๓๘๘
จติ ระรถ. หมอเอกน้ันมา คอยอยฃู างนอกพระลาน.
ขอไดโปรดใหทาํ การ
ลองเวทชํานาญ ชํานถิ วายสกั ครง้ั .
สุเทษณ. เจา พูดชวนกกใู หห วัง !
จิตระรถ. ฃา บาทเชือ่ แนแกใจ แมไ มสมดงั ปากวา จะทําฉันใด ?
ขอโปรดทดลองดูเวท, อยูแลวจงึ่ ได กลา พามาเฝา ทูลเกศ.
สเุ ทษณ. ดีละ, เรียกเฃาเฃา มา
จิตระเสน. เทวะ ! ฃา สงสยั นกั , เผอื่ พระทรงเดช จะไดดงั พระจนิ ตนา.
เวทมนตรนั้นเฃาอาจมี ช่ัวดกี ็นา จะลองใหเหน็ ประจักษ.
แตจะบังคับหัทยา
แตไมอยากทัก อยากทวงตอ หนาสารถี.
จริงอยูพอท่ี จะเรยี กเอาใคร ๆ มา;
ใหรกั นัน้ ฃา ยงั นกึ ระแวงแคลงนกั .
(มทั นะพาธา หนา ๑๑-๑๒)
บทสนทนาของมัทนา
มทั นา. บิดาเจา ฃาดฉิ นั เตรียมเสรจ็ ซงึ่ สรร- พะโภชะนาจาํ นง; (ฉบงง, ๑๖.)
อกี ไดเตรียมนํา้ โสดสรง สําหรบั พระองค วสิ ทุ ธริ าชฦๅชัย,
ทั้งเตรียมน้าํ มันพรอมไว เพอ่ื พระจะได ทรงทาแกเมื่อยวรกาย.
ขอเชอญบิดาผันผาย พรอมพระฦๅสาย เฃา สศู าลาบดั น.้ี
(มทั นะพาธา หนา ๕๐)
บทสนทนาระหวา งชัยเสน ปรยิ มั วะทา และนันทิวรรธนะ
ชัยเสน. นันทวิ รรธนะบัดน้ี จงถามคดี ทีน่ างปรฺ ิยมั วะทา (ฉบงง, ๑๖.)
นนั ทวิ รรธนะ. บัดนี้มีผกู ลา วหา ตวั คณุ นีว้ า ใชน างฃา หลวงไปตาม
หมอเฒา ช่อื วิทูรพราหมณ, ฃา จ่งึ ขอถาม ขอนใี้ หก ารฉันใด ?
ปริยัมวะทา.เอะ ! นางฃา หลวงคนไหน ?
นนั ทิวรรธนะ. นางคนนไ้ี ซร.
ปริยัมวะทา. เอะ ! ดูนาสงสัยนกั !
นางไมเคยอยตู ําหนัก ขององคน งลักษณ, และมไิ ดเ คยเปนฃา.
(มัทนะพาธา หนา ๑๐๗)
บทสนทนาระหวา งศุภางคและโสมะทตั
ศุภางค. เรามีธุระรอ นอย,ู มาหาทา นผู เปนศิษยผใู หญที่น.ี้ (ฉบงง, ๑๖.)
โสมะทัต. มีกจิ จะพดู จากัน.
พวกเจา จงหลกี ไปที ! เรากบั เสนี เสนีมิตองเกรงใจ.
ศุภางค. ผูเ หน็ อยเู มื่อวันวาน
บัดนมี้ ีขอสําคญั ใดจงบอกพลนั ,
ทา นเคยไดเลาเร่ืองให วา นางทรามวยั
๓๘๙
โสมะทตั . นั้นโดยปรกตกิ าล เปนพฤกษะมาน มาลีสคุ นธหอมเยน็ ,
ศภุ างค. และตอเม่ือถึงวันเพญ็ นางจ่ึงจะเปน นงคราญวิสทุ ธิ์ศรใี ส,
ดังนน้ั ถกู ฤๅฉันใด ?
โสมะทัต. ถกู เชนนั้นไซร.
ศุภางค. กบั อีกหน่งึ คืนนางน้นั แลวก็เม่ือครบหนง่ึ วนั
ถูกไหมเฃาใจเชน น้ี ?
กก็ ลบั กลายพลัน เปนพฤกษะอกี ทนั ท,ี
วากุพชฺ ะกะพฤกษา
ถกู แลว เสนี.
เมือ่ กพี้ วกศิษยบ อกฃา
หายไปแลว นา; ทานทราบเหตุแลว ฤๅไฉน ?
(มัทนะพาธา หนา ๖๙-๗๐)
บทสนทนาระหวางกาละทรรศนิ ศนุ และนาค
กาละทรรศิน. ไหนเลาตน ไมท ว่ี า มีดอกสงา และหอมประเสริฐสงไกล? (ฉบงง, ๑๖.)
ศุน. อยูน่ีเจา ฃา ! ฃาไซร เปนผทู ี่ได ประสพพบดอกอัศจรรย.
นาค. ตฃู ามาดวยพรอมกัน.
ศุน. แตวา ดิฉัน เปนผูประสบพบแท.
นาค. ตูฃา เดริ หาเจียนแย, สวนเฃานอนแผ สบายอยกู ลางปฐ พ.ี
ศนุ . จะนอนหรือนงั่ ตามที แตเหน็ ของด-ี
นาค. เพราะโชคเทา น้นั บันดาล !
กาละทรรศนิ . มวั เถยี งกันไมเฃา การ ! ไปเกบ็ ดวงมาลย มาใหเ ราพลันทนั ใด.
(มัทนะพาธา หนา ๓๕)
บทสนทนาระหวางเกศินี อราลี จัณฑีและวิทูร
เกศิน.ี บัดนม้ี ีผูชายมา บอกวาราชา เสดจ็ จะถึงอุทยาน.(ฉบงง, ๑๖.)
อราลี. ไว ๆ เถิดทา นอาจารย ทานจงเริ่มการ พธิ ีดงั ทนี่ ัดไว.
วิทรู . ตูฃาขอกลาวอกี ไซร วายงั มใี จ ตะขิดตะขวงมากอย.ู
อราลี. อยามัวราํ่ ไรขรัวคร,ู เดี๋ยวทานจะจู มาถงึ มิทันลงมอื .
จัณฑี. สวนกจู ะอยนู ีฤ่ ๅ จะแอบเสยี หือ ?
