แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ่ี 10 วนั ที่ 4 สาระการเรยี นร้ยู ่อย มารยาทในการรบั ของ สง่ ของ
1. ชอ่ื กจิ กรรม เสรี
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) สงั เกต สารวจ ทดลอง ค้นควา้ คิดแก้ปญั หาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มปี ระสบการณ์ตรงในการใช้ภาษา มีจนิ ตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ตอ่ งานและสง่ิ ทตี่ นเล่น
3) มีวนิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ มีมารยาท ชว่ ยเหลือ แบง่ ปัน อดทนรอคอยและมจี ิตสาธารณะ
4) มพี ัฒนาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคมและสตปิ ัญญาอย่างสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้
- การเลน่ ตามศนู ยเ์ ปน็ การเลน่ ในศูนย์ประสบการณต์ ่าง ๆ อยา่ งอสิ ระผ่านการเลน่ ทดลอง
คิดคน้ ควา้ สรา้ งสรรค์ การแก้ปัญหาและการแสวงหาคาตอบ ซงึ่ จะช่วยพัฒนาความคิด จินตนาการ
ภาษา ควบคไู่ ปกบั ความมวี ินยั ความรับผดิ ชอบ การรอคอย การแบ่งปนั การใฝร่ ู้และการอยู่ร่วมกัน
เพือ่ พฒั นาการเข้าสู่สังคม
ประสบการณส์ าคัญ
1) การเลน่ เครอื่ งเลน่ สัมผัสและการสร้างส่งิ ต่างๆจากแทง่ ไม้ บล็อก
2) การต่อของช้นิ เล็กเตมิ ในช้นิ ใหญ่ใหส้ มบูรณแ์ ละการแยกชิน้ สว่ น
3) การเลน่ และการทางานรว่ มกบั ผ้อู นื่
4) การรบั รู้ แสดงความร้สู ึกผา่ นสื่อ วสั ดุ ของเล่นและช้ินงาน
5) การเลน่ ตามมมุ ประสบการณ์/มมุ เล่นต่างๆ
6) การสร้างสรรคช์ ิน้ งานโดยใชร้ ปู ร่าง รปู ทรงจากวสั ดทุ ่หี ลากหลาย
4. วิธกี ารจัดกจิ กรรม
1) ครแู นะนาการเล่นการปฏิบัติตนในการเล่นศนู ย์กจิ กรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เด็กเลือกเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูให้คาแนะนา กระตนุ้ สง่ เสรมิ ให้คาชมเชยเพื่อให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตาม
ศกั ยภาพ
4) ให้เดก็ เลน่ อยา่ งอิสระหลังจากเลิกเล่นใหเ้ ดก็ ทาความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมกบั เก็บของเขา้ ทใี่ หเ้ รยี บร้อย
5. สือ่ และแหลง่ การเรียนรู้
- อุปกรณ์ต่างๆ ท่ีจดั ไวต้ ามศนู ย์กิจกรรมเสรี ต้องสอดคลอ้ งสัมพันธก์ ับหนว่ ยการเรียนรู้
6. การประเมินผล
1) สงั เกตพฤตกิ รรมการสารวจ ทดลอง ค้นควา้ คิดแก้ปญั หาในการทางานและการเล่นเปน็ กลมุ่
2) สังเกตการใช้ภาษา ตรวจผลงานการปฏิบัตกิ ิจกรรมการคิดสรา้ งสรรค์ ต่องานและสิง่ ทีเ่ ลน่
3) สงั เกตความมีวินยั ความรบั ผดิ ชอบ มารยาท การช่วยเหลือ แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมี
จิตสาธารณะ
4) สงั เกตความกา้ วหนา้ ของพัฒนาการท้ัง 4 ดา้ น
หมายเหตุ ครปู รบั เปล่ยี นสื่อ วัสดอุ ปุ กรณ์ในศนู ย์ใหส้ ัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้ตามความพรอ้ ม
และจุดเน้นของสถานศึกษา
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 10 วนั ที่ 4 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย มารยาทในการรบั ของ ส่งของ
1. ช่อื กจิ กรรม กลางแจง้
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) เล่นเกมกระโดดกบได้
2) เขา้ แถวได้
3) ปฏิบัติตามข้อตกลงง่ายๆ ได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การเลน่ เกมกระโดดกบ 1) การเคล่ือนไหวโดยควบคุมตนเองไปใน
2) การปฏิบตั ิตามข้อตกลงง่ายๆ ทิศทางระดับและพื้นที่
2) การเล่นนอกห้องเรยี น
4. วิธีการจดั กจิ กรรม
1) ครูเรียกเด็กรวมแถว และให้เด็กจัดแถวเป็นวงกลม
2) ครอู บอนุ่ ร่างกายให้กับเดก็ โดยการบรหิ ารร่างกายงา่ ยๆ 5 นาที เชน่ หมุนเข่า หมนุ แขน เปน็ ต้น
3) ครูอธิบายวธิ ีการเลน่ เกมกระโดดกบ ให้เด็กฟัง พร้อมตั้งขอ้ ตกลงและกฎกติกาในการเลน่ เกม
กระโดดกบร่วมกนั
วิธีการเล่น 3.1 เด็กนั่งยอง แล้วจบั บ่าคนข้างหน้า
3.2 กระโดดไปพร้อมกนั อย่าให้มอื หลดุ จากบ่าเพ่ือน
3.3 แถวใดกระโดดไปจนถึงเส้นชยั กอ่ น แถวนน้ั ชนะ
4) ครสู าธิตวธิ ีการเลน่ เกมกระโดดกบใหเ้ ดก็ ดู
5) ครหู าอาสาสมัครมาสาธติ การเล่นกระโดดกบ
6) ครแู บง่ กลมุ่ เด็ก จดั แถวให้มีเด็กแถวละ 5 คน
7) เดก็ เลน่ เกมกระโดดกบ โดยมีครเู ปน็ กรรมการคอยตัดสิน
8) เดก็ และครรู ่วมกันสรุปถงึ เกมกระโดดกบทเ่ี ล่น
9) เมอื่ เลิกเลน่ เดก็ พักคลายกล้ามเน้ือ นง่ั เหยียดขาตามสบาย
10) เดก็ เข้าแถว ทาความสะอาดรา่ งกาย และแตง่ กายให้เรียบรอ้ ยก่อนเข้าห้องเรยี น
5. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
1) สนามของโรงเรยี น
2) เกมกระโดดกบ
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการเล่นเกมกระโดดกบ
2) สังเกตการเขา้ แถว
3) สังเกตการปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 10 วันที่ 4 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย มารยาทในการรบั ของ สง่ ของ
1. ชอ่ื กจิ กรรม เกมการศกึ ษา
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) เลน่ เกมเรียงลาดับส่งิ ของหนกั กวา่ เบากวา่ หนักเท่ากัน
2) เก็บของเข้าท่ีได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- การเล่นเกมเรียงลาดบั สง่ิ ของที่หนักกวา่ เบากว่า 1) การเปรียบเทียบและเรียงลาดบั จานวน
และหนักเทา่ กัน ของสงิ่ ตา่ งๆ
2) การมสี ่วนรว่ มในการเลือกวิธกี ารแกป้ ัญหา
4. วธิ ีการจัดกิจกรรม
1) ครูแนะนาเกมเรยี งลาดบั ส่ิงของทห่ี นกั กว่า เบากว่า และหนักเทา่ กนั
2) ครูแนะนาวธิ ีการเล่นเกมเรียงลาดบั ส่ิงของทหี่ นกั กว่า เบากว่า และหนักเท่ากันใหเ้ ด็กดู
โดยครูกาหนดสิง่ ของท่ีมีจานวนกากับ ถ้าครูหยิบจานวนเป็นเท่าใดกต็ าม เดก็ ต้องหยบิ จานวนที่
คิดว่าหนักกว่า เบากวา่ หรือหนกั เท่ากันได้ เช่น ครูหยบิ รูปยางลบ 2 กอ้ น เดก็ ต้องหยิบรูป
ยางลบ 1 ก้อน คือเบากวา่ หรือหยิบยางลบ 3 กอ้ น คอื หนกั กวา่ หรอื หยิบรปู ยางลบ
2 ก้อน คอื หนักเทา่ กัน
3) ครจู ัดเด็กเป็นกลมุ่ ๆ ให้เด็กเล่นเกมเรียงลาดบั ส่งิ ของที่หนกั กว่า เบากว่า และหนักเท่ากนั
4) เด็กเล่นเกมเรยี งลาดับสิ่งของทีห่ นักกวา่ เบากวา่ และหนกั เท่ากนั ร่วมกนั
5) ครูคอยสังเกต แนะนา ชว่ ยเหลือในขณะเด็กเลน่ เกม
6) เด็กและครรู ว่ มกนั สนทนา และสรปุ ถงึ การเล่นเกมเรยี งลาดบั ส่ิงของทหี่ นักกวา่ เบากวา่
และหนักเทา่ กัน
7) เดก็ เก็บเกมการศึกษาเข้าที่ให้เรียบรอ้ ย
5. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
- เกมเรยี งลาดบั ส่งิ ของท่หี นักกว่า เบากวา่ และหนักเทา่ กนั
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการเลน่ เกมเรยี งลาดับหนกั กวา่ เบากวา่ หนกั เท่ากนั
2) สังเกตการเกบ็ ของเข้าที่
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 10 วนั ที่ 5 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย มารยาทในการเดิน
1. ชอื่ กจิ กรรม เคลื่อนไหวและจงั หวะ
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เคล่ือนไหวร่างกายอย่างมีทิศทางได้
2) ร่วมกิจกรรมด้วยความสนใจและมีความสุข
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
- เคลอ่ื นไหวรา่ งกายอย่างมีทิศทาง 1) การเคล่ือนไหวอยู่กับที่
2) การเคล่ือนไหวเคลื่อนที่
3) การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี
4. วิธกี ารจัดกิจกรรม
1) เดก็ และครูทบทวนการเคลอ่ื นไหวร่างกายตามจังหวะ โดยครูเคาะจังหวะ 1 ครัง้ คอื
การเคลอื่ นไหวช้า ครเู คาะจังหวะเรว็ (หลายครง้ั ) คือการเคล่ือนไหวเร็ว และครเู คาะจงั หวะ
2 ครงั้ คือการหยดุ เคล่ือนไหวรา่ งกาย
2) เดก็ เคลอื่ นไหวร่างกายไปท่ัวๆ บริเวณอยา่ งอสิ ระตามจังหวะ เม่ือได้ยินสญั ญาณหยุด เด็กหยุด
เคลือ่ นไหวทนั ที
3) เดก็ จับมือกนั เป็นวงกลม แล้วหันไปทางซ้าย พร้อมกบั เดินวนซ้ายไปทางเดยี วกันตามจังหวะ
4) ครใู ห้สญั ญาณหยดุ เด็กเปลยี่ นหันไปทางขวา พร้อมกับเดินวนขวาไปทางเดียวกนั ตามจงั หวะ
5) ใหเ้ ดก็ เดนิ วนทางขวา วนทางซา้ ย ตามสญั ญาณช้า เรว็ หยดุ ซ้ากนั อีกหลายๆ ครัง้
6) ครูสรปุ ถงึ ลักษณะของคาว่าซา้ ย และขวาให้เดก็ ฟัง
7) เด็กพักกล้ามเนื้อ น่ังเหยียดขาตามสบาย
5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
- เครื่องเคาะจงั หวะ
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการเคลอ่ื นไหวรา่ งกายอยา่ งมีทศิ ทาง
2) สังเกตความสนใจและมีความสุขในกจิ กรรม
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี 10 วันท่ี 5 สาระการเรียนร้ยู อ่ ย มารยาทในการเดิน
1. ชอ่ื กิจกรรม เสริมประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด
มารยาทในการเดนิ การเดินโดยท่ัวไป ไมค่ วรไปกีดขวางทางหรือก่อใหผ้ ู้อ่ืนราคาญใจ
และควรเดนิ ดว้ ยความระมัดระวงั ไม่เลน่ กันขณะเดนิ
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เดินได้ถูกต้อง 2) ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้
3) กล้าพูดและกลา้ แสดงออก
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
1) การสนทนาและตอบคาถามเกยี่ วกบั มารยาท 1) การร่วมสนทนาและแลกเปลยี่ นความ
ในการเดินได้ถูกต้อง คิดเห็น
2) ตวั อกั ษรตวั E 2) การเลน่ บทบาทสมมติ
3) การรอ้ งเพลง
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม
1) ครูรอ้ งเพลงสวัสดแี บบไทยและสากลเด็กฟัง 2 รอบ
2) ครสู อนเด็กร้องเพลงตามครู ทีละท่อนเพลง
3) เด็กและครรู ้องเพลงสวสั ดีแบบไทยและสากลพร้อมกนั 2-3 รอบ และทาท่าทางประกอบเพลง
รว่ มกัน
4) ครูนาภาพการเดินมาใหเ้ ด็กดู
5) เด็กและครูรว่ มกันสนทนาถงึ การเดินทถ่ี ูกตอ้ งตามในภาพ โดยครูสอนใหเ้ ดนิ ดว้ ยความระมดั ระวงั
และไม่เลน่ กันขณะเดินเพราะจะทาให้เกิดอบุ ตั ิเหตุได้
6) ครูสาธิตการเดินที่ถูกตอ้ งให้เด็กดู
7) ให้อาสาสมัครมาทาเป็นตัวอยา่ งใหเ้ ด็กดู
8) เด็กและครรู ว่ มกันทาท่าการเดินที่ถูกต้อง
9) ครแู นะนาตัวอักษรภาษาอังกฤษตัว E พร้อมกบั ถามเด็กว่านี่คอื ตวั ภาษาองั กฤษเรียกว่าตวั อะไร
10) ครเู ฉลยและบอกเด็กว่าคือตัว E และให้เดก็ ออกเสยี งตามครู
11) ครอู ธิบายถึงวธิ ีการเขยี นตัว E และใหเ้ ดก็ ลากตัว E ในอากาศ
12) ครูแจกใบงานตัว E ให้เดก็ ลากตามรอยเสน้ ประ
13) เด็กสง่ ผลงานของตนเอง
5. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
1) ภาพการเดนิ 2) เพลงสวสั ดแี บบไทยและสากล
3) ใบงานตัว E
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการเคลอื่ นไหวรา่ งกาย 2) สงั เกตการร่วมกจิ กรรม
3) สังเกตการตอบคาถาม
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 10 วนั ที่ 5 สาระการเรียนร้ยู อ่ ย มารยาทในการเดนิ
1. ชอื่ กิจกรรม สร้างสรรค์
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) หยดสีตามจินตนาการได้ 2) ตัดกระดาษรปู ทรง ได้
3) สนใจมคี วามสุขในการทางานศิลปะ 4) บอกชือ่ ผลงานของตนเองได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่ีควรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การหยดสี 1) การเขียนภาพและการเลน่ กบั สี
2) การตดั กระดาษรปู ทรง 2) การสร้างสรรค์สงิ่ สวยงาม
3) การทากิจกรรมศิลปะตา่ งๆ
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) ครจู ดั เตรยี มกจิ กรรมไว้ 2 กจิ กรรม คือ การหยดสีตามจินตนาการและการตดั กระดาษตามรปู ทรง
ทก่ี าหนด
2) ครแู นะนาอปุ กรณ์ วิธกี ารปฏบิ ตั ิและทบทวนข้อตกลงในการปฏิบัติกจิ กรรมการหยดสตี าม
