The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ชั้น ป.4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-09-20 10:17:35

แผนการจัดการเรียนรู้ชั้น ป.4

แผนการจัดการเรียนรู้ชั้น ป.4

145

แบบประเมนิ ใบงาน

สรุปความรู้ได้ถูกต้อง การเขียนอธบิ ายหรือสรุป

ครบตรงประเดน็ เกี่ยวกับการต้ังหลักแหล่ง

เลขท่ี ชอื่ – นามสกลุ แ ล ะ พั ฒ น า ก า ร ข อ ง รวม

ม นุ ษ ย์ ยุ ค ก่ อ น

ประวตั ศิ าสตร์

432143 2 1

ลงชอ่ื ………………………………………………..ผู้ประเมนิ
(………………………………………………..)

วนั ท่ี………เดอื น…………………พ.ศ…………

คะแนนตดั สินระดบั คุณภาพ
คะแนน คณุ ภาพ
10 – 12 ดีมาก
7 – 9 ดี
4 – 6 พอใช้
1 -3 ควรปรับปรุง

146

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
รายการประเมิน

1. สรุปความรู้ไดถ้ ูกต้อง ครบตรงประเดน็
2. การเขียนอธิบายหรือสรุปเก่ียวกับการตั้งหลักแหล่ง และพัฒนาการของมนุษย์
ยคุ ก่อนประวัตศิ าสตร์

รายการประเมิน คาอธบิ ายระดบั คณุ ภาพ

4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)

1. สรุปความรู้ได้ สามารถสรุปความรู้ได้ สามารถสรุปความรไู้ ด้ สามารถสรุปความรู้ ส า ม า ร ถ ส รุ ป

ถูกต้อง ครบตรง ครบตรงประเด็น และ ครบ ตรงประเดน็ และ ได้ แต่ไม่ครบบาง ความรู้ได้ แต่ไม่

ประเดน็ ถกู ตอ้ งทกุ หัวข้อ ยกตวั อยา่ งได้ ประเดน็ ถูกตอ้ ง

2. การเขียนอธิบาย เขียนอธิบายหรือสรุป เขียนอธิบายหรือสรุป เขียนอธิบายหรือ เขียนอธิบายหรือ

หรือสรุปเก่ียวกับ เก่ียวกับการตั้งหลัก เกี่ยวกับการต้ังหลัก สรุปเก่ียวกับการตั้ง สรุปเก่ียวกับการ

การตั้งหลักแหล่ง แหล่งและพัฒนาการ แหล่งและพัฒนาการ ห ลั ก แ ห ล่ ง แ ล ะ ตั้งหลักแหล่งและ

และพัฒนาการของ ข อ ง ม นุ ษ ย์ ยุ ค ก่ อ น ของมนุษย์ยุคก่อ น พั ฒ น า ก า ร ข อ ง พัฒนาการของ

ม นุ ษ ย์ ยุ ค ก่ อ น ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ไ ด้ ประวตั ิศาสตร์ได้มีการ ม นุ ษ ย์ ยุ ค ก่ อ น ม นุ ษ ย์ ยุ ค ก่ อ น

ประวัติศาสตร์ สั ม พั น ธ์ กั น มี ก า ร จ า แ น ก ข้ อ มู ล ห รื อ ประวัติศาสตร์ได้ ประวัติศาสตร์ได้

เชื่อมโยงให้เห็นเป็น อ ธิ บ า ย ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง สอดคล้องกับข้อมูล แ ต่ ยั ง ไ ม่

ภาพรวม แสดงให้เห็น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ กั บ มีการเขียน ข ย า ย ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ

ถึงความสัมพันธ์กับ ตนเองอย่างเป็นเหตุ ค ว า ม แ ล ะ มี ก า ร ข้อมูล เขียนตาม

ตนเองและผูอ้ ืน่ เป็นผล ยกตัวอย่างเพิ่มเติม ข้อมูลที่อ่าน ไม่มี

ให้เขา้ ใจงา่ ย การอธิบายข้อมูล

เพิม่ เติม

147

แบบประเมินการตอบคาถาม

คาชี้แจง : ให้ครูผู้สอนประเมินการตอบคาถามของนักเรียน โดยทาเครื่องหมาย  ลงในช่องระดับ

คะแนนพฤตกิ รรมทนี่ ักเรียนปฏิบัติ

ลาดับท่ี ประเดน็ ในการประเมิน ระดับคะแนน

32 1

1 สนใจและตงั้ ใจฟังคาถาม

2 ตอบคาถามไดต้ รงประเด็น

3 ตอบคาถามอย่างสมา่ เสมอ

รวม

ลงชือ่ ………………………………………………..ผูป้ ระเมิน
(………………………………………………..)

วันที่………เดอื น…………………พ.ศ…………

เกณฑ์การให้คะแนน
ระดับ 3 หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ มาก
ระดับ 2 หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ หน็ ปานกลาง
ระดับ 1 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เหน็ นอ้ ย

เกณฑ์การประเมนิ
7-9 หมายถึง ดี
4-6 หมายถงึ พอใช้
ตา่ กวา่ 3 หมายถงึ ปรบั ปรุง

148

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คาช้ีแจง : ให้ครูผู้สอนประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนตามรายการที่กาหนด แล้วทา

เคร่ืองหมาย  ลงในช่องวา่ งท่ตี รงกบั ระดับคะแนน

ลาดบั รายการประเมิน ระดับคะแนน

ท่ี 3 2 1 0

1 เอาใจใสแ่ ละมคี วามเพยี รพยายามในการเรียนรู้

2 สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรตู้ า่ ง ๆ

3 ศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร ส่ิงพิมพ์ ส่ือเทคโนโลยีต่าง ๆ แหล่ง

เรยี นรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน และใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม

4 บันทึกความรวู้ เิ คราะหข์ อ้ มูล จากส่ิงทเี่ รียนรู้ สรุปเป็นองค์ความรู้

5 แลกเปลีย่ นเรยี นรูด้ ว้ ยวธิ ีการตา่ ง ๆ และนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน

รวม

ลงช่ือ………………………………………………..ผปู้ ระเมิน
(………………………………………………..)

วันที่………เดือน…………………พ.ศ…………

เกณฑ์การประเมนิ
ระดับคณุ ภาพ เกณฑก์ ารตัดสนิ

ดีเย่ยี ม ไดค้ ะแนนระหว่าง 13 - 15
ดี ไดค้ ะแนนระหวา่ ง 9 - 12
ผา่ น ไดค้ ะแนนระหว่าง 5 - 8

ไมผ่ ่าน ได้คะแนนระหวา่ ง 0 - 4

149

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1/2565
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 4
รายวิชา สังคมศึกษา รหัสวิชา 14102
หน่วยท่ี 4 พัฒนาการของมนษุ ย์ในดินแดนไทย จานวน 3 ช่ัวโมง
เร่อื ง หลกั ฐานทางโบราณคดที ่ีแสดงพัฒนาการของมนุษยท์ พ่ี บในทอ้ งถน่ิ
ชื่อผู้สอน นางสาวเบญจวรรณ พลู กลาง จานวน 1 ชั่วโมง 1 คะแนน

1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบันในด้านความสัมพันธ์

และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสาคัญและสามารถวิเคราะห์ผลกระทบ
ที่เกิดขน้ึ

ตวั ชีว้ ดั ป.4/2 ยกตัวอย่างหลักฐานทางประวัตศิ าสตรท์ ่ีพบในท้องถ่นิ ทแี่ สดงพฒั นาการของมนุษยชาติ
ในดนิ แดนไทย
2. สาระสาคัญ

การศึกษาเร่ืองราวของมนุษย์ในสมัยประวัติศาสตร์ สามารถศึกษาได้จากหลักฐานท่ีค้นพบในท้องถ่ิน
ต่าง ๆ ทว่ั ดนิ แดนไทย ทาให้เขา้ ใจพัฒนาการของมนษุ ย์ในอดตี ไดอ้ ย่างชดั เจน
3. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

ใฝ่เรยี นรู้
4. สมรรถนะ

ความสามารถในการคิดวิเคราะห์
5. สาระการเรยี นรู้

5.1 หลักฐานทางโบราณคดีท่ีแสดงพัฒนาการของมนุษยท์ ี่พบในท้องถ่ิน
6. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

6.1 นักเรยี นสามารถอธบิ ายหลักฐานทางโบราณคดีทแ่ี สดงพัฒนาการของมนุษย์ท่ีพบในท้องถ่ินได้ (K)
6.2 นักเรียนสามารถวิเคราะห์หลักฐานทางโบราณคดีท่ีแสดงพัฒนาการของมนุษย์ท่ีพบในท้องถิ่นได้
(P)
6.3 นักเรียนเห็นความสาคัญของการศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงพัฒนาการของมนุษย์ท่ีพบ
ในทอ้ งถ่ิน (A)
7. ภาระ/ชิ้นงาน
7.1 ใบงานที่ 3 เรื่อง หลักฐานโบราณคดที ี่พบในท้องถนิ่
8. กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ (วิธกี ารสอนแบบปุจฉาวสิ ัชนา)
8.1 ขั้นท่ี 1 ข้ันนา
8.1.1 นักเรียนสังเกตภาพ จากน้นั รว่ มกันสนทนา แลว้ ตอบคาถาม ดงั น้ี

150

ภาพท่ี 1 ภาพที่ 2

- หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ในภาพเกดิ ข้ึนในยคุ ใด (ตัวอย่างคาตอบ ยคุ หนิ และยุคโลหะ)

- หลักฐานทางประวตั ศิ าสตรใ์ นภาพบอกถึงความเปน็ อยู่ของคนในยุคนนั้ อยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ ภาพที่ 1 เป็นการนาหินมาทาเคร่ืองมือเคร่ืองใช้ ภาพที่ 2 มนุษย์
มกี ารพฒั นาเครือ่ งมือเคร่ืองใชใ้ หเ้ ปน็ โลหะ)
- นักเรียนคิดว่าการพบร่องรอยหลักฐานในยุคก่อนประวัติศาสตร์อยู่ท่ัวทุกภาคของประเทศ
สามารถสะท้อนเก่ยี วกบั การดารงชวี ติ ของมนษุ ย์ในยุคนัน้ อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ การรจู้ กั ประดิษฐเ์ ครอ่ื งมอื เครอื่ งใช้ในการดารงชีวติ )
8.2 ขั้นท่ี 2 ขนั้ สอน
8.2.1 นักเรียนศึกษา เรื่อง หลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงพัฒนาการของมนุษย์ท่ีพบในท้องถิ่น
จากหนงั สือเรียน และแหล่งการเรยี นร้อู ื่นเพ่มิ เติม
8.2.2 นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยใชค้ าถาม ดังนี้
- นักเรียนยกตัวอย่างหลักฐานที่พบในยุคก่อนประวัติศาสตร์ท่ีแสดงถึงพัฒนาการของ
มนุษยชาติในดนิ แดนไทยมอี ะไรบ้าง และมีลกั ษณะอยา่ งไร (K)
ดังตวั อย่าง

