ใบความรู้ หน่วยท่ี 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบจุดระเบิด 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
ระบบจุดระเบดิ ของเครื่องยนต์ (Ignition System)
ระบบจุดระเบิด เป็นบ่อเกิดของพลงั งานความร้อนท่ีไดจ้ ากการเผาไหมภ้ ายในกระบอกสูบของเครื่องยนต์
แรงระเบิดเกิดเป็นพลงั งานความร้อน ผลกั ดนั ลูกสูบใหเ้ คลื่อนท่ีเปลี่ยนเป็นพลงั งานกล การเผาไหมอ้ ยา่ งฉบั พลนั ที่
เรียกวา่ การจุดระเบิด มีองคป์ ระกอบท่ีสาคญั 3 ประการ ท่ีเป็นเหตุใหเ้ กิดพลงั งานความร้อนภายในกระบอกสูบ
ดงั แสดงในรูป สามเหล่ียมแห่งไฟ (Fire Triangle) ดงั น้ี
1 เช้ือเพลิง (Fuel)ไดแ้ ก่น้ามนั แกส๊
2 อากาศออกซิเจน (Oxygen)
3 ความร้อน (Heat)
รูปท่ี 1 - 12 แสดงสามเหล่ียมแหง่ ไฟ
ท่ีมา : fire 2fight.com
ความสาคัญของระบบจุดระเบิด
ระบบจุดระเบิดมีหนา้ ทีทาใหเ้ กิดกระแสไฟฟ้าแรงเคล่ือนสูง ประมาณ 8,000 - 25,000 โวลต์ (Volt)
เพือ่ ส่งใหห้ วั เทียนจุดประกายไฟ (Spark) เผาไหมน้ ้ามนั และอากาศในจงั หวะระเบิด ผลจากการเผาไหมจ้ ะเกิด
พลงั งาน (ความร้อน) ผลกั ดนั ลูกสูบใหเ้ คล่ือนที่เป็นพลงั งานกล ทาใหเ้ ครื่องยนตท์ างานได้
ใบความรู้ หน่วยท่ี 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ างานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง ระบบจุดระเบิด 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
ระบบจุดระเบิดท่ีใชใ้ นเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีนแบง่ ออกเป็น 2 แบบคือ
1 ระบบจุดระเบิดแบบแมกนีโต (Magneto ignition system)
2 ระบบจุดระเบิดแบบท่ีใชแ้ บตเตอร่ี (Battery ignition system)
1. ระบบจุดระเบิดแบบแมกนีโต (Magneto ignition system) เป็ นระบบที่ไม่ใช้แบตเตอรี่เป็ นแหล่งเก็บและ
สะสมพลงั งาน แต่กระแสไฟฟ้าท่ีไดเ้ กิดจากการเหน่ียวนาระหวา่ งสนามแม่เหล็กท่ีเกิดจากแมเ่ หลก็ ถาวรที่ฝังติดอยู่
บนขอบดา้ นขา้ งของลอ้ ช่วยแรง หมุนตดั กบั ขดลวดซ่ึงอยดู่ า้ นบน เม่ือลอ้ ช่วยแรงหมุนจะทาใหเ้ กิดการเหนี่ยวนา
เกิดกระแสไฟฟ้าแรงเคลื่อนต่า ส่งใหค้ อลยจ์ ุดระเบิด เป็นกระแสไฟฟ้าแรงเคลื่อนสูง ไหลไปยงั หวั เทียน
ระบบจุดระเบิดแบบแมกนีโตยงั มีใชอ้ ยา่ งแพร่หลายในเครื่องยนตเ์ ลก็ แกส๊ โซลีน เช่น เครื่องยนต์ HONDA ,
THAIGER และเครื่องยนตท์ ่ีใชก้ บั รถจกั รยานยนต์ ฯลฯ รายละเอียดนกั ศึกษาสามารถหาความรู้เพ่ิมเติมไดจ้ ากวชิ า
เครื่องยนตเ์ ล็ก และจกั รยานยนต์ ในโอกาสต่อไป
รูปท่ี 2 – 12 แสดงสว่ นประกอบของระบบ แมกนโี ต
ที่มา:คมู่ ือซอ่ มและบรกิ ารเครอ่ื งยนตฮ์ อนดา้
2. ระบบจุดระเบิดแบบที่ใชแ้ บตเตอรี่ (Battery ignition system) เป็ นระบบที่ใชแ้ บตเตอร่ีเป็ นแหล่งเก็บและ
จา่ ยพลงั งานไฟฟ้าใหแ้ ก่อุปกรณ์ต่างๆ นิยมใชก้ บั เคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีนทวั่ ๆไป เช่นเคร่ืองยนตท์ ่ีใชก้ บั รถยนต์ และ
เครื่องตน้ กาลงั อ่ืนๆอีกมาก
ใบความรู้ หน่วยที่ 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบจุดระเบิด 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
ระบบจุดระเบิดชนิดท่ีใชแ้ บตเตอรี่แบ่งออกไดเ้ ป็ น 2 ชนิดคือ
1 ระบบจุดระเบิดแบบธรรมดา (Conventional inductive system)
2 ระบบจุดระเบิดแบบอิเลก็ ทรอนิกส์ (Electronic ignition system)
ระบบจุดระเบิดแบบธรรมดา (Conventional inductive system) เป็นระบบจุดระเบิดแบบเก่าท่ีมีใชม้ าต้งั แต่
เริ่มแรกมากกวา่ 50 ปี มาแลว้ ใชห้ นา้ ทองขาวเป็นอุปกรณ์หลกั ในการตดั ต่อกระแสไฟฟ้ามีส่วนประกอบหลกั ดงั น้ี
1. แบตเตอรี่ (Battery)
2. สวติ ช์ กญุ แจจุดระเบิด ไปขวั้ บวก(+)แบตเตอรี่
3. คอยลจ์ ุดระเบิด (Ignition coil) ใชง้ านท่วั ไป
ไปขวั้ บวก(+)คอลย์
ใบความรู้ หน่วยที่ 12 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบจุดระเบิด 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
4 คอนเดน็ เซอร์ (Condenser) คา่ ความจทุ ใ่ี ชก้ บั เครอ่ื งยนตท์ ่วั ๆไป 0.022 – 0.025 ไมโครฟารสั
5 หวั เทียน (Spark plug)
6 หนา้ ทองขาว (Contact point) A = ชดุ ไฟแรงต่าตอ่ จากขวั้ ลบ
7 จานจา่ ยไฟ (Distributor) ของคอลย์
B = หนา้ ทองขาว
C = นอ๊ ตปรบั ตงั้ ระยะหา่ งหนา้
ทองขาว
D = ชดุ หนา้ ทองขาว
E = ลกู เบยี้ ว (แกนจานจา่ ย)
F = คอนเด็นเซอร์
ใบความรู้ หน่วยที่ 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ างานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบจุดระเบิด 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
หลกั การทางานของคอยล์จุดระเบดิ
เมื่อนาขดลวดมาพนั รอบแกนเหลก็ อ่อน โดยใชก้ ระแสไฟฟ้าแรงเคลื่อนต่า 12 โวลต์ เม่ือเปิ ด สวติ ช์ (SW) จะ
ทาใหแ้ ท่นเหล็กอ่อนเป็ นแม่เหลก็ ไฟฟ้า ทาใหบ้ ริเวณโดยรอบแท่นเหลก็ อ่อนเกิดสนามแม่เหลก็ แตใ่ นทางกลบั กนั
หากเราปิ ดสวิตช์ แท่นเหล็กอ่อนก็จะไม่เป็ นแม่เหล็ก ดงั น้นั ภายในคอยล์จุดระเบิดจะเกิดอาการลกั ษณะน้ีอย่าง
ต่อเน่ืองคือ เป็ นแม่เหล็ก และไม่เป็ นแม่เหล็กสลบั กนั อยา่ งต่อเน่ือง แต่เนื่องจากภายในคอยล์มีขดลวด 2 ขด คือ
ขดลวดปฐมภูมิ (Primary coil) พนั รอบแกนเหล็กอ่อนประมาณ 200 – 500 รอบ เป็ นขดลวดไฟแรงต่า และขดลวด
ทุติยภูมิ (Secondary coil) พนั ไวป้ ระมาณ 1,000 – 1,500 รอบ เป็นขดลวดขดลวดไฟแรงสูง
ขดลวดทตุ ิย
ภมู ิ
ขดลวดปฐม
ภมู ิ
รูปที่ 3 – 12 แสดงขดลวด ภายในของคอยลแ์ ละการสร้างสนามแม่เหลก็ ภายในคอยล์
ท่ีมา : Training Manual Toyota : Vol 3
ใบความรู้ หน่วยท่ี12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ างานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง ระบบจุดระเบิด 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
ในกรณที หี่ น้าทองขาวปิ ด (Breaker points closed)
เม่ือเปิ ดสวิตช์กุญแจ (Switch on) กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านเขา้ ไปในขดลวดปฐมภูมิ (Primary coil)ของ
คอยลจ์ ุดระเบิด เน่ืองจากขณะน้นั หนา้ ทองขาวปิ ด (Breaker points closed)กระแสไฟฟ้าไหลไปลงกราวด์ท่ีหนา้
ทองขาว ทาใหเ้ กิดสนามแมเ่ หล็กรอบๆขดลวดปฐมภูมิ (Primary)
ขดลวดทตุ ยิ ภมู ิ ขดลวดปฐมภมู ิ
หวั เทียน แบตเตอร่ี หนา้
รูปที่ 4 – 12 แสดงการยบุ ตวั สนามแม่เหล็กทาใหเ้ กิดแรงเคล่ือนไฟฟ้ากระโดดไปยงั ทหอวั งเขทาียวน
ที่มา : Training Manual Toyota : Vol 3
ในกรณที หี่ น้าทองขาวเปิ ด (Breaker points open)
รูปที่ 5 – 12 ส่วนประกอบภายในของคอยล์
ที่มา : Automotive Encyclopedia : 402
แกนเหลก็ ออ่ น
ในกรณที หี่ น้าทองขาวเปิ ด (Breaker points open )
เม่ือเครื่องยนตห์ มุนไปทาให้หนา้ ทองขาวเปิ ด กระแสไฟฟ้าแรงเคลื่อนต่าถูกตดั วงจรลงทนั ที ไม่สามารถลงกราวด์
ท่ีหน้าทองขาวได้ ทาให้สนามแม่เหล็กของขดลวดปฐมภูมิ (Primary coil ) ยุบตวั ไปตดั กับขดลวดทุติยภูมิ
(Secondary coil) ทาให้เกิดไฟฟ้าแรงเคล่ือนสูงประมาณ 8,000 - 25,000 โวลต์ ไหลออกจากขดลวดทุติยภูมิ