อราลี. พระนางตองแอบกอนด.ี
(มัทนะพาธา หนา ๑๐๑)
๓๙๐
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา เจาอยหู ัวทรงเลอื กใชก าพยฉบัง ๑๖ มากกวา
กาพยช นิดอน่ื โดยทรงใชใ นบทรอง บทพากย และบทสนทนา ซ่งึ บทสนทนาจะใชในการดําเนนิ
เรือ่ ง ใชเ จรจากนั ตามธรรมดาหรือโตเ ถียง แตไมใ ชบ ทสนทนาทีเ่ ปน แนวคิดหรอื แสดงความรูส ึก
ลึกซึ้ง โดยทรงใชก บั บทสนทนาของตัวละครตง้ั แตต ัวเอก ตวั ประกอบ ตลอดจนตวั ตลก
๓.๒.๓ กาพยสุรางคนางค ๒๘ ในพระราชนิพนธเรื่องมทั นะพาธา
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา เจา อยูห ัวทรงพระราชนิพนธกาพยสุรางคนางค ๒๘ นอ ยกวากาพย
ชนิดอื่น โดยทรงนํากาพยส ุรางคนางค ๒๘ ไปใชในบทสนทนาของตวั ละคร ดังนี้
บทสนทนา พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลาเจาอยูหวั ทรงพระราชนิพนธก าพย
สุรางคนางค ๒๘ ในบทสนทนาของตัวละคร ไดแก ชยั เสน สุเทษณ จัณฑี ศภุ างค กาละทรรศนิ
จติ ระเสน มายาวิน นนั ทวิ รรธนะ วทิ รู และเกศินี จาํ แนกไดเปน ๒ ลกั ษณะ คอื
๑. บทสนทนาทเ่ี ปนการดาํ เนินเรอ่ื ง คือบทสนทนาที่ตัวละครเจรจากนั
เพ่ือใหเ หตุการณใ นเรื่องดําเนินไป ในท่นี เ้ี ปน บทสนทนาที่โตตอบกันอยา งธรรมดา ไมใชบท
สนทนาที่เนนการแสดงแนวคิดหรอื สะเทือนอารมณ ดังตัวอยา ง
บทสนทนาระหวางสุเทษณกบั มายาวิน ตอนสเุ ทษณเ ลา ความทุกขใ ห
มายาวินฟง และมายาวนิ ลวงรูส าเหตุของความทุกขนน้ั ดว ยญาณ สเุ ทษณจึงขอใหมายาวินเลา ให
ฟง ซึง่ บทสนทนาของตัวละครทั้งสองกอ นท่ีมายาวินจะเลา เรอ่ื งทรงพระราชนิพนธดวยกาพย
สรุ างคนางค ๒๘ ความวา
สเุ ทษณ. อันตวั เราน้ี จิตจออยูที่ โฉมมะทะนา, (สุรางคณา, ๒๘.)
มายาวนิ . ผเู ลิดเลอสรร ในชน้ั กามา พะจรฟากฟา บม ใี ครทัน.
สเุ ทษณ.
มายาวนิ . ตัง้ แตเ รามา เกดิ ในฟากฟา พิภพภูมสิ วรรค,
สเุ ทษณ.
เราเห็นตองจิต คิดอยากเชยขวญั แตโ อน างนั้น หลอนไมป ลงใจ.
ฃา บาทเล็งดู ดวยญาณก็รู นางนค้ี ือใคร,
อกี ทง้ั รูเลศ วาเหตไุ ฉน นงรามจงึ่ ไม ปลงใจยนิ ดี.
รูวาอยางไร ?
หากทูลความไซร จงโปรดปราณ.ี
เอาเถิดอยาเกรง, เรง บอกบดั นี้ มเี หตรุ ายดี จงเลา มาพลนั .
(มทั นะพาธา หนา ๑๔)
๓๙๑
บทสนทนาระหวางกาละทรรศนิ ศภุ างคและโสมะทัต ตอนโสมะทัตพา
ศุภางคม านมัสการกาละทรรศิน ศุภางคแ จง แกก าละทรรศนิ วาขณะนี้ชยั เสนไดออกประพาสปาและ
ประสงคจ ะมานมสั การกาละทรรศิน กาละทรรศนิ จึงมคี วามยนิ ดีท่จี ะตอนรับชัยเสน ตอนน้ีตวั ละคร
สนทนากนั ดวยกาพยสุรางคนางค ๒๘ ความวา
โสมะทัต. นายทหารน้ี ไดจ รลี ลวงหนาราชัน, (สรุ างคณา, ๒๘.)
จอมขัตติยวงศ เผาองคพ ระจนั ทร ผูดาํ รงขัณฑ หัสดนิ บุร,ี
เพ่ือมาบอกฃา ว วาสมเด็จทา ว ผจู อมธานี
จะเสด็จพลัน วนั ทาฤๅษี ตามสมควรท่ี กําหนดวินัย.
กาละทรรศิน. อันภมู ินาถ เสด็จประพาส พักแรมหนไหน ?
ศภุ างค. พระรอนแรมมา ในพนาลยั , สําราญแหง ใด ประทบั แหง น้ัน.
กาละทรรศนิ . อันอาตะมะ เต็มใจที่จะ ตอ นรับจอมขณั ฑ,
จะต้ังเคร่ืองที่ มีในอรญั ถวายราชัน เสวยสําราญ.
แนะโสมะทตั แลวเจาจงจัด รบั บรพิ าร,
สว นโภชนา โอชาอาหาร จะใหน งคราญ จัดแตงเตรยี มไว.
ไปเถิดธิดา, เฃา ในศาลา เตรยี มเคร่ืองทนั ใด,
อกี ท้ังจัดของ สาํ รองพรอมไว เล้ียงพวกฃาไท ผูบ ริพาร
ศภุ างค. อนั กระบวนหลวง กพ็ รอ มทั้งปวง เสบยี งอาหาร.
กาละทรรศนิ . แตว า ตัวเรา เปนเจาของบา น ตองขอเล้ียงทา น. มาเถิดธิดา.