จินตนาการและการตัดกระดาษตามรูปทรง ทก่ี าหนด ดงั นี้
2.1 การหยดสีตามจนิ ตนาการ
- ครแู นะนาอุปกรณ์ในการหยดสตี ามจินตนาการ
- ครสู าธิตการหยดสตี ามจนิ ตนาการให้เด็กดู
- เด็กหยดสีให้เป็นรปู ทรงต่างๆ ดว้ ยตนเอง
- ครูคอยแนะนา และใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในการหยดสีตลอดเวลา
2.2 ตัดกระดาษรปู ทรง ตามท่ีกาหนด
- ครแู นะนาอปุ กรณ์ในการตัดกระดาษรปู ทรง
- ครูสาธติ การตดั กระดาษรปู ทรง ให้เดก็ ดู
- เด็กตัดกระดาษรปู ทรง ดว้ ยตนเอง
- ครูคอยแนะนา และให้ความช่วยเหลือ ในการตดั กระดาษรปู ทรง
3) เด็กเลือกปฏบิ ัติกจิ กรรมตามความสนใจ แลว้ นาผลงานมาบอกชื่อ และเล่าเรื่องให้ครูจดบันทึก
4) ใหอ้ าสาสมัคร เลือกผลงานตนเองระหวา่ งการหยดสีตามจินตนาการและการตัดกระดาษตามรูปทรง
ที่กาหนด มาเลา่ ให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรยี น
5) ใหเ้ ด็กทกุ คนช่วยกันจัดเก็บอุปกรณ์ให้เรยี บร้อย
5. สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้ 2) พู่กัน
1) สนี ้า 4) กรรไกร
3) ใบงาน
2) สังเกตการตดั กระดาษ
6. การประเมนิ ผล 4) สงั เกตการบอกเลา่ ผลงานของตน
1) สงั เกตหยดสี
3) สงั เกตการรว่ มกิจกรรม
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ่ี 10 วันที่ 5 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย มารยาทในการเดนิ
1. ช่ือกจิ กรรม เสรี
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) สงั เกต สารวจ ทดลอง คน้ คว้า คิดแก้ปญั หาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มีประสบการณต์ รงในการใชภ้ าษา มจี นิ ตนาการ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ตอ่ งานและสิง่ ท่ีตนเล่น
3) มีวินัย ความรบั ผิดชอบ มีมารยาท ช่วยเหลอื แบ่งปนั อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ
4) มพี ัฒนาการทาง รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคมและสติปัญญาอย่างสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่ีควรเรียนรู้
- การเลน่ ตามศูนยเ์ ป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณต์ า่ ง ๆ อยา่ งอิสระผา่ นการเล่น ทดลอง
คดิ ค้นคว้าสร้างสรรค์ การแกป้ ัญหาและการแสวงหาคาตอบ ซ่ึงจะชว่ ยพฒั นาความคิด จินตนาการ
ภาษา ควบคูไ่ ปกบั ความมีวนิ ยั ความรบั ผดิ ชอบ การรอคอย การแบง่ ปนั การใฝ่รู้และการอย่รู ว่ มกัน
เพื่อพฒั นาการเข้าสสู่ ังคม
ประสบการณ์สาคญั
1) การเลน่ เครอ่ื งเล่นสมั ผัสและการสรา้ งส่งิ ต่างๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การตอ่ ของชนิ้ เลก็ เตมิ ในชน้ิ ใหญ่ใหส้ มบูรณแ์ ละการแยกช้ินสว่ น
3) การเล่นและการทางานรว่ มกบั ผอู้ ่นื
4) การรบั รู้ แสดงความรสู้ ึกผ่านสอ่ื วัสดุ ของเล่นและชิน้ งาน
5) การเลน่ ตามมุมประสบการณ/์ มุมเลน่ ตา่ งๆ
6) การสร้างสรรคช์ น้ิ งานโดยใช้รปู ร่าง รปู ทรงจากวัสดทุ ห่ี ลากหลาย
4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม
1) ครูแนะนาการเล่นการปฏิบัติตนในการเล่นศนู ย์กจิ กรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เด็กเลือกเลน่ ศูนยก์ ิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูใหค้ าแนะนา กระตนุ้ สง่ เสริม ให้คาชมเชยเพื่อใหเ้ ด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตาม
ศกั ยภาพ
4) ใหเ้ ด็กเล่นอยา่ งอสิ ระหลงั จากเลกิ เล่นใหเ้ ด็กทาความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมกับเกบ็ ของเขา้ ท่ีใหเ้ รยี บรอ้ ย
5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
- อุปกรณ์ต่างๆ ทีจ่ ดั ไวต้ ามศูนย์กิจกรรมเสรี ต้องสอดคล้องสัมพันธ์กับหน่วยการเรยี นรู้
6. การประเมินผล
1) สังเกตพฤตกิ รรมการสารวจ ทดลอง คน้ คว้า คดิ แกป้ ญั หาในการทางานและการเล่นเป็นกล่มุ
2) สังเกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏิบัติกิจกรรมการคดิ สร้างสรรค์ ตอ่ งานและสิง่ ที่เล่น
3) สงั เกตความมวี ินัย ความรบั ผดิ ชอบ มารยาท การช่วยเหลอื แบ่งปัน อดทนรอคอยและมี
จติ สาธารณะ
4) สงั เกตความกา้ วหน้าของพฒั นาการทัง้ 4 ด้าน
หมายเหตุ ครปู รับเปลย่ี นสื่อ วสั ดุอุปกรณใ์ นศนู ยใ์ หส้ มั พันธก์ บั หนว่ ยการเรียนร้ตู ามความพร้อม
และจดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี 10 วันท่ี 5 สาระการเรยี นรู้ย่อย มารยาทในการเดิน
1. ช่อื กจิ กรรม กลางแจ้ง
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) วิ่งเกบ็ ส่งิ ของได้
2) เขา้ แถวได้
3) สนใจและมีความสุขในขณะเล่น
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- การเลน่ เกมหยบิ สิ่งของเครื่องใช้ 1) การเลน่ และทางานรว่ มกับผอู้ น่ื
2) การเคลือ่ นไหวโดยควบคุมตนเองไปใน
ทิศทางระดับและพน้ื ท่ี
4. วธิ กี ารจัดกิจกรรม
1) ครเู รียกเด็กรวมแถว ใหเ้ ด็กจัดแถวเป็นแถวตอนลกึ เด็กผูช้ ายอยู่ขา้ งหน้าเด็กผู้หญงิ
2) ครพู าเด็กว่งิ รอบสนามจานวน 1 รอบ
3) ครใู ห้เด็กจดั แถวอีกครง้ั โดนเปน็ แถวตอนลึก แถวละ 5 คน
4) ครอู ธบิ ายวธิ ีการเล่น เกมว่งิ เกบ็ สิ่งของให้เด็กฟงั พร้อมต้ังขอ้ ตกลงและกฎกติกาในการเล่นเกม
เกมวง่ิ เกบ็ ส่งิ ของร่วมกัน
วธิ กี ารเลน่ 4.1 แบง่ เด็กเป็นแถว แถวละ 5 คน
4.2 เดก็ ภายในแถวของตนเอง วิง่ ไปหยบิ สง่ิ ของเคร่ืองใช้มา 1 ชน้ิ
4.3 แล้ววิ่งกลบั มาเกบ็ ใส่ตะกรา้ ที่จุดเริ่มต้น
4.4 แตะมือเพ่ือนคนต่อไป ใหว้ งิ่ ไปเกบ็ บา้ ง ทาหมนุ เวยี นจนครบทุกคน
4.5 แถวใครเก็บของหมดก่อน เปน็ ผู้ชนะ
5) ครสู าธติ วิธกี ารเล่นเกมวง่ิ เกบ็ สิง่ ของใหเ้ ด็กดู
6) ครหู าอาสาสมัครมาสาธิตการเล่นเกมวง่ิ เก็บสิ่งของให้เพ่ือนดู
7) เด็กเล่นเกมวิง่ เก็บส่ิงของ โดยมคี รูเป็นกรรมการคอยตดั สนิ แถวทีช่ นะ
8) เดก็ และครูรว่ มกนั สรุปถงึ เกมวิง่ เกบ็ สง่ิ ของท่ีเล่น
9) เมื่อเลิกเล่น เดก็ พกั คลายกล้ามเนือ้ นัง่ เหยียดขาตามสบาย
10) เด็กเขา้ แถว ทาความสะอาดร่างกาย และแต่งกายใหเ้ รียบรอ้ ยก่อนเขา้ ห้องเรียน
5. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
1) สนามของโรงเรียน
2) ตะกร้า
3) สง่ิ ของเคร่ืองใช้
6. การประเมินผล
1) สังเกตการวิง่ เก็บของ 2) สงั เกตการเขา้ แถว
3) สังเกตการร่วมกิจกรรม
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 10 วนั ที่ 5 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย มารยาทในการเดนิ
1. ช่อื กิจกรรม เกมการศกึ ษา
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เลน่ เกมจบั คูภ่ าพกับพยญั ชนะได้
2) เกบ็ ของเขา้ ที่ได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- การเล่นเกมจับคู่ภาพกับพยัญชนะ ผ ฝ ย 1) การจบั คู่ การเปรียบเทียบและการเรยี งลาดบั
สงิ่ ต่างๆตามลักษณะความยาว/ความสูง
นา้ หนัก ปริมาตร
2) การเล่นหรือทารว่ มกับกลุ่มเพ่ือน
4. วิธกี ารจดั กิจกรรม
1) ครแู นะนาเกมจบั คูภ่ าพกบั พยญั ชนะ ผ ฝ ย
2) ครแู นะนาวธิ ีการเลน่ เกมจับคู่ภาพกบั พยัญชนะ ผ ฝ ย ให้เดก็ ดู
3) ครจู ดั เดก็ เป็นกลมุ่ ๆ ใหเ้ ด็กเลน่ เกมจบั ค่ภู าพกับพยญั ชนะ ผ ฝ ย
4) เด็กเล่นเกมจบั คภู่ าพกับพยญั ชนะ ผ ฝ ย รว่ มกนั
5) ครูคอยสงั เกต แนะนา ช่วยเหลอื ในขณะเด็กเลน่ เกม
6) เดก็ และครูรว่ มกนั สนทนา และสรปุ ถงึ การเลน่ เกมจับคู่ภาพกบั พยญั ชนะ ผ ฝ ย
7) เดก็ เก็บเกมการศึกษาเข้าท่ีไดเ้ รยี บรอ้ ย
5. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
- เกมจบั คภู่ าพกับพยัญชนะ ผ ฝ ย
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการเลน่ เกมจบั ค่ภู าพกับพยัญชนะ
2) สงั เกตการเกบ็ ของเขา้ ที่
7. ภาคผนวก
เพลง สวสั ดเี ธอจา๋
(ไม่ทราบนามผแู้ ต่ง)
สวสั ดเี ธอจา๋ เรามาพบกนั เธอและฉันพบกัน สวัสดี
เพลง เด็กดมี ารยาทงาม
(ไม่ทราบนามผู้แต่ง)
สวัสดคี รับ คุณพ่อ คุณแม่ สวัสดีค่ะ คณุ พอ่ คุณแม่
สวสั ดีครับ คุณครู สวสั ดคี ่ะ คณุ ครู
ผมเป็นเด็กผชู้ าย พบใครๆ ผมไหว้สวัสดี หนเู ป็นเด็กผู้หญงิ พบใครๆ หนไู หวส้ วสั ดี
พวกเราเป็นเด็กดี พบผ้ใู หญท่ ุกที สวสั ดที ุกครา
สวัสดคี รับ คณุ พ่อ คุณแม่ สวสั ดคี ่ะ คณุ พ่อ คุณแม่
สวสั ดคี รับ คุณครู สวสั ดคี ่ะ คุณครู
พวกเราเปน็ เด็กดี มา มาไหว้สวสั ดี สวัสดดี ้วยกนั
สวัสดีครบั คุณพ่อ คณุ แม่ สวัสดคี ่ะ คณุ พ่อ คุณแม่
สวสั ดีครับ คณุ ครู สวัสดีค่ะ คุณครู
พวกเราเป็นเด็กดี พนมมือไหวส้ วสั ดี สวัสดดี ้วยกัน
เพลง สวัสดวี นั นพ้ี บกัน
(ไม่ทราบนามผู้แต่ง)
สวัสดีวนั น้ีพบกัน สขุ ใจพลนั ฉันได้พบเธอ โอลน้ั ลา ลั้นลันลาลนั้ ลา โอลนั ลา ลน้ั ลันลาลน้ั ลา
เพลง สมยั นยิ ม
( เพลงยอดนยิ ม ในช่วงเวลานัน้ ๆ )
เพลง สวัสดีแบบไทยและสากล
(ไม่ทราบนามผู้แต่ง)
สวสั ดี แบบไทยๆ แลว้ ก็ไปแบบสากล สวัสดที กุ ๆ คน แบบสากล และก็แบบไทย
นิทานเร่อื ง เมอื งแห่งรอยย้ิม
สวัสดจี ้ะ ฉนั ช่อื กระต่าย (ชนดิ า โสภณวฒกิ ลุ )
ปลูกผกั มากมาย มหี ลากหลายพนั ธ์ุ
ผกั ทปี่ ลกู ไว้ โตเรว็ ทุกวัน “ขอบคณุ มากจ้ะ”
คงกนิ ไม่ทัน ทายังไงดี ขว่ ยพาไปสง่
คุณหมีเพื่อนบ้าน ขับรถผ่านมา
แบ่งให้ดกี ว่า น่ีจะ้ ฟกั ทอง หลบใต้ลุงซี
คุณหมีขับรถ มองไปข้างหน้า ทายังไงดี
ลุงเต่านี่นา ทายงั ไงดี “ขอบคุณจ้ะ จบ๊ิ จ๊บิ ”
ลุงเตา่ เดนิ ช้า คณุ หมีอาสา ทายงั ไงดี
ขบั ไปไม่นาน ลุงเตา่ ก็ลง
“ขอบคุณท่มี าสง่ ” ลงุ เต่าซ้ึงใจ นหี่ มวกของใคร
ลงุ เตา่ เดินชา้ ฝนต้ังเค้ามา
สองหนูรอ้ งวา่ ทายังไงดี
ลุงมีหลังคา พวกหนู หนมู า
สองหนดู ีใจ รบี ไปเร็วร่ี
รีบตอบทันที “ขอบคุณจ้ะลุง”
ทอ้ งฟ้าสดใส สองหนูเดนิ ไป
แตต่ อ้ งตกใจ ลกู นกตกใส่
สองหนหู วั ไว นกึ ออกทันใด
พีย่ ีราฟไง ช่วยได้แน่นอน
แม่นกกลบั มา หลงั หาอาหาร
แตน่ ่าสงสาร มีเพยี งช้ินเดยี ว
ช้นิ เดยี วพีน่ อ้ ง เราสองแบ่งปนั
แม่นกต้นื ตนั ลูกมนี า้ ใจ
แมน่ กมองไป เอ๊ะนั่นหมวกใคร
ลอยมาไกล ไกล ทายงั ไงดี
แม่นกสงสยั บนิ ไปไถ่ถาม
ทกุ คนพรอ้ มใจ รบี ตอบเร็วไว
หมวกคุณกระตา่ ยไง ใสอ่ ยู่ทกุ วัน
เมืองแห่งรอยย้ิม ทุกคนสขุ สันต์
เพราะรว่ มแบ่งปนั มากลน้ น้าใจ
จานวนผู้เล่น เกม งูเล้ือย
สถานท่ี ไมจ่ ากัด
อุปกรณ์ สนามของโรงเรยี น
วิธีการเล่น -
1. เดก็ เข้าแถวตอนลกึ 2 แถว เดก็ ผู้ชาย 1 แถว เด็กผหู้ ญงิ 1 แถว
จานวนผเู้ ลน่ 2. เด็กจับเอวคนข้างหน้า เมื่อได้ยนิ สัญญาณ ให้เดนิ ไปจดุ ท่ีครูกาหนด
สถานท่ี
อปุ กรณ์ โดยไม่ให้มือหลุดออกจากเอวเพื่อน
วิธีการเลน่ 3. แถวใดเดนิ ถงึ เสน้ ชยั ก่อน แถวนน้ั ชนะ
จานวนผเู้ ล่น เกม กระโดดกบ
สถานท่ี ไม่จากัด
อปุ กรณ์ สนามของโรงเรียน
วธิ กี ารเล่น -
1. เดก็ น่ังยอง แล้วจบั บ่าคนข้างหนา้
2. กระโดดไปพร้อมกันอย่าให้มือหลุดจากบ่าเพ่ือน
3. แถวใดกระโดดไปจนถึงเส้นชยั กอ่ น แถวน้ันชนะ
เกม ว่ิงเก็บส่ิงของ
ไม่จากัด
สนามของโรงเรยี น
1. สิง่ ของเครื่องใช้ภายในห้อง
2. ตะกรา้
1. แบ่งเด็กเปน็ แถว แถวละ 5 คน
2. เด็กภายในแถวของตนเอง วิง่ ไปหยิบสิ่งของเคร่ืองใชม้ า 1 ช้ิน
3. แล้วว่งิ กลับมาเก็บใสต่ ะกร้าท่ีจุดเริ่มตน้
4. แตะมือเพ่ือนคนต่อไป ให้วงิ่ ไปเก็บบา้ ง ทาหมุนเวยี นจนครบทุกคน
5. แถวใครเกบ็ ของหมดก่อน เป็นผู้ชนะ
8. บนั ทึกผลการจัดประสบการณ์
ขอ้ ดี
........................................................................................................................ ......................................
