The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
การศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี
ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัย สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(อายุ 3-4 ปี ภาคเรียนที่ 1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dla0816.4, 2022-09-22 05:06:13

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัย สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อายุ 3-4 ปี ภาคเรียนที่ 1)

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
การศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี
ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ของสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัย สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(อายุ 3-4 ปี ภาคเรียนที่ 1)

Keywords: education

7. ภาคผนวก

เพลง

เพลงส่วนประกอบของรา่ งกาย
ตาเรามีไว้ดู หูเรามไี ว้ฟัง

จมกู อยูต่ รงกลาง มีไว้สาหรบั หายใจ
มอื เรามีสองมือ เอาไวจ้ บั ถือทางานท่วั ไป
สว่ นขาพาเราเดนิ ได้ ไปไหนๆ ด้วยขาของเรา

เพลงสว่ นประกอบของร่างกาย
จบั หวั คาง หู หัวไหล่
จับไวๆ จับจมูก ปากตา

จบั แขน จับขา แล้วมาจับสะดือ

เพลงเกบ็ ของ
เกบ็ ของไว้ให้ถกู ทเ่ี ก็บดี ๆ อย่าว่งิ ซกุ ซน
มาช่วยกันเก็บทุกคน มาช่วยกันเกบ็ ทกุ คน
พวกเราทุกคนช่วยกันคนดี ช่วยกัน ช่วยกันคนดี

นิทาน
เรอ่ื ง ลกู หมูตาแดง

โดย ประชุมพร สุวรรณตรา

“ ถงึ เวลาเรียนแล้ว ทาไมลกู หมูไม่มานะ ” ลกู แมวพูดขน้ึ
“ สงสยั วา่ จะไมส่ บาย ” กระตา่ ยพดู กับเพือ่ นๆ“ เยน็ น้ฉี ันจะไปแวะบ้านลูกหมูถามดูนะ บ้านฉันอยู่ใกล้ๆ
บา้ นลุกหมู ” จงิ โจร้ บั อาสา
เยน็ วนั นั้นจงิ โจ้เดินไปบา้ นลูกหมู พบแม่หมยู นื อยทู่ ี่สนามหญา้ หน้าบา้ น“สวัสดีครบั ลูกหมูเปน็ อะไร ทาไม
ถงึ ไม่ไปโรงเรยี นล่ะครบั ” จิงโจ้ถาม “ ลกู หมเู ป็นโรคตาแดงจะ๊ ” แมห่ มบู อก แม่ชวนจิงโจเ้ ข้าไปในบา้ น
และพูดว่า “ ลกู หมูยังไปโรงเรยี นไม่ได้ เพราะถ้าไปเลน่ กับเพอื่ นๆจะทาให้เพื่อนติดโรคตาแดง ตอ้ งรอให้
หายดีเสียก่อน ” แมอ่ ธิบายตอ่ ไปอีกว่า “ โรคตาแดงทาให้ตาอักเสบ เคอื ง น้าตาไหล ตาจะแดงเร่ือ
แมลงหวช่ี อบมาตอมและเปน็ ตัวแพร่เชอ้ื โรคไปยังคนอื่นๆ ” “ เดก็ ๆท่ีไม่ชอบล้างมอื เมอื่ ขยี้ตา เช้อื โรค
อาจจะเขา้ ตาและทาให้เปน็ โรคตาแดงหรือถา้ ไปจับต้องเน้ือตวั หรอื เสื้อผ้าของเพื่อนที่เปน็ โรคตาแดงก็จะ
ได้รับเชอ้ื โรคเปน็ โรคตาแดงได้เช่นกัน ” “ แมพ่ าลูกหมูไปหาหมอ คณุ หมอให้ยาหยอดตาและสัง่ ให้
พกั ผอ่ นอยู่บ้านจนกวา่ จะหายเป็นปกติจะ๊ ” แมห่ มูบอก จิงโจบ้ อกวา่ “ เพอ่ื นๆบน่ คิดถงึ ลูกหมูกันใหญ่ ”
ลกู หมยู ม้ิ ดีใจอยากหายจากโรคตาแดงเรว็ ๆ จะได้ไปเลน่ กับเพื่อนที่โรงเรยี น แมห่ มุบอกว่า “ ถา้ ลกู หมู
หายดีแล้ว แมจ่ ะทาขนมฝากลุกหมูไปใหเ้ พอ่ื นๆทกุ คนนะจ๊ะ” จิงโจ้ยิม้ ชอบใจ ไหวล้ าและพดู วา่ “
ขอบพระคณุ มากครับ ”.

นิทาน
เร่ืองยายเช้ากลนื ชา้ ง

โดย สตั ถา ดวงแกว้

กาลคร้ังหน่ึงนานมาแล้ว มีหญิงชราคนหนึ่ง ชื่อยายเช้า เพราะยายเช้าต่ืนนอนแต่เช้าทุกวัน
วนั หนึ่ง ตอนเช้า ยายเช้ากลนื ตัก๊ แตนเข้าไปตัวหน่ึง มันด้ินกระดุ๊กกระด๊ิกกระด๊อกกระแด๊กอยู่ในท้องของ
แก ยายกลืนตัก๊ แตนเข้าไปทาไมไม่รู้ สงสยั แกจะต้องเพย้ี นแน่ๆตอนสาย ยายเช้ากลืนนกเข้าไปอีกตัวหน่ึง
ยายกลืนนกให้ไปจับต๊ักแตน มันด้ินกระดุ๊กกระดิ๊กกระด๊อกกระแด๊ก อยู่ในท้องของแก ยายกลืนต๊ักแตน
เขา้ ไปทาไมไม่รู้ สงสยั แกจะต้องเพย้ี นแน่ๆ ตอนเที่ยง ยายเช้ากลืนแมวเข้าไปอีกตัวหน่ึง ยายกลืนแมวให้
ไปจับนก ยายกลืนนกให้ไปจับต๊ักแตน มันด้ินกระดุ๊กกระดิ๊กกระด๊อกกระแด๊ก อยู่ในท้องของแก
ยายกลืนตั๊กแตนเข้าไปทาไมไม่รู้ สงสัยแกจะต้องเพี้ยนแน่ๆตอนบ่าย ยายเช้ากลืนหมาเข้าไปอีกตัวหน่ึง
ยายกลืนหมาเข้าไปจับแมว ยายกลืนแมวเข้าไปจับนก ยายกลืนนกเข้าไปจับต๊ักแตน มันดิ้นกระดุ๊กกระด๊ิ
กกระดอ๊ กกระแด๊ก อยูใ่ นท้องของแก ยายกลนื ต๊ักแตนเขา้ ไปทาไมไมร่ ู้ สงสัยแกจะต้องเพี้ยนแน่ๆตอนเย็น
ยายเช้ากลืนเสือเข้าไปอีกตัวหน่ึง ยายกลืนเสือให้ไปจับหมา ยายกลืนหมาเข้าไปจับแมว ยายกลืนแมว
เข้าไปจับนก ยายกลืนนกเข้าไปจับตั๊กแตน มันดิ้นกระดุ๊กกระด๊ิกกระด๊อกกระแด๊ก อยู่ในท้องของแก
ยายกลืนต๊ักแตนเข้าไปทาไมไม่รู้ สงสัยแกจะต้องเพี้ยนแน่ๆตอนค่า ยายเช้ากลืนช้างเข้าไปอีกตัวหน่ึง
ยายกลืนช้างให้เข้าไปจับเสือ ยายกลืนเสือให้ไปจับหมา ยายกลืนหมาเข้าไปจับแมว ยายกลืนแมวเข้าไป
จบั นก ยายกลืนนกเข้าไปจับต๊ักแตน มันด้ินกระดุ๊กกระด๊ิกกระด๊อกกระแด๊ก อยู่ในท้องของแก ยายกลืน
ตั๊กแตนเข้าไปทาไมไม่รู้ สงสัยแกจะต้องเพ้ียนแน่ๆ ตอนกลางคืน ยายเช้าอึดอัด จึงเรอ อ้าปากกว้าง
ตั๊กแตกเห็นช่องว่างจงึ บินหนอี อกมา แมวไล่นกออกมา หมาไล่แมวออกมา เสือไล่หมาออกมา ช้างไล่เสือ
ออกมา ยายเชา้ รบี หุบปากถอนหายใจ หลับไป
วันตอ่ มา ยายเชา้ ตน่ื สาย ยายเพี้ยนแน่ๆเลย

8. บนั ทึกผลการจัดประสบการณ์

ข้อดี
.....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................................
ข้อควรปรับปรงุ
.....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................................
แนวทางการแก้ไข
.....................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................................

แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้ การศกึ ษาปฐมวัย อายุ 3 ปี
สัปดาหท์ ี่ 5 สาระการเรียนร้ทู ี่ 1 เรื่องราวเกีย่ วกับตวั เดก็

หนว่ ยการเรยี นรู้ กนิ ดี อยูด่ ี มสี ุข

ความคิดรวบยอด
อาหารมมี ากมายหลายชนดิ การเลือกรบั ประทานอาหารที่มีคุณคา่ ทางโภชนาการครบท้ัง 5 หมู่

จะทาใหร้ า่ งกายเจรญิ เติบโตแข็งแรง นอกจากนัน้ แลว้ เดก็ ควรเรียนรู้การทาความสะอาดอวัยวะ
และร่างกาย การมีสุขนิสัยท่ีดีในการขบั ถ่าย จึงจะทาใหเ้ ดก็ เป็นผู้มีสุขภาพดอี ย่างแทจ้ ริง

อาหารทาให้รา่ งกายเจริญเติบโต

การใชห้ อ้ งน้าห้องส้วมที่ถกู อาหารดีมีประโยชน์ ความสาคญั ของการ
วธิ ี รบั ประทานอาหาร
กนิ ดี อยู่ดี มสี ุข
สขุ นิสัยในการขับถา่ ย ประโยชนข์ องการลา้ งมือ
กนิ ดี อยดู่ ี มี
การแปรงฟันที่ถูกวิธี

การแปรงฟัน การล้างมือ

อปุ กรณ์ในการแปรงฟัน การลา้ งมือที่ถูก
วธิ ี

สงิ่ ท่เี ด็กรแู้ ล้ว ส่งิ ท่เี ดก็ ต้องการรู้ สิง่ ที่เดก็ ควรรู้

1.อาหารทาใหร้ า่ งกายแขง็ แรง 1. ทาไมต้องรบั ประทานอาหาร 1. อาหารดมี ีประโยชน์

2......................................................... 2....................................................... 2. ความสาคญั ของการ

3........................................................ 3....................................................... รบั ประทานอาหาร

4........................................................ 4....................................................... 3. การลา้ งมือ

5........................................................ 5....................................................... 4. การแปรงฟนั

6........................................................ 6....................................................... 5. สขุ นิสยั ในการขับถ่าย

แนวการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ การศกึ ษาปฐมวยั อายุ 3 ปี

สปั ดาห์ที่ 5 สาระการเรยี นรู้ที่ 1 เรอื่ งราวเก่ยี วกับตัวเดก็

หน่วยการเรยี นรู้ กินดี อยู่ดี มีสุข

กิจกรรม เคล่ือนไหวและจงั หวะ เสรมิ สรา้ งสรรค์ เสรี กลางแจง้ เกมการศกึ ษา
วันที่ ประสบการณ์
- การปน้ั ดิน - จับคู่
- เคลือ่ นไหวร่างกาย - ชื่ออาหารทม่ี ี นา้ มัน - เปิดโอกาสให้เดก็ - เกมสง่ ลูกบอล ภาพเหมือน
- การระบายสี ได้เลอื กเล่น อาหารดี
ประกอบคาบรรยายเก็บไข่ ประโยชน์ ภาพอาหารดีมี ในศนู ย์ตามความ มีประโยชน์
ประโยชน์ สนใจและคน้ หา
ตามจินตนา - พยัญชนะ ความถนัดของตน
โดยจดั ให้สอดคล้อง
1 - การนบั เรียง ก–ฮ กบั หนว่ ยการเรยี นรู้
ลาดบั 1-5 - นิทานเร่อื งกกุ๊ ก๊ิก

ไมส่ บาย

- ทาทา่ ทางเลยี นแบบการ - ความสาคญั ของ - การตดั กระดาษ - เปิดโอกาสใหเ้ ด็ก - เกมมอญซ่อนผา้ - เกมจบั คภู่ าพ

กระทาต่างๆ การรับประทาน - การวาดวงกลม ไดเ้ ลอื กเล่น ความสมั พันธ์

อาหาร ตามแบบ ในศนู ย์ตามความ

- เพลงอาหารนม สนใจและคน้ หา
2 ความถนัดของตน

โดยจดั ให้สอดคล้อง

กบั หนว่ ยการเรียนรู้

- การเคลื่อนไหวพร้อมวสั ดุ - การลา้ งและทา - การพิมพ์ภาพ - เปิดโอกาสให้เดก็ - การเลน่ เครอ่ื ง - เกมภาพตัดต่อ

อุปกรณ์รบิ บ้นิ ความสะอาดมอื ด้วยนว้ิ มอื ได้เลือกเล่น เลน่ สนามอย่าง ภาพการล้างมอื

- การรอ้ งเพลงและทา - เพลงล้างมือ 7 - การรอ้ ยลูกปัด ในศนู ยต์ ามความ อิสระ - เกมเกา่ ท่ีเคย

3 ท่าทางประกอบเพลงล้างมอื ขน้ั ตอน สนใจและค้นหา เล่นมาแล้ว
กอ่ นซิ ความถนัดของตน

โดยจัดให้สอดคล้อง

กบั หนว่ ยการเรยี นรู้

- การปฏิบัติตามสญั ญาณ - การแปรงฟนั ทีถ่ ูก - การหยดสบี น - เปดิ โอกาสให้เด็ก - เกมเกบ็ ของใส่ - เกมเรยี งลาดับ

และข้อตกลง วธิ ี กระดาษเปยี ก ได้เลือกเลน่ ตะกรา้ ภาพอปุ กรณ์การ

4 - ตวั อกั ษร - การฉกี ปะ ในศูนย์ตามความ แปรงฟนั ขนาด

A – Z กระดาษภาพ สนใจและค้นหา จากเลก็ ไปหา

- เพลงแปรงฟนั แปรงสีฟัน ความถนดั ของตน ใหญ่

โดยจัดใหส้ อดคล้อง เกมทเ่ี คยเล่น

กับหน่วยการเรยี นรู้ มาแล้ว

- การปฏิบัติตามสญั ญาณ - สุขนิสยั ทด่ี ใี นการ - การปน้ั ดิน - เปดิ โอกาสให้เด็ก - การวิ่ง - เกมจบั คู่
ภาพเหมือน
และขอ้ ตกลง ขบั ถ่าย นา้ มนั ได้เลือกเล่น ซกิ แซก อปุ กรณ์ทใี่ ช้ใน
ห้องน้า - หอ้ ง
- การเป็นผูน้ า - คาศัพท์ HAPPY - การระบายสี ในศูนย์ตามความ ส้วม

ผ้ตู าม - นิทานเรื่อง - ภาพเดก็ ใช้ สนใจและค้นหา
5 - เพลงสมยั นยิ ม
บทเรยี นของนอ้ ง หอ้ งนา้ -หอ้ งส้วม ความถนดั ของตน

เกม โดยจดั ให้สอดคล้อง

- เพลง ล้างมอื กบั หน่วยการเรยี นรู้

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้

สัปดาหท์ ี่ 5 วันที่ 1 สาระการเรียนรยู้ ่อย อาหารดีมปี ระโยชน์

1. ชอ่ื กจิ กรรม เคลอ่ื นไหวและจังหวะ

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) ฟังและปฏบิ ัตติ ามสญั ญาณและข้อตกลงได้ 2) ทาทา่ ทางประกอบคาบรรยายตามจินตนาการได้

3) มคี วามสนใจในการออกกาลงั กาย 4) นับเลข 1 – 5 ได้

3. สาระการเรยี นรู้

สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั

1) การเคลื่อนไหวตามคาบรรยาย 1) การเคลอ่ื นไหวอยู่กับที่

2) การปฏบิ ัติตามสัญญาณและข้อตกลง 2) การเคล่ือนไหวเคลอื่ นที่

3) การนับเรยี งลาดับจานวน 1-5 3) การนับและแสดงจานวนของสงิ่ ตา่ งๆใน

ชวี ิตประจาวัน

4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม

1) เดก็ เคลอ่ื นไหวรา่ งกายไปรอบๆบริเวณอยา่ งอิสระตามจงั หวะฉงิ่ โดยไมช่ นกัน เม่ือไดย้ ินสัญญาณหยดุ

ให้เด็กหยดุ เคลอ่ื นไหวในทา่ น้นั ทนั ที

2) เด็กทาท่าทางตามจนิ ตนาการตามคาบรรยายดงั น้ี “ในตอนเช้าหลงั จากที่เด็กต่นื นอน คณุ แม่บอกให้

เดก็ ไปเกบ็ ไขใ่ นเล้า เด็กๆ หวิ้ ตะกร้าคนละ 1 ใบไปท่ีเลา้ ไก่ เดก็ ๆเก็บไขใ่ ส่ตะกรา้ พร้อมพูดวา่ ไข่ฟอง

ท่ี 1 ไขฟ่ องท่ี 2 ไข่ฟองที่ 3 ไข่ฟองท่ี 4และไข่ฟองที่ 5 เสรจ็ แลว้ เด็กๆห้ิวตะกรา้ ไปหาคณุ แม่ แล้วแม่

กับลกู เอาไข่ออกจากตะกร้าทลี ะฟอง พร้อมกับชว่ ยกันนบั 1,2,3,4,5 ”

3) เมอื่ ทาทา่ ทางเสร็จ เด็กนง่ั พักผ่อน 3 – 5 นาที

5. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้

1) ฉิ่ง

2) คาบรรยาย

6. การประเมินผล

1) สงั เกตการฟงั การปฏิบัตติ ามสัญญาณและข้อตกลง

2) สงั เกตการทาท่าทางประกอบคาบรรยายตามจนิ ตนาการได้

3) สงั เกตความสนใจในการออกกาลงั กาย

4) สังเกตการนบั เรยี งลาดับ 1 – 5

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้

สัปดาห์ที่ 5 วนั ที่ 1 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย อาหารดีมปี ระโยชน์

1. ชื่อกจิ กรรม เสรมิ ประสบการณ์

ความคิดรวบยอด

อาหารคือสิ่งทเ่ี รารับประทานได้ และไมเ่ ปน็ พษิ ต่อรางกาย ช่วยให้ร่างกายเจริญเตบิ โต

และแขง็ แรง

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) บอกชื่ออาหารทม่ี ปี ระโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งนอ้ ย 2 ชนดิ 2) ร่วมสนทนากบั ครแู ละเพ่ือนได้

3) ท่องพยัญชนะ ก – ฮ ได้

สาระการเรียนรู้

สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั

1) ชื่ออาหารท่ีมปี ระโยชน์ 1) การพดู แสดงความรู้สกึ และความต้องการ

2) พยัญชนะ ก – ฮ 2) การฟงั นิทานเก่ียวกับคุณธรรมจริยธรรม

3) นิทานกุ๊กก๊ิกไม่สบาย

4. วิธกี ารจัดกิจกรรม

1) เด็กท่องพยญั ชนะ ก – ฮ พร้อมๆ กัน แล้วเปลี่ยนเปน็ เด็กหญงิ ท่อง ก ไก่ เด็กชายทอ่ ง ข ไข่ สลบั กัน

ไปเร่ือยๆ

2) เด็กและครูรว่ มกนั สนทนาถงึ อาหารทเ่ี ดก็ แตล่ ะคนรับประทานก่อนมาโรงเรยี น จากน้ันให้เดก็ แต่ละ

คนบอกชอื่ อาหารทเ่ี คยรับประทานมา อย่างน้อยคนละ 2 ชนดิ

3) เดก็ ฟังนทิ านเรื่อง “กุก๊ ก๊กิ ไมส่ บาย” เมอื่ ฟงั จบแล้วครถู ามคาถามให้เด็กคิดหาคาตอบจากเร่ืองท่ีฟัง