(มทั นะพาธา หนา ๔๖)
บทสนทนาระหวา งชยั เสน วิทรู นนั ทิวรรธนะ และเกศนิ ี ตอนชัยเสนมา
พบวิทูรกบั เกศนิ กี ําลงั ทําพิธีเสนห อาถรรพต ามอุบายของจัณฑี ชัยเสนจึงสอบสวนและใหน นั ทิ
วรรธนะคนในยา มของวิทูร บทสนทนาตอนน้ที รงพระราชนิพนธดว ยกาพยส ุรางคนางค ๒๘ ความ
ตอนหน่ึงวา
วิทูร. ขอทูลเทวะ วาพระชายา นามมะทะนา ตรสั เรียกมาไซร. (สุรางคณา, ๒๘.)
ชัยเสน. อะ ! พราหมณข ้ีต,ู เราฟง ๆ ดู ยงั ออกแคลงใจ.
วิทูร. นางน้ีไดอ อก ไปบอกฃา ไซร วา รบั ส่งั ใช ใหต ามฃา มา.
ชัยเสน. อยา งไรสาวนอ ย, มึงรับใชสรอย ไปจรงิ หรือหวา ?
เกศิน.ี เพคะเปนจรงิ ทกุ สง่ิ เชนวา; พระราชอาญา ไมพน เกศ.ี
ชยั เสน. กเ็ ทวีไซร ใหทําอะไร หนอเฒาธชี ?
วิทรู . ฃา กาํ ลงั เรม่ิ ประเดมิ อัคคี เพื่อทําพิธี การฝง อาถรรพ.
๓๙๒
ชยั เสน. เอะ ! หากวาจริง ละก็เปนส่งิ ที่โทษฉกรรจ !
เร็ว ๆ คนยาม ของพราหมณนีพ้ ลนั , ดูวา ในนนั้ จะมีส่ิงใด.
นนั ทวิ รรธนะ. มรี ปู ขี้ผ้ึง เปนสามรูปซึ่ง พราหมณปนเตรียมไว;
รปู หน่ึงหนามแหลม มีแนมเหน็บใส ตรงทห่ี ทัย และตรงอุทร;
อกี สองรปู ปน เปนคูติดกนั เชน คูสมร,
เพราะตางกอดรัด ตระหวดั เก่ียวกร, ชายกับบังอร เชงิ ชคู ใู จ.
(มัทนะพาธา หนา ๑๐๓-๑๐๔)
๒. บทสนทนาท่ีแสดงอารมณโ กรธ คอื บทสนทนาที่นอกจากตวั ละครจะ
เจรจากันเพื่อดําเนินเหตุการณอ ยา งธรรมดาแลว ตวั ละครไดแสดงความรูสึกโกรธ บางบทตวั ละคร
กราดเกรี้ยวและโตเถียงกันอยา งรุนแรง ถือเปน จดุ สําคัญของเร่ือง บทสนทนาลักษณะดงั กลาวทรง
พระราชนิพนธดว ยกาพยสรุ างคนางค ๒๘ ดังน้ี
บทสนทนาระหวางสุเทษณกับจิตระเสน ตอนจิตระเสนจดั การแสดงระบํา
คนธรรพเ พ่ือสรา งความสําราญแกส เุ ทษณ แตสเุ ทษณไ มพ อใจ เพราะบทขบั รองของคนธรรพอวย
พรให
สุเทษณส มประสงคท ุกส่งิ แตค วามจรงิ สุเทษณก ําลงั ทกุ ขใ จเพราะไมสมหวงั ในรัก สเุ ทษณโ กรธ
และส่ังขบั ไลพ วกคนธรรพไ ป บทสนทนาระหวางสเุ ทษณกบั จิตระเสนนที้ รงพระราชนพิ นธดวย
กาพยสุรางคนางค ๒๘ ดงั ความวา
สเุ ทษณ. เหวยจติ ระเสน มึงบงั อาจเลน ลอกูไฉน ? (สุรางคณา, ๒๘.)
จติ ระเสน. เทวะ, ฃา บาท จะบังอาจใจ ทาํ เชนนนั้ ไซร ไดบ พ งึ ม.ี
สเุ ทษณ. เชน น้นั ทําไม พวกมึงมาให พรกูบัดน,้ี
วาประสงคใด ใหสมฤดี ? มงึ รอู ยูนี่ วากูเศรา จติ
เพราะไมไ ดสม จิตทใี่ ฝชม อกกรมเนืองนิตย.
จติ ระเสน. ตูฃาภักดี ก็มีแตคิด เพอื่ ใหท รงฤทธ์ิ โปรดทุกขณะ.
สุเทษณ. กูไมพ อใจ ! ไลค นธรรพไป บัดน้ีเทียวละ.
อยา มัวรอรงั้ .
(มทั นะพาธา หนา ๔)
บทสนทนาระหวา งชัยเสนกบั จัณฑี ตอนจัณฑีเขาเฝาชยั เสนขณะทชี่ ยั
เสนประทบั อยกู ับมัทนาทสี่ วนหลวง จัณฑีพดู ประชดชัยเสนกับมัทนาดว ยความหึงหวง จงึ เกดิ
โตเถียงกัน ทง้ั สองถากถางกนั ดว ยคาํ พูด บทสนทนาระหวา งชัยเสนกบั จณั ฑีนท้ี รงพระราชนิพนธ
ดว ยกาพยสรุ างคนางค ๒๘ ดังตัวอยาง
๓๙๓
ชัยเสน. เหมนางจัณฑี พูดจาครานี้ แสนจะหยาบคาย ! (สรุ างคณา, ๒๘.)
จัณฑี. เธอเปนธิดา ราชาฦๅสาย ไฉนปากรา ย ราวแมคาปลา ?
ชัยเสน. หมอมฉันสามาญ เพราะพระองคทา น หมดพระเมตตา;
จัณฑี.
หากฃาวระบือ ฦๅจากภารา ถงึ พระบดิ า คงเสียหทัย.
นี่จะมาโกรธ และมุงกลา วโทษ ฉนั ผดิ อนั ใด ?
พระองคทรงฤทธ์ิ จะผดิ อยางไร ? พระองคเ ปนใหญ เหนือผูเ หนือคน,
ถงึ จะรับนาง ใด ๆ จากกลาง อรญั ไพรสณฑ
มายกมายอง ก็ตอ งจาํ ทน เพราะฃา เปนคน อาภัพอัปรีย.