................................................................................................. .............................................................
ข้อควรปรับปรุง
......................................................................................................................... .....................................
........................................................................................................................ ......................................
แนวทางการแกไ้ ข
................................................................................................. .............................................................
........................................................................................................................ ......................................
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ การศกึ ษาปฐมวัย อายุ 3-4 ปี
สัปดาหท์ ี่ 11สาระการเรียนรู้ ท่ี 2 เรอื่ งราวเกย่ี วกับบคุ คลและสถานท่แี วดล้อมเดก็
หนว่ ยการเรยี นรู้ บา้ นแสนสขุ
ความคดิ รวบยอด
บ้านเป็นท่อี ยู่อาศยั ของคน ภายในบา้ นมหี อ้ งตา่ งๆ เพ่ืออานวยความสะดวก ภายในหอ้ งแต่ละห้อง มี
เครอ่ื งใชแ้ ตกต่างกันไปตามประโยชนข์ องการ ใช้งาน ทกุ คนในบ้านมหี นา้ ทด่ี ูแลรกั ษาความสะอาดบา้ น ทาให้
บ้านนา่ อยู่อาศยั เปน็ ท่ีอยอู่ าศัยและเปน็ ที่พกั ผอ่ น
บา้ นคอื สถานที่ทสี่ มาชกิ
ไม่สวมรองเทา้ เขา้ บา้ น ในครอบครัวอยูร่ ว่ มกนั
ความหมายและประโยชน์ พ้ืนทีแ่ ละบริเวณ
ของบา้ น รอบบา้ น
การรักษาความสะอาด
ของบ้าน
ทาความสะอาดอยูเ่ สมอ เชน่ ปัด บา้ นแสนสุข ชอื่ สิง่ ต่าง ๆ ที่อยูบ่ ริเวณรอบบา้ น
กวาด เชด็ ถู ส่วนประกอบของบา้ น
ประโยชน์ใช้สอยของแตล่ ะหอ้ ง
หอ้ งต่าง ๆ ภายในบา้ น ประเภทและส่วนประกอบ
ของบา้ น
ชอ่ื ห้องต่าง ๆ ภายในบา้ น วสั ดอุ ปุ กรณก์ ่อสร้าง
ส่ิงทีเ่ ด็กรูแ้ ลว้ สิ่งทีเ่ ดก็ ต้องการรู้ สิ่งทเี่ ด็กควรรู้
1. สมาชิกภายในบา้ น 1. การทาใหบ้ ้านน่าอยู่ 1. ความหมาย ประโยชน์ของบ้าน
2.พนื้ ท่แี ละบริเวณรอบบา้ น
2......................................... 2.................................................. 3ประเภทและสว่ นประกอบของบา้ น
4. หอ้ งส่วนตา่ งๆภายในบ้าน
3......................................... 3.................................................. 5. การรักษาความสะอาดของบา้ น
4........................................ 4...................................................
5. .......................................... 5. ..................................................
แนวการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ การศึกษาปฐมวัย อายุ 3-4 ปี
สปั ดาหท์ ี่ 11สาระการเรียนร้ทู ่ี 2 เรื่องราวเกี่ยวกบั บุคคลและสถานทีแ่ วดล้อมเด็ก
หนว่ ยการเรยี นรู้ บา้ นแสนสขุ
กจิ กรรม เคลื่อนไหว เสริมประสบการณ์ สร้างสรรค์ เสรี กลางแจ้ง เกมการศกึ ษา
วนั ที่ และจังหวะ วงกลม
- การป้นั ดนิ น้ามนั เปิดโอกาสให้เดก็ ได้ -การเลน่ เครื่องเลน่ -การเปรยี บเทยี บ
1 - เคล่อื นไหวเอวและ -บ้านเปน็ ท่ีอยู่อาศยั ที่ - การวาดภาพด้วยสี เลือกเลน่ ในศูนยต์ าม สนามอยา่ งถกู วิธแี ละ ขนาดของบ้านแลว้
สะโพกโดยมีระดบั สูง- สมาชิกในครอบครัวใช้ ความสนใจและคน้ หา ปลอดภยั นามาเรียงลาดับจาก
ตา่ อยา่ ง ชา้ ๆ พกั ผอ่ นและทากิจกรรม เทียน ความถนัดของตนโดย เลก็ ไปหาใหญ่
ร่วมกนั จดั ให้สอดคลอ้ งกับ
หนว่ ยการเรยี นรู้
-การเปน็ ผนู้ าและผู้ตาม -ส่วนประกอบของบา้ น - การตอ่ เตมิ เปดิ โอกาสให้เด็กได้ -การรจู้ กั แบ่งปันรอ -การสงั เกตรูปภาพ
ในการฟังคาสงั่ แลว้ แตล่ ะประเภทใช้วสั ดทุ ่ี สว่ นประกอบของ เลือกเล่นในศนู ย์ตาม คอยอปุ กรณใ์ นการ เหตกุ ารณ์การสร้าง
2 ปฏบิ ัตติ ามสญั ญาณ แตกต่างกัน บา้ น ความสนใจและคน้ หา เลน่ นา้ – ทราย บา้ นแล้วนามา
อยา่ งมรี ะดบั (สงู -ตา่ ) - การพับสีด้วยสนี า้ ความถนดั ของตนโดย เรียงลาดับ กอ่ น-
จัดใหส้ อดคลอ้ งกบั หลงั
หน่วยการเรียนรู้
-การฟังสญั ญาณแลว้ -หอ้ งแต่ละหอ้ งของบ้าน - การวาดภาพอิสระ เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้ -พัฒนากลา้ มเน้อื -สงั เกตภาพท่จี ะ
ปฏิบตั ิตามคาส่งั ท่มี ี ใชท้ ากิจกรรมทตี่ า่ งกนั ด้วยสเี ทียน เลือกเล่นในศนู ยต์ าม ใหญ่-เลก็ และการ นามาต่อกันใหเ้ ป็น
3 ระดบั และทิศทาง (สูง- - การปัน้ ดนิ นา้ มัน ความสนใจและคน้ หา ปฏบิ ัติตามกฎกตกิ า ภาพทสี่ มบรู ณ์
ต่า ,หน้า-หลงั ) ความถนัดของตนโดย ในการเลน่ เกมจบั ให้
จัดให้สอดคล้องกบั ทนั
หนว่ ยการเรียนรู้
-การฟังสัญญาณแลว้ -การทาใหบ้ ้านน่าอยู่ - การปะตดิ ภาพ เปดิ โอกาสให้เดก็ ได้ -การเล่นอุปกรณก์ ฬี า -การสงั เกตความ
ปฏิบตั ติ ามคาสั่งที่มี ควรทาความสะอาด - การวาดภาพดว้ ยสี เลอื กเลน่ ในศูนย์ตาม เป็นการพฒั นา เหมือนของภาพแล้ว
4 ระดับและทศิ ทาง บา้ นอยูเ่ สมอ เทยี น ความสนใจและคน้ หา กล้ามเนอ้ื ใหญ-่ เลก็ นามาจับคกู่ นั
(หลัง-ข้าง) ความถนดั ของตนโดย
จดั ใหส้ อดคลอ้ งกบั
หน่วยการเรยี นรู้
-พัฒนาการคดิ และ -บริเวณรอบบ้านมสี ่ิงที่ - การขดี เส้นตาม เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้ -การพัฒนากล้ามเนอื้ -การสงั เกตภาพกับ
จินตนาการประกอบคา ตกแต่งใหส้ วยงามได้ รอยปะและการ เลอื กเลน่ ในศูนย์ตาม ใหญ่/เล็กในการวิ่ง เงาของภาพ
5 บรรยายบา้ นเรา หลายอย่าง ระบายสี ความสนใจและคน้ หา เกบ็ ของ
สวยงามนา่ อยู่ - การวาดภาพ ความถนดั ของตนโดย
ระบายสีตาม จัดใหส้ อดคลอ้ งกบั
จินตนาการ หนว่ ยการเรียนรู้
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ท่ี 11 วนั ที่ 1 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย ความหมายและประโยชนข์ องบ้าน
1. ช่ือกจิ กรรม เคลอ่ื นไหวและจังหวะ
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) เคลอ่ื นไหวสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายได้
2) ปฏบิ ตั ติ ามคาส่งั
3) สารวจเอวและสะโพกของตนเองและเพ่ือนได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคัญ
1) การปฏิบตั ติ ามคาส่งั 1) การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตา่ งๆตามความสามารถ
ของตนเอง
2) การสารวจเอวและสะโพกของตนเองและเพ่ือน 2) การเคล่ือนไหวอยู่กบั ท่ีและการเคลอื่ นไหว
เคลือ่ นที่
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) ให้เดก็ เคล่ือนไหวกจิ กรรมพื้นฐาน โดยเคลอื่ นไหวร่างกายไปท่วั บริเวณอยา่ งอสิ ระตาม
จังหวะ เมื่อไดย้ ินสญั ญาณหยุด ให้หยุดในทา่ น้ันทันที
2) ให้นักเรียนสารวจร่างกายของตนเองโดยสงั เกตหวั แขน ไหล่ มอื เอว สะโพก ฯลฯ
3) ให้นักเรยี นเคลื่อนไหวเอว และสะโพกอยกู่ บั ที่
4) นกั เรยี นเคล่ือนไหวเอวและสะโพกอยกู่ ับที่อยา่ งมรี ะดบั (สงู ตา่ ) ตามแบบครูอยา่ งช้า ๆ จากนัน้
ใหเ้ ด็กพกั คลายกลา้ มเนือ้ ในทา่ ทส่ี บาย
5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
เคร่ืองเคาะจังหวะ
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกาย
2) สงั เกตการปฏิบตั ติ ามคาสัง่
3) สังเกตการสารวจเอวและสะโพกของตนเองและเพ่ือน
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 11 วนั ที่ 1 สาระการเรียนรู้ย่อย ความหมายและประโยชนข์ องบา้ น
1. ชื่อกิจกรรมเสริมประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด
บ้านเป็นท่ีอยู่อาศัยของคน ภายในบ้านมีห้องต่างๆ เพ่ืออานวยความสะดวก เช่น ห้องนอนมีไว้เพ่ือ
นอนหลับพักผ่อน มีเตียงนอน หมอน ผ้าห่ม เป็นต้น ภายในห้องแต่ละห้อง มีเครื่องใช้แตกต่างกันไปตาม
ประโยชน์ของการใช้งาน ทุกคนในบ้านมีหน้าท่ดี แู ลรกั ษาความสะอาดบา้ น ทาให้บา้ นนา่ อยู่อาศัย
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) สนทนาและตอบคาถามได้
2) กล้าแสดงความคิดเหน็
3) ปฏสิ ัมพนั ธ์กับเพือ่ นและครูได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
บ้านเปน็ ที่อยู่อาศัยของสมาชกิ ในครอบครัว 1) การร่วมสนทนาและแลกเปล่ียนความคิดเห็น
เป็นทพ่ี ักผ่อน เป็นทท่ี ีท่ ากจิ กรรมรว่ มกันของสมาชกิ 2) การรอ้ งเพลง
ในครอบครัว
4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม
1) ครูสนทนารว่ มกบั เด็กเกย่ี วกับความหมายของบา้ นและนาภาพครอบครัวอบอุ่นมาใหเ้ ด็กดู
2) ครสู อนเดก็ ร้องเพลง “บา้ นของฉนั ” ครูและเดก็ ร้องเพลงรว่ มกัน
3) ครูและเดก็ สนทนาร่วมกนั เกี่ยวกบั เนอื้ หา และความหมายของเพลงพรอ้ มกบั นาภาพที่เกี่ยวกบั บคุ คล
ในครอบครัว เชน่ พอ่ แม่ ตา ยาย มาร่วมวงสนทนาเพ่ิมเตมิ
4) เด็กและครูสรุปร่วมกนั ว่าบา้ นคือสถานทท่ี สี่ มาชิกในครอบครัวอยู่ร่วมกัน เป็นที่อย่อู าศัย เปน็ ที่
พกั ผอ่ นและปอู งกันภยั อนั ตรายตา่ ง ๆ
5. ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้
เพลง “บา้ นของฉนั ”
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการสนทนาและตอบคาถาม
2) สงั เกตการกล้าแสดงความคดิ เห็น
3) สังเกตการมปี ฏิสัมพันธ์กับเพอื่ นและครู
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 11 วันท่ี 1 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย ความหมายและประโยชน์ของบา้ น
1. ช่ือกิจกรรมสรา้ งสรรค์
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) ใช้กล้ามเน้อื มือสมั พันธก์ บั ตา
2) มีความรู้สกึ ท่ีดตี ่อตนเองและผอู้ ่นื
3) อดทน รอคอย เออื้ เฟอ้ื เผื่อแผ่
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- การฉกี ปะกระดาษเป็นรปู บ้าน เปน็ การพฒั นากล้ามเนือ้ มือ 1) การชืน่ ชมและสรา้ งสรรคส์ ิ่งท่ี
ให้สมั พันธก์ บั ตาทาใหเ้ ด็กมสี มาธิและทาใหเ้ ด็กร้จู ัก สวยงาม
ปรับตัวในการทางานรว่ มกับผอู้ ื่นได้ 2) การปั้น
4. วิธีการจัดกจิ กรรม
1) ครจู ดั กจิ กรรมไว้ 2 กิจกรรมคือการวาดภาพด้วยสีเทยี นและการป้ันดินนา้ มนั
2) ครแู นะนาอุปกรณ์วธิ ีการปฏิบัติและทบทวนข้อตกลงในการปฏบิ ัติกจิ กรรมการวาดภาพด้วยสเี ทยี น
และการปั้นดินน้ามันดงั นี้
2.1 การปน้ั ดนิ นา้ มนั
- ครูแบ่งกลมุ่ เด็กตามความเหมาะสม หรือกลุ่มประจาตัวเด็ก
- ครแู นะนาการป้ันดินนา้ มนั ตามความคดิ ของตนเอง หรอื ป้ันจากเรอ่ื งท่เี รยี น
- นาดนิ นา้ มนั ให้แตล่ ะกลุ่ม ปั้นตามจนิ ตนาการของตนเอง แล้วนาผลงานนาเสนอให้ครูและ
เพอื่ นฟัง
- ใหเ้ ด็กชว่ ยกนั เก็บอุปกรณ์ตา่ งๆให้เรียบร้อย และนาเด็กไปลา้ งมอื
2.2 การวาดภาพด้วยสเี ทยี น
- เด็กและครูช่วยกันจดั โต๊ะเพ่อื ปฏิบัตกิ ิจกรรมวาดภาพดว้ ยสเี ทยี นเสรจ็ แล้วครอู ธิบาย
ข้นั ตอนการปฏบิ ัติกจิ กรรมให้เด็กลงมือปฎบิ ตั ติ ามความคดิ และจินตนาการของตนเองอย่าง
อิสระโดยครูคอยดูแลหา่ งๆ
3) เดก็ เลือกปฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจ แลว้ นาผลงานมาบอกชื่อและเลา่ เร่อื งใหค้ รูจดบนั ทึก
4) ใหอ้ าสาสมัครเลอื กผลงานของตนเอง ระหวา่ งการวาดภาพด้วยสเี ทียนและการปน้ั ดินนา้ มนั อยา่ งอสิ ระ
มาเล่าให้เพื่อนฟัง
5) เมอ่ื หมดเวลาเดก็ ทุกคนชว่ ยกนั จัดเกบ็ อุปกรณ์ให้เรียบร้อย
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1) กระดาษกาว กระดาษสตี ่าง ๆ สีเทียน