หลักฐานทาง ยุคหินเกา่ ยคุ หินกลาง ยคุ หนิ ใหม่ ยุคโลหะ
ประวัติศาสตร์
เ ค ร่ื อ ง มื อ หิ น เครื่องมือหินกะเทาะ หินขวานฟ้า หินลับ ขวาน หอกมีคมและ
ก ะ เ ท า ะ ช นิ ด หลากหลายรูปทรง มีดลูกปัดหิน ลูกศร มีด้าม มีลูกศร เบ้า
หยาบ เชน่ มีผวิ เรยี บ หินมีผิวเรียบท้ังสอง หลอมโลหะ ซึ่งทา
ด้านขัดมัน และมี ดว้ ยสารดิ และเหล็ก
ความคม

8.2.3 นักเรียนร่วมกันวเิ คราะห์เปรียบเทียบเคร่ืองมือเครื่องใช้ในยุคหนิ และยุคโลหะว่ามีความเหมอื น
และความแตกตา่ งอยา่ งไร ดงั ตัวอยา่ ง (P)

151

เครอื่ งมอื เครือ่ งใช้ เครือ่ งมือเครื่องใช้

ในยคุ หิน ความเหมือน ในยคุ โลหะ

นาหนิ มาทาเป็น ใชเ้ ปน็ อปุ กรณ์ ทาจากเหลก็ และสารดิ
เครอื่ งมอื เครอ่ื งใช้ ในการดารงชวี ติ มคี วามแขง็ แรง

และทนทาน

8.3 ขัน้ ที่ 3 สรุป
8.3.1 นักเรียนรว่ มกนั สรปุ บทเรยี น เร่อื ง หลกั ฐานทางโบราณคดีท่ีแสดงพฒั นาการของมนุษย์ท่ีพบใน
ท้องถ่นิ ดงั น้ี

การศึกษาเรอื่ งราวของมนษุ ยใ์ นสมยั ประวตั ิศาสตร์ สามารถศึกษาไดจ้ ากหลกั ฐานทีค่ ้นพบ
ในทอ้ งถนิ่ ตา่ ง ๆ ท่วั ดนิ แดนไทย ทาให้เขา้ ใจพัฒนาการของมนษุ ย์ในอดีตได้อยา่ งชดั เจน (A)
8.3.2 นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยใช้คาถาม ดังน้ี

- นักเรียนจะนาความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาพัฒนาการของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
ในดินแดนไทยไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวมได้อย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ ต่อตนเอง :
นาไปศึกษาเพ่ิมเติมและนาความรู้ที่ไดร้ ับไปแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้เพ่ือให้เกิดความเข้าใจ
เก่ียวกับการดารงชีวิตของมนุษย์สมัยก่อนประวตั ิศาสตร์มากย่ิงข้ึน ต่อส่วนรวม : นาความรู้ท่ีได้รับไป
เผยแพร่ให้กับสมาชิกในครอบครัวและสมาชิกในชุมชนได้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการ
ของมนุษย์ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีความสาคัญต่อการสร้างสรรค์ส่ิงประดิษฐ์ต่าง ๆ และมีการ
พฒั นาเรอื่ ยมาจนถึงปจั จุบนั )
8.3.3 นักเรียนทาใบงานที่ 3 เรื่อง หลักฐานโบราณคดที ี่พบในท้องถิน่
9. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
9.1 หนงั สอื เรียนประวตั ศิ าสตร์ ป.4
9.2 ใบงานที่ 3 เรอื่ ง หลักฐานโบราณคดที ่ีพบในทอ้ งถิ่น
9.3 สอื่ รูปภาพขวานหนิ ขัด

152

10. การวดั การประเมนิ ผล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์

1. นั ก เ รี ย น ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย การตอบคาถาม แบบประเมินการตอบ 2 เท่ากบั ผ่าน

หลักฐานทางโบราณคดีท่ีแสดง คาถาม 1 เท่ากับ ไมผ่ า่ น

พั ฒ น า ก า ร ข อ ง ม นุ ษ ย์ ท่ี พ บ ใ น

ท้องถนิ่ ได้ (K)

2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์ ตรวจใบงาน เรื่อง แบบประเมนิ ใบงาน 3 เทา่ กบั ดี

หลักฐานทางโบราณคดีที่แสดง หลักฐานโบราณคดี 2 เทา่ กับ พอใช้

พัฒนาการของมนุษย์ท่ีพบใน ท่พี บในทอ้ งถน่ิ 1 เทา่ กับ ปรับปรงุ

ท้องถิ่นได้ (P)

3. นักเรียนเห็นความสาคัญของ การตอบคาถาม แบบประเมินการตอบ 3 อยใู่ นเกณฑ์ ดมี าก

การศึกษาหลักฐานทางโบราณคดี คาถาม 2 อยใู่ นเกณฑ์ ดี

ทีแ่ สดงพัฒนาการของมนษุ ย์ท่ีพบ 1 อยู่ในเกณฑ์ปรบั ปรุง

ในท้องถนิ่ (A)

11. บนั ทึกหลงั การสอน
11.1 ผลการจดั กิจกรรม

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.2 ปัญหา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.3 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………..…………..ผู้สอน
(นางสาวเบญจวรรณ พลู กลาง)

วันที่………เดอื น…………………พ.ศ…………

153

11.4 ความคิดเหน็ ของครูพี่เลีย้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ……………………..…………..ผ้พู ีเ่ ลีย้ ง
(นางสาวบุษบง คงศิริ)

วันท…ี่ ……เดือน…………………พ.ศ…………
11.5 ความคดิ เหน็ ของอาจารยน์ ิเทศก์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ……………………..…………..อาจารย์นิเทศก์
(อาจารยเ์ กรียงไกร ทองศร)ี
วันท่ี………เดือน…………………พ.ศ…………

ใบงานที่ 3 เรอื่ ง หลกั ฐานโบราณคดีที่พบในท้องถ่ิน 154

คาชีแ้ จง : นักเรียนเติมคาตอบลงในชอ่ งวา่ ง พร้อมตอบคาถามเกี่ยวกับการต้งั หลกั แหลง่ และพัฒนาการ
ของมนษุ ยย์ คุ กอ่ นประวตั ิศาสตร์ให้ถูกต้อง

หม้อสามขา บ้านเก่า เบ้าหลอมโลหะ บา้ นเชียง กลองสาริด เกาะสมยุ เคร่ืองมือหินขัด
จังหวัดกาญจนบรุ ี นานอ้ ย จงั หวัดนา่ น
จงั หวดั อุดรธานี จงั หวัดสุราษฎรธ์ านี
เครอ่ื งมอื เหล็ก
แบบบันทกึ คุณธรรมในการปฏบิ ตั ิตนเป็ นพลเมืองดี บา้ นดอนตาเพชร
จังหวดั กาญจนบุรี
เครอ่ื งมอื เหล็กมบี อ้ ง ภาชนะดนิ เผา ภเู วียง ลูกปดั หิน ตะก่วั ป่า
โ น น สู ง จั ง ห วั ด จังหวดั ขอนแกน่ จงั หวัดพังงา
นครราชสมี า

ชือ่ ……………………………………………………สกลุ ………………………………..ชัน้ ……………………เลขที่………

155

แบบประเมนิ ใบงาน

สรุปความรู้ได้ถูกต้อง การเขียนอธบิ ายหรือสรุป

ครบตรงประเดน็ เกี่ยวกับการต้ังหลักแหล่ง

เลขท่ี ชอื่ – นามสกลุ แ ล ะ พั ฒ น า ก า ร ข อ ง รวม

ม นุ ษ ย์ ยุ ค ก่ อ น

ประวตั ศิ าสตร์

432143 2 1

ลงชอ่ื ………………………………………………..ผู้ประเมนิ
(………………………………………………..)

วนั ท่ี………เดอื น…………………พ.ศ…………

คะแนนตดั สินระดบั คุณภาพ
คะแนน คณุ ภาพ
10 – 12 ดีมาก
7 – 9 ดี
4 – 6 พอใช้
1 -3 ควรปรับปรุง

156

เกณฑก์ ารให้คะแนน
รายการประเมนิ

1. สรปุ ความรูไ้ ดถ้ กู ต้อง ครบตรงประเดน็
2. การเขียนอธิบายหรือสรุปเก่ียวกับการตั้งหลักแหล่ง และพัฒนาการของมนุษย์
ยุคกอ่ นประวตั ิศาสตร์

รายการประเมนิ คาอธิบายระดับคุณภาพ

4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)

1. สรุปความรู้ได้ สามารถสรุปความรู้ได้ สามารถสรุปความรู้ได้ สามารถสรุปความรู้ ส า ม า ร ถ ส รุ ป

ถูกต้อง ครบตรง ครบตรงประเด็น และ ครบ ตรงประเด็น และ ได้ แต่ไม่ครบบาง ความรู้ได้ แต่ไม่

ประเด็น ถูกตอ้ งทกุ หัวขอ้ ยกตัวอย่างได้ ประเด็น ถูกต้อง

2. การเขียนอธิบาย เขียนอธิบายหรือสรุป เขียนอธิบายหรือสรุป เขียนอธิบายหรือ เขียนอธิบายหรือ

หรือสรุปเกี่ยวกับ เก่ียวกับการตั้งหลัก เก่ียวกับการต้ังหลัก สรุปเก่ียวกับการตั้ง สรุปเก่ียวกับการ

การต้ังหลักแหล่ง แหล่งและพัฒนาการ แหล่งและพัฒนาการ ห ลั ก แ ห ล่ ง แ ล ะ ต้ังหลักแหล่งและ

และพัฒนาการของ ข อ ง ม นุ ษ ย์ ยุ ค ก่ อ น ของมนุษย์ยุคก่อ น พั ฒ น า ก า ร ข อ ง พัฒนาการของ

ม นุ ษ ย์ ยุ ค ก่ อ น ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ไ ด้ ประวัติศาสตรไ์ ด้มีการ ม นุ ษ ย์ ยุ ค ก่ อ น ม นุ ษ ย์ ยุ ค ก่ อ น

ประวัตศิ าสตร์ สั ม พั น ธ์ กั น มี ก า ร จ า แ น ก ข้ อ มู ล ห รื อ ประวัติศาสตร์ได้ ประวัติศาสตร์ได้

เชื่อมโยงให้เห็นเป็น อ ธิ บ า ย ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง สอดคล้องกับข้อมูล แ ต่ ยั ง ไ ม่

ภาพรวม แสดงให้เห็น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ กั บ มีการเขียน ข ย า ย ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ

ถึงความสัมพันธ์กับ ตนเองอย่างเป็นเหตุ ค ว า ม แ ล ะ มี ก า ร ข้อมูล เขียนตาม

ตนเองและผอู้ น่ื เป็นผล ยกตัวอย่างเพิ่มเติม ข้อมูลที่อ่าน ไม่มี

ให้เขา้ ใจง่าย การอธิบายข้อมูล

เพมิ่ เติม

157

แบบประเมินการตอบคาถาม

คาชี้แจง : ให้ครูผู้สอนประเมินการตอบคาถามของนักเรียน โดยทาเครื่องหมาย  ลงในช่องระดับ

คะแนนพฤตกิ รรมทนี่ ักเรียนปฏิบัติ

ลาดับท่ี ประเด็นในการประเมิน ระดับคะแนน

32 1

1 สนใจและตงั้ ใจฟังคาถาม

2 ตอบคาถามไดต้ รงประเด็น

3 ตอบคาถามอย่างสมา่ เสมอ

รวม

ลงชือ่ ………………………………………………..ผูป้ ระเมิน
(………………………………………………..)

