ใบความรู้ หน่วยท่ี 16 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบประจุไฟฟ้า 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
ระบบประจุไฟฟ้า (Charging System)
ระบบประจุไฟฟ้า เป็นระบบท่ีมีความจาเป็นตอ่ การทางานของเคร่ืองยนต์ เน่ืองจากเคร่ืองยนตใ์ นปัจจุบนั มี
การออกแบบใหส้ ามารถใชง้ านไดใ้ นทุกสภาพ ระบบประจุไฟฟ้าจึงตอ้ งเขา้ มาเสริมเพื่อใหก้ ารใชเ้ ครื่องยนตเ์ ป็นไป
ดว้ ยความสะดวกรวดเร็ว ระบบประจุไฟฟ้าจึงเป็นระบบที่แปลงพลงั งานกล เป็นพลงั งานไฟฟ้า เพ่ือจา่ ยเขา้ ไป
ทดแทนกระแสไฟฟ้าที่แบตเตอร่ีจ่ายออกไป ใหก้ บั ระบบต่างๆ เช่นระบบสตาร์ต ระบบจุดระเบิด และระบบ
แสงสวา่ ง ฯลฯ
แอมมิเตอร์ อลั เตอรเ์ น
แบตเตอรี่ เตอร์
รูปที่ 1 – 13 เคร่ืองประจุ กระแสไฟฟ้าสลบั (Alternator)
อลั เตอรเ์ นเตอร(์ Alternator)
ที่คนท่วั ๆไปเรยี กวา่ ไดชารด์ มี
หนา้ ทใ่ี หพ้ ลงั งานไฟฟา้ ชนดิ กระแส
สลบั (AC) โดยมแี รงดนั ไฟฟา้ ขนึ้ อยู่
กบั ความเรว็ ของอลั เตอรเ์ นเตอร์ เช่น
20, 50, 100 v…..
อลั เตอรเ์ นเตอร์
(Alternator)
รูปที่ 2 – 13 อลั เตอรเ์ นเตอรต์ ิดตงั้ อยบู่ รเิ วณหนา้ เครอ่ื งยนต์
ท่ีมา 1 ,2 : Automotive Service Technology : 358
ใบความรู้ หน่วยท่ี 16 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบประจุไฟฟ้า 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
เครื่องประจุไฟฟ้ากระแสสลบั หรืออลั เตอร์เนเตอร์ (Alternator) ช่ือท่ีนิยมเรียก “ไดชาร์ต” เป็ นเครื่องประจุท่ีมีใช้
โดยทว่ั ไป ไดร้ ับกาลงั งานขบั จากเคร่ืองยนต์โดยต่อผ่านสายพาน ติดต้งั อยู่บริเวณหน้าเครื่องยนต์ ดงั น้นั เม่ือ
เคร่ืองยนตท์ างาน อลั เตอร์เนเตอร์ หรือไดชาร์ต จะหมุนตามไปดว้ ย
องค์ประกอบของระบบประจุไฟฟ้า ประกอบด้วย
1 อลั เตอร์เนเตอร์ (Alternator)
2 ชุดควบคุม (Regulator)
3 แบตเตอร่ี รเี ลยต์ ดั ตอ่
กระแสไฟฟา้
คอยลค์ วบคมุ กระแสไฟฟา้
คอยลค์ วบคมุ แรงดนั
อลั เตอรเ์ นเตอร์ แบตเตอร่ี
รูปท่ี 3 – 13 ระบบประจไุ ฟฟา้ และ ชดุ ควบคมุ (Regulator)
ท่มี า : Automotive Service Technology : 364
โดยปกติ อลั เตอรเ์ นเตอรจ์ ะผลติ แรงดนั ไฟฟา้ และกระแสไฟฟา้ สงู ตามความเรว็ ของ
เครอ่ื งยนต์ ชดุ ควบคมุ (Regulator) จะทาหนา้ ทไ่ี มใ่ หแ้ รงดนั และกระแสไฟฟา้ สงู เกิน
ความจาเป็น โดยปกติแรงดันไฟฟ้าทคี่ วบคุมประมาณ 13 – 15 v. เพอื่ ส่ง
เข้าประจุในแบตเตอร่ี
ใบความรู้ หน่วยที่ 16 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบประจุไฟฟ้า 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
รูปท่ี 4 – 13 แสดงส่วนประกอบหลกั ของอลั เตอร์เนเตอร์
ที่มา : Automotive Encyclopedia : 364
ส่วนประกอบหลกั ของอลั เตอร์เนเตอร์
1 โรเตอร์ ประกอบดว้ ยกา้ มปู (ข้วั แม่เหล็ก) ขดลวดสนามแมเ่ หล็ก สปริง และเพลาของโรเตอร์
2 สเตเตอร์ ประกอบดว้ ยขดลวด สเตเตอร์ที่พนั อยแู่ ละยดึ ติดแน่นกบั โครงของอลั เตอร์เนเตอร์
3 ไดโอด ประกอบดว้ ยไดโอด บวก (+) 3 ตวั ไดโอดลบ (-) 3 ตวั มีหนา้ ที่เรียงกระแสจากกระแสสลบั (AC)
เป็นกระแสตรง (DC)
4 แปรงถ่านบวก (+) และแปรงถ่านลบ (-) ขดลวดสเตเตอร์
เพลาขบั
ลกู ปื
น ขดลวดโรเตอร์
ไดโอด (Diode) แปลงกระแส AC
สลปิ รงิ Fig9viN เป็นกระแส DC จา่ ยใหแ้ บตเตอรี่
รูปที่ 5 – 13 แสดงส่วนประกอบหลกั ของอลั เตอร์เนเตอร์
ที่มา : Automotive Service Technology : 372
ใบความรู้ หน่วยท่ี 16 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ างานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง ระบบประจุไฟฟ้า 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
ไดโอด (Diode) ที่ใชก้ บั อลั เตอร์แนเตอร์ มีอยู่ 2 แผงๆละ 3 ตวั โดยมีแผงบวก (+) และแผงลบ ( - ) ติดต้งั อยดู่ า้ น
ทา้ ยของอลั เตอร์เนเตอร์ ต่อวงจรติดอยกู่ บั ขดลวดสเตเตอร์ท้งั 3 ขด มีหนา้ ที่แปลงกระแสไฟฟ้าสลบั (AC ) เป็น
ไฟฟ้ากระแสตรง (DC)
แผงไดโอด
สญั ลกั ษณข์ องไดโอด