เชน่ ทาไมก๊กุ กิก๊ จงึ ผอม , การไมส่ บายบ่อยๆ ดีหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด , การเลอื กรับประทานอาหารดี

หรอื ไม่ เพราะเหตุใด

4) เดก็ และครรู ่วมกันแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับอาหารดมี ีประโยชน์ ทจ่ี ะชว่ ยทาให้ร่างกายของเด็ก

เจรญิ เติบโตและแข็งแรง

5) เดก็ ทบทวนการท่องพยัญชนะ ก – ฮ อีกคร้ัง และบอกช่ือพยัญชนะตามบัตรภาพที่ครูชอู ีกคร้ัง

5. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้

1) นทิ านเรอื่ งกุ๊กก๊ิกไมส่ บาย

2) บตั รภาพ บตั รคา พยัญชนะ ก – ฮ

6. การประเมนิ ผล

1) สงั เกตการบอกชอ่ื อาหารที่มปี ระโยชน์ของเด็ก

2) สังเกตการร่วมสนทนากบั ครูและเพื่อน

3) สงั เกตการท่องพยัญชนะ ก – ฮ

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 5 วนั ท่ี 1 สาระการเรียนรยู้ ่อย อาหารดีมีประโยชน์

1. ชือ่ กจิ กรรม สร้างสรรค์

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) มคี วามสนใจและมีความสุขขณะทางานศลิ ปะ 2) บอกชอ่ื หรอื เลา่ เก่ียวกับผลงานของตนเองได้

3) มคี วามคิดสรา้ งสรรคแ์ ละจินตนาการ

3. สาระการเรยี นรู้

สาระท่ีควรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ

1) การปน้ั ดินน้ามนั 1) การทากจิ กรรมศลิ ปะต่างๆ

2) การระบายสีภาพอาหารดมี ีประโยชน์ 2) การปั้น

4. วิธกี ารจัดกิจกรรม

1) ครจู ัดเตรยี มกิจกรรมไว้ 2 กิจกรรม คือ การปั้นดินน้ามนั และการระบายสีภาพ

2) ครแู นะนาอปุ กรณ์ วิธีการปฏิบัติและทบทวนข้อตกลงในการปฏิบัตกิ ิจกรรมการปนั้ ดินน้ามนั และ

การระบายสภี าพ

2.1 การปั้นดินน้ามัน

- ครูแนะนาอปุ กรณ์ในการป้ันดินนา้ มัน

- ครนู าดินนา้ มนั มาสาธิต การนวด การคลงึ และการบีบ จนดนิ น้ามนั นมิ่

- เดก็ ป้นั ดินนา้ มันเป็นรูปทรง รปู รา่ งตามจนิ ตนาการของตนเอง

2.2 การระบายสีภาพ

- ครแู นะนาอุปกรณ์ในการระบายสีภาพ

- ครนู าใบงานรูปภาพอาหารดีมีประโยชนใ์ ห้เดก็ ๆดู

- ครสู าธติ การจบั ดินสอสี การระบายสภี าพให้เด็กดูเปน็ ตัวอยา่ ง

3) เดก็ เลือกปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามความสนใจ แลว้ นาผลงานมาบอกช่ือและเลา่ เรื่องให้ครูจดบันทึก

4) ใหอ้ าสาสมัครเลือกผลงานของตนเองระหว่างการปนั้ ดินน้ามนั และการระบายสีภาพมาเล่าใหเ้ พื่อนฟัง

5) เมื่อหมดเวลาเดก็ ทุกคนชว่ ยกันจัดเก็บอุปกรณใ์ หเ้ รยี บร้อย

5. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้

1) ดินนา้ มนั 2) แผ่นรองปั้นดินนา้ มนั

3) ใบงานภาพอาหารดีมปี ระโยชน์ 4) สีเทียนหรือสไี ม้

6. การประเมินผล

1) สงั เกตความสนใจและมคี วามสุขขณะทางานศิลปะ

2) สงั เกตการบอกช่ือหรือเล่าเกยี่ วกบั ผลงานของเด็ก

3) สังเกตความคดิ สรา้ งสรรค์และจินตนาการของเด็ก

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ท่ี 5 วันท่ี 1 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย อาหารดมี ปี ระโยชน์

1. ชื่อกจิ กรรม เสรี
2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) สงั เกต สารวจ ทดลอง ค้นควา้ คิดแก้ปญั หาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มปี ระสบการณต์ รงในการใช้ภาษา มีจนิ ตนาการ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ต่องานและสิ่งที่ตนเล่น
3) มีวินยั ความรบั ผดิ ชอบ มีมารยาท ช่วยเหลือ แบ่งปัน อดทนรอคอยและมจี ติ สาธารณะ
4) มพี ัฒนาการทาง รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคมและสตปิ ญั ญาอย่างสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่คี วรเรียนรู้

- การเล่นตามศูนยเ์ ป็นการเล่นในศูนย์ประสบการณ์ต่าง ๆ อยา่ งอิสระผา่ นการเลน่ ทดลอง คดิ ค้น
คว้าสร้างสรรค์ การแก้ปญั หาและการแสวงหาคาตอบ ซงึ่ จะช่วยพัฒนาความคดิ จนิ ตนาการ ภาษาควบคู่
ไปกับความมีวนิ ยั ความรับผดิ ชอบ การรอคอย การแบง่ ปนั การใฝรุ ู้และการอยรู่ ่วมกันเพ่อื พฒั นาการเข้า
สู่สงั คม
ประสบการณ์สาคัญ
1) การเล่นเคร่ืองเลน่ สัมผัสและการสร้างสงิ่ ต่างๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การต่อของช้ินเล็กเตมิ ในชน้ิ ใหญ่ให้สมบูรณแ์ ละการแยกช้นิ ส่วน
3) การเล่นและการทางานร่วมกับผอู้ ่นื
4) การรบั รู้ แสดงความรู้สกึ ผ่านสื่อ วสั ดุ ของเล่นและชน้ิ งาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ/์ มมุ เล่นตา่ งๆ
6) การสรา้ งสรรคช์ ้ินงานโดยใช้รูปร่าง รูปทรงจากวสั ดุทีห่ ลากหลาย

4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม
1) ครูแนะนาการเล่นการปฏิบัติตนในการเล่นศนู ย์กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เด็กเลอื กเล่นศูนยก์ ิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครใู ห้คาแนะนา กระตุ้น สง่ เสรมิ ใหค้ าชมเชยเพ่ือใหเ้ ด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดลุ รอบด้านเต็ม
ตามศักยภาพ
4) ให้เด็กเล่นอย่างอิสระหลงั จากเลกิ เลน่ ใหเ้ ด็กทาความสะอาดอุปกรณ์ พรอ้ มกบั เกบ็ ของเขา้ ทใ่ี หเ้ รยี บรอ้ ย

5. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
- อปุ กรณต์ ่างๆ ทจ่ี ัดไวต้ ามศูนยก์ จิ กรรมเสรี ต้องสอดคล้องสัมพันธก์ บั หน่วยการเรยี นรู้

6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตพฤตกิ รรมการสารวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแกป้ ญั หาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) สังเกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมการคดิ สร้างสรรค์ ตอ่ งานและสิ่งที่เล่น
3) สังเกตความมีวินัย ความรบั ผิดชอบ มารยาท การช่วยเหลือ แบ่งปนั อดทนรอคอยและ
มีจติ สาธารณะ
4) สงั เกตความก้าวหน้าของพฒั นาการท้งั 4 ด้าน

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 5 วนั ที่ 1 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย อาหารดมี ปี ระโยชน์

1. ชือ่ กิจกรรม กลางแจ้ง ประสบการณ์สาคญั
2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) การเคลือ่ นไหวพร้อมวสั ดุอุปกรณ์
2) การเคลื่อนไหวอย่กู ับท่ี
1) สนใจการเล่นและการออกกาลังกาย 3) การเคลอ่ื นไหวเคลือ่ นท่ี
2) ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลงงา่ ยๆ ได้
3) เลน่ เกมส่งลูกบอลร่วมกบั ผ้อู ืน่ ได้
3. สาระการเรียนรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้
- เกมส่งลกู บอล

4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) เด็กและครูสนทนาถงึ ข้อตกลงในการปฏิบตั ิกจิ กรรมเมื่อลงไปถึงที่สนาม
2) เดก็ เคลือ่ นไหวพ้ืนฐานโดยการใหห้ าพืน้ ท่ีของตนเอง เชน่ การเดิน การกระโดด การว่ิง
และการคลาน
3) เดก็ น่งั เปน็ วงกลมขนาดใหญ่ มเี ดก็ หน่งึ คน ถอื ลูกบอลในมือ
4) ครสู าธติ วธิ กี ารส่งลกู บอลไปใหเ้ พื่อนคนที่นั่งขา้ งๆ โดยจะสง่ ลกู บอลทางด้านซา้ ยมือ หรอื ขวามือก็ได้
พร้อมร้องเพลงปรบมือไปด้วย เมือ่ ครเู ปาุ นกหวีด เด็กหยุดส่งลกู บอล และลูกบอลอยทู่ มี่ ือใครใหค้ น
นน้ั ลุกขน้ึ ยืนและบอกช่ืออาหารดีมปี ระโยชน์มา 1 ชนิด
5) เด็กเร่ิมเล่นเกมตามข้อ 2 ไปเรอื่ ย ๆ ขณะเดก็ เล่นเกมครคู อยแนะนาและคอยดูแลอย่างใกล้ชดิ
6) เม่ือสัญญาณหมดเวลา เด็กพักคลายกล้ามเน้อื ขา โดยน่งั เหยยี ดขาตามสบาย หายใจลกึ ๆ แลว้ ช่วยกัน
เก็บอปุ กรณ์การเลน่ เกมเข้าท่ีให้เรียบร้อย

5. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1) เกมสง่ ลูกบอล
2) ลกู บอล
3) นกหวดี

6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตการเล่นและการออกกาลงั กาย
2) สังเกตการปฏบิ ัติตามข้อตกลงง่าย ๆ
3) สังเกตการเลน่ เกมส่งลูกบอลรว่ มกับผู้อืน่

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาห์ท่ี 5 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นรยู้ ่อย อาหารดีมีประโยชน์

1. ชื่อกจิ กรรม เกมการศกึ ษา

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) สงั เกตและจบั คูภ่ าพเหมือนอาหารทม่ี ีประโยชน์ได้

2) เปรยี บเทียบความเหมือนและความแตกตา่ งได้

3) เกบ็ ของเลน่ เข้าที่ได้

3. สาระการเรียนรู้

สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั

- เกมจับค่ภู าพเหมอื นอาหารดีมีประโยชน์ 1) การสังเกตส่งิ ตา่ งๆโดยใชป้ ระสาทสมั ผสั

ดว้ ยการมองอย่างเหมาะสม

4. วธิ กี ารจัดกิจกรรม

1) ครูแนะนาอปุ กรณ์ พร้อมท้งั สาธติ วธิ กี ารเล่นเกมจับคู่ภาพเหมือนอาหารดีมปี ระโยชน์

2) แบง่ กลุ่มเด็กออกเป็นกลมุ่ กล่มุ ละ 3 – 4 คน โดยให้เดก็ แตล่ ะกลุม่ ช่วยกนั สังเกตและจับคู่ภาพ

เหมอื นอาหารดีมีประโยชน์ เช่น ผกั ขา้ ว ผลไม้ เนอื้ สตั ว์ กลุ่มไหนจับค่ภู าพเหมอื นได้ครบกอ่ น

เป็นผ้ชู นะ

3) เด็กเล่นเกมจับคู่ภาพเหมือนแขง่ กันอกี ครง้ั

4) ขณะเด็กเล่นเกมครูคอยแนะนาและคอยดแู ลอยา่ งใกล้ชดิ

5) เม่ือสัญญาณหมดเวลา เดก็ ชว่ ยกันเกบ็ อุปกรณ์การเลน่ เกมเข้าท่ีใหเ้ รยี บร้อย

5. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้

- เกมจบั คภู่ าพเหมือนอาหารดีมีประโยชน์

6. การประเมินผล

1) สงั เกตการจับค่ภู าพเหมอื นอาหารดมี ีประโยชน์

2) สงั เกตการเปรียบเทียบความเหมอื นและความแตกต่างในการจบั คู่ภาพ

3) สงั เกตการเก็บของเลน่ เข้าท่ขี องเดก็

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้

สปั ดาห์ท่ี 5 วันท่ี 2 สาระการเรียนรู้ย่อย ความสาคญั ของการรบั ประทานอาหาร

1. ชื่อกิจกรรม เคลอื่ นไหวและจงั หวะ

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) ฟังและปฏิบัตติ ามสญั ญาณและข้อตกลงได้

2) ทาท่าทางเลยี นแบบการกระทาตา่ งๆได้

3) มคี วามสนใจในการออกกาลงั กาย

3. สาระการเรยี นรู้

สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั

1) การทาท่าทางเลยี นแบบการกระทา 1) การเคลื่อนไหวอยู่กบั ที่

2) การปฏิบัตติ ามสัญญาณและข้อตกลง 2) การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่

3) การเล่นบทบาทสมมติ

4. วิธีการจัดกจิ กรรม

1) เดก็ เคลือ่ นไหวร่างกายพืน้ ฐานโดยการใหห้ าพน้ื ท่ีของตนเอง เชน่ การเดิน การกระโดด การวิ่ง

และการคลานไปรอบๆ บรเิ วณอยา่ งอสิ ระตามจังหวะที่ครูเคาะโดยไม่ชนกนั เม่ือไดย้ ินสัญญาณหยดุ

ให้เด็กหยดุ เคล่อื นไหวในท่านนั้ ทนั ที

2) เด็กเคลอื่ นไหวร่างกายไปทัว่ ๆ บรเิ วณอย่างอสิ ระตามจังหวะท่คี รูเคาะ เม่อื ได้ยนิ สัญญาณหยุดให้เด็ก

ฟังปฏบิ ัตกิ ารเลยี นแบบทา่ ทางต่างๆ ตามท่ีครูบอก เชน่ ทา่ คนสบั หมูสับ ทา่ ด่ืมนม ทา่ คนตกี อลฟ์

ทา่ คนนอนหลับคนวา่ ยน้า คนว่งิ หนีเสอื ฯลฯ

3) เปิดโอกาสให้เดก็ เปน็ ผู้บอกให้เพื่อนๆ ทาท่าทางตามตนเอง

4) เม่ือสญั ญาณหมดเวลา ใหเ้ ด็กนง่ั พักผ่อนอริ ิยาบถ 3 – 5 นาที

5. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้

1) เครือ่ งเคาะจังหวะ

2) ทา่ ทางการกระทาตา่ งๆ

6. การประเมนิ ผล

1) สงั เกตการฟัง การปฏิบตั ติ ามสัญญาณและข้อตกลง

2) สังเกตการทาทา่ ทางเลียนแบบการกระทาตา่ งๆ

3) สังเกตความสนใจในการออกกาลังกาย

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้

สัปดาหท์ ่ี 5 วันท่ี 2 สาระการเรยี นร้ยู อ่ ย ความสาคญั ของการรบั ประทานอาหาร

1. ชื่อกิจกรรม เสรมิ ประสบการณ์

ความคิดรวบยอด

เด็กวยั นี้เป็นวัยที่รา่ งกายเจริญเตบิ โต จงึ ควรรบั ประทานอาหารใหค้ รบ 5 หมู่ ผ้ปู กครอง

หรือผู้ดูแลเด็ก จึงควรเหน็ ความสาคญั ของการรับประทานอาหาร และต้องปฏิบตั ติ นให้เป็นตัวอยา่ งท่ีดี

เก่ยี วกับการสร้างนสิ ัยการรบั ประทานอาหารและการเลือกรบั ประทานอาหารท่ีมปี ระโยชน์แกเ่ ดก็

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) บอกความสาคัญของการรับประทานอาหารได้ 2) ร่วมสนทนากบั ครูและเพื่อนได้

3) ร้องเพลงอาหารนมและทาทา่ ทางประกอบได้ 4) เลอื กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

3. สาระการเรียนรู้

สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั

1) ความสาคัญของการรับประทานอาหาร 1) การพดู แสดงความคดิ ความรูส้ ึกและความต้องการ

2) เพลงอาหารนม 2) การฟังและการปฏบิ ัติตามคาแนะนา

4. วิธกี ารจดั กิจกรรม

1) เดก็ และครูรว่ มกนั รอ้ งเพลงอาหารนมตามแผนภมู ิเพลง โดยขน้ั แรกครูร้องเพลงทลี ะประโยค

ให้เดก็ ร้องตาม เมอ่ื เด็กร้องได้คล่องแลว้ ครูและเด็กร้องพร้อมกนั พร้อมกับปรบมือเป็นจงั หวะไปดว้ ย

2) เดก็ และครูรว่ มกนั คิดท่าทางประกอบเพลงอาหารนม โดยรอ้ งเพลงและทาทา่ ทางตามจินตนาการ

ของตนเอง

3) ครูนาภาพความสาคญั ของการรบั ประทานอาหาร เชน่ ภาพเด็กตวั สงู เด็กตัวเตี้ย เด็กสุขภาพดี

เดก็ ตวั ผอมโซ ภาพอาหารทีม่ ีประโยชน์ ภาพอาหารไม่มปี ระโยชน์ ภาพขนมกรุบกรอบ น้าหวาน

ของจริงนมชนดิ ตา่ งๆ มาให้เด็กดู

4) เดก็ และครูร่วมกนั อภปิ รายและแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับความสาคัญของการรับประทานอาหาร

โดยชภู าพเด็กประกอบ และการเลอื กรับประทานอาหารทจี่ ะทาใหน้ ักเรยี นเจริญเตบิ โต แขง็ แรง

5) เด็กและครรู ่วมกันสรปุ กิจกรรรม พร้อมทั้งรว่ มกนั ร้องเพลงอาหารนมตามแผนภูมิเพลงปรบมอื เป็น

จงั หวะอกี ครง้ั

5. ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้

1) ภาพเดก็ ตัวสงู 2) เดก็ ตัวเตยี้

3) เด็กสขุ ภาพดี 4) เด็กตวั ผอมโซ

5) ภาพอาหารทีม่ ีประโยชน์ 6) ภาพอาหารไม่มปี ระโยชน์

7) ภาพขนมกรุบกรอบ 8) นา้ หวาน

9) ของจรงิ นมชนดิ ต่างๆ 10) แผนภมู เิ พลงอาหารนม

6. การประเมนิ ผล

1) สงั เกตการบอกความสาคัญของการรบั ประทานอาหาร

2) สงั เกตการร่วมสนทนากบั ครูและเพ่ือน

3) สงั เกตการรอ้ งเพลงอาหารนมและทาทา่ ทางประกอบ

4) สังเกตพฤติกรรมการเลือกรบั ประทานอาหารท่ีมปี ระโยชน์

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้

สัปดาห์ท่ี 5 วนั ท่ี 2 สาระการเรียนรู้ย่อย ความสาคญั ของการรบั ประทานอาหาร

1. ชอื่ กจิ กรรม สร้างสรรค์

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) มคี วามสนใจและมีความสุขขณะทางานศลิ ปะ 2) ตัดกระดาษให้ขาดจากกันได้

3) เขยี นรปู วงกลมตามแบบได้

3. สาระการเรยี นรู้

สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั

1) การตดั กระดาษ 1) การใช้หยบิ จบั การใช้กรรไกร การฉีก การ

2) การวาดวงกลมตามแบบ ตดั การปะ และการร้อยวสั ดุ

2) การทากจิ กรรมศลิ ปะตา่ งๆ

4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม

1) เดก็ และครูรว่ มกันทอ่ งคาคล้องจอง อาหารของเราต้องเอาใจใส่ พร้อมกับตบมอื แบมือ ตบมือ แบมือ