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการใชก้ ล้ามเนอื้ มอื สมั พนั ธ์กับตา สังเกตการมคี วามรสู้ กึ ทด่ี ตี ่อตนเองและผู้อื่น
2) สงั เกตความอดทน รอคอย เอ้อื เฟ้ือเผอื่ แผ่
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 11 วนั ท่ี 1 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย ความหมายและประโยชนข์ องบ้าน
1. ชื่อกิจกรรมเสรี
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) สังเกต สารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แกป้ ัญหาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มปี ระสบการณ์ตรงในการใช้ภาษา มีจินตนาการ ความคิดสรา้ งสรรค์ ตอ่ งานและสิง่ ที่ตนเล่น
3) มวี นิ ยั ความรบั ผดิ ชอบมีมารยาท ช่วยเหลือ แบง่ ปัน อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ
4) มพี ัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คมและสติปัญญาอยา่ งสมดุลรอบดา้ น
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรยี นรู้
การเลน่ ตามศูนย์เป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณ์ตา่ งๆ อย่างอสิ ระผา่ นการเล่น ทดลอง คิดค้นควา้
สรา้ งสรรค์ การแกป้ ัญหาและการแสวงหาคาตอบ ซง่ึ จะชว่ ยพฒั นาความคิด จินตนาการ ภาษาควบคู่ไปกับ
ความมีวนิ ัย ความรับผิดชอบ การรอคอย การแบ่งปนั การใฝุรู้และการอยรู่ ่วมกันเพื่อพัฒนาการเข้าส่สู งั คม
ประสบการณส์ าคัญ
1) การเล่นเคร่ืองเลน่ สัมผัสและการสรา้ งสง่ิ ต่างๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การต่อของชน้ิ เล็กเติมในชิน้ ใหญ่ให้สมบูรณแ์ ละการแยกชน้ิ ส่วน
3) การเล่นและการทางานรว่ มกับผู้อ่นื
4) การรับรู้ แสดงความรสู้ ึกผ่านสื่อ วัสดุ ของเลน่ และชิน้ งาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ/์ มมุ เล่นตา่ งๆ
6) การสรา้ งสรรค์ชิ้นงานโดยใชร้ ปู รา่ ง รูปทรงจากวสั ดุทีห่ ลากหลาย
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) ครแู นะนาการเล่นการปฏบิ ัติตนในการเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เด็กเลอื กเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูให้คาแนะนา กระตุ้น ส่งเสรมิ ใหค้ าชมเชยเพ่ือใหเ้ ด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดลุ รอบด้านเต็มตาม
ศักยภาพ
4) ใหเ้ ด็กเลน่ อย่างอสิ ระหลงั จากเลิกเลน่ ใหเ้ ดก็ ทาความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมกับเกบ็ ของเขา้ ทใ่ี ห้เรียบรอ้ ย
5. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
- อปุ กรณต์ า่ งๆ ทจี่ ดั ไว้ตามศูนย์กจิ กรรมเสรี ตอ้ งสอดคล้องสมั พันธ์กับหน่วยการเรียนรู้
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตพฤติกรรมการสารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คิดแกป้ ัญหาในการทางานและการเล่นเป็นกลุ่ม
2) สังเกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมการคิดสรา้ งสรรค์ ตอ่ งานและส่ิงทเ่ี ล่น
3) สงั เกตความมวี นิ ัย ความรับผดิ ชอบ มารยาท การช่วยเหลือ แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมีจติ สาธารณะ
4) สงั เกตความกา้ วหนา้ ของพฒั นาการทัง้ 4 ดา้ น
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ที่ 11 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นรูย้ ่อย ความหมายและประโยชนข์ องบา้ น
1. ช่ือกจิ กรรมกลางแจ้ง
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) ฝกึ กล้ามเนอื้ ใหญ่ / เล็ก
2) มีความสนุกสนาน
3) เล่นเครื่องเลน่ สนามไดถ้ ูกวธิ แี ละปลอดภยั
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- การเลน่ เครอ่ื งเลน่ สนามทีถ่ กู วิธี ทาให้เด็กมคี วามปลอดภยั 1)การเล่นเครอื่ งเล่นอยา่ งปลอดภัย
ในการเลน่ มีสุขภาพแข็งแรง และรจู้ กั แบ่งปันและรอคอย 2) การเล่นรายบคุ คล กลุ่มยอ่ ย
และกลมุ่ ใหญ่
4.วิธีการจัดกจิ กรรม
1) ครูพาเดก็ เดินแถวลงสนาม
2) ครูแนะนาชื่อเครือ่ งเลน่ สนามแตล่ ะชนิด และการเลน่ ที่ถกู วธิ ี
3) ให้เด็กเล่นเครื่องเล่นสนามตามความสนใจ โดยครคู อยดูแลอยา่ งใกล้ชิด
4) ลา้ งมือก่อนเขา้ หอ้ งเรียน
4. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
- เคร่ืองเล่นสนาม
5. การประเมินผล
1) สังเกตการเล่นเครื่องเลน่ สนามทถี่ ูกวิธี
2) สังเกตการใช้กล้ามเน้ือใหญ่ / เลก็
3) สงั เกตการปฏบิ ัติกจิ กรรม
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ที่ 11 วันที่ 1 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย ความหมายและประโยชนข์ องบา้ น
1. ช่อื กจิ กรรมเกมการศกึ ษา
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) เล่นเกมเรียงลาดับภาพบ้านจากเลก็ ไปหาใหญไ่ ด้
2) สงั เกต จาแนก เปรียบเทยี บได้
3) คดิ หาเหตผุ ลตัดสินใจ แก้ปญั หาได้
3. สาระการเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
สาระท่คี วรเรียนรู้
- เรยี งลาดับขนาดรปู ภาพบา้ นตา่ งๆ 1) การเปรียบเทยี บและเรยี งลาดับ จานวนของส่งิ
เปน็ กจิ กรรมทีฝ่ กึ ให้เดก็ คิดและสงั เกต 2) การเลน่ และทางานรว่ มกับผอู้ น่ื
รจู้ กั เปรยี บเทียบ
4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม
1) ครแู นะนาเล่นเกมเรียบเรียงลาดบั ภาพบา้ น
2) ให้เดก็ แบง่ กลุม่ แลว้ เล่นเกมเรียงลาดบั ภาพบ้าน จากเลก็ ไปใหญไ่ ด้ และหมุนเวียนกันเล่นเกมทีเ่ คยเลน่
มาแลว้
3) เกบ็ ของเข้าทเี่ มือ่ เลน่ เสร็จ
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
- เกมเรียงลาดบั ภาพจากเลก็ -ใหญ่
6. การประเมินผล
1) สังเกตความสนใจในการเลน่ เกม
2) สังเกตการจาแนก เปรยี บเทียบ
3) สงั เกตการหาเหตุผลตดั สนิ ใจ แก้ปญั หา
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ่ี 11 วนั ที่ 2 สาระการเรียนรูย้ อ่ ยพนื้ ท่แี ละบรเิ วณรอบบ้าน
1. ช่อื กจิ กรรมเคลอื่ นไหวและจงั หวะ
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) เคลอื่ นไหวสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย
2) พฒั นาความคิดและจนิ ตนาการ
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
- การทาท่าทางตามจนิ ตนาการประกอบคาบรรยาย 1) การเคลอื่ นไหวอยกู่ ับที่และการเคล่อื นไหว
เคลอื่ นที่
2) การเล่นบทบาทสมมติ
4. วธิ ีจดั กจิ กรรม
1) ใหเ้ ด็กเคลอ่ื นไหวร่างกายไปทั่วบรเิ วณอย่างอสิ ระ
2) ให้เด็กเคล่อื นไหวรา่ งกายตามจังหวะและสัญญาณ เม่อื ไดย้ ินสญั ญาณหยุดให้หยดุ แลว้ ทาทา่ ทางตาม
จนิ ตนาการ“บ้านเราสวยงามนา่ อยู่ เพราะเราช่วยกนั ปลูกตน้ ไม้ ดอกไม้ รดนา้ ตน้ ไม้ พรวนดนิ
และเรายงั ช่วยกันทาความสะอาดบา้ น กวาดบ้าน ถบู ้าน”
3) ให้เดก็ พกั คลายในท่าที่สบาย
5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1) คาบรรยาย
2) เครอื่ งให้จงั หวะ
6. การประเมินผล
1) สังเกตการเคลือ่ นไหวสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกาย
2) สงั เกตการเคล่ือนไหวตามคาบรรยาย
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 11 วนั ที่ 2 สาระการเรียนรู้ยอ่ ยพ้ืนทแี่ ละบริเวณรอบบา้ น
1. ชอ่ื กิจกรรมเสริมประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด
บรเิ วณรอบ ๆ บ้าน มสี ง่ิ ตา่ ง ๆ มากมาย เช่นสนามหญ้า ตน้ ไม้ ดอกไม้ ร้ัวบ้าน ซ่ึงต้องคอยดแู ล
ให้สะอาดสวยงามอยเู่ สมอ
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) บอกช่อื สงิ่ ตา่ ง ๆ ทีอ่ ยูบ่ ริเวณรอบบา้ นได้
2) บอกลกั ษณะพืน้ ท่ีบริเวณบ้านได้
3) บอกลักษณะของรปู ได้
3. สาระการเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
สาระท่ีควรเรียนรู้
บรเิ วณรอบ ๆ บ้าน มสี งิ่ ต่าง ๆ มากมาย เช่น 1) การร่วมสนทนาและแลกเปล่ยี นความคิดเห็น
สนามหญ้า ต้นไม้ ดอกไม้ รัว้ บ้าน ซง่ึ ต้องคอยดูแลให้ 2) การฟงั เพลง นิทาน คาคล้องจอง บทรอ้ ย
กรองหรือเร่ืองราวต่างๆ
สะอาดสวยงามอยู่เสมอ
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) ครนู ารปู ภาพบา้ นและบรเิ วณรอบบ้านมาให้เด็กดู และสนทนาประกอบรูปภาพ
2) ใหเ้ ด็กบอกช่อื ต้นไม้ ดอกไม้ และสิง่ ของทใ่ี ชต้ กแต่งบริเวณรอบบ้าน
3) ให้เดก็ ทบทวนคาคลอ้ งจองบา้ นหลังหน่ึง
4) ครนู าบัตรภาพรูป ใหเ้ ดก็ ดแู ละสงั เกตลักษณะของรูป
5) ใหอ้ าสาสมัครคนอ่นื ๆออกมาหยิบบตั รจนครบทุกคน
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1) รูปภาพบริเวณบา้ น
2) รูป
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการบอกส่งิ ต่าง ๆ ที่อย่บู รเิ วณรอบบา้ น
2) สงั เกตการบอกลกั ษณะรูป
3) สงั เกตการบอกลกั ษณะพ้ืนทบ่ี ริเวณบ้าน
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ่ี 11 วนั ที่ 2 สาระการเรียนรู้ยอ่ ยพืน้ ท่แี ละบริเวณรอบบา้ น
1. ช่ือกิจกรรมสร้างสรรค์
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) ใช้กลา้ มเนือ้ มอื สมั พันธ์กบั ตาได้
2) มีความสนุกสนาน คลายเครยี ด
3) มีความรสู้ กึ ทดี่ ีตอ่ ตนเองและผอู้ ื่น
3. สาระการเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
สาระทีค่ วรเรียนรู้
- การขีดเส้นตามรอยปะและการระบายสี 1) การชน่ื ชมและสรา้ งสรรคส์ ่ิงทีส่ วยงาม
ทาให้เดก็ คลายเครียดและมีสมาธิ และยังเปน็ การพัฒนา 2) การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านสื่อวัสดุ
กล้ามเน้อื มือใหแ้ ข็งแรง เพอ่ื เป็นพืน้ ฐานในการเขยี นตอ่ ไป ต่างๆ
4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม
1) ครูจัดเตรียมอุปกรณแ์ ละให้คาแนะนาในการปฏิบตั ิกิจกรรมสร้างสรรค์ 2 กจิ กรรม
2) ครูแนะนาการวาดภาพระบายสีตามจนิ ตนาการ และการฉีกปะกระดาษสี ดังน้ี
2.1) การขีดเส้นตามรอยปะและการระบายสี
- ครูและเด็กชว่ ยกนั เตรียมอุปกรณ์
- ครแู นะนาการขดี เส้นตามรอยประภาพบา้ นและวิธรี ะบายสี
- ครูแจกอปุ กรณแ์ ละให้เดก็ ขดี เสน้ ระบายสี โดยครูคอยดแู ลแนะนาอยู่ห่าง ๆ
- เก็บอปุ กรณ์เข้าท่ีเม่อื ทางานเสรจ็
2.2) การวาดภาพ ระบายสีตามจินตนาการ
- ครแู นะนาการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมการวาดภาพ
- แบ่งกลมุ่ เด็ก และใหต้ วั แทนมารบั ใบงานไปแจกเพ่ือนๆ
- ครใู หก้ ารแนะนา ช่วยเหลือเดก็ ท่ีไมส่ ามารถปฏบิ ตั กิ จิ กรรมได้
3) เด็กเลือกปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามความสนใจ แลว้ นาผลงานมาบอกช่ือและเลา่ เรื่องให้ครูจดบันทกึ
4) ใหอ้ าสาสมัครเลอื กผลงานของตนเอง ระหวา่ งการวาดภาพระบายสีตามจินตนาการ และการฉีกปะ
กระดาษสีมาเล่าใหเ้ พอ่ื นฟงั
5) เมอ่ื หมดเวลาเดก็ ทกุ คนช่วยกนั จัดเกบ็ อปุ กรณ์ให้เรียบร้อย
5. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
1) ภาพบา้ น
2) ดินสอ
3) สไี ม้ สีเทยี น
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตความแข็งแรงของกล้ามเนอ้ื มือ
2) สังเกตความสนกุ สนาน คลายเครยี ด
3) สงั เกตการใช้ทักษะทางภาษาในการนาเสนอผลงาน
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 11 วันที่ 2 สาระการเรียนร้ยู ่อยพืน้ ท่ีและบรเิ วณรอบบ้าน
1. ชอื่ กิจกรรมเสรี
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) สงั เกต สารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คิดแก้ปัญหาในการทางานและการเล่นเป็นกลุ่ม