รูปที่ 6 – 13 แผงไดโอดบวก (+) 3 ตวั และแผงไดโอดลบ (-) 3 ตวั
เร็คกูเลเตอร์ (Regulator)
เร็คกูเรเตอร์ ทาหนา้ ที่เป็นอุปกรณ์ควบคุมจานวนกระแสไฟฟ้าท่ีไปยงั ขดลวดโรเตอร์ เพื่อจะควบคุมแรง
เคลื่อนที่อลั เตอร์เนเตอร์ผลิตได้ โครงสร้างภายในประกอบดว้ ยคอนแท็ค ขดลวดแม่เหลก็ และความตา้ นทาน
รูปท่ี 7 – 13 เรค็ กเู ลเตอร์ (Regulator) และอลั เตอรเ์ นเตอร์
ใบความรู้ หน่วยท่ี 16 เวลา 7 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ างานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง ระบบประจุไฟฟ้า 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
สวติ ช์ จุดระเบิดอยตู่ าแหน่ง ON เคร่ืองยนตไ์ มท่ างาน
รูปที่ 8 – 13 แสดงวงจรประจุไฟฟ้าขณะท่ีสวติ ชจ์ ุดระเบิดอยใู่ นตาแหน่ง ON
เม่ือเปิ ดสวติ ช์จุดระเบิดตาแหน่งON กระแสไฟฟ้าจะไหลจากแบตเตอร่ีไปยงั โรเตอร์ ทาใหโ้ รเตอร์เกิด
สนามแม่เหลก็ ขณะเดียวกนั กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอร่ี จะไหลไปที่หลอดเตือนไฟชาร์จ จะมองเห็นหลอดเตือนไฟ
ชาร์จสวา่ งข้ึน
(สีแดง)
เครื่องยนตท์ างานที่ความเร็วสูง (มากกวา่ 3000 RPM)
รูปที่ 9 – 13 แสดงวงจรประจุไฟฟ้าขณะท่ีเคร่ืองยนตท์ างานท่ีความเร็วสูง (มากกวา่ 3000 RPM)
ใบความรู้ หน่วยท่ี 16 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบประจุไฟฟ้า 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 – 2001
เม่ือเคร่ืองยนต์มีความเร็วเพิ่มข้ึน ทาให้แรงเคลื่อนไฟฟ้าที่อลั เตอร์เนเตอร์ผลิตไดจ้ ะสูงข้ึน (B) ทาให้
แรงดึงของขดลวดแม่เหลก็ (ชุดโวลตเ์ ตจเร็คกูเรเตอร์) จะสูงข้ึน เนื่องจากแรงดึงที่มากข้ึนทาใหค้ อนแท็ค P Lo ถูก
ดูด มาต่อกับ PL2 กระแสไฟฟ้าท่ีไหลไปยงั ขดลวดฟิ ลด์ (F) ของชุดโรเตอร์ไม่สามารถไหลผ่านได้สะดวก
เน่ืองจากระแสไฟฟ้าท่ีไหลมาจากแบตเตอร่ีตอ้ งผา่ นความตา้ นทาน ทาใหค้ วามเขม้ ของสนามแม่เหล็กต่าลง ในกรณี
ดงั กล่าวน้ีทาใหอ้ ลั เตอร์เนเตอร์ผลิตกระแสไฟฟ้าท่ีมีแรงเคล่ือนต่าลงดว้ ย
ไอซี เร็คกเู ลเตอร์ (IC Regulator)
ในปัจจุบนั เมื่อความก้าวหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์มีเพ่ิมมากยิ่งข้ึน ได้มีการนาไอซี เร็คกูเลเตอร์ มา
ประยุกตใ์ ช้ และให้ประสิทธิภาพที่เหนือกวา่ แบบเดิม เน่ืองจากไอซี เร็คกูเลเตอร์ ใหค้ วามสะดวกต่อการนาไปใช้
สะดวกในการติดต้งั การบารุงรักษาก็ง่าย อายกุ ารใชง้ านก็ยาวนาน การนาไอซี เร็คกเู ลเตอร์ ประกอบดว้ ยอุปกรณ์
หลกั ท่ีมีโครงสร้างไม่แตกต่างไปจากเดิม เพียงแตร่ ะบบควบคุมไดเ้ ปลี่ยนเป็นการนาเอาทรานซิสเตอร์ และอุปกรณ์
ประกอบต่างๆมาประยกุ ตใ์ ช้
รูปท่ี 10 – 13 อลั เตอรเ์ นเตอร์ ท่ีใชไ้ อซี เรค็ กเู รเตอรแ์ บบM
ที่มา : quinl . com
ใบความรู้ หน่วยที่ 16 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบสตาร์ต 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
ไอซีเร็คกเู รเตอร์แบบเอม็ (IC Regulator M.)
ไอซีเร็คกูเรเตอร์แบบเอม็ ประกอบดว้ ยไฮบริดจ์ ไอซี โดยมีการสร้างวงจรยอ่ ยรวมอยดู่ ว้ ยกนั (Monolithic
integrated circuit) หรือ MIC ไอซีเร็คกูเรเตอร์แบบเอม็ ไดร้ ับความนิยมมากที่สุดเน่ืองจากไม่ยงุ่ ยาก การบารุงรักษา
ง่ายไอซีเร็คกเู รเตอร์แบบเอม็ ทางานโดยการตรวจจบั กระแสไฟฟ้าที่ไปขดลวดฟิ ลด์ หากกระแสไฟฟ้าที่ไหลไป
ขดลวดฟิ ลดข์ าด หรือไมส่ มบูรณ์ หลอดเตือนไฟชาร์ตจะติดสวา่ งข้ึน
รูปที่ 11 – 13 แสดงวงจรไอซีเร็คกเู รเตอร์แบบเอม็
เมื่อเปิ ดสวทิ ช์ จุดระเบิด ตาแน่ง ON แรงเคล่ือนจากแบตเตอร่ีจะไหลผา่ นไปยงั ข้วั IG ของไอซี เร็คกูเรเตอร์
แรงเคลื่อนของแบตเตอรี่จะถูกตรวจจับโดย MIC และ Tr1 ซ่ึงจะทางานเป็ นเหตุให้กระแสภายใน นอกจาก
แบตเตอรี่ไหลผา่ นข้วั B ผา่ นขดลวดโรเตอร์ครบวงจร เพื่อที่จะลดการจ่ายกระแสออกของแบตเตอรี่ เมื่อปิ ดสวิทซ์
กุญแจจุดระเบิดไปที่ ON MIC จะรักษากระแสภายนอกให้อยใู่ นคา่ ท่ีนอ้ ยประมาณ 0.2 แอมแปร์ (Amp) โดยการตดั
ตอ่ การทางาน เปิ ด-ปิ ด ของ Tr1