ประกอบจังหวะไปดว้ ย

2) ครูจัดเตรียมกิจกรรมไว้ 2 กจิ กรรม คือ การตัดกระดาษ และการวาดวงกลมตามแบบ

3) ครแู นะนาอปุ กรณ์ วิธกี ารปฏิบตั แิ ละทบทวนข้อตกลงในการปฏิบัติกจิ กรรมการตดั กระดาษ

และการวาดวงกลมตามแบบ

2.1 การตดั กระดาษ

- ครแู นะนาอปุ กรณ์ในการตัดกระดาษ และขอ้ ควรระวังในการใชก้ รรไกร

- ครูสาธติ การจบั กรรไกรที่ถูกต้อง การจับกระดาษ การขยับนิ้วมอื การขยบั กรรไกร

และการตัดกระดาษให้ขาดออกจากกัน

- เด็กลงมอื ตัดกระดาษ ที่ครจู ดั เตรียมไวใ้ ห้

2.2 การวาดวงกลมตามแบบ

- ครูแนะนาอปุ กรณ์ในการวาดวงกลมตามแบบ

- ครนู าใบงานรูปภาพวงกลมขนาดตา่ งๆ มาใหเ้ ด็กๆดู

- ครูสาธิตการจบั ดินสอสี การวาดวงกลมตามแบบ โดยให้ปลายเส้นทง้ั สองมาชดิ กนั เสร็จแล้ว

ใชส้ ีระบายในวงกลมใหส้ วยงาม

4) เดก็ เลือกปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามความสนใจ แล้วนาผลงานมาเล่าเรื่องให้ครูจดบนั ทึก

5) เมือ่ หมดเวลาเด็กทุกคนช่วยกนั จัดเก็บอุปกรณ์ใหเ้ รยี บร้อย

5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้

1) คาคล้องจอง อาหารของเราตอ้ งเอาใจใส่ 2) กรรไกร

3) กระดาษเปล่า หรือกระดาษรไี ซเคิ่ล 4) ใบงานภาพรปู ภาพวงกลม

5) ดินสอ สี

6. การประเมินผล

1) สงั เกตความสนใจและมีความสุขขณะทางานศิลปะ

2) สงั เกตการตัดกระดาษใหข้ าดจากกนั ของเด็ก

3) สงั เกตการเขยี นรูปวงกลมตามแบบ

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 5 วนั ที่ 1 สาระการเรียนรูย้ อ่ ย ความสาคญั ของการรับประทานอาหาร

1. ชื่อกิจกรรม เสรี
2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) สงั เกต สารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แกป้ ญั หาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มีประสบการณต์ รงในการใช้ภาษา มีจินตนาการ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ตอ่ งานและสิง่ ท่ตี นเลน่
3) มวี ินยั ความรบั ผิดชอบ มีมารยาท ชว่ ยเหลอื แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมีจติ สาธารณะ
4) มพี ฒั นาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปญั ญาอย่างสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่ีควรเรียนรู้

- การเล่นตามศนู ย์เป็นการเลน่ ในศูนย์ประสบการณ์ตา่ ง ๆ อยา่ งอสิ ระผ่านการเลน่ ทดลอง คดิ คน้
คว้าสรา้ งสรรค์ การแกป้ ญั หาและการแสวงหาคาตอบ ซ่งึ จะช่วยพัฒนาความคิด จินตนาการ ภาษาควบคู่
ไปกบั ความมวี นิ ัย ความรับผดิ ชอบ การรอคอย การแบ่งปัน การใฝุรแู้ ละการอยรู่ ่วมกันเพ่ือพฒั นาการเข้า
สสู่ งั คม
ประสบการณ์สาคัญ
1) การเลน่ เคร่ืองเลน่ สัมผัสและการสร้างสิ่งต่างๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การต่อของชนิ้ เล็กเตมิ ในช้นิ ใหญใ่ ห้สมบรู ณ์และการแยกชนิ้ ส่วน
3) การเลน่ และการทางานรว่ มกับผอู้ ่ืน
4) การรับรู้ แสดงความรู้สึกผ่านส่ือ วสั ดุ ของเลน่ และชิ้นงาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ์/มุมเล่นต่างๆ
6) การสรา้ งสรรคช์ ้ินงานโดยใช้รปู ร่าง รูปทรงจากวสั ดทุ หี่ ลากหลาย

4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม
1) ครแู นะนาการเล่นการปฏิบตั ิตนในการเลน่ ศนู ย์กิจกรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เดก็ เลือกเลน่ ศูนยก์ ิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครใู หค้ าแนะนา กระต้นุ สง่ เสรมิ ใหค้ าชมเชยเพ่ือให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดลุ รอบด้านเต็ม
ตามศกั ยภาพ
4) ใหเ้ ด็กเลน่ อย่างอสิ ระหลงั จากเลกิ เล่นให้เด็กทาความสะอาดอุปกรณ์ พรอ้ มกบั เกบ็ ของเขา้ ท่ีใหเ้ รยี บรอ้ ย

5. ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้
- อุปกรณต์ า่ งๆ ท่ีจดั ไว้ตามศูนยก์ ิจกรรมเสรี ต้องสอดคล้องสมั พนั ธก์ ับหน่วยการเรียนรู้

6. การประเมินผล
1) สงั เกตพฤติกรรมการสารวจ ทดลอง คน้ คว้า คดิ แกป้ ัญหาในการทางานและการเลน่ เปน็ กลุ่ม
2) สังเกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏิบตั กิ ิจกรรมการคิดสรา้ งสรรค์ ตอ่ งานและสง่ิ ท่ีเล่น
3) สงั เกตความมีวินยั ความรบั ผดิ ชอบ มารยาท การชว่ ยเหลอื แบง่ ปัน อดทนรอคอยและ
มจี ติ สาธารณะ
4) สังเกตความกา้ วหน้าของพฒั นาการท้ัง 4 ดา้ น

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ี่ 5 วันท่ี 2 สาระการเรียนรยู้ ่อย ความสาคัญของการรบั ประทานอาหาร

1. ชือ่ กจิ กรรม กลางแจ้ง

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) สนใจการเลน่ และการออกกาลังกาย 2) ปฏบิ ัติตามข้อตกลงง่าย ๆ ได้

3) เล่นเกมมอญซอ่ นผา้ ร่วมกบั ผ้อู ื่นได้

3. สาระการเรยี นรู้

สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ

- เกมมอญซอ่ นผา้ 1) เล่นรายบุคคล กลุ่มยอ่ ยและกลุ่มใหญ่

2) การเคลื่อนไหวอยู่กบั ท่ี

3) การเคลื่อนไหวเคลอ่ื นที่

4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม

1) เดก็ และครูสนทนาถึงข้อตกลงในการปฏบิ ัติกิจกรรม เม่ือลงไปถงึ ทีส่ นาม

2) เด็กเคลอ่ื นไหวพ้นื ฐานโดยการใหห้ าพื้นทีข่ องตนเอง เชน่ การเดนิ การกระโดด การว่ิง

และการคลาน

3) เดก็ นั่งเป็นวงกลมขนาดใหญ่ ครูสาธติ วิธีการเกมมอญซ่อนผ้าให้เดก็ ดเู ปน็ ตวั อยา่ ง

4) เดก็ เลน่ เกมมอญซ่อนผา้ โดยให้อาสาสมัครคนแรก เป็นผถู้ อื ผา้ วง่ิ ไปรอบๆ ขา้ งหลงั ของเพ่ือนๆ

ท่ีกาลงั พดู มอญซ่อนผ้า ตกุ๊ ตาอยู่ขา้ งหลัง ... เมอื่ เดก็ ท่ีกาลงั ว่งิ วางผา้ ไวท้ ี่หลงั ของใครเดก็ คนนั้นต้อง

รบี ลกุ ขึน้ หยิบผา้ ท่วี างข้างหลงั ไปไลแ่ ตะคนที่กาลงั วาง หากว่งิ ไล่แตะทนั คนวางผ้าคนแรกต้องถือ

ผ้าวางข้างหลงั เพ่ือนต่ออีกรอบ หากว่ิงไล่แตะไมท่ ัน ตนเองต้องเปน็ ผู้ถือผ้าวางขา้ งหลังเพื่อนแทน

5) เด็กเริ่มเลน่ เกมตามข้อ 4 ไปเร่ือย ๆ ขณะเด็กเลน่ เกมครูคอยแนะนาและคอยดูแลอยา่ งใกล้ชิด

6) เมื่อสญั ญาณหมดเวลา เด็กพักคลายกล้ามเนื้อขา โดยนั่งเหยยี ดขาตามสบาย หายใจลกึ ๆ แล้ว

ชว่ ยกนั เก็บอปุ กรณ์การเล่นเกมให้เรียบร้อย

5. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้

1) เกมมอญซ่อนผา้

2) ผ้าเชด็ หน้า

6. การประเมินผล

1) สงั เกตการเลน่ และการออกกาลงั กาย

2) สงั เกตการปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงง่ายๆ

3) สังเกตการเล่นเกมมอญซ่อนผา้ รว่ มกบั ผ้อู ่ืน

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ที่ 5 วนั ที่ 2 สาระการเรียนรู้ย่อย ความสาคญั ของการรบั ประทานอาหาร

1. ช่อื กจิ กรรม เกมการศกึ ษา

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) สังเกตและจับค่ภู าพความสมั พันธ์ได้

2) เกบ็ ของเล่นเข้าที่ได้

3. สาระการเรยี นรู้

สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ

- เกมจบั คู่ภาพความสัมพันธ์ - การจบั คู่ การเปรียบเทยี บและการเรียงลาดับสงิ่ ต่างๆตาม

ลักษณะความยาว/ความสูง น้าหนกั ปริมาตร

4. วธิ กี ารจดั กจิ กรรม

1) ครแู นะนาอุปกรณ์ พร้อมทัง้ สาธิตวิธกี ารเล่นเกมจบั คภู่ าพความสมั พนั ธ์

2) แบ่งกลุ่มเดก็ ออกเป็นกล่มุ กลมุ่ ละ 3 – 4 คน โดยใหเ้ ดก็ แต่ละกลมุ่ ชว่ ยกนั สังเกตภาพและจับคู่

ภาพความสมั พันธ์ กลุ่มไหนจบั คภู่ าพความสมั พันธ์ไดค้ รบก่อนเปน็ ผู้ชนะ

3) เด็กเลน่ เกมจับคูภ่ าพความสัมพันธ์แข่งกันอีกคร้ัง

4) ขณะเด็กเล่นเกมครูคอยแนะนาและคอยดูแลอยา่ งใกลช้ ิด

5) เม่ือเลน่ เสรจ็ แลว้ สามารถนาเกมทเี่ คยเลน่ มาแล้ว มาเล่นกบั เพ่ือนได้

6) เมื่อสัญญาณหมดเวลา เดก็ ช่วยกันเกบ็ อุปกรณ์การเลน่ เกมเขา้ ทีใ่ ห้เรียบร้อย

5. สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้

1) เกมจับคูภ่ าพความสมั พันธ์

2) เกมทเี่ คยเล่นมาแล้ว

6. การประเมินผล

1) สงั เกตการจบั คภู่ าพความสัมพันธ์

2) สงั เกตการเกบ็ ของเล่นเขา้ ทีข่ องเด็ก

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ที่ 5 วนั ที่ 3 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย การล้างมือ

1. ชอ่ื กิจกรรม เคลือ่ นไหวและจังหวะ

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) เคลื่อนไหวอวยั วะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างคล่องแคลว่

2) ฟงั แลว้ ปฏิบัติตามสัญญาณข้อตกลงได้

3) ร้องเพลงและทาท่าประกอบเพลงได้

3. สาระการเรียนรู้

สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั

1) การฟังการปฏบิ ตั ิตามสญั ญาณ 1) การเคล่ือนไหวอยู่กบั ท่ี

2) การรอ้ งเพลงและทาท่าทางประกอบเพลง 2) การเคล่ือนไหวเคล่ือนที่

3) การเคลื่อนไหวพรอ้ มวัสดุอุปกรณ์

4. วิธีการจดั กจิ กรรม

1) เดก็ เคลื่อนไหวร่างกายพ้นื ฐานโดยการใหห้ าพื้นท่ีของตนเอง เช่น การเดนิ การกระโดด การวงิ่

และการคลานไปรอบๆ บริเวณอยา่ งอิสระตามจงั หวะทีค่ รูตีฉิง่ โดยไมช่ นกนั เม่ือได้ยนิ สญั ญาณหยุด

ใหเ้ ด็กหยุดเคลื่อนไหวในทา่ น้ันทนั ที

2) ครแู จกรบิ บิน้ สีแล้วให้เด็กเคลื่อนไหวรบิ บนิ้ ตามจินตนาการ และตามจงั หวะเสยี งเพลง ล้างมือกอ่ นซิ

เม่ือเพลงหยดุ ใหเ้ ด็กปฏิบัตติ ามคาสงั่ เชน่ จบั กลุ่มริบบิน้ สีเดยี วกนั นารบิ บน้ิ มาวางต่อกนั ให้ยาวท่ีสดุ

ชว่ ยกนั ทาริบบิน้ เปน็ รูปเลข 1 ชว่ ยกันทาริบบ้ินเป็นรปู งู ฯลฯ

3) ปฏบิ ตั ิตามข้อ 2 ซา้ หลาย ๆ คร้ัง โดยเปลี่ยนคาสง่ั ตามต้องการ

4) เมือ่ เคลื่อนไหวร่างกายเสร็จ เด็กนงั่ พักผอ่ น 3 – 5 นาที

5. สือ่ และแหลง่ การเรียนรู้

1) ฉง่ิ

2) ริบบน้ิ สตี ่างๆ

3) เพลงลา้ งมือก่อนซิ

6. การประเมนิ ผล

1) สงั เกตการเคลอ่ื นไหวอวัยวะส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกายได้อย่างคลอ่ งแคล่ว

2) สงั เกตการฟังแลว้ ปฏิบตั ิตามสัญญาณข้อตกลง

3) สงั เกตการรอ้ งเพลงและทาท่าประกอบเพลง

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 5 วนั ท่ี 3 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย การล้างมือ

1. ชื่อกิจกรรม เสรมิ ประสบการณ์

ความคดิ รวบยอด

การล้างมือ เปน็ การขดั ถใู ห้ทว่ั มือดว้ ยสบู่หรอื สารเคมแี ละน้าแลว้ ล้างออกให้สะอาด การลา้ งมือ

อย่างถกู วธิ ี สามารถปูองกัน ไม่ใชเ้ ชือ้ โรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย ดงั น้ันเด็กจงึ ควรมีความรู้ ความเขา้ ใจ

เกีย่ วกบั การล้างมือทถี่ ูกวิธี เชน่ การล้างมอื 7 ขนั้ ตอน มคี วามตระหนัก และเห็นความสาคญั ของ

การลา้ งมือ รวมทัง้ มีพฤติกรรมการลา้ งมืออยา่ งถูกต้องและเหมาะสม

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) ร่วมสนทนากับครแู ละเพ่ือนได้ 2) ทาท่าทางประกอบเพลงล้างมือ 7 ขน้ั ตอนได้

3) ทาความสะอาดมือก่อนและหลงั รับประทานอาหารได้

สาระการเรยี นรู้

สาระท่ีควรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ

1) การลา้ งและทาความสะอาดมือ 1) การปฏบิ ตั ิตนตามสุขอนามัย สุขนสิ ยั ท่ีดีในกจิ วัตรประจาวนั

2) การรอ้ งเพลงล้างมือ 7 ขั้นตอน 2) การฟงั เพลง การรอ้ งเพลงและการแสดงปฏิกิรยิ าโตต้ อบ

เสยี งดนตรี

3) การร่วมสนทนาและการแลกเปล่ยี นความคิดเห็น

4. วธิ กี ารจดั กิจกรรม

1) เด็กและครูรว่ มกนั ร้องเพลงล้างมอื 7 ขัน้ ตอนตามแผนภูมเิ พลง โดยข้ันแรกครูร้องเพลงทีละประโยค

ใหเ้ ด็กรอ้ งตามเม่ือเด็กรอ้ งได้คล่องแล้ว ครแู ละเด็กร้องพร้อมกัน พร้อมกบั ปรบมือเปน็ จังหวะไปดว้ ย

2) ครูนาภาพการล้างมือ 7 ขน้ั ตอนมาให้เด็กดู พร้อมกบั ถามเด็กวา่ “ ทาไมจงึ ต้องลา้ งมือก่อนและ

หลังรบั ประทานอาหาร ถ้าหากเดก็ ไมล่ ้างมอื จะเกิดอะไรข้ึน”

3) เด็กและครรู ว่ มกนั อภปิ รายและแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับ การลา้ ง และทาความสะอาดมือ

4) ครูสาธิตวธิ ีการลา้ งมือ 7 ข้ันตอนที่ถูกต้องให้เด็กดู แล้วใหเ้ ด็กทดลองปฏบิ ัติตาม

5) เดก็ และครรู ว่ มกนั สรปุ ถงึ ประโยชนข์ องการล้างมือก่อนและหลงั การรบั ประทานอาหาร หรอื หลงั จาก

การทากจิ กรรมต่างๆ

6) เดก็ ร้องเพลงลา้ งมือ 7 ขน้ั ตอน พร้อมทาทา่ ทางประกอบเพลง

5. สื่อและแหล่งการเรียนรู้

1) เพลงลา้ งมือ 7 ขัน้ ตอน 2) บตั รภาพ การลา้ งมือ 7 ขัน้ ตอน

3) แผนภูมเิ พลงล้างมือ 7 ขัน้ ตอน

6. การประเมนิ ผล

1) สังเกตการรว่ มสนทนากับครแู ละเพ่ือน 2) สังเกตการทาท่าทางประกอบเพลงลา้ งมือ 7 ขั้นตอน

3) สงั เกตการทาความสะอาดมือก่อนและหลังรับประทานอาหาร

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้

สัปดาห์ท่ี 5 วนั ที่ 3 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย การล้างมือ

1. ชอ่ื กจิ กรรม สรา้ งสรรค์

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) มีความสนใจและมีความสุขขณะทางานศลิ ปะ 2) บอกชือ่ หรอื เล่าเกีย่ วกับผลงานของตนเองได้

3) มคี วามคิดสร้างสรรคแ์ ละจินตนาการ

3. สาระการเรยี นรู้

สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ

1) การพิมพ์ภาพดว้ ยนว้ิ มอื 1) การทากิจกรรมศิลปะตา่ งๆ

2) การรอ้ ยลกู ปัด 2) การประดิษฐ์สงิ่ ต่างๆด้วยเศษวสั ดุ

3) การรเขียนภาพและการเล่นกบั สี

4. วิธกี ารจัดกิจกรรม

1) ครูจัดเตรียมกจิ กรรมไว้ 2 กิจกรรม คือ การพิมพ์ภาพด้วยนวิ้ มอื และการรอ้ ยลูกปดั

2) ครแู นะนาอปุ กรณ์ วธิ กี ารปฏิบตั ิและทบทวนข้อตกลงในการปฏิบตั ิกิจกรรมการพิมพ์ภาพด้วยนว้ิ มือ

และการร้อยลกู ปัด

2.1 การพิมพ์ภาพดว้ ยนิ้วมือ

- ครูแนะนาอุปกรณ์ในการพิมพภ์ าพดว้ ยนวิ้ มอื

- ครนู าจานสีและกระดาษเปล่ามาวางบนโต๊ะและสาธิตการใช้น้ิวมอื นว้ิ ต่างๆ แตะไปท่สี ี

แลว้ เอานวิ้ มอื มาแตะลงไปที่กระดาษเปลา่ ท้ิงให้แห้งสักครู่ ใช้ดินสอหรอื สีต่อเตมิ ให้เป็น

รปู ต่างๆ ตามจินตนาการ

- เด็กพิมพภ์ าพด้วยนว้ิ มือ และต่อเติมเป็นรปู ภาพตามจินตนาการของตนเอง

2.2 การรอ้ ยลูกปัด

- ครูแนะนาอุปกรณ์ในการรอ้ ยลูกปัด ข้อควรระวังและขอ้ หา้ มในการใช้ลกู ปดั ให้เด็กทราบ