(Secondary coil) ภายในคอยล์จุดระเบิด ไปยงั จานจ่ายไฟฟ้า (Distributor) สู่หัวเทียนเพื่อทาให้เกิดประกายไฟฟ้า
จุดระเบิดภายในหอ้ งเผาไหมข้ องเครื่องยนต์
ใบความรู้ หน่วยที่ 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ างานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ืองระบบจุดระเบิด 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
สวติ ช์กญุ แจจุดระเบดิ (Ignition switch)
สวติ ชก์ ุญแจจุดระเบิด มีข้วั ต่อใชง้ านหลายข้วั ข้ึนอยกู่ บั งานท่ีจะนาไปใช้ มีต้งั แต่ 3 – 6 ข้วั ข้วั หลกั ท่ีสาคญั มีดงั น้ี
1 ข้วั B ต่อจากแบตเตอรี่ข้วั บวก
2 ข้วั IG ตอ่ ไปเขา้ ข้วั บวกของคอยล์
3 ข้วั ST ต่อไปยงั ข้วั สตาร์ทของโซลินอยด์
4 ข้วั ACC ต่อใชก้ บั อุปกรณ์ไฟฟ้าอ่ืนๆ เช่น เทปเสียง พดั ลมฯลฯ
หน้าทองขาว (Contact point)
หนา้ ทองขาว เป็นอุปกรณ์ของไฟฟ้าแรงเคล่ือนต่า ทาหนา้ ที่ตดั ต่อกระแสไฟฟ้า โดยมีลูกเบ้ียวแกนจาน
จา่ ยเป็นตวั ควบคุม การทางานตดั ต่อกระแสไฟฟ้าของหนา้ ทองขาวจะทาใหเ้ กิดการยบุ ตวั ของสนามแม่เหล็กใน
คอยล์
หัวเทียน (Spark plug) รูปท่ี 6 – 12 หนา้ ทองขาว(Contact point)
หวั เทียนเป็ นอุปกรณ์ที่ไฟฟ้าแรงสูงมากระโดด เพ่ือจุดระเบทิดี่มภาา:ยAในutหo Sอ้ eงrเvผicาeไaหnมd ้Rเeนpื่อaiงrจ: 4าก28หวั เทียนไดร้ ับ
การออกแบบใหท้ นต่ออุณหภูมิ และความดนั สูง ส่วนปลายของหวั เทียนเป็ นส่วนท่ีสาคญั ท้งั น้ีเนื่องเป็นจุดท่ีไดร้ ับ
ความร้อนสูง โดยปกติอุณหภูมิท่ีเหมาะสมสาหรับหวั เทียนคือ อุณหภูมิ 450- 950 ซ. เพราะถา้ อุณหภูมิสูงเกินกวา่ น้ี
อาจจะทาใหเ้ กิดการชิงจุดได้
หวั เทียน เป็นอปุ กรณท์ ี่สาคญั มาก การบารุงรกั ษาจึงตอ้ งทา
อยา่ งสม่าเสมอ เช่น ที่ 10,000 กม.ควรถอดออกมาลา้ งทาความ
สะอาด
รูปท่ี 7 – 12 หวั เทียน (Spark plug) ค่ามาตรฐาน
ทมี่ า : blogspot.com
ใบความรู้ หน่วยท่ี 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ างานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่องระบบจุดระเบิด 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
จานจ่ายไฟ (Distributor)
จานจ่ายไฟ มีหนา้ ที่รับไฟแรงเคล่ือนสูงท่ีส่งผา่ นมาจากคอยล์ เพ่ือนาไปจ่ายให้สูบต่างๆของเคร่ืองยนต์
โดยมีหวั โรเตอร์ทาหนา้ ที่เป็ นสะพานไฟเช่ือมต่อการส่งกระแสไฟฟ้า จานจ่ายไฟในปัจจุบนั ไดร้ ับการออกแบบ
ใหส้ ะดวกต่อการใชง้ านมากยงิ่ ข้ึน
จ่ายจา่ ย คอลย์ จดุ ระเบดิ
รูปท่ี 7 – 12 แสดงจานจา่ ยท่ีตดิ ตงั้ กบั เคร่ืองยนต์
ท่ีมา : Auto Service and Repair: 435
ตาแหน่งทตี่ ดิ ตั้งจานจ่าย
โดยปกตจิ านจา่ ยไดร้ บั การสง่ กาลงั ขบั จากเพลาลกู
เบยี้ ว ในปัจจบุ นั เพลาลกู เบยี้ วนยิ มวางไวบ้ นฝาสบู
ทาใหจ้ านจา่ ยตดิ ตงั้ อยดู่ า้ นบนเช่นเดยี วกนั ซง่ึ ตา่ ง
จากเครอื่ งยนตร์ ุน่ เก่าทวี่ างไวด้ า้ นลา่ ง
รูปท่ี 8 -12 ตาแหนง่ ตดิ ตงั้ จานจา่ ย
ใบความรู้ หน่วยที่ 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ างานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่องระบบจุดระเบิด 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
การทางานของระบบจุดระเบิดทใ่ี ช้หน้าทองขาว
จากรูป เม่ือเปิ ดสวติ ช์กุญแจ กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จะไหลผา่ นขดลวดปฐมภูมิ (Primary coil) เม่ือ
หนา้ ทองขาวปิ ด กระแสไฟฟ้าลงกราวด์ ครบวงจร ทาใหแ้ กนเหลก็ อ่อนในคอยลเ์ ป็ นแม่เหลก็ เกิดสนามแม่เหล็ก
ภายในคอยล์
รูปท่ี 9 – 12แสดงการางานของระบบจดุ ระเบดิ ในขณะทีหนา้ ทองขาวตอ่ วงจรไฟฟา้
ทีม่ า : Training Manual Toyota : Vol 3
เม่ือหนา้ ทองขาวเปิ ด กระแสไฟฟ้าท่ีไหลผา่ นคอยลล์ งกราวดไ์ มไ่ ด้ ทาใหเ้ กิดการยบุ ตวั ของสนามแม่เหล็ก เกิด
ไฟฟ้าแรงเคล่ือนสูงไหลผา่ นขดลวดทุติยภูมิ ดว้ ยแรงดนั ประมาณ 8,000 - 25,000 โวลต์
รูปที่ 10 - 12 แสดงการางานของระบบจดุ ระเบิดในขณะทีหนา้ ทองขาวตดั วงจรไฟฟา้
ทีม่ า : Training Manual Toyota : Vol 3
ใบความรู้ หน่วยที่ 12 เวลา 7 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบจุดระเบิด 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
รูปท่ี 11 – 12 แสดงวงจรการจดุ ระเบดิ แบบหนา้
ทองขาว
ทมี่ า : Automotive Technology : 326
มุมปิ ดเปิ ดของหน้าทองขาว (Dwell Angle) ข้อสังเกต
รูป B มมุ ดเวลนอ้ ย หนา้ ทองขาวหา่ ง
รูปท่ี 12 – 12 แสดงมุมเปิ ดปิ ดของหนา้ ทรูปองCขามวมุ ดเวลมาก หนา้ ทองขาวชิด
ท่ีมา : Auto Service and Repair : 431
ดเวลแองเกลิ (Dwell Angle) คือมุมปิ ด - เปิ ดของหนา้ ทองขาว เป็ นมุมท่ีบริษทั ผผู้ ลิตไดก้ าหนดข้ึน เพ่อื
ประโยชน์ในการออกแบบระยะเวลาการปิ ด เปิ ดของหนา้ ทองขาว ซ่ึงจะมีผลตอ่ ระยะห่างของหนา้ ทองขาว ดงั น้ี
เครื่องยนต์ 4 สูบ มุมปิ ด เปิ ดของหนา้ ทองขาว (Dwell Angle) ประมาณ 54 องศา +/- 3 องศา
เครื่องยนต์ 6 สูบ มุมปิ ด เปิ ดของหนา้ ทองขาว (Dwell Angle) ประมาณ 36 องศา +/- 3 องศา
เครื่องยนต์ 8 สูบ มุมปิ ด เปิ ดของหนา้ ทองขาว (Dwell Angle) ประมาณ 27 องศา +/- 3 องศา
อุปกรณ์เร่งไฟ (Vacuum advance)
อุปกรณ์เร่งไฟ เป็ นอุปกรณ์เสริมใหก้ ารทางานของระบบจุดระเบิดสมบูรณ์ยง่ิ ข้ึนการทางานในตาแหน่งเดินเบา
ประมาณ 750 – 800 รอบ/นาที พ้ืนท่ีใตล้ ิ้นปี กผเี ส้ือจะมีสุญญากาศมากที่สุดประมาณ 150 มม.ปรอท ดงั น้นั จึงมี
การคิดประดิษฐโ์ ดยการนาสุญญากาศในท่อร่วมไอดีมาใชป้ ระโยชน์ อุปกรณ์ชุดเร่งไฟ (Vacuum advance) จะมีแผน่
ไดอะเฟรมที่สามารถขยบั เล่ือนไปเล่ือนมาได้ ดงั น้นั เม่ือเกิดสุญญากาศแผน่ ไดอะเฟรมจะถูกความดนั บรรยากาศดนั
ใหเ้ คล่ือนที่ ทาใหม้ ีกลไกไปควบคุมใหอ้ งศาการจุดระเบิดเปล่ียนไป เช่น เคร่ืองยนตท์ ี่รอบเดินเบา องศาการจุด
ระเบิดจะอยปู่ ระมาณ 7 - 10 องศา
ใบความรู้ หน่วยท่ี 12 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง ระบบจุดระเบิด 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
คารบ์ เู รเตอร์
ชดุ เรง่ ไฟแบบแรงเหวย่ี ง
ชดุ เรง่ ไฟแบบแรงเหวยี่ ง ทางาน ชดุ เรง่ ไฟ แบบสญุ ญากาศ
เมอื่ เครอื่ งยนตม์ ีความเรว็ สงู ชดุ เรง่ ไฟ แบบสญุ ญากาศ ควบคมุ ความเรว็ ต่า
อปุ กรณเ์ รง่ ไฟทงั้ แบบแรงเหวย่ี งและ
สญุ ญากาศ มีหนา้ ที่ปรบั องศาการจดุ
ระเบิดใหถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมกบั ภาระ(Load)
กราฟแสดงตาแหนง่ การจดุ ระเบดิ และการสนิ้ สดุ การจดุ ระเบดิ
รูปที่ 13 – 12 แสดงกราฟตาแหน่งองศาการจุดระเบิดล่วงหนา้ ก่อน ศูนยต์ ายบน
ที่มา : Auto Service and Repair : 433
ใบความรู้ หน่วยที่ 12 เวลา 7 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ างานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบจุดระเบิด 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
ระบบจุดระเบิดแบบอเิ ลคทรอนิกส์ (Electronic ignition system)
ระบบจุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็ นระบบจุดระเบิดที่ไดร้ ับการพฒั นาไปจากระบบจุดระเบิดแบบ
หนา้ ทองขาว ท้งั น้ีเน่ืองจากมีอุปกรณ์ทางดา้ นอิเลก็ ทรอนิกส์ที่สามารถนามาประกอบใช้ และทาหนา้ ที่ไดด้ ีกวา่ เช่น