การบารุงรักษาระบบประจุไฟฟ้า
1 จะตอ้ งตรวจความตึงของสายพานทุกๆ สัปดาห์
2 หากมีความจาเป็นจะตอ้ งนารถเขา้ ศูนยบ์ ริการเพอ่ื การเชื่อมไฟฟ้า จะตอ้ งถอดข้วั แบตเตอร่ีออกทุกคร้ัง
มิฉะน้นั จะทาใหอ้ ุปกรณ์เสียหาย
3 ในการลา้ งรถ ไม่สมควรฉีดน้าแรงดนั สูงเขา้ ไปภายในอลั เตอร์เนเตอร์
4 เมื่อมีหลอดไฟเตือนไฟชาร์ตสวา่ งข้ึนใหร้ ีบนารถเขา้ ศูนยบ์ ริการทนั ที
รายการประกอบใบงาน หน่วยที่ 16 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ างานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่องระบบประจุไฟฟ้า 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
วตั ถุประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
22 ผเู้ รียนใหบ้ ริการระบบประจุไฟฟ้าไดถ้ ูกตอ้ ง
23 ผเู้ รียนบารุงรักษาระบบประจุไฟฟ้าไดถ้ ูกตอ้ ง
24 ผเู้ รียนเขา้ ปฏิบตั ิงานดว้ ยความเรียบร้อย
4 ผเู้ รียนไดป้ ฏิบตั ิตามระเบียบเกี่ยวกบั
4.1 การใชพ้ ้นื ท่ี
4.2 การใชเ้ ครื่องมือ/อุปกรณ์
4.3 การมีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ขอบเขตของงาน
22 การบริการระบบประจุไฟฟ้า
23 การบารุงรักษาระบบประจุไฟฟ้า
วธิ ีการสอนและสื่อประกอบการสอน
1 บรรยายการถึงข้นั ตอนการถอดและการประกอบโดยใชส้ ื่อ PowerPoint นาเสนอ
2 สาธิตการถอดประกอบและใหน้ กั ศึกษาทาการปฏิบตั ิ
3 บรรยายถึงขอ้ ผดิ พลาดในการปฏิบตั ิ
เครื่องมือและอปุ กรณ์
38 เคร่ืองยนต์ 4 สูบ พร้อมอุปกรณ์ระบบประจุแบตเตอร่ีครบชุด
39 แบตเตอรี่รถยนต์ 12 โวลต์ ไมน่ อ้ ยกวา่ 70 แอมแปร์
40 มลั ติมิเตอร์
41 เครื่องมือประจาตวั
หน่วยที่ 16 ใบงานท่ี 15 - 16 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
ระบบประจุไฟ เรื่อง การบริการ 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน
รหสั 20101 - 2001 ระบบประจุไฟฟ้า
ข้นั ตอนการปฏิบัติงาน
1. ตรวจความสมบูรณ์พร้อมใชง้ านของแบตเตอรี่
ปกติ
ไม่ปกติ เพราะ.............................................................................
2. ตรวจความตึงสายพานท่ีขบั อลั เตอร์เนเตอร์ (ไดชาร์ต)
ปกติ
ไม่ปกติ เพราะ.............................................................................
3. ตรวจการหลุดหลวมของข้วั ต่อสายไฟฟ้า โดยเฉพาะข้วั B , A, และ
F ฯลฯ
ปกติ
ไม่ปกติ เพราะ.............................................................................
4. เฝ้าระวงั สัญญาณเตือน เมื่อมีเหตุขดั ขอ้ งกบั ระบบประจุไฟฟ้าจะมี
สัญญาณแสงกะพริบหรือสวา่ งข้ึนบริเวณ หนา้ ปัด เช่น ในกรณีไฟไม่
ประจุเมื่อเห็นสัญญาณเตือนจะตอ้ งรีบแกไ้ ขทนั ที
ข้อควรระวงั เม่ือมีความจาเป็นจะตอ้ งใชเ้ คร่ืองเชื่อมไฟฟ้า กบั
ตวั รถ
จะตอ้ งถอดข้วั แบตเตอร่ีออกทุกคร้ัง มิฉะน้นั จะทาใหช้ ุด
ควบคุมอิเลก็ ทรอนิกส์เสียหาย
หน่วยท่ี 16 ใบงานท่ี 15-16 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
ระบบประจุไฟ เร่ือง การบริการ 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน ระบบประจุไฟฟ้า
รหสั 20101 - 2001
การถอดแยกชิ้นส่วน
1 การตรวจวดั การลงกราวด์ ของขดลวดสเตเตอร์ ท้งั 3 ขด
ปกติ
ไม่ปกติ เพราะ.............................................................................
2 ตรวจการลงกราวดร์ ะหวา่ งสลิปริ่ง (Slip Ring) และ แกนของเพลา
ปกติ
ไมป่ กติ เพราะ
.............................................................................
3 ตรวจการต่อวงจรของขดลวดโรเตอร์ (Rotor windings)
ปกติ
ไม่ปกติ เพราะ
.............................................................................
4 การตรวจความสมบูรณ์ของไดโอด (Diode) โดยใชม้ ลั ติมิเตอร์ วดั
การตอ่ และขาดวงจร
หมายเหตุ การตรวจวดั ไดโอด ดา้ นหน่ึงจะต่อวงจร อีกดา้ นหน่ึงจะ
ตดั วงจร กรณีดงั กล่าวน้ีถือวา่ ปกติ
ปกติ
ไม่ปกติ เพราะ.............................................................................
แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยท่ี 16 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง ระบบประจุไฟฟ้า 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
แบบทดสอบหลงั เรียน
เรื่อง ระบบประจุไฟฟ้า
คาส่งั ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย กากบาท (×) ทบั ตวั เลือกท่ีถูกที่สุดเพยี งคาตอบเดียว
1. ระบบประจุไฟฟ้า (Charging System) มีหนา้ ท่ีอยา่ งไร
ก. จ่ายกระแสไฟฟ้าใหก้ บั อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด
ข. เก็บและจา่ ยกระแสไฟฟ้าใหก้ บั อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด
ค. สร้างพลงั งานไฟฟ้าเพ่อื จ่ายใหก้ บั ระบบสตาร์ตและระบบไฟแสงสวา่ ง
ง. จ่ายพลงั งานไฟฟ้าใหก้ บั แบตเตอรี่เพอ่ื ทดแทนพลงั งานไฟฟ้าที่เสียไป
2. การทางานของอลั เตอร์เนเตอร์อาศยั หลกั การของอะไร
ก. การเหนี่ยวนาแมเ่ หล็ก
ข. การยบุ ตวั ของสนามแมเ่ หล็ก
ค. การเกิดแรงกิริยาและแรงปฏิกิริยา
ง. ความถ่ีท่ีเกิดจากการเคลื่อนท่ีของวตั ถุ
3. ข้วั F เป็นข้วั ตอ่ เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าใหแ้ ก่อุปกรณ์ตวั ใดต่อไปน้ี
ก. สเตเตอร์
ข.โรเตอร์
ค. ไดโอด
ง. รีซีสเตอร์
4. หากกระแสไฟฟ้าที่ไหลไปขดลวดฟิ ลดข์ าด หรือไมส่ มบูรณ์จะทราบไดอ้ ยา่ งไร
ก. เครื่องยนตจ์ ะดบั
ข. หลอดไฟเตือนจะสวา่ งข้ึน
ค. เครื่องยนตจ์ ะสัน่ และความเร็วลดลงทนั ที
ง. แบตเตอรี่จะร้อน น้ากลน่ั เดือด และจะแหง้
แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยที่ 16 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ างานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน
เรื่อง ระบบประจุไฟฟ้า 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
แบบทดสอบหลงั เรียน
เรื่อง ระบบประจุไฟฟ้า
คาส่ัง ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย กากบาท (×) ทบั ตวั เลือกท่ีถูกท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว
5 เครื่องประจุไฟฟ้า หรืออลั เตอร์เนเตอร์ (Alternator) กระแสไฟฟ้าท่ีไดเ้ ป็นกระแสสลบั เม่ือตอ้ งการเปลี่ยนเป็น
กระแสตรง (DC.) ตอ้ งผา่ นอุปกรณ์ตวั ใด
ก. ทรานซิสเตอร์
ข. รีซีสเตอร์
ค. คอนเดน็ เซอร์
ง. ไดโอด
6 จากรูป อุปกรณ์ดงั กล่าวมีช่ือวา่ อะไร
ก. คอนแทค็ (Contact)
ข. ปิ กอพั คอลย์ (Pick up coil)
ค. ดีแทค็ เตอร์ (Detactor)
ง. แรกกูเรเตอร์ (Regulator)
7 โดยปกติการประจุไฟฟ้าใชแ้ รงดนั ประมาณ ? กี่โวลต์
ก. 10 - 12 โวลต์
ข. 13 – 15 โวลต์
ค. 16 - 20 โวลต์
ง. 21 - 25 โวลต์
แบบเฉลย ชุดทดสอบ หน่วยท่ี 16 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
ก่อนเรียน เรื่อง ระบบประจุไฟฟ้า 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีน
รหสั 20101 - 2001
แบบเฉลย ชุดทดสอบ ก่อนเรียน
เรื่อง ระบบประจุไฟฟ้า
------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอ้ ก ข ค ง
1 (×)
2 (×)
3 (×)
4 (×)
5 (×)
6 (×)
7 (×)
แบบเฉลย ชุดทดสอบ
หลงั เรียน หน่วยที่ 16 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง ระบบประจุไฟฟ้า 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
แบบเฉลย ชุดทดสอบ หลงั เรียน
เรื่อง ระบบประจุไฟฟ้า
------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอ้ ก ข ค ง
1 (×)
2 (×)
3 (×)
4 (×)
5 (×)
6 (×)
7 (×)
ใบประเมินผล หน่วยท่ี 16 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน
เรื่อง ระบบประจุไฟฟ้า 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
ใบประเมินผล
ช่ือ - สกลุ ....................................................... ..................................................หอ้ ง................เลขที่...............
ลาดบั ที่ รายละเอียด 543 2 1
1 การเตรียมเคร่ืองมือ วสั ดุ อุปกรณ์
2 ความถูกตอ้ งในการใชเ้ ครื่องมือ
3 ข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
4 ความต้งั ใจในการปฏิบตั ิงาน
5 ความมีระเบียบวนิ ยั
6 การแต่งกาย
7 ทางานร่วมกบั ผอู้ ื่น
8 การเก็บรักษาเคร่ืองมือ
9 ความสะอาดเรียบร้อย
10 ความสาเร็จของงาน
รวม
*เกณฑ์ 5 = ดีมาก
4 = ดี
3 = ปานกลาง
2 = พอใช้
1 = ตอ้ งปรับปรุง
การวเิ คราะห์ผลการทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
การสอบ คะแนนเตม็ คะแนนที่ได้ เปอร์เซ็นต%์
ก่อนเรียน
หลงั เรียน
รวม
ผลการวเิ คราะห์
ผา่ น
ไม่ผา่ น
***เกณฑก์ ารวเิ คราะห์
มากกวา่ 70 % ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ต่ากวา่ 70 % ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมิน นกั ศึกษาจะตอ้ งศึกษาเพิม่ เติมและทาการทดสอบใหม่