- ครสู าธติ การรอ้ ยลูกปัดใหเ้ ดก็ ดูเปน็ ตัวอย่าง การสร้างแบบรปู การเล่นสขี องลูกปดั

- เดก็ รอ้ ยลูกปัดตามจินตนาการของตนเอง

3) เดก็ เลือกปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ แลว้ นาผลงานมาบอกช่ือและเล่าเร่ืองให้ครูจดบันทกึ

4) ใหอ้ าสาสมัครเลือกผลงานของตนเอง ระหวา่ งการพมิ พ์ภาพด้วยนว้ิ มอื และการร้อยลูกปัด

มาเลา่ ใหเ้ พื่อนฟงั

5) เมื่อหมดเวลาเดก็ ทกุ คนชว่ ยกนั จัดเกบ็ อปุ กรณใ์ หเ้ รยี บร้อย

5. สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้

1) สนี า้ 2) จานสี 3) กระดาษเปล่า

4) เสอ้ื กันเป้ือน 5) ดินสอ สีเทียนหรือสีไม้ 6) ลูกปดั ขนาด 3/4 น้วิ

7) ตะกร้าใสล่ กู ปดั 8) เชือกร้อย

6. การประเมินผล

1) สงั เกตความสนใจและมีความสุขขณะทางานศิลปะ 2) สังเกตการบอกช่ือหรอื เลา่ เก่ยี วกับผลงาน

3) สังเกตความคดิ สร้างสรรค์และจนิ ตนาการของเดก็

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ที่ 5 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นรูย้ ่อย การล้างมือ

1. ชอ่ื กิจกรรม เสรี
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) สงั เกต สารวจ ทดลอง ค้นคว้า คดิ แก้ปัญหาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มปี ระสบการณต์ รงในการใช้ภาษา มีจนิ ตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ ตอ่ งานและสงิ่ ที่ตนเลน่
3) มวี นิ ยั ความรบั ผดิ ชอบ มีมารยาท ชว่ ยเหลือ แบง่ ปนั อดทนรอคอยและมีจิตสาธารณะ
4) มีพัฒนาการทาง รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คมและสตปิ ญั ญาอยา่ งสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรยี นรู้

- การเล่นตามศนู ยเ์ ป็นการเลน่ ในศนู ย์ประสบการณ์ต่าง ๆ อย่างอิสระผา่ นการเล่น ทดลอง คิดค้น
คว้าสรา้ งสรรค์ การแก้ปัญหาและการแสวงหาคาตอบ ซ่ึงจะช่วยพฒั นาความคดิ จนิ ตนาการ ภาษาควบคู่
ไปกับความมีวนิ ยั ความรบั ผดิ ชอบ การรอคอย การแบง่ ปนั การใฝรุ ู้และการอยู่รว่ มกันเพอ่ื พฒั นาการเข้า
ส่สู งั คม
ประสบการณส์ าคญั
1) การเลน่ เครื่องเลน่ สัมผสั และการสร้างสง่ิ ต่างๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การต่อของช้นิ เล็กเตมิ ในชน้ิ ใหญใ่ หส้ มบรู ณแ์ ละการแยกชน้ิ สว่ น
3) การเล่นและการทางานร่วมกับผอู้ น่ื
4) การรบั รู้ แสดงความรู้สึกผ่านสอ่ื วสั ดุ ของเลน่ และชิ้นงาน
5) การเล่นตามมุมประสบการณ/์ มุมเล่นต่างๆ
6) การสร้างสรรคช์ นิ้ งานโดยใช้รปู รา่ ง รูปทรงจากวสั ดทุ หี่ ลากหลาย

4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม
1) ครูแนะนาการเล่นการปฏิบัติตนในการเลน่ ศนู ย์กิจกรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เดก็ เลือกเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครใู ห้คาแนะนา กระต้นุ สง่ เสรมิ ใหค้ าชมเชยเพ่ือให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดลุ รอบด้านเต็ม
ตามศกั ยภาพ
4) ใหเ้ ด็กเลน่ อย่างอสิ ระหลังจากเลิกเลน่ ใหเ้ ดก็ ทาความสะอาดอปุ กรณ์ พร้อมกบั เก็บของเขา้ ทีใ่ หเ้ รยี บรอ้ ย

5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
- อุปกรณต์ า่ งๆ ท่ีจดั ไวต้ ามศนู ย์กิจกรรมเสรี ต้องสอดคลอ้ งสมั พนั ธก์ ับหนว่ ยการเรียนรู้

6. การประเมินผล
1) สังเกตพฤติกรรมการสารวจ ทดลอง ค้นควา้ คิดแก้ปญั หาในการทางานและการเลน่ เปน็ กลุม่
2) สังเกตการใช้ภาษา ตรวจผลงานการปฏิบัติกิจกรรมการคดิ สร้างสรรค์ ต่องานและสิ่งท่ีเล่น
3) สังเกตความมวี ินยั ความรับผิดชอบ มารยาท การชว่ ยเหลอื แบ่งปนั อดทนรอคอยและ
มจี ิตสาธารณะ
3) สงั เกตความกา้ วหนา้ ของพฒั นาการทง้ั 4 ด้าน

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สัปดาห์ที่ 5 วันท่ี 3 สาระการเรยี นรยู้ ่อย การลา้ งมอื

1. ชอื่ กจิ กรรม กลางแจ้ง

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) สนใจและมีความสขุ ในการเล่นและการออกกาลังกาย

2) ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลงง่ายๆ ได้

3) แบ่งปันสิง่ ของใหเ้ พื่อนไดบ้ ้าง เมื่อเพอ่ื นขอร้อง

3. สาระการเรยี นรู้

สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั

- การเล่นเครื่องเลน่ สนามอย่างอิสระ 1) การเคล่อื นไหวอยู่กับท่ี

2) การเคล่อื นไหวเคลอื่ นที่

3) การเลน่ เครอ่ื งเล่นอย่างปลอดภยั

4. วิธกี ารจดั กิจกรรม

1) เด็กและครูยนื เปน็ รปู วงกลมแลว้ อบอุน่ รา่ งกายด้วยท่าต่างๆ ดังน้ี กระโดดตบ แตะสลบั หมุนเอว

หมุนไหล่/เขา่ สลดั มือ วงิ่ อยกู่ บั ท่ี

2) ครสู รา้ งข้อตกลง ข้อควรระวังในการเล่นเครื่องเลน่ แนะนาและสาธติ การเลน่ เครื่องเล่นสนาม

ทถ่ี ูกวิธีให้เด็กทราบ

4) เด็กเลอื กเลน่ เครือ่ งเล่นสนามตามความสนใจและความชอบ โดยครูคอยดูแลอย่างใกล้ชิดและเนน้ ยา้

เรื่องการแบ่งปนั กันกันเล่น ในการเล่นดว้ ยกันกบั เพือ่ นๆ

4) เมือ่ สญั ญาณหมดเวลา ครูนาเดก็ ไปทาความสะอาดร่างกายและกลับเข้าห้องเรียน

5. สอื่ และแหล่งการเรียนรู้

1) เคร่อื งเลน่ สนาม

2) นกหวดี

6. การประเมินผล

1) สงั เกตการเล่นและการออกกาลังกาย

2) สังเกตการปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงง่าย ๆ

3) สังเกตการรู้จกั แบ่งปันสิ่งของให้เพ่อื นเมื่อเพ่ือนขอร้อง

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
สปั ดาหท์ ี่ 5 วนั ท่ี 3 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย การล้างมือ

1. ชือ่ กจิ กรรม เกมการศกึ ษา

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) ตอ่ ภาพตดั ต่อได้อย่างน้อย 3 ชน้ิ

2) เปรยี บเทยี บความเหมือนและความแตกตา่ งได้

3) เกบ็ ของเลน่ เขา้ ท่ีได้

3. สาระการเรียนรู้

สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั

- เกมภาพตัดต่อภาพการลา้ งมือ 1) การต่อของชน้ิ เลก็ เติมในช้นิ ใหญใ่ ห้สมบูรณ์และการแยกสว่ น

2) การมสี ่วนรว่ มการเลอื กวธิ กี ารแก้ปัญหา

4. วธิ ีการจดั กิจกรรม
1) ครสู รา้ งข้อตกลงกับเด็ก แนะนาอุปกรณ์ พร้อมทั้งสาธติ วิธกี ารเล่นเกมภาพตัดตอ่ ภาพการล้างมอื
2) แบ่งกลุ่มเดก็ ออกเป็นกลุ่ม กลุม่ ละ 3 – 4 คน โดยใหเ้ ดก็ แตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันสังเกตและชว่ ยกัน
ตอ่ ภาพการลา้ งมอื ให้เปน็ ภาพท่ีสมบรู ณ์ กลุ่มไหนจับค่ภู าพเหมือนได้ครบก่อนเป็นผชู้ นะ
3) เด็กเลน่ เกมจับค่ภู าพเหมือนแขง่ กนั อกี ครงั้
4) ขณะเด็กเลน่ เกมครูคอยแนะนาและคอยดแู ลอยา่ งใกล้ชิด
5) เมอ่ื เลน่ เสรจ็ แล้ว สามารถนาเกมทเ่ี คยเลน่ มาแล้ว มาเล่นกับเพื่อนได้
6) เมื่อสัญญาณหมดเวลา เด็กช่วยกนั เก็บอุปกรณ์การเลน่ เกมเขา้ ทใ่ี หเ้ รียบร้อย

5. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
1) เกมภาพตดั ต่อภาพการลา้ งมือ
2) เกมเก่าที่เคยเลน่ มาแล้ว

6. การประเมินผล
1) สังเกตการตอ่ ภาพตัดต่อได้อยา่ งน้อย 3 ชนิ้
2) สงั เกตการเปรยี บเทยี บความเหมือนและความแตกต่างในการตดั ตอ่ ภาพ
3) สงั เกตการเกบ็ ของเลน่ เข้าท่ีของเด็ก

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 5 วนั ที่ 4 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย การแปรงฟนั

1. ช่ือกิจกรรม เคล่ือนไหวและจงั หวะ ประสบการณ์สาคัญ
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) การเคลื่อนไหวอยู่กับท่ี
2) การเคล่ือนไหวเคลื่อนที่
1) ฟงั และปฏิบัตติ ามสญั ญาณและข้อตกลงได้
2) วิง่ แลว้ หยุดเองได้
3) มีความสนใจในการออกกาลังกาย
3. สาระการเรยี นรู้
สาระที่ควรเรียนรู้
- การปฏิบตั ิตามสัญญาณและขอ้ ตกลง

4. วธิ ีการจัดกิจกรรม
1) เด็กเคล่ือนไหวรา่ งกาย โดยการให้หาพืน้ ท่ขี องตนเอง เช่น การเดิน การกระโดด การว่ิง
และการคลานไปรอบๆ บรเิ วณอยา่ งอิสระตามจังหวะ และสัญญาณ ชา้ – เรว็ – หยุด
2) เด็กไดย้ นิ สัญญาณ “หยดุ ” แตล่ ะคร้ังใหท้ าทา่ ทางตามคาส่ังทีละคาส่ังทีละคาสงั่ เชน่ แตะแขน
แตะศีรษะ แตะบา่ แตะเอว แตะขา
3) เด็กปฏบิ ตั ติ าม ข้อ 1 และข้อ 2 ซา้ อีก 2 – 3 ครง้ั
4) เมือ่ ทาท่าทางเสรจ็ เด็กน่ังพักผ่อน 3 – 5 นาที

5. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
- เครือ่ งเคาะจังหวะ

6. การประเมนิ ผล
1) สงั เกตการฟัง การปฏิบัติตามสัญญาณและข้อตกลง
2) สงั เกตการว่งิ แลว้ หยดุ เองของเด็ก
3) สังเกตความสนใจในการออกกาลงั กาย

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 5 วันท่ี 4 สาระการเรียนรู้ยอ่ ย การแปรงฟัน

1. ชือ่ กิจกรรม เสรมิ ประสบการณ์

ความคิดรวบยอด

ฟนั มีหน้าท่ีบดเคี้ยวอาหารให้ละเอยี ด เราจึงควรดูแลรักษาฟันใหส้ ะอาด ด้วยการแปรงฟัน

ที่ถูกวธิ ี

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) บอกการแปรงฟันทีถ่ ูกวธิ ไี ด้ 2) รว่ มสนทนากบั ครแู ละเพ่ือนได้

3) ท่องตวั อักษร A – Z ได้

สาระการเรียนรู้

สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ

1) การแปรงฟันท่ีถกู วธิ ี 1) การพดู แสดงความร้สู กึ และความต้องการ

2) ตัวอักษร A – Z 2) การการรว่ มสนทนาและแลกเปลย่ี นความคิดเห็น

4. วธิ ีการจดั กิจกรรม

1) เด็กท่องตวั อักษร A – Z พร้อมๆ กัน แลว้ เปลย่ี นเป็นเดก็ หญงิ ท่อง A เด็กชายท่อง B สลับ

กนั ไปเรอื่ ยๆ จากน้ัน ครูชบู ตั รตัวอักษรภาษาองั กฤษขน้ึ มาทลี ะใบโดยไมเ่ รยี งพยัญชนะ หยิบไดใ้ บใด

เม่ือชขู ึน้ มาใหเ้ ดก็ ออกเสียงพรอ้ มๆ กนั ครูเสรมิ แรงโดยการชมเชยเด็กท่ีออกเสยี งตัวอกั ษรไดถ้ ูกต้อง

2) เด็กและครรู ว่ มร้องเพลง แปรงฟัน พร้อมทาทา่ ทางประกอบไปด้วย

3) เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกบั ฟันของเดก็ วา่ มีหนา้ ท่ี และมีประโยชน์อยา่ งไร

ครนู าภาพฟันทผี่ ุ และภาพฟนั ไมผ่ ุ มาใหเ้ ด็กดูแลว้ ต้ังคาถาม

- ทาไมฟันในภาพจงึ แตกต่างกัน

- เดก็ ๆ รักษาความสะอาดของฟนั โดยวิธใี ดบ้าง

- เราใช้อะไรในการทาความสะอาดฟัน

- ควรแปรงฟันเวลาใด

4) เด็กๆ ผลดั เปล่ียนกัน เล่าประสบการณ์การทาความสะอาดฟันขณะอยู่ที่บา้ น

5) ครสู าธิตการแปรงฟนั ที่ถูกวิธีโดยใช้โมเดลฟัน และแปรงสีฟันจาลอง โดยมภี าพการแปรงฟันประกอบ

6) เดก็ ฝึกปฏบิ ัตกิ ารแปรงฟนั และร่วมกันสรปุ ถงึ วิธกี ารแปรงฟันใหส้ ะอาดและถกู วิธี

7) เดก็ ทบทวนการร้องเพลง แปรงฟนั พร้อมทาท่าทางประกอบไปด้วย อกี ครั้ง

5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้

1) โมเดลฟนั และแปรงสฟี นั จาลอง 2) บตั รภาพ บัตรคา ตวั อักษร A – Z

3) แผนภูมิเพลง แปรงฟนั 4) ภาพการแปรงฟนั ทถี่ ูกวิธี

6. การประเมนิ ผล

1) สงั เกตการบอกการแปรงฟันทถ่ี กู วธิ ีของเดก็

2) สงั เกตการรว่ มสนทนากับครแู ละเพ่ือน

3) สังเกตการท่องท่องตัวอักษร A – Z

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้

สปั ดาห์ที่ 5 วนั ท่ี 4 สาระการเรยี นร้ยู อ่ ย การแปรงฟัน

1. ชื่อกจิ กรรม สร้างสรรค์

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) มีความสนใจและมีความสุขขณะทางานศิลปะ 2) บอกช่อื หรอื เลา่ เกี่ยวกับผลงานของตนเองได้

3. สาระการเรียนรู้

สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคญั

1) การหยดสีบนกระดาษเปยี ก 1) การทากจิ กรรมศลิ ปะต่างๆ

2) การฉีกปะกระดาษภาพแปรงสีฟัน 2) การรบั รแู้ ละแสดงความคดิ รสู้ ึกผ่านสอ่ื วสั ดุ

ของเล่นและชิน้ งาน

4. วิธีการจัดกิจกรรม

1) ครูจดั เตรยี มกิจกรรมไว้ 2 กจิ กรรม คือการหยดสีบนกระดาษเปยี ก และการฉีกปะกระดาษบนภาพ

แปรงสีฟัน

2) ครแู นะนาอปุ กรณ์ วิธีการปฏิบตั แิ ละ ทบทวนข้อตกลงในการปฏิบตั กิ ิจกรรม การหยดสีบนกระดาษ

เปยี กและการฉีกปะกระดาษภาพแปรงสฟี นั

2.1 การหยดสบี นกระดาษเปียก

- ครูแนะนาอุปกรณ์ในการหยดสีบนกระดาษเปยี ก

- ครูสาธติ การการหยดสีบนกระดาษเปยี กโดยนาฟองนา้ ชบุ น้า บีบนา้ ออกพอหมาดๆ แลว้ ลบู

ไปบนกระดาษเปลา่ ให้กระดาษเปยี กนา้ จากน้นั ใช้หลอดนม หรือหลอดกาแฟไปวางบนจาน

ทมี่ ีสีเตรยี มไว้แลว้ จากนน้ั เอามอื ปิดปลายหลอดด้านบน แลว้ นามาท่ีกระดาษท่เี ปียกนา้

แลว้ ปล่อยมือที่ปดิ หลอดด้านบน ให้สีค่อยๆ หยดลงที่กระดาษ สังเกตการกระจายตัวของสี

- เด็กหยดสีบนกระดาษเปยี ก แลว้ ตง้ั ช่อื ผลงานของตนเองตามจินตนาการ

2.2 การฉกี ปะกระดาษภาพแปรงสีฟนั

- ครแู นะนาอุปกรณ์ในการฉีกปะกระดาษภาพแปรงสีฟัน

- ครูนาใบงานรปู ภาพแปรงสีฟนั ใหเ้ ด็กๆ ดู

- ครูสาธติ การใช้มอื จับกระดาษสี การใช้มือฉีกกระดาษออกมาเปน็ ช้ิน ทากาวบนภาพงาน

แลว้ ปะกระดาษสที ่ฉี ีกลงไปในงานเด็กดเู ป็นตัวอยา่ ง

3) เด็กเลือกปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ แล้วนาผลงานมาบอกช่ือและเลา่ เรื่องให้ครูจดบนั ทกึ

4) ให้อาสาสมัครเลอื กผลงานของตนเอง ระหวา่ งการการหยดสบี นกระดาษเปียกและการฉีกปะกระดาษ

ภาพแปรงสีฟนั มาเล่าให้เพือ่ นฟงั

5) เมือ่ หมดเวลาเด็กทกุ คนชว่ ยกนั จัดเก็บอปุ กรณ์ แล้วลา้ งมือหลงั การปฏิบัติกิจกรรมให้เรยี บร้อย

5. สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้

1) สีน้า 2) จานรองสีนา้ 3) หลอดนมหรือหลอดกาแฟ 4) ฟองน้า 5) ถังใส่น้า

6) ผ้ากันเป้ือน 7) กระดาษเปลา่ 8) ใบงานภาพแปรงสีฟนั 9) กระดาษสี 10) กาว

6. การประเมนิ ผล

1 สังเกตความสนใจและมีความสขุ ขณะทางานศิลปะ 2) สังเกตการณบ์ อกช่ือหรือเลา่ เก่ียวกบั ผลงาน

3) สังเกตความคิดสร้างสรรค์และจนิ ตนาการของเดก็

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 5 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย การแปรงฟนั