(มัทนะพาธา หนา ๙๔)
บทสนทนาของชัยเสน ตอนชัยเสนเขาใจผิดวาศภุ างคกบั มทั นาลอบเปนชู
กนั อารมณห ึงหวงทาํ ใหชัยเสนไรส ติ ส่ังประหารชวี ติ และลงโทษทุกคนที่เก่ียวของ บทสนทนา
ของชัยเสนท่ีแสดงความกราดเกร้ียวนี้ทรงพระราชนพิ นธดวยกาพยสุรางคนางค ๒๘ ดงั ตัวอยา ง
ชยั เสน. อุเหมศุภางค ตัวมึงน่ีชาง เจรจาสาไถย, (สรุ างคณา, ๒๘.)
ยงิ่ พูดยิง่ นวั เฃาตวั รา่ํ ไป มึงจะอยใู ย หนักปฐพี.
เหวยนันทิวรรธน จบั ศภุ างคมัด เอาไปทันท,ี
แลวฆา มนั ให บรรลยั คืนน้ี คนคดอัปรยี มคิ วรอยูนาน.
สวนมะทะนา ก็อหังการ ริเริม่ เหมิ หาญ,
ขืนจะเอาไว ตอไปไมน าน ก็คงคิดการ ประหารกูตาย.
จงเอาโฉมตรู ไปพรอมกบั ชู ของนางโฉมฉาย,
ฆา เสียดว ยไซร จะไดส มหมาย พรอม ๆ กันตาย ไปคูเ คียงกนั .
(มัทนะพาธา หนา ๑๑๐-๑๑๑)
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยหู ัวทรงพระราชนิพนธกาพย
สรุ างคนางค ๒๘ ในบทสนทนาของตัวเอก ไดแก ชัยเสน สุเทษณ จัณฑี และศุภางค สวนตัว
ประกอบ ไดแก กาละทรรศิน จิตระเสน มายาวิน นนั ทิวรรธนะ พราหมณว ทิ ูร และเกศนิ ี ซ่งึ การ
พระราชนิพนธบ ทสนทนาของตวั ละครดว ยกาพยส ุรางคนางค ๒๘ จะทรงใชก บั บทสนทนาทเ่ี ปน การ
ดําเนินเร่อื ง และบทสนทนาที่แสดงความเกร้ียวกราดของตัวละคร
๓๙๔
๓.๓ รอยแกว
ในพระราชนิพนธเรอื่ งมทั นะพาธา พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา เจาอยหู ัวทรงใชคาํ
ประพันธประเภทฉันทห ลายชนิดสลับดวยกาพยยานี๑๑ กาพยฉ บงั ๑๖ และกาพยสรุ างคนางค ๒๘
นอกจากนี้พระองคไดท รงแทรกรอยแกวไวในบางตอนดวย
การทรงพระราชนพิ นธร อยแกวนี้พระองคทรงใชใ นบทสนทนาของตัวละครซงึ่ มี ๓
ตอน ไดแก องกท่ี ๒ ตอนท่ี ๑ ในกลางหมิ ะวัน องกท่ี ๓ ลานหนาอาศรมของพระกาละทรรศนิ
และองกท ่ี ๔ ตอนท่ี ๑ สวนหลวงฃางพระราชวงั , ในกรงุ หสั ตินาปุระ ซึ่งการใหตัวละครบางตวั
สนทนากนั เปน รอยแกว มีจดุ ประสงคเ พอ่ื แทรกความสนุกสนานซึง่ เปนอารมณส าํ คัญในบทละคร
โดยมเี จอื ไวแตไ มใ ชสว นใหญของเร่ือง
ตวั อยา ง บทสนทนาระหวา งศนุ กบั นาค องกที่ ๒ ตอนท่ี ๑ ในกลางหมิ ะวัน เปน
ตอนทศี่ นุ กบั นาคไดร บั คาํ ส่งั ใหต ามหากล่ินหอมของดอกกหุ ลาบ เมื่อพบดอกกุหลาบแลว กน็ าํ ความ
ไปแจง โสมะทตั และกาละทรรศนิ ระหวา งทกี่ ําลังหาอยนู นั้ ท้ังสองสนทนากนั วา
นาค. มนั อยทู างน้ีแน ! แกไมไดกลนิ่ หรอื ?
ศุน. ฮือ !
นาค. จะพดู อะไรก็ไมพดู . มแี ตรองฮือเทาน้ัน.
ศุน. กจ็ รงิ ๆ นี่, ใหตายสิ ! (ลงนั่งเหยียดตนี , และแสดงอาการกริ ยิ าเหน็ดเหน่ือย.)
นาค. จริงอะไร ?
ศุน. อยูดี ๆ ใชใหตามหากล่ิน, ใครจะไปหาพบ. (นอนเหยียดลงกับพน้ื .)
นาค. ทําไมจมูกแกไมม หี รือ ? (น่งั บนตอไม. )
ศนุ . ก็มนี ะสิ ! แตเกิดมายงั ไมเ คยรับใชเ ชน นเี้ ลย. ฃาสูดหากลิ่นเสียจนจมูกเยิ้มแลว,
รูไหม ?
นาค. จมูกเยิม้ ก็ดีอยูแลว; แปลวาแกไมเจบ็ .
ศนุ . เอะ ! อยา งไรกนั ?
นาค. ฃา เคยสงั เกตเหน็ อายดางของฃา, เมอื่ ไรจมูกมนั แหงละกแ็ ปลวามันไมสบาย.
ศนุ . อุวะ, แลวกัน ! เอาฃา ไปเฃาประเภทหมาเสียแลว !