วันที่………เดอื น…………………พ.ศ…………

เกณฑ์การให้คะแนน
ระดับ 3 หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ มาก
ระดับ 2 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ หน็ ปานกลาง
ระดับ 1 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เหน็ นอ้ ย

เกณฑ์การประเมนิ
7-9 หมายถึง ดี
4-6 หมายถงึ พอใช้
ตา่ กวา่ 3 หมายถึง ปรบั ปรุง

158

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

คาชี้แจง : ให้ครูผู้สอนประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนตามรายการที่กาหนด แล้วทา

เคร่อื งหมาย  ลงในชอ่ งวา่ งทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลาดับ รายการประเมนิ ระดับคะแนน

ที่ 3 2 1 0

1 เอาใจใสแ่ ละมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้

2 สนใจเข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรตู้ ่าง ๆ

3 ศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร ส่ิงพิมพ์ ส่ือเทคโนโลยีต่าง ๆ แหล่ง

เรียนรทู้ ้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน และใชส้ ่ือไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

4 บันทึกความรูว้ เิ คราะห์ข้อมูล จากส่ิงท่เี รยี นรู้ สรปุ เป็นองค์ความรู้

5 แลกเปลี่ยนเรยี นรดู้ ้วยวิธกี ารตา่ ง ๆ และนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน

รวม

ลงชื่อ………………………………………………..ผปู้ ระเมิน
(………………………………………………..)

วนั ที่………เดือน…………………พ.ศ…………

เกณฑ์การประเมิน
ระดับคณุ ภาพ เกณฑ์การตัดสนิ

ดเี ยีย่ ม ได้คะแนนระหวา่ ง 13 - 15
ดี ได้คะแนนระหว่าง 9 - 12
ผ่าน ไดค้ ะแนนระหว่าง 5 - 8

ไม่ผา่ น ได้คะแนนระหว่าง 0 - 4

159

คาอธบิ ายรายวชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ส 14101 ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4

เวลา 80 ชวั่ โมง

ศึกษาวิเคราะห์ พระพุทธศาสนาเป็นศูนย์รวมการทาความดีและพัฒนาจิตใจ สรุปพุทธประวัติ ตรัสรู้

ประกาศธรรม เห็นคุณค่าของประวัติสาวก ปฏิบัติธรรม อย่างสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ปฏิบัติ

ตามไตรสิกขา โอวาท ๓ พรหมวิหาร ๔ ความกตัญญูกตเวทีต่อประเทศชาติ พุทธศาสนสุภาษิต บอกแนวทาง

การทาความดีของตน บุคคลในโรงเรียนชุมชน สวดมนต์ไหว้พระ แผ่เมตตา ฝึกการยืน เดิน น่ังนออย่างมีสติ

ปฏิบัติตนเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ประวัติของศาสดาของศาสนาอ่ืนๆ พอสังเขป การเคารพ

ต่อศาสนสถาน การปฏิบัติตนต่อพระภิกษุ การอารธนาธรรม การรณรงค์ การเลือกตั้ง การอนุรักษ์

สาธารณสมบัติ การเป็นผู้นาและผู้ตามที่ดี เข้าใจสิทธิของตนเองท่ีพึงได้รับ การแตกต่างของคนในแต่ละภาค

ทางด้านอาหาร การแต่งกาย แก้ปัญหาด้วยสันติวิธีในชีวิตประจาวัน อานาจอธิปไตย การปกครองในระบอบ

ประชาธิปไตย การเลือกต้ัง สถาบันพระมหากษัตริย์ในสังคมไทย ปัจจัยท่ีมีต่อการเลือกซื้อสินค้าและบริการ

วิธีการเลือกบรโิ ภค นาเอาปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงประยุกตใ์ ช้ในการดารงชีวติ การใช้ส่ิงของท่ีผลิตใน

ชุมชนทาให้ชุมชนเข้มแข็ง ประเภทของเงิน หน้าที่เบื้องต้นของเงิน แผนที่จังหวัดกาญจนบุรี แสดงลักษณะภมู ิ

ประเทศ ทรพั ยากรตา่ งๆ การอนุรกั ษ์สง่ิ แวดลอ้ มและทรพั ยากรธรรมชาตใิ นจงั หวดั

โดยใช้การสืบเสาะ ค้นคว้าหาข้อมูล แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร การสารวจ ตรวจสอบ อภิปราย

คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดอย่างสร้างสรรค์ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสาร

สิ่งที่เรียนรู้ ความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้อง มีการตัดสิ นใจ

อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ มีคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมอันดงี าม

ตัวช้วี ัด
ส.1.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3 , ป.4/4 , ป.4/5 , ป.4/6 , ป.4/7 , ป.4/8
ส.1.2 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3
ส.2.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3 , ป.4/4 , ป.4/5
ส.2.2 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3
ส.3.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3
ส.3.2 ป.4/1 , ป.4/2
ส.5.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3
ส.5.2 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3

รวม 30 ตัวชวี้ ัด

160

โครงสร้างรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 เวลา 80 ชว่ั โมง คะแนนเกบ็ 100 คะแนน

ลาดับ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระ/สาระสาคัญ เวลา นา้ หนัก
ท่ี เรยี นร้/ู ตัวชว้ี ัด (ชว่ั โมง) (คะแนน)
ส 1.1 ป.4/1,
1 เรยี นรูต้ ัวเรา ส 1.1 ป.4/2, 1.พระพุทธศาสนา ในฐานะท่ีเป็นเครื่อง 8 10
ส 1.1 ป.4/3
ยดึ เหน่ียวจติ ใจ
ส 5.1 ป.4/1,
ส 5.1 ป.4/2, 2.เป็นศูนย์รวมการทาความดี และ

พัฒนาจิตใจ เช่น ฝึกสมาธิ สวดมนต์

ศึกษาหลกั ธรรม

3.เป็นทปี่ ระกอบศาสนพธิ ี (การทอดกฐิน

การทอดผ้าป่า การเวียนเทียน การ

ทาบญุ )

4.เป็นแหล่งทากิจกรรมทางสังคม เช่น

การจัดประเพณีท้องถิ่น การเผยแพร่

ข้อมูลข่าวสารชุมชน และการส่งเสริม

พฒั นาชมุ ชน

5.สรปุ พทุ ธประวัติ (ทบทวน)

6.ตรัสรู้

7.ประกาศธรรม ไดแ้ ก่

 โปรดชฎลิ

 โปรดพระเจ้าพมิ พิสาร

 พระอัครสาวก

 แสดงโอวาทปาฏโิ มกข์

8.พระอุรเุ วลกสั สปะ

9.กฏุ ิทูสกชาดก

10.มหาอกุ กุสชาดก

11.สมเดจ็ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดช

วกิ รม พระบรมราชชนก

12.สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช

ชนนี

2 โรงเรยี นของเรา 1. การเข้าใจพ้นื ทจี่ ังหวดั ของตนเอง 8 10

161

ลาดับ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระ/สาระสาคญั เวลา น้าหนัก
ที่ เรยี นร/ู้ ตัวช้วี ดั (ชัว่ โมง) (คะแนน)

ส 5.1 ป.4/3 2. ลักษณะทางกายภาพของจังหวัด (ภูมิ

ส 5.2 ป.4/1 ประเทศ ภูมิอากาศ แหล่งน้า พืชพรรณ

ธรรมชาติ สัตว์ป่า)

3 . พ้ื น ท่ี ภู มิ สั ม พั น ธ์ ส ร้ า ง ส ร ร ค์

ส่ิงแวดลอ้ ม ทรัพยากรธรรมชาติและการ

ดาเนนิ ชีวิต

4. การใช้แผนที่และรูปถ่ายเพื่อการ

เรยี นรูพ้ ืน้ ทจ่ี ังหวัด

3 ครอบครวั แสนสขุ ส 2.1 ป.4/1, 1.การเข้าร่วมกิจกรรม,ประชาธิปไตย 8 10

ส 2.1 ป.4/2, ของชมุ ชน เชน่ การรณรงค์ การเลอื กตง้ั

ส 2.1 ป.4/3, 2.แนวทางการปฏิบัติตนเป็น สมาชิกที่ดี

ส 2.1 ป.4/4 ของชุมชน เช่น อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สา

ธ า ร ณ ส ม บั ติ โ บ ร า ณ วั ต ถุ แ ล ะ

โบราณสถาน การพฒั นาชมุ ชน

3. การเปน็ ผนู้ าและผ้ตู ามที่ดี

- บทบาทและความรับผดิ ชอบของผู้นา

- บทบาทและความรับผิดชอบของผู้

ตามหรอื สมาชกิ

- การทางานกลุ่มให้มีประสิทธิผลและ

ประสิทธิภาพ และประโยชน์ของการ

ทางานเปน็ กลมุ่

4.สิทธิพ้ืนฐานของเด็ก เช่น สิทธิที่จะมี

ชีวิต สิทธิท่ีจะได้รับการปกป้อง สิทธิที่

จะไดร้ ับการพฒั นา สทิ ธทิ ี่จะมีส่วนรว่ ม

5.วัฒนธรรมในภาคต่างๆ ของไทยที่

แตกต่างกัน เช่น การแต่งกาย ภาษา

อาหาร

4 ชมุ ชนรว่ มใจ ส 3.1 ป.4/1, 1.สินค้าและบริการที่มีอยู่หลากหลายใน 8 10

ส 3.1 ป.4/2 ตลาดท่ีมีความแตกต่างด้านราคาและ

คุณภาพ

162

ลาดบั หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระ/สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั
ท่ี เรียนร้/ู ตัวชี้วัด (ชัว่ โมง) (คะแนน)

2.ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเลือกซื้อสินค้าและ

บริการท่ีมีมากมาย ซึ่งข้ึนอยู่กับผู้ซื้อ

ผู้ขาย และตัวสินค้า เช่น ความพึงพอใจ

ของผู้ซื้อราคาสินค้าการโฆษณาคุณภาพ

ของสนิ คา้

3.สิทธพิ ืน้ ฐานของผูบ้ รโิ ภค

4.สินค้าและบริการที่มีเครื่องหมาย

รบั รองคุณภาพ

5.หลกั การและวิธีการเลือก บริโภค

5 ศาสนาควรรู้ ส 1.1 ป.4/4, 1.พระรัตนตรยั 8 10
ส 1.1 ป.4/5 - ศรทั ธา 4

 พระพุทธ - พุทธคุณ 3

 พระธรรม - หลกั กรรม

 พระสงฆ์

2.ไตรสกิ ขา

- ศีล สมาธิ ปัญญา

3.โอวาท 3

 ไม่ทาช่ัว

- เบญจศลี - ทุจริต 3

 ทาความดี

- เบญจธรรม - สุจรติ 3

- พรหมวหิ าร 4

- กตญั ญูกตเวทีต่อ ประเทศชาติ

- มงคล 38

- เคารพ - ถอ่ มคน

- ทาความดใี ห้พร้อมไวก้ ่อน

 ทาจิตให้บริสุทธิ์ (บริหารจิตและเจริญ

ปัญญา)