2) มีประสบการณ์ตรงในการใช้ภาษา มจี นิ ตนาการ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ต่องานและสิ่งทต่ี นเล่น
3) มีวินยั ความรับผดิ ชอบมมี ารยาท ชว่ ยเหลอื แบง่ ปัน อดทนรอคอยและมจี ิตสาธารณะ
4) มีพฒั นาการทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คมและสติปัญญาอยา่ งสมดุลรอบดา้ น
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้
การเล่นตามศูนย์เป็นการเล่นในศูนยป์ ระสบการณ์ต่างๆ อย่างอิสระผ่านการเลน่ ทดลอง คิดคน้ ควา้
สรา้ งสรรค์ การแกป้ ัญหาและการแสวงหาคาตอบ ซงึ่ จะช่วยพัฒนาความคิด จินตนาการ ภาษาควบคู่ไปกบั
ความมวี นิ ัย ความรับผดิ ชอบ การรอคอย การแบ่งปัน การใฝรุ ู้และการอยู่รว่ มกนั เพ่ือพฒั นาการเข้าสสู่ งั คม
ประสบการณ์สาคัญ
1) การเล่นเคร่ืองเล่นสัมผสั และการสรา้ งสิ่งต่างๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การต่อของชิ้นเล็กเติมในชนิ้ ใหญใ่ หส้ มบรู ณ์และการแยกช้ินส่วน
3) การเลน่ และการทางานร่วมกับผู้อ่นื
4) การรับรู้ แสดงความร้สู กึ ผ่านสือ่ วัสดุ ของเลน่ และชิน้ งาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ/์ มุมเล่นตา่ งๆ
6) การสรา้ งสรรคช์ ิน้ งานโดยใช้รปู รา่ ง รูปทรงจากวสั ดุที่หลากหลาย
4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม
1) ครูแนะนาการเล่นการปฏบิ ัติตนในการเลน่ ศูนย์กจิ กรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เดก็ เลอื กเลน่ ศูนยก์ ิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครใู หค้ าแนะนา กระต้นุ ส่งเสริม ให้คาชมเชยเพื่อให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตาม
ศกั ยภาพ
4) ใหเ้ ดก็ เลน่ อยา่ งอสิ ระหลังจากเลกิ เล่นใหเ้ ด็กทาความสะอาดอปุ กรณ์ พร้อมกบั เกบ็ ของเขา้ ทใี่ หเ้ รียบร้อย
5. สือ่ และแหลง่ การเรียนรู้
- อปุ กรณ์ต่างๆ ที่จัดไว้ตามศูนย์กิจกรรมเสรี ตอ้ งสอดคลอ้ งสมั พนั ธก์ ับหนว่ ยการเรยี นรู้
6. การประเมินผล
1) สังเกตพฤตกิ รรมการสารวจ ทดลอง ค้นคว้า คดิ แกป้ ญั หาในการทางานและการเลน่ เปน็ กลุ่ม
2) สังเกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏิบัติกจิ กรรมการคิดสร้างสรรค์ ตอ่ งานและสิ่งที่เล่น
3) สงั เกตความมวี นิ ัย ความรับผดิ ชอบ มารยาท การช่วยเหลอื แบ่งปนั อดทนรอคอยและมจี ติ สาธารณะ
4) สงั เกตความกา้ วหนา้ ของพฒั นาการทงั้ 4 ดา้ น
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 11 วันท่ี 2 สาระการเรียนรู้ย่อยพืน้ ที่และบรเิ วณรอบบ้าน
1. ช่อื กิจกรรมกลางแจง้ ประสบการณส์ าคัญ
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1) การเคล่ือนไหวท่ีใช้การประสาน
สมั พนั ธข์ องการใช้กลา้ มเนือ้ ใหญใ่ นการขวา้ ง
1) ปฏิบัติตามข้อตกลงและคาสง่ั ได้ การจับ การโยน การเตะ
2) เลน่ และทากจิ กรรมรว่ มกบั ผู้อ่นื ได้ 2) การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆตามความสามารถของ
3) จาแนกรปู สามเหลยี่ มจากรปู อ่ืนได้ ตนเอง
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้
การเลน่ เกม วงิ่ เก็บของ ทาให้เด็กเกิดความสนกุ สนาน
ส่งเสริมการเลน่ รว่ มกันเป็นกลุ่ม
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) ครแู นะนาและสาธิตการเลน่ เกม ว่ิงเกบ็ ของ
2) ครนู ารูปภาพสามเหลย่ี ม สีเ่ หล่ียม และรปู วงกลม ไปวางไวก้ ลางสนาม
3) แบง่ เด็กเป็น 3 กลมุ่ แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มแบ่งกันวง่ิ ไปเกบ็ รปู สามเหล่ยี มท่คี รวู างไว้
4) กลมุ่ ใดเกบ็ ไดม้ ากทีส่ ดุ กล่มุ นนั้ ชนะ
5) ล้างมือก่อนเข้าหอ้ งเรยี น
5. ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้
- รปู ภาพ สามเหล่ียม สเี่ หลีย่ ม วงกลม
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง
2) สังเกตการทากิจกรรมร่วมกบั ผู้อืน่
3) สังเกตการจาแนกรปู สามเหล่ียมจากรูปอืน่
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี 11 วนั ที่ 2 สาระการเรียนรู้ยอ่ ยพน้ื ท่ีและบรเิ วณรอบบา้ น
1. ชอื่ กิจกรรมเกมการศกึ ษา
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) สังเกต จาแนก เปรียบเทยี บได้
2) เล่นเกมจบั ค่รู ปู ภาพกับเงาได้
3) เกบ็ ของเล่นเขา้ ท่เี มอ่ื เลิกเล่น
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
-การเลน่ เกมจบั คู่รูปภาพกบั เงา 1) การจบั คู่ การเปรยี บเทยี บและการเรยี งลาดบั สิ่งต่างๆตาม
ลักษณะความยาว/ความสงู น้าหนัก ปรมิ าตร
2) การเล่นรายบุคคล กลุ่มยอ่ ยและกลุม่ ใหญ่
4. วิธีการจัดกิจกรรม
1) ครแู นะนาและสาธติ วธิ ีการเลน่ เกมจับครู่ ูปภาพกับเงา
2) แบ่งเด็กออกเปน็ กลุ่มตามความเหมาะสม
3) ให้เด็กเลน่ เกมจับครู่ ูปภาพกบั เงา แลว้ หมนุ เวียนกนั เลน่ เกมท่เี คยเล่นมาแล้ว
4) เกบ็ ของเขา้ ที่เมอื่ เลกิ เลน่
5. สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1) เกมจับค่รู ูปภาพกับเงา
2) เกมท่ีเคยเล่นมาแลว้
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการจาแนก เปรยี บเทยี บ
2) สังเกตความสนใจในการเล่นเกม
3) สังเกตความรบั ผดิ ชอบในการเกบ็ ส่ิงของตา่ ง ๆ เขา้ ท่ี
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ที่ 11 วันท่ี 3 สาระการเรียนรยู้ ่อย ประเภทและส่วนประกอบของบ้าน
1. ชื่อกจิ กรรมเคล่ือนไหวและจงั หวะ
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) เคลอ่ื นไหวส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายได้
2) ฟังและปฏบิ ตั ติ ามสญั ญาณได้
3) เปน็ ผนู้ าและผตู้ ามได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ
1) การฟงั และปฏบิ ัติตามสญั ญาณ 1) การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆตามความสามารถของตนเอง
2) การเป็นผ้นู าและผ้ตู าม 2) การเคลอื่ นไหวอย่กู ับทแ่ี ละการเคล่อื นไหวเคลอ่ื นที่
4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม
1) ให้เด็กเคล่อื นไหวกจิ กรรมพื้นฐาน โดยเคลื่อนไหวร่างกายไปทั่วบริเวณอย่างอิสระตามจังหวะ เม่ือได้
ยินสัญญาณหยุด ใหห้ ยดุ ทา่ นั้นทนั ที
2) ให้เดก็ เคลื่อนไหวรา่ งกายตามคาสั่ง เชน่ ไปขา้ งหนา้ , ไปดา้ นข้าง
3) แนะนาและสาธติ การเคล่อื นไหวร่างกาย
4) ให้อาสาสมคั รออกมาทาหน้าทเี่ ปน็ ผนู้ าเคลือ่ นไหว
5. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
- เครอ่ื งเคาะจงั หวะ
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการเคล่ือนไหวส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย
2) สงั เกตการฟงั และปฏิบัตติ ามสัญญาณ
3) สังเกตเปน็ ผู้นาและผู้ตาม
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี 11 วนั ที่ 3 สาระการเรยี นรยู้ ่อย ประเภทและสว่ นประกอบของบา้ น
1. ชอื่ กจิ กรรมเสริมประสบการณ์
ความคิดรวบยอด
บ้านมีสว่ นประกอบหลาย ๆ อย่าง มปี ระตู ฝาผนัง หลังคา หน้าต่าง บ้านสามารถสร้างดว้ ยวสั ดุ
หลายชนิด เชน่ อฐิ หนิ ปูน ทราย ฟาง ดิน ฯลฯ
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) สนทนาและตอบคาถามได้
2) กล้าแสดงความคดิ เหน็
3) บอกสว่ นประกอบของบา้ นได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้
- บ้านมีส่วนประกอบหลาย ๆ อย่าง มีประตู ฝาผนัง หลังคา หน้าต่าง บ้านสามารถสร้างด้วยวัสดุ
หลายชนดิ เช่น อฐิ หิน ปูน ทราย ฟาง ดิน ฯลฯ
ประสบการณส์ าคัญ
1) การการรว่ มสนทนาและแลกเปล่ยี นความคดิ เห็น
2) การฟงั เพลง นทิ าน คาคล้องจอง บทรอ้ ยกรองหรือเร่อื งราวตา่ งๆ
4. วิธีการจัดกจิ กรรม
1) ครูสนทนาพดู คุยกบั เด็กเก่ียวกบั ส่วนประกอบของบ้าน และวสั ดุท่ีใชก้ อ่ สรา้ งบา้ น
2) ครูเลา่ นิทานเรือ่ ง ลกู หมสู ามตวั
3) ครูใหเ้ ดก็ ชูนว้ิ แทนค่าจานวนลูกหมู
4) ครูสนทนารว่ มกบั เด็กเก่ียวกับวสั ดุแตล่ ะชนดิ ทลี่ ูกหมใู ชใ้ นการสร้างบ้านแลว้ ถามเด็กว่าใครอยากจะ
เปน็ ลูกหมตู ัวไหน เพราะอะไร
5) เด็กและครรู ่วมกันสรุปวา่ วัสดทุ ่ีใช้ในการสรา้ งบ้านมีหลายชนดิ เชน่ อิฐ ไม้ ปนู ฟาง ไม้ไผ่ วสั ดุ
แต่ละชนดิ มคี วามแข็งแรงแตกตา่ งกันพร้อมกับนาภาพบา้ นทีท่ าด้วยวสั ดุตา่ งๆมาให้เดก็ ดดู ว้ ย
5. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
-นทิ านลกู หมู 3 ตวั
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการสนทนาเก่ยี วกับนทิ าน
2) สงั เกตการบอกส่วนประกอบของบ้าน
3) สงั เกตการตอบคาถาม
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 11 วันที่ 3 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย ประเภทและสว่ นประกอบของบ้าน
1. ช่ือกิจกรรมสร้างสรรค์
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) ฝึกกลา้ มเนอื้ มือสมั พันธ์กบั ตา
2) กลา้ แสดงออก เชอ่ื ม่ันในตนเอง
3) นาเสนอผลงานพรอ้ มบอกช่ือผลงานของตนเองได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทคี่ วรเรียนรู้
- การต่อเติมส่วนประกอบของบ้าน ทาให้เด็กรู้ว่าส่วนประกอบของบ้านมีอะไรบ้าง เช่น หน้าต่าง
ประตู หลงั คา ฝาผนัง และสามรถเขยี นตอ่ เตมิ ดว้ ยตนเองได้
ประสบการณ์สาคัญ
1) การชน่ื ชมและสร้างสรรคส์ ่ิงทส่ี วยงาม
2) การปฏิบตั กิ จิ กรรมตา่ งๆตามความสามารถของตนเอง
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) ครจู ดั กิจกรรมไว้ 2 กิจกรรมคือการต่อเตมิ ส่วนประกอบของบ้าน และการพบั สีดว้ ยสีนา้
2) ครูแนะนาอุปกรณ์วธิ กี ารปฏบิ ัติและทบทวนขอ้ ตกลงในการปฏิบัตกิ จิ กรรมการต่อเติมสว่ นประกอบ
ของบา้ น และการพับสดี ว้ ยสีนา้ ดังนี้
2.1 การตอ่ เติมส่วนประกอบของบ้าน
- ครแู นะนาและสาธิตการต่อเติมส่วนประกอบของบา้ น
- แจกกระดาษท่ีมีรปู ภาพโครงสรา้ งของบ้านให้กบั เด็ก
- ใหเ้ ด็กต่อเติมสว่ นประกอบของบา้ นแล้วระบายสีใหส้ วยงาม
2.2 การพบั สีด้วยสีน้า
- ครูสนทนากับเด็กเกีย่ วกับงานทีจ่ ะปฏบิ ตั ิวนั นี้ คือ การพบั สี
- แจกกระดาษโรเนียวและสโี ปสเตอร์ ใหเ้ ด็กปฏิบตั ิกิจกรรมเปน็ กลมุ่ ๆ
- ให้เดก็ ปฏิบัติกิจกรรม พบั สี
3) เดก็ เลือกปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ แลว้ นาผลงานมาบอกช่ือและเลา่ เรื่องให้ครูจดบนั ทึก
4) ให้อาสาสมัครเลือกผลงานของตนเอง ระหว่างการต่อเติมสว่ นประกอบของบ้าน และการพับสดี ว้ ยสีนา้
มาเล่าใหเ้ พ่ือนฟัง
5) เมอ่ื หมดเวลาเดก็ ทุกคนช่วยกันจดั เก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1) รูปภาพโครงสร้างบ้าน สเี ทียน สีไม้
6. การประเมินผล
1) สังเกตการใช้กล้ามเนอ้ื มอื สมั พนั ธ์กับตา 3) สังเกตการใชท้ ักษะทางภาษาในการนาเสนอผลงาน
2) สังเกตการกล้าแสดงออกและความเช่อื ม่ันในตนเอง
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ที่ 11 วันที่ 3 สาระการเรยี นรู้ย่อย ประเภทและส่วนประกอบของบ้าน
1. ชอ่ื กิจกรรมเสรี
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) สงั เกต สารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คิดแก้ปญั หาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มีประสบการณ์ตรงในการใชภ้ าษา มีจินตนาการ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ตอ่ งานและส่งิ ทตี่ นเลน่
3) มีวินยั ความรบั ผิดชอบมมี ารยาท ชว่ ยเหลอื แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมีจติ สาธารณะ
4) มพี ฒั นาการทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คมและสตปิ ัญญาอย่างสมดุลรอบดา้ น