จะเห็นวา การสรา งบทสนทนาดวยรอยแกว ชวยสรางอารมณข นั ใหเ กิดขึ้นอยาง
งา ย ๆ เพราะรอ ยแกวทาํ ใหก ารสอ่ื สารเขาใจงายกวารอ ยกรอง และเหมาะท่ีจะแทรกมกุ ตลกลงไป
ในเรื่องศุนกับนาคตามหากล่นิ หอมของดอกกุหลาบและโตเ ถียงกันอยูตลอดเวลา ซงึ่ เปนการ
โตเถียงทใี่ หอารมณขัน จงึ เปน รอยแกวที่ชวยสรา งสีสันความสนกุ สนานใหเ กิดขึ้นในบทละครได
มาก
๓๙๕
พระราชนพิ นธเ รื่องมัทนะพาธาเปนบทละครพูดคาํ ฉันท ซงึ่ เปน รูปแบบทพ่ี ระบาทสมเดจ็
พระมงกฎุ เกลา เจาอยูหวั ทรงสรา งสรรคขนึ้ ใหม มลี กั ษณะเดนคือการกาํ หนดใหตวั ละครสนทนากนั
เปนคาํ ฉันท บางตอนเปนกาพยและรอยแกว ซึ่งการเลอื กใชคาํ ประพนั ธมีความเหมาะสมกับ
ลักษณะของตัวละครและเนอื้ ความ
บทท่ี ๕
สรปุ และอภปิ รายผล
การศึกษาพระราชนิพนธเร่ืองมทั นะพาธาในพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจา อยหู ัวใน
เชิงสนุ ทรียศาสตร พบวา พระราชนพิ นธประกอบดวยสุนทรียภาพหรอื ความงามดังตอ ไปนี้
๑. สนุ ทรียภาพในคาํ การเลือกสรรถอยคาํ มีเสียงไพเราะ มีความหมายลึกซึง้ และ
เหมาะสมกับเนอ้ื เรอื่ ง ทําใหสื่อความหมายไดช ัดเจนและสะเทอื นอารมณ ซ่งึ กลวิธใี นการใชค าํ
ไดแ ก การใชค าํ งา ย การใชศพั ทสงู การใชค ําอพั ภาส การใชค ําผรสุ วาท การสรรคําสรรพนาม การ
ซํ้าพยางค การซาํ้ คาํ การซาํ้ กลมุ คํา การซ้ําประโยค การซอ นคํา การหลากคาํ และการลอความ
๒. สนุ ทรียภาพในความ การเรียบเรียงเปนวลหี รือประโยคมีความประณีต สามารถ
สือ่ ความหมายไดแจมแจง และกระทบอารมณค วามรสู ึกของผอู า น ซงึ่ พระราชนพิ นธเ ร่ือง
มัทนะพาธาประกอบดวยรสทางวรรณคดีครบทุกรส ไดแก ศฤงคารรส เราทรรส วีรรส พีภัตสรส
ศานตรส หาสยรส กรุณารส ภยานกรส และอัพภูตรส รวมทั้งประกอบดวยโวหารอุปลกั ษณ อุปมา
อุทาหรณ อติพจน และปฏิปจุ ฉา ตลอดจนมีการใชส ญั ลกั ษณ โดยตัวละครแสดงความคดิ และการ
กระทําทต่ี ิดของอยูในความรกั เพื่ออธบิ ายแนวคิด “ความทุกขท เี่ กิดจากความรกั ” นอกจากนมี้ ี
สัญลกั ษณท ่ีอธิบายเรื่องอ่นื ไดแก การกลับชาติเกิด เวทมนตร การสาป การติดตามสัตว และการ
ออ นวอนเทพเจา
๓. สนุ ทรยี ภาพทางรูปแบบ พระราชนิพนธม รี ูปแบบเปนบทละครพูดคําฉันทซ ่งึ การ
ถายทอดบทสนทนาของตวั ละครใชค ําฉันท ๒๑ ชนิด ไดแก จติ รปทาฉันท ๘ วิชชมุ มาลาฉนั ท ๘
สวาคตาฉันท ๑๑ รโธทธตาฉนั ท ๑๑ สาลินีฉันท ๑๑ อุปชาตฉิ นั ท ๑๑ อุเปนทรวเิ ชียรฉันท ๑๑
อินทรวเิ ชยี รฉนั ท ๑๑ อุปฏฐติ าฉันท ๑๑ ปย ังวทาฉันท ๑๒ ภุชงคประยาตฉนั ท ๑๒ กมลฉันท
๑๒ โตฎกฉันท ๑๒ อินทวงศฉ นั ท ๑๒ วสนั ตดลิ กฉันท ๑๔ มนั ทักกนั ตาฉนั ท ๑๗ กุสมุ ิตลดาเว
ลิตาฉันท ๑๘ เมฆวปิ ฺผชุ ชฺ ิตาฉนั ท ๑๙ สทั ทุลวกิ กฬี ติ ฉันท ๑๙ อที ิสงั ฉันท ๒๐ และสัทธราฉันท
๒๑ รวมทงั้ ประกอบดว ยกาพยยานี ๑๑ กาพยฉ บัง ๑๖ กาพยส ุรางคนางค ๒๘ และรอ ยแกว ซง่ึ
การเลือกใชค ําประพนั ธมีความเหมาะสมกับลักษณะของตวั ละครและเนื้อความ สว นการทรงพระ
ราชนพิ นธฉ นั ทม ลี กั ษณะ ๓ ประการ คือ บางบททรงพระราชนพิ นธตามรูปแบบเดิม บางบททรง
ดัดแปลงรปู แบบของฉันทบางสวน และบางบทมลี กั ษณะทง้ั ๒ ประการ ซึง่ การดัดแปลง ไดแก
ดัดแปลงคาํ ครลุ หุ และดัดแปลงสัมผัสบังคับ ทั้งนเี้ พื่อใหมคี วามเหมาะสมในการถายทอดเปน บท
สนทนาและมีเสยี งของคาํ ประพันธท ่ไี พเราะ
นอกจากนพ้ี ระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา เจาอยหู วั ทรงพระราชนพิ นธบทละครพดู คํา
ฉนั ทเ ร่ืองมัทนะพาธา โดยมพี ระราชประสงคเ พื่อทรงแสดงตาํ นานของดอกกหุ ลาบอนั เปน แกน เรื่อง
ในจินตนาการของพระองค และทรงแสดงแนวคิดเรือ่ ง ความทกุ ขทีเ่ กิดจากความรกั ซง่ึ สอดคลอง
กับแนวคิดทางพระพทุ ธศาสนาวา ความรกั เปนเครอื่ งผูกพันท่กี อ ใหเกิดทกุ ข สว นลกั ษณะของเร่ือง
๓๙๗
คลา ยบทละครของสนั สกฤตในดา นการตงั้ ชอ่ื เร่อื ง ตัวละคร บทสนทนา โครงเรือ่ ง สถานที่และเวลา