4.พทุ ธศาสนสุภาษิต

 สุขา สามัคฺคี ความพร้อมเพรียงของ

หม่ใู หเ้ กดิ สุข

163

ลาดับ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระ/สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
ที่ เรยี นรู้/ ตวั ชีว้ ดั (ช่วั โมง) (คะแนน)

ส 1.1 ป.4/6,  โ ล โ ก ป ตฺ ถ มฺ ภิ ก า เ ม ตฺ ต า
ส 1.1 ป.4/7,
ส 1.1 ป.4/8 เมตตาธรรม คา้ จนุ โลก

5.ตัวอย่างการกระทาความดีของตนเอง

และบุคคลในครอบครัวในโรงเรียน และ

ในชุมชน

6 ร้รู กั ษาใจ 1.ส ว ด ม น ต์ ไ ห ว้ พ ร ะ ส ร ร เ ส ริ ญ 8 10

คณุ พระรัตนตรัยและแผเ่ มตตา

- รู้ความหมายของสติสัมปชัญญะ สมาธิ

และปัญญา

- รู้วิธีปฏิบัติของการบริหารจิตและเจริญ

ปญั ญา

- ฝึกการยืน การเดิน การน่ังและการนอน

อย่างมสี ติ

- ฝึกการกาหนดรู้ความรู้สึก เมื่อตาเห็น

รูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส

กายสมั ผัสสิง่ ธรรมารมณ์

- ฝึกให้มที ี่มากระทบ ใจรับรู้สมาธิในการ

ฟัง การอ่าน การคิด การถาม และการ

เขียน

2.หลักธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่าง

สมานฉนั ท์

- เบญจศลี – เบญจธรรม

- ทจุ ริต 3 - สจุ ริต 3

- พรหมวิหาร 4 - มงคล 38

 เคารพ  ถ่อมตน
 ทาความดใี ห้พรอ้ มไวก้ อ่ น

164

ลาดบั หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระ/สาระสาคญั เวลา น้าหนัก
ท่ี เรียนรู้/ ตวั ชวี้ ดั (ชว่ั โมง) (คะแนน)

7 หน้าทช่ี าวพุทธ ส 1.1 ป.4/8  พุทธศาสนสุภาษิต : ความพร้อม 8 10
ส 1.2 ป.4/1, 8 10
8 หนา้ ทข่ี องคนไทย ส 1.2 ป.4/2, เพรยี งของหม่ใู ห้เกิดสขุ เมตตา ธรรมคา้
ส 1.1 ป.4/3
จุนโลก
ส 2.1 ป.4/5 -กตัญญกู ตเวทตี ่อประเทศชาติ
ส 2.2 ป.4/1, 1.ประวัติศาสดา
ส.2.2 ป.4/2, - พระพทุ ธเจา้
ส 2.2ป.4/3 - มฮุ ัมมดั
ส 2.1 ป.4/5 - พระเยซู
ส 2.2 ป.4/1, 2.ความร้เู บ้ืองต้นและความสาคัญของศา
สนสถาน
3.การแสดงความเคารพตอ่ ศาสนสถาน
4.การบารุงรกั ษาศาสนสถาน
5.มรรยาทของศาสนิกชน
- การปฏบิ ตั ิตนทเี่ หมาะสมตอ่ พระภกิ ษุ
- การยนื การเดิน และการนัง่ ทเ่ี หมาะสม
ในโอกาสต่าง ๆ
6.ปฏิบัตติ นในศาสนพธิ ี
- การอาราธนาศลี
- การอาราธนาธรรม
- การอาราธนาพระปรติ ร
- ระเบียบพิธีและการปฏิบัติตนในวัน
ธรรมสวนะ
1.ปัญหาและสาเหตุของการเกิดความ
ขดั แยง้ ในชวี ิตประจาวนั
2.แนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้ง
ด้วยสันติวิธี
3.อานาจอธิปไตยความสาคัญของการ
ปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตย

165

ลาดับ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระ/สาระสาคัญ เวลา น้าหนัก
ท่ี เรยี นรู้/ ตวั ชว้ี ัด (ชั่วโมง) (คะแนน)
ส.2.2 ป.4/2,
4 .บ ท บ า ท ห น้ า ท่ี ข อ ง พ ล เ มื อ ง ใ น
ส 2.2ป.4/3
กระบวนการเลือกตั้ง ท้ังก่อนการ
ส 3.1 ป.4/3,
ส 3.2 ป.4/1, เลือกต้ังระหว่างการเลือกต้ังหลังการ
ส 3.2 ป.4/2,
เลอื กตงั้
ส 5.2 ป.4/1,
ส 5.2 ป.4/2, 5.สถาบันพระมหากษตั รยิ ์ในสงั คมไทย
ส 5.2 ป.4/3
6 .ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง ส ถ า บั น

พระมหากษตั รยิ ์ใน สงั คมไทย

9 เศรษฐกิจรอบตวั 1.หลกั การของเศรษฐกิจพอเพียง 8 10

2. การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงใน

การดารงชีวิต เช่น การแต่งกายการกิน

อาหาร การใชจ้ ่าย

3.อาชีพ สินค้าและบริการต่าง ๆ ที่ผลิต

ในชมุ ชน

4 . ก า ร พ่ึ ง พ า อ า ศั ย กั น ภ า ย ใ น ชุ ม ช น

ทางด้านเศรษฐกิจ เช่นความสัมพันธ์

ระหวา่ งผ้ซู ้ือ ผขู้ าย การกหู้ นี้ ยมื สิน

5. การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนด้วย

การใช้สิ่งของที่ผลิตในชุมชน ประเภท

ของเงิน

6 .ห น้ า ท่ี เ บื้ อ ง ต้ น ข อ ง เ งิ น ใ น ร ะ บ บ

เศรษฐกิจ

7 .ส กุ ล เ งิ น ส า คั ญ ท่ี ใ ช้ ใ น ก า ร ซื้ อ ข า ย

แลกเปลีย่ นระหวา่ งประเทศ

10 ชีวติ กบั 1.สภาพ แวดล้อมทางกายภาพของชมุ ชน 8 10
สิ่งแวดล้อม
ที่ส่งผลต่อการดาเนินชีวิตของคนใน

จงั หวัด เช่น ลกั ษณะบ้านอาหาร

2.การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมใน

จั ง ห วั ด แ ล ะ ผ ล ที่ เ กิ ด จ า ก ก า ร

เปล่ียนแปลง เช่น การต้ังถิ่นฐานการ

ยา้ ยถนิ่

ลาดบั หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระ/สาระสาคญั 166
ท่ี เรยี นรู้/ ตวั ช้ีวดั
3.การอนุรกั ษ์สง่ิ แวดลอ้ มและ เวลา นา้ หนกั
ทรัพยากรธรรมชาติในจงั หวดั (ชั่วโมง) (คะแนน)

11 โครงงาน 80 100

รวม

167

โครงสรา้ งหน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1

ส 14101 สงั คมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
รายวชิ าพน้ื ฐาน
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรียนรู้ตวั เรา ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4

เวลา 8 ชว่ั โมง คะแนน 10 คะแนน

ที่ ชอื่ แผนการ มาตรฐาน/ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน น้าหนกั
จัดการเรียนรู้ ตัวช้วี ดั (ช่ัวโมง) (คะแนน)
1. นักเรียนสามารถอธิบายความสาคัญ
1 ความสาคัญของ ส 1.1 ป.4/1 ของพระพุทธศาสนาในฐานะเป็นเครื่อง 2 2
พระพทุ ธศาสนา ยึดเหนีย่ วจิตใจพทุ ธศาสนิกชนได้ (K)
2. นักเรียนสามารถอธิบายความสาคัญ 1 1
2 พุ ท ธ ป ร ะ วั ติ : ส 1.1 ป.4/2 ของพระพุทธศาสนาท่ีเป็นศูนย์รวมการ
ประสูติ ตรสั รู้ ทาความดีและพฒั นาจิตใจได้ (P) 1 1
3. นั ก เ รี ย น เ ห็ น ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง
3 พุ ท ธ ป ร ะ วั ติ : ส 1.1 ป.4/2 พระพุทธศาสนาในฐานะเป็นเครื่องยึด
ประกาศธรรม เหนย่ี วจติ ใจพุทธศาสนิกชน (A)
1. นักเรียนสามารถอธิบายพุทธประวัติ
ต้งั แต่ประสูตจิ นถึงตรัสรไู้ ด้ (K)
2. นักเรียนสามารถเขียนสรุปพุทธ
ประวัติของพระพุทธเจ้าได้ (P)
3. นักเรียนเห็นความ สาคัญข้อคิด
และแบบอยา่ งทดี่ ใี นพทุ ธประวัติ (A)
1. นักเรียนสามารถอธิบายพุทธประวัติ
ตอนประกาศธรรมได้ (K)
2. นักเรียนสามารถเขียนสรุปแผนผัง
ความคิดพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าได้
(P)
3. นักเรียนเห็นความสาคัญข้อคิด
และแบบอยา่ งที่ดใี นพุทธประวัติ (A)

168

ที่ ชื่อแผนการ มาตรฐาน/ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน น้าหนัก
จัดการเรยี นรู้ ตวั ชวี้ ัด (ช่ัวโมง) (คะแนน)
ส 1.1 ป.4/3 1. นักเรียนสามารถอธิบายประวัติของ
4 พทุ ธสาวก พ ร ะ อุ รุ เ ว ล กั ส ส ป ะ ที่ เ ก่ี ย ว ข้ อ ง 1 2
กับพระพทุ ธศาสนาได้ (K)
5 ชาดก ส 1.1 ป.4/3 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์คุณธรรม 2 2
อันเป็นแบบอย่างในการดาเนินชีวิต
6 พุทธศาสนิกชน ส 1.1 ป.4/3 ของพระอุรเุ วลกัสสปะได้ (P) 1 2
ตวั อยา่ ง 3. นั ก เ รี ย น เ ห็ น ค ว า ม ส า คั ญ
ในการนาแบบอย่างคุณธรรมของพระอุรุ
เ ว ล กั ส ส ป ะ ไ ป ป ฎิ บั ติ ใ น ก า ร ด า เ นิ น
ชีวิตประจาวนั (A)
1. นักเรียนสามารถบอกความหมาย
ของชาดกได้ (K)
2. นักเรียนสามารถวิเคระห์ข้อคิด
ที่ได้จากกุฏิทูสกชาดกและมหาอุกกุ
สชาดกได้ (P)
3. นั ก เ รี ย น เ ห็ น ค ว า ม ส า คั ญ
ในการนาข้อคิดของกุฏิทูสกช าดก
แ ล ะ ม ห า อุ ก กุ ส ช า ด ก ไ ป ป ฏิ บั ติ
ในการดาเนินชีวติ (A)
1. นักเรียนสามารถบอกความหมาย
ของพุทธศาสนกิ ชนตวั อย่างได้ (K)
2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์เก่ียวกับ
พระประวัติของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศ
อ ดุ ล ย เ ด ช วิ ก ร ม พ ร ะ บ ร ม ช น ก
และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช
ชนนีได้ (P)
3. นั ก เ รี ย น เ ห็ น คุ ณ ค่ า ข อ ง ข้ อ คิ ด
และแบบอย่างท่ีดีของสมเด็จพระมหิต-
ลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมชนก
และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช
ชนนีไปปฏิบัตใิ นการดาเนนิ ชีวิต (A)