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรียนรู้
การเล่นตามศูนยเ์ ป็นการเล่นในศนู ย์ประสบการณต์ ่างๆ อย่างอสิ ระผ่านการเล่น ทดลอง คดิ ค้นคว้า
สร้างสรรค์ การแก้ปัญหาและการแสวงหาคาตอบ ซงึ่ จะช่วยพฒั นาความคดิ จนิ ตนาการ ภาษาควบคู่ไปกับ
ความมีวนิ ัย ความรับผดิ ชอบ การรอคอย การแบ่งปัน การใฝรุ ูแ้ ละการอยรู่ ่วมกันเพ่ือพัฒนาการเข้าส่สู ังคม
ประสบการณส์ าคญั
1) การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสและการสรา้ งส่งิ ต่างๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การต่อของช้นิ เล็กเตมิ ในชนิ้ ใหญ่ให้สมบรู ณ์และการแยกชน้ิ ส่วน
3) การเล่นและการทางานรว่ มกับผู้อ่ืน
4) การรับรู้ แสดงความรู้สกึ ผ่านส่ือ วัสดุ ของเลน่ และชิ้นงาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ/์ มุมเล่นต่างๆ
6) การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใชร้ ปู ร่าง รูปทรงจากวสั ดทุ ่หี ลากหลาย
4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม
1) ครแู นะนาการเล่นการปฏิบัติตนในการเล่นศนู ย์กจิ กรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เด็กเลือกเลน่ ศูนยก์ ิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครใู ห้คาแนะนา กระตนุ้ ส่งเสริม ให้คาชมเชยเพ่ือให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตาม
ศกั ยภาพ
4) ใหเ้ ดก็ เลน่ อยา่ งอสิ ระหลงั จากเลิกเล่นใหเ้ ดก็ ทาความสะอาดอุปกรณ์ พรอ้ มกบั เก็บของเขา้ ท่ใี ห้เรียบร้อย
5. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
- อุปกรณต์ า่ งๆ ทจี่ ัดไวต้ ามศูนยก์ ิจกรรมเสรี ตอ้ งสอดคลอ้ งสัมพันธ์กับหน่วยการเรยี นรู้
6. การประเมินผล
1) สังเกตพฤติกรรมการสารวจ ทดลอง ค้นควา้ คดิ แกป้ ญั หาในการทางานและการเลน่ เปน็ กลุม่
2) สังเกตการใช้ภาษา ตรวจผลงานการปฏิบตั กิ ิจกรรมการคิดสรา้ งสรรค์ ตอ่ งานและสง่ิ ที่เลน่
3) สังเกตความมวี ินัย ความรับผิดชอบ มารยาท การช่วยเหลอื แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมจี ิตสาธารณะ
4) สงั เกตความกา้ วหนา้ ของพัฒนาการทงั้ 4 ดา้ น
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 11 วนั ท่ี 3 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย ประเภทและสว่ นประกอบของบ้าน
1. ช่อื กิจกรรมกลางแจ้ง
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) พฒั นากล้ามเน้อื เล็ก
2) มีความสนกุ สนาน
3) แบ่งปัน อดทน และรอคอยได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั
การเลน่ นา้ เล่นทรายทาให้เด็กเกิดความสนุกสนาน 1) การเลน่ รายบคุ คล กลุ่มย่อยและกล่มุ ใหญ่
รู้จกั ปรบั ตัวในการเล่นกบั ผ้อู ื่นรู้จกั แบง่ ปันและรอคอย 2) การเลน่ นอกห้องเรยี น
4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม
1) ครูแนะนาวธิ กี ารเล่นน้าเล่นทราย พร้อมทั้งอุปกรณ์ในการเล่น
2) ใหเ้ ดก็ นาอปุ กรณล์ งสนามและเล่นน้าเล่นทรายตามความสนใจ โดยครดู แู ลอยา่ งใกล้ชิด
3) ทาความสะอาดร่างกายกอ่ นเขา้ หอ้ งเรยี น
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1) ศูนยน์ ้า ศนู ยท์ ราย
2) อปุ กรณใ์ นการเลน่ เช่น พลว่ั ตกั ทราย ทร่ี ่อนทราย ขนั ชั้น ฯลฯ
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการแบง่ ปัน อดทน และรอคอย
2) สังเกตความสนใจและความสนุกสนานในการเลน่
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 11 วนั ท่ี 3 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย ประเภทและสว่ นประกอบของบ้าน
1. ชือ่ กจิ กรรมเกมการศึกษา
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) เล่นเกมเรยี งลาดบั เหตุการณส์ รา้ งบ้านได้
2) สงั เกต จาแนก เปรียบเทียบได้
3) จัดเก็บของให้เข้าทไ่ี ด้
3. สาระการเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
สาระทีค่ วรเรยี นรู้
- การคิดหาเหตผุ ลวา่ สิ่งใดควรมาก่อนหลัง 1) การเปรยี บเทียบและเรยี งลาดบั จานวนของ
ส่ิงต่างๆ
2) การเล่นและการทางานรว่ มกบั ผ้อู ืน่
4. วิธีการจดั กิจกรรม
1) ครูแนะนาวิธีเลน่ เกมเรียงลาดับเหตกุ ารณก์ ารสร้างบ้านได้
2) แบง่ เด็กเปน็ 3 – 4 กลุม่ เลน่ เกมเรียงลาดับเหตกุ ารณก์ ารสร้างบ้าน และหมุนเวียนกนั เลน่ เกมท่ี
เคยเลน่ มาแล้ว
3) เก็บของเข้าท่ีเมื่อเลน่ เสรจ็
5. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
- เกมเรียงลาดับเหตุการณ์การสร้างบ้านทเ่ี รม่ิ สร้างจนถงึ บ้านท่สี รา้ งเสรจ็ สมบรู ณ์
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตเล่นเกมเรียงลาดบั เหตุการณ์สร้างบา้ น
2) สังเกตการ จาแนก เปรยี บเทยี บ
3) สงั เกตการจัดเก็บของให้เข้าที่
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ที่ 11 วันท่ี 4สาระการเรียนรู้ย่อยหอ้ งต่าง ๆ ภายในบา้ น
1. ชอ่ื กจิ กรรม เสริมประสบการณ์
ความคิดรวบยอด
ในบ้านมหี อ้ งต่าง ๆ แต่ละห้องมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น ห้องนอนใช้นอนหลังพักผ่อน
ห้องครัวใชป้ ระกอบอาหาร เป็นต้น
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1) สนทนาและตอบคาถามได้
2) บอกช่ือหอ้ งตา่ ง ๆ ภายในบ้านได้
3) รู้จักตัวอกั ษร F
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้
- ในบา้ นมีห้องต่าง ๆ แต่ละหอ้ งมลี ักษณะ
การใช้งานท่ีแตกต่างกัน เช่น ห้องนอนใช้นอนหลังพักผ่อน ห้องครัวใช้ประกอบอาหาร เป็นต้นหรือ
เลา่ เรือ่ งเกี่ยวกบั ตนเอง
ประสบการณส์ าคญั
-การร่วมสนทนาและแลกเปล่ียนความคดิ เห็น
4. วิธีการจัดกจิ กรรม
1) ครสู นทนากับเด็กเก่ยี วกับห้องต่าง ๆ ภายในบา้ น และลักษณะการใช้งานในแตล่ ะห้อง
พร้อมภาพประกอบ
2) ให้เดก็ ออกมาพดู เกี่ยวกบั ประสบการณข์ องตนเองในการใชห้ อ้ งต่าง ๆ ภายในบ้าน
3) ครสู รุปร่วมกับเดก็ เกย่ี วกบั ลักษณะและการใช้งานของห้องตา่ ง ๆ
4) ครูสนทนาเกีย่ วกับตวั Fและใหเ้ ด็กเขียนตวั อกั ษร Fในอากาศ
5. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
- ภาพห้องตา่ ง ๆ ภายในบ้าน
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการเล่าประสบการณข์ องตนเอง
2) สงั เกตการสนทนาซักถาม
3) สงั เกตการเขยี นตัวอกั ษร F
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 11 วนั ท่ี 4 สาระการเรียนรูย้ ่อยห้องตา่ ง ๆ ภายในบ้าน
1. ชอ่ื กิจกรรม สร้างสรรค์
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) มคี วามคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรคแ์ ละจินตนาการ
2) ใช้กลา้ มเนอ้ื มือสมั พนั ธก์ ับตาเขียนเสน้
3) มคี วามรสู้ กึ ท่ีดตี อ่ ตนเองและผูอ้ ่ืน
3. สาระการเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
สาระทค่ี วรเรยี นรู้
- การวาดภาพอิสระดว้ ยสเี ทียน 1) การเขยี นภาพและการเล่นกับสี
เป็นการพัฒนากลา้ มเนื้อมือใหส้ มั พันธก์ ับตา 2) การชน่ื ชมและสร้างสรรค์ส่งิ ที่สวยงาม
4. วธิ ีการจัดกิจกรรม
1) ครจู ัดกิจกรรมไว้ 2 กจิ กรรมคือการวาดภาพอสิ ระด้วยสีเทยี นและการปั้นดนิ น้ามัน
2) ครูแนะนาอปุ กรณว์ ิธีการปฏิบัติและทบทวนข้อตกลงในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการวาดภาพด้วยสีเทียน
และการป้นั ดนิ น้ามนั ดงั น้ี
2.1 การปัน้ ดินน้ามนั
- ครูแบ่งกลุ่มเดก็ ตามความเหมาะสม หรือกลุ่มประจาตวั เด็ก
- ครแู นะนาการปั้นดินนา้ มนั ตามความคิดของตนเอง หรอื ปั้นจากเรือ่ งท่ีเรียน
- นาดินนา้ มันให้แต่ละกลมุ่ ป้ันตามจนิ ตนาการของตนเอง แล้วนาผลงานนาเสนอให้ครูและ
เพือ่ นฟัง
2.2 การวาดภาพอสิ ระด้วยสเี ทยี น
- เด็กและครูช่วยกนั จดั โต๊ะเพอ่ื ปฏิบัตกิ ิจกรรมวาดภาพด้วยสเี ทียนเสร็จแล้วครูอธิบาย
ขัน้ ตอนการปฏิบัตกิ จิ กรรมให้เด็กลงมือปฎบิ ตั ิตามความคิดและจนิ ตนาการของตนเอง
อยา่ งอสิ ระโดยครคู อยดูแลหา่ งๆ
3) เด็กเลือกปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามความสนใจ แลว้ นาผลงานมาบอกชอื่ และเล่าเร่ืองให้ครจู ดบนั ทึก
4) ให้อาสาสมัครเลอื กผลงานของตนเอง ระหว่างการวาดภาพอิสระดว้ ยสเี ทียนและการป้นั ดนิ น้ามัน
อยา่ งอิสระมาเลา่ ให้เพ่ือนฟัง
5) เมอื่ หมดเวลาเด็กทุกคนช่วยกันจดั เก็บอุปกรณ์ใหเ้ รียบร้อย
5.สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
1) กระดาษ 3)สีเทยี น
2) ดนิ น้ามนั แผ่นก 4)ระดานรองปน้ั
6.การประเมินผล
1) สังเกตความคดิ รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์และจนิ ตนาการ
2) สังเกตความสนใจและความรบั ผิดชอบในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
3) สงั เกตการเขยี นเสน้
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ที่ 11 วนั ที่ 4สาระการเรียนรู้ย่อยห้องตา่ งๆ ภายในบ้าน
1. ช่อื กิจกรรม เสรี
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1) สังเกต สารวจ ทดลอง คน้ คว้า คิดแกป้ ญั หาในการทางานและการเล่นเป็นกลุ่ม
2) มปี ระสบการณต์ รงในการใชภ้ าษา มจี ินตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ ต่องานและสง่ิ ทตี่ นเลน่
3) มีวินัย ความรบั ผิดชอบมมี ารยาท ช่วยเหลอื แบ่งปัน อดทนรอคอยและมีจติ สาธารณะ
4) มพี ฒั นาการทางร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คมและสติปัญญาอยา่ งสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้
การเลน่ ตามศูนยเ์ ป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณ์ต่างๆ อย่างอิสระผา่ นการเลน่ ทดลอง คิดคน้ คว้า
สรา้ งสรรค์ การแกป้ ัญหาและการแสวงหาคาตอบ ซง่ึ จะชว่ ยพัฒนาความคดิ จนิ ตนาการ ภาษาควบคู่ไปกับ
ความมวี ินัย ความรับผิดชอบ การรอคอย การแบ่งปนั การใฝุรู้และการอยู่ร่วมกันเพ่ือพัฒนาการเข้าส่สู งั คม
ประสบการณ์สาคัญ
1) การเล่นเคร่ืองเล่นสัมผสั และการสรา้ งสง่ิ ต่างๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การต่อของชน้ิ เล็กเติมในช้นิ ใหญ่ให้สมบรู ณแ์ ละการแยกชนิ้ ส่วน
3) การเลน่ และการทางานรว่ มกับผู้อน่ื
4) การรับรู้ แสดงความรู้สกึ ผ่านสื่อ วสั ดุ ของเล่นและช้นิ งาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ์/มมุ เล่นตา่ งๆ
6) การสรา้ งสรรคช์ ้ินงานโดยใช้รปู ร่าง รูปทรงจากวัสดทุ ่ีหลากหลาย
4.วธิ ีการจัดกิจกรรม
. 1) ครูแนะนาการเล่นการปฏบิ ัติตนในการเล่นศูนย์กิจกรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เดก็ เลือกเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูใหค้ าแนะนา กระต้นุ สง่ เสริม ใหค้ าชมเชยเพื่อให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็มตาม
ศักยภาพ
4) ใหเ้ ดก็ เล่นอย่างอสิ ระหลงั จากเลกิ เล่นให้เด็กทาความสะอาดอปุ กรณ์ พรอ้ มกบั เกบ็ ของเขา้ ทใี่ หเ้ รียบร้อย
5. สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
- อปุ กรณ์ตา่ งๆ ทจี่ ดั ไวต้ ามศูนยก์ ิจกรรมเสรี ตอ้ งสอดคล้องสัมพันธ์กบั หน่วยการเรียนรู้
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตพฤติกรรมการสารวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแก้ปัญหาในการทางานและการเล่นเป็นกลมุ่
2) สังเกตการใช้ภาษา ตรวจผลงานการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการคดิ สรา้ งสรรค์ ตอ่ งานและส่งิ ที่เลน่
3) สงั เกตความมวี ินยั ความรับผดิ ชอบ มารยาท การชว่ ยเหลอื แบง่ ปัน อดทนรอคอยและมีจติ สาธารณะ