วชิ างานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน หน่วยที่ 17 เวลา 5 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
รหสั 20101 - 2001 เรื่องการสตาร์ต 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
เคร่ืองยนต์
เร่ือง การสตาร์ตเคร่ืองยนต์ (Starting engine)
วตั ถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธิบายความสาคญั ของการสตาร์ตเครื่องยนตไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง
2. บอกถึงกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนสตาร์ตเครื่องยนตไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง
3. บนั ทึกผลการทางาน ณ ความเร็วรอบตา่ งๆไดถ้ ูกตอ้ ง
4. ปฏิบตั ิการสตาร์ต และปรับแตง่ รอบเดินเบา ไดถ้ ูกตอ้ ง
5. บอกวธิ ีการดบั เคร่ืองยนตไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง
6. อธิบาย ความสาคญั ของการสงั เกต และติดตามผลหลงั จากการดบั เครื่อง
ขอบเขตของการสอน
28. ทาการศึกษาส่วนประกอบของการสตาร์ตเคร่ืองยนต์ (Starting engine)
29. ทาการตรวจสอบระบบสตาร์ตเคร่ืองยนต์ (Starting engine)
30. การสตาร์ตเคร่ืองยนต์ (Starting engine)และการดบั เคร่ืองยนต์
31. ความปลอดภยั เก่ียวกบั ระบบสตาร์ต
วธิ ีสอน
1 ใชก้ ารสอนแบบบรรยายประกอบเพาเวอร์พอยนต์ (Power point)
2 ใชก้ ารสาธิตใหด้ ูข้นั ตอนการตรวจวดั และปรับแต่งเครื่องยนต์
3 การใชค้ ูม่ ือในการปรับแตง่ เครื่องยนต์
สื่อประกอบการสอน
1 บรรยายประกอบเพาเวอร์พอยนต์ (Power point)
2 ไทมม์ ่ิงไลท์ (Timing Light)
3 เครื่องวดั รอบ
4 มลั ติมิเตอร์ (Multimeter)
5 เครื่องมือประจาตวั
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 17 เวลา 5 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง การสตาร์ต 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 เคร่ืองยนต์
แบบทดสอบก่อนเรียน
เร่ือง การสตาร์ตเคร่ืองยนต์
คาสัง่ ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย กากบาท (×) ทบั ตวั เลือกที่ถูกที่สุดเพยี งคาตอบเดียว
1 ก่อนการสตาร์ตเครื่องยนต์ ใหต้ รวจความพร้อมในส่วนท่ีเก่ียวกบั อะไรบา้ ง
ก. น้ามนั หล่อลื่น
ข. น้าระบายความร้อน
ค. น้ามนั เช้ือเพลิง
ง. ถูกทุกขอ้
2 เม่ือเคร่ืองยนตส์ ตาร์ตติดแลว้ ในฐานะเป็นช่างควรปฏิบตั ิอยา่ งไรเป็นอนั ดบั แรก
ก. เฝ้าสงั เกตอาการต่างๆ
ข. ตรวจดูน้ามนั เช้ือเพลิง
ค. ตรวจวดั ปริมาณน้ามนั หล่อลื่น
ง. ตรวจวดั ปริมาณของน้าระบายความร้อน
3 ลาดบั การจุดระเบิดไมถ่ ูกตอ้ งเคร่ืองยนตจ์ ะแสดงอาการอยา่ งไร
ก. เครื่องเร่งตลอดเวลา
ข. เคร่ืองเดินเบาเร่งไม่ได้
ค. เครื่องเดินไมเ่ รียบ สั่น
ง. เคร่ืองจะสตาร์ตไม่ติด
4 อาการท่ีเรียกวา่ “ลิ้นยนั ” จะแสดงอาการอยา่ งไร
ก. เม่ือสตาร์เคร่ืองจะสน่ั
ข. มีเสียงระเบิดในท่อไอเสีย
ค. เครื่องจะเร่งทนั ทีทนั ใดแลว้ ดบั
ง. เม่ือ เคร่ืองร้อนจดั สน่ั เดินไมเ่ รียบ
5 เครื่องยนตม์ ีควนั ขาวออกมา ใหต้ ้งั ขอ้ สงั เกตวา่ เกิดผิดปกติอยา่ งไร
ก. แหวนรั่ว น้ามนั เคร่ืองเขา้ มาในหอ้ งเผาไหม้
ข. ลิ้นรั่ว กาลงั อดั ตกต่า การเผาไหมไ้ ม่สมบูรณ์
ค. มีน้าระบายความร้อนรั่วเขา้ ไปภายในหอ้ งเผาไหม้
ง. คาร์บูเรเตอร์ หรือ หวั ฉีดเช้ือเพลิง จ่ายน้ามนั มากเกินไป
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยท่ี 17 เวลา 5 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง การสตาร์ต 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 เคร่ืองยนต์
แบบทดสอบก่อนเรียน
เรื่อง การสตาร์ตเคร่ืองยนต์
คาสงั่ ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย กากบาท (×) ทบั ตวั เลือกที่ถูกท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว
6 ความเร็วรอบขณะเดินเบาประมาณเทา่ ไร
ก. 300 - 350 รอบต่อนาที
ข. 750 - 800 รอบต่อนาที
ค. 900 - 950 รอบต่อนาที
ง. 1000 - 1050 รอบตอ่ นาที
7 จากรูป แสดงการวดั เพ่ือหาคา่ แกส๊ CO เพอ่ื จุดประสงคอ์ ะไร
ก. เพ่อื ตอ้ งการทราบปริมาณแกส๊ CO
ข. เพ่ือประโยชนต์ ่อส่ิงแวดลอ้ ม
ค. เพอื่ ตอ้ งการใหก้ ารเผาไหมส้ มบูรณ์ยงิ่ ข้ึน
ง. เพื่อตอ้ งการปรับแตง่ ส่วนผสมระหวา่ งอากาศและน้ามนั ให้ เหมาะสม
ใบความรู้ หน่วยท่ี 17 เวลา 5 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง การสตาร์ต 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 เครื่องยนต์
การสตาร์ตเครื่องยนต์ (Starting engine)
การสตาร์ตเครื่องยนต์ เป็นกระบวนการหน่ึง ท่ีเริ่มต้งั แต่การเตรียมความพร้อมก่อนการสตาร์ต เช่นการ
เตรียม น้ามนั เช้ือเพลิง น้ามนั หล่อล่ืน น้าระบายความร้อน และส่วนตา่ งๆที่เกี่ยวขอ้ ง การเตรียมความพร้อมอยา่ ง