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 1 169
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
รายวชิ า สงั คมศึกษา รหสั วิชา 14101 ภาคเรยี นที่ 1/2565
หน่วยท่ี 1 เรยี นรู้ตวั เรา ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4
เรื่อง ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนา
ช่อื ผู้สอน นางสาวเบญจวรรณ พลู กลาง จานวน 8 ชั่วโมง
จานวน 2 ชว่ั โมง 2 คะแนน

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด

มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา

ท่ีตนนบั ถือและศาสนาอื่น มศี รัทธาทถี่ กู ตอ้ ง ยดึ ม่นั และปฏบิ ัติตามหลักธรรม เพ่อื อย่รู ว่ มกันอย่างสันตสิ ุข

ตัวชี้วัด ป.4/1 อธิบายความสาคัญของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาท่ีตนนับถือ ในฐานะเป็นศูนย์รวม

จิตใจของศาสนกิ ชน

2. สาระสาคญั

พระพทุ ธศาสนาเป็นศาสนาทค่ี นไทยส่วนใหญ่นบั ถอื และมคี วามผูกพันอยู่กับวิถีชวี ติ ของ

พุทธศาสนิกชน เป็นส่ิงท่ียึดเหน่ียวจิตใจให้พุทธศาสนิกชนทาความดีตามหลักธรรม ส่งผลให้สังคม เกิด

ความสงบสขุ

3. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

ใฝ่เรียนรู้

4. สมรรถนะ

ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

5. สาระการเรียนรู้

5.1 ความสาคัญของพระพุทธศาสนา

5.1.1 พระพุทธศาสนาเป็นเครอ่ื งยดึ เหนย่ี วจติ ใจของพุทธศาสนกิ ชน

5.1.2 พระพุทธศาสนาเปน็ ศูนยร์ วมการทาความดีและพฒั นาจิตใจ

5.1.3 พระพุทธศาสนามีศาสนสถานเป็นท่ีประกอบศาสนพิธี

5.1.4 พระพทุ ธศาสนามศี าสนสถานเป็นแหล่งปฏบิ ัติกิจกรรมทางสงั คม

6. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

6.1 นักเรียนสามารถอธิบายความสาคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะเป็นเคร่ืองยึดเหนี่ยวจิตใจ

พุทธศาสนกิ ชนได้ (K)

6.2 นักเรียนสามารถอธิบายความสาคัญของพระพุทธศาสนาที่เป็นศูนย์รวมการทาความดีและพัฒนา

จิตใจได้ (P)

6.3 นักเรียนเห็นความสาคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะเป็นเครื่องยึดเหน่ียวจิตใจพุทธศาสนิกชน

(A)

170

7. ภาระ/ชนิ้ งาน
7.1 ใบงานท่ี 1 เรื่อง ความสาคญั ของพระพุทธศาสนา

8. กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ (วิธีการสอนกระบวนการสรา้ งความตระหนัก)
8.1 ขั้นที่ 1 สงั เกต (5 นาท)ี
8.1.1 ครูนาภาพพุทธศาสนกิ ชนกาลังทากิจกกรมและพธิ กี รรมทางพระพุทธศาสนา มาใหน้ ักเรยี นดู

ทีม่ า : https://www.google.com/url?sa=i&url=https%
8.1.2 เมอื่ ดภู าพเสรจ็ แลว้ ครูถามนกั เรยี นวา่ จากทีน่ ักเรยี นได้ดภู าพไปแลว้ เปน็ กจิ กรรมอะไร
ทางพระพุทธศาสนา (ตัวอย่างคาตอบ เวียนเทยี นในวนั สาคัญทางพระพุทธศาสนา)
8.2 ขั้นที่ 2 วิเคราะหว์ ิจารณ์ (45 นาที)
8.2.1 ครูตัง้ คาถามใหน้ ักเรียนรว่ มกันตอบ ดังนี้

- การร่วมกจิ กรรมและพิธีกรรมทางพระพทุ ธศาสนามผี ลดีอยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ เกิดความสามคั คี อยรู่ ่วมกันอยา่ งสงบ)

- พระพุทธศาสนามีความสาคัญตอ่ ชมุ ชนของนักเรยี นอย่างไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เป็นทยี่ ึดเหนย่ี วจติ ใจ) (K)
8.2.2 ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เร่อื ง ความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนา โดยมเี นอื้ หาพระพุทธศาสนา ในฐานะ
ท่ีเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นศูนย์รวมการทาความดี เป็นท่ีประกอบ ศาสนพิธี และเป็นแหล่ง
ทากิจกรรมทางสังคม ใหน้ ักเรยี นฟังพร้อมให้นกั เรยี นดสู ื่อปะกอบ
8.2.3 นักเรยี นทาใบงาน เรื่อง ความสาคัญทางพระพทุ ธศาสนา (P)
8.3 ขั้นที่ 3 สรปุ
8.3.1 นักเรียนร่วมกันสรุปความสาคัญของพระพุทธศาสนาและการมีส่วนร่วมในการส่งเสริม
พระพทุ ธศาสนา (A)
9. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
9.1 หนังสอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.4
9.2 ส่ือรูปภาพ

171

10. การวดั การประเมนิ ผล

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ์

1. นั ก เ รี ย น ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย การตอบคาถาม แบบประเมินการตอบ 3 อยู่ในเกณฑ์ ดีมาก

ความสาคัญของพระพุทธศาสนา คาถาม 2 อยใู่ นเกณฑ์ ดี

ในฐานะเป็นเคร่ืองยึดเหนี่ยว 1 อยใู่ นเกณฑป์ รบั ปรุง

จิตใจพุทธศาสนิกชนได้ (K)

2. นั ก เ รี ย น ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย ต ร ว จ แ ผ น ผั ง แบบประเมินแผนผัง 3 เท่ากับ ดี

ความสาคัญของพระพุทธศาสนา ค ว า ม คิ ด เ รื่ อ ง ความคดิ 2 เทา่ กบั พอใช้

ท่ีเป็นศูนย์รวมการทาความดีและ คว ามสาคัญขอ ง 1 เทา่ กับ ปรับปรุง

พัฒนาจติ ใจได้ (P) พระพุทธศาสนา

3. นักเรียนเห็นความสาคัญของ การตอบคาถาม แบบประเมินการตอบ 3 อยใู่ นเกณฑ์ ดีมาก
พ ร ะ พุ ท ธ ศ า ส น า ใ น ฐ า น ะ เ ป็ น คาถาม 2 อยู่ในเกณฑ์ ดี
เ ค ร่ื อ ง ยึ ด เ ห น่ี ย ว จิ ต ใ จ
พทุ ธศาสนิกชน (A) 1 อยู่ในเกณฑ์ปรับปรุง

172

11. บนั ทึกหลงั การสอน
11.1 ผลการจดั กจิ กรรม

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

11.2 ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

11.3 ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื …………………………..…………..ผู้สอน
(…………………………………………)

วนั ที่………เดือน…………………พ.ศ…………
11.4 ความคดิ เห็นของครูพ่ีเล้ียง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ……………………..…………..ผพู้ เ่ี ลย้ี ง
(นางสาวบษุ บง คงศริ ิ)

วันท…่ี ……เดอื น…………………พ.ศ…………
11.5 ความคิดเห็นของอาจารย์นเิ ทศก์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ……………………..…………..อาจารย์นเิ ทศก์
(อาจารยเ์ กรยี งไกร ทองศรี)
วนั ที่………เดือน…………………พ.ศ…………

ใบงานท่ี 1 173
เรือ่ ง ความสาคญั ของพระพุทธศาสนา

คาช้ีแจง : ให้นกั เรยี นเขยี นแผนผงั ความคิดความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนาท่มี ตี ่อชมุ ชน พร้อมตกแตง่ ให้สวยงาม

ความสาคัญของ
พระพทุ ธศาสนาทมี่ ีต่อ

ชมุ ชน

ช่ือ-สกลุ …………………………………………………………………………..ชัน้ ………………………………เลขที่……………………………

174

แบบประเมนิ แผนผังความคิด

ส รุ ป ค ว า ม รู้ ไ ด้ การเชื่อมโยงความรู้ มี ค ว า ม คิ ด

ถูกต้อง ครบตรง ได้ถูกต้องตามลาดับ สร้างสรรค์ในการ

เลขที่ ชอ่ื – นามสกุล ประเด็น ขัน้ ความสมั พนั ธ์ เขยี นผังความคดิ รวม

4321 4 3 2 143 2 1

ลงชือ่ ………………………………………………..ผู้ประเมนิ
(………………………………………………..)