จงึ เปนความผสมผสานกลมกลนื กันระหวา งลกั ษณะของไทยและอินเดีย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา เจา อยหู ัวทรงพระราชนิพนธเ รื่องมัทนะพาธาเปนบทละคร
พูดคําฉันท ซึ่งผวู ิจัยสงั เกตวา สาเหตทุ พี่ ระองคทรงพระราชนิพนธเปนคาํ ฉันทน้ันนา จะมาจากพระ
ราชประสงคท จี่ ะทรงอนรุ ักษก ารแตง คาํ ประพนั ธแบบไทยโบราณ จึงทรงพระราชนิพนธฉันทไ วเปน
แบบอยางแกคนรนุ ใหมใ นสมัยน้นั และเพื่อใหค นเหลา นั้นเห็นคุณคาของการแตง ฉันทซ ึง่ เปนของ
เกา แทนที่จะสนใจการแตงกวนี ิพนธท ี่ใชสาํ นวนโวหารอยางฝร่งั ซึ่งมักเขา ใจผิดกนั วาเปนของ
ทันสมัย
ในพระราชนิพนธคาํ นาํ เร่ือง อิลราชคําฉันท ของพระยาศรสี นุ ทรโวหาร (ผัน สาลักษณ)
ปรากฏพระราชดาํ รัสแสดงถึงความรําคาญพระราชหฤทยั เก่ียวกับความวิปลาศของการแตง กวี
นพิ นธข องคนรุนใหมว า “ขาพเจาไดเคยรูสึกรําคาญมานานแลว แตไมแลเห็นหนทางทจี่ ะแกไข
อยางใด นอกจากที่จะมีผเู ปน จินตกวมี าปรึกษาหารอื แลว ขาพเจา จึงจะสามารถแสดงความเห็น
พูดจาเกล้ียกลอมใหช ว ยกนั รักษาวิชากวีไทยอยาใหส ูญเสียหรือเลวทรามไป ก็นับไดว ามีผลสาํ เรจ็
ไปบางแลว บางราย แตยงั เปนสวนนอยนกั ”๑
ดังนัน้ เม่ือมีผใู ดรเิ รมิ่ การแตง ฉันทร วมถงึ คําประพนั ธชนิดอืน่ พระองคก ็จะทรงยินดีทจ่ี ะ
ทรงตรวจและพระราชทานคําแนะนาํ ให
นอกจากนพ้ี ระองคท รงโปรดเกลาฯ ใหมีพระราชกฤษฎีกาจัดตัง้ วรรณคดสี โมสร เม่ือวันที่
๒๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๕๗ ซง่ึ มกี ารกําหนดลักษณะของวรรณคดีไว คอื ตอ งเปน เร่ืองราวท่ี
เหมาะสมและเปน ภาษาไทยอันดี ถกู ตองตามเยย่ี งอยา งท่ีใชใ นโบราณกาล หรอื ในปจจุบันกาล
ไมใชภาษาซ่ึงเลยี นแบบภาษาตา งประเทศ ซง่ึ เปนอีกวธิ ีหนง่ึ ทก่ี ระตนุ ใหทกุ คนตระหนักถงึ
ความสาํ คัญของการแตง คําประพันธอยา งถูกตองเหมาะสม
จากเหตุผลขางตน จะเห็นวา พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจาอยหู วั มพี ระราชหฤทัย
มงุ ม่ันท่จี ะทรงรักษาการแตงกวีนิพนธไ ทยไว ไมใหวปิ ลาศไปเพราะความนยิ มตะวันตกแบบผิด ๆ
และกลาวไดวาการทรงพระราชนิพนธเรือ่ งมัทนะพาธาเปนคาํ ฉนั ทน้ันก็เพ่ือเปน แบบอยา งของการ
แตง ฉนั ทและโนม นาํ ใหค นรนุ ใหมห ันมาสนใจรวมทงั้ ตระหนักในคณุ คา ตลอดจนชว ยกันอนุรักษกวี
นพิ นธไ ทยไมใหสญู หาย จงึ นบั เปนพระปรีชาสามารถและพระมหากรณุ าธิคณุ ที่พระองคทรงมตี อ
วงการวรรณคดีไทยยงิ่
๑พระยาศรสี ุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ). (๒๕๒๕). อลิ ราชคาํ ฉันท และสามัคคีเภทคาํ ฉนั ท. หนา
๘-๙.
บรรณานุกรม
บรรณานุกรม
กําชัย ทองหลอ. (๒๕๑๙). หลักภาษาไทย. พิมพค รงั้ ท่ี ๕. กรุงเทพฯ: เจรญิ รัตนก ารพิมพ.
กุสุมา รกั ษมณี. (๒๕๒๕). การวิเคราะหวรรณคดไี ทยตามทฤษฎีรสของสันสกฤต. วารสาร
อักษรศาสตร มหาวิทยาลัยศลิ ปากร. ๕(๕): ๑-๔.
กหุ ลาบ มลั ลิกะมาส. (ม.ป.ป.). วรรณคดวี ิจารณ. กรุงเทพฯ: ภาควิชาภาษาไทยและภาษา
ตะวันออก คณะมนุษยศาสตร มหาวทิ ยาลัยรามคาํ แหง.
กหุ ลาบ ไมเ รยี ง. (๒๔๘๙). วจิ ารณเรอ่ื งมัทนะพาธาหรอื ตํานานแหง ดอกกุหลาบ บทพระ
ราชนิพนธข องพระบาทสมเดจ็ พระรามาธบิ ดีศรีสินทรมหาวชริ าวุธพระมงกุฎ
เกลา เจา อยูหวั . วิทยานพิ นธ อษ.ม. (ภาษาไทย). กรุงเทพฯ: บณั ฑติ วิทยาลยั
จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั . ถา ยเอกสาร.
เครอื จติ ศรีบุนนาค. (๒๕๔๒). สนุ ทรียภาพของชีวติ . กรุงเทพฯ: เธริ ดเวฟ เอดดูเคชั่น จํากัด.
เจตนา นาควชั ระ. (๒๕๓๘). วิธีการเชิงอตั นัยและปรนัยในวรรณคดวี จิ ารณ. ใน ทางไปสู
วัฒนธรรมแหง การวิจารณ. หนา ๑๒๔–๑๒๕. กรงุ เทพฯ: ผูจ ดั การ.
ฉนั ท ขาํ วิไล. (๒๔๗๔). ฉนั ทศาสตร. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พพระจันทร.
ชลดา ศิริวิทยเจริญ. (๒๕๑๙). การศึกษาลิลติ ตะเลงพา ยในแนวสนุ ทรยี ศาสตร. วทิ ยานิพนธ
อษ.ม. (ภาษาไทย). กรงุ เทพฯ: บณั ฑิตวทิ ยาลยั จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลัย. ถา ยเอกสาร.