ระบบจุดระเบิดแบบอิเลก็ ทรอนิกส์ สามารถผลิตไฟฟ้าแรงสูงไดม้ ากกวา่ มีองศาการจุดระเบิดท่ีมีความแม่นยาไมว่ า่
ความเร็วจะเปลี่ยนไปอย่างไร นอกจากน้นั มีการบารุงรักษาน้อย ไม่ยุ่งยาก แต่ขณะเดียวกนั ระบบจุดระเบิดแบบ
อิเล็กทรอนิกส์ก็มีจุดอ่อนอยูบ่ า้ งเช่น เม่ือชารุดเสียหาย ไม่สามารถซ่อมแซมชิ้นส่วนได้ ท้งั น้ีเน่ืองจากการออกแบบ
อุปกรณ์จะประกอบไวส้ าเร็จรูป เมื่ออุปกรณ์ชิ้นใดเสียหาย ก็จะตอ้ งถอดเปล่ียนท้งั ชุด จะแยกซ่อมชิ้นส่วนเป็ นชิ้นๆ
ไมไ่ ด้
รูปที่ 14 – 12 แสดงส่วนประกอบของระบบจุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ชนิดแยกส่วน
ที่มา : Training Manual Toyota : Vol 3
องค์ประกอบของระบบจุดระเบิดแบบทรานซิสเตอร์มีดงั นี้
1 ตวั ช่วยจุดระเบิด (Igniter)
2 ชุดกาเนิดสญั ญาณ (Signal generator)
ส่ วนประกอบของชุดกาเนิดสั ญญาณ
1 แม่เหลก็ ถาวร (Permanent magnet)
2 โรเตอร์ (Signal rotor)
3 ขดลวดไฟแรงต่า (Pick-up coil)
รูปท่ี 15 – 12 แสดงชุดกาเนิดสัญญาณของระบบจุดระเบิดแบบอิเลก็ ทรอนิกส์
ใบความรู้ หน่วยท่ี 12 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ างานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน
เร่ือง ระบบจุดระเบิด 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
หนา้ ท่ีของชุดกาเนิดสัญญาณ ส่งกระแสไฟฟ้ากระแสสลบั (A.C) แรงเคล่ือนต่าประมาณ 0.5 - 1 โวลต์ ไปยงั ขา B
ของทรานซิสเตอร์
รูปที่ 16 – 12 แสดงการเหน่ียวนาแม่เหล็ก ของชุดกาเนิดสัญญาณ
ตวั ช่วยจุดระเบิด (Igniter) ประกอบด้วย
1 อุปกรณ์ป้องกนั ความเสียหาย (Detector)
2 อุปกรณ์ขยายสัญญาณ (Amplifier)
3 ทรานซิสเตอร์ (Transistor)
4 อุปกรณ์ควบคุมองศาการจุดระเบิด (Dwell control)
5 อุปกรณ์ควบคุมกระแสไฟฟ้า (Current limiting )
รูปที่ 17 – 12 แสดงส่วนประกอบภายในของกล่องตวั ช่วยจุดระเบิด
เม่ือเคร่ืองยนต์ดับ
เม่ือเปิ ดสวติ ชจ์ ุดระเบิด (SW. ON) แรงดนั ไฟฟ้าจะถูกจ่ายไปยงั จุด (P) แต่เนื่องจากจุด (P) มีความตา้ นทาน R1 , R2
ทาใหก้ ระแสไฟฟ้าผา่ นไดน้ อ้ ยมาก ขณะน้ีไม่มีสญั ญาณมากระตุน้ ที่ขา B ทรานซิสเตอร์ไม่ทางาน กระแสไฟฟ้าจาก
ข้วั บวก (+) ของคอยลท์ ่ีจะผา่ นขา C ไมส่ ามารถไหลลงขา E ลง
กราวดไ์ ด้
รูปที่ 18 – 12 แสดงวงจรจุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ ขณะ
ทรานซิสเตอร์ไมท่ างาน
ที่มา : Training Manual Toyota : Vol 3
ใบความรู้ หน่วยท่ี 12 เวลา 7 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบจุดระเบิด 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
เมื่อเครื่องยนตห์ มุน (ทางาน) โรเตอร์กาเนิดสัญญาณจะจ่ายกระแสไฟฟ้าสลบั และเม่ือกระแสไฟฟ้าสลบั เป็นช่วง
บวก (+) จะทาใหเ้ สริมแรงดนั ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ท่ีจ่ายใหจ้ ุด (P) ทาใหแ้ รงดนั ไฟฟ้าท่ีจุด (Q) เพิม่ สูงข้ึนกวา่
แรงดนั ไฟฟ้าทางานของทรานซิสเตอร์ ดว้ ยเหตุน้ีทาใหท้ รานซิสเตอร์ทางาน กระแสไฟฟ้าของคอลยท์ ี่รออยทู่ ี่ขา
(C ) ไหลผา่ นขา (E) ลงกราวด์ คอลยเ์ กิดสนามแม่เหลก็
รูปท่ี 19 – 12 แสดงการทางานเม่ือทรานซิสเตอร์ทางานทาใหค้ อยลเ์ กิดสนามแมเ่ หลก็
ท่ีมา : Toyota Service Training Step 2
เม่ือเครื่องยนตท์ างานเกิดกระแสไฟฟ้าสลบั ในช่วงลบ (-) ทาใหแ้ รงดนั ไฟฟ้าน้ีไปรวมกนั แรงดนั ไฟฟ้าท่ีจุด (P) ทา
ใหแ้ รงดนั ไฟฟ้าที่จุด (Q) ต่าทรานซิสเตอร์ไม่ทางาน กระแสไฟฟ้าท่ีขา (C) ไหลผา่ นขา (E) ไม่ได้ ทาใหเ้ กิดการ
ยบุ ตวั ของสนามแม่เหลก็ ภายในคอยล์ เกิดไฟฟ้าแรงเคล่ือนสูง ส่งไปจานจา่ ยและหวั เทียน
รูปท่ี 20 – 12 แสดงการยบุ ตวั ของสนามแมเ่ หลก็ มีไฟแรงสูงกระโดดท่ีหวั เทียน
ที่มา : Toyota Service Training Step 2
ใบความรู้ หน่วยท่ี 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน
เร่ือง ระบบจุดระเบิด 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
ระบบจุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบนั ไดม้ ีการออกแบบใหส้ ะดวกต่อการนาไปใช้ โดยการสร้าง
ชุดจานจา่ ยสาเร็จรูป ไมแ่ ยกเป็นส่วนๆ ดงั น้นั ภายในชุดจานจา่ ย จึงประกอบดว้ ยตวั ช่วยจุดระเบิด (Igniter) คอยลจ์ ุด
ระเบิด (Ignition coil) และชุดกาเนิดสญั ญาณ (Pickup coil) มาวางไวเ้ ป็นชุดเดียวกนั โดยใชช้ ื่อเรียกวา่ แบบ
II A ( integrated igniting assembly ) หรือเรียกวา่ ชุดจุดระเบิดรวม
จุดเด่นของชุดจุดระเบดิ รวม (II A)
1 ขนาดเลก็ น้าหนกั เบา สะดวกต่อการติดต้งั และใชง้ าน
2 การเช่ือมต่อข้วั สาย ทาไดม้ นั่ คงแขง็ แรง ไม่แตก ชารุด
3 ป้องกนั ความช้ืน น้า และฝ่ นุ ละออง ไดเ้ ป็ นอยา่ งดี
4 ทนต่อสภาพแวดลอ้ มโดยทว่ั ไป
รูปที่ 22 – 12 แสดงสว่ นประกอบภายในจานจา่ ย แบบ II A
จานจา่ ย แบบ “II A” ( integrated igniting assembly )
ประกอบดว้ ย Igniter , Pickup coil , Ig. Coil , ชดุ ควบคมุ การ
จดุ ระเบดิ ลว่ งหนา้ เและสญั ญาณ Ne , G
รูปที่ 23 – 12 ภาพภายนอก แสดงจานจา่ ยแบบ II A
สญั ญาณ Ne เป็นสัญญาณความเร็วรอบของเพลาขอ้ เหวยี่ ง
สญั ญาณ G เป็นสัญญาณตาแหน่งของเพลาลูกเบ้ียว สญั ญาณท้งั 2 มีความสาคญั ต่อการจุดระเบิด เพอ่ื ให้ตาแหน่ง
และองศาการจุดระเบิดถูกตอ้ งแม่นยา
รูปที่ 24 – 12 แสดงสว่ นประกอบภายในจานจา่ ยแบบ
อิเลก็ ทรอนกิ สแ์ ยกสว่ นโดยมชี ดุ สญั ญาณ Ne สญั ญาณ G
ของเครอ่ื ง 4 A- GE
ทมี่ า : 22,23,24 Training Manual Toyota : Vol 3
สญั ญาณ Ne เป็นสญั ญาณความเรว็ รอบของเพลาขอ้
เหว่ียง
ใบความรู้ หน่วยท่ี 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง ระบบจุดระเบิด 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
การปรับต้งั องศาการจุดระเบิดเคร่ืองยนต์
เพื่อใหอ้ งศาการจุดระเบิดถูกตอ้ งตามท่ีบริษทั ผผู้ ลิตกาหนด จึงตอ้ งทาการปรับต้งั องศาการจุดระเบิด โดยมีการเตรียม
เครื่องมือ และอุปกรณ์ดงั ตอ่ ไปน้ี
1 ศึกษาคู่มือการปรับต้งั องศาการจุดระเบิด
2 จดั หาเครื่องมือพิเศษ ที่สามารถวดั ความเร็วรอบ วดั แรงดนั ไฟฟ้า เคร่ืองวดั องศาและตาแหน่งการจุดระเบิด
(Combination Tachometer and Advance meter) Tachometer ใชว้ ดั ความเรว็ รอบ
3 จดั หาเครื่องมือประจาตวั
Timing light .ใชว้ ดั องศาการจดุ ระเบดิ
Advance meter ใชว้ ดั องศาการจดุ ระเบดิ
ลว่ งหนา้
รูปท่ี 25 – 12 แสดง การนา Timing light มาปรบั ตงั้ รูปท่ี 26 – 12 แสดง ตาแหนง่ ก่อนศนู ยต์ ายบน
องศาการจดุ ระเบดิ เครอื่ งยนต์ (ATDC) โดยดไู ดท้ ีม่ ารค์ หนา้ เครอ่ื งยนต์
จากรูป A แสดงใหเ้ หน็ การกระจายตวั ไมส่ ม่าเสมอของไอดที ่เี ขา้ กระบอกสบู
จากรูป B แสดงใหเ้ หน็ นา้ มนั หลอ่ ลน่ื ร่วั เขา้ ไปภายในหอ้ งเผาไหม้
จากรูป C แสดงใหเ้ ห็นการอราูปรทค์ ี่ไ2ม7ต่ –รง1ต2าแแสหดนงง่ คกวาารกมรเสะยีโดหดาขยอทงีเ่ ไกฟิดฟขา้นึ้ แกรบั งหสวงัู บเทรยีเิ วนณขวั้ กลาง
ที่มา 25 , 26 ,27 : Auto Service and Repair : 437,438
รายการประกอบใบงาน หน่วยท่ี 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน
เรื่อง ระบบจุดระเบิด 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
ใบการปฏิบัตงิ าน
วตั ถุประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
12. ผเู้ รียนตรวจวดั และหาขอ้ ขดั ขอ้ งระบบจุดระเบิดไดถ้ ูกตอ้ ง
13. ผเู้ รียนปรับต้งั องศาการจุดระเบิดไดถ้ ูกตอ้ ง
14. ผเู้ รียนบารุงรักษาอุปกรณ์ชิ้นส่วนของระบบจุดระเบิดไดถ้ ูกตอ้ ง
15. ผเู้ รียนไดป้ ฏิบตั ิตามระเบียบเกี่ยวกบั
4.1 การใชพ้ ้ืนท่ี
4.2 การใชเ้ ครื่องมือ/อุปกรณ์
4.3 การมีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ขอบเขตการปฏบิ ตั ิงาน
14. ทาการตรวจวดั อุปกรณ์ชิ้นส่วน
15. การหาขอ้ ขดั ขอ้ งของระบบ
16. การปรับต้งั องศาการจุดระเบิด
วธิ ีการสอน
12. บรรยายการถึงข้นั ตอนการถอดและการประกอบที่ถูกตอ้ ง
13. สาธิตการถอดประกอบและใหน้ กั ศึกษาทาการปฏิบตั ิ
14. บรรยายถึงขอ้ ผดิ พลาดในการปฏิบตั ิ
เคร่ืองมือและอุปกรณ์
24. เคร่ืองยนต์ 4 สูบ 4 จงั หวะ 2-3 เคร่ือง
25. อุปกรณ์ และชิ้นส่วนของระบบจุดระเบิด
26. มลั ติมิเตอร์
27. ชุดไทมม์ ิ่งไลท์
28. เครื่องวดั รอบ
29. เครื่องมือประจาตวั
30. ชุดจาลอง (Simulator: TCCS)
หน่วยที่ 12 ใบงานท่ี 11 – 12 เวลา 7 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง การบริการระบบ 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 2101- 2101 จุดระเบิด
ใบการปฏบิ ตั งิ าน
เรื่อง การบริการคอยลแ์ ละชุดกาเนิดสญั ญาณจุดระเบิด
ข้นั ตอนการปฏิบตั ิ
1 ถอดข้วั ต่อของหวั เทียนแตล่ ะสูบใหถ้ ูกตอ้ ง โดยจบั ที่ฉนวนหุม้ ปลายสาย
หา้ มจบั สายไฟฟ้าแรงสูงแลว้ ดึงใหห้ ลุด เพราะจะทาใหข้ ้วั ตอ่ ชารุด
ถกู ตอ้ ง ไมถ่ กู ตอ้ ง
คาเตอื น
1 ขณะทาการถอดตอ้ งดบั เครอื่ งยนต์
2 ใหจ้ บั ท่ฉี นวนหมุ้ ปลายสายเทา่ นนั้ (ยกเวน้ ใชเ้ ครอ่ื งมือพเิ ศษ)
3 ในกรณีไมด่ บั เครอ่ื ง
3.1 ระบบจดุ ระเบิดแบบหนา้ ทองขาว ใหส้ ามารถถอดเพือ่ ตรวจสอบการทางานของไฟฟา้ แรงสงู ได้
แตต่ อ้ ง ทาภายในเวลาอนั สนั้ เพราะจะสง่ ผลเสียตอ่ คอยล์ (Coil) และ คอนเดน็ เซอร์ (Condenser)
3.2 ระบบจดุ ระเบิดแบบอเิ ลคทรอนิคส์ ไมค่ วรถอดสาย เพราะไฟฟา้ แรงสงู จะทาลายอปุ กรณอ์ ิเลคทรอนคิ ส์
หน่วยท่ี 12 ใบงานที่ 11 – 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีน เร่ือง การบริการระบบ 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 2101- 2101 จุดระเบิด
2 การถอดหวั เทียนเพื่อตรวจวดั ระยะห่างของเข้ียวหวั เทียน
ค่ามาตรฐาน 0.8 - 1.1 มิลลเิ มตร(0.031 – 0.043 นิว้ )
แบบแพลตตนิ มั (ใหม)่ 1.1 มิลลิเมตร(0.043 นิว้ )
(เก่า) 1.3 มิลลิเมตร(0.051 นวิ้ )
3 ทาการตรวจเช็กความตา้ นทาน ( R ) ของปลายสายไฟแรงสูงแตล่ ะเส้น กบั ข้วั คาร์บอนภายในจานจา่ ย
ค่ามาตรฐาน ความตา้ นทานนอ้ ยกวา่ 25 กิโลโอห์ม (K)
นาผลท่ีไดบ้ นั ทึกลงในตาราง เพือ่ นาไป วเิ คราะห์
4 การวดั ความตา้ นทานของคอยลจ์ ุดระเบิดขดลวดไฟแรงต่า โดยนาสายของมลั ติมิเตอร์ต่อ
ระหวา่ งข้วั บวก (+) กบั ข้วั ลบ (-) ของคอยล์
สายท1ี่ สายที่ 2 สายที่ 3 สายที่ 4
R = ………………. R = ………………. R = ………………. R = ……………….
ความยาว.......... .... ความยาว....................ซม. ความยาว...................ซม. ความยาว...................
ซม. ซม.
5. ค่ามาตรฐาน ของความตา้ นทานชุดขดลวดไฟแรงต่า
(เยน็ ) 1.3 -1.6 โอห์ม (Primary coil resistance 1.3 – 1.6 )
ค่าท่ีวดั ได.้ .....................................
การใชม้ ัลตมิ เิ ตอร์ เพอื่ วดั ความต้านทาน(โอหม์ )
1 ใหห้ มนุ ปรบั บนแผงควบคมุ ไปที่ x1 K / x10 K แลว้ แตค่ า่ ทจี่ ะวดั (ให้ Set 0 ก่อนเสมอ)
2 คา่ ทอ่ี า่ นไดใ้ หค้ ณู กบั ตวั เลขบนสเกล
3 บนั ทกึ คา่ ท่ีได้
หน่วยที่ 12 ใบงานที่ 11 – 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ างานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง การบริการระบบ 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 2101- 2101 จุดระเบิด
6. การวดั ความตา้ นทานของคอยลจ์ ุดระเบิดขดลวดไฟแรงสูง โดยนาสายของมลั ติมิเตอร์ต่อระหวา่ งข้วั บวก (+) กบั
ข้วั ไฟแรงสูงของคอยล์
ค่ามาตรฐาน ขดลวดไฟแรงเคลื่อนสูง ความตา้ นทาน (เยน็ )
10.7– 14.5 กิโลโอห์ม (Secondary coil resistance 10.7 – 14.5 K) ค่าที่วดั ได.้ .....................................
7. การวดั ความตา้ นทานของชุดความตา้ นทานภายนอก โดยใชป้ ลายสายของมลั ติมิเตอร์
วดั ระหวา่ งข้วั ท้งั 2 ของชุดตา้ นทานภายนอก
ค่ามาตรฐาน ความตา้ นทาน (เยน็ ) 10.7 - 14.5 K)
ค่าท่ีวดั ได.้ .....................................
8. การตรวจวดั แรงดนั ไฟฟ้าท่ีข้วั บวก (+) ของชุดตา้ นทานภายนอก โดยปรับต้งั สเกลไปท่ี วดั แรงดนั ไฟฟ้า
กระแสตรง (DC) โดยใชป้ ลายสายของมลั ติมิเตอร์ข้วั บวก (+) ต่อกบั ข้วั ของชุดตา้ นทาน ส่วนปลายสายอีกดา้ นหน่ึง
ตอ่ ลงกราวดก์ บั ตวั จบั ยดึ คอยล์ * ค่ามาตรฐาน แรงดนั ไฟฟ้าประมาณ (Approx) 12 โวลต์
คา่ ท่ีวดั ได.้ ..................................... โวลต์ การวดั แรงดนั ไฟฟ้า (Volt)
1 ใหห้ มนุ ป่ มุ ปรบั ไปท่ี DCV. 50 แลว้ ทาการวดั คา่
2 อา่ นคา่ ท่ไี ดแ้ ลว้ บนั ทกึ ผล
ในกรณีคา่ ท่ีอา่ นไดต้ ่ากวา่ 12 โวลต์
1 ตรวจแรงดนั ไฟฟา้ ทแ่ี บตเตอร่ี
2 สายไฟฟา้ ชารุดไฟฟา้ ลงกราวดบ์ างสว่ น
3 ขวั้ ตอ่ สายหลวม/สกปรก
หน่วยท่ี 12 ใบงานท่ี 11-12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง การบริการระบบ 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 2101- 2101 จุดระเบิด
การตรวจวดั สาหรับคอยล์แบบ 2 เอ (IIA) โดยการเปิ ดฝาครอบจานจ่ายและถอดหวั โรเตอร์ออก
9 ตรวจวดั ความตา้ นทาน ขดลวดไฟแรงเคลื่อนต่า (Primary coil Resistance) โดยใชม้ ลั ติมิเตอร์ วดั ท่ีข้วั บวก (+)
และข้วั ลบ (-) ของคอยล์
ค่ามาตรฐาน (เยน็ ) 1.2 – 1.5
ค่าท่ีวดั ได.้ .....................................
10 ตรวจวดั ความตา้ นทานขดลวดไฟแรงสูง (Secondary coil Resistance) โดยใชม้ ลั ติมิเตอร์ วดั ระหวา่ งข้วั บวก (+)
และข้วั แรงสูงของคอยล์ * ค่ามาตรฐาน (เยน็ ) 10.2 - 13.8 K
11 การตรวจวดั แรงดนั ไฟฟ้าที่ข้วั บวก (+)
ของคอยล์ โดยใชส้ ายของมลั ติมิเตอร์วดั ระหวา่ งข้วั บวก (+) ของคอยล์ และกราวด์
*ค่ามาตรฐาน ประมาณ 12 โวลต์
การใช้มัลตมิ เิ ตอร์
1 การอา่ นพงึ ระมดั ระวงั เป็นพเิ ศษ เพราะคา่ ทไี่ ดม้ คี วามละเอียด ดงั นนั้ ในการตงั้
ยา่ นวดั ตา่ งๆจะตอ้ งดใู หช้ ดั เจน เช่น ACV, DCV, หรอื mA
2 คา่ ทอ่ี า่ นไดอ้ าจจะคลาดเคลอื่ นบา้ งประมาณ ± 2 หรอื ± 3
หน่วยที่ 12 ใบงานที่ 11-12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ กส๊ โซลีน เรื่อง การบริการระบบ 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 2101- 2101 จุดระเบิด
ข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
การต้งั ไฟจุดระเบิดแบบหนา้ ทองขาว โดยใชเ้ ครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จงั หวะ
1 สตาร์ทเครื่องยนตท์ ี่ความเร็วรอบเดินเบาประมาณ
750 – 800 RPM.