วนั ท่ี………เดอื น…………………พ.ศ…………

คะแนนตัดสินระดบั คณุ ภาพ
คะแนน คณุ ภาพ
10 – 12 ดมี าก
7 – 9 ดี
4 – 6 พอใช้
1 -3 ควรปรบั ปรุง

175

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
รายการประเมิน

1. สรปุ ความร้ไู ดถ้ กู ตอ้ ง ครบตรงประเด็น
2. การเชอ่ื มโยงความรถู้ ูกตอ้ งตามลาดบั ขนั้ ความสมั พันธ์
3. มีความสร้างสรรค์ในการเขียนแผนผงั ความคดิ

รายการประเมนิ คาอธบิ ายระดบั คุณภาพ

4 (ดมี าก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ )

1. สรุปความรู้ได้ ส า ม า ร ถ ส รุ ป ส า ม า ร ถ ส รุ ป สรุปความรู้ไม่ครบ ส รุ ป ค ว า ม รู้ ไ ม่

ถูกต้อง ครบตรง ความรู้ได้ครบตรง ความรู้ได้ครบ ตรง ทกุ ประเดน็ ถกู ตอ้ ง

ประเด็น ป ร ะ เ ด็ น แ ล ะ ป ร ะ เ ด็ น แ ล ะ มี

ถูกตอ้ งทกุ หัวข้อ ความถูกต้องเป็น

ส่วนใหญ่

2. การเช่ือมโยง สามารถเชื่อมโยง สามารถเช่ือมโยง สามารถเช่ือมโยง สามารถเชื่อมโยง

ค ว า ม รู้ ถู ก ต้ อ ง ความรู้ได้ถูกต้อง ค ว า ม รู้ ไ ด้ แ ล ะ ความรู้และลาดับ ความรู้ได้ แต่ไม่

ต า ม ล า ดั บ ข้ั น ต า ม ล า ดั บ ลาดับความสัมพนั ธ์ ความสัมพันธ์ได้ เป็นไปตามลาดับ

ความสมั พนั ธ์ ความสมั พันธ์ ได้ค่อนขา้ งครบ บา้ ง ความสมั พนั ธ์

3. มี ค ว า ม ส า ม า ร ถ เ ขี ย น ส า ม า ร ถ เ ขี ย น ส า ม า ร ถ เ ขี ย น ส า ม า ร ถ เ ขี ย น

สร้างสรรค์ในการ แผนผังความคิดได้ แผนผังความคิดได้ แผนผงั ความคิดได้ แผนผังความคิดได้

เ ขี ย น แ ผ น ผั ง ใ น รู ป แ บ บ ท่ี ถู ก ต้ อ ง แ ล ะ มี และมีข้อบกพร่อง แ ต่ ข า ด รู ป แ บ บ

ความคิด ถู ก ต้ อ ง แ ล ะ ข้อบกพร่องเพียง เป็นบางสว่ น และความสวยงาม

สวยงาม เล็กน้อย

176

แบบประเมนิ การตอบคาถาม

คาชี้แจง : ให้ครูผู้สอนประเมินการตอบคาถามของนักเรียน โดยทาเคร่ืองหมาย  ลงในช่องระดับ

คะแนนพฤตกิ รรมท่นี กั เรียนปฏิบัติ

ลาดับที่ ประเด็นในการประเมิน ระดบั คะแนน

32 1

1 สนใจและตงั้ ใจฟังคาถาม

2 ตอบคาถามไดต้ รงประเดน็

3 ตอบคาถามอยา่ งสม่าเสมอ

รวม

ลงชอ่ื ………………………………………………..ผูป้ ระเมิน
(………………………………………………..)

วันท่ี………เดอื น…………………พ.ศ…………

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ระดับ 3 หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมให้เห็นมาก
ระดบั 2 หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ ปานกลาง
ระดบั 1 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ ห็นน้อย

เกณฑก์ ารประเมิน
7-9 หมายถึง ดี
4-6 หมายถึง พอใช้
ตา่ กวา่ 3 หมายถงึ ปรบั ปรงุ

177

แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

คาชี้แจง : ให้ครูผู้สอนประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนตามรายการที่กาหนด แล้วทา

เครือ่ งหมาย  ลงในชอ่ งวา่ งที่ตรงกบั ระดับคะแนน

ลาดั รายการประเมิน ระดบั คะแนน

บที่ 3 2 1 0

1 เอาใจใส่และมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้

2 สนใจเข้ารว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ

3 ศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ แหล่ง

เรยี นรู้ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน และใชส้ ่ือไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

4 บันทึกความรู้วเิ คราะห์ขอ้ มูล จากสิง่ ทเี่ รยี นรู้ สรปุ เป็นองค์ความรู้

5 แลกเปลี่ยนเรยี นรูด้ ้วยวิธีการตา่ ง ๆ และนาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน

รวม

ลงช่อื ………………………………………………..ผ้ปู ระเมิน
(………………………………………………..)

วนั ท่ี………เดือน…………………พ.ศ…………

เกณฑก์ ารประเมิน

ระดบั คุณภาพ เกณฑ์การตัดสนิ

ดีเยย่ี ม ได้คะแนนระหว่าง 13 - 15

ดี ไดค้ ะแนนระหวา่ ง 9 - 12

ผา่ น ไดค้ ะแนนระหวา่ ง 5 - 8

ไม่ผ่าน ได้คะแนนระหว่าง 0 - 4

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 178
กลมุ่ สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
รายวิชา สงั คมศกึ ษา รหัสวิชา 14101 ภาคเรียนที่ 1/2565
หนว่ ยท่ี 1 เรยี นรตู้ ัวเรา ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4
เรอื่ ง พทุ ธประวัติ : ประสูติ ตรสั รู้
ชอ่ื ผู้สอน นางสาวเบญจวรรณ พลู กลาง จานวน 8 ชว่ั โมง
จานวน 1 ชั่วโมง 1คะแนน

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั
มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเข้าใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ี

ตนนบั ถือและศาสนาอื่น มศี รัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรม เพ่ืออยรู่ ว่ มกันอย่างสนั ติสขุ
ตัวช้ีวัด ป.4/2 สรุปพุทธประวัติตั้งแต่บรรลุธรรมจนถึงประกาศธรรม หรือประวัติศาสดาที่ตนนับถือ

ตามท่กี าหนด
2. สาระสาคัญ

พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาของพระพุทธศาสนา การแสวงหาหนทางแห่งการพ้นทุกข์ และเผ ยแผ่
พระพทุ ธศาสนา ส่งผลให้พทุ ธศาสนิกชนมหี ลักธรรมท่ใี ชส้ าหรับหารดารงชีวติ
3. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

ใฝ่เรยี นรู้
4. สมรรถนะ

ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5. สาระการเรยี นรู้

5.1 สรปุ พทุ ธประวตั ิ (ทบทวน)
5.1.1 ตรัสรู้

6. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
6.1 นกั เรยี นสามารถอธิบายพุทธประวัตติ ้งั แตป่ ระสูติจนถงึ ตรสั รู้ได้ (K)
6.2 นักเรียนสามารถเขียนสรปุ พทุ ธประวตั ิของพระพุทธเจา้ ได้ (P)
6.3 นกั เรยี นเหน็ ความสาคัญขอ้ คดิ และแบบอยา่ งท่ีดีในพุทธประวตั ิ (A)

7. ภาระ/ชนิ้ งาน
7.1 ใบงานที่ 2 เรอื่ ง พุทธประวัติ : ประสตู ิ ตรัสรู้

8. กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ (วธิ ีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้)
8.1 ขน้ั ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (5 นาที)
8.1.1 ครูนาภาพพทุ ธประวัติตอนประสตู ิและศึกษาศิลปวทิ ยา มาใหน้ ักเรยี นดู

179

ที่มา : http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=74&t=54819

8.1.2 เมื่อดูภาพเสร็จแลว้ ครูถามนกั เรยี นว่าจากท่นี กั เรียนไดด้ ูภาพไปแลว้ เปน็ ตอนใดบ้างท่เี กีย่ วกบั

พทุ ธประวัติ (ตวั อย่างคาตอบ พทุ ธประวตั ิตอนประสูตแิ ละศกึ ษาศิลปวิทยา) (K)

8.2 ขนั้ ที่ 2 สารวจค้นหา (30 นาที)

8.2.1 นกั เรียนศกึ ษาความรู้ เรอื่ ง พทุ ธประวตั ิ จากหนังสือเรียน

8.3 ขนั้ ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (10 นาท)ี

8.3.1 ครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ เร่อื ง พทุ ธประวัติ โดยมีเน้อื หา พทุ ธประวตั ิตอนประสูติ และตรสั รู้

8.4 ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (10 นาที)

8.4.1 นกั เรยี นทาใบงาน เร่อื ง พุทธประวัติ : ประสูติ ตรสั รู้ (P)

8.5 ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (5 นาที)

8.5.1 นักเรยี นร่วมกนั สรปุ พุทธประวตั ิ : ประสูติ ตรัสรู้ (A)

9. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้

9.1 หนังสือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.4

9.2 สื่อรูปภาพ

9.3 ใบงานท่ี 2 เร่ือง พทุ ธประวัติ : ประสตู ิ ตรัสรู้

10. การวัดการประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์

1. นักเรียนสามารถอธิบายพุทธ การตอบคาถาม แบบประเมินการตอบ 3 อยใู่ นเกณฑ์ ดีมาก

ประวัติต้ังแต่ประสูติจนถึงตรัสรู้ คาถาม 2 อยู่ในเกณฑ์ ดี

ได้ (K) 1 อย่ใู นเกณฑ์ปรับปรุง

2. นักเรียนสามารถเขียนสรุป ตรวจใบงาน เร่ือง แบบประเมินใบงาน 3 เท่ากับ ดี

พุทธประวัติของพระพุทธเจ้าได้ พุ ท ธ ป ร ะ วั ติ : 2 เทา่ กบั พอใช้

(P) ประสูติ ตรัสรู้ 1 เทา่ กบั ปรับปรงุ

180

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี าร เครือ่ งมอื เกณฑ์

3. นักเรียนเห็นความสาคัญข้อคิด การตอบคาถาม แบบประเมินการตอบ 3 อยูใ่ นเกณฑ์ ดมี าก

และแบบอย่างที่ดีในพุทธประวัติ คาถาม 2 อยใู่ นเกณฑ์ ดี

(A) 1 อยู่ในเกณฑป์ รับปรุง

11. บนั ทกึ หลงั การสอน
11.1 ผลการจัดกิจกรรม

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.2 ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.3 ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………………..…………..ผู้สอน
(…………………………………………)

วนั ที่………เดือน…………………พ.ศ…………
11.4 ความคิดเห็นของครูพ่เี ลย้ี ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ……………………..…………..ผพู้ เี่ ล้ียง
(นางสาวบุษบง คงศิริ)

วันท…่ี ……เดือน…………………พ.ศ…………
11.5 ความคดิ เหน็ ของอาจารย์นิเทศก์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ……………………..…………..อาจารย์นิเทศก์
(อาจารย์เกรยี งไกร ทองศร)ี
วนั ที่………เดือน…………………พ.ศ………..