ญาดา อรณุ เวช. (๒๕๓๙). พฒั นาการของฉนั ทในวรรณกรรมคําฉันท. วทิ ยานพิ นธ
อษ.ด. (ภาษาไทย). กรุงเทพฯ: บณั ฑติ วทิ ยาลัย จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลยั . ถา ยเอกสาร.
ดวงมน จติ รจ าํ นง. (๒๕๓๖). สนุ ทรยี ภาพในภาษาไทย. พิมพครัง้ ท่ี ๒. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ
ธรรมสาร จํากัด.
ดวงมน ปริปณุ ณะ. (๒๕๑๕). ความงามในทวาทศมาส. วิทยานิพนธ อษ.ม. (ภาษาไทย).
กรงุ เทพฯ: บณั ฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลัย. ถา ยเอกสาร.
ตยุ ชุมสาย, ม.ล. (๒๕๒๔). วรรณกรรมพนิ ิจเชงิ จติ วิทยา. พิมพครง้ั ที่ ๒. กรุงเทพฯ:
ไทยวฒั นาพานชิ .
เถกิง พนั ธเุ ถกงิ อมร. (๒๕๒๘). การอานทัว่ ไป. พมิ พค ร้ังที่ ๒. โครงการตาํ ราและเอกสาร
วิชาการ วิทยาลยั ครนู ครศรีธรรมราช.
ธนิต อยโู พธ.ิ์ (๒๕๐๘). โขน. กรงุ เทพฯ: องคก ารคาของคุรุสภา.
นราธิปพงศประพันธ, พระเจาวรวงศเ ธอ กรมหมน่ื . (๒๕๐๔). ภาษา วรรณคดี และ วทิ ยาการ.
พระนคร: กาวหนา .
นันทา ขนุ ภกั ด.ี (๒๕๒๗–๒๕๒๘). ฉันท: ประดิษฐการทางรปู แบบ. วารสารศิลปากร. ๗(๒):
๑๗–๑๘.
นยิ ะดา เหลาสนุ ทร. (๒๕๔๓). ความสัมพันธร ะหวางละครไทยและละครภารตะ. กรงุ เทพฯ :
แมคาํ ผาง.
บุญเตือน ศรวี รพจน. (๒๕๔๕). คําฉันทดุษฎีสงั เวย คําฉนั ทก ลอมชา ง ครง้ั กรงุ เกา และ
คําฉันทค ชกรรมประยูร. กรงุ เทพฯ: กองวรรณกรรมและประวัตศิ าสตร กรมศลิ ปากร.
บญุ เหลอื เทพยสุวรรณ. (๒๕๑๗). วเิ คราะหรสวรรณคดีไทย. กรงุ เทพฯ: โครงการตําราสังคม-
ศาสตรและมนุษยศาสตร สมาคมสงั คมศาสตรแหง ประเทศไทย.
ประจักษ พิทยาคาร; และคนอ่ืนๆ. (๒๕๑๗). รอยกรอง. กรงุ เทพฯ: นยิ มวทิ ยา.
ประสทิ ธ์ิ กาพยก ลอน. (๒๕๑๘). แนวทางการศกึ ษาวรรณคดี : ภาษากวี แนวทางวิจักษและ
วิจารณ. กรุงเทพฯ: ภาควชิ าภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร มหาวิทยาลัยรามคําแหง.
ปรีดี พนมยงค. (๒๕๑๓). ปรัชญาคืออะไร. พิมพครง้ั ท่ี ๒. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพน ตี เิ วชช.
ปรเมนทรมหาวชริ าวธุ พระมงกฎุ เกลา เจา อยหู ัว, พระบาทสมเด็จพระ. (๒๕๐๕). ปรียทรรศกิ า.
กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พคุรุสภา
ปน มาลากลุ . (๒๕๑๗, ๑ มกราคม). งานละครของพระบาทสมเด็จพระรามาธบิ ดีศรสี ินทรมหา
วชริ าวุธ พระมงกฎุ เกลา เจา แผน ดินสยาม. วงวรรณกรรม. ๔๓.
เปล้ือง ณ นคร. (๒๕๔๑). ประวัตวิ รรณคดีไทย. พมิ พครงั้ ที่ ๑๐. กรงุ เทพฯ: ไทยวฒั นาพานิช .
ผาสุข อนิ ทราวุธ. (๒๕๒๒). ประวัติศาสตรอนิ เดยี โบราณ. นครปฐม : ภาควิชาโบราณคดี คณะ
โบราณคดี มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร.
พรทิพย ซงั ธาดา. (๒๕๓๒). รา ยยาวมหาเวสสนั ดรชาดก : การศึกษาวิเคราะหรูปแบบ
ศิลปะการประพนั ธ. ปริญญานิพนธ กศ.ม. (ภาษาไทย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย
ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ. ถายเอกสาร.
พทิ ยา เหรียญสุวรรณ. (๒๕๒๐). ศลิ ปะการใชภ าษาในกวีนพิ นธของอังคาร กลั ยาณพงศ.
ปรญิ ญานิพนธ กศ.ม. (ภาษาไทย). กรงุ เทพฯ: บัณฑติ วทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ. ถาย
เอกสาร.
พทุ ธทาสภกิ ขุ. (๒๕๔๑). ปรมตั ถธรรม สําหรบั ดําเนินชีวติ . ม.ป.พ.
ภรตมุน.ี (๒๕๔๑). นาฏยศาสตร. แปลโดย แสง มนวิทรู . พิมพค รง้ั ที่ ๒ กรุงเทพฯ : กอง
วรรณกรรมและประวตั ศิ าสตร กรมศลิ ปากร.
ภารดี มหาขันธ. (๒๕๒๓). ประวัตศิ าสตรเอเชยี ใต. ชลบรุ ี : ภาควชิ าประวัติศาสตร คณะ
สังคมศาสตร มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ บางแสน.
มงกุฎเกลาเจา อยหู ัว, พระบาทสมเด็จพระ. (๒๕๔๘). มัทนะพาธา หรือ ตาํ นานแหงดอก
กุหลาบ. พิมพครัง้ ที่ ๒๖. กรงุ เทพฯ: อกั ษรเจรญิ ทัศน.
แยม ประพัฒนทอง. (๒๕๐๒). รสวรรณคดไี ทย. พระนคร: โรงพมิ พธรรมบรรณาคาร.