รอบคอบ จะช่วยใหก้ ารสตาร์ตเคร่ืองยนตเ์ ป็นไปดว้ ยความสะดวก และสามารถนาขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการสตาร์ตมาเป็ น
ประโยชน์ต่อการแกไ้ ขปรับแต่งใหเ้ คร่ืองยนตท์ างานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
1 การสตาร์ตเคร่ืองยนตโ์ ดยใชม้ อเตอร์สตาร์ต เมื่อเตรียมความพร้อมในส่วนท่ีเกี่ยวขอ้ งท้งั หมดแลว้ ให้
ทาการสตาร์ตเครื่องยนต์ โดยการหมุนสวติ ช์สตาร์ตคร้ังละไม่ควรเกิน 10 วินาที หากปรากฏวา่
เคร่ืองยนตย์ งั ไมต่ ิด ก็ใหส้ ตาร์ตตอ่ ไปไดอ้ ีกไม่ควรเกิน 3 คร้ัง และถา้ หากสตาร์ตไม่ติดจะตอ้ งเขา้
ดาเนินการหาขอ้ บกพร่อง เช่นตรวจดูระบบไฟจุดระเบิด ระบบน้ามนั เช้ือเพลิง ฯลฯ
2 เม่ือเครื่องยนตส์ ตาร์ตติดแลว้ ใหส้ ังเกตอาการที่เกิดข้ึน เช่นการสน่ั การแกวง่ การฟังเสียงท่ีเกิดข้ึน เช่น
เดินเรียบ เดินไมเ่ รียบ เดินเบาไม่ได้ เร่งไม่ได้ ฯลฯ
3 เฝ้าสงั เกต สญั ญาณเตือนตา่ งๆ
3.1 อุณหภูมิเคร่ืองยนต์
3.2 การไหลเวยี นของน้ามนั หล่อลื่น
3.3 การไหลเวยี นของน้าระบายความร้อน
3.4 การทางานของระบบประจุไฟฟ้า
รูปท่ี 1 – 17 การทดสอบเพือ่ หาประสทิ ธิภาพของเครอื่ งยนต์ โดยใชเ้ ครอ่ื ง Dynamometer test
ทมี่ า : Auto Service and Repair : 508
ใบความรู้ หน่วยที่ 17 เวลา 5 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง การสตาร์ต 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 เครื่องยนต์
รูปท่ี 2 – 17 การใชเ้ ครอื่ งมือวดั คา่ คารบ์ อน รูปที่ 3 – 17 การวดั คา่ กาลงั อดั ของ
มอนนอกไซด์ (CO) ของไอเสยี เครอื่ งยนต์ กระบอกสบู โดยใช้ Compression
gauge
สัญณาณเตอื น (Warning)
มีอยหู่ ลายลกั ษณะ เช่น ใชแ้ สง ใช้
เสยี ง
เช่น รูป เทอรโ์ มมิเตอร์ เตอื นอณุ หภมู ิ
C…. H บอกสถาพของอณุ หภมู ิ
แบตเตอร่ี บอกสถาพการประจไุ ฟฟา้
กาหยอดนา้ มนั บอกสถาพการหลอ่ ลน่ื
รูปเครอื่ งยนต์ บอกถงึ สภาพปัญหาท่ี
เกิดทเี่ รยี กวา่ CHECK ENGINE
รูปท่ี 4 – 17 การเฝา้ สงั เกต สญั ณาณเตือน
ใบความรู้ หน่วยท่ี 17 เวลา 5 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง การสตาร์ต 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 เคร่ืองยนต์
การวเิ คราะห์ปัญหาทเ่ี กดิ ขึน้ กบั เคร่ืองยนต์ ( Engine Analysis)
ปัญหาทเี่ กดิ ขึน้ สาเหตุ การแก้ไข หมายเหตุ
1 เคร่ืองยนตเ์ ดินไม่
เรียบ สัน่ 1 น้ามนั เช้ือเพลิงไม่ 1 ตรวจดูปริมาณน้ามนั เปลี่ยน
2 เคร่ืองยนตม์ ีควนั ดา เพียงพอ กรองเช้ือเพลิง ปรับต้งั
3 เครื่องยนตม์ ีควนั 2 ลาดบั การจุดระเบิด คาร์บูเรเตอร์
ขาว
4 เคร่ืองยนตน์ ็อก เร่ง ไมถ่ ูกตอ้ ง 2 ปรับต้งั ไฟจุดระเบิดใหม่
เคร่ืองไม่ได้
5 เคร่ืองยนตร์ ้อนจดั 3 ลิ้นยนั เนื่องจาก ใหล้ าดบั ถูกตอ้ ง
(Overheat) น้าหมอ้
น้าเดือด ระยะห่างนอ้ ยเกินไป 3 ต้งั ลิ้นใหล้ ิ้นมีระยะห่าง
ถูกตอ้ ง
1 แหวนรั่วน้ามนั หล่อ 1 เปลี่ยนแหวนลูกสูบ หรือ
ล่ืนเขา้ หอ้ งเผาไหม้ เปล่ียนกระบอกสูบ หรือการ
2 โชค้ คา้ ง หรือ กรอง นาไปควา้ นใหม่
อากาศอุดตนั 2 ตรวจดูกลไกโชค้ ลา้ งกรอง
1 น้าระบายความร้อน 1 ถอดฝาสูบและเปล่ียนปะเกน็
ร่ัวเขา้ หอ้ งเผาไหม้ ฝาสูบ
1 องศาไฟจุดระเบิดแก่ 1 ปรับต้งั องศาการจุดระเบิด
เกินไป ใหม่ หรือปรับหมุนจานจ่ายให้
องศาถูกตอ้ ง
1 หมอ้ น้าตนั , เทอร์ 1 ลา้ งหมอ้ น้า และเปลี่ยนเทอร์
โมสตทั ชารุด โมสตทั ใหม่
2 องศาไฟจุดระเบิด 2 ปรับต้งั องศาการจุดระเบิด
ไม่ถูกตอ้ ง ใหม่
3 พดั ลมระบายความ 3 เติมน้ายาซิลิโคน ปรับต้งั
ร้อนไม่ทางาน สายพานใหต้ ึงพอเหมาะ
ใบความรู้ หน่วยท่ี 17 เวลา 5 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง การสตาร์ต 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 เครื่องยนต์
การวเิ คราะห์ปัญหาทเี่ กดิ ขึน้ กบั เครื่องยนต์ ( Engine Analysis) (ต่อ)
ปัญหาทเ่ี กดิ ขึน้ สาเหตุ การแก้ไข หมายเหตุ
6 เคร่ืองยนตเ์ ม่ือสตาร์ต 1 สายแบตเตอร่ีหลวม 1 ขนั ข้วั แบตเตอรี่ให้แน่น
2 นาแบตเตอร่ีไปประจุไฟฟ้า
ความเร็วรอบต่า หรือ 2 แบตเตอร่ีมีกระแส
หมุนชา้ มาก ไฟฟ้านอ้ ยเกินไป
7 เคร่ืองยนตไ์ ม่มีกาลงั 1 กาลงั อดั ตกต่า 1 บดลิ้นไอดี ไอเสีย
เมื่อนาไปใชง้ านเครื่อง 2 เปล่ียนแหวน
ดบั 3 ลา้ งกรองอากาศ
8 มีน้ามนั หล่อล่ืนผสม 1 ปะเกน็ ฝาสูบชารุด 1 เปลี่ยนปะเกน็ ฝาสูบใหม่
กบั น้าระบายความร้อน 2 เส้ือสูบ หรือกระบอก 2 เปลี่ยนเส้ือสูบ หรือ
สูบแตกร้าว กระบอกสูบ
9 เครื่องยนตเ์ ร่ง กลไกลิ้นเร่งคา้ ง ตรวจดูกลไกของ
ตลอดเวลาเดินเบา คาร์บูเรเตอร์ และการปิ ดเปิ ด
ไมไ่ ด้ ของลิ้นเร่ง
10 เสียงดงั เป็นจงั หวะ ต้งั ระยะห่างของลิ้นไม่ ปรับต้งั ระยะห่างใหถ้ ูกตอ้ ง
บริเวณฝาครอบลิ้น ถูกตอ้ ง
11 เกิดการระเบิดที่ เสียบสายหวั เทียนไม่ เสียบสายหวั เทียนใหม่