2 ติดต้งั เคร่ืองมือวดั และบนั ทึกผลขณะน้นั ดงั น้ี
2.1 ไทมม์ ิ่งไลท์ องศาการจุดระเบิด............. องศา
2.2 มุมดเวล คา่ ที่วดั ได้ ................ องศา
2.3 ความเร็วรอบ คา่ ที่วดั ได.้ ........................ รอบ/นาที
ค่ามาตรฐานทว่ั ๆไป ที่กาหนด
* องศาการจุดระเบิด (ตามคู่มือ)หรือประมาณ ก่อนศูนยต์ ายบน (BTDC) 6-10 องศา ท่ี 850 รอบ/นาที
* มุมดเวล เคร่ืองยนต์ 4 สูบ 54 องศา (+/- 2)
* มุมดเวล เคร่ืองยนต์ 6 สูบ 36 องศา (+/- 2)
* มุมดเวล เคร่ืองยนต์ 8 สูบ 27 องศา (+/- 2)
3 ดบั เคร่ืองยนตแ์ ลว้ ทาการปรับต้งั องศาการจุดระเบิด โดยดาเนินการดงั น้ี
หมุนเคร่ืองยนตใ์ หส้ ูบที่ 1 อดั สุด ดูมาร์คหนา้ เคร่ืองยนต์ (TDC)
หมายเหตุ หมุนเคร่ืองตามเขม็ นาฬิกา
การใช้ Timing Light
1 ตอ่ สายสญั ญาณ ใหถ้ กู ตอ้ ง
2 ใชส้ ขี าวขดี ทบั ท่ี Mark พลู เลยใ์ ห้
ชดั เจน
3 ปรบั ตงั้ ยา่ นวดั ของเครอื่ งใหถ้ กู ตอ้ ง
โดยปกตจิ ะเขยี น “Advance
Tกimารinใชgป้”ระแจกระบอก หมนุ เพอ่ื ดู
ตาแหนง่ องศากอ่ นศนู ยต์ ายบน
B.TDC. 0 - 10
หน่วยที่ 12 ใบงานที่ 11 – 1 2 เวลา 7 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีน เร่ือง การบริการระบบ 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 2101- 2101 จุดระเบิด
4 ใหส้ งั เกตการปิ ด เปิ ด ของหนา้ ทองขาว
เม่ือสูบที่ 1 อยตู่ าแหน่งศูนยต์ ายบน หนา้ ทองขาวจะตอ้ งเปิ ดสุด
ค่ามาตรฐาน ของระยะห่างหนา้ ทองขาว 0.40 - 0.45 มิลลิเมตร
ผลการวดั ขณะน้นั ............................... มิลลิเมตร
การปรับต้งั ใหใ้ ชไ้ ขควงแฉกคลายน๊อตสกรู แลว้ ปรับระยะห่างให้ ถูกตอ้ งโดยใช้ ฟิ ลเลอร์
เกจวดั หลงั จากน้นั ลอ็ กนอตใหแ้ น่น
การตรวจสอบ ใหส้ งั เกตหนา้ สมั ผสั ของหนา้ ทองขาว ถา้ หนา้ สมั ผสั
ชารุดไหม้ ให้เปล่ียนใหม่ พร้อมกบั คอนเด็นเซอร์ (Condenser)
5. การปรับต้งั องศาการจุดระเบิด ให้หมุนเคร่ืองยนต์ เพ่ือให้มาร์คหนา้ เครื่องก่อนศูนยต์ ายบนเพียงเล็กน้อย (ตาม
คู่มือ) หรือก่อนศูนยต์ ายบนประมาณ 6-10 องศา (BTDC 6-10 องศา) จะสังเกตเห็นวา่ ตาแหน่งน้ีหนา้ ทองขาวจะเริ่ม
เปิ ด และหวั โรเตอร์จะตอ้ งช้ีไปในทิศทางสูบท่ี 1 แต่ถา้ หากวา่ ไม่เป็ นไปตามขอ้ กาหนดใหถ้ อดจานจ่ายออกมาปรับ
โดยการหมุนใหท้ ิศทางถูกตอ้ งแลว้ เสียบเขา้ ไปใหม่
หมายเหตุ การถอด ชุดจานจา่ ย แลว้ เสียบเขา้ ไปใหมม่ าร์คจะตอ้ งตรงกนั
การถอดจานจ่ายแลว้ เสยี บเขา้ ไปใหม่ ใหส้ งั เกตหวั โรเตอรต์ อ้ งชีไ้ ป
ตรงกบั สบู ท่ี 1 และจานจ่ายสามารถหมนุ ปรบั องศาไดเ้ ลก็ นอ้ ย
หน่วยที่ 12 ใบงานท่ี 11 – 12 เวลา 7 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีน เรื่อง การบริการระบบ 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 2101- 2101 จุดระเบิด
6. ประกอบฝาครอบจานจา่ ยใหเ้ รียบร้อย พร้อมเสียบสายหวั เทียนใหถ้ ูกตอ้ งดงั น้ี
ก. สังเกต ทิศทางของหวั โรเตอร์อยตู่ าแหน่งใด... ใหน้ บั เป็นสูบที่ 1
ข. ทิศทางการหมุนของหวั โรเตอร์ ตาม หรือ ทวนเขม็ นาฬิกา
ค. ลาดบั การจุดระเบิด 1 3 4 2 หรือตามคูม่ ือกาหนด
เม่ือทราบรายละเอียดดงั ที่ไดก้ ล่าวไวแ้ ลว้ ใหท้ าการเสียบสายหวั เทียนใหถ้ ูกตอ้ งตามลาดบั
7 สตาร์ทเครื่องยนต์ เพื่อทดสอบการทางาน
บนั ทึกผลลงในตาราง
การทางานของเคร่ือง
รุ่น......................................
ความเร็วรอบ (RPM) ปกติ ไม่ปกติ เพราะ
750-800
1000
2000
3000
อ่ืนๆ
.........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
หน่วยท่ี 12 ใบงานที่ 11-12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ กส๊ โซลีน เร่ือง การบริการระบบ 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 2101- 2101 จุดระเบิด
การต้งั ไฟจุดระเบิดแบบอิเลก็ ทรอนิกส์ 2 เอ (Integrated Ignition Assembly : IIA)โดยใช้
เคร่ืองยนต์ 4 สูบ 4 จงั หวะ
1 สตาร์ตเครื่องยนตท์ ่ีความเร็วรอบเดินเบาประมาณ
850 (+/- 50)
2 ติดต้งั เคร่ืองมือวดั และบนั ทึกผลขณะน้นั ดงั น้ี
2.1 ไทมม์ ิ่งไลท์ องศาการจุดระเบิด............. องศา
2.2 ความเร็วรอบ ค่าท่ีวดั ได.้ ........................ รอบ/นาที
2.3 เคร่ืองมือวดั ค่าไอเสีย (HC , CO)
คา่ มาตรฐาน ที่กาหนด
*องศาการจุดระเบดิ (ตามคู่มือ) หรือ ก่อนศูนย์ตาย
บน BTDC 6 - 10 องศาที่ 850 รอบ/นาที
2 ดบั เครื่องยนตแ์ ลว้ ทาการเปิ ดฝาครอบจานจ่ายถอดสาย
หวั เทียน วธิ ีถอดให้จบั ท่ียางหุม้ ปลายสายหวั เทียน
อยา่ จบั สายดึง
4 ตรวจเช็กระยะห่างระหวา่ งโรเตอร์และชุด กาเนิดสญั ญาณเพลาขอ้ เหวยี่ ง (Ne pickup)
ผลการตรวจวดั ................................... มิลลิเมตร
5 ตรวจเช็คระยะห่างระหวา่ งโรเตอร์ และชุด กาเนิดสัญญาณเพลาลูกเบ้ียว (G pickup)
ผลการตรวจวดั .....................................มิลลิเมตร
หน่วยท่ี 12 ใบงานที่11-12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง การบริการระบบ 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 2101- 2101 จุดระเบิด
7 การปรับค่าออ็ กเทนนมั เบอร์ใหเ้ หมาะสมกบั น้ามนั เช้ือเพลิง
(Ron : Research Octane Number)
ค่ามาตรฐานเฉพาะน้ามนั ของประเทศไทย RON : 87
8 ทาการปรับแกนควบคุมค่าออ็ กเทนนมั เบอร์ โดยการหมุนไปใน
ทิศทางดงั น้ี
ทิศทาง A หมุน 1 รอบทาใหอ้ งศาจุดระเบิดล่วงหนา้ 4 องศา
ทิศทาง R หมุนทวนเขม็ ทาใหอ้ งศาการ
จุดระเบิดล่วงหนา้ ต่าลง
9. ในกรณีท่ี ไฟแรงสูงไม่ออกที่หวั เทียนให้ทาการทดสอบการทางานของชุดปิ กอพั คอยล์
โดยการใชถ้ ่านไฟฉาย (1.5 โวลต)์ นามาต่อกบั สายสัญญาณ สีขาว และสีชมพู เมื่อนาสายไฟมาแตะเป็ นช่วงๆ จะเกิด
ไฟแรงสูงกระโดดท่ีข้วั ของคอยล์
หมายเหตุ การทดสอบดงั กล่าว แสดงวา่ ชุดปิ กอพั คอยล์ (Pickup coil) ชารุดใหท้ าการเปล่ียน
นอ้ ยกวา่ มากกวา่
RON : เป็นหนว่ ยวดั คา่ ออ็ กเทนการหมนุ
ปรบั ป่ มุ (ดงั รูป)จะช่วยใหเ้ ครอื่ งยนตเ์ ดนิ
เรยี บเผาไหมส้ มบรู ณ์
สขี าว สชี มภู
ถ่านไฟฉาย 1.5 V
หน่วยที่ 12 ใบงานท่ี 11 - 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีน เรื่อง การบริการระบบ 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 2101- 2101 จุดระเบิด
10. ติดต้งั ป้ัมสุญญากาศแบบมือกด (Hand Vacuum Pump) กบั สายสุญญากาศ เม่ือใช้มือ
บีบป้ัมสุญญากาศ จะสังเกตเห็นการขยบั บิดตวั ของฐานเล็กนอ้ ย นน่ั แสดงวา่ การทางานของ
ชุดเร่งไฟสุญญากาศ (Vacuum Advance)ทางาน หากไมท่ างานจะตอ้ งเปล่ียนชุดเร่งไฟ
11. ทดสอบการบิดตวั ของโรเตอร์ โดยการใชม้ ือบิดไป-มา เพ่ือดูการสึกหรือคลอนของโร
เตอร์ ปกติหัวโรเตอร์จะออกแบบให้เสียบลงพอดีกบั แกนของโรเตอร์ ถา้ หลวมคลอนให้
เปล่ียนโรเตอร์ใหม่