181

ใบงานท่ี 2 เร่อื ง พุทธประวัติ : ประสูติ ตรัสรู้

คาช้ีแจง : ให้นักเรียนนาหมายเลขแสดงข้อความเก่ียวกับพุทธประวัติไปเรียงตามลาดับเหตุการณ์ลงใน
ชอ่ งวา่ งด้านล่าง

1. เจ้าชายสิทธัตถะอยใู่ นความ 2. เจ้าสิทธัตถะอภิเษก 3. พ ร ะ สิ ท ธั ต ถ ะ ท ร ง
ดูแลของพระนางปชาบดีโคตมี สมรสกับพระนางพิมพา บาเพญ็ ทกุ รกริ ยิ า
หรือยโสธรา

4. พ ร ะ น า ง สิ ริ ม ห า ม า ย า 5. พระสิทธัตถะบาเพ็ญ 6. เจ้าชายสิทธัตถะทรงมี
ประสูติพระโอรส ณ สวน เพยี รดว้ ยการนั่งสมาธิ พระราชโอรา พระนามว่า
ลมุ พนิ ี ราหลุ

7. เ จ้ า ช า ย สิ ท ธั ต ถ ะ ศึ ก ษ า 8. เ จ้ า ช า ย สิ ท ธั ต ถ ะ 9. พราหมณ์ 108 คน ขนาน
ศิลปวิทยาในสานกั ครูวิศวามติ ร ทอดพระเนตรเห็น คนแก่ พระนามพระโอรสว่า สิทธัต
คนเจ็บ คนตาย และสมณะ ถะ

10. เจ้าช ายสิทธัตถะ ตั ด สิ น 11. เจ้าชายสิทธัตถะศึกษา 12. พ ร ะ สิ ท ธั ต ถ ะ ต รั ส รู้
พระทัยออกผนวช ท่ีสานักของอาฬาดาบสและ อรยิ สัจ 4
อทุ ทกดาบส

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ช่ือ-สกุล…………………………………………………………………………..ชนั้ ………………………………เลขที่……………………………

182

แบบประเมินใบงาน

ส รุ ป ค ว า ม รู้ ไ ด้ การเชื่อมโยงความรู้ มี ค ว า ม คิ ด

ถูกต้อง ครบตรง ได้ถูกต้องตามลาดับ สร้างสรรค์ในการ

เลขท่ี ชื่อ – นามสกุล ประเดน็ ขน้ั ความสัมพันธ์ เขียนใบงาน รวม

4321 4 3 2 143 2 1

ลงชอื่ ………………………………………………..ผปู้ ระเมนิ
(………………………………………………..)

วันท่ี………เดอื น…………………พ.ศ…………

คะแนนตัดสินระดบั คณุ ภาพ
คะแนน คุณภาพ
10 – 12 ดมี าก
7 – 9 ดี
4 – 6 พอใช้
1 -3 ควรปรับปรุง

183

เกณฑก์ ารให้คะแนน
รายการประเมนิ

1. สรปุ ความร้ไู ด้ถูกตอ้ ง ครบตรงประเด็น
2. การเชือ่ มโยงความรถู้ ูกต้องตามลาดับข้นั ความสมั พันธ์
3. มคี วามสรา้ งสรรค์ในการเขียนใบงาน

รายการประเมนิ คาอธิบายระดับคณุ ภาพ

4 (ดีมาก) 3 (ด)ี 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)

1. ส รุ ป ค ว า ม รู้ ไ ด้ ส า ม า ร ถ ส รุ ป ส า ม า ร ถ ส รุ ป สรุปความรู้ไม่ครบ ส รุ ป ค ว า ม รู้ ไ ม่

ถู ก ต้ อ ง ค ร บ ต ร ง ความรู้ได้ครบตรง ความรไู้ ด้ครบ ตรง ทกุ ประเดน็ ถูกต้อง

ประเดน็ ป ร ะ เ ด็ น แ ล ะ ประเด็น และมี

ถกู ตอ้ งทุกหัวขอ้ ความถูกต้องเป็น

สว่ นใหญ่

2. ก า ร เ ชื่ อ ม โ ย ง สามารถเชื่อมโยง สามารถเช่ือมโยง สามารถเชื่อมโยง สามารถเช่ือมโยง

ค ว า ม รู้ ถู ก ต้ อ ง ความรู้ได้ถูกต้อง คว ามรู้ได้ และ ความรู้และลาดับ ความรู้ได้ แต่ไม่

ต า ม ล า ดั บ ขั้ น ต า ม ล า ดั บ ล า ดั บ ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ได้ เป็นไปตามลาดับ

ความสัมพันธ์ ความสมั พนั ธ์ ความสัมพันธ์ได้ บา้ ง ความสัมพนั ธ์

ค่อนข้างครบ

3. มีความสร้างสรรค์ ส า ม า ร ถ เ ขี ย น สามารถเขียนใบ ส า ม า ร ถ เ ขี ย น สามารถเขียนใบ

ในการเขียนใบงาน ใบงานได้ในรปู แบบ ง า น ไ ด้ ถู ก ต้ อ ง ใบงานได้ และมี งานได้ แต่ขาด

ที่ ถู ก ต้ อ ง แ ล ะ และมีข้อบกพร่อง ข้อบกพร่อ ง เ ป็ น รูปแบบและความ

ระบายสสี วยงาม เพียงเลก็ น้อย บางส่วน สวยงาม

184

แบบประเมนิ การตอบคาถาม

คาชี้แจง : ให้ครูผู้สอนประเมินการตอบคาถามของนักเรียน โดยทาเคร่ืองหมาย  ลงในช่องระดับ

คะแนนพฤตกิ รรมท่นี กั เรียนปฏิบัติ

ลาดับที่ ประเด็นในการประเมิน ระดบั คะแนน

32 1

1 สนใจและตงั้ ใจฟังคาถาม

2 ตอบคาถามไดต้ รงประเดน็

3 ตอบคาถามอยา่ งสม่าเสมอ

รวม

ลงชอ่ื ………………………………………………..ผูป้ ระเมิน
(………………………………………………..)

วันท่ี………เดอื น…………………พ.ศ…………

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ระดับ 3 หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมให้เห็นมาก
ระดบั 2 หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ ปานกลาง
ระดบั 1 หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ ห็นน้อย

เกณฑก์ ารประเมิน
7-9 หมายถึง ดี
4-6 หมายถึง พอใช้
ตา่ กวา่ 3 หมายถงึ ปรบั ปรงุ

185

แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

คาชี้แจง : ให้ครูผู้สอนประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนตามรายการที่กาหนด แล้วทา

เครือ่ งหมาย  ลงในชอ่ งวา่ งที่ตรงกับระดับคะแนน

ลาดั รายการประเมนิ ระดบั คะแนน

บที่ 3 2 1 0

1 เอาใจใส่และมีความเพียรพยายามในการเรยี นรู้

2 สนใจเข้ารว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ

3 ศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ แหล่ง

เรยี นรู้ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน และใชส้ ่ือไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

4 บันทึกความรู้วเิ คราะห์ข้อมลู จากสิง่ ทเี่ รยี นรู้ สรปุ เป็นองค์ความรู้

5 แลกเปลี่ยนเรยี นรูด้ ้วยวธิ กี ารตา่ ง ๆ และนาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน

รวม

ลงช่อื ………………………………………………..ผ้ปู ระเมิน
(………………………………………………..)

วนั ท่ี………เดือน…………………พ.ศ…………

เกณฑก์ ารประเมิน

ระดบั คุณภาพ เกณฑก์ ารตัดสนิ

ดีเยย่ี ม ได้คะแนนระหวา่ ง 13 - 15

ดี ไดค้ ะแนนระหวา่ ง 9 - 12

ผา่ น ไดค้ ะแนนระหวา่ ง 5 - 8

ไม่ผ่าน ได้คะแนนระหวา่ ง 0 - 4

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 186
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
รายวชิ า สังคมศกึ ษา รหสั วชิ า 14101 ภาคเรียนที่ 1/2565
หนว่ ยท่ี 1 เรียนร้ตู วั เรา ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4
เรือ่ ง พุทธประวตั ิ : ประกาศธรรม
ช่อื ผูส้ อน นางสาวเบญจวรรณ พูลกลาง จานวน 8 ช่ัวโมง
จานวน 1 ชัว่ โมง 1คะแนน

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา

ท่ตี นนบั ถอื และศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาทถี่ ูกต้อง ยึดม่นั และปฏบิ ตั ิตามหลักธรรม เพอ่ื อยรู่ ว่ มกนั อย่างสันติสุข
ตัวชี้วัด ป.4/2 สรุปพุทธประวัติต้ังแต่บรรลุธรรมจนถึงประกาศธรรม หรือประวัติศาสดาที่ตนนับถือ

ตามท่ีกาหนด
2. สาระสาคญั

พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาของพระพุทธศาสนา การแสวงหาหนทางแห่งการพ้นทุกข์ และเผยแผ่
พระพทุ ธศาสนา ส่งผลให้พุทธศาสนกิ ชนมีหลกั ธรรมทีใ่ ชส้ าหรบั หารดารงชวี ติ
3. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

ใฝเ่ รียนรู้
4. สมรรถนะ

ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์
5. สาระการเรยี นรู้

5.1 สรุปพุทธประวตั ิ (ทบทวน)
5.1.1 ประกาศธรรม ได้แก่ โปรดชฎิล โปรดพระเจ้าพิมพิสาร พระอัครสาวก แสดงโอวาท

ปาฏิโมกข์
6. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

6.1 นักเรยี นสามารถอธิบายพทุ ธประวัตติ อนประกาศธรรมได้ (K)
6.2 นักเรียนสามารถเขียนสรปุ แผนผังความคิดพทุ ธประวตั ิของพระพุทธเจ้าได้ (P)
6.3 นกั เรียนเห็นความสาคญั ขอ้ คดิ และแบบอย่างทดี่ ีในพุทธประวตั ิ (A)
7. ภาระ/ชิ้นงาน

7.1 ใบงานที่ 3 เรอ่ื ง พทุ ธประวตั ิ : ประกาศธรรม
8. กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ (วิธีการสอนแบบกระบวนการกลุ่ม)

8.1 ขน้ั นาเข้าสู่บทเรียน (10 นาท)ี
8.1.1 ครูให้นักเรียนผลดั กนั เล่าความร้เู ดิมเกย่ี วกับพุทธประวตั ิ (K)

187

8.2 ข้ันสอน (40 นาท)ี

8.2.1 ครูอธิบายเพิ่มเติม เร่ือง พุทธประวัติ โดยมีเน้ือหา พุทธประวัติตอนประกาศธรรม ได้แก่

โปรดชฎลิ โปรดพระเจา้ พมิ พิสาร พระอคั รสาวก แสดงโอวาทปาฏโิ มกข์

8.2.2 นักเรียนแบ่งกลุ่ม โดยคละความสามารถเก่ง ปานกลาง และอ่อน แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษา

ความรู้ เร่อื ง พทุ ธประวตั ิ จากหนังสอื เรียน

8.2.3 สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนการทางาน กาหนดจุดประสงค์และข้ันตอนการทางาน

ในการศึกษาความรใู้ นแตล่ ะตอน ดงั นี้

- โปรดชฎลิ

- โปรดพระเจา้ พิมพสิ าร

- พระอคั รสาวก

- แสดงโอวาทปาฏิโมกข์

8.2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ตามที่แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ และนาความรู้

ทไี่ ดศ้ ึกษามาทาใบงาน เร่อื ง พทุ ธประวัติ : ประกาศธรรม (P)

8.2.5 สมาชกิ ในแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานทีห่ นา้ ช้นั เรยี น

8.3 ขั้นสรปุ (10 นาท)ี

8.3.1 นักเรยี นร่วมกันสรุปพทุ ธประวตั ิตอนประกาศธรรม และขอ้ คิดท่ไี ดจ้ ากการศึกษา (A)

9. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้

9.1 หนงั สอื เรยี นรายวิชาพน้ื ฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.4