4) สงั เกตความก้าวหน้าของพัฒนาการท้งั 4 ดา้ น
แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 11 วนั ท่ี 4สาระการเรยี นรู้ย่อยหอ้ งตา่ ง ๆ ภายในบา้ น
1. ช่ือกจิ กรรม กลางแจง้
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) การพฒั นากล้ามเนือ้ ใหญ่ / เลก็
2) มคี วามสนกุ สนานผอ่ นคลายความเครยี ด
3) ปฏิบตั ิกิจกรรมร่วมกบั ผอู้ น่ื ได้
3. สาระการเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
สาระที่ควรเรียนรู้
การเล่นจบั ให้ทนั ทาให้เด็กมีการพัฒนา 1) การฟังและการปฏิบัตติ ามคาแนะนา
กล้ามเนอ้ื ใหญ่และกลา้ มเนื้อเลก็ ใหแ้ ขง็ แรง 2) การเลน่ หรือทากจิ กรรมร่วมกบั กลุม่ เพ่ือน
และใหเ้ ดก็ เลน่ ร่วมกบั ผูอ้ น่ื ได้อยา่ งมคี วามสุข 3) การปฏบิ ตั ิตนตามสุขอนามัยสุขนสิ ัยท่ีดใี นกิจวัตร
ประจาวัน
4. วธิ ีการจัดกิจกรรม
1) ครูพาเด็กลงสนาม แลว้ ใหเ้ ด็กอบอนุ่ รา่ งกายอย่างอสิ ระ จากนน้ั ครแู นะนาและสาธติ วิธกี ารเลน่ เกม
“จบั ให้ทัน” ให้เดก็ ฟังแลว้ ให้เด็กลงเล่น
2) เดก็ เล่นเกม “จับให้ทนั ” โดยครดู ูแลอย่างใกล้ชิด
3) เด็กไดย้ นิ สัญญาณหยดุ เล่น ครใู ห้เด็กทาความสะอาดร่างกายและแตง่ กายใหเ้ รียบรอ้ ย
4) เดก็ เข้าแถวเรียงลาดับเข้าหอ้ งเรียน
5. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
1) เกม “จับให้ทนั ”
2) นกหวีด
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง
2) สงั เกตความสนใจและความสนุกสนานในการเล่น
3) สังเกตการใช้พฒั นากล้ามเนอื้ ใหญ่ / เล็ก
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ที่ 11 วันที่ 4 สาระการเรยี นรู้ย่อยหอ้ งต่าง ๆ ภายในบา้ น
1. ช่อื กิจกรรม เกมการศกึ ษา ประสบการณ์สาคัญ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) การตอ่ ของชนิ้ เลก็ เตมิ ในชิ้นใหญ่ให้สมบรู ณ์
และการแยกสว่ น
1) สังเกต จาแนก เปรียบเทียบได้ 2) การเล่นรายบุคคล กลุ่มยอ่ ยและกล่มุ ใหญ่
2) เล่นเกมภาพตดั ตอ่ ได้
3) เก็บของเขา้ ทีเ่ มือ่ เลกิ เลน่ ได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้
- การเล่นเกมตอ่ ภาพตดั ต่อบ้านแสนสขุ
4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม
1) ครูแนะนาและสาธติ การเลน่ เกมภาพตดั ตอ่
2) แบ่งเดก็ เปน็ กลมุ่ ตามความเหมาะสม
3) ให้เดก็ เล่นเกมภาพตดั ตอ่ แล้วหมนุ เวยี นกนั เลน่ เกมทเ่ี คยเลน่ มาแล้ว
4) เก็บของเข้าที่เมื่อเล่นเสร็จ
5. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1) เกมภาพตดั ต่อบา้ นแสนสุข
2) เกมทเ่ี คยเลน่ มาแล้ว
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการ จาแนก เปรียบเทียบ
2) สงั เกตการเลน่ เกมภาพตดั ตอ่
3) สังเกตเกบ็ ของเขา้ ท่ีเม่อื เลิกเล่น
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ที่ 11 วนั ท่ี 5 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ยการรกั ษาความสะอาด
1. ชอ่ื กิจกรรม เคล่อื นไหวและจังหวะ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) เคลอ่ื นไหวส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกายอย่างมีทิศทางได้
2) เคลอ่ื นไหวรา่ งกายตามจังหวะได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั
- การเคลอ่ื นไหวอยา่ งมีทศิ ทาง สูง , ตา่ , 1) การเคลื่อนไหวโดยควบคุมตนเองไปในทศิ ทางระดบั และ
หนา้ , หลงั , ขา้ ง พ้นื ฐาน
2) การเคลือ่ นไหวอยูก่ บั ทแี่ ละการเคล่อื นไหวเคล่ือนที่
4. วธิ ีการจัดกิจกรรม
1) เด็กเคล่ือนไหวร่างกายไปทั่วบริเวณอยา่ งอสิ ระตามจงั หวะ เม่อื ไดย้ นิ สัญญาณหยุด ให้หยุดในทา่ น้นั
ทนั ที
2) ให้เดก็ เคล่ือนไหวเอวและสะโพกอยกู่ ับอย่างมรี ะดับและมีทิศทาง (สูง ตา่ หนา้
หลงั ขา้ ง)
3) ครเู คาะจงั หวะชา้ – เรว็ สลบั กนั แลว้ ให้เด็กเคล่ือนไหวเอวและสะโพกอย่างระดับ และมี
ทิศทางตามจงั หวะช้าเรว็
4) ปฏิบตั ิกจิ กรรมตามข้อ 3 ซา้ จากนัน้ ใหเ้ ดก็ ผ่อนคลายกลา้ มเน้อื ในท่าสบาย
5. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
- เคร่อื งเคาะจงั หวะ
6. การประเมินผล
1) สังเกตการเคลือ่ นไหวรา่ งกายตามจงั หวะ
2) สังเกตการเคลื่อนไหวเอวและสะโพกอยา่ งมรี ะดบั และทิศทาง
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 11 วันที่ 5 สาระการเรยี นรู้ย่อยการรกั ษาความสะอาด
1. ช่อื กจิ กรรม เสริมประสบการณ์
ความคดิ รวบยอด
การทาความสะอาดบ้านใหม้ สี ภาพเรยี บร้อย จนเปน็ ทส่ี ะดดุ ตากส็ ามารถดึงดูดความสนใจให้สมาชิกใน
ครอบครวั ได้อยอู่ าศัยอยา่ งมคี วามสขุ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ท่องคาคลอ้ งจองบา้ นหลงั หน่งึ ได้
2) บอกวธิ ีทาความสะอาดบ้านได้
3. สาระการเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ
สาระทีค่ วรเรยี นรู้
การทาความสะอาดบา้ นอยู่เสมอ 1) การฟังเพลง นทิ าน คาคล้องจอง บทร้อยกรองหรอื
เพ่ือใหบ้ ้านน่าอยแู่ ละไม่ควรสวมรองเทา้ เรอ่ื งราวตา่ งๆ
เข้าบา้ นเก่ยี วกับตนเอง 2) การการรว่ มสนทนาและแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) สนทนาเก่ียวกับการทาความสะอาดบ้าน และข้อควรปฏบิ ัติในการทาให้บ้านสะอาด
2) ครสู อนเดก็ ทอ่ งคาคลอ้ งจอง บา้ นหลังหนึ่ง และสนทนาเก่ียวกับเนอ้ื หาในคาคล้องจอง
3) ให้อาสาสมคั รออกมาพดู ประสบการณ์เกยี่ วกับการทาความสะอาดบ้าน
4) ครูสรุปรว่ มกับเดก็ วา่ บ้านตอ้ งทาความสะอาดอยเู่ สมอเพื่อให้บ้านนา่ อยู่ และบอกวธิ ที า
ความสะอาดบา้ นมหี ลายวิธี เช่น ปดั กวาด เชด็ ถู
5. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
- คาคลอ้ งจอง บา้ นหลังหนง่ึ
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการท่องคาคล้องจองบ้านหลังหน่งึ
2) สงั เกตการบอกวธิ ที าความสะอาดบ้าน
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 11 วันที่ 5 สาระการเรียนรยู้ อ่ ยการรักษาความสะอาด
1. ช่อื กจิ กรรม สรา้ งสรรค์
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) ใชก้ ลา้ มเนอ้ื มอื สัมพนั ธก์ บั ตา
2) มีความสนกุ สนานคลายเครยี ด
3) นาเสนอผลงานพร้อมบอกชอื่ ผลงานของตนเองได้
3. สาระการเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
สาระทคี่ วรเรียนรู้ 1) การรับรู้และแสดงความคิดความรูส้ กึ ผ่านสือ่ วสั ดขุ องเล่นและ
1) การระบายสดี ้วยสเี ทียน ชิ้นงาน
2) การปะตดิ ภาพ
2) ช่ืนชมและสรา้ งสรรคส์ ่งิ ทส่ี วยงาม
4. วิธีการจดั กิจกรรม
1) ครจู ดั กิจกรรมไว้ 2 กจิ กรรมคือการวาดภาพด้วยสีเทยี นและการปั้นดินน้ามัน
2) ครแู นะนาอุปกรณ์วธิ กี ารปฏิบัตแิ ละทบทวนขอ้ ตกลงในการปฏิบตั กิ จิ กรรมการวาดภาพด้วยสเี ทียน
และการป้ันดนิ น้ามันดงั น้ี
2.1 การวาดภาพดว้ ยสีเทียน
- ครแู ละเดก็ ช่วยกันเตรียมอปุ กรณ์
- ครแู นะนาและสาธิตวิธกี ารระบายสดี ้วยสเี ทยี น
- ครแู จกอปุ กรณ์และใหเ้ ดก็ ระบายสีภาพการทาความสะอาดบ้านอย่างอิสระ
2.2 การปะ ตดิ ภาพ
- เด็กนั่งเป็นกลุ่ม
- ครสู นทนากับเด็กเกี่ยวกบั การทากจิ กรรมและอุปกรณก์ ารทางาน
- แนะนาวธิ กี ารทาโดยใหเ้ ด็กฉีกกระดาษสีต่าง ๆ มาปะตดิ ภาพตามความต้องการ
- เด็กทาเสรจ็ แลว้ ตั้งช่อื ภาพ และแสดงความคดิ เห็น
3) เด็กเลือกปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ แล้วนาผลงานมาบอกชอ่ื และเล่าเรอื่ งให้ครจู ดบันทึก
4) ให้อาสาสมัครเลือกผลงานของตนเอง ระหว่างการวาดภาพดว้ ยสเี ทียนและการปัน้ ดนิ นา้ มันมาเลา่ ให้
เพื่อนฟัง
5) เม่อื หมดเวลาเด็กทุกคนช่วยกนั จดั เกบ็ อุปกรณ์ให้เรยี บร้อย
5. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
1) ภาพการทาความสะอาดบา้ น สเี ทยี น
2) กระดาษโรเนยี ว
6. การประเมินผล
1) สงั เกตการใช้กล้ามเน้อื มอื สมั พันธ์กับตา 2) สงั เกตการมีความสนกุ สนานคลายเครยี ด
2) สงั เกตนาเสนอผลงานพรอ้ มบอกชื่อผลงานของตนเอง
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 11 วนั ที่ 5 สาระการเรยี นรู้ย่อยการรกั ษาความสะอาด
1. ชอ่ื กจิ กรรม เสรี
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) สงั เกต สารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แกป้ ญั หาในการทางานและการเล่นเป็นกลุ่ม
2) มีประสบการณ์ตรงในการใช้ภาษา มจี ินตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ ตอ่ งานและส่ิงท่ตี นเล่น
3) มวี นิ ัย ความรับผิดชอบมีมารยาท ชว่ ยเหลือ แบง่ ปัน อดทนรอคอยและมีจติ สาธารณะ
4) มีพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาอย่างสมดลุ รอบดา้ น
3. สาระการเรียนรู้
สาระท่ีควรเรียนรู้
การเล่นตามศนู ยเ์ ป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณ์ต่างๆ อย่างอิสระผา่ นการเลน่ ทดลอง คดิ ค้นควา้
สร้างสรรค์ การแกป้ ัญหาและการแสวงหาคาตอบ ซึ่งจะช่วยพัฒนาความคดิ จินตนาการ ภาษาควบคู่ไปกับ
ความมีวนิ ัย ความรับผิดชอบ การรอคอย การแบ่งปนั การใฝรุ ู้และการอยู่รว่ มกันเพ่ือพฒั นาการเข้าสู่สงั คม
ประสบการณ์สาคัญ
1) การเลน่ เคร่ืองเลน่ สัมผัสและการสรา้ งสงิ่ ต่างๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การต่อของช้ินเล็กเตมิ ในชิน้ ใหญ่ใหส้ มบรู ณแ์ ละการแยกชิน้ ส่วน
3) การเลน่ และการทางานร่วมกับผอู้ ื่น
4) การรบั รู้ แสดงความรู้สึกผ่านสอ่ื วสั ดุ ของเล่นและชิ้นงาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ์/มมุ เล่นตา่ งๆ
6) การสรา้ งสรรค์ชิ้นงานโดยใช้รปู ร่าง รูปทรงจากวัสดุทีห่ ลากหลาย
4.วิธีการจดั กิจกรรม
1) ครูแนะนาการเล่นการปฏิบตั ิตนในการเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เด็กเลือกเล่นศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูให้คาแนะนา กระตุ้น สง่ เสรมิ ให้คาชมเชยเพ่ือใหเ้ ด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดลุ รอบด้านเต็มตาม
ศกั ยภาพ
4) ให้เด็กเล่นอย่างอสิ ระหลังจากเลิกเล่นใหเ้ ดก็ ทาความสะอาดอปุ กรณ์ พร้อมกับเก็บของเขา้ ทใี่ หเ้ รยี บรอ้ ย
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
- อุปกรณ์ตา่ งๆ ที่จดั ไว้ตามศูนย์กิจกรรมเสรี ต้องสอดคล้องสัมพันธก์ บั หน่วยการเรียนรู้
6. การประเมินผล
1) สังเกตพฤติกรรมการสารวจ ทดลอง คน้ คว้า คิดแก้ปัญหาในการทางานและการเลน่ เป็นกลมุ่
2) สังเกตการใช้ภาษา ตรวจผลงานการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการคิดสร้างสรรค์ ตอ่ งานและสิ่งท่ีเล่น
3) สังเกตความมวี นิ ยั ความรับผิดชอบ มารยาท การชว่ ยเหลอื แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมจี ิตสาธารณะ
4) สงั เกตความกา้ วหนา้ ของพัฒนาการทงั้ 4 ดา้ น
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 11 วันที่ 4 สาระการเรียนร้ยู ่อยการรักษาความสะอาด
1. ชอ่ื กจิ กรรม กลางแจ้ง
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) ฝึกกล้ามเนอื้ ใหญ่ / เล็ก
2) มคี วามสนกุ สนานผ่อนคล้ายความเครยี ด
3) เด็กเล่นเครือ่ งเลน่ สนามได้ถกู วิธีและปลอดภยั
3. สาระการเรียนรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั
- การเล่นเครือ่ งเลน่ สนามอยา่ งถูกวธิ แี ละปลอดภยั 1)การเลน่ เครอ่ื งเลน่ สนามอยา่ งปลอดภยั
2)การเล่นรายบุคคล กลมุ่ ยอ่ ยและกลมุ่ ใหญ่
4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม
1) เด็กและครูสนทนาถงึ ขอ้ ตกลงในการปฏบิ ัติตนเมื่อลงไปเล่นทส่ี นาม