12 ประกอบฝาครอบจานจา่ ยเขา้ ที่ และเช่ือมต่อสายเพ่อื ทาการสตาร์ทเครื่องยนตใ์ หท้ างาน
หน่วยที่ 12 ใบงานที่ 11-12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง การบริการระบบ 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 2101- 2101 จุดระเบิด
ผลการปฏิบตั ิงาน
ปัญหา/อุปสรรค
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
บนั ทึกผล ขณะท่ีเคร่ืองยนตท์ างานอยู่
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ควรมีการแกไ้ ขปรับปรุงในส่วนที่เกี่ยวกบั
..................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยที่ 12 เวลา 7 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน
เร่ือง ระบบจุดระเบิด 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
แบบทดสอบหลงั เรียน
เร่ือง ระบบจุดระเบิด
คาสัง่ ใหน้ กั เรียนทาเคร่ืองหมาย กากบาท (×) ทบั ตวั เลือกท่ีถูกที่สุดเพียงคาตอบเดียว
จากรูปตอบคาถามข้อ 1 – 3
1. จากรูป ตน้ กาเนิดสัญญาณติดต้งั อยทู่ ี่ใด
ก. กล่อง ECU
ข. จานจ่ายไฟ
ค. ภายในตวั ช่วยจุดระเบิด
ง. ภายในคอยลจ์ ุดระเบิด
2. จากรูป ไฟฟ้าแรงสูงที่ไปกระโดดท่ีหวั เทียนจะเกิดข้ึนเมื่อใด ตอบขอ้ 1 - 3
ก. เม่ือกระแสไหลลงกราวดท์ ี่ขา E
ข. เม่ือกระแสไฟฟ้าไหลผา่ นขา B
ค. เม่ือกระแสไฟฟ้าไหลผา่ น R1
ง. เมื่อกระแสไฟฟ้าลงกราวดท์ ่ี ขา E ไม่ได้
3. จากรูป ภายในชุดกาเนิดสัญญาณมีขดลวดอยชู่ ุดหน่ึง เรียกวา่ อะไร
ก. คอยล์
ข. โรเตอร์
ค. หมอ้ แปลงไฟฟ้า
ง. ปิ กอพั คอยล์
แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยที่ 12 เวลา 7 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง ระบบจุดระเบิด 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
แบบทดสอบหลงั เรียน
เรื่อง ระบบจุดระเบิด
คาสั่ง ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย กากบาท (×) ทบั ตวั เลือกที่ถูกที่สุดเพียงคาตอบเดียว
4 ขดลวดปฐมภูมิ (Primary coil) พนั รอบแกนเหลก็ ออ่ นไวป้ ระมาณกี่ขด
ก. 50 - 100 ขด ดว้ ยขดลวดเส้นเลก็
ข. 200 – 500 ขด ดว้ ยขดลวดเส้นใหญ่
ค. 1000 - 2000 ขด ดว้ ยขดลวดเส้นเล็ก
ง. 2000 - 4000 ขด ดว้ ยขดลวดเส้นใหญ่
5 ขอ้ ความใดกล่าวผดิ
ก. คอยลม์ ีหนา้ ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าแรงเคลื่อนสูง
ข. เม่ือหนา้ ทองขาวเปิ ดวงจรทาใหเ้ กิดการยบุ ตวั ของสนามแมเ่ หล็ก
ค. คอนเดน็ เซอร์มีหนา้ ที่เกบ็ และจา่ ยประจุไฟฟ้า
ง. ลาดบั การจุดระเบิดของเคร่ืองยนต์ 4 สูบคือ 1, 2 , 3, 4
6 อุปกรณ์ตวั ใดท่ีช่วยยดื อายกุ ารใชง้ านของหนา้ ทองขาวใหน้ านข้ึน
ก. ตวั ตา้ นทานภายนอก
ข. คอนเด็นเซอร์
ค. จานจา่ ย
ง. หวั โรเตอร์
7. จากรูป อุปกรณ์ดงั กล่าวเรียกวา่ อะไร
ก. ชุดเร่งไฟแบบแรงเหวยี่ ง
ข. ชุดเร่งไฟแบบสุญญากาศ
ค. ชุดควบคุมความเร็วรอบ
ง. ชุดควบคุมปริมาณเช้ือเพลิง
ใชต้ อบขอ้ 7
แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยที่ 12 เวลา 7 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน
เรื่อง ระบบจุดระเบิด 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
แบบทดสอบหลงั เรียน (2)
เร่ือง ระบบจุดระเบิด
คาส่ัง ใหน้ กั เรียนทาเคร่ืองหมาย กากบาท (×) ทบั ตวั เลือกที่ถูกท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว
8. องคป์ ระกอบของการเผาไหมท้ ี่สาคญั 3 ประการคือ
ก. น้ามนั อากาศ อุณหภูมิ
ข. อากาศ อุณหภูมิ ความร้อน
ค. น้ามนั เช้ือเพลิง อากาศ
ง. แก๊ส น้ามนั อุณหภูมิ
9. ระบบจุดระเบิดแบบแมกนีโต (Magneto ignition system) ประกอบดว้ ยส่วนสาคญั อะไรบา้ ง
ก. แบตเตอรี่ คอยล์ และ หวั เทียน
ข. ลอ้ แมเ่ หลก็ คอยล์ และ หวั เทียน
ค. กญุ แจจุดระเบิด ขดลวดตา้ นทาน และ หวั เทียน
ง. จานจา่ ย คอนเด็นเซอร์ และคาปาซิเตอร์
10. แบตเตอร่ี 2 ลูกต่อขนานกนั มีแรงดนั ไฟฟ้ากี่โวลต์
ก. 6 โวลต์
ข. 10 โวลต์
ค. 12 โวลต์
ง. 24 โวลต์
11 สวติ ช์ กุญแจจุดระเบิด ข้วั IG ตอ่ ไปยงั อุปกรณ์ใดต่อไปน้ี
ก. มอเตอร์สตาร์ท
ข. คอยลข์ ้วั ลบ
ค. หนา้ ทองขาว
ง. คอยลข์ ้วั บวก
แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยท่ี 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง ระบบจุดระเบิด 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
แบบทดสอบหลงั เรียน (2)
เรื่อง ระบบจุดระเบิด
คาส่ัง ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย กากบาท (×) ทบั ตวั เลือกท่ีถูกที่สุดเพียงคาตอบเดียว
12 จากรูป อุปกรณ์ดงั กล่าวมีหนา้ ที่อยา่ งไร ตอบขอ้ 12
ก. ปรับองศาการจุดระเบิดใหถ้ ูกตอ้ ง ตอบขอ้ 15
ข. เพ่มิ ปริมาณอากาศท่ีเขา้ หอ้ งเผาไหม้
ค. ปรับต้งั เดินเบาอตั โนมตั ิ
ง. ตดั สัญญาณรบกวนเมื่อเครื่องยนตท์ างาน
13 ภายในกล่องตวั ช่วยจุดระเบิด (Igniter) มีอุปกรณ์ท่ีสาคญั ท่ีสุดคือ
ก. ไดโอด
ข. คอนเด็นเซอร์
ค. รีซีสเตอร์
ง. ทรานซิสเตอร์
14 อุปกรณ์ระบบจุดระเบิดแบบอิเลก็ ทรอนิกส์ที่ทาหนา้ ท่ีแทนหนา้ ทองขาวคือ
ก. ทรานซิสเตอร์
ข. ชุดกาเนิดสัญญาณ
ค. ไดโอด
ง. คอนเด็นเซอร์
15 จากรูปแสดงใหเ้ ห็นวา่ กระแสไฟฟ้า ไหลผา่ นข้วั C
ไปยงั ข้วั E ไดเ้ พราะอะไร
ก. เพราะเปิ ดสวิตชก์ ญุ แจ
ข. เพราะมีกระแสไฟฟ้าไปกระตุน้ ขา B
ค. เพราะแบตเตอร่ีครบวงจรลงกราวด์
ง. เพราะ จานจ่ายหมุนคอนเด็นเซอร์ทางาน
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยท่ี 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ างานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบจุดระเบิด 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
แบบเฉลย ชุดทดสอบ ก่อนเรียน
เร่ือง ระบบจุดระเบิด
ขอ้ ก ข ค ง
1 (×)
2 (×)
3 (×)
4 (×)
5 (×)
6 (×)
7 (×)
8 (×)
9 (×)
10 (×)
11 (×)
12 (×)
13 (×)
14 (×)
15 (×)
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยที่ 12 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ างานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ืองระบบจุดระเบิด 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
แบบเฉลย ชุดทดสอบ หลงั เรียน
เร่ือง ระบบจุดระเบิด
ขอ้ ก ข ค ง
1 (×)
2 (×)
3 (×)
4 (×)
5 (×)
6 (×)
7 (×)
8 (×)
9 (×)
10 (×)
11 (×)
12 (×)
13 (×)
14 (×)
15 (×)
ใบประเมินผล หน่วยที่ 12 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ างานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบจุดระเบิด 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001
ใบประเมินผล
ชื่อ - สกลุ ................................................................หอ้ ง............... เลขที่ .........................