1. ช่อื กจิ กรรม เสรี
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) สงั เกต สารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คิดแกป้ ญั หาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) มีประสบการณต์ รงในการใช้ภาษา มจี นิ ตนาการ ความคิดสรา้ งสรรค์ ต่องานและสิง่ ทต่ี นเล่น
3) มวี นิ ัย ความรบั ผิดชอบ มมี ารยาท ช่วยเหลือ แบง่ ปัน อดทนรอคอยและมจี ติ สาธารณะ
4) มพี ฒั นาการทาง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสตปิ ัญญาอยา่ งสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่ีควรเรียนรู้

- การเลน่ ตามศูนยเ์ ป็นการเลน่ ในศูนย์ประสบการณ์ต่าง ๆ อยา่ งอิสระผ่านการเลน่ ทดลอง คดิ ค้น
ควา้ สร้างสรรค์ การแก้ปญั หาและการแสวงหาคาตอบ ซงึ่ จะชว่ ยพัฒนาความคดิ จนิ ตนาการ ภาษาควบคู่
ไปกบั ความมีวินยั ความรบั ผิดชอบ การรอคอย การแบ่งปัน การใฝรุ ู้และการอยรู่ ่วมกันเพื่อพฒั นาการเข้า
สู่สังคม
ประสบการณส์ าคัญ

1) การเลน่ เคร่อื งเล่นสัมผัสและการสร้างสง่ิ ต่างๆจากแท่งไม้ บลอ็ ก
2) การตอ่ ของชน้ิ เล็กเติมในชนิ้ ใหญ่ใหส้ มบรู ณ์และการแยกชนิ้ สว่ น
3) การเลน่ และการทางานร่วมกบั ผู้อื่น
4) การรบั รู้ แสดงความรสู้ ึกผา่ นสอื่ วสั ดุ ของเลน่ และช้นิ งาน
5) การเลน่ ตามมุมประสบการณ์/มมุ เลน่ ตา่ งๆ
6) การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใช้รปู รา่ ง รปู ทรงจากวัสดทุ ห่ี ลากหลาย
4. วิธีการจัดกิจกรรม
1) ครแู นะนาการเล่นการปฏบิ ัติตนในการเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เดก็ เลือกเลน่ ศูนยก์ ิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครใู หค้ าแนะนา กระตุน้ ส่งเสรมิ ใหค้ าชมเชยเพื่อให้เด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดุลรอบด้านเต็ม
ตามศักยภาพ
4) ให้เดก็ เลน่ อยา่ งอสิ ระหลังจากเลกิ เลน่ ให้เดก็ ทาความสะอาดอปุ กรณ์ พรอ้ มกบั เก็บของเข้าท่ีใหเ้ รียบร้อย
5. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
- อปุ กรณ์ต่างๆ ทจี่ ัดไว้ตามศนู ยก์ จิ กรรมเสรี ตอ้ งสอดคล้องสมั พนั ธ์กบั หนว่ ยการเรียนรู้
6. การประเมินผล
1) สังเกตพฤตกิ รรมการสารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แก้ปญั หาในการทางานและการเล่นเปน็ กลมุ่
2) สังเกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมการคิดสรา้ งสรรค์ ตอ่ งานและสง่ิ ท่ีเลน่
3) สังเกตความมวี นิ ยั ความรับผดิ ชอบ มารยาท การชว่ ยเหลอื แบง่ ปัน อดทนรอคอยและ
มจี ิตสาธารณะ
5) สงั เกตความกา้ วหนา้ ของพัฒนาการทั้ง 4 ดา้ น

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้

สปั ดาห์ท่ี 5 วันที่ 4 สาระการเรยี นรยู้ อ่ ย การแปรงฟนั

1. ชอ่ื กิจกรรม กลางแจง้

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) สนใจการเลน่ และการออกกาลงั กาย

2) ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงงา่ ย ๆ ได้

3) เล่นเกมเก็บของใสต่ ะกร้าร่วมกับผูอ้ น่ื ได้

3. สาระการเรยี นรู้

สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั

- เกมเก็บของใส่ตะกร้า 1) การเคลื่อนไหวโดยควบคมุ ตนเองไปในทิศทาง

ระดบั และพื้นท่ี

2) การเคลื่อนไหวอยู่กบั ที่

3) การเคล่ือนไหวเคลอื่ นที่

4. วิธีการจัดกิจกรรม

1) เดก็ และครสู นทนาถงึ ข้อตกลงในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเมื่อลงไปถงึ ท่สี นาม

2) เด็กเคลือ่ นไหวพน้ื ฐานโดยการใหห้ าพืน้ ที่ของตนเอง เช่น การเดนิ ไปข้างหน้า การเดินถอยหลงั

การกระโดดการวิ่ง และการคลาน

3) ครแู บง่ เด็กออกเปน็ 2 ทีม อาจเปน็ ทีมชาย ทีมหญงิ หรือตามดุลยพินิจของครู

4) ครูสาธติ วธิ กี ารเลน่ เกม เก็บของใสต่ ะกร้า โดยครูวางสิ่งของหลายๆ อยา่ งบนพนื้ สนามให้ห่าง

จากเดก็ พอประมาณวางตะกร้าท่ีจุดเร่ิมตน้ ท่เี ด็กคนแรกยืนอยู่ เมื่อครูเปุานกหวดี ใหส้ ัญญาณ เด็ก

คนแรกวิง่ ไปเก็บสงิ่ ของมาวางทตี่ ะกร้า แล้ววิ่งไปต่อแถวด้านหลังสุดของแถว เด็กคนที่ 2

วิ่งออกไปเกบ็ สิง่ ของมาวางท่ตี ะกร้า และปฏิบตั ิเหมือนคนท่ี 1 สลบั กันไปเรอ่ื ยๆ ทีมใดเก็บสิง่ ของ

หมดก่อน ทีมนั้นเป็นฝาุ ยชนะ

5) เดก็ เร่มิ เลน่ เกมตามข้อ 4 ไปเร่อื ย ๆ ขณะเดก็ เลน่ เกมครูคอยดแู ลอย่างใกลช้ ิด

6) เมือ่ สัญญาณหมดเวลา เดก็ พักคลายกลา้ มเนื้อขา โดยนั่งเหยยี ดขาตามสบาย หายใจลึกๆ แลว้ ช่วยกนั

เก็บอปุ กรณ์การเล่นเกมเขา้ ที่ใหเ้ รียบรอ้ ย ล้างมือให้สะอาดก่อนกลบั เขา้ ห้องเรียน

5. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้

1) เกมเกบ็ ของใสต่ ะกร้า 2) ตะกร้า

3) ส่งิ ของในห้องเรียน 4) นกหวีด

6. การประเมินผล

1) สังเกตการเลน่ และการออกกาลังกาย 2) สังเกตการปฏบิ ัติตามข้อตกลงงา่ ย ๆ

3) สังเกตการเลน่ เกมเกบ็ ของใส่ตะกรา้ รว่ มกบั ผู้อืน่

แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาหท์ ี่ 5 วนั ท่ี 4 สาระการเรียนร้ยู อ่ ย การแปรงฟนั

1. ชอ่ื กิจกรรม เกมการศกึ ษา

2. จุดประสงค์การ

1) เรียงลาดับภาพอปุ กรณก์ ารแปรงฟันขนาดจากเล็กไปหาใหญ่ได้

2) คดิ ตดั สินใจในเรื่องง่ายๆโดยครชู ี้แนะได้

3) เกบ็ ของเล่นเขา้ ที่ได้

3. สาระการเรยี นรู้

สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ

- เกมเรยี งลาดบั ภาพอุปกรณ์การแปรงฟนั 1) การบอกและแสดงอันดับทข่ี องสงิ่ ของต่างๆ

ขนาดจากเล็กไปหาใหญ่ 2) การเลน่ รายบคุ คล กลมุ่ ย่อย และกลมุ่ ใหญ่

4. วธิ ีการจัดกจิ กรรม
1) ครูแนะนาอปุ กรณ์ พร้อมทั้งสาธิตวธิ ีการเล่นเกมเรยี งลาดบั ภาพอุปกรณ์การแปรงฟันขนาดจาก
เลก็ ไปหาใหญ่
2) แบ่งกลุ่มเดก็ ออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 3 – 4 คน โดยให้เดก็ แตล่ ะกล่มุ ชว่ ยกนั สงั เกตและเรียงลาดบั ภาพ
อุปกรณก์ ารแปรงฟนั ขนาดจากเลก็ ไปหาใหญ่ กลุ่มไหนเรียงลาดับภาพอุปกรณ์การแปรงฟนั ขนาด
จากเลก็ ไปหาใหญ่ได้ครบ และถูกต้องกอ่ น เปน็ ผู้ชนะ
3) เดก็ เลน่ เกมเรยี งลาดับภาพอุปกรณ์การแปรงฟันขนาดจากเล็กไปหาใหญ่แขง่ กนั อกี ครง้ั
4) ขณะเด็กเล่นเกมครคู อยแนะนาและคอยดแู ลอยา่ งใกลช้ ดิ
5) เม่ือเล่นเสรจ็ แล้ว สามารถนาเกมทเ่ี คยเล่นมาแล้ว มาเล่นกบั เพ่ือนได้
6) เมื่อสญั ญาณหมดเวลา เดก็ ช่วยกันเกบ็ อุปกรณ์การเล่นเกมเข้าท่ใี หเ้ รียบร้อย

5. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
1) เกมเรยี งลาดบั ภาพอปุ กรณก์ ารแปรงฟันขนาดจากเล็กไปหาใหญ่
2) เกมท่เี คยเล่นมาแล้ว

6. การประเมินผล
1) สังเกตการเรยี งลาดับภาพอุปกรณ์การแปรงฟันขนาดจากเล็กไปหาใหญ่
2) สังเกตการคดิ ตดั สนิ ใจในเร่ืองง่ายๆโดยครูชี้แนะ
3) สงั เกตการเก็บของเลน่ เขา้ ทขี่ องเด็ก

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้

สปั ดาห์ที่ 5 วันที่ 5 สาระการเรียนรู้ย่อย สุขนิสัยในการขับถา่ ย

1. ช่อื กิจกรรม เคลอ่ื นไหวและจังหวะ

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) ฟงั และปฏบิ ัตติ ามสัญญาณและข้อตกลงได้ 2) ปฏบิ ัติตนเป็นผ้นู าและผู้ตามโดยมีครูช้แี นะได้

3) มีความสนใจในการออกกาลังกาย 4) กลา้ แสดงออกได้

3. สาระการเรียนรู้

สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั

1) การปฏบิ ัติตามสัญญาณและข้อตกลง 1) การเคลื่อนไหวอยู่กบั ท่ี

2) การเป็นผนู้ า ผตู้ าม 2) การเคล่ือนไหวเคลื่อนที่

3) การเลน่ รายบุคคล กลุ่มย่อย และกล่มุ ใหญ่

4. วิธกี ารจดั กจิ กรรม

1) เด็กเคลือ่ นไหวร่างกายในท่าพื้นฐานไปรอบๆบริเวณ อย่างอิสระตามจงั หวะที่ครเู คาะ โดยไมช่ นกนั

เมอ่ื ได้ยนิ สญั ญาณหยดุ ให้เด็กหยุดเคล่ือนไหวในท่าน้ันทันที

2) ครูเปิดซดี เี พลงตามสมัยนิยม ใหเ้ ดก็ ได้ทาท่าทางอยา่ งอิสระ ตามจนิ ตนาการของตนเอง

3) เด็กและครนู ่ังดว้ ยกนั เปน็ รูปวงกลม

4) ครูตบมือเป็นจังหวะให้เด็กตบมือตาม หลาย ๆ วิธี เช่น ตบมือ 1 ครั้ง ตบมือ 2 คร้งั ตบมอื จังหวะเรว็

ตบมอื จังหวะ ช้า ฯลฯ

5) ใหเ้ ปลยี่ นจากการตบมือเปน็ จงั หวะ เปน็ การใชส้ ่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายตามจังหวะ เช่น ดดี นว้ิ

ตบเท้า ผงกศรี ษะ ฯลฯ ให้เดก็ ๆ ทาตาม

6) หาอาสาสมัครออกมาเปน็ ผนู้ าในการคดิ ทา่ การใช้ส่วนต่างๆ ของรา่ งกายทาจังหวะ แลว้ ให้เพื่อนๆ

ทาตามเปดิ โอกาสให้เดก็ ได้ออกมาทกุ คน หมนุ เวียนกันไปจนครบ

7) เม่ือทาทา่ ทางเสร็จ เดก็ น่ังพกั ผ่อนอิริยาบถ 3 – 5 นาที

5. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้

1) เครอ่ื งเคาะจงั หวะ

2) ซีดีเพลงสมัยนยิ ม

6. การประเมนิ ผล

1) สงั เกตการฟัง การปฏิบตั ติ ามสญั ญาณและข้อตกลง

2) สังเกตการปฏิบตั ติ นเป็นผู้นาและผตู้ ามโดยมีครูชี้แนะ

3) สงั เกตความสนใจในการออกกาลงั กาย

4) สังเกตการกล้าแสดงออกในการเปน็ ผู้นาผู้ตาม

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้

สปั ดาห์ท่ี 5 วนั ที่ 5 สาระการเรียนรูย้ อ่ ย สุขนิสัยในการขบั ถา่ ย

1. ชือ่ กจิ กรรม เสริมประสบการณ์

ความคดิ รวบยอด

สขุ นสิ ยั ในการขับถ่ายเป็นสง่ิ สาคัญ หากเราทราบถงึ การปฏบิ ัตติ นตามสขุ นิสยั ท่ดี ี ฝึกขับถา่ ย

เปน็ เวลา ฝกึ ทาความสะอาดหลังการขบั ถา่ ย ดว้ ยการล้างทาความสะอาดเครอ่ื งสุขภัณฑท์ กุ ครง้ั เมื่อใช้

เรียบรอ้ ย และทาความสะอาดมือทุกครั้งเม่ืออจุ จาระหรอื ปัสสาวะเสร็จ จะทาใหเ้ ด็กเปน็ ผ้มู สี ขุ ภาพ

อนามยั ดี ร่างกายแข็งแรง

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) บอกสุขนิสัยท่ีดีในการขับถ่ายได้ 2) รว่ มสนทนากบั ครูและเพ่อื นได้

3) ท่องคาศัพท์ HAPPY ได้ 4) ลา้ งมอื หลงั จากใชห้ ้องน้าหอ้ งสว้ มโดยมีผใู้ หญ่ชว่ ยเหลอื

สาระการเรยี นรู้

สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั

1) สขุ นสิ ัยทด่ี ใี นการขบั ถ่าย 1) การพูด แสดงความคิดความรสู้ กึ และความต้องการ

2) คาศพั ท์ HAPPY 2) การปฏบิ ตั ิตนตามสุขอนามัยสขุ นิสัยที่ดใี นกจิ วัตร

3) นิทานเรอื่ ง บทเรียนของน้องเกม ประจาวนั

4) เพลง ลา้ งมือ 3) การร้องเพลง

. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม

1) เด็กทบทวนการท่องตวั อักษร A – Z จากนน้ั ครูชบู ตั รคาศัพท์ HAPPY พร้อมกับฝึกให้นักเรียน

ออกเสียงตามครู เอช – เอ –พี – พี – วาย อา่ นวา่ แฮปปี้ หมายถึง มีความสุข พรอ้ มๆ กัน

2) เดก็ และครรู ่วมกนั รอ้ งเพลง ล้างมือ ตามแผนภูมเิ พลง โดยข้ันแรกครรู ้องเพลงทีละประโยค ให้เดก็

ร้องตาม เมื่อเดก็ ร้องได้คล่องแลว้ ครูและเดก็ ร้องพร้อมกนั พรอ้ มกบั ปรบมอื เป็นจังหวะไปด้วย

3) เดก็ และครูร่วมกนั อภิปราย และแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับสขุ นสิ ยั ทดี่ ีในการขบั ถ่าย โดยนาภาพ

สุขนิสยั ในการขบั ถา่ ย การใช้ห้องน้า ห้องส้วม มาให้เดก็ ดู พร้อมกับถามเดก็ วา่ “ ทาไมจงึ ตอ้ ง

ลา้ งมอื หลังเขา้ หอ้ งน้าถา้ หากเด็กไม่ล้างมือจะเกิดอะไรข้ึน”

4) ครพู าเด็กไปหอ้ งน้าหอ้ งส้วม แนะนาวิธใี ช้หอ้ งนา้ และสาธิตวิธใี ช้ จากนนั้ ใหเ้ ด็กทดลองใช้ห้องนา้

ลา้ งมือแลว้ พาเดก็ กลับเขา้ ห้องเรยี น

5) เดก็ ฟังนิทานเร่ือง บทเรียนของน้องเกม เมื่อฟังจบแล้วครถู ามคาถามให้เด็กคิดหาคาตอบจากเรื่อง

ทฟี่ งั เชน่ ทาไมน้องเกมจึงท้องเสีย หากเดก็ ๆ เปน็ นอ้ งเกม จะทาเหมือนน้องเกมหรอื ไม่

เพราะเหตใุ ด

6) เด็กและครรู ่วมกันสรุปวิธใี ช้ห้องนา้ ห้องส้วม และประโยชน์ โทษของการไม่ลา้ งมือ

7) เด็กทบทวนการท่องตวั อักษร A – Z และคาศัพท์ HAPPY พร้อมกับฝึกใหน้ ักเรยี นออกเสียงตาม

ครู เอช – เอ –พี – พี – วาย อา่ นว่า แฮปปี้ หมายถึง มีความสุข ตามบัตรภาพ บัตรคา ที่ครูชู

อกี ครั้ง

5. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้

1) นทิ านเรื่องบทเรยี นของน้องเกม 2) บตั รภาพ บัตรคา ตัวอักษร A – Z

3) บัตรภาพ บัตรคาศัพท์ HAPPY 4) เพลง ล้างมือ

5) ห้องนา้ – หอ้ งสว้ ม 6) สอื่ ภาพสุขนสิ ยั ท่ีดใี นการขับถ่าย

6. การประเมินผล

1) สงั เกตการบอกสขุ นสิ ยั ทีด่ ีในการขบั ถ่าย 2) สงั เกตการรว่ มสนทนากับครูและเพื่อน

3) สังเกตการท่องท่องคาศพั ท์ HAPPY 4) สังเกตพฤตกิ รรมการลา้ งมือหลังจากการใช้ห้องน้าหอ้ งสว้ ม

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้

สปั ดาห์ท่ี 5 วนั ที่ 5 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย สุขนิสัยในการขับถา่ ย

1. ชอื่ กิจกรรม สรา้ งสรรค์

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) มคี วามสนใจและมีความสุขขณะทางานศิลปะ 2) บอกช่ือหรือเล่าเกี่ยวกับผลงานของตนเองได้

3) มีความคดิ สร้างสรรคแ์ ละจินตนาการ

3. สาระการเรยี นรู้

สาระทีค่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ

1) การปน้ั ดินนา้ มัน 1) การทากจิ กรรมศลิ ปะตา่ งๆ

2) การระบายสภี าพเด็กใช้หอ้ งนา้ -หอ้ งสว้ ม 2) การแสดงความคดิ สรา้ งสรรค์ผ่านสอื่ วัสดตุ า่ งๆ

3) การปัน้

4. วิธกี ารจัดกจิ กรรม

1) ครูจดั เตรียมกจิ กรรมไว้ 2 กจิ กรรม คือ การปน้ั ดนิ น้ามนั และการระบายสภี าพเด็กใชห้ ้องน้า-ห้องส้วม

2) ครแู นะนาอุปกรณ์ วิธกี ารปฏิบตั ิและทบทวนข้อตกลงในการปฏบิ ัติกิจกรรมการปน้ั ดินนา้ มนั และการ

ระบายสีภาพเด็กใชห้ ้องนา้ -ห้องสว้ ม

2.1 การป้ันดนิ น้ามัน

- ครูแนะนาอปุ กรณ์ในการป้นั ดนิ นา้ มนั

- ครูนาดนิ นา้ มันมาสาธติ การนวด การคลงึ และการบีบ จนดินนา้ มันนม่ิ

- เด็กปัน้ ดินนา้ มนั เปน็ รปู ทรง รูปร่างตามจินตนาการของตนเอง

2.2 การระบายสภี าพเด็กใชห้ ้องน้า-หอ้ งส้วม

- ครูแนะนาอุปกรณ์ในการระบายสภี าพ - ครนู าใบงานภาพเดก็ ใชห้ ้องน้า-ห้องส้วมใหเ้ ด็กๆ ดู