ระวาท วณคิ พนั ธ.ุ (ม.ป.ป.). เกบ็ ตกฉกฉวย. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพศรีอนนั ต.
รามาธบิ ดศี รีสนิ ทร มหาวชิราวุธ พระมงกฎุ เกลา เจา อยูหัว, สมเด็จพระ. (๒๕๑๓). ศกุนตลา
มัทนะพาธา ทา วแสนปม ประมวลสุภาษติ . พระนคร : บรรณาคาร.
รนื่ ฤทัย สัจจพนั ธ.ุ (๒๕๒๒, ๒ เมษายน). มทั นะพาธา บทวิเคราะหเปรียบเทียบ. วารสารราม
คําแหง. ๖(๒). ๒๕๙–๒๗๗.
วงเดือน สุขบาง. (๒๕๒๔). การศึกษาพระปฐมสมโพธิกถาในแนวสนุ ทรียะ. ปริญญานพิ นธ
กศ.ม. (ภาษาไทย). กรุงเทพฯ: บณั ฑิตวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ. ถายเอกสาร.
วรางคณา ศรกี ําเหนิด. (๒๕๔๓). สุนทรยี ภาพในคําประพันธก ลบทในพระนิพนธข อง
สมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระปรมานชุ ติ ชโิ นรส. วิทยานพิ นธ อษ.ม. (ภาษา
ไทย). กรงุ เทพฯ: บณั ฑิตวิทยาลยั จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั . ถา ยเอกสาร.
วราภรณ บํารงุ กุล. (๒๕๔๒). รอยกรอง. กรุงเทพฯ: บริษทั เลฟิ แอนดล ิพเพรส จํากัด.
วชั รนิ ทร จิตคงคา. (๒๕๔๖). สุนทรยี ภาพในโวหารรักจากบทละครพระราชนพิ นธใน
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หลา นภาลัย. สารนพิ นธ กศ.ม. (ภาษาไทย).
กรงุ เทพฯ: บัณฑติ วิทยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ. ถายเอกสาร.
วิทย ศวิ ะศริยานนท. (๒๕๔๔). วรรณคดีและวรรณคดีวิจารณ. พิมพคร้งั ท่ี ๖. กรุงเทพฯ:
ธรรมชาต.ิ
วภิ า กงกะนันท. (๒๕๓๓). วรรณคดีศึกษา. พิมพค ร้ังท่ี ๒. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช .
ศรสี ุนทรโวหาร, พระยา (ผัน สาลักษณ). (๒๕๒๕). อิลราชคาํ ฉันท และสามคั คเี ภทคาํ ฉนั ท.
กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พการศาสนา.
ศกั ดิศ์ รี แยมนัดดา. (๒๕๐๐). พระราชนิพนธป ระเภทรอ ยกรอง. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พร งุ เรอื ง
ธรรม.
ศักดศ์ิ รี แยมนัดดา. (๒๕๔๔). ภารตนยิ าย. พมิ พค รง้ั ที่ ๒. กรุงเทพฯ : แมค ําผาง.
ศิลป พีระศร.ี (๒๕๒๗). ศิลปสงเคราะห (พจนานุกรมศพั ทศ ลิ ปะของชาวตะวนั ตก). แปลโดย
อนมุ านราชธน, พระยา. พมิ พค รงั้ ที่ ๓. กรุงเทพฯ: ราชบณั ฑติ ยสถาน.
สุรพล วริ ุฬหร ักษ. (๒๕๔๓). นาฏยศิลปป ริทรรศน. กรงุ เทพฯ: สํานักพมิ พแหง จุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัย.
สุรพล วริ ุฬหร กั ษ. (๒๕๔๓). วิวัฒนาการนาฏยศิลปไทยในกรงุ รัตนโกสินทร พ.ศ.๒๓๒๕-
๒๔๗๗. กรุงเทพฯ: สํานกั พิมพแหง จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั .
สรุ ิยา รตั นกลุ . (๒๕๔๖). อารยธรรมตะวันออก อารยธรรมอินเดยี . นครปฐม: วิทยาลยั
ศาสนศึกษา มหาวทิ ยาลยั มหิดล.
เสฐยี รพงษ วรรณปก. (๒๕๒๓). พุทธวัจนะในธรรมบท. กรุงเทพฯ : โรงพิมพแสงรุง การพิมพ.
อนุมานราชธน, พระยา. (๒๕๐๗). การศึกษาวรรณคดแี งว รรณศิลป. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ
คุรสุ ภาลาดพราว.
อรอุษา สวุ รรณประเทศ. (๒๕๔๒, ธันวาคม). มัทนะพาธา : ความผสมผสานทกี่ ลมกลืนระหวาง
ความเปน ตะวนั ออกและตะวนั ตก. วารสารภาษาและวรรณคดไี ทย. ๑๖. ๑๔๕–๑๖๑.
Ramadhibodi Sri Sindra Maha Vajiravudh, Somdej Phra. (1980). Madanabadha or The
Romance of a Rose. Bangkok: Kurusapha.
ประวัตยิ อผวู จิ ัย
ประวตั ิยอผวู ิจัย
ชอ่ื ชือ่ สกลุ นางดวงเดือน พัฒนวริ ิยะวาณชิ
วนั เดือนปเ กิด ๒๓ ตุลาคม ๒๕๑๑
สถานท่ีเกิด จังหวัดสมทุ รสงคราม
สถานที่อยูปจจุบนั ๙๙/๑๔๒ หมู ๗ ซอยทาขาม ๒๘ แขวงแสมดาํ
เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๕๐
ตําแหนง หนา ทก่ี ารงานปจจบุ ัน อาจารยระดบั ๖
สถานท่ีทํางานปจ จบุ ัน โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ ปทุมวัน
สังกัดคณะศกึ ษาศาสตร มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ
ประวัตกิ ารศกึ ษา
พ.ศ.๒๕๒๔ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๖
จากโรงเรยี นจารุวัฒนานุกลู
พ.ศ.๒๕๓๐ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ ๖
จากโรงเรยี นแจงรอนวิทยา
พ.ศ.๒๕๓๔ การศกึ ษาบัณฑิต คณะศกึ ษาศาสตร สาขาวิชาภาษาไทย
จากมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ ปทมุ วัน
พ.ศ.๒๕๕๒ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต คณะมนุษยศาสตร สาขาวิชา
ภาษาไทย
จากมหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ
๓๙๘