คาร์บูเรเตอร์ มีไฟ ถูกตอ้ ง ตามลาดบั การจุดระเบิด (1 3
ออกมาทางทอ่ ไอดี 4 2)
รายการประกอบใบงาน หน่วยที่ 17 เวลา 5 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง การสตาร์ต 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
เครื่องยนต์
รหสั 20101 - 2001
วตั ถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
1 ผเู้ รียนสตาร์ตเครื่องยนตไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง
2 ผเู้ รียนปรับแต่ง (Tune up)เครื่องยนตไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง
3 ผเู้ รียนหาขอ้ ขดั ขอ้ ง และแกป้ ัญหาขอ้ ขดั ขอ้ งของเครื่องยนตไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง
4 ผเู้ รียนไดป้ ฏิบตั ิตามระเบียบเก่ียวกบั
3.1 การใชพ้ ้นื ท่ี
3.2 การใชเ้ ครื่องมือ/อุปกรณ์
3.3 การมีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ขอบเขตของงาน
24การปรับแตง่ เครื่องยนต์
25การแกป้ ัญหาของเครื่องยนต์
วธิ ีการสอนและส่ือประกอบการสอน
1 สาธิตการถอดประกอบและใหน้ กั ศึกษาทาการปฏิบตั ิ
2 บรรยายถึงขอ้ ควรระวงั เกี่ยวกบั ความปลอดภยั
เคร่ืองมือและอปุ กรณ์
42 เคร่ืองยนต์ 4 สูบ 4 จงั หวะท่ีมีความสมบูรณ์
43 เครื่องวดั องศาการจุดระเบิด (Timing Light)
44 เครื่องวดั รอบเคร่ืองยนต์
45 มลั ติมิเตอร์ (Multimeter)
46 เคร่ืองวดั ค่า HC CO
47 เคร่ืองมือประจาตวั
48 เกจวดั แรงดนั กระบอกสูบ (Pressure Tester)
หน่วยท่ี 17 ใบงานท่ี 16 – 17 เวลา 5 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ างานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง การสตาร์ต 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 เคร่ืองยนต์
ข้นั ตอนการปฏิบตั งิ าน
1 การปรับแต่งคาร์บูเรเตอร์โดยการปรับแต่ง
อตั ราส่วนผสมระหวา่ งน้ามนั และอากาศใหเ้ หมาะสม เพือ่ ใหก้ ารเผาไหมส้ มบูรณ์
ใชไ้ ขควงหมุนปรับต้งั เขม็ น้ามนั ใหส้ งั เกตเมื่อหมุนเขา้ ความเร็วของเคร่ืองยนตจ์ ะเพิ่มข้ึน และใหห้ าตาแหน่งที่
เครื่องยนตเ์ ดินเรียบที่สุดใชไ้ ขควงหมุนปรับตาแหน่งขาคนั เร่งให้เคร่ืองยนตเ์ ดินเบาที่ความเร็วรอบประมาณ 750 –
800 รอบต่อนาที่ และตาแหน่งน้นั เคร่ืองเดินเรียบ
ตรวจกลไกและ
กา้ นตอ่ ตา่ งๆ
การใชไ้ ขควงปรบั ตงั้ คารบ์ เู รเตอร์ ถา้ หมนุ เขา้ ไปมากๆ เครอ่ื ง
จะสะดดุ ใหห้ มนุ ยอ้ นออกมาเลก็ นอ้ ยเพื่อใหเ้ ครอื่ งเดินเรยี บ
“ให้ปรบั ตง้ั ไวต้ าแหน่งนี้” เพราะประหยดั เชือ้ เพลงิ
1.2 การปรับต้งั กลไกและกา้ นตอ่ ตา่ งๆใหส้ ามารถทางานได้ เช่น กา้ นตอ่ ของวงจรโชค้ กา้ นตอ่ วงจรความเร็วสูง
การปรบั แต่งคารบ์ เู รเตอรใ์ ชเ้ ครื่องมือดงั นี้
1 ไขควงแบน/แฉก
2 เครอ่ื งวดั ความเรว็ รอบ
3 เครอื่ งวดั คา่ HC. CO
ขอ้ ควรระวงั
การปรบั แตง่ คารบ์ เู รเตอร์ อาจทาใหเ้ กิดไฟลกุ ไหมข้ นึ้ ได้
หน่วยที่ 17 ใบงานท่ี 16 – 17 เวลา 5 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
เรื่อง การสตาร์ต
รหสั 20101 - 2001 เคร่ืองยนต์
1.3 การวดั ค่าไอเสีย เพ่ือหาค่า แกส๊ คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และ วดั หาคา่ สารไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon)
ปกติ
ไม่ ปกติ เพราะ..................................................
2 การตรวจวดั แรงดนั ภายในกระบอกสูบ โดยใช้ เกจวดั
แรงดนั กระบอกสูบ (Compression gauge) ต่อ
เขา้ ทางช่องหวั เทียน หลงั จากน้นั สตาร์ตเคร่ือง จะ
สังเกตเห็นแรงดนั ภายในกระบอกสูบ แลว้ บนั ทึกคา่ ไว้
ค่ามาตรฐาน 10 – 15 ปอนด/์ ตารางนิ้ว (69 - 103 Kpa)
ผลการตรวจ สูบท่ี 1 มีแรงดนั .................. ปอนด/์ ตารางนิ้ว
ผลการตรวจ สูบที่ 2 มีแรงดนั .................. ปอนด/์ ตารางนิ้ว
ผลการตรวจ สูบที่ 3 มีแรงดนั .................. ปอนด/์ ตารางนิ้ว
ผลการตรวจ สูบที่ 4 มีแรงดนั .................. ปอนด/์ ตารางนิ้ว
ปกติ
ไมป่ กติ เพราะ..................................................
3 การทางานของระบบจุดระเบิด
ปกติ
ไม่ ปกติ เพราะ..................................................
4 ตาแหน่งเดินเบา ค่ามาตรฐาน 750 – 800 RPM.
ปกติ
ไมป่ กติ เพราะ....................................................
หน่วยท่ี 17 ใบงานท่ี 16 – 17 เวลา 5 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ างานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง การสตาร์ต 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 เคร่ืองยนต์
การทางานของระบบระบายความร้อน
ปกติ
ไม่ ปกติ เพราะ..................................................
5 การทางานของระบบหล่อล่ืน
ปกติ
ไม่ ปกติ เพราะ..................................................