ลาดบั ท่ี รายละเอียด 543 2 1
1 การเตรียมเครื่องมือ วสั ดุ อุปกรณ์
2 ความถูกตอ้ งในการใชเ้ คร่ืองมือ
3 ข้นั ตอนการปฏิบตั ิงาน
4 ความต้งั ใจในการปฏิบตั ิงาน
5 ความมีระเบียบวนิ ยั
6 การแตง่ กาย
7 ทางานร่วมกบั ผอู้ ื่น
8 การเก็บรักษาเคร่ืองมือ
9 ความสะอาดเรียบร้อย
10 ความสาเร็จของงาน
รวม
***เกณฑ์ 5 = ดีมาก
4 = ดี
3 = ปานกลาง
2 = พอใช้
1 = ตอ้ งปรับปรุง
การวเิ คราะห์ผลการทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
การสอบ คะแนนเตม็ คะแนนท่ีได้ เปอร์เซ็นต%์
ก่อนเรียน
หลงั เรียน
รวม
ผลการวเิ คราะห์
ผา่ น
ไมผ่ า่ น
***เกณฑก์ ารวเิ คราะห์
มากกวา่ 70 % ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน
ต่ากวา่ 70 % ไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน นกั ศึกษาจะตอ้ งศึกษาเพมิ่ เติมและทาการทดสอบใหม่
วชิ างานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน หน่วยที่ 13 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
รหสั 20101 - 2001 เร่ือง ระบบระบาย 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
ความร้อน
เรื่อง ระบบระบายความร้อน
วตั ถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธิบายความสาคญั และวธิ ีการระบายความร้อนแบบตา่ งๆไดถ้ ูกตอ้ ง
2. อธิบายการทางานของระบบระบายความร้อนดว้ ยน้า และอากาศไดถ้ ูกตอ้ ง
3. อธิบายความสาคญั และการทางานของเทอร์โมสตทั ไดถ้ ูกตอ้ ง
4. บอกวธิ ีการบารุงรักษาระบบระบายความร้อน และเปล่ียนถ่ายน้าระบายความร้อนไดถ้ ูกตอ้ ง
5. อธิบายการทางานของพดั ลมหมอ้ น้า ชนิดใชค้ ลตั ชข์ องเหลว (Fluid Coupling)ไดถ้ ูกตอ้ ง
ขอบเขตของการสอน
13. ความสาคญั และวธิ ีการระบายความร้อนแบบต่างๆ
14. ส่วนประกอบของระบบระบายความร้อน
15. การตรวจหาขอ้ ขดั ขอ้ งและการแกไ้ ข
วธิ ีสอน
1. ใชก้ ารสอนแบบบรรยายประกอบเพาเวอร์พอยนต์ ( Power point)
2. บรรยายประกอบของจริง
อปุ กรณ์ประกอบการสอน
16. เพาเวอร์พอยนต์ ( Power point )
17. เทอร์โมสตทั (Thermostat) และหมอ้ น้า
18. เคร่ืองยนตร์ ะบายความร้อนดว้ ยอากาศ
19. เคร่ืองยนตร์ ะบายความร้อนดว้ ยน้า
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยท่ี 13 เวลา 7 ชว่ั โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบระบาย 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 ความร้อน
แบบทดสอบก่อนเรียน
เรื่อง ระบบระบายความร้อน
คาสั่ง ใหน้ กั เรียนทาเคร่ืองหมาย กากบาท (×) ทบั ตวั เลือกที่ถูกท่ีสุดเพยี งคาตอบเดียว
1 การระบายความร้อนโดยใชอ้ ากาศ (Air cooling system) มีลกั ษณะพิเศษอยา่ งไร
ก. ฝาสูบออกแบบโดยใชก้ ารเจาะรูโดยรอบเพอื่ ให้อากาศไหลผา่ น
ข. ฝาสูบและเส้ือสูบทาดว้ ยเหล็กหล่อสีเทาหนาผวิ เรียบเป็นมนั
ค. เส้ือสูบและฝาสูบออกแบบใหเ้ ป็นครีบโดยรอบ
ง. เส้ือสูบและฝาสูบจะสร้างดว้ ยอะลูมิเนียมมีครีบโดยรอบ
2 เครื่องของรถยนตโ์ ฟลคสวาเกน้ (Volkswagen) ออกแบบใหม้ ีการระบายความร้อนดว้ ยสารชนิดใด
ก. น้า
ข. อากาศ
ค. ไนโตรเจนเหลว
ง. น้ามนั ระบายความร้อน
3 เทอร์โมสตทั (Thermostat) มีหนา้ ท่ีอยา่ งไร
ก. ควบคุมปริมาณการไหลของน้า
ข. ปิ ด เปิ ด น้าระบายความร้อน
ค. ลดอุณหภูมิของน้าระบายความร้อน
ง. รักษาคา่ ความเป็นกรด เป็ นด่างของน้าใหค้ งที่
4 เคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีนอุณหภูมิท่ีเหมาะสมประมาณกี่องศา
ก. 60 องศาเซลเซียส
ข. 70 องศาเซลเซียส
ค. 80 องศาเซลเซียส
ง. 90 องศาเซลเซียส
5 เทอร์โมสตทั ติดต้งั อยบู่ ริเวณใดของเครื่องยนต์
ก. เส้ือสูบของเคร่ืองยนต์
ข. ฝาสูบของเคร่ืองยนต์
ค. ทางน้าไหลออกจากเคร่ืองยนต์
ง. ทางน้าไหลเขา้ ก่อนจะถึงป้ัมน้า
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 13 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง ระบบระบาย 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 ความร้อน
แบบทดสอบก่อนเรียน (2)
เร่ือง ระบบระบายความร้อน
คาส่งั ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย กากบาท (×) ทบั ตวั เลือกท่ีถูกที่สุดเพยี งคาตอบเดียว
6 ขอ้ ใดกล่าวถึงการทางานของพดั ลมระบายความร้อนไดถ้ ูกตอ้ ง
ก. ทางานตลอดเวลาเมื่อเคร่ืองยนตท์ างาน
ข. ทางานและหยดุ สลบั กนั ทุก 15 นาที
ค. ทางานตามระยะเวลาท่ีไดก้ าหนดไว้
ง. ทางานโดยอตั โนมตั ิเมื่อถึงอุณหภูมิการทางาน
จากรูป ตอบคาถามขอ้ 7-8
7 จากรูป สวติ ช์ความร้อน (Coolant temp switch) โดยปกติต้งั อยกู่ บั อุปกรณ์ใดต่อไปน้ี
ก. พดั ลมระบายความร้อน
ข. สวติ ช์จุดระเบิด
ค. ดา้ นขา้ งฝาสูบ
ง. หมอ้ น้า
8 อุปกรณ์ตวั ใดควบคุมพดั ลงระบายความร้อน
ก. สวติ ซ์จุดระเบิด
ข. รีเลย์
ค. สวติ ซ์อุณหภูมิน้า
ง. แบตเตอร่ี
ใบความรู้ หน่วยท่ี 13 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบระบาย 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 ความร้อน
ระบบระบายความร้อน (Cooling system)
หนา้ ท่ีของระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์
เพ่ือระบายความร้อนท่ีเกิดจากการเผาไหมภ้ ายในกระบอกสูบของเครื่องยนต์ ไม่ใหส้ ูงเกินเกณฑ์ท่ีกาหนด
โดยปกติความร้อนที่เกิดจากการเผาไหมภ้ ายในกระบอกสูบสูงถึงประมาณ 3,000. องศาเซลเซียส (C ) ซ่ึงถา้ ไม่มีการ
ระบายความร้อนออกจากเคร่ืองยนต์ จะทาใหเ้ คร่ืองยนตช์ ารุดสึกหรอและไมอ่ าจทางานเป็นเวลานานติดต่อกนั
ความร้อน (HEAT)ที่เกิดข้ึนบริเวณชิ้นส่วนที่สาคญั ภายในเคร่ืองยนต์ โดยไดผ้ ลทดลองดงั น้ี
ตารางแสดงอุณหภูมิ ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์
บริเวณทเี่ กดิ ความร้อน (Part Temp.) องศาเซลเซียส ( C )
ห้องเผาไหม้มอี ุณหภูมมิ ากกว่า 2,484
บริเวณศูนย์กลางของลกู สูบ 288 – 302
สลักลกู สูบ 288 – 302
แบริ่งก้านสูบ 93 – 204
ด้านล่างของผนังกระบอกสูบ 149
แหวนอัดอันบน 149 – 260
ผนังลกู สูบด้านบน 93 – 371
ผนังห้องเผาไหม้ 204 - 260
ลนิ้ ไอเสีย 649 – 732
632 - 677
ก้านลนิ้ ไอเสีย
ตาราง ที่ 1 – 13 แสดงค่าความร้อนที่เกิดข้ึนบริเวณส่วนสาคญั ของเครื่องยนต์
ท่ีมา : Auto Service and Repair :325
ใบความรู้ หน่วยที่ 13 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบระบาย 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 ความร้อน
การระบายความร้อนแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
1 ระบายความร้อนโดยใชอ้ ากาศ (Air cooling system)
2 ระบายความร้อน โดยใชน้ ้า (Water cooling system)
ระบายความร้อนโดยใช้อากาศ (Air cooling system)
การระบายความร้อนโดยใชอ้ ากาศปกติใชก้ บั เคร่ืองยนตเ์ ล็ก ไม่เกิน 10 แรงมา้ เช่น เครื่องยนต์ ฮอนดา้
ชิโบร่า บริสต์ แตอ่ ยา่ งไรก็ตาม การระบายความร้อนดว้ ยอากาศก็ไมไ่ ดจ้ ากดั ใหใ้ ชก้ บั เคร่ืองยนตเ์ ลก็ เพียงอยา่ งเดียว
ไดม้ ีการออกแบบใชก้ บั เคร่ืองยนตข์ นาดมากกวา่ 10 แรงมา้ เช่น เคร่ืองยนตโ์ วคสวาเกน้ (Volkswagen) ของ
เยอรมนั เคร่ืองลิตส์เตอร์ (Lister) ขององั กฤษ ฯลฯ
การออกแบบเคร่ืองยนตใ์ หร้ ะบายความร้อนดว้ ยอากาศ โดยปกติจะออกแบบเส้ือสูบใหม้ ีครีบ (FIN) เพ่อื ให้
อากาศ จากพดั ลม (Fan Blades)ไหลผา่ นไดส้ ะดวก เส้ือสูบทาดว้ ยโลหะที่มีการถ่ายเทความร้อนไดด้ ี เช่น
อะลูมิเนียมเป็ นตน้
ครบี FIN
รูปท่ี 1 - 13เคร่ือง Teledyne Wisconsin 3 กระบอกสบู ระบายความรอ้ นดว้ ยอากาศ
ทมี่ า : Automotive Encyclopedia : 121
ข้อสังเกต
เครอื่ งยนตท์ ่รี ะบายความรอ้ นดว้ ยอากาศ บรเิ วณเสอื้ สบู จะออกแบบ
ใหม้ ีครบี (FIN)โดยรอบ เพ่อื ใหม้ ีการระบายความรอ้ น
ใบความรู้ หน่วยที่ 13 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีน เรื่อง ระบบระบาย 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 ความร้อน
พดั ลม ระบายความ
รูปท่ี 2 – 13 เคร่ือง Tecumseh 1 สบู 4 จงั หรวอ้ ะนตดิ ตงั้ พดั ลม
(Fan blades) เพอ่ื ระบายความรอ้ นใหแ้ กก่ ระบอกสบู
รูปท่ี 3 – 13 ภาพตดั แสดงสว่ นประกอบภายในของเคร่อื งยนต์ Volkswagen
ระบายความรอ้ นดว้ ยอากาศ 4 สบู 4 จงั หวะ
ที่มา 2, 3 : Automotive Encyclopedia : 119 - 121
ใบความรู้ หน่วยท่ี 13 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง ระบบระบาย 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 ความร้อน
ลกั ษณะเด่นของเคร่ืองยนต์ทร่ี ะบายความร้อนด้วยอากาศมี 3 ประการดงั นี้
1 มีครีบ (FIN) โดยรอบบริเวณเส้ือสูบ
2 มีพดั ลมเป่ าอากาศ (Fan Blades)
3 เส้ือสูบทาดว้ ยอะลูมิเนียม แมกนีเซียม หรือโลหะผสมท่ีถ่ายเทความร้อนไดด้ ี
ระบายความร้อน โดยใช้นา้ (Water cooling system)
การระบายความร้อนด้วยน้า เป็ นที่นิยมมากท่ีสุด ท้งั น้ีเนื่องจากการระบายความร้อนดว้ ยน้า สามารถลด
อุณหภูมิของเครื่องยนต์ลงได้มาก รวดเร็ว เหมาะกับเคร่ืองยนต์ทุกประเภทต้งั แต่ขนาดเล็กแรงม้าต่า จนถึง
เครื่องยนตข์ นาดใหญ่ แรงมา้ สูงๆ
ส่ วนประกอบของการระบายความร้ อนด้วยนา้
1 หมอ้ น้ารังผ้งึ หรือถงั เกบ็ น้า (Radiator & tank)
รูปท่ี 4 – 13 หมอ้ น้ารังผ้งึ ที่นามาติดต้งั กบั เคร่ืองยนต์
ที่มา : Auto Service and Repair : 339
จุดเด่นของหม้อนา้ แบบรังผึง้
1 นา้ ระบายความรอ้ นบรรจอุ ยภู่ ายในหลอด อากาศผา่ นได้ ทาใหร้ ะบายความ
รอ้ นไดเ้ รว็ กวา่ ถงั เก็บนา้
2 ลดอณุ หภมู จิ ดุ เดือน ทาใหน้ า้ รอ้ นไมส่ ามารถเดือดได้ ถงึ แมว้ า่ ถงึ อณุ หภมู จิ ดุ
ใบความรู้ หน่วยที่ 13 เวลา 7 ชวั่ โมง /สัปดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบระบาย 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 ความร้อน
เทอร์โมสตทั (Thermostat)
เทอร์โมสตทั หรือวาลว์ น้า เป็นวาลว์ ท่ีควบคุมการปิ ด เปิ ดการไหลของน้าระบายความร้อน โดยใชอ้ ุณหภูมิของน้า
ระบายความร้อนมาทาใหว้ าลว์ เปิ ดโดยอตั โนมตั ิ โดยปกติวาลว์ จะเปิ ดที่อุณหภูมิประมาณ 80 – 85 C ถา้ อุณหภูมิต่า
กวา่ ท่ีกาหนดเทอร์โมสตทั จะปิ ด น้าไหลหมุนเวยี นไม่ได้
หน้าท่ี ควบคุมอุณหภูมิของเครื่องยนตใ์ หม้ ีอุณหภูมิคงที่ เช่น เครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน
อุณหภูมิท่ีเหมาะสมประมาณ 80 C. เครื่องยนตด์ ีเซลอุณหภูมิประมาณ 90 C.