- ครสู าธติ การจับดนิ สอสี การระบายสภี าพใหเ้ ดก็ ดูเป็นตัวอย่าง

3) เด็กเลือกปฏิบัตกิ จิ กรรมตามความสนใจ แลว้ นาผลงานมาบอกชื่อและเลา่ เร่ืองให้ครูจดบันทึก

4) ใหอ้ าสาสมัครเลอื กผลงานของตนเอง ระหว่างการป้นั ดินนา้ มนั และการระบายสีภาพเด็กใชห้ ้องน้า-

หอ้ งสว้ มมาเลา่ ให้เพ่ือนฟงั

5) เม่อื หมดเวลาเด็กทุกคนชว่ ยกันจัดเกบ็ อปุ กรณ์ให้เรยี บร้อย

5. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้

1) ดนิ น้ามนั 2) แผน่ รองปน้ั ดินน้ามัน

3) ใบงานภาพเด็กใชห้ ้องนา้ -หอ้ งส้วม 4) สเี ทยี นหรือสีไม้

6. การประเมินผล

1) สงั เกตความสนใจและมีความสขุ ขณะทางานศิลปะ

2) สงั เกตการณ์บอกชื่อหรือเล่าเกยี่ วกับผลงานของเดก็

3) สงั เกตความคดิ สร้างสรรค์และจนิ ตนาการของเด็ก

แผนการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
สปั ดาห์ท่ี 5 วันที่ 5 สาระการเรียนรยู้ ่อย สุขนสิ ัยในการขับถา่ ย

1. ชือ่ กิจกรรม เสรี
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1) สังเกต สารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แกป้ ญั หาในการทางานและการเล่นเป็นกลุ่ม
2) มปี ระสบการณ์ตรงในการใชภ้ าษา มจี นิ ตนาการ ความคดิ สร้างสรรค์ ตอ่ งานและส่ิงทต่ี นเล่น
3) มวี ินยั ความรับผิดชอบ มีมารยาท ช่วยเหลอื แบง่ ปัน อดทนรอคอยและมจี ติ สาธารณะ
4) มพี ฒั นาการทาง รา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสตปิ ญั ญาอย่างสมดุลรอบด้าน
3. สาระการเรยี นรู้
สาระท่ีควรเรยี นรู้

- การเลน่ ตามศนู ย์เป็นการเลน่ ในศนู ย์ประสบการณ์ตา่ ง ๆ อย่างอสิ ระผา่ นการเล่น ทดลอง คิดคน้
คว้าสรา้ งสรรค์ การแกป้ ัญหาและการแสวงหาคาตอบ ซ่ึงจะช่วยพฒั นาความคดิ จนิ ตนาการ ภาษาควบคู่
ไปกบั ความมีวินยั ความรับผิดชอบ การรอคอย การแบง่ ปัน การใฝุร้แู ละการอยรู่ ่วมกันเพ่ือพัฒนาการเข้า
ส่สู งั คม
ประสบการณ์สาคัญ
1) การเล่นเคร่ืองเล่นสัมผัสและการสรา้ งส่ิงต่างๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การต่อของชน้ิ เล็กเตมิ ในชนิ้ ใหญ่ให้สมบรู ณ์และการแยกชนิ้ สว่ น
3) การเล่นและการทางานร่วมกับผูอ้ ื่น
4) การรับรู้ แสดงความรู้สกึ ผ่านสือ่ วัสดุ ของเล่นและช้นิ งาน
5) การเลน่ ตามมุมประสบการณ/์ มุมเล่นตา่ งๆ
6) การสร้างสรรค์ชนิ้ งานโดยใช้รูปรา่ ง รูปทรงจากวสั ดุทหี่ ลากหลาย
4. วธิ ีการจัดกิจกรรม
1) ครูแนะนาการเล่นการปฏิบตั ิตนในการเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามข้อตกลง
2) เดก็ เลอื กเลน่ ศูนยก์ ิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูให้คาแนะนา กระต้นุ สง่ เสริม ใหค้ าชมเชยเพื่อใหเ้ ด็กเกิดการพัฒนาอย่างสมดลุ รอบด้านเต็ม

ตามศกั ยภาพ
4) ให้เด็กเลน่ อยา่ งอสิ ระหลังจากเลกิ เลน่ ใหเ้ ด็กทาความสะอาดอุปกรณ์ พรอ้ มกับเก็บของเขา้ ทใี่ ห้เรียบรอ้ ย
5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
- อปุ กรณต์ ่างๆ ท่ีจดั ไวต้ ามศูนยก์ จิ กรรมเสรี ตอ้ งสอดคล้องสัมพนั ธก์ ับหนว่ ยการเรียนรู้
6. การประเมนิ ผล
1) สังเกตพฤตกิ รรมการสารวจ ทดลอง ค้นคว้า คดิ แก้ปญั หาในการทางานและการเลน่ เป็นกลมุ่
2) สังเกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงานการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการคดิ สร้างสรรค์ ตอ่ งานและส่ิงที่เล่น
3) สังเกตความมวี นิ ัย ความรับผิดชอบ มารยาท การช่วยเหลอื แบ่งปัน อดทนรอคอยและ

มจี ิตสาธารณะ
4) สังเกตความก้าวหน้าของพฒั นาการทง้ั 4 ด้าน

แผนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้

สัปดาห์ที่ 5 วันที่ 5 สาระการเรยี นรยู้ ่อย สขุ นิสยั ในการขับถา่ ย

1. ช่ือกจิ กรรม กลางแจ้ง

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) สนใจการเล่นและการออกกาลังกาย 2) ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลงง่าย ๆ ได้

3) ร่วมวิ่งซกิ แซกกบั ผ้อู ่นื ได้

3. สาระการเรียนรู้

สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคญั

- การวง่ิ ซกิ แซก 1) การเล่นนอกห้องเรียน

2) การเคล่อื นไหวอยู่กับท่ี

3) การเคล่ือนไหวเคล่ือนท่ี

4. วิธีการจดั กิจกรรม

1) เดก็ และครสู นทนาถึงข้อตกลงในการปฏิบัติกจิ กรรมเมื่อลงไปถึงท่สี นาม

2) เด็กเคล่อื นไหวพนื้ ฐานโดยการใหห้ าพ้นื ท่ขี องตนเอง เชน่ การเดิน การกระโดด การว่ิงและการคลาน

3) เดก็ เขา้ แถวตอน 4 แถว อบอุน่ ร่างกายโดย วงิ่ อยู่กับที่ วิง่ ไปข้างหนา้ ว่งิ ถอยหลัง

4) ครูสาธติ วิธกี ารว่งิ ซกิ แซกแข่งขันกนั

วิธีเล่น

เม่ือครูให้สญั ญาณเปุานกหวดี ให้เด็กคนแรกของแต่ละแถวว่งิ อ้อมเสาหลกั แตล่ ะอันจนถึง

หลักสุดท้าย แลว้ วง่ิ กลับมาที่แถวสัมผสั มอื คนท่ี 2 แลว้ ไปนง่ั ตอ่ แถว คนที่ 2 และคนต่อๆ ไป

กท็ าเช่นเดยี วกับคนท่ี 1 แถวไหนครบทกุ คนก่อนเปน็ ผู้ชนะ

5) เด็กทดลองเล่น 1 คร้งั เมอื่ เข้าใจแลว้ ใหป้ ฏิบตั ิจริง

6) เดก็ เรมิ่ เลน่ เกมวงิ่ ซิกแซกตาม ข้อ 4 ไปเร่ือย ๆ ขณะเด็กเล่นเกมครูคอยแนะนาและคอยดแู ล

อย่างใกล้ชิด

7) เมือ่ สัญญาณหมดเวลา เดก็ พักคลายกลา้ มเน้อื ขา โดยน่งั เหยียดขาตามสบาย หายใจลึกๆ แล้วชว่ ยกัน

เก็บอปุ กรณก์ ารเล่นเกมเขา้ ทีใ่ ห้เรียบร้อย ลา้ งมอื แล้วกลบั เขา้ หอ้ งเรียน

5. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้

1) เกมวิง่ ซกิ แซก 2) เสาหลัก หรอื กรวยยางสีส้มเลก็

3) นกหวีด

6. การประเมนิ ผล

1) สังเกตการเลน่ และการออกกาลงั กาย 2) สังเกตการปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงง่าย ๆ

3) สงั เกตการเล่นเกมวงิ่ ซิกแซกรว่ มกบั ผู้อ่ืน

แผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้

สัปดาห์ที่ 5 วนั ท่ี 5 สาระการเรยี นรู้ย่อย สุขนิสยั ในการขับถ่าย

1. ชอ่ื กิจกรรม เกมการศึกษา

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1) สงั เกตและจับคภู่ าพเหมือนอปุ กรณ์ทใี่ ช้ในห้องน้า - ห้องส้วม

2) เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกตา่ งได้

3) รว่ มกิจกรรมด้วยความสนใจได้

4) เก็บของเล่นเขา้ ที่ได้

3. สาระการเรียนรู้

สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ

- เกมจับค่ภู าพเหมือนอุปกรณ์ทใ่ี ช้ในห้องนา้ - หอ้ งส้วม 1) การจับคู่ การเปรียบเทียบและการ

เรยี งลาดับสง่ิ ต่างๆตามลักษณะความยาว/

ความสูง น้าหนัก ปรมิ าตร

2) เล่นรายบคุ คล กลุ่มยอ่ ยและกลุ่มใหญ่

3) การใหค้ วามรว่ มมอื ในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม

ต่างๆ

4. วิธีการจดั กจิ กรรม
1) ครูแนะนาอุปกรณ์ พร้อมทงั้ สาธิตวิธีการเลน่ เกมจับคู่ภาพเหมือนอุปกรณ์ทีใ่ ช้ในห้องนา้ - หอ้ งสว้ ม
2) แบง่ กลุ่มเดก็ ออกเปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละ 3 – 4 ตามกลมุ่ สนใจ โดยให้เด็กแตล่ ะกลุม่ ช่วยกันจบั คู่
ภาพเหมอื นอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นห้องน้า – ห้องส้วม กล่มุ ไหนจับคู่ภาพเหมือนได้ครบก่อนเปน็ ผูช้ นะ
3) เดก็ เล่นเกมจับค่ภู าพเหมือนแขง่ กันอกี คร้งั
4) ขณะเด็กเลน่ เกมครูคอยแนะนาและคอยดแู ลกลุ่มท่ีมปี ัญหาในการเลน่ เกมอย่างใกลช้ ิด
5) เมอื่ สญั ญาณหมดเวลา เดก็ ชว่ ยกนั เก็บอุปกรณ์การเล่นเกมเข้าที่ให้เรียบร้อย

5. สือ่ และแหลง่ การเรียนรู้
- เกมจบั คภู่ าพเหมือนอปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในห้องน้า - ห้องสว้ ม

6. การประเมินผล
1) สังเกตการจบั คภู่ าพเหมอื นอปุ กรณ์ที่ใช้ในห้องน้า - ห้องสว้ ม
2) สงั เกตการเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างในการจับคู่ภาพ
3) สงั เกตการรว่ มกจิ กรรมด้วยความสนใจ
4) สงั เกตการเก็บของเลน่ เขา้ ที่ของเด็ก

7. ภาคผนวก

เพลง

อาหาร นม

(ไม่ทราบนามผแู้ ต่ง)

นมเปน็ อาหารดี มคี ุณค่าต่อร่างกาย

ดื่มแล้วชื่นใจ รา่ งกายแขง็ แรง

ยงั มีนมถั่วเหลือง ด่มื ไดด้ ีและไม่แพง

ด่มื แล้วชื่นใจ รา่ งกายแขง็ แรง

เพลง ลา้ งมือ
(ไม่ทราบนามผู้แตง่ )

ลา้ งมือก่อนซิ ล้างมือก่อนซิ ของกินดีดี อย่ารีบ หยบิ กนิ
มือเป้ือนเปรอะ เลอะเถอะฝุนดิน จะหยิบกิน ต้องลา้ งมือก่อน

จะหยบิ กินต้องลา้ งมือกอ่ น ( ร้อง 2 รอบ )

เพลง ล้างมอื 7 ขัน้ ตอน
(ไมท่ ราบนามผู้แต่ง)

มา เรามาล้างมือกัน เรามาลา้ งมือกัน มี 7 ขน้ั ตอน (ซา้ )
หนง่ึ ลา้ งฝุามือ
สอง ล้างน้ิวมือซา้ ย
สาม ลา้ งนิว้ มือขว
สี่ ลา้ งหลังมือซ้าย
ห้า ล้างหลังมือขวา
หก ลา้ งข้อมือซา้ ย
เจด็ ลา้ งข้อมอื ขวา

เพลงแปรงฟัน
(ไมท่ ราบนามผ้แู ต่ง)

ตนื่ เชา้ เราแปรงฟนั กินอาหารแลว้ เราแปรงฟัน
กอ่ นนอนเราแปรงฟัน ฟันสะอาดให้ขาวเงางาม

แปรงฟันใหถ้ ูกวิธี ดูซิตอ้ งแปรงขน้ึ ลง
เพลงล้างมือ
(ไม่ทราบนามผู้แต่ง)

กอ่ นกนิ อาหาร เราต้องล้างมอื
เล่นมาเปอ้ื นเปรอะ เราตอ้ งลา้ งมือ

กลับจากห้องนา้ เราตอ้ งล้างมอื
ลา้ งมือ ล้างมือ ลา้ งมอื ใหส้ ะอาดเอย

คาคลอ้ งจอง

อาหารของเรา

(ไม่ทราบนามผูแ้ ต่ง)

อาหารของเรา ต้องเอาใจใส่

กนิ ผกั ผลไม้ กินไข่กนิ นม

กนิ เนื้อกนิ ปลา แทนยาขมขม

กินขา้ วกนิ ขนม อบรมเรอ่ื งกิน

กนิ ของดีดี ทม่ี วี ติ ามนิ

และมีโปรตีน เลอื กกินเถดิ เอย

นทิ าน
นทิ าน กกุ๊ กก๊ิ ไมส่ บาย

(ธนวรรณ กติ ตมิ านะพนั ธ)์
น้องกุ๊กก๊ิก เปน็ ลูกคนเดียวของครอบครัว ทกุ วนั น้องกุ๊กกกิ๊ ชอบเลน่ ซนและไม่คอ่ ยรับประทาน
อาหาร น้องกกุ๊ กก๊ิ มีเพื่อน 2 คน คอื นอ้ งบวิ และนอ้ งแก้ว ทงั้ 3 คน มอี ายุ 4 ปีแล้ว นอ้ งบิวและน้องแก้วมี
รา่ งกายแข็งแรงดี แต่นอ้ งกุ๊กกก๊ิ ตัวผอม และรา่ งกายไมค่ ่อยแขง็ แรงน้องกุ๊กก๊ิกจึงต้องไปหาคุณหมอบอ่ ย ๆ
และตอ้ งขาดเรียนเป็นประจา วันหนึ่งน้องก๊กุ กก๊ิ ปวุ ยมาก คณุ พ่อ คุณแม่ จึงพาไปหาคุณหมอ คุณหมอ
บอกน้องกุ๊กก๊ิกไมค่ ่อยทานอาหาร นอ้ งกกุ๊ ก๊ิกกจ็ ะปวุ ยอยเู่ สมอ คุณหมอบอกวา่ อาหารช่วยใหเ้ รามี
พลงั งานทจ่ี ะใชใ้ นแต่ละวัน ชว่ ยสร้างภูมิคมุ้ กนั โรคให้กบั ร่างกาย ชว่ ยบารงุ กระดูกและฟนั ทาให้เรามี
รา่ งกายแข็งแรง หลงั จากท่ีนอ้ งกุ๊กกิ๊กได้รปู้ ระโยชน์ของอาหาร น้องกุ๊กกก๊ิ จึงทานอาหารที่มปี ระโยชนท์ า
ให้รา่ งกายน้องกุ๊กกิ๊กแข็งแรงขน้ึ และไมค่ ่อยปุวยเหมอื นเมอ่ื ก่อน น้องกุ๊กก๊ิกมีความสขุ และไปเรยี น
ตามปกติ น้องกุ๊กกิ๊กได้นาเรอื่ งประโยชน์ของอาหารไปบอกเพ่ือน ๆ เพอ่ื น ๆ จงึ ชอบทานอาหารเหมือนน้อง
กุ๊กก๊ิกทุกคนจึงมีสุขภาพดีและแขง็ แรง

นิทาน บทเรียนของนอ้ งเกม
(ไมท่ ราบนามผูแ้ ต่ง)

ตอนกลางวันหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ น้องเกมและน้องกบเดินไปเข้าห้องน้าพร้อมกัน
หลังจากเข้าห้องน้าแล้ว น้องกบบอกน้องเกมให้ล้างมือตามที่คุณครูสอนแต่น้องเกมไม่ยอมทาตาม
พร้อมกับบอกว่า “ ฉันไม่ล้างมือหรอกเสียเวลา ฉันจะรีบไปกินขนม” เมื่อน้องกบล้างมือเสร็จจึงเดินตาม
นอ้ งเกมไปทโี่ รงอาหาร นอ้ งกบมองเห็นน้องเกมกาลังใช้มือหยิบขนมกินอย่างเอร็ดอร่อย จึงเตือนน้องเกม
วา่ “น้องเกมไม่ได้ล้างมือหลังจากออกจากห้องน้า แล้วยังมาหยิบขนมกินอีก มือน้องเกมไม่สะอาดเลยนะ
แตน่ อ้ งเกมก็ไมส่ นใจและหยิบขนมกินต่อ

พอตกตอนเยน็ น้องเกมปวดท้องมากและรีบวิ่งเข้าห้องน้า คุณครูถามว่าน้องเกมไปกินอะไรมาจึง
ท้องเสีย น้องเกมตอบว่า ก็กินข้าวและขนมของโรงเรียนเหมือนกับเพ่ือนคนอื่น ๆ พอดีน้องกบได้ยินจึง
บอกคูณครวู ่า น้องเกมเข้าห้องน้าเสร็จแล้วไม่ยอมล้างมือ และยังใช้มือสกปรกมาหยิบขนมกินอีกคุณครูจึง
เตือนเด็ก ๆ ว่า หลังจากเข้าห้องน้าทุกคร้ังอย่าลืมล้างมือ และอย่าใช้มือที่สกปรกหยิบขนมกิน เพราะจะ
ทาให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หลงั จากวันนั้นน้องเกมจึงไม่ลืมท่ีจะล้างมือทุกคร้ังหลังจากเข้าห้องน้าและยัง
คอยเตือนเพอ่ื น ๆ ให้ล้างมืออยเู่ สมอ

8. บนั ทกึ ผลการจดั ประสบการณ์

ขอ้ ดี

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ข้อควรปรับปรงุ

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

แนวทางการแก้ไข

.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

แผนการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้ การศึกษาปฐมวยั อายุ 3-4 ปี
สัปดาหท์ ี่ 6 สาระการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรือ่ งราวเกย่ี วกบั ตวั เด็ก
หน่วยการเรยี นรู้ ขยับกายสบายชีวี

ความคิดรวบยอด
การออกกาลังกายและการพักผ่อนอยา่ งถูกวิธีช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

