่ ง ซง่ึ หัวข้อมีดังนี้

 คนที่ 1 ศกึ ษาสว่ นประกอบในการเกิดภาพของกระจกเงาโค้ง
 คนท่ี 2 ศึกษาการเขยี นภาพจากกระจกเงาโค้ง
 คนที่ 3 ศึกษาลกั ษณะการเกดิ ภาพจากกระจกเงาโค้ง
11. สมาชิกภายในกลุ่มน้าเร่ืองที่ตนเองศึกษาค้นคว้ามาอธิบายให้เพ่ือนในกลุ่มฟัง จากนั้นร่วมกัน
สรปุ ความรู้ทีไ่ ด้ลงในสมุดประจ้าตวั นักเรยี น
12. ครใู หน้ กั เรียนแต่ละคนอธิบายการเกดิ ภาพจากการสะท้อนของแสงบนกระจกเงาราบ และเขียน
เส้นรังสกี ารสะทอ้ นของแสงเพือ่ หาต้าแหนง่ และลักษณะของภาพ เม่อื วางวัตถุไวห้ นา้ กระจกเงาเว้า
และกระจกเงานนู ในต้าแหนง่ ตา่ ง ๆ เชน่ ระหวา่ งกระจกและจดุ โฟกสั ระหวา่ งจุดโฟกสั และรัศมี
ความโคง้ และไกลกว่ารัศมคี วามโคง้ ลงในสมดุ ประจา้ ตัวนักเรียน
13. ครูส่มุ นกั เรยี น 3-4 คน ออกมาเขยี นภาพแสดงการเกดิ ภาพ เน่อื งจากการสะทอ้ นแสงบนกระจก
เงาราบหน้าช้ันเรียน โดยให้เพื่อนในช้ันเรียนร่วมกันพิจารณาว่าค้าตอบถูกต้องหรือไม่ จากนั้นครูเฉลย
คา้ ตอบที่ถกู ต้องใหน้ กั เรยี น
14. นกั เรียนและครูรว่ มกนั อธิบายวา่ “ลักษณะการสะทอ้ นของแสงและภาพท่ีได้จากกระจกเงาโค้ง
ท้ัง 2 ชนิด ได้แก่ กระจกเงาเว้าและกระจกเงานูน ในตําแหน่งการวางวัตถุท่ีแตกต่างกัน” จากน้ันครู
ระบุลกั ษณะและองคป์ ระกอบของกระจกเงาโค้งกบั ต้าแหนง่ ของวตั ถุ
ขัน้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
15. ครเู ปิดโอกาสให้นักเรยี นซกั ถามเน้อื หาเกี่ยวกับเรอื่ ง การเกดิ ภาพจากกระจกเงา และใหค้ วามรู้
เพมิ่ เตมิ จากคา้ ถามของนกั เรียน โดยครใู ช้ PowerPoint เร่ือง การสะท้อนของแสง ในการอธบิ าย
เพิ่มเตมิ
16. นักเรยี นจับคู่กับเพอื่ นในชนั้ เรียน ตามความสมัครใจ จากน้ันร่วมกันศึกษากรอบ Application
Activity ในหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 คลน่ื และแสง
17. นักเรยี นแตล่ ะคนท้าใบงานท่ี 3.3 เรอ่ื ง การสะทอ้ นของแสง จากนน้ั ครูสุ่มนักเรยี น 3-4 คน
ออกมานา้ เสนอคา้ ตอบของตนเองหนา้ ชน้ั เรียน โดยให้เพอ่ื นในชั้นเรียนรว่ มกนั พิจารณาว่าค้าตอบ
ถูกต้องหรือไม่ จากนั้นครเู ฉลยคา้ ตอบทถ่ี กู ตอ้ งใหน้ กั เรยี น
18. นกั เรยี นทา้ Topic Questions เรื่อง การสะท้อนของแสง จากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 คลน่ื และแสง ลงในสมดุ ประจา้ ตวั นักเรยี น
19. ครูมอบหมายใหน้ กั เรียนแต่ละคนทา้ แบบฝึกหัด เรอ่ื ง การสะท้อนของแสง จากแบบฝกึ หัด
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 คลื่นและแสง
เปน็ การบ้านสง่ ช่วั โมงถดั ไป

ข้ันสรปุ

ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมนิ ผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคา้ ถาม พฤติกรรมการทา้ งานรายบคุ คล พฤติ

กรรมการทา้ งานกลุม่ และจากการน้าเสนอผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมหนา้ ชนั้ เรยี น
2. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกจิ กรรม ภาพจากการสะท้อนแสงของวัตถุที่มผี วิ ราบ
3. ครตู รวจสอบผลการทา้ ใบงานท่ี 3.3 เร่อื ง การสะทอ้ นของแสง
4. ครูตรวจ Topic Questions เรือ่ ง การสะทอ้ นของแสง ในสมดุ ประจา้ ตัวนกั เรยี น


Click to View FlipBook Version