ค่ามาตรฐาน ในการกาหนดการเปิดของเทอรโ์ มสตทั
อณุ หภมู ิ 155 - 160 F. (68.3 - 71.1 C.)
แตใ่ นการสรา้ ง กาหนดใหเ้ ปิดท่ี 180 F. ( 82.2 C .)
รูปท่ี 5 – 13 แสดงใหเ้ ห็นตาแหน่งของเทอร์โมสตทั ติดต้งั บริเวณทางน้าไหลออกจากเครื่องยนต์
ท่ีมา : Auto Service and Repair : 339
เทอรโ์ มสตทั นา้ ระบายความรอ้ นไมถ่ งึ
อณุ หภมู ิทางานเทอร์
รูปที่ 6 – 13 แสดง การทางานของเทอร์โมสตทั ในขณะท่ีอุณหภูมิน้าระบายควาโมรส้อตนทั ไปมิด่ถนึงา้อไุณมไ่หหภลูมิทางาน
ท่ีมา: คู่มือซ่อม 5S-FE ลย.- 3
ใบความรู้ หน่วยท่ี 13 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีน เรื่อง ระบบระบาย 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 ความร้อน
รูปท่ี 7 – 13 แสดง การทางานของเทอร์โมสตทั เม่ือถึงอุณหภูมิทางาน เทอร์โมสตทั เปิ ด
ที่มา: คู่มือซ่อม 5S-FE ลย.- 3
ส่ วนประกอบของระบบระบายความร้ อน
1 ป้ัมน้า (Water pump) หนา้ ท่ี ดูด และส่งน้าระบายความร้อนใหไ้ หลหมุนเวยี นภายในเครื่องยนต์
ทอ่ นา้ ออก ลกู ปืนเพลา
เสอื้ ปั้ม
นา้
ใบพั
รูปที่ 8 – 13 แสดงส่วนประกอบของป้ัมน้า
ที่มา : Automotive Service Technology : 88
ใบความรู้ หน่วยท่ี 13 เวลา 7 ชวั่ โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีน เรื่อง ระบบระบาย 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 ความร้อน
2 พดั ลมระบายความร้อนหนา้ ที่ ระบายความร้อนหมอ้ น้ารังผ้งึ ทาใหเ้ กิดกระแสลมเร่ง เพื่อลดอุณหภูมิของ
เครื่องยนต์
ชดุ คลชั ของเหลว
พดั ลมระบายความรอ้ น
ปั้มนา้
รูปที่ 9 – 13 แสดงส่วนประกอบของพดั ลมระบายความร้อนชนิดใชค้ ลตั ช์ของเหลว
ท่ีมา : คู่มือการซ่อม 3S-F : ลย 2
รูปที่ 10 – 13 แสดงตาแหน่งติดต้งั พดั ลมระบายความร้อนหมอ้ น้า
ที่มา : คู่มือการซ่อม 3S-F : ลย2
มไฟฟา้ DC. 12 V ภาพแสดงการนาพดั ลมไฟฟ้ามาติดต้งั เพ่ือระบายความร้อนใหแ้ ก่หมอ้ น้ารังผ้งึ การทางานของพดั ลมไฟฟ้าจะเป็นไป
โดยอตั โนมตั ิ โดยมีอุปกรณ์ประกอบวงจรไฟฟ้าที่สาคญั ดงั น้ี
1 รีเลย์ (Relay)
2 สวติ ช์ความร้อน (Thermo switch) หรือ Coolant temp. switch
ใบความรู้ หน่วยที่ 13 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเครื่องยนตแ์ ก๊สโซลีน เร่ือง ระบบระบาย 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 ความร้อน
รเี ลย์ พดั ลมไฟฟา้
สวิตซค์ วามรอ้ น
รูปที่ 11 – 13 แสดง วงจรไฟฟ้าในขณะที่อุณหภูมิน้าระบายความร้อนต่า จะเห็นไดว้ า่ รีเลยเ์ ปิ ด พดั ลมไมท่ างาน
ขณะน้ีอุณหภูมิของน้าระบายความร้อนต่ากวา่ 80 ° C (Below 80 C)
รูปที่ 12 – 13 แสดง วงจรไฟฟ้าในขณะท่ีอุณหภูมิน้าระบายความร้อนสูง จะเห็นไดว้ า่ รีเลยป์ ิ ด พดั ลมทางานขณะน้ี
อุณหภูมิของน้าระบายความร้อนสูงกวา่ 90 ° C (Above 90 C)
ท่ีมา11,12 : คู่มือการซ่อม 3S-F : ลย2
รเี ลยท์ ีใ่ ชใ้ นรถยนต์
รีเลย์ (Relay) เป็นสวติ ซแ์ มเ่ หลก็ มหี นา้ ที่ตดั ตอ่
กระแสไฟฟา้ ใชก้ บั อปุ กรณไ์ ฟฟา้ หลายชนดิ ในรถยนต์ เชน่
..ไฟหนา้ พดั ลม แตร ระบบปรบั อากาศ ฯลฯ
ใบความรู้ หน่วยท่ี 13 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีน เรื่อง ระบบระบาย 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 ความร้อน
แบตเตอรี่ หมอ้ นา้
พดั ลมระบายความรอ้ น
รูปท่ี 13 – 13 ภาพแสดง ให้เห็นองคป์ ระกอบในการนาหมอ้ น้าแบบรังผ้งึ มาติดต้งั กบั เครื่องยนต์
โดยใชพ้ ดั ลมไฟฟ้าระบายความร้อนใหแ้ ก่หมอ้ น้า
ท่ีมา : Auto Service and Repair : 337
เทอรโ์ มสตทั เทอรโ์ มมิเตอร์
รูปท่ี 14 – 13 การทดสอบ การทางานของเทอรโ์ มสตทั โดยการนาไป
ตม้ ใหส้ งั เกตการเปิด ปิด ตามการเปล่ียนแปลงของอณุ หภมู ิ (ปกติ
เปิดท่ี 80 - 85 c.)
ท่ีมา : Auto Service and Repair : 338
นา้ ความรอ้ น Thermostat หมายถงึ วาลว์ นา้ ท่ีควบคมุ การปิด – เปิด
ดว้ ยอณุ หภมู ิ
การนาไปตม้ เป็นการทดสอบการทางานวา่ Thermostat
ทางานเป็นปกติหรอื ไม่
ใบความรู้ หน่วยท่ี 13 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ กส๊ โซลีน เร่ือง ระบบระบาย 18 สัปดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 ความร้อน
การบริการระบบระบายความร้อน
กระบอกอดั ความดนั
อากาศ
อดั ความดนั เพอื่
ตรวจสอบการร่วั
อดั 3- 4 บาร์
รูปท่ี 15 – 13 แสดงใหเ้ หน็ การนาเคร่อื งมือพิเศษมาทดสอบหาการร่วั ของหมอ้ นา้ แบบรงั ผงึ้ โดย
การอดั อากาศความดนั สงู เขา้ ประมาณ 3 บาร์ เขา้ ไปภายในหมอ้ นา้ แลว้ สงั เกต การร่วั ของนา้
ท่ีมา : Auto Service and Repair : 330
A BC
รูปท่ี 16 – 13 แสดง ทอ่ ยางทางไหลของนา้ ในสภาพตา่ งๆ ลกั ษณะ A , B ชารุด ลกั ษณะ C เป็นปกติใชง้ านได้
ทม่ี า : Auto Service and Repair : 334
ใบความรู้ หน่วยที่ 13 เวลา 7 ชว่ั โมง /สปั ดาห์
วชิ า งานเคร่ืองยนตแ์ ก๊สโซลีน เรื่อง ระบบระบาย 18 สปั ดาห์/ภาคเรียน
รหสั 20101 - 2001 ความร้อน
การคลอ้ งสายพานทไี่ มล่ งรอ่ งถกู ตอ้ งจะ
สง่ ผลใหป้ ั้มนา้ ระบายความรอ้ นทางานได้
ไมเ่ ต็มที่ทาใหเ้ ครอ่ื งรอ้ นจดั ทีเ่ รยี กวา่
“Overheat”
A
B
ถกู ตอ้ ง ไม่ถกู ตอ้ ง
รูปที่ 17 – 13 แสดง การติดตงั้ สายพาน ลกั ษณะ A ติดตงั้ ถกู ตอ้ งรอ่ งสายพานจะ
ลงพอดีกบั พลู เลย่ ์ ลกั ษณะ B ตดิ ตงั้ รอ่ งสายพานไมถ่ กู ตอ้ ง
ท่ีมา : Auto Service and Repair : 335
การเลือกใชน้ ้าในการเติมหมอ้ น้า
น้าท่ีเหมาะสมสาหรับการเติมหมอ้ น้าจะตอ้ งเป็ นน้าที่สะอาดทางอุตสาหกรรม ไม่มีสารแขวนลอย ไม่มี
จุลินทรีย์ และจะตอ้ งมีสถานะเป็ นด่างเล็กนอ้ ย เพราะถา้ น้ามีสภาพเป็ นกรดจะทาใหเ้ กิดการกดั กร่อนเส้ือสูบ ทาให้
อายกุ ารใชง้ านน้อยลง การเลือกหาน้าท่ีสะอาดทางอุตสาหกรรมเป็ นสิ่งที่สาคญั การใชน้ ้าท่ีไม่สะอาดจะทาให้เกิด
ตะกอน และสนิม ทาใหป้ ระสิทธิภาพการระบายความร้อนลดลง
หมอ้ นา้ รูปที่ 1 8 – 13 การเกิดสนิม จะทาใหเ้ ครอื่ งยนตร์ อ้ น
นา้ รอ้ นและไอนา้ จดั นา้ ระบายความรอ้ นเดอื ด เป็นอปุ สรรคตอ่ การ
ระบายความรอ้ น
ที่มา : Auto Service and Repair : 329
OVER HEAT เกิดจากสาเหตหุ ลาย
ประการ เช่น นา้ แหง้ นา้ ไมไ่ หลหมนุ เวยี น
ฯลฯ หากปลอ่ ยทงิ้ ไวเ้ ครื่องยนตจ์ ะชารุด
เสยี หายจนไมส่ ามารถซอ่ มแซมได้