การเลน่ เครื่องเลน่ สนาม ประโยชน์ของการพกั ผ่อน

ขยับกายสบายชีวี

ประเภทของการออก ประโยชน์ของการออกกาลงั กาย
กาลงั กาย

การปฏบิ ตั ติ นในการออกกาลงั กายและ
การพกั ผอ่ น

สงิ่ ทีเ่ ด็กรู้แล้ว สงิ่ ทีเ่ ดก็ ตอ้ งการรู้ ส่ิงท่ีเด็กควรรู้

1.การบรหิ ารรา่ งกาย 1.ประโยชนข์ องการพักผ่อน 1.ประโยชนข์ องการพกั ผ่อน
2.การแตง่ กายขณะออกกาลังกาย 2.ประโยชน์ของการออกกาลงั กาย 2.ประโยชนข์ องการออกกาลังกาย
3.การพักผ่อนทาให้รา่ งกายเติบโต 3.การปฏบิ ตั ติ นในการออกกาลัง 3.การปฏบิ ัตติ นในการออกกาลังกายและการ
4.การออกกาลงั กายทาให้ร่างกายแข็งแรง กายและการพักผ่อน พักผอ่ น
4.ประเภทของการออกกาลังกาย 4.ประเภทของการออกกาลงั กาย
5.การเลน่ เครื่องเล่นสนาม 5.การเล่นเครือ่ งเลน่ สนาม

แนวการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้ การศึกษาปฐมวัย อายุ 3 ปี

สปั ดาหท์ ่ี 6 สาระการเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื งราวเก่ยี วกับตัวเด็ก

หน่วยการเรยี นรู้ ขยับกายสบายชีวี

เคล่อื นไหว เสรมิ

กิจกรรม และจงั หวะ ประสบการณ์ สรา้ งสรรค์ เสรี กลางแจ้ง เกมการศึกษา

วนั ที่ -เกมภาพตัดต่อ

-เคลอื่ นไหว -การสนทนาตอบ -การจมุ่ สี -เปิดโอกาสให้เดก็ ได้ -เกมจงู นางเข้า -เกมจบั คู่ภาพเหมือน

พรอ้ มอุปกรณ์ คาถาม -การหยดสี เลอื กเลน่ ในศนู ยต์ าม ห้อง -เกมรอ้ ยเรยี งลาดับ
ขนาดเลก็ -ใหญ่
ประกอบเพลง -การเปรยี บเทยี บ ความสนใจและความ
-เกมจบั คู่คา
1 สงู กวา่ เตี้ยกวา่ ถนัดของตนเองโดย JUMP กระโดด
RUN วงิ่
ต่ากวา่ ยาวเท่ากัน จดั ใหส้ อดคล้องตาม WAlK เดิน
-เกมจบั คู่ภาพ
สงู เทา่ กัน หนว่ ยการเรยี นรู้ กบั เงา

- พยัญชนะ ง

-การเปน็ ผู้นาและ -การสนทนาตอบ -ระบายสีภาพ -เปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้ -โยนบอลลง

ผตู้ าม คาถาม -การเป่าสี เลอื กเลน่ ในศนู ย์ตาม ตะกร้า

2 -การลงมอื ปฏบิ ัติจริง ความสนใจและความ

ถนดั ของตนเองโดย

จัดใหส้ อดคล้องตาม

หนว่ ยการเรยี นรู้

-การเคลือ่ นไหว -การสนทนาตอบ -การพับสี -เปดิ โอกาสให้เดก็ ได้ -เกมขวา้ งบอล

ประกอบเพลง คาถาม -การเปา่ สี เลือกเลน่ ในศนู ยต์ าม ไปขา้ งหนา้

3 -การลากเสน้ ความสนใจและความ

พยญั ชนะ จ ถนัดของตนเองโดย

จดั ใหส้ อดคล้องตาม

หนว่ ยการเรียนรู้

-เคล่อื นไหวตาม -สารวจประเภทการ -ฉกี -ปะกระดาษ -เปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ได้ -ว่งิ เก็บของ

คาบรรยาย ออกกาลงั กาย ภาพลูกบอล เลอื กเลน่ ในศนู ยต์ าม

4 -การลากเส้น -ระบายสีภาพ ความสนใจและความ

ตัวอักษร A ลกู บอล ถนัดของตนเองโดย

จัดให้สอดคลอ้ งตาม

หน่วยการเรยี นรู้

-การเป็นผู้นาและ -สนทนาตอบคาถาม -ตดั -ปะกระดาษ -เปดิ โอกาสให้เดก็ ได้ -เคร่ืองเลน่

ผตู้ าม -การทดลองเลน่ -ฉีก-ปะกระดาษ เลือกเลน่ ในศนู ย์ตาม สนาม

5 เครอ่ื งเล่น ความสนใจและความ

-นทิ าน ถนัดของตนเองโดย

จดั ให้สอดคลอ้ งตาม

หน่วยการเรยี นรู้

แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้

สปั ดาห์ที่ 6 วนั ท่ี 1 สาระการเรยี นร้ยู ่อย ประโยชน์ของการพักผ่อน

1. ชื่อกจิ กรรม เคล่อื นไหวและจังหวะ

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) เคลื่อนไหวสว่ นตา่ งๆของร่างกายได้คลอ่ งแคล่ววอ่ งไว 2) เคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์อย่างอิสระได้

3) ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงในการเคล่ือนไหวร่างกายได้ 4) มคี วามม่นั ใจและกลา้ แสดงออก

5) แสดงท่าทางประกอบเพลงตามจนิ ตนาการได้ 6) มคี วามสนกุ สนานขณะทากิจกรรม

3. สาระการเรียนรู้

สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคัญ

1) การเคล่อื นไหวพร้อมอุปกรณป์ ระกอบเพลง 1) การเคลื่อนไหวอยู่กับที่

2) การเคล่ือนไหวตามข้อตกลง 2) การเคลอ่ื นไหวเคลอ่ื นท่ี

3) การเคล่ือนไหวพร้อมวัสดุอปุ กรณ์

4. วธิ ีการจดั กิจกรรม

1) เดก็ กาหนดพน้ื ทีใ่ นการเคล่ือนไหวรา่ งกายดว้ ยตนเอง

2) ครสู รา้ งขอ้ ตกลงกบั เด็กในการเคล่ือนไหว ดังนี้

-เคาะ 1 ครงั้ เดิน 1 ครง้ั

-เคาะ 2 ครัง้ ติดต่อกนั หยุดเคล่ือนไหวเป็นท่าทางตามจินตนาการ

-เคาะเรว็ ๆ เดนิ เร็วๆ

3) ครูเคาะจังหวะให้เดก็ เคลอ่ื นไหวตามข้อตกลง 2-3 ครั้ง

4) ครูแนะนากิจกรรมทจ่ี ะปฏิบัตใิ นวันน้ี คือ การเคลอ่ื นไหวพร้อมอปุ กรณ์ประกอบเพลง

5) ครูสาธิตการเคลอ่ื นไหวพร้อมอุปกรณป์ ระกอบเพลง

6) เด็กหยบิ ริบบิน้ ถือไวค้ นละ 1 เส้น

7) ครูเปดิ เพลง “ต่นื แตเ่ ช้า” หรือเพลงอืน่ ๆตามความเหมาะสม

8) เด็กถอื ริบบน้ิ เคล่อื นไหวร่างกายประกอบเพลงอย่างอสิ ระ เมื่อเพลงหยุดเดก็ หยดุ เคลื่อนไหวทนั ที

9) เดก็ ปฏิบตั กิ จิ กรรม ซ้า 2-3 ครั้ง

5. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้

1) เครื่องเคาะจงั หวะ 2) รบิ บิน้

3) เทป 4) ซีดเี พลง

6. การประเมินผล

1) สังเกตการเคลอ่ื นไหวส่วนตา่ งๆของรา่ งกาย 2) สังเกตการเคลอื่ นไหวประกอบอุปกรณ์

3) สงั เกตการปฏิบตั ิตามข้อตกลงในการเคล่อื นไหวร่างกาย 4) สังเกตพฤติกรรมการแสดงออก

5) สังเกตการแสดงท่าทางประกอบเพลง

แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สัปดาห์ท่ี 6 วนั ที่ 1 สาระการเรยี นร้ยู ่อย ประโยชน์ของการพกั ผ่อน

1. ชอ่ื กิจกรรม เสริมประสบการณ์

ความคิดรวบยอด

ประโยชน์ของการพักผอ่ น คือ ช่วยผ่อนคลายความตรงึ เครยี ดจากการปฏิบตั กิ จิ กรรมในแตล่ ะวัน

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) บอกประโยชน์ของการพักผอ่ นได้ 2) ร่วมแสดงความคิดเหน็

3) เปรยี บเทยี บสงู กว่า เต้ียกว่า ต่ากวา่ ยาวเท่ากนั สูงเท่ากนั 4) ระบายสีพยัญชนะ ง ได้

3. สาระการเรยี นรู้

สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณส์ าคญั

1) ประโยชน์ของการพักผ่อน 1) การปฏบิ ัติตนตามสุขอนามัยสขุ นิสัย

2) เปรยี บเทียบสูงกว่า เต้ยี กว่า ตา่ กว่า ยาวเทา่ กัน สูงที่ดีเท่ากนั ในกิจวตั รประจาวัน

3) พยัญชนะ ง 2) การฟังและการปฏิบตั ติ ามคาแนะนา

4. วธิ ีการจดั กจิ กรรม

1) เด็กและครรู ว่ มกันสนทนาเกีย่ วกบั ภาพ การนงั่ การนอน การฟังเพลง ฯลฯ

2) เดก็ และครูรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมการพักผอ่ นท่ีดตี อ่ สขุ ภาพโดยใชค้ าถาม ดังน้ี

-เด็กๆพักผ่อนด้วยวธิ ีใดบา้ ง -ถ้าเด็กๆ ไม่พักผ่อน สภาพร่างกายจะเกิดอะไรขึน้ บา้ ง

3) เดก็ และครรู ว่ มกนั สนทนาประโยชนข์ องการพักผอ่ นโดยใชค้ าถาม ดังนี้

-การพักผ่อนร่างกาย มีประโยชน์อะไรบา้ ง -ถ้าร่างกายไมไ่ ด้พักผอ่ นจะเกดิ อะไรข้นึ บ้าง

4) เด็กและครูร่วมกันสังเกตบตั รภาพ สงู กวา่ เตยี้ กว่า ต่ากว่า ยาวเท่ากัน สงู เท่ากนั

5) เด็กและครูรว่ มกันเปรยี บเทยี บบตั รภาพที่มีลกั ษณะ สูงกว่า เตีย้ กวา่ ต่ากวา่ ยาวเทา่ กัน สูงเท่ากัน

6) เด็กระบายสีภาพพยญั ชนะ ง ทีม่ ีลกั ษณะสูงท่สี ดุ

7) เดก็ และครูรว่ มกันสรุปถึงประโยชนข์ องการพักผอ่ นและการเปรียบเทียบ สงู กวา่ เตี้ยกวา่ ต่ากวา่ ยาว

เท่ากนั สูงเทา่ กัน

5. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้

1) บัตรภาพการพกั ผ่อน 2) บัตรภาพพยัญชนะ 3) สเี ทยี น

4) บตั รภาพการเปรียบเทยี บ สูงกวา่ เต้ียกว่า ต่ากวา่ ยาวเท่ากัน สงู เทา่ กัน

6. การประเมนิ ผล

1) สังเกตการบอกประโยชน์ของการพักผ่อน 2) สังเกตการรว่ มแสดงความคิดเหน็

3) สงั เกตการเปรียบเทียบสูงกวา่ เต้ยี กว่า ตา่ กวา่ ยาวเท่ากนั สงู เท่ากัน

4) สงั เกตการระบายสีพยัญชนะ ง

แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้

สัปดาห์ท่ี 6 วนั ท่ี 1 สาระการเรียนรู้ย่อย ประโยชน์ของการพกั ผอ่ น

1. ช่ือกิจกรรม สร้างสรรค์

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) จุ่มสีตามจนิ ตนาการได้ 2) มีความคิดสร้างสรรค์และจนิ ตนาการ

3) หยดสีตามจนิ ตนาการได้ 4) ทาความสะอาดร่างกายหลงั ทากจิ กรรมได้

3. สาระการเรียนรู้

สาระท่ีควรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ

1) การจุ่มสี 1) การทากิจกรรมศิลปะต่างๆ

2) การหยดสี 2) การเขียนภาพและเลน่ กับสี

3) การแสดงความคดิ สร้างสรรค์ผ่านภาษา ทา่ ทาง การ

เคลอ่ื นไหว และศิลปะ

4. วธิ กี ารจัดกิจกรรม

1) ครจู ดั เตรยี มวัสดุ-อุปกรณ์ในการปฏิบตั ิกิจกรรมการจุ่มสีและการหยดสีใหเ้ ดก็ เลือกตามความสนใจ

2) ครูแนะนาวสั ดุ-อุปกรณ์และวธิ กี ารปฏิบตั ิกจิ กรรม ดังนี้

2.1 การจ่มุ สี

-แนะนาวสั ดุ-อุปกรณ์ในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการจุ่มสี

-สาธิตการปฏิบัตกิ ิจกรรมการจมุ่ สีตามจินตนาการใหเ้ ด็กสังเกต

2.2 การหยดสี

-แนะนาวัสดุ-อปุ กรณใ์ นการปฏบิ ัติกิจกรรมการหยดสี

-สาธิตการปฏิบตั ิกิจกรรมการหยดสีบนกระดาษใหเ้ ดก็ สังเกต

3. เดก็ และครรู ว่ มกันสรา้ งขอ้ ตกลงก่อนการปฏบิ ัติทากิจกรรมการจุ่มสีและการหยดสี

4. เด็กเลือกปฏิบตั ติ ามความสนใจพร้อมท้ังนาเสนอผลงานให้ครบู นั ทึก

5. อาสาสมัครนาผลงานการปฏิบัตกิ จิ กรรมการจ่มุ สแี ละการหยดสีตามจินตนาการมาเลา่ ให้เพ่ือนฟัง

6. เด็กและครชู ว่ ยกนั จัดเก็บและทาความสะอาดอปุ กรณ์ในการปฏิบตั ิกิจกรรมอย่างเรียบรอ้ ย

5. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้

1) สีโปสเตอร์ 2) จานสี 3) ช้อน 4) ภาพจาน

5) กระดาษ 6) ผา้ เชด็ มอื 7) ตะเกียบ 8) ผ้าเชด็ มือ

6. การประเมนิ ผล

1) สงั เกตการจมุ่ สีตามจินตนาการ 2) บนั ทึกผลการนาเสนอชือ่ ชิน้ งาน

3) สังเกตการหยดสีตามจินตนาการ 4) สงั เกตการทาความสะอาดรา่ งกายหลงั ทากิจกรรม

แผนการจดั ประสบการณ์เรียนรู้
สปั ดาหท์ ่ี 6 วนั ที่ 1 สาระการเรียนร้ยู ่อย ประโยชน์ของการพกั ผอ่ น

1. ช่ือกกิ จรรม เสรี

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) สงั เกต สารวจ ทดลอง ค้นคว้า คิดแก้ปัญหาในการทางานและการเลน่ เป็นกลมุ่

2) มปี ระสบการณใ์ นการณต์ รงในการใชภ้ าษา มจี ินตนาการ ความคดิ สร้างสรรคต์ ่องานและสิ่งทีต่ นเลน่

3) มีวินัย ความรบั ผดิ ชอบ มีมารยาท ชว่ ยเหลือแบง่ ปันอดทนรอคอยและมจี ติ สาธารณะ

4) มพี ฒั นาการทางรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คมและสตปิ ญั ญาอยา่ งสมดลุ รอบดา้ น

3. สาระการเรียนรู้

สาระท่ีควรเรียนรู้

1) การเล่นตามศูนย์เปน็ การเลน่ ในศนู ยป์ ระสบการณต์ ่างๆ อยา่ งอสิ ระผ่านการเล่น ทดลอง คิดค้นควา้ สร้างสรรค์

การแก้ปญั หาและการแสวงหาคาตอบซง่ึ จะช่วยพัฒนาความคดิ จินตนาการ ภาษาควบคไู่ ปกับความมวี นิ ัย
ความรับผิดชอบการรอคอย แบ่งปัน การใฝ่รแู้ ละการอยรู่ ว่ มกันเพ่ือพัฒนาการเข้าสสู่ งั คม

ประสบการณส์ าคญั
1) การเล่นเครือ่ งเลน่ สัมผัสและการสร้างสงิ่ ต่างๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การต่อของชนิ้ เล็กเตมิ ในชนิ้ ใหญ่ให้สมบูรณ์และการแยกชน้ิ สว่ น
3) การเลน่ และการทางานรว่ มกับผ้อู ืน่
4) การรบั รู้ แสดงความรสู้ ึกผา่ นส่ือ วสั ดุ ของเลน่ และชิ้นงาน
5) การเลน่ ตามมมุ ประสบการณ/์ มมุ เล่นตา่ งๆ

4. วธิ กี ารจัดกจิ กรรม

1) ครูแนะนาการเล่นการปฏบิ ัตติ นในการเลน่ ศูนยก์ จิ กรรมเสรตี ามขอ้ ตกลง
2) เดก็ เลือกเลน่ ศนู ย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครูแนะนา กระตุ้น ส่งเสริมใหค้ าชมเชยเพื่อให้เดก็ เกดิ การพฒั นาอย่างสมดลุ รอบดา้ นเตม็ ตามศักยภาพ
4) ให้เดก็ เล่นอยา่ งอสิ ระ หลังจากเลิกเลน่ ให้เดก็ ทาความสะอาดอุปกรณ์ พร้อมทัง้ เกบ็ ของเข้าทใี่ หเ้ รียบรอ้ ย

5. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้

-สอ่ื และอปุ กรณต์ ่างๆ ท่ีจัดไวต้ ามศนู ย์กจิ กรรมเสรตี ้องสอดคลอ้ งสัมพันธก์ ับหนว่ ยการเรียนรู้

6. การประเมินผล

1) สงั เกตพฤตกรรมการ สารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คิดแก้ปญั หาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุม่
2) สังเกตการใช้ภาษา ตรวจผลงาน การปฏิบตั ิกจิ กรรมการความคดิ สรา้ งสรรคต์ ่องานและสงิ่ ทีต่ นเลน่
3) สังเกตความมีวนิ ยั ความรับผดิ ชอบ มมี ารยาท การช่วยเหลือแบ่งปนั อดทนรอคอย และมจี ติ สาธารณะ
4) สังเกตความก้าวหน้าของพฒั นาการทง้ั 4 ด้าน
หมายเหตุ ครูปรับเปลยี่ นส่ือ อปุ กรณใ์ นศนู ย์ใหส้ มั พนั ธก์ บั หน่วยการเรียนรตู้ ามความพร้อมและจดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา

แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สัปดาหท์ ่ี 6 วนั ท่ี 1 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย ประโยชน์ของการพกั ผอ่ น

1. ชือ่ กิจกรรม กลางแจ้ง

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) เล่นเกมจงู นางเขา้ ห้องได้ 2) มีทกั ษะและวินยั ในการเลน่

3) การประสานสัมพนั ธ์ของกล้ามเนื้อเลก็ 4) การรกั ษาความปลอดภยั ต่อตนเองและผู้อนื่

5) ควบคมุ อารมณ์ของตนเองในสถานการณ์ตา่ งๆไดเ้ หมาะสมตามวยั

3. สาระการเรยี นรู้

สารท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ าคัญ

1) เกมจงู นอ้ งเขา้ ห้อง 1) การเลน่ รายบุคคล กลมุ่ ยอ่ ยและกลมุ่ ใหญ่

2) การปฏบิ ัตติ ามข้อตกลง 2) การใหค้ วามรว่ มมือในการปฏิบตั กิ ิจกรรม

1) ครแู นะนาชื่อกิจกรรม อุปกรณ์ วิธกี ารเล่นให้เดก็ ทราบรวมกัน

2) ครแู นะนาและสาธติ วิธีการเล่นเกม “จงู นางเข้าห้อง” ดังน้ี

-จดั กลมุ่ ๆ ละ 5-6 คน และมอบอุปกรณ์ให้กลุ่มละ 1 ชุด

-หาคนเร่มิ ต้นและอันดบั ที่ 2 - 6 ด้วยวธิ ี “โอนอ้ ยออก”หรืออ่นื ๆตามความเหมาะสม พร้อมแจกตวั นาง