9.2 ใบงานที่ 3 เรือ่ ง พทุ ธประวตั ิ : ประกาศธรรม

10. การวดั การประเมินผล

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์

1. นักเรียนสามารถอธิบายพุทธ การตอบคาถาม แบบประเมินการตอบ 3 อยใู่ นเกณฑ์ ดมี าก

ประวตั ิตอนประกาศธรรมได้ (K) คาถาม 2 อยู่ในเกณฑ์ ดี

1 อยู่ในเกณฑ์ปรบั ปรุง

2. นักเรียนสามารถเขียนสรุป ตรวจใบงาน เร่ือง แบบประเมนิ ใบงาน 3 เท่ากบั ดี

แผนผังความคิดพุทธประวัติของ พุ ท ธ ป ร ะ วั ติ : 2 เท่ากับ พอใช้

พระพุทธเจา้ ได้ (P) ประกาศธรรม 1 เท่ากับ ปรบั ปรุง

3. นักเรียนเห็นความสาคัญข้อคดิ การตอบคาถาม แบบประเมินการตอบ 3 อยใู่ นเกณฑ์ ดีมาก

และแบบอย่างที่ดีในพุทธประวัติ คาถาม 2 อยใู่ นเกณฑ์ ดี

(A) 1 อยูใ่ นเกณฑ์ปรบั ปรุง

188

11. บันทกึ หลงั การสอน
11.1 ผลการจดั กิจกรรม

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

11.2 ปญั หา/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

11.3 ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………………..…………..ผ้สู อน
(…………………………………………)

วันท่ี………เดอื น…………………พ.ศ…………
11.4 ความคิดเห็นของครพู ีเ่ ลีย้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ……………………..…………..ผู้พเี่ ลย้ี ง
(นางสาวบษุ บง คงศริ ิ)

วนั ท…่ี ……เดอื น…………………พ.ศ…………
11.5 ความคิดเห็นของอาจารย์นเิ ทศก์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ……………………..…………..อาจารย์นิเทศก์
(อาจารย์เกรยี งไกร ทองศร)ี
วันท่ี………เดอื น…………………พ.ศ…………

189

ใบงานที่ 3 เรือ่ ง
พทุ ธประวตั ิ : ประกาศ

ธรรม

คาชีแ้ จง : ให้นักเรยี นคดิ วิเคราะหภ์ าพ แล้วตอบคาถาม

1) ภาพนีค้ อื ภาพเกย่ี วกับอะไร
1 …………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………
2) เหตกุ ารณ์ในภาพนี้มีความสาคญั อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………….

2 3) ทาไมพระพุทธเจ้าจึงเสดจ็ ไปแสดงธรรมแก่ชลฎิ 3 พ่ีนอ้ งตามลาดบั
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………..................

3 4) พระเจา้ พิมพสิ ารมีความสาคญั ต่อพระพุทธศาสนาอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………

4 5) พระสารีบตุ รและพระโมคคัลลานะ มคี วามสาคญั อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………

5 6) การแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ของพระพุทธเจา้ มหี ลกั คาสอนทีส่ าคัญอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………….

ช่ือ-สกลุ …………………………………………………………………………..ชัน้ ………………………………เลขท่ี……………………………

190

แบบประเมินใบงาน

ส รุ ป ค ว า ม รู้ ไ ด้ การเชื่อมโยงความรู้ มี ค ว า ม คิ ด

ถูกต้อง ครบตรง ได้ถูกต้องตามลาดับ สร้างสรรค์ในการ

เลขท่ี ชื่อ – นามสกุล ประเดน็ ขน้ั ความสัมพันธ์ เขียนใบงาน รวม

4321 4 3 2 143 2 1

ลงชอื่ ………………………………………………..ผปู้ ระเมนิ
(………………………………………………..)

วันท่ี………เดอื น…………………พ.ศ…………

คะแนนตัดสินระดบั คณุ ภาพ
คะแนน คุณภาพ
10 – 12 ดมี าก
7 – 9 ดี
4 – 6 พอใช้
1 -3 ควรปรับปรุง

191

เกณฑก์ ารให้คะแนน
รายการประเมนิ

1. สรปุ ความรูไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง ครบตรงประเดน็
2. การเช่อื มโยงความร้ถู กู ตอ้ งตามลาดับข้นั ความสัมพันธ์
3. มีความสร้างสรรค์ในการเขียนใบงาน

รายการประเมิน คาอธิบายระดับคณุ ภาพ

4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง)

1. ส รุ ป ค ว า ม รู้ ไ ด้ ส า ม า ร ถ ส รุ ป ส า ม า ร ถ ส รุ ป สรุปความรู้ไม่ครบ ส รุ ป ค ว า ม รู้ ไ ม่

ถู ก ต้ อ ง ค ร บ ต ร ง ความรู้ได้ครบตรง ความรู้ไดค้ รบ ตรง ทกุ ประเดน็ ถูกตอ้ ง

ประเด็น ป ร ะ เ ด็ น แ ล ะ ประเด็น และมี

ถูกต้องทกุ หวั ขอ้ ความถูกต้องเป็น

ส่วนใหญ่

2. ก า ร เ ช่ื อ ม โ ย ง สามารถเช่ือมโยง สามารถเช่ือมโยง สามารถเชื่อมโยง สามารถเช่ือมโยง

ค ว า ม รู้ ถู ก ต้ อ ง ความรู้ได้ถูกต้อง คว ามรู้ได้ และ ความรู้และลาดับ ความรู้ได้ แต่ไม่

ต า ม ล า ดั บ ข้ั น ต า ม ล า ดั บ ล า ดั บ ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ได้ เป็นไปตามลาดับ

ความสัมพันธ์ ความสมั พนั ธ์ ความสัมพันธ์ได้ บา้ ง ความสัมพนั ธ์

คอ่ นขา้ งครบ

3. มีความสร้างสรรค์ ส า ม า ร ถ เ ขี ย น ส า ม า ร ถ เ ขี ย น ส า ม า ร ถ เ ขี ย น สามารถเขียนใบ

ในการเขียนใบงาน ใบงานไดใ้ นรปู แบบ ใบงานได้ถูกต้อง ใบงานได้ และมี งานได้ แต่ขาด

ท่ี ถู ก ต้ อ ง แ ล ะ และมีข้อบกพร่อง ข้อบกพร่อ ง เ ป็ น รูปแบบและความ

สวยงาม เพียงเลก็ น้อย บางส่วน สวยงาม

192

แบบประเมนิ การตอบคาถาม

คาชี้แจง : ให้ครูผู้สอนประเมินการตอบคาถามของนักเรียน โดยทาเคร่ืองหมาย  ลงในช่องระดับ

คะแนนพฤตกิ รรมท่นี ักเรยี นปฏิบตั ิ

ลาดับที่ ประเดน็ ในการประเมิน ระดบั คะแนน

32 1

1 สนใจและตัง้ ใจฟังคาถาม

2 ตอบคาถามไดต้ รงประเดน็

3 ตอบคาถามอยา่ งสมา่ เสมอ

รวม

ลงชอ่ื ………………………………………………..ผูป้ ระเมิน
(………………………………………………..)

วันท่ี………เดอื น…………………พ.ศ…………

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ระดับ 3 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมให้เห็นมาก
ระดบั 2 หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ ปานกลาง
ระดบั 1 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ ห็นน้อย

เกณฑก์ ารประเมิน
7-9 หมายถึง ดี
4-6 หมายถงึ พอใช้
ตา่ กวา่ 3 หมายถงึ ปรับปรงุ

193

แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

คาชี้แจง : ให้ครูผู้สอนประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนตามรายการที่กาหนด แล้วทา

เครือ่ งหมาย  ลงในชอ่ งวา่ งที่ตรงกับระดับคะแนน

ลาดั รายการประเมนิ ระดบั คะแนน

บที่ 3 2 1 0

1 เอาใจใส่และมีความเพียรพยายามในการเรยี นรู้

2 สนใจเข้ารว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ

3 ศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ แหล่ง

เรยี นรู้ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน และใชส้ ่ือไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

4 บันทึกความรู้วเิ คราะห์ข้อมลู จากสิง่ ทเี่ รยี นรู้ สรปุ เป็นองค์ความรู้

5 แลกเปลี่ยนเรยี นรูด้ ้วยวธิ กี ารตา่ ง ๆ และนาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน

รวม

ลงช่อื ………………………………………………..ผ้ปู ระเมิน
(………………………………………………..)

วนั ท่ี………เดือน…………………พ.ศ…………

เกณฑก์ ารประเมิน

ระดบั คุณภาพ เกณฑก์ ารตัดสนิ

ดีเยย่ี ม ได้คะแนนระหวา่ ง 13 - 15

ดี ไดค้ ะแนนระหวา่ ง 9 - 12

ผา่ น ไดค้ ะแนนระหวา่ ง 5 - 8

ไม่ผ่าน ได้คะแนนระหวา่ ง 0 - 4

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 194
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
รายวิชา สงั คมศกึ ษา รหัสวชิ า 14101 ภาคเรียนท่ี 1/2565
หนว่ ยท่ี 1 เรียนรูต้ ัวเรา ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4
เรอ่ื ง พทุ ธสาวก
ชอ่ื ผ้สู อน นางสาวเบญจวรรณ พลู กลาง จานวน 8 ชวั่ โมง
จานวน 1 ชั่วโมง 2 คะแนน

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา

ท่ตี นนับถอื และศาสนาอ่ืน มีศรทั ธาทีถ่ ูกตอ้ ง ยึดม่นั และปฏบิ ัตติ ามหลักธรรม เพ่อื อยูร่ ่วมกันอยา่ งสนั ติสุข
ตัวชี้วัด ป.4/3 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตามแบบอย่างการดาเนินชวี ิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก

เร่ืองเลา่ และศาสนิกชนตัวอยา่ งตามที่กาหนด
2. สาระสาคญั

การศึกษาประวัติพุทธสาวก ย่อมทาให้ได้ข้อคิดสาคัญเก่ียวกับการปฏิบัติตนอันเป็นแบบอย่าง
และสามารถนาไปเปน็ แนวทางการปฏิบัตติ นในการดาเนินชีวิต
3. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

ใฝ่เรียนรู้
4. สมรรถนะ

ความสามารถในการนาความร้ไู ปใช้
5. สาระการเรยี นรู้

5.1 พุทธสาวก
5.1.1 พระอุรเุ วลกสั สปะ

6. จุดประสงค์การเรียนรู้
6.1 นักเรยี นสามารถอธิบายประวัตขิ องพระอุรเุ วลกัสสปะทีเ่ กีย่ วข้องกับพระพทุ ธศาสนาได้ (K)
6.2 นักเรียนสามารถวิเคราะห์คุณธรรมอันเป็นแบบอย่างในการดาเนินชีวิตของพระอุรุเวลกัสสปะ

ได้ (P)
6.3 นักเรียนเห็นความสาคัญในการนาแบบอย่างคุณธรรมของพระอุรุเวลกัสสปะไปปฏิบัติ

ในการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวัน (A)
7. ภาระ/ชน้ิ งาน

7.1 ใบงานที่ 4 เรอ่ื ง พุทธสาวก
8. กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ (วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้)

8.1 ขัน้ ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (5 นาท)ี


Click to View FlipBook Version