6 เครื่องยนตท์ ี่ควบคุมดว้ ยกล่อง ECU ท่ีใชก้ บั เครื่องยนตแ์ กส๊ โซลีนในปัจจุบนั การปรับแต่งไม่อาจกระทาได้
เพราะระบบควบคุมต่างๆใชร้ ะบบส่งั งานจากล่อง ECU ท้งั สิ้น
หมายเหตุ แตส่ ามารถปรับแตง่ ปริมาณการไหลของอากาศที่ท่อร่วมไอดีได้
การตรวจวดั ปรมิ าณและคณุ ภาพนา้ มนั หลอ่ ลนื่ เครอ่ื งยนต์
ควนั ไอเสยี เป็นดชั นชี วี้ ดั หลายประการเชน่
ควนั สีขาว แสดงวา่ นา้ ร่วั เขา้ ไปภายในกระบอกสบู
ควนั สดี า แสดงวา่ นา้ มนั หลอ่ ลน่ื บางสว่ นร่วั เขา้ ไปใน
หอ้ งเผาไหม้ หรอื การเผาไหมไ้ มส่ มบรู ณเ์ กิดจาก
สว่ นผสมหนา
แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยท่ี 17 เวลา 5 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ างานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง การสตาร์ตเคร่ืองยนต์ 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
แบบทดสอบหลงั เรียน
เร่ือง การสตาร์ตเครื่องยนต์
คาสั่ง ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย กากบาท (×) ทบั ตวั เลือกที่ถูกท่ีสุดเพยี งคาตอบเดียว
1. ความเร็วรอบขณะเดินเบาประมาณเท่าไร
ก. 300 - 350 รอบต่อนาที
ข. 750 - 800 รอบต่อนาที
ค. 900 - 950 รอบต่อนาที
ง. 1000 - 1050 รอบต่อนาที
2. จากรูป แสดงการวดั เพ่ือหาคา่ แกส๊ CO เพือ่
จุดประสงคอ์ ะไร
ก. เพอ่ื ตอ้ งการทราบปริมาณแกส๊ CO
ข. เพ่ือประโยชน์ต่อสิ่งแวดลอ้ ม
ค. เพื่อตอ้ งการใหก้ ารเผาไหมส้ มบูรณ์ยงิ่ ข้ึน
ง. เพื่อตอ้ งการปรับแตง่ ส่วนผสมระหวา่ งอากาศและน้ามนั ใหเ้ หมาะสม
3. เครื่องยนตม์ ีควนั ขาวออกมา ใหต้ ้งั ขอ้ สงั เกตวา่ เกิดผิดปกติอยา่ งไร
ก. แหวนรั่ว น้ามนั เคร่ืองเขา้ มาในหอ้ งเผาไหม้
ข. ลิ้นร่ัว กาลงั อดั ตกต่า การเผาไหมไ้ ม่สมบูรณ์
ค. มีน้าระบายความร้อนร่ัวเขา้ ไปภายในห้องเผาไหม้
ง. คาร์บูเรเตอร์ หรือ หวั ฉีดเช้ือเพลิง จ่ายน้ามนั มากเกินไป
แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยที่ 17 เวลา 5 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง การสตาร์ตเคร่ืองยนต์ 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
แบบทดสอบหลงั เรียน
เร่ือง การสตาร์ตเครื่องยนต์
คาสง่ั ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย กากบาท (×) ทบั ตวั เลือกที่ถูกท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว
4 ก่อนการสตาร์ตเคร่ืองยนต์ ใหต้ รวจความพร้อมในส่วนที่เกี่ยวกบั อะไรบา้ ง
ก. น้ามนั หล่อลื่น
ข. น้าระบายความร้อน
ค. น้ามนั เช้ือเพลิง
ง. ถูกทุกขอ้
5 เม่ือเครื่องยนตส์ ตาร์ตติดแลว้ ในฐานะเป็นช่างควรปฏิบตั ิอยา่ งไรเป็นอนั ดบั แรก
ก. เฝ้าสงั เกตอาการต่างๆ
ข. ตรวจดูน้ามนั เช้ือเพลิง
ค. ตรวจวดั ปริมาณน้ามนั หล่อลื่น
ง. ตรวจวดั ปริมาณของน้าระบายความร้อน
6 ลาดบั การจุดระเบิดไมถ่ ูกตอ้ งเคร่ืองยนตจ์ ะแสดงอาการอยา่ งไร
ก. เคร่ืองเร่งตลอดเวลา
ข. เครื่องเดินเบาเร่งไม่ได้
ค. เครื่องเดินไมเ่ รียบ ส่ัน
ง. เครื่องจะสตาร์ตไมต่ ิด
7 อาการที่เรียกวา่ “ลิ้นยนั ” จะแสดงอาการอยา่ งไร
ก. เมื่อสตาร์เคร่ืองจะสนั่
ข. มีเสียงระเบิดในท่อไอเสีย
ค. เครื่องจะเร่งทนั ทีทนั ใดแลว้ ดบั
ง. เม่ือ เครื่องร้อนจะส่นั เดินไมเ่ รียบ
แบบเฉลย ชุดทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 17 เวลา 5 ชวั่ โมง /
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง การสตาร์ตเคร่ืองยนต์ สปั ดาห์
รหสั 20101 - 2001 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
แบบเฉลย ชุดทดสอบก่อนเรียน
เรื่อง การสตาร์ตเครื่องยนต์
------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอ้ ก ข ค ง
1 (×)
2 (×)
3 (×)
4 (×)
5 (×)
6 (×)
7 (×)
แบบเฉลย ชุดทดสอบหลงั เรียน หน่วยท่ี 17 เวลา 5 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ืองการสตาร์ตเคร่ืองยนต์ 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
แบบเฉลย ชุดทดสอบหลงั เรียน
เรื่อง การสตาร์ตเครื่องยนต์
------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอ้ ก ข ค ง
1 (×)
2 (×)
3 (×)
4 (×)
5 (×)
6 (×)
7 (×)
วชิ างานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน หน่วยท่ี 17 เวลา 5 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
รหสั 20101 - 2001 เรื่องการสตาร์ตเคร่ืองยนต์ 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
(Starting engine)
ใบประเมินผล
ชื่อ-สกลุ ............................................................หอ้ ง....................เลขที่................................
ลาดบั ท่ี รายละเอียด 543 2 1
1 การเตรียมเคร่ืองมือ วสั ดุ อุปกรณ์
2 ความถูกตอ้ งในการใชเ้ คร่ืองมือ
3 ข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
4 ความต้งั ใจในการปฏิบตั ิงาน
5 ความมีระเบียบวนิ ยั
6 การแตง่ กาย
7 ทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืน
8 การเก็บรักษาเคร่ืองมือ
9 ความสะอาดเรียบร้อย
10 ความสาเร็จของงาน
รวม
*เกณฑ์ 5 = ดีมาก
4 = ดี
3 = ปานกลาง
2 = พอใช้
1 = ตอ้ งปรับปรุง
การวเิ คราะห์ผลการทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
การสอบ คะแนนเตม็ คะแนนท่ีได้ เปอร์เซ็นต%์
ก่อนเรียน
หลงั เรียน
รวม
ผลการวเิ คราะห์
ผา่ น
ไมผ่ า่ น
*เกณฑก์ ารวเิ คราะห์
มากกวา่ 70 % ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ต่ากวา่ 70 % ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมิน นกั ศึกษาจะตอ้ งศึกษาเพม่ิ เติมและทาการทดสอบใหม่