-ผลัดเปลย่ี นกันทอดลูกเตา๋ ตามลาดับ ผ้เู ลน่ คนคนใดเข้าห้องนอนก่อนเปน็ ผชู้ นะ

3) เดก็ นั่งเป็นกลุ่มตามความสมคั รใจ

4) ตัวแทนออกมารบั อปุ กรณ์และนาไปร่วมเลน่ กนั กับเพ่ือนๆ ในกลมุ่ ของตน

5) ครใู หส้ ญั ญาณเปล่ียนกิจกรรมและเก็บอปุ กรณ์การเลน่ ใหเ้ รียบร้อย

6) เดก็ และครูร่วมกันสรปุ ประโยชน์ทีไ่ ด้รับจากการเล่นเกมจูงนางเขา้ ห้อง

7) เดก็ ทาความสะอาดรา่ งกายอยา่ งเรียบร้อยและเตรียมปฏบิ ตั ิกจิ กรรมต่อไป

5. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้

1) แผ่นชาร์ต 2) ลกู เต๋า

3) ตวั นาง 4) นกหวีด

6. การประเมินผล

1) สังเกตการเล่นเกมจูงนางเข้าห้อง

2) สงั เกตการมีทกั ษะและวินัยในการเล่น

3) สงั เกตการประสานสัมพันธข์ องกล้ามเน้อื เล็ก

4) สงั เกตการรกั ษาความปลอดภัยตอ่ ตนเองและผู้อน่ื

5) สงั เกตการควบคุมอารมณ์ของตนเองในสถานการณต์ ่างๆ ได้เหมาะสมตามวยั

แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สปั ดาห์ที่ 6 วนั ท่ี 1 สาระการเรียนรยู้ ่อย ประโยชน์ของการพักผ่อน

1. ชอ่ื กจิ กรรม เกมการศกึ ษา

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) เลน่ เกมภาพตดั ต่อการพกั ผอ่ นได้ 2) เลน่ และทากจิ กรรมรว่ มกันผอู้ นื่ ได้

3) ร้องเพลง “ตื่นแต่เช้า” ได้ 4) รอ้ งเพลง “เก็บของ” ได้

5) มีทักษะในการใชก้ ล้ามเน้ือเลก็ 6) ฟังและปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงได้

3. สาระการเรียนรู้

สาระทคี่ วรเรียนรู้ ประสบการณ์สาคัญ

1) เกมภาพตดั ต่อการพักผ่อน 1) การรอ้ งเพลง

2) เพลง“ตื่นแตเ่ ชา้ ” 2) การการตอ่ ของชิ้นเล็กเติมในช้นิ ใหญใ่ ห้

3) เพลง “เก็บของ” สมบูรณแ์ ละการแยกส่วน

3) การเลน่ และทางานร่วมกับผอู้ ่ืน

4. วิธกี ารจัดกจิ กรรม

1) เด็กและครูร่วมกันร้องเพลงและแสดงท่าทางประกอบเพลง“ตนื่ แต่เชา้ ”

2) ครแู นะนาชอื่ กิจกรรมเกมการศกึ ษาท่ีจะปฏิบัติในวนั น้ี

3) เด็กและครรู ว่ มกนั สนทนารายละเอียดของภาพตัดต่อการพักผ่อนทสี่ มบูรณ์ โดยใช้คาถาม ดังน้ี

-เดก็ ในภาพกาลงั ทาอะไร -มีเดก็ ก่ีคน -เด็กผ้หู ญงิ หรอื เด็กผู้ชาย ฯลฯ

4) ครแู นะนาและสาธติ วิธกี ารเลน่ เกมประกอบภาพตัดตอ่ ใหเ้ ด็กสงั เกต

5) เด็กออกมาสาธติ วิธกี ารเลน่ เกมประกอบภาพตดั ต่อใหเ้ พ่อื นสังเกต

6) เดก็ นัง่ เปน็ กลุม่ กลุ่มละ 4-5 คน ตามความสนใจ

7) ตวั แทนกลุ่มออกมาหยิบเกมการเล่นประกอบภาพตัดต่อไปรว่ มเล่นกับเพอื่ นในกลุ่ม

8) เดก็ เลน่ เกมประกอบภาพตดั ต่อซา้ อกี 2-3 คร้ัง

6) ครใู ห้สัญญาณเก็บอุปกรณก์ ารเลน่ เขา้ ท่ี พรอ้ มทง้ั ทาความสะอาดมือให้เรยี บร้อย

5. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้

1) ภาพตัดต่อการพักผ่อน 2) สัญญาณนกหวดี

3) เพลง “ตน่ื แต่เช้า” 4) เพลง “เก็บของ”

6. การประเมินผล

1) สังเกตการเลน่ เกมภาพตดั ตอ่ การพักผ่อน 2) สงั เกตการเล่นและทากิจกรรมรว่ มกนั ผ้อู นื่

3) สังเกตการรอ้ งเพลง “ต่ืนแต่เช้า” 4) สังเกตการรอ้ งเพลง “เกบ็ ของ”

5) สังเกตการมที ักษะในการใชก้ ลา้ มเนื้อเล็ก 6) สงั เกตการฟงั และปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง

แผนการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้
สปั ดาหท์ ่ี 6 วนั ที่ 2 สาระการเรียนรยู้ ่อย ประโยชน์ของการออกกาลงั กาย

1. ชอื่ กจิ กรรม เคล่อื นไหวและจังหวะ 2) มคี วามมน่ั ใจและกลา้ แสดงออก
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 4) สนุกสนานเพลิดเพลนิ ขณะทากิจกรรม

1) ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผูน้ าและผตู้ ามท่ีดีได้ ประสบการณ์สาคญั
3) ทากจิ กรรมร่วมกบั ผู้อืน่ ได้ 1) การเคลือ่ นไหวอยู่กบั ที่และการเคล่ือนไหวเคล่ือนท่ี
3. สาระการเรียนรู้ 2)การให้ความร่วมมือในการปฏบิ ัติกจิ กรรมต่างๆ
สาระทคี่ วรเรยี นรู้
1) การเปน็ ผู้นาและผตู้ าม
2 การปฏิบัตติ ามข้อตกลง

4. วธิ กี ารจัดกิจกรรม

1) เด็กกาหนดพืน้ ท่วี ่างในการเคล่อื นไหวร่างกายด้วยตนเอง
2) ครูสรา้ งข้อตกลงในการเคลื่อนไหวรา่ งกาย ดังน้ี

-เคาะ 1 คร้ัง กระโดด 1 คร้ัง

-เคาะ 2 ครั้งติดกนั หยุดเป็นทา่ ทางต่างๆ ตามจินตนาการ
-เคาะเรว็ ๆ กระโดดเรว็ ๆ
3) ครูเคาะจังหวะใหเ้ ด็กเคลอ่ื นไหวร่างกายตามข้อตกลง 2-3 คร้งั

4) ครแู นะนาการปฏบิ ัติกจิ กรรมการในวันนี้คอื การเป็นผู้นาและผตู้ าม
5) ครสู าธิตเป็นผูน้ าการเคลอ่ื นไหวรา่ งกาย คือ การยืนขาเดยี ว พรอ้ มทง้ั นับจานวน 1-10
6) เด็กปฏบิ ตั ิตามครูด้วยการยนื ขาเดยี ว พรอ้ มทง้ั นบั จานวน 1-10

7) เด็กอาสาสมัครออกมาเปน็ ผนู้ าท่าทางการออกกาลงั กายตามจนิ ตนาการให้เพอ่ื นปฏบิ ตั ติ าม
8) เด็กผลัดเปลี่ยนกนั ออกมาเป็นผู้นาและผตู้ ามจนครบทุกคน
9) เดก็ นั่งพักผอ่ นร่างกายประมาณ 3-5 นาทเี พื่อปฏบิ ตั ิกิจวตั รส่วนตวั และเตรยี มปฏิบัติกิจกรรมต่อไป

5. สื่อและแหล่งเรยี นรู้ 2) ตวั เด็ก 3) ตัวเลข
1. เครือ่ งเคาะ

6. การประเมนิ ผล

1) สังเกตการปฏิบัติตนเป็นผู้นาและผู้ตามทดี่ ี 2) สังเกตการมคี วามมั่นใจและกล้าแสดงออก
3) สงั เกตการทากจิ กรรมร่วมกบั ผอู้ ื่น 4) สงั เกตพฤติกรรมขณะปฏบิ ัติกิจกรรม

แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สัปดาห์ท่ี 6 วนั ท่ี 2 สาระการเรยี นร้ยู ่อย ประโยชน์ของการออกกาลงั กาย

1. ชอ่ื กิจกรรม เสริมประสบการณ์

ความคดิ รวบยอด

การออกกาลงั กายมีประโยชน์ คอื ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บปว่ ยง่าย

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) บอกประโยชนข์ องการออกกาลงั กายได้ 2) สนทนาเรื่องราวท่เี รียนรไู้ ด้

3) รอ้ งเพลงและแสดงทา่ ทางประกอบเพลงกายบริหารได้ 4) เป็นผนู้ าในการออกกาลงั กายได้

5) มมี ารยาทในการฟงั และพูดแสดงความคิดเห็น 6) ปฏิบตั ิกิจกรรมหมุนฮลู าฮูปไดบ้ า้ ง

3. สาระการเรยี นรู้ ประสบการณ์สาคญั
สาระทีค่ วรเรียนรู้ 1) การพูดเรยี งลาดบั คาเพอ่ื ใชใ้ นการส่ือสาร
1) ประโยชน์ของการออกกาลังกาย 2) การร้องเพลง
2) การร้องเพลง 3) การแสดงความคิดสรา้ งสรรค์ผ่านภาษา ทา่ ทาง การ
เคลื่อนไหว และศลิ ปะ

4. วิธกี ารจดั กิจกรรม

1) ครเู ขียนผ่านชารต์ เพลง “กายบรหิ าร” ติดบนกระดาน

2) ครรู ้องเพลง “กายบริหาร” ใหเ้ ด็กฟงั

3) ครูและรว่ มกันร้องเพลงกายบรหิ ารพร้อมทั้งทาท่าทางประกอบเพลง 1-2 คร้งั

4) เด็กและครรู ว่ มกันสนทนาเรือ่ งประโยชน์ของการออกกาลังกายโดยครูใช้คาถาม ดังน้ี

-การออกกาลงั กายมปี ระโยชน์อยา่ งไรบ้าง -เด็กๆ ควรออกกาลงั กายในเวลาใดบ้าง

5) ครแู นะนาและสาธิตการปฏบิ ตั ิกิจกรรมการออกกาลังกายในวนั น้ี คือ “การหมนุ ฮูลาฮูป”

6) เด็กออกมาสาธติ การหมนุ ฮูลาฮูปให้เพื่อนๆสงั เกต

7) เด็กเขา้ แถวหยิบอุปกรณ์ฮูลาฮูปและไปปฏบิ ตั ิกิจกรรมทีส่ นามเด็กเลน่ อย่างอสิ ระ

8) ครูใหส้ ัญญาณเพอ่ื เปล่ียนกจิ กรรมและให้เด็กและเก็บอุปกรณ์ฮลู าฮปู เข้าทอ่ี ยา่ งเรียบรอ้ ย

9) เดก็ และครู ล้างมือ ลา้ งหนา้ นงั่ พักผ่อนประมาณ 2-3นาที เพื่อเตรยี มทากจิ กรรมต่อไป

5. ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้

1) แผ่นชาร์ตเพลง 2) ฮูลาฮปู 3) นกหวดี

6. การประเมนิ ผล

1) สังเกตการบอกประโยชนข์ องการออกกาลังกาย 2) สงั เกตการสนทนาเร่ืองราวท่เี รียนรู้

3) สังเกตการรอ้ งเพลงและแสดงทา่ ทางประกอบ 4) สงั เกตการเปน็ ผู้นาในการออกกาลงั กาย

5) มีมารยาทในการฟงั และพดู แสดงความคิดเห็น 6) สังเกตการปฏิบัติกิจกรรมหมุนฮูลาฮปู

แผนการจดั ประสบการณ์เรียนรู้
สัปดาหท์ ี่ 6 วนั ที่ 2 สาระการเรียนรยู้ อ่ ย ประโยชน์ของการออกกาลงั กาย

1. ช่อื กจิ กรรม สรา้ งสรรค์ 2) มือและตามีการประสานสมั พนั ธ์
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 4) สนุกสนานเพลิดเพลนิ ขณะปฏิบตั ิกิจกรรม

1) พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์สาคญั
3) มีความรับผดิ ชอบ ความมีระเบยี บวินยั 1) การเขียนภาพและการเลน่ กับสี
3. สาระการเรียนรู้ 2) การแสดงความคิดสรา้ งสรรค์ผา่ นภาษา
สาระท่คี วรเรยี นรู้
1) ระบายสภี าพเดก็ ออกกาลังกาย ท่าทาง การเคลื่อนไหว และศิลปะ
2) การเปา่ สี

4. วธิ กี ารจดั กิจกรรม

1) เดก็ และครรู ว่ มกนั รอ้ งเพลงและแสดงทา่ ทางประกอบเพลง “กายบรหิ าร”

2) ครูจดั เตรยี มวัสดุ-อุปกรณ์ ในการปฏิบตั กิ ิจกรรมการระบายสีภาพเด็กออกกาลังกายและการเปา่ สี

3) ครแู นะนาวสั ดุ-อปุ กรณ์ ในการปฏิบัตกิ จิ กรรม ดงั นี้

3.1 การระบายสีภาพเดก็ ออกกาลังกาย

-แนะนาวสั ดุ-อปุ กรณ์ ในการปฏิบัตกิ ิจกรรมการระบายสภี าพเด็กออกกาลงั กาย

-สาธติ การปฏิบัตกิ ิจกรรมการระบายสีภาพเด็กออกกาลงั กาย

3.2 การเปา่ สี

-แนะนาวสั ดุ-อุปกรณ์ ในการปฏบิ ัติกจิ กรรมการเป่าสี

-สาธติ การปฏิบตั ิกิจกรรมการเปา่ สี

4) เดก็ และครสู รา้ งข้อตกลงกอ่ นการปฏิบัตกิ จิ กรรมการระบายสีภาพเด็กออกกาลังกายและการเป่าสี

5) เดก็ เข้าแถวหยิบ วสั ดุ-อปุ กรณ์ เพื่อจะปฏิบตั ิกจิ กรรมตามความสนใจพร้อมทั้งนาเสนอผลงาน

6) อาสาสมัครนาเสนอผลงานการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการระบายสภี าพเด็กออกกาลังกายและการเป่าสี

7) ครบู ันทกึ การปฏิบัติกจิ กรรมของเด็กเป็นรายบคุ คล

8) เด็กและครชู ่วยกนั จัดเก็บและทาความสะอาดอุปกรณ์ในการปฏิบัติกิจกรรมอย่างเรียบร้อย

5. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้

1) สเี ทียน 2) สีโปสเตอร์ 3) กระดาษ 4) จานสี 5) พ่กู ัน 6) ผ้าเชด็ มอื

6. การประเมินผล

1) สงั เกตความคิดสรา้ งสรรค์จากผลงาน 2) สังเกตการประสานสัมพนั ธ์ระหว่างมอื และตา

3) สังเกตความรับผดิ ชอบ ความมรี ะเบยี บวินัย 4) สังเกตพฤตกิ รรมขณะปฏิบัตกิ ิจกรรม

แผนการจัดประสบการณ์เรยี นรู้
สัปดาหท์ ่ี 6 วนั ท่ี 2 สาระการเรยี นรู้ยอ่ ย ประโยชน์ของการออกกาลังกาย

1. ชือ่ กกิ จรรม เสรี

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1) สังเกต สารวจ ทดลอง คน้ ควา้ คดิ แก้ปญั หาในการทางานและการเล่นเป็นกลมุ่
2) มีประสบการณใ์ นการณ์ตรงในการใชภ้ าษา มจี นิ ตนาการ ความคิดสร้างสรรคต์ อ่ งานและสง่ิ ท่ีตนเลน่
3) มวี นิ ยั ความรบั ผิดชอบ มมี ารยาท ชว่ ยเหลือแบง่ ปันอดทนรอคอยและมจี ติ สาธารณะ
4) มพี ัฒนาการทางรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คมและสติปัญญาอยา่ งสมดลุ รอบด้าน

3. สาระการเรยี นรู้
สาระทีค่ วรเรียนรู้

1) การเลน่ ตามศนู ย์เป็นการเลน่ ในศูนย์ประสบการณ์ตา่ งๆ อย่างอสิ ระผ่านการเล่น ทดลอง คดิ ค้นควา้ สรา้ งสรรค์
การแก้ปญั หาและการแสวงหาคาตอบซึ่งจะช่วยพฒั นาความคดิ จินตนาการ ภาษาควบคไู่ ปกับความมวี นิ ัย
ความรับผดิ ชอบการรอคอย แบง่ ปัน การใฝร่ แู้ ละการอยรู่ ่วมกนั เพ่ือพัฒนาการเขา้ สสู่ ังคม

ประสบการณ์สาคญั
1) การเล่นเครื่องเล่นสัมผสั และการสรา้ งสง่ิ ต่างๆจากแท่งไม้ บล็อก
2) การต่อของชิ้นเล็กเติมในช้นิ ใหญใ่ ห้สมบรู ณ์และการแยกชิ้นส่วน
3) การเล่นและการทางานร่วมกับผูอ้ ื่น
4) การรบั รู้ แสดงความร้สู กึ ผ่านสื่อ วสั ดุ ของเลน่ และชิน้ งาน
5) การเลน่ ตามมุมประสบการณ/์ มุมเล่นตา่ งๆ
6) การสรา้ งสรรคช์ ้นิ งานโดยใช้รปู ร่าง รูปทรงจากวัสดุทหี่ ลากหลาย

4. วิธีการจัดกจิ กรรม

1) ครแู นะนาการเลน่ การปฏบิ ตั ิตนในการเลน่ ศนู ยก์ จิ กรรมเสรตี ามข้อตกลง
2) เด็กเลอื กเลน่ ศูนย์กิจกรรมเสรีตามความสนใจ
3) ครแู นะนา กระตุ้น ส่งเสรมิ ให้คาชมเชยเพื่อใหเ้ ดก็ เกดิ การพฒั นาอย่างสมดลุ รอบดา้ นเตม็ ตามศักยภาพ
4) ใหเ้ ดก็ เล่นอยา่ งอสิ ระ หลงั จากเลกิ เลน่ ให้เด็กทาความสะอาดอุปกรณ์ พรอ้ มทง้ั เกบ็ ของเขา้ ทใี่ หเ้ รยี บรอ้ ย

5. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้

-สือ่ และอปุ กรณต์ า่ งๆ ทจ่ี ดั ไว้ตามศนู ย์กิจกรรมเสรตี อ้ งสอดคลอ้ งสัมพนั ธ์กับหน่วยการเรยี นรู้

6. การประเมนิ ผล

1) สังเกตพฤตกรรมการ สารวจ ทดลอง คน้ คว้า คดิ แกป้ ญั หาในการทางานและการเล่นเปน็ กลุ่ม
2) สงั เกตการใชภ้ าษา ตรวจผลงาน การปฏิบัตกิ จิ กรรมการความคิดสร้างสรรคต์ อ่ งานและสง่ิ ทตี่ นเล่น
3) สงั เกตความมวี ินัย ความรบั ผดิ ชอบ มมี ารยาท การช่วยเหลือแบ่งปนั อดทนรอคอย และมีจติ สาธารณะ
4) สงั เกตความกา้ วหน้าของพฒั นาการท้ัง 4 ด้าน
หมายเหตุ ครปู รบั เปลยี่ นสอื่ อุปกรณ์ในศูนยใ์ หส้ ัมพนั ธ์กบั หน่วยการเรยี นรตู้ ามความพร้อมและจดุ เน้นของสถานศกึ ษา


Click to View FlipBook Version