2) เดก็ เดนิ แถวลงสนาม ครแู นะนาชื่อเคร่อื งเล่นสนามแต่ละชนิดและการเลน่ ทถ่ี ูกวธิ ี
3) เด็กเล่นเคร่อื งเล่นสนามตามความสนใจ โดยครคู อยดแู ลอยา่ งใกล้ชิด
4) ใหส้ ัญญาณหยุดเล่นเดินทาความสะอาดร่างกาย และแตง่ กายใหเ้ รยี บร้อย
5) เดก็ เขา้ แถวเรยี งลาดับเดินเขา้ หอ้ งเรยี น
5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
- เครอื่ งเลน่ สนาม
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการฝึกกลา้ มเน้ือใหญ่ / เลก็
2) สงั เกตการมคี วามสนกุ สนาน
3) สงั เกตการเลน่ เคร่ืองเลน่ สนาม
แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ที่ 11 วนั ที่ 5 สาระการเรียนรู้ยอ่ ยการรักษาความสะอาด
1. ช่อื กิจกรรม เกมการศึกษา ประสบการณ์สาคญั
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) การจบั คู่ การเปรยี บเทียบและการเรียงลาดบั สิง่ ตา่ งๆตาม
1) สังเกต จาแนก เปรยี บเทียบได้ ลกั ษณะความยาว/ความสูง นา้ หนกั ปริมาตร
2) เลน่ เกมจบั คู่ภาพเหมอื นได้ 2) การเล่นรายบคุ คล กลุ่มยอ่ ยและกล่มุ ใหญ่
3) เกบ็ ของเข้าทเ่ี มอื่ เลิกเล่นได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้
การจับคภู่ าพที่เหมือนกนั
เปน็ เกมทฝี่ ึกทักษะการสงั เกตใหก้ ับเดก็
และทาให้เด็กเกดิ ความสนกุ สนาน
4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม
1) ครูแนะนาและสาธติ วิธกี ารเลน่ เกมจับคภู่ าพท่ีเหมือนกนั
2) แบง่ เดก็ เป็นกลมุ่ ตามความเหมาะสม
3) ใหเ้ ดก็ เลน่ เกมจับคภู่ าพทเ่ี หมอื นกัน แลว้ หมุนเวียนกันเล่นเกมท่ีเคยเล่นมาแล้ว
4) เกบ็ ของเข้าที่เมื่อเลกิ เลน่
5. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1) เกมจับคภู่ าพทีเ่ หมอื นกัน
2) เกมท่ีเคยเล่นมาแล้ว
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการ จาแนก เปรียบเทียบ
2) สังเกตการเล่นเกมจับค่ภู าพเหมือน
4) สังเกตการเกบ็ ของเขา้ ท่ีเมอ่ื เลกิ เล่น
7. ภาคผนวก
เพลง บ้านของฉนั
(ศรีนวล รัตนสุวรรณ)
บ้านของฉนั อย่ดู ้วยกนั มากหลาย
พ่อ แม่ ลงุ ปูา ปูุ ยา่ ตา ยาย
อีกท้ังน้า อา พ่ี และน้องมากมาย
ทกุ คนสุขสบาย เราเปน็ พน่ี ้องกัน
ลูกหมูสามตัว
(กมั พุชนาฎ เปรมกมล, สรุ ินทร์ ชว่ งโชติ)
มคี รอบครวั หมคู รอบครัวหน่ึง มีลูกหมู 3 ตัว ต่อมาแม่หมูเห็นว่าลูกหมูทั้ง 3 ตัว โตพอที่จะ
ออกไปรับผิดชอบตวั เองได้แลว้ แมห่ มูจงึ ให้ลกู หมูทัง้ 3 ตวั ไปสรา้ งบา้ นของตวั เองใหม่ ลกู หมูตัวที่ 1 สร้าง
บ้านด้วยหญ้าแห้งและฟาง ซึ่งใช้เวลาสร้างไม่นาน ลูกหมูตัวที่ 2 สร้างบ้านด้วยไม้ ซึ่งแข็งแรงมากกว่าบ้าน
ฟาง ลูกหมูตวั ที่ 3 สรา้ งบา้ นดว้ ยอฐิ หนิ ปูน ทราย เป็นตึกท่ีแข็งแรงมาก และใช้เวลาสร้างนาน วัน
หนงึ่ สนุ ขั ปาุ ผ่านมาเห็นลูกหมอู ้วนน่ากิน จึง เคาะประตูบ้านฟางให้ลูกหมูตัวท่ี 1 เปิด ลูกหมูไม่เปิด หมาปุา
โมโหกเ็ ปาุ ลมจนบ้านฟางพงั ลกู หมูตัวท่ี 1 วิ่งไปหาลูกหมูตวั ท่ี 2 ที่บา้ นไม้ หมาปุาเคาะประตูเรียกให้เปิด
เพ่ือจะกินลูกหมู ทั้ง 2 เสีย เม่ือไม่เปิดประตูมันก็เปุาลมจนบ้านไม้พังไปอีก ลูกหมูทั้ง 2 รีบว่ิงไปหาลูก
หมู ตวั ท่ี 3 ท่ีบ้านตึกคอนกรตี หมาปุาก็ไปเรยี กใหเ้ ปดิ ประตู ลกู หมูสามตัวมีความกลัวมาก ไม่
กล้าเปิด หมาปุาก็เปุาลมอีก แต่บ้านตึกแข็งแรงมาก มันเปุาลมจนเหนื่อย บ้านก็ไม่พัง มันจึงหาทางปีนลง
ทางปล่องไฟ ลกู หมู 3 ตัวกจ็ ัดการเตมิ น้าใสก่ ะทะใหญใ่ ต้ปลอ่ งไฟจนน้าเดอื ด พอหมาปุาลงมาก็ตกลงไปใน
น้าเดือดพอดี หมาปุาได้รับความเจ็บปวดมาก ลูกหมู 3 ตัว ก็อยู่ในบ้านท่ีแข็งแรงด้วยความผาสุกและ
ปลอดภยั
คาคล้องจอง บ้านหลังหนงึ่
(ไม่ทราบนามผแู้ ตง่ )
ตัวฉนั มบี า้ นหลงั หน่ึง
เป็นท่พี ักท่พี ึ่งทุกเวลา
ฉนั ช่วยพอ่ แม่
ปลูกผกั เลี้ยงปลา
กวาดบ้าน ถบู ้าน ดูงามตา
ช่วยกันรกั ษาใหน้ า่ อยเู่ อย
เกมจบั ใหท้ ัน
จานวนผู้เล่น ประมาณ 15 คน
อปุ กรณ์
วธิ เี ลน่ -
1. ครูและเด็กร่วมกันกาหนดพื้นที่หรือขอบเขตในการเล่น จากนั้นครูหาอาสาสมัคร 3
คน ออกมาเล่นเป็นคนจับ แล้วให้เด็กท่ีเหลือ ยืนจับมือกันเป็น วงกลมล้อมรอบคน
จับ 3 คนไว้
2. ครูให้เด็กทุกคนยืนเป็นวงกลมร้องเพลง จับให้ทัน พร้อมกันปรบมือ โยกตัวหรือย่า
เทา้ ซ้าย – ขวา ประกอบเพลงอย่างอสิ ระ ดงั นี้
“ จับให้ทนั มาจบั ฉนั เร็ว ๆ ไว ไว (ซา้ )
จับใหท้ ัน ฉนั หรอื ใคร เธอจบั ได้ ฉันวา่ เกง่ เอย ”
3. เม่ือร้องเพลงจับให้เด็กที่เล่นเป็นคนจับทั้ง 3คนว่ิงไล่จับคนที่ยืนล้อมรอบตนไว้ และ
ให้คนอื่น ๆ รีบวง่ิ หนแี ละแกล้งทาทา่ หลอกลอ่ คนจับภายในเขตทก่ี าหนดไว้
4. ถ้าใครว่ิงหนีออกนอกเขตที่กาหนดจะต้องเปลี่ยนมาเล่นเป็นคนจับแทน ถ้าใครถูกคน
จับได้ คนนัน้ จะต้องเปล่ียนมายืนในวงกลม และเล่นเป็นคนจับแทน
8. บนั ทกึ ผลการจัดประสบการณ์
ข้อดี
..................................................................................................... ...........................................................
........................................................................................................................ ............................................
ขอ้ ควรปรับปรงุ
....................................................................................................................................................................
........................................................................................................................ ............................................
แนวทางการแกไ้ ข
........................................................................................................................ ............................................
....................................................................................................................................................................
แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ การศกึ ษาปฐมวยั อายุ 3-4 ปี
สปั ดาห์ที่ 12 สาระการเรียนรทู้ ี่ 2 เร่ืองราวเกี่ยวกบั บุคคลและสถานที่แวดล้อมเดก็
หนว่ ยการเรยี นรู้ ครอบครัวสขุ สนั ต์
ความคิดรวบยอด
ครอบครัวมีความสมั พนั ธเ์ ป็นพอ่ แม่ พี่ นอ้ ง ทกุ คนมีส่วนรว่ มในการปฏบิ ตั ิหน้าที่ของตนเองใน
ครอบครัว ยารกั ษาโรค ตา , ยาย ปู่ , ยา่ พอ่ , แม่ พ่ี ,นอ้ ง
ทอ่ี ยอู่ าศัย เคร่ืองนุ่งห่ม
อาหาร
สิ่งท่ีจาเปน็ สาหรับครอบครัว ความสัมพันธ์ของบุคคล
ในครอบครวั
ครอบครัวสขุ สันต์
หน้าทพี่ ่อ หนา้ ที่ลูก
หนา้ ที่แม่
การมีส่วนร่วมของบคุ คลใน หน้าท่ขี องบคุ คล
ครอบครวั ภายในครอบครัว
พับผ้า ทาความสะอาด เช็ดโต๊ะ ล้างแกว้ การปฏบิ ตั ติ นต่อสมาชิกในครอบครวั
เคารพเชือ่ ฟัง ชว่ ยเหลอื งาน พดู จาไพเราะ
ส่ิงทเี่ ด็กรแู้ ล้ว ส่ิงท่เี ดก็ ตอ้ งการรู้ ส่งิ ที่เด็กควรรู้
1.บคุ คลที่อยู่ในครอบครวั 1.บคุ คลอนื่ ๆ ท่อี ยูใ่ นบ้าน 1.ความสมั พันธ์ของบคุ คลในครอบครัว
2. .......................................... 2. ........................................... 2.หน้าท่ีของบุคคลในครอบครัว
3. ........................................... 3 .............................................. 3.การปฏบิ ัตติ นต่อสมาชิกในครอบครัว
4. .......................................... 4 ........................................... 4.การมสี ว่ นร่วมในครอบครวั
5 ................................................ 5 ................................................. 5.ส่งิ ทจ่ี าเปน็ สาหรับครอบครวั
แนวการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ การศกึ ษาปฐมวัย อายุ 3-4 ปี
สปั ดาห์ที่ 12 สาระการเรยี นรู้ท่ี 2 เรอ่ื งราวเกี่ยวกบั บคุ คลและสถานทแ่ี วดล้อมเด็ก
หน่วยการเรียนรู้ ครอบครวั สุขสนั ต์
กจิ กรรม เคลอื่ นไหวและ เสรมิ ประสบการณ์ สรา้ งสรรค์ เสรี กลางแจง้ เกมการศกึ ษา
วนั ที่ จงั หวะ
-ระบายสีภาพ เปดิ โอกาสให้เด็กได้
เคล่ือนไหวร่างกาย -บอกความสัมพนั ธ์ ความสัมพนั ธ์ เลือกเล่นในศูนยต์ าม เกมช่ือใครเอย่ เกมภาพตดั ต่อ
ของครอบครัว ความสนใจและค้นหา การทางานของ
อิสระประกอบเพลง ของคนใน -วาดภาพสี ความถนัดของตนโดย สมาชกิ ใน
เทยี นตาม จดั ให้สอดคล้องกับ ครอบครวั
1 บ้านของฉัน ครอบครวั จนิ ตนาการ หนว่ ยการเรียนรู้
-คา่ ของตัวเลข 3,๓ -ป้ันดินน้ามนั
-ลากเส้นประ เปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้
การเคลอ่ื นไหว บอกหนา้ ท่ี ระบายสีรูป เลอื กเล่นในศนู ย์ตาม เคร่ืองเลน่ เกมเรยี งลาดบั
ความสนใจและคน้ หา สนาม ใหญ่ – เล็ก
รา่ งกาย ของบคุ คล ความถนดั ของตนโดย เลก็ – ใหญ่
จัดใหส้ อดคลอ้ งกับ
2 และปฏบิ ตั ิตามคาสง่ั ในครอบครวั หนว่ ยการเรยี นรู้
การเคลื่อนไหว -นทิ านเร่อื ง -การฉกี กระ เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้ โยนลูกบอล เกมจับคูภ่ าพ
เลือกเลน่ ในศนู ยต์ าม ใส่ตะกร้า
ร่างกายประกอบ พ่อกบั ลกู ดาษสตี าม ความสนใจและค้นหา ท่เี หมอื นกนั
ความถนดั ของตนโดย
3 คาบรรยาย -การปฏิบตั ติ น ต่อ จนิ ตนาการ จัดให้สอดคล้องกบั
สมาชิกในครอบครัว -การระบายสี หนว่ ยการเรยี นรู้
ภาพการไหว้
การเคล่อื นไหว -บอกวธิ กี าร -ปัน้ ดนิ นา้ มนั เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้ เคร่อื งเล่น เกมจับคู่ภาพ
รปู เลือกเล่นในศนู ย์ตาม สนาม พยัญชนะ
ร่างกาย มีส่วนรว่ ม -ระบายสีภาพ ความสนใจและค้นหา ทีเ่ หมอื นกนั
บ้านตาม ความถนดั ของตนโดย
4 ตามขอ้ ตกลง ในครอบครัว จนิ ตนาการ จดั ให้สอดคล้องกบั
-เขียนเส้น หน่วยการเรยี นรู้
การเคลือ่ นไหว -บอกสิ่งจาเปน็ -ระบายภาพ เปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้ เลน่ น้า เล่น เกมจบั คภู่ าพ
สิง่ ท่ีจาเป็น เลือกเล่นในศูนย์ตาม ทราย
รา่ งกาย สาหรบั ความสนใจและคน้ หา กับตัวเลข 1-3
ความถนดั ของตนโดย
5 ตามจงั หวะ ครอบครัว สาหรบั ครอบ จดั ใหส้ อดคลอ้ งกบั
ประกอบ -เขียนเส้นประเลข ครวั หนว่ ยการเรยี นรู้
3 -การฉีกตัดตาม
เพลง
จินตนาการ
แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ท่ี 12 วันที่ 1 สาระการเรียนรู้ย่อย ความสมั พนั ธ์ของบุคคลในครอบครวั
1. ชอ่ื กจิ กรรม เคลื่อนไหวและจังหวะ
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1) เคลอื่ นไหวร่างกายอิสระได้
2) ทาทา่ ทางประกอบเพลงบา้ นของฉนั ตามจนิ ตนาการได้
3. สาระการเรยี นรู้
สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
1) การเคลอื่ นไหวร่างกายอิสระ 1) การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่
2) การทาทา่ ทางประกอบเพลง 2) การเคลื่อนไหวอยู่กับท่ี
บา้ นของฉนั ตามจินตนาการ
4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) เดก็ ปฏิบตั กิ จิ กรรมโดยการเคล่อื นไหวร่างกายอยา่ งอสิ ระไปรอบๆ บริเวณตามจงั หวะเคาะ
เม่ือได้ยนิ สญั ญาณ “หยุด” ใหห้ ยุดในทา่ น้ันทนั ที
2) ครเู ปิดเคร่อื งเลน่ CD บ้านของฉนั ให้เด็กฟัง และใหเ้ ด็กรอ้ งเพลงตามเคร่ืองเลน่ CD
3) ครใู ห้เดก็ แสดงทา่ ทางประกอบเพลงอยา่ งอสิ ระตามจินตนาการของเด็กแตล่ ะคน
5. ส่อื และแหลง่ เรียนรู้
1) เพลงบา้ นของฉนั
2) เคร่อื งเล่น CD
6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการเคลื่อนไหวร่างกายอิสระ
2) สงั เกตการแสดงท่าทางประกอบเพลง